ความรูพ้ืนฐานเกี่ยวกับตราสารหนี้
สวนมากเสนออัตราการชําระดอกเบี้ยท่ีสูงกวาตราสารหนี้ปกติที่มีคุณลักษณะเหมือนกัน เพ่ือชดเชย
ความเส่ียงจากการที่ตราสารหน้ีจะถูกไถถอนกอนครบกําหนดไถถอน
• ตราสารหนท้ี ผี่ ลู งทนุ มสี ทิ ธไิ ถถ อนคนื กอ นครบกาํ หนดไถถ อน (puttable bond) คอื ตราสารหนี้
ท่ีใหสิทธิผูลงทุนขายคืนตราสารหน้ีน้ีใหแกผูออกตราสารหน้ีกอนท่ีตราสารหน้ีดังกลาวจะครบกําหนดไถถอน
ตามที่กําหนดไวโดยผูออกตราสารหน้ี ซึ่งผูลงทุนสามารถเลือกท่ีจะขายคืนหรือไมก็ได ทั้งน้ีผูลงทุนจะเลือก
ไถถอนเม่ืออัตราดอกเบ้ียในตลาดสูงกวาอัตราดอกเบี้ย (coupon) ของตราสารหนี้ประเภทน้ี เพราะผูลงทุน
สามารถนําเงินไปลงทุนในตราสารหน้ีประเภทใหมท่ีมีอัตราดอกเบ้ียสูงกวา จะเห็นไดวา สิทธิในการขายคืน
กอนนี้ทําใหผูออกตราสารหนี้เสียโอกาส เนื่องจากผูออกตราสารหนี้จะตองชําระคืนมูลคาท่ีตราไวจากการ
ขายคนื เมอ่ื อตั ราดอกเบย้ี ในตลาดมรี ะดบั สงู และอาจจาํ เปน ตอ งออกตราสารหนใ้ี หมเ พอ่ื ชดเชย ณ อตั ราดอกเบยี้
สูงตามอัตราดอกเบ้ียในตลาด ทําใหตราสารหนี้ประเภทน้ีไมเปนที่นิยมสําหรับผูออกตราสารหน้ี อยางไรก็ตาม
ตราสารหนี้ประเภทนี้สวนมากเสนออัตราการชําระดอกเบ้ียท่ีตํ่ากวาตราสารหน้ีปกติท่ีมีคุณลักษณะอื่น
เหมือนกัน เพื่อชดเชยความเส่ียงของผูออกในการที่ตราสารหนี้จะถูกไถถอนกอนครบกําหนดอายุ
ตราสารหนี้จากการแปลงสินทรัพยเปนหลักทรัพย (securitization)
ตราสารหน้ีจากการแปลงสินทรัพยเปนหลักทรัพย เปนตราสารหน้ีที่เกิดจากกระบวนการแปลง
สินทรัพยใหเปนหลักทรัพย (securitization) กระบวนการแปลงสินทรัพยเปนหลักทรัพยโดยท่ัวไปเร่ิมจาก
ผูออกตราสารหนี้มีสินทรัพยท่ีกอใหเกิดรายไดหรือลูกหนี้ ทําการโอนหรือขายสินทรัพยดังกลาวใหกับนิติบุคคล
ท่ีจัดตั้งข้ึนมาเปนการเฉพาะ ซ่ึงเรียกกันโดยท่ัวไปวานิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle: SPV)
โดยที่นิติบุคคลเฉพาะกิจจะทําหนาท่ีเปนผูออกตราสารหนี้ โดยท่ีมีการใชสินทรัพยซ่ึงไดรับโอนมารองรับ
(asset backed securities) เม่ือมีการจําหนายตราสารหนี้เสร็จส้ินแลว นิติบุคคลเฉพาะกิจจะนําเงินท่ีไดจาก
การจําหนายตราสารหนี้ไปชําระคืนใหกับบริษัทท่ีทําการขายหรือโอนสินทรัพยให
สวนใหญแลวสินทรัพยท่ีนํามาทําการแปลงสภาพเปนสินทรัพยท่ีกอใหเกิดรายไดประจํา เชน ลูกหน้ี
สินเชื่ออสังหาริมทรัพย ลูกหนี้สินเช่ือบัตรเครดิต และลูกหนี้สินเช่ือเชาซ้ือรถยนต ฯลฯ เงินท่ีชําระดอกเบี้ย
และมูลคาที่ตราไวท่ีผูถือตราสารหนี้ประเภทนี้จะไดรับมาจากรายไดของสินทรัพยที่ไดรับโอนมาอยูกับ
นิติบุคคลเฉพาะกิจซึ่งเปนผูออกตราสารหนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับตราสารหน้ีอ่ืน เงินที่ชําระดอกเบ้ียและมูลคา
ท่ีตราไวจะไดมาจากการดําเนินงานของกิจการผูออก ในการพิจารณาความเส่ียงของการลงทุนในตราสาร
ประเภทน้ีจําเปนท่ีตองวิเคราะหคุณภาพของสินทรัพยท่ีนํามารองรับดวย ความสําคัญเชิงเศรษฐกิจของ
ตราสารหน้ีประเภทนี้ คือ เปนการสรางโอกาสใหมีการนําสินทรัพยที่ไมมีสภาพคลองมาแปลงสภาพเปน
หลักทรัพยที่สามารถซื้อขายเปล่ียนมือได และทําใหบริษัทตางๆ โดยเฉพาะสถาบันการเงินท่ีมีสินทรัพย
ประเภทนี้มากสามารถลดภาระในการดํารงเงินกองทุนได อีกท้ังเปนการเพ่ิมเงินสดเพื่อนํามาใชในการ
ดําเนินธุรกิจตอไปอีกดวย
238 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
รูปท่ี 5-7 กระบวนการแปลงสินทรัพยเปนหลักทรัพย
C1 6&. 8 '5"&Ĝ )= / 9J
)= / 9J 11 / ę< =ę
6Ę & 1 A 9&J
=)ę <
= ę )Ę1&.8 A 1I; 8 8 < )A "64 8
/ę< =ę D /ę < =ę
Ä»¹»À³ÆÁÄ Â·µ»³¾ ÇÄÂÁÅ· ·º»µ¾·
1;J /<ę =ę
7'4A è 6Ę .8 '"5 &Ĝ A è
6 6' 6&/<ę ę=
5.2.9 ตราสารหน้ีประเภทอื่นๆ ที่ควรทราบ
ตราสารหน้ีชนิดชําระดอกเบ้ียโดยอางอิงกับตัวแปรอางอิง
ตราสารหนี้ชนิดชําระดอกเบ้ียโดยอางอิงกับตัวแปรอางอิง ตราสารหน้ีประเภทน้ีจะมีลักษณะคลายกับ
ตราสารหน้ีชนิดชําระดอกเบ้ียแบบลอยตัว แตตางกันท่ีอัตราดอกเบ้ียของตราสารหนี้ประเภทน้ีจะขึ้นอยูกับ
การเปลี่ยนแปลงของตัวแปรอางอิง (reference index) แทนที่จะเปนอัตราดอกเบ้ียอางอิง (reference rate)
ดังน้ัน มูลคาของตราสารหนี้ประเภทน้ีจะเปล่ียนแปลงตามตัวแปรอางอิง อยางไรก็ตาม ตัวแปรอางอิง
ของตราสารประเภทนจี้ ะตอ งเปน ไปตามประกาศของสาํ นกั งานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เชน ดชั นตี ลาดหลกั ทรพั ย
แหงประเทศไทย ราคาสินคาหรือดัชนีราคาสินคา ราคาทองคําหรือดัชนีราคาทองคํา และอัตราแลกเปลี่ยน
เงินตราตางประเทศ เปนตน
หุนกูสกุลเงินตางประเทศ (foreign currency bond)
หุนกูสกุลเงินตางประเทศ (foreign currency bond) คือ หุนกูที่ออกจําหนายเปนสกุลเงินที่ไมใช
สกุลเงินหลักของประเทศผูออก เชน บริษัทไทยออกจําหนายหุนกูเปนสกุลเงินดอลลารสหรัฐ หรือบริษัท
จากประเทศสหรัฐอเมริกาออกจําหนายหุนกูเปนสกุลเงินเยน เปนตน โดยมีท้ังประเภทท่ีออกจําหนาย
ในประเทศ เชน บริษัทไทยออกจําหนายหุนกูสกุลเงินตราตางประเทศในไทย และท่ีไปออกจําหนายใน
ตางประเทศ เชน บริษัทไทยออกจําหนายหุนกูสกุลเงินตราตางประเทศในตางประเทศ หุนกูสกุลเงิน
ตางประเทศจึงถูกเรียกชื่อแตกตางกันออกไป เชน
• หุนกูตางประเทศ (foreign bond) คือ หุนกูสกุลเงินตางประเทศท่ีออกจําหนายในตางประเทศ
โดยมีสกุลเงินท่ีออกจําหนายเปนสกุลเงินของประเทศที่ไปออกจําหนาย เชน หุนกูของบริษัทไทยท่ีไป
ออกจําหนายในประเทศสิงคโปรโดยออกจําหนายเปนสกุลเงินดอลลารสิงคโปร หรือ หุนกูของบริษัทจาก
ประเทศสหรัฐอเมริกาท่ีออกจําหนายในประเทศญี่ปุนโดยออกจําหนายเปนสกุลเงินเยน เปนตน หุนกู
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 239
ความรูพื้นฐานเก่ียวกับตราสารหนี้
ตางประเทศ (foreign bond) อาจมีช่ือเรียกเฉพาะในบางประเทศที่ไปออกจําหนาย เชน bulldog bond
ในสหราชอาณาจักร yankee bond ในประเทศสหรัฐอเมริกา samurai bond ในประเทศญ่ีปุน matador bond
ในประเทศสเปน kangaroo bond ในประเทศออสเตรเลีย หรือ kiwi bond ในประเทศนิวซีแลนด เปนตน
• บาทบอนด (baht bond) เปนหุนกูตางประเทศ (foreign bond) ท่ีออกโดยหนวยงานภาครัฐ
หรือเอกชนตางประเทศมาจําหนายในไทยเปนสกุลเงินบาท ตัวอยางเชน หุนกูสกุลเงินบาทของบริษัท อีดี
แอล-เจนเนอเรช่ัน มหาชน ครั้งท่ี 1/2557 ชุดท่ี 3 ครบกําหนดไถถอนป พ.ศ. 2567 (EDLGEN24DA)
ซึ่งบริษัทดังกลาวเปนหนวยงานภาครัฐของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ท่ีออกจําหนายหุนกู
สกุลเงินบาทในไทย
• หุนกูยูโร (eurobond) คือ หุนกูสกุลเงินตางประเทศที่ออกจําหนายในตางประเทศโดยมีสกุลเงิน
ท่ีออกจําหนายเปนคนละสกุลเงินกับสกุลเงินของประเทศที่ไปออกจําหนาย โดยมักเรียกตามดวยช่ือสกุลเงิน
ท่ีหุนกูนั้นออกจําหนาย เชน หุนกูยูโรดอลลารสหรัฐฯ คือ หุนกูในสกุลเงินดอลลารสหรัฐฯ ซ่ึงออกจําหนาย
นอกประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ หุนกูยูโรเยน คือ หุนกูในสกุลเงินเยน ซ่ึงออกจําหนายนอกประเทศญี่ปุน
เปนตน
• FX bond คือ หุนกูท่ีออกจําหนายในไทยในรูปสกุลเงินตางประเทศ ซ่ึงผูออกเปนไดทั้งผูออกจาก
ตางประเทศและผูออกในไทย ตัวอยางเชน หุนกูสกุลเงินดอลลารสหรัฐของกระทรวงการคลังแหงสาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยประชาชนลาว ครั้งที่ 2/2558 ชุดท่ี 1 ครบกําหนดไถถอนป พ.ศ. 2568 (MOFL25DA) หรือ
หุนกูสกุลเงินหยวนของบริษัท นํ้าตาลมิตรผล จํากัด ครั้งที่ 1/2558 ครบกําหนดไถถอนป พ.ศ. 2561
(MPSC186A) เปนตน
พันธบัตรชดเชยเงินเฟอ (Inflation-Linked Bond: ILB)
พันธบัตรชดเชยเงินเฟอ (Inflation-Linked Bond: ILB) เปนตราสารหนี้ภาครัฐท่ีผูกกระแสเงินสด
ที่จะจายในรูปตัวเงิน ทั้งดอกเบ้ียจาย (coupon) และมูลคาที่ตราไว (par value) เขากับอัตราเงินเฟอของ
ประเทศท่ีจะเกิดข้ึนจริงในแตละชวงเวลาในอนาคต โดยคํานวณอัตราเงินเฟอจากการเปลี่ยนแปลงของดัชนี
ราคาสินคาอางอิง เชน ดัชนีราคาผูบริโภค (Consumer Price Index : CPI) เปนตน ตัวอยางของพันธบัตร
ชดเชยเงินเฟอที่เสนอขายในไทย เชน พันธบัตรชดเชยเงินเฟอในปงบประมาณ พ.ศ. 2554 ท่ีออกโดย
กระทรวงการคลัง (ILB217A) ซ่ึงพันธบัตรดังกลาวมีการจายดอกเบ้ีย (coupon) ในอัตราคงท่ี(fixed rate)
เปนรอยละของมูลคาที่ตราไวเชนเดียวกับตราสารหนี้ระยะยาวปกติทั่วไป แตสิ่งที่แตกตาง คือ มูลคาที่ตราไว
ดังกลาวจะถูกปรับตามอัตราเงินเฟอในแตละงวดกอนจะนําไปคํานวณกับอัตราดอกเบี้ย (coupon rate)
เพื่อจายเปนดอกเบี้ยในงวดนั้นๆ นอกจากน้ี เมื่อพันธบัตรครบกําหนดไถถอน ผูลงทุนจะไดรับเงินตน
ตามมูลคาท่ีตราไวบวกกับสวนชดเชยเงินเฟอที่ถูกปรับตามอัตราเงินเฟอดวย พันธบัตรชดเชยเงินเฟอจึง
ชวยลดความเส่ียงดานอัตราเงินเฟอ (inflation risk) โดยชวยรักษาอํานาจซื้อของผูลงทุนไดอยางสมบูรณ
240 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ความรูพื้นฐานเก่ียวกับตราสารหน้ี
บทสรุป
ตราสารหนี้ (ตราสารแหงหนี้) คือ ตราสารทางการเงินประเภทหน่ึงที่แสดงความเปนหนี้ระหวาง
ผูออกตราสารหน้ีและผูลงทุนในตราสารหน้ี โดยผูออกตราสารมีฐานะเปนผูกูหรือลูกหนี้ ในขณะท่ีผูลงทุน
หรือผูซ้ือหรือผูถือมีฐานะเปนผูใหกูหรือเจาหนี้ และผูออกตราสารหน้ีนั้นๆ มีขอผูกพันทางกฎหมายท่ีจะตอง
ชําระผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยและชําระคืนมูลคาท่ีตราไว หรือผลประโยชนอ่ืนใด ใหกับผูลงทุนตาม
กําหนดเวลา
ตราสารหน้ีสามารถแบงไดหลายประเภทตามเกณฑตางๆ เชน กําหนดไถถอนของตราสารหน้ี องคกร
ผูออกตราสาร ประเภทอัตราดอกเบี้ย วิธีการชําระคืนมูลคาท่ีตราไว สิทธิเรียกรอง การคํ้าประกัน และ
สิทธิแฝงท่ีมากับตราสารหน้ี การแบงตราสารหน้ีเปนประเภทจะชวยใหผูลงทุนสามารถทําความเขาใจถึง
คุณลักษณะของตราสารหนี้แตละประเภท และตัดสินใจเลือกลงทุนในตราสารหน้ีไดอยางมีประสิทธิภาพ
เหมาะสมกับวัตถุประสงคของการลงทุน
242 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
Frank J. Fabozzi, Fixed Income Analysis, 2nd Edition, CFA Institute Investment Series, John Wiley
& Sons, Inc., New Jersey, 2007.
Frank J. Fabozzi and Steven V. Mann, Introduction to Fixed Income Analytics: Relative Value
Analysis, Risk Measures and Valuation, John Wiley & Sons, Inc., New Jersey, 2010.
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย, กาวสูการลงทุนในตราสารหน้ี, บริษัท ไฮ-ควอน มัลติมีเดีย จํากัด, กรุงเทพฯ,
2550.
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย, ความรูเก่ียวกับตราสารหนี้, สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย, กรุงเทพฯ, 2555.
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย, ภาษีอากรสําหรับการทําธุรกรรมตราสารหนี้, บริษัท ไฮ-ควอน มัลติมีเดีย
จํากัด, กรุงเทพฯ, 2550.
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย, ตลาดการเงินและการลงทุนใน
หลักทรัพย, ฝายศูนยการเรียนรู ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหง
ประเทศไทย, กรุงเทพฯ, 2555.
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย, ความรูเบื้องตนและการวิเคราะห
ตราสารหนี้ที่ไมมีสิทธิแฝง, ฝายส่ือความรูและสิ่งพิมพ ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย, กรุงเทพฯ,
2550.
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 243
ความรูเก่ียวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารทั่วไป
การประเมินมูลคาและผลตอบแทน
06 ของตราสารหนี้
การประเมนิ มลู คา ตราสารหนเ้ี ปน สง่ิ สาํ คญั ในกระบวนการตดั สนิ ใจลงทนุ ในตราสารหน้ี ซง่ึ การประเมนิ
มูลคาตราสารหน้ีเปนกระบวนการวิเคราะหหามูลคาท่ีเหมาะสม (intrinsic value) ของตราสารหน้ีเพ่ือนําไป
เปรียบเทียบกับราคาตลาดในขณะน้ันเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน ซ่ึงมูลคาของตราสารหน้ี คือ มูลคา
ปจจุบันของกระแสเงินสดท่ีผูถือตราสารหนี้จะไดรับตลอดอายุของตราสารหนี้ โดยใชอัตราผลตอบแทน
กระทั่งถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity) เปนอัตราคิดลด การประเมินมูลคาตราสารหนี้มีสองลักษณะ
คือ การประเมินมูลคาตราสารหน้ีท่ีมีการชําระดอกเบ้ียและการประเมินมูลคาตราสารหน้ีท่ีไมมีการชําระ
ดอกเบี้ย
ส่ิงสําคัญท่ีตองคํานึงถึงสําหรับการลงทุนในตราสารหน้ี คือ วิธีการคํานวณหาอัตราผลตอบแทน
จากการลงทุนในตราสารหน้ี เน่ืองจากวิธีการคํานวณอัตราผลตอบแทนมีอยูหลายลักษณะ ซ่ึงแตละวิธีจะ
ใหผลลัพธแตกตางกันไป ซึ่งผูลงทุนจําเปนตองเขาใจถึงวัตถุประสงคในการคํานวณอัตราผลตอบแทน
แตละวิธีและสามารถนําไปประยุกตใชไดอยางถูกตองเหมาะสม ส่ิงที่ผูลงทุนตองใหความสนใจคือ 1) ปจจัย
ท่ีสงผลกระทบตออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ 2) ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทน
กับราคาตราสารหนี้ 3) ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา (yield curve) โดยสามารถ
ใชเสน yield curve เปนมาตรฐาน (benchmark) สําหรับการกูยืมในตลาดการเงินและเปนขอมูลในการ
ตัดสินใจดําเนินนโยบายและกลยุทธการลงทุนได
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 245
การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหน้ี
6.1 การประเมินมูลคาของตราสารหน้ี
การประเมินมูลคาของหลักทรัพยเปนกระบวนการคนหาหรือวิเคราะหวามูลคาที่เหมาะสม (fair price
หรือ intrinsic value) ของหลักทรัพยนั้นควรมีมูลคาเทาใด เพ่ือที่จะไดประเมินวามูลคาท่ีซ้ือขายในตลาด
ขณะนั้นเปนมูลคาที่ถูก (undervalued) หรือแพง (overvalued) ในกรณีท่ีมูลคาที่ซื้อขายในตลาดสูงกวา
มูลคาที่เหมาะสม ผูลงทุนไมควรตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพยน้ัน แตในกรณีท่ีมูลคาหลักทรัพยในตลาดต่ํากวา
มูลคาที่เหมาะสม ผูลงทุนอาจจะตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพยนั้น เพราะถือวามูลคาในตลาดขณะน้ันเปน
มูลคาที่ถูกกวามูลคาตามทฤษฎี ดังน้ัน การคํานวณมูลคาหลักทรัพยจึงเปนข้ันตอนที่สําคัญในกระบวนการ
ตัดสินใจลงทุน ขั้นตอนการใชประโยชนจากการประเมินมูลคาเพื่อตัดสินใจลงทุน คือ
มูลคาท่ีเหมาะสม (fair price) > มูลคาตลาด (market price) ควรตัดสินใจซื้อ
มูลคาท่ีเหมาะสม (fair price) < มูลคาตลาด (market price) ควรตัดสินใจขาย
6.1.1 มูลคาของตราสารหน้ี
มูลคาของตราสารหน้ี คือ มูลคาของกระแสเงินสดที่ผูถือตราสารหน้ีจะไดรับตลอดอายุของตราสารหน้ี
โดยการปรับกระแสเงินสดท่ีจะเกิดในอนาคตเขามาสูมูลคาปจจุบัน (present value) หรืออาจกลาวไดวามูลคา
ของตราสารหนี้ คือ มูลคาของจํานวนเงินท้ังหมดที่คาดวาจะไดรับจากดอกเบี้ยในทุกๆ งวดและมูลคาท่ีตราไว
เมื่อครบกําหนดอายุไถถอน โดยคํานวณกลับมา ณ เวลาปจจุบันดวยผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน
(yield to maturity)
จากหลักการที่กลาวขางตนนั้น มีประเด็นท่ีจะตองพิจารณา คือ
• กระแสเงินสด (cash flow) ท่ีจะนํามาประเมินมูลคาตราสารหน้ีน้ันตองเปนกระแสเงินสดท่ีจะเกิด
ขึ้นในอนาคต (future cash flow) และตองเปนกระแสเงินสดที่เกี่ยวของที่ผูถือครองตราสารหน้ี
จะไดรับจากการถือครองตราสารหนี้น้ันๆ หรือท่ีเรียกวา relevant cash flow
• แยกแยะระหวาง “กระแสเงินสด” กับ “กําไร” เพราะกําไรน้ันอาจจะไมเปนเม็ดเงินก็ได หรือ
เม็ดเงินที่ไดรับก็อาจจะไมใชกําไรก็ได ในทางการเงินเวลาใหความสําคัญกับ “เงิน” หรือ ส่ิงท่ี
กลาวถึงทางการเงิน คือ “กระแสเงินสด” ไมไดพูดถึงเรื่องกําไร
• กระแสเงินสดที่นํามาใชในการประเมินมูลคาจะตองคํานึงถึงกระแสเงินสดในอนาคตท้ังหมด
จนกระท่ังครบกําหนดไถถอนของตราสารหน้ีน้ันๆ
การซ้ือขายตราสารหนี้โดยปกติน้ัน สวนมากเปนการเจรจาตอรองระหวางคูคา (dealing by dealers)
โดยเจรจาตอรองดวยอัตราผลตอบแทนที่ตองการ (yield) หรือ ผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน
(yield to maturity: YTM) ดังนั้น อัตราผลตอบแทนที่จะนํามาใชในการคํานวณมูลคาตราสารหน้ี จึงเปน
อัตราผลตอบแทนท่ีตองการ ซ่ึงเห็นชอบดวยกระบวนการเจรจาตอรองทั้งสองฝายแลว นับไดวาเปนอัตรา
246 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ผลตอบแทนท่ีคาดการณซึ่งทําใหเกิดการซ้ือขายเปลี่ยนมือตราสารหน้ีได หรือเปนอัตราผลตอบแทนที่
คาดการณตามภาวะตลาดนั่นเอง การคํานวณมูลคาตราสารหนี้โดยใชอัตราผลตอบแทนที่คาดการณท่ีได
จากการเจรจาตอรองนั้นมาเปนอัตราคิดลด (discount rate) ในกระบวนการคํานวณมูลคาตราสารหน้ี ผลลัพธ
ที่ไดจึงนับไดวาเปนมูลคาท่ีเหมาะสม
6.1.2 วิธีประเมินมูลคาของตราสารหน้ี
สิ่งที่ผูลงทุนตองรูกอนท่ีจะเลือกลงทุนในตราสารหนี้ คือ รายละเอียดที่สําคัญและราคายุติธรรม (fair
value) ของตราสารหนี้น้ันๆ ดังน้ัน ผูลงทุนจึงควรเขาใจวิธีประเมินมูลคาของตราสารหน้ีแตละประเภทกอน
ซึ่งมีรายละเอียดดังน้ี
การประเมินมูลคาตราสารหน้ีท่ีมีการชําระดอกเบ้ีย (coupon bond)
มูลคาของหุนกูท่ีมีการชําระดอกเบ้ียคํานวณไดจาก มูลคาของจํานวนเงินทั้งหมดท่ีไดรับจากดอกเบี้ย
ในทุกๆ งวดและมูลคาท่ีตราไว (par value) โดยคิดลดมาเปนมูลคา ณ เวลาปจจุบัน (present value) เดียวกัน
โดยสามารถสรุปเปนสูตรในการคํานวณไดดังน้ี
มูลคาตราสารหนี้ = (1 C1 + (1 C2 + (1 C3 + … + Cn + PAR 6.1
+ YTM) + YTM)2 + YTM)3 (1 + YTM)n
โดยที่
Ci = ดอกเบี้ยรับ (coupon interest payment) ณ งวดที่ i
n = จํานวนงวดทั้งหมดท่ีจะไดรับกระแสเงินสดจากดอกเบี้ย (coupon payment period)
YTM = ผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity)
PAR = มูลคาที่ตราไว หรือ ราคาพารของตราสารหนี้ (face value หรือ par value)
ตัวอยางท่ี 6-1 พันธบัตรธนาคารแหงประเทศไทยมีอายุคงเหลือ 1.50 ป มูลคาที่ตราไว คือ 1,000 บาท
โดยมีอัตราดอกเบ้ีย (coupon rate) เทากับ รอยละ 5.00 ตอป ชําระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ผูลงทุนประเมินวา
อัตราผลตอบแทนท่ีเหมาะสมควรเทากับรอยละ 4.00 ตอป ดังนั้น มูลคาของพันธบัตรน้ี คือ
มูลคาพันธบัตร = 25 + 25 + 1,025
(1 + 0.02) (1 + 0.02)2 (1 + 0.02)3
= 1,014.42 บาท
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 247
การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหน้ี
จากตัวอยางขางตนน้ี มีประเด็นที่อาจจะตองทําความเขาใจเพ่ิมเติมเล็กนอย คือ ดอกเบ้ียที่
ธนาคารแหงประเทศไทยไดชําระใหกับผูลงทุนนั้น คือ ปละ 2 คร้ัง หรือ ทุกๆ 6 เดือน ซ่ึงทําใหกระบวนการ
คํานวณหามูลคาปจจุบันของพันธบัตรมีการเปล่ียนแปลงไปบาง โดยจะเห็นไดวา พันธบัตรมีอายุคงเหลือ
1.50 ป คือ มีการจายกระแสเงินสดท้ังสิ้น 3 งวด และในแตละงวดนั้นก็จะไดดอกเบ้ียคร่ึงหน่ึงของรอยละ
5.00 คูณดวยราคาพาร หรือ 50 บาท หารสอง เปนจํานวน 25 บาทตองวด และอัตราคิดลด หรืออัตรา
ผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน (YTM) ที่นํามาใชในการคํานวณก็เปนคร่ึงหนึ่งดวยเชนเดียวกัน
และถาหากมีการจายดอกเบ้ียมากกวา 2 คร้ังตอป ก็ตองคํานวณในวิธีการเดียวกัน คือ กระแสเงินสด
แตละครั้งก็จะตองคิดเปนสัดสวนการชําระแตละครั้งเทาๆ กัน อัตราคิดลด หรืออัตราผลตอบแทนที่ตองการ
ก็ตองคํานวณเปนสัดสวนตามจํานวนงวดท่ีชําระในแตละปดวยเชนกัน
ตัวอยางท่ี 6-2 หุนกูบริษัท ABC มีอายุคงเหลือ 3 ป มูลคาที่ตราไว คือ 1,000 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ย
(courpon rate) รอยละ 8.00 ตอป ท้ังนี้ การชําระดอกเบ้ียคือทุก 6 เดือน นายวิชัยกําลังพิจารณาการลงทุน
ในตราสารหน้ี ABC น้ี โดยนายวิชัยไดทําการวิเคราะหความเสี่ยงและปจจัยอื่นๆ ประกอบแลว นายวิชัย
ตองการอัตราผลตอบแทนรอยละ 7.50 ตอป ดังนั้น นายวิชัยจึงสามารถคํานวณหามูลคาท่ีเหมาะสมของ
ตราสารหน้ี ABC ไดดังนี้
ราคาหุนกู ABC = (1 + 40 + (1 + 40 + (1 + 40 + (1 + 40 + (1 + 40 + (1 1,040
.0375) .0375)2 .0375)3 .0375)4 .0375)5 + .0375)6
= 1,013.21 บาท
การประเมินมูลคาตราสารหนี้ที่ไมมีการชําระดอกเบ้ีย (zero coupon bond)
โดยปกติแลว ผูลงทุนหรือผูคาตราสารหน้ี มักจะคุนเคยกับตราสารหนี้ท่ีกําหนดอัตราดอกเบ้ียไว
ไมวาจะเปนอัตราดอกเบี้ยคงท่ีหรืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวก็ตาม อยางไรก็ตาม อาจจะมีตราสารหน้ีท่ีกําหนด
อัตราดอกเบ้ียไวเปน 0 คือ ไมจายดอกเบี้ยตลอดอายุของตราสารหนี้น้ัน ซ่ึงมีคําถามวา แลวใครจะตองการ
ลงทุนตราสารหน้ีประเภทนี้ เพราะไมจายดอกเบี้ยเลย ซ่ึงคําตอบก็คือวา ตราสารหนี้ประเภทนี้ราคาซื้อขาย
ก็จะเปนราคาท่ีมีสวนลด (discount) จากมูลคาที่ตราไวเสมอ กลาวคือ ราคาซื้อขายจะตํ่ากวามูลคาท่ีตราไว
จึงจะทําใหผูลงทุนสามารถไดผลตอบแทนในรูปสวนตางระหวางมูลคาที่ตราไวของตราสารหนี้กับราคาท่ีซ้ือ
การประเมินมูลคาของตราสารหนี้ที่ไมชําระดอกเบี้ยนี้ เปนไปตามหลักการและแนวคิดเดียวกันกับ
ตราสารหน้ีอื่นท่ีมีการชําระดอกเบ้ีย กลาวคือ มูลคาปจจุบันของกระแสเงินสดท่ีผูลงทุนจะไดรับจากการ
ถือครองตราสารหนี้น้ัน อยางไรก็ตาม กระแสเงินสดที่เกิดจากการถือครองตราสารหนี้ประเภทนี้จะมีเพียง
จํานวนเดียวเทานั้นก็คือ มูลคาที่ตราไวของตราสารหน้ี ซ่ึงจะไดรับคืนเม่ือตราสารหน้ีครบกําหนดไถถอนหรือ
ณ ส้ินอายุนั่นเอง โดยสามารถสรุปเปนสูตรในการคํานวณไดดังน้ี
248 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
มูลคาตราสารหน้ี = PAR 6.2
(1 + YTM)n
โดยท่ี
n = จํานวนชวงเวลาที่จะไดรับกระแสเงินสดตามงวดการทบตน (coupon frequency)
YTM = อัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity)
PAR = มูลคาท่ีตราไวหรือราคาพารของตราสารหนี้ (face value หรือ par value)
ตัวอยางท่ี 6-3 หุนกู DEF มีอายุคงเหลือ 3 ป มีมูลคาท่ีตราไว 1,000 บาท โดยหุนกู DEF ไมมีการ
ชําระดอกเบี้ย อัตราผลตอบแทนที่ผูลงทุนตองการจากการลงทุนในหุนกู DEF คือ รอยละ 6.00 ตอป ท้ังน้ี
กําหนดใหผลตอบแทนทบตนทุกๆ 6 เดือน
มูลคาของหุนกู = 1,000
(1 + 0.03)6
= 837.48 บาท
ตัวอยางที่ 6-4 พันธบัตรธนาคารแหงประเทศไทยประเภทไมชําระดอกเบี้ย (CB 6 month) มีอายุ
คงเหลือ 6 เดือน มีมูลคาท่ีตราไว 1,000 บาท อัตราผลตอบแทนที่ประมูลไดคือ รอยละ 2.50 ตอป ดังน้ัน
มูลคาของพันธบัตรน้ีคือ
มูลคาพันธบัตร = 1,000
(1 + 0.0125)1
= 987.65 บาท
จะเห็นไดวา ราคาของตราสารหนี้ไมชําระดอกเบ้ียน้ี ราคาที่ทําการซ้ือขายจะเปนราคาที่ต่ํากวามูลคา
ตราไว หรือท่ีเรียกวามีสวนลด (discount)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 249
การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหน้ี
ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน อัตราดอกเบี้ย และราคา
ตราสารหนี้
ตราสารหน้ีที่อัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity) เทากับอัตราดอกเบี้ย
(coupon interest rate) มูลคาจะเทากับมูลคาท่ีตราไว เรียกวา par bond
ตราสารหน้ีท่ีอัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity) สูงกวาอัตราดอกเบี้ย
(coupon interest rate) มูลคาจะตํ่ากวามูลคาที่ตราไว เรียกวา discount bond
ตราสารหนี้ท่ีอัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity) ต่ํากวาอัตราดอกเบี้ย
(coupon interest rate) มูลคาจะสูงกวามูลคาที่ตราไว เรียกวา premium bond
การคํานวณหาราคาตราสารหน้ีกรณีวันท่ีคํานวณราคาไมตรงกับวันที่จายดอกเบี้ย
ในการซื้อขายตราสารหน้ีจริงน้ันเกิดขึ้นไดทุกวัน ซึ่งวันที่ซื้อขายตราสารหน้ีไมจําเปนจะตองเปน
วันท่ีตรงกับการจายดอกเบ้ีย และเมื่อเปนเชนน้ี ยอมจะทําใหจํานวนวันในงวดแรกท่ีจะไดรับเงินสดภายหลัง
จากการซ้ือขายตราสารหน้ีไมลงตัวตรงพอดี นอกจากน้ีสิทธิในดอกเบี้ยท่ีจะรับในอนาคตงวดแรกหลังจากที่
ผูซ้ือไดครอบครองตราสารหน้ีนั้นไมนาจะเปนสิทธิของผูซ้ือท้ังหมด เพราะกอนหนาที่ผูซ้ือปจจุบันจะถือครอง
น้ัน ผูที่ขายใหก็ไดถือครองตราสารหน้ีมาเปนระยะเวลาหน่ึงแลว ดังน้ัน ผูถือครองคนกอนหนา (ผูขาย)
ก็คงจะตองมีสิทธิบางสวนในดอกเบี้ยกอนนั้น และผูถือครองในปจจุบันก็จะมีสิทธิบางสวนดวยเชนกัน
ดังตัวอยางดานลาง
ตัวอยางที่ 6-5 สมมติวา ตราสารหน้ี ABC มีมูลคาท่ีตราไว 1,000 บาท อัตราดอกเบ้ียที่สัญญาวาจะ
จายใหเทากับ 12% ตอป จายดอกเบ้ียทุกวันท่ี 30 มิถุนายน และวันท่ี 30 ธันวาคม ของทุกป มีอายุคงเหลือ
3 ป วันนี้เปนวันท่ี 30 เมษายน นายวิจารณ ตัดสินใจซ้ือตราสารหน้ี ABC จากนายสามารถ โดยตกลงเร่ือง
YTM ในระดับ 7.5%
ä A%& ä %8 & ä ä %8 & ä ä %8& ä
60 60 60 60 60 åä¢ä
ถานับจากวันที่ 30 เมษายน ปน้ี ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน ปเดียวกัน เปนเวลา 2 เดือนเต็ม
หมายความวา ถานายวิจารณซื้อตราสารหนี้ ABC นี้ ในวันที่ 30 เมษายน และถือไปอีก 2 เดือน ก็จะไดรับ
ดอกเบี้ยจํานวน 60 บาทจากผูออกตราสารหน้ี ABC อยางไรก็ดี ในจํานวนเงิน 60 บาท ซ่ึงเปนคาดอกเบ้ียนั้น
นายสามารถไดถือตราสารหน้ี ABC นี้มา 4 เดือน (นับจากการจายดอกเบี้ยครั้งกอน) กอนที่จะขายใหกับ
นายวิจารณ ดังน้ัน นายสามารถควรจะมีสวนในดอกเบ้ีย 60 บาทนั้นดวย โดยคิดเปนสัดสวน 4/6 ในขณะที่
นายวิจารณ ควรจะมีสวนในดอกเบ้ียอีก 2/6 (คิดสัดสวนตามระยะเวลาในการถือตราสารหน้ีนั้น)
250 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ดังนั้น อาจจะสรุปถึงสิทธิในดอกเบี้ยของผูขาย (นายสามารถ) และผูซ้ือ (นายวิจารณ) ดังน้ี
• นายสามารถ มีสิทธิในดอกเบี้ย 4/6 คิดเปนเงิน 40 บาท
• นายวิจารณ มีสิทธิในดอกเบ้ีย 2/6 คิดเปนเงิน 20 บาท
เม่ือเวลาที่คิดราคาตราสารหน้ี ABC ในวันที่ 30 เมษายน น้ัน ถาคิดกระแสเงินสดจากดอกเบี้ยท่ีจะ
จายใหนายวิจารณกอนแรก 60 บาท ในวันที่ 30 มิถุนายน ท่ีจะมาถึงนั้น รวมกับกระแสเงินสดในงวดท่ีเหลือ
(ซ่ึงเปนสิทธิของนายวิจารณท้ังหมด) อยางน้ี ราคาท่ีไดจะเรียกวาเปน gross price หรือ dirty price
แตถาในวันที่ 30 เมษายน น้ัน คิดกระแสเงินสดจากดอกเบ้ียที่จะจายใหนายวิจารณกอนแรกเพียง
20 บาท ในวันที่ 30 มิถุนายน ท่ีจะมาถึงนั้น (ซึ่งเปนสิทธิของนายวิจารณลวนๆ รวมกับกระแสเงินสด
ในงวดท่ีเหลือ ซึ่งเปนสิทธิของนายวิจารณทั้งหมด) อยางนี้ ราคาที่ไดจะเรียกวาเปน clean price ผลตาง
ระหวาง gross price และ clean price เรียกวา ดอกเบี้ยคางรับ (accrued interest)
จากตัวอยางท่ี 6-5 ดังกลาว สามารถแสดงการคํานวณ ไดดังตอไปน้ี
Gross Price = 60 + 60 + 60 + 60 + 60 + 1,060
(1 + .0375)1/3 (1 + .0375)4/3 (1 + .0375)7/3 (1 + .0375)10/3 (1 + .0375)13/3 (1 + .0375)16/3
= 59.2682 + 57.1260 + 55.0612 + 53.0710 + 51.1528 + 871.0357
= 1,146.7150 บาท
Clean Price = 20 + 60 + 60 + 60 + 60 + 1,060
(1 + .0375)1/3 (1 + .0375)4/3 (1 + .0375)7/3 (1 + .0375)10/3 (1 + .0375)13/3 (1 + .0375)16/3
= 19.7561 + 57.1260 + 55.0612 + 53.0710 + 51.1528 + 871.0357
= 1,107.2028 บาท
ดอกเบี้ยคางรับ = 1,146.7150 – 1,107.2028
= 39.5122 บาท
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 251
การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหน้ี
6.1.3 ขอสมมติฐานในการลงทุนตอ (reinvestment rate)
ขอสมมติฐานที่อยูในอัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน คือ ดอกเบ้ีย (coupon payment)
ท่ีไดรับกอนครบกําหนดไถถอนตองถูกลงทุนตอ ณ อัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน ซ่ึงสามารถ
พิสูจนขอสมมติฐานนี้ไดดังตัวอยางตอไปนี้
ตัวอยางท่ี 6-6 หุนกู GHI มีอายุคงเหลือ 3 ป อัตราดอกเบ้ียรอยละ 8.00 ตอป มีมูลคาท่ีตราไว
1,000 บาท หุนกู GHI ชําระดอกเบี้ยปละคร้ัง อัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอนของหุนกู GHI คือ
รอยละ 9.00 ตอป ราคาของหุนกู GHI เทากับ 974.69 บาท สามารถแสดงการพิสูจนขอสมมติฐานในการ
ลงทุนตอ ไดดังนี้
มูลคา ณ ปลายปที่ 3 = 80 (1 + 0.09)2 + 80 (1 + 0.09)1 + 1,080
= 1,262.25 บาท
เม่ือไดมูลคา ณ ปลายปท่ี 3 ซึ่งรวมผลตอบแทนจากการลงทุนตอ นํามาเปรียบเทียบกับราคา
ณ ปจจุบัน อัตราผลตอบแทนท่ีคํานวณไดจะเทากับผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน
974.69 = 1,262.25
(1 + r)3
r = รอยละ 9.00 ตอป
โดยที่
r = อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน
ในกรณีท่ีผูลงทุนไมนําดอกเบี้ย (coupon) ที่ไดรับในปท่ี 1 และปที่ 2 ไปลงทุนซ้ํา ณ อัตรา
ผลตอบแทนรอยละ 9.00 ตอป จะพบวา ผูลงทุนจะไมไดรับอัตราผลตอบแทนเทากับ รอยละ 9.00 ตอป
เชน ผูลงทุนไมลงทุนซํ้า ณ ปลายปที่ 3 ผูลงทุนจะไดรับเงิน 1,240 บาท อัตราผลตอบแทนที่จะไดรับจะ
เทากับ รอยละ 8.36 ตอป ดังการคํานวณตอไปนี้
974.69 = 1,240.00
(1 + r)3
r = รอยละ 8.36 ตอป
โดยท่ี
r = อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน
252 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
6.2 ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหน้ี
6.2.1 การคํานวณอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหน้ี (yield)
สิ่งสําคัญที่ตองคํานึงถึงในการลงทุนตราสารหนี้ คือ วิธีการคํานวณอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้
เน่ืองจากวิธีการคํานวณอัตราผลตอบแทนมีอยูหลายลักษณะ ซึ่งแตละวิธีจะใหผลลัพธแตกตางกันไป
ซึ่งผูลงทุนตองเขาใจถึงวัตถุประสงคในการคํานวณอัตราผลตอบแทนแตละวิธีและนําไปประยุกตใชใหเกิด
ความเหมาะสม
อัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity)
การคํานวณอัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity) คือ การคํานวณหา
อัตราผลตอบแทนจากการถือครองตราสารหน้ี ซึ่งรวมผลตอบแทนจากท้ังดอกเบ้ียท่ีไดรับในแตละงวดจน
ครบกําหนดไถถอน และการเปล่ียนแปลงของราคาตราสารหนี้จากราคา ณ วันที่ซ้ือกับมูลคาที่ตราไวของ
ตราสารหนี้ท่ีไดรับคืนเม่ือครบกําหนดไถถอน
หลักการคํานวณอัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงครบกําหนดไถถอน (yield to maturity) นั้น ใชหลักการ
เดียวกับการคํานวณอัตราผลตอบแทนภายในโครงการ (internal rate of return) โดยตองการทราบอัตราคิดลด
หรืออัตราผลตอบแทน (r) ท่ีทําใหผลรวมมูลคาของดอกเบ้ียงวดตางๆ และมูลคาที่ตราไวของตราสารหน้ี
ณ วันครบกําหนดไถถอนเทากับมูลคาปจจุบันของตราสารหน้ีนั้น จะสังเกตไดวาอัตราผลตอบแทน ไมสามารถ
คํานวณไดโดยตรงแตจะสามารถคํานวณไดโดยใชวิธีลองผิดลองถูก
มูลคาของตราสารหน้ี = (1 C1 + (1 + C2 + (1 + C3 + … + (1 Cn + (1 PAR 6.3
+ YTM) YTM)2 YTM)3 + YTM)n + YTM)n
โดยที่
Ci = ดอกเบี้ยรับ (coupon interest payment) ณ งวดท่ี i
n = จํานวนงวดทั้งหมดท่ีจะไดรับกระแสเงินสดจากดอกเบ้ีย (coupon payment period)
YTM = อัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity)
PAR = มูลคาท่ีตราไว หรือ ราคาพารของตราสารหนี้ (face value หรือ par value)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 253
การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหน้ี
ตัวอยางที่ 6-7 หุนกู JKL มีอายุคงเหลือ 2 ป อัตราดอกเบี้ยรอยละ 6.00 ตอป มีมูลคาท่ีตราไว
1,000 บาท หุนกู JKL ชําระดอกเบ้ียปละสองคร้ัง ราคาของหุนกู JKL เทากับ 900.00 บาท อัตราผลตอบแทน
กระทั่งถึงกําหนดไถถอนของหุนกู JKL เทากับรอยละเทาไร
900 = (1 30 + (1 30 + (1 30 + (1 1030
+ YTM) + YTM)2 + YTM)3 + YTM)4
= 5.88 ตองวด
YTM = 11.76 ตอป
โดยที่
YTM = อัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity)
ตัวอยางที่ 6-8 พันธบัตรรัฐบาลเพ่ือการปรับโครงสรางหน้ี (พ.ร.ก.ชวยเหลือกองทุนเพื่อการฟนฟูฯ
ระยะที่สอง) ในปงบประมาณ พ.ศ. 2555 คร้ังที่ 2 (LB176A) ราคาหนาต๋ัวเทากับ 1,000 บาท จายดอกเบี้ย
ปละ 2 คร้ัง ในอัตรา 3.25% ตอป ครบกําหนดวันท่ี 16 มิ.ย 2560 ราคาเสนอซื้อขายในตลาด โดย
วันสงมอบพันธบัตรคือ 16 มิ.ย. 2557 เทากับ 1,005.65 บาท พันธบัตรนี้จะมีอัตราผลตอบแทนกระท่ังถึง
กําหนดไถถอน (YTM) โดยวิธีลองผิดลองถูกด้ังนี้
ตารางท่ี 6-1 ราคาพันธบัตรรัฐบาล LB176A ณ ระดับอัตราผลตอบแทนตางๆ
yield ราคา* (บาท)
3.25% 999.96
3.20% 1,001.38
3.15% 1,002.80
3.10% 1,004.22
3.05% 1,005.65
3.00% 1,007.08
* ขอมูลหุนกูและวิธีการคํานวณราคาตราสารหน้ีจากสมาคมตราสารหน้ีไทย
** ราคาคิด ณ วันสงมอบ (settlement date) วันที่ 16 มิ.ย. 2556
เมื่อพิจารณา ราคาเสนอซ้ือขายในตลาด พบวาสูงกวามูลคาท่ีตราไว คือ premium bond แสดงวา
อัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน (YTM) จะตองต่ํากวาอัตราดอกเบี้ย (coupon interest rate)
ซ่ึงเทากับรอยละ 3.25 ตอป กรณีลองผิดลองถูกแทนคา ควรทดลองอัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนด
254 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ไถถอน (YTM) ที่ตํ่ากวารอยละ 3.25 ตอป และจะพบวาอัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอนจะเทากับ
รอยละ 3.05 ตอป ซ่ึงไดราคาเทากับราคาเสนอซ้ือขายในตลาดพอดี
อัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ย (current yield)
การคํานวณอัตราผลตอบแทนจากดอกเบ้ีย (current yield) คือ การคํานวณผลตอบแทนจากดอกเบี้ย
กําหนดใหใชดอกเบ้ียที่ไดรับท้ังปเทียบกับราคาตราสารหนี้ ณ ปจจุบัน ดังนี้
อัตราผลตอบแทนจากดอกเบ้ีย = จํานวนเงินดอกเบี้ยท่ีไดรับทั้งป 6.4
ราคาปจจุบันของตราสารหน้ี
คุณสมบัติของอัตราผลตอบแทนจากดอกเบ้ีย (current yield) แบงเปนกรณีตางๆ ดังน้ี
• อัตราผลตอบแทนจากดอกเบ้ีย (current yield) เทากับอัตราดอกเบ้ีย (coupon interest rate)
สําหรับ par bond
• อัตราผลตอบแทนจากดอกเบ้ีย (current yield) มากกวาอัตราดอกเบี้ย (coupon interest rate)
สําหรับ discount bond
• อัตราผลตอบแทนจากดอกเบ้ีย (current yield) ต่ํากวาอัตราดอกเบ้ีย (coupon interest rate)
สําหรับ premium bond
อยางไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนจากดอกเบ้ียเปรียบไดกับอัตราผลตอบแทนจากดอกเบ้ียของ
ตราสารหนี้ประจําปนั้นๆ ซ่ึงไมไดคํานึงถึงกระแสเงินสดในอนาคต มูลคาท่ีตราไว หรืออัตราผลตอบแทนที่
ผูถือตราสารหนี้จะไดรับจากแหลงอื่นๆ เชน อัตราผลตอบแทนท่ีจะไดรับจากการนําดอกเบี้ยท่ีไดรับไป
ลงทุนซ้ํา (reinvestment) โดยสวนตางระหวางอัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอนและอัตรา
ผลตอบแทนจากดอกเบี้ย เรียกวา อัตราผลตอบแทนจากกําไรหรือขาดทุนจากการขาย (capital gain yield)
ตัวอยางท่ี 6-9 ราคาของหุนกู MNO ซื้อขาย ณ ปจจุบัน ที่ราคา 900.00 บาท โดยหุนกู MNO มีมูลคา
ท่ีตราไวเทากับ 1,000.00 บาท และชําระดอกเบี้ยรอยละ 10.00 ตอป ชําระดอกเบ้ียทุกไตรมาส คํานวณ
หาอัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยไดดังน้ี
อัตราผลตอบแทนจากดอกเบ้ีย = 100
900
= รอยละ 11.11 ตอป
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 255
การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหนี้
ตัวอยางท่ี 6-10 หุนกูอายุคงเหลือ 5 ป มีมูลคาที่ตราไว 1,000.00 บาท ชําระดอกเบี้ยรอยละ 5.00 ตอป
ราคา ณ ปจจุบันอยูที่ 1,050.25 บาท
อัตราผลตอบแทนจากดอกเบ้ีย = 50
1,050.25
= รอยละ 4.76 ตอป
อัตราผลตอบแทนในชวงเวลาที่ถือครองตราสารหน้ี (holding period yield)
อัตราผลตอบแทนในชวงเวลาที่ถือครองตราสารหนี้ คือ การคํานวณอัตราผลตอบแทนท่ีคํานวณ
จากผลตอบแทนในแตละองคประกอบท่ีผูลงทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ไดรับทั้งหมด (total return yield)
ไดจากผลรวมของผลตอบแทนซ่ึงผูลงทุนจะไดรับ ซ่ึงประกอบดวย ดอกเบ้ีย (coupon interest payment)
กําไรจากสวนตางของราคา (capital gain) และผลตอบแทนจากการนําดอกเบี้ยไปลงทุนตอ (reinvestment)
ตัวอยางที่ 6-11 หุนกู PQR อายุ 10 ป ราคาของหุนกู PQR ซื้อขาย ณ ปจจุบัน ที่ราคา 950.00 บาท
ชําระดอกเบี้ยรอยละ 12.00 ตอป หนึ่งปถัดไปหุนกู PQR ราคาเทากับ 1,010.00 บาท ผลตอบแทนในชวง
เวลาที่ถือครองตราสารหน้ี PQR สําหรับหนึ่งปคํานวณไดดังน้ี
950 = 120 + 1,010
(1 + r) (1 + r)
r = รอยละ 18.95 ตอป
โดยที่
r = อัตราผลตอบแทนในชวงเวลาที่ถือครองตราสารหนี้ (holding period yield)
ตัวอยางที่ 6-12 จากตัวอยางท่ีผานมา ในกรณีที่ผูลงทุนลงทุนในหุนกู PQR เปนเวลา 3 ป ซ้ือขาย
ณ ปจจุบันท่ีราคา 950 บาท และราคาขายหุนกู PQR ในอีก 3 ป เทากับ 980.00 บาท ผลตอบแทนใน
ชวงเวลาที่ถือครองตราสารหนี้ PQR สําหรับหน่ึงปคํานวณไดดังน้ี
950 = 120 + 120 + 120 + 980
(1 + r) (1 + r)2 (1 + r)3 (1 + r)3
YTM = รอยละ 13.55 ตอป
โดยที่
r = อัตราผลตอบแทนในชวงเวลาที่ถือครองตราสารหนี้ (holding period yield)
256 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
สังเกตวา การคํานวณอัตราผลตอบแทนในชวงเวลาท่ีถือครองตราสารหนี้คลายกับการคํานวณ
อัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน โดยเปล่ียนชวงระยะเวลาใหเหลือเทาท่ีถือครอง และตองทราบ
ราคาขาย ณ ส้ินสุดระยะถือครอง
อัตราผลตอบแทนถูกไถถอนกอนกําหนดโดยบริษัทผูออกหุนกู (yield to call)
อัตราผลตอบแทนถูกไถถอนกอนกําหนดโดยบริษัทผูออกหุนกู (yield to call) คือ อัตราผลตอบแทน
ที่ไดรับจากการลงทุนในหุนกูประเภท callable bond กระท่ังถึงวันท่ีผูออกหุนกูไถถอนกอนครบกําหนดไถถอน
การคํานวณคลายกับการคํานวณอัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity) โดยการ
คํานวณ yield to call ใชมูลคาเรียกคืนกอนกําหนด หรือ call price แทนมูลคาที่ตราไวของหุนกู ซ่ึงคํานวณ
จนถึงวันท่ีผูออกหุนกูเรียกไถถอน callable bond นี้คืนโดย yield-to-call สามารถคํานวณไดดังน้ี
P = (1 C1 + (1 C2 + (1 C3 + … + Cn + Call Price 6.5
+ YTC) + YTC)2 + YTC)3 (1 + YTC)t (1 + YTC)t
โดยที่
Ci = ดอกเบี้ยรับ (coupon interest payment) ณ งวดท่ี i
t = จํานวนงวดท้ังหมดที่จะไดรับกระแสเงินสดจากดอกเบี้ย (coupon payment period)
กระทั่งถูกไถถอนคืนกอนกําหนด
YTC = อัตราผลตอบแทนถูกไถถอนกอนกําหนดโดยบริษัทผูออกหุนกู (yield to call)
Call Price = มูลคาเรียกคืนกอนกําหนด
ตัวอยางท่ี 6-13 หุนกู STU มีอัตราดอกเบี้ยรอยละ 6.00 อายุคงเหลือ 7 ป จายดอกเบี้ยปละคร้ัง
ราคาซื้อขายอยูท่ี 1,050.00 บาท มูลคาท่ีตราไวของตราสารหนี้ (face value) เทากับ 1,000.00 บาท ผูออก
หุนกูสามารถไถถอนกอนกําหนดไดท่ีราคา (call price) 1,100.00 บาท กําหนดให ผูออกหุนกูตัดสินใจไถถอน
คืนกอนครบกําหนดเมื่อเวลาผานไป 4 ป อัตราผลตอบแทนที่ถูกไถถอนกอนกําหนดโดยบริษัทผูออกหุนกู
(yield to call) สามารถคํานวณไดตามนี้
1,050 = (1 60 + (1 60 + (1 60 + (1 60 + 1,100
+ YTC) + YTC)2 + YTC)3 + YTC)4 (1 + YTC)4
YTC = รอยละ 6.79 ตอป
โดยท่ี
YTC = อัตราผลตอบแทนถูกไถถอนกอนกําหนดโดยบริษัทผูออกหุนกู (yield to call)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 257
การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหนี้
อัตราผลตอบแทนถูกไถถอนกอนกําหนดโดยผูลงทุนในหุนกู (yield to put)
อัตราผลตอบแทนถูกไถถอนกอนกําหนดโดยผูลงทุนในหุนกู (yield to put) คือ อัตราผลตอบแทน
ท่ีไดรับจากการลงทุนในหุนกูประเภท puttable bond กระทั่งถึงวันที่ผูลงทุนไถถอนกอนครบกําหนดไถถอน
กับผูออกหุนกู การคํานวณคลายกับการคํานวณอัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity)
โดยการคํานวณ yield to put ใชมูลคาเรียกคืนกอนกําหนด หรือ put price แทนมูลคาท่ีตราไวของหุนกู
ซึ่งคํานวณจนถึงวันที่ผูลงทุนเรียกไถถอน puttable bond น้ีคืน โดย yield to put สามารถคํานวณไดดังนี้
P = (1 C1 + (1 C2 + (1 C3 + … + Cn + Put price 6.6
+ YTP) + YTP)2 + YTP)3 (1 + YTP)t (1 + YTP)t
โดยที่
Ci = ดอกเบี้ยรับ (coupon interest payment) ณ งวดท่ี i
t = จํานวนงวดท้ังหมดท่ีจะไดรับกระแสเงินสดจากดอกเบ้ีย (coupon payment period)
กระทั่งถูกไถถอนคืนกอนกําหนด
YTP = อัตราผลตอบแทนถูกไถถอนกอนกําหนดโดยผูลงทุนในหุนกู (yield to put)
Put Price = มูลคาเรียกคืนกอนกําหนด
ตัวอยางท่ี 6-14 จากตัวอยางท่ีผานมา ในกรณีที่ผูลงทุนสามารถไถถอนหุนกู STU กอนกําหนดไดท่ี
ราคา (put price) 1,000.00 บาท หากกําหนดใหผูลงทุนในหุนกูนี้ตัดสินใจไถถอนคืนกอนครบกําหนดเมื่อ
เวลาผานไป 4 ป ดังนั้น อัตราผลตอบแทนถูกไถถอนกอนกําหนดโดยผูลงทุนในหุนกู (yield to put) สามารถ
คํานวณไดตามนี้
1,050 = 60 + 60 + 60 + 60 + 1,000
(1 + YTP) (1 + YTP)2 (1 + YTP)3 (1 + YTP)4 (1 + YTP)4
YTP = รอยละ 4.60 ตอป
โดยที่
YTP = อัตราผลตอบแทนถูกไถถอนกอนกําหนดโดยผูลงทุนในหุนกู (yield to put)
258 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
6.2.2 ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนกับราคาตราสารหนี้
เม่ืออัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน (yield to maturity) เปล่ียนแปลงไป จะมีผลตรงขาม
กับราคาหุนกูท่ีไมมีสิทธิแฝง กลาวคือ เมื่ออัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอนสูงขึ้น (ต่ําลง) ราคา
หุนกูที่ไมมีสิทธิแฝงจะต่ําลง (สูงขึ้น) ซึ่งสามารถเห็นไดจากสถานการณดังตอไปนี้ โดยสมมติใหผูลงทุนมี
การลงทุนในหุนกูท่ีไมมีสิทธิแฝงซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย (coupon rate) เทากับอัตราดอกเบ้ียในตลาด ตอมาเมื่อ
อัตราดอกเบ้ียในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น หุนกูที่ไมมีสิทธิแฝงรุนใหมที่จะออกขายตอจากน้ีตองใหผลตอบแทน
(yield) เพ่ิมข้ึน ทําใหหุนกูที่ไมมีสิทธิแฝงเดิมที่ผูลงทุนถืออยูมีความนาสนใจนอยลงเน่ืองจากมีอัตราดอกเบ้ีย
ท่ีตํ่ากวาผลตอบแทนของหุนกูที่ไมมีสิทธิแฝงรุนใหม ดังน้ัน หากผูลงทุนตองการขายหุนกูที่ไมมีสิทธิแฝงเดิม
ทถ่ี อื ไว กต็ อ งลดราคาขายใหต า่ํ ลง เพอื่ ชดเชยผลตอบแทนใหก บั ผซู อ้ื ใหเ ทยี บเคยี งไดก บั อตั ราดอกเบย้ี ในตลาด
ที่ปรับตัวเพิ่มข้ึน และสําหรับกรณีที่อัตราดอกเบ้ียในตลาดปรับตัวลดลง ผลท่ีไดก็จะเปนไปในทางตรงกันขาม
ตัวอยางท่ี 6-15 หุนกู JKL มีอายุคงเหลือ 2 ป อัตราดอกเบี้ยรอยละ 6.00 ตอป มีมูลคาที่ตราไว
1,000 บาท หุนกู JKL ชําระดอกเบ้ียปละสองครั้ง ราคาของหุนกู JKL เมื่อคํานวณ ณ อัตราผลตอบแทน
กระทั่งถึงกําหนดไถถอน ณ ระดับตางๆ ไดดังตารางท่ี 6-2
ตารางที่ 6-2 ราคาหุนกู JKL ณ ระดับอัตราผลตอบแทนตางๆ
YTM 4.00% 5.00% 6.00% 7.00% 8.00%
981.63 963.70
ราคา 1,038.08 1,018.81 1,000.00
รูปท่ี 6-1 ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอนและราคา (price-yield relationship)
สําหรับหุนกูท่ีไมมีสิทธิแฝง
'6 6
ÂÄ»µ·
15 '6 ) 1 B Ë»·¾¶
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 259
การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหน้ี
สําหรับในกรณีหุนกูท่ีบริษัทผูออกหุนกูสามารถไถถอนคืนกอนกําหนดได (callable bond) เนื่องจาก
บริษัทผูออกหุนกูจะไถถอนคืนกอนกําหนดเม่ืออัตราดอกเบ้ียในตลาดการเงินลดลง สงผลใหอัตราผลตอบแทน
ของหุนกูลดลง เพราะบริษัทสามารถออกหุนกูทดแทนได ณ อัตราดอกเบ้ีย (coupon interest rate) ที่ต่ํา
กวา ทําใหบริษัทมีภาระจายดอกเบี้ย (coupon interest payment) ลดลง เม่ือหุนกูถูกไถถอนคืนกอนกําหนด
โดยบริษัทผูออกหุนกู ผูลงทุนจะไดรับราคาไถถอนคืน หรือ call price ซ่ึงกําหนดไวแนนอน เมื่อเปรียบเทียบ
กับหุนกูที่ไมมีสิทธิแฝง จึงไมทําใหราคาสูงข้ึนเม่ือผลตอบแทนลดลงถึงระดับที่บริษัทไถถอนหุนกูคืนกอน
กําหนด ดังแสดงในภาพท่ี 6-2
สําหรับในกรณีหุนกูท่ีผูลงทุนสามารถไถถอนคืนกอนกําหนดได เน่ืองจากผูลงทุนจะไถถอนคืน
กอนกําหนดเม่ืออัตราดอกเบ้ียในตลาดการเงินสูงข้ึน สงผลใหผลตอบแทนของหุนกูสูงข้ึน เพราะเมื่อผูลงทุน
เลือกลงทุนในหุนกูใหมท่ีออกจําหนาย ณ ระดับผลตอบแทนปจจุบัน ผูลงทุนจะไดหุนกูท่ีอัตราดอกเบี้ย
(coupon interest rate) ท่ีสูงกวา ทําใหผูลงทุนไดรับดอกเบี้ย (coupon interest payment) สูงขึ้น เมื่อ
หุนกูถูกไถถอนคืนกอนกําหนดโดยผูลงทุน ผูลงทุนจะไดรับราคาไถถอนคืน หรือ put price ซ่ึงกําหนดไว
แนนอน เม่ือเปรียบเทียบกับหุนกูไมมีสิทธิแฝงจึงไมทําใหราคาตํ่าลงเมื่อผลตอบแทนสูงข้ึนถึงระดับที่ผูลงทุน
ในหุนกูไถถอนหุนกูคืนกอนกําหนด ดังแสดงในภาพที่ 6-3
รูปท่ี 6-2 ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอนและราคา (price-yield relationship)
สําหรับหุนกูไถถอนคืนกอนกําหนดไดโดยผูออกหุนกู (callable bond)
'6 6
call price
15 '6 ) 1 B
260 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
รูปท่ี 6-3 ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอนและราคา (price-yield relationship)
สําหรับหุนกูไถถอนคืนกอนกําหนดไดโดยผูลงทุนในหุนกู (puttable bond)
'6 6
put price
15 '6 ) 1 B
6.2.3 ปจจัยที่สงผลกระทบตออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้
จากที่กลาวมาแลววา หุนกูที่ไมมีสิทธิแฝง ราคาหุนกูและอัตราผลตอบแทนมีความสัมพันธลักษณะ
แปรผกผันกัน หมายความวา เมื่ออัตราผลตอบแทนลดลง ราคาหุนกูจะสูงขึ้น และในทางกลับกัน เม่ือ
อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น ราคาหุนกูก็จะลดลง ราคาหุนกูจึงเคล่ือนไหวข้ึนหรือลงไดตามการเปลี่ยนแปลงของ
อัตราผลตอบแทน โดยอัตราผลตอบแทนจะเปล่ียนแปลงไปตามปจจัยแวดลอมตางๆ ปจจัยที่สําคัญเหลานี้
ประกอบดวย
ความสามารถในการจายชําระคืน
เม่ือผูออกหุนกูมีความสามารถในการจายชําระคืนหน้ีลดลงหรือมีความเส่ียงดานเครดิต (credit risk)
เพ่ิมสูงข้ึน อัตราผลตอบแทนของหุนกูดังกลาวจะเพ่ิมขึ้น ทั้งนี้ เพ่ือชดเชยกับความเส่ียงดานเครดิตท่ีเพิ่ม
สูงขึ้น โดยความเสี่ยงดานเครดิตในกรณีที่บริษัทอาจไมสามารถชําระดอกเบี้ยและ/หรือมูลคาท่ีตราไวได
เต็มจํานวนและ/หรือตามกําหนดเวลา รวมถึงการไมสามารถปฏิบัติตามเง่ือนไขอ่ืนๆ ของการออกหุนกูได
จะถูกประเมินจากการจัดอันดับความนาเช่ือถือที่จัดทําโดยสถาบันจัดอันดับความนาเชื่อ ซึ่งการจัดอันดับ
ความนาเช่ือถือดังกลาวสามารถแบงไดเปน 2 ประเภท คือ
1. การจัดอันดับความนาเชื่อถือขององคกร (issuer rating) คือ การประเมินความสามารถทางธุรกิจ
และการเงิน รวมทั้งความสามารถในการชําระหน้ีทั่วๆ ไปของบริษัทผูออกหุนกูน้ันๆ
2. การจัดอันดับความนาเชื่อถือของตราสารหนี้ (issue rating) คือ การประเมินความสามารถ
ในการชําระดอกเบ้ียและมูลคาท่ีตราไว ภายใตเง่ือนไขและระยะเวลาท่ีกําหนดไวของตราสารหน้ีนั้นๆ
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 261
การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหนี้
สาํ หรบั ผลู งทนุ ทล่ี งทนุ ในหนุ กใู นตลาดการเงนิ ตา งประเทศนน้ั ควรจะพจิ ารณาถงึ อนั ดบั ความนา เชอ่ื ถอื
ของประเทศ (country rating) เปนอันดับแรก เน่ืองจากเมื่ออันดับความนาเช่ือถือของประเทศลดลง จะสงผล
ใหอันดับความนาเชื่อถือของหุนกูในประเทศน้ันปรับลดลงดวยเชนกัน
ดอกเบ้ียนโยบาย
ดอกเบ้ียนโยบาย หรือ policy rate คือ อัตราดอกเบ้ียท่ีธนาคารกลางกําหนดข้ึนเพ่ือใหเปนอัตรา
ดอกเบี้ยอางอิง โดยปกติอัตราดอกเบ้ียอ่ืนๆ ภายในประเทศไมวาจะเปนดอกเบี้ยเงินกู ดอกเบี้ยเงินฝาก หรือ
แมแตผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรหรือหุนกู มีแนวโนมจะปรับตามการเปล่ียนแปลงของอัตรา
ดอกเบี้ยนโยบายดังกลาว โดยหลักการแลว คณะกรรมการนโยบายการเงิน จะดําเนินนโยบายการเงินลักษณะ
ผอนคลาย (ลดดอกเบี้ยใหต่ํา) ในภาวะท่ีเศรษฐกิจตกต่ําหรือในชวงท่ีเงินเฟอภายในประเทศลดตํ่าลง เพ่ือ
กระตุนการฟนตัวของเศรษฐกิจ และในทางกลับกัน จะใชนโยบายการเงินแบบตึงตัว (เพิ่มดอกเบี้ยใหสูงขึ้น)
โดยในสวนของตลาดหุนกูนั้น การเคลื่อนไหวอัตราผลตอบแทนของหุนกูระยะส้ันกับอัตราดอกเบ้ียนโยบาย
มีความสัมพันธตอกันคอนขางสูง
อัตราเงินเฟอคาดการณ
ในกรณีท่ีผูลงทุนในตลาดการเงินคาดการณวา อัตราเงินเฟอในอนาคตมีแนวโนมจะปรับตัวสูงข้ึน
ผูลงทุนยอมตองการอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นกวาเดิม เพื่อชดเชยความเสี่ยงจากอํานาจการซื้อท่ีลดลง
การออกตราสารหน้ีในตลาดแรก
ในกรณีท่ีมีการระดมทุนโดยการออกพันธบัตร หรือหุนกูในตลาดแรกเปนจํานวนมาก จะสงผลให
ปริมาณอุปทานเพ่ิมข้ึน ซึ่งสงผลกระทบโดยตรง ทําใหอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและหุนกูปรับตัวเพิ่มสูงข้ึน
เน่ืองจากมีความตองการเงินทุนมากข้ึน ตัวอยางท่ีเห็นไดชัด ไดแก การออกพันธบัตรออมทรัพยไทยเขมแข็ง
ในป พ.ศ. 2552 สงผลใหอัตราผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรและหุนกูปรับตัวข้ึนสูงมากในปน้ัน
กระแสเงินทุนจากตางประเทศ (foreign flow)
การไหลเขาออกของเงินทุนจากตางประเทศ คืออีกปจจัยที่มีนัยสําคัญคอนขางมาก เนื่องจาก
ตลาดการเงินของโลกเช่ือมโยงกัน โดยในตลาดตราสารหนี้ การไหลเขาออกของกระแสเงินทุนจากตางประเทศ
ข้ึนอยูกับหลายสาเหตุดวยกัน เชน อัตราผลตอบแทนภายในประเทศเทียบกับตางประเทศ ภาวะเศรษฐกิจ
และความมั่นคงภายในประเทศ แนวโนมอัตราแลกเปล่ียน หรือสภาพคลองของระบบการเงินโลก ซ่ึงหากมี
เงินทุนไหลเขาตลาดตราสารหน้ีก็จะสงผลทําใหอัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงเนื่องจากปริมาณอุปทาน
เงินทุนท่ีเพิ่มมากข้ึน เชนเดียวกัน ถาเงินทุนไหลออก อัตราผลตอบแทนก็จะปรับตัวเพิ่มสูงข้ึน ยกตัวอยาง
262 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
เหตุการณการอัดฉีดสภาพคลองเขามาในระบบเปนจํานวนมากจากมาตรการ QE ของสหรัฐอเมริกาตั้งแต
ป พ.ศ. 2551 สงผลใหสภาพคลองลนตลาดการเงินโลก จึงทําใหเงินทุนไหลเขามายังประเทศในกลุม emerging
market รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในตลาดตราสารหน้ี ซ่ึงทําใหอัตราผลตอบแทนของตลาดสารหนี้
ในประเทศไทยปรับตัวลดลง
6.2.4 ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา (yield curve)
ความหมายของความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา
ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา (yield curve) คือ เสนแสดงความสัมพันธ
ระหวางอัตราผลตอบแทนกับระยะเวลา (time to maturity) ของพันธบัตรหรือหุนกูโดยทุกๆ จุดบนเสน yield
curve จะแสดงอัตราผลตอบแทนตามระยะเวลาของพันธบัตรหรือหุนกูนั้นๆ
โดยปกติ เกิดจากการนําพันธบัตรรัฐบาลในชวงอายุคงเหลือตางๆ มาใชในการสราง yield curve
โดยท่ีพันธบัตรรัฐบาลเปนหลักทรัพยท่ีไมมีความเส่ียงในเรื่องการผิดนัดชําระหนี้ yield curve ที่สรางข้ึนจึง
แสดงความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนและระยะเวลาที่ปราศจากความเสี่ยงของการผิดนัดชําระหน้ี
(default risk free yield curve) เม่ือเวลาเปล่ียนไปรูปรางของเสนอัตราผลตอบแทนก็จะเปลี่ยนรูปและระดับ
ไปได
ประโยชนของความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา
• yield curve สามารถใชเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนในชวงระยะเวลาตางๆ ของพันธบัตร
หรือหุนกู ทําใหผูลงทุนสามารถนําไปใชวางแผนในการลงทุน และสามารถจัดสรรเงินลงทุนอยาง
เหมาะสม ทั้งระยะส้ัน ปานกลางและระยะยาว
• yield curve สามารถใชเปนอัตราดอกเบ้ียอางอิงและเปนฐานในการคํานวณราคาพันธบัตร
หรือหุนกูท้ังในตลาดแรกและตลาดรอง ในตลาดแรก หากองคกรหรือบริษัทใดประสงคที่จะออก
พันธบัตรหรือหุนกูหรือผูลงทุนที่ประสงคจะลงทุนในพันธบัตรหรือหุนกูสามารถเทียบเคียงอัตรา
ผลตอบแทนของพันธบัตรหรือหุนกูน้ันกับอัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบน yield curve ไดวา
มีความเหมาะสมมากนอยเพียงใด
• yield curve สามารถใชเปนอัตราผลตอบแทนอางอิงเพื่อเทียบเคียงกับการบันทึกมูลคาของ
พันธบัตรหรือ หุนกู (mark-to-market) เน่ืองจากพันธบัตรหรือหุนกูหลายประเภทไมไดมีรายการ
ซื้อขายหรือมีราคาตลาดทุกวัน
• yield curve สามารถเปนเครื่องมือประกอบการตัดสินใจลงทุนและวางกลยุทธในการลงทุน เชน
พิจารณาจากความลาดชันของเสนอัตราผลตอบแทนหรือการเคล่ือนไหวข้ึนลงของ yield curve
เปนตน
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 263
การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหนี้
รูปแบบของอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา
ลักษณะปกติ (normal or positive yield curve) yield curve ในลักษณะน้ี มีลักษณะโคงขึ้น
แสดงใหเห็นวาอัตราผลตอบแทนในระยะยาวจะสูงกวาอัตราผลตอบแทนระยะส้ัน ซ่ึง yield curve ลักษณะ
นี้จะเปนแบบท่ีพบมากท่ีสุด และตองปรากฏในระยะยาว เพราะผูลงทุนตองการอัตราผลตอบแทนที่สูงกวา
เมื่อลงทุนในระยะยาวหากเทียบกับระยะสั้น เพราะเสียโอกาสการใชเงินลงทุนดังกลาว
ลักษณะลาดลง (downward sloping หรือ inverted yield curve) yield curve ลักษณะลาดลง
จากบนซายไปลางขวาแสดงใหเห็นวาอัตราผลตอบแทนระยะยาวตํ่ากวาอัตราผลตอบแทนระยะสั้น yield
curve ในลักษณะนี้สวนมากพบในสภาวะท่ีตลาดการเงินคาดการณวาอัตราผลตอบแทนมีแนวโนมลดลง
ซ่ึงเกิดเพียงในระยะเวลาสั้นๆ
รูปที่ 6-4 เสนอัตราผลตอบแทนลักษณะปกติ รูปท่ี 6-5 เสนอัตราผลตอบแทนลักษณะลาดลง
15 '6 15 '6
) 1 B ) 1 B
'4&4A+)6 '4&4A+)6
264 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ลักษณะโหนกหรือหลังเขา (humped yield curve) yield curve ลักษณะนี้แสดงใหเห็นวา
อัตราผลตอบแทนจะเพิ่มสูงข้ึนจนถึงชวงระยะเวลาหน่ึง และจะลดลงเม่ือระยะเวลาเพิ่มข้ึน
ลักษณะแบนราบ (flat yield curve) yield curve ลักษณะน้ี แสดงใหเห็นถึงอัตราผลตอบแทนท่ี
เทากันในทุกชวงระยะเวลา
รูปท่ี 6-6 เสนอัตราผลตอบแทนลักษณะหลังเขา รูปที่ 6-7 เสนอัตราผลตอบแทนลักษณะราบ
15 '6 1 5 '6
) 1 B ) 1 B
'4&4A+)6 '4&4A+)6
การประยุกตใชความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา
ความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา (yield curve) ใชเปนมาตรฐาน (benchmark)
สําหรับการกูยืมในตลาดการเงินอื่นๆ เชน อัตราดอกเบ้ียเงินกู และเงินฝากธนาคาร อีกท้ัง yield curve
ยังใชเพ่ือคาดการณการเปลี่ยนแปลงระดับดอกเบี้ยในอนาคต นอกจากประโยชนท่ีกลาวมาแลว yield curve
ยังสามารถประยุกตใชเพื่อใหเกิดประโยชนดานอื่นๆ ตัวอยางเชน การกําหนดอัตราดอกเบ้ียและอัตรา
ผลตอบแทนของพันธบัตรและหุนกูเพื่อจําหนายในตลาดแรก การใชเปนเครื่องมือในการคํานวณเพ่ือหา
มูลคายุติธรรมในการบันทึกบัญชี รวมท้ังเพื่อเปนขอมูลในการตัดสินใจดําเนินนโยบายและกลยุทธการลงทุน
ขอมูลความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา (yield curve) ในประเทศไทย สามารถ
คนควาไดจากสมาคมตลาดตราสารหน้ีไทย (ThaiBMA)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 265
การประเมินมูลคาและผลตอบแทนของตราสารหน้ี
บทสรุป
การประเมินมูลคาของตราสารหน้ี คือ การคํานวณมูลคาปจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตที่
คาดการณวาจะไดรับจากการลงทุนในตราสารน้ัน ไดแก ดอกเบ้ียและมูลคาที่ตราไว โดยอัตราคิดลด คือ
อัตราผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน ซึ่งคือผลตอบแทนรวมท่ีผูลงทุนในหุนกูคาดวาจะไดรับในปหนึ่งๆ
ซึ่งประกอบดวยอัตราผลตอบแทนจากดอกเบ้ีย (current yield) และอัตราผลตอบแทนสวนของกําไรจาก
การขาย (capital gain yield) นอกจากน้ี การคํานวณหาอัตราผลตอบแทนในการลงทุนในตราสารหนี้
ยังมีอีกหลายประเภท ข้ึนอยูกับวัตถุประสงคของการนําไปใช เชน อัตราผลตอบแทนในชวงเวลาที่ถือครอง
ตราสารหนี้ (holding period yield) ผลตอบแทนถูกไถถอนกอนกําหนดโดยบริษัทผูออกตราสารหน้ี (yield
to call) หรือ ผลตอบแทนถูกไถถอนกอนกําหนดโดยผูลงทุนในตราสารหนี้ (yield to put) เปนตน อัตรา
ผลตอบแทนถือเปนปจจัยสําคัญในการคํานวณมูลคาของตราสารหนี้ โดยอัตราผลตอบแทนและระยะเวลา
มีความสัมพันธกันในลักษณะที่เรียกวาเสนแสดงความสัมพันธระหวางอัตราผลตอบแทนกับระยะเวลา
(yield curve) การเขาใจลักษณะของเสน yield curve ผูลงทุนจะสามารถคาดการณการเปล่ียนแปลงของ
ผลตอบแทนในอนาคตและผลที่มีตอมูลคาของตราสารหนี้ได และหากผูลงทุนตองการขอมูลเกี่ยวกับเสน
yield curve ในประเทศไทยสามารถคนควาไดจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)
266 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
CFA Institute Fixed Income Analysis for the Chartered Financial Analyst Program Chapter 2 page
25-52; Chapter 5 page 127–162
CFA Institute Quantitative Investment Analysis Chapter 11 page 429–509
FRANK J.FABOZZI and T.DESSA FABOZZI . The Handbook of Fixed Income Securities Chapter
2 page 20-27 ; Chapter 4 page 49–82
FRANK J. FABOZZI. Bond Markets, Analysis, and Strategies. Chapter 2 page 13–34; Chapter 3
page 35–57; Chapter 4 page 58–91; Chapter 20 page 444–489; Chapter 22 page 510–545;
Chapter 23 page 550–558
กอบศักดิ์ ภูตระกูล และ เมทินี ศุภสวัสด์ิกุล กลไกการทํางานของนโยบายการเงิน บทท่ี 2 หนา 5–11
จริยา พิมลไพบูลย วัฏจักรเศรษฐกิจกับการลงทุน
พรอนงค บุษราตระกูล การลงทุนพื้นฐานและการประยุกต บทที่ 8 หนา 205–214 และ บทที่ 9 หนา 233–
273
ขเพชรี ขุมทรัพย หลักการลงทุน ขบทท่ี 15 หนา 289–296; บทที่ 18 หนา 342–360
สมาคมตลาดตราสารหน้ืไทย ความรูเก่ียวกับตราสารหน้ี หมวดที่ 1 บทท่ี 4 หนา 1–5; หมวดที่ 2 บทที่ 1
หนา 1–24 และบทที่ 2 หนา 1–7
สมาคมตลาดตราสารหนื้ไทย ความรูเกี่ยวกับตราสารหนี้ หมวดที่ 1 บทที่ 1 บทท่ี 2 บทที่ 4 บทที่ 6 และ
บทท่ี 7; หมวดที่ 2 บทท่ี 1–6
สมาคมตลาดตราสารหน้ืไทย คูมือเพื่อการลงทุนในตราสารหน้ี หนา 1–13
เสาวลักษณ คําวิลัยศักดิ์ การควบคุมเงินทุนเคล่ือนยาย (Capital Control)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ตลาดการเงินและการลงทุนใน
หลักทรัพย บทที่ 11 หนา 481–524
ศูนยสงเสิรมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ความรูเบื้องตนและการวิเคราะห
ตราสารหนี้ท่ีไมมีสิทธิแฝง (DB1) บทท่ี 3 หนา 59–101; บทที่ 4 หนา 107–129
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช การลงทุนและการวิเคราะหหลักทรัพย บทท่ี 10 หนา 1–42
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 267
ความรูเก่ียวกับผลิตภัณฑตลาดทุน : ตราสารทั่วไป
ความเส่ียงจากการลงทุน
07 ในตราสารหน้ี
ความเสี่ยงของการลงทุนในตราสารหนี้เปนสิ่งที่ผูลงทุนจําเปนตองใหความสําคัญไมนอยไปกวา
อัตราผลตอบแทน เน่ืองจากผูลงทุนตองใชทั้งอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงประกอบกันเพื่อพิจารณา
ลงทุนในตราสารหนี้ หากจัดแบงประเภทความเสี่ยงของตราสารหน้ีสามารถจัดแบงไดหลายประเภท เชน
ความเส่ียงจากการเปล่ียนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงดานเครดิต ความเส่ียงดานสภาพคลองและ
ความเสี่ยงจากการถูกไถถอนคืนกอนครบกําหนดไถถอน ฯลฯ ในการประเมินความเสี่ยงของตราสารหน้ี
สามารถประเมินไดหลายวิธี โดยในตําราเลมนี้จะนําเสนอวิธีการประเมินความเส่ียงของตราสารหน้ีไวสองวิธี
หลักๆ คือ การประเมินความเสี่ยงของตราสารหนี้จากความเสี่ยงดานเครดิต และการประเมินความเส่ียง
ของตราสารหนี้ดวยการพิจารณาคาดูเรชัน ซ่ึงทั้งสองวิธีมีทั้งขอดีและขอจํากัดของการใชงานแตกตางกัน
ซ่ึงผูนําไปใชจําเปนตองทราบและเลือกใชใหเหมาะสม
ดังนั้น ในการลงทุน ผูลงทุนจําเปนตองมีการบริหารความเส่ียงในการลงทุน ซ่ึงหลักการกระจาย
ความเส่ียงในการลงทุนเปนหลักการบริหารความเส่ียงท่ีสามารถใชไดกับการลงทุนทุกประเภท เน่ืองจาก
เปนการสรางภูมิคุมกันใหกับพอรตการลงทุนน่ันเอง เชนเดียวกับการลงทุนในตราสารหน้ีหากพอรตการลงทุน
ของตราสารหนี้ประกอบไปดวยตราสารหน้ีท่ีมีระดับความเส่ียงและระดับอัตราผลตอบแทนท่ีแตกตางกัน
จะสามารถชวยกระจายความเสี่ยงของพอรตการลงทุนในตราสารหน้ีได
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 269
ความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหนี้
7.1 ความเสี่ยงของการลงทุนในตราสารหน้ี
7.1.1 ประเภทของความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหน้ี
ความเส่ียงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
สามารถแบงออกเปน 2 ประเภท คือ ความเสี่ยงดานราคาและความเสี่ยงจากการลงทุนตอ ซ่ึงมี
รายละเอียดดังน้ี
• ความเสี่ยงดานราคา (price risk)
สําหรับหุนกูท่ีไมมีสิทธิแฝง ราคาหุนกูมีความสัมพันธในทิศทางที่ตรงกันขามกับอัตราดอกเบี้ย
ในตลาด กลาวคือ จะมีมูลคาสูงขึ้นเม่ืออัตราดอกเบี้ยลดลง และจะมีมูลคานอยลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
โดยหุนกูที่มีอายุครบกําหนดไถถอนยาวจะมีความเสี่ยงกับการเปล่ียนแปลงของราคามากกวาหุนกูที่มีอายุ
ครบกําหนดไถถอนสั้นกวา อยางไรก็ดี สําหรับผูลงทุนที่เลือกลงทุนในหุนกูจนครบกําหนดไถถอน ผูลงทุน
จะไมไดรับผลกระทบจากความเสี่ยงประเภทน้ี เพราะจะไดรับจํานวนเงินตามมูลคาท่ีตราไวคืนเมื่อถึงวัน
ครบกําหนดไถถอน ซ่ึงระบุเปนจํานวนที่แนนอน
ตัวอยางท่ี 7-1 ผูลงทุนซ้ือพันธบัตรท่ีมีอายุครบกําหนดไถถอน 5 ป ณ ราคา 1,000.00 บาท โดย
คาดวาอัตราผลตอบแทนในอีก 1 ปขางหนาจะลดลง และคาดวาจะสามารถไดกําไรจากสวนตางของราคา
ตอมาเหตุการณไมไดเปนไปตามท่ีคาดการณไว เนื่องจากอัตราผลตอบแทนเพิ่มสูงข้ึนรอยละ 1.00 ตอป
ทําใหราคาซ้ือขายพันธบัตรลดลงเหลือ 960 บาท ดังน้ัน ผูลงทุนจึงขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของอัตรา
ผลตอบแทนรอยละ 4.00 ตอป
• ความเสี่ยงจากการลงทุนตอ (reinvestment risk)
จากขอสมมติฐานในการลงทุนตอ ณ ผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน ความเสี่ยงเกิดจาก
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนตออาจตางจากผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอน ซ่ึงในการลงทุนตอ
ดอกเบี้ยรับระหวางงวด ณ อัตราผลตอบแทนท่ีตํ่ากวาผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน นับเปนความเส่ียง
ที่เกิดกับการลงทุนในหุนกู ความเส่ียงจากการลงทุนตอ ยังหมายถึง การลงทุนตอของมูลคาที่ตราไวใน
กรณีท่ีพันธบัตรหรือหุนกูทยอยชําระคืนตามระยะเวลาดวย นอกจากน้ี ความเส่ียงจากการลงทุนตอเกิดใน
กรณีท่ีผูลงทุนมีระยะเวลาการลงทุนยาวกวาวันครบกําหนดไถถอนของหุนกูท่ีลงทุน เมื่อหุนกูครบกําหนด
ไถถอนผูลงทุนตองลงทุนตอใหครบระยะเวลาที่ตองการ ผลตอบแทนท่ีไดรับในการลงทุนตอซึ่งอาจตํ่ากวา
ผลตอบแทนของหุนกูแรกท่ีลงทุน ความเส่ียงลักษณะสุดทายนี้อาจเรียกวา rollover risk ไดเชนกัน
270 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ตัวอยางที่ 7-2 ผูลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุครบกําหนดไถถอน 10 ป ผลตอบแทนกระทั่งถึง
วันครบกําหนดไถถอนรอยละ 8.00 ตอป เม่ือเวลาผานไป 5 ป ผลตอบแทนในตลาดการเงินลดลงเทากับ
รอยละ 6.00 ตอป จากสภาวะเศรษฐกิจที่เปล่ียนไป ดังนั้น ผูลงทุนจึงตองเผชิญความเส่ียงจากการลงทุนตอ
เน่ืองจากผูลงทุนไมสามารถนําดอกเบ้ียรับระหวางงวดไปลงทุนตอเพ่ือใหไดรับอัตราผลตอบแทนเทาเดิมได
ความเส่ียงดานเครดิต (credit risk)
ความเส่ียงดานเครดิตแบงออกไดเปน 3 ประเภท คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุผิดนัด (default risk)
ความเส่ียงจากการถูกลดอันดับความนาเช่ือถือ (downgrade risk) และความเสี่ยงจากสวนตางระหวาง
อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชนที่เพ่ิมข้ึนจากพันธบัตรรัฐบาล (credit spread risk) โดยมี
รายละเอียดดังนี้
• ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุผิดนัด (default risk)
ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุผิดนัด คือ ความเสี่ยงท่ีผูออกหุนกูไมสามารถชําระดอกเบี้ยและ/หรือมูลคา
ที่ตราไวบางสวนหรือท้ังหมด เนื่องจากผลประกอบการหรือสภาพคลองของผูออกหุนกูนั้นๆ หรือเหตุผลอื่นๆ
• ความเส่ียงจากการถูกลดอันดับความนาเช่ือถือ (downgrade risk)
ความเสี่ยงจากการถูกลดอันดับความนาเชื่อถือ คือ ความเสี่ยงท่ีผูออกหุนกูถูกลดอันดับความ
นาเช่ือถือ อันเน่ืองมาจากฐานะทางการเงินของผูออกหุนกูมีความเขมแข็งลดลง ถึงแมวาผูออกหุนกูยัง
สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขตางๆ ของตราสารหนี้ไดอยางครบถวนก็ตาม การถูกลดอันดับความนาเชื่อถือสง
ผลโดยตรงใหผลตอบแทนของหุนกูนั้นเพิ่มขึ้นตามระดับความเสี่ยงที่เปล่ียนแปลงไป ทําใหราคาของหุนกูนั้น
ลดลงและสงผลใหผูลงทุนอาจขาดทุนจากสวนตางราคา (capital loss) หากมีการขายหุนกูกอนครบกําหนด
ไถถอน
• ความเสยี่ งจากสว นตา งระหวา งอตั ราผลตอบแทนของตราสารหนภี้ าคเอกชนทเี่ พม่ิ ขนึ้ จาก
พันธบัตรรัฐบาล (credit spread risk)
credit spread คือ สวนตางระหวางอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชนท่ีเพิ่มข้ึนจาก
อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลท่ีมีอายุคงเหลือเทากัน ตัวอยางเชน ตราสารหนี้ภาคเอกชนอายุ
คงเหลือ 10 ปใหอัตราผลตอบแทนรอยละ 4.00 ตอป ขณะท่ีพันธบัตรรัฐบาลอายุคงเหลือ 10 ปใหอัตรา
ผลตอบแทนรอยละ 2.50 ตอป ดังนั้น credit spread จึงเทากับรอยละ 1.50 ตอป (4.00 – 2.50) เปนตน
ตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ออกโดยผูออกรายตางๆ จะใหอัตราผลตอบแทนที่แตกตางกันออกไป
ซึ่งสวนหน่ึงขึ้นอยูกับอันดับความนาเช่ือถือของผูออกหรือตราสารนั้นๆ โดยตราสารหนี้ท่ีมีอันดับความ
นาเช่ือถือตํ่าจะใหอัตราผลตอบแทนท่ีสูงเพ่ือชดเชยกับโอกาสที่จะผิดนัดชําระหน้ี และดวยเหตุที่พันธบัตร
รัฐบาลปราศจากความเส่ียงดานเครดิต อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลจึงต่ํากวาและถูกใชเปน
มาตรฐานอางอิง (benchmark) ในการเปรียบเทียบกับอัตราผลตอบแทนของตราสารหน้ีภาคเอกชนเพ่ือ
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 271
ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้
วัด credit spread ของตราสารหนี้ภาคเอกชนน้ันๆ credit spread จึงเปนอัตราผลตอบแทนสวนเพ่ิมจาก
อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลเพื่อชดเชยความเสี่ยงดานเครดิตของตราสารหนี้ภาคเอกชนในสวนที่
สูงกวาพันธบัตรรัฐบาล (credit risk premium) นั่นเอง ท้ังนี้ หากตราสารหน้ีภาคเอกชนมีโอกาสผิดนัด
ชําระหน้ีเพ่ิมข้ึน จะมีโอกาสสูงขึ้นท่ี credit spread จะปรับตัวเพ่ิมขึ้น หรืออาจกลาวอีกนัยไดวามี credit
spread risk เพิ่มสูงขึ้น
ความผันผวนของ credit spread ขึ้นอยูกับการเปล่ียนแปลงของปจจัยตางๆ ทางเศรษฐกิจ เชน
ในสภาวะท่ีมีความไมแนนอนทางเศรษฐกิจ ผูลงทุนมีแนวโนมท่ีจะลงทุนในสินทรัพยท่ีมีความปลอดภัย เชน
พันธบัตรรัฐบาลมากข้ึน สงผลใหราคาพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงข้ึน และอัตราผลตอบแทนของพันธบัตร
รัฐบาลปรับตัวลดลง ทําให credit spread สูงขึ้น หรือในชวงที่เศรษฐกิจเติบโตไดดี ภาคเอกชนมีกําไรจาก
การประกอบธุรกิจเพ่ิมขึ้น มีฐานะทางการเงินท่ีมั่นคงข้ึน โอกาสผิดนัดชําระหน้ีนอยลง อัตราผลตอบแทนของ
ตราสารหน้ีภาคเอกชนก็จะปรับตัวลดลง สงผลให credit spread ลดลง เปนตน
ความเส่ียงดานสภาพคลอง (liquidity risk)
ความเส่ียงดานสภาพคลอง คือ ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคลองของการซ้ือขายตราสารหนี้
ทําใหไมสามารถซื้อขายได ณ เวลาท่ีตองการ หรือซ้ือขายไดแตไดราคาที่ไมเหมาะสม ท้ังน้ีความเสี่ยงดาน
สภาพคลองเกิดมาจากอายุครบกําหนดไถถอนของพันธบัตรหรือหุนกูนั้นเอง กลาวคือ ปริมาณการซื้อขาย
จะมากในชวงท่ีเร่ิมนําตราสารออกจําหนาย แตเม่ือเวลาผานไปเขาใกลวันครบกําหนดไถถอนมากขึ้น
สภาพคลองของการซื้อขายก็จะคอยๆ ลดลง ทําใหผูลงทุนประสบปญหาไมสามารถซ้ือขายกอนที่จะ
ครบกําหนดไถถอนได ณ ราคาที่ควรจะเปน ความเส่ียงจากสภาพคลองสามารถวัดไดจากสวนตางของ
ราคาเสนอซ้ือและราคาเสนอขาย (bid-ask spread) ในกรณีท่ีสวนตางดังกลาวกวางข้ึน หมายถึง ความเสี่ยง
ดานสภาพคลองสูงขึ้น
ความเส่ียงจากการถูกไถถอนคืนกอนครบกําหนดไถถอน (call risk หรือ prepayment risk)
ความเสย่ี งจากการถกู ไถถ อนคนื กอ นครบกาํ หนดไถถ อน คอื ความเสยี่ งทผ่ี อู อกหนุ กปู ระเภท callable
bond ทําการไถถอนคืนกอนครบกําหนด ซ่ึงปกติจะเกิดเม่ือระดับผลตอบแทนในตลาดการเงินลดลง และ
ผูออกหุนกูสามารถหาแหลงเงินทุนอ่ืนท่ีมีตนทุนตํ่ากวาได ดังนั้นผูลงทุนใน callable bond มีความเสี่ยง
ดังน้ี
■ กระแสเงินสดท่ีจะไดรับจากการลงทุนใน callable bond ไมสามารถประมาณไดอยางแนนอน
เนื่องจากไมทราบวา ณ ชวงระยะเวลาใดผูออกหุนกูจะทําการไถถอนคืนกอนกําหนด
■ โดยปกติ ผูออก callable bond จะทําการไถถอนคืนกอนกําหนดก็ตอเม่ืออัตราดอกเบ้ียต่ําลง
ดังนั้น ผูลงทุนใน callable bond มีความเส่ียงจากการลงทุนตอหลังถูกไถถอนคืนกอนกําหนด
เน่ืองจากตองนําเงินไปลงทุนใหม ณ อัตราผลตอบแทนที่ลดลง
272 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
■ มูลคาของ callable bond จะเพิ่มข้ึนเมื่ออัตราผลตอบแทนลดลง แตมูลคาจะไมเพิ่มข้ึนเทากับ
มูลคาของตราสารหนี้ท่ีไมมีสิทธิแฝง (option-free bond)
นอกจากความเส่ียงใน callable bond ที่อาจถูกไถถอนคืนกอนกําหนดแลว ผูลงทุนในหุนกูประเภท
มีสินเชื่อรองรับ (mortgage backed security หรือ asset backed security) ก็มีความเสี่ยงท่ีจะไดรับมูลคา
ที่ตราไวคืนกอนครบกําหนดไถถอนเชนกัน ความเส่ียงน้ี สวนมากเรียกวา prepayment risk เกิดจากลูกหน้ี
สินเช่ือที่นํามารองรับการออกหุนกูประเภทมีสินเช่ือรองรับทําการชําระมูลคาท่ีตราไวกอนครบกําหนดไถถอน
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของ yield curve (yield curve risk)
หุนกูท่ีมีวันครบกําหนดไถถอนที่ตางกันจะไดรับผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนท่ีเปล่ียนแปลงไป
ไมเทากัน ขึ้นกับอัตราผลตอบแทนในแตละชวงเวลาตาม yield curve เม่ือภาวะในตลาดการเงินเปลี่ยนไป
อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรหรือหุนกูในทุกชวงระยะเวลาจะเปลี่ยนตามกัน เกิดการขยับข้ึนหรือลง
ของ yield curve หากอัตราผลตอบแทนขยับไปในทิศทางเดียวกันและดวยอัตราท่ีเทากันในทุกชวงอายุของ
ตราสารหนี้ การขยับดังกลาวคือ "การขยับตัวลักษณะขนาน" (parallel shift) แตในความเปนจริง อัตรา
ผลตอบแทนของพันธบัตรหรือหุนกูในแตละชวงระยะเวลาไมไดขยับดวยอัตราที่เทากัน
ความเสี่ยงจากการเปล่ียนแปลงของ yield curve คือ ความเส่ียงท่ีราคาของพันธบัตรและหุนกู
ในพอรตการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปตามรูปรางของ yield curve เม่ือ yield curve ชันขึ้น สวนตางระหวาง
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและระยะยาวก็จะมีมากขึ้น ดังน้ัน ราคาของตราสารหนี้ระยะยาวก็จะลดลงมากกวา
เมื่อเทียบกับราคาของตราสารหนี้ระยะส้ัน
ตัวอยางเชน อัตราผลตอบแทนเทากับรอยละ 2.00 ตอป รอยละ 3.00 ตอป และรอยละ 4.00 ตอป
สําหรับระยะเวลา 1 ป 2 ป และ 3 ป ตามลําดับ ตอมาระดับอัตราผลตอบแทนเพ่ิมข้ึนเทากับ รอยละ 2.50
ตอป รอยละ 3.60 ตอป และรอยละ 4.70 ตอป สําหรับระยะเวลา 1 ป 2 ป และ 3 ป ตามลําดับ จะพบวา
ความเส่ียงน้ี คือ การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนแตละระยะเวลาไมเทากัน โดยระยะเวลาที่ยาวกวามีการเพ่ิม
ของผลตอบแทนที่มากกวา
ความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟอ (inflation risk)
ความเส่ียงจากอัตราเงินเฟอ คือ ความเสี่ยงเนื่องมาจากการลดลงของอํานาจการซ้ือ (purchasing
power) โดยปกติการลงทุนในหุนกูท่ีมีอัตราดอกเบี้ย (coupon rate) คงที่ เม่ืออัตราเงินเฟอปรับตัวเพิ่ม
สูงข้ึน ทําใหอัตราผลตอบแทนที่แทจริงปรับตัวลดลง ยกตัวอยางเชน ผูลงทุนซื้อหุนกูท่ีใหอัตราดอกเบี้ย
รอยละ 5.00 ตอป ในขณะที่อัตราเงินเฟอปจจุบันรอยละ 2.00 ตอป ผูลงทุนจะไดอัตราผลตอบแทนท่ีแทจริง
(real return) เทากับรอยละ 3.00 ตอป (อัตราผลตอบแทนหักดวยอัตราเงินเฟอ) ซึ่งหากอัตราเงินเฟอปรับ
เพิ่มสูงขึ้นเปนรอยละ 4.00 อัตราผลตอบแทนแทจริงที่ผูลงทุนไดรับจะเหลือเพียงรอยละ 1.00 เทานั้น
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 273
ความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหน้ี
ปจจุบัน กระทรวงการคลังของประเทศไทย มีการออกพันธบัตรชดเชยเงินเฟอ (inflation-linked
bond) ซึ่งอัตราผลตอบแทนแปรผันไปตามการเปล่ียนแปลงของดัชนีเงินเฟอโดย ณ วันครบกําหนดไถถอน
ผูลงทุนจะไดรับเงินตนคืน รอยละ 100 (แมวาดัชนีเงินเฟอจะปรับลดลง) บวกดวยสวนชดเชยเงินเฟอ
บนเงินตนซ่ึงทําใหการลงทุนในพันธบัตรชดเชยเงินเฟอมีผลตอบแทนที่สามารถรักษาอํานาจซื้อไดอยาง
สมบูรณ
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปล่ียน (currency risk)
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปล่ียน เกิดขึ้นในกรณีท่ีมีการลงทุนในตราสารหน้ีที่
ไดรับผลตอบแทน และ/หรือ เงินตน เปนสกุลเงินตราตางประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
ในสกุลเงินตางประเทศ จะสงผลกระทบโดยตรงตอผลตอบแทน ยกตัวอยางเชน ผูลงทุนไทยลงทุนใน
หุนกูสกุลเงินดอลลารสหรัฐ ผลตอบแทนท่ีไดรับตองคํานวณเปนสกุลเงินบาท ฉะนั้นนอกจากผลตอบแทน
จะเกิดจากผลตอบแทนของหุนกูเอง ยังเกิดจากการเปล่ียนแปลงระหวางคาเงินบาทและคาเงินดอลลาร
สหรัฐดวย อยางไรก็ตาม ผูลงทุนสามารถลดผลกระทบของความเส่ียงจากอัตราแลกเปลี่ยนไดดวยการ
ทําสัญญาฟวเจอรส สัญญาฟอรเวิรด หรือสัญญาออปชันท่ีอางอิงกับอัตราแลกเปล่ียนดังกลาว เปนตน
ความเส่ียงจากเหตุการณ (event risk)
ความเสี่ยงจากเหตุการณ คือ ความเส่ียงจากการเกิดเหตุการณบางอยางที่ไมไดคาดการณกับผูออก
หุนกู ซึ่งทําใหความสามารถในการชําระดอกเบี้ยและ/หรือมูลคาที่ตราไวของผูออกหุนกูเปลี่ยนแปลงไป
เชน จากสถานการณทางการเมือง ภัยพิบัติตามธรรมชาติ (natural disasters) จากการครอบงํากิจการหรือ
การปรับปรุงกิจการ (corporate takeovers/restructuring) เปนตน
ความเสยี่ งจากการเปลยี่ นแปลงดา นกฎระเบยี บหรอื กฎหมาย (regulatory risk หรอื legal risk)
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงดานกฎระเบียบหรือกฎหมายที่เกี่ยวกับการลงทุน ตัวอยางเชน
ความเสี่ยงที่รัฐบาลปรับเปลี่ยนอัตราการเรียกเก็บภาษีสําหรับผลตอบแทนจากการลงทุนในหุนกู สงผลให
ผูลงทุนไดรับผลตอบแทนภายหลังภาษีใหม แตกตางไปจากระดับผลตอบแทนที่ไดรับภายใตอัตราภาษีเดิม
ความเส่ียงระดับประเทศ (sovereign risk)
ความเส่ียงระดับประเทศ เกิดจากรัฐบาลผิดนัดชําระดอกเบ้ียและ/หรือมูลคาที่ตราไวบางสวน
หรือท้ังหมดในพันธบัตรท่ีรัฐบาลออกจําหนาย อาจเกิดข้ึนไดทั้งกรณีที่รัฐบาลปฏิเสธการชําระหนี้ท้ังที่ยังคง
มีความสามารถในการชําระ หรือรัฐบาลไมสามารถชําระหนี้ไดจริง ทั้งนี้ แมตราสารหน้ีภาครัฐจะถือไดวา
ปราศจากความเส่ียงดานเครดิตเน่ืองจากรัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษี ออกพันธบัตร หรือพิมพเงินเพ่ิมขึ้น
เพ่ือนํามาชําระหน้ีเดิมไดก็ตาม แตความเส่ียงดังกลาวก็อาจเกิดข้ึนไดโดยเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจซึ่ง
274 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
สงผลกระทบตอฐานะทางการเงินและการคลังของรัฐบาล โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในกรณีที่รัฐบาลออกจําหนาย
พันธบัตรในรูปสกุลเงินตางประเทศ (foreign currency) เพราะรัฐบาลตองนําเงินไปแลกเปลี่ยนเปนเงินตรา
ตางประเทศเพื่อนําไปชําระคืนหน้ี ซ่ึงสงผลใหคาเงินในประเทศออนคาลง ทําใหรัฐบาลมีความสามารถในการ
ชําระหน้ีสกุลเงินตางประเทศที่ลดลง
ความเสี่ยงจากการไมเขาใจหลักทรัพยที่ลงทุน (black–box risk)
ความเส่ียงจากการไมเขาใจหลักทรัพยที่ลงทุน คือ ผูลงทุนขาดความรูเก่ียวกับหลักทรัพยที่ลงทุน
ตัวอยางเชน ไมทราบระดับความเสี่ยงของการลงทุน ทําใหผลตอบแทนที่ผูลงทุนคาดวาจะไดรับผิดพลาด
ไปจากท่ีจะไดรับจริง โดยปกติความเส่ียงชนิดนี้จะมีมากในตราสารท่ีมีความซับซอน เชน หลักทรัพยท่ีมี
สินเช่ือรองรับ ซ่ึงไมสามารถคํานวณราคาไดอยางชัดเจน โดยมีความเส่ียงเพิ่มเติมในชวงท่ีมีระดับความ
ผันผวนสูง นอกจากนี้ยังรวมถึงความเสี่ยงในการสรางแบบจําลองในการประเมินราคา การใชแบบจําลอง
ที่ไมถูกตอง หรือการใชขอมูลตัวแปรในแบบจําลองที่ไมถูกตอง เปนตน
7.1.2 การประเมินความเส่ียงของตราสารหน้ีจากความเสี่ยงดานเครดิต
ในการออกจําหนายหุนกู โดยเฉพาะอยางย่ิง การจําหนายในวงกวางหรือจําหนายแกประชาชนท่ัวไป
(Public Offering : PO) บริษัทผูออกหุนกูตองนําหุนกูท่ีประสงคจะออกจําหนายไปจัดอันดับความนาเช่ือถือ
โดยบริษัทจัดอันดับความนาเช่ือถือเพื่อประเมินความเสี่ยงดานเครดิตโดยบริษัทจัดอันดับความนาเชื่อถือ
ระหวางประเทศ ซ่ึงเปนท่ียอมรับในระดับสากลมี 3 แหง ไดแก บริษัท Moody’s Investors Service, Inc.
(Moody’s) บริษัท Standard & Poor’s Corporation (S&P) และบริษัท Fitch Ratings, Inc. (Fitch)
สวนบริษัทจัดอันดับความนาเชื่อถือในประเทศไทยท่ีไดรับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
มี 2 แหง คือ บริษัท ทริส เรทติ้ง จํากัด (TRIS) และ บริษัท ฟทช เรทต้ิงส (ประเทศไทย) จํากัด (Fitch
(Thailand))
บริษัทจัดอันดับความนาเชื่อถือในประเทศไทยทําหนาที่วิเคราะหเปรียบเทียบความสามารถในการ
ชําระหน้ีขององคกรตางๆ ในประเทศไทยเทาน้ัน โดยจะใหอันดับความนาเชื่อถือในระดับตางๆ ท่ีเรียกวา
national scale ซึ่งการเปรียบเทียบความสามารถในการชําระหน้ีจะตั้งตนจากองคกรท่ีมีความสามารถในการ
ชําระหน้ีสูงท่ีสุดในประเทศ ซ่ึงก็คือรัฐบาลไทย โดยมีอันดับความนาเชื่อถือ national scale ในระดับสูงสุด
ขณะท่ีบริษัทจัดอันดับความนาเช่ือถือระหวางประเทศจะวิเคราะหเปรียบเทียบความสามารถในการชําระหน้ี
ขององคกรตางๆ ทั่วโลก โดยจะใหอันดับความนาเช่ือถือในระดับตางๆ ท่ีเรียกวา international scale และ
มีหลักการเปรียบเทียบความสามารถในการชําระหนี้โดยตั้งตนจากองคกรท่ีมีความสามารถในการชําระหนี้
สูงสุดในโลก เชน รัฐบาลเยอรมนี เปนตน สวนรัฐบาลไทยเมื่อวิเคราะหเปรียบเทียบกับรัฐบาลเยอรมนีแลว
มีความสามารถในการชําระหนี้ท่ีนอยกวา จึงเห็นไดวารัฐบาลไทยแมจะมีอันดับความนาเชื่อถือ national
scale ในระดับสูงสุด แตก็ไมไดมีอันดับความนาเช่ือถือ international scale ในระดับสูงสุด ดังนั้น องคกร
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 275
ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหน้ี
เดียวกันจึงอาจมีอันดับความนาเชื่อถือแบบ national scale และ international scale ที่แตกตางกันได
ตามหลักการเปรียบเทียบความสามารถในการชําระหน้ีที่ไดกลาวขางตน
นอกจากแบงตาม national scale และ international scale แลว อันดับความนาเช่ือถือยังแบง
ไดเปน อันดับความนาเชื่อถือระยะส้ัน (short-term rating) และอันดับความนาเช่ือถือระยะยาว (long-term
rating) โดยอันดับความนาเชื่อถือระยะสั้นจะถูกกําหนดใชกับตราสารหนี้ระยะสั้น และอันดับความนาเช่ือถือ
ระยะยาวจะถูกกําหนดใชกับตราสารหนี้ระยะยาว ซึ่งมีระดับความนาเชื่อถือและสัญลักษณท่ีใชแตกตางกัน
ดังแสดงในตาราง 7-1 และ 7-2
ตารางท่ี 7-1 การจัดอับดับเครดิตของสถาบันจัดอันดับความนาเช่ือถือในประเทศ
ระดับ คําอธิบายสัญลักษณเครดิต TRIS Fitch (Thailand)
เครดิต long-term long-term short-term
อันดับเครดิตท่ีสูงท่ีสุด มีความเส่ียงที่จะไมสามารถชําระหน้ี AAA AAA (tha)
ไดตามกําหนดอยูในระดับต่ําสุด
ระดับที่ อันดับเครดิตรองลงมา มีความเส่ียงท่ีจะไมสามารถชําระหนี้ AA+ AA+ (tha) F1+
สามารถ ไดตามกําหนดอยูในระดับต่ํามาก AA AA (tha)
ลงทุนได AA– AA– (tha) F1
มีความเส่ียงท่ีจะไมสามารถชําระหน้ีไดตามกําหนด A+ A+ (tha) F2
อยูในระดับต่ํา A A (tha) F3
A– A– (tha)
มีความเส่ียงและความสามารถในการชําระหน้ีไดตามกําหนด BBB+ BBB+ (tha)
อยูในระดับปานกลาง BBB BBB (tha)
BBB– BBB– (tha)
มีความเสี่ยงที่จะไมสามารถชําระหนี้ไดตามกําหนด BB+ BB+ (tha)
อยูในระดับสูง BB BB (tha)
BB– BB– (tha)
B+ B+ (tha) B
B B (tha)
ระดับ มีความเสี่ยงท่ีจะไมสามารถชําระหนี้ไดตามกําหนด B– B– (tha)
เก็งกําไร อยูในระดับสูงมาก
C CCC (tha)
มีความเสี่ยงในการผิดนัดชําระหน้ีสูงที่สุด CC (tha) C
C (tha)
เปนระดับที่อยูในสภาวะผิดนัดชําระหน้ี D D (tha) D
276 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ตารางที่ 7-2 การจัดอับดับเครดิตของสถาบันจัดอันดับความนาเช่ือถือระหวางประเทศ
ระดับ Moody’s S&P Fitch
เครดิต
คําอธิบายสัญลักษณเครดิต long- short- long- short- long- short-
term term term term term term
อันดับเครดิตท่ีสูงท่ีสุด มีความเสี่ยงท่ีจะไมสามารถ AAA AAA AAA
ชําระหนี้ไดตามกําหนดอยูในระดับตํ่าสุด
อันดับเครดิตรองลงมา มีความเสี่ยงท่ีจะไมสามารถ Aa1 AA+ A-1+ AA+ F1+
ชําระหนี้ไดตามกําหนดอยูในระดับตํ่ามาก
Aa2 P-1 AA AA
มีความเส่ียงท่ีจะไมสามารถชําระหนี้ไดตามกําหนด
ระดับท่ี อยูในระดับตํ่า Aa3 AA– AA–
สามารถ
ลงทุนได A1 A+ A1 A+ F1
A2 A A
A3 P-2 A– A2 A– F2
Baa1 BBB+ BBB+
มีความเสี่ยงและความสามารถในการชําระหนี้
ไดตามกําหนดอยูในระดับปานกลาง Baa2 P-3 BBB A-3 BBB F3
Baa3 BBB– BBB–
มีความเสี่ยงท่ีจะไมสามารถชําระหนี้ไดตามกําหนด Ba1 BB+ BB+
อยูในระดับสูง Ba2
Ba3 BB BB
มีความเส่ียงที่จะไมสามารถชําระหนี้ไดตามกําหนด B1
อยูในระดับสูงมาก B2 BB– B BB– B
B3 B+ B+
BB
B– B–
ระดับ Caa1 Not CCC+ CCC+
เก็งกําไร Caa2 Prime CCC CCC
มีความเสี่ยงในการผิดนัดชําระหน้ีสูงท่ีสุด Caa3 CCC– C CCC– C
Ca CC CC
C C
C RD DDD
เปนระดับที่อยูในสภาวะผิดนัดชําระหน้ี / SD D DD D
/ DD
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 277
ความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหนี้
อันดับความนาเช่ือถือในแตละระดับความนาเช่ือถือจะใชสัญลักษณ + หรือ – เพื่อแบงยอยคุณภาพ
เครดิตออกเปนอีก 3 ระดับ ตัวอยางเชน สําหรับบริษัท S&P ระดับ BBB แบงเปน 3 ระดับ คือ ระดับ BBB+
ระดับ BBB และระดับ BBB– เปนตน สําหรับระดับ AAA และระดับ D ไมมีการแบงระดับ + หรือระดับ –
เพ่ิมเติม ทางดานบริษัท Fitch (Thailand) จะแสดงคําวา (tha) ตอทายสัญลักษณอันดับเครดิต ซึ่งบงบอก
ถึงการจัดอันดับเครดิตแบบ national scale สําหรับประเทศไทย สวน Moody’s แสดงเปนเลข 1, 2 และ 3
ซึ่งเลข 1 หมายถึงอันดับความนาเชื่อถือที่สูงท่ีสุดในระดับความนาเชื่อถือน้ันๆ
ท้ังนี้ ในบรรดาอันดับเครดิตท้ังหมด สามารถแบงกวางๆ เปนสองระดับ คือ อันดับความนาเช่ือถือ
ต้ังแต BBB- ขึ้นไปถือวาเปนระดับที่สามารถลงทุนไดและมีความเส่ียงตํ่ากวากลุมถัดไป (investment grade)
สว นอนั ดบั ความนา เชอื่ ถอื ทต่ี าํ่ กวา BBB- ลงมาถอื วา เปน ระดบั เกง็ กาํ ไรหรอื อตั ราผลตอบแทนสงู (speculative
grade หรือ high yield bond) ซ่ึงอัตราผลตอบแทนจะเปนไปตามระดับความเสี่ยง ฉะนั้น อัตราผลตอบแทน
ของอันดับความนาเชื่อถือ AAA จะต่ําสุดและสูงขึ้นตามลําดับความนาเชื่อถือ กระท่ังอัตราผลตอบแทนสูงสุด
ณ อันดับความนาเช่ือถือ D
นอกจากการแสดงอันดับเครดิตดวยสัญลักษณตางๆ ขางตนแลว บริษัทจัดอันดับความนาเชื่อถือ
ยังใหคําอธิบายถึงแนวโนม (outlook) ของอันดับเครดิตประกอบกันดวย โดยแนวโนมของอันดับเครดิตเปน
สิ่งบงชี้เกี่ยวกับโอกาสที่บริษัทจัดอันดับความนาเช่ือถือจะปรับอันดับเครดิตในระยะตอไป ซ่ึงมีอยู 3 ลักษณะ
ไดแก
• แนวโนมคงท่ี (stable outlook) หมายถึง บริษัทจัดอันดับความนาเช่ือถือยังไมมีแนวโนมที่จะ
เปล่ียนแปลงอันดับเครดิตภายในระยะเวลา 1–2 ปขางหนา
• แนวโนมเชิงบวก (positive outlook) หมายถึง บริษัทจัดอันดับความนาเชื่อถืออาจมีการ
ปรับเพ่ิมอันดับเครดิต (upgrade) ไดอีก ภายในระยะเวลา 1–2 ปขางหนา
• แนวโนมเชิงลบ (negative outlook) หมายถึง บริษัทจัดอันดับความนาเช่ือถืออาจมีการ
ปรับลดอันดับเครดิต (downgrade) ไดอีก ภายในระยะเวลา 1–2 ปขางหนา
โดยทั่วไป บริษัทจัดอันดับความนาเช่ือถือจะมีการจัดอันดับเครดิตใหกับท้ังตัวองคกร (issuer rating)
และตัวตราสารหนี้ (issue rating) หรืออาจรวมไปถึงผูคํ้าประกันตราสารหนี้ โดยในการจัดอันดับเครดิต
ดังกลาว บริษัทจัดอันดับความนาเช่ือถือจะพิจารณาและวิเคราะหปจจัยตางๆ ท่ีเก่ียวของ ทั้งปจจัยในเชิง
คุณภาพ (qualitative factors) เชน ความสามารถในการบริหารธุรกิจของผูบริหาร ประวัติการชําระหนี้ของ
บริษัท ภาวะอุตสาหกรรมและการแขงขัน ปจจัยเส่ียงที่อาจสงผลกระทบตอการดําเนินธุรกิจ คุณภาพ
ของหลักประกันท่ีวางไวเปนประกันการชําระหน้ี เปนตน และปจจัยเชิงปริมาณ (quantitative factors)
ซึ่งสวนมากเปนอัตราสวนทางการเงินท่ีใชประเมินความสามารถในการชําระหน้ี เชน อัตราสวนหนี้สินตอทุน
อัตราสวนกําไรสุทธิ อัตราสวนสภาพคลอง อัตราสวนอื่นๆ ท่ีแสดงถึงการเปรียบเทียบความเพียงพอของ
กระแสเงินสดตอภาระหน้ีในอนาคต เปนตน ท้ังนี้ เพื่อประเมินถึงโอกาสและความสามารถในการชําระหนี้
ในอนาคต กอนจะนําผลการวิเคราะหไปพิจารณาจัดอันดับเครดิตตอไป
278 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
7.1.3 การประเมินความเสี่ยงดานราคาของตราสารหน้ีดวยดูเรชัน
ดูเรชันเปนเคร่ืองมือวัดความไว (sensitivity) หรือ วัดการเปล่ียนแปลงของราคาหุนกูที่เกิดจาก
การเปล่ียนแปลงของระดับอัตราผลตอบแทน กลาวคือ รอยละของราคาตราสารหน้ีท่ีเปลี่ยนแปลงไปโดย
ประมาณในทิศทางตรงกันขาม เมื่อเทียบกับการเปล่ียนแปลงของอัตราผลตอบแทนรอยละ 1.00 ตอป ท้ังนี้
สามารถคํานวณดูเรชันไดจากสมการตอไปน้ี
Effective Duration = V– – V+ 7.1
2(V0)(Δy)
โดยที่
V– = ราคาตราสารหนี้เม่ืออัตราผลตอบแทนลดลง
V+ = ราคาตราสารหน้ีเมื่ออัตราผลตอบแทนเพ่ิมข้ึน
V0 = ราคาตราสารหน้ีกอนอัตราผลตอบแทนเปลี่ยนแปลง
Δy = อัตราผลตอบแทนท่ีเปล่ียนแปลง
ตัวอยางที่ 7-3 หุนกู DDD ครบกําหนดไถถอน 5 ป มีอัตราดอกเบี้ย (coupon interest rate) รอยละ
6.00 ตอป ปจจุบัน ราคา 1,035.00 บาท ในกรณีท่ีอัตราผลตอบแทนถึงกําหนดไถถอนลดลงรอยละ 0.20
ตอป ราคาหุนกูน้ีจะเพ่ิมขึ้นเปน 1,045.00 บาท และในกรณีท่ีอัตราผลตอบแทนเพ่ิมรอยละ 0.20 ตอป
ราคาหุนกูน้ีจะลดลงเปน 1,028.00 บาท หุนกูนี้มีดูเรชันเทากับ
Effective Duration = (1,045 – 1,028) / 2(1,035) × (0.002)
= 4.11
จากคาดูเรชันที่คํานวณไดสามารถอธิบายไดวาเมื่ออัตราผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน
เปลี่ยนแปลงรอยละ 1.00 ราคาของหุนกูน้ีจะเปลี่ยนแปลงไปรอยละ 4.11 ในทิศทางตรงกันขาม คาดูเรชัน
ก็คือความชัน (slope) ของเสนแสดงความสัมพันธระหวางราคาของหุนกูกับอัตราผลตอบแทน เพราะฉะนั้น
เมื่อทราบคาดูเรชันและการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนแลว สามารถคํานวณราคาของหุนกูที่จะ
เปล่ียนแปลงไดโดยประมาณ เน่ืองจากความชันมีสมมติฐานบนความสัมพันธเชิงเสนตรง ดังนั้น หุนกูที่มี
ดูเรชันสูงเมื่อเทียบกับหุนกูที่มีดูเรชันต่ํากวา หุนกูนี้จะมีการเปล่ียนแปลงของราคาในทิศทางตรงกันขามกับ
อัตราผลตอบแทนมากกวา เม่ืออัตราผลตอบแทนเปล่ียนแปลงไปรอยละ 1.00 เทากัน
ท้ังนี้ สามารถใชดูเรชันประมาณการการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้ได โดย
ประมาณการการเปล่ียนแปลงของราคาตราสารหนี้ = – ดูเรชัน × การเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทน
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 279
ความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหนี้
ตัวอยาง 7-4 ในกรณีท่ีหุนกู มีดูเรชันเทากับ 5.50 เม่ืออัตราผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงลดลงรอยละ
0.20 ตอป สามารถคํานวณการเปล่ียนแปลงของราคาไดดังน้ี
รอยละของการเปลี่ยนแปลงราคาโดยประมาณ = –5.5 × (–0.002) × 100
= 1.10 หรือเพิ่มขึ้นรอยละ 1.10
ปจจัยท่ีสงผลตอดูเรชัน
1) ระยะเวลาคงเหลือของตราสารหนี้ (time to maturity)
ตราสารหนี้ที่มีระยะเวลาคงเหลือส้ัน การเปล่ียนแปลงของราคาจะมีผลกระทบนอยกวาตราสารหน้ี
ท่ีระยะเวลาคงเหลือยาวกวา เม่ือกําหนดใหอัตราผลตอบแทนเปล่ียนแปลงไปเทากัน กําหนดใหปจจัยอื่น
คงท่ี เปรียบเสมือนดังการแกวงของลูกตุม ถาเชือกมีขนาดยาวมากดังเชนเดียวกับระยะเวลาคงเหลือของ
ตราสารหน้ีที่ยาวมาก ความแรงในการแกวงของลูกตุมก็จะมีสูงกวาลูกตุมที่หอยบนเชือกที่สั้นกวา
ตัวอยางท่ี 7-5 หุนกูของบริษัทปูนซิเมนตไทย จํากัด (มหาชน) คร้ังท่ี 1/2553 ครบกําหนดไถถอน
ป พ.ศ. 2557 (SCC144A) และหุนกูของบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน) คร้ังท่ี 2/2553
ครบกําหนดไถถอนป พ.ศ. 2560 (CENTEL176A) มีระยะเวลาคงเหลือของตราสารหนี้ 1 ป และ 4 ป
ตามลําดับ โดยหุนกูท้ังสองมีการจายดอกเบี้ยเทากัน ณ อัตราดอกเบี้ย รอยละ 3.85 ตอป ขอมูลดังกลาว
สามารถแสดงราคาของหุนกู ณ ระดับอัตราผลตอบแทนตางๆ ไดดังตารางที่ 7-3 และตารางท่ี 7-4
ตารางท่ี 7-3 ราคาหุนกู SCC144A ณ ระดับอัตราผลตอบแทนระดับตางๆ
อัตราผลตอบแทน (รอยละตอป) 3.45 3.65 3.85 4.05 4.25
998.08 996.16
ราคาหุนกู SCC144A (บาท) 1,003.87 1,007.01 1,000.00 –0.1922 –0.3837
รอยละการเปลี่ยนแปลงราคาหุนกู 0.3867 0.1930 0.00
ตารางที่ 7-4 ราคาหุนกู CENTEL176A ณ ระดับอัตราผลตอบแทนระดับตางๆ
อัตราผลตอบแทน (รอยละตอป) 3.45 3.65 3.85 4.05 4.25
992.75 985.57
ราคาหุนกู CENTEL176A (บาท) 1,014.71 1,007.32 1,000.00 –0.7251 –1.4434
รอยละการเปลี่ยนแปลงราคาหุนกู 1.4710 0.7320 0.00
* ขอมูลหุนกูจากสมาคมตลาดตราสารหน้ีไทย
280 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
จะเห็นไดวาหุนกู SCC144A และหุนกู CENTEL176A ซึ่งมี time to maturity แตกตางกัน แตมี
คุณสมบัติ อื่นๆ เหมือนกัน เม่ืออัตราผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงเพิ่มข้ึน รอยละ 0.20 ตอปเทากัน (เร่ิมพิจารณา
ที่อัตราผลตอบแทนรอยละ 3.85 ตอป) หุนกู SCC144A มีราคาลดลงรอยละ 0.1922 ในขณะที่หุนกู
CENTEL176A มีการปรับตัวลดลงถึงรอยละ 0.72551 ในทางกลับกัน หากอัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลง
ราคาหุนกูทั้งสองก็ยังคงมีลักษณะของความสัมพันธเชนเดิม คือ หุนกู CENTEL176A ที่มีอายุคงเหลือ
มากกวา ราคาจะมีการเปล่ียนแปลงเพิ่มข้ึนมากกวา
2) อัตราดอกเบี้ยของตราสารหน้ี (coupon interest rate)
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงิน ตราสารหนี้ท่ีมีอัตราดอกเบ้ีย (coupon interest
rate) ตํ่า จะมีการเปล่ียนแปลงของราคามากกวา ตราสารหนี้ท่ีมีอัตราดอกเบ้ียสูงกวา เม่ือปจจัยอื่นคงที่
ตัวอยางที่ 7-6 หุนกูของบริษัท ควอลิต้ี เฮาส จํากัด (มหาชน) ครั้งท่ี 1/2556 ครบกําหนดไถถอน
ป พ.ศ. 2559 (QH165A) และหุนกูของบริษัท บัตรกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ครั้งท่ี 1/2556 ครบกําหนด
ไถถอนป พ.ศ. 2559 (KTC165A) โดยหุนกูท้ังคูครบกําหนดไถถอนในอีก 2 ป หุนกู QH165A มีอัตราดอกเบ้ีย
(coupon interest rate) เทากับรอยละ 3.63 ตอป ในขณะท่ีหุนกู KTC165A มีอัตราดอกเบี้ยรอยละ 4.65
ตอป จากขอมูลดังกลาวสามารถแสดงราคาของหุนกู ณ ระดับอัตราผลตอบแทนตางๆ ไดดังน้ี
ตารางท่ี 7-5 ราคาหุนกู QH165A ณ ระดับอัตราผลตอบแทนระดับตางๆ
อัตราผลตอบแทน (รอยละตอป) 4.30 4.40 4.50 4.60 4.70
983.71 981.86 957.38
ราคาหุนกู QH165A (บาท) 987.42 985.56 0.00 –0.1877 –0.3749
รอยละการเปลี่ยนแปลงราคาหุนกู 0.3771 0.1883
ตารางท่ี 7-6 ราคาหุนกู KTC165A ณ ระดับอัตราผลตอบแทนระดับตางๆ
อัตราผลตอบแทน (รอยละตอป) 4.30 4.40 4.50 4.60 4.70
1,000.94 999.07
ราคาหุนกู KTC165A (บาท) 1,006.57 1,004.69 1,002.81 –0.1869 –0.3732
รอยละการเปลี่ยนแปลงราคาหุนกู 0.3754 0.1874 0.00
* ขอมูลหุนกูจากสมาคมตลาดตราสารหน้ีไทย
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 281
ความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหน้ี
จะเห็นไดวาหุนกู QH165A และหุนกู KTC165A ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย (coupon interest rate)
แตกตางกัน แตมีคุณสมบัติอ่ืนๆ เหมือนกัน เมื่ออัตราผลตอบแทนเปล่ียนแปลงเพ่ิมข้ึนรอยละ 0.10 ตอป
เทากัน (เร่ิมพิจารณาที่อัตราผลตอบแทนรอยละ 4.50 ตอป) หุนกู QH165A มีราคาลดลงรอยละ 0.1877
ในขณะท่ีหุนกู KTC165A มีการปรับตัวของราคาลดลงนอยกวา คือ รอยละ 0.1869 ในทางกลับกันหาก
อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลง ราคาหุนกูท้ังสองก็ยังคงมีลักษณะของความสัมพันธเชนเดิม คือ หุนกูท่ีมี
อัตราดอกเบ้ียตํ่ากวา ราคาจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มข้ึนมากกวา
จากคุณสมบัติในขอน้ีผูลงทุนสามารถวางกลยุทธการลงทุนได หากผูลงทุนคาดวาอัตราผลตอบแทน
อยูในชวงลดลง ผูลงทุนก็ควรจะเลือกลงทุนในตราสารหน้ีท่ีมีอัตราการจายดอกเบ้ียตํ่าและมีวันครบกําหนด
ไถถอนยาว เพ่ือใหไดรับประโยชนจากการเปลี่ยนแปลงในราคา เพราะมีความผันผวนของราคามากกวา
หุนกูท่ีมีการชําระดอกเบี้ยในอัตราสูงกวา ในทางตรงกันขาม หากผูลงทุนคาดวาอัตราผลตอบแทนอยูในชวง
ขาข้ึน ผูลงทุนก็ควรจะเลือกลงทุนในหุนกูที่มีอัตราการจายดอกเบี้ยสูงและวันครบกําหนดไถถอนสั้น เพราะ
จะมีความผันผวนของราคานอยกวาหุนกูที่มีการจายดอกเบ้ียในอัตราตํ่ากวา ทําใหผูลงทุนจะมีผลขาดทุนจาก
การลงทุนนอยกวา
3) ผลตอบแทนกระทั่งถึงกําหนดไถถอนของตราสารหน้ี (yield to maturity)
คาดูเรชันมีความสัมพันธในทางตรงกันขามกับผลตอบแทนกระท่ังถึงกําหนดไถถอน (yield to
maturity) โดยสําหรับตราสารหน้ีเดียวกัน เมื่อคํานวณดูเรชัน ณ ระดับอัตราผลตอบแทนปจจุบันที่สูง
ดูเรชันจะมีคาตํ่า และในทางกลับกัน เม่ือคํานวณดูเรชัน ณ อัตราผลตอบแทนปจจุบันท่ีต่ํา คาดูเรชันท่ีได
จะสูง ทั้งนี้ จะเห็นความสัมพันธดังกลาวไดจากเสนแสดงความสัมพันธระหวางราคาของตราสารหนี้กับอัตรา
ผลตอบแทน ไโดย ณ ระดับอัตราผลตอบแทนปจจุบันที่สูง ความชันของเสนดังกลาวซึ่งก็คือคาดูเรชันจะต่ํา
และ ณ ระดับอัตราผลตอบแทนปจจุบันท่ีต่ํา ความชันหรือคาดูเรชันก็จะสูงกวา
ขอจํากัดในการใชดูเรชัน
การใชดูเรชันนั้นมีขอจํากัด คือ จะใชไดดีเฉพาะกรณีท่ีอัตราผลตอบแทนมีการเปล่ียนแปลงไมมากนัก
และตองเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกันในขนาดท่ีเทาๆ กัน เสนที่มาตัดแสดงถึงคาดูเรชันซ่ึงจะแสดงคา
ไดแมนยําเมื่อมาตัดกับเสนความสัมพันธระหวางราคาและอัตราผลตอบแทนของตราสารหน้ี แตความ
ผิดพลาดของการใชดูเรชันจะเพ่ิมสูงข้ึนเมื่ออัตราผลตอบแทนมีการเปลี่ยนแปลงมากข้ึน ดังน้ัน คอนเวคซิต้ี
จึงถูกสรางข้ึนเพ่ือปรับปรุงขอจํากัดของดูเรชัน
282 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ตารางที่ 7-7 แสดงการเปล่ียนแปลงของราคาตราสารหน้ีที่แทจริง (ราคาตลาด) เทียบกับการเปลี่ยนแปลงของราคา
ตราสารหนี้ท่ีไดจากการประมาณการดวยดูเรชัน
การเปล่ียนแปลง ราคา ราคาของ ราคาของ การเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลง
ของอัตรา ตราสารหนี้ ตราสารหน้ีท่ีแทจริง ตราสารหน้ี ของราคา ของราคาตราสารหน้ี
ผลตอบแทน เริ่มตน ที่ไดจากการ ตราสารหนี้
(รอยละ) (บาท) เม่ืออัตรา ประมาณการ ท่ีแทจริง ที่ไดจากการ
ผลตอบแทน ดวยดูเรชัน (รอยละ) ประมาณการ
เปล่ียนแปลง ดวยดูเรชัน
(บาท)
(บาท) (รอยละ)
+0.1 1,022.31 1,014.16 1,014.13 –0.7972 –0.8006
–0.1 1,022.31 1,030.53 1,030.50 0.8041 0.8006
+1 1,022.31 944.16 940.46 –7.6445 –8.0064
–1 1,022.31 1,108.20 1,104.16 8.4016 8.0064
จากตาราง 7-7 จะเห็นวา เม่ืออัตราผลตอบแทนของตราสารหน้ีเปลี่ยนแปลงเพิ่มข้ึนหรือลดลง
รอยละ 0.1 การเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหน้ีที่ไดจากการประมาณการดวยดูเรชันจะใกลเคียงกับการ
เปล่ียนแปลงของราคาตราสารหน้ีที่แทจริง นั่นคือ –0.8006 (0.8006) เทียบกับ –0.7972 (0.8041) แต
หากอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้เปล่ียนแปลงเพิ่มข้ึนหรือลดลงรอยละ 1 การเปลี่ยนแปลงของราคา
ตราสารหน้ีท่ีไดจากการประมาณการดวยดูเรชันจะตางจากการเปล่ียนแปลงของราคาตราสารหน้ีที่แทจริง
มากยิ่งขึ้น –8.0064 (8.0064) เทียบกับ –7.6445 (8.4016) โดยความแตกตางระหวางการเปลี่ยนแปลง
ของราคาตราสารหน้ีท่ีไดจากการประมาณการดวยดูเรชันกับการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้ที่แทจริง
ก็คือ คอนเวคซิตี้ นั่นเอง
ในทางปฏิบัติดูเรชันใชเปนตัวประมาณการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหน้ี เมื่ออัตราผลตอบแทน
เปล่ียนแปลงไป ซึ่งเม่ืออัตราผลตอบแทนเปล่ียนแปลง ตราสารหน้ีที่มีคาดูเรชันสูงกวา จะมีผลกระทบจาก
การเปลี่ยนแปลงนี้มากกวา กลาวคือ การเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหน้ีนั้นจะมากกวา จากแนวคิด
ดังกลาว ผูลงทุนสามารถนําดูเรชันมาประยุกตใชกับการลงทุนได ตัวอยางเชน หากผูลงทุนคาดการณวา
ระดับอัตราผลตอบแทนจะลดต่ําลงในอนาคตผูลงทุนควรเนนลงทุนในตราสารหน้ีท่ีมีดูเรชันสูง เน่ืองจาก
เกิดกําไรจากการขาย (capital gain) จากสวนตางของราคาสูง ท้ังน้ี เพราะตราสารหน้ีที่มีดูเรชันสูง ราคาจะ
เพ่ิมข้ึนมากกวาตราสารหน้ีท่ีมีดูเรชันต่ํากวา ในทางตรงกันขาม หากผูลงทุนคาดการณวาอัตราผลตอบแทน
จะสูงขึ้นในอนาคต ผูลงทุนควรหลีกเล่ียงการลงทุนในตราสารหน้ีท่ีมีดูเรชันสูง หรือ ควรขายตราสารหนี้ที่มี
ดูเรชันสูงในพอรตแลวลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นแทน เพื่อลดผลกระทบจากการปรับตัวลดลงของราคา
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 283
ความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหน้ี
รูปท่ี 7-1 เสนความสัมพันธระหวางราคากับอัตราผลตอบแทนของตราสารหน้ีและดูเรชัน
15 '6 ) 1 B '6 6 9AI )&9I B )
' è
'6 6 I 9 7 +
6 A= ' 5
'6 6 '6.6'/ JA9 '%èø ę
'6 6 '6.6'/ J9
ดูเรชันเหมาะสําหรับการประมาณราคาจากอัตราผลตอบแทนที่เปล่ียนแปลงไปในชวงแคบๆ เทานั้น
หากอัตราผลตอบแทนเปล่ียนแปลงไปมาก จะตองนําคอนเวคซิต้ีมาชวยปรับการประมาณราคาใหแมนยํา
ย่ิงขึ้น สําหรับตราสารหนี้ท่ีไมมีสิทธิแฝง คอนเวคซิต้ีจะมีคาเปนบวก ซ่ึงการลงทุนในตราสารหน้ีท่ีวิเคราะห
โดยละเอียด นอกจากการปองกันความเส่ียงของการลงทุนดวยดูเรชันแลว ยังสามารถปองกันความเส่ียง
ถึงระดับคอนเวคซิต้ีไดดวย
7.1.4 ลักษณะและความเส่ียงของต๋ัวแลกเงิน
ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วบีอี (Bill of Exchange: B/E) เปนตราสารหน้ีประเภทหนึ่งซ่ึงสวนใหญมักมีอายุ
ส้ันๆ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 9 เดือน เปนตน ท่ีผานมาบริษัทเอกชนมีการออกเสนอขายตั๋วแลกเงินเพ่ิม
มากขึ้น เนื่องจากการออกเสนอขายมีขอไดเปรียบกวาหุนกู กลาวคือ สามารถออกไดงาย รวดเร็ว และ
มีตนทุนต่ํา อยางไรก็ตาม ขอไดเปรียบดังกลาวนํามาซึ่งลักษณะเฉพาะของต๋ัวแลกเงิน ซึ่งมีสถานะทาง
กฎหมายและความเสี่ยงท่ีแตกตางไปจากหุนกู กลาวคือ การออกหุนกูจําเปนตองมีนายทะเบียนและผูแทน
ผูถือหุนกู รวมท้ังขอกําหนดวาดวยสิทธิและหนาท่ีของผูออกหุนกูและผูแทนผูถือหุนกู (“ขอกําหนดสิทธิ”)
ทั้งนี้ เพื่อดูแลรักษาผลประโยชนและคุมครองผูถือหุนกู เชน มีการจัดทําทะเบียนผูถือหุนกู ดูแลการจายชําระ
ดอกเบี้ยใหผูถือหุนกู ติดตามบริษัทผูออกหุนกูในกรณีท่ีมีการผิดนัดชําระหนี้ โดยใหเปนไปตามขอกําหนด
สิทธิ ขณะที่การออกต๋ัวแลกเงินไมมีสิ่งเหลานี้ นอกจากน้ี ในกรณีท่ีมีการซ้ือขายเปล่ียนมือและตอมา
บริษัทผูออกผิดนัดชําระหนี้ หากเปนหุนกู ผูออกหุนกูจะเปนผูรับผิดตามขอกําหนดสิทธิเพียงผูเดียว ขณะท่ี
284 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ต๋ัวแลกเงิน นอกจากผูออกต๋ัวจะมีความรับผิดทางกฎหมายแลว ผูสลักหลังโอนอาจถูกไลเบ้ียใหรับผิดดวย
ก็ได
ตารางท่ี 7-8 ความแตกตางระหวางต๋ัวแลกเงินและหุนกูท่ีออกโดยบริษัทเอกชน
ลักษณะเฉพาะ ตั๋วแลกเงิน หุนกู
1. อายุตราสาร สวนใหญมีอายุส้ันไมเกิน 270 วัน สวนใหญมีอายุยาวมากกวา 270 วัน
2. นายทะเบียนหลักทรัพย ไมมี มี
3. ผูแทนผูถือหลักทรัพย ไมมี มี
4. ขอกําหนดสิทธิ ไมมี มี
5. กรณีผูออกตราสารผิดนัด ผูสลักหลังโอนอาจถูกไลเบ้ียได เฉพาะผูออกหุนกูเทาน้ันที่รับผิด
ชําระหน้ี
ในการเสนอขายตั๋วแลกเงินแบบวงแคบ (private placement: PP) ใหผูลงทุนไมเกิน 10 ราย
บริษัทผูออกตั๋วแลกเงินไดรับยกเวนไมจําเปนตองจัดใหมีการจัดอันดับเครดิต ซึ่งตั๋วแลกเงินประเภทน้ี
มักเรียกวา unrated B/E รวมท้ังไดรับยกเวนการเปดเผยขอมูลโดยไมจําเปนตองยื่นแบบแสดงรายการ
ขอมูล (filing) และรางหนังสือช้ีชวน ตั๋วแลกเงินประเภทน้ีจึงอาจมีความเสี่ยงสูง เพราะบริษัทผูออกท่ีมี
ความเส่ียงสูงมีแนวโนมที่จะไมจัดอันดับเครดิต ดวยเหตุท่ีมีตนทุนทั้งในดานการวาจางบริษัทจัดอันดับ
ความนาเชื่อถือ และตนทุนดอกเบ้ียสูงหากไดรับอันดับความนาเช่ือถือไมดี โดยเฉพาะหากบริษัทผูออก
ตั๋วแลกเงินเปนบริษัทท่ัวไปท่ีไมไดจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ (non-listed company) ก็อาจจะมี
ขอจํากัดท่ีจะหาขอมูลเพียงพอตอการวิเคราะห และเนื่องดวยต๋ัวแลกเงินมักมีอายุส้ันๆ เมื่อครบกําหนดไถถอน
ผูออกจึงมักออกต๋ัวแลกเงินใหมมาทดแทนต๋ัวฉบับเดิม (rollover) ซ่ึงหากเปนการ rollover ต๋ัวแลกเงิน
ระยะสั้นเพื่อไปลงทุนในโครงการยาว (funding mismatch) โดยที่บริษัทผูออกต๋ัวแลกเงินขาดสภาพคลอง
ทางการเงิน ก็อาจมีความเส่ียงท่ีผูออกตั๋วแลกเงินจะผิดนัดชําระหน้ีไดหากเจาหน้ีเรียกคืนหน้ีโดยไม rollover
การลงทุนตอ (rollover risk) ดังนั้น ต๋ัวแลกเงินดังกลาวจึงเหมาะกับการเสนอขายใหแกผูลงทุนรายใหญ
ที่มีความรูจักกับบริษัทผูออกตั๋วแลกเงินเปนอยางดี ซ่ึงสามารถวิเคราะหความนาเชื่อถือไดเองและ
รับความเส่ียงจากการลงทุนได อยางไรก็ตาม ในปจจุบันพบวาผูลงทุนรายใหญดังกลาวสวนหน่ึงก็คือ
กองทุนรวม ดังน้ัน ผูท่ีจะลงทุนในกองทุนรวมดังกลาว จึงตองศึกษาทําความเขาใจในลักษณะและความเส่ียง
ของตั๋วแลกเงินและระดับความเสี่ยงของกองทุนรวมท่ีสอดคลองเหมาะสมกับระดับความเส่ียงที่ผูลงทุน
ยอมรับได รวมทั้งคัดเลือกบริษัทจัดการกองทุนที่มีความชํานาญในการวิเคราะหหลักทรัพยและบริหาร
ความเส่ียงจากการลงทุน
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 285
ความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหนี้
7.1.5 การกระจายความเส่ียงในพอรตการลงทุน
หลักการกระจายความเสี่ยงสําหรับพอรตการลงทุน (diversification) สามารถใชไดกับการลงทุน
ทุกประเภท ไมวาวัตถุประสงคของการลงทุนจะเปนเชนไร กลยุทธน้ีเปนการสรางภูมิคุมกันใหกับพอรต
การลงทุน เชน ในกรณีที่กลุมอุตสาหกรรม (sector) หรือกลุมตราสารหน้ีกลุมใดกลุมหน่ึงประสบปญหาและ
มีมูลคาลดลง การเพ่ิมมูลคาของตราสารหน้ีในอีกกลุมหน่ึงก็อาจชวยบรรเทาผลกระทบดานลบท่ีเกิดขึ้นได
ตัวอยางเชน พอรตลงทุนในตราสารหน้ีสองประเภท คือ ที่ใหผลตอบแทนสูงและมีความเส่ียงสูง (high yield)
และตราสารหนี้ท่ีอยูในระดับท่ีสามารถลงทุนได (investment grade) การเลือกลงทุนเชนนี้เพื่อเพ่ิมอัตรา
ผลตอบแทนและในขณะเดียวกันก็คํานึงถึงการกระจายความเสี่ยงเพื่อความม่ันคงปลอดภัยของเงินลงทุน
หากเลือกลงทุนในตราสารหน้ีประเภทเดียว เชน ลงทุนเฉพาะตราสารหนี้ที่อยูในระดับท่ีสามารถ
ลงทุนได ซึ่งใหความมั่นคงปลอดภัยสูง แตผลตอบแทนท่ีไดรับก็จะต่ํา ในทางกลับกัน เม่ือตองการผลตอบแทน
สูงและเลือกลงทุนเฉพาะตราสารหน้ีท่ีมีความเส่ียงสูง ผูลงทุนก็ตองยอมรับกับโอกาสท่ีอาจขาดทุนจาก
การลงทุนได ดังน้ัน การลงทุนในตราสารท้ังสองประเภทจึงเปนการลดความเส่ียงและเพ่ิมโอกาสท่ีจะไดรับ
ผลตอบแทนที่สูงข้ึน เพราะในบางครั้งภาวะเศรษฐกิจอาจมีความผันผวนมากจนเกิดผลกระทบทางลบแก
กลุมตราสารหนี้ท่ีใหอัตราผลตอบแทนสูงเปนอยางมาก การท่ีมีกลุมตราสารหน้ีในระดับที่สามารถลงทุนได
และมีความเส่ียงต่ําอยูในพอรตจะชวยชดเชยความเสียหายอันจะเกิดจากการลดลงของมูลคาตราสารหน้ี
ในกลุมผลตอบแทนสูงลงได ในทํานองเดียวกันกับท่ีผูลงทุนอาจตองการสรางความสมดุลในพอรตการลงทุน
ท่ีประกอบไปดวยหุนกูเอกชนเปนสวนใหญ ดวยการเพิ่มการลงทุนในตราสารท่ีมีความเสี่ยงดานเครดิตต่ํา
เชน ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล เปนตน
286 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
บทสรุป
ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ นอกจากรายรับจากดอกเบ้ียของตราสารหน้ีแลว
ยังประกอบดวยกําไรหรือขาดทุนจากการเปล่ียนแปลงของราคาตราสารหนี้ และผลตอบแทนจากการลงทุนซ้ํา
ซ่ึงผูลงทุนตองคาดการณระดับอัตราผลตอบแทนในอนาคตและรูปแบบของ yield curve ท่ีจะเปล่ียนแปลงไป
รวมถึงการวิเคราะหความเสี่ยงดานตางๆ ของตราสารหน้ี ท้ังนี้ ตราสารหนี้แตละประเภทอาจไดรับ
ผลกระทบจากความเส่ียงดวยปจจัยท่ีแตกตางกันขึ้นอยูกับลักษณะของตราสารหนี้ โดยตราสารหนี้ภาคเอกชน
จะมีความเสี่ยงดานเครดิตซ่ึงเกิดจากการผิดนัดชําระหน้ี แตตราสารหนี้ภาครัฐมีความเส่ียงจากการผิดนัด
ชําระหน้ีนอยมากหรืออาจกลาววาไมมีเลย หรือความเส่ียงเรื่องการเรียกคืนกอนกําหนด ซ่ึงเปนความเสี่ยง
เฉพาะของตราสารหน้ีบางประเภทเชน callable bond เปนตน
การคํานวณดูเรชันและคอนเวคซิต้ีจะมีประโยชนในการประมาณราคาตราสารหนี้และมูลคาของ
พอรตการลงทุนจากอัตราดอกเบี้ยท่ีเปล่ียนแปลงไป โดยการใชดูเรชันเพียงอยางเดียวเหมาะสําหรับการ
ประมาณราคาจากอัตราผลตอบแทนท่ีเปลี่ยนแปลงไปในชวงแคบๆ เทานั้น หากอัตราผลตอบแทน
เปล่ียนแปลงไปมาก คอนเวคซิตี้จะชวยปรับการประมาณราคาใหแมนยําย่ิงขึ้น
การลงทุนในตราสารหน้ี ยังมีความเสี่ยงที่สําคัญอ่ืนๆ ที่ตองพิจารณา โดยเฉพาะความเสี่ยงจาก
การลงทุนในตั๋วแลกเงินซึ่งเปนตราสารหนี้ที่มีลักษณะเฉพาะและอาจมีความเสี่ยงสูงซึ่งผูลงทุนควรศึกษา
ทําความเขาใจกอนการลงทุน อยางไรก็ตาม การกระจายการลงทุนในพอรตการลงทุนจะชวยสรางผลตอบแทน
และปรับความเส่ียงของพอรตการลงทุนใหอยูในระดับที่สอดคลองเหมาะสมกับวัตถุประสงคของการลงทุนได
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 287
ความเส่ียงจากการลงทุนในตราสารหนี้
บรรณานุกรมและเอกสารอางอิง
CFA Institute Fixed Income Analysis for the Chartered Financial Analyst Program, Chapter 2 page
25–52; Chapter 5 page 127–162
CFA Institute Quantitative Investment Analysis, Chapter 11 page 429–509
FRANK J. FABOZZI and T. DESSA FABOZZI. The Handbook of Fixed Income Securities, Chapter
2 page 20–27; Chapter 4 page 49–82
FRANK J.FABOZZI. Bond Markets, Analysis, and Strategies. Chapter 2 page 13–34; Chapter 3
page 35–57; Chapter 4 page 58–91; Chapter 20 page 444–489; Chapter 22 page 510–545;
Chapter 23 page 550–558
กอบศักด์ิ ภูตระกูล และ เมทินี ศุภสวัสด์ิกุล กลไกการทํางานของนโยบายการเงิน, บทที่ 2 หนา 5–11
จริยา พิมลไพบูลย วัฏจักรเศรษฐกิจกับการลงทุน
พรอนงค บุษราตระกูล การลงทุนพื้นฐานและการประยุกต, บทท่ี 8 หนา 205–214 และบทที่ 9 หนา 233–
273
เพชรี ขุมทรัพย หลักการลงทุน, บทท่ี 15 หนา 289–296; บทที่ 18 หนา 342–360
สมาคมตลาดตราสารหน้ืไทย ความรูเก่ียวกับตราสารหนี้, หมวดที่ 1 บทที่ 4 หนา 1–5; หมวดท่ี 2 บทท่ี 1
หนา 1–24 และบทที่ 2 หนา 1–7
สมาคมตลาดตราสารหน้ืไทย ความรูเกี่ยวกับตราสารหนี้, หมวดที่ 1 บทที่ 1 บทท่ี 2 บทท่ี 4 บทที่ 6 และ
บทที่ 7; หมวดที่ 2 บทท่ี 1–6
สมาคมตลาดตราสารหนื้ไทย คูมือเพื่อการลงทุนในตราสารหนี้ หนา 1–13
เสาวลักษณ คําวิลัยศักดิ์ การควบคุมเงินทุนเคล่ือนยาย (capital control)
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ตลาดการเงินและการลงทุนใน
หลักทรัพย, บทที่ 11 หนา 481–524
ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ความรูเบื้องตนและการวิเคราะห
ตราสารหน้ีที่ไมมีสิทธิแฝง (DB1), บทท่ี 3 หนา 59–101; บทที่ 4 หนา 107–129
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช การลงทุนและการวิเคราะหหลักทรัพย, บทท่ี 10 หนา 1–42
288 ศูนยสงเสริมการพัฒนาความรูตลาดทุน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย