ตลาดท่ีซื้อขายหลักทรัพยโดยการประมูลราคา (auction market)
หมายถึง ตลาดรองที่ผูซ้ือและผูขายตางเสนอราคาที่ตองการซื้อและตองการขายในเวลาเดียวกัน
ราคาท่ีซื้อขายจะเปนราคาสูงสุดท่ีผูซ้ือต้ังใจซื้อหลักทรัพยนั้นๆ และเปนราคาต่ําสุดท่ีผูขายตั้งใจจะขาย
ซึ่งเปนสวนหน่ึงของกลไกการจับคูการซ้ือขายหลักทรัพย (order matching)
นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการซื้อขายที่หลากหลายจากความกาวหนาของเทคโนโลยี เชน dark pools
of liquidity หรือเปนที่รูจักในช่ือของ dark pools หรือ black pools ซึ่งเปนการซ้ือขายหลักทรัพยท่ีไมมี
การเปดเผยเปนการท่ัวไป การซ้ือขายจะกระทําผานระบบเครือขายหรือเปนการซ้ือขายระหวางผูมีสวน
เกี่ยวของโดยตรง โดยผูลงทุนสถาบันจะใช dark pools ในการซื้อขายขนาดใหญเพื่อไมใหเกิดผลกระทบ
ตอตลาด เปนตน
รูปแบบการซ้ือขาย
Quoted Driven Market (dealer market)
เปนกลไกการซื้อขายหลักทรัพยท่ีผูลงทุนระบุราคาเสนอซื้อเสนอขายและจํานวนหุนผานเขามายัง
ผูดูแลสภาพคลอง (market maker) หรือผูคาหลักทรัพย หรือดีลเลอร หลังจากนั้นผูดูแลสภาพคลอง หรือ
ดีลเลอร จะแจงความประสงคซ้ือ (bid) ความประสงคขาย (offer) และปริมาณการซื้อขาย (bargain size)
ใหเจาหนาที่รับอนุญาตในระบบซื้อขายหลักทรัพย (trader) เพื่อเสนอราคา (quotations) จับคูในระบบ
โดยราคาท่ีเสนอน้ัน จะแสดงเปนราคาเดียวท่ีสะทอนความตองการหุนของผูลงทุนในมือของ market maker
หรือ dealer ทั้งหมด และไมแสดงทุกราคาที่มีการเสนอซ้ือเสนอขายโดยผูลงทุนเหมือนกับกรณี order driven
ทั้งน้ีจุดเดนของ quoted driven market คือการเพ่ิมสภาพคลอง เน่ืองจาก market maker หรือ dealer
จะตองประกันไดวาคําส่ังซ้ือขาย (order) ที่สงเขามาจับคูน้ัน เปนคําส่ังซื้อขายท่ี market maker หรือ dealer
สามารถทํารายการไดทั้งหมด รวมถึงในกรณีของหลักทรัพยที่มีสภาพคลองนอย market maker ที่ไดรับ
อนุญาตใหทําหนาที่ดูแลหลักทรัพยของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง จะสามารถเขามาสงคําส่ังซ้ือขายหลักทรัพยนั้น
สําหรับพอรตของตนเอง เพื่อเพ่ิมสภาพคลองของหุน ตัวอยางของ quoted driven market ไดแก NASDAQ,
London SEAQ ซ่ึงเปนตลาดซื้อขายหุนขนาดกลาง (mid-cap) ในลอนดอน รวมถึงตลาดตราสารหน้ี และ
ตลาดคาสกุลเงินตราตางประเทศสวนใหญ
Order Driven Market
เปนการซื้อขายหลักทรัพยที่ผูลงทุนท้ังดานซื้อและขาย จะระบุราคาเสนอซ้ือ เสนอขาย และจํานวน
หุนที่ตองการซ้ือขาย เขามาในตลาดหลักทรัพย เพื่อรอการจับคู (order matching) โดยคําสั่งซ้ือขายจะ
มาจาก trader ที่สงคําสั่งเขามาในตลาดหลักทรัพยโดยตรง หรือจะเปนการสงคําส่ังซื้อขายของผูลงทุน
ผานนายหนาซื้อขายหลักทรัพย เขามาในตลาดหลักทรัพยก็ได ซ่ึงขอมูลคําส่ังเสนอซ้ือขายแตละรายการ
จะถูกแสดงทั้งหมด จึงนับเปนจุดเดนของวิธีการน้ีคือมีความโปรงใส (transparency) แตการเสนอราคา
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 37
ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
เขามาดวยวิธีการนี้จะไมมีการรับประกันวา order ท่ีสงเขามาน้ันจะสามารถจับคูได ตัวอยางของ order driven
market ไดแก New York Stock Exchange (NYSE) ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย (Stock Exchange
of Thailand หรือ SET) และ ตลาด mai (Market for Alternative Investment)
ตลาดท่ีมีการซื้อขายผานนายหนา (brokered market)
เปนการซื้อขายท่ีผูซื้อหรือผูขาย แจงความประสงคในการซื้อหรือขายผานตัวกลางหรือนายหนา
(broker) ท่ีจะทําการคนหาราคา และผูซ้ือหรือผูขายที่มีความตองการตรงกัน และทํารายการซื้อขายให
ซ่ึงสวนใหญแลว brokered market จะใชในกรณีของหลักทรัพยหรือสินทรัพยที่ไมมีตลาดรองอยางเปน
ทางการ เปนสินทรัพยท่ีเฉพาะเจาะจง หรือมีสภาพคลองตํ่า เชน อสังหาริมทรัพย รวมถึงการซื้อขาย
ล็อตใหญของตราสารหนี้ หรือหุนท่ีมีสภาพคลองตํ่า
1.2.3 ผูเกี่ยวของในตลาดรองของตราสารทุน (market participants)
ผูมีสวนเกี่ยวของในการซ้ือขายในตลาดรอง (market participants) มีหลายกลุม แตละกลุมมีบทบาท
และหนาที่ท่ีตางกันไป แตมีวัตถุประสงครวมท่ีเหมือนกันคือชวยสนับสนุนใหมีสภาพคลองในตลาด และ
ใหเกิดการซื้อขายท่ีมีประสิทธิภาพ
สําหรับผูมีสวนเก่ียวของในตลาดทุนประกอบไปดวยผูทําธุรกรรมหรือประกอบธุรกิจ เชน บริษัท
หลักทรัพย และบริษัทจดทะเบียน เปนตน ผูสนับสนุนหรือจัดใหมีโครงสรางพ้ืนฐานเพื่อรองรับการดําเนิน
ธุรกรรมในตลาดตราสารทุน เชน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย (ตลท.) และบริษัท ศูนยรับฝาก
หลักทรัพย (ประเทศไทย) จํากัด เปนตน และผูท่ีมีบทบาทในการกํากับดูแล เชน สํานักงานคณะกรรมการ
กํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย (สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.) ซึ่งเน้ือหาในบทน้ีจะบรรยายถึง
บทบาทและหนาท่ีของผูมีสวนเกี่ยวของทุกฝายตามท่ีกลาวมาแลวในลําดับตอไป
บริษัทนายหนาซื้อขายหลักทรัพย หรือโบรกเกอร (broker)
บริษัทที่ประกอบธุรกิจการเปนนายหนาหรือตัวแทนเพ่ือการซ้ือขาย หรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย
ใหแกบุคคลอื่น โดยไดรับคานายหนา คาธรรมเนียม หรือคาตอบแทนอ่ืนเปนการตอบแทน หรือที่เรียกวา
“บริษัทหลักทรัพย” สําหรับในประเทศไทยนั้นการประกอบธุรกิจดังกลาวจะตองไดรับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี
วาการกระทรวงการคลังตามขอเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และเมื่อบริษัทหลักทรัพยตองการเปน
ตัวแทนในการซื้อขายหลักทรัพยในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ก็ตองเปนสมาชิกของตลาดหลักทรัพยฯ
ตามเงื่อนไขและกฎเกณฑท่ีตลาดหลักทรัพยฯ กําหนด
โดยสวนใหญการประกอบธุรกิจหลักทรัพยในประเทศไทยน้ัน บริษัทหลักทรัพยจะทําธุรกิจครอบคลุม
ในทุกดานต้ังแตการเปนท่ีปรึกษาทางการเงินเพ่ือนําธุรกิจเขาจดทะเบียน การออกและเสนอขายหลักทรัพย
38 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ในตลาดแรก การเปนนายหนาซื้อขายหลักทรัพยในตลาดรอง (broker) การจัดทําบทวิเคราะห และการ
ใหคําแนะนําการลงทุน เปนตน
สําหรับนายหนาซื้อขายหลักทรัพยในตลาดทุนตางประเทศน้ัน สามารถแบงกลุมบริษัทหลักทรัพย
ได 2 กลุมใหญคือ
1. Full-service Broker คือ บริษัทหลักทรัพยที่ใหบริการในการซ้ือขายหลักทรัพย ใหบริการ
เปนที่ปรึกษาการลงทุน ผลิตบทวิเคราะห และใหคําแนะนําเก่ียวกับคุณคาของหลักทรัพยหรือความเหมาะสม
ในการลงทุนเก่ียวกับหลักทรัพยนั้น แนะนํากลยุทธการลงทุนแกลูกคา รวมทั้งใหบริการดูแลพอรตการลงทุน
ของลูกคา ตัวอยางของบริษัทหลักทรัพยเหลานี้ เชน Merrill Lynch, Paine Webber, Salomon Smith
Barney เปนตน
2. Discount Broker คือ บริษัทหลักทรัพยที่ใหบริการในการซื้อขายหลักทรัพย ใหบริการแนะนํา
การลงทุนหรือผลิตบทวิเคราะหบาง แตไมมากเทา full-service broker สวนมากจะเปนธุรกรรมการซ้ือขาย
ผานระบบ internet และมีคาธรรมเนียมการซ้ือขายถูกกวา full-service broker ซ่ึงในกลุม discount
broker นี้ อาจแบงยอยเปน deep discount broker ซ่ึงไมมีการใหบริการบทวิเคราะหหรือการเปนที่ปรึกษา
การลงทุนเลย การคิดคาธรรมเนียมในการซื้อขายขึ้นอยูกับประเภทของคําส่ังซ้ือขาย เชน ถาสงคําสั่งซ้ือขาย
ท่ีราคาตลาด จะไมคิดคาธรรมเนียม หรือคิดถูกมาก แตจะคิดคาธรรมเนียมสําหรับคําส่ังซื้อขายท่ีระบุราคา
และสุดทายคือ online Brokers ซ่ึงใหบริการสงคําส่ังซื้อขายผาน internet อยางเดียว และอาจไมมีการ
ใหบริการซ้ือขายแบบใชเงินกูยืม broker มาลงทุน (margin) เปนตน
ผูลงทุน (investor)
ในมิติของการอธิบายถึงผูลงทุนน้ัน สามารถจําแนกไดหลายแบบ เชน ผูลงทุนบุคคลกับผูลงทุน
สถาบัน ผูลงทุนรายยอยกับผูลงทุนรายใหญ ผูลงทุนระยะส้ันกับผูลงทุนระยะยาว ผูลงทุนภายในประเทศ
และตางประเทศ ขึ้นอยูกับวาจะใชเกณฑใดในการจําแนก ทั้งน้ี โดยท่ัวไปผูลงทุนจะหมายถึงผูจัดสรรทุน
ของตนไปลงทุนในสินทรัพยตางๆ เพ่ือหวังผลตอบแทนทางการเงิน (financial return)
ผูคาหลักทรัพย หรือดีลเลอร (Dealer)
หมายถึง สถาบันการเงินท่ีซื้อหลักทรัพยเขาพอรตของตัวเองและขายออกไป โดยไดรับผลตอบแทน
เปนสวนตาง (spread) ของราคาซื้อมาและขายออก ทั้งนี้ ดีลเลอรจะมีเจาหนาที่รับอนุญาตในระบบซื้อขาย
หลักทรัพย (trader หรือ proprietary trader) ซ่ึงหมายถึงตัวบุคคลท่ีทําหนาท่ีในการซ้ือขายหลักทรัพย
ในบริษัทที่เปนดีลเลอรอีกทีหน่ึง ทําการเสนอ (quote) ราคาซื้อขายใหกลุมการลงทุนของบริษัท หรือแก
ลูกคาท่ีเปนดีลเลอรดวยกัน
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 39
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
ผูรับฝากทรัพยสิน (custodian)
หมายถึง สถาบันการเงิน เชน ธนาคารท่ีทําหนาท่ีดูแลและเก็บรักษาใบหุนและสินทรัพยอื่นๆ ใหแก
กองทุนสวนบุคคล กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ บุคคลธรรมดา หรือบริษัทที่เปนลูกคา ซ่ึงสวนใหญเปนผูลงทุน
สถาบันหรือผูลงทุนตางประเทศ โดยผูรับฝากทรัพยสินจะใหบริการดานอื่นๆ แกลูกคาดวย เชน การจัดการ
บัญชี การชําระราคาและสงมอบหลักทรัพย การรับจายสิทธิประโยชนในรูปเงินปนผลหรือดอกเบ้ียแทนลูกคา
การจัดการดานภาษีหรือสกุลเงินตราตางประเทศ นอกจากน้ี ผูรับฝากทรัพยสินยังทําหนาท่ีในเร่ืองสิทธิอ่ืนๆ
แทนลูกคา (ผานการรับมอบอํานาจ) เชน การประชุมผูถือหุน หรือการทําธุรกรรมในนามลูกคา เปนตน
โดยเรียกเก็บคาธรรมเนียมการใหบริการจากลูกคา กรณีที่ผูรับฝากทรัพยสินทําหนาที่ดูแลทรัพยสินใหแก
กองทุน จะตองปฏิบัติตามหลักเกณฑท่ีสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนดดวย
ผูคากําไร (arbitrageur)
หมายถึง ผูท่ีสามารถทํากําไรจากการทําธุรกรรมหลายธุรกรรมพรอมกัน โดยปราศจากความเส่ียง
และไมตองใชเงินตัวเองลงทุน ซึ่งชองทางการทํากําไรแบบน้ีจะเปนชวงเวลาส้ันๆ จากความไมเทาเทียมกัน
ของขอมูลขาวสารในเวลานั้น (price inefficiency) โดยผูคากําไร (arbitrageur) จะทํากําไรจากความแตกตาง
ของราคาซ้ือขายหลักทรัพยเดียวกันท่ีเกิดจากความไมเทาเทียมกันของขอมูลขาวสารดังกลาว เชน การซื้อ
และขายหลักทรัพยตัวเดียวกันในเวลาเดียวกันแตในตลาดและราคาท่ีตางกัน
ผูดูแลสภาพคลอง (market maker)
หมายถงึ บรษิ ทั สมาชกิ ของตลาดหลกั ทรพั ยท ไ่ี ดร บั อนญุ าตใหท าํ หนา ทด่ี แู ลหนุ ของบรษิ ทั ใดบรษิ ทั หนง่ึ
เพ่ือใหหุนดังกลาวมีสภาพคลองในการซ้ือขายอยางตอเน่ือง ท้ังนี้ ในการทําหนาที่เปน market maker
หุนใด บริษัทสมาชิกจะตองสงทั้งคําเสนอซ้ือและคําเสนอขายหุนดังกลาวในขณะเดียวกัน เพื่อใหมั่นใจวา
ผูลงทุนที่ตองการขายหรือตองการซื้อหุนดังกลาวน้ันจะสามารถกระทําไดเสมอ
บริษัทจดทะเบียน (listed company)
หมายถึง บริษัทท่ีประสงคจะระดมทุนระยะยาวเพ่ือใชสําหรับการขยายธุรกิจ โดยยอมแบงสิทธิ
ความเปนเจาของในบริษัทดังกลาวใหแกผูสนใจ ดวยการนําหุนของบริษัทเสนอขายใหแกผูสนใจเหลาน้ันและ
ดําเนินการนําหลักทรัพยของบริษัทเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ เพื่อเพ่ิมสภาพคลองและเปน
หลักประกันใหแกผูลงทุนวาจะสามารถแปลงสภาพหุนดังกลาวไปเปนเงินไดในเวลาที่ตองการในราคาท่ี
เหมาะสม
40 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
องคกรกํากับดูแล (regulatory agency)
องคก รกาํ กบั ดแู ลหลกั ของตลาดทนุ คอื สาํ นกั งานคณะกรรมการกาํ กบั หลกั ทรพั ยแ ละตลาดหลกั ทรพั ย
(สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.) ซ่ึงมีบทบาทและหนาที่ในการกํากับดูแลและพัฒนาตลาดทุน โดยทําหนาท่ี
กํากับดูแลสถาบันการเงินและการทําธุรกรรมทางการเงินในตลาดทุนใหเกิดความยุติธรรมและเทาเทียมกัน
ทุกฝาย ซ่ึงจะทําหนาท่ีกํากับดูแลท้ังในสวนของตลาดแรกและตลาดรอง โดยการกํากับดูแลในตลาดแรก
บริษัทที่มีความประสงคจะเสนอขายหลักทรัพยตอประชาชนจะตองไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
และจะตองมีการเปดเผยขอมูลใหแกประชาชนทั่วไปอยางเพียงพอ ในสวนของตลาดรอง คณะกรรมการ
ก.ล.ต. มีบทบาทในการกําหนดนโยบายหลัก โดยใหความเห็นชอบในการออกกฎขอบังคับท่ีสําคัญๆ
ของตลาดหลักทรัพยฯ เชน การรับและเพิกถอนหลักทรัพยจดทะเบียน และอัตราคาธรรมเนียมการซื้อขาย
หลักทรัพยจดทะเบียน เปนตน
1.3 ประโยชนของการเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ และคุณสมบัติของบริษัทจดทะเบียน
การเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ น้ัน ไมไดมีประโยชนเฉพาะกับบริษัทที่เขาจดทะเบียนหรือ
ผูถือหุนของบริษัทเทาน้ัน แตเกิดประโยชนตอผูที่มีสวนเก่ียวของท้ังหมด เชน เจาหนี้ ลูกหนี้ คูคา ผูลงทุน
ตลาดทุน ตลอดจนประเทศชาติโดยรวม อยางไรก็ตาม ประโยชนลําดับแรกๆ ท่ีเกิดขึ้นเห็นชัดเจนที่สุดคือ
ประโยชนตอบริษัทและผูถือหุน ดังน้ี
ประโยชนตอบริษัท
1) เปนแหลงเงินทุนระยะยาว
การนําบริษัทเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ ชวยใหบริษัทสามารถระดมเงินทุนจากประชาชน
ทั่วไปไดโดยตรง เพื่อนําไปเปนเงินทุนหมุนเวียนหรือลงทุนในสินทรัพย เพ่ือขยายธุรกิจของบริษัทไดโดย
ไมมีภาระท่ีตองชําระคืนเงินตนและดอกเบ้ียตามงวดเวลาท่ีกําหนดเหมือนการกูยืมเงินจากสถาบันการเงิน
ทําใหบริษัทมีความยืดหยุนในการบริหารเงินมากขึ้น
2) เพิ่มชองทางระดมทุนเพ่ือชวยในการบริหารเงินอยางมีประสิทธิภาพ
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ สามารถระดมทุนเพิ่มเติมเม่ือมีความตองการใชเงินเพิ่มข้ึนได
โดยการออกตราสารทางการเงินประเภทตางๆ ไดหลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งตราสารหนี้ ตราสารทุน และ
ตราสารก่ึงหนี้ก่ึงทุน เชน หุนสามัญเพิ่มทุน หุนกู หุนกูแปลงสภาพ ใบสําคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย
เปนตน ชวยใหบริษัทสามารถจัดโครงสรางทางการเงินที่เหมาะสมตอการดําเนินธุรกิจของบริษัทได เปนการ
เพ่ิมทางเลือกและสรางความแข็งแกรงดานการเงิน และบริหารจัดการเงินไดอยางมีประสิทธิภาพสูงสุด
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 41
ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
3) เสริมสรางชื่อเสียง และภาพลักษณท่ีดีใหแกบริษัท
การเปนบริษัทจดทะเบียนจะชวยเสริมสรางความนาเชื่อถือ และภาพลักษณที่ดีในการบริหารงานและ
มาตรฐานการดําเนินงานของบริษัทมากข้ึน ผานกลไกการเปดเผยขอมูลของตลาดหลักทรัพยฯ ซึ่งนอกจาก
จะชวยสรางความเชื่อมั่นใหผูสนใจลงทุนในหลักทรัพยของบริษัทมากขึ้นแลว ยังชวยสรางความนาเช่ือถือ
แกลูกคา คูคา และสถาบันการเงิน นอกจากน้ียังเปนการเพิ่มโอกาสทางการคา การเขาถึงพันธมิตร และ
การตอยอดธุรกิจในอนาคต
4) สรางความภักดี และผลตอบแทนท่ีดีใหแกพนักงาน
พนักงานของบริษัทนับวาเปนปจจัยท่ีสําคัญย่ิงตอการดําเนินธุรกิจใหประสบความสําเร็จ การให
พนักงานมีสวนรวมในการเปนเจาของ จะชวยสรางความภักดีและความภูมิใจใหแกพนักงาน มีการทุมเท
ความสามารถอยางเต็มที่ในการสรางความกาวหนาใหแกบริษัท โดยวิธีการเปดโอกาสใหพนักงานมีสวนรวม
ในการเปนเจาของบริษัทได เชน โครงการสะสมหุนสําหรับพนักงานบริษัทจดทะเบียน (employee joint
investment program: EJIP) และโครงการเสนอขายหลักทรัพยใหแกกรรมการหรือพนักงานของบริษัท
(employee stock option program: ESOP)
5) สรางความรับผิดชอบ และการบริหารงานแบบมืออาชีพ
การท่ีบริษัทจดทะเบียนเปดเผยขอมูล ขาวสาร และความเคล่ือนไหวตางๆ ผานชองทางและระบบ
การเผยแพรขอมูลขาวสารของตลาดหลักทรัพยฯ ทําใหบริษัทเปนที่รูจักของบุคคลท่ัวไปมากข้ึน ชวยสราง
ความสนใจของผูลงทุนในบริษัทมากข้ึน และกระตุนใหผูบริหารบริษัทจดทะเบียนมีการบริหารงานแบบ
มืออาชีพ เนื่องจากมีความรับผิดชอบตอผูถือหุนในวงกวางข้ึน
6) การดํารงอยูของธุรกิจในระยะยาว
การเปนบริษัทจดทะเบียนจะชวยใหบริษัทที่มีการบริหารงานแบบธุรกิจครอบครัวกาวเขาสูการ
บริหารงานแบบมืออาชีพมากขึ้น มีผูบริหารท่ีเปนมืออาชีพเขามารวมบริหารกิจการ มีการแยกกันชัดเจน
ระหวางเจาของกิจการและผูบริหาร และเปดโอกาสใหสมาชิกในครอบครัวของเจาของกิจการที่มีเปาหมาย
ในการดําเนินชีวิตหรือมีความถนัดที่แตกตางกันไป สามารถเลือกประกอบอาชีพที่ตองการโดยยังคงมีฐานะ
เปนผูถือหุนของบริษัทและไดรับผลตอบแทนจากการถือหุนอยูเชนเดิม ขณะที่ธุรกิจท่ีสรางมาตั้งแตครอบครัว
รุนแรกยังมีการเติบโตอยูตอเนื่องในระยะยาว อายุของกิจการจึงมีไมจํากัด รวมถึงการโอนเปลี่ยนเจาของ
ทําไดงาย
ประโยชนตอผูถือหุน/ผูลงทุน
1) เพ่ิมสภาพคลอง และสรางมูลคาเพิ่มใหแกผูถือหุน
การเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ ชวยใหหุนท่ีถืออยูมีสภาพคลองมากข้ึน เนื่องจากผูถือหุน
สามารถนําหุนมาซ้ือขายเปลี่ยนมือกันไดโดยงาย และราคาหุนที่ซื้อขายอยูในตลาดหลักทรัพยฯ จะเปนราคา
ตลาดที่สะทอนมูลคาของกิจการไดชัดเจนย่ิงข้ึน
42 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
2) เพ่ิมอํานาจการตอรองในการลดภาระคํ้าประกัน
การเปดเผยขอมูลและความนาเชื่อถือจากการเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ ตลอดจนการ
มีประชาชนเขามารวมถือหุน จะมีสวนชวยสรางความนาเชื่อถือตอเจาหนี้ของกิจการ และเพิ่มอํานาจในการ
ตอรองของผูถือหุนหรือกรรมการตอสถาบันการเงิน ซ่ึงอาจชวยลดภาระการคํ้าประกันสวนบุคคลของ
ผูถือหุนลงได
3) ใชเปนหลักประกันในการกูยืมเงิน
การเขา เปน บรษิ ทั จดทะเบยี นจะทาํ ใหห นุ ของบรษิ ทั มสี ภาพคลอ ง และมรี าคาทซ่ี อ้ื ขายในตลาดหลกั ทรพั ยฯ
เปนราคาท่ีอางอิงได ทําใหผูถือหุนสามารถท่ีจะนําหุนน้ันไปวางเปนหลักประกันในการกูยืมเงินสวนตัว
จากสถาบันการเงิน ซ่ึงจะชวยเพิ่มสภาพคลองทางการเงินใหแกผูถือหุน
4) บุคคลธรรมดาไดรับยกเวนภาษีกําไรจากการขายหุน
ในการซื้อขายหลักทรัพยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ ผูถือหุนท่ีเปนบุคคลธรรมดาจะไดรับ
การยกเวนไมตองนําเงินกําไรที่เกิดจากการขายหลักทรัพยมาคํานวณเปนรายไดเพื่อการเสียภาษีเงินได
บคุ คลธรรมดา ในขณะทเ่ี งนิ กาํ ไรทเ่ี กดิ จากการขายหลกั ทรพั ยข องบรษิ ทั ทไ่ี มไ ดจ ดทะเบยี นในตลาดหลกั ทรพั ยฯ
จะตองนําไปรวมคํานวณเปนรายไดเพ่ือเสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดาในอัตรากาวหนาซึ่งมีขั้นสูงสุดถึง
รอยละ 35
5) เปนอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนของผูถือหุน/ผูลงทุน
ในภาวะเศรษฐกิจท่ีผลตอบแทนจากการฝากเงินในธนาคารหรือการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอยูใน
ระดับต่ํา อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจํา 12 เดือน ณ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 อยูระหวางรอยละ 1.3–1.5
ขณะที่ประมาณการอัตราเงินเฟอท่ัวไป ในป พ.ศ. 2560 อยูท่ีรอยละ 1.2 และคาดวาจะเพ่ิมข้ึนเปน
รอยละ 1.9 ในป พ.ศ. 2561 ทําใหมีแนวโนมที่อัตราดอกเบี้ยที่แทจริงติดลบ (negative real interest rate)
หรือผูออมเงินมีอํานาจในการใชจาย (power of purchase) ในอนาคตลดลง ขณะที่ ณ สิ้นเดือนเมษายน
พ.ศ. 2560 อัตราผลตอบแทนรวมของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย เพิ่มข้ึนรอยละ 15.01 (จาก
ระยะเดียวกันของปกอนหนา) ซ่ึงสูงกวาอัตราเงินเฟอและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจํา 12 เดือน
ประโยชนตอเจาหน้ี
การเขาจดทะเบียนของบริษัทจดทะเบียนสามารถสรางความเชื่อมั่นใหกับเจาหนี้ได เนื่องจากขอมูล
ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ มีมาตรฐาน และตรวจสอบได ทําใหม่ันใจไดวาสามารถตรวจสอบ
สถานะความม่ันคงของธุรกิจ ผลการดําเนินงาน และความสามารถในการชําระหน้ีได
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 43
ภาพรวมเก่ียวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
ประโยชนตอตลาดทุนและประเทศ
บทบาทหน่ึงของตลาดทุน คือ เปนศูนยกลางในการระดมเงินทุนจากผูมีเงินออมที่มีความตองการ
เปนเจาของกิจการ สงไปยังผูตองการเงินทุน ซึ่งในท่ีนี่คือ บริษัทจดทะเบียน โดยผูถือหุนลงทุนในหุนสามัญ
ของบริษัทจดทะเบียน บริษัทจดทะเบียนนําเงินที่ไดจากการขายหุนไปดําเนินธุรกิจเพ่ือสรางรายไดและ
ผลกําไรจากการประกอบกิจการ ทําใหเกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็จะกอให
เกิดการจางแรงงานในประเทศ อันจะสงผลดีตอภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
หากพิจารณารายไดของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย และตลาดเอ็ม เอ ไอ
จะพบวา สัดสวนรายไดรวมของบริษัทจดทะเบียนตอผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ (gross domestic product:
GDP) เพิ่มขึ้นทุกป โดยเฉพาะอยางย่ิงในป พ.ศ. 2557 รายไดรวมของบริษัทจดทะเบียน สูงถึงรอยละ 92
ของ GDP (รูปที่ 1-6) อยางไรก็ดี ในป พ.ศ. 2558 เนื่องจากรายไดรวมของบริษัทจดทะเบียนลดลงจาก
ปกอนหนา จึงทําใหสัดสวนดังกลาวลดลง
รูปที่ 1-6 สัดสวนรายไดรวมของบริษัทจดทะเบียนตอผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ (gross domestic product: GDP)
ในชวงป พ.ศ. 2554–2558
" 5 )ę6 6 90% 92% 94%
16,000 89% 92%
14,000 81% 90%
12,000 81% 2557 2558 88%
10,000 '6&E ę'+%{x 86%
8,000 2554 2555 2556 84%
6,000 82%
4,000 80%
2,000 78%
0 76%
'6&E 'ę +% 'è- 5
4A 9& GDP
ท่ีมา: ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย และสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
44 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
คุณสมบัติของการเปนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ
ในการพิจารณารับหุนสามัญของบริษัทเขาจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพยฯ จะพิจารณาท้ังจาก
คุณสมบัติของหุนสามัญและคุณสมบัติของบริษัทที่ยื่นคําขอดังนี้ 5
• คุณสมบัติของหุนสามัญ
มีมูลคาที่ตราไว (par) ไมนอยกวาหุนละ 0.50 บาท และชําระเต็มมูลคาแลวทั้งหมด ระบุชื่อผูถือ
และไมมีขอจํากัดในการโอนหุน ยกเวนขอจํากัดท่ีเปนไปตามกฎหมายและตองระบุไวในขอบังคับบริษัท
• คุณสมบัติของบริษัทที่ยื่นคําขอ
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ไดกําหนดคุณสมบัติเบ้ืองตนดานตางๆ สําหรับบริษัทมหาชนจํากัด
หรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายจัดต้ังขึ้นโดยเฉพาะที่ประสงคจะยื่นคําขอเปนบริษัทจดทะเบียน ดังตอไปน้ี
■ ดานทุนชําระแลว
มีทุนชําระแลวเฉพาะหุนสามัญ (หลังเสนอขายหุนแกประชาชน) มากกวาหรือเทากับ 300 ลานบาท
สําหรับตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย และมากกวาหรือเทากับ 50 ลานบาท สําหรับตลาดหลักทรัพย
เอ็ม เอ ไอ
■ ดานฐานะการเงินและสภาพคลอง
มีสวนของผูถือหุนไมนอยกวา 300 ลานบาท (สําหรับบริษัทท่ีจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ
และ 50 ลานบาท สําหรับบริษัทที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย เอ็ม เอ ไอ) และกอน IPO ตองมีสวนของ
ผูถือหุนมากกวา 0 บาท และแสดงไดวามีฐานะการเงินม่ันคงและมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ ดานผลการ
ดําเนินงาน บริษัทตองมีกําไรสุทธิในระยะเวลา 2–3 ปลาสุดกอนยื่นคําขอ รวมกันไมนอยกวา 50 ลานบาท
โดยปลาสุดมีกําไรสุทธิไมนอยกวา 30 ลานบาท และมีกําไรสุทธิในงวดสะสมกอนย่ืนคําขอ (สําหรับบริษัท
ที่จะจดในตลาดหลักทรัพย เอ็ม เอ ไอ จะตองมีกําไรสุทธิในปลาสุดกอนยื่นคําขอไมนอยกวา 10 ลานบาท
และมีกําไรสุทธิในงวดสะสมกอนยื่นคําขอ)
■ ดานการกระจายการถือหุน (Free Float)
เพ่ือเปนการกระจายหุนของบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพยฯ ไดกําหนดใหบริษัทที่จะยื่น
คําขอจดทะเบียนจะตองมีจํานวนผูถือหุนรายยอย ไมนอยกวา 1,000 ราย (ไมนอยกวา 300 รายสําหรับ
ตลาดหลักทรัพย เอ็ม เอ ไอ) ซ่ึงหมายถึงผูถือหุนที่ไมใช Strategic Shareholders (Strategic Shareholders
หมายถึง กรรมการ ผูจัดการ และผูบริหาร รวมถึงผูเกี่ยวของ ผูถือหุนท่ีถือหุน > 5% นับรวมผูที่เก่ียวของ)
โดยมีสัดสวนถือหุนรวมกันไมนอยกวา 20–25% ตามทุนจดทะเบียน (ขึ้นกับเง่ือนไขที่ตลาดหลักทรัพยฯ
กําหนด)
5 https://www.set.or.th/th/regulations/simplified_regulations/common_shares_p1.html
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 45
ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
■ ดานการบริหารงาน
บรษิ ทั ตอ งจดั โครงสรา งคณะกรรมการและคณะผบู รหิ ารตามหลกั เกณฑท ค่ี ณะกรรมการกาํ กบั ตลาดทนุ
กาํ หนด รวมถงึ ไมม ลี กั ษณะตอ งหา มหรอื ฝา ฝน ขอ กาํ หนดของตลาดหลกั ทรพั ยฯ นอกจากนี้ ตลาดหลกั ทรพั ยฯ
ยงั ไดก าํ หนดใหก ารบรหิ ารงานอยภู ายใตห ลกั การควบคมุ กจิ การและการควบคมุ ภายในทด่ี ี เชน มคี ณะกรรมการ
ตรวจสอบ มีกรรมการอิสระที่มีองคประกอบและคุณสมบัติตามท่ีกําหนด เปนตน รวมถึงการปองกันความ
ขัดแยงทางผลประโยชน การจัดทําบัญชี และมีผูตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตที่ไดรับความเห็นชอบดวย
■ ดานอื่นๆ
จัดใหมีกองทุนสาํ รองเลี้ยงชีพตามกฎหมายวา ดวยกองทุนสํารองเล้ียงชพี เพอ่ื เปน การประกันการออม
ระยะยาวใหแกพนักงานลูกจาง และสงเสริมการออมระยะยาว
• การหามขายหุน (Silent Period)
ผูเขาขาย strategic shareholders จะถูกหามนําหุนของตนซ่ึงมีจํานวนรวมกัน 55% ของทุนชําระแลว
หลัง IPO ออกขายภายในกําหนดระยะเวลา 1 ป นับแตวันท่ีหุนเริ่มทําการซื้อขายในตลาดหลักทรัพยฯ
อยางไรก็ตาม ผูเขาขายสามารถทยอยขายหุนไดในอัตราสวนไมเกิน 25% ของหุนท่ีถูกหามขาย เมื่อครบ
กําหนดระยะเวลา 6 เดือน
กรณีท่ีบริษัทไดเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ แลว สามารถนําบริษัทยอยหรือบริษัทรวม
ท่ีมีศักยภาพเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ ดวยได โดยเรียกวิธีการน้ีวา spin off เปนกระบวนการ
นําบริษัทยอยหรือบริษัทรวมของบริษัทจดทะเบียน (บริษัทแม) แยกออกมาเสนอขายหุนตอประชาชน
(initial public offering: IPO) และเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย หรือตลาดหลักทรัพย
เอ็ม เอ ไอ ซ่ึงภายหลังจากการนําบริษัทยอยหรือบริษัทรวมเขาจดทะเบียนแลว บริษัทแมตองยังมีคุณสมบัติ
ตามเกณฑดํารงสถานะในการเปนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ
46 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
บทสรุป
ตราสารทุน เปนตราสารที่มีลักษณะแสดงความเปนเจาของกิจการ เชน หุนบุริมสิทธิ หุนสามัญ
นอกจากน้ียังหมายความรวมถึง สิทธิของผูถือหุนเดิมในการซื้อหุนเพ่ิมทุน และวอรแรนท ซ่ึงเปนตราสาร
แสดงสิทธิอนุพันธเช่ือมโยงกับหุนสามัญ
ตราสารทุนแตละประเภทจะมีความเส่ียงแตกตางกันไป โดยผูลงทุนที่เลือกลงทุนในตราสารทุน
ที่มีความเส่ียงมาก ยอมคาดหวังวาจะไดรับผลตอบแทนที่สูงข้ึน ตราสารทุนท่ีจัดวามีความเสี่ยงสูงไดแก
หุนสามัญ ใบสําคัญแสดงสิทธิ
การซ้ือขายตราสารทุนน้ันสามารถซื้อขายไดในตลาดหลักทรัพยท่ีมีการจัดตั้งอยางเปนทางการ
(exchanges/organized market) และตลาดที่ไมเปนทางการ (over the counter: OTC) โดยมีลักษณะและ
รูปแบบการซ้ือขายท่ีหลากหลายจากความกาวหนาของเทคโนโลยี ซึ่งขึ้นอยูกับตลาดแตละแหงจะเลือกใช
เพ่ือตอบสนองตอความตองการของผูลงทุนใหมากที่สุด
ในตลาดตราสารทุนนั้นจะมีผูท่ีเก่ียวของหลายฝาย ซ่ึงมีบทบาทหนาที่แตกตางกันไป เม่ือเขามา
ทําการซ้ือขายในตลาดรองแลว ผูท่ีเกี่ยวของจะเปน ผูลงทุน บริษัทหลักทรัพย หรือสถาบันตัวกลางอื่นๆ
ท่ีมีบทบาทแตกตางกันไป เพื่อทําใหเกิดการซ้ือขายเปลี่ยนมือท่ีไดรับความสะดวกและมีประสิทธิภาพ
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 47
ภาพรวมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุนสามัญ
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับตราสารทุน (MIP)
จิรัตน สังขแกว. 2543. การลงทุน. พิมพครั้งท่ี 3. กรุงเทพฯ โรงพิมพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร.
จิรัตน สังขแกว. 2556. รูวิเคราะห เจาะเรื่องหุน. พิมพครั้งท่ี 5. กรุงเทพฯ ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย.
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย. ขอกําหนดของตลาดหลักทรัพยฯ เกี่ยวกับการเปดเผยสารสนเทศของ
บริษัทจดทะเบียน สวนจดทะเบียนและเปดเผยขอมูล.
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย. 2548. ความรูพ้ืนฐานสําหรับเจาหนาที่รับอนุญาต (Trader) เพื่อ
ข้ึนทะเบียนเปนผูขายหลักทรัพย. กรุงเทพฯ.
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย. แผนพับ Listing Guide
สถาบันพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย. 2555 ตลาดการเงินและการลงทุนใน
หลักทรัพย. พิมพคร้ังท่ี 13. กรุงเทพฯ บริษัท บุญศิริการพิมพ จํากัด.
สมบัติ นราวุฒิชัย. 2554. ประเภทของหุน.
สุธรรม รัตนโชติ, อ. ดร. (เอกสารเรียบเรียง). สาขาวิชาการจัดการธุรกิจทั่วไป คณะวิทยาการจัดการ
มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี. 2548.
โสภณ รัตนากร, ศ. พิเศษ. คําอธิบายหุนสวนและบริษัท.
อัญญา ขันธวิทย. 2549. กลไกของตลาดการเงินในระบบเศรษฐกิจไทย. พิมพคร้ังที่ 3. กรุงเทพฯ
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย.
Bodie, Zvi, Kane, Alex and Marcus, Alan J. Essentials of Investments. IFPHK CFP.
McInish, Thomas H. Capital Markets: A Global Perspective. Blackwell Publishing
Reilly, Frank K., Brown, Keith C. Investment Analysis and Portfolio Management. 7th Edition.
Thomson South-Western. 2003.
Simmons, Michael. Securities Operations: a Guide to Trade and Position Management. Wiley
Finance.
เว็บไซต
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย http://www.set.or.th
บริษัท ศูนยรับฝากหลักทรัพย (ประเทศไทย) จํากัด http://www.tsd.co.th
บริษัท สํานักหักบัญชี (ประเทศไทย) จํากัด http://www.thaiclearing.com
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน http://tsi.thailand.org
สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพยฯ http://sec.or.th
กรมพัฒนาธุรกิจการคา กระทรวงพาณิชย
48 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
http://www.investopedia.com/terms/g/growthstock.asp#axzz2NITVgnGK
http://www.investopedia.com/terms/l/large-cap.asp#axzz2MBfD5mKi
http://www.investopedia.com/terms/m/midcapstock.asp#axzz2MBfD5mKi
http://www.investopedia.com/terms/s/small-cap.asp#ixzz2MBg2MNqI
http://financial-dictionary.thefreedictionary.com/Speculative+Stock
http://portal.settrade.com/blog/sombat/2011/05/24/1021
http://www.businessdictionary.com/definition/large-capitalization-stock.html#ixzz2NJ465kU9
http://www.businessdictionary.com/definition/midddle-capitalization-stock.html#ixzz2NJ5r7tlO
http://www.investorwords.com/4606/small_cap.html
http://www.set.or.th/th/products/dw/dw_p1.html
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 49
ความรูเก่ียวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารทั่วไป
การประเมินมูลคาและกลยุทธ
02 การลงทุนในหุนสามัญ
ในการตัดสินใจลงทุนซื้อหรือขายหลักทรัพย ผูลงทุนจะตองวิเคราะหขอมูลตางๆ ไมวาจะเปน
ขอมูลในระดับมหภาค ระดับอุตสาหกรรม และระดับบริษัท เพื่อนํามาใชในการพยากรณฐานะทางการเงิน
และแนวโนมผลการดําเนินงานของบริษัทในอนาคต อยางไรก็ตาม บริษัทท่ีมีฐานะการเงินหรือแนวโนม
การดําเนินงานท่ีดี ไมไดหมายความวาเปนบริษัทท่ีนาลงทุนเสมอไป ท้ังนี้ ข้ึนอยูกับราคาหุนท่ีผูลงทุน
จะเขาไปลงทุนในแตละชวงเวลาดวยวามีความเหมาะสมและคุมคาตอเงินลงทุนเพียงใด ดังนั้น กอนตัดสินใจ
ลงทุนผูลงทุนจําเปนตองประเมินมูลคาหุน เพื่อหามูลคาท่ีแทจริงของหลักทรัพยน้ันๆ เสียกอน เพื่อท่ีจะ
นําไปใชในการเปรียบเทียบกับราคาตลาด เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน และกําหนดกลยุทธในการลงทุน
วาจะซื้อ หรือขาย หรือถือหลักทรัพยนั้นตอไป
2.1 การประเมินมูลคาเพ่ือการตัดสินใจลงทุน
การลงทุนในหุนสามัญนั้น การทําความเขาใจเกี่ยวกับมูลคาของหุนสามัญถือไดวาเปนปจจัยสําคัญ
ท่ีมีผลตอความสําเร็จในการลงทุนของผูลงทุน เน่ืองจากการทราบมูลคาท่ีแทจริงของกิจการ จะทําใหผูลงทุน
สามารถตัดสินใจเลือกหลักทรัพยลงทุนไดอยางถูกตอง กลาวคือ สามารถตัดสินใจซ้ือหลักทรัพยเมื่อมี
ราคาถูก หรือมีราคาต่ํากวามูลคาท่ีแทจริง และขายหลักทรัพยเมื่อราคาสูงหรือมีราคาสูงเกินกวามูลคา
ที่แทจริง ซ่ึงจะสงผลใหการลงทุนในหลักทรัพยนั้นๆ ไดรับกําไร ดังนั้น กอนตัดสินใจลงทุนผูลงทุนจึงจําเปน
ตองเขาใจถึงวิธีการประเมินมูลคา แหลงที่มาของมูลคาของหลักทรัพยน้ันๆ ตลอดจนปจจัยตางๆ ท่ีเปน
ตัวกําหนดมูลคาของหุนสามัญ ไดแก ปจจัยดานภาวะเศรษฐกิจ การเมือง อุตสาหกรรม และตัวของ
บริษัทเอง เพ่ือใหสามารถนําขอมูลตางๆ มาใชประกอบในการประเมินมูลคา และนําผลของการวิเคราะห
ไปใชประกอบการลงทุนไดอยางเหมาะสมตอไป
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 51
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
2.1.1 มูลคากับราคาของหุนสามัญ
คําวา “มูลคา” นั้น มักจะใชในความหมายของ “คุณคา” ของสินทรัพยตางๆ ซ่ึงในทางการเงิน
จะพยายามเทียบเคียงให “คุณคา” อยูในรูปเม็ดเงิน (cash equivalent) โดยใชวิธีการทางการเงินประเมิน
แลวเรียกเปน “มูลคา” ในขณะท่ีคําวา “ราคา” น้ัน มักจะถูกอางอิงถึงจํานวนเม็ดเงินท่ีผูซ้ือและผูขายทั้ง
2 ฝาย มีความยินยอมในการแลกเปล่ียนสินทรัพยน้ันกับจํานวนเม็ดเงินท่ีท้ังสองฝายมีความเห็นตรงกัน
ดังนั้น จึงมักจะไดยินคําที่อางอิงมาจากท้ัง 2 คํา วา มูลคาท่ีแทจริง (intrinsic value) กับ ราคาตลาด
(market price) ทั้งน้ี ราคาตลาดเปนราคาที่เกิดข้ึนโดยอาศัยกลไกของอุปสงคและอุปทาน (demand and
supply) ในตลาดของสินทรัพยเหลานั้น ราคาตลาดท่ีผูซื้อและผูขายพรอมจะแลกเปล่ียนเงินกับสินทรัพย
ไมจําเปนตองเทากับมูลคาที่เหมาะสมของสินทรัพยน้ัน ในกรณีท่ีมีผูตองการสินทรัพยน้ันเปนจํานวนมาก
ราคาตลาดก็อาจสูงกวามูลคาที่เหมาะสม และในทางตรงกันขาม หากสินทรัพยไมเปนที่ตองการของตลาด
ราคาตลาดก็อาจตํ่ากวามูลคาท่ีเหมาะสมได
ดังน้ัน การตัดสินใจลงทนุ จึงเปนการเปรียบเทียบระหวางมูลคาที่แทจริง (intrinsic value) ที่คํานวณได
กับมูลคาตามราคาตลาด (market price) หากผลการวิเคราะหพบวาราคาหลักทรัพยท่ีคํานวณไดมีคาสูงกวา
ราคาตลาด ซึ่งหมายถึง ราคาหลักทรัพยในตลาดขณะนั้นเปนราคาที่ตํ่ากวาราคาท่ีเหมาะสมหรือราคา
ท่ีแทจริง (undervalued) ในกรณีเชนน้ี ผูลงทุนจะตัดสินใจซื้อหลักทรัพยนั้นๆ เนื่องจากการท่ีผูลงทุนซื้อ
หุนสามัญท่ีมีราคาตํ่ากวามูลคาที่แทจริง ผูลงทุนจะไดรับผลตอบแทนในรูปของสวนตางระหวางราคาที่ผูลงทุน
ซื้อหุนสามัญนั้นๆ เม่ือระดับราคาของหุนสามัญปรับตัวเขาหามูลคาที่เหมาะสม ดังที่แสดงในรูปที่ 2-1
รูปที่ 2-1 ลักษณะการปรับตัวของราคาหุนสามัญท่ีมีมูลคาตํ่า/สูงเกินไปเพื่อเขาสูมูลคาท่ีเหมาะสม1
'6 6
overpriced
market price
intrinsic value underpriced
A+)6
1 ภาพจาก: goo.gl/Df35MQ
52 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
จากรูปท่ี 2-1 ในกรณีท่ีราคาตลาดของหุนสามัญตํ่ากวามูลคาที่เหมาะสมของหุนสามัญน้ัน
(undervalued) ผูลงทุนที่ลงทุนซ้ือหรือถือครองหุนสามัญของกิจการท่ีมีราคาต่ํากวาท่ีควรจะเปน ก็จะมีโอกาส
ท่ีจะไดรับผลตอบแทนจากการปรับตัวเขาหามูลคาท่ีเหมาะสมของหุนสามัญ ดังนั้น ผูลงทุนจึงซ้ือหุนนี้เก็บไว
เพื่อคาดหวังผลตอบแทนจากการปรับตัวเพ่ิมข้ึนของราคาหุนในอนาคต ตามความตองการซื้อหุนท่ีมีมากขึ้น
สงผลใหราคาของหุนน้ีขยับตัวเพ่ิมสูงข้ึน จนในท่ีสุดทําใหราคาตลาดของหุนนี้เทากับมูลคาที่แทจริงในท่ีสุด
ในทางกลับกัน กรณีท่ีราคาตลาดของหุนสามัญสูงกวามูลคาที่เหมาะสมของหุนสามัญน้ัน
(overvalued) ผูลงทุนท่ีถือครองหุนสามัญของกิจการที่มีราคาสูงกวาท่ีควรจะเปน ก็จะตองยอมขายหุนนี้
ออกไปในราคาท่ีต่ําลงกวาราคาที่ลงทุนไว เม่ือความตองการขายหุนมีมากข้ึน สงผลใหราคาของหุนนี้ขยับตัว
ลดลง จนในที่สุดราคาตลาดของหุนนี้จะลดลงมาเทากับมูลคาท่ีแทจริงในท่ีสุด
Corporate Action กับราคาของหุนสามัญ
เนื่องจากราคาหลักทรัพยมีการเปล่ียนแปลงอยูตลอดเวลาไปตามผลกระทบของปจจัยสภาพแวดลอม
การลงทุนตางๆ รวมถึงการประกาศดําเนินการอยางหนึ่งอยางใดของบริษัทจดทะเบียน (corporate action)
เชน บริษัทมีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายการดําเนินงาน หรือการเปล่ียนแปลงนโยบายทางการเงิน
เปนตน ยอมมีผลกระทบตอการเปล่ียนแปลงของราคาหลักทรัพยน้ันๆ ดวยเชนกัน ท้ังนี้ การประกาศ
ดําเนินการดังกลาวอาจมีเหตุการณไดหลายกรณี ซ่ึงมีรายละเอียดและผลกระทบตอราคาหุนสามัญ ดังนี้
• การเพิ่มทุน (capital increase)
การท่ีบริษัทตัดสินใจเพ่ิมทุนน้ัน อาจมีวัตถุประสงคเพื่อตองการนําเงินทุนท่ีไดจากการเพ่ิมทุนไปใช
ขยายกิจการ เปนเงินทุนหมุนเวียนในบริษัท หรือเพื่อปรับโครงสรางทางการเงินใหมีระดับสัดสวนหน้ีสิน
ตอทุนท่ีเหมาะสม ซ่ึงรูปแบบของการเพิ่มทุนน้ัน สามารถดําเนินการไดหลายกรณี ดังนี้
■ ในกรณีที่บริษัทเสนอขายหุนเพ่ิมทุนใหกับประชาชนท่ัวไป (public offering: PO) บริษัทจะ
สามารถระดมทุนจํานวนมาก โดยวิธีกําหนดราคาจะใชวิธี book building ซึ่งเปนการกําหนดราคาที่โปรงใส
เน่ืองจากเปนการสํารวจความตองการหุนของผูลงทุนสถาบัน นอกจากนี้ยังถือเปนโอกาสท่ีบริษัทจะสามารถ
ขยายฐานผูลงทุนและปรับฐานผูลงทุนใหเหมาะสมอีกดวย
■ ในกรณีที่บริษัทเสนอขายหุนเพ่ิมทุนใหกับผูลงทุนในวงจํากัด (private placement: PP) บริษัท
จะสามารถระดมทุนไดในระยะเวลาอันสั้น โดยมีข้ันตอนการเสนอขาย เอกสารตางๆ และคาใชจายไมมาก
นอกจากนี้การเพ่ิมทุนแบบ PP ยังชวยใหบริษัทสามารถเขาถึงผูลงทุนกลุมเปาหมายไดตรงตามตองการ
■ ในกรณีท่ีบริษัทเสนอขายหุนเพ่ิมทุนใหกับผูถือหุนเดิมของบริษัทตามสัดสวนการถือหุน (right
offerings: RO) บริษัทจะสามารถเพิ่มฐานทุนของบริษัทใหมีความเขมแข็งมากขึ้น นอกจากน้ียังทําใหหุน
มีสภาพคลองหรือมีจํานวนหุนหมุนเวียนในตลาดหลักทรัพยมากข้ึนดวย
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 53
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
■ ในกรณีที่บริษัทเสนอขายหุนเพ่ิมทุนใหกับกรรมการหรือพนักงานของบริษัท (employee stock
option program: ESOP) จะถือเปนการจูงใจหรือเสริมสรางกําลังใจใหกรรมการหรือพนักงานของบริษัท
ใหทํางานใหบริษัทอยางมีประสิทธิภาพโดยการมีสวนรวมเปนเจาของ หรือเปนผลตอบแทนในการทํางาน
อยางไรก็ตาม ในกรณีที่บริษัทมีความตองการเงินทุนแบบเรงดวน สามารถใชการเพิ่มทุนแบบ
มอบอํานาจทั่วไป (general mandate) ซ่ึงเปนการเพ่ิมทุนท่ีบริษัทขออนุมัติจํานวนหุนและประเภทการจัดสรร
จากที่ประชุมผูถือหุนไวลวงหนา และมอบอํานาจใหคณะกรรมการบริษัทพิจารณาออกและจัดสรรหุนเพิ่มทุน
ในแตละคราวตามความเหมาะสม ซึ่งจะชวยเพิ่มความคลองตัว และความรวดเร็วในการระดมทุน โดยสามารถ
ลดข้ันตอนและระยะเวลาดําเนินการได 4–10 สัปดาห เนื่องจากไมตองจัดประชุมผูถือหุนเพ่ือขออนุมัติ
เพ่ิมทุน นอกจากน้ียังเปนการลดภาระคาใชจายของบริษัทในการจัดประชุมผูถือหุน
ผลกระทบตอราคา
โดยทั่วไปการเพิ่มทุนจะทําใหราคาหุนของบริษัทลดลง เนื่องจากการเพิ่มทุนจะทําใหจํานวนหุนของ
บริษัทมากข้ึน ซึ่งหากกําไรของบริษัทเพ่ิมขึ้นในอัตราที่ต่ํากวา จะทําใหกําไรตอหุนและราคาหุนของบริษัท
ลดลง (dilution effect) เปนตน อยางไรก็ตาม ถาบริษัทสามารถนําเงินทุนท่ีไดรับไปขยายกิจการไดอยางมี
ประสิทธิภาพ จะทําใหกําไรของบริษัทมากข้ึนและจะสงผลใหราคาหุนของบริษัทปรับตัวข้ึนในที่สุด
• การเพ่ิมทุนโดยการเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิ (Warrant)
วอรแรนท (warrant) คือ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุนสามัญ โดยเปนตราสารที่ใหสิทธิแกผูถือ
ใบสําคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพยที่ใบสําคัญแสดงสิทธิน้ันอางอิงอยู (underlying asset) ตามราคา
ใชสิทธิ (exercise price) จํานวนที่ใหใชสิทธิ (exercise ratio) และภายในระยะเวลาใชสิทธิ (exercise period)
ท่ีกําหนดไว ท้ังน้ี การเพ่ิมทุนโดยการออกใบสําคัญแสดงสิทธิน้ัน เนื่องจากบริษัทมีวัตถุประสงค ดังตอไปนี้
■ เปนการทยอยเพิ่มทุนผานการใชสิทธิของ warrant สงผลใหเม็ดเงินท่ีไดรับสอดคลองกับความ
ตองการใชเงินของบริษัท ซ่ึงการทยอยเพ่ิมทุนจะทําใหบริษัทสามารถชะลอผลกระทบจาก dilution effect ได
■ เปนการเพิ่มโอกาสในการขยายฐานผูลงทุนรายใหมใหกับบริษัท เนื่องจากผูลงทุนในวอรแรนท
อาจจะเปนคนละกลุมกับผูลงทุนในหุนสามัญ
■ การใชสิทธิของผูถือวอรแรนทจะชวยเพิ่มจํานวนหุนสามัญของบริษัท สงผลใหหุนของบริษัท
มีสภาพคลองมากขึ้น
■ การออกวอรแรนทใหกับกรรมการหรือพนักงานของบริษัท สามารถใชเปนเคร่ืองจูงใจพนักงาน
ใหรูสึกเปนเจาของกิจการได
54 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ผลกระทบตอราคา
การออกวอรแรนทจะกระทบตอผูถือหุนของบริษัทเมื่อมีการใชสิทธิซื้อหลักทรัพย ทําใหจํานวนหุน
ท่ีเรียกชําระราคาแลวมีจํานวนเพ่ิมข้ึน ไมวาจะเปนผลกระทบตอกําไรตอหุน (earnings dilution) ราคาหุน
(price dilution หรือ value dilution) หรือ สิทธิออกเสียง (control dilution)
• การเพิ่มทุนโดยการเสนอขายใบแสดงสิทธิในการซื้อหุนเพ่ิมทุนท่ีโอนสิทธิได
(transferable subscription right หรือ TSR)
เปนวิธีการเพ่ิมทุนโดยการออกตราสารใหแกผูถือหุนเดิมตามสัดสวนการถือหุน โดยบริษัทจดทะเบียน
จะออก TSR ใหกับผูถือหุนเดิมตามสัดสวนของสิทธิที่ผูถือหุนแตละรายไดรับจากการเพ่ิมทุน เพ่ือใหผูถือหุน
ใชเปนหลักฐานในการใชสิทธิซื้อหุนเพ่ิมทุนของบริษัท โดยผูถือหุนเดิมท่ีไมประสงคจะใชสิทธิในการซื้อ
หุนเพ่ิมทุน สามารถขายหรือโอนสิทธิใหแกผูอ่ืนได ซึ่งเปนประโยชนตอผูถือหุนและผูลงทุนอื่นใหมีโอกาส
และทางเลือกในการลงทุนมากข้ึน ท้ังน้ี ปกติ TSR ท่ีออกโดยบริษัทจดทะเบียนจะมีอายุไมเกิน 2 เดือน
และจะตองมีระยะเวลาซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยไมนอยกวา 7 วันทําการ นอกจากนี้ จะตองมีระยะเวลา
ใหแสดงความจํานงในการใชสิทธิครั้งสุดทายไมนอยกวา 15 วันกอนวันใชสิทธิ ท้ังนี้ การเพ่ิมทุนโดยวิธีนี้
บริษัทจะไดรับประโยชน ดังนี้
■ บริษัทสามารถระดมทุนไดครบถวนตามเปาหมายท่ีตองการ
■ ผูถือหุนสามารถเลือกท่ีจะใชสิทธิจองซ้ือหุน หรือขายสิทธิซื้อหุนเพ่ิมทุน ในกรณีท่ีมีขอติดขัด
ไมสามารถจองซื้อหุนเพิ่มทุนได
■ ไมตองขออนุญาตจากสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ผลกระทบตอราคา
เปนการเพ่ิมสภาพคลองการซ้ือขายหุนใหมีมากขึ้น แตการเสนอขาย TSR จะมีผลกระทบจาก
dilution effect เชนเดียวกับการออกใบสําคัญแสดงสิทธิ (Warrant)
• โครงการสะสมหุนสําหรับพนักงานบริษัทจดทะเบียน
(employee joint investment program หรือ EJIP)
เปนโครงการสําหรับพนักงาน ผูบริหาร กรรมการ ของบริษัทจดทะเบียน ที่เปนการรวมลงทุนระหวาง
บริษัทและผูเขารวมโครงการ โดยจะทยอยลงทุนในหุนของบริษัทจดทะเบียนท่ีตนทํางานอยูเปนรายงวด
สม่ําเสมอ ดวยหลักการเฉล่ียตนทุน (dollar cost average) และสมัครเขารวมโครงการตามความสมัครใจ
โดยตัวแทนดําเนินการจะซื้อหุนของบริษัทที่ขายอยูในตลาดหลักทรัพยฯ ในแตละงวดตามที่กําหนด และ
จะจัดสรรหุนที่ซื้อในแตละงวดลงบัญชีของพนักงานแตละคน ท้ังน้ี ประโยชนที่บริษัทจะไดรับจากการ
ดําเนินโครงการน้ี คือ
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 55
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
■ เปนเครื่องมือสรางแรงจูงใจพนักงานและมีสวนรวมในการเปนเจาของกิจการ
■ บริษัทไมตองขออนุมัติโครงการจากหนวยงานทางการ แตบริษัทสามารถยื่นขอความเห็นชอบ
โครงการตอสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อขอผอนผันการรายงานแบบ 59-2 ของผูบริหาร กรณี
ไดหุนบริษัทตามโครงการได
■ เปนทางเลือกใหมของการจายผลตอบแทนท่ีใชเสริมกับรูปแบบเดิม เชน เงินเดือน โบนัส กองทุน
สํารองเลี้ยงชีพ เปนตน
ผลกระทบตอราคา
ไมมีผลกระทบตอราคาของหุนสามัญ (no dilution effect)
• การลดทุนชําระแลว (decrease in paid-up capital)
ในการลดทุนชําระแลวน้ันอาจเกิดในกรณีท่ีบริษัทมีผลขาดทุนสะสม ซ่ึงตามกฎหมายบริษัทจะ
ไมสามารถจายเงินปนผลใหกับผูถือหุนได ดังนั้น การประกาศการลดทุนเพื่อลางขาดทุนสะสม จะทําใหบริษัท
สามารถจายเงินปนผลได โดยไมตองรอผลการดําเนินงานปจจุบัน นอกจากนี้ อาจเปนไดในกรณีท่ีมีผูลงทุน
สนใจท่ีจะมารวมลงทุนกับบริษัท การลดทุนจะทําใหผูลงทุนรายใหมสามารถลงทุนไดในราคาที่สะทอนมูลคา
ของกิจการมากขึ้น ท้ังนี้ การลดทุนชําระแลวของบริษัทใหอยูในปริมาณที่เหมาะสม สามารถทําได 2 วิธี ดังน้ี
1. การลดมูลคาท่ีตราไว (par reduction)
2. การลดจํานวนหุน (paid-up share reduction)
ผลกระทบตอราคา
การลดทุนดังกลาวจะมีผลกระทบในทางบัญชีในสวนของผูถือหุนเทาน้ัน ไมเกิด dilution effect แต
อาจจะสงผลดีตอราคาหลักทรัพย เน่ืองจากผูลงทุนคาดวาบริษัทจะสามารถจายเงินปนผลไดเร็วขึ้น
• การเปล่ียนแปลงมูลคาท่ีตราไว (par change)
เปนการเปลี่ยนแปลงมูลคาที่ระบุไวบนใบหุน (par value) ซึ่งเปนไปตามขอกําหนดในหนังสือ
บริคณหสนธิของบริษัทผูออกหลักทรัพย สามารถแบงไดเปน 2 รูปแบบ คือ
1. การแตกหุน (stock split) การดําเนินการวิธีนี้จะชวยทําใหสภาพคลองของหุนสูงข้ึน เน่ืองจาก
มีจํานวนหุนมากขึ้น นอกจากน้ีจะทําใหหุนของบริษัทมีความนาสนใจในมุมมองของผูลงทุนมากข้ึน เน่ืองจาก
หลังจากการแตกหุนจะทําใหราคาของหุนลดลง ซ่ึงจะชวยใหสามารถกระจายการถือหุนไปยังผูลงทุนไดอยาง
กวางขวางขึ้น
56 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
2. การรวมหุน (reverse stock split) ในกรณีน้ีบริษัทจดทะเบียนมีวัตถุประสงคเพื่อตองการสราง
เสถียรภาพ และลดความผันผวนของราคาหุน รวมท้ังใชเปนเครื่องมือในการจัดโครงสรางผูถือหุน เพ่ือ
ไมตองการใหมีผูถือหุนรายยอยจํานวนมากเกินไป
ผลกระทบตอราคา
กรณี ผลตอราคา
การแตกหุน ราคาหุนตํ่าลงและจํานวนหุนเพ่ิมข้ึน สภาพคลองของบริษัทเพิ่มขึ้น
การรวมหุน ราคาหุนสูงข้ึนและจํานวนหุนลดลง สภาพคลองของบริษัทลดลง
• หุนปนผล (stock dividend)
การจายปนผลในรูปของหุนสามัญออกใหม ซึ่งเปนอีกทางเลือกหนึ่งของบริษัทในการจายปนผลแทน
การจายในรูปแบบของเงินสด (cash dividend) ทั้งน้ี การที่บริษัทเลือกจายหุนปนผลน้ัน จะสงผลดีตอบริษัท
ดังน้ี
■ บริษัทสามารถเก็บเงินสดไวลงทุนและขยายธุรกิจ โดยไมตองจัดหาเงินทุนเพ่ิมเติมจากแหลง
เงินทุนภายนอก ซ่ึงอาจมีตนทุนทางการเงินสูง
■ บริษัทยังคงรักษาความนาสนใจในการลงทุนไวได แมจะไมไดจายปนผลในรูปเงินสด
■ เพิ่มจํานวนหุนหมุนเวียนใหมากขึ้น เปนการเพิ่มสภาพคลองของหุน สงผลดีตอการระดมทุนใน
อนาคต
ผลกระทบตอราคา
การจายหุนปนผลจะไมสงผลกระทบตอสวนของผูถือหุนในงบแสดงฐานะการเงิน แตจํานวน
กําไรสะสมจะลดลง ในขณะท่ีจํานวนหุนสามัญและ/หรือสวนเกินมูลคาหุนจะเพ่ิมข้ึนในจํานวนท่ีเทากัน
อยางไรก็ตาม ราคาหุนของบริษัทอาจลดลง (price dilution) เนื่องจากมีจํานวนหุนเพิ่มข้ึน
• หุนซื้อคืน (treasury stock)
การซื้อหุนท่ีบริษัทจดทะเบียนเปนผูออกหลักทรัพยคืนนั้น เปนเคร่ืองมือสําหรับการบริหารทาง
การเงินในกรณีท่ีราคาหุนของบริษัทมีราคาตํ่ากวามูลคาท่ีควรจะเปน หรือบริษัทมีกําไรสะสม และสภาพคลอง
ทางการเงินสูงในขณะท่ียังไมมีแผนการใชเงินลงทุนจํานวนมากในอนาคตอันใกล โดยการซ้ือหุนของบริษัท
สามารถดําเนินการได 2 วิธีดังน้ี
1. ซ้ือหุนบนกระดานหลัก (main board) ในตลาดหลักทรัพย
2. เสนอซ้ือตอประชาชนเปนการท่ัวไป (general offer)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 57
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
ท้ังน้ี บริษัทตองเปดเผยโครงการซื้อหุนคืนลวงหนาไมนอยกวา 14 วันกอนซื้อคืน โดยการซ้ือคืน
ในตลาดหลักทรัพยฯ ตองดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน 6 เดือน และการซ้ือจากผูถือหุนเปนการทั่วไป
มีระยะเวลาดําเนินการไมนอยกวา 10 วัน และไมเกิน 20 วัน
การขายหุนซื้อคืน บริษัทสามารถขายหุนที่ซ้ือคืนได หลังจากที่บริษัทซ้ือหุนคืนเสร็จแลว 6 เดือน
และตองขายหุนใหหมดภายในไมเกิน 3 ป หากครบกําหนด 3 ป แลวยังไมสามารถขายหุนท่ีซื้อคืนไดหมด
บริษัทจะตองดําเนินการตัดหุนที่ซื้อคืนที่ยังขายไมหมดออกและจดทะเบียนลดทุนตอกระทรวงพาณิชย ซ่ึงจะ
ทําใหจํานวนหุนทุนเรียกชําระแลว และสวนของผูถือหุนของบริษัทลดลง
การขายหุนซื้อคืน สามารถทําได 2 วิธีดังนี้
1. ขายบนกระดานหลัก (main board) โดยราคาท่ีขายตองไมตํ่ากวา 85% ของราคาปดของหุน
เฉลี่ย 5 วันทําการซ้ือขายกอนหนา
2. เสนอขายเปนการทั่วไป (public offering: PO) ในกรณีนี้ บริษัทตองขออนุญาตเสนอขายหุนตอ
ประชาชนกับสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ทั้งนี้ บริษัทตองเปดเผยมติอนุมัติการขายหุนท่ีซื้อคืนไมนอยกวา 14 วันกอนวันเริ่มจําหนาย
ประโยชนของการทําโครงการซ้ือหุนคืน (treasury stock) มีดังน้ี
■ เปนการเพิ่มอุปสงคใหหุนของบริษัท และอาจสงผลใหราคาหุนปรับตัวสูงขึ้น นอกจากน้ีกําไรสุทธิ
ตอหุนก็จะสูงขึ้นดวย เนื่องจากจํานวนหุนที่หมุนเวียนซื้อขายในตลาดลดลง
■ ชวยใหบริษัทไดรับผลตอบแทนจากการลงทุน โดยหากผูบริหารมั่นใจแนวโนมผลการดําเนินงาน
ท่ีดีในอนาคต และเห็นวาราคาหุนต่ํากวามูลคาพื้นฐานอยางมีนัยสําคัญ การซื้อหุนคืนและขายหุนคืนกลับไป
ในตลาดในจังหวะท่ีเหมาะสม ก็จะทําใหไดรับผลตอบแทนที่ดี
■ หากบริษัทไมขายหุนคืนกลับไปในตลาด จะเปนการลดทุน ซ่ึงจะทําใหการใชเงินทุนของบริษัท
มีประสิทธิภาพมากขึ้น และชวยใหตัวเลขอัตราสวนทางการเงินของบริษัท เชน ROE, ROA, Total Asset
Turnover ดีข้ึน
■ ใชเปนเครื่องมือทางการเงินในการบริหารสภาพคลองสวนเกินของบริษัทใหเกิดประสิทธิผล
ผลกระทบตอราคา
การตัดสินใจซ้ือหุนคืนของบริษัทจดทะเบียนไมสงผลกระทบใหเกิด dilution effect แตจะสงผลบวก
ตอจิตวิทยาการลงทุนของผูลงทุน
58 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
2.1.2 ความสําคัญของการประเมินมูลคา
การประเมินมูลคามีความสําคัญ ท้ังตอผูลงทุนและผูออกตราสาร เน่ืองจากผูลงทุนมีความตองการ
ท่ีจะทราบมูลคาที่แทจริง (intrinsic value) ของสินทรัพยวามีมูลคาเทากับเทาใด เพื่อตองการที่จะใชเปน
ขอมูลสําคัญในการคัดเลือกสินทรัพยสําหรับการลงทุนในพอรตการลงทุน โดยปรัชญาพื้นฐานท่ีแทจริง
ของการประเมินมูลคานั้นมาจากแนวคิดที่วา “ผูลงทุนจะไมยอมจายเงินซ้ือสินทรัพยใดๆ ไปมากกวามูลคา
ของสินทรัพยนั้น” หากผูลงทุนเห็นวามูลคาของสินทรัพยดังกลาวสูงเกินไปเม่ือเทียบกับผลประโยชน หรือ
กระแสเงินสดที่สินทรัพยน้ันจะกอใหกับผูลงทุนในอนาคต ผูลงทุนก็ไมยินดีที่จะจายซื้อหลักทรัพยดังกลาว
ดังน้ัน การประเมินมูลคาจึงเขามามีบทบาทในการประเมินถึงมูลคาท่ีแทจริงของสินทรัพยแตละประเภท
ในสวนของผูออกตราสารเพ่ือระดมทุนน้ัน การประเมินมูลคาเพ่ือกําหนดราคาหุนก็มีความสําคัญ
เชนเดียวกัน เชน ผูออกและเสนอขายหุนสามัญยอมตองการขอมูลเกี่ยวกับราคาที่เหมาะสมของหุนสามัญ
เพื่อนํามาใชประกอบการคํานวณตนทุนของเงินทุนท่ีจะเกิดข้ึนจากการระดมทุน เพ่ือชวยตัดสินใจเกี่ยวกับ
ทางเลือกในการระดมทุนที่จะกอใหเกิดประโยชนสูงสุดแกบริษัทระหวางการระดมทุนดวยการออกและ
เสนอขายหุนสามัญและการออกและเสนอขายตราสารประเภทอ่ืนๆ ซ่ึงเปนขอมูลที่สําคัญท่ีใชประกอบการ
วิเคราะหงบลงทุน เชน การขยายกิจการ การพัฒนาผลิตภัณฑใหม เปนตน
2.1.3 ปจจัยในการกําหนดมูลคาหุนสามัญ
ตัวแปรที่มีสวนในการกําหนดมูลคาท่ีแทจริง (intrinsic value) ของหุนสามัญ ไดแก มูลคาสินทรัพย
สุทธิของกิจการ ความสามารถในการทํากําไรของกิจการ และอัตราคิดลดเพื่อคิดลดกระแสเงินสดที่เกิดขึ้น
ในอนาคตใหเปนมูลคาปจจุบัน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
มูลคาสินทรัพยสุทธิของกิจการ
สินทรัพยมีความสําคัญตอการประเมินมูลคาของหุนสามัญ เนื่องจากเปนเครื่องมือในการสรางรายได
ใหแกกิจการ ซ่ึงสินทรัพยของกิจการท่ีกลาวถึงในท่ีน้ี ประกอบดวย ท่ีดิน อาคาร เครื่องจักร สินคาคงเหลือ
สิทธิบัตรเครื่องหมายการคา ฯลฯ กิจการท่ีมีเงินทุนพรอม มีการบริหารงานที่ดี มีการคนควาสิ่งใหมๆ และ
ใชทรัพยากรท่ีมีอยูอยางเต็มท่ีและมีประสิทธิภาพ ยอมมีโอกาสทํากําไรไดมาก สวนกิจการที่ไมสามารถบริหาร
การใชทรัพยากรไดดี ก็จะมีตนทุนท่ีสูง กําไรที่ไดจากการดําเนินกิจการก็ยอมนอยลง ซ่ึงแนวคิดนี้เชื่อวา
มูลคาสินทรัพยของกิจการกับความสามารถในการทํากําไรของกิจการ มีความสัมพันธตอกันโดยตรง ดังท่ี
ไดอธิบายมาแลวขางตน ท้ังน้ี มูลคาสินทรัพยของกิจการที่นํามาใชในการประเมินมูลคาหุนสามัญนั้น จะเปน
มูลคาสินทรัพยสุทธิ ซ่ึงเปนมูลคาสินทรัพยทั้งหมดท่ีหักภาระหน้ีสินออกแลว
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 59
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
ความสามารถในการทํากําไรของกิจการ
รายไดของกิจการท่ีปลอดจากภาระคาใชจายตางๆ คือ กําไรของกิจการ ซึ่งกําไรของกิจการมีความ
สําคัญเน่ืองจากจะถูกจัดสรรเพ่ือใชเปนแหลงเงินทุนในการดําเนินงานของกิจการ และจายเปนผลตอบแทน
ใหแกผูถือหุนในรูปของเงินปนผล (dividend) ซ่ึงบริษัทที่มีความสามารถในการทํากําไรสูง ยอมมีแนวโนม
ที่จะจายเงินปนผลใหแกผูถือหุนในอัตราที่สูง และมีผลใหมูลคาหุนสามัญของบริษัทสูงตามไปดวย
ความสามารถในการทํากําไรของกิจการเปนตัวแปรสําคัญในการประเมินมูลคาหุนสามัญจากทาง
ดานรายได เนื่องจากกําไรเปนตัวแปรสําคัญในการกําหนดเงินปนผลท่ีบริษัทจะจายใหแกผูถือหุน ซ่ึงแนวคิด
การประเมินมูลคาหุนสามัญแบบนี้เชื่อวา มูลคาของหุนสามัญจะแปรผันโดยตรงกับกระแสเงินสดที่คาดวา
จะไดรับในอนาคต และระยะเวลาที่จะไดรับกระแสเงินสด ซึ่งกระแสเงินสดที่กลาวถึงในท่ีนี้ก็คือ เงินปนผล
ท่ีคาดวาจะไดรับจากบริษัท สวนระยะเวลาที่จะไดรับกระแสเงินสดนั้น หมายถึง ระยะเวลาท่ีผูถือหุนจะไดรับ
เงินปนผลจากบริษัท เชน ปท่ี 1, 2, 3,… นับจากวันถือหุน เปนตน
อัตราคิดลด
ในกรณีที่ระยะเวลาท่ีจะไดผลตอบแทนจากการถือหุนสามัญน้ันมีระยะเวลานานกวา 1 ป ทําใหตอง
มีการคํานวณกระแสเงินสดที่จะไดรับในอนาคตใหเปนมูลคาปจจุบัน ท้ังน้ี เพื่อใหไดมูลคาท่ีแทจริงของ
หุนสามัญในปจจุบันสําหรับตัดสินใจวาผลตอบแทนที่จะไดรับในอนาคตน้ันมีความคุมคาตอการลงทุนในวันนี้
หรือไม อัตราคิดลดเปนอัตราท่ีใชในการคิดลดกระแสเงินสดท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคตแลวเทียบใหเปนมูลคา
ปจจุบัน ซึ่งเปนอัตราท่ีสะทอนถึงอัตราผลตอบแทนท่ีผูลงทุนตองการจากการลงทุนในสินทรัพย หรืออัตรา
ผลตอบแทนที่ตองการของตลาด (required rate of return) ซึ่งจะแปรผันตามความเส่ียงของธุรกิจและ
อัตราดอกเบี้ยท่ีเปลี่ยนแปลง รวมท้ังผลตอบแทนจากทางเลือกในการลงทุนอ่ืน ซ่ึงจะเห็นไดวาหากความเสี่ยง
จากการลงทุนย่ิงสูง อัตราคิดลดนี้ก็ย่ิงสูงดวยเชนกัน เพ่ือชดเชยความเส่ียงที่ผูลงทุนตองเผชิญ
ท้ังน้ี อัตราคิดลดอาจพิจารณาจากปจจัย 2 ประการ คือ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย
ที่ปราศจากความเส่ียง (risk-free rate) และสวนชดเชยความเสี่ยงจากการลงทุน (risk premium) โดยที่
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพยที่ปราศจากความเส่ียง อาจใชอัตราดอกเบ้ียจากตราสารที่คาดวา
จะไดรับผลตอบแทนท่ีแนนอน เชน อัตราดอกเบ้ียจากพันธบัตรรัฐบาล สําหรับสวนชดเชยความเสี่ยงจาก
การลงทุนอาจพิจารณาจากการวิเคราะหความไมแนนอน หรือความผันผวนของกระแสเงินสดที่คาดวาจะไดรับ
ซ่ึงหากมีความไมแนนอนสูงก็จะมีความเส่ียงสูง ดังนั้น ผูลงทุนจึงตองการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพ่ือชดเชย
ความเสี่ยงท่ีเพ่ิมมากข้ึน และในกรณีที่มีการคาดการณวาจะไดรับกระแสเงินสดในอนาคตมีความแนนอนสูง
มีโอกาสคลาดเคลื่อนนอย ซ่ึงบงช้ีวาความเส่ียงจากการลงทุนตํ่า ผูลงทุนก็จะตองการผลตอบแทนเพ่ิมข้ึน
เพื่อชดเชยความเส่ียงจากการลงทุนไมมากนัก เปนตน
60 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
รูปที่ 2-2 ตัวอยางการคํานวณสวนชดเชยความเส่ียง (risk premium) จากการใชอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ
10 ปกับผลตอบแทนในตลาดหลักทรัพย (ขอมูลรายสัปดาห ระยะตั้งแตป ค.ศ. 2000–2017)
(%)
25.0
yield gap – 10yr (LHS)
SET earings yield
avg
20.0 bond yield
15.0
10.0 avg yield gap = 4.9%
5.0
0.0Jan-00
Jul-00
Jan-01
Jul-01
Jan-02
Jul-02
Jan-03
Jul-03
Jan-04
Jul-04
Jan-05
Jul-05
Jan-06
Jul-06
Jan-07
Jul-07
Jan-08
Jul-08
Jan-09
Jul-09
Jan-10
Jul-10
Jan-11
Jul-11
Jan-12
Jul-12
Jan-13
Jul-13
Jan-14
Jul-14
Jan-15
Jul-15
Jan-16
Jul-16
Jan-17
ท่ีมา: Thanachart estimates, Bloomberg
จากรูปท่ี 2-2 แสดงตัวอยางการคํานวณสวนชดเชยความเส่ียง (risk premium) โดยหาสวนตาง
ระหวาง ผลตอบแทนในตลาดหลักทรัพย (ดวยการใชสวนกลับของ PE ratio (1/(P/E)) ท่ีแสดงดวยเสน SET
earnings yield) กับ ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ป (ท่ีแสดงดวยเสน bond yield) จะไดคา risk premium
(แสดงดวยเสน yield gap – 10yr) จะเห็นวาสวนชดเชยความเส่ียงมีความผันผวนมากตามผลตอบแทนของ
ตลาดหลักทรัพยในระยะ 17 ปท่ีผานมา เม่ือผลตอบแทนจากการลงทุนมีความผันผวนมาก ผูลงทุนจึงตองการ
ผลตอบแทนท่ีสูงข้ึนเพ่ือชดเชยความเส่ียง
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 61
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
2.1.4 แนวทางในการประเมินมูลคาหุนสามัญ
ในการประเมินมูลคาหุนสามัญ ในทางปฏิบัติผูลงทุนสามารถประเมินมูลคาของกิจการไดจาก
2 แนวทางหลักๆ คือ
การประเมินมูลคาหุนสามัญโดยใชการคิดลดกระแสเงินสดในอนาคต (discounted cash
flow valuation)
เปนการคํานวณราคาหุนสามัญโดยนํากระแสเงินสดท่ีเกิดข้ึนมาคิดลดเปนมูลคาปจจุบัน ตัวอยาง
กระแสเงินสดที่นํามาคิดลด ไดแก เงินปนผลของกิจการ กระแสเงินสดอิสระจากกิจการ และกระแสเงินสด
อิสระของผูถือหุน ทั้งน้ี วิธีการคิดลดกระแสเงินสด ถือไดวาเปนวิธีการประเมินมูลคาท่ีตรงไปตรงมาชัดเจน
เพราะสอดคลองกับคําวา “มูลคา” ในทางการเงิน ซึ่งการประเมินมูลคาโดยการใชการคิดลดกระแสเงินสด
ในอนาคตแบงออกเปน 3 วิธี ซึ่งความแตกตางของแตละวิธีข้ึนอยูกับประเภทของกระแสเงินสดท่ีนํามาใช
ในการคํานวณ
การประเมนิ มลู คา โดยใชก ารคดิ ลดจากเงนิ ปน ผล (dividend discounted model หรอื DDM)
เปนแนวคิดขั้นพื้นฐานของการประเมินมูลคาหุนสามัญ เนื่องจากเงินปนผลเปนกระแสเงินสดรับท่ี
ผูถือหุนสามัญจะไดรับโดยตรงจากกิจการ การประเมินมูลคาหุนสามัญดวยวิธีน้ีจึงเหมาะสมกับกิจการท่ีมี
การจายเงินปนผลอยางสม่ําเสมอ อยางไรก็ตาม ในการคํานวณวิธีนี้ ไมไดคํานึงถึงกระแสเงินสดสวนอ่ืน
ที่กิจการกันไวเพื่อนําไปลงทุนตอ โดยไมไดนํามาจายเปนเงินปนผลดวย ซ่ึงเมื่อกิจการมีการลงทุนเพ่ิม ก็จะ
สงผลใหในอนาคตกิจการมีโอกาสในการสรางกระแสเงินสดในรูปของกําไรมากขึ้น ซ่ึงจะเปนพ้ืนฐานใหกิจการ
สามารถจายเงินปนผลไดเพิ่มมากข้ึนในอนาคตเชนกัน
การประเมนิ มลู คา โดยใชก ารคดิ ลดกระแสเงนิ สดอสิ ระจากกจิ การ (free cash flow to firm)
ซึ่งหมายความถึงกระแสเงินสดท่ีไดหักคาใชจายตางๆ ไปแลวและเปนกระแสเงินสดที่จะจายคืน
ใหกับเจาของเงินทุนกลุมตางๆ ดังนั้น กระแสเงินสดที่ไดนี้จึงเปนเหมือนกระแสเงินสดของทุกฝายที่เปน
เจาของเงินทุนของกิจการ ดังนั้น การคิดลดในการหามูลคาปจจุบันของกระแสเงินสดน้ีจึงใชคาตนทุนเงินทุน
ของกิจการ (weighted average cost of capital หรือ WACC) วิธีน้ีจึงเหมาะสมที่จะใชเปรียบเทียบกับบริษัท
ท่ีมีความแตกตางกันในดานของโครงสรางเงินทุน
การประเมนิ มลู คา โดยใชก ารคดิ ลดกระแสเงนิ สดอสิ ระของผถู อื หนุ (free cash flow to equity)
ซ่ึงหมายความถึงกระแสเงินสดที่ไดจากการดําเนินงานและไดหักภาระผูกพันกับหน้ีไวแลว ดังนั้น
กระแสเงินสดสวนท่ีเหลือจึงกลายเปนเงินของเจาของหรือผูถือหุน อัตราคิดลดในการคํานวณคาปจจุบันจึง
ใชคาตอบแทนของเงินทุนจากเจาของหรือผลตอบแทนของผูถือหุน
62 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
การประเมินมูลคาโดยใชการคํานวณราคาโดยสัมพัทธ (relative valuation)
เนื่องจากการประเมินมูลคาดวยการคิดลดกระแสเงินสด มีขอจํากัดที่ไมไดมีการอางอิงถึงมูลคาตลาด
ในปจจุบันของธุรกิจที่เก่ียวของ จึงทําใหราคาหรือมูลคาที่คํานวณไดไมสอดคลองกับราคาปจจุบัน จึงไดมี
แนวคิดการประเมินมูลคาดวยวิธีสัมพัทธ ซ่ึงเปนการเปรียบเทียบโดยการนําราคาตลาดของหุนสามัญ
ไปเปรียบเทียบกับตัวแปรทางการเงินอ่ืนๆ เชน กําไรสุทธิของกิจการหรือยอดขายของกิจการ เปนตน
การเปรียบเทียบดังกลาว ตัวเศษของการเปรียบเทียบตองเปนราคาตลาดของหุนสามัญเสมอ สําหรับตัวสวน
ของการเปรียบเทียบจะตองเปนตัวแปรทางการเงินท่ีแสดงถึงผลการดําเนินงานของกิจการ ซ่ึงจะตองสะทอน
ถึงมูลคาของกิจการและของหุนสามัญในที่สุด การเปรียบเทียบดังกลาวทําใหเกิดอัตราสวนทางการเงินท่ี
เรียกรวมๆ วา “ตัวเปรียบเทียบราคา (price multiple)” ซ่ึงสามารถนําไปใชประเมินมูลคาหุนสามัญได
2.2 วิธีการประเมินมูลคาหุนสามัญ
ในการประเมินมูลคาของสินทรัพย (assets valuation) หรือการคนหามูลคาท่ีแทจริง (intrinsic
value) ของสินทรัพยถือเปนส่ิงสําคัญ เน่ืองจากกระบวนการดังกลาวจะทําใหผูลงทุนรูวาควรจะตัดสินใจลงทุน
ในสินทรัพยเหลานั้นหรือไม ในทางปฏิบัติผูลงทุนสามารถประเมินมูลคาของกิจการไดจาก 2 แนวทางใหญๆ
คือ การประเมินมูลคาจากสินทรัพยของกิจการ (assets based valuation method) และการประเมินมูลคา
จากผลประโยชนที่ไดจากสินทรัพยท่ีกิจการมีอยู (benefit based valuation method)
2.2.1 การประเมินมูลคาจากสินทรัพยของกิจการ (assets based valuation method)
การประเมินมูลคาโดยใชสินทรัพยนั้น ผูลงทุนเช่ือวามูลคาหุนของกิจการเกิดข้ึนจากปริมาณสินทรัพย
สุทธิที่กิจการมีอยู หรือสวนของเจาของ โดยมีตัวชี้วัดมูลคา 4 แบบคือ มูลคาทางบัญชี (book value)
มูลคาสินทรัพยตามราคาตลาดกรณีมีการซ้ือทดแทน (replacement value) มูลคาชําระบัญชี (liquidation
value) และมูลคาสินทรัพยสุทธิ (net assets value หรือ NAV) โดยมีรายละเอียดดังนี้
มูลคาทางบัญชี (book value)
ผูลงทุนที่ใชมูลคาทางบัญชีเปนตัวชี้วัดจะเช่ือวามูลคาของกิจการควรพิจารณาจากมูลคา (ราคา)
ของสินทรัพยท่ีถูกบันทึกไวในบัญชีของบริษัท เนื่องจากเปนสิ่งที่เกิดข้ึนมาในงวดเวลาหนึ่งๆ ตามมูลคา
ทางบัญชี (หรือสวนของผูถือหุน) ซึ่งเปนมูลคาสินทรัพยสุทธิของกิจการท่ีปรากฏอยูในงบแสดงฐานะการเงิน
ของกิจการ โดยสามารถคํานวณไดจากการนําสินทรัพยทั้งหมด หักดวยหน้ีสินทั้งหมดของบริษัท ซึ่งแสดง
ไดดังสมการที่ (2.1)
มูลคาตามบัญชี (สวนของผูถือหุน) = สินทรัพย – หนี้สิน (2.1)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 63
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
การคํานวณหามูลคาตามบัญชีสามารถกระทําไดโดยงายและมีความถูกตองสูง เน่ืองจากขอมูล
งบการเงินของบริษัทจดทะเบียนเปนขอมูลท่ีเปดเผยเปนการท่ัวไป และมีผูสอบบัญชีตรวจสอบใหเปนไป
ตามมาตรฐานการสอบบัญชีซ่ึงเปนท่ียอมรับเปนการทั่วไป อยางไรก็ตาม มาตรฐานบัญชีกําหนดใหการ
บันทึกบัญชีทรัพยสินตางๆ ของบริษัทตองบันทึกที่ราคาทุนและมีการตัดคาเส่ือมราคาระหวางอายุการใชงาน
ทําใหมูลคาทรัพยสินอาจจะตํ่ากวา หรือสูงกวามูลคาท่ีควรจะเปน หากพิจารณาราคาตลาดในปจจุบัน
และไมไดสะทอนมูลคาบริษัทที่ควรจะเปน
บางครั้งการประเมินมูลคาหุนก็อาจใหความสนใจในการใชมูลคาตามราคาตลาด เนื่องจากมูลคา
ของสินทรัพยสุทธิท่ีถูกบันทึกตามบัญชีนั้นเปนมูลคาที่บันทึกในราคาตนทุน ดังน้ัน จึงอาจไมสะทอนถึง
สถานะที่แทจริงของกิจการ การใชมูลคาตามราคาตลาดจึงเปนส่ิงท่ีนาจะสะทอนใหเห็นถึงสถานะของ
กิจการไดดีกวา
การใชมูลคาตามบัญชี หรือมูลคาตามราคาตลาดของกิจการนั้นเปนการใชขอมูลท่ีมีลักษณะสถิต
(static) กลาวคือ เปนขอมูลท่ีแสดงความสามารถของกิจการในการสรางสินทรัพยในชวงเวลาใดเวลาหน่ึง
นั่นเอง
ผูลงทุนอาจจะปรับปรุงมูลคาตามบัญชีใหเปนมูลคาตอหุน (book value per share) เพื่อใชเปน
เคร่ืองมือเปรียบเทียบกับราคาตลาดของหุนท่ีตองการจะซ้ือขาย โดยการหารมูลคาตามบัญชีดวยจํานวนหุน
ท่ีออกและเรียกชําระแลวของกิจการดังสมการท่ี (2.2)
มูลคาตามบัญชีตอหุน = มูลคาตามบัญชี (2.2)
จํานวนหุนท่ีออกและเรียกชําระแลว
วิธีการคํานวณหามูลคาตามบัญชีตอหุนน้ี สามารถประยุกตใชในการคํานวณหามูลคาตอหุนของมูลคา
สินทรัพยอื่นๆ ดวยเชนกัน
มูลคาสินทรัพยตามราคาตลาดกรณีมีการซื้อทดแทน (replacement value)
replacement value คือ มูลคาสินทรัพยตามราคาตลาดในปจจุบันในกรณีท่ีตองซื้อเพ่ือทดแทน
สินทรัพยที่ใชอยูในปจจุบันของบริษัท replacement value ชวยลดขอจํากัดของมูลคาตามบัญชีที่ไมไดสะทอน
มูลคาที่เปล่ียนไปของทรัพยสินตามราคาตลาดในปจจุบัน อยางไรก็ตาม การคํานวณหา replacement value
ใหถูกตองทําไดยากและจําเปนตองใชเวลาพอสมควร เนื่องจาก replacement value ไดสะทอนมูลคาทรัพยสิน
ตามราคาตลาดปจจุบัน ดังนั้น โดยทั่วไป replacement value จึงมักจะมีมูลคาสูงกวามูลคาตามบัญชี
(book value) มาก ในการพิจารณาลงทุนผูลงทุนอาจจะพิจารณาปรับปรุงตัวเลขมูลคาตามบัญชีตอหุนดวย
replacement value เพ่ือใหสะทอนมูลคาที่เปนปจจุบันมากขึ้น โดยการหักหน้ีสินท่ีมีอยูท้ังหมดออกจาก
สินทรัพยบริษัทที่ประเมินราคาดวย replacement cost แทนท่ีจะใชมูลคาสินทรัพยของบริษัทตามบัญชี
ลบดวยหนี้สิน
64 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
มูลคาชําระบัญชี (liquidation value)
เปนมูลคาสินทรัพยของกิจการท่ีสามารถขายไดในกรณีท่ีมีการเลิกกิจการ และนําทรัพยสินออกขาย
ทอดตลาด การคํานวณหา liquidation value จําเปนตองมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับกิจการและทรัพยสิน
ของบริษัทอยางละเอียด ซึ่งขอมูลดังกลาวไมเปนที่เปดเผยตอสาธารณะ ผูที่จะรูขอมูลดังกลาวและใชประโยชน
จาก liquidation value จึงมักจะเปนผูที่มีความเก่ียวของกับบริษัทอยางใกลชิด เชน ผูบริหาร เปนตน
ซ่ึงสวนใหญมักจะถูกใชเปนขอมูลเพื่อตกลงซื้อขายในกรณีที่มีการควบรวมกิจการ
มูลคาสินทรัพยสุทธิ (net assets value)
ในการประเมินมูลคาของกิจการโดยใชแนวคิดจากการประเมินมูลคาสินทรัพยนี้ มีพ้ืนฐานมาจาก
หลักทฤษฎีดานบัญชีท่ีกลาววา
สินทรัพย (assets) = หนี้สิน (liabilities) + ทุน (equity) (2.3)
อยางไรก็ดี เน่ืองจากมูลคาของสินทรัพยตางๆ อาจมีการเปล่ียนแปลงไป อันเน่ืองจากการเสื่อม
หรือดอยมูลคาตามกาลเวลา หรือมีคาเพิ่มขึ้นตามภาวการณท่ีเปลี่ยนแปลงไป เชน ภาวะเงินเฟอ เปนตน
ดังน้ัน มูลคาของสินทรัพยจึงอาจมีมูลคามากกวาหรือนอยกวามูลคาตามบัญชีของหน้ีสินและทุนรวมกันได
ซ่ึงในกรณีการประเมินมูลคาสินทรัพยสุทธิน้ี จะใหความสนใจกับมูลคาตลาดของสินทรัพยสุทธิ หรือในที่น้ี
เรียกวา net assets value (NAV) หรืออาจกลาวไดวาเปนการปรับปรุงมูลคาหุนตามบัญชีใหเปนราคาตลาด
นั่นเอง
มูลคาสินทรัพยสุทธิ (NAV) = มูลคาสินทรัพยตามราคาตลาด – หนี้สิน (2.4)
ตัวอยางท่ี 2-1 บริษัทหน่ึงมีสินทรัพยจากการประเมินตามราคาตลาด 107 ลานบาท มีสวนของผูถือหุน
40 ลานบาท และสวนของหนี้สิน 60 ลานบาท มีจํานวนหุนทั้งหมด 4 ลานหุน ฉะน้ันมูลคาสินทรัพยสุทธิ
ตอหุนของบริษัทดังกลาวจะมีคาเทากับเทาใด
มูลคาสินทรัพยสุทธิ = มูลคาสินทรัพยตามราคาตลาด – หน้ีสิน
= 107 – 60
= 47 ลานบาท
มูลคาสินทรัพยสุทธิตอหุน = 47
4
= 11.75 บาทตอหุน
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 65
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
จากตัวอยางขางตนจะเห็นไดวา มูลคาสินทรัพยสุทธิตอหุน มีคามากกวามูลคาตามบัญชี ซึ่งมีคา
เทากับหุนละ 10 บาท (40 / 4 = 10) โดยสวนท่ีเกินนี้มาจากการประเมินทรัพยสินของบริษัทท่ีเพ่ิมข้ึนใน
ขณะท่ีคํานวณ
การประเมินมูลคาหุนโดยพิจารณาจากสินทรัพยของบริษัทตามที่ไดกลาวถึงน้ัน แมจะมีประโยชน
ในการเปนแนวทางที่ใชพิจารณามูลคาพ้ืนฐานของหุนไดดี แตก็มีขอดอย คือ แนวทางดังกลาวประเมิน
มูลคาหุนโดยอางอิงจากมูลคาสินทรัพย ณ ขณะใดขณะหนึ่งเปนเกณฑ ไมไดพิจารณาโดยคํานึงถึงขอเท็จจริง
ที่วาบริษัทยังคงประกอบกิจการตอไปในอนาคต ซึ่งผูถือหุนจะมีสวนไดรับประโยชนจากผลกําไร หรือ
เงินปนผลจากการดําเนินกิจการดังกลาวดวย
2.2.2 การประเมินมูลคาจากผลประโยชนที่ไดจากสินทรัพยท่ีกิจการมีอยู (benefit based valuation
method)
การประเมินมูลคาหุนโดยพิจารณาจากรายไดของบริษัท จะชวยลดขอจํากัดดังกลาวของการประเมิน
มูลคาหุนโดยพิจารณาจากสินทรัพย เน่ืองจากเปนแนวทางการพิจารณาหุนที่คํานึงถึงบริษัทในลักษณะท่ีจะ
ยังคงดําเนินกิจการไดอยางตอเนื่อง ดังนั้น มูลคาหุนจึงควรจะสะทอนผลกําไรของบริษัท ซึ่งผูถือหุนจะมีสวน
ไดรับผลประโยชนตลอดระยะเวลาที่ถือหุนในอนาคต โดยสวนใหญจะอยูในรูปของเงินปนผล (dividend)
และผลกําไรจากราคา (capital gain) ซ่ึงอาจมีคาไมคงที่ ทั้งนี้ การประเมินมูลคาหุนสามัญมีหลายวิธี แตจะ
ขอกลาวถึง 2 วิธี คือ (1) การประเมินมูลคาหุนสามัญโดยการคิดลดเงินปนผล (dividend discounted model:
DDM) และ (2) การประเมินมูลคาหุนสามัญโดยใชวิธีสัมพัทธ (relative valuation)
(1) การประเมินมูลคาหุนสามัญโดยวิธีคิดลดเงินปนผล (dividend discount model: DDM)
การประเมินมูลคาหุนตามแนวคิดของ dividend discount model (DDM) เกิดจากแนวคิดท่ีวา
ผูลงทุนท่ีลงทุนในหุนวันน้ี ยอมคาดหวังผลประโยชนหรือผลตอบแทนท่ีคาดวาจะเกิดขึ้นในอนาคตจากการ
ลงทุนในหุน ดังนั้น ราคาหุนท่ีผูลงทุนยอมจายในวันน้ี จึงเปนราคาสําหรับสิ่งท่ีตนคาดวาจะไดรับในอนาคต
ซ่ึงผลตอบแทนภายใตแนวความคิดนี้ท่ีผูลงทุนคาดวาจะไดรับก็คือ “เงินปนผล”
อยางไรก็ตาม กระแสเงินสดดังกลาวเปนกระแสเงินสดที่คาดวาจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งมูลคาของ
เงินในอนาคตยอมไมเทากับมูลคาของเงินในปจจุบัน ดังน้ัน ผูลงทุนจึงตองเทียบมูลคาของเงินดังกลาว
ใหกลับมาเปนปจจุบัน โดยใช อัตราคิดลด (discount rate) เพ่ือแปลงคาเงินในอนาคตใหกลับมาเปนมูลคา
ณ เวลาปจจุบัน
66 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
สถานการณ/บริษัทแบบไหนท่ีเหมาะกับวิธีประเมินมูลคาแบบ dividend discount model
การประเมินมูลคาหุนดวยวิธี dividend discount model (DDM) เหมาะท่ีจะใชในการประเมินมูลคา
หุนสามัญของกิจการที่มีรายได กําไรและกระแสเงินสดจากการดําเนินงานท่ีคอนขางมีความสมํ่าเสมอและ
สามารถพยากรณไดงาย ไมมีความคลาดเคล่ือนมากนัก ซึ่งประเภทของธุรกิจท่ีมีรายได ผลกําไรจาก
การดําเนินงาน และกระแสเงินสดท่ีคอนขางมีความสม่ําเสมอ ไดแก ธุรกิจที่ผลประกอบการ และฐานะ
ทางการเงินจะไดรับผลกระทบจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจไมมากนัก เชน ธุรกิจผูใหบริการ
สาธารณูปโภค ธุรกิจอาหารและเคร่ืองด่ืม ธุรกิจที่ไดรับสัมปทานในการดําเนินงานที่มีระยะเวลาที่ชัดเจน
ธุรกิจสินคาเกษตรกรรม ฯลฯ
ตัวอยางการคํานวณภายใตวิธีการจายเงินปนผลแบบตางๆ
วิธีการประเมินมูลคาน้ี จะพิจารณาวากระแสเงินสดท่ีผูถือหุนสามัญจะไดรับก็คือ เงินปนผลในแตละ
ปตลอดระยะเวลาที่ถือหุน คิดลดคาดวยอัตราคิดลด (discount rate) ที่เหมาะสม เพื่อคํานวณผลตอบแทน
ทั้งหมดกลับมาเปนมูลคาปจจุบัน ซึ่งสามารถแบงวิธีการคํานวณออกเปน 2 กรณี คือ กรณีท่ีผูถือหุนกําหนด
ระยะเวลาในการถือหุน และกรณีท่ีผูถือหุนตองการถือหุนโดยไมมีกําหนดระยะเวลา
• กรณีที่ผูถือหุนกําหนดระยะเวลาในการถือหุน
ในกรณีที่ผูถือกําหนดระยะเวลาในการถือหุนไว ผลตอบแทนท่ีผูถือหุนจะไดรับประกอบดวย
เงินปนผลท่ีไดรับในแตละปตลอดระยะเวลาที่ถือหุนนั้น และผลตอบแทนที่เกิดจากการเปล่ียนแปลงใน
ราคาหุนน้ัน ซึ่งมีสูตรการคํานวณ ดังตอไปน้ี
P = n Dt + Pn (2.5)
(1 + ks)t (1 + ks)n
Σt=1
โดยที่
P = ราคาประเมินของหุนในปปจจุบัน
Dt = เงินปนผลในปท่ี t ในอนาคต โดยที่ t = 1, 2, 3, …, n
ks = อัตราคิดลดหรืออัตราผลตอบแทนท่ีผูลงทุนตองการจากการถือหุน
Pn = ราคาตลาดของหุนสามัญที่คาดวาจะขายได ณ ปที่ n
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 67
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
ตัวอยางท่ี 2-2 นายร่ํารวยกําลังพิจารณาลงทุนในหุนสามัญของบริษัทแหงหนึ่ง โดยคาดวาจะไดรับ
ผลตอบแทนในปท่ี 1 เทากับ 10 บาท และตองการจะถือหุนน้ีเปนเวลา 1 ป โดยคาดวาจะขายหุนดังกลาว
ไดในปลายปที่ 1 ท่ีราคา 115 บาท อัตราผลตอบแทนที่นายรํ่ารวยตองการเทากับ 10% จงหาวามูลคาสูงสุด
ของหุนท่ีนายรํ่ารวยควรซ้ือเทากับเทาใด
P = 10 + 115
(1 + 0.10)1 (1 + 0.10)1
= 113.64 บาท
จากตัวอยางขางตนมูลคาสูงสุดที่นายร่ํารวยควรจายเงินซ้ือหุนดังกลาวเทากับ 113.64 บาท
• กรณีผูถือหุนตองการถือหุนตลอดไปโดยไมมีกําหนด
ในกรณีที่ผูลงทุนตองการท่ีจะถือหุนไปโดยไมมีกําหนดนั้น หมายความวาผูลงทุนคาดวาจะไดรับ
ผลตอบแทนท้ังในรูปของเงินปนผลและกําไรจากการเปล่ียนแปลงในราคาหุนไปโดยตลอดโดยไมมีกําหนด
น่ันเอง ซ่ึงมีสูตรการคํานวณดังน้ี
P = D1 + D2 + D3 + … + D∞ (2.6)
(1 + ks)1 (1 + ks)2 (1 + ks)3 (1 + ks)∞
โดยท่ี
P = ราคาประเมินของหุนในปปจจุบัน
Dt = เงินปนผลในปท่ี t ในอนาคต โดยที่ t = 1, 2, 3 … ∞
ks = อัตราคิดลดหรืออัตราผลตอบแทนท่ีผูลงทุนตองการจากการถือหุน
ท้ังน้ี สูตรการคํานวณมูลคาหุนดังกลาวขางตนนั้น เปนสูตรการคํานวณท่ีใชในกรณีท่ีสามารถ
คาดการณเงินปนผลที่จะไดรับในแตละปไดคอนขางแนนอน แตในทางปฏิบัตินั้นการประมาณเงินปนผล
ในแตละปใหมีความถูกตองนั้นทําไดคอนขางยาก โดยเฉพาะการคาดการณไปในอนาคตหลายๆ ป ดังน้ัน
ในทางปฏิบัติจึงมักคาดการณเงินปนผลที่คาดวาจะไดรับในอนาคตเพียงชวงเวลาสั้นๆ เชน 2–3 ป และ
จะกําหนดสมมติฐานใหเงินปนผลที่คาดวาจะไดรับในปที่เหลือน้ัน ใหมีการเติบโตในอัตราเฉล่ียเทากัน
ทุกๆ ปไปโดยตลอด หรืออาจจะใชวิธีคาดการณการเติบโตของเงินปนผลเปนชวงๆ ตามวงจรชีวิตธุรกิจ
(Business Life Cycle) และใหเติบโตในอัตราเฉล่ียคงท่ีหลังจากท่ีธุรกิจเขาสูภาวการณเติบโตเต็มท่ี (Stable
Growth Stage) เปนตน ซ่ึงมีวิธีการคํานวณในแตละกรณีดังนี้
68 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
■ กรณีที่มีการจายเงินปนผลเทากันทุกงวด (zero growth dividend)
ในกรณีที่เงินปนผลที่คาดวาจะไดรับน้ันมีมูลคาเทากันทุกงวด และผูลงทุนคาดวาจะถือหุนไปอยาง
ไมมีกําหนดน้ัน สามารถใชสูตรการคํานวณขางตนในการประเมินมูลคาหุนได และเน่ืองจากเงินปนผลใน
แตละงวดมีมูลคาเทากันหรือ D1 = D2 = D3 = … = Dt ดังนั้น ในกรณีน้ี สูตรการคํานวณจึงสามารถเขียนไดเปน
P = D (2.7)
Ks
จากสูตรการคํานวณขางตน อาจกลาวอีกในนัยหน่ึงไดวาราคาประเมินของหุนในปจจุบันจะเทากับ
เงินปนผลที่คาดวาจะจายเทากันทุกงวดหารดวยอัตราผลตอบแทนท่ีตองการ
ตัวอยางท่ี 2-3 หากคาดวาหุน A จะจายเงินปนผลงวดละ 1.15 บาท และ นาย ก. ตองการซ้ือหุนน้ี
เพื่อลงทุนระยะยาว โดยมีอัตราผลตอบแทนที่ตองการเทากับ 13.4% ราคาประเมินของหุน A ท่ีนาย ก.
ควรจายซื้อจะเปนเทาใด
P = D
Ks
= 1.15
0.134
= 8.58 บาท
ดังน้ัน ราคาประเมินของหุน A ในปจจุบันจึงอยูที่ 8.58 บาทตอหุน ในกรณีนี้ ถาราคาหุนในตลาด
ซื้อขายกันอยูท่ี 8.25 บาท นาย ก. ก็จะตัดสินใจซื้อหุนเพราะต่ํากวาราคาที่คํานวณไดท่ี 8.58 บาท ซ่ึงเขา
คิดวาเหมาะสมที่จะถือครองและลงทุนในหุน A
■ กรณีท่ีเงินปนผลมีอัตราเพ่ิมเทากันทุกงวด (constant growth dividend)
โดยทั่วไปแลวบริษัทสวนใหญนั้นมักมีการจายปนผลที่แตกตางไปในแตละงวดตามผลประกอบการ
และปจจัยอื่นท่ีเก่ียวของ เชน อายุของบริษัท สภาพการแขงขัน ความตองการใชเงินทุนเพ่ือขยายกิจการ
และวงจรชีวิตของธุรกิจ เปนตน อันเปนผลใหอัตราการเติบโตของเงินปนผลจายจะแตกตางกันไปใน
แตละบริษัท จากเหตุผลดังกลาว สมมติฐานในเรื่องเงินปนผลที่เทากันทุกงวดจึงอาจไมเหมาะสมกับทุกกรณี
อยางไรก็ตาม การประเมินเงินปนผลแตละปในอนาคตใหถูกตองทําไดยาก ดังนั้น โดยท่ัวไปจึงมักจะใช
คาเฉลี่ยการขยายตัวในระยะยาวเปนสมมติฐาน โดยใหเงินปนผลคอยๆ ขยายตัวในอัตราคงท่ีในระยะยาว
ตามการขยายตัวของผลการดําเนินงาน
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 69
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
การประเมินมูลคาหุนในกรณีท่ีกําหนดเงินปนผลจายมีอัตราเพิ่มเทากันทุกงวดนั้น ยังคงประยุกตใช
สูตรคํานวณเดียวกันกับท่ีไดกลาวไวขางตนได โดยที่เงินปนผลจายในปถัดไป จะเทากับเงินปนผลจาย
ในปปจจุบันคูณดวยอัตราการเติบโตของเงินปนผลจาย ดังน้ี
P= D0(1 + g) + D0(1 + g)2 + D0(1 + g)3 + D0(1 + g)∞
(1 + ks) (1 + ks)2 (1 + ks)3 (1 + ks)∞
= D0(1 + g) = D1 (2.8)
ks – g ks – g
โดยที่ g หมายถึงอัตราการเพิ่มของเงินปนผลที่กําหนดใหคงที่
ตัวอยางท่ี 2-4 หุนสามัญของบริษัทแหงหนึ่งจายเงินปนผลในปท่ีผานมาเทากับ 2 บาทตอหุน และ
คาดวาจะมีอัตราเติบโตของเงินปนผลจายเทากับ 8% ตอป ตลอดไป หากผูลงทุนตองการอัตราผลตอบแทน
จากการลงทุนขั้นต่ําเทากับ 10% มูลคาสูงสุดของหุนสามัญท่ีผูลงทุนควรจายซ้ือควรมีคาเทาใด
P= D0(1 + g)
(ks – g)
= 2×(1 + 0.08)
0.10 – 0.08
= 2.16
0.02
= 108 บาท
ในกรณีน้ีมูลคาหุนสูงสุดที่ผูลงทุนจะยอมจายซื้อหุนดังกลาวคือ 108 บาท
■ กรณีที่เงินปนผลมีอัตราเพ่ิมไมเทากันทุกงวด (non-constant growth dividend)
จากกรณีท่ีกลาวไปขางตนน้ันจะเห็นไดวาวิธี dividend discount model สามารถนํามาประยุกตใช
ในการประเมินมูลคาหุนไดท้ังกรณีท่ีบริษัทจายเงินปนผลเทากัน หรือมีอัตราการเติบโตของเงินปนผลจาย
เทากันทุกงวด แตในทางปฏิบัติแลวมักมีขอโตแยงวา สมมติฐานดังกลาวนั้นอาจไมเหมาะสม เนื่องจากบริษัท
แตละบริษัทจะอยูในวงจรชีวิตของธุรกิจท่ีแตกตางกัน (life cycle) ดังน้ัน อัตราการเติบโตของเงินปนผลจาย
นาจะแตกตางไปตามภาวะของธุรกิจดวย ตัวอยางเชน ในชวงระยะแรกของธุรกิจ ธุรกิจมักมีการเติบโตสูง
แมระดับของเงินปนผลที่จายจะต่ํา แตก็จะปรับเพ่ิมขึ้นในอัตราคอนขางสูงในแตละป อัตราการเติบโตของ
เงินปนผลจายโดยเฉล่ียจึงมากกวาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตอมาเม่ือบริษัทมีความม่ันคงมากข้ึน
70 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
อัตราการเติบโตของเงินปนผลจายจะลดลงมาใกลเคียงกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ และอัตราการเติบโต
ของเงินปนผลจายจะคอยๆ ลดลงในเวลาตอมา ดังน้ัน ในการประเมินมูลคาหุนสามัญโดยท่ัวไป จึงอาจ
ตองพิจารณาวาชวงใดเปนชวงท่ีบริษัทมีอัตราการเติบโตแบบคงท่ี ชวงใดบริษัทมีการเติบโตแบบไมคงท่ี
และมีอัตราการเติบโตที่คาดการณเปนเทาใด และนําเอาวิธีการในกรณีตางๆ ที่ไดกลาวไปแลวมาประยุกตใช
ดวยกัน เพื่อชวยใหเขาใจการประเมินมูลคาหุนในกรณีท่ีเงินปนผลจายมีอัตราเพิ่มไมเทากันทุกงวดไดงายขึ้น
ดังแสดงในตัวอยางตอไปนี้
ตัวอยางท่ี 2-5 บริษัท Z จายเงินปนผลในปปจจุบันเทากับ 1.15 บาท และคาดวาบริษัทจะมีอัตรา
การเติบโตของเงินปนผลจายในอีก 3 ปขางหนาเทากับ 30% จากน้ันอัตราการเติบโตจึงจะลดเหลือ 8%
หากผูลงทุนตองการอัตราผลตอบแทนขั้นตํ่าเทากับ 13.4% ผูลงทุนควรจายเงินซื้อหุน Z ในราคาเทาใด
รูปท่ี 2-3 การประเมินมูลคาหุนบริษัท Z
01234 ∞
g=30% 30% 30% 8% 8%
D0 = 1.15 D1=1.4950 D2=1.9435 D3=2.5266 D4=2.7287
1.3183 P3 = 50.5315
1.5113 53.0581
36.3842
39.2138
จากรูปที่ 2-3 จะเห็นไดวา วิธีการประเมินมูลคาหุน Z ทําไดเปนขั้นตอน ดังน้ี
1. คํานวณประมาณการเงินปนผลในแตละป จาก Dt = Dt–1 (1 + g) โดย t = 1, 2, 3, 4 ท้ังน้ี คา g
ท่ีใชในปท่ี 1–3 คือ 30% และ 8% ในปท่ี 4 และตอไปเรื่อยๆ ไดคาตามท่ีแสดงในรูปที่ 2-3
2. คํานวณราคาหุนที่คาดวาขายไดในส้ินปที่ 3 โดยใชแนวทางการคํานวณของกรณีท่ีบริษัท
จายเงินปนผลในอัตราคงที่ ดังที่กลาวไวขางตน ซึ่งสามารถคํานวณไดดังน้ี
P3 = D4 = 2.7287 = 50.5315
ks – g (0.134 – 0.08)
3. คํานวณหามูลคาปจจุบันของเงินปนผลท่ีคาดวาจะไดรับในแตละป และมูลคาปจจุบันของหุน
ท่ีคาดวาจะขายไดในปท่ี 3
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 71
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
4. คํานวณหาราคาประเมินหรือมูลคาหุนที่ผูลงทุนควรจะจายซ้ือจากผลรวมของมูลคาปจจุบัน
ของเงินปนผลและราคาหุนจากขอ 3 ซ่ึงเทากับ 39.21 บาท
P = D1 + D2 + D3 + P3
(1 + ks) (1 + ks)2 (1 + ks)3 (1 + ks)3
= D1 + D2 + D3 + P3
(1 + ks) (1 + ks)2 (1 + ks)3
= 1.495 + 1.9435 + 53.0581
1.134 1.1342 1.1343
= 1.3183 + 1.5113 + 36.3842
= 39.2138 บาท
จากกรณีตัวอยางตางๆ ขางตนจะเห็นวา การประเมินมูลคาหุนโดยใชวิธี Dividend Discount Model
เปนวิธีที่สําคัญและสามารถประยุกตใชไดหลากหลายกรณี โดยข้ึนอยูกับสมมติฐานหรือความเห็นเกี่ยวกับ
การเติบโตของบริษัทในอนาคต ซ่ึงเปนสิ่งที่ผูวิเคราะหตองใชวิจารณญาณในการพิจารณา
(2) การประเมินมูลคาหุนสามัญโดยวิธีสัมพัทธ (relative valuation)
การประเมินมูลคาดวยวิธีสัมพัทธ (relative valued technique) เปนวิธีการนําราคาตลาด (market
price) ของหนุ สามญั ไปเปรยี บเทยี บกบั ตวั แปรทางการเงนิ บางอยา ง เชน ราคาตลาดของหนุ สามญั เปรยี บเทยี บ
กับกําไรสุทธิของกิจการ หรือราคาตลาดของหุนสามัญเปรียบเทียบกับยอดขายของกิจการ เปนตน การ
เปรียบเทียบดังกลาวตัวเศษของการเปรียบเทียบตองเปนราคาตลาดของหุนสามัญเสมอ สําหรับตัวสวนของ
การเปรียบเทียบจะตองเปนตัวแปรทางการเงินที่แสดงถึงผลการดําเนินงานของกิจการ ซ่ึงสามารถสะทอน
ถึงมูลคาของกิจการและของหุนสามัญในที่สุด การเปรียบเทียบดังกลาวทําใหเกิดอัตราสวนทางการเงินท่ี
เรียกรวมๆ วา “ตัวเปรียบเทียบราคา” ซึ่งสามารถนําไปใชประเมินมูลคาหุนสามัญได
หลักการและแนวคิดของวิธีสัมพัทธ
แนวคิดหลักของการประเมินมูลคาหุนดวยวิธีสัมพัทธ เร่ิมตนดวยการสรางตัวเปรียบเทียบราคา
ข้ึนเพื่อสะทอนถึงการรับรูของตลาดเกี่ยวกับมูลคาของกิจการ (ผานตัวแปรทางการเงินที่เก่ียวของ) จากน้ัน
จึงอาศัยหลักการของการเปรียบเทียบ (method of comparables) โดยการคํานวณตัวเปรียบเทียบราคา
ของตัวแทน (comparison assets) ขึ้น ซึ่งในที่นี้จะเรียกวา benchmark value เพื่อใชเปรียบเทียบกับ
ตวั เปรยี บเทยี บราคาของหนุ สามญั โดยอาศยั หลกั การทว่ี า สนิ ทรพั ยท เี่ หมอื นกนั หรอื คลา ยกนั ควรมรี าคาตลาด
ใกลกันหรือเทากัน (ถาการเลือกสินทรัพยที่เปนตัวแทนเหมาะสม) ดังน้ัน ถาตัวเปรียบเทียบราคาของ
72 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
หุนสามัญอยูต่ํากวา (หรือสูงกวา) ตัวเปรียบเทียบราคาของตัวแทนก็สามารถสรุปไดวาเปนลักษณะ
undervalued (overvalued) ได
วิธีการเลือกตัวแทนเพื่อการคํานวณหา benchmark value ของตัวเปรียบเทียบราคานั้นอาจ
เลือกจาก
■ หุนสามัญของบริษัทท่ีมีขนาด หรือลักษณะตางๆ ที่ใกลเคียงกัน (a closely matched individual
stock)
■ กลุมบริษัทที่มีลักษณะคลายกัน อยูในกลุมอุตสาหกรรมเดียวกัน (company or industry peer
group)
■ กลุมบริษัทท้ังหมดในตลาด (all stocks in market)
เน่ืองจากไมมีการกําหนดกฎเกณฑที่แนนอนในการเลือกตัวแทน ดังนั้น ผูวิเคราะหจึงตองใช
วิจารณญาณอยางมากในการเลือกตัวแทน ในบางกรณีอาจมีการเลือกตัวแทนโดยใชหลายๆ วิธีเพ่ือพิจารณา
ผลวามีความแตกตางกันหรือไม
เม่ือสามารถเลือกตัวแทนไดแลวก็จะตองคํานวณตัวเปรียบเทียบราคาของตัวแทน เพ่ือใชเปน
benchmark value ในกรณีท่ีใชกลุมตัวแทนจากหลายบริษัท หรืออุตสาหกรรม หรือของตลาด จะตอง
คํานวณหาคาเฉลี่ยเลขคณิต (mean) หรือคามัธยฐาน (median) ของคาตัวเปรียบเทียบราคาของกลุมตัวแทน
สําหรับเปนเกณฑในการตัดสินใจตอไป
การประเมินมูลคาหุนสามัญโดยใชอัตราสวนราคาตอกําไร (PER)
อัตราสวนราคาตอกําไร (PER หรือ P/E ratio) หรือตัวคูณกําไร (earnings multiplier) เปนการ
วัดราคาหุนเชิงสัมพัทธ เพ่ือพิจารณาวาผูลงทุนยินดีท่ีจะจายเงินซ้ือหุนเปนจํานวนกี่เทาของกําไรตอหุน
ที่บริษัทสามารถทําได ดวยสมการตอไปน้ี
PER = P (2.9)
EPS
โดยท่ี
P = ราคาตลาดของหุน ณ ปจจุบัน
EPS = กําไรสุทธิตอหุน
นอกจากนี้อัตราสวน PER ยังเปนอัตราสวนที่แสดงใหเห็นถึงการคาดหวังของผูลงทุนตอแนวโนม
การทํากําไรของบริษัทและการเพิ่มข้ึนของระดับกําไรสุทธิของบริษัทในอนาคต
กิจการท่ีมีแนวโนมการเติบโตสูงจะมีคา PER สูง หรือบริษัทท่ีมีอัตราการจายเงินปนผลสูงคา PER
ก็จะมีคาสูงดวย แตหากบริษัทใดมีความเส่ียงสูงคา PER จะตํ่า ในการวิเคราะหคา PER ของบริษัทวา
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 73
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
มีคาสูงหรือต่ําน้ัน สามารถทําไดโดยเปรียบเทียบกับคา PER ของบริษัทท่ีมีขนาดใกลเคียงกันและดําเนิน
ธุรกิจในลักษณะท่ีคลายกัน หรืออาจนําคา PER ของบริษัทท่ีตองการวิเคราะหไปเปรียบเทียบกับคา PER
ของกลุมอุตสาหกรรมท่ีบริษัทดําเนินธุรกิจอยูก็ได โดยมีปจจัยที่เปนตัวกําหนดการคาดหวัง PER ดังนี้2
1. การคาดการณเกี่ยวกับอัตราเงินปนผลจาย (dividend payout ratio) ของบริษัท กลาวคือ
หากบริษัทมีอัตราการจายเงินปนผลท่ีคาดหวังสูงก็จะสงผลใหแนวโนมของอัตราสวนราคาตอกําไรมีการ
ปรับตัวสูงขึ้น
2. อัตราผลตอบแทนท่ีผูลงทุนตองการจากการลงทุนในหุนของบริษัทน้ันๆ (The Required Rate
of Return on the Stock) เมื่อผูลงทุนตองการผลตอบแทนเพ่ิมขึ้นจะทําใหอัตราสวนราคาตอกําไรลดลง
3. อัตราการเติบโตของเงินปนผลหรืออัตราการเติบโตของบริษัท (Expected Growth Rate of
Dividends for the Stock)
สูตรการคํานวณสําหรับ P/E Ratio แสดงไดดวยสมการตอไปน้ี
จากสมการการหามูลคาหุน ที่กลาวไวขางตน
P= D0(1 + g)
(ks – g)
หากสมมติวาบริษัทมีนโยบายจายเงินปนผล เปนสัดสวนกับกําไรที่ไดเสมอ เชน 50% ของกําไร
(earnings หรือ E) อัตราการจายเปนรอยละตอกําไรนี้เรียกวา payout ratio
ดังน้ัน อัตราการจายเงินปนผล จึงเปนสวนที่เหลือจากสัดสวนในการสํารองกําไรสะสมไวในกิจการ
(หรือ retention rate, b)
Payout ratio = (1 – b)
D = (1 – b) × E
จะไดวา
P = (1 – b) × E
(ks – g)
P = (1 – b) (2.10)
E (ks – g)
2 Frank K. Reilly and Keith C. Brown, Investment Analysis and Portfolio Management, 7th ed., pp. 466–468
74 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
กําไรสะสมเพ่ือใชในการลงทุนตอในปริมาณที่นอยลง ซ่ึงจะทําใหมีโอกาสไดรับกําไรสุทธิเพิ่มข้ึนนอยกวา
ที่ควรเปน (สงผลตอปริมาณการจายเงินปนผลในอนาคต) ในกรณีเชนนี้ก็อาจสงผลตออัตราสวนราคาตอ
กําไรของบริษัทท่ีอาจมีการปรับตัวเพิ่มข้ึน ลดลง หรือคงที่ก็ได
ท้ังนี้ ขอดีในการใชวิธีน้ี คือ งายในการใชและหาขอมูล แตขอจํากัด คือ กําไรสุทธิตอหุนในอัตราสวน
PER เปนคนละตัวกับกําไรสุทธิท่ีไดจากการประมาณการ เน่ืองจากในทางปฏิบัติ เม่ือใชอัตราสวน PER นั้น
อัตราสวนดังกลาวคํานวณมาจากกําไรสุทธิตอหุน ณ ปจจุบัน ดังนั้น ในการประยุกตใชตองระมัดระวังวา
อัตราสวน PER ณ ปจจุบันยังเปนตัวท่ีเหมาะสมสําหรับใชแทน PER ในอนาคตหรือไม ดังนั้น จึงตองมีความ
ระมัดระวังในการใชคาและการตัดสินใจ และตองตรวจสอบความถูกตองกับสถานการณตางๆ อยูเสมอ
นอกจากน้ีบริษัทท่ีมีกําไรตอหุนท่ีเปนลบไมสามารถประเมินมูลคาดวยวิธีอัตราสวนราคาตอกําไรได และ
กําไรตอหุนเปนขอมูลที่ผันผวนไดมาก และออนไหวตอการเปลี่ยนแปลงปจจัยตางๆ ไดมาก ดังน้ัน การ
ประเมินมูลคาท่ีอาศัยขอมูลกําไร จึงตองวิเคราะหถึงสาเหตุการเปลี่ยนแปลงของกําไรตางๆ เหลานั้น ซึ่งทําให
การแปลความหมายมีขอยุงยากมากข้ึน
สําหรับการประเมินมูลคาหุนโดยวิธีนี้สามารถทําไดโดยการคํานวณหาคาที่เหมาะสมของอัตราสวน
ราคาตอกําไร (price - earning ratio) แลวนํามา คูณ กับกําไรตอหุนที่ไดจากการคาดการณ
P = PER (เทา) × EPS (2.12)
โดยที่
P = ราคาประเมินของหุน
PER = อัตราสวนราคาตอกําไร
EPS = กําไรสุทธิตอหุน (กําไรสุทธิ/จํานวนหุน)
ตัวอยางที่ 2-6 บริษัทสาหรายทะเล จํากัด มีกําไรสุทธิเทากับ 60 ลานบาท มีจํานวนหุนที่ชําระแลว
เทากับ 4 ลานหุน ดังนั้น บริษัทดังกลาวจะมีกําไรสุทธิตอหุนเทากับ 15 บาท และสมมติใหอัตราสวนราคา
ตอกําไร (PER) ของกิจการที่มีลักษณะการดําเนินงานคลายคลึงกันเทากับ 8.25 เทา ดังนั้น ราคาประเมิน
ของหุนในปจจุบันควรเปนเทาใด
P = PER (เทา) × EPS
= 8.25 × 15
= 123.75 บาท
ในทางปฏิบัติ คา EPS ท่ีนํามาใชอาจเปน EPS ส้ินปที่ผานมา หรือ เปน EPS ของ 4 ไตรมาส
ทผี่ านมา หรอื เปนประมาณการ EPS ในอนาคตแลวแตก รณี ผลู งทุนจงึ ตองพจิ ารณาเวลาที่จะนาํ ไปประยุกตใช
76 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
การประเมนิ มลู คา หนุ สามญั โดยใชอ ตั ราสว นราคาตอ มลู คา ตามบญั ชี (price to book value
หรือ P/BV)
คา P/BV เปนการวัดราคาหุนเชิงสัมพัทธท่ีบอกวาผูลงทุนยินดีจายซื้อหุนเปนก่ีเทาของมูลคาตาม
บัญชี โดยมีสมการดังตอไปน้ี
P/BV = P (2.13)
BV
โดยท่ี
P = ราคาตลาดของหุน ณ ปจจุบัน
BV = มูลคาตามบัญชีตอหุน
ท้ังนี้ book value หรือมูลคาตามบัญชี (หรือสวนของผูถือหุน) เปนมูลคาสินทรัพยสุทธิของบริษัท
ท่ีปรากฏอยูในงบแสดงฐานะการเงินของบริษัทผูออกหุน โดยคํานวณไดจากสินทรัพยท้ังหมดหักดวยหน้ีสิน
มูลคาตามบัญชี = สินทรัพย – หนี้สิน
ผูลงทุนอาจจะปรับปรุงมูลคาตามบัญชีใหเปนมูลคาตอหุน เพ่ือใชเปนเคร่ืองมือเปรียบเทียบกับ
ราคาหุนที่ตองการซ้ือขายได โดยการหารมูลคาตามบัญชีดวยจํานวนหุนที่ออกและเรียกชําระแลวของบริษัท
มูลคาตามบัญชีตอหุน = มูลคาตามบัญชี
จํานวนหุนที่ออกและเรียกชําระแลว
ทั้งน้ี การประเมินมูลคาหุนจากราคาตอมูลคาทางบัญชีของบริษัท (P/BV) มีวิธีการคํานวณดังนี้
P = P/BV × BV (2.14)
โดยที่
P = ราคาประเมินของหุน
P/BV = จํานวนเทาท่ีอางอิงสําหรับอัตราสวนระหวางราคาตลาดของหุนกับราคาตามบัญชีของหุน
BV = Book Value Per Share หรือสวนของผูถือหุนตอหุนตามงบแสดงฐานะการเงิน
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 77
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
ตัวอยางที่ 2-7 บริษัทหนึ่งมีสวนของผูถือหุน 40 ลานบาท มีจํานวนหุนท้ังหมด 4 ลานหุน ฉะน้ัน
บริษัทดังกลาวจะมีสวนของผูถือหุนตอหุน เทากับ 10 บาทตอหุน (40/4 = 10) และหากผูลงทุนเห็นวา
คา P/BV ท่ีเหมาะสมสําหรับบริษัท ควรจะมีคา เทากับ 1.2 เทา ฉะน้ัน ราคาหุนควรจะเทากับ 12 บาท
ดังคํานวณไดจาก
P = P/BV × BV
= 1.2 × 10
= 12 บาท
ทั้งน้ี เหตุผลสนับสนุนการใชอัตราสวน P/BV ในการประเมินมูลคาหุนสามัญมีดังนี้
1. เน่ืองจากมูลคาตามบัญชี (book value) แสดงถึงมูลคาสะสมของเงินลงทุนในสวนของเจาของ
กิจการ ซ่ึงปรากฏยอดในงบแสดงฐานะการเงิน และไมคอยปรากฏยอดติดลบ (ถากิจการไมประสบภาวะ
ขาดทุนสะสมมากๆ จนเกินกวาทุนจดทะเบียนชําระแลว) จึงเปนตัวแปรท่ีเหมาะสมในการนํามาใชประเมิน
มูลคา โดยเฉพาะในกรณีที่กําไร (E) มีคาติดลบ ทําใหไมเหมาะสมท่ีจะใชคา P/E
2. จากการตรวจสอบความผันผวน (volatility) ของตัวแปรพบวาคา book value มีความผันผวน
นอยกวา EPS ทําใหการใชขอมูล book value มีความนาเช่ือถือมากกวา
3. ในกิจการท่ีมีสินทรัพยสภาพคลอง (liquid assets) มาก เชน สถาบันการเงิน (ธนาคาร บริษัท
เงินทุน บริษัทหลักทรัพย บริษัทประกันภัย เปนตน) นั้น book value มีความสําคัญในการใชวัดความม่ันคง
ของกิจการ จึงมีความเหมาะสมในการนํามาใชประเมินมูลคากิจการ
4. ในกรณีคาดการณวากิจการอาจไมไดดําเนินการอยางตอเนื่องอีกตอไป (are not expected to
continue as a going concern) การใช book value จะเปนตัวแปรที่เหมาะสม
อยางไรก็ตาม จุดออนของ P/BV ในการประเมินมูลคาหุนสามัญ มีดังนี้
1. การใช book value น้ันมีรากฐานการคํานวณมาจากมูลคาสินทรัพยทางบัญชีของกิจการ ซึ่ง
ละเลยสินทรัพยที่เปนทรัพยากรมนุษย (human capital) เชน มูลคาท่ีไดจากความรูความชํานาญของ
พนักงานในองคกร ซึ่งมีผลอยางมากตอมูลคาของกิจการ
2. บริษัทท่ีมีกลยุทธและแผนธุรกิจท่ีตางกัน P/BV ท่ีคํานวณไดอาจแตกตางกันได ทําใหการ
เปรียบเทียบเกิดความยุงยาก ไมเหมาะสมได
3. การใช book value อาจทําใหมองไมเห็นภาพการลงทุนของกิจการในดานการวิจัย โดยผาน
คาใชจาย R&D ในงบกําไรขาดทุน ซึ่งจะมีผลอยางมากตอมูลคาของกิจการในอนาคต
4. การใช book value ละเลยการประเมินคาสินทรัพยท่ีอาจมีมูลคาตลาดเปลี่ยนแปลงไป อันเปน
ผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เชน เงินเฟอ ความตองการของลูกคา ทําใหการใชมูลคาสินทรัพย
ทางบัญชีอาจเกิดความไมเหมาะสมได
78 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ดังนั้น คา P/BV สามารถบอกใหทราบวาราคาหุนเปนก่ีเทาของมูลคาตามบัญชีของหุนหรือ
สินทรัพยสุทธิที่บริษัทมีอยู โดยท่ัวไปผูลงทุนมักจะอางอิง P/BV เฉล่ียของอุตสาหกรรมเปนฐานในการ
ประเมินราคาหุน อยางไรก็ดี มีขอสังเกตวา P/BV น้ันเปนคาที่คํานวณจากมูลคาตามบัญชีของสวนของ
ผูถือหุนซ่ึงเปนมูลคาในอดีตที่สะทอนถึงราคาสินทรัพยของบริษัทเม่ือแรกซื้อ และอาจแตกตางจากมูลคาตลาด
ในปจจุบัน เน่ืองจากสินทรัพยท่ีถือครองมีคาเพิ่มขึ้น เชน ที่ดินมีมูลคาสูงขึ้นตามภาวะเงินเฟอ เปนตน
นอกจากน้ัน การประเมินราคาหุนโดยใช P/BV เปนการพิจารณาราคาเปรียบเทียบกับทรัพยสิน ณ ขณะใด
ขณะหน่ึงเทานั้น ไมไดพิจารณาถึงแนวโนมและความสามารถในการสรางรายไดของบริษัทในอนาคต
ในทางปฏิบัติ คา P/BV สามารถใชประเมินมูลคาหุนไดโดยสังเขปเทานั้น กลาวคือ พิจารณาวา
ราคาหุนที่ซื้อขายกันในตลาดไมควรมีราคาต่ํากวามูลคาตามบัญชีตอหุน ดังนั้น หาก P/BV ของหุนมีคา
ต่ํามากๆ ช้ีวา การดําเนินงานของธุรกิจอาจมีปญหา หรือความสามารถในการทํากําไรและการเติบโตของ
บริษัทมีแนวโนมที่ไมดี ซึ่งอาจสงผลใหมูลคาทรัพยสินของบริษัทเส่ือมคาลงในอนาคต เชน กรณี NPL ของ
ธนาคารพาณิชย เปนตน หรืออาจจะเปนสัญญาณวาราคาหุนนั้นอยูในระดับตํ่ามากจนนาพิจารณาซ้ือ ในทาง
ตรงขาม P/BV ที่มีคาสูงมากเม่ือเปรียบเทียบกับคา P/BV ที่อางอิงถึง (เชน คา P/BV ของอุตสาหกรรม)
อาจหมายความถึงบริษัทมีแนวโนมการทํากําไรและการเติบโตท่ีดี หรือราคาหุนของบริษัทอาจอยูในระดับ
ท่ีสูงเกินไปก็ได ดังนั้น ในการตัดสินใจลงทุน จึงควรพิจารณาขอมูลอื่นประกอบดวย
2.3 กลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
การลงทุนในหุนสามัญใหประสบความสําเร็จน้ัน ผูลงทุนจะตองมีกลยุทธในการลงทุน เพื่อใหสามารถ
คัดเลือกหุนลงทุนไดอยางเหมาะสมกับความตองการ และสถานการณในการลงทุนในแตละชวงเวลา ดังน้ัน
ผูท่ีมีความรูและความเขาใจในรูปแบบกลยุทธการลงทุนตางๆ อยางถองแท ยอมจะทําใหผูลงทุนน้ันมีโอกาส
ท่ีจะประสบความสําเร็จในการลงทุนสูงขึ้นตามไปดวย
2.3.1 รูปแบบกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
การลงทุนในหุนสามัญนั้น ผูลงทุนจะมีกลยุทธการลงทุนท่ีแตกตางกันไปขึ้นอยูกับลักษณะและความ
ตองการของแตละบุคคล อยางไรก็ตาม สามารถแบงรูปแบบกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญไดเปน 2 รูปแบบ
คือ กลยุทธการลงทุนแบบเชิงรับ (passive strategies) และกลยุทธการลงทุนแบบเชิงรุก (active strategies)
ซ่ึงมีรายละเอียดดังนี้
กลยุทธการลงทุนแบบเชิงรับ (passive strategies)
เปนกลยุทธการลงทุนท่ีมีความเช่ืออยูบนสมมติฐานวาตลาดมีประสิทธิภาพ (efficient market
hypothesis) ซ่ึงอธิบายวาราคาหลักทรัพยที่ปรากฏอยูในปจจุบันเปนราคาท่ีสมเหตุสมผลอยูตลอดเวลา ตลาด
จะรวบรวมและสะทอนขาวสารขอมูลท้ังหมดไวในราคาหลักทรัพยแลว ไมมีใครไมรูขอมูล และไมมีผูลงทุน
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 79
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
รายใดท่ีสามารถสรางผลตอบแทนไดดีกวาตลาดไดอยางสมํ่าเสมอในระยะยาว ทําใหความพยายามที่จะหา
หลักทรัพยท่ีมูลคาต่ํากวาราคาที่เหมาะสมน้ันไมสามารถสรางมูลคาเพ่ิมใหกับการลงทุนไดในตลาดที่มี
ประสิทธิภาพ ดังนั้น กลยุทธการลงทุนแบบเชิงรับจึงเปนการลงทุนที่เนนลงทุนใหไดผลลัพธใกลเคียงกับ
ผลตอบแทนของตลาดหรือดัชนีตลาด โดยมีความเบ่ียงเบนของผลตอบแทน (tracking error) นอยที่สุด
เชน การลงทุนในกองทุน ThaiDEX SET50 ETF (TDEX) ซึ่งเปนกองทุน exchange traded fund
ที่อางอิงดัชนี SET50 ครอบคลุมหุนสามัญ 50 บริษัทท่ีมีมูลคาตลาดและมูลคาการซื้อขายสูงที่สุด และ
เปนตัวแทนสะทอนการเคล่ือนไหวของดัชนีตลาดหุนไทยไดเปนอยางดี ทําใหไดรับผลตอบแทนใกลเคียงกับ
ผลตอบแทนของตลาด
กลยุทธการลงทุนแบบเชิงรุก (active strategies)
เปนกลยุทธการลงทุนที่ตั้งอยูบนพ้ืนฐานความเช่ือท่ีวาตลาดไมไดมีประสิทธิภาพอยูตลอดเวลา
(inefficient market) ผูลงทุนสามารถคนหาหุนที่มีราคาตํ่ากวามูลคาท่ีแทจริงได ทําใหมีโอกาสที่จะสราง
ผลตอบแทนท่ีดีกวาตลาดในระยะยาวไดดวยวิธีตางๆ เชน การซ้ือหุนท่ีมีราคาต่ํากวามูลคาท่ีเหมาะสม และ
ขายหุนท่ีมีราคาสูงกวามูลคาที่เหมาะสม ซึ่งกลยุทธการลงทุนแบบเชิงรุกมีหลายรูปแบบ เชน การลงทุนใน
หุนแบบเนนคุณคา (value investing) การลงทุนในหุนแบบการจับจังหวะตลาด (market timing) เปนตน
2.3.2 ตัวอยางกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
เนื่องจากกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญน้ันมีหลากหลาย แตยังคงมีรูปแบบกลยุทธการลงทุนแบบ
เชิงรับหรือเชิงรุกดังไดกลาวไวขางตน ในที่น้ีจึงจะขอยกตัวอยางกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญบางชนิด
ดังตอไปนี้
การลงทุนแบบเนนคุณคา (value investing)
การเลือกหุนเพื่อการลงทุนแบบเนนคุณคานั้นจะข้ึนอยูกับมูลคาและความสามารถในการทํากําไร
ในระยะยาวของบริษัทเปนหลัก ความรูและความเขาใจเชิงลึกเก่ียวกับการดําเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้ง
สภาวะตลาดและเศรษฐกิจเปนส่ิงที่จําเปนอยางยิ่ง ปจจัยพ้ืนฐานสําคัญท่ีควรนํามาพิจารณาประกอบการ
วิเคราะห ไดแก มูลคาทรัพยสินของบริษัท ความสามารถในการดําเนินธุรกิจของทีมผูบริหาร หน้ีสินและ
กระแสเงินสดของบริษัท รวมถึงความสามารถในการเติบโตในระยะยาว
ผูบริหารพอรตลงทุนแบบเนนคุณคาจะลงทุนในหุนที่มีปจจัยพื้นฐานดีท่ีมีราคาตลาดต่ํากวามูลคา
ที่ควรจะเปนตามสินทรัพยและผลกําไรท่ีบริษัทสามารถหาได บริษัทที่ไดรับการกลาววาเปนบริษัทแบบ
เนนคุณคาน้ันมักมีอัตราสวน ราคาตอกําไร (PER) ต่ํากวา จายเงินปนผลสูงกวา รวมท้ังมีราคาหุนยอนหลัง
ท่ีไมผันผวนมากเมื่อเทียบกับบริษัทอ่ืนๆ อยางไรก็ตาม ยังมีอีกหลากหลายปจจัยที่ราคาตลาดของหุน
ตัวใดตัวหนึ่งอาจตํ่ากวาราคาของหุนตัวอ่ืน อยางเชน อาจเปนหุนตัวเล็กท่ีมีปริมาณการซื้อขายนอยและ
80 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ไมดึงดูดความสนใจของผูลงทุนมากนัก หรือหุนตัวน้ันอาจอยูในกลุมอุตสาหกรรมที่ไมเปนท่ีนิยม หรือ
โครงสรา งองคก รอาจดซู บั ซอ นมากเกนิ กวา ทผ่ี ลู งทนุ จะเขา ใจ จนไมส ามารถทาํ การวเิ คราะหไ ด โดยสว นใหญน น้ั
หุนแบบเนนคุณคามักอยูในหมวดธุรกิจที่มีการเติบโตชาเม่ือเทียบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เชน หมวด
การเงิน และอุตสาหกรรมพ้ืนฐาน ทั้งน้ี หุนแบบเนนคุณคาก็อาจหาไดในหมวดธุรกิจท่ีกําลังเติบโตได
เชนกัน เชน หมวดเทคโนโลยี เปนตน
การลงทุนแบบเนนการเติบโต (growth investing)
การลงทุนแบบเนนการเติบโตมีวิธีการวิเคราะหท่ีคลายคลึงกับการลงทุนแบบเนนคุณคา แตมี
จุดประสงคที่ตางกัน การลงทุนแบบเนนการเติบโตจะลงทุนในหุนท่ีมีการเติบโตในแงของขนาดบริษัทและ
ความสามารถในการทํากําไร ผูลงทุนจะเลือกลงทุนในหุนท่ีมีศักยภาพในการเติบโตสูง ซึ่งสังเกตไดจากบริษัท
ที่มีผลกําไรมากกวาคาเฉล่ียของกลุมอุตสาหกรรม หรือมากกวาผลตอบแทนของตลาดโดยรวม
ผูบริหารพอรตลงทุนแบบเนนการเติบโตจะลงทุนในบริษัทท่ีมีศักยภาพในการทําผลกําไรท่ีดีใน
อนาคต การคัดเลือกหุนที่จะลงทุนนั้น ผูบริหารพอรตลงทุนจะคนหาหุนท่ีมีศักยภาพในการเติบโตดวย
อัตราสวนท่ีโดดเดนกวาคาเฉลี่ยโดยทั่วไป ในขณะที่ผูบริหารพอรตลงทุนแบบเนนคุณคาจะเนนวิเคราะห
บริษัทดวยตัวเลขผลกําไรและสินทรัพยปจจุบันของบริษัท ผูบริหารพอรตลงทุนแบบเนนการเติบโตจะเนน
วิเคราะหถึงความสามารถในการทําผลกําไรในอนาคต
โดยทั่วไป การเติบโตของบริษัทน้ันจะข้ึนอยูกับความสามารถในการเติบโตจากรูปแบบการบริหาร
และการลงทุนของผูบริหารบริษัท หากผูบริหารมีวิสัยทัศนท่ีกวางไกลและวางกลยุทธการบริหารและการลงทุน
ไดถูกตองตามจังหวะเวลา บริษัทก็จะสามารถเติบโตไดอยางรวดเร็ว อยางไรก็ตาม เนื่องจากการเติบโต
ของบริษัทมาพรอมความเสี่ยง ผูลงทุนควรตองระมัดระวังความเส่ียงหากบริษัทไมสามารถทําผลกําไรได
ตามแผนที่คาดการณไวเชนกัน
การจับจังหวะตลาด (market timing)
การจับจังหวะตลาด (market timing) เปนกลยุทธในการตัดสินใจซ้ือหรือขายหลักทรัพยโดยการ
พยากรณทิศทางตลาด โดยใชวิธีวิเคราะหทางเทคนิค หรือโดยการวิเคราะหปจจัยพ้ืนฐาน ตัวอยางของการ
จับจังหวะตลาด เชน การหาจังหวะเขาลงทุนในชวงตลาดขาลง ซ่ึงผูลงทุนจะพยายามหาจุดต่ําสุดของราคา
เพื่อเขาซื้อ เปนตน นอกจากนั้นการจับจังหวะตลาดยังรวมถึงการหาจังหวะในการสับเปล่ียนการลงทุน
ในหลักทรัพยระหวางหมวดอุตสาหกรรม เชน เปล่ียนจากการลงทุนในหมวดเทคโนโลยีเปนการลงทุนใน
หมวดธุรกิจการเงิน หรือการสับเปลี่ยนการลงทุนระหวางประเภทของหลักทรัพย เชน เปลี่ยนจากการลงทุน
ในตราสารทุน เปนการลงทุนในตราสารหนี้ หากเห็นวาหมวดอุตสาหกรรม หรือประเภทของหลักทรัพยเดิม
ในพอรตการลงทุนมีผลประกอบการ หรือแนวโนมท่ีแยกวา ณ ชวงเวลาน้ันๆ เมื่อเทียบกับหมวดอุตสาหกรรม
หรือประเภทของหลักทรัพยท่ีจะซ้ือเขามาแทนที่
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 81
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
การเลือกลงทุนตามหมวดธุรกิจ (sector strategy )
กลยุทธการลงทุนประเภทน้ี จะเลือกลงทุนในหมวดธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งที่เช่ือมั่นวาสภาพเศรษฐกิจ
ณ ขณะน้ันจะสงผลดีตอการดําเนินงานของธุรกิจนั้นๆ มากกวาเมื่อเทียบกับหมวดธุรกิจอ่ืนๆ อยางไรก็ตาม
เน่ืองจากกลยุทธนี้เปนการกระจุกตัวการลงทุนในหมวดธุรกิจเดียว ซ่ึงถือวาไมมีการกระจายความเสี่ยง
ดังน้ัน ราคาของหลักทรัพยและผลตอบแทนที่ผูลงทุนจะไดรับจึงผันผวนไดงายตามอุปสงคและอุปทานของ
หมวดธุรกิจนั้นๆ
Stop loss การหยุดความเสียหาย (ขาดทุน)
คําสั่ง stop loss เปนคําสั่งท่ีใชกันอยางแพรหลายโดยกลุมผูลงทุน และ trader เพื่อจํากัดความ
เสียหาย (ขาดทุน) ท่ีอาจเกิดขึ้น หากราคาของหลักทรัพยท่ีถือครองเคล่ือนไหวไปในทิศทางตรงขามกับ
กลยุทธการลงทุนท่ีนํามาใช ตัวอยางเชน ผูลงทุนท่ีคาดวาราคาของหลักทรัพยจะเพ่ิมสูงข้ึนในอนาคตอันใกล
ผูลงทุนรายน้ันก็จะใชกลยุทธการลงทุนที่เรียกวา long หรือการซื้อหลักทรัพย ควบคูไปกับการสงคําส่ัง
หยุดขาย (sell-stop) ในขณะที่ผูลงทุนท่ีคาดวาราคาของหลักทรัพยจะปรับลดลง ผูลงทุนรายนั้นก็จะใช
กลยุทธท่ีเรียกวา short หรือการยืมหลักทรัพยมาเพื่อขายออกไปกอน แลวจึงซื้อกลับเม่ือราคาหลักทรัพย
ถูกลง พรอมกับการสงคําส่ังหยุดซ้ือ (buy-stop) คําส่ัง stop loss ถือเปนเครื่องมือที่ชวยในการจัดการ
ความเส่ียงไมใหขาดทุนไปมากเกินขอบเขตที่กําหนด ซึ่งใชไดดีสําหรับผูลงทุนที่ไมมีเวลามากพอหรือไม
สามารถจับตาดูความเคลี่อนไหวของราคาหลักทรัพยไดตลอดเวลา
การใชคําส่ัง stop loss สามารถกําหนดเปนอัตราสวนของราคาที่ปรับลดลงได ยกตัวอยางเชน
ต้ัง stop loss เพื่อขายหลักทรัพยออกจากพอรตการลงทุน หากราคาของหลักทรัพยน้ันลดลงตํ่ากวา 5%
หรือ 10% การใชคําสั่ง stop loss จะชวยใหผูลงทุนคลายความกังวลใจไดวา จะสามารถขายหลักทรัพย
ไดทันกอนที่ราคาของหลักทรัพยเหลาน้ันจะปรับตัวลดลงไปมากกวาเดิม
การเลือกซื้อหุนสามัญ และถือครองในระยะยาว (buy and hold strategy)
การใชกลยุทธนี้ ผูลงทุนจะเลือกซ้ือหุนสามัญ และถือครองในระยะยาว โดยไมคํานึงถึงความผันผวน
ที่อาจเกิดขึ้นตอตลาดในแตละชวงเวลา โดยผูลงทุนจะเลือกซ้ือหุนสามัญเปนรายตัวตามความพึงพอใจ
และเม่ือซ้ือครบแลวก็จะถือครองเปนระยะเวลานาน โดยไมกังวลตอการเคล่ือนไหวของราคาหรือตัวบงชี้
ทางเทคนิคในระยะสั้นๆ เลย ผูลงทุนท่ีเลือกใชกลยุทธนี้เช่ือวา การเลือกบริษัทท่ีดีจะสรางความแตกตาง
ใหกับผลกําไร แตการถือครองหุนมานานหลายทศวรรษจะใหผลลัพธท่ีดีกวาผูลงทุนท่ีพยายามซื้อขาย
วันตอวันโดยไมมีความรู ซึ่งเปนกลยุทธทางเลือกหน่ึงที่ใชเพิ่มความม่ังคั่งในระยะยาวไดทุกๆ สถานการณ
อยางไรก็ตาม หากผูลงทุนตัดสินใจเลือกใชกลยุทธนี้ อาจมีบางสถานการณที่จําเปนตองพิจารณา
ขายหุนท่ีซ้ือมาแตแรกออกไป เชน คาดวาบริษัทจะลมละลาย บัญชีของบริษัทมีปญหาหรือถูกตกแตง หรือ
มูลคาของบริษัทท่ีลงทุนมีการเปล่ียนแปลงไมเปนไปอยางท่ีคิดอีกตอไป
82 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
กลยุทธการจับคูหุน (pairs trading)
Pairs trading เปนกลยุทธที่ผูลงทุนสามารถหาผลกําไรไดในทุกสถานการณของตลาด ไมวาตลาด
จะอยูในชวงขาขึ้น ขาลง หรือคงท่ีก็ตาม โดยกลยุทธน้ีจะหาหลักทรัพย 2 ตัวท่ีมีความสัมพันธในทิศทาง
เดียวกัน หรือเคล่ือนไหวไปในทางเดียวกันสูง ซึ่งอาจเปนหลักทรัพยที่อยูในกลุมอุตสาหกรรมเดียวกัน
หรือขามกลุมอุตสาหกรรมก็ได หรือเปนหลักทรัพยท่ีมีมูลคาตลาดใกลเคียงกัน ตัวอยางเชน มีเหตุการณ
ผิดปกติท่ีกระทบตอความสัมพันธหรืออัตราสวนราคาของหลักทรัพยท้ัง 2 ตัวใหแกวงออกจากเสนคาเฉล่ีย
(moving average) ใหผูลงทุนซ้ือหลักทรัพยท่ีคาดวาจะ outperform กวาในระยะสั้นพรอมกับขายหลักทรัพย
ท่ีคาดวาจะ underperform กวาดวยมูลคาท่ีเทากัน เพื่อรอจังหวะปดสถานะทํากําไรดวยสถานะตรงขาม
เมื่ออัตราสวนราคาของท้ัง 2 หลักทรัพยกลับมาที่เสนคาเฉลี่ย กลยุทธน้ีมีสมมติฐานวาไมวาอัตราสวนราคา
ของหลักทรัพย 2 ตัวท่ีมีความสัมพันธในทิศทางเดียวกันจะแกวงตัวออกจากเสนคาเฉล่ียไป ในทายท่ีสุด
อัตราสวนราคาของหลักทรัพยท้ัง 2 จะกลับมาที่สวนตางคงที่เสมอ (trend line)
ตัวอยางเชน หุน A และ หุน B ท่ีภาวะปกติ ราคามีการเคล่ีอนไหวไปในทิศทางเดียวกัน เม่ือเวลา
ผานมาหุน A ปรับตัวเพ่ิมสูงข้ึน สวนหุน B ปรับตัวลดลง ทั้งๆ ท่ีไมไดมีเหตุการณอะไรเขามากระทบกับ
บริษัททั้งสอง กลยุทธน้ีจะทําการขาย (short) หุน A พรอมทั้งซื้อ (long) หุน B เนื่องจากเช่ือวาราคา
ของหุนทั้งสองตองกลับมาสูจุดสมดุลดังเดิม (ราคา A ปรับตัวลดลง และราคา B ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น)
รูปที่ 2-4 การลงทุนแบบ pairs trading
/ę < u ' 5 +5 .= Jê 7 6' 6&
/ ę< v ' 5 +5 ) ) 7 6' 1;J
Stock A Stock B
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 83
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
ทั้งน้ี การแกวงตัวของอัตราสวนราคาอาจเปนผลจากการเปล่ียนแปลงของอุปสงค/อุปทานใน
ระยะส้ัน คําสั่งซื้อ/ขายในหลักทรัพยตัวใดตัวหน่ึงเปนจํานวนมาก หรือปฏิกิริยาตอบสนองตอขาวสําคัญ
ของบริษัทหนึ่งบริษัทใด เปนตน การใชกลยุทธ pairs trading เหมาะกับการลงทุนท่ีมีจํานวนเงินลงทุน
ขนาดใหญ กระทําในเวลาที่เหมาะสม และผูลงทุนควรมีทักษะในการตัดสินใจที่ดี ถึงแมวาการใชกลยุทธนี้
จะมีความเส่ียงดานลบคอนขางจํากัด แตโอกาสในการประยุกตใชกลยุทธน้ี รวมถึงการทําผลกําไรก็มีจํากัด
เชนเดียวกัน เพราะฉะน้ันผูท่ีไดประโยชนจากการใชกลยุทธนี้จึงเปนผูลงทุนท่ีเห็นโอกาสและจังหวะท่ีจะ
ใชกลยุทธนี้กอนผูลงทุนคนอื่นๆ
ดังนั้น ประโยชนจากการใชกลยุทธ pairs trading จะชวยลดความเสี่ยงในสวนของหมวดธุรกิจ
และความเสี่ยงตลาดแกผูลงทุน เพราะถาหากตลาดหรือหมวดธุรกิจใดประสบปญหา ผูลงทุนจะไดกําไร
จากสถานะขาย (short) และขาดทุนจากสถานะซื้อ (long) ซึ่งสุทธิแลวผลกําไรของผูลงทุนควรจะเปนศูนย
อยางท่ีไดกลาวไปแลวขางตน วาการใชกลยุทธ pairs trading น้ัน ผูลงทุนกําลังเดิมพันอยูกับทิศทางการ
เคล่ือนไหวของ 2 หลักทรัพยท่ีมีความสัมพันธระหวางกัน
กลยุทธการลงทุนแบบสวนตลาด (contrarian investing strategy)
ผูลงทุนท่ีใชกลยุทธการลงทุนแบบสวนตลาดจะตัดสินใจเลือกลงทุนในหลักทรัพย ในดานตรงขามกับ
ทิศทางท่ีผูลงทุนในตลาดสวนใหญมีมุมมองตอหลักทรัพยหรือตอหมวดธุรกิจน้ันๆ หรือลงทุนสวนกระแสตลาด
ในทางตรงขามกับคนสวนมาก ในทางปฏิบัติ รูปแบบการลงทุนแบบสวนตลาด เปนกลยุทธการลงทุนที่
คลายคลึงกับกลยุทธการลงทุนแบบเนนคุณคา ในแงที่วา ทั้งการลงทุนแบบสวนตลาด และการลงทุนแบบ
เนนคุณคา ตางมองหาหลักทรัพยที่มีราคาต่ํากวามูลคาที่แทจริง แตการลงทุนแบบสวนตลาดจะคํานึงถึง
อารมณความรูสึก (sentiment) ของผูลงทุนในตลาดมากกวา เชน เวลาที่เกิดขาวรายทวมตลาด จะไมมี
ใครกลาซื้อหุนหรือมีแตคิดจะขาย แตสําหรับผูลงทุนท่ีใชกลยุทธแบบสวนตลาด จะเขาซ้ือเพราะเช่ือวา
ไดหุนในราคาถูก ดังน้ัน ความเส่ียงของกลยุทธการลงทุนแบบสวนตลาด ก็คือความเสี่ยงท่ีจะไมเกาะกระแส
หากมุมมองตอทิศทางการลงทุนของผูลงทุนสวนใหญในตลาดถูกตอง ก็จะทําใหผูลงทุนดวยกลยุทธแบบ
สวนตลาดขาดทุนจากการคาดการณผิดทิศทาง
กลยุทธการลงทุนแบบถัวเฉล่ียตนทุน (dollar-cost averaging (DCA) strategy)
กลยุทธการลงทุนแบบถัวเฉล่ียตนทุน (DCA) เปนกลยุทธท่ีใชเพื่อลดผลกระทบตอความผันผวน
จากการลงทุนเปนจํานวนมากตอคร้ัง (lump sum investment) โดยเฉพาะการลงทุนในหุนสามัญ กลยุทธน้ี
จะทําโดยการแบงเงินลงทุนกอนใหญออกเปนสวน และเฉลี่ยลงทุนเทาๆ กันในแตละเดือน โดยไมคํานึงถึง
ราคาวาเปนเทาใด ผูลงทุนจะสามารถซื้อหุนไดจํานวนมากข้ึนเมื่อราคาหุนปรับตัวลง และสามารถซื้อหุน
ไดจํานวนนอยลงหากราคาหุนปรับตัวเพิ่มข้ึน
84 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ยกตัวอยางเชน3 ถาผูลงทุนตัดสินใจซื้อหุน XYZ ดวยจํานวนเงิน 5,000 บาทเทาๆ กัน ทุกๆ
วันทําการในแตละเดือน ตั้งแตเดือนมกราคม ค.ศ. 2010 – เดือนกุมภาพันธ ค.ศ. 2015 ผลเฉล่ียจากการ
ลงทุนไดดังน้ี
งวด วัน ราคาปด เงินลงทุน จํานวนหุน ตนทุนเฉลี่ย
4,774 1,100 4.34
1 29/1/2010 4.34 4,686 1,100 4.30
4,818 1,100 4.33
2 26/2/2010 4.26 …
… … 7.01
3 31/3/2010 4.38 4,640 400 7.07
4,920 400 7.12
……… 4,960 400
60 30/12/2014 11.6
61 30/1/2015 12.3
62 27/2/2015 12.4
ลักษณะการลงทุน จํานวนหลักทรัพย ตนทุนเฉลี่ย จํานวนเงินลงทุน
ลงทุนแบบ DCA 40,900
สิ้นสุด 27/2/2015 40,900 7.12 291,208
12.40 507,160
** เปนเพียงตัวอยางการลงทุนเทานั้น **
รูปที่ 2-5 Dollar cost averaging
14.00
12.00
10.00
8.00
6.00
4.00
2.00
-
1/1/2010
1/5/2010
1/9/2010
1/1/2011
1/5/2011
1/9/2011
1/1/2012
1/5/2012
1/9/2012
1/1/2013
1/5/2013
1/9/2013
1/1/2014
1/5/2014
1/9/2014
1/1/2015
Market price AVG price
3 https://www.set.or.th/yourfirststock/pdf/dca.pdf
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 85
การประเมินมูลคาและกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญ
ท้ังนี้ จุดประสงคหลักของการลงทุนแบบเฉลี่ยตนทุน (DCA) นั้นก็คือ การกระจายความเส่ียง ทําให
ความเสี่ยงจากการลงทุนลดลง และสรางวินัยในการลงทุนโดยการทยอยการลงทุน ดวยจํานวนเงินเทาๆ กัน
ไมหลงไปกับความผันผวนของตลาดในระยะสั้น และไมซ้ือขายตามอารมณความรูสึก อยางไรก็ตาม
พึงระมัดระวังวา การลงทุนดวยวิธี DCA ไมจําเปนตองทําใหตนทุนลดลง แตการถัวเฉล่ียตนทุนน้ัน จะทําให
มีความเส่ียงจากการนําเงินท้ังกอนไปลงทุนในครั้งเดียวลดลง4
4 สรศาสตร สขุ เจรญิ สนิ , คอลมั น ทนั เศรษฐกจิ , 23 พฤศจกิ ายน 2553. https://www.home.co.th/hometips/detail/58689
86 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
บทสรุป
การประเมินหามูลคาท่ีเหมาะสมของสินทรัพยน้ัน ในสวนของผูลงทุนก็เพ่ือนําไปเปรียบเทียบกับ
ราคาตลาด ณ ขณะน้ันของสินทรัพย สําหรับเปนขอมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพยนั้นของผูลงทุน
ในดานของผูออกตราสารเพ่ือระดมทุนน้ัน การประเมินมูลคาเพื่อหาราคาท่ีเหมาะสมของตราสารทางการเงิน
ก็เพื่อนํามาใชประกอบการคํานวณตนทุนของเงินทุนที่จะเกิดขึ้นจากการระดมทุน
โดยปจจัยกําหนดมูลคาของหุนสามัญและหุนบุริมสิทธิ ก็คือ มูลคาสินทรัพยสุทธิของกิจการ
ความสามารถในการทํากําไร และอัตราคิดลดที่ใชคํานวณเปนมูลคาปจจุบันของกระแสเงินสด
ท้ังนี้ หลักการประเมินมูลคาของหุนสามัญ และหุนบุริมสิทธิน้ัน มี 2 วิธีสําคัญ ไดแก การประเมิน
มูลคาจากสินทรัพยของกิจการ และการประเมินจากรายไดของกิจการ ซึ่งวิธีการประเมินจากรายไดของกิจการ
จะมีความยืดหยุน และมีความถูกตองในการประเมินมูลคาของหุนมากกวา เมื่อผูลงทุนไดประเมินมูลคาท่ี
เหมาะสมของหุนสามัญแลว จะนําผลลัพธท่ีไดไปใชเปนเกณฑในการตัดสินใจลงทุน โดยผูลงทุนจะหลีกเล่ียง
หรือไมลงทุนในหุนสามัญท่ีมีมูลคาสูงเกินกวามูลคาท่ีเหมาะสม (overvalued stock) แตจะเลือกลงทุน
ในหุนสามัญของกิจการท่ีมีมูลคาต่ํากวามูลคาที่เหมาะสม (undervalued stock) อยางไรก็ตาม การลงทุน
ในหุนสามัญน้ัน ผูลงทุนจะมีกลยุทธการลงทุนท่ีแตกตางกันไปข้ึนอยูกับลักษณะและความตองการของ
แตละบุคคล โดยสามารถแบงรูปแบบกลยุทธการลงทุนในหุนสามัญไดเปน 2 รูปแบบ คือ กลยุทธการลงทุน
แบบเชิงรับ (passive strategies) ที่มีความเชื่ออยูบนสมมติฐานวาตลาดมีประสิทธิภาพ (efficient market)
จึงไมไดมุงเนนไปที่การคัดเลือกหุนเพ่ือสรางผลตอบแทนที่โดดเดน แตจะใหความสําคัญไปในเรื่องของการ
บริหารตนทุนในการลงทุน สําหรับกลยุทธการลงทุนแบบเชิงรุก (active strategies) เช่ือวาตลาดไมไดมี
ประสิทธิภาพอยูตลอดเวลา (inefficient market) ผูลงทุนสามารถคนหาหุนท่ีมีราคาตํ่ากวามูลคาที่แทจริงได
ทําใหมีโอกาสท่ีจะสรางผลตอบแทนที่ดีกวาตลาดในระยะยาวได
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 87