The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookedba, 2021-08-17 05:56:14

4. แสงสว่างของทางเลือกใหม่ในการจัดการเรียนรู้ (Final 11-4-16)

สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6



หนวยการเรยนรู้ ความหมายและความสําคัญของกฎหมาย



ออกแบบโดย ครูนกูล สงสมบูรณ ์ โรงเรียน ยอแซฟอุปถัมภ์ นครปฐม


วันท่ ี 1 กนยายน 2014


1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)







- นักเรยนรและเขาใจเกยวกับความหมายและความสาคัญของกฎหมาย



1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]













- ในฐานะทนักเรยนเปนพลเมองไทยจึงตองเรยนรเรองกฎหมาย เพอจะไดปฏบัติตนเปน




ี่

ี่

พลเมองทดีและสรางสังคมทมระเบียบสงบสุขได ้


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)




- แกนของสาระการเรยนร คอ การเขาใจในเรองความหมาย ความสาคัญ การปฏบัติตน








ตามกฎหมายทั้งต่อตนเองและส่วนรวมได (คุณค่าพระวรสาร เรือง ความยุติธรรม)
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]











- ครแต่งกายไม่เรยบรอยเขาหองเรยน แลวใหนักเรยนตอบคําถาม/ วิจารณว่า เหมาะสม


หรือไม่? เพราะอะไร? ทาไมถงตองปฏบัติใหถูกตอง? (เปนกฎระเบียบ)





1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบเรยน

2. การประเมินและวดผล



- แบบบันทึกพฤติกรรมกลุม/ การนาเสนอผลการเรยนรหนาชั้นเรยน/ การถาม-ตอบ





- แบบประเมินชิ้นงาน Mind-mapping

- แบบฝกหัดทบทวนความร ู


3. การสรางบรรยากาศ



- ครใหนักเรยนสารวจตนเอง เช่น การแต่งกาย แลวใหนักเรยนปรบปรง พัฒนา ใหถูกตอง









เรยบรอย (ครตั้งคาถามว่า ดหรอไม่? รสึกอย่างไร? ถาทุกคนทาจะเปนอย่างไร?)


















- สรปความรเบ้องตนเกยวกับ ความหมายและความสาคัญของกฎหมาย
4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]


- ครนาเสนอวดิทัศนจาก YouTube เรอง อุบัติเหตุจากการขับรถ และการตูน “มดทางาน








เป็นทม”

429



- จัดกจกรรมกลุมย่อยวิเคราะห ปญหา/ สาเหตุ/ ผลกระทบ (ส่วนตัว/ ส่วนรวม) จากสอ




วดิทัศน และสถานการณจรงในสังคม






4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)


- ครอธบายความหมายของกฎหมายและความสําคัญของกฎหมายประกอบการตูน “มด

ทํางานเปนทีม”







- ใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง ......
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]



- นักเรยนรวมกันยกตัวอย่างสถานการณของการไม่ใหความสาคัญกับกฎหมายในสังคม




และการบูรณาการคุณค่าพระวรสาร











- นักเรยนรวมกันทา Mind-mapping สรปความรจากเรองทเรยน



- นักเรยนทาแบบฝกหัด และอธบายแนวทางการนาไปใชในชวิตจรง





5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect

- ถาทุกคนปฏบัติตามกฎหมาย สังคมของเราจะเปนอย่างไร?


5.2 Connect

- นักเรยนคิดว่า คุณธรรมขอใดสาคัญต่อเรองกฎหมายบาง?





5.3 Apply






- ในฐานะทเปนนักเรยน จะนาความรเรองกฎหมายไปประยุกตใชกับตนเองในโรงเรยน






อย่างไร?

6. สอการเรยนการสอน



- YouTube อุบัติเหตุจากการขับรถและมดทางานเปนทม




- หนังสอรฐธรรมนูญไทย
430








สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 2
หนวยการเรยนรู้ การเสียสละ (ตามแบบอย่างแม่ชีเทเรซาแห่งกัลกัตตา)








ออกแบบโดย ครูฐปนนนท สญญากรณ ์ โรงเรียน เซนตนโกลาส พิษณโลก



วันท่ ี 22 กมภาพนธ 2015

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ื่






- นักเรยนรจักประวัติความเปนมาของแม่ชเทเรซา เพอนาแบบอย่างในการดําเนินชวตของ






แม่ชเทเรซาไปใชในชวิตประจาวันได ้
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]







- เมอนักเรยนไดเรยน เรอง การเสยสละ (ตามแบบอย่างแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตา) แลว






นักเรยนรจักการเสียสละตนเอง ในการรบใชผูอน เห็นอกเห็นใจผูทดอยโอกาสตามแบบอย่าง



















แม่ชเทเรซา และนักเรยนสามารถเล่าเรองการเสยสละของแม่ชเทเรซาไดพอสังเขป และนักเรยน






สามารถนาแนวทางการเสยสละตามแบบอย่างของแม่ชเทเรซาไปประยุกต์ใชในชวตประจาวัน

ไดอย่างด ี



1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- การเสยสละ (ตามแบบอย่างแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตา)


- คุณค่าพระวรสาร การเสยสละ (มัทธว 19:16-24)


1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)





- ครใหนักเรยนเล่นเกม “ขอสิ่งของ” จากนักเรยน เปนของทมค่าสาหรบนักเรยน เมอครขอ















อะไรกตาม นักเรยนกตองเอามาใหครหนาหองเรยน เช่น “ครูขอนาฬิกา”




1.5 เวลา (Time)

- 1 คาบเรยน 50 นาที
2. การประเมินและวดผล



- สังเกตการมส่วนรวมการเล่นเกม “ขอสิ่งของ”/ การดูวดิทัศน ์

- การทาชิ้นงาน “น้าหนึ่งหยดในมหาสมุทร”





- ประเมินการมส่วนรวมในกลุม ในการแสดงความคิดเห็นและการนามาประยุกต์ใช ้

3. การสรางบรรยากาศ


- ครใหนักเรยนเล่นเกม “ขอสิ่งของ” แลวใหนักเรยนนามาใหครหนาหองเรยน


















- ครูใหนักเรยนดูวดิทัศนเรอง “การเสยสละ” (ตามแบบอย่างแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตา)






- ครบรรยาย PowerPoint เรอง เศรษฐชาวอังกฤษ ทขายสมบัติของตนเองทั้งหมด

431







- ครใหนักเรยนยกตัวอย่าง บุคคลทเสยสละอุทิศตนเพอส่วนรวม พรอมใหเหตุผลว่า ทาไมจึง






เลอกบุคคลๆ น้ ี
4. การนําเสนอบทเรยน


4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]





ื่


- ครนาเสนอวดิทัศนเรอง การเสยสละ (ตามแบบอย่างของแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตา)







- หลังจากนักเรยนดูวดิทัศนจบ ครตั้งคําถามว่าเรองน้สอนอะไรนักเรยน และนักเรยน







สามารถนาไปใชในหองเรยนหรอโรงเรยนอย่างไร?

- ครใหนักเรยนวเคราะหว่า ทาไมแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตาจึงยอมสละความสบายมาอยู ่







ประเทศอินเดีย


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]





- ครใหนักเรยนจับกลุมๆ ละ 7 คน แบ่งปนประสบการณในการเสยสละทนักเรยนเคยทา






ี่
และประทับใจทสุด








- ครใหนักเรยนแต่ละกลุมทาใบความร เรือง “น้าหนึงหยดในมหาสมุทร” โดยใหนักเรยน




เขยนขอตั้งใจตลอดระยะเวลา 1 เทอม



4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)



- นักเรยนนาเสนอชิ้นงาน พรอมอธบายเหตุผลทนักเรยนเขยนขอตั้งใจนั้น















- ครแจกพระคัมภร ใหนักเรยนอ่านบทมัทธว 19:16-24 เปนการสรปบทเรยน

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]



5.1 Reflect






- นักเรยนอยากจะศึกษาเพิมเติมเกยวกับการเสยสละของบุคคลใดอก? ทาไม?

5.2 Connect
- นักเรยนคิดว่า การเสยสละมความสาคัญอย่างไรต่อการอยูรวมกันเปนหมูคณะ?








5.3 Apply








- นักเรยนจะนําความรเรอง การเสยสละไปประยุกต์ใชในโรงเรยนหรอในครอบครวตนเอง


อย่างไร?
6. สอการเรยนการสอน



ื่


- วีดิทัศน เรอง การเสยสละ (ตามแบบอย่างของแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตา)



- PowerPoint เรอง เศรษฐหนุมชาวอังกฤษ




- ใบความร เรือง “น้าหนึ่งหยดในมหาสมุทร”



- พระคัมภร ์
432

สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 6







หนวยการเรยนรู้ จูฬสุภัททา พุทธสาวิกา




ออกแบบโดย ครูสนนทา เชอมสวรรณ โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ



วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)

- นักเรยนจะเรยนรประวัติและผลงานของนางสาวจูฬสุภัททา พุทธสาวิก



- นักเรยนสามารถวิเคราะหขอคิดและแบบอย่างการดําเนินชวิตของนางจูฬสุภัททา พุทธสาวิกา




1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]






- นักเรยนเหนคุณค่าของความรบผิดชอบในฐานะสตรต่อครอบครว

1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)


- ประวัติและผลงาน
ี่
- คุณธรรมทควรยึดถอเปนแบบอย่าง


- ความรบผิดชอบ (คุณค่าพระวรสาร เรือง การงาน)



1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)



- นักเรยนดูวีดิทัศน์ การดําเนินชวิตของ 2 ครอบครวและแสดงความคิดเหนถงความ



แตกต่างในการดําเนินชวิต
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ คาบละ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล

- ตรวจผลงาน

- สังเกตการเขารวมกจกรรมกลุม



3. การสรางบรรยากาศ



- แบ่งกลุมและรวมกันแสดงความคิดเห็น
4. การนําเสนอบทเรยน


4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]




- นักเรยนระดมความคิดเกยวกับการใชชวตครอบครว โดยแบ่งนักเรยนออกเปน 10 กลุม












ให้ 5 กลุมแรกแสดงความคิดเปนหญงสมัยโบราณ แลวปฏบัติตนอย่างไร และอก 5 กลุมหลัง


เปนหญงสมัยปจจุบัน ปฏบัติตนอย่างไรในการครองเรอน






- แต่ละกลุมออกมาแสดงความคิดเหน

433



- นักเรยนอ่าน เรอง นางจูฬสุภัททา พุทธสาวิก ในหนังสอ หนา 37-41

ื่

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]

- นักเรยนรวมกันแสดงความคิดเหนว่า หากตองตกอยูในสถานการณดยวกับ นางจูฬสุภัท









ทา นักเรยนจะปฏบัติตนอย่างไร? เพราะเหตุใด?












- นักเรยนและครเปรยบเทยบกับความเห็นของกลุมขางตน ในเรองโอวาท 10 ขอ ทอนาถ





ื่
บิณฑิกเศรษฐไดใหนางจูฬสุภัททาไวเพอปฏบัติก่อนส่งตัวนางไปยังตระกูลของสาม ี


- บูรณาการกับคุณค่าพระวรสาร เรือง การงาน (คือ ความรบผิดชอบ)

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)



- นักเรยนคิดว่า โอวาท 10 ขอ นั้นมีขอใดบางท่นักเรยนสามารถนาไปปฏบัติใน









ชวิตประจาวันได?
- นักเรยนบอกขอคิดทไดจากโอวาท 10 ขอ ทอนาถบิณฑิกเศรษฐไดใหนางจูฬสุภัททาไว้







ี่











- นักเรยนช่วยกันหาขอสรปถงประโยชนทจะไดรบจากการปฏบัติตามโอวาท 10 ข้อ

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect









- นักเรยนรเรองน้แลวมความรสึกอย่างไร?

5.2 Connect




- นักเรยนสามารถเชอมโยงกับวิชาการงานพ้นฐานอาชพไดอย่างไร?


5.3 Apply






- นักเรยนคิดว่า นาขอคิดจากเรองทเรยนไปปรบใชกับการดาเนนชวิตอย่างไร?










6. สอการเรยนการสอน

- วีดิทัศน การดําเนินชวิตของ 2 ครอบครว


- แบบเรยน

434

บทที่ 7



กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี


การงานอาชพ





ประถม 5 การซ่อมแซมเส้อผาดวยวิธเย็บแบบดน 436


มัธยม 2 1) การจัดและตกแต่งบาน 438


ื่


2) เส้อผาและเครองแต่งกาย - การซ่อมแซมเส้อผา 440
เทคโนโลยี
ประถม 5 การใชโปรแกรม Microsoft PowerPoint (การสรางงานนาเสนอเบื้องตน) 442





ประถม 6 การใส่รปภาพบน PowerPoint 444


มัธยม 6 1) การจัดการเทคโนโลยแบบยั่งยนดวยพลังงานสะอาด 446

2) การออกแบบแฟ้มสะสมผลงาน 448


3) การสรางเว็บไซต์ ดวยโปรแกรม Google Sites 451














































435

สาระการเรยนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5

หนวยการเรยนรู้ การซ่อมแซมเสื้อผ้าด้วยวิธีเย็บแบบด้น



ออกแบบโดย ครูประเทือง นอยดัด โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
วันท่ ี 12 มนาคม 2016



1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- นักเรยนสามารถซ่อมแซมเส้อผาดวยวิธการเยบดนไดอย่างถูกตอง




















- นักเรยนรจักช่วยครอบครวประหยัดค่าใชจ่ายและทาใหมเส้อผาใชไดอกนาน


1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]













- การดนเปนวธการซ่อมแซมเส้อผาวิธหนึง จากอกหลาย ๆ วิธ ถานักเรยนสามารถ





ซ่อมแซมเส้อผาดวยตนเองได จะสามารถช่วยครอบครัวลดค่าใชจ่าย และยังรจักใชเวลาว่างให ้



เกดประโยชน ตลอดจนสามารถทาเปนอาชพไดในอนาคต








1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)





- การซ่อมแซมเส้อผาดวยวิธการเยบแบบดน

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)









- ครนาเส้อผาทมรอยชารดมาสวมใส่ทับบนชุดทครสวยใส่ขณะสอน และใหนักเรยน








รวมกันแสดงความคิดเห็นว่าจะใชวิธใดในการซ่อมแซมรอยชารดนั้น?



1.5 เวลา (Time)
- เวลา 1 คาบ 50 นาที

2. การประเมินและวดผล
- สังเกตพฤติกรรมการปฎบัติของนักเรยน


- ตรวจความถูกตอง และดูความประณตของงาน


3. การสรางบรรยากาศ [LIKE]








ี่
- ครยกตัวอย่างสถานการณ เช่น วันหนึ่งขณะทพิมพา กาลังจัดกระเปานักเรยนเพอเตรยมตัว




ไปโรงเรยนในวันรงขึ้น พิมพาพบว่ากระเปานักเรยนของเธอขาด พิมพาจึงนาเขมกับดายมาเยบ










ี่
ตรงรอยทขาด เพอไม่ใหกระเปาเป้ขาดมากขึ้น
4. การนําเสนอบทเรยน


4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]




- ครใหนักเรยนแบ่งกลุมๆ ละ 4 คน

436





- ครใหนักเรยนช่วยกันวเคราะหว่าสิงทพิมพาทา เหมาะสมหรอไม่ และถาเปนกลุมของ











นักเรยนๆ จะเลอกซ่อมแซมกระเปาเป้ดวยวิธใด เพราะเหตุใด?











- จากนั้นครใหนักเรยนทดลองเยบผาดวยวิธดนตามความคิดของนักเรยน

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)










- ครอธบายความรและสาธตการเยบผาแบบดน



- ครใหนักเรยนดูตัวอย่างการเยบผาแบบดน







- ครใหนักเรยนทดลองเย็บผาแบบดนอกคร้งหนึ่ง แลวเปรยบเทยบผลงานกับคร้งแรก







4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)








- ใหนักเรยนฝกเยบผาแบบดน จากเศษผาทครเตรยมไวให ้










- ครสังเกตการใชวัสดุ อุปกรณ อย่างถูกตอง ประหยัด คุมค่า

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]



5.1 Reflect





- นักเรยนไดความรอะไรจากการฝกเยบแบบดนบาง? นักเรยนตองการเรยนรวิธเย็บผา











แบบใดเพิมเติมมากกว่าการเยบแบบดนอกบาง?









- นักเรยนพบปญหาอะไรระหว่างปฎบัติงาน และนักเรยนจะใชวิธใดในการแกปญหานั้น?



5.2 Connect




- นักเรียนคิดว่า การเยบแบบดนนาไปใชกับการเยบวัสดุแบบอนทชารดไดหรอไม่









อย่างไร?
5.3 Apply

ี่





- นักเรยนตั้งใจจะนาความรทไดไปประยุกต์ใชในชวตประจาวันไดอย่างไร?




6. สอการเรยนการสอน




- เขม ดาย กรรไกร เศษผา ตัวอย่างการเยบผาแบบดน ตัวอย่างเส้อผาทมรอยชารด












437


สาระการเรยนรู้ การงานอาชพและเทคโนโลย ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 2






หนวยการเรยนรู้ 1) การจัดและตกแต่งบ้าน



ออกแบบโดย ครูมะลิณ พวงพืช โรงเรียน ยอแซฟวิทยา จันทบุรี
วันท่ ี 4 กรกฎาคม 2014

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- อธบายความหมายของการจัดและตกแต่งบาน


- ออกแบบและจัดตกแต่งบานโดยใชความร เรือง หลักการและของทใชในการจัดและ






ตกแต่งบาน




- เห็นประโยชนและความสาคัญของการจัดและตกแต่งบาน
1.2 ความจาเปน (Needs)








- แนวทางในการจัดตกแต่งบานใหสวยงามน่าอยู สามารถนาไปใชในการดําเนินชวิตของ
นักเรยนได ้


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- การจัดและตกแต่งบาน



ก) ความหมายและความสาคัญของการจัดและตกแต่งบาน
ข) หลักการจัดและตกแต่งบาน

ค) ของตกแต่งบาน

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)










- ใหนักเรยนดูภาพบานทครเตรยมมา 6 ภาพ แลวเลอกภาพบานทนักเรยนชอบและแสดง





ความคิดเหน
1.5 เวลา (Time) - 2 คาบ
2. การประเมินและวดผล

- สังเกตการตอบคาถามและการแสดงความคิดเหน



- ประเมินการจัดและตกแต่งบานจาลองของนักเรยน



3. การสรางบรรยากาศ








- ใหนักเรยนดูและเลอกภาพบานทนักเรยนชอบ และพูดคุยแสดงความคิดเหน
4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]







- ใหนักเรยนรวมกันแสดงความคิดเหน โดยครใชคาถาม


438




ก) การจัดและตกแต่งบานมความสาคัญอย่างไร?








ข) นักเรยนคิดว่าหองใดของบานใชเครองเรอนนอยทสุด? เพราะเหตุใด?





ี่
ค) ม่านและมู่ลช่วยประหยัดพลังงานไดอย่างไร? ถาตองการประหยัดทรพยากรใน




การจัดและตกแต่งบานตองทาอย่างไร?
ง) ความรทางศิลปะนามาใชในการจัดตกแต่งบานไดอย่างไร?










- ใหนักเรยนรวมกันแสดงความคิดเห็นของหลักในการจัดตกแต่งบานตามแบบทตนเอง






ชอบ พรอมบอกขอดของการจัดตกแต่งบานและจดบันทึกลงสมุด

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)



- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ...... หนา ..... เรอง ......







- ครอธบายความหมาย ความสาคัญและหลักการจัดตกแต่งบาน รจักเลอกใชอุปกรณใน







การตกแต่งบาน


- ครสอดแทรกพระวรสารขอ 4 การงาน


4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]








- ใหนักเรยนแบ่งกลุม 6 กลุม ออกแบบการจัดและตกแต่งบาน ไดแก่ หองนอน หองครว





และหองรบแขก พรอมทั้งระบายสใหสวยงาม




- ใหนักเรยนแต่ละกลุมนาอุปกรณมาใชในการจัดตกแต่งบานของตนเองตามทออกแบบ










ไว โดยการสรางแบบจาลองและนาเสนอผลงานหนาชั้นเรยน






- ครูและนักเรยนร่วมกันสรุปความรู “การจัดและตกแต่งบาน โดยอาศัยหลักการจัดและ







ตกแต่งบาน และเลอกรปแบบทเหมาะสมจะทาใหผูอยูอาศัยมความสุขกายสุขใจ”



5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]












5.1 Reflect - นักเรยนไดเรยนรอะไรบางจากการทางานกลุม ใครทาอะไร? อย่างไร?



- นักเรยนอยากเรยนรอะไรเพิมเติมเกยวกับเรองน้มากทสุด?










- นักเรยนคิดว่า สมาชิกในกลุมใครมบทบาทในการทางานชิ้นน้มากทสุด? เพราะอะไร?




ี่





5.2 Connect - จากผลงานของนักเรยน จะนาไปเชอมโยงกับสาระการเรยนรใด? เพราะอะไร?


- สิ่งทไดเรยนรจากการทางานกลุม ทาใหนักเรยนคิดถึงหลักธรรมทางศาสนาในเรองใด?













อย่างไร?






ี่
5.3 Apply - นักเรยนจะนาสิ่งทไดเรยนรไปประยุกต์ใชในชวิตประจาวันไดอย่างไร?




- จากการทางานกลุมในคร้งน้ ควรทาอะไรเพิ่มเติมเพอใหการความเปนธรรมมากขึ้น?










6. สอการเรยนการสอน


- ภาพบานทตกแต่งสวยงาม









- อุปกรณการจัดและตกแต่งบานทนักเรยนจัดเตรยมมา
439

สาระการเรยนรู้ การงานอาชพและเทคโนโลย ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 2







หนวยการเรยนรู้ 2) เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย - การซ่อมแซมเสื้อผ้า





ออกแบบโดย ครูนวลจนทร วาระจนทโน โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
วันท่ ี 12 มนาคม 2016


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)

- นักเรยนเลอกวิธการซ่อมแซมเส้อผาไดถูกตอง










- นักเรยนมทักษะในการซ่อมแซมเส้อผา






- นักเรยนเหนความสาคัญและบอกประโยชนของการซ่อมแซมเส้อผาได ้

1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]

- นักเรยนซ่อมแซมเส้อผาของตนเองและครอบครวได้




1.3 หัวขอและเน้อ (Range)






- การซ่อมแซมเส้อผาดวย (1) การเนา (2) การสอย และ (3) การดน
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)














- ครนาเส้อผาตัวอย่างทชารดในส่วนต่างๆใหนักเรยนรวมกันวิเคราะหรอยชารดว่าควรใช ้


วิธการซ่อมแซมโดยวิธใด

1.5 เวลา (Time)
- 3 คาบ 50 นาที
2. การวดและประเมินผล

- ชิ้นงาน (ผลงาน)


- มอบหมายงานในกลุมย่อยและนาเสนอ

3. การสรางบรรยากาศ [LIKE]







- ครใหนักเรยนดู วดโอคลิปเกยวกับเส้อผาทใชในชีวิตประจาวัน (ชุดทางาน ชุดนักเรียน








ชุดอยูบาน ชุดนอน)

4. การนําเสนอบทเรยน


4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]




- แบ่งนักเรยนเปนกลุมๆละ 5 คนเพอศึกษาและรวมอภปรายลักษณะการชารดของเส้อผา








ทใชในชวิตประจาวัน เช่น ชายกระโปรงหลุด กระโปรงซิปแตก เส้อตะเข็บขางขาด

ี่






4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)

- นักเรยนศึกษาใบความร ้ ู
440




- ครอธบายและสาธตการซ่อมแซมโดยวิธการเนา การสอย การดน




4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]




ี่


- นักเรยนลงมอปฏบัติตามชิ้นงานทไดรบในแต่ละกลุม













- ครใหคาแนะนาตามกลุมเพอปรบปรงแกไขจนนักเรยนสามารถปฏบัติไดตาม
วัตถุประสงค ์


- นักเรยนนาผลงานชิ้นท 2 มาเปรยบเทยบกับชิ้นงานแรกว่ามการพัฒนาขึ้น










ี่



ื่



- นักเรยนนาเส้อผามาในคร้งต่อไปและใหนักเรยนซ่อมแซมเพอนาเส้อผาทซ่อมแซมไปบรจาค



5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
5.1 Reflect











- นักเรยนรอะไรบาง จากการเรยนเรองการซ่อมแซมเส้อผา นักเรยนตองการเรยนอะไร

เพิ่มเติมบาง?

5.2 Connect

ื่
ี่


- นักเรยนคิดว่า เน้อทเรยนน้จะเกดคุณค่าพระวรสารในเรองความเรยนง่ายอย่างไร?



5.3 Apply
- นักเรยนสามารถนาความรทไดรบไปปรบใชในชวิตประจาวันอย่างไร?














6. สอการเรยนการสอน


- ใบความร ู

- วดโอคลิป

- ตัวอย่างเส้อผาทชารด






441

สาระการเรยนรู้ คอมพิวเตอร์ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5



หนวยการเรยนรู้ การใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoin (การสร้างงานนําเสนอเบื้องต้น)
ออกแบบโดย ครูอารีรัตน แกวภา โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ


วันท่ ี 23 มกราคม 2016

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)

- นักเรยนสรางงานนาเสนอดวยโปรแกรม PowerPoint ได้




- นักเรยนมทักษะในการประยุกต์ใชงานโปรแกรม PowerPoint กับวิชาเรยนอนๆได ้



ื่

1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]








- โปรแกรม PowerPoint เปนโปรแกรมทใชไดง่ายในการนาเสนอ ใชกันอย่างแพรหลาย



ื่

และจาเปนต่อการนาไปประยุกต์ใชงานวิชาอน




1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- ส่วนประกอบของโปรแกรม PowerPoint - ประโยชนของโปรแกรม PowerPoint และ



- การสราง Slide และการใช Template การนาไประยุกตใชงาน



- การแทรกภาพและขอความ - การนาเสนองาน และการ Save งาน


- การใช Animation

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]





- ครูใชเกมทสรางดวยโปรแกรม PowerPoint เปนเกมจับคูภาพ Icon ของโปรแกรม





Microsoft Office จากนั้นครตั้งคาถามว่า จากเกมข้างนักเรยนทราบหรอไม่ว่าครใชโปรแกรมใด



ในการสรางเกมน้ ี

1.5 เวลา (Time) - 2 คาบ
2. การประเมินและวดผล

- แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรยน

- แบบประเมินผลงานของตนเอง เพอน และคร ู
ื่
3. การสรางบรรยากาศ






- ครใหนักเรยนทา Brain gym เพอเตรยมพรอมกอนการเรยน





4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]


- ครูกาหนดสถานการณว่า หากนักเรยนคนหนึงตองการนําประวัติส่วนตัวและแฟ้มสะสม











ผลงานไปใชในการนาเสนอในการประกวดนักเรยนดเด่น โดยกาหนดใหใชคอมพิวเตอรในการ


442








นําเสนอ นักเรยนคิดว่าโปรแกรมใดเหมาะสมทสุดจากขอกาหนดขางตน? ใหนักเรยนจับกลุม





อภปรายถกเถยงกัน

- ครสุมคาตอบนักเรยนขึ้นมาวเคราะหรวมกับนักเรยน (หัวขอวเคราะห ขอด ขอเสยและ















ความสมเหตุสมผลในการเลอกใชโปรแกรมนั้นๆ) และจากนั้นใหแบ่งปนประสบการณของแต่







ละคนว่ารจักโปรแกรมน้หรอไม่? เคยใชงานหรอทราบประโยชนของโปรแกรมน้มากนอย






เพียงใด?

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]





ี่


- ครใหนักเรยนจับคู Buddy เพอศึกษาบทเรยนทครไดจัดทาเปนคู่มอ เรอง “การใช้งาน
ื่




ื่









โปรแกรม PowerPoint” และใหนักเรยนทดลองใชตามคูมอทไดศึกษาและสามารถสบคน






เพิมเติมจาก Internet โดยมครเปนผูสังเกตการณและเปนผูอานวยความสะดวก (Facilitator)







- ครสุมนักเรยนออกมาสาธตการใชโปรแกรม PowerPoint ตามหัวขอทครกาหนด จากนั้น







ี่

ื่




ใหนักเรยนรวมกันตรวจสอบความถูกตองของวิธการทเพอนสาธต




- ครสรปโดยการสาธตและบรรยายสั้นๆเกยวกับการสรางงานนาเสนอดวยโปรแกรม





PowerPoint

- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ...... เรอง .....






4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)


- ครใหแต่ละคนทางานนาเสนอดวยโปรแกรม PowerPoint เรองทนักเรยนสนใจโดยม ี















เงอนไขว่า สามารถนาความรนั้นๆไปประยุกตใชกับวชาเรยนอนได โดยสบคนขอมูลจาก












Internet พรอมกับการเขยนอางองขอมูลใหถูกตอง





5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



ี่



ี่
5.1 Reflect - นักเรยนมขอสงสัยหรอเรองทตองการทราบเพิ่มเติมเกยวกับโปรแกรมน้หรอไม่?
ื่




อย่างไร?






5.2 Connect - จากเน้อหาในคาบเรยนน้มความเกยวขอกับเน้อหาในคาบเรยนอนหรอไม่?






อย่างไร?
ี่









5.3 Apply - นักเรยนจะนาเน้อหาทเรยนในคาบเรยนน้ไปปรบใชในชวิตนักเรยนอย่างไร?

6. สอการเรยนการสอน



- PowerPoint




- คูมอการสรางงานนาเสนอดวยโปรแกรม PowerPoint

- Internet
443

สาระการเรยนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6

หนวยการเรยนรู้ การใส่รูปภาพบน PowerPoint



ออกแบบโดย ครูพิศิษฐ พัชรจิรบูลย ์ โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
วันท่ ี 12 มนาคม 2016


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)



- นักเรยนสามารถใส่รปภาพบน PowerPoint ได้

- นักเรยนจัดการรปภาพบน PowerPoint ได้


- นักเรยนนาความรการใส่รปภาพบน PowerPoint ไปประยุกต์ใชในงานอนๆ ได ้
ื่







1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]








- การใชรปภาพประกอบในงานนาเสนอดวย PowerPoint จะทาใหงานน่าสนใจและสอ


ความหมายไดดขึ้น


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- ขั้นตอน/ วิธการใส่รปภาพบน PowerPoint






- การจัดการรปภาพบน PowerPoint (การเปลยน ขยาย ยาย ลบ)


- คุณค่าพระวรสาร “ความซอสัตย”


1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)


- ครใหนักเรยนดูตัวอย่างงานนาเสนอทสรางโดยโปรแกรม PowerPoint 2 แบบ แบบท ี ่






ี่




หนึ่งเปนขอความอย่างเดียว แบบทสองเปนรปภาพประกอบขอความ คําถาม นักเรยนชอบแบบ

ใดมากกว่า
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล

- สังเกตพฤติกรรมการปฏบัติ

- ชิ้นงาน
3. การสรางบรรยากาศ

- Brain Gym
- ดูตัวอย่างงานนาเสนอทสรางโดยโปรแกรม PowerPoint







444

4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
- ครูใหสถานการณถานักเรยนตองการทางานนาเสนอดวย PowerPoint เรอง สัตวเล้ยง


















ของฉัน ในงานนาเสนอควรประกอบดวยอะไรบาง? สุมนักเรยน ตอบคาถาม


- ถาจะใหชิ้นงานน่าสนใจ นักเรยนควรทาอย่างไร?








- ถาตองการรปภาพ สามารถหาไดจากทใดได ้



- ใหนักเรยนทดลองหาวิธการใส่รปภาพดวยตนเอง




4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]


ื่




- ครูใหนักเรยนจับคูดูวิดีโอคลิป เรอง การใส่รปภาพลงใน PowerPoint ความยาวหานาท






- ใหนักเรยนทดลองทาตาม สังเกตผล สุมงานนักเรยนบางคู นาเสนอหนาชั้น ใหนักเรียน





รวมอภปราย









- ครถามนักเรยนเรอง การนาภาพจากอนเทอรเนตมาใช มขอควรระวังและควรปฏบัติ



อย่างไร?

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)









- ใหนักเรยนทางานจนเสรจสมบูรณ นาเสนอหนาชั้นเรยน



- ครนักเรยนรวมอภปราย

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect



- นักเรยนคิดว่าการใชรปภาพประกอบมความจาเปนอย่างไร?



5.2 Connect
- การนาภาพจากอนเทอรเน็ตมาใช ควรปฏบัติอย่างไรจึงจะถูกหลักจรยธรรม?






5.3 Apply






- นักเรยนสามารถนาความรไปปรบใชอย่างไรไดบาง?




6. สอการเรยนการสอน


- คอมพิวเตอรและโปรแกรม PowerPoint

ื่

- วดโอคลิป เรอง การใส่รปภาพลงใน PowerPoint

445

สาระการเรยนรู้ การออกแบบและเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6


หนวยการเรยนรู้ 1) การจัดการเทคโนโลยีแบบยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด


ออกแบบโดย ครูวระพจน์ รตนรตน์ โรงเรียน ดรุณาราชบุรี


วันท่ ี 15 พฤศจิกายน 2014


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]


- นักเรยนมความรความเกยวกับพลังงานสะอาด





- นักเรยนสามารถเลอกใชพลังงานสะอาดอย่างเหมาะสม





- นักเรยนมทักษะในการสรางนวัตกรรม Green Mech








ี่

- นักเรยนสามารถมประสบการณทไดรบบนพ้นฐานของคุณค่าพระวรสารดานความเปนหนึ่ง

1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]







- พลังงานสิ้นเปลอง เช่น น้ามัน แกส กาลังจะหมดไป ดังนั้น พลังงานสะอาดทใชไม่มวัน


หมดจะถูกนามาทดแทน










- ทักษะในการนาพลังงานสะอาดมาใชในครวเรอนมความจาเปนยง สามารถ
ออกแบบสรางไดดวยตนเอง




1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- ความหมายของพลังงานสะอาด
- ชนิดของพลังงานสะอาด

- หลักการจัดการเทคโนโลยแบบยั่งยนดวยพลังงานสะอาด



1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)

- นักเรยนเดิน ชม เล่น นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย ลม น้า นอกหองเรยน




1.5 เวลา (Time)
- 4 คาบ
2. การประเมินและผล
- ผลงานนวัตกรรมของนักเรยน

- แบบทดสอบปรนัย

3. การสรางบรรยากาศ

- จับมอเปนวงกลมครและนักเรยน แลวใหทุกคนพูดต่อๆ ไปว่า “หนึ่งเดียวใจเดียว”








446


4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]

- แบ่งนักเรยนเปน 2 กลุม คอ กลุม A สิ้นเปลอง และกลุม B ไม่มวันหมด ใหกลุม A เขียน
















ขอดีของพลังงานสิ้นเปลอง และขอเสยของพลังงานทดแทน ใหกลุม B ทากลับกัน


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)


- บรรยายโดยใชโปรแกรม PowerPoint หัวข้อ
1) พลังงานสะอาด

2) น้ามัน






- ใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง ......

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)

- จัดกลุมเสนอนวัตกรรม Green Mech

- ใหดูภาพการแข่งขันระดับนานาชาติ ขณะนักเรยนปฏบัติการบันทึกขอมูลทพบใหม่ แลว



ี่






นามาปรบปรงงานใหดขึ้น



5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน

5.1 Reflect



- ใหนักเรยนอธบายและบอกชนิดของพลังงานสะอาด
5.2 Connect





- นักเรยนจะนาความร เรือง พลังงานสะอาดไปใชในวิชาใดไดบาง?



5.3 Apply



- มกลุมคน 3 กลุม คือ คนพิการแขนขา คนพิการทางสายตา คนพิการทางสมอง นักเรยน


คิดว่า จะสรางนวัตกรรมพลังงานสะอาดช่วยคนกลุมใด เพราะอะไร?



6. สอการเรยนการสอน

- หนังสอการออกแบบและเทคโนโลย 2.4-2.6 สสวท.



- อุปกรณนวัตกรรม Green Mech
- โปรแกรม PowerPoint
- วดิโอการแข่งขัน Green Mech ระดับนานาชาติ

447







สาระการเรยนรู้ การงานอาชพและเทคโนโลย ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 6

หนวยการเรยนรู้ 2) การออกแบบแฟ้มสะสมผลงาน


ออกแบบโดย ครูศกดิ์ชย บญทองดี โรงเรียน อัสสัมชัญคอนแวนต์ กรุงเทพฯ



วันท่ ี 4 ตุลาคม 2014

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)

- นักเรยนเขาใจและสามารถออกแบบแฟ้มสะสมผลงานทถูกตองและสวยงาม







- นักเรยนรบการพัฒนาการออกแบบแฟ้มสะสมผลงานโดยการใชโปรแกรม Illustrator ได้





- นักเรยนเขาใจคุณค่าพระวรสารดานความเคารพ/ ศักดิ์ศร และดานการงาน

1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]




- แฟ้มสะสมผลงานของนักเรยนสามารถทาใหนักเรยนเห็นการพัฒนาตนเองและนามาซึ่ง






ความภูมิใจในชวิตนักเรยนตลอดระยะเวลาการเรยน 6 ปในระดับมัธยมศึกษา





- การออกแบบแฟ้มท่สวยงามและสรางสรรค จะทําใหผูอ่นเกดความประทับใจในตัวเรา



และส่งผลดต่อการสอบสัมภาษณเขามหาวิทยาลัย


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)



- หลักการออกแบบแฟ้มสะสมผลงานผ่านโปรแกรม Illustrator จานวน 5 หน้าขึ้นไป
1.4 การสรางความสนใจ (Interest) [LIKE]









- ตั้งคาถามถงความสาคัญว่า ทาไมนักเรยนจึงตองมแฟ้มสะสมผลงาน? ใครบางตองม ี

แฟ้มสะสมผลงาน?



- ถาทุกคนมแฟ้มสะสมผลงานหนาตาเหมอนกันหมด จะทาใหการสอบสัมภาษณเพอเขา









ี่


มหาวิทยาลัยไดดีกว่าหรอถามแฟ้มสะสมผลงานทสวยและสรางสรรค์จะดีกว่าไหม? อย่างไร?



- เล่ากรณตัวอย่างของนักเรยนบางคน ททาแฟ้มสะสมผลงานแลวการเรยนต่อไปเขา






เปลยนไปอย่างไร?

1.5 เวลา (Time)


- ใชเวลา 7 คาบ แบ่งเปน ความรเน้อหา 2 คาบ ปฏบัติ 5 คาบ




2. การประเมินและวดผล






- วัดจากผลงาน Final ทเสรจแลว/ วัดจากกระบวนการสรางแฟ้มสะสมผลงานภาคปฏบัติ 5 คร้ง



- วัดจากแบบสอบถามว่า “นักเรยนไดรบขอคิดอะไรจากการสรางแฟ้มสะสมผลงาน”







448

3. การสรางบรรยากาศ






- ครเล่าประวัติและประสบการณชวตในวัยเรยนใหนักเรยนฟงโดยใชภาพสมัยอดตมา





ประกอบผ่าน Projector
- ครโยงเขาสูแฟ้มสะสมผลงานว่าจาเปน สาคัญอย่างไร?






4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See)






- ครใหนักเรยนรวมกจกรรมคนหาชวิตบุคคลสาคัญผ่านบัตรคําและการดภาพโดยลาดับ






ขั้นตอนชวิตวัยเรยนและวัยทางานของเขา









- ครถามนักเรยนเมอกจกรรมเสรจสิ้นแลว เช่น ถาเปนชวิตนักเรยนจะทาอย่างไร?






4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]

- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง ......และทาบันทึกย่อ







- ครสอนเน้อหา องค์ประกอบและขั้นตอนการออกแบบแกนักเรยน














- ครฝกใหนักเรยนเรยงลาดับชวิตตนเองโดยเรมจากอดตมาสูปจจุบัน











- ครถามนักเรยนว่า มใครบางทพลาดกจกรรมบางอย่าง แลววันน้เสยดายทไม่ไดทา ครู






เสนอว่าอนาคตเรายังมเวลาแกตัวได?








- ครใหนักเรยนดูภาพรวมของชีวิตแลวตั้งคาถามว่า ใครภูมิใจในชวตของตนเองบาง ถาม ี





โอกาสแกตัวจะทาอย่างไร?
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]







- นักเรยนเรมหาภาพรางวัลและกจกรรมทผ่านมาเพอเรยงลาดับชวต ในการออกแบบ







แฟ้มสะสมผลงาน (1-2 คาบ)





- นักเรยนฝกการใช Program Illustrator ออกแบบใหสวยงามและสรางสรรค (3-4)/


นักเรยนสามารถพัฒนาผลงานตนเองจากตัวอย่างผลงานใน website ต่างประเทศ
- ให้ Website ต่างประเทศทออกแบบแฟ้มสะสมผลงานทสวยงาม (5-6)/ นักเรียนพบ







ปญหาอะไรระหว่างการปฏบัติงาน จะแกไขอย่างไร?



- ครเปดโอกาสใหนักเรยนบางคนท่ทาจาก Program อนได้ (3-4)/ ใหเพอนชมผลงานการ



















ออกแบบโดยจับคูกันพรอมใหแสดงความคิดเหน/ เพอนคนใดทถนัด Program น้อยูแลว



สามารถช่วยเพอนๆ ทยังชาได ้







449

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect


- นักเรยนไดขอคิดอะไรจากกจกรรมน้?



5.2 Connect


ื่



- นักเรยนสามารถนาทักษะการออกแบบน้ไปใชกับสิ่งใดบางหรอสาระอนๆได้บาง?


5.3 Apply






- นักเรยนจะนาแฟ้มน้ไปใช้ประโยชนอะไรบางในปจจุบันและอนาคต?
6. สอการเรยนการสอน





- คลิปการสอบสัมภาษณเขามหาวิทยาลัยโดยใชแฟ้มสะสมผลงานท่ผ่านการออกแบบท ี ่


น่าสนใจ
- ผลงานตัวอย่างแฟ้มสะสมผลงานทสวยงามและสรางสรรค ์





- ภาพกจกรรมของครในอดีต













































450

สาระการเรยนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6

หนวยการเรยนรู้ 3) การสร้างเว็บไซต์ ด้วยโปรแกรม Google Sites




ออกแบบโดย ครูรศม เทพแกว โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ


วันท่ ี 12 มนาคม 2016

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)

- นักเรยนสามารถสรางเว็บไซตได ้



ื่

- นักเรยนมทักษะในการประยุกต์ใชงานกับอาชพอนๆ ได ้



1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]









- ปจจุบันอาชพขายสินคา Online จาเปนตองสรางเว็บไซต์เปนของตนเอง



1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- การสรางหนาเว็บและการใชแม่แบบ (Template)



1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)








- ครเปดเวบไซต “รานขายผลไม” ใหดู แลวตั้งคาถาม “เวบฯ สวยไหม?” “นักเรยนเหน







แลวอยากทาเปนไหม?” “น่าซ้อไหม?”

1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ

2. การประเมินและวดผล
- การตอบคาถาม

- ผลงานของนักเรยน

3. การสรางบรรยากาศ

- เว็บไซตทสวยงาม



4. การนําเสนอบทเรยน


4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]





- ครกาหนดสถานการณ โดยสมมุติใหนักเรยนแบ่งกลุม 5-6 คน เลอกขายสินคา 1 ชิ้น




สบค้นจากอินเทอรเน็ต โดยกาหนดใหใชโปรแกรมในคอมพิวเตอรสร้าง







- นักเรยนคิดว่าโปรแกรมใดเหมาะสมทสุด
ี่









- ครสุมคาตอบบางกลุม ขึ้นมาวเคราะหรวมกับนักเรยน (ขอด-ขอเสย) เหตุผลทใช แล้ว







แบ่งปนประสบการณ ์
- นักเรยนและครูร่วมกันสรุป


451

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)




- ครใหอ่านคูมอการใชโปรแกรม Google Sites




- ครใหนักเรยนทดลองปฎบัติตามคูมอ สามารถสบคนจาก World Wide Web (“www”)







โดยครคอยช้แนะ












- ครสุมนักเรยนออกมาสาธตการสรางเว็บไซต ตามหัวขอทกาหนด






- ครสรปโดยการสาธตและบรรยายสั้นๆ เกยวกับการสรางเว็บไซต



4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]


- ใหนักเรยนแบ่งกลุมออกเป็น 4 กลุม กลุมละ 5-6 คน แลวลงมอสรางเวบไซตดวย










ื่



Google Sites โดยมเงอนไขว่า สามารถนาความรไปประยุกต์ใชกับอาชพอนๆ ในอนาตตได


ื่


- นักเรยนกลับมานาเสนอผลงาน



- ใหเพอนวิจารณว่า สินคาของนักเรยนน่าซ้อหรือไม่?


ื่

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect



ี่


ื่

- นักเรยนมขอสงสัยหรอเรองทตองการทราบเพิ่มเติมเกยวกับโปรแกรมน้หรอไม่ อย่างไร?
ี่

5.2 Connect










- จากสินคาทนักเรยนสรางในคาบเรยนน้ มความเกยวของกับอาชพอนๆ หรอไม่ อย่างไร?





5.3 Apply
- นักเรยนตั้งใจทจะนาผลงานทสรางในคาบเรยนน้ ไปปรบใชในชวิตของนักเรยนอย่างไร?



ี่



ี่




6. สอการเรยนการสอน




- คูมอการสรางเว็บไซต ดวยโปรแกรม Google Sites





- Website “รายขายผลไม”
- อินเทอรเน็ต

452

บทที่ 8



กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพละศึกษา


พละศึกษา

ประถม 1 การเดินทรงตัว 454
ื่

ประถม 2 การเคลอนไหวรางกาย 456
ื่
ื่

ื่

ื่
มัธยม 3 การเคลอนไหว เรอง เกมเพอสรางการเคลอนขั้นไหวพ้นฐาน 458

สขศึกษา
มัธยม 1 หลักการเลอกอาหารทเหมาะสมกับวัยรน 460
ุ่
ี่

มัธยม 5 อาหารหลัก 5 หมู ่ 462
























































453

สาระการเรยนรู้ สุขศึกษาและพละศึกษา ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1

หนวยการเรยนรู้ การเดินทรงตัว


ออกแบบโดย ครูสมพิศ ราวศร ี โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ

วันท่ ี 11 ตุลาคม 2014


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)

- เพอใหนักเรยนเกดทักษะการทรงตัวการนาเสนอบทเรยน








1.2 ความจาเปน (Needs)

- นักเรยนสามารถเดินไดอย่างสง่าผ่าเผย




1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)





- ฝกการทรงตัวเพอใหเด็กควบคุมทักษะดานรางกายใหสมดุลในการเดินและการวิง




1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)




- นักเรยนคนไหนอยากเปนนางสาวไทย หรอนางแบบ บางไหม?
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ (50 นาที)
2. การประเมินและวดผล

- จดบันทึกการพัฒนาการของนักเรยน





- สังเกตการฝกปฏบัติของนักเรยนทั้ง 3 กลุม
- ทดสอบ
3. การสรางบรรยากาศ


- นักเรยนเล่นเกมโยคะตนไม เกม A-E-I-O-U และเกมหยุดตามคําสั่ง


4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See)


- นักเรยนเล่นเกมโยคะตนไม เกม A-E-I-O-U และเกมหยุดตามคําสั่ง

- นักเรยนขาดทักษะในการทรงตัวหรอไม่?



ก) สังเกตจากกจกรรมสรางบรรยากาศ




ข) สังเกตการทรงตัวนักเรยน บางคนยังทรงตัวไม่ได > ทาซ้า

ค) แบ่งนักเรยนออกเปน 3 กลุม





- กลุมท 1 ทรงตัวด ี

- กลุมท 2 พอใช้



454



- กลุมท 3 ปรบปรง




4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)












- แนะนาวิธและใหความร เพอเสรมทักษะใหกับนักเรยน ทั้ง 3 กลุม

ก) กลุมท 1 ทรงตัวด ี



- กจกรรมเดินคานทรงตัวในระดับ 30 ซม.



- กจกรรมเดินคานทรงตัวพรอมหนังสอทูนศีรษะ


ข) กลุมท 2 พอใช้

- เดินไต่เสนบนพ้นและเชอก



- เดินคานทรงในระดับ 10 ซม.





ค) กลุมท 3 ปรบปรง



- เดินบนเสน เดินต่อเทา เดินหนังสอทูนศีรษะ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)



- นักเรยนฝกปฏบัติ ตามกจกรรมกลุมของนักเรยนทไดรบมอบหมาย











- นักเรยนฝกซ้ากจกรรม เพอใหเกดความชานาญ













- สังเกตการพัฒนาการของนักเรยนและเพิมทักษะทสูงขึ้น เพอทาทายความสามารถของ

นักเรยน







ื่
- ในขั้นตอนการฝกและทดสอบการทรงตัวเมอนักเรยนปฏบัติไดถูกตองแลวครกล่าวชนชม

ื่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect






- นักเรยนไดเรยนรอะไรบางในการเดินทรงตัวและรสึกอย่างไร? (นักเรยนรวมกันสนทนา










และซักถามความร ความเขาใจ เกยวกับเน้อหา)
5.2 Connect


- ทักษะการเดินทรงตัวเกยวของกับการออกกาลังกายอย่างไร?


5.3 Apply

- นักเรยนจะนาทักษะการเดินทรงตัวไปใชประโยชนอะไรในชวตประจาวันบาง?







6. สอการเรียนการสอน
ื่
- คานทรงตัว
- หนังสอ

- เชือก
455


สาระการเรยนรู้ พลศึกษา ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2
หนวยการเรยนรู้ การเคลื่อนไหวร่างกาย







ออกแบบโดย ครูกลมสาระสขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ
วันท่ ี 11 มีนาคม 2016

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


ี่
- นักเรยนสามารถทรงตัวขณะอยูกับทและเคลอนทได ้
ี่

ื่



- นักเรยนสามารถนาทักษะการเคลอนทมาผสมผสานไดอย่างถูกตอง







1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]









- การเคลอนไหวเปนทักษะพ้นฐานของกฬาทุกประเภท ถาเรามทักษะการเคลอนไหวท ่ ี


ถูกตองจะช่วยป้องกันหรอลดการบาดเจ็บได ้


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)




- ทักษะการเคล่อนไหวเพอสรางเสรมสุขภาพ (การทรงตัว การเดิน การว่ง การกระโดด


สไลด ฮอบ และสคิป)



1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)

- นักเรยนเล่นเกมจับปลาไหล
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล



- จดบันทึกการพัฒนาการของนักเรยนเปนระยะๆ
- สังเกตการฝกปฏบัติของนักเรยน



- ทดสอบ
3. การสรางบรรยากาศ

- เกมจับปลาไหล และเกมเดินแบบ
4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]



- ครนานักเรยนเล่นเกมเดินแบบ







- ครตั้งคาถามว่า กจกรรมดังกล่าวมการเคลอนไหวลักษณะใดบาง





- นักเรยนแสดงความคิดเหนจากการเล่นเกมเดินแบบว่ามการเคลอนไหวในลักษณะใดไดอกบาง






456



4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
- ครูอธบายถงทักษะการเคลอนไหวพ้นฐานเบ้องตน










- การยน การเดิน การวิง การกระโดด การสไลด การฮอบ การสคิป และการทรงตัว






- นักเรยนจะแบ่งกลุม 4 กลุมเพอฝกทักษะการเคลอนไหว




ื่


- ใหนักเรยนนาเสนอทักษะการเคลอนไหวในรปแบบของการเล่นเกมและกฬา


4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)





- ใหนักเรยนฝกการวิง การเดิน การกระโดด ฯลฯ จนเกดความชานาญ








- นักเรยนเล่นเกมวิงเป้ยว กระต่ายขาเดยว กระรอกเปลยนโพรง

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect


ื่


- นักเรยนไดเรยนรทักษะอะไรในเรองน้?






- นักเรยนอยากเรยนรอะไรเพิมเติม?







- นักเรยนนาทักษะทไดรบไปใชในชวิตประจาวันไดอย่างไร?


ี่
5.2 Connect [LIKE]



- นักเรยนคิดว่า การเรยนทักษะการเคลอนไหวนาไปใชในวิชาใดบาง? อย่างไร?





- ทาไมครจึงใหเรยนทักษะการเคลอนไหว? เพราะเหตุใด?
ื่





- ทักษะในเรองน้นักเรยนสามารถนาไปใชในกฬาใดบาง?






5.3 Apply
- การวิงช่วยพัฒนาการทางดานใด?







- เมอนักเรยนเจอสัตวราย นักเรยนจะนาทักษะใดมาใช?





- ถานักเรยนตองการความเขมแขงของกลามเน้อขา นักเรยนควรใชทักษะใดในการฝก?








6. สอการเรยนการสอน




- ชุดและรองเทากฬา

457

สาระการเรยนรู้ สขศึกษาและพละศึกษา ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3


หนวยการเรยนรู้ การเคลื่อนไหว เรื่อง เกมเพื่อสร้างการเคลื่อนขั้นไหวพื้นฐาน


ออกแบบโดย ครูเรองโรจน ไพรวรรณ โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ


วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015



1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]

- เพอใหนักเรยนเลอกออกกาลังกายการเล่นเกมทเหมาะสม










- นักเรยนปฏบัติตามกฎ กติกาและขอตกลงของการเล่นเกมไดดวยตนเอง



1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]







- การเล่นเกมทถูกตอง ทาใหเกดความสนุกสนานเพลิดเพลิน








- รจักเคารพกฎ กติกา รแพ รชนะ รชนะ รอภัย เพอใหเกดความปลอดภัยในการเล่นเกม








1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)



- การเล่นเกมเสอกนวัว

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)







- ครใหนักเรยนจับกลุม 4 กลุมโดยการปรบมอ กลุมไหนเขาแถวเรยบรอยแลวใหนั่งลง











กลุมไหนเขาแถวเสรจชาออกมาเตนไกย่างถูกเผา

- นักเรยนจับกลุมเรยบรอยแลวครแจกใบความรใหนักเรยนศึกษาการเล่น เกมเสอกินวัว











และกฎกติกา
1.5 เวลา (Time) - 1 คาบ
2. การประเมินและวดผล





- นักเรยนเล่นเกมเสอกนวัวไดถูกตอง




- นักเรยนอธบายการเล่นเกมเสอกนวัวและเล่นเกมไดถูกตองหรอไม่? อย่างไร?









- ครสังเกตพฤติกรรม การใหความรวมมอ การเล่นเกมตามกฎกติกา รแพ รชนะ รอภัย ดาน








ใดทบกพรอง?ควรปรบปรงแกไขอย่างไร?





3. การสรางบรรยากาศ

- รองเพลงประกอบท่าทาง (หากว่าเรากาลังสบายจงปรบมอพลัน.........)







- ครและนักเรยนรองเพลงพรอมกันแลวทาท่าประกอบเพลง



4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]


- ใหนักเรยนจับกลุม



458




ื่

- ใหนักเรยนคิดชอกลุมในกลุมของตนเอง พรอมบอกเหตุผลประกอบ

- ใหนักเรยนอ่านใบความรเรอง วิธการเล่นเกมเสอกนวัว















- ใหนักเรยนวางแผนก่อนเล่นเกมเสอกนวัว และวิธการเล่นเกมเสอกนวัว







- นักเรยนคิดว่า ตนเองและกลุมของนักเรยนควรปรบปรงแกไขอย่างไร?

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)








- ครอธบายความรและสาธตการเล่นเกมเสอกนวัว



- ครตั้งคาถามใหนักเรยนรวมกันคิดและตอบ ดังน้ ี



ก) เหตุผลทเล่นเกมเสอกนวัว



ข) ผลของการเล่นเกม

ค) ขอควรปรบปรงแกไข



- ครและนักเรยนช่วยกันสรป พรอมยกตัวอย่างประกอบ





- สรุปการเล่นเกมตามกฎกติกา มประโยชนอย่างไร?

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)





- ใหนักเรยนเล่นเกมเสอกนวัว





- ใหนักเรยนรวมกันแสดงความคิดเหนเกยวกับการเล่นเกมเสอกนวัวว่า การเล่นเกมม ี





ประโยชนอย่างไร?

- ใหนักเรยนสรปการเล่นเกมเสอกนวัวทถูกตอง มีประโยชน์และนําไปใชในการเรยน












ใดบาง? พรอมทั้งบอกใชวธการใดในการเล่น และทาใหเกดความคิดสร้างสรรคและประสบ






ผลสาเรจในการเล่นเกมเสอกนวัว







- ครอธบายเพิมเติม การเล่นเกมเสอกนวัวตามกฎกติกา หรอขอตกลง เพอช่วยในการ








ป้องกันการเกดปญหาความขัดแยงในกลุมของนักเรยน



5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]









5.1 Reflect - นักเรยนมความคิดเห็นอย่างไร จากพฤติกรรมทเกดขึ้นจากการเล่นเกมเสอกนวัว?





- นักเรยนไดข้อคิดอะไรบาง จากการเล่นเกมเสอกนวัวกับเพอน?






ี่



5.2 Connect - นักเรยนคิดว่า สิ่งทไดเรยนไปแลวทาใหนักเรยนไดเกดคุณธรรม จรยธรรมอะไรบาง?








- นักเรยนคิดว่า การเล่นเกมเสอกนวัวทาใหคิดถงคุณค่าพระวรสารขอใด? อย่างไร?
















ี่


5.3 Apply - นักเรยนสามารถนาความรทไดรบไปประยุกต์ใชในชวตประจาวันหรอวชาอนอย่างไร?


- จากการเล่นเกมเสอกนวัวนักเรยนจะไดฝกฝนการมน้าใจเปนนักกฬาไดอย่างไร?









6. สอการเรยนการสอน




- เส้อเอยมสเขยว = วัว (สัญลักษณ) - นกหวด







- เส้อเอียมสีแดง = เสือ (สัญลักษณ์)
459


สาระการเรยนรู้ สขศึกษาและพละศึกษา ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1

หนวยการเรยนรู้ หลักการเลือกอาหารที่เหมาะสมกับวัยรุ่น



ออกแบบโดย ครูอนชิต เย็นนะสา โรงเรียน ดรุณาราชบุรี
วันท่ ี 15 พฤศจิกายน 2014



1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)



- นักเรยนสามารถอธบายหลักการเลอกรบประทานอาหารทเหมาะสมกับวัยรนได ้












- นักเรยนสามารถวิเคราะหปญหาสุขภาพจากการรบประทานอาหารของวัยรนได ้
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]





- อาหารมความจาเปนในการดํารงชวิต ดังนั้น การเลอกรบประทานอาหารใหเหมาะสม
















กับวัยรน และการวเคราะหปญหาทเกดจากการรบประทานอาหารเพอไม่ใหเกดปญหาภาวะ



โภชนาการ จึงมความจาเปนสาหรบวัยรน






1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)




- หลักการเลอกอาหารทเหมาะสมกับวัย






- ปญหาทเกดจากภาวะโภชนาการ (ภาวะขาดสารอาหารและภาวะโภชนาการเกน)

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)




- ใหนักเรยนดูภาพอาหารทครนามา


- ตั้งคาถามใหนักเรยน (1) บอกชออาหาร (2) สารอาหารหลักและประโยชนของอาหาร







(3) ความเหมาะสมของอาหารกับสุขภาพรางกายของตนเอง
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบเรยน


2. การประเมินและวดผล
ี่

- ใบงาน เรือง อาหารทเหมาะสมกับวัยรน
ุ่
3. การสรางบรรยากาศ

- ตามขอ 1.4

4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See)






- ใหนักเรยนจัดอาหารดวยตนเอง 1 วัน ใหเหมาะสมกับวัยและไม่เกดภาวะโภชนาการทีม ี


ผลต่อสุขภาพ นาเสนอในกลุม



460



4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
- ครจัดอาหาร 1 วันทเหมาะสมกับวัยใหนักเรยนดู พรอมอธบาย












- ครจัดอาหารทเสยงต่อการเกดภาวะโภชนาการใหนักเรยนดู พรอมอธบาย











- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง .....



4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]




- ใหนักเรยนจัดอาหารดวยตนเอง 1 วัน ใหเหมาะสมและไม่ใหเกดภาวะโภชนาการ พรอม





นาเสนอหนาชั้นเรยน ครนักเรยนรวมกันอภปรายสรปการจัดอาหารทเหมาะสมกับวัย











- การบาน ใหนักเรยนจัดอาหารภายใน 1 สัปดาห ์

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]


5.1 Reflect





- นักเรยนไดเรยนรอะไร ในการเลอกรบประทานอาหารทเหมาะสมกับวัย?

ี่

- นักเรยนสนใจอาหารม้อใดเปนพิเศษ เพราะอะไร?











- นักเรยนไดเรยนรอะไรบางจากคาตอบขอ 2 ทีเขียนตอบ?

5.2 Connect


- การรบประทานอาหารในวันทผ่านมากับอาหารทครใหจัดในวันน้ เปนอย่างไร? เพราะ







อะไร?




- นักเรยนคิดว่า อาหารทนักเรยนเลอกใหเหมาะสมกับวัย ทาใหคิดถึงหลักธรรมศาสนาขอ



ี่
ใด? อย่างไร?
- จากเรองโภชนบัญญัติ 9 ประการทผ่านมาในชัวโมงกอน นักเรยนสามารถนามาใชกับ














เน้อหาทเรยนไดอย่างไร?
5.3 Apply






- นักเรยนจะนาอาหารทเหมาะสมกับวัยไปใชในการดําเนินชวิตมากนอยเพียงใด? เพราะ

เหตุใด?








- จากการเรยนเรองน้ ถานักเรยนเปนผูทาอาหารใหครอบครวรบประทาน นักเรยนจะจัด





อาหารอย่างไร? เพราะเหตุใด?







- ถาเพอนหรอคนรอบขางรบประทานไม่เหมาะสมกับวัย นักเรยนจะทาอย่างไร? มวิธการ



อย่างไร?


6. สอการเรยนการสอน

- ภาพอาหาร
- ใบงาน เรือง อาหารทเหมาะสมกับวัยรน
ุ่

ี่
461







สาระการเรยนรู้ สขศึกษาและพละศึกษา ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 5
หนวยการเรยนรู้ อาหารหลัก 5 หมู่





ออกแบบโดย ครูเรองโรจน ไพรวรรณ โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ

วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015

1. การใหภาพรวม


1.1 วัตถุประสงค (Objectives) [LIKE]






- นักเรยนสามารถกาหนดปรมาณอาหาร ทจะรบประทานอาหารได ้







- นักเรยนอธบายความสาคัญ ของอาหารและยกตัวอย่างอาหารทมประโยชนและไม่ม ี
ประโยชน ์


- นักเรยนสามารถเปรยบเทยบ ปรมาณอาหารทจะรบประทานในแต่ละวันและนาความร ้ ู











ไปใชในชวิตประจาวันได (ความจรง)
1.2 ความจาเปน (Needs)






- อาหารหลัก 5 หมู มความสาคัญและจาเปนต่อชวิตของนักเรยน










- นักเรยนมทักษะวิจารณญาณในการเลอกรบประทานอาหารทมประโยชนต่อรางกายใน


แต่ละวัน
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range) [LIKE]







- อาหารหลัก 5 หมู มความจาเปนต่อรางกายและการดาเนนชวิต






- การนาประโยชนและคุณค่าของอาหารมาคิดวิเคราะหและสรางเมนูอาหารทมคุณค่า




และมประโยชนต่อตนเองเพอสุขภาพทแข็งแรงและสมส่วน
ื่

ี่


1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)




- เล่นเกม จัดลาดับ ปรมาณอาหาร ทมความสาคัญ


1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ คาบละ 50 นาที

2. การประเมินและวดผล
- สังเกตจากการจัดปรมาณอาหารของนักเรยน


3. การสรางบรรยากาศ



- เปดเพลงสมตา


4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]




- ดูวดิทัศนเกยวกับอาหารประเภทต่างๆ

462




- ครตั้งคาถามใหนักเรยนคิดว่า อาหารประเภทไหนอยูในหมูใด?





- นักเรยนรวมกันสรปว่าอาหารแต่ละหมูมประโยชนอย่างไร?





4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge)



ี่








- ครอธบายใหความรเกยวกับอาหาร 5 หมูและปรมาณทไดรบ







- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง .....เพอตอบคาถาม



ก) อาหารชนิดใด ใหประโยชนกับระบบขับถ่าย?




ข) อาหารประเภทใด ใหพลังงานกับรางกาย?



ค) อาหารประเภทใด ทาใหเกดโรค?




- ครและนักเรยนสรปพรอมยกตัวอย่างประกอบ


4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
คาบที 1


- ใหนักเรยนรวมกันคิดเมนูอาหาร 3 ม้อ 3 วันใหครบ 5 หมู ่









ี่


- ใหนักเรยนรวมกันจัดตารางอาหารในแต่ละวันทมอาหารใหครบ 5 หมู นาเสนอตาราง

อาหารใหเพอนๆ
ื่


- ใหนักเรยนสรปคุณอาหารประโยชนต่อชวิตประจาวันและนาไปใชเรยนในวิชาใดได ้








บาง? และจะนาไปใชในชวตประจาวันไดอย่างไร?






คาบที 2







- ใหนักเรยนคิดเมนูอาหารทมประโยชนต่อรางกายและควบคุมน้าหนักได



- นาเสนอเมนูอาหารและเลอกเพอประกวดเมนูอาหารทดีและถูกใจนักเรยนทสุด


ี่
ี่
ื่



- ครูและนักเรยนร่วมกันสรุปบทเรยน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน







ื่



5.1 Reflect - นักเรยนไดเรยนรอะไรบางในเรองอาหาร 5 หมู?






- นักเรยนตองการเรยนรอะไรเพิมเติมจากเรองน้?






5.2 Connect - นักเรยนคิดว่า ความรจากเรองน้เกยวของกับชวิตประจาวันอย่างไร?
















- นักเรยนสามารถนาความรไปเชอมโยงกับวิชาใดไดบาง?





5.3 Apply- นักเรยนนาความรจากเรยนเรองอาหาร 5 หมูน้ไปปฏบัติใหเกดประโยชนกับ








ตนเองอย่างไร?




ี่

- นักเรยนจะทาใหบุคคลรอบข้างเกดคุณภาพทดีไดอย่างไร?

6. สอการเรยนการสอน



- CD เพลงสมตา - ภาพอาหาร 5 หมู ่

- วีดิทัศนเกยวกับอาหารประเภทต่างๆ

ี่
463

บทที่ 9



การศึกษาปฐมวัย


อนุบาล 3 1) คมนาคมทางบก 465

2) พ่อ - เด็กดของพ่อ 467











































































464

สาระการเรยนรู้ การจัดประสบการณ์ ระดับชั้น อนุบาล 3

หนวยการเรยนรู้ 1) คมนาคมทางบก



ออกแบบโดย ครูอลษา ชมเกษร โรงเรียน เรยีนาเชลีวิทยาลัย เชียงใหม่

วันท่ ี 14 มิถนายน 2015



1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)



- เพอใหเด็กสามารถบอกความหมายของการคมนาคมทางบกได ้


- เพอใหเด็กสามารถยกตัวอย่างยานพาหนะได ้



- เพอใหเด็กสามารถบอกวิธการคมนาคมทางบกทปลอดภัยได ้











- เพอใหเด็กสามารถปฏบัติกจกรรมตามขอตกลง/ กติกาได ้


1.2 ความจาเปน (Needs)










- ในชวตประจาวันของมนุษยทุกคนตองเกยวของกับการเดินทาง ซึงการเดินทางนั้นมอยู ่




หลายรปแบบ ไดแก่ การคมนาคมทางบก ทางน้าและทางอากาศ การคมนาคมทางบกเปนการ




เดินทางทใกลตัวเด็กมากทสุด เด็กควรตองเรยนรการเดินทางทางบกอย่างปลอดภัย และ






ี่
เลอกใชยานพาหนะทเหมาะสมได ้

1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)



- คมนาคมทางบก คออะไร?

- ยานพาหนะทใชในการคมนาคมทางบก
ี่

- วิธการคมนาคมทางบกอย่างปลอดภัย

1.4 การสรางความสนใจ (Interest)




- ครใหเด็กรองเพลง “รถตุกๆ” พรอมกับทาท่าทางประกอบรวมกัน



1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ (50 นาที)

2. การประเมินและวดผล


- การประเมินจากการแสดงความคิดเหนของนักเรยน
- ประเมินจากใบงาน
3. การสรางบรรยากาศ

- Brain Gym




- รองเพลง “รถตุกๆ” พรอมทาท่าทางประกอบ


- การสนทนารวมกันของครกับนักเรยน

465


4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]







- ครแสดงบทบาทสมมุติใหเด็กดู โดยมบทบาท คอ ครแสดงเปน ด.ญ. มาล ด.ญ.มาล ี





ตองการทจะไปเทยวน้าตก หลังจากนั้นครใชคาถามสาคัญว่า “เด็กๆ ลองช่วยมาลคิดหน่อยซิ















ว่า มาลควรจะทาอย่างไรจึงจะเดินทางไปถงทน้าตกได?”


- ครใหเด็กไดแสดงความคิดเห็นเกยวกับวิธการช่วยเหลอมาล ี


ี่


- เด็กและครรวมกันสนทนาเกยวกับยานพาหนะทจะพามาลไปถงน้าตกว่ามอะไรบาง?











4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]



- ครนาภาพถนนในลักษณะต่างๆ มาใหเด็กดู พรอมกับใหความหมายของการคมนาคม


ทางบก พรอมกับยกตัวอย่างใหเด็กทราบว่า มยานพาหนะใดบางทใชในการคมนาคมทางบก











- ครเปดโอกาสใหเด็กช่วยคิดยกตัวอย่างยานพาหนะทางบกเพิมเติม
ื่



- ครสอดแทรกวิธการปฏบัติตนในการคมนาคมทางบกใหปลอดภัยต่อตนเองและผูอน


5.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]







- ครนาบัตรภาพยานพาหนะหลายๆ ชนดมาวางรวมกันหนาชั้นเรยน เช่น รถไฟ รถยนต ์

เรอ เครองบิน ฯลฯ (บัตรภาพมากกว่าจานวนนักเรยน) และตะกรา 1 ใบ





- ครใหเด็กแต่ละคน ออกมาแยกภาพยานพาหนะออกมาใส่ตะกรา







- เด็กและครรวมกันสนทนาถึงสิ่งทเด็กไดแยกแยะว่าถูกตองหรอไม่? อย่างไร?

ี่




- ครใหเด็กทาใบงาน “การคมนาคมทถูกตอง” โดยใหเด็กกากบาท (X) ทับภาพทการ







คมนาคมทปลอดภัยต่อตนเองและผูอน




5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน


5.1 Reflect







- นักเรยนไดความรอะไรบางจากบทเรยนน้?
5.2 Connect





- นักเรยนคิดว่า การเลอกยานพาหนะเพือไปเทยวน้าตกเหมอนหรอต่างกันกับการไป



กรงเทพฯ อย่างไร?

5.3 Apply


ี่
- เด็กๆ มวิธการเดินทางอย่างไรทช่วยใหเราประหยัดและลดภาวะโลกรอน?


6. สอการเรยนการสอน



- ภาพถนนในลักษณะต่างๆ - บัตรภาพ ยานพาหนะ

- ตะกรา 1 ใบ - ใบงาน เรือง คมนาคมทางบก


466


สาระการเรยนรู้ การจดประสบการณ ์ ระดับชั้น อนุบาล 3

หนวยการเรยนรู้ 2) พ่อ - เด็กดีของพ่อ





ออกแบบโดย ครูอนงค รกยิงงาม โรงเรียน วาสุเทวี กรุงเทพฯ
วันท่ ี 21 ธนวาคม 2014


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)



- นักเรยนสามารถบอกกจกรรมทควรปฏบัติต่อคุณพ่อได ้







- นักเรยนเขาใจและปฏบัติตนเปนลูกทดีได ้
ี่
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]






- นักเรยนปฏบัติตนต่อพ่อไดอย่างถูกตองเหมาะสมกับวัย

1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- เด็กดของพ่อ


1.4 การสรางความสนใจ (Interest)
- คาคลองจอง “โลกน้มใคร” พรอมท่าทางประกอบ





1.5 เวลา (Time)
- 50 นาที
2. การประเมินและวดผล



- สังเกตจากการรวมกจกรรม

- สังเกตจากการสนทนาโตตอบ
- ตรวจผลงาน
3. การสรางบรรยากาศ


- รองเพลง “รักพ่อ”
4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
- ดูวดิทัศน เรือง ลูกอ๊อด



- สนทนาถึงเน้อหาของเพลง





- ใชคาถาม แลวนักเรยนจะตอบแทนพระคุณพ่ออย่างไร?
ี่


ี่
- แบ่งกลุม พูดคุยสิ่งทนักเรยนจะปฏบัติตนเปนลูกทด ี



4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge)


ี่


ี่


- นาภาพบุคคลทปฏบัติตนเปนลูกทดีมาเล่าใหนักเรยนฟง
467

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)



ี่
- วาดภาพสิ่งทนักเรยนจะปฏบัติตนเปนลูกทดีของพ่อ
ี่


5. ไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Apply



ี่

- นักเรยนออกมาเล่าว่า การจะปฏบัติตนเปนลูกทดีควรทาอย่างไร?
5.2 Connect




- นักเรยนคิดว่า การปฏบัติตนเปนลูกทดทาใหคิดถง เรือง ความกตัญ�ูอย่างไร?


ี่


5.3 Apply



- เมอกลับไปบานวันน้ นักเรยนตั้งใจจะทาอะไรหนึ่งอย่างเพอตอบแทนบุญคุณพ่อ?





6. สอการเรยนการสอน



- เพลง


- คาคลองจอง

- วีดิทัศน เรือง “ลูกอ๊อด”








































468

แสงสว่างของทางเลือกใหม่


ในการจัดการเรียนรู้


















































จากนี้ไป ชีวิตความเป็นครูของฉันจะเปลี่ยนไป จากวันแรกที่ฉันเริ่มอบรม
ไตร่ตรอง ฉันได้เริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่มากมาย มีทั้งความสุข สนุกสนาน ได้รู้จัก
เพื่อนเพิ่มขึ้น แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันไป จนวันสุดท้ายของการอบรม ฉันรู้สึกว่า
4 วันนี้มันเร็วมากเลย ฉันมีไฟ ฉันมีแรงบันดาลใจเพิ่มขึ้นที่จะเป็นครูที่ม ี
คุณภาพ ความรู้สึกนี้ ฉันเคยรู้สึกว่า มันเคยเกิดขึ้นกับฉันตอนฉันเรียนจบใหม่ๆ
ความมีไฟ อยากเป็นครูที่มีคุณภาพ สอนนักเรียนให้มีความเก่ง ดี มีสุข
แต่หลายปีเข้า ท าให้ไฟนั้นอ่อนลง ด้วยระบบการศึกษาของประเทศเรา
ฉันไม่สามารถท าอย่างที่ตั้งใจได้ แต่วันนี้ ฉันได้มาเติมเชื้อไฟในตัวอีกครั้ง

ฉันจะเอาความรู้ที่ได้ไปพัฒนากระบวนการเรียนการสอนอย่างเต็มศักยภาพ
ของฉัน เพราะฉันรักในอาชีพนี้ มีความศรัทธาในอาชีพนี้ ฉันจะท าให้ดีที่สุด


Click to View FlipBook Version