สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6
ี
ั
ั
หนวยการเรยนรู้ ความหมายและความสําคัญของกฎหมาย
ี
่
ุ
ออกแบบโดย ครูนกูล สงสมบูรณ ์ โรงเรียน ยอแซฟอุปถัมภ์ นครปฐม
่
ั
วันท่ ี 1 กนยายน 2014
้
1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
้
ํ
ี
่
ู
้
- นักเรยนรและเขาใจเกยวกับความหมายและความสาคัญของกฎหมาย
ี
็
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ื
ี
้
้
ี
็
ื
่
่
ี
็
ื
้
- ในฐานะทนักเรยนเปนพลเมองไทยจึงตองเรยนรเรองกฎหมาย เพอจะไดปฏบัติตนเปน
่
ู
ิ
้
ี่
ี
ี่
ื
พลเมองทดีและสรางสังคมทมระเบียบสงบสุขได ้
ื
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
่
ื
ี
ํ
- แกนของสาระการเรยนร คอ การเขาใจในเรองความหมาย ความสาคัญ การปฏบัติตน
ิ
้
ู
่
ื
้
่
้
ตามกฎหมายทั้งต่อตนเองและส่วนรวมได (คุณค่าพระวรสาร เรือง ความยุติธรรม)
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]
้
ี
้
้
้
ี
้
ี
้
์
ู
- ครแต่งกายไม่เรยบรอยเขาหองเรยน แลวใหนักเรยนตอบคําถาม/ วิจารณว่า เหมาะสม
้
ึ
หรือไม่? เพราะอะไร? ทาไมถงตองปฏบัติใหถูกตอง? (เปนกฎระเบียบ)
้
้
ํ
ิ
็
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบเรยน
ี
2. การประเมินและวดผล
ั
ี
ู
- แบบบันทึกพฤติกรรมกลุม/ การนาเสนอผลการเรยนรหนาชั้นเรยน/ การถาม-ตอบ
้
ํ
้
ี
่
- แบบประเมินชิ้นงาน Mind-mapping
้
- แบบฝกหัดทบทวนความร ู
ึ
้
3. การสรางบรรยากาศ
ู
้
้
- ครใหนักเรยนสารวจตนเอง เช่น การแต่งกาย แลวใหนักเรยนปรบปรง พัฒนา ใหถูกตอง
ุ
ั
ี
้
้
ํ
ี
้
้
เรยบรอย (ครตั้งคาถามว่า ดหรอไม่? รสึกอย่างไร? ถาทุกคนทาจะเปนอย่างไร?)
ี
ี
็
ู
ํ
ู
้
ื
้
ํ
ื
ู
้
้
่
ี
ํ
ุ
- สรปความรเบ้องตนเกยวกับ ความหมายและความสาคัญของกฎหมาย
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
์
- ครนาเสนอวดิทัศนจาก YouTube เรอง อุบัติเหตุจากการขับรถ และการตูน “มดทางาน
์
ี
์
ํ
ู
ื
ํ
่
เป็นทม”
ี
429
่
่
- จัดกจกรรมกลุมย่อยวิเคราะห ปญหา/ สาเหตุ/ ผลกระทบ (ส่วนตัว/ ส่วนรวม) จากสอ
ิ
์
ื
ั
วดิทัศน และสถานการณจรงในสังคม
์
ี
์
ิ
ิ
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ิ
ู
- ครอธบายความหมายของกฎหมายและความสําคัญของกฎหมายประกอบการตูน “มด
์
ทํางานเปนทีม”
็
้
ี
ื
้
ื
่
- ใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง ......
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ื
ิ
ี
- นักเรยนรวมกันยกตัวอย่างสถานการณของการไม่ใหความสาคัญกับกฎหมายในสังคม
ํ
่
้
์
และการบูรณาการคุณค่าพระวรสาร
ู
้
ี
่
ํ
่
ื
ุ
ี
ี
่
- นักเรยนรวมกันทา Mind-mapping สรปความรจากเรองทเรยน
ี
ี
ิ
- นักเรยนทาแบบฝกหัด และอธบายแนวทางการนาไปใชในชวิตจรง
ิ
ํ
้
ึ
ํ
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
่
ี
5.1 Reflect
้
- ถาทุกคนปฏบัติตามกฎหมาย สังคมของเราจะเปนอย่างไร?
ิ
็
5.2 Connect
่
- นักเรยนคิดว่า คุณธรรมขอใดสาคัญต่อเรองกฎหมายบาง?
้
ี
ื
้
ํ
5.3 Apply
้
์
ี
็
ี
ํ
- ในฐานะทเปนนักเรยน จะนาความรเรองกฎหมายไปประยุกตใชกับตนเองในโรงเรยน
ี
่
้
ื
่
ู
อย่างไร?
ื
6. สอการเรยนการสอน
่
ี
ํ
- YouTube อุบัติเหตุจากการขับรถและมดทางานเปนทม
ี
็
ื
ั
- หนังสอรฐธรรมนูญไทย
430
่
ี
ั
ี
ี
ั
ั
สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 2
หนวยการเรยนรู้ การเสียสละ (ตามแบบอย่างแม่ชีเทเรซาแห่งกัลกัตตา)
ี
่
ั
ุ
ิ
์
ั
์
ออกแบบโดย ครูฐปนนนท สญญากรณ ์ โรงเรียน เซนตนโกลาส พิษณโลก
ุ
์
ั
วันท่ ี 22 กมภาพนธ 2015
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ื่
ํ
ู
็
้
ี
ี
- นักเรยนรจักประวัติความเปนมาของแม่ชเทเรซา เพอนาแบบอย่างในการดําเนินชวตของ
ิ
ี
ี
ี
ํ
้
แม่ชเทเรซาไปใชในชวิตประจาวันได ้
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
ํ
่
ื
้
ี
ี
- เมอนักเรยนไดเรยน เรอง การเสยสละ (ตามแบบอย่างแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตา) แลว
่
ี
ื
ี
้
ั
นักเรยนรจักการเสียสละตนเอง ในการรบใชผูอน เห็นอกเห็นใจผูทดอยโอกาสตามแบบอย่าง
้
ื
้
ี
้
ู
่
้
ี
่
้
ี
ี
้
ี
ี
ื
่
ี
แม่ชเทเรซา และนักเรยนสามารถเล่าเรองการเสยสละของแม่ชเทเรซาไดพอสังเขป และนักเรยน
ี
้
ี
ิ
ี
ํ
สามารถนาแนวทางการเสยสละตามแบบอย่างของแม่ชเทเรซาไปประยุกต์ใชในชวตประจาวัน
ํ
ไดอย่างด ี
้
ื
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- การเสยสละ (ตามแบบอย่างแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตา)
ี
ี
- คุณค่าพระวรสาร การเสยสละ (มัทธว 19:16-24)
ี
ิ
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
่
ี
ํ
็
- ครใหนักเรยนเล่นเกม “ขอสิ่งของ” จากนักเรยน เปนของทมค่าสาหรบนักเรยน เมอครขอ
ู
้
ี
ี
ี
ั
ี
่
ื
ู
้
้
ี
็
็
อะไรกตาม นักเรยนกตองเอามาใหครหนาหองเรยน เช่น “ครูขอนาฬิกา”
้
ี
้
ู
1.5 เวลา (Time)
ี
- 1 คาบเรยน 50 นาที
2. การประเมินและวดผล
ั
ี
ี
- สังเกตการมส่วนรวมการเล่นเกม “ขอสิ่งของ”/ การดูวดิทัศน ์
่
- การทาชิ้นงาน “น้าหนึ่งหยดในมหาสมุทร”
ํ
ํ
ํ
่
ี
- ประเมินการมส่วนรวมในกลุม ในการแสดงความคิดเห็นและการนามาประยุกต์ใช ้
่
3. การสรางบรรยากาศ
้
้
- ครใหนักเรยนเล่นเกม “ขอสิ่งของ” แลวใหนักเรยนนามาใหครหนาหองเรยน
ี
้
ี
้
้
ู
ํ
้
ู
้
ี
่
์
ื
ี
ี
ี
้
- ครูใหนักเรยนดูวดิทัศนเรอง “การเสยสละ” (ตามแบบอย่างแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตา)
ี
ี
่
ื
่
ู
- ครบรรยาย PowerPoint เรอง เศรษฐชาวอังกฤษ ทขายสมบัติของตนเองทั้งหมด
ี
431
่
ี
่
ี
้
ู
- ครใหนักเรยนยกตัวอย่าง บุคคลทเสยสละอุทิศตนเพอส่วนรวม พรอมใหเหตุผลว่า ทาไมจึง
ี
ื
ํ
้
้
ื
เลอกบุคคลๆ น้ ี
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
้
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
ํ
ู
ี
ี
ื่
ี
์
- ครนาเสนอวดิทัศนเรอง การเสยสละ (ตามแบบอย่างของแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตา)
ี
ี
่
ู
ี
ี
ี
- หลังจากนักเรยนดูวดิทัศนจบ ครตั้งคําถามว่าเรองน้สอนอะไรนักเรยน และนักเรยน
ื
์
ี
ื
้
้
ี
สามารถนาไปใชในหองเรยนหรอโรงเรยนอย่างไร?
ํ
- ครใหนักเรยนวเคราะหว่า ทาไมแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตาจึงยอมสละความสบายมาอยู ่
ี
ี
ิ
้
์
ํ
ู
ประเทศอินเดีย
ิ
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
ั
่
ี
ู
่
- ครใหนักเรยนจับกลุมๆ ละ 7 คน แบ่งปนประสบการณในการเสยสละทนักเรยนเคยทา
ํ
์
้
ี
ี
ี
ี่
และประทับใจทสุด
้
่
้
ู
ี
ํ
ํ
ี
- ครใหนักเรยนแต่ละกลุมทาใบความร เรือง “น้าหนึงหยดในมหาสมุทร” โดยใหนักเรยน
ู
่
่
้
เขยนขอตั้งใจตลอดระยะเวลา 1 เทอม
้
ี
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ิ
ี
้
- นักเรยนนาเสนอชิ้นงาน พรอมอธบายเหตุผลทนักเรยนเขยนขอตั้งใจนั้น
ี
ี
ี
้
ํ
ิ
่
ี
ิ
์
ี
ู
้
ี
็
- ครแจกพระคัมภร ใหนักเรยนอ่านบทมัทธว 19:16-24 เปนการสรปบทเรยน
ุ
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
ี
่
่
5.1 Reflect
ี
ี
่
ํ
ี
ี
- นักเรยนอยากจะศึกษาเพิมเติมเกยวกับการเสยสละของบุคคลใดอก? ทาไม?
่
5.2 Connect
- นักเรยนคิดว่า การเสยสละมความสาคัญอย่างไรต่อการอยูรวมกันเปนหมูคณะ?
ี
่
่
ี
ี
็
่
ํ
5.3 Apply
ั
ื
้
ี
ื
่
้
ู
- นักเรยนจะนําความรเรอง การเสยสละไปประยุกต์ใชในโรงเรยนหรอในครอบครวตนเอง
ี
ี
อย่างไร?
6. สอการเรยนการสอน
ื
ี
่
ื่
์
ี
- วีดิทัศน เรอง การเสยสละ (ตามแบบอย่างของแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตา)
ี
ี
่
- PowerPoint เรอง เศรษฐหนุมชาวอังกฤษ
ื
่
้
่
- ใบความร เรือง “น้าหนึ่งหยดในมหาสมุทร”
ํ
ู
ี
- พระคัมภร ์
432
สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 6
ี
ี
่
ั
ั
ั
ี
หนวยการเรยนรู้ จูฬสุภัททา พุทธสาวิกา
่
ี
ุ
ุ
ออกแบบโดย ครูสนนทา เชอมสวรรณ โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
ื
่
ั
วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ี
- นักเรยนจะเรยนรประวัติและผลงานของนางสาวจูฬสุภัททา พุทธสาวิก
ู
้
ี
- นักเรยนสามารถวิเคราะหขอคิดและแบบอย่างการดําเนินชวิตของนางจูฬสุภัททา พุทธสาวิกา
ี
ี
้
์
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
ํ
ั
ี
็
ั
- นักเรยนเหนคุณค่าของความรบผิดชอบในฐานะสตรต่อครอบครว
ี
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
ื
- ประวัติและผลงาน
ี่
- คุณธรรมทควรยึดถอเปนแบบอย่าง
็
ื
- ความรบผิดชอบ (คุณค่าพระวรสาร เรือง การงาน)
่
ั
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
ึ
็
ี
- นักเรยนดูวีดิทัศน์ การดําเนินชวิตของ 2 ครอบครวและแสดงความคิดเหนถงความ
ั
ี
ี
แตกต่างในการดําเนินชวิต
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ คาบละ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล
ั
- ตรวจผลงาน
่
- สังเกตการเขารวมกจกรรมกลุม
่
้
ิ
3. การสรางบรรยากาศ
้
่
่
- แบ่งกลุมและรวมกันแสดงความคิดเห็น
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
้
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
ิ
่
ี
- นักเรยนระดมความคิดเกยวกับการใชชวตครอบครว โดยแบ่งนักเรยนออกเปน 10 กลุม
ี
ั
็
่
ี
้
ี
็
่
ี
ิ
ิ
ให้ 5 กลุมแรกแสดงความคิดเปนหญงสมัยโบราณ แลวปฏบัติตนอย่างไร และอก 5 กลุมหลัง
้
่
เปนหญงสมัยปจจุบัน ปฏบัติตนอย่างไรในการครองเรอน
ื
ิ
ั
็
ิ
่
- แต่ละกลุมออกมาแสดงความคิดเหน
็
433
ื
้
- นักเรยนอ่าน เรอง นางจูฬสุภัททา พุทธสาวิก ในหนังสอ หนา 37-41
ี
ื่
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
ิ
- นักเรยนรวมกันแสดงความคิดเหนว่า หากตองตกอยูในสถานการณดยวกับ นางจูฬสุภัท
ี
้
่
็
่
์
ี
ี
ิ
ทา นักเรยนจะปฏบัติตนอย่างไร? เพราะเหตุใด?
่
ี
ี
่
้
้
้
่
ี
ู
ื
ี
- นักเรยนและครเปรยบเทยบกับความเห็นของกลุมขางตน ในเรองโอวาท 10 ขอ ทอนาถ
ิ
ี
้
้
้
ื่
บิณฑิกเศรษฐไดใหนางจูฬสุภัททาไวเพอปฏบัติก่อนส่งตัวนางไปยังตระกูลของสาม ี
ั
่
- บูรณาการกับคุณค่าพระวรสาร เรือง การงาน (คือ ความรบผิดชอบ)
ิ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ื
้
ิ
- นักเรยนคิดว่า โอวาท 10 ขอ นั้นมีขอใดบางท่นักเรยนสามารถนาไปปฏบัติใน
้
้
ี
ํ
ี
ี
ี
ํ
้
ชวิตประจาวันได?
- นักเรยนบอกขอคิดทไดจากโอวาท 10 ขอ ทอนาถบิณฑิกเศรษฐไดใหนางจูฬสุภัททาไว้
ี
้
ี
้
้
ี
้
ี่
้
่
ั
ึ
้
ี
ี
่
้
์
ิ
- นักเรยนช่วยกันหาขอสรปถงประโยชนทจะไดรบจากการปฏบัติตามโอวาท 10 ข้อ
ุ
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
ี
่
5.1 Reflect
้
้
ี
ู
่
้
ี
ื
ู
- นักเรยนรเรองน้แลวมความรสึกอย่างไร?
ี
5.2 Connect
ื
้
ี
ื
- นักเรยนสามารถเชอมโยงกับวิชาการงานพ้นฐานอาชพไดอย่างไร?
่
ี
5.3 Apply
ิ
ี
ํ
ี
่
ั
- นักเรยนคิดว่า นาขอคิดจากเรองทเรยนไปปรบใชกับการดาเนนชวิตอย่างไร?
ื
่
ี
้
้
ี
ํ
่
ี
ื
6. สอการเรยนการสอน
์
- วีดิทัศน การดําเนินชวิตของ 2 ครอบครว
ั
ี
- แบบเรยน
ี
434
บทที่ 7
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
การงานอาชพ
ี
ื
้
้
ี
ประถม 5 การซ่อมแซมเส้อผาดวยวิธเย็บแบบดน 436
้
้
มัธยม 2 1) การจัดและตกแต่งบาน 438
้
้
ื่
ื
ื
2) เส้อผาและเครองแต่งกาย - การซ่อมแซมเส้อผา 440
เทคโนโลยี
ประถม 5 การใชโปรแกรม Microsoft PowerPoint (การสรางงานนาเสนอเบื้องตน) 442
้
้
้
ู
ประถม 6 การใส่รปภาพบน PowerPoint 444
ื
้
มัธยม 6 1) การจัดการเทคโนโลยแบบยั่งยนดวยพลังงานสะอาด 446
ี
2) การออกแบบแฟ้มสะสมผลงาน 448
้
้
3) การสรางเว็บไซต์ ดวยโปรแกรม Google Sites 451
435
สาระการเรยนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5
ี
หนวยการเรยนรู้ การซ่อมแซมเสื้อผ้าด้วยวิธีเย็บแบบด้น
ี
่
้
ออกแบบโดย ครูประเทือง นอยดัด โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
วันท่ ี 12 มนาคม 2016
ี
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
็
- นักเรยนสามารถซ่อมแซมเส้อผาดวยวิธการเยบดนไดอย่างถูกตอง
ี
้
้
ื
ี
้
้
้
ี
้
้
้
ั
ี
ู
ี
้
ํ
้
ื
- นักเรยนรจักช่วยครอบครวประหยัดค่าใชจ่ายและทาใหมเส้อผาใชไดอกนาน
้
็
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ํ
็
ิ
ี
ี
ี
้
่
ื
ี
ี
้
้
- การดนเปนวธการซ่อมแซมเส้อผาวิธหนึง จากอกหลาย ๆ วิธ ถานักเรยนสามารถ
้
ื
้
้
้
ซ่อมแซมเส้อผาดวยตนเองได จะสามารถช่วยครอบครัวลดค่าใชจ่าย และยังรจักใชเวลาว่างให ้
้
้
ู
เกดประโยชน ตลอดจนสามารถทาเปนอาชพไดในอนาคต
ิ
็
ํ
์
้
ี
้
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
็
้
้
ี
- การซ่อมแซมเส้อผาดวยวิธการเยบแบบดน
ื
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
้
ุ
ู
ํ
ี
่
ี
้
- ครนาเส้อผาทมรอยชารดมาสวมใส่ทับบนชุดทครสวยใส่ขณะสอน และใหนักเรยน
ี
ี
ํ
ื
ู
่
ํ
ุ
รวมกันแสดงความคิดเห็นว่าจะใชวิธใดในการซ่อมแซมรอยชารดนั้น?
้
ี
่
1.5 เวลา (Time)
- เวลา 1 คาบ 50 นาที
ั
2. การประเมินและวดผล
- สังเกตพฤติกรรมการปฎบัติของนักเรยน
ิ
ี
- ตรวจความถูกตอง และดูความประณตของงาน
ี
้
3. การสรางบรรยากาศ [LIKE]
้
๋
์
่
ี
ี
ื
ู
ี่
- ครยกตัวอย่างสถานการณ เช่น วันหนึ่งขณะทพิมพา กาลังจัดกระเปานักเรยนเพอเตรยมตัว
ํ
ี
็
ี
ไปโรงเรยนในวันรงขึ้น พิมพาพบว่ากระเปานักเรยนของเธอขาด พิมพาจึงนาเขมกับดายมาเยบ
ํ
๋
็
้
่
ุ
่
ื
้
๋
ี่
ตรงรอยทขาด เพอไม่ใหกระเปาเป้ขาดมากขึ้น
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
่
ี
้
- ครใหนักเรยนแบ่งกลุมๆ ละ 4 คน
ู
436
ู
้
ี
้
- ครใหนักเรยนช่วยกันวเคราะหว่าสิงทพิมพาทา เหมาะสมหรอไม่ และถาเปนกลุมของ
ื
่
ี
่
ิ
ํ
์
่
็
ื
้
นักเรยนๆ จะเลอกซ่อมแซมกระเปาเป้ดวยวิธใด เพราะเหตุใด?
๋
ี
ี
้
้
ู
ี
้
ี
้
็
- จากนั้นครใหนักเรยนทดลองเยบผาดวยวิธดนตามความคิดของนักเรยน
ี
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ิ
์
ิ
้
็
ู
ิ
้
ู
้
- ครอธบายความรและสาธตการเยบผาแบบดน
้
ู
ี
- ครใหนักเรยนดูตัวอย่างการเยบผาแบบดน
็
้
้
้
้
ี
้
- ครใหนักเรยนทดลองเย็บผาแบบดนอกคร้งหนึ่ง แลวเปรยบเทยบผลงานกับคร้งแรก
ี
ู
ี
ั
ี
้
ั
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ื
ิ
ี
้
ู
้
ี
้
- ใหนักเรยนฝกเยบผาแบบดน จากเศษผาทครเตรยมไวให ้
้
ี
้
ี
่
็
์
้
้
้
- ครสังเกตการใชวัสดุ อุปกรณ อย่างถูกตอง ประหยัด คุมค่า
ู
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
่
ี
่
5.1 Reflect
้
็
้
้
ี
- นักเรยนไดความรอะไรจากการฝกเยบแบบดนบาง? นักเรยนตองการเรยนรวิธเย็บผา
ู
ู
้
้
้
ี
ี
้
ี
ึ
ี
แบบใดเพิมเติมมากกว่าการเยบแบบดนอกบาง?
็
้
่
้
ี
ี
ี
ั
้
- นักเรยนพบปญหาอะไรระหว่างปฎบัติงาน และนักเรยนจะใชวิธใดในการแกปญหานั้น?
ั
ิ
้
5.2 Connect
็
ํ
ุ
ื
- นักเรียนคิดว่า การเยบแบบดนนาไปใชกับการเยบวัสดุแบบอนทชารดไดหรอไม่
ี
่
่
้
้
็
ํ
ื
้
อย่างไร?
5.3 Apply
ี
ี่
ู
ิ
ํ
้
้
- นักเรยนตั้งใจจะนาความรทไดไปประยุกต์ใชในชวตประจาวันไดอย่างไร?
ี
้
ํ
้
6. สอการเรยนการสอน
ื
ี
่
ุ
- เขม ดาย กรรไกร เศษผา ตัวอย่างการเยบผาแบบดน ตัวอย่างเส้อผาทมรอยชารด
ํ
้
้
้
็
้
ื
ี
็
่
้
ี
437
ี
สาระการเรยนรู้ การงานอาชพและเทคโนโลย ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 2
ี
ั
ี
ี
ี
่
หนวยการเรยนรู้ 1) การจัดและตกแต่งบ้าน
่
ี
ี
ออกแบบโดย ครูมะลิณ พวงพืช โรงเรียน ยอแซฟวิทยา จันทบุรี
วันท่ ี 4 กรกฎาคม 2014
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
้
ิ
- อธบายความหมายของการจัดและตกแต่งบาน
้
้
- ออกแบบและจัดตกแต่งบานโดยใชความร เรือง หลักการและของทใชในการจัดและ
้
ี
่
่
ู
้
ตกแต่งบาน
้
ํ
้
์
- เห็นประโยชนและความสาคัญของการจัดและตกแต่งบาน
1.2 ความจาเปน (Needs)
็
ํ
้
้
ํ
้
่
ี
- แนวทางในการจัดตกแต่งบานใหสวยงามน่าอยู สามารถนาไปใชในการดําเนินชวิตของ
นักเรยนได ้
ี
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
- การจัดและตกแต่งบาน
้
ํ
้
ก) ความหมายและความสาคัญของการจัดและตกแต่งบาน
ข) หลักการจัดและตกแต่งบาน
้
ค) ของตกแต่งบาน
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
้
้
ู
ี
ื
ี
ี
ี
้
- ใหนักเรยนดูภาพบานทครเตรยมมา 6 ภาพ แลวเลอกภาพบานทนักเรยนชอบและแสดง
้
่
ี
่
็
ความคิดเหน
1.5 เวลา (Time) - 2 คาบ
2. การประเมินและวดผล
ั
- สังเกตการตอบคาถามและการแสดงความคิดเหน
ํ
็
้
- ประเมินการจัดและตกแต่งบานจาลองของนักเรยน
ํ
ี
้
3. การสรางบรรยากาศ
็
่
ี
ี
้
้
ี
ื
- ใหนักเรยนดูและเลอกภาพบานทนักเรยนชอบ และพูดคุยแสดงความคิดเหน
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
้
็
ู
้
้
ํ
- ใหนักเรยนรวมกันแสดงความคิดเหน โดยครใชคาถาม
ี
่
438
้
ํ
ี
ก) การจัดและตกแต่งบานมความสาคัญอย่างไร?
่
ื
ื
้
ี
้
้
่
ข) นักเรยนคิดว่าหองใดของบานใชเครองเรอนนอยทสุด? เพราะเหตุใด?
้
ี
้
้
้
ี่
ค) ม่านและมู่ลช่วยประหยัดพลังงานไดอย่างไร? ถาตองการประหยัดทรพยากรใน
ั
ํ
้
้
การจัดและตกแต่งบานตองทาอย่างไร?
ง) ความรทางศิลปะนามาใชในการจัดตกแต่งบานไดอย่างไร?
้
ู
้
้
้
ํ
ี
่
้
่
- ใหนักเรยนรวมกันแสดงความคิดเห็นของหลักในการจัดตกแต่งบานตามแบบทตนเอง
้
ี
้
้
้
ี
ชอบ พรอมบอกขอดของการจัดตกแต่งบานและจดบันทึกลงสมุด
ิ
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
์
ี
้
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ...... หนา ..... เรอง ......
ื
้
ู
ื
่
์
ํ
- ครอธบายความหมาย ความสาคัญและหลักการจัดตกแต่งบาน รจักเลอกใชอุปกรณใน
้
ื
้
ู
ู
้
ิ
การตกแต่งบาน
้
ู
- ครสอดแทรกพระวรสารขอ 4 การงาน
้
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ิ
้
้
ั
้
้
่
่
- ใหนักเรยนแบ่งกลุม 6 กลุม ออกแบบการจัดและตกแต่งบาน ไดแก่ หองนอน หองครว
้
ี
ั
้
ี
และหองรบแขก พรอมทั้งระบายสใหสวยงาม
้
้
ี
้
- ใหนักเรยนแต่ละกลุมนาอุปกรณมาใชในการจัดตกแต่งบานของตนเองตามทออกแบบ
้
ํ
์
่
้
ี
่
ี
ํ
้
ไว โดยการสรางแบบจาลองและนาเสนอผลงานหนาชั้นเรยน
้
ํ
้
ี
้
้
- ครูและนักเรยนร่วมกันสรุปความรู “การจัดและตกแต่งบาน โดยอาศัยหลักการจัดและ
้
ํ
ี
ื
้
ู
่
ตกแต่งบาน และเลอกรปแบบทเหมาะสมจะทาใหผูอยูอาศัยมความสุขกายสุขใจ”
้
ี
่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
่
ี
่
่
ํ
ํ
้
ี
ี
ู
้
้
5.1 Reflect - นักเรยนไดเรยนรอะไรบางจากการทางานกลุม ใครทาอะไร? อย่างไร?
่
ื
่
- นักเรยนอยากเรยนรอะไรเพิมเติมเกยวกับเรองน้มากทสุด?
ี
ี
ี
่
ู
้
ี
่
ี
ํ
- นักเรยนคิดว่า สมาชิกในกลุมใครมบทบาทในการทางานชิ้นน้มากทสุด? เพราะอะไร?
ี
ี
ี
่
ี่
ี
่
ื
ี
้
5.2 Connect - จากผลงานของนักเรยน จะนาไปเชอมโยงกับสาระการเรยนรใด? เพราะอะไร?
ู
ํ
- สิ่งทไดเรยนรจากการทางานกลุม ทาใหนักเรยนคิดถึงหลักธรรมทางศาสนาในเรองใด?
ี
ํ
ู
้
ี
่
่
้
้
ํ
่
ี
ื
อย่างไร?
ี
้
ู
ํ
ํ
้
ี่
5.3 Apply - นักเรยนจะนาสิ่งทไดเรยนรไปประยุกต์ใชในชวิตประจาวันไดอย่างไร?
ี
้
ี
้
- จากการทางานกลุมในคร้งน้ ควรทาอะไรเพิ่มเติมเพอใหการความเปนธรรมมากขึ้น?
็
่
ื
่
ํ
ั
ี
้
ํ
ื
6. สอการเรยนการสอน
ี
่
- ภาพบานทตกแต่งสวยงาม
ี
่
้
ี
่
ี
้
์
ี
- อุปกรณการจัดและตกแต่งบานทนักเรยนจัดเตรยมมา
439
สาระการเรยนรู้ การงานอาชพและเทคโนโลย ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 2
ี
ี
ี
่
ี
ี
ั
หนวยการเรยนรู้ 2) เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย - การซ่อมแซมเสื้อผ้า
ี
่
์
ั
ั
ออกแบบโดย ครูนวลจนทร วาระจนทโน โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
วันท่ ี 12 มนาคม 2016
ี
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ื
- นักเรยนเลอกวิธการซ่อมแซมเส้อผาไดถูกตอง
้
ี
ี
้
้
ื
ี
ื
้
ี
- นักเรยนมทักษะในการซ่อมแซมเส้อผา
ื
ํ
็
์
ี
้
- นักเรยนเหนความสาคัญและบอกประโยชนของการซ่อมแซมเส้อผาได ้
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
- นักเรยนซ่อมแซมเส้อผาของตนเองและครอบครวได้
ั
้
ี
ื
1.3 หัวขอและเน้อ (Range)
้
ื
้
้
ื
้
- การซ่อมแซมเส้อผาดวย (1) การเนา (2) การสอย และ (3) การดน
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
้
ู
์
่
ุ
ุ
ํ
ี
ํ
ี
ํ
้
ื
- ครนาเส้อผาตัวอย่างทชารดในส่วนต่างๆใหนักเรยนรวมกันวิเคราะหรอยชารดว่าควรใช ้
่
ี
วิธการซ่อมแซมโดยวิธใด
ี
1.5 เวลา (Time)
- 3 คาบ 50 นาที
2. การวดและประเมินผล
ั
- ชิ้นงาน (ผลงาน)
ํ
่
- มอบหมายงานในกลุมย่อยและนาเสนอ
้
3. การสรางบรรยากาศ [LIKE]
ู
ํ
ี
่
ื
้
ี
- ครใหนักเรยนดู วดโอคลิปเกยวกับเส้อผาทใชในชีวิตประจาวัน (ชุดทางาน ชุดนักเรียน
้
้
ํ
่
ิ
ี
ี
้
ชุดอยูบาน ชุดนอน)
่
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
ี
ิ
ํ
- แบ่งนักเรยนเปนกลุมๆละ 5 คนเพอศึกษาและรวมอภปรายลักษณะการชารดของเส้อผา
ื
ุ
่
่
ื
่
้
็
ทใชในชวิตประจาวัน เช่น ชายกระโปรงหลุด กระโปรงซิปแตก เส้อตะเข็บขางขาด
้
ี่
ื
ํ
้
ี
์
ิ
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ี
- นักเรยนศึกษาใบความร ้ ู
440
ิ
ิ
ู
- ครอธบายและสาธตการซ่อมแซมโดยวิธการเนา การสอย การดน
ี
้
ื
ิ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ี
่
้
ั
ี่
ื
ิ
- นักเรยนลงมอปฏบัติตามชิ้นงานทไดรบในแต่ละกลุม
ื
ู
้
่
ุ
ี
้
่
ิ
้
ํ
ั
ํ
- ครใหคาแนะนาตามกลุมเพอปรบปรงแกไขจนนักเรยนสามารถปฏบัติไดตาม
วัตถุประสงค ์
ี
ี
- นักเรยนนาผลงานชิ้นท 2 มาเปรยบเทยบกับชิ้นงานแรกว่ามการพัฒนาขึ้น
่
ี
ี
ี
ํ
้
ั
้
ื
ิ
ี่
ี
้
ํ
ื่
ื
ํ
ี
- นักเรยนนาเส้อผามาในคร้งต่อไปและใหนักเรยนซ่อมแซมเพอนาเส้อผาทซ่อมแซมไปบรจาค
่
่
ี
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
5.1 Reflect
ี
ู
้
ื
่
ี
้
ี
้
ื
ี
- นักเรยนรอะไรบาง จากการเรยนเรองการซ่อมแซมเส้อผา นักเรยนตองการเรยนอะไร
้
เพิ่มเติมบาง?
้
5.2 Connect
ี
ื่
ี่
ี
ี
- นักเรยนคิดว่า เน้อทเรยนน้จะเกดคุณค่าพระวรสารในเรองความเรยนง่ายอย่างไร?
ิ
ี
ื
5.3 Apply
- นักเรยนสามารถนาความรทไดรบไปปรบใชในชวิตประจาวันอย่างไร?
ี
้
ํ
ํ
ี
ี
ู
้
ั
้
่
ั
ี
่
6. สอการเรยนการสอน
ื
้
- ใบความร ู
ี
- วดโอคลิป
ิ
- ตัวอย่างเส้อผาทชารด
ํ
่
ุ
ื
้
ี
441
สาระการเรยนรู้ คอมพิวเตอร์ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5
ี
่
ี
หนวยการเรยนรู้ การใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoin (การสร้างงานนําเสนอเบื้องต้น)
ออกแบบโดย ครูอารีรัตน แกวภา โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ
์
้
วันท่ ี 23 มกราคม 2016
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
- นักเรยนสรางงานนาเสนอดวยโปรแกรม PowerPoint ได้
้
ี
ํ
้
- นักเรยนมทักษะในการประยุกต์ใชงานโปรแกรม PowerPoint กับวิชาเรยนอนๆได ้
้
ี
ี
ื่
ี
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ํ
็
้
็
ี
่
้
ํ
- โปรแกรม PowerPoint เปนโปรแกรมทใชไดง่ายในการนาเสนอ ใชกันอย่างแพรหลาย
่
้
็
ื่
้
และจาเปนต่อการนาไปประยุกต์ใชงานวิชาอน
ํ
ํ
้
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
์
- ส่วนประกอบของโปรแกรม PowerPoint - ประโยชนของโปรแกรม PowerPoint และ
้
้
ํ
- การสราง Slide และการใช Template การนาไประยุกตใชงาน
์
้
ํ
- การแทรกภาพและขอความ - การนาเสนองาน และการ Save งาน
้
้
- การใช Animation
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]
่
้
็
้
่
- ครูใชเกมทสรางดวยโปรแกรม PowerPoint เปนเกมจับคูภาพ Icon ของโปรแกรม
้
ี
ู
ํ
้
Microsoft Office จากนั้นครตั้งคาถามว่า จากเกมข้างนักเรยนทราบหรอไม่ว่าครใชโปรแกรมใด
ู
ี
ื
ในการสรางเกมน้ ี
้
1.5 เวลา (Time) - 2 คาบ
2. การประเมินและวดผล
ั
- แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรยน
ี
- แบบประเมินผลงานของตนเอง เพอน และคร ู
ื่
3. การสรางบรรยากาศ
้
ื
ํ
ี
ี
่
- ครใหนักเรยนทา Brain gym เพอเตรยมพรอมกอนการเรยน
่
้
้
ู
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
้
- ครูกาหนดสถานการณว่า หากนักเรยนคนหนึงตองการนําประวัติส่วนตัวและแฟ้มสะสม
ี
ํ
่
์
้
์
้
ี
้
ํ
ี
ผลงานไปใชในการนาเสนอในการประกวดนักเรยนดเด่น โดยกาหนดใหใชคอมพิวเตอรในการ
้
ํ
442
ํ
ี
้
ี
้
้
้
นําเสนอ นักเรยนคิดว่าโปรแกรมใดเหมาะสมทสุดจากขอกาหนดขางตน? ใหนักเรยนจับกลุม
ี
่
่
ี
ิ
อภปรายถกเถยงกัน
ู
- ครสุมคาตอบนักเรยนขึ้นมาวเคราะหรวมกับนักเรยน (หัวขอวเคราะห ขอด ขอเสยและ
ิ
ี
ี
์
ํ
่
้
่
ิ
้
์
ี
ี
้
์
ความสมเหตุสมผลในการเลอกใชโปรแกรมนั้นๆ) และจากนั้นใหแบ่งปนประสบการณของแต่
้
ั
ื
้
้
ื
ี
ละคนว่ารจักโปรแกรมน้หรอไม่? เคยใชงานหรอทราบประโยชนของโปรแกรมน้มากนอย
ื
ู
ี
้
์
้
เพียงใด?
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
ิ
ี
ื
ี
ู
ี่
ู
่
- ครใหนักเรยนจับคู Buddy เพอศึกษาบทเรยนทครไดจัดทาเปนคู่มอ เรอง “การใช้งาน
ื่
็
ํ
้
้
ื่
้
้
ื
ี
ี
ื
้
้
่
โปรแกรม PowerPoint” และใหนักเรยนทดลองใชตามคูมอทไดศึกษาและสามารถสบคน
่
ี
้
ู
็
่
เพิมเติมจาก Internet โดยมครเปนผูสังเกตการณและเปนผูอานวยความสะดวก (Facilitator)
็
ํ
์
้
้
ิ
้
- ครสุมนักเรยนออกมาสาธตการใชโปรแกรม PowerPoint ตามหัวขอทครกาหนด จากนั้น
ู
่
ํ
ู
ี
ี
่
ี่
ี
ื่
้
ิ
ี
่
ใหนักเรยนรวมกันตรวจสอบความถูกตองของวิธการทเพอนสาธต
้
ี
้
้
- ครสรปโดยการสาธตและบรรยายสั้นๆเกยวกับการสรางงานนาเสนอดวยโปรแกรม
ํ
ิ
ู
ุ
่
PowerPoint
้
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ...... เรอง .....
่
ื
ู
ี
ื
้
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ิ
ื
- ครใหแต่ละคนทางานนาเสนอดวยโปรแกรม PowerPoint เรองทนักเรยนสนใจโดยม ี
ํ
้
้
ํ
่
ี
ี
่
ู
ื
ิ
ี
ํ
่
ื
เงอนไขว่า สามารถนาความรนั้นๆไปประยุกตใชกับวชาเรยนอนได โดยสบคนขอมูลจาก
้
ื
ู
้
้
้
์
้
ื
่
้
้
Internet พรอมกับการเขยนอางองขอมูลใหถูกตอง
ิ
ี
้
้
้
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
ี
่
่
ี่
ื
ี
้
ี่
5.1 Reflect - นักเรยนมขอสงสัยหรอเรองทตองการทราบเพิ่มเติมเกยวกับโปรแกรมน้หรอไม่?
ื่
้
ี
ื
ี
อย่างไร?
่
ี
ี
ื
้
ี
5.2 Connect - จากเน้อหาในคาบเรยนน้มความเกยวขอกับเน้อหาในคาบเรยนอนหรอไม่?
ื
ี
ื
่
ี
ื
อย่างไร?
ี่
ื
ี
ี
ั
ี
ํ
ี
ี
้
5.3 Apply - นักเรยนจะนาเน้อหาทเรยนในคาบเรยนน้ไปปรบใชในชวิตนักเรยนอย่างไร?
ี
6. สอการเรยนการสอน
่
ื
ี
- PowerPoint
ื
้
ํ
่
- คูมอการสรางงานนาเสนอดวยโปรแกรม PowerPoint
้
- Internet
443
สาระการเรยนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6
ี
หนวยการเรยนรู้ การใส่รูปภาพบน PowerPoint
ี
่
์
ออกแบบโดย ครูพิศิษฐ พัชรจิรบูลย ์ โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
วันท่ ี 12 มนาคม 2016
ี
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ู
ี
- นักเรยนสามารถใส่รปภาพบน PowerPoint ได้
ู
- นักเรยนจัดการรปภาพบน PowerPoint ได้
ี
้
- นักเรยนนาความรการใส่รปภาพบน PowerPoint ไปประยุกต์ใชในงานอนๆ ได ้
ื่
ี
ํ
ู
้
ู
ํ
็
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
้
่
ื
ํ
ู
ํ
้
้
- การใชรปภาพประกอบในงานนาเสนอดวย PowerPoint จะทาใหงานน่าสนใจและสอ
้
ี
ความหมายไดดขึ้น
ื
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- ขั้นตอน/ วิธการใส่รปภาพบน PowerPoint
ู
ี
้
่
ู
ี
- การจัดการรปภาพบน PowerPoint (การเปลยน ขยาย ยาย ลบ)
์
ื
- คุณค่าพระวรสาร “ความซอสัตย”
่
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
ู
ํ
- ครใหนักเรยนดูตัวอย่างงานนาเสนอทสรางโดยโปรแกรม PowerPoint 2 แบบ แบบท ี ่
่
้
ี
ี
้
็
ี่
ู
้
็
ี
หนึ่งเปนขอความอย่างเดียว แบบทสองเปนรปภาพประกอบขอความ คําถาม นักเรยนชอบแบบ
้
ใดมากกว่า
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล
ั
- สังเกตพฤติกรรมการปฏบัติ
ิ
- ชิ้นงาน
3. การสรางบรรยากาศ
้
- Brain Gym
- ดูตัวอย่างงานนาเสนอทสรางโดยโปรแกรม PowerPoint
่
ี
ํ
้
444
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
้
์
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
- ครูใหสถานการณถานักเรยนตองการทางานนาเสนอดวย PowerPoint เรอง สัตวเล้ยง
้
่
้
ํ
้
ํ
ี
ื
้
์
ี
์
้
้
ี
ํ
ํ
่
ของฉัน ในงานนาเสนอควรประกอบดวยอะไรบาง? สุมนักเรยน ตอบคาถาม
ี
ํ
- ถาจะใหชิ้นงานน่าสนใจ นักเรยนควรทาอย่างไร?
้
้
้
ู
ี
้
่
้
- ถาตองการรปภาพ สามารถหาไดจากทใดได ้
้
ี
ู
- ใหนักเรยนทดลองหาวิธการใส่รปภาพดวยตนเอง
ี
้
ิ
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
้
้
ื่
ี
ู
ี
่
- ครูใหนักเรยนจับคูดูวิดีโอคลิป เรอง การใส่รปภาพลงใน PowerPoint ความยาวหานาท
ํ
ี
้
้
่
ี
- ใหนักเรยนทดลองทาตาม สังเกตผล สุมงานนักเรยนบางคู นาเสนอหนาชั้น ใหนักเรียน
้
ํ
่
ิ
่
รวมอภปราย
ี
้
ิ
้
ิ
ํ
็
์
ื
- ครถามนักเรยนเรอง การนาภาพจากอนเทอรเนตมาใช มขอควรระวังและควรปฏบัติ
่
ี
ู
อย่างไร?
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ิ
์
ํ
ี
้
ํ
็
ี
้
- ใหนักเรยนทางานจนเสรจสมบูรณ นาเสนอหนาชั้นเรยน
ู
ี
่
- ครนักเรยนรวมอภปราย
ิ
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
ี
่
5.1 Reflect
ี
ํ
็
- นักเรยนคิดว่าการใชรปภาพประกอบมความจาเปนอย่างไร?
ี
ู
้
5.2 Connect
- การนาภาพจากอนเทอรเน็ตมาใช ควรปฏบัติอย่างไรจึงจะถูกหลักจรยธรรม?
้
ิ
ิ
์
ํ
ิ
5.3 Apply
ู
ํ
ี
้
้
้
- นักเรยนสามารถนาความรไปปรบใชอย่างไรไดบาง?
ั
้
ี
่
6. สอการเรยนการสอน
ื
์
- คอมพิวเตอรและโปรแกรม PowerPoint
ู
ื่
ี
- วดโอคลิป เรอง การใส่รปภาพลงใน PowerPoint
ิ
445
สาระการเรยนรู้ การออกแบบและเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6
ี
ี
หนวยการเรยนรู้ 1) การจัดการเทคโนโลยีแบบยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด
่
ั
ออกแบบโดย ครูวระพจน์ รตนรตน์ โรงเรียน ดรุณาราชบุรี
ั
ี
วันท่ ี 15 พฤศจิกายน 2014
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]
ี
- นักเรยนมความรความเกยวกับพลังงานสะอาด
้
ู
่
ี
ี
- นักเรยนสามารถเลอกใชพลังงานสะอาดอย่างเหมาะสม
้
ี
ื
ี
ี
- นักเรยนมทักษะในการสรางนวัตกรรม Green Mech
้
ี
ี
ื
้
็
ั
์
ี่
้
- นักเรยนสามารถมประสบการณทไดรบบนพ้นฐานของคุณค่าพระวรสารดานความเปนหนึ่ง
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
๊
ื
ํ
ี
้
ี
- พลังงานสิ้นเปลอง เช่น น้ามัน แกส กาลังจะหมดไป ดังนั้น พลังงานสะอาดทใชไม่มวัน
ํ
่
หมดจะถูกนามาทดแทน
ํ
ั
้
ํ
็
ื
ี
ํ
่
ิ
- ทักษะในการนาพลังงานสะอาดมาใชในครวเรอนมความจาเปนยง สามารถ
ออกแบบสรางไดดวยตนเอง
้
้
้
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
- ความหมายของพลังงานสะอาด
- ชนิดของพลังงานสะอาด
ื
- หลักการจัดการเทคโนโลยแบบยั่งยนดวยพลังงานสะอาด
ี
้
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
ี
- นักเรยนเดิน ชม เล่น นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย ลม น้า นอกหองเรยน
้
์
ี
ํ
1.5 เวลา (Time)
- 4 คาบ
2. การประเมินและผล
- ผลงานนวัตกรรมของนักเรยน
ี
- แบบทดสอบปรนัย
้
3. การสรางบรรยากาศ
็
- จับมอเปนวงกลมครและนักเรยน แลวใหทุกคนพูดต่อๆ ไปว่า “หนึ่งเดียวใจเดียว”
้
ี
ู
้
ื
446
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
์
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
- แบ่งนักเรยนเปน 2 กลุม คอ กลุม A สิ้นเปลอง และกลุม B ไม่มวันหมด ใหกลุม A เขียน
่
ื
ี
็
่
ื
ี
้
่
่
่
ื
ํ
้
ี
้
ขอดีของพลังงานสิ้นเปลอง และขอเสยของพลังงานทดแทน ใหกลุม B ทากลับกัน
้
ิ
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
์
้
- บรรยายโดยใชโปรแกรม PowerPoint หัวข้อ
1) พลังงานสะอาด
ํ
2) น้ามัน
ี
่
ื
ื
้
้
- ใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง ......
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ิ
- จัดกลุมเสนอนวัตกรรม Green Mech
่
- ใหดูภาพการแข่งขันระดับนานาชาติ ขณะนักเรยนปฏบัติการบันทึกขอมูลทพบใหม่ แลว
ี
้
ิ
ี่
้
้
้
ํ
ี
ั
นามาปรบปรงงานใหดขึ้น
ุ
่
ี
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
5.1 Reflect
้
ี
ิ
- ใหนักเรยนอธบายและบอกชนิดของพลังงานสะอาด
5.2 Connect
้
้
้
้
ู
- นักเรยนจะนาความร เรือง พลังงานสะอาดไปใชในวิชาใดไดบาง?
ี
ํ
่
5.3 Apply
่
ี
ี
- มกลุมคน 3 กลุม คือ คนพิการแขนขา คนพิการทางสายตา คนพิการทางสมอง นักเรยน
่
้
คิดว่า จะสรางนวัตกรรมพลังงานสะอาดช่วยคนกลุมใด เพราะอะไร?
่
ื
ี
6. สอการเรยนการสอน
่
- หนังสอการออกแบบและเทคโนโลย 2.4-2.6 สสวท.
ี
ื
์
- อุปกรณนวัตกรรม Green Mech
- โปรแกรม PowerPoint
- วดิโอการแข่งขัน Green Mech ระดับนานาชาติ
ี
447
่
ี
ี
ี
ี
ี
สาระการเรยนรู้ การงานอาชพและเทคโนโลย ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 6
ั
หนวยการเรยนรู้ 2) การออกแบบแฟ้มสะสมผลงาน
ี
่
ออกแบบโดย ครูศกดิ์ชย บญทองดี โรงเรียน อัสสัมชัญคอนแวนต์ กรุงเทพฯ
ั
ุ
ั
วันท่ ี 4 ตุลาคม 2014
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ี
- นักเรยนเขาใจและสามารถออกแบบแฟ้มสะสมผลงานทถูกตองและสวยงาม
้
่
้
ี
้
ี
ั
- นักเรยนรบการพัฒนาการออกแบบแฟ้มสะสมผลงานโดยการใชโปรแกรม Illustrator ได้
ี
้
้
ี
้
- นักเรยนเขาใจคุณค่าพระวรสารดานความเคารพ/ ศักดิ์ศร และดานการงาน
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
ี
ี
้
- แฟ้มสะสมผลงานของนักเรยนสามารถทาใหนักเรยนเห็นการพัฒนาตนเองและนามาซึ่ง
ํ
ํ
ี
ี
ี
ี
ความภูมิใจในชวิตนักเรยนตลอดระยะเวลาการเรยน 6 ปในระดับมัธยมศึกษา
ิ
้
้
ื
ี
- การออกแบบแฟ้มท่สวยงามและสรางสรรค จะทําใหผูอ่นเกดความประทับใจในตัวเรา
์
้
ี
และส่งผลดต่อการสอบสัมภาษณเขามหาวิทยาลัย
้
์
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
ื
ํ
- หลักการออกแบบแฟ้มสะสมผลงานผ่านโปรแกรม Illustrator จานวน 5 หน้าขึ้นไป
1.4 การสรางความสนใจ (Interest) [LIKE]
้
้
ี
ํ
้
้
ี
ํ
ึ
- ตั้งคาถามถงความสาคัญว่า ทาไมนักเรยนจึงตองมแฟ้มสะสมผลงาน? ใครบางตองม ี
ํ
แฟ้มสะสมผลงาน?
่
ื
้
- ถาทุกคนมแฟ้มสะสมผลงานหนาตาเหมอนกันหมด จะทาใหการสอบสัมภาษณเพอเขา
ื
ี
้
์
้
้
ํ
้
้
ี่
ี
ื
มหาวิทยาลัยไดดีกว่าหรอถามแฟ้มสะสมผลงานทสวยและสรางสรรค์จะดีกว่าไหม? อย่างไร?
้
ํ
ี
- เล่ากรณตัวอย่างของนักเรยนบางคน ททาแฟ้มสะสมผลงานแลวการเรยนต่อไปเขา
ี
ี
ี
่
้
่
เปลยนไปอย่างไร?
ี
1.5 เวลา (Time)
็
้
- ใชเวลา 7 คาบ แบ่งเปน ความรเน้อหา 2 คาบ ปฏบัติ 5 คาบ
้
ื
ิ
ู
2. การประเมินและวดผล
ั
ิ
ั
็
้
่
- วัดจากผลงาน Final ทเสรจแลว/ วัดจากกระบวนการสรางแฟ้มสะสมผลงานภาคปฏบัติ 5 คร้ง
ี
้
้
- วัดจากแบบสอบถามว่า “นักเรยนไดรบขอคิดอะไรจากการสรางแฟ้มสะสมผลงาน”
้
ั
ี
้
448
3. การสรางบรรยากาศ
้
ิ
ี
้
ี
ู
- ครเล่าประวัติและประสบการณชวตในวัยเรยนใหนักเรยนฟงโดยใชภาพสมัยอดตมา
์
ี
้
ี
ั
ประกอบผ่าน Projector
- ครโยงเขาสูแฟ้มสะสมผลงานว่าจาเปน สาคัญอย่างไร?
้
ํ
่
็
ู
ํ
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
้
4.1 การสรางประสบการณ (See)
ี
้
์
ํ
ํ
ี
- ครใหนักเรยนรวมกจกรรมคนหาชวิตบุคคลสาคัญผ่านบัตรคําและการดภาพโดยลาดับ
ิ
่
้
ู
ํ
ี
ขั้นตอนชวิตวัยเรยนและวัยทางานของเขา
ี
็
้
ื
ิ
ํ
้
ี
ี
- ครถามนักเรยนเมอกจกรรมเสรจสิ้นแลว เช่น ถาเปนชวิตนักเรยนจะทาอย่างไร?
็
ู
่
ี
์
ิ
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
้
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง ......และทาบันทึกย่อ
ี
้
ื
ู
ํ
ื
่
- ครสอนเน้อหา องค์ประกอบและขั้นตอนการออกแบบแกนักเรยน
ู
ี
ื
่
ํ
ี
ี
ี
ิ
่
ึ
ู
ี
ั
- ครฝกใหนักเรยนเรยงลาดับชวิตตนเองโดยเรมจากอดตมาสูปจจุบัน
้
่
ี
ี
้
ิ
ี
้
่
่
ู
- ครถามนักเรยนว่า มใครบางทพลาดกจกรรมบางอย่าง แลววันน้เสยดายทไม่ไดทา ครู
ี
ํ
ี
้
ี
้
เสนอว่าอนาคตเรายังมเวลาแกตัวได?
้
ี
้
ี
้
้
ํ
้
- ครใหนักเรยนดูภาพรวมของชีวิตแลวตั้งคาถามว่า ใครภูมิใจในชวตของตนเองบาง ถาม ี
ิ
ี
ู
ํ
้
โอกาสแกตัวจะทาอย่างไร?
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ิ
ื
ี
่
ี
ิ
ํ
- นักเรยนเรมหาภาพรางวัลและกจกรรมทผ่านมาเพอเรยงลาดับชวต ในการออกแบบ
ิ
่
ื
ี
ี
ิ
่
แฟ้มสะสมผลงาน (1-2 คาบ)
ึ
ี
้
้
้
- นักเรยนฝกการใช Program Illustrator ออกแบบใหสวยงามและสรางสรรค (3-4)/
์
ี
นักเรยนสามารถพัฒนาผลงานตนเองจากตัวอย่างผลงานใน website ต่างประเทศ
- ให้ Website ต่างประเทศทออกแบบแฟ้มสะสมผลงานทสวยงาม (5-6)/ นักเรียนพบ
ี
่
่
ี
้
ิ
ั
ปญหาอะไรระหว่างการปฏบัติงาน จะแกไขอย่างไร?
้
ี
ิ
- ครเปดโอกาสใหนักเรยนบางคนท่ทาจาก Program อนได้ (3-4)/ ใหเพอนชมผลงานการ
ู
้
ื
่
ื
ํ
ี
่
็
่
่
่
้
ี
ื
้
ี
้
่
ออกแบบโดยจับคูกันพรอมใหแสดงความคิดเหน/ เพอนคนใดทถนัด Program น้อยูแลว
ื
่
่
สามารถช่วยเพอนๆ ทยังชาได ้
้
ี
449
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
ี
่
5.1 Reflect
ี
ี
- นักเรยนไดขอคิดอะไรจากกจกรรมน้?
ิ
้
้
5.2 Connect
ํ
ี
ื่
้
ื
้
- นักเรยนสามารถนาทักษะการออกแบบน้ไปใชกับสิ่งใดบางหรอสาระอนๆได้บาง?
ี
้
5.3 Apply
ี
์
้
ั
ํ
ี
- นักเรยนจะนาแฟ้มน้ไปใช้ประโยชนอะไรบางในปจจุบันและอนาคต?
6. สอการเรยนการสอน
ี
ื
่
้
์
- คลิปการสอบสัมภาษณเขามหาวิทยาลัยโดยใชแฟ้มสะสมผลงานท่ผ่านการออกแบบท ี ่
้
ี
น่าสนใจ
- ผลงานตัวอย่างแฟ้มสะสมผลงานทสวยงามและสรางสรรค ์
่
ี
้
ู
ิ
- ภาพกจกรรมของครในอดีต
450
สาระการเรยนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6
ี
หนวยการเรยนรู้ 3) การสร้างเว็บไซต์ ด้วยโปรแกรม Google Sites
ี
่
้
ี
ออกแบบโดย ครูรศม เทพแกว โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
ั
ี
วันท่ ี 12 มนาคม 2016
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
- นักเรยนสามารถสรางเว็บไซตได ้
ี
์
้
ื่
ี
- นักเรยนมทักษะในการประยุกต์ใชงานกับอาชพอนๆ ได ้
ี
้
ี
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ํ
็
ั
ํ
้
้
้
ี
็
- ปจจุบันอาชพขายสินคา Online จาเปนตองสรางเว็บไซต์เปนของตนเอง
็
้
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
- การสรางหนาเว็บและการใชแม่แบบ (Template)
้
้
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
ิ
้
์
้
็
็
ู
- ครเปดเวบไซต “รานขายผลไม” ใหดู แลวตั้งคาถาม “เวบฯ สวยไหม?” “นักเรยนเหน
้
็
ี
ํ
็
ื
ํ
แลวอยากทาเปนไหม?” “น่าซ้อไหม?”
้
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ
ั
2. การประเมินและวดผล
- การตอบคาถาม
ํ
- ผลงานของนักเรยน
ี
3. การสรางบรรยากาศ
้
- เว็บไซตทสวยงาม
่
์
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
้
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
้
์
ู
ํ
- ครกาหนดสถานการณ โดยสมมุติใหนักเรยนแบ่งกลุม 5-6 คน เลอกขายสินคา 1 ชิ้น
้
ี
ื
่
สบค้นจากอินเทอรเน็ต โดยกาหนดใหใชโปรแกรมในคอมพิวเตอรสร้าง
์
ื
์
ํ
้
้
ี
- นักเรยนคิดว่าโปรแกรมใดเหมาะสมทสุด
ี่
่
ี
้
้
ี
ี
้
ํ
่
- ครสุมคาตอบบางกลุม ขึ้นมาวเคราะหรวมกับนักเรยน (ขอด-ขอเสย) เหตุผลทใช แล้ว
ู
่
่
ี
์
ิ
ั
แบ่งปนประสบการณ ์
- นักเรยนและครูร่วมกันสรุป
ี
451
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ิ
์
ู
้
- ครใหอ่านคูมอการใชโปรแกรม Google Sites
่
ื
้
้
- ครใหนักเรยนทดลองปฎบัติตามคูมอ สามารถสบคนจาก World Wide Web (“www”)
ิ
่
ี
ื
้
ู
ื
โดยครคอยช้แนะ
ี
ู
่
ี
ู
้
์
ี
ํ
่
ิ
้
- ครสุมนักเรยนออกมาสาธตการสรางเว็บไซต ตามหัวขอทกาหนด
์
ิ
่
ี
ุ
้
- ครสรปโดยการสาธตและบรรยายสั้นๆ เกยวกับการสรางเว็บไซต
ู
ิ
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ี
้
- ใหนักเรยนแบ่งกลุมออกเป็น 4 กลุม กลุมละ 5-6 คน แลวลงมอสรางเวบไซตดวย
่
่
่
้
ื
็
้
์
้
ํ
ื่
ี
้
ู
Google Sites โดยมเงอนไขว่า สามารถนาความรไปประยุกต์ใชกับอาชพอนๆ ในอนาตตได
้
้
ื่
ี
ี
- นักเรยนกลับมานาเสนอผลงาน
ํ
้
้
- ใหเพอนวิจารณว่า สินคาของนักเรยนน่าซ้อหรือไม่?
ี
ื
ื่
์
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
่
ี
5.1 Reflect
ี
ี
้
ี่
ี
ื
ื่
ื
- นักเรยนมขอสงสัยหรอเรองทตองการทราบเพิ่มเติมเกยวกับโปรแกรมน้หรอไม่ อย่างไร?
ี่
้
5.2 Connect
่
ี
ี
ื
้
้
ี
่
้
ื
- จากสินคาทนักเรยนสรางในคาบเรยนน้ มความเกยวของกับอาชพอนๆ หรอไม่ อย่างไร?
ี
ี
่
ี
ี
5.3 Apply
- นักเรยนตั้งใจทจะนาผลงานทสรางในคาบเรยนน้ ไปปรบใชในชวิตของนักเรยนอย่างไร?
้
้
ี
ี่
ํ
ี
ี
ี่
ี
ี
ั
ี
6. สอการเรยนการสอน
ื
่
์
่
- คูมอการสรางเว็บไซต ดวยโปรแกรม Google Sites
ื
้
้
้
้
- Website “รายขายผลไม”
- อินเทอรเน็ต
์
452
บทที่ 8
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพละศึกษา
พละศึกษา
ประถม 1 การเดินทรงตัว 454
ื่
่
ประถม 2 การเคลอนไหวรางกาย 456
ื่
ื่
ื
ื่
้
ื่
มัธยม 3 การเคลอนไหว เรอง เกมเพอสรางการเคลอนขั้นไหวพ้นฐาน 458
ุ
สขศึกษา
มัธยม 1 หลักการเลอกอาหารทเหมาะสมกับวัยรน 460
ุ่
ี่
ื
มัธยม 5 อาหารหลัก 5 หมู ่ 462
453
สาระการเรยนรู้ สุขศึกษาและพละศึกษา ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1
ี
หนวยการเรยนรู้ การเดินทรงตัว
่
ี
ออกแบบโดย ครูสมพิศ ราวศร ี โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ
ี
วันท่ ี 11 ตุลาคม 2014
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
- เพอใหนักเรยนเกดทักษะการทรงตัวการนาเสนอบทเรยน
่
ื
ํ
ี
ิ
้
ี
็
1.2 ความจาเปน (Needs)
ํ
- นักเรยนสามารถเดินไดอย่างสง่าผ่าเผย
ี
้
้
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
ื
่
้
้
- ฝกการทรงตัวเพอใหเด็กควบคุมทักษะดานรางกายใหสมดุลในการเดินและการวิง
่
่
ึ
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
ี
้
ื
็
- นักเรยนคนไหนอยากเปนนางสาวไทย หรอนางแบบ บางไหม?
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ (50 นาที)
2. การประเมินและวดผล
ั
- จดบันทึกการพัฒนาการของนักเรยน
ี
่
ิ
ี
ึ
- สังเกตการฝกปฏบัติของนักเรยนทั้ง 3 กลุม
- ทดสอบ
3. การสรางบรรยากาศ
้
้
- นักเรยนเล่นเกมโยคะตนไม เกม A-E-I-O-U และเกมหยุดตามคําสั่ง
ี
้
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
้
์
4.1 การสรางประสบการณ (See)
้
้
- นักเรยนเล่นเกมโยคะตนไม เกม A-E-I-O-U และเกมหยุดตามคําสั่ง
ี
- นักเรยนขาดทักษะในการทรงตัวหรอไม่?
ี
ื
้
ก) สังเกตจากกจกรรมสรางบรรยากาศ
ิ
ํ
้
ํ
ข) สังเกตการทรงตัวนักเรยน บางคนยังทรงตัวไม่ได > ทาซ้า
ี
ค) แบ่งนักเรยนออกเปน 3 กลุม
ี
่
็
ี
่
- กลุมท 1 ทรงตัวด ี
่
- กลุมท 2 พอใช้
่
ี
่
454
ี
่
- กลุมท 3 ปรบปรง
ุ
ั
่
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ิ
ี
้
ู
้
ี
่
ํ
่
ื
้
ิ
- แนะนาวิธและใหความร เพอเสรมทักษะใหกับนักเรยน ทั้ง 3 กลุม
ี
ก) กลุมท 1 ทรงตัวด ี
่
่
ิ
- กจกรรมเดินคานทรงตัวในระดับ 30 ซม.
้
ิ
ื
- กจกรรมเดินคานทรงตัวพรอมหนังสอทูนศีรษะ
่
่
ข) กลุมท 2 พอใช้
ี
- เดินไต่เสนบนพ้นและเชอก
ื
้
ื
- เดินคานทรงในระดับ 10 ซม.
ี
ุ
ั
่
่
ค) กลุมท 3 ปรบปรง
้
ื
้
- เดินบนเสน เดินต่อเทา เดินหนังสอทูนศีรษะ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ื
ิ
ิ
- นักเรยนฝกปฏบัติ ตามกจกรรมกลุมของนักเรยนทไดรบมอบหมาย
ี
้
ั
่
ี
่
ึ
ิ
ี
ึ
ี
- นักเรยนฝกซ้ากจกรรม เพอใหเกดความชานาญ
ื
่
ิ
ํ
้
ํ
ิ
่
ี
ี
้
ื
่
- สังเกตการพัฒนาการของนักเรยนและเพิมทักษะทสูงขึ้น เพอทาทายความสามารถของ
่
นักเรยน
ี
ี
ู
้
้
ึ
้
ื่
- ในขั้นตอนการฝกและทดสอบการทรงตัวเมอนักเรยนปฏบัติไดถูกตองแลวครกล่าวชนชม
ิ
ื่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
ี
่
่
5.1 Reflect
ี
่
ู
้
้
้
- นักเรยนไดเรยนรอะไรบางในการเดินทรงตัวและรสึกอย่างไร? (นักเรยนรวมกันสนทนา
ู
ี
้
ี
ี
้
้
่
ู
ื
และซักถามความร ความเขาใจ เกยวกับเน้อหา)
5.2 Connect
ี
่
- ทักษะการเดินทรงตัวเกยวของกับการออกกาลังกายอย่างไร?
ํ
้
5.3 Apply
ํ
- นักเรยนจะนาทักษะการเดินทรงตัวไปใชประโยชนอะไรในชวตประจาวันบาง?
ิ
์
้
ํ
ี
ี
้
6. สอการเรียนการสอน
ื่
- คานทรงตัว
- หนังสอ
ื
- เชือก
455
ี
สาระการเรยนรู้ พลศึกษา ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2
หนวยการเรยนรู้ การเคลื่อนไหวร่างกาย
ี
่
์
ุ
ุ
่
ุ
ออกแบบโดย ครูกลมสาระสขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ
วันท่ ี 11 มีนาคม 2016
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
่
ี่
- นักเรยนสามารถทรงตัวขณะอยูกับทและเคลอนทได ้
ี่
ี
ื่
ํ
ื
ี
- นักเรยนสามารถนาทักษะการเคลอนทมาผสมผสานไดอย่างถูกตอง
ี
้
้
่
่
็
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ื
ื
่
ื
ี
ี
้
่
็
- การเคลอนไหวเปนทักษะพ้นฐานของกฬาทุกประเภท ถาเรามทักษะการเคลอนไหวท ่ ี
้
ื
ถูกตองจะช่วยป้องกันหรอลดการบาดเจ็บได ้
้
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
่
ื
ิ
ิ
- ทักษะการเคล่อนไหวเพอสรางเสรมสุขภาพ (การทรงตัว การเดิน การว่ง การกระโดด
ื
้
สไลด ฮอบ และสคิป)
์
๊
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
ี
- นักเรยนเล่นเกมจับปลาไหล
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล
ั
ี
็
- จดบันทึกการพัฒนาการของนักเรยนเปนระยะๆ
- สังเกตการฝกปฏบัติของนักเรยน
ิ
ึ
ี
- ทดสอบ
3. การสรางบรรยากาศ
้
- เกมจับปลาไหล และเกมเดินแบบ
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
์
ี
- ครนานักเรยนเล่นเกมเดินแบบ
ํ
ู
้
ี
ู
ํ
ิ
- ครตั้งคาถามว่า กจกรรมดังกล่าวมการเคลอนไหวลักษณะใดบาง
่
ื
้
้
ี
- นักเรยนแสดงความคิดเหนจากการเล่นเกมเดินแบบว่ามการเคลอนไหวในลักษณะใดไดอกบาง
็
่
ื
ี
ี
456
์
ิ
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
- ครูอธบายถงทักษะการเคลอนไหวพ้นฐานเบ้องตน
ื
้
ื
่
ื
ิ
ึ
่
์
ื
- การยน การเดิน การวิง การกระโดด การสไลด การฮอบ การสคิป และการทรงตัว
๊
่
ึ
ี
่
่
- นักเรยนจะแบ่งกลุม 4 กลุมเพอฝกทักษะการเคลอนไหว
ื
ื
่
้
ื่
ู
ํ
- ใหนักเรยนนาเสนอทักษะการเคลอนไหวในรปแบบของการเล่นเกมและกฬา
ี
ี
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ิ
ื
ี
่
ึ
- ใหนักเรยนฝกการวิง การเดิน การกระโดด ฯลฯ จนเกดความชานาญ
ิ
ํ
้
ี
ี
่
ี
่
- นักเรยนเล่นเกมวิงเป้ยว กระต่ายขาเดยว กระรอกเปลยนโพรง
ี
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
่
ี
5.1 Reflect
ี
ู
ื่
้
ี
- นักเรยนไดเรยนรทักษะอะไรในเรองน้?
้
ี
้
ี
่
ู
- นักเรยนอยากเรยนรอะไรเพิมเติม?
ี
ํ
ี
้
ี
้
ั
- นักเรยนนาทักษะทไดรบไปใชในชวิตประจาวันไดอย่างไร?
ํ
้
ี่
5.2 Connect [LIKE]
ี
้
้
- นักเรยนคิดว่า การเรยนทักษะการเคลอนไหวนาไปใชในวิชาใดบาง? อย่างไร?
ํ
่
ื
ี
ํ
- ทาไมครจึงใหเรยนทักษะการเคลอนไหว? เพราะเหตุใด?
ื่
้
ี
ู
ี
้
- ทักษะในเรองน้นักเรยนสามารถนาไปใชในกฬาใดบาง?
ี
้
ื
่
ี
ํ
5.3 Apply
- การวิงช่วยพัฒนาการทางดานใด?
่
้
ี
ี
้
่
ื
- เมอนักเรยนเจอสัตวราย นักเรยนจะนาทักษะใดมาใช?
้
ํ
์
้
ี
- ถานักเรยนตองการความเขมแขงของกลามเน้อขา นักเรยนควรใชทักษะใดในการฝก?
้
้
ื
้
้
ี
็
ึ
6. สอการเรยนการสอน
่
ื
ี
้
- ชุดและรองเทากฬา
ี
457
สาระการเรยนรู้ สขศึกษาและพละศึกษา ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3
ุ
ี
หนวยการเรยนรู้ การเคลื่อนไหว เรื่อง เกมเพื่อสร้างการเคลื่อนขั้นไหวพื้นฐาน
ี
่
ออกแบบโดย ครูเรองโรจน ไพรวรรณ โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
ื
์
วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015
้
1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]
- เพอใหนักเรยนเลอกออกกาลังกายการเล่นเกมทเหมาะสม
่
ี
ี
ื
ํ
ื
่
้
้
้
- นักเรยนปฏบัติตามกฎ กติกาและขอตกลงของการเล่นเกมไดดวยตนเอง
ิ
้
ี
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
ํ
ิ
้
่
ี
้
- การเล่นเกมทถูกตอง ทาใหเกดความสนุกสนานเพลิดเพลิน
ํ
้
ิ
้
้
ู
ู
้
- รจักเคารพกฎ กติกา รแพ รชนะ รชนะ รอภัย เพอใหเกดความปลอดภัยในการเล่นเกม
้
่
ื
้
ู
ู
ู
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
้
ิ
- การเล่นเกมเสอกนวัว
ื
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
้
้
้
่
้
่
- ครใหนักเรยนจับกลุม 4 กลุมโดยการปรบมอ กลุมไหนเขาแถวเรยบรอยแลวใหนั่งลง
ู
่
ื
้
ี
ี
่
้
้
็
้
กลุมไหนเขาแถวเสรจชาออกมาเตนไกย่างถูกเผา
่
- นักเรยนจับกลุมเรยบรอยแลวครแจกใบความรใหนักเรยนศึกษาการเล่น เกมเสอกินวัว
้
ี
้
้
ู
ี
ู
ี
ื
้
่
และกฎกติกา
1.5 เวลา (Time) - 1 คาบ
2. การประเมินและวดผล
ั
้
ิ
ี
ื
- นักเรยนเล่นเกมเสอกนวัวไดถูกตอง
้
ิ
ี
ื
- นักเรยนอธบายการเล่นเกมเสอกนวัวและเล่นเกมไดถูกตองหรอไม่? อย่างไร?
้
้
ื
ิ
ู
่
้
้
ู
- ครสังเกตพฤติกรรม การใหความรวมมอ การเล่นเกมตามกฎกติกา รแพ รชนะ รอภัย ดาน
้
้
ู
้
ู
ื
้
ั
ใดทบกพรอง?ควรปรบปรงแกไขอย่างไร?
ี
่
้
ุ
่
3. การสรางบรรยากาศ
้
- รองเพลงประกอบท่าทาง (หากว่าเรากาลังสบายจงปรบมอพลัน.........)
ื
้
ํ
ู
ํ
ี
้
- ครและนักเรยนรองเพลงพรอมกันแลวทาท่าประกอบเพลง
้
้
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
้
- ใหนักเรยนจับกลุม
่
ี
้
458
ี
่
่
ื่
้
- ใหนักเรยนคิดชอกลุมในกลุมของตนเอง พรอมบอกเหตุผลประกอบ
้
- ใหนักเรยนอ่านใบความรเรอง วิธการเล่นเกมเสอกนวัว
้
ี
ี
ื
ิ
่
้
ู
ื
ี
ี
้
ื
ิ
ื
- ใหนักเรยนวางแผนก่อนเล่นเกมเสอกนวัว และวิธการเล่นเกมเสอกนวัว
ิ
ุ
้
่
ี
ั
ี
- นักเรยนคิดว่า ตนเองและกลุมของนักเรยนควรปรบปรงแกไขอย่างไร?
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ิ
ู
ื
ิ
ู
ิ
้
ิ
- ครอธบายความรและสาธตการเล่นเกมเสอกนวัว
ี
้
่
- ครตั้งคาถามใหนักเรยนรวมกันคิดและตอบ ดังน้ ี
ํ
ู
ี
ก) เหตุผลทเล่นเกมเสอกนวัว
ื
ิ
่
ข) ผลของการเล่นเกม
้
ค) ขอควรปรบปรงแกไข
ุ
ั
้
- ครและนักเรยนช่วยกันสรป พรอมยกตัวอย่างประกอบ
ุ
้
ู
ี
์
- สรุปการเล่นเกมตามกฎกติกา มประโยชนอย่างไร?
ี
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ิ
ื
้
ื
ิ
- ใหนักเรยนเล่นเกมเสอกนวัว
ี
ี
ิ
ี
้
- ใหนักเรยนรวมกันแสดงความคิดเหนเกยวกับการเล่นเกมเสอกนวัวว่า การเล่นเกมม ี
็
่
่
ื
์
ประโยชนอย่างไร?
ิ
- ใหนักเรยนสรปการเล่นเกมเสอกนวัวทถูกตอง มีประโยชน์และนําไปใชในการเรยน
้
ี
ุ
่
ื
้
ี
ี
้
์
้
ํ
ใดบาง? พรอมทั้งบอกใชวธการใดในการเล่น และทาใหเกดความคิดสร้างสรรคและประสบ
ิ
้
ี
ิ
้
้
ผลสาเรจในการเล่นเกมเสอกนวัว
ื
็
ิ
ํ
่
ิ
้
- ครอธบายเพิมเติม การเล่นเกมเสอกนวัวตามกฎกติกา หรอขอตกลง เพอช่วยในการ
ื
ื
ิ
่
ื
ู
ี
ั
ป้องกันการเกดปญหาความขัดแยงในกลุมของนักเรยน
่
ิ
้
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
่
่
ี
ิ
ิ
ื
่
ี
ี
5.1 Reflect - นักเรยนมความคิดเห็นอย่างไร จากพฤติกรรมทเกดขึ้นจากการเล่นเกมเสอกนวัว?
ี
ิ
่
้
ี
- นักเรยนไดข้อคิดอะไรบาง จากการเล่นเกมเสอกนวัวกับเพอน?
้
ื
ื
ํ
ิ
้
ี่
ี
ี
้
5.2 Connect - นักเรยนคิดว่า สิ่งทไดเรยนไปแลวทาใหนักเรยนไดเกดคุณธรรม จรยธรรมอะไรบาง?
้
ิ
ี
้
้
ํ
้
ื
- นักเรยนคิดว่า การเล่นเกมเสอกนวัวทาใหคิดถงคุณค่าพระวรสารขอใด? อย่างไร?
้
ี
ึ
ิ
้
ํ
ิ
ํ
ี
ิ
ั
ี
้
่
้
ู
ี่
ื
ื
5.3 Apply - นักเรยนสามารถนาความรทไดรบไปประยุกต์ใชในชวตประจาวันหรอวชาอนอย่างไร?
้
ี
- จากการเล่นเกมเสอกนวัวนักเรยนจะไดฝกฝนการมน้าใจเปนนักกฬาไดอย่างไร?
ี
้
ื
ํ
็
ึ
ี
ิ
ื
6. สอการเรยนการสอน
ี
่
ี
ื
- เส้อเอยมสเขยว = วัว (สัญลักษณ) - นกหวด
์
ี
๊
ี
ี
ื
๊
- เส้อเอียมสีแดง = เสือ (สัญลักษณ์)
459
ี
สาระการเรยนรู้ สขศึกษาและพละศึกษา ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1
ุ
หนวยการเรยนรู้ หลักการเลือกอาหารที่เหมาะสมกับวัยรุ่น
่
ี
ุ
ออกแบบโดย ครูอนชิต เย็นนะสา โรงเรียน ดรุณาราชบุรี
วันท่ ี 15 พฤศจิกายน 2014
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ี
ี
- นักเรยนสามารถอธบายหลักการเลอกรบประทานอาหารทเหมาะสมกับวัยรนได ้
ื
ั
่
่
ุ
ิ
ั
ั
์
่
ี
ุ
- นักเรยนสามารถวิเคราะหปญหาสุขภาพจากการรบประทานอาหารของวัยรนได ้
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
ํ
ี
ํ
ี
- อาหารมความจาเปนในการดํารงชวิต ดังนั้น การเลอกรบประทานอาหารใหเหมาะสม
ื
้
็
ั
่
์
ั
ิ
ื
ุ
้
ั
ั
่
่
ิ
กับวัยรน และการวเคราะหปญหาทเกดจากการรบประทานอาหารเพอไม่ใหเกดปญหาภาวะ
ี
ิ
็
โภชนาการ จึงมความจาเปนสาหรบวัยรน
ั
่
ุ
ํ
ํ
ี
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
้
่
ี
- หลักการเลอกอาหารทเหมาะสมกับวัย
ื
ิ
ิ
ั
่
ี
- ปญหาทเกดจากภาวะโภชนาการ (ภาวะขาดสารอาหารและภาวะโภชนาการเกน)
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
่
ี
ี
- ใหนักเรยนดูภาพอาหารทครนามา
ํ
ู
- ตั้งคาถามใหนักเรยน (1) บอกชออาหาร (2) สารอาหารหลักและประโยชนของอาหาร
์
ื
่
ี
ํ
้
่
(3) ความเหมาะสมของอาหารกับสุขภาพรางกายของตนเอง
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบเรยน
ี
ั
2. การประเมินและวดผล
ี่
่
- ใบงาน เรือง อาหารทเหมาะสมกับวัยรน
ุ่
3. การสรางบรรยากาศ
้
- ตามขอ 1.4
้
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
4.1 การสรางประสบการณ (See)
้
์
ี
้
่
้
- ใหนักเรยนจัดอาหารดวยตนเอง 1 วัน ใหเหมาะสมกับวัยและไม่เกดภาวะโภชนาการทีม ี
้
ิ
ผลต่อสุขภาพ นาเสนอในกลุม
ํ
่
460
ิ
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
- ครจัดอาหาร 1 วันทเหมาะสมกับวัยใหนักเรยนดู พรอมอธบาย
ี
้
ิ
ี
่
้
ู
้
่
้
ิ
ี
- ครจัดอาหารทเสยงต่อการเกดภาวะโภชนาการใหนักเรยนดู พรอมอธบาย
ี
ี
ิ
่
ู
ื
่
ี
ู
้
้
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง .....
ื
ื
ิ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
้
้
ี
้
- ใหนักเรยนจัดอาหารดวยตนเอง 1 วัน ใหเหมาะสมและไม่ใหเกดภาวะโภชนาการ พรอม
้
ิ
้
ู
ี
นาเสนอหนาชั้นเรยน ครนักเรยนรวมกันอภปรายสรปการจัดอาหารทเหมาะสมกับวัย
ี
่
ํ
ี
ุ
ิ
้
่
้
้
ี
- การบาน ใหนักเรยนจัดอาหารภายใน 1 สัปดาห ์
่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
ี
่
5.1 Reflect
ู
้
ี
้
ี
- นักเรยนไดเรยนรอะไร ในการเลอกรบประทานอาหารทเหมาะสมกับวัย?
ื
ี่
ั
- นักเรยนสนใจอาหารม้อใดเปนพิเศษ เพราะอะไร?
ี
ื
็
้
่
ู
้
้
ํ
ี
้
- นักเรยนไดเรยนรอะไรบางจากคาตอบขอ 2 ทีเขียนตอบ?
ี
5.2 Connect
่
ี
- การรบประทานอาหารในวันทผ่านมากับอาหารทครใหจัดในวันน้ เปนอย่างไร? เพราะ
ี
ั
่
็
ี
ู
้
อะไร?
ี
้
้
ํ
- นักเรยนคิดว่า อาหารทนักเรยนเลอกใหเหมาะสมกับวัย ทาใหคิดถึงหลักธรรมศาสนาขอ
ื
้
ี
ี่
ใด? อย่างไร?
- จากเรองโภชนบัญญัติ 9 ประการทผ่านมาในชัวโมงกอน นักเรยนสามารถนามาใชกับ
่
่
ี
่
ํ
้
ี
ื
่
้
ี
ี
ื
่
เน้อหาทเรยนไดอย่างไร?
5.3 Apply
้
ี
ี
้
ํ
ี
- นักเรยนจะนาอาหารทเหมาะสมกับวัยไปใชในการดําเนินชวิตมากนอยเพียงใด? เพราะ
่
เหตุใด?
ี
ั
ี
่
ั
ี
็
้
- จากการเรยนเรองน้ ถานักเรยนเปนผูทาอาหารใหครอบครวรบประทาน นักเรยนจะจัด
ี
ื
้
ํ
้
อาหารอย่างไร? เพราะเหตุใด?
ั
ี
ื
ี
ํ
ื
้
- ถาเพอนหรอคนรอบขางรบประทานไม่เหมาะสมกับวัย นักเรยนจะทาอย่างไร? มวิธการ
้
่
ี
อย่างไร?
ื
ี
6. สอการเรยนการสอน
่
- ภาพอาหาร
- ใบงาน เรือง อาหารทเหมาะสมกับวัยรน
ุ่
่
ี่
461
ี
่
ี
ุ
ั
ี
สาระการเรยนรู้ สขศึกษาและพละศึกษา ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 5
หนวยการเรยนรู้ อาหารหลัก 5 หมู่
่
ี
ุ
์
์
ออกแบบโดย ครูเรองโรจน ไพรวรรณ โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ
ื
วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015
1. การใหภาพรวม
้
์
1.1 วัตถุประสงค (Objectives) [LIKE]
ี
ิ
ี
ํ
ั
่
- นักเรยนสามารถกาหนดปรมาณอาหาร ทจะรบประทานอาหารได ้
ี
่
ํ
ิ
ี
ี
์
- นักเรยนอธบายความสาคัญ ของอาหารและยกตัวอย่างอาหารทมประโยชนและไม่ม ี
ประโยชน ์
ี
่
- นักเรยนสามารถเปรยบเทยบ ปรมาณอาหารทจะรบประทานในแต่ละวันและนาความร ้ ู
ี
ี
ั
ี
ิ
ํ
้
้
ิ
ํ
ี
ไปใชในชวิตประจาวันได (ความจรง)
1.2 ความจาเปน (Needs)
ํ
็
ี
ี
ํ
ํ
- อาหารหลัก 5 หมู มความสาคัญและจาเปนต่อชวิตของนักเรยน
่
ี
็
ื
ั
ี
่
ี
ี
่
- นักเรยนมทักษะวิจารณญาณในการเลอกรบประทานอาหารทมประโยชนต่อรางกายใน
์
ี
แต่ละวัน
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range) [LIKE]
ื
้
ํ
็
ี
่
ิ
- อาหารหลัก 5 หมู มความจาเปนต่อรางกายและการดาเนนชวิต
ํ
ี
่
์
่
ี
- การนาประโยชนและคุณค่าของอาหารมาคิดวิเคราะหและสรางเมนูอาหารทมคุณค่า
้
ี
ํ
์
และมประโยชนต่อตนเองเพอสุขภาพทแข็งแรงและสมส่วน
ื่
์
ี่
ี
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
ํ
ิ
่
ํ
- เล่นเกม จัดลาดับ ปรมาณอาหาร ทมความสาคัญ
ี
ี
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ คาบละ 50 นาที
ั
2. การประเมินและวดผล
- สังเกตจากการจัดปรมาณอาหารของนักเรยน
ิ
ี
3. การสรางบรรยากาศ
้
ิ
ํ
- เปดเพลงสมตา
้
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
์
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
ี
่
์
- ดูวดิทัศนเกยวกับอาหารประเภทต่างๆ
ี
462
่
ํ
ี
- ครตั้งคาถามใหนักเรยนคิดว่า อาหารประเภทไหนอยูในหมูใด?
่
ู
้
่
ุ
- นักเรยนรวมกันสรปว่าอาหารแต่ละหมูมประโยชนอย่างไร?
่
ี
์
ี
์
4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge)
ู
้
ิ
ี่
ิ
ั
้
่
ู
้
ี
่
- ครอธบายใหความรเกยวกับอาหาร 5 หมูและปรมาณทไดรบ
ื
ํ
่
ี
้
้
ู
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง .....เพอตอบคาถาม
ื
่
ื
ก) อาหารชนิดใด ใหประโยชนกับระบบขับถ่าย?
้
์
่
้
ข) อาหารประเภทใด ใหพลังงานกับรางกาย?
ิ
้
ํ
ค) อาหารประเภทใด ทาใหเกดโรค?
ี
ู
ุ
้
- ครและนักเรยนสรปพรอมยกตัวอย่างประกอบ
ิ
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
คาบที 1
่
ื
- ใหนักเรยนรวมกันคิดเมนูอาหาร 3 ม้อ 3 วันใหครบ 5 หมู ่
่
้
้
ี
ํ
่
้
้
่
ี่
ี
ี
- ใหนักเรยนรวมกันจัดตารางอาหารในแต่ละวันทมอาหารใหครบ 5 หมู นาเสนอตาราง
้
อาหารใหเพอนๆ
ื่
้
์
- ใหนักเรยนสรปคุณอาหารประโยชนต่อชวิตประจาวันและนาไปใชเรยนในวิชาใดได ้
ี
้
ี
ํ
ี
ํ
ุ
้
บาง? และจะนาไปใชในชวตประจาวันไดอย่างไร?
้
ํ
ี
้
ํ
ิ
คาบที 2
่
ํ
่
์
ี
้
ี
- ใหนักเรยนคิดเมนูอาหารทมประโยชนต่อรางกายและควบคุมน้าหนักได
ี
้
่
- นาเสนอเมนูอาหารและเลอกเพอประกวดเมนูอาหารทดีและถูกใจนักเรยนทสุด
ื
ี
ี่
ี่
ื่
ํ
ี
ี
- ครูและนักเรยนร่วมกันสรุปบทเรยน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
ี
่
่
้
ี
้
่
ื่
้
ี
ู
5.1 Reflect - นักเรยนไดเรยนรอะไรบางในเรองอาหาร 5 หมู?
ี
ี
้
ู
้
่
- นักเรยนตองการเรยนรอะไรเพิมเติมจากเรองน้?
ี
่
ื
่
ี
ี
5.2 Connect - นักเรยนคิดว่า ความรจากเรองน้เกยวของกับชวิตประจาวันอย่างไร?
ํ
้
ี
ี
ื
่
ู
้
้
้
ู
ื
่
ํ
ี
้
- นักเรยนสามารถนาความรไปเชอมโยงกับวิชาใดไดบาง?
้
ู
ี
ิ
ํ
5.3 Apply- นักเรยนนาความรจากเรยนเรองอาหาร 5 หมูน้ไปปฏบัติใหเกดประโยชนกับ
้
ี
ื
ิ
่
์
่
ี
ตนเองอย่างไร?
ี
ํ
้
ิ
ี่
้
- นักเรยนจะทาใหบุคคลรอบข้างเกดคุณภาพทดีไดอย่างไร?
ี
6. สอการเรยนการสอน
ื
่
้
- CD เพลงสมตา - ภาพอาหาร 5 หมู ่
ํ
- วีดิทัศนเกยวกับอาหารประเภทต่างๆ
์
ี่
463
บทที่ 9
การศึกษาปฐมวัย
อนุบาล 3 1) คมนาคมทางบก 465
2) พ่อ - เด็กดของพ่อ 467
ี
464
สาระการเรยนรู้ การจัดประสบการณ์ ระดับชั้น อนุบาล 3
ี
หนวยการเรยนรู้ 1) คมนาคมทางบก
ี
่
ิ
ออกแบบโดย ครูอลษา ชมเกษร โรงเรียน เรยีนาเชลีวิทยาลัย เชียงใหม่
ุ
วันท่ ี 14 มิถนายน 2015
้
1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
่
ื
- เพอใหเด็กสามารถบอกความหมายของการคมนาคมทางบกได ้
้
้
- เพอใหเด็กสามารถยกตัวอย่างยานพาหนะได ้
ื
่
้
- เพอใหเด็กสามารถบอกวิธการคมนาคมทางบกทปลอดภัยได ้
่
่
ี
ื
ี
ื
่
้
ิ
ิ
้
- เพอใหเด็กสามารถปฏบัติกจกรรมตามขอตกลง/ กติกาได ้
็
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs)
้
้
่
ี
ี
ี
ิ
์
ํ
่
- ในชวตประจาวันของมนุษยทุกคนตองเกยวของกับการเดินทาง ซึงการเดินทางนั้นมอยู ่
ํ
ู
้
็
หลายรปแบบ ไดแก่ การคมนาคมทางบก ทางน้าและทางอากาศ การคมนาคมทางบกเปนการ
้
่
ี
ู
เดินทางทใกลตัวเด็กมากทสุด เด็กควรตองเรยนรการเดินทางทางบกอย่างปลอดภัย และ
้
้
ี
ี
่
้
ี่
เลอกใชยานพาหนะทเหมาะสมได ้
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
้
ื
- คมนาคมทางบก คออะไร?
้
- ยานพาหนะทใชในการคมนาคมทางบก
ี่
ี
- วิธการคมนาคมทางบกอย่างปลอดภัย
้
1.4 การสรางความสนใจ (Interest)
ํ
๊
้
้
- ครใหเด็กรองเพลง “รถตุกๆ” พรอมกับทาท่าทางประกอบรวมกัน
่
ู
้
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ (50 นาที)
ั
2. การประเมินและวดผล
ี
็
- การประเมินจากการแสดงความคิดเหนของนักเรยน
- ประเมินจากใบงาน
3. การสรางบรรยากาศ
้
- Brain Gym
ํ
้
้
๊
- รองเพลง “รถตุกๆ” พรอมทาท่าทางประกอบ
่
ี
- การสนทนารวมกันของครกับนักเรยน
ู
465
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
้
้
ู
ี
ื
ู
- ครแสดงบทบาทสมมุติใหเด็กดู โดยมบทบาท คอ ครแสดงเปน ด.ญ. มาล ด.ญ.มาล ี
็
ี
่
ํ
ี
ตองการทจะไปเทยวน้าตก หลังจากนั้นครใชคาถามสาคัญว่า “เด็กๆ ลองช่วยมาลคิดหน่อยซิ
ี
ี
ํ
้
ู
ํ
้
่
ํ
้
ึ
ํ
่
ี
ี
ว่า มาลควรจะทาอย่างไรจึงจะเดินทางไปถงทน้าตกได?”
ู
ื
- ครใหเด็กไดแสดงความคิดเห็นเกยวกับวิธการช่วยเหลอมาล ี
้
้
ี่
ี
่
- เด็กและครรวมกันสนทนาเกยวกับยานพาหนะทจะพามาลไปถงน้าตกว่ามอะไรบาง?
ู
ึ
ี
่
ี
่
ี
้
ํ
ี
์
4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
ํ
้
้
- ครนาภาพถนนในลักษณะต่างๆ มาใหเด็กดู พรอมกับใหความหมายของการคมนาคม
้
ู
ทางบก พรอมกับยกตัวอย่างใหเด็กทราบว่า มยานพาหนะใดบางทใชในการคมนาคมทางบก
้
ี
่
้
ี
้
้
้
่
ิ
ู
- ครเปดโอกาสใหเด็กช่วยคิดยกตัวอย่างยานพาหนะทางบกเพิมเติม
ื่
ิ
ี
้
- ครสอดแทรกวิธการปฏบัติตนในการคมนาคมทางบกใหปลอดภัยต่อตนเองและผูอน
้
ู
5.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ิ
ื
ํ
ู
ี
้
ิ
- ครนาบัตรภาพยานพาหนะหลายๆ ชนดมาวางรวมกันหนาชั้นเรยน เช่น รถไฟ รถยนต ์
่
เรอ เครองบิน ฯลฯ (บัตรภาพมากกว่าจานวนนักเรยน) และตะกรา 1 ใบ
ํ
ื
้
ื
ี
- ครใหเด็กแต่ละคน ออกมาแยกภาพยานพาหนะออกมาใส่ตะกรา
ู
้
้
ู
้
่
้
- เด็กและครรวมกันสนทนาถึงสิ่งทเด็กไดแยกแยะว่าถูกตองหรอไม่? อย่างไร?
ื
ี่
ู
้
่
ํ
- ครใหเด็กทาใบงาน “การคมนาคมทถูกตอง” โดยใหเด็กกากบาท (X) ทับภาพทการ
ี
่
ี
้
้
้
่
คมนาคมทปลอดภัยต่อตนเองและผูอน
ื
่
ี
่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
ี
5.1 Reflect
ี
้
ู
้
ี
้
ี
- นักเรยนไดความรอะไรบางจากบทเรยนน้?
5.2 Connect
ี
ื
่
่
ื
- นักเรยนคิดว่า การเลอกยานพาหนะเพือไปเทยวน้าตกเหมอนหรอต่างกันกับการไป
ํ
ื
ี
กรงเทพฯ อย่างไร?
ุ
5.3 Apply
้
้
ี่
- เด็กๆ มวิธการเดินทางอย่างไรทช่วยใหเราประหยัดและลดภาวะโลกรอน?
ี
ี
6. สอการเรยนการสอน
่
ื
ี
- ภาพถนนในลักษณะต่างๆ - บัตรภาพ ยานพาหนะ
่
- ตะกรา 1 ใบ - ใบงาน เรือง คมนาคมทางบก
้
466
ั
สาระการเรยนรู้ การจดประสบการณ ์ ระดับชั้น อนุบาล 3
ี
หนวยการเรยนรู้ 2) พ่อ - เด็กดีของพ่อ
ี
่
่
ั
์
ออกแบบโดย ครูอนงค รกยิงงาม โรงเรียน วาสุเทวี กรุงเทพฯ
วันท่ ี 21 ธนวาคม 2014
ั
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ิ
ี
- นักเรยนสามารถบอกกจกรรมทควรปฏบัติต่อคุณพ่อได ้
ิ
ี
่
้
ี
็
ิ
- นักเรยนเขาใจและปฏบัติตนเปนลูกทดีได ้
ี่
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ํ
็
้
ิ
ี
้
- นักเรยนปฏบัติตนต่อพ่อไดอย่างถูกตองเหมาะสมกับวัย
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
- เด็กดของพ่อ
ี
้
1.4 การสรางความสนใจ (Interest)
- คาคลองจอง “โลกน้มใคร” พรอมท่าทางประกอบ
ี
ี
้
้
ํ
1.5 เวลา (Time)
- 50 นาที
2. การประเมินและวดผล
ั
ิ
่
- สังเกตจากการรวมกจกรรม
้
- สังเกตจากการสนทนาโตตอบ
- ตรวจผลงาน
3. การสรางบรรยากาศ
้
้
- รองเพลง “รักพ่อ”
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
้
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
- ดูวดิทัศน เรือง ลูกอ๊อด
ี
์
่
- สนทนาถึงเน้อหาของเพลง
ื
ํ
้
้
ี
- ใชคาถาม แลวนักเรยนจะตอบแทนพระคุณพ่ออย่างไร?
ี่
ิ
่
ี่
- แบ่งกลุม พูดคุยสิ่งทนักเรยนจะปฏบัติตนเปนลูกทด ี
็
ี
์
4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge)
้
ิ
ี่
ั
ี
ี่
็
ํ
- นาภาพบุคคลทปฏบัติตนเปนลูกทดีมาเล่าใหนักเรยนฟง
467
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ิ
ื
ี
ี่
- วาดภาพสิ่งทนักเรยนจะปฏบัติตนเปนลูกทดีของพ่อ
ี่
็
ิ
5. ไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
ี
่
5.1 Apply
ี
ิ
ํ
ี่
็
- นักเรยนออกมาเล่าว่า การจะปฏบัติตนเปนลูกทดีควรทาอย่างไร?
5.2 Connect
ึ
ิ
้
็
- นักเรยนคิดว่า การปฏบัติตนเปนลูกทดทาใหคิดถง เรือง ความกตัญ�ูอย่างไร?
ี
ํ
ี่
่
ี
5.3 Apply
ํ
ี
่
- เมอกลับไปบานวันน้ นักเรยนตั้งใจจะทาอะไรหนึ่งอย่างเพอตอบแทนบุญคุณพ่อ?
ื
่
ี
้
ื
6. สอการเรยนการสอน
่
ื
ี
- เพลง
ํ
้
- คาคลองจอง
์
- วีดิทัศน เรือง “ลูกอ๊อด”
่
468
แสงสว่างของทางเลือกใหม่
ในการจัดการเรียนรู้
จากนี้ไป ชีวิตความเป็นครูของฉันจะเปลี่ยนไป จากวันแรกที่ฉันเริ่มอบรม
ไตร่ตรอง ฉันได้เริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่มากมาย มีทั้งความสุข สนุกสนาน ได้รู้จัก
เพื่อนเพิ่มขึ้น แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันไป จนวันสุดท้ายของการอบรม ฉันรู้สึกว่า
4 วันนี้มันเร็วมากเลย ฉันมีไฟ ฉันมีแรงบันดาลใจเพิ่มขึ้นที่จะเป็นครูที่ม ี
คุณภาพ ความรู้สึกนี้ ฉันเคยรู้สึกว่า มันเคยเกิดขึ้นกับฉันตอนฉันเรียนจบใหม่ๆ
ความมีไฟ อยากเป็นครูที่มีคุณภาพ สอนนักเรียนให้มีความเก่ง ดี มีสุข
แต่หลายปีเข้า ท าให้ไฟนั้นอ่อนลง ด้วยระบบการศึกษาของประเทศเรา
ฉันไม่สามารถท าอย่างที่ตั้งใจได้ แต่วันนี้ ฉันได้มาเติมเชื้อไฟในตัวอีกครั้ง
ฉันจะเอาความรู้ที่ได้ไปพัฒนากระบวนการเรียนการสอนอย่างเต็มศักยภาพ
ของฉัน เพราะฉันรักในอาชีพนี้ มีความศรัทธาในอาชีพนี้ ฉันจะท าให้ดีที่สุด