2=,ࣈH'Ĩ-ई2Ęࠟ% ҫ 0= ؈$:
.=5=.2L&
6इ
ৣ .ܳI$;=
=ڏ.0 ؈$ .=5=.2L&
Investment Consultant: Plain Products
ความรูเกี่ยวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารท่ัวไป
หลักสูตรผูแนะนําการลงทุนตราสารท่ัวไป
Investment Consultant: Plain Products
ความรูเกี่ยวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารทั่วไป
หลักสูตรผูแนะนําการลงทุนตราสารทั่วไป
ผูเขียน ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน
กองบรรณาธิการอํานวยการ ศิริพงษ ไพศาลคงทวี ปรีชา กิจโมกข ซินฮัว แซล้ี
ภาวัช ทองเนื้อแปด และอดิศรา พุทธธรรมวงศ
ฝายพัฒนาความรูผูประกอบวิชาชีพ
อํานวยการผลิต ฝายพัฒนาความรูผูลงทุน ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
93 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
http://www.set.or.th
ออกแบบ หางหุนสวนสามัญ อัศเจรีย
พิมพครั้งที่ 1 ตุลาคม 2560 จํานวน 10,000 เลม
ราคา 300 บาท
ขอมูลทางบรรณานุกรมของสํานักหอสมุดแหงชาติ
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน.
ความรูเกี่ยวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารทั่วไป.– กรุงเทพฯ: ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย,
2560.
472 หนา. -- (หลักสูตรผูแนะนําการลงทุนตราสารทั่วไป).
1. ตราสารทุน. 2. ตราสารหน้ี. 3. อนุพันธทางการเงิน. I. ชื่อเรื่อง.
332.0415
ISBN 978-616-415-030-0
พิมพท่ี บริษัท บุญศิริการพิมพ จํากัด โทร. 025792957
จัดจําหนายโดย ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
93 อาคารตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0 2009 9000 E-mail: [email protected]
สงวนลิขสิทธ์ิ
หามทําลอกเลียนแบบไมวาสวนใดสวนหน่ึงของหนังสือ นอกจากจะไดรับอนุญาต
คํานํา
ตลาดการเงินปจจุบันมีตราสารทางการเงิน (financial instruments) จํานวนหลากหลายประเภท
ไวตอบสนองรูปแบบและความตองการของผูลงทุน ไดแก ตราสารทุน ตราสารหนี้ สัญญาซื้อขายลวงหนา
รวมถึงกองทุนรวม ซ่ึงตราสารแตละประเภทมีลักษณะผลตอบแทนและความเสี่ยงที่แตกตางกันออกไป
ดังนั้น ผูลงทุนจําเปนตองมีความรูและเขาใจในตราสารการเงินแตละประเภทกอนการตัดสินใจลงทุน
โดยหนังสือเลมน้ีจะมุงอธิบายถึงลักษณะพื้นฐานของตราสาร ผลตอบแทนและความเสี่ยง รวมถึงกลยุทธ
การลงทุนตางๆ ท้ังตราสารทุน ตราสารหน้ี และกองทุนรวม ซ่ึงจะทําใหผูลงทุนมีความรู ความเขาใจ และ
มีความมั่นใจในการตัดสินใจลงทุนในตราสารทางการเงินดังกลาวเพ่ิมขึ้น
หนังสือความรูเกี่ยวกับผลิตภัณฑตลาดทุน (ตราสารทั่วไป) เปนหนังสือท่ีศูนยสงเสริมการพัฒนา
ความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย พัฒนาขึ้นเพ่ือใหความรูพื้นฐานดานผลิตภัณฑตลาดทุน
แกผูที่สนใจและเพ่ือใชเปนหนังสือประกอบการทดสอบเพ่ือข้ึนทะเบียนเปนผูแนะนําการลงทุนตราสารท่ัวไป
โดยจะแบงเนื้อหาเปน 3 สวนใหญๆ คือ ความรูเก่ียวกับตราสารทุน ความรูเกี่ยวกับตราสารหนี้ และความรู
เก่ียวกับกองทุนรวม
ท้ังนี้ ผูจัดทําขอขอบพระคุณ ดร.กฤษฎา เสกตระกูล รองผูจัดการ ดูแลสายงานพัฒนาความรู
ตลาดทุน และหัวหนาสายงานพัฒนาธุรกิจเพ่ือความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทยเปนอยางสูง
ที่ไดกรุณาริเริ่มโครงการพัฒนาหลักสูตรเพ่ือเสริมสรางศักยภาพของผูประกอบวิชาชีพในธุรกิจหลักทรัพย
ใหปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานทัดเทียมกับสากล รวมท้ัง ไดสงเสริมและสนับสนุน
ใหการพัฒนาหลักสูตรและการจัดทําหนังสือเลมนี้ไดดําเนินไปจนประสบความสําเร็จ นอกจากน้ี ยังได
กรุณาดํารงตําแหนงประธานคณะทํางานกําหนดมาตรฐานความรูและโครงสรางหลักสูตรผูแนะนําการลงทุน
ของศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน
โดยในโอกาสเดียวกันนี้ ผูจัดทําขอขอบพระคุณคณะทํางานกําหนดมาตรฐานความรูและโครงสราง
หลักสูตรผูแนะนําการลงทุน ประกอบดวย คุณจอมขวัญ คงสกุล ผูอํานวยการ ฝายนโยบายธุรกิจ
จัดการลงทุน สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย คุณจักรกฤษณ ประสาทไทย
ผูอํานวยการฝายอาวุโส ผูบริหารฝายทีมผลิตภัณฑการเงินและการลงทุน ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน)
รศ.จิรัตน สังขแกว ผูทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร รศ.ดร.พรอนงค บุษราตระกูล
ผูทรงคุณวุฒิจากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย คุณพิชัย เลิศสุพงศกิจ ผูชวยกรรมการผูจัดการ บล.ธนชาต
จํากัด (มหาชน) คุณพิชา สิริโยธิน ผูอํานวยการบริหารสมาคม สมาคมประกันชีวิตไทย คุณภาคภูมิ
ภาคยวิศาล รองเลขาธิการ สมาคมบริษัทหลักทรัพยไทย คุณยุพาวดี ตูจินดา รองกรรมการผูจัดการ
บลจ.กสิกรไทย จํากัด คุณสุกิจ ชวลิตากุล, CFA นายทะเบียน สมาคมนักวิเคราะหการลงทุน คุณอริยา
ติรณะประกิจ รองกรรมการผูจัดการ สมาคมตลาดตราสารหน้ีไทย และคุณศิริพงษ ไพศาลคงทวี
ผูอํานวยการฝายพัฒนาความรูผูประกอบวิชาชีพ ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
นอกจากน้ี ผูจัดทําขอขอบพระคุณผูพัฒนาเน้ือหาตําราเลมน้ี ซึ่งแบงเปนผูพัฒนาเนื้อหาความรู
เกี่ยวกับตราสารทุน คุณกิ่งเพ็ชร เงินพูลทรัพย ผูอํานวยการ ฝายกํากับการซื้อขาย-SET ตลาดหลักทรัพย
แหงประเทศไทย คุณกัญญภัทร รังกุพันธุ บล.ภัทร จํากัด (มหาชน) คุณเดือนเพ็ญ จันทรศิริศรี
ผูอํานวยการ ฝายพัฒนาธุรกิจตราสารทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย คุณธรรมนูญ เกษมศุภกร
ผูอํานวยการ ฝายธุรกิจขอมูล ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย คณุ ปรมิ ใจ เอยี่ มเพชราพงศ ผูอํานวยการ
ฝายกํากับบริษัทจดทะเบียน-mai และตราสารอื่น ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย คุณสัจภา ทองประสาร
ผูอํานวยการฝายการตลาดผูออกหลักทรัพย 3 ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย คุณสุกิจ ชวลิตากุล, CFA
นายทะเบียน สมาคมนักวิเคราะหการลงทุน คุณสุมิตรา ต้ังสมวรพงษ ฝายวิจัย ตลาดหลักทรัพย
แหงประเทศไทย คุณสิริณัฏฐา เตชะศิริวรรณ วิทยากรผูทรงคุณวุฒิ และอาจารยพิเศษมหาวิทยาลัย
และคุณอภิชาติ วิไลรัตน ผูอํานวยการ สายงานตราสารอนุพันธ บล.ไทยพาณิชย จํากัด
รวมถึงผูพัฒนาเน้ือหาความรูเก่ียวกับตราสารหนี้ คุณกษิดิศ ทองปลิว หัวหนาฝายบริหาร
ความเส่ียง บลจ.ภัทร จํากัด คุณจตุพร ตังคธัช กรรมการ บริษัท อินเทลลิเจนสสตราทีจีส จํากัด
คุณชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ ผูชวยกรรมการผูจัดการ บลจ.กสิกรไทย จํากัด (มหาชน) ผศ.ดร.ธนาวัฒน
สิริวัฒนธนกุล อาจารยประจําภาควิชาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร คุณปวเรศวร
วิภูนาถ ผูจัดการกองทุนอาวุโส บลจ.เอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน) คุณอัญชลี สุขภัทราภิรมย ผูอํานวยการ
สายงานคาตราสารหนี้ ธนาคารยูโอบี จํากัด (มหาชน)
ตลอดจน ผูพัฒนาเน้ือหาความรูเกี่ยวกองทุนรวม คุณเกษตร ชัยวันเพ็ญ บลจ.กสิกรไทย จํากัด
คุณชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จํากัด คุณธเนศ ฟงมงคล ผูชวยกรรมการ
ผูจัดการ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จํากัด คุณปวเรศวร วิภูนาถ, CISA บลจ.เอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน)
คุณไมตรี โสตางกูร, CFA บลจ.แอสเซทพลัส จํากัด
นอกจากนี้ ผูจัดทําขอขอบคุณ รศ.ดร.พรอนงค บุษราตระกูล ผูทรงคุณวุฒิ จากจุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย คุณสายสมร ผองบรรเจิด รองกรรมการผูจัดการ กลุมกลยุทธองคกร บลจ.บัวหลวง จํากัด
คุณธนวัฒน เกตวงกต ผูบริหารฝายกลยุทธผลิตภัณฑการลงทุน บลจ.กสิกรไทย จํากัด ดร.ธนัยวงศ
กีรติวานิชย วิทยากรอาสา ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน คุณสาหรัช ชัฏสุวรรณ บลจ.ทิสโก
จํากัด คุณอธิภัทร พูลถนอมสุข เจาหนาท่ีบริหารอาวุโส ฝายนโยบายธุรกิจจัดการลงทุน สํานักงาน
คณะกรรมการ ก.ล.ต. ซึ่งไดกรุณาทําหนาที่เปนผูกลั่นกรองเนื้อหาของหนังสือเลมน้ี และไดใหคําแนะนํา
ที่เปนประโยชนอยางยิ่ง เพื่อใหผูที่สนใจศึกษาหาความรูเก่ียวกับผลิตภัณฑการลงทุนในตลาดทุน และ
ผูท่ีตองการเตรียมตัวทดสอบหลักสูตรผูแนะนําการลงทุนตราสารท่ัวไป ไดใชเปนแหลงประกอบการคนควา
อีกแหลงหนึ่ง อันจะเปนประโยชนอยางยิ่งตอการพัฒนาตลาดตราสารทุนไทยตอไป
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ตุลาคม 2560
iv ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
สารบัญ iii
คํานํา 1
3
สวนท่ี 1 ตราสารทุน 3
บทท่ี 1 ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ 3
6
1.1 ลักษณะและประเภทของตราสารทุน 33
1.1.1 ตราสารทุนกับธุรกิจ 35
1.1.2 ลักษณะเบ้ืองตนของตราสารทุน 35
1.1.3 ความเส่ียงของการลงทุนในตราสารทุน 36
38
1.2 ประเภทของตลาด ลักษณะและรูปแบบของการซื้อขาย
1.2.1 โครงสรางและองคประกอบของตลาดทุน 41
1.2.2 ลักษณะและรูปแบบการซื้อขาย 47
1.2.3 ผูเกี่ยวของในตลาดรองของตราสารทุน (market participants) 48
1.3 ประโยชนของการเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ 51
และคุณสมบัติของบริษัทจดทะเบียน 51
52
บทสรุป 59
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง 59
62
บทที่ 2 การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ 63
2.1 การประเมินมูลคาเพ่ือการตัดสินใจลงทุน
2.1.1 มูลคากับราคาของหุนสามัญ 63
2.1.2 ความสําคัญของการประเมินมูลคา
2.1.3 ปจจัยในการกําหนดมูลคาหุนสามัญ 66
2.1.4 แนวทางในการประเมินมูลคาหุนสามัญ
2.2 วิธีการประเมินมูลคาหุนสามัญ
2.2.1 การประเมินมูลคาจากสินทรัพยของกิจการ
(assets based valuation method)
2.2.2 การประเมินมูลคาจากผลประโยชนที่ไดจากสินทรัพยท่ีกิจการมีอยู
(benefit based valuation method)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย v
2.3 กลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ 79
2.3.1 รูปแบบกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ 79
2.3.2 ตัวอยางกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ 80
บทสรุป 87
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง 88
บทท่ี 3 ตราสารที่เกี่ยวเนื่องกับตราสารทุน (Equity-linked Product) 91
91
3.1 ความสําคัญและประเภทของตราสารที่เกี่ยวเน่ืองกับตราสารทุน 91
3.1.1 ความสําคัญของ Equity-linked Product 92
3.1.2 ประเภท Equity-linked Product ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพยฯ 92
92
3.2 ใบสําคัญแสดงสิทธิ (warrant) 99
3.2.1 การประเมินมูลคาใบสําคัญแสดงสิทธิ 100
3.2.2 กลยุทธการลงทุนในใบสําคัญแสดงสิทธิ 100
108
3.3 ใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ (derivative warrant) 112
3.3.1 ความหมายและลักษณะสําคัญของใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ 122
3.3.2 ผลตอบแทนและความเสี่ยงของใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ
3.3.3 การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ 122
3.4 ตราสารที่เกี่ยวเนื่องกับตราสารทุนประเภทอื่นๆ 124
3.4.1 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชนที่เกิดจากหลักทรัพยอางอิง
(depository receipts: DR) 130
3.4.2 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชนที่เกิดจากหลักทรัพยอางอิงไทยหรือเอ็นวีดีอาร 132
(NVDR) 135
3.4.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุนเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได 136
(transferable subscription right: TSR)
บทสรุป
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
ภาคผนวกทายบทที่ 3
vi ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
บทที่ 4 กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 141
141
4.1 ระบบการซื้อขายหลักทรัพยของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 141
4.1.1 พัฒนาการของระบบซื้อขาย 142
4.1.2 ระบบการซ้ือขายหลักทรัพย SET CONNECT 143
143
4.2 การซ้ือขายตราสารทุนในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
4.2.1 โครงสรางและกระบวนการซ้ือขาย 144
4.2.2 วิธีการและหลักเกณฑการซื้อขายหลักทรัพย 161
ในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 164
4.2.3 การเปดบัญชีซ้ือขาย 164
165
4.3 การกํากับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย 167
4.3.1 ความสําคัญของการกํากับดูแลการซื้อขาย
4.3.2 ลักษณะการซื้อขายท่ีไมเปนธรรม 171
4.3.3 หลักการและแนวทางการกํากับดูแล 173
4.3.4 บทกําหนดโทษสําหรับการกระทําท่ีกอใหเกิดความไมเปนธรรม 173
ในการซื้อขายหลักทรัพย 177
185
4.4 ขอมูลท่ีเกี่ยวของกับการลงทุนในตราสารทุน 187
4.4.1 รายงานสารสนเทศของบริษัทจดทะเบียน 190
4.4.2 ดัชนีหลักทรัพยท่ีเผยแพรโดยตลาดหลักทรัพยฯ 192
4.4.3 ขอมูลราคา สถิติการซ้ือขาย 194
4.4.4 บทวิเคราะหหลักทรัพย 195
4.4.5 ภาษีของการลงทุนในตราสารทุน
บทสรุป
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
ภาคผนวกทายบทที่ 4
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย vii
สวนท่ี 2 ตราสารหน้ี 215
บทท่ี 5 ความรูพ้ืนฐานเก่ียวกับตราสารหน้ี 217
218
5.1 ลักษณะเบื้องตนของตราสารหนี้ 218
5.1.1 ความหมายของตราสารหนี้ 218
5.1.2 การระดมทุนจากแหลงหนี้ 219
5.1.3 พัฒนาการของตลาดตราสารหนี้ไทย 221
5.1.4 ลักษณะของตลาดตราสารหน้ีในประเทศไทย
5.1.5 ความแตกตางระหวางตราสารหนี้และตราสารทุน 222
และประโยชนของการลงทุนในตราสารหนี้ 224
5.1.6 องคประกอบของตราสารหน้ี 228
5.1.7 ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหน้ี 228
228
5.2 ประเภทของตราสารหนี้ 229
5.2.1 แบงตามอายุของตราสารหนี้ 232
5.2.2 แบงตามประเภทผูออก 232
5.2.3 แบงตามลักษณะการถือ 233
5.2.4 แบงตามวิธีการชําระดอกเบี้ย 233
5.2.5 แบงตามวิธีการชําระคืนเงินตน 234
5.2.6 แบงตามสิทธิเรียกรอง 236
5.2.7 แบงตามหลักประกัน 239
5.2.8 แบงตามชนิดของสิทธิแฝงที่ติดมากับตราสารหน้ี 242
5.2.9 ตราสารหน้ีประเภทอื่นๆ ที่ควรทราบ 243
บทสรุป 245
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง 246
246
บทที่ 6 การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหนี้ 247
6.1 การประเมินมูลคาของตราสารหนี้ 252
6.1.1 มูลคาของตราสารหนี้
6.1.2 วิธีประเมินมูลคาของตราสารหนี้
6.1.3 ขอสมมติฐานในการลงทุนตอ (reinvestment rate)
viii ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
6.2 ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหน้ี 253
6.2.1 การคํานวณอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหน้ี (yield) 253
6.2.2 ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนกับราคาตราสารหนี้ 259
6.2.3 ปจจัยท่ีสงผลกระทบตออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ 261
6.2.4 ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา (yield curve) 263
266
บทสรุป 267
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
269
บทท่ี 7 ความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหนี้ 270
7.1 ความเสี่ยงของการลงทุนในตราสารหนี้ 270
7.1.1 ประเภทของความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหน้ี 275
7.1.2 การประเมินความเส่ียงของตราสารหน้ีจากความเส่ียงดานเครดิต 279
7.1.3 การประเมินความเสี่ยงดานราคาของตราสารหนี้ดวยดูเรชัน 284
7.1.4 ลักษณะและความเส่ียงของต๋ัวแลกเงิน 286
7.1.5 การกระจายความเส่ียงในพอรตการลงทุน 287
บทสรุป 288
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
291
บทที่ 8 การซื้อขายตราสารหนี้ในประเทศไทย 291
8.1 ตลาดแรกของตราสารหนี้ 291
8.1.1 กระบวนการออกและจัดจําหนายตราสารหน้ีภาครัฐ 294
8.1.2 กระบวนการออกและเสนอขายตราสารหนี้ภาคเอกชน 297
8.2 ตลาดรองของตราสารหนี้
8.2.1 ตลาดซื้อขายตราสารหน้ีลักษณะติดตอกันเอง 297
(Over-the-Counter Market: OTC)
8.2.2 การซื้อขายตราสารหน้ีผานตลาดตราสารหนี้ 300
(Thailand Bond Exchange: TBX) 305
8.2.3 ตลาดซ้ือคืนตราสารหน้ี (repo market)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ix
8.3 ผูมีสวนเก่ียวของในตลาดตราสารหนี้ไทย 306
8.3.1 ผูออกตราสารหน้ี 306
8.3.2 ผูคาตราสารหน้ี 307
8.3.3 นายหนาคาตราสารหน้ี 307
8.3.4 ผูจัดจําหนายและท่ีปรึกษาทางการเงิน 307
8.3.5 ผูลงทุน 308
8.3.6 หนวยงานกํากับดูแล 310
8.3.7 องคกรและผูเกี่ยวของอื่นๆ 313
8.4 ดัชนีตราสารหน้ี (BOND INDEX) 316
8.4.1 ลักษณะและประโยชนของดัชนีตราสารหน้ี 316
8.4.2 ประเภทของดัชนีตราสารหน้ี 316
8.4.3 ดัชนีตราสารหนี้ไทยที่จัดทําและเผยแพรโดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย 318
8.5 ขอมูลเก่ียวกับการลงทุนในตราสารหนี้ 320
8.5.1 ความสําคัญและประโยชนจากหนังสือช้ีชวน 320
8.5.2 ขอมูลราคา อัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของตราสารและตลาดตราสารหน้ี 323
8.5.3 ภาษีจากผลตอบแทนการลงทุนในตราสารหนี้ 328
บทสรุป 331
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง 332
สวนที่ 3 กองทุนรวม 335
บทที่ 9 ความรูเบ้ืองตนเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวม 337
9.1 ลักษณะของกองทุนรวม 337
9.1.1 ความหมายของกองทุนรวม 337
9.1.2 ความสําคัญและประโยชนของกองทุนรวม 339
9.1.3 ขอดีและขอจํากัดของกองทุนรวม 340
9.1.4 วิธีการบริหารการลงทุนของกองทุนรวม 343
9.2 โครงสรางการบริหารและผูเก่ียวของกับกองทุนรวม 345
9.2.1 โครงสรางการบริหารจัดการกองทุนรวมในประเทศไทย 345
9.2.2 บทบาทและหนาที่ของผูที่เก่ียวของกับกองทุนรวม 346
x ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
9.3 การจัดต้ัง และการเสนอขายกองทุนรวม 351
9.3.1 การขออนุมัติจัดต้ังกองทุนรวม 351
9.3.2 กระบวนการจัดต้ังกองทุนรวม 351
9.3.3 การเสนอขายหนวยลงทุน 353
354
9.4 ประเภทของกองทุนรวม 354
9.4.1 แบงตามการขายคืนหนวยลงทุน 356
9.4.2 แบงตามนโยบายและหรือประเภททรัพยสินท่ีลงทุน 368
9.4.3 แบงตามลักษณะพิเศษ 378
9.4.4 แบงตามความเส่ียงเกี่ยวกับตางประเทศ 380
9.4.5 แบงตามการจายผลตอบแทน 383
บทสรุป 385
386
บทท่ี 10 อัตราผลตอบแทนและความเส่ียงจากการลงทุนในกองทุนรวม
386
10.1 ผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวม 388
10.1.1 กําไร/ขาดทุน จากการเปลี่ยนแปลงของราคาหนวยลงทุน 388
(capital gain/loss) 390
10.1.2 เงินปนผล (dividend) 390
10.1.3 ผลตอบแทนรวม (total return) 393
395
10.2 ความเสี่ยงจากการลงทุนในกองทุนรวม
10.2.1 ความเสี่ยงจากการจัดกลุมสินทรัพย (asset class risk) 395
10.2.2 ความเสี่ยงจากการผิดนัดชําระหน้ีของผูออกตราสาร (credit risk) 396
10.2.3 ความเส่ียงจากความผันผวนของมูลคาหนวยลงทุน (market risk) 396
10.2.4 ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหลักทรัพย/ประเภทหลักทรัพย 397
(concentration risk)
10.2.5 ความเสี่ยงจากสภาพคลองของกองทุน (liquidity risk) 397
10.2.6 ความเสี่ยงจากการลงทุนตอ (reinvestment risk)
10.2.7 ความเส่ียงจากอัตราแลกเปล่ียน (exchange rate risk)
10.2.8 ความเส่ียงจากการบริหารกองทุนของผูจัดการกองทุน
(fund manager risk)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย xi
10.3 การวัดผลการดําเนินงานของกองทุน 397
10.3.1 เกณฑอางอิงมาตรฐาน (benchmark) 398
10.3.2 การวัดผลการดําเนินงานโดยเปรียบเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกัน
(peer performance) 399
405
บทสรุป
407
บทที่ 11 พื้นฐานการวิเคราะหและกลยุทธการลงทุนในกองทุนรวม 407
11.1 ปจจัยที่ใชพิจารณาลงทุนในกองทุนรวม 407
11.1.1 ปจจัยสวนบุคคล 409
11.1.2 ขอมูลกองทุนรวม 416
11.1.3 สภาพแวดลอมการลงทุน 417
11.2 กลยุทธการลงทุนในกองทุนรวม 417
11.2.1 กลยุทธการลงทุนในกองทุนรวมรายกองทุน 419
11.2.2 กลยุทธการลงทุนในกองทุนรวมเปนกลุมสินทรัพยหรือพอรตการลงทุน 422
11.3 แหลงขอมูลและภาษีท่ีเกี่ยวของกับการลงทุนในกองทุน 422
11.3.1 แหลงขอมูลเพ่ือการซื้อขายกองทุนรวม 430
11.3.2 ภาษีจากการลงทุนในกองทุนรวม
11.3.3 ภาษีท่ีเกี่ยวของกับการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย REITs 430
และกองทุนรวมโครงสรางพ้ืนฐาน 433
11.3.4 เงื่อนไขและสิทธิประโยชนทางภาษีของกองทุนรวม LTF และ RMF 447
บทสรุป 448
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
449
ภาคผนวก
- วัตถุประสงคการเรียนรู
xii ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
สวนทตี่ 1 ราสารทุน
ความรูเก่ียวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารทั่วไป
ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุน
01 และหุนสามัญ
1.1 ลักษณะและประเภทของตราสารทุน
ตราสารทุน (equity instruments) เปนตราสารทางการเงิน (financial instruments) ประเภทหน่ึง
ซ่ึงกิจการหรือบริษัทเปนผูออก (issuer) ใหแกผูถือ (holder) โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือระดมเงินทุนไปใช
ในกิจการ ทําใหกิจการมีทางเลือกในการระดมเงินทุนเพิ่มเติมนอกเหนือจากแหลงระดมทุนในตลาดการเงิน
(financial markets) อ่ืน เชน การกูยืมเงินจากสถาบันการเงิน การออกหุนกู เปนตน โดยตราสารทุน
เปนสวนของทุนของกิจการที่ถูกแบงออกเปนหุน ซ่ึงแตละหุนจะใหอํานาจผูถือหุนในการเปนเจาของกิจการ
ตามสัดสวนของหุนที่ถือครอง
ผูถือตราสารทุน หรือ “ผูถือหุน” มีฐานะเปน “เจาของกิจการ” มีสวนไดเสียหรือมีสิทธิในทรัพยสิน
และรายไดของกิจการ และมีโอกาสจะไดรับสวนแบงกําไรในรูปแบบเงินปนผล (dividend) รวมถึงสามารถ
ขายหุนเพ่ือทํากําไรเม่ือหุนของบริษัทมีราคาสูงขึ้น อยางไรก็ตาม กิจการที่ออกตราสารทุนไมมีขอผูกพัน
จะตองจายเงินปนผลเสมอไป เนื่องจากการตัดสินใจจายเงินปนผลนอกจากจะข้ึนอยูกับผลประกอบการ
ของกิจการแลวยังขึ้นอยูกับนโยบายของกิจการน้ันๆ ดวย
1.1.1 ตราสารทุนกับธุรกิจ
แหลงเงินทุนของกิจการ
โดยทั่วไป กิจการจะจัดหาเงินทุนจาก 3 แหลงหลัก ไดแก เงินกูจากสถาบันการเงิน เงินทุนจาก
การระดมทุนจากผูถือหุน และแหลงเงินทุนภายใน อันไดแก กําไรสะสมของกิจการ เงินทุนหมุนเวียน
อยางไรก็ตาม ในชวงเร่ิมตนธุรกิจ กิจการอาจใชแหลงเงินทุนจากการกูยืมอยางเต็มท่ี รวมท้ังยังไมมี
กําไรสะสมจากการดําเนินงาน หรือมีกําไรสะสมไมเพียงพอตอการดําเนินงาน สงผลใหกิจการจําเปนตอง
จัดหาเงินทุนเพิ่มเติมจากการขายหุน ดังน้ัน ในชวงน้ีเองที่ผูถือหุนจะมีสวนสําคัญในการระดมเงินทุนใหกิจการ
สามารถขยายตัวและดําเนินการตอไปได
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 3
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
รูปแบบองคกรและการขยายกิจการ
การประกอบธุรกิจการคาตามกฎหมายไทยสามารถดําเนินการในรูปองคกรธุรกิจได 5 แบบ ดังนี้
1) กิจการเจาของคนเดียว (sole proprietorship) อํานาจดําเนินการโดยบุคคลคนเดียวเปนเจาของ
กิจการ มีขอดีคือความงายและความสะดวกในการจัดตั้ง ไมมีกฎระเบียบขอบังคับมาก และไมตองเสียภาษี
เงินไดนิติบุคคล แตจะเสียภาษีเงินไดแบบบุคคลธรรมดา ขอเสียคือขอจํากัดในการขยายกิจการ เน่ืองจาก
เงินทุนของเจาของมีจํากัด นอกจากน้ี เจาของมีหนาที่รับผิดชอบในภาระหน้ีสินท้ังหมดของกิจการ จึงมี
ความเส่ียงที่เจาหน้ีจะยึดทรัพยสินสวนตัว ทั้งนี้ อายุของกิจการจะยาวเพียงใดข้ึนกับอายุของผูกอตั้ง
2) หางหุนสวนสามัญที่ไมไดจดทะเบียน (ordinary partnership) และหางหุนสวนสามัญนิติบุคคล
(registered ordinary partnership) ผูดําเนินการจัดตั้งมีบุคคลตั้งแต 2 คนขึ้นไป ตกลงรวมทุนกันและ
รวมกันรับผิดใชหนี้ของหางโดยไมจํากัดตอเจาหนี้ของหาง ดังนั้น จึงมีความเส่ียงท่ีเจาหน้ีจะยึดทรัพยสิน
สวนตัว การจัดต้ังหางหุนสวนสามัญน้ัน ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไมไดบังคับวาจะตอง
จดทะเบียนเปนนิติบุคคล (juristic person) คือจะจดทะเบียนหรือไมก็ได แตหากไมจดทะเบียนจะเรียกวา
หางหุนสวนสามัญไมจดทะเบียน มีสภาพเปนบุคคลธรรมดา แตหากจดทะเบียนจะเรียกวา หางหุนสวนสามัญ
นิติบุคคล มีสภาพเปนนิติบุคคล
3) หางหุนสวนจํากัด (limited partnership) การจัดตั้งธุรกิจในรูปหางหุนสวนจํากัด กฎหมายแบง
หุนสวนออกเปน 2 ประเภท คือ เปนหุนสวนประเภทไมจํากัดความรับผิดในการชําระหนี้ กับหุนสวนประเภท
จํากัดความรับผิดในการชําระหน้ี โดยหางหุนสวนจํากัด กฎหมายบังคับวาตองจดทะเบียนเปนนิติบุคคลเสมอ
4) บริษัทจํากัด (company limited) คือ กิจการที่จัดต้ังข้ึนโดยบุคคล 3 คนขึ้นไปตกลงเพ่ือทํา
ธุรกิจรวมกัน โดยแบงทุนเปนหุนแตละหุนมีมูลคาเทาๆ กัน ซึ่งมูลคาที่ตราไวตอหุน (par value) ตอง
ไมนอยกวา 5 บาท โดยผูถือหุนแตละคนรับผิดจํากัดแตเพียงมูลคาหุนท่ีตนยังสงไมครบ ผูเริ่มกอตั้งจะ
จัดใหมีผูเขาชื่อซื้อหุนจนครบ แตหามไมใหช้ีชวนประชาชนใหซื้อหุน และผูเร่ิมกอตั้งทุกคนตองลงช่ือ
ซื้อหุนหนึ่งหุนเปนอยางนอย โดยบริษัทจํากัดมีสภาพเปนนิติบุคคล ตองจดทะเบียนตามประมวลกฎหมาย
แพงและพาณิชย ขอดีของบริษัทจํากัดคือมีการแยกสินทรัพยกันชัดเจนระหวางกิจการที่เปนนิติบุคคล
กับสวนของเจาของและผูบริหาร อายุของกิจการมีไมจํากัด การโอนเปล่ียนเจาของทําไดงาย โดยการโอน
เปลี่ยนมือหุนท่ีถืออยู ความรับผิดชอบตอหนี้สินของกิจการจํากัดอยูเพียงเงินทุนท่ีเจาของนํามาลงทุน
ขอเสียคือการจัดต้ังมีข้ันตอนซับซอนข้ึน เน่ืองจากตองมีการเตรียมการและขอมูลเพื่อการจดทะเบียน เชน
ชื่อบริษัท วัตถุประสงคการจัดต้ัง จํานวนเงินทุน และรายละเอียดของผูกอต้ัง รวมถึงตองมีการนําสงรายงาน
งบการเงินอยางนอยทุกรอบ 12 เดือน รายไดสุทธิของบริษัทจะถูกหักภาษีเงินไดนิติบุคคล (corporate
income tax) และเม่ือแบงกําไรสุทธิหลังหักภาษีใหแกผูถือหุนในรูปของเงินปนผล ซึ่งถือเปนเงินไดตาม
มาตรา 40 (4) (ข) ผูถือหุนมีสิทธิท่ีจะเลือกเสียภาษีโดยใหหักภาษี ณ ท่ีจายรอยละ 10 หรือนําเครดิต
ภาษีเงินปนผลไปรวมคํานวณภาษี โดยถือเปนเงินไดพึงประเมินก็ได1
1 http://www.rd.go.th/publish/11162.0.html
4 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
5) บริษัทมหาชนจํากัด (public company limited) คือ บริษัทประเภทซ่ึงตั้งขึ้นดวยประสงค
ที่จะเสนอขายหุนตอประชาชน โดยผูถือหุนมีความรับผิดจํากัดไมเกินจํานวนเงินคาหุนท่ีตองชําระ และ
บริษัทดังกลาวไดระบุความประสงคเชนนั้นไวในหนังสือบริคณหสนธิ ซ่ึงตาม พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจํากัด
พ.ศ. 2535 ไดกําหนดลักษณะโครงสรางของบริษัทมหาชนจํากัดไว ดังนี้
5.1) จํานวนผูถือหุน มีผูถือหุนต้ังแต 15 คนขึ้นไป
5.2) ทุนจดทะเบียน ไมมีการกําหนดจํานวนทุนจดทะเบียนขั้นตํ่าไว
5.3) หุนและการชําระเงินคาหุน หุนของบริษัทมหาชนจํากัดแตละหุนจะตองมีมูลคาเทากัน
และตองชําระคาหุนคร้ังเดียวเต็มมูลคาหุน
5.4) จํานวนกรรมการ ตองมีจํานวนกรรมการของบริษัทไมนอยกวา 5 คน และกรรมการ
ไมนอยกวากึ่งหนึ่งตองมีท่ีอยูในประเทศไทย
ดังนั้น จากลักษณะเบื้องตนของรูปแบบองคกรธุรกิจ อาจกลาวไดวา การขยายกิจการของหางหุนสวน
สามัญนิติบุคคลและหางหุนสวนจํากัด จึงอยูในรูปแบบของการเพ่ิมทุนของผูเปนหุนสวน การกูยืมเงินจาก
สถาบันการเงิน หรือการควบรวมกิจการระหวางหางหุนสวน ขณะที่บริษัทจํากัดและบริษัทมหาชนจํากัด
มีขอไดเปรียบกวา คือ สามารถออกหุนทุนในการระดมเงินทุนในการขยายกิจการได
รูปที่ 1-1 รูปแบบองคกรธุรกิจ
'= B 1 Ĝ '
A ğ 8 8 < ) E%AĘ ğ 8 8 < )
4A 9&
5 J5 êJ 6% /%6& 16
ę1
4A &9 6% "' 4A &9 "6 8 &Ĝ
å /6ę /ę < .Ę+ .6%5g
4A &9
8 6''6ę ę6
/6ę /ę< .Ę+
7 5 A
ę6 1 A 9&+
'-è 5
7 5 /ę6 / <ę .Ę+ .6%5g
'è-5 %/6
7 5
1 Ĝ ' '<
8
5 J5 /'ë1
4A 9& $6&D ę /%6&A "64
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 5
ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
1.1.2 ลักษณะเบ้ืองตนของตราสารทุน
หุนสามัญ
หุนสามัญเปนหุนทุนประเภทหน่ึงซ่ึงถูกบันทึกอยูในงบแสดงฐานะการเงิน (statement of financial
Position) หรือเดิมเรียกวางบดุล (balance sheet) ในสวนของเจาของ (shareholders’ equity) ในดานขวา
ของงบแสดงฐานะการเงินเชนเดียวกับภาระหน้ีสิน (liabilities) ของกิจการ ซ่ึงถือวาเปนแหลงเงินทุนของ
กิจการ (source of fund) ขณะท่ีดานซายมือของงบแสดงฐานะการเงิน คือ สินทรัพย (assets) ทั้งระยะสั้น
และระยะยาว ถือเปนแหลงใชไปของเงินทุนกิจการ (use of fund) ตามรูปท่ี 1-2 โดยผูถือหุนสามัญมีฐานะ
เปนเจาของกิจการ มีสิทธิในการรวมตัดสินใจในการบริหารกิจการผานทางการลงคะแนนเสียงในที่ประชุม
ผูถือหุนตามสัดสวนของหุนท่ีถือครองอยู
รูปที่ 1-2 องคประกอบงบแสดงฐานะการเงิน หน้ีสิน (liabilities)
• หนี้สินหมุนเวียน (ตองคืนเงินภายใน 1 ป)
สินทรัพย (asset)
• สินทรัพยหมุนเวียน (ใชเวลาเปล่ียนเปน ■ เจาหน้ีการคา (account payable)
■ หน้ีสินระยะส้ัน (short term loan)
เงินสดภายใน 1 ป) • หนี้สินไมหมุนเวียน
■ เงินสด (cash) ■ หน้ีสินระยะยาว (long term bond)
■ ลูกหนี้การคา (account receivable) ■ หุนกู (bond)
■ สินคาคงคลัง (inventory)
• สินทรัพยไมหมุนเวียน สวนของเจาของ (equity)
■ ท่ีดิน อาคาร และอุปกรณ (PP&E) • หุนสามัญ (common stock)
• กําไรสะสม (retained earnings)
• หักคาเสื่อมราคา
■ สิทธิบัตร (patent)
องคประกอบของกิจการประกอบไปดวยผูบริหารที่ดูแลการทํางานของฝายจัดการ คือคณะกรรมการ
บริษัท ซ่ึงผูถือหุนในการประชุมสามัญผูถือหุนเปนผูเลือกและรับรองสวนประกอบของคณะกรรมการบริษัท
ฝายจัดการเปนผูบริหารการดําเนินการของกิจการ โดยเปนผูบริหารใหกิจการดําเนินไปตามวิธีการบริหาร
ดังน้ัน การแยกบทบาทของความเปนเจาของโดยผูถือหุน กับการควบคุมบริหารกิจการโดยฝายจัดการ
จึงนํามาสูปญหาที่เรียกวา “agency problems” ที่ฝายจัดการอาจไมบริหารงานใหเกิดประโยชนสูงสุด
แกเจาของ (ผูถือหุน) ก็ได อยางไรก็ตาม กลไกหลายเรื่องสามารถแกปญหาในเร่ืองน้ีได เชน การจาย
ผลตอบแทนแกฝายจัดการตามผลประกอบการ การควบคุมการบริหารโดยคณะกรรมการบริษัท รวมถึง
6 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
คณะกรรมการจากภายนอก เชน นักวิเคราะหการลงทุน เจาหน้ี หรือแมแตผูลงทุนสถาบัน การขอเปลี่ยน
คณะกรรมการบริษัทโดยมติผูถือหุนท่ีไมพอใจการทํางานของคณะกรรมการ ตลอดจนการเขาครอบงํากิจการ
จากกิจการอื่น เปนตน
ลักษณะและประเภทหุนสามัญ
ลักษณะของหุนสามัญ
หุนสามัญ (common stocks หรือ ordinary shares) เปนตราสารที่แสดงถึงความเปนเจาของกิจการ
ซึ่งจะมีสิทธิในการลงคะแนนเสียงรวมตัดสินใจในการบริหารกิจการผานทางที่ประชุมผูถือหุน เชน การเลือก
คณะกรรมการบริษัท การเพิ่มทุน การจายเงินปนผล การควบรวมกิจการ เปนตน โดยผูถือหุนสามัญจะมี
สิทธิในการออกเสียงตามสัดสวนของหุนที่ถือครองอยู และจะไดรับผลตอบแทนในรูปของปนผล (เงินปนผล
และหุนปนผล) แตจะไดรับสิทธิเปนลําดับสุดทาย กลาวคือ ภายหลังที่เจาหนี้และผูถือหุนบุริมสิทธิไดรับ
ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยและเงินปนผลตามลําดับแลว ในกรณีที่กิจการลมละลาย ผูถือหุนสามัญจะมีสิทธิ
ไดรับสวนแบงที่เหลือหลังจากกิจการจายชําระภาระผูกพันท่ีมีตอผูเรียกรองอ่ืนๆ เชน เจาหน้ี และผูถือหุน
บุริมสิทธิเสร็จส้ินแลว
ประเภทของหุนสามัญ
แบงตามลักษณะของหุน
• Blue chip เปนหุนที่มีอัตราผลตอบแทนไมผันผวน เปนกิจการท่ีกอตั้งมานาน มีขนาดใหญ
มีความนาเช่ือถือ สินคาและบริการเปนที่ยอมรับจากประชาชนในประเทศ มีความม่ันคงทางการเงิน มีความ
สมํ่าเสมอในการเติบโตของผลกําไร และมีการจายเงินปนผลอยางตอเนื่อง
หุนในกลุม blue chip มีลักษณะที่สําคัญ ดังนี้
■ มูลคาตามราคาตลาดขนาดใหญ
■ มีความสมํ่าเสมอในการเติบโตของผลกําไร และการจัดสรรกําไรใหผูถือหุนสามัญในทุก
สถานการณ ท้ังภาวะเศรษฐกิจดีหรือซบเซา
■ สถานะทางการเงินแข็งแกรง มีอันดับความนาเช่ือถือ (Credit Rating) ในระดับสูง
■ มีความไดเปรียบในเชิงแขงขัน (Competitive Advantage) หรือเปนผูนําตลาด
■ มักใหผลตอบแทนใกลเคียงกับผลตอบแทนของดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย
หุนในกลุม blue Chip นี้ ไดแก หุนท่ีไดรับคัดเลือกใหเปนหุนในดัชนี SET50 Index หรือ SET100
Index ซ่ึงมีการทบทวนทุก 6 เดือน
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 7
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
• Growth stock เปนหุนของบริษัทท่ีธุรกิจอยูในชวงเติบโต ตลาดยังไมอ่ิมตัว มีผลการดําเนินงาน
ที่เติบโตอยางรวดเร็ว ทั้งรายไดและกําไรสุทธิมีการเติบโตดีกวาบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน มีกระแส
เงนิ สดจากการดาํ เนนิ งานเปน บวก และเนือ่ งจากบรษิ ทั ในกลมุ นอี้ ยใู นชว งกาํ ลงั เตบิ โตจงึ จะมกี ารจา ยเงนิ ปน ผล
ในอัตราตํ่าเม่ือเทียบกับผลกําไรที่ทําได ท้ังน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือเก็บเงินสดไวเพ่ือการลงทุนในโครงการที่จะ
ชวยสรางรายไดในอนาคต
หุนในกลุม growth stock มีลักษณะสําคัญ ดังนี้
■ ผลการดําเนินการเติบโตอยางรวดเร็วและตอเนื่องท้ังยอดขายและกําไร
■ มีอัตราผลตอบแทนตอผูถือหุน (return on equity: ROE) ในระดับสูง เชน สูงกวาอัตรา
ผลตอบแทนตอผูถือหุนของอุตสาหกรรม หรือสูงกวาอัตราการเติบโตเฉล่ียของกิจการในชวง
5 ป
■ หุนในกลุม growth stock สวนใหญไมจายปนผล หรือจายปนผลในอัตราที่ตํ่า (dividend
payout ratio ตํ่า)
■ หุนกลุมนี้มีการซื้อขายท่ีอัตราสวนราคาตอมูลคาทางบัญชี (P/BV ratio) และอัตราสวน
ราคาตอกําไร (P/E ratio) อยูในระดับสูงกวาคาเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุมธุรกิจเดียวกัน
• Value stock เปนหุนท่ีมีราคาหรือมูลคาต่ํากวาราคาทางทฤษฎี จึงมี P/E ratio หรือ P/BV ratio
ต่ํา หรืออัตราเงินปนผลตอบแทน (dividend yield) สูง เปนหุนท่ีเหมาะกับการลงทุนระยะยาว
หุนในกลุม value stock มีลักษณะสําคัญ ดังน้ี
■ อัตราการจายเงินปนผลสูงกวาคาเฉลี่ยของตลาดหรือกลุมธุรกิจเดียวกัน
■ มีการซื้อขายท่ี P/E ratio หรือ P/BV ratio ตํ่ากวาคาเฉลี่ยของตลาดหรือกลุมธุรกิจเดียวกัน
• Income stock เปน หนุ ของบรษิ ทั ทอ่ี ยใู นกลมุ ธรุ กจิ ทม่ี กี ารขยายตวั ไมส งู มาก แตม รี ายไดแ ละกาํ ไร
สมํ่าเสมอ จึงไมจําเปนตองใชเงินสดจํานวนมากในการลงทุนขยายกิจการในอนาคต และสามารถจายเงินปนผล
ในอัตราที่สูงตอเน่ือง ทําใหหุนเหลานี้มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปนผล (dividend yield) ในระดับสูง
ขณะท่ีราคาหุนของบริษัทเหลาน้ีสวนใหญจะมีความผันผวนต่ําเมื่อเทียบกับตลาด
หุนในกลุม income stock มีลักษณะสําคัญ ดังนี้
■ เปนหุนที่มีการจายปนผลในอัตราสูงและสม่ําเสมอ หรือปจจุบันเรียกงายๆ วา “หุนปนผล”
(dividend stock)
■ เปนหุนท่ีอัตราผลตอบแทนจากเงินปนผลอยูในระดับสูง เน่ืองจากอยูในธุรกิจที่ขยายตัว
ไมสูงมาก แตมีรายไดและกําไรสม่ําเสมอ จึงไมตองใชเงินสดเพ่ือลงทุนขยายงานตอมากนัก
และสามารถนํามาจายปนผลไดมาก
หุนในกลุม income stock อาจสังเกตไดจากหุนในองคประกอบของ SET High Dividend
30 Index ซ่ึงมีการทบทวนทุก 6 เดือน
8 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
• Defensive stock เปนหุนของบริษัทที่อยูในธุรกิจท่ีไมคอยผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ โดย
ในชวงเศรษฐกิจขาลง บริษัทเหลาน้ีจะมีผลประกอบการดีกวาตลาดโดยรวม อยางไรก็ตาม ในชวงเศรษฐกิจ
ขยายตัวจะไดประโยชนนอยกวาบริษัทในธุรกิจประเภทอ่ืน บริษัทในกลุมน้ีมักจะเปนบริษัทในกลุมที่เก่ียวของ
กบั ปจ จยั พนื้ ฐานของมนษุ ย เชน กลมุ สาธารณปู โภค กลมุ อาหาร โดยหนุ กลมุ นอี้ าจเรยี กอกี ชอื่ วา “non-cyclical
stock” เพราะมีความสัมพันธคอนขางต่ํากับวัฏจักรธุรกิจ
หุนในกลุม defensive stock มีลักษณะสําคัญ ดังน้ี
■ มีผลประกอบการดี มีการจายเงินปนผลสมํ่าเสมอ ไมคอยผันแปรตามภาวะเศรษฐกิจ
■ ความเสี่ยงของธุรกิจตํ่า เนื่องจากเปนธุรกิจเก่ียวกับปจจัยพื้นฐานของมนุษย
• Cyclical stock เปนหุนท่ีอัตราผลตอบแทนเปล่ียนแปลงมากกวาอัตราผลตอบแทนของดัชนี
ราคาตลาดหลักทรัพย ทั้งในชวงทิศทางขาขึ้นและขาลง มักเปนหุนท่ีอยูในอุตสาหกรรมที่มีความผันผวน
ตามภาวะเศรษฐกิจ ระดับราคาสินคาของบริษัทมีความผันผวนตามกลไกของอุปสงคอุปทาน (demand
and supply) สงผลใหผลประกอบการของบริษัทและราคาหุนผันผวนตามวัฏจักรธุรกิจ ซึ่งบริษัทในกลุมน้ี
ไดแก วัสดุกอสราง อสังหาริมทรัพย ยานยนต เครื่องจักรหนัก การเดินเรือ โรงกล่ันนํ้ามัน เปนตน
หุนในกลุม cyclical stock มีลักษณะสําคัญ ดังนี้
■ ราคาสินคามีความผันผวนขึ้นลงตามวัฏจักรธุรกิจ
■ ผลการดําเนินงานชวงสูงสุดจะแตกตางจากชวงจุดต่ําสุดหลายเทาตัว โดย 1 รอบวัฏจักร
เปนเวลาหลายป ไมไดเกิดจากการผันผวนตามฤดูกาล
ขณะที่ counter cyclical stock เปนหุนของบริษัทที่มีผลการดําเนินงานสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ
โดยรวม ดังนั้น ราคาของหุนกลุมนี้จะมีทิศทางสวนกับภาวะเศรษฐกิจ ทําใหหุนกลุมนี้ไดรับความนิยมใน
ชวงเศรษฐกิจซบเซา เชน หุนในธุรกิจอาหาร fast food ธุรกิจคาปลีกสินคาราคาถูก (discount retailers)
• Speculative stock สวนใหญมักเปนหุนของบริษัทใหม หรือเปนหุนของบริษัทขนาดเล็กท่ีมี
ความไมแนนอนของธุรกิจสูง ทําใหมักมีขาวสนับสนุนใหผูลงทุนเขาซ้ือ จึงเปนการซื้อตามขาวมากกวา
การซื้อตามผลประกอบการของบริษัท สงผลใหราคาหุนผันผวนคอนขางสูงเมื่อเทียบกับตลาด มีสภาพคลอง
ในการซ้ือขายหรือการเปลี่ยนมือกันสูง ผูลงทุนที่ซื้อหุนเหลานี้มักคาดการณวา ตนจะไดรับกําไรจากราคาท่ี
เพ่ิมข้ึนจากสาเหตุอ่ืนที่ไมใชเพราะผลการประกอบการ
หุนในกลุม speculative stock มีลักษณะสําคัญ ดังน้ี
■ เปนหุนของบริษัทท่ีมีความเส่ียงทางธุรกิจสูง
■ ราคาซื้อขายหุนคอนขางต่ํา
■ ผูลงทุนคาดหวังรายไดจากการประกาศออกผลิตภัณฑหรือบริการใหม หรือรายไดอ่ืนๆ ที่
ไมไดเกิดขึ้นจากผลการดําเนินงานหลัก
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 9
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
• Penny stock เปนหุนของบริษัทที่มีราคาซ้ือขายตํ่า ในสหรัฐอเมริกาไดใหคํานิยาม penny
stock วา เปนหุนท่ีมีราคาซื้อขายต่ํากวา 5 เหรียญดอลลารสหรัฐ ขณะที่ในสหราชอาณาจักร กําหนดไวท่ี 1
ปอนดสเตอรลิงอังกฤษ โดยทฤษฎีหากตลาดหุนใดมี Penny Stock จํานวนมากจะสงใหมูลคาหลักทรัพยตาม
ราคาตลาด (market capitalization) ของตลาดนั้นต่ํา และจะนํามาสูความผันผวนของราคาหลักทรัพยใน
ตลาดจากการเขามาของนักเก็งกําไร
แบงตามมูลคาตลาด (Market Capitalization)
การแบงหุนตามมูลคาตลาดนั้น จะใชเกณฑมาตรฐานหรือวิธีการแตกตางกันออกไปตามขนาด
เศรษฐกิจและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแตละประเทศ หรือแตละภูมิภาค ในที่นี้จะยกตัวอยาง
กรณีของตลาดหุนไทยและตลาดหุนสหรัฐอเมริกา
กรณีของไทย
แบงขนาดของหุนตามมูลคาตลาดโดยเปรียบเทียบเรียงลําดับเพื่อคัดแยกเปนกลุมยอย แบงเปน
3 ประเภทคือ
• Large-cap stocks เปนหุนของบริษัทจดทะเบียนท่ีมีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาด (market
capitalization) สูงสุด 50 อันดับแรก หรือหุนที่เปนสวนประกอบของดัชนี SET50
• Mid-cap stocks เปนหุนของบริษัทจดทะเบียนท่ีมีมูลคาตามราคาตลาดสูงตั้งแตลําดับที่ 51–100
หรือหุนลําดับท่ี 51–100 ในดัชนี SET100
• Small-cap stocks เปนหุนของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหลักทรัพยที่ไมใชสวนประกอบ
ดัชนี SET100
กรณีสหรัฐอเมริกา
แบงหุนตามมูลคาตลาดเชนเดียวกัน แตกําหนดมูลคาไวเปนจํานวนลานดอลลารสหรัฐ แบงเปน
6 ประเภทคือ
• Mega-cap stocks คือ หุนของบริษัทท่ีมีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดสูงกวา
200,000 ลานดอลลารสหรัฐ
• Large-cap stocks คือ หุนของบริษัทท่ีมีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดระหวาง
10,000–200,000 ลานดอลลารสหรัฐ
• Mid-cap stocks คือ หุนของบริษัทที่มีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดระหวาง
2,000–10,000 ลานดอลลารสหรัฐ
• Small-cap stocks คือ หุนของบริษัทท่ีมีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดตั้งแต
300–2,000 ลานดอลลารสหรัฐ
10 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
• Micro-cap stocks คือ หุนของบริษัทที่มีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดต้ังแต
50–300 ลานดอลลารสหรัฐ
• Nano-cap stocks คือ หุนของบริษัทที่มีมูลคาหลักทรัพยตามราคาตลาดต่ํากวา
50 ลานดอลลารสหรัฐ
ผลตอบแทนของการลงทุนในหุนสามัญ
รูปแบบของผลตอบแทนจากการลงทุนในหุนสามัญ
ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุนสามัญ ประกอบดวยผลตอบแทนหลัก 2 สวน สวนแรก คือ ปนผล
(dividend) ที่บริษัทผูออกหุนจายใหแกผูถือหุนจากกําไรจากการประกอบการ และสวนท่ี 2 คือ กําไร
หรือขาดทุนจากสวนตางราคา (capital gain/loss) คือ ผลกําไรหรือขาดทุนจากการขายหุนในราคาสูงกวา
หรือตํ่ากวาราคาท่ีซื้อหุน
• สวนท่ี 1 เงินปนผล (dividend)
คือ สวนของกําไรท่ีบริษัทแบงจายใหผูถือหุนตามสิทธิของผูถือหุน โดยการจายปนผลอาจอยูใน
รูปของเงินปนผล (cash dividend) หรือการจายปนผลเปนหุน (stock dividend) ทั้งนี้การจายปนผล
สวนใหญจะจายเปนเงินสดจากกําไรสุทธิหลังหักภาษี เมื่อบริษัทมีกําไรจากการประกอบธุรกิจ ซ่ึงจํานวน
เงินปนผลท่ีจายในแตละปอาจไมคงท่ี มากหรือนอยขึ้นอยูกับผลประกอบการในปนั้นๆ ของบริษัท และ
นโยบายของบริษัท (เชน นโยบายการจายปนผล ความตองการใชเงินทุนในการขยายกิจการ เปนตน)
เงินปนผลจะมีความแตกตางจากดอกเบี้ยจาย (ในกรณีของตราสารหน้ี) เพราะดอกเบ้ียจายเปน
ภาระผูกพันทางการเงินท่ีระบุบนตราสารหน้ีฉบับน้ันๆ การจายดอกเบี้ยจึงเปนไปโดยการบังคับตามกฎหมาย
ขณะที่เงินปนผลนั้นไมมีกฎหมายใดบังคับใหบริษัทจายเงินปนผล แตจะเปนไปตามนโยบายการจายเงินปนผล
ของบริษัท ผานการอนุมัติเห็นชอบของที่ประชุมผูถือหุน ซึ่งโดยท่ัวไป บริษัทตองประกาศนโยบายการจาย
เงินปนผลเปนภาพกวาง เชน กําหนดอัตราการจายเงินปนผลตอกําไรสุทธิในแตละปวาเปนเทาใดซ่ึงเรียกวา
อัตราการจายเงินปนผล (dividend payout ratio) ขณะที่อัตราผลตอบแทนท่ีผูลงทุนไดรับจากเงินปนผล
วัดจากสัดสวนท่ีเรียกวาอัตราผลตอบแทนจากเงินปนผล (Dividend Yield)
อัตราการจายเงินปนผล (dividend payout ratio) (%) = เงินปนผลตอหุน (บาท/หุน) × 100 (1.1)
กําไรสุทธิตอหุน (บาท/หุน)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 11
ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
ตัวอยาง 1-1 การคํานวณอัตราการจายเงินปนผล
บริษัท TSI จํากัด (มหาชน) ประกาศจายเงินปนผลตอหุนในการประชุมสามัญประจําปผูถือหุนของบริษัท
ท่ี 2.5 บาท/หุน ขณะท่ีผลประกอบการในงบการเงินของบริษัทมีกําไรสุทธิตอหุน 5 บาท/หุน ดังนั้น
อัตราการจายเงินปนผล = (2.5 / 5) × 100 = 50%
อัตราผลตอบแทนจากเงินปนผล (Dividend Yield) (%) = มูลคาเงินปนผลตอหุน (บาท/หุน) × 100 (1.2)
ราคาตนทุนตอหุน (บาท/หุน)
ตัวอยาง 1-2 การคํานวณอัตราผลตอบแทนจากเงินปนผล
บริษัท TSI จํากัด (มหาชน) ประกาศจายเงินปนผลตอหุนในการประชุมสามัญประจําปผูถือหุนของบริษัท
ที่ 2.5 บาท/หุน ขณะท่ีราคาหุนของบริษัท TSI อยูที่ 25 บาท/หุน ดังน้ัน
อัตราผลตอบแทนจากเงินปนผล = (2.5 / 25) × 100 = 10%
ท้ังนี้ เม่ือคณะกรรมการบริษัทไดรับมติเห็นชอบจากที่ประชุมผูถือหุนในการจายปนผล เก่ียวกับ
วันที่จายเงินปนผล และอัตราการจายเงินปนผล จะมีลําดับเหตุการณในการจายเงินปนผล ดังแสดงตัวอยาง
ในรูปที่ 1-3
รูปที่ 1-3 ลําดับเหตุการณในการจายเงินปนผล
"( . " ¡ & "( ¢ &
åä & 1 ¥
Ę+ IE9 'ę 5 A è ĝ )
+5 '4 6, Jê A '1Ië /%6& +5 ď .%< 4A 9& + 5
Ę6&A è ĝ )
Ę6&A è ĝ ) XD ę = ;1/< ę A"÷I1
+ 5 . < 6ę & 9I J1; /ę < J9
6Ę &A è ĝ )
B)4E 'ę 5 A è ĝ )
12 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
จากตัวอยางขางตน บริษัท ดีเลิศ จํากัด (มหาชน) ประกาศจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนในวันที่
23 สิงหาคม และกําหนดวันปดสมุดทะเบียนเปนวันท่ี 10 กันยายน เพื่อจายเงินปนผลใหผูถือถือหุนในวันท่ี
9 ตุลาคม ซ่ึงผูลงทุนในหุนของบริษัทน้ีจะตองซื้อหุนกอนวันท่ี 6 กันยายน เน่ืองจากการซื้อหุนสามัญใน
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ใชระบบการชําระราคาและสงมอบหลักทรัพยแบบ T+22 กลาวคือ
ซื้อหุน ณ วันใด จะมีการชําระราคาและสงมอบหุนในอีก 2 วันทําการตอมา และจะมีการรวบรวมรายชื่อ
ณ สิ้นวันท่ี 7 กันยายน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย จะขึ้นเคร่ืองหมาย XD (exclude dividend)
ต้ังแตวันท่ี 6 กันยายน เพื่อเปนการประกาศใหผูถือหุนทราบวา หากซ้ือหุนในชวงต้ังแตวันที่ข้ึนเคร่ืองหมาย
XD จนถึงวันปดสมุดทะเบียนผูถือหุน จะไมไดรับสิทธิในการรับเงินปนผลในงวดนั้น
ลําดับเหตุการณจะมีความสําคัญ เน่ืองจากการซื้อขายหุนในตลาดรองน้ี ผูที่มีสิทธิในการรับเงินปนผล
จะตองเปนผูที่มีรายชื่ออยูในสมุดทะเบียนผูถือหุนในวันปดสมุดทะเบียน สวนผูถือหุนหลังวันปดสมุดทะเบียน
ผูถือหุนจะไมมีสิทธิในการรับเงินปนผล ดังน้ัน จึงตองมีการกําหนดวันปดสมุดทะเบียนเพ่ือจายเงินปนผล
ไวลวงหนาใหชัดเจนเพ่ือใหผูซ้ือขายหุนทราบถึงสิทธิที่ตนจะไดรับ และแมวาจะยังไมมีการจายเงินปนผล
ตามที่บริษัทประกาศ แตราคาหุนอาจปรับลดลงหลังจากวันปดสมุดทะเบียนผูถือหุนไปแลวก็ได
โดยท่ัวไป บริษัทตองประกาศนโยบายการจายเงินปนผลเปนภาพกวาง เชน กําหนดอัตราการจาย
เงินปนผลตอกําไรสุทธิในแตละปวาเปนเทาใด
• สวนที่ 2 กําไรหรือขาดทุนจากสวนตางราคา (Capital Gain/Loss)
คือ ผลตางระหวางราคาหุนที่ผูลงทุนซ้ือมาและราคาหุนที่ผูลงทุนขายไป ซ่ึงอัตราผลตอบแทนที่
ผูลงทุนไดรับวัดจากสัดสวนท่ีเรียกวาอัตรากําไรจากการเปล่ียนแปลงราคา (capital gain yield) อยางไรก็ตาม
เน่ืองจากราคาหุนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีความไมแนนอนไมสามารถคาดการณได จึงทําใหผูลงทุน
จะไดรับผลตอบแทนมากนอยแตกตางกันไป
อัตรากําไรจากการเปล่ียนแปลงราคา = (ราคาตลาดตอหุน – ราคาตนทุนตอหุน) × 100 (1.3)
(capital gain yield) (%) ราคาตนทุนตอหุน
นอกจากผลตอบแทนหลักตามท่ีกลาวมาแลวขางตน ผูถือหุนจะไดสิทธิประโยชนอ่ืน เชน สิทธิ
การจองซื้อหุนออกใหม (right issue/subscription right) สิทธิในการออกเสียงเพ่ือควบคุมดูแลการบริหาร
บริษัท เปนตน
2 เน่ืองจากบริษัท สํานักหักบัญชี (ประเทศไทย) จํากัด จะปรับวันชําระราคาและสงมอบหลักทรัพยเปนวันทําการที่สอง
นับจากวันท่ีซ้ือขาย (T+2) เริ่มต้ังแตวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561 เปนตนไป
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 13
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
หุนบุริมสิทธิ
ลักษณะและประเภทของหุนบุริมสิทธิ
ลักษณะของหุนบุริมสิทธิ
หุนบุริมสิทธิ (preferred stock) เปนหลักทรัพยที่ผูถือมีสวนรวมเปนเจาของกิจการเหมือนกับ
หุนสามัญ แตผูถือหุนบุริมสิทธิไดรับเงินปนผลกอนผูถือหุนสามัญในอัตราที่กําหนดแนนอน โดยปกติเงินปนผล
ที่ระบุในหุนบุริมสิทธิจะระบุเปนจํานวนคงท่ี และมักคิดเปนรอยละจากมูลคาท่ีตราไว หรืออาจระบุเปนจํานวน
เงินตอหุนโดยตรง เชน บริษัท TSI จํากัด ออกหุนบุริมสิทธิมีมูลคาท่ีตราไว 100 บาท ใหเงินปนผลอัตรา
รอยละ 10 ตอป หมายความวา ผูถือหุนบุริมสิทธิจะมีสิทธิไดรับเงินปนผลในแตละปเทากับ 10 บาทตอหุน
แตถาหาก ณ วันที่ไดรับเงินปนผลราคาตลาดของหุนบุริมสิทธิลดลงเปน 80 บาท ผลตอบแทนตอราคาตลาด
จะเทากับ 12.50% เปนตน
สิทธิของผูถือหุนบุริมสิทธิสามารถสรุปไดดังน้ี
1. มีความเปนเจาของกิจการตามสัดสวนการถือครองหุนเชนเดียวกับผูถือหุนสามัญ แตผูถือหุน
บุริมสิทธิไมมีสิทธิในการตัดสินใจในการบริหารกิจการเชนเดียวกับผูถือหุนสามัญ
2. ผูถือหุนบุริมสิทธิจะมีสิทธิไดรับผลตอบแทนเปนเงินปนผลกอนผูถือหุนสามัญ และจะไดรับ
เงินปนผลในอัตราท่ีคงท่ี ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนตราสารหนี้ท่ีมีการจายดอกเบ้ียคงที่
3. ผูถือหุนบุริมสิทธิมีสิทธิในสินทรัพยของกิจการหลังจากเจาหนี้ แตจะไดรับกอนผูถือหุนสามัญใน
กรณีที่เลิกกิจการ
4. ผูถือหุนบุริมสิทธิจะไมไดรับสิทธิในการลงคะแนนเสียงในที่ประชุมผูถือหุน ดังนั้น ในกรณีที่ผูถือ
หุนสามัญเดิมมีความกังวลเกี่ยวกับสิทธิในการควบคุมกิจการ ผูถือหุนสามัญเดิมก็สามารถพิจารณาออกหุน
บุริมสิทธิเสนอขายแกผูลงทุนได เน่ืองจากผูถือหุนบุริมสิทธิไมมีสิทธิในการลงคะแนนเสียงของกิจการ
หุนบุริมสิทธิมีลักษณะเปนตราสารก่ึงหน้ีสินก่ึงหุนสามัญ (hybrid security) ซึ่งในทางเทคนิคแลว
หุนบุริมสิทธิเปนหลักทรัพยประเภททุน (equity security) แตมีลักษณะหลายประการที่คลายกับตราสารหนี้
(debt security) ความเหมือนหรือความตางกันของหุนบุริมสิทธิกับตราสารหนี้สามารถสรุปไดดังนี้
• ความเหมือน
■ Senior Security หมายถึง ในกรณีที่เลิกกิจการ หุนบุริมสิทธิมีสิทธิในสินทรัพยของกิจการ
หลังจากเจาหนี้ แตจะไดรับกอนผูถือหุนสามัญ
■ Convertibilty หมายถึง ทั้งหุนบุริมสิทธิและหุนกู สามารถแปลงสภาพเปนหุนสามัญไดหาก
เปนชนิดท่ีสามารถแปลงสภาพได ซึ่งเปนคุณสมบัติหนึ่งที่ใหความยืดหยุนแกผูถือท่ีจะไดรับ
ผลตอบแทนจากเงินปนผลและผลกําไรหรือขาดทุนจากสวนตางของราคา
■ Interest Rate Sensitivity หมายถึง เงินปนผลท่ีระบุในหุนบุริมสิทธิจะระบุเปนจํานวนคงที่
และเปนรอยละจากมูลคาท่ีตราไว (par value) ซ่ึงเหมือนกับตราสารหนี้ที่ดอกเบ้ียจะระบุ
เปนรอยละเชนกัน ดังน้ัน มูลคาของหุนบุริมสิทธิจึงมีความออนไหว (sensitivity) ตอการ
14 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
เปล่ียนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ในกรณีที่ผูถือหุนบุริมสิทธิตองการขายหุนบุริมสิทธิออกไป
ถาอัตราดอกเบ้ียสูงข้ึน มูลคาของหุนบุริมสิทธิจะลดลง และถาอัตราดอกเบ้ียลดลง มูลคา
ของหุนบุริมสิทธิจะสูงข้ึน อยางไรก็ตาม ความออนไหว (sensitivity) ตอการเปล่ียนแปลง
ของอัตราดอกเบี้ยของหุนบุริมสิทธิจะนอยกวาตราสารหนี้
• ความตาง
■ Type of security หมายถึง หุนบุริมสิทธิเปนหลักทรัพยประเภทตราสารทุน (equity security)
แตตราสารหน้ีเปนหนี้สิน (debt) ซึ่งมีสิทธิในสินทรัพยของกิจการกอนตราสารทุน
■ Payment หมายถึง แมวาหุนบุริมสิทธิจะไดรับเงินปนผลในอัตราท่ีคงท่ีเหมือนดอกเบี้ยของ
ตราสารหนี้ แตผูถือหุนบุริมสิทธิอาจไมไดรับเงินปนผลในบางป หากบริษัทไมไดประกาศ
จายเงินปนผลออกมา ในขณะที่ตราสารหนี้จะไดรับดอกเบ้ียแนนอนตามระยะเวลาท่ีตกลงกัน
ในมุมของบริษัทผูระดมทุน การออกหุนบุริมสิทธิมีความเส่ียงนอยกวาการออกหุนกู เพราะการ
ที่บริษัทไมจายดอกเบ้ียหุนกูอาจทําใหบริษัทตองลมเลิกกิจการหากเจาหน้ีทําการฟองรอง เน่ืองจากหุนกู
เปนหนี้สินซึ่งบริษัทมีภาระผูกพันตามกฎหมายที่จะตองจายดอกเบี้ยใหแกผูท่ีถือหุนกูเปนประจําทุกงวด
ในขณะที่หากบริษัทไมจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนบุริมสิทธิจะไมทําใหบริษัทตองลมเลิกกิจการ อยางไรก็ตาม
การออกหุนบุริมสิทธิน้ัน บริษัทผูออกจะไมไดรับประโยชนทางภาษีจากเงินปนผลจายเหมือนกับการจาย
ดอกเบ้ีย เน่ืองจากเงินปนผลที่จายแกผูถือหุนบุริมสิทธินั้นไมสามารถนําไปหักเปนคาใชจายในการคํานวณ
ภาษีได ในขณะท่ีการออกหุนกูบริษัทสามารถนําดอกเบี้ยจายไปหักเปนคาใชจายในการคํานวณภาษีได
ในงบแสดงฐานะการเงินของบริษัทจะแสดงจํานวนหุนบุริมสิทธิไวในรายการทุนจดทะเบียนและหุน
ออกจําหนายแลว โดยระบุมูลคาท่ีตราไว พรอมสวนเกินมูลคาหุนเชนเดียวกับหุนสามัญ หุนบุริมสิทธิ
โดยปกติแสดงพันธะผูกพันท่ีบริษัทมีตอผูถือหุนบุริมสิทธิ และเปนตัวกําหนดจํานวนเงินสวนของเจาของที่จะ
ถูกจัดสรรเขาบัญชีทุนเรือนหุนเชนเดียวกับหุนสามัญ แตหุนบุริมสิทธิจะถูกบันทึกในบัญชีทุนหุนบุริมสิทธิ
ในกรณีท่ีบริษัทขายหุนบุริมสิทธิไดสูงกวา มูลคาที่ตราไวจะบันทึกสวนเกินราคาหุนที่ไดรับไวในบัญชีสวนเกิน
มูลคาหุนเชนเดียวกับหุนสามัญ
ประเภทของหุนบุริมสิทธิ
• หุนบุริมสิทธิชนิดสะสมและไมสะสมเงินปนผล (cumulative และ non-cumulative dividends
preferred stock)
การจายเงินปนผลของหุนบุริมสิทธิตางจากการจายดอกเบ้ียของหุนกู เน่ืองจากผูบริหารของบริษัท
อาจตัดสินใจที่จะไมจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนบุริมสิทธิก็ได ในขณะท่ีดอกเบี้ยของหุนกูบริษัทมีภาระ
ผูกพันตามกฎหมายท่ีจะตองจายดอกเบี้ยใหแกผูท่ีถือหุนกูเปนประจําทุกงวด ท้ังน้ี การจายเงินปนผลของ
หุนบุริมสิทธิมีท้ังแบบชนิดสะสม (cumulative) และชนิดไมสะสม (non-cumulative) เงินปนผล
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 15
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
กรณีหุนบุริมสิทธิเปนแบบชนิดสะสม (cumulative) หากบริษัทมีกําไรและไมไดจายเงินปนผลของ
หุนบุริมสิทธิออกมาในปแรก เงินปนผลของหุนบุริมสิทธิในปแรกจะถูกนํามารวมกับเงินปนผลของหุนบุริมสิทธิ
ท่ีประกาศจายในปถัดไป และโดยท่ัวไปแลวเงินปนผลของหุนบุริมสิทธิในปที่หนึ่งท่ีรวมกับปถัดไป จะถูก
จายยอนหลังใหกับผูถือหุนบุริมสิทธิกอนเงินปนผลของหุนสามัญ ท้ังนี้เงินปนผลของหุนบุริมสิทธิท่ียัง
ไมถูกจายออกมาไมถือเปนหน้ีสินของบริษัท ซ่ึงผูบริหารของบริษัทสามารถพิจารณาเล่ือนการจายเงินปนผล
หุนบุริมสิทธิได โดยสาเหตุที่เลื่อนการจายเงินปนผลหุนบุริมสิทธิอาจเนื่องจากในปน้ันๆ บริษัทงดการ
จายเงินปนผลใหแกผูถือหุนสามัญ อยางไรก็ตามถึง แมวาผูบริหารของบริษัทสามารถเล่ือนการจายเงินปนผล
ของหุนบุริมสิทธิออกไปได แตหากผูลงทุนคาดการณวาผูบริหารจะเลื่อนการจายเงินปนผลหุนบุริมสิทธิ
ออกไปบอยๆ หลังจากท่ีเสนอขายหุนบุริมสิทธิใหแกผูลงทุนแลว ผูบริหารของบริษัทนั้นอาจประสบปญหา
ในการเสนอขายหุนบุริมสิทธิใหแกผูลงทุนไดในอนาคต
ตัวอยางท่ี 1-3 ผูลงทุนไดลงทุนในหุนบุริมสิทธิมีมูลคาท่ีตราไว 100 บาทของบริษัท TSI จํากัด
(มหาชน) อัตราเงินปนผลรอยละ 5 ตอป ซึ่งบริษัทไมไดจายเงินปนผลเปนเวลายอนหลัง 2 ปติดตอกัน
แตในปปจจุบันนี้บริษัทประกาศจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนสามัญ
ผูถือหุนบุริมสิทธิจะไดรับเงินปนผลในปนี้ = เงินปนผลคางรับ + เงินปนผลในปปจจุบัน
= (5 × 2) + 5
= 15 บาท
ดังนั้น บริษัท TSI จํากัด (มหาชน) จะตองจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดสะสมหุนละ
15 บาท กอนท่ีจะจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนสามัญ
ในกรณีของหุนบุริมสิทธิชนิดไมสะสมเงินปนผล (non-cumulative) หากบริษัทมีกําไรและไมไดจาย
เงินปนผลของหุนบุริมสิทธิออกมาในปแรก เงินปนผลของหุนบุริมสิทธิในปแรกจะไมถูกนํามารวมกับเงินปนผล
ของหุนบุริมสิทธิท่ีประกาศจายในปถัดไป ผูถือหุนบุริมสิทธิจะไดรับเงินปนผลในปที่ประกาศจายเทานั้น และ
โดยทั่วไปแลวผูถือหุนบุริมสิทธิจะไดรับเงินปนผลกอนหุนสามัญเชนกัน จากตัวอยางขางตนหากหุนบุริมสิทธิ
เปนชนิดไมสะสม ผูลงทุนจะไดรับเงินปนผลเพียง 5 บาทตอหุนในปปจจุบัน
• หุนบุริมสิทธิชนิดไถถอนคืนและไมสามารถไถถอนคืน (redeemable and irredeemable preferred
stock)
ในบางสถานการณที่บริษัทตองการเพิ่มสัดสวนของผูถือหุนใหเพ่ิมสูงข้ึนในงบแสดงฐานะการเงิน
นอกเหนอื จากการเสนอขายหนุ สามญั หรอื หนุ บรุ มิ สทิ ธแิ บบปกติ บรษิ ทั สามารถเลอื กทจี่ ะเสนอขายหนุ บรุ มิ สทิ ธิ
ชนิดไถถอนคืน (redeemable preferred stock) ซ่ึงหุนบุริมสิทธิถือเปนรายการหน่ึงในสวนของผูถือหุน
16 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
และสําหรับหุนบุริมสิทธิชนิดไถถอนคืน เมื่อเวลาผานไปบริษัทผูออกหุนบุริมสิทธิก็สามารถไถถอนหุนบุริมสิทธิ
คืนจากผูถือหุนบุริมสิทธิได โดยบริษัทอาจกําหนดไววาสามารถเรียกคืนไดโดยอัตโนมัติเม่ือเกิดเหตุบางอยาง
ที่ระบุไวในอนาคต หรือกําหนดเปนสิทธิในการเรียกคืน (call option) หุนบุริมสิทธิของบริษัทก็ได
หากกําหนดเปนสิทธิในการเรียกคืน (call option) บริษัทผูออกตองกําหนดเงื่อนไขในการเรียกคืน
ไวในหนังสือช้ีชวนลวงหนาและไมสามารถเปล่ียนแปลงได เชน ราคาใชสิทธิซ้ือคืน (call price) วันที่สามารถ
ใชสิทธิไดหรือชวงเวลาที่สามารถใชสิทธิได (European style or American style) และสวนเกินมูลคาหุน
จากการเรียกคืน (call premium) (ถามี) ซึ่งโดยปกติแลว กอนที่บริษัทจะเรียกหุนคืน บริษัทจะสงใบแจง
ไปใหผูถือหุนบุริมสิทธิทราบกอนลวงหนา 2–3 เดือน สวนราคาใชสิทธิซ้ือคืน (call price) จะกําหนด
ตามมูลคาของหุนบวกสวนเกินมูลคาหุนจากการเรียกคืน (call premium) บวกเงินปนผลสะสมทั้งหมด
ซ่ึงรวมทั้งสวนที่ยังไมไดจายและสวนท่ีผูถือหุนบุริมสิทธิมีสิทธิท่ีจะได จากลักษณะขางตนหุนบุริมสิทธิ
ชนิดไถถอนคืนไดจึงเรียกวา redeemable preferred stock หรือ callable preferred stock ก็ได และ
ผูถือหุนบุริมสิทธิยังคงจะมีสิทธิไดรับผลตอบแทนเปนเงินปนผลกอนผูถือหุนสามัญเชนเดียวกัน
ในแงของผูลงทุนในหุนบุริมสิทธิประเภทน้ีผูลงทุนจะมีโอกาสท่ีจะถูกเรียกคืนจากบริษัทถาราคาตลาด
ของหุนบุริมสิทธิชนิดน้ีสูงข้ึนไปเร่ือยๆ หรือในกรณีที่บริษัทตองการจายเงินปนผลในอัตราที่ต่ํากวาเดิม
ก็จะเรียกคืนหุนบุริมสิทธิที่มีอัตราเงินปนผลสูงแลวออกหุนบุริมสิทธิท่ีใหอัตราเงินปนผลต่ําเสนอขายแก
ผูลงทุนแทน ดวยเหตุน้ี ทําใหราคาซ้ือขายในตลาดของหุนบุริมสิทธิชนิดน้ีไมสูงไปกวาราคาเรียกคืนมากนัก
แมวาจะเปนหุนบุริมสิทธิที่มีคุณภาพดีก็ตาม
สําหรับหุนบุริมสิทธิแบบไมสามารถไถถอนได (irredeemable preferred stock) จะมีลักษณะ
คลายหุนสามัญคือ บริษัทผูออกจะไมสามารถไถถอนคืนไดนอกเสียจากบริษัทเลิกกิจการ ดังนั้น ขอดีของ
การออกหุนบุริมสิทธิแบบไมมีกําหนดไถถอนคือ บริษัทไมตองกันเงินสวนหนึ่งไวสําหรับจายเงินตนเหมือน
การออกหุนกู
• หุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับและไมรวมรับ (participating and non-participating preferred stock)
หุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับ (participating preferred stock) คือ หุนบุริมสิทธิที่ผูถือมีสิทธิไดรับ
เงินปนผลเพิ่มเติมจากอัตราที่กําหนดไวรวมกับผูถือหุนสามัญ ซ่ึงจะรวมรับไดเทาไรนั้นขึ้นอยูกับเง่ือนไขท่ี
ถูกกําหนดไวลวงหนาโดยผูออกเพ่ิมเติมจากอัตราท่ีกําหนดไวดังกลาว โดยทั่วไปผูถือหุนบุริมสิทธิจะไดรับ
ตอเม่ือบริษัทจายเงินปนผลใหกับผูถือหุนสามัญเกินกวาอัตราเงินปนผลท่ีกําหนดไวลวงหนา สาเหตุท่ีบริษัท
จะออกหุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับมักเกิดจากตองการปองกันการถูกเขาซ้ือกิจการ (Takeover) แบบไมเปนมิตร
เน่ืองจากผูถือหุนบุริมสิทธิจะไมไดรับสิทธิในการลงคะแนนเสียงในท่ีประชุมผูถือหุน
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 17
ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
ตัวอยางที่ 1-4 สมมติใหบริษัท TSI จํากัด (มหาชน) ออกหุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับโดยกําหนดให
อัตราเงินปนผลปกติเทากับ 2 บาท ดังนั้น หุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับน้ีจะไดรับเงินปนผลเพิ่มเติมอีก หาก
บริษัทจายเงินปนผลใหกับผูถือหุนสามัญมากกวา 2 บาท ตอมา ณ ส้ินงวด บริษัท TSI จํากัด (มหาชน)
ประกาศจายเงินปนผลใหกับผูถือหุนสามัญเทากับ 2.50 บาทตอหุน ดังน้ัน ผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดรวมรับ
จะไดรับเงินปนผลเทากับ 2.50 บาทตอหุนดวย โดยที่ 2 บาทแรกมาจากเงินปนผลปกติ และอีก 50 สตางค
มาจากเงินปนผลเพ่ิมเติมที่รวมรับกับผูถือหุนสามัญ
สําหรับหุนบุริมสิทธิชนิดไมรวมรับ (non-participating preferred stock) คือ หุนบุริมสิทธิท่ัวๆ ไป
ท่ีผูถือไมมีสิทธิไดรับเงินปนผลเพิ่มเติมจากอัตราที่กําหนดไวรวมกับผูถือหุนสามัญ ซึ่งโดยปกติแลว
หุนบุริมสิทธิที่ออกสวนใหญจะเปนชนิดไมรวมรับ (non-participate)
• หุนบุริมสิทธิแปลงสภาพ และชนิดแปลงสภาพไมได (convertible or non-convertible preferred
stock)
หุนบุริมสิทธิแปลงสภาพ (convertible preferred stock) เปนหุนบุริมสิทธิที่ใหสิทธิแกผูถือสามารถ
แปลงเปนหุนสามัญไดตามอัตราการใชสิทธิและระยะเวลาท่ีกําหนดไวลวงหนา ในแงของผูลงทุนจะใชสิทธิ
แปลงสภาพหรือไมขึ้นอยูกับราคาของหุนสามัญอางอิง หากใชสิทธิแลวไดรับประโยชนจากราคาหุนสามัญที่
สูงกวาราคาหุนบุริมสิทธิ ผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพไดจะใชสิทธิแปลงสภาพไปถือหุนสามัญแทน
ทั้งน้ีในบางกรณี ผูออกหุนบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพไดอาจกําหนดเง่ือนไขเพิ่มเติมใหผูออกสามารถเรียก
ใหผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดนี้มาแปลงสภาพเปนหุนสามัญไดในเง่ือนไขท่ีกําหนดไวลวงหนา
สําหรับหุนบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพไมได (non-convertible preferred stock) คือ หุนบุริมสิทธิ
ท่ัวๆ ไปท่ีไมใหสิทธิแกผูถือในการแปลงเปนหุนสามัญ
• หุนบุริมสิทธิชนิดไมจายเงินปนผล (zero-dividend preferred stock)
หุนบุริมสิทธิชนิดไมจายเงินปนผล (zero-dividend preferred stock หรือ unpaid preference
dividends) คือ หุนบุริมสิทธิที่ผูถือไมมีสิทธิไดรับเงินปนผล ผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดน้ีจะไดรับผลตอบแทน
จากการเพิ่มข้ึนของราคาหุนบุริมสิทธิเทาน้ัน แตยังคงมีสิทธิในสินทรัพยของกิจการหลังจากเจาหน้ี แตจะ
ไดรับกอนผูถือหุนสามัญในกรณีท่ีเลิกกิจการ สาเหตุท่ีบริษัทออกหุนบุริมสิทธิชนิดไมจายเงินปนผลเพ่ือ
ลดโอกาสการลมละลายของบริษัทในกรณีที่บริษัทมีสัดสวนของหน้ีสินสูงและไมสามารถกูยืมไดอีก บริษัท
อาจพิจารณาเสนอขายหุนบุริมสิทธิชนิดไมจายเงินปนผล (unpaid preference dividends) ได เน่ืองจาก
หุนบุริมสิทธิชนิดไมจายเงินปนผลไมใชหุนกู ผูถือหุนบุริมสิทธิชนิดนี้จึงไมสามารถฟองลมละลายไดหาก
ไมจายเงินปนผล
18 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ผลตอบแทนและความเส่ียงของหุนบุริมสิทธิ
ผลตอบแทนและความเส่ียงของหุนบุริมสิทธิจะคลายกับในกรณีของหุนสามัญ โดยผลตอบแทน
จากการลงทุนในหุนบุริมสิทธิ ไดแก กําไรจากการซื้อขาย และเงินปนผล โดยหุนบุริมสิทธิไดรับเงินปนผล
กอนผูถือหุนสามัญและไดรับเงินปนผลในอัตราท่ีคงที่เม่ือเทียบกับมูลคาท่ีตราไว สวนความเส่ียงจากการ
ลงทุนในหุนบุริมสิทธิ ไดแก ความเสี่ยงดานราคาตลาดท่ีซ้ือขายอาจมีการปรับตัวไปในทิศทางตรงกันขาม
กับท่ีคาดทําใหผูลงทุนเกิดผลขาดทุน ความเสี่ยงดานสภาพคลองในการซ้ือขาย และความเสี่ยงที่กิจการ
อาจไมสามารถจายเงินปนผลได เปนตน
ใบสําคัญแสดงสิทธิ (warrant)
ลักษณะและประเภทของใบสําคัญแสดงสิทธิ
ลักษณะของใบสําคัญแสดงสิทธิ
ใบสําคัญแสดงสิทธิหรือวอรแรนท (warrant) โดยนิยามท่ีใชในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
เปนตราสารที่ใหสิทธิแกผูถือในการซ้ือสินทรัพยอางอิง (underlying asset) ตามท่ีตกลงกันไว ในราคา
ใชสิทธิ (exercise price หรือ strike price) สัดสวนการใชสิทธิ (exercise ratio หรือ conversion ratio)
และภายในระยะเวลา (exercise date) ท่ีกําหนดไวในอนาคตโดยผูออกวอรแรนท โดยท่ีวอรแรนทเปน
รูปแบบหน่ึงของตราสารอนุพันธ มูลคาของวอรแรนทขึ้นอยูกับมูลคาของสินทรัพยอางอิง และสามารถ
นําวอรแรนทมาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย
สินทรัพยอางอิงของวอรแรนทมีหลายประเภท เชน หุนสามัญ อีทีเอฟ ตะกราหุน ดัชนีราคาหุน
ตราสารหนี้ เงินตราตางประเทศ หรือสินคาโภคภัณฑ ทั้งนี้ข้ึนอยูกับหลักเกณฑของตลาดหลักทรัพย
แตละแหงท่ีจะอนุญาตใหวอรแรนทท่ีอางอิงกับสินทรัพยประเภทใดเขาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย
ไดบาง สําหรับวอรแรนทที่ซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทยนั้นจะเปนวอรแรนทประเภทสิทธิซื้อ
ท่ีอางอิงกับหุนสามัญหรือวอรแรนทท่ีจะซื้อหุนสามัญเทานั้น บริษัทที่ออกวอรแรนทจะเปนบริษัทจดทะเบียน
ที่เปนผูออกสินทรัพยอางอิง โดยบริษัทที่ออกวอรแรนทตองจดทะเบียนหุนสามัญเพิ่มทุนเพ่ือรองรับการ
ใชสิทธิของผูถือวอรแรนท ซึ่งจะสงผลทําใหจํานวนหุนสามัญของบริษัทที่ซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยมีจํานวน
เพิ่มข้ึน (dilutive) เมื่อผูถือวอรแรนทมีการใชสิทธิซื้อสินทรัพยอางอิง
ผูถือวอรแรนทจะมีสิทธิเลือกท่ีจะซื้อหุนสามัญเพ่ิมทุนที่ออกใหมโดยบริษัทจดทะเบียนหรือไมก็ได
โดยหากตัดสินใจเลือกที่จะซื้อหุนสามัญเพิ่มทุนผูถือวอรแรนทจะตองจองซื้อหุนสามัญตามสิทธิท่ีมีอยู
ภายในกําหนดเวลา และ ณ ระดับราคาใชสิทธิที่กําหนดโดยผูออกวอรแรนท อยางไรก็ตาม หากผูถือ
วอรแรนทพิจารณาแลวเห็นวาไมไดรับประโยชนจากการใชสิทธิซื้อหุนสามัญเพ่ิมทุน ผูถือวอรแรนทสามารถ
ตัดสินใจเลือกที่จะไมใชสิทธิก็ได โดยผูถือวอรแรนทอาจขายวอรแรนทท่ีถืออยูออกไปในตลาดหลักทรัพย
กอนที่วอรแรนทที่ถืออยูจะหมดอายุ หากผูถือวอรแรนทไมขายวอรแรนทออกไปกอนและถือวอรแรนท
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 19
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
เอาไวจนหมดอายุ ผูถือวอรแรนทจะไมไดรับผลตอบแทนใดๆ เน่ืองจากมูลคาของวอรแรนทจะเทากับ
ศูนยบาทในวันท่ีวอรแรนทหมดอายุ
นอกจากน้ี บริษัทจดทะเบียนสามารถออกเสนอขายวอรแรนทควบคูไปกับหลักทรัพยประเภทอื่น
เชน หุนบุริมสิทธิ และหุนกู ตัวอยางเชน หุนบุริมสิทธิควบใบสําคัญแสดงสิทธิ (preferred stock with
warrant) หรือหุนกูควบใบสําคัญแสดงสิทธิ (bond with warrant) ท้ังนี้เพ่ือใหการออกเสนอขายหลักทรัพย
ดังกลาวมีความนาสนใจลงทุนมากย่ิงข้ึนหรือเรียกวาเปน Sweetener น่ันเอง อน่ึง เนื้อหาในบทน้ีจะกลาว
ถึงวอรแรนทของหุนสามัญท่ีมีการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย เปนหลัก
โดยท่ัวไปแลว วอรแรนทจะตองมีการระบุเง่ือนไขดังตอไปนี้ในสัญญา
1. สินทรัพยอางอิงภายใตสัญญา (underlying asset) เปนการกําหนดวาวอรแรนทน้ันอางอิงกับ
สินทรัพยอะไร
2. ประเภทของสิทธิ (type of warrant) เปนการกําหนดวาวอรแรนทนั้นเปนสิทธิซื้อหรือสิทธิขาย
3. อายุของสัญญา (maturity) เปนการกําหนดวาวอรแรนทนั้นมีอายุเทาใด ครบกําหนดอายุเมื่อใด
และสามารถใชสิทธิไดเม่ือใดบาง
4. อัตราการใชสิทธิ (exercise ratio หรือ conversion ratio) เปนการกําหนดวาวอรแรนทจํานวน
หนึ่งหนวยสามารถใชสิทธิซ้ือหรือสิทธิขายสินทรัพยอางอิงไดจํานวนเทาใด
5. ราคาใชสิทธิ (exercise price หรือ strike price) เปนราคาที่ผูออกวอรแรนทกําหนดไวลวงหนา
วาจะใหสิทธิซ้ือหรือสิทธิขายสินทรัพยภายใตสัญญาไดที่ราคาเทาใด
6. จํานวนวอรแรนทท่ีออกเสนอขาย (issue size) เปนการกําหนดวาวอรแรนทท่ีออกเสนอขายแก
ผูลงทุนในคราวนั้นมีจํานวนท้ังหมดก่ีวอรแรนท
สิ่งสําคัญท่ีควรทําความเขาใจกอนการลงทุนในวอรแรนท คือ
1. ผูถือวอรแรนทไมมีสิทธิในการเปนเจาของกิจการเหมือนกับหุนสามัญ ผูถือจะไดรับสิทธิเปน
เจาของกิจการ ก็ตอเม่ือมีการใชสิทธิของวอรแรนทในการซ้ือหุนสามัญกอน
2. วอรแรนทท่ีซ้ือขายในตลาดหลักทรัพย สวนใหญมีอายุจํากัด ซ่ึงวอรแรนทจะไมมีมูลคา และ
ไมสามารถซ้ือขายไดหลังจากวันท่ีวอรแรนทหมดอายุ ดังนั้น ควรตรวจสอบวันครบกําหนดอายุของวอรแรนท
กอนการลงทุนเสมอ
3. วอรแรนทท่ีบริษัทจดทะเบียนออกเสนอขายในแตละรุนไมจําเปนวาจะตองมีลักษณะเหมือนกัน
ทุกประการ ไมไดมีลักษณะเปนมาตรฐานเหมือนกัน เง่ือนไขของวอรแรนทบริษัทเดียวกันแตเสนอขาย
ในชวงเวลาตางกันหรือเรียกวาเปนคนละรุนกัน อาจจะมีลักษณะแตกตางกันได เชน ราคาใชสิทธิตางกัน
หรือวันครบกําหนดอายุตางกัน เปนตน ดังนั้น การศึกษารายละเอียดวอรแรนทแตละรุนกอนการลงทุนจึง
เปนสิ่งจําเปน
4. ผลตอบแทนและความเสี่ยงของวอรแรนทแตละรุนอาจแตกตางกันได
20 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
5. กระบวนการซ้ือขายและระบบการชําระราคาของวอรแรนทในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ใชระบบเดียวกันกับหุนสามัญ
ประโยชนของการออกใบสําคัญแสดงสิทธิ
• ประโยชนของวอรแรนทในมุมมองของผูออกวอรแรนท
■ การออกวอรแรนทไมทําใหกําไรตอหุนของบริษัทลดลงทันที
บริษัทจดทะเบียนผูออกวอรแรนทสามารถใชวอรแรนทเปนอีกเครื่องมือหน่ึงในการระดมทุน
ซึ่งการออกวอรแรนทน้ันมีขอดีตอกิจการในแงที่ไมทําใหจํานวนหุนสามัญของบริษัทเพ่ิมข้ึนในทันที ท้ังนี้
เน่ืองจากปริมาณหุนสามัญของบริษัทจะเพ่ิมขึ้นเมื่อผูถือวอรแรนทใชสิทธิซื้อหุนสามัญในอนาคต ดังนั้น
เม่ือปริมาณหุนสามัญของกิจการไมไดมีการเพิ่มข้ึนโดยทันทีจึงทําใหกําไรสุทธิตอหุน (earning per share
หรือ EPS) ไมลดลง (dilutive) ในทันที ซ่ึงจะชวยชะลอผลกระทบจากการลดลงของกําไรตอหุน หรืออัตรา
การจายเงินปนผลตอหุนที่จะเกิดข้ึนกับผูถือหุนเดิมได และชวยลดผลกระทบจากการถูกลดสัดสวนการ
ถือครองหุน (dilution effect) จากการท่ีบริษัทจดทะเบียนมีหุนสามัญเพิ่มข้ึน โดยบริษัทจดทะเบียนผูออก
วอรแรนทสามารถกําหนดอายุและระยะเวลาการใชสิทธิของวอรแรนท เพ่ือใหเงินท่ีคาดวาจะไดรับจากการ
ใชสิทธิสอดคลองกับระยะเวลาที่บริษัทตองการใชเงิน
■ การออกวอรแรนทเปนการเพิ่มความนาสนใจในการลงทุนใหแกผูลงทุนในหุนสามัญเพิ่มทุน
เพื่อเปนการสรางความนาสนใจในการซื้อหุนเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียนตอผูลงทุน บริษัท
จดทะเบียนอาจเลือกใชวิธีการเพ่ิมทุนโดยการออกจําหนายหุนสามัญเพ่ิมทุนควบวอรแรนทหรือการออก
หุนบุริมสิทธิควบวอรแรนท ซึ่งวอรแรนทจะใหสิทธิในการซื้อหุนสามัญของบริษัทในราคาใชสิทธิและใน
ระยะเวลาท่ีกําหนดไวในอนาคต โดยเฉพาะในกรณีของการออกหุนบุริมสิทธิ หากบริษัทออกเสนอขายหุน
บุริมสิทธิเพียงอยางเดียวใหแกผูลงทุนที่ซื้อขายหุนสามัญ ผูลงทุนกลุมนี้อาจไมสนใจซ้ือหุนบุริมสิทธิ
แตถาบริษัทออกหุนบุริมสิทธิควบวอรแรนทเพื่อใหสิทธิท่ีจะซื้อหุนสามัญในอนาคต ผูลงทุนท่ีซ้ือขาย
หุนสามัญก็จะใหความสนใจเน่ืองจากผูลงทุนท่ีลงทุนซ้ือหุนบุริมสิทธิของบริษัทมีโอกาสไดรับผลตอบแทน
นอกเหนือจากการไดรับเงินปนผลคงท่ีตามท่ีกําหนดไวดวยการใชสิทธิซ้ือหุนสามัญของบริษัทตามราคา
ใชสิทธิ และอัตราการใชสิทธิท่ีกําหนด ซ่ึงจะทําใหผูลงทุนมีสวนรวมในผลประโยชนท่ีจะเกิดขึ้นของบริษัท
และมีโอกาสไดรับหุนสามัญในอนาคตหากผูลงทุนใชสิทธิของวอรแรนทในการซื้อหุนสามัญ
■ การออกวอรแรนทเปนการกระตุนใหฝายบริหารพยายามบริหารงานใหเกิดประสิทธิภาพ
สูงสุด
ผูลงทุนตัดสินใจซื้อวอรแรนทท่ีบริษัทจดทะเบียนออกจําหนายเพราะผูลงทุนมีความเช่ือมั่นใน
ผลการดําเนินงานของบริษัทวาจะเติบโตตอไปในอนาคต ซึ่งแนวโนมผลการดําเนินงานของบริษัทท่ีเติบโต
จะถูกสะทอนออกมาในการปรับตัวเพิ่มข้ึนของราคาหุน และหากราคาหุนของบริษัทเพิ่มขึ้นจนสูงกวาราคา
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 21
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
ใชสิทธิของวอรแรนท ผูถือวอรแรนทสามารถใชสิทธิซ้ือหุนสามัญที่ราคาใชสิทธิเพื่อเขามามีสวนรวมใน
การเปนเจาของกิจการหรือสามารถขายหุนท่ีไดจากการใชสิทธิเพื่อรับรูผลกําไร ดังนั้น หากบริษัทใดมีการ
ออกจําหนายวอรแรนท ฝายบริหารของบริษัทตองสามารถบริหารงานเพ่ือใหบริษัทมีผลประกอบการท่ีดีขึ้น
และราคาหุนเพิ่มสูงข้ึน ผูถือวอรแรนทจึงจะตัดสินใจใชสิทธิซ้ือหุนสามัญของบริษัทและจะทําใหบริษัท
ไดรับเงินทุนจากการใชสิทธิ ในทางตรงกันขาม หากบริษัทใดมีการออกจําหนายวอรแรนทแลวฝายบริหาร
ของบริษัทไมสามารถบริหารใหบริษัทมีผลประกอบการท่ีดีข้ึนได และราคาหุนสามัญกลับลดลงตํ่ากวา
ราคาใชสิทธิ ผูถือวอรแรนทจะไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญของบริษัทซึ่งจะทําใหบริษัทไมไดรับเงินทุนจากการ
ใชสิทธิของวอรแรนทตามท่ีตั้งเปาหมายไว และหากบริษัทนั้นตองการเสนอขายวอรแรนทรุนตอไปก็จะ
ทําใหเสนอขายไดยากข้ึน เนื่องจากผูลงทุนขาดความเช่ือม่ันตอฝายบริหารของบริษัท
■ การออกวอรแรนทชวยใหกิจการสามารถระดมทุนไดในสถานการณที่เศรษฐกิจตกตํ่า
เม่ือเศรษฐกิจอยูในชวงตกต่ํา การท่ีบริษัทจะทําการระดมทุนโดยการออกหุนสามัญเพิ่มทุน
อาจเปนส่ิงที่กระทําไดยากกวาในชวงที่เศรษฐกิจกําลังเจริญเติบโต เนื่องจากผูลงทุนอาจจะยังไมม่ันใจวา
บริษัทจะสามารถบริหารงานใหผานชวงเศรษฐกิจตกต่ํานี้ไดอยางไร จึงชะลอการลงทุนในหุนสามัญออกไปกอน
ดังนั้น การออกวอรแรนทเพ่ือเสนอขายแกผูลงทุนจึงเปนอีกชองทางในการระดมทุนโดยการใหสิทธิแกผูลงทุน
ในการตัดสินใจซื้อหุนสามัญของบริษัทในชวงเวลาที่กําหนดไวในอนาคต โดยผูลงทุนจะตองจายเงินสวนหนึ่ง
เปนคาซ้ือวอรแรนทเพื่อใหไดสิทธิซ้ือหุนสามัญในอนาคต ซ่ึงราคาของวอรแรนทจะต่ํากวาราคาหุนสามัญ
บริษัทจะไดรับเงินคาซื้อวอรแรนทมาใชในการดําเนินงาน และหากในอนาคตเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น บริษัท
สามารถบริหารงานไดดีมีผลประกอบการดี ราคาหุนปรับตัวสูงขึ้น ผูลงทุนก็จะตัดสินใจใชสิทธิซ้ือหุนสามัญ
ในราคาใชสิทธิ ซึ่งก็จะทําใหบริษัทไดรับเงินมาใชในบริษัทเพิ่มมากข้ึนดวย ในทางตรงกันขาม หากในอนาคต
เศรษฐกิจยังไมดีขึ้น บริษัทไมสามารถบริหารงานใหไดดี ผลประกอบการแยลง ราคาหุนปรับตัวลดลง ผูลงทุน
ก็จะตัดสินใจไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญในราคาใชสิทธิ โดยอาจทําการขายวอรแรนทท่ีถืออยูน้ันออกไปใน
ตลาดรองได ในแงของบริษัท เม่ือผูลงทุนไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญก็จะทําใหบริษัทไมไดรับเงินมาใชในบริษัท
เพ่ิมขึ้น
■ การออกวอรแรนทเปนการเพ่ิมสภาพคลองในการซ้ือขาย
หากผูลงทุนใชสิทธิวอรแรนทในการซ้ือหุนสามัญตามระยะเวลาการใชสิทธิเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จะทําใหปริมาณหุนสามัญเพิ่มมากขึ้น สงผลใหหุนสามัญของบริษัทมีสภาพคลองในการซื้อขายมากขึ้น
• ประโยชนของวอรแรนทในมุมมองของผูถือวอรแรนท
■ ใชเงินทุนต่ํา
การลงทุนในวอรแรนทน้ัน ผูลงทุนจะใชจํานวนเงินลงทุนตอหน่ึงหนวยต่ํากวาการลงทุนใน
หุนสามัญอางอิง ตัวอยางเชน บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนตซีส จํากัด (มหาชน) ช่ือยอหลักทรัพยคือ TTA
ออกวอรแรนทรุนท่ี 3 หรือ TTA-W3 อัตราการใชสิทธิ (วอรแรนท : หุนสามัญใหม) เทากับ 1 : 1 และมี
22 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ราคาใชสิทธิ 17 บาทตอหุน สมมติวา ในตลาดหลักทรัพยฯ ราคาตลาดของหุน TTA เทากับ 15.50 บาท
ขณะท่ีราคาตลาดของวอรแรนท TTA-W3 เทากับ 4.20 บาท หากผูลงทุนซ้ือวอรแรนท 1 วอรแรนทจะใช
เงินลงทุน 4.20 บาทซึ่งตํ่ากวาการซ้ือหุนสามัญ TTA โดยตรงถึง 3.69 เทา ดังนั้น หากผูลงทุนมีเงินลงทุน
15.50 บาทจะสามารถซื้อหุนของ TTA ไดเพียง 1 หุน ขณะที่สามารถซื้อวอรแรนทไดถึง 3 วอรแรนท
(4.20 บาท × 3 วอรแรนท = 12.60 บาท) และหากหุนสามัญ TTA ปรับตัวเพิ่มขึ้นราคาของ TTA-W3
ก็จะปรับตัวเพ่ิมข้ึนในทิศทางเดียวกันกับราคาหุนสามัญ TTA แตในอัตราเมื่อเทียบกับเงินลงทุนตอหนวย
ท่ีสูงกวา ดังนั้น การซื้อวอรแรนทที่ใชเงินลงทุนตอหนวยที่นอยกวาหุนสามัญ จึงสามารถสรางผลตอบแทน
จากเงินลงทุนในอัตราที่สูงกวาการลงทุนในหุนสามัญ
■ จํากัดผลขาดทุน
ดังที่กลาวไวขางตนแลววา วอรแรนทเปนตราสารท่ีใหสิทธิแกผูลงทุนในการเลือกซื้อหรือไมซ้ือ
หุนสามัญ ดังน้ัน ผูถือวอรแรนทจึงมีสิทธิในการเลือกที่จะใชสิทธิซื้อหุนสามัญหรือไมก็ได โดยผูถือวอรแรนท
จะใชสิทธิก็ตอเม่ือเห็นวาตนเองจะไดรับประโยชนจากการใชสิทธิ หากราคาใชสิทธิของวอรแรนทต่ํากวา
ราคาตลาดของหุนสามัญอางอิง ในทางตรงขาม หากราคาใชสิทธิสูงกวาราคาตลาดของหุนสามัญอางอิง
ผูถือวอรแรนทจะไมใชสิทธิ ซึ่งจะทําใหผูซื้อวอรแรนทมีผลขาดทุนมากที่สุดเทากับเงินลงทุนที่จายไปเพ่ือ
ซ้ือวอรแรนทน่ันเอง ตัวอยางเชน TTA-W3 มีราคาตลาดเทากับ 4.20 บาท มีอัตราการใชสิทธิ (วอรแรนท :
หุนสามัญใหม) เทากับ 1 : 1 และราคาใชสิทธิ 17 บาทตอหุน สมมติวาวอรแรนทดังกลาวจะหมดอายุ
ในอีก 6 เดือนขางหนา หากผูลงทุนซ้ือ TTA-W3 เอาไวในวันนี้ท่ีราคา 4.20 บาท และถือเอาไวจนวอรแรนท
ครบกําหนดอายุ ดังนั้น เม่ือครบกําหนดอายุของวอรแรนทในอีก 6 เดือนตอมา ถาราคาตลาดของหุน TTA
อยูที่ 25.00 บาท ผูลงทุนก็จะใชสิทธิซ้ือหุนสามัญ (ตนทุนวอรแรนท 4.20 บาทบวกกับราคาใชสิทธิ 17 บาท
เทากับ 21.20 บาท ซึ่งต่ํากวาราคาตลาด) ในทางกลับกัน หากราคาหุนสามัญ TTA อยูท่ี 15.00 บาท
ผูลงทุนก็จะไมใชสิทธิในการซื้อหุน (เนื่องจากถาใชสิทธิซ้ือหุนสามัญ ตนทุนของราคาหุนสามัญ TTA ของ
ผูลงทุนจะเทากับ 21.20 บาท ในขณะท่ีราคาตลาดเทากับ 15 บาท) โดยในกรณีท่ีผูลงทุนไมใชสิทธิใน
การซ้ือหุน ผูลงทุนจะรับผลขาดทุนเพียง 4.20 บาท ซ่ึงเทากับราคาท่ีซ้ือวอรแรนท TTA-W3 เขามาใน
ตอนแรก เปนตน อยางไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ หากผูลงทุนคาดวาราคาหุนสามัญ TTA จะไมเพิ่มสูงข้ึน
ภายในระยะเวลาที่เหลืออยูหลังจากที่ถือ TTA-W3 ในตลาดหลักทรัพย ไดสักระยะหนึ่ง ผูลงทุนสามารถ
ขาย TTA-W3 ออกไปในตลาดหลักทรัพยได โดยอาจจะไดรับผลขาดทุนบางแตก็ยังไดรับเงินสดกลับคืนมา
บางสวน ซึ่งดีกวาการถือไวจนครบกําหนดอายุ และเกิดผลขาดทุนทั้งหมด 4.20 บาทตอหุน
■ มีโอกาสไดรับประโยชนจากการใชสิทธิซื้อหุนสามัญ
ผูถือวอรแรนทจะไดรับประโยชนจากการใชสิทธิซ้ือหุนสามัญของวอรแรนท หากในอนาคต
ราคาใชสิทธิของวอรแรนทต่ํากวาราคาตลาดของหุนสามัญ ซึ่งผูถือวอรแรนทสามารถใชสิทธิในการซื้อ
หุนสามัญของบริษัทไดในราคาที่ตํ่ากวาราคาตลาด
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 23
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
ประเภทของใบสําคัญแสดงสิทธิ
• แบงตามขอกําหนดการใหใชสิทธิ
สามารถแบงออกไดเปน 3 ประเภทคือ
1. แบบยุโรป (European option) หมายถึง วอรแรนทท่ีใหสิทธิแกผูถือวอรแรนทในการใชสิทธิได
ณ วันหมดอายุของสัญญาเทานั้น
2. แบบอเมริกัน (American option) หมายถึง วอรแรนทที่ใหสิทธิแกผูถือวอรแรนทใหสามารถ
เลือกใชสิทธิ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งไดภายในอายุของสัญญา ดังน้ัน กระแสเงินสดสุทธิท่ีเกิดจากการใชสิทธิ
ของผูถือวอรแรนทแบบอเมริกันรุนเดียวกันอาจจะเกิดข้ึนคนละเวลาได ถึงแมวาสิทธิน้ันจะมีอายุเทากัน
เนื่องจากระยะเวลาการตัดสินใจใชสิทธิของผูถือวอรแรนทไมเหมือนกัน
3. แบบอเมรกิ นั เทยี ม (pseudo-American option) หมายถงึ วอรแ รนทท ใี่ หส ทิ ธแิ กผ ถู อื วอรแ รนท
ใหสามารถเลือกใชสิทธิไดเปนชวงของระยะเวลา เชน ถากําหนดใหอายุของสัญญา 1 ป ผูถือวอรแรนท
สามารถเลือกใชสิทธิไดทุกสิ้นไตรมาสภายใน 1 ป ดังนั้น ผูถือวอรแรนทมีสิทธิเลือกท่ีจะตัดสินใจทุกๆ สิ้น
ไตรมาสวาจะใชสิทธิหรือไม ไดเพียง 4 ครั้งของชวงเวลาการถือครองวอรแรนท
อยางไรก็ตาม ไมวาจะเปนแบบยุโรป แบบอเมริกัน หรือแบบอเมริกันเทียมก็ตาม ผูถือวอรแรนท
สามารถใชสิทธิไดเพียงคร้ังเดียวเทานั้น และเม่ือใชสิทธิแลวจะถือวาสัญญาหรือวอรแรนทดังกลาวได
หมดอายุลง
ตารางที่ 1-1 สรุปประเภทของสิทธิเมื่อแบงตามขอกําหนดการใหใชสิทธิ
ประเภท วันที่ใชสิทธิ
European Option - แบบยุโรป วันสุดทายของอายุสัญญา
American Option - แบบอเมริกัน วันใดก็ไดภายในอายุสัญญา
pseudo-American Option – แบบอเมริกันเทียม วันท่ีกําหนดเวลาไวเปนชวง ในอายุสัญญา
• แบงตามสถานะที่ไดประโยชนและสถานะท่ีเสียประโยชน
สามารถแบงออกไดเปน 3 ประเภทคือ
1. สถานะท่ีไดประโยชน (in-the-money) หมายถึง สถานะในสิทธิท่ีกอใหเกิดประโยชนกับ
ผูถือวอรแรนทจะเกิดขึ้นเม่ือราคาใชสิทธิ (exercise price) ตํ่ากวาราคาตลาดหุนสามัญ (market price)
ณ ขณะน้ัน ถาหากวอรแรนทเปนแบบอเมริกันซึ่งสามารถเลือกใชสิทธิ ณ เวลาใดเวลาหน่ึงไดภายใน
อายุของสัญญา เมื่อเกิดเหตุการณท่ีราคาใชสิทธินอยกวาราคาหุนสามัญ ผูถือวอรแรนทสามารถเลือกท่ีจะ
ใชสิทธิซ้ือหุนสามัญในราคาใชสิทธิซึ่งตํ่ากวาราคาหุนสามัญในขณะน้ันได แตหากวอรแรนทมีลักษณะเปน
24 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
แบบยุโรป หรือแบบอเมริกันเทียม ผูถือวอรแรนทจะยังไมสามารถใชสิทธิซ้ือหุนสามัญหากยังไมถึงระยะเวลา
ใชสิทธิตามท่ีกําหนดไวภายใตวอรแรนท ดังนั้น ผูถือวอรแรนทจึงเพียงแตรับรูวาสิทธิดังกลาวกําลังอยูใน
สถานะที่ไดประโยชนเทาน้ัน ดังน้ัน จะเห็นไดวาสถานะท่ีไดประโยชนของวอรแรนทไมจําเปนวาผูถือวอรแรนท
ตองรับรูโดยการใชสิทธิซื้อหุนสามัญ เน่ืองจากผูถือวอรแรนทอาจจะยังใชสิทธิไมได เพราะยังไมถึงกําหนด
ระยะเวลาท่ีกําหนดใหใชสิทธิ นอกจากนี้ถึงแมวอรแรนทจะมีสถานะที่ไดประโยชน ผูถือวอรแรนทอาจเลือก
ท่ีจะยังไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญ ถาวอรแรนทยังไมหมดอายุ ในกรณีท่ีมีความคาดหวังวาราคาหุนสามัญจะ
ปรับตัวข้ึน และสงผลใหราคาวอรแรนทจะเคล่ือนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุนสามัญ การที่ผูถือวอรแรนท
ยังไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญหมายถึงโอกาสท่ีจะไดรับอัตราผลตอบแทนตอเงินลงทุนเร่ิมแรกท่ีสูงกวา เพราะ
สถานการณไดประโยชนจะยังเพิ่มมากขึ้นจากการเพิ่มข้ึนของราคาหุนสามัญ
2. สถานะท่ีไมไดและไมเสียประโยชน (at-the-money) หมายถึง สถานะในสิทธิท่ีผูถือวอรแรนท
ไมไดและไมเสียประโยชน โดยสถานะที่ไมไดและไมเสียประโยชนแกผูถือวอรแรนทจะเกิดข้ึนเม่ือราคาใชสิทธิ
(exercise price) เทากับราคาตลาดหุนสามัญ (market price) ณ ขณะน้ัน เมื่อเกิดเหตุการณที่ราคาใชสิทธิ
เทากับราคาหุนสามัญ ผูถือวอรแรนทสามารถเลือกท่ีจะใชสิทธิหรือไมใชสิทธิก็ได ซึ่งในทางปฏิบัติแลว
ผูถือวอรแรนทจะเลือกใชสิทธิหรือไมใชสิทธิขึ้นอยูกับจุดคุมทุนในการซ้ือขายซ่ึงจะตองพิจารณาคาธรรมเนียม
ในการซ้ือขายหุนสามัญประกอบดวย โดยหากพิจารณาแลววาคุมทุนที่จะใชสิทธิ ผูถือวอรแรนทจะใชสิทธิ
แตหากพิจารณาแลววาไมคุมทุน ผูถือวอรแรนทจะปลอยใหสิทธิในการซ้ือหุนสามัญนั้นหมดอายุไปโดย
ไมมีการใชสิทธิ
3. สถานะที่เสียประโยชน (out-of-the-money) หมายถึง สถานะในสิทธิที่ผูถือวอรแรนทกําลัง
เสียประโยชนจะเกิดข้ึนเม่ือราคาใชสิทธิ (exercise price) มากกวาราคาตลาดของหุนสามัญ (market price)
ณ ขณะนั้น ถาหากวอรแรนทเปนแบบอเมริกันซึ่งสามารถเลือกใชสิทธิ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งไดภายในอายุ
ของสัญญา เม่ือราคาใชสิทธิยังคงมากกวาราคาหุนสามัญ ผูถือวอรแรนทจะยังไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญ และ
จะรอจนกวาราคาหุนสามัญเพิ่มข้ึนจนกระทั่งมีราคาสูงกวาราคาใชสิทธิ จึงจะตัดสินใจใชสิทธิซ้ือหุนสามัญ
ในกรณีของวอรแรนทแบบยุโรปที่อยูในสถานะที่เสียประโยชนอยูจนกระทั่งเมื่อครบกําหนดอายุการใชสิทธิ
ผูถือวอรแรนทจะตองปลอยใหสิทธิในการซื้อหุนสามัญหมดอายุไปโดยไมมีการใชสิทธิ
• แบงตามเงื่อนไขการผูกติดกับตราสารทางการเงิน
สามารถแบงออกไดเปน 2 ประเภทคือ
1. Detachable warrant คือ วอรแรนทประเภทสิทธิซื้อ (call option) ที่ถูกขายพรอมกันกับ
หลักทรัพยประเภทอ่ืนซ่ึงโดยสวนใหญจะเปนตราสารหน้ี โดยวอรแรนทนี้จะใหสิทธิแกผูถือสามารถซื้อ
หุนสามัญไดในราคาใชสิทธิท่ีกําหนด และภายในระยะเวลาที่กําหนดไวในอนาคต วัตถุประสงคก็เพ่ือใหการ
ระดมทุนโดยการออกตราสารหนี้มีความนาสนใจในการลงทุนมากยิ่งข้ึน ท้ังนี้ เมื่อผูถือไดวอรแรนทไปแลว
ก็สามารถตัดสินใจเลือกวาจะใชสิทธิซื้อหุนสามัญหรือไม หรือหากไมตองการใชสิทธิซื้อหุนสามัญก็สามารถ
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 25
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
แยกวอรแรนทออกจากตราสารหน้ีเพื่อขายวอรแรนทออกไปในตลาดหลักทรัพย โดยไมมีเง่ือนไขการผูกติด
วอรแรนทไวกับตราสารหน้ี ดังนั้น ผูถือวอรแรนทชนิดนี้สามารถซื้อหรือขายเฉพาะวอรแรนทได โดยไมจําเปน
ตองซื้อหรือขายตราสารหน้ีที่วอรแรนทนั้นผูกติดอยูไปพรอมกัน ผูถือวอรแรนทชนิดนี้จะไดรับประโยชนเม่ือ
ราคาหุนสามัญของบริษัทท่ีวอรแรนทนั้นอางอิงอยูเพ่ิมข้ึน กลาวคือ ผูถือวอรแรนทสามารถขายวอรแรนท
เพ่ือทํากําไร หรืออาจเลือกที่จะใชสิทธิซื้อหุนสามัญของบริษัทน้ันตามราคาใชสิทธิท่ีระบุไวในวอรแรนท
แลวนําหุนสามัญออกขายตามราคาตลาด หากราคาหุนในตลาดสูงกวาราคาใชสิทธิผูถือวอรแรนทก็จะไดกําไร
2. Non–detachable warrant คือ วอรแรนทประเภทสิทธิซ้ือ (call option) ท่ีถูกขายพรอมกัน
รวมกับหลักทรัพยประเภทอ่ืนและผูถือวอรแรนทไมสามารถแยกขายออกจากหลักทรัพยท่ีวอรแรนทน้ัน
ผูกติดอยูได ดังน้ัน ผูถือวอรแรนทชนิดนี้จะไมสามารถขายวอรแรนทออกไปในตลาดรองได ตัวอยางเชน
non–detachable warrant ซึ่งผูกติดกับหุนกู ซึ่งผูลงทุนไมสามารถแยกขายหุนกูและวอรแรนทออกจากกันได
ผลตอบแทนจากการลงทุนในใบสําคัญแสดงสิทธิ
ผลตอบแทนจากการซ้ือขายใบสําคัญแสดงสิทธิ
เนื่องจากผูถือวอรแรนทไมมีสิทธิในการเปนเจาของกิจการเหมือนกับหุนสามัญ ดังนั้น การลงทุน
ในวอรแรนทจึงไดรับผลตอบแทนในรูปของสวนตางของราคา (capital gain) เทานั้น ไมมีสิทธิไดรับเงินปนผล
และสิทธิในการเขารวมประชุมผูถือหุนเหมือนกับผูถือหุนสามัญ นอกจากนี้ การลงทุนในวอรแรนทจะมี
อัตราทดในการลงทุนหรือมี leverage ซ่ึงเปนการเพ่ิมอํานาจเงินลงทุนใหแกผูลงทุน ดวยจํานวนเงินลงทุน
ท่ีเทากัน ผลลัพธท่ีเกิดขึ้นจากการมี leverage ทําใหผูถือวอรแรนทไดรับผลกําไรหรือผลขาดทุนไดมากกวา
การลงทุนในหุนสามัญท่ีวอรแรนทนั้นอางอิงอยู ดังตัวอยางตอไปน้ี
26 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ตัวอยางที่ 1-5 ผลตอบแทนจากการซื้อขายวอรแรนท
ตัวอยาง เปรียบเทียบกับการใชเงินลงทุน 100 บาท เพ่ือซื้อ Warrant ของหุน ABC ซ่ึงเปน
อนุพันธทางการเงินประเภทหนึ่ง กับการใชเงินจํานวนเทากันเพ่ือซ้ือหุน ABC โดยตรง
ลงทุนในหุนโดยตรง ราคาหุน ½ 1 บาท กําไร 10%
เงิน 100 บาท ซ้ือหุน ABC เปน 11 บาท ไดกําไร 10 บาท ขาดทุน 10%
ราคาหุนละ 10 บาท ได 10 หุน (1 บาทตอหุน × 10 หุน)
ราคาหุน ¾ 1 บาท
เปน 9 บาท ขาดทุน 10 บาท
(1 บาทตอหุน × 10 หุน)
ถาหุน ABC ราคาเปล่ียนแปลง ¼ ราคา Warrant ของหุน ABC จะเปลี่ยนแปลงในทิศทาง
เดียวกัน
โดยในท่ีน้ีสมมติวาถาราคาหุนเปล่ียนไป 1 บาท แลวราคา Warrant จะเปล่ียนแปลงไป 0.5 บาท
ในทิศทางเดียวกัน
ลงทุนใน Warrant Warrant ½ 0.50 บาท กําไร 25%
เงิน 100 บาทซื้อ Warrant เปน 2.50 บาท ไดกําไร 25 บาท ขาดทุน 25%
ของหุน ABC ราคาหนวยละ (0.50 บาทตอหนวย × 50 หนวย)
2 บาท ได 50 หนวย Warrant ¾ 0.50 บาท
เปน 1.50 บาท ขาดทุน 25 บาท
(0.50 บาทตอหนวย × 50 หนวย)
การลงทุนในวอรแรนทเปนทางเลือกในการลงทุนท่ีมีอัตราทด (leverage) สูงกวาเม่ือเปรียบเทียบ
กับการลงทุนในหุนสามัญซ่ึงเปนการลงทุนทางตรง เนื่องจากการลงทุนในวอรแรนทใชเงินลงทุนนอยกวา
การลงทุนในหุนสามัญโดยตรง ซึ่งทําใหราคาของวอรแรนทมีความผันผวนในอัตราท่ีสูงกวาอัตราการ
เปล่ียนแปลงของราคาหุนสามัญอางอิง เพราะการแกวงตัวของราคาของวอรแรนทข้ึนอยูกับการแกวงตัวของ
ราคาหุนสามัญอางอิงแตใชเงินลงทุนนอยกวา ผูถือวอรแรนทจึงมีโอกาสที่จะไดรับผลกําไรและผลขาดทุน
ไดในอัตราท่ีสูงกวาการลงทุนในหุนสามัญอางอิงโดยตรงเมื่อราคาหุนสามัญอางอิงมีการเปล่ียนแปลงไป ท้ังน้ี
ผูถือวอรแรนทสามารถขายวอรแรนทเพ่ือทํากําไรเนื่องจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาดังกลาว และหาก
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 27
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
ราคาลดลงควรมีระดับการตัดขาดทุน (cut loss) ดังนั้น อัตราทดในการลงทุนหรือ leverage จากการลงทุน
ในวอรแรนทจึงมีทั้งประโยชนและความเส่ียง โดยความเส่ียงจะจํากัดไมเกินเงินลงทุนท่ีซ้ือวอรแรนทเขามา
ผลตอบแทนจากการใชสิทธิตามวอรแรนท
ประเด็นท่ีผูลงทุนในวอรแรนทควรใหความสําคัญ คือ การตัดสินใจเลือกวาจะใชสิทธิหรือไมใชสิทธิ
ซื้อหุนสามัญ ซ่ึงขึ้นอยูกับวาการใชสิทธิในครั้งน้ันกอใหเกิดประโยชนแกผูลงทุนหรือไม โดยสามารถพิจารณา
ไดจากราคาสินทรัพยอางอิงภายใตสัญญา ณ เวลาใชสิทธิเทียบกับราคาใชสิทธิ
ผูถือวอรแรนทสามารถตัดสินใจใชสิทธิเมื่อราคาใชสิทธินอยกวาราคาสินทรัพยอางอิงภายใตสัญญา
ณ เวลานั้น ซ่ึงจะทําใหผูถือวอรแรนทใชสิทธิแลวไดรับกระแสเงินสดสุทธิ (net cash flow) ณ เวลาใชสิทธิ
เทากับราคาสินทรัพยอางอิงภายใตสัญญา (ST) หักดวย ราคาใชสิทธิ (X) ณ เวลาน้ัน
โดยสรุป คือ การตัดสินใจใชสิทธิใหพิจารณาจากราคาสินทรัพยอางอิงภายใตสัญญา (ST) หักดวย
ราคาใชสิทธิ (X) ถาไดคาเปนบวก ผูถือสิทธิซ้ือควรใชสิทธิ ในทางกลับกัน ถาผลลัพธมีคาเปนลบ ผูถือครอง
ไมสมควรใชสิทธิ หรือสามารถอธิบายไดดวยตารางสรุปดังตอไปน้ี
ตารางที่ 1-2 สรุปสถานะของสิทธิ
สิทธิของวอรแรนท X < ST X = ST X > ST
สิทธิซื้อ in-the-money at-the-money out-of-the-money
at-the-money
สิทธิขาย out-of-the-money in-the-money
ST = ราคาตลาดของหุนสามัญ ณ ขณะน้ัน (T)
X = ราคาใชสิทธิ
ในกรณีของการลงทุนในวอรแรนท ผูลงทุนจะไดประโยชนก็ตอเม่ือผูลงทุนสามารถซ้ือหุนสามัญ
อางอิงตามราคาใชสิทธิดวยราคาที่ต่ํากวาราคาตลาด ซึ่งสถานการณดังกลาวนี้เรียกวาวอรแรนทน้ันมีมูลคา
ท่ีแทจริง (intrinsic value) ท่ีเปนบวกหรือวอรแรนทนั้นอยูในสถานะ in-the-money (ITM) ดังนั้น ยิ่งราคา
ใชสิทธิต่ํากวาราคาตลาดของหุนสามัญอางอิงมากเทาใด ก็จะแสดงใหเห็นถึงมูลคาที่แทจริงของวอรแรนท
ท่ีเพิ่มมากข้ึนเทาน้ัน รูปที่ 1-4 แสดงใหเห็นถึงมูลคาที่แทจริงของวอรแรนทโดยสมมติใหราคาหุนสามัญอางอิง
มีระดับราคาตางๆ และเพ่ิมสูงข้ึนเร่ือยๆ
28 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
รูปที่ 1-4 มูลคาที่แทจริงของวอรแรนทเมื่อราคาหุนสามัญอางอิงเปลี่ยนแปลง A+)6
'6 6 %=) 6Ę /<ę .6%5g1ę6 1 8
%=) 6Ę 9BI
ę ' è 1 +1'BĜ ' Ĝ
'6 6D ę. 8 8 1 +1'BĜ ' Ĝ
0
จากรูปที่ 1-4 จะพบวาวอรแรนทจะอยูในสถานะ in-the-money เม่ือราคาหุนสามัญอางอิงสูงกวา
ราคาใชสิทธิ (พ้ืนที่ภายในเสนทึบ) อยางไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแมวาราคาหุนสามัญอางอิงจะสูงกวาราคา
ใชสิทธิ ผูลงทุนควรนําตนทุนในการซ้ือวอรแรนทมาพิจารณาประกอบดวย ยกตัวอยางเชน ผูลงทุน
ซื้อวอรแรนทของหุน ABC ในราคา 30 บาท กําหนดใหราคาใชสิทธิของวอรแรนทเทากับ 100 บาท สมมติวา
ณ วันใชสิทธิปรากฏวาราคาหุน ABC อยูที่ 120 บาท ในกรณีนี้ วอรแรนทของหุน ABC นี้จะมีมูลคา
ท่ีแทจริงเทากับ 20 บาท (120 – 100) แตเมื่อนําตนทุนมารวมคํานวณดวยกลับพบวาผูลงทุนยังคงขาดทุนอยู
10 บาท เน่ืองจากหากผูลงทุนใชสิทธิซ้ือหุนสามัญตามวอรแรนทน้ีจะมีตนทุนในการไดมาซึ่งหุนสามัญอางอิง
เทากับ 130 บาท (100 + 30) ในขณะท่ีตนทุนในการซ้ือหุน ABC ในตลาดหลักทรัพยฯ เทากับ 120 บาท
เปนตน ดังนั้นสามารถแสดงผลกําไร/ขาดทุนจากการตัดสินใจใชสิทธิซ้ือหุนสามัญอางอิงของผูลงทุนได
ดังรูปที่ 1-5
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 29
ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
รูปท่ี 1-5 ผลกําไร/ขาดทุนจากการใชสิทธิของวอรแรนท
7E' 6 <
100
30 130 '6 6/ ę< .6%5g1ę6 1 8 D +5 D .ę 8 8
จากรูปที่ 1-5 หากผูลงทุนใชสิทธิ ณ ราคาใชสิทธิ 100 บาทจะสงผลใหผูลงทุนขาดทุนเทากับ
30 บาท (ราคาที่ผูลงทุนซ้ือวอรแรนทมา) แตเม่ือราคาหุนสามัญอางอิงปรับตัวเพ่ิมข้ึนจนถึงราคา 130 บาท
ผูลงทุนจะถึงจุดคุมทุนในการใชสิทธิ และหากราคาหุนสามัญอางอิงเพ่ิมข้ึนมากกวา 130 บาท จะทําให
ผูลงทุนไดรับผลกําไรเพิ่มมากขึ้นตามเสนทึบ ดังนั้น การใชสิทธิซื้อหุนสามัญอางอิงในทางปฏิบัติ ผูลงทุน
ควรคํานึงถึงตนทุนในการใชสิทธิท่ีรวมถึงตนทุนในการซ้ือวอรแรนทน้ันมารวมในการพิจารณาดวย
ความเส่ียงจากการลงทุนในใบสําคัญแสดงสิทธิ
ผลตอบแทนและความเสี่ยงของวอรแรนทแตกตางจากหุนสามัญ
เนื่องจากวอรแรนทมีลักษณะเปนตราสารอนุพันธที่มูลคาของวอรแรนทขึ้นอยูกับมูลคาของหุนสามัญ
ที่วอรแรนทอางอิงอยู นอกจากผลตอบแทนจากสวนตางของราคาซ้ือขายแลว ผูลงทุนจะไดรับผลประโยชน
จากการลงทุนในวอรแรนทที่เกิดการใชสิทธิภายในระยะเวลาท่ีผูออกวอรแรนทกําหนดดังกลาวในหัวขอ
ผลตอบแทนจากการใชสิทธิตามวอรแรนทขางตน
ในดานผลตอบแทนและความเสี่ยงน้ัน การลงทุนในวอรแรนทแตกตางจากการลงทุนในหุนสามัญ
เนื่องจากผลตอบแทนท้ังกําไรและขาดทุนของหุนสามัญนั้นเกิดข้ึนไดไมจํากัด ในขณะที่วอรแรนทสามารถ
มีผลกําไรไดไมจํากัดแตขาดทุนจํากัดไมเกินเงินลงทุนเร่ิมตนที่ซื้อวอรแรนทเขามา อยางไรก็ตาม วอรแรนท
จะมีความเส่ียงในดานอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาตอเงินลงทุนท่ีสูงกวาหุนสามัญ เน่ืองจากใชเงินลงทุน
ที่ต่ํากวาหรือมีอัตราทดในการลงทุนนั่นเอง นอกจากน้ีในแงของความเส่ียงดานระยะเวลาในการลงทุน
หุนสามัญมีอายุไมจํากัดแตวอรแรนทมีอายุจํากัด
30 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
วอรแรนทมีอัตราทดในการลงทุน
วอรแรนทเปนเคร่ืองมือในการลงทุนที่ทําใหผูลงทุนสามารถลงทุนในหุนสามัญที่ตนเองสนใจได
โดยใชเงินลงทุนตํ่ากวาการลงทุนซ้ือหุนสามัญที่วอรแรนทน้ันอางอิงอยูโดยตรง ดังน้ัน การลงทุนในวอรแรนท
จึงมีอัตราทดในการลงทุนหรือมี leverage ซึ่งเปนการเพิ่มอํานาจซ้ือใหแกเงินลงทุนของผูลงทุน ดวยจํานวน
เงินลงทุนท่ีเทากัน ผลลัพธท่ีเกิดข้ึนจากการมี leverage ทําใหผูลงทุนอาจไดรับผลกําไรหรือผลขาดทุนได
มากกวาการลงทุนในหุนสามัญท่ีวอรแรนทนั้นอางอิงอยู เม่ือราคาหุนสามัญมีการเปล่ียนแปลงไป ซึ่งผลของ
Leverage สามารถแสดงไดดังตัวอยางท่ี 1-4
ตัวอยางท่ี 1-6 บริษัท ABC จํากัด (มหาชน) ชื่อยอหลักทรัพยคือ ABC ออกวอรแรนทรุนท่ี 1 หรือ
ABC-W1 อัตราการใชสิทธิ (วอรแรนท : หุนสามัญใหม) เทากับ 1 : 1 ราคาใชสิทธิ 100 บาทตอหุน สมมติวา
ในตลาดหลักทรัพยฯ ราคาตลาดของหุน ABC เทากับ 100 บาท ขณะท่ีราคาตลาดของวอรแรนท ABC-W1
ซื้อขายกันอยูที่ 10 บาท ผูลงทุนคนหนึ่งไดลงทุนซื้อวอรแรนทของบริษัทนี้มาในราคาหนวยละ 10 บาท
เปนจํานวนท้ังสิ้น 10 วอรแรนทและถือไวจนกระทั่งวอรแรนทหมดอายุ หากราคาหุน ABC มีการเปล่ียนแปลง
ไปในระดับตางๆ จะสงผลกระทบตอกําไรหรือขาดทุนของผูลงทุนท่ีซื้อวอรแรนทเมื่อเปรียบเทียบกับการ
ซ้ือหุนสามัญโดยตรง ดังท่ีแสดงไวในตารางท่ี 1-3
ตารางที่ 1-3 ผลของอัตราทด (leverage) จากการลงทุนในวอรแรนทเม่ือเปรียบเทียบกับการลงทุนในหุนสามัญอางอิง
ณ วันท่ีวอรแรนทหมดอายุ
ราคาหุน กําไร / ขาดทุนจากการลงทุน กําไร / ขาดทุนจาก กําไร / ขาดทุนโดยรวมจากการลงทุน
(บาท) ในหุนสามัญ การลงทุนในวอรแรนท ในวอรแรนทหลังหักตนทุน
กอนหักตนทุน (บาท) (บาท) (%)
(บาท) (%)
75 –25 –25 0 –100 –100
90 –10 –10 0 –100 –100
100 0 0 0 –100 –100
110 10 10 100 0 0
125 25 25 250 150 150
หากผูลงทุนใชเงินจํานวน 100 บาท ที่มีอยูไปซ้ือหุน ABC ผูลงทุนจะสามารถซื้อหุน ABC ไดเพียง
1 หุน แตหากนําเงินดังกลาวมาซื้อวอรแรนทจะสามารถซ้ือ ABC-W1 ไดถึง 10 วอรแรนท อยางไรก็ตาม
หากในเวลาตอมาราคาหุน ABC ลดลงตํ่ากวา 100 บาท สงผลใหราคาตลาดหุน ABC ลดลงต่ํากวาราคา
ใชสิทธิ 100 บาท วอรแรนทก็จะมีสถานะที่เสียประโยชนหรือไมมีมูลคาท่ีแทจริง (out-of-the-money)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 31
ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
ทําใหผูลงทุนเลือกท่ีจะไมใชสิทธิซื้อหุน ABC ที่ราคาใชสิทธิ 100 บาท เนื่องจากสามารถซื้อหุน ABC
ในตลาดหลักทรัพยฯ ไดในราคาที่ต่ํากวาราคาใชสิทธิ ทําใหผูลงทุนขาดทุนจากการลงทุนในวอรแรนทนี้เทากับ
จํานวนเงินท่ีใชซ้ือวอรแรนท 100 บาทในครั้งแรกหรือ 100% ตัวอยางเชน หากราคาหุน ABC ลดลง
เหลือ 90 บาท ผูลงทุนก็จะเลือกไมใชสิทธิ ซึ่งทําใหผูลงทุนขาดทุนจากการซ้ือวอรแรนทเทากับเงินลงทุน
ทั้งหมด (ขาดทุน 100%) เม่ือเปรียบเทียบกับกรณีที่ผูลงทุนซื้อหุนจะขาดทุนจากการซ้ือหุนเพียง 10 บาท
(ราคาซ้ือ 100 บาท ลบ ราคาขาย 90 บาท) หรือ 10% เทานั้น
ในทางกลับกัน หากราคาหุนปรับตัวเพ่ิมข้ึนมากกวา 100 บาทจะทําใหผูลงทุนไดกําไรจากการลงทุน
ในวอรแรนทมากกวาการลงทุนในหุนสามัญโดยตรงเชนกัน ตัวอยางเชน หากราคาหุน ABC ปรับเพ่ิมขึ้น
เปน 125 บาท หากผูลงทุนซ้ือหุน ABC โดยตรงก็จะไดกําไร 25 บาท แตถาหากผูลงทุนเลือกซื้อวอรแรนท
ABC-W1 ไวจํานวน 10 วอรแรนทแลวใชสิทธิแปลงสภาพตามอัตราการใชสิทธิ 1 : 1 ก็จะสามารถใชสิทธิ
ซื้อหุน ABC ไดจํานวน 10 หุน เม่ือไดหุน ABC มาแลวก็นําหุนเหลานั้นไปขายในตลาดหลักทรัพยฯ จะทําให
ผูลงทุนไดกําไรถึง 150 บาท (คํานวณไดจาก (กําไรจากการขายหุน 25 บาท × 10 หุน) หักดวย (ตนทุน
คาซ้ือวอรแรนทจํานวน 10 วอรแรนท × 10 บาท))
จากตัวอยางขางตน จะเห็นไดวาผลท่ีเกิดข้ึนจาก Leverage ของการลงทุนในวอรแรนทขึ้นอยูกับ
ราคาหุนสามัญอางอิงและความผันผวนของราคาหุนสามัญอางอิง ไมวาจะเปนการปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลง
ของราคาตลาดหุนสามัญเปนปจจัยสําคัญที่สงผลกระทบอยางมีนัยสําคัญตอกําไรหรือขาดทุนของผูลงทุน
ไดมากกวาการลงทุนในหุนสามัญอางอิงโดยตรง
การถือครองวอรแรนทไมไดรับเงินปนผล
การลงทุนในวอรแรนทมีขอแตกตางจากการลงทุนในหุนสามัญ เนื่องจากการลงทุนในหุนสามัญ
ผูลงทุนอาจไดรับเงินปนผลจากกิจการในชวงระยะเวลาท่ีถือครองหุนสามัญนั้นอยู แตสําหรับการลงทุน
ในวอรแรนทน้ันจะไมไดรับเงินปนผลจากการถือครองวอรแรนทนั้น นอกจากนี้ ผูลงทุนยังไมมีสิทธิหรือ
สวนรวมใดๆ กับกิจการ เชน สิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผูถือหุน เวนแตผูลงทุนไดใชสิทธิแปลงสภาพ
เปนหุนสามัญอางอิงกอน
จํานวนของวอรแรนทที่ออกจําหนาย
จํานวนวอรแรนทท่ีออกจําหนายมากข้ึนจะสงผลใหราคาตลาดของวอรแรนทปรับตัวลดลง เน่ืองจาก
เมื่อมีการใชสิทธิซื้อหุนสามัญมากข้ึนจะทําใหจํานวนหุนสามัญเขามาซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยเพ่ิมข้ึนดวย
เมื่อจํานวนหุนสามัญเพ่ิมขึ้นในขณะที่กําไรของบริษัทเทาเดิมจะสงผลใหกําไรสุทธิตอหุน (EPS) ของบริษัท
ผูออกวอรแรนทลดลง หรือที่เรียกวา dilution effect เม่ือเกิด dilution effect ราคาตลาดของหุนสามัญอางอิง
จะลดลง ในขณะท่ีราคาใชสิทธิซ้ือหุนสามัญอางอิงของวอรแรนทคงท่ีจึงทําใหสวนตางระหวางราคาหุนสามัญ
อางอิงกับราคาใชสิทธิมีคาลดลง (เปน in-the-money ลดลง หรือเปน out-of-the-money มากขึ้น) จึงทําให
32 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ราคาตลาดของวอรแรนทมีคาลดลงดวยเชนกัน ดังนั้น ราคาวอรแรนทจึงมีความสัมพันธแปรผกผันกับ
จํานวนวอรแรนทท่ีออกจําหนาย
นอกจากน้ีถึงแมวอรแรนทจะอยูในสถานะ in-the-money และวอรแรนทน้ันมีมูลคาท่ีแทจริง (intrinsic
value) ที่เปนบวก ผูถือวอรแรนทอาจเลือกท่ีจะยังไมใชสิทธิซื้อหุนสามัญ โดยหากยังไมครบกําหนดอายุ
วอรแรนท และผูลงทุนประเมินวาราคาหุนสามัญที่วอรแรนทอางอิงจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งมูลคาของ
วอรแรนทจะปรับตัวข้ึนดวย และเนื่องจากหากผูถือวอรแรนทใชสิทธิซ้ือหุนสามัญจะตองใสเงินเพิ่มเทากับ
ราคาใชสิทธิซ่ึงกําหนดไวคงท่ี ดังนั้น การที่ผูถือวอรแรนทยังไมใชสิทธิซ้ือหุนสามัญจึงหมายถึงโอกาสที่จะ
ไดรับอัตราผลตอบตอเงินลงทุนเริ่มแรกท่ีสูงกวาน่ันเอง
1.1.3 ความเสี่ยงของการลงทุนในตราสารทุน
ความเส่ียงของการลงทุนในตราสารทุน หรือความไมแนนอนของผลตอบแทนจะอยูในระดับสูงหรือ
ต่ํานั้น ยอมข้ึนอยูกับผลประกอบการของบริษัท ภาวะอุตสาหกรรมท่ีเกี่ยวของ และภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้ง
ภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย หากภาวะเศรษฐกิจขยายตัวดี และบริษัทมีผลประกอบการท่ีดี ผูลงทุน
ยอมมีโอกาสที่จะไดรับผลตอบแทนท่ีสูงขึ้น ในทางตรงขาม หากภาวะเศรษฐกิจซบเซาและบริษัทมีผลกําไร
ลดลง ผลตอบแทนที่ผูลงทุนจะไดรับก็มีแนวโนมที่จะลดลงเชนกัน
ความเสี่ยงท่ีสงผลใหเกิดความไมแนนอนตอผลการดําเนินงานของกิจการ
สาเหตุท่ีทําใหเกิดความไมแนนอนตอผลการดําเนินงานของกิจการ ซึ่งสงผลกระทบกับกระแสเงินสด
รับสุทธิของกิจการ ไดแก ความเส่ียงทางธุรกิจ (business risk) และความเสี่ยงทางการเงิน (financial risk)
ของบริษัทผูออกตราสารทุน
• ความเส่ียงทางธุรกิจ (business risk)3
เปนความเสี่ยงที่มีสาเหตุมาจากลักษณะทางธุรกิจของกิจการท่ีอาจขึ้นลงตามความผันผวนของ
เศรษฐกิจ หรือเปนธุรกิจท่ีมีความตองการ (demand) ตามฤดูกาล หรือตามแฟชั่น ปจจัยที่มากระทบตอ
การดําเนินธุรกิจของกิจการอาจเปนปจจัยมหภาค (macro factors) เชน การเพ่ิมข้ึนของราคานํ้ามัน
ภาวะเงินเฟอ และคาแรงงาน สงผลใหตนทุนผลิตสูงขึ้น ปจจัยอื่นท่ีสงผลตอการดําเนินงานของธุรกิจ ไดแก
การเปล่ียนแปลงทางสังคม เทคโนโลยี และการเมือง รวมท้ังกฎระเบียบตางๆ อยางไรก็ตาม ธุรกิจจะไดรับ
ผลกระทบรุนแรงหรือไมอยางไร ขึ้นกับปจจัยจุลภาค (micro factors) ภายในกิจการดวย อันเปนกลยุทธ
ภายในบริษัท เชน บางกิจการตองใชตนทุนคงที่เปนสัดสวนสูงในการดําเนินงาน ดังนั้น เม่ือกิจการเกิด
3 ความในสวนน้ีมาจาก จิรัตน สังขแกว, รูวิเคราะห เจาะเร่ืองหุน, พิมพครั้งท่ี 5, กรุงเทพฯ: ตลาดหลักทรัพย
แหงประเทศไทย 2556.
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 33
ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
ความผันผวนในยอดขาย จะสงผลใหกําไรจากการดําเนินงานของกิจการยอมมีความผันผวนมากกวาธุรกิจ
ที่ใชตนทุนคงท่ีในการดําเนินงานเปนสัดสวนต่ํา หรือบางกิจการมีกลยุทธการกระจายผลิตภัณฑมิได
กระจุกตัวในผลิตภัณฑใดผลิตภัณฑหนึ่ง ทําใหยอดขายรวมไมผันผวนนักเม่ือความตองการในผลิตภัณฑหนึ่ง
ตกต่ํา
• ความเสี่ยงทางการเงิน (financial risk)
เปนความเส่ียงที่เกิดขึ้นจากการท่ีกิจการสรางภาระผูกพันทางการเงินไว เชน การกอหนี้ ถากิจการใด
มีการกอหนี้จํานวนมาก กิจการนั้นก็จะมีภาระการจายดอกเบ้ีย ซึ่งเปนคาใชจายคงท่ีจํานวนมาก หากกิจการ
ไมสามารถทํากําไรไดตามเปาท่ีวางไว กําไรของกิจการก็จะไมเพียงพอท่ีจะจายดอกเบ้ียได เมื่อกิจการ
ไมสามารถจายดอกเบี้ยตามภาระผูกพันได ก็ทําใหบริษัทมีความเส่ียงท่ีอาจจะถูกฟองรองดําเนินคดี อันอาจ
เปนเงื่อนไขของการลมละลายและการเลิกดําเนินกิจการของบริษัทน้ันๆ ซ่ึงสงผลกระทบโดยตรงตอผูถือหุน
ความเสี่ยงท่ีสงผลตออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุน
เปนความเส่ียงท่ีเกิดจากการเปล่ียนแปลงของราคาตลาดของหลักทรัพยซึ่งเปนผลมาจากปจจัยตางๆ
ไดแก ความเส่ียงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบ้ีย ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคลองของหลักทรัพย
และความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟอ
• ความเส่ียงจากการเปล่ียนแปลงของอัตราดอกเบ้ีย (interest rate risk)
การท่ีระดับอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินเปลี่ยนแปลงผันผวนข้ึนลง ก็จะกระทบตอระดับอัตรา
ผลตอบแทนที่ผูลงทุนตองการในยามท่ีอัตราดอกเบี้ยเปล่ียนแปลงไปในทิศทางที่สูงขึ้น เทากับวาตนทุน
คาเสียโอกาสในเงินลงทุนมีระดับสูงขึ้น ผูลงทุนจะตองการอัตราผลตอบแทนสูงขึ้น จึงตองการจายเงินซ้ือหุน
รวมท้ังหลักทรัพยอื่นๆ ในราคาต่ําลง ดังนั้น การเพิ่มขึ้นของระดับอัตราดอกเบ้ียโดยทั่วไป จะสงผลให
ราคาหลักทรัพยตางๆ ลดลง เรียกความเสี่ยงน้ีวา ความเส่ียงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยใน
ตลาดการเงิน
• ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคลองของหลักทรัพย (liquidity risk)
หลักทรัพยที่มีสภาพคลองคือหลักทรัพยท่ีสามารถซ้ือขายไดโดยงาย มีผูลงทุนในตลาดจํานวนมาก
ที่ลงทุนในหลักทรัพยนั้น การลงทุนในหลักทรัพยของบางบริษัทจึงมีความเส่ียงจากการขาดสภาพคลอง
เน่ืองจากไมอาจเปล่ียนหลักทรัพยที่ลงทุนเปนเงินสดไดในเวลาที่รวดเร็วโดยไมขาดทุน เน่ืองจากหลักทรัพย
น้ันหมุนเวียนเปลี่ยนมือในตลาดรองในระดับต่ํา ทําใหมีผลตอระดับราคาของหลักทรัพยน้ัน
34 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
• ความเส่ียงจากอัตราเงินเฟอ (inflation risk)
เงินเฟอเปนภาวการณที่ระดับราคาสินคาและบริการโดยท่ัวไปเพ่ิมขึ้นอยางตอเนื่อง หากระดับเงินเฟอ
สูงจะสงผลใหเงินจํานวนหนึ่งท่ีมีอยูในมือจะสามารถนําไปซื้อสินคาไดนอยลง หรือเงินเสื่อมคาลง ดังนั้น
หากกลาววา อัตราผลตอบแทนที่ไดรับในรูปตัวเงินเทากับ 6% ในขณะที่อัตราเงินเฟอเทากับ 2% แสดงวา
อัตราผลตอบแทนที่แทจริงสุทธิจากอัตราเงินเฟอ ประมาณ 4% เทาน้ัน
1.2 ประเภทของตลาด ลักษณะและรูปแบบของการซ้ือขาย
1.2.1 โครงสรางและองคประกอบของตลาดทุน
การซ้ือขายนอกตลาดหลักทรัพยที่เปนทางการ (over–the-counter/off-exchange trading) หรือ
ท่ีเรียกวา ตลาด OTC หมายถึง ตลาดที่ผูคาหลักทรัพย (dealer) ไดแก ผูซ้ือและผูขายติดตอซื้อขายกัน
โดยตรง ผานชองทางการสื่อสารตางๆ เชน โทรศัพท ระบบส่ือสาร หรือระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกสอื่นๆ
โดยราคาและมูลคาการซื้อขายไมจําเปนตองมีการเปดเผยใหกับสาธารณะ สําหรับตลาด OTC ท่ีรูจักกัน
ท่ัวโลก ไดแก ตลาดหลักทรัพยแนสแด็ก (NASDAQ Stock Market)4 ซึ่งไดช่ือวาเปนตลาดหุนอิเล็กทรอนิกส
แหงแรกของโลก โดยหลักทรัพยที่ซ้ือขายในตลาด NASDAQ นั้น เปนหลักทรัพยของบริษัทดานเทคโนโลยี
เปนสวนใหญ ท้ังน้ี ตลาด OTC โดยทั่วไปจะไมมีขอกําหนดเรื่องคุณสมบัติของหุนที่จะเขามาซ้ือขายในตลาด
ดังน้ัน ไมวาหลักทรัพยใด สามารถซ้ือขายในตลาด OTC ได ตราบเทาที่ผูคาหลักทรัพยเต็มใจที่จะสรางตลาด
สําหรับหลักทรัพยน้ัน (ซื้อและขาย) ดวยเหตุนี้ หุนที่ซ้ือขายในตลาด OTC จึงมีความหลากหลาย คือ มีต้ังแต
หุนขนาดเล็ก จนถึงบริษัทขนาดใหญ หุนของบริษัทที่ขาดทุน จนถึงบริษัทที่มีกําไรมาก รวมถึงหุนจดทะเบียน
ในตลาดหลักทรัพยที่เปนทางการ (listed securities) และหลักทรัพยประเภทอื่นๆ เชน พันธบัตรรัฐบาล
การซ้ือขายในตลาด OTC สําหรับหลักทรัพยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยท่ีเปนทางการผาน
การตกลงซ้ือขายกันโดยตรงในลักษณะการซื้อขายยกล็อต (block trade) โดยโบรกเกอรผูคากับลูกคาสถาบัน
เรียกวา การซ้ือขายใน third market ขณะท่ี fourth market เปนการซ้ือขายหลักทรัพยที่จดทะเบียน
ในตลาดหลักทรัพยท่ีเปนทางการโดยตรงระหวางผูลงทุนสถาบัน ไมมีนายหนาหรือตัวกลางในการซ้ือขาย
ทงั้ น้ี การซอื้ ขายยกลอ็ ตใน third market หรอื fourth market โดยไมม กี ารผา นคาํ สง่ั ซอ้ื ขายในตลาดหลกั ทรพั ย
ที่เปนทางการนั้น เปนการหลีกเล่ียงผลกระทบตอราคาหลักทรัพยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยที่เปน
ทางการ จากรายการซื้อขายในลักษณะยกล็อตดังกลาว
4 NASDAQ ยอมาจาก National Association of Securities Dealer Automated Quotation System
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 35
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
ตลาดหลักทรัพยท่ีมีการจัดต้ังอยางเปนทางการ (exchanges/organised market)
ตลาดหลักทรัพยที่มีการจัดต้ังอยางเปนทางการ (exchanges/organised market) เปนการรวมตัว
ของบริษัทหลักทรัพย และผูคาหลักทรัพยโดยมีวัตถุประสงคเพ่ือเปนตลาดรองในการซ้ือขายตราสารทาง
การเงินตางๆ โดยตราสารท่ีสามารถนํามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพยไดนั้น จะตองผานเกณฑการพิจารณา
รับหลักทรัพยเพ่ือเปนหลักทรัพยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย (listed securities) ขณะที่คําส่ังซ้ือขาย
จากผูประสงคซื้อและผูประสงคขายจะตองสงผานบริษัทสมาชิก (member companies) ที่เปนบริษัท
นายหนาซ้ือขายหลักทรัพย หรือโบรกเกอร (broker) เพื่อสงคําสั่งซื้อขายมาที่ตลาดหลักทรัพยอีกตอหนึ่ง
ทั้งน้ีนอกจากตลาดหลักทรัพยจะทําหนาท่ีเปนตลาดรองในการซื้อขายเปล่ียนมือตราสารทางการเงินระหวาง
ผูประสงคซ้ือและผูประสงคขายแลว ตลาดหลักทรัพยยังมีหนาที่ในการกํากับดูแลบริษัทสมาชิก (บริษัท
นายหนาซื้อขายหลักทรัพย หรือโบรกเกอร) บริษัทจดทะเบียน (listed company) และธุรกรรมการซ้ือขาย
หลักทรัพย รวมทั้งการออกกฎระเบียบขอบังคับ รวมถึงจะมีสํานักหักบัญชีเปนตัวกลางในการชําระราคา
และสงมอบหลักทรัพย (settlement) ชวยลดความเส่ียงในการชําระราคาและสงมอบหลักทรัพย สําหรับ
การซื้อขายในตลาดหลักทรัพยที่มีการจัดตั้งอยางเปนทางการ จะมี 2 แบบคือ
(1) การซ้ือขายหลักทรัพยดวยวิธีเคาะกระดานในหองคาหลักทรัพย (floor based/floor trading)
เปนการซ้ือขายหลักทรัพยโดยผูลงทุนตองสงคําสั่งซ้ือขายหลักทรัพยใหนายหนาซื้อขายหลักทรัพยในหองคา
หลักทรัพย โดยใชสัญญาณมือหรือภาษาพิเศษในการสงคําส่ัง ซ่ึงปจจุบันดวยความกาวหนาทางดาน
เทคโนโลยีการส่ือสาร สงผลใหตลาดหลักทรัพยเปล่ียนรูปแบบเปนการซื้อขายหลักทรัพยดวยระบบ
อิเล็กทรอนิกสแทน
(2) การซ้ือขายหลักทรัพยดวยระบบคอมพิวเตอร (screen based) หรือระบบอิเล็กทรอนิกส
(electronic platform) เปนการซื้อขายที่ใชความกาวหนาของเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีทําใหผูซื้อและผูขาย
หลักทรัพยสงคําสั่งซื้อขายผานระบบคอมพิวเตอร ซ่ึงเชื่อมตอกับระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกส (electronic
trading) ซึ่งชวยลดตนทุนในการทําธุรกรรม ขณะเดียวกันก็ชวยสงเสริมใหเกิดสภาพคลองในการซ้ือขาย
ทําใหผูลงทุนเขาถึงชองทางการซ้ือขายหลักทรัพยมากข้ึน และชวยสรางความโปรงใสในการซื้อขาย
หลักทรัพย
1.2.2 ลักษณะและรูปแบบการซ้ือขาย
ลักษณะการซื้อขาย
ตลาดที่ซื้อขายหลักทรัพยโดยการเจรจาตอรอง (negotiated market)
หมายถึง ตลาดรองท่ีราคาหลักทรัพยขึ้นอยูกับการเจรจาตอรองระหวางผูซ้ือและผูขายหลักทรัพย
ซึ่งในตลาดประเภทน้ีจะไมมีผูดูแลสภาพคลอง (market maker) หรือการจับคูคําส่ังซ้ือขาย (order matching)
แตผูซื้อและผูขายจะเจรจาตอรองราคากันเอง ซ่ึงเม่ือตอรองราคากันเสร็จส้ินจะทําการซื้อขายกันโดยตรง หรือ
สงคําส่ังใหบริษัทนายหนาซื้อขายหลักทรัพย (broker) ดําเนินการตอไป
36 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย