The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตลาดทุน ตราสารทั่วไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Paphangkorn Laoakkharani, 2020-08-14 23:06:31

ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตลาดทุน ตราสารทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตลาดทุน ตราสารทั่วไป

2=,ࣈH'Ĩ-ई2Ęࠟ% ҫ 0= ؈$:

.=5=.‫؜‬2L&

6इ
ৣ .ܳI$;‫=
=ڏ‬.0 ؈$ .=5=.‫؜‬2L&

Investment Consultant: Plain Products



ความรูŒเกี่ยวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารท่ัวไป

หลักสูตรผูŒแนะนําการลงทุนตราสารท่ัวไป
Investment Consultant: Plain Products

ความรูŒเกี่ยวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารทั่วไป
หลักสูตรผูŒแนะนําการลงทุนตราสารทั่วไป

ผูเขียน ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน

กองบรรณาธิการอํานวยการ ศิริพงษ ไพศาลคงทวี ปรีชา กิจโมกข ซินฮัว แซล้ี

ภาวัช ทองเนื้อแปด และอดิศรา พุทธธรรมวงศ

ฝายพัฒนาความรูผูประกอบวิชาชีพ

อํานวยการผลิต ฝายพัฒนาความรูผูลงทุน ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน

ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย

93 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400

http://www.set.or.th

ออกแบบ หางหุนสวนสามัญ อัศเจรีย

พิมพครั้งที่ 1 ตุลาคม 2560 จํานวน 10,000 เลม

ราคา 300 บาท

ขŒอมูลทางบรรณานุกรมของสํานักหอสมุดแห‹งชาติ
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน.
ความรูเกี่ยวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารทั่วไป.– กรุงเทพฯ: ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย,
2560.
472 หนา. -- (หลักสูตรผูแนะนําการลงทุนตราสารทั่วไป).

1. ตราสารทุน. 2. ตราสารหน้ี. 3. อนุพันธทางการเงิน. I. ชื่อเรื่อง.

332.0415
ISBN 978-616-415-030-0

พิมพท่ี บริษัท บุญศิริการพิมพ จํากัด โทร. 025792957
จัดจําหนายโดย ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
93 อาคารตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0 2009 9000 E-mail: [email protected]

สงวนลิขสิทธ์ิ
หามทําลอกเลียนแบบไมวาสวนใดสวนหน่ึงของหนังสือ นอกจากจะไดรับอนุญาต

คํานํา

ตลาดการเงินปจจุบันมีตราสารทางการเงิน (financial instruments) จํานวนหลากหลายประเภท
ไวตอบสนองรูปแบบและความตองการของผูลงทุน ไดแก ตราสารทุน ตราสารหนี้ สัญญาซื้อขายลวงหนา
รวมถึงกองทุนรวม ซ่ึงตราสารแตละประเภทมีลักษณะผลตอบแทนและความเสี่ยงที่แตกตางกันออกไป
ดังนั้น ผูลงทุนจําเปนตองมีความรูและเขาใจในตราสารการเงินแตละประเภทกอนการตัดสินใจลงทุน
โดยหนังสือเลมน้ีจะมุงอธิบายถึงลักษณะพื้นฐานของตราสาร ผลตอบแทนและความเสี่ยง รวมถึงกลยุทธ
การลงทุนตางๆ ท้ังตราสารทุน ตราสารหน้ี และกองทุนรวม ซ่ึงจะทําใหผูลงทุนมีความรู ความเขาใจ และ
มีความมั่นใจในการตัดสินใจลงทุนในตราสารทางการเงินดังกลาวเพ่ิมขึ้น

หนังสือความรูเกี่ยวกับผลิตภัณฑตลาดทุน (ตราสารทั่วไป) เปนหนังสือท่ีศูนยสงเสริมการพัฒนา
ความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย พัฒนาขึ้นเพ่ือใหความรูพื้นฐานดานผลิตภัณฑตลาดทุน
แกผูที่สนใจและเพ่ือใชเปนหนังสือประกอบการทดสอบเพ่ือข้ึนทะเบียนเปนผูแนะนําการลงทุนตราสารท่ัวไป
โดยจะแบงเนื้อหาเปน 3 สวนใหญๆ คือ ความรูเก่ียวกับตราสารทุน ความรูเกี่ยวกับตราสารหนี้ และความรู
เก่ียวกับกองทุนรวม

ท้ังนี้ ผูจัดทําขอขอบพระคุณ ดร.กฤษฎา เสกตระกูล รองผูจัดการ ดูแลสายงานพัฒนาความรู
ตลาดทุน และหัวหนาสายงานพัฒนาธุรกิจเพ่ือความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทยเปนอยางสูง
ที่ไดกรุณาริเริ่มโครงการพัฒนาหลักสูตรเพ่ือเสริมสรางศักยภาพของผูประกอบวิชาชีพในธุรกิจหลักทรัพย
ใหปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานทัดเทียมกับสากล รวมท้ัง ไดสงเสริมและสนับสนุน
ใหการพัฒนาหลักสูตรและการจัดทําหนังสือเลมนี้ไดดําเนินไปจนประสบความสําเร็จ นอกจากน้ี ยังได
กรุณาดํารงตําแหนงประธานคณะทํางานกําหนดมาตรฐานความรูและโครงสรางหลักสูตรผูแนะนําการลงทุน
ของศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน

โดยในโอกาสเดียวกันนี้ ผูจัดทําขอขอบพระคุณคณะทํางานกําหนดมาตรฐานความรูและโครงสราง
หลักสูตรผูแนะนําการลงทุน ประกอบดวย คุณจอมขวัญ คงสกุล ผูอํานวยการ ฝายนโยบายธุรกิจ
จัดการลงทุน สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย คุณจักรกฤษณ ประสาทไทย
ผูอํานวยการฝายอาวุโส ผูบริหารฝายทีมผลิตภัณฑการเงินและการลงทุน ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน)
รศ.จิรัตน สังขแกว ผูทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร รศ.ดร.พรอนงค บุษราตระกูล
ผูทรงคุณวุฒิจากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย คุณพิชัย เลิศสุพงศกิจ ผูชวยกรรมการผูจัดการ บล.ธนชาต
จํากัด (มหาชน) คุณพิชา สิริโยธิน ผูอํานวยการบริหารสมาคม สมาคมประกันชีวิตไทย คุณภาคภูมิ
ภาคยวิศาล รองเลขาธิการ สมาคมบริษัทหลักทรัพยไทย คุณยุพาวดี ตูจินดา รองกรรมการผูจัดการ
บลจ.กสิกรไทย จํากัด คุณสุกิจ ชวลิตากุล, CFA นายทะเบียน สมาคมนักวิเคราะหการลงทุน คุณอริยา
ติรณะประกิจ รองกรรมการผูจัดการ สมาคมตลาดตราสารหน้ีไทย และคุณศิริพงษ ไพศาลคงทวี
ผูอํานวยการฝายพัฒนาความรูผูประกอบวิชาชีพ ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย

นอกจากน้ี ผูจัดทําขอขอบพระคุณผูพัฒนาเน้ือหาตําราเลมน้ี ซึ่งแบงเปนผูพัฒนาเนื้อหาความรู
เกี่ยวกับตราสารทุน คุณกิ่งเพ็ชร เงินพูลทรัพย ผูอํานวยการ ฝายกํากับการซื้อขาย-SET ตลาดหลักทรัพย
แหงประเทศไทย คุณกัญญภัทร รังกุพันธุ บล.ภัทร จํากัด (มหาชน) คุณเดือนเพ็ญ จันทรศิริศรี
ผูอํานวยการ ฝายพัฒนาธุรกิจตราสารทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย คุณธรรมนูญ เกษมศุภกร
ผูอํานวยการ ฝายธุรกิจขอมูล ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย คณุ ปรมิ ใจ เอยี่ มเพชราพงศ ผูอํานวยการ
ฝายกํากับบริษัทจดทะเบียน-mai และตราสารอื่น ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย คุณสัจภา ทองประสาร
ผูอํานวยการฝายการตลาดผูออกหลักทรัพย 3 ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย คุณสุกิจ ชวลิตากุล, CFA
นายทะเบียน สมาคมนักวิเคราะหการลงทุน คุณสุมิตรา ต้ังสมวรพงษ ฝายวิจัย ตลาดหลักทรัพย
แหงประเทศไทย คุณสิริณัฏฐา เตชะศิริวรรณ วิทยากรผูทรงคุณวุฒิ และอาจารยพิเศษมหาวิทยาลัย
และคุณอภิชาติ วิไลรัตน ผูอํานวยการ สายงานตราสารอนุพันธ บล.ไทยพาณิชย จํากัด

รวมถึงผูพัฒนาเน้ือหาความรูเก่ียวกับตราสารหนี้ คุณกษิดิศ ทองปลิว หัวหนาฝายบริหาร
ความเส่ียง บลจ.ภัทร จํากัด คุณจตุพร ตังคธัช กรรมการ บริษัท อินเทลลิเจนสสตราทีจีส จํากัด
คุณชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ ผูชวยกรรมการผูจัดการ บลจ.กสิกรไทย จํากัด (มหาชน) ผศ.ดร.ธนาวัฒน
สิริวัฒนธนกุล อาจารยประจําภาควิชาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร คุณปวเรศวร
วิภูนาถ ผูจัดการกองทุนอาวุโส บลจ.เอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน) คุณอัญชลี สุขภัทราภิรมย ผูอํานวยการ
สายงานคาตราสารหนี้ ธนาคารยูโอบี จํากัด (มหาชน)

ตลอดจน ผูพัฒนาเน้ือหาความรูเกี่ยวกองทุนรวม คุณเกษตร ชัยวันเพ็ญ บลจ.กสิกรไทย จํากัด
คุณชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จํากัด คุณธเนศ ฟงมงคล ผูชวยกรรมการ
ผูจัดการ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จํากัด คุณปวเรศวร วิภูนาถ, CISA บลจ.เอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน)
คุณไมตรี โสตางกูร, CFA บลจ.แอสเซทพลัส จํากัด

นอกจากนี้ ผูจัดทําขอขอบคุณ รศ.ดร.พรอนงค บุษราตระกูล ผูทรงคุณวุฒิ จากจุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย คุณสายสมร ผองบรรเจิด รองกรรมการผูจัดการ กลุมกลยุทธองคกร บลจ.บัวหลวง จํากัด
คุณธนวัฒน เกตวงกต ผูบริหารฝายกลยุทธผลิตภัณฑการลงทุน บลจ.กสิกรไทย จํากัด ดร.ธนัยวงศ
กีรติวานิชย วิทยากรอาสา ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน คุณสาหรัช ชัฏสุวรรณ บลจ.ทิสโก
จํากัด คุณอธิภัทร พูลถนอมสุข เจาหนาท่ีบริหารอาวุโส ฝายนโยบายธุรกิจจัดการลงทุน สํานักงาน
คณะกรรมการ ก.ล.ต. ซึ่งไดกรุณาทําหนาที่เปนผูกลั่นกรองเนื้อหาของหนังสือเลมน้ี และไดใหคําแนะนํา
ที่เปนประโยชนอยางยิ่ง เพื่อใหผูที่สนใจศึกษาหาความรูเก่ียวกับผลิตภัณฑการลงทุนในตลาดทุน และ
ผูท่ีตองการเตรียมตัวทดสอบหลักสูตรผูแนะนําการลงทุนตราสารท่ัวไป ไดใชเปนแหลงประกอบการคนควา
อีกแหลงหนึ่ง อันจะเปนประโยชนอยางยิ่งตอการพัฒนาตลาดตราสารทุนไทยตอไป

ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ตุลาคม 2560

iv ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

สารบัญ iii

คํานํา 1
3
ส‹วนท่ี 1 ตราสารทุน 3
บทท่ี 1 ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ 3
6
1.1 ลักษณะและประเภทของตราสารทุน 33
1.1.1 ตราสารทุนกับธุรกิจ 35
1.1.2 ลักษณะเบ้ืองตนของตราสารทุน 35
1.1.3 ความเส่ียงของการลงทุนในตราสารทุน 36
38
1.2 ประเภทของตลาด ลักษณะและรูปแบบของการซื้อขาย
1.2.1 โครงสรางและองคประกอบของตลาดทุน 41
1.2.2 ลักษณะและรูปแบบการซื้อขาย 47
1.2.3 ผูเกี่ยวของในตลาดรองของตราสารทุน (market participants) 48

1.3 ประโยชนของการเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ 51
และคุณสมบัติของบริษัทจดทะเบียน 51
52
บทสรุป 59
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง 59
62
บทที่ 2 การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ 63
2.1 การประเมินมูลคาเพ่ือการตัดสินใจลงทุน
2.1.1 มูลคากับราคาของหุนสามัญ 63
2.1.2 ความสําคัญของการประเมินมูลคา
2.1.3 ปจจัยในการกําหนดมูลคาหุนสามัญ 66
2.1.4 แนวทางในการประเมินมูลคาหุนสามัญ
2.2 วิธีการประเมินมูลคาหุนสามัญ
2.2.1 การประเมินมูลคาจากสินทรัพยของกิจการ
(assets based valuation method)
2.2.2 การประเมินมูลคาจากผลประโยชนที่ไดจากสินทรัพยท่ีกิจการมีอยู
(benefit based valuation method)

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย v

2.3 กลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ 79
2.3.1 รูปแบบกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ 79
2.3.2 ตัวอยางกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ 80

บทสรุป 87

บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง 88

บทท่ี 3 ตราสารที่เกี่ยวเนื่องกับตราสารทุน (Equity-linked Product) 91
91
3.1 ความสําคัญและประเภทของตราสารที่เกี่ยวเน่ืองกับตราสารทุน 91
3.1.1 ความสําคัญของ Equity-linked Product 92
3.1.2 ประเภท Equity-linked Product ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพยฯ 92
92
3.2 ใบสําคัญแสดงสิทธิ (warrant) 99
3.2.1 การประเมินมูลคาใบสําคัญแสดงสิทธิ 100
3.2.2 กลยุทธการลงทุนในใบสําคัญแสดงสิทธิ 100
108
3.3 ใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ (derivative warrant) 112
3.3.1 ความหมายและลักษณะสําคัญของใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ 122
3.3.2 ผลตอบแทนและความเสี่ยงของใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ
3.3.3 การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ 122

3.4 ตราสารที่เกี่ยวเนื่องกับตราสารทุนประเภทอื่นๆ 124
3.4.1 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชนที่เกิดจากหลักทรัพยอางอิง
(depository receipts: DR) 130
3.4.2 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชนที่เกิดจากหลักทรัพยอางอิงไทยหรือเอ็นวีดีอาร 132
(NVDR) 135
3.4.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุนเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได 136
(transferable subscription right: TSR)

บทสรุป

บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง

ภาคผนวกทายบทที่ 3

vi ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

บทที่ 4 กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 141
141
4.1 ระบบการซื้อขายหลักทรัพยของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 141
4.1.1 พัฒนาการของระบบซื้อขาย 142
4.1.2 ระบบการซ้ือขายหลักทรัพย SET CONNECT 143
143
4.2 การซ้ือขายตราสารทุนในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
4.2.1 โครงสรางและกระบวนการซ้ือขาย 144
4.2.2 วิธีการและหลักเกณฑการซื้อขายหลักทรัพย 161
ในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 164
4.2.3 การเปดบัญชีซ้ือขาย 164
165
4.3 การกํากับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย 167
4.3.1 ความสําคัญของการกํากับดูแลการซื้อขาย
4.3.2 ลักษณะการซื้อขายท่ีไมเปนธรรม 171
4.3.3 หลักการและแนวทางการกํากับดูแล 173
4.3.4 บทกําหนดโทษสําหรับการกระทําท่ีกอใหเกิดความไมเปนธรรม 173
ในการซื้อขายหลักทรัพย 177
185
4.4 ขอมูลท่ีเกี่ยวของกับการลงทุนในตราสารทุน 187
4.4.1 รายงานสารสนเทศของบริษัทจดทะเบียน 190
4.4.2 ดัชนีหลักทรัพยท่ีเผยแพรโดยตลาดหลักทรัพยฯ 192
4.4.3 ขอมูลราคา สถิติการซ้ือขาย 194
4.4.4 บทวิเคราะหหลักทรัพย 195
4.4.5 ภาษีของการลงทุนในตราสารทุน

บทสรุป

บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง

ภาคผนวกทายบทที่ 4

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย vii

ส‹วนท่ี 2 ตราสารหน้ี 215
บทท่ี 5 ความรูพ้ืนฐานเก่ียวกับตราสารหน้ี 217
218
5.1 ลักษณะเบื้องตนของตราสารหนี้ 218
5.1.1 ความหมายของตราสารหนี้ 218
5.1.2 การระดมทุนจากแหลงหนี้ 219
5.1.3 พัฒนาการของตลาดตราสารหนี้ไทย 221
5.1.4 ลักษณะของตลาดตราสารหน้ีในประเทศไทย
5.1.5 ความแตกตางระหวางตราสารหนี้และตราสารทุน 222
และประโยชนของการลงทุนในตราสารหนี้ 224
5.1.6 องคประกอบของตราสารหน้ี 228
5.1.7 ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหน้ี 228
228
5.2 ประเภทของตราสารหนี้ 229
5.2.1 แบงตามอายุของตราสารหนี้ 232
5.2.2 แบงตามประเภทผูออก 232
5.2.3 แบงตามลักษณะการถือ 233
5.2.4 แบงตามวิธีการชําระดอกเบี้ย 233
5.2.5 แบงตามวิธีการชําระคืนเงินตน 234
5.2.6 แบงตามสิทธิเรียกรอง 236
5.2.7 แบงตามหลักประกัน 239
5.2.8 แบงตามชนิดของสิทธิแฝงที่ติดมากับตราสารหน้ี 242
5.2.9 ตราสารหน้ีประเภทอื่นๆ ที่ควรทราบ 243

บทสรุป 245
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง 246
246
บทที่ 6 การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหนี้ 247
6.1 การประเมินมูลคาของตราสารหนี้ 252
6.1.1 มูลคาของตราสารหนี้
6.1.2 วิธีประเมินมูลคาของตราสารหนี้
6.1.3 ขอสมมติฐานในการลงทุนตอ (reinvestment rate)

viii ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

6.2 ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหน้ี 253
6.2.1 การคํานวณอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหน้ี (yield) 253
6.2.2 ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนกับราคาตราสารหนี้ 259
6.2.3 ปจจัยท่ีสงผลกระทบตออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ 261
6.2.4 ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา (yield curve) 263
266
บทสรุป 267
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
269
บทท่ี 7 ความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหนี้ 270
7.1 ความเสี่ยงของการลงทุนในตราสารหนี้ 270
7.1.1 ประเภทของความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหน้ี 275
7.1.2 การประเมินความเส่ียงของตราสารหน้ีจากความเส่ียงดานเครดิต 279
7.1.3 การประเมินความเสี่ยงดานราคาของตราสารหนี้ดวยดูเรชัน 284
7.1.4 ลักษณะและความเส่ียงของต๋ัวแลกเงิน 286
7.1.5 การกระจายความเส่ียงในพอรตการลงทุน 287
บทสรุป 288
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
291
บทที่ 8 การซื้อขายตราสารหนี้ในประเทศไทย 291
8.1 ตลาดแรกของตราสารหนี้ 291
8.1.1 กระบวนการออกและจัดจําหนายตราสารหน้ีภาครัฐ 294
8.1.2 กระบวนการออกและเสนอขายตราสารหนี้ภาคเอกชน 297
8.2 ตลาดรองของตราสารหนี้
8.2.1 ตลาดซื้อขายตราสารหน้ีลักษณะติดตอกันเอง 297
(Over-the-Counter Market: OTC)
8.2.2 การซื้อขายตราสารหน้ีผานตลาดตราสารหนี้ 300
(Thailand Bond Exchange: TBX) 305
8.2.3 ตลาดซ้ือคืนตราสารหน้ี (repo market)

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย ix

8.3 ผูมีสวนเก่ียวของในตลาดตราสารหนี้ไทย 306
8.3.1 ผูออกตราสารหน้ี 306
8.3.2 ผูคาตราสารหน้ี 307
8.3.3 นายหนาคาตราสารหน้ี 307
8.3.4 ผูจัดจําหนายและท่ีปรึกษาทางการเงิน 307
8.3.5 ผูลงทุน 308
8.3.6 หนวยงานกํากับดูแล 310
8.3.7 องคกรและผูเกี่ยวของอื่นๆ 313

8.4 ดัชนีตราสารหน้ี (BOND INDEX) 316
8.4.1 ลักษณะและประโยชนของดัชนีตราสารหน้ี 316
8.4.2 ประเภทของดัชนีตราสารหน้ี 316
8.4.3 ดัชนีตราสารหนี้ไทยที่จัดทําและเผยแพรโดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย 318

8.5 ขอมูลเก่ียวกับการลงทุนในตราสารหนี้ 320

8.5.1 ความสําคัญและประโยชนจากหนังสือช้ีชวน 320

8.5.2 ขอมูลราคา อัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของตราสารและตลาดตราสารหน้ี 323

8.5.3 ภาษีจากผลตอบแทนการลงทุนในตราสารหนี้ 328

บทสรุป 331

บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง 332

ส‹วนที่ 3 กองทุนรวม 335
บทที่ 9 ความรูเบ้ืองตนเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวม 337

9.1 ลักษณะของกองทุนรวม 337
9.1.1 ความหมายของกองทุนรวม 337
9.1.2 ความสําคัญและประโยชนของกองทุนรวม 339
9.1.3 ขอดีและขอจํากัดของกองทุนรวม 340
9.1.4 วิธีการบริหารการลงทุนของกองทุนรวม 343

9.2 โครงสรางการบริหารและผูเก่ียวของกับกองทุนรวม 345
9.2.1 โครงสรางการบริหารจัดการกองทุนรวมในประเทศไทย 345
9.2.2 บทบาทและหนาที่ของผูที่เก่ียวของกับกองทุนรวม 346

x ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

9.3 การจัดต้ัง และการเสนอขายกองทุนรวม 351
9.3.1 การขออนุมัติจัดต้ังกองทุนรวม 351
9.3.2 กระบวนการจัดต้ังกองทุนรวม 351
9.3.3 การเสนอขายหนวยลงทุน 353
354
9.4 ประเภทของกองทุนรวม 354
9.4.1 แบงตามการขายคืนหนวยลงทุน 356
9.4.2 แบงตามนโยบายและหรือประเภททรัพยสินท่ีลงทุน 368
9.4.3 แบงตามลักษณะพิเศษ 378
9.4.4 แบงตามความเส่ียงเกี่ยวกับตางประเทศ 380
9.4.5 แบงตามการจายผลตอบแทน 383

บทสรุป 385
386
บทท่ี 10 อัตราผลตอบแทนและความเส่ียงจากการลงทุนในกองทุนรวม
386
10.1 ผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวม 388
10.1.1 กําไร/ขาดทุน จากการเปลี่ยนแปลงของราคาหนวยลงทุน 388
(capital gain/loss) 390
10.1.2 เงินปนผล (dividend) 390
10.1.3 ผลตอบแทนรวม (total return) 393
395
10.2 ความเสี่ยงจากการลงทุนในกองทุนรวม
10.2.1 ความเสี่ยงจากการจัดกลุมสินทรัพย (asset class risk) 395
10.2.2 ความเสี่ยงจากการผิดนัดชําระหน้ีของผูออกตราสาร (credit risk) 396
10.2.3 ความเส่ียงจากความผันผวนของมูลคาหนวยลงทุน (market risk) 396
10.2.4 ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหลักทรัพย/ประเภทหลักทรัพย 397
(concentration risk)
10.2.5 ความเสี่ยงจากสภาพคลองของกองทุน (liquidity risk) 397
10.2.6 ความเสี่ยงจากการลงทุนตอ (reinvestment risk)
10.2.7 ความเส่ียงจากอัตราแลกเปล่ียน (exchange rate risk)
10.2.8 ความเส่ียงจากการบริหารกองทุนของผูจัดการกองทุน
(fund manager risk)

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย xi

10.3 การวัดผลการดําเนินงานของกองทุน 397
10.3.1 เกณฑอางอิงมาตรฐาน (benchmark) 398
10.3.2 การวัดผลการดําเนินงานโดยเปรียบเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกัน
(peer performance) 399
405
บทสรุป
407
บทที่ 11 พื้นฐานการวิเคราะหและกลยุทธการลงทุนในกองทุนรวม 407
11.1 ปจจัยที่ใชพิจารณาลงทุนในกองทุนรวม 407
11.1.1 ปจจัยสวนบุคคล 409
11.1.2 ขอมูลกองทุนรวม 416
11.1.3 สภาพแวดลอมการลงทุน 417
11.2 กลยุทธการลงทุนในกองทุนรวม 417
11.2.1 กลยุทธการลงทุนในกองทุนรวมรายกองทุน 419
11.2.2 กลยุทธการลงทุนในกองทุนรวมเปนกลุมสินทรัพยหรือพอรตการลงทุน 422
11.3 แหลงขอมูลและภาษีท่ีเกี่ยวของกับการลงทุนในกองทุน 422
11.3.1 แหลงขอมูลเพ่ือการซื้อขายกองทุนรวม 430
11.3.2 ภาษีจากการลงทุนในกองทุนรวม
11.3.3 ภาษีท่ีเกี่ยวของกับการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย REITs 430
และกองทุนรวมโครงสรางพ้ืนฐาน 433
11.3.4 เงื่อนไขและสิทธิประโยชนทางภาษีของกองทุนรวม LTF และ RMF 447
บทสรุป 448
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
449
ภาคผนวก
- วัตถุประสงคการเรียนรู

xii ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ส‹วนทตี่ 1 ราสารทุน

ความรูŒเก่ียวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารทั่วไป

ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุน

01 และหุŒนสามัญ
1.1 ลักษณะและประเภทของตราสารทุน
ตราสารทุน (equity instruments) เปนตราสารทางการเงิน (financial instruments) ประเภทหน่ึง
ซ่ึงกิจการหรือบริษัทเปนผูออก (issuer) ใหแกผูถือ (holder) โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือระดมเงินทุนไปใช
ในกิจการ ทําใหกิจการมีทางเลือกในการระดมเงินทุนเพิ่มเติมนอกเหนือจากแหลงระดมทุนในตลาดการเงิน
(financial markets) อ่ืน เชน การกูยืมเงินจากสถาบันการเงิน การออกหุนกู เปนตน โดยตราสารทุน
เปนสวนของทุนของกิจการที่ถูกแบงออกเปนหุน ซ่ึงแตละหุนจะใหอํานาจผูถือหุนในการเปนเจาของกิจการ
ตามสัดสวนของหุนที่ถือครอง
ผูถือตราสารทุน หรือ “ผูถือหุน” มีฐานะเปน “เจาของกิจการ” มีสวนไดเสียหรือมีสิทธิในทรัพยสิน
และรายไดของกิจการ และมีโอกาสจะไดรับสวนแบงกําไรในรูปแบบเงินปนผล (dividend) รวมถึงสามารถ
ขายหุนเพ่ือทํากําไรเม่ือหุนของบริษัทมีราคาสูงขึ้น อยางไรก็ตาม กิจการที่ออกตราสารทุนไมมีขอผูกพัน
จะตองจายเงินปนผลเสมอไป เนื่องจากการตัดสินใจจายเงินปนผลนอกจากจะข้ึนอยูกับผลประกอบการ
ของกิจการแลวยังขึ้นอยูกับนโยบายของกิจการน้ันๆ ดวย

1.1.1 ตราสารทุนกับธุรกิจ
แหลงเงินทุนของกิจการ

โดยทั่วไป กิจการจะจัดหาเงินทุนจาก 3 แหลงหลัก ไดแก เงินกูจากสถาบันการเงิน เงินทุนจาก
การระดมทุนจากผูถือหุน และแหลงเงินทุนภายใน อันไดแก กําไรสะสมของกิจการ เงินทุนหมุนเวียน
อยางไรก็ตาม ในชวงเร่ิมตนธุรกิจ กิจการอาจใชแหลงเงินทุนจากการกูยืมอยางเต็มท่ี รวมท้ังยังไมมี
กําไรสะสมจากการดําเนินงาน หรือมีกําไรสะสมไมเพียงพอตอการดําเนินงาน สงผลใหกิจการจําเปนตอง
จัดหาเงินทุนเพิ่มเติมจากการขายหุน ดังน้ัน ในชวงน้ีเองที่ผูถือหุนจะมีสวนสําคัญในการระดมเงินทุนใหกิจการ
สามารถขยายตัวและดําเนินการตอไปได

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 3

ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

รูปแบบองคกรและการขยายกิจการ

การประกอบธุรกิจการคาตามกฎหมายไทยสามารถดําเนินการในรูปองคกรธุรกิจได 5 แบบ ดังนี้
1) กิจการเจาของคนเดียว (sole proprietorship) อํานาจดําเนินการโดยบุคคลคนเดียวเปนเจาของ
กิจการ มีขอดีคือความงายและความสะดวกในการจัดตั้ง ไมมีกฎระเบียบขอบังคับมาก และไมตองเสียภาษี
เงินไดนิติบุคคล แตจะเสียภาษีเงินไดแบบบุคคลธรรมดา ขอเสียคือขอจํากัดในการขยายกิจการ เน่ืองจาก
เงินทุนของเจาของมีจํากัด นอกจากน้ี เจาของมีหนาที่รับผิดชอบในภาระหน้ีสินท้ังหมดของกิจการ จึงมี
ความเส่ียงที่เจาหน้ีจะยึดทรัพยสินสวนตัว ทั้งนี้ อายุของกิจการจะยาวเพียงใดข้ึนกับอายุของผูกอตั้ง
2) หางหุนสวนสามัญที่ไมไดจดทะเบียน (ordinary partnership) และหางหุนสวนสามัญนิติบุคคล
(registered ordinary partnership) ผูดําเนินการจัดตั้งมีบุคคลตั้งแต 2 คนขึ้นไป ตกลงรวมทุนกันและ
รวมกันรับผิดใชหนี้ของหางโดยไมจํากัดตอเจาหนี้ของหาง ดังนั้น จึงมีความเส่ียงท่ีเจาหน้ีจะยึดทรัพยสิน
สวนตัว การจัดต้ังหางหุนสวนสามัญน้ัน ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไมไดบังคับวาจะตอง
จดทะเบียนเปนนิติบุคคล (juristic person) คือจะจดทะเบียนหรือไมก็ได แตหากไมจดทะเบียนจะเรียกวา
หางหุนสวนสามัญไมจดทะเบียน มีสภาพเปนบุคคลธรรมดา แตหากจดทะเบียนจะเรียกวา หางหุนสวนสามัญ
นิติบุคคล มีสภาพเปนนิติบุคคล
3) หางหุนสวนจํากัด (limited partnership) การจัดตั้งธุรกิจในรูปหางหุนสวนจํากัด กฎหมายแบง
หุนสวนออกเปน 2 ประเภท คือ เปนหุนสวนประเภทไมจํากัดความรับผิดในการชําระหนี้ กับหุนสวนประเภท
จํากัดความรับผิดในการชําระหน้ี โดยหางหุนสวนจํากัด กฎหมายบังคับวาตองจดทะเบียนเปนนิติบุคคลเสมอ
4) บริษัทจํากัด (company limited) คือ กิจการที่จัดต้ังข้ึนโดยบุคคล 3 คนขึ้นไปตกลงเพ่ือทํา
ธุรกิจรวมกัน โดยแบงทุนเปนหุนแตละหุนมีมูลคาเทาๆ กัน ซึ่งมูลคาที่ตราไวตอหุน (par value) ตอง
ไมนอยกวา 5 บาท โดยผูถือหุนแตละคนรับผิดจํากัดแตเพียงมูลคาหุนท่ีตนยังสงไมครบ ผูเริ่มกอตั้งจะ
จัดใหมีผูเขาชื่อซื้อหุนจนครบ แตหามไมใหช้ีชวนประชาชนใหซื้อหุน และผูเร่ิมกอตั้งทุกคนตองลงช่ือ
ซื้อหุนหนึ่งหุนเปนอยางนอย โดยบริษัทจํากัดมีสภาพเปนนิติบุคคล ตองจดทะเบียนตามประมวลกฎหมาย
แพงและพาณิชย ขอดีของบริษัทจํากัดคือมีการแยกสินทรัพยกันชัดเจนระหวางกิจการที่เปนนิติบุคคล
กับสวนของเจาของและผูบริหาร อายุของกิจการมีไมจํากัด การโอนเปล่ียนเจาของทําไดงาย โดยการโอน
เปลี่ยนมือหุนท่ีถืออยู ความรับผิดชอบตอหนี้สินของกิจการจํากัดอยูเพียงเงินทุนท่ีเจาของนํามาลงทุน
ขอเสียคือการจัดต้ังมีข้ันตอนซับซอนข้ึน เน่ืองจากตองมีการเตรียมการและขอมูลเพื่อการจดทะเบียน เชน
ชื่อบริษัท วัตถุประสงคการจัดต้ัง จํานวนเงินทุน และรายละเอียดของผูกอต้ัง รวมถึงตองมีการนําสงรายงาน
งบการเงินอยางนอยทุกรอบ 12 เดือน รายไดสุทธิของบริษัทจะถูกหักภาษีเงินไดนิติบุคคล (corporate
income tax) และเม่ือแบงกําไรสุทธิหลังหักภาษีใหแกผูถือหุนในรูปของเงินปนผล ซึ่งถือเปนเงินไดตาม
มาตรา 40 (4) (ข) ผูถือหุนมีสิทธิท่ีจะเลือกเสียภาษีโดยใหหักภาษี ณ ท่ีจายรอยละ 10 หรือนําเครดิต
ภาษีเงินปนผลไปรวมคํานวณภาษี โดยถือเปนเงินไดพึงประเมินก็ได1

1 http://www.rd.go.th/publish/11162.0.html

4 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

5) บริษัทมหาชนจํากัด (public company limited) คือ บริษัทประเภทซ่ึงตั้งขึ้นดวยประสงค
ที่จะเสนอขายหุนตอประชาชน โดยผูถือหุนมีความรับผิดจํากัดไมเกินจํานวนเงินคาหุนท่ีตองชําระ และ
บริษัทดังกลาวไดระบุความประสงคเชนนั้นไวในหนังสือบริคณหสนธิ ซ่ึงตาม พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจํากัด
พ.ศ. 2535 ไดกําหนดลักษณะโครงสรางของบริษัทมหาชนจํากัดไว ดังนี้

5.1) จํานวนผูถือหุน มีผูถือหุนต้ังแต 15 คนขึ้นไป
5.2) ทุนจดทะเบียน ไมมีการกําหนดจํานวนทุนจดทะเบียนขั้นตํ่าไว
5.3) หุนและการชําระเงินคาหุน หุนของบริษัทมหาชนจํากัดแตละหุนจะตองมีมูลคาเทากัน

และตองชําระคาหุนคร้ังเดียวเต็มมูลคาหุน
5.4) จํานวนกรรมการ ตองมีจํานวนกรรมการของบริษัทไมนอยกวา 5 คน และกรรมการ

ไมนอยกวากึ่งหนึ่งตองมีท่ีอยูในประเทศไทย
ดังนั้น จากลักษณะเบื้องตนของรูปแบบองคกรธุรกิจ อาจกลาวไดวา การขยายกิจการของหางหุนสวน
สามัญนิติบุคคลและหางหุนสวนจํากัด จึงอยูในรูปแบบของการเพ่ิมทุนของผูเปนหุนสวน การกูยืมเงินจาก
สถาบันการเงิน หรือการควบรวมกิจการระหวางหางหุนสวน ขณะที่บริษัทจํากัดและบริษัทมหาชนจํากัด
มีขอไดเปรียบกวา คือ สามารถออกหุนทุนในการระดมเงินทุนในการขยายกิจการได

รูปที่ 1-1 รูปแบบองคกรธุรกิจ

'= B 1 Ĝ '

A ğ 8 8 < ) E%AĘ ğ 8 8 < )
–
4A 9&
5 J5 êJ 6% /%6&— –16
ę1
4A &9 6% "œ'œ œ 4A &9 "6 8 &—Ĝ

åœ /6ę /ę < .Ę+ .6%5g
4A &9
8 6''6ę ę6
žœ /6ę /ę< .Ę+
7 5 A
ę6 1 A 9&+

'-è 5
7 5 /ę6 / <ę .Ę+ .6%5g

'è-5 %/6
7 5

1 Ĝ ' '<
8
5 J5 /'ë1

4A 9& $6&D ę /%6&A "64

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 5

ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

1.1.2 ลักษณะเบ้ืองตŒนของตราสารทุน
หุนสามัญ

หุนสามัญเปนหุนทุนประเภทหน่ึงซ่ึงถูกบันทึกอยูในงบแสดงฐานะการเงิน (statement of financial
Position) หรือเดิมเรียกวางบดุล (balance sheet) ในสวนของเจาของ (shareholders’ equity) ในดานขวา
ของงบแสดงฐานะการเงินเชนเดียวกับภาระหน้ีสิน (liabilities) ของกิจการ ซ่ึงถือวาเปนแหลงเงินทุนของ
กิจการ (source of fund) ขณะท่ีดานซายมือของงบแสดงฐานะการเงิน คือ สินทรัพย (assets) ทั้งระยะสั้น
และระยะยาว ถือเปนแหลงใชไปของเงินทุนกิจการ (use of fund) ตามรูปท่ี 1-2 โดยผูถือหุนสามัญมีฐานะ
เปนเจาของกิจการ มีสิทธิในการรวมตัดสินใจในการบริหารกิจการผานทางการลงคะแนนเสียงในที่ประชุม
ผูถือหุนตามสัดสวนของหุนท่ีถือครองอยู

รูปที่ 1-2 องคประกอบงบแสดงฐานะการเงิน หน้ีสิน (liabilities)
• หนี้สินหมุนเวียน (ตองคืนเงินภายใน 1 ป)
สินทรัพย (asset)
• สินทรัพยหมุนเวียน (ใชเวลาเปล่ียนเปน ■ เจาหน้ีการคา (account payable)
■ หน้ีสินระยะส้ัน (short term loan)
เงินสดภายใน 1 ป) • หนี้สินไมหมุนเวียน
■ เงินสด (cash) ■ หน้ีสินระยะยาว (long term bond)
■ ลูกหนี้การคา (account receivable) ■ หุนกู (bond)
■ สินคาคงคลัง (inventory)
• สินทรัพยไมหมุนเวียน สวนของเจาของ (equity)
■ ท่ีดิน อาคาร และอุปกรณ (PP&E) • หุนสามัญ (common stock)
• กําไรสะสม (retained earnings)
• หักคาเสื่อมราคา
■ สิทธิบัตร (patent)

องคประกอบของกิจการประกอบไปดวยผูบริหารที่ดูแลการทํางานของฝายจัดการ คือคณะกรรมการ
บริษัท ซ่ึงผูถือหุนในการประชุมสามัญผูถือหุนเปนผูเลือกและรับรองสวนประกอบของคณะกรรมการบริษัท
ฝายจัดการเปนผูบริหารการดําเนินการของกิจการ โดยเปนผูบริหารใหกิจการดําเนินไปตามวิธีการบริหาร
ดังน้ัน การแยกบทบาทของความเปนเจาของโดยผูถือหุน กับการควบคุมบริหารกิจการโดยฝายจัดการ
จึงนํามาสูปญหาที่เรียกวา “agency problems” ที่ฝายจัดการอาจไมบริหารงานใหเกิดประโยชนสูงสุด
แกเจาของ (ผูถือหุน) ก็ได อยางไรก็ตาม กลไกหลายเรื่องสามารถแกปญหาในเร่ืองน้ีได เชน การจาย
ผลตอบแทนแกฝายจัดการตามผลประกอบการ การควบคุมการบริหารโดยคณะกรรมการบริษัท รวมถึง

6 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

คณะกรรมการจากภายนอก เชน นักวิเคราะหการลงทุน เจาหน้ี หรือแมแตผูลงทุนสถาบัน การขอเปลี่ยน
คณะกรรมการบริษัทโดยมติผูถือหุนท่ีไมพอใจการทํางานของคณะกรรมการ ตลอดจนการเขาครอบงํากิจการ
จากกิจการอื่น เปนตน

ลักษณะและประเภทหุนสามัญ
ลักษณะของหุนสามัญ
หุนสามัญ (common stocks หรือ ordinary shares) เปนตราสารที่แสดงถึงความเปนเจาของกิจการ
ซึ่งจะมีสิทธิในการลงคะแนนเสียงรวมตัดสินใจในการบริหารกิจการผานทางที่ประชุมผูถือหุน เชน การเลือก
คณะกรรมการบริษัท การเพิ่มทุน การจายเงินปนผล การควบรวมกิจการ เปนตน โดยผูถือหุนสามัญจะมี
สิทธิในการออกเสียงตามสัดสวนของหุนที่ถือครองอยู และจะไดรับผลตอบแทนในรูปของปนผล (เงินปนผล
และหุนปนผล) แตจะไดรับสิทธิเปนลําดับสุดทาย กลาวคือ ภายหลังที่เจาหนี้และผูถือหุนบุริมสิทธิไดรับ
ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยและเงินปนผลตามลําดับแลว ในกรณีที่กิจการลมละลาย ผูถือหุนสามัญจะมีสิทธิ
ไดรับสวนแบงที่เหลือหลังจากกิจการจายชําระภาระผูกพันท่ีมีตอผูเรียกรองอ่ืนๆ เชน เจาหน้ี และผูถือหุน
บุริมสิทธิเสร็จส้ินแลว

ประเภทของหุนสามัญ
แบงตามลักษณะของหุน
• Blue chip เปนหุนที่มีอัตราผลตอบแทนไมผันผวน เปนกิจการท่ีกอตั้งมานาน มีขนาดใหญ
มีความนาเช่ือถือ สินคาและบริการเปนที่ยอมรับจากประชาชนในประเทศ มีความม่ันคงทางการเงิน มีความ
สมํ่าเสมอในการเติบโตของผลกําไร และมีการจายเงินปนผลอยางตอเนื่อง

หุนในกลุม blue chip มีลักษณะที่สําคัญ ดังนี้
■ มูลคาตามราคาตลาดขนาดใหญ
■ มีความสมํ่าเสมอในการเติบโตของผลกําไร และการจัดสรรกําไรใหผูถือหุนสามัญในทุก

สถานการณ ท้ังภาวะเศรษฐกิจดีหรือซบเซา
■ สถานะทางการเงินแข็งแกรง มีอันดับความนาเช่ือถือ (Credit Rating) ในระดับสูง
■ มีความไดเปรียบในเชิงแขงขัน (Competitive Advantage) หรือเปนผูนําตลาด
■ มักใหผลตอบแทนใกลเคียงกับผลตอบแทนของดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย
หุนในกลุม blue Chip นี้ ไดแก หุนท่ีไดรับคัดเลือกใหเปนหุนในดัชนี SET50 Index หรือ SET100
Index ซ่ึงมีการทบทวนทุก 6 เดือน

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 7

ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

• Growth stock เปนหุนของบริษัทท่ีธุรกิจอยูในชวงเติบโต ตลาดยังไมอ่ิมตัว มีผลการดําเนินงาน
ที่เติบโตอยางรวดเร็ว ทั้งรายไดและกําไรสุทธิมีการเติบโตดีกวาบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน มีกระแส
เงนิ สดจากการดาํ เนนิ งานเปน บวก และเนือ่ งจากบรษิ ทั ในกลมุ นอี้ ยใู นชว งกาํ ลงั เตบิ โตจงึ จะมกี ารจา ยเงนิ ปน ผล
ในอัตราตํ่าเม่ือเทียบกับผลกําไรที่ทําได ท้ังน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือเก็บเงินสดไวเพ่ือการลงทุนในโครงการที่จะ
ชวยสรางรายไดในอนาคต

หุนในกลุม growth stock มีลักษณะสําคัญ ดังนี้
■ ผลการดําเนินการเติบโตอยางรวดเร็วและตอเนื่องท้ังยอดขายและกําไร
■ มีอัตราผลตอบแทนตอผูถือหุน (return on equity: ROE) ในระดับสูง เชน สูงกวาอัตรา

ผลตอบแทนตอผูถือหุนของอุตสาหกรรม หรือสูงกวาอัตราการเติบโตเฉล่ียของกิจการในชวง
5 ป
■ หุนในกลุม growth stock สวนใหญไมจายปนผล หรือจายปนผลในอัตราที่ตํ่า (dividend
payout ratio ตํ่า)
■ หุนกลุมนี้มีการซื้อขายท่ีอัตราสวนราคาตอมูลคาทางบัญชี (P/BV ratio) และอัตราสวน
ราคาตอกําไร (P/E ratio) อยูในระดับสูงกวาคาเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุมธุรกิจเดียวกัน
• Value stock เปนหุนท่ีมีราคาหรือมูลคาต่ํากวาราคาทางทฤษฎี จึงมี P/E ratio หรือ P/BV ratio
ต่ํา หรืออัตราเงินปนผลตอบแทน (dividend yield) สูง เปนหุนท่ีเหมาะกับการลงทุนระยะยาว
หุนในกลุม value stock มีลักษณะสําคัญ ดังน้ี
■ อัตราการจายเงินปนผลสูงกวาคาเฉลี่ยของตลาดหรือกลุมธุรกิจเดียวกัน
■ มีการซื้อขายท่ี P/E ratio หรือ P/BV ratio ตํ่ากวาคาเฉลี่ยของตลาดหรือกลุมธุรกิจเดียวกัน
• Income stock เปน หนุ ของบรษิ ทั ทอ่ี ยใู นกลมุ ธรุ กจิ ทม่ี กี ารขยายตวั ไมส งู มาก แตม รี ายไดแ ละกาํ ไร
สมํ่าเสมอ จึงไมจําเปนตองใชเงินสดจํานวนมากในการลงทุนขยายกิจการในอนาคต และสามารถจายเงินปนผล
ในอัตราที่สูงตอเน่ือง ทําใหหุนเหลานี้มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปนผล (dividend yield) ในระดับสูง
ขณะท่ีราคาหุนของบริษัทเหลาน้ีสวนใหญจะมีความผันผวนต่ําเมื่อเทียบกับตลาด
หุนในกลุม income stock มีลักษณะสําคัญ ดังนี้
■ เปนหุนที่มีการจายปนผลในอัตราสูงและสม่ําเสมอ หรือปจจุบันเรียกงายๆ วา “หุนปนผล”
(dividend stock)
■ เปนหุนท่ีอัตราผลตอบแทนจากเงินปนผลอยูในระดับสูง เน่ืองจากอยูในธุรกิจที่ขยายตัว
ไมสูงมาก แตมีรายไดและกําไรสม่ําเสมอ จึงไมตองใชเงินสดเพ่ือลงทุนขยายงานตอมากนัก
และสามารถนํามาจายปนผลไดมาก
หุนในกลุม income stock อาจสังเกตไดจากหุนในองคประกอบของ SET High Dividend
30 Index ซ่ึงมีการทบทวนทุก 6 เดือน

8 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

• Defensive stock เปนหุนของบริษัทที่อยูในธุรกิจท่ีไมคอยผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ โดย
ในชวงเศรษฐกิจขาลง บริษัทเหลาน้ีจะมีผลประกอบการดีกวาตลาดโดยรวม อยางไรก็ตาม ในชวงเศรษฐกิจ
ขยายตัวจะไดประโยชนนอยกวาบริษัทในธุรกิจประเภทอ่ืน บริษัทในกลุมน้ีมักจะเปนบริษัทในกลุมที่เก่ียวของ
กบั ปจ จยั พนื้ ฐานของมนษุ ย เชน กลมุ สาธารณปู โภค กลมุ อาหาร โดยหนุ กลมุ นอี้ าจเรยี กอกี ชอื่ วา “non-cyclical
stock” เพราะมีความสัมพันธคอนขางต่ํากับวัฏจักรธุรกิจ

หุนในกลุม defensive stock มีลักษณะสําคัญ ดังน้ี
■ มีผลประกอบการดี มีการจายเงินปนผลสมํ่าเสมอ ไมคอยผันแปรตามภาวะเศรษฐกิจ
■ ความเสี่ยงของธุรกิจตํ่า เนื่องจากเปนธุรกิจเก่ียวกับปจจัยพื้นฐานของมนุษย
• Cyclical stock เปนหุนท่ีอัตราผลตอบแทนเปล่ียนแปลงมากกวาอัตราผลตอบแทนของดัชนี
ราคาตลาดหลักทรัพย ทั้งในชวงทิศทางขาขึ้นและขาลง มักเปนหุนท่ีอยูในอุตสาหกรรมที่มีความผันผวน
ตามภาวะเศรษฐกิจ ระดับราคาสินคาของบริษัทมีความผันผวนตามกลไกของอุปสงคอุปทาน (demand
and supply) สงผลใหผลประกอบการของบริษัทและราคาหุนผันผวนตามวัฏจักรธุรกิจ ซึ่งบริษัทในกลุมน้ี
ไดแก วัสดุกอสราง อสังหาริมทรัพย ยานยนต เครื่องจักรหนัก การเดินเรือ โรงกล่ันนํ้ามัน เปนตน
หุนในกลุม cyclical stock มีลักษณะสําคัญ ดังนี้
■ ราคาสินคามีความผันผวนขึ้นลงตามวัฏจักรธุรกิจ
■ ผลการดําเนินงานชวงสูงสุดจะแตกตางจากชวงจุดต่ําสุดหลายเทาตัว โดย 1 รอบวัฏจักร

เปนเวลาหลายป ไมไดเกิดจากการผันผวนตามฤดูกาล
ขณะที่ counter cyclical stock เปนหุนของบริษัทที่มีผลการดําเนินงานสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ
โดยรวม ดังนั้น ราคาของหุนกลุมนี้จะมีทิศทางสวนกับภาวะเศรษฐกิจ ทําใหหุนกลุมนี้ไดรับความนิยมใน
ชวงเศรษฐกิจซบเซา เชน หุนในธุรกิจอาหาร fast food ธุรกิจคาปลีกสินคาราคาถูก (discount retailers)
• Speculative stock สวนใหญมักเปนหุนของบริษัทใหม หรือเปนหุนของบริษัทขนาดเล็กท่ีมี
ความไมแนนอนของธุรกิจสูง ทําใหมักมีขาวสนับสนุนใหผูลงทุนเขาซ้ือ จึงเปนการซื้อตามขาวมากกวา
การซื้อตามผลประกอบการของบริษัท สงผลใหราคาหุนผันผวนคอนขางสูงเมื่อเทียบกับตลาด มีสภาพคลอง
ในการซ้ือขายหรือการเปลี่ยนมือกันสูง ผูลงทุนที่ซื้อหุนเหลานี้มักคาดการณวา ตนจะไดรับกําไรจากราคาท่ี
เพ่ิมข้ึนจากสาเหตุอ่ืนที่ไมใชเพราะผลการประกอบการ
หุนในกลุม speculative stock มีลักษณะสําคัญ ดังน้ี
■ เปนหุนของบริษัทท่ีมีความเส่ียงทางธุรกิจสูง
■ ราคาซื้อขายหุนคอนขางต่ํา
■ ผูลงทุนคาดหวังรายไดจากการประกาศออกผลิตภัณฑหรือบริการใหม หรือรายไดอ่ืนๆ ที่

ไมไดเกิดขึ้นจากผลการดําเนินงานหลัก

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 9

ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

• Penny stock เปนหุนของบริษัทที่มีราคาซ้ือขายตํ่า ในสหรัฐอเมริกาไดใหคํานิยาม penny
stock วา เปนหุนท่ีมีราคาซื้อขายต่ํากวา 5 เหรียญดอลลารสหรัฐ ขณะที่ในสหราชอาณาจักร กําหนดไวท่ี 1
ปอนดสเตอรลิงอังกฤษ โดยทฤษฎีหากตลาดหุนใดมี Penny Stock จํานวนมากจะสงใหมูลคาหลักทรัพยตาม
ราคาตลาด (market capitalization) ของตลาดนั้นต่ํา และจะนํามาสูความผันผวนของราคาหลักทรัพยใน
ตลาดจากการเขามาของนักเก็งกําไร

แบงตามมูลคาตลาด (Market Capitalization)
การแบงหุนตามมูลคาตลาดนั้น จะใชเกณฑมาตรฐานหรือวิธีการแตกตางกันออกไปตามขนาด
เศรษฐกิจและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแตละประเทศ หรือแตละภูมิภาค ในที่นี้จะยกตัวอยาง
กรณีของตลาดหุนไทยและตลาดหุนสหรัฐอเมริกา

กรณีของไทย
แบงขนาดของหุนตามมูลคาตลาดโดยเปรียบเทียบเรียงลําดับเพื่อคัดแยกเปนกลุมยอย แบงเปน
3 ประเภทคือ
• Large-cap stocks เปนหุนของบริษัทจดทะเบียนท่ีมีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาด (market

capitalization) สูงสุด 50 อันดับแรก หรือหุนที่เปนสวนประกอบของดัชนี SET50
• Mid-cap stocks เปนหุนของบริษัทจดทะเบียนท่ีมีมูลคาตามราคาตลาดสูงตั้งแตลําดับที่ 51–100

หรือหุนลําดับท่ี 51–100 ในดัชนี SET100
• Small-cap stocks เปนหุนของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหลักทรัพยที่ไมใชสวนประกอบ

ดัชนี SET100

กรณีสหรัฐอเมริกา
แบงหุนตามมูลคาตลาดเชนเดียวกัน แตกําหนดมูลคาไวเปนจํานวนลานดอลลารสหรัฐ แบงเปน
6 ประเภทคือ
• Mega-cap stocks คือ หุนของบริษัทท่ีมีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดสูงกวา

200,000 ลานดอลลารสหรัฐ
• Large-cap stocks คือ หุนของบริษัทท่ีมีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดระหวาง

10,000–200,000 ลานดอลลารสหรัฐ
• Mid-cap stocks คือ หุนของบริษัทที่มีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดระหวาง

2,000–10,000 ลานดอลลารสหรัฐ
• Small-cap stocks คือ หุนของบริษัทท่ีมีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดตั้งแต

300–2,000 ลานดอลลารสหรัฐ

10 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

• Micro-cap stocks คือ หุนของบริษัทที่มีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดต้ังแต
50–300 ลานดอลลารสหรัฐ

• Nano-cap stocks คือ หุนของบริษัทที่มีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดต่ํากวา
50 ลานดอลลารสหรัฐ

ผลตอบแทนของการลงทุนในหุนสามัญ

รูปแบบของผลตอบแทนจากการลงทุนในหุนสามัญ
ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุนสามัญ ประกอบดวยผลตอบแทนหลัก 2 สวน สวนแรก คือ ปนผล
(dividend) ที่บริษัทผูออกหุนจายใหแกผูถือหุนจากกําไรจากการประกอบการ และสวนท่ี 2 คือ กําไร
หรือขาดทุนจากสวนตางราคา (capital gain/loss) คือ ผลกําไรหรือขาดทุนจากการขายหุนในราคาสูงกวา
หรือตํ่ากวาราคาท่ีซื้อหุน

• สวนท่ี 1 เงินปนผล (dividend)
คือ สวนของกําไรท่ีบริษัทแบงจายใหผูถือหุนตามสิทธิของผูถือหุน โดยการจายปนผลอาจอยูใน
รูปของเงินปนผล (cash dividend) หรือการจายปนผลเปนหุน (stock dividend) ทั้งนี้การจายปนผล
สวนใหญจะจายเปนเงินสดจากกําไรสุทธิหลังหักภาษี เมื่อบริษัทมีกําไรจากการประกอบธุรกิจ ซ่ึงจํานวน
เงินปนผลท่ีจายในแตละปอาจไมคงท่ี มากหรือนอยขึ้นอยูกับผลประกอบการในปนั้นๆ ของบริษัท และ
นโยบายของบริษัท (เชน นโยบายการจายปนผล ความตองการใชเงินทุนในการขยายกิจการ เปนตน)
เงินปนผลจะมีความแตกตางจากดอกเบี้ยจาย (ในกรณีของตราสารหน้ี) เพราะดอกเบ้ียจายเปน
ภาระผูกพันทางการเงินท่ีระบุบนตราสารหน้ีฉบับน้ันๆ การจายดอกเบี้ยจึงเปนไปโดยการบังคับตามกฎหมาย
ขณะที่เงินปนผลนั้นไมมีกฎหมายใดบังคับใหบริษัทจายเงินปนผล แตจะเปนไปตามนโยบายการจายเงินปนผล
ของบริษัท ผานการอนุมัติเห็นชอบของที่ประชุมผูถือหุน ซึ่งโดยท่ัวไป บริษัทตองประกาศนโยบายการจาย
เงินปนผลเปนภาพกวาง เชน กําหนดอัตราการจายเงินปนผลตอกําไรสุทธิในแตละปวาเปนเทาใดซ่ึงเรียกวา
อัตราการจายเงินปนผล (dividend payout ratio) ขณะที่อัตราผลตอบแทนท่ีผูลงทุนไดรับจากเงินปนผล
วัดจากสัดสวนท่ีเรียกวาอัตราผลตอบแทนจากเงินปนผล (Dividend Yield)

อัตราการจายเงินปนผล (dividend payout ratio) (%) = เงินปนผลตอหุน (บาท/หุน) × 100 (1.1)
กําไรสุทธิตอหุน (บาท/หุน)

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 11

ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

ตัวอยาง 1-1 การคํานวณอัตราการจายเงินปนผล
บริษัท TSI จํากัด (มหาชน) ประกาศจายเงินปนผลตอหุนในการประชุมสามัญประจําปผูถือหุนของบริษัท
ท่ี 2.5 บาท/หุน ขณะท่ีผลประกอบการในงบการเงินของบริษัทมีกําไรสุทธิตอหุน 5 บาท/หุน ดังนั้น

อัตราการจายเงินปนผล = (2.5 / 5) × 100 = 50%

อัตราผลตอบแทนจากเงินปนผล (Dividend Yield) (%) = มูลคาเงินปนผลตอหุน (บาท/หุน) × 100 (1.2)
ราคาตนทุนตอหุน (บาท/หุน)

ตัวอยาง 1-2 การคํานวณอัตราผลตอบแทนจากเงินปนผล
บริษัท TSI จํากัด (มหาชน) ประกาศจายเงินปนผลตอหุนในการประชุมสามัญประจําปผูถือหุนของบริษัท
ที่ 2.5 บาท/หุน ขณะท่ีราคาหุนของบริษัท TSI อยูที่ 25 บาท/หุน ดังน้ัน

อัตราผลตอบแทนจากเงินปนผล = (2.5 / 25) × 100 = 10%

ท้ังนี้ เม่ือคณะกรรมการบริษัทไดรับมติเห็นชอบจากที่ประชุมผูถือหุนในการจายปนผล เก่ียวกับ
วันที่จายเงินปนผล และอัตราการจายเงินปนผล จะมีลําดับเหตุการณในการจายเงินปนผล ดังแสดงตัวอยาง
ในรูปที่ 1-3

รูปที่ 1-3 ลําดับเหตุการณในการจ‹ายเงินป˜นผล

"(œ žŸ .œ œ "œ ¡ œ&œ "(œ ¢ œ&œ
œ åä œ&œ 1œ ¥ œ œ

Ę+ IE9 'ę 5 A è ĝ )

+5 '4 6, Jê A '1Ië /%6& +5 ď .%< 4A 9& + 5
Ę6&A è ĝ )

Ę6&A è ĝ ) XD ę = ;1/< ę A"÷I1

+ 5 . < 6ę & 9I J1; /ę < J9
6Ę &A è ĝ )
B)4E 'ę 5 A è ĝ )

12 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

จากตัวอยางขางตน บริษัท ดีเลิศ จํากัด (มหาชน) ประกาศจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนในวันที่
23 สิงหาคม และกําหนดวันปดสมุดทะเบียนเปนวันท่ี 10 กันยายน เพื่อจายเงินปนผลใหผูถือถือหุนในวันท่ี
9 ตุลาคม ซ่ึงผูลงทุนในหุนของบริษัทน้ีจะตองซื้อหุนกอนวันท่ี 6 กันยายน เน่ืองจากการซื้อหุนสามัญใน
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ใชระบบการชําระราคาและสงมอบหลักทรัพยแบบ T+22 กลาวคือ
ซื้อหุน ณ วันใด จะมีการชําระราคาและสงมอบหุนในอีก 2 วันทําการตอมา และจะมีการรวบรวมรายชื่อ
ณ สิ้นวันท่ี 7 กันยายน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย จะขึ้นเคร่ืองหมาย XD (exclude dividend)
ต้ังแตวันท่ี 6 กันยายน เพื่อเปนการประกาศใหผูถือหุนทราบวา หากซ้ือหุนในชวงต้ังแตวันที่ข้ึนเคร่ืองหมาย
XD จนถึงวันปดสมุดทะเบียนผูถือหุน จะไมไดรับสิทธิในการรับเงินปนผลในงวดนั้น

ลําดับเหตุการณจะมีความสําคัญ เน่ืองจากการซื้อขายหุนในตลาดรองน้ี ผูที่มีสิทธิในการรับเงินปนผล
จะตองเปนผูที่มีรายชื่ออยูในสมุดทะเบียนผูถือหุนในวันปดสมุดทะเบียน สวนผูถือหุนหลังวันปดสมุดทะเบียน
ผูถือหุนจะไมมีสิทธิในการรับเงินปนผล ดังน้ัน จึงตองมีการกําหนดวันปดสมุดทะเบียนเพ่ือจายเงินปนผล
ไวลวงหนาใหชัดเจนเพ่ือใหผูซ้ือขายหุนทราบถึงสิทธิที่ตนจะไดรับ และแมวาจะยังไมมีการจายเงินปนผล
ตามที่บริษัทประกาศ แตราคาหุนอาจปรับลดลงหลังจากวันปดสมุดทะเบียนผูถือหุนไปแลวก็ได

โดยท่ัวไป บริษัทตองประกาศนโยบายการจายเงินปนผลเปนภาพกวาง เชน กําหนดอัตราการจาย
เงินปนผลตอกําไรสุทธิในแตละปวาเปนเทาใด

• สวนที่ 2 กําไรหรือขาดทุนจากสวนตางราคา (Capital Gain/Loss)
คือ ผลตางระหวางราคาหุนที่ผูลงทุนซ้ือมาและราคาหุนที่ผูลงทุนขายไป ซ่ึงอัตราผลตอบแทนที่
ผูลงทุนไดรับวัดจากสัดสวนท่ีเรียกวาอัตรากําไรจากการเปล่ียนแปลงราคา (capital gain yield) อยางไรก็ตาม
เน่ืองจากราคาหุนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีความไมแนนอนไมสามารถคาดการณได จึงทําใหผูลงทุน
จะไดรับผลตอบแทนมากนอยแตกตางกันไป

อัตรากําไรจากการเปล่ียนแปลงราคา = (ราคาตลาดตอหุน – ราคาตนทุนตอหุน) × 100 (1.3)
(capital gain yield) (%) ราคาตนทุนตอหุน

นอกจากผลตอบแทนหลักตามท่ีกลาวมาแลวขางตน ผูถือหุนจะไดสิทธิประโยชนอ่ืน เชน สิทธิ
การจองซื้อหุนออกใหม (right issue/subscription right) สิทธิในการออกเสียงเพ่ือควบคุมดูแลการบริหาร
บริษัท เปนตน

2 เน่ืองจากบริษัท สํานักหักบัญชี (ประเทศไทย) จํากัด จะปรับวันชําระราคาและสงมอบหลักทรัพยเปนวันทําการที่สอง
นับจากวันท่ีซ้ือขาย (T+2) เริ่มต้ังแตวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561 เปนตนไป

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 13

ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

หุนบุริมสิทธิ
ลักษณะและประเภทของหุนบุริมสิทธิ
ลักษณะของหุนบุริมสิทธิ

หุนบุริมสิทธิ (preferred stock) เปนหลักทรัพยที่ผูถือมีสวนรวมเปนเจาของกิจการเหมือนกับ
หุนสามัญ แตผูถือหุนบุริมสิทธิไดรับเงินปนผลกอนผูถือหุนสามัญในอัตราที่กําหนดแนนอน โดยปกติเงินปนผล
ที่ระบุในหุนบุริมสิทธิจะระบุเปนจํานวนคงท่ี และมักคิดเปนรอยละจากมูลคาท่ีตราไว หรืออาจระบุเปนจํานวน
เงินตอหุนโดยตรง เชน บริษัท TSI จํากัด ออกหุนบุริมสิทธิมีมูลคาท่ีตราไว 100 บาท ใหเงินปนผลอัตรา
รอยละ 10 ตอป หมายความวา ผูถือหุนบุริมสิทธิจะมีสิทธิไดรับเงินปนผลในแตละปเทากับ 10 บาทตอหุน
แตถาหาก ณ วันที่ไดรับเงินปนผลราคาตลาดของหุนบุริมสิทธิลดลงเปน 80 บาท ผลตอบแทนตอราคาตลาด
จะเทากับ 12.50% เปนตน

สิทธิของผูถือหุนบุริมสิทธิสามารถสรุปไดดังน้ี
1. มีความเปนเจาของกิจการตามสัดสวนการถือครองหุนเชนเดียวกับผูถือหุนสามัญ แตผูถือหุน
บุริมสิทธิไมมีสิทธิในการตัดสินใจในการบริหารกิจการเชนเดียวกับผูถือหุนสามัญ
2. ผูถือหุนบุริมสิทธิจะมีสิทธิไดรับผลตอบแทนเปนเงินปนผลกอนผูถือหุนสามัญ และจะไดรับ
เงินปนผลในอัตราท่ีคงท่ี ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนตราสารหนี้ท่ีมีการจายดอกเบ้ียคงที่
3. ผูถือหุนบุริมสิทธิมีสิทธิในสินทรัพยของกิจการหลังจากเจาหนี้ แตจะไดรับกอนผูถือหุนสามัญใน
กรณีที่เลิกกิจการ
4. ผูถือหุนบุริมสิทธิจะไมไดรับสิทธิในการลงคะแนนเสียงในที่ประชุมผูถือหุน ดังนั้น ในกรณีที่ผูถือ
หุนสามัญเดิมมีความกังวลเกี่ยวกับสิทธิในการควบคุมกิจการ ผูถือหุนสามัญเดิมก็สามารถพิจารณาออกหุน
บุริมสิทธิเสนอขายแกผูลงทุนได เน่ืองจากผูถือหุนบุริมสิทธิไมมีสิทธิในการลงคะแนนเสียงของกิจการ
หุนบุริมสิทธิมีลักษณะเปนตราสารก่ึงหน้ีสินก่ึงหุนสามัญ (hybrid security) ซึ่งในทางเทคนิคแลว
หุนบุริมสิทธิเปนหลักทรัพยประเภททุน (equity security) แตมีลักษณะหลายประการที่คลายกับตราสารหนี้
(debt security) ความเหมือนหรือความตางกันของหุนบุริมสิทธิกับตราสารหนี้สามารถสรุปไดดังนี้

• ความเหมือน
■ Senior Security หมายถึง ในกรณีที่เลิกกิจการ หุนบุริมสิทธิมีสิทธิในสินทรัพยของกิจการ
หลังจากเจาหนี้ แตจะไดรับกอนผูถือหุนสามัญ
■ Convertibilty หมายถึง ทั้งหุนบุริมสิทธิและหุนกู สามารถแปลงสภาพเปนหุนสามัญไดหาก
เปนชนิดท่ีสามารถแปลงสภาพได ซึ่งเปนคุณสมบัติหนึ่งที่ใหความยืดหยุนแกผูถือท่ีจะไดรับ
ผลตอบแทนจากเงินปนผลและผลกําไรหรือขาดทุนจากสวนตางของราคา
■ Interest Rate Sensitivity หมายถึง เงินปนผลท่ีระบุในหุนบุริมสิทธิจะระบุเปนจํานวนคงที่
และเปนรอยละจากมูลคาท่ีตราไว (par value) ซ่ึงเหมือนกับตราสารหนี้ที่ดอกเบ้ียจะระบุ
เปนรอยละเชนกัน ดังน้ัน มูลคาของหุนบุริมสิทธิจึงมีความออนไหว (sensitivity) ตอการ

14 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

เปล่ียนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ในกรณีที่ผูถือหุนบุริมสิทธิตองการขายหุนบุริมสิทธิออกไป
ถาอัตราดอกเบ้ียสูงข้ึน มูลคาของหุนบุริมสิทธิจะลดลง และถาอัตราดอกเบ้ียลดลง มูลคา
ของหุนบุริมสิทธิจะสูงข้ึน อยางไรก็ตาม ความออนไหว (sensitivity) ตอการเปล่ียนแปลง
ของอัตราดอกเบี้ยของหุนบุริมสิทธิจะนอยกวาตราสารหนี้

• ความตาง
■ Type of security หมายถึง หุนบุริมสิทธิเปนหลักทรัพยประเภทตราสารทุน (equity security)
แตตราสารหน้ีเปนหนี้สิน (debt) ซึ่งมีสิทธิในสินทรัพยของกิจการกอนตราสารทุน
■ Payment หมายถึง แมวาหุนบุริมสิทธิจะไดรับเงินปนผลในอัตราท่ีคงท่ีเหมือนดอกเบี้ยของ
ตราสารหนี้ แตผูถือหุนบุริมสิทธิอาจไมไดรับเงินปนผลในบางป หากบริษัทไมไดประกาศ
จายเงินปนผลออกมา ในขณะที่ตราสารหนี้จะไดรับดอกเบ้ียแนนอนตามระยะเวลาท่ีตกลงกัน

ในมุมของบริษัทผูระดมทุน การออกหุนบุริมสิทธิมีความเส่ียงนอยกวาการออกหุนกู เพราะการ
ที่บริษัทไมจายดอกเบ้ียหุนกูอาจทําใหบริษัทตองลมเลิกกิจการหากเจาหน้ีทําการฟองรอง เน่ืองจากหุนกู
เปนหนี้สินซึ่งบริษัทมีภาระผูกพันตามกฎหมายที่จะตองจายดอกเบี้ยใหแกผูท่ีถือหุนกูเปนประจําทุกงวด
ในขณะที่หากบริษัทไมจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนบุริมสิทธิจะไมทําใหบริษัทตองลมเลิกกิจการ อยางไรก็ตาม
การออกหุนบุริมสิทธิน้ัน บริษัทผูออกจะไมไดรับประโยชนทางภาษีจากเงินปนผลจายเหมือนกับการจาย
ดอกเบ้ีย เน่ืองจากเงินปนผลที่จายแกผูถือหุนบุริมสิทธินั้นไมสามารถนําไปหักเปนคาใชจายในการคํานวณ
ภาษีได ในขณะท่ีการออกหุนกูบริษัทสามารถนําดอกเบี้ยจายไปหักเปนคาใชจายในการคํานวณภาษีได

ในงบแสดงฐานะการเงินของบริษัทจะแสดงจํานวนหุนบุริมสิทธิไวในรายการทุนจดทะเบียนและหุน
ออกจําหนายแลว โดยระบุมูลคาท่ีตราไว พรอมสวนเกินมูลคาหุนเชนเดียวกับหุนสามัญ หุนบุริมสิทธิ
โดยปกติแสดงพันธะผูกพันท่ีบริษัทมีตอผูถือหุนบุริมสิทธิ และเปนตัวกําหนดจํานวนเงินสวนของเจาของที่จะ
ถูกจัดสรรเขาบัญชีทุนเรือนหุนเชนเดียวกับหุนสามัญ แตหุนบุริมสิทธิจะถูกบันทึกในบัญชีทุนหุนบุริมสิทธิ
ในกรณีท่ีบริษัทขายหุนบุริมสิทธิไดสูงกวา มูลคาที่ตราไวจะบันทึกสวนเกินราคาหุนที่ไดรับไวในบัญชีสวนเกิน
มูลคาหุนเชนเดียวกับหุนสามัญ

ประเภทของหุนบุริมสิทธิ

• หุนบุริมสิทธิชนิดสะสมและไมสะสมเงินปนผล (cumulative และ non-cumulative dividends
preferred stock)

การจายเงินปนผลของหุนบุริมสิทธิตางจากการจายดอกเบ้ียของหุนกู เน่ืองจากผูบริหารของบริษัท
อาจตัดสินใจที่จะไมจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนบุริมสิทธิก็ได ในขณะท่ีดอกเบี้ยของหุนกูบริษัทมีภาระ
ผูกพันตามกฎหมายท่ีจะตองจายดอกเบี้ยใหแกผูท่ีถือหุนกูเปนประจําทุกงวด ท้ังน้ี การจายเงินปนผลของ
หุนบุริมสิทธิมีท้ังแบบชนิดสะสม (cumulative) และชนิดไมสะสม (non-cumulative) เงินปนผล

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 15

ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

กรณีหุนบุริมสิทธิเปนแบบชนิดสะสม (cumulative) หากบริษัทมีกําไรและไมไดจายเงินปนผลของ
หุนบุริมสิทธิออกมาในปแรก เงินปนผลของหุนบุริมสิทธิในปแรกจะถูกนํามารวมกับเงินปนผลของหุนบุริมสิทธิ
ท่ีประกาศจายในปถัดไป และโดยท่ัวไปแลวเงินปนผลของหุนบุริมสิทธิในปที่หนึ่งท่ีรวมกับปถัดไป จะถูก
จายยอนหลังใหกับผูถือหุนบุริมสิทธิกอนเงินปนผลของหุนสามัญ ท้ังนี้เงินปนผลของหุนบุริมสิทธิท่ียัง
ไมถูกจายออกมาไมถือเปนหน้ีสินของบริษัท ซ่ึงผูบริหารของบริษัทสามารถพิจารณาเล่ือนการจายเงินปนผล
หุนบุริมสิทธิได โดยสาเหตุที่เลื่อนการจายเงินปนผลหุนบุริมสิทธิอาจเนื่องจากในปน้ันๆ บริษัทงดการ
จายเงินปนผลใหแกผูถือหุนสามัญ อยางไรก็ตามถึง แมวาผูบริหารของบริษัทสามารถเล่ือนการจายเงินปนผล
ของหุนบุริมสิทธิออกไปได แตหากผูลงทุนคาดการณวาผูบริหารจะเลื่อนการจายเงินปนผลหุนบุริมสิทธิ
ออกไปบอยๆ หลังจากท่ีเสนอขายหุนบุริมสิทธิใหแกผูลงทุนแลว ผูบริหารของบริษัทนั้นอาจประสบปญหา
ในการเสนอขายหุนบุริมสิทธิใหแกผูลงทุนไดในอนาคต

ตัวอยางท่ี 1-3 ผูลงทุนไดลงทุนในหุนบุริมสิทธิมีมูลคาท่ีตราไว 100 บาทของบริษัท TSI จํากัด
(มหาชน) อัตราเงินปนผลรอยละ 5 ตอป ซึ่งบริษัทไมไดจายเงินปนผลเปนเวลายอนหลัง 2 ปติดตอกัน
แตในปปจจุบันนี้บริษัทประกาศจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนสามัญ

ผูถือหุนบุริมสิทธิจะไดรับเงินปนผลในปนี้ = เงินปนผลคางรับ + เงินปนผลในปปจจุบัน
= (5 × 2) + 5
= 15 บาท

ดังนั้น บริษัท TSI จํากัด (มหาชน) จะตองจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดสะสมหุนละ
15 บาท กอนท่ีจะจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนสามัญ

ในกรณีของหุนบุริมสิทธิชนิดไมสะสมเงินปนผล (non-cumulative) หากบริษัทมีกําไรและไมไดจาย
เงินปนผลของหุนบุริมสิทธิออกมาในปแรก เงินปนผลของหุนบุริมสิทธิในปแรกจะไมถูกนํามารวมกับเงินปนผล
ของหุนบุริมสิทธิท่ีประกาศจายในปถัดไป ผูถือหุนบุริมสิทธิจะไดรับเงินปนผลในปที่ประกาศจายเทานั้น และ
โดยทั่วไปแลวผูถือหุนบุริมสิทธิจะไดรับเงินปนผลกอนหุนสามัญเชนกัน จากตัวอยางขางตนหากหุนบุริมสิทธิ
เปนชนิดไมสะสม ผูลงทุนจะไดรับเงินปนผลเพียง 5 บาทตอหุนในปปจจุบัน

• หุนบุริมสิทธิชนิดไถถอนคืนและไมสามารถไถถอนคืน (redeemable and irredeemable preferred
stock)

ในบางสถานการณที่บริษัทตองการเพิ่มสัดสวนของผูถือหุนใหเพ่ิมสูงข้ึนในงบแสดงฐานะการเงิน
นอกเหนอื จากการเสนอขายหนุ สามญั หรอื หนุ บรุ มิ สทิ ธแิ บบปกติ บรษิ ทั สามารถเลอื กทจี่ ะเสนอขายหนุ บรุ มิ สทิ ธิ
ชนิดไถถอนคืน (redeemable preferred stock) ซ่ึงหุนบุริมสิทธิถือเปนรายการหน่ึงในสวนของผูถือหุน

16 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

และสําหรับหุนบุริมสิทธิชนิดไถถอนคืน เมื่อเวลาผานไปบริษัทผูออกหุนบุริมสิทธิก็สามารถไถถอนหุนบุริมสิทธิ
คืนจากผูถือหุนบุริมสิทธิได โดยบริษัทอาจกําหนดไววาสามารถเรียกคืนไดโดยอัตโนมัติเม่ือเกิดเหตุบางอยาง
ที่ระบุไวในอนาคต หรือกําหนดเปนสิทธิในการเรียกคืน (call option) หุนบุริมสิทธิของบริษัทก็ได

หากกําหนดเปนสิทธิในการเรียกคืน (call option) บริษัทผูออกตองกําหนดเงื่อนไขในการเรียกคืน
ไวในหนังสือช้ีชวนลวงหนาและไมสามารถเปล่ียนแปลงได เชน ราคาใชสิทธิซ้ือคืน (call price) วันที่สามารถ
ใชสิทธิไดหรือชวงเวลาที่สามารถใชสิทธิได (European style or American style) และสวนเกินมูลคาหุน
จากการเรียกคืน (call premium) (ถามี) ซึ่งโดยปกติแลว กอนที่บริษัทจะเรียกหุนคืน บริษัทจะสงใบแจง
ไปใหผูถือหุนบุริมสิทธิทราบกอนลวงหนา 2–3 เดือน สวนราคาใชสิทธิซ้ือคืน (call price) จะกําหนด
ตามมูลคาของหุนบวกสวนเกินมูลคาหุนจากการเรียกคืน (call premium) บวกเงินปนผลสะสมทั้งหมด
ซ่ึงรวมทั้งสวนที่ยังไมไดจายและสวนท่ีผูถือหุนบุริมสิทธิมีสิทธิท่ีจะได จากลักษณะขางตนหุนบุริมสิทธิ
ชนิดไถถอนคืนไดจึงเรียกวา redeemable preferred stock หรือ callable preferred stock ก็ได และ
ผูถือหุนบุริมสิทธิยังคงจะมีสิทธิไดรับผลตอบแทนเปนเงินปนผลกอนผูถือหุนสามัญเชนเดียวกัน

ในแงของผูลงทุนในหุนบุริมสิทธิประเภทน้ีผูลงทุนจะมีโอกาสท่ีจะถูกเรียกคืนจากบริษัทถาราคาตลาด
ของหุนบุริมสิทธิชนิดน้ีสูงข้ึนไปเร่ือยๆ หรือในกรณีที่บริษัทตองการจายเงินปนผลในอัตราที่ต่ํากวาเดิม
ก็จะเรียกคืนหุนบุริมสิทธิที่มีอัตราเงินปนผลสูงแลวออกหุนบุริมสิทธิท่ีใหอัตราเงินปนผลต่ําเสนอขายแก
ผูลงทุนแทน ดวยเหตุน้ี ทําใหราคาซ้ือขายในตลาดของหุนบุริมสิทธิชนิดน้ีไมสูงไปกวาราคาเรียกคืนมากนัก
แมวาจะเปนหุนบุริมสิทธิที่มีคุณภาพดีก็ตาม

สําหรับหุนบุริมสิทธิแบบไมสามารถไถถอนได (irredeemable preferred stock) จะมีลักษณะ
คลายหุนสามัญคือ บริษัทผูออกจะไมสามารถไถถอนคืนไดนอกเสียจากบริษัทเลิกกิจการ ดังนั้น ขอดีของ
การออกหุนบุริมสิทธิแบบไมมีกําหนดไถถอนคือ บริษัทไมตองกันเงินสวนหนึ่งไวสําหรับจายเงินตนเหมือน
การออกหุนกู

• หุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับและไมรวมรับ (participating and non-participating preferred stock)
หุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับ (participating preferred stock) คือ หุนบุริมสิทธิที่ผูถือมีสิทธิไดรับ
เงินปนผลเพิ่มเติมจากอัตราที่กําหนดไวรวมกับผูถือหุนสามัญ ซ่ึงจะรวมรับไดเทาไรนั้นขึ้นอยูกับเง่ือนไขท่ี
ถูกกําหนดไวลวงหนาโดยผูออกเพ่ิมเติมจากอัตราท่ีกําหนดไวดังกลาว โดยทั่วไปผูถือหุนบุริมสิทธิจะไดรับ
ตอเม่ือบริษัทจายเงินปนผลใหกับผูถือหุนสามัญเกินกวาอัตราเงินปนผลท่ีกําหนดไวลวงหนา สาเหตุท่ีบริษัท
จะออกหุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับมักเกิดจากตองการปองกันการถูกเขาซ้ือกิจการ (Takeover) แบบไมเปนมิตร
เน่ืองจากผูถือหุนบุริมสิทธิจะไมไดรับสิทธิในการลงคะแนนเสียงในท่ีประชุมผูถือหุน

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 17

ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

ตัวอยางที่ 1-4 สมมติใหบริษัท TSI จํากัด (มหาชน) ออกหุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับโดยกําหนดให
อัตราเงินปนผลปกติเทากับ 2 บาท ดังนั้น หุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับน้ีจะไดรับเงินปนผลเพิ่มเติมอีก หาก
บริษัทจายเงินปนผลใหกับผูถือหุนสามัญมากกวา 2 บาท ตอมา ณ ส้ินงวด บริษัท TSI จํากัด (มหาชน)
ประกาศจายเงินปนผลใหกับผูถือหุนสามัญเทากับ 2.50 บาทตอหุน ดังน้ัน ผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับ
จะไดรับเงินปนผลเทากับ 2.50 บาทตอหุนดวย โดยที่ 2 บาทแรกมาจากเงินปนผลปกติ และอีก 50 สตางค
มาจากเงินปนผลเพ่ิมเติมที่รวมรับกับผูถือหุนสามัญ

สําหรับหุนบุริมสิทธิชนิดไมรวมรับ (non-participating preferred stock) คือ หุนบุริมสิทธิท่ัวๆ ไป
ท่ีผูถือไมมีสิทธิไดรับเงินปนผลเพิ่มเติมจากอัตราที่กําหนดไวรวมกับผูถือหุนสามัญ ซึ่งโดยปกติแลว
หุนบุริมสิทธิที่ออกสวนใหญจะเปนชนิดไมรวมรับ (non-participate)

• หุนบุริมสิทธิแปลงสภาพ และชนิดแปลงสภาพไมได (convertible or non-convertible preferred
stock)

หุนบุริมสิทธิแปลงสภาพ (convertible preferred stock) เปนหุนบุริมสิทธิที่ใหสิทธิแกผูถือสามารถ
แปลงเปนหุนสามัญไดตามอัตราการใชสิทธิและระยะเวลาท่ีกําหนดไวลวงหนา ในแงของผูลงทุนจะใชสิทธิ
แปลงสภาพหรือไมขึ้นอยูกับราคาของหุนสามัญอางอิง หากใชสิทธิแลวไดรับประโยชนจากราคาหุนสามัญที่
สูงกวาราคาหุนบุริมสิทธิ ผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพไดจะใชสิทธิแปลงสภาพไปถือหุนสามัญแทน
ทั้งน้ีในบางกรณี ผูออกหุนบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพไดอาจกําหนดเง่ือนไขเพิ่มเติมใหผูออกสามารถเรียก
ใหผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดนี้มาแปลงสภาพเปนหุนสามัญไดในเง่ือนไขท่ีกําหนดไวลวงหนา

สําหรับหุนบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพไมได (non-convertible preferred stock) คือ หุนบุริมสิทธิ
ท่ัวๆ ไปท่ีไมใหสิทธิแกผูถือในการแปลงเปนหุนสามัญ

• หุนบุริมสิทธิชนิดไมจายเงินปนผล (zero-dividend preferred stock)
หุนบุริมสิทธิชนิดไมจายเงินปนผล (zero-dividend preferred stock หรือ unpaid preference
dividends) คือ หุนบุริมสิทธิที่ผูถือไมมีสิทธิไดรับเงินปนผล ผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดน้ีจะไดรับผลตอบแทน
จากการเพิ่มข้ึนของราคาหุนบุริมสิทธิเทาน้ัน แตยังคงมีสิทธิในสินทรัพยของกิจการหลังจากเจาหน้ี แตจะ
ไดรับกอนผูถือหุนสามัญในกรณีท่ีเลิกกิจการ สาเหตุท่ีบริษัทออกหุนบุริมสิทธิชนิดไมจายเงินปนผลเพ่ือ
ลดโอกาสการลมละลายของบริษัทในกรณีที่บริษัทมีสัดสวนของหน้ีสินสูงและไมสามารถกูยืมไดอีก บริษัท
อาจพิจารณาเสนอขายหุนบุริมสิทธิชนิดไมจายเงินปนผล (unpaid preference dividends) ได เน่ืองจาก
หุนบุริมสิทธิชนิดไมจายเงินปนผลไมใชหุนกู ผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดนี้จึงไมสามารถฟองลมละลายไดหาก
ไมจายเงินปนผล

18 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ผลตอบแทนและความเส่ียงของหุนบุริมสิทธิ
ผลตอบแทนและความเส่ียงของหุนบุริมสิทธิจะคลายกับในกรณีของหุนสามัญ โดยผลตอบแทน
จากการลงทุนในหุนบุริมสิทธิ ไดแก กําไรจากการซื้อขาย และเงินปนผล โดยหุนบุริมสิทธิไดรับเงินปนผล
กอนผูถือหุนสามัญและไดรับเงินปนผลในอัตราท่ีคงที่เม่ือเทียบกับมูลคาท่ีตราไว สวนความเส่ียงจากการ
ลงทุนในหุนบุริมสิทธิ ไดแก ความเสี่ยงดานราคาตลาดท่ีซ้ือขายอาจมีการปรับตัวไปในทิศทางตรงกันขาม
กับท่ีคาดทําใหผูลงทุนเกิดผลขาดทุน ความเสี่ยงดานสภาพคลองในการซ้ือขาย และความเสี่ยงที่กิจการ
อาจไมสามารถจายเงินปนผลได เปนตน

ใบสําคัญแสดงสิทธิ (warrant)
ลักษณะและประเภทของใบสําคัญแสดงสิทธิ
ลักษณะของใบสําคัญแสดงสิทธิ

ใบสําคัญแสดงสิทธิหรือวอรแรนท (warrant) โดยนิยามท่ีใชในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
เปนตราสารที่ใหสิทธิแกผูถือในการซ้ือสินทรัพยอางอิง (underlying asset) ตามท่ีตกลงกันไว ในราคา
ใชสิทธิ (exercise price หรือ strike price) สัดสวนการใชสิทธิ (exercise ratio หรือ conversion ratio)
และภายในระยะเวลา (exercise date) ท่ีกําหนดไวในอนาคตโดยผูออกวอรแรนท โดยท่ีวอรแรนทเปน
รูปแบบหน่ึงของตราสารอนุพันธ มูลคาของวอรแรนทขึ้นอยูกับมูลคาของสินทรัพยอางอิง และสามารถ
นําวอรแรนทมาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย

สินทรัพยอางอิงของวอรแรนทมีหลายประเภท เชน หุนสามัญ อีทีเอฟ ตะกราหุน ดัชนีราคาหุน
ตราสารหนี้ เงินตราตางประเทศ หรือสินคาโภคภัณฑ ทั้งนี้ข้ึนอยูกับหลักเกณฑของตลาดหลักทรัพย
แตละแหงท่ีจะอนุญาตใหวอรแรนทท่ีอางอิงกับสินทรัพยประเภทใดเขาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย
ไดบาง สําหรับวอรแรนทที่ซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทยนั้นจะเปนวอรแรนทประเภทสิทธิซื้อ
ท่ีอางอิงกับหุนสามัญหรือวอรแรนทท่ีจะซื้อหุนสามัญเทานั้น บริษัทที่ออกวอรแรนทจะเปนบริษัทจดทะเบียน
ที่เปนผูออกสินทรัพยอางอิง โดยบริษัทที่ออกวอรแรนทตองจดทะเบียนหุนสามัญเพิ่มทุนเพ่ือรองรับการ
ใชสิทธิของผูถือวอรแรนท ซึ่งจะสงผลทําใหจํานวนหุนสามัญของบริษัทที่ซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยมีจํานวน
เพิ่มข้ึน (dilutive) เมื่อผูถือวอรแรนทมีการใชสิทธิซื้อสินทรัพยอางอิง

ผูถือวอรแรนทจะมีสิทธิเลือกท่ีจะซื้อหุนสามัญเพ่ิมทุนที่ออกใหมโดยบริษัทจดทะเบียนหรือไมก็ได
โดยหากตัดสินใจเลือกที่จะซื้อหุนสามัญเพิ่มทุนผูถือวอรแรนทจะตองจองซื้อหุนสามัญตามสิทธิท่ีมีอยู
ภายในกําหนดเวลา และ ณ ระดับราคาใชสิทธิที่กําหนดโดยผูออกวอรแรนท อยางไรก็ตาม หากผูถือ
วอรแรนทพิจารณาแลวเห็นวาไมไดรับประโยชนจากการใชสิทธิซื้อหุนสามัญเพ่ิมทุน ผูถือวอรแรนทสามารถ
ตัดสินใจเลือกที่จะไมใชสิทธิก็ได โดยผูถือวอรแรนทอาจขายวอรแรนทท่ีถืออยูออกไปในตลาดหลักทรัพย
กอนที่วอรแรนทที่ถืออยูจะหมดอายุ หากผูถือวอรแรนทไมขายวอรแรนทออกไปกอนและถือวอรแรนท

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 19

ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

เอาไวจนหมดอายุ ผูถือวอรแรนทจะไมไดรับผลตอบแทนใดๆ เน่ืองจากมูลคาของวอรแรนทจะเทากับ
ศูนยบาทในวันท่ีวอรแรนทหมดอายุ

นอกจากน้ี บริษัทจดทะเบียนสามารถออกเสนอขายวอรแรนทควบคูไปกับหลักทรัพยประเภทอื่น
เชน หุนบุริมสิทธิ และหุนกู ตัวอยางเชน หุนบุริมสิทธิควบใบสําคัญแสดงสิทธิ (preferred stock with
warrant) หรือหุนกูควบใบสําคัญแสดงสิทธิ (bond with warrant) ท้ังนี้เพ่ือใหการออกเสนอขายหลักทรัพย
ดังกลาวมีความนาสนใจลงทุนมากย่ิงข้ึนหรือเรียกวาเปน Sweetener น่ันเอง อน่ึง เนื้อหาในบทน้ีจะกลาว
ถึงวอรแรนทของหุนสามัญท่ีมีการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย เปนหลัก

โดยท่ัวไปแลว วอรแรนทจะตองมีการระบุเง่ือนไขดังตอไปนี้ในสัญญา
1. สินทรัพยอางอิงภายใตสัญญา (underlying asset) เปนการกําหนดวาวอรแรนทน้ันอางอิงกับ
สินทรัพยอะไร
2. ประเภทของสิทธิ (type of warrant) เปนการกําหนดวาวอรแรนทนั้นเปนสิทธิซื้อหรือสิทธิขาย
3. อายุของสัญญา (maturity) เปนการกําหนดวาวอรแรนทนั้นมีอายุเทาใด ครบกําหนดอายุเมื่อใด
และสามารถใชสิทธิไดเม่ือใดบาง
4. อัตราการใชสิทธิ (exercise ratio หรือ conversion ratio) เปนการกําหนดวาวอรแรนทจํานวน
หนึ่งหนวยสามารถใชสิทธิซ้ือหรือสิทธิขายสินทรัพยอางอิงไดจํานวนเทาใด
5. ราคาใชสิทธิ (exercise price หรือ strike price) เปนราคาที่ผูออกวอรแรนทกําหนดไวลวงหนา
วาจะใหสิทธิซ้ือหรือสิทธิขายสินทรัพยภายใตสัญญาไดที่ราคาเทาใด
6. จํานวนวอรแรนทท่ีออกเสนอขาย (issue size) เปนการกําหนดวาวอรแรนทท่ีออกเสนอขายแก
ผูลงทุนในคราวนั้นมีจํานวนท้ังหมดก่ีวอรแรนท
สิ่งสําคัญท่ีควรทําความเขาใจกอนการลงทุนในวอรแรนท คือ
1. ผูถือวอรแรนทไมมีสิทธิในการเปนเจาของกิจการเหมือนกับหุนสามัญ ผูถือจะไดรับสิทธิเปน
เจาของกิจการ ก็ตอเม่ือมีการใชสิทธิของวอรแรนทในการซ้ือหุนสามัญกอน
2. วอรแรนทท่ีซ้ือขายในตลาดหลักทรัพย สวนใหญมีอายุจํากัด ซ่ึงวอรแรนทจะไมมีมูลคา และ
ไมสามารถซ้ือขายไดหลังจากวันท่ีวอรแรนทหมดอายุ ดังนั้น ควรตรวจสอบวันครบกําหนดอายุของวอรแรนท
กอนการลงทุนเสมอ
3. วอรแรนทท่ีบริษัทจดทะเบียนออกเสนอขายในแตละรุนไมจําเปนวาจะตองมีลักษณะเหมือนกัน
ทุกประการ ไมไดมีลักษณะเปนมาตรฐานเหมือนกัน เง่ือนไขของวอรแรนทบริษัทเดียวกันแตเสนอขาย
ในชวงเวลาตางกันหรือเรียกวาเปนคนละรุนกัน อาจจะมีลักษณะแตกตางกันได เชน ราคาใชสิทธิตางกัน
หรือวันครบกําหนดอายุตางกัน เปนตน ดังนั้น การศึกษารายละเอียดวอรแรนทแตละรุนกอนการลงทุนจึง
เปนสิ่งจําเปน
4. ผลตอบแทนและความเสี่ยงของวอรแรนทแตละรุนอาจแตกตางกันได

20 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

5. กระบวนการซ้ือขายและระบบการชําระราคาของวอรแรนทในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ใชระบบเดียวกันกับหุนสามัญ

ประโยชนของการออกใบสําคัญแสดงสิทธิ
• ประโยชนของวอรแรนทในมุมมองของผูออกวอรแรนท

■ การออกวอรแรนทไมทําใหกําไรตอหุนของบริษัทลดลงทันที
บริษัทจดทะเบียนผูออกวอรแรนทสามารถใชวอรแรนทเปนอีกเครื่องมือหน่ึงในการระดมทุน
ซึ่งการออกวอรแรนทน้ันมีขอดีตอกิจการในแงที่ไมทําใหจํานวนหุนสามัญของบริษัทเพ่ิมข้ึนในทันที ท้ังนี้
เน่ืองจากปริมาณหุนสามัญของบริษัทจะเพ่ิมขึ้นเมื่อผูถือวอรแรนทใชสิทธิซื้อหุนสามัญในอนาคต ดังนั้น
เม่ือปริมาณหุนสามัญของกิจการไมไดมีการเพิ่มข้ึนโดยทันทีจึงทําใหกําไรสุทธิตอหุน (earning per share
หรือ EPS) ไมลดลง (dilutive) ในทันที ซ่ึงจะชวยชะลอผลกระทบจากการลดลงของกําไรตอหุน หรืออัตรา
การจายเงินปนผลตอหุนที่จะเกิดข้ึนกับผูถือหุนเดิมได และชวยลดผลกระทบจากการถูกลดสัดสวนการ
ถือครองหุน (dilution effect) จากการท่ีบริษัทจดทะเบียนมีหุนสามัญเพิ่มข้ึน โดยบริษัทจดทะเบียนผูออก
วอรแรนทสามารถกําหนดอายุและระยะเวลาการใชสิทธิของวอรแรนท เพ่ือใหเงินท่ีคาดวาจะไดรับจากการ
ใชสิทธิสอดคลองกับระยะเวลาที่บริษัทตองการใชเงิน
■ การออกวอรแรนทเปนการเพิ่มความนาสนใจในการลงทุนใหแกผูลงทุนในหุนสามัญเพิ่มทุน
เพื่อเปนการสรางความนาสนใจในการซื้อหุนเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียนตอผูลงทุน บริษัท
จดทะเบียนอาจเลือกใชวิธีการเพ่ิมทุนโดยการออกจําหนายหุนสามัญเพ่ิมทุนควบวอรแรนทหรือการออก
หุนบุริมสิทธิควบวอรแรนท ซึ่งวอรแรนทจะใหสิทธิในการซื้อหุนสามัญของบริษัทในราคาใชสิทธิและใน
ระยะเวลาท่ีกําหนดไวในอนาคต โดยเฉพาะในกรณีของการออกหุนบุริมสิทธิ หากบริษัทออกเสนอขายหุน
บุริมสิทธิเพียงอยางเดียวใหแกผูลงทุนที่ซื้อขายหุนสามัญ ผูลงทุนกลุมนี้อาจไมสนใจซ้ือหุนบุริมสิทธิ
แตถาบริษัทออกหุนบุริมสิทธิควบวอรแรนทเพื่อใหสิทธิท่ีจะซื้อหุนสามัญในอนาคต ผูลงทุนท่ีซ้ือขาย
หุนสามัญก็จะใหความสนใจเน่ืองจากผูลงทุนท่ีลงทุนซ้ือหุนบุริมสิทธิของบริษัทมีโอกาสไดรับผลตอบแทน
นอกเหนือจากการไดรับเงินปนผลคงท่ีตามท่ีกําหนดไวดวยการใชสิทธิซ้ือหุนสามัญของบริษัทตามราคา
ใชสิทธิ และอัตราการใชสิทธิท่ีกําหนด ซ่ึงจะทําใหผูลงทุนมีสวนรวมในผลประโยชนท่ีจะเกิดขึ้นของบริษัท
และมีโอกาสไดรับหุนสามัญในอนาคตหากผูลงทุนใชสิทธิของวอรแรนทในการซื้อหุนสามัญ
■ การออกวอรแรนทเปนการกระตุนใหฝายบริหารพยายามบริหารงานใหเกิดประสิทธิภาพ
สูงสุด
ผูลงทุนตัดสินใจซื้อวอรแรนทท่ีบริษัทจดทะเบียนออกจําหนายเพราะผูลงทุนมีความเช่ือมั่นใน
ผลการดําเนินงานของบริษัทวาจะเติบโตตอไปในอนาคต ซึ่งแนวโนมผลการดําเนินงานของบริษัทท่ีเติบโต
จะถูกสะทอนออกมาในการปรับตัวเพิ่มข้ึนของราคาหุน และหากราคาหุนของบริษัทเพิ่มขึ้นจนสูงกวาราคา

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 21

ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

ใชสิทธิของวอรแรนท ผูถือวอรแรนทสามารถใชสิทธิซ้ือหุนสามัญที่ราคาใชสิทธิเพื่อเขามามีสวนรวมใน
การเปนเจาของกิจการหรือสามารถขายหุนท่ีไดจากการใชสิทธิเพื่อรับรูผลกําไร ดังนั้น หากบริษัทใดมีการ
ออกจําหนายวอรแรนท ฝายบริหารของบริษัทตองสามารถบริหารงานเพ่ือใหบริษัทมีผลประกอบการท่ีดีขึ้น
และราคาหุนเพิ่มสูงข้ึน ผูถือวอรแรนทจึงจะตัดสินใจใชสิทธิซ้ือหุนสามัญของบริษัทและจะทําใหบริษัท
ไดรับเงินทุนจากการใชสิทธิ ในทางตรงกันขาม หากบริษัทใดมีการออกจําหนายวอรแรนทแลวฝายบริหาร
ของบริษัทไมสามารถบริหารใหบริษัทมีผลประกอบการท่ีดีข้ึนได และราคาหุนสามัญกลับลดลงตํ่ากวา
ราคาใชสิทธิ ผูถือวอรแรนทจะไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญของบริษัทซึ่งจะทําใหบริษัทไมไดรับเงินทุนจากการ
ใชสิทธิของวอรแรนทตามท่ีตั้งเปาหมายไว และหากบริษัทนั้นตองการเสนอขายวอรแรนทรุนตอไปก็จะ
ทําใหเสนอขายไดยากข้ึน เนื่องจากผูลงทุนขาดความเช่ือม่ันตอฝายบริหารของบริษัท

■ การออกวอรแรนทชวยใหกิจการสามารถระดมทุนไดในสถานการณที่เศรษฐกิจตกตํ่า
เม่ือเศรษฐกิจอยูในชวงตกต่ํา การท่ีบริษัทจะทําการระดมทุนโดยการออกหุนสามัญเพิ่มทุน
อาจเปนส่ิงที่กระทําไดยากกวาในชวงที่เศรษฐกิจกําลังเจริญเติบโต เนื่องจากผูลงทุนอาจจะยังไมม่ันใจวา
บริษัทจะสามารถบริหารงานใหผานชวงเศรษฐกิจตกต่ํานี้ไดอยางไร จึงชะลอการลงทุนในหุนสามัญออกไปกอน
ดังนั้น การออกวอรแรนทเพ่ือเสนอขายแกผูลงทุนจึงเปนอีกชองทางในการระดมทุนโดยการใหสิทธิแกผูลงทุน
ในการตัดสินใจซื้อหุนสามัญของบริษัทในชวงเวลาที่กําหนดไวในอนาคต โดยผูลงทุนจะตองจายเงินสวนหนึ่ง
เปนคาซ้ือวอรแรนทเพื่อใหไดสิทธิซ้ือหุนสามัญในอนาคต ซ่ึงราคาของวอรแรนทจะต่ํากวาราคาหุนสามัญ
บริษัทจะไดรับเงินคาซื้อวอรแรนทมาใชในการดําเนินงาน และหากในอนาคตเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น บริษัท
สามารถบริหารงานไดดีมีผลประกอบการดี ราคาหุนปรับตัวสูงขึ้น ผูลงทุนก็จะตัดสินใจใชสิทธิซ้ือหุนสามัญ
ในราคาใชสิทธิ ซึ่งก็จะทําใหบริษัทไดรับเงินมาใชในบริษัทเพิ่มมากข้ึนดวย ในทางตรงกันขาม หากในอนาคต
เศรษฐกิจยังไมดีขึ้น บริษัทไมสามารถบริหารงานใหไดดี ผลประกอบการแยลง ราคาหุนปรับตัวลดลง ผูลงทุน
ก็จะตัดสินใจไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญในราคาใชสิทธิ โดยอาจทําการขายวอรแรนทท่ีถืออยูน้ันออกไปใน
ตลาดรองได ในแงของบริษัท เม่ือผูลงทุนไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญก็จะทําใหบริษัทไมไดรับเงินมาใชในบริษัท
เพ่ิมขึ้น
■ การออกวอรแรนทเปนการเพ่ิมสภาพคลองในการซ้ือขาย
หากผูลงทุนใชสิทธิวอรแรนทในการซ้ือหุนสามัญตามระยะเวลาการใชสิทธิเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จะทําใหปริมาณหุนสามัญเพิ่มมากขึ้น สงผลใหหุนสามัญของบริษัทมีสภาพคลองในการซื้อขายมากขึ้น

• ประโยชนของวอรแรนทในมุมมองของผูถือวอรแรนท
■ ใชเงินทุนต่ํา
การลงทุนในวอรแรนทน้ัน ผูลงทุนจะใชจํานวนเงินลงทุนตอหน่ึงหนวยต่ํากวาการลงทุนใน

หุนสามัญอางอิง ตัวอยางเชน บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนตซีส จํากัด (มหาชน) ช่ือยอหลักทรัพยคือ TTA
ออกวอรแรนทรุนท่ี 3 หรือ TTA-W3 อัตราการใชสิทธิ (วอรแรนท : หุนสามัญใหม) เทากับ 1 : 1 และมี

22 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ราคาใชสิทธิ 17 บาทตอหุน สมมติวา ในตลาดหลักทรัพยฯ ราคาตลาดของหุน TTA เทากับ 15.50 บาท
ขณะท่ีราคาตลาดของวอรแรนท TTA-W3 เทากับ 4.20 บาท หากผูลงทุนซ้ือวอรแรนท 1 วอรแรนทจะใช
เงินลงทุน 4.20 บาทซึ่งตํ่ากวาการซ้ือหุนสามัญ TTA โดยตรงถึง 3.69 เทา ดังนั้น หากผูลงทุนมีเงินลงทุน
15.50 บาทจะสามารถซื้อหุนของ TTA ไดเพียง 1 หุน ขณะที่สามารถซื้อวอรแรนทไดถึง 3 วอรแรนท
(4.20 บาท × 3 วอรแรนท = 12.60 บาท) และหากหุนสามัญ TTA ปรับตัวเพิ่มขึ้นราคาของ TTA-W3
ก็จะปรับตัวเพ่ิมข้ึนในทิศทางเดียวกันกับราคาหุนสามัญ TTA แตในอัตราเมื่อเทียบกับเงินลงทุนตอหนวย
ท่ีสูงกวา ดังนั้น การซื้อวอรแรนทที่ใชเงินลงทุนตอหนวยที่นอยกวาหุนสามัญ จึงสามารถสรางผลตอบแทน
จากเงินลงทุนในอัตราที่สูงกวาการลงทุนในหุนสามัญ

■ จํากัดผลขาดทุน
ดังที่กลาวไวขางตนแลววา วอรแรนทเปนตราสารท่ีใหสิทธิแกผูลงทุนในการเลือกซื้อหรือไมซ้ือ
หุนสามัญ ดังน้ัน ผูถือวอรแรนทจึงมีสิทธิในการเลือกที่จะใชสิทธิซื้อหุนสามัญหรือไมก็ได โดยผูถือวอรแรนท
จะใชสิทธิก็ตอเม่ือเห็นวาตนเองจะไดรับประโยชนจากการใชสิทธิ หากราคาใชสิทธิของวอรแรนทต่ํากวา
ราคาตลาดของหุนสามัญอางอิง ในทางตรงขาม หากราคาใชสิทธิสูงกวาราคาตลาดของหุนสามัญอางอิง
ผูถือวอรแรนทจะไมใชสิทธิ ซึ่งจะทําใหผูซื้อวอรแรนทมีผลขาดทุนมากที่สุดเทากับเงินลงทุนที่จายไปเพ่ือ
ซ้ือวอรแรนทน่ันเอง ตัวอยางเชน TTA-W3 มีราคาตลาดเทากับ 4.20 บาท มีอัตราการใชสิทธิ (วอรแรนท :
หุนสามัญใหม) เทากับ 1 : 1 และราคาใชสิทธิ 17 บาทตอหุน สมมติวาวอรแรนทดังกลาวจะหมดอายุ
ในอีก 6 เดือนขางหนา หากผูลงทุนซ้ือ TTA-W3 เอาไวในวันนี้ท่ีราคา 4.20 บาท และถือเอาไวจนวอรแรนท
ครบกําหนดอายุ ดังนั้น เม่ือครบกําหนดอายุของวอรแรนทในอีก 6 เดือนตอมา ถาราคาตลาดของหุน TTA
อยูที่ 25.00 บาท ผูลงทุนก็จะใชสิทธิซ้ือหุนสามัญ (ตนทุนวอรแรนท 4.20 บาทบวกกับราคาใชสิทธิ 17 บาท
เทากับ 21.20 บาท ซึ่งต่ํากวาราคาตลาด) ในทางกลับกัน หากราคาหุนสามัญ TTA อยูท่ี 15.00 บาท
ผูลงทุนก็จะไมใชสิทธิในการซื้อหุน (เนื่องจากถาใชสิทธิซ้ือหุนสามัญ ตนทุนของราคาหุนสามัญ TTA ของ
ผูลงทุนจะเทากับ 21.20 บาท ในขณะท่ีราคาตลาดเทากับ 15 บาท) โดยในกรณีท่ีผูลงทุนไมใชสิทธิใน
การซ้ือหุน ผูลงทุนจะรับผลขาดทุนเพียง 4.20 บาท ซ่ึงเทากับราคาท่ีซ้ือวอรแรนท TTA-W3 เขามาใน
ตอนแรก เปนตน อยางไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ หากผูลงทุนคาดวาราคาหุนสามัญ TTA จะไมเพิ่มสูงข้ึน
ภายในระยะเวลาที่เหลืออยูหลังจากที่ถือ TTA-W3 ในตลาดหลักทรัพย ไดสักระยะหนึ่ง ผูลงทุนสามารถ
ขาย TTA-W3 ออกไปในตลาดหลักทรัพยได โดยอาจจะไดรับผลขาดทุนบางแตก็ยังไดรับเงินสดกลับคืนมา
บางสวน ซึ่งดีกวาการถือไวจนครบกําหนดอายุ และเกิดผลขาดทุนทั้งหมด 4.20 บาทตอหุน
■ มีโอกาสไดรับประโยชนจากการใชสิทธิซื้อหุนสามัญ
ผูถือวอรแรนทจะไดรับประโยชนจากการใชสิทธิซ้ือหุนสามัญของวอรแรนท หากในอนาคต
ราคาใชสิทธิของวอรแรนทต่ํากวาราคาตลาดของหุนสามัญ ซึ่งผูถือวอรแรนทสามารถใชสิทธิในการซื้อ
หุนสามัญของบริษัทไดในราคาที่ตํ่ากวาราคาตลาด

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 23

ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

ประเภทของใบสําคัญแสดงสิทธิ

• แบงตามขอกําหนดการใหใชสิทธิ
สามารถแบงออกไดเปน 3 ประเภทคือ
1. แบบยุโรป (European option) หมายถึง วอรแรนทท่ีใหสิทธิแกผูถือวอรแรนทในการใชสิทธิได
ณ วันหมดอายุของสัญญาเทานั้น
2. แบบอเมริกัน (American option) หมายถึง วอรแรนทที่ใหสิทธิแกผูถือวอรแรนทใหสามารถ
เลือกใชสิทธิ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งไดภายในอายุของสัญญา ดังน้ัน กระแสเงินสดสุทธิท่ีเกิดจากการใชสิทธิ
ของผูถือวอรแรนทแบบอเมริกันรุนเดียวกันอาจจะเกิดข้ึนคนละเวลาได ถึงแมวาสิทธิน้ันจะมีอายุเทากัน
เนื่องจากระยะเวลาการตัดสินใจใชสิทธิของผูถือวอรแรนทไมเหมือนกัน
3. แบบอเมรกิ นั เทยี ม (pseudo-American option) หมายถงึ วอรแ รนทท ใี่ หส ทิ ธแิ กผ ถู อื วอรแ รนท
ใหสามารถเลือกใชสิทธิไดเปนชวงของระยะเวลา เชน ถากําหนดใหอายุของสัญญา 1 ป ผูถือวอรแรนท
สามารถเลือกใชสิทธิไดทุกสิ้นไตรมาสภายใน 1 ป ดังนั้น ผูถือวอรแรนทมีสิทธิเลือกท่ีจะตัดสินใจทุกๆ สิ้น
ไตรมาสวาจะใชสิทธิหรือไม ไดเพียง 4 ครั้งของชวงเวลาการถือครองวอรแรนท
อยางไรก็ตาม ไมวาจะเปนแบบยุโรป แบบอเมริกัน หรือแบบอเมริกันเทียมก็ตาม ผูถือวอรแรนท
สามารถใชสิทธิไดเพียงคร้ังเดียวเทานั้น และเม่ือใชสิทธิแลวจะถือวาสัญญาหรือวอรแรนทดังกลาวได
หมดอายุลง

ตารางที่ 1-1 สรุปประเภทของสิทธิเมื่อแบ‹งตามขŒอกําหนดการใหŒใชŒสิทธิ

ประเภท วันที่ใชŒสิทธิ

European Option - แบบยุโรป วันสุดทายของอายุสัญญา

American Option - แบบอเมริกัน วันใดก็ไดภายในอายุสัญญา

pseudo-American Option – แบบอเมริกันเทียม วันท่ีกําหนดเวลาไวเปนชวง ในอายุสัญญา

• แบงตามสถานะที่ไดประโยชนและสถานะท่ีเสียประโยชน
สามารถแบงออกไดเปน 3 ประเภทคือ
1. สถานะท่ีไดประโยชน (in-the-money) หมายถึง สถานะในสิทธิท่ีกอใหเกิดประโยชนกับ
ผูถือวอรแรนทจะเกิดขึ้นเม่ือราคาใชสิทธิ (exercise price) ตํ่ากวาราคาตลาดหุนสามัญ (market price)
ณ ขณะน้ัน ถาหากวอรแรนทเปนแบบอเมริกันซึ่งสามารถเลือกใชสิทธิ ณ เวลาใดเวลาหน่ึงไดภายใน
อายุของสัญญา เมื่อเกิดเหตุการณท่ีราคาใชสิทธินอยกวาราคาหุนสามัญ ผูถือวอรแรนทสามารถเลือกท่ีจะ
ใชสิทธิซ้ือหุนสามัญในราคาใชสิทธิซึ่งตํ่ากวาราคาหุนสามัญในขณะน้ันได แตหากวอรแรนทมีลักษณะเปน

24 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

แบบยุโรป หรือแบบอเมริกันเทียม ผูถือวอรแรนทจะยังไมสามารถใชสิทธิซ้ือหุนสามัญหากยังไมถึงระยะเวลา
ใชสิทธิตามท่ีกําหนดไวภายใตวอรแรนท ดังนั้น ผูถือวอรแรนทจึงเพียงแตรับรูวาสิทธิดังกลาวกําลังอยูใน
สถานะที่ไดประโยชนเทาน้ัน ดังน้ัน จะเห็นไดวาสถานะท่ีไดประโยชนของวอรแรนทไมจําเปนวาผูถือวอรแรนท
ตองรับรูโดยการใชสิทธิซื้อหุนสามัญ เน่ืองจากผูถือวอรแรนทอาจจะยังใชสิทธิไมได เพราะยังไมถึงกําหนด
ระยะเวลาท่ีกําหนดใหใชสิทธิ นอกจากนี้ถึงแมวอรแรนทจะมีสถานะที่ไดประโยชน ผูถือวอรแรนทอาจเลือก
ท่ีจะยังไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญ ถาวอรแรนทยังไมหมดอายุ ในกรณีท่ีมีความคาดหวังวาราคาหุนสามัญจะ
ปรับตัวข้ึน และสงผลใหราคาวอรแรนทจะเคล่ือนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุนสามัญ การที่ผูถือวอรแรนท
ยังไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญหมายถึงโอกาสท่ีจะไดรับอัตราผลตอบแทนตอเงินลงทุนเร่ิมแรกท่ีสูงกวา เพราะ
สถานการณไดประโยชนจะยังเพิ่มมากขึ้นจากการเพิ่มข้ึนของราคาหุนสามัญ

2. สถานะท่ีไมไดและไมเสียประโยชน (at-the-money) หมายถึง สถานะในสิทธิท่ีผูถือวอรแรนท
ไมไดและไมเสียประโยชน โดยสถานะที่ไมไดและไมเสียประโยชนแกผูถือวอรแรนทจะเกิดข้ึนเม่ือราคาใชสิทธิ
(exercise price) เทากับราคาตลาดหุนสามัญ (market price) ณ ขณะน้ัน เมื่อเกิดเหตุการณที่ราคาใชสิทธิ
เทากับราคาหุนสามัญ ผูถือวอรแรนทสามารถเลือกท่ีจะใชสิทธิหรือไมใชสิทธิก็ได ซึ่งในทางปฏิบัติแลว
ผูถือวอรแรนทจะเลือกใชสิทธิหรือไมใชสิทธิขึ้นอยูกับจุดคุมทุนในการซ้ือขายซ่ึงจะตองพิจารณาคาธรรมเนียม
ในการซ้ือขายหุนสามัญประกอบดวย โดยหากพิจารณาแลววาคุมทุนที่จะใชสิทธิ ผูถือวอรแรนทจะใชสิทธิ
แตหากพิจารณาแลววาไมคุมทุน ผูถือวอรแรนทจะปลอยใหสิทธิในการซ้ือหุนสามัญนั้นหมดอายุไปโดย
ไมมีการใชสิทธิ

3. สถานะที่เสียประโยชน (out-of-the-money) หมายถึง สถานะในสิทธิที่ผูถือวอรแรนทกําลัง
เสียประโยชนจะเกิดข้ึนเม่ือราคาใชสิทธิ (exercise price) มากกวาราคาตลาดของหุนสามัญ (market price)
ณ ขณะนั้น ถาหากวอรแรนทเปนแบบอเมริกันซึ่งสามารถเลือกใชสิทธิ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งไดภายในอายุ
ของสัญญา เม่ือราคาใชสิทธิยังคงมากกวาราคาหุนสามัญ ผูถือวอรแรนทจะยังไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญ และ
จะรอจนกวาราคาหุนสามัญเพิ่มข้ึนจนกระทั่งมีราคาสูงกวาราคาใชสิทธิ จึงจะตัดสินใจใชสิทธิซ้ือหุนสามัญ
ในกรณีของวอรแรนทแบบยุโรปที่อยูในสถานะที่เสียประโยชนอยูจนกระทั่งเมื่อครบกําหนดอายุการใชสิทธิ
ผูถือวอรแรนทจะตองปลอยใหสิทธิในการซื้อหุนสามัญหมดอายุไปโดยไมมีการใชสิทธิ

• แบงตามเงื่อนไขการผูกติดกับตราสารทางการเงิน
สามารถแบงออกไดเปน 2 ประเภทคือ
1. Detachable warrant คือ วอรแรนทประเภทสิทธิซื้อ (call option) ที่ถูกขายพรอมกันกับ
หลักทรัพยประเภทอ่ืนซ่ึงโดยสวนใหญจะเปนตราสารหน้ี โดยวอรแรนทนี้จะใหสิทธิแกผูถือสามารถซื้อ
หุนสามัญไดในราคาใชสิทธิท่ีกําหนด และภายในระยะเวลาที่กําหนดไวในอนาคต วัตถุประสงคก็เพ่ือใหการ
ระดมทุนโดยการออกตราสารหนี้มีความนาสนใจในการลงทุนมากยิ่งข้ึน ท้ังนี้ เมื่อผูถือไดวอรแรนทไปแลว
ก็สามารถตัดสินใจเลือกวาจะใชสิทธิซื้อหุนสามัญหรือไม หรือหากไมตองการใชสิทธิซื้อหุนสามัญก็สามารถ

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 25

ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

แยกวอรแรนทออกจากตราสารหน้ีเพื่อขายวอรแรนทออกไปในตลาดหลักทรัพย โดยไมมีเง่ือนไขการผูกติด
วอรแรนทไวกับตราสารหน้ี ดังนั้น ผูถือวอรแรนทชนิดนี้สามารถซื้อหรือขายเฉพาะวอรแรนทได โดยไมจําเปน
ตองซื้อหรือขายตราสารหน้ีที่วอรแรนทนั้นผูกติดอยูไปพรอมกัน ผูถือวอรแรนทชนิดนี้จะไดรับประโยชนเม่ือ
ราคาหุนสามัญของบริษัทท่ีวอรแรนทนั้นอางอิงอยูเพ่ิมข้ึน กลาวคือ ผูถือวอรแรนทสามารถขายวอรแรนท
เพ่ือทํากําไร หรืออาจเลือกที่จะใชสิทธิซื้อหุนสามัญของบริษัทน้ันตามราคาใชสิทธิท่ีระบุไวในวอรแรนท
แลวนําหุนสามัญออกขายตามราคาตลาด หากราคาหุนในตลาดสูงกวาราคาใชสิทธิผูถือวอรแรนทก็จะไดกําไร

2. Non–detachable warrant คือ วอรแรนทประเภทสิทธิซ้ือ (call option) ท่ีถูกขายพรอมกัน
รวมกับหลักทรัพยประเภทอ่ืนและผูถือวอรแรนทไมสามารถแยกขายออกจากหลักทรัพยท่ีวอรแรนทน้ัน
ผูกติดอยูได ดังน้ัน ผูถือวอรแรนทชนิดนี้จะไมสามารถขายวอรแรนทออกไปในตลาดรองได ตัวอยางเชน
non–detachable warrant ซึ่งผูกติดกับหุนกู ซึ่งผูลงทุนไมสามารถแยกขายหุนกูและวอรแรนทออกจากกันได

ผลตอบแทนจากการลงทุนในใบสําคัญแสดงสิทธิ
ผลตอบแทนจากการซ้ือขายใบสําคัญแสดงสิทธิ
เนื่องจากผูถือวอรแรนทไมมีสิทธิในการเปนเจาของกิจการเหมือนกับหุนสามัญ ดังนั้น การลงทุน
ในวอรแรนทจึงไดรับผลตอบแทนในรูปของสวนตางของราคา (capital gain) เทานั้น ไมมีสิทธิไดรับเงินปนผล
และสิทธิในการเขารวมประชุมผูถือหุนเหมือนกับผูถือหุนสามัญ นอกจากนี้ การลงทุนในวอรแรนทจะมี
อัตราทดในการลงทุนหรือมี leverage ซ่ึงเปนการเพ่ิมอํานาจเงินลงทุนใหแกผูลงทุน ดวยจํานวนเงินลงทุน
ท่ีเทากัน ผลลัพธท่ีเกิดขึ้นจากการมี leverage ทําใหผูถือวอรแรนทไดรับผลกําไรหรือผลขาดทุนไดมากกวา
การลงทุนในหุนสามัญท่ีวอรแรนทนั้นอางอิงอยู ดังตัวอยางตอไปน้ี

26 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ตัวอยางที่ 1-5 ผลตอบแทนจากการซื้อขายวอรแรนท

ตัวอยาง เปรียบเทียบกับการใชเงินลงทุน 100 บาท เพ่ือซื้อ Warrant ของหุน ABC ซ่ึงเปน
อนุพันธทางการเงินประเภทหนึ่ง กับการใชเงินจํานวนเทากันเพ่ือซ้ือหุน ABC โดยตรง

ลงทุนในหุนโดยตรง ราคาหุน ½ 1 บาท กําไร 10%
เงิน 100 บาท ซ้ือหุน ABC เปน 11 บาท ไดกําไร 10 บาท ขาดทุน 10%
ราคาหุนละ 10 บาท ได 10 หุน (1 บาทตอหุน × 10 หุน)

ราคาหุน ¾ 1 บาท
เปน 9 บาท ขาดทุน 10 บาท
(1 บาทตอหุน × 10 หุน)

ถาหุน ABC ราคาเปล่ียนแปลง ¼ ราคา Warrant ของหุน ABC จะเปลี่ยนแปลงในทิศทาง
เดียวกัน
โดยในท่ีน้ีสมมติวาถาราคาหุนเปล่ียนไป 1 บาท แลวราคา Warrant จะเปล่ียนแปลงไป 0.5 บาท
ในทิศทางเดียวกัน

ลงทุนใน Warrant Warrant ½ 0.50 บาท กําไร 25%
เงิน 100 บาทซื้อ Warrant เปน 2.50 บาท ไดกําไร 25 บาท ขาดทุน 25%
ของหุน ABC ราคาหนวยละ (0.50 บาทตอหนวย × 50 หนวย)

2 บาท ได 50 หนวย Warrant ¾ 0.50 บาท
เปน 1.50 บาท ขาดทุน 25 บาท
(0.50 บาทตอหนวย × 50 หนวย)

การลงทุนในวอรแรนทเปนทางเลือกในการลงทุนท่ีมีอัตราทด (leverage) สูงกวาเม่ือเปรียบเทียบ
กับการลงทุนในหุนสามัญซ่ึงเปนการลงทุนทางตรง เนื่องจากการลงทุนในวอรแรนทใชเงินลงทุนนอยกวา
การลงทุนในหุนสามัญโดยตรง ซึ่งทําใหราคาของวอรแรนทมีความผันผวนในอัตราท่ีสูงกวาอัตราการ
เปล่ียนแปลงของราคาหุนสามัญอางอิง เพราะการแกวงตัวของราคาของวอรแรนทข้ึนอยูกับการแกวงตัวของ
ราคาหุนสามัญอางอิงแตใชเงินลงทุนนอยกวา ผูถือวอรแรนทจึงมีโอกาสที่จะไดรับผลกําไรและผลขาดทุน
ไดในอัตราท่ีสูงกวาการลงทุนในหุนสามัญอางอิงโดยตรงเมื่อราคาหุนสามัญอางอิงมีการเปล่ียนแปลงไป ท้ังน้ี
ผูถือวอรแรนทสามารถขายวอรแรนทเพ่ือทํากําไรเนื่องจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาดังกลาว และหาก

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 27

ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

ราคาลดลงควรมีระดับการตัดขาดทุน (cut loss) ดังนั้น อัตราทดในการลงทุนหรือ leverage จากการลงทุน
ในวอรแรนทจึงมีทั้งประโยชนและความเส่ียง โดยความเส่ียงจะจํากัดไมเกินเงินลงทุนท่ีซ้ือวอรแรนทเขามา

ผลตอบแทนจากการใชสิทธิตามวอรแรนท
ประเด็นท่ีผูลงทุนในวอรแรนทควรใหความสําคัญ คือ การตัดสินใจเลือกวาจะใชสิทธิหรือไมใชสิทธิ
ซื้อหุนสามัญ ซ่ึงขึ้นอยูกับวาการใชสิทธิในครั้งน้ันกอใหเกิดประโยชนแกผูลงทุนหรือไม โดยสามารถพิจารณา
ไดจากราคาสินทรัพยอางอิงภายใตสัญญา ณ เวลาใชสิทธิเทียบกับราคาใชสิทธิ
ผูถือวอรแรนทสามารถตัดสินใจใชสิทธิเมื่อราคาใชสิทธินอยกวาราคาสินทรัพยอางอิงภายใตสัญญา
ณ เวลานั้น ซ่ึงจะทําใหผูถือวอรแรนทใชสิทธิแลวไดรับกระแสเงินสดสุทธิ (net cash flow) ณ เวลาใชสิทธิ
เทากับราคาสินทรัพยอางอิงภายใตสัญญา (ST) หักดวย ราคาใชสิทธิ (X) ณ เวลาน้ัน
โดยสรุป คือ การตัดสินใจใชสิทธิใหพิจารณาจากราคาสินทรัพยอางอิงภายใตสัญญา (ST) หักดวย
ราคาใชสิทธิ (X) ถาไดคาเปนบวก ผูถือสิทธิซ้ือควรใชสิทธิ ในทางกลับกัน ถาผลลัพธมีคาเปนลบ ผูถือครอง
ไมสมควรใชสิทธิ หรือสามารถอธิบายไดดวยตารางสรุปดังตอไปน้ี

ตารางที่ 1-2 สรุปสถานะของสิทธิ

สิทธิของวอรแรนท X < ST X = ST X > ST
สิทธิซื้อ in-the-money at-the-money out-of-the-money
at-the-money
สิทธิขาย out-of-the-money in-the-money

ST = ราคาตลาดของหุนสามัญ ณ ขณะน้ัน (T)
X = ราคาใชสิทธิ

ในกรณีของการลงทุนในวอรแรนท ผูลงทุนจะไดประโยชนก็ตอเม่ือผูลงทุนสามารถซ้ือหุนสามัญ
อางอิงตามราคาใชสิทธิดวยราคาที่ต่ํากวาราคาตลาด ซึ่งสถานการณดังกลาวนี้เรียกวาวอรแรนทน้ันมีมูลคา
ท่ีแทจริง (intrinsic value) ท่ีเปนบวกหรือวอรแรนทนั้นอยูในสถานะ in-the-money (ITM) ดังนั้น ยิ่งราคา
ใชสิทธิต่ํากวาราคาตลาดของหุนสามัญอางอิงมากเทาใด ก็จะแสดงใหเห็นถึงมูลคาที่แทจริงของวอรแรนท
ท่ีเพิ่มมากข้ึนเทาน้ัน รูปที่ 1-4 แสดงใหเห็นถึงมูลคาที่แทจริงของวอรแรนทโดยสมมติใหราคาหุนสามัญอางอิง
มีระดับราคาตางๆ และเพ่ิมสูงข้ึนเร่ือยๆ

28 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

รูปที่ 1-4 มูลค‹าที่แทŒจริงของวอรแรนทเมื่อราคาหุŒนสามัญอŒางอิงเปลี่ยนแปลง A+)6
'6 6 %=) 6Ę /<ę .6%5g1ę6 1 8

%=) 6Ę 9BI
ę ' è 1 +1'BĜ ' Ĝ
'6 6D ę. 8 8 1 +1'BĜ ' Ĝ

0

จากรูปที่ 1-4 จะพบวาวอรแรนทจะอยูในสถานะ in-the-money เม่ือราคาหุนสามัญอางอิงสูงกวา
ราคาใชสิทธิ (พ้ืนที่ภายในเสนทึบ) อยางไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแมวาราคาหุนสามัญอางอิงจะสูงกวาราคา
ใชสิทธิ ผูลงทุนควรนําตนทุนในการซ้ือวอรแรนทมาพิจารณาประกอบดวย ยกตัวอยางเชน ผูลงทุน
ซื้อวอรแรนทของหุน ABC ในราคา 30 บาท กําหนดใหราคาใชสิทธิของวอรแรนทเทากับ 100 บาท สมมติวา
ณ วันใชสิทธิปรากฏวาราคาหุน ABC อยูที่ 120 บาท ในกรณีนี้ วอรแรนทของหุน ABC นี้จะมีมูลคา
ท่ีแทจริงเทากับ 20 บาท (120 – 100) แตเมื่อนําตนทุนมารวมคํานวณดวยกลับพบวาผูลงทุนยังคงขาดทุนอยู
10 บาท เน่ืองจากหากผูลงทุนใชสิทธิซ้ือหุนสามัญตามวอรแรนทน้ีจะมีตนทุนในการไดมาซึ่งหุนสามัญอางอิง
เทากับ 130 บาท (100 + 30) ในขณะท่ีตนทุนในการซ้ือหุน ABC ในตลาดหลักทรัพยฯ เทากับ 120 บาท
เปนตน ดังนั้นสามารถแสดงผลกําไร/ขาดทุนจากการตัดสินใจใชสิทธิซ้ือหุนสามัญอางอิงของผูลงทุนได
ดังรูปที่ 1-5

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 29

ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

รูปท่ี 1-5 ผลกําไร/ขาดทุนจากการใชŒสิทธิของวอรแรนท

7E' 6 <

100
30 130 '6 6/ ę< .6%5g1ę6 1 8 D +5 D .ę 8 8

จากรูปที่ 1-5 หากผูลงทุนใชสิทธิ ณ ราคาใชสิทธิ 100 บาทจะสงผลใหผูลงทุนขาดทุนเทากับ
30 บาท (ราคาที่ผูลงทุนซ้ือวอรแรนทมา) แตเม่ือราคาหุนสามัญอางอิงปรับตัวเพ่ิมข้ึนจนถึงราคา 130 บาท
ผูลงทุนจะถึงจุดคุมทุนในการใชสิทธิ และหากราคาหุนสามัญอางอิงเพ่ิมข้ึนมากกวา 130 บาท จะทําให
ผูลงทุนไดรับผลกําไรเพิ่มมากขึ้นตามเสนทึบ ดังนั้น การใชสิทธิซื้อหุนสามัญอางอิงในทางปฏิบัติ ผูลงทุน
ควรคํานึงถึงตนทุนในการใชสิทธิท่ีรวมถึงตนทุนในการซ้ือวอรแรนทน้ันมารวมในการพิจารณาดวย

ความเส่ียงจากการลงทุนในใบสําคัญแสดงสิทธิ
ผลตอบแทนและความเสี่ยงของวอรแรนทแตกตางจากหุนสามัญ
เนื่องจากวอรแรนทมีลักษณะเปนตราสารอนุพันธที่มูลคาของวอรแรนทขึ้นอยูกับมูลคาของหุนสามัญ
ที่วอรแรนทอางอิงอยู นอกจากผลตอบแทนจากสวนตางของราคาซ้ือขายแลว ผูลงทุนจะไดรับผลประโยชน
จากการลงทุนในวอรแรนทที่เกิดการใชสิทธิภายในระยะเวลาท่ีผูออกวอรแรนทกําหนดดังกลาวในหัวขอ
ผลตอบแทนจากการใชสิทธิตามวอรแรนทขางตน
ในดานผลตอบแทนและความเสี่ยงน้ัน การลงทุนในวอรแรนทแตกตางจากการลงทุนในหุนสามัญ
เนื่องจากผลตอบแทนท้ังกําไรและขาดทุนของหุนสามัญนั้นเกิดข้ึนไดไมจํากัด ในขณะที่วอรแรนทสามารถ
มีผลกําไรไดไมจํากัดแตขาดทุนจํากัดไมเกินเงินลงทุนเร่ิมตนที่ซื้อวอรแรนทเขามา อยางไรก็ตาม วอรแรนท
จะมีความเส่ียงในดานอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาตอเงินลงทุนท่ีสูงกวาหุนสามัญ เน่ืองจากใชเงินลงทุน
ที่ต่ํากวาหรือมีอัตราทดในการลงทุนนั่นเอง นอกจากน้ีในแงของความเส่ียงดานระยะเวลาในการลงทุน
หุนสามัญมีอายุไมจํากัดแตวอรแรนทมีอายุจํากัด

30 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

วอรแรนทมีอัตราทดในการลงทุน
วอรแรนทเปนเคร่ืองมือในการลงทุนที่ทําใหผูลงทุนสามารถลงทุนในหุนสามัญที่ตนเองสนใจได
โดยใชเงินลงทุนตํ่ากวาการลงทุนซ้ือหุนสามัญที่วอรแรนทน้ันอางอิงอยูโดยตรง ดังน้ัน การลงทุนในวอรแรนท
จึงมีอัตราทดในการลงทุนหรือมี leverage ซึ่งเปนการเพิ่มอํานาจซ้ือใหแกเงินลงทุนของผูลงทุน ดวยจํานวน
เงินลงทุนท่ีเทากัน ผลลัพธท่ีเกิดข้ึนจากการมี leverage ทําใหผูลงทุนอาจไดรับผลกําไรหรือผลขาดทุนได
มากกวาการลงทุนในหุนสามัญท่ีวอรแรนทนั้นอางอิงอยู เม่ือราคาหุนสามัญมีการเปล่ียนแปลงไป ซึ่งผลของ
Leverage สามารถแสดงไดดังตัวอยางท่ี 1-4

ตัวอยางท่ี 1-6 บริษัท ABC จํากัด (มหาชน) ชื่อยอหลักทรัพยคือ ABC ออกวอรแรนทรุนท่ี 1 หรือ
ABC-W1 อัตราการใชสิทธิ (วอรแรนท : หุนสามัญใหม) เทากับ 1 : 1 ราคาใชสิทธิ 100 บาทตอหุน สมมติวา
ในตลาดหลักทรัพยฯ ราคาตลาดของหุน ABC เทากับ 100 บาท ขณะท่ีราคาตลาดของวอรแรนท ABC-W1
ซื้อขายกันอยูที่ 10 บาท ผูลงทุนคนหนึ่งไดลงทุนซื้อวอรแรนทของบริษัทนี้มาในราคาหนวยละ 10 บาท
เปนจํานวนท้ังสิ้น 10 วอรแรนทและถือไวจนกระทั่งวอรแรนทหมดอายุ หากราคาหุน ABC มีการเปล่ียนแปลง
ไปในระดับตางๆ จะสงผลกระทบตอกําไรหรือขาดทุนของผูลงทุนท่ีซื้อวอรแรนทเมื่อเปรียบเทียบกับการ
ซ้ือหุนสามัญโดยตรง ดังท่ีแสดงไวในตารางท่ี 1-3

ตารางที่ 1-3 ผลของอัตราทด (leverage) จากการลงทุนในวอรแรนทเม่ือเปรียบเทียบกับการลงทุนในหุŒนสามัญอŒางอิง
ณ วันท่ีวอรแรนทหมดอายุ

ราคาหุŒน กําไร / ขาดทุนจากการลงทุน กําไร / ขาดทุนจาก กําไร / ขาดทุนโดยรวมจากการลงทุน
(บาท) ในหุŒนสามัญ การลงทุนในวอรแรนท ในวอรแรนทหลังหักตŒนทุน
ก‹อนหักตŒนทุน (บาท) (บาท) (%)
(บาท) (%)

75 –25 –25 0 –100 –100
90 –10 –10 0 –100 –100

100 0 0 0 –100 –100
110 10 10 100 0 0

125 25 25 250 150 150

หากผูลงทุนใชเงินจํานวน 100 บาท ที่มีอยูไปซ้ือหุน ABC ผูลงทุนจะสามารถซื้อหุน ABC ไดเพียง
1 หุน แตหากนําเงินดังกลาวมาซื้อวอรแรนทจะสามารถซ้ือ ABC-W1 ไดถึง 10 วอรแรนท อยางไรก็ตาม
หากในเวลาตอมาราคาหุน ABC ลดลงตํ่ากวา 100 บาท สงผลใหราคาตลาดหุน ABC ลดลงต่ํากวาราคา
ใชสิทธิ 100 บาท วอรแรนทก็จะมีสถานะที่เสียประโยชนหรือไมมีมูลคาท่ีแทจริง (out-of-the-money)

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 31

ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

ทําใหผูลงทุนเลือกท่ีจะไมใชสิทธิซื้อหุน ABC ที่ราคาใชสิทธิ 100 บาท เนื่องจากสามารถซื้อหุน ABC
ในตลาดหลักทรัพยฯ ไดในราคาที่ต่ํากวาราคาใชสิทธิ ทําใหผูลงทุนขาดทุนจากการลงทุนในวอรแรนทนี้เทากับ
จํานวนเงินท่ีใชซ้ือวอรแรนท 100 บาทในครั้งแรกหรือ 100% ตัวอยางเชน หากราคาหุน ABC ลดลง
เหลือ 90 บาท ผูลงทุนก็จะเลือกไมใชสิทธิ ซึ่งทําใหผูลงทุนขาดทุนจากการซ้ือวอรแรนทเทากับเงินลงทุน
ทั้งหมด (ขาดทุน 100%) เม่ือเปรียบเทียบกับกรณีที่ผูลงทุนซื้อหุนจะขาดทุนจากการซ้ือหุนเพียง 10 บาท
(ราคาซ้ือ 100 บาท ลบ ราคาขาย 90 บาท) หรือ 10% เทานั้น

ในทางกลับกัน หากราคาหุนปรับตัวเพ่ิมข้ึนมากกวา 100 บาทจะทําใหผูลงทุนไดกําไรจากการลงทุน
ในวอรแรนทมากกวาการลงทุนในหุนสามัญโดยตรงเชนกัน ตัวอยางเชน หากราคาหุน ABC ปรับเพ่ิมขึ้น
เปน 125 บาท หากผูลงทุนซ้ือหุน ABC โดยตรงก็จะไดกําไร 25 บาท แตถาหากผูลงทุนเลือกซื้อวอรแรนท
ABC-W1 ไวจํานวน 10 วอรแรนทแลวใชสิทธิแปลงสภาพตามอัตราการใชสิทธิ 1 : 1 ก็จะสามารถใชสิทธิ
ซื้อหุน ABC ไดจํานวน 10 หุน เม่ือไดหุน ABC มาแลวก็นําหุนเหลานั้นไปขายในตลาดหลักทรัพยฯ จะทําให
ผูลงทุนไดกําไรถึง 150 บาท (คํานวณไดจาก (กําไรจากการขายหุน 25 บาท × 10 หุน) หักดวย (ตนทุน
คาซ้ือวอรแรนทจํานวน 10 วอรแรนท × 10 บาท))

จากตัวอยางขางตน จะเห็นไดวาผลท่ีเกิดข้ึนจาก Leverage ของการลงทุนในวอรแรนทขึ้นอยูกับ
ราคาหุนสามัญอางอิงและความผันผวนของราคาหุนสามัญอางอิง ไมวาจะเปนการปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลง
ของราคาตลาดหุนสามัญเปนปจจัยสําคัญที่สงผลกระทบอยางมีนัยสําคัญตอกําไรหรือขาดทุนของผูลงทุน
ไดมากกวาการลงทุนในหุนสามัญอางอิงโดยตรง

การถือครองวอรแรนทไมไดรับเงินปนผล
การลงทุนในวอรแรนทมีขอแตกตางจากการลงทุนในหุนสามัญ เนื่องจากการลงทุนในหุนสามัญ
ผูลงทุนอาจไดรับเงินปนผลจากกิจการในชวงระยะเวลาท่ีถือครองหุนสามัญนั้นอยู แตสําหรับการลงทุน
ในวอรแรนทน้ันจะไมไดรับเงินปนผลจากการถือครองวอรแรนทนั้น นอกจากนี้ ผูลงทุนยังไมมีสิทธิหรือ
สวนรวมใดๆ กับกิจการ เชน สิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผูถือหุน เวนแตผูลงทุนไดใชสิทธิแปลงสภาพ
เปนหุนสามัญอางอิงกอน

จํานวนของวอรแรนทที่ออกจําหนาย
จํานวนวอรแรนทท่ีออกจําหนายมากข้ึนจะสงผลใหราคาตลาดของวอรแรนทปรับตัวลดลง เน่ืองจาก
เมื่อมีการใชสิทธิซื้อหุนสามัญมากข้ึนจะทําใหจํานวนหุนสามัญเขามาซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยเพ่ิมข้ึนดวย
เมื่อจํานวนหุนสามัญเพ่ิมขึ้นในขณะที่กําไรของบริษัทเทาเดิมจะสงผลใหกําไรสุทธิตอหุน (EPS) ของบริษัท
ผูออกวอรแรนทลดลง หรือที่เรียกวา dilution effect เม่ือเกิด dilution effect ราคาตลาดของหุนสามัญอางอิง
จะลดลง ในขณะท่ีราคาใชสิทธิซ้ือหุนสามัญอางอิงของวอรแรนทคงท่ีจึงทําใหสวนตางระหวางราคาหุนสามัญ
อางอิงกับราคาใชสิทธิมีคาลดลง (เปน in-the-money ลดลง หรือเปน out-of-the-money มากขึ้น) จึงทําให

32 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ราคาตลาดของวอรแรนทมีคาลดลงดวยเชนกัน ดังนั้น ราคาวอรแรนทจึงมีความสัมพันธแปรผกผันกับ
จํานวนวอรแรนทท่ีออกจําหนาย

นอกจากน้ีถึงแมวอรแรนทจะอยูในสถานะ in-the-money และวอรแรนทน้ันมีมูลคาท่ีแทจริง (intrinsic
value) ที่เปนบวก ผูถือวอรแรนทอาจเลือกท่ีจะยังไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญ โดยหากยังไมครบกําหนดอายุ
วอรแรนท และผูลงทุนประเมินวาราคาหุนสามัญที่วอรแรนทอางอิงจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งมูลคาของ
วอรแรนทจะปรับตัวข้ึนดวย และเนื่องจากหากผูถือวอรแรนทใชสิทธิซ้ือหุนสามัญจะตองใสเงินเพิ่มเทากับ
ราคาใชสิทธิซ่ึงกําหนดไวคงท่ี ดังนั้น การที่ผูถือวอรแรนทยังไมใชสิทธิซ้ือหุนสามัญจึงหมายถึงโอกาสที่จะ
ไดรับอัตราผลตอบตอเงินลงทุนเริ่มแรกท่ีสูงกวาน่ันเอง

1.1.3 ความเสี่ยงของการลงทุนในตราสารทุน

ความเส่ียงของการลงทุนในตราสารทุน หรือความไมแนนอนของผลตอบแทนจะอยูในระดับสูงหรือ
ต่ํานั้น ยอมข้ึนอยูกับผลประกอบการของบริษัท ภาวะอุตสาหกรรมท่ีเกี่ยวของ และภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้ง
ภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย หากภาวะเศรษฐกิจขยายตัวดี และบริษัทมีผลประกอบการท่ีดี ผูลงทุน
ยอมมีโอกาสที่จะไดรับผลตอบแทนท่ีสูงขึ้น ในทางตรงขาม หากภาวะเศรษฐกิจซบเซาและบริษัทมีผลกําไร
ลดลง ผลตอบแทนที่ผูลงทุนจะไดรับก็มีแนวโนมที่จะลดลงเชนกัน

ความเสี่ยงท่ีสงผลใหเกิดความไมแนนอนตอผลการดําเนินงานของกิจการ

สาเหตุท่ีทําใหเกิดความไมแนนอนตอผลการดําเนินงานของกิจการ ซึ่งสงผลกระทบกับกระแสเงินสด
รับสุทธิของกิจการ ไดแก ความเส่ียงทางธุรกิจ (business risk) และความเสี่ยงทางการเงิน (financial risk)
ของบริษัทผูออกตราสารทุน

• ความเส่ียงทางธุรกิจ (business risk)3
เปนความเสี่ยงที่มีสาเหตุมาจากลักษณะทางธุรกิจของกิจการท่ีอาจขึ้นลงตามความผันผวนของ
เศรษฐกิจ หรือเปนธุรกิจท่ีมีความตองการ (demand) ตามฤดูกาล หรือตามแฟชั่น ปจจัยที่มากระทบตอ
การดําเนินธุรกิจของกิจการอาจเปนปจจัยมหภาค (macro factors) เชน การเพ่ิมข้ึนของราคานํ้ามัน
ภาวะเงินเฟอ และคาแรงงาน สงผลใหตนทุนผลิตสูงขึ้น ปจจัยอื่นท่ีสงผลตอการดําเนินงานของธุรกิจ ไดแก
การเปล่ียนแปลงทางสังคม เทคโนโลยี และการเมือง รวมท้ังกฎระเบียบตางๆ อยางไรก็ตาม ธุรกิจจะไดรับ
ผลกระทบรุนแรงหรือไมอยางไร ขึ้นกับปจจัยจุลภาค (micro factors) ภายในกิจการดวย อันเปนกลยุทธ
ภายในบริษัท เชน บางกิจการตองใชตนทุนคงที่เปนสัดสวนสูงในการดําเนินงาน ดังนั้น เม่ือกิจการเกิด

3 ความในสวนน้ีมาจาก จิรัตน สังขแกว, รูวิเคราะห เจาะเร่ืองหุน, พิมพครั้งท่ี 5, กรุงเทพฯ: ตลาดหลักทรัพย
แหงประเทศไทย 2556.

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 33

ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

ความผันผวนในยอดขาย จะสงผลใหกําไรจากการดําเนินงานของกิจการยอมมีความผันผวนมากกวาธุรกิจ
ที่ใชตนทุนคงท่ีในการดําเนินงานเปนสัดสวนต่ํา หรือบางกิจการมีกลยุทธการกระจายผลิตภัณฑมิได
กระจุกตัวในผลิตภัณฑใดผลิตภัณฑหนึ่ง ทําใหยอดขายรวมไมผันผวนนักเม่ือความตองการในผลิตภัณฑหนึ่ง
ตกต่ํา

• ความเสี่ยงทางการเงิน (financial risk)
เปนความเส่ียงที่เกิดขึ้นจากการท่ีกิจการสรางภาระผูกพันทางการเงินไว เชน การกอหนี้ ถากิจการใด
มีการกอหนี้จํานวนมาก กิจการนั้นก็จะมีภาระการจายดอกเบ้ีย ซึ่งเปนคาใชจายคงท่ีจํานวนมาก หากกิจการ
ไมสามารถทํากําไรไดตามเปาท่ีวางไว กําไรของกิจการก็จะไมเพียงพอท่ีจะจายดอกเบ้ียได เมื่อกิจการ
ไมสามารถจายดอกเบี้ยตามภาระผูกพันได ก็ทําใหบริษัทมีความเส่ียงท่ีอาจจะถูกฟองรองดําเนินคดี อันอาจ
เปนเงื่อนไขของการลมละลายและการเลิกดําเนินกิจการของบริษัทน้ันๆ ซ่ึงสงผลกระทบโดยตรงตอผูถือหุน

ความเสี่ยงท่ีสงผลตออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุน

เปนความเส่ียงท่ีเกิดจากการเปล่ียนแปลงของราคาตลาดของหลักทรัพยซึ่งเปนผลมาจากปจจัยตางๆ
ไดแก ความเส่ียงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบ้ีย ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคลองของหลักทรัพย
และความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟอ

• ความเส่ียงจากการเปล่ียนแปลงของอัตราดอกเบ้ีย (interest rate risk)
การท่ีระดับอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินเปลี่ยนแปลงผันผวนข้ึนลง ก็จะกระทบตอระดับอัตรา
ผลตอบแทนที่ผูลงทุนตองการในยามท่ีอัตราดอกเบี้ยเปล่ียนแปลงไปในทิศทางที่สูงขึ้น เทากับวาตนทุน
คาเสียโอกาสในเงินลงทุนมีระดับสูงขึ้น ผูลงทุนจะตองการอัตราผลตอบแทนสูงขึ้น จึงตองการจายเงินซ้ือหุน
รวมท้ังหลักทรัพยอื่นๆ ในราคาต่ําลง ดังนั้น การเพิ่มขึ้นของระดับอัตราดอกเบ้ียโดยทั่วไป จะสงผลให
ราคาหลักทรัพยตางๆ ลดลง เรียกความเสี่ยงน้ีวา ความเส่ียงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยใน
ตลาดการเงิน

• ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคลองของหลักทรัพย (liquidity risk)
หลักทรัพยที่มีสภาพคลองคือหลักทรัพยท่ีสามารถซ้ือขายไดโดยงาย มีผูลงทุนในตลาดจํานวนมาก
ที่ลงทุนในหลักทรัพยนั้น การลงทุนในหลักทรัพยของบางบริษัทจึงมีความเส่ียงจากการขาดสภาพคลอง
เน่ืองจากไมอาจเปล่ียนหลักทรัพยที่ลงทุนเปนเงินสดไดในเวลาที่รวดเร็วโดยไมขาดทุน เน่ืองจากหลักทรัพย
น้ันหมุนเวียนเปลี่ยนมือในตลาดรองในระดับต่ํา ทําใหมีผลตอระดับราคาของหลักทรัพยน้ัน

34 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

• ความเส่ียงจากอัตราเงินเฟอ (inflation risk)
เงินเฟอเปนภาวการณที่ระดับราคาสินคาและบริการโดยท่ัวไปเพ่ิมขึ้นอยางตอเนื่อง หากระดับเงินเฟอ
สูงจะสงผลใหเงินจํานวนหนึ่งท่ีมีอยูในมือจะสามารถนําไปซื้อสินคาไดนอยลง หรือเงินเสื่อมคาลง ดังนั้น
หากกลาววา อัตราผลตอบแทนที่ไดรับในรูปตัวเงินเทากับ 6% ในขณะที่อัตราเงินเฟอเทากับ 2% แสดงวา
อัตราผลตอบแทนที่แทจริงสุทธิจากอัตราเงินเฟอ ประมาณ 4% เทาน้ัน

1.2 ประเภทของตลาด ลักษณะและรูปแบบของการซ้ือขาย
1.2.1 โครงสรŒางและองคประกอบของตลาดทุน

การซ้ือขายนอกตลาดหลักทรัพยที่เปนทางการ (over–the-counter/off-exchange trading) หรือ
ท่ีเรียกวา ตลาด OTC หมายถึง ตลาดที่ผูคาหลักทรัพย (dealer) ไดแก ผูซ้ือและผูขายติดตอซื้อขายกัน
โดยตรง ผานชองทางการสื่อสารตางๆ เชน โทรศัพท ระบบส่ือสาร หรือระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกสอื่นๆ
โดยราคาและมูลคาการซื้อขายไมจําเปนตองมีการเปดเผยใหกับสาธารณะ สําหรับตลาด OTC ท่ีรูจักกัน
ท่ัวโลก ไดแก ตลาดหลักทรัพยแนสแด็ก (NASDAQ Stock Market)4 ซึ่งไดช่ือวาเปนตลาดหุนอิเล็กทรอนิกส
แหงแรกของโลก โดยหลักทรัพยที่ซ้ือขายในตลาด NASDAQ นั้น เปนหลักทรัพยของบริษัทดานเทคโนโลยี
เปนสวนใหญ ท้ังน้ี ตลาด OTC โดยทั่วไปจะไมมีขอกําหนดเรื่องคุณสมบัติของหุนที่จะเขามาซ้ือขายในตลาด
ดังน้ัน ไมวาหลักทรัพยใด สามารถซ้ือขายในตลาด OTC ได ตราบเทาที่ผูคาหลักทรัพยเต็มใจที่จะสรางตลาด
สําหรับหลักทรัพยน้ัน (ซื้อและขาย) ดวยเหตุนี้ หุนที่ซ้ือขายในตลาด OTC จึงมีความหลากหลาย คือ มีต้ังแต
หุนขนาดเล็ก จนถึงบริษัทขนาดใหญ หุนของบริษัทที่ขาดทุน จนถึงบริษัทที่มีกําไรมาก รวมถึงหุนจดทะเบียน
ในตลาดหลักทรัพยที่เปนทางการ (listed securities) และหลักทรัพยประเภทอื่นๆ เชน พันธบัตรรัฐบาล

การซ้ือขายในตลาด OTC สําหรับหลักทรัพยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยท่ีเปนทางการผาน
การตกลงซ้ือขายกันโดยตรงในลักษณะการซื้อขายยกล็อต (block trade) โดยโบรกเกอรผูคากับลูกคาสถาบัน
เรียกวา การซ้ือขายใน third market ขณะท่ี fourth market เปนการซ้ือขายหลักทรัพยที่จดทะเบียน
ในตลาดหลักทรัพยท่ีเปนทางการโดยตรงระหวางผูลงทุนสถาบัน ไมมีนายหนาหรือตัวกลางในการซ้ือขาย
ทงั้ น้ี การซอื้ ขายยกลอ็ ตใน third market หรอื fourth market โดยไมม กี ารผา นคาํ สง่ั ซอ้ื ขายในตลาดหลกั ทรพั ย
ที่เปนทางการนั้น เปนการหลีกเล่ียงผลกระทบตอราคาหลักทรัพยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยที่เปน
ทางการ จากรายการซื้อขายในลักษณะยกล็อตดังกลาว

4 NASDAQ ยอมาจาก National Association of Securities Dealer Automated Quotation System

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 35

ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุŒนสามัญ

ตลาดหลักทรัพยท่ีมีการจัดต้ังอยางเปนทางการ (exchanges/organised market)

ตลาดหลักทรัพยที่มีการจัดต้ังอยางเปนทางการ (exchanges/organised market) เปนการรวมตัว
ของบริษัทหลักทรัพย และผูคาหลักทรัพยโดยมีวัตถุประสงคเพ่ือเปนตลาดรองในการซ้ือขายตราสารทาง
การเงินตางๆ โดยตราสารท่ีสามารถนํามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพยไดนั้น จะตองผานเกณฑการพิจารณา
รับหลักทรัพยเพ่ือเปนหลักทรัพยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย (listed securities) ขณะที่คําส่ังซ้ือขาย
จากผูประสงคซื้อและผูประสงคขายจะตองสงผานบริษัทสมาชิก (member companies) ที่เปนบริษัท
นายหนาซ้ือขายหลักทรัพย หรือโบรกเกอร (broker) เพื่อสงคําสั่งซื้อขายมาที่ตลาดหลักทรัพยอีกตอหนึ่ง
ทั้งน้ีนอกจากตลาดหลักทรัพยจะทําหนาท่ีเปนตลาดรองในการซื้อขายเปล่ียนมือตราสารทางการเงินระหวาง
ผูประสงคซ้ือและผูประสงคขายแลว ตลาดหลักทรัพยยังมีหนาที่ในการกํากับดูแลบริษัทสมาชิก (บริษัท
นายหนาซื้อขายหลักทรัพย หรือโบรกเกอร) บริษัทจดทะเบียน (listed company) และธุรกรรมการซ้ือขาย
หลักทรัพย รวมทั้งการออกกฎระเบียบขอบังคับ รวมถึงจะมีสํานักหักบัญชีเปนตัวกลางในการชําระราคา
และสงมอบหลักทรัพย (settlement) ชวยลดความเส่ียงในการชําระราคาและสงมอบหลักทรัพย สําหรับ
การซื้อขายในตลาดหลักทรัพยที่มีการจัดตั้งอยางเปนทางการ จะมี 2 แบบคือ

(1) การซ้ือขายหลักทรัพยดวยวิธีเคาะกระดานในหองคาหลักทรัพย (floor based/floor trading)
เปนการซ้ือขายหลักทรัพยโดยผูลงทุนตองสงคําสั่งซ้ือขายหลักทรัพยใหนายหนาซื้อขายหลักทรัพยในหองคา
หลักทรัพย โดยใชสัญญาณมือหรือภาษาพิเศษในการสงคําส่ัง ซ่ึงปจจุบันดวยความกาวหนาทางดาน
เทคโนโลยีการส่ือสาร สงผลใหตลาดหลักทรัพยเปล่ียนรูปแบบเปนการซื้อขายหลักทรัพยดวยระบบ
อิเล็กทรอนิกสแทน

(2) การซ้ือขายหลักทรัพยดวยระบบคอมพิวเตอร (screen based) หรือระบบอิเล็กทรอนิกส
(electronic platform) เปนการซื้อขายที่ใชความกาวหนาของเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีทําใหผูซื้อและผูขาย
หลักทรัพยสงคําสั่งซื้อขายผานระบบคอมพิวเตอร ซ่ึงเชื่อมตอกับระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกส (electronic
trading) ซึ่งชวยลดตนทุนในการทําธุรกรรม ขณะเดียวกันก็ชวยสงเสริมใหเกิดสภาพคลองในการซ้ือขาย
ทําใหผูลงทุนเขาถึงชองทางการซ้ือขายหลักทรัพยมากข้ึน และชวยสรางความโปรงใสในการซื้อขาย
หลักทรัพย

1.2.2 ลักษณะและรูปแบบการซ้ือขาย
ลักษณะการซื้อขาย

ตลาดที่ซื้อขายหลักทรัพยโดยการเจรจาตอรอง (negotiated market)
หมายถึง ตลาดรองท่ีราคาหลักทรัพยขึ้นอยูกับการเจรจาตอรองระหวางผูซ้ือและผูขายหลักทรัพย
ซึ่งในตลาดประเภทน้ีจะไมมีผูดูแลสภาพคลอง (market maker) หรือการจับคูคําส่ังซ้ือขาย (order matching)
แตผูซื้อและผูขายจะเจรจาตอรองราคากันเอง ซ่ึงเม่ือตอรองราคากันเสร็จส้ินจะทําการซื้อขายกันโดยตรง หรือ
สงคําส่ังใหบริษัทนายหนาซื้อขายหลักทรัพย (broker) ดําเนินการตอไป

36 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย


Click to View FlipBook Version