๔๐๐
หทัยธราซักมาอีกทาง เพราะสงสยั อยูเนิน่ นานเต็มที
"มนั มีเหตุผลอยูจรงิ ๆ พวกเธอลองมองไปรอบตัว จะเหน็ วาน่ไี มใ ชวิมานอากาศ เรากําลงั อยกู ับความจริง มีเราเปน ศนู ยกลาง
ความจรงิ และความจริงกม็ ตี น สายปลายเหตอุ ยเู สมอ ถาหนอู ยากไดค าํ ตอบ กอนอน่ื ตองทําหนา ท่จี นรจู กั ตัวเองอยา งลึกซ้ึง แลว คอ ยถาม
คาํ ถามนี้ใหม คําตอบอยสู ูงข้นึ ไปอกี ขน้ั หนงึ่ "
“พีช่ ายหนบู อกวาเราเกิดมารอความตาย”
“ถาเหตผุ ลของการเกิดมอี ยแู คนั้น ปา นนพี้ วกเราคงตายกันหมดแลวจะ เพราะธรรมชาตินา จะใหเ ราเกดิ ปบุ ตายปบ ไมตอ งมี
เร่ืองยงุ ยากยืดยาวเปลา ๆ ”
แลวครูสาวก็สยายยม้ิ สวยดวยความรสู กึ รกั เด็ก และดวยความรูสึกวา ชวี ิตของตนเพิ่งเริ่มตน ความเปนหลอ นคอื บรรยากาศที่
กําลังปรากฏอยูในหอ งนี้ และหองอ่นื ๆ ที่จะตามมา
"เปด หนังสือไดแลวพวกเรา ยังมีหลายสงิ่ หลายอยา งทน่ี าสงสัย ถาชา งคดิ ชางสังเกตสกั หนอย เรากจ็ ะพบไดใ นชว่ั โมงเรียนวชิ า
จริยธรรมและหนาทพ่ี ลเมืองดีน่แี หละ เช่อื ไหม?"
๔๐๑
บทท่ี ๒๖ ธรรมาภสิ มัย
เชาตรอู นั โรยรอบดวยอากาศบรสิ ุทธ์เิ ยน็ สบายของวนั หนง่ึ มติรูสึกตัวต่ืนขน้ึ มาดวยสัญญาณแหงใจรูของผปู ฏบิ ัตธิ รรมอยาง
ตอเนอื่ ง ประสาททุกสวนทาํ งานเต็มสภาพ ตอบสนองความรูพ รอมท่ัวถึงของสภาวจิตอนั สวา งไสวนงิ่ แนน ทรงกําลงั ใหญ
ดึงหลงั ขึน้ ตง้ั ตรงทรงแนวโดยอตั โนมัติ สณั ฐานกายตลอดสรรพางคป รากฏเปน หลกั ยดึ สตอิ นั ไพบลู ย หนาทองขยายออกดึง
ลมเห็นเปน ลาํ ยาวแชม ชดั บังเกิดความแชม ช่นื ยิง่ ใหญก บั สายลมหายใจทพ่ี าลมบรสิ ทุ ธเ์ิ ขาสกู าย
ดวงจติ ขงึ น่ิงเงียบเชยี บและสวางรกู วา งขวาง ประสาทหรู ับเสยี งขนั คูวงั เวงใจของนกเขาขางบา น จักจ่นั เรไรสีปก แซดซา ตาม
สุมทุมพมุ ไมเปน ครง้ั คราว สดบั แลวสงบเย็นดุจนงั่ อยใู กลร าวปาอนั วิเวก หา งไกลจากความวนุ วายของผคู นมาลบิ ลบั
ความสันโดษและมักนอยของมติชว ยใหจิตใจไมซัดสา ยแสวงหาสิ่งอ่ืนนอกจากสายลมหายใจและความสงบสงัดเฉพาะหนา
ปต สิ ุขลาํ้ ลกึ อยูในวหิ ารอุปจารสมาธอิ ันเปน เสมือนรางวัลขน้ั กลางแกผ ูดาํ รงสติ ปลีกตวั ออกจากกามอนั หยาบ พงึ ใจเสพแตอ ารมณอ ัน
ประณตี เชน น้ี
มตปิ ระคองจติ ใหนง่ิ ไวเ หมือนผรู กั ษาความเรียบของแผนนาํ้ ดวยการปองลมมิใหกลํา้ กรายเขา กอ คลน่ื สุดยอดแหงรสอิสระ
ชนิดนัน้ นา ใคร นา เขาถึงจนแมนางนวลทีแ่ ผป กน่ิงอยู ณ อากาศสงู เหนือทะเลกวางยงั อาจอิจฉา
เปนเชา วนั ที่เจด็ ติดตอ กันทีม่ ตติ น่ื ขึ้นรบั อรณุ ดว ยอปุ จารสมาธอิ นั เบิกบาน ตลอดชว งระยะเวลาทผี่ า นมานี้ เขาไมค ะนงึ คดิ เขา
หาส่งิ อนื่ ใดเลยนอกเหนือไปจากการปฏบิ ตั ภิ าวนาท่ใี หรสอิม่ เอม ปราศจากขอ ขัดแยง ไมตองอาศยั ใครอ่นื ชว ยใหเ กดิ ความสมหวัง มตี วั
ของตวั เองเทา นัน้ เปน ผกู อ ผูสาน และผเู ขาถึง
รสปติในวิเวกจืดตวั เมื่อกระแสดึงดดู ของจิตคลายลง น่ันเปน ความหมายวา พลงั พิเศษทตี่ รงึ จิตไวเ สือ่ มสภาพตามธรรมดาของ
สงิ่ ปรงุ แตง มตติ ดั ความอาลัยไยดีทิ้ง ประคองไวเ ฉพาะความเห็นสณั ฐานกายตลอดรอบ พจิ ารณาเห็นความดบั ไปแลว ผา นไปแลว ของพลงั
รสู วา งไสว แลว คอยลมื ตาขึน้ อยางเต็มสติ มีความนงิ่ มัน่ หนกั แนนเปน ลกั ษณะ มคี วามบางเบาปลอดโปรงโลงอกเปนรส
สิง่ ทยี่ ังคงดาํ รงอยคู อื สภาพจิตอนั ทรงสติรูในขั้นขณิกสมาธิ เห็นกายออกมาจากภายในเหมอื นกบั ทเี่ คยเหน็ มีลําตวั ต้งั ตรง มี
แขนขาแยกออกเปน ส่รี ะยาง มหี วั ตั้งอยูสว นบนสดุ เปน ประธาน สิง่ ทีแ่ ตกตางคือความคมชัดและตอ เน่ือง ทง้ั น้ีกเ็ พราะกระแสรูรวมน่ิงท่ี
จุดเดียวตรงกลาง ๆ แหงสาํ นกึ ไมซ ดั สายเรรวนตามระลอกคล่นื ความคดิ ฟงุ ซานเหมือนอยา งสภาพจิตปกติ
ความรใู นขณะแหง ขณกิ สมาธิยงั คงเปน ความรทู ีช่ ัดกริบ ตา งจากอปุ จารสมาธคิ ือไมมีปต ิสขุ ลน หลาม และไมม ีความน่ิงรวม
เปนศูนยใ หญเ ทา คนท่วั ไปทที่ าํ งานหนกั เพง จดจอกบั งานอยา งตอเน่ืองเปน เวลานาน ๆ จนกระแสจติ รวมน่งิ ตางไดประจกั ษภาวะชนดิ น้ี
กนั มาแลวทัง้ น้ัน เสียแตว าความคดิ หยาบยงั ลองลอยวกวนปราศจากทิศทาง ตา งจากผูบาํ เพ็ญภาวนาทีต่ งั้ ใจกาํ หนดจบั รูแมค วามคิดที่ผดุ
แผว ขึ้นในหวั
เมื่อจิตอยูในสภาพพรอมรชู ัด ทกุ อยางที่ถกู จับลวนกลายเปน นิมติ ไดหมด ดอู อกวา เปนอ่ืนจากจติ ไปหมด
นิมิตคอื เครอ่ื งหมายของสงิ่ ตา ง ๆ ท่เี หน็ ชัดไดดวยจิต จะเปนเคา เงารูปทรงหรอื กลมุ กอ นแบบใด ๆ กต็ าม อยางเชน นิมติ แหง รูป
กายซง่ึ ใจแตล ะคนครองอยนู น้ั ปรากฏเปน นิมติ ทีแ่ ตกตา งกันตามสภาพจิต จติ ใครมสี ภาพรวมศนู ยเ ขารมู ากหนอ ยก็ปรากฏเปน หวั ตัว
แขนขาครบถวนเหมอื นขงั น้ํานง่ิ ไวเ ต็มตลอดตวั แตถ า สภาพจิตใครไมมีสภาพรวมศนู ย ความคดิ จรผดุ ขึน้ กอกวนใหเกดิ ความซัดสายอยู
๔๐๒
ตลอดเวลา เมอ่ื ‘รตู ัว’ ก็รไู ดน ิดเดียว อาจเปน ชว งหวั ถึงไหล หรอื อาจเปน ชวงหลงั สว นใดสว นหน่งึ เทานั้น และรไู ดเพยี งประเดยี๋ วประดาว
ไมตอเนื่องยืดยาวอยา งขณะเปน สมาธิ
คนเดียวกันก็เห็นนมิ ิตกายตนเองแตกตางกันไดเพราะสภาพจิตน่ีเอง ทต่ี รงน้ันมติกาํ หนดวา กายเหมือนเดมิ แต ‘สัญญา’ ตา งไป
ในสภาพจิตอันรวมศนู ย ตงั้ มน่ั รอู ยางเปน กลาง แมความคดิ ผุดข้ึนในกะโหลกกถ็ กู จับไดไลท นั ปรากฏเปน ‘ธรรม’ อยางหนงึ่
กระทบใจ เม่ือกระทบกเ็ กิดความไหวรู จาํ ไดว า ‘คิด’ ถงึ บคุ คล สถานที่ หรือเหตกุ ารณอ ันใด ความจาํ ไดห มายรวู า คิดถงึ อะไรนนั้ กค็ อื
‘สญั ญา’ อกี แบบหนึง่ นัน่ เอง
เม่ือนิง่ รูวา ความจํา หรอื ความหมายรใู ด ๆ เกิดข้นึ แลวหายไปเปนธรรมดา จิตก็เลิก ‘ปรงุ ตอ ’ เปนชอบ เปน ชัง เปน รัก เปน
เกลยี ด คงไวแ ตล ักษณะของจติ อนั เปน อิสระจากความปรุงแตง คดิ เหน็ อยา งไร ๆ ตอนามธรรมละเอยี ดที่ผุดขนึ้ กระทบจิต
อยา งนีเ้ อง เปน ไปตามทาํ นองอุบายของพระพุทธองค ท่ีทรงใหทาํ ไวใ นใจโดยแยบคาย คอื เปรยี บสัญญาเปน พยับแดด เม่อื ผุด
ความหมายรขู ึ้น กก็ าํ หนดทราบวา มจี รงิ แตเ มอ่ื ความหมายรูนั้นดับไป กก็ ําหนดทราบวา หายจรงิ สักแตรูว าเกดิ แลว ดบั โดยไมยึดม่นั ถอื มั่น
ดว ยกระบวนการ ‘คิดตอ’
พอตามรสู ญั ญา เห็นเปนอื่น เปน ของแปลกปลอม เปนคนละตัวคนละอนั ไปเรื่อย ๆ ก็เหลือแตธรรมชาตคิ อื จําไดแ ลว ลมื เลือน
เห็นความจาํ ปรากฏในฐานะอะไรทเ่ี กิดแลว ดบั อยางไรแ กนสาร
ณ จุดนัน้ อปุ าทานในอัตตาเคล่อื นยายจากกระแสความคดิ มาอยูท ก่ี ระแสความรู ท่เี ฝารคู วามเกดิ ดบั อยู ดวยจิตท่ีชาํ นาญทาง จึง
สามารถสังเกตความยดึ ติดใหมอนั ละเอยี ดออ นสขุ มุ ยิ่ง และเม่ือยงั มอี ุปาทานในตวั ตนแฝงอยใู นทใี่ ด ๆ แมล ะเอยี ดเล็กนอ ยขนาดไหน ท่ี
นัน้ กย็ งั ไมมกี ารผละ ยงั ไมมกี ารละวางที่เดด็ ขาด
แตก็ใกลเขา ไปแลว
เมือ่ คลายจากลักษณะรลู ะเอยี ดทแี่ ยกนามออกจากนามได มตกิ ็กลบั มายึดกายไวเปน ฐานรอู ยา งเหนยี วแนน ความคิดจรเขา มากร็ ู
วา เกดิ ขึน้ ในกายนเ่ี อง ไมป ลอ ยใหคลาดเคล่ือนแมแตว ินาทีเดียว ความรูส ึกยามน้ันเหมอื นเขามาอาศัยอยูใ นรูปหนุ กระบอกที่วางเปลาจาก
ตัวตน จดื ชืดไรร สชาติ แมความสวางรูก ็ถกู เหน็ เปน ธรรมชาตอิ ันวางเชนกนั
ขณะแหง ความอดุ มสติ เกิดความคมชดั ทุกสัมผสั ภาพท่เี หน็ คมชัดเต็มคลองตา ครอบคลมุ รูปทรงสสี ันใกลไ กลกวางขวาง เสียง
ทีไ่ ดยินกระทบแกว หชู ดั เปรยี ะทุกอณคู ล่นื จากทุกทิศทุกทาง แทบบอกมิตลิ ํ้าเหลอื่ มของตาํ แหนงกําเนิดตา ง ๆ ไดค รบ
เมอ่ื ทกุ ผสั สะทงั้ นอกกายและในกายถูกจบั รลู ะเอยี ดพรงั่ พรอ มตามจริงเชน นัน้ มโนภาพแหง ตัวตนก็สาบสูญไป เหลือไวแตการ
เหน็ เตม็ สองตา การไดย นิ เตม็ สองหู การแตะตองเต็มกาย กับการผุดความคดิ เปน ระลอกในโพรงวา งของกะโหลกชัดใจ มีตวั ผรู ูสถิตดูอยาง
เตม็ ต่นื ในทามกลางความเคลอ่ื นไหวไหลเลอ่ื นเหลา น้ัน สนิทนิง่ อยูเ พยี งเดยี ว
กําหนดรูละเอียดลงไปในสิง่ แวดลอ มยามยาํ่ รงุ ภาพหองนอนของเขากอ ใหเกิดความรสู ึก 'เคยคุน' ขึ้นในใจ เสยี งวหิ คนกกา
นอกหอ งกอใหเ กดิ ความรูส ึก 'วิเวกลึกซ้ึง' ฟกู นอนนมิ่ พอดที รี่ องรบั กายน่งั กอใหเ กิดความรูสึก 'ออ นหยุน สบายตัว' ทกุ ผสั สะรวมกัน
กอ ใหเ กดิ ความ ‘รสู กึ ’ ถงึ ความเปนนายมติในรางของเดก็ หนมุ อายุสิบเกา อยา งชัดเจน ไมคลาดเคล่อื นเปนอ่นื
๔๐๓
รอู าการปวดปส สาวะทชี่ ว งทองนอ ย อนั เกดิ ข้นึ เปน ปกตใิ นยามเชา เปน ผสั สะแปลกปลอมอันสงความแรงเพิ่มขนึ้ จากแตแรกท่ี
แผวออ น จิตตระหนักวา มนั มีความเขม ขนชนะพลงั รูของตน ความเขมขน ของผสั สะอนั เปน ทกุ ขน้ันเองเรียกกระแสอตั ตาดัง้ เดมิ กลับมา
และเหน็ รูปกายทม่ี ีใจครองนั้นเปน เขา มนุษยช่อื มติ
ความทกุ ขทางกายจากการปวดปสสาวะบันดาลความกระสบั กระสายทางใจ เรงใหคดิ เดนิ เขาหอ งนํา้ เพ่อื ปลดปลอ ยระบายออก
วบู นนั้ มติเหน็ เปน ความนาสงั เวชยิ่งชนดิ หนึ่งของอตั ภาพมนุษย
เดนิ เขา หองน้ําลางหนาลางตา สตเิ ลือน ๆ ไปตามกระแสปรุงแตง อันเคยคุน แตโ ยคาวจรหนมุ ก็ยงั คงสาํ เหนยี กไดถงึ แรงลากจูง
จากภายใน โนม นาํ ใหก ลบั ดงิ่ สกู ารพจิ ารณาธรรม แรงชนิดนี้เองแสดงความแนวแนท ่ีจะตัดตรงสมู รรคผล เพราะปลงใจวางความกังวล
ภายนอกแลว มงุ หวงั ความสงบ ความบรรลุแจงภายในแนว แนแ ลว
ลักษณะหน่งึ ของผเู ขาทางตรง ดไู ดจากพฤติกรรมภายใน น่ันคือสติจะถูกดึงกลับเขา ท่อี ยูต ลอดเวลา หายไปไดก็กลบั มาใหมได
ใฝใจอยแู ตก ารทาํ ความรู ทาํ การพิจารณาธรรมใหเ กดิ ขนึ้ ไมเลิกรา หากปราศจากพฤติกรรมภายในดังกลา วนีแ้ ลว กจ็ ัดวายังไมเ ขา ทางตรง
แท ถงึ แมเ คยอาน เคยฟง เคยพดู หรอื กระทั่งหยัง่ รมู าเทา ไหร ๆ ก็ใหถ อื เปนแค ‘มีเชื้อ’ ของผูปฏบิ ตั เิ พอื่ ความพน ทุกข พนภยั สงั สารวัฏราย
เทา นนั้
ชีวิตประจําวนั ท้งั หมดของมติถูกรวมเขามากลั่นเปน ธรรมใหพจิ ารณา แมข ณะนั่งทานขาวเชาคนเดียวเดี๋ยวน้ี ก็พยายามตามรู
อาหารและนาํ้ ที่เขาปากแตละคร้งั พบวาสตขิ องตนขาดหายไปกับรสอาหารเสมอ แมเอาจติ ไปเกาะกบั ทางเขาคอื ปาก และปลายทางคอื ชว ง
ทอ งทีห่ นวงหนกั ขึ้นเรื่อย ๆ วางความตดิ ใจรสอาหารไดชั่วครู ก็ไมคงเสนคงวาเหมอื นอยางพระท่ที านฉนั สาํ รวมในบาตร
เปนตวั อยา งใหเ หน็ วา จติ รูยังไมแ กกลา เอาชนะผัสสะไมไ ด
พอเห็นตัวเองไมเ อาไหน กร็ ูสกึ วายงั หางจากนิพพาน ทอ ใจขึน้ มา
น่ีเปนเรอื่ งธรรมดา เมอื่ ตวั รไู มรวมศนู ย ตามรูก วา งขวางไมได กถ็ กู ความคิดซัดสายฟุง ซา นเอาไปกนิ ยิง่ พอตรกึ นึกหวงั เหน็
ธรรม เห็นอารมณใหชัดทงั้ ทยี่ งั ไมพรอม กําลังจติ ยงั ไมเ หลอื เฟอ กเ็ กิดความทอแทก ระหน่ําซ้าํ มตคิ ดิ ขึ้นมาวูบหนง่ึ วาน่เี ขาจะตอ งทน
ปฏิบัติ ทนรักษาความรูตวั อีกนานแคไหนจงึ จะไดถ งึ ฝงวิมตุ ติ
เหน็ ชัดวา ความหา งจากนิพพานไมใ ชว ัดเปนระยะกิโลเมตร แตวดั ดวยนาํ้ หนักสติ
อรรถก็รูแลว ธรรมกร็ แู ลว ปฏิบตั กิ ต็ รงทางแลว บางครัง้ เหน็ เหมือนใกลฝงแคเออ้ื ม แตพอจติ หลงเลอ่ื นลอ งลอยไมร วมศนู ย
เทานนั้ ความรูทุกอยางกเ็ หมอื นมลายหายหน กําลงั ใจหดเหี่ยว กระทงั่ ยังใหเกดิ ความนอยเน้ือตา่ํ ใจในวาสนา น่ถี าหากเขาเกิดทนั พระพทุ ธ
องค คงทรงพระกรุณาใชญาณรูนสิ ยั เวไนยสตั ว โปรดเขาดว ยเทศนาธรรมอนั ลดั สัน้ เหมาะกับจริต เพือ่ ใหจิตตัดตรงเขา สคู วามเปน มรรค
เปนผล ไมตองทนลาํ บากปฏิบตั ยิ ากนานอยางน้ี
พยายามจับพนิ ิจมาท่ตี วั ความทอทีป่ วยการเปลา และเปนธรรมดาเมอื่ พนิ ิจรสู ิ่งใดก็เห็นอนจิ จังของส่ิงน้ัน เหมือนมองเมฆเฉย ๆ
สกั พักก็ยอมเห็นเมฆเคลอื่ นหรือเปล่ยี นรูปไป มตเิ หน็ ตวั ความทอ สลายหายหนไป ณ ตําแหนงทม่ี นั เกดิ ขนึ้ หอ หมุ ใจนนั่ เอง
เสมือนไดท ําแบบฝกหัด คราวหนาถาทออีกกจ็ ะพจิ ารณาความทอ อยา งน้ีอกี ไมปลอยใหใ จไหลไปตามกระแสความทอ เน่นิ
นานจนกูไ มก ลับ ตัวอยากไดอ ยากดีในระหวา งการปฏบิ ตั ิน้ีเอง ทแ่ี ทเ ปน ดา นขวางการปฏิบัติมิใหกาวหนา แทนท่ีจะเขยบิ ใกลนิพพานเขา
ไปกลบั ย่งิ ดงึ ตัวเองหางออกมาแทน
๔๐๔
ความจริงเขาปฏบิ ัตมิ าจนรูว าระ รรู อบของการจรไปจรมาของสติเห็นธรรม ทราบดีแกใจวาตองอดั พลังรูใหมเ ปนระยะ ๆ ดว ย
การเขา สมาธิ จะหวงั ใหเกดิ ความทรงรูคงที่อยา งพระอรหนั ตท านนั้น มิใชวิสยั
ความสงบใจอยูใ นดลุ พรอมรูเปนส่งิ สําคญั และปจจยั ท่ตี กแตง ปจ จัยท่ตี ัง้ ใหจิตทรงนงิ่ บรรเทาความคิดใหอ อนสงบลงกม็ อี ยู
หลายอยาง ไมใ ชแ คอารมณสมาธอิ ยางเดียว ความสงบอาจเกิดขึน้ จากการอานหนงั สือธรรมะท่มี ีขอ ความกลอมเกลาใหเยอื กเย็น อาจ
เกิดขน้ึ จากการหลกี เลย่ี งไมเ อาตาไปดู ไมเอาหูไปฟงเครื่องกวนกิเลส รวมทั้งอาจเกดิ ขึ้นจากการประมาณในอาหาร ไมบ ริโภคเปร้ยี วหวาน
มนั เค็มลอล้ิน และไมย ดั ทะนานจนอมิ่ แปรแ พน ํ้าหนักอาหารในทอ ง
มติตดั ใจทานของคาวนอ ยกวา ท่ีเคย อกี ทัง้ งดของหวาน ด่มื นํา้ เปลามากหนอ ยเพื่อหลอกกิเลสวาหนักทองแลว เพียงพอแกค วาม
ตองการแลว
กลบั มาที่หอ ง พจิ ารณาวา กาํ ลงั อิ่ม กจิ ทีส่ มควรทําคอื เดินชว ยยอยอาหาร และการเดินยอ ยอาหารทพี่ ระอริยบุคคลยา่ํ เทา นาํ ไว ก็
ไมใ ชสักแตกาวเรื่อยเฉื่อย ปลอ ยใจทอดหยุ ใหเ วลาลว งสูญไปโดยเปลา แตล ะกาว แตล ะจงั หวะตองมีสติกํากบั เพื่อเลือ่ นความรจู ากหยาบ
ไปสูละเอยี ด
มตกิ าํ หนดเสน ทางเดินอันแคบจํากัด เมือ่ กา วแบบส้ันก็วัดเปน เสนตรงไดป ระมาณสิบกาว เอามือไพลหลัง ยืนตรงปลอย
น้ําหนักตัวทัง้ หมดลงมาทฝี่ าเทา ทั้งสองอยางไดด ลุ เพอ่ื ใหผ ัสสะอนั แนบสนทิ ระหวางฝาเทา กบั พ้นื เรยี บปรากฏตอ ความรบั รูแจมชดั
กําหนดใจไวเหมือนจะหยอนอารมณด ว ยการเดินเลน สบาย ๆ ตางกบั เดนิ เลน นดิ เดียวทใ่ี จจอรอู ยูแ ตฝาเทา ที่เตะไปขา งหนา
แลว คอ ยวางเหยยี บลงสนิทกบั พื้นอยา งนุมนวล เทา ท่ไี มเ กรง็ นัน้ เองพาใหใ จนุมนวลและรบั ผัสสะไดไว โยคาวจรหนุม เร่มิ ยา งเทาไมช าไม
เรว็ เหมอื นเดนิ ทอดนอ งหลงั ทานขาวธรรมดา จังหวะท่ีสมาํ่ เสมอคงท่นี ้นั เองพาใหใ จจบั จังหวะถูกและมีความคงเสนคงวาไปดว ย
จากตน ทางถึงปลายทาง มติลงกาวสุดทา ยดวยเทา ขวา แลว ลากเทา ซา ยตามมาประกบเสมอกนั เพ่ือต้ังหลกั รเู ต็มฝาเทา อีกคร้งั
แลว หมุนตัวแบบขวาหนั รูเฉพาะเทา ทีพ่ าหมนุ พักเทา เสมอกนั กอนจะหมุนแบบขวาหันอกี ครง้ั เปน อันกลับหลังสมบรู ณโ ดยประคอง
ความรเู ทาไมคลาดเชน เดิม จากนัน้ หยุดต้งั หลักรูท ส่ี องเทาใหม กอนกําหนดใจสบาย เรม่ิ ออกเดนิ โดยไมลืมความชดั ท่ีฝาเทา อนั เดิม
ตอ เนื่องจากผัสสะระหวา งหยุดต้ังหลัก
ตั้งคอ มองตรงไปขา งหนา ไมก มลงดูเทา เพราะทราบดีวาถา เหน็ เทา แมดว ยหางตา ภาพเทาจะแยง อาการรจู ากใจไปบางสวน
อีกอยา งการกม ลงจะทําใหเม่ือยคอในระยะยาว
การเดนิ จงกรมนั้น อปุ สรรคทเ่ี ปนมากคอื ถูกสายตาดงึ ความสนใจไปดูภาพขางหนาแทน การกาํ หนดทางเดินไวเปน เสน ตรง
ตายตัวจึงนบั วา มีความสําคัญมาก เพราะเมอื่ ไมต อ งพะวงวา จะเดนิ ไปชนส่ิงกีดขวางหรอื ไม ใจก็ปก ลงไปกาํ กบั การยา งเหยยี บซายขวาได
อยา งเต็มที่
กระทง่ั สามรอบผานไป เมอื่ จิตจออยกู บั จังหวะเทา กระทบตอเนื่อง แตล ะคร้ังทเ่ี หยยี บแนบพ้ืน จะปรากฏเปน รูปรอยเทาใสตอ
ใจอยา งตอ เน่อื ง อันสะทอนถึงจติ เองท่ีกาํ ลังใสเบา กร็ ตู ัววา นั่นเปน การได ‘สมถะ’ หรือธรรมอันเปนเครอื่ งสงบระงบั ทําใหเครอื่ ง
ขวางทางภาวนาคอื ความอยากในกาม ความพยาบาท ความหดหูง วงงนุ ความฟงุ ซาน และความลงั เลสงสัยในการดําเนนิ จิต ตา งหายหนลับ
ลว งหมดสิ้น พรอมท่จี ะตอยอดใหจาํ เรญิ ขึ้นเปน 'วปิ สสนา' แลว
มติพิจารณาวาจิตท่ีนง่ิ อยา งมีคณุ ภาพนน้ั เองเปลย่ี นความรบั รูเกีย่ วกับเทา รปู เทา ชัดข้ึน กับทงั้ เหน็ ทวั่ ข้นึ มาท้ังขา ตอมาก็รูตลอด
พรอ มครอบคลุมถงึ กะโหลกอนั เปนสว นยอด เปน การรูเองโดยมไิ ดกาํ หนดถอนจากสติรเู ทากระทบอนั เปน หลกั แตอยางใด และน่ันเองคอื
๔๐๕
การเปลี่ยนของสญั ญา เทา เหมือนเดิม แตความรตู ัวพัฒนาข้ึน สญั ญาเกย่ี วกบั เทาก็แปรตาม นบั เปนการเห็นความไมเที่ยงของสญั ญาอยาง
หนึง่
เขาตามรเู ทากระทบไปตามปกติ แตจ ิตก็พิจารณาในขณะรูก ระทบแตละคร้ังนน้ั เอง คือสกั แตเปน ความหมายรวู าเทา สตอิ ยา ง
หนงึ่ เทา กป็ รากฏอยางหนง่ึ สติอกี อยา งหนง่ึ เทาก็ปรากฏอีกอยางหนึง่
กระท่งั จติ ลว งเขา สคู วามรธู รรมชาตแิ หงสัญญาลวน ๆ เมือ่ ‘ธรรม’ อยา งหนึ่งผดุ ขึ้นกระทบใจ เหมือนพวยนํา้ ท่ผี ดุ ขน้ึ กลาง
ความวา งเปลา แลว เกิดการแปลความหมายขน้ึ สูสํานึกวาเปนมโนภาพสวยหวานของแพตรี กระแสสตขิ าดหาย กลายมารวมวูบเขากับมโน
ภาพนัน้ กอกระแสรูสกึ พิศวาสระคนเจ็บยอกชอกชํ้า
สติยงั เฉยี บคม จงึ ทราบชดั วา อาการจาํ ไดห มายรูเ กิดขึ้นกอน อาการยอกในอกตามมาทหี ลงั เรยี กวาสญั ญาเกิดข้ึนแลว ไมถ กู รวู า
เปน เพียงสงิ่ เกดิ แลว ดบั เหมอื นพยับแดด แตส ัญญาเกิดแลวมี ‘สังขาร’ มาปรุงแตงจติ เปน ‘คิดตอ’ แลวเกิดทุกขขนึ้ มา
กอ นที่จิตจะจมตวั ลงกับมโนภาพมากกวาท่เี ปน ความรูสึกในกายที่เคลอ่ื นไหวกถ็ ูกดึงกลบั คนื มา เห็นสัณฐานกะโหลก ลม
หายใจเขา อาการพะเยิบพะยาบของชวงซ่ีโครง และการยางเทากาวเดนิ จิตไดนมิ ิตใหญกลบเกล่ือนนมิ ติ พิศวาสดว ยเวลาอันรวดเร็ว เหน็
ภาพแพตรีเปนเพียงระลอกคล่ืนชนดิ หนง่ึ ที่จติ กระเพือ่ มตัวขน้ึ และถกู จบั รูออกมาจากภายในของจิตเอง
ผุดความคิดอีกระลอกหนง่ึ เห็นเหมอื นเกลยี วนาํ้ วนพรา งพรายในโพรงกะโหลก เหมือนไดย ินเสยี งคนอ่นื เสยี งคลน่ื ลมอนั
ปราศจากหนา ตาพูดขน้ึ ในหอ งวา ง
‘อยคู นเดียวดีแลว ’
เม่ือเกดิ คําพดู กับตนเองเชน น้นั สง่ิ ทต่ี ามมาคอื ความรสู กึ ยินดปี รีดากบั ความสันโดษแหงตน สติก็รูตอ อยา งละเอยี ดวา เกอื บ
เผลอยึดมั่นไปกบั ความยนิ ดปี รดี านน้ั เกือบเสยี ความเปน กลางในอาการรู
ตัวรูกระจางไสวขึน้ ทกุ ขณะ สอ งสวา งเอกาอยตู รงกลางการสัญจรเขามาแลวจากไปของความคิดระลอกแลวระลอกเลา ไมเ ปด
ชองใหค วามคดิ ใดเขา คลุกเคลา กับตวั รเู ลย รใู นทนั ทที ค่ี วามคดิ เกิดข้ึนวานนั่ ไมใ ชตน ความคดิ เปน เพยี งอาการกระเพอื่ มของจิตเทานนั้
เห็นกระท่ังแยกไดว า อาการใดคอื สุขทกุ ข อาการใดคอื สญั ญาอยางเดียว อาการใดคอื ผุดสัญญาแลวมีการรับชวงเปนกระบวนการคิดอา น
ปรงุ แตงตอ
จอจติ กับอารมณใ หญน านพอจะรวมดวง ก็เหมือนไฟอนตั ตาลกุ ทวมกายอันปรากฏเปน เพียงธาตแุ ข็งทรงรูป ดสู วางโพลนเตม็
ตัว ฉายชัดอยูกบั จติ ท่ตี งั้ หลกั รจู ากกลางอก เห็นกระดูกฉาบเนอ้ื ท่ีสกั แตเคลอ่ื นไหวไป สว นใจก็ปรากฏเปนเพยี งแสงรูก ับรสอเุ บกขาแหง
ตนเอง จดั เปน ฌานอนั เกดิ แตว ปิ สสนา เรยี กวา ‘ลกั ขณูปนชิ ฌาน’
อุปาทานในระดับละเอียดเกิดขนึ้ อีก คอื เหน็ ผรู เู ปน ตวั ตน เปนผูเฝา ดอู ยตู รงกลาง เพลินอยกู บั ความเปนเชนนน้ั เน่นิ นาน ไมม ี
ความพยายามแกะออก เพราะไมมตี วั เทา ทันวานนั่ คือเยือ่ ใยอนั ละเอยี ดของอปุ าทานในอตั ตา
กระทัง่ เกิดความเหนื่อยลาหลงั จากเดินจงกรมไดน านนับช่วั โมง มติจึงคิดผอ นพกั ลงเอนหลงั กับท่นี อนครูห น่งึ วางตัวราบจน
รูส ึกวา กลา มเน้อื หยอ นจากหนักเปนเบา คลายความเมอ่ื ยลง จงึ ดึงตวั ข้นึ นง่ั กอนทา เอนพักจะสะกดใหเ ผลอผล็อยหลับลง
๔๐๖
ความงว งคบื คลานเขาหอ หมุ จติ ใจ กายเหมอื นสง สญั ญาณเรียกรอ งใหเอนกลับลงไปใหม คลา ยคนตะโกนวา สักงีบนา ! สกั งบี
นา ! มติวางเฉยกับเสียงกิเลส ใสใจกับเสียงสตแิ ทน เขาจอ จิตดคู วามงวงท่ีปรากฏเหมือนแรงดนั กดจิตใหหมดกาํ ลังวังชา ดูไปเรอื่ ย ๆ โดย
ปราศจากการพยายามตอตา นหรือตอ นรบั มันกินเวลายาวนานเหมือนเดนิ ฝาหมอกทบึ นาอึดอัดเปน ทางไกล
แตแ ลวในทสี่ ุดความงวงกป็ รากฏกับจิตเปน แรงดนั ทีล่ ดตัวลง คลายความกดลง จติ เหมือนเปดวา งออกช่วั ขณะเพราะถกู
ปลดปลอ ยออก มตกิ ําหนดดคู วามคลายงวงนั้นครูหนึง่ ก็เห็นแรงกดหนวง ๆ วกกลบั มาอีก กลายเปน ความงวงทเี่ รียกรอ งใหเ อนหลงั อีก
ทวาคราวน้นี อ ยกวา หนแรกอยางเห็นไดช ดั
ตามดคู วามกดเขา และคลายออกอยูหลายรอบ แรงกดของความงวงนอ ยลงทกุ ที ขณะทอ่ี าการคลายเหมือนทวีขน้ึ เปน ลาํ ดบั
กระทงั่ ในท่ีสดุ มแี ตความคลาย ตนื่ รแู จมใสเตม็ ดวงเหมือนเพิง่ ต่นื นอน
พิจารณาความงว งกอ นเวลาอันควรเชนนี้ นอกจากจะเปน การสงั่ สมความรเู หน็ อนจิ จงั ทุกขัง อนตั ตาแลว ยงั ไดก าํ ลงั จิตเพิ่มข้นึ
เพือ่ ใชสูกบั กิเลสชนิดตา ง ๆ มากยง่ิ ๆ ขึ้น
คิดหาอะไรทาํ คน่ั จงั หวะกอนอัดพลังรูดว ยสมาธิรอบใหม มานั่งสํารวจตั้งหนังสอื บนโตะเล็กท่ยี งั ไมไ ดอ าน เลอื กเลม หน่ึงซง่ึ
ยืมมาจากเพ่ือนสนทิ ใกลบาน ขนาดพอดมี ือแบบบาง ครึง่ ปกซีกขวาเปนรปู วาดผาสูงในแบบศลิ ปะของชาวตะวันออก ครึ่งปกซีกซายเปน
ช่อื หนังสือลายหวดั วา ‘นาํ้ ชากนถว ย’ เลยี นอกั ษรจนี โดยมีชือ่ ผเู ขยี นกํากับคอื ‘สมภาร พรมทา’ เปน ฉบบั พมิ พค ร้งั แรกตั้งแตป 2527
มติอานบทบอกกลาวครา ว ๆ เพื่อทราบความเปน มาของผูเ ขียน และความเปนมาของหนงั สอื ซ่ึงเกย่ี วกับนิกายเซน สง่ิ ท่ี
นาสนใจคอื การประกาศวานน่ั เปน หนงั สอื เซนที่เขยี นอานงาย ไมเปน วชิ าการ พอดกี บั ความตอ งการหาเรอื่ งสบาย ๆ มาคัน่ จังหวะปฏบิ ัติ
ของเขา
มตเิ คยอา นเร่ืองราวและคาํ สอนของเซนมาบา ง โดยความรูสึกสว นตวั แลวไมไดเปนลบหรอื เปนบวกชัดเจน ตระหนักเพยี งวา
ถา หลักปฏบิ ตั ิของเซนไดผลจรงิ ผูส อนตองเขาถงึ ธรรมมากอ น และมคี วามหยง่ั รูล กึ ซึง้ ที่จะสะกดิ ศิษยใ หเ หน็ ธรรมตามในจงั หวะเหมาะ
ที่สุด
แตสํานวนของผเู ขยี น ‘นา้ํ ชากนถว ย’ ก็ทาํ ใหบ รรทัดตอ บรรทัดไหลร่นื เหมือนนัง่ คุยกบั ใครสักคนทเ่ี ลา เรื่องเกง และชางถอ มตัว
น่ันทําใหมตอิ ยากรับรูเนอื้ หาของเซนในฐานะผูใฝศกึ ษา แมไ มแ นใ จนกั วา แกนของเซนจะเขา กบั จรติ ตนหรือไม
เมื่อเร่ิมเขาเนื้อหาบทแรก เปน การโปรยความเปน มาเก่ียวกบั เซนทเี่ ริม่ เขา มาในไทย ซึ่งกถ็ กู คดั คานจากกระแสอนรุ กั ษอยูบ าง
เขาสูย คุ ซบเซาบาง กระทง่ั ฟน ฟกู ลบั มาตดิ ตลาดหนังสอื กลายเปน วรรณกรรมแนวหนึง่ ไปในทสี่ ดุ
เขา เนอ้ื หาบทท่ีสองกลาวถงึ สมัยทีผ่ ูเ ขยี นยังเปน เณรนอย และอานหนงั สอื เก่ยี วกับเซน จับความไดไ มชัดนัก กระท่งั ตอมาเรียน
ประวตั ิพุทธศาสนา รูเรือ่ งราวและหลกั ธรรมของลทั ธมิ หายานมากขึน้ จงึ จับสาระของนิกายเซนได เชนเนน การเขา ถงึ ธรรมเปน หลัก และ
ปรับพระวนิ ัยใหส อดคลองกบั ความเปล่ียนแปลงของยคุ สมยั ถอื โอกาสท่ีครัง้ หน่ึงพระพทุ ธองคเคยตรัสไวจ ริง ๆ วา หากพระสงฆสาวก
ปรารถนาจะถอนสิกขาบทวนิ ัยเลก็ ๆ นอ ย ๆ ทขี่ ัดกับกาลสมยั กใ็ หถ อนได
ถึงตรงนมี้ ติเร่ิมมคี วามคดิ โตตอบกับความเปนเซน เห็นวาผูถอื สิทธ์ปิ รับเปลี่ยนพระวินยั นนั้ หากซอ่ื และมคี ณุ ธรรมสงู สงกด็ ี
ไป แตเ ม่อื ไหรผลดั มือมาเปนสทิ ธ์ขิ องคนใจคด เชนนกึ อยากมีลูกเมียกป็ รบั จากอาบตั ปิ าราชกิ เปนโทษเบา หรอื เปลอื้ งจากโทษลงส้นิ
อยางนค้ี วามวอดวายของพุทธศาสนากต็ ้ังตน ขนึ้ ทน่ี นั่ ดงั ปรากฏมาแลว ในประเทศเกาหลี ชาวบา นทป่ี ราศจากความรูลกึ ซึง้ จะไมม ที าง
๔๐๗
แยกแยะไดเลยวา อนั ไหนถูกอนั ไหนผิด ใครยังเปน พระในธรรมวนิ ัยของพระพทุ ธองค หรือเปนเพยี งฆราวาสในคราบผาเหลืองท่สี าํ คัญ
ตนวาเปน พระ
ชวงทา ยบทเปน การกลาวถึงวิธกี ารท่ีพระนกิ ายเซนชอบใช นนั่ คือลงไมล งมือประกอบการตอบคาํ ถาม เพ่อื สะกดิ ใหใครบาง
คนเกดิ ความรแู จง ตวั อยางเชนเมอ่ื พระนิกายเกาสวนกบั พระนิกายเซนขณะเดนิ บนสะพานขามสองฝงแมน า้ํ พระนิกายเกา ทาํ ทถี ามเปน
ปริศนาธรรมวา แมนา้ํ นลี้ กึ เทาไหร สอนัยคือ ‘เซนนั้นลึกซ้งึ แคไ หน?’
พระเซนไดยนิ เชนนัน้ กต็ อบดวยการผลกั พระนิกายเกา ตกลงไปในนาํ้ แลว บอกตามหลังวา อยากรกู ็ลงไปวดั เอาเอง สอ นยั สวน
กลบั คือ ‘ถาตองการทราบเรอื่ งเซนกต็ องลองปฏบิ ตั ิเซนด’ู
นอกจากนน้ั ผูเ ขียนยังสาธติ ตนเองประกอบวาสมยั ยังเดก็ จําช่อื ในหลวงรัชกาลทีส่ ามไมไ ด คณุ ครูจึงหาอบุ ายดว ยการเรยี กไป
คุกเขาหนาชน้ั แลว ใหเ พ่ือนนกั เรียนอกี คนไปขีค่ อ พรอมกบั ส่งั ใหจําไว วา รัชกาลทส่ี ามชื่อพระน่งั เกลาฯ อันเปนผลใหผ ูเ ขยี นไมล ืมอกี เลย
ช่ัวชวี ติ
จบบทดวยขอสรปุ ในใจมตทิ ี่วา ถาสาธิตใหเ ห็นแจงเห็นจริงถกู คนถูกเวลา กจ็ ะเกดิ การเรยี นรู หรอื เกดิ ความจาํ ตดิ ทนถาวรได
จรงิ
เขาเนอื้ หาบทที่สาม
ขนึ้ ตนดว ยคําถามวา เซนคอื อะไร?
เบอื้ งแรกกลา วถึงที่มาของคําวา ‘เซน’ คือ ‘ฌาน’
จากนั้นกลาววา ทยี่ คุ แรกเซนมาจากคําน้เี พราะไมเ นน ศลี กบั ปญญา เนน การทําสมาธิเปนหลกั เทาท่ีมตทิ ราบมา เซนเนน การ
สะกดิ ใหเ กดิ ตวั รหู ลังจากผานการเพง สิง่ ใดสงิ่ หนึง่ จนพรอมพอ จงึ เขาใจเนอ้ื หาสว นน้ีเปน อยา งดี เซนเหมอื นจะลัดทาง ไมน ําพาศลี และ
ปญ ญาในเชิงปฏิบัติแนวเกาเชน สตปิ ฏ ฐานส่ีจริง ๆ มุงเอาตัวรู ตวั บรรลกุ ันลกู เดยี ว
เกดิ คําถามขึ้นมาวา ถาจติ ไมมีศลี และปญญากาํ กบั อะไรจะเปน หลกั ประกันวา ทาํ ๆ ไปแลวไมเขา รกเขา พง?
หนา 32 กลา วอา งถงึ การเขา ถงึ ธรรมอยางฉบั พลันซึ่งบนั ทึกไวจริงในพระคมั ภรี เน้ือความในหนานั้นมอี ยูว า
มีพระสตู รอยูสตู รหนง่ึ ชือ่ พาหิยสูตร เลาเรอ่ื งเอาไวว า มชี ายหนุมคนหนง่ึ ชอ่ื พาหิยะเบ่อื หนา ยชวี ติ หนีออกจากบานไป
ประพฤติพรตเปน นกั บวชแสวงหาสัจธรรม แสวงหาอยูนานก็ไมพ บสงิ่ ทต่ี นเองมุงหวงั จนวนั หน่ึงไดขา ววามีศาสดาพระองคห นง่ึ ชอื่ โคต
มะเปนผูม ปี ญ ญาชท้ี างหลุดพน พาหยิ ะทราบขา วก็รบี เดินทางไปเฝา พระพทุ ธองคด วยความกระวนกระวาย ทางเดินไกลแคไ หน ลาํ บาก
เหนอ่ื ยลาอยางไรกไ็ มคาํ นึงถึง รบี รุดท้ังกลางวนั กลางคืนเพ่อื ไปเฝาพระพุทธองค
จนเชาวันหน่งึ พาหยิ ะกม็ าถงึ เมอื งทพ่ี ระพทุ ธเจาประทับอยู เวลาน้ันพระพทุ ธองคพ รอ มพระสาวกกําลังเสดจ็ เทย่ี วบณิ ฑบาต
อยู พาหิยะก็รีบตรงเขาไปหาพรอมกบั ออนวอนใหพ ระพทุ ธองคแสดงธรรมใหฟ ง
๔๐๘
อา นถึงตรงนจ้ี ติ ของมตบิ งั เกดิ ความตนื่ ตัวสวา งไสว ปต ิยินดดี วยกับวาสนาของทา นพาหิยะ ที่ไดม ีโอกาสเกดิ รวมสมยั กับพระ
พทุ ธองค กับท้ังมีความวริ ยิ ะอตุ สาหะรีบรดุ ไปเขาเฝาโดยไมเห็นแกเ หน็ดเหนอ่ื ย พลอยทาํ ใหม ใี จโสมนัสราวกบั ตนเอาชวี ิตเขา แสวงหา
พระผตู รสั รตู ามทานพาหยิ ะ และประสพความสาํ เรจ็ พบพานพระองคจนได
สิ่งทีเ่ กิดขึ้นในใจของมตลิ าํ ดบั น้ันคอื ความปรารถนารูธ รรมจากพระพทุ ธองคอ ยางแรงกลาเทียบเทา กบั ทา นพาหยิ ะ ดใี จและ
สําคัญวา ตนอยูต อ เบื้องพระพักตรจรงิ ๆ รอสิง่ ที่พระองคจ ะตรสั อยูจ รงิ ๆ จึงอานขอ ความถดั มาดว ยใจเพงแนว เปน หนงึ่
พระพทุ ธองคร ับสัง่ วาเวลาน้ีเปนเวลาบิณฑบาต ไมใชเวลาแสดงธรรม หากพาหิยะตอ งการฟงธรรมใหไปทอี่ าราม เม่ือถงึ เวลา
แลวจะไดฟงเอง
พาหิยะกราบทูลวา ชีวิตคนเราเปน ส่ิงไมแ นนอน จะตายเมอ่ื ไหรก็ไมอาจพยากรณไ ด เวลานี้เขามีโอกาสไดเฝา แทบพระบาทของ
พระพทุ ธองค นับเปนโชคอยา งยง่ิ ขอพระองคร บี แสดงธรรมแกเ ขาเถดิ
พระพทุ ธองคเ ห็นพาหิยะแสดงเหตผุ ลเชนน้ันจงึ รบั ส่ังสนั้ ๆ เปน เทศนาธรรมวา “พาหิยะ ถา อยา งน้ันเธอจงปฏบิ ตั ิตอ ส่ิงรอบ
กายเพยี งสกั แตว า มนั เปนอยา งน้นั เม่ือเธอไดยนิ เสยี ง กจ็ งสกั แตว าไดย นิ ไดเ ห็นก็สกั แตว า เห็น อยายึดมนั่ วา มันเปน ตวั ตน”
ดุจพระพทุ ธองคทรงตรสั เอง ไดย นิ จริง จติ ขา มพนจากการอาน เขา สภู าวะอันเปน กลาง หยั่งรูสภาพธรรมอนั เปนปจจบุ ันท่ี
ปรากฏในชัว่ ขณะน้ัน
เกิดปรากฏการณใ นระดับความเขา ใจ จินตนาการถึงการไดย ินวา เปน สง่ิ กระทบหูแลว เกิดความรเู สยี งข้ึนในใจ ไมใ ชตวั ตน ตัว
คดิ ท่ีตามมากไ็ มใ ชตวั ตนไปดวย ความรสู ึกในตวั ตนเชน ในบดั นี้ เดย๋ี วนี้ จงึ เปนแคข องหลอกช่วั ขณะหน่งึ ๆ ท่ยี ังมีลมหายใจ
พ้ืนยืนของตวั ตนคอื ตาหูก็ถกู ทําลายทง้ิ พน้ื ยืนของตัวตนคือความคิดอา นกถ็ กู ทาํ ลายทง้ิ ทุกอยางดโู ลงวา งไป เหลือแต
สภาวธรรมเหน็ สภาวธรรม
ถดั จากนัน้ จงึ เกดิ ปรากฏการณใ นระดับของสภาวจติ ซ่ึงอบรมไวแ กรอบ อุปาทานแมท่แี ฝงอยูใ นตวั รูอนั ละเอียดกถ็ ูกทาํ ลายลง
เพราะสภาพรขู ณะนั้นกป็ รากฏตอตนเองเปน เพยี งสภาวธรรมหนงึ่ เมอื่ เหลือแตสภาวธรรม กห็ มดความเปน ตัวตน ที่ยืนของอุปาทานใน
อัตตาวางหายไปท้งั หมด เขา ถึงภาวะปฏบิ ตั ติ อ สิ่งรอบกายเพยี งสักแตวา มันเปน อยางนนั้ วา งเปลา ไรแ กนสารและการผลิตภาษาคิดอาน
อยา งส้ินเชงิ
จติ แนวเปน ภาวะรคู วามวา งถึงท่ีสดุ ตจี าก ตดั ความเหน็ อะไร ๆ ท้ังหมดเปนตัวเปน ตน ดิ่งไปในความเช่อื มนั่ วา สง่ิ ท่พี ระพุทธ
องคต รสั ตองถูกตอ งจรงิ แทแ นแลว
วูบลงพักตัวนิง่ กลางอก และคลา ยเกดิ นํ้าวนท่ีน่ัน ดับจากสํานกึ ลงช่วั ขณะ
แลวปรากฏการณอันเปนที่สดุ ในชีวติ ครัง้ แรกก็อุบตั ขิ ึ้น ธาตรุ สู วา งไรประมาณผดุ โพลง พลุง โพลง พนอายตนะหยาบ ทกุ สิง่
หายหนไปหมดแมกําลงั ลมื ตา ไมเ หลอื อะไรเปนทกี่ าํ หนดหมาย ไมม ีอะไรเปนเคร่อื งบอกวาสง่ิ น้ีคอื ภาวะหรือไรภ าวะ มีแตความรูอัน
บรสิ ทุ ธ์ปิ ราศจากขอ เปรยี บเทยี บวานาพึงพอใจปานใด
คา งนิ่งในความวางอยางอุกฤษฏชว่ั ครู กอ นสาํ นกึ ถูกดงึ กลบั มาอยูในกายอันเหน็ ไดยนิ และสัมผสั ตามเดิม เกดิ จติ ยิ้มรูเบกิ บาน
ปราศจากขออธบิ าย ไมมขี อกงั ขาเคลอื บแคลง หย่งั ทราบและบอกตนเองวา ท่ีเกิดขึน้ น้ันคือพระโสดาปตติมรรค พระโสดาปตติผล!!
๔๐๙
รอยย้มิ อันเกิดจาก ‘จิตย้มิ ’ นัน้ สดใสและใหมเ อยี่ มสาดสวา งในความรูสกึ เต็มตน เต็มดวง แสงท่ผี ุดโพลงขน้ึ นน้ั ไมใ ชอ าการเห็นนิมิต
ไมใชโ อภาส ไมใ ชการควบกระแสรวมเปนสมาธิสามญั แตเ ปน การผุดแสดงตัวของธาตุรูบริสุทธทิ์ ่ไี มเคยแปดเปอ นมลทนิ ใด ๆ และตัวที่
เห็นก็คือธาตรุ โู ดยตัวเอง มิใชผ เู ฝามองอ่นื อนั เปน ภายนอก
สว นความวางอนั เปน อารมณล ะเอียดข้นั สูงสดุ ท่ีจิตทะลรุ ูปนามออกไปรู ธรรมชาตอิ นั พน ภาวะและอสภาวะน้ัน ไมอ าจกําหนด
วา มศี นู ยก ลางตรงไหน ขอบเขตสิน้ สดุ อยทู ี่ใด แมความหมายรูทศิ ซา ยขวา หนา หลงั บนลาง กไ็ มปรากฏเลย เปน ธรรมชาติอันนา ต่นื ตะลงึ
อกี ระนาบอนั เปน ตา งหากจากกาย ความรูส กึ นึกคิด และสัญลักษณแ หงความเปน ตัวตนใด ๆ
ธรรมชาตนิ ั้นมีอยู จึงถูกรูได ธรรมชาตินั้นเปน เอกภาวะปราศจากคูสองเทียบเคยี ง จงึ มคี วามเปน สมั บูรณในตนเอง ธรรมชาติ
นัน้ พนจากสภาพเกดิ ข้นึ ตง้ั อยู ดับไป จึงปราศจากเวลา ปราศจากการเปล่ยี นแปลง
ธรรมชาตนิ นั้ คอื นพิ พาน!
อาการทบทวนภาวะความเปน โสดาบนั ทเ่ี พง่ิ อบุ ตั ิขึ้นนนั้ ไมตอ งอาศัยการอา งอิงจากใครบอก ไมต องสรา งภาพไวล วงหนา วา
จะเปน อยา งนน้ั อยางนี้ มรรคผลคือปรากฏการณธรรมชาติท่ีพรอมจะเกิดขน้ึ กบั ปจ เจกชนคนใดก็ได ท่ีกระทําเหตุไวเ หมาะควร เหมือนเชน
ถาสง แรงดันนํ้าไวเพียงพอ ก็จะสง ลาํ นํา้ ผุดพลุง ข้ึนเปนสายนาํ้ พุ หรอื เหมือนดอกบวั เมอื่ พรอมเต็มท่ี กจ็ ะเบง บานพน น้าํ ไดเ อง
สภาพทบทวนสิ่งทเี่ กดิ ข้ึนเปน เรือ่ งละเอยี ดออ นลึกซึง้ เมื่อธาตรุ หู ลุดพนจากการหอหมุ ของสังขารหยาบเชน กายและความรูสึก
นึกคดิ ก็ปราศจากสิ่งใดเทา ธุลคี ลุกเคลา ปรุงแตง สามารถเหน็ ประจกั ษช ดั วาไมม ีอตั ตาในท่ใี ดๆเลย มีแตส ภาวธรรมท่ีเปลยี่ นไดเ ชน กาย
และความรสู กึ นกึ คิด กบั สภาวธรรมทเ่ี ปลี่ยนไมไ ดค อื ธาตุรอู ันเดมิ แท ไมเ คยเกิดตายตามกายและวญิ ญาณในภูมิตา ง ๆ
และที่สุดคือประจักษธ รรมชาติระดบั สงู สดุ ทีอ่ ยเู หนอื รู เหนือสวา ง ดุจมหาสมุทรแหง ความวางอนั นาฉงนเหนอื จนิ ตนาการ
ใดๆหย่ัง เพราะจินตนาการเเปนเพยี งการปรงุ แตข อมลู ทส่ี ่ังสมมาของจิตในระหวางทองเท่ยี วอาศัยครองรปู ธรรมนามธรรมอนั มีเหลีย่ ม
ทรงเกดิ ขน้ึ ตง้ั อยู ดบั ไป แตน ่เี ม่ือพน จากรปู นาม เหลือเพยี งภาวะรูอ นั เปน เอก ประจักษธ รรมอันอยูค นละระนาบแมก บั จิตเอง กพ็ บกับ
อะไรอกี อยาง ทีร่ ปู นามใด ๆ กต็ ามไปไมถ งึ
มหาสุญตานน้ั มอบความรูจรงิ วา อะไรที่เปล่ียนไดก ็เพราะมคี วามปรุงแตง มคี วามบีบค้ันใหส ้นิ สุดภาวะหน่ึง ๆ อะไรทีเ่ ปลยี่ น
ไมไดกเ็ พราะปราศจากการปรงุ แตง ปราศจากการบีบคนั้ ใหสิน้ สดุ สภาพ สมดังท่พี ระพุทธองคต รสั ไวใ นธาตุวิภงั คสูตรความตอนหนึง่ วา
สง่ิ ทเี่ ปลาประโยชนเ ปน ธรรมดานน้ั เทจ็ สง่ิ ท่ไี มเลอะเลอื นเปน ธรรมดา ไดแ กน พิ พานน้ันจริง
อปุ าทานในอัตตาเกิดขนึ้ อยา งมัน่ คง แนน เหนียว หอ หมุ จิตมดิ ท้งั ทสี่ ภาพตาง ๆ ฟอ งอยวู า มีการเลือ่ นไหลปรับเปล่ยี นทุกขณะ
แตจติ กไ็ มเ หน็ ไมรบั รู เพราะปราศจากสภาพพรอมพิจารณา คนทวั่ ไปแม ‘คดิ ได’ แบบวูบ ๆ วาบ ๆ วา ชวี ติ นน้ั ไรแ กนสาร เกิดมากอบโกย
ชัว่ ขณะหน่งึ เพอ่ื ตายไปจากทกุ สิ่งทก่ี อบโกยมาได สขุ ทกุ ขแลว เลอะเลอื นรา งราอยา งเปลาประโยชน
ยิง่ กวา น้ันยังยากนกั ที่จะทราบวาสภาพอันไมเ ลอะเลอื นเชนนิพพานมีอยู เพราะไมรทู างปฏิบัตใิ หจ ติ หลุดออกจากความผกู มดั
ยดึ ม่ันในสภาพปรุงแตง เสยี ได
สังสารสัตวเ วยี นเกดิ เวียนตายดว ยกเิ ลสท่ผี ูกมดั ไว หอ หมุ ธาตุรูเ ดมิ แทเอาไว เปรยี บไดก บั บรุ ุษที่ถูกโซลามไวส บิ เสน เรยี กวา
‘สังโยชน’ จะคดิ ตดั ดวยเจตนาหรือกาํ ลงั จิตธรรมดาไมไ ด ตอ งใชไ ฟลางซง่ึ เกดิ จากการทธี่ าตุรูโพลงข้ึนเบกิ บานตามลาํ ดับ
พิจารณาสังโยชนเ ปนเครื่องผกู รอ ยรัดทีละเสนไดแก
๔๑๐
1. สกั กายทฏิ ฐิ คอื ความเหน็ ภาวะใด ๆ เปนตัวเปน ตน เพลงิ โสดาปตตผิ ลผลาญไดข าดสูญ เพราะธาตรุ ูแสดงตนเองชดั เจนแจม
แจงปราศจากขอกังขา แมต วั ธาตรุ เู องกไ็ มใชต ัวตน เพราะไมปรงุ แตงดว ยอัตภาพ ไมจ ําเปนตองถกู ปรุงแตงดวยความคิดใหเ กิดการ
แบง แยกเราเขา เมื่อใดจิตของพระโสดาบันถอยเขาไปจอ อยกู บั สภาพรูข องตนเอง หลบพน จากการหอหุมดว ยความนกึ คิด เม่ือนนั้ กเ็ ห็นจติ
ปราศจากสกั กายทฏิ ฐิอยา งแจม แจง
2. วิจิกิจฉา ความลงั เลสงสัย เพลงิ โสดาปตตมิ รรคผลาญไดข าดสูญ ไมต องเถยี งกับใคร หรือลงั เลกับตนเองแลว วา พระพุทธเจา
รูอ ะไร สอนอะไร ความขาดส้นิ ของวจิ ิกิจฉานี้มใิ ชวา กนั เฉพาะในชาติปจ จุบนั แมเกิดใหมในอัตภาพใหม ก็ไมม คี วามสงสยั อกี วา นพิ พาน
เปนเร่ืองหลอกหรือของจริง เหตเุ พราะเมือ่ จติ น่งิ เปน สมาธิเมอื่ ไหร ก็จะเหน็ ความเปนธาตุรทู ่ีวางสนิทจากอปุ าทานในตนเอง ทราบชัดวา
ไมม ีอตั ตาอยูในท่ใี ดๆเลย แมเปน พระโสดาบนั องคส ุดทา ย เกิดใหมใ นทีท่ ่ีไมเหลอื ใครไวย นื ยันเก่ียวกับความเปนอนตั ตาของสรรพสิง่ ก็
ตาม
3. สีลัพพตปรามาส ความถือมนั่ ศีลพรต เพลิงโสดาปต ติมรรคผลาญไดขาดสญู ผเู ปนโสดาบันเขา กระแสพระนิพพานแลว จึง
ทราบทง้ั พฤตกิ รรมทางกายภายนอกและทางใจภายใน วา ทําอยางไรเปน เหตสุ อดคลองใหเกดิ มรรคผล ฉะนั้นถา ใครหวา นลอมเชนบอกวา
ฆา แพะบชู ายญั แลวจะข้นึ สวรรค ถวายสิง่ มีคาใหใครแลว จะไดไ ปนิพพาน หรือกระทัง่ ถอื ศลี ใหบรสิ ทุ ธแ์ิ ลวจติ จะบรสิ ุทธ์ิตามนน้ั
เปนอันวา ไมมที างเชอื่ อีกแลว
สงั โยชนสามขอ แรกคือสักกายทิฏฐิ วจิ กิ ิจฉา และสีลพั พตปรามาสนี้ แมเปนตางหากจากกนั ก็มีความโยงใยเปน ลาํ ดบั แกกัน
เม่ือสกั กายทิฏฐขิ าด กย็ ังผลใหวจิ กิ จิ ฉาขาด และพลอยใหส ีลพั พตปรามาสขาดหายตามไปดว ยตลอดสาย
อยา งไรก็ตาม เม่อื จติ ของโสดาบนั อริยบุคคลถกู หอหุมดว ยความคดิ ก็จะแสดงอนุสยั หรอื กเิ ลสท่ีนอนเน่อื งในขนั ธสนั ดานได
กลา วคอื จิตยงั อาจขนุ ดว ยราคะ โทสะ โมหะอันเปน ตนรากแหง การเกดิ กอ รูปนาม พฤติกรรมทั่วไปอาจคลายคนธรรมดาทที่ าํ มาหากิน มี
เหยามีเรือนไดทุกประการ ตางกันกค็ อื ราคะ โทสะ โมหะจะกอตัวขึ้นหนาทบึ ขนาดบนั ดาลใหมเี จตนาเลวราย เบียดเบยี นตนเองและผอู ่ืน
ไมได จติ ไมเ อาเอง ลอมกรอบตนเองอยูในศีลธรรมเอง เรยี กวา เปน ผูม ีอริยกนั ตศีลโดยธรรมชาติ
สรปุ คือ 'เชื้อกิเลส' ของโสดาบันอรยิ บคุ คลไมไ ดลดลงเลย แตป ระจกั ษน ิพพานแลว ลิม้ รสอันเหนอื รสใดๆแลว เขา ใจภาวะ
แตกตา งระหวางมีกับไมมรี ูปนามเครอ่ื งเลีย้ งทกุ ขแลว เรียกวาอยูในกระแสนพิ พาน เทยี่ งทจ่ี ะถงึ ความเปนอรหนั ตในวนั หนึ่งขา งหนา
ระหวางยงั ไหลไปตามกระแสนพิ พาน ก็ยงั ตอ งปฏบิ ตั ธิ รรมเพ่ือละสังโยชนลําดับอน่ื ๆ อีกคอื
4. กามราคะ ความตดิ ใจในกามคุณ เพลิงโสดาปตติมรรคยงั ผลาญไมไ ด เคยชอบใจเพศตรงขามอยางไรก็ยงั เปน อยไู ดอยา งน้ัน
สังโยชนขอน้ีแมเ พลงิ สกทาคามิมรรคอนั เปนไฟลา งกเิ ลสขนั้ สองก็ผลาญไมข าด ยังสนใจเมยี งมอง ยงั อยากสมั ผสั แตะตอ ง ตา งกันกับ
ปถุ ชุ นคือจะไมห นา มดื ถึงข้ันผิดลูกเขาเมียใคร และราคะของพระสกทาคามีจะเบาบางลงกวา พระโสดาบัน ตอเมื่อปฏบิ ตั ธิ รรมจนลมุ รรค
ผลขัน้ สาม เปนพระอนาคามแี ลว สังโยชนวาดว ยกามราคะจงึ ขาดสูญ เมื่อขาดแลว ไมเ ปนทกุ ขเหมอื นผเู ปนกามตายดาน เพราะสิ่งทช่ี ดเชย
มาคอื สภาพจิตน่ิงอยา งเอกอุ ทรงสภาพสมาธไิ มไ หวตงิ งา ย ๆ บงั เกดิ ความพอใจในอกี ระดับ ละเอยี ดประณตี นายนิ ดี ไมเปนทเ่ี ขาใจแก
สามัญมนุษยท ย่ี ังหลงกามวา เปนของอนั นาชอบ
5. ปฏฆิ ะ ความกระทบกระทัง่ ในใจ เพลงิ โสดาปตติมรรคยงั ผลาญไมไ ด แมเพลงิ สกทาคามมิ รรคก็ยงั ผลาญไมไ ด เปน เหตุใหม ี
ความออนไหววูบวาบเยี่ยงปถุ ชุ น มโี กรธเมื่อถกู ทาํ ใหเ จบ็ มีโลภเมอื่ พบกบั สิง่ ตองใจ แตส าระท่ีแตกตางจากปุถุชนคอื เมื่อเกิดปฏฆิ ะแลว
จะไมโ กรธถึงขน้ั ตัดชวี ติ อน่ื ไมโ ลภถึงข้นั ปลนชิงใคร ดวยอํานาจปกตจิ ติ ไมวูบไหวงา ยเพยี งดว ยกิเลสข้นั หยาบ สงั โยชนขอ น้ีเพลงิ
อนาคามมิ รรคเทา นนั้ ถึงจะผลาญไดข าดสูญ
๔๑๑
พระอนาคามีทําลายสังโยชนเบอื้ งตํา่ ลงไดห มด มคี วามสขุ อนั เกิดแตจ ิตอนั สงบนิง่ เปนธรรมชาตขิ องตนเอง แตย งั มียองใยกิเลส
เบ้อื งสงู อกี ตามลาํ ดบั คอื
6. รูปราคะ ความตดิ ใจในรปู ธรรมอันประณีต อันนไี้ มใชราคะธรรมดา แตเ ปนความปรารถนาภาวะละเอียดเชน ฌานสมาบตั ิ
หรอื คุณธรรมข้ันสูง มีแตเพลิงอรหตั ตมรรคเทา น้ันที่ผลาญไดข าดสญู
7. อรปู ราคะ ความติดใจในอรปู ธรรม อรปู ธรรมน้ันไดแ กฌานสมาบัติที่ลวงเลยการอาศัยรูปเปนอารมณก ําหนด เปล่ียนเปน
กําหนดนามธรรมไวในใจ ผูเขา ถงึ จะเห็นอากาศวา งเปนอนันต หรือเหน็ ความปรากฏแตต ัวรู หรอื เหน็ ความไมมอี ะไรเหลือหรอ หรอื เหน็
ความมกี ็ไมใ ช ไมมกี ็ไมเ ชิง การมนสิการนามธรรมไวจ นเขา ข้นั ฌานนั้นเปนสุขแสนประณีตนาพึงใจเหนือจินตนาการมนุษยส ามัญ แตไ ม
นา ติดหลงแกผ มู พี ุทธปิ ญ ญาแกก ลา พอ อรูปราคะน้ีมแี ตเพลงิ อรหตั ตมรรคเทานัน้ ทีผ่ ลาญไดขาดสูญ
8. มานะ ความถือวา ตัวเปน นนั่ เปนนี่ แมพ ระอนาคามีก็ยังนกึ อยูตลอดเวลาวา ตนเปนใคร คิดอานแบบมีตวั ฉันตวั เธอเหมอื นคน
ปกติ เวนแตจ ะเอาจติ เขา พิจารณาธรรม ความรูสกึ ในอตั ตาจงึ ดบั ไปชวั่ ครู สงั โยชนขอ นม้ี ีแตเ พลิงอรหตั ตมรรคเทานน้ั ท่ีผลาญไดขาดสญู
คือทกุ ขณะจิตไมม ตี วั ตนใหรูสกึ ในที่ใด ๆ เลยทั้งภายในและภายนอก ทวามิใชกลายเปน บอดใบพ ูดจาไมรเู รอ่ื ง พระอรหนั ตย งั คงมีความ
กําหนดหมายรู พดู จาสือ่ สารกับคนในโลกไดเ หมือนปกติทกุ อยาง มคี วามจําครบถวนสมบรู ณทุกประการ แถมยังสื่อสารไดด กี วา คนทวั่ ไป
ดวย เพราะส่งิ ทีป่ รารถนาจะสื่อไมตองปนขา มหรอื ออมกําแพงกิเลสใด ๆ เลย
9. อุทธจั จะ ความฟงุ ซา น คอื ผุดความคดิ เลอะ ๆ เทอะ ๆ สงั โยชนข อนยี้ งั ปรากฏแมใ นพระอนาคามี มแี ตเพลิงอรหัตตมรรค
เทาน้นั ทผ่ี ลาญไดขาดสญู ทา นไมเหลอื ความฟงุ ซานอยเู ลย ถา ไมต อ งพูดกับใคร จติ จะนงิ่ ปราศจากความเลื่อนไหลซัดสา ย แมม ปี ญญา
ฉลาดเฉลยี วอยเู ตม็ เปย มก็ไมรูสึกวา ตนเองมปี ญญาฉลาด ไมชอบใหค วามฉลาดฟุงขนึ้ มา ระบบความคิดปฏิรปู ไปหมด คิดออกมาจากจติ ท่ี
บรสิ ทุ ธ์ิ ไรก ิเลส ไรตวั ตนบันดาลตลอดเวลา
10. อวชิ ชา ความไมร ู มีแตเ พลิงอรหัตตมรรคเทาน้นั ท่ีผลาญไดข าดสูญ อันนีช้ ้ไี ปที่ตวั รูธรรมโดยตรง ไมใ ชความไมร ู
ธรรมดาๆอยา งท่ีมกั ยมื ศัพทม าใชก นั ผิด ๆ ความรูสวา งโพลงของพระอรหนั ตน ้ันเกดิ ข้นึ อยา งตอเน่ืองไมข าดสายนับแตบรรลอุ รหตั ตผล
แมห ลบั กไ็ มฝ น ไมปรุงแตง ผิดเพยี้ นคลาดเคลอ่ื นใหจ ติ มัวหมองเลยสกั วนิ าทเี ดยี ว เปน ภาวะมจี รงิ เปน สขุ จริง และประจักษจ รงิ กันได ถา
ทาํ ใหถงึ
คดิ อกี อยา งหนึง่ สงั โยชนแตล ะขอ กค็ อื แรงดึงดดู ของสงั สารวัฏ ทีต่ รงึ จิตไวใ นวงั วนเวียนเกิดเวยี นตายอยางไมรอู ิโหนอเิ หน ถา
สลัดหลดุ เสียไดจากแรงดงึ ดดู ท่ีเหนียวแนน สดุ คอื ‘ความเห็นเปนตัวเปน ตน’ หรือสักกายทิฏฐิเสียได กเ็ ปน อนั เท่ยี งท่จี ะ ‘หลดุ หมด’ ใน
กาลตอไป
และเพอ่ื สลัดใหหลดุ จากความเห็นเปน ตวั เปน ตน ก็ตองอาศัยความเหน็ แจง ในลกั ษณะใดลกั ษณะหน่ึงของธรรม ไดแก อนิจจ
ลักษณะ คอื ความไมเทยี่ งของทกุ สภาพ ทกุ ขลักษณะ คอื ความไมอ าจทนอยใู นสภาพใดสภาพหนึง่ อนตั ตลกั ษณะ คอื ความปรงุ ประกอบ
ประชุมกันอนั หาเจาของผคู รองผบู ญั ชามิได
กลาวจาํ แนกตามวิถีทางดับความเหน็ วา เปน ตวั เปนตนไดค อื บางทา นตามเห็นกายใจ (อนั ไดแกล มหายใจ กริ ิยาทางกาย
ความรสู ึก ความนึกคดิ ) สกั แตเปนภาวะเกดิ ดับ เกดิ ดบั กระท่ังเกดิ ปญ ญารกู ารดับครัง้ สุดทายแลว หลุดจากความยึดม่ัน จติ เขาถึงความเหน็
อะไรอีกอยา งหนงึ่ ท่ีไมมลี ักษณะเกิดดบั ไมม ีสญั ญาณของความเคลือ่ นจากภาวะใดไปสูความดับจากภาวะน้ัน นีเ่ รียกวาเขา ถงึ มรรคผลดว ย
ความรแู จงอนจิ จลกั ษณะ
๔๑๒
บางทานตามเหน็ สภาวะกายใจโดยความเปนของไมค งทน ไมอาจตั้งอยูในสภาพใดสภาพหนงึ่ เห็นชดั วาเมื่อส่ิงใดสิง่ หนึ่ง
เกดิ ข้นึ ยอ มมเี ช้ือของความเสอ่ื มแฝงอยูแตแ รก จงึ ตอ งดบั ไปเปนธรรมดา จะลว งพน จากความสลายตัวมไิ ด เม่ือตามไปจนรูว า ไมอาจหาท่ี
พกั ความเส่อื มในขอบเขตรปู นามทก่ี ําหนดรไู ดดว ยสตแิ ลว กป็ ลอ ยวางจากทกุ ภาวะท่ตี อ งเส่ือม หยั่งถงึ เหน็ ภาวะทไ่ี มเสื่อม ไมม เี นอ้ื หาอัน
กาํ หนดไดว า จะเสอ่ื มจากความเปน เชนน้ัน น่ีเรียกวาเขาถึงมรรคผลดว ยความรแู จงทกุ ขลกั ษณะ
บางทา นตามเหน็ กอ นธรรมโดยความเปนของประชุมกันดวยเหตปุ จ จยั เหน็ ชัดวา จู ๆ จะเกิดหมายรู หรือความยึดม่นั วา เปน
ตัวตนข้นึ ตามลําพงั ไมไ ด เชน ขาดรูปนามก็ขาดผสั สะ ขาดผสั สะกข็ าดความหมายรู เม่ือปลอ ยวางเสยี ไดจากขอบเขตอันปรงุ แตงดว ยเหตุ
ปจจยั จติ กท็ ะลุขนั ธออกไปเหน็ อะไรอกี อยา งท่ไี มม ีอะไรปรงุ แตง เลยแมน อ ย นีเ่ รยี กวาเขาถึงมรรคผลดวยความรแู จงอนตั ตลักษณะ
ดงั เชนที่มติอาศยั เปน ประตเู ขา น่ันเอง
ลกั ษณะนพิ พานอันมีอยจู รงิ เปนความจริงระดบั สูงสุดท่ีผูบ รรลุธรรมเขา ประจักษน ั้น ปราศจากนิยามเหมือนกัน มคี วาม ‘วา ง’
อนั เดียวกนั เหมอื นถงึ ที่หมายเดยี ว แตม าจากคนละทิศ เม่ือกลบั มาพยายามอธิบายดว ยภาษาพูด ก็อาจมีความแตกตางกนั ตามประสบการณ
ประจาํ ‘ทศิ ’ น้ันๆ
สงั สารสตั วน นั้ เม่อื ยังไมเห็นนพิ พาน ก็ไมมที างสิน้ สงสยั ถึงชาตปิ จจุบนั รอู รรถรูธรรมจะแจง พอตายไปเกิดใหมก ส็ งสัยใหม
บางคนเคยฉลาดในธรรม เปนผูสอนธรรมทยี่ ิง่ ใหญในพุทธกาลหน่ึง พอตายไปเกดิ อีกพทุ ธกาลหน่งึ กลับคดิ กาวราวดูแคลนพระธรรม
เทศนาของพระพุทธเจา กม็ ี เหตเุ พราะตัวท่ี 'เขาใจธรรม' น้ันคือกเิ ลสทีห่ อ หุม จติ ไมใ ชต ัวของธาตรุ ูพบตนเอง ประจกั ษต นเองเหมือน
อริยบคุ คล
อนั ตรายของสงั สารวฏั ใหญหลวงกด็ ว ยเหตนุ ี้ ตายแลวไมม อี ะไรประกนั เลยวา เกิดใหมจะเปนอยา งไร คิดอยางไร แมเ คยดแี สน
ดี หรือความรูท ว มหวั ทวมหูขนาดไหนกต็ าม ตอเมอื่ ถึงโสดาปต ตผิ ลขึ้นไปแลว จงึ ช่อื วาปลอดภัย แมย ังตอ งเดินทางอีก ก็จะไหลไปตาม
กระแส ลอยตัวถงึ ฝง นพิ พานจนได ไมห ลงลงตาํ่ อกี เลย
มตทิ บทวนปจจยั ทท่ี ําใหต นเขาถึงมรรคผล เล็งเห็นวา ตนปฏิบัตถิ ูก ปฏิบตั ติ รง จอ จิตอยกู ับปรากฏแหง กายใจโดยความเปน ของ
ปรงุ ประกอบท่เี กิดดับเปน ขณะๆ จิตจึงมคี วามโนมเอียงทจี่ ะพนนามธรรมอันดงึ ดดู ใหติดอยูก บั ความเห็นกายใจเปนตัวเปน ตน โนม เอียงท่ี
จะหลดุ จากการคุมขงั ของกิเลสและรปู นามทีป่ ด บงั นพิ พานไว แมยังเปนฆราวาส ไมตอ งนงุ เหลืองหมเหลืองกอ็ าจถงึ ธรรมไดอ ยา งน้ี การ
นุงเหลอื หม เหลืองเปน เพยี งเปลอื กนอก การปฏบิ ัติจิตใหเกิดความโนมเอียงเขาสมู รรคผลแบบพระสําคญั กวา พดู งาย ๆ การปฏิบตั ินน้ั อยูที่
เครอื่ งหอหุมจิต ไมใชอยทู เี่ ครื่องหอหุม กาย
อีกปจจยั คอื มตเิ ปน ผูศกึ ษาอรรถธรรมมาดแี ลว มคี วามเหน็ อันชอบควร ยึดถอื ธรรมะเปนสรณะ อนั สงผลใหเคารพเล่ือมใสไม
คลางแคลงในพระพุทธองค ชนดิ ทว่ี า ถาทราบวา เปน คําตรสั ของพระตถาคตพทุ ธเจา ก็พรอ มจะนอมรับใสเ กลา อยางไมล ังเล พฤติกรรม
ทางจติ จะสาํ รวมรูหนกั แนน เปน หนงึ่ เทยี บเทากาํ ลงั หนุนของฌานสมาบตั ิ
อกี ปจ จยั ทสี่ ําคัญคอื พลงั ในการอนโุ มทนาอนั แรงกลา เขาเปนผูมคี วามยินดกี ับโชควาสนาของคนอ่นื เสมอ เพยี งอา นเรอ่ื งของ
ทา นพาหิยะ ทราบวาทานรบี รดุ เดินทางไกลจนไดพ บพระพทุ ธองค กป็ ลาบปลมื้ ปรดี าถึงขีดเดยี วกบั ทาน จติ สาํ คญั วา ตนอุตสาหะเหนื่อย
ยากจนไดม าเฝา ตอเบอื้ งพระพกั ตรไปดว ย น่คี อื อานิสงสข องความเปนผปู กตมิ ีใจอนุโมทนา ยินดกี ับลาภ ความสาํ เร็จ และความสมหวงั
ของผอู ่นื จนฝง ในกมลนสิ ัย หดั ดี ๆ แลวไมตองลงทุนลงแรงเหมือนคนอน่ื ก็ไดบุญเทาคนอนื่ สบาย ๆ ใครหาวา เอาเปรยี บก็ไมไดดวย เชน
เขานงั่ กับทแี่ ท ๆ ไมไดเหนื่อยยากเชนทา นพาหิยะ กลับไดส วนบุญใกลเคียงกันเพราะจิตนึกตามความตงั้ ใจจริงและอนุโมทนารวมไป
ชนดิ ทีเ่ รยี กวา ถา ไปแทนทานพาหิยะ ณ เวลาและสถานท่ีเดยี วกนั ได เขากจ็ ะทาํ เชน เดียวกับทานทเี ดยี ว
๔๑๓
และตองนับวาผูเขียนผูม ีนามวา สมภาร พรมทา เปนผูมพี ระคุณ เปน มคั คเุ ทศกผ นู ําเขาไปพบพระพทุ ธเจา ดว ยขอ ความทเี่ ขียน
แบบสบาย ๆ เพราะขอความนน้ั เองสะกดิ จติ ของเขาไดถ กู จงั หวะ ถกู เวลาอยา งท่สี ุด จึงเปน บุคคลหนึง่ ทเ่ี ขาจะตอ งจดจําไปจนกวาจะหา
ไม
มตพิ จิ ารณาเห็นวาในการบรรลธุ รรมนนั้ เน้ือหาธรรมท่ีสะกดิ ‘ถกู จุด’ มีความสาํ คญั อยูจรงิ ขอความทเี่ ขาอานในหนังสอื น้ําชา
กนถว ยน้นั คลาดเคลอื่ นจากพระคัมภีรอยมู ากในแงข องความถูกตอ งรัดกมุ เปน ตน วา ประวัติความเปนมาของทา นพาหยิ ะและการตรัส
เทศนาธรรมดัง้ เดมิ ของพระพทุ ธองค
ชว งบายนน้ั มตไิ ปท่วี ดั ทางนฤพานเพอื่ เปด หาพาหิยสตู รในตูพระไตรปฎก พบในเลม 17 สตู รที่ 10 ไดทราบนามเตม็ ของทา น
คือพาหยิ ทารจุ ีรยิ ะ เคยทาํ บุญปรารถนาความเปนเอตทัคคะทางบรรลุมรรคผลเรว็ ไวแตกาลกอน และเคยยอมตายหมายไดถ งึ พระ
อรหตั ตผลดว ยการอดขาวมาแลว ในชาติสดุ ทายจงึ มวี าสนาพอจะบรรลุธรรมขัน้ สงู สุดอยา งรวดเรว็
ความเดมิ ในพระสตู ร แปลจากบาลีเปนไทยมดี ังนี้
สมยั หนึง่ พระผูมพี ระภาคประทบั อยู ณ พระวิหารเชตวนั อารามของทานอนาถบณิ ฑกิ เศรษฐี ใกลพระนครสาวตั ถี กส็ มัยนัน้
แล กลุ บุตรช่อื พาหิยทารุจีริยะ อาศัยอยทู ี่ทาสปุ ปารกะ ใกลฝงสมุทร เปนผอู นั มหาชนสักการะ เคารพ นบั ถือ บูชา ยําเกรง ไดจ วี ร
บิณฑบาต เสนาสนะและคลิ านปจ จยั เภสชั บรขิ าร
คร้ังนน้ั แล พาหยิ ทารจุ ีริยะหลกี เรนอยูในทล่ี บั เกิดความปรวิ ิตกแหงใจอยา งนวี้ าเราเปนคนหน่ึงในจาํ นวนพระอรหันตห รอื ผูถ งึ
อรหัตตมรรคในโลกแนหรือ ลําดบั น้นั แล เทวดาผเู ปนสายโลหิตในกาลกอ นของพาหิยทารจุ รี ิยะ เปนผอู นุเคราะห หวงั ประโยชน ไดท ราบ
ความปริวิตกแหงใจของพาหิยทารจุ ีรยิ ะดวยใจ แลว เขา ไปหาพาหิยทารจุ รี ิยะ คร้ันแลวไดกลาววา
"ดูกรพาหิยะ ทานไมเ ปน พระอรหนั ต หรอื ไมเปนผถู ึงอรหตั ตมรรคอยางแนน อน ทานไมมีปฏปิ ทาเครอื่ งใหเ ปนพระอรหันต
หรือเคร่อื งเปน ผถู งึ อรหัตตมรรค"
พาหยิ ทารุจรี ิยะถามวา
"เมื่อเปน อยางนนั้ บัดนใี้ ครเลาเปน พระอรหันต หรือเปนผถู งึ อรหตั ตมรรคในโลกกบั เทวโลก"
เทวดาตอบวา
"ดูกรพาหิยะ ในชนบททางเหนอื มีพระนครชอื่ วา สาวตั ถี บัดน้ี พระผมู พี ระภาคอรหนั ตสัมมาสมั พทุ ธเจาพระองคน ้ัน ประทบั
อยูใ นพระนครน้ัน ดกู รพาหิยะ พระผูมีพระภาคพระองคน ้นั แลเปน พระอรหนั ตอ ยางแนนอน ทั้งทรงแสดงธรรมเพือ่ ความเปนพระ
อรหันตด วย"
ลําดับนน้ั แล พาหยิ ทารุจรี ิยะผอู ันเทวดาน้ันใหส ลดใจแลว หลกี ไปจากทาสปุ ปารกะ ในทันใดน้นั เอง ไดเ ขา ไปเฝาพระผมู พี ระ
ภาคผูประทบั อยูในพระวิหารเชตวัน อารามของทา นอนาถบิณฑิกเศรษฐีใกลพ ระนครสาวตั ถี โดยการพักแรมสนิ้ ราตรหี นง่ึ ในทท่ี ้งั ปวง ฯ
กส็ มยั นั้นแล ภิกษมุ ากดวยกันจงกรมอยใู นท่แี จง พาหยิ ทารจุ ีรยิ ะเขา ไปหาภกิ ษทุ งั้ หลายถงึ ทอ่ี ยู ครัน้ แลว ไดถ ามภกิ ษเุ หลา น้ัน
วา
๔๑๔
"ขา แตทา นทัง้ หลายผเู จรญิ บดั น้ี พระผมู พี ระภาคอรหันตสมั มาสมั พทุ ธเจาประทบั อยู ณ ทไี่ หนหนอ ขาพเจา ประสงคจ ะเฝา
พระผูม พี ระภาคอรหันตสัมมาสมั พุทธเจาพระองคนน้ั "
ภิกษุเหลา นั้นตอบวา
"ดกู รพาหยิ ะ พระผมู ีพระภาคเสดจ็ เขาไปสูละแวกบา นเพอื่ บิณฑบาต"
ลาํ ดับน้ันแล พาหยิ ทารุจรี ิยะรบี ดวนออกจากพระวิหารเชตวัน เขาไปยงั พระนครสาวัตถี ไดเห็นพระผูมีพระภาคกําลังเสดจ็
เที่ยวบิณฑบาตในพระนครสาวตั ถี นาเลอ่ื มใส ควรเลอ่ื มใส มอี ินทรียส งบ มีพระทัยสงบ ถึงความฝกและความสงบอนั สูงสุด มตี นอันฝก
แลว คุมครองแลว มอี นิ ทรยี สํารวมแลว เปนผูประเสรฐิ
แลว พาหิยทารุจรี ิยะกไ็ ดเขาไปเฝาพระผูมีพระภาค หมอบลงแทบพระบาทของพระผูม พี ระภาคดว ยเศยี รเกลา แลว ไดก ราบทูล
พระผมู ีพระภาควา
"ขาแตพ ระองคผูเจริญ ขอพระผูมพี ระภาคโปรดทรงแสดงธรรมแกขา พระองค ขอพระสคุ ตโปรดทรงแสดงธรรมที่จะพงึ
เปนไปเพอื่ ประโยชนเ กื้อกูล เพ่อื ความสขุ แกขา พระองคสน้ิ กาลนานเถดิ ฯ"
เมื่อพาหิยทารุจรี ยิ ะกราบทูลอยางนี้แลว พระผูมพี ระภาคไดต รสั วา
"ดกู รพาหยิ ะ เวลานี้ยงั ไมสมควรกอ น เพราะเรายังเขา ไปสูล ะแวกบา นเพอื่ บณิ ฑบาตอย"ู
แมค รัง้ ที่ ๒ พาหิยทารจุ รี ยิ ะก็ไดกราบทลู พระผูมีพระภาควา
"ขาแตพ ระองคผ เู จริญ กค็ วามเปนไปแหง อันตรายแกชวี ิตของพระผูมพี ระภาคก็ดี ความเปน ไปแหงอันตรายแกช วี ิตของขา
พระองคก ็ดี รไู ดย ากแล ขาแตพระองคผ ูเ จริญ ขอพระผูม พี ระภาคโปรดทรงแสดงธรรมแกขา พระองค ขอพระสุคตโปรดทรงแสดงธรรมที่
จะพงึ เปนไปเพอื่ ประโยชนเก้อื กูล เพอ่ื ความสุข แกข า พระองคต ลอดกาลนานเถดิ ฯ"
พระผมู ีพระภาคตรัสวา
"ดูกรพาหยิ ะ เพราะเหตนุ ั้นแล เธอพงึ ศกึ ษาอยางนีว้ า เม่อื เห็น จกั เปน สกั วาเหน็ เมอ่ื ฟงจักเปนสักวาฟง เมือ่ ทราบจักเปนสักวา
ทราบ เมอื่ รอู ยจู กั เปน สักวารูอยู ดกู รพาหิยะ เธอพงึ ศกึ ษาอยางน้แี ล ดูกรพาหิยะ ในกาลใดแล เมือ่ เธอเห็นจักเปนสกั วาเหน็ เมอื่ ฟงจกั เปน
สกั วาฟง เมือ่ ทราบจกั เปน สกั วา ทราบ เม่ือรูอยจู กั เปนสักวา รอู ยู ในกาลน้นั เธอยอมไมม ี ในกาลใดเธอไมม ี ในกาลนนั้ เธอยอ มไมมีในโลก
น้ี ยอมไมมีในโลกหนา ยอมไมมใี นระหวางโลกทั้งสอง นี้แลเปนทสี่ ุดแหง ทุกข ฯ"
ลาํ ดบั นัน้ แล จติ ของพาหิยทารจุ รี ิยะ กลุ บุตรหลดุ พนแลวจากอาสวะทง้ั หลาย เพราะไมถ ือมนั่ ในขณะนน้ั เอง ดว ยพระธรรม
เทศนาโดยยอ นขี้ องพระผมู พี ระภาค ลําดับนนั้ แล พระผูมีพระภาคตรัสสอนพาหยิ ทารจุ รี ิยะกุลบตุ รดว ยพระโอวาทโดยยอ น้ีแลว เสดจ็ หลีก
ไป ฯ
หากอานเร็ว ๆ ตามประสาปุถชุ นท่ัวไป กค็ งฟง ดไู มนา เชอื่ ทําไมทานพาหิยะถงึ บรรลธุ รรมสูงสุดงายนัก แคพระพุทธองคตรสั
แนะเพยี งเห็นสักแตว า เหน็ ไดย ินสกั แตวาไดย นิ ทราบสกั แตว าทราบ รูอยสู ักแตว ารอู ยู ฯ กเ็ ปลีย่ นบุคคลธรรมดาเปน อริยบุคคลกันได
สะดวกดายอยา งนหี้ รอื
๔๑๕
แตสาํ หรบั มตไิ มมีขอสงสยั เลย ทานพาหยิ ะรอนแรมมาไกลดว ยความกระหายธรรม กับทั้งรีบรอนออกตามหาพระพทุ ธองคส ดุ
ฝเ ทา แมท ราบวาพระพทุ ธองคเสดจ็ ดาํ เนนิ บิณฑบาต ใครจะวา ใครจะยบั ยง้ั ใหรอพระพทุ ธองคกลับอารามกไ็ มย อม เพราะอะไรในโลกไม
สาํ คญั เทา พบองคตถาคตเพอื่ ฟงธรรมตอเบอ้ื งพระพกั ตรอ กี แลว
เมอื่ พบพระองคผ มู ีลักษณาการควรแกความนา เชอ่ื ถือ เหน็ พระมหาปรุ ิสลักษณะควรแกการเล่อื มใส ปกใจไดส นิทวาเปนผู
ปราศจากกิเลสอยางแนนอน ธรรมของพระองคก็ตองยงั ความส้นิ กิเลสแกทานไดด ว ย ยอ มบนั ดาลกําลงั ใจและปตจิ นไมเหลอื โอกาสให
ความคดิ อื่นใดแทรกแซง
ในเมอ่ื บุกน้าํ ลยุ ไฟมาพบบุคคลอันปรากฏยากแสนยากอยา งน้แี ลว ทา นยอ มเกรงวาโอกาสประเสริฐสุดจะมีอนั ตอ งหลุดลอยไป
เพราะความตายอันพยากรณไ มไ ด เรียกวา สบิ นาที ครึ่งช่วั โมง กน็ านพอจะเปด ชองใหมัจจุราชมาพรากโอกาสไปเสีย จึงเฝาทนรบเราพระ
พทุ ธองค ขอทรงแสดงธรรมใหฟงเสียเลย
ทุกตสี ีพ่ ระพทุ ธองคจะทรงแผพ ระญาณ หย่งั ทราบอยูแลว วา วนั นนั้ จะโปรดเวไนยสตั วใ ด ดวยอุบายแบบไหนจึงเหมาะสม ถึง
เปนกรณีพิเศษแมอยูกลางทางบณิ ฑบาต พระพุทธองคก ท็ รงเตม็ พระทยั อยา งไมพ ักตอ งสงสยั การท่ีพระองคตรสั ใหรอไปฟง ธรรมที่
อารามในภายหลัง ก็นาจะเปนพทุ ธลลี า เปนแบบอยา งแกภิกษทุ ง้ั หลาย วาการแสดงธรรมไมค วรใหม ีขน้ึ ระหวา งทางเดนิ บิณฑบาต
มตเิ ขาถึงอาการใจจดใจจอรอเทศนาธรรมมาแลว จึงทราบวาระจิตของทา นพาหิยะ ณ บัดน้ันดีวา จะแนวแน ม่ันคง เปย มดวย
กศุ ลแหงความตัง้ อกตั้งใจสดบั ธรรมสูงสดุ เพยี งใด กบั ทัง้ ตรึกธรรมตามดว ยความเคารพขนาดไหน ไมม ีแนน อน ที่จะปลอ ยใหพ ระพทุ ธ
พจนคําใดคาํ หนึ่งตกหลน ไป
กระแสบุญเกา มารอจออยูแลว ศรทั ธาในพระผูทรงธรรมกเ็ ปยมเต็มอยูแ ลว วิรยิ ะในการมาสพู ระธรรมอันเปนเอกก็พรอ มอยู
แลว สติในการสดับตรบั ฟง พุทธพจนก ส็ มบรู ณอ ยแู ลว สมาธิในการจอใจรบั ธรรมกต็ ามสติมาอยแู ลว ปญ ญาในการพิจารณาธรรมกค็ วร
แกง านอยูแ ลว เม่ือประกอบกบั ธรรมอันบริสุทธ์ิ ถกู ตอ งเหมาะสมแกนิสัย ความสวา งโพลงยอ มบังเกดิ ขึน้ สมควรแกเหตปุ จ จัยเชน นน้ั เอง
นี่จึงตา งจากผูอา นพาหิยสตู รท่วั ไป ท่ไี มร ับรู ไมอ นุโมทนาตามทา นพาหยิ ะ เม่ือไมอนโุ มทนา จะเอาความยินดีปรดี ามาแตไ หน
เมือ่ ไมยินดปี รีดา จะเอาจิตจดจอมาแตไ หน เมื่อไมม จี ติ จดจอ จะเอาปญ ญาตรึกธรรมละเอยี ดมาแตไหน
ธรรมท่ีพระพทุ ธองคแสดงแกท านพาหิยะน้ัน นับวามเี พียงหนเดียวเปน พเิ ศษ ไมมหี นสอง เปน การตรสั แนะเพ่ือเขา ถึง
ประสบการณตรง
ทพ่ี ระพุทธองคตรสั สัง่ วา เมื่อเห็นจักเปนสกั วาเหน็ เมื่อฟงจกั เปน สักวา ฟง
แนนอน ดว ยใจอนั พรอมสมบรู ณของทา นพาหยิ ะ ทานยอ มมองรปู และสสี ันทป่ี รากฏตอตาในบดั นน้ั สกั แตว า นน่ั เปน อาการ
เหน็ ทา นยอมยินเสยี งและสํ่าสาํ เนยี งทปี่ รากฏตอหู สักแตวานเ่ี ปนอาการฟง
นัน่ คอื การเอาความประจักษสภาวะหยาบ ณ เวลาปจ จบุ นั ยกข้นึ ตงั้
ลําดับตอ มาเมอื่ พระพทุ ธองคตรสั สงั่ วา เมอื่ ทราบจักเปนสักวาทราบ
มติกราบถามพระมหาเปรียญทว่ี ดั เกีย่ วกบั ความนยั ตามบาลเี ดมิ ไดค วามรเู พม่ิ เตมิ คอื คําวา “ทราบ” ในทีน่ ้ีมาจาก “มุเต” ซึง่
ภาษาบาลมี ีความหมายแบบเหมาไดถ ึง 3 ทางคือ ผัสสะทางจมูก ทางล้นิ และทางกาย
๔๑๖
ลาํ ดับตอ มาเมอ่ื พระพทุ ธองคต รสั ส่ังวา เม่ือรูอ ยจู กั เปน สกั วา รอู ยู
คาํ วา “รูอยู” มาจาก “วิญญาเต” หมายถงึ การรับรูท างมโนทวาร ซึง่ ไดแ กร ูค วามคดิ และอารมณตางๆน่ันเอง ตรงสวนนี้ของพระ
ธรรมเทศนา ยอมดงึ ใหท านพาหิยะเขามารูอาการของจติ ปจจุบนั โดยสักแตเ ปน อยา งนัน้ หาตวั ตนที่จติ มิได
เม่ือมีแตส ภาวธรรมเหน็ สภาวธรรม ประจกั ษธ รรมละเอียดลงตรงจรงิ ตามลาํ ดับ ก็ยอ มสลัดคืนความมัน่ หมายรูปธรรมและ
นามธรรมทกุ ชนดิ วาเปนตัวเปน ตน ตอมาเมื่อพระพุทธองคตรสั ขยายความวา
"ดกู รพาหิยะ ในกาลใดแล เม่ือเธอเหน็ จกั เปน สักวาเหน็ เมอื่ ฟง จกั เปนสักวา ฟง เมื่อทราบจักเปน สกั วา ทราบ เมอ่ื รอู ยจู กั เปนสกั
วารอู ยู ในกาลนน้ั เธอยอ มไมม"ี
ตรงคาํ วา 'เธอยอ มไมมี' คือมีแตสภาวธรรม ไมมีตวั ตนผูใดน่ีเอง ทีเ่ ปนตัวจดุ ชนวนมรรคผลแทจริง สมนยั กบั ทม่ี ติมีวาสนาพอ
เมือ่ อานขอความขนาดสั้นท่เี ขยี นสบาย ๆ ในหนังสอื 'นาํ้ ชากน ถวย' แลว ก็นอมเขา มาเห็นธรรมภายใน คอื ความรสู ึกนึกคดิ และกระทัง่
สภาวะรู วากเ็ ปนแคเ พียงสภาวะอันเกดิ จากการเหน็ และการไดย นิ อนั ไมใ ชต วั ตน ยอมไมใ ชตวั ตนไปดว ย
ชนวนมรรคผลตอ งมาลงทใี่ จ นอ มธรรมเขามาที่ใจนเี่ อง
พาหิยสูตรยงั มตี อ ไปอีกวา
ครั้งน้ันแล เมื่อพระผมู พี ระภาคเสด็จหลีกไปแลว ไมน าน แมโคลกู ออนขวิดพาหิยทารุจีริยะใหลม ลงปลงเสยี จากชวี ติ
ครน้ั พระผูมพี ระภาคเสดจ็ เท่ยี วบณิ ฑบาตในพระนครสาวตั ถเี สดจ็ กลับจากบณิ ฑบาตในเวลาปจ ฉาภตั เสด็จออกจากพระนคร
พรอ มกับภิกษเุ ปนอนั มาก ไดทอดพระเนตรเหน็ พาหิยทารจุ รี ิยะทาํ กาละแลว จงึ ตรสั กะภกิ ษทุ ้งั หลายวา
"ดกู รภิกษทุ ั้งหลาย เธอทั้งหลายจง ชว ยกันจับสรีระของพาหยิ ทารจุ รี ิยะยกขน้ึ สเู ตียงแลว จงนาํ ไปเผาเสยี แลว จงทาํ สถูปไว
ดูกรภิกษุท้งั หลาย พาหยิ ทารุจรี ยิ ะประพฤติธรรมอันประเสรฐิ เสมอกบั เธอทง้ั หลาย ทํากาละแลว"
ภิกษุเหลา นั้นทลู รับพระผูมีพระภาคแลว ชว ยกนั ยกสรีระของพระพาหิยทารจุ ีริยะขึน้ สูเตยี ง แลว นาํ ไปเผา และทาํ สถูปไว แลว
เขา ไปเฝา พระผมู ีพระภาคถงึ ท่ีประทับ ไดนง่ั อยู ณ ทคี่ วรขา งหนง่ึ ครน้ั แลวไดทลู ถามพระผมู ีพระภาควา
"ขา แตพ ระองคผ เู จริญ สรีระของพาหิยทารุจีรยิ ะนัน้ ขา พระองคท ง้ั หลายเผาแลว และสถูปของพาหยิ ทารุจีรยิ ะ ขา พระองค
ทงั้ หลายก็ไดท าํ ไวแ ลว คตขิ องพาหยิ ทารุจีรยิ ะนั้นเปน อยางไร ภพเบื้องหนา ของเขาเปนอยางไร ฯ"
พระผมู ีพระภาคตรัสวา
"ดกู รภกิ ษุทง้ั หลาย พาหิยทารุจรี ยิ ะเปนบณั ฑิต ปฏบิ ตั ธิ รรมสมควรแกธ รรม ทง้ั ไมท ําเราใหลําบาก เพราะเหตแุ หงการแสดง
ธรรม ดกู รภิกษทุ ั้งหลาย พาหิยทารจุ ีริยะปรนิ ิพพานแลว ฯ"
ครัง้ นัน้ แล พระผูมพี ระภาคทรงประกาศความจรงิ แลว ไดทรงเปลง อทุ านในเวลานน้ั วา
๔๑๗
"ดนิ นํ้า ไฟ และลม ยอมไมหยัง่ ลงในนิพพานธาตใุ ด ในนิพพานธาตนุ ้นั ดาวทง้ั หลาย ยอมไมส วา ง พระอาทิตยย อ มไมป รากฏ
พระจันทรยอ มไมส วาง ความมดื ยอ มไมม ี ก็เม่ือใดพราหมณช ่อื วาเปน มุนเี พราะรู รูแลวดว ยตน เม่ือน้นั พราหมณย อ มหลดุ พนจากรูปและ
อรูป จากสุขและทกุ ข ฯ"
ผูบรรลธุ รรมเรว็ มไิ ดม ีคณุ เฉพาะตอตนเอง แตยงั ไมทําใหผูมีหนาทแี่ สดงธรรมตอ งลําบาก กับทั้งเผ่ือแผประโยชนมาสูอนชุ น
ในภายหลงั อกี ดวย
มตศิ ึกษาพระสูตรอันทรงอุปการคณุ แกตนดว ยความเออลน แหง ธรรมปต ิ กราบแลว กราบอีกระลึกถึงพระพทุ ธคณุ รวมทง้ั
พระคณุ ของทานพาหยิ ะ หากปราศจากทา น กค็ งไมม พี ระธรรมเทศนาตรงอันแสนวเิ ศษและลดั ส้นั เชนนี้ และหากปราศจากพระธรรม
เทศนาตรงอันแสนวิเศษและลัดส้ันเชน นี้ มหี รือที่เขาจะพลอยไดร ับสว นแหงประโยชนเปนมรรคผล เขาอาจตอ งใชเวลาเปนแรมเดือน
แรมป หรือหากเคราะหร า ยตายในวนั สองวัน กค็ งอีกหลายภพหลายชาตกิ วา จะมีวันน้ี ท่ีถึงความปลอดภยั เขากระแสนพิ พานเยย่ี งเหลา
อรยิ บคุ คลทัง้ หลาย
สภาพเหมอื นเปนคนใหมน นั้ รูสึกดว ยรศั มสี วางจากภายในท่ี ‘เพิม่ ’ ขึ้นมา มตสิ ํารวจตนเอง ไมเหน็ ความเปน ตนแปลก
เปล่ียนไปเทา ใดนัก เคยเปนมาอยางไร มคี วามรสู กึ นกึ คิด ความทรงจาํ เชนใด ก็ยงั ดําเนนิ ตอ ไปเชน นน้ั ทกุ ประการ ทพ่ี เิ ศษกม็ ีความเบา
โปรง โลงหัวอกอยางประหลาด คลายส่ิงอดุ ตนั ถกู ทะลวงออกจนสนิ้ ไส ทวาก็ไมใ ชเ ร่อื งพิสดารนัก
อุปาทานในอตั ตายงั ครบถว น ไมห ายหนไปใน เมอื่ อยูในภาวะรคู ิดปกติ
ตอเมอ่ื เพง จิตเขาดสู ัณฐานกาย หรอื นอ มดูใจอันสวา งวา งของตนเองดวยกําลงั สมาธิ จงึ ‘รวู า งกระจางชดั ’ ปราศจากความเห็น
อะไรเปนตวั เปนตนทันที
นัน่ หมายความวา โสดาบันอรยิ บุคคลกต็ อ งอาศยั สมาธิ จงึ จะปลดิ ปลงความรูส ึกในตัวตนลงไดชัว่ ขณะหน่ึง ซง่ึ หากมองอยาง
ผิวเผนิ ปุถชุ นอันถือเสมอื น ‘คนนอกกระแส’ กต็ องนึกวาไมเห็นแตกตา งจากผปู ฏบิ ัติธรรมที่ยังเปน กัลยาณชนธรรมดาตรงไหน
อนั ท่จี รงิ แลวอริยเจาท้ังหลายมีลักษณะรทู ี่แตกตา งออกไป ถาใชภาษาพดู ก็ตอ งบอกวา ผปู ฏบิ ัตทิ ่ียังเขาไมถ ึงจริงนน้ั มี
พฤติกรรมทางจติ แบบ ‘แกลงรู’ วาสังขารไมใ ชต ัวตน สว นผปู ฏบิ ัตทิ ีผ่ านมรรคผลมาแลว จะมีพฤตกิ รรมทางจติ แบบ ‘รจู ริง’ ไมต องแกลง
คดิ ปรงุ แตงเสียกอน เห็นอยูเ องอยางนัน้ เลยทเี ดยี ว
พูดงา ย ๆ โยคาวจรผูเปนปถุ ชุ นยังรสู ึกถงึ ตัวตนในจติ แมเหน็ กายเปน อนตั ตาแลว แตบ ุคคลผเู ปน โสดาบนั ขนึ้ ไป จะเหน็ ซึ้ง
ทเี ดียววาทง้ั ผูรแู ละส่งิ ถกู รตู า งกเ็ ปน อนตั ตาทงั้ ส้ิน หมายความวา มีแตสภาวธรรมหยาบและละเอียดทป่ี รากฏเปนรูปกายและนามกาย หาได
มีแมบญั ญตั ิขนึ้ ชอ่ื เปน 'อริยบคุ คล' ไม
ผูป ฏิบตั ทิ ่วั ไปนน้ั เหมือนนักแสดงทเี่ ขา ถงึ บทจนรูส กึ วา ตนเองเปนตวั ละครหนึ่งจริง ๆ ไมส งสยั เลยในขณะแสดง แตพ อถอด
โขน ออกจากฉากไดก็กลบั คนื เปน คนเกา ผิดกับผูปฏิบัตทิ ่ีเขาถงึ มรรคผลแลว จะไมมตี วั ละคร ไมม ผี แู กลงแสดงเปนตวั ละคร ท้ังหมดเปน
ของจรงิ เนอ้ื เดยี วกนั เปนตัวของตัวเองเตม็ ท่ี
๔๑๘
อกี แงห นึง่ โสดาบันอรยิ บุคคลยอ มผานจิตผูเหน็ ตนเองเปน เอกภาวะมาแลวเม่อื ครัง้ ถงึ มรรคถึงผล ฉะนั้นยอ มนอ มเอาความ
กาํ หนดหมายเชน นั้นมาต้งั ไวเปน สมาธิได สมตามทีค่ มั ภรี เ รยี กวา เปนการเขา 'ผลสมาบัติ' สวนถาเปน พระอนาคามีหรอื พระอรหันตผมู ี
อรปู ฌานเปนทุน ก็อาจเขา นิโรธสมาบตั ิ ดบั ความหมายรจู นไมเหลอื รองรอยชัว่ ระยะหนึ่ง ถงึ ซ่ึงนิพพานตรงท้งั ยังครองขนั ธไ ดเ ลยทเี ดยี ว
ปุถชุ นท่ัวไปถา รสู กึ ถงึ อะไรเชน จิตวาง นั่งสมาธิเกิดเหน็ ความวางเปลาไรท ่จี บั กต็ องนบั วาตวั ความวางยงั เปนความปรุงแตง จติ
ชนิดหนึ่ง เปนลักษณะหมายรอู ยา งหนง่ึ ไมใชเอกภาวะอนั มีรสประหลาดล้าํ อยา งนพิ พาน สงั เกตไดจากความวา งนน้ั มีขอบเขต มปี ระมาณ
ตางจากความวางแบบนิพพานท่ีไรข อบเขตใหหย่ังกาํ หนด
อกี ความแตกตางทีส่ ําคญั และมองไมเ ห็นขณะยังมชี ีวติ ปจ จบุ ันก็คือ จติ แบบอริยะจะไมถ ดถอยจากสภาวะท่ีเขาถงึ แลว คือจะ
เกิดตายอยางมากสดุ อีกเพียงเจด็ ชาติกเ็ ปนอันตองจบ แมทอดหุย ดาํ เนนิ ชวี ติ ไปตามปกติ จติ กส็ ัง่ สมความเหน็ ไตรลกั ษณเพอ่ื ความแหนง
หนายเองอยูแลว สว นผปู ฏิบัตธิ รรมทั่วไปนน้ั ตายแลวไมมเี คร่ืองประกันวาเมอื่ ไหร พทุ ธกาลไหน จึงจะไดข นึ้ ฝง ยังตอ งลอยคอเวยี นวาย
ตายเกดิ ไปเรือ่ ย
พดู ใหง า ยเขา ถา วัดตามเกณฑก ิเลส ยง่ิ กิเลสนอ ยยงิ่ ทุกขนอ ย พระโสดาบันสิ้นกเิ ลสในแงค วามสงสัยนิพพาน ก็ทกุ ขน อยลง
อกั โขมโหฬาร ไมต องพลานวนหาหลกั ยดึ หรอื จุดหมายปลายทางใหช ีวิตนแ้ี ละชวี ิตหนากนั อีก
เพราะฉะน้ันเม่ือพบพุทธศาสนา สง่ิ ทถ่ี ูก ทีค่ วรอยา งทส่ี ดุ คอื เอาตวั ใหรอด อยางนอ ยสาํ เร็จไดถ ึงชัน้ โสดาบัน เรียกวาเปน ผูเขา
กระแส เปนผเู ที่ยงท่จี ะหมดกเิ ลส หมดทกุ ขภ ัยเด็ดขาดในวันหน่งึ ขางหนา จงึ จะสบประโยชนส ูงสุดจากการพบพุทธศาสนา
ถาไมไดโสดาปตตผิ ล รับอะไรจากพทุ ธศาสนารองลงไปจากนั้น จะเปนบญุ กุศลแบบไหน อยางมากกจ็ ดั เปนแคว ชิ าวา ยน้ําใน
ทะเลใหญ สั่งสมสะเบยี งกรงั ติดตัวไปบางเทาน้ัน
ยังตอ งเหนอ่ื ยใจจะขาดตอไปเรอ่ื ย ๆ อยูดี
สาํ หรับทา นพาหิยะน้ัน เมอ่ื ฟงเทศนาธรรมจบ กม็ วี าสนาเขา ถึงอรหตั ตผลทนั ที หมายถงึ เกดิ ‘จิตยิ้ม’ ตอเนื่องกันรวดเดียวส่ี
ครงั้ ซอน นบั เปน ‘รนุ พี่’ ผูม ีความแกก ลา พรอ มรับธรรมจาก ‘พอ ’ มากกวาเขา มตปิ ลาบปลื้มและอนุโมทนากับทา นเตม็ อก อกี ทั้งต้ังใจ
จดจาํ นาทีนน้ั ไปจนชว่ั ชีวิต เพอ่ื เจรญิ รอยตามญาติธรรมผพู ่ใี หไดในวนั หนึ่งขางหนา
แยม ยม้ิ สดชนื่ อยูตลอดเวลาดวยกําลังขบั จากปต อิ ันไดจ ากธรรมาภิสมยั จิตรกรหนุมมาพิจารณาภาพเขยี นท่ีจะสงเขา ประกวด
เปน รูปสายลูกไฟยดื ยาวทจี่ บลงดว ยไฟสวา งเปนประกายพรกึ โดยใหช่อื รปู คือ ‘ตรสั รู’ อนั เปนแนวคิดทแ่ี พตรแี นะนําเมื่อไมนานมาน้ี
นัน่ คือภาพท่ีวาดไวข ณะยังเปน กัลยาณชนผูป ฏบิ ัติจติ ภาวนา
บดั น้เี มื่อยอ นกลบั มาดูแลวนกึ ขอบคณุ ตนเองท่ไี มด ว นรบี สง ไปเสียกอ น เขา ‘สมั ผสั ’ ภาพวาใชเปน เครื่องหมายบอกการตรสั รู
ไมไ ด จติ สวางรอบทว่ั ขอบท่ตี อเนือ่ งจากจติ รอ นจติ เย็นนนั้ อาจเกดิ ขน้ึ ไดเ สมอเม่อื ทรงอัปปนาสมาธินับแตปฐมฌานข้ึนไป
โดยเฉพาะอยางย่งิ จิตของปถุ ุชนจะไมม ลี กั ษณะสวา งรูความวางชนิดไรศ นู ยก ลางและไรข อบเขต
เกดิ ความคิดใหม เลกิ คิดหวงั เงนิ รางวัล เลิกคดิ ชนะใจกรรมการ มงุ อยางเดยี วคือทาํ อยา งไรจงึ จะสื่อการบรรลมุ รรคผลดว ยภาพ
เพียงภาพเดียวใหสมจริง ไมมีการเขยี นแบบสัญลักษณ ไมมีการสอนัยออม เห็นแลว ตอ งสอื่ ทันทกี บั ผูบ รรลุธรรมดวยกนั ชวยยนื ยันกนั ได
ไมว า จะเปน ใคร มาจากประเทศไหน
๔๑๙
ทบทวนส่ิงทีเ่ กิดขน้ึ ในขณะแหงมรรคผล จิตของเขาสงบรวมลงท่ีกลางอก ถดั จากน้นั จิตปน เหมือนนาํ้ วนทหี่ มนุ จี๋ เกิดข้ึน
เพราะดวงแสงวสิ ุทธ์ติ ้ังทาจะชาํ แรกโพลงพลุงขึ้นพน แรงดึงดูดของธาตขุ นั ธ อายตนะหยาบและการปรงุ แตง ทั้งมวล
ตาสวา ง คดิ ออกแลววา จะสอ่ื อยา งไร เขาสือ่ เหตกุ ารณทั้งหมดไวในภาพเดียวไมไ ด แตใ หภาพกอนพนอายตนะหยาบ เพ่อื สอ่ื
กบั ผทู ี่ยงั ครองอายตนะหยาบดวยกนั ได
แสงสวางทส่ี อ งจดั จาเปน อนนั ตข ้ึนมาจากกลางอก แทรกผา นวังวนเครื่องหอหมุ อันมืดมน
มตเิ ลือกใชส ีมว งอมดําแทนกิเลสและสง่ิ ปรงุ แตงเปนเกลียวน้ําวนชั้นนอก ใชส ีน้ําตาลเหลืองและชมพอู อ นอมมว งเปน เกลยี ว
นํา้ วนชั้นในใกลก บั ดวงรูอันสวา งพิสทุ ธ์ิ ทีไ่ ดช อ งผุดโพลง ขนึ้ มาเมอื่ ทางเปด
และนค่ี อื กลอนทเี่ ขาเขียนแดธรรมาภสิ มัยของตนเองเปนการกาํ กับภาพอกี ช้นั …
หอหุม คลมุ จิต มิดเมน เห็นเปน ตัวกู อยไู ด
เหยยี ดคู ดูตวั ทว่ั กาย รางราย นหี้ รอื คอื กู
แปลกเปลยี่ น เวียนคิด ผดิ แผก ยากแยก ดีชวั่ ในหัวหู
ครากอ น ตอนนี้ อนั ไหนกู รัง้ อยู ครเู ดยี ว เดย๋ี วมลาย
ทําไมเหวยไมเคยซึ้งจนวนั นี้ วนั ท่ีมีพระผชู ีจ้ นกหู าย
วนั ท่ีเพง เลง็ รูดูใจกาย กิเลสพายสาํ รอกกรู ูชัดใจ
แสงวิสุทธิ์ผดุ ชาํ แรกแหวกทางออก จากคอกขังพงั สฤู กษเบกิ บานไสว
แยม ยิ้มแจงแทงกระจางกายใชใ คร ใจใชก รู ูแนแทแ คธรรมา
๔๒๐
บทที่ ๒๗ ประกวดภาพ
แพตรีเพิง่ กลบั จากโรงเรยี น ขณะทีม่ ตกิ าวพนออกมาจากประตูรั้วพอดี ท้ังสองเหน็ อีกฝา ยและสบตาในระยะหางพอเหน็ รอยยิม้
ทกั ทายทสี่ ง ถงึ กนั ได เด็กหนุม เปนฝา ยเดินเขา หา ขณะทีห่ ญงิ สาวยืนเฉย ดว ยคิดวา ถาเสวนาปราศรยั กน็ าจะนงั่ คยุ กนั ทบ่ี า นหลอน
“เพิง่ กลบั เหรอฮะ?”
“ฮ่อื กําลังจะเขาบา นเนยี่ ”
แพตรตี อบยิม้ ๆ มตมิ าหยุดยืนหา งหลอ นเพียงกา วเดียว เหลียวซา ยเล็งแลรถยนตรท่จี อดนิง่ ใตร มไม ปกปด รปู โฉมและปา ย
แดงดว ยผาคลมุ ผืนใหญ อดถามไมได
“ซือ้ รถแลวทําไมไมขับละฮะ ผมเดินผา นทีไรเหน็ จอดอยูอ ยางน้ที กุ ที เดย๋ี วก็พังหรอก”
หญิงสาวเงียบ ลดรอยยิม้ ลงนดิ หน่ึง และดูทีเหมอื นจะคอแข็งหนอ ย ๆ มตจิ ึงทราบวาคงมีความนัยเปนสวนตวั ทหี่ ลอนไม
ตอ งการพดู ถึง เลยเสเปลีย่ นเร่อื ง
“ไมเจอกันเปน อาทติ ย ๆ เลย ตอนน้ีแตงชุดครูแลว”
เด็กหนมุ อมยิ้มและมองกวาดเครื่องแบบครสู าว เส้ือนาํ้ ตาลออนแขนยาว และกระโปรงนํ้าตาลเขมเลยเขา กบั รองเทาสน สงู สี
เขากนั ไหลส ะพายกระเปาใบยอ ม ขับความมสี งา ราศีของแพตรีใหย ่งิ ดูงดงามนาเลอื่ มใสขึ้นอีกมาก เดนจนนาไหวแ ตไ กลทเี ดยี ว
“เธอละ สบายดหี รอื เปลา?”
มติลอบหัวเราะในใจ เพราะอดรูสึกไมไ ดว าหลอนคงชินกบั วธิ พี ดู และการใชสุมเสยี งกับเดก็ ๆ ดทู สี ายตากาํ ลงั มองเขาเปน
นกั เรยี นไปดวย
“สบายดีครับคณุ คร”ู
ตอบอยา งสุภาพออ นโยน แตแ ฝงสาํ เนียงลอ นดิ หนอ ย แพตรีมองนอ งชายดวยทาทีพินิจลกึ ซึ้งกวาเดมิ แลว บอกตนเองวา หลอ น
สมั ผัสไดถ ึงกระแสรอบตวั เขาที่แปลกใหม ถาอธิบายเปนภาษา ก็คงคลาย ๆ เคยเหน็ ถกู ตตี รวนแลวหลดุ ออกมาเปลาะหน่งึ ดูเขามีความเบา
กายสบายใจ โลงหัวอก ใบหนากระจา ง สมองแจมใสผิดตางจากเดมิ
“เพ่ิงไปเทย่ี วไหนมาหรอื เปลา?”
มติส่ันศรี ษะ ทาํ ตาฉงนนดิ หนึง่ เพราะนึกวาแพตรเี ขา ใจผิดอะไร
“เปลานี่ฮะ อยูบานตลอด ทาํ ไมหรือ?”
แพตรเี บีย่ งเบนมาอกี ทาง
๔๒๑
“แลวงานประกวดภาพพระพทุ ธศาสนาไปถงึ ไหนแลว ละ คงสงเรียบรอยแลว ซ”ี
“หมดเขตมะรืนฮะ ผมกะจะไปสงพรุงนี้แหละ กล่ันจนวินาทสี ุดทา ยเลย เผือ่ คดิ เปลย่ี นอะไรอกี นดิ อีกหนอย”
หญงิ สาวเบิกตาเลก็ นอย นกึ ขึ้นไดวาตนเคยแนะนาํ แนวคดิ ภาพ ‘ตรสั รู’ ใหเ ขาไป จงึ อยากเห็นขึน้ มา
“ง้ันตอนนกี้ ็ยังอยูทบ่ี า นสนิ ะ ขอดูมง่ั ไดไ หม?”
“ออ …ไดเ ลย พี่แพรออยนู แ่ี หละ เดี๋ยวผมไปเอามาให”
“เธอกําลังจะออกไปธรุ ะท่ีไหนไมใ ชเหรอ?”
“จะซือ้ ของกนิ ใสต เู ยน็ เทานั้นแหละ รออีกพกั กไ็ ด”
พอเหน็ นอ งชายหันหลงั กลบั ดมุ เดินจะไปเอาของมาให แพตรีกต็ ัดสนิ ใจเดนิ ตาม
“อา ว…รอทบ่ี านเถอะฮะพ่แี พ ไมตองเหน่อื ยหรอก”
“ใหเธอแบกยอนมายอ นกลบั ไดไ ง”
เมอ่ื พ่ีสาวแสดงเจตจํานงเชน นั้น มติก็ไมวา อะไรอีก
เขาบา น มาถงึ หองของศลิ ปนหนุมผเู สมอนองแท ๆ แพตรเี ปนคนเปดไฟไลความสลัวของยามเย็น และกาวเขา ไปในน้นั กอน
อยางถือวสิ าสะ เห็นภาพใหญโดดเดนในกรอบบนขาต้ังทันที
เปน รปู ทรงตั้ง คือดานสงู ยาวกวา ดา นกวาง สิ่งท่กี ระทบใจเปนอนั ดับแรกคอื แสงเจดิ จา ณ ใจกลาง แวดลอ มดว ยคลนื่ วนสมี ว ง
มดื ดูทแี รกเหมือนแสงสวา งท่ีปลายทางอโุ มงค ทวา เมอื่ พิศแลวรูสึกถงึ การสอ่ื พลงั ชนดิ หนงึ่ ทท่ี าํ ใหข นลกุ …
มติอยากใหแพตรชี มผลงานของตนเงยี บ ๆ จึงขอปลีกตวั
“ดไู ปกอนนะพแ่ี พ เด๋ียวผมเอาอะไรมาใหทาน”
วาแลวกถ็ อยเทา จากหอ ง ปลอ ยพ่ีสาวไวต ามลาํ พัง
แพตรีองึ้ งันเปนครคู ลายถกู สะกด กอนถอนสายตาไปยงั แผน กระดาษแข็งใตรูปที่มีหมึกดําลงเปนอกั ษรออนชอ ย
ชอ่ื ภาพ ‘แสงนฤพาน’
ลา งลงไปคือคาํ กลอนแดการตรัสรธู รรม หรอื ทเี่ รยี ก ‘ธรรมาภสิ มัย’
ใจแพตรเี ปน อันหน่ึงอันเดียวกบั ความดจี นสามารถสัมผสั ถงึ ส่งิ ท่ีอยเู หนอื ความดีได เพียงเหน็ ภาพน่ิงท่ดี มู พี ลังเคล่อื นไหว
ประหลาด รวมทง้ั อานถอ ยคาํ ในบทกลอนขยายความน้ัน ก็บงั เกดิ ปต ิ ใจอนโุ มทนาเปนลน พนกบั ความสําเรจ็ ของนองชาย
๔๒๒
เขาเปนคนเคารพธรรม ฉะนน้ั จะไมส อ่ื ดว ยวธิ ีบรรยายจากประสบการณตรงเชน น้แี น ถาหากไมผ านมาจรงิ เดมิ ทีที่คุยกบั
หลอนเมอื่ หลายอาทติ ยก อ น แนวคดิ ในการส่อื ภาพและรอ ยกรองจะออกไปทางการกลา วอา งเน้ือหาการตรสั รู ซ่ึงเปนมุมมองของผู
พยายามอธบิ ายเปรยี บเทยี บจิตอันรอ นดวยอปุ กิเลสกบั จติ ทสี่ วางโพลงไรมลทินแลวเทานั้น
อยูใกลชิดกบั ปูช นะแตออนแตอ อกจนคุน กับกระแสความเปนอรยิ บคุ คล เมอ่ื หลอ นถามวา ใชห รอื เปลา ทา นกเ็ คยเผยตรง ๆ ใน
ฐานะคนสนิทท่รี ูเหน็ พฤตกิ รรมกันมากพอควรแกก ารเชอื่
ทา นใช และขณะนกี้ เ็ ปนถึงพระสกทาคามีแลวดว ย!
ปเู คยถา ยทอดภาวะขณะการบรรลแุ ตล ะช้ันใหห ลอนฟงอยา งละเอยี ด เมื่อธาตรุ เู ดิมแทผ ดุ ขึน้ แสดงตัวสัมผัสนพิ พานคร้ังหนงึ่ ก็
คือเกิดลูกไฟลา งกิเลสหนงึ่ หน คาํ บอกเลา น้ันเมือ่ นาํ มาเทยี บเคยี งกับภาพและรอ ยกรองท่ีปรากฏตรงหนา ก็ทาํ ใหทราบไดว า ขณะนี้มติเขา
กระแสแลว เปน คนในแลว เปนของจรงิ แลว เปนหลักฐานอกี ชน้ิ หนง่ึ ของพุทธศาสนาทีย่ งั ไมเสื่อมสูญไปจากโลกมนุษย
หลอนเพิ่งนึกออกวา ‘แสงเปด’ และกระแสแปลกใหมใ นมติ ก็เหมือนกบั ทีส่ มั ผสั ไดจ ากปชู นะมาแตเ ล็กนน่ั เอง ผดิ กันคอื ความ
เขมขน ตบะธรรมของมตยิ ังออ นแผว แมสวา งสดใสซานแรง แตก็เหมือนมีคล่นื ความเคลอื่ นไหวรบกวนอยบู าง ไมร วมแนวน่ิงหนักแนน
กอความรสู กึ วางและบรรยากาศเบาบางจากกเิ ลสไดเทาครึ่งของปูชนะ
อยา งไรก็ตาม เมอ่ื เปน โสดาบนั บคุ คล แมห ากจะทอดธุระ ประมาทไมเ คย่ี วเขญ็ ตนเองใหถึงทีส่ ดุ ในชาตปิ จจุบนั ก็เที่ยงทจ่ี ะถึง
พระนิพพานภายในเจ็ดชีวติ ขางหนา พดู งา ย ๆ คือเวลาลวงไปมแี ตจ ะพฒั นาขนึ้ สงู ไมมีการถอยลงตํ่า หลน ลงคลองอกี เพราะเมื่อเห็นของ
ทีเ่ ท่ียงสนิท นา พอใจสูงสดุ มาแลว จะกลับมาเหน็ ของไมเ ท่ยี งและสง่ิ กวัดแกวง ท้งั หลายเปน ความนา แหนงหนาย จิตยอมเกบ็ เลก็ ประสม
นอย มีพฤตกิ รรมภายในคือตีจาก ผละออกไปเร่อื ย ๆ จนปฏิรูปเลือ่ นชนั้ สงู ขนึ้ ตามเวลาท่ผี านไป
สว นเม่ือเปนพระอนาคามแี ลว จติ เปนสมาธิ ดํารงสติมน่ั ไมค อ ยจะทอดธรุ ะโดยสภาพของจิตเอง อยา งชาทสี่ ุดเกิดอกี ชาตเิ ดียว
บนพรหมโลกก็เปนอนั ตรัสรูข นั้ สดุ ทา ย
รูส ึกถงึ ความเงยี บเหงาบางประการในภายใน แลว หลอนละ อกี ก่ชี าติ?
โคลงเคลงอยูใ นหวั อก หลอนติดตามเขาคนน้นั มานานเทา ไหร แลว อีกนานแคไ หนจงึ จะส้ินสุด?
ทงั้ หมดลวนข้ึนอยกู ับเขาคนเดยี ว หลอ นไดแ ตอ ยูใ นฐานะบาทบริจารกิ า ติดตามพระโพธสิ ตั วไ ปจนกวาจะถึงฝง
บดรมิ ฝปาก…ถา โบกมือบอกศาลา ฐานะอยางหลอ นตอ งทาํ ยังไงนะ?
สายตาเหลือบไปปะกบั กองหนงั สือที่สุมไวแ บบมักงายตรงมมุ หอ ง แพตรกี า วเนือย ๆ เขาหาดวยความตง้ั ใจจะชวยมตจิ ดั ให
เปนระเบียบ หลอนไมเ คยทนเหน็ อะไรรกหูรกตาได โดยเฉพาะทเ่ี ปน รองรอยแสดงความชยุ ของนองชายคนนี้
จับซอนกนั ไปซอนกนั มาเรียงลาํ ดบั จากใหญข ึน้ มาหาเล็ก กระทัง่ มอื ไปควา สมุดขนาดพ็อกเกต็ บคุ เลม หนา หนาปกสชี มพูเลม
หนง่ึ ยน คิ้วเล็กนอยดว ยความรูสกึ คุน เคยวาเปน สมบตั เิ กาของตน
เปด หนา ปกพบลายมอื ตัวเองเมอ่ื เกือบสบิ ปกอ น ผะผา วไปทัง้ หนาเม่ือรูแ นว า ใช
๔๒๓
ใจเตนแรงดว ยความคาดไมถงึ บวกกบั ความอบั อายเม่ือนกึ วานน่ี า จะเปน เลม เดียวกับท่ีตนบนั ทึกเรื่องราวแสลงใจและ ‘ไม
ปกติ’ เอาไวมากมาย ชนดิ ที่ตองการเก็บซอนไวอานเองคนเดียวอยา งแทจ รงิ หลอนเขา ใจวา ท้งิ มนั รวมกบั ‘ขยะ’ อนื่ ท่ีตอ งการฝง ลมื ไป
แลว ดวยซํา้ เหตใุ ดจึงมาอยใู นมือมตไิ ด เขาขโมยมาหรอื ?
รีบพลิกลวก ๆ ดูหนาบนั ทึกตาง ๆ ตายจริง! ใชด วยซี!
เปน ความเผอญิ ท่ีมาสะดดุ เอากับยอ หนา หนง่ึ กระทบใจในยามนเี้ ขา พอด…ี
เมอ่ื ออกมาสงเขากบั คุณพอกลับ ฉนั ตงั้ ใจไหวเขาสวยที่สดุ เขาจะเหน็ หรือเปลาก็ไมร ู แตพ รอมกบั ไหวค รั้งนัน้ คอื การคิดตัดใจ
ทกุ อยางท่ีผา นมาขอใหเหมือนฝนไป นบั แตช าตนิ ีข้ อใหตางคนตา งแยกกนั ไปตามทางของตัวเอง เคยอธษิ ฐานรว มกนั แตมคี นเดียวไดร บั
ผลอธษิ ฐาน จะหมายความวา อยางไร ถาไมใ ชเพราะมีคนเดียวทีท่ ําไปดว ยใจจรงิ
นาํ้ ตาซมึ ออกมาจนตองกะพรบิ กัน้ ไมใ หล นขอบ กลา้ํ กลืนความรูสกึ เจบ็ คาํ รบสองลงคออยางยากเย็น เดยี๋ วนร้ี คู ําตอบแลววา
เพราะเหตุใดหลอ นจงึ ระลกึ จําไดอยูเพยี งคนเดยี ว…
เขาเปน คนมีใจจรงิ …หลายดวง
คนไมป กใจหนง่ึ เดยี วแนวแนจะจําอะไรแนบแนนขามภพขามชาตไิ ดอ ยางหลอนเลา
เช่ือแหละวาเขารกั หลอ น เสยี แตว า ไมใ ชร กั เดียว นั่นทาํ ใหค ุณคา ของทกุ สิง่ ทีม่ อบใหดูดอยความหมายลงแทบไมเหลือ
รสู ึกวา ตนเองโงงมงายอยูตามลําพัง รกั แท รักเดยี วมนั มที ่ไี หน หลอนนาจะเห็นความเปน มนุษยม านานพอจะซึง้ วา หญิงชายทุก
รปู นามตางมากรักหลายใจกนั ทั้งน้ัน มีใครไหนกันท่ีเกิดมาพรอมกบั ดวงจิตอันเด็ดเดี่ยวทจี่ ะรอพบคูแทเหมอื นอยา งหลอน
แตก เ็ กดิ ความขดั แยง ขึ้นมาเม่อื ตรึกนึกถึงปางกอ น เขาทุมเทจนหมดตวั เพ่อื พยายามพยงุ ชวี ติ หลอนไวจ ากโรครา ยเร้ือรัง เม่ือส้ิน
สมบตั เิ งินทอง เห็นแนวาหลอนตองตาย ก็สาบานวาจะเขาปา บาํ เพญ็ พรต รักษาพรหมจรรยจนกวาจะตายตามหลอนไป เพอื่ ไมต อ งพบกบั
หญิงอนื่ รอพบกบั หลอนทุกภพทุกชาติเพียงคนเดียว…
เขาทําใหห ลอ นไมส งสยั ในความรักขา มภพภูมิ และหลอ นเองขอรองใหร ว มเปลง วาจาอธิษฐานตอ หนา ส่ิงศักดิ์สทิ ธิ์ คอื
พระพุทธรปู ในบาน ขอความซอ่ื สตั ยต อกันดลใหจ าํ กันไดเ สมอเมือ่ พบกนั อกี
ยงั จาํ ไดสนิทเมอื่ นอนมองตาเขา ทเ่ี ฝา รอดคู วามตายของหลอนอยา งไมท อดทิ้งไปไหน ทําใหหลอ นเผชิญความตายดวยยมิ้ กลา
และเขาสูส คุ ติดวยใจเปนกศุ ล เพราะระลกึ ถึงกศุ ลที่กอรว มกนั ไดต ลอดสาย
เขาทาํ จรงิ ดังพดู จากบานจากเมือง เขา ปาหาฤาษชี ไี พร ฝากตัวเปน ศิษย บําเพญ็ พรตถือพรหมจรรยก ระทัง่ สาํ เร็จฌานสมาบัติ
ข้ันสงู ในเวลาอนั สนั้ เหตเุ พราะมีบารมที างนม้ี าแกกลา เคยเปน ฤาษีใหญม านับภพชาตไิ มถ วน
๔๒๔
ดวยภูมิจิตทส่ี งู พอของเขา เปด โอกาสใหห ลอนซึ่งครองภาวะเทพลงมาเยย่ี มเยยี นและฟง ธรรมตามโอกาส ปลกู สมั พนั ธภาพท่ี
ใสสะอาดตอกัน กระทง่ั เขาละสังขารสูพ รหมโลก และกลับมาเกดิ ในโลกมนษุ ยอกี
การเกิดของเขามีกระแสดงึ ภาวะของหลอนใหต ามลงมาดว ย หลอ นจําชว งจุติลงมาเปนมนษุ ยไดเพียงรางเลือน ทราบแตว า มี
พลงั อยางหนึง่ กระชากภาวะเทพยดาของหลอนกอนถงึ อายุขัย ตอ เม่ือเปน เด็กหญงิ แพตรอี ายุหกขวบ จึงเหมอื นใจตอ ไดติดกบั ความเปน
ตนเองในหนหลงั เห็นอดตี ติดตอกันเปนเรือ่ งเปนราวยาวยืดเพยี งชั่วอดึ ใจทน่ี ัง่ สวดมนตม องพระปฏมิ าในโบสถว ัดทางนฤพาน
เคยรูสกึ วาหลอ นเปน คนพิเศษ มองเหน็ ความเปน จริงแตกตางจากมนษุ ยธรรมดา ทาํ อะไรแตล ะอยางลงไปจะคํานงึ ถงึ ผลที่
ตามมาในกาลขางหนา เสมอ ไมใชส กั แตค ิด พูด ทําไปตามอาํ นาจความพอใจเฉพาะหนา อยางชาวบานชาวเมือง
แถมมีความหนกั แนน เยือกเย็นย่งิ อยา งรวู า ตนเกดิ มาเพอื่ ใคร หลอ นเขาใจชีวิตตนเองกระจางแจง แทงตลอด
แลว กต็ ระหนักวาระลึกไดแคช าตเิ ดียวน้ัน ยังรจู ักสังสารวฏั นอ ยไป…
หลอนจําเขาไดแมน ม่ัน แตฝ ายเขาไมแ สดงทา ทีรเู รือ่ งอะไรดวยเลย หนาํ ซ้าํ ทาํ หนาไมแ ยแส จงใจมองเมนิ เยน็ ชาอยา งจะแกลง
ใหเจบ็ ใหห ลอนสํานกึ ถงึ ความเปน ‘คนละชั้น’ ระหวา งกนั อกี ตางหาก หลอนไมไ รเดียงสา อานออกกระจะแจง ตง้ั แตน าทแี รก
คนระลึกชาติไดจรงิ ไมใ ชห มายความวา รเู รอ่ื งหนหลังทัว่ ถึงทัง้ หมด อยางมากกม็ ีมุมมองกวา งกวาคนทั่วไปหนอ ยเดียว ทแ่ี ทย งั
มแี ขนงสาขาของเหตุผลเบือ้ งหลงั ความซับซอนมโหฬารของสังสารวัฏอกี มากนกั ถูกปด บงั แฝงฝง เรนซอนอยู
แมช ว งนน้ั หลอนยงั เดก็ อยูมากทางกาย แตทางใจแลวเตบิ โต รคู ดิ อา นเปนผใู หญเตม็ ตัว เมื่อปชู นะและหลวงตาแขวนสอน
อรรถธรรมจนเขาใจพอ ก็บังเกิดความสลดสงั เวช เหนอ่ื ยหนา ยการเตรด็ เตรเกิดตายกบั ‘คนแปลกหนา ’ ขึ้นมาสดุ ใจ บันดาลใหเขียน
ขอความในไดอารี่ ขอ ‘แยกทาง’ อยางเด็ดขาด เขาอยากไปใหถึงไหนก็เรอ่ื งของเขา หลอนจะไมตามไปดว ยอีก
ปรารถนานพิ พานเลยดกี วา
ใจสงบมาไดเรอื่ ย และสาํ คญั วาสามารถตดั เยื่อเถอื ใยจากเขาขาดสน้ิ แลว ดว ยอิตถีมานะอันมน่ั คง บวกกบั ความอิม่ เย็นพอใจใน
กระแสธรรม
กระท่ังวนั ทีเ่ ขาปรากฏตัวข้ึนอกี คร้งั
ยอมรบั กับตนเองประสาซือ่ วา มีความวูบไหวเอาการ ความกระตอื รอื รน ออกหนา ออกตาของเกาทัณฑนาํ มาซึง่ ความปลาบปลม้ื
และอารมณถวลิ หาอาวรณเกา ๆ ใหกลบั คุขนึ้ อกี ความชา งย่ัวแหยและเสนหคมคายตอ งตาตอ งใจของเขาเรง ใหห ลอนออ นลงรวดเร็วอยาง
นาอาย ขนาดตอบรบั การขอหมัน้ อยา งเผลอไผลดวยการพยายามตีสนทิ ของเขาเพียงชัว่ เวลาหน่งึ เดือนเทา น้นั
แตช่ัวขามคืนเดยี วเชน กัน ที่เขาทําใหห ลอนรอ งไหแ ละเจ็บหวั อกจนซึ้งวาภาวะการตรอมใจตายเปน อยางไร เสยี ดแสบรอนราว
ขนาดไหน
ในเม่ือเปนคแู ท พบกันแลว ตอบรกั กันแลว แตยังไมท ันอยูครองเรือนก็มใี ครอีกคนมาแบง ใจ ทาํ ใหเ ขายอมรับออกมาวา ‘รัก’
อยางหนาซื่อ จะหมายความวาอยางไร?
๔๒๕
ถา ภาวะบุพเพสนั นวิ าสของผูหญงิ คนน้นั ไมแ รงพอกบั หลอ น จะเกิดเรือ่ งอยา งน้ีไดหรอื ?
ยิง่ เจบ็ หนกั ขนึ้ เมื่อทราบวา อีกคนของเขามากอนหลอน
ขามชาติตามสายใยรกั มาพบกนั เพอื่ ดใู หเห็น ฟง ใหไดยินอยา งนีห้ รือวา เขายงั มใี ครอีกคนหน่งึ เปน ทีร่ กั
นาทที ี่เขาสารภาพ หลอนตระหนกั วาตนเองไมร ูอะไรเลย การระลกึ ชาติหนกอนได เปนเพยี งเรอ่ื งขป้ี ะต๋ิว เปน กลหลอกฉอฉล
ชนิ้ หนึ่งของหว งมหาทุกขทเี่ รยี ก ‘สังสารวัฏ’ น้เี ทา น้นั
วนั สุดทายทพ่ี บกนั หลงั จากหลอนเอย ยกโทษจนเขาถือเปน สทิ ธิ์ดงึ ตวั หลอนไปกอดประโลม แพตรจี าํ ไดถ งึ ความรูสึกสบั สน
และขดั แยงกบั ตนเองอยา งหนัก เกาทณั ฑก ดรา งหลอ นนอนลงกอดแนบอกนงิ่ เนิน่ นานโดยไมเอย คําใด เขานงิ่ จนหลอนซมึ ซบั รบั รรู าวกับ
ไดยินเสียงหวั ใจท่ีไรค าํ ตอบ ปราศจากการตดั สินใจอยางไรทงั้ สนิ้ ของเขา
ยงิ่ รักเทาไหร ย่ิงเสยี ดแสลงทกุ ขร อ นมากข้ึนเปนเงาตามตวั เม่อื ผดิ หวงั นอ ยใจและออ นแอลงทุกครัง้ เมื่อรูวา นับวันคอยเขาไม
เคยเลิก และเหมือนเขาใจไมไสระกําทต่ี ัดการตดิ ตอ กับหลอ นอยา งส้นิ เชงิ มานับอาทติ ยแ ลว
หากไมทราบขาวมรณกรรมอันนาสลดสงั เวชของเรือนแกว คงเปน ทีน่ า เขาใจวาเขาตัดสนิ ใจทอดท้งิ หลอน และเลือกเรอื นแกว
เปนคชู วี ติ …
เดาวา ที่มัวชา ก็คงเพราะเลนแงกนั มานาน ตอ เม่อื ไปตา งประเทศ คงประสบเหตุเหน็ หวั ใจกันแจม แจง เลยคอ ยถงึ เวลา สบ
จังหวะปลงใจ
ทา ทางคงไวท กุ ขใ หกับคนรักของเขาจนไมมีแกใจคิดถึงหลอนอกี เลย นย่ี ง่ิ เปนการประกาศคณุ คาระหวางผูหญิงสองคนของเขา
คนตายมีความหมายยิ่งกวาคนเปน เสยี อกี อยา งนถี้ าเรือนแกวยงั อยู จะย่ิงมคี วามหมายเหนือหลอนสักขนาดไหน?
นา้ํ ตาหยดใสห นากระดาษสมุดบันทึกเปน ดวงใหญ แพตรีถอนสะอนื้ ปด ไดอาร่เี ลมนั้นลงเม่ือไดย นิ เสยี งมตเิ ดินใกลเ ขามา
“ทานชมพกู ันพี่แพ”
ชวนแลวกช็ ะงกั กึกเมือ่ เห็นแพตรเี หลอื บแลมาทางตนดวยสายตาขงึ้ เคยี ดอยางไมเ คยเปนมากอน ดวงตาชํา้ และคราบนา้ํ ตาสอง
สายยิง่ ทําใหรสู กึ ช็อก แตเม่อื เหลอื บเห็นไดอารีใ่ นมอื พ่ีสาวก็พอเขาใจเปนเลา ๆ
นกึ ตาํ หนิตนเองท่ีลืมสนทิ วาวางไดอารี่เกา แกเลม น้นั ไวสะเปะสะปะ เปนโอกาสใหแพตรีไปพบ มติกลนื นํ้าลายลงคอฝด ๆ
ดว ยความใจไมด ี เดาไดว าหลอนคงมีเรอ่ื งระหองระแหงอะไรกับเขาคนน้ัน เมื่อมาอานเร่อื งเกา เขา จึงเกดิ ความคบั แคน ปะทขุ ้นึ ได รบี วาง
ถาดผลไมลงบนโตะเล็กใกลต ัว แลวหนั มาเผชญิ หนากับพ่ีสาวอยางพรอ มจะกลาวขอโทษ
แตแ คเ ผยอปาก แพตรกี ็ขยับไดอาร่ถี ามตดั หนา
“ใครใหเ อามานะ?”
เปน ระดบั เสยี งธรรมดาที่แฝงอารมณเกร้ียวลกึ ชนดิ ท่มี ติไดย ินแลว ถงึ กับจุกปากจุกคอ แพตรีเห็นอาการยืนท่อื ของพอ นองคนดี
แลวย่งิ เหมือนถกู เรง ใหเ ดอื ดกวาเกา
๔๒๖
“อา นกีร่ อบแลว ? สนุกมากไหม?”
มตไิ ดแ ตย นื กะพรบิ ตาอน้ั อ้งึ กมหลบพ่สี าวท่ีจอ งเขมง็ อยา งเอาเร่ือง นเี่ ปน ครง้ั แรกท่เี ห็นหลอนแสดงความโกรธ ดแู ปลกตา
และทําความรูสึกผิดใหเขาอยา งรนุ แรง เนือ่ งจากตระหนกั วาตนเปนตนเหตุ จะวาเปนบาปกรรมเกากอ นนานเนก็คงไมเ ต็มปากเตม็ คํา
เพราะเร็ว ๆ น้ีเพิ่งเปด อานใหมไปอีกเทยี่ ว
“ผมขอโทษนะพแ่ี พ”
เอย ดว ยเสียงสํานึก ทวาก็พยายามไมใ หออ ยจนเปนการยว่ั โมโหทางออม
แพตรีจองมองนองชายทร่ี ักและไวใจ ท้งั ขดั เคือง ทงั้ อบั อาย ไมใชอะไร ถาไดอารีเ่ ลมนบี้ ันทึกเรือ่ งธรรมดาเหมอื นคนอน่ื ก็แลว
ไป แตน ี่…
หวิว ๆ คลายจะเปน ลม จนตอ งทรดุ กายลงนง่ั พบั เพยี บกบั พน้ื พอรูสกึ ตวั วายงั ไมป วกเปย กขนาดมือออนเทาออน กอ็ อกแรงทึ้ง
หนากระดาษสมดุ บนั ทึกเลมน้นั มาฉกี ฉกี ฉกี เปนชิน้ ๆ มตเิ หน็ พ่สี าวหนาแดงกํ่า หายใจหอบแรง ก็ละลา ละลงั เก ๆ กัง ๆ ขยับจะเขา ไป
ใกลก ็รสู ึกถึงรัศมคี วามกริว้ ที่ยงั คงแผมาถงึ ตน จึงเอาแตยืนมองหลอ นฉกี สมดุ กระจยุ กระจายโดยไมท ราบจะทาํ อะไรไดดไี ปกวานั้น
แมปกหมุ พลาสตกิ กถ็ กู ถอดพลาสติกออกขยาํ ดรู าวกบั วางานนนั้ แพตรตี องใชก ําลงั ไปมากมายจนออนเปลี้ยมือสน่ั มติชกั เหน็ ทา ไมดีก็
ตอนหลอนหนาซีด เหมือนจะโงนเงนชอบกล จงึ ตัดสินใจไปนั่งใกล ๆ อยากประคับประคองดว ยความเปนหว ง
หญงิ สาวกําลงั จกุ อกและหนามืดดว ยถูกอารมณชิงชังครอบงํา เพียงเห็นเปนผชู ายมาน่งั ตรงหนา จงึ เผลอยกมือขึ้นสะบัดซัดฉาด
ไปเต็มแรงจนมติถงึ กับหนาหัน
มีอะไรชนิดหนึ่งเปน ปฏิกิรยิ าตอบวบู กลบั มาปะทะความรูสึก คลายแรงผลกั ไรตนที่ทาํ ใหผงะ แพตรีคนื สติ กลับเปลย่ี นจาก
ความกร้วิ เปน ตกตะลึงใจหาย เม่ือนกึ ไดวาโทสะเพ่ิงบนั ดาลใหห ลอนตบใครลงไป เกิดความรักตวั กลวั บาปสนอง เพราะตระหนกั มานาน
วา ทําอะไรไวกบั อรยิ บุคคลแรง ๆ กม็ ักเปน ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม คือใหผ ลทันตาในชาตปิ จ จุบนั และรุนแรงเปนสิบเทารอยเทา ไมว า จะ
ดีหรอื ราย
โดยเฉพาะขณะผูเปน อรยิ ะไมมกี ิเลสหอ หุม หรือย่งิ ถา อยใู นขณะทรงฌานดวยแลว แรงสะทอนจะหนักหนวงเปน ทวคี ณู เกนิ
ประมาณ ดว ยเหตทุ ี่ธรรมชาตจิ ิตของอริยบคุ คลมีพลังบรสิ ทุ ธ์ิแฝงอยู พลงั ชนดิ น้ันมอี าํ นาจขยายผลเจตนาอนั เปน กศุ ลและอกุศลทีเ่ ขา
กระทบใหเกิดเงาวิบากใหญแบบลดั ลาํ ดับวิบากอ่นื เหมอื นนกั เลงโตที่ใชก าํ ลงั เขาแทรกแซงผมู ีกําลงั นอ ยอน่ื ๆ ในแถว
หญิงสาวรบี เออ้ื มมือจับตน แขนอีกฝายแนน กลาวทัง้ ตวั สน่ั ระริก
“มติ พี่ขอโทษ”
เดก็ หนมุ คอย ๆ หันหนากลบั มา สบตาหลอนแลว ตอบเสยี งนิม่
“ไมเปนไรฮะ ถือเปนการไถโ ทษท่ผี มทําใหพ่ีแพเปน ทกุ ข” แลว กอ็ ธบิ ายวา “สมุดเลมนี้ตดิ มากบั กองหนงั สือท่ีผมขอยืมชวงไป
ชวยพี่แพยา ยหอง ยอมรบั วา อดใจไมอยู เสียมารยาทอยา งมากทแ่ี อบอานโดยพลการ”
๔๒๗
แพตรีจอ งมองเขาชดั ๆ ในระยะใกล เหลือบเล็งแกวตาซา ยขวาของมตทิ ลี ะขางสลับกันสองสามหน มคี วามผกู พันไมเปนอนื่ อยู
ทีน่ ัน่ สัมผัสไดถ งึ สัมพันธภาพบรสิ ทุ ธปิ์ ราศจากความนาคลางแคลงระหวางกนั เขาคนนีจ้ ะไมม วี นั ทาํ รา ยหลอนเลย จะดวยกรณใี ด ๆ ก็
ตาม
“ชา งเถอะ…พี่ไมน า จะมอี ะไรตองปดบงั เธอหรอก”
เกิดความออ นแอขนึ้ มาอยา งผหู ญงิ คนหนงึ่ ท่มี คี ําพูดมากมายเก็บกดไวร อเวลาพรั่งพรทู ะลักทลาย
“พี่เคยคดิ วา ตวั เองรวู าเกิดมาเพอ่ื รออะไร แตตอนน้เี หน็ ตัวเองเปนยายโงคนหน่ึงเทา นนั้ จะเปน คนธรรมดาทจ่ี ําเร่อื งเกา ๆ ของ
ตวั เองไมไ ด หรอื คนพิเศษทมี่ ีความระลึกรูเกยี่ วกับชวี ติ กอ น ก็ไมช ว ยใหท ุกขร อ นนอ ยลงเลย”
มตพิ ยักหนา
“ผมก็รสู กึ อยางนัน้ พแ่ี พอาจนาสงสารกวาคนอ่ืนดว ยซ้ํา ในแงท ใี่ จตองแบกรับอุปาทานในตัวตนถึงสองชาตไิ วพ รอมกนั ”
แพตรลี ดมอื ลง เมม ปากกลาํ้ กลนื รสขม พยายามควบคุมจติ ใจใหเปน ปกติ กระแสใจสงบเยน็ ของเขาทําใหค าํ พดู งาย ๆ น้นั
สะกิดสตหิ ลอน คดิ ตอ ไดเ องวา ขาดอุปาทานตัวเดยี ว กไ็ มม ีทกุ ขข องชาติไหน ๆ ใหแบกอีกเลย
อยา งทีห่ ลอ นเคยคดิ จนปลงใจชัดมาแลว และนึกเขาใจซาํ้ อีกทีวา การระลึกชาติเปนไปไดหลายแบบ ถาเขาทางปญญาก็อาจเปน
คณุ ในแงความเห็นภัยการเกดิ ตายอยางไมร ูอิโหนอ เิ หน ถาเขาทางโมหะก็อาจเปนโทษในแงความยดึ ม่ันถือมัน่ ไมรูจ บรูสนิ้ ทั้งที่จบจาก
ความเปนเชน นั้นไปแลว คล่คี ลายมาสคู วามเปนเชน นี้แลว ก็ยงั อตุ สา หแ บกของเดิมไวใ นใจอยไู ด
แพตรีระบายยม้ิ พยายามเปล่ียนเร่อื งใหแจมใสขน้ึ
“อานทัง้ เลมอยางนก้ี ็รูความในใจหมดสิวาพ่คี ิดและเขยี นเกี่ยวกับเธอไวย ังไงบา ง”
“ฮะ…จาํ ไดส นิทตดิ หวั อยปู ระโยคหนง่ึ ตอนพี่แพเขยี นวาตอบคาํ ถามเดก็ ชา งซักจนชกั อยากเปน ครูขึ้นมาแลวซี…” เวน วรรค
มองเครอ่ื งแบบหลอ นดวยตาเปน ประกายลึกซงึ้ “วนั นไี้ ดเ ปน จริง ๆ ”
หญิงสาวกะพรบิ ตา มองนองชายดวยยม้ิ คางอยูพกั หนง่ึ กอ นเอย
“แตว ันนี้เด็กชา งซักกก็ ลายเปนบัณฑติ ผูรแู ละไดด ีเกินพ่ีไปแลว คงตองสลบั บทกันบางละ อยา ลืมพาพ่ไี ปดวย คงไมท งิ้ กนั นะ”
มติฟง แลวเบนหนาไปมองภาพแสงนฤพานเปนครู จงึ หนั กลับมา
“อาบนํา้ บอใหญแลวตองขออาบบอ เลก็ ทาํ ไมฮะ พ่แี พอยกู ับปูม าต้ังกป่ี ”
“พ่มี นั ไมเ อาไหน ยงั เอาดไี มไดเ ลย”
เดก็ หนุมเปลย่ี นสายตาไปทางโตะเล็ก ซึ่งมีจานแอป เปล ชมพู และของหวานวางอยู กอนชวนวา
“ทานผลไมก ันเถอะ”
๔๒๘
แพตรเี หลียวตาม เห็นผลไมย งั ไมถ กู ผาสกั ชิน้ เพยี งถกู ลางน้าํ หมาดเทา นั้น แถมไมม ีมดี เตรียมมาดวยอีกตางหาก มตคิ งกะใหก ดั
กินเอาทงั้ ลกู นั่นเอง หลอนสา ยหนา นิดหน่งึ บอกเขาวา
“เดี๋ยวพเี่ อามีดมาผา ซกี ให”
วา แลวกล็ กุ เดนิ ออกจากหอง ลา งมอื และหามดี จากในครวั ทาํ พริกเกลือจานเลก็ อยเู ด๋ยี วเดยี วกเ็ ดนิ กลับเขามา จดั แจงกดคมมดี
ผา แอป เปล อยา งบรรจง มติทอดตามองตามพลางถามเรอื่ ยเปอ ย
“ไดล งโทษเดก็ ใหคาบไมบ รรทัด กางแขนยืนขาเดียวเหมอื นทเี่ คยทํากับผมหรือยงั ?”
แมค รสู าวหวั เราะ
“เคยเหรอ เอ…ตอนนัน้ ทําไมพใี่ หเ ธอทาํ อยา งนน้ั ละ ?”
คุน ๆ วาเคยเลน บทสมมุติเปนครูลงโทษนกั เรยี นกับมติ แตลมื แลววา เหตจุ ูงใจคืออะไร
“พแ่ี พพยายามหดั ใหผ มทองคาถากรณยี เมตตสตู รไงฮะ ผมทองไปกบ็ นกลมุ ใจทําไมจาํ ไมได ไมมสี มาธิ บนคาํ เดมิ ทกุ จบวรรค
ทบตน สองเที่ยวสามเทีย่ วพีแ่ พคงรําคาญ เลยสง่ั คาบไมบรรทดั จะไดเ ลิกบน และบอกใหก างแขนยนื ขาเดยี วสกั พัก เดีย๋ วใจสงบเปนสมาธิ
ไปเอง”
แพตรีหัวเราะรวน หลอนเปน คนหัวเราะนา รักนา ใคร และชวนใหคนไดย นิ เกดิ อารมณผองใสตามอยา งฉบั พลันทนั ที ใหม ตินกึ
อยากอัดเทปไวเ ปดฟงเวลาเครยี ดเสียจรงิ ๆ
“งน้ั เหรอ เออ…จําไดแ ลว ”
พดู ท้ังกลว้ั หัวเราะ หลอนผาแอปเปล สามลูกเอาแกนออกจนหมด จึงหยบิ จากจานสงปอ นเขา ปากมตชิ ิน้ หนึ่งอยา งไมคดิ อะไร
มาก
“อะ …”
เด็กหนุมเผยอปากรับ พอเคย้ี วกลืนจนหมดกว็ า
“หานาทหี ลังจากกางแขนยนื ขาเดยี ว ผมรสู ึกวา มสี มาธกิ วา เดมิ กลบั มาทอ งจําไดดีจริง ๆ ดว ย ตงั้ แตน นั้ เลยเขาใจวาถา จะเกิด
สมาธไิ ด ใจตองพยายามเพง เลย้ี งตวั ใหเ ทา กับที่ยนื ขาเดยี วแบบถกู ทําโทษคราวนนั้ เอง”
แมค รคู นงามยมิ้ เรยี บ หยิบชมพมู ากม หนา กมตาผา ตอ มติมองดวงหนางามละมุนเบ้ืองใกลแลวอดหลงรักไมไ ด แตพอรตู ัววามี
อะไรกรนุ ในอก ก็จุดแสงโอภาสขึน้ กลางใจ สง ตวั รตู ามดูความปรุงแตงทนั ที เห็นเหมือนสายหมอกหนาทบึ เริ่มคืบคลานเขา เกาะกมุ หวั ใจ
จงึ ขับไลใหสลายไดท นั ทีทแี่ สงรสู อ งเห็นนน้ั เอง
การจุดแสงรขู ้ึนเสยี กอนมืดคลมุ คลมุ มดิ นั้นสาํ คัญมาก โดยเฉพาะกับจติ ที่ยังมกี ําลังไมเ ทยี่ ง ไมท น หากปลอยใหใ จถกู คลุกเคลา
จนไมอาจใชกําลงั รเู ขา แยกระหวางจิตกับอารมณแลว จะใหส ลดั ท้ิงภายหลังนนั้ นับวายากเยน็ แสนสาหัส สูตดั ไฟแตตนลมไมไ ด ยงั งายอยู
มาก
๔๒๙
จดจาํ และระลกึ เตอื นตนเองวา รสชาตขิ องการรักขางเดยี วแสบรอนปานใด แพตรไี มใชผูหญิงของเขา และจะไมม ีวนั ใช
จู ๆ มติเปรยขนึ้ มาคลา ยตอ งการแกเ กอกบั ตนเอง มากเสยี กวา อยากใหแพตรีไดย ิน
“พีแ่ พคงเคยเปน พส่ี าวของผมมากอนแน ๆ เลย เสยี แตวา ชาตินไ้ี มไ ดเกดิ จากทองแมเดียวกันเทาน้นั ”
หญงิ สาวผา ชมพูเฉยเปน ครู กอนตอบทงั้ สายตาเหลือบตํ่าจบั ความเคลอื่ นไหวท่ีมอื
“เธอโตทนั พ่แี ลว น่ี ฐานะและความรสู ึกทางใจเปนอนจิ จัง เปล่ยี นแปลงไดเ สมอ…”
เพราะสติยงั คม มตจิ งึ รวู า ตนเองหูไมเฝอ น แตค วามหว่ันไหวจะทําใหเ ขา ใจคลาดเคลอ่ื นหรือเปลานนั้ เปน อีกเร่ืองหน่งึ
“ผม…คงทําใหพแ่ี พไมสบายใจเก่ียวกบั รูปท่ีเคยวาดดวยความฟุงซา น หวงั วาพีแ่ พคงไมถ อื สากบั ความเหลวไหลชว่ั ครูชว่ั ยาม
ของผมนะฮะ”
“กไ็ มเ หน็ เหลวไหลตรงไหน คดิ ไปคิดมา ชกั อยากใหเธอวาดอกี เหมอื นกันแหละ”
วาแลวก็นาํ ซีกชมพชู ิน้ หนง่ึ จ้มิ พริกเกลือ ยืน่ จะปอ นมตอิ กี แตคราวนมี้ ติใชมือรับแทน ยน ค้ิวจองมองแพตรดี วยความสงกา
สานตากนั ครูหน่งึ กอนท่หี ญงิ สาวจะเปน ฝายหลบ
“แพกลบั บานดีกวา ”
วา แลว แมห ญิงแสนงามกห็ ยิบกระเปา ข้นึ สะพายไหล ดึงตัวลุกกา วจากหอ ง สรรพนามทผี่ ิดไปจากเดิมยิง่ ยา้ํ ใหร สู กึ ถงึ เจตนา
บอกความแปลกเปลี่ยนในสัมพนั ธภาพ มติน่งั กะพรบิ ตางงเปนครู กอ นโยนชน้ิ ชมพทู ้ิง ลุกตามหลอนออกมาทั้งยงั เควงกบั พฤติกรรมอัน
นา ฉงนของเพศทมี่ คี วามไมแนนอนเปน เจาเรอื น
ทันกนั ทหี่ นาประตูบา นซงึ่ ไมไ ดล ็อกไว แพตรเี ปน ฝายเปดเอง และหันมาทง้ิ หางตาคมหวาน
“ปูบนหามตหิ ลายหนแลว ไมไปเยีย่ มทานเลย ออ…กอ นถึงวนั งานประกวดอยา ลมื เตือนลวงหนานะ จะไดทําตวั ใหว า ง”
แลวหลอ นก็กะพริบตาเบะยิ้มใหเขานดิ ๆ เปนการสง ทาย กอนผนิ หนากรายเทาหางออกไปเร่อื ย ๆ มติมองตามจนแพตรถี งึ
บา น และราวกบั รวู าเขายงั จับตามองอยู หลอ นหนั มาโบกมือหย็อย ๆ กอนกาวหายเขา ร้ัวลบั ตาไป ปลอ ยใหเขายนื นง่ิ ขึงอยูก ับทร่ี าวกับถกู
สะกดดว ยมนตรขลงั อันยากจะตา นของนางฟา
ชว งสาย ในหอประชุมขนาดยักษท่ีถกู ดดั แปลงเปน หอแสดงศิลปะชวั่ คราว คลาคลํา่ ดวยผเู ขารวมชมนทิ รรศการ ซ่ึงมาชุมนมุ
หลายรอ ยคน เพราะทราบจากประกาศทางหนังสอื พมิ พแ ละวิทยโุ ทรทัศนต ลอดหลายเดือนท่ีผา นมา
น่ันเปนนทิ รรศการภาพประกวดทางพทุ ธศาสนาทเ่ี กบ็ ผลการตัดสนิ ของกรรมการไวใ นซองลับ และจะประกาศเผยผลในชว ง
บาย ทัง้ นี้เพื่อใหผ ูชมตระเวนดผู ลงานกันโดยปราศจากอคตแิ ละลําเอยี งเสียกอน จะไดร บั สารจากศิลปนตา ง ๆ เตม็ ที่ สว นจะ
วพิ ากษว จิ ารณช อบชังกบั ผูมาดว ยกันอยา งไร อยากใหใ ครไดเ หรยี ญทอง เหรียญเงนิ หรอื เหรยี ญทองแดงนนั้ ก็สุดแลวแตนานาจิตตัง
๔๓๐
ความหลากหลายของผลงานเกือบหา รอ ยช้นิ ประดับบนแผงกน้ั ช่ัวคราวทเ่ี รียงรายเบยี ดเสยี ดอยูในบริเวณแสดง แลน เลยไปถึง
สว นอน่ื ของอาคารนับแตท างเดินขึน้ มา กอใหเกดิ มิตใิ หมสมใจเจา ภาพ นั่นคือไดม ีการรวบรวมประสบการณ มมุ มอง และความคดิ
สรา งสรรคเ ดนแปลกของจติ รกรทัว่ ประเทศ นาํ มาไวในท่เี ดียวกนั เพอ่ื แสดงสาระธรรมในพุทธศาสนาอยางพรอมเพรียง งานสว นใหญ
มองออกงาย ยิง่ เม่ืออา นรอ ยกรองกํากับก็ยิง่ เกิดความเขา อกเขา ใจทะลปุ รุโปรง
หลายคนท่เี ขา ชมงาน ถึงกับถกู อกถกู ใจ พึมพํากนั เซ็งแซว า เปน งานท่ีดเี หลือเกนิ แตล ะภาพมคี วามชัดในตัววา ถูกถา ยทอดมา
จากสายตามองโลกอยา งละเอยี ดออน ถอยคําทผี่ กู ขึน้ เปนรอยกรองหลายช้นิ มแี รงสะเทอื นกระทบใจสูงมาก ยิ่งเดนิ ชม เดนิ อานผานไป
เทาไหร ก็ยิง่ ดิ่งจมเขาไปในเน้ือหาอันเปนชนวนใหเ กิดกุศลจิต หรือกระทั่งจิตปลอยวางอยางเยยี่ ม
นเี่ ปน ผลของแรงจูงใจอยางใหญ แนนอนรางวัลกอนโตมีสวนดึงหัวกะทแิ ละมอื ทองท่วั ประเทศเขามารวมตวั กันอยา งไมเคย
ปรากฏมากอ น
แมเ ริม่ ตนดว ยความโลภ ทวาเม่ือจะรงั สรรคง านเพอ่ื ชิงชยั เหลาศลิ ปนทงั้ หลายกต็ องตง้ั หนาตั้งตาศึกษาเน้ือหาธรรมะกนั ระดบั
หน่ึง เมื่อเกดิ ความเขาอกเขา ใจ หรอื เกดิ แรงบนั ดาลใจเด็ด ๆ แลว จงึ ลงมอื ละเลงเสนสายลายสกี นั สุดเดช เพ่ือบรรลจุ ดุ ประสงคของแนวคิด
ประกวดคอื เขา ใจงาย และมผี ลกระทบแรง
องคป ระกอบทีใ่ ชพ จิ ารณาน้นั เทน้าํ หนกั ใหความเขาใจงายทัดเทยี มกบั ความงามในเชงิ วจิ ติ รศิลป ภาพทสี่ มบรู ณพรอ มทงั้
ผลกระทบทางใจและความสวยงามเขา ตา จะมภี าษเี หนอื ภาพอ่นื ทง้ั หลาย
แรงจูงใจสาํ คัญยงิ่ ไมใ หเหลา ศลิ ปนทดทอก็คือ รางวัลมไิ ดม ีเพียงสาํ หรับสามภาพคอื เหรยี ญทอง เหรยี ญเงนิ และเหรยี ญ
ทองแดงเทานนั้ ยงั มีภาพทท่ี านเจา ภาพจะใชความพอใจสวนตัว มอบรางวัลชมเชยใหส แี่ สนบาทถงึ สิบภาพ รวมทงั้ รางวัลปลอบใจแบบไม
จาํ กัดจาํ นวนอกี ตา งหาก กลาวคือขอเพยี งทําใหทา นเจา ภาพพอใจ ก็รับไปเลยเหนาะ ๆ ส่ีแสน หรอื ลดหลั่นลงไป แตอ ยา งต่ําตีคา เปนเลข
หา หลักไลก ันข้นึ มาทงั้ ส้นิ
นั่นทาํ ใหทกุ คนทมุ เทกนั สดุ ตวั บางคนลงทนุ ไปน่ังวิปสสนาตามสาํ นักดงั เพียงเพอื่ ใหไดแรงบนั ดาลใจประดษิ ฐงานสงเขา
ประกวดโดยเฉพาะ!
ผลท่ีไดอยา งใหญค อื เน้ือหาธรรมะงา ย ๆ ทเ่ี ขา หเู ขาตาผูร วมชมจาํ นวนมหาศาล เพราะภาพที่ ‘สอบผา น’ ท้งั หมดจะถูกตระเวน
แสดงทวั่ ประเทศ รวมท้ังเผยแพรผ า นสอ่ื มวลชนสายหลัก บรรดาศลิ ปน จะจรงิ ใจกันแคไ หนก็ชาง ขอแคแคะเอาศกั ยภาพสูงสดุ ของพวก
เขามารวมกนั เปน ใชไ ด การระดมศกั ยภาพของหวั กะทหิ ลายรอยยอ มกอผลสะเทือนอนั กวางใหญอยา งแนน อน
นบั เปนงานสบื ทอดพระศาสนาอันสําคญั ย่งิ งานหนงึ่
ทฆี ายุจูงมอื ฟองชลแฟนสาวของเขาแวะเวยี นชมภาพโนน ภาพนี้ สายตากส็ อดสา ยหาพรรคพวก ซง่ึ คาดวา นาจะเดนิ เกรอ ยใู กล
ละแวกบา ง
ชมไดเ พียงสองสามภาพกป็ ะเพือ่ นนกั ศึกษารวมรนุ โดยทฆี ายุเปนฝา ยถกู เรียกทักกอน
“ตุย !”
๔๓๑
เพอื่ นรว มคณะยืนอยูท่ีภาพหนึง่ ไกลออกไป ทฆี ายพุ ยกั พเยิดให หันดรู ูปทีค่ า งอยู อา นกาพยก ํากบั ภาพครหู นง่ึ จนจบ จึงดงึ แขน
แฟนสาวชักชวนไปหา
“เพิ่งมาถึงเหรอะ?”
ตัง้ ทัพถามและหันไปยักคิว้ ใหค นนา รกั ของทีฆายุอยา งสนทิ คุน
“เออ” ตอบแลวก็หันมองภาพ ผงะนดิ หนึ่ง “ของใครวะ?”
“นี่แหละงานกู”
ต้งั ทัพบอกดว ยยมิ้ โอ ทฆี ายุเหลอื บลงอา นโคลงส่ีทีเ่ ปรียบเหมอื นบทบรรยายขยายความ
เท็จ นนั้ คนพดู ยอ ม ทง้ิ รอย
จริง แลวไมเคยลอย เล่อื นเปอ น
สิ่ง เดยี วในหนงึ่ รอ ย เลห ล ิ้น ลมคน
ลวง ดวยคาํ เอยเออื้ น อาจยอ นรดั คอ
อา นเสรจ็ ก็เหลือบขนึ้ มองภาพซํา้ เปนภาพชายคนหนงึ่ ถูกดงึ ลนิ้ อันยาวเหยยี ดเหมือนสายยางฉดี นํา้ ออกมาพันรดั คอจาก
เบอื้ งหลงั โดยผกู ระทาํ การดงึ ลิ้นแตงชดุ ครยุ แบบเนตบิ ัณฑติ หนาตาถมงึ ทึงแบบจะฆาตกรรมใหตายดว ยล้ินของชายเคราะหร า ยน้นั เอง
เผอญิ ทฆี ายกุ บั ฟองชลหัวเราะออกมาพรอ มกันอยา งเกบ็ ความขาํ ไมอ ยู ต้งั ทพั หนาเสีย
“ตลกเหรอะ?”
ถามแบบใจไมด ี ทฆี ายุพยายามเมมปากกล้ันเพื่อไมใหเ พอื่ นเสียนา้ํ ใจวา ถกู เยาะ ความจริงโคลงทแ่ี ตง ไวแ มขาดความรดั กมุ หนัก
แนน ก็พอกลา ววา เขาทาอยูหรอก ภาพก็วาดไวใชไ ด การวางตาํ แหนง และการเลน สีไดจ งั หวะจะโคนเดนตา มคี วามคมชดั สมจรงิ แฝง
ความนา กลวั ไวส มเจตนาดี ทวาสอ่ื ทอ่ี อกมา บวก ๆ กนั ระหวา งภาพกบั โคลงแลว ดจู ้ีเสน ชอบกล โดยเฉพาะอาการตาเหลอื กตาปลิน้ ยกมอื
กุมคอหอยของเจาของล้ิน
“กูนกึ วามึงตง้ั ใจใหขาํ น่หี วา ” วาแลว กฝ็ น เชยี ร “ใชไดโ วย ตอไปนกี้ คู งไมอ ยากพดู จาโปปดมดเทจ็ อกี แลว กลวั เจอทนายความ
สาวไส ลากลน้ิ ออกมารัดคอแบบท่ีเหน็ ”
ฟองชลหวั เราะกก๊ิ แตแลวก็ยมิ้ รน่ื ตีหนาตายชม
“ซวี านา ประทับใจจนลืมไมล งเชียวละ ”
๔๓๒
ต้ังทัพฟงยังไงกร็ วู าเพื่อนทั้งสองแคเสพดู ใหก ําลงั ใจเทาน้นั จงึ ย้มิ กรอย
“อยากจะวา ภาพมันเออ ๆ ก็พดู ตามตรงเหอะ หนาตากบั สมุ เสยี งฟองเชียว” แลวเขากเ็ บยี่ งความสนใจมาถามถึงงานของเพอ่ื น
สาว “ซีละ วาดภาพอะไรไว เห็นหรอื ยงั วาตั้งอยตู รงไหน?”
"ยัง"
“เดินหาดกู ันไหม?”
“อยา ดูเลย เดย๋ี วเธอแหกปากหัวเราะ อายเขา”
“อาว! อาจารย สวสั ดีครบั ”
ทีฆายุเห็นชายผมสดี อกเลาเดินเขา มาในทางตาก็ยกมอื ไหวดว ยความเคารพ
“เออ วาไง”
สมบรู ณพ ารางผอมเกร็งมายงั กลุมนักศกึ ษา ตบหลังทฆี ายศุ ษิ ยโปรด
“อาจารยม านานแลว หรือยงั คะน?่ี ”
ฟองชลยน่ื หนา ถามยม้ิ ๆ
“กพ็ กั ใหญ แตเ พ่ิงดไู ปไดห นอยเดียว” โคลงหวั เลก็ นอยบน “มึน มนั เยอะจดั นี่ของฉนั เองยงั หาไมเจอเลย นา จะตดิ เบอรแ ลวมี
บัญชชี ื่อระบไุ วใ หเหน็ หนอ ย”
“แลวอาจารยเ ห็นทพี่ อเขาเคามงั่ รึยังฮะ?”
ต้ังทพั ถาม
“ออื เหน็ เขา ทาอยหู ลายเหมือนกัน แตล ะคนทา ทางคัน้ กนั สดุ ฤทธิ์…” แลว ก็เบิกตาคลา ยนกึ อะไรข้ึนได “เมอ่ื ก้ีเพง่ิ เห็นงานของ
มติ เขาทําเขาทนี ะ”
“เหรอครบั ภาพเปน ยังไง?”
ทีฆายซุ ักดว ยความอยากรู เนือ่ งจากพดู ถึงฝม อื แลว มตินับเปนคปู รบั สําคญั ในรุนเดียวกนั แตออกงานใหญอยางน้คี งไมม ีใคร
เดน เปน ชา งเผอื กไดงายนกั
“ชือ่ ภาพแสงนฤพาน อานกลอนแลวรสู กึ ยังกบั มันไปบรรลุอะไรมา”
สามหนุมสาวหวั เราะเบา ๆ มตไิ มอ ยูในกลมุ เดก็ รวย การคบหาจึงออกจะหางเหนิ นบั หนา ถอื ตากนั แคฝ ม อื ชนิดหวิด ๆ จะไร
เทยี มทานเทา นน้ั นิสัยใจคอหรือพ้ืนความชอบใจทางดานศาสนาไมคอ ยเปน ที่รเู ห็นของเพื่อนเทา ไหร
๔๓๓
สมบรู ณเ พง่ิ เหลียวมองภาพดา นใกล มองชอ่ื เจา ของแลว จึงรวู าเปนงานของต้ังทพั กมหนา อานโคลงดานลาง ยอ นสายตาข้นึ
มองภาพแลว หัวเราะออกมาดงั ๆ นนั่ ย่งิ ทาํ ใหตั้งทัพหนาเจอ่ื น ดว ยรแู นแลววางานของตนถูกมองเปนสื่อชวนหวั มากกวาจะหวังชนะใจ
กรรมการ
ขณะนน้ั สองเด็กหนมุ เดินเขามาสมทบ ตา งยกมอื ไหวอ าจารย และทักทายกันเองขรม พอรูวา อาจารยสมบรู ณเ พง่ิ พดู ถึงผลงาน
ของมติ หนึ่งในนน้ั ก็โพลง วา
“เมื่อก้ีก็ทกั วันน้มี นั พกนางฟามาประดับบารมดี ว ยละ ”
ตง้ั ทพั ตาตนื่
“คนทเี่ ราเคยเห็นเดนิ ดวยกนั ในศูนยก ารคาเมอื่ หลายเดือนกอ นหรือเปลา?”
บางกอกยกั คิว้
“เออ…มันมเี สนห อะไรของมันก็ไมร ู ควงสาวสวยขนาดน้นั ยัง่ ยนื ไดไ ง สงสยั จรงิ ”
ทฆี ายุเบิกตาหนอย ๆ ดว ยความอยากรู
“สวยขนาดไหนวะ?”
บางกอกอมยิ้ม ถา ฟองชลไมยืนอยูตรงนัน้ ก็อาจกระทงุ เลนวา ‘เดก็ มงึ ชิดซา ย’
“เดี๋ยวดเู องด้ิ มนั พาเดินกระตว มกระเต้ียมไปรอบ ๆ นะ คงเวียนมาเจอกันเขา เองหรอก”
“งานนหี้ ลากหลายดวี ะ ” วเิ วกซึ่งมาพรอ มบางกอกเอย “ศิลปน ทั้งไฮโซและตอกตอ ยมาชมุ นมุ กัน เม่ือกีอ้ านชอื่ เจาของผลงาน
คนหนง่ึ เปนหมอดว ย ชอ่ื อะไร…แพทยหญงิ ไอยรนิ ฝม อื รายทเี ดยี ว”
อาจารยสมบูรณเบกิ ตาหนอย ๆ
“ออ หมอไอยริน เมือ่ ยงั เดก็ เคยกวาดรางวัลเยาวชนนานาชาตมิ าแลว ดงั ออกจะตาย เธอไมรูจ ักเขารึ?”
“ไมร คู รบั ” วเิ วกเทา เอวสารภาพ “เทคนิคการสะบดั สี การปดแปรง การระบายอะไรนแี่ นบเนยี นชั้นอองเลย แตกาพยท เ่ี ขาแตง
ยังแปรง ๆ ลงเอกโทไมเขา ทพี่ ิกล”
“บางรายวา ไวส ดุ สยอง” ตงั้ ทพั เอย พลางหัวเราะ “กลอนวาไงลืมแลว แตส รุปวา บางคนเกดิ มาในโลกนเี้ พ่ือทง้ิ ไวแตอึกับฉ่ี ไมมี
รองรอยความดีหรอื ผลงานทง้ิ ไวใหเ หน็ เลย ฮะ ๆ ”
“นแี่ หละนา โดนดา แลวยังไมร ตู ัว…มีหนาไปชมเขาอีก”
บางกอกแซว พอทุกคนพากนั หัวเราะและเหน็ ต้ังทพั หนั มาทาํ ตาขวาง บางกอกก็เบนหนามาเสถามเปนเชิงขอความเห็นจาก
อาจารย
๔๓๔
“อาจารยวาไหม ทเี่ ขาไมส งวนช่อื ยอมใหซ้าํ กันไดน ม่ี ั่วพิกล เม่อื ก้ีเดนิ ผานมาเจอเพยี บเลย อยา งชือ่ ภาพ ‘อริยสัจจ’ กบั
‘อวชิ ชา’ อะไรเนี่ย เกรอแท”
“ออ …เขาวา ถา ไปจาํ กัดแลวเดี๋ยวคนคดิ ตัง้ ช่อื ใหเหมาะสมลงตวั กนั ไมอ อก เพราะขอ ธรรมในพทุ ธศาสนามอี ยตู ายตวั ถาใคร
อยากส่ือขอหนึ่งแลวเผอิญไปขดั ไปซํ้ากบั คนทีจ่ องไวแลว เลยตอ งคิดคอนเซป็ ตใ หม ทัง้ ท่ีอาจสอ่ื ขอธรรมเดิมไดดกี วา คนอืน่ ”
ทีฆายุย้ิมเผล เพราะชว งพยายามศึกษาเนอ้ื หาธรรมะคน แรงบนั ดาลใจ เขาคิดวาเขาเพิง่ ทราบชดั วาคนยคุ นหี้ ยิบยมื ศพั ทม าใชกนั
ผดิ เพ้ยี นจากความหมายเดมิ มาก จงึ ออกความเหน็ เสรมิ
“แตก ท็ ําใหเ ขวไดเหมือนกันนะครบั ท่มี อี ยูภาพหน่งึ ตรงทางเดิน ไอเดยี กระฉูดเชยี ว วาดเปน กลอ งดูดาวฮบั เบ้ิลสเปซบนอว
กาศนะ ลอยเทง เตง เปน สญั ลกั ษณการขยายขอบเขตความรบั รูทางประสาทตาไดกวางไกลทส่ี ุด ใหขอ มูลไวในกลอนเสยี ดวยวาอยสู งู เหนอื
พืน้ ขึ้นไปหกรอยกโิ ลเมตร เห็นไกลจนยอ นกลับไปในอดีตเกือบถึงขณะกําเนดิ จกั รวาล แตยง่ิ เหน็ ย่ิงเกดิ คําถามไกลออกไปกวา สิ่งท่ีเห็น
บทสรปุ คอื รวู ชิ าทีย่ ดื ยาวยนื่ ไกลหาที่จบไมไดน้นั เปน อวิชชา สว นวชิ าท่ีรูแ ลว จบถึงจะถอื เปนวิชชา อยูบนโลกนี่เอง”
“แลวอวชิ ชาตามความหมายเดิมวา ไงละ ?”
ฟองชลขยบั ถามแฟนหนุม เปน ผลใหท ีฆายุยดื อกเบง เล็กนอ ย กอ นตอบดวยความม่ันใจ
“อวชิ ชาเล็งไปตรงจิตท่ถี กู หอ หมุ ดว ยกิเลส ทาํ ใหไ มรูอริยสจั ส่ี ไมร ูเ บอื้ งหนาเบื้องหลัง รวมทงั้ ไมรูเ หตุปจจยั ใหเกดิ ส่ิงที่กําลงั
ปรากฏอยตู รงหนา แตเดีย๋ วน้ีคนเอาอวชิ ชามาใชก นั ในความหมายทํานองไมร จู ริง หรอื มอี คติอยา งแรงกับเรื่องใดเรื่องหน่งึ ถาพูดๆกัน
ท่วั ไปกไ็ มเปน ไรหรอก แตอ ยางในงานน้ที ี่ตองการส่อื ธรรม มันนา จะระวังใหต รงทางกวา ทใี่ ชอยูผวิ เผิน
อยางภาพที่วา นี่ แทนทจ่ี ะตงั้ ชื่อเปน ‘อวิชชา’ ถาแผลงเปนอน่ื กค็ งจะดเู ขา เคาดหี รอก เชน ‘รเู พอ่ื ตอ’ หรอื ไมก ็ ‘รูเพือ่ จบ’ อะไร
ทาํ นองนี้ แลวสรุปแนวคิดของภาพวา รแู บบโลกนน้ั ไมจบ ไมนา พอใจ ตองรแู บบธรรม เพราะไปถึงจดุ หน่ึงแลวจบ ไมตองตอ อีก”
“วาว…” ฟองชลครางเสยี งตาํ่ เบิกตาลอ แฟนหนมุ “วนั นึงเธอตองไดเ ปนหน่ึงในคณะกรรมการแน ๆ เลย”
“ไดเปนสมดี ว ย”
วิเวกเสริม เพ่อื เรียกความครน้ื เครงในหมู เกือบทกุ คนหัวเราะ ยกเวน ทีฆายุที่ทาํ หนางง
“สมคี อื อะไรวะ?”
วิเวกตะแคงหนามองเพอื่ น ทีแรกนึกวาแกลง แตพอดตู าแลว ทาทางไมร ูจ ริง ๆ ตามประสาคนเพิ่งเร่ิมศกึ ษาพทุ ธศาสนา ความรู
ยงั แหวงๆวิ่นๆ บางทีเหมอื นรลู ึกจนเกนิ ตัว แตบางทกี ็เหมือนปลาตายนํ้าตื้นอยางน้ี
เห็นเพ่ือนอยากรู วเิ วกจงึ ยกมือตบบา และยิ้มขรึมสงเคราะห
“ถา อยากรูวา สะ-หมี คอื อะไรก็ลองบวชดูนะ บวชแลว หม่ันใหส กี าซีไปเยี่ยมบอ ย ๆ ออ รอฉอเลาะกนั สกั พัก ภาวะทา นสมจี ะ
เกิดขนึ้ เอง”
“บา!”
๔๓๕
ฟองชลรองเสียงแหลม ตแี ขนวเิ วกเผียะใหญแ ลวทําตาควํา่ หนา เงา ทฆี ายุหวั เราะออกมาได กลุมศิษยอาจารยยืนถกอภปิ รายครู
หนึ่งก็แยกยา ยไปชมภาพประกวดตามอธั ยาศัย รอเวลาประกาศผลที่กําลงั จะมาถงึ ในเวลาไมน านขา งหนา
บายสองโมงตรงอนั ไดเวลาแจกรางวัล ผคู นเรม่ิ ทยอยเขา มากันมากขึ้นกวาชว งเชา หลายรายกะจะเขา มาชมพักเดยี วใน
ระยะแรก กลับตดิ ใจอยูตอ รอฟง ผล โดยเฉพาะบรรดาศิลปนเจาของผลงานทงั้ หลาย พาญาติสนทิ มิตรสหายพว งมาดวยเหน็ อนุ หนาฝาคงั่
เนอื่ งจากเปนงานฟรี คนหลามไหลเขา มาไดต ลอด จาํ นวนเกา อท้ี ่ีจัดไวเ หลือนอ ยเตม็ ที แนนอนวา เมือ่ ถึงเวลาประกาศผล ก็เหน็ ทจี ะตองยนื
กนั เปน สว นใหญ เพราะยงั เกรช มภาพอยูม าก
“สวสั ดีครับพีน่ องชาวพุทธทร่ี กั ทุกทาน…”
เสยี งพิธีกรดงั ข้ึน เปน สญั ญาณวา วาระสาํ คญั มาถงึ แลว นน่ั เองจํานวนผูเขา ชมจงึ เทมาทางท่นี ่งั มากข้นึ
พิธีกรกลา วถงึ ความเปน มาของงานประกวดภาพ รวมทงั้ แนวคดิ การสงผลงานเขารวม เกณฑก ารตัดสิน ตลอดไปจนกระท่งั
รายช่ือคณะกรรมการผูทรงคุณวุฒซิ ึง่ ทําหนา ท่ตี ดั สิน
จากน้นั กลาวพอสงั เขปเปดตวั เจาภาพ ผรู ิเร่ิมงาน และออกคาใชจา ยทัง้ หมด คือคณุ โภไคย วเิ ศษเวคิน นกั ธรุ กิจใหญคนหนึ่ง
ของไทย แลวเรยี นเชญิ เจาตวั ข้ึนมาบนเวที เสยี งปรบมอื รบั ลั่นไปท่วั บรเิ วณ กลองโทรทัศนข องผูสื่อขา วจากหลายสถานีเบนไปเลง็ ตดิ ตาม
เปาหมายพรอมเพรยี งกัน
คณุ โภไคยเปนชายรา งทวมใหญว ัยใกลช รา ทว งทกี ิริยาสงา งามชวนใหเกิดความเคารพยาํ เกรง ริว้ รอยแหง วัยบนใบหนาแทบไม
ปรากฏ หากปราศจากราศฉี ายกลาเยีย่ งผูมบี ารมีในธนาจกั รอันรุงเรืองแลว ก็ชวนใหน กึ วา เปนหนมุ ฉกรรจห นาออนวยั ไมเ กินสี่สิบเปน แน
“สวัสดีครับทา นผมู ีเกียรติทง้ั หลาย”
น้าํ เสยี งของคณุ โภไคยแจมชัดเปน กงั วาน ไมช าไมเร็ว มีทั้งนํ้าหนกั อนั ทรงอาํ นาจเยีย่ งผูกมุ ชะตาชีวติ พนักงานเรอื นพนั กบั ทั้ง
เจอื กระแสความเมตตาเยยี่ งผูเ ขา ถึงความไมเบียดเบียน
“ผมรสู กึ ดีใจ และตองกลาววา เกนิ ความคาดหมาย สําหรับจาํ นวนศลิ ปนฝม ือดีที่สงงานเขา รว มประกวด กบั จํานวนประชาชนที่
ใหความสนใจแวะเวียนมาชมกนั ในวนั นี”้
คุณโภไคยมองกราดไปกวา ง ๆ หญิงชายทุกวัยมาประชมุ อยางนาชน่ื ใจ ชืน่ ใจท่พี รอ มกันมารบั สาระธรรมจากศิลปนผมู ี
ความสามารถในการส่ือสาร
“หลายสิบปทผี่ มอาศัยแผนดินไทย แผนดนิ ธรรมของเราเปนแหลงพาํ นักพกั พิง และทํามาหากินเย่ียงสจุ ริตชนคนหนึ่ง
นอกจากความภูมใิ จที่มีสว นสรา งงานใหส งั คม เสียภาษใี หกับรฐั อยา งถกู ตอ งแลว กไ็ ดแกก ารทํานุบํารุงพระศาสนาของชาวไทยและ
ชาวโลกนเ่ี อง
๔๓๖
ผมทาํ บญุ ทําทาน สรางพระไตรปฎ ก สรา งพระ สรา งวดั วาอารามมากม็ าก แตไมค อยเปนที่อึกทกึ ครึกโครมเหมือนอยา งครง้ั นี้
ถา ใหเ ลาถึงเกร็ดประสบการณใ นการทําบุญกับพุทธศาสนา ผมมที ง้ั เรอ่ื งควรยนิ ดีและเรอ่ื งนา เศราจะบอกมากมาย เอาเปน สรุปวาสงิ่ ทผี่ มรู
เห็น สิง่ ทผ่ี มคาดหวัง และส่ิงทเี่ ปนแนวโนม ในรอบรั้วพระศาสนาของเรา รวมกันเปนแรงบนั ดาลใจใหค ดิ จดั งานนีข้ น้ึ มา
อยา งในงานสมโภชครง้ั หน่งึ ของวัดทผ่ี มสรางเพ่ืออทุ ิศสวนกุศลกบั คณุ แมผ ูลวงลบั เมอื่ ผมไปถงึ นั้น เปน จงั หวะพอดีกบั ท่กี ลมุ
วัยรนุ ซง่ึ มาในงานเกดิ ผิดใจกัน ตอ ยตกี ันโกลาหล นอกจากทาํ ใหเ สยี ฤกษ เสียความรสู ึกแลว ยงั กัดกรอ นภาพลักษณของสังคมพทุ ธ ที่
ปรากฏตอ สายตาคนทั่วไปเปน อยา งมาก น่ันสะกดิ ใหผ มเกิดความรสู ึกวา เรามสี วนสรางวัดใหพ ระทานจาํ พรรษามามากแลว แตอ าจจะยงั
ไมไดมีสว นเผยแพรความรูความเขาใจเกย่ี วกบั เนอ้ื หาธรรมะสูคนทั่วไปสกั เทาไหร
ผมเองเปน คนชอบสะสมงานศลิ ปะทกุ ประเภทมาแตไหนแตไ ร โดยเฉพาะพุทธศิลป ผมชอบมองเขาไปในความละเอียดออน
ของศลิ ปน แตล ะคน ชอบมองโลกผา นสายตาของพวกเขา บางคนสรา งงานทเ่ี ขา ใจยาก ตอ งศกึ ษาสั่งสมความรกู ันระดบั หนึง่ จงึ จะเขาถึง
บางคนสรางงานทมี่ ผี ลสะเทือนทางอารมณสูง เชน ภาพพระพทุ ธในลลี าตาง ๆ ทม่ี คี วามงดงามโนมนาวจิตใจใหเ ปน กศุ ล และบางคนก็
สรา งงานทสี่ ามารถสอื่ เรื่องยากใหเ ปน เรือ่ งงาย ซงึ่ อันนท้ี ําใหผ มคิดวา นาจะเปน ประโยชนในวงกวา ง กอใหเกดิ ความเคารพพระพุทธ พระ
ธรรม และพระสงฆมากกวาประเภทอื่นหมด
ผมมองเห็นขึ้นมาอยา งหนง่ึ วา ปจจบุ นั น้ี ศกั ยภาพในการสอ่ื สารของบรรดาศลิ ปน ในบานเมอื งเรา รวมทง้ั บานอื่นเมืองไกล ถกู
นาํ ไปท้ิงขวา ง หรอื ชวงใชกันในทางที่เหลวไหล หรอื ฉุดศีลธรรมใหตกตา่ํ ลงกนั เปนอนั มาก นับแตการออกแบบแฟช่ันลํา้ ยคุ ทีย่ อนกลบั
ไปสูการเปด เปลอื ยแบบยุคหนิ ไปจนกระทั่งการสรา งโฆษณา สรางละคร สรา งภาพยนตรท ่ีหมิ่นเหม ลอ แหลม และกระทงั่ ยวั่ ยใุ หคนเรา
เห็นกงจักรเปนดอกบวั
พี่นอ งที่รกั ครับ การไหลตามกระแสของยคุ สมยั อาจเริม่ มาจากแรงจงู ใจคือเงนิ ศลิ ปนผมู คี วามสามารถท้ังหลายขดุ เอาศกั ยภาพ
ทม่ี ีมารับใชกเิ ลสกนั เปนหลกั เรียกวา ตอ กิเลสดวยกิเลส ชว ยเรง กเิ ลสใหแ รงขน้ึ ท่สี ุดเทา ท่ีจะสามารถ ดูเหมือนย่งิ ผลลพั ธเ ปนกเิ ลสพงุ แรง
เทา ไหร ก็ย่งิ ทาํ เงนิ ไดม ากเทานน้ั
ผมตอ งกลา วขออภยั หากคาํ พดู ของผมทาํ ใหหลายคนในทนี่ ีส้ ะดงุ เพราะทราบวา หลายทานทํางานอยูในขอบขา ยดงั กลาว แตน่ี
เปนกาลเทศะอันดี ทเี่ ราจะมาน่ังยืนคยุ กนั ใหเ กิดการมองกวางไปในภาพรวม วาผมู ีพรสวรรครังสรรคสรางมิตใิ หมท งั้ หลายน้นั กาํ ลังใช
ศักยภาพของตนเองใหเกิดผลสะเทอื นในทางใดบา ง
ผมไมต าํ หนิ หรอื กําลังพยายามพูดกระทบวาทา นเลวราย หรือมสี ว นทาํ ใหส ังคมเสื่อมทราม เพราะจดุ เริ่มมาจากความตองการ
สงิ่ เรง กิเลสของคนทั้งหลายในสงั คม ไมใชคนใดคนหนง่ึ ชกั นํา แตผ มอยากพดู วางานนค้ี อื ตัวอยา งในการใชความสามารถเชิงสอื่ สาร ทาํ
เรอ่ื งยากใหเปนที่เขา ใจงา ย ฉายใหเห็นศกั ยภาพอีกแงม มุ หนึ่งของศลิ ปน หลายคนทมี่ สี วนเปน แมง านมากระซบิ กบั ผมวา นกึ ไมถ งึ วา
ผลลพั ธจ ะชว ยใหตวั เขาเองเกิดความกระจา งในเนื้อหาธรรมะมากกวาเดิมขนาดนี้
ผมคงดใี จถาไดพ ิสจู นใ หเหน็ วา การรวมคนเกงมาทําประโยชนกนั มาก ๆ จะกอ ใหเกดิ คณุ คาขึน้ ในสังคมไทยเราอยา งไร หาก
ไดร บั เสียงสะทอ นในทางดมี ากพอ ผมก็จะพยายามทําใหงานนม้ี ขี ้ึนทกุ ป และอาจพยายามขยายขอบเขตการประกวดใหม ีความหลากหลาย
กวาเดิม ถึงแมปไหนปจจัยความพรอมของผมออนลง กจ็ ะไดตดิ ตอขอความรวมมือจากเพอ่ื นฝงู หรือหนว ยงานของรัฐท่ีเห็นคาตอ ไป
อยากเรยี นใหท ราบวางานประกวดนไี้ มไดเล็งเอาเฉพาะเหรยี ญทอง หรือเพอ่ื ประกาศใหท ราบวา ใครคอื ผูชนะ ใครคือผมู ี
ความสามารถสูงสดุ ประจาํ ป เราตอ งการพทุ ธศลิ ปท่ีมาจากการรงั สรรคสดุ ฝมือจาํ นวนมากตางหาก และอยางนอยถา ผมไมอาจทาํ ใหทา น
รูส กึ วางานทางศาสนามีคาเกินกวาจะตเี ปน ราคา กต็ องทําใหเห็นวาเมื่อตคี าเปน เงนิ แลว ตอ งเหนอื กวา งานศลิ ปะธรรมดาทที่ า นผลิตสง แกล
เลอร่ที ัว่ ไป เรยี กไดวาเปน สิบเปนรอ ยเทา
๔๓๗
เงินจํานวนหลายลา นบาทสาํ หรบั รางวัลท่ีหน่ึงอาจทาํ ใหแตกตื่นในวงกวา ง และยงิ่ สาํ ทบั ความรูส กึ กันมากขนึ้ เมือ่ มกี าร
ประกาศเจตนารมณชัดวา ถาเขาตาผมแลว สะเทือนความรสู กึ ผมไดแ ลว เปนอันวา ตองไดร างวลั เงนิ ตอบแทนอยางแนน อน ผมมีความยินดี
จะแจง ใหท ราบลวงหนา เลยครับวาปแ รกนี้ มรี างวลั ชมเชยสีแ่ สนบาทสบิ รางวลั และรางวัลปลอบใจอีกถึงยีส่ ิบเจด็ รางวัล ซง่ึ อตั ราตํา่ สุด
ตามความพอใจของผมคือเจ็ดหม่นื บาท”
เกดิ เสยี งครางฮึมไปทั่ว แลวมีใครคนหนึ่ง คาดวา นาจะเปน หน่ึงในกลมุ ศลิ ปนผูสงผลงานเขา รว มประกวด ตบมือนําขึน้ มา
ยงั ผลใหเ กิดเสียงปรบมือตามอยา งกราวเกรียว เพราะนึกไมถ งึ วาหัวหนางานประธานพธิ จี ะใจปา ดเุ ดือดขนาดนน้ั
คณุ โภไคยกลา วตอเมื่อเสยี งปรบมือซาลง
“หลายคนอาจกังขาวาผมเอาเกณฑอะไรมาตดั สนิ กข็ อบอกไว ณ ทนี่ ้เี ลยวาเกณฑข องผมอาจแตกตางจากคณะกรรมการที่
พจิ ารณามอบเหรียญทอง เหรยี ญเงนิ และเหรยี ญทองแดงไปเลก็ นอ ย ผมเองแมไมแ ตกฉานอรรถธรรมสกั เทา ไหร แตกเ็ ปน ชาวพุทธที่พอ
มองออกวาใครถา ยทอดธรรมะที่สกุ แลวหรอื ยังดิบอยู
ทีย่ งั ดิบอยคู อื การสกั แตเอยอา งเน้อื ธรรมในพระคมั ภรี หรอื ผูมีชื่อเสยี งมาพดู หรือดดั แปลงเอาดว ยความฉลาดคดิ สว นท่ีสกุ
แลว คือประสบธรรม รรู สธรรมแลว และสามารถใชค าํ พดู งาย ๆ ของตัวเองมาส่อื กบั คนอน่ื ท้งั น้ีตอ งไมไ ขวเขวออกนอกลูนอกทาง อวด
เกง เลยกรอบทพี่ ระทานบัญญตั ไิ วด วย
ฟง ดเู หมือนเปน เรอื่ งยากทีจ่ ะหาใครถา ยทอดความรธู รรมทส่ี ุกแลวออกมาไดดวยเง่อื นไขและขอ จาํ กัดดงั กลา ว แตค วามจริงก็
คือ เมอ่ื ไดสมั ผัสเขา ถึงธรรม จะเหน็ เองวา มันงายครับ และผมก็คดั ตวั อยางใหพ วกทานดู ทง้ั รางวัลชมเชย และรางวัลปลอบใจรวมแลว
สามสบิ เจด็ ช้นิ ในวนั นี”้
จากมุมมองบนเวที คณุ โภไคยเห็นหลายคนหนั หนา ซบุ ซิบพมึ พาํ จอกแจก อาจเพราะเกดิ ความรสู ึกเหน็ ดว ยหรอื ไมเ หน็ ดวยกบั
เกณฑต ดั สินดังกลาว อยางไรก็ตาม คณุ โภไคยสบายใจไดว า นเ่ี ปน งานของเขาเอง เงินของตนเอง ใครจะเห็นดว ยหรือไมน นั้ เปนเรือ่ งของ
คนอนื่
“พ่นี อ งที่รัก ผมมานกึ เสียดายทค่ี ิดจดั งานประกวดภาพนไี้ ดช าไปหนอย ทา นอาจไมท ราบวา งบประมาณประจําปใ หกับโฆษณา
สนิ คาบางชิ้น ยงั มากกวา ทนุ ทั้งหมดทจ่ี ดั งานอันเปน มหากศุ ลครัง้ น้ีเสยี อกี …”
ท้ังหองเงียบกริบ บางคนท่ีเคยกงั ขา หรอื ตงั้ ขอ สงั เกตวา เบ้อื งหลงั เจตนาจัดงานใหญของคุณโภไคยครั้งนคี้ อื อะไรแน กช็ กั เชือ่
และเกิดความเลอื่ มใสจากการฟง ความท่ที านกลาวลา สุด บนเวทีไมมโี ฆษณา ไมม ีภาพของสินคาใด ๆ ปรากฏอยทู ัง้ สิ้น ชว ยยนื ยนั ใหเ ห็น
ภาพลักษณอ ันโปรงใสอยา งไมน าคลางแคลงเทาไหร และวาท่ีจรงิ ถงึ แมงานนี้ถูกอุปถัมภดวยสปอนเซอรท ่ตี อ งการเครดติ ทางสงั คม ก็จะ
เปน เรอ่ื งธรรมดาและนา สรรเสริญ นาใหเ ครดติ อยูดี
“ถา ความเคล่อื นไหวครง้ั น้ีกอผลในจติ ใจของพวกทา น ถา ความเคลอื่ นไหวนเี้ ปนขาว สิง่ ที่ผมใครอยากจะฝากไวก ค็ อื แนวคดิ
ในการทาํ ใหจ ติ ใจผูคนยุคนเี้ จรญิ ขึ้นอยา งกวา งขวางนน้ั เปน ไปไดครบั แตไมคอ ยจะมีใครคิด ทัง้ ที่โอกาสทาํ ไดจ รงิ นั้นมีอยมู ากมายหลาย
วธิ ี และพวกเราตอ งรวมมือพรอม ๆ กนั จะหวงั ใหใครเกง เปน พระเอกหรือนางเอกตามลาํ พงั ไมไ ด
ความออ นแอของพระศาสนาเร่มิ ขึ้นจากความออ นแอในจติ ใจของผรู ตู ัววา มหี นา ท่ีสบื ทอด คิดกนั แตวา มอื เราคนเดยี วจะทํา
อะไรได เอาตวั รอดตามลาํ พังดีกวา มาชว ยกันเถอะครับ ถอยธรรมของศาสนาพุทธยังกระจายสรา งความรม เยน็ ใหเ กิดขนึ้ อยทู ว่ั โลก ผม
๔๓๘
เดินทางไปประจักษม าดวยตนเอง พดู คุยแลกเปลีย่ นความรูสกึ นกึ คิดกับเพ่ือนพุทธศาสนกิ ชนดวยกนั มาเปนสิบป ทราบดีวาไมใ ชไทยเรา
เทา น้ันทีเ่ ปนเคร่ืองชวี้ าพระศาสนาจะอยหู รอื ไป แตไ ทยเรานีแ่ หละทีม่ สี วนสาํ คญั ในการทําใหพระศาสนาแกรง ขึ้นหรือออนลง
กอ นถึงวันนี้ ระหวางท่บี รรดาศลิ ปนผูเกงกาจของเรากาํ ลงั สรางสรรคง านอยู ผมไมทราบวาญาติพ่ีนองของพวกเขาไดร ับสว น
แบงประโยชนไปแคไหนแลวบา ง แตทมี่ ัน่ ใจก็คือวนั นี้และวันตอ ๆ ไป ผลงานอันทรงคณุ คา ทป่ี รากฏตอสายตาพวกเรา จะไดทํา
ประโยชนใ หกบั คนหมมู ากอยางแนนอน
ตอ ไปกค็ งถงึ เวลาอนั เหมาะสมทเี่ ราจะประกาศเกียรติคณุ ของผสู รางสรรคง านจิตรกรรมอันทรงคา หวังวาตาํ แหนงท่ีหนงึ่ สอง
สามคงสรางอนุโมทนาจติ อนั ย่งิ ใหญแกพวกเรา และขณะเดียวกันคงไมเ ปนสง่ิ บาดใจ เสริมอัตตาใหแ กผูไ ดร ับจนเตบิ โตเกินพอดี ทา ยน้ี
หวงั เปน อยางยง่ิ วา เราคงมโี อกาสพบกันดวยบรรยากาศเขา ใจเนอ้ื หาสาระธรรมเชนนอ้ี กี ทกุ ปค รบั ”
ทานประธานหยุดคาํ กลา วเปด พธิ ี ทุกคนในหอประชุมพรอมใจกนั ปรบมอื เปน อนั หนง่ึ อันเดยี ว คุณโภไคยยิม้ รบั แลวผละจาก
ตําแหนงขาต้ังไมโครโฟน กา วไปนั่งลงกบั โซฟาดา นหลังเพ่ือรอมอบรางวัลใหก ับผชู นะการประกวด
“แหม จบั ใจนะครบั ”
พธิ ีกรกลา วยิม้ ยอ งผอ งใสประสาลกู นองท่ดี ี เปนกองเชยี รใ หเ จานาย
“ผมเองชวยงานทา นมาแตต น ก็เพิง่ ทราบเจตนารมณท ่ีชัดเจนพรอ มกบั พวกทานเด๋ียวนเ้ี อง เหน็ ความชื่นชมในตาของพวกทา น
แลวกแ็ นใจวาความปรารถนาของทา นประธานจะถูกสืบสานอยา งตอ เนื่องเรื่อยไป…เอาละครับ ตอไปน้ีผมจะฉายภาพขึน้ จอ เรยี ง
ตามลาํ ดับรางวัลเหรียญทองแดง เหรยี ญเงนิ และเหรยี ญทอง หลงั จากการประกาศเสรจ็ สิน้ ทา นยังสามารถตามไปดขู องจริงไดถ ึงท่นี ะ
ครับ เราจะแปะโบวใ หญไ วเ ดน ๆ เหน็ แตไกลเลยทเี ดียว
และตามทเ่ี ราไดต กลงกันไวล วงหนา ศลิ ปน ทา นใดเห็นผลงานของตวั เองปรากฏ ก็โปรดกา วขึน้ มาบนเวทีน้ี เพอื่ อา นรอ ยกรอง
ประกอบภาพของทา นเอง และรับรางวัลจากมือทานประธานดวย ถาทานใดติดขัดมาในวันนไ้ี มไ ด ผมก็จะอานแทน และเก็บรางวลั ไวร อ
มารับตอไป”
เวนระยะกระแอมกม มองกระดาษท่เี พงิ่ ถูกแกะจากซองในมอื เรยี กความระทกึ จากศิลปน ทุกคน รวมทง้ั ญาติๆท่รี อลุน วา
ลูกหลานจะไดร างวัลมาแบง สกั เทาไหร หลายคนอยากไดยนิ ช่อื ตนเองเดยี๋ วนั้น แตอ กี หลายคนก็หวงั ไววาคงชะลอไปกอ น เพราะเหรียญ
ทองแดงไดแ คล านเดียว สรู อของใหญสามลา นไมไ ด
ไฟใหญถ ูกหรลี่ งจนมืดสลัวไปทัว่ อาณาเขตโดยรอบ เพอ่ื เตรยี มฉายภาพจากเครือ่ งเลนสไลดแรงสูง เหลอื เพยี งสปอตไลทข นาด
เลก็ จับเฉพาะที่ คอื ตาํ แหนงยนื ของพิธีกร
“เหรียญทองแดงในปแ รกนน้ี ะครบั ไดแ กผ ลงานชือ่ ‘ขณะแหงการรู’ ของรอ ยตํารวจเอกขวัญหลา จิรังฤาสาย”
เสยี งปรบมอื กราวดังขึน้ พรอ มกับปรากฏภาพฉายสสี ันสดใสเหมอื นจรงิ บนสกรนี ขนาดมหึมา เยื้องหลังพธิ ีกรไปทางดานขวา
สง่ิ ที่เขา สูสายตาผชู มนัน้ เห็นผิวเผนิ คลายผานา้ํ ตกแหง หนึ่ง แตเม่อื เพง พศิ แลว จะเห็นสายนาํ้ ตกมสี องดา น ลักษณะเปนรูปยูคว่ํา คลา ยเอา
ผาพนั คอสีขาวผืนยาวพาดราวตากเอาไว
เหนือนาํ้ ตกขน้ึ ไป เห็นใบไมปลิววอ นมากมาย คละไปกับสตั วม ีปกคอื กาและหงส กระพือบนิ สวนกนั ไปมาเปนกลุม
๔๓๙
องคประกอบอนื่ ของภาพถูกทําใหจางลงอยางจงใจ ไมวา จะเปนผานํา้ ตกท่มี รี อ งรอยรูปกระดูกซโี่ ครง หรือทอ งฟา เปดโลง
เบ้อื งไกล สายนํา้ ตกถกู ขับเนนใหเดน ชัดเปนอันดับหน่งึ เห็นวาวขาวดจุ ประกายมกุ ใส ตามมาดวยฝูงกาและหงสเ หนอื ยอดโคงของสายน้ํา
ตก ซง่ึ วาดไวส มจริงยิง่ หงสเปน หงส กาเปน กา กับทั้งจับตาชวนมองดว ยวธิ วี างตาํ แหนงองคประกอบสอดรบั กนั
เจาของผลงานคือนายตํารวจที่ช่อื ขวัญหลา พารา งสูงสมชายในวัยหนุมแนน ของเขาขึ้นมาบนเวที เคาหนาหลอเหลาดเู ครงขรมึ
มองตรงแบบคนจริง บอกยี่หอกองปราบไดอยา งดีแมจ ะอยใู นชุดลําลองแขนสนั้ ใครตอใครแปลกใจกนั ใหญท ผ่ี รู ับรางวลั รายแรกมไิ ดครํ่า
หวอดในวงการกล่ินสี แตก ลับกลายเปนรอ ยตาํ รวจเอกผมเกรียน ผวิ ดําล่ําสัน อกผายไหลผง่ึ มาดนงิ่ คมคายสะดุดตาพอจะเรยี กเสยี งกร๊ีด
จากสาว ๆ ไดจากทกุ มมุ ถนนทยี่ างเทา ผานไป ถาแสดงหนังกท็ าํ ใหเ ชอื่ เลยวา เปน ท้ังพระเอกและตํารวจมือพระกาฬ จบั ผูร ายเกง พอกับที่
จับหัวใจสาวไดทั้งเมือง
แสงไฟแฟลชกะพรบิ วูบวาบ ชักภาพบนเวทกี นั ใหญ ถา ฟง ดี ๆ มเี สียงหววิ หวาวจากสาวหลายคนทเ่ี หน็ รูปรางหนาตาของขวัญ
หลาชัด ลักษณะภายนอกของเขาไมบ อกเทาไหรว าเปน คนมจี ิตใจละเอียดออ นลกึ ซ้ึงขนาดจบั พูกนั สรา งสรรคง านศลิ ปะไดงดงามขนาดนี้
ขวญั หลาพนมมอื ไหวประธานพิธอี ยา งอยางคนมอื ออ น แตก็ไมเสยี บุคลิกเขม แขง็ เย่ยี งชายชาตรี เมื่อคณุ โภไคยพยกั หนารบั
แลว นายตํารวจหนุมจึงหนั มาไหวพธิ ีกรอยางเคารพในอาวุโสอกี คน
“สวสั ดคี รับ โอ…นบั เปนความนาแปลกใจของพวกเราทไ่ี ดเหน็ ผกู องมายนื รับรางวลั เปน รายแรก ผมคงตอ งขอสมั ภาษณด ว ย
ความสนใจหนอ ยละ ”
พิธกี รทาํ ทา กระตอื รือรน เขายืนเผชญิ หนากบั รอยตํารวจเอกหนมุ อยา งใกลชดิ จงึ ไดเห็นดวงตาดาํ ใหญเ ปนประกายเขม ลกึ ที่
ทรงนง่ิ แบบราชสหี ดมู ีสมาธอิ ยางผเู ครงครัดในวนิ ัยและการซอมรบ ขณะเดยี วกันก็พบกระแสความออนโยน รกั สงบ และเปยมดวย
ความรูความเขาใจอนั ยากจะหย่งั แฝงอยใู นแววตาคนู นั้ ควบคไู ปดว ย
“ผูกองคงปฏิบัตธิ รรมมานานนะครับ”
ขวัญหลากา วมายืนหนา ขาไมโครโฟนของผรู บั รางวลั กลา วตอบดวยเสยี งหา วตํ่าอนั เจอื ดว ยความนุมนวลเยย่ี งผมู ชี วี ติ กราน
กราวที่ถูกขดั เกลาความคิดเขา กรอบสนิทแลว
“พอสมควรครับ”
นายตาํ รวจหนมุ รบั
“ทา ทางผูกองคงมมี ติ ใิ นตวั หลากหลายทเี ดยี ว ตอไปนใี้ คร ๆ คงเห็นกันอยางกวางขวางวาคนใชช วี ติ สมบุกสมบนั เปน ตํารวจ
ทา ทางจับผูรา ยเกง แทจรงิ อาจซอนความละเอยี ดประณตี ชนิดท่ศี ลิ ปนอาชีพตอ งอายอยางน”ี้
“ผมคงไมมีฝม ือขนาดท่ีเรยี กวาเปน ศิลปน ไดหรอกครบั แคจ ิตรกรสมคั รเลนคนหนง่ึ เทา นนั้ เอง”
พธิ กี รหัวเราะฮา ๆ หนั มากลาวกบั คนฟง ที่น่งั หนาสลอนในเงามดื
“ไมใ ชศลิ ปน ยังไดร บั รางวลั เปน คนแรกนะครับ สงสัยจะเปนมอื ปราบหลายขอบฟา ผรู า ยหงอไมพอ ตอไปชา งเขยี นทั้งหลาย
เห็นผกู องเดนิ มาคงตอ งตวั ส่ันไปดว ย”
๔๔๐
มเี สยี งหัวเราะครืนแผว จากฝา ยคนฟง
“ถามนดิ เถอะครบั ดูทา ทางผกู องคงอยฝู า ยปราบปราม ผมเห็นตํารวจหลายคนชอบนั่งวิปสสนาแลวอดสงสยั ไมไ ดว าบางคร้ัง
เออ…ปกตใิ นหนาทีก่ ารงาน พวกทานตองใชค วามรนุ แรงบาง เพอ่ื กาํ จัดคนพาลอภบิ าลคนดี อันน้จี ะมีจดุ ขัดแยง อยใู นใจบางไหมครบั ?”
“แทนท่ีจะคดิ ในแงนน้ั มาลองนึกดใู นแงท ีว่ างานของตาํ รวจกอ ความรูสกึ เครยี ดหนักใหเจาหนา ที่ไดขนาดไหน แลวจะมีสิ่งใด
มาชวยผอ นหนักใหเปนเบาไดบ า ง ผมโชคดีทีเ่ ม่อื จบจากโรงเรียนนายรอ ยตํารวจ เรมิ่ ทํางานใหม ๆ ก็ไดผบู งั คับบัญชาทดี่ ีเปน ครู ชว ย
ฝก อบรมทง้ั สมาธิและวปิ สสนาให จนเกิดความเห็นวา ยาดที ี่สุดสาํ หรบั อาชีพแบบผมก็คอื สมาธแิ ละวิปสสนานเ่ี อง ไมเห็นจุดขัดแยง เลย
ครบั
การจบั กมุ คนรายเปน เร่อื งของหนาที่ทําลายความอยุตธิ รรม ตอนน้นั ใจเราเปน ตํารวจ แตก ารปฏิบัติธรรมเปน เร่อื งสวนตวั ทีเ่ รา
พอใจทําลายทุกข ตอนนั้นใจเราเปนจติ รสู ากล ไมม ยี ศ ไมมกี ารแบง แยกเราเขา
ตํารวจท่ดี อี าจทาํ บญุ ปนบาปดว ยน้าํ ใจเสียสละ อยางไรเราก็มกี ศุ ลนาํ อกศุ ลเสมอ นั่นทาํ ใหต ํารวจไมจ าํ เปน ตอ งหางพระอยางท่ี
หลายคนเขา ใจครบั ”
“เปน คาํ ตอบทที่ ําใหห ตู าของผมกวา งขน้ึ มากจริง ๆ ไดย นิ มานานแลว วาทหารกับตาํ รวจน่ีทาํ สมาธิสาํ เร็จกันไดไวนกั เพราะมี
พื้นจติ ใจหนักแนน ม่นั คงและเดด็ ขาดเปน ทนุ …อยากใหผ ูก องชวยเลาแนวคดิ และความเปนมาของภาพครา ว ๆ กอ นทจ่ี ะอานรอยกรอง
ดวยครบั ”
“ภาพน้คี ลา ยกับส่ิงทผี่ มเหน็ จากภายใน ขณะปฏิบตั ิสมาธติ ามแนวอานาปานสติ หรือกําหนดสตริ ลู มหายใจเขา ออกแบบทคี่ รบู า
อาจารยทา นสอนนะครบั เมอ่ื จิตมคี วามพรอมเหน็ ลมหายใจอนั เปนส่ิงละเอียดออนคมชดั พอ เรียกการเห็นน้ันวา ‘นมิ ิต’ ก็จะเร่มิ เห็น ‘ตัว’
ความคิดไปดว ย มนั ชัดเจนเหมือนมีอะไรบนิ วอนอยูในหัวเรายบิ ยับเลยทเี ดยี ว พอนมิ ิตความคิดที่คละคลุงในหวั ปรากฏใหเห็นนี่ ถึงรูครบั
วาเราคิดทัง้ ดีและชว่ั สลับคละกนั ผมจงึ ใชส ัญลักษณแทนงาย ๆ ที่คลา ยนมิ ติ ความคิดในความเปน จรงิ ดวย และทงั้ ท่ีเปนเชิงอุปมาอปุ ไมย
ดวย นน่ั คอื หงสแทนความคดิ ฝายกศุ ล และกาแทนความคดิ ฝายอกศุ ล สว นใบไมท่ีปลิววอนกเ็ ปรยี บเปนความคิดกลาง ๆ ไมช วั่ ไมด ีไป
ขณะแหงการรใู นระดบั ภาวนาของผมไมม อี ะไรมากกวา น้ี ขอเพยี งกาํ หนดรูน านพอจนเหน็ ลมหายใจกส็ ามารถเห็นความคดิ ได
เชน กนั และเม่อื เราเหน็ ความคิดจนรสู กึ ถึงความเปน อนัตตา ไมม ีตัวตนของเราผูกติดอยู ก็จะพบวามันคลา ยสัตวปก ที่บนิ วอ นจากความวา ง
เปลาสคู วามวางเปลา เทา นนั้ ”
รมิ ฝปากหนาเตอะของพธิ กี รแยมออกเปน รอยย้มิ กวาง เชน เดยี วกบั คนฟง ขา งลา งหลายตอหลายคน
“ทาทางผูกองเปน ผเู ชีย่ วชาญอานาปานสตเิ ปน อยางดที ีเดยี ว เหมาะเลยครับ ขอคําแนะนําเปนการสว นตัวหนอ ยเถอะ ผมเองก็
หดั ใชอารมณภาวนามาหลายรปู แบบ ทัง้ ภาวนาสมั มาอรหงั เพง รูปวงกลม รวมทงั้ ลมหายใจอยา งท่ผี ูกองใช เรยี นตามตรงวา ยัง
กะพรองกะแพรง อยูมาก รลู มไปฟุงซา นไป บางทกี น็ ึกสงสยั วาไดส มาธหิ รือยงั เราทําสมาธไิ ปเพ่อื อะไร อันนขี้ อผูก องใหคาํ แนะนาํ ดวย
ครับ”
ผูก องหนุมมาดเทใ หค าํ ตอบทันทีแบบไมตอ งเสยี เวลาตรกึ ตรองเรียบเรียงคาํ พูด
“ลมหายใจเปน ส่งิ ไมม คี วามคิด ไมมคี วามฟงุ ไมมคี วามสงสัย เพราะฉะนั้นถา ใจเรารวมเปน อนั เดยี วกบั ลมหายใจไดจรงิ ก็จะ
ไมเ ปด ชองใหความคิดหรือสงสยั ฟงุ ซานแน ๆ
๔๔๑
การท่รี ูลมไป ฟุงซา นไปจึงยังไมถึงภาวะจติ รวมกับลมหายใจ ยังอยใู นข้นั ฝนใจนึก เรียกวา มี ‘วิตก’ แลว แตยังไมค ลุกเคลา เปน
อนั เดยี วอยางท่ีเรยี ก ‘วจิ าร’ อันนต้ี อ งพยายามทาํ ความชอบลมหายใจไปเร่ือย ๆ ครบั สงั เกตและรกั มันไปเรือ่ ย ๆ จนกวาจิตจะยึดลม
หายใจเปน หลักจบั ดวยความเต็มใจ”
พิธกี รมองนายตาํ รวจคนเกงทึ่ง ๆ
“นกั ทําสมาธิทั่วไปคงเคยคนุ กบั ศพั ทค าํ นี้นะครับ คําวา ‘วิจาร’ ที่ไมม ี ณ. เณรการันตนนี่ ะ หมายถึงการแนบจติ เปนอันเดยี วกบั
อารมณ หรือแปลตรงตัวคอื พิจารณาอารมณ ตามติดอารมณซ ่งึ ใชย ึดเหน่ยี วจติ ใหอ ยูกบั ที่ ทีน้ผี มอยากใหผูกองบรรยายความรสู กึ ภายใน
หรอื ภาพในใจทเ่ี ห็นลมหายใจขณะเกดิ วิจารหนอ ยเถอะครับ เอาเปน คาํ พูดงาย ๆ ท่พี วกเราฟง ถนัดหนอย”
ขวญั หลา ผงกศรี ษะเลก็ นอ ย
“เหมอื นกบั ตอนที่เราเขยี นจดหมายสงถึงใครท่กี าํ ลังคิดถงึ อยางมากนะครบั เราคิดถงึ เขาจนมคี ําพูดมากมายเรียงรายในหวั
ขณะท่ีเขยี นคําหนึ่งๆ รสู กึ ชัดเลยวา ประโยคตอ ๆ ไปจะเขยี นวาอยางไร เราทาํ ไดอยา งรวดเรว็ จิตใจจดจอ อยูก ับเนอื้ ความที่ถูกถา ยทอดลง
กระดาษแลว และท่ียงั รออยใู นหัวอกี มาก ไมข องแวะกบั เรอื่ งอ่ืนเลย นั่นแหละครบั ลักษณะจิตทเี่ กิดวิจาร
เมือ่ มาเทยี บกบั สมาธแิ บบอานาปานสติ เราพยายามนึกถงึ ลมหายใจ น่ันคอื วิตก พอนึกไปจนใจชอบ ฝก ใฝอยแู ตค วามเปน ลม
แมข ณะพกั รอลมหายใจเขา ออกใหม จิตกย็ งั ไมไปไหน เพง อยกู ับความเห็นลมหายใจตลอดสายคร้งั ตอไปอยอู ยา งนน้ั เหมือนกบั ท่เี รารอ
จะเขยี นขอความซงึ่ ยังคง่ั คางอยูในหัวน่นั เองครบั ”
“ทีผ่ กู องวา ‘เหน็ ลมหายใจตลอดสาย’ นีอ่ ยากใหขยายความสักนดิ ไดไหมครับ?”
“ในความเห็นของคนปกติที่ยังไมเกดิ ตวั วจิ าร สายลมออกกับสายลมเขา ดเู หมือนเปน คนละอนั กัน แยกสายกันเปน ตางหาก
เหมือนสายน้าํ ขาเขา กับสายนํ้าขาออก แตเม่อื เกิดตวั วิจารแลว จะเกิดความเห็นเหมอื นเราจบั ปลายเชอื กแตล ะดา นไวด ว ยมอื ซายขวา แลว
เอาไปพาดกับราว จากนน้ั ใชสองมือสลบั ดึงขน้ึ ลงเหมือนชกั รอก พูดงาย ๆ วา เห็นสายลมออกและเขาเปนเชอื กเสนเดียวกนั ไมแ ยกเปน
ตา งหากจากกนั ครับ ตวั สติทีเ่ ฝา รูข องเราจะคลายนายชา งผูข ยนั และฉลาดชักเชอื กกลงึ อยา งรวู า ควรยาวสัน้ ตามจริงเชน ไรในขณะหนงึ่ ๆ ”
“พวกเรากไ็ ดค วามรูในการทําสมาธิจากเจา ของภาพ ‘ขณะแหงการรู’ กันเต็มอิม่ เลยนะครบั ไมทราบผมสรุปแกน ของภาพนี้ถูก
หรอื เปลา คอื คุณขวญั หลา ตอ งการใหทุกคนเหน็ ‘ขณะร’ู เปน ลมหายใจและความคิดพรอมกัน”
“ลมหายใจเปน สิง่ ที่พระพุทธเจาทรงตรสั แนะใหพยายามเหน็ มาก ๆ เขาไว ทรงสรรเสริญคุณเปน อเนก นับแตทําใหอยเู ปน สุข
ในปจจุบัน ไปจนกระทง่ั ใชเ ปนสะพานนาํ ไปสูพระนพิ พาน
แมวันนผ้ี มยงั ไปไมถ ึงพระนพิ พาน กไ็ ดประจกั ษก บั ตัวเองวาพระพทุ ธองคต รัสไว เปน ความจรงิ ท้ังน้ัน เมอ่ื เหน็ ลมหายใจผมก็
เห็นลกึ เขามาในความเปนกาย เห็นสณั ฐานครา ว ๆ ของโครงกระดูก เมอ่ื เหน็ โครงกระดกู ฉาบเนอ้ื ก็ไดแกนอา งองิ วา เกดิ ผสั สะกระทบเขา
ที่ไหนบา ง และมคี วามคดิ ปรุงแตง ขน้ึ ตรงสวนไหนของกาย
เม่ือเหน็ ตวั ความปรงุ แตงชัดแลววาเกิดข้นึ ในหัว ก็เฝา ตามดตู อ ไดวา สงิ่ ใดเกดิ ขึน้ สง่ิ นัน้ จะดบั ไปเปน ธรรมดา พอเหน็ ความเกดิ
ดบั บอยๆ หนกั เขา ก็เกดิ ความเห็นความปรงุ แตงทุกอยางในกายและใจนเ้ี ปนสมมุตไิ ปหมด เชนเม่ือใจรูวา ความคิดเกดิ ทนั ทีนน้ั กเ็ หน็ เปน
นิมติ ลอยลอง ผานมาแลว ผา นไปเหมือนอยา งทผ่ี มพยายามส่อื ดวยภาพนี่
๔๔๒
บทบาทอนั สาํ คญั ของสมาธิอยูต รงน้ี เราอาศัยจติ ท่ีมน่ั คง เหน็ อะไรตรงไปตรงมา เห็นแลว เช่อื จรงิ ไมกลับกลอก เราไมตอ ง
เสียเวลาถกเถยี งกันในเชิงปรัชญาหรอื อภิปรชั ญาวา อะไรเปน อะไร เราคอื ตัวตนหรอื เปลา ความคดิ เปน เราหรอื เปลา ทุกอยางเปดเผยตอ จิต
ทม่ี แี ตความเห็นหนักแนน เปน หน่งึ เอง ทราบไดเ องในทกุ ขณะแหงการรคู รับ”
พธิ กี รมองผูกองหนมุ รุนลกู ดวยแววชื่นชม วาทะเหลา นน้ั แสดงชัดในตัวเองถงึ ความแตกฉานในการปฏบิ ัติ ไมเ สยี ทีที่ไดร บั
รางวัลเลย
“ผมเองเคยมองควนั ไฟทล่ี อยคลงุ ข้นึ อากาศหายไป รสู กึ วา นัน่ ไมใชตวั เรา แลวนอมมาเห็นความคดิ ในหวั กป็ รากฏเปนอยางน้นั
ไมต างจากควนั ไฟ แลว ก็รูสกึ ถงึ ความไมใ ชต ัวตนของความคดิ เสยี ดายที่ไมท าํ ความเหน็ ใหเ กิดขนึ้ ตอเนื่อง เพิง่ มาระลกึ ไดอีกก็ดว ยภาพ
ของผกู องนเ่ี อง เอาละครบั คราวนี้ผมคงตอ งขอฟงรอยกรองจากปากของผูก องเอง…เชญิ ”
พิธีกรยนื่ แผนกระดาษใหกบั ผูรับรางวัลเหรยี ญทองแดง ขณะเดียวกันเครอ่ื งฉายอีกตัวกย็ ิงลาํ แสงขึน้ สกรนี ขนาดยอ มลงมา
ดานขา งสกรีนใหญ เหน็ ตัวหนังสือคมชัดเพ่อื ใหผูชมไดใ ชสายตาอา นไปพรอมกับหูฟง จากปากขวัญหลา
เม่อื ไมรกู ด็ มู วั ทว่ั ไปหมด จะคดิ คดลดเล้ยี วเทีย่ วทางไหน
จะเรว็ ชา พาตัวไปทางใด เอาแตใจใครอ ยากกระดากจริง
เวลาอยากปากแหงลงแดงงา ย ยงิ่ บาปหนาบา ไดเหมือนผีสงิ
ชะรอยรกั อัตตาจงึ กลา ทิง้ หมดทกุ สงิ่ เวน อยากลาํ บากนาน
เมื่อเขารูจะดอู อกไมยอกยอน เรมิ่ จากงา ยหายใจกอ นเปน พนื้ ฐาน
รเู ขาออกนอกในใหสาํ ราญ เม่อื เนนิ่ นานละเอียดลงคอ ยปลงใจ
จบั สนิทตดิ ความคิดนมิ ิตหมาย อยใู นกายคลา ยวา งกระจา งใส
เห็นเปนจดุ สมมุติหนึง่ ซึ่งไหลไป ไมปลอยปละปฏวิ ตั ิเปน อตั ตา
อปุ มาจติ คดิ รา ย ดังกา
คิดดีงามเลิศฟา พญาหงส
สักแตเรยี งโบกบินรา ครหู นง่ึ สลายตวั
แลชมุ กลบั วายโลง อนาถแทอนตั ตา
มือปราบแหงกองปราบเงยหนา ขน้ึ เพอื่ ไดย นิ เสยี งปรบมอื ใหเ กยี รติอยางกึกกอ งจากผชู มทง้ั หมด พิธกี รย้มิ แลวผายมือเชิญรับ
รางวลั จากทานประธาน
๔๔๓
คุณโภไคยลกุ ข้ึนยนื กอนนายตํารวจหนุมจะกาวมายืนตรงหนา หยบิ ซองเชก็ พรอ มกลอ งใสเหรียญบกุ าํ มะหยี่จากพานทองซึ่ง
เดก็ สาวขา งกายประคองถอื อยู แลวย่ืนมอบ ขวัญหลา พนมมอื ไหวอ ยางนอบนอมกอ นชอนรบั รางวัลดวยทที า คุนเคยกบั พิธีรบั มอบจากมอื
ผใู หญ
“ดใี จท่ไี ดร จู ักกบั คนท่จี ะชวยใหก รมตํารวจแขง็ แกรงและสะอาดขนึ้ ”
ทา นเจา ของงานกลา วพึมพาํ ยมิ้ แยมเปน สว นตวั กบั รอ ยตํารวจหนุมพรอมกบั ยน่ื มอื ใหจ ับ ขวัญหลาถอื ของไวใ นมือซา ย และใชม ือขวาจบั
มือคุณโภไคยดวยความเคารพ
“ผมก็ปลื้มใจทไ่ี ดร บั ความกรุณาเชน นจี้ ากทา นครับ”
คณุ โภไคยยมิ้ กวางขึ้น ผูกองหนุมถอนมือออกแลว โคงอยา งงามอกี ทีหนึ่ง จึงกาวเดินลงจากเวทไี ป จังหวะระทกึ จงึ เยย่ี มเยยี นมา
อีกคร้ัง เพราะถึงเวลาประกาศรางวัลเหรียญเงนิ แนนอนเงนิ รางวัลทวีตัวเพ่ิมเปน สองเทาของรางวัลกอ นยอมทําใหห วั ใจเตนรวั ไมเ ปน สํ่า
ฟองชลเอยี งหนากระซิบกับแฟนหนุม
“ใจจะวาย”
ทีฆายหุ ัวเราะหึ ๆ ทาํ เปนเฉยทั้งทใี่ จกาํ ลงั จะวายอยเู หมือนกนั เขาหนั ไปมองหนา รปู หวั ใจในความมืดสลวั แลว กระซิบตอบ
“ไมร ูกรรมการเทน้ําหนกั ใหพ วกนําเสนอในแนวปฏบิ ตั ิหรือเปลา ไอห มอเมอื่ กม้ี ีลูกเลน แพรวพราวนาดู ใหฉันพดู อยางน้ัน
หมดสทิ ธเ์ิ ลย”
“ขอใหเหรียญเงนิ เปน ของเธอ เหรยี ญทองเปนของซ”ี
เดก็ สาวอวยพรใหตนเองและแฟนหนมุ เสร็จสรรพ ทีฆายฝุ น ยม้ิ กวางทง้ั ใจแหง ชอบกล ก็ขนาดเหรยี ญทองแดงยงั ดู ‘แข็ง’ อยาง
นี้ มีหรอื ผลงานของคนไมเ ขา ใจธรรมะลกึ ซ้ึงอยางศิลปนทว่ั ไปจะกนิ เหรียญรางวลั ท่สี งู ข้นึ ไดล ง
“รางวัลเหรียญเงนิ ของปแรกนคี้ รบั ไดแ กผลงานช่ือ ‘งานศพ’ ของคณุ ทฆี ายุ ธารเมธา”
คลายหัวใจหยดุ ทาํ งานไปวบู หนึ่ง ชาดกิ ไปหมดท้ังราง ในวินาทแี รกแทบไมรูสกึ รสู ากบั เสียงกร๊ีดล่ันของแฟนสาวและเสียง
ปรบมอื เปน สายยาวจากรอบดา น ตอเมอ่ื สติเขาท่ีในวนิ าทีตอมา ทฆี ายุจงึ ยิ้มรา และลกุ พรวดดวยเรี่ยวแรงของผชู นะ เดนิ ลวิ่ สเู วทดี ว ยการ
สบู ฉดี เลอื ดแรงพลานในกาย ปต ซิ านจัดเหนอื ฝน ดีทีส่ ุดท่ผี านมาตลอดชีวิต
กาวมายืนบนยกพืน้ เคยี งขางกับพธิ ีกร เกอื บลมื หันไปยกมอื ไหวท า นประธาน นาทนี ้ันชกั ตกประหมากบั แสงไฟแฟลชและการ
จับเล็งของกลอ งจากสถานีโทรทัศนต าง ๆ
พธิ กี รมองปราดเดยี ว เหน็ เปน หนุม หนาใส รักสนกุ ผิวพรรณสะอางแบบลูกผดู ีเหยียบขไี้ กไ มฝ อ นัยนต าลอกแลกเลก็ นอ ยอยา ง
คนไมเคยผานการควบคุมตนเองดวยมหาสติ ก็รไู ดวาหมอนไ่ี มใชน ักปฏบิ ัติธรรม อยา งดกี แ็ คมแี รงบนั ดาลใจจากเงินรางวัลใหศกึ ษาขอ
ธรรมะ และใชทักษะความสามารถขนั้ สงู ของจิตรกรถายทอดออกมาไดล ุมลึก ชนะใจกรรมการเทานั้น
ไมใชต ัวแทนของพทุ ธศาสนา
๔๔๔
คดิ ดว ยความเห็นเชน นั้นจึงต้งั ใจจะตวี งการสัมภาษณใ หแ คบเฉพาะที่เกี่ยวของกบั รปู ท่เี ขาวาด ทฆี ายถุ ูกทักทายตามธรรมเนยี ม
เชนถามวายังเรยี นหรอื เปลา อยมู หาวทิ ยาลัยไหน ปอ ะไร แลวก็วกเขาเร่ืองทนั ที
“ไมท ราบวา ภาพนไ้ี ดแ รงบนั ดาลใจจากงานศพจริง ๆ หรือเปลา ครับ?”
“ครับ…”
ปลายหางเสยี งแกวง นดิ หนงึ่ ทฆี ายุพยายามสะกดอารมณ แตเงาตะคุมของคนดรู วมพัน บวกกบั เครื่องมอื บันทกึ เหตุการณ
สารพัดชนดิ ที่จออยหู นา เวที อนั ชว ยกันยนื ยนั ถึงเกยี รติทจี่ ะกลายเปนประวตั หิ น่ึงของเขา กท็ ําใหตกอยูในภาวะส่นั ไมเ ลกิ ความจริงเขาเคย
ขึ้นเวทีใหญที่มหาวทิ ยาลัยมาหลายตอหลายหนจนเกือบเจน ทวาน่ันผิดกนั ลิบลบั กับการตกอยูในสภาพแวดลอมอนั ทรงอทิ ธพิ ลกดดนั
ชนดิ นี้
โดยเฉพาะอยางยง่ิ ความทเี่ ปน เวทีพุทธซงึ่ เขาเห็นชดั จากผูร บั รางวลั คนกอน เมอ่ื มาเปรยี บเทยี บกับตนแลว เขาแทบไมร ูอ ะไร
สกั กระผีกรนิ้ จึงเกิดความหนาวขึน้ มาวาเดีย๋ วจะเจอคําถามตอบไมไดใหเปน ทอี่ บั อายขวยเขินหรอื เปลา
กอ นมายืนบนนร้ี ูสกึ ชนื่ มืน่ เพราะนกึ แตจ ะข้นึ รับรางวัลใหญ แตพออยบู นเวทีตอ หนาคนดู พิธกี รและทานประธานจริง ๆ กลับ
เปลยี่ นไปอกี อยา ง คือรสู กึ ผดิ ท่ผี ิดทางเปนอยา งยิ่ง อยากเดินหนลี งจากเวทไี ปดื้อ ๆ เสียเดยี๋ วนนั้
“คณุ ทีฆายผุ านงานศพมามากไหมครบั ? แลว งานศพท่เี ปนแรงบนั ดาลใจของภาพน้ี อยูใ กลต วั ใกลเ วลาหรือเปลา ?”
ใกลตวั ของพธิ ีกรหมายถึงเปน ญาติสนิทหรือไม ทฆี ายโุ ลงใจ เพราะเตรียมพดู ถงึ ความเปนมาของภาพไวพ รักพรอ มเพียงพอ
“ผมอายยุ งั นอ ย เออ …สารภาพตามตรงครับวา ผานงานศพมาไมมากนกั แตสิ่งหนงึ่ ที่ทําใหเ ขา ใจก็คอื ถา ศพทีอ่ ยูในโลงนนั้ เปน
ญาตขิ องเรา เราจะรบั รูความหมายของการตายไดด ีวา หมายถึงอะไร…”
ทฆี ายุทราบไดวา หางเสยี งของตนยงั เพ้ียน เปลงคําไมเตม็ ปากเพราะขากรรไกรอายาก เหตมุ าจากจิตใจอยูใ นสภาพถูกกด
รางกายเลยติดขัดยกั แยยักยันตามไปดว ย แตพ อเอยจบกระทงความแรก ไดกระแอมเสียหนอ ย กบั ทง้ั เห็นทกุ คนเงียบฟงอยา งตง้ั ใจเปน อนั ดี
กก็ ลา วตอ ชดั ถอยชัดคําขนึ้ ความคิดในหวั ถูกเรยี บเรยี งเปน ระเบียบขึน้
“ผมเคยมเี พอ่ื นคนหนึง่ ทีช่ อบแขง ชอบเขนกบั ผมมาก อยางเลน หมากรุกชนะผมสกั กระดานนี่จะเอาไปโพนทะนาทว่ั วาผม
เลนไมเอาไหน หรือถา มขี องดชี ้ินใหมก ็เอามาอวด มาประชนั กนั สดุ ฤทธ์ิ ใหอ กี ฝายรูสกึ ดอยกวา ตองหาของแบบเดยี วกันมารบจนกวาจะ
แพค วามรสู กึ พดู งา ย ๆ วาเพ่ือนคนนีท้ าํ ใหผ มเรยี นรวู า ความหมายของ ‘เพ่อื น’ อาจเปนใครบางคนในชวี ิตทเ่ี รามไี วส รางความเจบ็ ใจ
ใหแกก นั และกัน ผลดั กันอาศยั บา อกี ฝายใหเ หยียบขน้ึ ไปยืนชูคอทะนงสักครู
ตอ มาเพื่อนคนน้นั ประสบอบุ ตั เิ หตจุ ากการเลน กีฬา หัวกระทบเสาเหลก็ อยา งแรง อยูในสภาพความจาํ เลอะเลือนและ
เคลอ่ื นไหวอวยั วะหลาย ๆ สว นไมได ผมกไ็ ปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล เกดิ ความรูส กึ เศรา และเสียใจแทนญาติของเขา น่นั ทาํ ใหรูตัววา ผม
เห็นเขาเปน เพ่อื นมาตลอด ไมอ ยางนน้ั ถาเห็นเปนศตั รูอยา งเดยี ว คงรูสึกสมน้ําหนาเขาไสแ น ๆ
แตอกี ความรสู กึ ทเ่ี กิดขนึ้ เมื่อมองรา งนอนครงึ่ เปนคร่ึงตาย หมดสภาพเกงกาจเกา ๆ ของเขา ตวั ตนของเขาก็เหมอื นสาบสูญไป
แลว และเหมือนสว นหนงึ่ ในตวั ผมหายไปดวย ตอนน้ันแยกแยะไมออกเทาไหรน ัก ตองคอย ๆ คิดอยางละเอียดในเวลาตอมาถงึ ทราบวา
๔๔๕
เขาเปน แกนอางองิ ทีส่ าํ คัญหนึ่งในชีวิตผม นับแตเ ขาลมลงแลว ถาผมคิดหมากกลในเกมหมากรกุ ได หรอื เอาของเด็ดชิน้ ใหมไปอวดเขา
ผมก็จะไมเกดิ ความสะใจอีกแลว ความสะใจทไี่ ดเ ขนเพื่อนผมู คี วามเปนอรอิ ยา งเขา มันเกิดขน้ึ ไมไ ดอ กี เลย
นัน่ เปนประสบการณทท่ี าํ ใหเขา ใจความหมายของการตายไดด ีเปนคร้ังแรก ในสภาพหนึ่งทพ่ี วกเรากําลงั เปนอยู ถามีอนั ตอ ง
สาบสญู ไป จะหายวบั ไปกบั ตาแบบทีเ่ ห็นเผากนั บนเมรุ หรือจะหายไปจากความรูสกึ เพราะเหตุคาดไมถ ึงใด ๆ นน่ั คอื ตายจากความเปน
ตัวตนเกา ทง้ั ส้ิน คนตายไมไ ดพาแตตัวเองไปตามลาํ พงั เขาพาความรสู กึ สว นหนึง่ ของผูเคยใกลช ิดไปดวยเสมอ เม่ือคนขางหลงั ทบทวน
อดตี และเห็นเหลอื แตความวา งเปลา ก็มักเกดิ ภาพของชวี ติ ข้นึ ภาพหน่ึง…นนั่ คอื ไดทกุ สิ่งมาเพอ่ื เสยี ทกุ สิง่ ไป”
พธิ กี รอมยมิ้
“เปนแงค ิดท่ชี ดั เจนมากเลยครบั คุณทฆี ายุ สมแลวทีส่ อื่ ภาพออกมาอยางเลิศจนไดรบั รางวัลเหรียญเงนิ เมอื่ กีร้ ะหวางฟงคณุ
ทีฆายุพดู ผมไดเหลือบมองภาพท่ีฉายบนสกรนี ชัด ๆ รูสกึ ตกใจหนอ ยหน่ึง เพราะพบวา ใบหนาของชายในภาพทค่ี ณุ ทฆี ายุตอ งการส่อื น้ัน
ดูเหมือนเปนตัวคณุ เอง อนั น้ีขอใหชว ยแจงดวยครับวา ผมเขาใจผิดพลาดคลาดเคล่ือนหรอื เปลา ”
“ไมคลาดเคล่ือนหรอกครับ อยา งที่เลา ใหฟงแลว วา ผมเหน็ ภาพความตายไวใ นใจอยา งไร ทกุ วันน้ีเพ่อื นผมทสี่ ตเิ ลอะเลอื น พดู
รเู ร่อื งบา งไมร เู ร่อื งบา งนนั้ ยงั มีชวี ติ อยู อาการครบสามสิบสอง แตเขาเปนคนแรกทีท่ าํ ใหผ มรจู ัก และรสู ึกเก่ยี วกับความหมายของการตาย
และความตายชนิดนน้ั กส็ ะกดิ ใหผมรูสกึ วา วนั หน่ึงผมก็อาจตายเชน เดยี วกบั เขา นนั่ ทาํ ใหผ มถามตวั เองวาอยากทําอะไร อยากใชช วี ติ เพอื่
เรียนรหู รอื ทดลองส่งิ ใดบา ง กอ นทีเ่ วลาจะมาพรากเอาตวั ตนน้ขี องผมไป
มีเรือ่ งทเ่ี ปนเกรด็ จะเรยี กความบังเอิญหรอื อยางไรกแ็ ลวแต เม่ือเรว็ ๆ นผี้ มเพ่ิงสญู เสียญาติผูใหญ ซ่งึ มศี กั ดิ์เปน ลงุ แท ๆ ไป
ชวงนน้ั ผมกาํ ลังอยใู นระหวา งขดั เกลา ตกแตง ผลงานน้ีเพ่อื สง คณะกรรมการอยพู อดี ผมไดพบและนั่งคยุ กับลูกสาวของลุง ซง่ึ กค็ ือลกู ผพู ีท่ ่ี
เคยคุนกนั มาในสมยั เดก็
ผมพดู คยุ กับพเ่ี ขาเกยี่ วกับงานประกวดภาพนี้ และผลงานท่ผี มตองการนาํ เสนอดว ย พเ่ี ขายงั มสี วนทาํ ใหผ มไดไอเดียในการ
เกลาบทกลอนกาํ กบั ภาพชว งหลงั …”
เสยี งของทฆี ายขุ าดหายไป เพราะคาํ พดู ทีก่ าํ ลังจะตอ ตามมาปรากฏแลว ในหัว อนั ทําใหสะอกึ กับหวงความทรงจาํ อันลกึ ซ้ึงบาง
ประการ เปน อาการทีอ่ อกมาโดยปราศจากการเสแสรง ครหู นึ่งเมื่อรวบรวมสตไิ ดจ ึงลําดับความตอ
“นึกไมถ งึ วาผมเปน คนสดุ ทา ยทไี่ ดค ยุ กับพีเ่ ขา…”
เงียบกริบท้งั หอง เพราะทฆี ายกุ ลาวดว ยความรสู ึกสะเทอื นอารมณอ ยา งแทจ ริง เขาระลกึ ถงึ เรือนแกว หลอ นเปนคนมีเสนหตรึง
ตรา ทงั้ สาํ หรับญาติพี่นอ งและคนที่อยูนอกวงศว าน
พธิ กี รไมอยากใหม กี ารดงึ เอาเรื่องสว นตวั มากลา วมากนัก กับท้งั เหน็ ไดเวลาอนั ควร จงึ ตัดบทดวยประโยคเชอื่ มตอทีส่ นิทกัน
กับถอ ยคําลา สุดของทีฆายุ
“คงเปน ลกู ผพู ีท่ คี่ ณุ ทฆี ายสุ นทิ ดวยพอสมควร หากอยากจะกลา วอทุ ิศใหก ับลูกผพู กี่ อ นอานรอยกรองกเ็ ชิญไดน ะครับ พวกเรา
จะไดชวยกันเปน พยาน รวมแรงกันสะกดิ ใหเขารบั รู”
๔๔๖
ทีฆายพุ ยักหนา อารมณใ นขณะจติ นน้ั ทาํ ใหนกึ รกั พส่ี าวผูลาจากชัว่ นิรนั ดร ดลใจใหคิดเอย ถงึ หลอนใหส าธารณชนเปน พยาน
ทั้งท่ไี มคดิ เตรียมไวกอ นลว งหนา และไมเ คยเชอื่ เรอื่ งของปรภพเลยแมแตนดิ เดียว
ประสานมือ เหลอื บตาข้ึนสูง เปลงคําดวยทา ทสี งบแสดงความคารวะตอ สงิ่ ทีม่ องไมเ หน็
“ถา ผลดีของภาพนจ้ี ะไดเ ปน ประโยชน เตอื นใหค นเลิกประมาทในชีวติ อยางนอ ยสักขณะจิตหนง่ึ กข็ อใหพี่แอรว มรบั รู และมี
สว นในกศุ ลดว ยอยา งเตม็ ที”่
ยงั ไมทนั ขาดคาํ ทกุ คนก็ตอ งสะดงุ เฮือก เพราะไฟดับพร่บึ ลงกะทันหนั กระชากความสวา งท้ังหมดลงสูค วามมืดมดิ !
เกดิ เสยี งอุทานห่งึ ดว ยความงงงัน เจา หนา ท่ีผเู ก่ียวขอ งถึงกบั ขนลุกเกรยี ว เพราะในอาคารนมี้ ีระบบไฟสํารอง ถา ไฟหลกั ถูกตดั
จะเห็นไฟฉุกเฉนิ ฉายจา ทันที แตน ีท่ ุกอยางตกอยูในความมดื มนอนธการราวกบั …
ส่งิ ที่จะตองกลาวขานกนั อีกนานกค็ ือแมอ ุปกรณซ่ึงมีแบตเตอร่ีเล้ียงเองของกลมุ ผูส ่อื ขา ว ก็พลอยดบั มืดไปดวย แมแ ต
ไฟสญั ญาณบอกฟงกช่นั เล็ก ๆ ก็ไมปรากฏใหเห็นเลยในช่ัวขณะนน้ั
อึดใจใหญท ่ีคลา ยถกู ขังในกนถํ้า แตไมน านจนเจาหนาทต่ี อ งวงิ่ วุนขาปด ไฟก็กลบั สวางขึ้นตามเดมิ ทีฆายุรูสกึ คลายถูกแชต ัว
อยใู นกอนนา้ํ แขง็ เขากะพรบิ ตาปรบิ ๆ เพง มองไปในอากาศดวยความรูส กึ กํ้ากง่ึ ระหวางฝน กับตนื่ เกือบทุกคนมองหนากนั เองเลกิ่ ล่กั ดว ย
ความรูส ึกอันพรรณนาไมถกู คลา ยความเยียบหนาวชนดิ หน่งึ หล่ังลงสูหัวใจอนั เงียบงนั โดยถวนหนา
พธิ ีกรผผู านประสบการณมาโชกโชนกวาครึ่งชวี ิต พบเห็นเร่ืองลลี้ บั ท้งั ลกึ และตน้ื ทัง้ จริงและเก ยังผลใหไ มตระหนกอกสน่ั กับ
เหตกุ ารณเ ฉพาะหนาเทาใดนกั เขาพดู กับทฆี ายุตอราวกบั ไมม ีอะไรเกิดขึน้ เปน การชกั ความรูสกึ ของคนท้ังหอประชมุ ใหกลับสสู ภาพปกติ
อยา งรวดเรว็
“หวังวา ลกู ผูพี่ของคุณทีฆายคุ งรบั รูและยินดกี บั ความสาํ เรจ็ ดว ยนะครบั ผมชกั อยากฟงรอยกรองของภาพนี้เสยี แลว โดยเฉพาะ
ทอ นหลังท่ผี ูพขี่ องคุณทีฆายุมสี ว นอยดู วย”
จติ รกรหนุมมอื สน่ั เงอะงะไปชั่วขณะ แมความรสู กึ บอกตนเองวาเปน เร่ืองบังเอญิ เพราะไฟดบั กบั วญิ ญาณปรากฏน้ันหา งไกล
กนั สุดกู เขารับแผนกระดาษบันทึกคาํ กลอนที่ตนแตง มาจากมอื พธิ กี ร เกดิ ความรสู ึกขนหนักในอกใหตองเมมปากแนน กอ นเรมิ่ เปลงคาํ
อานออกมาได ทา มกลางความเงยี บเปน อนั หนง่ึ อันเดียวของคนนบั พัน
เห็นคนตายกห็ มายรูเ ด๋ียวกดู วย อกี ไมช าชราปว ยแลว มว ยสูญ
ศพวางนอนอยา งขอนไมค ลา ยอิฐปูน รอขึ้นเผาใหเ อาศูนยม านับกาย
เหลือเพยี งช่ือใหลอื จาํ ทําไมเลา เขาก็รอคอข้นึ เขียงเรยี งจากหาย
เหมอื นกับเราเฝาจดจําแลวกลับตาย ชือ่ ก็วายกายกว็ างวางหมดกัน…
๔๔๗
รูสึกต้ืนขน้ึ มาในอก ขนท้งั แผงคอต้งั ชนั ขน้ึ กลนื นํา้ ลายลงคออยา งยากเยน็ เพราะกงั วานเสียงของตนฟงมอี ํานาจสะกดผิดปกติ
รา งกายคลายติดลอ็ กกับทีแ่ ทบไมอ าจขยับเขยอ้ื นไหวตงิ สมั ผสั บางสงิ่ ที่เรียกวา ‘ความขลัง’ ทป่ี ระชุมยังคงเงยี บตอ เปนนาน กวา เสยี ง
ปรบมอื จะเร่ิมทยอยดังขน้ึ และดังตอเน่อื งราวกับฝนตกลงมาหา ใหญเ ปนเวลานานมาก
“ขอบคณุ มากครบั เชือ่ เลยวา คุณทีฆายไุ มไ ดแตงขึ้นดวยแรงบันดาลใจธรรมดา ฟง แลวผมหายประมาทลงจรงิ ๆ เอาละครบั
ขอเชญิ รับรางวัลจากทานประธาน…”
ทฆี ายุถอนใจโลงอก เพราะรบั ทราบวาภาระอนั นาขยาดของตนสน้ิ สุดลงแตเพียงเทานัน้
กาวเดินเขาหาคณุ โภไคย ซง่ึ ยืนย้ิมใสรอย่นื ของรางวัลใหอยูพรอ มแลว
“ภาพและรอ งกรองของคุณเคยเปนประโยชนม าแลว จริง ๆ ขอใหใชความคดิ สรางสรรคไปในทางท่ีสรางสรรคต อไปนะ”
เดก็ หนุมเงยหนา มองสีหนา อมิ่ เอิบของผูพ ดู บงั เกดิ ความสะบดั รอนสะบัดหนาวพิกล ไดแ ตร ับวา ‘ครบั ’ ส้นั ๆ และรับกลอง
เหรยี ญเงินพรอ มซองมาถือ เมอื่ ทานยนื่ มือใหจบั กจ็ บั ตามธรรมเนยี ม เสรจ็ แลว โคงนิดหนอ ย รีบดมุ เดนิ งุด ๆ ลงจากเวทีไปดว ยทว งทีไม
สงาผาเผยนกั
เพราะเขาสําเหนยี กไดว า คลืน่ ความกลวั ตายแผไ ปท่วั หอประชมุ ในนาทีน้ัน
แพตรเี อนกายไปทางมติ กระซบิ วา
“ฝม อื รายกาจเชียว แตเ ฉอื นเธอไมข าดหรอก”
มติหวั เราะอยา งรูวานน่ั เปน กําลังใจใหลนุ รางวัลท่ีหนง่ึ เขาเอยี งหนา มาทางหลอ นเล็กนอย
“ทีฆายุน่ีเพ่อื นผมเอง”
“เหรอ”
“ตอนเดินดภู าพชวงสายเจอกนั ทีหนึง่ แลวไงฮะ หน่งึ ในสองสามคนที่เขา มาทักผม แตต ้งั หนา ตัง้ ตาทาํ ความรูจ กั กบั พแ่ี พจนโดน
แฟนหยกิ นะ ”
แพตรีลืมหนา เพราะไมไดต้ังใจมองเตม็ ตานกั แตรวู า มติหมายถึงใคร
หมดความสนใจจะพดู ถึงเพือ่ นหนุมของมติ แตต ดิ ใจเตือนเขาในลักษณะเอียงหนา กระซิบคยุ กันนั้น
“ตกลงแลว ไง เลิกเรยี กพไ่ี ดแลว”
มตยิ มิ้ เจ่ือน ออ มแอม รบั
๔๔๘
“ครับ ตอ ไปจะพยายามไมพ ลัง้ เรียกอีก ผมตามใจพี่แพเสมอ”
แพตรหี วั เราะเลก็ นอย ตหี ลงั มือมตเิ บา ๆ อยา งรูวาเขาแกลง เผลอ
“ถึงตาเธอขึน้ ไปรบั รางวลั แลวละ ลกุ ส”ิ
ตขี ลมุ คะยน้ั คะยอแบบกงึ่ เยา และกึง่ เชอ่ื วา นา จะเปนความจรงิ มติย้มิ เฉย เขายงั เหมอื นคนท่ัวไป หวังจะไดร างวีร่ างวลั มาช่นื ชม
บาง เหน็ ผลงานตนเองถกู ยกใหม คี า บาง แตเ มอื่ นกึ ขน้ึ ไดวา งานของตนเกีย่ วขอ งกับอะไร ใจอยากก็กลับราบคาบลงสนทิ
ความแชม ชน่ื เบกิ บานเมอื่ ใจนึกถงึ พระนพิ พานนน้ั ไมม สี งิ่ ใด หรอื รางวลั จากมนุษยคนไหนมาเทยี บเสมอได เขาลิ้มรสรางวลั
ของตนเองอยูเ ด๋ียวนแี้ ลว ทาํ ไมจะตอ งไปรออะไรขางหนา อกี
“และตอไปคอื รางวลั แดผทู ําประโยชน สอ่ื สารเน้อื ธรรมผานงานจิตรกรรมไดดีที่สุดในสายตาของคณะกรรมการปน…ี้ ”
พิธีกรประกาศกอ งกวาปกติ กับทั้งทอดระยะเปนการกอ ความต่ืนเตนเลก็ นอยตามธรรมเนียม เพราะถาโพลง เร็ว ๆ เด๋ียวจะไม
เหมอื นรางวลั ใหญ
แพตรีเอือ้ มฝา มือนมุ ออนอนุ มาวางบนทอนแขนมติ ราวกับจะใชส ัมผสั ละมนุ แทนคาํ พูดวา ในนาทีท่สี ําคัญ เขามหี ลอนเคียง
ขา งอยางใกลชิดตลอดเวลา เสมอมาและจะเสมอไป
“ผมแวว เสยี งกระซบิ มาครบั วาเปน ผลงานท่นี าพศิ วงมาก ซ่งึ เดย๋ี วกจ็ ะไดเห็นพรอมพวกทา นนั่นแหละครับวาควรแกก ารพศิ วง
อยางไร”
หยดุ กระแอมคนั่ จงั หวะ บรรดาศลิ ปนเจา ของภาพเกอื บหารอ ยคนพากันเบกิ จอ งพิธีกรตาคา งเหมือนผดี บิ คลา ยรุมรอนในอก
และอยากเคนคอใหพ ธิ ีกรเอยชื่อผลงานและนามของตน แตผลการตดั สินก็ปรากฏอยใู นแผนกระดาษในมอื พิธกี รใบน้ันแลว เปลีย่ นแปลง
แกไขเปนอื่นไมไ ดแ ลว ถึงตัง้ ตาลุนเครง เครียดเพียงใด เกร็งเนอื้ เกรง็ ตวั จนบิดตะกูดแคไหนกไ็ มมีผลใหก ารตัดสินพลกิ ผนั เปนอน่ื
พธิ ีกรเอย เนิบชัดในทสี่ ดุ
“เหรียญทองปนี้ ไดแกผลงานช่อื ‘ทวิลกั ษณ’ ของคุณกฤตยิ า มหทิ ธาบด…ี ขอเรียนเชิญครับ”
เหลา ศิลปน ไหลตกวูบกนั เปนทวิ แถว สิทธิแ์ ละโอกาสท้งั ปวงหลดุ ลอยไปแลวกับเสียงประกาศผลงานและช่ือเจาของน้ัน
มตกิ ็มสี วนเหมอื นกบั ปุถุชน เขายงั มคี วามคาดหมาย คาดหวัง ลงหวงั แลว กย็ อมมีผลเปน สมหวงั หรือผิดหวังอยางใดอยา งหนึ่ง
ครง้ั นกี้ เ็ ชนกัน ช่อื ผรู ับรางวัลซ่ึงเขา กระทบหูไมใช ‘มติ’ ตามท่หี วัง ผลจงึ เปน ความผดิ หวงั อนั มลี กั ษณะเดียวกันดาษ ๆ คอื ใจแปวไป
ความคดิ ตบี ตันไปชั่วขณะ ใบหนาเหมือนจะเห่ยี วลงมาวบู หนึง่ ตามความมดื มนของจติ ใจ ทา ทางหาอะไรปรุงแตง ใหฟขู ึ้นไดไว ๆ ยากเสยี
ดวย
แตม ติกม็ คี วามแตกตางจากคนอน่ื กอนหนารับฟง ผล จิตเขาจบั อยูท ค่ี วามสวา งของตัวรอู นั ไรห นาตา ไมขอ งแวะกบั ชอ่ื เสียง
หรอื อตั ตาอนั ใด และเขากย็ งั คงพยายามจับจิตรูความสวางวางกลางอกน้ันไวไ มป ลอ ย กับท้ังรักษามใิ หเสียศนู ย ตรงขา มยงิ่ เรง ความรตู ัว
วางใหชดั ข้นึ จนเบกิ บาน เอาชนะความรสู กึ เปนทกุ ขท ปี่ รากฏในรปู ของความวูบไหวทางกายและใจยามนี้
๔๔๙
ยงิ่ กาํ ลังสมาธดิ ีเทาไหร จิตจบั ความสวางเยน็ ในตนเองไดค ลองแคไหน ใจยง่ิ โปรง เบาเปนสขุ ไมเดอื ดรอนกับความปรุงแตง ท่ี
หอ หุมไดเรว็ ขึน้ เพยี งนน้ั
เขาไดเปรยี บปุถุชนก็ตรงนี้
หญิงสาวในชดุ ขาวนางหนึง่ ปรากฏกายเดนิ จากชองวา งตอนกลางของทนี่ ง่ั ตดั ตรงไปเบอ้ื งหนา ออมซายขึ้นบันไดเวทไี ปยก
มอื พนมไหวท า นประธานแบบถอนสายบัว แลว จึงหนั มาไหวพิธีกรตามธรรมเนยี ม
รา งหลอนคอนขา งผา ยผอมอยางคนทานนอ ย ใบหนาสะอาดสะอานปราศจากเคร่อื งสาํ อางประทินโฉม ผวิ เกรยี มแบบ
คนทํางานหนักและตากแดดตากลมบอ ย เคาหนา สงบในลกั ษณะของผูเ ครง ครดั ในวินัยเกินสตรีธรรมดา นัยนตาดาํ คมกลา ฉายความนง่ิ
ผิดปกติ ชนดิ ทถี่ าไมมบี ารมีอยูบา ง มองแลวอาจสะทานเยอื กและนกึ อยากหลบในทันที
ความนิ่งตลอดรางของกฤติยาทําใหค นเหน็ นกึ ถึงเคร่อื งกาํ เนดิ พลงั ขนาดใหญ หลอ นมรี ัศมแี รงสงู ชนดิ ท่ีอาจตรึงใหผใู กลชิด
ถงึ กับอ้งึ เงียบในบดั ดล พธิ กี รกลนื น้าํ ลายลงคอดวยความรูส ึกฝด ฝน ตระหนักวา ตนยืนอยูตอ หนาผหู ญิงที่ออกจะพเิ ศษเอามาก
ภาพทถี่ ูกฉายบนสกรีนก็ทาํ ความงนุ งงใหกบั ผูชมพอควร เพราะทผ่ี านมาลว นเปน งานจติ รกรรมซงึ่ เนน ทงั้ ความคมชดั ของ
รูปทรง ความงดงามของการใหส ี รวมทง้ั ความชัดเจนงา ยตอ การเขาใจ แตนก่ี ลบั เปนวงกลมวงหนง่ึ ท่ีมีเสนสายลายเหลีย่ มซบั ซอนลายตา
อยภู ายใน ดไู มอ อกวาอะไรเปน อะไรในแวบแรก
จติ รกรหลายคดิ วา นั่นเปนศลิ ปะใหมแหง ศตวรรษทย่ี ีส่ ิบในแนวอ็อพอารตซ่ึงเนนการเลน กับสายตาผชู ม คือลวงตาดวยลายเสน
ประกอบสีใหเหน็ คลา ยวาภาพเคลื่อนไหวไดอยางมพี ลงั โดยอาศัยความรูความเขาใจในธรรมชาติการเหน็ ของมนุษยท มี่ ีตอ เหลยี่ มมุม
เรขาคณติ เหล่อื มซอ นและแสงเงาสรางชน้ั มติ ติ ้ืนลึกหนาบาง ประสานกนั อยางกลมกลนื เพอ่ื หลอกใหเ กดิ ความพิศวงใจ
แตบางคนก็รสู กึ วามอี ะไรพิเศษแฝงซอนไวอ ยา งล้ีลับยง่ิ กวา ความเปนศลิ ปะอ็อพอารตขน้ึ ไปอกี เพียงยังแยกแยะไมออกใน
เวลาอนั ส้นั ประกอบกบั ท่ีแสงสที ่ีตกบนสกรีนขาดความชดั กรบิ เหมอื นของจรงิ ยิ่งทาํ ใหล าํ บากกับการเดาเจตนาของผูส รางสรรคม นั
ข้ึนมา
พิธีกรกะพรบิ ตาปริบ ๆ ผินหนามองภาพบนสกรนี ครูหนึ่ง แลว ยอ นกลบั มาสบตากบั ผูช นะเลิศประจําป ยอมรบั วา กาํ ลังจติ ของ
ผูห ญิงคนน้แี ข็งเสยี จนเขาไมก ลา ตอตาดวยนานนกั อีกทัง้ ทําใหรูสึกฝนจนตองกลืนน้าํ ลายบอ ย ๆ ขาดความเปน ตวั ของตัวเองลงเยอะ
คะเนจากแววรคู ดิ ในตา อายหุ ลอนนาจะเลยสามสบิ มาพอควรแลว แตดวงหนาเมอ่ื ดูผาดยงั ออ นราวกับยงั เปน สาวนอ ยท่เี พง่ิ
เฉยี ดจะบรรลนุ ิตภิ าวะเทา นั้น
เขารูจักนักเลงสมาธมิ ามาก เคยพบเจอแมผ ูมีตบะแกก ลาที่เลน กีฬาสมาบตั เิ ปน อาชีพในปาลกึ จงึ แยกแยะออกวา ใครเปนใคร
กฤติยานาจะเกงกาจเกินตัว แตยงั อยใู นขัน้ เกบ็ พลงั ไมอ ยู มเี ทาไหรป ลอยใหฉ ายออกมาหมด พลิกจติ ใหเ กบ็ พลงั ไวเ งียบ ๆ ไมเ ปน ซ่ึงแบบ
นี้คลุกคลีอยกู ับคนในเมอื งแลว จะขาดความกลมกลืน
ชดุ กระโปรงเส้อื แขนส้ันท่ีหลอนแตงเปนฝา ยอยา งดี เครอื่ งประดับแมนอยชน้ิ ทวา ก็บง ถงึ รสนยิ มชัน้ เลศิ ลักษณะการปรากฏ
ของหลอนจงึ ออกจะมคี วามขัดแยง คือจะดเู หมือนแมช ตี ามถา้ํ ก็ไมใช จะวา เปน คนเมอื งทเ่ี ปนแตน่งั ระเหิดระหงในคฤหาสนก ็ไมเชงิ