๕๐๐
ไวเทาความคิด เขาใชกําลังท้งั หมดทีม่ ีสาวเทา วง่ิ ยอนทางกลบั มาโดยเร็ว เห็นภาพทางวา งหายไรแ พตรีแลว เศราจนสะอึกอ้ันอยู
ในฝน เสยี ใจทีท่ อดทง้ิ หลอ น คดิ วา ถา มีโอกาสแกต ัวจะยอมเหนอ่ื ยแบกขึ้นหลัง ไมปลอยใหห างหายไปไหนอีกแลว
ลืมตาตนื่ ขึ้นมาในตอนเชา ก็แลนกลบั กรงุ เทพฯทนั ท!ี
เขามาพบหลอ นแลว โลง ใจไปถึงไหน…
ฌานสมาบตั ิเปน ของเสื่อมงาย โดยเฉพาะเพิง่ ตง้ั เขาท่เี พยี งอาทิตยเดยี ว เม่อื โดนกเิ ลสครอบงาํ ก็สลายหายสูญไปราวกบั ไมเ คย
เกิดขน้ึ มากอน
แตค วามจดจาํ เก่ยี วกบั สังสารวัฏ การเวียนเกิดตายสลับสงู ต่ําดาํ ขาวยงั คงอยู ยงั รคู วามนา ขนพองสยองเกลา อยู และตระหนักวา
สิง่ ใดยดึ เขาไวก ับการเกดิ ตายแลว ๆ เลา ๆ ไรตน ไรปลายน้ี
กม ลงหอมแกมนวลตรงหนา กล่นิ เนือ้ แพตรียวน
ใจนัก
สาํ รวจความตดิ ตรึง ความอยากอันโหมแรงที่เกดิ ขึ้นภายใน บอกตนเองวาสง่ิ นเ้ี องผูกยึดสํ่าสัตวไ วกับสังสารวฏั พยายามมอง
ใหเ หน็ โทษภัย
เหน็ …
แตต ัดไมไ ด
กใ็ นเมื่อใจยงั บอกอยูวา รางสาวนอ ยอนั เปน ท่รี กั ตรงหนา ทัง้ สวยหวาน ทั้งละมนุ นาชิดเชย อยูใ กลแลว เยือกเย็นเปน สุขอยา บอก
ใครขนาดน้ี
นางฟาเดินดนิ นัน้ คลายของขวัญสาํ หรับผูแนว แนใ นเสนทางหฤโหดสายพทุ ธภมู ิ เปนธรรมดาของผบู ําเพ็ญเพยี ร สงั่ สมบารมี
ไวม าก ยงิ่ ผลักดนั ใหค ูบารมีสูงสง ข้นึ เทา ไหร กย็ ิง่ ไดม สี ทิ ธ์ชิ ืน่ เชยสมบตั วิ ิเศษอนั สรางดว ยนาํ้ พักนาํ้ แรงของตนเองเทา นั้น เพราะการลาก
จงู กนั มานานโดยเจตจาํ นงอันเปนกศุ ลยิ่งใหญ ยอ มกอรางสรางสังขารโดยยนื พนื้ บนยานกุศลนนั่ เอง
หลอ นเปนของเขาแตเ พียงผเู ดยี ว!
ภาคหนึ่งของใจเหน็ วา น่ันเปน อปุ าทานทโี่ งมาก หลอนเองยังไมใชข องตัวเอง กอ นธรรมชาติตอ งตายอยางไรกายหลอนก็ตอ ง
แตกดบั ตามนั้น
แตเน้ือทแ่ี นบเนอ้ื อยอู ยา งนี้ ใจรคู า ความเปนหลอ นอยอู ยางนี้ มีหรือจะยอมปลอ ยหลอ นได วางหลอนได เห็นหลอนเปน
อนตั ตาได?
เกิดความคดิ วูบ ๆ วาบ ๆ ขึ้นมาวาเจา เด็กหนุมท่ีชื่อมตินัน่ พลาดโอกาสเชยชมอัญมณีลํา้ คา หรือโชคดที ีแ่ คลว คลาดจากบว งรดั
ของอสรพิษรา ยแหง มหาสงั สารวฏั กนั แน? ภาพผวิ เผินภายนอกทีป่ รากฏตอ กิเลส กับภาพลกึ ซึง้ ภายในที่ปรากฏตอปญญานัน้ ชา งขัดแยง
กนั สดุ ขั้วไดอ ยางน้ี
๕๐๑
“กงั วลอะไรอยหู รอื แพ?”
เขาเอย ถามทงั้ รูวาใครกาํ ลงั มีบทบาทรบกวนจิตใจหลอน ชว งที่เขาหายไป แพตรีอาจประชดรักดว ยการหันไปทอดสนทิ คนื
ความสัมพันธอนั ดี ใหความหวังลมแลงกบั หนุม หนา ออ นคนนน้ั จนเกือบเปนบา โดยเฉพาะเมื่อพบวา เขากลับมาครอบครองจองตัวหลอน
ตามเดมิ มิไดห ายขาดไปอยา งทคี่ ดิ กัน
ยนิ เสียงถอนใจแผว หญิงสาวเอย กระซิบจนเขาตองจอหูเขา ไปใกลแทบแกมแนบแกม
“แพทํากรรมหนักเหลือเกิน ตอ ไปคงตอ งเจอคนหลอกใหด ใี จ รอ งหม รอ งไหแทบคลุมคลัง่ ”
เกาทณั ฑย น ค้ิว เขาไมรูเรอ่ื งราวความเปนมาเก่ียวกับมตเิ ทา ไหรน กั จึงคาดเดาแบบปะติดปะตอโดยมีเจตนาปลอบโยน
“แพไมไดม ีเจตนาหลอกลวงเขาน”ี่
“แตแพกไ็ มร ักษาคําพูด ทาํ ใหเขาเสยี ใจ”
ชายหนมุ ลอบยกั ไหล แอบคดิ เงียบ ๆ วา ชา งปะไร กแ็ คไอหนุมหนา จืดคนหนึง่ …
“เขาไมเ หมาะกบั แพหรอก คนเราเขากันไมได แตพ ยายามจบั คกู ันในฐานะผดิ จากทค่ี วร ก็เกดิ ความวิบัติขน้ึ ในเบอ้ื งปลายอยา ง
นเี้ อง ถือวาแพกับเขาผดิ กันคนละครง่ึ นะ แบง ความเสยี ใจกนั แลวก็แลวไป”
แมชวยปลอบเชนนน้ั ก็ดหู ลอ นไมห ลุดจากอาการกงั วล ราวกับเห็นเปน อาชญากรรมใหญโตขน้ั เขาคกุ เขาตะราง ขีเ้ กียจคดิ มาก
เลยปลอบซํ้าไปแกน ๆ ทั้งรูว า โอโ ลมปฏโิ ลมอยา งไรกป็ ว ยการ
“ความรกั เหมอื นกฬี า ตอ งมไี ดม ีเสีย มสี มหวังผดิ หวงั วถิ ีโลกนะ อยาวิตกเกนิ เหตุเลย”
หญิงสาวกะพรบิ ตาทีหน่ึง
“พ่ีไมร ูอะไรหรอก”
เกาทณั ฑช ะงกั เล็กนอย ไมส บอารมณข นึ้ มาวาบหนึ่ง เพราะทราบตามจรงิ วาเวลานี้เทยี บระหวา งเขากับหลอ นแลว หลอ นรนู อ ย
กวา อยางเรยี กไดว า อนบุ าลกบั อดุ มศกึ ษาทีเดียว
แตท ่ีสุดก็ฝน ยม้ิ แพตรีกําลังโศก เขาควรทําใหหาย
“ใช” เอาปลายนิ้วเกล่ียชายผมที่ระแกมหลอนใหเ ขาท่ี “อยา งเชนไมร ูว า ทํายงั ไงแพถึงจะหันมายม้ิ กับพ่ีเสียท”ี
แพตรีดึงกายข้ึนนง่ั ทาํ ทา คลา ยจะลกุ จากเตยี ง แตเ กาทณั ฑเ อาแขนคลองเอวยึดไว หญิงสาวพยายามแกะ
“ปลอ ย”
“จะไปไหนละ ?”
๕๐๒
“โทร.หามติ”
หลอนตอบตามตรง
“จะพูดอะไรกบั เขาอกี ?”
“อยากขอโทษ ขอคาํ อโหสิ และฟงเสยี งวา ตอนนด้ี ขี ้นึ หรอื ยัง”
เกาทณั ฑทําหนาเมอ่ื ย แตกย็ อมปลอยแขน
โทรศัพทว างอยูบ นโตะ ทํางานหา งจากเตียงหนอยเดยี ว ทีแรกแพตรอี ยากขอใหเกาทัณฑออกไปขางนอก แตแ ลว กเ็ หน็ วา ทํา
อยางนนั้ ดูมลี บั ลมมากไปหนอยสําหรับฐานะอันชดิ เชอ้ื ยามน้ี จงึ ปลอยใหเขาอยูดวยอยางนัน้ ตนเองยืนนิ่งกับที่ ทาํ ใจตระเตรยี มคําพดู
ชายหนมุ ตะแคงหนา ไปยังจดุ ทแี่ พตรียนื อยู หลอนกอดอกหลวม ๆ หันขางให เห็นเส้ยี วหนาสวยและเสน ผมเหยียดตรงยาวจรด
แผน หลังในอาการนิง่ เปนดุษณีนน้ั แลว ทําใหน ึกถึงนางในฝน เหมอื นหลอ นเปน รงุ อรณุ ทส่ี าดแสงละไม สอ งใจใหอบอนุ ปรีดาลาํ้ ลึก
แพตรียกหโู ทรศัพทขึ้นกดเบอรเ นอื ย ๆ ท้งั รูว า เขากําลังจบั ตามองและเง่ียหฟู ง หลอ นรอสัญญาณเพยี งสองคร้งั กม็ เี สียงเรียบ
เบาตอบมาจากปลายสาย
“สวัสดคี รบั ”
“มต…ิ ” ทัง้ ทเ่ี ตรยี มคําพูดไวพ รอม กไ็ มวายตดิ ขัด “กลับถึงบา นนานหรอื ยงั ?”
เดก็ หนุมเงียบเพยี งครูเดียว กต็ อบกลบั มาดวยสุมเสยี งนมุ นวลเปนปกติทกุ อยา ง สมแลวท่เี ปนบณั ฑิตทางธรรม
“ตรงกลบั เขาบานเลยฮะ ไมไ ดแวะทีไ่ หน” แลวเขาก็ดกั คอ “เปนหว งกลัวผมจะไปเดนิ หาทาํ เลดง่ิ พสุธาหรอื ?”
แพตรหี ัวเราะออกมาได สบายใจขึ้น
“เปลา…” หลอนทําตาเปนประกายใสในการเฝา สงั เกตของใครอีกคนใกลตวั “รูน าวา เกง ถา เดนิ กค็ งหาทาํ เลปกกลดทาํ สมาธิ
มากกวา”
“เขากลับไปแลวหรือถึงโทร.มา?”
“ยังอย”ู ตอบโดยมิไดร ะวงั ออมเสยี งนกั “ทําไม โทร.หาเธอตองรอใครกลับเสยี กอนดวย?”
มตทิ ําหนา งงอยูท่ปี ลายสาย สําเนียงคลา ยหยิกประชดนั้นบอกอยูในทวี าคนรกั ของหลอ นหา งออกไปแคเอื้อม ไดแ ตทอดถอน
ใจวา โลกน้ยี งุ จริงหนอ ขดั ของจริงหนอ หวงั วา คงไมใ ชแงงอนระหองระแหงกนั แลวจบั เขามาขน้ึ เขียงสบั แทนอกี เพราะคราวนเ้ี ขด็ จนตาย
ไมยอมหลงเหย่อื อกี แลว
เด็กหนุม ยอบกายลงนงั่ พงิ ผนังหอ ง สงเสยี งเนือย ๆ
๕๐๓
“พูดอยา งน้ีถา พเี่ ขาฟง อยู เขาหนา มดื ตามมาอัดผมถึงบา นก็เสร็จซ”่ี
แพตรอี มยิ้ม ปรายตามาทางเกาทัณฑ
“ใครกลา อดั เธอ นา กลวั ตายละ พจ่ี ะขวางเอง”
มติหัวเราะเออื่ ยทั้งครา นท่ีจะมีอารมณข ัน
“นี…่ พแี่ พ” บอกทัง้ หนา ชืน่ อกตรม “ไปใหเขากอดตอเถอะไป”
หญิงสาวสะดงุ แตก็ทาํ หนาเฉยอยา งรวดเร็ว
“น่ี…นอ งชาย! อยาทําเปนรูด ีนกั เลย ชกั ปากคอเราะรายนะเรานะ”
“ผมจะวางละ ”
“เด๋ียว…” เมม ปากกลํ้ากลนื กอ นขมลงคอ และเริม่ ต้ังใจพดู มากขึน้ “มติ พี่อยากขอโทษเธอ พ่ีไมต ้ังใจให…”
“พแ่ี พฮะ” มตขิ ดั “ระหวางทางกลับบาน ผมเบาตวั สบายใจ และปลอดโปรงโลง ตลอดอยางท่สี ุด ตอนยังนึกวา พี่แพไมเ ปน
สิทธิข์ องใคร ยงั ไง ๆ ก็แอบหวังอยใู นสว นลึก แตน หี่ มดอยาก หมดหวังอยา งเด็ดขาดเสยี ที ตง้ั แตน าทที ี่รูวาพ่ีเปนของเขาแลว ”
แพตรอี กึ อัก หนา แดงข้นึ มาดว ยความอาย อยากแกค วามเขา ใจผดิ ของนอง แตเหมอื นถูกคํ้าคอ เพราะมติบอกกบั ปากวา ความ
เขาใจผดิ นั้นเองปลดเปลอ้ื งเขาเปนอิสระอยา งสมบูรณ หลอ นจะใจรายคลอ งหวงบาง ๆ กลับไปมดั เขาอกี ไดอยา งไร
“ส่งิ ที่เห็นวันน้ีไมใชแคพ ระเอกตัวจรงิ ของพี่ แตยังไดเ หน็ ทุกขใ นอกของตวั เอง เหน็ ตนเหตุทุกขค อื อาการท่ีจิตจับยดึ พ่ีแพเปน
ความหวงั อยา งเล่อื นลอย พอเหน็ อาการยึด เลยรูวาจะปลอ ยไดท าไหน แตก อนไมร ดู ว ยซา้ํ วาอาการยดึ แบบนีเ้ ปนตน เหตทุ กุ ข ไมร วู าเรามี
ทุกขใ นอก พอถูกขยายผลชดั ๆ เปนกอ นใหญข น้ึ มา เลยจับถนัด ก็นับเปนบทเรยี นฝก ดับไฟทุกขกองเล็กอีกบทหน่งึ ตอ งขอบคณุ เสยี อกี ท่ี
พแ่ี พกับเขาทําใหผมเหน็ ไดอยางนี้
ผมคดิ ไดต งั้ ไมรกู ปี่ ดดี กั วา ตัวเองเปนอยา งมากแคนอ งของพี่นะสมควรทีส่ ุดแลว แตก ็อดรกั อดหลงไมได ทรมานนานแคไหนข้ี
เกยี จจาํ เอาเปน วา ตอนน้เี หมอื นพันธนาการถกู ปลดทง้ิ อยา กังวลเพราะผมเลย ควรยินดีดวยมากกวา เราสนิทกนั เสียจนไมจําเปนตองอํา
พรางหรอื พูดออ มคอ มใหค าใจใชไหม คยุ กนั หานาทีเสร็จดกี วา อํา้ อ้งึ เปนชั่วโมงโดยไมลงเอยอะไร พ่ีฟงเสยี งผมกไ็ ด ผมไมใชคาํ เล่ยี ง
แมแ ตน ิดเดียว ผมเคยนบั ถือ เคยรกั เคยหลง แตถ ึงตอนนเ้ี หลือแคความนบั ถอื เทา น้ัน ดีดวยกันทุกฝา ย”
เงยี บพักใหญ กอ นมติจะถามแบบตบทาย
“สบายใจรึยงั ?”
แพตรกี ะพริบตาปริบ ๆ
“สบายแลว ขอบใจมาก” แลวหลอนกข็ อเสยี งสั่น “เหมอื นพ่ีหลอกเธอใหดีใจ อโหสดิ วยนะ”
๕๐๔
มตสิ ดู ลมหายใจเขา ปอดลึก เกือบ ๆ บอกตามตรงวาหลอ นทําใหเขาโตข้นึ เพราะมองเห็นและอยากละวิถีโลกเสยี ที คนเราน้ัน
ทงั้ ยงุ ทง้ั กลบั ไปกลบั มานาระอาขนาดไหน เขาเกดิ ปญญาเห็นชัดวา เม่อื เอาชนะตนเอง จติ พิพากษาเสรจ็ สิน้ แลว ไมม ีกลับไมม เี ปลยี่ น ตา ง
จากการเอาชนะใจผหู ญิง ทีใ่ หผ ลเรรวน เหมอื นชนะไดในวันหนง่ึ แตแ คข ามวันกเ็ ปลย่ี นผลเสยี แลว
ทวา พูดอยา งน้ันจะออกนอกกรอบไปหนอย แพตรฟี ง แลวคงไมน กึ ชืน่ ชมนกั เพราะเปน เร่อื งเขา ตัว มติจงึ คิดคาํ อโหสใิ หฟ ง
ปราศจากความกระทบกระท่ังหรอื เปนเหตุใหเ ก็บไปคดิ ขอ งติดใจในภายหลงั
“อยา งที่บอกนะฮะ ขอใหถ ือวา พี่แพมอบความปลอดโปรงสบายใจกบั ผม ความไมรูใด ๆ ของพ่ีแพที่ถือเปนบนั ไดขนั้ ตนใหไต
มาถึงจุดน้ี ตองนบั เปนคุณ ไมใ ชโทษ เพราะฉะน้ัน…ผมอโหสคิ รับพ่ีแพ และกราบขอบพระคุณดวยใจจรงิ กบั การใสผ มลงลูทางทเี่ หมาะ
สุดสําหรับภาวะปจ จุบัน”
ประโยคทา ยของเขาสะกดิ ใหหลอนนกึ ถึงนมิ ิตทเ่ี กิดข้ึนเมอ่ื นัง่ สมาธิอยูหนาพระประธานในโบสถวัดปาสาละวัน
หลอ นกับเกาทัณฑชวยกนั พายเรอื พาเขาสง ขึน้ ฝง !
“เธอจะบวชหรือ?”
แพตรโี พลง ถามทง้ั ทเี่ ขายงั ไมเ คยเอย เฉยี ดไปทางนนั้ สกั คาํ
“ถายงั ไมเ ปนพระกจ็ ะยงั ไมบวชหรอกฮะ” มตติ อบกลาง ๆ “วางเถอะ อยาคยุ กับผมนานเลย เดีย๋ วพ่เี ขารูสกึ ไมด ”ี
“มติ…เราเปน พ่ีเปน นอ งกนั ตลอดไปนะ”
“ฮะ”
ตอบเรยี บส้ันแลวก็วางกระบอกโทรศัพทลงกบั แปนตัดสายไป แพตรยี ืนถอื หูน่ิงงันอยอู ีกครู กอ นวางลงตาม หัวอกเบาโลง
ระบายยมิ้ พนมมืออนโุ มทนากบั นองชายผูเปนท่รี ัก
เกาทณั ฑลุกเดินมาหา แพตรีรูเชงิ หลอนยงั ไมอยากโดนแตะเนือ้ ตองตัวนัก จึงขยับกาวหลบไปทางหน่ึง แตเขาไวกวาและควา
เอวไดด วยปลอกแขนลาํ่ สนั พารา งหลอนมาทเี่ ตยี งอกี โดยลงน่งั กอ นแลว เหนยี่ วหลอนน่งั บนตกั ขวาของเขา
“ออกไปเทยี่ วขางนอกกนั บา งเถอะคะ อยใู นนี้อดุ อจู ะตาย”
แพตรีเอยชวนกระเงา กระงอดเพราะเบอื่ สภาพสองตอ สองทห่ี ลอนเสียเปรียบเหมือนลูกไกในกํามอื เขาเต็มแก สัญชาตญาณ
ระแวงภยั ของผูหญงิ เตือนวา ผูช ายถา เหน็ โอกาสจนนา้ํ ลายหกไดท ขี่ ึ้นมาเมื่อไหร สญั ญาไวแ คไหนก็ลืมหมด
“แปลกแฮะ พ่ีนา จะเปนฝายชวนแพเทย่ี วมากกวานะ”
“จะไปไหมละ?”
“เท่ียวไหน?”
๕๐๕
“เทยี่ ววัดไง หาที่นง่ั สมาธิกนั ”
เกาทัณฑห วั เราะเอกิ้
“เคยไปเทยี่ วไหนมง่ั หา เรานะ ใชค ําวา ‘เทย่ี ว’ ผดิ ทผ่ี ิดทางหรอื เปลา? ตอ ไปน้ีคงตองปรบั ความเขาใจกันหนอ ยม้ัง”
“แบบไหนคอื ทที่ ่ีควรใชคาํ วา ‘เท่ียว’ ของพ่ีละคะ?”
“โรงหนัง ศนู ยก ารคา แหลงตากอากาศชายเขา ชายทะเล”
“เอาเถอะ อยากไปไหนก็ไป”
“ตอนนี้อยากอยทู ี่นแี่ หละ ยงั ไมเ บอื่ นะ”
แพตรกี ะพรบิ ตา เบนหนา เนิบชา มามองเขา
“อยางพน่ี ะ เบอ่ื งาย แพรู ทไี่ มร คู อื พอแตงแลว เบื่อแพแลว จะเกดิ อะไรขึน้ บา ง”
เกาทณั ฑเหน็ ทาจะวกเขาเรอื่ งเครยี ด กร็ บี ฉีกไปอกี ทาง
“เออ…วาจะคยุ ดว ยพอดี หลังแตงงานเราสองคนนาจะหาโอกาสไปนมัสการสงั เวชนียสถานในอินเดยี กันนะ คงจะดี เปน มงคล
กับชีวติ สมรสมากทีเดยี ว”
แพตรเี งยี บไป สังเวชนียสถานคือสถานท่ีตางๆซึ่งเตือนใหรําลึกถึงพระพุทธคุณ ขณะเดยี วกนั กบ็ นั ดาลใหเกดิ ความสงั เวชใจใน
การเกดิ แก เจ็บ ตาย อนั ไดแกล มุ พิน-ี สถานทปี่ ระสูติ พทุ ธคยา-สถานทต่ี รัสรู สารนาถ-สถานทแ่ี สดงธรรมครั้งแรก กสุ นิ ารา-สถานท่ีเสดจ็
ดบั ขันธป รินพิ พาน ทง้ั หมดอยูในอนิ เดยี ยกเวน ลุมพินแี หงเดยี วท่ีอยใู นเนปาล
ครง้ั ท่คี ุณยายังมีชวี ติ ปชู นะเคยพายา กบั หลอนตระเวนทองนมัสการพุทธสถานทีส่ ําคัญในแดนกําเนิดและเผยแผพ ระสัทธรรม
ขององคตถาคตมาแลว หลอ นยงั จดจําบรรยากาศตาง ๆ ไดต ดิ ใจ เพราะมีแรงประทับลกึ ซงึ้ ยงิ่
ภาพในความทรงจาํ โดยมากคือหลกั หินทีใ่ หเ งาครมึ้ สงบวเิ วก รมเยน็ และเต็มไปดว ยพลงั ความศกั ด์ิสิทธิข์ รมึ ขลงั ชวนใหเ กิด
ใจระยอบลงเคารพและสักการะดวยธรรมภายในอนั กระจางไสว
ในคร้ังน้นั ตลอดการรอนแรมยาวไกลเพื่อขา มสงั เวชนยี สถานแตล ะถน่ิ จะอยูใ นราตรีอนั มืดมดิ หรือทิวาอนั สวา งแจง มองขาง
ทางเหน็ แตท ุงนาเวิง้ วา ง ดเู งียบเหงายาวนานเหมือนไรท่สี น้ิ สดุ ภาพความอา งวางเคยทาํ ใหหลอนคิดถึงเขาอยางจบั ใจ อยากใหเ ขาเปนผพู า
หลอนขา มนํ้าขา มดนิ ไปทุกแหง แทนทจ่ี ะปลอยใหเ หมือนอยตู ามลาํ พงั อยา งนัน้
นน่ั เปน กอ นหนาทจี่ ะพบกบั เขาเปน ครงั้ แรก เพอื่ ทราบวาเขาไมแ มแตอยากชายตาเหลียวแล…
แตว ันน้ี เดีย๋ วนี้ นาแปลกนัก เปนความบังเอญิ เปนการอธษิ ฐานทีใ่ หผลสมหวังหรอื อยางไร เขาจึงเปน ฝา ยชกั ชวนขน้ึ มาได
“คดิ ยังไงถึงชวนคะ?”
๕๐๖
“ปเู คยเลาใหฟ ง นะ แพ ฟงแลว อยากไปบา ง เห็นปูวาระหวา งเดินทางขา มเมอื งนี่ จติ ใจเยือกเยน็ สงบสขุ ทําสมาธิไดมพี ลงั เปน
พิเศษ เหมือนรมฟา ยงั มเี งากาสาวพสั ตรของพระพุทธองคแ ผใ หส ัมผสั พ่คี ดิ วา เมอ่ื เราแตง งานกัน เดนิ ทางไกลรว มกัน คงกอสายใยผูกพนั
ไดแ นน แฟน ย่งิ ข้นึ ”
“คะ ไกล…ไกลมากนะคะ ตองใชเวลามากทเี ดยี ว”
“ดีสิ ยง่ิ ไกล ยิ่งใชเ วลา เราก็ย่ิงใกลชดิ กันในรมกศุ ลมากขึ้น เมื่อเสร็จจากการนมสั การครบทกุ ถิ่นแลว นา จะอธิษฐานขอใหเปน
พลวปจ จยั รว มเที่ยวไปในสงั สารวัฏบนทางมหากศุ ลเชน น้ตี ราบเขาถึงพระนิพพาน”
แพตรีนง่ิ งัน เพราะรอยระคายยังไมจ างหายดนี กั จากเรือ่ งนาเข็ดท่ีผา นมา แตกเ็ กรงวา เมือ่ เขาชักนาํ เรื่องบญุ เร่ืองกศุ ลแลวหลอน
ทาํ เพิกเฉยไมย อมรบั รูหรือรวมโมทนา เดีย๋ วจะเปน การจุดชนวนใหเกดิ ความไมลงรอยเปนลูกโซ จงึ จาํ ใจระงบั ความรูส กึ ดา นลบ แปร
ความคิดเปนยนิ ดีคลอ ยตามในทํานองโมทนาสาธุการ
“คะ ”
รบั คําเพยี งสั้นเหมือนบอกวารับรแู ลว และไมข ดั ทวายังรสู ึกฝน ๆ อยูในภายใน เพราะคนเรามีกาํ แพงทฐิ ิจากความเจ็บกันเสมอ
แพตรจี งึ คดิ เอาชนะทฐิ ติ นเองดว ยการออกความเหน็ เสริมเสยี หนอย
“ความจริงสถานทส่ี าํ คญั ทางพุทธศาสนาในอินเดยี ยงั มอี กี หลายแหงนะคะ และถามีโอกาส คนท่ีไปกม็ กั จะไมพลาด อยา งเชนท่ี
อยูใกลล ุมพินกี ไ็ ดแกส าวัตถี ท่ตี งั้ ของพระเชตวันมหาวิหารซึง่ พระพุทธองคป ระทับอยสู บิ เกาพรรษา และยงั มีบพุ พารามท่พี ระองคประทบั
อกี หกพรรษา ซึ่งรวมแลว เกินครงึ่ ของเวลาท่ีพระองคใชโ ปรดสตั ว ถาไปกบั กลุมทัวรจ ะมีกาํ หนดการคอนขางครอบคลุมอยแู ลว”
เกาทัณฑเ บิกตานิดหนง่ึ
“แพเคยไปมาแลว เหรอ? รดู จี รงิ ”
“ปด เทอมชว งสิบขวบปูเ คยพาไปคะ ”
“อา ว…ดสี ิ ไปอกี รอบคราวนี้เปนไกดใ หพ ”่ี เขาพูดดวยตาต่นื สดชื่น “พระพทุ ธเจาทา นประทับอยูสาวตั ถนี าน คงมเี หตกุ ารณ
เกิดขนึ้ มาก หลกั หรอื รอ งรอยสถานทตี่ า ง ๆ คงมมี ากตามไปดวยสินะ”
“คะ ยังเหน็ รอ งรอยและซากโบราณวตั ถหุ ลายแหง เชนวดั เชตวนั พระราชวงั ของพระเจา ปเสนทโิ กศล เจดียบ อกตาํ แหนง พระ
พทุ ธองคแสดงยมกปาฏิหาริย มูลคนั ธกุฎที ปี่ ระทบั หรอื กระทงั่ จุดเกิดเหตสุ ําคัญเชนตําแหนงแผนดนิ สูบพระเทวทตั ตแ ละนางจิณจ
มาณวกิ า กฎุ พี ระเถระตา ง ๆ ก็มาก”
“บรรยากาศเปนยังไง รกรา งหรอื เปลา ?”
“ตอนนีเ้ ขาพัฒนาหรือปลอ ยปละอยางไรไมท ราบนะคะ แตเ มอ่ื สิบปก อ นน่ีเขยี วครึม้ ไปหมด ทงั้ หญา ท้งั แมกไมใหญ พ้นื ทใี่ น
อินเดียโดยมากยังเหน็ วัตถสุ มัยใหมนอย เขตโบราณสถานยังคงบรรยากาศยคุ เกาไว บางแหง กว็ เิ วกวังเวงเหมือนปา ”
“เห็นเขาวา อินเดยี ขอทานเยอะเหรอ?”
๕๐๗
ถามพลางยนื่ มอื เอาปลายนว้ิ แตะไลริมฝปากลา งอยางขอลองวาทเี่ ห็นอิ่มเตม็ นั้นจะนุมแคไ หน แพตรีโยกศีรษะหลบนดิ ๆ ขงึ
ตาหา ม พลางตอบเปน ปกติ
“คะ ตลอดทางเลย บางทลี กู ชาวบา นไมไ ดอ ดอยาก ก็วิ่งมาขอเงินจากนักทอ งเที่ยวสนุก ๆ ประชาชนสวนใหญอ ดอยากยากจน
กนั จรงิ ๆ กระทั่งการขอทานแทบจะกลายเปน ประเพณีไปทกุ หัวระแหง”
“ท่ีพักสะดวกหรอื เปลา ?”
“ตามจดุ ตา ง ๆ ก็มีโรงแรมอยา งดเี หมอื นประเทศอ่นื ไมต อ งนอนกระตอบหรอก”
“ไดแ วะคงคาบา งไหม? เห็นวาชาวพุทธไปอาบน้าํ ขอพรสง่ิ ศักด์สิ ทิ ธ์ทิ ี่น่นั กนั มาก”
“ไมใชค ะ คงคามหานทเี ปนแมน้ําศักด์สิ ิทธ์ิในความศรทั ธาของชาวฮนิ ดู แตก ลา วอางอิงในหลายพระสตู ร หลายคนเลยคิดวา
เปน แมน าํ้ ศักดิ์สิทธ์ิของชาวพุทธ ชาวฮนิ ดยู งั ศรทั ธากนั ม่ันคงมากนะคะ เด็ก หนมุ สาว ผเู ฒา ยากดมี จี นมาอาบนา้ํ รวมในท่ีเดียวกนั หมด แพ
เห็นทงั้ ขอทานแก ๆ ที่ปากหบุ ไมได แมลงวนั เขา ไปตอมหนอง ไปจนถึงสาวทาทางผูดี สวมใสเสอื้ ผา มรี าคา ตางมาลงอาบอยางไมมกี าร
รังเกยี จกนั ”
เกาทณั ฑเบหนา นกึ ในใจวาจางสักแสนเขาก็คงไมเ อาดวย
“รวมแลว พอจบการเดนิ ทางรูสึกยงั ไง ชนื่ ใจมากไหม?”
“ไดเ หน็ อนสุ รณส ถาน ทแี่ มจะเปนเพยี งซากปรักหักพัง กย็ ังทรงพลงั ยิง่ ใหญใหส ัมผสั ได การไปพบสถานท่จี ริงท่เี กิดเหตกุ ารณ
ศักด์ิสิทธ์ติ าง ๆ เปด ใจเราใหรับบรรยากาศของพทุ ธด้ังเดมิ อยางเตม็ กําลัง เหมือนเรายอ นกลบั ไปอยูในยุคเดียวกบั พระพทุ ธองคแ ละพระ
สาวกทั้งหลาย”
ชายหนุม พยกั ยิม้ สรปุ ดว ยความมาดหมายเต็มเปย ม
“คงตอ งเลือกเวลาพรอมทัง้ สองคนใหเรว็ ทีส่ ุดแลวละ ”
อยางรวดเรว็ และนมุ นวลแทบไมทนั ใหร ูส ึกตวั เกาทัณฑช อ นรา งหลอนเล่ือนไปน่ังขอบเตยี ง แลวลม ตัวลงพาดศรี ษะหนุนตกั
น่มิ แพตรเี กอื บงุนงงในพลกําลงั และความวองไวฉบั พลนั ชนิดนน้ั ดว ยถูกสลับเปลยี่ นจากการนั่งตกั เขามาเปน ใหเขานอนตกั งา ยดายใน
พริบตา ราวกับหลอนเปนเพยี งหนุ ปน เลก็ เบาท่ีอาจนาํ ไปวางหรือจดั ต้ังทไ่ี หนเม่ือไหรก ไ็ ด
ครหู นงึ่ ในความนง่ิ งันทามกลางความไมเ ปนอืน่ แพตรีกม ลงมองหนา เขา เหน็ กาํ ลงั เหลอื บจอ งข้ึนจับหลอ นอยกู อ นแลว และ
พยายามสง ย้มิ ใหหลอนย้ิมตอบ แตแ พตรเี ฉย เพราะอยางไรก็ยังมคี วามขนุ อยูจาง ๆ ในอก ลักษณาการท่มี องสานลงมาจึงออกตัดพอ เสีย
มากกวา รว มอารมณใ ส ๆ ไปกบั เขา
“แพ…”
“หอื ม?”
"เคยใหใครหนุนตกั ไหม?"
๕๐๘
หางตาคมตวดั เฉี่ยวหนาเขา ออกเคอื งเพราะคลายเกาทณั ฑเ รมิ่ ทวงถามความบริสุทธิ์สะอาดจากหลอ น ในขณะท่ีหลอนรวู าเขา
เองผา นใครตอใครมาจนเจน
"เคยมัง้ "
คาํ ตอบหว นแบบประชดทาํ ใหเ กาทัณฑย ้มิ เอน็ ดู
"เคยมัง้ ..."
ทาํ เสียงเลก็ เสยี งนอยลอ เลยี น แพตรเี ลยยิ่งเชดิ หนาหนไี กลออกไปอีก
เกาทัณฑเ ล็งตาขึน้ มองกริ ยิ าเงางอนของหญงิ สาวดวยความเพลนิ สุข แลวครูหนง่ึ ก็พลกิ หนา พริ้มตาสดู กล่นิ ระเหยจากตกั หอม
อยางแสนรกั
“ไปเที่ยวที่อนื่ กันเถอะคะ อยาอยูอยางนีเ้ ลย”
เกาทณั ฑยงั อยากแนบสนิทชิดใกลหลอนเชนนี้ แตครานทีจ่ ะปฏิเสธซ้าํ หลายหน จงึ ยกั ไหลด งึ ตวั ขึ้นนั่ง
“ก็ได”
รับคําแตนง่ั เฉย แพตรีจงึ ไล
“กไ็ ดกอ็ อกไปรอขา งนอกสิคะ”
ชายหนุมหวั เราะเงยี บ แบมอื
“เอากุญแจรถมาซิ เดี๋ยวจะไปตรวจสภาพหนอ ย ทาทางคลุมผา ปลอ ยทงิ้ ไวเ ฉย ๆ เปน อาทติ ยเ ลยใชไ หมน่ี?”
แพตรเี ดนิ ไปหยบิ มาใหจากลิน้ ชักโตะทาํ งาน เกาทณั ฑร บั แลว ลุกเดนิ ออกนอกหองเพ่อื ใหหลอนแตงตวั ตามท่ีขอ
โลกสวา ง ทางดูโลงใสย่งิ นกั แลว
๕๐๙
บทท่ี ๒๙ สนิ้ โศก
มตนิ ่ังอยูท ร่ี ะเบยี งบา นตามลาํ พัง ในคนื พระจนั ทรสุกปลั่งสาดแสงเงินยวงเยน็ ตา เฉกเชน ดวงจติ ท่ีฉายรัศมอี าภาประจักษกับ
ตนเองในภายใน
ทัง้ เปด ตานิง่ ดภู าพราตรอี นั งามละมุนนั้นเอง มติเห็นเหมอื นตนเองมสี องภาค ภาคหน่ึงนงั่ พงิ พนกั เกา อป้ี ลอ ยอารมณตามสบาย
ทอดตามองจันทรง ามเบ้อื งบน เปนมิติที่มีเนือ้ ตวั หตู าจบั จอ งได ผิวกายรับอากาศเยน็ นยั นตารบั ฉากกวางใหญบ นโพนฟา ทราบชัดใน
ความเปน ราตรอี ันผาสกุ นนั้
อีกภาคหน่งึ รูแจงเขามาในภายใน กายปรากฏสวางคลา ยหองทึบท่คี วามมืดถกู ขับไลดวยแสงใส ใจอนั เบาบางจากกเิ ลสน่นั เอง
คือแหลงกาํ เนดิ แสง สอ งใหเ ห็นสัณฐานคราวแหงกายทส่ี ตอิ าศัยเปน พืน้ ยืน องคาพยพปรากฏดจุ ขา วของเคร่อื งวางภายในหอ ง ความรูสกึ
นึกคดิ ปรากฏดุจหมอกควนั ทถ่ี กู โปรยฟงุ โปรง บา ง ทึบบาง
จิตอนั เบาบางจากกิเลสนั่นเอง ละเอยี ดพอจะจอน่งิ อยกู บั แสงรอู นั กลมกลืนเปนหนง่ึ เดียวกับดวงสติ เมือ่ นอ มระลึกเขามารสู กึ
ในกาย กายกป็ รากฏเปน รูปขนั ธท ถี่ กู รู เห็นมีชอ งวา งระหวางโครงกายกับแสงรู จิตและกายไมเ หน่ียวยดึ ไมเกาะตดิ กนั ใหเ กดิ อุปาทานใน
อตั ตา
จติ อันทรงแสงรนู ้ัน เม่อื ตั้งม่ันเดน ดวง ก็ทรงตัวประดจุ กองไฟใหญอ นั โชตนิ ิ่งรับกลมุ แมลงหว่ที ี่บนิ ร่ีมาวายดับโดยไมอาจ
รบกวนเปลวสวา ง ความคดิ และอารมณท ีส่ มุ จรเขา มาทั้งหลายท้ังปวง หรอื กระท่งั ความหมายรเู ปน ตวั ฉนั ผคู ดิ กป็ รากฏดุจเดยี วกบั พยับ
แดด ทีด่ ูมจี ริง แตส ลายหายหนอยางไรรองรอย ไรตัวตนใดใหยึดถอื ไดแ มแ ตนอ ย
ดวยความรูส ึกออนนอม ออนโยนอนั เปนธรรมชาติภายใน มตสิ ํารวจตนเอง แลวพจิ ารณาชนิดของความสขุ ท่ีบังเกดิ ขณะน้ัน
อตั ตาอนั ขนหนักถูกปลดแลว จากหวั อก จงึ เบากายหายหว ง
ไฟคือราคะและโทสะยากจะลกุ โชนขน้ึ ในดวงจติ จึงสงบเงยี บเย็นใจ
เมอ่ื กายใสใจเบา กายก็ปรากฏโดยความเปน อยา งนั้น ใจกป็ รากฏโดยความเปน อยา งน้ัน มีแตสภาวธรรมภาครูเห็นสภาวธรรม
ภาคถูกรู เปนธรรมเสมอกนั ไมข าด ไมเกนิ ไมเ กิดภาวะยดึ มนั่ ถอื มัน่ สงิ่ ใดเปน ฐานแหง อุปาทาน จติ รวมลงเปน หนึง่ เดียวกับความวาง
ปราศจากภาระ ปราศจากการว่งิ ตามเหยื่อทกุ ชนิด ปรากฏเปน สุดยอดเหนือภาวะและอสภาวะกบั ตนเอง
“น่ังชมฟา เปน กระตา ยหมายจันทรเลยนพิ ช่ี ายเรา”
เสยี งเดก็ หนุมคนหน่งึ ทกั มาแตไกล ฉดุ มติออกจากรสแหงความวางอันปราศจากขอบเขตในระดบั อุปจารสมาธิ เหลียวมาทาง
ตน เสยี ง นอ งชายเขานัน่ เอง เพง่ิ กลบั เขา บานในชุดเทีย่ วเตม็ ยศ
“วา ไงทบั ”
มตทิ ักดว ยเสียงเรียบเย็น แมส ายตาเล็งแลท่ีนอ งชายดว ยอาการปฏิสนั ถารอันควรมคี วรเปน แตใ จยงั จับนง่ิ ดว ยพลงั แหง ความ
ต่ืนรูอยา งเปนธรรมชาติ โลงวางจากความคิด สงบเฉยไรปฏกิ ิริยาทางอารมณโ ตตอบวธิ ีทักแบบยัว่ แหยข องประทับ
๕๑๐
“เมอื่ กลางวันตอนออกจากบาน เราเหน็ พแ่ี พน่ังรถปา ยแดงไปกบั หนมุ หลอ อะ มดั ”
ประทับบอกเลา ดวยความจงใจท่ิมแทง เพราะหม่ันไสม านานท่ีมติควงสาวสวยเกนิ ตัว โฉบไปฉายมาอยเู รื่อย ความจริงมตกิ บั
ประทับเปน พ่ีนองทร่ี กั ใครช อบพอกันดี เสยี แตป ระทับชอบเขน ดวยความรษิ ยาตามโอกาส
“ถา หมายถงึ แฟนพแ่ี พ กห็ ลานชายปชู นะไงละทับ”
มติเอย เรียบสนทิ
“ออ ...อยางน้นั เรอะ” ผนู องทาํ เสยี งสงู อยางเพง่ิ รับรู “ตอนเราเดนิ ผา น กําลังปดประตรู ้ัวกา วขนึ้ รถพอดี พ่ีแพเห็นเราแลวหลบ ๆ
หนายงั ไงชอบกลวะ มดั สงสัยอายที่เราเหน็ แฟนเขา กลัวเอามาฟองนายม้งั ”
พูดจบก็หวั รอรา มตฟิ งแลวพยักหนาเนอื ยนาย ทราบดวี า แพตรคี งยงั ตดิ อยูก ับความรสู ึกผดิ พอเหน็ นอ งชายเขา เลยทาํ ใหน ึกถึง
เขาและพลอยเขาหนาประทับไมตดิ ไปโดยปริยาย
“เรารูสกึ กับพีแ่ พ เหมือนทรี่ ูสึกกับนายนะทับ บอกมาหลายครง้ั ขอใหเช่อื เสยี ทเี ถอะ”
ประทบั ทําปากแบะ
“จะเหมือนกนั ยังไงละ พอคณู เราเปนชาย เกิดจากพอแมเดยี วกบั นาย แลว พ่แี พเขาเปน หญงิ คนละพอ แมก ับพวกเรา เดนิ ควงกนั
ไปควงกนั มาตัง้ หลายป ออี๋ ออยา งกับโรมิโอ-จเู ลยี ต ทาํ ปากแขง็ จนเจอใครมางาบไปแลว”
เพราะถกู จี้อยา งแรง โทสะจงึ ปะทุขึน้ จากใจทยี่ งั มสี ภาพเปนเชื้อ มตขิ มวดคว้ิ เลก็ นอย ทวาองคม รรคคอื สมั มาสตแิ สดงตวั อยา ง
เฉียบพลัน เพยี งไฟโกรธถูกรูวาวบู ขึน้ มา จติ อันเปน ผรู กู แ็ ยกเปน ตา งหากออกมาจากไอรอ นทันที ซึ่งเมื่อใจไมป รงุ แตงตอ ไอรอ นแหง
โทสะก็แสดงความเปนอนิจจัง จางหาย สลายตัวคนื กลบั สคู วามวา งเปลา ปราศจากการผุดข้ึนของอุปาทานแหงตวั กผู โู กรธอยางสน้ิ เชงิ
และเพราะพน จากการหอหมุ ของโทสะ จิตจงึ มีลกั ษณะเบกิ บาน สะทอนออกมาดว ยความกระจางใสในใบหนา ปรากฏใหเหน็
ไดใ นเงาสลวั รางแหงราตรีอันอาบแสงจนั ทร
เม่ือเห็นมตนิ งิ่ เฉยเมย ปราศจากกระแสความยนิ ยลสนใจลอยออกมาใหสาํ เหนียกสัมผสั ประทบั ก็เปนฝายหงุดหงดิ ข้นึ มาเสยี
เอง เขาควกั บหุ ร่อี อกมาจุดสูบมวนหนึ่ง เงยหนา มองดวงจนั ทรกลางฟา เงยี บเสียงไปแบบนกึ เร่ือยเปอ ยลอยตามลมเก่ยี วกับแพตรี แมอายุ
จะหา งจากหลอนหลายป แตเ ขากโ็ ตเกินพอจะเปน เด็กหนุมอีกคนหนงึ่ ทีล่ ุมหลงความสวยหวานของผหู ญิงดี ๆ เชน หลอ น
มตชิ าํ เลืองแลเงารา งของประทบั และโดยมไิ ดตง้ั ใจลวงหนา จติ อนั น่งิ วางและต่นื รูในตนเอง สงออกสัมผัสคล่นื ความเหมอ
ลอยอันสง ออกมาจากรา งซ่งึ ยนื หา งไปเพยี งสามกาว
ทีแรกกเ็ หมอื นกับทคี่ นทว่ั ไปอาจสําเหนียกสมั ผัสคลืน่ อารมณหรอื ความนึกคดิ อนั เขม ขน จากคนอ่นื เชนกาํ ลงั มคี วามเครยี ด
กังวล ความฟุงซา นเลอื่ นลอย ความขอ งใจสงสัย ความมเี ลศนยั ซอนแฝง หรือความมอี ารมณขันซุกซน แตด วยจติ ท่ีชํานาญการรูท ันเทา
และสามารถแยกแยะสญั ญาณความคดิ อานของตนเอง ไดเกดิ ประสบการณใ หมกบั มติ คอื เหมอื นจติ อันสงัดนิ่งและวา งใสของเขา
สามารถล็อกคลน่ื ความคิดที่กระจายออกมาจากประทับไดถนดั ราวกบั เปนกระแสความคดิ ของตนเอง อกี ท้ังตีความดว ยอาการหมายรชู นดิ
เดยี วกับท่จี ิตเหน็ ความคดิ ผุดขึน้ ในหวั ตนดวย
๕๑๑
มติกะพรบิ ตาปรบิ ๆ ความกําหนดรูเ กิดข้ึนช่วั เวลาสนั้ ๆ ราวกบั เปนเพียงอปุ าทาน เหมือนไดยนิ เสยี งรําพึงแผว กรบิ
เชน เดียวกบั ท่ผี ุดชดั ในหวั ตนเอง ตา งแตต าํ แหนงตน กําเนดิ ความคดิ ถูกรูวาอยูท่ีประทับ อันเปนเครื่องช้ีใหจ ติ ทราบวา ยนิ จากจิตอีกฝาย
‘ปานนเี้ อาตัวไปไหนวา จะสีท่ ุมแลวยงั ไมกลับอีก’
มตใิ จเตนแรง อาการของจติ ท่ีมีปรชี าลว งรูค วามรูสกึ นึกคดิ ผูอ ื่นแบบ 'เจโตปรยิ ญาณ' เกิดขึน้ เปน ครงั้ แรกโดยปราศจากการตง้ั
เจตนาไวล ว งหนา แตประการใด มติจงึ ออกสงสัยเลก็ นอ ย วาตนอปุ าทานไปเองหรือเปลา
เมม ปากนดิ หน่ึง กอนถามเลียบเคยี งพสิ ูจน
“ทับ...ไฟบา นพ่ีแพยังปดมดื หรอื เปลา ?”
ประทับหนั ขวับ แปลความตามเขาใจต้นื ๆ เพียงวา มติอยใู นอารมณหงึ หวงและเปนหว งแพตรจี นเกินหักหาม ตองหลดุ ปากถาม
จนได
“ฮา !...ไหมละ” เดก็ หนุมรองอยางมีชยั “เขายังไมกลับกันโวยมัด จะสท่ี ุมแลว ปานนีเ้ อาตัวไปไหนตอไหน”
มติระบายลมหายใจยาว ประทับพดู คลายกับที่เมือ่ ครเู ขาเห็นฝา ยน้นั ราํ พงึ ในใจ นา จะใชแ น อยา งไรกต็ าม มติพยายามลอ็ ก
ความคดิ ของอกี ฝา ยใหมเ พื่อดูวาเปนเพียงความสามารถที่เกิดขน้ึ ช่ัวครูช่วั ยามหรอื เปลา
ดว ยใจท่เี ตนผิดจังหวะจากความอยากรอู ยากเหน็ ทําใหข าดความตง้ั ม่ันแนวน่งิ ในชว งแรก เหมอื นเขาพยายามจนู หาคล่นื วิทยุ
ในยา นความถีท่ ต่ี อ งการ แตพบเพยี งเสยี งออู ีฟ้ งไมไดศพั ท ประทบั กาํ ลังคิดอะไรอยูแน ๆ เขาสมั ผัสไดเปน คล่ืนหยาบทแ่ี ฝงมากบั รอยยม้ิ
เยาะ
มตกิ ะพรบิ ตา เปล่ยี นวถิ ีการรูทันความคิดคนอืน่ มาเปนเทา ทันตัวโลภะของตนเอง ความสามารถพิเศษทางสัมผสั ทห่ี กเปนเรอ่ื ง
ธรรมดาของผฝู กจิต เพราะในภาวะนงิ่ ธาตรุ ูอ าจถกู นอมไปใชอยางไรก็ได สดุ แตจะเลือก
ถาเลือกผิดกต็ ิดอยูในวังวนการเกิด แก เจ็บ ตายไมเลกิ ...
พอสติผดุ เชนน้ัน มติก็ตดั ความใสใ จในความคิดคนอน่ื หันมากาํ หนดรูความคดิ ตนเองแทน ซึ่งงา ยกวา แนน อนกวา กับทั้งเมอ่ื
เฝาดโู ดยความกําหนดเปนอนัตตาแลว วนั หนง่ึ กจ็ ะถงึ ทสี่ ดุ ทกุ ขได เปน ประโยชนสูงสดุ แกต นเอง
“เรารนู ะวา นายกําลงั คิดถงึ พ่แี พ เปนหวงพแ่ี พ แตทําเปนปากแข็ง”
ประทับทักทายแบบสรู ปู ระสานักเดาทีส่ าํ คญั วาตนแนจรงิ มตติ ดั ราํ คาญดว ยการไมต อลอ ตอ เถยี ง แตนองชายกย็ ังอุตสา หหา
ความยาวอกี
“อยาวาเราตอกย้ําเลย แตนายตดั ใจเถอะ พ่แี พเขาสวยเกนิ ไปวะ หาใหมแ บบทเ่ี ขากับนายไดด กี วา ”
มติตามดใู จตนเอง ทน่ี าจะคุกรุนเพราะถูกเดก็ เมอ่ื วานซนื สัง่ สอน แปลกทโี่ ลกภายในกลับเงยี บสนทิ หัวใจเตนเปนจังหวะปกติ
คงเสนคงวาทกุ ประการ ราวกบั เด็กนอ ยไรเดียงสา ไรค วามยนิ ยลสนใจกับความกระทบกระท่งั อันกอเกดิ จากรูปภาษาของมนุษยใด ๆ
๕๑๒
อาจเปน เพราะรูท างไปทางมาของราคะ โทสะ โมหะจนเคยชิน กระท่งั เทา ทนั แมข ณะจติ ทีร่ บั ผสั สะอนั ควรกออกศุ ล จงึ เกดิ การ
ต้ังรับข้ึนอยางเปน ไปเอง คงไวแตความเนิบน่งิ ทางความคิด และรูสกึ สงบละไมไมไหวติงในกลางอกอยา งไรกอ็ ยา งน้นั
เม่ือเขาเงยี บ ประทบั ก็เงยี บตาม แตใ นความเงียบของประทับมีแรงดนั ขนหนักแฝงอยู แสดงวา กําลงั คิดหาคําพูดถลม เขาตอ ใจท่ี
กาํ ลังอยใู นอุเบกขา ทรงกาํ ลังรู กระแสจิตตอ เชื่อมกนั สนิท พลกิ กาํ หนดจบั นดิ เดยี วก็ล็อกสัญญาณความคดิ อีกฝายไดถ นดั
‘ลกู สาวแมค ากลวยแขกหนา ปากซอยนะเหมาะ’
ประทับคิดจับคใู หกับเขาแบบทเี ลนทจี ริง แทนที่จะโกรธ มติกลับขบขนั จนหวั เราะออกมา
“นายขาํ อะไรวะ?”
ประทับถามยียวน เพราะนกึ วา มตแิ กลงหวั เราะแบบทาํ เปน ไมยห่ี ระ
“ขําทน่ี ายจะใหเราเอายายโอม าเปนแฟนนะซี”
มติตอบตรงไปตรงมา ประทบั ขมวดควิ้ ยน
“โอไ หน?”
“อาว! ไมร ูจักชื่อหรือ ลูกสาวแมคา ขายกลว ยแขกไง ตัวอว น ๆ นะ ”
คราวนีป้ ระทับถงึ กับสะดงุ
“เอะ! เราเคยบอกเมอ่ื ไหรวา จะใหน ายเอาเปน แฟน?”
ถามคอแข็งดวยความหนาวข้นึ มา เมื่อรสู กึ เปนครงั้ แรกในชีวิตถึงความคดิ ตนที่ร่ัวไหลใหค นอืน่ จับได
มติหวั เราะเอ่อื ย ครานจะกระทําตนเปน ผูมฤี ทธิ์ คงทุกขกันถว นหนา ถาประทบั จะอยูในบา นเดยี วกบั เขาอยางหวาดกลวั ระแวง
วาจะถกู ลว งรูค วามลบั ไปทกุ ซอกมุมความคิด
“ออ นานมาแลว นายเคยแซวเราตอนยายโอช ว ยแมข ายของ เหน็ แถมมากกวา ท่สี ง่ั สบิ บาทไปเยอะไง หาวา เราแอบจีบไวต ้งั แต
เมือ่ ไหร”
ประทบั คลายความเกรง็ ลง แตย ังจองหนาพช่ี ายอยา งขุดคน ลงั เลเปนครู เม่ือเห็นไรพ ิรุธ กเ็ ชื่อวา เปนความประจวบเหมาะ
บงั เอิญ
“ไปอาบนาํ้ ละ”
ดีดบหุ รี่ทิง้ ตัดบทลาดอ้ื ๆ มติพยกั พเยดิ รับรู สบายใจขึ้นเมอ่ื นอ งชายปลีกตัว ปลอ ยใหเขาอยตู ามลําพังดงั เดิม
๕๑๓
เม่อื เงารา งของประทับพนไป ใจมติก็วา งลงราวกับคนลืมงา ยท่สี ดุ ในโลก ปราศจากเยอื่ ใยความขุนของพัวพนั สักนิดเดียว เปน
สขุ กบั ความปลอดโลงของจติ อันอารมณเกาะไมติดชนดิ นนั้ จนตอ งยมิ้ ออกมานอย ๆ ความรสู กึ ในอัตตาเปรยี บเสมอื นสง่ิ อุดตันในกาย
เมอ่ื ทะลวงหลดุ ออกเสยี ได กเ็ หลอื เพียงความเบาสบาย คลายปลองกลวงที่ไรค วามอึดอดั แมนอ ยเทานอ ย
น่ันทาํ ใหมติอนมุ านอยา งยนิ ดี วาพระอรหนั ตท า นคงวา งเหมอื นแกว ทปี่ ราศจากนาํ้ แมแ กว ถกู กระทบอยา งไร กห็ าความ
กระเพ่อื มไหวหรอื กระฉอกหกเปย กเปอ นไมไ ดเ ลย ใจของทา นเสมอกบั ธรรมชาติ คอื รสู งิ่ ไหน ก็สักวามคี วามเสมอกับสง่ิ น้นั ไมเกดิ
อุปาทานวา สิ่งนั้นเปน ตนหรือของตน ไมเกิดอุปาทานวาส่ิงนน้ั นายนิ ดคี วรแกการเสพสม ใจถูกทําใหวา งเสมอความวางท้ังปวงนน่ั แลว ท่ี
ดํารงอยูอยา งหมดอาลยั ยนิ ดี หมดทกุ ขหมดโศกในกายใจอนั เปนสมบตั ิของความแตกพงั
เปนอกี คืนหนงึ่ ที่ปชู นะถูกรับตวั มานอนคางบานลกู ชายคนโต ความจรงิ ลูก ๆ ทา นกตัญรู คู ณุ อยากใหทานมาพํานักถาวรกัน
โดยไมมีการเกย่ี งงอน ทวา ทานเองยงั อยากอยูบา นเกา อา งวา ชอบสถานท่ี นานทีจงึ มาใหลกู ๆ เลีย้ งดูอยางนี้ อยางมากจะอยเู พยี งสองสาม
คนื เพราะเปน หว งหนูแพหลานสาวคนโปรดของทาน
ทานเขา หอ งนอนแตหวั คา่ํ อากาศเย็นกําลังดี เปด หนาตางรบั ลมไดส บาย เงยหนา ชมแสงจนั ทรเบื้องไกลดวยความสงบสขุ เพียง
ลาํ พัง บังเกดิ ความปลอดโปรงถึงทสี่ ดุ เม่ือทราบชดั แกจ ิตอันละเอยี ดสขุ ุม วาภาระคือแกวตาดวงใจไดถ ูกวางลงแลว
ทุกขสขุ ท้ังชีวติ เหมอื นฝนไป คลายเมฆท่จี รมาผา นดวงจันทร บดบังอยคู รแู ลว ผา นไป ผา นแลวก็มแี ผงเมฆใหมม าบงั อกี แลว ๆ
เลา ๆ ท่ีสดุ ทงั้ หลายท้งั ปวงก็ลว นเลยผานจนหมดสน้ิ จะเคยจริงจังกับเหตกุ ารณใ นชีวติ ชวงใด เหน็ ใครสลกั สําคญั เพียงไหน วันหน่ึงก็
ปลดปลงลงจากการแบกรับทางใจทง้ั นัน้
เมอื่ ถงึ เวลาทเ่ี กาทณั ฑม ารับตัวแพตรีไปจากทา น ใจทา นกเ็ หมอื นสลดั คืนทกุ สิ่ง เหลือเพียงกายใจเปนเครอ่ื งระลกึ สักแตเหน็
สภาวธรรมในกายใจเพ่อื ความรแู จงแทงตลอดถึงทสี่ ดุ
จิตของชายชราสงบวเิ วกเปนเนอื้ เดยี วกบั ฉากโลกทอ่ี าบแสงจนั ทรสวา งนวล ลมดึกราํ เพยผา นมาหอบหน่งึ โชยกลน่ิ หอมของ
มะลวิ ลั ยในซมุ เบอ้ื งลา งหนา ตางขนึ้ มากระทบนาสกิ ประสาท ขณะน้ันเองปรากฏส่งิ ปรุงแตงในสวนลึกของจิต คลายบอกตนเองวา คนุ เคย
กับบรรยากาศเชน น้มี านานนกั หนา ระลกึ ไดวาแมยังเด็ก เมอ่ื เหน็ ฟา ราตรมี ีจันทรฉ าย ก็คลา ยเหน็ มากอ น ณ สถานทศี่ ักดส์ิ ิทธิแ์ ดนดินถ่นิ
ไหนสักแหง อยางประหลาด
ในยามพกั งานวิปส สนา เวนจากการพิจารณากายใจเปน ไตรลักษณ ปชู นะมกั ปลอ ยใหจ ิตเขารู เขา ดธู รรมละเอียดในตนที่ผุดข้นึ
ตามวาระโอกาสตาง ๆ เหมอื นเจา ของบา นผูม ียามวางกเ็ ดนิ ทอดนอ ง พลิกดูสมบตั หิ รือกอนกรวดกอนหนิ ในเขตบานพอใหท ราบวา เปน
อยางไรแลว วางลง ทัง้ ตระหนักวาเสียเวลาไปอกี สบิ ชาตริ อยชาติ ก็ไมอ าจพลกิ ดไู ดถ วนทว่ั ทงั้ หมดวามีอะไรอยูบาง
วาระน้ี ปญ ญาญาณจากจติ อนั บางดวยกิเลสของทานเหมอื นแสงสองเห็นความคุนชนิดพิเศษอนั โยงใยกบั การอบรมจิตในพทุ ธ
ศาสนา โดยปรากฏเปนความรสู กึ รกั เล็ก ๆ สง ออกมาจากจิตอันทรงธรรม
ทานกาํ หนดวารกั เลก็ ๆ นัน้ เปนสขุ เวทนา เปนส่ิงแปลกปลอมท่แี ทรกตัวเขา มาทามกลางความสะอาดนง่ิ สงบรูของจิต โดย
ลักษณะนน้ั สุขเวทนาอาจลองหนลบั หาย แสดงความเปน ทุกขังแหงตนใหปรากฏตอกระแสรูกไ็ ด
๕๑๔
แตดว ยเจตนาเขารูร ายละเอยี ด สุขเวทนานนั้ ก็ถูกหนวงไวใ หด ํารงอยกู บั สตเิ ฉพาะหนา เชน เดยี วกับเม่ือสะดุดหนิ แทนทจ่ี ะกา ว
เทาขา มผา น ก็กม ลงหยิบขึน้ ดูเลนใหเหน็ ลาย เหน็ สี เห็นรูปทรงอยา งถนดั เสียหนอย
ปชู นะลากลมหายใจเขายดื ยาว นิม่ นวล กอ นกําหนดสตริ ูวาหายใจออก ความชํานาญทําใหจิตกับลมเคลา เคลียเขาดว ยกัน
แนบเนียนสนทิ กระแสจิตดึงดูดเขาหากนั ดว ยอาการแนวรูรวมดวง ฉีดปตสิ ขุ ซา นเย็นเตม็ รอบทันที ยังความชมุ ชนื่ อิม่ เอบิ ลกึ ซึง้ ปราศจาก
เอกเทศใดแหง กายทั่วรา ง ทีป่ ต แิ ละสขุ อนั เกดิ แตว เิ วกจะไมถกู ตอง จิตปรากฏแกต นเองเสมือนไฟเย็นดวงมหมึ าทมี่ ีแรงผนึกรวมเขา หา
ศนู ยก ลางคือสายลมหายใจเหยียดยาวประหนง่ึ นํา้ ตกทพิ ย
นนั่ คอื การลว งเขา สฐู านสมาธเิ ปน อปั ปนาแทจรงิ ระดับแรก เรยี กวาปฐมฌาน ประกอบดวยองคห ลกั คอื วิตก วิจาร ปติ สขุ และ
เอกัคคตา
ปฐมฌานเปน ของดแี กผ เู คยคนุ ขณะเดยี วกนั กเ็ ปนของนอยแกผ รู ธู รรมอนั ประเสรฐิ ย่ิงกวา จิตของปชู นะแนบรูอ ยกู บั ลมหายใจ
จนจติ แยกออก วาสายลมหายใจยังปรากฏตอ จิตผรู กู ็เพราะมอี าการระลึกแนบแนนอยูกับลมหายใจ เมอื่ จิตมวั พะวงกับเปลอื กหยาบ ก็ยัง
นบั วา จติ หยาบอยู ตอเมือ่ ละอาการระลกึ รทู ่สี ายลม หลุดออกมารกั ษาจิตใหทรงมน่ั ปต ิสขุ เพยี งเดยี ว จติ กเ็ ดนดวงผอ งใสเปน ธรรมเอก
เสมอื นนกทเี่ ลกิ กระพอื ปกเสียไดเพราะโบยบนิ มาสงู พอ จงึ แผปกน่งิ ลอยลมสบาย ปลอดจากภาระหนกั ในการออกแรงพยงุ ตวั ในอากาศ
กวาง
นัน่ คือการลวงเขา สฐู านสมาธิเปนอปั ปนาแทจ ริงระดบั ที่สอง เรียกวา ทตุ ยิ ฌาน ประกอบดว ยองคหลักคือปต ิ สขุ และเอกคั คตา
ทตุ ิยฌานเปนของดแี กผ ูเคยคุน ขณะเดยี วกนั ก็เปน ของนอ ยแกผ ูรธู รรมอนั ประเสริฐย่ิงกวา จติ ของปูชนะแนบรอู ยกู ับปต จิ น
แยกออก วาปติเปน เสมอื นคลื่นนาํ้ ที่กระเพื่อม ทาํ ใหจ ิตซ่งึ เปรียบเหมอื นเรอื โยกโคลง เมอ่ื แทรกลําเขาสูรองนํ้าทสี่ งบกวา เรอื กน็ ่ิงลง
เชนเดยี วกบั ทล่ี ะปต ิเสียได จงึ พบกับสภาพนา พงึ ใจกวา กนั
นั่นคือการลวงเขา สฐู านสมาธเิ ปน อปั ปนาแทจ รงิ ระดบั ที่สาม เรียกวา ตตยิ ฌาน ประกอบดว ยองคห ลกั คือสุข และเอกคั คตา
สมบูรณด ว ยองคร องคอื สติและอเุ บกขา
ตติยฌานเปน ของดแี กผูเ คยคนุ ขณะเดยี วกนั กเ็ ปน ของนอยแกผรู ธู รรมอันประเสรฐิ ย่ิงกวา จิตของปชู นะแนบรอู ยูกบั สขุ อนั เกดิ
จากความสงบจนจติ แยกออก เหน็ ราคะชนิดละเอยี ดออนอนั เกิดแตค วามพงึ ใจแทรกอยจู าง ๆ แลวตวั ปญญารูแจงนัน้ ก็ตดั ราคะในฌาน
ชั้นสูงไดข าด จติ เขา ถึงความสงบสงดั อีกระดบั หนึง่ ทีป่ ระณตี เสียจนความระลึกรใู นกายขาดหายไป ทรงอยกู ็แตภาวะแผดจา แหง จติ อันดู
ประหน่งึ ดาวฤกษแ หงสติอนั บรสิ ุทธร์ิ ุงเรอื ง ปราศจากความแตะตองของเกย่ี วกับสภาพหยาบใด ๆ ทง้ั ปวง ละทุกข ละสุข ดับโสมนัสได
สน้ิ ขาวรอบตลอดกระแสรูอยอู ยา งนน้ั
นนั่ คือการลว งเขาสฐู านสมาธิเปนอปั ปนาแทจริงระดับท่สี ่ี เรียกวา จตตุ ถฌาน ประกอบดวยองคหลกั คืออุเบกขาและเอกคั คตา
ชวงเวลาอนั สน้ั ที่ถกู กําหนดไวลว งหนา พอจิตเริ่มถอนออกสผู ัสสะแผว ปรากฏถึงความมอี ยูของกายและการกลบั มาของลม
หายใจ อยใู นภาวะพรอมรแู จงถึงทีส่ ดุ ปชู นะก็นอ มจติ จอสตอิ ยา งแผว ลงไปในภาวะรูข องตนเอง ตรวจอารมณคุนกับบรรยากาศสงบใต
แสงจนั ทรอ ันโยงใยกับวถิ ีธรรมในปจ จุบันชาติ แลวจติ ก็แนบสนิทเขา กบั ความรสู กึ คุนเคยดงั กลาว เหมือนหลุดออกจากกายและ
สิ่งแวดลอมปจ จบุ นั ปรากฏใหมก ึง่ รูแจง กง่ึ อยูหางจากความเปนเชน น้ัน
เหน็ ตนเองน่งั ขัดสมาธอ์ิ ยูบนแครเตีย้ ๆ กลางแสงจนั ทรนวลใย ทน่ี นั่ เปนหนาบา นของทานในแควน อวนั ตี ซงึ่ หันออกสูราวปา
สงัด ปลอดคน ในภาวะทเ่ี ร่มิ คุนกับอาการระลึกรู เหมือนมีอีกคนนง่ั ซอนตนเอง เปนการซอ นตัวปจ จุบนั เขา ไปในตัวอดตี
๕๑๕
ขณะแหงการนงั่ บนแครน้ัน ลกั ษณะจติ มิใชป ลอ ยใหต นเองดม่ื ดาํ่ กบั ธรรมชาติอนั งาม ทวากาํ ลังยินดกี ับความรใู หมท ี่รับมา นั่น
คือขา วมหาปุโรหิตทีอ่ อกบวชไดฉ ายานามวาพระมหากจั จายนะ ทา นกลับคนื สูบา นเกิดพรอ มพาลกู ศษิ ยผ ูถอื เพศบรรพชิตดวยกนั จํานวน
หนง่ึ มาดวย
กุลบตุ รชาวอวันตจี ํานวนมากเมื่อเขา สสู าํ นกั ของพระมหากัจจายนะก็เกิดความเล่ือมใส แตด วยเหตุขดั ขอ งทีม่ ภี ิกษุไมเพียงพอ
แกก ารทาํ สงั ฆกรรมในการบวชพระตามวนิ ยั จงึ เปน ไดแตเพยี งบวชเณร ถงึ แมมีอายุครบบวชพระกนั แลวก็ตาม
ขา วมหามงคลเกย่ี วกบั พระมหากจั จายนะดังกลา วนี้ มีมาถงึ ทา นในยามอรุณรงุ ของวนั เดยี วกันกบั ทน่ี ่ังชมจันทร นับเปนวาสนา
อันใหญหลวงทพี่ ระหนมุ ในสํานกั ของพระมหากจั จายนะรูปหนง่ึ เดนิ มาบณิ ฑบาตถึงหนา บา นทาน ซึ่งเมื่อทา นเหน็ กิริยาอันควรแกสมณ
สารปู แลว ก็เกิดความเล่อื มใส ตกลงใจถวายภัตตาหารทนั ทีดว ยความเบกิ บานรา เรงิ ใจ
ในสมยั นั้น จะมกี ารรับบาตรดินเผาของพระมาบรรจอุ าหารดวยมือของโยมเอง ทา นรบั บาตรจากพระมาสง ตอ ใหนางพราหมณี
ผภู รรยา เพ่อื เอาเขาบา นใสอ าหาร ระหวางนั้นทา นก็นิมนตพ ระนงั่ สนทนาบนแครเสมอกนั นน้ั เอง ดวยเหตุทีท่ านอยูในวรรณะพราหมณ
และยังไมท ราบถึงความเปน บคุ คลอนั ทรงธรรมควรเคารพของสมณะหนมุ
เม่อื ครง้ั พุทธกาล ศาสนาพทุ ธปรากฏเหมือนเพียงลัทธิคําสอนอีกแนวหนง่ึ กลาวไดว าเบอื้ งตน พทุ ธศาสนาเปนความเชือ่ ของ
ชนกลุมนอ ยท่กี ระจัดกระจายทัว่ ไป เม่ือดูจากลกั ษณะภายนอกของพระซ่งึ นงุ หม ผายอ มฝาดเพยี งนอยชิน้ กม็ ไิ ดมีเอกลกั ษณบง บอกวา เปน
เครือ่ งหมายแทนการเชื่อคาํ สอนแนวทางใดไดเ ลย
อยา งไรกต็ าม ทานเคยยินคาํ เลา ลือเก่ยี วกบั การอบุ ตั ิของพระพทุ ธเจา ผเู สด็จมายงั โลกมนษุ ยเ พอ่ื ความส้นิ กเิ ลส ความถงึ ทสี่ ุด
แหง ทุกข ก็บงั เกดิ ความใจสั่นหวัน่ ไหวอยา งนาฉงน เมื่อสอบไดความวา พระหนุมตรงหนา น้ันบวชในสํานกั ของพระมหากจั จายนะผเู ปน
หน่ึงในศิษยเ อกของพระพทุ ธเจา ทา นก็ปรีดาปราโมทยเ ปนลน พน รบี ไถถามถงึ สิ่งทีข่ ดั ของคาใจมาเน่นิ นาน
คาํ ถามของทานท่มี ตี อภิกษหุ นุมคอื ธรรมะของพระสมณโคดมน้ัน ตอ งฟง จากพระโอษฐแตป ระการเดียวจึงไดผ ลอนั ไพบูลยถึง
ทส่ี ดุ คอื การสนิ้ ทกุ ข หรอื วาเพียงฟงคาํ บอกเลา กไ็ ดผลสูงสุดเปน การส้ินทุกขอ ยางเดยี วกนั พระไดย นิ คาํ ถามก็สอบกลบั วาทาํ ไมจึงสงสยั
เชนนน้ั เลา ทานกอ็ ธิบายวา ทา นอยใู นวัยชรา จะใหเดินทางไปฟง ธรรมจากพระพุทธองคซ ง่ึ ประทับอยูไกลบา น เห็นทคี งเปน การลําบาก
เกินกาํ ลังสงั ขาร
พระฟงเหตผุ ลจงึ ตอบวา ธรรมะเปน ของกลาง การทพี่ ระศาสดาใหสาวกแยกยา ยกนั ออกประกาศธรรมอนุเคราะหป ระชาชนไป
ทัว่ ทัง้ ชมพูทวีป ยอ มยนื ยนั วา ชาวบานดา นเมืองทั้งหลาย ก็ฟงธรรมอันเดียวกบั ทอ่ี อกจากพระโอษฐไ ด รวมทัง้ รับผลสูงสดุ คือการสนิ้ ทุกข
เชน เดยี วกนั ไดด วย หากนอ มรับธรรมไปปฏิบัตอิ ยางสตั ยซ อื่
ฟงเชน น้นั อัตภาพเดิมของปูชนะก็เกดิ ความปติลนพนประมาณ ยึดเอาภกิ ษุหนุมตรงหนา นั่นเองเปน ตวั แทนพระบรมศาสดา
ถามพระวาเพอ่ื ถึงทสี่ ดุ ทุกขต อ งทําอยางไร พระก็อธบิ ายใหฟ ง เร่อื งอรยิ สัจ 4 ซ่ึงมีสาระสาํ คญั หลกั คอื ทุกข สมทุ ัย นโิ รธ และมรรค
ฟงนยั พอสงั เขปโดยทําไวในใจอยา งแยบคายแลว พราหมณผูชราก็กาํ หนดไดวา อริยสัจสี่น้ีเปนเรอื่ งของจิตใจโดยแท จติ ใด
สะบ้ันเปนอสิ ระขาดจากการเกาะกุมของตณั หา จิตน้นั ก็ไมมีเหตุแหงทุกข แตการจะพน ตัณหาได ตองรูจริงๆเสียกอนวาตนเปน ทาสตณั หา
หรอื เปลา หากขาดสตริ ูเ ทา ทันเสียแลว ไมต ระหนักวาเปนขา ทาสของตัณหาเสียแลว ที่ไหนจะมแี รงบนั ดาลใจใหป ระกอบความเพยี รเรง
พนจากอาํ นาจของตัณหา
นนั่ เอง จึงเปนเหตุเหน่ียวนําใหเกิดเจตนา วา ทา นจะเฝา รู เฝาดูตณั หาในใจตนเอง
๕๑๖
เมอื่ พระจากไปแลว ทานกค็ ิดเก่ยี วกบั เรือ่ งการดูตัณหาในใจตลอดวัน จนตกคาํ่ เม่อื นางพราหมณผี ภู รรยาหลบั สนิท จงึ ออกมา
นัง่ หนา บา นดวยอาการเปน ดษุ ณีทามกลางความสงดั เงยี บของปามืดอนั ฉาบไลด วยนวลรศั มีแขอนั รองเรือง แลวพยายามสังเกตกเิ ลสตณั หา
ในจติ ก็เหน็ ปรากฏเปน ความเกิดแลว ดบั ดบั แลวเกดิ ดวยความคาํ นงึ ถงึ เหตกุ ารณใ นชีวติ ประจาํ วนั วนไปเวยี นมาเร่ือยๆ ไมต า งกบั แพเมฆ
ทีผ่ านมาบงั จันทร แลว ก็ผานจรจากไป
แมอดตี ชาตคิ รงั้ นน้ั ทา นยงั หางจากมรรคผล ทวากเ็ ปนชนวนธรรมอนั แสนประเสรฐิ เหตุการณเมือ่ รับธรรมจากพระหนุม จงึ
ปฏริ ปู เปน แรงประทบั ลงสูค วามทรงจาํ สนิทซึ้ง จงึ เขา ใจวา เหตใุ ดจติ ทานมักโยงแสงจันทรเขากับความยนิ ดใี นธรรมมาจนกระทั่งถงึ ชาติ
ปจ จุบนั
ถอนจากนมิ ิตอดีตกลบั คืนสสู ํานกึ เตม็ บริบูรณแหง ความเปนปูชนะ ชายชราใหนึกเหนอื่ ยหนา ยเปนทีย่ งิ่ เหตุการณล วงผา นมาก็
กวา สองพันป ทานกย็ ังหลงวนเกดิ ตาย มอี ัตภาพ มีการเตบิ โตเขาสวู ัยแก รอวนั แตกตายอยูอ ีก
ในชาตนิ ี้ นาจะเปน เพราะบม บารมีมาแกก ลา พอ ทานจึงเร่มิ สนใจและศึกษาธรรมมาตง้ั แตยังหนุมแนน และน่ันทาํ ใหท า น
ตระหนกั วาการแสดงตวั ของบารมธี รรมน้ัน มาในรปู ของการใหความสนใจธรรม นาํ ไปสูครบู าอาจารยท่ีประพฤติตรง ประพฤติชอบ
รวมท้งั ความฝก ใฝขยันปฏิบัติ ไมเก่ยี งงอนวา ตนกิเลสบางหรือหนา ไมท อดอาลยั อธษิ ฐานรอขอสําเร็จมรรคผลในศาสนาพระศรีอารย
เมตไตรย แตม ุง ใชอ ัตภาพคือกายนีใ้ จน้ีดับเหตแุ หง ทุกขใ หท ันกอนถงึ ลมหายใจเฮือกสุดทาย
ในสว นของการใหค วามสนใจธรรมท่ีนาํ ไปสคู รูบาอารยน ั้น ทา นมีวาสนาพบคําสอนอนั ทรงพลังอศั จรรยท ี่สัน้ ทวา
เปล่ยี นแปลงผูคนใหห ันเหมาเขา สูทางมรรคผลกันเปนจํานวนมากตอ มาก น่ันคอื
จิตสง ออกนอกเปน สมทุ ัย
ผลของจติ สงออกนอกเปนทกุ ข
จติ เห็นจิตเปน มรรค
ผลของจติ เห็นจติ เปนนโิ รธ
นัน่ เองเปนจุดหกั เหของชีวติ ทา นเดนิ ทางรถไฟไปกราบหลวงปดู ูลย อตโุ ล พระสาวกผูเปน ตัวแทนประกาศธรรมของ
พระพุทธเจาที่ย่ิงใหญท ่ีสดุ รปู หนงึ่ แหง ยุค
หนทางธรรมในชาติน้ี เมื่อไดรบั คาํ สอนจากหลวงปูดูลย ซง่ึ มีสาระสาํ คญั ใหดจู ิตตนเอง สิ่งแรกท่ที านกลบั มาพจิ ารณาก็คอื จิต
คืออะไร จิตอยูท ่ไี หน จะดจู ติ ไดอ ยา งไร
นั่นเปน เหตใุ หพิจารณาตอวาจิตยอมอยูในกายนี้เอง ดังนน้ั ถา จะหาจิต ก็จําเปน ตอ งคนควาลงในกายน้แี หละ นับแตก ารปพู ืน้ คือ
ทาํ ความสงบ ยุติความอยาก ดับความกระวนกระวาย เหมอื นทํานา้ํ ใหห ายขุน สะอาดใสเพยี งพอจะดใู หรวู า มสี ่ิงใดในนํ้าน้ัน
๕๑๗
การดกู ็คือการตรวจระลึกลงไปในกายทลี ะสว น นับแตเ สนผมบนกระหมอมลงไปจนถงึ พ้นื ฝา เทา ดวยจติ ท่ตี งั้ มน่ั และนง่ิ ใส จะ
เห็นชัดประจักษว ากายนีม้ ิใชจ ติ กายเปน ธรรมชาตสิ ว นหน่ึงตา งหาก
จากนัน้ เมื่อตรวจระลกึ ลงไปในเวทนา ซ่ึงหมายถึงความรสู ึกสุข ทุกข เปน กลางที่ปรากฏอยใู นปจ จุบันขณะ ก็เหน็ เปน ตางหาก
จากจิตเชน กนั และแมเ วทนาจะข้ึนตรงกบั ประสาทกาย ก็แยกเปน คนละสว นอยางเดด็ ขาดจากกาย ทาํ นองเดียวกบั กระแสไฟฟา ที่แลนไป
ตามลวดทองแดง ตางก็เปนธรรมชาติคนละชนิดกันน่ันเอง
เมือ่ ตรวจระลึกลงไปในสัญญา ซึง่ หมายถึงความจาํ ไดห มายรู เชน ความหมายจาํ วาน่ีคอื ตวั เรา กเ็ ห็นเปน ตางหากจากจติ เพราะ
เมื่อจิตสงบนิ่งต้ังม่นั แลว สัญญาจะเปนสิง่ ถกู รไู ด คลายกับลอนคล่ืนทปี่ รากฏรองรอยแตกตา งกบั แผน น้ําเรียบ เมอ่ื กระเพ่ือมแลว กห็ ายไป
เปนผวิ นาํ้ น่ิงไดอีก ราวกบั ไมเคยเกิดรอ งรอยใด ๆ ขึ้นเลย
เม่ือตรวจระลกึ ลงไปในสงั ขาร ซ่ึงหมายถึงความคดิ นกึ ปรุงแตง หรอื เจตนาคิด พดู ทํา กเ็ ห็นวา สังขารไมใชจ ิตอกี เพราะถา ใช
เมอ่ื เจตนากระทาํ การยอ มปรากฏควบคไู ปกับจติ ผูดตู ลอดไป แตน ่ยี งั ตกกลบั เปนอาการรู อาการน่งิ ไดอยู
โดยรวบรดั ที่สุด ส่งิ ใดถูกรูได ส่งิ นนั้ ไมใชจิต ปรากฏเปน อืน่ จากจิต ปราศจากอตั ตาแฝงเงาอยใู นสงิ่ นน้ั
ในสมัยแรกเรมิ่ ปฏิบตั ธิ รรมตามหลวงปดู ูลยสอนนน้ั เอง ทา นกจ็ ับไดวา จิตคอื ผูรู ผสู ังเกตการณอารมณท งั้ ปวงทกี่ ําลังปรากฏ
เมือ่ ใดจิตทรงตัวรูอ ยเู ปนหนึ่ง ดังท่ีพระพุทธองคบ ญั ญัตเิ รยี กไวว า 'ธรรมเอก' บรรดาส่ิงทถี่ กู รูกล็ วนแตแสดงไตรลกั ษณออกมาตลอดเวลา
กลาวคอื ปรากฏใหเ ห็นเปน ความเกดิ ขนึ้ ต้ังอยู ดับไปทงั้ สน้ิ ไมเหน็ อะไรสักอยางเดียวทต่ี ้ังมั่นอยูได
ขณะทปี่ ฏิบัตใิ นยคุ นัน้ ทานไมใ หความสาํ คัญกับบญั ญัติในตาํ ราเทากบั ธรรมท่กี ําลงั ปรากฏแสดงตัวตอ จติ เหมือนจติ เปนลน้ิ
และธรรมเปน รส เมอื่ ล้มิ รสกไ็ มมวั คดิ วา น่นั เคม็ นห่ี วาน ทาํ นองเดยี วกบั ทเ่ี ม่ือแยกขันธอ อกเปนตา งหากจากกัน ก็มิไดใสใจวาเขาขนั้ 'นาม
รปู ปริจเฉทญาณ' หรอื ยัง หรอื เม่อื เหน็ สภาวธรรมตา ง ๆ แสดงความเกิดดับเอง ก็มิไดใสใ จวา นั่นเรยี ก 'อทุ ยัพพยญาณ' หรือเปลา
ทราบแตธรรมน้นั เมือ่ จิตลมิ้ แลว มแี ตความรูแ จง เปนธรรมชาติ เปนอิสระจากภาษาและอยูเหนอื ความคดิ ปรุงแตงอยางทีส่ ดุ
ทานสงั เกตเห็นตอ ไปวา บางคราวจติ กับอารมณก ็รวมตัวเขาดว ยกนั เปนกลุมกอน หนกั แนน เรารอ น บอยครัง้ ท่ีเทา ทนั เหน็ จิต
อยสู วนหน่ึง อารมณอ ยสู วนหนงึ่ แตเมอ่ื จติ ไปรอู ารมณเขา ก็เหมือนมีแรงดงึ ดดู ใหจ ิตเคล่ือนเขา ไปยดึ ถืออารมณอ ยา งแนน เหนยี ว เม่อื ใด
เคลือ่ นเขายดึ อารมณแ ลว จติ ก็รสู กึ เปนทุกข เพราะความไมเ ปน อสิ ระจากอารมณน นั่ เอง
แมมาถงึ จุดนั้น ทา นก็มไิ ดพ จิ ารณาวา นัน่ คอื การแสดงตวั ของอรยิ สัจสี่ เพยี งเฝา รูอยางซอ่ื สตั ย ไมต กแตงดดั แปลงส่ิงทก่ี ําลงั
ปรากฏ อะไรจะปรากฏอยางไรกป็ ลอ ยตามท่มี นั เปนไปอยา งนั้น ทราบแตว า การเปนปถุ ชุ นทําใหบอ ยครงั้ ทีจ่ ติ กบั อารมณร วมตัวอยูดว ยกนั
อยางเหนียวแนน นานๆเมอ่ื เดนิ สัมมาสตเิ ขาสว น จิตกับอารมณจ ึงแยกออก เหมือนมีชองวางระหวา งกนั บา ง ใหทราบวานีฝ่ งรู นัน่ ฝง ถูกรู
และแลว วนั หนึ่ง เมอื่ ทานเหน็ ความกังวลหว งรางกาย กลวั จะเปนไขหวดั เพราะเปยกฝน ดว ยความชาํ นาญในการดูจติ ใจตนเอง
ทาํ ใหเกิดสติระลึกรูลงตรงใจกลางความกังวลนน้ั โดยปราศจากความจงใจ ความกังวลก็ดบั ไป เพราะถกู เห็นจงึ ผา นหาย
นอกจากความกังวลจะดบั ลงแลว รา งกายทีก่ าํ ลังนง่ั กอดเขา พายฝุ นท่ีกาํ ลงั กระหนา่ํ ซดั ตลอดจนกระทั่งโลกรอบดานทัง้ หมด ก็
พลอยดบั ลงตาม
๕๑๘
รปู หายแลว เวทนา สัญญาหยาบๆก็ดับสนิ้ เหลอื เพยี งกระแสความปรุงแตงอนั ประณตี ผดิ กนั กบั ระดับความคิด ที่ผดุ แผว ข้ึน
เปน ขณะ ๆ จติ รูโดยปราศจากการจงใจรู รเู ทา ไหรว างเทา นั้น หมดจากความมนั่ หมายหรอื วพิ ากษว จิ ารณใ ด ๆ ตอ ไป
ถัดจากน้นั คอื การลงภวงั คใ นแวบเลก็ ตดั กระแสคํานงึ ขอ งเกี่ยวอันใด คลา ยรปู นามสลัดคืนความหมายและความปรากฏมี
ตวั ตน แลว จิตกด็ าํ เนนิ เขาสูค วามดับสนทิ ไรรอ งรอยโดยสิ้นเชิง ถดั จากนั้นความรับรูก็เรมิ่ ปรากฏข้นึ อีก แตยังละเอยี ดเหนือข้นั ทีจ่ ะเปน
ความคดิ เพยี งแจม แจงในสงิ่ ท่ปี รากฏกอนหนา วา บางส่ิงทีไ่ มเ คยเห็นมากอ น อนั หอหมุ เคลอื บคลุมธาตุรไู ว ไดถ กู แหวกออก จิตอุทาน
อยางลงิ โลดประหลาด หากถอดความเปน สญั ลกั ษณทางภาษาก็คงไดค วามวา 'เอะ จติ ไมใชเ ราน่ี!'
แลว จิตก็ทรงตัวอยกู บั ความวา งช่ัวขณะหนึง่ จากน้ันจึงบังเกดิ แสงสวา งพลุง โพลงจากความวาง แผกวา งออกไปอยางไร
ขอบเขต ขณะถัดมาก็ผุดความเบกิ บานอนั เปน สอื่ สญั ญลักษณแสดงตัวของธรรมชาตบิ ริสุทธิ์ ไรรูป ไรนาม ปราศจากอารมณเ ปนเหยอ่ื ลอ
แมน อ ยเทานอ ย เปน การแสดงใหรูวาบางสง่ิ มีอยู ทวาไรก ารปรุงแตง ไรทีต่ ้ัง ไรนมิ ติ หมายใด ๆ ทเี่ คยเหน็ ดวยตา ไดยนิ ดว ยหู สัมผัสดว ย
กายประการใด ๆ ทงั้ สน้ิ
เมื่อถอยลงจากเอกภาวะอนั ไรซ ึง่ คูสอง สูความรบั รูปกติ ทําใหจ ิตไดข อสรุปกบั ตนเอง วาความเปน ตัวตนไมมจี รงิ ความลงั เล
สงสัยในพระรตั นตรัยหมดส้นิ ไป ทางนีม้ อี ยู ไมม ที างอ่ืนทตี่ อ งแสวงหา ภพชาติไดถกู บน่ั ทอนใหหดสนั้ ลงแลว
โสดาบันปรากฏเปน ประจกั ษพยานแกพ ทุ ธศาสนาอีกรูปนามหน่งึ แลว
หลังจากนาทีแหง มหาปรากฏการณ ทานก็ดาํ เนนิ ชวี ิตตามปกติ ความรสู ึกเปล่ยี นเปน ผใู หญเ ต็มตัว รูจ ักตนเอง และดําเนนิ ชีวติ
อยางมจี ุดหมาย มใิ ชลอยชายตามกระแสโลกไปวนั ๆ เชนแตกอน สว นการปฏิบตั กิ ท็ ําอยอู ยางเดมิ น่นั เอง
การปฏบิ ตั ยิ ังคงเดิม เหมือนทผ่ี า นมาทุกประการ ในข้นั ของความเปน โสดาบันอริยบุคคล จติ กบั อารมณค อยมีลักษณะตา งคน
ตา งอยูไ ดเอง โดยไมต องอาศยั ความพยายามรวมจติ เปน สมาธเิ พือ่ ใชแสงรแู สงปญ ญาใหม ากเหมือนครง้ั เปนปุถชุ น แมบอยครงั้ จติ กับ
อารมณผสมกนั จนเกดิ อุปาทานในตัวตนและอปุ าทานในกามคณุ ไดเทากับคนธรรมดา ก็เปนไปแบบมกี รอบมีเกณฑลอ ม จิตอนั ทรงธรรม
สูงเหนือมนษุ ยคอยหามไวเมื่อจะลวงอกุศลกรรมบถขั้นรุนแรง และถอยกลบั มาสูฐานท่มี ั่นเอง คอื ทรงรู แยกจิตแยกอารมณจ ากกนั เปน
พกั ๆ มใิ ชว า ดง่ิ รดุ ๆ ไปหาราคะ โทสะ โมหะเตม็ สูบเหมอื นสงั สารสตั วท ั้งหลาย
ประมาณ 8 เดือนถดั จากวันแหง มหาปติ จติ กม็ าถึงสภาพทีป่ ระหลาด คือเจรญิ สตคิ ราวใด จะรวมลงตกภวงั คอ ยเู สมอๆอยาง
รวดเรว็ ไมวาจะยืน เดิน นงั่ นอน ดูตงั้ ทา รวมดับเงยี บเหมอื นคนหลับเปน ประจํา สรา งความกังวลใจใหทานมาก
ในวันอาสาฬหบูชาคราวหนงึ่ ทานไดข ้ึนไปกราบหลวงปสู ิม พทุ ธาจาโร ทถ่ี ้ําผาปลอ ง และเรียนปรกึ ษาถงึ ปญหาทเี่ กดิ ขึ้นและ
แกไขไมได หลวงปูกลับยิม้ ๆ แลว บอกวา เม่ือเปนผูรูแ ลว จะตอ งสงสัยอะไร จะตองถามใครอีก ใหป ฏิบัตไิ ปเถดิ จะไดของดใี นพรรษานี้
แหละ
วันรุง ขนึ้ ระหวา งนัง่ รถโดยสารกลับกรุงเทพฯ ปูนัง่ เจรญิ สตสิ มั ปชญั ญะตามปกติ จติ ก็รวมลงดับความรบั รูรปู กายและ
สิง่ แวดลอ มภายนอก เขาไปรรู ูปนามภายในท่เี กดิ ดบั แลว ตัดกระแสรวมลงถึงความไมม อี ะไรเลย หมดส้ินทัง้ รูปและนามอันเปนเวทีแสดง
ไตรลกั ษณ บรรลซุ ่ึงอรยิ ธรรมขนั้ ทีส่ อง
จิตเขาถงึ ของเขาเอง หาไดมีการบีบบงั คบั หรอื จงใจใหเปนไปอยางไรไม ขอเพยี งตงั้ ผดู ู ผูร ู ใหอยูในกระแสความเหน็ ไตร
ลกั ษณเ ทานัน้
๕๑๙
ในขั้นของความเปน สกทาคามีอริยบุคคล จิตเร่ิมมปี กตแิ ยกกบั อารมณ นอยครั้งนักทีจ่ ิตจะเคล่อื นเขา เกาะอารมณจ งั ๆ ทจี่ ะให
เขาเกาะอารมณเหนียวแนน ก็เมอื่ ปะทะกบั ผสั สะท่ีแรงมาก สติสัมปชญั ญะอนั วองไวทําใหจติ เห็นแมก ารเรม่ิ กอ ตัวขน้ึ ของกิเลสอนั
เล็กนอย กิเลสจึงดบั สลายกอ นกลายเปน ไฟกองใหญเสมอ
สภาวจิตในข้นั นจ้ี ึงปลอดโปรงโลงหวั อก เปนอยผู าสุก มีปกติสขุ สบายแตกตางจากครงั้ เปนปุถุชนอยา งเห็นไดช ัด เรียกวา แม
หา งจากการภาวนาบาง กม็ ีความสบายอยูในตัวเองตามธรรมจิตขั้นนี้
อยางไรก็ดี เมือ่ กิเลสละเอยี ดลงตามภมู ิธรรม ตณั หาท่จี ะพาจติ ใหเ คลอื่ นไปยึดอารมณ จงึ เปนตณั หาชนดิ ละเอียดตามไปดวย อา
สวะคอื ภพหรือท่ีเรียก 'ภวาสวะ' ซง่ึ จติ ของทานเขา เสวย จงึ มีปกติเปน ภพอันละเอียดย่ิง มสี ภาพ 'หลอกจติ ' วาดี เพราะมาในหนา ตาของบญุ
กศุ ลอันแทจ ริง ปราศจากเบ้อื งหลังจงใจกาํ หนดสรางใหเปน เชนนนั้ นเี่ ปนขอ ลาํ บากประการหนึง่ คอื มีตวั เรง แรงจูงใจใหกา วลวงสันตสิ ุข
มีอยนู อย เพราะเหน็ ทกุ ขไ มชัดเทา เมอื่ ครัง้ กอน ๆ
อนั เนอื่ งจากปชู นะระลกึ ชาติไดม าก ความรสู กึ เก่ียวกบั สงั สารวฏั จึงเหมือนคนวา ยน้าํ กลางทะเลจนเขา เขตนาํ้ ต้ืนแลว เพียงเขยง
ปลายเทา ก็สามารถดนั ตัวใหพ นการจมนํ้าไดแลว ดังน้ันแมย งั ตอ งลอยคอสลบั เขยง เปน ระยะตามแรงโถมของคลื่นผัสสะเพอ่ื ไมใหจ มน้ํา
ตายก็ตาม นเ่ี องจะวา เปน ทุกขนกั ก็ไมใช จะวา ปลอดภัยพน ทุกขก ไ็ มเ ชิง รวมความคือเหน่ือยนอ ยกวาเมอื่ ครงั้ ลอยคอกลางทะเลอยา งเห็น
ไดชัด
การถึงอริยธรรมข้ันทีส่ าม หรอื 'อนาคามิผล' นัน้ จาํ เปน ตอ งอาศยั ปจจยั อนั พรงั่ พรอ มหลายประการ ซึง่ พรอมไดยากในชวี ติ
ฆราวาสอันคลุกคลอี ยูกบั ญาติสนิทมิตรสหาย บคุ คลอันเปนทรี่ ัก ตลอดจนกระทั่งหนาท่กี ารงานอนั วนุ วาย
และคลายมีภาระผกู พันเปนกรรมสัมพนั ธไมเ ลกิ เมือ่ ลวงเขา วัยทีป่ ลดเปลื้องความรับผดิ ชอบจากลกู สาวลูกชายเสยี ได กใ็ หตอ ง
มแี กว ตาดวงใจใหมม าอยใู นความดูแลเสียอีก ลกู ตนพนอก ลกู คนอนื่ ก็มาอยูใตปกอีกแลว
การปฏบิ ตั ิในชวงหลังของปจู งึ เหมือนคอย ๆ สง่ั สมกําลัง รอเวลาที่จะทาํ สงครามแตกหักกบั กิเลสตัณหาตอ ไป โดยทที่ านชอบ
เดนิ จงกรมมากกวาการนั่งหลบั ตาภาวนา เพราะจิตอันเดน ดวงเขาท่รี อู ยแู ลว เพียงเบอื้ งแรกกาํ หนดรูการกระทบพน้ื ของเทา ขวาซา ยเปน การ
เอากําลังในฝายสมถะเสียหนอย ครูเ ดยี วจติ ก็เหมือนทวีกําลังขึ้นมากพอ ดุจเดียวกบั อากาศยานท่ีไดพ ลงั อดั มากพอจะแลนทะยานข้นึ สนู า น
ฟา แหง ความรูแจง มองลงเห็นธรรมหยาบและละเอยี ดกวา งขวางตามจริง
บางวนั จติ สงบรูอยทู จ่ี ิตกน็ ่งิ ดูไตรลักษณ บางวนั จิตผาดโผน ก็พจิ ารณาธรรมอนั ใดอนั หน่ึง ทาํ ใหร เู ห็นเรอื่ งราวล้ีลบั พสิ ดาร
มากมายกา ยกอง โดยเฉพาะความจรงิ เกยี่ วกบั สง่ิ ทป่ี รงุ เปนขันธหา ในอัตภาพปจจบุ ัน เหน็ โยงใยกับอดตี เบ้อื งใกลแ ละเบอื้ งไกลใน
สงั สารวัฏอันสลบั ซับซอ นซอ นเง่อื น
แตเรอ่ื งทจี่ ติ ชอบพิจารณาเปนหลักคอื ชวี ิตนี้ ทัง้ ความสุข ความทุกข ความรกั ความชงั ลกู เมีย หนา ทีก่ ารงาน ช่ือเสยี งเกยี รตยิ ศ
ปูเคยมี เคยเปน แลว ผา นหายดจุ ควันทส่ี ลายไปในอากาศธาตเุ ม่อื หมดเปลวไฟสง ตอ
เม่อื จติ พจิ ารณาถึงความไมมอี ะไรของส่ิงภายนอกแลว จติ มกั รวมตัวเขา มาพิจารณาลงในกาย เปนตนวาเห็นโครงกระดูกที่มี
เนอ้ื หนงั อนั เร่ิมทรุดโทรมหมุ อยู มลี มหายใจเปน เครือ่ งหลอเลย้ี ง ไมนาน ก็จกั ตอ งทิง้ กายนใ้ี หทับถมแผนดิน ทุกขส ุขทั้งหลาย ความทรงจํา
ทง้ั หลาย ความนึกคิดปรงุ แตงตาง ๆ กจ็ ะขาดหายไป หมดจากสภาพความปรากฏมีปรากฏเปน
แมจติ เองอันเปน ธรรมชาตชิ นิดหนึ่ง ก็จะดับลงดวย แตหากดับแบบมีเชอื้ พันธุใหง อกเงย ก็จะสงกระแสกอจติ ใหมใน
สัมปรายภพตอไปอีก เพอ่ื มแี ลว ทิ้ง พบแลวพราก ไดแ ลวเสีย วนไปเวยี นมาหาแกน สารไมไ ดเ ลย
๕๒๐
ทกุ คร้งั ท่ีมาถึงจดุ แหง การพจิ ารณาขอธรรมอยา งใดอยา งหนงึ่ จติ ของปชู นะจะเห็นชัดถงึ ความไรแ กนสารของขันธห า จิตนอม
ไปถึงอมตธรรม อนั ปราศจากความเคล่ือนไหวในภายใน ปราศจากรปู ลกั ษณใ นภายนอก อปุ าทานขันธก ็ถูกลดิ รอนใหกรอบบางลงเรอ่ื ย
อยา งไรกต็ าม คลายยังปรากฏเยื่อใยสายหนึง่ ทีไ่ รร ูปลักษณ แมบาง ทวาก็เหนียวอยู
เม่อื กาํ หนดจติ ยอนดกู ายจากดา นหนาเขา ไป ก็เหมอื นจะทะลุปรโุ ปรงไปตามลําดบั เหลอื เพียงเยอ่ื ผวิ หนงั ทางดานหลังของกาย ซง่ึ เบาใส
แตห ยนุ เหนยี วอยูอกี ชนั้ หนง่ึ เทา นนั้
เมอ่ื ใดเดินเลนในหยอมสวนไมด อกไมประดับบนหญาขจขี องแพตรี จติ กับธรรมกส็ ัมผสั กนั เสมอ ปูเหน็ ตน ไมใบหญา และ
แผนดินแผนฟา เปนสง่ิ ไรสภาวะ ทัง้ หมดท้งั ปวงบางเบาราวกบั ปราศจากน้ําหนักใหส าํ เหนียกกาํ หนด จติ ของทา นกับธรรมชาตยิ งั ตางกนั
นดิ หนึ่ง คอื แบงเปนฝกฝายได โดยฝา ยจิตมนี ้ําหนกั อยูเ ลก็ นอ ย จิตจงึ ยงั มพี ฤติกรรม ในขณะทธี่ รรมชาติภายนอกปราศจากพฤตกิ รรม แม
ธรรมชาตจิ ะเกิดดับเปล่ยี นแปลง ก็เปนไปตามธรรมดา ไมมีการใหค าตอ ความเปลี่ยนแปลงแตอ ยา งใด
มแี ตจ ติ นัน่ เองยังมน่ั หมาย ยนิ ดยี นิ รา ยกับการเปลย่ี นแปลง...
จิตเหมอื นรู เหมือนรออยภู ายใน วาวนั หนงึ่ เรว็ ๆ น้ี ตนจะวางขนั ธค นื ใหธ รรมชาติ ขันธก จ็ ะเปนเหมือนแผนฟาแผนดิน
เหมอื นตนไมแ ละสายน้าํ สวนจิตท่ีรบั อสิ รภาพจากตณั หาแลว ก็เปนไปอยา งท่จี ติ จะเปน ซ่ึงไมเก่ยี วกบั ทา นอีกแลว
ทรงภมู ิธรรมข้ันสอง เวยี นปลอยแลวกลับยดึ มาก็นานหลายสิบป บัดนีท้ านเพง่ิ อานออกอยา งแทจ รงิ ไดม องเห็นเช้อื พนั ธุของ
ภพชาติในจติ ใจ ท่พี รอมจะงอกเงยเปน กเิ ลสตัณหาไดตลอดเวลา อยา งเชนทต่ี วั ของจิตเองกย็ งั มคี วามเรา รอ นแสวงหาทางหลดุ พนเปนตน
ตลอดมาทานเขาใจวาการมหี วงคอื แกวตาดวงใจอยา งแพตรี ซง่ึ ถือเสมอื นลกู สาวในไสน ่นั เองทเ่ี ปนตัวปดบัง เปน ดานก้ันขวาง
คุณธรรมระดับอนาคามี แตบ ดั นี้เมื่อสบายใจไรก งั วลเก่ียวกับแพตรแี ลว หมดหวงอยางเด็ดขาดแนแ ลว ทา นก็เพ่ิงเห็นวาแทจริงแพตรีมิใช
ดา นสกดั ขดั ขวางแตอยา งใด ความหวิ ธรรม ใครอยากพน รอวนั เปน อิสระจากกเิ ลสตณั หา ไดบ รรลมุ รรคผลขัน้ สงู สุดตา งหาก ทีใ่ ช
ของแข็ง ของจริงอนั หา มไว
ทา นปลอ ยความอยากชนิดนค้ี า งคาไวเ นิน่ นานอยา งรเู ทา ไมถ งึ การณ ที่ผานมาจึงเหมือนปฏิบตั ธิ รรมแบบเลย้ี งไข ยงิ่ ปฏบิ ัติดว ย
ความรอวนั เปน อิสระจากภาระภายนอก รอการบรรลมุ รรคผลมากเทาไหร ยิง่ บม เพาะใหค วามอยากขั้นละเอียดเติบกลา แฝงเงาอยาง
แนบเนยี นข้นึ เทานน้ั
เสน ผมบงั ภูเขาแท ๆ เมอ่ื อา นไมอ อกวา นั่นเปน ความอยาก เลย้ี งความอยากไว มรรคผลขน้ั สูงข้ึนจงึ คลายกระถดเลอื่ นออกหาง
ไปเรื่อยๆ ทง้ั ทรี่ ูสึกเฉยี ดรอมรอ เหมือนเอือ้ มถึงแคน ดิ เดยี วมาเน่นิ นานขนาดนี้
แรงดงึ ดูดของสังสารวฏั มอี ํานาจ มีอิทธิพลเหน็ ปานนี้ กอนบรรลธุ รรม ขอเพยี งปฏบิ ตั ถิ กู ปฏบิ ัติตรง รวมจติ ใหเ ปน เห็นกาย
เหน็ จิตสกั แตเปนสภาวธรรม พอพังท่ยี ืนของอตั ตาไดร าบคาบช่ัววบู เดยี ว ก็ทงิ้ ความยดึ มนั่ จนจติ ทะลทุ ะลวงลวงรปู นามทงั้ สนิ้ ท้ังปวง ถงึ
นิพพานครั้งแรกไดทนั ที แตพอสําเรจ็ มรรคผลสักขัน้ หรือสองขั้นแลว จติ ก็หมนุ จากการปฏิบัตสิ กั แตเ หน็ สภาวธรรม มากอ ความปรารถนา
ชนดิ ใหม ปฏบิ ัตโิ ดยแอบหวงั เรงเขาเสน ชัยสุดทายโดยไมร เู นื้อรตู วั
ทา นราํ ลกึ ถึงคาํ สอนหลวงปเู ทสก เทสรังสี ครูบาอาจารยผูลว งลบั อีกรปู หนึ่งของทาน มีอยคู ราวท่ที า นเคยถามหลวงปู วาเม่อื
เจริญสติสัมปชัญญะไดอยา งตอ เน่อื งแลว จะมีอบุ ายธรรมอยา งใดใหย่งิ ไปกวา นอี้ ีกไหม หลวงปเู ทสกเ มตตาตอบวาไมม ี มแี ตตองเจริญ
สติสัมปชญั ญะจนจติ เขาพอ เขาจะปลอ ยวางอปุ าทานขนั ธเอง เหมอื นผลไมทีต่ องรอเวลาสกุ
๕๒๑
เหลอื บมองฝอยเมฆทเ่ี ผอิญเคล่ือนผา นดวงจันทร เผยแสงเรืองเดนเตม็ ตาอาบแผน ดินแผนฟา เม่ือแสงจนั ทรอับเพราะเมฆบัง
พระจนั ทรไมไ ดท ําอะไรเลย เม่ือเมฆจะมามันกม็ า เม่อื เมฆจะไปมันก็ไป พระจันทรเปนธาตุธรรมอนั ปราศจากความยนิ ดียินรา ย ปราศจาก
ความมั่นหมายใด ๆ จะเอาความอยากพนเมฆเพื่อฉายแสงมาแตไ หน
ยามนน้ั เอง จิตของทา นจึงทําตัวอยางดวงจันทร เมือ่ กิเลสจรมากเ็ ลกิ ยนิ รายกับกิเลส เม่ือกิเลสจรไปกเ็ ลกิ ยินดที ่สี งิ่ บดบงั เลือ่ น
ผาน ทานเตอื นตนเองซ้าํ วา หากพยายามหาทางหลุดพน จากอาํ นาจของกิเลส กเ็ ทากบั ยังมีกิจใหจ ิตทาํ
เมอ่ื ปรารถนาพนจากกเิ ลสก็เรียกวามคี วามจงใจ เมอ่ื จงใจก็เทากบั ยอมรับใหมีจิตผูจงใจนัน่ เอง ความยดึ ถอื ไดช อ งแทรกตัวอยู
ตรงนั้น จติ ผูเปน 'ตัวฉัน' หลบซอน ลบั มมุ บังอยตู รงความจงใจปรารถนาหลดุ พนนัน่ เอง
สติ สมาธิ และปญ ญาของปูชนะประชมุ ลงทคี่ วามรสู ึกวา 'นตี่ ัวฉนั ' ของจิต โดยมไิ ดจงใจ แตคราวน้ตี า งจากเดิมทีเ่ คยคน ควา
พิจารณาหาทางทําลายความยดึ มัน่ ถือมน่ั จิตสักแตร ะลกึ เขา ไปท่ีอปุ าทานในอัตตา ปราศจากตัณหาคอื ความอยากหลดุ พน ปราศจาก
ความเหน็ อันเปนการวิพากษว ิจารณใ ด ๆ ตอสภาวะน้นั
เม่อื จติ สักแตรู โดยปราศจากตณั หาและทฐิ ิ จติ กถ็ งึ สภาพเดียวกบั ธรรม ไมมคี วามเคลอื่ นไหวภายใน ไมมีขอบเขตรปู ทรงให
กําหนดไดใ นภายนอก จิตเขาถึงความสงดั เงยี บอยตู ามลาํ พัง หลุดจากความเกาะเกย่ี วกบั อารมณทง้ั ภายนอกภายในสนิ้
รปู ภายในคือกายกส็ วนหน่ึง รูปภายนอกคือสงิ่ แวดลอมตา ง ๆ กส็ วนหนงึ่ ผัสสะใหญนอ ยอันเปนทีม่ าของความสขุ กส็ วนหนง่ึ
ความนกึ คิดปรุงแตง กส็ ว นหนง่ึ แมประชุมพรอมกนั ในรูปแบบของความเปน ชายชรารา งหนงึ่ ก็ปรากฏแยกตา งหากจากกันสิ้นในความ
ปกหลักรูอ ันสุขุมยิ่ง เชน ที่โบราณาจารยเรยี กวา แยกขันธจ ากกันเปนกอง ๆ น่นั เอง
จดจอ อยูกบั ความเห็นเชนน้นั พกั ใหญ สภาพจติ ของปชู นะก็พลกิ ตัว เหมือนยอนเขา มาเห็นชดั วา อาการแชอยกู ับรูกองขันธ
เชนน้ัน คอื อีกแบบของการจงใจระลกึ รูอ อกไปยงั รปู ธรรมและนามธรรม อนั เปน ของนอก ของอน่ื จากจิตผรู ูอยดู ี
ดว ยความชาํ นาญแกร อบในวปิ ส สนาญาณชน้ั สูงนนั้ จติ กเ็ ล่ือนระดับความรูแ จง เหน็ จริงละเอียดเขา มาอีก คือถงึ ขนาดเหน็ เขา
มาหยุดในจติ ผรู ผู ดู ู ขาดจากความเหน็ ขนั ธอ ่ืนส้นิ
อาการรูอยูในรูน ้นั นมุ นวลแนบเนียน ปราศจากกิรยิ าประคับประคอง กลายเปน ธรรมชาติอกี ชนิดหน่งึ ใหเ ปรยี บเทียบได วา
ความหมายรูอ ารมณท ง้ั ปวงหาใชจ ะใกลเคยี งใจอันบริสทุ ธ์แิ ตอยา งใดเลย แมก ระท่งั อาการหมายรอู ยใู นตัวผูรูกต็ ามที
ความหมายรกู เ็ ปนธรรมชาติหน่ึง ใจอันเงยี บกริบ ขาดจากการรูรูปลักษณภายนอก และไรค วามเคลอื่ นไหวภายใน ก็เปน อีก
ธรรมชาติหนงึ่ ปรากฏเปน ความวาง สวา ง บริสุทธิ์ หยุดความปรงุ แตง หยุดการแสวงหา หยดุ กิริยาของทกุ ชนดิ จติ เรยี กวาแยกชั้น วิจยั
ธรรมลงไปจนหมดจดทก่ี ารหยุดปรงุ แตง จิตสน้ิ ไมห ลงเหลอื สิง่ ใดเกาะติดตกคางเปนงาน เปน ภาระไดอ กี
ถอนจากเงานิพพานกลับสูภาวะพจิ ารณาทบทวนแลว ปูชนะจึงทราบวา ภาวะท่ีจติ รโู ดยปราศจากตณั หาและทฏิ ฐิครอบงํานัน้ มี
อยู การปฏิบัติขน้ั แตกหกั ไมมีอะไรมากกวา การอยูกับธรรมชาติรู โดยปราศจากความอยากและความคิดเห็นแมละเอยี ดแสนละเอียด
ความเห็นวา อนั นดี้ ี อันนไี้ มด ี อันน้ีถกู อนั นผ้ี ดิ แมทวี่ าบรรลมุ รรคผลขน้ั อืน่ หรือจมอยูกบั มรรคผลขนั้ เดิมวาประเสริฐกวา กนั ก็
คือการตัดสนิ ใหค า ในส่ิงทีเ่ ปนคู ท่เี ปน จุดอา งอิงเปรียบเทยี บนั่นเอง เปน ชนวนหน่ึงทที่ ําใหจิตเกิดพฤตกิ รรมทาํ งานตอ อกี และอีก
ตระหนกั ดังนนั้ ชายชราจึงยุติการคิดเรอ่ื งปฏิบตั ิ เรอ่ื งผดิ เร่อื งถกู เรอื่ งบรรลุมรรคผล
๕๒๒
เมอ่ื หยดุ คิด ความจงใจอนั เปนภาชนะองิ อาศัยของผรู ู ผมู ี ผหู วงั จงึ หายไป เหลือไวแ ตส ตริ ะลกึ รูลงในกายรปู น่งั บนเกา อี้ริม
หนาตา ง เห็นรปู กายกาํ ลงั หายใจอยใู นอริ ยิ าบถสบาย ลาํ ดับถัดจากน้นั จึงสงั เกตเห็นสภาวจติ ของตนเองทีก่ าํ ลงั จงใจมองกาย ความจงใจก็
สลายตวั ไป
ประจกั ษธรรมในบัดน้นั วา จิตผูรู กบั ส่ิงทถ่ี ูกรู ท้งั หลายท้งั ปวงกค็ ือจิตเอง เปน สิ่งเดียวกัน จิตเหน็ จติ อยางแจม แจง ปราศจาก
ตณั หาและทิฏฐอิ ันจะยงั จติ ใหเกดิ พฤติกรรมใด ๆ เหนย่ี วนาํ อุปาทานขนั ธ จงึ เขาถงึ ภาวะอันเปน หนง่ึ หรอื จิตหน่ึง ไมมสี อง
เมื่อประจกั ษวา ผูรูกบั ส่งิ ถกู รูเปนอันเดยี วกัน ใด ๆ บรรดามีอันเกดิ แตก ารปะทะสงั สรรคร ะหวา งจติ กบั อารมณก็ถูกปลอยวางลง
ดว ยกัน ปราศจากความซึมซา นเขาหากนั เทายองใย เหลอื ธรรมอนั สงัดวเิ วก เงยี บเชยี บ เบกิ บานอยา งเรนลับ มคี วามเปนธรรมดาลว น ๆ
ไมห ลงธรรมใดอนั แตงเปน คําพดู ไดเ ลย
เรือ่ งของคนในโลกนั้น จะหาทจี่ บ ท่ีลงเอยไดอยางไร คงมีแตเ รือ่ งคา งคา มคี นรกั มศี ตั รู มสี ายใยโยงยึด มีความขดั ของวนุ วาย
บนเสนทางอนั สลบั ซับซอ นซอนเง่ือน เดาทางไปยาก ตา งจากเร่อื งของคนในธรรม ทเ่ี มื่อหลุดพนข้ึนมาจากโลกแลว มแี ตความเรยี บงาย
เปน ท่จี บ เหน็ จดุ ลงเอยชดั เหมอื นพบฝงอนั ผาสกุ หลังจากลอยคอเวียนวายในทะเลทุกขมาแสนนาน หมดรปู หมดนามใหดูแลสนิ้ เชิง
มตสิ งู สุดแหง ธรรมคือการชนะ คอื การยุตกิ เิ ลสหยาบและละเอยี ด คอื การหยดุ วา ยวน คือการคายเชือ้ แหงการเกิดรูปนาม เพราะ
แจมแจงแทงตลอดเสยี แลว วา รูปนามเปน ทกุ ข หมดุ ท่ยี ดึ ใจไวกบั ทกุ ขก็คือตณั หาอุปาทานในนามรปู น่นั เอง เม่อื ถอนหมุดออกเสยี ไดแ มข ั้น
ละเอียด กเ็ หมอื นเปดหลงั คา พงั กําแพงออกเหน็ ฟากวางโดยรอบ หมดความลุมหลงเพอพก หายเศรา หายสงสัย หายตดิ ขอ งคา งคาอาลยั
เหลือแตความไรท กุ ข เหนือรสสุข เกนิ จินตนาการบรรดามที ่ีเคยสงั่ สมมาระหวางการเดินทางอนั แสนไกลในวงั วนสังสารวฏั
นิพพานเปนสขุ ยิ่ง นิพพานนน้ั วางย่ิง
ทเี่ กนิ ขอบเขตนิพพานนัน้
นอกจากทุกขไมมอี ะไรเกดิ ขึ้น นอกจากทกุ ขไมมีอะไรดับไป
ใจที่ถึงนิพพาน เปน ความจบบริบรู ณอ ยา งแทจริง
เปนของจรงิ เหนือการสรรคํารอยถอ ยประพันธอันใดสิ้น
จบ.