The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookedba, 2021-08-17 05:56:14

4. แสงสว่างของทางเลือกใหม่ในการจัดการเรียนรู้ (Final 11-4-16)

5.2 Connect



- นักเรยนคิดว่า การใช Simple Present Tense ท่มี Adverbs of Frequency มความ






แตกต่างจาก Simple Present Tense ทนักเรยนเคยเรยนมาอย่างไร?











- นักเรยนคิดว่า เรอง Lifestyles น้เกยวของกับรายวิชา สังคมศึกษา อย่างไรในเรองวิถชวิต?
5.3 Apply









- นักเรยนสามารถนาเน้อหาเรอง Lifestyles น้ไปประยุกต์ใชในชวิตประจาวันไดอย่างไร?



- นักเรยนคิดว่า นักเรยนจะทาอะไรบางเพอให Lifestyles ของนักเรยนมคุณค่าและ








ื่
ช่วยเหลอผูอนได? (คุณค่าพระวรสาร ช่วยเหลอผูอน)

ื่



6. สอการเรยนการสอน






- ภาพดารา/ ภาพบุคคลท่มีชอเสยง


- หนังสอเรียน
- แบบฝกหัด

- เทป/ CD






















379


สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5

หนวยการเรยนรู้ 3) There’s No Place Like Home



ออกแบบโดย ครูชุมพร ศรนกูลชัย โรงเรียน ดรุณาราชบุรี

วันท่ ี 15 พฤศจิกายน 2014


1. การใหภาพรวม



















- เรยนรลักษณะทอยูอาศัยของบุคคลเพอการดารงชวตทมความสุข ฝกใชคาศัพทไดถูกตอง










เหมาะกับสภาพการณ สามารถสอสารและนาเสนอขอมูลโดยใชโครงสรางทางภาษา คําศัพทและ







สานวนไดเหมาะสม ตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา และนาประสบการณฝกจากบทเรยนไป



ื่

สอสารไดจรงในชวิตประจาวัน
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)




- นักเรยนเขาใจ จับใจความสาคัญและสรปความจากเรอง There’s No Place Like home ได้


- นักเรยนสามารถนาเสนอขอมูลโดยใชโครงสรางไวยากรณภาษาเรอง Adjective Order,








ี่

too, enough และคําศัพท และสานวนเกยวกับ There’s No Place Like Home ได้

- นักเรยนเขาใจคุณค่าพระวรสาร เรือง “ความรก คุณค่าทเปนจุดหมายสูงสุด”









1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]


- นักเรยนเห็นความสาคัญของครอบครว และปฏบัติตนไดเหมาะสม




1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- Vocabulary บรรยายเกยวกับเรอง HOME and Grammar/ Structure : Adjective




Order, too, enough

- ความหมาย “ความรก คุณค่าทเปนจุดหมายสูงสุด”



- นาเสนอขอมูลเกยวกับ HOME




1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest):










- ครพูดคุย ถามคาถามใหนักเรยนตอบเกยวกับทอยูอาศัย และรวมกันแสดงความคิดเห็น

(a) What do you call the place that your family live together?
(b) What do you think is the difference between a house and a home?
(c) What are the most important things in your home?

- Pair work : แสดงความคิดเหนจากคาถาม (a)

- Volunteer : ตัวแทนนักเรยนออกมานาเสนอความเหนจากคาถามขอ (a) หนาชั้น










- Volunteer : นักเรยนจับกลุมและเลอกคา Adjective ทถูกตองใส่ลงในประโยคท ี ่




กาหนดให โดยใหบอกความหมายและ Order (ตําแหน่ง) ในประโยค


380

1.5 เวลา (Time)


- 2 คาบเรยน
2. การประเมินและวดผล



- ประเมินการอ่านจากคาตอบทถูกตอง


- ประเมินผลจากการพูดนาเสนอความคิดเห็นโดยใชเกณฑการประเมินการพูด




- ประเมินผลความเขาใจ Adjective Order, too, enough จากการทากจกรรม/ แบบฝกหัด



3. การสรางบรรยากาศ


- ตามขอ 1.4

4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]












- ครตั้งคาถามใหนักเรยน Discuss โดยการจับคูแบ่งปนความคิดเหนเกยวกับบาน เช่น
What do you think is the different between a home and a house?






- นักเรยนออกมานาเสนอความคิดเห็นหนาชั้นเรยนอย่างอสระเกยวกับ Home และ House




ี่
ี่

- นักเรยนจับกลุมเล่นเกมเลอกคา Adjective ทถูกตองลงในประโยคทกาหนด


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]




- ครเปด CD บทความเกยวกับ There’s No Place Like Home และสรปใจความสาคัญ










- ครใหนักเรยนทาความเขาใจความหมายคาศัพท สานวน ขอความ ทละขอความ










นักเรยนเดาความหมาย ครอธบายเพิมเติมเพอความเขาใจมากขึ้น







- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง .....



- นักเรยนช่วยกันวเคราะหประเภท Adjective บอกความหมายจากตัวอย่างในบทเรยน



และฝกทักษะการใช Adjective Order, too, enough




- สรปคุณค่าพระวรสารเกยวกับ “ความรก” ลงในบทเรยน





4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]


- นักเรยนเล่นเกม “A Sentence Dictation Game” ครเขยนประโยคม Adjectives 2-3 ตัว



พรอมกลุ่มคาทม too, enough ลงบนแถบกระดาษ ตัดเปนชิ้นๆ/ ใหตัวแทนนักเรยนจากแต่ละ




ี่



ื่
กลุมหยิบมาอ่านและวางกลับคืน และบอกเพอนใหเขยนประโยคบนกระดาน

- นักเรยนเขยนบรรยายเกยวกับ Home/ House นามาส่งคร ู










381




5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
5.1 Reflect









- นักเรยนไดรบความรอะไรเกยวกับเรอง “There’s No Place Like Home”?
5.2 Connect
- การเรยนเรอง “There’s No Place Like Home” ทาใหนักเรยนรสึกเกยวกับคุณค่า











พระวรสารเรอง “ความรก” อย่างไร?
ื่
5.3 Apply



- นักเรยนทาใหบานเปนบานไดอย่างไร? How you will make your house a home?




6. สอการเรียนการสอน
ื่
- CD เรือง There’s No Place Like Home



- หนังสอเรยน Mega Gold 5
- บัตรคํา ประโยค Adjective Order/ too, enough












































382

สาระการเรยนรู้ ภาษาองกฤษ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5


หนวยการเรยนรู้ 4) การใช้ผัง Graphic Organization ในการสอนอ่านจับใจความ



ออกแบบโดย ครูอมพร ลออวิไล โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
วันท่ ี 12 มนาคม 2016



1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ ( Objective)



- นักเรยนสามารถจับใจความสาคัญ ระบุขอเทจจรงและรายละเอยดจากการอ่านได ้




- นักเรยนพัฒนาทักษะการอ่านโดยใชผัง Graphic Organization









- นักเรยนสามารถวินิจฉัยประสบการณทไดรบบนพ้นฐานของคุณค่าพระวรสารดานการ

ไตรตรอง


1.2 ความจาเป็น (Needs) [LIKE]






- การอ่านโดยใชผัง Graphic Organizationช่วยใหนักเรยนสรปประเด็นการอ่านทสาคัญ

ไดถูกแนวทาง และง่ายขึ้น






- การพัฒนาทักษะการอ่านเพอความเขาใจมความจาเปนในการเรยนต่อในระดับทสูงขึ้น





1.3 หัวขอ และเน้อหา (Range)





- หลักการอ่านเพอความเขาใจ (วิธการอ่านจับใจความสาคัญ)

- ผัง Graphic Organization
- บทความต่างๆ ข่าว สารคด



- คุณค่าพระวรสาร เรือง การไตรตรอง

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]



- นักเรยนคิดว่า ในชวิตประจาวันของนักเรยนไดอ่านอะไรบางจากสิ่งรอบตัว และนักเรียน






ไดอะไรจากการอ่าน อ่านแลวนักเรยนจาไดไหม?



- หลังจากอ่านแลวนักเรยนทาอย่างไรต่อ แลวถาขอความทนักเรยนอ่านนั้นนักเรยนสนใจ









นักเรยนจะทาอย่างไร?


1.5 เวลา ( Time )

- 8 คาบเรยน

2. การประเมินและวดผล
- การทาแบบฝกหัดหลังการอ่าน


- แบบทดสอบแบบปลายเปด

- ตอบคาถามปากเปล่า

383


- การเขยนผัง Graphic Organization หลังจากจบการอ่าน


- แบบประเมินความเขาใจในการอ่านเปนรายบุคคล
3. การสรางบรรยากาศ



- ครเปิดวดโอคลิปโฆษณาขายของต่างๆ ใหนักเรยนดู โดยถามนักเรยนว่า วดโอคลิป













โฆษณาขายอะไร และตองการขายใหกับใคร ครให้นักเรยนดู วดโอคลิปสั้นๆ อก 2-3 คลิป แล้ว


ช่วยกันตอบคาถามเกยวกับคลิปนั้น


4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ ( See) [LIKE]











- ครใหนักเรยนดูวดโอคลิป เรือง Traveling The Silk Road โดยครตั้งคาถามนากอนว่า









การเดินทางในลักษณะน้มีการซ้อขายสินคาอะไรบาง และนักเรยนไดอะไรจากการศึกษาเรองน้ ี





ื่

นักเรยนอ่าน บทความสั้นๆ 1 เรอง ในเวลาทกาหนด แลวทาแบบฝกหัด ครตรวจคาตอบ
ี่

ี่

ื่




- ครเลอกนักเรยนทไดคะแนนสูง ไดเล่าถึงเทคนิควิธการอ่านใหเพอนฟง



- นักเรยนช่วยกันสรป เสนอแนะวธการจับประเด็นสาคัญ รวมกันบันทึกประสบการณ ์









แลวนาเสนอใหครฟัง

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge )





ี่



- ครใหนักเรยนอ่านใบความรเกยวกับวิธจับประเด็นสาคัญในการอ่าน





- ครูอธิบายเพิ่มเติมวิธการจับประเด็นสาคัญในการอ่านเรองโดยดูจาก PowerPoint


- ครแสดงวิธการอ่านแลวจับประเด็นสาคัญโดยใชผัง Graphic Organization




4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]




- นักเรยนฝกอ่านบทความสั้นๆ 2 บทความโดยครจับเวลาในการอ่าน และกาหนดการให ้

คะแนนเพอประเมิน แลวฝกทาแบบฝกหัด แบบทดสอบต่างๆ ครตรวจคําตอบ




ื่

- นักเรยนอ่านบทความจาก Internet แลวทาผัง Graphic Organization ครตรวจวธการ








ี่


เขยนผังของนักเรยน และแกไขเพิ่มเติมในส่วนทบกพรอง




- นักเรยนอ่านข่าว คนละ 1 ข่าว ครจับเวลาในการอ่าน สรางเกณฑการอ่านในเวลาท ่ ี
ื่


กาหนด ใหคะแนนเพอดูการพัฒนา



- นักเรยนแบ่งกลุมๆละ 5 คน ฝกการอ่านบทความประเภทสารคดี แลวช่วยกันทาผัง


Graphic Organization อีก 2 บทความ

- นักเรยนช่วยกันวิเคราะหว่านักเรยนนาความรวิธการอ่านจับใจความโดยใชผัง Graphic







Organization ไปใชในการเรยนเรยนรกลุมสาระอนไดอย่างไรบาง







ื่



384




5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
5.1 Reflect


- นักเรยนไดเรยนรอะไรบางจากจากการทางานกลุม ใครทาอะไร อย่างไร ทาไม?








5.2 Connect









- นักเรยนคิดว่า หลักธรรมทางศาสนาทนามาใชในการฝกการอ่านเพอจับใจความสาคัญ
คอหลักธรรมเรองอะไร และใชอย่างไร?

ื่

5.3 Apply
- นักเรยนสามารถนาเน้อหาทเรยนน้ ไปประยุกต์ใชในชวิตประจาวัน หรอ ในการเรยนวชา



ี่








ื่
อนอย่างไร?

6. สอการเรยนการสอน



- PowerPoint ผัง Graphic Organization และ PowerPoint แสดงวิธอ่านจับใจความสาคัญ



- วีดโอคลิปเกยวกับการโฆษณาขายของ

- วิดีโอคลิป เรือง Travelling the Silk Road

- ข่าวและ บทความต่างๆ
ื่
- ใบงานเรอง ผัง Graphic Organization ประเภทต่างๆ




























385

สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6


หนวยการเรยนรู้ Writing a Venn Diagram


ออกแบบโดย ครูวิไล ธรสมบูรณ ์ โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ


วันท่ ี 12 มนาคม 2016



1. การใหภาพรวม
- แผนภูมิ Venn diagram เปนแผนภูมิทใหขอมูลความเหมอนและความแตกต่างของสิ่งนั้นๆ



















หรอขอมูลความเหมอนและความแตกต่างทางวัฒนธรรมนั้นๆ หรอสิ่งมชวิต ซึงเปนวธหนึงทจะใช ้


โนต สรปขอมูลสั้นๆ เปนการบันทึกหลังการอ่านไดด ี



1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)





- นักเรยนสามารถเขยนแผนภูมิ Venn diagram ได พรอมลงขอมูลแสดงความเหมอนและ

ความแตกต่างของเน้อหาความรจากการอ่านได ้





1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]





- ทักษะการเขยนแผนภูมิ Venn diagram น้ นักเรยนสามารถนาไปใชในการจดบันทึก



ย่อๆ หรอสรปขอมูลสั้นๆ หรอใชในการทบทวนบทเรยนได หรอการศึกษาในขั้นสูงต่อไป ทักษะ













น้จาเปนมากเมอนักเรยนไดอ่านเรองมากๆ ขึ้น


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- รปแบบโครงสรางของแผนภูมิ Venn diagram



- Passage เรือง อ่านเกยวกับความเหมอนและความแตกต่าง




ี่



- ตัวอย่างของแผนภูมิ Venn diagram ทมขอมูลแสดงใหดู


386


1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)

- ใชของจรงเช่น ผลไม สม (orange) และแอปเป้ล (apple) เปรยบเทยบกัน









- ครตั้งคําถามว่านักเรยนมองเห็นความเหมอนและความแตกต่างอะไรบางระหว่างผลไม ้

สองชนดน้ ี



- ใหนักเรยนบอกขอมูลสั้นๆ และเขยนจดบนกระดาน





- ครแสดงรปภาพโครงสรางแผนภูมิ Venn diagram ใหดูประกอบดวยและลงขอมูลใน



แผนภูมิใหดู

1.5 เวลา (Time)
- 4 คาบๆ ละ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล

- การสอบถามความเขาใจในการเขยนแผนภูมิ Venn diagram



ื่



- พิจารณาเรอง passage ท่ใหเขียนมีลักษณะเปนอย่างไร? (ตองเปนเรองทแสดงการ
ี่





เปรยบเทยบความเหมอนและความแตกต่าง)





- ทดสอบโดยการใหเรองอ่าน 1 เรือง (1 passage) ทเปนการเปรยบเทยบความเหมอนและ







ความแตกต่าง ใหนักเรยนเขยนแผนภูมิ Venn diagram และลงขอมูลในแผนภูมิ



3. การสรางบรรยากาศ






- ใหนักเรยนดู ภาพดวงอาทตยและดวงจันทร ถามนักเรยนว่ามองเหนความเหมอนและความ



แตกต่างอะไรบาง?

4. การนําเสนอบทเรยน

- บอกวัตถุประสงคของการเรยนรว่านักเรยนตองเขยนแผนภูมิ Venn diagram ได้และลง














บันทึกขอมูลในแผนภูมิไดหลังจากการอ่านบทอ่าน (passage) ทมการเปรยบเทยบความเหมอน

และความแตกต่าง


4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
- ครให้ดู PowerPoint ทแสดงรปแบบแผนภูมิ Venn diagram หลากหลายรปแบบ พรอม








ี่
ขอมูลทเขยนลงในแผนภูมิ Venn diagram


- ใหตัวอย่าง Passage ใหนักเรยนอ่าน และลงขอมูลใน Venn diagram ให้นักเรยน











รวมกันทากอน นักเรยนสามารถใช Dictionary ได เพอคนหาความหมายชองคาศัพท












- หลังการอ่านครตั้งคาถามใหนักเรยนบอกขอมูลทเหมอนกันและแตกต่างกันกอน รวมกัน

พิจารณาขอมูล แลวจึงเขยนขอมูลลงในแผนภูมิ







- ครใหสังเกตการณเขยนขอมูลในแผนภูมิ จะใชเพยงคําหรอวล (Words and phrases)






เท่านั้น ไม่เปนประโยค

387

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)


ื่

- นักเรยนเขากลุมย่อย กลุมละ 4-6 คน แจกบทอ่านใหแต่ละกลุ่ม เน้อเรองทใหแตกต่าง

ี่






กันแต่ละกลุม


- นักเรยนอ่านแลว รวมกันพิจารณาว่าไดขอมูลอะไรบางทเปนความเหมอนและความ









แตกต่าง แลวคุยตกลงความคิดเหนในกลุม








- นักเรยนเขยนขอมูลลงในแผนภูมิหลังจากตกลงกันแลวว่ามีขอมูลอะไรบางทบอกความ


เหมอนและความแตกต่าง



4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]







- นักเรยนคนควาหาบทอ่านทเปนการเปรยบเทยบความเหมอนและความแตกต่างแลวทา


ี่



แหนภูมิ Venn diagram ใหทาเปนรายบุคคล และส่งใหครตรวจเช็คดูผลงาน



- ครหาบทอ่าน (Passage) ทมความหลากหลายของการเปรยบเทยบความเหมอนและ










ความแตกต่างเพิ่มอกเพอใหนักเรยนทาแผนภูมิแสดงความเหมอนและความแตกต่างกันใน






หลายๆ ดาน เช่น ทางดานวัฒนธรรม ชวิตความเป้นอยู ลักษณะภูมิประเทศ ฯลฯ

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect






- นักเรยนจะใชแผนภูมิต่อการเรยนรของนักเรยนอย่างไร มองเห็นประโยชนอย่างไร?

5.2 Connect




- นักเรยนสามารถนารปแบบการเขยนแผนภูมิไปใชกับการเรยนวิชาอะไรไดบาง สามารถ




ื่



เชองโยงกับคุณค่าพระวรสารใน เรือง การไตรตรองไดไหม?
5.3 Apply
- ถาหากนักเรยนไดรปแผนภูมิ Venn Diagram พรอมขอมูลทบันทึกในแผนภูมิ นักเรยน









จะสามารถนาไปใชในการทาอะไรไดบาง (การเขยนเรยงความแบบ Comparing and







Contrasting)?
6. สอการเรียนการสอน
ื่
- รูปภาพ
- ของจริง
- PowerPoint
- Passage and ตัวอย่าง Passage
- Dictionary
388

บทที่ 6




กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม



ครสตศาสตร



มัธยม 2 การนบนอบเชอฟงพ่อ-แม่ ตามแบบอย่างของพระเยซูเจา 390
ื่




มัธยม 4 แบบอย่างของพระแม่มารย มารดาพระครสตเจา 392
ค าสอน

ประถม 6 บาปตน 7 ประการ 395
สงคมศึกษา

ประถม 1 วันเดือนป และการนับช่วงเวลาตามปฏทิน 397


ี่

ี่
ประถม 3 ทมาของปศักราชทปรากฏในปฏทิน 399



ประถม 4 การออมตามแนวทางหลักปรชญาเศรษฐกจพอเพยง 401


ประถม 5 1) ลักษณะภูมิลักษณทสาคัญของภาคต่างๆ ในประเทศไทย 403

ี่
2) สิทธเด็ก 405



ประถม 6 ภูมิปญญาสมัยรตนโกสินทร ์ 408
ื่
มัธยม 1 1) เครองมือทางภูมิศาสตร ์ 410
2) ความสาคัญของพระพุทธศาสนา 412


มัธยม 2 1) การบรโภค 414

2) ประชากร สังคม และวัฒนธรรมของทวปยุโรป 416
มัธยม 3 เครองมือทางภูมิศาสตร ์ 418
ื่



มัธยม 4 1) กฎหมายคุมครองผูบรโภค 420

2) ประเทศพม่า (วัฒนธรรม ประเพณ วิถชวิต) 422





3) ประเทศลาว (วัฒนธรรม ประเพณ วิถชวิต) 425
4) ลักษณะและความสาคัญของวัฒนธรรมไทย 427


มัธยม 6 ความหมายและความสาคัญของกฎหมาย 429



หนาทีพลเมอง

มัธยม 2 การเสยสละ (ตามแบบอย่างแม่ชเทเรซาแห่งกัลกัตตา) 431

มัธยม 6 จูฬสุภัททา พุทธสาวิกา 433






389

สาระการเรยนรู้ คริสตศาสตร์ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2

หนวยการเรยนรู้ การนบนอบเชื่อฟังพ่อ-แม่ ตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้า





ออกแบบโดย ครูศิรพร รางสงา โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
วันท่ ี 15 มนาคม 2016



1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- นักเรยนทราบประวัติชวิตในครอบครวของพระเยซูเจา













- นักเรยนรจักและสามารถนาแบบอย่างทดของพระเยซูเจาในครอบครว มาปฏบัติใน

ื่


ครอบครวของนักเรยนและสอนผูอนได ้


1.2 ความจาเปน (Need) [LIKE]



- ตามแบบอย่างของพระเยซูเจาเกยวกับการนบนอบเชอฟงบิดา มารดา นักเรยนรสึก







ี่
ื่

ภาคภูมิใจในตนเองททาใหพ่อแม่รสึกภูมิใจและชนชม


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)


- แบบอย่างทดีในการดําเนินชวิตในครอบครว


ี่
ื่



ี่



- ความนบนอบเชอฟงพระเจา พ่อ แม่ คร ญาติผูใหญและคนทมคุณธรรมทุกคน



ื่
- การปฏบัติตนอย่างไรเพอแสดงความนบนอบต่อผูมพระคุณ?

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)







- ใหนักเรยน ดูวดโอคลิปเกยวกับชวิตครอบครว เรอง เยซูชาวนาซาเรธ ตอนท 2








- ใหนักเรยนบอกลักษณะความนบนอบ จากวดโอคลิปว่าเราควรปฏบัติอย่างไร?



1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล

- สังเกตความสนใจขณะชมภาพยนตร ์
3. การสรางบรรยากาศ






ี่
- ใหนักเรยน ดูวดโอคลิปเกยวกับ ชวิตในครอบครว

4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]








- จากวดโอคลิป เรือง พระเยซูเจาทนักเรยนไดดูมความเหนอย่างไร?




- นักเรยนจะปฏบัติตนอย่างไรเพอจะแสดงถงความนบนอบเชอฟงบิดา มารดา?


ื่




- แบ่งกลุมนักเรยนออกเปนกลุมๆ ละ 4-5 คน เขยนสรปพฤติกรรมทแสดงถึงความนบนอบ

ี่



390

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]




- ครใหความรเกยวกับการแสดงความนบนอบ โดยใหนักเรยนอ่าน เรอง พระเยซูเจากับ













การดาเนนชวิตครอบครว อ่านขอความจากพระวรสารนักบุญลูกา บทท 2 ขอ 51-52





ี่


- ครถามถงสิ่งทนักเรยนนาไปปฏบัติว่าไดผลอย่างไร? และทบทวนถึงหนาทของลูกทดีต่อ









พ่อแม่และทุกคนในครอบครว

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]







- นักเรยนคนควาพฤติกรรมทแสดงออกถงความนบนอบ







- นักเรียนหาขอตั้งใจ เพอนาไปปฏบัติในครอบครวนักเรยน และสัปดาหหนามาแบ่งปนให ้




เพอนฟง
ื่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect
ื่


- นักเรยนมความคิดเห็นอย่างไรในเรองความนบนอบเชอฟงบิดามารดา?
ื่

5.2 Connect
ี่

- นักเรยนคิดว่า ความนบนอบเชอฟงเกยวโยงกับคุณค่าพระวรสาร เรือง ความกตัญ�ู
ื่


อย่างไร?
5.3 Apply


- จากสิ่งทไดเรยนร นักเรยนจะเปลยนแปลงพฤติกรรมของตนเองอย่างไร?
ี่

ี่


6. สอการเรยนการสอน



- วดโอคลิป


- พระคัมภร ์

391


สาระการเรยนรู้ ครสตศาสตร ์ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4

หนวยการเรยนรู้ แบบอย่างของพระแม่มารีย์ มารดาพระคริสตเจ้า


ออกแบบโดย ครูบษรา ชลหาญ โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ


วันท่ ี 12 มนาคม 2016

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) (LIKE)





ื่

- นักเรยนทราบและชนชมยินดีในวิถทางดําเนินชวตและคุณงามความดีของพระแม่มารย

- นักเรยนมแบบอย่างในดานความสุภาพถ่อมตน ความรกเมตตา ความเสยสละ และ






ความเชอศรทธา






- นักเรยนรจักภาวนาวอนขอพระพรและความช่วยเหลอจากพระแม่มารย ์

1.2 ความจาเปน (Needs) (LIKE)








- นักเรยนสามารถชนชมและยึดพระแม่มารยเปนแบบอย่างในการดําเนินชีวต ในดาน


ความสุภาพถอมตน ความรกเมตตา ความเสยสละ และความเชอศรทธา








1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)



- คุณความดีของพระแม่มารยใน 4 ดาน ไดแก่ ความสุภาพถ่อมตน ความรกเมตตา ความ




เสยสละ และความเชอศรทธา



- การภาวนาวอนขอพระพรและความช่วยเหลอจากพระแม่มารย ์

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)








- เปิดแฟ้มรปภาพพระแม่มารย ในรปแบบต่างๆ ใหนักเรยนดู สนทนาและเปดโอกาสให ้
นักเรยนซักถามเกยวกับรปภาพทดู






1.5 เวลา (Time)
- 4 คาบๆ ละ 50 นาที
2. การประเมินผลและการวดผล

- นักเรยนแสดงความคิดเหน


- การตอบคาถาม




- สังเกตการเขารวมกจกรรม

3. การสรางบรรยากาศ




- เปิดวดโอคลิป ประวัติพระแม่มารย

- ใหนักเรยนแบ่งกลุมแสดงละคร



- อ่านพระวรสาร และใหนักเรยนอภปราย



392


4. การนําเสนอบทเรยน (LIKE)


4.1 การสรางประสบการณ (See)

คาบท 1



- เปิดวดโอคลิป ประวัติพระแม่มารย ตอน “ทูตสวรรค์แจงข่าวการประสูติของพระเยซูเจา”





ี่

(แบบอย่างดานท 1. ความสุภาพถอมตน)
คาบท 2








- แบ่งกลุมและมอบหมายใหนักเรยนแสดงละครเรอง “งานสมรสทหมูบานคานา” ศึกษา







ี่

จากพระวรสารนักบุญยอหน บทท 2 ข้อ 1-12 (แบบอย่างดานท 2 ความรกเมตตา)
คาบท 3









- เปิดวดโอคลิป ประวัติพระแม่มารย ตอน “พระนางมารยเสด็จเยยมนางเอลซาเบธ”


ี่


(แบบอย่างดานท 3 ความเสยสละ)


คาบท 4





- อ่านพระวรสาร นักบุญลูกา บทท 2 ข้อ 41-50 “พระเยซูเจาในหมูธรรมาจารย” และให ้







นักเรยนอภปรายว่าเหนตัวอย่างดานความเชอศรทธาของพระนางมารยอย่างไร (แบบอย่าง






ด้านที 4 ความเชอศรทธา)


คาบท 1-4


- ครใหนักเรยนอ่านบทพระวรสาร นักบุญ... บทท ... ขอ ...ถึง... หนา ...... อกคร้งหนึง









- ใหนักเรยนวิเคราะหและบันทึกส่วนตัวว่า บทพระวรสารทอ่านน้ แสดงใหเห็นคุณความด ี


ี่





ของพระแม่มารยในดานใด เพราะเหตุใด

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)



- ใหนักเรยนช่วยกันแสดงความคิดเหนถงแบบอย่างของพระแม่มารย์ในดานต่างๆ ที ่




นักเรยนพบจากการดูวิดีโอคลิป จากการแสดงละคร และจากการอ่านพระวรสาร ในขั้น See


- ใหนักเรยนศึกษา วิธการแสดงความความศรทธาและการภาวนาวอนขอความช่วยเหลอ





จากพระแม่มารย เช่น การสวดบทวันทามารย การสวดสายประคํา การทานพวารพระมารดา




นิจจานุเคราะห จากหนังสอเรยนวิชาครสตศาสนา







4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)






- ใหนักเรยนเขยนเรยงความเรอง “แม่พระในชวิตของฉัน” และนาเสนอในหอง







- ใหนักเรยนแต่ละคนคิดไตรตรองและเขยนขอตั้งใจทจะนาไปปฏบัติ ตามแบบอย่างของ





พระแม่มารยตลอดสัปดาห และมาแบ่งปนใหเพอนฟงสัปดาหหนา


ื่







393




5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
5.1 Reflect
ี่
- นักเรยนรสึกประทับใจในคุณความดีของพระแม่มารยทไดเรยนในวันน้อย่างไร?




ู้


5.2 Connect (LIKE)


ี่









- หลังจากทไดเรยนรเกยวกับคุณความดของพระแม่มารย ทาใหนักเรยนรสึกต่างจาก




ื่
เมอก่อนอย่างไรเมอรวมกันสวดบทวันทามารย?
ื่


5.3 Apply
ี่


- จากสิ่งทนักเรียนได้เรียนร นักเรยนจะเปลยนแปลงพฤติกรรมของตนเองอย่างไรเพอเปน

ี่
ื่

ี่
คนทสมบูรณขึ้น?




- จากแบบอย่างทั้ง 4 ดานของพระแม่มารย นักเรยนคิดว่าจะเลอกแบบอย่างดานใดไป



ปฏบัติ เพราะอะไร?


6. สอการเรยน การสอน


ื่


- เครองเล่นและแผ่น วซด ี

- พระคัมภร ภาคพันธสัญญาใหม่


- หนังสอเรยนวชาครสตศาสนาชั้นมัธยมศึกษาปท 4




















394


สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น ประถมศึกษาปท 6





หนวยการเรยนรู้ บาปต้น 7 ประการ





ออกแบบโดย ครูพรทิพยพา วิรยะสมบติ โรงเรียน เซนต์โยเซฟคอนเวนต์กรุงเทพฯ
วันท่ ี 9 ตุลาคม 2014

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)






- นักเรยนมความเขาใจทถูกตองเกยวกับบาปตน 7 ประการ



1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]






- นักเรยนมความเกรงกลัวต่อบาป และหลกหนบาป


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)




- นักเรยนเขาใจเกยวกับบาปตน 7 ประการ คือ (1) หยงจองหอง (2) ตระหน (3) อุลามก








(4) โลภอาหาร (5) อจฉา (6) โมโห (7) เกยจคราน

1.4 การสรางความสนใจ (Interest)





- จากบทเพลง “หัวใจผูแพรธรรม” นาไปสูการตั้งคาถามและยกตัวอย่าง





- ครูโชวภาพการทาความผิดต่างๆ ทละภาพ โดยใหนักเรยนตอบคําถามจากภาพจนครบ




7 ภาพ โดยครเปนผูเฉลยว่า นักเรยนตอบถูกหรอไม่



- ครกาหนดใหนักเรยนเขยนขอตั้งใจในการปฏบัติตนมา 3 ข้อ





1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบเรยน

2. การประเมินและวดผล

- จากการตอบคาถามจากภาพ

3. การสรางบรรยากาศ



- จากบทเพลง “หัวใจผูแพรธรรม”
4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]




- ครนาเสนอรปภาพใหนักเรยนรวมกันสังเกต แลวบอกชอว่าเปนภาพอะไร?








- จากภาพใหนักเรยนบอกว่า แผ่นไหนคอบาปอะไร?



4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)

- แบ่งกลุม 3-5 คน แจกใบความรเรอง บาปตน 7 ประการ ใหเวลานักเรยนอ่านใบความร ้ ู



ื่


395




- ใหนักเรยนรวมกันศึกษา คิด วเคราะหถงการปฏบัติตัวหลกหนบาปมา 5 ข้อ นักเรยน








เขยนขอตั้งใจ 3 ข้อ



4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)


ื่
ี่

- ส่งตัวแทนมานาเสนอแนวคิดเกยวกับการปฏบัติตัวเพอหลกหนบาปตน 7 ประการ



- ครสรปบาปตน 7 ประการม (1) หยิ่งจองหอง (2) ตระหน (3) อุลามก (4) โลภอาหาร (5)


ี่

อจฉา (6) โมโห (7) เกยจคราน



5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]



5.1 Reflect






- นักเรยนรสึกอย่างไร จากการเรยนเรองบาปตน 7 ประการ?

5.2 Connect








- นักเรยนคิดว่าเรองบาปตน 7 ประการน้เชอมโยงกับพระคุณ 7 ประการของพระจิตเจา
หรอไม่? อย่างไร?

5.3 Apply
ื่
- นักเรยนกาหนดขอตั้งใจในการดําเนินชวิตอย่างไรเพอไม่ใหเปนการทาผิดต่อพระเจา (บาป)?








6. สอการเรยนการสอน



- เพลง “หัวใจผูแพรธรรม”



- ภาพการทาความผิดต่างๆ











396

สาระการเรยนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1

หนวยการเรยนรู้ วันเดือนปี และการนับช่วงเวลาตามปฏิทิน


ออกแบบโดย ครูประภากร ศรีอรุณรัศม ี โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย
วันท่ ี 25 มกราคม 2016


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)

- นักเรยนบอกสามารถเขาใจถง การนับ วันเดอน ป และการนับช่วงเวลาตามปฏทน







- นักเรยนสามารถบอกการนับ วัน เดอน ป และการนับช่วงเวลาตามได ้





1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]











- นักเรยนจาเปนตองบอก วัน เดอน ป และการนับช่วงเวลาตามปฏทนใหไดและมความ












ถูกตองเพอใชในการติดต่อสอสารกับบุคคลอนในสังคมเกยวกับวันเวลาทยึดการใชปฏทินตาม



ระบบมาตรฐานสากลเปนหลัก

1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)





- การบอกวัน เดอน ป และการนับช่วงเวลาตามปฏทน








- การบอกวัน เดอน ป ตามปฏทนสอดคลองกับคุณค่าพระวรสารเรอง ความจรง ท ี ่











จาเปนตองเรยนรเพอเอาไวใชสอสารกับชาวโลก


1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]
- ครูนําภาพตัวอย่างเหตุการณวันหยุดต่างๆ มาใหนักเรยนดู เช่น ภาพวันเด็ก วันครู วัน






สงกรานต วันครสต์มาส เป็นต้น แลวใหนักเรยนสังเกตว่าภาพแต่ละภาพนั้นเกยวกับวันอะไร?





ี่
วันทเท่าไหรบาง? และใหนักเรยนบอกแผนกจกรรมคราวๆ ในวันหยุด





1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ
2. การประเมินและวดผล

- การตอบคําถาม
- การอภปราย

- การทาชิ้นงาน (ปฏทิน)


3. การสรางบรรยากาศ








- นักเรยนทา Brain Gym และทาท่าทางประกอบเพลงเกยวกับวันครสตมาส



397

4. การนําเสนอบทเรยน


4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]





- ครูนาปฏทนขนาดใหญมาใหนักเรยนดู โดยทมการแบ่งนักเรยนออกเปนกลุมละ 4 คน













แลวใหนักเรยนช่วยกันสํารวจวันหยุดใน 1 ปี แลวช่วยกันลงเวลาวันหยุดต่าง ๆ โดยทาเปน List

ออกมาในกระดาษ









- นักเรยนแต่ละกลุมรวมกันอภปรายสรปถงวันหยุดต่าง ๆ ทสังเกตได ว่าอยูทวัน เวลา




ใดบาง?
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)









- ครอธบายถึงความจาเปนว่าทาไมเราจึงตองใชปฏทนในชวตประจาวัน เพอสรปเหตุผล









ของกจกรรมในขั้น See

ี่





- ครบรรยายเน้อหาเกยวกับวันต่าง ๆ ใน 1 สัปดาห ลาดับเดือนและชอเดอนทั้ง 12 เดอน







การบอกปเปนพุทธศักราชและครสตศักราช โดยเชอมโยงกับคุณค่าพระวรสารเรอง ความจรง




ผ่านการนาเสนอจากโปรแกรม PowerPoint
ื่




- นักเรยนทาใบงานสรปเรอง วัน เดือน ป และการนับช่วงเวลาตามปฏทิน


4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]


- ใหนักเรยนแต่ละคนทาสมุดปฏทน 1 ปี (12 เดอน) โดยครูไดสรางกระดาษรูปแบบ














ตารางวันในแต่ละเดือนไวให ซึ่งนักเรยนจะไดรบคนละ 12 แผ่น เพอใหนักเรยนเติมชอเดอน ป ี













เขียนวันทีในแต่ละเดอนใหถูกตองครบถวนและระบุวันหยุดหรอวันสาคัญต่างๆ ดวยตนเอง


จากนั้นนักเรยนตกแต่งปฏทินของตนเองใหสวยงาม

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]



5.1 Reflect








- นักเรยนไดเรยนรอะไรบางจากการเรยนในคาบน้?
5.2 Connect


- ปฏทินหรอขอมูลในปฏทินทนักเรยนเคยเหนมา มลักษณะเหมอนหรอแตกต่างจาก










ปฏทินทพบเห็นในวันน้หรือไม่? อย่างไร?
ี่

5.3 Apply








- นักเรยนจะสามารถนาความรทไดเรยนในวันน้ ไปใชในการบอกวันสาคัญอนๆ ได ้





หรือไม่? อย่างไร?
6. สอการเรยนการสอน



- PowerPoint

- ปฏทิน
398

สาระการเรยนรู้ สังคมศึกษา ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3

หนวยการเรยนรู้ ที่มาของปีศักราชที่ปรากฏในปฏิทิน




ออกแบบโดย ครูสกญญา จนมาสา โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ

วันท่ ี 16 มนาคม 2016


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- นักเรยนบอกทมาของ พุทธศักราช ครสตศักราช ฮิจเราะหศักราชได้






- นักเรยนสามารถอธบายวธการเทยบพุทธศักราช ครสตศักราช ฮิจเราะหศักราชได และ









นักเรยนสามารถสอนผูอนได ้

ื่


1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]








- การเรยนรเกยวกับศักราช ทมาของศักราช ทาใหเราบอกเวลาและเหตุการณทเกดขึ้นใน



ี่

ชีวตประจําวัน
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)



ี่

- วิธเทยบศักราชทปรากฏในปฏทิน

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)

- ครใหดูปฏทิน นักเรยนดู สังเกต ในปฏทินนั้นมความแตกต่างอย่างไร






1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ 50 นาที

2. การประเมินและวดผล

- ตอบคาถาม
- สังเกตจากการอภิปราย




- แบบฝกคิดเทยบศักราช พุทธศักราช ครสตศักราช ฮิจเราะหศักราช

3. การสรางบรรยากาศ





- ใหนักเรยนปรบมอ และทา Brain Gym
4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]










- ครแจกปฏทนแบบตั้งโตะ แบบแขวนใหนักเรยนทุกคนและดูความแตกต่างบนปฏทน ม ี

อะไรบางทเหมอนกันและแตกต่างกัน แลวจดบันทึกไว?



ี่
399





- นักเรยนทราบไหมว่า ทาไมครจึงใหนักเรยนดูปฏทน (นักเรยนตอบ ดูวัน ดูวันท ดู






เดอน ดูป พ.ศ. ดูป ค.ศ. ดูรปแบบ มแบบตั้งโตะ แขวนผนัง แบบพกในกระเปา ใน










โทรศัพทมอถอ)


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]











- ครใหนักเรยนอ่านหนังสือหนา 188 เปนลาดับทมาของศักราชทปรากฏในปฏทน



พุทธศักราช (พ.ศ.) ครสตศักราช (ค.ศ.) ฮิจเราะหศักราช (ฮ.ศ.) โดยเชอมโยงกับคุณค่า





พระวรสารเรองความจรง ผ่านการนาเสนอ PowerPoint











- ครูอธบายถงความจาเปนว่า ทาไมนักเรยนจึงตองเรยนรในเรองการดูปฏทิน เพอสรุป







เหตุผลของกจกรรมในขั้น See
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)


- นักเรยนทาแบบฝกหัดสรป เรอง ทมาของศักราชทปรากฏในปฏทิน
ี่



ี่

ื่

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect




- นักเรยนไดเรยนอะไรบางจากเรองน้?



5.2 Connect


- นักเรยนสามารถนาความรไปใชในเรองใดบาง? อย่างไร?






5.3 Apply
- นักเรยนจะนาเรองการเทยบศักราชไปเชอมโยงกับเหตุการณในชวตประจาวันได ้











อย่างไร?
6. สอการเรยนการสอน



- PowerPoint

- ปฏทิน
400


สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น ประถมศึกษาปท 4





หนวยการเรยนรู้ การออมตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง



ออกแบบโดย ครูวฒนา รอดธาน ี โรงเรียน ยอแซฟอุปถัมภ์ นครปฐม
วันท่ ี 1 กนยายน 2014


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)



- นักเรยนอธบายการออมตามหลักปรชญาเศรษฐกจพอเพยงได ้











- นักเรยนสามารถออมเงนเพอเกบไวใชในยามจาเปนได ้
1.2 ความจาเปน (Needs)









- การรจักประหยัดอดออมทาใหสามารถมไวใชในยามจาเปน



1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)




- การออมตามหลักปรชญาเศรษฐกจพอเพยง
1.4 การสรางความสนใจ (Interest)



- รองเพลง “ออมเงน”

- ใหนักเรยนนาสมุดธนาคารโรงเรยนมานาเสนอหนาชั้นเรยนเพอดูยอดเงนฝาก



ื่










- ตั้งคาถาม “นักเรยนนาเงนมาโรงเรยนเท่าไร? ใชหมดหรอไม่? ถาไม่หมดเอาไปทาอะไร?



1.5 เวลา (Time) - 3 คาบ

2. การประเมินและวดผล


- แบบสังเกตพฤติกรรม (การตอบคาถาม และการแสดงความคิดเหน)


ี่
- แบบประเมินชิ้นงานทนาเสนอดวย Mind-mapping



- แบบประเมินพัฒนาการความกาวหนา ไดแก สถติการฝากเงนออม



3. การสรางบรรยากาศ


- รองเพลง “ออมเงน”




- ใหนักเรยนนาสมุดธนาคารโรงเรยนมานาเสนอหนาชั้นเรยน







- ครตั้งคาถามและสนทนากับนักเรยน


- ชมวีดิทัศน เรือง “เด็กไทยรกการออม”

4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See)


- ใหนักเรยนสํารวจเงินของเพอนจํานวน 10 คน พรอมทั้งสอบถามแนวทางการใชเงนใน









วันน้ มใครออมเงนหรอไม่?
401


- ชมวีดิทัศน เรือง “เด็กไทยรกการออม”




- ตั้งคาถามใหนักเรยนบันทึกคาตอบ เช่น จากสถานการณใน VDO มวิธการออมอย่างไร?





และรวบรวมวิธอนๆ นอกเหนอจากใน VDO

ื่







- สรปวธการออมของตนเองและของเพอน (สถิติ/ จัดหมวดหมู)
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)





- ครอธบายหลักการออมตามแนวปรชญาเศรษฐกจพอเพยง ประกอบ PowerPoint



ื่
(สอดแทรกคุณค่าพระวรสาร “ความเรยบง่าย”) และสอ VDO/ YouTube




- นักเรยนรวมกันสรปองคความรจากการดู PowerPoint กับสอ VDO ว่ามความสอดคลอง






กันอย่างไร?


4.3 ลงมอปฏบัติ (Act)




- แบ่งกลุมนักเรยนแลกเปลยนประสบการณ ใหตัวแทนสรปองค์ความร ู


ี่
- นักเรยนบันทึกองคความรเปน Mind-mapping









- นักเรยนทาบัญชรายรบ-รายจ่ายของตนเองเปนรายสัปดาห ์










- นักเรยนนาเงนฝากบัญชธนาคารโรงเรยนทุกสัปดาห เพอใหเกดลักษณะนสัยการออม


กับตนเองไปตลอด

ื่

- จัดทาสถติการฝากเงนประจาหองเรยน เพอความภาคภูมิใจในตนเอง/ ห้อง/ เพอนๆ

ื่







- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ...... หนา ..... เรอง .....



5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน




5.1 Reflect - นักเรยนมเป้าหมายในการออมหรอไม่? อย่างไร?







- เมอเปรยบเทยบการออมเงนของตนเองในแต่ละสัปดาหแลวเกดการเปลยนแปลง





อย่างไร? เพราะอะไร?




5.2 Connect - การสรางภูมิคุมกันตนเองเกยวของกับการออมอย่างไร?








- ความร เรือง การออมสอดคลองสนับสนุนต่อความรเรองเศรษฐกจพอเพยงอย่างไร?









5.3 Apply - นักเรยนมการฝากเงนบางหรอไม่ และนาเงนฝากกับใครหรอทใดบาง







นอกเหนอจากโรงเรยน?









- นักเรยนวางแผนจะนาความรเรองการออมตามหลักปรชญาเศรษฐกจพอเพยงไปใช ้


ประโยชนในชวิตอย่างไร?


6. สอการเรยนการสอน

- สมุดธนาคารโรงเรยนของนักเรยน





- วีดิทัศนเรอง “เด็กไทยรกการออม”

402

สาระการเรยนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้น ประถมศึกษาปท 5




หนวยการเรยนรู้ 1) ลักษณะภูมิลักษณ์ที่สําคัญของภาคต่างๆ ในประเทศไทย





ออกแบบโดย ครูจารทรรศนา เสกาจารย ์ โรงเรียน เซนตนโกลาส พิษณโลก




วันท่ ี 22 กมภาพนธ 2015

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- นักเรยนสามารถอธบายลักษณะภูมิลักษณทสาคัญของภาคต่างๆ ในประเทศไทยได ้






1.2 ความจาเปน (Needs)








- ในฐานะทนักเรยนเปนพลเมองของไทย นักเรยนตองเรยนรเรอง ลักษณะภูมิลักษณท ่ ี






สาคัญของภาคต่างๆ ในประเทศไทยเพอจะไดทราบถึงทตั้งของภาคต่างๆ และอาณาเขตติดต่อ
ื่

ี่
ของภูมิภาค

1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)


ี่

- ลักษณะภูมิลักษณทสาคัญของภาคต่างๆ ในประเทศไทย

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)









- ครสุมถามนักเรยน 2-3 คน เกยวสถานทในประเทศไทยทนักเรยนเคยไปเทยว สถานท ่ ี






นั้นอยูในภาคใดของประเทศไทย? มลักษณะเปนอย่างไร?
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล

- แบบบันทึกพฤติกรรมการทางานกลุม/ การนาเสนอผลงาน/การถาม-ตอบ



- แบบประเมินชิ้นงาน Mind-mapping


- แบบฝกหัดทบทวนความร ู
3. การสรางบรรยากาศ

ี่




ื่
- นักเรยนสนทนากันในเรอง ภูมิลักษณทนักเรยนอาศัยอยูมลักษณะทเหมอนและแตกต่างกับ
ี่


เพอนอย่างไร?


4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]





- ครนาเสนอวดิทัศนเกยวกับลักษณะภูมิลักษณทสาคัญของภาคต่างๆ ในประเทศไทยให ้


ี่
ี่




นักเรยนดู แลวถามว่า ลักษณะธรรมชาติของภาคต่างๆ ในประเทศไทยมลักษณะอย่างไร?
403


- นักเรยนจับกลุมโดยการจับสลากแบ่งตามภาคต่างๆ (6 ภาค) ศึกษาเน้อหาในใบความร ้ ู






แลวนาเสนอหนาชั้นเรยนว่า ลักษณะของแต่ละภาคเปนอย่างไร?

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]






- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ...... หนา ...... เรอง ......



- ครอธบายลักษณะภูมิลักษณทสาคัญของภาคต่างๆ ในประเทศไทย















- จัดกลุมย่อยใหนักเรยนวิเคราะหว่าไดประโยชนอะไรบาง? จากการศึกษาเรองภูมิลักษณ ์



ทสาคัญของภาคต่างๆ


4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]


- นักเรยนดูแผนทแสดงลักษณะทางภูมิลักษณทสาคัญของภาคต่างๆ (แม่น้า ภูเขา ปาไม)










นักเรยนแต่ละกลุมช่วยกันสารวจและสังเกตลักษณะภูมิประเทศในภาคของตนจากแผนท ี ่




- นักเรยนรวมกันอภปรายแสดงความคิดเหนว่า ลักษณะภูมิประเทศในภาคของตนเอง


ื่


เหมอนหรอแตกต่างกับภาคอนๆ อย่างไร? และสรปเปน Mind-mapping

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect


ื่



- นักเรยนไดเรยนรอะไรบางในเรองน้?


5.2 Connect
- นักเรยนคิดว่า เน้อหาทเรยนในคาบน้เกยวกับเน้อหาทเรยนในคาบก่อนอย่างไร?
ี่
ี่

ี่





5.3 Apply









- นักเรยนจะนาเน้อหาทเรยนน้ไปประยุกตใชในการเรยนวิชาอนอย่างไร?



6. สอการเรยนการสอน



ี่


ื่

- วีดิทัศน เรอง ภูมิลักษณทสาคัญของภาคต่างๆ ในประเทศไทย
ี่
- แผนทภูมิภาค

- แบบเรยนสังคมศึกษา

- ใบความร ู
404


สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น ประถมศึกษาปท 5





หนวยการเรยนรู้ 2) สิทธิเด็ก



ออกแบบโดย ครูไพฑูรย ดิษยทต โรงเรียน เรยีนาเชลีวิทยาลัย เชียงใหม่


วันท่ ี 21 กนยายน 2014


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ี่


- นักเรยนเขาใจเกยวกับสิทธขั้นพ้นฐานของเด็ก





- นักเรยนสามารถปกป้องสิทธของตนเองและเคารพสิทธของผูอน

ื่


1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
- นักเรยนจาเปนตองรและเขาใจเพอปกป้องสิทธของตน และไม่ละเมิดสิทธผูอน







ื่


ื่

1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)


- ความหมายของ “เด็ก”


- สิทธขั้นพ้นฐานของเด็ก
- การปกป้องการละเมิดสิทธเด็ก


- ใชกระบวนการกลุมและการคิดวิเคราะห ์


1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
- นักเรยนดูรปภาพการละเมิดสิทธเด็ก 3 รป แลวครกระตุนความสนใจของนักเรยนดวย










การตั้งคาถาม
รูปท 1 : เด็กขอทาน



คาถาม : เหนอะไรจากรปภาพบาง?



รูปท 2 : เด็กขายพวงมาลัย


คาถาม : รสึกอย่างไร?




รูปท 3 : เด็กถูกทารณกรรม






คาถาม : ถาเปนเด็กคนนั้นจะทาอย่างไร?
1.5 เวลา (Time)

- 2 คาบเรยน
2. การประเมินและวดผล

- ประเมินการมส่วนรวมในการตอบคําถามและการแสดงบทบาทสมมุติ


3. การสรางบรรยากาศ



- ครใหนักเรยนดูรปภาพการละเมิดสิทธเด็ก และกระตุนความสนใจดวยการถามคาถาม






405


4. การนําเสนอบทเรยน

คาบที 1


4.1 การสรางประสบการณ (See)




- ครตั้งคาถามก่อนเรยนว่า จากคลิปวิดโอทีจะดู

ก) ใคร? ทําอะไร?



ข) เรองราวเปนอย่างไร?



- นักเรยนดูคลิปวิดีโอ เรือง “เด็กถูกทอดท้ง”





- นักเรยนรวมกันตอบคาถามและรวมกันวิเคราะหสาเหตุและผลกระทบกับคร ู
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]



- ครอธบายความหมายของเด็กและสิทธขั้นพ้นฐานของเด็กตามทกฎหมายใหความคุมครอง











- ครแจกและใหเวลานักเรยนอ่านใบความร เรือง สิทธขั้นพ้นฐานของเด็ก












- แบ่งนักเรยนออกเปน 4 กลุม ศึกษาใบความรเรองสิทธขั้นพ้นฐานของเด็กทั้ง 4 ข้อ


คาบที 2


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)

- แต่ละกลุมแสดงบทบาทสมมุติ โดยสรางสถานการณ กลุมละ 1 ขอ และออกมาแสดง




ื่






ื่

หนาชั้นใหเพอกลุมอนวิเคราะหว่า กลุมนั้นแสดงสิทธขอใดของเด็ก

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)




- นักเรยนและครรวมกันวิเคราะหถึงสถานการณบทบาทสมมุติ เพอบอกวธป้องกันการถูก






ื่

ละเมิดสิทธของตนเองและเคารพสิทธของผูอน


5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]



5.1 Reflect









- นักเรยนไดเรยนรอะไรบางจากเรองสิทธเด็ก?

- สิทธเด็กขอใดทนักเรยนใหความสนใจเปนพิเศษ เพราะเหตุใด?

ี่








- นักเรยนมปฏกรยาอย่างไรเมอมใครมาละเมิดสิทธขั้นพ้นฐาน เพราะเหตุใดจึงมปฏกรยา





ื่


เช่นนั้น?
5.2 Connect



ื่
ื่



- ทาไมครจึงใหเรยนเรองสิทธขั้นพ้นฐานของเด็กต่อจากเรอง สถานภาพและบทบาท?
- นักเรยนคิดว่า ปญหาการละเมิดสิทธเด็กก่อใหเกดปญหาสังคมดานอนๆ อย่างไร?
ื่










- นักเรยนคิดว่า การเคารพสิทธของผูอนตรงกับคุณค่าพระวรสาร เรือง “ความเคารพ/



ศักดิ์ศรี” หรือไม่? อย่างไร?

406

5.3 Apply





- นักเรยนสามารถนาเรอง สิทธเด็กไปประยุกต์ใชในชวิตประจาวันไดอย่างไร?










- ถานักเรยนพบเหนการละเมิดสิทธเด็ก นักเรยนจะมวิธการช่วยเหลออย่างไร?







- นักเรยนจะมส่วนรวมอย่างไรในการรณรงค์เพอป้องกันปญหาการละเมิดสิทธเด็กใน



โรงเรยนและในชุมชน?




6. สอการเรยนการสอน
- รปภาพการละเมิดสิทธเด็ก







- คลิปวดโอเรอง “เด็กถูกทอดท้ง”

- ใบความรเรอง สิทธขั้นพ้นฐานของเด็ก












































407




สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น ประถมศึกษาปท 6



หนวยการเรยนรู้ ภูมิปัญญาสมัยรัตนโกสินทร์


ออกแบบโดย ซิสเตอรแพรดี มณรตนวงศสิร ิ โรงเรียน วาสุเทวี กรุงเทพฯ




วันท่ ี 21 ธนวาคม 2014


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)








- นักเรยนสามารถอธบายถึงภูมิปญญาไทยทสาคัญสมัยรตนโกสินทรทน่าภาคภูมิใจและ





ควรค่าแกการอนุรกษไว ้




- นักเรยนชนชมในพระพรทไดรบจากพระเจาผ่านผลงานต่างๆ ของเพอนมนุษย สะทอน








คุณค่าพระวรสารเรองความกตัญ�ู


1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]








- เรามพระพรหรอพรสวรรค์อะไรบางทจะทาใหชวิตของเราน่าตื่นเตนและมความสุข ทั้งยัง

ี่



ทาใหคนอนมความสุขกับเราดวย?


ื่










- เรามชวิตความเปนอยูไดในขณะน้ เพราะมหลายบุคคลททาหลายสิ่งหลายอย่างใหกับ

เรามากอน

1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)










- ภูมิปญญาไทยสมัยรตนโกสินทร ดานอักษรศาสตร ดานศิลปกรรม และดานการแพทยไทย

1.4 การสรางความสนใจ (Interest)

- ตั้งคาถาม/ พูดคุยสนทนา โดยมเน้อหาดังน้ ี





ก) นักเรยนใชภาษาอะไรในการสอสารพูดคุย และมันสาคัญอย่างไร?










ข) ในการเรยนการสอนเราใชตัวอักษรอะไรเพอเรยนรและทาความเขาใจบทเรยน?












ค) เอกลักษณของไทยทนักเรยนคิดว่าควรรกษาใหคงอยูต่อไป ทาไมตองรกษาไว?






ง) เดยวน้ เมอเราไม่สบายปวย เราไปทไหน? แต่เมอรอยกว่าปกอนเขาทาอย่างไร?














- สิ่งเหล่าน้เรยกว่าภูมิปญญาไทย ซึงช่วยใหเราสามารถเรยนรสิงต่างๆ และทาใหชวิตของ








เราไม่ตองลาบากเกนไป


1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล



- การแสดงความคิดเหน การตอบคาถาม


- สังเกตพฤติกรรมช่วงทากจกรรมกลุม

408

3. การสรางบรรยากาศ





- ใหนักเรยนเล่นเกมปรศนาภาพ เช่น การแสดงโขน ภาพแกะสลักไทย จารกภาพแพทยแผน




โบราณ แลวใหนักเรยนช่วยกันทาย
4. การน าเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]



ื่

ี่
ื่




- ใหนักเรยนเลอกศึกษาจากหนังสอหรอสออนๆ ทมแหล่งอางอิงใน 3 หัวขอไดแก่




กลุมท 1 : วิวัฒนาการอักษรในสมัยรตนโกสินทร ์

ี่
ี่
ี่



กลุมท 2 : ศิลปกรรมทสรางในสมัยรตนโกสินทร (วัด)





ี่
กลุมท 3 : การพัฒนาดานการแพทยแผนไทยในสมัยรตนโกสินทร ์
4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]


ี่




ี่

- ใหนักเรยนอภปรายรวมกันภายในกลุมเกยวกับขอมูลทไดศึกษา



ี่






ื่

- ตัวแทนกลุมนาเสนอขอมูลหนาชั้นเรยน โดยครอธบายเพิ่มเติมเมอมคาถามทสงสัยและ
ื่
เพิ่มเติม และสอดแทรกคุณค่าพระวรสารเรอง ความกตัญญู
- นักเรยนและครรวมกันสรปขอมูลทศึกษาจากการอภปราย






ี่
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]




ี่


- ถาไม่มภูมิปญญาไทยดังทเราศึกษาและอภปรายกัน ชวิตของเราจะเปนอย่างไร?



- ใหนักเรยนเขยนแสดงความคิดเห็น เรอง “ความภาคภูมิใจในภูมิปญญาไทย”

ื่


5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect






- นักเรยนไดเรยนรอะไรบาง (เงยบ 1-2 นาท)


5.2 Connect
ี่





- การเรยนเรอง ภูมิปญญาไทยทสาคัญสมัยรตนโกสินทรทน่าภาคภูมิใจ ทาใหนักเรยน
ื่

ี่


คิดถึงคุณค่าพระวรสารเรอง ความกตัญญูอย่างไร?
ื่
5.3 Apply
ื่
ื่
ี่

- นักเรยนมพรสวรรค์หรอความสามารถอะไรทอยากใหผูอนชนชมกับนักเรยน? อย่างไร?





6. สอการเรยนการสอน




- ภาพปรศนา


- หนังสอเรยน

- อินเทอรเน็ต
409








สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 1
หนวยการเรยนรู้ 1) เครื่องมือทางภูมิศาสตร์





ออกแบบโดย ครูนนทวน ทวชาติ โรงเรียน เซนต์นิโกลาส พิษณุโลก



วันท่ ี 22 กมภาพนธ 2015

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)




- นักเรยนสามารถอธบายถงความสาคัญและประโยชนของลูกโลกได ้








- นักเรยนสามารถใชลูกโลก ซึงเปนเครองมอทางภูมิศาสตรได ้



1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]








- ถานักเรยนเรยนเรองลูกโลก จะรไดว่าบนโลกของเราแต่ละประเทศมเวลาต่างกัน และมี



สภาพอากาศทต่างกันจากการดูเสนละติจูด/ ลองจิจูด


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)




- เครองมือทางภูมิศาสตร (ลูกโลก) ท่แสดงลักษณะทางกายภาพและสังคมของประเทศ

ไทย ทวปเอเชย ออสเตรเลยและโอเชยเนย





1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)



- ครนาลูกโลกมาใหนักเรยนดู แลวใหนักเรยนช่วยกันบอกว่า “ลูกโลก” คออะไร? มไวเพออะไร?










1.5 เวลา (Time)
- 1 ชั่วโมง
2. การประเมินและวดผล



- แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุม
- การถาม-ตอบ
3. การสรางบรรยากาศ




ื่


- แบ่งกลุมเล่นเกม “สูโลกกวาง” ทายตําแหน่งต่างๆ บนโลก โดยครจะเปนคนทายชอ
4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]


- ครใหนักเรยนช่วยกันบอกว่า ลูกโลกบอกอะไรกับเราไดบาง? โดยใหนักเรยนทุกคนม ี








ส่วนรวมในการแสดงความคิดเห็น



410



4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]



- ครอธบายถึงเสนต่างๆ ทปรากฏบนลูกโลก เช่น เสนศูนยสูตร เสนเมอรเดียน เสนวันท ่ ี







เสนขนานละติจูด เสนลองจิจูด และเสนทปรากฏบนพ้นโลก เช่น พ้นททเปนพ้นน้า เปนทวป
















และประเทศต่างๆ








- ครแบ่งนักเรยนเปนสองกลุม กลุมละเท่าๆ กัน เพอเล่นเกม “สูโลกกวาง” ทายตําแหน่ง





ต่างๆ บนลูกโลก โดยครจะเปนคนทายชอ แลวใหนักเรยนแต่ละกลุมผลัดกันตอบคําถาม และ














ส่งตัวแทนออกมาช้ตําแหน่ง คําถามหนึงขอเท่ากับหนึงคะแนน กลุมทไดคะแนนมากทสุดถอ


เปนผูชนะ ตัวอย่างคาถามไดแก ่





(1) ตอนน้ฉันรอนมาก ฉันน่าจะอยูบรเวณไหนของโลก?







(2) ประเทศของอาฉ มกาแพงยาวทสุดในโลก?
ี่
(3) จิงโจมอยูมากทน?



ี่

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)







- ครและนักเรยนรวมกันสรปสาระสาคัญเกยวกับประโยชน ความสาคัญ และวธการใช ้







ลูกโลก เพอทนักเรยนจะนาไปใชไดอย่างถูกตองต่อไป







5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect




- นักเรยนไดเรยนรอะไรบางทปรากฏบนลูกโลก?




5.2 Connect

- นักเรยนคิดว่า เน้อหาทเรยนในคาบน้เกยวกับเน้อหาทเรยนในคาบก่อนอย่างไร?




ี่
ี่
ี่

5.3 Apply








- นักเรยนคิดว่า จะทาอะไรบางเพอใหการทางานกลุมราบรน สนุก และมคุณค่ามากขึ้น?



6. สอการเรยนการสอน



- ลูกโลก

- หนังสอสังคมศึกษา ม. 1
411

สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 1







หนวยการเรยนรู้ 2) ความสําคัญของพระพุทธศาสนา





ออกแบบโดย ครูศรนทิพย จนทประยูร โรงเรียน เรยีนาเชลีวิทยาลัย เชียงใหม่
วันท่ ี 14 มิถนายน 2015



1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- นักเรยนสามารถอธบายความสาคัญของพระพุทธศาสนาต่อสังคมไทยในฐานะเปน



ศาสนาประจาชาติ




- นักเรยนสามารถอธบายความสาคัญของพระพุทธศาสนาต่อสังคมไทยในฐานะเปน

รากฐานของขนบธรรมเนยมของวัฒนธรรมไทย


1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]




- พระพุทธศาสนาเปนศาสนาประจาชาติไทยท่มอิทธพลต่อการดําเนนชีวิต นักเรยนควร





เขาใจถงความสาคัญและนาไปปฏบัติในชวิตประจาวันไดอย่างถูกตอง









1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)



- ความสาคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะเปนศาสนาประจาชาติ



- ความสาคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะเปนรากฐานของขนบธรรมเนยมของ
วัฒนธรรมไทย

1.4 การสรางความสนใจ (Interest)





- ครใหนักเรยนดูภาพเกยวกับกจกรรมของพุทธศาสนกชน แลวใหนักเรยนช่วยกันตอบ









คาถาม เช่น ภาพการตักบาตร การเวยนเทยน การฟงเทศน เปนตน



1.5 เวลา (Time)
- 3 คาบ (คาบละ 50 นาที)
2. การประเมินและวดผล

- ประเมินจากใบงาน
ี่
- ประเมินจากการสรปและนาเสนอเกยวกับความสาคัญของพระพุทธศาสนา



ี่

- ประเมินจากแผนการรณรงค์เกยวกับความสาคัญของพระพุทธศาสนา

3. การสรางบรรยากาศ
ี่
- ดูภาพเกยวกับกจกรรมของพุทธศาสนิกชน




412


4. การนําเสนอบทเรยน
คาบที 1



4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]




- ใหนักเรยนทบทวนประสบการณการเขารวมกจกรรมทางศาสนาของตนเองว่า




พระพุทธศาสนามความเกยวของกับกจวัตรประจาวันของนักเรยนตรงไหน? อย่างไร? การเข้า











รวมกจกรรมทางศาสนาดังกล่าว (1) ส่งผลดอย่างไรบางกับตัวนักเรยนเอง? (2) เกยวของกับ



วัฒนธรรมไทยอย่างไร? (3) เกยวของกับประเทศชาติอย่างไร?








- แบ่งกลุมนักเรยนกลุมละ 6 คน สรปจากประสบการณ ศาสนาพุทธมส่วนเกยวของกับ 3




ดานอย่างไร?
คาบที 2

4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge)





- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ...... หนา ..... เรอง .....








- ครอธบายความสาคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะทเปนศาสนาประจาชาติและเปน



รากฐานของขนบธรรมเนยมของวัฒนธรรมไทย



- ครอธบายวิธการศึกษาความรจากศูนยการเรยนร เรอง ความสาคัญของพระพุทธศาสนา










ต่อสังคมไทย
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)




- กลุมช่วยกันทบทวนขอสรปของกลุมเปรยบเทยบกับคาอธบายของคร เพอสรป











ความสาคัญของพระพุทธศาสนาใน 3 ด้าน



- นักเรยนในกลุมรวมกันทาใบงาน ตอบคาถาม


คาบที 3


ี่
- ใหนักเรยนรวมกันวางแผน เพอรณรงค์เกยวกับความสาคัญของพระพุทธศาสนา



ื่



5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
5.1 Reflect



- นักเรยนอยากรอะไรเพิมเติมเกยวกับความสาคัญของพระพุทธศาสนา?




5.2 Connect




ื่


- นักเรยนคิดว่า สิ่งทไดเรยนไปทาใหนักเรยนคิดถึงความสาคัญของศาสนาอนอย่างไร?

ี่
5.3 Apply
ี่



- จากสิ่งทนักเรยนไดเรยนรจะปรบปรงตนในการเปนพุทธศาสนิกชนทดีอย่างไร?
ี่






6. สอการเรยนการสอน


- ภาพเกยวกับกจกรรมของพุทธศาสนิกชน - ใบงาน

ี่
413





สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 2



หนวยการเรยนรู้ 1) การบริโภค




ออกแบบโดย ครูวรชยา แยมเกษร โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)






- นักเรยนรและเขาใจเรองการบรโภค


- นักเรยนสามารถวิเคราะหการเลอกซ้อสินคาทใชในการบรโภคไดอย่างถูกตอง













- นักเรยนมวิจารณญาณในการเลอกซ้อสินคาในการบรโภค





1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]



- การบรโภค คอ หัวใจสาคัญในการเจรญเติบโตของรางกาย เราจาเปนตองเลอกสิงทด ี










ทสุดสาหรบตัวเรา

ี่
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)



- การบรโภค


- การเลอกซ้อสินคาเพอการบรโภค




1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)

ี่





ี่

- ครนาสินคาทใชในการบรโภคทหลากหลาย มาวางทหนาชั้นเรยน














- นักเรยนช่วยกันตอบว่า มสินคาชนดใดบาง ชัวโมงน้ครจะใหนักเรยนเลอกสินคาได ้

ตามใจชอบ
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ

2. การประเมินและวดผล
- สังเกตพฤติกรรมของนักเรยนในการเลอกซ้อสินคาบรโภค






- ตรวจผลงานของนักเรยน
3. การสรางบรรยากาศ







- เล่นเกมลมเพลมพัดเพอแบ่งกลุมนักเรยน กลุมละประมาณ 5 คน และแต่ละกลุมจัดเปน 1

ครอบครว โดยครจะเปนรานค้า








414


4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]





- นักเรยนแบ่งกลุมๆละ 5 คน รวมกันศึกษา เรือง บรโภคจากเอกสารประกอบการเรยน/


Internet ฯลฯ



- ใหนักเรยนออกมาเลอกสินคาครอบครวละ 3 ชิ้นตามใจชอบ แลวใหนักเรยนบอกเหตุผล





ในการเลอกสินคานั้นๆ












- ถาครใหโอกาสนาสินคามาเปลยนใหม่จากรานคาได แต่จานวนลดลง 1 ชิ้น (3 แลก 2)


ี่
นักเรยนจะเปลยนใหม่หรอไม่? เพราะเหตุใด?



4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]




- ครให้อ่านและศึกษาใบความร เรอง กฎหมายคุมผูบรโภค ว่าสินคาจะตองมวันผลิต/ วัน








หมดอายุ/ อย./ มอก. ฯลฯ ฉลากสินคาตองชัดเจน บอกความเหมาะสมกันเพศ/ วัย ฯลฯ









- นักเรยนแต่ละกลุมตรวจดูสินคาใหม่อกคร้ง แลวออกมาอภปรายว่าสินคาทเลอกไปนั้น



เหมาะสมหรอไม่? อย่างไร?



4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]













- ใหนักเรยนกลับไปสารวจสินคาทเกยวกับการบรโภคทบานของนักเรยนว่าเหมาะสม



หรือไม่? แลวแนะนาคุณพ่อ คุณแม่ ในการเลอกซ้อสินคาในการบรโภคอย่างมวิจารณญาณ




5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect
- นักเรยนไดรบความรอะไรบางจากการเรยนเรองบรโภค?










5.2 Connect














- นักเรยนคิดว่า สามารถนาความรไปเลอกซ้อสินคาอนๆ ทไม่ใช่สินคาบรโภคไดหรอไม่

เพราะเหตุใด?
5.3 Apply

- จากการเรยนเรองการบรโภค นักเรยนเปลยนแปลงพฤติกรรมในการเลอกซ้อสินคาใน









การบรโภคอย่างไร?

6. สอการเรยนการสอน




- สินคา (ทครนามา)


ี่

- เอกสารประกอบการเรยน
- ใบความร ู

415

สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 2







หนวยการเรยนรู้ 2) ประชากร สังคม และวัฒนธรรมของทวีปยุโรป




ออกแบบโดย ครูบญเพ็ญ จนทวงษ ์ โรงเรียน เซนต์นิโกลาส พิษณุโลก


วันท่ ี 22 กมภาพนธ 2015


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- นักเรยนสามารถอธบายลักษณะประชากร สังคม และวัฒนธรรมของทวปยุโรปได ้


1.2 ความจาเปน (Needs) [Like]












- ยุโรปเปนทวปทลาหลังมาก่อน จาเปนตองเรยนร ประชากร สังคม และวัฒนธรรมของ


ชาวยุโรป เพอนักเรยนจะไดทราบว่าชาวยุโรปมีการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมอย่างไร จน



ปจจุบันยุโรปกลายเปนศูนยกลางทางเศรษฐกจ สังคม และวัฒนธรรมของโลก





1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- ประชากร สังคม และวัฒนธรรมของยุโรป

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)







- ครนาภาพชนชาติต่างๆ มาใหนักเรยนดู แลวใหนักเรยนช่วยเลอกว่าภาพใดเปนชาว


ยุโรป?
1.5 เวลา (Time)
- 2 ชั่วโมง
2. การประเมินและวดผล

- ตรวจใบงาน

- สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุม


- การนาเสนอหนาชั้นเรยน


3. การสรางบรรยากาศ




- นักเรยนดูภาพแลวช่วยกันตอบคาถาม
4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See)

- ครนาภาพชนชาติต่างๆ มาใหนักเรยนดู แลวใหนักเรยนช่วยตอบ/ เลอกว่าภาพใดเปน









ชาวยุโรป และอธบายเหตุผลประกอบ


416



4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]




- ครอธบายเชอมโยงจากภาพใหนักเรยนเขาใจว่าประชากรส่วนใหญของทวปยุโรปเปนชน






ผิวขาว จมูกโด่ง รปรางสูงใหญ ่







- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง ......









- จัดกลุมนักเรยน 4-5 คน รวมกันศึกษาความรเรอง ลักษณะทางประชากรของทวปยุโรป

ี่


ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรมของทวปยุโรป จากหนังสอเรยนหรอเอกสารทคนควาเพิ่มเติม









- นักเรยนในกลุมช่วยกันวเคราะหความสัมพันธ ลักษณะสังคมและวัฒนธรรม กับ


ลักษณะทางกายภาพ เพอเตรยมตัวออกมานาเสนอ




4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
- นักเรยนแต่ละกลุมช่วยกันทาใบงานเรอง ลักษณะของประชากรของทวปยุโรป
ื่




- ครและนักเรยนช่วยกันเฉลยคาตอบในใบงาน แลวรวมกันสรปสาระสาคัญเกยวกับ









ลักษณะทางประชากรในยุโรป

- นักเรยนออกมานาเสนอผลการศึกษาทช่วยกันวิเคราะห ์



5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect







- นักเรยนอยากเรยนรอะไรเพิมเติมเกยวกับทวปยุโรปบาง?


5.2 Connect

- นักเรยนคิดว่า พัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมของชาวยุโรปมผลอย่างไรต่อการเปน



ศูนยกลางทางเศรษฐกจ สังคม และวัฒนธรรมของโลก?

5.3 Apply



- จากสิ่งทเรยนร นักเรยนจะเปลยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมของตนเองอย่างไรเพอให้




ี่


ี่




ทางานอย่างมประสิทธภาพมากขึ้น และเปนคนทสมบูรณขึ้น?
6. สอการเรยนการสอน



- ภาพชนชาติต่างๆ


- หนังสอเรยนภูมิศาสตร ม. 2



- หนังสอคนควาเพิ่มเติม

- ใบงาน
417







สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 3

หนวยการเรยนรู้ เครื่องมือทางภูมิศาสตร์



ออกแบบโดย ครูกวินนาถ วงธะพนธ ์ ุ โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ

วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015


1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ื่
- นักเรยนรและเขาใจ ความหมาย ชนิดของเครองมอทางภูมิศาสตร ์















- นักเรยนสามารถเลอกใชเครองมอทางภูมิศาสตรไดถูกตองตามชนดของเครองมอได ้





ื่


- นักเรยนมวิจารณญาณในการใชเครองมอทางภูมิศาสตร ในชวิตประจาวันได ้



1.2 ความจาเปน (Needs)










- การรจักเลอกใชเครองมอทางภูมิศาสตร ใหถูกตองเหมาะสมในการวางแผนการเดินทาง





ท่องเทยวของนักเรยนและครอบครว



1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)


- ความหมายของเครองมอทางภูมิศาสตร ์


ื่
- ชนิดและการใชงานของเครองมอทางภูมิศาสตร ์

ื่

- วิจารณญาณในการใชเครองมอทางภูมิศาสตร ์

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)




- ครนาโทรศัพทเขามาในหองเรยน สรางความแปลกใจแก่นักเรยน (เพราะโรงเรยนหาม











ครผูสอนพูดคุยหรอเล่นโทรศัพทขณะทาการสอนในหองเรยน) แลวครกเรมตนพูดคุย ซักถาม











นักเรยน เรองการใช App. ในโทรศัพทของนักเรยน ว่าเคยใช App.ชออะไรบาง? เคยใชเพอทา
























อะไรบาง? และโดยส่วนใหญเคยใชศึกษาคนควาขอมูลเพิมเติม เกยวกับเรองทเรยนบาง



หรือไม่? อย่างไร?
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ

2. การประเมินและวดผล
- การถาม-ตอบ
- การสังเกตพฤติกรรม
- การออกแบบ/ การวางแผนของชิ้นงาน
3. การสรางบรรยากาศ


- การแสดงบทบาทสมมติ/ การจาลองสถานการณ ์
418


4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]




ื่







- นักเรยนออกมาเขยนชนดของเครองมอทางภูมิศาสตร ทนักเรยนเคยเห็นในสอเทคโนโลย ี



ต่างๆ/ เคยรจัก/เคยทดลองใช โดยเขยนเปนลักษณะ Mapping บนกระดาน คนละ 1 ชนิด


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]








- นักเรยนอ่านความหมาย ชนดของเครองมอทางภูมิศาสตร จากหนังสอแบบเรยนสังคม



ศึกษาและใบความรเพิมเติม





- นักเรยนแบ่งกลุมเพอสรปชนดของเครองมอทางภูมิศาสตรโดยใชวิจารณญาณรวมกัน












- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ...... หนา ..... เรอง .....














- ครูเพิมเติมเครองมอทางภูมิศาสตรทเคยปรากฏใชตั้งแต่อดีตว่ามอะไรบาง?

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]




- นักเรยนวาดภาพแสดงเสนทางการเดินทางจากบาน-โรงเรยน โดยมีภาพเครองมือทาง









ภูมิศาสตร ปรากฏในภาพแสดงเสนทางการเดินทางของนักเรยน อย่างมวจารณญาณเปน
รายบุคคล








- ครใหนักเรยนวางแผนการเดินทางไปท่องเทยวกับครอบครวในช่วงปดภาคเรยน โดย


กาหนดใหนักเรยนเลอกใชเครองมอทางภูมิศาสตรอย่างนอย 2 ชนิด ปรากฏในแผนการเดินทาง









คร้งน้ของนักเรยน พรอมบอกเหตุผลในการเลอกใช ้




5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect






- นักเรยนไดเรยนรอะไรบางในเรองน้?

ื่
5.2 Connect









ื่


- นักเรยนคิดว่า สามารถนาเรองทเรยนไปเชอมโยง (บูรณาการ) กับวิชาอนไดหรอไม่? อย่างไร?
5.3 Apply
ื่


ี่

ื่
ี่

- นักเรยนจะนาเรองทเรยนไปประยุกต์ใชในชวิตประจาวันใหเกยวของกับเรองใดไดบาง?








6. สอการเรยนการสอน

- โทรศัพทของคร ู


- หนังสอแบบเรยนวิชาสังคมศึกษา

- ใบความร/ คอมพิวเตอร ์


419



สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 4





หนวยการเรยนรู้ 1) กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค




ออกแบบโดย ครูณฐกฤตา กนทะวงษ ์ โรงเรียน เรยีนาเชลีวิทยาลัย เชียงใหม่

วันท่ ี 21 กนยายน 2014

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)



- นักเรยนสามารถอธบายสาระสาคัญของการคุมครองสิทธผูบรโภคได ้











- นักเรยนสามารถอธบายความสาคัญและความจาเปนของการคุมครองสิทธผูบรโภค









- นักเรยนสามารถวิเคราะหสิทธของผูบรโภคทจะไดรบความคุมครองตามกฎหมายได ้




1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]














- เราจาเปนตองเรยนรเรอง การคุมครองสิทธผูบรโภค เพราะเราทุกคนกลวนแต่เปน







ผูบรโภคดวยกันทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรรสิทธพ้นฐานของผูบรโภค เมอเราถูกละเมิดสิทธดังกล่าวจะ


ื่



สามารถปฏบัติตนไดอย่างถูกตอง และสามารถปกป้องสิทธผูบรโภคของตนเอง ขณะเดยวกัน








ื่





จะไดไม่ไปละเมิดสิทธผูบรโภคของผูอน เราพรอมจะปกป้องสิทธผูบรโภคหรอยัง?





1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)



- สิทธของผูบรโภค - สานักงานคณะกรรมการคุมครองผูบรโภค








- การรองเรยนสิทธของผูบรโภค - คุณค่าพระวรสาร เรือง “ความซอตรง”





1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)



- นักเรยนดูภาพโฆษณาและสินคาทนักเรยนไดรบจรง 3 รปภาพ (ไอศกรมจากรานแมค









ื่




โดนัลด ขาวอบหมอดินราน KFC และมันบดจากราน KFC) แลวตอบว่าคอภาพอะไร? และเมอ






ไดรบสินคาเปนดังภาพหรอไม่?


1.5 เวลา (Time) - 2 คาบเรยน

2. การประเมินและวดผล





- การทาใบงาน (เปนคาถามอัตนัยแบบปลายเปด เพอเปดโอกาสใหนักเรยนไดแสดงความ









คิดเห็น และคํานึงถึงความแตกต่างของผูเรยนเปนรายบุคคล)
3. การสรางบรรยากาศ [LIKE]

- หองเรยนมความสะอาด แสงสว่างเพยงพอ และฉันจะเปนกันเองกับนักเรยนเพอใหเขารสึก












ปลอดภัยจากการคุกคามทั้งจากการใชภาษาและท่าทาง พยายามเรยกชอและใหการชมเชย




นักเรยนทมส่วนรวมในหองเรยนและรบฟงความเห็นของนักเรยนดวยความตั้งใจ ไม่จับผิดแต่จับถูก












420

4. การนําเสนอบทเรยน


4.1 การสรางประสบการณ (See)

ี่
- นักเรยนดูคลิปวิดีโอเกยวกับข่าวผูโดยสารทเดินทางโดยรถสาธารณะทเกดอุบัติเหตุ แลว
ี่


ี่










ไดรบความเสยหายทั้งทรพยสินและ/หรอชวิต ไปรษณยไทยทาไอโฟนกลายเปนกอนหิน




- นักเรยนตอบคาถามว่ารสึกอย่างไร และเคยประสบเหตุการณในลักษณะน้หรอไม่?







อย่างไร?


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)









- ครเชอมโยงเขาสูบทเรยนโดยอธบายสิทธของผูบรโภค 5 ขอ และหน่วยงานทดูแล คอ







สานักงานคณะกรรมการคุมครองผูบรโภคและการรองเรยนสิทธของผูบรโภค

















- นักเรยนแบ่งกลุมเปน 5 กลุม ศึกษาใบความรเกยวกับสิทธของผูบรโภค สานักงาน










คณะกรรมการคุมครองผูบรโภคและการรองเรยนสิทธของผูบรโภค

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)



ี่
- นักเรยนแต่ละกลุมช่วยกันคิดถึงสถานการณทเปนการละเมิดสิทธของผูบรโภค (กลุมละ
















1 ขอ) และออกมานาเสนอสถานการณทแสดงถงการละเมิดสิทธผูบรโภคในแต่ละขอใหเพอน



ในหอง โดยการแสดงบทบาทสมมุติ




- นักเรยนตอบคาถามว่า หากเกดเหตุการณละเมิดสิทธผูบรโภคกับนักเรยน นักเรยนจะ







ทาอย่างไร?



- นักเรยนทาใบงาน (คาถามปลายเปด)

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]





ี่
5.1 Reflect - สิทธของผูบรโภคขอใดทนักเรยนใหความสนใจเปนพิเศษ เพราะเหตุใด?












5.2 Connect - นักเรยนคิดว่าการละเมิดสิทธผูบรโภคเกยวของกับคุณค่าพระวรสาร เรือง


“ความซอตรง” หรือไม่? อย่างไร?






5.3 Apply - นักเรยนจะมส่วนรวมในการป้องกันไม่ใหเกดการละเมิดสิทธผูบรโภคในโรงเรยน




และในชุมชนไดอย่างไร?

6. สอการเรยนการสอน








- ภาพโฆษณาสินคา (ไอศกรมแมคโดนัลด ขาวอบหมอดิน KFC และมันบดของ KFC


- คลิปวิดีโอเกยวกับข่าวผูโดยสารทเดินทางโดยรถสาธารณะแลวเกดอุบัติเหตุทรพยสินไดรบ









ความเสยหาย หรอเสยชวิต





- คลิปวิดโอเกยวกับข่าวไปรษณยไทย ทาไอโฟนกลายเปนกอนหิน







421


สาระการเรยนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4
หนวยการเรยนรู้ 2) ประเทศพม่า (วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต)


ออกแบบโดย ครูโสภิดา มะลิซอน โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ

วันท่ ี 23 มกราคม2016


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)



- นักเรยนสามารถเขาใจและอธบายวัฒนธรรม ประเพณ วิถชวิตของประเทศพม่า




- นักเรยนมมุมมองต่อประเทศและชาวพม่าในมุมมองทดีขึ้นและยอมรับในวัฒนธรรมท ่ ี




แตกต่างของชนชาติอน
ื่
1.2 ความจาเปน (Needs)




- นักเรยนรและเขาใจในวัฒนธรรม ประเพณ วิถชวิตของประเทศพม่า เพอเคารพใน













ศักดิ์ศรความเปนมนุษยของชนชาติอนรวมทั้งอยู่รวมกันอย่างสันติสุขแมจะมวัฒนธรรม




ี่

ประเพณ วิถชวิตทแตกต่างกัน


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- ประเทศพม่า
ิ่

1) วัฒนธรรมทองถน
2) ประเพณี
3) วิถชวิต


1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)




- การทแรงงานพม่าเพิมจานวนขึ้นในประเทศไทย นักเรยนคิดว่าส่งผลกระทบอะไรต่อ


ประเทศไทย?



- นักเรยนคิดว่า หากแรงงานพม่าลุกขึ้นประทวงจะส่งผลต่อเศรษฐกจไทยอย่างไร?
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ
2. การประเมินและวดผล

- จากผลงานและการนาเสนอ (หนังสอการตูน)




- จากการมส่วนรวมในการอภปรายและแสดงความคิดเหน



3. การสรางบรรยากาศ


- ครตั้งคาถามดึงดูดความสนใจและดูสารคด ี


422

4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]





- ครแบ่งนักเรยนออกเปน 3 กลุม โดยใหนักเรยนศึกษาหัวขอของแต่ละกลุมจากใบ



ความร ดังน้ ี


1) กลุม 1 : วัฒนธรรม


2) กลุม 2 : ประเพณี
3) กลุม 3 : วิถชวิต












- ครแจกใบงานทเกยวกับวัฒนธรรม ประเพณ และวิถชวิตของประเทศพม่า และใหเวลา

นักเรยนอ่านใบงานนั้น





- จากนั้นครใหนักเรยนแยกยายออกไปจับกลุมใหม่ กลุมละ 3 คน โดยใหสมาชิกแต่ละคน


















ภายในกลุมตองเปนคนทเรยนรในหัวขอทแตกต่างกัน เพอนาขอมูลมาแบ่งปนกับสมาชิกคน
ื่




อนๆ ภายในกลุมได (ทฤษฎจิกซอว์)















- นักเรยนภายในกลุมแลกเปลยนความรทไดศึกษาจากใบความรใหเพอนๆ ในกลุมฟัง
และเขาใจ


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]



- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ...... หนา ..... เรอง .....







- ครใหนักเรยนทาใบงานและสรปความรเกยวกับวัฒนธรรม ประเพณ วิถชวตของประเทศ


ี่











พม่าโดยเชอมโยงกับคุณค่าพระวรสาร เรอง การเคารพในศักดิ์ศรความเปนมนุษยใหนักเรยน





เขาใจมากขึ้น

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]







- ครใหนักเรยนดูสารคด เรือง หนังพาไป ตอน เจาชายในแดนศัตร จากนั้นครใหนักเรยน





อภปราย ความเหมือนและความแตกต่างของวัฒนธรรม ประเพณ วถชวตของคนไทยและคน








พม่า รวมถงเชอมโยงใหอภปรายถึงความเหมอนและความแตกต่างของวัฒนธรรมลาวทเรยน









ในคร้งก่อนดวย




- ครใหนักเรยนแต่ละกลุ่มรวมกันทาหนังสอการตูนทสามารถนาเสนอวัฒนธรรม ประเพณ ี


ี่



วิถชวต ของประเทศพม่าในแง่มุมและมุมมองใหม่ จากนั้นใหนักเรยนแต่ละกลุมออกมา








นาเสนอผลงาน ครและเพอนๆรวมกันแสดงความคิดเห็นต่อผลงาน
ื่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน[LIKE]



5.1 Reflect



- นักเรยนคิดว่า จากการเรยนในคาบน้ ทาใหนักเรยนมมุมมองต่อคนพม่าเปลยนไป







หรอไม่? อย่างไร?
423

5.2 Connect



- นักเรยนคิดว่า วัฒนธรรม ประเพณ และวิถชวตของประเทศพม่า เหมอนและแตกต่าง




จากประเทศไทยอย่างไร?
5.3) Apply




- ถาหากเกดเหตุการณการลุกขึ้นมาประทวงของแรงงานพม่าในไทย (สมุทรสาคร)
นักเรยนคิดว่าจะแกไขสถานการณนั้น รวมถงวธการป้องกันไม่ใหเหตุการณนั้นเกดขึ้นอก










อย่างไร?
6. สอการเรยนการสอน



- ใบความร ู


- สารคด เรือง หนังพาไป ตอน เจาชายในแดนศัตร ู






















































424


สาระการเรยนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่4
หนวยการเรยนรู้ 3) ประเทศลาว (วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต)




ออกแบบโดย ครูกลมสาระสงคมศึกษา โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ

วันท่ ี 22 มกราคม 2016

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)







- นักเรยนสามารถเขาใจและอธบายวัฒนธรรม ประเพณ วิถชวิตของประเทศลาว
- นักเรยนมมุมมองต่อประเทศและชาวลาวในมุมมองทดีขึ้นและยอมรบในวัฒนธรรมท ี ่





ื่
แตกต่างของชนชาติอน


1.2 ความจาเปน (Needs)











- นักเรยนจาเปนตองเคารพในศักดิ์ศรความเปนมนุษยของชนชาติอนเพอการอยูรวมกัน





ี่


อย่างสันติสุข แมจะมวัฒนธรรม ประเพณ วิถชวิตทแตกต่างกัน
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)


- ประเทศลาว
ิ่

1) วัฒนธรรมทองถน
2) ประเพณี
3) วิถชวิต



1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)





- นักเรียนรหรือไม่ว่า ประเทศลาวมความสาคัญทางเศรษฐกจต่อประเทศไทยอย่างไร?
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ
2. การประเมินและวดผล


- จากผลงานและการนาเสนอ (โบรชัวร์)
- จากการแสดงความคิดเห็น
3. การสรางบรรยากาศ

- ดูขั้น See





425

4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]


- ครใหนักเรยนดูภาพยนตรเรอง TT RIDER แลวใหนักเรยนอภปรายความเหมอนและ















ความแตกต่างของวัฒนธรรม ประเพณ วิถชวิตของไทยกับลาว จากนั้นครและนักเรยนรวมกัน
สรปจากสิ่งทไดอภปราย

ี่



4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]





- ครบรรยายเน้อหาเกยวกับวัฒนธรรม ประเพณ วิถชวตของประเทศลาวโดยเชอมโยงกับ






คุณค่าพระวรสาร เรองการเคารพศักดิ์ศรผ่านการนาเสนอจาก Power Point





- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ...... หนา ...... เรอง .......












- ครใหนักเรยนทาใบงานสรปความรเกยวกับวัฒนธรรม ประเพณ วิถชวิตของประเทศลาว




ี่
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]



- นักเรยนแบ่งกลุมทาโบรชัวร์ (Brochure) นาเสนอการท่องเทยวท่สะทอนใหเหนถง















วัฒนธรรม ประเพณ วิถชวิตของชาวลาว นักเรยนนาเสนอผลงานโบรชัวรของแต่ละกลุมทหนา





ชั้นเรยน ครและนักเรยนรวมกันแสดงความคิดเห็น




5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect





- จากการเรยนในคาบน้ นักเรยนมมุมมองต่อประเทศลาวเปลยนไปหรอไม่? อย่างไร?





- นักเรยนอยากรอะไรเพิมเติมเกยวกับประเทศลาวอกบาง?





5.2 Connect









- นักเรยนคิดว่า ความรจากการเรยนประเทศลาวสามารถเชอมโยงกับการเรยนวิชาอนได ้
หรือไม่? อย่างไร|?






- นักเรยนคิดว่า สิงทนักเรยนไดศึกษา เรองวัฒนธรรม ประเพณ วถชวตของประเทศลาว













นั้นมความเชอมโยงกับคุณค่าพระวรสาร เรือง การเคารพศักดิ์ศรในความเปนมนุษยอย่างไร?

5.3 Apply [LIKE]



ี่








- จากสิ่งทไดเรยนร นักเรยนจะสามารถมส่วนรวมอย่างไรเพอใหคนในสังคมรจักมุมมอง

ี่


ของประเทศลาวในมุมมองทนักเรยนรจัก?

- จากสิงทไดเรยนร นักเรยนจะเปล่ยนแปลงท่าที/พฤติกรรม/ทัศนคติของตนเองต่อคนลาว











ื่
อย่างไร? และนักเรยนคิดว่า ควรจะทาอะไรเพิ่มเติมเพอใหเกดความเปนธรรมในสังคมเพิ่มขึ้น?



6. สอการเรยนการสอน



- PowerPoint

- คลิปวิดีโอเรือง TT RIDER
426

สาระการเรยนรู้ สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม ระดับชั้น มธยมศึกษาปท 4







หนวยการเรยนรู้ 4) ลักษณะและความสําคัญของวัฒนธรรมไทย



ออกแบบโดย ครูพรรณอไร อตะเดช โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ

วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
- นักเรยนรและเขาใจลักษณะและความสาคัญของวัฒนธรรมไทย







- นักเรยนสามารถวิเคราะหความสาคัญของวัฒนธรรมไทย







- นักเรยนไดรบการปลูกฝงในดานของความเปนหนึ่งเดียวทางวัฒนธรรม
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]






- วัฒนธรรมไทยกับการดําเนนชีวิตของคนในสังคมทมความหลากหลาย แต่สามารถอยู ่
รวมกันไดอย่างสันติสุขและเปนหนึ่งเดียว



1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)



- ลักษณะของวัฒนธรรมไทยกับการดําเนินชวิตของคนในสังคม


- ความสาคัญของวัฒนธรรมไทยกับการดําเนินชวตของคนในสังคม

- ความเปนหนึ่งเดียวทางวัฒนธรรม


1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)


ี่



- ครเปด YouTube เกยวกับวัฒนธรรมประเพณใหนักเรยนดูและใหแสดงความคิดเห็น

1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ คาบละ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล



- สังเกตการเขารวมกจกรรมของนักเรยน


- ตรวจผลงาน
3. การสรางบรรยากาศ



- แบ่งกลุมและรวมกันแสดงความคิดเห็น

4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]






- แบ่งกลุมนักเรยนกลุมละ 3-4 คน ศึกษาถงลักษณะของวัฒนธรรมไทยกับการดาเนน






ชวิตของคนในสังคม ความสาคัญและความเปนหนึงเดยวกันของวัฒนธรรมไทยจากแหล่ง

ความรต่างๆ


427




- แต่ละกลุมแลกเปลยนความคิดเห็น และจดบันทึกผลการศึกษาของกลุม


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]


- นักเรยนศึกษาลักษณะและความสาคัญของวัฒนธรรมไทยกับการดาเนนชีวิตของคนใน



สังคมจากใบความร ้ ู


- นักเรยนแต่ละกลุมรวมกันสรปสาระสาคัญของวัฒนธรรมและความสาคัญของ




วัฒนธรรมไทยการดําเนินชวิตของคนในสังคม รวมทั้งความเปนหนึ่งเดียวกันของวัฒนธรรมไทย


ทบ่งบอกถงความเปนเอกลักษณของชาติ








- ตัวแทนนักเรยนแต่ละกลุมนาเสนอผลงานของตนเอง และครอธบายเพิ่มเติม




4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)





- นักเรยนและครช่วยกันสรปสาระสาคัญของลักษณะและความสาคัญของวัฒนธรรมไทย

กับการดําเนินชวิตของคนในสังคม


- นักเรยนตอบคาถามและทาแบบฝกหัด


5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect










- นักเรยนไดรบความรอะไรทไดจากการเรยนเรองน้?


5.2 Connect


- นักเรยนคิดว่า ลักษณะและความสาคัญของวัฒนธรรมไทยกับการดาเนนชวิตของคนใน



สังคมมความสอดคลองกับความเปนหนึงเดียวกันทางวัฒนธรรมอย่างไร?




5.3 Apply












- นักเรยนคิดว่า นักเรยนจะนาความรทไดจากเรองน้ไปปรบใชในการดาเนนชวิตประจาวัน







ของนักเรยนไดอย่างไรบาง?



6. สอการเรยนการสอน

- YouTube วัฒนธรรม-ประเพณไทย

- ใบความร ู


- แบบเรยน
- Internet
428


Click to View FlipBook Version