๕๐
ไมเ คยมีสถานการณค บั ขนั บีบคนั้ ใหเขาสําแดงแปลงกายเปนวีรบุรุษ แบบเหาะไปชวยสาวออกมาจากตึกไฟไหม หรือจบั เหลา
รายมัดรวมเหมอื นหมรู อตํารวจมารบั ไปนอนซงั เต ถาอยา งประเภทฉวยลกู หมาใหร อดจากการโดนรถทบั อยา งหวดุ หวดิ นเ่ี คยมาบา งนิด
หนอย หรอื เหน็ ยายแกเ ดนิ โตเตจ ะเปนลมแลวชวยพาสงบา นนก่ี พ็ อมี แตล ว นเปนเรื่องดาษ ๆ ทใี่ ครเขาก็ทาํ กันทงั้ โลก หากละเลยเฉยเมย
ตา งหาก ถงึ จะถกู ตราหนา วาเปนคนใจดําไป
สรปุ แลว ช่ัวชีวิตทผ่ี านมาเขาไมเคยมโี อกาสเปน พระเอกใหญ แตวันน้รี ํา่ ๆ จะกลายเปนวายรา ยตัวเอ คิดฉุดครา ‘นางเอก’ มา
สนองสันดานเถ่ือนเสียแลว
เกาทัณฑข บริมฝป าก ใจภาคหนึง่ กระซิบตนเองดว ยกระแสกุศลประหลาด วาหากเขาจะไดห ลอ น ตอ งไมใชดวยวถิ ที าง
โสโครกของยักษม าร แตดว ยวถิ ที างอันสะอาดของมนษุ ยด ี ๆ คนหนง่ึ ตลอดมาไมเคยรูส กึ ละเอยี ดออ นกับผหู ญงิ คนไหนเทานี้ เม่ือเกดิ ขน้ึ
แลวก็อยากรักษาไว เพราะถา ทําลายแลว กไ็ มท ราบวาช่ัวชีวติ ท่ีเหลือจะยงั มโี อกาสพบเจอหวั ใจตนเองอกี หรือเปลา
กดสวิทชป ด ทวี ี นอนปดตาฟง เสยี งลมหายใจตนเองกลางหองนอนฉาํ่ เยน็ สงบเงียบ เหมือนถูกทง้ิ ไวค นเดยี วในโลก เหลอื แต
เขาผมู ใี จกระสบั กระสา ยสบั สนนอนนงิ่ ไรประโยชนตามลําพงั อัดควนั บหุ รีเ่ ขา ปอดเปน ครง้ั สดุ ทา ย กอนลมื ตาลกุ ข้นึ เดนิ ยา่ํ พรมนุมไปขย้ี
กน กรองที่เหลอื กบั จานรอง
เดินไปเดนิ มา ความคิดกระโดดไปจับที่การสนทนาระหวางเขากับปูช นะ ชักนกึ ขัดอกขดั ใจทต่ี องเอาแตยอมรบั คาํ พดู ลมุ ลึก
ของทาน ชนิดทต่ี องกลบั มานอนกา ยหนา ผาก สมองอึงอลไปดวยเครื่องหมายคาํ ถาม เขาอยากผกู มดั ความเชื่อแบบเกา ๆ เอาไว ถาถกู
สน่ั คลอนไป ระบบความคดิ คงระสํา่ ระสายอกี นาน
คงตอ งตง้ั อกตั้งใจศกึ ษาและวินจิ ฉัยประเดน็ หลกั ทางศาสนาใหแ ยบคายแลว กระมัง เขาเช่ือละ วา พุทธศาสนาพดู ถงึ เรือ่ งทุกข
และการดับทุกข แตป จ จุบนั กม็ ีเทคนคิ วิธรี อยแปดพนั เกา เอาไวด ับทุกข ต้งั แตของดรี าคาถูกไปจนถงึ ของหรรู าคาแพง ทงั้ วิธอี นั เปน
ธรรมชาติ และทง้ั เทคโนโลยีแสงเสียงชนั้ สงู ท่ีปคู งไมเ คยรูจ กั
ทราบดวี าความเชือ่ ทางศาสนาสามารถเปลยี่ นแปลงวถิ ีชวี ติ ใครตอ ใครไดหลายคน ตรงนนั้ แหละทเี่ ขาอยากจับเปน ประเด็น
เร่อื งทกุ ขแ ละการดบั ทุกขข อใหย กไวเ สยี เพราะเปนเรอื่ งทใ่ี คร ๆ กพ็ ดู ขึ้นมาเปนบทต้ังไดอยแู ลว วิธกี ารหรอื กลยุทธในการดบั ทกุ ข
ตางหาก ทีน่ าวิเคราะหว ามีความเปนไปไดส ูงหรือต่าํ เพียงใด
ใจที่มีพื้นเปน นกั วทิ ยาศาสตรขนานแท ทําใหเ กาทัณฑป กใจเช่อื อยอู ยา งหนงึ่ คือคาํ พูดของคนโบราณผดิ ไดเสมอ ตอ ใหเปน
ปราชญผ ชู าญฉลาดลํา้ ลึกเพียงใดกต็ าม เคร่ืองไมเคร่ืองมือและระบบวธิ หี าคําตอบ หาความจริงยังลาสมยั เชน ที่สมัยหนง่ึ อรสิ โตเตลิ แทบ
จะเปน ศนู ยกลางการอา งอิงความรูและความเชอื่ ยงั เคยปลอ ยไกส รปุ งาย ๆ วาของหนักยอ มตกถงึ พ้ืนกอ นของเบา ท่ดี วนสรุปก็เพียงเพราะ
เห็นของแข็งรวงลงพน้ื เร็วกวาขนนก ยังไมไ ดท ดลองใหเห็นจริงอยา งกาลเิ ลโอเลยวา แมของแขง็ นํา้ หนักตางกนั มากก็ตกถึงพน้ื พรอมกนั
ได ที่ขนนกตกลงมาชาก็เพราะเบาเสยี จนถกู แรงลมตาน ถวงเวลาเอาไวต างหาก
เขาอยากมองใหออก อานใหขาดดว ยมนั สมองของคนยคุ ใหม วารายละเอยี ดตา ง ๆ ในเนอื้ หาพระธรรมวนิ ยั นน้ั ตรงไหนบางท่ี
ขดั กบั ความจรงิ ชนิดท่ีลองชใี้ หป ูเห็นแลว จะไดท ราบวา ความเช่ือของปู อาจมีจดุ ดา งพรอยอยู และเมื่อมจี ุดดางพรอ ย กแ็ ปลวามรดกทาง
ศาสนานาจะปรับประยุกตไ ปตามยุคสมัย เชน เดยี วกบั นักวทิ ยาศาสตรย อมรบั ทฤษฎีใหมท่ีคานทฤษฎีเกา อยางเตม็ อกเตม็ ใจ ถา พิสจู น
กนั เจงๆไดวา ‘ใชยง่ิ กวาเดิม’
๕๑
มาหยดุ ยนื ตรงหนาโตะ เครอ่ื งแปง มองดสู ารรปู ตวั เองในกระจกเงาบานใหญ เหน็ ชายวัยเบญจเพส หนวดเคราเขยี วคร้มึ หวั หู
ยุงเหยงิ อยา งคนนอนดิน้ อยใู นชดุ เส้อื กางเกงแพรยบั ยูย ี่ ดวงตาทเ่ี คยสดใสและแรงดว ยรงั สที รงภมู ิดูแหง ๆ ชอบกล ไมชอบเงาตัวเอง
ตอนนเี้ ลย
เหลอื บตามองดูหนงั สอื ธรรมะทีป่ ยู ืน่ ใหก อ นกลบั มอี ยูสองเลม เลม หนง่ึ ชือ่ ‘พทุ ธธรรม’ อกี เลม หน่ึงเปน พจนานกุ รมพทุ ธ
ศาสน
หรีต่ าลงเลก็ นอย ปูค งหวังจะใหเ ขาซาบซง้ึ ในธรรมะละ สิ ฝนไปเถอะ โครงสรา งทางจิตใจของเขามนั รับเรอ่ื งไรร สเผด็ รอน
ทํานองนี้ไมไ หวหรอก เขายงั หนุม ยังชอบสัมผสั ยงั โหยหิวความเขม ขนของชีวิต ยงั ใจรอนและมไี ฟกับความกาวหนาใหม ๆ ใครละ จะ
ทิ้งความสนกุ สุดเหวยี่ งแหงวยั ไดลงคอ คนวยั ปูเ หมาะจะใชเ วลาวา งท่ีเหลอื เตรียมท้ิงชวี ติ ดว ยความคดิ และความทรงจาํ เกา ๆ สวนคนท่ียัง
หนมุ แนน อยา งเขาเหมาะกับการใชเ วลาอันมีคาสรา งชวี ติ ดว ยนาํ้ พักน้าํ แรงมากกวา
แตน าทนี ั้น หนงั สือพทุ ธธรรมถกู มองเปนอาหารสมองจานใหญ หาก ‘วิธดี ับทกุ ข’ ถกู แสดงไวอยางเปด เผย ถอื เปนสรณะ เปน
หลกั ปฏิบัติในปจ จุบนั ของปูมจี ุดนาสนใจใหจ บั ผิด คราวหนา คงมีประเดน็ ตอความยาวไดอีกไกล เขาจะเลิกเปน ฝา ยฟง ขางเดยี วเสยี ที
หยบิ หนังสอื ปกแขง็ ขนาดใหญต ดิ มือมาน่ังทโ่ี ตะทาํ งาน เปดไฟโคม วางคัมภรี อันหนักอง้ึ ลงบนแผน หนงั รองพ้นื เหลือบดูชอ่ื
ผูเขยี นตามนสิ ยั นักอา นทีด่ ี เหน็ ชอื่ พระธรรมปฎ กและมีวงเล็บวา ‘ประยุทธ ปยุตโฺ ต’ แลว พลิกเปด ดเู นอ้ื หาภายใน โดยเริ่มตน ท่ีหวั ขอ
ท้ังหมดในหนาสารบัญตามแบบวธิ ขี องนักศกึ ษายุคใหม
เปนหนังสอื ทเ่ี หมาะกบั คนเกงวิชาการอยางเขา ทัง้ เลมเต็มไปดวยความรัดกมุ ในการนาํ เสนอ ทกุ ขนั้ ตอนประจุดว ยจดุ มุงหมาย
และเนอ้ื หาสาระตามหวั ขอ กําหนดเปะ กบั ทัง้ มแี หลง ที่มาอา งองิ ละเอยี ดยบิ แทบทุกประโยค ทุกยอหนา เรียกวามั่นใจไดวา เปน การกรอง
เอาพระไตรปฎกมาเปนประเด็นธรรมอันครอบคลมุ ความใฝรขู องผูศึกษาครบถวน
เขาอา นไดอยางงายดายดว ยบรรยากาศการทาํ งานของสมองแบบเดยี วกบั อานตาํ ราใหญๆ ในร้ัวมหาวิทยาลยั ไดเขา ใจประเด็น
หลกั ของพระพุทธศาสนาทีละจดุ เริ่มจากการมองชวี ิตเบ้ืองตน ในแงตาง ๆ ตลอดจนกระทัง่ คาํ แนะนาํ เกย่ี วกบั ชวี ติ ในอดุ มคติเชิงพทุ ธ
ปรชั ญา ไดท บทวนศพั ทแสงกับรายละเอยี ดทห่ี ลงลืมไปหมดแลว อยางเชน ขนั ธ 5 อายตนะ 6 ไตรลักษณ ปฏิจจสมปุ ปบาท กรรม นิพพาน
มัชฌิมาปฏิปทา และสรุปดวยอริยสจั 4
เกาทณั ฑม ารวมความเขาใจเชงิ ประเดน็ สัมพนั ธว าเน้อื หาหลกั แหงพุทธศาสนากลา วถงึ การประกอบข้ึนเปน ตวั ตนของสง่ิ มีชีวติ
หนงึ่ ๆดว ยขนั ธห า มีกรรมวิบากเปนปจ จยั ปรุงแตง มองความตอ เนอื่ งของสายชวี ติ ไดแ บบปฏจิ จสมุปบาท มีผลลพั ธเ ปนทกุ ข จะดับทกุ ข
ไดกด็ วยมรรคแปด
เขาพบความเชื่อมโยงมากมายทคี่ อ นขา งซับซอ นระหวางจุดตาง ๆ มีศพั ทเ ฉพาะหลากหลายท่ีบางครั้งพดู ถงึ สิง่ เดียวกนั แตเปน
คนละนยั ทวา ดวยความปราดเปรือ่ งและวิธอี านอันแยบคายมขี ั้นตอน กระโดดผา นเปน ปะตดิ ปะตอ เปน ต้ังคาํ ถามดักรอคาํ ตอบเปน ผนวก
เขากบั ความสามารถอา นเร็วและอานทนย่งิ ยวด อกี ทั้งมพี จนานกุ รมพทุ ธศาสนเ ปนคูม ือชว ย การสรางสะพานเช่ือมความรูใ หเปนโครงขาย
ใยมหึมาจึงเกิดขึน้ ในเวลาอันลดั สัน้ เพยี งเจ็ดชว่ั โมงเศษ ๆ จากเชาถึงบา ย เกาทณั ฑก็คดิ วาเขาไดข อมลู เก่ยี วกับพทุ ธศาสนไวใ นหัวเพียบ
แปลต ามตอ งการ ถึงแมจะไมล ะเอยี ดจบกระบวนความทั้งหมดของหนงั สอื ก็พอพดู ไดวาบดั นี้กระบะสมองบรรทุกสาระอนั เปนแกน
สาํ คญั ทีเ่ อาไวส นทนากับปไู ดอยางถงึ รสไหวแลว
ดวยสายตาของคนชา งจับผดิ ทําใหช ายหนุม ‘ไมรบั ’ เน้ือธรรมไปทาํ ความสวา งใหจ ิตใจเทา ไหร ขอธรรมมากมายเปน เร่ืองเกนิ
วิสัยพสิ ูจน นับแตกรรมวบิ าก ปฏจิ จสมปุ บาท หรอื กระท่ังเปาหมายสงู สดุ เชน พระนิพพาน ทวา กม็ ขี อธรรมนา สนใจท่ที ําใหเห็นมุมมอง
๕๒
อันนา ทงึ่ ของปราชญผปู รากฏตัวอยูเ มอื่ สองพนั กวาปก อ น เชน ขันธหา คอื การแยกแยะมนุษยออกเปนองคประกอบตาง ๆ เพอื่ งา ยตอ
การศกึ ษาและเขาถงึ ความจริงในแตล ะองคประกอบ อันน้ีเปนหลักการเดยี วกนั กับนักวทิ ยาศาสตรย คุ ปจจุบัน
เชน ทางจติ วิทยาก็แยกแยะมนุษยออกโดยนัยเดยี วกับสง่ิ ทเี่ รยี ก ‘ขันธหา ’ กลา วคอื เลิกมองมนษุ ยเ ปน บคุ คล เพราะหากมอง
เชนน้นั จะมีการผูกโยงเขากับตัวตนอนั นารักหรือนาชัง ทําใหการวิเคราะหวิจยั เปน ไปโดยอคติหรอื ลาํ เอียง ทางที่ดคี ือแยกออกเปน สวนๆ
เสยี ไดแกร ะบบประสาททางกาย ความรสู กึ รสู า ความกําหนดจดจาํ ความมีเจตจาํ นง และความมีสํานึกรู นา แปลกที่สอดคลองกบั เกณฑ
การแยกแยะของพทุ ธศาสนาเปนอยางย่งิ
ส่งิ ทสี่ รุปไวใกลเ คยี งกนั อกี อยา งคือระบบประสาท อนั เปนสว นของกายนนั้ มีสว นสมั พันธตรงไปตรงมากบั จติ ใจ พูดใหฟ งงา ย
กวา น้นั คอื ทางประสาทวทิ ยา ‘เชื่อ’ วาจิตใจกค็ อื กิจกรรมของเครอื ขายประสาทอันสลับซับซอ นนน่ั เอง ทางพุทธศาสนาก็ยอมรับวา ผสั สะ
ดรี า ยทางกายเปน ปจ จัยใหเกดิ การเสวยอารมณ เม่ือเสวยอารมณกเ็ กิดการหมายรู เมอื่ หมายรกู ็เกิดการตรึกนึกตาง ๆ นานาในอารมณน น้ั ๆ
อยางไรก็ตาม เสนแบงแยกอยา งเปนขวั้ ตรงขามระหวา งจิตวทิ ยากบั พุทธศาสนากค็ อื เร่ืองของตวั ตน ทางจติ วิทยายอมรับวา
ผลผลิตอนั เกดิ จากการผสานงานระหวางกายใจ อันไดแกค วามรูสกึ ในตวั ตนนัน้ ถกู ตอ ง เปน เร่อื งธรรมดาอยางทส่ี ุด ในขณะทีพ่ ุทธศาสนา
มองวา “ความยึดมน่ั ในตัวตน” เปน เพยี งสง่ิ ท่ีเรียก ‘อปุ าทานขนั ธห า’
ถาจนิ ตนาการวาคน ๆ เดยี วในยคุ สองพนั กวาปก อ นสามารถคดิ ไดเ ทากับศาสตรส มยั ใหมข องตะวนั ตก กับทัง้ ล้ําหนาไปขน้ั
หนึ่งดวยมมุ มองสรปุ รวบยอดท่ีวาความรูส ึกในตวั ตนเปนเพยี งอุปาทาน หรือความยดึ มั่นผดิ ๆ ในของส่ิงทีป่ รุงประกอบกนั ก็ตองนับวา
เปนแนวคิดท่ีเกินธรรมดา เหลอื เชอ่ื วาสามญั มนษุ ยสามารถตโี จทยแ ตก และจบั ประเด็นความจรงิ ในชีวิตเพือ่ ดบั ทกุ ขไ ดน า ทึ่งปานน้ี
หากพดู แบบไมอ อมคอม เขาเห็นทฤษฎที างพทุ ธศาสนาทัง้ หมดเปนผลงานของสมองปราชญโบราณขนาดใหญชน้ิ หนึ่ง ถกู
รงั สรรคขน้ึ โดยผูฉลาดคดิ เกี่ยวกบั กลไกการทาํ งานของจติ ใจสักกลุม ตง้ั ไอเดยี เพ่ือบรรเทาทกุ ขแ กคนท้งั หลาย จากนนั้ กม็ ีการสบื ทอด
มรดกทางปญ ญา คอ ย ๆ พัฒนาทฤษฎีตาง ๆ ข้ึนหลายยุคหลายสมัยจนดูสมจรงิ สมจังและมนี าํ้ หนกั เหตผุ ลนาเชอื่ ถอื จนถงึ ทส่ี ุด ชนดิ มี
หลกั ฐานความรูป ระกอบอุดชอ งโหวจ นหมดสิน้ ทํานองเดยี วกบั ทีน่ ักวิทยาศาสตรส บื ทอดความกาวหนา จากรุนหน่ึงสูรุนหน่ึงน่ันเอง
คร้ังเมอ่ื ศกึ ษาพุทธศาสนาในโรงเรียน ซงึ่ เขาใหค วามสนใจอานแบบทองจาํ กอนสอบ ความรูเชงิ จริยธรรมที่ปะปนมากบั องค
ความรูสาํ คญั ของพทุ ธทําใหม องขามความนา สนใจเกยี่ วกบั แกนศาสนาไป เพิ่งมาเริ่มอานดวยสายตาชา งคดิ ชางวิเคราะหก ค็ ราวน้ี
สัจจะในมมุ มองของปราชญแ ละนกั วิทยาศาสตรยคุ ใกลกบั พระพทุ ธองคค อื การมองไปรอบ ๆ แลว พดู อยางไรก็ไดให
ธรรมชาตเิ ขามาอยใู นการรบั รู ดว ยลักษณะเปนเหตเุ ปน ผล ทวา ส่ิงที่พระพทุ ธเจา ตรัสไวจ ะฉกี แนวออกไป กลา วโดยยน ยอ คือความจริง
สูงสดุ จะสบื สาวไดจ ากกายตนเองและใจตนเอง โดยต้ังสติรเู ขา ไปตรง ๆ ต้ังสติพิจารณาเขาไปตามจรงิ กระท่ังลุถึงเปา หมายสูงสดุ ในเชิง
ปฏบิ ตั ิ อันไดแ ก ‘เหน็ ’ เหตแุ หง ทุกขคอื เชือ้ กเิ ลส และมีความสามารถทางจิตทีจ่ ะลางเชอ้ื กเิ ลสอยา งหมดจด
พูดใหง ายคือพระพทุ ธเจา และพระสาวกจะพึงพอใจกับคําตอบทีเ่ ปน ตวั สภาวะ เม่อื ไหรจ ติ ถึงสภาวะทีไ่ มทําตวั เปน เชือ้ กิเลส
เม่อื นน้ั ถอื วา จบปรญิ ญาเอกทางพุทธศาสนา ไมมอี ะไรตอ งทํา ไมม อี ะไรตองขวนขวาย ไมมอี ะไรเปน คาํ ถามในประเดน็ ธรรมชาตวิ า ดวย
ทุกขแ ละการดบั ทุกขอกี เลย
ในสายตาของคนเรม่ิ ศกึ ษาผูมีความสุขอยา งเตม็ เปย มกับชวี ิต ชวี ิตปรากฏเปนความกระจางแจง ในวถิ ีทางแหง ความสขุ โดย
ตวั เองเชนนี้ พอรเู ปา หมายสงู สดุ ของพทุ ธศาสนา วา ราคะ โทสะ โมหะเปนเหตุแหง ทกุ ขท่ตี อ งลา งผลาญใหหมดจดจากใจ กต็ อ งนึกคาน
เปนธรรมดา ในเม่ือปกใจเชอื่ แนบแนน อยู วา สสี นั สนกุ สนานกบั กามคุณท้งั ปวงเปนของนายนิ ดี มีเหตุผลเพียงพออยางไรถึงจะหามมนั เลา
๕๓
เมอื่ วานเขานึกทอ และหดหูจากการเมินของผหู ญิงคนหน่ึง ยอมรบั วา ทุกขหนักและเจ็บลึกจนหอเหย่ี วไปหมด แตน นั่ ก็คอื
รสชาตอิ ีกแบบ เปน สภาวะทางใจอกี ชนิดหนง่ึ ทบ่ี ัดนี้ถูกแทนแลว ดวยกาํ ลงั สมาธิแรง ๆ อันเกดิ แตการอานตาํ ราอยา งตอเนอ่ื งยาวนาน
หากการดับทกุ ขถ าวรคอื การปลิดสุขทุกขทิ้งไปเสียท้ังยวง แมทาํ ไดจ ริง แตแ นห รือวาเปนคณุ คา สงู สุดที่ควรไขวค วา รสชาติ
ของการผิดหวงั แลวกลบั ลําต้ังความหวังใหมดว ยกาํ ลังกายกําลังใจ มใิ ชส ีสนั ของการมชี วี ิตมนุษยหรอกหรอื ?
จุดแตกหักอยทู ี่ตรงน้ี หากเช่อื วา คนเราเกดิ หนเดียวตายหนเดียว กค็ วรสรปุ วา ปลอ ยใหจติ ใจเสพความเปนชีวติ อยา งครบเครื่อง
นะ ดแี ลว ควรแลว เพราะนั่นคือวิถีทางของธรรมชาติ แตหากเช่ือวา ยงั มีการเกดิ ตายแลว ๆ เลา ๆ อยางนั้นกต็ อ งถามหา ‘ตวั เลือกทีด่ ีทส่ี ุด’
กันใหม
ดวยความเปนมนุษยใ นยุคบริโภคขอมลู ขาวสารอยา งเขา ควรใชเ กณฑอยา งไรในการเลอื กเช่ือ ระหวา งมีหรือไมมชี าตกิ อนชาติ
หนา?
ทางแพทยทราบแลววาศนู ยรวมประสาทใหญอ ยทู ส่ี มอง เพราะฉะน้นั สมองก็คือจติ ใจ หากจิตใจเปน อน่ื จากสมอง และ
สามารถสบื คนจนเจอรองรอยของจติ ใจดวยวทิ ยาการยคุ นชี้ ดั ๆ ความคลางแคลงทัง้ หลายคงปลาสนาการไปโดยงา ย
แตนี่อยางไรเลา เมอื่ ครัง้ ศึกษาอยตู า งแดน เขาเคยเขา รว มฟง สมั มนาวา ดว ยเรอื่ งชาติภพในเชิงวทิ ยาศาสตร ซ่ึงมขี อมูลใหม ๆ
ลกึ ๆ เกี่ยวกบั ผลการวิจยั ความสมั พนั ธร ะหวางระบบประสาทและสงิ่ ท่เี รยี กวา ‘จติ ใจ’ และแสดงผลการวจิ ยั อยางเปน กลาง ปราศจากอคติ
และลําเอียง ทผี่ ลการคนควา จริงจงั ใหผลโนมเอยี งไปทางปฏเิ สธความเช่อื เกา แกทั้งสิ้น
เปน ตนวาเราอาจลบแทรกขอมูลความจําหรือมโนภาพในมนุษยไดจ ริงดว ยวธิ จี ้ีไฟฟาลงไปบนจดุ ตาง ๆ ของสมอง หรอื เด็ด
กวา น้นั คอื การคน พบเคา เงาวธิ ียักยายถา ยเทขอ มูลความจาํ ในเยอื่ ประสาทสมองของคนหน่ึงไปใหอ ีกคนหน่ึง ซง่ึ นั่นหมายความวา วนั หนง่ึ
วทิ ยาศาสตรอ าจสรา งหรอื ปรับแตง ‘ตัวตน’ ในมนุษยอ ยา งไรกไ็ ด ขอเพยี งมเี ทคโนโลยีสงู พอจะจัดการกบั ระบบสมองใหค รบวงจร
ถาตวั ตนเปนส่ิงสรา งได ทาํ ลายได ปลกู สาํ นกึ ใหมไ ด กแ็ ปลวาภพชาติ กรรมวิบาก นรกสวรรค เร่ืองราวบรรดามที งั้ หลายใน
พระคมั ภีรศ าสนาตาง ๆ ลวนเปนเท็จท้งั ส้นิ
เมือ่ ขอมลู หลายชิ้นประกอบเขา ดวยกันเปนภาพใหญ โดยรวมจึงตองสรปุ ‘แบบวทิ ยาศาสตร’ วา ถงึ วันน้ี เทคโนโลยีบอกเราวา
มนษุ ยน ้นั ...
เกิดหนเดยี ว ตายหนเดียว
สมองหยุดทาํ งานเม่ือไหร จติ ใจก็ดับลงเมอื่ น้ัน
นบั จากวันท่เี ขา ฟงสัมมนา เกาทณั ฑก ส็ บายใจมาตลอด ปกใจเชอ่ื วาโลกหนาเปนเร่อื งหลอกของคนโบราณ ศาสนาเปนแคก าร
สอนจริยธรรมใหสังคมมนุษยส งบสุขรมเยน็ ซึ่งน่นั ก็ดี และตองมไี วหนอ ย แตเ ร่ืองขปู ระเภทนรกสวรรคห รือรางวัลเปน นิพพาน คงถงึ
เวลาตอ งเกบ็ ใสล น้ิ ชักเสยี ทแี ลว เพราะวทิ ยาการเจรญิ ขนาดน้ี ผูคนมภี ูมิคมุ กนั ทางปญ ญามากพอ เกินกวา จะหลอกลอ อะไรแลว เช่อื หมด
เกาทัณฑท บทวนความรแู ละการตัดสินใจเลือกเชอ่ื มาถึงจดุ น้ัน กพ็ กั ทานขาวปลาโดยสงั่ จากรา นขางลาง พอทานเสร็จ แทนที่
จะหันเหความสนใจไปทางอืน่ กลับรสู ึกวา ไฟแหง ปญญาคิดอานยงั ลุกโพลงทว มหัว จงึ เปดคอมพิวเตอรเ ขา อินเตอรเ น็ต ตระเวนกวานหา
๕๔
แหลง ขอ มูลเกย่ี วกับศาสนาทม่ี อี ยดู าษด่นื เร่ิมสนุกกับการเจาะและจบั ประเด็นทางศาสนศาสตร ไมเฉพาะทเี่ กยี่ วกบั ศาสนาพุทธ แตยัง
รวมถึงศาสนาและปรัชญาอน่ื ๆ นกึ พอใจที่มีบางแหลงทําวิเคราะหเชิงเปรียบเทยี บไวแลวเปนแนวทาง
ยง่ิ คน ยิ่งสนุก ปจ จบุ นั มีคนฉลาดคดิ หรอื กระทั่งนกั ปฏิบัตใิ นไทยมากมายพยายามรวมศาสนาทง้ั หมดใหเปน หน่ึงเดยี ว เขาพบ
การพยายามบรรยายหรอื พรรณนาสภาวะวเิ ศษเหนอื ช้นั ทป่ี ระจกั ษไ ดดว ยการฝก จติ สารพัดรูปแบบ แตล ะคนบอกวา ของตนถูก เปน ของ
แทท้ังนั้น ซงึ่ นั่นย่งิ ทําใหเ ขามน่ั ใจวา ‘ความจริงสูงสุด’ ไมใชอ ะไรอ่นื
มุมมองของมนษุ ยน ัน่ เอง...
เกาทณั ฑรูสึกเหมือนตวั เองไปเทยี่ วปา เขาไมอยปู า หรอก แตจะชมใหเพลินทว่ั ๆ เสยี หนอ ย เชอื่ ใจตนเองวาไมมวี ันหลง
เด็ดขาด คนจับทศิ เกง แบบเขา แคเขา มาเอาความรจู ากปา เทาน้นั
แรงจงู ใจใหเดินทางมาวดั ทางนฤพานอกี คร้งั คอื อภินหิ ารเกินสามญั มนุษยของหลวงตาแขวนโดยแท เกาทณั ฑเคยเห็นจากทาง
ทีวีและนิตยสารประเภททา พิสูจนเ รอ่ื งพิสดารมาบา ง แตไมเคยประจกั ษต าตนเองอยางคราวกอ น เขาพอจะรบั ไดเ กย่ี วกบั เรอื่ งอํานาจเหนอื
ธรรมดา เพราะตนก็เกีย่ วของอยูก ับอภนิ หิ ารเหนือธรรมดาอยูทุกเมอื่ เชอื่ วัน ผดิ แตม ิใชอ ภนิ ิหารทางพลงั จติ แตเปนอภินิหารทางพลงั สมอง
อันเต็มไปดว ยระบบตรรกะท่ผี นวกเขา กับจนิ ตนาการของผูผา นการศกึ ษาในซีกโลกสวางสดุ
ภาพชวี ิตคงถกู แตม เพ่ิมขนึ้ มาอีกสี หากหลวงตาแขวนจะสอนวชิ าใหแกเขา มัคคุเทศกสาวผนู าํ เขามาพบทา นเคยบอกวา หลวง
ตาแขวนแสดงฤทธ์ิใหดูนั้น นาจะเพราะทา นเมตตา ถึงแมจะไมเ ขาใจกระจา ง แตเ กาทณั ฑก ็เชอื่ วา หญงิ สาวคงรอู ะไรลึก ๆ เกีย่ วกบั เจตนา
ของพระสงฆองคเ จาเปน แน ในเมอื่ หลอนคลกุ คลใี กลช ดิ มาแตเ ด็ก ดังนัน้ ถาเขาจะมาขอความเมตตาจากทา นคราวน้ี กม็ เี หตุผลควรเชื่อวา
นา จะสมหวงั
ชายหนุมขน้ึ ไปบนกุฏเิ ม่อื ทา นฉนั เชาเสรจ็ พอดี เห็นพระลูกวัดและเด็กวดั กําลงั จดั แจงเกบ็ กวาดสาํ รับเครือ่ งถวายอยู ตวั หลวง
ตาแขวนกาํ ลงั ยืนบว นปากทร่ี าวชานกฏุ ิ เกาทณั ฑค ุกเขา กราบโดยไมเคอะเขนิ เมือ่ ทา นกลับมานง่ั ประจําทซ่ี ง่ึ ใชต อนรับญาติโยม พอทาน
เหน็ เขาก็ย้มิ ให
“วาไงพอ หนุม?”
“ผมอยากมาขอเรียนสมาธกิ รรมฐานกับหลวงตาครบั ”
โยมหนมุ เขา หาจดุ ประสงคอ ยางไมอ อ มคอมตามนิสัย ขณะประกาศความปรารถนากท็ รงกายตรง กระพมุ มอื ไหวนอบนอม
ดวงตามปี ระกายมงุ มนั่ จัดจา คลา ยบอกอยใู นทีวาทา นจะสงั่ บกุ นํ้าลยุ ไฟอยา งไรกย็ อมท้งั สิน้ ขอเพยี งแลกกับวชิ าความรูเทาน้ัน
หลวงตาแขวนยม้ิ กวางกวา เดิม ลุกข้ึนกวกั มือเรียกเขา
“ตามมา”
ทกุ สิ่งงายดายจนเกาทณั ฑงง จาํ ไดจากหนงั สอื บางเลม ท่ขี วนขวายซ้ือมาตลอดอาทติ ยวา เกจิอาจารยที่เกงกาจนัน้ รับใครเปนลกู
ศษิ ยลกู หายาก ตอ งมีพธิ รี ตี องและการพสิ จู นใ จกนั อยางเต็มกําลังเสียกอน แตน ่ีดสู ะดวกโยธินผิดสังเกต
๕๕
หลวงตาลุกนาํ แตก อนออกเดินกห็ นั ไปสัง่ ความกับพระท่อี ยูใกลสองสามคาํ จับความไดวาจะยงั ไมร บั แขก ขอใหบอกปดญาติ
โยมจนกวา ทา นจะออกจากหอ ง น่นั ยิ่งทาํ ใหเกาทัณฑแอบฉีกยิ้มอยูในใจ นึกกระหย่ิมวา ตนน่คี งบุญหนกั ศักดใิ์ หญเปน แนแ ท หลวงตาทา น
จงึ ใหความเมตตาเปน พเิ ศษเห็นปานน้ี
พอเกิดสตวิ า อตั ตาโตไปหนอ ยก็รบี สะกดใจ เทาท่ีทราบ พระปา พระธดุ งคท า นไมโปรดคนทะนงหลงตวั นกั เพราะอัตตาหยาบ
เปนที่ระคายเคืองกบั จิตอันละเอียดสขุ มุ ของพวกทา น
ตามหลวงตาเขา ไปในหอ งทแี่ บงไวสาํ หรบั จําวดั ไมเ หน็ อะไรอ่ืนนอกจากมุงทต่ี ลบไว หมอนอกี ใบพิงฝา ยา มพระเกา ๆ และ
พระพุทธรูปบนโตะเลก็ ท้งั หองสะอาดเรย่ี ม ปราศจากสงิ่ ของอ่นื ใดสกั ช้นิ ไมมีแมแ ตพัดลมสกั ตัว
ทวา หอ งเล็กนนั้ กใ็ หสมั ผสั เยือกเยน็ ขรมึ ขลังอยา งนาพิศวง เกาทณั ฑง ง ๆ เควง ๆ คลายดงิ่ สนู า้ํ ลึกเงียบงนั กอ นจะทันตั้งตวั
หนา ตา งไมบ านกวางเปดออกเต็มท่ี ทาํ ใหเ กิดภาพโดยรวมเปน ความสวา ง โปรงสบาย ปราศจากพันธะผกู พนั คลา ยลานพ้นื ดนิ ใตร มไมท ี่
เชิญคนผานทางมาพกั นอนชัว่ คราวแลวจากไปไมต อ งอาลัยกัน ทา นคงปฏบิ ตั ิตามแนวสนั โดษ ทําตัวเหมือนอยูกลางปาลึกตามลําพงั แมจะ
อยูท า มกลางชมุ ชนสะดวกสบายเชน นี้
หลวงตาแขวนสัง่ ใหเขาปดประตูและลงน่ังกลางพน้ื หอง
“เอง็ เปน หนมุ สมยั ใหม” ทานเรม่ิ เมื่อตา งนัง่ เขาทีเ่ รยี บรอ ย “ตอ งเริ่มดวยความเชื่อของตวั เอง”
เกาทัณฑต ง้ั ใจฟงอยา งสงบ สรรพนามทเ่ี ปลย่ี นไปทาํ ใหเกิดความเปนกันเองใกลช ิดทานมากข้ึน ยามนี้เขาเหน็ ทา นมีความขลงั
นายาํ เกรงอยา งประหลาด ดตู างจากคนแกธรรมดา ๆ อยา งเมือ่ ตอนพบครงั้ แรกชนดิ หลงั มอื เปนหนามอื ตอภายหลงั เขาจงึ ทราบวาผูทรง
ฤทธิ์อยางแทจ รงิ นน้ั อาจกําหนดจิตใหมีความนม่ิ นวล กอบรรยากาศเยือกเยน็ สบายกบั ผูอยใู กล หรอื จะกําหนดใหเขมขนคมกริบเพ่อื สยบ
มานะของลกู ศษิ ยก ไ็ ด ขน้ึ อยูก บั วาระโอกาสอนั เหมาะควร
หลวงตากายสทิ ธิเ์ อยี้ วตัวไปลว งกระดาษดนิ สอจากยา มมายื่นสง ใหเขา
“เขยี นเลขหนง่ึ ถึงเกา ใหด ซู ิ เอาตัวเลก็ หนอย ตดิ กันพอดี ๆ แลวก็ใหเสร็จเร็วทสี่ ุด หา มหวัดแบบไกเ ขย่ี นะ”
เกาทัณฑท าํ ใจเหมอื นหนุ ยนตรทีถ่ กู กดปมุ สงั่ เจา ของสั่งอยางไรก็ทํา ตัดความสงสยั ไมใ หเหลือในใจแมนอ ย เขาปฏบิ ตั ิตามคํา
ทา นทนั ที และทําไดอยา งครบถวน น่นั คอื เรว็ ไมหวัด ขนาดเลก็ เทา กันและมชี องไฟหางสมาํ่ เสมอ เสรจ็ แลวกเ็ งยหนา มองทา นอยา งจะรอ
คําสงั่ ตอไป
“สังเกตความรสู กึ ตอนนีไ้ วน ะ เอา ลองใหมอีกที ทาํ เหมอื นเดิม แตขึ้นบรรทดั ใหมแ ลว เรยี งเลขใหตรงกันดว ย”
ชายหนมุ ทําตาม เขาทาํ ไดเ ร็วกวา เดมิ เลก็ นอย โดยพยายามใหตัวเลขตา งกนั นอ ยทส่ี ุด เพราะนกึ เดาวาทานอาจมงุ เอาเรอื่ งของ
ความแตกตาง
“เอาอีกสามหน”
เขาปฏิบัตติ ามคําสงั่ และสังเกตความรูสกึ ในใจทุกระยะ เรม่ิ ถึงบางออ เมอ่ื เหน็ ภายในสงบลงเรอ่ื ย ๆ กับทั้งเขาใจวธิ ีเขยี นใหเรว็
ยิง่ กวา เดมิ เนอื่ งจากทาํ ซํา้ กนั หลายหนจนข้นึ ใจ
๕๖
ปฏิบตั เิ สรจ็ สนิ้ ก็ไดร ับคาํ สัง่ ใหม
“บวกกันใหด ซู ”ิ
ไมมีปญ หาสาํ หรบั เขาอยูแลว เกาทัณฑเ ห็นทางลดั โดยพลนั กแ็ คเอา 9 คณู 5 ในตง้ั แรก เอา 8 คณู 5 ในตง้ั ทสี่ องแลวบวกดว ย
ทด 4 และทาํ อยางเดยี วกนั นั้นอกี เร่อื ย ๆ จนถึงเลขหน่งึ อนั เปน หลักรอ ยลา น ความเฉยี บไวของสมองบวกกับสายตาคมเปน เหยย่ี วทําใหใช
เวลาเทา กับที่ตอ งออกแรงจรดปากกาเขียนผลลัพธนั่นเอง
เกินจะหา มความคดิ ถา ทา นจะทดสอบเชาวไวไหวพริบเขาดวยวิธนี ้ลี ะ ก็ คงยากจะทราบอยา งแทจริงวาเขามสี ติปญ ญาทาง
คณิตศาสตรลา้ํ ลกึ ปานใด ความเปน คนคลัง่ ไคลต ัวเลข ชนื่ ชอบเรขาคณติ สถติ ิประยกุ ต และทฤษฎีคณิตศาสตรชัน้ สูงทุกแบบมานมนาน
สงผลใหเกิดความแตกฉานและมีสมองดจุ เคร่ืองคาํ นวณชนั้ เลศิ จึงเหมือนถูกกดลงตํ่ากวา ภมู ริ แู ละความสามารถทแ่ี ทจรงิ ระดับเขาจะทาํ
ปรญิ ญาเอกทางคณิตศาสตรดว ยการเอาตัวเขาไปทมุ เทกบั การทําทฤษฎยี าก ๆ ที่แสนทาทายขุมพลังสมองของมนษุ ยย ังไหว แตน ่ใี หตองมา
น่ังบวกเลขระดบั ประถม เฮอ …
“ดไู วน ะ” ทานวา “ลองสังเกตดกู ารควบคุมขอ มอื ของตัวเองแลว เอ็งจะเหน็ ความออนหยุน ไมก ําเกร็งเหมาะกบั การใชงาน ที่
เปน อยางนน้ั ไดเ พราะจติ เอ็งเขาฉลาดทจ่ี ะควบคมุ เครอ่ื งมอื ของเขา ยง่ิ เอง็ ต้งั ใจจดจอ อยูกับตวั เลขหนงึ่ ถงึ เกามากเทา ไหร ทําตากับมือให
กลมกลืนเปนอันเดยี วกบั ความต้งั ใจนานแคไ หน ผลงานกอ็ อกมาตามขอ จาํ กดั ท่ขี า ใหไ วไดครบ และกา วหนา ขึน้ เร่ือย ๆ ”
บทวเิ คราะหของหลวงตาทา นเปนทถ่ี กู ใจเขาพอควร อยา งนอ ยก็ทาํ ใหรสู ึกวาทา นยืนอยบู นระนาบการใชค วามคดิ แบบเดยี วกับ
เขา ไมใ ชพดู กนั คนละภาษา
“ทางพทุ ธศาสนาเรยี กตวั เลขในงานของเอง็ ครงั้ นว้ี า 'อารมณ' หมายถึงเครอื่ งยดึ หนวงจติ หรอื เครื่องตรงึ จติ ใหรอู ยู ถาจติ ยึด
อารมณไวไ ดน าน ๆ จะเปนอารมณช นดิ ไหนก็ตาม ผลคือมธี รรมชาติของความตั้งมัน่ เปน สมาธเิ กิดขน้ึ แตต างกันทค่ี ณุ ภาพ ความหนัก
แนน และความละเอยี ดสุขุมของดวงสมาธิ เอง็ ลองเปรียบเทยี บเอาเองนะ วาระหวา งใชม ือเขยี นเลขมาก ๆ กบั ใชค วามคดิ บวกเลขมาก ๆ
นะ อันไหนใหสมาธมิ ากกวา กนั ”
เกาทณั ฑเ พง่ิ เขา ใจแจม แจง วา ทแ่ี ททา นเพยี งตอ งการใหปฐมบทแหงการฝกสมาธิ มิใชก ารทดสอบเชาวไ วดังท่ตี นนกึ เอาเองแต
แรก
“เอ็งเหน็ ฤทธ์ิของจติ ไหม มนั นกึ ส่งิ ไหนสงิ่ น้นั ก็เกดิ คงรนู ะวา อํานาจการนึกของแตละคนผิดแผกแตกตา งกนั แขงกีฬาแพชนะ
กต็ รงอํานาจการนึกนแี่ หละ นกึ เร็วกายกไ็ ปเรว็ นึกชากายกไ็ ปชา จติ คนเราเมอื่ ฝก ถงึ จดุ ๆ หนึ่งแลวกอ็ าจนกึ อะไรไดพ ิสดารมากมายไม
จาํ กดั ถึงข้นั ท่ี ‘ความจรงิ ’ อาจไมใชส งิ่ ท่ีเราตองคอยใหเ กดิ กอนแลว คอ ยเห็น แตอ าจ ‘นึก’ อยากเหน็ แลว มนั กเ็ กดิ ”
ทานหยบิ กระดาษดนิ สอไปวางใกลต ัก พลิกกระดาษไปอีกดา นหน่ึง กม หนา จรดดนิ สอเหนือแผนกระดาษครูหนึ่งเหมอื นจะ
รวบรวมสมาธิ แลวกล็ ากมือพรดื ไปบนทีว่ างของกระดาษ เกาทัณฑเ บกิ ตาแทบปะทเุ มื่อเห็นตวั เลขเรยี งกันเปนตับวัดไดค บื หนึ่ง ใชสายตา
กะครา ว ๆ วาไมน า ต่ํากวาหาสิบหลกั
ไมเช่ือเดด็ ขาดวา ใครลากดนิ สอเหมอื นขีดเสนบรรทัดแลว ปรากฏตวั เลขขน้ึ มาไดอ ยา งนี้ ตอ ใหเปนนักจดชวเลขมอื หน่ึงของ
โลกกเ็ ถอะ
แตในเมือ่ เขาเหน็ แลว จะบอกวา ไมเหน็ ไดย งั ไง
๕๗
“จิตเขาทํา” ทานเงยหนาข้ึนมาพูด “มือมนั ทําไมไ ดหรอก”
แลวทา นก็กมลงขดี เสน ของทานอกี สบิ บรรทดั ลวนแลวแตกลายเปน ตัวเลขสมุ ปราศจากการเรยี งลําดบั พอเสร็จกผ็ ลิตตวั เลข
บรรทดั สุดทายหางจากบรรทดั อน่ื ๆ หนอ ยหนึ่ง
“เอาไวกลับไปถึงบา นแลวดูซวิ า ขา บวกถูกไหม ถาถูกกข็ อใหร ูวาจิตเขาบวก สมองบวกไมไ ดอยา งน้”ี
เกาทณั ฑพ ดู อะไรไมอ อก เหมอื นเจออดั ชายโครงดว ยลูกรกั บเ้ี ต็มรัก รบั แผนกระดาษจากทานมาพับเกบ็ ใสกระเปา เส้ือดวยมือ
ท่สี ั่นเทา ขนลกุ เกรยี วเปน ระลอกอยา งตอเนื่อง เคยไดยนิ มาบางเกย่ี วกับมนษุ ยท มี่ ีความสามารถบวกลบคูณหารเลขจาํ นวนมหาศาลในเวลา
อนั รวดเร็ว แตใหติดฝนุ ของฝุนของหลวงตาแขวนน้ัน คงเหลือวิสัย
“อยา งทบี่ อกนะ วาอารมณจ ติ ตา ง ๆ มันใหคุณภาพสมาธหิ ยาบละเอยี ดผิดกนั สงั เกตไหมวา ตอนแรกเอ็งตองใชท ง้ั ตา ทงั้ มือ ทั้ง
ความคิดถึงตัวเลข จิตถกู ใชง านหลายทาง พอสงบก็เลยสงบแบบงั้น ๆ แคใ หรูสกึ วา ดวงตานิง่ ขึน้ มานิดหนอ ย แตขณะทเ่ี อง็ คิดหาทางลดั
ในการบวกเลขและลงมอื บวกในใจ จติ มนั ผกู อยกู ับตาและความคดิ เพียงสองอยา ง และระดับความนึกคดิ ของงานนกี้ ต็ อ งการพลงั
สนับสนนุ ท่แี นน หนา เพราะภาพตัวเลขในหวั เปน สิ่งไหวเลอื นงา ย ตองอาศยั ใจหนกั แนน อยา งนอ ยชั่วระยะหนึ่ง พอจติ มันแนวแนเปน
สมาธเิ ขา กไ็ ดคณุ ภาพทีล่ ึกซง้ึ กวากัน ดวงตานงิ่ กวา ใหจ ิตตานุภาพมากกวา”
ชายหนุม ฟง อยา งเขา อกเขาใจแจมแจง เขาคลุกคลีและเลนสนกุ กบั ตัวเลขมาแตเ ดก็ ทวาไมเ คยสังเกตและแยกแยะได
ละเอียดลออเหมอื นอยา งกําลังฟงหลวงตาแขวนอธิบายเลย
“น่แี คตัวอยางเล็ก ๆ นอย ๆ ของอารมณส มาธิทีเ่ อง็ ประสบพบเจออยทู กุ เมอ่ื เช่อื วัน ยงั มอี ารมณส มาธิที่ใจเอง็ จบั แลวต้ืนกวาน้ี
บาง ลกึ กวา นบี้ า ง จากการเลนกีฬา ทํางาน หรือแมแตวางทาเดินโกเกอ วดใครตอใคร คดิ อะไรยงั ไงมนั เปนอารมณจ ติ ไปไดท้ังนน้ั เพยี งถา
เอง็ มีสติจับเขาไปในอารมณนน้ั อยา งเดียวสักระยะ เดีย๋ วจติ ก็รวมเปนสมาธไิ ด”
เกาทัณฑผงกศีรษะนดิ หน่งึ พรอ มยกมือไหวรับ และเงย่ี หฟู ง อยา งจดจอ
“แตสมาธทิ ี่ไดจ ากการทํางานแบบโลก ๆ นะ เปน สมาธวิ นุ เพราะจิตตอ งหมนุ ไปเรือ่ ย รวมนิ่งกับท่ไี มไ ด กไ็ มเ กดิ ธรรมชาติ
ความสงบสวาง ยังเตม็ ไปดว ยฝนุ สกปรกใหญน อย เมอ่ื ไมส งบสวาง แมจิตมีพลังมากก็หนวงรวมมาใชก อ อิทธิฤทธ์ิไมไ ด
ขนั้ แรกเอง็ ตอ งรูจกั วางตวั ใหเ บาสบายอยูกับอารมณล ะเอยี ด หยดุ นงิ่ อยูกบั มนั เพอื่ เรียนรูว ธิ ีรวมจิตจนเกดิ พลงั เปน ปก แผน
พ้ืนฐานสติสมั ปชญั ญะนัน้ เอง็ มีอยแู ลว จากงานทางโลก หากตง้ั ใจจริงและทําใหตอ เนือ่ ง กจ็ ะงายเขา”
หลวงตาแขวนเวน ระยะสาํ รวจชายหนุม สายตาทา นทรงอาํ นาจและมปี ระกายกลาแข็งดว ยตบะเดชะผิดมนุษย ชายหนมุ คอหด
โดยไมร สู ึกตัว ทานเคยมีสายตาใจดีของคุณตาแก ๆ คนหนึง่ ใครจะนกึ วา แทจรงิ แลวซอ นแววดุยิง่ กวา เสอื สะทา นขวญั ไดมากมายเพียงน้ี
“อารมณสมาธทิ ถ่ี ือกนั วาประเสรฐิ สดุ และมีอยคู กู ายเรามาแตเกิด ไดแกล มหายใจ นอกจากจะเปน ตัวอารมณใ หจ ติ จับแลว
ธรรมชาติลมหายใจเองยังเปนตัวปรงุ แตง จติ ใหเ ดินกระแสหยาบละเอียดตามไดดวย ลมหายใจหยาบจติ กห็ ยาบ ลมหายใจละเอยี ดจิตก็
ละเอยี ด จงึ เหมาะจะใชทั้งในเบ้ืองตน เบื้องกลาง และเบอื้ งปลาย สตกิ าํ หนดลมหายใจเขา ออกอยา งนี้ทานเรียก ‘อานาปานสต’ิ ซึ่งเอ็งคงได
ศกึ ษามาจากหนงั สือหนังหาบา งแลว”
เกาทณั ฑพ ยกั หนา รับและกลาววา ครับ
๕๘
“เอา” หลวงตาแขวนพยักหนา “นั่งขัดสมาธ์ิ ขาขวาซอ นขาซาย มอื ขวาทบั มอื ซาย ตั้งหลังตรง”
เกาทณั ฑป ฏิบัติตามทันทดี ว ยอาการกระตอื รอื รนเงยี บ ๆ
“ทา นั่งนี่ไมใ ชองคป ระกอบสําคัญของสมาธิ แตเปนตวั คมุ สติทจี่ ําเปน อยางหน่ึงในการเรม่ิ ตน กายเปนอยา งไรก็ปรงุ จติ ใหมี
ความเปนอยา งน้ัน วางกายไวสบายจติ ก็สบาย หลังตั้งคอตรงก็ชวยทรงความรูตัวไดด ี จําไวนะวาความสบายกบั ความตนื่ พรอมเปน บนั ได
ขน้ั แรก อยาเร่มิ ดว ยการใสอ าการเพงเขาหาลมหายใจ ใหเร่ิมดวยอาการรูสึกตวั กอน”
เกาทณั ฑเ ปน คนนงั่ ตรงเดินตรงหลงั ไมงอไดน าน ๆ อยแู ลว เรอื่ งนี้จึงผา นตลอด เขานั่งทรงกายอยา งสบายตามหลวงตาสง่ั
พรอมกับตงั้ ใจวาจะใหม นั ทรงในลกั ษณะน้ไี ปเรื่อย ๆ ไมเ ผลอหลงั งอ
"ดวยความรูสกึ ตวั อยางนี้ เอง็ ทอดตามองตรงไปขา งหนา สบาย ๆ รกั ษาความนิ่งไวอ ยาใหกลอกหลุกหลกิ แลวปดตาลงทั้งยัง
ทอดตรง จะไดความรตู ัวแบบเปดพรอม เวลากาํ หนดรูลมหายใจจะไดไ มจ ดจอ งคบั แคบ"
ชายหนุม ปดเปลอื กตา มีความเชอ่ื มนั่ ในตวั อาจารยเ ปน หลกั เปนฐานการปฏบิ ตั ิ คิดในใจวาคนเราตองมีอาจารยก็เพราะอยางนี้
เอง
“ลมหายใจมีอยแู ลว ส่ิงท่ยี งั ไมม ีคอื สติ อบุ ายสรา งสติตามลมหายใจของพระพทุ ธเจา ประการแรกคือใหก ําหนด ‘ร’ู ลมหายใจ
ออกกอน คืออัดลมหายใจเขา เตม็ ปอดแบบไมตองคดิ อะไรมาก แตพ อคืนลมหายใจออกสูภายนอก คอ ยกาํ หนดรูว านค่ี ือการหายใจออก
เริ่มตงั้ หลักอยา งน้จี ะทาํ ใหไ มจ อเพง อยกู บั การหายใจเขา มากเกนิ ไปเหมือนปกติ เอา ลองดู”
เกาทัณฑด ึงลมหายใจเขาเต็มปอดเรว็ ๆ โดยสักแตเ ปน อาการเหมอื นหายใจท่วั ไป ไมไ ดต้ังทารูเ ห็นเปน พเิ ศษ แตพอผอ น
ระบายลมหายใจออกจงึ เรม่ิ กาํ หนดสตถิ งึ ความเปนลมหายใจที่สงจากภายในกายออกสภู ายนอก
“พอลมหยดุ กร็ ูวา ลมหยดุ ถงึ เวลาทกี่ ายเรยี กลมเขา ก็รตู ามจรงิ วาน่ีคอื การหายใจเขา ระลกึ ใหเ สมอกนั กบั การหายใจออกทีเ่ ปน
‘ตวั ตั้ง’ เม่ือกี้”
ชายหนมุ พบวา เม่ือกาํ หนด ‘ลมออก’ เปนตัวตง้ั ปรากฏวาสามารถรตู ลอดทวั่ ถึงไดอ ยางรวดเร็ว
“น่ีคอื ขั้นแรกของอานาปานสติ คอื มีสตหิ ายใจออก มีสตหิ ายใจเขา พระพทุ ธองคสอนไวอ ยางน้ี เปน อบุ ายลัดท่ีจะทาํ ใหส ติอยู
กับลมหายใจเสมอกนั ทั้งขาออกและขาเขา อยามองขามไป”
ฝา ยลูกศิษยดูใจตวั เอง วา มสี ตขิ ณะหายใจออก มสี ติหายใจเขา ภายในปลอดโปรง ขึ้นทนั ที กร็ ับทราบตามจริงวา ผานข้ันแรก
อยางงาย ๆ ไดแ ลว
“สังเกตนะ พอทําความรูสึกไดท ั่ว ไมมีสว นใดกําเกร็ง และเฝารูล มหายใจออกกับเขาตามสบาย ผลคือเหมือนทง้ั ตวั มีลมหายใจ
ปรากฏเดนอยอู ยา งเดยี ว นค่ี อื การเริ่มตน ท่ีถกู ตอง จําไวว า ตอ งเริม่ อยา งนที้ กุ คร้งั ”
การเร่มิ ตน ทเี่ รียบงา ย ทําใหความคดิ ฟงุ ทคี่ รอบงาํ จิตใจเปนปกติหายหนไปช่ัวคราว พรอมรบั ฟง และปฏบิ ัตติ ามพระอาจารย
อยา งปราศจากขอ สงสัย
๕๙
“ลองดูวาลมหายใจในชว งเริ่มกําหนดสตินั้นจะลากยาวกวา ปกติ กใ็ หร วู าอยางนลี้ มหายใจออกและลมหายใจเขามคี วามยาว
เสมอกนั นค่ี ืออกี ขนั้ ของอานาปานสติ คอื รูช ดั วา หายใจออกยาว รชู ัดวาหายใจเขา ยาว”
เกาทณั ฑจาํ ลักษณะลากยาวของลมหายใจออกและเขา ไว กับทง้ั พยายามรักษาใหส มํ่าเสมอ แตพ อถึงจดุ หนึ่งก็รูสึกวาเกินพอดี
มคี วามอึดอดั คับแนนอกขน้ึ มา เปน จงั หวะท่ีถกู พระอาจารยทกั วา
“หลกั การทําอานาปานสตนิ ้ันใหความสําคัญท่สี ตริ ตู ามจริง ไมใ ชบงั คับลมหายใจใหยาวหรือส้นั อยา บบี บงั คบั ฝน กายให
ทาํ งานผดิ ธรรมชาติ เมือ่ ถึงเวลาจะตองออกสั้นกใ็ หม ันออกสน้ั เมือ่ ถงึ เวลาจะตอ งเขา สน้ั กใ็ หม นั เขา ส้ัน สติเราเทา นนั้ ที่รตู ามจริงวาอยา งน้ี
คอื ลมตองสน้ั น่คี ืออกี ขนั้ หนึง่ ของอานาปานสติ คือรูชดั วา หายใจออกสั้น และรชู ดั วาหายใจเขา ส้ัน”
พอเขาใจหลกั การดังนน้ั กเ็ ริม่ สนกุ เพราะเหมือนเขาเรมิ่ ไมต องทําอะไร ปลอยใหก ายหายใจออกหายใจเขาตรงกบั ความ
เรียกรอ งตามธรรมชาติทีเ่ ปนจรงิ หนาที่คอื เพยี งรเู ทา ทันวา เท่ียวนย้ี าวหรอื สัน้
“จิตทีเ่ ปน ผลของการตามรูอยา งถกู ตองนัน่ แหละ จะเหมอื นแยกออกไปเปน ผูเฝารเู ฝา ดูเฉย ๆ ในกองลมท้ังปวง ไมวาจะออก
หรือเขา ไมวา จะยาวหรอื สนั้ นค่ี อื อีกขน้ั หนง่ึ ของอานาปานสติ คอื ขณะแหง ลมออกและลมเขา จิตต้งั มั่นอยใู นอาการรชู ัดตามจริงในฐานะ
ของผสู าํ เหนยี กเหน็ ลักษณะของลมขณะนนั้ ๆ ”
เกาทัณฑพ บดวยตนเองวา เม่อื จิตเอาแตจ ดจอ ลมหายใจดวยอาการต่ืนรพู อดี ๆ ผลคอื ความสงบลงทางกาย คอตงั้ หลังตรงไม
กระดกุ กระดกิ แมย งั มคี ล่นื ความคดิ แทรกแซงเปนระยะ ก็ไมรําคาญ และไมสงผลใหกายไหวติง และพอถึงจุดนั้นกไ็ ดย นิ หลวงตาแขวน
สอนตอ
“ความรสู กึ สงบทางกายนัน้ เปน ของดี เพราะความที่กายไมกวัดแกวง นเ่ี อง จะยง่ิ เนนใหล มหายใจถกู รับรไู ดเ ดน ชดั ยง่ิ ขึน้ น่คี ือ
อกี ขน้ั หนึง่ ของอานาปานสติ เหน็ กายน่ิงแลวก็ประคองความน่งิ น้นั ไว มีแตทางเดนิ ลมหายใจทย่ี งั เคลอ่ื นไหวอยูอยา งเปนอัตโนมัติ”
หลวงตาแขวนเงียบไปพกั หน่ึงกอ นกลา วสืบตอ เมือ่ เหน็ ลกู ศิษยห นุม ชักเกิดอาการฝน
“หลกั ของการเริ่มกําหนดสติรลู มหายใจมีอยูเทา น้ี ถา หากพลัดหลงจากลม หรอื หากคดิ ฟุงแนนขึ้นมา ก็สํารวจวาจิตเรายงั เหลอื
สติอยูในข้นั ไหน ถา ไมเหลือเลย คือจิตไมจ ับท่ีลม กายยงั กระสบั กระสา ย กต็ อ งเรมิ่ นบั หนงึ่ กนั ใหม ทอ งคาถา ‘นบั หน่งึ ใหม’ ไวใหด ี
เพราะจะขลังทสี่ ุดสาํ หรบั การเริ่มภาวนา สําหรับอานาปานสตินนั้ การนบั หนึ่งคือมีสติรู วา กําลังหายใจออกหรือหายใจเขา ตอมารูวาลม
นน้ั ยาวหรอื สั้น ถารไู ดเรือ่ ย ๆ อยางเปน ธรรมชาติ จิตก็จะแยกออกไปเฝา ดูลกั ษณะลมตามจริงอยูเฉย ๆ และเมอื่ แยกออกมาเปน ผรู ตู ง้ั ม่ัน
ถกู ตอง ก็จะสงบจากความตองการขยบั ไหวสว นเกินของกายทไ่ี มเ กยี่ วของกบั ลมหายใจไปเอง”
เกาทณั ฑเขาใจกระจางดวยประสบการณภ ายในประกอบพรอมอยูด ว ย ทวา พักใหญต อ มา จติ ก็เริม่ ซมึ ลงในลกั ษณะเคลม้ิ สบาย
หมดแรงจบั ลมหายใจ หลวงตาแขวนก็ทกั อกี
“คอยสํารวจตวั เองบอย ๆ หนอยไอห นุม พอเรมิ่ จะฟุง หรือเร่ิมจะเล่อื นลอยลืมลมหายใจ กก็ ลับมารูตวั ที่กาํ ลังน่งั แลว กําหนดระลกึ ใหม
ต้งั แตข้นั แรก”
ท่จี ุดนั้นเกาทัณฑจ งึ เรมิ่ ระวังความเคลม้ิ เหมอ ตามดู ตามรูลมหายใจไมลดละ กระทงั่ จิตแยกออกมาตงั้ รู เหน็ ลมหายใจเปน สาย
เดยี ว เมื่อระดับนํา้ หนกั ลมเสมอกันตอเน่อื งถึงระดบั หนึ่ง จงึ เกดิ ภาพภายในหรอื ‘นมิ ิต’ เปน หน่ึง คลา ยเสนเชอื กเสนหน่ึงทชี่ ักรอกขึ้นลง
ดว ยมือจบั ปลายทัง้ สองดาน หนาที่ของจติ มีเพียงเฝาตามอาการออก อาการเขา ซา้ํ ไปซา้ํ มาตามลีลาของกลไกธรรมชาตแิ หง กายเทา น้นั
๖๐
เม่อื เห็นลกู ศษิ ยม ีใจจดจอตอเน่ืองดีแลว พระอาจารยก็บอกบทตอ
“จติ ต้งั ไวถูกสว นแลว แตก ายยงั รบั กนั ไมสนทิ นัก ถา จะใหเ กดิ ความแชมชืน่ หนักแนนกวานี้ ลมหายใจตองยาวขึน้ ตอนหายใจ
เขา ใหเ ริม่ ดวยการขยายหนาทอ งพองขน้ึ นิดหน่ึง จะเห็นวาเม่ือมอี าการขยายหนา ทอ ง กม็ ลี มเขาเอง พอสุดหนา ทอ งก็เล่อื นไปดึงลม
ตามปกติ”
เกาทณั ฑป ฏิบตั ติ าม และพบวา ลมหายใจยาวขึ้น นุมนวลขึ้น มีความปลอดโปรงอยางคนหายใจท่ัวทอ งมากกวา เดมิ จรงิ ๆ สง่ิ ท่ี
ตามมาคือการทวีตัวขึน้ อยา งรวดเรว็ ของความสขุ ความคดิ ทัง้ มวลสงัดเงียบลง หายใจออกกร็ า เรงิ เปน สุข หายใจเขา ก็ราเรงิ เปน สขุ สภาพ
กายดําเนินโดยอตั โนมัตริ าวกบั เครอ่ื งสบู ลมที่ทาํ งานดว ยอัตราคงตวั เหน็ แตส ายลมผา นออกผา นเขา ผา นออกผา นเขา มอี ยูแ คน ัน้ เรียบงาย
เสยี จนลมื ส้ินวา โลกนเี้ คยซับซอนเพียงใด
ถึงจุด ๆ หนงึ่ ก็สําเหนียกอาการควบแนนของกระแสจติ เหมือนกลมุ นํา้ ขาวท่เี ขาผนกึ รวมเปนหน่งึ เดียว มศี ูนยก ลางจบั อยทู ีก่ าร
ไหลเขา ออกของลมหายใจอยา งม่นั คง เกาทณั ฑรทู นั ทวี า นีค่ ือภาวะสมาธขิ นั้ ตน เหน็ อาการปรากฏนั้นดวยความรพู รอ มทว่ั องคาพยพ
ภาวะนนั้ จะดํารงอยสู กั กว่ี นิ าทีไมอาจทราบ แตร ูตัวอีกครงั้ กเ็ หน็ ความคิดหลง่ั ไหลเขา มาเต็มไปหมดแลว ไดเ ห็นชัดถึงตวั เหมอ
เผลอสติ รวมท้ังอาการรตู ัวตง้ั สติใหม เมอ่ื ตั้งสตกิ ําหนดลมหายใจในสภาพเดมิ ใหมได จติ ใจก็เปดออก เห็นนิมติ ลมแชม ชดั อกี คร้ัง
เหตถุ ูก ผลก็ถูก เหตผุ ดิ ผลกผ็ ดิ เกาทณั ฑถงึ กับเผลอออกอาการพยักหนา ดวยความเขาอกเขาใจเต็มต้ืน แตแลว ก็รูตวั วานกี่ ็
ความคิด นี่ไมใชต ัวสมาธิ จึงพยายามเพกิ และเฝาดลู มหายใจนิ่ง ๆ จนกระแสความคิดเลอื นหายไปเองโดยปราศจากความพยายามขบั ไล
อม่ิ เอมเปรมใจเนิน่ นานจนเกดิ อาการลา และเหน็บกินตลอดชว งขา อนั เปน เครือ่ งหมายวาจติ ถอนแลวจากอารมณสมาธิ และ
เกินกวา จะกลับเขา ลูเดิม หลวงตาแขวนเห็นเชน นัน้ จึงสั่งใหเตรียมกาํ หนดเลิก โดยหายใจสบาย ๆ และปรับความรูสกึ นกึ คิดเปน ปกติ
เสียกอน ทบทวนการทําสมาธิแตตน จนจบวาเปน อยางไร เพอื่ วา เมอื่ หลบั ตาลงเรม่ิ ทาํ สมาธใิ นครั้งตอ ไปจะไดนกึ ออกงา ย ถัดจากนนั้ จงึ
คอ ยลมื ตาขน้ึ ทีละนอยเหมอื นตนื่ นอนยามเชา
หลวงตาแขวนใหข อปฏบิ ัตเิ ปน ข้ัน ๆ ซ้ําอกี คร้ังเพ่ือใหเกาทัณฑนําไปใชในการทําสมาธิดวยตนเอง รวมท้งั ชแ้ี จงลวงหนา
เกย่ี วกับปตแิ ละนิมติ ชนิดตาง ๆ ท่เี ขา มาดงึ จิตใหเขวจากทางสมาธิ ใหค าํ แนะนํารวบยอดวาเพยี งทาํ ใจวางเฉย สกั แตรสู ิ่งแปลกปลอม จะ
นารกั หรอื นา กลัวก็ตาม รูไปจนกวาจติ จะยอ นกลบั มาสนใจจติ เอง และเห็นปฏกิ ิรยิ าของจติ มีความเปน กลางตอ สิ่งรบกวน ทุกอยา งก็จะ
สลายไปในท่ีสุด
เม่อื ชายหนุม กลาวทบทวนใหทานแนใจวา เขาจดจําถ่ีถวนถอ งแท หลวงตาแขวนก็นิง่ ไป ทอดตามองอีกฝายดวยแววเมตตา
สําทบั ซาํ้ ถงึ จุดหมายทค่ี วรทาํ ใหถ ึงในแตละครั้ง
"ของมนั ตอ งหม่นั ฝก บอย ๆ ถึงจะชํานาญ ระหวา งวนั ทาํ งานทําการไปตามปกติ นึกไดเมือ่ ไหรก ็กลบั มาระลกึ ถงึ ลมสกั ครั้งสอง
ครง้ั ก็ยงั ดี ถา มีเวลาพักวางจากงานมากหนอ ย อาจจะสักหา นาที กต็ ง้ั เปา วาจะทําจนเห็นเหมือนจิตน่ิงเปนผูรผู ดู ูลมหายใจอยเู บ้อื งหลัง ลม
หายใจเปนเหมอื นสายเชอื กชักขึน้ ลงใหด อู ยเู บ้ืองหนา ชว งฝกแรก ๆ หากทิ้งลมหายใจนานนกั จิตจะกลับไปจับไมถ กู อยา งเอง็ หากขยนั ก็
คงสาํ เรจ็ งา ยอย"ู
ทา นเวน จังหวะคลายไตรตรองบางส่ิง แลว ก็กลา ววา
"อยากเห็นความจรงิ เรอ่ื งชาตกิ อนไหม?"
๖๑
เกาทัณฑหูผ่งึ ทําตาโตเหมือนถูกตบหลงั หนกั ๆ
"อยากครบั !"
คําตอบนนั้ หลดุ จากปากโดยอัตโนมตั ิ
"ขาจะทาํ ใหเอง็ ไดเ หน็ " ทา นสมภารพูดเสยี งเรียบ "แตม ีขอแมวา เอ็งตองไดสมาธขิ นาดทข่ี า พอใจภายในอาทติ ยหนา "
ชายหนุม เมม ปาก ความทะยานอยากของเขากเ็ ปย ม แนวทางทถี่ กู เขาก็มีพรอ ม แถมทานยงั รับรองใหอ ีกวาถา ขยัน เขาตอ งทําได
อยา งน้ีถา ยงั ขาดความเชอื่ มัน่ กไ็ มรจู ะวาอยา งไรแลว
"ผมจะไมทาํ ใหหลวงตาผิดหวงั ครบั "
"จะทาํ สมาธนิ ะ ไมใ ชแ คอยาก ไมใ ชแ คท าํ ถูกแลว กจ็ ะไดผ ลเสมอไป วถิ ชี วี ิตตองอยูในกรอบดว ย จติ ถึงจะพรอม...เอง็ เลิกกนิ
เหลาเมายาสักอาทติ ยไ ดไหม?"
"ไดค รับ"
พนมมอื รับอยา งแขง็ ขนั ทนั ที เพราะคิดลวงหนา อยูแ ลววาพระอาจารยท า นตองหา มเร่ืองน้ี
"ไมเ สพกามไดไหม?"
เกาทัณฑเกอื บองึ้ แตพ รบิ ตากใ็ หค าํ ตอบอยางเดด็ เดี่ยว
"ไดค รับ!"
"ไมโกหก ไมพดู นนิ ทาสอเสยี ด ไมพ ดู ตลกคะนองไรสาระใหจ ิตขุน มัวไดไหม?"
คราวนเี้ ขานิ่งไปนาน นกึ ถงึ ความเปลี่ยนแปลงทจ่ี ะเกิดข้นึ ภายในหนึ่งอาทติ ยข างหนา เห็นภาพตวั เองเปน เบ้ือใบ พดู ตลกโปก
ฮากับเพอื่ นท่ที ํางานคลายเครยี ดไมไ ด อยา งนก้ี น็ า คิดเหมอื นกนั แตพอนึกตอไปวา อาทิตยห นา จะรูเหน็ เร่ืองภพชาตใิ หหายสงสัย กต็ อบ
ออกมาส้นั ๆ เหมอื นเดมิ
"ครับ ผมทําได"
"ด!ี " หลวงตาแขวนลงเสียงหนกั ๆ "เอง็ อยูต อหนาขา มคี วามเชอื่ มน่ั ละท้ิงความหว งหนา พะวงหลงั ทง้ั หมดได ถงึ เปนสมาธิ
งาย แตเมอ่ื อยกู ับตวั เองแลว ความเคยชนิ แบบโลก ๆ จะนํากิเลสกลับมาครอบงาํ เต็มหวั ใจ เปน อุปสรรคกบั สมาธิจิตโดยตรง ขา ถงึ ใหเ อง็
ปฏิญาณไว วา จะเลกิ ของแวะกับตนเหตกุ เิ ลสหลัก ๆ ของเอ็งเสีย
กเิ ลสทข่ี วางก้นั ความกาวหนาในการภาวนาเรียกวา ‘นวิ รณ’ มีความพอใจในกามคุณ ความคิดรายพยาบาท ความหดหูงว งเหงา
ความฟุง ซาน แลว กค็ วามลงั เลสงสยั ในธรรมปฏบิ ตั ิ ถา เกิดนิวรณขอไหนขึ้นมา วธิ แี กงา ยทีส่ ุดคอื เห็นมนั เปน โทษ เปนเครอื่ งรอยรัดจองจาํ
ใหจิตอดึ อดั สมควรละทง้ิ ผละหนี กจ็ ะปลอดโปรงโลงใจ เปนอสิ ระ เปนไทแกจ ติ เองเหมอื นนกั โทษทีห่ ลดุ จากพันธนาการและหองคมุ ขงั
๖๒
พอจิตสดชื่นและคนุ กับการเปน อิสระจากนวิ รณ ความนอ มใจใฝสงบ ใฝค วามตงั้ ม่ันเปนสมาธิก็จะเกิดขึน้ เอง และเกดิ ขึ้นบอย
ระหวา งวันจึงควรกําหนดสติดกั ไวดี ๆ วามีนิวรณเ กิดข้ึนเกาะจิตหรือยัง ถา มกี ล็ ะเสีย ทิ้งเสยี ดวยอบุ ายของพระพทุ ธองคที่ขาวา "
"ครับ หลวงตา ผมจะระวังปอ งกนั จติ ก้นั จากนวิ รณท ั้งหมดใหไดครบั "
"เออ! ขาขออวยพรใหเอ็งประสพความสาํ เร็จ เอาละ วันนี้กลบั ไปได เด๋ียวขา มีธรุ ะจะตองทํา"
ชายหนุมยกมือไหวรับพร แตกอ นกราบลากถ็ ามสิง่ ท่ีคา งใจออกไป
"ผมไมตองทําพิธหี รอื นาํ ดอกไมม าบูชาอาจารยห รอื ครบั ?"
"ขา ชอบการบูชาดว ยใจ เอ็งมใี หข าแลว ขา เห็น ขา ไมไดจะสอนไสยศาสตร แตจะสอนตามแนวของพุทธปิ ญ ญา ดอกไมธ ปู
เทียนและพธิ ีข้นึ ครจู งึ ไมใชส่ิงจําเปน แตถา มันเปน ศรัทธาอยากทํา จะเอามาถวายบา งกต็ ามใจ"
เกาทัณฑกราบลาดวยความสดแจม แชม ชน่ื อยา งประหลาด ชีวติ มีแรงบนั ดาลใจใหม ๆ มีเคร่ืองกระตุน ความอยากใหม ๆ ยงั ใหเ กดิ พลัง
แหงความกระตือรือรน แลนพลานไปทั่วสรรพางคกาย
๖๓
บทท่ี ๖ จอมศิลปน
ออกจากวัดทางนฤพาน ขับรถมาเกอื บถึงหนา บา นปู ชายหนุมเหลอื บมองไปทางเบาะดา นขาง มีหนังสือทปี่ ใู หม าสองเลม คือ
พทุ ธธรรมกับพจนานุกรมพุทธศาสน เขาเตรยี มจะคนื ในวนั นี้ เพอื่ เปน เหตปุ ระเภทติดไมติดมืออา งมาหาปอู กี ครง้ั
ต้งั ใจมาตอ นคนแกใ หจ นมุมเต็มที่ คราวนกี้ ับคราวทแ่ี ลวจะแตกตางกันอยางสิน้ เชิง เพราะมกี ารตระเตรียมเปนเร่อื งเปนราว จะ
ไมมีการเหว่ยี งแหไรท ศิ ทางอยางเมือ่ กอ นอกี โดยเฉพาะประเดน็ หลักของพุทธ คอื ทกุ ขแ ละการดับทุกข ซง่ึ พระพุทธองคต รัสกลา วอยา ง
ชัดเจนวาพระองคต รัสสอนแตเ รอื่ งน้เี ทา น้นั
เกาทณั ฑก ะพริบตาทีหนง่ึ ดว ยความรสู กึ กง่ึ ขัดแยง บัดน้เี ขาไดช่อื วาเปนศิษยข อง ‘พระ’ ในพทุ ธศาสนา เรม่ิ เขาใจการตัง้ จติ เปน
สมาธิ ยอมรบั วาเบอื้ งแรกไมไดมองหลวงตาแขวนเกนิ ไปกวาผูวเิ ศษ แนใ จเพียงวาทานมิใชนักมายากล หรอื ผมู อี ํานาจจิตสะกดใหเ ห็นไป
ตาง ๆ เพยี งช่วั ขณะ เพราะหนังสือพิมพม อดไหมเปน เถา ถานจรงิ และเมื่อลอบสังเกตเพดานกฏุ ิในวันน้ี ก็ยงั พบรอ งรอยไหมเกรียมซึง่ เกดิ
จากลน้ิ ไฟเนรมิตของทา น เม่ือฝากตัวเปน สานุศิษยก ใ็ หค วามเคารพนับถอื เปน ครบู าอาจารย ทวา ก็ดว ยประสงคเ พียงเรยี นรศู าสตรแ ขนง
หนง่ึ ทาํ นองเดยี วกบั ที่ยกยอ งนกั กีฬาเกง ๆ เปน ครฝู ก สอน โดยไมจ าํ เปนตอ งเตรยี มใจยอมคลอ ยตาม 'ความเชือ่ ' ทง้ั หมดของทา น
อยา งไรกต็ าม ทา นทงิ้ ทา ยไวเ ปน ที่ปลกุ เรา ความสนใจลงไปถึงราก นน่ั คอื ประเด็นเกี่ยวกบั ภพชาติ ซ่งึ กาํ ลังวนเวยี นอยใู นความ
สงสยั ของเขาพอดี เพราะเมื่อศึกษาพุทธศาสนาในเชิงอรรถแลว พบวาจะมีความหมายตอ ชวี ติ ท่สี ขุ พรอ มสมบูรณแบบเชน เขา ก็ตอเมอื่
ตระหนักแนแกใจวาการ 'ดบั ทกุ ข' นั้น คอื เลกิ เวยี นวายตายเกดิ อยา งไมรูอ โิ หนอิเหน บอดใบเรอื่ งกฎกติกาวาทําเหตุอยางไรจะถูกเหว่ยี งไป
เกดิ ในภพไหนภมู ไิ หน
เกาทัณฑส รปุ ไดอยา งหน่งึ วา ถา ทฤษฎีเร่อื งการเวยี นวา ยตายเกดิ ของพุทธเปน ของจริง ก็แปลวา ธรรมชาตอิ อกจะโหดเหย้ี มเอา
มาก คือไมบ อกกฎใหใ ครรู แตใ ครผิดกฎเมือ่ ไหร ก็เสรจ็ เมอื่ นนั้ ไปเกิดรายตายดกี ็ดวยความไมร ู หลงกอ กรรมทําเข็ญจนวิญญาณชุมบาป
อยางนา อเนจอนาถ เสร็จแลวตอ งกมหนา กมตาไปรบั กรรมแลว ๆ เลา ๆ อยา งปราศจากทสี่ ิน้ สดุ เพราะเหตุแหงการเกดิ ยังสบื เนื่องเปน
ปฏกิ ิริยาลูกโซไปเรอ่ื ย
ถา อาทติ ยหนา เขารวู าชาตกิ อนชาติหนามจี รงิ หมายความวา ทกุ อยา งจะเปลี่ยนไปหมด ความคิดอา นกบั ความเชือ่ ทผี่ านมานบั
แตจ าํ ความได ลว นตอ งถูกจัดเปนความบ้ือ ความหลงละเมอเพอ พกของส่งิ มชี ีวิตอีกหนวยหนงึ่ ที่ทะนงนึกวาตนทรงภมู ิ ทรงความรลู าํ้ ลกึ
ทวา แทจริงไมไ ดรอู ะไรเลย
ไมร จู กั กระท่ังตนเอง แลว จะขน้ึ ชือ่ วา 'รู' ไดอยา งไร
ใจแกวงเลก็ นอ ยเมอื่ ชะลอความเรว็ ของรถ เปนความหว่ันไหวชนิดหน่งึ ทเี่ ขาไมก ลา สํารวจหาสาเหตุ เทาแตะเบรกเตรียมหยุด
รถเทียบขา งประตรู ั้ว แตแลว ก็แตะคางเม่ือเหลียวไปเห็นสองหนมุ สาวใตรมไมหนา บาน เปนแวบเดยี วแหงการเหน็ และถูกสารพนั
ความรูสึกจูโจม จนตองยา ยเทา มาลงนา้ํ หนักเหยียบคนั เรงใหรถพงุ ฉวิ หา งหายไปจากที่น้นั ในพริบตา
แพตรมี องตามการจากไปของเรือนรถเพรยี วลมสสี ดสะดดุ ตาดว ยแววเฉยน่งิ
"ดเู หมือนจะเปน คนน้ันใชมั้ยฮะ?"
เปนเสียงถามออ น ๆ จากมติ
๖๔
"คนไหน?"
หญงิ สาวถามกลบั
"ก็...ทีเ่ ขานงั่ คยุ กบั พ่แี พเมอ่ื อาทติ ยกอน"
"คงใชม ั้ง"
มตริ ูเห็นเรือ่ งราวเพยี งนอย แตเ ขาก็เปน ผูมีสามัญสํานึกดีเทา ๆ ชายท่วั ไป และดว ยปกตขิ องสามญั สํานกึ ดงั กลา ว ก็ทําใหทราบ
วาไมธ รรมดาเลย ท่ีรถคนั นั้นชะลอลงเหมอื นจะจอดแลว กลับบ่ึงจากไปเฉย ๆ
อยา งปราศจากความไยดคี ่ังคา ง แพตรีกม หนา พจิ ารณากรอบภาพสีน้าํ มนั บนผา ใบผนื ใหญบนโตะ มตเิ อามาใหห ลอนดู มนั เปน
ภาพสายลูกไฟทีย่ ืดยาวไรต นไรป ลายในหวงวางมหนั ต คลา ยสรอ ยไขมุกทเ่ี รยี งเมด็ คดเคย้ี วอยูบนสายยาวจากอนนั ตภาพเบอื้ งลกึ สูอ นนั ต
ภาพเบ้อื งไกลโพน การนาํ เสนอของภาพเนนไปทล่ี ูกไฟใหญส องสามดวงใกลต า นัน่ คือฝม ือนกั ศกึ ษาวิจิตรศลิ ปของมหาวทิ ยาลยั อนั ดบั
หน่งึ ทางน้ี แนวคดิ ของภาพทําใหม นั ไดชอ่ื วา ‘สงั สารวัฏ'
มเี ศษกระดาษตางหากอกี แผน บรรจุถอยคําท่เี รยี งรอ ยบรรยายไว หญิงสาวนั่งอานในใจเงียบ ๆ อยางมจี นิ ตภาพละเอยี ดออ น
ตามกลอนแตละบาทแตละบท
อันเปลวไฟใดกอกร็ อลับ จะวับดบั กลับวายสลายรอน
นีย่ บั ยอยรอยหรอแลวตอตอน พอรอนลบั กลับฟนคนื วงั วน
เปน โซห ว งลว งดับสลับถาย สืบทอดเยอ่ื เชอื้ รายขยายผล
ดวงตอดวงลวงตาเปน ตัวตน ใหสบั สนหนทางอนั รา งรา
กอ รปู คดุ ุแดงดูแรงราย แลวกลบั กลายฉายแสงเสนหา
เปนนรกผกผันสวรรคา เมื่อหันหาสิหายหนทกุ ตนจร
ตะลอนตอตลอดหนไรตน ปลาย คายไวเพยี งทุกขกบั ทิ้งส่ิงลวงหลอน
เรียกวงั วน 'สงั สารวัฏ' ไมต ัดตอน ใหไ ฟรอ นประการเดยี วเทีย่ วเกิดตาย!
เมอื่ อานจบแพตรกี ส็ ยายยม้ิ กวาง มติจะนาํ งานชิ้นนไี้ ปประกวดในงานทางพทุ ธศาสนาที่ภาคเอกชนรว มกบั สถาบันศึกษาใหญ
จัดขึน้ หญงิ สาวเหลอื บตามองรปู แลวพยักหนานิด ๆ เปน เชิงชม
"อือ้ ม. .."
"พอใชไ ดไหมฮะ?"
๖๕
แพตรพี ยกั หนา ซ้าํ อยา งเตม็ ใจ
"อยา งนเ้ี รียกเยี่ยมเลยไมใชแคพ อใช ตองรบั รางวัลใดรางวัลหนง่ึ แน ๆ พ่ไี มอวยพรละ แตข อแสดงความยินดลี วงหนาไวกอน
เลย"
มตเิ ปนจติ รกรท่ีเลน สเี กง ลกู ไฟบางดวงแดงโชตฉิ านดูนา สะพรึงกลัวดุจจะแทนไฟนรกไดจ ริง ๆ บางดวงก็มสี สี ันวิจติ รนาหลง
มองเพลนิ ตาราวกับลูกไฟสวรรคไดปานกนั วิธวี างตาํ แหนงอยางถูกหลักการสรางมิตทิ ี่สามทําใหคนดรู ูสึกเปน จริงเปน จังถึงอนันตภาพท้ัง
ของสายลูกไฟอนั ยดื ยาวและหว งมืดอนั ล้ลี บั
มาบวกเขากับแนวคดิ และคาํ กลอนกํากับภาพกนิ ใจอยางน้ี จึงนาจะจดั เปน ผลงานประกวดทีเ่ ขาตากรรมการงายหนอย
"ในวนั ตดั สนิ เขาจดั นิทรรศการใหคนทว่ั ไปเขาชมดว ย พแี่ พไปกับผมนะฮะ"
เขาชวนอยา งรวู า หลอนจะไมป ฏิเสธ และหลอ นกพ็ ยักหนา รบั งา ย ๆ ดงั คาด
"ไดสิ ไปดเู ธอรบั รางวลั จะไดด ีใจดว ย"
หญิงสาวทอดตามองภาพ แลวยกมอื ชไ้ี ปยังลูกไฟดวงเดน ที่สุดในภาพ
"นค่ี งแทนมนุษยภมู ใิ ชม ้ยั ?"
"ฮะ เปน ลูกไฟที่แปลกและแตกตาง ปราศจากเอกภาพ บางสวนดสู วย บางสวนดพู ลงุ พลา นรุม รอ น ขาดความสมา่ํ เสมอ"
"ถามคี วามรูท างพทุ ธศาสนาดี คงดูภาพของเธอเขา ใจและแปลความหมายออกทุกอยางนะ แคร ูชื่อภาพก็พอแลว"
ชายหนุม ลดสหี นายม้ิ ลงนดิ หนง่ึ
"เพอ่ื นผมบางคนบอกวา...ถา กรรมการไมเช่ือ ความหมายของภาพนจี้ ะดอ ยไปมาก"
แพตรลี ดเปลือกตาลง นิง่ คิดแลว กเ็ หน็ ตาม จริงแหละ พุทธศาสนิกชนมหี ลายประเภทนกั ลวนมีทรรศนะและความเช่ือสว นตวั
แตกตา งกันไป นอยเสยี เม่ือไหรท ค่ี นตาํ แหนง สงู ๆ และมีบทบาทตอ วงการศาสนาพุทธไมเ ช่อื ไมศรัทธาบางคําสอนอันเปน หลกั สาํ คญั ยง่ิ
อยา งเชนภพภูมแิ ละการเกิดตายแลว ๆ เลา ๆ
หญิงสาวมองภาพบนผนื ผาใบตรงหนา ดวยอาการใครค รวญนงิ่ เปน ดุษณี หลอนกําลงั คดิ และมติก็เพลนิ มองอาการนน้ั ของ
หลอนดว ยสายตาของศิลปนท่ไี วกับรายละเอยี ดความงดงามทุกชนดิ เขาชอบพนิ จิ ดูหลอนในอริ ิยาบถตรติ รอง ดวงหนา ออ นเยาวปราศจาก
ร้ิวรอยความกงั วลทง้ั ปวง ตดั กนั กบั นัยนตาฉายแสงแหงความคดิ ฉลาดลึกซึง้ อยา งผูใ หญท ่ีมีความมน่ั คงทางปญญาและอารมณ ทุกมมุ
สะทอนแสงของแกวตาแพตรที อประกายงามราวกบั เคร่ืองประดับในฝน หากเช่อื วาคนเราวาดรูปตวั เองดว ยกรรม อดีตและปจจบุ ันของ
หลอนกค็ งเปน จติ รกรผูม ฝี มอื นา พศิ วงชวนเลอื่ มใสยง่ิ
"นา เสยี ดายนะ" หลอ นเอย ขึ้นในทส่ี ุด "ถาเปน อยางนั้นละ ก็ ลองเปล่ยี นแนวคดิ ของภาพเปน ‘ตรัสรู’ แทนไดก ด็ หี รอก ให
ปลายทางของสายลกู ไฟเปน ดวงประกายพรกึ เดน ท่ีแทนความหมายของการสวา งรู เตม็ ตน่ื เปน ไฟลา งตวั เองจากเชอ้ื รา ย แลว ลูกไฟท่ผี าน
๖๖
มาจะไดใ ชแทนความหมายของการหลงทุกขห ลงสุขช่ัวครชู ัว่ คราว อยางนจ้ี ะมคี วามหมายกบั ศาสนกิ ชนทกุ ทรรศนะ เพราะจุดหมายอนั
เปน ที่สดุ ของเนอื้ หาในพทุ ธศาสนคอื การมดี วงจติ สวา งรหู ลุดพน จากความทกุ ขและความข้ึนลงไมเปน สาระตา ง ๆ "
มติเบกิ ตาโพลง จับมองใบหนา หญิงสาวดว ยแววจรสั แสงกลาของศิลปน
"เออแฮะ" เขาย้มิ กระจาง "ไอเดียนเ้ี ขาทา จริง ๆ ผมไมท ันคิดสะระตะเสียกอ น มัวแตค ดิ ถึงความยืดยาวไมรูจบของสังสารวฏั
ซ่งึ นอยคนจะอานออกและคลอ ยตาม สูความเช่ือซง่ึ เปน สาธารณะเชน การสวางรูเหนอื ทุกขสุขไมได ยังไมส ายหรอกฮะ ผมใชเวลาวาดสกั
สองสามอาทติ ย ทนั สง ถมเถ"
ความจริงการเสกสรรคปนแตง งานที่ลุลว งไปแลวข้ึนมาใหมหมดนน้ั ควรแกการเบอื นหนา หนีเปน อยางยิ่ง โดยเฉพาะกับงาน
ศลิ ปท ีต่ องการความละเอียดปราณีตและการทุม เทแรงกายแรงใจมาก ๆ อยางนี้ แตมติกลับไมนําพาความเหนือ่ ยยาก แสดงใหเ หน็ ถึง
ศรทั ธาปสาทะและแรงบันดาลใจทางศาสนาอยางเปย มลน
เมือ่ หญิงสาวทราบเจตจาํ นงของนอ งเชน นัน้ กช็ ําเลอื งตาจองย้มิ ๆ
"ศรัทธาแกก ลาดจี ริง"
"ภาพน้ีผมใหพ่ีแพกแ็ ลวกนั "
เขายกใหง า ยๆ แพตรเี บิกตาเล็กนอ ย
"ไมข ายละ ? ถึงคนดูไมรูเร่ืองก็อยากซ้อื ไดนะ ภาพสวยออกอยางนี้"
"ไมตงั้ ใจจะขายอยแู ลว น่ีฮะ"
หญงิ สาวน่งิ ไปครู กอ นจะกวาดตาพินจิ รายละเอยี ดบนแผน ภาพและย้มิ รับ
"งัน้ ก.็ ..ขอบใจนะ"
รวู าปกู ต็ อ งชอบ นกึ หาทแ่ี ขวนเหมาะ ๆ ไดเดีย๋ วนั้น มติกบั หลอนมอบของนอ ยใหญใหแกก นั มาแตไหนแตไร จึงไมจาํ เปนตอง
ยาํ้ คะย้ันคะยอหรือกระทาํ พิธบี า ยเบย่ี งใดใหม ากความ
พอพดู ถงึ ปู มตกิ เ็ ปลีย่ นเรือ่ งอยางนึกขนึ้ ได
"วนั กอนปูค ุยกบั ผม บอกผมวา พอพี่แพเรียนจบ มงี านทาํ เลี้ยงตวั ได ไมน าเปน หวงแลว ...ปจู ะบวช"
ดว ยความเฝา สงั เกตอยตู ลอดเวลา มตไิ มเ หน็ แมแ ตค วามกระเพือ่ มไหวในแววตาสงบดุจแผน น้าํ นงิ่ ของแพตรี หลอนยังระบาย
ย้ิมออ นใหกับภาพตรงหนา เฉย แตเ พราะมติรจู กั ใกลช ดิ มาเนิ่นนานจนเขา ถงึ และสมั ผัสไดกระท่งั สวนลึก จงึ ทราบดวี า ภายใตความไมไ หว
ติงนัน้ ท่ีแทห ลอ นเก็บซอ นความโศกเศราเอาไวอยางเงยี บเชยี บ
มตถิ อนใจ จะใหเขาน่งิ ดูดายไดอยางไร
๖๗
"พแ่ี พรูแลวใชไหมฮะ?"
"รแู ลว "
หลอนตอบเบา ๆ ปราศจากวแี่ ววสะเทอื นใจปนออกมา
"แลวคดิ ยงั ไงตอไปฮะ?"
หญิงสาวเหลือบตาขึ้นสบกับเพื่อนรนุ นอ งท่ีสนทิ คนุ แลว เบนไปทางตวั เรอื นซึง่ ปูคงกําลงั น่งั อานหนงั สอื ธรรมะหรือเดิน
จงกรมอยใู นหองพระตามลาํ พงั สิง่ เหลา นัน้ เปนกจิ วัตรของปเู ม่ือทา นปดประตูหอง
"พอี่ นโุ มทนากบั ความตงั้ ใจของทา น พ่ีคงทาํ งานทาํ ประโยชนใ หส มคาความรทู รี่ ํ่าเรียนมาสกั สองสามป แลวจากนัน้ ..." ปลาย
เสยี งของหลอนแผว ลง แตแลว ก็กลบั หนักแนนขน้ึ อีกคร้ัง "พจ่ี ะบวชชี อยใู นเพศพรหมจรรยบชู าพระคุณของพระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ และคุณป"ู
ถอยคําบงบอกเจตนารมณนนั้ ทําใหมตงิ นั นิ่งไป เด็กหนมุ เมม ปากและมีควิ้ เครง เลก็ นอ ย
"แนใจแลว หรือฮะ?"
แพตรีพยักหนา ชา ๆ เปนความเนบิ ชา ที่ทําใหมติสัมผสั ความพะวงบางประการท่แี อบแฝงอยูในช้ันลึกสดุ
"เปนความต้งั ใจท่ีด"ี
เขาบอกอยางนนั้ แตม ไิ ดก ลาวอนุโมทนาดวย กลบั เปลีย่ นเรอ่ื งถามมาอีกทาง
"พ่ีแพเอาไมแคระไปไวม ุมไหน"
บานซ่ึงเต็มไปดวยชั้นวางไมด อกไมประดบั นน้ั ทําใหเ ขาขเี้ กยี จกวาดตาควานหาพนั ธุไ มแ คระซ่ึงตนอุตสาหซอกซอนไปพบถงึ
บนยอดเขาใกลก บั หมบู า นชนบทที่กลมุ อาสาพฒั นาของเขายกขบวนไปถงึ เมอ่ื อาทิตยกอน ๆ
"หลังบาน"
แพตรตี อบทง้ั ยิม้ อันทจ่ี รงิ มตไิ มใ ชนกั เลงตน ไม แตนานทกี ็หาพนั ธุแปลกมากํานัลหลอน ไมว าจะแปลกขนานแทหรือเขานึก
เอาเองวา แปลกกต็ าม มันมีคา เสมอ เพราะเขาไมเ คยซอื้ มาโดยงาย แตห ามาดวยลาํ แขง...ลําแขง จริง ๆ ไมใ ชอุปมาอปุ ไมย มตชิ อบทองเท่ียว
ไปตามปาเขาและชายทะเล นัน่ ทาํ ใหเ ขามีโอกาสเสาะสํารวจธรรมชาติไดห ลากหลายภมู ปิ ระเทศ
"บางครง้ั ผมเกือบเขาใจวาสัมผัสพเิ ศษทพี่ ี่แพมีตอตนไมเ ปน ยงั ไง" เขากลาว "เวลาผมมองดี ๆ แลวรูสกึ วา พวกมนั มสี ญั ญาณ
ชีวิต สาํ เหนยี กรูไดวาน่ันคือวิญญาณ คือพลงั ทใ่ี หความออ นโยนกบั โลก อารมณข องผมจะแปลกไป คือกลมกลนื ไปกับความเยอื กเยน็
สงบเรียบงาย และเหมอื น...เออ "
เด็กหนมุ หรีต่ าพักเฟน คาํ
๖๘
"ไมเ คยตอ งคิด ชวี ติ ไมม ีเร่ืองนา กังวลอยูเลย"
แพตรตี อคําใหเมอื่ เหน็ มติเหมอื นจะจนดว ยถอ ย เด็กหนมุ พยักหนารับดวยตาสดใส
"ใช...แบบเดียวกับที่เตา ชีใ้ หเหน็ การเตบิ โตอยา งงา ยดายตามธรรมชาติ ถาเขา ถึงไดก็มคี วามดืม่ ดํา่ เยือกเยน็ เพราะจติ เสมอกับ
ธรรมชาติ ธรรมชาติเปนไปอยา งไร จติ ก็ปรบั แปรตามน้ัน พอปราศจากความขดั แยงกบั ธรรมชาติ กเ็ หลือแตความเรยี บงา ยที่เปน ไปเอง"
หญิงสาวคล่ียิม้ มองอีกฝา ยดวยสายตาแหงการถา ยทอดสัมผสั โดยตรงจากใจ
"ถาเธอรกั พวกมันมากพอจะ ‘คยุ ’ กับมนั ไดเหมือนอยา งทีค่ ยุ กบั เพ่อื นสนทิ สกั คน เธอจะเขา ใจ ‘เสียงเงยี บ’ ท่สี อ่ื กนั อยูระหวาง
ฝง เราผเู ฝา มอง และฝง ชีวิตทีถ่ ูกมอง เปนคลน่ื สัญญาณอกี แบบหนง่ึ บอบบาง แตก ็มีกระแสแรง"
มติหวั เราะเอ่อื ย ๆ ใชจะเยาะดวยความขบขัน แตห ัวเราะอยางรูต วั วายงั ไมอาจเขาถงึ รหสั สัญญาณชวี ิตระดับน้นั เขาใจแตว าเมื่อ
จิตมนษุ ยเ พงอยูกับอะไรบางอยางช่ัวนาตาป เมอื่ แนบแนนมากเขา กจ็ ะเกิดภาวะ ‘เห็น’ ความเปน ส่งิ นน้ั ๆข้ึนมาอยา งกระจะกระจาง หยั่งลง
สูส มั ผสั พเิ ศษทค่ี นอ่ืนดดู วยตา ฟงดว ยหแู ลวไมเขาใจ
"พี่แพถึงเหมอื นตน ไมเขา ไปทุกวนั ...เคยสบั สนไหมฮะเมอื่ ตองกลับมาพูดภาษามนษุ ย ถาผมคยุ กับตน ไมไดบาง เราอาจคยุ กัน
ในรปู แบบท่แี ปลกขึน้ กวาเดมิ กไ็ ดน ะ"
มติพูดกึง่ เลน กึ่งจริง แพตรีหวั เราะหนอย ๆ แลวเงยี บ
"วา แตวา พีพ่ ูดกับตน ไมยังไง ไดค วามหมายเปน ใจความเหมอื นอยางติดตอ กับผคู นหรือเปลา ?"
หญิงสาวสายหนา
"มนษุ ยเราส่ือสารกันดวยการถา ยทอดความคิด ความคดิ เปน เปลือกทีอ่ ยูผวิ นอกของใจ ถูกขับออกมาเปนระลอกดว ยเจตนาที่
ซอนอยเู บื้องหลัง หากเจตนาเปนโทษ คล่นื ของจิตกส็ งออกมาหยาบ ๆ นาระคาย หากเจตนาเปน คณุ คลืน่ ของจติ กส็ งออกมาละเอยี ดนา
สบายหนอย แตส วนใหญเราไมท ันซึมซบั รับรูล ักษณะคล่นื ของจติ มนุษยม ากนกั เพราะใจมัวไปทํางานแปลความหมายของภาษาพูดเสยี
หมด เราถงึ ถกู หลอกบา ง ถูกทาํ ใหเขวบา ง เพราะฟงเฉพาะภาษาเปน คํา ๆ "
พดู แลว ก็เบนสายตาไปจับดอกพกิ ุลซึ่งอยหู างจากตรงน้นั เพียงสหี่ า กาว ดวงหนา ของหลอนออนสงบย่งิ ในการเฝามองของมติ
“แตส ัญญาณสือ่ สารจากตนไมไ มไ ดม าจากระบบความคดิ ไมไดมาจากภาษา ปราศจากเจตนาดีรา ยซอนอยูเบ้ืองหลัง ไมมีการ
ปรงุ ไมม กี ารปน ทกุ อยา งถายทอดตรงไปตรงมาจากความเปน ตน ไมเ องท้ังรา ง สือ่ สารกันจากวญิ ญาณถงึ วิญญาณ ถาคลน่ื วญิ ญาณสง ออก
มาดี ๆ ก็แปลวา มันกาํ ลังเปนอยูเหมอื นคนท่ีมีสุขภาพดีและรา เริง ถา คลน่ื วญิ ญาณสงออกมาอับหมอง กอ็ าจสันนิษฐานวา มีบางอยา ง
ผิดปกติไป อาจจะเพล้ียลง หรอื ไดน้าํ ไดป ุยนอย ดอี ยา งนแี้ หละท่ีเราสามารถรจู กั พวกมนั โดยปราศจากภาษาขวางกน้ั เพราะเราจะไมมวี ัน
เขาใจผดิ หรอื ถกู หลอกใหเล้ียงดคู ลาดเคลอื่ นจากท่คี วรเลย”
มตยิ ้ิมกวาง
๖๙
"อยางนี้เองพีแ่ พถงึ ไวนกั กับการหลบคนใจราย ใจกระดา ง เพราะคนุ ทจี่ ะสมั ผัสแตส ิง่ ละเอยี ดออ น" พักมองโดยรอบ แลวเอย
ถาม "เคยไดยนิ วา ความส่นั สะเทือนจากจติ วญิ ญาณเจาของ จะติดอยกู ับตน ไมดว ย เวลาดูตนไมน อกบา นนี่พ่ีแพอา นออกจากสมั ผสั พเิ ศษ
ไหมวาเจา ของเปน คนนิสยั ใจคอยงั ไง"
แพตรกี ะพรบิ ตาทีหนงึ่ หลอนคุยกบั มติโดยไมจ ําเปน ตองเก็บงาํ ส่ิงใดไวเปน ความลับ
"ถา ฝากสญั ญาณไวเ ดน พอ ก็อาจจบั ไดอ ยบู างมัง้ อยา งเร่ืองความสดใสเนยี่ ถาเจาของมจี ติ ใจที่สวางและเดนิ มารดนาํ้ ตน ไม ริน
ใจเผ่อื แผต น ไมบอ ย ๆ พวกมันก็จะมคี วามสวา งตาม เราสัมผัสแลวสดชื่นตามไดง าย ๆ แตถาเจาของปลอยใหตนไมยืนอยตู ามยถากรรม
รอฝนตกลงมาเล้ียงเอง กไ็ มม คี ล่ืนความใสใจของมนษุ ยฝ ากไว"
มตนิ ่ิงฟงอยางสนใจ พอแพตรีพดู จบก็เลา วา
"ผมเคยเห็นอยูรายหนึ่งบอกวาเขารูความตองการของตนไมท ่ีเลยี้ งไว รูหมดเลยวา มันอยากไดดนิ ใหม อยากใหง ดปุยทกี่ าํ ลงั ใช
หรอื ตอ งการนาํ้ มากขน้ึ อะไรทาํ นองนน้ั ผมฟงแลว บางทกี ็อดรูสึกไมไ ดว า เขารักตน ไมมากจนเกิดอปุ าทาน หรือคลุกคลีผูกพันจนเกิดความ
หยัง่ รูพ เิ ศษข้ึนมาเอง ใชว า ไดร บั การติดตอจากตน ไม แตฟง จากทพ่ี ่ีแพพูดแลว ก็ทาํ ใหค ดิ วาอาจมบี างอยางท่กี า้ํ ก่ึงกันระหวา งอุปาทานกบั
‘เสยี งจรงิ ’ จากตนไม”
"จะอุปาทานหรอื ของจริงก็ไมนา สนใจไปกวาทวี่ า เม่ือทาํ ตามตน ไมต องการแลว ตนไมดขี ้ึนหรอื เลวลง"
เดก็ หนมุ ครางในลาํ คอเบา ๆ อยา งเห็นดว ย เคยไดยินมานานแลวเรื่องความเจริญงอกงามเปน พิเศษของตนไมถาคนเลี้ยงมใี จให
บางรายเล้ยี งไดถ งึ ขนั้ มหศั จรรย โตเรว็ เติบใหญก วาธรรมชาติ และงดงามกวา ของชาวบา นท่ัวไปทง้ั ท่มี ีพชื พันธุ ดิน แดด และปุย อยาง
เดยี วกนั ทุกประการ
“คนมีความสขุ กับตน ไมน ่ีดูสนั โดษและเหมอื นไมตอ งการอะไรอีกแลว แคร ักตน ไม อยกู บั ตน ไมก็พอ นบั วาพแี่ พนนี่ า อจิ ฉา
เหมือนกันนะ"
“แตเ ธอคงไมอิจฉาพ่ีม้งั เพราะรจู กั บรมสขุ ในงานศิลปะอยูแ ลว น่ี อยางทเ่ี คยเห็นเธอทาํ งาน ดูหนา ตาอ่มิ เอบิ ดอี อก”
แพตรีหมายถึงเมือ่ ครั้งเขาน่ังวาดรปู เหมือนใหห ลอน
“ตอนวาดไดอยา งใจกอ็ ิ่มเอบิ ดหี รอกฮะ แตถ าเปน ตรงขาม ก็หงุดหงดิ เอาบอย ๆ เหมอื นกัน ตางจากความสขุ สนิทใจทไ่ี ดจ าก
ตน ไมอยางพี่แพ มีแตส ุขเยน็ ไมตองหงุดหงดิ เลย”
แพตรเี ลิกค้วิ สูงดว ยความฉงน รจู ักกนั มาแตเลก็ เห็นหนาเห็นตาในสารพดั เหตุการณ หากคัดเปน ภาพก็คงไดนบั พนั นับหม่ืน
จาํ ไดวา ไมเ คยเหน็ สีหนา ขุนข้ึงของเขาแทรกข้ึนมาเลยสักภาพเดยี ว
“อยางเธอเคยหงุดหงิดดว ยหรอื ?”
“เคยสฮิ ะ”
เขาตอบกลั้วหัวเราะ
๗๐
“ไมรูส ินะ ในความรสู กึ ของพเ่ี ธอเหมอื นคนทีเ่ ขาถึงศิลปะลึกซงึ้ มาก เหน็ เธอทาํ งานแลว เหมอื นกําลงั แยกตัวเองไปอยูอกี มติ ิ
หน่ึง ลองลอยเบาสบายอยูตามลําพัง อกี อยา ง เธอเขา ใจพระธรรมคําสอนดี แลวกท็ ําสมาธไิ ดผลกวา พี่มาก ยังหงุดหงิดกบั อารมณห ยาบ ๆ
ไดอกี หรอื ?”
“ศลิ ปนสวนใหญฝนแรง แลวก็อยากแรงฮะ ตราบใดท่ยี ังกลมกลนื ไปกบั ศลิ ปะบริสทุ ธิไ์ มไ ดอ ยา งถองแท พีแ่ พอาจมีโอกาส
รจู กั พวกมหี วั ทางนี้นอย แตล ะคนปง ปง เปน ฟน ไฟงายจะตาย”
"สําหรบั เธอ ความหงุดหงดิ คงถกู ขังไวแตข างในแหละนะ ขางนอกเธอสงบมาตลอดนี่ พี่ยงั เผลอนึกวาเธอหมดโกรธ หมด
อยากไปแลวดวยซาํ้ " หลอ นกลาวทัง้ กลวั้ หวั เราะ "คงมีแตเจา ตัวเทานั้นแหละนะทร่ี ูว า สิง่ เหลานหี้ มดไปหรือยัง"
มตมิ องหญงิ สาวรุนพีด่ ว ยสายตาทเี่ ปลย่ี นไป คลา ยจดุ ประกายความมาดหมายเรนลับทอตัวเปน แสงเขม ในแกวตาท่เี คยเยือกเย็น
ออนโยนเปนนจิ
"ผมเปนมนุษยธรรมดา ไมม ีมนษุ ยธ รรมดาคนไหนจบความอยากไดเพยี งเพราะมใี จฝก ใฝศลิ ปะและสมาธิ ผมมีอยากทีย่ ่ิงกวา
ศลิ ปะและสมาธิ ผชู ายอ่ืนทะยานยงั ไง ผมกไ็ มตา งจากน้ัน”
หญิงสาวสะอกึ อ้งึ นิดหนึง่ แตท ําเปนไมเหน็ สายตาชนิดนน้ั ของเขา เสมองไปทางอน่ื และพูดเอื่อย ๆ คลายผสมโรง
"ใช พอพ่ีตืน่ จากโลกของตนไม พก่ี พ็ บวา ความเปน มนษุ ยน ่ียุงเหยิงดวยความอยากหลาย ๆ อยาง แลว ก็นา ตลกทบี่ างทมี ันขดั
กันเอง"
ก็เชน ท่หี ลอ นอยากใหป ูบวชตามความปรารถนาของทา น อยากจรงิ ๆ มิใชการเสแสรงทาํ ใจเปนหลานผปู ระเสรฐิ แต
ขณะเดยี วกนั หลอ นกม็ คี วามอยากท้ังในสว นตืน้ กบั สว นลกึ ท่จี ะใหป ูอยกู ับหลอนตลอดกาล...อยา งนอยกจ็ นกวา สังขารของทานจะพาทาน
ไปจากหลอนเองในวาระอันควร
มติใชขอ น้วิ เกลยี่ ปลายจมูก ขยับจะพดู อะไรอยางหนึง่ แตแ ลวกเ็ สพูดไปอีกอยา ง
"คร้งั หนึง่ ผมเคยวาดรปู ชือ่ ‘ตามนษุ ย' ไว รสู ึกจะไมเคยเอามาใหพ แ่ี พดู ขายไปแลว ละ ฮะ สะใจกบั ความไมอ าจถกู หย่ังถงึ กนบ้ึง
ของมัน ผมวาตามนษุ ยเ ปน สัญลกั ษณของความซับซอ นหาท่สี ุดไมเจอ สลบั สับเปล่ียนแวว เปลย่ี นนัยไดส ารพัดในกาลเทศะตา ง ๆ เขา ใจ
ยากยงิ่ กวาความลลี้ บั ของรางกาย ของถนนหนทางคดเคี้ยว ของน้าํ ดินหรือดวงดาวและจกั รวาลไหน ๆ ทั้งหมด"
แวบหนึ่ง แพตรนี ึกถึงประกายตาคมกลา ของเกาทณั ฑ จรงิ แหละทมี่ ันนาจะเปนสญั ลกั ษณของสุดยอดความซับซอ น อํานาจ
โลกยี วสิ ยั ทเ่ี ขามคี งมาจากพลงั ในขุมสมองและกเิ ลสหยาบเย่ยี งคนเมือง ซง่ึ ก็ลวนแลว แตเ ปนความวิจติ รพิสดารของดวงจิตในภูมทิ ค่ี วามใฝ
สูงและความใฝต ่าํ ทะยานเขาชนกันอยา งบา คลั่ง ภูมทิ ี่ดวงวญิ ญาณมีอุปกรณแ ละศักยภาพท่บี ันดลบนั ดาลสารพันดเี ลวใด ๆ ใหเกดิ ขน้ึ กไ็ ด
ท้งั ส้ิน
ฝา ยมติ ขณะพดู ก็พนิ จิ แพตรีไปดว ย เหน็ นยั นต าท่ีเปลงประกายฉลาดล้ําทวาสอ งแววซ่อื จนคลา ยออนเดียงสาของหลอ นแลว
เกดิ ความตอ งการปกปอ ง อยากคุมครอง อยากเปน ปราการกน้ั หลอ นจากความสับสนวุนวายและความพลกิ ไปพลิกมาของผูคนรอบดาน
เขาเจอมาแลว ทกุ คนเจอมาแลว และหลอ นกค็ งไมแคลวตอ งเจอมาแลวเชนกนั จะออ นวอนอะไรมาชวยปกปอ งในวันตอ ๆ ไปเลา ? เขา
ไมใ ชวญิ ญาณหรอื สิ่งศักดสิ์ ิทธท์ิ อี่ าจตามไปพิทกั ษห ลอนทุกฝก าว
๗๑
นึกแลวกช็ กั เหน็ ดเี หน็ งามกบั เจตนาออกบวชของแพตรี เขาหวงหลอนจากใจ และเขาใจศาสนาพทุ ธจนไมเหน็ ที่พง่ึ อ่ืน
ปลอดภยั ไปกวา การปฏบิ ตั ธิ รรมหาทางหลดุ พน จากสังสารวฏั
ทวาแมเห็นจรงิ ดังนั้น ใจกย็ งั ไมอ าจอนโุ มทนาไดอ ยูด.ี ..เพราะกิเลสมันก้ันไวห นาแนน
"ชาตนิ ผ้ี มอาจไมรวย"
ดวงตาของมติเหมอ จบั ยอดไมเบอื้ งไกลขณะเปรยลอย ๆ เขาอายุนอ ยกวา แพตรีเกอื บสองป ทวา มคี วามสามารถเชิงวจิ ิตรศิลป
เขา ขนั้ หารายไดมานานแลว และนัน่ กท็ ําใหเหน็ ชดั วาหากไมมีทางลดั อน่ื กวา จะมเี งนิ หลาย ๆ ลา นคงนานเน เขาเคยใชเ วลานบั เดือนวาด
ภาพชนดิ 'สดุ ฝม ือ' เพือ่ ฝากขายในราคาระดบั ดาวนรถมือสองมาขบั ได แตวางอยูเปนปย งั ไมม ีเศรษฐีคนไหนตดั สินใจซือ้ อาจเพราะฝาก
วางไดแ คก บั รา นเลก็ รานใหญยงั ไมกลา เส่ยี งกบั จติ รกรหนา ใหม โอกาสทล่ี ูกคากระเปา หนกั จะกรายมาชมจึงพลอยยากไปดว ย น่นั เองมติ
จึงไดบทเรียนมาตระหนกั วา เขาเพ่ิงเริ่มตน ตอ งสรา งงานแบบไตระดับข้ึนไปอกี นาน จะหวังขา มขั้นดว ยความมน่ั ใจในคุณภาพอยางเดยี ว
นนั้ เหน็ ทคี งเหลือวิสยั
แพตรีประหลาดใจกบั คําเปรยของเขาอยูบ า ง
"ก็ดแี ลวน่ี เธอจะไดไ มต อ งทุกขก บั ความรวยและความอยากอนั เปนสิง่ แปลกหนา แลว มีความสขุ ตอไปกบั ความสมถะ
ประจําตัวทีส่ นทิ คนุ เคยเรอ่ื ยมาและนา จะเรอ่ื ยไป"
"แตสมมตุ วิ าผมจะตองมผี ูหญงิ สกั คน กับเด็กเลก็ ใหช ว ยกันเล้ียงดู ผมกค็ งทาํ ใหพวกเขาลาํ บากและไมเ ปนสขุ กบั ความสนั โดษ
ชนิดนแ้ี น"
เขาพูดดวยนํา้ เสยี งออ น แตหนั มองหลอนดวยสายตาตรง ฉายเจตจาํ นงบางอยางแรงจนดึงหลอนมาสบได มติดเู ปน หนุม ทคี่ ม
คายและเกง กาจในยามนน้ั แตอ ยางไรกค็ ือนองชายหลอนอยนู น่ั เอง
"พวี่ า ท้ังผูหญงิ และเดก็ ไมใ ชส่ิงจําเปน สําหรบั เธอหรอกม้ัง"
แพตรีทาํ เสยี งใหอ อกทํานองสันนษิ ฐานมากกวา สรปุ เดาใจ
"เหรอฮะ?" มตเิ ลกิ คิ้วนิดหนงึ่ อยางแสรงฉงน "เพิ่งรตู ัวเดย๋ี วนีเ้ อง"
แลว เขากส็ ง สายตาเลยหลอนไปทางอน่ื แพตรีอึกอัก การสนทนาเริ่มหกั เหและออ มคอ ม หลอ นไมช อบ มตกิ บั หลอ นไมเ คย
ตองพดู จากนั ดว ยวธิ ีพรางเจตนาเชนนี้ มนั ทาํ ใหการตอ คําสนทนาฝด ลง
แตครหู น่งึ เขากเ็ อยดวยปลายเสยี งทอดเนิบเปนปกติ
"พแ่ี พไมไดไปบานผมนานแลว มภี าพใหม ๆ เยอะเลย อยากดูไหม?"
"อยาก"
๗๒
หา งจากบานหลอนไปเพียงสองหลงั กถ็ ึงบานมติ ตัวบา นดูโกโรโกโสสักหนอยเพราะขาดการบาํ รงุ ภายนอกซึง่ นับวันมีแต
เสอ่ื มลงตามอายุ มตอิ ยกู บั พอและนองชายเพยี งสามคน ไรแ มบานคอยดูแล แตท กุ หอ งหับจดั วางขาวของเขาทเี่ ขาทางเปน ระเบยี บ ไมร ก
รุงรงั ขนาดหาของทเี หงือ่ ตกกีบอยา งบา นชายลวนบางแหง
อนั เน่อื งจากเขา ออกบานของแตล ะฝายมาแตเด็ก เลยมีความสนิทคุนไมเ ห็นเปน อื่น แมบ ดั น้ีโตเปนหนุมสาวกันแลว แพตรกี ็ยัง
แวะเวยี นเขา มาชว ยตดั แตง ตนไมรอบบา นใหเ กอื บทุกเดอื น เหตหุ นึ่งเปน เพราะบา นปูชนะมบี รเิ วณไมพอจะรบั พฤกษานานาพนั ธขุ อง
หลอนไดท้ังหมด จึงตอ งแบงมาใหบา นมติชว ยรบั ไวบ า ง และนนั่ กเ็ ปน ผลใหเกดิ ความหวงตามมาดูแล บาํ บัดทกุ ขบาํ รุงสขุ บริวารซงึ่
บางครงั้ อด ๆ อยาก ๆ ดวยความไมเ อาใจใสข องเจา บาน
มตมิ แี บบฉบับคลา ยศลิ ปน ที่สรางโลกเงียบสวนตวั ใหตนเอง แตง ตวั งาย ๆ แคเ สือ้ เช้ติ กางเกงยีนสม อซอ ผอมแหง และเหมือน
เซือ่ งเฉยในบางครง้ั หอ งนอนของเขาสะทอนบคุ ลิกชนดิ นี้ คืออวลกลนิ่ อายสี กาว และดูคลายโรงเกบ็ เครอ่ื งเคราศลิ ปะเสียมากกวาจะเปน
สถานท่เี อนกายหลับ ขนาดท่ีแพตรีกาวเขามาแลว ไมเ กิดความตะขดิ ตะขวงก็แลวกนั
ท้งั บานปลอดคน มตเิ ปด ประตหู นาตา งโดยรอบ ปลอ ยใหพ สี่ าวเขาไปดภู าพซงึ่ เรียงเปน ต้งั พงิ ผนงั หองหลายสบิ กรอบตาม
ลําพงั
"เอาโกโกไ หมพีแ่ พ?"
เสยี งเด็กหนุม ดังออกมาจากหอ งครัว แพตรีสงเสยี งตอบปฏิเสธพลางพนิ จิ ดูภาพสนี ํา้ มันทลี ะกรอบ มติเปนคนมีพลงั สรา งสรรค
งานของเขาสะทอ นใหเห็นชดั เกอื บทกุ ภาพชวนทัศนาไมจ ดื ตา กบั ท้งั สามารถจดุ ประกายความคิดไดเสมอ นน่ั เปนแรงดงึ ดดู ใจใหแพตรี
นกึ อยากชมงานใหม ๆ ของเขาอยูเ รอื่ ย
"เธอนาจะมแี กลอรเี่ ปนของตวั เองนะมต"ิ
หลอนเอย เชงิ ชมดวยระดับเสียงธรรมดา เขาควรจะไดยินในความเงยี บของบา นและความหางไมเ กนิ สิบกาวนั้น
"ถามเี งินก็ทําไดส ฮิ ะ"
เขาตอบกลับมา แพตรีมองภาพตรงหนาดว ยแววตาสนใจ ภาพท่กี าํ ลงั พนิ ิจนนั้ เปน แกวเจียระไนทรงสูง แบบบางและงดงาม
ระเหดิ ระหง สะทอ นแสงทองออกมาเปนหลากสแี พรวใสจบั ตายงิ่ นกั ทวา ในแกวกลับบรรจอุ ยูดว ยเลอื ด...ทร่ี ูวา เลอื ดกเ็ พราะนอกแกวซ่ึง
เปนพน้ื โตะ ปูผาขาวน้ัน เตม็ ไปดวยหยดเลอื ดและมดี แหลมคมเปอนเลอื ดวางอยูใ กล ๆ
หลงั ภาพมีกระดาษเขยี นปด ไววา ‘ความสุขบนความตาย'
เปน ภาพทีส่ ะเทอื นอารมณแ ละนึกไปไดถ งึ หลายเรื่องหลายราวบนโลกทพ่ี อ งพาน มติไมนยิ มเรือ่ งโหดเหีย้ มอาํ มหิต เขาคงไป
พบขาวหรอื เหตกุ ารณใกลตวั บางอยา ง แลวเกดิ แรงบนั ดาลใจจะใชความเปนศลิ ปนสะทอนความรูส กึ ทีไ่ ดร ับออกมาเทานนั้ อีกท้งั คงไม
ต้ังใจจะขายภาพนแ้ี ตอ ยางใด...มนั นา กลวั เกนิ ไป
นาํ ภาพท่ชี มแลวไปวางพงิ ผนงั ดานวาง แลวกลบั มาเลอื กดภู าพตอ ๆ ไป มติวาดหลายแบบ มีท้ังธรรมชาติ วัดวาอาราม
เหตุการณสบั สน คนเหมือน ตลอดจนรปู ทรงพสิ ดารหลากหลายจากจนิ ตนาการ ลวนทรงชีวติ ชีวาใหสมั ผสั รูส ึก อยางรูปคนเหมือนนร่ี าว
๗๓
กบั จอ งมองหลอ นดวยกระแสตาของคนจรงิ ๆ คลา ยกอปรพรอมดวยชวี ติ วิญญาณท่อี าจขยับเขยื้อนหรือเปลง เสยี งพดู กับหลอ นไดเ ดย๋ี ว
น้นั
มติทําใหแ พตรซี าบซึ้งวาศลิ ปนฝากพลังและวญิ ญาณไวกับงานอยางนี้เอง ภาพวาดของเขามีความ 'จริง' เสยี ยิง่ กวาภาพถาย ก็
ดวยใจทฝ่ี ากไวน ่ีแหละ
มีอีกภาพทกี่ วา งใหญผ ดิ จากกรอบอนื่ คอ นขา งมาก ใหหลอนกางแขนทง้ั สองออกจนสุดกย็ งั กวางไมเ ทา เหน็ แลวสะดุดตา
สะดุดใจแตแรก มนั เปน ภาพดวงประกายพรกึ ฟาอมทองสวางไสวงามงดดวงหนงึ่ ในหว งมดื ลอมรอบดว ยวงรี มองผาดๆแลวคลายภาพ
ดาวเสารก บั วงแหวนน่ันเอง ตางกนั ตรงท่ีดาวเสารถ ูกแทนดวยดวงประกายพรึก และวงแหวนถกู แทนดว ยพระพทุ ธเจา หลายองคข ัดสมาธิ
คบู ัลลงั กเรยี งรอบ
ยิง่ แปลกตรงที่รปู โฉมของแตล ะพระองคต างกันมาก ปราศจากเอกภาพโดยสน้ิ เชงิ บางองคม พี ระกรชั กายตามมหาปุริสลักษณะ
เชนพระหนดุ ุจคางราชสีห บางองคม พี ระหนุเหลยี่ มดุจชายผทู รงภูมิท่วั ไป บางองคม ีพระฉพั พรรณรงั สี บางองคแ คมรี ศั มีสงา บางองคมี
มวยเกศา บางองคป ราศจากเกศา บางองคดูทว ม (ตามลักษณะการสรางพระพทุ ธรปู ของบางประเทศ) บางองคดสู มสว นองอาจ ผดิ แผก
แตกตางนบั แตพระพักตรไ ปจนถึงพระกาย ราวกับมใิ ชร ปู พระมหาบุรษุ องคเ ดียวกัน ทวา พิศผาดแลวทราบทนั ทวี า เปน พระพุทธเจาท้งั สน้ิ
น่คี งเปน รปู ที่มติคิดวาดแบบเผื่อเลอื กเพ่ือนาํ เขาประกวดอีกชน้ิ หนึ่ง แตไ มตัดสินใจสงดวยเหตผุ ลอยา งใดอยางหน่ึงของเขา แพ
ตรีพยายามตามความคดิ มติ ภาพน้ันชื่อ ‘พระพทุ ธเจา' ดผู ิวเผนิ เหมอื นมเี จตนาเหน่ียวนาํ ใหนึกถึงดาวพระเสาร หลอ นตาสวา งและคดิ ขน้ึ
ไดวาเม่ือพดู ถงึ ‘ดาวเสาร’ เรารวู า คอื ดาวเคราะหดวงหน่งึ ท่มี วี งแหวน แตเ ราจะไมน กึ วา ดาวเสารค อื วงแหวน เชนเดยี วกับเมอ่ื พดู ถงึ
‘พระพทุ ธเจา’ เราก็ไมควรนึกถงึ พระกรัชกายทีเ่ ปนเนอ้ื หนงั มากกวาพระธรรมกายอนั เปนเนื้อแท เราเถยี งกนั เสมอวาพระองคม ีรูปโฉมผดิ
แผกหรือเหมอื นสามัญชน ซงึ่ เถียงใหคอเปนเอน็ อยา งไรก็ไมม วี นั พิสูจนได ในเมอ่ื พระกรชั กายอันเปน รปู ธรรมสน้ิ สูญไปแลว
ดวงจิตของพระองคต างหากท่ีพสิ จู นไ ด เพราะถา เปน ของจริง คาํ สอนก็ตอ งจริงตาม ปฏิบัตแิ ลว ไดผ ลเปนประกายพรึกชนิด
เดยี วกันไปดวย
รปู โฉมอนั เปน กายหยาบนัน้ อยเู พยี งรอบนอก ขอเพยี งพระรปู หนึ่ง ๆ โนมใจใหศ รทั ธาและระลกึ ถึงพระทัยอนั บริสทุ ธ์ทิ รงคุณ
ไดกเ็ พยี งพอแลว ใจทนี่ ึกถงึ พระองคแลว เปน กศุ ลไดจ รงิ ๆ นน่ั แหละควรเปนส่ิงนาคาํ นงึ
เพียงดวยรปู น้นั จินตภาพเกย่ี วกับพระพุทธเจา ของแพตรีเกอื บถูกเปลีย่ นไปอยางสน้ิ เชิง นี่เปนภาพแทนพระสุคตที่ลึกซง้ึ มาก
ดวงประกายพรึกส่อื ถึงจิตสวา งรพู น กิเลสของพระสมั มาสมั พทุ ธะ ควรเปนสงิ่ เดนชัดที่นา มองใหเหน็ มากกวา รปู พระกายของพระองค
นี่เองหนาทห่ี นง่ึ ของศลิ ปน คอื เปล่ยี นโลกทศั นของผูพินจิ งานของพวกเขาดว ยมุมมองภายในทแ่ี ตกตา ง ผานภาพวาดอนั เปน
รูปธรรมจบั ตองได
แพตรีมคี วามรแู ละสายตาท่ไี มคมลกึ นกั กับงานศิลปะ แตวดั ดวยความเปน ผมู ตี าชางสังเกตใหก ับส่ิงสวยงาม หลอ นก็พอบอก
ไดว าไมแปลกเลย ถา ตอ ไปมติจะโดงดงั ขึ้นมาในวงการสักคน
ภาพเขยี นดี ๆ เปน ส่ิงมพี ลังดึงดูดสายตาในตวั เอง เปนสิ่งทเี่ หน็ แลวกอ ความสขุ ใหแ กค นรจู กั ดู รูจกั พจิ ารณาได เปน สื่อ
จินตนาการจากใจถึงใจได เปนความหมายแทนคาํ พดู พนั คําได และเปนอะไรตอ มิอะไรอกี หลายตอ หลายอยา งสุดแลว แตผ ูสงสารและผรู ับ
สารจะมคี วามกวางยาวลึกทางอารมณแ ละความคดิ สอดรบั กนั เพยี งไร
๗๔
"ถาภาพพวกน้ีถกู ขายออกไปสมคา ตามจรงิ แคส ิบภาพพก่ี ว็ าเธอนา จะมแี กลอรข่ี องตวั เองแลว ละ เปนหองโต ๆ ดวย"
แวว เสยี งหวั เราะขนั เหมอื นมตกิ ําลังเดินใกลเ ขา มา
"เธอเกง มากนะมต"ิ
แพตรชี มซ้ํา พลางนาํ ภาพพระพทุ ธเจา แยกไปวางตา งหากในทส่ี งู กวา ภาพอน่ื ออกจะนกึ ตาํ หนินองชายอยใู นใจทไี่ มคัดแยก
กลมุ ภาพใหเ หมาะควร รวมภาพทกุ ประเภทไวใ นตงั้ เดยี วกนั บนพน้ื อยางน้ี อยา งไรก็ตามใบหนาของหลอนยังคงบมดว ยความพอใจสบาย
ตาไมส รา ง ทวาเมือ่ หันกลับมายงั ภาพสุดทาย กช็ ะงักงนั หนา ซดี ลงเกอื บจะในทันที กอนทคี่ รหู นงึ่ จะกลบั แดงข้นึ จนเขม
นานครั้งทีห่ ลอ นจะเกดิ อาการตะลึงตะไลไมคาดฝน อยา งเดีย๋ วนี้ ตรงหนาคอื ภาพคบู าวสาวในชดุ ววิ าหทงี่ ามเกินจรงิ สมกบั เปน
รูปวาด ไมมีส่ิงอน่ื ใดนอกจากคบู าวสาว รอยย้มิ ชอ กุหลาบสีชมพู และกลนิ่ ไอความสุขสขี าวอมฟา กวางไกล ภาพดมู ีชวี ิต มมี ติ ิเคล่ือนไหว
ได ราวกับหนมุ สาวในรปู กาํ ลงั สง ยม้ิ ถึงหลอ นโดยเฉพาะ
มติเปน คนมีฤทธิ์ และเขาก็ฝากฤทธแิ์ รงที่สุดไวกบั ภาพนี้
"อยา งที่บอกใชม ย้ั ฮะ ชีวิตผมยังมีอยากทีย่ ิ่งไปกวาศิลปะ"
หญิงสาวหันขวับไปทางตนเสยี ง ถงึ กบั มอื ไมสั่น เขากาํ ลงั ยืนพงิ กรอบประตหู อง แววตาที่ทอดสบกบั หลอ นดสู งบเงยี บนิง่ เย็น
ไมเปนอันตรายอยา งไรก็อยางนั้น
ภาพช่ือ ‘สมรส' เจาบา วคอื เขา เจา สาวคือหลอ น...
๗๕
บทที่ ๗ อุปจารสมาธิ
เกาทณั ฑขบั รถกลบั ทพี่ กั ดวยความรสู กึ เศรา อยางประหลาด มีความอาลัย เสยี ดาย คลายทําสงิ่ หวงแหนหาย
หวงแหน…
เคยหวงมานบั ครงั้ ไมถวน ผิดกันกแ็ ตคราวนม้ี ันเกิดขน้ึ เรว็ เกนิ ไป กบั ทั้งรนุ แรงและกัดลึกอยางนาอบั อาย จิตใจวนเวยี นอยกู บั
ภาพบาดตาทบ่ี า นปูชนะเมื่อครจู นคลา ยตกอยใู นหว งฝนหลอน
ชายหนุมหวั เราะออกมาเบา ๆ เมอ่ื รถจอดที่แยกไฟแดงแหงหนึ่ง หัวเราะเพราะขบขนั ความบา บอของตนเอง กะแคเ ห็นผหู ญงิ
คนหน่ึงท่ี...นาสนใจ...อยูกับชายอีกคนหน่ึงที่ไมใ ชเ ขา ถงึ กบั เกิดอาการวังเวงเชยี วหรอื ? หลอ นมีดีอะไรกัน ก็แคส วย เขาหาสวย ๆ อยา งน้ี
ไดเ ยอะแยะ
หรต่ี ามองออกไปนอกกระจกรถ สบตากบั สาวนอยในรถดา นขา ง หลอ นนั่งอยรู ิมซา ยและเผอญิ หันมาจงั หวะพอดีกัน
กะพรบิ ตาทีหนง่ึ ตางฝา ยตางมีแรงดึงดดู ทที่ ําใหไ มอ าจถอนสายตาจากกนั งายนัก แตชว่ั ขณะเมอ่ื ใจเกดิ นกึ เปรยี บเทียบกับ
ผหู ญงิ อีกคนทบี่ า นปู เกาทณั ฑกเ็ บือนหนา ไปทางอืน่ ไดคําตอบบางอยางใหต นเอง
เกอื บจะเปน ครงั้ แรก ๆ ในชีวติ ท่ีนึกขน้ึ ได วา ตลอดมาเขาตีคา ผูหญิงดว ยรปู รางหนาตาเปน หลัก เพียงเพราะหลงใหลอยากกอด
จบู สง่ิ ทเ่ี ห็นและจบั ตอ งไดภ ายนอก ถารวย เกง พูดจาดี ก็จะเปนแคปจ จยั เสรมิ ใหร ูส ึกเราใจขน้ึ กวาเดิมเทานัน้ ไมใ ชส ิง่ สาํ คญั ท่เี ขาจะ
คาํ นึงถึงและยกยองวา ควรคาแกก ารฝากใจอะไรเลย
เดย๋ี วนร้ี ูแลว วาคา ทางใจมคี วามหมายอยางไร...
มาถึงหองพักและเปด ตูเ ยน็ ทาํ แซนดวชิ ทานไปแกน ๆ เลิกคดิ วกวนและพยายามกลบั มาเปนตัวของตัวเอง เขาเกลียดเรอื่ ง
รบกวนจติ ใจทบี่ น่ั ทอนความเช่ือมน่ั ทกุ ชนดิ
เม่อื ทานอาหารเทีย่ งมื้องา ยเสร็จก็เขาหอ งนํ้า ขดั สฉี วีวรรณเสยี ใหมจ นแจมใส ผิวปากหลอกตัวเองวากาํ ลงั สดช่ืน เหน็ เจา หลอ น
ทรี่ บกวนจิตใจเขาเปน แคผูหญงิ อีกคนหนึ่ง หลอ นไรร สนิยมจนมองไมเ หน็ คา ในตวั เขา ทาํ ไมเขาจะตองพยายามลืม แบบหลอนนน่ี า ลืม
โดยธรรมชาติอยแู ลว
หลอกตัวเองใหคิดและเชอื่ เชน นนั้ ก็ดันนกึ ขึ้นมาไดอ ีกวา มแี ตเ ขาเทานั้นที่เปน ฝา ยเหน็ คาหลอน รสนยิ มช้ันสูงของเขาน่ีแหละ
ทใี่ หค า หลอนปน ระดับขนึ้ จนเกินขดี ตอ งวา วุนอยา งนาราํ คาญตัวเองอยูน ่ี เสยี เชงิ พลิ ึกละ
เมอื่ อาบนํ้าแตงตวั เรยี บรอย มายืนอยูน งิ่ ๆ กลางหองโดยไรความคิดหลอกตวั เอง ก็พบความจริงทีเ่ หลอื ฝนจะยอมรบั นัน่ คือเขา
กระวนกระวาย คดิ ถงึ หลอ น อยากคยุ กบั หลอน อยากใหตนไปถึงบา นปูเร็วกวา น้ัน กอ นหนา ท่ใี ครมาชงิ จบั จองเวลาไปกอ นเขา
ชายหนมุ ยกมือเสยผม เกลยี ดความหดหทู เ่ี กิดจากเพศตรงขาม แบบเดียวกบั คนเช่ือมั่นวาตองสอบไดค ะแนนเตม็ เสมอ ตอ งมา
พบวา ครัง้ หนง่ึ ตกรูดอยา งหมดทา
สง่ั ตัวเองวาตองเคลอ่ื นไหว ตองหาอะไรทําใหล มื หลอ น ซ่งึ ดูไมนาจะยากนกั
๗๖
หยบิ วารสารตางประเทศทชี่ อบขนึ้ มากางอา น เร่ืองเก่ยี วกบั เทคโนโลยใี หม ๆ จบั ใจเขาไดเสมอมา เขาสามารถอา นหนังสอื เชิง
เทคนิคทย่ี งุ ยากสลบั ซบั ซอ นไดด ว ยความรสู ึกผอนคลายแบบเดยี วกบั หนังสอื อา นเลน สงบใจขลุกขลยุ เพลิดเพลินอยไู ดเปน วัน ๆ
ลาํ บากตอนรวบรวมสติใหมีใจนกึ ตามขอ ความท่ีกําลงั ผานตา แตค วามเคยชนิ ในการไลส ายตาแบบไลกวาดลงทลี ะบรรทดั
บงั คบั ใหเกิดการรวมกระแสสติในเวลาอนั สั้น สายตาของเขาเห็นไดกวา ง เก็บไดครบ เขา อกเขา ใจถ่ีถว น และจาํ ไดแ มน คลนื่ ความ
ปนปวนในสมองเมอ่ื ครถู ูกแทรกแซงดวยคล่ืนความคดิ อาน ความคาํ นงึ นกึ ตา งรูปแบบท่เี ปนระบบระเบียบมากกวา กนั
อา นจบไปสองเรอ่ื งกล็ กุ ขน้ึ รินนาํ้ อัดลมใสแกว เปดสเตอริโอฟง แลวกลับมานัง่ เอกเขนกอยางบรมสุข หยิบหนงั สือขึน้ พลกิ หา
เรื่องอานตอ ปากดูดนํ้าจากแกว ในมือแลววางลงบนโตะ กระจกขา งตัวดังกร๊กิ เลก็ ๆ เกิดความรูส ึกข้นึ มาในช่ัวขณะนัน้ วา ชวี ิตคนเราเต็มไป
ดวยรายละเอยี ดและสีสันหลายหลาก หากจะพลกิ จากทกุ ขเ ปนสขุ หรอื สขุ เปน ทุกข ก็ขึ้นอยกู บั การตดั สนิ ใจเลือกหยบิ สิง่ ที่มีอยรู อบตัวแต
ละคนขน้ึ มา
ลืมนํา้ ผึ้งผสมบอระเพ็ดอึกเดิมไปเสียได มใี จเต็ม ๆ ใหกบั ขา วคราวทันสมยั เรอื่ งแลว เร่อื งเลา หมดเรื่องนา สนใจเลม หนงึ่ กห็ ยบิ
อกี เลมขึน้ อา นตอ กระทงั่ เงยหนาดูนาฬิกาบนผนงั หอ ง เห็นไดเวลาออกกาํ ลงั ก็ลุกขน้ึ บดิ ข้เี กยี จ เขาชอบกีฬาหลายอยาง ตอ ใหเปนวัน
ทํางานก็ตอ งหาเวลาเล็ก ๆ นอย ๆ ยืดเสน ยืดสายเสยี หนอย ยง่ิ ถา เปนวันหยุดอยางน้กี ม็ ีโอกาสบนั เทงิ กบั การกีฬาไดม ากขนึ้
เลอื กไปวา ยนํา้ เกาทณั ฑโทร.ไปชวนเพอ่ื นสนิทคนหน่งึ ซึ่งอาศยั อยใู นอาคารเดียวกนั แตหมอนนั่ ออกไปขางนอก เลยตัดสินใจ
ไปคนเดยี ว
สระวา ยน้ําแหง น้ันอยบู นยอดตกึ โรงแรมช้นั หนึ่งกลางกรุงซง่ึ ใกลกบั ท่ีพัก มีคนมาลงวายประปรายท้งั ไทยและฝร่งั เปนผูใ หญ
ลวนๆ สว นมากรวย เพราะคา บรกิ ารและคาสมาชิกแพงหฉู ี่สมกับท่อี ยูช้นั ลอยฟา
วันนพ้ี อมาถงึ ก็กระโจนลงวา ยเอา ๆ เปน ปลา ไมรูวา ก่รี อบตอกี่รอบ ถา นบั เปนระยะคงเกือบสองกโิ ลฯ เขาวายน้ําทน เม่ือสมยั
เรยี นมัธยมเคยเลน กฬี าใหโรงเรียน ไดยนื บนแปนหมายเลขหนง่ึ บอยกวาใครเพ่ือน
ขึ้นจากสระดวยอาการมึนนิด ๆ ปน ้เี ขายังไมถึงยี่สบิ หก แตเ หมือนรางกายเร่ิมเปล่ียนไปจากแตกอ น ความอดึ ความทนลด
นอยลง น่ันทําใหไพลนึกถงึ ความเปน อนิจจงั แหงสงั ขารข้นึ วบู หนึง่ คดิ แลว ก็หวั เราะ ถา เหน็ อะไร ๆ เขาขายความเปนอนจิ จงั อยางนี้บอ ย ๆ
คงแกทนั ปูชนะในเร็ววัน
เชด็ ตัว เชด็ ผม แลว ลงนงั่ ผ่งึ ลมบนเกาอยี้ าวรมิ สระ ทอดตาดูนาํ้ สฟี า สวยใสทมี่ ีชาวไทยและเทศลงไปสาํ เรงิ สําราญกัน 4-5 คน
มนั เปนยามเย็นท่ีนา ระร่นื บนตึกสูงขนาดควนั รถขนึ้ มากวนไมถ ึง ลมพัดเฉอื่ ยฉวิ ทามกลางบรรยากาศสบายดวยสวนหยอ มประดับพื้นที่
แถมมตี าสเี ขียวมรกตปง ๆ ของสาวผมทองสงมาใหจากฝง สระตรงขา มอกี ตางหาก
ชายหนมุ สง ตาตอบพลางจุดย้ิมมมุ ปากหนอย ๆ ทา ทางหลอนเอกเขนกตรงนั้นนานแลวและกาํ ลงั เฝามองเขาอยูทกุ ขณะ การ
วายไปวา ยมาไมห ยดุ กเ็ ปนจดุ เดนของสระไดเ หมอื นกนั เพ่ือน ๆ วจิ ารณดว ยความอจิ ฉาเสมอเกย่ี วกับความกาํ ยาํ ไดร ปู สวยของเรอื นกาย
เขา โดยเฉพาะเมอ่ื กําลงั วายฟรีสไตลหรือทา ผเี สอ้ื อยูในน้าํ และจากการเห็นเองแทบทกุ ครง้ั เมอื่ ขนึ้ จากนํ้า ก็มักพบสายตาชนิดนีจ้ ากเพศ
ตรงขามสง มาใหเ ปน ประจาํ
เกาทัณฑยผี มบนศรี ษะเบา ๆ ดวยผาขนหนู สายตายังวางจับแนน งิ่ ไปทางสัดสวนโดดเดน ในชุดวายน้าํ เวาแหวง ลอตาจนหลอน
ตอ งแสรงเมนิ ไปทางอ่นื อยางมมี ายา สะสวยไมใชเ ลนทีเดียวละ ประมาณจากตาเปลาเดีย๋ วนี้ เก็งดอู ายุแคเ ฉยี ดสามสบิ ทรวดทรงองคเ อว
๗๗
ขา แขน ผวิ กายยังไรทต่ี ไิ ปทุกกระเบียดเน้อื ทวงทีสาํ รวยระเหดิ ระหงเทาท่ีเหน็ ชวนใหน ึกชมมองไมเบ่ือ ตอ ใหถ ูกบงั คบั หามถอนสายตา
ไปจากหลอนสกั ชั่วโมงก็ตาม
ดทู า คงไมใ ชแ หมม ที่มาเมืองไทยตวั คนเดียว หลอ นอาจมากบั แฟน กบั เพอ่ื น หรอื กบั พอ แม แตสายตาทห่ี วนกลบั มาสบอยาง
เปด เผยนั้นประกาศใหท ราบชดั ราวกับมีโทรจิตส่อื กนั วาเขาอาจเดินเขาไปทกั ทายทาํ ความรูจกั กบั หลอนได และหลอ นกพ็ รอมที่จะมีเพ่อื น
ชายชาวไทยสกั สองสามวันโดยไมมใี ครมากนั้ ขวางขดั กลาง
ความคิดของเกาทณั ฑลกึ ลงไป คนเจนโลกียดว ยกนั ยอ มดงึ ดดู เขาหากันโดยงา ยคลา ยมแี มเหลก็ คนละขั้วฝงอยูในตวั แตละฝาย
เชอ้ื ชาตทิ ีแ่ ตกตางคือรปู แบบแปลกตานาระทกึ วาดไดเ ปน ฉาก ๆ วาหากตอ งการรูจกั หลอ น เขาจะตอ งเขาไปดว ยลีลาเชนไร เริม่ ตนทกั
ดวยคําพูดใด และหลอ นจะมีทีทาโตตอบมาไมไหน ในท่สี ุดเขาจะตอ นหลอนเขา มมุ ลงเอยเกษมสันตหรรษากันครั้งแรกถึงใจเพียงใด
ความข้นึ ใจกับเกมชีวิตประเภทน้ีทําใหเ ขามีสมั ผสั ตอเหตกุ ารณทกี่ าํ ลงั จะมาถงึ ไดชดั เจนราวกบั เกดิ ขนึ้ แลว
เกาทัณฑรูวา ถาปลอ ยหลอ นผานไป พลาดโอกาสทําความรจู กั เสยี เดีย๋ วน้ี คงหมายถึงการจากกันช่วั นริ นั ดร เหมือนไอศกรีมสุด
อรอยทจ่ี อ ปากอยรู อมรอ จะอางับก็งายนดิ เดยี ว แตเมอื่ รอนาน มนั ก็จะละลายหาย หมดเวลารับรางวัลสําหรบั คนออยองิ่
รํา่ ๆ จะลุกขน้ึ และกาวเดนิ ไปสอู นาคตคือวมิ านฉิมพลี แตเ วรกรรมทย่ี งั จําไดชดั วาใหส ญั ญากับหลวงตาแขวนไวอ ยางไร
ตลอดอาทิตยน้ีเขาจะตองงดเสพกาม…
ถอนใจเฮือก เตอื นตนเองวา แมส บตาดวยกระแสความรูสึกใครอ ยากเชน นกี้ เ็ ทากบั ละเมดิ สญั ญาทลี ะนอย เหมือนปลอยขาศึก
ใหเขาประชดิ เมือง ขนึ้ ชื่อวา ขาศึกน้ัน เมอื่ ถึงเมืองแลวจะใหอยเู ฉยหรอื ถกู เชญิ ถอยไปดี ๆ คงไมม ี อยา งไรกต็ อ งปะทะ อยางไรกต็ อ งลม
ตายกันในท่ีสุด
ดเี หมอื นกนั เม่อื ทกุ อยา งผา นเลยไปแลว ๆ เลา ๆ ถงึ เวลาเสียทีกระมังทเ่ี ขาจะปรารถนาบางสงิ่ ทีล่ กึ ซง้ึ กวาการเสพสมเนือ้
หนังมงั สา ถึงเวลาแสวงหาผหู ญงิ สักคนทที่ ําใหรจู ักโลกนีใ้ นอกี มติ หิ น่ึง ทห่ี างไกลจากเบอ้ื งตาํ่ อันอุดมดว ยความหยาบโลนชั่ววูบผานผิว
เผิน
เกาทัณฑล ุกขนึ้ เดินจากสระแหง นนั้ ไปไมเหลยี วหลงั ตอนนี้จะคดิ อะไร ทําอะไร ใหมาลงเอยท่ีเจา หลอนหลานปูชนะจนไดซี
นา
ทานขาวเย็นคนเดยี วจนอมิ่ ตอื้ นี่เห็นจะเปน การอยูต ามลําพงั ที่ยาวนานทําลายสถติ ิทงั้ หมดในชีวติ กระมงั เขาเดนิ ขน้ึ ลฟิ ทเขา
หองพักคนเดยี ว ไมข บั รถไปที่บา นเพื่อนคนไหน ไมแวะเคาะประตูหอ งใคร และหนักท่สี ดุ คอื ไมแยแสเสียงกร่ิงโทรศพั ทท ีด่ ังขณะไข
กุญแจประตูหอง ปลอ ยใหเ คร่อื งตอบรับอตั โนมตั ทิ ํางานแทน
"นแ่ี อพ ดู นะคะ เพอื่ น ๆ นดั เจอกนั ท่เี ดมิ คืนน้ีสี่ทมุ ครึ่ง ไปใหไดนะ...ปด มอื ถอื ไวเหรอ ติดตอ ทั้งวันไมไดเลย"
เสียงแจว ๆ จากลําโพงเคร่อื งตอบรบั มไิ ดท ําใหเขายินยลสกั นดิ ถา เปนเมื่อเดือนกอน เขาคงว่งิ หนาตน่ื ไปปดเครอ่ื งตอบรบั และ
ควาหูโทรศพั ทขนึ้ พดู โดยพลนั เพราะหลอนทเี่ รียกตวั เองวา ‘แอ’ กําลังเปน ปลามนั ชนิ้ งามทีเ่ ขากบั เพื่อนสนิทคนหนง่ึ ออกแรงแยงกนั อยาง
สนกุ สนาน ยม้ิ เปด โลกกบั ทว งทีเกไ กเฉพาะตวั รวมทัง้ แบบฉบบั สาวเกง ผิดวยั ทาํ ใหห ลอ นมเี อกลักษณพ ิเศษบาดใจเกนิ ใคร
ยนื ฟงเพ่อื นสาวตัดพอตอวาอยา งเซ่ืองเฉยคลา ยสมองเลกิ ทาํ งาน เชือ่ แลว วา ตนกําลงั หลงผูหญงิ คนหน่งึ อยูอยา งไมอ าจเปด หู
เปด ตาใหใครอ่นื
๗๘
จนเสยี งจากลําโพงเคร่อื งตอบรบั เงียบสนทิ จงึ เดินเขามายกกระบอกโทรศพั ทข ้นึ กดเบอรต อ สายไปทบ่ี านพอ อยา งปราศจาก
จุดหมาย
"ฮัลโหล"
เสียงหาวลกึ ตอบมาเมื่อสัญญาณดังเพียงสองครงั้
"พอเหรอฮะ" เกาทณั ฑทัก "ผมนะ"
"ไง นายเต หายเงยี บไปเลย"
พอ ทักตอบเนอื ย ๆ มเี สยี งพลิกกระดาษแววเขาหู เกาทณั ฑจึงรวู า พอกําลงั นง่ั ตรวจงาน อนั เปน กจิ วตั รทเ่ี ขาเหน็ จนคุนมาแต
ไหนแตไ ร
"ฮะ" เขาพดู ซมึ ๆ "ไมเจอกันนานแลว วนั อาทิตยพรงุ นีผ้ มจะไปทานขา วเชา ดว ย"
"เออ ดี แมบน คิดถงึ แกอยเู มื่อวานนเ้ี อง ทาํ อะไรอยูไ มโผลหัวมาเลย"
"กําลังสนุกกบั ชวี ิตนะ ฮะ"
ลูกชายตอบกล้วั หวั เราะเออื่ ย
"เสยี งเหมือนไมส นกุ อยา งปากพูดเลยนฮี่ ึ"
พอของเขาไวและแมนเสมอกบั ความจรงิ โดยเฉพาะความจริงที่ถกู ซอ นไวดว ยความพยายามของมนษุ ย เกาทัณฑห วั เราะ
ออกมาอีก แตคราวน้ขี บขันตนเองทปี่ ลอยใหพอ รูว ากําลังหอ เห่ยี ว แมเพ่ิงไดยินเสยี งแคสองสามคาํ
"มีอะไรใหทาํ เยอะฮะ ชีวิตมอี ะไรแปลกใหมเ ขามาไดเรอื่ ย ๆ …"
เขาหมายความตามนั้น แลว ก็แตงเสียงใสขึ้นเหมือนจะเบยี่ งเบนหวั ขอสนทนาใหราเริง
"พอ …ผมไปเยยี่ มปชู นะมา!"
"เหรอะ" พอทาํ เสยี งไมค าดฝน "ขับไปแถวน้ันแลวนา้ํ มันหมดพอดีรึไง?"
เกาทัณฑย ิม้ พูดแลว ก็เพง่ิ รวู า โทร.หาพอทําไม เขาตองการคุยกบั ใครสักคนท่นี า จะรจู กั หลอนคนนนั้ อยากฟงอะไรก็ไดที่
เก่ียวขอ งกบั หลอ น
“ตั้งใจไปเยย่ี มสิฮะ เกิดไปติดเนอื้ ตอ งใจสาวสวยในบา นปมู าดว ย"
ชายหนุม อําพรางความในใจดวยการพดู เรือ่ งจริงใหฟ งเหมือนเลน พอเงียบเหมอื นอ้งึ ไป กอนจะเอย เนบิ
๗๙
“แกไมไปหาปตู ง้ั หลายปแลว นี่ กอ นไปเรยี นโทใชไหม?”
“ฮะ นานไปหนอ ย…แปลกนะพอ ผมนาจะรูจ กั แพมาไดต ง้ั นานแลว ทําไมเหมือนเพิ่งมาเห็นก็ไมร ู”
“สงสยั เพราะเพ่งิ สวยนะ ซ”ี
ผเู ปน พอทําเสียงรแู กว ทาํ ใหฝายลกู หวั เราะเกอ ๆ
“พอนึกออกเหมอื นกันแหละฮะวาเคยเห็นเขายนื เดนิ อยูใ นบานปู แตเ หลอื เช่อื ท่ีโตแลวตางกับสมัยกอนอยางกบั เปนคนละคน”
“แกก็ไปบา นปไู มก ี่ครั้งน่ีนะ สวนใหญฉันพาไปไหวต อนปมู าคา งท่ีบานอา แลว ตอนวัยรุนนะแกเตะ ยงั กับอะไร ทาทางเหมอื น
ไมเคยมองหนา มนษุ ย คนเราตอ ใหอยบู า นตดิ กนั แตถ า ไมเคยมองหนาใหเตม็ ตา เจอขางนอกกน็ กึ วา คนอนื่ ”
เกาทัณฑเ ห็นจรงิ ตามนั้น คาํ พูดของพอ ทําใหเพ่ิงตระหนักวาสมัยกอนเขาไมเ คยมองหนาหลอ นใหจ ะแจงเลยสักครง้ั เดียว อีก
อยางชวงนัน้ บา นปมู ีคนเยอะ เขาติดจะข้ีราํ คาญ ขนาดญาตทิ ่ตี อ งยกมอื ไหวย งั ขเี้ กียจมอง ประสาอะไรกบั เด็กผูหญิงที่ยังปราศจากฝาดเลือด
สาวสะพร่ังอยา งหลอน
"ปูไดม ายงั ไงฮะ?"
“เห็นวา เปนลกู หลานของคนรูจ ักเกา แกนะ ปแู กไปเยี่ยมแลว เหน็ เพิ่งเสยี ชีวติ กะทนั หนั ญาติๆเกยี่ งกนั เพราะตางมภี าระ มลี กู เตา
กนั อยูแลว ปูส งสารเลยขอรับมาเลี้ยงเอง”
ชายหนุมย้ิมแหย
“จดทะเบยี นรับเปน ลูกบญุ ธรรมหรือฮะ?”
“เปลา ชวงน้นั ลงุ ของแกอายุมากพอจะเปน ธรุ ะใหแ ลว ปูเลยขอใหเ ปนพอ ในนามแทน แตต ลอดมาปูเปนคนเลยี้ งเอง”
เกาทัณฑถอนใจโลงอก ถาปูร บั หลอ นเปนลกู บญุ ธรรม แมจ ะเปน เพยี งในนาม ก็คงตอ งถอื วาหลอ นเปนนอ งสาวพอ เขา
"รูช่ือจรงิ เขาไหมฮะ ผมไดย นิ แตปูเรยี กแพ"
"แพตรี"
เกาทณั ฑต าสวาง เปน นามทีฟ่ งสะดุดหู
"แพตรี…” เขาทวนคํา “เกด แี ฮะ เกดิ มาเพิ่งเคยไดย นิ ”
ยงิ่ ทวนชื่ออยูในใจย่งิ รูสึกวาหลอนโดดเดนอยางประหลาด พอลกู เงียบเสยี งกันพกั หนงึ่ อยา งท่ตี างฝายตางคิดไปคนละทาง
"ดตู อนปูมองแพหรือพูดถึงแพ รสู กึ ทานรกั เหมอื นเปนลูกจรงิ ๆ "
๘๐
"คงธรรมะธัมโมเหมือน ๆ กนั มัง้ เลยอาจถกู ใจเอน็ ดูยายแพเปน พเิ ศษ"
"เออ ...แลว มแี ฟนรยึ ังพอรมู ัย้ ฮะ?"
ฝายพอหัวเราะหึ ๆ ต้งั แตล ูกชายแตกเนือ้ หนมุ และริจีบสาว เพิ่งเคยมกี ็นแ่ี หละที่มาพูด มาถามซอกแซกกับตนขนาดนี้
“นี่แกจรงิ จงั มากหรือเต? ”
เกาทณั ฑเ งยี บไปหนอ ยหนง่ึ
“ถา จริงละฮะ?”
“จริงกด็ ีไป แตเขาเหมือนญาติ เกย้ี วพาราสีไดเ ปน แฟนแลวทงิ้ ขวางกนั งา ยๆไมไดน า พอ เองกเ็ อน็ ดูเขา เคยนึกอยากชวนใหแ ก
คบหาเหมอื นกนั ผหู ญิงอยา งนใี้ ครไดไปกย็ ิง่ กวา ไดแกว แตเหน็ ความชางเปลย่ี นและขี้เบื่อของแกแลวกลัวใจวะ”
“อยา วา แตจ ะมีโอกาสทงิ้ ขวา งเลยฮะ แคจบี ใหต ิดยงั ไมร จู ะไหวหรอื เปลา เขา…มบี างอยางทเี่ ขาถึงยาก ส่งิ ทเี่ ขาเลือกเหมือนจะ
ไมมอี ยใู นผมหรอื ใครท้งั น้นั พอ เคยไดย นิ วาเขามแี ฟนไหมละ ฮะ?”
“ก…็ เห็นเด็กใกลบา นตดิ พันสนิทสนมกันแตเ ลก็ น่ีนะ ท่ีชอ่ื …อะไรละ ลืมแลว ”
เสียวหัวใจปลาบ รทู ้ังรูวา อาจไดยนิ อะไรอยา งนย้ี งั ดันถามออกไปอกี เกาทัณฑแ กลง หวั เราะกลบเกลื่อนกอ นจะเบย่ี งหัวขอ
สนทนาไปทางการเมืองหนา ตาเฉย ไมแ วะเวยี นมาใกลเ รอ่ื งราวในบานปชู นะอกี เลย
เปนครูจึงขอวางสาย และยนื ยนั วาพรงุ น้จี ะไปทานขาวมอ้ื เชาดว ย ล่ําลาเรยี บรอ ยจงึ วางโทรศัพทล ง กลับมานั่งถอนใจตามลาํ พัง
นกึ ถึงแตช ื่อแพตรีวนไปเวียนมา กระแสใจไหลวนเขา ไปรวมอยูกบั มโนภาพความเปนหลอน แตพอนกึ ถงึ ไอห นมุ ที่มากดออด ก็หงุดหงดิ
หวั ใจขน้ึ มารําไร คาํ พูดของพอยืนยันวา สายตาคนภายนอกเห็นแพตรกี บั หมอน่นั เปน แฟนกนั เพราะคบหาสนิทสนมมาแตเลก็ เหลอื เชื่อ
เลยวาเปน ไปได แคความสวยหวานทเี่ ปนผวิ นอกของหลอนกเ็ พยี งพอท่จี ะดงึ ดูดลกู ชายอาเสย่ี รอ ยลานพันลา นมาตดิ พัน ชนิดยนิ ดรี บั
บญั ชา พรอ มจะเอาเบนซสปอรตพงุ ปราดมารับไปจายตลาดหนาปากซอยทันใจ ขอเพยี งหลอ นโทร.ไปเรียก น่ตี ลกอยางไร แพตรถี ึงเลือก
เอาแคน?้ี
เขาเองออกจะพรอมไปทุกสง่ิ สายตาของผูหญงิ ท่ีผา นมายนื ยันใหเ ช่ือมนั่ ในตวั เองไดอ ยา งลน เหลอื แตกาํ ลงั คุยกบั หลอ นแทๆ
พอหนุมรุนนอ งมาเรียกทเี ดยี วถึงกบั กระวีกระวาดลกุ ไปเปด ประตู ลืมสนิทวากาํ ลงั คยุ กับเขาอยกู อ นหนา
คนเคยเปนหนง่ึ เปน ตัวเลือกแรกมาตลอดอยางเขานะ หรอื ดอ ยกวา เจาน่นั ?? หนาตาทาทางเหมือนขอมดําดินอยางนน้ั เกาทณั ฑ
เชือ่ วาแมแ ตผูห ญงิ ท่เี ขาทง้ิ ไดใ นคนื เดยี วยงั เมินเลย
เอาก็เอาซี มนั ตองมคี รัง้ แรกเสมอ เกิดมาเคยแตช กกบั รุนใหญ ถาตอ งลดชั้นลงไปฟดกบั มวยวดั มง่ั ก็ทําใจคดิ เสียวา ยอมเปอ น
เพื่อควานหยิบเพชรซ่งึ เผอญิ หลนไปอยูใ นตมแลวกัน
เลหร กั มอี อกเตม็ กระเปาจะไปกลวั อะไร ถาเลห ร ักหมดกระเปา ก็งดั กล งัดลกู ไมม าตอ และถา ลูกไมไ มไดผ ล...เขากําลังสั่งสม
พลังจติ ใหม อี ํานาจเหนอื มนษุ ย จะแปลกอะไรที่ขั้นสุดทา ยจะทมุ ดวยมนตรค าถาเพือ่ เอาหลอนมาเปนของเขา
๘๑
คดิ ชัว่ ไดด ังนน้ั กช็ กั กระฉบั กระเฉง นกึ ขึน้ มาวา นาจะไดเ วลาฝก หดั ภาวนาสมาธิเสยี ที
เขาหองนํ้าชะลา งคราบไคลและกลิน่ คลอรนี จากสระ เพยี งสิบนาทใี หห ลงั เกาทณั ฑกม็ าน่งั เขาที่ ขัดสมาธคิ บู ัลลงั กก ลางหอง
ตัวตรงไมเ กร็ง มอื ขวาทับมอื ซาย ขาขวาซอนขาซาย เลกิ คิด เลิกพะวงเรื่องอนื่ ใดทงั้ หมด
สํารวจตลอดองครา งท่ีนั่งคูบ ัลลังกอยู ดูวามีสวนใดเครียดหรอื เกรง็ บา ง ก็พบวา สวนหลงั และนองซายเกรง็ ๆ อยูเล็กนอ ย จงึ ทาํ
ตามสูตร คอื สัง่ กายใหล ะลายความเกรง็ ทงั้ หมดนัน้ ลง กลา มเนือ้ ทกุ สว นจงึ วางอยูบนรูปน่ังทผี่ อนคลายไมไหวติง มีศนู ยและสมดลุ ที่
เหมาะแกการคงสตริ ะลึกรอู ารมณสมาธิ
กายทส่ี บายนน้ั เองปรงุ ใหใ จสบายตาม กายที่ตัง้ ตรงน้นั เองคํา้ สติใหดาํ รงม่นั
อากาศเย็นพอเหมาะและความเงยี บรอบดานชวยไดม าก ชายหนุม กําหนดสติเขา มาทกี่ ายนัง่ ทราบจงั หวะความตองการดงึ ลม
หายใจเขา ตามจริง ก็อัดลมเขา เต็มปอด แลว ผอนระบายออกพรอมกับเร่มิ กาํ กับสตริ วู าหายใจออก เมอ่ื รจู นสุดลมก็กาํ หนดสติอยกู ับกาย
เมื่อกายตองการลมเขา ก็ลากลมดว ยสติรวู ากาํ ลงั หายใจเขา กบั ทงั้ ทราบชดั วายาวหรือสน้ั ดว ย
ทาํ ไปทาํ มาเขา ออกเพยี งสองสามครง้ั อยา งถกู ตอง ทกุ อยา งกเ็ หมือนเขา ท่อี ัตโนมัติ เมื่อกายกบั ใจประสานเปนหนง่ึ เดียวกัน ไม
ขดั แยงกนั ใจทําหนา ทเ่ี พียงมีสติจอกบั กาย ทราบความตองการของกายอยา งตรงจงั หวะ วาเมื่อไหรค วรคายลมออก เม่อื ไหรจ ะควรดงึ ลม
เขา ไมเ รงรอ นตามอําเภอใจ นานไปลมหายใจก็ปรากฏเปนสายเดียว จิตแยกไปต้ังมัน่ เปนฝายรู เรียบงา ยตรงไปตรงมา สงผลใหก ายนงิ่ ไม
ไหวตงิ สวนอ่นื ใดนอกเหนือทางเดนิ ลม
พอกายกับใจปรับตัวเขา สภู าวะละเอยี ดขน้ึ จติ ก็เหน็ นมิ ติ สายลมหายใจนมิ่ นวลและเหยียดยาวเหมอื นสายนํ้าตก ความรูสึกแผ
ออกสบายไมก ระจกุ ตวั อยทู ีใ่ ดที่หนง่ึ ใหอดึ อัด เม่อื จติ ด่งิ ลงสคู วามเงยี บนงิ่ เมอ่ื นนั้ เสียงความคดิ ในคล่ืนสมองก็เงยี บตามไปดวย มโนภาพ
และหนาตาของผูท ําสมาธหิ ายไป สายลมหายใจเปน เสมือนแทงแมเหล็กดึงดูดกระแสจติ ใหเขามาผนกึ ตัวรวมกนั ยงิ่ รชู ดั ในสายลมหายใจ
มากเทา ไหรก ย็ ่งิ แนว นกึ แนบน่งิ เปนหนงึ่ เดียว มคี วามเปน ปกแผน แนน หนาเพม่ิ ขนึ้ เร่อื ย ๆ
เกาทณั ฑเร่มิ ตื่นพรอมเตม็ ที่ จิตจบั ลมถนัดอยางน้เี ปน ท่ีนา สนกุ ดนี ัก อาการนกึ กเ็ กิดแลว อาการเขา คลกุ วงในกเ็ กดิ แลว ความ
สงบเยน็ แบบท่ีเรยี ก ‘ปส สัทธ’ิ กเ็ กดิ แลว ลกั ษณะกระแสจิตจงึ เคลือ่ นเขา สูสภาพลอ็ กนิ่งรวมดวงชวั่ ขณะ บอกตนเองวา น่ันเองคอื ขณกิ ส
มาธิหรือสมาธิชวั่ คราวเต็มบรบิ ูรณ
ที่วา ชวั่ คราวเพราะรวมเดยี๋ วหนึง่ ก็คลายออกอยา งไมอ าจร้งั กับท้งั ยังไมเกิดปตชิ นดิ ทใี่ หผลเปน ความสุขเอิบอาบซาบซา น
อยางไรกต็ าม เมอื่ ใดกระแสจติ ดึงดดู เขา รวมทศี่ นู ยกลางคือสายลมหายใจ ก็เหมือนทงั้ รางผนกึ ติดแนน เปนอนั เดยี วกนั ทกุ สวน
ทําใหรตู ลอดองครางไดท ่วั พรอม จติ เหมอื นมีกําลังในภายใน กําหนดจลี้ งจบั อารมณไดส นทิ เชนเดยี วกับรจู ักใชมือจบั ราวโหนใหแนน
เกาทณั ฑส ําเหนียกถงึ ขุมพลังทีซ่ อนอยมู หาศาลในกายใจ บอกตนเองวาเขาพรอมจะกลบั ไปเริม่ นบั หน่ึงใหมไดอ ีกและอกี ใน
เมือ่ มองเหน็ ทางสมาธชิ ัดเจนขนาดนี้ ไมม ีอะไรมาก ไมย งุ ยากอยางทีค่ นสว นใหญท อกนั ขอเพยี งนัง่ ใหถกู ตัง้ จติ ใหสบาย ทราบความ
ตองการของกายตามจริง ลมหายใจออกกร็ ู ลมหายใจเขากร็ ู ลมหายใจหยุดกร็ ู ถาฟงุ ซานขนึ้ มาก็เทาทัน แลว ทําไมรไู มช ี้ เบนความสนใจ
กลบั มาอยกู บั ขั้นตอนระลกึ ลมตามแนวอานาปานสติ
๘๒
นานไปเกาทณั ฑยงิ่ กําหนดรูไดถึงความแชม ชน่ื เมอ่ื นาํ ลมบรสิ ุทธ์ิเขา รา ง และกาํ หนดรูถ งึ ความผอนกายสบายใจเมอ่ื กลมุ ลมท่ี
อัดอยใู นอกถกู ระบายออก ชักเกิดความสุขเย็นแปลก ๆ เขาสามารถจับอาการรวมน่ิงเปน ดวงสวางนอ ย ๆ ของจติ ไดแตแรกเริ่ม และ
เกือบจะทนั รวู า มนั เสยี อาการทรงตวั ไปเมอ่ื ไหร ความคดิ ฟุง ซา นเกดิ ข้นึ แทนเมือ่ ใด คลา ยเหน็ หลอดไฟดบั ๆ ติด ๆ ตดิ ทีก็เกิดกําลังใจที
คร้ังหนึ่งจิตประหวัดถงึ แหมม คนสวยในชุดนุงนอยหมนอ ยทส่ี ระน้ํา เกิดอาการดนิ้ รนซัดสายกระหายอยากขนึ้ มาวบู หนงึ่ ใน
บดั นั้นเองเพ่ิงเกิดประสบการณค รงั้ แรกทไ่ี ดรูจกั วา 'ตดั ไฟแตตน ลม' เปน อยา งไร เสมอื นเขาเปน ชา งตัดตอภาพผูช ํานาญ เม่ือเหน็ 'ภาพผิด'
โผลข ้ึนมา กร็ ีบเปลี่ยนไปหาภาพทถี่ กู แทน คือรีบกลบั มาปก สติกาํ หนดรลู มแทนมโนภาพบาดจติ คล่ืนกามปน ปว นกพ็ ลันสงบราํ งบั ลง
ทันใด
ความดน้ิ รนอันทนไดย ากนัน้ หากยังไมล กุ ลามเกาะกินแกน กายแนน หนาเกินแกแ ลว จะคลายลมแผว ที่ฤทธน์ิ อ ยจนไมอาจ
กระชากสตใิ หหลุดจากราวยึดไดไ หว แตถ าปลอ ยปละละเลย สติวิง่ ไลก วดภาพเกาทเี่ ราใจในหวั ไมท ัน ปลอ ยใหเกิดปฏกิ ิริยาสนองตอบ
ทางกายเตม็ ท่แี ลว ก็เหมือนนกั มวยปลํ้าผูม ีกําลังมาก อาจกดคนกําลังออนใหจมนํา้ มดิ หัวไดงายดาย
ขยายหนา ทองออกอยา งใจเย็นและมีมานะ เหน็ สายลมหายใจออกและเขา ตงั้ สติรไู มลดละ เม่อื เกดิ ความคดิ นอกลนู อกทางอีก
กห็ ันเหความสนใจกลบั มาเพง ลมหายใจอีกและอกี
ดว ยความมไี ฟอนั โชติแรง บวกกับการปฏบิ ัตทิ ีถ่ กู วธิ ี จงึ ไมทําใหเ กาทัณฑงว งงนุ หรอื หลงสติ ภาวะจิตทรงตวั ดขี ึ้นเรือ่ ย ๆ จน
กายกับจติ ผสานกนั ถูกสวนถึงที่สุด ณ จดุ น้ันเขาเกดิ ความเขา ใจวา จะคุมจิตใหเ ปด โลงแผอ อกเปนวงกวา งไดอยา งไร ฉบั พลันกบ็ งั เกิดความ
สวา งไสว เบาตัวและเกดิ ผัสสะกระจะกระจาง แชมชดั ละเอียดออนผดิ ไปจากธรรมดา ลิม้ รสปต สิ ขุ แปลกใหมท เี่ ยือกเยน็ ปราณตี แตกตา ง
จากสุขอืน่ ที่เคยรูจักมากอนท้ังหมด
บอกตัวเองทันทวี า นีค่ อื ภาวะการรวมตวั อยางเปน เรอ่ื งเปน ราวของจิต เกาทณั ฑคอ นขา งจะตื่นเตน แลว กต็ อ งพบกับความ
เสยี ดายทไ่ี มม คี วามสามารถจะประคองภาวะนัน้ ใหเนิ่นนานออกไป ความสวา งโรยลง และเขาก็ไมสามารถผสานการนึกเขากับสายลม
หายใจตอไปได เสมือนแมเหล็กเส่อื มแรงดงึ ดดู ลงทลี ะนอ ยจนหมดสภาพ
เอ...น่เี องกระมงั เรียกวา อุปจารสมาธิ ทั้งสกุ สวาง ท้ังปต ิสุขในรสวิเวกดมื่ ด่าํ ลาํ้ คาํ บรรยาย แตค งเปนอุปจารสมาธอิ ยา งออน
เพราะวูบมาเพยี งนาทเี ดียวกเ็ ห่ียวเฉาโรยราลงเสียแลว
โยคาวจรหนุมพยายามตัง้ สตใิ หมั่นคง สํารวจความพรอ มของรา งกายก็พบวายงั อยูในสภาพที่มีกาํ ลงั ใชง านได นึกถึงภาวะน่งิ
ปราณตี ดวยความหวนคดิ อยากกลับไปมคี วามสุขเชน น้นั อกี คิดอยแู ตวา จะเขา ถงึ ภาวะน้ันอกี ใหจงได จึงมกี าํ ลังใจขน้ึ ตามรลู มหายใจออก
และลมหายใจเขานบั คร้ังไมถ วน บงั คบั ตนเองไมใหค ลาดสติสักคร้ัง แตนาเจ็บใจทย่ี ิ่งนานจิตยงิ่ มดื นอกจากไมรวมเปนสมาธสิ วา งเยน็
แลว ยังเกดิ ความฟงุ ซา นกระวนกระวาย ทุรนทุรายจนตองเปด ตาข้ึนในทีส่ ดุ
ดวยโครงสรางทางจิตใจท่ีเต็มไปดว ยความพิเคราะห แทนทจ่ี ะลมตวั ลงนอนแผหราอยา งคนทวั่ ไป เกาทณั ฑกลบั ครนุ คิดและ
ถงึ บางออ ภายในพริบตาเดยี ว วาเขาไมสามารถเรงรัดตัวเองใหเ ขา สูสภาวะสมาธไิ ดเ ลยถาขาดเหตปุ จจยั ที่ถูกตอง ถงึ จะเคยรูจักสภาวะ
สมาธิมาแลวก็เปลาประโยชน ทุกอยางตอ งเปน ไปตามวถิ ที างอยา งมีลําดับ เขากาวเขาไปถึงเสน ชัยโดยเรมิ่ จากหนง่ึ สอง สามมใิ ชกระโดด
พรวดเดียวถงึ เสน ชยั หากจะไปใหถงึ เสน ชยั อีกคร้ัง กต็ องยอนกลบั มาเริ่มจากหนึ่งใหม
ชายหนุมมีจิตใจทเี่ ยือกเย็นลงในบัดดล ดวยไหวทนั แลว วา ความเรง รอ นนนั่ เองเปนอปุ สรรคใหญ เขาจะเรม่ิ ทุกข้ันตอนใหม
หมดดว ยกาํ ลงั สตแิ ละกาํ ลังปญ ญาทไ่ี มเ จือดวยความโลภทง้ั มวล
๘๓
ลุกข้นึ เดนิ ไปเดินมาเพ่อื บรรเทาความเม่ือยขบและเหนบ็ ชาทกี่ ดั กินไปทัง้ ขา แรก ๆ ถึงกับตองโขยกเขยก เดาดว ยปญ ญาใน
ขณะนนั้ วาอยา งนีเ้ องพระสงฆอ งคเ จาถงึ ตองเดินจงกรม ทีแ่ ทก ็เอาไวแกเมื่อยขบหลงั นัง่ สมาธนิ ่เี อง
เดินจนพอหายขาแข็ง แลวก็เลื่อนประตูกระจกเปดออกไปยืนริมระเบยี ง มองมหานครพราวแสงจากตึกรามยามราตรี สําเหนียก
วา ภาวะหลงั สมาธกิ อ ความคดิ นึกแปลก ๆ แตกตางไปจากเดิมอยูบา ง เร่มิ ตน ทคี่ วามเขม ขนเกยี่ วกบั ตวั ตน ภาวะเขม แขง็ ของจติ ใหญทวี
อัตตาใหย ง่ิ ยงข้ึนอยางเหลือคณานับ ทัง้ ความน่งิ ทรงอาํ นาจในตาและพลังที่ประจุแนนในราง ลวนเปนสัญลกั ษณของธรรมชาตคิ วาม
ยง่ิ ใหญทัง้ สิน้ ชายหนุมมองเลยไปไกล อะไร ๆ ดูเหมอื นอยใู ตฝาเทา เขาไปเสียทง้ั น้ัน
เงยหนา มองดาวดวงหนง่ึ คดิ ถงึ แพตรี…คลายเหน็ ดาวอยใู กลแคเ ออ้ื ม เขาวา เขาย่นื มือไปควาเมอ่ื ไหรก ็ได...
ความเยน็ สบายของสายลมและความบางเบาในอากาศระดบั สงู กลอ มเกลาใหใ จเคลิ้มลงสูความสงบ อยู ๆ เกาทณั ฑก็นึกอยาก
ปดตากาํ หนดลมหายใจในทา ยืนนั้นเอง
กระแสจิตควบเขาหาศนู ยกลางเปนหนง่ึ เดียว เดนดวงเหนอื การปรากฏของกายและสรรพส่ิงรอบขาง ท้ังโลกปรากฏแตลม
หายใจผานเขา ผานออก ผานเขาผา นออก ในทส่ี ดุ กเ็ กดิ ธรรมชาติการรวมจิตผนกึ แนน เปนดวงสวา งเงยี บเยอื กเยน็ ขนึ้ อีกครั้งในอิริยาบถยนื
น่นั เอง
เกาทัณฑวางอเุ บกขา ไมต่ืนเตน กบั การรวมตวั ครง้ั ใหม เฝา ดูและประคองจิตไปเร่ือย ๆ มีความโคลงเคลงกระเพอื่ มไหวอยูบา ง
แตความแรงของจติ อนั เดนดวงเปน เสมือนคบเพลิงนําทาง ขจัดแมงหวแี่ มงวันที่เขา มารบกวนประปรายเสยี ไดโ ดยงา ย
เมื่อเดนิ กําลงั มาถึงจดุ หน่งึ ก็เหมือนจะคลอ ยหลบั เคล้มิ สตลิ ง และถัดจากนนั้ อีกหนอย กายท่ีเหมือนหายหนไปก็เริม่ ปรากฏข้ึน
อกี และปรากฏชัดกวา ปกติมาก อีกทัง้ เร่ิมชาเหอ แปลก ๆ ตามอวยั วะใหญน อ ย คลายตวั เขาเปนลกู โปง ทีถ่ กู อดั ตัวขยายขึ้น ใหญโตผดิ ปกติ
จนชกั กลวั วาจะปริระเบิดออกไป กลายเปน ขา วประหลาดพาดหวั หนงั สอื พิมพใ นวันรุง
ชายหนุมสะกดใจ ถามตัวเองวา มันเกดิ อะไรขนึ้ หวา ร่าํ ๆ จะลมื ตาข้ึนดวยความปอดลอย ยงั ดที ่ไี ดส ตนิ ึกถึงคาํ เตอื นของพระ
อาจารยเ กีย่ วกบั เรือ่ งการเกิดปติในรูปแบบตาง ๆ เปน ตน วา คลา ยตัวโยไ ปมา ขนลุกนา้ํ ตาไหล รางขยายข้นึ คลายจะคบั หอง เบาเหมือน
กาํ ลงั ลอยขนึ้ ไปเร่อื ย ๆ หรือเห็นภตู ผเี ทวดานางฟา ลวนแลว เปนสิ่งนาประหวัน่ สาํ หรบั ผเู ร่มิ ตน ใหแกดว ยวิธีงายและตรงท่ีสดุ คือวางใจ
เปนกลาง สกั แตร อู าการนั้น ๆ กระทั่งจติ ยอ นกลบั มารูตัวเอง เหน็ ปฏกิ ิริยาของตนเปน ความนงิ่ เฉย
ระลึกไดเ ชน น้ันกข็ ม ใจแบบทําใจดีสเู สอื ดึงสตมิ าฝากไวกบั ตวั รภู ายใน เอาความเชื่อม่นั ในพระอาจารยเ ปน หลกั ยดึ เฝาดูกาย
เหมอื นขยายข้ึนแลวหดลงเปนชว งคลา ยจะแกลง ใหใจคอตุม ๆ ตอม ๆ เลน มนั ไมอยใู นความควบคุมเอาเลย ราวกบั ไมใชรา งกายและจติ ใจ
ของเขาอีกแลว
ไดยนิ เสียงหัวใจตวั เองเตนถนดั ทีส่ ุดตง้ั แตเกดิ มา มนั ดังตบุ ๆ ๆ ไมหยุด แทบเหน็ หวั ใจเปนกอ นอยใู นอกเลยดว ยซํา้ ตอนแรก
อาการของกายถกู เพงจับ ถกู ยดึ ตดิ แนบแนนจนไมอาจกําหนดไดวา จติ อนั เปน ผรู ู ผูดู ผูเ ฝา สงั เกตนนั้ อยูตรงไหน ตอ เมื่อคอ ย ๆ พิจารณา วา
อาการทางกายนน้ั เปนเพยี งอารมณทถี่ กู รู ไมต างกบั ลมหายใจ ไมต า งกับวัตถุตา ง ๆ จึงถอยมากาํ หนดได วาภาวะอนั เปน นามธรรม ตั้งอยู
ในอาการรู อาการน่งิ เปนกลางนน่ั เอง คือธรรมชาตทิ ่เี รียกวาจติ
เมื่อเห็นจิต กเ็ ห็นปฏกิ ิริยาของจิตอยางแจมชดั วา ขณะนี้คอื กลัว และพอเห็นตวั ความกลัวเปน เพยี งปฏกิ ริ ยิ าทางจติ ชนิดหน่งึ เปน
ของภายใน มิใชเสือสิงหภ ายนอกมาขยํา้ หัวแตไ หน จติ กเ็ ริม่ ออกอาการทราบชัด วา ความกลวั กส็ วนหนึง่ ตัวจิตผูรูผดู ูก็สว นหนง่ึ แยกจาก
กนั ไดเ ดด็ ขาด
๘๔
พอประจักษธ รรมเชน น้ัน จู ๆ ทกุ อยา งก็สงบเงียบลงเฉย ๆ เหมือนหลุดผลัวะออกมาสแู สงสวา งทัง้ ทเ่ี พิง่ มพี ายุฝนมดื ครม้ึ
ครืนครน่ั จิตยวบตวั ยุบลงมาปบ หน่งึ แลวกายกับจติ กม็ ขี นาดคงท่ไี มเปลยี่ นแปลง ทกุ สิ่งสงบอยางยงิ่ สวางยิ่ง เปนประสบการณใ หมเ อ่ยี ม
ทช่ี ายหนมุ ตองฉงนระคนปรดี า
ในความสวางไสวเอกาน้ัน เขาเหน็ สายลมหายใจใสสะอาดเหยยี ดยาว มันชดั เสียยงิ่ กวา ชดั ขณะน้นั มแี ตลมหายใจทเี่ ปน ความ
จรงิ รางกายและความคดิ กลายเปน ส่งิ เลอื นราง กลาวไดอ กี อยา งวามีอัตตาท่อี ยูสงู กวา กายและความคิดอันเปน จดุ อา งอิงเดิม
นั่นคือการถงึ อปุ จารสมาธิอกี ครง้ั คราวนล้ี งมาอยูท ฐ่ี านอปุ จาระหนักแนน ยืดยาว เพราะประกอบดวยสติและกําลัง โดย
ปราศจากความตนื่ เตน ตอ รสปต ิและสุขอนั เย็นแปลกเหมอื นพน สภาวะบคุ คลออกไป
การทําสมาธิภาวนาชางเปนกิจกรรมอันแสนสนกุ เพลนิ ใจและมสี ีสันพนั ลึก สมาธิไมใ ชส งิ่ จืดชืดไรร สอยา งที่เขาเคยประมาณ
เอาจากการเห็นคนนงั่ เฉยเมยเปนแทง หิน อาการไมไ หวตงิ ภายนอกทแี่ ทม คี วามเคลื่อนไหวและการรเู ห็นอนั โอฬารภายในอยา งนเี้ อง
เพลนิ สขุ ไดเ พยี งชว งลมหายใจรอ ยกวา ครง้ั กําลงั ก็ถดถอย เขาสงั เกตรูไ ดอยา งชัดเจนถงึ ความเสอ่ื มถอย เพราะใจจดอยูแลว มัน
เร่มิ ดว ยความคลายจากอาการดงึ ดดู เหมอื นแมเ หล็กออ นแรง จิตไมผ นึกรวมเปนดวงเดนอีกตอไป พยายามยับยัง้ อยา งไรกไ็ มเปน ผล ตาม
ดวยความสขุ ที่มอดลงกลายเปนความชดื ชาสามัญ อาการล็อกจติ ติดกับลมหายใจหมดไป เหน็ เปน ลมหายใจเขา ออกธรรมดา มิใชส าย
นํา้ ตกใสสวา ง เขา อกเขา ใจถอ งแทในบัดนนั้ วากําลงั จติ เปน อยางไร มคี วามหมายเพยี งใด เมอ่ื เสอ่ื มไปแลว ตกกลับมาสูสามญั ภาพเชน ไร
ครงั้ น้ชี กั เหนือ่ ย รางกายออนแรงลงมาก อยากหงายหลังลงนอน แลวเขาก็โอนออ นตามใจ เดนิ กลับเขาหองแลวเอนหลังนอน
บนฟูกจรงิ ๆ ใจยนิ ดีปรีดากบั ความสําเร็จในการทาํ สมาธิ น่เี ปนแคก ารหดั ทาํ สมาธิจริงจงั ครั้งทส่ี อง นับจากครั้งแรกทีก่ ฏุ หิ ลวงตาแขวน แต
เขาทาํ ไดนาพงึ ใจปานน้ี จงึ เหอ เหมิ และนกึ ลาํ พองสงสยั ขนึ้ มาวา จะมใี ครในโลกทําสมาธิไดด ี ไดไ วเทา เขาหรือไม
วากันวา บางคนเพยี รทาํ สมาธอิ ยใู นปาในเขาต้ังสิบยีส่ บิ ปย งั เขน็ ใหถึงอปุ จารสมาธไิ มสําเรจ็ ดวยซ้ํา แตเ ขาลถุ ึงในวนั เดียว!
เกาทัณฑมารูใ นภายหลงั วาเมอ่ื สองพนั หา รอยปลว งแลว ยังมีเด็กชายอายุเจ็ดขวบคนหนงึ่ นั่งขดั สมาธริ อผูเปน พออยูคนเดยี วใต
รมไม สงบใจหลบั ตาตามรูลมหายใจโดยไมม ีใครสอน แลวจติ กป็ ฏิรูปตวั เปนเปลวมหศั จรรย เพราะลว งเขาถึงสมาธริ ะดับปฐมฌาน แนบ
แนน และยง่ิ ใหญก วา สมาธทิ ่เี ขาทําไดเ พราะมีคนสอนหลายเทา นกั
และเด็กคนนน้ั กค็ ือสิทธตั ถกุมาร ผทู ่เี จริญวัยตอมาเห็นภยั ในการเกิด แก เจ็บ ตาย ออกบาํ เพญ็ เพยี รหาทางหลดุ พนจนสําเร็จ
เปน พระสมั มาสมั พุทธเจา บรมศาสดาผเู ปน อาจารยข องอาจารยเ ขาอกี ที!
๘๕
บทท่ี ๘ ฝนหวาน
ในความหลับใหลอยา งอิ่มเอมเปรมสุข เกาทณั ฑร สู กึ เหมอื นความรบั รูแผก วางออกไปในอาณาเขตหอง สวางไสวเรืองรอง ตัว
สติทงั้ เหมือนมแี ละไมม คี รือกัน คลายใจรตู วั วาเปน นายเกาทัณฑ แตค ิดอยางทนี่ ายเกาทัณฑค ดิ ไมไ ด ควบคมุ ตัวเองไมไ ด
เลอื นรางเหมอื นอุปาทาน ในความสวางทแ่ี ผไ ปนั้นสองกระทบขา วของตาง ๆ และสง ภาพกลับมาใหใ จเห็นเปน เคา เปน เงา ดู
คลายเปน เร่ืองปกติ ในเม่ือจติ สวางและแผพ นกายก็ตองเหน็ รอบกายไปดวย
แลวกเ็ กดิ ช่วั ขณะแหง การเปลยี่ นแปลงอนั นาประหลาด คลา ยตกไปอยูในหว งภวังคค รใู หญ จากนั้นกลบั มารูสกึ ตัววา ตนมีราง
เหยยี ดนอน แลว เหมือนเปล่ยี นอริ ยิ าบถอยา งรวดเร็วจากนอนกลายเปน เดนิ
เคยเต็มตื่นอยา งไรก็อยางน้นั เกาทัณฑเห็นตนเองกาวเขา ไปในเขตบานของปูช นะ และดวยตาเปลาทีม่ องทกุ สงิ่ ไดชัดผิดปกติ
เขาเหน็ รังสีกุศลฉายแสงอยูท ่ัวไป คลา ยกบั อากาศสวา งในตวั เองดวยแสงทองงามละไมเย็นตาเยน็ ใจ รูสึกเปนสุขและปลอดภัยยิง่
ลมหายใจสดชืน่ บริสุทธิร์ าวกบั อยบู นยอดผาสูงในเวลาเชาตรู มีกลิน่ หอมรวยรินของดอกไมน านาพันธกุ ระจายตัวอยา ง
ออนโยนท่ัวทุกหนทกุ แหง บังเกดิ ความคิดขนึ้ มาในบดั ดลวาปูช นะกับแพตรีมีบญุ มากจรงิ ๆ ทอ่ี ยูอาศยั จึงเอบิ อาบไปดวยสนั ตสิ ุขควร
พิสมยั ปานนี้ นาปลาบปลม้ื ชนื่ ชมดว ยเหลอื เกิน
ในเขตอนั ชะโลมไปดว ยความฉาํ่ ชน่ื อยางบอกไมถ กู นน้ั ทาํ ใหเขาเปด ยม้ิ เปนยิ้มอิ่มใจทเี่ ปน ไปเองโดยปราศจากเจตนาชวย
เดนิ ออมไมใ หญห นาบาน บานปดู กู วา งโลงกวา เคย เรียงรายดวยบุปผชาติอนั ทรงชีวติ ชวี าเหลอื คณานับ ในช่ัวเวลานนั้ เกาทัณฑ
เกดิ ความเขาอกเขา ใจวา ดอกไมส ง ยิ้มใหคนไดอยางไร พวกมันย้ิมไดจ ริง ๆ ไมใชเ รื่องเลน เพยี งแตม ิไดใ ชป ากเหมือนอยางคน ทวา ใช
ความมีชวี ติ ชวี าทั้งหมดนั่นแหละยมิ้
ดวยนสิ ัยชางหาเหตุผลประจําตัว เกาทัณฑค ดิ ๆ แลว ก็บอกตนเองวาเพยี งสมั ผสั ถึงความมชี วี ิตของตน ไม กระแสใจที่เขา ถึงจะ
ทาํ ใหเ กิดภาวะเหน็ ท่แี ตกตางไป เราจะรูไ ดวามนั กาํ ลังแยมยม้ิ หรืออับเฉา ปกตเิ ราไมร ับรสู ขุ ทกุ ขของตน ไมเ พราะไมใ สใ จ ไมสัมผสั เขา ถงึ
ความมีชีวติ ของมนั คนจงึ เหน็ ตน ไมเปน วัตถธุ รรมดาเชนเดยี วกับอฐิ ปูน ภาวะการเห็นจึงไมผ ดิ ไมตา งไปจากภาวะการเหน็ สงิ่ ไรช วี ิต
ตอเมื่อสาํ เหนยี กกาํ หนดถึงความมีชวี ิต จงึ จะมคี ลนื่ ความรูบ วกเขาไปในคลองสายตาได
บัดนเี้ ขาเห็นความมชี ีวิตของบรรดาพฤกษพันธอุ ยา งชดั เจนเหลอื เกนิ ไมวาจะนิ่งหรอื ไหวไกวตามสายลมผา น ทั้งหมดลวนเปน
กริ ยิ าของสง่ิ มีชวี ิตชดั ตาชัดใจราวกับถูกขยายดว ยแวนวิเศษไรต น เหมือนพวกมันจะพูดทกั ทายยนิ ดีตอ นรบั เขาไดฉะน้นั
ขณะเพลินกบั มติ ิใหมแ หง สมั ผสั ภายในนัน่ เอง ก็เผอญิ เหลือบแลไปเหน็ สาวนอยนางหนึง่ น่ังอยบู นชิงชา กลางลานหญา ขจีนมุ
ชายหนุมหันขวบั ไปมองตรง ๆ หลอ นอยใู นชดุ ขาวสะอาดและมองจับมาทางเขาอยูกอ นดวยนลิ เนตรทอดสงบ
เกาทัณฑยม้ิ กวางขน้ึ ผูหญิงคนนนั้ มคี วามงดงามที่กอความรสู ึกแสนดไี ดลนใจ ดจี นแทบไมอาจเหน็ ดว ยซ้ําวาเปน เพียงอติ ถเี พศ
ราวกบั หลอนมีภาวะที่ดเู กินความเปน อิสตรไี ปอยา งยากจะอธิบาย
เดนิ เขา ไปหาหลอ น เหมือนคนกันเอง อยบู านเดยี วกนั มานมนาน ถงึ จะหางกันไปพักหน่ึง ในที่สุดก็กลับมาอยดู วยกันไดด วย
บรรยากาศความสนทิ แนน แฟนดังเดมิ
๘๖
"แพนัง่ อยูท ี่น่ีนานแลว หรอื ?"
ไดย นิ ตนเองกลาวทกั ออกไปเชนนั้น เขาเห็นหลอนพยกั หนายม้ิ ให เปน ย้มิ ละไมทแ่ี ฝงความเศราอยา งนาประหลาดชวนใจหาย
"แพรอพี่เตอยูนานแลว "
กระแสเสียงนมุ เย็นน้นั เปนเสมอื นไฟฟาแรงสงู ที่ทาํ เอาเขาชาดกิ ไปท้ังรา ง หลอนเรียกชื่อเขาเปน คร้งั แรก แถมดวยความในใจท่ี
เกินเชอื่ วาจะเปน จรงิ นนั่ แลกไดก ับรางวัลมคี า ท่ีสดุ เทา ทเี่ ขาเคยรบั มาชัว่ ชีวติ ทเี ดียว
"รอพี่..." เขาชกั เงอะงะ เพราะตน้ื ตันจนพดู อะไรไมถกู "พอ่ี ยตู รงนแ้ี ลว จะชว ยอะไรแพไดบ า งละ?"
สายลมหอบหน่งึ ราํ เพยผาน ปอยผมบนหนาผากของหลอนไหวตัวนอ ย ๆ ดวงตาคูง ามเหมอื นจะสง แสงพอ มายงั เขา เกาทัณฑ
รูสกึ ผิดและอบอนุ ยนิ ดปี นเปกันอยา งยากจะแยก
"แพเหงากับการรอจนกลายเปนสขุ ท่ไี ดเ ลกิ รอแลวละคะ ไมตองชวยแลว ..."
บรรยากาศท่ัวบริเวณกลายตัวจากความอบอนุ เปนวงั เวงไปในทนั ที เกาทณั ฑเ กิดความเวทนาหลอ นอยา งจับใจ
"พีจ่ ะอยเู ปน เพอ่ื น"
ชายหนุม ลดตวั ลงนง่ั ชนั เขา ขางหน่งึ วางมือลงบนตักหญิงสาวอยา งปลอบประโลม สายตาทส่ี งไปยังหลอ นเปย มไปดว ย
ความเหน็ ใจอยางลกึ ซง้ึ เขาย้ิมอยางชาย รสู กึ ถึงไหลท่ตี ัง้ ผงาดและพลังความเขม แขง็ ในตัว บอกตนเองวาพรอ มจะปกปองหลอ นจากทกุ สิ่ง
แพตรีทอดตาลงมอง เกาทณั ฑส ัมผัสไดถึงความไมเ ชอื่ ถอื ในตาคูนั้น
"ทําไมถึงไมเช่ือพ่ลี ะ ?"
เขาถามออกมาตรงใจ ท่นี ั่นเขากบั หลอ นสามารถคยุ กนั ไดโดยไรม า นอนั ใดปด บัง แพตรขี ยับหนาตักและผลักมือเขาออกโดย
ละมอม
"พ่มี องเห็นแตค วามสวยของผูหญงิ ไมเคยเหน็ ตวั ของแพหรอก วนั ท่ีแพไมส วย พกี่ จ็ ะมองผานแพไป อยาวาแตค ดิ อยเู ปน เพ่ือน
เลย"
เกาทัณฑสายหนา
"วธิ ีคิด วธิ พี ดู ของแพน่หี ลับตากร็ ไู ดว า สวย แตแ พคงกําลังพดู ถึงความสวยทีต่ องลมื ตาเสยี กอนถงึ จะเหน็ ถา อยา งนนั้ พ่ีเหน็ วธิ ที ี่
แพยิ้ม วธิ ีทีแ่ พใชสายตามองคนอืน่ น่นั กพ็ อแลวกับการผูกใจใหอยูน่ิง ถานสิ ยั ใจคอยงั เปนอยอู ยา งนี้ จะมีวันไหนทแี่ พไรค วามสวยใหพ่ี
มองผา นได?”
แพตรีน่ิงไป เขานา จะไดเห็นหลอ นโอนออ น แตก ไ็ มใ ช
๘๗
"คาํ พดู ของพ่ีลบความจาํ แพไมไ ดเสยี ดว ยสิคะ ในวันท่แี พดูตํา่ ตอ ย พมี่ องผานแพไปเหมอื นไมมแี พอยูในทางตา ท้งั ท.่ี ..นาน
มาแลว เราเคยอธิษฐานตอ หนา สง่ิ ศกั ด์สิ ิทธร์ิ วมกันวาจะรักและจดจาํ กนั ไปทุกภพทกุ ชาติ"
ชายหนุมเย็นวูบไปตลอดสันหลงั ขนลุกเกรยี วตงั้ แตห นังศีรษะแลน ลงไปจนถึงฝาเทา ณ บัดน้นั เขาพบบางส่งิ ที่ขาดหายไป บาง
สิ่งท่เี คยถวลิ หา ทวา ตลอดมาไมรูว า คืออะไร
"พ.่ี .." เกาทณั ฑน ึกหาคําแกต ัวไมท ัน "ตอนทีเ่ รายงั เดก็ อยดู วยกัน ตอนนั้นพค่ี อนขา งจะ...ไมชอบมองคน"
"คะ ถาคนไมสวยจะไมช อบมองเลย"
เปน คาํ ตัดพอทท่ี าํ ใหเ กาทณั ฑสะอกึ อง้ึ กระแอมทหี น่ึงอยางเกอื บจนปญ ญา ทาํ ไมถงึ เคนหาคาํ พดู ยากนกั สมองวางวายราวกบั
กําลงั อยูในฝน…นีเ่ ขากําลังฝน ไปหรอื เปลา? ถาเปนฝนทาํ ไมสาวนอยที่นั่งอยเู บอื้ งหนา ถงึ ดูมชี วี ติ จิตใจ คิดอานโตตอบไดปานน้นั ?
หลังจากเพียรสรรถอยอยูน านก็นกึ ออกจนไดวาควรจะพดู อะไร คาํ แกตวั พร่งั พรูออกจากปากอยา งรวดเรว็ ราวกบั น้ําไหล
"ในความเปน เดก็ เรารูจกั แตส ่งิ กระตุนความสนใจท่ีเดนชดั แตเม่อื โตขน้ึ เรากจ็ ะรูจ กั สํารวจคณุ คาของสิง่ ตาง ๆ แยกแยะได
ออกวาหลายสิ่งในโลกนไี้ มควรมองผา น และถาไดร ูวา ครง้ั หนึง่ เคยมองผานส่ิงมคี ามาแลวดวยความโงเขลา ทัง้ หมดทท่ี าํ ไดก ็คอื สํานกึ
เสยี ใจและอยากพูดวา...พ่ขี อโทษ"
ถอยสุดทา ยนน้ั หนกั แนน ดว ยสํานึกอยา งชาย ทวา แฝงกระแสความออ นโยนจริงใจจนทําใหแววหมางในตาสวยจางลง
"พพ่ี ูดเกงนะคะ" หลอนลุกขน้ึ ยืน "แตคนไมจรงิ ใจเทา น้นั แหละทพ่ี ดู เกง "
เกาทณั ฑลกุ ขนึ้ ยืนตาม
"ถา ไมใหพ ูดพก่ี ็จะแทนดวยการทาํ ใหแพเหน็ …พี่จะจริงใจกบั แพ"
หญงิ สาวชอ นตาขึน้ สบ นัยนต าเงางามทอแสงเขมกวาเมอ่ื ครู
“อยาเลยคะ แพเห็นอนิจจงั แลว ตอ ใหเคยครองกนั อธษิ ฐานรวมกัน ซื่อสัตยตอ กนั จนนาทีสุดทา ย เมื่อถงึ เวลาก็ตอ งลืม ตอง
พรากจาก ตอ งกลายเปนคนแปลกหนา กนั …แพลาพีไ่ ปตามทางดีกวา จะไดไมต องเจอใหจําแลวลืมกันอกี ”
แมฟงไมเ ขา ใจกระจางนัก เกาทณั ฑก็ใจหายจนเผลอยดึ ขอ มอื หลอ นไว
“แพพดู เรื่องอะไรอยหู รอื ? ถา ทําผดิ เพราะเจตนา พจ่ี ะชดใชใ หจ นกวาแพจะพอใจ แตถา หากเกนิ วสิ ยั ท่คี นธรรมดาคนหนงึ่ จะรู
กข็ อใหบอกดีๆ อยาเก็บงําแลว ตัดบทอยา งไมใหโอกาสกนั ”
หญิงสาวดึงขอ มอื ออกจากการกมุ ของเขา
“ของแบบนี้ถาไมร เู องกอ็ ยารูจ ากคนอนื่ เลยคะ ”
เกาทณั ฑถ อนใจเฮอื กกอนหัวเราะอยางอดั อ้ัน
๘๘
“แพเปนเสียอยางน”้ี
“คะ …เปนอยา งน้ีแหละ”
แลวหลอ นกห็ นั หลัง ทาทางกําลังจะเดนิ จากไปเฉย ๆ
“เดีย๋ วซ่แี พ…”
ชกั งงเมื่อรสู ึกวา เทา ชา มือชาอยางรวดเรว็ และไลล ามไปถึงประสาทรบั รูสว นกลาง เหลอื เพยี งสายตาทยี่ ังเห็นภาพตรงหนา แพ
ตรีกําลงั เดินหา งออกไป หลอ นจะรูหรือเปลา วานม่ี ันเกิดอะไรข้ึนกับเขา
“แพ…”
เหมือนมีนุน ยัดลงไปในคอ จะอาปากกอ็ ดึ อัด ยิ่งฝนกย็ ่งิ เลอื น จนกระทง่ั ทส่ี ุดเหน็ หลอนเหลียวกลบั มา ซ่งึ กค็ งหนั ตามเสียง
เรียกสุดทา ยของเขา เกาทัณฑเ ห็นแววหมางเมนิ เหินหาง รูสกึ ทรมานกับภาพชนิดนั้น หลอ นกาํ ลังต้ังใจเดนิ จากเขาไป…
ภาพฝนจางลง แตยงั ทิง้ รอ งรอยไวกับความรูส กึ ชดั ลึกเสมอื นจริง เหมอื นจะขาดใจเม่อื พบวา ภาพรางไกล ๆ ของแพตรคี อื
อากาศธาตุ และจะเปนอากาศธาตไุ ปช่ัวนริ นั ดร เกาทัณฑล ืมตาตืน่ ข้ึนดวยกริ ิยายกมอื ควา อากาศตรงหนา ใจเตนดว ยความเสยี ใจรุนแรง
ชางเปนฝน ทม่ี ชี วี ติ ชีวาและเต็มไปดว ยรายละเอียดแจม ชดั อะไรปานนัน้ ทงั้ สวา งหวานตรึงใจ และทั้งเศราสรอ ยกัดลึกปนกัน
จนหยดุ ความคดิ ทกุ ชนิดลงพักใหญ เกาทัณฑนอนตาคางกอนจะผดุ ลุกขึน้ นง่ั นงิ่ บอกตนเองดว ยใจช้นื วาในโลกแหง ความจรงิ หลอนยงั อยู
ยังรอใหเขาใชค วามพยายามไขวค วา มา
นาฬิกาบอกเวลาเกอื บหาทมุ เขาเห็นแคนั้น แลวเหมอื นมแี รงผลัก มันไมใ ชตัวเขาเองเลยที่ลุกขนึ้ ควากญุ แจรถ เปด ปดประตู
หองปงปง ลงไปยังลานจอดรถ นาํ พาหนะคกู ายโลดแลนออกสูถนนสีชมพอู นั วายรถอยา งเปน ใจใหกดเทา เหยียบคนั เรงลกึ ทะยานตวั ดว ย
ประสิทธภิ าพเคร่อื งยนตกําลงั สงู พุง ปราดไปจนภาพถนนและไฟทา ยรถขางหนาถูกดดู เขา มาฮวบฮาบภาพแลวภาพเลา รถว่งิ เร็วราวกบั
ลูกปน แตกไ็ มดวนเทาทันใจเขาในยามนีเ้ ลย
ดับเคร่ืองแตไ กล ปลอ ยใหร ถคลานดวยแรงเฉื่อยมาจอดเทียบหนาบา นกลางซอยอยา งแชมชา สตคิ อ ยกลับมาเปนตวั ของตวั เอง
เหมือนกายเพ่ิงตามใจทนั
เกาทณั ฑมาบานนจี้ นมีโอกาสสงั เกตรูวาหอ งของแพตรคี ือสว นใด ไฟหองหลอนสวางเรอื ง แสดงวายังไมห ลับ เปน อนั แนล ะ
วา เมื่อครเู ขาฝน ละเมอเพอพกไปคนเดยี ว หลอนอาจจะกาํ ลงั อานตําราเรยี น หรอื หนังสอื เกย่ี วกบั ตน ไมท ่ีหลอนรัก หรอื นั่งทําสมาธภิ าวนา
อยา งสขุ สบายเอกา เขาอยากรแู ตคงรไู มไ ด มีสิทธอ์ิ ยางมากแคเ ห็นแสงไฟหองเปด กบั รับทราบวาหลอนอยูในน้นั
น่ังกอดอกยิม้ มองหนาตางหอ งของหญงิ สาวดวยแรงประทับล้ําลกึ เคยเหน็ เพอ่ื นทําอยางนแ้ี ลว ขาํ แตตอนน้ีเขาใจเลย มันไมใช
หนาตา งหรอกทท่ี าํ ใหเขายิม้ ความรูส ึกวา ใกลหลอ นแคน ้ีตางหากที่กอ สุข คดิ อยากน่งั มองไปเรอื่ ย ๆ จนกวาใจจะพอ
ไดหลอนมากอดคงดกี วาฝน …
๘๙
ท้งั ซอยปราศจากการสญั จร ในความเงียบของยามดกึ มีแตเสยี งจักจ่นั เรไรจากพงหญา ยามนช้ี า งฟงเพราะและขับกลอมใหใ จ
สงบ เปน คร้งั แรกท่ีเขาเงยี่ หูฟง อยางดม่ื ดาํ่ แสงไฟจากหองหลอ นดสู วยหลอกตานา เพลินหลงเสยี ยิง่ กวาคมเสย้ี วจันทรสีเงินยวงเบ้ืองบน
ใจท่ีฝนเพอทําใหโ ลกเปลี่ยนไปไดอ ยา งนี้เอง
เกือบตีหน่งึ แสงไฟจงึ ปดมืด หลอนคงเขานอนแลว เกดิ ความรสู กึ ดขี ึ้นมาขณะหนึ่ง เหมือนตอนนนั้ เขาคอยเฝาระวงั ภัยให และ
แนใจวาจะไมมีใครผา นเขาเขา ไปหาหลอ นไดเ ลย
หลบั ตานงิ่ เปน ครู กอนลงจากรถโดยต้ังใจจะเขน็ ไปสตารท ไกล ๆ ไมส ง เสยี งใหแพตรีไดย ิน เพราะใจนึกเกรงไปเองวา หลอน
คงจาํ เสียงเครื่องรถเขาไดแ ละอาจชะโงกมองลงมา กลวั เดารวู า เขามาดอม ๆ มอง ๆ เหมือนกระตายแหงนคอมองกระตายอกี ตวั บนดวง
จันทร ขายหนา ตายชัก
แตขณะทีก่ าํ ลังออกแรงดันหนารถกต็ องสะดงุ สดุ ตวั เมอื่ ไดย ินกงั วานเสียงนมุ ของผูหญงิ คนหน่งึ ดังขึ้นใกล ๆ
"มีอะไรใหช ว ยไหมคะ?"
ชายหนุมหันขวับ แพตรี! หัวใจเตนแรงเหมอื นจะวาย หลอนมายนื ชิดรัว้ แคน ต้ี ัง้ แตเมื่อไหรก นั
เปน นานกวาจะปรบั สติและออกแรงยิม้ เจ่ือน ๆ สําเร็จ
"ออ…แพ"
เอย ออกมาไดเ ทา นนั้ จริง ๆ หลอนคงลงมาเดนิ เลน เขาผิดเองท่ีนกึ วา ไฟหอ งปด หมายถึงหลอ นเขา นอน
"รถเสยี หรือคะ?"
เปน เสียงถามตามซอื่ ชั่วขณะนน้ั หลอนอาจยงั ไมแนใจนกั วา อะไรเปนอะไร
"เปลา ฮะ"
วูบนัน้ เกาทณั ฑบ งั เกิดความกลาเดมิ ๆ ข้นึ มา อาการตกประหมาแบบวัยรนุ เพิ่งเร่มิ จบี สาวปลาสนาการเปนปลิดท้งิ
"รถเปนปกตดิ ี แตพอี่ ยากเข็นไปสตารทไกล ๆ เสยี งเครอ่ื งจะไดไมก วนแพกบั ป"ู
แพตรมี องไปที่รถเขาเหมือนคิดตาม อยา งนี้แปลวา อะไรกไ็ มย ากแลว ครูหนึ่งกก็ อดอกนิง่ ไมพดู จา เกาทัณฑย ม้ิ ออกมาได เขา
รักทกุ กริ ยิ าของหลอน สิ่งทีแ่ ฝงอยูในความนิง่ และการเคล่ือนไหวของแพตรีชางกอความรูส กึ แสนดใี หกบั คนเห็น
"เมื่อก้ีแพอา นหนังสอื หรือฮะ?"
ถามอยา งใจอยากรู ราวกบั สนทิ กันพอ หญงิ สาวปรายตาสบ แสงสลวั เลือนจากไฟแรงเทียนต่ําขางทางพอทําใหเ ห็นแววหาง
เหินท่ีสงมาอยางจงใจ
๙๐
"ทาํ ธุระสว นตวั นะ คะ …คุณละคะ?"
เกาทัณฑห นาชา เอย คําตอมาถึงกับอกึ อัก
"พ.ี่ ..เออ ผม..."
อากาศช้นื นาํ้ คางทาํ ใหแ ยกแยะรบั รคู วามแตกตางระหวางฝน กบั จริง ตอนนี้ของจรงิ
ก็ถา จริงแลวทาํ ไมตองกลวั …
"ผมไมไดต้ังใจมารบกวนแพเลย แคอ ยากรูส ึกวา ไดอยูใกลแพสักพกั หนึง่ เทา น้ัน"
ไรร อ งรอยเคอะเขนิ หรอื คาดไมถ งึ ใด ๆ ในดวงตาสงบเฉย เกาทัณฑเ จบ็ แปลบเพยี งนึกวา ตนอาจเปนไอห นมุ หัวใจละลาย
อันดบั หนึ่งรอยทีเ่ อารถมาจอดแหงนหนา ฝน หาดาวตรงน้ี
"นา เสียดาย..." เขาพดู คลายอบั จน "ทาํ ไมเราไมส นทิ กนั เสยี ต้งั แตเ ด็กนะ ถาเคยคยุ กันแลว เหน็ ผมเปน ญาติ…ปานนีแ้ พอาจชวน
ผมเขา ไปนงั่ เลนขางในมัง่ ”
แพตรีเบนหนาไปอกี ทางอยา งรูนยั
“คณุ กลบั เถอะคะ ”
เกาทัณฑร ะบายลมหายใจยาว หวงฟามดื ดกู วาง ลึก อลังการดวยดวงดาวและเยือกหนาวดว ยความหาง เขาเงยหนามองเบ้ืองบน
ขณะยิ้มรับคาํ ไลของหลอ น
“ฮะ…” ตาจับดาวดวงหน่ึงไมวางพลางเอย เนบิ แผว “แถวน้ีดจี งั นา ปเู สื่อนอนมองฟานะ”
เวนระยะไปครูอยา งเตรยี มตัดใจเอยลาและหันหลังกลบั แตเหมอื นขา งในมนั เฉอ่ื ยและเหน่อื ยลาเกนิ กวา จะทาํ ตามสมองสง่ั
เบนสายตากลบั มามองดวงหนาที่ดสู งบละไมอยูใ นเงามดื หลอนน่งิ มองทศิ ทางอนื่ ที่ไกลจากเขามาก
"ผมรักแพ!"
เปน เส้ียววินาทีท่ีเขาเองกค็ าดไมถึงวาคําสารภาพหลดุ จากรมิ ฝป ากไปได เสยี วปลาบไปตลอดทรวงอกเมอื่ หลุดคําน้ันออกมา
แตก ็ดไี ปอยาง สติถูกเรยี กกลับคืนมาสานตอความเผลอไผลอยา งรวดเร็ว ตัดสนิ ใจเส่ียงทงิ้ ไพใ บสดุ ทายท้ังทร่ี ูเ หน็ แคครึ่ง ๆ กลาง ๆ
“รูว าเราเพ่ิงพูดกันแคส องสามคํา รวู าแพเห็นผมเปน แคน ายอะไรคนหน่ึงทีม่ าติดหลงหนา ตา แตความจรงิ ไมใช ถา อธบิ ายดวย
คาํ พูดท่ีดที ่ีสุด ตรงจรงิ ท่สี ดุ อยา งมากกแ็ คท ําใหแ พหัวเราะเยาะผมนอ ยลง เพราะฉะน้ันอยาเพอ อะไรใหเ ห็นผมเปนตัวตลกใหมากจะดกี วา
ขอแคพูดวา …ถา แพจาํ ผมได ก็อยาแกลง เมินกนั อีกเลย”
หญิงสาวหันมาจอ ง หลอนยนื เมม ปากอยูนานมาก เกาทณั ฑไ มก ลา พูดตอ เพราะลึก ๆ ก็ไมแ นใ จวาตนเปนบา ไปคนเดยี วหรือ
เปลา อดทนรอดทู ที า ของแพตรจี นหลอนกลาวอะไรออกมาไดเ อง
๙๑
"ขอโทษนะคะ ดฉิ นั ฟงไมรูเรือ่ ง"
แลว หลอ นกห็ มนุ ตัวกลับ ทําทา จะสาวเทา ข้นึ เรือนหนเี ขา
"แพ!"
เปนเสียงเรยี กที่ประกาศิตพอใช หญิงสาวหยดุ กกึ เหมือนถกู สะกดดวยฤทธพ์ิ อ มด
"ถา ผมละเมอเพอพกจนคุณคดิ วาเสยี สตอิ ยคู นเดยี วก็ชา งเถอะ เราเพิ่งรูจัก และคยุ กนั แคนับคาํ ไดน น่ี ะ แตส ังหรณวา ผมเกือบจะ
ทาํ ส่ิงมคี า บางอยา งหายไป เพยี งเพราะเกิดมาพรอมกับความไมร …ู และความลมื เหมือนอยางทมี่ นุษยค นหนึ่งเขาเปน กนั ”
ชายหนุมหรตี่ าลงนิดหนง่ึ ขณะกาํ ลงั พดู ไดมสี ัญชาตญาณบางอยางเกิดขนึ้ เดยี๋ วนั้น เหมอื นกบั เปนตัวเขาเอง ทวาเปน อกี ภาค
หนึ่งซึ่งอยลู กึ ลงไป และไมเคยปรากฏแมกบั ความรบั รูของตนเอง
“ผมเหน็ อะไรบางอยา งซอ นอยใู นใจคณุ นะแพ ทกุ ครั้งทคี่ ณุ มองผม แววตาเหมอื นบอกวาคุณร…ู หรือจาํ อะไรทีเ่ กนิ วสิ ัยผมจะ
เดา แตเสยี ดายทค่ี ณุ คงไมคิดบอกเลา ใหผมฟงตลอดไป”
แพตรีขยับเหมอื นจะเหลยี วหนา กลับมา แตแ ลว ก็หยุดชะงกั นิ่งเสยี กลางคนั เกาทัณฑยกมือเกาะซกี่ รงประตู
“ผมเปน คนธรรมดา ไมไดมีอํานาจวิเศษเหนือมนษุ ย มีแตนิสยั อยา งหนึ่ง คือเมอ่ื แนใจวาอะไรควรเปนสมบัติของตวั กต็ องเอา
คืนมาใหได แมจะเคยเผลอทาํ หายไปคร้ังหน่ึงดวยความรเู ทาไมถงึ ”
หลอ นยังน่ิงอยูกบั ที่ ไมเหลียวกลบั ไมเดินหนา ตอ ทวาแคน้นั เกาทัณฑก พ็ อใจแลว
ชายหนมุ กลับข้ึนรถ สตารทเคร่อื งและขับจากไปเงยี บ ๆ เหมือนมตี าทส่ี ามมองเห็นไดวาเบ้ืองหลงั ทีเ่ ขาจากมานั้น คือรา งน่ิง
ของหญงิ สาวซ่งึ ยงั ยนื คา งอยูตรงจุดเดมิ อกี เนน่ิ นาน…
เกาทัณฑยกมอื ไหวป อู ยางนอบนอม ไหวแลวก็อดเหลยี วซายแลขวาลอ กแลก ไมไ ด
"มองหาอะไร?"
ปูถามพลางไขกญุ แจประตใู ห
"หาแพครับ"
เปน คําตอบตรงไปตรงมา ตอ ไปน้เี ขาจะเลกิ อมพะนําเสแสรง...ถา ไมจ ําเปน จริง ๆ
ปชู นะหัวเราะเลก็ นอ ย แตก ไ็ มท ําใหหลานชายกระอกั กระอว นดว ยการซักถามวาจะหาแพไปทําไม แคเดินนาํ ข้นึ เรอื นเงียบ ๆ
เทานนั้
๙๒
"ผมเอาหนังสอื มาคนื ป"ู
ชายหนมุ ยื่นหนงั สือพุทธธรรมและพจนานุกรมพุทธศาสนวางไวบ นโตะ กลาง
"อานจบแลวรึ?"
"ผมซ้อื ไวเองครบชุดแลว ครับ" ฉับพลนั ก็เบนเรือ่ ง "แพไมอ ยหู รอกหรือฮะ?"
"เหน็ นองเขามาชวนไปซื้อของ"
"นอ ง?"
แปลบกลางอกขึ้นมาอีกกับแคไดย ินคาํ นั้น เขา ใจแลววา ตอนผีดูดเลือดถกู ทม่ิ อกดวยเหลก็ แหลมมนั ปวดเสียวอยา งไร
"ชือ่ มตินะ เดก็ ใกลบ า นนแี่ หละ โตมาดว ยกัน"
"สนิทกันมากไหมฮะ?"
เปน คําถามทแ่ี ผวสนิ้ ดี
"ก็เหน็ แพเขาคบอยคู นเดยี วน"ี่
เกาทัณฑส ะอกึ อึง้ เร่มิ ทอ ขน้ึ มาอีก เขากําลงั จะเปดศกึ ตีชิงกบั เจาเด็กเมอื่ วานซืนคนหนงึ่ ซ่งึ อาจชวนหลอนไปเที่ยว และให
หลอ นเปน ฝายออกคารถเมล ชา งเปนเรือ่ งเหลือฝน เสยี จริง ๆ
แตก ็ทาํ เปน ใจเยน็ ย้มิ เหมือนพระอฐิ พระปูน ชวนปคู ยุ เรือ่ งแพตรีตอ โดยไมเ บย่ี งเบนไปทางอนื่
"ชอ่ื เต็มของแพคอื แพตรใี ชไหมฮะ? เขาใจวา ปูเ ปน คนคดิ ตัง้ ให"
ปพู ยกั หนา
"อือม"
"ปูตัง้ ใจใหมคี วามหมายยงั ไงฮะ?"
ปูช นะยกชาข้นึ จิบ เกาทณั ฑคดิ วาอกี หนอยตอนเขาแกแ ละนกึ ถึงปู เขาคงจําภาพทานยกถวยน้ําชาไดมากกวาภาพอื่นหมด
"ก็ไมมีอะไรมาก พทุ ธศาสนามพี ระรัตนตรัยคือพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆเปน หลักที่พ่งึ ทางใจ มสี ุจริตสามคือกายสุจริต วจี
สุจรติ และมโนสจุ ริตเปนหลกั พึงกระทาํ มสี ิกขาสามคืออธศิ ลี สกิ ขา อธิจิตตสกิ ขา และอธปิ ญ ญาสกิ ขาเปนหลกั ศึกษาและปฏบิ ตั ิยง่ิ ๆ ขนึ้
ไป และทส่ี ุดมีญาณสามคือสจั จญาณ กิจจญาณ และกตญาณเปน ปรโิ ยสาน ฉันคดิ ถึงหมวดสามเหลา น้ีแลว ก็รวมลงตง้ั ชือ่ ใหเขา เวลาสอน
ใหเ ขารคู วามหมายจะไดจาํ งายวา ถาจะไปนพิ พานตอ งข้นึ ยานแหงความเปน สามใดในพุทธศาสนาบา ง"
๙๓
เกาทัณฑองึ้ ไป ความคิดอา นของปูชนะไมธ รรมดาเลย เขาเอยถามดว ยเสยี งแปรงไปเล็กนอยในเวลาตอมา
"หมวดสามอน่ื ผมพอเขาใจอยู แตญ าณสามคอื สจั จญาณ กิจจญาณ กับกตญาณนี่ ชวยอธบิ ายหนอ ยไดไ หมครบั ?"
ผูอาวโุ สตอบทนั ทโี ดยไมตอ งหยดุ คิดทบทวน
"สัจจญาณคอื ญาณหย่งั รอู รยิ สจั สี่ คอื เทาทนั วาอยา งนีท้ ุกข อยา งน้ีไมท กุ ข ทาํ อยางไรจงึ ทกุ ขห รือไมท กุ ข สวนกิจจญาณคือ
ญาณหย่งั รูก ิจท่ีตองทาํ เพ่อื ใหหลุดจากขายทกุ ข ปฏบิ ัติจติ เชนไรแลวลา งกิเลสจากสนั ดานได สดุ ทา ยกตญาณคอื ญาณหยง่ั รูวา กิจแตละ
อยา งไดท าํ ไปแลว ทกุ ขก็ทาํ ใหแ จง แลว ตน เหตุทกุ ขก ท็ าํ ใหแ จงแลว ทางดับทุกขก ็ทาํ ใหแจงแลว ทีส่ ุดคอื ความดับทุกขไ ดเกิดข้ึนก็รูแ จง
แลว"
เกาทัณฑกะพรบิ ตา พุทธศาสนมีความลาดลึก แจกแจงเปนทางตรงและปรยิ ายตา ง ๆ ไดพสิ ดารยง่ิ นบั วันผูกพนั ใกลชดิ ก็เห็น
มากข้ึนทกุ ที แคม องจากผวิ นอกทางปริยัติในคัมภรี ท ่มี แี ตตวั หนงั สอื ก็จะเหมอื นศาสตรท างโลกศาสตรห น่ึงซึง่ ตอ งใชก าํ ลงั สมองอยา ง
ใหญหลวงในการแทงใหท ะลุ
ความคดิ จะชวนปูถ กเถียงหวั ขอธรรมเพอ่ื จบั ผิดแบบเด็กไมร ูประสาเหอื ดหายไปเฉย ๆ เขากระแอมนดิ หนงึ่ กอ นเลาดว ยเสียง
สั่นหนอ ย ๆ เพราะทราบแกใจวา มเี จตนาเบือ้ งหนาเบ้ืองหลงั อยางไรในการเรมิ่ เลา นนั้
"ตอนนผ้ี มเปนลูกศษิ ยของหลวงตาแขวน"
ปยู ม้ิ และรบั ฟงโดยไมขดั จังหวะ อกี ทั้งปราศจากว่แี ววประหลาดใจอนั ใดทงั้ สิ้น
"เดอื นหนา ผมอยากลางานสักอาทิตยห น่ึงเพ่ือทุม เทจริงจงั กับการเรียนทําสมาธิภาวนา ปญหาของผมคือยงั ไมพ รอ มแมแ ตจะถอื
ศีลหรือนงุ ขาวหม ขาว เพราะไมแนใจในกิเลสตัวเอง กลวั วาถา เขา ไปอยูในวดั แลว จะเปนสิ่งแปดเปอ นแกวดั แตขณะเดียวกันก็ทนปฏิบัติ
อยูใ นหอ งพักหรอื บานพอแมไ มไดดว ย เพราะตองมีสง่ิ ดงึ ใจใหไ ขวเขวไหลมาเทมาตลอดเวลาแนนอน ผมจึงอยากขอปู จะเปน การรบกวน
ไหมฮะถาขออาศัยทนี่ ีส่ ักอาทิตย? บา นปูไมมีขอ บบี รัดใหตองกงั วลวา ทาํ อยา งน้ันอยางนี้แลว เปนความผดิ ความถกู แตขณะเดยี วกันก็
ปลดปลอยผมออกจากเคร่ืองของและผคู นแวดลอมเดมิ ๆ เปน สปั ปายะเหมาะตวั ทสี่ ดุ เทาทผ่ี มจะนกึ ออกในเวลาน้"ี
หลานรูปหลอรายยาวแตตนจนจบชุดจากตนสายถงึ ปลายสายแบบไมใหต ง้ั ตัว ปูช นะหัวเราะเลก็ นอย สายตาไมส ง กระทั่งแวว
รูทันออกมา
"อยูไหวเหรอะ หองหบั กลายเปนท่เี กบ็ ของ ท้ิงตูเตียงไปหมดแลว"
"ผมต้งั ใจวา จะขอนอนบนแครใ นหองเก็บของใตบนั ไดใกลหองครวั นั่นแหละครับ"
เกาทัณฑพ ดู ดวยทา ทางนา สงสารเหมอื นคนไรทอ่ี ยูอ าศัย หมดทางเลือกแลวอยา งสิน้ เชิงจึงบากหนา หนีรอนมาขอพึง่ เย็น
"อยากถอสงั ขารมาลําบากถึงนี่กต็ ามใจแก"
เปน คําตอบตกลงทงี่ ายดายเกินคาด ชายหนมุ ตาสวา งราวกบั ตดิ นีออนเปน แผง ไมน ึกวา เรอื่ งจะงา ยขนาดนี้
"ปูอนุญาตหรอื ครับ?"
๙๔
"เออ!"
ชายหนมุ ระงบั ความดีใจแทบออกนอกหนา อยา งยากเยน็ กลัวปูจะเอะใจเสยี กอ น
"บานนม้ี ผี ูหญงิ " ปูเอยเสยี งตํ่าข้นึ มากลางความลงิ โลดของเขา "อยูนกี่ ท็ ําอะไรใหเหมาะควรหนอ ย"
"ครับ!" รีบรบั ปากทันควันอยา งกลวั ปจู ะเปลย่ี นใจเพราะฉกุ คดิ ได "ขอใหป ูไวใจ ผมอาจดไู มใ ชคนดีนัก แตเรอื่ งนผ้ี มรวู า
อะไรควร อะไรไมค วร"
"ไปเปนลูกศิษยทานแขวนมาตัง้ แตเม่อื ไหรล ะ?"
ชายชราเบีย่ งเรื่องถามมาอีกทาง
"เม่อื วานนเี้ องฮะ เผอิญเมอื่ อาทิตยทีแ่ ลว ผมเห็นแพกาํ ลังจะไปทําสงั ฆทาน กําลังหอบถังขึน้ แท็กซอี่ ยพู อดี เลยอาสาชว ยเอาขน้ึ
รถผมแทน แลว ก็ไดไปพบทา น เกดิ ความเลอื่ มใสบางอยา ง คิดอยากเรยี นฝกสมาธิภาวนาดบู า ง เมื่อวานเลยไปฝากตวั เปน ศิษย และเพราะ
ไดอาจารยดี ตอนนผี้ มพบวาตัวเองอยากจะเอาดตี ามทาน เลยคิดจริงจัง มาขอรองปเู รอ่ื งสถานท่ี"
ปพู ยักหนา ตามเคย สงบคําตามนสิ ยั ทง้ั คเู งียบเสยี งกนั ไป แพตรยี งั ไมม าสกั ที แตตอใหตอ งรอถงึ คา่ํ เขากจ็ ะทูซอ้ี ยนู แี่ หละ
ยังไงตอ งเห็นหนาใหได
เกาทัณฑนกึ วาปูจะแปลกใจบาง ซกั ถามอะไรเกีย่ วกับการเปนลูกศษิ ยหลวงตาแขวนของเขาเสยี หนอย แตก ็เปลา จนตอ งเปน
ฝายเลียบเคยี งเสยี เอง เงยี บนาน ๆ เดย๋ี วปเู อยปากไลเทา นั้น
"ปรู จู กั ทานมานานหรือยังฮะ?"
"ตงั้ แตท า นมาอยทู ่วี ดั เมือ่ เกือบยี่สบิ ปก อ น"
"ออ นับวานานเหมอื นกนั แลวกอ นน้ที า นอยูทไี่ หน? ผมยังไมม ีโอกาสถามประวัตหิ รอื เรอ่ื งราวของทานเลย"
"บา นเดมิ ทา นอยนู ครสวรรค แตปกหลกั ที่กรงุ เทพฯตงั้ แตวยั รนุ บวชที่วัดทางนฤพานเมือ่ อายไุ ดเ กือบสามสบิ รํ่าเรยี นและรับ
ใชพ ระอุปช ฌายแ คห า พรรษากอ็ อกเดินทางธุดงคจากเหนือจดใตต ลอดอายบุ รรพชิต เพ่งิ เมอื่ เกอื บย่สี บิ ปก อนคราวมาเยีย่ มพระอปุ ช ฌาย
ครั้งสุดทา ย ไดร บั การขอรอ งใหช ว ยสืบตําแหนง เจา อาวาสแทน ทานแขวนก็เห็นสงั ขารตัวเองโรยราไมเ หมาะแกการธดุ งคแ ลว จึงรบั รกั ษา
วัดซ่งึ เกา แกหลายชั่วอายุคนนเี้ ร่อื ยมา"
"อือม" เกาทัณฑค รางเบา ๆ "พระอปุ ช ฌายทานมรณภาพนานหรอื ยังครับ?"
"วนั เดียวหลงั จากทท่ี า นแขวนรับจะดแู ลวดั ให"
ชายหนุมขนลุกหนอ ย ๆ แตแลว กท็ าํ ใจสงบเฉย
"แลว ทที่ านสละเพศฆราวาสออกบวชเปนพระตง้ั แตย งั หนุม แนนนีม่ ีเหตุผลอะไรฮะ?"
๙๕
"จรงิ ๆ ทา นศึกษาพระธรรมคาํ สอนและมีศรัทธาปสาทะมานานแลว ตงั้ แตกอนร่ําเรยี นจบมาทํางานทาํ การเหมือนหนุม ๆ
ท่ัวไป แตว นั หนึ่งบญุ พาวาสนาสง ใหทา นไปพบกับพระดที ี่วัดทางนฤพาน เหน็ ปฏปิ ทานาเลอ่ื มใส ก็ฝากตวั เปนลกู ศษิ ยต้ังใจถอื บวชจริงจงั
หันหลงั ใหกบั ความกา วหนาทร่ี ออยูในอาชพี การงานทัง้ หมด"
ฟงแลวเกาทณั ฑช กั หนาว ๆ รอน ๆ เพราะดวู ิถีทางทานแลว เผอญิ คลา ยเขาอยางไรพิกล บอกตนเองวา ตอใหศ รัทธาพระ
อาจารยห รือพระธรรมคาํ สอนมากกวานี้อกี รอยเทา เขาก็คงกเิ ลสหนาเกนิ กวาจะอทุ ศิ ตวั บวชเปนพระภิกษไุ ปตลอดชีวติ อยางหลวงตา
แขวนแน ๆ ถาสักสามเดือนคอ ยวาไปอยาง
"ตลอดสองอาทิตยท ผ่ี านมาผมอา นหนงั สอื ธรรมะและปรชั ญาไปหลายเลม บางเลม ทนี่ าสนใจกอ็ านตลอด บางเลม อา นคราว ๆ
พอใหร ูวา ทรรศนะของคนเขยี นเปนอยา งไร ผมพบวา ..."
คําพูดตงั้ ประเดน็ ธรรมสากัจฉานนั้ ขาดหว งไป เมอื่ หางตาเหน็ เงารา งใครคนหนง่ึ ปรากฏขนึ้ อยา งเงียบกริบ
๙๖
บทท่ี ๙ ตามฝน
แพตรีกาวขน้ึ มาบนเรือนดว ยฝเทาเงยี บเชียบราวกบั เปน แคเ งา เกาทณั ฑห ันไปเห็นแลว ลมื หมดทุกส่ิงชั่วคราว เอาแตจอ งมอง
รา งสะคราญสวา งตาในชุดขาวแนนิง่
หลอนยิ้มใหป ูอยา งดี แตเมอื่ เหลอื บตามาสบกบั เขาก็ลดทง้ั คุณภาพและปรมิ าณลง ไมวา จะเปนแววตาสวยหรือรอยยิม้ ใสทเ่ี พง่ิ
สง ใหปูหยก ๆ เหมือนผา นตามองพอใหร ูวาหนาแบบน้ีเคยเหน็ ทีไ่ หนมากอ นหรือเปลา แลวกป็ ลีกตัวเขา หอ งของหลอ นไปเงียบ ๆ ไมได
หยดุ ลงพดู จากับปูหรอื เสยี เวลาทกั เขาแตอยา งใด เกาทณั ฑร ูตัวเลยวาน่นั เปน คร้ังแรกท่ีเขาเหลียวหลงั ตามผูหญิงคางเติ่งทัง้ ทเี่ จา ตวั ลับหาย
ไรเ งาไปแลวเปนนาน
เสียงกระแอมของปปู ลกุ เขาจากภวงั ค ชายหนุมรีบหันหนากลับมาและปน ยิ้ม
"อา ..."
เกาทัณฑท าํ ทาคิด นึกไมออกวา เม่ือครูพูดอะไรคางไว หวั ใจเตน ตึก ๆ ไมหยดุ
"ผม...ออ ...อา นหนังสอื ไปแลว หลายเลม "
ลอบถอนหายใจอยา งโลงอกท่ีนึกออก แตแลว กต็ ันคาํ พูดอกี การปรากฏตวั อนั เงียบกริบของแพตรีทําใหเ ขาสบั สนไปหมด จน
ทาเขา ก็หวั เราะดัง ๆ ขัดจงั หวะ ถาไมป ะตดิ ปะตอเหตกุ ารณกด็ ูเหมอื นคนบา อยไู มอ ยูก็หวั เราะออกมาเฉย ๆ
แลววินาทหี นึง่ เมอ่ื สติสัมปชญั ญะกลับคนื มา ชายหนุม ก็สานรอยกริ ยิ าประหลาดของตนดว ยปฏิภาณอันวองไว
"ผมวาหนงั สือบางเลม นี่ตลกชวนขาํ มากกวา เปน หนงั สือจงู ใหส นใจหรอื เขาใจธรรมะและปรชั ญา นกึ ถึงบางประโยคทค่ี น
เขยี นแทรกความคดิ เหน็ สว นตวั แลว ยงั ตามมาจีเ้ สนไดจนถงึ เดย๋ี วน"้ี
พดู เสร็จก็ทาํ เปน หัวเราะออกมาอีก ภาวนาอยาใหปขู อตัวอยา ง เพราะยงั คิดไมทนั วา จะเอาอะไรทชี่ วนขาํ จริง ๆ มาสาธก
"แตกม็ ีหลายเลม ท่ดี งึ ผมเขา สบู รรยากาศใหม ๆ " คราวนช้ี ายหนุมเปลี่ยนสีหนา ใหด จู ริงจังข้นึ "บางคร้ังผมวูบวาบขึน้ มา เหน็
ตัวเองเปน แคส งิ่ เลก็ กระจอ ยรอ ยในธรรมชาตอิ ันยิ่งใหญไพศาล หากยืนอยทู ขี่ อบจักรวาลแลวสามารถมองเห็นสิง่ เลก็ ใหญพรอ มกันได
ทง้ั หมด ก็คงเกดิ ความเห็นชดั แจงวาช่วั อายุขัยของคนเราเปนแคธุลขี องธลุ ที ป่ี รากฏปลิวข้นึ วบั เดียวในหว งเวลาและอากาศวางไรกาํ หนด
หาสาระไมไดเ ลย”
"ก็ใช แกกบั ฉันเปนเศษธุลี แตเปนเศษธุลีที่คิดได สาํ คัญวา ตัวเองยง่ิ ใหญไ ด รสู กึ สขุ ทุกขไ ด แลว กก็ ลวั ตายได ดาวฤกษท ี่
ย่ิงใหญก ลางจักรวาลเสียอกี คดิ ไมได สําคญั วา ตวั เองใหญไ มไ ด สุขทุกขไมไ ด กลวั ตายไมได"
เกาทณั ฑย้ิมออกมาหนอยหนึ่ง นกึ ในใจวา ปูเปนคนเขาใจพูดและมแี งค ิดละเอยี ดออนกบั ทุกมมุ มอง ทา นคงใชเวลาหลายสบิ ป
ในชวี ติ ขบคดิ ถงึ สง่ิ ตา ง ๆ จนตีแตกถีถ่ วนแลวกระมัง ชั่วขณะนน้ั เขาอยากใหตนเองในวันหนาไดเปน คนแกอยา งปู...แกแ ละเต็มไปดว ยภมู ิ
ปญญาลกึ ซ้ึง
๙๗
"ถา แกปฏบิ ตั ิวิปส สนาถึงจดุ ที่แมล มื ตาก็ไมร สู กึ วามตี วั ตนกําลังมอง มีแต ‘การเห็น’ เทา นัน้ ทปี่ รากฏกบั ตัวรู แกจะตระหนักวา
ดวงตาคนู ้ีเคยขงั เราไวก ับความคับแคบอยางไร เมือ่ มองลงพ้นื แกเหน็ สิง่ ท่ีอยหู า งจากสายตาแคไมกีศ่ อก บอกตัวเองไดวา แกสูงแคไหน
แตเ มอ่ื มองขึ้นฟา แกเหน็ ความวา งเวิง้ สดุ ตาหาตําแหนงคํานวณระยะไมได กไ็ มร ูจะบอกตัวเองยงั ไงวาแกเล็กเต้ยี สักปานใด
สายตาคนู ี้ของมนษุ ยม นั ใหแกไดแ คม ุมมองทแ่ี คบเลก็ หากปราศจากสตปิ ญ ญาของนักคิด นกั วทิ ยาศาสตรทชี่ วยกนั สัง่ สมความรสู บื ทอด
กนั มา ก็คงไมม ชี าวโลกธรรมดาท่ไี หนคาดคดิ ไปถึงวาพน จากโลกนี้ไป ส่ิงท่เี รียก ‘ทอ งฟา ’ น้นั คอื มหาจกั รวาลท่กี วางและลึกจนแมแต
แสงอาทิตยท ีบ่ าดตาคนบนโลกใหบอดได ก็กลายเปนแคห ่ิงหอยเพียงจุดหนง่ึ ”
เกาทณั ฑคอย ๆ ผินหนา ไปมองทองฟา เบื้องไกล เมื่ออาศยั อยบู นโลก พระอาทติ ยคือไฟฉายดวงมหึมาท่ีสองใหทกุ คนมองเห็น
สงิ่ ตา ง ๆ ทุกซอกมมุ ทัง้ ทพ่ี น โลกไปนดิ เดียว พระอาทิตยก แ็ คแ สงดาวเล็กเทาปลายเขม็ เชนจุดดาวดวงอ่นื ในหว งจกั รวาล ตอ ใหมารวมกัน
เปน กระจกุ นับหม่นื นบั แสนลา นดวง กป็ รากฏเปน ไดเ พียงคบเพลงิ ดวงนอ ยในถา้ํ มดื กวา งใหญม โหฬารเทานัน้ เอง
“และดวงตาทมี่ นุษยคิดวาเปน ประตเู ขา บานใหญข องปญญานน้ั ก็ไรความสามารถกระทง่ั เปดใหแกเห็นส่ิงท่เี รียกวา ‘เวลา’ มนั
ไมเ คยแสดงใหแกเห็นวา แมสงิ่ ที่อยนู ง่ิ ตรงหนา กก็ ําลงั ลอยเล่ือนอยใู นกระแสเวลา ทุกสง่ิ รอบตัวทกี่ ําลงั เหน็ และไมอ าจเหน็ ปรากฏอยไู ดก็
เพราะพวกมนั ไหลเลอ่ื นในมิตเิ วลาระนาบเดียวกบั รางกายที่เปลย่ี นแปลงของแก หากสิ่งใดหยุดอยู ณ จดุ ใดจดุ หน่งึ ของเวลา ก็แปลวาโลก
นจ้ี ะมอี ะไรมากมายทีจ่ ู ๆ หายไปอยางปราศจากรอ งรอยตอหนา ตอ ตาเรา”
ชายหนมุ หันมามองโตะ ตรงหนา คิดตามดว ยฐานจิตท่ีมีเศษสมาธคิ างอยู แลว วูบหนงึ่ กเ็ กดิ สัมผสั รูข น้ึ มาวาแมโตะ ท่ีถูกเห็นนัน้
ก็เลอ่ื นไหลในกระแสเวลาอยจู ริง ๆ เทยี บสมั พัทธไ ดก ับกายเขาท่ีหายใจเปลยี่ นแปลงอยูตลอด เกิดความรูแจงวาบในบดั น้ันวาเวลาเปน
องคป ระกอบมลู ฐานหน่งึ ของสรรพสง่ิ ธาตเุ ยน็ รอ นออนแขง็ ในรา งกายเขาเองเปนตัวเวลา มนั เคลอ่ื นตวั เปลีย่ นแปลงไปเรื่อย ๆ ภายใต
ความทรงตัวหลอกตา
เศษสมาธทิ ีช่ ว ยเปดประสาทตาและประสาทหูเต็มทีน่ ั้น เมอ่ื มีเจตนานาํ ใหจติ พิจารณาไป ก็ผุดความเหน็ ชนดิ หนึ่งข้นึ มาเหมือน
ถกู สะกดใหพน สภาพบคุ คลไปครูหนึง่ มีแตการเหน็ ออกไปขางหนาเปน สีสนั รปู ทรงตา ง ๆ ที่ดูแปลกและปราศจากความหมายอยา ง
สน้ิ เชิง
เพราะทกุ สิ่งตองไหลเล่อื นตามเวลา ทกุ ส่งิ จงึ ตองเปลยี่ นแปลง…
ไมใชส…ิ ตัวรูท ผ่ี ดุ ขน้ึ มาอยางฉบั พลันบอกตัวเองวาทกุ สิ่งตองเปลยี่ นแปลงตางหาก กาลเวลาจงึ เกดิ ข้ึน
เกาทณั ฑกะพริบตาถ่ี ๆ วูบแหง ความเห็นอันประหลาดสลายตัวอยา งรวดเร็วและเหมือนอุปาทาน กระแอมทหี น่งึ กอนเบ่ยี งขอ
สนทนาใหส มองคดิ แทนจติ รเู สยี
"เรามพี ุทธอยูห ลายนิกาย ทุกนิกายทําใหเ ราเห็นธรรมชาติไดอ ยา งถองแท และทาํ ใหเราหลดุ พน จากทุกขเ หมือนๆกันหรือเปลา
ฮะ?"
เขาอานมามากพอจะทราบวาแนวคิดของแตล ะนกิ าย แตล ะความเชอ่ื น้ัน ถกู บนั ทกึ ถา ยทอดสบื เนอ่ื งกันมาโดยบุคคลทมี่ ีภูมิรู
แตกตา งกัน ตคี วามและแปลความหมายคาํ สอนดั้งเดมิ ของพระตถาคตผิดกัน เมอื่ ถามปเู ชนนน้ั เกาทณั ฑรูสึกวา ตนถามดวยความอยากรู
จรงิ ๆ ใชจ ะถามเพอ่ื หาทางตอ นอะไร
๙๘
"บอกวาจุดประสงคคอื ตอ งการดับทกุ ขเ หมือนกันดีกวา ตางทคี่ วามเห็นในการปฏิบตั ิ คือมีความหยอนตงึ ผดิ กัน พุทธเรามี
ความเหน็ เปนสองฝายใหญ ๆ คอื มหายานกับหินยาน มหายานเนนเรื่องดับทกุ ขเปนหลกั ไมสนใจเร่อื งระเบียบหรือธรรมเนยี มอะไร
เทา ไหร ซ่งึ เวลาก็พสิ จู นใ หเหน็ แลว วา มคี วามแตกแยกฟน เฝอไปมาก เหมอื นจะไปเมอื งเดยี วกนั แตมีทางใหเ ลอื กเยอะเกนิ ไป เอาแนไ มไ ด
วา เลือกแตล ะเสนแลวจะเจออะไรเขา ระหวา งทาง ทําไปทาํ มากลายเปน ความเขา ขา งตัวเองวาอันนผี้ อ นปรนได อนั นั้นลดความเครงลงเพอื่
ความเหมาะสม เปด ชอ งใหค ลุกคลกี ับญาติโยม กลายเปน พระนักธรุ กจิ บาง พระนักการเมอื งบาง หรือหนักกวานัน้ เปนสมี พูดจาโกหกพก
ลมไปวัน ๆ ไดเพราะหยอนวนิ ัยมาทลี ะขอ -สองขอนั่นแหละ
ตางกบั หนิ ยาน หรือที่ทางเราเรยี ก ‘เถรวาท’ ท่อี อกจะเครง ครัด แตกป็ ระกนั ไดว า ถึงทีห่ มายแน เพราะเปนวาทะของพระเถระผู
เปน อรหนั ตซง่ึ หลุดพน ตามพระพุทธองคโ ดยตรง หลายคนบน วา เครงเกินเหตจุ นสุดวิสยั จะปฏิบัตไิ ดจ ริง แตหากศึกษาใหด ีจะพบวา มกี าร
อนุโลมใหก บั สถานการณจ ําเปน ในตวั เองอยูแลว ไมใ ชก ระดกิ แลว ผดิ ไปหมด"
"คอื นกิ ายนีท่ ่ีแทกเ็ ปนเรอื่ งของวนิ ัยสงฆ? "
"เร่อื งของคาํ สอนดว ย เถรวาทยดึ เอาหลักการสอนจากพระพทุ ธพจนเปน เกณฑท้ังทางโลกและทางธรรม จะปรุงแตงอะไรกม็ ี
พระพุทธพจนมาเปน ลูทาง ไมแ สดงอภนิ หิ ารฉีกแนวไปคนละแพรง แตส ําหรับมหายานนน้ั บางครัง้ ก็เอาปญ ญาของอาจารยแตล ะนิกาย
ยอ ยเปนหลัก ซงึ่ บางคราวไดผูร จู รงิ มานาํ ก็พอทําเนา แตบางทีไดผรู ูเทยี มมาจงู กน็ บั เปนคราวเคราะห เพราะตง้ั ตนวา จะไมเช่ือตาํ ราเสยี แลว
กต็ องไปเชอ่ื เอาตามเจากูท่ีตนเลือ่ มใส ดีเลวผิดถูกอยางไรก็ฝากไวกบั ผเู ปนใหญใ นนิกายน้นั ลูกเดียว"
"งัน้ เถรวาทเราเชอื่ ไดยงั ไงฮะวา คําสอนของพระพุทธเจา ไมถูกบิดเบอื น ไมไ ดถูกดดั แปลงโดยเจา กทู ีถ่ กู อาํ นาจความถอื ดี
ครอบงําในแตละยคุ เวลามันผานมาเปน พัน ๆ ปอ ยา งน?้ี "
"ดูกนั ท่หี ลกั ปฏิบตั ิใหญ ๆ ในวงของศลี สมาธิ และปญญา ถา ก่คี นๆต้งั ใจปฏบิ ตั จิ รงิ แลว ไดดี ไมเ สยี สติ หา งจากการครอบงาํ
ของกามคุณ บรรลุถงึ ความสวา งแจง พน ทุกขไ ดอยางปลอดภยั ตาม พุทธประสงค อยางนก้ี ็นบั ไดวาถูกตอ งตามพทุ ธพจนแน”
เกาทณั ฑพ ยักหนาหงกึ หงัก จบั ทางไดแ ลววา เพียงอยใู นกรอบของศลี สมาธิ ปญ ญาเพอื่ การพน ทกุ ข ปสู ามารถตอบปญ หาได
ครอบจักรวาล เพราะนี่คือจุดใหญใ จความของพทุ ธแท ๆ ไมใชเรื่องของสํานวนโวหารหรือวิธถี กเถยี งดวยการยกประเดน็ ใด ๆ ขึ้นมาต้ัง
“พูดกพ็ ดู เถอะนะครับ ขา วเสียหายทีเ่ กดิ ขึน้ ในแวดวงพทุ ธศาสนาเรามาจากนา้ํ มอื ของคนหม ผาเหลอื งของทง้ั ฝายเถรวาทและ
มหานกิ าย อยา งน้พี อแสดงไดห รอื เปลา วา หลักปฏิบตั ไิ มไ ดเปน ประกันอะไรเลย ข้นึ อยูกบั บคุ คลเสยี มากกวา ปูบ อกวา ความแตกตา ง
ระหวางมหายานกบั หินยานคือวินยั และหลกั คําสอน ทนี ี้ถาพวกท่ีลาก ๆ กนั บวชนนั่ แคประกาศตวั วาเปน เถรวาทหรอื หินยานโดยขาดใจ
ยดึ วินัยและหลักคําสอน ผลกเ็ หมอื นกนั น่ันเอง อยฝู า ยเดยี วกนั คอื ขอลดหยอ น ขอพงั กรอบที่พระพุทธเจา วางไว… อยางนี้โลกยคุ เราทม่ี ัน
สืบสันดานแบบเดยี วกนั หมดควรมแี คห ลกั ธรรมแบบเถรวาทไวศกึ ษากันตามใจสมัครดีไหมครบั ? มีวดั ย่ิงดึงศรัทธาคนใหต กตํา่ ลงเปลา ๆ”
“ไปคดิ อยา งนั้นไมไ ด จริงอยูบา นเมืองเรากาํ ลังเตม็ ไปดว ยลูกชาวบา นหม ผา เหลือง เขาใจแคกตกิ าวาบวชเพื่อนุงหม จีวรออก
เดินรบั ขา วและนอนสบายในที่พัก แตก ย็ ังมีคนรูแ จง และเขา ใจจริงถงึ ขอ ตกลงท่ีวาเรามีวัดไวเ ปน เขตแบง แยกหนา ทร่ี ะหวา งสงฆกับ
ฆราวาส ฝายฆราวาสเตม็ ใจสรางบริจาค เพือ่ รักษาคําสอนท่เี ชื่อตรงกันวา มีคา ยงิ่ กวาเงินทองซง่ึ ถกู แปลงเปน โบสถศ าลาและขาวถวายพระ
ฝายสงฆเปน ฝายรกั ษาคําสอนไวดวยการปฏิบัตอิ ยา งเต็มที่ ไมห ว งหนา พะวงหลังวา จะตองแกง แยงชงิ ดที างการงานกบั ใคร ปฏิบตั ิไดเย็น
แคไหนกเ็ อามาพรมแจกญาติโยมดว ยธรรมเทศนาทีม่ าจากความรจู รงิ
๙๙
ทนี ้ถี า คิดตดั โอกาสดวยการร้ือถอนวัดวาอารามหมด เพียงเพราะเห็นวาบานเมอื งเรามนี กั บวชทศุ ีลครองวัดกนั มากนกั ก็
เปน อนั วา ยอมรบั พรอ มกันวาทกุ คนเห็นแตนกั บวชทุศลี ไมเหลอื ใครเหน็ คา ของหลักธรรมคาํ สอนอีกแลว ไมต องเปด ทางใหค นปรารถนา
จะเขา ใหถ ึงธรรมดว ยทางตรงอีกแลว ไมตองการฐานะอา งอิงใหม ฝี ายน่งั อยูสงู เพ่ือพดู ถึงของสงู อีกแลว
คิดดูนะเต ถา หลวงตาแขวนน่ังอยใู นบา น เปนคณุ ตา เปน คนชราสงู อายทุ ีอ่ าจเกษยี ณแลว หรือยังตองทํางานงก ๆ เง่ิน ๆ แกจะ
เอาธรรมเนียมอะไรมากม ลงกราบไหวท า นใหส มกบั ความเคารพบชู าสดุ หัวใจ แกคิดวาทานจะมเี วลาสง่ั สมตบะเดชะจนแกก ลาขนาดท่ี
ใครนง่ั ใกลกถ็ กู ดงึ ดดู ใหใ จคลอยลงเปน สมาธิไดขนาดนน้ั หรือเปลา ? คําสอนในคมั ภีรเปนส่งิ ทท่ี ุกคนอานไดเหมอื นกนั กจ็ ริง แตก คี่ น
สามารถนํามาปฏบิ ตั ิใหเ ขา ถึง ทัง้ ทีย่ ังตอ งแยง งาน แยง ตําแหนง มุงหาเงนิ เลยี้ งปากเล้ยี งทอ งไปวนั ๆ อยา งเรา ๆ ”
เกาทณั ฑย นควิ้ ตรองตาม อดคดิ ไมไดว า ท่ีสุดกต็ อ งยอมใหกาฝากกลุม ใหญต ักตวงประโยชนจากชอ งวา งท่เี ปด ไวไ ปเร่อื ย ๆ
อยา งนน้ั หรือ? เกอื บถามปไู ปวาอยางน้คี วรแกไขอยางไร แตก็นึกไดว าปมนมี้ นั ใหญหลวงเกนิ กวาจะแกด วยการถามตอบงาย ๆ ในบา น
หลงั หน่ึง ท่คี สู นทนาปราศจากบทบาทสาํ คญั ในสังคมระดับประเทศ ระบบการกลั่นกรองบคุ คลเขาสูม รรคาของสงฆเปน เร่อื งละเอยี ดออ น
ตอ งทาํ กนั จริงจังในยคุ ทธ่ี รรมเปน ใหญ ผคู นเกรงกลัวบาปเองโดยไมต องพรา่ํ สอนกันมาก จู ๆ จะหวังใหมีใครคนหนึง่ โผลข้ึนมา
ปรับเปลยี่ นระบบสงฆใหเ ขา ลูเ ขาทางทั้งหมดในเดอื นเดยี วปเดยี วน้ัน มันเหลือวิสยั เปนอยางย่งิ
ชายหนุม หรีต่ านิดหนงึ่ เลย่ี งถามมาอกี ทาง
"เม่อื พน ทุกขแ ลว ไมม ตี ัวตน เราจะพน ไปทาํ ไมฮะป?ู เราเพยี รปฏิบัตธิ รรมไปก็เพ่ือใหต นเองพน ทกุ ขและมีสุข แตเห็นอยูวา บนั้
ปลายของการปฏิธรรมในศาสนาพทุ ธไมม ตี ัวตนหลงเหลือไวร ับรางวลั อันหวานชืน่ เสียแลว แบบน้จี ะทกุ ขแบบเกา หรอื สขุ แบบใหมมันก็
ครือ ๆ กันนนั่ เอง"
“จับทางใหมนะเต พระพทุ ธเจาทรงสอนเรื่องทุกขและการดบั ทุกข ศาสนาพทุ ธไมไดต ั้งข้ึนมาดว ยประเดน็ ของอตั ตาและการ
ดบั อัตตา เพราะฉะน้ันหากตอ งการตระหนักถงึ ‘รางวัล’ อนั เปน ปลายทางของพทุ ธ แกตองเรมิ่ ตนท่นี ี่ ฟง ทา นแจกแจงวาอยางไรเรียกทุกข
อยา งไรท่ีจิตเปนทกุ ข อยางไรคอื การเวยี นวา ยหลงลมื แลวกลบั จําอยูกลางน้ําข้นึ นํ้าลง มเี พ่ือหมด พบเพือ่ พราก อยเู พ่อื ไป เกิดเพอ่ื ตาย วน
กลบั สลบั ไปสลับมาแลว ๆ เลา ๆ
ผปู ฏิบัติถึงธรรมยอมเห็นวา โดยแทแ ลวเราคือจติ ที่หลงแลนไปดว ยความไมร ู สรา งโลกสรางตวั ตนขึ้นมาแบกไวอยางไรแกน
สาร ตัวตนหน่ึงสรางกรรมใหอ กี ตัวตนหนึ่งรับผล อยา งเชนทแี่ กกาํ ลงั รบั ผลหลาย ๆ อยางจากความคิดของวยั เด็ก จากการกระทําของ
รา งกายเม่อื ยังเล็ก ตวั ตนในวยั เดก็ ของแกมนั แปรไปแลว สลายตวั ไปหมดแลว แกลืมอะไร ๆ ในชว งน้นั ไปหมดแลว แตตัวตนของแก
ในตอนนี้ รางกายท่เี ห็นอยูน ี้ ยังตอ งมาเสวยผลทที่ ําไวในคร้ังกอ นอย"ู
เกาทัณฑคดิ ถงึ แผลเปนบางแหงในรา งกาย อันเปนของฝากจากความคะนองในวัยเด็ก นกึ ถงึ เพื่อนรว มกว นตอนสบิ ขวบคน
หนง่ึ ทต่ี าบอดเพราะเลนข่ีจักรยานผาดโผนกบั เขา หมอนั่นยังเปน ไอตาเดยี วท่นี า สงสารมาจนถึงทุกวันนี้ ทง่ั ทีร่ า งกายและจิตใจเตบิ โต
เปล่ียนแปลงจากวัยซนมาแลว เปนคนละคนอยา งสน้ิ เชิง
ตัวตนในวันน้มี าจากตัวตนเมือ่ วาน…
"ถึงไมพน ทกุ ข ไมเขาถงึ ธรรม กไ็ มมีตัวตนไหนไดร บั ผลท่ีมนั สรางขึ้นอยางถาวรอยูแลว ละเตเอย มันเปน ความสบื เนื่องของ
ธรรมชาตทิ ่หี ลอกจิตเราใหห ลงละเมอเพอ พกเรอ่ื งตวั ตนเดิม ตัวตนเดียวไปวนั ๆ เทา น้นั ไอที่เหน็ เราเปน เรานีแ่ ทจ ริงคืออุปาทานทเี่ กิด
สืบเนอื่ งเหมอื นคลน่ื ทะเล หลอกตาใหเห็นเปนลูกคลื่นเดยี วกันวง่ิ เขามา ทงั้ ที่ความจรงิ เปน นํา้ คนละกลุมแท ๆ ”