The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Onrumpa KUMNUANEK, 2022-09-27 10:45:31

หลักสูตรสถานศึกษา รร เสาไห้ ฯ

คําอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ว๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร๕ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ระบุ อธิบาย ยกตัวอยาง ออกแบบ ใช เขยี นกราฟ เขียนแผนภาพ บรรยาย วัดคา ทดสอบ รวบรวม ขอมูล ประมวลผล ใหเหตุผล คํานวณ เปรียบเทียบ สรางแบบจําลอง พัฒนา ตระหนัก วิเคราะห นําเสนอ และ ประเมินผล เกี่ยวกับปฏิสัมพันธขององคประกอบของระบบนิเวศ การถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การแบง เซลลแบบไมโทซิสและไมโอซิส โรคทางพันธุกรรม สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ พอ ลิเมอร เซรามิกส และวัสดุผสม การเกิดปฏิกิริยาเคมี กฎทรงมวล ความสัมพันธของเทคโนโลยีกับศาสตรอื่น โดย ใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู คิดวิเคราะห ตัดสินใจ สามารถนําความรูไปใชแกปญหาในชีวิตประจําวัน โดยบูรณา การวิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร คํานึงถึงความถูกตองดานทรัพยสินทางปญญา ใชความรู และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ กลไก ไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสใหถูกตองกับลักษณะของ งาน และปลอดภัย มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม คานิยมที่เหมาะสม
รหัสตัวชี้วัด
ว๑.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ , ม.๓/๓ , ม.๓/๔ , ม.๓/๕ , ม.๓/๖
ว๑.๓ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ , ม.๓/๓ , ม.๓/๔ , ม.๓/๕ , ม.๓/๖ , ม.๓/๗ , ม.๓/๘ , ม.๓/๙ , ม.๓/๑๐ ,
ม.๓/๑๑
ว๒.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ , ม.๓/๓ , ม.๓/๔ , ม.๓/๕ , ม.๓/๖ , ม.๓/๗ , ม.๓/๘ ว๔.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ , ม.๓/๓ , ม.๓/๔ , ม.๓/๕
รวมทั้งหมด ๓๐ ตัวชี้วัด
๙๘


คําอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ว๒๓๑๐๒ วิทยาศาสตร ๖ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ระบุ อธิบาย ยกตัวอยาง ออกแบบ ใช เขียนกราฟ เขียนแผนภาพ บรรยาย วัดคา ทดสอบ รวบรวมขอมูล ประมวลผล ใหเหตุผล คํานวณ เปรียบเทียบ สรางแบบจําลอง พัฒนา ตระหนัก วิเคราะห นําเสนอ และประเมินผล เกี่ยวกับ ความสัมพันธระหวางความตางศักย กระแสไฟฟา และความตานทาน การตอ ตัวตานทานแบบอนุกรมและขนาน การทํางานของชิ้นสวนอิเล็กทรอนิกสอยางงายในวงจร การคํานวณพลังงาน ไฟฟาและคาไฟฟาของเครื่องใชไฟฟาในบาน การเลือกใชเครื่องใชไฟฟาอยางประหยัดและปลอดภัย การเกิดคลื่น และสวนประกอบของคลื่น คลื่นแมเหล็กไฟฟา สเปกตรัมคลื่นแมเหล็กไฟฟา และอันตรายจากคลื่นแมเหล็กไฟฟา กฎการสะทอนของแสง การเกิดภาพจากกระจกและเลนส ทัศนูปกรณ ความสวางของแสง การโคจรของดาว เคราะหรอบดวงอาทิตยดวยแรงโนมถวง การเกิดฤดู และการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย การเกิดขางขึ้น ขางแรม การเปลี่ยนแปลงเวลาการขึ้นและตกของดวงจันทร และการเกิดน้ําขึ้นน้ําลง เทคโนโลยีอวกาศ การ นําเสนอขอมูลและสารสนเทศ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู เพื่อใหเกิด ความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู คิดวิเคราะห ตัดสินใจ สามารถนําความรู ไปใช แกปญหาในชีวิตประจําวันใชแนวคิดเชิงคํานวณในการแกปญหาที่พบในชีวิตจริงอยางเปนขั้นตอนและเปนระบบ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรูการทํางานและการแกปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพ รูเทาทัน และมีความรับผิดชอบตอสังคม ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร ใชลิขสิทธิ์ ของผูอื่นโดย ชอบธรรมมี จิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม คานิยมที่เหมาะสม
รหัสตัวชี้วัด
ว๒.๓ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔,ม.๓/๕,ม.๓/๖,ม.๓/๗,ม.๓/๘,ม.๓/๙,ม.๓/๑๐,ม.๓/๑๑ ม.๓/๑๒ , ม.๓/๑๓ , ม.๓/๑๔ , ม.๓/๑๕ , ม.๓/๑๖ , ม.๓/๑๗ , ม.๓/๑๘ , ม.๓/๑๙ , ม.๓/๒๐ , ม.๓/๒๑
ว๓.๑ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔ ว๔.๒ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔
รวมทั้งหมด ๒๙ ตัวชี้วัด
๙๙


คําอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร เวลา ๒o ชวั่ โมง จํานวน ๐.๕ หนว ยกิต ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วิเคราะห ระบุปญหาหรือความตองการ รวบรวมขอมูล ออกแบบวิธีการแกปญหา ทดสอบและ ประเมินผลเกี่ยวกับ สาเหตุหรือปจจัยที่สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความสัมพันธ ของ เทคโนโลยีกับศาสตรอื่น โดยเฉพาะวิทยาศาสตร หรือคณิตศาสตร เพื่อเปนแนวทางการแกปญหา หรือพัฒนา งาน โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การวิเคราะหเปรียบเทียบเพื่อใหมีความรคู วามเขาใจสามารถวิเคราะห สาเหตุหรือปจจัยที่สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความสัมพันธ ของเทคโนโลยีกับศาสตรอื่น โดยเฉพาะวิทยาศาสตร หรือคณิตศาสตร เพื่อเปนแนวทางการแกปญหา หรือพัฒนางาน สามารถระบุปญหาหรือความตองการของชุมชนหรือทองถิ่น เพื่อพัฒนางานอาชีพ สรุปกรอบของปญหา รวบรวม วิเคราะหขอมูลและแนวคิดที่เกี่ยวของกับปญหา โดยคํานึงถึงความถูกตองดานทรัพยสิน ทางปญญา ออกแบบ วางแผน ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะหและ ใหเหตุผลของปญหาหรือขอบกพรองที่เกิดขึ้นภายใต กรอบเงื่อนไข พรอมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแกไข และนําเสนอผลการแกปญหาใชความรูและมีทักษะการ เลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ กลไก ไฟฟา และอิเล็กทรอนิกสเพื่อแกปญหาหรือพัฒนางานไดอยางถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย
รหัสตัวชี้วัด
ว๔.๑ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔,ม.๓/๕
รวมทั้งหมด ๕ ตัวชี้วัด
ว๒๓๑๐๓ การออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑
๑๐๐


คําอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร เวลา๒oชั่วโมงจํานวน๐.๕หนวยกิต ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พัฒนาแอปพลิเคชันที่มีการบูรณาการกับวิชาอื่นอยางสรางสรรค รวบรวมขอมูล ประมวลผล ประเมินผล นําเสนอขอมูลและสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค โดยใชกระบวนการปฏิบัติ เพื่อใหมีความรูความเขา สามารถใชซอฟตแวรหรือบริการบนอินเทอรเน็ต ที่หลากหลายประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล วิเคราะหสื่อ และผลกระทบจากการใหขาวสารที่ผิด เพื่อการใชงานอยางรูเทาทัน สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีการบูรณา การกับวิชาอื่นอยางสรางสรรค และใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัยและมีความรับผิดชอบตอสังคม ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร ใชลิขสิทธิ์ของผูอื่นโดยชอบธรรม
รหัสตัวชี้วัด
ว๔.๒ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔
รวมทั้งหมด ๔ ตัวชี้วัด
ว๒๓๑๐๔ วิทยาการคํานวณ ชั้นมัธยมศึกษาปที่๓ ภาคเรียนที่๒
๑๐๑


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๑๒๐๓ ของเลนเชิงวิทยาศาสตร กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑,๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา ออกแบบ ประดิษฐ แกไขขอบกพรองสรุปและอธิบายทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ของ
เลนเชิงวิทยาศาสตรอยางงาย โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู คิดวิเคราะห ตัดสินใจ นําไปใชแกปญหาในชีวิตประจําวันโดยบูรณาการวิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และ คานิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. สืบคนและอธิบายทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ๑๓ ทักษะ
๒. ออกแบบการโยนไขพรอมทั้งอธิบายหลักการทํางาน ตรวจสอบและแกไขขอบกพรอง
๓. ออกแบบประดิษฐของเลนที่ใชหลักการเกิดเสียงพรอมทั้งอธิบายหลักการทํางาน ตรวจสอบ และแกไขขอบกพรอง
๔. อธิบายและออกแบบประดิษฐของเลนที่ใชหลักการออสโมซีสพรอมทั้งอธิบายหลักการทํางาน ตรวจสอบและแกไขขอบกพรอง
๕. อธิบายและออกแบบประดิษฐของเลนที่ใชหลักการแรงเฉื่อยของวัตถุพรอมทั้งอธิบายหลักการ ทํางานตรวจสอบและแกไขขอบกพรอง
๖. อธิบายและออกแบบประดิษฐของเลนที่ใชหลักการละลายของแกสและความดัน พรอมทั้งอธิบาย หลักการทํางาน ตรวจสอบและแกไข
๗. สืบคนขอมูลและออกแบบการแสดงทางวิทยาศาสตร (Science Show)
รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรียนรู
๑๐๒


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๑๒๐๔ วิทยาศาสตรกับความงาม กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา วิเคราะห ตรวจสอบ และอธิบาย ความงามที่สมวัยและปจจัยที่มีผลตอความงาม การดูแลความ งามและการเลือกใชเครื่องสําอาง เครื่องสําอางในชีวิตประจําวัน การใชสมุนไพรในทองถิ่นเพื่อความงามและ สุขภาพ เทคโนโลยีเพื่อความงามและสุขภาพ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน
มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและคานิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. อธิบายสวนตางๆของรางกายที่เกี่ยวของกับความงามและแนวทางในการดูแลอยางถูกตอง เหมาะสม
๒. สืบคนขอมูลสํารวจตรวจสอบและอธิบายผลิตภัณฑและเทคโนโลยีเกี่ยวกับความงามประเภท ตางๆ
๓. สืบคนขอมูลภูมิปญญาไทยที่เกี่ยวของกับความงาม
๔. นําความรูไปใชในการเลือกใชผลิตภัณฑและเทคโนโลยีเกี่ยวกับความงามไดอยางถูกตองและ
เหมาะสม
๕. สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและสรางสรรคผลงานเกี่ยวกับความงามอยางมีคุณธรรมและจริยธรรม
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู
๑๐๓


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๑๒๐๕ พื้นฐานชีววิทยา กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สืบคน สรุป อภิปราย และอธิบาย ลักษณะที่สําคัญของสิ่งมีชีวิต กระบวนการทางชีววิทยา ที่เปนประโยชนตอการดํารงชีวิตของมนุษยและสิ่งแวดลอม วิธีการทางวิทยาศาสตร รูปรางลักษณะโครงสราง ของเซลล สิ่งมีชีวิตเซลลเดียวและหลายเซลล โครงสรางหนาที่สวนประกอบที่สําคัญของเซลล โดยใช กระบวนการทางวิทยาศาสตร เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู คิดวิเคราะห ตัดสินใจ นําไปใชแกปญหาในชีวิตประจําวันโดยบูรณาการวิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และการออกแบบเชิง วิศวกรรมศาสตร มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม นําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมา ใชอยางเหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. สืบคนขอมูลและอธิบายเกี่ยวกับลักษณะที่สําคัญของสิ่งมีชีวิต
๒. อธิบายและสรุปเก่ียวกับกระบวนการทางชีววิทยาที่เปนประโยชนตอการดํารงชีวิตของมนุษยและ
สิ่งแวดลอม
๓. นําวิธีการทางวิทยาศาสตรมาออกแบบการทดลองเพื่อแกปญหาในทองถิ่น ๔. สังเกตและอธิบายรูปรางลักษณะของเซลลสิ่งมีชีวิตเซลลเดียวและหลายเซลล ๕. ทดลองและอธิบายหนาที่สวนประกอบที่สําคัญของเซลลพืชและเซลลสัตว
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู
๑๐๔


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๑๒๐๖ สะเต็มศึกษา ๑ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา สรุป ออกแบบ อธิบายเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของกิจกรรมสะเต็มศึกษา การบูรณาการ ความรูทางดานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร ทักษะทางเทคโนโลยีและกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตรให เขากับการทํากิจกรรมสะเต็มศึกษา เชน กิจกรรมการสรางสะพาน (Bridge Building) กิจกรรมแพลอยน้ํา กิจกรรมศรชวนคิด....ชี้ทิศบอกทาง และกิจกรรมสวางไสวดวยสายน้ํา เปนตน โดยใชกระบวนการทาง วิทยาศาสตร คิดวิเคราะห แกป ญหา คิดสรางสรรค อยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหมีความรูความเขาใจ มีทักษะและ สามารถบูรณาการความรูทางดานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร ทักษะทางเทคโนโลยีและกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรมศาสตร ไปใชสรา งสรรคนวัตกรรมหรือชิ้นงานที่นําไปใชประโยชนหรือแกปญหาในชีวิตประจําวัน
ผลการเรียนรู
๑. อธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธของวิทยาศาสตรเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตรและคณิตศาสตรได
๒. สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธของวิทยาศาสตร เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตรและคณิตศาสตร ไปสู
การแกปญหาในชีวิตประจําวัน
๓. สามารถอธิบายและวิเคราะหประเด็นปญหาจากสถานการณปญหาเรื่องการสรางสะพาน(Bridge
Building) ได
๔. สามารถออกแบบและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวของกับการสรางสะพาน (Bridge Building) และ
สามารถบอกไดวานวัตกรรมที่เกิดขึ้นสามารถนําไปประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยางไร
๕. สามารถอธิบายและวิเคราะหประเด็นปญหาจากสถานการณปญหาเรื่องแพลอยน้ําได
๖. สามารถออกแบบและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวของกับการสรางแพลอยน้ํา และสามารถบอกไดวา
นวัตกรรมที่เกิดขึ้นสามารถนําไปประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยางไร
๗. สามารถอธิบายและวิเคราะหประเด็นปญหาจากสถานการณปญหาเรื่องศรชวนคิด....ชี้ทิศบอกทาง
ได
๘. สามารถออกแบบและพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวของกับ การสรางศรลมบอกทิศ และสามารถบอกไดวา
นวัตกรรมที่เกิดขึ้นสามารถนําไปประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยางไร
๙. สามารถอธิบายและวิเคราะหประเด็นปญหาจากสถานการณปญหาเรื่องสวางไสวดวยสายน้ําได ๑๐.สามารถออกแบบและพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวของกับการสรางกังหันน้ําผลิตไฟฟา และสามารถบอกได
วานวัตกรรมที่เกิดขึ้นสามารถนําไปประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยางไร
รวมทั้งหมด ๑๐ ผลการเรียนรู
๑๐๕


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๒๒๐๓ วิทยาศาสตรโลกทั้งระบบ ๑ (โครงงาน ๑) กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑, ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา ตั้งคําถาม ต้ังสมมติฐาน วิเคราะห สัมพันธระหวางองคประกอบตางๆ ในธรรมชาติรูปแบบ ความสัมพันธ และแนวโนมที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดลอมตามธรรมชาติในทองถิ่น โดยใช กระบวนการวิจัย การสังเกต การตั้งคําถาม การตั้งสมมติฐาน การวางแผน การเขียนเคาโครงวิจัย ดวย กระบวนการทางวิทยาศาสตร เพื่อพัฒนากระบวนการคิด การสืบเสาะหาความรู มีความสามารถในการตัดสินใจ และสามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู นําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและ
คานิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. ตั้งคําถามที่กําหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สําคัญในการสํารวจตรวจสอบหรือศึกษาคนควาเรื่องที่ สนใจไดอยางครอบคลุมและเชื่อถือได
๒. สรางสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบไดและวางแผนการสํารวจตรวจสอบหลายๆ วิธี
๓. เลือกเทคนิควิธีการสํารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ไดผลเที่ยงตรงและปลอดภัย
โดยใชวัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรียนรู
๑๐๖


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๒๒๐๕ พนื้ ฐานเคมี กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑,๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา สํารวจ ตั้งสมมุติฐาน ทดลองและอธิบายเกี่ยวกับสมบัติและการเปลี่ยนสถานะของสาร การ จัดเรียงอนุภาคของสาร องคประกอบสมบัติของธาตุและสารประกอบ โครงสรางอะตอม และสัญลักษณ นิวเคลียรของธาตุ การเปรียบเทียบสมบัติของธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ ธาตุกึ่งโลหะและธาตุกัมมันตรังสีและการนํา ความรูไปใชประโยชน การเตรียมสารละลายที่มีความเขมขนเปนรอยละ การเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวลและ พลังงานของสาร การหลักการแยกสารดวยวิธีการกรอง การตกผลึก การสกัด การกลั่น และโครมาโทกราฟ การเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวล และพลังงานเมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมี ปจจัยที่มีผลตอการเกิดปฏิกิริยาเคมี การ เขียนสมการของปฏิกิริยาเคมีทั่วไปที่พบในชีวิตประจําวัน ผลของสารเคมี ปฏิกิริยาเคมีตอสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดลอม การตรวจสอบ คุณสมบัติของกรด เบส การใชสารเคมีอยางถูกตอง ปลอดภัย วิธีปองกันและแกไข อันตรายที่เกิดขึ้นจากการใชสารเคมี โดยใชการเรียนรูดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตร เพื่อใหเกิดความรู ความ เขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู คิดวิเคราะห ตัดสินใจ นําไปใชแกปญหา ในชีวิตประจําวัน โดยบูรณาการ วิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. อธิบายสมบัติและการเปลี่ยนสถานะของสารโดยใชแบบจําลองการจัดเรียงอนุภาคของสารได
๒. สํารวจและอธิบายองคประกอบสมบัติของธาตุและสารประกอบโครงสรางอะตอม และสัญลักษณนิวเคลียร
ของธาตุได
๓. สืบคนขอมูลและเปรียบเทียบสมบัติของธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ ธาตุกึ่งโลหะและธาตุกัมมันตรังสีและ
นําความรูไปใชประโยชนได
๔. ทดลองและอธิบายวิธีเตรียมสารละลายที่มีความเขมขนเปนรอยละ และอภิปรายการนําความรูเกี่ยวกับ
สารละลายไปใชประโยชนได
๕. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวลและพลังงานของสาร เมื่อสารเปลี่ยนสถานะและเกิดการ
ละลายได
๖. ทดลองและอธิบายการหลักการแยกสารดวยวิธีการกรอง การตกผลึก การสกัด การกลั่น และโครมาโท
กราฟ และนําความรูไปใชประโยชนได
๗. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวล และพลังงานเมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมี รวมทั้งอธิบายปจจัย
ทมี่ ีผลตอการ เกิดปฏิกิริยาเคมีได
๘. ทดลอง อธิบายและเขียนสมการของปฏิกิริยาเคมีทั่วไปที่พบในชีวิตประจําวัน ผลของสารเคมี ปฏิกิริยาเคมี
ตอสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดลอม และนําความรูไปใชประโยชนได
๙. ทดลองอธิบายและตรวจสอบ คุณสมบัติของกรด เบส และนําความรูไปใชประโยชนได
๑๐. สืบคนขอมูลและอธิบายการใชสารเคมีอยางถูกตอง ปลอดภัย วิธีปองกันและแกไขอันตรายที่เกิดขึ้นจาก
การใชสารเคมีได
๑๐๗


รวมทั้งหมด ๑๘ ผลการเรียนรู
คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๒๒๐๖ สะเต็มศึกษา๒ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑,๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา สืบคน วิเคราะห ออกแบบ อธิบายและคํานวณ เก่ียวกับกิจกรรมสะเต็มศึกษาที่กําหนดให การบูรณาการความรูทางดานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร ทักษะทางเทคโนโลยีและกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรมศาสตร ใหเขากับการทํากิจกรรมสะเต็มศึกษา เชน กิจกรรมผลิตภัณฑจากแปงปนสูอาชีพ และ กิจกรรมผลิตภัณฑจากกาบกลวยสูอาชีพ เปนตน โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร คิดวิเคราะห คิด สังเคราะห แกปญหา คิดสรางสรรค อยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจมีทักษะ สามารถบูรณา ความรูทางดานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยีและกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร ไปใช สรางสรรคนวัตกรรมหรือชิ้นงานที่นําไปใชประโยชนในการเรียนหรือชีวิตประจําวัน ตอยอดสูอาชีพในอนาคต
ผลการเรียนรู
๑. สามารถวิเคราะหอธิบายและบอกความตองการของปญหาจากสถานการณปญหาเรื่องผลิตภัณฑ จากแปงปนสูอาชีพ ได
๒. สามารถรวบรวมขอมูลและแนวคิดทางวิทยาศาสตรคณิตศาสตรและเทคโนโลยีเกี่ยวของกับการ ทําผลิตภัณฑจากแปงปน ได
๓. สามารถออกแบบวิธีการทําผลิตภัณฑจากแปงปนโดยการประยุกตใชขอมูลและแนวคิดที่เกี่ยวของ พรอมทั้งคํานึงถึงทรัพยากร ตนทุน ขอจํากัดและเงื่อนไขตามสถานการณที่กําหนดใหได
๔. สามารถวางแผนและกําหนดลําดับขั้นตอนของการทําผลิตภัณฑจากแปงปน แลวลงมือทํา ผลิตภัณฑจากแปงปน
๕. สามารถทดสอบและประเมินผลประสิทธิภาพของชิ้นงานไดและสามารถนําผลการทดสอบมาใชใน การปรับปรุงและพัฒนาใหชิ้นงานมีประสิทธิภาพดีขึ้นได
๖. สามารถนําเสนอแนวคิดและขั้นตอนการทําผลิตภัณฑจากแปงปนสูอาชีพ ใหผูอื่นเขาใจได
๗. สามารถวิเคราะหอธิบายและบอกความตองการของปญหาจากสถานการณปญหาเรื่องผลิตภัณฑ
จากกาบกลวยสูอาชีพ ได
๘. สามารถรวบรวมขอมูลและแนวคิดทางวิทยาศาสตรคณิตศาสตรและเทคโนโลยีเกี่ยวของกับการ
ทําผลิตภัณฑจากกาบกลวยได
๙. สามารถออกแบบวิธีการทําผลิตภัณฑจากกาบกลวย โดยการประยุกตใชขอมูลและแนวคิดที่
เกี่ยวของพรอมทั้งคํานึงถึงทรัพยากร ตนทุน ขอจํากัดและเงื่อนไขตามสถานการณที่กําหนดใหได ๑๐. สามารถวางแผนและกําหนดลําดับขั้นตอนของการทําผลิตภัณฑจากกาบกลวย แลวลงมือทํา
ผลิตภัณฑจากกาบกลวย
๑๑. สามารถทดสอบและประเมินผลประสิทธิภาพของชิ้นงานไดและสามารถนําผลการทดสอบมาใช
ในการปรับปรุงและพัฒนาใหชิ้นงานมีประสิทธิภาพดีขึ้นได
๑๐๘


๑๐๙ ๑๒. สามารถนําเสนอแนวคิดและขั้นตอนการทําผลิตภัณฑจากกาบกลวยสูอาชีพ ใหผูอื่นเขาใจได
รวมทั้งหมด ๑๒ ผลการเรียนรู


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๓๒๐๑ วิทยาศาสตรกับการคํานวณ ๑ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑.๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา อธิบาย วิเคราะห การคํานวณ ปฏิบัติการทดลองเกี่ยวกับ ความสัมพันธเรื่อง ระบบ SI แรงใน ระนาบเดียวกันและแรงตางระนาบ ความสัมพันธระหวางการกระขจัด เวลา ความเร็ว ความเรง ของการ เคลื่อนที่ในแนวเสนตรง คํานวณปริมาณตางๆจากแรงเสียดทาน โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถใน การตัดสินใจ นําความรูไปใชในชีวิตของตนเอง เฝาระวังและพัฒนาสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม คานิยมที่เหมาะสมและการนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชไดอยางเหมาะสม ใฝ เรียนรูสู World class วิเคราะหประเด็นความรูและตั้งสมมุติฐาน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและ คานิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. อธิบายความสําคัญและเปลี่ยนระบบปริมาณตางๆใหอยูในระบบ SI
๒. อธิบายการหาแรงลัพธของแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันที่กระทําตอวัตถุ ๓. อธิบายและคํานวณหาแรงลัพธของแรงหลายแรงตางระนาบ
๔. อธิบาย คํานวณหาการกระจัด อัตราเร็ว ความเร็ว
๕. อธิบายและคํานวณหาปริมาณที่เกี่ยวของกับแรงลัพธของแรงเสียดทาน
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู
๑๑๐


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๓๒๐๔ เชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑,๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา วิเคราะห ตรวจสอบ ออกแบบและอธิบาย การดัดแปลงอุปกรณและเครื่องใชบางชนิดที่เกี่ยวของ กับพลังงานแสงอาทิตย พลังงานลม พลังงานน้ํา พลังงานชีวมวลและแกสชีวภาพ และพลังงานนิวเคลียร โดยใช กระบวนการทางวิทยาศาสตร การคิดวิเคราะหและการแกปญหา เพื่อใหมีความรูความเขาใจในเรื่องการนํา พลังงานทดแทนมาใชในรูปของพลังงานไฟฟา พลังงานความรอน และตระหนักในบทบาทและผลกระทบของ พลังงานเหลานั้นที่มีตอมนุษยและสิ่งแวดลอม สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ นํา
ความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและคานิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. อธิบายพลังงานทดแทนและการนําพลังงานทดแทนมาใชป ระโยชน
๒. อธิบาย แนวคิดพื้นฐานเรื่อง การนําพลังงานแสงอาทิตย พลังงานลม พลังงานน้ํา พลังงานชีวมวล
และแกสชีวภาพ และพลังงานนิวเคลียร มาใชประโยชนในรูปของของพลังงานไฟฟา พลังงานความ
รอนได
๓. ออกแบบและสรางอุปกรณทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีที่เกี่ยวของกับพลังงานแสงอาทิตย
พลังงานลมพลังงานน้ําพลังงานชีวมวลและแกสชีวภาพได
๔. อธิบายแหลงพลังงานและการใชประโยชนพลังงานในประเทศไทยของพลังงานแสงอาทิตยพลังงาน
ลมพลังงานน้ําพลังงานชีวมวลและแกสชีวภาพ
รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรียนรู
๑๑๑


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๓๒๐๕ พลังงานทดแทนกับการใชประโยชน กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑. ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา วิเคราะห อธิบายและนําเสนอเกี่ยวกับ องคประกอบและประเภทของปโตรเลียม หินตนกําเนิด และแหลงกักเก็บปโตรเลียม การสํารวจและแหลงปโตรเลียม ผลกระทบและแนวทางแกไขที่เกิดจากการสํารวจ และการผลิตปโตรเลียม การแยกแกสธรรมชาติ การกล่ันน้ํามันดิบ ผลิตภัณฑจากแกสธรรมและการกลั่น น้ํามันดิบ และการใชประโยชน ผลกระทบจากกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑจากปโตรเลียมและแนวทางแกไข สถานการณพลังงานของโลกและของประเทศไทย การใชพลังงานดานคมนาคมของประเทศไทย การกําหนด ราคาน้ํามันเชื้อเพลิง ผลกรระทบและแนวทางการแกไขผลจากการใชเชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม เชื้อเพลิงที่เปน พลังงานทดแทน โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู เพ่ือใหนักเรียนมีความรู ความ เขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีจิต
วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและคานิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. อธิบายความสําคัญและการกําเนิดของปโตรเลียมกาซธรรมชาติถานหินและหินน้ํามัน ๒. อธิบายแหลงการสํารวจและปริมาณสํารองของปโตรเลียมและแกสธรรมชาติ
๓. อธิบายผลิตภัณฑปโตรเลียมและการนําไปใชประโยชน
๔. อธิบายโครงสรางราคาและวิเคราะหสถานการณการใชน้ํามันเชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม ๕. อธิบายประเภทและการใชประโยชนจากเชื้อเพลิงที่เปนพลังงานทดแทน
๖. นําเสนอแนวทางการใชปโตรเลียมและแกสธรรมชาติอยางประหยัดและถูกวิธี
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู
๑๑๒


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๓๒๐๖ โครงงาน กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา สํารวจตรวจสอบ ตั้งสมมติฐาน ทดลองและ อธิบาย เกี่ยวกับความรูพื้นฐานทั่วไปของการวิจัย ความหมายของการวิจัยทางวิทยาศาสตร ประเภทการวิจัยทางวิทยาศาสตร การกําหนดปญหาการวิจัยทาง วิทยาศาสตร การศึกษาเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวของ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการ สืบเสาะหาความรู การคิดวิเคราะห เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู มี ความสามารถในการตัดสินใจ นําความรูไปใชในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น เฝาระวังและพัฒนา สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม คานิยมที่เหมาะสม และการนําหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชไดอยางเหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. ตั้งคําถามที่กําหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สําคัญในการสํารวจตรวจสอบหรือศึกษาคนควาเรื่องที่ สนใจไดอยางครอบคลุมและเชื่อถือได
๒. สรางสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได และวางแผนการสํารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
๓. เลือกเทคนิควิธีการสํารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ไดผลเที่ยงตรงและปลอดภัย
โดยใชวัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสมรวบรวมขอมูล จัดกระทําขอมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
๔. วิเคราะหและประเมินความสอดคลองของประจักษพยานกับขอสรุปทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแขงกับ
สมมติฐานและความผิดปกติของขอมูลจากการสํารวจตรวจสอบ
๕. สรางแบบจําลอง หรอื รูปแบบที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการสํารวจตรวจสอบ
๖. สรางคําถามที่นําไปสูการสํารวจตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวของและนําความรูที่ไดไปใชในสถานการณ
ใหม หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการและผลของโครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ
๗. บันทึกและอธิบายผลการสังเกตการสํารวจตรวจสอบคนควาเพิ่มเติมจากแหลงความรูตางๆใหได
ขอมูลที่เชื่อถือได และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรูที่คนพบ เมื่อมีขอมูลและประจักษพยานใหม
เพิ่มขึ้นหรือโตแยงจากเดิม
๘. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของ
โครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ
รวมทั้งหมด ๘ ผลการเรียนรู
๑๑๓


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๒๓๒๐๗ สะเต็มศึกษา๓ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๐ หนวยกิต ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา วิเคราะห สรุป คํานวณ ออกแบบและพัฒนาชิ้นงาน และอธิบาย เกี่ยวกับกิจกรรมสะ เต็มศึกษาสูนวัตกรรมชุมชน โดยกระบวนการคิดวิเคราะห คิดสังเคราะห คิดแกปญหา คิดสรางสรรค คิดอยางมี วิจารณญาณ และการทํางานเปนทีม เพ่ือใหเกิดความรูความเขาใจหลักการบูรณาการความรูและมีทักษะ มี ความสามารถในการสืบคนขอมูล การใชเทคโนโลยี การคิด การนําความรูไปใชสรางสรรคนวัตกรรมหรือชิ้นงานที่ นําไปใชประโยชนในการเรียนหรือชีวิตประจําวัน ตอยอดสูอาชีพในอนาคต มีความสามารถในการทํางานรวมกัน เห็นคุณคาของการเรียนรูและนําความรูไปใชอยางสรางสรรค
ผลการเรียนรู
๑. สามารถวิเคราะหและกําหนดปญหาจากสถานการณปญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนได
๒. สามารถรวบรวมขอมูลและแนวคิดทางวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยีเกี่ยวของกับแนว
ทางการแกปญหาและประเมินความเปนไปได ขอดีและขอจํากัดของแนวทางการแกปญหาได
๓. สามารถออกแบบวิธีการแกปญหา โดยการประยุกตใชขอมูลและแนวคิดที่เกี่ยวของ พรอมทั้ง
คํานึงถึงทรัพยากร ตนทุน ขอจํากัดและเงื่อนไขตามสถานการณที่กําหนดใหได
๔. สามารถวางแผนและกําหนดลําดับขั้นตอนของการสรางชิ้นงานหรือนวัตกรรมเพื่อแกปญหา แลว
ลงมือสรางชิ้นงานหรือนวัตกรรม
๕. สามารถทดสอบและประเมินผลประสิทธิภาพของชิ้นงานได และสามารถนําผลการทดสอบมาใชใน
การปรับปรุงและพัฒนาใหชิ้นงานมีประสิทธิภาพดีขึ้นได
๖. สามารถนําเสนอแนวคิดการแกปญหาของ การสรางชิ้นงาน นวัตกรรม หรือการพัฒนาวิธีการ ให
ผูอื่นเขาใจได
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู
๑๑๔


รายวิชาพื้นฐาน
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
๑๑๕
รหัสวิชา ว๓๐๑๐๑
ว๓๐๑๐๒ ว๓๐๑๐๓ ว๓๐๑๐๔ ว ๓๑๑๐๓ ว ๓๑๑๐๔ ว ๓๒๑๐๓ ว ๓๒๑๐๔ ว ๓๓๑๐๓ ว ๓๓๑๐๔
ชื่อวิชา วิทยาศาสตรกายภาพ (ฟสิกสพื้นฐาน)
วิทยาศาสตรกายภาพ (เคมีพื้นฐาน) วิทยาศาสตรชีวภาพวิทยา (ชีวะพื้นฐาน) โลก ดาราศาสตร และอวกาศ การออกแบบและเทคโนโลยี ๑ วิทยาการคํานวณ ๑ การออกแบบและเทคโนโลยี ๒ วิทยาการคํานวณ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี ๓ วิทยาการคํานวณ ๓
ระดับชั้น ภาคเรียนที่ ชั่วโมง/ภาคเรียน หนวยกิต
ม.๔-๖ ๑,๒ ม.๔-๖ ๑,๒ ม.๔-๖ ๑,๒ ม.๔-๖ ๑,๒ ม.๔ ๑ ม.๔ ๒ ม.๕ ๑ ม.๕ ๒ ม.๖ ๑ ม.๖ ๒
๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕
รายวิชาเพิ่มเติม
รหัสวิชา ว๓๑๒๐๑ ว๓๑๒๐๒ ว๓๒๒๐๓ ว๓๒๒๐๔ ว๓๓๒๐๕ ว๓๑๒๒๑ ว๓๑๒๒๒ ว๓๒๒๒๓ ว๓๒๒๒๔ ว๓๓๒๒๕ ว๓๑๒๔๑
ฟสิกส ๑ ฟสิกส ๒ ฟสิกส ๓ ฟสิกส ๔ ฟสิกส ๕ เคมี ๑ เคมี ๒ เคมี ๓ เคมี ๔ เคมี ๕ ชีววิทยา ๑
ชื่อวิชา
ระดับชั้น ภาคเรียนที่ ชั่วโมง/ภาคเรียน หนวยกิต
ม.๔ ๑ ม.๔ ๒ ม.๕ ๑ ม.๕ ๒ ม.๖ ๒ ม.๔ ๑ ม.๔ ๒ ม.๕ ๑ ม.๕ ๒ ม.๖ ๑ ม.๔ ๑
๘๐ ๒.๐ ๘๐ ๒.๐ ๘๐ ๒.๐ ๘๐ ๒.๐ ๘๐ ๒.๐ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕


รายวิชาเพิ่มเติม (ตอ)
๑๑๖ ระดับชั้น ภาคเรียนที่ ช่ัวโมง/ภาคเรียน หนวยกิต
รหัสวิชา
ว๓๑๒๔๒ ว๓๒๒๔๓
ว๓๒๒๔๔ ว๓๓๒๔๕ ว๓๐๒๖๑ ว๓๐๒๖๒ ว๓๐๒๖๓ ว๓๐๒๘๙ ว๓๐๒๙๐ ว๓๓๒๘๑
ชื่อวิชา
ชีววิทยา ๒ ชีววิทยา ๓
ชีววิทยา ๔
ชีววิทยา ๕
โลกและ อวกาศ ๑
โลกและ อวกาศ ๒
โลกและ อวกาศ ๓ คลื่นเสียงคล่ืนแสง ของไหลและความรอน วิทยาศาสตรเพื่อคุณภาพชีวิต๑ (ชีววิทยา-ดาราศาสตร) วิทยาศาสตรเพ่ือคุณภาพชีวิต๒ (ฟสิกส- เคมี)
ม.๔ ๒ ม.๕ ๑
ม.๕ ๒ ม.๖ ๑ ม.๔ ๑ ม.๕ ๑ ม.๕ ๒ ม.๔ ๒ ม.๕ ๑ ม.๖ ๑
ม.๖ ๒
ม.๔ ๑ ม.๔ ๒ ม.๕ ๑ ม.๕ ๒ ม.๖ ๑
๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕
๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ ๔๐ ๑ ๔๐ ๑ ๖๐ ๑.๕
๖๐ ๑.๕
๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐
ว๓๓๒๘๖ หองเรียนพิเศษวิทยาศาสตร
รหัสวิชา
ชื่อวิชา
ระดับชั้น
ภาคเรียนที่
ชั่วโมง/ภาคเรียน
หนวยกิต
ว๓๐๒๘๑ ว๓๐๒๘๒ ว๓๐๒๘๓ ว๓๐๒๘๔ ว๓๐๒๘๕
เทคนิคปฏิบัติการพื้นฐาน ๑ เทคนิคปฏิบัติการพ้ืนฐาน ๒ ระเบียบวิจัยเบ้ืองตน โครงงานวิทยาศาสตร ๑ โครงงานวิทยาศาสตร ๒


คําอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ว๓๐๑๐๑ ฟสิกสพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔-๖ ภาคเรียนที่ ๑,๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา สืบคน ตั้งสมมติฐาน ทดลอง วิเคราะห อธิบาย อภิปราย คํานวณเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ใน
แนวตรง ตําแหนง ระยะทางและการกระจัด อัตราเร็วและความเร็ว การวัดอัตราเร็วของการเคลื่อนที่ใน แนวตรง และการคํานวณหาปริมาณท่ีเกี่ยวของ แรง การหาแรงลัพธของแรงสองแรงที่ทํามุมตอกัน ความสัมพันธระหวางความเรงของวัตถุกับแรงลัพธที่กระทําตอวัตถุและมวลของวัตถุ แรงกิริยาและแรง ปฏิกิริยาระหวางวัตถุคูหนึ่ง ๆ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล การเคลื่อนที่แบบวงกลม และการเคลื่อนที่ แบบสั่น ความสัมพันธระหวางแรงและการเคลื่อนที่ของวัตถุในสนามโนมถวง แรงที่กระทําตออนุภาควัตถุ ในสนามแมเหล็ก แรงที่กระทําตออนุภาคที่เคลื่อนที่ในสนามไฟฟา การนําความรูเกี่ยวกับสนามแมเหล็ก และสนามไฟฟาไปประยุกตใช รวมทั้งอธิบายหลักการทํางานของมอเตอร ประโยชนและผลกระทบของ คลื่นแมเหล็กไฟฟา ปฏิกิริยานิวเคลียร ปฏิสัมพันธระหวางสารกับพลังงาน พลังงานนิวเคลียรฟชชันและฟว ชัน และความสัมพันธระหวางมวลกับพลังงานที่ปลดปลอยออกมาจากฟชชันและฟวชัน การเปลี่ยน พลังงานทดแทนเปนพลังงานไฟฟา การสะทอน การหักเห การเลี้ยวเบน และการรวมคลื่น ความถี่ ธรรมชาติ การส่ันพอง และผลที่เกิดขึ้นจากการสั่นพอง การสะทอน การหักเห การเลี้ยวเบน และการรวม คลื่นของคลื่นเสียง ความสัมพันธระหวางความเขมเสียงกับระดับเสียงและผลของความถี่กับระดับเสียงที่มี ตอการไดยินเสียง การเกิดเสียงสะทอนกลับ บีต ดอปเพลอร และการสั่นพองของเสียง การนําความรู เกี่ยวกับเสียงไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน การมองเห็นสีของวัตถุและความผิดปกติในการมองเห็นสี คล่ืนแมเหล็กไฟฟาสวนประกอบคลื่นแมเหล็กไฟฟา และหลักการทํางานของอุปกรณบางชนิดที่อาศัยคลื่น แมเหล็กไฟฟา การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแมเหล็กไฟฟาในการสงผานสารสนเทศและเปรียบเทียบการ สื่อสารดวยสัญญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดิจิทัล และการเคลื่อนที่แบบหมุน ดวยกระบวนการทาง วิทยาศาสตร เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ เกิดทักษะและสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีเจตคติที่ ดีตอวิทยาศาสตร โดยบูรณาการวิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และการออกแบบเชิง วิศวกรรมศาสตร ใชแนวคิดเชิงคํานวณในการแกปญหาที่พบในชีวิตจริงอยางเปนขั้นตอนและเปนระบบ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทํางาน และการแกปญหาไดอยางมีประสทิ ธิภาพ รูเทาทัน มีจริยธรรม
๑๑๗


รหัสตัวชี้วัด
ว๒.๒ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔,ม๔-๖/๕,ม๔-๖/๖,ม๔-๖/๗,ม๔-๖/๘ ,ม๔-๖/๙,ม๔-๖/๑๐
ว๒.๓ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔,ม๔-๖/๕,ม๔-๖/๖,ม๔-๖/๗,ม๔-๖/๘ ,ม๔-๖/๙,ม๔-๖/๑๐,ม๔-๖/๑๑,ม๔-๖/๑๒
ว๔.๑ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔,ม๔-๖/๕ ว๔.๒ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔,
รวมทั้งหมด ๓๑ ตัวชี้วัด
๑๑๘


คําอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ว๓๐๑๐๒ เคมีพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔-๖ ภาคเรียนที่ ๑,๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา ทดลอง วิเคราะห อธิบาย สืบคนขอมูล เปรียบเทียบ เขียนแผนภาพ และนําเสนอเกี่ยวกับ
ธาตุและสารประกอบ แบบจําลองอะตอม สัญลักษณนิวเคลียรของธาตุ สมบัติตาง ๆ ของธาตุตามตาราง ธาตุ ธาตุกัมมันตรังสี พันธะเคมี สารประกอบไอออนิก สารละลายอิเล็กโทรไลต สารประกอบ ไฮโดรคารบอน พอลิเมอร กรด – เบส การละลายของสาร สมการเคมี ปจจัยที่มีผลอัตราการเกิดปฏิกิริยา เคมี และปฏิกิริยารีดอกซ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู คิดวิเคราะห ตัดสินใจ นําไปใชแกปญหาในชีวิตประจําวัน โดยบูรณาการวิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร ใชแนวคิดเชิงคํานวณในการแกปญหาที่ พบในชีวิตจริงอยางเปนขั้นตอนและเปนระบบ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การ ทํางาน และการแกปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพ รูเทาทัน มีจริยธรรม มีจิตวิทยาศาสตร และคานิยมที่ เหมาะสม
รหัสตัวชี้วัด
ว๒.๑ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔,ม๔-๖/๕,ม๔-๖/๖,ม๔-๖/๗,ม๔-๖/๘ ม๔-๖/๙,ม๔-๖/๑๐,ม๔-๖/๑๑,ม๔-๖/๑๒,ม๔-๖/๑๓,ม๔-๖/๑๔,ม๔-๖/๑๕, ม ๔-๖/๑๖ ,ม ๔-๖/๑๗ , ม ๔-๖/๑๘ , ม ๔-๖/๑๙ , ม ๔-๖/๒๐, ม ๔-๖/๒๑ , ม ๔-๖/๒๒ ม ๔-๖/๒๓ , ม ๔-๖/๒๔, ม ๔-๖/๒๕
ว๔.๑ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔,ม๔-๖/๕ ว๔.๒ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔
รวมทั้งหมด ๓๔ ตัวชี้วัด
๑๑๙


คําอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ว๓๐๑๐๓ ชีวะพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔,๖ ภาคเรยี นที่ ๑,๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา สืบคนขอมูล อธิบาย ออกแบบการทดลอง อภิปราย ความหลากหลายของระบบนิเวศ
ความสัมพันธของสภาพทางภูมิศาสตรบนโลกกับความหลากหลายของไบโอม การเปลี่ยนแปลงของ องคประกอบทางกายภาพและทางชีวภาพที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากร การ เปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เซลลและโครงสรางพื้นฐานของ เซลล การลําเลียงสารเขาและออกจากเซลล การรักษาดุลยภาพของน้ําและแรธาตุ กรด-เบส อุณหภูมิ ภายในรางกายมนุษย การตอบสนองของรางกาย ระบบภูมิคุมกัน ความผิดปกติของระบบ ภูมิคุมกัน สารอาหารที่พืชสังเคราะหได และการใชประโยชนจากสารสังเคราะห จากพืช ปจจัยที่มีผลตอ การเจริญเติบโตของพืช การตอบสนองของพืชตอสิ่งเรา ยีนและการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การ เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมระดับยีนและโครโมโซม การใชประโยชนจากเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถ ในการตัดสินใจ สื่อสาร สิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชในชีวิตของตนเองและดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เฝา ระวังและพัฒนาสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร โดยบูรณาการวิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร ใชแนวคิดเชิงคํานวณในการแกปญหาที่พบในชีวิตจริง อยางเปนขั้นตอนและเปนระบบ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทํางาน และการ แกปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพ รูเทาทัน มีจริยธรรม และคานิยมที่เหมาะสม
รหัสตัวชี้วัด
ว.๑.๑ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔
ว.๑.๒ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔,ม๔-๖/๕,ม๔-๖/๖,ม๔-๖/๗,ม๔-๖/๘
ม ๔-๖/๙ , ม ๔-๖/๑๐, ม ๔-๖/๑๑ , ม ๔-๖/๑๒
ว.๑.๓ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔ม๔-๖/๕,ม๔-๖/๖ ว๔.๑ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔,ม๔-๖/๕
ว๔.๒ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔
รวมทั้งหมด ๓๑ ตัวชี้วดั
๑๒๐


คําอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ว๓๐๑๐๔ โลก ดาราศาสตร และอวกาศ กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔-๖ ภาคเรียนที่ ๑,๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา วิเคราะห ทดลองเลียนแบบ โครงสรางของโลก แผนเปลือกโลก การเคลื่อนที่ของแผน เปลือกโลกและผลของการเคลื่อนที่ กระบวนการเกิดภูเขา รอยเลื่อน รอยโคง ปรากฏการณทาง ธรณีวิทยาเกี่ยวกับแผนดินไหว ภูเขาไฟระเบิดและผลกระทบตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม การหาอายุหิน การลําดับชั้นหิน ลักษณะและอายุของซากดึกดําบรรพ และโครงสรางทางธรณีวิทยา เพื่ออธิบายประวัติ ความเปนมาของพื้นที่ และการใชประโยชนจากขอมูลทางธรณีวิทยาในทองถิ่น การเกิดและวิวัฒนาการ ของระบบสุริยะ กาแล็กซี และเอกภพ ธรรมชาติและวัฒนาการของดาวฤกษ การสงและการคํานวณ ความเร็วในการโคจรของดาวเทียมรอบโลก การใชประโยชนดานตางๆ จากดาวเทียม การสงและสํารวจ อวกาศโดยใชยานอวกาศ และสถานีอวกาศ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหา ความรู การสํารวจตรวจสอบ การสังเกต การสืบคนขอมูล การอภิปรายสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรูไปใชใน ชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชอยาง เหมาะสม โดยบูรณาการวิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร ใช แนวคิดเชิงคํานวณในการแกปญหาที่พบในชีวิตจริงอยางเปนขั้นตอนและเปนระบบ ใชเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทํางาน และการแกปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพ รูเทาทัน มี
จริยธรรม
รหัสตัวชี้วัด
ว๓.๑ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔,ม๔-๖/๕,ม๔-๖/๖,ม๔-๖/๗,ม๔-๖/๘ ม ๔-๖/๙ , ม ๔-๖/๑๐
ว๓.๒ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔,ม๔-๖/๕,ม๔-๖/๖,ม๔-๖/๗,ม๔-๖/๘ ม ๔-๖/๙ , ม ๔-๖/๑๐, ม ๔-๖/๑๑ , ม ๔-๖/๑๒ , ม ๔-๖/๑๓ , ม ๔-๖/๑๔
ว๔.๑ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔,ม๔-๖/๕ ว๔.๒ ม๔-๖/๑,ม๔-๖/๒,ม๔-๖/๓,ม๔-๖/๔
รวมทั้งหมด ๓๓ ตัวชี้วัด
๑๒๑


คําอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ว๓๐๑๐๕ การออกแบบและเทคโนโลย๑ี กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔-๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒o ชั่วโมง จํานวน ๐.๕ หนวยกิต
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วิเคราะห ระบุปญหาหรือความตองการ ออกแบบวิธีการแกปญหา ทดสอบและประเมินผล เกี่ยวกับแนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธกับศาสตรอื่นโดยเฉพาะวิทยาศาสตร หรือคณิตศาสตร รวมทั้งประเมินผลกระทบที่จะ เกิดขึ้นตอมนุษย สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดลอม เพื่อเปนแนวทางในการ พัฒนาเทคโนโลยี โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การวิเคราะหเปรียบเทียบ เพื่อใหมีความรูความ เขาใจ แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธกับศาสตรอื่นโดยเฉพาะวิทยาศาสตร หรือคณิตศาสตร รวมทั้งประเมินผลกระทบที่จะ เกิดขึ้นตอมนุษย สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดลอม เพื่อเปนแนวทางในการ พัฒนาเทคโนโลยี สามารถวิเคราะห ปญหาและความตองการของชุมชน สามารถออกแบบ วางแผน ดําเนินการแกปญหา และตัดสินใจเลือกขอมูลที่จําเปนภายใตเงื่อนไขและทรัพยากรที่มี นําเสนอแนวทาง การแกปญหาใหผูอื่นเขาใจดวยเทคนิคหรือวิธีการที่หลากหลาย โดยใชซอฟตแวรชวยในการออกแบบ และ ดําเนินการแกปญหา ทดสอบและประเมินผล และระบุขอบกพรองที่เกิดข้ึนพรอมทั้งหาแนวทางการ ปรับปรุงแกไข โดยคํานึงถึงความถูกตองดานทรัพยสินทางปญญา มีทักษะใชความรูเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ กลไก ไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส และเทคโนโลยีที่ซับซอนในการแกปญหาหรือพัฒนางาน ไดอยาง
ถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย
รหัสตัวชี้วัด
ว๔.๑ ม.๔-๖/๑,ม.๔-๖/๒,ม.๔-๖/๓,ม.๔-๖/๔,ม.๔-๖/๕
รวมทั้งหมด ๕ ตัวชี้วัด
๑๒๒


คําอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ว๓๐๑๐๖ วิทยาการคํานวณ๑ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔-๖ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒o ชั่วโมง จํานวน ๐.๕ หนวยกิต -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ประยุกตใชแนวคิดเชิงคํานวณ ในการพัฒนาโครงงานที่มีการบูรณาการกับวิชาอื่นอยางสรางสรรค และเชื่อมโยงกับชีวิตจริงโดยใชกระบวนการทํางาน เพื่อใหมีความรูความเขาใจแนวคิดเชิงคํานวณ ในการ พัฒนาโครงงานที่มีการบูรณาการกับวิชาอื่นอยางสรางสรรค และเชื่อมโยงกับชีวิตจริง
รหัสตัวชี้วัด
ว๔.๒ ม.๔-๖/๑
รวมทั้งหมด ๑ ตัวชี้วัด
๑๒๓


คําอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ว๓๐๑๐๗ การออกแบบและเทคโนโลย๒ี กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔-๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒o ชั่วโมง จํานวน ๐.๕ หนวยกิต
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ประยุกตใชความรูและทักษะ จากศาสตรตาง ๆ รวมทั้งทรัพยากร ในการทําโครงงานเพื่อ แกปญหาหรือพัฒนางาน โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การวิเคราะห เพื่อใหมีความรูความเขาใจ
ศาสตรตาง ๆ รวมทั้งทรัพยากร ในการทําโครงงานเพื่อแกปญหาหรือพัฒนางาน
รหัสตัวชี้วัด
ว๔.๑ ม.๔-๖/๑
รวมทั้งหมด ๑ ตัวชี้วัด
๑๒๔


คําอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ว๓๐๑๐๘ วิทยาการคํานวณ๒ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔-๖ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒o ชั่วโมง จํานวน ๐.๕ หนวยกิต -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รวบรวม วิเคราะหขอมูล และใชความรูดานวิทยาการคอมพิวเตอร สื่อดิจิทัล เทคโนโลยี สารสนเทศในแกปญหาหรือเพิ่มมูลคาใหกับบริการหรือผลิตภัณฑที่ใชในชีวิตจริง อยางสรางสรรค โดยใช กระบวนการปฏิบัติ
รหัสตัวชี้วัด
ว๔.๒ ม.๔-๖/๑
รวมทั้งหมด ๑ ตัวชี้วัด
๑๒๕


คําอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ว๓๐๑๐๙ วิทยาการคํานวณ๓ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔-๖ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒o ชั่วโมง จํานวน ๐.๕ หนวยกิต -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการนําเสนอและแบงปนขอมูลอยางปลอดภัย มีจริยธรรม และ วิเคราะหการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีผลตอการดาเนินชีวิต อาชีพ สังคม และวัฒนธรรม
รหัสตัวชี้วัด
ว๔.๒ ม.๔-๖/๑
รวมทั้งหมด ๑ ตัวชี้วัด
๑๒๖


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๓๑๒๐๑ ฟสิกส ๑ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๘๐ ชั่วโมง จํานวน ๒.๐ หนวยกิต -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา สังเกต ทดลอง สืบคนขอมูล วิเคราะห อธิบาย คํานวณ เกี่ยวกับความรูทางฟสิกส ประวัติ ความเปนมา รวมทั้งพัฒนาการของ หลักการและแนวคิดทางฟสิกสที่มีผลตอ การแสวงหาความรูใหมและ การพัฒนาเทคโนโลยี วัด และรายงานผลการวัดปริมาณทางฟสิกส ไดถูกตองเหมาะสม โดยนําความ คลาดเคลื่อน ในการวัดมาพิจารณาในการนําเสนอผล รวมทั้ง แสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ หา ความสัมพันธระหวาง ตําแหนง การกระจัด ความเร็ว และความเรง ของการเคลื่อนที่ของวัตถุในแนวตรงที่ มีความเรง คงตัวจากกราฟและสมการ รวมทั้งทดลองหาคา ความเรงโนมถวงของโลก และคํานวณปริมาณ ตาง ๆ ที่เกี่ยวของ หาแรงลัพธของแรงสอง แรงที่ทํามุมตอกัน แรงที่กระทําตอวัตถุอิสระ ทดลอง และ อธิบายกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน และการใชกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันกับสภาพการ เคลื่อนที่ของวัตถุ รวมทั้งคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ กฎความโนมถวงสากลและผลของ สนามโนมถวงที่ทําใหวัตถุมี น้ําหนัก รวมทั้ง คํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ แรงเสียดทาน ระหวางผิวสัมผัสของวัตถุคูหนึ่ง ๆ ใน กรณีที่วัตถุ หยุดนิ่งและวัตถุเคลื่อนที่ รวมทั้งทดลองหา สัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหวางผิวสัมผัส ของ วัตถุคูหนึ่ง ๆ และนําความรูเรื่องแรงเสียดทานไปใชในชีวิตประจําวัน สมดุลกลของวัตถุโมเมนตและผลรวม ของโมเมนตที่มีตอการหมุน แรงคูควบและผล ของแรงคูควบที่มีตอสมดุลของวัตถุ เขียน แผนภาพของแรง ที่กระทําตอวัตถุอิสระเมื่อวัตถุ อยูในสมดุลกล และคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ รวมทั้งทดลองและ อธิบายสมดุล ของแรงสามแรง สภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุ เมื่อแรงที่กระทําตอวัตถุผานศูนยกลางมวลของ วัตถุและผลของศูนยถวงที่มีตอเสถียรภาพของวัตถุโดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหา ความรู การสํารวจตรวจสอบสืบคนขอมูล และการอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การนําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน รวมถึงมีจิต วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม คานิยมที่ดีและสามารถเชื่อโยงกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู
๑. สืบคน และอธิบายการคนหาความรูทางฟสิกส ประวัติความเปนมา รวมทั้งพัฒนาการของ หลักการ และแนวคิดทางฟสิกสที่มีผลตอ การแสวงหาความรูใหมและการพัฒนาเทคโนโลยี
๒. วัด และรายงานผลการวัดปริมาณทางฟสิกส ไดถูกตองเหมาะสม โดยนําความคลาดเคลื่อน ในการวัด มาพิจารณาในการนําเสนอผล รวมท้ัง แสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วิเคราะห และแปล ความหมายจากกราฟเสนตรง
๓. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธระหวาง ตําแหนง การกระจัด ความเร็ว และความเรง ของการ เคลื่อนที่ของวัตถุในแนวตรงที่มีความเรง คงตัวจากกราฟและสมการ รวมทั้งทดลองหาคา ความเรงโนม ถวงของโลก และคํานวณปริมาณ ตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
๔. ทดลอง และอธิบายการหาแรงลัพธของแรงสอง แรงที่ทํามุมตอกัน
๕. เขียนแผนภาพของแรงที่กระทําตอวัตถุอิสระ ทดลอง และอธิบายกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน และการใช
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตันกับสภาพการ เคลื่อนที่ของวัตถุรวมทั้งคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
๑๒๗


๖. อธิบายกฎความโนมถวงสากลและผลของ สนามโนมถวงที่ทําใหวัตถุมีน้ําหนัก รวมทั้ง คํานวณปริมาณ ตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
๗. วิเคราะหอธิบาย และคํานวณแรงเสียดทาน ระหวางผิวสัมผัสของวัตถุคูหนึ่ง ๆ ในกรณีที่วัตถุ หยุดนิ่ง และวัตถุเคลื่อนที่ รวมทั้งทดลองหา สัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหวางผิวสัมผัส ของวัตถุคูหนึ่ง ๆ และนําความรูเรื่องแรงเสียด ทานไปใชในชีวิตประจําวัน
๘. อธิบายสมดุลกลของวัตถุโมเมนตและผลรวม ของโมเมนตที่มีตอการหมุน แรงคูควบและผล ของแรงคู ควบที่มีตอสมดุลของวัตถุ เขียน แผนภาพของแรงที่กระทําตอวัตถุอิสระเมื่อวัตถุ อยูในสมดุลกล และ คํานวณปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ รวมทั้งทดลองและอธิบายสมดุล ของแรงสามแรง
๙. สังเกต และอธิบายสภาพการเคล่ือนที่ของวัตถุ เมื่อแรงที่กระทําตอวัตถุผานศูนยกลางมวลของวัตถุ และผลของศูนยถวงที่มีตอเสถียรภาพของวัตถุ
รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรียนรู
๑๒๘


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๓๑๒๐๒ ฟสิกส ๒ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๘๐ ชั่วโมง จํานวน ๒.๐ หนวยกิต -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา สังเกต ตั้งสมมติฐาน ทดลอง วิเคราะห อธิบาย คํานวณเกี่ยวกับงานของแรงคงตัว จาก สมการและพื้นท่ีใตกราฟความสัมพันธระหวางแรงกับตําแหนง รวมทั้งอธิบาย และคํานวณกําลังเฉลี่ย พลังงานจลน พลังงานศักย พลังงานกล ทดลองความสัมพันธระหวางงานกับพลังงานศักยโนมถวง ความสัมพันธระหวางขนาดของแรงที่ใชดึงสปริงกับระยะที่สปริงยืดออกและความสัมพันธระหวางงานกับ พลังงานศักยยืดหยุน รวมทั้งอธิบายความสัมพันธระหวางงานของแรงลัพธและพลังงานจลน และคํานวณ งานที่เกิดขึ้นจากแรงลัพธ กฎการอนุรักษพลังงานกล รวมทั้งวิเคราะห และคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่ เกี่ยวของกับการเคลื่อนที่ของวัตถุในสถานการณตาง ๆ โดยใชกฎการอนุรักษพลังงานกล การทํางาน ประสิทธิภาพและการไดเปรียบเชิงกลของเครื่องกลอยางงายบางชนิด โดยใชความรูเรื่องงานและสมดุลกล รวมทั้งคํานวณประสิทธิภาพและการไดเปรียบเชิงกล โมเมนตัมของวัตถุ และการดลจากสมการและพื้นที่ ใตกราฟความสัมพันธระหวางแรงลัพธกับเวลา รวมทั้งอธิบายความสัมพันธระหวางแรงดลกับโมเมนตัม ปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวกับการชนของวัตถุในหนึ่งมิติ ทั้งแบบยืดหยุน ไมยืดหยุน และการดีดตัวแยกจากกัน ในหนึ่งมิติซึ่งเปนไปตามกฎการอนุรักษโมเมนตัม ปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจก ไทล และทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล ความสัมพันธระหวางแรงสูศูนยกลาง รัศมีของการเคลื่อนที่ อัตราเร็วเชิงเสน อัตราเร็วเชิงมุม และมวลของวัตถุ ในการเคลื่อนที่แบบวงกลมในระนาบระดับ รวมทั้ง คํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ และประยุกตใชความรูการเคลื่อนที่แบบวงกลม ในการอธิบายการโคจร ของดาวเทียม การเคลื่อนที่แบบฮารมอนิกอยางงายของวัตถุติดปลายสปริงและลูกตุมอยางงาย รวมทั้ง คํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การ สํารวจตรวจสอบสืบคนขอมูล และการอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสาร สิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การนําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน รวมถึงมีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม คานิยมที่ดีและสามารถเชื่อโยงกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู
๑. วิเคราะหและคํานวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพื้นที่ใตกราฟความสัมพันธระหวางแรงกับ ตําแหนง รวมทั้งอธิบาย และคํานวณกําลังเฉลี่ย
๒. อธิบาย และคํานวณพลังงานจลน พลังงานศักย พลังงานกล ทดลองความสัมพันธระหวางงานกับ พลังงานศักยโนมถวง ความสัมพันธระหวางขนาดของแรงที่ใชดึงสปริงกับระยะที่สปริงยืดออกและ ความสัมพันธระหวางงานกับพลังงานศักยยืดหยุน รวมทั้งอธิบายความสัมพันธระหวางงานของแรง ลัพธและพลังงานจลน และคํานวณงานที่เกิดขึ้นจากแรงลัพธ
๓. อธิบายกฎการอนุรักษพลังงานกล รวมทั้งวิเคราะห และคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการ เคลื่อนที่ของวัตถุในสถานการณตาง ๆ โดยใชกฎการอนุรักษพลังงานกล
๔. อธิบายการทํางาน ประสิทธิภาพและการไดเปรียบเชิงกลของเครื่องกลอยางงายบางชนิด โดยใชความรู เรื่องงานและสมดุลกล รวมทั้งคํานวณประสิทธิภาพและการไดเปรียบเชิงกล
๑๒๙


๕. อธิบาย และคํานวณโมเมนตัมของวัตถุ และการดลจากสมการและพื้นที่ใตกราฟความสัมพันธระหวาง แรงลัพธกับเวลา รวมทั้งอธิบายความสัมพันธระหวางแรงดลกับโมเมนตัม
๖. ทดลอง อธิบาย และคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวกับการชนของวัตถุในหนึ่งมิติ ทั้งแบบยืดหยุน ไม ยืดหยุน และการดีดตัวแยกจากกันในหนึ่งมิติซึ่งเปนไปตามกฎการอนุรักษโมเมนตัม
๗. อธิบาย วิเคราะห และคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล และทดลอง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล
๘. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธระหวางแรงสูศูนยกลาง รัศมีของการเคลื่อนที่ อัตราเร็วเชิงเสน อัตราเร็วเชิงมุม และมวลของวัตถุ ในการเคลื่อนท่ีแบบวงกลมในระนาบระดับ รวมทั้งคํานวณปริมาณ ตาง ๆ ที่เกี่ยวของ และประยุกตใชความรูการเคลื่อนที่แบบวงกลม ในการอธิบายการโคจรของ ดาวเทียม
๙. ทดลอง และอธิบายการเคลื่อนที่แบบฮารมอนิกอยางงายของวัตถุติดปลายสปริงและลูกตุมอยางงาย รวมทั้งคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรียนรู
๑๓๐


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๓๒๒๐๓ ฟสิกส ๓ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๘๐ ชั่วโมง จํานวน ๒.๐ หนวยกิต -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา อธิบาย สังเกต ตั้งสมมติฐาน ทดลอง วิเคราะหและสรุปผลเกี่ยวกับความหมายของคลื่น ปรากฏการณคลื่น ชนิดของคลื่น สวนประกอบของคลื่น พรอมทั้งคํานวณอัตราเร็ว ความถี่ และความยาว คล่ืน สมบัติของคลื่นผิวน้ํา ไดแก การสะทอน การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบน รวมทั้งคํานวณ ปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ การเกิดเสียง การเคลื่อนที่ของเสียง ความสัมพันธระหวางคลื่นการกระจัดของ อนุภาคกับคลื่นความดัน ความสัมพันธระหวางอัตราเร็วของเสียงในอากาศที่ขึ้นกับอุณหภูมิ สมบัติของ คลื่นเสียง ความเขมเสียง ระดับเสียง องคประกอบของการไดยิน คุณภาพเสียง มลพิษทางเสียง การสั่น พองของอากาศในทอปลายเปดหนึ่งดาน การเกิดบีต คลื่นนิ่ง ปรากฏการณดอปเพลอร และคลื่นกระแทก ของเสียง รวมทั้งคํานวณปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ การแทรกสอดของแสงผานสลิทคูและเกรตติง การ เลี้ยวเบนและการแทรกสอดของแสงผานสลิตเดี่ยว การสะทอนของแสงที่ผิววัตถุตามกฎการสะทอน เขียน รังสีของแสงและคํานวณตําแหนงภาพและขนาดภาพของวัตถุที่เกิดจากกระจกเงาราบและกระจกทรงกลม ความสัมพันธระหวางดัชนีหักเห มุมตกกระทบ มุมหักเห ความสัมพันธระหวางความลึกจริงและความลึก ปรากฏ มุมวิกฤต และการสะทอนกลับหมด เขียนรังสีของแสงเพื่อแสดงภาพที่เกิดจากเลนสบาง หา ตําแหนง ขนาด ชนิดของภาพและความสัมพันธระหวางระยะวัตถุ ระยะภาพ และความยาวโฟกัส ปรากฏการณทางธรรมชาติเกี่ยวกับแสง เชน รุง การทรงกลด มิราจ และการเห็นทองฟาเปนสีตางๆ การ มองเห็นสี สีของวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี และสาเหตุของตาบอดสี โดยใชกระบวนการทาง วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถนําความรูและหลักการไปใชประโยชน เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณหรือแกปญหาใน ชีวิตประจําวัน รวมทั้งคํานวณปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ สามารถจัดกระทําและวิเคราะหขอมูล สื่อสารสิ่งที่ เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจแกปญหา มีจิตวิทยาศสตร เห็นคุณคาของวิทยาศาสตร มีจริยธรรม คุณธรรมและคานิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. อธิบายปรากฏการณคลื่น ชนิดของคลื่นสวนประกอบของคลื่น การแผของหนาคลื่นดวยหลักการของ ฮอยเกนส และการรวมกันของคลื่นตามหลักการซอนทับ พรอมทั้งคํานวณอัตราเร็ว ความถี่ และความ ยาวคลื่น
๒. สังเกต และอธิบายการสะทอน การหักเหการแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลื่นผิวน้ํารวมทั้ง คํานวณปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ
๓. อธิบายการเกิดเสียง การเคลื่อนที่ของเสียง ความสัมพันธระหวางคลื่นการกระจัดของอนุภาคกับคลื่น ความดัน ความสัมพันธระหวางอัตราเร็วของเสียงในอากาศที่ข้ึนกับอุณหภูมิในหนวยองศาเซลเซียส สมบัติของคลื่นเสียง ไดแก การสะทอน การหักเห การแทรกสอด การเลี้ยวเบน รวมทั้งคํานวณปริมาณ ตางๆ ที่เกี่ยวของ
๔. อธิบายความเขมเสียง ระดับเสียง องคประกอบของการไดยิน คุณภาพเสียง และมลพิษทางเสียง รวมทั้งคํานวณปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ
๑๓๑


๕. ทดลอง และอธิบายการเกิดการสั่นพองของอากาศในทอปลายเปดหนึ่งดาน รวมทั้งสังเกตและอธิบาย การเกิดบีต คลื่นนิ่ง ปรากฏการณดอปเพลอร คลื่นกระแทกของเสียง คํานวณปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ และนําความรูเรื่องเสียงไปใชในชีวิตประจําวัน
๖. ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผานสลิตคูและเกรตติง การเลี้ยวเบนและการแทรกสอดของ แสงผานสลิตเดี่ยวรวมทั้งคํานวณปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ
๗. ทดลอง และอธิบายการสะทอนของแสงที่ผิววัตถุตามกฎการสะทอน เขียนรังสีของแสงและคํานวณ ตําแหนงและขนาดภาพของวัตถุ เมื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลมรวมทั้ง อธิบายการนําความรูเรื่องการสะทอนของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลมไปใช ประโยชนในชวี ิตประจําวัน
๘. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธระหวางดรรชนีหักเห มุมตกกระทบ และมุมหักเหรวมทั้งอธิบาย ความสัมพันธระหวางความลึกจริงและความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะทอนกลับหมดของแสง และคํานวณปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ
๙. ทดลอง และเขียนรังสีของแสงเพื่อแสดงภาพที่เกิดจากเลนสบาง หาตําแหนง ขนาด ชนิดของภาพ และ ความสัมพันธระหวางระยะวตั ถุระยะภาพและความยาวโฟกัส รวมทั้งคํานวณปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ และอธิบายการนําความรูเรื่องการหักเหของแสงผานเลนสบางไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน
๑๐. อธิบายปรากฏการณธรรมชาติที่เกี่ยวกับแสงเชน รุง การทรงกลด มิราจ และการเห็นทองฟาเปนสี ตางๆ ในชวงเวลาตางกัน
๑๑. สังเกต และอธิบายการมองเห็นแสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสีรวมทั้งอธิบาย สาเหตุของการบอดสี
รวมทั้งหมด ๑๑ ผลการเรียนรู
๑๓๒


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๓๒๒๐๔ ฟสิกส๔ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๘๐ ชั่วโมง จํานวน ๒ หนวยกิต -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา อธิบาย สังเกต ตั้งสมมติฐาน ทดลอง วิเคราะหและสรุปผลเกี่ยวกับการเหนี่ยวนําไฟฟาสถิต แรงไฟฟาตามกฎของคูลอมบ แรงกระทําตออนุภาคที่มีประจุไฟฟาที่อยูในสนามไฟฟา พลังงานศักยไฟฟา ศักยไฟฟา ความตางศักยไฟฟา ตัวเก็บประจุ พลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ ไฟฟากระแส กฎของโอหม วงจรไฟฟากระแสตรง พลังงานไฟฟาและกําลังไฟฟา การเปลี่ยนพลังงานทดแทนเปนพลังงานไฟฟา เสนสนามแมเหล็ก ฟลักซแมเหล็ก สนามแมเหล็กที่เกิดจากกระแสไฟฟาในลวดตัวนําเสนตรงและโซ เลนอยดแรงแมเหล็กที่กระทําตออนุภาคที่มีประจุไฟฟาและเสนลวดที่มีกระแสไฟฟาไหลผาน แรงระหวาง เสนลวดตัวนําคูขนานที่มีกระแสไฟฟาไหลผาน หลักการทํางานของแกลแวนอมิเตอรและมอเตอรไฟฟา กระแสตรง การเกิดแรงเคลื่อนไฟฟาเหนี่ยวนํา (emf) กฎการเหนี่ยวนําของฟาราเดย ความตางศักยอาร เอ็มเอสและกระแสไฟฟาอารเอ็มเอส คลื่นแมเหล็กไฟฟา แสงไมโพลาไรส แสงโพลาไรสเชิงเสน และแผน โพลารอยด การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแมเหล็กไฟฟาในการสงผานสารสนเทศ โดยใชกระบวนการทาง วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถนําความรูและหลักการไปใชประโยชน เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณหรือแกปญหาใน ชีวิตประจําวัน รวมทั้งคํานวณปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ สามารถจัดกระทําและวิเคราะหขอมูล สื่อสารสิ่งที่ เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจแกปญหา มีจิตวิทยาศสตร เห็นคุณคาของวิทยาศาสตร มีจริยธรรม คุณธรรมและคานิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑.
๒. ๓.
๔. ๕.
๖. ๗.
ทดลอง และอธิบายการทําวัตถุที่เปนกลางทางไฟฟาใหมีประจุไฟฟาโดยการขัดสีกันและการ เหนี่ยวนําไฟฟาสถิต
อธิบาย และคํานวณแรงไฟฟาตามกฎของคูลอมบ
อธิบาย และคํานวณสนามไฟฟาและแรงไฟฟาที่กระทํากับอนุภาคที่มีประจุไฟฟาที่อยูในสนามไฟฟา รวมทั้งหาสนามไฟฟาลัพธเนื่องจากระบบจุดประจุโดยรวมกันแบบเวกเตอร
อธิบาย และคํานวณพลังงานศักยไฟฟา ศักยไฟฟาและความตางศักยระหวางสองตําแหนงใด
อธิบายสวนประกอบของตัวเก็บประจุความสัมพันธระหวางประจุไฟฟา ความตางศักยและความจุ ของตัวเก็บประจุ และอธิบายพลงั งานสะสมในตัวเก็บประจุ และความจุสมมูลรวมท้ังคํานวณปริมาณ ตางๆ ที่เกี่ยวของ
นําความรูเรื่องไฟฟาสถิตไปอธิบายหลักการทํางานของเครื่องใชไฟฟาบางชนิด และปรากฏการณใน ชีวิตประจําวัน
อธิบายการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระและกระแสไฟฟาในลวดตัวนํา ความสัมพันธระหวาง กระแสไฟฟาในลวดตัวนํากับความเร็วลอยเลื่อนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแนนของอิเล็กตรอน ในลวดตัวนําและพื้นที่หนาตัดของลวดตัวนํา และคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
๑๓๓


๘.
๙. ๑๐. ๑๑.
๑๒. ๑๓.
๑๔. ๑๕.
๑๖. ๑๗.
ทดลอง และอธิบายกฎของโอหม อธิบายความสัมพันธระหวางความตานทานกับความยาว พื้นท่ีหนาตัด และสภาพตานทานของตัวนําโลหะที่อุณหภูมิคงตัว และคํานวณปริมาณตางๆ ที่ เกี่ยวของ รวมทั้งอธิบายและคํานวณความตานทานสมมูล เมื่อนําตัวตานทานมาตอกันแบบอนุกรม และแบบขนาน
ทดลอง อธิบาย และคํานวณอีเอ็มเอฟของแหลงกําเนิดไฟฟากระแสตรง รวมทั้งอธิบายและคํานวณ พลังงานไฟฟา และกําลังไฟฟา
ทดลอง และคํานวณอีเอ็มเอฟสมมูลจากการตอแบตเตอรี่แบบอนุกรมและแบบขนานรวมทั้งคํานวณ ปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของในวงจรไฟฟากระแสตรงซึ่งประกอบดวยแบตเตอรี่และตัวตานทาน อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเปนพลังงานไฟฟา รวมทั้งสืบคนและอภิปรายเกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่นํามาแกปญหาหรือตอบสนองความตองการทางดานพลังงานไฟฟา โดยเนนดานประสิทธิภาพและ ความคุมคาดานคาใชจาย
สังเกต และอธิบายเสนสนามแมเหล็ก อธิบายและคํานวณฟลักซแมเหล็กในบริเวณที่กําหนดรวมทั้ง สังเกต และอธิบายสนามแมเหล็กที่เกิดจากกระแสไฟฟาในลวดตัวนําเสนตรงและโซเลนอยด
อธิบาย และคํานวณแรงแมเหล็กที่กระทําตออนุภาคที่มีประจุไฟฟาเคลื่อนที่ในสนามแมเหล็กแรง แมเหล็กที่กระทําตอเสนลวดที่มีกระแสไฟฟาผานและวางในสนามแมเหล็ก รัศมีความโคงของการ เคลื่อนที่เมื่อประจุเคลื่อนที่ตั้งฉากกับสนามแมเหล็ก รวมทั้งอธิบายแรงระหวางเสนลวดตัวนําคูขนาน ที่มีกระแสไฟฟาผาน
อธิบายหลักการทํางานของแกลแวนอมิเตอรและมอเตอรไฟฟากระแสตรง รวมทั้งคํานวณปริมาณ ตางๆ ที่เกี่ยวของ
สังเกต และอธิบายการเกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนํากฎการเหนี่ยวนําของฟาราเดย และคํานวณปริมาณ ตางๆ ที่เกี่ยวของ รวมทั้งนําความรูเรื่องอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนําไปอธิบายการทํางานของเครื่องใชไฟฟา อธิบาย และคํานวณความตางศักยอารเอ็มเอสและกระแสไฟฟาอารเอ็มเอส อธิบายหลักการทํางานและประโยชนของเครื่องกําเนิดไฟฟากระแสสลับ ๓ เฟส การแปลงอีเอ็มเอฟ ของหมอแปลง และคํานวณ ปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ
๑๘.
๑๙.
รวมทั้งหมด ๑๙ ผลการเรียนรู
อธิบายการเกิดและลักษณะเฉพาะของ คลื่นแมเหล็กไฟฟา แสงไมโพลาไรส แสงโพลาไรสเชิงเสน และแผนโพลารอยดรวมทั้งอธิบายการนําคลื่นแมเหล็กไฟฟาในชวงความถี่ตางๆ ไปประยุกตใชและ หลักการทํางานของอุปกรณที่เกี่ยวของ
สืบคน และอธิบายการสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแมเหล็กไฟฟาในการสงผานสารสนเทศ และเปรียบเทียบ การสื่อสารดวยสัญญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดิจิทัล
๑๓๔


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๓๓๒๐๕ ฟสิกส ๕ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๘๐ ชั่วโมง จํานวน ๒.๐ หนวยกิต -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา อธิบาย สังเกต ตั้งสมมติฐาน ทดลอง วิเคราะหและสรุปผลเกี่ยวกับความรอนกับการ เปลี่ยนอุณหภูมิและสถานะของสสาร การถายโอนความรอน กฏการอนุรักษพลังงานความรอน สภาพ ยืดหยุนของวัสดุ ความเคนตามยาว ความเครียดตามยาว และมอดุลัสของยัง ความดันเกจ ความดัน สมบูรณ และความดันบรรยากาศ หลักการทํางานของแมนอมิเตอร บารอมิเตอร และเครื่องอัดไฮดรอลิก แรงพยุง ความตึงผิว แรงหนืดของของเหลว ของไหลอุดมคติ สมการความตอเนื่อง สมการแบรนูลลี แกสอุดมคติ ทฤษฎีจลนของแกส คํานวณงานที่ทําโดยแกสในภาชนะปดโดยความดันคงตัว ความสัมพันธ ระหวางความรอน พลังงานภายในระบบ สมมติฐานของพลังค ทฤษฎีอะตอมของโบร การเกิดเสน สเปกตรัมของอะตอมไฮโรเจน ปรากฏการณ โฟโตอิเล็กทริก พลังงานโฟตอน พลังงานจลนของโฟโต อิเล็กตรอนและฟงกชันงานของโลหะ ทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค ความยาคลื่นเดอบรอยล กัมมันตภาพรังสี ครึ่งชีวิต แรงนิวเคลียร เสถียรภาพของนิวเคลียส และพลังงานยึดเหนี่ยว ปฏิกิริยา นิวเคลียร ฟชชัน ฟวชัน พลังงานนิวเคลียรฟสิกสและรังสี โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและ เทคโนโลยี การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถนําความรู และหลักการไปใชประโยชน เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณหรือแกปญหาในชีวิตประจําวัน รวมทั้งคํานวณ ปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ สามารถจัดกระทําและวิเคราะหขอมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ ตัดสินใจแกปญหา มีจิตวิทยาศาสตร เห็นคุณคาของวิทยาศาสตร มีจริยธรรม คุณธรรมและคานิยมที่ เหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. อธิบาย และคํานวณความรอนที่ทําใหสสารเปลี่ยนอุณหภูมิ ความรอนที่ทําใหสสารเปลี่ยนสถานะ และความรอนที่เกิดจากการถายโอนตามกฎการอนุรักษพลังงาน
๒. อธิบายสภาพยืดหยุนและลักษณะการยืดและหดตัวของวัสดุที่เปนแทง เมื่อถูกกระทําดวยแรงคาตาง ๆ รวมทั้งทดลอง อธิบายและคํานวณความเคนตามยาว ความเครียดตามยาว และมอดุลัสของยัง และ นําความรูเรื่องสภาพยืดหยุนไปใชในชีวิตประจําวัน
๓. อธิบาย และคํานวณความดันเกจ ความดันสัมบูรณ และความดันบรรยากาศ รวมทั้งอธิบายหลักการ ทํางานของแมนอมิเตอรบารอมิเตอร และเครื่องอัดไฮดรอลิก
๔. ทดลอง อธิบาย และคํานวณขนาดแรงพยุงจากของไหล
๕. ทดลอง อธิบาย และคํานวณความตึงผิวของของเหลว รวมทั้งสังเกตและอธิบายแรงหนืดของ
ของเหลว
๖. อธิบายสมบัติของของไหลอุดมคติ สมการความตอเนื่อง และสมการแบรนูลลี รวมทั้งคํานวณ
ปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ และนําความรูเกี่ยวกับสมการความตอเนื่องและสมการแบรนูลลีไปอธิบาย
หลักการทํางานของอุปกรณตาง ๆ
๗. อธิบายกฎของแกสอุดมคติและคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
๑๓๕


๘. อธิบายแบบจําลองของแกสอุดมคติ ทฤษฎีจลนของแกส และอัตราเร็วอารเอ็มเอสของโมเลกุลของ แกส รวมทั้งคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
๙. อธิบาย และคํานวณงานที่ทําโดยแกสในภาชนะปดโดยความดันคงตัว และอธิบายความสัมพันธ ระหวางความรอน พลังงานภายในระบบ และงานรวมทั้งคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของและนํา ความรูเรื่องพลังงานภายในระบบไปอธิบายหลักการทํางานของเครื่องใชในชีวิตประจําวัน
๑๐. อธิบายสมมติฐานของพลังค ทฤษฎีอะตอมของโบร และการเกิดเสนสเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจน รวมทั้งคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
๑๑. อธิบายปรากฏการณโฟโตอิเล็กทริกและคํานวณพลังงานโฟตอน พลังงานจลนของโฟโตอิเล็กตรอน และฟงกชันงานของโลหะ
๑๒. อธิบายทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค รวมทั้งอธิบาย และคํานวณความยาวคลื่นเดอบรอยล
๑๓. อธิบายกัมมันตภาพรังสีและความแตกตางของรังสีแอลฟา บีตา และแกมมา
๑๔. อธิบาย และคํานวณกัมมันตภาพของนิวเคลียสกัมมันตรังสี รวมทั้งทดลอง อธิบายและคํานวณจํานวน
นิวเคลียสกัมมันตภาพรังสีที่เหลือจากการสลาย และครึ่งชีวิต
๑๕. อธิบายแรงนิวเคลียร เสถียรภาพของนิวเคลียสและพลังงานยึดเหนี่ยว รวมทั้งคํานวณปริมาณตาง ๆ
ที่เกี่ยวของ
๑๖. อธิบายปฏิกิริยานิวเคลียร ฟชชันและฟวชันรวมทั้งคํานวณพลังงานนิวเคลียร
๑๗. อธิบายประโยชนของพลังงานนิวเคลียร และรังสี รวมทั้งอันตรายและการปองกันรังสีในดานตาง ๆ ๑๘. อธิบายการคนควาวิจัยดานฟสิกสอนุภาคแบบจําลองมาตรฐาน และการใชประโยชนจากการ
คนควาวิจัยดานฟสิกสอนุภาคในดานตาง ๆ
รวมทั้งหมด ๑๘ ผลการเรียนรู
๑๓๖


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๓๑๒๒๑ เคมี ๑ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สืบคนขอมูลสมมติฐาน การทดลอง หรือผลการทดลอง ที่เปนประจักษพยานในการเสนอ แบบจําลองอะตอมของนักวิทยาศาสตรและอธิบายวิวัฒนาการของแบบจําลองอะตอมขียนสัญลักษณ นิวเคลียรของธาตุ และระบุจํานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอมจากสัญลักษณนิวเคลียร รวมทั้งบอกความหมายของไอโซโทป อธิบายและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักและ ระดับพลังงานยอยเมื่อทราบเลขอะตอมของธาตุ ระบุหมู คาบ ความเปนโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ของ ธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตุแทรนซิชันในตารางธาตุ วิเคราะห และบอกแนวโนมสมบัติของธาตุเรพรีเซน เททีฟตามหมู และตามคาบ บอกสมบัติของธาตุโลหะแทรนซิชัน และเปรียบเทียบสมบัติกับธาตุโลหะใน กลุมธาตุเรพรีเซนเททีฟ อธิบายสมบัติ และคํานวณครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสี สืบคนขอมูลและ ยกตัวอยางการนําธาตุมาใชประโยชน รวมทั้งผลกระทบตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม อธิบายการเกิด ไอออนและการเกิดพันธะไอออนิก โดยใชแผนภาพหรือสัญลักษณแบบจุดของลิวอิส เขียนสูตรและ เรียกชื่อสารประกอบไอออนิก คํานวณพลังงานที่เกี่ยวของกับปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏ จักรบอรน-ฮารเบอร อธิบายสมบัติของสารประกอบไอออนิก เขียนสมการไอออนิก และสมการไอออนิก สุทธิของปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก อธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนต แบบพันธะเดี่ยว พันธะคู และพันธะสามดวยโครงสรางลิวอิส เขียนสูตรและเรียกชื่อสารโคเวเลนต วิเคราะห และเปรียบเทียบ ความยาวพันธะ และพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต รวมทั้งคํานวณพลังงานที่เกี่ยวของกับปฏิกิริยา ของสารโคเวเลนตจากพลังงานพันธะ คาดคะเนรูปรางโมเลกุลโคเวเลนตโดยใชทฤษฎีการผลักระหวางคู อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ และระบุสภาพขั้วของโมเลกุลโคเวเลนต ระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหวาง โมเลกุลโคเวเลนต และเปรียบเทียบจุดหลอมเหลว จุดเดือด และการละลายน้ําของสารโคเวเลนต สืบคน ขอมูลและอธิบายสมบัติของสารโคเวเลนต โครงรางตาขายชนิดตางๆ อธิบายการเกิดพันธะโลหะและ สมบัติของโลหะ เปรียบเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต และโลหะ สืบคนขอมูลและนําเสนอตัวอยางการใชประโยชนของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต และโลหะได อยางเหมาะสม โดยใชการเรียนรูดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตร เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู คิดวิเคราะห ตัดสินใจ นําไปใชแกปญหาในชีวิตประจําวัน โดยบูรณาการ วิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม
๑๓๗


ผลการเรียนรู
๑. สืบคนขอมูลสมมติฐาน การทดลอง หรือผลการทดลอง ที่เปนประจักษพยานในการเสนอแบบจําลอง อะตอมของนักวิทยาศาสตร และอธิบายวิวัฒนาการของแบบจําลองอะตอมได
๒. เขียนสัญลักษณนิวเคลียรของธาตุ และระบุจํานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอมจาก สัญลักษณนิวเคลียรรวมทั้งบอกความหมายของไอโซโทปได
๓. อธิบายและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักและระดับพลังงานยอยเมื่อทราบเลข อะตอมของธาตุได
๔. ระบุหมู คาบ ความเปนโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตุแทรนซิชันในตาราง ธาตุได
๕. วิเคราะหและบอกแนวโนมสมบัติของธาตุเรพรีเซนเททีฟตามหมูและตามคาบได
๖. บอกสมบัติของธาตุโลหะแทรนซิชัน และเปรียบเทียบสมบัติกับธาตุโลหะในกลุมธาตุเรพรีเซนเททีฟได ๗. อธิบายสมบัติ และคํานวณครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสีได
๘. สืบคนขอมูลและยกตัวอยางการนําธาตุมาใชประโยชน รวมทั้งผลกระทบตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอมได ๙. อธิบายการเกิดไอออน และการเกิดพันธะไอออนิกโดยใชแผนภาพหรือสัญลักษณแบบจุดของลิวอิสได ๑๐. เขียนสูตร และเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกได
๑๑. คํานวณพลังงานที่เกี่ยวของกับปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจักรบอรน-ฮารเบอรได ๑๒. อธิบายสมบัติของสารประกอบไอออนิกได
๑๓. เขียนสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิกได
๑๔. ทํานายรูปรางโมเลกุลโคเวเลนต และเขียนแสดงดวยโครงสรางลิวอิสได
๑๕. เขียนสูตรและเรียกชื่อสารโคเวเลนตได
๑๖. วิเคราะหและเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนตรวมทั้งคํานวณพลังงาน
ที่เกี่ยวของกับปฏิกิริยาของสารโคเวเลนตจากพลังงานพันธะได
๑๗. คาดคะเนรูปรางโมเลกุลโคเวเลนตโดยใชทฤษฎีการผลักระหวางคูอิเล็กตรอนในวงเวเลนซ และระบุ
สภาพขั้วของโมเลกุลโคเวเลนตได
๑๘. ระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหวางโมเลกุลโคเวเลนต และเปรียบเทียบจุดหลอมเหลว จุดเดือดและ
การละลายน้ําของสารโคเวเลนตได
๑๙. สืบคนขอมูลและอธิบายสมบัติของสารโคเวเลนต โครงรางตาขายชนิดตางๆ ได
๒๐. อธิบายการเกิดพันธะโลหะและสมบัติของโลหะได
๒๑. เปรียบเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต และโลหะ สืบคนขอมูลและ
นําเสนอตัวอยางการใชประโยชนของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต และโลหะไดอยาง เหมาะสมได
รวมทั้งหมด ๒๑ ผลการเรียนรู
๑๓๘


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๓๑๒๒๒ เคมี ๒ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บอกและอธิบายขอตกลงเบื้องตน และปฏิบัติตนที่แสดงถึงความตระหนักในการทําปฏิบัติการเคมี เพื่อใหมีความปลอดภัยทั้งตอตนเอง ผูอื่นและสิ่งแวดลอม และเสนอแนวทางแกไขเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เลือก และใชอุปกรณหรือเครื่องมือในการทําปฏิบัติการ และวัดปริมาณตางๆ ไดอยางเหมาะสม นําเสนอ แผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง ระบุหนวยวัดปริมาณตางๆ ของสาร และเปลี่ยน หนวยวัด ใหเปนหนวยในระบบเอสไอ ดวยการใชแฟกเตอรเปลี่ยนหนวย บอกความหมายของมวลอะตอม ของธาตุ และคํานวณมวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ มวลโมเลกุล และมวลสูตร อธิบายและคํานวณปริมาณใด ปริมาณหนึ่ง จากความสัมพันธของโมล จํานวนอนุภาค มวล และปริมาตรของแกสที่ STP คํานวณ อัตราสวนโดยมวลของธาตุองคประกอบของสารประกอบตามกฎสัดสวนคงที่ คํานวณสูตรอยางงายและ สูตรโมเลกุลของสาร คํานวณความเขมขนของสารละลายในหนวยตางๆ อธิบายวิธีการ และเตรียม สารละลายใหมีความเขมขนในหนวยโมลาริตี และปริมาตรสารละลายตามที่กําหนด เปรียบเทียบจุดเดือด และจุดเยือกแข็งของสารละลายกับสารบริสุทธิ์ รวมทั้งคํานวณจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลาย แปลความหมายสัญลักษณในสมการเคมี เขียนและดุลสมการเคมีของปฏิกิริยาเคมีบางชนิด คํานวณ ปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวของกับมวลสาร ความเขมขนของสารละลาย ปริมาตรแกส คํานวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีหลายขั้นตอน ระบุสารกําหนดปริมาณและคํานวณปริมาณของ สารตางๆ ในปฏิกิริยาเคมี คํานวณผลไดรอยละของผลิตภัณฑในปฏิกิริยาเคมี อธิบายความสัมพันธ และ คํานวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแกสที่ภาวะตางๆ ตามกฎของบอยล กฎของชารล กฎของ เกย-ลุสแซก คํานวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแกสที่ภาวะตางๆ ตามกฎรวมแกส คํานวณ ปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จํานวนโมลหรือมวลของแกสจากความสัมพันธตามกฎของอาโวกาโดร และกฎ แกสอุดมคติ คํานวณความดันยอยหรือจํานวนโมลของแกสในแกสผสม โดยใชกฎความดันยอยของดอล ตัน อธิบายการแพรของแกสโดยใชทฤษฎีจลนของแกส คํานวณและเปรียบเทียบอัตราการแพรของแกส โดยใชกฎการแพรผานของเกรแฮม สืบคนขอมูล นําเสนอตัวอยางและอธิบายการประยุกตใชความรู เกี่ยวกับสมบัติและกฎตางๆ หรือแกปญหาในชีวิตประจําวันและในอุตสาหกรรม โดยใชการเรียนรูดวย กระบวนการทางวิทยาศาสตร เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู คิดวิเคราะห ตัดสินใจ นําไปใชแกปญหาในชีวิตประจําวัน โดยบูรณาการวิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และการ ออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม
๑๓๙


ผลการเรียนรู
๑. บอกและอธิบายขอตกลงเบื้องตน และปฏิบัติตนที่แสดงถึงความตระหนักในการทําปฏิบัติการเคมี เพื่อใหมีความปลอดภัยทั้งตอตนเอง ผูอื่นและสิ่งแวดลอม และเสนอแนวทางแกไขเมื่อเกิดอุบัติเหตุได
๒. เลือกและใชอุปกรณหรือเครื่องมือในการทําปฏิบัติการ และวัดปริมาณตางๆ ไดอยางเหมาะสม ๓. นําเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลองได
๔. ระบุหนวยวัดปริมาณตางๆ ของสาร และเปลี่ยนหนวยวัด ใหเปนหนวยในระบบเอสไอ ดวยการใช
แฟกเตอรเปลี่ยนหนวยได
๕. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และคํานวณมวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ มวลโมเลกุล และ
มวลสูตรได
๖. อธิบายและคํานวณปริมาณใด ปริมาณหนึ่ง จากความสัมพันธของโมล จํานวนอนุภาค มวล และ
ปริมาตรของแกสที่ STP ได
๗. คํานวณอัตราสวนโดยมวลของธาตุองคประกอบของสารประกอบตามกฎสัดสวนคงที่ได
๘. คํานวณสูตรอยางงายและสูตรโมเลกุลของสารได
๙. คํานวณความเขมขนของสารละลายในหนวยตางๆ ได
๑๐. อธิบายวิธีการ และเตรียมสารละลายใหมีความเขมขนในหนวยโมลาริตี และปริมาตรสารละลาย
ตามที่กําหนดได
๑๑. เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกับสารบริสุทธิ์ รวมทั้งคํานวณจุดเดือดและจุด
เยือกแข็งของสารละลายได
๑๒. แปลความหมายสัญลักษณในสมการเคมี เขียนและดุลสมการเคมีของปฏิกิริยาเคมีบางชนิดได ๑๓. คํานวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวของกับมวลสารได
๑๔. คํานวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวของกับความเขมขนของสารละลายได
๑๕. คํานวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวของกับปริมาตรแกส ได
๑๖. คํานวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีหลายขั้นตอนได
๑๗. ระบุสารกําหนดปริมาณและคํานวณปริมาณของสารตางๆ ในปฏิกิริยาเคมีได
๑๘. คํานวณผลไดรอยละของผลิตภัณฑในปฏิกิริยาเคมีได
๑๙. อธิบายความสัมพันธ และคํานวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแกสที่ภาวะตางๆ ตามกฎ
ของบอยล กฎของชารล กฎของเกย- ลุสแซกได
๒๐. คํานวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแกสที่ภาวะตางๆ ตามกฎรวมแกสได
๒๑. คํานวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จํานวนโมลหรือมวลของแกสจากความสัมพันธตามกฎของ
อาโวกาโดร และกฎแกสอุดมคติได
๒๒. คํานวณความดันยอยหรือจํานวนโมลของแกสในแกสผสม โดยใชกฎความดันยอยของดอลตันได ๒๓. อธิบายการแพรของแกสโดยใชทฤษฎีจลนของแกส คํานวณและเปรียบเทียบอัตราการแพรของแกส
โดยใชกฎการแพรผานของเกรแฮมได
๒๔. สืบคนขอมูล นําเสนอตัวอยาง และอธิบายการประยุกตใชความรูเกี่ยวกับสมบัติและกฎตางๆ หรือ
แกปญหาในชีวิตประจําวันและในอุตสาหกรรม
รวมทั้งหมด ๒๔ ผลการเรียนรู
๑๔๐


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๓๒๒๒๓ เคมี ๓ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อธิบายและคํานวณ ความสัมพันธของปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จํานวนโมล หรือมวลของแกสที่ ภาวะตาง ๆ ตามกฎของบอยล กฎของชารล กฎของ เกย–ลูสแซก กฎรวมแกส กฎของอาโวกาโดร กฎ แกสอุดมคติ และกฎความดันยอยของดอลตัน อธิบายการแพรของแกสโดยใชทฤษฎีจลนของแกส คํานวณและเปรียบเทียบอัตราการแพรของแกส โดยใชกฎการแพรผานของเกรแฮม สืบคนขอมูล นําเสนอ ตัวอยาง และอธิบายการ ประยุกตใชความรูเกี่ยวกับสมบัติและกฎตาง ๆ ของแกสในการอธิบาย ปรากฏการณหรือแกปญหาในชีวิตประจําวันและในอุตสาหกรรม ทดลอง คํานวณ และเขียนกราฟอัตรา การเกิดปฏิกิริยาเคมีของสารที่ ในปฏิกิริยา เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและ พลังงานที่สงผลตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ทดลอง และอธิบายผลของความเขมขน พื้นที่ผิวของสารตั้ง ตน อุณหภูมิและตัวเรงปฏิกิริยาที่มี ตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเมื่อมี การ เปลี่ยนแปลงความเขมขน พื้นที่ผิวของสารตั้งตน อุณหภูมิและตัวเรงปฏิกิริยา ยกตัวอยาง และอธิบาย ปจจัยที่มีผลตออัตรา การเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจําวัน หรืออุตสาหกรรม ทดสอบ และอธิบาย ความหมายของปฏิกิริยาผันกลับไดและภาวะสมดุล อธิบายการเปลี่ยนแปลงความเขมขนของสาร อัตรา การเกิดปฏิกิริยาไปขางหนา และอัตราการเกิดปฏิกิริยายอนกลับ เมื่อเริ่มปฏิกิริยา จนกระทั่งระบบอยูใน ภาวะสมดุล คํานวณคาคงที่สมดุลของปฏิกิริยา คํานวณความเขมขนของสารที่ภาวะสมดุล คํานวณคาคงที่ สมดุลหรือความเขมขนของปฏิกิริยาหลายข้ันตอน ระบุปจจัยที่มีผลตอภาวะสมดุลและ คาคงที่สมดุลของ ระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวนโดยใชหลักของเลอ ชาเตอลิเอ ยกตัวอยางและอธิบายสมดุลเคมีของกระบวนการที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต ปรากฏการณใน ธรรมชาติและกระบวนการในอุตสาหกรรม เพื่อใหมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับ กฎของแกส อัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมี และสมดุลเคมี โดยใชการเรียนรูดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี การ สืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ สามารถนําความรูและหลักการไปใชประโยชน เชื่อมโยง อธิบาย ปรากฏการณหรือแกปญหาในชีวิตประจําวัน สามารถจัดกระทําและวิเคราะหขอมูลสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มี ความสามารถในการตัดสินใจแกปญหา มีจิตวิทยาศาสตรเห็นคุณคาของวิทยาศาสตร มีจริยธรรม คุณธรรมและคานิยมที่เหมาะสม
๑๔๑


ผลการเรียนรู
๑. อธิบายความสัมพันธและคํานวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิ จํานวนโมล หรือมวลของแกส ที่ภาวะตาง ๆ ตามกฎของบอยล กฎของชารล กฎของเกย–ลูสแซก กฎรวมแกส กฎของอาโวกาโดร และกฎแกสอุดมคติ
๒. คํานวณความดันยอยหรือจํานวนโมลของแกส ในแกสผสม โดยใชกฎความดันยอยของดอลตัน ๓. อธบิ ายการแพรของแกสโดยใชทฤษฎีจลนของแกส
๔. คํานวณและเปรียบเทียบอัตราการแพรของแกส โดยใชกฎการแพรผานของเกรแฮม
๕. สืบคนขอมูล นําเสนอตัวอยางและอธิบายการประยุกตใชความรูเกี่ยวกับสมบัติและกฎตาง ๆ
ของแกส ในการอธิบายปรากฏการณหรือแกปญหาในชีวิตประจําวันและในอุตสาหกรรม
๖. ทดลองและเขียนกราฟการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของสารที่ทําการวัดในปฏิกิริยา
๗. คํานวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีและเขียนกราฟการลดลงหรือเพิ่มขึ้นของสารที่ไมไดวัดในปฏิกิริยา ๘. เขียนแผนภาพและอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานที่สงผลตออัตราการเกิดปฏิกิริยา
เคมี
๙. ทดลองและอธิบายผลของความเขมขน พื้นที่ผิวของสารตั้งตน อุณหภูมิและตัวเรงปฏิกิริยาที่มีตออัตรา
การเกิดปฏิกิริยาเคมี
๑๐. เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความเขมขน พื้นที่ผิวของสารตั้งตน
อุณหภูมิและตัวเรงปฏิกิริยา
๑๑. ยกตัวอยางและอธิบายปจจัยที่มีผลตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจําวันหรืออุตสาหกรรม ๑๒. ทดสอบและอธิบายความหมายของปฏิกิริยาผันกลับไดและภาวะสมดุล
๑๓. อธิบายการเปลี่ยนแปลงความเขมขนของสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปขางหนา และอัตราการ
เกิดปฏิกิริยายอนกลับ เมื่อเริ่มปฏิกิริยาจนกระทั่งระบบอยูในภาวะสมดุล
๑๔. คํานวณคาคงที่สมดุลของปฏิกิริยาและความเขมขนของสารที่ภาวะสมดุล รวมทั้งปฏิกิริยาหลาย
ขั้นตอน
๑๕. ระบุปจจัยที่มีผลตอภาวะสมดุลและคาคงที่สมดุลของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปลี่ยนแปลง
ที่เกิดขึ้นเมื่อภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวนโดยใชหลักของเลอชาเตอลิเอ
๑๖. ยกตัวอยางและอธิบายสมดุลเคมีของกระบวนการที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต ปรากฏการณในธรรมชาติ
และกระบวนการในอุตสาหกรรม
รวมทั้งหมด ๑๖ ผลการเรียนรู
๑๔๒


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๓๒๒๒๔ เคมี๔ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ระบุและอธิบายวาสารเปน กรดหรือเบส โดยใชทฤษฎีกรด–เบสของอารเรเนียส เบรินสเตด–ลาวรี และลิวอิส ระบุคูกรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบส ของเบรินสเตด-ลาวรี คํานวณและเปรียบเทียบ ความสามารถในการแตกตัวหรือความแรงของกรดและเบส คํานวณคาpHและความเขมขนของไฮโดร เนียม ไอออนหรือไฮดรอกไซดไอออนของสารละลายกรดและเบส เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทิน และระบุความเปนกรด-เบสของสารละลายหลังการสะเทิน เขียนปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเกลือและระบุ ความเปนกรด-เบสของสารละลายเกลือ ทดลองและอธิบายหลักการการไทเทรตและเลือกใชอินดิเคเตอร ท่ีเหมาะสมสําหรับ การไทเทรตกรด-เบส คํานวณปริมาณสารหรือความเขมขนของสารละลายกรดหรือ เบสจากการไทเทรต อธิบายสมบัติองคประกอบและประโยชนของสารละลายบัฟเฟอร สืบคนขอมูลและ นําเสนอตัวอยางการใชประโยชนและการแกปญหาโดยใชความรูเกี่ยวกับกรด–เบส คํานวณเลข ออกซิเดชันและระบุปฏิกิริยาที่เปนปฏิกิริยารีดอกซ วิเคราะหการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันและระบุตัว รีดิวซและตัวออกซิไดส รวมทั้งเขียนครึ่งปฏิกิริยาออกซิเดชันและครึ่งปฏิกิริยา รีดักชันของปฏิกิริยารี ดอกซ ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเปนตัวรีดิวซหรือตัวออกซิไดสและเขียนแสดง ปฏิกิริยารีดอกซ ดุลสมการรีดอกซดวยการใชเลขออกซิเดชันและวิธีครึ่งปฏิกิริยา ระบุองคประกอบของ เซลลเคมีไฟฟาและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและแคโทด ปฏิกิริยารวม และแผนภาพเซลล คํานวณคาศักยไฟฟามาตรฐานของเซลล ระบุประเภทของเซลลเคมีไฟฟา ขั้วไฟฟา และปฏิกิริยาเคมีที่ เกิดขึ้น อธิบายหลักการทํางานและเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาของเซลลปฐมภูมิและเซลลทุติย ภูมิ ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีดวยกระแส ไฟฟาและอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟาที่ใชในการชุบ โลหะ การแยกสารเคมีดวยกระแส ไฟฟา การทําโลหะใหบริสุทธิ์และการปองกัน การกัดกรอนของโลหะ สืบคนขอมูลและนําเสนอตัวอยางความกาวหนาทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวของกับเซลลเคมีไฟฟาใน ชีวิตประจําวัน เพื่อใหมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับสารละลายกรด-เบส และไฟฟาเคมี โดยใชการเรียนรู ดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ สามารถนํา ความรูและหลักการไปใชประโยชน เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณหรือแกปญหาในชีวิตประจําวัน สามารถ จัดกระทําและวิเคราะหขอมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ แกปญหา มีจิต วิทยาศาสตร เห็นคุณคาของวิทยาศาสตร มีจริยธรรม คุณธรรมและคานิยมที่เหมาะสม
๑๔๓


ผลการเรียนรู
๑. ระบุและอธิบายวาสารเปนกรดหรือเบส โดยใชทฤษฎีกรด–เบสของอารเรเนียส เบรินสเตด–ลาวรี และลิวอิส
๒. ระบุคูกรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบส ของเบรนิ สเตด-ลาวรี
๓. คํานวณ และเปรียบเทียบความสามารถ ในการแตกตัวหรือความแรงของกรดและเบส
๔. คํานวณคา pH ความเขมขนของไฮโดรเนียมไอออนหรือไฮดรอกไซดไอออนของสารละลายกรด-เบส ๕. เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทินและระบุความเปนกรด-เบสของสารละลายหลังการสะเทิน ๖. เขียนปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเกลือและระบุความเปนกรด-เบสของสารละลายเกลือ
๗. ทดลองและอธิบายหลักการการไทเทรตและเลือกใชอินดิเคเตอรที่เหมาะสมสําหรับการไทเทรต
กรด-เบส
๘. คํานวณปริมาณสารหรือความเขมขนของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
๙. อธิบายสมบัติองคประกอบและประโยชนของสารละลายบัฟเฟอร
๑๐. สืบคนขอมูลและนําเสนอตัวอยางการใชประโยชนและการแกปญหาโดยใชความรูเกี่ยวกับ
กรด–เบส
๑๑. คํานวณเลขออกซิเดชันและระบุปฏิกิริยาที่เปนปฏิกิริยารีดอกซ
๑๒. วิเคราะหการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันและระบุตัวรีดิวซและตัวออกซิไดสรวมทั้งเขียนครึ่งปฏิกิริยา
ออกซิเดชันและครึ่งปฏิกิริยารีดักชันของปฏิกิริยารีดอกซ
๑๓. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเปนตัวรีดิวซหรือตัวออกซิไดสและเขียนแสดงปฏิกิริยา
รีดอกซ
๑๔. ดุลสมการรีดอกซดวยการใชเลขออกซิเดชันและวิธีครึ่งปฏิกิริยา
๑๕. ระบุองคประกอบของเซลลเคมีไฟฟาและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและ แคโทด
ปฏิกิริยารวมและแผนภาพเซลล
๑๖. คํานวณคาศักยไฟฟามาตรฐานของเซลลและระบุประเภทของเซลลเคมีไฟฟา ขั้วไฟฟา และปฏิกิริยา
เคมีที่เกิดขึ้น
๑๗. อธิบายหลักการทํางานและเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาของเซลลปฐมภูมิและเซลลทุติยภูมิ
๑๘. ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีดวยกระแส ไฟฟาและอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟาที่ใชในการ
ชุบโลหะ การแยกสารเคมีดวยกระแส ไฟฟา การทําโลหะใหบริสุทธิ์และการปองกัน การกัดกรอนของ
โลหะ
๑๙. สืบคนขอมูลและนําเสนอตัวอยางความกาวหนา ทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวของกับเซลลเคมีไฟฟา
ในชีวิตประจําวัน
รวมตัวทั้งหมด ๑๙ ผลการเรียนรู
๑๔๔


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๓๓๒๒๕ เคมี ๕ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สืบคนขอมูล เขียนสูตรโครงสราง คิดวิเคราะห เปรียบเทียบ ระบุประเภท เขียนสมการ ทดสอบ
ปฏิกิริยา นําเสนอผลงาน นําเสนอตัวอยาง และอธิบายความสัมพันธเกี่ยวกับสูตรโครงสรางลิวอิส สูตร โครงสรางแบบยอ และสูตรโครงสรางแบบเสน การเรียกชื่อของสารประกอบอินทรียที่พบในชีวิตประจําวัน ประเภทของสารประกอบอินทรียจากหมูฟงกชัน ไอโซเมอร จุดเดือดและการละลายในน้ําของสารประกอบ อินทรียประเภทตาง ๆ สารประกอบไฮโดรคารบอนและเขียนผลิตภัณฑจากปฏิกิริยาการเผาไหม ปฏิกิริยา กับโบรมีน หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอรแมงกาเนต การเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟเคชัน ปฏิกิริยาการ สังเคราะหเอไมดปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟเคชัน การนําสารประกอบอินทรียไปใช ประโยชนในชีวิตประจําวันและอุตสาหกรรม สมบัติของพอลิเมอร การสังเคราะหพอลิเมอร ปฏิกิริยาการ เกิดพอลิเมอรจากโครงสรางของมอนอเมอรหรือพอลิเมอร การนําพอลิเมอร ไปใชประโยชน ผลกระทบ จากการใชและการกําจัดผลิตภัณฑพอลิเมอรและแนวทางแกไข รวมถึงการใชความรูทางเคมีจาก สถานการณที่เกิดขึ้นในชีวิตประจําวัน การประกอบอาชีพ หรืออุตสาหกรรม การบูรณาการความรูทางเคมี รวมกับสาขาวิชาอื่น โดยใชทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรหรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ที่ เนนการคิดวิเคราะห การแกปญหาและความคิดสรางสรรคในสถานการณหรือประเด็นที่สนใจ เพื่อใหเกิด ความรู ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู คิดวิเคราะห ตัดสินใจ นําไปใชแกปญหาในชีวิต ประจําวัน ใชแนวคิดเชิงคํานวณในการแกปญหาที่พบในชีวิตจริงอยางเปนขั้นตอนและเปนระบบ ใชเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทํางาน และการแกปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพ รูเทาทัน มี คุณธรรม จริยธรรม มีจิตวิทยาศาสตร และคานิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. สืบคนขอมูลและนําเสนอตัวอยางสารประกอบอินทรียที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู หรือพันธะสาม ที่พบใน ชีวิตประจําวัน
๒. เขียนสูตรโครงสรา งลิวอิส สูตรโครงสรางแบบยอ และสูตรโครงสรางแบบเสน ของสารประกอบอินทรีย ๓. วิเคราะหโครงสราง และระบุประเภทของสารประกอบอินทรียจากหมูฟงกชัน
๔. เขียนสูตรโครงสรางและเรียกชื่อสารประกอบอินทรียประเภทตาง ๆ ที่มีหมูฟงกชันไมเกิน ๑ หมู ตาม
ระบบ IUPAC
๕. เขียนไอโซเมอรโครงสรางของสารประกอบอินทรียประเภทตาง ๆ
๖. วิเคราะห และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้ําของสารประกอบอินทรียที่มีหมูฟงกชัน ขนาด
โมเลกุล หรือโครงสรางตางกัน
๗. ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคารบอนและเขียนผลิตภัณฑจากปฏิกิริยาการเผาไหม ปฏิกิริยากับ
โบรมีน หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอรแมงกาเนต
๑๔๕


๘. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะหเอไมดปฏิกิริยา ไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟเคชัน
๙. ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอริฟเคชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟเคชัน
๑๐. สืบคนขอมูล และนําเสนอตัวอยางการนําสารประกอบอินทรียไปใชประโยชนในชีวิตประจําวันและ
อุตสาหกรรม
๑๑. ระบุประเภทของปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอรจากโครงสรางของมอนอเมอรหรือพอลิเมอร
๑๒. วิเคราะห และอธิบายความสัมพันธระหวางโครงสรางและสมบัติของพอลิเมอร รวมทั้ง การนําไปใช
ประโยชน
๑๓. ทดสอบ และระบุประเภทของพลาสติก และผลิตภัณฑยาง รวมทั้งการนําไปใชประโยชน
๑๔. อธิบายผลของการปรับเปลี่ยนโครงสราง และการสังเคราะหพอลิเมอรที่มีตอสมบัติของพอลิเมอร ๑๕. สืบคนขอมูล และนําเสนอตัวอยางผลกระทบจากการใชและการกําจัดผลิตภัณฑพอลิเมอรและ
แนวทางแกไข
๑๖. กําหนดปญหา และนําเสนอแนวทางการแกปญหาโดยใชความรูทางเคมีจากสถานการณที่เกิดขึ้นใน
ชีวิตประจําวัน การประกอบอาชีพ หรืออุตสาหกรรม
๑๗. แสดงหลักฐานถึงการบูรณาการความรูทางเคมีรวมกับสาขาวิชาอื่น รวมทั้งทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรหรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยเนนการคิดวิเคราะห การแกปญหาและ
ความคิดสรางสรรค เพื่อแกปญหาในสถานการณหรือประเด็นที่สนใจ
๑๘. นําเสนอผลงานหรือชิ้นงานที่ไดจากการแกปญหาในสถานการณหรือประเด็นที่สนใจโดยใชเทคโนโลยี
สารสนเทศ
๑๙. แสดงหลักฐานการเขารวมการสัมมนา การเขารวมประชุมวิชาการ หรือการแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ
ในงานนิทรรศการ
รวมทั้งหมด ๑๙ ผลการเรียนรู
๑๔๖


คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๓๑๒๔๑ ชีววิทยา ๑ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชันมัธยมศึกษาปที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สืบคนขอมูล อภิปราย ระบุ อธิบายเกี่ยวกับ สมบัติที่สําคัญของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธของการ จัดระบบในสิ่งมีชีวิต การระบุปญหา ความสัมพันธระหวางปญหา สมมติฐาน และวิธีการตรวจสอบ สมมติฐาน ออกแบบการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน สมบัติของน้ําและความสําคัญของน้ําที่มีตอ สิ่งมีชีวิต ธาตุชนิดตาง ๆ ที่มีความสําคัญตอรางกายสิ่งมีชีวิต โครงสรางและความสําคัญของคารโบไฮเดรต โปรตีน และกรดนิวคลีอิก ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในส่ิงมีชีวิต การทํางานของเอนไซมในการเรงปฏิกิริยาเคมี ในสิ่งมีชีวิต การทํางานของเอนไซม การใชกลองจุลทรรศนใชแสงและการดูแลรักษา โครงสรางและหนาที่ ของสวนที่หอหุมเซลลของเซลลพืชและเซลลสัตว ชนิดและหนาที่ของออรแกเนลล นิวเคลียส การแพร ออสโมซิส การแพรแบบฟาซิลิเทต แอกทีฟทรานสปอรต กระบวนการเอกโซไซโทซิส กระบวนการเอนโด ไซโทซิส การแบงนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิส การหายใจระดับเซลลในภาวะที่มีออกซิเจน เพียงพอ และภาวะที่มีออกซิเจนไมเพียงพอ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร เพื่อใหนักเรียนเกิด ความรูความเขาใจ เกิดทักษะในการทํางานตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร มีความสามารถในการคิด ตัดสินใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชในชีวิตประจําวันของตนเอง รวมถึงมีจิต วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม คานิยมที่ดีและสามารถเชื่อมโยงกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง
ผลการเรียนรู
๑.อธิบายและสรุปสมบตัิที่สําคัญของสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธของการจัดระบบในสิ่งมีชีวิตที่ทําให สิ่งมีชีวิตดํารงชีวิตอยูได
๒. อภิปราย และบอกความสําคัญของการระบุปญหา ความสัมพันธระหวางปญหา สมมติฐาน และวิธีการ ตรวจสอบสมมติฐาน รวมทั้งออกแบบการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน
๓. สืบคนขอมูล อธิบายเกี่ยวกับสมบัติของน้ําและบอกความสําคัญของน้ําที่มีตอสิ่งมีชีวิต และยกตัวอยาง ธาตุชนิดตาง ๆ ที่มีความสําคัญตอรางกายสิ่งมีชีวิต
๔. สืบคนขอมูล อธิบายโครงสรางของคารโบไฮเดรต ระบุกลุมของคารโบไฮเดรต รวมทั้งความสําคัญของ คารโบไฮเดรตที่มีตอสิ่งมีชีวิต
๕. สืบคนขอมูล อธิบายโครงสรางของโปรตีน และความสําคัญของโปรตีนที่มีตอสิ่งมีชีวิต
๖. สืบคนขอมูล อธิบายโครงสรางของลิพิด และความสําคัญของลิพิดที่มีตอสิ่งมีชีวิต
๗. อธิบายโครงสรางของกรดนิวคลิอิก และระบุชนิดของกรดนิวคลิอิก และความสําคัญของกรดนิวคลิอิกที่
มีตอสิ่งมีชีวิต
๘. สืบคนขอมูล และอธิบายปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต
๙. อธิบายการทํางานของเอนไซมในการเรงปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิตและระบุปจจัยที่มีผลตอการทํางานของ
เอนไซม
๑๔๗


Click to View FlipBook Version