๒๕๐
บทท่ี ๑๙ ใจแกวง
เกาทัณฑกาํ ลงั หลบั สบาย เม่ือไดย นิ เสยี งกระซิบปลุกที่ขางหู
“เต. ..”
ลมื ตาต่ืนข้ึน มีสติชดั พอจะรูท ันทีวา ไมไ ดอ ยูใ นหองนอนตนเอง แตเ ปน ของเพ่ือนสาว และเสยี งนนั้ ก็มิใชใ ครอืน่ เรือนแกว
น่ันเอง บัดนด้ี วงหนาสะอา นมาลอยอยูใกลเ พยี งสัมผัสลมหายใจได
ดงึ ตวั น่งั พลิกขอ มอื ดูเวลา เพง่ิ ตีหา หันมองเชิงไทกเ็ ห็นยงั นอนกอดหมอนเคเกบนโซฟาฝงตรงขาม นึกทบทวนความรสู ึกเมอ่ื
ครูวา ตนนอนอาปากหวอไรสตอิ ยางทีเ่ หน็ เพอ่ื นเปนอยอู ยา งนา อบั อายขายขหี้ นาในตอนนห้ี รือเปลา
“มีอะไรเหรอ?”
ถามเรือนแกวพลางกวาดสํารวจรา งงาม พบวาอยูในชดุ เสอื้ ยดื กระโปรงยาวเลยเขาสชี มพูหวาน ดเู ปน เลดก้ี วา ทกุ ครง้ั ทผ่ี านมา
“ตามแอม าน่ีหนอ ยส”ิ
หญิงสาวดงึ มอื เขาอยา งสนทิ สนม ทาํ ใหเ กาทณั ฑตอ งเดนิ ตามไปงง ๆ และยิ่งประหลาดใจเมื่อทศิ ทางทเ่ี รือนแกว พาเดนิ นนั้ คอื
หอ งนอนช้ันในท่ีเปดไฟไวเพยี งสลวั ของหลอ นเอง
อยา งไรกต็ าม เมอ่ื ผา นลว งเขามา หลอ นผลักประตูเปด คา งไวเ กอื บสดุ อีกท้งั เดนิ นาํ เขาตดั ผา นหอ งทะลุออกระเบยี งเลก็ อนั เปน
จุดหยอ นใจดานนอก ขณะนน้ั ทุกหนแหง ยังหมน มืด กรงุ เทพฯยามใกลรงุ มสี ีกระดํากระดา งไปท่วั เบอ้ื งใกลเ ปนตกึ เตย้ี แบบยานเมอื งใหม
เบอ้ื งไกลเปนตกึ สูงเกาะกลุมอยูลิบ ๆ
ความสดชน่ื ของอากาศเบื้องสงู ทาํ ใหต าตน่ื ข้ึนเต็มหนว ย เกาทัณฑป รับสติ รับรูวา เพ่ือนสาวอาจมีธรุ ะอยากคยุ ดว ยเปนสว นตัว
นน่ั เอง เขารอใหห ลอนเปนฝายเร่มิ กอน
“ขอบใจนะเต”
เรอื นแกวเอย ขณะวางศอกประสานปลายแขนกบั ราวกน้ั เกาทณั ฑเ บิกตาอยางนึกไมออกวา หลอนหมายถงึ อะไร
“เรื่อง?”
“ทเี่ ธอทําใหฉันกลบั มามคี วามรูสกึ ดา นดกี ับ...สงิ่ ศกั ด์สิ ิทธไิ์ ดอ กี ”
เกาทัณฑคลายสีหนาอยางถงึ บางออ
“ออ...”
ขานรบั รูเ พียงเทา นน้ั มไิ ดเอยตอความยาว เน่อื งจากเห็นวา ตนพดู สิง่ ที่ควรพูดไปหมดแลว ตั้งแตเม่อื คืนวาน
๒๕๑
หญิงสาวพักเงียบเปน ครูกอนเอย
“นน่ั แหละสิง่ ท่ีอยากบอก เชา น้ีแอมีความสุขมาก” หลอนยิม้ จนสดุ “รบกวนเธอมากไหมที่ปลุกนี?่ จําไดวาเคยบอกตืน่ ตหี า”
“ออื ม เมอ่ื คืนนอนผดิ เวลานดิ หนอ ย เลยไมต ่นื เองอยา งเคย แตห ลบั เตม็ ตาแลว ”
“ถาอยากเขาหอ งนาํ้ เชญิ ตามสบายนะ ใชผ าเช็ดตัวแอก ็ได”
“ไมเปน ไรหรอก อีกเดี๋ยวคงไดเ วลากลบั ไปเปลีย่ นเสอื้ ผา ทห่ี อ งอยดู ี”
“นดั กับเชิงหรอื เปลาวา จะออกกีโ่ มง?”
“คดิ วา สักตีหาครงึ่ รถรายงั บาง พอวงิ่ สะดวก”
“มธี รุ ะชวงเชาหรอื เปลา?”
“ไมม”ี
“แออยากชวนใสบาตรดว ยกนั กนซอยมอี ยวู ัดหนง่ึ เราไปทาํ กนั ตอนพระจะออกบณิ ฑบาตชว งหกโมง เสยี เวลาสกั หานาที-สิบ
นาที คิดวา รวมเวลาพวกเธอกลับไปเปล่ยี นเสื้อแลวก็คงทนั เขางานเกาโมง”
เกาทณั ฑเหน็ แววตง้ั ใจดีจริงจังของเพอ่ื นสาวแลวกไ็ มอ ยากขดั ศรทั ธา ตอบเกือบเปน อตั โนมัติ
“โอเค ถงึ สายหนอยจะเปนไรไป เราสามคนถงึ ทีท่ าํ งานเจด็ โมง-แปดโมงเปน ประจําอยแู ลว ตอใหไปถึงเอาเกอื บเทย่ี งสกั วนั
หนึง่ กค็ งไมมีใครเหลห รอก”
เรอื นแกว สยายยมิ้ ยนิ ดี แลวเดินกลบั ไปกลับมาผา นหลงั ของเขา เกาทัณฑเหลยี วมองอยคู รหู นึ่งก็หนั กลบั มาเลง็ แลเบอื้ งบน
เพดานโลกกลางใจเมืองประดับกระจกุ ดาวเพียงหยอมหยบิ มือ หางชัน้ กับความนาซาบซ้ึงในถ่ินหางไกลแสงสีลบิ ลบั
หญงิ สาวกลบั มาหยุดยนื ขา งๆ แลวโดยทเ่ี กาทัณฑไ มค าดคิด หลอ นกลับหลังหนั สปรงิ ตวั ขึน้ น่ังบนราวกนั้ ทําเอาชายหนมุ
ถงึ กบั ผวา ขยับแขนจะควา เพราะระดบั ที่อยดู วยกันนนั้ เปนช้ัน 23 กม มองลงไปเหน็ พนื้ ไกลลิบ ถา หลอ นสปรงิ ตัวเกนิ แรง หรอื ควาราวยดึ
พลาด หงายหลังพลดั ตกลงไป กค็ งมีสภาพเหมอื นกหุ ลาบถกู ขยเี้ ทานัน้
แตเรือนแกวกใ็ ชขอเทา เกยี่ วซี่กรงไว ประดิษฐานเดนแนวนง่ิ บนราวม่ันคงดี ดูไมนา เปน หว ง เกาทณั ฑจึงไดแ ตส ง สายตาตาํ หนิ
วา เสย่ี งเลน อะไรเปน เดก็ ซนอยางนี้ กบั ท้ังเปน หนา ทีข่ องเขาจะตอ งจบั ตาระแวดระวงั ไมกะพรบิ นับแตน ั้น จบั พลดั จับผลเู สยี หลกั จะได
ฉวยทนั
เบอื้ งหลงั หลอ นคืออากาศวา งเวง้ิ ละโลง ลิ่วชวนเสยี วสันหลังแทนเปน อยา งยิ่ง เรือนแกวเหน็ สายตาพะวงของอีกฝายแลวนึก
อยากย่ัวใหเปนกังวลหนกั ขึ้นอกี จึงเอนหลงั เกรง็ หนา ทอ งเอ้ยี วตัวกมมองยอ นลงไปตามแนวดิ่ง กางสองแขนกระพือคลา ยจะเล้ยี งตวั ไมอ ยู
และรองออกมาดังๆ
“เจาขาเอย ! สูงอะไรอยา งนี!้ ”
๒๕๒
ภาพนา หวาดเสียวน้ันทาํ ใหค นเห็นถึงกบั โหวงหวิวไปจนสดุ ทองนอ ย เกาทณั ฑเกรงวาน่นั จะกลายเปนตลกเลือด ขอเพยี งเรอื น
แกว หมดแรงทรงกําลังหนาทอง หรอื เทาหลดุ จากการยดึ และเขาคลาดสายตาเพียงกะพริบ มัจจรุ าชท่กี าํ ลังสง เสยี งหวีดแผววังเวงในสาย
ลมก็พรอ มจะกระชากคนอวดดีใหปลวิ รว งลงสูแทนประหารเบ้ืองลางโพน มอบความเจบ็ ราวต้งั แตข อ กระดูกถึงวญิ ญาณเปนรางวลั กอ น
ถึงแดนพญายมทนั ที
ราํ คาญที่ตองฝน เกรง็ ขาแขง ไมเปน สุข จงึ ตัดสนิ ใจกา วประชิด ตั้งหลักอยางมน่ั คง ออมปลายแขนชอนเอวกิ่วออกแรงดึงกลบั
เขา มา เรอื นแกวหัวเราะใส สองเทาหยอ นตบุ ลงพน้ื ดวยพลกาํ ลังของเขา
“คกึ อะไรข้นึ มานะเชา น?้ี ถาพล้งั ไปไมค มุ กนั เลย”
ทาํ เสยี งเอ็ดคลา ยพป่ี รามนอ ง เรือนแกวหวั เราะกอ งอยใู นสายลมผา น พลางถอยเทาหางออกไปแลบลนิ้ ยกสองน้ิวฉกี ตายียวน
เกาทัณฑส า ยหนา ดกิ
“เพ่งิ รนู ะวาเปนโรคชอบทาํ ใหค นอืน่ หว ง”
“ใครใชใ หหว งละ ไมไดเปน อะไรกนั ซักหนอย”
ชายหนมุ เทา เอว ไมแ นใจวา น่นั คอื ตัวอยางอาการเรียกรองความสนใจของอดตี เด็กมปี ญ หาหรือเปลา
“ตอนยังเล็กแอคงนา ตีพลิ ึกนะ”
“ตอนน้กี ็นา ...” จีบปากย้ิมทา “อยากตไี หมละ ?”
เกาทัณฑร ะบายลมหายใจยาว กอ นชวน
“เขาขา งในกนั เถอะ”
“ทําไมอะ อุตสา หจ ะชวนออกมาดูววิ สวย ๆ กลวั ความสงู เหรอ มองนาน ๆ แลว หวิว ลมจะใสก ระมัง?”
“ฮื่อ ผมมันปอดแหก...เตรียมของใสบาตรหรือยงั อกี เดี๋ยวจะไดเ วลาแลว”
“ยังไมไดเ ตรยี ม”
“ง้นั ไปเถอะ”
“ไปก็ไป”
หญิงสาวตอบดว ยนํ้าเสยี งเยา เกาทณั ฑยอมรับวา ทีทานาพิสมยั ของหลอ นทาํ ใหจติ ใจเขาวา วุนไปหมด
เขา ขางในดวยกัน เรือนแกว สาวเทา เนบิ ๆ ไปหมุนปมุ เพมิ่ ความสวางจากเดมิ สลวั เปนกระจางจา แลว เปดตเู ส้ือผา ร้ืออยอู ึดใจ
เดียวก็นําผา เช็ดตัวพับหนงึ่ มาสง ให
๒๕๓
“อาบนาํ้ สิ เดยี๋ วใสบ าตรจะไดใจดี ๆ ”
กม มองผนื ผาตรงหนา อยากอาบนํ้าอยเู หมอื นกัน จึงรบั มา นาแปลกทห่ี ลอนไมยกั นึกรงั เกยี จดังควรจะเปน อาจเพราะตัดใจ
บริจาค เสร็จแลวทง้ิ เลยก็ได
“ขอบใจนะ”
จากนน้ั ก็แยกยาย เรือนแกว เขาครวั เพอ่ื เตรยี มของใสบ าตร มีกบั ขาวสําเร็จรูปอยูหลายชนิ้ ที่นาํ มาปรุงไดทนั ที สวนขา วสวยก็ใช
เวลาหุงหนอ ยเดียว ทนั เวลาถมเถ
เกาทณั ฑข ดั สฉี วีวรรณอยา งละเอยี ด รวมทง้ั ทํากิจธรุ ะหนักเบาในชว งเชา ครบ ฟนก็บีบยาใสน้วิ ถูเอา และสดุ ทายถอื วิสาสะ ใน
เมื่อเพ่ือนสาวอนุญาตแลวก็ใชเจลแตง ผม กบั นึกครมึ้ ใสนํ้าหอมผหู ญงิ เสยี เลย
หากขณะนน้ั ไตรตรองสักนิด เขาจะพบวา เหตผุ ลในสว นลกึ ท่ผี ลกั ดันใหใชน้ําหอมขวดน้นั กเ็ พราะตดิ ใจ อยากใกลกล่นิ ที่
ระเหยออกมาจากเน้ือหลอนนั่นเอง…
จัดเสอื้ กางเกงท่ยี ยู ีใ่ หเ รยี บรอ ยขึน้ มองเงาในกระจก เกิดความรูส กึ สนทิ คนุ ถน่ิ ราวกับเปน หอ งพกั ของตนเอง นถ่ี าอยดู วยกันคง
แทบไมต องปรับเปล่ียนวิถีทางเดมิ ๆ เลยสักอยาง
สะดงุ กับความคิดนน้ั และรีบสลัดไลโ ดยเรว็ กลบั หลังหนั เปดประตูกา วออกมา ชะงักเลก็ นอ ยเมอื่ เห็นเชิงไทยืนขวางอยู
“เออ ...เชงิ ”
เกอ ขนึ้ มาอยา งไมม ปี มีขลุย เม่อื เห็นสายตาเย็นชาและอาการยนื ทะมนึ ของเพอื่ น
“อาบนา้ํ สิ ผาเช็ดตวั แขวนบนราวน่นั แอใ จดีวะ เชา น”้ี
เขาชีม้ อื กลบั เขา ไปในหองนา้ํ เชิงไทยงั ยนื น่ิงเปนครู กอ นทิง้ หางตาใหเ พอื่ น แลว เดนิ สวนเขา หอ งนํา้ ดวยกริ ิยาเปน ปกติ
เกาทัณฑย งั ยนื คางท่หี นาหอ งนาํ้ พักใหญห ลงั จากเพอ่ื นปด ประตแู ลว ทบทวนวธิ ที งิ้ หางตาของเชงิ ไท กอ นยักไหล กา วมาน่ัง
หนา เปย โน ยกฝาครอบขึ้น เลน มอื เดยี วเปนโนตเด่ียว ๆ กะตอ งกะแตง พยายามใหเ ปน เพลงโนนเพลงนอ้ี ยา งปราศจากจุดหมายแนช ดั พอ
จบั คลาํ มั่วไปไดน ิดหนอยตามสญั ชาตญาณเพราะเคยหดั เลน เมโลเดียนเมอื่ คร้ังยังอยปู ระถม
เลน ไดห นอ ยกเ็ ห็นจากหางตาวาเงารางหญิงสาวกรายโฉบมาทางเบื้องหลัง แลวหยอนตวั ลงน่ังหม่ิน ๆ ทขี่ อบฝงขวา
“โห…หอมฉุยเชยี วนะหนุมเจาสําอางคนน้”ี
หลอ นทักและแวะเวียนจมูกมาใกลบ า เขา เกาทัณฑช ะงกั น้วิ ทันใด
“หยดุ ทาํ ไมละ เลนไปสิคะ”
รางสงู ผดุ ยนื ข้นึ เตม็ สดั สว น
๒๕๔
“มอื เปย โนตวั จริงมาแลว น่ี มือกาํ มะลอตองหลบละ ” แลว เขากข็ อวา “แอเลนใหผ มฟง สักเพลงซ”ิ
หญงิ สาวขยบั ตวั เขา ท่ี ชายตาตอบรับอยางงา ยดาย
“ไดค ะ ทา น”
เมื่อเขาถอยฉากออกมากาวหนง่ึ หลอนก็ถาม
“ไมทราบจะรับฟง เพลงอะไรดคี ะเจานาย?”
รายชื่อเพลงมากมายผุดรายเรียงอยูใ นหัว แตแลวก็บอก
“เพลงทแี่ อก ําลงั อยากเลนท่ีสดุ ”
รอยยิ้มผุดพรายทีเ่ รยี วปากหยักสวยแปลก หลอนยืดหลังทรงกายต้งั ลําคอตรง วางมือเขาตาํ แหนง พรอ มสภาพกับการปลอย
ปลายนิว้ ใหโลดเตนไปบนคยี เ ปย โนอนั เปนเวทีแสดงฤทธขิ์ องนิ้วทั้งสิบอกี ครัง้
ลาํ นําเริม่ ตนข้ึนดวยการแผม ือซายวางจับเบสซชี ารปคแู ปด พรอ มกับท่มี ือขวากระจายเสยี งซีชารป ไมเนอรจงั หวะละสามตวั
เนบิ ชา ซ่ึงเลน เพยี งจังหวะเดียวเกาทณั ฑก จ็ ําไดทันทีวาเปน Moonlight Sonata มูฟเมนตทีห่ น่ึงของบโี ธเฟนนัน่ เอง
แมเ ปนเพลงเดียวกนั กับท่ีหลอนเลน เมือ่ คืน ทวา มฟู เมนตนกี้ ็แตกตา งกับมูฟเมนตท ่ีสามจากหนามือเปนหลังมือ คอื เชอื่ งชา เต็ม
ไปดวยความออนโยน ระบายภาพดวงจันทรท อแสงหมน ซ้ึง เยอื กเยน็ อยา งจะบอกความหงอยเหงา เรียบงายอยางจะซอ นความคกุ รุน
ซบั ซอ นไวภายใตผ วิ นอก ออ ยอง่ิ อยา งจะรอเวลาทะยานขนึ้ หารอยแตกเพ่ือระบายส่งิ ท่ถี ูกเก็บกกั อัดอั้น
เปนนาทที ีส่ ีหนา สีตาเรือนแกวดูเรียบเยน็ ลงไดจ ริง ๆ ทวา หลอนเหมือนเขา ซึง้ ถึงกน บ้งึ อารมณบีโธเฟน เต็มตัวมากไปหนอย
เพราะภายใตความเรียบเยน็ ละไมตาของรางในชดุ หวานน้ัน แทรกแฝงไวด ว ยกระแสความขัดแยง อันยากจะบรรยาย ภายนอกเหมอื นอม่ิ สุข
แตภายในคลา ยปรากฏรอ งรอยขมขนื่ อยจู าง ๆ เม่ือเหน็ หลอ นเหลือบต่าํ และสา ยหนา แชม ชาเพราะถูกไลอ ารมณดวยโนตบางกลมุ แลว
รสู ึกราวกับเรอื นแกว กําลงั สายหนา ใหก ับชะตากรรมอันนา รันทดทีย่ ากจะแกไขของใครบางคน
สมั ผสั ชดั ถงึ อิทธิพลของดนตรีท่อี าจแปรจติ วิญญาณมนษุ ยใ หโดดดิ้นเรา รอ น แลว กลบั ดง่ิ ลงสงบราบคาบ หรือลอยเควง
กระวนกระวายอยใู นระหวางสดุ โตง สองขั้ว ทุกอารมณเ ปนของจริง มีสีสันในตนเอง รวมแลว ชวนใหตดิ หลงมติ ิอันหลากหลายไมรูจบ
ของความเปนมนษุ ยยง่ิ นกั
จบั มองรางหญิงสาว จิตเกดิ สภาพรขู ึน้ มาชวั่ ขณะ เห็นแงห นึ่งของความวิจติ รแหง จติ จิตเปน ผูป รุงแตง ปจ จยั ภายนอกปรงุ แตง
จิตใหแ ปรไปตางๆ หาที่สุดมไิ ด
เย็น รอ น ออนไหว หนกั แนน สงบ โลดเรา เศราหมอง โสมนัส...
ลวนแปรกลับไปกลับมา ไมอาจทนอยใู นสภาพใดสภาพหน่งึ เหตเุ พราะการเกดิ ขนึ้ ของสภาวะปรุงแตง ยอมตงั้ อยูดวยความ
ขยับเปลย่ี นไปเปน อืน่ เชน ทีบ่ ทเพลงไมอาจเปน บทเพลง หากปราศจากการเลอื่ นขยบั สลบั เสยี งจากตนสปู ลาย
๒๕๕
ขณะจติ นน้ั เกาทัณฑร สู กึ เหมอื นเรือนแกว กาํ ลงั แสดงบทเพลงแหงความนา สงสาร และนน่ั ก็ทาํ ใหเขานกึ เวทนาสิ่งมชี วี ิต
ท้ังหลายรวมทง้ั ตนเอง ที่ตกอยภู ายใตความบีบค้นั ทางอารมณป ระการตาง ๆ ถกู เสอื กไสใหม งุ สูความเกิดตายทั้งปด หูปดตา ไมมีใครอยู
เบือ้ งหลังเพื่อกลน่ั แกลง ไมมสี ญั ญาวา รวมดชี ว่ั ผสมกันชั่วชีวติ หนึ่งแลวจะใหผ ลเปนฉากใหมท่ีตอ งการหรอื เปลา ไมมีแมต ัวตนใครสักคน
ทที่ อ งเที่ยวไป มีแตด วงจิตถูกลากพาไปสูอตั ภาพตา ง ๆ อยางไมร เู หนือรูใต เพยี งเพราะเหตุคือถกู เกาะกุม ชักจูงดว ยอวชิ ชาเทา นน้ั
เพลงดําเนนิ ไปราวหกนาทีก็สิ้นสดุ ดวยการวางมอื ซา ยขวาลงบนสองกลุมโนตอยา งแผวออนอาลัย เรอื นแกวหยดุ นงิ่ กับทคี่ รู
หนง่ึ กอนเหลยี วซา ย เงยหนาย้ิมใหเพ่อื นชาย เกาทัณฑสบตาคนู ้ัน เห็นแววโศกเช่ือมอันเปนมายาฉาบภายนอก ลกึ ลงไปคอื ความระรกิ
ไหวซกุ ซน บอกตนเองวา ยังไมเ คยเหน็ ใครมคี วามซับซอนทางอารมณเ ทาผูหญงิ คนนม้ี ากอนเลย
ทั้งท่ภี าพปรากฏเบือ้ งหนา คอื ความสวยหวานและรอยยิ้มซ่ือ ปราศจากวแี่ ววความนา สะพรงึ กลวั อันใด เกาทัณฑก ลับขนลุก
เกรียวขนึ้ มาอยา งหาคําอธิบายไมไ ด กลืนนํา้ ลายลงคอฝด ๆ กอนเอยดวยเสียงปรา
“เลนมูฟเมนตท ีส่ องตอเลยส”ิ
ราวกบั เชานีห้ ลอนยอมตัวเปนขา ทาสเขาอยางไรเงื่อนไข เรอื นแกวหนั กายลงน้วิ เรม่ิ ลีลาจังหวะวอลตซของ Moonlight Sonata
มฟู เมนตท ่ีสองอนั เตม็ ไปดวยความสดใส ระบายภาพจันทรอรา มสเี งินยวง ท่ีสงย้มิ กระจา งมายังโลก ชวนใจเรงิ รน่ื ลมื โศก ลืมเหนือ่ ย ลมื
ความนา เหนด็ หนา ยบรรดามีท้ังหมด
นกั เปยโนสาวยม้ิ นอ ย ๆ เอยี งคอโยกตัวนดิ หนอ ยกบั การลงจังหวะหยดุ เปน พกั ดูทีราวกบั จะผนั กายเตน รําไปในตัว เกาทัณฑ
ถงึ กบั อมย้ิม เพราะบางขณะวธิ ยี ักยา ยปลายนิ้วของหลอ นดูคลา ยสนุกหยอกเอนิ กับคียข าวดาํ ท่ีมชี ีวิต มองรวมท้ังคนท้งั เปยโนเหมอื นกําลัง
เตน รํากัน ตลกนาเอน็ ดูดี
มูฟเมนตที่สองสิ้นสดุ ลง ชายหนมุ ตบมอื ให และชมวา
“ถา บีโธเฟนถูกจํากดั ใหมีลูกศษิ ยไ ดคนเดียว เขาคงไมล ังเลท่จี ะเลือกแอ”
“วา ย! ไมเ อาละคะ เปน ศิษยค ีตกวขี โ้ี มโห ขดั ใจข้ึนมาเดยี๋ วเจอเครอ่ื งนบั จังหวะยัดปาก”
เกาทัณฑห ัวเราะออกจมกู
“บโี ธเฟน ตอ งการเลาระบายอะไรใหฟงน่ดี ูแอเขาอกเขาใจตลอดทกุ หองเพลงเลยนะ แนวเพลงของเขาตรงใจมากหรือไง?”
“ไมถ งึ ขน้ั เขาใจตลอดหรอก คีตกวรี ะดบั นเ้ี ขาเหน็ อะไรบางอยา ง...”
พักหร่ีตานกึ
“บางอยา งทว่ี ิลิศมาหราเสียจนเราตามไปรว มเห็นท้ังหมดไมไ หว แอท ดลองเลน หลายแบบเพ่อื หาวิญญาณของเขาใหเ จอ แต
อยางมากไดแ คเ ฉียด ๆ จะสัมผัสเทา นนั้ ”
“เคยอยากยอ นเวลากลับไปดูบโี ธเฟนตวั จริงเลนเพลงทีเ่ ขาแตงบางไหม?”
เรอื นแกวพยกั หนา และเสริมวา
๒๕๖
“เสียดายทีเ่ คร่อื งบันทกึ ภาพ-เสยี งเกดิ ไมทันยคุ สมยั ของอัจฉริยะพวกน้ี แออ ยากเหน็ เหมือนกนั วาถา เขาเลน เพลงแตง เอง จะ
ยิ่งใหญอลังการขนาดไหน นึกทา เซอร ๆ โทรม ๆ ที่เต็มไปดวยสารพดั พลงั อารมณของบีโธเฟน ตอนนั่งหมกมนุ ประดิษฐเสยี งแลวคง
เหมือน...”
เวน วรรคนกึ สรรคําพดู ท่เี หมาะเจาะ เกาทัณฑต อ ให
“ออื ม คงเหมอื นปรากฏการณช วนระทึกที่หายากนะ ความจรงิ เห็นแอเ ลนแลวทําใหผ มรูสกึ อยา งนัน้ เหมอื นกนั แหละ”
หญิงสาวยน ค้วิ เอยี งคอย้มิ
“ขนาดนั้น?”
ประตูหอ งนํา้ เปด ออก เชิงไทกาวออกมา พรอมกับถามเปรย
“ไปกนั เลยไหม?”
เรือนแกวกับเกาทัณฑหนั มอง เหน็ เชงิ ไทหนาบงึ้ ตงึ ชอบกล
“ออื ม” หญิงสาวเปน ผูเ อยตอบ “ขา วคงสุกไดที่พอด”ี
ตระเตรียมขาวของเลก็ นอ ยก็พาสองหนุมออกจากหองราวกับนางพญาเดินนําองครักษเ สดจ็ ประพาส ใหเชงิ ไทอุมขนั เงนิ ใบ
ใหญซ ง่ึ ปกติหลอ นมไี วใชเ ปน สํารบั เมอ่ื ทาํ อาหารไทยกับเพ่อื นบางกลุม สว นถงุ กบั ขาวและโตะ พลาสตกิ พบั ไดใ หเกาทณั ฑชว ยถอื ตัว
หลอนเองสองมอื วา งเปลา สบายเฉบิ
ลงลิฟตมาขนึ้ รถ ตอนเดนิ ผานพนักงานประจําอาคารชน้ั ลา ง เรอื นแกววางทา สงาจนทําใหเห็นแลวเชื่อเลยวาหนมุ ทีต่ ามหลงั มา
เปนลกู กระจอ ก แมแตเ กาทณั ฑก ับเชิงไทยงั รูสกึ อยา งน้ัน เชงิ ไทนกึ หมน่ั ไสข นึ้ มากเ็ อือ้ มมอื ไปเขกศีรษะหลอนปอ กหนึ่งเมอ่ื ใกลถ งึ รถและ
ปลอดสายตาคนอ่นื
หญิงสาวหยดุ กกึ หันมามองตาขวาง
“เขกหวั แอทําไมคะเชิง?”
เชิงไททาํ หนา ตกใจ
“เอย! เปลา ไอเ ตต างหาก”
เรอื นแกวกอดอก
“เปนลกู ผชู ายหนอยซคี ะ ทําเองแลวยังมหี นา มาใสร ายชาวบา นอกี ”
“แน! เอาละ ซี รูไ ดไ งวาใครเขก มีตาหลังเหรอ?”
๒๕๗
หญงิ สาวสา ยหนา
“เตเ ขาถอื ทัง้ ถงุ ทงั้ โตะ จะมีมะเหงกทไ่ี หนวางมาเขก ฮึ?”
เชงิ ไทนกึ ขึ้นไดก ็ทาํ ตาโต หัวเราะแหะๆ
“ออ ลืม”
“เลน ของสงู แอไมชอบนะ บอกไวกอน คราวหลังอยาทาํ อกี ”
เกาทัณฑเ หน็ เหตกุ ารณทงั้ หมดแลว หัวเราะดว ยความอนาถใจ เลยพลอยหางเลข โดนทําตาเขียวไปอกี คน
เหตกุ ารณเ ลก็ นอยนัน้ ทําใหเขาใจวา อารมณเ ด็กของเรอื นแกวใชจะเกดิ เมือ่ นกึ สนุกกับใครก็ได เบอื้ งหนาหลอนฉาบดวยตวั ตน
ผหู ญงิ ที่เกงจรงิ ไวตัวจริง ถา ใครจะผา นไปหาตวั ตนชนิดอ่นื ก็ตอ งมีความสาํ คัญทางใจถงึ ระดับหนง่ึ เสียกอ น
นึกเชน นัน้ กภ็ าคภมู ใิ นตนเองข้ึนมา เขาอาจเปนคนแรกกไ็ ดท เี่ ห็นอารมณค ะนองในวัยเยาวที่ฝง แฝงอยูในหลอ น แตพอรสู ึกตัว
กร็ ีบถอนความภาคภูมนิ ้ันทงิ้ เขาไมมสี ทิ ธิ์...
พอขมใจหลายคร้งั เขา ความเครยี ดกช็ กั กอ ตัวทลี ะนอยในสวนลึก เร่ิมคิดสะระตะวา ทางท่ดี คี วรตัดใจปลกี ตัวออกหางจากเรอื น
แกวใหม าก เพราะในที่สุดความไขวเ ขวอาจกลายเปนการหลวมตัวอยา งใดอยางหน่ึง นาํ ไปสคู วามกระอกั กระอว น กลืนไมเ ขาคายไมออก
จนได
เม่อื รถเขาใกลวดั กเ็ หน็ ญาติโยมยืนรอใสบาตรตรงปากทางเขา ออก 2-3 กลุม เรือนแกว ใหเชงิ ไทจอดรถบรเิ วณนั้น แลวลงมา
ตงั้ โตะรอตอ จากญาติโยมกอนหนา
พอวางขนั ขาวลงบนโตะทเี่ กาทณั ฑก างออกมา เชิงไทกถ็ ามเรอื นแกว
“มารอใสบ าตรทีน่ ่ีบอยไหม?”
“เคยแคตามเพือ่ นทค่ี อนโดฯมาทําบญุ วันเกดิ ของเขาครง้ั เดียว”
ตอบเชนน้ันแลวก็ตงั้ ใจวา นับแตน ้ีจะหาโอกาสทําสมาํ่ เสมอ
“ทําไมไมยืนรอทห่ี นา คอนโดฯละ?”
“ทางโคจรของพระไปไมถ ึงหรอก”
“เม่ือไหรจะออกมากนั ละน่ี หกโมงแลว แตล ะวดั เขาออกบิณฯกนั ยังไงนะ มเี วลาตายตวั เปน ธรรมเนียมประเพณหี รือเปลา ?”
๒๕๘
“สมยั กอ นยึดเอาตามแสงสวางนะ เหน็ ลายมอื เม่อื ไหรก อ็ อกไดเมื่อนน้ั แตทเ่ี ห็นเดี๋ยวน้ีนดั เปนเวลาใหญาติโยมรอกันถกู
มากกวา ”
เกาทัณฑเงยี่ หฟู ง ทงั้ หมดกน็ ึกชมวา เรอื นแกวมคี วามรูท างน้เี หมือนกนั มองหลอ นสํารวมสงบย้มิ อิม่ บญุ แฝงดว ยภูมิรพู อตวั
ทาทางพ่ึงพาได ทําใหน ึกถึงช่ือจรงิ ของหลอนข้นึ มา
“สงสยั ตอนพอ แมแ อต งั้ ช่อื นี่ คงอยากเห็นแอเ ปนที่พึ่งพา ใหพ อแมแ ละคนใกลช ิดอยูเ ย็นเหมือนอาศัยเรอื นแกว เรือนทองนะ”
“จะวา อยา งนั้นก็ได แตเรอื นแกว ในความหมายทเี่ ปนเปนศพั ทเ ฉพาะก็มี หมายถึงกรอบมีลวดลายลอ มประดับพระปฏมิ าหรอื
รปู วาด เคยไดย ินไหม อยางซมุ เรอื นแกว พระพทุ ธชนิ ราชสวย ๆ นะ”
เกาทณั ฑเบกิ ตา
“เหรอ”
เพิง่ รูว ากรอบลวดลายกนกเครือวัลยอ นั งามชอ นข้ึนเหมอื นความโชติไสวของเปลวเทียน นัน้ เรียก ‘เรอื นแกว ’ นีเ่ อง หญงิ สาว
เสริมทา ยมาอกี หนอย
“บางแหลงกบ็ อกวาเรือนแกวคอื ที่เดนิ จงกรมของพระพุทธองคหลงั ตรัสรู เทวดาเนรมิตข้ึนถวาย”
ขบวนแถวพระสงฆเรม่ิ ทยอยออกมา ญาติโยมเคล่อื นไหวเตรียมตัวกัน บางกถ็ อดรองเทา รอ บา งก็ขยบั เปดภาชนะขึ้น
เกาทัณฑช าํ เลืองมองเพอื่ น เห็นทั้งเรอื นแกว และเชิงไทยนื เฉย ไมย อมถอดรองเทา กก็ ลวั ถอดแลวตวั เองจะเดอ อยคู นเดยี ว เลย
เฉยตาม พลางนกึ วา ธรรมเนียมเหลา นีม้ ีใครเปน ผกู ําหนด และที่ถกู ท่คี วรนน้ั คอื อะไร
คิดไปคดิ มาก็เห็นวา กริ ยิ าหรือการแสดงออกอนั ใดบง ถึงการใหค วามเคารพสงฆได ลว นควรทํา ถา ใจสามารถสัมผัสรูส กึ เองวา
ใช ไมจําเปน ตอ งเปด ตําราอางอิงเลย
ทวาอาการเดินทอม ๆ ของพระวดั นก้ี ็ไมอ าจฉดุ ปติแหง ความเลอ่ื มใสศรทั ธาของเขาขนึ้ มากพอจะทาํ ตัวแปลกแยกจากเพอื่ นฝงู
แตละรูปหนา ตาเหมือนชาวบา นธรรมดา ๆ ที่แหกข้ตี าตืน่ ดวยความงวงงนุ ปราศจากความสํารวมสมควรแกส มณสารูป เวลาเปด บาตรรอ
ขาวกจ็ อ งหนา ญาติโยม ย่งิ ถาสีกาละจอ งเอา ๆ
บางรูปเดนิ อาดๆแบบนักเลง รางใหญกายบกึ ดบิ ดําลํา่ สัน ค้ิวขมวดมุน มองคลายจับกงั ขโมยจวี รมาสวม ตาขนุ แกมฉชุ วนให
เดาวา คงกินอยใู นวดั ดวยการละเมิดศีลเปนอาจิณ เกาทัณฑมองรวม ๆ แลวแทบอยากปลกี ตัวไปนัง่ รอในรถ เรว็ ๆนเี้ ขาเพ่ิงทําบุญกบั พระวดั
ทางนฤพานมา พอเจออยา งทเี่ หน็ นเ่ี ลยกําลงั ใจตก ทาํ ไปก็ไมร ูส กึ เปนบุญอยูดี
วดั สว นใหญบวชกันงา ย เดนิ ชนใครตามฟตุ บาทกจ็ ับมาโกนหัวหม ผา เหลอื งไดหมด คนธรรมดานัน้ อยดู ี ๆ จะใหเปน พระ
เพราะนงุ หมผิดแปลกไปหนอยเดยี วไดอ ยา งไร กลุม บคุ คลท่เี ขากาํ ลังมองเหน็ ลวนเปน นายปอ กนายแปก มากอ น และยงั เปน นายปอกนาย
แปกอยจู นถึงลมหายใจน้ี ใหท องศลี หา คงผดิ อยาวาแตหลักธรรมวนิ ัยสงฆอ ันเปน ของสงู เลย
๒๕๙
หนังตาขยิบยิก ไดเ หน็ ชดั วาเจาอาวาสมีสวนสําคญั มาก ท้ังในขนั้ ตอนการคัดพระบวช การอบรมควบคุมใหมีความประพฤติอยู
ในกรอบพระวนิ ัย หลวงตาแขวนดอี งคเ ดยี ว พระลูกวัดโดยรวมก็ดตี ามไปดว ย ทา ทางเจา อาวาสวัดนคี้ งประพฤตอิ เี หละเขละขละ พระ
ลกู วดั เลยพลอยเขละตาม ไมน า ทาํ นบุ าํ รงุ เอาเลย ทัง้ วัดนั่นแหละ
แตแ ลว กเ็ กิดสติกลับใจคดิ ไดใหม เขายงั ไมเ ห็นกับตาวา พระเหลานี้ทุศลี อกี ทงั้ ขาดญาณหยัง่ รอู ันเท่ยี งวาใครเปนใคร ปฏิบตั ิอยู
ในกรอบพระวินัยมากนอ ยแคไหน ถาดว นพพิ ากษาใหเ ปน อลชั ชีหรือสมเี สียแตแรกเหน็ แลว กค็ งเหมือนตาํ รวจเหน็ คนเดินโซเซหนอยรีบ
กรากเขาไปรวบตวั ขนึ้ โรงพัก ปรักปรําทนั ทีวาเดนิ กาตาปรอื อหี รอบนเ้ี มายาแนน อน ไมต องตรวจของ ไมต องดมกลิ่นพสิ ูจนใ ด ๆ ทัง้ สิ้น
ถอนใจยาว เขาไมไดมาเพราะเจาะจงเลย้ี งมารในคราบผาเหลอื ง และนก่ี ็ไมใ ชเวลาคิดกําจัดเหลอื บรนิ้ ของพระศาสนาดว ย เปน
เวลาใสบาตรเล้ยี งพระตา งหาก
พระรูปแรกมาถึงตรงหนา เกาทัณฑพ ยายามกมมองเฉพาะชายกาสาวพัสตร ซึ่งจะเกา ใหมก เ็ ปนธงชัยพระอรหันตเหมอื นกนั
หมด ตงั้ เจตนาวา จะถวายกับแกงเปน จงั หัน เพอ่ื รกั ษากาสาวพัสตรนไ้ี วใหเวไนยชนแทไ ดม ีโอกาสสวมครอง มีฐานะอันควร มีเวลาปฏิบัติ
ธรรมเพือ่ เขาถงึ ความเปนทส่ี ดุ คอื มรรคผลนิพพาน ในจํานวนกาสาวพสั ตรแ สนผนื ขอเพยี งตกถึงมือพระอรหนั ตขีณาสพผนื เดยี ว กน็ ับวา
ขา วชาวบานทงั้ หมดที่ชว ยกนั รกั ษากาสาวพัสตรไวไ มเสยี เปลา แลว
พลกิ ความคิดแคน ดิ เดยี ว จิตใจก็แชมช่ืนขนึ้ เมอ่ื เรือนแกว ใชทพั พคี ดขา วใสบ าตรเสร็จ เขากับเชิงไทก็หยอนถุงกบั ขา วตาม เมื่อ
ใสเ สรจ็ กน็ อมไหวไดดวยใจเคารพบูชา และทาํ เชนน้ันจนกระทั่งของหมดดวยใจเบกิ บานเปน กศุ ลไมข าดสาย
ถงุ กับขา วหมดกอนใสไดค รบองค แตขาวสวยยงั มเี หลือเฟอ จงึ เหลอื เรอื นแกวทาํ หนา ทอ่ี ยูต ามลําพัง อกี สองหนอยนื รอขาง ๆ
ยิง่ ดยู ง่ิ เหมอื นเด็กรบั ใชต ิดสอยหอยตามนายแมมาทาํ บญุ ข้นึ ทุกที
เมือ่ พระหมดขบวน เรือนแกว กห็ นั มาบอกเพอื่ นทง้ั สอง
“รอแปบ นะ”
วาแลวกว็ างขนั เงนิ ลงบนโตะ เดนิ ตวั ปลิวไปเจรจาซื้ออะไรบางอยางจากเพิงรา นอาหารฝง ตรงขาม หนมุ ๆมองตาม ครูหนง่ึ เห็น
หญิงสาวถอื ถงุ ใสไมห มยู า งจํานวนมากก็คาดหวงั วาคงซอื้ มาเลีย้ งพวกตนเปน การรองทองกอนม้ือเชา แตท่ีไหนได เดนิ แฉลบเลยไปหาฝงู
หมาวัดซงึ่ ยืนออรอสวนบุญตอจากพระเณรตรงปากทางเขา ออกนั่นเอง
เรือนแกวรวบชายกระโปรง คอ มกายลงน่ังยอง ดึงไมหมูยา งออกจากถุง รูดชนิ้ เนื้อออกจากไมโ ยนลงพนื้ ทีละชิ้น เทานนั้ เองฝงู
หมาวัดก็พุงกรกู ันเขา มาเกือบสิบตัว มองดเู หมอื นแรงลงไมมผี ิด
“เวร...กนู ึกวาจะไดก ิน”
เชิงไทบน กบั เพ่อื น พลางหันมองคนขายหมูยาง
“ฮะๆ อาแปะคอ นปะหลับปะเหลือกเลยวะ ซ้อื ของมาแจกหมาหมดตอหนาตอตา”
เกาทณั ฑไ มหันไปสงั เกตอาแปะ ตามเชิงไท สายตายังคงจับเฉพาะรา งทีน่ ั่งคอ ม ทยอยปลดิ ชิ้นเน้อื ใหเปน ทานแกส ัตว เปนบุญ
กริ ิยาท่กี อ กระแสออนโยนเย็นตายงิ่ หลอ นทําอยา งตง้ั อกต้งั ใจ ทําดว ยความรสู ึกเปน สุข ยงั ใหคนเหน็ พลอยยินดีตามไปดว ยอยา งเต็มตนื้
๒๖๐
ผหู ญงิ คนนที้ ําบญุ เปน ทา ทางฉลาดในการทําจติ ใหอ ม่ิ เอบิ ทั้งกอนทํา ขณะทํา และหลังทาํ เหมาะท่จี ะเปนเปาสายตาชนหมู
ใหญ เชนในบดั นี้เหมือนสายตาทกุ คูใ นละแวกใกลจะจับไปทีห่ ลอนเปนจุดเดยี ว เกาทัณฑแนใ จวาผมู องตองไดสวนความช่นื ใจอันเปน บญุ
ติดไปไมม ากก็นอ ย
หญิงสาวนง่ั กอดเขาดูหมากนิ หมูอยตู รงนน้ั จนหมด หลายตัวชกั ทําตาปรอยกระดกิ หางจะขออกี หลอ นกอ็ อกทา ออกทางพลกิ
มอื บอแบ ขมบุ ขมบิ ปากพูดกบั พวกมันสองสามคาํ กอนลกุ ขึน้ นาํ ถุงและไมไ ปทง้ิ ถังขยะขา งทางเขา วดั แลวหมุนตัวเดินกลบั มาหาเพ่อื นท่ี
ยนื เปนทหารรอเสด็จอยู
พอเขามาใกล เหน็ เคา หนาถนดั ทงั้ เกาทัณฑและเชงิ ไทกแ็ ทบตาคางดว ยความพิศวง หลอนดสู วยแปลกไป กรอบหนาสวางชัด
นัยนต าทอแสงจดั ราวกับเอาดาวรุงสกั สิบดวงไปขัง รอยยม้ิ อวดไรมกุ ทเ่ี คยโดดเดนอยแู ลว พลอยฉายจับตาขึ้นอีกไมร ูก เ่ี ทา ลว นเปน
หลกั ฐานประจกั ษว าใจหลอ น ‘ถงึ บุญ’ เพียงใดในชวงเวลาอนั ลดั สนั้ แคน ี้
เรอื นแกวเขา ถงึ ทกุ ส่งิ ทห่ี ลอนต้ังใจทํา ทางโลกเปนอยางไร ก็ติดมาทางธรรมเชน นั้น!
“ไปเถอะ ขอบใจมากทีย่ อมเสียเวลากนั ”
เสยี งหลอ นเปล่ียนระดบั สงู ข้ึน เหมือนมีหอแกว สกั สองชัน้ มาหมุ เพมิ่ ความแพรวพร้ิงใหกบั กงั วานเสยี งจนฟง วเิ วกหวานตดิ หู
คลา ยละอองแกว กอตวั กลอกกลง้ิ สะทอนสะเทอื นอยกู ับโสตช้ันใน เกาทัณฑถ งึ กับเผลอมองซํ้าวา ผหู ญิงตรงหนาเปนใครกนั แน
ธาตุอิตถีมีธรรมชาตลิ อตาใหใ หลหลงอยแู ลว เมื่อประกอบเขากับรัศมฉี ายในทางใดทางหนง่ึ ยอ มยิ่งสะดุดหสู ะดดุ ตาขึ้นเปน
เทาทวเี ชน น้ีเอง
หลอนเดนิ ไปนั่งรอในรถแลว เพราะเชงิ ไทไมไ ดลอ็ กไว สองหนมุ เก็บขาวของคนละมอื เพราะเหลือแตขนั เปลา ทัพพีอัน และ
โตะ พลาสติกเทา นั้น ออกทา เหมอมองตามเรือนแกว นดิ ๆ เหน็ ตรงกนั แนละวาเงาแหง บุญญาธกิ ารระดบั ทีไ่ มธ รรมดาแผผายฉายชดั
ออกมาจากรา งสะคราญปานใด
ขณะเดินเคยี งกัน เชงิ ไทเอียงหนากระซบิ กระซาบ
“แฟนกูสวยนเิ ชา น้ี เพิ่งรวู า ใจบญุ สุนทานขนาดหนกั ”
เกาทัณฑยน คิ้ว เกอื บถามตอกไปวา ‘ใครแฟนมึงวะ?’ แตยั้งไวทนั ถา หลุดจากปากก็แสดงความพัวพันทีย่ งั แกะไมห ลดุ แจม แจง
ไปหนอ ย
โรคดว นสรุปแบบนีเ้ ปน เร่ืองแสนจะธรรมดา พอเชิงไทเหน็ เขาพน ทาง ก็เหมาแลววาเรอื นแกวเปน ของตน ท้งั ท่จี รงิ มีเรือ่ งตอ ง
กอตอ งสานอกี เยอะแยะเพอื่ ใหฝายหญิงยอมรบั
ขึน้ รถกันครบทุกคน เชงิ ไทบิดกญุ แจเดนิ เครอ่ื งแลวเปรยวา
“โอกาสหนาทาํ ดว ยกนั อีกนะแอ มคี วามสขุ ดจี งั ”
ความจริงเพงิ่ มาเริม่ สุขกต็ อนเหน็ เรือนแกว สวยข้ึนเปน กองนี่แหละ
๒๖๑
“ออื ”
หลอ นตอบมาจากเบอื้ งหลัง แลว หันพูดกับเกาทณั ฑ
“ตอนนเ้ี ตค งชาํ นาญทางน่ี เอาไวนาํ ไปวัดดีๆสิ”
ท้งั ท่เี ปนเร่ืองชวนกนั ทาํ บุญ เปนกุศลกิจ แตเกาทัณฑฟ ง แลวชักเห็นเคา เงานา กลดั กลมุ กอ ตัวขนึ้ ไมใ ชขา งนอก แตเปน ในใจ
ตนเอง อยา งนี้จะมอี ะไรเปน แรงเหว่ียงใหอ ยากหนหี าย...?
ถงึ กบั ยกศอกซา ยเทาขอบประตู เอามอื ปองขมับโดยไมร ตู วั หนา ตาวิตกครุนคิดเพราะเหน็ ความวนุ วายกายใจวางชดั อยแู คเ อือ้ ม
เมอื่ เกาทณั ฑเ ดนิ มาถึงโตะทํางานตอนเกา โมงคร่ึง เผอิญสัญญาณโทรศพั ทด งั ข้ึนพอดี
“สวสั ดคี รับ”
“พ่ีเตค ะ คุณพจิ ยั เชญิ พบทห่ี อ งคะ ”
เสยี งจากเลขาฯเจานายบอกมาตามสาย
“โอเคจา ย”
ยงั ไมทนั นงั่ กต็ อ งจรเสียแลว แถมช่อื พิจัยที่กํากับคําสงั่ นนั้ ก็ทําใหตองเรงเดินเร็วเสียดวย
ขึน้ ลิฟตม าสองชัน้ เล้ยี วซา ยไปจนสดุ มาหยดุ เคาะประตูไมสักหนาหนักกอกๆ กอ นหมุนลกู บดิ เปดเขาไปสคู วามกวา งเงยี บ ดู
ขรมึ ขลงั ของหอ งผบู ริหารใหญ
“ไง วนั น้มี าสายเหรอ?”
บุรษุ วัยหา สิบเศษผูเปนเจา ของหอ งทักทั้งยังกม หนาเขยี นเอกสารขยกุ ขยกิ เขาเปนคนรา งใหญ เสยี งใหญ จะขยบั หรอื พดู จาดมู ี
อาํ นาจไปหมด คําทักนัน้ แสดงใหเห็นวาเจานายใหเลขาฯตอสายเรยี กเขากอ นหนา อยางนอ ยครั้งหนึง่ แลว
“ครับ เม่ือคนื คา งทอ่ี ่นื ตอนเชาเดนิ ทางกลับหอ งชากวา ทค่ี ดิ คุณพิจยั มธี ุระดว นหรือครบั ?”
“ออ เปลา ไมใชต อ งเรงทาํ ตอนน้”ี
เจา ของหอ งยงั คงงว นเขยี นเอกสารไมว าง เกาทณั ฑค นุ กบั การเห็นฝายนนั้ ทาํ สองอยางพรอมกนั ไมย อมเสยี เวลาไปสกั วนิ าที
โดยเปลาประโยชน เชนถา เหน็ วา คสู นทนาเปนเด็ก ก็จะทาํ ส่งิ ท่ีคางไปเรื่อย ไมเงยหนาข้นึ มองกนั ดงั ทก่ี ําลงั เปนอยู
๒๖๒
“จําไดใชไหมที่ผมบอกคุณวา แอจะไปคยุ กับมสิ เตอรชุนทส่ี งิ คโปร ทางโนนเขาเพิง่ อเี มลมาถงึ วาอยากใหเ อาคนไปบรรยายและ
ตอบคาํ ถามเชงิ เทคนคิ ประกอบโอเวอรววิ ดว ยเลย แบบมชี ุดสไลดน ะ ทาทางจะตกลงงายกวา ทคี่ ดิ ผมใหคนสบื ๆดแู ลว ชว งนี้ทางโนนงาน
ลนมือ ตองพึ่งเราแน คณุ ชว ยเตรยี มวนั น้แี ลว เดินทางกบั แอพ รุง น้เี ลยนะ สโคปงานไปเอาที่แอได”
พิจยั สั่งเปนชุดแบบมวนเดยี วจบ กะใหชายหนุมรบั ทราบแลวถอยไปไดท ันที แตเกาทัณฑฟง แลวถงึ กบั ยนื คอแข็ง ยน ค้วิ ทํา
หนา ลําบากใจ นึกถึงนัดวันเสารก ับแพตรี นึกถงึ การเดินทางใกลช ิดกับเรือนแกว แลว ถามนายใหญอ ยางผิดกาลเทศะเปนครั้งแรก
“ทาํ ไมไมใหเ ชิงไทไปละ ครับ? นา จะเปนหนาทขี่ องเขาอยูแ ลว ”
พจิ ัยชะงกั มอื เงยหนา จากเอกสารทันที เหลือบจองหนุมรนุ ลูกเขมง็ สายตาคูน นั้ ทาํ ใหเกาทณั ฑรูสึกตวั วา เพง่ิ หลุดคําพดู โงๆ
ออกไป ตอหนาบคุ คลท่ชี เี้ ปนชต้ี ายใหอ นาคตเขาไดเ สียดว ย
“คณุ ตดิ ปญ หาอะไรหรือคุณเกาทณั ฑ?”
พิจัยลงปลายเสยี งขรมึ เพราะรกู นั เปน ทางการวา วันเสารส ําหรับบริษัทนี้หยุดก็จรงิ แตอ าจเผือ่ เรยี กใชส อยไดเ สมอ ชายหนมุ ฝน
ย้มิ ไมส นิทนกั
“เปลาครบั ผมเพยี งแตเ กรงจะล้าํ เหล่ือมกบั เชงิ ไท เพราะเห็นเขาคยุ ๆ กับมสิ เตอรชุนอยู อนั ทจ่ี ริงผมอยากไปซื้อของทีโ่ นนอยู
พอด”ี
ชายผูมีอํานาจบรหิ ารสงู สุดถอนใจ คลายความเครงในสีหนาลง
“วนั เสารน้ผี มวา จะชวนคณุ เชงิ ไทไปกนิ ขา วเย็นกับดอกเตอรโ ตมรนะ เขาคุน เคยกับรายนัน้ อยแู ลว คุณไปสิงคโปรแ ทนหนอ ย
แลว กัน”
“ไมม ีปญ หาครับ”
เกาทณั ฑรับคาํ ฟง เปน ธรรมชาตขิ ึน้ กวา เดิม
“หวงั วาคงไมร บกวนเวลาสวนตวั มากนะ”
พิจยั เหนบ็ ทิง้ ทา ย เกาทัณฑตอบนายดว ยกริ ยิ าย้ิมแยม แตถาเอากระจกวิเศษสอง ก็อาจเห็นเปลยี่ นเปน อาการแยกเขยี้ วยงิ ฟน
ชา งไมรูเลยวา เขายงิ่ อยากปลกี ตัวออกหางเรอื นแกว ใหเลิกใจแกวงอย.ู ..
เมอื่ ไปสอนภาคคํา่ ทม่ี หาวทิ ยาลัยในคนื นัน้ กอนหมดเวลาเกาทณั ฑตองแจงเลอื่ นเวลาสอนในคนื วนั ศุกรไ ปเปนชวงคนื วนั
จันทร นักศึกษาบางคนหนั หนาเขาหากันและบนพมึ เพราะชนเวลากบั วิชาอนื่
จากนน้ั ใชเวลาชัว่ โมงครง่ึ กวาจะวงิ่ จากในเมืองมาถงึ บานปชู นะ ใกลหาทมุ แลว เขาไมไดโทร.บอกแพตรีลวงหนา วาจะมาเยือน
ตอนนีส้ นิทกนั ขนาดถอื กญุ แจสํารองเปด ปด ประตเู ขา ออกไดเ อง เมือ่ จอดรถเสร็จจึงผานรว้ั มาแหงนหนาเรยี กคนรักทีใ่ ตห นา ตาง
โดยสะดวก
๒๖๓
“แพ!”
หญิงสาวกาํ ลังนง่ั อานนติ ยสารรายเดอื นอยูกับโตะ ทาํ งาน เมอ่ื ยินเสยี งเรียกกจ็ าํ ไดทันทวี าเปน ใคร จึงลกุ มายนื ชิดหนา ตา งมุง
ลวดเหล็กดัด เลิกมานกมลงมาเห็นเกาทณั ฑยืนเงยหนายม้ิ มือไขวห ลังเปน เงาตะคมุ อยเู บ้อื งลา ง
“พเ่ี ต จะมาทําไมไมบ อกกอ นคะ?”
“มธี รุ ะดวนจเี๋ ลย แพเปด ประตบู า นใหพี่หนอยสิ”
“ปูน อนแลวคะ มเี ร่ืองสําคญั มากหรือ ข้ึนมาเดี๋ยวทําหนวกหู”
“ง้นั ลงมาหาพีข่ างลา งก็ได”
“ดกึ แลว น่ี...”
เหน็ หลอ นอดิ เอือ้ นเชน นั้นก็ขูว า
“ถาโอเอพจี่ ะคุกเขา แลวแหกปากดัง ๆ ขอใหแ พเปดประตู ลองรึ?”
แพตรรี ีรอเปนครู รวู าเกาทณั ฑม ีความหา มพอจะกลาทําเชนนนั้ จรงิ จึงบอกอยา งตดั ราํ คาญ
“แคหา นาทนี ะ”
ผละจากหนา ตา ง อึดใจตอ มาเกาทัณฑก ็เห็นประตูเรือนเปด ปรากฏเงารา งโปรง เคล่อื นลงมา ชายหนมุ รบี สาวเทาเดินไปรบั
หยดุ เผชิญหนา กันเพียงเออื้ มเม่อื แพตรยี นื บนบนั ไดข้นั แรก เห็นเกือบอยูระดบั สายตาเดยี วกับเขา ชายหนมุ ยิม้ กวา ง สะบดั แขน
จากอาการไพลห ลัง เผยชอ ดอกไมใ หญย น่ื ใหหลอน แพตรเี หลือบมอง กอ นจะรบั มาถอื ยม้ิ ๆ แสงไฟนีออนใตห ลังคาสองใหเหน็ สีแกม เรื่อ
ข้ึนมาหนอ ย
“ขอบคณุ คะ”
รอดูหลอ นกมลงช่ืนชมดมดอม แตก็เหน็ แคมองอยางเดยี วอยูเ ปน นาน เลยชวนวา
“ไปนั่งในหองทานขา วไดไ หม?”
หญงิ สาวเดินนําเขาไปงายๆ เมื่อเขามาในหองรับประทานอาหารกเ็ ปด ไฟสวาง วางชอ กุหลาบแดงซึง่ ประมาณคราวแลวคงไม
ตํา่ กวา 40 ดอกลงบนโตะ ทกุ ดอกยงั สดฉาํ่ ราวกับเพง่ิ เฉือนจากตนไดพกั ใหญ แสดงวาไปรับจากรานเมอื่ ชวงคํา่ นี่เอง
ชายหนุมยอ งกรบิ มาทางเบอ้ื งหลัง พอเขา ใกลก ็คลอ งวงแขนตระกองกอดไวเ ต็มออ มอยา งแสนรัก แพตรีชะงกั ดวยความตกใจ
เงยหนา ขึน้ เล็กนอ ย ทแี รกขืนกาย แตเมือ่ สัมผัสวา ออมแขนและแผนอกน้นั มากับความรสู ึกประณตี ละเอยี ดออน กย็ อมยืนน่งิ ใหกอด
๒๖๔
ในความสงบเงยี บ มคี วามรกั อนั งดงามลน กระจายออกมาจากดวงจิตท่ผี ูกพันแนน แฟน ตางฝายตา งซมึ ซบั รบั รดู ว ยความสวา ง
จากกลางใจ เสมอื นทุกสิง่ ยตุ กิ ารเคลือ่ นไหวเปนนิรนั ดรใ นความลกึ ซ้ึงนน้ั
เกาทณั ฑบอกตนเองวา นค่ี ือสิ่งท่ถี ูกตอ ง นคี่ ือสิ่งทีเ่ ขามสี ิทธจ์ิ ะทาํ เขากอดธาตแุ ทแหง ความดที ่ไี มแปรปรวนกลับไปกลบั มา
กอดผหู ญงิ ทใ่ี จบอกตนเองวา อยูคูกันมาแสนนาน
ลว งเลยจนไดเ วลาหน่ึงที่แพตรีขยบั ตัวจะแกะแขนออก เกาทณั ฑก ็โนมหนา ลงหอมแกมนวลทีหน่ึงและกระชบั ปลอกแขนแนน
ขึ้นอยางไมย ินยอมปลอ ยตวั
“กลา ดขี นาดนแ้ี ลวหรอื คะ?”
แพตรีถามดวยเสียงดงั กวา กระซิบหนอยเดยี ว เกาทณั ฑถ อนมอื ขางหนึ่งลากเกา อใี้ กลต ัวแลวหยอนกายน่ังลง เปน ผลใหรางนมุ
ในออ มกอดลงน่งั บนตักตาม ชายหนมุ เอียงหนา แนบแผน หลงั หลอ น พลางพมึ พําตอบ
“ท่ีผา นมาถอื วา ขข้ี ลาดดวยซํา้ สญั ญาวา จะไมเ กินเลยไปกวา นี้กอ นแตง ”
ตา งนิง่ กันพักใหญ แพตรีเปนคนเอยถามทาํ ลายความเงียบ
“นี่หรือธุระดว นจี๋?”
เกาทณั ฑร ะบายลมหายใจยดื ยาว
“เจานายเพิง่ สั่งใหบ ินไปสงิ คโปรพ รุงน้ี กวาจะกลับคงเชา วนั อาทิตย”
แพตรีฟง แลว เฉยไป
“ที่นัดซนิ แสไวคงตองเลื่อนแลวละ ลงุ เอกดวย”
เขาหมายถงึ ลงุ คามภีร ผูเ ปน บดิ าตามกฎหมายของหลอน แพตรีอ้ึงอยอู กี พกั กอ นแหยวา
“ถา แพไมใหพี่ไปสงิ คโปรละ ?”
“พ่กี ็ไมไ ป พรุง นีจ้ ะลาออกจากบริษทั และจะเอากระปุกเสียบปากกาปาหนา อกคนส่งั เปนการทิ้งทวนทหี นึ่ง”
“อ้ือม...” ขานรับรแู ลว ก็หัวเราะนุม “ชางเถอะคะ งานสมยั น้หี ายาก รักษาไวเถอะ เขาสั่งใหไปกไ็ ปซะ”
เกาทัณฑพลิกหนา กลบั มาฝง จมูกผา นมา นผมลงกลางแผนหลังคนรัก สดู กล่นิ หอมรื่นเขา เตม็ อก
“เฮอ! น่ถี า ไมข ัดใจผูใหญพ ่กี ็ไมเหน็ ความจาํ เปนตองหาฤกษย ามเลย ฤกษซ นิ แสมัว่ หรือเปลา ก็ไมร ู เอาฤกษของพระพุทธองค
นะ ประเสรฐิ ท่สี ุด ทาํ ดเี ม่อื ไหรเมอื่ นนั้ คือฤกษงาม ความดีเปน ฤกษงามในตัวเอง เราเคยรวมบญุ กันมา จะอยูกนิ กนั กเ็ พอื่ การตอบญุ หม้นั
หรือแตง นาทนี ้ีนาทหี นา ก็เปน ฤกษด ที ง้ั น้นั แหละ”
๒๖๕
“รไู ดยังไงคะวาเคยรวมบญุ กนั มา?”
“รซู ี่ ก็ที่เคยยืนใสบาตรดวยกนั ไปกราบหลวงพอพุธดว ยกัน ไปวดั ทางนฤพานดวยกนั แพลืมแลวเหรอ?”
“ออ ...”
แพตรรี บั เกอ ๆ เพราะฟงทแี รกแปลความหมายไกลเกินไปหนอย เกาทัณฑหวั เราะครม้ึ
“แพชวยนดั ลงุ เอกใหมนะ ขอเปน ชว งสายวนั อาทิตย สว นซินสงซนิ แสนช่ี างเถอะ เรามั่วเองก็ได เอาฤกษส ะดวกแหละดี ตอน
เชา ตัง้ ใจทําบญุ ปลอ ยนกปลอยปลา ซือ้ จากตลาดแบบที่เขากาํ ลังจะฆาจริง ๆ นะ เสร็จแลวไปบริจาคเลย้ี งอาหารเด็กกําพรา ทําสงั ฆทาน
เลย้ี งพระทงั้ วดั ถายงั สรางฤกษง ามไมไ ดกใ็ หมนั รูไป สว นเรอื่ งเวลาสวมแหวนกบ็ อกเปน บา ยสามจดุ ศูนยเ จ็ดอะไรกไ็ ดใ หดูเหมอื นมาจาก
ปากซินแสหนอย เทานี้ผใู หญกไ็ มส งสยั แลว ”
หญิงสาวยม้ิ หนอย ๆ กบั ทาทหี ัวใหมข องวาทีค่ ูห ม้นั
“แพเคยศึกษาเรือ่ งฤกษง ามยามดีมาบาง แลว กร็ ูส กึ วาเพื่อเรมิ่ ตน บางสิ่งบางอยา งทม่ี ีความหมาย ถาไดเ วลาอนั เปน จุดตัด จุด
ประจวบของมงคลปจจยั หรือชวงใหผลของบุญเกา ก็จะเกดิ อิทธิพลเสรมิ ใหทกุ ส่งิ ดําเนนิ ไปดว ยดี สมัยกอนจะออกศกึ หรอื สมยั น้จี ะลง
หลกั ปก เมอื ง ก็ตอ งหาฤกษห าชัยกันท้งั น้ัน แมแตโ ทเลอมี่ทบี่ ุกเบิกดา นดาราศาสตร กท็ มุ เทศึกษาหาขอเทจ็ จริงเชงิ โหราศาสตรเกยี่ วกบั
อิทธิพลของดวงดาวทีม่ ีตอชีวติ บนโลกเหมอื นกัน
แตแ พก็เห็นดว ยกบั พ่ี ทว่ี าซนิ แสหรือหมอดูมีหลายตํารา หลากทักษะความสามารถ ขนาดระดบั ทําพิธสี าํ คญั ของชาติยงั เคย
คํานวณดวงเมอื งผดิ มาแลว ศาสตรทาํ นองน้ลี ้ีลับซับซอ นหาคนรจู ริง แมนจริงยาก ไดฤ กษยามตามเขาบอกมาแลว กแ็ คสบายใจวาไดม า ผิด
ถูกยากจะเอาอะไรวดั
ฤกษพระพทุ ธองคท ี่วาเชา สาย บา ย เท่ยี ง ทาํ ดีเมื่อไหรก ไ็ ดฤ กษง ามเมื่อนน้ั นาจะทําใหเ ราสบายใจกวากนั นแี่ พกเ็ ห็นดวย
เพราะอทิ ธิพลของแรงกระทําจากดวงดาว อาจดอ ยกวากรรมดีรายของเราในปจ จุบนั ได อยางถาฆา ตัวตายดว ยโทสะหรอื โมหะครอบงํา ตอ
ใหเ ปนขณะดาวทํามมุ ดีทสี่ ดุ ก็หนปี ระตนู รกไมพ นอยูว นั ยงั คํ่า
แตถ า คุณพอคณุ แมต ดิ ใจถามวา ไดฤกษม าจากไหน พีจ่ ะตอบวา ยงั ไงละ คะ จะโกหกหรือ? แพวา เรานา จะหาบคุ คลอางอิงที่นา
ศรัทธา ฟงแลวผใู หญไมข ดั อยา งหลวงตาแขวน ทานวาเวลาไหน จะใชเกณฑย งั ไง เราก็เอาตามนั้นดีไหม?”
เกาทัณฑยิ้มหนาใส กระชบั กอดแนน ข้นึ นิดหน่ึงดวยความปลม้ื
“ตอไปพออยดู วยกนั พี่คงตองเปนชา งเทาหลงั แน ๆ เลย”
แพตรฟี ง แลวสะดุด เงียบไปพกั กอนเอย
“อยาพดู ใหเ สยี กาํ ลงั ใจสคิ ะ แพใหเหตผุ ลดี ๆ นะ ไมใชวา เอาความเห็นตวั เองเปนใหญ ถา พเ่ี ขาใจวา แพเจา กเี้ จาการ จะเอายงั ไง
ก็สุดแลว แตเถอะ”
ชายหนมุ เบกิ ตาโต หวั เราะเสยี งดัง
๒๖๖
“โอ โอ โอ โอ โอ...นีแ่ หละนา เปนมนษุ ยส ื่อสารกันดวยคาํ พูดอยางเดยี วเขา ใจไขวเขวกนั งา ย ๆ อยางน้เี อง พ่เี หน็ ดวยกบั แพทุก
อยา งตางหาก ทบ่ี อกวาตอไปอยดู ว ยกนั พ่คี งเปน ชา งเทาหลงั นั่นก็ดว ยความชน่ื ชมจากใจจรงิ หรอก ไมไดป ระชดประชนั อะไรเลย เหตุผล
ของแพฟงแลวเย็น คิดตามแลว ไมอยากแยง จรงิ ๆ พี่เสียอีกทีเ่ ม่อื ก้พี ูดดุย ๆ แบบคนหัวแขง็ จะเอาตามใจ แพอยาเขา ใจพี่ผิดนา”
พดู จบกห็ ัวเราะอีก แลวเอยี งแกม ซบไหลห ลอ นดวยความเอน็ ดู
“อยา งนัน้ กแ็ ลว ไปเถอะ”
แพตรีพึมพาํ ฟง ปลายเสยี งรวู าติดงอนหนอ ย ๆ
“วันอาทิตยพ อไปหาลุงเอกเสร็จ เรามากราบหลวงตาแขวนกันเลยนะ”
“เพงิ่ เสรจ็ จากงาน ลงจากเครื่องตอนเชา แลววิ่งรอก ไมก ลัวเหนอ่ื ยหรอื คะ?”
“แคน ีจ้ ะเหนอ่ื ยขนาดไหนกัน วา แต…เปน ไปไดไหม ถาขอใหแพเดินทางกบั พีด่ ว ย?”
เขาเตม็ ไปดว ยความในใจที่พูดลําบาก ภาวนาใหหลอนตอบตกลง ทงั้ รูวา ความหวงั ริบหร่เี ทาแสงห่งิ หอยกลางทะเลทรายคืน
เดือนมดื
“ไมล ะคะ เปน อะไรกันถงึ หอบหิว้ ตามไปธรุ ะอยางนี้ แลวถา แพไปใครจะดแู ลปู”
“ออื ” เขารบั ซึมๆอยางเขาใจ “ไอพวกน้ันมันทํางานกนั ตลอดเจ็ดวัน ชาวบานเขาจะหยดุ เสาร-อาทิตยก ล็ ากไปเขาปง ดว ย”
“ดีแลว ละ คะ หว งงานเถอะ”
“อาทติ ยหนานพ้ี ม่ี อี ะไรใหแพแปลกใจ”
“อะไรคะ?”
“บอกแลวไงวา จะใหแ ปลกใจ เฉลยตอนนแี้ ลว จะแปลกใจไดไง”
“พดู ใหอยากรูแ ลว อมพะนาํ ยว่ั โมโหนนี่ ึกวาดนี กั หรือ?”
“อยางแพโมโหเปนดว ย?”
“เปนส”ิ
“โมโหแลวทาํ ไง?”
ขาดคําเกาทัณฑก็รองล่นั เมื่อแขนถูกปลายเลบ็ จกิ หยกิ เตม็ แรง
“อูย!...เดย๋ี วนที้ ํารายคนเปน แลวเหรอ”
๒๖๗
“พี่กลับเถอะคะ”
“ไลอีกละ”
“บอกไวแ ตต น ไง แคห า นาทีพอ นี่ตั้งเทา ไหรเ ขาไปแลว มากด็ กึ ดนื่ จะอยูใหถึงเชา หรอื คะ ปูต นื่ ลงมาเหน็ อยา งน้ีเดย๋ี วก็ถูกหา ม
เขา บา นหรอก”
“กไ็ ด...กด็ าย”
ชายหนมุ ลากเสียงยานคาง ทิง้ ทายดว ยการรดั รางนมุ แนน เขา อยางจะเขา รใู หถ งึ กนบง้ึ หัวใจตนเอง วายงั รักและปรารถนาใน
หลอ นเพยี งไหน
หักหามใจ คลายออมแขนออกดวยความเสยี ดาย แพตรลี ุกขน้ึ แลว เดินออกจากหองอาหารทนั ที ไมอ อ ยอง่ิ รรี อ บงั คับให
เกาทัณฑต อ งลกุ ตาม
ทันกันทหี่ นา ประตูร้ัว ชายหนมุ มองรอสบตา เห็นหลอนกมมองพนื้ ทาเดยี วก็เอานิว้ เชยคางขึ้น แพตรียกมือปดเบา ๆ
“พอแลว คะ”
เกาทัณฑย ้มิ รบั เทาที่หลอ นยอมกอ็ มิ่ ใจพอจริง ๆ เลยอาํ ลาโดยดี
“เชา วันอาทิตยพ อถงึ ดอนเมืองพ่ีจะรีบโทร.หา แลว มารับทันทีเลย เตรียมตัวไวน ะ”
กลาวดว ยความเช่อื วา วางแผนไวอยางไรตอ งเปน ไปตามนั้น เสรจ็ งานวนั เสารหมายความวา เชา วนั อาทิตยก ลบั ไทยไดโดย
สวสั ดิภาพ
เสน ทางชีวิตคนมักมีความแนนอนตามตารางเวลา นอ ยครัง้ จะเกดิ เร่อื งไมคาดหมาย จึงทาํ ใหหลงคิด หลงรสู ึกวา สามารถลิขิต
เหตกุ ารณประจําวนั ของตนไดเสมอไป…
๒๖๘
บทที่ ๒๐ กรรม
เมื่อเรอื นแกว มาถึงเคานเ ตอรเ ช็กอนิ กเ็ หน็ รางสงู ของเกาทณั ฑก าํ ลังยกกระเปา เดนิ ทางขนึ้ สายพานลาํ เลยี งอยพู อดี หลอ นย้ิมนดิ
หนึง่ รีบลากกระเปา ของตนรดุ ไปหา และสง เสยี งเหมือนลกู นอ งเจอเจา นาย
“สวสั ดีคะทา น”
พอเขาหันมามองตามเสียงทกั เรอื นแกวก็นกึ สนกุ พนมมอื ไหว ยอบกายถอนสายบวั อยา งพนิ อบพิเทา เกาทณั ฑเ หน็ แลวเกอื บ
หัวเราะ หลอ นไหวสวย ดูชดชอยนอบนบ ออ นโยนจรงิ ใจจนตองรบั มขุ ดวยการพยกั หนาหงึกหนง่ึ
“ออื ม ไหวพระเถอะหนู”
นน่ั กลายเปนละครโรงเล็กทแ่ี ตละฝา ยลวงตาดวยภมู อิ ันมจี รงิ ในตน สบตาแลว หวั เราะออกมาพรอมกัน ถอดโขนกลบั สูสภาพ
ปกติ
“มานานแลวเหรอ?”
เรอื นแกวถามพลางเตรยี มยกขาวของขน้ึ สายพานเอก็ ซเรย
“ก็เด๋ียวนแ้ี หละ”
เกาทณั ฑตอบแลว ชว ยเปนธุระ ออกแรงยกของหนกั ให
“จายมารยึ งั ?”
“ไมเ หน็ น่ี อาจเขาไปนั่งรอขา งในแลว ม้ัง”
สองหนุมสาวผานขนั้ ตอนเชก็ อนิ และเสยี คา ธรรมเนียมตา ง ๆ เรยี บรอยแลว เดนิ เขา หอ งโถงผโู ดยสารรอขึน้ เครือ่ งดว ยกัน
“ไดต ๋ัวบสิ เนซ็ คลาสหรอื เปลา ?”
หญิงสาวถามอยา งกะจะชวนเขาใชส ทิ ธพ์ิ ิเศษเขา ไปนง่ั ในเลานจเพือ่ ทานของวา งและเครื่องดมื่ แตเ กาทัณฑส ่นั ศีรษะ
“ยายจายเพิง่ จองใหต อนเชา วันพฤหัส กเ็ หลอื แตท่ีน่งั ดานหลงั นะซี คุณพจิ ัยเลน ส่งั ปบุ ปบ อยา งน้ี”
มาน่ังเคยี งขา งกันทเ่ี กา อ้รี ับรองธรรมดา เรอื นแกว แอบย้ิมสะใจไมใ หเ ขาเห็น แตถามเสยี งรืน่ ฟงเปนปกติ
“แลวไงจะ งานดว นพเิ ศษกะทันหันนท่ี าํ ใหผ ดิ แผนสุดสัปดาหก ับใครหรือเปลา ?”
ถามจ้ีใจดําแท ชายหนมุ แสยะยม้ิ หนอ ยหน่ึงกอ นวางหนาเปนปกติ ขณะคดิ หาคาํ ตอบอยูน ้นั เผอญิ เงารา งจอ ยผา นเขา หางตาดึง
ความสนใจใหเหลือบมอง ลูกสาวฝรัง่ อายุประมาณ 2 ขวบ ตาสฟี า ผมสีทองเดินกะดอ กกะแดกเหมอื นตุกตาจวนหมดลานใกลเขา มา แม
๒๖๙
หนูนอ ยเงยหนา ขน้ึ เห็นสาวผมสน้ั นง่ั ไขวหา งแลว ชะงัก ทาํ ตาแปว จับจอ งคลา ยสงสยั ตดิ ใจอะไรบางอยาง เรียกวาตหุ รดั ตเุ หรม าสะดุดของ
แปลกแลวถงึ กับมองคาง
“อยุ ! นา รัก!”
หญงิ สาวอุทาน แตพอหลอนยิม้ ใจดี แบสองมอื ย่ืนเหมือนจะขออมุ แมห นูกล็ ังเล เร่มิ หนั รหี ันขวาง และทีส่ ุดคอื ตดั สินใจหมุน
ตัว ซอยเทาปรอกลบั ไปหาแดด ดก้ี บั มัมมี่ที่ยนื หัวรอเอิ๊กอา กอยูกับชายไทยคนหนึง่
“เฮอ ! ทํางานจนลมื อยากมยี งั งีม้ ่งั ”
เรอื นแกว เปรยบนอยางปราศจากความขวยเขนิ
“โถ แมค ณุ ทาํ เปน บน แลว เพ่งิ อายเุ ทา ไหรเอง”
“ก็เทา ทสี่ มัยกอ นเขามลี กู กันครงึ่ โหลละนา ”
ชายหนมุ ยมิ้ ในหนา คนเราพอมคี วามม่ันคงในอาชพี การงานถงึ จุดหน่ึง เม่อื เหน็ เด็กนารักเขา ก็มกั เกิดแรงบนั ดาลใจอยากมขี อง
ตวั เองไวอมุ เลนบาง
“เหน็ ลูกคนอน่ื นา รัก อยากมลี ูกกับเขามง่ั พอลูกออกมาหนา เหมือนหนถู ีบจักรกเ็ สร็จเลยนะเธอ”
เขาพยายามเบยี่ งเบนใหเปนเร่อื งชวนหัว
“ถาพอ หลอ แมสวยลกู ออกมาตอ งนารกั อยแู ลวละ ไมก ลวั หรอก”
เรอื นแกว โตค ลา ยคา น มีนยั แฝงในน้ําเสยี งและวิธีปรายหางตาทพี่ อเชื่อวาเจตนาจงู ใจใหคิดถงึ เงารางทเ่ี คยี งขางกันระหวาง
หลอนกบั เขา และเหน็ ความเขา คูเ หมาะเจาะราวกับเปน สองขา งปก ผเี สือ้ ลายเทแ ปลก ซา ยขวาดจุ เงาสะทอ นท่ีรักษาดลุ ของแตล ะฝายไว
พอดกี ัน
เกาทัณฑพลอยนึกตามถงึ ความนา จะเปน ทลี่ กู ผูมาเกิดกบั ตนและเรอื นแกว คงนา เอน็ ดู สังสารสัตวม ีกรรมเปน กาํ เนดิ มีกรรม
เปน เผาพนั ธุ เมอื่ มาเกดิ กับพอแมค ไู หน ก็ตอ งอาศยั ระดบั บุญบารมที ค่ี ลองจองตามนัน้ ชว งชีวติ นีข้ องเขากับหลอนมแี ตน ํ้าขนึ้ กบั ขน้ึ
สะทอ นใหเ ห็นวาวบิ ากดกี าํ ลังใหผลเต็มกําลงั ดงั นนั้ เม่อื ไดล ูก กค็ วรเปน วิญญาณที่มีดีพอมารว มเสวยสุขทพี่ อแมสง่ั สมไวปพู รมรอรบั
จับตาเล็งแลแมหนูนอยผมทองคนนัน้ ซ่งึ บัดน้ไี ปยนื เกาะขาแหมม ผูเปนแมแ จ รูสกึ ครม้ึ จนเผลอระบายย้ิมอยพู ักหน่ึง กอนหบุ
ลงกมหนา ขมวดค้วิ ตําหนติ นเองเมอ่ื รตู ัววา คดิ เลยเถดิ มาถงึ ไหนแลว
ใจ…
อยใู กลใครกไ็ ขวเ ขวมาหาคนนัน้
“เต เธอเชอื่ ไหมวา คูสรางคสู มน่จี ะหนาตาคลา ยกัน?”
๒๗๐
เรอื นแกว ถามเหมือนลมื …ลืมสนทิ วา เขากับหลอนมคี วามละมายจนใครตอใครทกั ถามหลายตอ หลายครัง้ แลว วา เปน พ่ีนองกนั
หรอื เปลา
“ก…็ ”
เกาทัณฑคดิ อยคู รู ถาสมยั กอ นเขาคงตอบกลวั้ หวั เราะทํานองเห็นเปน เรอื่ งไรสาระไปแลว
“ถา เอาทีผ่ มเช่อื ตอนน้ี คนเราหนาตาคลา ยกันกเ็ พราะทําอาจณิ ณกรรม หรอื กรรมทีท่ าํ จนสง่ั สมเปน ความเคยชินมาทํานอง
เดยี วกัน ถาทําดวยกนั กเ็ ปน ความผกู พนั ดงึ ดดู มาเขาคไู ด แตถ าตา งคนตางทํา กค็ งไมมคี วามเกย่ี วพันอะไร แบบดารานําท่ีดลู ะมา ย สมกนั
อยา งกบั กง่ิ ทองใบหยก ก็ตางคนตา งอยู ไมเหน็ มาจบั คูกนั นอกจอเลย”
เรือนแกวคิดครวญแลว พมึ พํา
“แอก็เคยนึกนะวา ในบรรดาการเขา จบั คกู นั ของสง่ิ ตา ง ๆ ในธรรมชาติ การจับคูของมนุษยหญงิ ชายมีเง่อื นไขซับซอ นพิสดารกวา อยา งอื่น
หมด...”
เมือ่ คิดถึงคาํ วา ‘อาจณิ ณกรรม’ ที่เกาทณั ฑใชเ มือ่ ครู กถ็ ามสบื ตอ มา
“วาแตก รรมนคี่ อื การกระทําใชไหม?”
เกาทัณฑพ ยกั หนา
“นนั่ คอื คาํ แปล แตเ ม่ือพูดวา ‘การกระทํา’ น่คี นมักนึกถงึ การลงไมล งมือทําเรื่องราวใหเ กิดอะไรข้ึนสักอยา ง พระพทุ ธองคตรสั
ไวอยา งชัดเจนคือ ‘เรากลาววากรรมคอื เจตนา เจตนาคอื กรรม’ หมายความวา แคคดิ กเ็ ปนกรรมไดแลว ยังไมต องพดู ยงั ไมต อ งเคลอื่ นไหว
มือไมก ันเลย”
เรือนแกว เอียงคอขอ งใจ
“แอมกั หงดุ หงิด ขบั รถแลว นึกดาพวกซง่ิ พวกปาด พวกเรง จ้หี ลังอยทู ุกเมื่อเช่ือวัน ก็ถือวาเปนอาจิณณกรรม เปนตวั นํามาเกิด
เปนนั่นเปนนี่ได? ”
เกาทัณฑล งั เลครูหน่ึง กอ นจะผนึกจติ ใหรวมแนน อยูใ นสภาพเหน็ กายเปนอนตั ตา แลวจงึ ทบทวนคําถามของเรอื นแกวใหม
อาศยั จติ ของตนเปน เวทีทดสอบของจริง ชั่งนํ้าหนักแลว กลาวตอบอยางละเอยี ดตามความเห็นท่เี กิดข้ึน
“สมมุตวิ า แอขับรถอยเู พลินๆ จู ๆ มรี ถกระบะคันหนึ่งวิง่ ปาดหนาแซงเขา เลน ทําใหต อ งเหยียบเบรกกะทันหนั แอตกใจและ
เกิดความโมโหจัด พรอมกนั นั้นสิง่ ท่เี กิดขึน้ มักเปน คําดาส้นั ๆ ในหัว โดยไมตองเคน คิด หรอื ตั้งใจไวล วงหนา วา พอโมโหแลว เราจะคดิ
อยางน้ี ใชหรือเปลา?”
เรอื นแกวจินตนาการตามแลว พยกั หนารับไมค ัดงา ง
“น่ันคือความเคยชนิ ทีจ่ ิตคัดสรรคาํ รา ย ๆ ขึน้ มากระแทกใสค นขบั มารยาททราม จะเปนคลนื่ ความคิดอยางเดียว หรือเปน
ตะคอกออกจากปากกข็ น้ึ อยกู ับระดบั ความตกใจทจี่ ดุ โทสะขึ้นมา อนั น้ีแหละจัดเปน อาจิณณกรรม เพราะทาํ จนเคยชนิ
๒๗๑
ทีนีว้ า กนั ในแงน ําใหเ กิดเปนน่นั เปน น่ี จะเล็งเอาเฉพาะตอนอยูในรถอยางเดียวไมไ ด ตองดจู งั หวะอนื่ เชนตอนขดั แยง กบั คนอ่นื
ในหอ งประชมุ ตอนหาของไมเจอ ตอนแอรเ สยี ในหนารอน และอีกสารพดั เหตุการณว ดั ใจ คอื ดโู ดยรวมวา เม่ือเกดิ โทสะขนึ้ แลวสิ่งท่ี
ตามมาคอื อะไร คําหยาบในหวั เจตนารา ย กริ ิยากระบึงกระบอน หรอื สตสิ ัมปชัญญะ ความขมใจ ความฉลาดในการเปล่ยี นอารมณ
พดู งาย ๆ วัดเอาจากทั้งชวี ิตวาชา งโกรธไปหมดทกุ เรอื่ งหรอื เปลา ผลของความชางโกรธเสมอ ๆ นั้นจะกลายเปนสวนหนึ่งของ
ตัวสรา งอัตภาพใหม เชนทําใหม ผี ิวพรรณไมน า ดู ทาํ ใหร ูปทรามแสลงตาคนเห็น
แตถา เคราะหหามยามราย กอนตายเกดิ โมโหโกรธาอะไรขึ้นมาแลว จิตดับขณะเปน อกศุ ล เชนกาํ ลังนึกดา รถกระบะคนั หนา
แลวรถเครนลม ตึงลงทับเราขาดใจตายคาที่ อกุศลกรรมน้ันจะกลายเปนสงิ่ ทเี่ รียก ‘ชนกกรรม’ สง ใหเ ปน เปรต หรือผีตายโหงวนเวยี นแถว
ที่เกิดเหตุ หรือดไี มด ีอาจพุงหลาวลงนรกไปเลย กระแสวญิ ญาณมนั สรางรูปสรางเรอื นใหตัวเองอยตู ามสภาพลาสดุ ของตัวเองเสมอ”
“สรปุ แลวแอเ ปน คนขโ้ี มโห ตายไปเกดิ ใหมจ ะรูปรางหนาตาขี้ริ้ว?”
“ผมไมม ญี าณหยัง่ รหู รอก เพราะแอมอี ะไรมากกวาความ ‘ขีโ้ มโห’ อยมู าก และท่ีผมพูดถงึ โทษของความเปนคนขโ้ี มโหนก่ี ็วา
ตามเน้ือผา เอาตามท่ีพระพุทธองคเ คยตรสั กบั มเหสีกษัตริยใหญองคหน่งึ วา มาตุคามผูมกั โกรธจะมรี ูปทราม ใชจ ะสรุปรวบรัดวาคราวหนา
แอเ กิดแลวจะขเ้ี หรแนๆ”
“ผูหญงิ กย็ วั ะเกงทง้ั นัน้ แหละ”
“ถงึ หาทผี่ ิวสวย หนา ใส ดูช่ืนตาช่ืนใจยากไง”
“หลายคนทีแ่ อรูจัก เห็นผิวสวย หนา ใส ก็ดาเกงเปนไฟแลบเยอะแยะ เรียกวา ทง้ั มโนทุจรติ วจีทุจริตเหมาหมด ทําไมเปน งั้นละ?
ผลของความสวยใสนาจะเกดิ จากอาจณิ ณกรรมฝา ยกศุ ลของชาตใิ กล ซง่ึ เปน ผูไมม ักโกรธน่นี ะ ทาํ ไมถึงไมต ดิ นสิ ัยมาถึงชาติปจ จุบันกัน
บาง?”
เกาทณั ฑสายหนายม้ิ
“ยงั ไงไมรแู ฮะ ผหู ญงิ สวยกับความปากจัด ความเจาอารมณนีม่ ักจะมาดว ยกนั จรงิ ๆ อาจเปน เพราะความเคยชนิ ทไี่ ดร บั การ
พะนอเอาใจมาก เลยออ นไหวกับเรอ่ื งขัดใจมง้ั พอสวยแลว ลมื นสิ ัยเกา หมด ดงู า ย ๆ ในชวงชีวติ เดยี วกไ็ ด อยางคนจนท่ีเคยเสงี่ยมเจยี มตวั
พอรวยกย็ ะโสโอหังกันไป
และก็ใชวาความเกง ในการระงับโกรธจะผูกขาดเปน ตัวสรางอัตภาพที่สวยงามอยา งเดียว ศลี บริสุทธิก์ ท็ าํ ใหส วยได ขัดลางทํา
ความสะอาดพระพทุ ธรูปกท็ าํ ใหสวยได หรอื แมไ มใชบ ญุ กริ ยิ าในพุทธมณฑลก็อาจทาํ ใหสวยไดอกี เหมือนกนั ขอใหเ ปน อาจิณณกรรม
เขาลอ็ กท่ีจะใหเ กดิ การบนั ดาลรูปอันเปน ฝายกศุ ลอยา งสมา่ํ เสมอเถอะ เชน ถา เคยชินกบั การมองคนและสตั วดว ยความรักออกมาจากใจจริง
กท็ ําใหนยั นตางามอยางทเี่ ขาวา แลตะลงึ ”
เอนแกวยน จมูกนดิ หนึ่ง
“อยางกับคนในโลกน้นี าใหม องดว ยความรกั ความจรงิ ใจนักละ ”
เกาทัณฑห วั เราะหึ ๆ
๒๗๒
“เหมอื นเลนเกมไง สภาพแวดลอมถกู ออกแบบไวใหเขา รกเขา พงกันเกอื บหมด เหลอื หลดุ รอดเขา ปราสาท เขา วิมานกนั นอย
เทานอย รอบดา นบบี คน้ั ใหเ ราครงึ่ ดีครึง่ รา ย ไมผ ิดแผกจากกนั เทาไหรนกั อยา งลูกฝรั่งเมอ่ื กี้เนี่ย โตขึน้ ตาสวยหาตัวจับยากแน ถา แอเ หน็
อยา งนี้บอยๆจะรองออกมาดัง ๆ เหรอวา นารัก นั่นแสดงวาเขาเคยฝาดานยากมาไมเ หมือนใคร”
“พดู กพ็ ดู เถอะ เทา ท่แี อคบสนิทกบั เพอื่ นสวย ๆ หลายคน ย่งิ เหน็ จิตใจ เห็นไสเห็นพงุ กนั มากเทาไหร ย่งิ ไมอ ยากจะเชือ่ เลยวา
กรรมเวรมีจรงิ คนเราถาเคยแสนดมี าจนแสนสวย รวยหรกู นั ไดขนาดนั้นกน็ าจะเหลอื เคา เหลือรอ งรอยกนั บาง นี่อะไร เลวตลอดศกอยา ง
กบั ยกั ษมารมาเกดิ ”
“เรอื่ งกรรมนซี่ บั ซอ นมากนะแอ ถา ศึกษาลงไปลกึ ๆ แลว จะเห็นวาสงิ่ ทเี่ รียก ‘เจตนา’ นนั้ เปน ประธานการปรุงแตงจติ อยู
ตลอดเวลา ทนี ้ีลองคดิ วา ช่ัวชีวิตเราสั่งสมนิสัยและความเคยชินไวต ั้งหลายอยาง กต็ อ งมบี างท่ีขดั แยงกนั เอง
แถมกรรมบางชนิดนน้ั แคท ําคร้ังเดียวอาจชนะกรรมฝา ยตรงขามรวมกนั เปน รอ ยชาติ เชน ถวายดอกบวั ขาวบรสิ ุทธแิ์ กสงฆท ่ีมี
พระพทุ ธเจาเปนประธาน ดว ยศรัทธาแกกลา ดวยเจตนาเคารพบูชาอยา งลกึ ซึ้ง ถวายแลวเกดิ โสมนัสแรงตอ เน่อื งเปนชัว่ โมง ๆ อยา งนีผ้ ลที่
เกิดจะยากแกก ารประมาณ และเกนิ จะกําหนดท่ีสนิ้ สุด ตอใหมกั โกรธไปบางก็ยังสวยอยูน่ันเอง แมจ ะกรอยลงตามสว นกเ็ ถอะ”
เรือนแกวขบรมิ ฝป ากหนอย ๆ
“ถา ผูห ญิงสองคนระงับโกรธไดเ กงตลอดชวี ติ และถอื ศลี บริสุทธ์ิไดค งเสน คงวาเหมือนกนั อยา งนี้ทําใหเ กดิ ใหมแ ลว สวย
สไตลเดยี วกัน หนา ตาเหมอื น ๆ กนั หรือเปลา ?”
“คําตอบอยูในคําถามแลวน่ี แมช ีวติ คนเรามอี าจิณณกรรมอยหู ลายประเภท หลายชนดิ แตกม็ สี ายหลกั สายลกึ อยูไมเทาไหร
โอกาสทีค่ นเราจะหนา ตาดีและคลายกันจงึ พอมีอยู และหาไมย ากจนเกินไปนกั ตัวอยา งงา ยทสี่ ดุ เห็นจะไดแ กค ูแฝดทั้งหลาย”
ใบหนา ของเรือนแกวกราดดวยรอยยิม้ พรายอยา งมีเลศนยั หลอ นดดี หลังมอื ปดปลายผมทีส่ ปริงตัวไดอ ยา งมชี วี ิตชวี าของตน
แลว ถามวา
“แอละ สวยแบบไหน?”
เกาทณั ฑยมิ้ เมนิ จนหลอ นตอ งเขยาแขนเรงรอ งเซาซี้
“บอกหนอยด”้ิ
“แบบท…่ี ไมม ใี ครเหมอื นมั้ง”
หญิงสาวหัวเราะเปน กงั วานกระจาย ทวั่ อาณาบริเวณดูกระจา งใสข้ึนตามพลงั อดั ในคลื่นเสยี งแหงความเบกิ บานนนั้
“แสดงวาแอทํากรรมดมี าแปลกกวา ชาวบานง้ันส”ิ
“ใครจะไปรูล ะ ลองดูรองรอยจากตัวเองในปจจุบันสวิ า เหมอื นใครเขาไหม”
เรือนแกวหัวเราะอีก กอ นจะนกึ อะไรข้ึนมาไดบางอยาง วีแ่ ววราเริงลดลง
๒๗๓
“ถาทํากรรมราย ๆ ไวมากนี่ตองไปเกดิ เปน สัตวใชไหม?”
“แคข าดความละอายตอ บาปกเ็ ปน สตั วไ ดแ ลว ไมต อ งทํากรรมหนกั ไวมากหรอก”
คนหนา สวยเกอกึ อกั ไปชวั่ ขณะ
“กแ็ ปลวา คนที่เห็นเดนิ ๆ นั่ง ๆ กนั อยนู อ่ี กี หนอ ยอาจแปลงรา งเปน หมหู มากาไกซนี ะ บางทเี หน็ สตั วแลว ก็ทาํ ใจเชอ่ื ยากวา คร้ัง
หน่ึงพวกมนั เคยเปน อยางอืน่ มากอน วัน ๆ เอาแตเดนิ ตว มเตีย้ ม ไมเหน็ ทําอะไรนอกจากรอตายไปตามเวลา เวน แตคนจะเอามาฝก ใชง าน
จินตนาการใหคลอยตามไดย ากเหลอื เกินวาอาจเคยเปนแมกระท่ังมนษุ ยอยา งเราทีค่ ดิ ได พดู ได กออารยธรรมเปน ตึกรามบานชอ งได”
“แอต องมองวาอัตภาพแตล ะชนิดเปน พชื พนั ธุตามธรรมชาติ เหมอื นตน หมากรากไมที่แตกตางกนั จนไมอาจเทียบเคยี ง เชนตน
ปาลมกับตน เขม็ อยา งนี้ เม่อื โตขน้ึ มาตามเมล็ดพนั ธุไ หนแลว ก็จะมลี กั ษณะความเปนเชนนั้น แตกตางสน้ิ เชิงกับพันธุอ นื่
พระพุทธองคเคยตรสั กับพระอานนทว ากรรมเหมือนเน้ือนา วญิ ญาณเหมอื นพชื วญิ ญาณทเี่ หมาะกับความเปนสัตว เมอื่ เคลอ่ื น
มาสอู ัตภาพของความเปน สัตว กไ็ มหลงเหลอื เคาเงาของมนุษยใหเ ห็นอกี จะรูปรางหนาตาหรือความคดิ อานกต็ าม ธรรมชาตทิ รี่ องรับ
ความเปนอยา งนั้นคือพชื พนั ธเุ ฉพาะตวั เอาไปเทยี บขา มพันธดุ ว ยตาเปลา กเ็ ชื่อยากเปน ธรรมดา แตถาเทียบดวยประเภทของจติ ใจแลว อาจ
เหน็ ความละมา ยคลายคลึงไดอยู อยางที่เราไดยินคําเปรยี บเปรยเชน ซนเหมอื นลงิ ดเุ ปน เสืออะไรทํานองนัน้ ”
เกาทัณฑพ ูดโดยไมเ หลยี วมาสังเกตวา เรือนแกวเงอ่ื งหงอยลงถนดั
“คาํ พดู คาํ เดียวสงใหคนไปเกิดเปน สตั วไ ดไ หม?”
“กต็ อ งแลว แตว า พูดอะไร พดู กบั ใคร ดว ยใจทแ่ี รงขนาดไหน สง ผลรายทางยืดเยอ้ื ยาวนานเพียงใด ถา หากวา คาํ พดู คาํ เดยี วนน้ั มี
ผลสาํ คัญ โดยเฉพาะกระทบผทู รงคณุ หรอื ผเู ปน บุคคลพเิ ศษของเราอยางพอแมบงั เกดิ เกลา ทําใหเกิดความเดอื ดรอนหรือเสียหายในทาง
ใดทางหนงึ่ อันน้กี ค็ ิดวา มีน้ําหนักพอจะสง ไปเปนสตั วไดนะ”
“เปน ไปทกุ ชาติเลยเหรอ?”
เกาทณั ฑแปลกใจเล็กนอยทเี่ หน็ เรือนแกวบีบมือเขา หากนั ขณะกม หนา ถามเสยี งออย
"เทา ทีร่ ูมา พอถอยหลน จากความเปน มนุษยล งภมู สิ ัตว กม็ กั จะหาทางขึน้ ยาก ดวยเหตุผลหลาย ๆ อยา งเชนสัตวม แี ต
สญั ชาตญาณ โอกาสจะพัฒนาจติ ใหสงู นน้ั นอย คือตองมโี อกาสคลุกคลีกับมนุษยใ จสูง อีกอยาง พระทานวา สัตวแตล ะชนดิ มักติดอยูใ น
กามแบบของตน ถึงบางทจี ะมีบุญวาสนาหนนุ หลัง ถา ตดิ ใจกามในอัตภาพหนึ่ง ๆ แลว กจ็ ะวนเวียนอยูในภพแบบนั้นเอง"
“อยา งถาแกลงพูดทม่ิ ตําใหพ อแมช ้ําใจ ทาํ นองวาเกดิ เปน ลกู สัตวย ังดกี วา เปนลูกทาน อยา งนก้ี ็ตอ งเกดิ เปน สตั วไปเรื่อย ๆ หา
ชาตสิ ดุ ทา ยไมเจอนะ ซี? เปน สตั วฟ งธรรมไมรเู รือ่ งน่ี”
เกาทณั ฑบ ดรมิ ฝปากใครครวญ เพราะสงั หรณวา ถาตอบผิดนดิ เดียว ผลท่ตี ามมาอาจเปน ความกังวลใจไมรเู ลิกของเรอื นแกวไป
จนชัว่ ชีวติ และน่ันแหละจะกลายเปนของจริง ถากอนตายเกิดไพลป ระหวัดกังวลข้ึนมา ความคดิ กงั วลนั้นจะเปน ชนกกรรม หรือกรรมนาํ
เกิดเปน รางรายไป
๒๗๔
โดยเฉพาะอยางยิ่งกรรมหนักขนาดที่หลอนวา น้ัน ใชว ามีโทษแคเ ปน สตั วตามคําพดู แตความหยาบคายทีก่ อความเสียใจรุนแรง
ใหเกดิ ขนึ้ ในบุพการี เปน บาปอนั กลา แขง็ มีแรงเหว่ยี งสง ตรงไดถ ึงนรกทีเดยี ว ความท่เี ขาเปนผูเ คยเห็นนรกมากอนทาํ ใหซึมซบั และพอจะ
ชงั่ นา้ํ หนักกรรมไดอยู
“ผมไมไดม ีญาณหยงั่ รเู ร่อื งกรรมวบิ ากลึกซึ้งนะแอ ใจรไู ดแ ตหนา ตาของกรรม แตผลกรรมน้ันตอ งศึกษาตามพทุ ธดาํ รสั ไป
พลาง ๆ วา ทําอยา งไร จะไดผ ลอยา งไร
คนเรานี่ เพราะมองไมเ หน็ วิบากกรรมที่เกดิ จากการกระทําหนงึ่ ๆ ทําใหก ลา กอ บาปหยาบชาสารพดั ขนาดพระเทวทัตนะ
สําเรจ็ อภิญญา มีตาทิพย หูทิพย เหาะเหินเดนิ อากาศได ยงั มองไมเห็นเลยวา คดิ ประทษุ รายพระพทุ ธเจาแลว โทษท่ีตามมาคือความรอ นใน
อเวจมี หานรก อยาตอ งนับมาถึงพวกเราทีจ่ ิตขุน ปราศจากญาณหยัง่ รเู ลย
แตผ มแนใ จไดอ ยา งหนึง่ วากรรมเปน ส่งิ มอี ายขุ ยั หมายความวาใหผ ลจนหมดแรงเมือ่ ไหรเ ปนอนั เลกิ เม่ือนัน้ คลายกบั ทีเ่ ราออก
แรงถีบจกั รยานไปครง้ั หนึ่ง ถาเบาก็เคลื่อนแคใกล ถาแรงกพ็ ุงไดไกล ทาํ กรรมหนกั ขนาดไหนก็คงชดใชจ นหมดเขา สักวัน
ที่สาํ คญั กรรมแตละชนดิ อาจหยอนแรงลงไดถามีปจ จยั ตรงขามมาแทรกแซง เชนสมมุติวา ดาพอแมแ รง ๆ แลว ตองเกิดเปน สตั ว
เจด็ ครัง้ หากสํานึกได ขออโหสิ และไมทํากรรมหนักชนิดเดียวกนั ซํา้ อีกเลย กอ็ าจลดลงเหลือแคเ กดิ เปนสตั วหนเดียว ไมมีความยืดเยื้อ
เพราะระงับเวรไดดว ยคกู รณีเอง และทสี่ ําคญั คือเม่อื ใกลตาย จติ จะไมป ระหวดั ถงึ เลย เพราะโลง ไปแลว เหมอื นผา นหายไปแลว เมอ่ื จติ
กอนตายไมประหวดั ถึงกรรมช่ัว ก็เบาใจไดวากรรมชั่วน้ัน ๆ จะไมเปนชนกกรรมนําเกิดเปน วิญญาณบาป”
สีหนาของเรอื นแกว ดีข้นึ หนอ ยหนึง่ เพิ่งรวู าการขออโหสิ ปลดเปลอื้ งความรูสึกผิดที่ทาํ ไวกับพอ มีความหมายเพยี งใด
“แลว มไี หมทเ่ี ราสามารถลบลางบาปดว ยบญุ อยางเด็ดขาด?”
เกาทณั ฑตรกึ นึก เผอญิ วนั กอ นเขาเพิ่งอา นเก่ยี วกับเรอ่ื งของพระเจา อโศก ซงึ่ มีตอนหนง่ึ เปน บทสนทนาธรรมเก่ียวกับปญหาขอ
นพี้ อดี
“คร้ังหน่งึ พระเจา อโศกมหาราชเคยตรัสถามพระโมคคัลลบี ตุ รผเู ปนอรหนั ต วากรรมดีและกรรมชวั่ ลบลางกันไดห รอื ไม พระ
มหาเถระทูลตอบโดยจับเคา จาก ‘โลณกสตู ร’ ซึ่งพระพุทธองคเ คยเทศนโ ปรดไว คอื ถา แทนคาํ วา ‘ลบลา ง’ ดว ย ‘ละลาย’ จะฟง งา ยขึน้
ความดีสามารถละลายความชัว่ ใหจ างหายได เชนเดียวกับท่นี ําเกลือกํามอื หนงึ่ ใสล งไปในอา งท่ีมนี าํ้ ปรมิ าณนอ ย เราจะเห็นวานาํ้ ในอางนั้น
มรี สเค็มอยู แตเ มอ่ื เตมิ น้าํ เพ่มิ ข้นึ เรอ่ื ย ๆ ความเคม็ นนั้ จะจางลงทกุ ที กระทง่ั หายไปไมเ หลอื รสเคม็ เลย โดยเฉพาะเม่อื ปรมิ าณของนา้ํ นั้น
มากเหลือเกนิ ทัง้ ทีจ่ รงิ เกลือกย็ งั คงอยใู นอางไมระเหยหายไปไหน อยา งนี้ทานเรียกทาํ กรรมชัว่ ใหอยใู นสภาพ ‘มีเหมือนไมม’ี นน่ั เอง”
กระแสปต บิ ังเกิดขึน้ ในใจของเรอื นแกว บนั ดาลยิ้มใสขน้ึ ได เพราะรูกําลงั ตวั เองวา มีความฉลาดทจี่ ะทําใหค นรอบขางเปนสุข
เพียงใด จะยากอะไรกบั การแกม ือ ‘เตมิ นํ้า’ ใสห ัวจติ หวั ใจพอ มาก ๆ
“เตเพง่ิ สนใจศาสนาไมนาน ทาทางรอบรูดนี ะ มที างลัดที่จะรเู นอื้ หาในพระไตรปฎกเร็ว ๆ หรือเปลา?”
เกาทัณฑผงกศีรษะ
๒๗๕
“มอี ยู นับวาคนไทยโชคดีมากทีท่ านอาจารย สุชพี ปุญญานุภาพ รวบรวมและยอความจากฉบบั บาลี 45 เลม ไวเปน เลมเดยี วคอื
พระไตรปฎ กฉบับสําหรับประชาชน ทา นคัดขอ ความนารูจ ากพระไตรปฎก และตามดวยยอ ความพระวินัย พระสูตร และพระอภธิ รรมไว
ครบ ทาํ ใหเปนไปไดจริงทจี่ ะเลอื กอา นจดุ สาํ คัญทีส่ ดุ จนครบโดยไมซา้ํ ซอ น ราคาถูกเหมือนไดเ ปลาดว ย”
เรือนแกวเบิกตา นกึ อยากไดขึน้ มาทันที
“หาไดจากไหนละ ?”
“เห็นวาเปน ของมหามกฏุ ราชวิทยาลยั นะ แตก็เอามาวางตามรานหนงั สอื แลว ผมก็ซือ้ จากรานธรรมดานแ่ี หละ คงหางายอยู
หรอก เพราะพิมพค รงั้ ลา สดุ ตั้งแสนเลม แนะ ถาแออยากไดเ ดย๋ี วกลับกรงุ เทพฯผมซอ้ื ใหเลย”
เรือนแกวย้ิมหวาน
“ขอบพระคุณนะเจา คะ”
ขณะนนั้ เสยี งโทรศพั ทมือถือดงั ข้ึน เรือนแกวจําไดว าเปนเสียงเครือ่ งตนกเ็ ปด กระเปาและหยบิ ขึน้ มากาง
“สวัสดีคะ”
“หนแู อเหรอจะ นป่ี าจมุ นะ”
“คะ ปา วา ไงคะ หนกู าํ ลังรอนอ งจายอยเู นย่ี กําลงั จะโทร.เชก็ พอดี”
ฝา ยน้ันอึกอกั เปน ครู กอ นเอยสน่ั ๆ
“อยูที่โรงพยาบาลจะ อาหารเปน พษิ นีจ่ า ยเขาบอกใหปา โทร.หาหนนู ะ เขาสตเิ ลอะ ๆ เลอื น ๆ บอกเบอรห นผู ิด ปา ตอ งโทร.ให
คนทบี่ านหาอยนู านกวา จะเจอในสมดุ ของเขา”
“อาการหนักมากไหมคะ?”
“หนา เหลือสองนวิ้ เลยหนูแอ แยจงั งานเสยี หายมากไหมถา ...”
“ไมเ ปนไรคะ ”
เรอื นแกวตดั บท ความจรงิ นอ งจา ยนีม่ หี นา ที่แคถอื โนต บุคคอมพิวเตอรใ หหลอนตอนเดินเขาไปหาคธู รุ ะเทา นัน้ เรือ่ งของเรอ่ื ง
คอื หลอ นตองการเพอื่ นเดินทาง หรอื จะเรียกใหโกห นอ ยวาคนติดตามกไ็ ด ทุกเทีย่ วธรุ ะตา งประเทศของหลอ นจะมีนอ งคนน้ตี ามประกบ
เสมอ เพราะสนิทคนุ เคยกนั จะไหววานทําสง่ิ ใดก็คลองแคลว รูใจทกุ อยาง พจิ ัยเหน็ หลอนทําประโยชนไวมาก ขอแคน เ้ี ปนเรอ่ื งเล็ก จึง
อนญุ าตมาตลอด
คยุ กับญาติของนองอกี สองสามคาํ ถามไถอาการและบอกวา กลบั จากสิงคโปรจะไปเย่ยี ม พอตดั สาย หนั มาเห็นเกาทณั ฑมอง
คา งอยูกอนก็ย้มิ ให
๒๗๖
“ขนึ้ มานั่งเปน เพ่อื นแอแทนนองจา ยนะ”
ไดท นี่ ง่ั คูรมิ หนาตางซกี ซา ย เกาทัณฑก างหนังสอื พมิ พอา น สว นเรือนแกว ผนิ หนา สอดสายตาสูความมืดไรจดุ หมายเบื้องนอก
หนา ตา งอนั แคบเล็ก พลางเคยี้ วขนมพายทแี่ อรโ ฮสเตสนํามาเสิรฟตยุ ๆ
เกอื บครง่ึ ชวั่ โมงผานไปดวยความเงยี บระหวา งกัน ขณะสายตาเกาทัณฑก ําลงั กวาดขา วจากหนงั สือพมิ พฉ บบั ทสี่ อง ศีรษะของ
หญิงสาวกย็ ่นื เขามาแทรกระหวา งเขากับหนากระดาษ
“ลองชซ้ี ิขาวไหนนา สนใจกวา แอ”
ปลายจมูกของเขากบั กลมุ ผมส้ันสลวยราวมนุ ไหมของหลอ นหา งกันแคห ายใจรดถงึ กลน่ิ ผมกรุนกาํ จายมากระทบฆาน
ประสาทถนัด เรอื นแกวคางนิ่งในทานนั้ อยางจะรอใหเขาชจี้ รงิ จงั เกาทณั ฑกลัน้ ใจ สัง่ ตนเองมิใหเ ผลอลอบยื่นจมกู เขา ดอมดมเคร่อื งลอ
ตรงหนา ทกุ สว นในรางเรือนแกวเปน สิ่งตองหาม เผลอแตะเมอื่ ไหรเปน เรือ่ งเมื่อน้นั
พบั หนงั สือพมิ พส อดเก็บลงกระเปา หลังพนกั เปน การกําจดั เคร่อื งยึดหลอ นใหค า งคารอคอย เพราะนานไปเขาเองคงหมดความ
อดกล้นั กบั ระยะประชิดยวนใจเขา จนได เรอื นแกว ดึงกายไปนั่งหลังตรงตามเดิมกอ นอุบอบิ กระเงา กระงอด
“พอขน้ึ เครอ่ื งก็ตดั ไมตรีเชยี วนะ เห็นแอเปน กระเปาเดนิ ทางหรอื ไง ไมเหลยี วแลเลย”
“ก็เห็นกนิ ของวา งแกลมววิ นอกหนา ตางอยนู ี่ ใครจะรวู าอยากใหข ัดจงั หวะ”
แลวเกาทณั ฑก็พลกิ นาฬกิ าขน้ึ ปรบั เวลาเรว็ ข้นึ กวา เดมิ ชว่ั โมงหนง่ึ และเปรยแกมบน
“กวา จะถงึ ชางจียงั อีกเกอื บสองชว่ั โมง เพลยี นะ อยากหลบั มากเลย พยายามอานหนงั สือพิมพใหง ว งกก็ ลายเปน ตาแข็งหนักเขา
ไปอีก”
“อยากหลบั ใหฝน เหน็ แมเ ทพธิดาทก่ี รุงเทพฯกระมงั ”
หญงิ สาวสันนิษฐานดวยทา ทีกระแนะกระแหน
“ลมื ตาก็เห็นนางฟา อยแู ลว จะรอฝนทาํ ไม”
เกาทณั ฑตอบดว ยนา้ํ เสยี งรื่นรมย เรอื นแกววาดสายตามามองตรงทนั ที
”จรงิ เหรอ?”
เสยี งคาดค้ันของอีกฝายทาํ ใหเกาทัณฑหัวเราะเอ่ือยเฉอ่ื ย ระงับใจไมคะนองลนิ้ ไปกวานนั้
“แอรโ ฮสเตสเขาเรยี กนางฟานนี่ ะ”
๒๗๗
หญิงสาวหร่ีตา ยกมือกอดอก ปนปากถาม
“แลวนังคนท่ีนั่งอยขู า งตวั นเี่ รียกอะไร?”
ชายหนุม ย้ิมเฉยี ง ทาํ เปน ยกมอื ปอ งหนา ผากเบ่งิ
“แมมดราย”
แมรกู ันวาเปนคําหยอกเยาเลน แตก ท็ าํ ใหเคาหนา เรือนแกว สลดลงได
“แยจงั ...แลว ทาํ ไงจะเปนนางเอกในสายตาของเตล ะ ตอ งนุม นม่ิ เปน นางในวรรณคดเี หมือนคณุ นอ งที่กรงุ เทพฯสินะ?”
“ลอ เลนนา อยางแอถ า เปนแมมดก็แมมดเจา เสนห มฤี ทธเ์ิ ดชแพรวพราว ใครเหน็ ใครกต็ องยกใหเปนนางเอก อยากไดเปน แฟน
กนั ทัง้ เมือง”
“รวมทงั้ เตด วยเหรอ?”
หญิงสาวลดระดับเสียงลงเปน กระซบิ มองเพ่ือนหนมุ ทป่ี รับพนกั เอนอยา งผอ นคลาย เขาสบตาตอบหลอนดว ยกังวานเสยี งทอด
นุม
“สาํ หรับผมนะเกนิ เอือ้ ม อยา ใหค ิดดีกวา ”
“กไ็ มล องดลู ะ?”
“เคยลองแลว ไง”
สานตากนั น่ิงและนาน กระทงั่ เรือนแกวเปนฝายกะพริบกอ น และโนม กายเขา หาชายหนุมเพ่ือใหแ นว าเขาจะตั้งใจฟง
“ถามอะไรอยางไดไ หม?”
เมือ่ เขาพยักหนา จึงเอย
“มอี ยูคนื หนง่ึ ท่ีเตเ ดินไปสง แอที่รถ แลว ดึงเอวแอเ ขามากอดนะ หมายความวา ยงั ไง คดิ ยงั ไงเหรอ?”
เกาทณั ฑกะพรบิ ตาอยา งนกึ ไมถึงวาหลอ นจะมาดว ยคาํ ถามน้ี พอเขาอาํ้ อง้ึ เรือนแกวก็กลา วตอดวยเสยี งเรยี บ
“ไมใชจะตอ วายอนหลังอะไรหรอกนะ แคอ ยากแกความเขา ใจเสียใหม ถาคดิ วา แอไ มค อยมคี า นัก ความจรงิ ก็คือแอไ มเ คยยอม
ใหใครทาํ อยา งน้นั มากอนเลย”
ลกั ษณาการตัดพอ ทําเอาเกาทณั ฑค างงันไป รูส ึกคลา ยกลายเปน จาํ เลยผกู ระทําผิดเพง่ิ ถูกจับมาต้งั ขอหา ความจรงิ เขาแตะเนอื้
ตอ งตัวหลอนมาหลายคร้ัง และหลอ นเองก็กระแซะเขาออกบอ ย ทําไมแคด งึ เขา มากอดหนอ ยเดียวถึงจดจาํ และทวงถามราวกับถือเปน เรือ่ ง
ใหญเอาตอนน้ีดวย?
๒๗๘
เรือนแกวเปน ฝายถอนสายตาออกจากอาการสบกัน นงั่ พงิ พนักดวยทา ทีผอนคลายตามเขา และพดู เปน ปกตเิ หมอื นไมมอี ะไร
เกดิ ขน้ึ
“เคยนั่งสมาธเิ หน็ นางฟาตัวจรงิ มงั่ ไหม?”
เกาทัณฑกระแอมกกุ หนง่ึ
“ใชจะเห็นกนั งาย ๆ เมือ่ ไหรละ ของแบบนี”้
หญิงสาวผินมองออกนอกหนา ตางอกี ครัง้ พักคิดเรอ่ื ยเปอ ย หลอ นเปน มนษุ ยใ นยคุ ที่สามารถลอ งฟา ขึ้นมาเห็นโลกเปนภาคพน้ื
ไพศาล อาจจะแบบเดียวกับมุมมองของเทวดาตามอุดมคตโิ บราณ แตก ย็ ังรูสกึ ตัวอยเู สมอวา เปน มนษุ ย คงเพราะมกี ายหยาบ และตระหนัก
ดีวา หากหลดุ จากโครงอากาศยานแลว หลอนจะด่งิ ลวิ่ ๆ ลงกระแทกพื้นแหลกเหลวในเวลาอนั สนั้ อยางแนนอน
รูสึกคลายเศษผงปลิวเขา ตา ดงึ หนังตาเขาออกเบา ๆ กไ็ มห ายเคอื ง จงึ ลว งกระเปาถือหยบิ ตลบั แปงออกมากางเพ่ือใชก ระจกเล็ก
สอ งชดิ ๆ กลอกตาหาผงอนั เปน ตนเหตคุ วามระคาย เกาทณั ฑเ หน็ เชน น้ันกช็ ว ยยกมอื เปด ไฟสว นของหลอนให
เรอื นแกว พบเสนขนตาของตวั เองบริเวณตาขาวในเวลาตอ มา จึงใชม มุ ผา เช็ดหนา เขย่ี ออก ใจหน่งึ อยากวานเพ่ือนชายใหชวย
แตอกี ใจคดิ วา ชวยตวั เองดีแลว ใครวา ผงเขา ตาตอ งพ่งึ พาคนอืน่ อัตตาหิ อัตโนนาโถ ดกี วา คะ มีเคร่อื งชวย เครอื่ งทนุ แรงออกเยอะ ไมเ ห็น
ตองงอเลย...ชิ!
พอหมดความระคายเคอื ง หญงิ สาวยังมองหนาตนเองในกระจกเล็กคาง ยื่นมือออกหา งจนเห็นทั้งดวงหนาคมขาํ แลวเปรย
ออกมาคลายพูดกบั เงา
“ถา เกิดมศี าสตราจารยส ติเฟอ งประดษิ ฐก ระจกวิเศษ สอ งแลวเหน็ วิญญาณตัวเองเปนเทพยดาหรอื อสุรกาย อะไรจะเกดิ ขน้ึ บา ง
นะ โลกคงถงึ อีกยคุ ปฏวิ ัติ จากสังคมอตุ สาหกรรมและเทคโนโลยีไปเปน สงั คมโลกอดุ รเลยเชยี ว”
เกาทัณฑห ัวเราะ คดิ ในใจวา แมค นนี้มีแววเปน นักเขยี นเรอ่ื งสั้นแนวแฟนตาซี
“ถา เปน อยางนนั้ จรงิ ...” เขาชว ยนกึ วาด “คงรดู าํ รูแดงแหละวา ทํากรรมชนิดไหนเรือ่ ย ๆ แลวฟอกจติ ใหส ะอาดขนึ้ จนเปนเทวดา
ได คนก็คงแหท าํ ตามกันอยางคึกคัก อาจมีแนวทางทีพ่ ัฒนาขนึ้ เปนหลกั สูตรเรียนกนั ตงั้ แตอนุบาล วิชาวาดว ยการยกจิตขึ้นเปน เทวดา
โดยเฉพาะ และนักปฏิบัตกิ บั นกั เดาสวดท้งั หลายก็คงสรางหลกั สรา งเกณฑการเลือกเกดิ ใหมใ นสวรรคก ันจาละหว่นั ตัง้ ราคาแยกขายถกู
บา งแพงบา งตามเทคนคิ ทีช่ ัดเจน ลัดสน้ั เห็นผลทนั ตาของแตละเจา”
เรือนแกวหัวเราะก๊กิ ที่เกาทณั ฑฝ อยเฟอ งตามหลอ นเปน เร่อื งเปน ราวขนาดนนั้
“ใช. ..แลวลัทธอิ ุบาทวป ระเภทฆาแพะบชู ายนั ตเ พ่ือใหข้ึนสวรรคคงเกิดขน้ึ ไมไดดว ยเนอะ เพราะทําปบุ คงเหน็ เลยวา วิญญาณ
สกปรกมอมแมมทันที”
“อือ คนในศาสนาตางๆก็คงมีโอกาสสอ งดผู ลสะทอนทต่ี ัวเองปฏิบตั ิบาํ เพญ็ กันมาอยา งเอกิ เกรกิ ถารฐั บาลเรง ผลิตกระจกของ
แออ อกแจกจาย หรือขายประชาชนในราคาถูก คกุ ตะรางอาจถูกทุบทิ้งเพ่ือเปล่ียนเปนสนามเดก็ เลน ตํารวจคงตองถอดหมวกแกปเร่ิมเรียน
วชิ าชพี ใหมกนั ท้ังกรม นักวิทยาศาสตรท ว่ั โลกคงระงับโครงการวิจัยอ่นื หมด หนั มาทุมตัวคิดประดิษฐเคร่อื งมอื กระตนุ ใจใหใฝด ีกันอยาง
๒๗๙
โจง ครึม่ ทงั้ นอกแล็บและในแล็บ รางวลั โนเบลคงตอ งเพม่ิ สาขาสรา งโลกอดุ รอยา งเปนวทิ ยาศาสตรข ึน้ มาดว ย ในฐานะที่ชว ยคนตายให
ข้ึนสวรรคไดอ ยา งมัน่ ใจ”
ใบหนาเรือนแกวยังคงกราดดวยรอยย้ิมเพลิน พับตลบั แปง เก็บแลว สานตอ ดวยคาํ ถามทเี่ ปนเรื่องเปนราวขึน้
“ถึงวนั นี้มเี ทคโนโลยีอะไรท่ใี กลเ คยี งมั่งไหมละ?”
เกาทัณฑยกแขน เอาปลายนิ้วโปงเกลย่ี คาง กอนตอบชา ๆ
“มีกลองเกอเลย่ี นนะท่บี ันทึกรศั มีกายของสิ่งมีชีวติ ได แตก ็แคเห็นออกมาทํานองวา เม่อื โกรธจะมสี ีอะไร เมือ่ ใจผอ งใสจะดูดแี ค
ไหน ซ่ึงนั่นก็พอรูก ันทางตาเปลาอยูบา งแลว ไมเห็นจะทําใหใฝดอี ยากผองใสแขง กนั เลย อีกอนั หน่ึงเร็ว ๆ น้มี ีกลองทีใ่ ชเ ทคนคิ แสงอนิ
ฟาเรดสอ งทะลเุ สอื้ ผาได เห็นเขาไปใตร ม ผา เปนเคา เปนเงาแบบแวนวิเศษ อนั นัน้ ยงิ่ ออกหางการสรา งเทวดาเขาไปใหญ เพราะเหน็ แตของ
หยาบที่ทําใหเ กดิ กเิ ลสหนกั กวา เดิม”
“เหรอ” ตาหลอ นเปนประกายขึ้นเรือ่ ย ๆ “อยา งนกี้ ็แปลวา กระจกวเิ ศษสะทอ นกายทิพยค งพอมสี ทิ ธิ์ในอนาคตม้ัง?”
ชายหนมุ ยักไหล รบั วา
“ไมรูซี แตถาเอาจรงิ คงตอ งสรางทฤษฎเี ก่ียวกบั เรื่องของแสงอกี ชนิดหนึ่ง แตกตา งจากแสงท่เี ราเคยรจู กั กนั อยางสนิ้ เชิง เพราะ
กายทิพยเ ปลง แสงไดดวยตวั เอง คนละเร่อื งกบั แสงที่เขากระทบตาอยางน”้ี
แบมอื วาดอากาศซง่ึ สวางดว ยไฟนีออนในหอ งโดยสารประกอบคําสุดทา ย
“จะใชค วามรสู กึ ธรรมดาซง่ึ เกดิ ขึ้นในขณะนีว้ ัดไดหรือเปลา วาเรากาํ ลังเปนวญิ ญาณทจี่ ะไปอยูส งู หรือต่ําแคไ หน?”
“คงไมไดหรอก เพราะบางคนแมทาํ ชว่ั เปนอาจิณ ก็ทําไปดวยสติปญ ญา ดว ยความรูคดิ ฉลาดเฉลยี ว แมเ ปน อกศุ ลกป็ รุงจติ ให
เกดิ โสมนสั ซงึ่ อยขู างเดียวกับความสวา ง ทําใหเ กดิ สามญั สาํ นกึ วา ตวั เองอยสู ูง”
น่ันทําใหเ รอื นแกว คดิ ถงึ มาเฟยใหญบ างคนที่คา ยาเสพติด คา อาวุธ คาผูหญงิ สั่งฆาคนมานบั ไมถ ว น แตก ลบั มีหนาตาอ่มิ เอบิ
อว นทวนราวกบั นักบญุ ผมู ีเมตตา แลว ก็เห็นจริงตาม บุคคลเหลา นมี้ คี วามเปน ผบู รหิ าร รูจกั คมุ คน รูจกั วินยั รูจ ักเจรจา ซงึ่ ลว นแลว แตอาศยั
ความมีสติ ความฉลาดคดิ อนั อยขู า งกศุ ลท้ังสน้ิ เสยี แตว าฐานกศุ ลถกู นําไปใชกอ อาจณิ ณกรรมอนั สามานยเทาน้ัน
“ถาคนเราจาํ ไดวาเคยขนึ้ สวรรคล งนรกมากอน คงทําใหก ลวั บาป โลกคงนาอยขู ้นึ บางนะ”
“จาํ ไดอ ยา งเดยี วไมพ อ ตองรูท างขนึ้ สวรรคล งนรกดว ย เคยมีมาแลวทีพ่ ระราชาบญุ มากแตขาดปญ ญาฝน เหน็ สวรรค ต่ืนขึ้นมา
ตาลตี าเหลือกถามปุโรหิตคนสนิทวาจะขึ้นสวรรคท าํ ไง ปุโรหิตมเี ร่อื งเคืองอยกู ับพระโอรสของพระราชามากอน เลยทูลสง เดชใหต ัดหัว
โอรสธดิ าเพอื่ บชู ายญั ไอคนเราดว ยความที่ไมรกู เ็ ชือ่ ตาม เพราะกระสันอยากขนึ้ สวรรคจัด เลยจบั ลกู เมยี เตรยี มบชู ายัญเกลย้ี ง ยังดีมีเหตใุ ห
แคลว คลาดไปได
๒๘๐
ถา คนเราจําติดหัววา เคยนอนบนสวรรค เคยกลิ้งในนรก ใครจะรูว าโลกนจ้ี ะเปลย่ี นแปลงไปขนาดไหน แอก บั ผมอาจกาํ ลังจารกิ
แสวงบญุ ไปตามปาเขา แทนทจี่ ะเดินทางไปธรุ ะหนา ทเ่ี พอ่ื แลกกับความเปนอยูสขุ สบายในชว งชวี ิตปจ จบุ นั แตเ พราะจําไมได...โลกถงึ
กาํ ลงั เปน อยางทเี่ ปน ”
“วิทยาศาสตรอ ธบิ ายเก่ียวกบั เรอ่ื งของความจําใกลไกลไวย ังไง?”
“อือม...ลองจําเลขนีน้ ะ สองเจด็ เกาแปดสองสองสามหา สเ่ี กาเกา...”
เขาพูดเรว็ ๆ แบบใหผานหู แลว นิ่งไปพกั หนง่ึ กอ นถามวา
“ไหนลองทวนซ”ิ
“สองเจด็ เกา แปดสองสองสามหา สีเ่ กา เกา ”
เรือนแกวทวนคําท่ีติดหูและเจตนาบนั ทึกไวไมต กหลนไดครบถว น เกาทัณฑย ้ิมนิดหนง่ึ กบั สีหนา เชอ่ื มน่ั ในตนเองของอกี ฝาย
“คดิ วา อกี สิบชวั่ โมงขางหนายงั จําไดห รอื เปลา?”
หญิงสาวลงั เล
“อาจจะ”
“อีกสิบเดอื นขา งหนา ละ?”
เรอื นแกวยน คิ้ว
“ถา ไมห ม่ันทองกต็ องลมื เปนธรรมดาซิ”
“นน่ั แหละ ทางประสาทวทิ ยามองความจาํ ชวงสนั้ แบบนวี้ า เปนการกระตุนโปรตีนในกลุม เสนประสาทขนึ้ มา ถาโปรตนี ถูกลด
การกระตุนลงความจําก็หมดไปดว ย ซ่ึงตวั ท่ี ‘กระตุน ’ นน้ั มองดวยสามญั สํานกึ ก็คอื เจตนาจดจาํ นน่ั เอง
แตความทรงจาํ ในระยะยาว เชนหลายเหตุการณท่ีประทับลงในใจโดยรูห รือไมร ตู วั จะถกู พจิ ารณาวา เปนการจดั เกบ็ โดยการ
เปลีย่ นแปลงโครงสรางในกระบวนการทางประสาท เชน จาํ นวนสาขาเสน ประสาทสมองที่ถกู สรางขนึ้ ใหม ไมเ กีย่ วของกับปจจัยภายนอก
เชนจิตวญิ ญาณ อยางนอ ยกเ็ ทาที่คน พบและเชอื่ กนั จนถึงวนั น“้ี
เรือนแกวซอยเปลือกตาถ่ี ๆ
“อาว! แปลวา ความจาํ ไมเกย่ี วกับการบันทกึ ลงจิตลงใจ?”
“สาํ หรับนักประสาทวิทยาบางกลมุ ทอ่ี ยากจะเช่อื อยา งนน้ั นะ มถี ึงขนาดเหน็ วา อาจสรา งเครือ่ งสแกนขอมลู จากเย่อื ประสาท
สมองหนึ่ง คัดลอกไปใสอกี สมองหนึง่ ไดก ันเลยทีเดยี ว”
๒๘๑
“แลว ทีเ่ ตเ ช่ือ?”
"ระบบประสาทมนุษยซ่ึงเปนฝายรูปธรรมน่นี ะแอ มนั มีสว นชวยจัดเรียงความจาํ ใหถ กู ดึงขึ้นมาไดง ายหรอื ยาก เราผา สมองเพ่ือ
ติดตามการทาํ งาน สาํ รวจระบบประสาทหรอื กระบวนการเคมีตาง ๆ ได แตก ็พบวาเต็มไปดว ยความลกึ ลับนาพิศวงทีเ่ ขาถึงยากอีกมากมาย
ทวาตวั ความหมายรหู มายจาํ อนั เปนฝายนามธรรมย่ิงนา พิศวงกวานั้น ความจาํ ไดห มายรูไมเหมอื นกอ นขอ มลู คอมพวิ เตอรท่ถี ูกบันทึกลง
ไปในพ้ืนทเ่ี กบ็ เปน สดั สวนแนนอน แตเปน สภาวะเชอ่ื มโยงจดุ หนึง่ ไปจุดหนง่ึ อยา งถาหมายรูวานเ่ี พ่ือนเรา ความรูสกึ ทม่ี ีตอเพื่อนคนน้นั ก็
เกิดข้นึ ความทรงจาํ เกย่ี วกับเพอ่ื นคนนั้นกผ็ ดุ ขน้ึ เชน ชอ่ื อะไร เคยประสบเหตุการณใดรว มกับเรามา พดู สนั้ ๆ วาถา ไมม นี ิมติ หมายของ
เพือ่ นใหหมายรู กไ็ มมีทีต่ ง้ั ของความจาํ เกยี่ วกับเพ่อื นอยตู รงไหนเลย เขา กบั หลักธรรมชาตอิ ันลกึ ซง้ึ ที่พระพทุ ธเจา แสดงไววา เพราะสงิ่ นีม้ ี
อีกสิ่งจงึ มีได ตางเปน เหตุเปนปจ จยั ของการปรากฏ ใชว า มีสงิ่ ใดสง่ิ หนึ่งดํารงตนอยูอยางเปนเอกเทศ
"การทคี่ นเราระลึกไดเพียงเหตุการณท่เี กิดข้ึนในชาติปจ จุบนั ประการแรกก็เพราะขอจํากดั ทางประสาทสมองซ่ึงชวยดึง
ความจําไดเฉพาะทกี่ ระทบตา หู จมกู ลน้ิ กายนบั จากแรกเกิดกําเนดิ กายนีเ้ ทา นนั้ ประการทส่ี องคือไมม นี ิมิตหมายเกีย่ วกับอดีตชาติใด ๆ
มากระตุนใหเ กิดความหมายรูหมายจํา หรือถึงแมเห็นบางส่ิงท่ีสะกดิ ใหคุนเคย ก็หยดุ อยูต รงความคนุ จะรทู ะลุปรโุ ปรง ตลอดสายไมได
เน่อื งจากนิมิตหมายตาง ๆ ในตวั เราและภายนอกเปลย่ี นแปลงไปหมดแลว กลา วอยา งรวบรัดไดวาชาตินคี้ ือกาย กายน้ีแหละปดบังชาติ
อน่ื .ๆ ไว"
คนฟง ตรองตามแลวเกดิ ความสงสยั
"เราจะรไู ดยังไงวา สิง่ ทส่ี ะกดิ ใหค ุน เปนความคนุ สภาวะอดตี ชาติแน ๆ ?"
"เอางายๆอยา งน้ี ทาํ ไมเราเหน็ หนังหรือไดย นิ ไดฟง เก่ียวกับนรกแลว ถงึ กลัว กเ็ พราะภาพและเรอ่ื งราวของนรกมันไปสะกิดให
นกึ ออกเปน เลา ๆ วา อยางนีเ้ ราเคยผา นมากอน แตเหตทุ ่ีประสาทกายอันเปนชาตินเ้ี ด๋ียวน้ีมนั ตรงึ ไวก บั ความรูส ึกแบบมนุษย นมิ ิตหมาย
เก่ยี วกบั กายสัตวนรกทเ่ี ราทุกคนเคยเปนกนั มาจึงไมชัด เมือ่ ไมชดั ก็ไดผ ลคือความก่ึงเชื่อก่ึงลงั เล"
"สรปุ คอื ถา ใจผูกอยูกบั ระบบประสาท กร็ ะลึกไดเทา ที่ระบบประสาทเกบ็ กกั ความจาํ ไวใ นรา งน้ี ชีวิตน้ี และในเมอ่ื ยังตอ งอยูก ับ
กายกนั ทุกลมหายใจ ก็เปนอันวา หมดสทิ ธร์ิ ูเ ร่อื งเกา ๆ นะ ซ?ี "
เกาทัณฑสั่นศีรษะ
"มีระดบั จติ ท่อี ยูเหนือวิสัยคดิ อา น จะเรียกจติ เหนือสาํ นกึ หรืออะไรก็แลว แต เอาเปน วา ฝกหัดกันได ทาํ ใหม ไี ด และใชเอาชนะ
ขอ จาํ กดั ของระบบประสาทหยาบ ยอนระลกึ ไปไกลกวา เมอื่ แรกเกิดได"
"หมายถงึ ตองฝกสมาธใิ หเกิดจิตเหนอื สํานึก?"
"มากกวานนั้ ตอ งมีการฝก สะกดรอยยอนเหตกุ ารณตา ง ๆ ตามลาํ ดบั โยงจากจุดหนง่ึ ไปหาจดุ หนงึ่ ไลจากใกลออกไปไกลหาง
เร่อื ย ๆ จดจาํ พฤตกิ รรม ความรสู กึ นึกคดิ กระทาํ การตาง ๆ ซึ่งจะเหมือนเกดิ ขึ้นอกี ครง้ั แคไหนกข็ ้ึนอยูกับกาํ ลงั จติ ทบ่ี มไดจ ากสมาธิ อนั นี้
ก็คอื ใชหลักเอาความจาํ หนงึ่ เรยี กความจาํ กอนๆ ยอมเปนทีร่ ูแนแกใจเฉพาะตนวา ใช"
หญงิ สาวเลิกควิ้ พอเขาพดู ถงึ การยอนรอยการกระทาํ ตาง ๆ กเ็ กดิ ประกายความคดิ บางอยา งข้นึ มา
๒๘๒
“นานมาแลว แอเคยอานหนงั สอื เกีย่ วกบั การสะกดจติ ทวี่ า ใหย อนไปเห็นอดีตไดช ดั เจนเหมือนเกดิ ขึน้ ใหมอกี ครั้ง เลยเกิดความ
สงสัยวา ถา เปน เร่ืองจริง เราจะถูกสะกดกลบั ไปหาอดีตแลวเปลยี่ นภาพการกระทําใหม เชน ทผ่ี านมาเกดิ ลุแกโทสะฆาใครตาย ก็ยอนกลบั
ไปสเู หตกุ ารณน น้ั แลวเปลี่ยนเปนยับยั้งชัง่ ใจ ถอนตวั ไมล งมือฆา จะเปน การสลดั คนื บาปกรรมไดหรอื เปลา?”
ชายหนมุ ส่ันศรี ษะทันที
“การยอนนึกและสรางมโนภาพใหมข ้ึนทับของเดมิ เปน เพียงกลการเลนทางจิตซึง่ เกิดขึน้ ในปจจุบนั เหมอื นเราลบคําผิดดว ย
การเอาแถบกระดาษมาปดแลวเขยี นขอ ความใหมทบั ลงไป ซอ นจากสายตาได แตต ัวท่เี ปนขอความเกาแท ๆ ยงั อยู และคงเปน อนั เดยี วกบั
ขอ ความอื่นบนหนา กระดาษเดิม แถบใหมตา งหากที่เปนของแปลกปลอม และไมมที างกลืนเปน อันเดียวกบั หนากระดาษเดมิ แท”
“หลกั วิชาสะกดนี่มีอยจู รงิ และเปนวิทยาศาสตรใ ชไหม?”
“ใช ทุกวนั น้ีจติ แพทยสะกดจติ คนไขก นั เปนเรื่องปกติ เพราะพสิ จู นก ันหลายแสนหลายลานรายแลว วาสามารถบําบัดอาการ
ผิดปกติทางจติ ไดจรงิ โดยเฉพาะบาดแผลที่มาจากตน เหตุซบั ซอ นซอ นเงื่อน บําบัดดวยวธิ กี ารธรรมดาแลว ไมไ ดผล
แตจ ิตแพทยก ต็ องไดร ับการฝกอบรม และมคี วามเขาใจสถานการณ สามารถแกปญ หาเฉพาะหนาไดด ว ยไหวพรบิ และปฏิภาณ
เฉพาะตัว เพราะบางคร้งั แทนทจี่ ะไดผ ลดี กลบั กลายเปน ซํ้าเตมิ เปด แผลคนไขใ หฉีกกวางข้นึ อกี ”
เรือนแกวชักนึกอยากรอู ยากเหน็ ตามนิสัย
“เธอสะกดเปนหรือเปลา?”
“รหู ลักการ แตไมเ คยลองหรอก ความจรงิ ถาศึกษาแลวจะเหน็ วาการสะกดจิตเปน เรื่องธรรมดามาก แทบไมต องอาศยั เวทมนตร
หรือคุณวิเศษใด ๆ ในผทู าํ การสะกดเลย ทกุ อยา งเกดิ ข้นึ ทตี่ ัวผถู กู สะกดเองเปน หลกั อยา งผมบอกใหแ อนึกเดี๋ยวน้.ี ..”
พอเหน็ เรือนแกว ตงั้ ตาตัง้ ใจฟงเขมง็ เกาทัณฑก ็เผลอย้ิมอยางนึกเอน็ ดอู อกมาเล็กนอย
“นกึ ถงึ สมัยเรียนอยอู นบุ าล มีภาพเหตุการณอ ะไรปรากฏขนึ้ ในหัวบา งไหม?”
หญิงสาวลองยอนนึกตาม สะเกด็ ความจาํ คนเราจะผูกอยกู ับเคร่ืองแบบและสถานทใี่ นสมยั หน่งึ ๆ ของแตล ะชวงชวี ิต ในวาระ
แรกทค่ี ิดตามเกาทณั ฑพูดนนั้ เอง สมองทท่ี าํ งานแบบสุมดงึ ความจํากฉ็ ายภาพทางมโนนึกทนั ที
“มี”
“เหน็ เปน อะไร?”
“ฉันเลน กับเพ่ือน ๆ ในสนามเดก็ เลน ของโรงเรยี น แตนกึ รายละเอียดไมอ อก”
“สะเกด็ ความจําไมม รี ายละเอยี ดหรอก อาจจะเพราะเม่อื กผ้ี มบอกไวก วา งเกินไป และจงู ความนกึ ตามดวยคําวา ‘อนบุ าล’ ซง่ึ ไป
โยงกับเครอ่ื งแบบเด็ก แอเ ลยนึกถงึ ภาพชนิ ตาท่เี ห็นเพื่อนนักเรยี นอนบุ าลเปน หลกั คราวนล้ี องใหม นึกดวู าในวัยเดยี วกนั นั้น แอเ คยถกู
เพอื่ นกอดบางไหม?”
๒๘๓
สมองของเรือนแกว สมุ หาเหตกุ ารณจ ากเบือ้ งลึกความจาํ เพียงอดึ ใจเดยี วก็ไดค าํ ตอบ
“เคย”
“ลองบรรยายซิรายละเอยี ดเปน ไง”
“มีเพ่อื นนกั เรยี นหญงิ คนหนงึ่ สะกิดชวนใหเ งยหนา ดพู มุ เมฆบนฟา บอกวา ‘ดสู เิ ธอ เหมอื นยกั ษเ ลย’ แอเงยหนา ดตู ามก็เห็นวา
จรงิ เกิดความรูส กึ กลวั ขน้ึ มา ตางคนเลยตา งกอดกันแนน ”
“ลองเจาะลงไปในรายละเอียดนะ ถาแอจําไดขนาดน้กี ็ตอ งนกึ ไดล ึกลงไปอีก เพราะแสดงวานเี่ ปน เหตุการณเดน ทีถ่ ูกประทับไว
ในสว นความทรงจําระยะยาว ลองทบทวนดวู าในขณะทก่ี อดกนั กลมกบั เพ่ือนคนนนั้ ใจแอคิดอะไรบา ง”
เรือนแกว หยั่งความรสู ึกทวนกลบั ไปหาเหตุการณล กึ ลงไป พบวา สัมผสั และความรูสึกนึกคดิ ถูกดงึ กลับมาใกลเ หมือนเกดิ ขน้ึ
อีกครั้ง
“แอค ดิ หยง่ิ ๆวาทาํ ไมตอ งกอดกบั ยายน่ีดวย เน้ือตัวสกปรกมอมแมม อวนก็อวน”
เกาทณั ฑกลน้ั หัวเราะไว ดว ยเกรงเรือนแกว จะเห็นวา เขามองสิ่งทีห่ ลอนบรรยายเปน เร่อื งขบขนั
“แลว ปลอยจากการกอดดว ยความรสู กึ นกึ คดิ ยงั ไง?”
“ความกลวั มนั จางไปเอง ตา งคนตา งไป ไมม ใี ครสนใจ”
“จากนนั้ แอไปไหน ทาํ อะไรกบั ใคร?”
เรือนแกวพยายามเคนนกึ อยนู าน แตค ราวน้ลี งเอยดวยการสนั่ ศรี ษะ
“นึกไมอ อก”
“นี่แหละเปน ตัวอยา ง สะเกด็ ความจาํ มกั เปนเหตกุ ารณป ระทบั เดนช้นิ ใดชิน้ หนง่ึ ในภาวะที่ถกู สะกดน่แี อจ ะเห็นชดั กวาน้ี
เนอ่ื งจากความรสู กึ ในกายจะหายไป จติ เปดรบั ผสั สะในอดตี เตม็ ที่
การนกึ เปนหนา ท่ีของจิตใจแอเอง แมแตตวั ผูสะกดกไ็ มไ ดลวงรอู ะไรเลย เปนแตอยูเบ้ืองหลงั เปน ผนู าํ รอ งดว ยการใชค ําพูด ซง่ึ
ถาผูถกู สะกดยอมเช่ือแตแรก ทุกอยา งกเ็ ขา ลอ็ กหมด”
“ตอนเร่มิ สะกดนี่เขาทาํ ยังไงนะ ”
“มอี ยหู ลายกลวิธี แตเทาท่รี วู านยิ มมากคือสงั่ ใหท าํ ใจนึกตามเพ่ือใหก ลามเนือ้ สว นตา ง ๆ คอย ๆ คลายตวั ลง และทาํ ใหเกิด
สมาธอิ ยกู ับจุดใดจุดหนง่ึ เชนบอกวาขณะนี้กลามเน้อื บนใบหนา คุณกําลังผอนคลาย เนอ้ื ตวั สว นอืน่ ๆ กห็ ยอ นสบายตามลาํ ดับ เหลือแตล ม
หายใจเขา ทนี่ าํ ความรูสึกเปน สุขมาให และลมหายใจออกทร่ี ะบายความตงึ เครียดออกจากกายอะไรทํานองนั้น”
๒๘๔
หญงิ สาวสยายริมฝป ากจนเห็นลักย้มิ ตะแคงรา งหันมาทางเขา เทา ศอกเอาปลายนว้ิ ชี้เกลย่ี จอนผมขางหนึง่ ถามดว ยตาเปน
ประกายหนอย ๆ
“เตสะกดใหแอเ ทย่ี วไปในอดตี มง่ั ไดไหม?”
เกาทณั ฑสา ยหนา
“ไมดีหรอก ผมไมใ ชผเู ช่ียวชาญ ของแบบนต้ี อ งมปี ระสบการณ มคี วามนา เชอื่ ถือ และท่สี าํ คญั ตอ งมีเปา หมายบางอยา ง เชน
บาํ บดั โรคหลอนหรอื ความกลวั อยา งไรสาเหตุ ไมใชเรอ่ื งนานึกสนุกทาํ เลนตามใจชอบ”
“แตแอเช่อื มือเตนะ” หลอ นหมายความตามท่พี ดู “ใครจะรูวามีประโยชนร ออยแู คไหน เคยไดย นิ วา ในทางจติ วิทยาแลว ทกุ คน
มบี าดแผลทางใจเสมอ จะมากหรอื นอ ย จะหนักหรอื เบาเทาน้นั แออ ยากขดุ คยุ ดูวาชีวิตทเี่ ห็นๆแคในชาตนิ ้ี เรามแี ผลทย่ี งั ไมไ ดร ับการ
เยียวยาอยูสักเทาไหร บอกตามตรงแอกร็ ตู ัวนะ วา เพี้ยน ๆ เปนบางครง้ั ”
“เชน ?”
“อยา ใหเลา เลย เลาแลวอายนะ”
“อะ ! งน้ั ตอนโดนสะกดไมกลวั ถกู สงั่ ใหเลา โนนเลา น่ี เปด โปงโลง โจงหมดหรอื ?”
“ถงึ บอกไงวา ในความไมเปนตวั เองน้นั แอเ ช่อื และไวใ จเต คิดเสยี วาเลน อะไรสนกุ ๆ ดวยกัน ฉันยอมเปน หนทู ดลองให สว น
เธอกจ็ ะมีโอกาสเปน รัสปตู ินสักชั่วโมงหนึง่ ดีไหม?”
วูบหนงึ่ เกาทัณฑเกดิ นึกสนกุ ตามขนึ้ มา เพราะเขารทู ฤษฎี รหู ลกั วิธีเกี่ยวกับเรื่องพวกน้คี อนขา งละเอยี ดจากการอานขนานใหญ
นบั แตห ลวงตาแขวนสะกดใหเ ห็นอตั ภาพในอดีตอันนาระทกึ และนรกภูมอิ นั นา สยดสยอง ดวยนสิ ัยนกั ศกึ ษาผูตองการคําอธบิ ายใหก ับทกุ
ส่งิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ แตยังไมเ คยไดล องใชค วามรูทอ่ี า น ๆ มาใหเกิดผลกบั ใครสกั ที
เง่ือนของการสะกดจิตมีความซบั ซอ น ตน้ื ลกึ หนาบางอยูมากมาย หลวงตาแขวนทานมีอภญิ ญาชั้นสงู ตบะเดชะแกก ลา ขนาด
สะกดคนทยี่ งั ลมื ตา มสี ติสมบูรณใ หอ ยูในอาํ นาจ เห็นไปตาง ๆ ได ซึ่งภายหลงั เขามารูวา ฤทธริ์ ะดับนัน้ อยูในข้ันเทวดาทเี ดียว ใชว าทาํ
สมาธิ ไดฌานสมาบตั ิ และพยายามฝก หัดแลวจะทาํ ปาฏิหารยิ ข นาดทา นไดท กุ คน ตองมีแรงหนุนจากอดีตทเี่ คยสาํ เร็จอภิญญาแกกลามา
นบั ภพนบั ชาตไิ มถวนเปนองคป ระกอบรว มดว ย
สาํ หรบั เขาและคนทัว่ ไปซ่งึ เทยี บกาํ ลงั จติ กับหลวงตาแขวนแลว เหมือนเด็กหดั ต้ังไขล ม ตมไขล กุ ถาคดิ สะกดจิตใครละ ก็
จะตอ งไดรับการยอมรับจากผถู ูกสะกดเปน ขัน้ พนื้ ฐานพอควร เรยี กวาออ นใหอยกู อ นดว ยความนับถอื บารมบี างประการทีเ่ หนือกวา อยแู ลว
กบั ท้ังจะตองรแู ละเขาใจหลักการสะกดโดยปรยิ ายตา ง ๆ อยา งชดั เจน เพอื่ ความสมั ฤทธผ์ิ ลจรงิ ในการบันดาลภาวะคร่งึ หลบั ครึ่งต่นื ใหเกิด
และตัวภาวะถูกสะกดเองกใ็ ชจ ะเหมอื นกันเสมอไป เปนทีร่ ใู นหมูจ ติ แพทยวา คนไขบ างรายมพี รสวรรคในการเขาสูภ าวะถูก
สะกดดี บางรายกเ็ ขาสูภาวะถูกสะกดยากมาก
ทุกอยา งเปน ปจ จัยใหเ กดิ ความสาํ เร็จและลม เหลวไดห มด ไมว า จะเปน นา้ํ เสียงของจิตแพทย สภาพทีน่ อน อณุ หภูมิหอง หรือ
กระทั่งความไมเ ขา กันที่ลอยอยใู นอากาศระหวา งจติ แพทยก บั คนไข
๒๘๕
เรือนแกว ทาํ ใหเขาเกดิ นึกอยากรขู ึ้นมาวา เขามีความสามารถทาํ หนา ทีเ่ ปน ผูสะกดไดแ คไ หน และตัวหลอนเองมีพรสวรรคใ น
การถูกสะกดเพยี งใด หลอนเปน คนมคี วามสามารถหลากหลาย กับทั้งมกี ําลังจติ แรง แปรจติ จับส่ิงตา ง ๆ ไดไ วกวา คนทวั่ ไป และทส่ี าํ คัญ
หลอนพดู กับปากวาเชอื่ มือเขา ปจ จยั ทกุ อยางเหมือนถกู เตรียมไวพรอ มมลู ลว งหนา ชวนใหนึกอยากนาํ มาใชเ ปน อยา งยงิ่
“จะเอาจริงเหรอ?”
ในที่สุดเขาก็หนั มาถาม มคี วามรูสึกเหมอื นกําลังมองคหู ทู ด่ี งึ กันและกันลงเลนเกมสนกุ แปลกใหม ทา ทายความกลา ซน กลา ได
กลา เสยี เรอื นแกว ยกั คิว้ ใหทหี นงึ่ เปด ยิ้มอวดเขี้ยวนารักตรงมมุ ปากเปน คาํ ตอบ
๒๘๖
บทท่ี ๒๑ สะกดจติ
เชาวนั นน้ั เกาทัณฑก ับเรือนแกวออกจากโรงแรมในยา นออรเ ชริ ดสตรีท ทอดเทาเรือ่ ยเฉ่ือยปะปนไปกบั ลูกจีนชาวสิงคโปร ไม
จาํ เปนตอ งเรง รบี เนอื่ งจากออฟฟศของ เดวิด ชนุ อยูหา งออกไปเพียงสามรอ ยเมตรเทา นั้น
เชานีเ้ รอื นแกวคมคายไปทัง้ ตวั เรือนผมหลอนแสกกลางโหยง เห็นไรผมแหลมจกิ กลางหนา ผากสวนบนเกไก สทู สนี ้ําตาลออน
เรยี บกรบิ ดูภูมฐิ าน ทวงทีแตล ะยา งกาวประเปรียวเช่อื มน่ั ราวกับกาํ ลังเดินแบบบนแคตวอลคอวดความเฉดิ ฉาย เกาทัณฑส ังเกตเหน็ ท้งั หนุม
ท้ังแกบ นฟุตบาททเี่ ดนิ สวนตา งเหลยี วตามราวกับเจอมนตสะกด เขาเองขนาดเหน็ หลอนมานานยงั ลอบชาํ เลอื งเปน พกั ๆ เลย บางวนั เรือน
แกว มอี ํานาจเสนห ดงึ ดดู ความสนใจราวกบั แมเหล็กแรงสงู โดยเฉพาะขณะกาํ ลงั มาดมนั่ เอางานเอาการอยางเดย๋ี วนี้
ท้งั สองมาถงึ กอ นเวลา และถกู เชือ้ เชญิ เขาหองทํางานของนายชุนทนั ที นายชนุ ยม้ิ แยมโอภาปราศรัยกบั เรือนแกวราวกบั ญาติ
สนทิ เพราะเคยคนุ กันมากอ น และหลอนกพ็ ูดจีนกลางกับฝา ยน้นั เปนตอ ยหอย เกาทณั ฑก ลายเปน ใบและหหู นวกไปโดยปริยาย เนอ่ื งจาก
ฟงไมออกแมแตค ําเดยี ว จงึ นงั่ เปนตวั ประกอบ หรอื พูดใหช ดั คอื สวนเกิน ฟง คสู นทนาสงภาษาหวา ๆ เหวย ๆ ไปเรือ่ ย
บางทีเรอื นแกวก็หัวเราะแฮะ ๆ ๆ ๆ เหมอื นเพ่อื นเลน และทา ทางนายชนุ เจอมุขเดด็ เขาไปหลายขนาน บางทถี ึงกบั หวั เราะจนตา
ปด อยางนีไ้ มตองรภู าษา เกาทัณฑก็ทราบไดวา บทสนทนาท้ังหมดทง้ั ปวงหางไกลจากการงานสุดกู เห็นนายชนุ คึกคกั กระชุม กระชวย ยม้ิ
ไมห ุบจอ งเรือนแกว ตาเปน มนั อยางกบั หนมุ ละออ นแลวชกั นกึ หมัน่ ไสข ึน้ มารําไร
กระท่งั ไดเ วลานดั ผูจัดการฝา ยอีกคนกเ็ คาะประตเู ดินทอ่ื ราวกบั ผดี ิบเขามาสมทบ และหลงั จากทักทายเสวนากบั เรอื นแกวได
เดยี๋ วเดยี ว ผดี ิบกเ็ ปลี่ยนสภาพเปนปลากระดี่ไดน ้าํ ตามนายชุนไปอกี ราย เกาทัณฑชินเสยี แลว เสนห นาทึง่ ของหลอ นนอกจากไมหยอ นลง
บางทีจะแรงข้นึ ตามวัยและช่ัวโมงบินดว ยซา้ํ
อพยพจากโตะ ทํางานนายชนุ ไปนั่งทชี่ ุดรบั แขก หันหนาคยุ กนั เปน เรอ่ื งเปนราวดว ยภาษาอังกฤษ เพ่อื ให ‘สวนเกนิ ’ อยา งเขา
เขารว มวงได
เรือนแกวทําหนา ท่ีไดอยา งวิเศษ หลอนใชภ าษาอังกฤษทไี่ พเราะและชดั เปรยี๊ ะไรท ่ีตใิ นการปพู ื้นเกีย่ วกับความพรอ มทงั้
กาํ ลงั คนและเทคโนโลยีซ่งึ ถูกกับงาน จากนั้นคอย ๆ ผอ นจังหวะ ถา ยเทบทบาทดานเทคนิคมาทางเขาทลี ะเปลาะ สรางบรรยากาศเปน
กันเองใหเ กิดข้นึ อยา งตอเนื่อง
กระท่ังถึงเวลาทีต่ องฉายไฟลสไลดด ว ยมลั ติมีเดียโปรเจค็ เตอร เกาทณั ฑต อ งไปยืนชีร้ ายละเอยี ดหนาสกรีน ความแรงของแสง
กวาหนงึ่ พนั แอนซีลเู มนสจ ากเคร่อื งฉายทาํ ใหไมต อ งหร่ีไฟหองใหต ํ่าลงกวาเดิม ดงั น้ันเมื่อมองเขาหาโตะประชมุ จึงเห็นความเปนไปอยา ง
ถนดั วา พอเจา ประคณุ ทั้งสองไมไ ดใหสมาธิกับการฟง เขาบรรยายสกั เทาไหร เอาแตแ วะเวียนสายตาไปทางเรือนแกว บางคราวกท็ าํ ที
สงสัย เขายนื อยขู างหนา ท้งั คนไมถ าม ไปถามเอากบั สาวสวยนนั่ แหละ พอเรอื นแกวอึก ๆ อกั ๆ จะเบนมาถามเขาตอ อีกทอด ก็ทําเปนโบก
มอื หัวเราะกลบเกล่อื น ซ่งึ แปลวาที่แทไมอ ยากรูค าํ ตอบ หรือรูแ ลว แตแกลง ถามเพราะอยากคยุ ดว ยเทา นนั้ เอง
เสียสมาธจิ ากคนฟง ผเู ปน เปาหมายไมพ อ บางทีถกู ลอตาจากกิริยายกเรียวขาไขวหา งอยางแนบเนียนของเพอ่ื นรวมงานสาวเขา
อกี ปุบปบชะวากลกึ เห็นถงึ ไหนตอ ไหน ทําเอาเขาพูดอยแู ทบอาปากคา ง ผูหญิงเปนเสียอยางน้ี แกลง ยวั่ ใหอยากถลาใส พอเกดิ เรื่องก็
โวยวายโทษความหนามดื ของเพศชายฝา ยเดยี ว นา ออนใจนอ ยอยเู มือ่ ไหร
๒๘๗
นายชนุ นําไปเลีย้ งขา วกลางวนั ในภัตตาคารหรูเกนิ เหตุ เกาทัณฑทราบชดั เลยวา นนั่ คอื การไดกินบญุ ของเรือนแกว สองชั่วโมง
เศษบนโตะ จนี แพงระยบั น้นั เกลอื่ นไปดวยอาหารโอชารสชัน้ ออ งทีท่ ยอยมาจานแลว จานเลา เจา ภาพใชงบสวนตัวดว ยความตอ งการเอาใจ
หลอนเพียงคนเดยี ว
ชว งบายแก ๆ กลับมานั่งหนา ดาํ ครํ่าเครยี ดกับงานตอ อกี พักใหญ ทําวเิ คราะหเ บ้อื งตน ใหเ ดยี๋ วนนั้ ทงั้ ยังไมตกลงเซน็ สัญญา
เกือบหนึง่ ทมุ จึงจบั มือเซยก ูดบายกนั ได ทงั้ เกาทัณฑแ ละเรือนแกวรสู ึกเหนื่อย แตก ็สนุกพอควร เนือ่ งจากน่ีเปน งานชา ง และนายชนุ บอก
อยา งไมเปน ทางการแลววาโอเคแน โดยท้งิ ทา ยดว ยการหยอดวา ขอใหเ รือนแกวประสานงานไปจนกวา จะเสรจ็ เหมือนโปรเจค็ ตกอน ๆ
เห็นกนั และกันเปนสองแรงเสมอกัน ชวยผลกั ดันใหงานสาํ เร็จอยา งงดงาม เกาทัณฑก บั เรือนแกว มานงั่ ชนแกว ทานขาวเย็นในหอ งอาหาร
ของโรงแรมดว ยสหี นายิ้มแยมแจมใส แมเคยเดนิ ทางรว มกนั มากอ น แตนีก่ ็เปน ครงั้ แรกทอ่ี ยูในตา งประเทศตามลําพังสองตอ สอง
ชว งแรกคุยกันเรือ่ งงานอยา งตดิ ใจ แตพอถึงเวลาของหวาน เรอื นแกว ก็ยกั คิว้ ให
“วา ไง จะสะกดจิตแอคนื นีเ้ ลยไหม?”
เกาทัณฑเ บิกตา ลืมนึกถงึ เรื่องนี้ไปแลว อยา งสนทิ เพราะนับแตเ ครื่องบินยา งเขา สนู านฟาสงิ คโปร ในหัวมแี ตง านเทา นั้น
“อยากลองจรงิ ๆ นะ เหรอะ?”
เขายนคิว้ ถามยม้ิ ๆ
“จรงิ สิ แอโ ลเลเปล่ยี นใจงา ยเหมือนเตเ สยี ท่ีไหน”
เรอื นแกวถือโอกาสเหน็บนดิ เหน็บหนอ ย เกาทณั ฑแ ยกเขยี้ ว
“หองแอหรือวา หองผมดลี ะ?”
“หองแอ! ”
เกาทัณฑอ าบนํ้าเปลี่ยนเครือ่ งแตง ตัวมาอยใู นชุดลําลอง ออกจากหองพักขึ้นลฟิ ต กดปมุ ตรงไปสูช้นั ของเรอื นแกว
เมอ่ื ยางเทา ออกจากลฟิ ต เดนิ ทอดนอ งไปตามทางปูพรมสเี ลือดนกอนั เงียบเชยี บน้ัน เพิ่งใจเตน ผดิ จงั หวะ และถามตนเองวาเปน
การสมควรแลวหรือท่เี ขาจะเขาหาหลอ นและอยดู วยกันตามลาํ พังในยามวิกาล
พยายามไมค ดิ อะไรใหมากนกั เทย่ี วบนิ กลับกรงุ เทพฯ ของเขาเปน เวลาเชา ตรขู องท่นี ่ี สว นของเพ่ือนสาวเปนชวงเยน็ เพราะหลอ นเตรยี ม
แผนช็อปปง ตอ หากเลื่อนไปเปนเวลาอืน่ ในไทย กอ็ าจไดส ถานทท่ี ไี่ มเ หมาะ ไมเ ปน ขอ อางแบบผลพลอยไดเ หมือนเม่ือมางานดว ยกัน
อยางน้ี
๒๘๘
หยดุ ยืนหนาประตสู ีเหลอื งออนของหอ งแรกปก ขวา สดู ลมหายใจลึก ๆ กําหนดจะรูตวั ตลอดเวลาวา กาํ ลงั ทาํ อะไร เพอื่ อะไร
กอ นยกมอื เคาะเรียกเพ่ือนสาวดว ยใจเกอื บปกติ เงียบเปนครกู อ นประตจู ะแงม เปดเลก็ นอ ย เขาตอ งเปนฝายดนั ออกกวา งเน่ืองจากเรือนแกว
แงม คางไวแ คนนั้
กา วเทา ลวงเขา สูเ ขตสว นตัวของหลอ น รูส ึกงงเควงข้นึ มาในหวั วูบหน่งึ สัญชาตญาณเกา ๆ แวบเวยี นมาเยอื นเปน ระลอก
บรรยากาศฉ่ําเย็นวงั เวงในหองพักโรงแรมหรกู ับสาวสวยยวนตาไมค อยจุดชนวนความคดิ อนั ดงี ามไดเ ทาไหร สถานที่และสถานการณจ รงิ
ไมเ ชิญชวนใหนกึ ถึงการทดลองเลนวิชาเชน ขณะคุยวางแผนกนั ตอนอยูบนเครือ่ งบนิ หรอื หองอาหารเอาเลย
กลนื นํ้าลายลงคอฝด ๆ สายตาตามรา งงามในชดุ เสือ้ ยดื กางเกงยาวที่เดินไปหยอนกายรอบนมา น่งั หนาโตะ เครื่องแปง สีหนา
หลอ นสงบเฉยขณะทอดมองมาทางเขา
ชายหนมุ เกดิ ความลงั เลวาควรแงม ประตูไวเลก็ นอ ยหรอื ปด สนิท แตแ ลว เมอ่ื คิดถึงกิจกรรมที่กําลงั จะเกิดขน้ึ กต็ ดั สนิ ใจเลือก
อยางหลงั ทวาไมลงล็อก คือแคผลกั บานประตูคืนท่ี เพื่อสกัดกั้นใจจากความเห็นหอ งนอนของเรือนแกว เปนเขตลบั สนิท
แมท ําไปดวยเจตนาดี แตกเ็ กดิ ความสังหรณข ึ้นมาแปรง ๆ คลา ยมีเสยี งกระซบิ แวว มาจากสว นลกึ บอกใหล อ็ กเถดิ ลอ็ กเถดิ ...
เดินมาน่งั ลงทป่ี ลายเตียงหางจากหลอนหลายกาว พยักพเยดิ ไถถาม
“เพลียหรอื เปลา?”
เรอื นแกวสน่ั ศรี ษะ
“แปลกเหมือนกนั นะ สงสัยตน่ื เตนมง้ั พออาบนํา้ เสร็จรสู ึกสดชื่นยงั กับเพ่ิงตน่ื เชาแนะ เตล ะ เหนอ่ื ยไหม?”
ชายหนมุ สัน่ ศรี ษะเชน กัน
“มาเร่ิมกนั เลยดกี วา ”
เรอื นแกว ลุกข้นึ ในทา พรอ มอยางงาย ๆ
“จะใหนง่ั นอน ยนื หรอื เดินยงั ไงละ อยาบอกนะวา ตอ งหอ ยหัวลงมาจากเพดาน”
เกาทณั ฑหวั เราะ กอ นมองรอบตวั
“มานอนบนเตยี งมา”
ผายมอื ใหนิด ๆ เรือนแกวพยักหนา มาหยอ นรางเอนนอนราบบนอกี เตยี งหนง่ึ ซึง่ อยคู ูก บั เตยี งท่เี ขานงั่ เกาทณั ฑค มุ สตแิ นน เร่มิ
สะกดตนเองเปน คนแรกใหอ ยูในสถานะจิตแพทยใจซอ่ื ลกุ จากท่ี เดินข้นึ มานั่งบนขอบฟูกหนั หนาเขา หาเตยี งของเรือนแกวซึ่ง
เปรียบเสมือนคนไขท ดลอง
“กอนอน่ื มาตกลงเร่อื งเปาหมายกนั กอ น ถงึ ทาํ เลนสนุก ๆ ก็ควรมจี ุดกาํ หนดเอาไว ทง้ั แอและผมจะไดต ้ังกรอบใหต ัวเองแตแรก
แอไ มใชค นมพี ฤตกิ รรมเบ่ียงเบน นี่จึงไมใ ชก ารรกั ษา เอาเปน วา ผมพยายามทําใหแ อรูสกึ ดีกับตัวเอง คงพอนะ”
๒๘๙
เรอื นแกวยักไหล
“แอแ คอ ยากรูว าถูกสะกดจติ เปน ยงั ไง เราเห็นอดตี ตัวเองไดแคไ หน และถา ...เตพบอะไรที่เปน ปม เปน แผล หากมีวิธบี รรเทาลง
ไดกเ็ ชญิ แสดงความสามารถเตม็ ที่ แอจะยนิ ยอมตกอยใู นอาณัติทกุ ประการ”
ฟงเชน นั้นแลวเกาทัณฑมสี ตริ ูว า ในหัวเกดิ ความคิดชัว่ รายแลนวาบข้ึนมา เขาไมเ คยผานการอบรมแบบจติ แพทย ไมเ คยอยู
ในแลบ็ ทดลองอยา งเปนวิชาการ จู ๆ ไดอ ํานาจโดยปราศจากการสรางสมจรรยาแพทยอ ยา งนี้ ประโยคสดุ ทายของเรอื นแกวจึงเปน เสมอื น
แรงยั่วยใุ หจ ินตนาการเตลิดลวงหนาสารพัด
เบนความสนใจจากรางเหยยี ดนอนของหญิงสาว ปด ตาสํารวมจิตเพงสายลมหายใจเขา ออก อธษิ ฐานวา ถา ใจยังไมน ่งิ ยงั วาง
อารมณใ ครไมลง ก็จะไมล มื ตาขนึ้ อีกเลย
เปนธรรมดาของผูมีตบะอันบําเพญ็ แลวดวยดี พดู จริงทาํ จริง ทําเสร็จ ทาํ สาํ เรจ็ เสมอ ยอ มมกี าํ ลงั หนนุ อยภู ายในดจุ กลุม นาํ้ ใหญ
ท่ีพรอมจะเขา ทวมทับขา ศกึ ทกุ ชนิด เพยี งอดึ ใจเดยี วเกาทณั ฑก ็ลมื ตาข้ึนอยา งสบายอก ท้ังกายอัดแนน ดว ยพลังมหาศาล รชู ดั ดว ยใจ
สําเหนยี กในบัดนัน้ วา ตนจะไมห ลงรี่ลงตํ่าอีกเลยตลอดกระบวนการทจ่ี ะเกิดข้นึ ท้งั หมดนบั จากนี้
เกาทัณฑเ อย ดวยน้าํ เสียงซึง่ ถายทอดออกมาจากจติ ใจทีม่ ัน่ คงและเจตนาเกื้อกลู กัน
“หลับตาลง...”
หลอ นทําตามเขาสง่ั ในเบ้ืองแรกเกาทัณฑท ราบดีวาจะใชก ลวิธไี หนกไ็ ดท ําใหผ ูถูกสะกดอยใู นภาวะสบาย ผอ นพักทีส่ ุด
เพอื่ ใหยา งเขาสคู วามรูตัวครึ่ง ๆ กลาง ๆ ฉะน้นั จึงคิดปูพน้ื ใหห ลอนเกดิ ฐานปญ ญาเหน็ รูปนามไปในตวั
“ดตู รงแผนหลังที่วางนา้ํ หนกั ราบอยนู ี”้
เขาสัง่ ส้ันท่สี ุดเพอ่ื ใหแนใ จวา เกดิ การรบั รตู าม ครูหน่ึงจงึ เอย ตอ
“คิดวา กายทีน่ อนอยคู อื โครงกระดูกเปลา ๆ โครงหนึ่ง เราอาศยั พักอยชู ั่วคราว สักแตมีไวเพยี งใหร ะลกึ รวู า ยังปรากฏ”
ดว ยเพราะเรอื นแกวเคยเพง พิจารณาเหน็ ขอ มือและปลายแขนเปน อนตั ตามากอ น จึงเขาใจวธิ กี ําหนดหมายตามไดงาย และส่ิงที่
เกาทณั ฑห รอื แมแ ตห ลอนเองไมท ราบกค็ ือหลอนมีพรสวรรค หรืออีกนัยหนงึ่ วิถรี รู ปู นามติดจิตตดิ วิญญาณอยู ฉะนั้นเมอื่ ถกู กาํ หนดแนะ
ใหดูนดิ เดยี วก็คนุ ทางโดยงาย ซง่ึ อยา งนีเ้ ปน อาการของผเู คยสง่ั สมวปิ ส สนาญาณมาแตปางกอน
เพยี งอดึ ใจเดยี วหลงั จากเรอื นแกว เพงดสู ว นหลงั ทว่ี างลงรบั นาํ้ หนักสว นใหญของกาย ก็เห็นสณั ฐานครา วของโครงกระดูก
ตนเองอยา งชัดเจน และเหมอื นโพรงวางระหวางกระดูกชวงไหปลารากับซโี่ ครงเปน แหลง อาศยั ของตวั รู น่งิ ดูสัณฐานกายโดยรวม
ลกั ษณะอีกอยา งหน่งึ ของผูมบี ารมีมาทางนี้คือเมื่อเกดิ ความเหน็ ข้นึ แลว จะรจู ักรกั ษาความเห็นไวดว ยความพงึ พอใจ ไมส งสัย
กับนิมติ ภายในทเ่ี กดิ ขนึ้ ฉะนนั้ เกาทณั ฑผ ูสังเกตสีหนา ของเรอื นแกวตลอดเวลา จงึ เหน็ ความนิ่งอยูในอาการเลง็ รูอยางรวดเร็วนา แปลกใจ
๒๙๐
เพ่ิงมีโอกาสสงั เกตคนอ่นื ทําสมาธิอยางละเอียด แมด ูภายนอกเหมอื นสงบ แตสมั ผัสภายในกบ็ อกวาจิตของเรอื นแกว ยังไหว หา
หลกั ยึดแนน อนไมได เขานึกถงึ อบุ ายที่เคยมีใหต นเองคือเคาะน้ิวเพอื่ สรางผสั สะกระทบใหเกดิ ความรูเฉพาะจดุ ถ่ี ๆ ซงึ่ ถา ทาํ อยา งถูกตอ ง
จิตไมห นีไปไหนครเู ดยี ว ก็เกดิ การรวมลงสภู าวะสงบไดร ะดับหนึง่
เขาทดลองแบบเหวยี่ งแหไปเรอ่ื ย เคาะกับวตั ถนุ อกกายไดความรตู ัวแบบหนึ่ง เคาะหนาตกั ตอนนงั่ เลนไดความสบายแบบหนง่ึ
เคาะหนา ผากตอนเครียดไดความผอ นคลายแบบหน่ึง แตพ บวา จดุ กระทบซง่ึ ทําใหจิตรวมอยางดี รวดเรว็ ทีส่ ุด กบั ทง้ั ใหผ ลเปนความรู
พรอมทว่ั ตัวทีส่ ุด เห็นจะไมม อี ะไรเกนิ เคาะแผนกระดกู เหนอื รองอก
ชายหนมุ ตดั สินใจลองกบั เพอ่ื นสาว โดยสงั่ วา
“ยกมอื วางทาบอก ใหป ลายนิว้ กลางแตะอยูกบั กระดูกเหนอื รองอก”
เมอื่ หลอ นทําตามแบบเก ๆ กงั ๆ เกาทณั ฑส ังเกตวา สวนใดเกร็ง ก็บอกเปนจดุ ๆ เชนใหว างราบทงั้ มอื บนอกและศอกบนฟูก
กับท้งั ไหลต กไมย กเกร็งแลวบอกตอ
“ขยบั นิว้ เคาะขึน้ ลงเบา ๆ แตเรว็ นิดหนึ่ง เหมอื นเคาะเลน เพอ่ื ใหร อู าการขยับไหวของนวิ้ ”
เรือนแกวทาํ ตาม ในความสบายตลอดกายใจน้ันรูอ ยเู ฉพาะอาการขยบั ไหวขนึ้ ลงของน้วิ เกาทณั ฑส มั ผสั ไดถงึ กระแสความคดิ
ฟงุ ทแ่ี ปรเปนคล่นื เงียบ รวมรูอยูเ ฉพาะความขยับของลํานิว้ ที่ปราศจากความเกร็ง
“เคาะไปเรือ่ ย ๆ นะ คราวนี้นอกจากรูน ้ิวขยับ ลองดูท่จี ดุ กระทบดว ย แอจะไมร ูสึกถึงอะไรอน่ื เลยนอกจากนิ้วกระทบกระดูก
ปอกๆๆอย”ู
เมอื่ จอ อยกู บั กายกระทบ จติ ก็เขา มาอยใู นขอบเขตของกาย เรอื นแกวเหน็ ตลอดตัวดว ยความแจม ชัดอกี ระดบั หนง่ึ เมื่อจติ อยูน ิง่
กบั ที่
เพลินนานพักใหญ เรือนแกว กห็ ลงเคลม้ิ และหยดุ ขยบั นิว้ เคาะไปโดยไมร สู ึกตัว เกาทณั ฑสงั เกตอยแู ลว เพราะเคยผา นจุดนม้ี า
กอ น หากปลอ ยใหหลับกอ็ าจหลับเพลนิ ยาวไปทั้งคืน แตห ากสะกิดใหต ่นื รขู ้ึนอีกครง้ั กจ็ ะมีความไวสัมผัสราบรนื่ สมา่ํ เสมอกวา เดมิ จงึ
เรียกเตอื นเสยี งแผว ใหเรอื นแกวขยบั เคาะตอ
เมอ่ื สังเกตรสู ึกถงึ โฟกัสของจติ ทค่ี งเสน คงวาดพี รอม เกาทัณฑก ไ็ มป ลอ ยใหจติ หลอนดาํ เนินไปถงึ ความเคลมิ้ หลับอกี แตสง
ชว งตอ มาถึงอารมณส มาธิทีจ่ ะจงู จิตใหเขาสสู ภาพรูพ รอมนิ่มนวลขนึ้ กวาเกา
“แอน ่ิงดีแลว นะ หยดุ เคาะ วางมอื ลงขา งตัว คราวนม้ี าจบั ลมหายใจกนั ตอ ”
เมอื่ เห็นหลอนปฏิบตั ติ ามโดยดีก็สง่ั วา
“ตอนหายใจเขา ใหพ องหนา ทองข้ึนกอ นแลว คอ ยดงึ ลมยาว ๆ สบาย ๆ เมื่อรูลมหายใจเขา ใหค ิดวาเราสูดเอาความสดชน่ื เขา
ราง เพ่อื พยุงความรตู ัวใหเพ่ิมขึน้ เมอื่ ผอ นลมหายใจออก ใหค ดิ วาเราระบายเอาความเครยี ด ความเหนด็ เหนื่อยทงิ้ ออกนอกราง”
๒๙๑
เรือนแกวสูดลมหายใจดว ยการต้งั ความคิดตามเกาทัณฑบ อก พบวา เม่อื ตั้งเจตนาเหน็ ลมหายใจเปนพาหะนาํ ความสดชน่ื และ
พลังระลอกใหมเ ขาราง กเ็ กดิ ความชมุ ฉา่ํ กายใจขึน้ นิดหนงึ่ ไดจ รงิ ๆ
และเมือ่ ผอนลมหายใจออก เห็นเปน การถา ยเทเอาความเครียด ความออ นลาออกสูภายนอก ก็ยงิ่ มีความรูส กึ เปนสขุ ความสบาย
ใจขึน้ มาอยางรวดเรว็
“อยาปลอ ยใหความคดิ ไหน ๆ แทรกเขา มาแทนท่ีลมหายใจ ตอนนี้ไมมีอะไรมคี า เกนิ ลมหายใจเขา และไมม ีอะไรนาสนใจเกนิ
ลมหายใจออก”
เขาตะลอ มตามจังหวะ คิดเอาจากการท่ีเคยกลอมตนเองสาํ เร็จมาแลวในการทําสมาธิปกติ สงั เกตความสม่าํ เสมอ และคอยเตอื น
เรือนแกว เมอื่ เห็นลมเบาลงหรอื แรงขึ้นกวา เดิม ตอเมื่อดเู ขาท่ีเขาทางแลว จึงดาํ เนนิ การข้นั ตอไป
“คอ ย ๆ สาํ รวจทีละสวนวามจี ุดไหนในรา งที่ยังเกรง็ ไมผ อนพกั ตามสบาย ไลจากสวนหนา...” เขาคอย ๆ พดู ทอดจงั หวะทลี ะ
จุดใหเ รอื นแกวสงใจตาม “สว นคอ...สว นหลัง...สวนแขน...สว นขา”
หญงิ สาวพบวา สว นหลงั ยังเกร็งอยบู า ง เม่ือรูตวั จึงหยอ นกลา มเนื้อสวนท่ีเกรง็ ลง เกาทณั ฑสามารถรไู ดดวยตาเปลาวา ทง้ั ราง
หลอนผอ นพักเต็มท่ีแลว จึงตรวจดูความสมํา่ เสมอของลมหายใจอีกคร้ัง เมอ่ื ผานไปชว งหนึ่ง พบวาผอ นแผวลงอยางที่จะนาํ ไปสูภาวะใกล
หลับ กเ็ ตอื นดว ยเสยี งเนบิ นาบ
“อยา ลืมวา เวลาเขาใหข ยายหนา ทองพองข้นึ กอ น ลมหายใจจะไดเ ขา มากกวา ปกติ”
เรือนแกวกําลงั อยรู ะหวา งเคลิม้ เม่อื ไดย ินเสยี งก็กลบั ตืน่ ตวั รบั รูลมหายใจใหม เสียงสั่งของเกาทณั ฑก ลายเปนตวั กน้ั ไมใหจ ิต
ซดั สายสุมหาอารมณเอง ประคองใหพ ุง แนวลงในลมหายใจเปนหน่ึงเดยี ว รวมทั้งไมเ ผลอไหลลงหลับ
ถงึ จุดหนง่ึ หญิงสาวเกิดความเพลินท่จี ะรบั คาํ ส่งั เวลานน้ั เรม่ิ ถอยจากความเปน ตัวของตัวเอง แตก ลบั เกิดศกั ยภาพทจ่ี ะรบั รูม าก
ขึ้นเรอ่ื ยๆ ใจทรงนง่ิ อยูก บั ฐานคอื กายอันวางนอน เหน็ ความปรากฏของกายคงที่ พลังอันเกิดจากการเลง็ รอู ยูตัวโดยไมต องประคองมากนัก
เมอ่ื เกาทัณฑจบั สังเกตสตขิ องหญงิ สาวนานไป ท่ีสุดก็เกดิ สติ และจับเปน ขณิกสมาธิเองดวย กระแสจติ เขายามน้มี สี ภาพคลา ย
ผาออ นเน้อื แนน ทพี่ รอ มจะทง้ิ ตวั ลงหม คลุมสนิทแนบกับวัตถุใด ๆ ท่ใี จเจตนาเขา จบั เรยี กวาบําเพ็ญสมาธิภาวนามาถึงขั้นออ นตัว พรอมใช
งานดังประสงค
สมั ผสั พลังท่ีรวมกลมุ เปนอันเดยี วในกายตน และเกดิ ความรขู ึ้นมาเองวาจิตที่เปนสมาธิสามารถชว ยประคองคนอน่ื ได เชน
ในขณะนเี้ ขาเกิดความเหน็ อาการเปนไปในหญงิ สาวซึง่ ยากจะอธิบายเปนคาํ พูด เม่อื แลเห็นหลอนดึงลมหายใจเขา และผอนลมหายใจออก
แลว เกิดการแปลความหมายขน้ึ ในหัววา นั่นเปนอาการลงตวั ของสมาธชิ นิดถกู สะกด ถูกจูงโดยผูอ ่ืน หากเขาบังคับกระแสในตนเขาชว ย
ประคองกระแสในหลอน กอ็ าจทรงอยูไดน าน และสมั ผสั รูแ ผว ๆ คลายแตะตัวกนั อยูด ว ยปลายนวิ้
หลอ นกาํ ลังนิ่งในภาวะพรอ มถกู สง่ั เตม็ ที่ เรือนแกวใหความรวมมอื อยางดี จงึ บังเกดิ ผลรวดเรว็ ขนาดนี้
“เอาละแอ พูดกบั ผมนะ บอกซวิ า ตอนนรี้ ูสึกยังไงบาง”
เรือนแกว นิง่ เปน ครู กอ นขมบุ ขมิบปากพดู กบั เขาตามปกติ
๒๙๒
“มีความสขุ เหน็ รา งกายออกมาจากขางในตลอดเวลา”
เกาทณั ฑย นควิ้ เล็กนอย เพราะคาดหมายวาหลอนจะพูดคลา ยละเมออยใู นภวงั ค เขาเพงิ่ มาเรยี นรวู าอาการครง่ึ หลบั คร่งึ ตนื่ ใน
ภาวะสะกดน้นั ครึง่ หนึง่ หลบั ครงึ่ หนึ่งตืน่ จริง ๆ รับฟงได พูดและคดิ ตามไดเปน ปกติเกอื บสมบูรณ
ถึงขนั้ น้เี ขาตอ งการใหหลอนหมดจากความรูสึกทางกาย เพือ่ ใหเหลอื แตจ ิตสวางพรอมฉายภาพนมิ ติ อยา งมง่ั ค่ังดว ยกระแสสติ
เหมอื นฝนดี จึงสง่ั วา
“แอ. ..คดิ ไปนะวา เน้อื ของเราเหลวลงนดิ หน่ึง” เวน จงั หวะเปนครูแลวถามวา “คิดไดไ หม?”
“ได”
หญิงสาวตอบเกือบทันที เพราะความรสู กึ ทางกลามเนือ้ ตลอดรา งมลายหายไปเกือบหมด เพยี งคดิ วาเนอื้ สวนบนเหลวลงนดิ
เดียว
“คราวน.้ี ..” เกาทัณฑส่ังตอ “คิดวา ฟูกกบั เนือ้ เราละลายกลนื เปน อนั เดียวกนั ”
หยดุ เวนดทู าทีของหลอ น พลางสง ใจจับอาการทางกลา มเน้อื ทัว่ กายหญิงสาวเทาท่ีตาเหน็
“ยังมีกายอยูอกี ไหมในความรสู กึ ?”
“ม.ี ..มีลมหายใจเขา ออก”
เขาเพิ่งนกึ ข้ึนไดว าระดับลมหายใจของหลอ นยังคอ นขา งแรง จงึ บอกไป
“ถูกแลว ลมหายใจจะยงั อยูกับเราเสมอ ตอ ไปนีเ้ มื่อหายใจเขา แอจะเห็นแสงสวางเพมิ่ ข้ึนในตวั ทลี ะนอ ย ลมหายใจกับแสง
สวางเปนอนั เดยี วกนั ”
พกั นิดหนึ่ง เพ่อื ใหเรอื นแกว จินตนาการตามเฉพาะลมหายใจเขา เมอ่ื เหน็ ระบายลมออกจงึ มอบจนิ ตภาพตอมา
“ลมหายใจออกจะพาความรูสกึ ในกายท่ีหลงเหลอื อยูใหหมดลง เพราะลมหายใจออกกับความรสู กึ ในกายเคยคลกุ เคลาเปนอัน
เดยี วกัน”
พอเขาเหน็ หลอ นหายใจเขา และผอ นออกจนสุดในครั้งถดั มา ก็ถามทนั ที
“รูสกึ สวา งขน้ึ และเหมอื นกายหายไปไหม?”
“รูส ึก”
เรอื นแกวตอบราบเรยี บ ริมฝป ากระบายยม้ิ เลก็ นอย
“สนใจสายลมเขา และแสงสวางใหม ากกวา นี้ แลว จะสวา งข้นึ เรือ่ ย ๆ ”
๒๙๓
หญิงสาวจบั คาํ พูดของเกาทัณฑดว ยสตทิ ี่เปลี่ยนไปอกี รปู หนึง่ ทกุ ส่งิ ปรากฏขน้ึ ตามคาํ ของเขาราวกบั เปน การบันดาลจากเวท
มนตร ในหวั เรอื งแสงสวางไสวข้นึ จรงิ ๆ คลายเกาทณั ฑห มุนปุม เรงนีออนรอบ ๆ กายหลอนได
กวา สบิ ครั้งของลมหายใจเรือนแกวทเี่ กาทณั ฑคุมดวยคําพูดอยตู ลอดเวลาเพอื่ รักษาอตั ราเร็วและนํ้าหนักลมใหค งตวั ในทีส่ ุด
หลอ นกร็ ายงานวา
“สวา งเหลือเกินเต. ..แอไมเคยเห็นใจตัวเองสวา งสวยเทา นี้มากอ นเลย”
เกาทัณฑซ ึง่ เปน ผทู าํ การสะกดเองก็กะพรบิ ตาทึ่ง สมั ผสั ทางใจบอกวาเรือนแกว พบสภาวะทนี่ าปติชน่ื ใจจริง ๆ เพง่ิ ซึมซบั และ
ตระหนกั ถึงอาํ นาจดลบันดาลจากปากตนวา นาอศั จรรยปานใด แมค ดิ พูดตามอตั โนมตั ิตามท่เี ห็นควรเฉพาะหนา กอ็ าจใหผ ลเกินความ
คาดหมายไดข นาดน้ี
“อยาตนื่ เตน…” เขาบอกหลอนทง้ั ท่ีตวั เองนัน่ แหละชักใจเตน กบั ผลลัพธ “แสงสวา งและความสขุ สบายนจ้ี ะอยูก บั แอ
ตลอดเวลา แอสามารถรูส กึ ไดใชไหมวามนั คงตวั อยอู ยางน้ันโดยไมต อ งบังคบั ”
เรือนแกวน่งิ ไปนานเกือบคร่ึงนาที กอนรายงานตามจรงิ
“แสงหรล่ี ง...”
ชายหนุม กลืนนาํ้ ลายลงคอเกอ ๆ พยายามรวบรวมสตสิ มั ปชัญญะไมใหเสียความเชือ่ ม่นั คดิ วา น่นั เปนการเรียนรอู ยางหน่งึ เขา
ไมค วรพูดตามอําเภอใจจนเกนิ ไป ประเภทส่ังวา จะใหคงอยู จะใหต รึงสภาพไวอ ะไรทาํ นองน้ี ทุกจุดมีจงั หวะเฉพาะหนา ของตัวเองเสมอ
“ถาอยางน้ันหายใจเขา ใหมด ี ๆ และคดิ วาเราดึงแสงเขา มาทางลมหายใจ เรามคี วามอบอนุ สบายใจเพ่มิ ข้ึนเพราะลมหายใจเขา
น้ัน”
เรอื นแกวหายใจยาวลกึ กวา ปกติ พกั หนง่ึ กย็ ิ้มแชมช่ืนออกมาอกี เกาทัณฑร ับรูไดวา นัน่ เปนอาการเฉียดสมาธิระดบั ทม่ี ีปต ิหลอ
เลย้ี ง ทวาตางจากสมาธปิ กติคือหลอ นไมอาจค้าํ ยืนโดยปราศจากการชวยประคับประคองจากเขา
“ตอ ไปน้หี ายใจเขาทุกครงั้ ใหแ อคิดวา เพอื่ รักษาแสงสวา งในหวั ใหค งทน่ี ะ”
ปลอ ยใหหลอนหายใจอีกสี-่ หา หนจงึ ถามใหม
“แสงสวา งเปนปกตดิ ไี หม?”
“เปน ปกติ สดชื่นมาก...”
หญิงสาวยิม้ กวางราวกับยนื สูดอากาศบริสุทธิ์บนผาสงู ยามเชาตรู เกาทัณฑจบั ตามองดวยความพึงพอใจ สดู ลมหายใจดว ยความ
สดชืน่ ตามไปดว ย เกิดความรสู ึกวาตนประสพความสําเรจ็ อยางงดงามในเบื้องตน น้ี
คลายเรอื นแกว เตาะแตะหดั เดนิ เขาเปน พีเ่ ล้ียงเบอื้ งหลงั ดวยความจดจอ มีความนุมนวลออนโยนเกดิ ขึ้นอยา งทว มทน
“ผมจะเรม่ิ ใหแ อยอ นนกึ ถงึ อดตี แลว นะ ต้งั ตนกนั ท่จี ดุ ใกลสดุ ใหค ิดวาเราจะเห็นทุกส่งิ ตามท่ีเคยเกดิ ขนึ้ จริงเทาน้นั ”
๒๙๔
เม่อื เรือนแกว เงียบพรอม เกาทัณฑก ส็ ั่งแผวชัด
“นกึ ถึงตอนท่ไี ดยนิ ผมเคาะประตู ผมเคาะก่ีครงั้ ?”
คลายเสยี งกอ ก กอ กเกดิ ขึ้นในหัว หญิงสาวรายงานตามทร่ี ะลกึ ได
“สองคร้งั ”
“บอกซิวาแอท ําอะไรบา งเมอ่ื มาเปดประตูใหผ ม”
หญงิ สาวตรึกนึกทบทวน เรม่ิ จากจดุ ท่ตี นเองนงั่ อยหู นาโตะเครือ่ งแปง กอนไดยนิ เสยี งเคาะประตู เบือ้ งแรกเหมือนศีรษะหลอน
เปนถงั แกวทบี่ รรจุเต็มดว ยน้ําขนุ เห็นภาพความจําไมถนดั นัก แตดว ยแรงดันของสมาธทิ ีเ่ กิดจากการสะกด คลายนํ้าในถังลดฮวบลงเผยให
เห็นภาพชดั สนิท ปราศจากส่งิ ปกคลุมมัวมน นั่นเปนการพลิกตวั ของสมาธิจติ ท่ีระลกึ ภาพความจํา
ภาพทเ่ี ห็นในหัวปรากฏเปนรปู ทรงสัณฐานสองมิตคิ ับแคบ แตกตางจากของจริงทีเ่ ปนสามมิติกวางโลงโดยรอบ ทั้งนเ้ี พราะ
ภาพท่ีจิตฉายออกมายังผูกติดกับกายประสาทอนั เปน เสมอื นเครอื่ งขงั เครือ่ งมงุ บงั ในเขตแคบจํากัด
และแสงของจิตทปี่ ราศจากกาํ ลังฌานสนับสนนุ ก็ฉายตัวเพียงมลังเมลอื ง คลายอยูในหอ งใตด ินทม่ี แี สงสวา งลอดผานเขา มา
ทางชอ งหนาตา งริบหร่ี ภาพนมิ ิตจึงปรากฏเปน รปู ทรงสีสันชัดเจนในเงาสลวั มใิ ชชัดเจนในแสงสวางกลางแจง
ดวยความทรงจาํ อนั สดใหมใกลป จจุบัน เรอื นแกว เห็นตนเองกาํ ลังน่งั สาํ รวจความพรอ มของหนาตาในเงากระจก จําไดถึงความ
กระวนกระวายนดิ ๆ เพราะรวู าใกลเ วลานัด และเกาทัณฑจะตรงเวลาเสมอ
เม่อื เสียงเคาะประตดู ังขนึ้ หลอนดใี จหนอย ๆ ลกุ ขึ้นจากมานัง่ หมนุ ตวั เดนิ มาทางประตู ตอนแรกภาพกระโดด ๆ นา อึดอัด
รําคาญ แตพ อใจคลอ ยลงในภาพความทรงจาํ มากกวาเกา กเ็ ห็นตอเน่อื งราวกบั เกดิ ขนึ้ อีกครัง้ เรือนแกวสนุกกับประสบการณแปลกใหม
นนั้ มาก กํ้าก่ึงในความรตู วั วานัน่ เปน อดตี คละกันกับความรูส ึกตวั บนเตยี งนอนในปจ จุบนั
“แอลุกจากโตะ เครอื่ งแปง เดนิ มาเปด ประตูใหเ ต”
เมอื่ หลอ นพดู ภาพชะงกั คางคลา ยเครอื่ งฉายหยุดเดินลงชวั่ ขณะ
“พอเปด ประตแู ลว แอก็กลบั มานัง่ ทเ่ี ดมิ ”
เกาทัณฑพยกั หนา
“ยอ นกลบั มาตอนยงั นัง่ หนาโตะเคร่ืองแปง ใหม แอกา วเทา แรกเปน ซายหรือขวา”
เรอื นแกว คดิ ตาม แลวเห็นตนเองยางเทา ขวาออกเปน กา วแรก
“ขวา”
๒๙๕
ชายหนมุ พยายามใหห ลอนเจาะลึกลงไปในรายละเอยี ดรอบดา น เพราะเหน็ มคี วามสาํ คญั ในอนั ทีจ่ ะทาํ ใหต ัวรูตวั คดิ ท้ังหมดใน
อดีตยอ นกลับมา ใหท บทวนแมค วามรสู กึ ขณะยนื่ มือไปสัมผสั ลูกบดิ ประตู หรอื กระท่ังเมือ่ เทาสมั ผสั พรมในหอ งขณะเดนิ ไปเดินกลบั
“พอนึกถึงรายละเอยี ดอยางน้ีทําใหความเห็นชดั ขนึ้ ไหม?”
ถามอยา งทราบอยูแลว เน่ืองจากเคยปฏบิ ตั เิ องมากอ น
“ชัดขนึ้ ”
“คราวนี้ยอนนึกไปถึงเมอ่ื ตอนเชา เราเขา หองทํางานของนายชุน...”
เขาใหเ รือนแกวทบทวนบทสนทนา ซ่ึงหลอนเลา ไดอยา งถกู ตองละเอยี ดลออเปนฉาก ๆ กับท้ังสามารถหัวเราะออกมาไดเ บา ๆ
กับบางถอ ยคาํ และทา ทางท่อี อกรสออกชาติของตนเอง ดวยเจตนาจะใหนายชุนนึกเอน็ ดู
เมอ่ื เหน็ กิริยาและไดยนิ นา้ํ เสียงของตนเองดว ยใจทีก่ าํ ลังสวางนง่ิ อยูเหนอื ภาวะสามัญ บางทกี ค็ ลา ยเปน คนหน่ึงเฝา ดอู กี คน ตลก
ชอบกล
เรือนแกวไหลไปตามแรงดงึ ดูดของกระแสความทรงจาํ บางจังหวะถึงกบั ตกใจท่ีสสี ันและเสนสายในภาพมคี วามคมชัดจนเชอ่ื
สนทิ วา เปนปจจุบนั เพราะสาํ นึกของตวั ตนทน่ี อนบนเตยี งหายหนไปหมด หลอนยังคงสภาพรเู หน็ ออกมาจากมมุ มองของบรุ ุษท่ีหน่ึง เปน
ศูนยกลาง เปนผูป ระจักษ ผรู ว มโตตอบ บางทีเหลือเพยี งอนุสตบิ าง ๆ วาสงิ่ เหลาน้นั เปนเพยี งภาพอดีตท่จี บลงแลว ผานเลยไปแลว
ภาพสวนใหญแมคมกริบ ก็มลี กั ษณะกระโดดบา ง ทั้งนี้เน่ืองจากยามปกตนิ ัน้ คนเราหมกมุน ฟุงซาน สติขาดตอนเปน หว ง ๆ จะ
เหน็ ภาพ ไดยินเสยี งท่ีมอี ทิ ธิพลขนาดสมองเก็บบนั ทึกลงจิตแคครึง่ ตอ ครึง่ สําหรบั คนสติดีท่ัวไป ถา ใครเหมอ มากหนอยอาจไมเห็น ไมได
ยินส่งิ รอบตวั เลยเปน นาที
เกาทัณฑเ ริ่มสอบถามเปน ระยะวา เหนอื่ ยไหม ความทรงจาํ ท่ีทยอยลําดับมายงั ชัดเจนอยูหรอื เปลา ปรากฏวา เรือนแกวั ยังชอบใจ
ทีจ่ ะเกาะติดอยกู บั กระแสความทรงจาํ อยางตอ เนอ่ื ง กระปรีก้ ระเปราพรอมจะขยบั ถอยกลบั ไปเร่อื ย ๆ ไมเ หนือ่ ยลา
คร่งึ ชั่วโมงแรกเกาทณั ฑใหหลอนพดู ถงึ เฉพาะเหตุการณท ่มี เี ขารว มอยดู ว ย เพื่อความแนใจวา หลอ นสามารถระลกึ ไดจ ริง และ
ถูกตองครบถว น เปนการพสิ ูจนวา ครึ่งทตี่ ่ืนของหลอ นในบัดน้ี เตม็ ไปดวยสตแิ จม ใสสมบูรณแ บบ
ถัดจากนน้ั จึงเร่มิ ยางเขา สูโลกสว นตวั ของหลอ นท่ีเขาไมเ คยรับรู โดยตัดสนิ ใจทดลองใหยอนแบบกา วกระโดด
“นกึ ถงึ ชว งวยั รนุ ...”
เขากลา วสงั่ อยา งคลมุ เครอื เพอ่ื ใหใจหลอนสมุ เลือกโดยอสิ ระ ไมผกู โยงอยกู บั เคร่อื งแบบนกั เรียนหรอื ชดุ ลําลองในเหตกุ ารณ
หรอื สถานการณใดๆ
“ตรวจดูซวิ า มเี ร่ืองราวอะไรท่แี อประทับใจ มคี วามสุขกบั มนั มากทสี่ ุด และเดน ขน้ึ มากอนเพือ่ น”
ดวยเพราะเกาทณั ฑร บั รอู ยูก อนแลววาเพ่อื นสาวมปี มทกุ ขใ หญหลวง จึงจงใจกระโดดขามดวยการใชค าํ พดู ใหหลอนตรกึ นึก
ยอนเฉพาะเหตุการณทีเ่ ปน สุข เพอื่ ผลของการสะกดเรมิ่ แรกจะไดไ หลล่ืนดวยกาํ ลังปต ิจนสดุ ทาง
๒๙๖
อกี อยา งคอื ในการสะกดครง้ั นีเ้ ขาใหห ลอนระลกึ ถึงสะเกด็ ความจําที่ผุดเดน ขนึ้ มาเอง ไมใหต อ งใชความพยายามเลย เพราะ
ความพยายามนั่นแหละคอื ตวั สกดั กด มไิ ดชวยดงึ ความจาํ ขนึ้ มาแตอยางใด
หญงิ สาวเงยี บนงิ่ ไปอดึ ใจ กอนแยมย้ิมระรนื่ และเลาวา
“แอซ อ นทายจักรยานเพื่อน มอื อุมลกู หมาทพ่ี อซ้อื ให เปนพันธปุ กก่ิง ขนยาวขาวนมุ ช่อื กวยจบั๊ ”
เกาทัณฑขมวดคิ้วหนอย ๆ
“กาํ ลังซอนจักรยานใครไปไหน?”
ใบหนา เรือนแกวเปอนดวยรอยยิม้ สดใส
“เขามารับไปกนิ ไอติมดวยกนั ที่หนาหมบู าน”
เปน วาระท่เี กาทัณฑร ูใจตนเองชัดเดย๋ี วน้ัน วาความผูกพนั ทม่ี ตี อเรอื นแกวไมอาจเรยี กวาเปนเพอื่ นอยางบรสิ ทุ ธใ์ิ จ เพราะ
อารมณเ ริม่ เจอื ดว ยความขนุ สงิ่ ทผี่ ดุ พลงุ ขึน้ มาจากอกในยามน้ันคอื ความริษยาเจาหนุมนริ นามผถู ือแขนจักรยานนาํ หลอนในอดตี ไปสวที จี๋
กันตามประสาวยั รนุ สหี นาเรอื นแกวฟอ งชัดวา หลงใหลไดป ล้มื หมอนัน่ เพยี งใด รกั แรกกอ็ ยา งนแ้ี หละ...
แปลบปลาบอยชู ่ัวครูกอนขมอกขมใจใหเปนปกติ ระลึกวา ตนกาํ ลงั ทาํ หนาท่ีใดอยู อยา งไรก็ตาม คําถามตอมากส็ นธมิ าจาก
ความรูส ึกคางคาท่ีเจอื ดว ยการเอาตวั เองเขาไปพวั พนั นน่ั เอง
“แอร กั เขามากไหม?”
ถามเสรจ็ จงึ เพิง่ สาํ นึกวาเปนการซอกแซกเรือ่ งสวนตัว เสียมารยาทย่งิ และน่ันกถ็ ูกสะทอ นดว ยปฏกิ ริ ยิ าปฏิเสธจากหญิงสาว
หลอนไมถ กู สะกดลกึ ขนาดถูกครอบงาํ จนไรความเปนตวั ของตัวเองถึงท่ีสุด จึงมคี วามคดิ ยับยงั้ ตอบเขาเพยี งดว ยรอยยมิ้ เฉยเมย
เกาทณั ฑรตู ัววากาํ ลงั ออกนอกลูนอกทาง ซ่ึงอาจฉุดใหก ารสะกดสะดดุ อยูแคน ้นั จึงรบี จินตนาการเห็นตนเองเปนสญุ ญากาศ
เพ่ือใหนํ้าเสียงและความตอ งการทีเ่ ขากระทบใจเรอื นแกวเปนกลางท่ีสุด
“ไอติมที่แอส ั่งมาทานคราวน้ันรสอะไร?”
“ชอ็ กโกแล็ต...ช็อกโกแล็ตซนั เดย แอชอบท่สี ุด”
“จาํ ความเยน็ จาํ รสท่แี ตะลิน้ ในคราวน้นั ไดไหม?”
“จาํ ได”
“ลองนึกถึงกลิ่น นึกถึงบรรยากาศทั่วไปในรา น ชัดไหม?”
“ชดั ในรา นเปดไฟนีออนสวาง อากาศโปรง เยน็ สบาย กลิ่นใหมส ะอาด โตะเกา อี้ลายไมสนี ํา้ ตาลออ นกบั ขา งฝาทาสคี รีม มภี าพ
ไอตมิ แปะอยูแบบลดหลั่นต่ําสูง มีปายโฆษณาขนาดใหญห ลงั บารเ คานเตอร...”
๒๙๗
“จาํ ไดไ หมวาวันนนั้ เปนวนั อะไร?”
แมค วามคิดและความรูสกึ ขณะทานไอศกรีมจะเดนชัดในหวั ราวกับอยใู นอดีตจรงิ ๆ แตก ารยอ นนกึ วนั เวลากลับตองอาศยั
ความพยายามในภาวะปจ จบุ ัน เพราะตัวตนในรานไอศกรีมไมไดมีจดุ ใดโยงใยถึงวนั เวลาใหร ะลกึ ได
เรอื นแกว หยุดทบทวนเปนครูจ นหวั คว้ิ ขมวด กอนตอบดว ยเสียงคอยลง
“จาํ วนั ไมไ ด รูแตเ ปนวันเรียน เพราะใสชดุ นกั เรยี นอย”ู
นัน่ เปนอีกขอเทจ็ จรงิ หนึ่ง จติ ซึมซับไวเ ฉพาะการประมาณเวลาและเหตุการณส าํ คญั ไมใ ชวนั ท่ี เดอื น และปละเอยี ดชดั เหมือน
อยา งบันทกึ ของนักสะกดจติ บางเจาทร่ี ะบุไดเ ปนตุเปนตะ ราวกบั มปี ูมบนั ทกึ ฝงอยใู นหวั ผูถ กู สะกด
“อยา เครง เครียด คราวหลงั ถา นกึ ไมอ อกก็ไมต อ งเคน นะ...แอรูตัวไหมวา กําลังเปน เด็กลง?”
เรอื นแกว ทบทวนคําถามเขา ประมวลอยคู รหู น่ึง ใจยอ นกลับเปนตัวของตวั เองในปจจุบนั ชว่ั ขณะ แตแ วบเดยี วกห็ ันกลบั ไปหา
อดตี หวานชนื่ มน่ื ในรา นไอศกรมี ความคดิ ในหัวยามอยูในวัยนั้นกระจัดกระจาย ไมค มกริบเปน หน่งึ เดยี วเหมือนวัยใสสูททํางานในบริษทั
ใหญ หัวอกหัวใจเคยมีแตส ีชมพู มองโลกอภริ มย ตอ งการการเอาอกเอาใจและคาํ พดู ออนโยนเหนือสิ่งอ่นื ใด
“ใช เหมือนแอเ ปนวัยรนุ อกี ครงั้ จรงิ ๆ แอเ ห็นหนา เขา ไดย นิ เสียงเขา รคู วามคดิ ในหวั ของตัวเอง แปลกดีจงั เลยเต มนั ไม
เหมือนความคดิ เด๋ยี วนเ้ี ลย อยางกับเปน คนละคนแนะ”
ในที่สุดหลอ นก็ตอบแผวเบา ภาคของจิตทค่ี ดิ พูดเชนนน้ั คลา ยเจือจางอยูท ่ีสดุ พน้ื ของสํานึกรูวา หลอ นเปน หลอนบนเตยี งนอน
เด๋ยี วน้ี
เกาทัณฑเหน็ เพอ่ื นสาวตระหนกั เชน นนั้ ตนเองก็เกิดความเห็นอนจิ จตาตามไปดว ย และผุดคาํ พดู อันปรงุ ข้นึ ดวยอนิจจสญั ญา
โดยแทบมิไดเ จตนา
“ตวั ท่เี ห็นกายใจเปน เราน่นั แหละคอื อปุ าทาน แทจริงรา งกายและความนึกคดิ คลค่ี ลายไปเปนอน่ื ตลอดเวลา กายใจในเวลานี้ วัน
หนงึ่ ก็จะเปนอดีตเมือ่ มองยอนกลับมาจากอนาคตท่แี ตกตางออกไป”
ขณะพดู เกาทณั ฑเกิดความรูสกึ ราวกับไมใชเขา แตเ ปนอกี ตวั ตนหน่ึงซงึ่ อยสู งู กวาจติ สาํ นกึ ยามปกติ เรียกวาเปน ภาวะเกินตัว
จริงไปชั่วขณะทเี่ กดิ ปญญาธรรม
ฝา ยเรือนแกว แมเ ปนขณะแหง การสะกด มิใชด วยปญญาสองรูดวยเจตนาของตนเอง หลอ นก็พจิ ารณาและเห็นตามได จติ เกดิ
ความสลดสังเวชขนึ้ มาวบู วาบเม่ือตระหนกั วา อดีตแสนหวานเลอื นหายไปหมดแลว ...
”ลองสบื สาวดูซวิ าหลงั ออกจากรา นไอศกรมี แอไปเทยี่ วไหนกับเขาคนนั้นตอ”
“เขาพาแอก ลบั มาสง ท่ีบา น แลว แยกกลับไป”
“แลว แอท าํ อะไรตอ ?”
๒๙๘
คราวนี้ภาพความจําเรมิ่ สะดดุ อีก คลายกระโดดจบั ราวโหนตวั อนั แรกไวได แตเ มอื่ จะเหวี่ยงขึ้นควา ราวตา งระดับทอ่ี ยสู งู ข้นึ ไป
ก็ควา พลาดแบบฉิวเฉยี ดเพราะกําลังทใี่ ชเ หวีย่ งตวั ยังไมแรงพอ
“นึกไมออก”
หลอนรบี บอก เพราะเกาทัณฑเ คยสั่งไมใหเคน นกึ
“ชา งเถอะ แสดงวาเหตุการณตอมาไมนาสนใจพอ”
ไลเ ลียงความเปน มาสมัยวยั รนุ อีกพกั ใหญ ฟง เรื่องราวในโรงเรียนมธั ยม ในบาน และสถานที่ทอ งเท่ยี ว จากนัน้ เกาทัณฑให
เรอื นแกว ยอนนกึ ถงึ วยั เรียนชัน้ ประถม จงึ ไดมโี อกาสเห็นกบั ตา ไดย ินกับหูวา ผูถูกสะกดท่ียอ นกลับไปเปนเด็กอีกครัง้ นั้น กริ ยิ าทา ทาง
ขณะเลาดเู หมอื นกลายเปนเด็กนอ ยจริง ๆ
“...แอนอนตวั รอน แตก ็มคี วามสุขมากทพี่ อ ยอมเสยี เวลากอ นไปทํางานมาปอ นขา วตม ให ถึงจะแคสบิ นาทกี เ็ หมือนไดพอไว
เปน ของแอท้งั วัน...”
เกาทณั ฑมองหลอ นดว ยแววปรานี แทจ รงิ เรือนแกว ผกู พนั กบั พอไมนอยกวาแมเลย เขาจี้ใหระลกึ ถงึ พอในแงด อี ีกหลายๆครั้ง
โดยคาดหมายวาเมอ่ื ตื่นจากสะกด หลอ นจะมคี วามรูสกึ กบั พอ ดขี ึน้ มาก
กระทั่งอดีตดาํ เนินยอ นมาตามลาํ ดับ เกาทัณฑล องลงลกึ ไปอีกข้ัน ตดั สนิ ใจใหย อนไปถึงเบื้องตน ชวี ิตอยา งเตรยี มจบการสะกด
ครง้ั แรก
“คิดถงึ เหตกุ ารณท่สี นกุ ทีส่ ดุ สมยั เรียนอนบุ าล...”
ดงั กําหนดไวแตแ รกวา การสะกดครง้ั นี้จะใหเ รือนแกว เห็นวาชีวติ ตนเปนบรมสุข เม่ือหลอนตื่นจากการสะกดจะแชม ช่นื เบกิ
บานเปนพิเศษ เขาจงึ ไมส ะกิดปมรายขน้ึ มาเลย แมทราบวาโดยหลกั การแลว นน่ั เปนวธิ ีรกั ษาบาดแผลทด่ี ีเย่ยี ม เกาทัณฑอยากมั่นใจกบั
ตนเองวา การสะกดคร้ังแรกนี้จะไมมสี ง่ิ เกนิ ความคาดหมายเหนือการควบคุมใด ๆ
น่งั ฟงเพื่อนสาวเลา ถึงชีวิตยามเปน หนนู อ ยตัวจอ ย ไมว า จะเปนระดับเสยี งเลก็ ใส วิธีเลอื กคาํ พูด วิธแี สดงความคิด หรอื อาการ
ลังเลสับสนวกวนในบางคราว ลว นแตเ ปนกริ ยิ าของทาริกาผเู ยาวตอโลกทง้ั สนิ้ ชกั นึกเสยี ดาย ถารูว า จะไดผ ลอยา งนี้ เขาจะยอมควกั
กระเปาซื้อเครื่องบนั ทึกเสยี งจากรานขายในออรเชิรดสตรที มาเก็บความนา ประทบั ใจไวฟ ง เลนนาน ๆ
“...แมเ ปน คนตงั้ ช่ือให แอรกั เจา เอเ ตมากกวา จมุ ปุก”
หลอ นบรรยายความรสู ึกทีม่ ีตอ กระตายนอยสองตัวในครอบครอง
“ตอนเจา เอเ ตจบั ผกั บุง เค้ยี วมนั ทาํ ทา นา รกั ดี...”
ชายหนุมหัวเราะโดยปราศจากสุมเสยี ง ความรสู กึ คลอยลงออนโยนตามราวกบั โลกใสในวยั เดก็ มาปรากฏตรงหนาตนดว ย เขา
ปลอยใหห ลอ นวงิ่ เริงรา โดยยืนระวังเฝาดอู ยทู ขี่ า งสนาม รูว าเรือนแกวจะไมพ ลัดหลงไปไหน
๒๙๙
เรอื นแกวระลึกดิง่ กลับไปไกลขนาดน้ี ไมถือวา ธรรมดาเลย โดยเฉพาะในการสะกดคร้ังแรก เขาเพลินฟงเร่อื งราวในวยั 2-3
ขวบของหลอ น และถอยกลับไปกอ นหนงึ่ ขวบในท่สี ดุ
“...ตอนแออยากใหแ มอมุ แอขยับมอื เทา ไมได ความรสู กึ อยากรอ งไหมนั ออกมาเอง...”
นัน่ คือความกา้ํ กงึ่ มสี ตคิ ดิ พดู ไดอยา งหญิงสาวท่ีโตแลว กับความออแอข องเด็กแบเบาะ เกาทณั ฑอยากทดลองอะไรบางอยา ง
ตามความรจู ากการอาน เขาทราบวาเดก็ แบเบาะนั้น แมยงั ไมร บั รเู รื่องราวภายนอก ไมร ูความ แตก ลับหลบั ฝน ไดอ ยา งชวนใหพ ศิ วงสนเทห
ย่ิง ทางแพทยร ูว า ใชแ นเ พราะอาการกลอกตาขณะหลบั อยา งคนฝน ไมรเู ทา น้นั วา เด็กๆเห็นหรือไดย ินสิ่งใดในหัว
ตอนนี้เขาอาจมีโอกาสสบื รู ไขภาพและเสียงอันลี้ลบั นา ใครร ใู นหัวของเดก็ หญิงเรอื นแกว ได
“นึกถงึ ตอนแอปด ตางวงจะหลับลงกบั บา ของคณุ แม” เขาสั่งอยา งนุมนวลแบบพูดกบั เดก็ “จาํ ภาวะความรูสกึ ไดไหม?”
“จําได”
หลอ นตอบทันที
“ลองนกึ ใหดีซิวาพอปด ตาหลบั แลวฝนอะไรชัด ๆ บา ง”
คราวนีเ้ รือนแกว นิง่ ไปนาน อาการนอนราบของหลอนดูเปนปกติ แตใบหนา เริม่ ปรากฏร้ิวรอยเครง ซ่ึงเกาทัณฑจ บั สังเกตเห็น
ไดถนดั
“เต. ..เหมือนเตยี งหมนุ ”
หลอนหมายถึงเตยี งท่กี ําลงั นอนอยูเ ดย๋ี วนี้ ไมใชความจําในวัยเด็กอีกตอไป กระแสแปลกชนดิ หนง่ึ ซมึ แทรกเขา มาทีละนอ ย ปน
วนอยูในหวั และทาํ ใหเ หน็ เหมอื นเตยี งหมนุ เวียนจากซา ยไปขวาแรงขน้ึ ทุกขณะ
เกาทณั ฑเบกิ ตานิดหนงึ่ ดว ยเพราะเตรยี มรับมอื กบั สิ่งไมคาดฝน มาแตตน จึงต้ังสตไิ ดไ วเทา กับท่ีรเู หน็ อาการผดิ ปกตนิ น้ั
“แอ. ..” เขาเรียกหลอ นเสยี งเขม “ผมนง่ั อยูขา ง ๆ เหน็ ชัดเลยวาเตยี งไมไ ดหมนุ นเี่ ปนแคความไมสมดลุ ในรางกายแอน ดิ หนอย
อยากลวั ลองยกมือซา ยขนึ้ ซ”ิ
เรอื นแกว ตอ งใชความพยายามเปน ครู กวา จะดึงความรสู ึกทางกายกลบั มา และทราบวามอื ซา ยอยูตรงไหน ตอนสมองสง่ั ให
ยกขึ้นนนั้ ตองใชความพยายามอยา งหนกั ราวกบั มอื ตนเองเปนของจบั แลว หลดุ จับแลวหลุด
“นี่มือผม” เกาทณั ฑก ลาวขณะรวบมอื หลอ นไวใ นองุ มือตนม่ันคง “รสู ึกไดใชไ หม?”
“รูส ึก”
“จับสัมผัสทมี่ อื ไว เพราะผมอยทู ่คี วามหยดุ นิง่ แอก ็ตอ งนิ่งดวยเชน กัน”