The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตลาดทุน ตราสารทั่วไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Paphangkorn Laoakkharani, 2020-08-14 23:06:31

ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตลาดทุน ตราสารทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตลาดทุน ตราสารทั่วไป

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

• สําหรับคําแนะนําการลงทุน (investment recommendation) เชน ซื้อ ขาย หรือถือ และ เหตุผล
ในการแนะนําดังกลาว ในบทวิเคราะหที่ดีควรใหมุมมองอยางมีเหตุมีผล นักวิเคราะหควรสามารถ
ใหมุมมองทางดานโอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจน้ันๆ ในระยะปานกลาง (3 ป) ถึงคอนขางยาว
(5 ป)

ภายในบทวิเคราะห
• งบการเงินในอดีต (อยางนอย 3 ป) และงบการเงินประเมินในอนาคต (อยางนอย 2 ป)
• งบการเงินท่ีสําคัญมี 3 งบ คือ

■ งบกําไรขาดทุน ควรรวม ratios ที่สําคัญสําหรับงบการเงินน้ี เชน gross margin, net margin,
ROE

■ งบแสดงฐานะการเงิน ควรรวม ratios ท่ีสําคัญสําหรับงบการเงินน้ี เชน current ratio, D/E
ratio

■ งบกระแสเงินสด ควรรวม ratio ท่ีสําคัญสําหรับงบการเงินน้ี เชน operating cash flow/
dividends, operating cash flow/CAPEX

■ สรปุ โดยยอ ตวั เลข ratios หรอื อตั ราสว นทางการเงนิ ตา งๆ ทแ่ี สดงใหเ หน็ ถงึ สดั สว นสภาพคลอ ง
สัดสวนความสามารถในการทํากําไร สัดสวนความสามารถในการชําระหนี้ และอัตราการเติบโต

■ สําหรับการแสดงตัวเลขงบการเงิน อาจจะแสดงเปนรายไตรมาส (quarter) ตางๆ ดวย เพ่ือ
เปรียบเทียบพัฒนาการของธุรกิจในแตละไตรมาสหรือเปรียบเทียบผลการดําเนินงานกับ
ชวงเวลาเดียวกันของปที่ผานมา

• สําหรับขอมูลสถิติการดําเนินงานของบริษัทท่ีเปนสาระสําคัญในการประกอบธุรกิจของบริษัท
ควรเขียนเพื่อใหผูอานทราบวามีขอมูลสําคัญอะไรในบทวิเคราะห และควรแสดงในรูปแบบกราฟ
แนวโนม เชน
■ ธุรกิจคาปลีก ขอมูลอัตราการเติบโตของยอดขายจากรานเดิม (same store sales growth)
จํานวนสาขา
■ ธุรกิจถานหิน ขอมูลราคาขายเฉล่ีย ปริมาณจําหนาย และราคาตนทุนเฉล่ีย
■ ธุรกิจโรงพยาบาล ขอมูลคารักษาพยาบาลเฉล่ีย จํานวนผูปวยไทยและตางชาติ จํานวนเตียง
และอ่ืนๆ

ดานเน้ือหา
บทวิเคราะหสวนใหญมักเขียนข้ึนเพื่อกลาวถึงเหตุการณบางอยางท่ีสําคัญ เชน งบการเงินที่เพ่ิง
ประกาศออกมา การปรับตัวเลขสมมติฐานของนักวิเคราะห (ราคานํ้ามัน และอัตราดอกเบี้ยพื้นฐาน) หรือ
ขอมูลใหมๆ ที่ไดรับจากการทํา company visit ในบทวิเคราะหประเภทนี้ จึงควรมีเน้ือหาท่ีสําคัญดังน้ี

188 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

• อธิบายเหตุการณ ประเมินอยางมีเหตุผลวา เหตุการณน้ีมีนัยสําคัญอยางไรกับบริษัท
• แสดงการปรับตัวเลขประเมิน (revenue, EPS) เน่ืองจากเหตุการณน้ี (ในกรณีท่ีมีปจจัยใหมที่

ทําใหเกิดนัยยะในการปรับประมาณการใหม และควรอางอิงหรือเปรียบเทียบกับคําแนะนําเดิม
หรือ price target เดิม) โดยในบทวิเคราะหท่ีดีควรจะคํานึงถึง investment theme (idea) ในการ
ลงทุนเสมอ
• การปรับตัวเลข price target ใหมน้ีตองใหสมมติฐานท่ีเหมาะสมและชัดเจน เชน GDP ดอกเบี้ย
$/THB ราคาวัตถุดิบ ตางๆ นักวิเคราะหควรมี consistency ในการใชสมมติฐานนั้นๆ และหาก
การใชส มมตฐิ านเปลย่ี นไปจากเดมิ ควรจะมกี ารอธบิ ายถงึ เหตผุ ล มฉิ ะนน้ั การปรบั สมมตฐิ านบอ ยๆ
จะทําใหเกิดความสงสัยถึงความไมมีจุดยืน ขาดความรอบรู และมาตรฐานในการทํา report (ทั้งนี้
นักวิเคราะหยังตองนําเสนอความเส่ียงที่อาจเกิดข้ึนในอนาคตดวยที่อาจจะทําให price target น้ี
มีการเปล่ียนแปลงไป)
• price target ควรระบุใหชัดวา เปน target ณ วันใด (ส้ินปปจจุบัน หรือปรับเปาหมายเปน
ปถัดไปแลว) ในกรณีธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว เชน มีการเติบโตอยางกาวกระโดด
นักวิเคราะหอาจจะทําการปรับ target price ไดเพ่ือใหสะทอนถึงภาวะหรือมูลคาทางธุรกิจของ
บริษัทดวย
■ price target ควรอธิบายวาใชเคร่ืองมือประเมินมูลคาใด (เชน P/E ratio, DCF, DDM) รวมถึง

สมมติฐานและท่ีมาของการนําเคร่ืองมือน้ันๆ มาใช (beta, median P/E ratio, WACC)
เนอื้ หาทส่ี าํ คญั ทงั้ หมดเหลา น้ี ควรจะสรปุ อยภู ายในหนา แรกของบทวเิ คราะห ในกรณที เี่ ปน บทวเิ คราะห
เชิงลึก เชน การออกบทวิเคราะหครั้งแรก (coverage initiation) องคประกอบสําคัญของบทวิเคราะหเชิงลึก
คือ
• การวิเคราะหปจจัยพ้ืนฐานของบริษัทโดยเนนปจจัยท่ีมีนัยยะในการทํากําไรของบริษัท (earnings

or key drivers) อาทิเชน สวนตางราคาของผลิตภัณฑปโตรเคมี ราคาน้ํามัน การเพ่ิมขึ้นของ
backlog ตนทุนวัตถุดิบ (สําหรับ initial coverage หรือหุนท่ีเพ่ิงออก IPO ควรจะทํา report
ใหละเอียดดานอุตสาหกรรมควบคูไปกับลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท โครงสรางผูถือหุน
รวมถึงการวิเคราะหปจจัยตางๆ ท่ีจะมีผลกระทบตอตัวบริษัท เชนการทํา five forces ในระยะ
กลางและระยะยาวดวย เปนตน)
• การวิเคราะหและประเมินทางดานอุตสาหกรรม (industry outlook) และ peers comparison
อยางเหมาะสมทั้งในและตางประเทศ จะทําใหนักวิเคราะหคาดการณอนาคตของบริษัท (earnings
outlook) ไดอยางแมนยํามากขึ้น
• การวิเคราะหทั้งหมดน้ีตองมีสมมติฐานที่เหมาะสม ซึ่งจะนําไปสูการประมาณ price target
ที่แมนยําข้ึน ซึ่งนอกเหนือจากการแสดงสมมติฐานท่ีเหมาะสมแลว ตองแสดงถึงปจจัยความเสี่ยง
ท่ีจะมากระทบตอ price target ในอนาคตดวย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 189

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

• sensitivity analysis: price target ควรนําเสนอเปน 3 กรณี คือ best, base, worst และมีระดับ
ความนาจะเปนที่จะเกิดขึ้นของแตละเหตุการณ ซึ่งรวมถึงเหตุผลและสมมติฐานตางๆ ในการ
ประเมินรายไดหรือการคาดการณในแตละระดับ ความเสี่ยงประกอบการใหน้ําหนักของแตละกรณี
(เปน optional แตถาสามารถแสดงในบทวิเคราะหไดก็จะดีมาก แสดงถึงความละเอียดรอบคอบ
ในการทําบทวิเคราะห)

• ท้ังหมดน้ีจะนําไปสูการใหคําแนะนําที่สมเหตุสมผลและนาเช่ือถือ
บทวิเคราะหเชิงลึกจะตองแสดงตารางและขอมูลทุกอยางที่ไดกลาวไวแลวขางตน7

4.4.5 ภาษีของการลงทุนในตราสารทุน

ภาษีเปนสวนหนึ่งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เขามาเกี่ยวของในชีวิตประจําวันของเราคอนขางมาก
ทั้งโดยทางตรงและทางออม เชน การซ้ือหาสินคาและบริการก็จะตองจายภาษีมูลคาเพิ่ม หรือแมกระทั่ง
การใชรถใชถนนในทุกๆ วันก็จะตองมีการจายภาษีในรูปของภาษีรถยนตที่ตองมีการจายเปนประจําทุกป
ในสวนของการลงทุนก็เชนเดียวกัน ผูลงทุนที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพยฯ เม่ือมีกําไรท่ีเกิดจากการลงทุนน้ันๆ
มีภาระที่ตองเสียภาษีใหรัฐ ยกเวนกําไรท่ีเกิดจากการลงทุนบางประเภทเทานั้นท่ีไดรับการยกเวนโดยไมตอง
เสียภาษี ซึ่งรายละเอียดท่ีเก่ียวของกับภาษีอันเนื่องมาจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพยฯ สามารถแจกแจง
ไดเปน 2 กรณี คือ กรณีของผูลงทุนที่เปนบุคคลธรรมดา และผูลงทุนที่เปนนิติบุคคล ในแตละกรณีมี
รายละเอียด ดังนี้

ตารางท่ี 4-6 ภาษีอากรของผูŒลงทุนไทยและผูŒลงทุนต‹างชาติท่ีประกอบกิจการในประเทศไทย

ประเภทเงินไดŒจากการลงทุน อัตราภาษี
ในตลาดหลักทรัพย

กําไรจากการขายหลักทรัพย

• บุคคลธรรมดา • ไดรับยกเวนภาษี

• นิติบุคคล • ไมมีภาษีหัก ณ ที่จาย แตตองนําไปรวมคํานวณเพ่ือเสียภาษีเงินไดนิติบุคคล
ตามอัตราที่กฎหมายกําหนด

7 โปรดดูตัวอยางบทวิเคราะหหลักทรัพยในภาคผนวกทายบทที่ 4

190 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ตารางท่ี 4-6 ภาษีอากรของผูŒลงทุนไทยและผูŒลงทุนต‹างชาติที่ประกอบกิจการในประเทศไทย (ต‹อ)

ประเภทเงินไดŒจากการลงทุน อัตราภาษี
ในตลาดหลักทรัพย

เงินปนผล

• บุคคลธรรมดา • 10% ภาษีหัก ณ ที่จาย ถาไดรับเงินปนผลจากบริษัทจดทะเบียน หรือ
บริษัทจํากัด

• เลือกใหหัก 10% ภาษีหัก ณ ที่จาย หรือเลือกนําเงินปนผลไปรวมเสียภาษี
ปลายป

• ไดรับยกเวนภาษี ถาไดรับเงินปนผลจากกิจการที่ไดรับการสงเสริม BOI

• นิติบุคคล • 10% ภาษีหัก ณ ที่จาย ถาผูมีเงินไดไมใชบริษัทจดทะเบียน
• ไดรับยกเวนภาษี ถาผูมีเงินไดเปนบริษัทจดทะเบียนและไดถือหุนเปนเวลา

ไมนอยกวา 3 เดือนกอนจาย และ 3 เดือนหลังจายเงินปนผล จากบริษัทไทย
หรือกองทุนรวม
• ไดรับยกเวนภาษี ถาผูมีเงินไดถือหุนในบริษัทผูจายเงินปนผลอยางนอย 25%
ของหุนทั้งหมดเปนเวลาไมนอยกวา 3 เดือนกอนจาย และ 3 เดือนหลังจาย
เงินปนผล และบริษัทดังกลาวมิไดถือหุนในบริษัท ผูมีเงินได
• ไดรับยกเวนภาษี ถาไดรับเงินปนผลจากกิจการท่ีไดรับการสงเสริมการลงทุน
(BOI)

ตารางท่ี 4-7 ภาษีอากรของผูŒลงทุนต‹างประเทศที่มิไดŒประกอบกิจการในประเทศไทย

ประเภทเงินไดŒจากการลงทุน อัตราภาษี
ในตลาดหลักทรัพย

กําไรจากการขายหลักทรัพย

• บุคคลธรรมดา • ไดรับยกเวนภาษี

• นิติบุคคล • 15% ภาษีหัก ณ ที่จาย

เงินปนผล

• บุคคลธรรมดา • 10% ภาษีหัก ณ ที่จาย

• นิติบุคคล • 10% ภาษีหัก ณ ที่จาย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 191

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

บทสรุป

ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทยซ้ือขายหลักทรัพยดวยระบบซื้อขายที่เรียกวา SET CONNECT
ท่ีสามารถรองรับปริมาณการซื้อขายมากๆ ได มีมาตรฐานการเชื่อมตอท่ีเปนสากลและรองรับการซ้ือขาย
แบบ High Frequency Trading ในการซอ้ื ขายหลกั ทรพั ยจ ะตอ งกระทาํ ผา นบรษิ ทั สมาชกิ ของตลาดหลกั ทรพั ยฯ
เทานั้น โดยบริษัทสมาชิก และบุคคลท่ีทําหนาท่ีสงคําส่ังซ้ือขายในนามของบริษัทสมาชิกจะตองไดรับอนุญาต
จากตลาดหลักทรัพยฯ

วิธีการซ้ือขายหลักทรัพยมี 2 วิธีคือการซื้อขายดวยวิธีจับคูอัตโนมัติ (automatic order matching:
AOM) โดยจัดเรียงคําสั่งซื้อขายตามลําดับของราคาและเวลาท่ีดีท่ีสุด (price then time priority) และการ
ซื้อขายดวยวิธีบันทึกการซ้ือขาย (trade report) ซ่ึงเปนการซื้อขายท่ีผูซื้อและผูขายไดทําการตอรองเพ่ือ
ตกลงซ้ือขายกันแลวบันทึกรายการผานบริษัทสมาชิกเขามาในระบบ

ในการซื้อขายหลักทรัพย ตลาดหลักทรัพยฯ ไดกําหนดกฎเกณฑเกี่ยวกับราคาซื้อขาย ประเภท
คําสั่งซื้อขาย เวลาในการซื้อขาย รวมทั้งการขึ้นเครื่องหมายสิทธิประโยชนและเครื่องหมายประกอบการ
ซ้ือขาย เปนการแจงใหผูลงทุนทราบถึงสถานการณและเงื่อนไขพิเศษ ท่ีอาจสงผลกระทบตอหลักทรัพย
ของบริษัทจดทะเบียนตางๆ หลักเกณฑตางๆ ท่ีกําหนดข้ึนน้ันเปนไปเพ่ือใหเกิดความมั่นใจในความถูกตอง
และประสิทธิภาพในการซ้ือขายหลักทรัพย

นอกจากนั้นกรณีที่สภาวะการซื้อขายมีความผันผวนรุนแรงเพื่อใหผูลงทุนมีเวลาในการตรวจสอบ
ขอมูลขาวสารท่ีมีผลกระทบตอการลงทุนอยางครบถวน ตลาดหลักทรัพยฯ ไดมีขอกําหนดการหยุดการ
ซื้อขายเปนการชั่วคราวกรณี circuit breaker และในกรณีที่อุปกรณที่ใชในระบบซ้ือขายหลักทรัพย
ในตลาดหลักทรัพยฯ ขัดของ ซึ่งสงผลใหไมอาจซ้ือหรือขายหลักทรัพยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ
ไดตามปกติ ตลาดหลักทรัพยฯ ไดออกแนวทางปฏิบัติ และมาตรการหรือแผนสํารองเผ่ือฉุกเฉินเพื่อใหการ
ซ้ือขายหลักทรัพยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ ดําเนินไปอยางตอเน่ือง

เนื่องจากการซื้อขายหลักทรัพยน้ันเปนการซื้อขายผานระบบของตลาดหลักทรัพยฯ ซึ่งผูท่ีจะ
ทําการซ้ือและผูที่จะทําการขายตางไมทราบวาฝายตรงขามเปนบุคคลใด ตลาดหลักทรัพยฯ จึงจําเปนตอง
มีการกํากับดูแลการซ้ือขายหลักทรัพยใหเกิดความยุติธรรม โปรงใส นาเชื่อถือ และถูกตอง โดยแนวทาง
ในการกํากับดูแลการซ้ือขายหลักทรัพยน้ันประกอบดวยแนวทาง 2 ประการ ไดแก

1. การปองกันไมใหเกิดการซ้ือขายหลักทรัพยท่ีไมเปนธรรม (prevention)
2. การติดตามและตรวจสอบการซ้ือขายหลักทรัพย (investigation)
ทงั้ น้ี การกระทาํ ทน่ี าํ ไปสคู วามผดิ นนั้ จะมี 2 แบบคอื เปน ความผดิ ตามขอ บงั คบั ของตลาดหลกั ทรพั ยฯ
ท่ีเก่ียวของกับการซื้อขายหลักทรัพย ซึ่งจะมีบทลงโทษในลักษณะของการภาคทัณฑ การปรับเปนจํานวนเงิน
การพักการปฏิบัติงาน เปนตน สวนการกระทําความผิดท่ีเปนความผิดตามขอกฎหมาย คือ พระราชบัญญัติ
หลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย พ.ศ. 2535 น้ัน ผูกระทําความผิดอาจถูกดําเนินคดีได 2 ทางคือ การ
ดําเนินคดีอาญา หรือการดําเนินมาตรการลงโทษทางแพง ขึ้นกับการพิจารณาของคณะกรรมการ ก.ล.ต.

192 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ถึงระดับความรายแรงของการกระทําความผิด ผลกระทบตอตลาดทุน พยานหลักฐานท่ีนํามาใชพิสูจน
ความผิด และความคุมคาในการดําเนินมาตรการน้ัน

การมีขอมูลในการวิเคราะหประกอบการตัดสินใจลงทุนอยางเพียงพอ มีความจําเปนอยางยิ่งสําหรับ
ผูลงทุน ไดแก

1. ขอมูลเก่ียวกับการดําเนินงานของบริษัทจดทะเบียน หรือขอมูลที่มีผลกระทบตอราคาซ้ือขาย
หลักทรัพยของบริษัท ตอการตัดสินใจลงทุน หรือตอสิทธิประโยชนของผูถือหุน

2. ขอมูลราคาและสถิติการซื้อขายในอดีตเพ่ือใชศึกษาขอมูลประกอบการลงทุน
3. ดัชนีราคาหลักทรัพย เพ่ือเปนเคร่ืองชี้วัดที่สะทอนภาพรวมการเคลื่อนไหวของระดับราคาซ้ือขาย

หลักทรัพย วามีการเปล่ียนแปลงขึ้นลงอยางไรในปจจุบัน และยังสามารถใชเปนตัวเปรียบเทียบ
(benchmark) เพ่ือวัดผลการบริหารของกองทุนรวม และใชเปนปจจัยอางอิงในการออกสัญญา
ซ้ือขายลวงหนา หรือตราสารทางการเงินตางๆ
4. บทวิเคราะหบริษัทจดทะเบียน
ขอมูลเหลานี้ผูทําหนาที่ติดตอผูลงทุนจะตองทราบถึงแหลงขอมูล ระยะเวลาท่ีจะมีการเผยแพร
รวมท้ังคุณภาพของขอมูลเหลาน้ันในการท่ีจะนํามาเผยแพรใหแกผูลงทุน

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 193

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

บรรณานุกรมและเอกสารอŒางอิง

เพชรี ขุมทรัพย. 2549. หลักการลงทุน. พิมพครั้งที่ 12. โรงพิมพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร. กรุงเทพฯ
ศุภชัย ศรีสุชาติ. 2547. ตลาดหุนในประเทศไทย. ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย. กรุงเทพฯ.
สถาบันพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย. 2555 ตลาดการเงินและการลงทุนใน

หลักทรัพย. พิมพคร้ังท่ี 13. บริษัท บุญศิริการพิมพ จํากัด.กรุงเทพฯ
ขอบังคับตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย เร่ืองการซื้อชาย การชําระราคาและสงมอบหลักทรัพยใน

ตลาดหลักทรัพย พ.ศ. 2555
ประกาศตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย เร่ืองวิธีปฏิบัติท่ีเก่ียวกับการซื้อขาย การชําระราคาและสงมอบ

หลักทรัพยในตลาดหลักทรัพย พ.ศ. 2555
เอกสารสรุปสาระสําคัญของการปรับปรุงขอกําหนดตลาดหลักทรัพยสําหรับระบบการซื้อขายใหม. สวน

ตราสารทุนและตราสารหน้ี ฝายปฏิบัติการซ้ือขาย ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
Reilly, Frank K. and Brown, Keith C. 2006. Investment Analysis and Portfolio Management,

8th ed., Thomson/South-Western, Ohio.
เว็บไซต
ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย. http://www.set.or.th
สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย http://www.sec.or.th

194 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ภาคผนวกทŒายบทที่ 4

ตัวอยางบทวิเคราะหหลักทรัพยของบริษัทหลักทรัพยเมยแบงกกิมเอ็ง (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน)

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 195

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

196 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 197

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

198 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 199

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

200 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 201

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

202 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 203

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

204 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 205

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

206 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 207

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

208 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 209

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

210 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 211

กลไกการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

212 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 213



ส‹วนทต่ี 2 ราสารหน้ี

ความรูŒเก่ียวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารทั่วไป

ความรูŒพื้นฐานเก่ียวกับ

05 ตราสารหนี้
ตราสารหนี้เปนตราสารทางการเงินชนิดหนึ่งที่ไดรับความนิยมใชเปนเครื่องมือในการระดมเงินทุน
และเปนทางเลือกในการลงทุนที่สําคัญ โดยผูออกตราสารหนี้มีฐานะเปนผูกูหรือลูกหนี้ ในขณะที่ผูถือมี
ฐานะเปนผูใหกูหรือเปนเจาหน้ี ผูที่ออกตราสารหนี้เปนไดท้ังภาครัฐและภาคเอกชน ซ่ึงมีวัตถุประสงคของ
การระดมเงินทุนไปใชในกิจกรรมตางๆ สําหรับภาครัฐการออกตราสารหนี้เพ่ือนําเงินไปลงทุนในโครงการ
ตางๆ ของภาครัฐถือเปนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในขณะท่ีบริษัทเอกชนท่ีออกตราสารหนี้
จะไดตนทุนหนี้สินที่ตํ่ากวาตนทุนสวนท่ีเกิดจากหุนสามัญและยังสามารถนําดอกเบี้ยจายท่ีชําระคืนแกผูถือ
ตราสารหน้ีไปหักลดหยอนภาษีได
นอกจากน้ีตราสารหน้ียังถือเปนทางเลือกในการลงทุนท่ีสําคัญ ซึ่งผูลงทุนสามารถใชตราสารหนี้
เพ่ือกระจายความเสี่ยงและเปนเครื่องมือในการบริหารกลุมหลักทรัพยลงทุนได โดยเฉพาะผูลงทุนที่มี
วัตถุประสงคหลักเพ่ือการออมระยะยาว เชน กองทุนบําเหน็จบํานาญขาราชการ กองทุนสํารองเล้ียงชีพ
กลุมธุรกิจประกันภัย ฯลฯ ตราสารหน้ีจึงเปนทางเลือกในการลงทุนที่เหมาะสมเพราะสามารถคาดการณ
ผลตอบแทนจากการลงทุนไดงายกวาการลงทุนในหุนสามัญ ทั้งน้ี สามารถจัดแบงประเภทตราสารหนี้ได
หลายวิธี ไดแก แบงตามอายุของตราสารหนี้ แบงตามประเภทผูออก แบงตามลักษณะการถือ แบงตาม
วิธีการชําระดอกเบี้ย แบงตามวิธีการชําระคืนเงินตน แบงตามสิทธิเรียกรอง แบงตามหลักประกัน และ
แบงตามชนิดของสิทธิแฝงท่ีติดมากับตราสารหนี้ ตราสารหนี้จึงเปนองคประกอบที่สําคัญของระบบเศรษฐกิจ
และระบบการเงินของประเทศ ท้ังในแงของการเปนเคร่ืองมือในการระดมทุนของท้ังภาครัฐและภาคเอกชน
เปนแหลงออมเงินและทางเลือกในการลงทุนของประชาชน
ตลาดตราสารหน้ีของประเทศไทยมีพัฒนาการตั้งแตป พ.ศ. 2476 เปนตนมา เร่ิมจากการออก
พันธบัตรรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังผานทั้งชวงเวลาท่ีประเทศมีงบประมาณขาดดุลและเกินดุลซึ่งสงผลให
ปริมาณพันธบัตรรัฐบาลมีปริมาณมากและนอยตามลําดับ และในเวลาตอมาสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ไดเล็งเห็นถึงความจําเปนในการพัฒนาตลาดตราสารหน้ีจึงใหมีการจัดตั้ง “ชมรมผูคาตราสารหน้ี” ข้ึนและ
มีพัฒนาการโดยลําดับมาจนเปน “สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย : The Thai Bond Market Association

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 217

ความรูŒพื้นฐานเก่ียวกับตราสารหนี้

(ThaiBMA)” ในปจ จบุ นั นอกจากนใ้ี นประเทศไทยยงั มกี ารจดั ตงั้ ตลาดตราสารหน้ี (Thailand Bond Exchange:
TBX) ซึ่งเปนตลาดที่เปนทางการท่ีมีการนําเสนอขอมูลท่ีโปรงใสตลอดจนถึงกระบวนการสงมอบและชําระ
ราคาท่ีเชื่อถือได

5.1 ลักษณะเบ้ืองตŒนของตราสารหนี้

5.1.1 ความหมายของตราสารหนี้

ตราสารหน้ี (fixed-income security) คือ ตราสารทางการเงินประเภทหน่ึงที่แสดงความเปนหนี้
ระหวางผูออกและผูถือ โดยผูออกตราสารมีฐานะเปนผูกูหรือลูกหน้ี ในขณะที่ผูซ้ือหรือผูถือมีฐานะเปน
ผูใหกูหรือเจาหนี้ และผูออกตราสารหน้ีมีขอผูกพันทางกฎหมายที่จะตองชําระผลตอบแทนในรูปของ
ดอกเบ้ียเปนงวดๆ และชําระคืนเงินตนหรือผลประโยชนอื่นใดใหกับผูถือเมื่อครบกําหนดเวลาซึ่งโดยทั่วไป
คือ วันครบอายุของตราสาร

โดยลักษณะท่ัวไปของความเปนตราสารน้ันจะมีความเปนมาตรฐาน และสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือ
กันได จึงอาจกลาวอีกนัยหนึ่งไดวา ตราสารหนี้ก็คือ การกูยืมเงินประเภทหนึ่งท่ีมีความเปนมาตรฐาน และ
สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือกันได ทั้งน้ี ตราสารหน้ียังมีคุณสมบัติที่สามารถแบงออกเปนหนวยยอยท่ีเทากัน
โดยท่ีผลประโยชนหรืออัตราผลตอบแทนของทุกหนวยเหมือนกันทุกประการ สําหรับการเรียกชื่อตราสารหนี้
ในประเทศไทย สามารถแบงตามผูออก คือ ตราสารหน้ีท่ีออกโดยรัฐบาลหรือองคกรของรัฐจะเรียกวา พันธบัตร
สวนตราสารหนี้ท่ีออกโดยภาคเอกชนจะเรียกวา หุนกู

5.1.2 การระดมทุนจากแหล‹งหน้ี

ตราสารหนี้สามารถออกจําหนายไดท้ังภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งวัตถุประสงคของการออกจําหนาย
ตราสารหน้ีคลายกับตราสารทุน คือ ผูออกตราสารหน้ีตองการระดมเงินทุนเพ่ือนําไปใชในองคกร (ในกรณี
ภาครัฐ) หรือกิจการ (ในกรณีภาคเอกชน)

สําหรับรัฐบาล การระดมเงินทุนโดยการออกตราสารหน้ีหรือพันธบัตรรัฐบาล ประการแรก ถือเปน
การสรางสมดุลดานรายรับและรายจายของรัฐบาล เพราะรายรับสวนใหญของรัฐบาล คือ ภาษีอากร ซ่ึงอาจ
ไมสมดุลกับรายจายของรัฐบาล ฉะน้ันรัฐบาลจึงออกตราสารหน้ีเพื่อระดมเงินทุนสําหรับจายรายจายกอน
และชําระคืนตราสารหน้ีจากรายรับภาษีอากรภายหลัง นอกจากน้ีเหตุผลอีกประการหน่ึง คือ ภาครัฐตองการ
ระดมทุนเพ่ือลงทุนในโครงการขนาดใหญ เชน สาธารณูปโภค ซ่ึงตองใชเงินทุนปริมาณมาก รัฐบาลจึงออก
ตราสารหนี้เพ่ือระดมเงินลงทุนกอน และทยอยชําระคืนจากรายรับในปถัดๆ ไป เหตุผลประการท่ีสองนี้
นับเปนเหตุผลท่ีสําคัญท่ีสุด เพราะการลงทุนของภาครัฐถือเปนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ประโยชนที่ไดรับเปนผลทั้งตอภาครัฐและภาคเอกชน เหตุผลอีกประการหน่ึงท่ีภาครัฐระดมทุนดวยการ

218 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ออกตราสารหน้ี คือ โดยโครงสรางแลวนั้นรัฐบาลไมสามารถออกตราสารทุนจําหนายได ขอดีประการหน่ึง
ของการระดมทุนดวยตราสารหน้ีของภาครัฐ คือ รัฐบาลปราศจากความเส่ียงดานการผิดนัดชําระหน้ี (default
risk) จึงทําใหตนทุนในการระดมเงินทุนดวยตราสารหนี้ของรัฐบาลต่ํากวาเม่ือเทียบกับการระดมทุนดวย
ตราสารหนี้ของภาคเอกชน

อยางไรก็ตาม ไมใชเพียงรัฐบาลที่สามารถออกตราสารหน้ีได องคกรของรัฐและรัฐวิสาหกิจสามารถ
ระดมทุนจากตราสารหน้ีไดเชนกัน วัตถุประสงคการออกตราสารหน้ีขององคกรของรัฐและรัฐวิสาหกิจ
คือ การระดมทุนปริมาณมากเพ่ือลงทุนในโครงการตางๆ และเพื่อใชในองคกรของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจน้ันๆ
การระดมทุนขององคกรของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจน้ี รัฐบาลอาจคํ้าประกันพันธบัตรที่ออกจําหนายไดดวย ผลคือ
พันธบัตรองคกรของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจน้ันถือวาปราศจากความเส่ียงดานการผิดนัดชําระหนี้ไดดวยเชนกัน

ในสวนการออกจําหนายหุนกูของภาคเอกชน ขอดีประการแรก คือ ไดตนทุนหนี้สินที่ต่ํากวาตนทุน
สวนทุนที่เกิดจากหุนสามัญ ประการท่ีสอง คือ ผลตอบแทนท่ีใหกับผูลงทุนในหุนกูอยูในลักษณะดอกเบี้ย
ซึ่งถือเปนคาใชจายกอนคํานวณกําไร จึงมีผลใหบริษัทแสดงผลกําไรต่ําลง ผลคือ ภาษีที่บริษัทตองชําระ
ลดลงดวย ทําใหผูถือหุนของบริษัทมีกระแสเงินสดเพ่ิมขึ้นได อยางไรก็ตาม การออกจําหนายตราสารหนี้
ของภาคเอกชนจะมีตนทุนที่สูงกวาภาครัฐ เนื่องจากภาคเอกชนตางจากภาครัฐตรงที่มีความเสี่ยงดาน
การผิดนัดชําระหน้ี (default risk) นั่นเอง

5.1.3 พัฒนาการของตลาดตราสารหน้ีไทย

ตราสารหนี้ของประเทศไทยไดมีพัฒนาการมาตั้งแตป พ.ศ. 2476 เมื่อกระทรวงการคลังไดออก
พันธบัตรรัฐบาลเปนครั้งแรก ในชวงเร่ิมแรก ตราสารหนี้ในตลาดสวนใหญจะเปนของภาครัฐ เนื่องจากรัฐบาล
มีความจําเปนตองลงทุนในโครงการตางๆ เปนจํานวนมาก หลังจากที่ประเทศไทยเร่ิมใชแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแหงชาติตั้งแตป พ.ศ. 2504 เปนตนมา ซ่ึงไดมีการกําหนดแนวนโยบายที่มุงเนนดานการพัฒนา
ภาคอุตสาหกรรม และปรับปรุงดานโครงสรางพื้นฐานของประเทศเปนหลัก ทําใหรัฐบาลในชวงนั้นมีรายจาย
สูงกวารายไดเปนจํานวนมาก และทําใหงบประมาณของประเทศขาดดุลอยางตอเน่ือง ทําใหรัฐบาลมี
ความจําเปนท่ีตองระดมทุนดวยการออกพันธบัตรรัฐบาลเกือบทุกป

อยางไรก็ตาม ตั้งแตป พ.ศ. 2533 เปนตนมาจนถึงกอนหนาวิกฤตเศรษฐกิจในป พ.ศ. 2540 รัฐบาล
ไมไดมีการออกพันธบัตรรัฐบาลมาสูตลาด เน่ืองจากเริ่มมีฐานะทางการคลังดีข้ึนและมีงบประมาณเกินดุล
มาโดยตลอด อุปทานของตราสารหนี้ภาครัฐจึงเร่ิมลดลงไปตามลําดับ อยางไรก็ตาม อัตราการขยายตัว
ทางเศรษฐกิจในระดับท่ีสูง ทําใหความตองการพันธบัตรรัฐบาลสูงข้ึนตามไปดวย ทั้งนี้ เพราะสถาบันการเงิน
ไมวาจะเปนธนาคารพาณิชย หรือบริษัทเงินทุนมีความจําเปนตองถือครองพันธบัตรภาครัฐไวเพ่ือดํารง
เปนทุนสํารองตามกฎหมาย สถาบันการเงินสวนใหญจึงเก็บพันธบัตรรัฐบาลไวมากกวาที่จะนําออกมาซื้อขาย
ในตลาดรอง ดวยเหตุน้ีเองจึงทําใหสภาพคลองของตลาดพันธบัตรรัฐบาลในชวงท่ีผานมาอยูในระดับท่ีต่ํามาก

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 219

ความรูŒพ้ืนฐานเกี่ยวกับตราสารหนี้

ในขณะท่ีพันธบัตรรัฐวิสาหกิจไดเริ่มเขามามีบทบาทในตลาดตราสารหนี้มากข้ึนในป พ.ศ. 2536 จากความ
ตองการเงินลงทุนในโครงการดานโครงสรางพื้นฐานขนาดใหญ และรัฐบาลไดมีการจํากัดเพดานการกูยืมเงิน
ของหนวยงานรัฐวิสาหกิจจากตางประเทศ

เมื่อมีการประกาศใชพระราชบัญญัติหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย พ.ศ. 2535 ทําใหคณะกรรมการ
กํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย (ก.ล.ต.) เล็งเห็นถึงความจําเปนในการพัฒนาตลาดตราสารหน้ี จึงได
มอบหมายใหสมาคมบริษัทหลักทรัพย ทําหนาท่ีเปนแกนนําในการจัดต้ัง “ชมรมผูคาตราสารหนี้” (Bond
Dealer Club) ข้ึนในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือสรางระบบโครงสรางพ้ืนฐานของ
การซื้อขายตราสารหนี้ระหวางผูคาตราสารหนี้ในตลาดรอง ตอมาชมรมผูคาตราสารหนี้ไดเปลี่ยนสถานะเปน
“ศูนยซื้อขายตราสารหนี้ไทย” (The Thai Bond Dealing Centre: ThaiBDC) ในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2541
และเปลย่ี นสถานะอกี ครง้ั เปน “สมาคมตลาดตราสารหนไี้ ทย” (The Thai Bond Market Association: ThaiBMA)
ในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2548 ซ่ึงการปรับเปล่ียนสถานะในคร้ังนี้ มุงเนนการทําหนาท่ีเปนองคกรกํากับดูแล
ตนเอง (self regulatory organization: SRO) และเปนศูนยขอมูลทางดานตราสารหนี้ของประเทศ รวมถึง
การทําหนาที่เปนหนวยงานกําหนดมูลคายุติธรรม (pricing agency) ของตราสารหนี้ในตลาดอีกดวย

ตอมาเพื่อที่จะพัฒนาตลาดตราสารหน้ีใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการนําเสนอขอมูลที่โปรงใส
ตลอดจนถึงกระบวนการสงมอบและชําระราคาที่เช่ือถือได ท้ังในดานปริมาณการซ้ือขาย คุณภาพของ
ตราสารหนี้ วันท่ี 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 มีการจัดตั้งตลาดตราสารหน้ี (Thailand Bond Exchange:
TBX) เปดใหบริการการซื้อขายแกผูลงทุนทั่วไปดวยระบบการซ้ือขายแบบเรียลไทม ทําหนาที่เปนตัวกลาง
การซ้ือขาย โดยมีเปาหมายในการขยายขอบเขตการพัฒนาใหกวางขวางขึ้น และครอบคลุมการพัฒนา
ตลาดตราสารหนี้ในประเทศไทยทั้งหมด เพ่ือใหรองรับตอแนวนโยบายของภาครัฐในเร่ืองตลาดพันธบัตรแหง
เอเชีย (Asian Bond Market) โดยดําเนินการในฐานะตลาดรอง ตราสารหนี้ท่ีสมบูรณแบบของประเทศไทย
ใหบริการครอบคลุมผูลงทุนและผูคาตราสารหนี้ท้ังหมด

220 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

รูปที่ 5-1 ขนาดของตลาดการเงินของประเทศไทย ช‹วงป‚ ค.ศ. 1999–2016 (พ.ศ. 2542–2559)

)ę6 )ę6 6
16
14
12
10
8
6
4
2
0 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559
Bank Loan Equities (SET mkt. cap) Domestic Bond (at par)

ที่มา: สมาคมตลาดตราสารหน้ีไทย

5.1.4 ลักษณะของตลาดตราสารหนี้ในประเทศไทย

ลักษณะของตลาดตราสารหนี้สามารถแบงไดเปน 2 ประเภท ตามลักษณะการซ้ือขาย ไดแก
ตลาดแรก และตลาดรอง

ตลาดแรก (primary market) คือ ตลาดซื้อขายท่ีผูออกตราสารหน้ีซ่ึงตองการระดมทุนจําหนาย
ตราสารหน้ีใหกับผูลงทุนในตลาดการเงินเปนคร้ังแรก เพื่อนําเงินท่ีไดไปใชในการดําเนินธุรกิจหรือการลงทุน
ในโครงการตอไป

ตลาดรอง (secondary market) คือ ตลาดท่ีมีการซ้ือขายตราสารหน้ีที่เคยออกขายมาแลวใน
ตลาดแรก ซ่ึงตลาดรองชวยใหผูลงทุนสามารถซ้ือขายระหวางกันเองได นับเปนการซ้ือขายตราสารหนี้
หลังจากท่ีมีการซ้ือขายในลําดับถัดๆ ไปหลังการจําหนายในตลาดแรกไดสําเร็จไปแลว

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 221

ความรูŒพ้ืนฐานเกี่ยวกับตราสารหน้ี

5.1.5 ความแตกต‹างระหว‹างตราสารหน้ีและตราสารทุน และประโยชนของการลงทุนในตราสารหนี้
ความแตกตางระหวางตราสารหน้ีและตราสารทุน

รูปแบบของผลตอบแทน
ตราสารหน้ีสวนใหญจะมีการจายดอกเบ้ียใหกับผูถือเปนงวดๆ ตามเวลาที่กําหนดไวตลอดอายุ
ของตราสารหนี้ ในขณะที่ตราสารทุนผลตอบแทนอยูในรูปของเงินปนผล ซ่ึงบริษัทอาจไมจายเงินปนผลได
หากบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนหรือตองการนําผลกําไรไปลงทุนตอ ทําใหตราสารทุนไมมีความสม่ําเสมอ
ในการจายเงินปนผล

สิทธิในการเรียกรอง
เม่ือบริษัทผูออกตราสารลมละลาย หรือมีการชําระบัญชีเพ่ือเลิกกิจการ สิทธิในการเรียกรองของ
ผูถือตราสารหน้ีจะสูงกวาผูถือตราสารทุน โดยสิทธิของหุนกูไมดอยสิทธิจะเหนือกวาสิทธิของหุนกูดอยสิทธิ

ระยะเวลา
ตราสารหน้ีจะระบุวันครบกําหนดไถถอนท่ีแนนอน (ยกเวนหุนกูบางประเภท) โดย ณ วันที่ครบ
กําหนดไถถอนผูถือตราสารหนี้จะไดรับเงินคืนตามมูลคาท่ีตราไว (จํานวนเงินเทียบไดกับเงินตนท่ีชําระคืน
ณ ครบกําหนดไถถอน) ในขณะที่ตราสารทุนน้ันไมมีกําหนดวันหมดอายุ หรือวันครบกําหนดไถถอน สําหรับ
ตราสารทุนน้ัน ผูลงทุนตองขายใหกับผูลงทุนรายอ่ืนเม่ือตองการจะหยุดการลงทุน หรืออาจจะไดรับเงินลงทุน
คืนตอเม่ือมีการเลิกบริษัท ซึ่งจํานวนเงินที่ไดรับอาจจะไมเทากับจํานวนเงินที่ลงทุนไป

ความเส่ียงและผลตอบแทน
การลงทุนในตราสารหน้ีผูถือตราสารหนี้อยูในฐานะเจาหนี้ สวนการลงทุนในตราสารทุนอยูในฐานะ
เจาของ สําหรับในกิจการเดียวกัน ความเส่ียงในการลงทุนในตราสารหน้ีจึงต่ํากวาการลงทุนในตราสารทุน
แตผลตอบแทนที่ไดรับจากการลงทุนในตราสารหน้ีโดยเฉล่ียก็จะตํ่ากวาผลตอบแทนท่ีไดรับจากการลงทุน
ในตราสารทุน

สภาพคลอง
สภาพคลองของการซื้อขายตราสารหน้ีตํ่ากวาตราสารทุน เนื่องจากตราสารหน้ีสวนใหญน้ันจะมีการ
ซื้อขายในตลาดลักษณะ Over-The-Counter (OTC Market) ซึ่งแตกตางจากตราสารทุนท่ีมีการซื้อขายกัน
ในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทยหรือตลาดซื้อขายลักษณะ organised exchange โดยผูท่ีซื้อขายในตลาด
ตราสารหนี้ Over-The-Counter สวนใหญเปนผูคาและผูลงทุนสถาบันซึ่งมีจํานวนจํากัด การซื้อขายเกิดข้ึน
ในปริมาณมากแตไมบอยครั้ง แมวาในประเทศไทยจะมีตลาดซ้ือขายตราสารหน้ีลักษณะ organised exchange
คือ Thailand Bond Exchange (TBX) แตปริมาณการซื้อขายไมมาก ทั้งสองเหตุผลน้ี สงผลใหสภาพคลอง
ของตราสารหน้ีระหวางผูคาและผูลงทุนสถาบันดวยกันนั้นมีเพียงพอในระดับหนึ่ง แตสําหรับรายยอย
สภาพคลองจะตํ่ากวา ซึ่งโดยรวมนั้นสภาพคลองของตราสารหน้ีจะตํ่ากวาสภาพคลองของตราสารทุน

222 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ประโยชนของการลงทุนในตราสารหน้ี

เปนแหลงรายไดประจํา
ตราสารหน้ีสวนใหญจะมีการชําระดอกเบี้ย (หรือ coupon interest payment) ใหกับผูลงทุนเปน
งวดๆ ตามอัตราท่ีกําหนดไว (coupon interest rate) จนกวาจะครบกําหนดไถถอนของตราสารหนี้ ซ่ึงการ
ชําระดอกเบ้ียดังกลาวถือเปนขอผูกพันทางกฎหมายที่ผูออกตราสารหน้ีจะตองปฏิบัติตาม จึงทําใหผูลงทุน
ไดรับรายไดประจํา ซ่ึงตางจากตราสารทุนที่เงินปนผลบริษัทจะประกาศจายหรือไมก็ได ดังนั้น เห็นไดวา
การลงทุนในตราสารหน้ีนั้นถือเปนทางเลือกในการลงทุนท่ีนาสนใจ และเหมาะสําหรับผูท่ีตองการมีรายไดที่
สม่ําเสมอท้ังดานของเวลาและจํานวนเงินที่จะไดรับ

มีความปลอดภัยของเงินลงทุน
การลงทุนในตราสารหน้ีเปนการลงทุนท่ีมีความเส่ียงต่ําเม่ือเทียบกับตราสารทุน โดยเฉพาะการ
ลงทุนในตราสารหน้ีท่ีออกโดยรัฐบาล ซึ่งไดแก พันธบัตรรัฐบาล และตั๋วเงินคลัง การลงทุนในตราสารหนี้
กลุมดังกลาวถือเปนการลงทุนที่ปราศจากความเส่ียงดานการผิดนัดชําระหน้ี (default risk) ไมแตเฉพาะ
เงินตนหรือมูลคาที่ตราไวท่ีจะไดรับชําระคืนเม่ือครบกําหนดไถถอนเทาน้ัน แตรวมถึงดอกเบ้ียที่จะไดรับ
ในแตละงวดดวย สําหรับตราสารหน้ีท่ีออกโดยผูออกรายอ่ืนท่ีไมใชรัฐบาลก็จะมีความเส่ียงเพ่ิมขึ้นตาม
ความนาเชื่อถือของผูออก ซึ่งพิจารณาไดจากการจัดอันดับความนาเช่ือถือ

การกระจายความเส่ียง
การลงทุนในตราสารหน้ีที่ใหดอกเบ้ีย (coupon interest payment) ในอัตราคงท่ี (fixed coupon
interest rate) ถือเปนการลงทุนที่ใหกระแสเงินสดที่คอนขางคงที่ หากผูลงทุนลงทุนในตราสารหลายประเภท
ตัวอยางเชน การลงทุนในท้ังตราสารทุน และตราสารหนี้ ในชวงท่ีตราสารทุนใหผลตอบแทนตํ่า (หรือขาดทุน)
กระแสเงินสดท่ีคงที่ของตราสารหนี้สามารถชวยชดเชยการขาดทุนของตราสารทุนได อีกท้ังหากพิจารณา
ในมุมของการจัดพอรตการลงทุน ตราสารหนี้ถือเปนหน่ึงในองคประกอบหลักในการจัดพอรตการลงทุน
ท่ีมีประสิทธิภาพ โดยการเพ่ิมสัดสวนตราสารหนี้ในพอรตการลงทุนจะชวยทําใหความผันผวนรวมของพอรต
การลงทุนลดลงเมื่อเทียบกับพอรตท่ีมีการลงทุนเฉพาะตราสารทุนเทาน้ัน

สามารถซ้ือขายเปล่ียนมือได
ตราสารหนี้มีลักษณะเปนตราสารประเภทหนึ่งท่ีมีการกําหนดรายละเอียดที่สําคัญไวอยางเปน
มาตรฐาน ไดแก ช่ือของผูออก เงินตนหรือมูลคาท่ีตราไว วันครบกําหนดไถถอน อัตราดอกเบี้ย (coupon
interest rate) และความถี่ในการชําระดอกเบี้ย เปนตน ดวยลักษณะตราสารหนี้ที่เปนมาตรฐานน้ีทําให
ตราสารหนี้สามารถซ้ือขายเปล่ียนมือกันในตลาดรองได แตอยางไรก็ตาม ควรนําปจจัยดานสภาพคลองของ
ตราสารหนี้นั้นมาพิจารณาเพ่ิมเติมดวย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 223

ความรูŒพื้นฐานเก่ียวกับตราสารหนี้ มูลค‹าท่ีตราไวŒ

5.1.6 องคประกอบของตราสารหนี้
ตัวอยางตราสารหน้ี

รูปท่ี 5-2 ตัวอย‹างตราสารหน้ีของบริษัท ศุภาลัย จํากัด (มหาชน)

ชื่อผูŒออก
วันครบกําหนดไถ‹ถอน

อัตราดอกเบ้ียที่ตราไวŒ
งวดการชําระดอกเบี้ย

ตราสารหน้ีแตละรุนจะตองมีการแสดงรายละเอียดดังตอไปนี้
1. มูลคาท่ีตราไว หรือ ราคาพาร (par value) หรือ มูลคาหนาหุนกู หรือ มูลคาหนาต๋ัว (face
value) หรือ มูลคาไถถอน (maturity value) ซึ่งเปนรายละเอียดท่ีบงบอกถึงจํานวนเงินที่ผูลงทุนจะได
รับคืนเมื่อมีการไถถอนตราสารหนี้ โดยในประเทศไทยมูลคาท่ีตราไวของตราสารหน้ีสวนใหญจะกําหนดไวที่
1,000 บาท แตอ ยา งไรกต็ าม มตี ราสารหนบี้ างรนุ ทม่ี กี ารกาํ หนดมลู คา ทต่ี ราไวต า งกนั ออกไป เชน 10,000 บาท
เปนตน
2. อตั ราดอกเบย้ี หนา ตวั๋ หรอื อตั ราดอกเบยี้ ทต่ี ราไว (coupon rate) คือ อัตราท่ีผูออกตราสารหนี้
มีภาระที่จะตองชําระใหกับผูถือตราสารหน้ีตามงวดการชําระดอกเบ้ียท่ีกําหนดตลอดอายุของตราสารหนี้
ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ระบุนั้นอาจมีการกําหนดเปนรอยละของราคาพารในอัตราคงที่ (fixed rate) หรือลอยตัว

224 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

(floating rate) ขึ้นอยูกับตราสารหน้ีแตละรุน อยางไรก็ตาม ตราสารหน้ีประเภท zero-coupon bond จะไมมี
การชําระดอกเบ้ียใหกับผูถือ แตผูถือจะไดรับผลตอบแทนในรูปของสวนลด (ผลตางระหวางมูลคาที่ตราไวกับ
ราคาซ้ือ) ทั้งนี้ อัตราดอกเบ้ียหนาตั๋ว (coupon rate) มีความแตกตางจากอัตราผลตอบแทน (yield)
กลาวคือ อัตราดอกเบี้ยหนาต๋ัวเปนอัตราดอกเบ้ียในมุมมองของผูออกตราสารหนี้ซึ่งมีหนาท่ีตองชําระใหกับ
ผูถือตราสารหน้ี ขณะที่อัตราผลตอบแทนเปนการมองในมุมของผูลงทุน โดยหมายถึงอัตราผลตอบแทนเฉล่ีย
ตอปท่ีผูลงทุนจะไดรับจากการลงทุนในตราสารหน้ี ณ ระดับราคาของตราสารหนี้ท่ีซื้อมาและถือจนครบอายุ
ซึ่งจะไดกลาวถึงรายละเอียดของอัตราผลตอบแทนในบทถัดไป

3. งวดการชําระดอกเบี้ย หรือ ความถ่ีในการชําระดอกเบี้ย (coupon frequency) คือ จํานวน
คร้ังของการชําระดอกเบี้ย (coupon) ของตราสารหน้ี โดยท่ัวไปจะกําหนดเปนจํานวนครั้งที่ชําระตอป เชน
1 คร้ังตอป 2 ครั้งตอป และ 4 คร้ังตอป เปนตน

4. วันครบกําหนดไถถอน (maturity date) เปนวันท่ีผูออกจะไถถอนตราสารหน้ีคืน คือ ชําระ
มูลคาท่ีตราไวใหแกผูลงทุน ซ่ึงตราสารหนี้จะตองมีการระบุวันครบกําหนดไถถอนไวอยางชัดเจน ยกเวนกรณี
ของตราสารหน้ีบางประเภทท่ีไมมีวันครบกําหนดไถถอน

5. ชื่อผูออก (issuer name) คือ ชื่อผูออกตราสารหน้ีน้ันๆ เพ่ือเปนการระบุช่ือของผูที่มีสถานะ
เปนผูกูหรือลูกหนี้น่ันเอง เชน พันธบัตรธนาคารแหงประเทศไทย ผูออก คือ ธนาคารแหงประเทศไทย เปนตน
นอกจากนี้ช่ือผูออกนั้นจะบงบอกถึงความนาเช่ือถือหรือช่ือเสียงของผูออกตราสารหน้ี ซึ่งมีผลตออัตรา
ผลตอบแทนของตราสารหนี้

6. ขอสัญญา (covenant) คือ เงื่อนไขและขอตกลงที่ผูออกตราสารหนี้จะตองปฏิบัติตาม หรือ
งดเวนการปฏิบัติ ตลอดอายุของตราสารหน้ีน้ันๆ มีวัตถุประสงคหลักเพ่ือรักษาผลประโยชนของผูลงทุน
การกาํ หนดเงื่อนไขสาํ หรับตราสารหนี้นัน้ มี 2 ลักษณะ คอื 1) การกาํ หนดเงือ่ นไขท่ีกําหนดใหผอู อกตราสารหนี้
ตองปฏิบัติตาม (affirmative covenant) เชน การกําหนดใหผูออกตองดํารงอัตราสวนหน้ีสินตอสวนของ
ผูถือหุนต่ํากวาอัตราท่ีกําหนด เปนตน 2) เงื่อนไขท่ีกําหนดหามผูออกตราสารหน้ีไว (negative covenant)
เชน การหามควบรวมกิจการ หรือ การหามนําหลักทรัพยคํ้าประกันไปคํ้าประกันเงินกูอื่นตอ เปนตน

สัญลักษณของตราสารหน้ี

สัญลักษณของตราสารหนี้ คือ ช่ือยอของตราสารหนี้แตละรุน การกําหนดสัญลักษณของตราสารหน้ี
มีวัตถุประสงคเพื่อใหงายตอการอางอิงท้ังในตลาดแรกและตลาดรอง ซ่ึงสมาคมตลาดตราสารหน้ีไทยมี
หนาท่ีเปนผูกําหนดมาตรฐานและสัญลักษณของตราสารหนี้แตละรุน หลักการกําหนดสัญลักษณของ
ตราสารหน้ีที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สามารถแบงไดเปน 2 ประเภท คือ สัญลักษณของ
ตราสารหน้ีระยะยาว และตราสารหน้ีระยะสั้น

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 225

ความรูŒพ้ืนฐานเกี่ยวกับตราสารหนี้

สัญลักษณตราสารหน้ีระยะยาว (จากรูปที่ 5-3) ประกอบดวยสวนตางๆ ดังนี้

รูปที่ 5-3 รูปแบบการกําหนดสัญลักษณของตราสารหน้ีระยะยาว

'6.6'/ $J9 6 ' 5 '6.6'/ 9$J 6 A1

LB 21 D A CPN 20 8 A
XXXXXX 00 X X
)7 5 I911 XXXXXX 00 X X )7 5 I19 1

A 1; 9I ' E Ę 1 A ;1 I9 ' E Ę 1
(1–9, O, N, D) (1–9, O, N, D)

Đ 9I ' E Ę 1 Đ I9 ' E Ę 1

;I1 ę=11 I1; ę1= 1

• XXXXXX : ชื่อยอภาษาอังกฤษของผูออกตราสาร ซ่ึงจะตองมีความยาวไมเกิน 6 หลัก โดยกรณี
ท่ีเปนตราสารหน้ีภาครัฐที่ออกโดยกระทรวงการคลัง และธนาคารแหงประเทศไทย จะมีชื่อยอ
เฉพาะท่ีกําหนดไวชัดเจน ไดแก
■ LB หมายถึง พันธบัตรรัฐบาล
■ ILB หมายถึง พันธบัตรชดเชยเงินเฟอ
■ SB หมายถึง พันธบัตรออมทรัพย
■ BOT หมายถึง พันธบัตรระยะยาวท่ีออกโดยธนาคารแหงประเทศไทย

• 00 : เลขสองหลักสุดทายของปคริสตศักราชที่ตราสารหน้ีครบกําหนดไถถอน
• X : รหัสของเดือนที่ตราสารหนี้ครบกําหนดไถถอนเปนตัวเลข 1–9 สําหรับเดือนมกราคม ถึง

กันยายน และเปนตัวอักษรแรกในภาษาอังกฤษของเดือน สําหรับเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม
(O N และ D)
• X : ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ท่ีใชระบุลําดับของวันออกตราสารหนี้ ในกรณีท่ีมีตราสารหนี้มากกวา
1 รุน ท่ีออกโดยผูออกรายเดียวกัน และครบกําหนดไถถอนในเดือนและปเดียว ตราสารหนี้ท่ีออก
เปนลําดับแรกจะระบุดวยตัวอักษร A และรุนที่ออกตอมาจะระบุตัวอักษรไลไปจนถึง Z
ตัวอยางของสัญลักษณตราสารหนี้ LB21DA คือ พันธบัตรรัฐบาลท่ีออกโดยกระทรวงการคลัง
ครบกําหนดไถถอนในป ค.ศ. 2021 เดือนธันวาคม ซ่ึงเปนรุนแรกท่ีออก และครบกําหนดไถถอนในเดือนป
ดังกลาว หรือ CPN208A คือ หุนกูที่ออกโดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จํากัด (มหาชน) ครบกําหนดไถถอน
ในป ค.ศ. 2020 เดือนสิงหาคม ซึ่งเปนรุนแรกท่ีออก และครบกําหนดไถถอนในเดือนปดังกลาว เปนตน

226 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

สัญลักษณของตราสารหนี้ระยะส้ัน จะคลายกับสัญลักษณของตราสารหนี้ระยะยาว แตจะมีการ
เพิ่มวันที่ ตราสารหนี้ครบกําหนดไถถอนซึ่งเปนเลข 2 หลัก ไวหลังจากรหัสของเดือนที่ครบไถถอน (จาก
รูปท่ี 5-4)

รูปท่ี 5-4 รูปแบบการกําหนดสัญลักษณของตราสารหน้ีระยะส้ัน

'6.6'/ 9$J 6 ' 5 )7 5 I911 '6.6'/ 9$J 6 A1
TSFC 17 7 26 B
TB 13 0 16 A XXXXXX 00 X XX X )7 5 9I11
XXXXXX 00 X XX X
+ 5 9I ' E Ę 1
+ 5 I9 ' E Ę 1
A ;1 I9 ' E Ę 1
A 1; I9 ' E Ę 1 (1–9, O, N, D)
(1–9, O, N, D)
Đ I9 ' E Ę 1
Đ I9 ' E Ę 1
;I1 ę=11
;1I =1ę 1

สวนช่ือยอภาษาอังกฤษของผูออกตราสาร หากเปนตราสารหนี้ภาครัฐท่ีออกโดยกระทรวงการคลัง
และธนาคารแหงประเทศไทย จะมีช่ือยอเฉพาะท่ีกําหนดไวชัดเจน ไดแก

■ TB หมายถึง ตั๋วเงินคลัง
■ CB หมายถึง พันธบัตรระยะสั้นท่ีออกโดยธนาคารแหงประเทศไทย
ตัวอยางของสัญลักษณตราสารหน้ี TB13O16A คือ ตราสารหนี้ระยะสั้น (ต๋ัวเงินคลัง) ท่ีออกโดย
กระทรวงการคลัง ครบกําหนดไถถอนในป ค.ศ. 2013 เดือนตุลาคม วันที่ 16 ซึ่งเปนรุนแรกท่ีออก และ
ครบกําหนดไถถอนในวันเดือนปดังกลาว หรือ TSFC17726B คือ ตราสารหน้ีระยะส้ัน (ตั๋วแลกเงิน) ที่ออก
โดยบริษัทหลักทรัพย เพื่อธุรกิจหลักทรัพย จํากัด (มหาชน) ครบกําหนดไถถอนในป ค.ศ. 2017 เดือน
กรกฎาคม วันที่ 26 ซ่ึงเปนรุนที่ 2 ท่ีออกและครบกําหนดไถถอนในวันเดือนปดังกลาว เปนตน

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 227

ความรูŒพื้นฐานเกี่ยวกับตราสารหน้ี

5.1.7 ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหน้ี
ดอกเบี้ยรับ (coupon interest payment)

ดอกเบี้ยรับ (coupon interest payment) คือ ดอกเบี้ยท่ีผูถือตราสารหน้ีไดรับเปนงวดๆ ระหวางท่ี
ถือตราสารหนี้ไวจนครบกําหนดอายุของตราสารหน้ี โดยปกติแลวดอกเบ้ียรับจะถูกระบุอยูในรูปรอยละของ
มูลคาที่ตราไว ยกตัวอยางเชน ตราสารหน้ีมีมูลคาท่ีตราไว 1,000 บาท มีอัตราดอกเบ้ียรอยละ 5.00
ซึ่งหมายความวาตราสารหน้ีฉบับน้ีจะชําระดอกเบ้ียใหกับผูถือรวมทั้งปเปนมูลคา 50 บาท ถาตราสารหน้ี
มีงวดการชําระดอกเบี้ยทุกครึ่งป ผูลงทุนจะไดรับดอกเบี้ยงวดละ 25 บาท จํานวน 2 งวดในหน่ึงป

กําไรจากการขาย (capital gain)

กําไรจากการขาย (capital gain) คือ กําไรท่ีเกิดข้ึนจากผลตางของราคาขายกับราคาท่ีซื้อมาของ
ตราสารหน้ีน้ันๆ ในทางตรงกันขาม ขาดทุนจากการขาย (capital loss) เกิดจากราคาขายตราสารหนี้ตํ่ากวา
ราคาที่ซ้ือมา โดยปกติ capital gain จะเกิดจากระดับอัตราผลตอบแทน (yield) ในตลาดตราสารหนี้ปรับตัว
ลดลง ทําใหราคาตราสารหน้ีเพิ่มขึ้น ตัวอยางเชน ผูลงทุนซ้ือตราสารหนี้ ณ ราคา 1,000 บาท หลังจาก
1 ปผานไป มูลคาของตราสารหน้ีปรับตัวข้ึนเปน 1,050 บาท ผูลงทุนจะไดกําไรจากการขายจํานวน 50 บาท
หรือกําไรจากการขายรอยละ 5.00 ตอป

รายไดจากการลงทุนตอ (reinvestment income)

รายไดจากการลงทุนตอ (reinvestment income) คือ ผลตอบแทนท่ีไดรับในกรณีท่ีผูลงทุนนําดอกเบ้ีย
รับที่ไดจากการถือครองตราสารหนี้ไปลงทุนตอ สําหรับ zero-coupon bond จะไมมีผลตอบแทนในสวนนี้
เนื่องจากไมมีการชําระดอกเบี้ยในชวงอายุของตราสาร

5.2 ประเภทของตราสารหน้ี

ในการแบงประเภทของตราสารหนี้สามารถแบงไดหลายมิติ ไดแก แบงตามอายุของตราสารหนี้
แบงตามประเภทผูออก แบงตามลักษณะการถือ แบงตามวิธีการชําระดอกเบ้ีย ฯลฯ ดังรายละเอียดตอไปนี้

5.2.1 แบ‹งตามอายุของตราสารหนี้
ตราสารหนี้ระยะสั้น

ตราสารหนี้ระยะส้ัน หมายถึง ตราสารหน้ีท่ีมีวันครบกําหนดไถถอน ณ วันออกจําหนาย ไมเกิน 1 ป
สําหรับผูออกตราสารหนี้ท่ีเปนองคกรภาครัฐ เชน ตั๋วเงินคลัง (treasury bill) ซ่ึงออกโดยกระทรวงการคลัง
และพันธบัตรระยะส้ันท่ีออกโดยธนาคารแหงประเทศไทย (central bank bill) โดยมีวัตถุประสงคของการออก
เพ่ือใชเปนเคร่ืองมือในการบริหารนโยบายการเงินและการคลัง สวนตราสารหนี้ระยะส้ันที่ออกโดยภาคเอกชน

228 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

จะมีวันครบกําหนดไถถอน ณ วันออกจําหนาย ไมเกิน 270 วัน ซ่ึงไดแก ต๋ัวแลกเงิน (bill of exchange)
ต๋ัวสัญญาใชเงิน (promissory note) และหุนกูระยะสั้น (short-term debenture) โดยทั่วไปมีวัตถุประสงค
ของการออกเพ่ือใชในการบริหารสภาพคลอง หรือเปนเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ ตราสารหนี้ระยะสั้น
สวนมากไมมีการชําระดอกเบ้ีย จึงซื้อขายกันในราคาท่ีต่ํากวามูลคาที่ตราไว เม่ือครบกําหนดไถถอนผูถือจะ
ไดรับเงินเต็มตามมูลคาท่ีตราไว

ที่ผานมา ภาคเอกชนมีการออกตราสารหนี้ระยะส้ันเพ่ือเสนอขายผูลงทุนในรูปแบบของต๋ัวแลกเงิน
เปนสวนใหญเมื่อเปรียบเทียบกับการออกในรูปแบบของหุนกูระยะสั้น เน่ืองจากมีความสะดวกรวดเร็วและ
มีตนทุนการออกที่ต่ํากวา อยางไรก็ตาม ต๋ัวแลกเงินมีสถานะและขอกําหนดทางกฎหมายที่แตกตางจาก
หุนกูระยะสั้น ซ่ึงอาจทําใหมีความเสี่ยงท่ีแตกตางจากหุนกูระยะส้ันดวยเชนกัน ซ่ึงจะกลาวถึงรายละเอียด
ในบทถัดไป

ตราสารหน้ีระยะยาว

ตราสารหนี้ระยะยาว หมายถึง ตราสารหนี้ท่ีมีวันครบกําหนดไถถอน ณ วันออกจําหนายมากกวา
1 ป สําหรับผูออกตราสารหน้ีท่ีเปนองคกรภาครัฐ เชน พันธบัตรรัฐบาล (government bond) พันธบัตร
รัฐวิสาหกิจ (state own enterprise bond) และพันธบัตรระยะยาวท่ีออกโดยธนาคารแหงประเทศไทย (Bank
of Thailand bond) หรือมากกวา 270 วันสําหรับผูออกตราสารภาคเอกชน เชน หุนกูระยะยาว (long-term
corporate bond) การออกตราสารหน้ีระยะยาวมีวัตถุประสงคเพื่อใชในการซื้อสินทรัพยถาวร หรือลงทุน
ในโครงการระยะยาว ตราสารหนี้ระยะยาวสวนใหญจะมีการชําระดอกเบี้ยใหกับผูลงทุน

ตราสารหน้ีที่ไมมีกําหนดไถถอน (perpetual bond หรือ consol bond)

ตราสารหน้ีท่ีไมมีกําหนดไถถอน คือ ตราสารหน้ีท่ีไมไดระบุวันครบกําหนดไถถอนไว จะมีการ
ชําระดอกเบี้ยใหกับผูถือตราสารตลอดไป ตราบเทาที่บริษัทยังดําเนินกิจการอยู อยางไรก็ตาม ตราสารหน้ี
ประเภทน้ีสวนมากจะมีสิทธิแฝง คือ ใหสิทธิผูออกตราสารสามารถไถถอนคืนได (call option) และคุณลักษณะ
ของตราสารหนี้ท่ีไมมีกําหนดไถถอนบางประการ ทําใหสถาบันการเงินสามารถนับตราสารหน้ีประเภทนี้เปน
เงินกองทุนได เนื่องจากมีคุณลักษณะที่ใกลเคียงกับตราสารทุน

5.2.2 แบ‹งตามประเภทผูŒออก
ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล

ตราสารหนี้ท่ีออกโดยรัฐบาล คือ พันธบัตรท่ีออกโดยกระทรวงการคลัง ซึ่งมีความสําคัญตอระบบ
เศรษฐกิจอยางย่ิง เนื่องจากพันธบัตรรัฐบาลจัดเปนตราสารที่ปราศจากความเส่ียงจากการผิดนัดชําระ (default
risk) จึงเปนแหลงออมเงินที่มีความเสี่ยงตํ่าของผูลงทุน นอกจากนี้ ตราสารหน้ีภาครัฐยังเปนตราสารหนี้

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 229

ความรูŒพ้ืนฐานเก่ียวกับตราสารหนี้

ที่มีสภาพคลองสูง และมีมูลคาคงคางมากเปนอันดับหนึ่งของมูลคาคงคางของตราสารหน้ีท้ังหมด ทั้งน้ี
ตราสารหน้ีภาครัฐสามารถแบงยอยไดเปน 2 ประเภทหลัก ดังนี้

• ตั๋วเงินคลัง (treasury bill) เปนตราสารหน้ีระยะส้ันท่ีมีอายุไมเกิน 1 ป ณ วันท่ีออกจําหนาย
โดยไมมีการชําระดอกเบ้ีย ซึ่งผูถือจะไดรับเงินคืนเทากับมูลคาท่ีตราไว ณ วันครบกําหนดไถถอน และราคา
ซื้อขายจะเปนราคาคิดลดจากมูลคาที่ตราไวเชนเดียวกับตราสารหน้ีระยะส้ันประเภทอ่ืนๆ

• พันธบัตรรัฐบาล (government bond) เปนตราสารหน้ีระยะยาวท่ีมีวันครบกําหนดไถถอนมากกวา
1 ปข้ึนไป ณ วันที่ออกจําหนาย ซ่ึงมีหลายประเภทไดแก พันธบัตรเงินกู (Loan Bond: LB) พันธบัตร
ออมทรัพย (Saving Bond: SB) และพันธบัตรชดเชยเงินเฟอ (Inflation-Linked Bond: ILB) ทั้งนี้พันธบัตร
เงินกูนั้นมีวัตถุประสงคเพื่อกูเงินมาใชชําระตามงบประมาณ ซ่ึงมีท้ังการชําระอัตราดอกเบี้ยคงท่ีและ
อัตราดอกเบ้ียลอยตัว พันธบัตรเงินกูน้ีสําคัญตอตลาดตราสารหน้ีเปนอยางมากในการใชเปนอัตราอางอิง
ของการลงทุนท่ีปราศจากความเสี่ยงดานการผิดนัดชําระหนี้ในตลาดการเงิน สวนพันธบัตรออมทรัพยนั้น
มีวัตถุประสงคเพื่อสงเสริมการออมของประชาชน มีลักษณะท่ัวไปคลายกับพันธบัตรเงินกู แตจะเนนการ
จําหนายใหกับประชาชนท่ัวไปเปนหลัก สําหรับพันธบัตรชนิดอางอิงกับเงินเฟอ มีการออกคร้ังแรกในเดือน
กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ซึ่งผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) ของพันธบัตรประเภทนี้จะข้ึนอยูกับการเปล่ียนแปลงของ
อัตราเงินเฟอในประเทศ การลงทุนในพันธบัตรชนิดอางอิงกับเงินเฟอถือเปนการปองกันความเสี่ยงจาก
อัตราเงินเฟอในอนาคต และสามารถชวยรักษาอํานาจซื้อของผูลงทุนได

ตราสารหนี้ท่ีออกโดยธนาคารแหงประเทศไทย

ตราสารหน้ีที่ออกโดยธนาคารแหงประเทศไทยมีทั้งตราสารหน้ีระยะยาว (Bank of Thailand Bond:
BOT Bond) และตราสารหนี้ระยะสั้น (Central Bank Bill: CB) ในลักษณะเดียวกับตราสารหน้ีท่ีออกโดย
รัฐบาล การออกตราสารหน้ีของธนาคารแหงประเทศไทยนั้นมีวัตถุประสงคที่เฉพาะเจาะจง ซ่ึงวัตถุประสงค
หลักก็คือเพื่อใชเปนเคร่ืองมือในการดําเนินนโยบายทางการเงิน (monetary policy) ผานตลาดเงิน (Open
Market Operations: OMOs) ในการจัดการสภาพคลองและอัตราดอกเบ้ียในระบบเศรษฐกิจใหอยูในระดับ
ท่ีเหมาะสม อีกท้ังยังเปนการชวยสรางอัตราดอกเบ้ียอางอิงสําหรับตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนอีกดวย

พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ

พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Own Enterprise Bond) เปนตราสารหนี้ท่ีออกโดยรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเปน
องคกรที่ไดรับการจัดต้ังขึ้นเพื่อดําเนินธุรกิจ โดยมีรัฐบาลหรือหนวยงานของรัฐเปนผูถือหุนหรือรวมกันถือหุน
ต้ังแตรอยละ 50 ขึ้นไป การออกพันธบัตรรัฐวิสาหกิจน้ีมีวัตถุประสงคหลักเพื่อนําเงินทุนไปใชชําระในการ
ดําเนินงานตามโครงการตางๆ ของหนวยงานรัฐวิสาหกิจแตละหนวยงาน โดยสามารถแบงไดเปน 2 ประเภท
คือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจท่ีคํ้าประกันโดยกระทรวงการคลัง และพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังไมได
ค้ําประกัน

230 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

• พันธบัตรรัฐวิสาหกิจท่ีคํ้าประกันโดยกระทรวงการคลัง เปนพันธบัตรรัฐวิสาหกิจท่ีมีกระทรวง
การคลังเปนผูคํ้าประกันการชําระคืนดอกเบ้ียและมูลคาที่ตราไว ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจผูออกไมสามารถ
ชําระไดตามจํานวนและระยะเวลาท่ีกําหนด รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังจะเปนผูรับภาระชําระแทน จึงทําให
พันธบัตรเหลาน้ีปราศจากความเสี่ยงของการผิดนัด ดวยความเสี่ยงท่ีต่ํานี้ทําใหผูลงทุนไดรับอัตราผลตอบแทน
จากการลงทุนในพันธบัตรประเภทน้ีไมสูงมากนัก สงผลใหรัฐวิสาหกิจมีตนทุนทางการเงินจากการระดมทุน
ผานการออกพันธบัตรประเภทนี้ลดลงตามไปดวย

• พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังไมไดคํ้าประกัน เปนพันธบัตรที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจ
แตไมไดรับการค้ําประกันการชําระดอกเบ้ียและมูลคาท่ีตราไวจากกระทรวงการคลัง โดยปกติพันธบัตรชนิดน้ี
จะมีความเสี่ยงสูงกวาพันธบัตรรัฐวิสาหกิจท่ีคํ้าประกันโดยรัฐบาล ดังนั้น ความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทน
ของพันธบัตรเหลาน้ีจะข้ึนอยูกับฐานะการเงินที่แข็งแกรงของรัฐวิสาหกิจผูออกพันธบัตรเปนหลัก การที่
รัฐวิสาหกิจออกพันธบัตรที่ไมมีกระทรวงการคลังคํ้าประกัน จะสามารถทําไดรวดเร็วกวาการออกพันธบัตรท่ี
กระทรวงการคลังคํ้าประกัน เนื่องจากไมตองผานกระบวนการอนุมัติการค้ําประกันจากกระทรวงการคลัง

ตราสารหนี้ภาคเอกชน

ตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือหุนกู เปนตราสารหนี้ท่ีออกจําหนายโดยบริษัทเอกชนเพ่ือระดมทุน
จากผูลงทุนในวงจํากัดหรือจากประชาชนท่ัวไปในวงกวางเพื่อนําเงินไปใชในการดําเนินกิจการ ท้ังนี้ การออก
ตราสารหน้ีของบริษัทอยูภายใตการกํากับดูแลของสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หุนกูของบริษัทเอกชนน้ี
มักจะมีเง่ือนไขหรือรายละเอียดของการออกในรูปแบบที่หลากหลายไมวาจะเปนความถี่ในการชําระดอกเบี้ย
หรือการชําระคืนมูลคาที่ตราไว เปนตน เพื่อใหสอดคลองกับความตองการเงินทุนและความสามารถในการ
ชําระคืนของบริษัทผูออก รวมถึงเพื่อดึงดูดผูลงทุนใหเขามาลงทุนในตราสารหน้ี การลงทุนในตราสารหน้ี
เหลาน้ีนั้น ผูลงทุนตองใหความสําคัญกับปจจัยเสี่ยงดานการผิดนัดชําระดอกเบี้ยและมูลคาที่ตราไว ซึ่งข้ึนอยู
กับความนาเช่ือถือ ความม่ันคงดานฐานะทางการเงินของบริษัทผูออกหุนกูเปนหลัก โดยท่ัวไปอัตรา
ผลตอบแทนของหุนกูของบริษัทเอกชนจะสูงกวาอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลที่มีคุณลักษณะและ
อายุคงเหลือเทากัน ท้ังนี้เพื่อเปนการชดเชยกับความเส่ียงของหุนกูท่ีสูงกวาพันธบัตรรัฐบาล แตไมได
หมายความวาหุนกูทุกรุนจะตองมีความเสี่ยงสูงเสมอไป เนื่องจากบริษัทเอกชนบางรายน้ันอาจมีฐานะทาง
การเงินท่ีแข็งแกรงมาก หรือมีบริษัทขนาดใหญที่มีฐานะการเงินท่ีดีเปนผูค้ําประกัน หุนกูบริษัทดังกลาวก็
อาจจะถูกจัดอันดับ ณ ระดับความนาเชื่อถือที่สูงได

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 231

ความรูŒพ้ืนฐานเก่ียวกับตราสารหน้ี

5.2.3 แบ‹งตามลักษณะการถือ
ตราสารหน้ีประเภทมีใบตราสาร (scrip)

ตราสารหน้ีแบบมีใบตราสาร เปนตราสารหนี้แบบที่มีใบตราสารที่เปนกายภาพ การซ้ือขายหรือ
โอนตราสารหน้ีแบบที่มีใบตราสารจะมีขั้นตอนท่ียุงยาก ตองใชเวลาในการดําเนินการนานกวาตราสารหนี้แบบ
ไรใบตราสาร ซึ่งจะทําใหไดรับชําระเงินชากวา เนื่องจากสถาบันการเงินผูคาตราสารหน้ีตองนําไปสลักหลัง
โอนกรรมสิทธิ์ท่ีนายทะเบียนกอน

ตราสารหนี้ประเภทไรใบตราสาร (scripless)

ตราสารหนี้แบบไรใบตราสาร เปนตราสารหนี้แบบท่ีไมมีใบตราสาร เปนการบันทึกขอมูลในระบบ
คอมพิวเตอรโดยไมจําเปนตองมีใบตราสารหรือหลักทรัพยท่ีเปนกายภาพ ซ่ึงสะดวกตอการสงมอบตราสารหนี้
หลังการซื้อขาย โดยไมจําเปนตองมีการสงมอบใบตราสารหนี้ เพียงเปนการโอนและรับโอนตราสารหน้ี
ที่ซ้ือขายกันทางบัญชีเทาน้ัน สําหรับประเทศไทย ระบบไรใบตราสารมีการพัฒนาและใหบริการโดย บริษัท
ศูนยรับฝากหลักทรัพย (ประเทศไทย) จํากัด ตราสารหนี้ที่ออกในปจจุบันมีแนวโนมท่ีจะเปนแบบไรใบตราสาร
เปนสวนใหญ เน่ืองจากมีความสะดวก ชวยลดการสูญหาย การถูกทําลาย และการปลอมแปลงของใบตราสาร
นอกจากน้ี ยังสะดวกตอการมอบหลักทรัพยหลังการซื้อขาย โดยไมตองมีการสงมอบ การสลักหลังใบตราสาร
หรือการสงมอบใบตราสารจริง

5.2.4 แบ‹งตามวิธีการชําระดอกเบี้ย
ตราสารหน้ีประเภทชําระดอกเบี้ยคงที่ (fixed interest rate bond)

ตราสารหน้ีชนิดชําระอัตราดอกเบี้ยคงที่ เปนตราสารหนี้ที่ชําระดอกเบี้ยในอัตราคงท่ีตามที่ระบุไว
ต้ังแตออกจําหนาย และชําระในอัตราคงท่ีตลอดอายุตราสารหน้ีน้ันๆ ทั้งนี้ พันธบัตรภาครัฐและตราสารหน้ี
ของภาคเอกชนในประเทศไทยสวนใหญมีลักษณะการชําระดอกเบ้ียในลักษณะน้ี

ตราสารหน้ีประเภทชําระดอกเบ้ียแบบลอยตัว (floating interest rate bond)

ตราสารหนี้ชนิดชําระดอกเบ้ียลอยตัว หมายถึง ตราสารหนี้ที่กําหนดอัตราการชําระดอกเบี้ยตาม
อัตราดอกเบ้ียอางอิง ตัวอยางเชน หุนกูชําระดอกเบี้ยลอยตัวโดยใชอัตราดอกเบ้ียอางอิง คือ อัตราดอกเบี้ย
เงินฝาก 6 เดือน หรือ อัตราดอกเบี้ยเงินกูของธนาคารพาณิชยเฉลี่ย เปนตน ดังน้ัน เมื่ออัตราดอกเบ้ียอางอิง
มีการเปล่ียนแปลง อัตราดอกเบ้ียที่ผูลงทุนจะไดรับจากตราสารหน้ีประเภทน้ีก็จะเปล่ียนแปลงตามไปดวย
ผูลงทุนท่ีตองการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทน้ี เพราะคาดการณวาตนมีโอกาสไดรับดอกเบ้ีย (coupon)
ที่สูงขึ้น จากอัตราดอกเบี้ยอางอิงที่ปรับสูงขึ้น อยางไรก็ตาม หากอัตราดอกเบ้ียอางอิงปรับลดลง ผูลงทุน
ก็จะไดรับดอกเบ้ียท่ีลดลงตามอัตราดอกเบี้ยอางอิงเชนกัน

232 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ตราสารหนี้ประเภทไมชําระดอกเบี้ย (zero coupon bond)

ตราสารหนี้ชนิดไมชําระดอกเบ้ีย อาจมองวา คือการกําหนดอัตราดอกเบ้ียเทากับ รอยละศูนย คือ
ไมมีการชําระดอกเบี้ยใหกับผูลงทุนตลอดอายุของตราสารหน้ี โดยผูลงทุนจะไดรับเงินคืนเพียงมูลคาที่ตราไว
เมอ่ื ครบกาํ หนดไถถ อน ตราสารประเภทนจี้ ะซอื้ ขายทรี่ าคาตา่ํ กวา มลู คา ทตี่ ราไว ผลตอบแทนทผี่ ลู งทนุ จะไดร บั
คือ ผลตางระหวางมูลคาที่ตราไวและราคาซื้อ และดวยเหตุท่ีไมมีการชําระดอกเบ้ียตลอดอายุของตราสารหนี้
การลงทุนในตราสารหน้ีประเภทน้ีจึงชวยลดความเสี่ยงจากการนําดอกเบี้ยที่ไดรับ (coupon payment)
ไปลงทุนตอในอัตราผลตอบแทนท่ีลดลงจากอัตราดอกเบ้ียเดิมที่เคยไดรับ (reinvestment risk)

5.2.5 แบ‹งตามวิธีการชําระคืนเงินตŒน
ตราสารหน้ีชําระคืนมูลคาท่ีตราไวครั้งเดียว ณ วันครบกําหนดไถถอน

ตราสารหน้ีชําระคืนมูลคาท่ีตราไวคร้ังเดียว ณ วันครบกําหนดไถถอน เปนตราสารหนี้ท่ีผูออก
จะชําระคืนมูลคาท่ีตราไวใหกับผูลงทุนเพียงครั้งเดียวท้ังจํานวนเม่ือครบกําหนดไถถอน ตราสารหนี้ที่มีการ
ชําระคืนในลักษณะน้ี เรียกวา ”Bullet Bond”

ตราสารหน้ีทยอยชําระคืนมูลคาที่ตราไว (amortizing bond)

ตราสารหน้ีทยอยชําระคืนมูลคาท่ีตราไว เปนตราสารหนี้ท่ีผูออกจะทยอยชําระคืนมูลคาท่ีตราไว
แกผูลงทุนเปนงวด ตามปกติ คือ ณ งวดท่ีมีการจายดอกเบ้ีย แทนที่จะเปนการชําระคืนครั้งเดียวเมื่อ
ครบกําหนดไถถอน ตราสารหนี้ประเภทนี้ผูออกอาจจะระบุสวนของมูลคาที่ตราไวและเวลาที่จะทยอยชําระ
คืนไวในแตละงวดอยางชัดเจน หรือระบุรวมจํานวนดอกเบี้ยและสวนของมูลคาท่ีตราไวเปนจํานวนเดียว
ในปจจุบันตราสารหนี้ประเภทน้ีไดรับความนิยมมากขึ้นเน่ืองจากเปนการชวยลดความเสี่ยงของผูลงทุนได
ในระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกันยังเปนการลดภาระการชําระดอกเบ้ียของผูออกตราสารหน้ีไดดวย

5.2.6 แบ‹งตามสิทธิเรียกรŒอง
ตราสารหนี้ดอยสิทธิ (subordinated bond)

ตราสารหน้ีดอยสิทธิ เปนตราสารหนี้ที่ผูลงทุนไดรับสิทธิในการรับชําระหนี้เปนอันดับรองจากผูถือ
ตราสารหน้ีไมดอยสิทธิ หากบริษัทผูออกตราสารลมละลาย หรือมีการชําระบัญชีเพื่อเลิกกิจการ หรือมีคําส่ัง
ใหตองขายสินทรัพยทอดตลาดเพ่ือชําระหนี้คืนใหแกเจาหน้ีและผูถือหุน แตก็ยังมีสิทธิสูงกวาผูถือตราสารทุน
(หุนบุริมสิทธิ และหุนสามัญ) ดังน้ัน ตราสารหนี้ชนิดน้ีจึงมีความเส่ียงสูงกวาตราสารหนี้ไมดอยสิทธิที่มี
คุณลักษณะอื่นเหมือนกัน เพราะผูออกอาจมีเงินสดคงเหลือพอชําระหนี้ไดเพียงตราสารหน้ีไมดอยสิทธิ
แตอาจมีไมเพียงพอที่จะชําระหนี้ใหแกผูถือตราสารหน้ีดอยสิทธิ ทําใหโอกาสท่ีผูถือตราสารหนี้ดอยสิทธิ
จะไมไดรับชําระหนี้สูงกวาของตราสารหนี้ไมดอยสิทธิ ดวยความเส่ียงดังกลาว ทําใหตราสารหน้ีประเภทน้ี

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 233

ความรูŒพื้นฐานเก่ียวกับตราสารหนี้

ตองชําระดอกเบี้ยในอัตราสูงกวาตราสารหนี้ไมดอยสิทธิที่มีคุณลักษณะอื่นเหมือนกัน ท้ังนี้เพื่อชดเชย
ความเสี่ยงท่ีผูถือตราสารหน้ีดอยสิทธิตองแบกรับเพิ่มขึ้น

การท่ีผูออกตราสารหน้ีเลือกออกตราสารหนี้ดอยสิทธิ อาจเปนผลจากการกระจายโครงสรางของ
หนี้สินที่กิจการมี หรืออาจเปนเพราะเง่ือนไขของเจาหนี้หรือหุนกูเดิมที่มีคงคางอยู ทําใหผูออกตราสารหนี้
ไมสามารถกอหน้ีที่มีสิทธิท่ีทัดเทียมหรือสูงกวาเพิ่มเติมได สําหรับสถาบันการเงิน ประโยชนจากการออก
ตราสารหน้ีดอยสิทธิ คือ ตราสารหนี้ชนิดน้ีมีลักษณะที่สามารถนับเปนเงินกองทุนของสถาบันการเงินได

ตราสารหนี้ไมดอยสิทธิ (senior bond)

ตราสารหนี้ไมดอยสิทธิ เปนตราสารหน้ีที่มีเง่ือนไขกําหนดใหผูถือไดรับสิทธิในการไดรับชําระหนี้จาก
ผูออกทัดเทียมกับเจาหน้ีสามัญรายอื่นๆ แตจะดอยกวาตราสารหนี้มีประกัน ในกรณีที่ผูออกตราสารหนี้
ลมละลาย หรือมีการชําระบัญชี หรือมีคําสั่งใหตองขายสินทรัพยทอดตลาดเพื่อชําระหน้ีคืนใหแกเจาหนี้และ
ผูถือหุน สิทธิในการท่ีจะไดรับชําระหนี้ของผูถือตราสารหน้ีไมดอยสิทธิจะอยูในลําดับท่ีสูงกวาผูถือตราสารหน้ี
ดอยสิทธิ ผูถือหุนบุริมสิทธิ และผูถือหุนสามัญ ตามลําดับ

5.2.7 แบ‹งตามหลักประกัน
ตราสารหน้ีไมมีหลักประกัน (unsecured bond)

ตราสารหน้ีไมมีหลักประกัน เปนตราสารหน้ีที่ผูออกตราสารไมไดจัดใหมีสินทรัพยใดโดยเฉพาะ
เปนหลักประกันการออกตราสารหน้ีประเภทนั้น หากบริษัทผูออกตราสารลมละลาย หรือมีการชําระบัญชีเพ่ือ
เลิกกิจการ หรือมีคําส่ังใหตองขายสินทรัพยทอดตลาดเพื่อชําระหน้ีคืนใหแกเจาหน้ีและผูถือหุน ผูลงทุนใน
ตราสารหน้ีเหลาน้ีจะมีสิทธิเพียงการรับสวนแบงจากการขายสินทรัพยท่ีเหลือจากสินทรัพยท่ีเปนหลักประกัน
หน้ีสินอ่ืนของกิจการ โดยจะไดรับคืนตามสัดสวนและตามลําดับในการเรียกรองสิทธิเทาน้ัน

ตราสารหนี้มีหลักประกัน (secured bond)

ตราสารหนี้มีหลักประกัน คือ ตราสารหน้ีท่ีผูออกตราสารนําสินทรัพยประเภทใดประเภทหน่ึงมาเปน
หลักประกันแกตราสารหน้ีประเภทนั้น หากบริษัทผูออกตราสารลมละลาย หรือมีการชําระบัญชีเพื่อเลิกกิจการ
หรือมีคําส่ังใหตองขายสินทรัพยทอดตลาดเพื่อชําระหนี้คืนใหแกเจาหน้ีและผูถือหุน ผูถือตราสารหน้ีประเภทนี้
จะมีสิทธิเต็มที่เหนือสินทรัพยที่เปนหลักประกันน้ัน หรือผูถือตราสารหนี้มีหลักประกันสามารถเรียกรองสิทธิ
ในตัวสินทรัพยที่ระบุไวเปนหลักประกันนั้นไดกอนเจาหน้ีรายอื่น โดยเงินที่ไดจากการขายสินทรัพยที่เปน
หลักประกันตองชําระแกตราสารหน้ีประเภทนี้จนครบ โดยในกรณีที่การขายสินทรัพยดังกลาวมีเงินมา
ชําระเกินภาระตราสารหน้ีท่ีเปนเจาของหลักประกัน เงินสวนที่เหลือจะชําระใหกับเจาหนี้รายอื่นตอไป
สวนกรณีท่ีการขายสินทรัพยดังกลาวมีเงินมาชําระไมครบ ผูลงทุนในตราสารหนี้ประเภทนี้ จะเหลือสวนหน้ีสิน
และถูกปรับสิทธิเปนหนี้ไมมีหลักประกัน การออกตราสารหนี้ประเภทน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือชวยเพิ่มความ

234 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

นาเชื่อถือใหกับตราสารหนี้ รวมถึงเพ่ิมความนาสนใจใหแกผูลงทุน ในบางกรณีบริษัทเอกชนบางราย
อาจไมไดมีฐานะทางการเงินหรือความนาเชื่อถือท่ีดีเพียงพอท่ีจะดึงดูดความสนใจของผูลงทุน ก็สามารถ
ใชหลักประกันมาชวยเพ่ิมความนาเช่ือถือของตราสารหนี้ท่ีออกได

ตราสารหนี้มีการคํ้าประกัน (guaranteed bond)

ตราสารหน้ีมีการคํ้าประกัน เปนตราสารหน้ีท่ีมีการคํ้าประกันโดยบริษัท องคกร หรือบุคคลท่ีสาม
ซ่ึงสวนใหญจะเปนบริษัทใหญในกรณีที่บริษัทยอยออกตราสารหน้ี ตราสารหน้ีประเภทน้ีมีลักษณะคลายกับ
พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังคํ้าประกัน กลาวคือ ในกรณีผูออกตราสารหนี้ไมสามารถชําระคืน
ดอกเบี้ยหรือมูลคาที่ตราไวไดตามจํานวนและระยะเวลาท่ีกําหนด ผูคํ้าประกันจะเปนผูรับภาระชําระหน้ี
ดังกลาวแทนให การมีผูคํ้าประกันนี้จะชวยเพิ่มความนาเชื่อถือใหกับตราสารหน้ีในลักษณะคลายกับ
ตราสารหน้ีมีหลักประกัน ซ่ึงสามารถชวยดึงดูดความนาสนใจจากผูลงทุนได

รูปที่ 5-5 การเปรียบเทียบสิทธิของตราสารหน้ีแต‹ละประเภทกับตราสารทุน

Ę1

'6.6'/ 9J%9 '4 5 /)5
'6.6'/ 9J 9I =ę11 D ę.8 '5"&Ĝ
A ğ /)5 '4 5 A Ę 9I 8 :
.5 /6'è% '5"&Ĝ /'ë1 .8 ę6D C' 6
'6.6'/ 9JE%Ę%9 '4 5 B)4E%Ę ę1&.8 8
E%Ę%9/)5 '4 5 A"÷I1 6' 7'4/ 9J ;

A ğ A
ę6/ 9J.6%5g 5I+E
'6.6'/ 9JE%Ę%9 '4 5 B)4 ę1&.8 8
E%Ę%9/)5 '4 5 A"÷I1 6' 7'4/ 9J ; %9.8 8 9I ę1& +Ę6
A
ę6/ 9J.6%5g'6&1;I G D 6'A'é& 'ę1 7'4/ 9J
6 =ę11

/<ę <'è%.8 8
=ę ;1/<ę <'è%.8 8E%Ę%9.8 811 A.9& D 6' 'è/6'
B Ę
4E ę'5 .8 8D 6' 7'4 ; A è < Ę1 =ę ;1/<ę .6%5g

/<ę .6%5g
=ę ;1/<ę :I A 'é& E ę 5 A
ę6 1 8
6'%9.8 8E ę'5 7'4 ; A è < A ğ 15 5 .< ę6&

ท่ีมา: สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 235

ความรูŒพื้นฐานเกี่ยวกับตราสารหน้ี

5.2.8 แบ‹งตามชนิดของสิทธิแฝงท่ีติดมากับตราสารหน้ี
ตราสารหนี้ปราศจากสิทธิแฝง (option-free bond)

ตราสารหนี้ปราศจากสิทธิแฝง เปนตราสารหน้ีที่ปราศจากสิทธิแฝงตางๆ ไมวาจะเปนสิทธิท่ีผูออก
ตราสารหนจ้ี ะไถถ อนคนื กอ นครบกาํ หนดอายุ (call option) หรอื สทิ ธทิ ผ่ี ลู งทนุ สามารถขายคนื ผอู อกตราสารหน้ี
ไดกอนครบกําหนดอายุ (put option) เปนตน

ตราสารหนี้มีสิทธิแฝง (option-embedded bond)

• หุนกูแปลงสภาพ (convertible bond) คือ หุนกูท่ีใหสิทธิในการแปลงสภาพจากหุนกูเปน
หลกั ทรพั ยอ นื่ ซงึ่ โดยทวั่ ไปจะแปลงสภาพเปน หนุ สามญั ของผอู อกหนุ กนู นั้ โดยกาํ หนดตามสดั สว นแปลงสภาพ
(conversion ratio) ที่กําหนดไว ณ วันท่ีออกจําหนาย โดยการแปลงสภาพจะมีการกําหนดวันเวลาหรือ
ชวงวันเวลาที่กําหนดไว โดยปกติการกําหนดสัดสวนการแปลงสภาพจะกําหนดเปนจํานวนหุนสามัญท่ีจะ
ไดรับหากทําการแปลงสภาพหุนกูประเภทน้ีหนึ่งหนวย สิทธิในการแปลงสภาพเปนการเพ่ิมทางเลือกใหแก
ผูลงทุนในการเปล่ียนสถานะจากเจาหนี้สูความเปนเจาของบริษัท อีกนัยหนึ่งอาจมองไดวาหุนกูแปลงสภาพ
ประกอบดวยหุนกูที่ไมมีสิทธิแฝงและสิทธิในการซ้ือหุนสามัญ (call option on equity) ของผูออกตราสารหน้ี
ซ่ึงในภาวะปกติเม่ือราคาหุนสามัญปรับตัวเพ่ิมขึ้น ราคาของหุนกูแปลงสภาพก็จะปรับตัวเพ่ิมข้ึนตามไปดวย
แตหากราคาหุนสามัญปรับตัวลดลง ราคาของหุนกูแปลงสภาพจะปรับตัวลดลงจนถึงระดับหน่ึงเทานั้น ไมวา
ราคาของหุนสามัญจะปรับตัวลดลงไปเทาใด ราคาของตราสารก็ยังคงอยูที่ระดับราคาดังกลาว ระดับราคาน้ี
ถูกเรียกวา “straight value“ ซึ่งเปนราคาของหุนกูแปลงสภาพในสวนที่เปนราคาของหุนกูที่ไมมีสิทธิแฝง
เพียงอยางเดียว (ราคาไมรวมมูลคาสิทธิในการซื้อหุนสามัญ) อยางไรก็ตาม ในภาวะที่บริษัทผูออกหุนกู
แปลงสภาพประสบปญหาทางการเงิน (financial distress) มีความสามารถในการชําระหนี้ลดลง ราคาหุนกู
แปลงสภาพก็อาจปรับตัวลดลงอยางรุนแรงได ทั้งน้ีเนื่องจากมีความเสี่ยงที่อาจผิดนัดชําระหน้ี (default risk)
เพ่ิมสูงขึ้น

ในภาวะปกติที่บริษัทผูออกตราสารไมไดประสบปญหาทางการเงิน หุนกูแปลงสภาพอาจจะถือไดวา
มีความเส่ียงและอัตราผลตอบแทนท่ีสูงกวาหุนกูไมมีสิทธิแฝงที่ออกโดยผูออกตราสารหน้ีรายเดียวกัน แตจะ
มีความเส่ียงและอัตราผลตอบแทนนอยกวาการลงทุนในหุนสามัญของผูออกโดยตรง เนื่องจากเมื่อมูลคาของ
หุนสามัญที่จะไดจากการแปลงสภาพตามสิทธิลดลงตํ่ากวามูลคาที่ตราไวของหุนกูแปลงสภาพ ผูลงทุนก็ยัง
จะไดรับชําระคืนเทากับมูลคาท่ีตราไว ซ่ึงถือวาเปนการปองกันความเสี่ยงจากการขาดทุน (downside risk)
ในระดับหน่ึง อยางไรก็ดี หุนกูประเภทน้ีสวนมากเสนออัตราดอกเบ้ีย (coupon) ที่ตํ่ากวาหุนกูปกติที่ไมมีสิทธิ
การแปลงสภาพ เนื่องจากสิทธิในการแปลงสภาพหุนกูมีมูลคาและเปนประโยชนตอผูลงทุน

การตัดสินใจสําหรับผูถือหุนกูประเภทนี้วาควรเลือกที่จะแปลงสภาพหุนกูใหเปนหุนสามัญหรือไม
จะดูจากมูลคาการแปลงสภาพ (conversion value) ซึ่งคือมูลคารวมของหุนสามัญท่ีไดรับจากการแปลงสภาพ
โดยคํานวณไดจากผลคูณระหวางสัดสวนการแปลงสภาพและราคาของหุนสามัญ ณ วันท่ีทําการแปลงสภาพ

236 ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย

ผูลงทุนควรทําการแปลงสภาพเม่ือมูลคาการแปลงสภาพสูงกวามูลคาหนาต๋ัวหรือราคาของหุนกูแปลงสภาพ
ในทางตรงกันขาม เมื่อมูลคาการแปลงสภาพต่ํากวามูลคาหนาต๋ัวหรือราคาของหุนกูแปลงสภาพ ผูลงทุน
ไมควรจะใชสิทธิในการแปลงสภาพ เนื่องจากผูลงทุนจะไดรับหุนสามัญท่ีมีมูลคารวมต่ํากวามูลคาของ
หุนกูแปลงสภาพ ตัวอยางเชน หุนกูแปลงสภาพท่ีมีอัตราแปลงสภาพท่ี 10:1 หมายถึงหุนกูแปลงสภาพ
1 หนวยสามารถแปลงเปนหุนสามัญได 10 หุน หากหุนกูแปลงสภาพนี้มีราคาหนาต๋ัวหรือราคาตลาดปจจุบัน
เทากับ 1,000 บาทตอหนวย อาจกลาวไดวาผูถือหุนกูแปลงสภาพจะใชสิทธิแปลงสภาพไปเปนหุนสามัญ
ของบริษัทก็ตอเม่ือราคาหุนสามัญสูงกวา 100 บาทตอหุน (1,000/10) ซึ่งก็คือราคาแปลงสภาพ (conversion
price) แตในกรณีท่ีราคาของหุนสามัญของบริษัทลดลง หรืออยูที่ระดับตํ่ากวา 100 บาทตอหุน ผูถือหุนกู
แปลงสภาพจะไมใชสิทธิแปลงสภาพดังกลาว ซ่ึงอธิบายในรูปท่ี 5-6

รูปที่ 5-6 ตัวอย‹างความสัมพันธระหว‹างมูลค‹าของหุŒนกูŒแปลงสภาพกับราคาหุŒนสามัญ

'6 6/ <ę =ęB ) .$6" %)= Ę6 6'B ) .$6" –µÁÀÈ·ÄÅ»ÁÀ ȳ¾Ç·—
%=) Ę6A.%1; E%Ę%9. 8 8D 6'B ) .$6"
%=) 6Ę / <ę B=ę ) .$6" –ůij»¹ºÆ ȳ¾Ç·—
1,000

100 '6 6/< ę .6%g5 1 '-è 5 ę=11

• ตราสารหนี้ท่ีผูออกตราสารหน้ีมีสิทธิในการไถถอนคืนกอนครบกําหนดไถถอน (callable
bond) คือ ตราสารหน้ีท่ีผูออกตราสารหนี้มีสิทธิในการไถถอนตราสารหน้ีกอนครบกําหนดไถถอนตามราคา
ไถถอน (call price) ท่ีกําหนดไว ซ่ึงราคาไถถอนดังกลาวสวนมากกําหนดไวสูงกวามูลคาหนาหุนกูเพื่อชดเชย
กับการเสียโอกาสดานระยะเวลาการลงทุนของผูลงทุน โดยปกติผูออกตราสารหน้ีนี้จะไถถอนตราสารน้ีคืน
เมื่อระดับอัตราดอกเบี้ยในตลาดอยูในระดับท่ีต่ํากวาอัตราดอกเบี้ย (coupon) ของตราสารหน้ีประเภทน้ี เพราะ
ผูออกตราสารหน้ีสามารถเรียกคืนและออกตราสารหน้ีใหมแทนซึ่งมีอัตราดอกเบ้ียตํ่ากวาประเภทเดิมที่ไถถอน
ไปได จะเห็นไดวาสิทธิในการไถคืนกอนครบกําหนดไถถอนทําใหผูลงทุนในตราสารหนี้ประเภทน้ีเสียโอกาส
เพราะจะไดรับเงินคืนจากการไถถอนคืนเม่ืออัตราดอกเบ้ียในตลาดการเงินมีระดับต่ํา แลวตองนําเงินที่ไดรับ
จากการไถถอนไปลงทุนตอท่ีอัตราผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยท่ีตํ่าดวย อยางไรก็ตาม ตราสารหน้ีประเภทนี้

ศูนยส‹งเสริมการพัฒนาความรูŒตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแห‹งประเทศไทย 237


Click to View FlipBook Version