The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอน_161429 เล่มที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Narin Nonthamand, 2021-05-04 13:51:58

เอกสารประกอบการสอน_161429 เล่มที่ 1

เอกสารประกอบการสอน_161429 เล่มที่ 1

474

หรือที่เรียกว่า “โทร โข่ง” นั่นเอง เครื่องขยายเสียงประเภทนี้
จะมีไมโครโฟนติดอยู่กับตวั ทางด้านหลังหรือบางตัวอาจปลดไมโครโฟนมา ถือพูดก็ได้ นับเป็น
เครื่องขยายที่มีความสะดวกในการใช้งานพอสมควร แต่กำลังขยายไม่สูง เหมาะสำหรับการ
ใช้งานเฉพาะเสียงพูดเท่านั้น เป็นเครื่องมือสำหรับส่งเสียงพูดของบุคคลให้ไปยังทิศทางของ
เป้าหมาย ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกรวยและสามารถถือติดตัวได้สะดวก ด้วยเหตุที่ว่าเสียงพูดของ
มนุษย์กระจายไปในทุกทิศทางในอากาศ จึงต้องส่งเสียงด้วยโทรโข่งเพื่อบังคับให้เสียงถูกส่งไป
ยังเป้าหมายให้ผู้ฟังได้ยินชัดเจนขึ้น โดยคลื่นเสียงในอากาศจะแทรกสอดกันภายในกรวยทำให้
เสียงก้องขึ้น โทรโข่งบางประเภทเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ประกอบด้วยไมโครโฟน เครื่อง
ขยายเสียง และลำโพง สามารถขยายเสียงพูดให้ดังขึ้นได้ หรือใช้ติดตั้งบนที่สูงสำหรับการ
กระจายเสียงในที่ชุมชน

โทรโข่ง หรือที่เรียกอีกอย่างว่าโทรโข่ง หรือลำโพงขยายเสียง
รวมไมโครโฟนและลำโพงขยายเสียงเพื่อขยายเสียงของมนุษย์ โทรโข่งบางรุ่นเป็นอุปกรณ์
พกพาโดยผู้ใช้พูดในทริกเกอร์หรือไมโครโฟนที่เปิดใช้งานเสียง โทรโข่งประเภทอื่น ๆ
มีสายสะพายไหลแ่ ละไมโครโฟนทีส่ ามารถลอ็ คได้คล้ายกบั ชุดวิทยุ CB ท้ังคูม่ ีลำโพงรูปกรวยซึ่ง
ขยายเสียงและส่งเสียงในระยะไกล โทรโข่งวิวัฒนาการมาจากอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ไฟฟ้าที่เรียกว่า
โทรโข่ง เครื่องขยายเสียงแบบใช้มือถือเครื่องนี้ทำงานบนหลักการที่ว่าคลื่นเสียงจะเข้มข้นและ
โฟกัสในกรวย เชียร์ลีดเดอร์ในวิทยาลัยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายผู้กำกับภาพยนตร์และทีม
ฝึกซ้อมทางทหารมักใช้ megaphones เพื่อขยายเสียงเชียร์หรือคำสั่งของพวกเขา โทรโข่ง
อิเลก็ ทรอนิกสท์ ี่ทันสมยั ยังคงใช้การออกแบบรูปทรงกรวยข้ันพื้นฐานสำหรับลำโพง ไมโครโฟน
ที่ไวต่อความรู้สึกได้ลดความจำเป็นในการตะโกนใส่อุปกรณ์ กำลังไฟของโทรโข่งมักจะวัดเป็น
วัตต์ ยกตัวอย่างเช่นตัวอวบ 35 วัตต์สามารถถ่ายทอดเสียงได้มากกว่าหนึ่งพันหลาขึ้นไป รุ่น
โทรโข่งสว่ นใหญ่มีการควบคุมระดบั เสียงอย่างไรก็ตามลำโพงสามารถ จำกัด ช่วงได้ตามความ
เหมาะสม คุณสมบัติอื่นที่พบในบางรุ่นโทรโข่งคือไซเรนความสนใจหรือเป่านกหวีด สิ่งนี้จะมี
ประสิทธิภาพสำหรับการควบคุมฝูงชนหรือการควบคุม กลไกทริกเกอร์บนโทรโข่งยังสามารถ
ล็อคเข้าสู่ตำแหน่งเพื่อกล่าวสุนทรพจน์นาน บางรุ่นมีตัวเลือกเปิดใช้งานด้วยเสียงซึ่งจะเปิด
ไมโครโฟนเมือ่ มคี นพูดโดยตรงเท่านั้น

เพื่อความสะดวกในการใชง้ านข้ันสดุ ยอดระบบโทรโขง่ บางเครอ่ื งใช้สายสะพายไหล่เพื่อ
การพกพาและไมโครโฟนมอื ถือสำหรับออกอากาศ สิ่งนที้ ำให้ไม่สามารถมองเห็นทัศนวิสัยของ
ผู้พูดได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะนำระบบโทรโข่งที่รองรับบ่าเข้ากับเหตุการณ์ที่อาจต้องมีการ
ตอบสนองอยา่ งรวดเร็ว (NetinBag, 2018)

475

โทรโข่งโดยทั่วไปมี 2 แบบ (เดชฤทธิ์ พลเยีย่ ม, 2561)

ภาพที่ 6.59 โทรโข่ง

ภาพจาก :https://www.เครือ่ งเสียงหอ้ งประชุม.
com/%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%87-megaphone-
%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0

%B9%89-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5/

1. แบบอะคสู ติก
2. แบบอิเล็กทรอนิกส์
โทรโข่งแบบอะคูสติกจะขยายเสียงโดยธรรมชาติ
ราคาไมแ่ พง ไม่มีวงจรอิเลก็ ทรอนิกส์มาเกีย่ วข้อง แตอ่ ัตราการขยายเสียงจะต่ำกวา่ สว่ นโทรโข่ง
แบบอิเล็กทรอนิกส์ประกอบไมโครโฟน ตัวลำโพง วงจรภาคขยายเสียงและแบตเตอรี่ทำหน้าที่
จ่ายไฟให้ภาคขยาย ไมโครโฟนจะทำหน้าที่รับสัญญาณเสียงจากผู้พูดเพื่อแปลงให้เป็น
สัญญาณไฟฟ้า จากนั้นสัญญาณดังกล่าวจะถูกขยายเป็นสัญญาณทางไฟฟ้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
ด้วยวงจรภาคขยาย ขั้นสุดท้ายตัวดอกลำโพงจะทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้านั้นกลับมาเป็น
สัญญาณเสียงที่คนเราสามารถได้ยินด้วยหู ในการสื่อสารด้วยเสียง คลื่นเสียงที่ออกจากดอก
ลำโพงหากความดังไม่เพียงพอที่เราต้องการ เราสามารถใช้โทรโข่งมาช่วยขยายเสียงนั้นได้โดย
นำดอกลำโพงมาประกบกับด้านหลังโทรโข่ง เพื่อเพิ่มอัตราการขยายเสียงให้สูงขึ้นได้ โทรโข่ง
สามารถใช้มอื จบั แล้วพดู (แบบถือ) บางรุ่นสามารถห้อยแนบกบั ลำตวั (แบบสะพายไหล)่ บางรุ่น

476

ใช้ติดตั้งบนรถ หรือที่สูงได้ โดยหันปากของโทรโข่งไปยังทิศทางที่ต้องการ ซึ่งจะช่วยให้เรา
กระจายเสียงออกไประยะไกล ๆ ได้

6.4 เคร่อื งขยายเสียงประเภทติดรถยนต์ (Mobile Amplifier)

ภาพที่ 6.60 เครือ่ งขยายเสียงประเภทติดรถยนต์

ภาพจาก : https://www.gaeglong.com/2016/12/30/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B9%80%
E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B

9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C-
%E0%B8%84%E0%B8%A5/

เครือ่ งขยายเสียงแบบนี้ จะมีขนาดตั้งแตข่ นาดเลก็ จนถึงขนาด
ปานกลาง มกี ำลังขยายไม่สูงนกั ประมาณ 10 – 50 วัตต์ และใช้ไฟจาก รถยนต์ (DC 12 V หรอื
DC 24 V) บางแบบเปน็ เพาเวอรแ์ อมป์หรือบูสเตอรแ์ อมป์ (Booster Amplifier) ซึง่ จะมีเฉพาะ
ภาคกำลังขยายเทา่ นั้น สำหรับขยายสญั ญาณต่อจากเคร่อื งขยายยกกำลังตำ่ ทีม่ อี ยู่ในวิทยหุ รอื
เทป ตดิ รถยนต์

6.5 เครือ่ งขยายเสียงประเภทติดผนงั (Wall Mounted
Amplifier)

ภาพที่ 6.61 เคร่อื งขยายเสียงประเภทติดผนงั
ภาพจาก : https://www.aliexpress.com/item/32932184266.html

477

เครื่องขยายแบบนี้ เป็นเครื่องขยายที่มีกำลังขยายระดับปาน
กลางประมาณ 35 – 80 วัตต์ และใช้ตดิ ตั้งกบั ผนังภายในหอ้ งเท่าน้ัน

7. แบ่งตามระบบไฟฟ้าทีใ่ ช้
7.1 เครือ่ งขยายเสียงชนิดใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ (A.C.)
เครื่องขยายที่ใช้ไฟฟ้า กระแสสลับมีตั้งแต่เครื่องขยายเสียงกำลังต่ำ

จนถึงกำลงั สงู
7.2 เครื่องขยายเสียงประเภทใช้ไฟฟ้ากระแสตรง (D.C)
หรอื จากแบตเตอรี่เป็นเครื่อง ขยายเสียงที่มกี ำลังขยายต่ำ เช่น เคร่ือง

ขยายเสียงประเภทที่ใช้ในเคร่อื งยนต์ หรอื ประเภทที่มีไว้สำรองไว้เมื่อ กระแสไฟฟ้ากระแสสลับ
เกิดขัดข้อง

7.3 เครื่องขยายเสียงประเภทใช้ไฟฟ้าได้ทั้งไฟฟ้ากระแสสลับ
กระแสตรง (A.C./D.C) เครื่องขยายที่ใช้ไฟฟ้าได้ทั้ง 2 ระบบจะมีกำลังขยายระดับปานกลาง
(ประมาณไมเ่ กิน 80 วัตต)์

8. แบ่งตามคุณภาพของเสียง การแบ่งด้วยวิธีนี้จะถือว่าคุณภาพของเครื่อง
ขยายเสียงเหมือน ธรรมชาติที่สุดหรือสัญญาณเอาท์พุทเหมือนสัญญาณอินพุทถือว่าเครื่อง
ขยายเสียงนั้นมคี ุณภาพดีทีส่ ดุ ซึง่ พอจะแบ่งได้ 3 ประเภทคือ

8.1 ประเภทคณุ ภาพต่ำ (Low Fi หรือ Low Fidelity)
เป็นเครื่องขยายเสียงที่มีช่วง การตอบสนองความถี่ที่ไม่ครอบคลุม
ย่านความถี่เสียงที่มนุษย์ได้ยิน เช่น อาจจะขยายเสียงได้ในย่านความถี่ แคบ ๆ เช่น 1,000 –
10,000 Hz เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีความผิดเพี้ยน (Distortion) สูงด้วย เครื่องขยายเสียง
ประเภทนี้เหมาะสำหรับขยายเสียงพดู ที่ไม่ต้องการเน้นคณุ ภาพเสียงเท่าใดนกั
8.2 ประเภทคุณภาพสูง (Hi Fi ซึ่งย่อมาจาก High Fidelity)
เป็นเครือ่ งขยายเสียงที่ให้การตอบสนองความถี่คลอบคลมุ ยา่ นความถี่
ทีม่ นษุ ย์ได้ยิน คือ 20 - 20,000 Hz และมี ความผดิ เพี้ยนของสัญญาณทีข่ ยายน้อยมาก เป็น
เครื่องทีเ่ หมาะสำหรบั งานท่ัว ๆ ไป และเคร่อื งขยายเสียงใน ปจั จุบนั มุ่งผลิตในระดบั มาตรฐาน
Hi Fi เปน็ สว่ นใหญ่
8.3 ประเภทสุดยอด (High End หรอื Hi – End)
ประเภทนี้มีชื่อเรียกนี้กันหลายชื่อ เช่นประเภทอาชีพ (Professional
Use) ประเภทสุดยอดหรือ ไฮ – เอนด์ (High – end) เป็นประเภทเซียนหู ทองและ ประเภท

478

สเตทออฟดิอาร์ต (State of the Art) เปน็ ต้น เครือ่ งขยายเสียงที่ผลิตในกลมุ่ นี้จะให้ คุณภาพสูง
กว่าเกณฑ์มาตรฐานของ Hifi ซึ่งจะบ่งถึงความสุดยอดหลาย ๆ ประการ เช่นคุณภาพเสียง
จะต้อง ธรรมชาติทีส่ ุดซึง่ วงจรอาจจะพิสดารทีส่ ุด รูปร่างหน้าตาสวยงามที่สุดโดยจะออกแบบ
ที่ประณตี และหรหู ราเชน่ ลูกบิด แจค็ และขั้วตอ่ ตา่ ง ๆ จะชบุ สีทอง (Gold plate) การผลิตมักจะ
ทำด้วยมือ (Hand Made) มากกว่าใช้ เครื่องจักรผลิต ดังนั้นจึงทำให้เครื่องประเภทนี้แพงที่สุด
ด้วย

9. ประเภท DAC, AMP, DAC/AMP (Big Siam Paragon, 2560 ; Mercular.com,
2018)

9.1 DAC
โดยชื่อเต็มของ DAC ก็คือ Digital to Analog Converter หรือแปลเป็น
ไทยก็คือ ตัวแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นสัญญาณอนาล็อก พอเห็นชื่อก็ถึงบางอ้อว่า ที่แท้ DAC
ก็คือตัวแปลงสัญญาณนี่เอง แล้วทำไมต้องแปลงแล้ว DAC แต่ละตัวมันมีความแตกต่างกัน
สาเหตทุ ี่ DAC ต้องแปลงสญั ญาณน่ันกเ็ พราะ เพลงทีฟ่ งั กันในทกุ วนั นีถ้ ูกจัดเก็บในรูปแบบไฟล์
ดิจิทัล หรือก็คือ Binary code ซึ่ง Binary code นั้นก็คือเป็นการเข้ารหัสแบบเลขฐานสองที่จะมี
แต่เลข 0 กับ 1 และ หูฟัง หรือ ลำโพง นั้นจะแสดงผลได้สัญญาณต้องมาในรูปแบบของ
สัญญาณอนาล็อก หรือ สัญญาณไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งหน้าที่ ตรงนี้มันก็คือหน้าที่โดยตรงตั้งแต่
กำเนิดของเจ้า DAC ทีจ่ ะต้องแปลงสัญญาณดิจทิ ัลให้กลายเป็นสัญญาณอนาล็อก หลังจากที่
แปลงก็สง่ สญั ญาณต่อให้ Amp เพือ่ ขยายสญั ญาณให้เราสามารถได้ยินเสียงได้

ภาพที่ 6.62 DAC
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2926.html
โดยปกติแล้วในเครื่องเล่นเพลง หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือนั้นมี DAC อยู่ภายในเครื่อง
ทุกเครื่อง ผู้ฟังมักจะอยากได้คุณภาพของเสียงที่ดีขึ้น หรือต่างออกไปจากเดิม ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่ม
อรรถรสในการฟังเพลงให้มากขึ้น และนี่เองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด Gadgets ที่เรียกว่า
External DAC ขึ้น โดย External DAC ก็จะมีหน้าที่เหมือนกับ DAC ภายในเครื่อง เพื่ออรรถรส
ในการฟงั เพลงทีด่ ขี ึน้ และแตกต่างไปจากเดิม External DAC จะต้องมีการแปลงสัญญาณที่ต่าง

479

ออกไป โดยการมไี ฟหลอ่ เลี้ยงที่เสถียรและเพียงพอน้ันเปน็ สิ่งสำคัญมาก ดังน้ัน DAC แยกส่วน
ใหญ่จะมีช่องต่อไฟแยกเพื่อให้สามารถจ่ายไฟให้กับวงจรณ์ได้ "นิ่ง" และมีปริมาณที่พอเหมาะ
ต่อการทำงานของ DAC มากที่สุด ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของ DAC ดีขึ้นไปอีกขั้น
ด้วยเหตุผลข้างต้นไม่ว่าจะเป็นการที่ DAC แยกมักใช้ชิพเสียงที่มีคุณภาพสูงกว่า หรือการมี
วงจรณ์และภาคจ่ายไฟแยกทำให้ชิปเสียงทำงานได้อย่างเตม็ ที่ ส่งผลให้เสียงที่เล่นออกมาจาก
DAC แยก มักมีรายละเอียดของเพลงที่ครบถ้วนมากกว่าหรอื พดู งา่ ย ๆ วา่ ได้ "เสียงทีด่ ีขนึ้ "

ภาพที่ 6.63 External DAC
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2926.html
External DAC นั้นจะต้องเปน็ DAC ทีอ่ ยภู่ ายนอกเครื่องเล่น จะต้องมีการเช่ือมต่อ หรือ
ส่งสัญญาณจากเครื่องเล่นมาแปลงสัญญาณผ่านเจ้า External DAC โดยปัจจุบันก็จะมีการ
เช่อื มต่อกบั External DAC อยู่ ด้วยกันหลัก ๆ 3 วิธี

ภาพที่ 6.64 สายสญั ญาณต่อ DAC
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2926.html
ในปัจจบุ นั External DAC ได้มกี ารแบง่ ประเภทของ External DAC ออกไปทั้งนีก้ เ็ พื่อ
ความง่ายในการเรียกและการ เลือกใช้ของ External DAC ในแตล่ ะประเภท โดยแบ่งออกเปน็ 3
ประเภทหลกั ๆ ดังน้ี

480

9.1.1.Portable USB DAC
เป็น DAC ที่มาในรูปแบบ Thumb Drive ปัจจุบันได้รับความ
นิยมเพิม่ สูงข้ึนอย่างต่อเนื่อง เพราะ DAC นอกจากความ สามารถในการแปลงสัญญาณที่ดีขึ้น
แล้ว ข้อดีของเจ้า Portable USB DAC นั้นก็คือการเชื่อมต่อที่ง่าย และมีขนาดที่เล็ก สะดวกต่อ
การพกพาไปไหนมาไหน ซึ่งตอนนี้ทางร้านมั่นคง แก็ดเจ็ทของเราก็มี Portable USB DAC ให้
เลือกหลายแบรนด์ หลายรนุ่ ด้วยกนั โดยรนุ่ ทีไ่ ด้รับความนิยมในตลาดขณะนกี้ ไ็ ด้แก่

ภาพที่ 6.65 Portable USB DAC
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2926.html

9.1.2. Portable DAC
เปน็ DAC พกพาอกี รูปแบบหนึง่ แต่จะมีขนาดทีใ่ หญก่ ว่า USB
DAC โดยส่วนมากแล้วขนาดของเจ้า Portable DAC นั้นจะมีขนาดที่ใกล้เคียงกับเครื่องเล่น
พกพาของเรา และเหตุผลนี้เองที่ทำให้ในปัจจุบัน Portable DAC ไม่ได้มีเพียง DAC อย่างเดียว
ด้วยขนาดที่ใกล้เคียงกับเครื่องเล่นพกพา จึงได้มีการใส่ Amp เข้าไปด้วย จึงทำให้ Portable
DAC ในตลาดตอนนี้มีทั้ง DAC และ AMP ในตัวเดียวกันเพิ่มขึ้นมา ซึ่งในส่วนของ DAC/AMP
สามารถอ่านกันได้ในช่วงท้ายบทความนะครับ นอกจาก AMP ที่ใส่เข้าไปแล้วยังมีการใส่
แบตเตอรี่เข้าไปในตัว DAC ประเภทนี้ด้วยเนื่องจากว่า DAC ประเภทนี้ไม่ได้ใช้ไฟเลี้ยงจาก

481

เครื่องเล่น และไฟเลี้ยงจากเครื่องเล่นก็ไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้ DAC ประเภทนี้ให้ทำงาน
ได้ โดยแบรนด์ และรนุ่ ที่นิยมเล่น กนั ในขณะนีก้ จ็ ะเป็น

ภาพที่ 6.66 Portable DAC
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2926.html

9.1.3. Desktop USB DAC
เรียกได้ว่าเป็น DAC ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดา DAC ทั้งหมดเลยก็
วา่ ได้ เพราะ Desktop USB DAC น้ันเป็นแบบตั้งโตะ๊ หรอื ก็คือไม่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้
แบบสะดวกนั่นเอง โดย DAC ประเภทนี้สามารถที่จะต่อเล่นกับเครื่องเล่นพกพา หรือจะต่อทิ้ง
ไว้กบั คอมพิวเตอรข์ องเรา ในปจั จบุ ัน DAC ประเภทนีจ้ ะมีชอ่ งสญั ญาณ Input มาให้เป็น Digital
หลากหลายแบบ เพือ่ รองรับการเช่อื มตอ่ กับอปุ กรณ์ประเภทอืน่ ด้วย นอกจากขนาดที่ใหญ่แล้ว
ยงั อีกหนึง่ สาเหตุที่ทำให้ DAC ประเภทนถี้ ูกเรียกว่า DAC แบบตั้งโตะ๊ น่นั ก็คือหากเราต้องการที่
จะใช้งาน DAC ประเภทนีเ้ ราจำเป็นที่จะต้องต่อ AC Power ไว้ตลอด เวลาด้วยครับ เพราะว่าไฟ
จากช่อง USB เพียงอย่างเดียวมันไม่เพียงพอที่จะทำให้ DAC ประเภทนี้ทำงานได้ เนื่องด้วย
DAC ประเภทนี้นั้นมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่าง
ครบถ้วน ในบรรดาเหล่านักฟังแล้วนอก จาก DAC ทั้งสองประเภทข้างต้นแล้วเป็นที่แน่นอน
ว่าในอนาคตนกั ฟงั ทกุ ทา่ นคงตอ้ งอยากทีจ่ ะมี Desktop USB DAC โดย Desktop USB DAC

482

ภาพที่ 6.67 Desktop USB DAC
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2926.html

9.2 AMP
AMP นั้นย่อมาจาก Amplifier แปลตรงตัวก็คือตัวขยายสัญญาณ
พืน้ ฐานทีท่ างผผู้ ลติ เลือกนำมาผลติ เป็น Product ให้ได้เลือกซือ้ และ พัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง
จนถึงปัจจุบัน ซึ่งประเภทของ AMP นั้นก็ขึ้นอยู่กับทางผู้ผลิตว่าเค้าจะเลือกใช้ประเภทไหน
อาจจะมี เลือกใช้ AMP ประเภทเดียว หรือรวม 2-3 ประเภทก็เป็นไปได้ ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับ
ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญของ ทางผู้ผลิตนั้น ๆ ด้วย โดยประเภทของ AMP จะมี
ดังต่อไปนี้

9.2.1.AMP แรงดันไฟฟ้า (VCVS) คือ การขยายแรงดันไฟฟ้าที่
ถูกป้อนเข้าไปในแอมป์ประเภทนี้ แรงดันไฟฟ้าที่ได้จะมี ขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการ
ออกแบบแผงวงจรด้วย ขนาดของ Impedance ของ AMP ประเภทนีจ้ ะผกผนั ตามแรงดัน ไฟฟ้า

9.2.2.AMP กระแส (CCCS) คือ การเปลี่ยนขนา ดข อง
กระแสไฟฟ้าทีป่ ้อนเข้าไปให้มขี นาดใหญข่ ึน้ Impedance ทีไ่ ด้ ข้นึ อยู่กับขนาดของกระแส

9.2.3.AMP Transconductance คือ แอมป์ประเภทนี้จะทำการ
เปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าให้เป็นกระแสโดยขนาดของกระแส ไฟฟ้าที่ได้จะมี ความสัมพันธ์กับ
แรงดันไฟฟ้าที่ถกู ป้อนเข้าไป

9.2.4.AMP Transresistance คือ แอมป์ประเภทนี้จะทำการ
เปลี่ยนกระแสให้เป็นแรงดันไฟฟ้า โดยขนาดของแรงดัน ไฟฟ้าที่ได้จะมีความสัมพันธ์กับ
กระแสไฟฟ้าที่ถกู ป้อนเข้าไป

จะเห็นได้ว่า AMP แต่ละประเภทจะมีการทำงานที่คล้ายคลึง
กันนั่นก็คือ การขยายสัญญาณหรือการเปลี่ยนสัญญาณ แต่ จะมีความแตกต่างกันตรง
สัญญาณที่อินพุตเข้าไปและสัญญาณที่เอาท์พุตออกมาครับ ซึ่งการนำไปใช้งานนั้นก็ขึ้นอยู่กบั
ว่าเรานำ AMP ประเภทนั้นไปใช้งานในด้านไหน เช่น โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์
เครือ่ งขยายเสียง หรอื อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์อืน่ ๆ

483

ในเครื่องเล่นเพลงและมือถือทุกเครื่องจะต้องมี DAC และ AMP อยู่
ภายในทุกเครื่อง และการที่เรา จะสามารถฟังเพลงได้นั้นผมจะขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเพื่อให้
เข้าใจตรงกันก็คือ 1.ส่วนแปลงสัญญาณ 2.ส่วนขยายสัญญาณ ซึ่งในส่วนของแปลงสัญญาณ
กระบวนการในการแปลงทั้งหมดก็เป็นหน้าที่ของ DAC แตเ่ ม่อื เราแปลงสัญญาณเสร็จ แล้วเรา
จะ ยังไม่สามารถได้ยินเสียงเพลงได้ถ้าหากเราไม่ทำการขยายสัญญาณกอ่ น และหน้าที่ในการ
ขยายสญั ญาณกเ็ ป็น หนา้ ทีข่ อง AMP

ภาพ 6.68 การใช้งาน DAC AMP
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2950.html
ที่จัดเก็บข้อมูลของเรา เช่น เครื่องเล่นเพลง ส่งไฟล์เพลงไปแปลงสัญญาณที่ DAC
หลงั จากที่ DAC แปลงสญั ญาณจากดิจทิ ัลเปน็ สญั ญาณ อนาล็อกเสร็จก็ส่งสัญญาณไปขยายที่
AMP ซึ่งการสั่งการให้ AMP เพิ่มเสียงหรือลดเสียงก็คือการที่เรากดปุ่มเพิ่ม เสียงลด เสียง
เนื่องจากในปัจจุบันหูฟังมีหลากหลายแบรนด์ หลายรุ่นหลายประเภทมาก และเป็นที่แน่นอน
ว่าสเปคของหูฟังแต่ละตัวก็ไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน แต่จะมีอยู่ 1 ค่าที่เราต้องสังเกตเสมอ
เวลาที่เราไปเลือกหูฟังก็คือ ค่า Impedance โดยค่า Impedance นั้นจะมีหน่วยที่เป็น Ohms
ซีง่ เจ้าคา่ น้ีแหละทีเ่ ราต้องระวัง ให้ดีถ้าหากหูฟังทีเ่ รากำลงั เลือกซือ้ อยู่มีค่า Impendance ที่สงู

484

ภาพที่ 6.69 หูฟัง
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2950.html

ประเภทของ AMP
1.AMP แบบพกพา

ภาพที่ 6.70 AMP แบบพกพา
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2950.html

AMP ประเภทนี้จะมีขนาดที่ใกล้เคียงกับเครื่องเล่นพกพา
สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นและสามารถมัดติดกับเครื่องเล่น พกพาได้สะดวกครับ โดย
ส่วนมากแล้ว AMP ประเภทนี้จะไว้ใช้กับหูฟังที่มีค่า Impedance ที่ยังไม่สูงมากนัก และ AMP
ประเภทนี้ ส่วนมากแล้วจะมี Battery built-in ให้อยู่ภายในครบั ตวั อยา่ งเชน่ iBasso PB3 Aune
B1 ALO National+ เปน็ ต้น

2.AMP แบบต้ังโตะ๊

ภาพที่ 6.71 AMP แบบตั้งโต๊ะ
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2950.html

AMP ประเภทนี้จะมีขนาดที่ใหญ่และมีน้ำหนักมาก และเป็นที่แน่นอน
วา่ ไฟเลีย้ งจาก Battery เหมอื น AMP แบบพกพาคง ไมเ่ พียงพอตอ่ การที่จะให้ AMP แบบต้ังโต๊ะ
ทำงานจำเป็นที่จะต้องใช้ AC Power ซึ่งเราก็สามารถใช้ Adaptor ที่มีมาให้ในกล้องซึ่งจะทำให้

485

ปลอดภยั และได้ประสทิ ธิภาพทีด่ จี ากโรงงานผู้ผลิตมาเลยครับอย่างเช่น HDVA 600 Hpa V200
Hpa 21 เปน็ ต้น

3.AMP ทีเ่ ป็นอปุ กรณ์เสริมใหก้ ับเครือ่ งเล่น

ภาพที่ 6.72 AMP ทีเ่ ป็นอปุ กรณ์เสริมใหก้ ับเครื่องเลน่
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2950.html
โดยปกติแล้ว AMP ประเภทนี้เหมือนเป็นอุปกรณ์เสริมของเครื่องเล่นมากกว่า เหมาะ
สำหรบั นกั ฟังทา่ นใดที่ไม่ชอบการพก พาอปุ กรณ์เยอะ ๆ ชอบงา่ ย ๆ เช่อื มต่อกับเครื่องเล่นและ
ใช้งานได้ทันที ข้อเสียของ AMP ประเภทนี้ก็คือ เราไม่สามารถนำไปใช้ ร่วมกับเครื่องเล่น
ประเภทอื่นได้เพราะว่าทางผู้ผลิตได้ดีไซน์รูปแบบ กำลัง และรวมไปถึงการเชื่อมต่อที่สามารถ
เชื่อมต่อได้เฉพาะ เครื่องเล่นของค่ายนั้นเท่านั้นอย่างเช่น Astell & Kern AK380 AMP FiiO K5
เป็นต้น

9.3 DAC/AMP
เป็นการเสริมที่รวมทั้ง DAC และ AMP ไว้ในตัวเดียวกัน โดยเรียกกัน
ให้เข้าใจง่าย ๆ วา่ DAC/AMP โดยเจา้ อปุ กรณ์ประเภทนจี้ ะทำงาน และหนา้ ที่ของมนั ก็เหมือนกับ
DAC และ AMP ภาคแยกที่เป็นภาคเดี่ยวอีกด้วย เพียงแต่ไม่ต้องเชื่อมต่อ สายจากที่ต้อง
เช่อื มต่อแบบนี้
การเชือ่ มตอ่ ทม่ี ี DAC กับ AMP แยกกัน

ภาพที่ 6.73 การเช่อื มตอ่ ทีม่ ี DAC กบั AMP แยกกนั
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2976.html

486
การเชือ่ มตอ่ ทม่ี ี DAC/AMP ทร่ี ว่ มกนั

ภาพที่ 6.74 การเชอ่ื มตอ่ ที่มี DAC/AMP ที่รว่ มกนั
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2976.html

ภาพ 6.75 การใชง้ าน DAC AMP
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2976.html

ภาพที่ 6.76 – 6.77 สายสัญญาณกบั เครือ่ งเล่นสำหรับ DAC AMP
ภาพจาก : https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2976.html

487

DAC/AMP นั้นใช้งานง่าย เพียงแค่เชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเล่นโดยผ่านสาย Micro USB
หรือเราจะเชื่อมต่อ ผ่านสาย OTG ก็ได้ครับใช้งานได้เหมือนกัน เพียงแต่ในปัจจุบัน DAC/AMP
บางรุ่นอาจจะยังไม่สามารถที่จะเขียนการเข้าถึงเครื่องเล่นได้ทุกเครื่อง โดยเฉพาะถ้าเรา
นำไปใช้กับ โทรศัพท์มือถือที่มีระบบปฏิบัติการเป็น Androids ในบางรุ่นอาจจะต้อง อาศัยการ
เล่นผ่านแอปพลิเคชันทีม่ ีการเขียน Software เพื่อรองรบั การ เช่อื มต่อเข้ากับอุปกรณ์เสริมอ่นื
ลกั ษณะของเคร่อื งขยายเสียง (CHATCHAI R, 2019)

ภาพที่ 6.78 เครื่องขยายเสียง
ภาพจาก : https://www.sounddd.shop/good-amplifier/
เครื่องขยายเสียง Amplifier ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดี ต้องไม่ทำให้แหล่งต้นเสียงที่ป้อน
สัญญาณอินพุทเข้ามาผ่านแอมป์ขยาย เพื่อส่งออกไปหาแหล่งปลายทาง เกิดความผิดเพี้ยน
หรอื มีคลั เลอร์
คัลเลอร์ คือ ทำการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นแล้ว เกิดความผิดเพี้ยนหรือเปลี่ยนโทน
เสียงไปจากเดิม เช่น เครื่องขยายเสียงที่เน้นให้เกิดเสียงเบสมาก เมื่อทำการขยายสัญญาณให้
แรงขึ้นแล้วเกิดกลุ่มย่านเสียงเบสหรือย่านเสียงอื่นดังเพิ่มขึ้นเสมือนว่า มีอีคิว (EQ อีคลอไล
เซอร์ เครื่องปรับแต่งย่านความถี่เสียง) ในตัว ลักษณะเครื่องขยายเสียงประเภทนี้เราเรียกว่า
“คัลเลอร”์
ลกั ษณะของเคร่อื งขยายเสียง
ลักษณะด้านหน้าของเครื่องขยายเสียงที่มีใช้โดยทั่ว ๆ ไป ซึ่งมักจะรวมเอาวงจรก่อน
การขยาย (Pre Amplifier) และวงจรขยายกำลัง (Power Amplifier) ไว้บนแท่นเครื่อง (Case)
เดียวกนั ส่วนประกอบด้านหนา้ เครื่องขยายเสียงทัว่ ๆ ไป ที่ควรทราบดังน้คี อื
1. ปุ่มควบคุม (Control Knobs) Mic.1 Mic.2 Mic.3 คือปุ่มควบคุมรับ
สัญญาณไฟฟ้า ความถีเ่ สียงจากไมโครโฟนแตล่ ะตวั ให้มีความไวในการรับ (Sensitivity) เพื่อให้

488

เสียงที่ขยายออกลำโพง ดังมากดังน้อยตามความต้องการของผู้ควบคุม (Operator) โดยปุ่ม
ควบคุมสัญญาณเข้าของไมโครโฟนแต่ละตัวแยกกันโดยอิสระ ผู้ควบคุมสามารถจะลดความ
ดังของไมโครโฟน ตวั ใดตัวหนึ่งกไ็ ด้ หรอื จะใช้พรอ้ ม ๆ กนั ทุกตวั ก็ได้

2. ป่มุ ควบคุม phone คือ ปมุ่ ควบคุมสัญญาณที่มาจากเครื่องเลน่ แผ่นเสียง
(phonograph) ซึ่งแรงเคลือ่ นของสญั ญาณไฟฟ้าสงู กวา่ สญั ญาณที่มาจากไมโครโฟน

3. ปุ่มควบคุม Aux คือ ปุ่มควบคุมสัญญาณที่ มาจาก auxiliary เช่น เครื่อง
บันทึกเสียง ซึ่งมีการขยายเสียงในเครื่องเอง ก่อนที่สัญญาณจะเข้าวงจรก่อนการขยาย ดังนั้น
สญั ญาณทีจ่ ะสง่ เข้าวงจรนี้ จะเป็นสัญญาณทีไ่ ด้รับการขยายกำลังต่ำมาแล้วครงั้ หนึ่ง

4. ปุ่มควบคุมการปรับแต่งเสียงทุ้ม (bass) และแหลม (treble) เรียกว่าปุ่ม
tone control บางเครื่องแยกปมุ่ ให้ปรับแตง่ เสียงทุ้มและแหลมของน้ำเสียงได้มากขึ้น

5. ปุ่มควบคุมการขยายกำลัง (Master volume) ทำหน้าที่ควบคุมสัญญาณ
จากวงจรก่อนการขยายทั้งหมด ให้เสียงที่ออกลำโพงมีความดังมาก ดังน้อย เป็นการควบคุม
วงจร Mic.1 Mic.2 Mic.3 Phono และ aux ให้สัญญานออกมีความดังตามต้องการ ในเครื่อง
ขยายเสียงบางเครือ่ งอาจจะไม่มีป่มุ ควบคุมขยายกำลัง วงจรกอ่ นการขยายจะทำหน้าที่ควบคุม
สัญญาณออก โดยไมผ่ ่านปุ่มควบคุมขยายกำลงั (master volume)

6. สวิตซ์ไฟฟ้า (Switch) มีไว้ปิดเปิดวงจรไฟฟ้าให้กระแสเข้าเครื่อง
บางเครือ่ งจะต้องอุน่ เคร่อื ง (Standby) นาน ๆ อาจจะมีสวิตซ์ไฟฟ้า 2 ชดุ คือ ชุดอุ่นเคร่ืองและ
ชุด ขยายกำลัง ผใู้ ช้จะต้องเปิดอุ่นเครือ่ งประมาณ 3 - 5 นาที แล้วจึงจะเปิดชดุ ขยายกำลงั

7. หลอดไฟหนา้ ปัด (pilot lamp) หลอดไฟฟ้าแสดงให้ทราบว่าไฟฟ้าเข้าเคร่ือง
ขยายเสียงหรือไม่ ถ้าไฟฟ้าเข้าหลอดไฟหน้าปัดจะสว่าง ถ้าเปิดไฟฟ้าเข้าเครื่องแล้ว หลอดไฟ
หนา้ ปดั ไมต่ ดิ แสดงว่าไฟฟ้าไมเ่ ข้าไปในวงจรขยายกำลัง

ลักษณะด้านหลังเครื่องขยายเสียงทั่ว ๆ ไป นับว่ามีส่วนสำคัญในการต่อสัญญาณเข้า
และสัญญาณออก เข้าในวงจรขยายเสียง ลักษณะใหญ่ ๆ ของด้านหลังเครื่องขยายเสียง
อาจจะแบ่งได้เป็น 3 พวกใหญ่ ๆ คอื

1. ช่อง (Jack Hole) รบั สัญญาณเข้า
มีไว้สำหรับเสียบข้อต่อ (Jack) ซึ่งต่อสัญญาณไฟฟ้าความถี่เสียงจาก Mic.1
Mic.2 Mic.3 Aux Phone แต่ละชุดเข้าในวงจรก่อนการขยายของชุดสัญญาณเข้านั้น ๆ เพื่อให้
สัญญาณทุกสัญญาณได้ถูกขยายให้แรงขึ้นก่อนจะส่งเข้าไปขยายในวงจรขยายกำลัง ซึ่ง
วงจรขยายกำลังจะทำงานได้ดี เมื่อสญั ญาณเสียงมคี วามแรงทีจ่ ดุ หนึ่งเทา่ นั้น หนา้ ที่ของผู้ใช้คือ
เอาขอ้ ต่อ (Jack) จากปลายสัญญาณของไมโครโฟน 1 เสียบของ Mic.1 ไมโครโฟนตวั ที่ 2 เสียบ

489

ช่อง Mic.2 ไมโครโฟนตัวที่ 3 เสียบช่อง Mic.3 เครื่องเล่นแผ่นเสียงเสียบข้อต่อปลายสายต่อที่
ช่อง Phone และเครื่องบันทึกเสียงต่อปลายสายเข้าชอ่ ง Aux. หรอื Tape

2. จุดสำหรับต่อสัญญาณออก ได้แก่หมุดสำหรับต่อสายลำโพง (บางเครื่อง
อาจจะเป็นข้อต่อใช้เสียบ) เพื่อต่อสัญญาณออกไปยังลำโพง โดยมากจุดต่อสัญญาณออกจะมี
ให้เลือกหลายคู่ (การต่อสัญญาณออกจะต้องต่อเป็นคู่สาย) เพื่อให้สามารถเลือกใช้ให้เหมาะ
กบั ความตา้ นทานของลำโพงทีน่ ำมาต่อ เช่น 4, 8, 16, 32, 250 และ 500 โอหม์ ดงั นนั้ ถ้าเราใช้
ลำโพง 16 โอห์ม ต่อกับเครื่องสายเส้นหนึ่ง เราจะต้องต่อที่ "C" หรือ "O" และสายอีกเส้นหนึ่ง
จะต้องตอ่ ที่ 16 เสมอ

3. สายไฟฟ้าเข้าเครื่อง (A.C.Line) คือ ปลายสายไฟฟ้าที่ต่อเข้าวงจรเครื่อง
ขยายเสียง และอีกด้านหนึ่งตอ่ กับปลก๊ั ตัวผู้ เพื่อเสียบกบั ปลัก๊ ไฟฟ้าตามบ้านหรือโรงเรียน และ
หลังเครื่องขยายเสียงอาจจะมีช่องสำหรับใส่หลอดแก้วเล็ก ๆ ซึ่งมีฟิวส์ไฟฟ้าขนาด 2 - 3
แอมแปร์ บรรจุอยู่ภายในฟิวส์นี้มีไว้ตัดวงจร เมื่อเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรภายในเครื่องขยาย
เสียง เครื่องขยายเสียงบางประเภท มีลักษณะพิเศษกว่าเครื่องขยายเสียงที่ใช้ในโรงเรียนทั่ว ๆ
ไป เช่น

1. เครื่องขยายเสียงที่ปุ่มควบคุมเป็นแบบเลื่อนไป - มา (Slide Control) คือ
การเรง่ ความดังของเสียง แทนทีจ่ ะเปน็ ป่มุ หมุน (Control Knob) กลบั ใช้วธิ ีเลื่อนแกนขึน้ ลง

2. เครื่องขยายเสียงของเครื่อง อาจจะเอาช่องรับสัญญาณเข้า (Input Signal)
มาไว้ด้านหน้าเครื่อง ทำให้เห็นการต่อได้ง่ายกว่าช่องสัญญาณเข้าอยู่ด้านหลัง แต่มีข้อเสียที่
สายสัญญาณเข้ามกั จะเกะกะกีดขวาง ไมส่ ะดวกตอ่ การควบคุมระบบการขยายเสียง

จุดเด่นของแอมปท์ ี่ดี
ให้โทนเสียงที่เป็นธรรมชาติใกล้เคียงต้นฉบับของแหล่งต้นเสียงมากที่สุด

ตอบสนองความถีไ่ ด้กว้างและราบเรียบ จงึ ทำให้การควบคุมหรอื คอนโทรลเสียงงา่ ยให้คุณภาพ
เสียงทีด่ ี จงึ สามารถนำแอมป์ขยายประเภทนีไ้ ปขบั ลำโพงได้ท้ังลำโพง ทุ้มกลางและแหลม และ
เปน็ แอมปข์ ยาย ที่ซาวดเ์ อ็นจิเนยี ระดับโปรเฟสช่นั เนลเลือกใช้แอมป์ประเภทนี้

ลักษณะเแอมปท์ ่ดี ัง
แอมป์ทีด่ ัง ก็จะมีลักษณะที่แตกตา่ งกับแอมปท์ ี่ ดี ดงั นี้

1. แอมป์ประเภทนีจ้ ะให้คัลเลอร์กบั โทนเสียง (เสียงเพี้ยนจากต้นฉบบั )
2. แอมป์ประเภทนี้มีจุดประสงค์เอาใจกลุ่มผู้บริโภคที่ชอบแอมป์ที่ให้เสียงดัง
มีเสียงที่โด่ง โดยเฉพาะย่านความถี่เสียงต่ำ หรือ เบสให้มีความถี่ที่ โด่งขึ้น เสมือนว่าแอมป์
ขยายนี้มี EQ ที่บูสความถี่ไว้แล้ว ทำให้เมื่อนำแอมป์ประเภทนี้ไปขับซับเบส จะทำให้ได้เสียงดัง

490

กว่าแอมปท์ ่วั ไป เมื่อเปิดวอลลุ่มเท่ากนั แต่เม่ือเราอัดความดังเต็มที่แบบ Max Volume แอมป์ก็
จะเกิดเสียงแตกพร่า เบลอได้ ยิ่งถ้าหากเราชอบไปบูสความถี่เสียงบนมิกเซอร์ หรือกราฟฟิคอี
คิว เพิ่มยิ่งจะเพิ่มคัลเลอร์ทีผ่ ิดเพี้ยนกว่าเดิมมาก

3. แอมป์ประเภทนี้คอนโทรลหรือควบคุมหรือบาลานซ์เสียงทำได้ยากกว่า
เนื่องจากโทนเสียงผดิ เพีย้ นไปจากธรรมชาติน่นั เอง

ลกั ษณะของเครอ่ื งขยายเสียงทีด่ ี
1. มีชอ่ งรับสญั ญาณเข้าหลายวงจรและหลายช่อง เพื่อสามารถเลือกใช้ให้

เหมาะสมกบั กำลังแรงของสัญญาณเข้า และสามารถใช้สัญญาณเข้า เช่น ไมโครโฟนหลาย ๆ
ชุด

2. มีกำลงั ขยายสงู โดยไมม่ ีเสียงเพี้ยน (distortion) และเสียงบือ่ หรอื ฮมั (hum)
3. สามารถขยายเสียงได้ทุกชว่ งความถีข่ องเสียง คอื ต้ังแต่ 20 - 20,000
ไซเคิล อย่างสม่ำเสมอ
4. ให้ความไพเราะ ชัดเจน (high fidelity)
5. สามารถปรับเสียงทุ้มและเสียงแหลมได้มาก
6. สามารถเคลื่อนย้ายสะดวก
7. สามารถตอ่ เข้ากบั เครื่องมืออ่นื ๆ ทีน่ ยิ มใช้กันทว่ั ไปได้สะดวก
8. บำรุงรกั ษาและซอ่ มแซมง่าย
9. มีความทนทานและปลอดภยั ในการใช้
10. มีจดุ สำหรับสญั ญาณออกที่จะเลื่อนให้เหมาะกับความต้านทานของ
ลำโพงหลายชุด
การเลือกคุณลักษณะของเครือ่ งขยายเสียงเพื่อใชง้ าน
1. เลือกเครื่องขยายเสียง ใหเ้ หมาะกับลำโพง
การเลือกเครื่องขยายเสียงให้เหมาะกับลำโพง หรือการจับคู่ (Matching) ต้องเลือก
เครื่องขยายเสียงให้มกี ำลงั วัตต์ที่มากกว่า หรอื ต้องไม่น้อยกวา่ คา่ วตั ต์ (Continuous Power หรือ
RMS Power) และควรเลือกกำลังวัตต์สงู สุดไม่ควรเกินค่า (Peak Power) ของลำโพง เพื่อความ
ปลอดภัยของดอกลำโพงขณะใช้งาน และ การจับคู่ (Matching) ก็ขึ้นอยู่ที่ว่า เราจะต้องการรีด
ความสามารถของดอกลำโพงออกมามากน้อยเพียงใดด้วย สิง่ ที่ตอ้ งดเู ป็นอันดบั แรกคือ

491

1.1 ความสามารถในการรบั กำลังวัตตข์ องลำโพง (Power Handling)
1.2 ค่าอิมพแิ ดนซ์ของลำโพง (Impedance)

ภาพที่ 6.79 ตู้ลำโพง JBL PRX 415M
ภาพจาก : https://www.sounddd.shop/power-amplifier/

ภาพที่ 6.79 รายละเอียดเครอ่ื งขยายเสียง
ภาพจาก : https://www.sounddd.shop/power-amplifier/
จากสเปก ให้มาดคู วามสามารถในการใหก้ ำลังขับของเคร่อื งขยายเสียงของแต่
ละ Modelที่ 8 Ω Dual แล้วนำมาเปรียบเทียบกบั กำลังวตั ต์ของลำโพงรุน่ JBL PRX415M เพื่อทำ
การจบั คู่ (Matching) ให้เหมาะสมกัน
จากเทคนิคดา้ นบนจะสามารถจบั คู่ (Matching) ได้ดงั นี้

1. CROWN XTi – Series Model ที่สามารถจับคู่ (Matching) กับ JBL
PRX415M ได้อย่างเหมาะสม จะมีตั้งแต่ Model 2002 , Model 4002 , Model 6002 เพราะมี
กำลังวตั ต์ 8 Ω Dual ทีม่ ากกวา่ 300 วตั ต์ (ซึง่ เปน็ วตั ต์ RMS ของ JBL PRX415M)

2. ส่วนรุ่นที่จับคู่ (Matching) ได้ดี ได้เหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพ
สูงสุดคือ Model 6002 เพราะมีกำลังวัตต์ 8 Ω Dual ที่ 1200 วัตต์ (ซึ่งเท่ากับวัตต์ Peak ของ
JBL PRX415M) ซึง่ รีดความสามารถของลำโพงได้อย่างเตม็ ที่ และถึงทีส่ ุด

3. ส่วนรุ่นที่ไม่เหมาะกับการจับคู่ (Matching) นั่นคือ Model 1002
เนื่องจากมีกำลงั วตั ต์ที่ 8 Ω Dual เพียง 275 วตั ต์ (ซึง่ น้อยกวา่ วตั ต์ RMS ของ JBL PRX415M)

492

ภาพที่ 6.80 ตู้ลำโพง
ภาพจาก : https://www.sounddd.shop/power-amplifier/
เครื่องขยายเสียงที่แมตช์และเหมาะกับลำโพงรุ่นนี้ ขอยกเป็นตัวอย่าง เช่น
เครื่องขยายเสียงแบรนด์ EV รุ่น Q66 II (เป็นอย่างน้อย) ซึ่งดูสเปคแล้วค่อนข้างที่จะแมตช์กัน
ไมน่ ้อยกวา่ วตั ตข์ องลำโพง

ภาพ 6.81 รายละเอียด เครื่องขยายเสียงแบรนด์ EV รุ่น Q66 II
ภาพจาก : https://www.sounddd.shop/power-amplifier/

2. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องขยายเสียง ที่มีกำลังวัตต์น้อยกว่าลำโพง เพราะนอกจากจะ
ขับลำโพงไม่เต็มประสิทธิภาพแล้วยังทำให้คุณภาพของเสียงขาดซึ่งน้ำหนัก หรือบางท่าน
เรียกว่า “เสียงออกมาแบบไม่เต็ม” นอกจากนี้อาจจะเกิดความเสียหายกับแอมป์ขยายด้วย
เพราะอาจเกิดความร้อนสะสมจนทำให้แอมป์ได้รับความเสียหายได้บางทีมันอาจจะลามทำให้
ลำโพงเราได้รับความเสียหายได้เชน่ กัน

3. เลือกใช้เคร่อื งขยายเสียง ที่ให้คุณภาพเสียงทีด่ ี และมีประสิทธิภาพ
เครื่องขยายเสียง ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีนั้น จะต้องมีความสามารถในการขยาย
สัญญาณจากแหล่งต้นกำเนิดเสียง (Source) หรือเสียงจากแหล่งต้นฉบับเดิม ให้เกิดความ
ผดิ เพีย้ นหรือ เติมสสี ัน หรอื เปลี่ยนโทนเสียงไปจากเดิมให้น้อยที่สุด(ค่าความเพี้ยนนั่นเองยิ่งต่ำ
ยิ่งดคี รบั ) และต้องเลือกเครอ่ื งขยายเสียง ที่มีประสิทธิภาพในการใช้ที่หน้างานสถานที่จริง เช่น
ควรเลือกเครื่องขยายเสียงที่มีระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ มีวงจรป้องกันความ
เสียหายต่อระบบของเครือ่ งขยายเองและตอ่ ดอกลำโพง เป็นต้น

493

4. หาข้อมลู ศึกษาสเปก และรีววิ ให้ดเี สียกอ่ น
เครื่องขยายเสียงของแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ มีคุณสมบัติ คุณภาพ และราคา ที่แตกต่าง
กนั ก่อนอืน่ เราจงึ ควรศกึ ษาข้อมูล การดูสเปก และรีววิ จากแหล่งขอ้ มลู ต่าง ๆ ให้ดีเสียก่อน ยิ่ง
แบบเจาะลึกได้ยิ่งดี เป็นเหมือนการทำการบ้าน ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ จากนั้นจึงหันมามองดู
ว่าคุณต้องการจะเลือกซื้อไปใช้งานในประเภทไหน สถานที่ไหน กำลังวัตต์ของลำโพงเท่าใด
จากนั้นจงึ เลือกสเปกและคุณภาพใหต้ รงกบั ความต้องการ
5. ทดลองใช้งาน และทดลองฟงั เสียง
เครื่องขยายเสียง ต่างถูกออกแบบมาให้มีจุดเด่นและมีข้อจำกัด ที่แตกต่างกันออกไป
บางรุ่นอาจมีกำลังขับที่ดี (วัตต์สูง) แต่ให้คุณภาพรายละเอียดเสียงที่ด้อย หรือบางรุ่นให้
คุณภาพเสียงและรายละเอียดดี แต่ให้กำลังขับที่น้อยไป ทำให้ไม่แมชกับการใช้งานจริง ดังนั้น
หากคุณต้องการได้เครื่องขยายเสียงที่ให้ทั้งคุณภาพ และกำลังวัตต์พร้อมกับน้ำเสียงที่ถูกใจ
คุณแล้วหละก็ แนะนำให้เดินทางไปทดสอบและลองฟังเสียงด้วยหูของคุณเอง ที่ร้าน โชว์รูม
หรอื บริษัททีข่ าย
เครื่องขยายเสียงเป็นเหมือนแรงขับเคลื่อน เป็นเหมือนแรงหนุน กำลังสุดท้าย ก่อน
ขยายสัญญาณเพื่อส่งต่อไปยังลำโพง หากคุณเลือกใช้เครื่องขยายเสียงที่ดีมีคุณภาพ เครื่อง
ขยายเสียงกับลำโพง มีการเลือกสเปกที่ลงตัว การจับคู่ (Matching) ที่เหมาะสมซึ่งกันและกัน
จะได้คณุ ภาพเสียงที่ดี และประสิทธิภาพของงานทีด่ ี

494
การใชเ้ ครอ่ื งขยายเสียง

การเชื่อมต่อ และ การใชง้ าน

ภาพที่ 6.82 การเชอ่ื มต่อ และ การใช้งานเครือ่ งขยายเสียง
ภาพจาก : www.sci.src.ku.ac.th › documents › manual › Amplifier

ภาพที่ 6.83 การใช้งานเครื่องขยายเสียง
ภาพจาก : www.sci.src.ku.ac.th › documents › manual › Amplifier

495

ภาพที่ 6.84 การเชือ่ มต่อ และ การใช้งานเครือ่ งขยายเสียง
ภาพจาก : www.sci.src.ku.ac.th › documents › manual › Amplifier
การใช้งานเคร่อื งขยายเสียงขนั้ พื้นฐาน

1. พิจารณาระบบเสียงที่จะใช้งาน เช่น ระบบการกระจายเสียงธรรมดา
สเตอริโอไบแอมป์ หรอื ไทรแอมป์ เปน็ ต้น

2. ต่อสายลำโพงจากเอาท์พุท (Output) ของเครื่องขยายเสียง ถ้ามีขั้วบวก
ขั้วลบ (+/-) จะต้องต่อให้ถูกขั้วกับลำโพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นระบบส่เตอริโอด้วยแล้ว
การต่อลำโพงไม่ถูกขั้วหรือที่เรียกว่าไม่ตรงเฟส (Out of phase) จะทำให้เกิดการลดของ
สัญญาณ (Prop out) ของเสียงตรงกลาง ทำให้มิติ ของเสียงสเตอริโอเสียงทุ้ม (Bass) จะ
กระด้างหรือทำให้เสียงผิดธรรมชาติไป การตดิ ตั้งลำโพงจะต้องมีระดบั พอเหมาะเล็งลำโพงให้
ผฟู้ งั ได้ยินเสียงครอบคลมุ อย่างท่วั ถึง สายลำโพงทีต่ อ่ จะต้องแน่นไม่ลัดวงจรโดยเด็ดขาดเพราะ
จะทำให้เครื่องขยายเสียงเสียหาย ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องประเภททรานซิสเตอร์แม้ว่าใน
ปัจจบุ ันมชี ดุ ป้องกันต่าง ๆ แตบ่ างคร้ังก็ทำงานไม่ ได้ผลเหมอื นกนั

3. ต่อสายนำสัญญาณเข้าทางอินพุท (Input) ถ้าเป็นระบบสเตอริโอต้องระวัง
อย่าให้สัญญาณ เข้าสลับขั้วและสลับข้างกัน สายดิน (Ground) ต้องต่อร่วมกันกับเครื่องอื่น ๆ
ที่ใชง้ านรว่ มกันแล้วตอ่ ลงดนิ

4. ตรวจดูระบบไฟที่ใช้ให้ตรงกับแหล่งจ่ายไฟแล้วจึงเสียบปลั๊ก ถ้าเสียบปล๊ัก
จากเอซีของ เครื่องอื่น ๆ (AC Outlet) จะต้องแน่ใจว่าแหล่งจ่ายไฟนั้นทนต่อกำลังไฟที่ใช้ได้
(Power Consumption) เพราะเครื่องขายเสียงมกี จะกินไฟมากอยแู่ ล้ว

5. ตรวจดปู มุ่ ควบคุมตา่ ง ๆ ว่าลดลงมาตำแหนง่ ต่ำสดุ แล้วหรอื ยังถ้ายงั ควรลด
ปุ่มควบคมุ ตา่ ง ๆ ให้อยู่ตำแหนง่ ตำ่ สดุ เสียกอ่ น

496

6. เปิดสวิตซ์เครื่องขยายเสียง (Power On) โดยต้องแน่ใจว่าต่อสายลำโพง
เรียบร้อยและได้รับการตรวจสอบแล้ว

7. ค่อย ๆ เร่งระดบั เสียง (Volume) จนได้ระดบั ความดังของเสียงตามที่ต้องการ
8. ปรบั คุณภาพของเสียงให้ทุ้มแหลมตามตอ้ งการ
9. ขณะกำลังใช้งาน การปิดสวิตซ์หรือใช้สวิตซ์เลือก (Funtion Switch หรือ
Selector) เพื่อ ใช้งานต่าง ๆ จะต้องลดระดับเสียงลงมิฉะนั้นอาจเกิดเสียง “ตุ๊บ” หรืออาการ
กระตุกทำให้ลำโพงขาดได้
10. หมั่นตรวจสอบข้อบกพร่องในการใช้งานอยู่เสมอ เช่นตรวจดูความร้อน
ของเครื่องโดยใช้ มือทดลองจับดูถ้าร้อนควรใช้พัดลมระบายความร้อนช่วยเป่าความร้อน
ออกมา โดยปกติแล้วเมื่อเร่งกำลังขยาย ยิ่งสูงขึ้นความร้อนของเครื่องจะมีมากขึ้น แต่ถ้าร้อน
จดั ผิดปกติควรปิดสวิตซเ์ ครือ่ งขยายทนั ทีแ่ ล้วตรวจสอบ ข้อบกพรอ่ ง
11. เมอื่ ใช้งานเสรจ็ ใหล้ ดระดับเสียงและปุ่มตา่ ง ๆ ที่ตวั กอ่ นปิดสวิตซ์
การบำรงุ รกั ษาเครอ่ื งขยายเสียง
เครื่องขยายเสียงจะมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และมีความคงทนต่อการใช้งาน
ตลอดเวลานนั้ จะต้อง ใช้และบำรุงรกั ษาอยา่ งถกู วิธีเท่าน้ัน
1. ไม่ใช้เครื่องหรือวางเครื่องไว้ท่ามกลางฝน แสงอาทิตย์หรือวางแก้วน้ำบน
เครื่องขยายเสียง การใช้งานเช่นนี้นับว่าอันตรายมากซึ่งอาจจะเกิดการลัดวงจรภายในเครื่อง
หรอื เกิดไฟลกุ ไหม้ หรอื ไฟฟ้ารั่วหรอื อาจจะเกิดอนั ตรายแกผ่ จู้ บั ต้อง
2. ไม่ใชเ้ ครื่องหรอื เก็บไว้ในทีม่ ฝี นุ่ ละอองมากหรือใกล้กับความรอ้ น
3. การวางเครื่องหรอื เกบ็ เครื่องต้องแน่ใจว่าที่รองรับสามารถรับน้ำหนักได้
4. การใชง้ านเครื่องขยายเสียงติดต่อกันเปน็ เวลานาน จะต้องหมั่นตรวจสอบ
ความ ร้อนของเครื่องเสียงอยู่เสมอ ซึ่งอาจจะใช้พัดลมระบายช่วยแต่ถ้าไมห่ ายแสดงว่าอาจจะ
เกิดข้อบกพร่องได้ และ ต้องทราบว่าตรงไหนเป็นช่องระบายความร้อน ห้ามนำสิ่งใดไปปิดทาง
ระบาย
5. ปลั๊กเอซี (AC Outlet) ของเครื่องขยายเสียงสำหรับใช้กับเครื่องอื่น ๆ นั้น
จะต้องแน่ใจวา่ ไม่ เกินปริมาณทีร่ ะบุไว้
6. ตอ้ งต่อสายลำโพงก่อนเปิดสวิตซเ์ พาเวอร์เสมอ
7. ต้องระมดั ระวังเรอ่ื งระบบไฟฟ้า อยา่ ใช้ไฟเกิน
8. เครือ่ งทีเ่ ก็บไว้นาน ๆ ควรมกี ารทดสอบความพร้อมในการใชง้ านอยเู่ สมอ

497

ข้อควรระวังเกีย่ วกบั การใช้เครื่องขยายเสียง
1. ไม่จำเป็นอย่าเคลื่อนย้ายเครื่องขยายเสียงให้ได้รับความกระทบกระเทือน

จะทำให้เกิดความเสียหายแก่เครอ่ื งขยายเสียงได้
2. ไม่ควรใช้เครื่องขยายเสียงครั้งละหลาย ๆ ชั่วโมง จะทำให้เครื่องร้อนจัด

แตถ่ ้าจำเป็นให้ใชพ้ ดั ลมเป่าเครื่องเพือ่ ระบายความร้อน
3. อย่าให้เครื่องขยายเสียงเปียกน้ำ หรอื อย่ใู นที่ทีม่ ฝี ุ่นละอองมาก
4. หมัน่ นำเครือ่ งขยายเสียงมาใช้ และทดลองเสมอ ๆ ไม่ควรเก็บเคร่ืองขยาย

เสียง โดยไมใ่ ช้งานนาน ๆ จะทำให้เสียหายได้ เช่น สัตว์หรอื แมลงกัดสายหรอื ฉนวน
5. ถ้าเป็นเครื่องขยายเสียงระบบโซลิตสเตทที่มีกำลังสูงไม่ควรเคลื่อนย้าย

บ่อย ๆ เพราะจะทำให้เสียหายงา่ ยมาก เครื่องประเภทนี้ควรติดต้ังถาวรกบั ที่จะดีที่สุด
6. แผงสวิตซ์ของระบบเสียงควรมีโวลต์มิเตอร์ (volt meter) เพือ่ ตรวจสอบ

แรงเคลือ่ นไฟฟ้า เพือ่ จะได้วเิ คราะหเ์ หตุขัดขอ้ งการขยายเสียงได้ด้วย
7. ไมค่ วรวางสายต่อในระบบเสียงทกุ เส้นอยู่ใกล้กบั มอเตอร์ไฟฟ้าและขดลวด

ของกระแสไฟฟ้า เช่น บัลลาสต์ (ballast) ของหลอดฟลูออเรสเซนต์ เพราะจะทำให้เกิดเสียงบื่อ
หรอื ฮัม (hum)

8. เพื่อคุณภาพเสียงและความปลอดภัย ผู้ใช้เครื่องเสียงควรจะต่อสายดิน
(ground)
สรุปท้ายบท

ภาคขยายสัญญาณเป็นภาคที่รับสัญญาณที่ออกมาจากภาคนำเข้าสัญญาณ โดยนำ
สัญญาณที่เข้ามาจากภาครับสญั ญาณเข้า มาขยายให้มีสัญญาณใหญข่ ึ้นหรือทำให้เสียงดังขึ้น
ดังนั้นในการใช้งานภาคขยายสัญญาณหรือเครื่องขยายเสียงผู้สอนควรมีความรู้ความเข้าใจ
เกี่ยวกับ เครื่องเสียงส่วนประกอบของเครื่องเสียง เครื่องเสียงแต่ละประเภท วิธีการเลือกใช้
เครื่องขยายเสียง ให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน จะทำให้ผู้สอนสามารถใช้เครื่องขยายเสียง
อย่างปลอดภยั และบำรงุ รักษาเครื่องขยายเสียงได้
คำถามทา้ ยบท

1. จงอธิบายความหมายของเครือ่ งขยายเสียง
2. จงอธิบายส่วนประกอบของเครื่องขยายเสียง
3. จงอธิบายความแตกต่างของเครือ่ งขยายเสียงแตล่ ะประเภท
4. จงอธิบายจดุ เด่นของแอมปท์ ีด่ ี
5. จงอธิบายลักษณะของเครือ่ งขยายเสียงทีด่ ี

498

6. จงอธิบายวิธีการเลือกเคร่อื งขยายเสียงเพื่อใช้งานให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
7. จงอธิบายวิธีการใช้งานเครื่องขยายเสียงอย่างถกู วิธี
8. จงอธิบายการบำรงุ รกั ษาเครอ่ื งขยายเสียง อยา่ งน้อย 3 วธิ ี
9. จงอธิบายข้อควรระวงั ในการใช้เครื่องมือขยายเสียง

499

เอกสารอา้ งอิง

สมสิทธิ์ จิตรสถาพร. 2529. การใช้เครอ่ื งมือเทคโนโลยีทางการศกึ ษา ตอนที่ 1
ระบบเครื่องฉาย. พิมพ์ครั้งที่ 1 : คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ
สงขลา

สมสิทธิ์ จิตรสถาพร. 2529. การใช้เครื่องมเื ทคโนโลยีทางการศึกษา ตอนที่ 2
ระบบเครื่องเสียง. พิมพ์ครั้งที่ 1 : คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ
สงขลา

สมสิทธิ์ จิตรสถาพร. สายไมโครโฟนและข้ัวต่อ เอกสารประกอบการเรียน วิชา 423231
ปฏิบัติการการใชเ้ ครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา : ภาควิชาเทคโนโลยีการศกึ ษา
มหาวิทยาลัยบูรพา. ม.ป.ป.

สมสิทธิ์ จิตรสถาพร. ส่ือบนั ทึกเสียง(audio recording media) เอกสารประกอบบรรยายวิชา
423231 ปฏิบตั ิการการใชเ้ ครือ่ งมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา : ภาควิชาเทคโนโลยี
การศกึ ษา มหาวิทยาลยั บรู พา.ม.ป.ป.

สมั ภาษณ์. วิวัฒน์ชยั สขุ ทัพภ์. คณะครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย, 10 มีนาคม 2554.
นรนิ ธน์ นนทมาลย์,(2553). เอกสารประกอบการสอน วิชา 2726207 เทคโนโลยีและ

สารสนเทศทางการศกึ ษา ภาควิชาเทคโนโลยีและสอ่ื สารการศึกษา
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั
ดรัณภพ เพียรจดั . (2557) เอกสารประกอบการสอน รายวิชาเทคโนโลยีและนวตั กรรมทาง
การศกึ ษา. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ราชนครินทร์
เดชฤทธิ์ พลเยี่ยม. (2561). โทรโข่ง (Megaphone) ข้อควรรู้ + วธิ ีเลือกซือ้ . [Online]. Available
from : https://www.เครือ่ งเสียงหอ้ งประชุม.
com/%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%
B9%88%E0%B8%87-megaphone-
%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8
%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-
%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5/
มหาวิทยาลัยนเรศวร. (2551). สือ่ ประเภทเครื่องเสียง. เทคโนโลยีและสอ่ื สารการศึกษา. คณะ
ศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. [Online]. Available from :
http://www.edu.nu.ac.th/wbi/355201/p52-3.html

500

Audio2home. (2015). เครือ่ งขยายเสียง (Amplifier). [Online]. Available from : https
://www.audio2home.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7
%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%
9A%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87/%E0%B
9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0
%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%
E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2% E0%B8%87-Amplifier.html

Big Siam Paragon. (2560). บทความ : DAC, AMP, DAC/AMP มีความแตกตา่ งกนั อยา่ งไร.
[Online]. Available from
:https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2926.html

Big Siam Paragon. (2560). บทความ : บทความ : DAC, AMP, DAC/AMP มีความแตกตา่ งกนั
อย่างไร (ภาค 2 : AMP) [Online]. Available from :
https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2950.html

Big Siam Paragon. (2560). DAC, AMP, DAC/AMP มีความแตกต่างกนั อย่างไร (ภาค3 :
DAC/AMP) [Online]. Available from :
https://www.munkonggadget.com/ContentHome/content_2976.html

CHATCHAI R. (2018). เทคนิคการเลือกใช้ เพาเวอรแ์ อมป์ (Power Amplifier) เลือกเครื่องขยาย
เสียงอยา่ งไร ใหเ้ หมาะกบั ลำโพงของคณุ . [Online]. Available from :
https://www.sounddd.shop/power-amplifier/

CHATCHAI R. (2019). เกี่ยวกับ ประเภทปรีแอมป์, มิกเซอร์, แอมป์ขยายแบบตา่ ง ๆ และ
เพาเวอร์แอมป์[Online]. Available from : https://www.sounddd.shop/about-amplifier/

Clas. (2017). มาให้ความรวู้ ิธีต่อสายสญั ญาณระบบเสียง PA ให้ถกู ต้อง. [Online]. Available
from : https://www.clas.org/how-to-connect-pa/

CHATCHAI R. (2019). แอมป์ขยายเสียงทีด่ ี กับ แอมปข์ ยายเสียงที่ดงั แตกต่างกนั อยา่ งไร?.
[Online]. Available from : https://www.sounddd.shop/good-amplifier/

Deco. (2020). 4 เหตุผลทีท่ ำให้คนรกั เสียงยงั ไมล่ ืมหลอดสุญญากาศ. [Online]. Available from
: https://www.deco.co.th/tube-sound/

Deco. (2020). รู้จักแอมป์ Class G… มีดกี ว่าที่คิด. [Online]. Available from :
https://www.deco.co.th/class-g/

501

Electcircuitz.com. (2021). วงจรปรีโทนคอนโทรล Pre tone control circuit. [Online]. Available
from : http://www.electcircuitz.com/%E0%B8%A7%E0%B8%87%
E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%8
2%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9
%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A5-pretone-control-circuit.html

ELECTRONICS HUB. (2018). What is a Power Amplifier? Types, Classes, Applications.
[Online]. Available from : https://www.electronicshub.org/power-
amplifier/#What_is_a_Power_Amplifier

Learn about electronics. (2017). Module 4.2 Amplifier Controls. [Online]. Available from :
https ://learnabout-electronics.org/Amplifiers/amplifiers42.php

Mercular.com. (2018). ทำใหช้ ุดฟงั เพลงเสียงดีข้นึ ดว้ ย DAC แยก. [Online]. Available from :
https://www.mercular.com/review-article/dac-benefit

NetinBag. (2018). โทรโขง่ คืออะไร. [Online]. Available from :
https://www.netinbag.com/th/technology/what-is-a-bullhorn.html

Ted Goslin. (2020). AV Technology Spotlight What Is an Amplifier?. [Online].
Available from : https ://hub.yamaha.com/what-is-an-integrated-amplifier/

VAN INTERTRADE. (2019). Amplifier (เครื่องขยายเสียง) Class ไหนดี? ตอนที่ 1. [Online].
Available from : https://www.vaninter.com/2019/03/28/amplifier-
%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%
AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B
9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87class%E0%B9%84
%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%94/

VAN INTERTRADE. (2019). Amplifier (เครือ่ งขยายเสียง) Class ไหนดี? ตอนที่ 2. [Online].
Available from : https://www.vaninter.com/2019/04/19/amplifier-
%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%
AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B
9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87-class-
%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%94/

502

Wikipedia. (2563). ตวั ขยายสัญญาณ. [Online]. Available from : https
://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%82%E
0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D
%E0%B8% 8D%E0%B8%B2%E0%B8%93

Wikipedia. (2559). ระบบเสียง. [Online]. Available from :
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%
9A%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87

Wikipedia. (2020). Tone control circuit. [Online]. Available from :
https://en.wikipedia.org/wiki/Tone_control_circuit

" แมวาจะมเีทคโนโลยีขัน้สูงเพียงใด
แตการอบรมใหคนเปนคนดีมคีณุธรรมมีศีลธรรม

สดุทายก ต็องใชคนในก ารสอนคนอยดูี"

พระบาทสมเดจ็พระปรมนิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชดํารสัแก 
คณะบคุคลตางๆทเ่ีขาเฝาฯถวายชัยมงคลเนอ่ืงในโอก าสวนัเฉลิมพระชนมพรรษา
ณศาลาดสุดิาลัยสวนจิตรลดาพระราชวังดุสติวันพธุที่4 ธนัวาคม2539

มหาวทิยาลยัพะเยา
19 หมู2 ตาํบลแมก าอาํเภอเมอืงพะเยาจงัหวดัพะเยา56000
โทร. : 0 5446 6666 โทรสาร: 0 5446 6690


Click to View FlipBook Version