The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอน_161429 เล่มที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Narin Nonthamand, 2021-05-04 13:51:58

เอกสารประกอบการสอน_161429 เล่มที่ 1

เอกสารประกอบการสอน_161429 เล่มที่ 1

124

ทำด้วยอะลูมิเนียม เพราะอะลูมิเนียมมีราคาถูก และน้ำหนักเบากว่าทองแดง
ส่วนใหญ่ที่ใช้ส่งกระแสไฟฟ้าไปตามถนนหรือทุง่ นานั้น ส่วนใหญจ่ ะเปน็ สายตัวนำอะลูมิเนียมที่
ไม่มีฉนวนหุ้ม หรือหากมีฉนวนหุ้ม ก็จะหุ้มบาง ๆ ไว้เทา่ นั้น เพราะอะลูมิเนยี มมีนำ้ หนักเบา และ
ราคาถูกกว่าทองแดง เหมาะกับการเดินสายไฟระยะไกลบนเสาไฟฟ้ามากกว่าสายตัวนำ
ทองแดงซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า สายไฟฟ้าแรงสูงที่ไม่มีฉนวนหุ้มหรือหุ้มไว้บาง ๆ นี้ ไม่ปลอดภัย
และไม่ควรเข้าใกล้บริเวณที่มสี ายไฟฟ้าแรงสูงชนิดน้ีอยู่

6.1.2 สายไฟทั่วไป (สายไฟในบ้าน) ทำด้วยโลหะทองแดง เพราะทองแดงมี
ราคาถกู วา่ โลหะเงิน

6.1.2.1. สายทนความรอ้ น

ภาพที่ 2.19 สายทนความร้อน
ภาพจาก : http://senshu.co.th/th/product/heat-resistance-electric-cable/
เปน็ สายที่มีเปลือกนอกเปน็ ฉนวนทีท่ นความรอ้ น สายไฟทนความร้อนหุ้มไฟเบอร์กลาส
(Fiber glass cable) เป็นสายที่ใช้ต่อร่วมกับอุปกรณ์ บริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งมีคุณสมบัติใน
การทนความร้อน และสามารถรองรับโหลดหรือทนกระแส (A) ของอุปกรณ์ได้เป็นอย่างดี ซึ่ง
เหมาะสำหรับการต่อร่วมกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้อุณหภูมิสูง อาทิเช่น ฮีตเตอร์ ( Heater) จน
บางครั้งถูกเรียกว่า “ สายฮีตเตอร์ “ ใช้ในงานตู้อบ, เตาอบ, เตาเผา และในพื้นที่ที่มีอุณภูมิสูง
ต่าง ๆ ทนอุณหภูมิได้สูงถึง 250 C, 400 C และ 750 C ขนึ้ อย่กู บั ลักษณะการใช้งาน เช่น สาย
เตารดี

125

6.1.2.2. สายคู่ ใชเ้ ดินในอาคารบ้านเรือน

ภาพที่ 2.20 สายคู่ใช้เดินในอาคารบ้านเรือน
ภาพจาก : https://www.pdcable.com

เรียกวา่ สายวีเอเอฟ (VAF) เป็นสายชนิดทนแรงดัน 300 โวลต์มีท้ังชนิด
เป็นสายเดี่ยวสายคู่และที่มีสายดินอยู่ด้วย ถ้าเป็นสายเดี่ยวจะเป็นสายกลมและถ้าเป็นชนิด 2
แกนหรอื 3 แกนจะเปน็ สายแบน ตัวนำนอกจากจะมีฉนวนหมุ้ แลว้ ยงั มีเปลือกหมุ้ อีกช้ันหนึ่งสาย
คู่จะนิยมเดิน ตามฝาผนังด้วยเข็มขัดรัดสาย (Clip) หรือเดินในช่องเดินสาย แต่ห้ามเดินฝังดิน
โดยตรง การจะเดินสายประเภทนี้ใต้ดินจะต้องเดินในท่อฝังดินที่ปีกานป้องกันน้ำซึม เข้าท่อ ใช้
ในบ้านอยู่อาศัยท่ัวไปสายชนิดนี้ห้ามใช้ในวงจร 3 เฟสที่มีแรงดัน 380 โวลต์เช่นกัน (ในระบบ3
เฟสแตแ่ ยกไปใช้งานเป็นแบบ1 เฟสแรงดนั 220 โวลตจ์ ะใช้ได้)

6.1.2.3. สายคู่ มีลักษณะอ่อน

ภาพที่ 2.21 สายคู่ มลี กั ษณะออ่ น
ภาพจาก : https://www.microtechtrading.com/product/19228
เรียกว่า สายวีซีที (VCT) เป็นสายกลมมีทั้ง1แกน 2 แกน 3 แกนและ 4 แกน สามารถ
ทนแรงดัน 750 โวลต์มีฉนวนและเปลือกเช่นกันกับสายเอ็นวายวาย มีข้อพิเศษกว่าก็คือตัวนำ
จะประกอบด้วยทองแดงฝอยเส้นเล็ก ๆ ร้อยรวมกันเป็นหนึ่งแกน ทำให้มีข้อดีคืออ่อนตัวและ

126

ทนต่อสภาพการสั่นสะเทือนได้ดี เหมาะที่จะใช้เป็นสายเดินเข้าเครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือน
ขณะใช้งานสายชนิดนี้ใช้งานได้ทั่วไปเหมือนสายชนิดเอ็นวายวาย นอกจากนี้ยังมีสายวีซีทีเป็น
ชนิดวีซีที-กราวด์ (VCT-G) ซึง่ มี2 แกน 3 แกน และ 4 แกน และมีสายดินเดินรวมไปด้วยอีกเส้น
หนึ่งเพื่อให้เหมาะสำหรับใช้กบั เครื่อง อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องตอ่ ลงดิน สายวีซีทีสามารถเดินแบบ
ฝังดินโดยตรงได้ใช้กับเครือ่ งใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น วิทยุ โทรทัศน์

6.1.2.4. สายเดี่ยว

ภาพที่ 2.22 สายเดีย่ ว
ภาพจาก : https://www.powermeterline.com
เป็นสายทีเอชดับเบิลยู (THW) เป็น สายไฟฟ้า ชนิดทนแรงดัน 750โวลต์เป็นสายเดี่ยว
นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากใช้ในวงจรไฟฟ้า 3 เฟส
ปกติ แกนของสายประเภทนี้มีตัวนำทองแดงจะมีหลายสายร้อยเป็นสายใหญ่หนึ่งแกน การใช้
งานคือใช้เดินลอยด้วยตัวยึดทำจากวัสดฉุ นวน เดินในช่องเดินสาย หรือเดินในทอ่ ฝังดินที่มีการ
ป้องกันน้ำซึมเขา้ สูท่ ่อ แตห่ ้ามฝังดนิ โดยตรงใช้เดินในทอ่ ร้อยสาย
6.2 เต้ารบั และ เต้าเสียบ

ภาพที่ 2.23 เต้ารับหรือปล๊ักตัวเมีย และ เต้าเสียบหรอื ปล๊กั ตัวผู้
ภาพจาก : http://pynfe-sc22002.blogspot.com/

เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดโดยส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ทำการต่อกับสายไฟภายในอาคาร
บ้านเรือนอย่างถาวร แต่จะมีสายไฟติดมากับเครื่องใช้ไฟฟ้า เหล่านี้ ที่ปลายของสายไฟจะมี
เต้าเสียบ ( attachment plug ) (ปลั๊กตัวผู้) อยู่เพื่อนำไปเสียบกับเต้ารับ ( receptacle ) (ปลั๊กตัว
เมีย) ที่ติดตั้งตามที่ต่าง ๆ ในบริเวณอาคารบ้านเรือน จะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่
เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ครบวงจร ภายในบ้านควรติดตั้งเต้ารับไว้หลาย ๆ จุดเพื่อสะดวกในการใช้
เครื่องไฟฟ้า และไม่ควรตอ่ เครือ่ งใช้ไฟฟ้าหลาย ๆ เครื่อง เข้ากับเต้ารับเดียวกัน เพราะจะทำให้

127

กระแสไฟฟ้าผ่านสายไฟเข้าเต้ารับมากเกินไป ทำให้เกิดความร้อนสูงในสายไฟ และเต้ารับจน
เกิดเพลิงไหมไ้ ด้ (Netinbag, 2015 ; อุทิศ พงษ์สวสั ดิ,์ 2556 และ Nirapai, 2019)

6.2.1 เต้าเสียบ หรอื ปล๊ักตวั ผู้ คอื อุปกรณ์สว่ นทีต่ ิดอยู่กบั ปลายสายไฟของ
เครื่องใช้ไฟฟ้า เต้าเสียบที่ใชก้ นั อยมู่ ี 2 แบบ คอื

6.2.1.1 เต้าเสียบ 2 ขา ใช้กับเต้ารับที่มี 2 ช่อง โดยทั่วไปมีขาโลหะ
2 ขา ต่ออยู่กับสายไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อสอดขาโลหะเข้าไปในเต้ารับจะทำให้เกิดการต่อ
ระหว่างลวดของตัวนำสายไฟที่ติดกับเต้าเสียบกับลวดตัวนำที่ต่ออย่างถาวร ของเต้ารับทำให้
เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ และขณะใช้งานเต้าเสียบต้องแน่นสนิทกับเต้ารับเพื่อให้กระแสไฟฟ้า
ไหลผ่านได้สะดวก ถ้าเตา้ เสียบและเต้ารบั หลวมจะเกิดความตา้ นทานสงู ตรงรอยต่อของ เต้ารับ
และเต้าเสียบ ทำให้เกิดความร้อนที่บริเวณนั้น จนอาจทำให้เต้าเสียบและเต้ารับไหม้การดึง
เต้าเสียบออกจากเต้ารับเมื่อเลิกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรจับที่ฉนวนหุ้มของเต้าเสียบทำให้เกิด
ไฟฟ้าลัดวงจรได้

6.2.1.1.1 แบบแบน จะมีรูกลมอยู่ตรงปาน เพื่อยึดเข้ากับปุ่ม
ของเต้ารบั อย่างพอดี กันการหลวม ส่ันคลอน

ภาพที่ 2.24 เต้าเสียบหรอื ปล๊ักตัวผู้แบบแบน
ภาพจาก : http://www.hardwarepowertool.com/

6.2.1.1.2 แบบกลม คือ แบบมีฉนวนและไม่มีฉนวนหุ้ม แบบมี
ฉนวนเวลาจับเสียบจะไมเ่ กิดอันตรายแก่ผเู้ สียบ

ภาพที่ 2.25 เต้าเสียบหรอื ปลกั๊ ตวั ผู้แบบกลม
ภาพจาก : https://pantip.com/

128 6.2.1.2. เต้าเสียบ 3 ขา ใช้กับเต้ารับที่มี 3 ช่อง โดยขากลางจะต่อกับ
สายดิน

ภาพที่ 2.26 เต้าเสียบหรอื ปลกั๊ ตวั ผู้ 3 ขา
ภาพจาก : https://www.nirapai.co.th

เต้าเสียบบางชนิดมีขา 3 ขา ซึ่งต้องใช้กบั เต้ารับทีม่ ีช่องรับ3ชอ่ ง ขากลางของเต้าเสียบ
จะต่อเข้ากับโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้า และช่องกลางของเต้ารับมีสายไฟที่ต่อเข้ากับแท่ง
โลหะซึ่งทำด้วยทองแดงหรือเหล็กหุ้มทองแดงที่ฝังอยู่ใต้ดินที่มีความชื้นมาก ๆ สายเส้นนี้
เรียกว่า สายดิน เมือ่ เกิดกระแสไฟฟ้ารดั วงจรหรือไฟฟ้ารัว่ ขณะใช้เครอ่ื งไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าจะ
ไหลผ่านสายดินและลงดินไป ทำให้ไม่เกิดอันตรายต่อผู้ที่หยิบจับเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น
เครื่องใช้ไฟฟ้าทีม่ โี ครงร่างภายนอกเป็นโลหะ เช่น เครื่องซกั ผา้ เตาอบไมโครเวฟ ตู้เย็น ควรใช้
เต้าเสียบ 3 ขา เพื่อความปลอดภัยตอ่ ชวี ิตของบคุ คลในครอบครัว เมื่อเกิดกระแสไฟฟ้าร่วั

6.2.2. เต้ารับ หรอื ปล๊ักตัวเมีย

ภาพที่ 2.27 เต้ารบั หรอื ปลก๊ั ตวั เมีย
ภาพจาก : https://www.nirapai.co.th
เต้ารับไฟฟ้าเป็นส่วนประกอบของระบบไฟฟ้าที่นำกระแสไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ใด ๆ
ที่เสียบเข้ากับมัน หรือที่เรียกว่าเต้ารับไฟฟ้าเต้ารับไฟฟ้าเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานผ่านสายไฟ
เต้ารับเป็นส่วนประกอบตัวผู้ที่เชื่อมต่อกับโมดูลตัวเมียทีเ่ ข้าชุดกัน มันเป็นหนึ่งในรายการที่พบ

129

บ่อยที่สุดที่พบในระบบสายไฟ เต้ารับไฟฟ้ามีให้เลือกหลายสไตล์และระดับกำลังไฟ พวกเขา
มักจะมีช่องหรือหลุมหรือการรวมกันของทั้งสองเข้ากับอปุ กรณ์ที่เสียบ ช่องหรือรูมีหน้าสัมผัส
โลหะที่เชื่อมต่อกับสายไฟและให้บริการนำไฟฟ้า อุปกรณ์ที่ดำเนินการด้วยระบบไฟฟ้าจะมี
สายไฟติดอยู่ด้วยด้วยขาโลหะที่เชื่อมต่อกับช่องเสียบในเต้ารับไฟฟ้า ในอุปกรณ์บางชนิดขาตั้ง
จะถกู สร้างข้ึนในอุปกรณ์โดยตรง

เต้ารับความจุที่ต่ำกว่าจะมีหน้าสัมผัสโลหะแบบมีสายสองหรือสามอัน เต้ารับที่มี
กระแสไฟฟ้าสงู กวา่ อาจตดิ ต้ังหน้าสัมผสั แบบมีสายมากกว่าสามราย หนา้ สัมผัสโลหะส่วนใหญ่
ทำจากทองเหลืองหรือเหล็ก หนา้ สมั ผัสเหล็กมกั ชบุ ด้วยสังกะสีหรือนิเกิลเพื่อเพิ่มการนำไฟฟ้า
เมื่อเสียบอุปกรณ์เข้ากับเต้ารับไฟฟ้าง่ามโลหะจากอุปกรณ์จะสัมผัสกับแผ่นโลหะของเต้ารับ
ด้วยวิธีการเชื่อมต่อนี้กระแสไฟฟ้าไหลจากเต้ารับลงในเครื่องใช้ผ่านสายไฟเส้นใดเส้นหนึ่ง
สายไฟอีกเส้นหนึ่งในระบบถูกใช้เพื่อส่งกระแสไฟฟ้าเกินกลับผ่านเต้ารับไปยังแหล่งกำเนิด
ดั้งเดิม

เต้ารบั ไฟฟ้าได้รับการจดั อันดบั ตามปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่แสดงเป็นโวลต์สามารถ
ขนส่งได้ เต้าเสียบไฟฟ้าที่ใช้กันมากที่สุดที่ใช้ในสหรัฐอเมริกาเรียกว่าเต้ารับดูเพล็กซ์ซึ่งมี
กระแสไฟฟ้าสูงถึง 120 โวลต์ ในหลาย ๆ ประเทศในยุโรปเต้าเสียบที่ใช้บ่อยคือเต้าเสียบที่มี
กระแสไฟฟ้าสูงถึง 220 หรือ 230 โวลต์หรือที่เรียกว่ายูโรพลักก์ เพื่อความปลอดภัยภาชนะ
ส่วนใหญ่จะรวมถึงผู้ตดิ ตอ่ ที่รจู้ กั กันในชอ่ื พืน้ ดิน การเชอ่ื มตอ่ ภาคพื้นดินทำหน้าทีจ่ ัดเตรียมการ
ป้องกนั จำนวนเลก็ น้อยในกรณีทีไ่ ฟฟ้าลัดวงจร ไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึน้ เมื่อกระแสผิดจากเส้นทาง
ที่ตั้งใจ นี่เป็นผลมาจากสายไฟเส้นหนึ่งหลุดออกจากหน้าสัมผัสภายในเต้ารับ ในเหตุการณ์นี้
สายกราวดค์ วรตดั กระแสทีผ่ ดิ ทิศทางและนำไปกราวด์อย่างปลอดภัย

6.3 ฟิวส์
ฟิวส์เป็นอุปกรณ์ป้องกันโดยทำหน้าที่เหมือนตัวนำตัวหนึ่งในวงจรไฟฟ้า เมื่อเกิด
กระแสเกินพิกัด (Overload Current) หรือกระแสลัดวงจร (Short Circuit Current) มีค่ามากกว่า
กระแสที่ฟิวส์ทนได้ (Fuse’s Current Rating) จะทำให้ฟิวส์ขาด (Blown Fuse) ทำให้วงจรขาด
และกระแสไม่ไหลอีกต่อไป เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์และผู้ใช้อุปกรณ์
ปกติแล้วกระแสเกินพิกัด (Overload Current) เกิดขึ้นจากการดึงกระแสที่มากเกินจากอุปกรณ์
ปลายทาง ส่วนกระแสลัดวงจร (Short Circuit Current) เกิดจากการที่กระแสเคลื่อนที่ผ่านทาง
ลดั ที่อาจจะเกิดจากการแตะกนั ของสายไฟหรอื มีตวั นำไฟฟ้าเชือ่ มตอ่ การลดั วงจร ซึ่งสามารถมี
ค่ามากกวา่ พนั เท่าของกระแสต่อเนอื่ งที่ฟิวสท์ นได้ โดยปกติ ฟิวสจ์ ะเป็นอุปกรณ์ที่อ่อนแอที่สุด
ในวงจร โดยจะขาด และตัดวงจรก่อนที่อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น หลอดไฟ สายไฟ หรือหม้อแปรง

130

จะไหม้หรือระเบิด ซึ่งฟิวส์เป็นโลหะผสมประกอบด้วย บิสมัท (Bi) ร้อยละ 50 ตะกั่ว (Pb) ร้อย
ละ25 และดีบุก (Sn) ร้อยละ 25 โดยมวล 2.ฟิวส์มีจุดหลอมเหลวต่ำ ขณะที่กระแสไฟฟ้าผ่าน
ฟิวส์ พลังงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนให้กับฟิวส์เล็กน้อยแต่เมื่อมีการใช้
กระแสไฟฟ้าเกินกำหนด หรอื เกิดไฟฟ้าลัดวงจร กระแสไฟฟ้าปริมาณมากจะผา่ นฟิวส์ พลงั งาน
ไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนให้กับฟิวส์มากขึ้น จนฟิวส์หลอมละลาย ทำให้
วงจรไฟฟ้า ในบ้าน ถูกตัดกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอีกไม่ได้ โดยประเภทของฟิวส์นั้นมีด้วยกัน
หลายประเภทดังต่อไปนี้ (Psptech, 2014 ; อทุ ิศ พงษส์ วัสดิ์, 2556 ; Unitis, 2020 และ อดสิ อน
ขุ่ยคำ, 2559)

6.3.1 ฟิวสช์ นิดอยใู่ นหลอดแก้ว

ภาพที่ 2.28 ฟิวส์ชนิดอยู่ในหลอดแก้ว
ภาพจาก : http://www.sunnergyled.com/
เปน็ ฟิวส์ทีใ่ ชก้ บั เครือ่ งใช้ไฟฟ้าเลก็ ๆ โดยตัวฟิวส์จะอยู่ในหลอดแก้วภายในจะ
บรรจกุ า๊ ซช่วยดับไฟ และดับการสปากของไฟ
6.3.2 ฟิวส์ชนิดก้ามปู

ภาพที่ 2.29 ฟิวสช์ นิดก้ามปู
ภาพจาก : https://www.pjr-electric.com
เป็นแผน่ โลหะผสม ปลายทั้งสองข้างมีขอเกีย่ วทำด้วยทองแดง นยิ มใช้ตดิ แผง
ควบคุมไฟในอาคารใหญ่ โรงงาน และโรงเรียน

131

6.3.3 ฟิวสช์ นิดเส้น

ภาพที่ 2.30 ฟิวสช์ นิดเส้น
ภาพจาก : https://www.dohome.co.th/
เปน็ ฟิวส์ที่มลี กั ษณะเปน็ เส้น มีลกั ษณะเป็นเส้นเหมือนเส้นลวด นิยมใชต้ าม
บ้านเรือนและสะพานไฟ
6.3.4 ฟวิ ส์ชนิดกระเบือ้ ง

ภาพที่ 2.31 ฟิวส์ชนิดกระเบือ้ ง
ภาพจาก : https://www.siemhuad.com/
มีลกั ษณะเป็นเส้นฟิวส์อยภู่ ายในกระปกุ กระเบือ้ งทีเ่ ปน็ ฉนวน นยิ มติดตั้งไว้ที่
แผงไฟรวมของอาคารบ้านเรอื น
6.3.5 ฟิวสอ์ ัตโนมัติ (circuit breaker)

ภาพที่ 2.32 ฟิวสอ์ ตั โนมัติ
ภาพจาก : https://www.taladtool.com
เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเกินไปปุ่มหรือคันโยกที่ฟิวส์อัตโนมัติจะดีดมาอยู่
ในตำแหน่งที่เป็นการตัดวงจร โดยอาศัยหลักการทำงานของแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ใช่การหลอม

132

ละลายเหมือนฟิวส์แบบธรรมดา ทำหน้าที่ตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อมี กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเกิน
กำหนด หรือเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ฟิวส์อัตโนมัติจะตัดวงจรทันที โดยไม่มี ส่วนประกอบใด
หลอมละลายและขาดเหมือนฟิวส์ เมื่อมีการแก้ไขสาเหตุที่เกิดขึ้นได้แล้ว ก็สามารถเปิดสวิตซ์
ให้กระแสไฟฟ้าผ่านวงจรได้ดังเดิม โดยไม่ต้องเปลี่ยนฟิวส์ใหม่ นิยมใช้ต่อกับเครื่องใช้ ไฟฟ้าที่
ต้องใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณมาก เช่น เครือ่ งปรับอากาศ มอเตอร์ มีใหเ้ ลือกหลายแบบ

การเลือกใช้ขนาดของฟิวส์ให้เหมาะสม ทำได้โดยการคำนวณหาปริมาณกระแสไฟฟ้าที่
ไหลผ่านอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ รวมกันโดยใช้ความสัมพันธ์ กำลังไฟฟ้า ( วัตต์ ) =
ความต่างศกั ย์ ( โวลต์ ) X กระแสไฟฟ้า ( แอมแปร์ )หรอื P = VI

P แทนกำลังไฟฟ้า มีหนว่ ยเปน็ วตั ต์ (W)
V แทนความต่างศกั ย์ มหี น่วยเป็น โวลต์ (V)
I แทนกระแสไฟฟ้า มีหน่วยเป็น แอมแปร์ (A)
ดังนั้น เมื่อทราบกำลังไฟฟ้า ( P) ความต่างศักย์ (V) ซึ่งไฟฟ้าตามบ้านจะมีความต่าง
ศักย์ 220 โวลต์ ก็สามารถคำนวณหาปริมาณกระแสไฟฟ้า (I) ได้ และทำให้ทราบว่าต้อง
เลือกใช้ฟิวส์ขนาดเท่าใด ถ้าภายในบ้านมีอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด จะต้องนำ
ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ตอ้ งการใช้มารวมกัน จงึ จะเลือกใช้ขนาดฟิวส์ได้ถกู ต้อง
การเลือกใช้ฟิวส์ ควรเลือกฟิวสท์ ี่ทนกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้มากกว่ากระแสไฟฟ้าสูงสุดที่
ใช้ในบ้านเล็กน้อย และไม่ควรใช้ลวดเหล็กหรือลวดทองแดงที่มีจุดหลอมเหลวสูงแทนฟิวส์
เพราะเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมากเกินไป ลวดเหล็กหรือลวดทองแดงจะไม่หลอมละลาย จึง
ไมช่ ว่ ยตดั วงจร ไฟฟ้าในบ้าน
6.4 หมอ้ แปลงไฟฟ้า

ภาพที่ 2.33 หมอ้ แปลงไฟฟ้า
ภาพจาก : https://www.teslapower.co.th/

133

หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) คืออุปกรณ์ที่ใช้แปล่งเเรงดันไฟฟ้าสลับให้มีขนาด
แรงดันตามที่ต้องการซึ่งสามารถนำหม้อแปลงไฟฟ้าไปใช้ในงานหลายด้าน ท้ังในระบบการจ่าย
ไฟฟ้า หรือเป็น อุปกรณ์ประกอบในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ใช้กันตามบานเรือน ไม่ว่าจะเป็น
โทรทัศน์ เครื่องขยายเสียง วิทยุเทป หรือ อะแดปเตอร์แปลงไฟเพื่อใช้ในงานต่าง ๆ จึงนับว่ามี
ความสำคัญและเกี่ยวข้องกับงานทาง ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์อย่างมาก และยังเป็นอุปกรณ์
ที่ใช้เปลี่ยนระดับแรงดันให้สูงขึ้น หรือต่ำลงตามต้องการภายในประกอบด้วย ขดลวด 2 ชุดคือ
ขดลวดปฐมภูมิ (primary winding) และขดลวดทุติยภูมิ (secondary winding) แต่สำหรับหม้อ
แปลงกำลัง (power transformer) ขนาดใหญ่บางตัวอาจมีขดลวดที่สามเพิ่มขึ้นคือขดลวดตติย
ภมู ิ (tertiary winding) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าขดลวดปฐมภมู แิ ละขดลวดทุติยภมู ิ และแรงดันที่แปลง
ออกมาจะมีค่าต่ำกว่าขดลวดทุติยภูมิ (พิชิต สาทิสรัตนโสภิต, 2562 ; มงคล ทองสงคราม,
2549 ; บริษัท สเตเบิล อิเลก็ ตริก ซพั พลาย จำกดั , 2553 ; การไฟฟ้าสว่ นภูมิภาค, 2557 และ
อวยชยั ศริ ิวจนา, 2560)

การทำงานของหมอแปลงไฟฟ้านั้น อาศัยหลักการความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้า
กับเส้นแรง แม่เหล็กในการสร้างแรงเคลื่อนเหนี่ยวนำให้กับตัวนำคือเมื่อมีกระแสไหลผ่าน
ขดลวดตัวนำ ก็จะทำให้เกิดเสนแรงแม่เหล็กรอบ ๆ ตัวนำนั้น และถ้ากระแสที่ปล่อยมีขนาด
และทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปมากจ็ ะทำใหส้ นามแม่เหล็กทีเ่ กิดขึ้นมกี ารเปลีย่ นแปลงตามไปด้วย
ถ้าสนามแมเ่ หลก็ ที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ตัดผา่ นตวั นำ ก็จะเกิดแรงเคลื่อนเหนี่ยวนำขึ้นที่
ตัวนำนั้น โดยขนาดของแรงเคลื่อนเหนี่ยวนำจะสัมพันธ์ กับ ความเข้มของสนามแม่เหล็ก และ
ความเร็วในการตดั ผา่ นตวั นำของสนามแม่เหลก็

6.4.1 โครงสร้างของหม้อแปลงไฟฟ้า
หม้อแปลงไฟฟ้ามีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 3 ส่วน คือ แกนเหล็ก ขดลวด
ตัวนำ และฉนวน อาจจะมีส่วนประกอบย่อยอื่น ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดพิกัดของหม้อแปลง เช่น
หมอ้ แปลงที่ใชใ้ นระบบจำหนา่ ยไฟฟ้า มีถงั บรรจุหม้อแปลง น้ำมันหมอ้ แปลง ครีบระบายความ
ร้อน ข้ัวแรงดนั ด้านสูง ขั้วแรงดนั ด้านตำ่ และอื่น ๆเป็นต้น

6.4.1.1 แกนหลกั (Core)
มีลักษณะเป็นแผ่นเหล็กบาง ๆ เคลือบด้วยฉนวนนำมาอัดซ้อนกันเปน็
รูปแกนของหม้อแปลง ทำหน้าที่เป็นทางเดินของเส้นแรงแม่เหล็ก แกนเหล็กที่ดีต้องเป็นเหล็ก
อ่อนมีส่วนผสมของสารซิลิกอน มีความซึมซับได้ (Permeability) สูง การสูญเสียเนื่องจากฮิส
เตอริซีส (Hyteresisloss) ต่ำ มีความหนาแน่นของเส้นแรงแม่เหล็กที่ใช้ในการเหนี่ยวนำสูงถึง
1.35 - 1.55 เวเบอร์ต่อตารางเมตร เป็นเหล็กประเภทเกรนโอเรียนเตด (Gain oriented steel)

134

ฉนวนที่นำมาฉาบแผ่นเหลก็ ทั้งสองด้านมีค่าความเป็นฉนวนตามผิวสูง เพื่อป้องกันการสูญเสีย
ทีเ่ กิดจากกระแสไหลวน (Eddy Current) ซึ่งจะเปน็ สารจำพวกวานชิ (Vanish)

6.4.1.2. ขดลวด (Winding)
ขดลวดที่ใช้พันหม้อแปลงมีลักษณะเป็นขดลวดทองแดง หรือขดลวด
อลูมิเนียมที่หุ้มหรือเคลือบด้วยฉนวน อาจจะเป็นได้ทั้งลวดแบนที่มีพื้นทีห่ น้าตัดสีเ่ หลี่ยมผืนผ้า
หรือลวดกลมก็ได้ หม้อแปลงไฟฟ้ามีขดลวด 2 ชุด คือ ขดลวดปฐมภูมิ (Primary winding) และ
ขดลวดทุติยภูมิ (Secondary winding) โดยขดลวดปฐมภมู จิ ะเปน็ ชดุ ที่รบั ไฟเข้า ส่วนขดลวดทุติย
ภูมเิ ปน็ ชดุ ทีจ่ ่ายไฟออกไปใช้งาน
6.4.1.3. ฉนวน (Insulation)
ฉนวนมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ขดลวดสมั ผัสกบั สว่ นทีเ่ ป็นแกนเหล็ก และ
ป้องกันไม่ให้ขดลวดแต่ละชั้นสัมผัสกันได้ ( Short turn) สำหรับลวดตัวนำที่มีขนาด
เส้นผ่าศูนยก์ ลางตั้งแต่ 0.2-1.3 มิลลเิ มตร หากต้องการใหฉ้ นวนมีคุณภาพดีและทนความร้อน
ได้มากจะต้องเคลือบด้วยไวนิเฟลกซ์ (Viniflex) หรือพันทับด้วยไหมแคปรอน (Caprone) เทเร
ไลน์ (Teleline)หรือฝ้าย และถ้าลวดตัวนำมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 1.3 - 4.1 มิลลิเมตร
จะพันด้วยกระดาษเคเบิล (Cable paper) หลายชั้น ส่วนตัวนำที่มีพื้นที่หน้าตัดแบบสี่เหลี่ยม
จะพันทับด้วยฉนวนไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) สำหรับฉนวนที่คั่นระหว่างชั้นของขดลวด
ส่วนมากจะเป็นกระดาษเคเบิลหนาประมาณ 0.2 มิลลิเมตร และจำนวนชั้นของกระดาษจะ
ขึน้ อยู่กบั พิกดั กำลงั ของหม้อแปลง
6.4.2 หลกั การทำงานของหมอ้ แปลงไฟฟ้า
เมื่อจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับให้กับขดลวดปฐมภูมิ ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า
และเส้นแรงแม่เหล็กขึ้นที่ขดปฐมภูมิ มีลักษณะของการพองตัวและยุบตัวของสนามแม่เหล็ก
ตามการเปลี่ยนแปลงของรูปคลื่นไซน์ทั้งซีกบวกและซีกลบเป็นเช่นนี้ตลอดไป และ
สนามแม่เหล็กที่พองตัวและยุบตัวนี้ จะตัดกับขดลวดปฐมภูมิทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำ
ขึน้ ในขดลวดปฐมภมู ซิ ึ่งมีทิศทางตรงกนั ข้ามกับแรงดันไฟฟ้าทีจ่ ่ายใหก้ ับขดลวดปฐมภูมิน้ัน และ
เรียกแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำนี้ว่า แรงดันไฟฟ้าต้านกลับ (Back e.m.f) ส่วนกระแสที่ไหลใน
ขดลวดปฐมภูมิขณะไม่มีโหลดเรียกว่า กระแสกระตุ้น (Excited current) เนื่องจากขดลวดทุติย
ภูมพิ ันอยู่บนแกนเหลก็ เดียวกนั กบั ขดลวดปฐมภูมิ สนามแมเ่ หล็กทีเ่ กิดขึน้ จากขดลวดปฐมภูมิที่
มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจะตัดกับขดลวดทุติยภูมิ ดังนั้นจึงทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้า
เหนี่ยวนำขึ้นในขดทุติยภูมิ ซึ่งหาได้จากอัตราส่วนของจำนวนรอบขดลวดทุติยภูมิกับขดลวด
ปฐมภูมิ และเมื่อต่อโหลดเข้ากับทางด้านทุติยภูมิจะทำให้มีกระแสไหล เพราะว่าหม้อแปลงเป็น

135

อินดักทีฟ กระแสไฟฟ้าที่ขดทุติยภูมิจะล้าหลังแรงดันไฟฟ้าของขดทุติยภูมิ 90 องศา
เมือ่ แรงดนั ที่ขดทตุ ิยภูมิลา้ หลงั กระแสทีข่ ดปฐมภูมิอยู่ 90 องศา กระแสที่ขดทตุ ิยภูมิจะต่างเฟส
กบั กระแสที่ไหลในขดปฐมภูมิ 180 องศา

กระแสของขดทุติยภูมิจะเหนี่ยวนำทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าต้านกลับขึ้นในขดทุติยภูมิ
แรงดันไฟฟ้าต้านกลบั นีจ้ ะมีทิศทางตรงกันข้ามกบั แรงดนั ไฟฟ้าต้านกลับของขดปฐมภูมิ และทำ
ให้แรงดันไฟฟ้าต้านกลับของขดทุติยภูมิอ่อนกำลังลง และทำให้กระแสที่ไหลในขดปฐมภูมิ
มากกว่ากระแสขณะไม่มีโหลด ในขณะที่กระแสขดทุติยภูมิเพิ่มขึ้นกระแสในขดปฐมภูมิก็จะ
เพิ่มขึน้ อยา่ งเปน็ สัดสว่ นกัน

6.4.3 ชนิดของหมอ้ แปลงไฟฟา้
ชนิดของหมอ้ แปลงสามารถจำแนกตามประเภทตา่ ง ๆ ได้ดังน้ี

6.4.3.1. จำแนกตามลักษณะของแกนเหล็ก
6.4.3.1.1 แกนแหล็กแบบคอร์ (Core Type)
เป็นแกนเหล็กแผ่นบาง ๆ มีลักษณะเป็นรูปตัว L สองตัว

ประกบเข้าหากัน หรือเป็นรูปตัว U กับตัว I นำมาประกอบเข้าด้วยกัน มีวงจรแม่เหล็กเป็น
แบบวงจรเดี่ยวหรือวงจรอนุกรม ซึ่งมีขดลวดปฐมภูมิและทุติยภูมิพันอยู่บนแกนเหล็กทั้งสอง
ด้านแยกกันอยคู่ นละข้าง

6.4.3.1.2 แกนเหล็กแบบเซลล์ (Shell Type)
แกนเหล็กแบบนี้มีลักษณะเป็นรูปตัว E กับ I เมื่อประกอบเข้า
ด้วยกันจะมีวงจรแม่เหล็ก 2 วง หรือ วงจรแม่เหล็กแบบขนาน ขดลวดปฐมภูมิและขดลวดทุติย
ภูมจิ ะพนั อยู่ทีข่ ากลางของแกนเหล็ก
6.4.3.1.3 แกนเหล็กแบบตัว H
หรือแบบกระจาย เป็นการรวมกันระหว่างแกนเหล็กแบบคอร์
กับแบบเซลล์หรือรวมตัว L เข้ากับตัว EI มีวงจรแม่เหล็กล้อมรอบขดลวดหม้อแปลง ขดลวด
แรงดันสูงจะพันไว้ระหว่างขดลวดแรงดันต่ำทั้งสองชุด และระหว่างขดลวดแต่ละชุดจะกั้นด้วย
ฉนวนไฟฟ้า การพนั ขดลวดหม้อแปลงแบบนจี้ ะทำให้เกิดเส้นแรงแมเ่ หล็กรว่ั ไหลนอ้ ยที่สดุ
6.4.3.2. จำแนกตามระบบไฟฟ้า
6.4.3.2.1 หม้อแปลงไฟฟ้าเฟสเดียว ( Single Phase
Transformer) เป็นหม้อแปลงที่ใช้กับระบบไฟฟ้า 1 เฟส มีขดลวดปฐมภูมิและทุติยภูมิ อย่างละ
หน่งึ ชดุ

136

6.4.3.2 .2 หม้อแป ลงไฟฟ้าสามเฟส ( Three Phase
Transformer) เป็นหม้อแปลงที่ใช้กับระบบไฟฟ้า 3 เฟส มีขดลวดปฐมภูมิและขดลวดทุติยภูมิ
อย่างละ 3 ชุด ตอ่ เข้าด้วยกนั เป็นแบบ วาย (Wye) หรอื แบบเดลตา(Delta)

6.4.3.3. จำแนกตามพิกัดของแรงดันไฟฟ้าเข้าและออก
6.4.3.3.1 หม้อแปลงไฟฟ้าเพิม่ ( Step up Transformer)
เป็นหม้อแปลงที่จ่ายแรงดันไฟฟ้าออกมากกว่าแรงดันไฟฟ้าที่

จ่ายเข้าหม้อแปลง เช่น หม้อแปลงที่ใช้ในระบบส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต โดยใช้ปรับ
ระดับแรงดันของเครื่องกำเนิดในโรงไฟฟ้า ซึ่งปกติจะจ่ายแรงดันไฟฟ้าประมาณ 20 กิโลโวลต์
ให้สงู ข้ึนเปน็ 69,115,230 และ500 กิโลโวลต์ สง่ ไปตามสายส่งไฟฟ้าแรงสูง หรืออาจจะมีหม้อ
แปลงมากกว่า หนึ่งตัวใช้ยกระดับแรงดันไฟฟ้าให้สูงขึ้นเป็นช่วง ๆ ก็ได้ นอกจากนี้หม้อแปลง
ไฟฟ้าเพิม่ ยงั ใช้กับหลอดนีออนทีท่ ำเปน็ รปู อักษรหรอื ตกแตง่ เปน็ รปู ตา่ ง ๆ

6.4.3.3.2 หมอ้ แปลงไฟฟ้าลด (Step down Transformer)
หม้อแปลงชนิดนี้จะจ่ายแรงดันด้านออกน้อยกว่าแรงดันด้าน
เข้า เช่น หม้อแปลงขนาดเล็กที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์
หม้อแปลงที่ใช้ในระบบจำหน่ายของการไฟฟ้าภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งหม้อแปลง
ของการไฟฟ้าภูมิภาคมีแรงดันไฟฟ้าด้านสูง 11,22 และ 33 กิโลโวลต์ และแรงดันไฟฟ้าด้านต่ำ
ในระบบ 3 เฟส 400/230 โวลต์ และระบบ 1 เฟส 460/230 โวลต์ สว่ นหมอ้ แปลงของการไฟฟ้า
นครหลวงใช้กบั แรงดันไฟฟ้าด้านสูง 12,24 กิโลโวลต์ และแรงดนั ไฟฟ้าด้านต่ำในระบบ 3 เฟส
416/240 โวลต์ และระบบ 1 เฟส 480/240 โวลต์
6.4.3.3.3 หม้อแปลงไอโซเลติ้ง (Isolating Transformer)
ห ม ้ อ แ ป ล ง ช น ิ ด น ี ้ จ ะ จ ่ า ย แ ร ง ด ั น ไ ฟ ฟ ้ า ด ้ า น อ อ ก เ ท ่ า กั บ
แรงดันไฟฟ้าด้านเข้า เช่น หม้อแปลงที่ใช้กับโต๊ะทดลองของห้องปฏิบัติการทางไฟฟ้า
อิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากขดลวดปฐมภูมิและขดลวดทุติยภูมิแยกออกจากกัน เมื่อเกิด
ข้อบกพรอ่ งในการทดลองหรอื เกิดการลดั วงจร จะเกิดความรุนแรงน้อยกว่าเมื่อไม่มีหม้อแปลง
สาเหตมุ าจากการยุบตัวของเส้นแรงแมเ่ หล็กทำให้ไม่เกิดการอารก์ ทีร่ นุ แรง นบั เป็นอปุ กรณท์ ี่ใช้
ในการป้องกันระบบไฟฟ้าชนิดหนึ่ง และยังใช้กับเครื่องจักรที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งใช้กับ
แรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยการแปลงไฟจาก 380 โวลต์ 3 เฟส 3 สาย ให้เป็น 380/220
โวลต์ 3 เฟส 4 สาย

137

6.4.3.4. จำแนกตามพิกัดขนาดของหมอ้ แปลงไฟฟ้า
6.4.3.4.1 หม้อแปลงขนาดเลก็
มีพกิ ัด 1000 โวลต์ – แอมป์ลงมา เปน็ หมอ้ แปลงที่นำมาใช้กับ

ภาคจ่ายไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังรวมถึงหม้อแปลงขนาดเล็กที่ใช้ใน
การเช่อื มโยงสญั ญาณของวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์ด้วย

6.4.3.4.2 หมอ้ แปลงขนาดกลาง
มีพิกัด 1-1000 กิโลโวลต์-แอมป์ ส่วนใหญ่จะใช้กับระบบ
จำหน่ายของการไฟฟ้าภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง ใช้กับโรงงาน โรงพยาบาล สำนักงาน
อาคารสูงและที่พักอาศยั
6.4.3.4.3 หม้อแปลงกำลัง มีขนาดตั้งแต่ 1000 โวลต์ -
แอมป์ขึ้นไป เป็นหม้อแปลงที่มีใช้งานกับระบบส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ใช้กับสถานี
ไฟฟ้าแรงสงู การผลิตและการส่งจ่ายไฟฟ้า
6.4.3.5. จำแนกตามการใช้งานของเครื่องมือวัด เป็นหม้อแปลงที่ใช้
สำหรับเครือ่ งมอื วัดทางไฟฟ้า เช่น เครื่องวดั พลงั งานไฟฟ้า หรอื กิโลวตั ต์ - ฮาวมเิ ตอร์ เพื่อวัด
ปริมาณการใช้ไฟฟ้าแต่ละเดือน ซึ่งการวัดโดยตรงของแรงดันหรือกระแสสูง ๆ ทำให้ต้องใช้
เครื่องวัดขนาดใหญ่ซึ่งมีราคาแพง หม้อแปลงเครื่องมือวัดจะมีขนาดเล็กและราคาไม่แพง ถูก
ออกแบบให้มขี นาดทีเ่ หมาะสมสำหรับเครื่องมือวัด มีความปลอดภัยและเทีย่ งตรงสูง มี 2 ชนิด
ด้วยกัน
6.4.3.5.1 หม้อแปลงแรงดัน (Potential Transformer )
เปน็ หมอ้ แปลงแรงดนั ขนาดเล็กใช้แปลงแรงดันไฟฟ้าสงู ๆ เปน็
แรงดันไฟฟ้าต่ำ ๆ ใช้กับโวลต์มิเตอร์ วัตต์มิเตอร์ และ กิโลวัตต์ฮาวมิเตอร์ พิกัดกำลังเอาต์พุต
จะบอกเป็นโวลต์ - แอมป์ (VA) ส่วนพิกัดแรงดันจะบอกแรงดันไฟฟ้าของขดปฐมภูมิและขด
ทตุ ิยภมู ิ เช่น 1500/100 โวลต์, 4800/120 โวลต์ , 22000/220 โวลต์ เปน็ ต้น
6.4.3.5.2 หมอ้ แปลงกระแส (Current Transformer )
เป็นหม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้งานสำหรับลดกระแสสูง ๆ ที่ไหลใน
สายไฟฟ้าให้มีค่าลดต่ำลง เพื่อนำไปต่อเข้ากับแอมมิเตอร์ วัตต์มิเตอร์ และ กิโลวัตต์ - ฮาว
มิเตอร์เช่นเดียวกัน ขนาดกำลังเอาต์พุตจะบอกเป็นโวลต์ - แอมป์ (VA) พิกัดกระแสบอกเป็น
อตั ราส่วน เช่น 100/5 , 200/5, 300/5 เป็นต้น

138

6.4.3.6. จำแนกตามลกั ษณะของการพนั ขดลวด
6.4.3.6.1 หม้อแปลงแบบแยกขดลวด ซึ่งขดลวดปฐมภูมิและ

ขดทุติยภมู ิทีพ่ นั อย่บู นแกนเหลก็ ทั้งสองชดุ แยกออกจากกัน โดยไม่มสี ว่ นหนึ่งสว่ นใดของขดลวด
ต่อถึงกนั เป็นหมอ้ แปลงทีม่ ใี ช้งานโดยท่วั ไป

6.4.3.6.2 หมอ้ แปลงแบบใช้ขดลวดชุดเดียวรว่ มกนั หรอื เรียก
อีกอย่างหนึ่งว่า หม้อแปลงออโต (Auto Transformer) หม้อแปลงแบบนี้มีขดลวดเป็นชุดเดียวที่
ทำหน้าที่เป็นทั้งขดปฐมภูมิ และขดทุติยภูมิ จึงทำให้ประหยัดลวดทองแดง และมีราคาถูกกว่า
หม้อแปลงไฟฟ้าแบบขดลวด 2 ชุด อัตราส่วนของหม้อแปลงแบบออโตจะต่ำ ซึ่งส่วนมากแล้ว
จะไม่เกินกว่า 4 : 1 สามารถแปลงแรงดันได้ทั้งลดลงและเพิ่มขึ้น ส่วนมากจะนำไปใช้เพื่อ
ชดเชยแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมของสายเคเบิลที่จ่ายไปยังโหลด ใช้เป็นอุปกรณ์สตาร์ตของ
มอเตอร์เหนี่ยวนำ ใช้กับหม้อแปลงของเตาหลอมโลหะ(Furnace Transformer) และใช้เป็นหม้อ
แปลงกำลังในสถานีไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต

6.4.3.7.จำแนกตามลักษณะการปรับแรงดันไฟฟ้า
6.4.3.7.1 หม้อแปลงแบบมีแทปแยก
ซึ่งลักษณะของแทปแยกจะอยู่ทางด้านขดทุติยภูมิ มีให้

เลือกใช้งานตามความต้องการ เช่น 6,12,24,48 โวลต์ หรืออาจจะเป็นแบบมีแทปศูนย์อยู่ตรง
กลาง เช่น 36-0-36โวลต์ และ 48-0-48 โวลต์ เป็นต้น ส่วนมากจะนำไปใช้งานกับอุปกรณ์
เครือ่ งใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เครื่องขยายเสียง

6.4.3.7.2 หมอ้ แปลงแบบปรับคา่ แรงดันไฟฟ้าต่อเนอ่ื ง
ซึ่งเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าแบบออโต ชนิดหนึ่ง เรียกว่า แวรีแอก
หรือ สไลด์ เรกกูเลเตอร์ (Slide regulator) ขดลวดจะพันอยู่รอบ ๆ แกนทอรอยด์ (Toroid)
ทีด่ า้ นบนของขดลวดจะถกู กดให้แบนเพือ่ ใหแ้ ปรงถ่านสัมผัสกับขดลวดได้ดี
6.4.3.8. จำแนกตามการผลิตของโรงงาน
6.4.3.8.1 หมอ้ แปลงชนิดจุ่มน้ำมันแบบมีถังพัก (Conservator
Type) เป็นหม้อแปลงแบบถังเปิด (Open Type) คือมีช่องทางให้อากาศถ่ายเทเข้าและออกจาก
ตัวถังได้ตามกระแสเพิ่ม-ลด ของปริมาตรน้ำมันจากความร้อนของการใช้งาน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้
เกิดความดันสูงในตัวถัง โดยหม้อแปลงจะมีช่องในการระบายอากาศ หม้อแปลงระบบถังเปิด
ได้รับการปรับปรุงพัฒนาเรื่อยมาจนกระทั่งกลายมาเป็นแบบที่มีถังน้ำมันสำรองขนาดเล็กอยู่
บนตัวถังหลัก และติดตั้งสารดูดความชื้นเพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นจากภายนอกเข้ามาทำ
ปฏิกิริยากับน้ำมันหม้อแปลงที่จะเป็นอันตรายต่อหม้อแปลงได้ โดยน้ำมันจะเติมเต็มในถังหม้อ

139

แปลงหลักและล้นมาถึงถังสำรอง โดยระดับน้ำมันจะอยู่ประมาณไม่เกินครึ่งหนึง่ ของถังสำรอง
และเมื่อหม้อแปลงจ่ายกระแสเพื่อใช้งาน ขดลวดจะร้อนทำให้น้ำมันร้อนและขยายปริมาตร
เพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ โดยน้ำมันจะเพิ่มปริมาตรสูงสุดได้ประมาณ 7 % ของน้ำมันทั้งหมดที่อยู่
ในหม้อแปลง เมื่อระดับน้ำมันเพิ่มขึ้นอากาศเหนือระดับน้ำมันที่อยู่ในถังสำรองจะถูกดันออกสู่
บรรยากาศภายนอกและเมื่อหม้อแปลงเยน็ ตัวลง นำ้ มันจะลดปริมาตรลงทำให้ระดับของน้ำมัน
ลดลงด้วย อากาศภายนอกจึงถูกดูดเข้ามาในถังสำรองเพื่อปรับสมดุลย์ของความดัน การที่
หม้อแปลงมี อุณหภูมิลดลงอาจเกิดจากการลดการจ่ายกระแสโหลด หรือการที่อุณหภูมิ
แวดล้อมลดลง หรือที่สำคัญคือ การที่หม้อแปลงได้รับความเย็นจากน้ำฝนนั่นเอง ขณะที่
อากาศถูกดูดเข้าไปจะเอาความชื้น หรือน้ำเข้าไปด้วย จึงต้องมีการติดตั้งชุดหม้อกรองอากาศ
ใส่สารดดู ความชืน้ (Silicagel) เพือ่ ดูดซบั ความชืน้ จากภายนอกไมใ่ ห้เข้าไปทำปฏิกิริยากับน้ำมัน
หมอ้ แปลงได้ระดับหนง่ึ

6.4.3.8.2 หมอ้ แปลงชนดิ จุม่ นำ้ มนั แบบปิดผนึก (Hermetically
Sealed Fully Oil Filled) หมอ้ แปลงชนดิ นีจ้ ะป้องกันความชืน้ และออกซิเจนได้ 100 % ไมม่ ีถงั พัก
น้ำมันสำรอง น้ำมันของหม้อแปลงจะเติมเต็มถังปิดผนึกอย่างดีไม่ให้อากาศจากภายนอกเข้า
ได้ น้ำมนั จะชว่ ยในการระบายความร้อนให้กบั Bushing และประเกน็ บริเวณฝาถังได้ เมื่อหม้อ
แปลงจ่ายกระแสให้กับโหลดความร้อนในหม้อแปลงจะเพิ่มขึ้น ปริมาตรของน้ำมันจะเพิ่มขึ้น
ตาม ครีบระบายความร้อนแบบลูกฟูก (Corrugated) จะเกิดการพองตัวทำให้รักษาระดับของ
ความดันในตัวถังมคี ่าเทา่ เดิม และเมื่อนำ้ มันลดปริมาตรลงครีบลูกฟกู กจ็ ะหุบตวั ลง เรียกตัวถัง
แบบนี้ว่า ตัวถังแบบยืดหยุ่น (Elastic Tank) ดังนั้นการเพิ่มขึ้นและลดลงของปริมาตรภายใน
หมอ้ แปลงจึงไม่ต้องกังวลเรือ่ งความดนั สูงทีจ่ ะเกิดกบั ตัวถังของหมอ้ แปลง

6.4.3.8.3 หม้อแปลงชนิดจุ่มน้ำมันแบบปิดผนึก และบรรจุ
ก๊าซไนโตเจน (N2 Gas Sealed) หม้อแปลงชนิดจุ่มน้ำมันแบบปิดผนึกและบรรจุก๊าซไนโตเจน
ตัวถังของหม้อแปลงจะออกแบบทำให้มีความสูงเพิ่มขึ้นและจะต้องเติมน้ำมันให้ท่วมชุดขดลวด
และแทป แตเ่ ติมไมเ่ ต็มถัง โดยปลอ่ ยใหม้ ีชอ่ งวา่ งใต้ฝาถัง ซึ่งมีปริมาตรเพียงพอต่อการขยายตัว
ของนำ้ มนั และทีช่ ่องว่างจะเติมด้วยก๊าซเฉื่อยทีไ่ มท่ ำปฏิกิริยาทางเคมีกับน้ำมัน ส่วนใหญ่จะใช้
ก๊าซไนโตเจน ในขณะที่น้ำมันหม้อแปลงมีปริมาตรเพิ่มขึ้นและถึงแม้ว่าภายในถังมีช่องว่าง
อากาศไว้รองรับการขยายตัว แตน่ ำ้ มนั ที่เพิม่ ขึน้ จะไปอดั ใหป้ ริมาตรของอากาศลดลง ทำให้เกิด
ความดันภายในตัวถังหม้อแปลง ข้อดีของตัวถังหม้อแปลงชนิดนี้ คือ สามารถผลิตได้ง่าย
เนื่องจากเป็นตัวถังแบบคงตัว (Fix Tank) ไม่ต้องการขยายตัวเหมือนแบบลูกฟูก และมีข้อเสีย
คือ ตัวถังต้องรับความดันสูงกว่าหม้อแปลงชนิดอื่น ๆ และอายุของประเก็นสั้น เนื่องจากไม่มี

140

น้ำมันมาหล่อเย็นให้กับประเก็นบริเวณฝาถังและที่บูชชิ่ง (Bushings) หม้อแปลงชนิดนี้ที่ฝาถัง
ด้านบนมักนิยมติดอุปกรณ์วัดความดัน (Pressure Gauge) เพื่อให้ผู้ใช้งานมองเห็นค่าความดัน
จรงิ และเพือ่ ตรวจสอบสถานะของกา๊ ซไนโตเจนวา่ ยงั คงมอี ยหู่ รอื ถูกดนั ให้รวั่ ออกไปแล้ว

6.4.3.8.4 หมอ้ แปลงชนดิ แห้งแบบหล่อเรซิน (Dry Type Cast
Resin) เปน็ หมอ้ แปลงที่มคี วามปลอดภัยมากที่สดุ เหมาะสำหรับติดต้ังภายในอาคาร เนื่องจาก
สารเรซิน (Resin) และส่วนผสมที่ใช้หล่อหุ้มขดลวดหม้อแปลงมีคุณสมบัติคงทนต่อไฟไหม้ได้ดี
หม้อแปลงชนิดนี้ขดลวดแรงดันสูงจะห่อหุ้มด้วยฉนวน Class F ซึ่งเป็นไฟเบอร์กลาสเทหล่อ
ด้วยเรซิน มีสัมประสิทธิ์การขยายตัวของวัสดุทุกส่วนใกล้เคียงกันมากที่สุด จะไม่มีโอกาส
แตกร้าวอันเกิดจากการใช้งานทีอ่ ณุ หภูมิสูง ๆ ส่วนไฟเบอร์กลาสทีห่ ล่ออยู่ในเรซินมีคุณสมบัติ
ทำให้ขดลวดคงทนต่อความเค้นเชิงกลได้ดี สำหรับขดลวดแรงดันต่ำของหม้อแปลงจะมี
ลักษณะเป็นทองแดงแผ่นบางหุ้มด้วยฉนวน Prepreg ขดลวดทองแดงแผ่นบางมีคุณสมบัติทน
ต่อกระแสกระชากและกระแสลัดวงจร เนื่องจากสามารถกระจายกระแสสลับที่วิ่งตามผิวได้
ดีกว่า และสามารถรักษาสมดุลย์ของแรงที่เกิดจากขดลวดแรงดันสูง ทำให้แรงในแนวแกนจะ
ถูกหักล้างให้เป็นศูนย์ตลอดเวลาแม้ในสภาวะลัดวงจร ฉนวน Prepreg ที่ห่อหุ้มแผ่นทองแดง
เป็นวสั ดุทีค่ งทนและมีความยืดหยุ่นสูงสามารถรองรบั การขยายตวั ของขดลวดทองแดงจากการ
จ่ายกระแสสูง ๆ และยังป้องกันความชืน้ ในอากาศได้ 100 % ขดลวดแรงดันต่ำจะถูกเคลือบผิว
ด้วยแผ่นเรซินในขั้นตอนสุดท้ายก่อนการอบความร้อน ทำให้ขดลวดคงทนต่อแรงในแนวรัศมี
อันเกิดจากกระแสลัดวงจร ทำให้หมอ้ แปลงทีผ่ ลิตมคี ณุ ภาพสูง

6.4.3.8.5 หมอ้ แปลงชนดิ แหง้ แรงดันต่ำ ( Low Volt Dry Type
) เป็นหม้อแปลงขนาดไม่ใหญ่มากนัก ใช้สำหรับแปลงแรงดันไฟฟ้าให้กับเครื่องจักรเป็นการ
เฉพาะ เช่น แปลงไฟจาก 380 โวลต์ เปน็ 220 โวลต์ หรอื แปลงไฟ 380 โวลต์ 3 เฟส 3 สาย ให้
เป็น 380 โวลต์ 3 เฟส 4 สาย นิยมติดตั้งในบริเวณพื้นที่ทำงานของเครื่องจักร เพราะเป็นการ
ประหยัดและมีความปลอดภัย หลักการทำงาน และชนิดของหม้อแปลงไฟฟ้า นับเป็นข้อมูล
เบื้องต้นที่จะต้องรู้และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อการนำไปใช้งาน การ
เลือกใช้หม้อแปลงได้อย่างถูกต้องมีความเหมาะสมกับสถานที่นั้น ๆ และคำนึงถึงการ
บำรงุ รักษาของหม้อแปลงแต่ละชนิดอย่างถกู วิธี เพือ่ ให้เกิดความปลอดภัย และสามารถใช้งาน
หม้อแปลงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คุ้มค่าต่อการลงทุนในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ตลอดจน
การช่วยกันอนุรักษ์พลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบมาจากการใช้งานของหม้อ
แปลงไฟ ฟ้า

141

6.5 สวิตชไ์ ฟฟ้า

ภาพที่ 2.34 สวิตช์ไฟฟ้า
ภาพจาก : https://www.teslapower.co.th/
เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่ใช้ควบคุมวงจรกระแสไฟฟ้าทำหน้าที่เปิดกระแสไฟหรือ
ตัดกระแสไฟไมใ่ ห้ไหลเข้าสู่เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าหลอดไฟ เครือ่ งมือ เครือ่ งจักรทีใ่ ชไ้ ฟฟ้า สวิตช์ไฟถูก
ออกแบบมาให้ติดตั้งได้ง่าย ใช้งานง่าย สามารถตอบสนองความต้องการได้รวดเร็วเพียงแค่
สัมผัส ผลิตจากพลาสติกที่ทนความร้อน มีหลายดีไซน์ให้เลือกใช้งาน ซึ่งใช้ในการส่ง
กระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานไปยังจุดสิ้นสุดอื่น ๆ ที่มีการเชื่อมต่อกับบอร์ด แหล่งที่มา
สามารถเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรืออปุ กรณ์อื่น ๆ ทีป่ ้อนกระแสไฟฟ้าให้กับแผงสวิตช์ไฟฟ้าซึ่ง
จะจัดสรรกระแสไฟฟ้าตามที่จำเป็นสำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ บอร์ดมีคุณสมบัติหลายอย่างที่ช่วย
ในการควบคุมการไหลของกระแสทำให้ง่ายตอ่ การหลกี เลี่ยงการโอเวอรโ์ หลดที่อาจทำให้บอร์ด
และอุปกรณ์ผู้รับเสียหายได้
หน่งึ ในการกำหนดค่าทั่วไปสำหรบั แผงสวิตชไ์ ฟฟ้าคือชุดของแผงไฟฟ้าที่เชื่อมต่อถึงกัน
ในแตล่ ะแผงจะมีชุดของสวิตชท์ ี่ทำใหส้ ามารถควบคมุ การไหลของกระแสไฟฟ้าได้ การใช้สวิตช์
เป็นไปได้ที่จะปรับแรงดันไฟฟ้าที่ส่งไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเพื่อให้แน่ใจว่าการไหลไม่เพียง
พอที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อวงจร จากมุมมองนี้แผงสวิตช์ไฟฟ้าสามารถถูกมองว่าเป็น
วิธีการเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าในการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องจักรและ
อุปกรณอ์ ืน่ ๆ สว่ นหนึง่ ของฟงั ก์ชนั่ ของสวิตช์ไฟฟ้าคือการจดั สรรกระแสให้กบั อปุ กรณ์แต่ละตัว
โดยขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานที่จำเป็นในการใช้งานอุปกรณ์ ในความหมายนี้หมายความว่า
สวิตชบ์ อรด์ ได้รบั กระแสไหลคงที่จากแหล่งเชน่ เครื่องกำเนดิ ไฟฟ้า การไหลของกระแสน้ันจะถูก
เปลี่ยนเส้นทางทีละน้อยไปยังแต่ละอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อตามสถานะปัจจุบันของแต่ละอุปกรณ์

142

การไหลของพลังงานไปยังอุปกรณ์ตอ่ พ่วงที่ไม่ได้ใช้งานอยูใ่ นขณะนี้จะถูกเก็บไว้อย่างน้อยที่สุด
เพื่อป้องกนั ไมใ่ หส้ ายไฟหรือวงจรเกินพิกัดใด ๆ เมือ่ เปิดใช้งานอุปกรณ์การไหลของพลังงานจะ
ถูกปรับเพื่อให้มีความต้องการมากขึ้น (อำนาจ ทองผาสุก และ วิทยา ประยงค์พันธุ์, 2552 ;
Netinbag, 2015, Chiangmai Electrician, 2016 และ Psptech, 2014)

6.5.1 การทำงานของสวิตช์
ส่วนประกอบพื้นฐานของสวิตช์จะมีส่วนที่เรียกว่า หน้าสัมผัส อยู่ภายในซึ่ง
คล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า
ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลกั ษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะ
ที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจร
ปิด คือ การทีห่ นา้ สมั ผัสของสวิตชเ์ ชอ่ื มตอ่ กันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้
6.5.2 ลกั ษณะการทำงานของสวิตช์

ภาพที่ 2.35 ลักษณะการต่อวงจรไฟฟ้า
ภาพจาก : หนังสอื ก้าวทันโลกอิเลก็ ทรอนิกส์ โดย ศนู ย์เทคโนโลยีอเิ ล็กทรอนิกส์และ

คอมพิวเตอร์แหง่ ชาติ
6.5.2.1 วงจรเปิด หน้าสัมผัสไม่เชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าไม่สามารถ
ไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ทำงาน แต่เรามักจะเรียกกันว่าเป็นการปิดสวิตช์ ซึ่ง
หมายถึงการปิดการทำงานของอปุ กรณ์ไฟฟ้าน่ันเอง
6.5.2.2 วงจรปิด หน้าสัมผัสเชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าสามารถไหลใน
วงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงาน แต่เรามักจะเรียกกันว่าเป็นการเปิดสวิตช์ ซึ่งหมายถึงการ
เปิดการทำงานของอปุ กรณ์ไฟฟ้า
6.5.3 ประเภทของสวิตช์
สวิตช์นั้นมีหลายประเภท และถูกควบคุมด้วยวิธีต่าง ๆ กัน พวกที่ถูกควบคุม
ด้วยแรงจากมนุษย์ซึ่งมีประเภทต่าง ๆ สวิตช์มีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะถูกออกแบบ

143

และสร้างมาเพื่อการใชง้ านในลักษณะที่แตกต่างกนั ไป นอกจากนี้แล้วสวิตช์บางประเภทยังบอก
คุณลักษณะการทนกระแสไฟฟ้า และแรงดนั ไฟฟ้าอีกด้วย ดงั นนั้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการ
ใช้งานสูงสุด จึงควรเลือกใช้สวิตช์ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน และควรศึกษา
คุณลกั ษณะเฉพาะของสวิตชแ์ ต่ละรปู แบบให้เข้าใจก่อนตดั สินใจเลือกใช้ โดยมีประเภทดังน้ี

6.5.3.1 สวิตชแ์ บบเลื่อน (Slide Switch)

ภาพที่ 2.36 สวิตช์แบบเลือ่ น
ภาพจาก : https://th.rs-online.com/web/p/slide-switches/0162498/

เป็นสวิตช์ที่ต้องเลื่อนก้านสวิตช์ไปมา ก้านสวิตช์ยื่นยาว
ออกมาจากตัวสวิตช์เลก็ น้อย การควบคุมตัดต่อสวิตช์ ทำได้โดยผลักเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนหรือลง
ลา่ ง การเลื่อนสวิตชข์ ึน้ บนเปน็ การต่อ (ON) การเลื่อนสวิตช์ลงลา่ งเปน็ การตัด (OFF)

6.5.3.2 สวิตช์แบบกด (Push Button Switch)

ภาพที่ 2.37 สวิตช์แบบเลือ่ น
ภาพจาก : https://mall.factomart.com/

เป็นสวิตช์ที่เวลาใช้งานต้องกดปุ่มสวิตช์ลงไป การควบคุมตัด
ต่อสวิตช์ ต้องกดปุ่มที่อยู่ส่วนกลางสวิตช์ กดปุ่มสวิตช์หนึ่งครั้งสวิตช์ต่อ (ON) และเมื่อกดปุ่ม
สวิตช์อีกหนึ่งครั้งสวิตช์ตัด (OFF) การทำงานเป็นเช่นนี้ตลอดเวลา แต่สวิตช์แบบกดบางแบบ
อาจเปน็ ชนิดกดติดปล่อยดบั (Momentary) คือขณะกดปุ่มสวิตชเ์ ป็นการต่อ (ON) เม่ือปล่อยมือ
ออกจากปุ่มสวิตชเ์ ป็นการตัด (OFF) ทันที

144

6.5.3.3 สวิตชแ์ บบกระดก (Rocker Switch)

ภาพที่ 2.38 สวิตช์แบบกระดก
ภาพจาก : https://th.rs-online.com/

เป็นสวิตช์ที่มีปุ่มกระดกยื่นออกมาจากตัวสวิตช์เล็กน้อย
การควบคุมตัดต่อสวิตช์เล็กน้อย การควบคุมตัดต่อสวิตช์ ทำได้โดยกดผลักขึ้นบนหรือล่าง
กดผลักด้านบนจะเป็นการต่อ (ON) กดผลกั ด้านล้างจะเปน็ การตดั (OFF)

6.5.3.4 สวิตช์แบบก้านยาว (Toggle Switch)

ภาพที่ 2.39 สวิตช์แบบก้านยาว
ภาพจาก : https://www.arduitronics.com/

เป็นสวิตช์ที่เวลาใช้งานต้องโยกก้านสวิตช์ไปมาโดยมีก้าน
สวิตช์โยกยื่นยาวออกมาจากตัวสวิตช์ การควบคุมตัดต่อสวิตช์ ทำได้โดยโยกก้านสวิตช์ใหข้ ึ้น
บนหรอื ลงล่าง ในการโยกก้านสวิตชข์ ึ้นมกั จะเปน็ การต่อ (ON) และโยกก้านสวิตช์ลงมักจะเป็น
การตัด (OFF)

6.5.3.5 สวิตชแ์ บบหมนุ (Rotary Switch)

ภาพที่ 2.40 สวิตชแ์ บบหมุน

145

ภาพจาก : https://th.rs-online.com/
หรอื เรียกวา่ สวิตช์แบบเลือกค่า (Selector Switch) เป็นสวิตช์ที่

ต้องหมุนก้านสวิตช์ไปโดยรอบเป็นวงกลม สามารถเลือกตำแหน่งการตัดต่อได้หลายตำแหน่ง
มีหน้าสมั ผัสสวิตช์ให้เลือกตอ่ มากหลายตำแหน่ง เช่น 2, 3, 4 หรอื 5 ตำแหน่ง เป็นต้น

6.5.3.6 สวิตช์แบบไมโคร (Micro switch)

ภาพที่ 2.41 สวิตช์แบบไมโคร
ภาพจาก : http://www.kaideejingjung.com/

คือสวิตช์แบบกดชนิดกดติดปล่อยดับนั่นเอง แต่เป็นสวิตช์ที่
สามารถใช้แรงจำนวนน้อย ๆ กดปุ่มสวิตช์ได ก้านสวิตช์แบบไมโครสวิตช์มีด้วยกันหลายแบบ
อาจเป็นปุ่มกดเฉย ๆ หรืออาจมีก้านแบบโยกได้มากดปุ่มสวิตช์อีกทีหนึ่ง การควบคุมตัดต่อ
สวิตช์ ทำได้โดยกดปุม่ สวิตช์หรอื กดก้านคันโยกเป็นการต่อ (ON) และเมือ่ ปล่อยมือออกจากปุ่ม
หรอื ก้านคันโยกเปน็ การตัด (OFF)

6.5.3.7 สวิตช์แบบดิพ (DIP Switch)

ภาพที่ 2.42 สวิตช์แบบดิพ

146

ภาพจาก : https://th.element14.com/
คำว่าดิพ (DIP) มาจากคำเต็มว่าดูอัลอินไลน์แพกเกจ (Dual

Inline Package) เป็นสวิตชข์ นาดเล็กใช้งานรว่ มกบั วงจรอเิ ล็กทรอนิกสท์ ีส่ รา้ งข้ึนในรปู ชิพ (Chip)
ที่มีขนาดเล็ก ๆ หรือใช้งานกับไอซี (IC = Integrated Circuit) ลักษณะสวิตช์สามารถตัดหรือต่อ
วงจรได้ การควบคุมตัดต่อสวิตช์แบบดิพจะต้องใช้ปลายมปากกาหรือปลายดินสอในการปรับ
เลื่อนสวิตช์ สวิตช์แบบดิพมักถูกติดตั้งบนแผ่นวงจรพิมพ์ (Printed Cricuit Board) ใช้กับกระแส
ไม่เกิน 30mA ทีแ่ รงดนั 30 VDC

6.6 สายดิน (Grounding system)

ภาพที่ 2.43 สายดิน
ภาพจาก : https://www.plugthai.com/
ระบบสายดินเป็นระบบส่งเสริมควาปลอดภัย ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้เทคโนโลยีได้ส่งเสริม
เสริมคุณภาพชีวิตของมนุษย์เราให้สะดวกสบายมากขึ้น โดยได้พัฒนาอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นสิ่ง
อำนวยความสะดวกที่ใกล้ชิดกับเรามาก แต่ในความสะดวกสบายนั้นเองก็อาจจะมี อันตราย
ซอ่ นอยู่ ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟรวั่ ก็เป็นหนง่ึ ในอนั ตรายจากอปุ กรณไ์ ฟฟ้าอย่างหน่ึง ซึ่งเราสามารถ
ป้องกนั อนั ตรายเหล่านีไ้ ด้ถ้าเราวางระบบป้องกันที่ดี
ซึง่ สายดิน หมายถึง ตัวนำหรอื สายไฟทีต่ ่อจากสว่ นทีเ่ ป็นตวั นำไฟฟ้าหรือเปลือกโลหะ
ของเครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้าซึ่งปกติเป็นส่วนที่ไม่มีไฟและมักมีการจับต้อง
ขณะใช้งานเพื่อ ให้เปน็ เส้นทางทีส่ ามารถนำกระแสไฟฟ้า กรณีที่มไี ฟรวั่ ให้ไหลลงดินโดยผู้ใช้ไฟ
ไม่เกิดอันตราย ขณะเดียวกันก็เป็นเส้นทาง ให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหลย้อนกลับไปยังหม้อแปลง
ไฟฟ้าได้สะดวก เพื่อให้เครื่องตัดไฟอัตโนมัติทำงานและตัดไฟออกทันที โดยทั่วไปสายไฟ
ดังกล่าวมักเรียกสั้น ๆ ว่า สายดิน ประโยชน์ของสายดิน ป้องกันไม่ให้มีผู้ถูกไฟฟ้าดูด กรณีมี
กระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเนื่องจากกระแสไฟฟ้ารั่ว จากเครื่องใช้ไฟฟ้าจะไหลลงดิน
ทางสายดิน โดยไม่ผ่านร่างกายผู้สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น เป็นผลทำให้อุปกรณ์ป้องกัน ไฟฟ้า

147

ลัดวงจรและหรือไฟฟ้ารั่ว จะตัดกระแสไฟฟ้าออกทันที เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท เช่น
คอมพิวเตอร์ อุปกรณอ์ ิเลก็ ทรอนิคส์ อปุ กรณ์สือ่ สารอาจทำงานได้ไมส่ มบูรณ์ หรอื ชำรดุ ได้ง่าย
หากไมม่ สี ายดิน

โดยสายดินที่ติดตั้งในระบบไฟฟ้า มีขึ้นเพื่อเสริมให้เกิดความปลอดภัยต่อการใช้ไฟฟ้า
ในกรณีที่เกิดไฟร่วั ลงบนโครงเคร่อื งใช้ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าส่วนที่รั่วออกมานี้ ก็จะใช้สายดินเป็น
เส้นทางในการไหลลงดิน แทนที่จะไหลผ่านรา่ งกายของมนษุ ย์ในกรณีทีเ่ ผลอไปสัมผัสนัน่ เอง

ซึ่งสายดินจะทำงานได้โดยสมบูรณ์ ปลายสายด้านหนึ่งของสายดินต้องมีการต่อลงดิน
ด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้าส่วนปลายสายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับพื้นผิวหรือโครง
เครื่องใช้ไฟฟ้าซึง่ เป็นส่วนที่มีการเข้าถึงและสัมผัสได้โดยผู้ใช้งานหรือบคุ คลทั่วไป และไม่เพียง
แคก่ ารป้องกนั ไม่ใหผ้ ใู้ ช้ไฟฟ้าได้รับอันตรายจากการถกู ไฟฟ้าดูดเท่าน้ัน แตใ่ นบางกรณี สายดิน
ยังมีส่วนช่วยในการจัดการกับสัญญาณรบกวนอีกด้วย (Unitis, 2020 ; การไฟฟ้านครหลวง,
2555 ; Cablegland Center, 2020 และ Torwit Chukorn, 2018)

6.6.1 การทำงานของสายดิน
ธรรมชาติของไฟฟ้านั้น จะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีศักย์ทางไฟฟ้าสูงไปยัง
บริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าน้อยกว่าหรือบริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์ พื้นโลก (พื้นดิน) มีศักย์ทาง
ไฟฟ้าเป็นศูนย์ และในระบบผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าส่วนหนึ่งนั้นก็ได้มีการต่อลงดิน เพื่อ
เทียบศกั ยไ์ ฟฟ้าใหเ้ ปน็ 0 เทียบเท่ากบั พืน้ ดิน เมือ่ เราไปสมั ผัสกับพืน้ ผิวหรือโครงเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
ที่มีกระแสไฟฟ้ารั่วออกมา และเท้าของเรายืนอยู่บนพื้น นั่นทำให้เกิดค่าความต่างศักย์ทาง
ไฟฟ้าระหว่างจุดสองจุดที่ร่างกายเราสัมผัสอยู่ในขณะนั้น ไฟฟ้าจะใช้ร่างกายของเราเป็นสื่อ
เพือ่ เดินทางผ่าน ในทีน่ ้ีกระแสไฟฟ้ากจ็ ะผา่ นตวั เราเพือ่ ไปลงสู่ดินนั่นเอง
ถ้ามีการติดตั้งสายดินที่โครงเครื่องใช้ไฟฟ้าเอาไว้ หากมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงมาที่โครง
เครือ่ งใช้ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าที่ร่ัวออกมาน้ัน ก็จะเดินทางลงสู่ดินผ่านทางสายดิน ซึ่งเม่ือใดที่เรา
ไปจับโครงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการติดตั้งสายดิน ก็จะไม่ได้รับอันตรายจากกระแสไฟฟ้า เพราะ
ไฟฟ้าเลือกทีจ่ ะไหลผา่ นชอ่ งทางที่สะดวกทีส่ ุดซึง่ น้ันก็คือทางสายดิน แทนการไหลผ่านร่างกาย
มนุษย์ เนื่องจากเมอ่ื เทียบกันแล้วสายดินมคี วามต้านทานต่ำกว่าร่างกายมนษุ ย์หลายเท่า ไฟฟ้า
จงึ เลือกเดินทางผา่ นสายดิน แทนทีจ่ ะผา่ นรา่ งกายเรา
6.6.2 องคป์ ระกอบของสายดิน

6.6.2.1 หลกั ดิน เปน็ แทง่ โลหะที่มีความสามารถในการนำไฟฟ้าได้ ทำ
การติดตั้งโดยฝังลงไปในดิน และเชื่อมกับตัวนำไฟฟ้า เพื่อใช้ระบายกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหล
โดยทั่วไปจะทำจากทองแดง หรือเหล็กที่หุ้มทองแดง ซึ่งตามมาตรฐานจะมีขนาดเส้นผ่าน

148

ศูนย์กลางประมาณ 16mm. มีความยาวประมาณ 2.4 เมตร และมีความต้านทานไม่เกิน 5
โอห์ม

6.6.2.2 ตัวนำไฟฟ้า หรือสายนำไฟฟ้า โดยสายชนิดนี้จะมีลักษณะ
ใกล้เคียงกบั สายไฟฟ้าท่ัวไป ดา้ นในจะเปน็ สายทองแดงและหมุ้ ด้วยฉนวนกนั ไฟฟ้า ซึ่งโดยท่วั ไป
แล้วสายดินจะใช้สายที่มสี ีเขียวหรอื สีเขียวสลับกบั สีเหลอื ง

6.6.3 สายดินที่นำมาติดตั้งสายดินที่ใช้ในระบบไฟฟ้าทั่วไป จะมีลักษณะทาง
กายภาพ คือเป็นสายไฟฟ้าชนิดแกนเดียว ภายในสายประกอบด้วยลวดตัวนำที่ทำมาจาก
ทองแดง และหุ้มด้วยฉนวนประเภท PVC ตามมาตรฐาน ได้กำหนดให้ใช้สายที่มีฉนวนสีเขียว
หรอื สีเขียวสลบั แถบสีเหลือง เป็นสีเฉพาะของสายดิน สายดินในระบบไฟฟ้ายังสามารถจำแนก
ได้เปน็ 2 กลุ่มหลกั ๆ คือ

1. สายดินที่ใช้ในวงจรย่อยซึ่งเป็นสายดินที่ต่อมาจากเต้ารับ หรือ
เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีต่ ดิ ต้ังตามจุดต่าง ๆ

2. สายสำหรับต่อหลักดิน เป็นสายขนากใหญ่ที่จะรวมสายดินจาก
วงจรยอ่ ยต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แล้วตอ่ ไปลงที่หลกั ดินที่ตอกลงไปในดิน

6.6.4 เครอื่ งใช้ไฟฟ้าที่ตอ้ งมี และไม่มีสายดิน
6.6.4.1 เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ต้องมีสายดิน คือเครื่องใช้ไฟฟ้า

รวมทั้งอุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้าที่มีโครงหรือเปลือกหุ้มเป็นโลหะซึ่ง บุคคลมีโอกาสสัมผัสได้
ต้องมีสายดิน เชน่ ตู้เย็น, เตารดี , เครือ่ งซกั ผา้ , หมอ้ หุงข้าว, เครื่องปรบั อากาศ, เตาไมโครเวฟ
, กระทะไฟฟ้า, กระตกิ น้ำร้อน, เครื่องทำน้ำร้อนหรอื น้ำอ่นุ , เครื่องปิง้ ขนมปัง รวมถึงเคร่ืองมือ
ช่างบางชนิด เปน็ ต้น ซึง่ จะเรียกเครื่องใช้ไฟฟ้าเหลา่ นีว้ ่าเป็น เครือ่ งใช้ไฟฟ้าประเภท 1

6.6.4.2 เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภททีไ่ ม่ต้องมีสายดิน
ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้งานในระดับแรงดัน ต่ำกว่า 50 V
หรอื เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลักษณะทางกายภาพมีฉนวนห่อหุ้มมิดชิดในการใชง้ านปกติไม่มีโอกาส
ที่ผู้ใช้งานจะสัมผัสโดนส่วนที่มีไฟฟ้าซึ่งจะเรียกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ต้องมีสายดินว่า
เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 2 ซึ่งมีสัญลักษณ์แสดงไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ต้องมีสายดิน ตัวอย่างของ
เครื่องใช้ฯประเภท 2 เช่น วทิ ยุ, โทรทัศน์, พัดลมต้ังพ้ืน/โต๊ะโคมไฟแสงสวา่ งชนิดตง้ั โต๊ะ เปน็ ต้น
6.6.5 ประโยชน์ของสายดิน
6.6.5.1 ช่วยป้องกันการเกิดไฟดูดสู่คน เมื่อมีการรั่วไหลของ
กระแสไฟฟ้า

149

6.6.5.2 ชว่ ยป้องกนั ไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีไฟฟ้ารวั่ ไหล สายดินจะทำให้
เครือ่ งตดั กระแสไฟทำงาน

6.6.5.3 ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เสื่อมอายุการใช้งานเร็วเกินไป เมื่อมี
กระแสไฟฟ้าไหลหรอื ไฟฟ้ากระชาก

6.6.6 ข้อกำหนดในการตดิ ตั้งระบบสายดินทีถ่ ูกต้อง ตามมาตรฐาน
6.6.6.1 จดุ ตอ่ ลงดนิ ของระบบไฟฟ้า (สายต่อฝากที่เชอ่ื มนวิ ทรลั เข้ากับ

สายดิน) ต้องอยดู่ ้านไฟเข้าของเครื่องตัดวงจรตวั แรกในตู้สวติ ชบ์ อรด์ หลกั
6.6.6.2 ภายในอาคารหลังเดียวกนั หรือกรณีบ้าน 1 หลัง ระบบไฟฟา้

ไมค่ วรมจี ดุ ตอ่ ลงดนิ มากกวา่ 1 จดุ
6.6.6.3 สายดิน และสายนิวทรลั สามารถตอ่ ร่วมกันได้เพียงแห่งเดียว

ที่จดุ ต่อลงดินภายในตู้เมนสวติ ช์ หา้ มต่อร่วมกนั ในที่อน่ื ๆ อีก เชน่ ในแผงสวิตชย์ อ่ ยของช้ันบน
6.6.6.4 ตู้เมนสวิตชส์ ำหรบั ห้องชุดของอาคาร และตู้แผงสวิตช์ประจำ

ช้ันของอาคาร ให้ถือวา่ เป็นแผงสวิตช์ย่อย หา้ มต่อสายนิวทรัล และสายดินร่วมกนั
6.6.6.5 ไม่ควรต่อโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าลงดินโดยตรง แต่ถ้า

ได้ดำเนินการไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้ให้แก้ไขโดยมีการต่อลงดินที่เมนสวิตช์ อย่างถูกต้องแล้ว
เดินสายดินจากเมนสวิตชม์ าต่อรว่ มกับสายดินทีใ่ ชอ้ ย่เู ดิม

6.6.6.6 ไม่ควรใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ชนดิ 120/240 V กบั ระบบไฟ 220
V เพราะพิกดั IC จะลดลงประมาณครึ่งหนง่ึ

6.6.6.7 การตดิ ต้ังเครื่องตัดไฟรวั่ หรอื อุปกรณ์ป้องกันไฟดูด เป็นเพียง
มาตรการเสริมรองลงมา เพื่อเสริมการป้องกันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม
ระบบสายดินกย็ งั คงเปน็ สิ่งสำคัญที่มาก่อนเปน็ อนั ดับแรก

6.6.6.8 วงจรสายดินที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ในสภาวะปกติจะต้องไม่
มีกระแสไฟฟ้าไหล

6.6.6.9 ถ้าเดินสายไฟในท่อโลหะ จะต้องเดินสายดินรวมในท่อเส้นน้ัน
ด้วย

6.6.6.10 ดวงโคมไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้งที่เป็นโลหะควรต่อลงดิน
มิฉะน้ันต้องอยู่เกินระยะทีบ่ ุคคลทั่วไปสัมผัสไมถ่ ึง (สงู ตงั้ แต่ 2.40 เมตร ขึ้นไป หรือห่างไม่น้อย
กว่า 1.50 เมตร ในแนวราบ)

6.6.6.11 ขนาดและชนิดของอุปกรณ์ระบบสายดิน ต้องเป็นไปตาม
มาตรฐานกฎการเดินสายและตดิ ตั้งอุปกรณไ์ ฟฟ้าของการไฟฟ้าในท้องทีน่ ั้น

150

7. วงจรไฟฟ้าเบือ้ งตน้
วงจรไฟฟ้า คือ เส้นทางที่ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นไปตามตวั นำไฟฟ้าได้ครบรอบ ซึ่ง

เปน็ การนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสใหก้ ับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ และใช้
สวิตช์ในการเปิดปิดวงจรเพื่อตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด ในทางปฏิบัติจะมีฟิวส์
ในวงจรเพื่อป้องกันปัญหาข้อผิดพลาดที่จะเกิดกบั วงจรและอุปกรณ์ เช่น โหลดเกิน หรือไฟฟ้า
ลัดวงจร ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึง่ ไหลมาจากแหลง่ กำเนิดผ่านตวั นำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือ
โหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม จากปรากฏการณ์ทางไฟฟ้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จะ
พบว่ามีสาเหตุมาจากการไหลของไฟฟ้า สายไฟทั่วไปทำด้วยลวดตัวนำ คือ โลหะทองแดงและ
อะลูมิเนียม อะตอมของโลหะมีอิเล็กตรอนอิสระ ไม่ยึดแน่นกับอะตอม จึงเคลื่อนไหวได้อย่าง
อิสระ ถ้ามีประจุลบเพิ่มขึ้นในสายไฟ อิเล็กตรอนอิสระ 1 ตัวจะถูกดึงเข้าหาประจุไฟฟ้าบวก
แล้วรวมตัวกับประจุไฟฟ้าบวกเพื่อเป็นกลาง (TNGROUP, 2017 ; S.A.J.I. (THAILAND), 2020 ;
ดำรงค์ หริ ัญยะพรรณ์, 2545 และ Wikipedia, 2020)

ดังนั้น อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ เมื่อเกิดสภาพขาดอิเล็กตรอนจึงจ่ายประจุไฟฟ้าลบ
ออกไปแทนที่ ทำให้เกิดการไหลของอิเล็กตรอนในสายไฟจนกว่าประจุไฟฟ้าบวกจะถูกทำให้
เป็นกลางหมด การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือการไหลของอิเล็กตรอนในสายไฟนี้เรียกว่า
กระแสไฟฟ้า (Electric Current)

สำหรับในตัวนำที่เป็นของแขง็ กระแสไฟฟ้าเกิดจากการไหลของอิเล็กตรอน โดย
อิเลก็ ตรอนจะไหลจากข้ัวลบไปหาขั้วบวกเสมอ ในตวั นำที่เปน็ ของเหลวและก๊าซ กระแสไฟฟ้า

เกิดจากการเคลื่อนที่ของอเิ ล็กตรอนกับโปรตอน โดยจะเคลื่อนทีเ่ ข้าหาข้ัวไฟฟ้าทีม่ ี
ประจตุ รงขา้ ม ถ้าจะเรียกว่า กระแสไฟฟ้าคือการไหลของอเิ ลก็ ตรอนก็ได้ แตท่ ิศทางของ
กระแสไฟฟ้าจะตรงข้ามกบั การไหลของอเิ ลก็ ตรอน

ภาพที่ 2.44 การไหลของกระแสไฟฟ้า และ การไหลของอเิ ล็กตรอน
ภาพจาก : https://www.tngroup.co.th/

151

7.1 ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า

ภาพที่ 2.45 สว่ นประกอบของวงจรไฟฟ้า
ภาพจาก : https://sa-thai.com/

7.1.1. แหล่งกำเนิดไฟฟ้า หมายถึง แหล่งจ่ายไฟฟ้าไปยังวงจรไฟฟ้า
เชน่ แบบเตอรี่

7.1.2. ตัวนำไฟฟ้า หมายถึง สายไฟฟ้าหรือสื่อที่จะเป็นตัวนำให้
กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นไปยังเครื่องใชไ้ ฟฟ้า ซึง่ ตอ่ ระหวา่ งแหล่งกำเนิดกบั เครื่องใช้ไฟฟ้า

7.1.3. อุปกรณ์ไฟฟ้าไฟฟ้า หมายถึง เครื่องใช้ที่สามารถเปลี่ยน
พลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลงั งานรปู อืน่ ซี่งจะเรียกอีกอยา่ งหนึง่ ว่า โหลด

7.1.4. สะพานไฟ (Cut out) หรือสวิทช์ (Switch) เป็นตัวตัดและต่อ
กระแสไฟฟ้า

7.2 แบบวงจรไฟฟ้า
ส่วนสำคัญของวงจรไฟฟ้าคือการต่อโหลดใช้งาน โหลดที่นำมาต่อใช้งานในวงจรไฟฟ้า
สามารถตอ่ ได้เปน็ 3 แบบด้วยกนั ดงั น้ี

7.2.1 วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม (Series Electrical Circuit)

ภาพที่ 2.46 วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม
ภาพจาก : https://sa-thai.com/

152

เป็นการนำเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดหลาย ๆ อันมาต่อเรียงกันไปเหมือน
ลูกโซ่ กล่าวคือ ปลายของเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวที่ 1 นำไปต่อกับต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวที่ 2 และ
ต่อเรียงกันไปเรื่อย ๆ จนหมด แล้วนำไปต่อเข้ากับแหล่งกำเนิด การต่อวงจรแบบอนุกรมจะมี
ทางเดินของกระแสไฟฟ้าได้ทางเดียวเท่านั้น ถ้าเกิดเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใดตัวหนึ่งเปิดวงจรหรือ
ขาด จะทำให้วงจรทั้งหมดไม่ทำงาน กระแสไฟฟ้าภายในวงจรอนุกรมจะมีค่าเท่ากันทุก ๆ จุด
ค่าความต้านทานรวมของวงจรอนุกรมนั้นคือการนำเอาค่าความต้านทานทั้งหมดนำมารวมกัน
ส ่ ว น แ ร ง ด ั น ไ ฟ ฟ ้ า ใ น ว ง จ ร อ น ุ ก ร ม น ั ้ น แ ร ง ด ั น จ ะ ป ร า ก ฎ ค ร ่ อ ม ต ั ว ต ้ า น ท า น ท ุ ก ต ั ว ท ี ่ จ ะ มี
กระแสไฟฟ้าไหลผ่านซึ่งแรงดันไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะมีค่าไม่เท่ากันโดยสามารถคำนวนหาได้จาก
กฎของโอห์ม

คณุ สมบัติที่สำคัญของวงจรอนุกรม
1. กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านเท่ากนั และมที ิศทางเดียวกันตลอดทั้งวงจร
2. ความต้านทานรวมของวงจรจะมีค่าเท่ากบั ผลรวมของความ
ต้านทานแต่ละตวั ในวงจรรวมกัน
3. แรงดันไฟฟ้าตกครอ่ มสว่ นต่าง ๆ ของวงจร เมอ่ื นำมารวมกนั แล้ว
จะเท่ากับแรงดันไฟฟ้าทีแ่ หลง่ กำเนิด
7.2.2 วงจรไฟฟ้าแบบขนาน (Parallel Electrical Circuit)

ภาพที่ 2.47 วงจรไฟฟ้าแบบขนาน
ภาพจาก : https://sa-thai.com/
วงจรทีเ่ กิดจากการต่ออปุ กรณไ์ ฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขนึ้ ไปให้ขนานกับแหล่งจ่ายไฟ
มีผลทำให้ ค่าของแรงดันไฟฟ้าที่ตกคร่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวมีค่าเท่ากัน ส่วนทิศทางการ
ไหลของกระแสไฟฟ้าจะมีตั้งแต่ 2 ทิศทางขึ้นไปตามลักษณะของสาขาของวงจรส่วนค่าความ
ต้านทานรวมภายในวงจรขนานจะมีค่าเท่ากบั ผลรวมของส่วนกลับของค่าความต้านทานทุกตัว

153

รวมกนั ซึ่งค่าความตา้ นทานรวมภายในวงจรไฟฟ้าแบบขนานจะมีค่าน้อยกว่าค่าความต้านทาน
ภายในสาขาที่มีค่าน้อยที่สุดเสมอ และค่าแรงดันที่ตกคร่อมความต้านทานไฟฟ้าแต่ละตัวจะมี
ค่าเท่ากับแรงเคลือ่ นของแหล่งจ่าย เป็นการนำเอาตน้ ของเคร่อื งใช้ไฟฟ้าทุก ๆ ตัวมาต่อรวมกัน
และต่อเข้ากับแหล่งกำเนิดที่จุดหนึ่ง นำปลายสายของทุก ๆ ตัวมาต่อรวมกันและนำไปต่อกับ
แหล่งกำเนิดอีกจุดหนึ่งที่เหลือ ซึ่งเมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละอันต่อเรียบร้อยแล้วจะกลายเป็น
วงจรย่อย กระแสไฟฟ้าที่ไหลจะสามารถไหลได้หลายทางขึ้นอยู่กับตัวของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่
นำมาต่อขนานกัน ถ้าเกิดในวงจรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวหนึ่งขาดหรือเปิดวงจร เครื่องใช้ไฟฟ้าที่
เหลือกย็ งั สามารถทำงานได้ ในบ้านเรือนที่อยู่อาศัยปัจจุบันจะเปน็ การต่อวงจรแบบนีท้ ั้งสิน้

คุณสมบัติที่สำคัญของวงจรขนาน
1. กระแสไฟฟ้ารวมของวงจรขนาน จะมีค่าเท่ากับกระแสไฟฟ้าย่อยที่
ไหลในแต่ละสาขาของวงจรรวมกัน
2. แรงดันไฟฟ้าตกคร่อมส่วนต่าง ๆ ของวงจร จะเท่ากับแรงดันไฟฟ้า
ทีแ่ หลง่ กำเนิด
3. ความต้านทานรวมของวงจร จะมีค่าน้อยกว่าความต้านทานตัวที่
น้อยที่สุดทีต่ ่ออยใู่ นวงจร

7.2.3 วงจรไฟฟ้าแบบผสม (Series – Parallel Electrical Circuit)

ภาพที่ 2.48 วงจรไฟฟ้าแบบผสม
ภาพจาก : https://sa-thai.com/
การต่อวงจรทั้งแบบอนกรมและแบบขนานเข้าไปในวงจรเดียว การต่อแบบนี้
โดยทั่วไปไม่นิยมใช้กัน เพราะเกิดความยุ่งยาก จะใช้กันแต่ในทางด้านอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วน
ใหญ่ เชน่ ตวั ต้านทานตวั หน่งึ ตอ่ อนกุ รมกับตัวต้านทานอีกตัวหนึง่ แล้วนำตวั ต้านทานทั้งสองไป

154

ต่อตัวต้านทานอีกชุดหนึ่ง จะสังเกตเห็นได้ว่าการต่อวงจรแบบผสมนี้เป็นการนำเอาวงจร
อนกุ รมกบั ขนานมารวมกัน และสามารถประยุกตเ์ ป็นรูปแบบอื่น ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ให้
เหมาะสม เพราะการต่อแบบผสมน้ีไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว เปน็ การต่อเพือ่ นำค่าที่ได้ไปใช้กับงาน
อยา่ งใดอย่างหนึ่ง เช่น ในวงจรอิเลก็ ทรอิกส์ เป็นต้น

ภาพที่ 2.49 สัญลกั ษณ์ในวงจรอิเลก็ ทรอิกส์
ภาพจาก : https://www.tngroup.co.th

7.3 ลักษณะการต่อวงจร
1. การต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม คือ การนำขั้วของอุปกรณ์มาต่อเรียงกัน

เหมอื นการต่อโบกิ้ หรอื ตู้รถไฟ
2. การต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน คือ การนำขั้วของอุปกรณ์ทั้งหมด ที่เป็นขั้ว

ด้านเดียวกันมาต่อรวมกัน
3. การต่อวงจรไฟฟ้าแบบผสม คือ การต่อวงจรทั้งสองแบบรวมเข้าด้วยกัน

การต่อแบบนีต้ ้องมีความระมดั ระวงั และเลือกใช้ให้ถูกกับลักษณะงาน

155
ภาพที่ 2.46 การตอ่ วงจรแบบอนุกรม
ภาพที่ 2.50 การต่อวงจรแบบขนาน

ภาพที่ 2.51 เปรียบเทียบการตอ่ แบบอนุกรมและแบบขนาน
ภาพจาก : https://www.tngroup.co.th/

156

8. วิธีคํานวณ วงจรไฟฟ้า
วิธีคํานวณ วงจรไฟฟ้า (รุ่งอำไพ เพศแพง, 2557 ; สำนักงานคณะกรรมการ

อาชีวศกึ ษา, 2558 ; จริ าภรณ์ จันแดง, 2551 และ ไวพจน์ ศรีธญั , 2549) มีวธิ ีการดำเนนิ การ
ดังน้ี

8.1 การใชส้ มการกฎของโอหม์
. จากกฎของโอห์มที่กล่าวไว้ว่า “ในวงจรไฟฟ้าใด ๆ กระแสไฟฟ้าจะแปรผัน
โดยตรงกบั แรงดนั ไฟฟ้าและแปรผกผนั กับคา่ ความตา้ นทานของวงจร” เขียนเป็นสูตรได้ดงั น้ี

I = E/R
เมือ่ I คือ กระแสไฟฟ้าของวงจร มีหน่วยเป็นแอมแปร์ ( A )

E คือ แรงดนั ไฟฟ้า มีหนว่ ยเป็น โวลต์ ( V )
R คือ ความตา้ นทานของวงจร มีหน่วยเปน็ โอหม์
เพือ่ ให้งา่ ยแกก่ ารจำสามารถเขียนให้อยูใ่ นรปู สามเหลี่ยมได้ดงั นี้

ภาพที่ 2.52 สมการกฎของโอหม์
ภาพจาก : http://4.bp.blogspot.com
1. ความสัมพันธร์ ะหว่างกระแสไฟฟ้ากับแรงดันไฟฟ้า
I E ∝ นั่นคือ เมื่อกระแสไฟฟ้า (I) มีค่ามากขึ้น แสดงว่าแรงดันไฟฟ้าจาก
แหลง่ จา่ ย (E) กจ็ ะมคี ่าเพิม่ ข้ึน
2. ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งกระแสไฟฟ้ากับความตา้ นทาน
1 I R ∝ นั่นคือ เมื่อกระแสไฟฟ้า ( I ) มีค่ามากขึ้น แสดงว่าค่าความต้านทาน
( R ) มีค่าลดลง น่ันเอง
3. ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งกระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า และความต้านทาน
E I R = เปลี่ยนเปน็ สมการจะได้ E I k R =
เมื่อ k เป็นค่าคงที่ทางไฟฟ้ามีค่าเท่ากบั 1 ดังนนั้ จะได้

157

สูตรกฎของโอห์ม E I R = (Ampere)
จะได้ E IR = • (Volt) และ E R I = (Ohm)

8.2 วงจรไฟฟ้ากระแสตรง
8.2.1 วงจรอนุกรม คือ วงจรที่ประกอบด้วยความต้านทานตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป

ตอ่ เรียงกัน โดยมี กระแสไฟฟ้าไหลผ่านความตา้ นทานนน้ั ๆ เพียงเส้นเดียว

ภาพที่ 2.53 วงจรอนุกรม
ภาพจาก : http://reg5.sut.ac.th
8.2.2 วงจรขนาน (Parallel Circuits) คือ วงจรทีม่ ีองคป์ ระกอบวงจร
ตั้งแต่สองตัวข้ึนไป โดย ปลายทั้งสองข้างต่อคร่อมรวมกนั ทีข่ ว้ั ของแหล่งจา่ ย

ภาพที่ 2.54 วงจรขนาน
ภาพจาก : http://reg5.sut.ac.th

158

8.3. กฎการแบง่ แรงดันและกระแสไฟฟ้า
8.3.1 วงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้าขณะไม่มีโหลด
คือ วงจรที่มีการต่อแบบอนุกรม ซึ่งสามารถแบ่งแรง ดันไฟฟ้าได้หลาย ๆ ค่า

จากแหล่งกาํ เนิดเดียวกัน คา่ แรงดนั ไฟฟ้าที่ได้จะมากหรือน้อยขึน้ อยู่กับค่า ความต้านทานที่ต่อ
ในวงจรนน้ั ๆ

ภาพที่ 2.55 วงจรแบง่ แรงดันไฟฟ้าขณะไม่มีโหลด
ภาพจาก : http://reg5.sut.ac.th

8.3.2 วงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้าขณะมีโหลด
จากวงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้าแบบไม่มีโหลด จะเห็นว่าแรงดันจะถูกแบ่งออกได้
หลาย ๆ ค่า ขึ้นอยู่กับค่าความต้านทานที่นํามาต่อในวงจร ที่ต้องมีการแบ่งแรงดันก็เพื่อให้มี
ขนาดของแรงดัน เหมาะสมกับโหลด แต่เมื่อนําโหลดมาต่อในวงจรจะทําให้รูปแบบของวงจร
เปลี่ยนแปลงไปซึง่ ส่งผลให้ ค่าแรงดันที่โหลดมีค่าเปลีย่ นแปลงไปด้วย

ภาพที่ 2.56 วงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้าขณะมีโหลด
ภาพจาก : http://reg5.sut.ac.th

159

8.3.3 วงจรแบง่ กระแสไฟฟ้า (Current Divider)
คือ วงจรขนานนั่นเอง จากวงจรจะเห็นว่าเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลในวงจรขนาน
กระแสจะถูก แบ่งให้ไหลแยกไปในสาขาต่าง ๆ ของวงจร ค่าของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านในแต่
ละสาขาจะขึน้ อยุก่ บั ค่าความตา้ นทานทีต่ อ่ อย่ใู นสาขานั้น

ภาพที่ 2.57 วงจรแบง่ แรงดันไฟฟ้าขณะมีโหลด
ภาพจาก : http://reg5.sut.ac.th

9. สถาบันทดสอบมาตรฐานผลิตภณั ฑ์ไฟฟ้า
อุปกรณ์ที่ใช้ติดตั้งทางไฟฟ้าต่าง ๆ ต้องเป็นชนิดที่ผลิต และได้รับการรับรองจาก

มาตรฐานต่าง ๆ โดยจะมีหน่วยงาน หรือ สถาบันทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า (Ptec,
2016) เช่น

9.1 ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ( Electrical and electronic
products testing center , PTEC)

ระบบการรับรองผลิตภัณฑ์ (P mark) เป็นระบบงานที่ PTEC จัดทำขึ้นโดยอ้างอิง
ISO/IEC 17065 Conformity assessment — Requirements for bodies certifying products,
processes and services มีวัตถุประสงค์เพื่อรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
ผลิตภัณฑ์จะผ่านกระบวนการทดสอบ ตรวจสอบและการรับรอง โดยหน่วยงานทดสอบที่เป็น
มาตรฐานสากล และใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบและ
รับรอง เพื่อแสดงให้ผู้บริโภคในประเทศเกิดความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต
และช่วยผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมในประเทศเกิดการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และ
กระบวนการผลิตให้มีมาตรฐานในระดบั สากล

160

ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นศูนย์ทดสอบ สอบเทียบ
ตรวจสอบ รับรองผลติ ภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ให้บริการทดสอบ ตรวจสอบและรับรอง
ผลิตภัณฑไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการจำหน่ายในประเทศ นำเข้าและส่งออก ตาม
มาตรฐานสากล บริการสอบเทียบอปุ กรณเ์ ครือ่ งมอื วัดในอตุ สาหกรรม ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์

9.2 เครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก)

ภาพที่ 2.58 เครื่องหมาย มอก.
ภาพจาก : http://appdb.tisi.go.th/
ปัจจุบันสินค้าที่ สมอ. กำหนดเป็นมาตรฐานปัจจุบันมีอยู่กว่า 2,000 เรื่อง ครอบคลุม
สินค้าที่เราใช้ อย่ใู นชีวติ ประจำวันหลาย ๆ ประเภท สำนักงานมาตรฐานผลติ ภัณฑ์อุตสาหกรรม
(สมอ.) สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐาน แห่งชาติ มีหน้าที่ดำเนินการ
กำหนดมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์ที่แสดงเครื่องหมายมอก.ได้นั้น ต้องได้รับการตรวจสอบจากสมอ.แล้วว่ามี
คุณภาพเป็นไปตาม ทีก่ ำหนดถ้าผ่าน สมอ.จะออกใบอนญุ าตให้ผู้ผลิตแสดงเคร่อื งหมาย มอก.
ที่ผลิตภัณฑ์ของตนได้ หลังจากนั้นสมอ.ก็จะมีการติดตามผลโดยการตรวจสอบระบบควบคุม
คุณภาพของโรงงานและสุ่มตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ทั้งจากโรงงานสถานที่นำเข้าและสถานที่
จำหน่ายมาตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพือ่ ให้แน่ใจได้ว่าผลิตภณั ฑ์ที่แสดง เครื่องหมายมอก. จะ
มีคณุ ภาพตามมาตรฐานและโรงงานยังสามารถรักษาคุณภาพไว้ได้ตามที่กำหนด

161

หลกั เกณฑ์ตรวจสอบเพือ่ ขออนญุ าต
คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ได้กำหนดหลักเกณฑ์การ
ตรวจสอบเพื่อการอนุญาต ของ สมอ. มีหลักการ 2 ประการ คือ ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพเป็นไป
ตามที่มาตรฐานกำหนด และ ผู้ผลิตมีระบบการควบคุมคุณภาพเพียงพอที่จะรักษาคุณภาพ
ผลติ ภณั ฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานได้อยา่ งสมำ่ เสมอ
10. การตรวจสอบเครือ่ งมือเทคโนโลยีการศึกษาก่อนใชไ้ ฟฟ้า
10.1. ตรวจดรู ะบบไฟว่าเป็นไฟสลับหรอื ไฟตรง (AC หรอื DC)
10.2. ตรวจดูแรงเคลือ่ นทีใ่ ชว้ า่ กี่โวลต์ (V) เชน่ 220 V, 100 V, 12 V, เปน็ ต้น
10.3. ต้องทราบปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้ว่ากี่แอมแปร์ (Ampere) เพราะจะมีผลต่อ
อปุ กรณ์ไฟฟ้าอ่นื ๆ เช่น ฟิวส์ หมอ้ แปลง สายไฟ ปล๊ักไฟ และสวิตซ์ ไฟฟ้า เปน็ ต้น ซื้ออุปกรณ์
เหล่าน้ลี ว้ นมีอัตราของการทนต่อปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน
10.4. ถ้าร่างกายเปียกช้ืนไม่ควรแตะต้องอุปกรณไ์ ฟฟ้า
11. การใชเ้ คร่อื งมือเทคโนโลยีทางการศึกษาอยา่ งปลอดภยั
การใช้เครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษาอย่างปลอดภัย มีดังนี้ (ศูนย์เทคโนโลยี
อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพวิ เตอร์แหง่ ชาติ, 2548)
11.1 อุปกรณ์ที่ใช้ติดตั้งทางไฟฟ้าต้องเป็นชนิดที่ผลิตและได้รับการรับรองจาก
มาตรฐานต่าง ๆ เช่น สำนักงาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) UL, IEC และ VDE
เป็นต้น ตรามาตรฐานต่าง ๆ
11.2 การเดินสายไฟและการติดตั้งอุปกรณ์ทางไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์การ
เดินสาย และการตดิ ต้ังอปุ กรณ์
11.3. อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษา ที่มีเปลือกหุ้มภายนอกทำ
ด้วยโลหะทุกชนิด หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาจมีไฟฟ้ารั่วมากบั น้ำ ควรต่อสาย
ดินของอุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ากับ สายดินของระบบ ดังนั้นจำเป็นจะต้องมีการติดตั้งระบบสายดินที่
ถูกต้องและใช้เตา้ เสียบเต้ารบั ชนิดที่มขี ั้ว สายดินที่เปน็ มาตรฐานเดียวกัน
11.4 ก่อนใช้อุปกรณ์ และ เครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษา ผู้ใช้ต้องอ่านและศึกษา
คมู่ ือแนะนำการใช้งานให้เข้าใจ และปฏิบตั ิตาม คำแนะนำอย่างเคร่งครดั
11.5. ควรระมัดระวังการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ราคาถูกที่ผลิตแบบ ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะมีอายุการใช้งานสั้น
งา่ ยตอ่ การเกิดอัคคีภัยจากอปุ กรณ์ดงั กล่าว

162

11.6. ทุกครั้งที่เลิกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ปิดสวิตซ์ (OFF) ที่เครื่องมือเทคโนโลยีทาง
การศึกษา ก่อน แล้วให้ถอดปลั๊กหรือเต้าเสียบออกจาก เต้าเสียบออกจากเต้ารับทุกครั้ง เพื่อ
ไม่ใหเ้ ครื่องมือเทคโนโลยีทางการศกึ ษา ชำรุดเสียหายง่าย

11.7. อุปกรณ์ที่ต้องเสียบปลั๊กทิ้งไว้นาน ๆ โดยไม่มีผู้ดูแลเช่น หม้อแปลงขนาดเล็ก
(อะแดปเตอร์) เครื่องชาร์จ แบตเตอรี่ขนาดเล็ก เป็นต้น หากมีความจำเป็นต้องใช้ให้หลีกเลี่ยง
การใชง้ านในบริเวณทีม่ วี ัสดุติดไฟได้งา่ ย

11.8. เมือ่ ร่างกายเปียกน้ำหรอื เปียกชื้น หา้ มแตะต้องสว่ นที่มีไฟฟ้า อปุ กรณ์ไฟฟ้า หรือ
เครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษา โดยเด็ดขาด เพราะขณะที่ผิวหนังเปียกชื้นจะมีค่าความ
ต้านทานต่อไฟฟ้าลดลง ทำให้กระแสไฟฟ้าสามารถไหลผ่านร่างกาย ได้สะดวก อาจทำให้
เสียชีวิตได้โดยง่าย การป้องกันสามารถทำได้โดยการเพิ่มสายดินเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าและ
ติดตงั้ เครือ่ งตัดไฟร่วั ชว่ ยป้องกนั อีกสว่ น

11.9 หากไม่มีความชำนาญไม่ควรซ่อมแซมเครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษา ด้วย
ตนเอง เพราะเครือ่ งมือเทคโนโลยีทางการศกึ ษา

11.10. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษา ในขณะที่มีฝนตกฟ้าคะนอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรทัศน์ เครื่อง
เสียง วีดิทัศน์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร เป็นต้น เพื่อป้องกัน การชำรุดเสียหายที่เกิดจาก
ฟ้าผ่า ในบริเวณใกล้เคียงทางที่ดีควรปิดเครื่องและถอดปลั๊กไฟ รวมทั้งสายอากาศ หรือ
สายโทรศพั ท์ออกจากเครือ่ งทกุ คร้ังที่ฟ้าผา่ ขณะฝนตก

11.11. เครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษา ที่ควบคุมการเปิดปิดด้วยรีโมตคอนโทรล
หรือปุ่มสัมผัสอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรทัศน์ เครื่องเสียง วีดิทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้เมื่อปิดเครือ่ งแล้วยังมีไฟจ่ายเลี้ยงวงจรควบคุมภายใน อยู่ตลอดเวลา จึง
มักเกิดปัญหาจากอุปกรณ์ควบคุมภายในอยู่ตลอดเวลาและบางครั้งอาจก่อให้เกิด ไฟลุกไหม้
ทรัพย์สินเสียหายอยู่เสมอ ดังนั้นทุกครั้งที่เลิกใช้งานควรถอดปลั๊กไฟหรือติดตั้งสวิตซ์ตัดวงจร
เพิ่มเข้าไปเพือ่ ตัดไฟออกทกุ คร้ังที่เลิกใช้งาน

11.12. หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้าและเครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษา
เปน็ ประจำอยา่ งน้อยปีละ 1 คร้ังหรอื ตามทีก่ ำหนดไว้ ของแต่ละอุปกรณ์

11.13. ฝึกเป็นคนช่างสังเกตสิ่งผิดปกติจากสี กลิ่น เสียง และการสัมผัสอุณหภูมิ
รวมทั้งการใช้อุปกรณ์ตรวจสอบไฟฟ้าที่ หาได้ทั่วไป เช่น ไขควงทดสอบไฟฟ้า เป็นต้น ช่วยใน
การตรวจสอบไฟฟ้าตามจุดต่าง ๆ การสังเกตสิ่งผิดปกติ ต่าง ๆ เช่น สีสายไฟเปลี่ยนไป มีรอย
เขม่า มีรอยไหม้ มีกลิ่นไม้ ใช้มือจับสวิตซ์ไฟหรือปลั๊กไฟแล้วรู้สึกอุ่น หรือ เกิดความร้อน

163

สิ่งเหล่านี้แสดงให้ทราบว่าเกิดความผิดปกติขึ้นแล้ว สาเหตุอาจเกิดจากจุดต่อต่าง ๆ เช่น
ขันสกรไู มแ่ น่น เต้าเสียบ เต้ารบั เสียบหลวมหรอื สมั ผัสไม่สนิท เปน็ ต้น
12. การปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟา้ ดดู

ผปู้ ระสบอันตรายจากกระแสไฟฟ้าดดู ถ้าหากหมดสติไมร่ สู้ ึกตวั หัวใจหยดุ เต้นและไม่
หายใจ สังเกตได้จากอาการ ทีเ่ กิดข้ึนคอื รมิ ฝปี ากเขียว สีหน้าซีดเขียวคล้ำ ทรวงอกเคลื่อนไหว
น้อยมากหรือไมเ่ คลื่อนไหว ชีพจรเตน้ ช้าและเบามาก หากหวั ใจหยุดเต้นจะคลำชีพจรไมพ่ บ
ม่านตาขยายค้างไม่หดเล็กลง การหมดสตติ ้องรบี ให้การปฐมพยาบาลทนั ที เพือ่ ไม่ให้ปอดและ
หัวใจหยดุ ทำงาน โดยวิธีการผายปอดด้วยการให้ลมทางปากหรอื เรียกวา่ เปา่ ปาก รว่ มกบั การ
นวดหวั ใจ กอ่ นนำผปู้ ่วยสง่ แพทย์ (ศนู ย์เทคโนโลยีอเิ ลก็ ทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แหง่ ชาติ,
2548) การปฏิบัติทำดงั นี้

12.1 การผายปอดโดยวิธีให้ลมหายใจทางปาก
12.1.1 ให้ผู้ป่วยนอนราบ จัดท่าที่เหมาะสมเพื่อเปิดทางให้อากาศเข้าสู่ปอด

โดยผู้ปฐมพยาบาลอยูท่ างด้านขวา หรอื ด้านซ้ายบริเวณศีรษะของผู้ป่วย ใช้มือข้างหนึ่งดึงคาง
ผปู้ ่วย หรอื ดันใต้คอพร้อมกับใช้มอื อีกข้างหน่ึงดันหน้าผาก ให้หนา้ แหงนเป็นวิธีป้องกันไม่ให้ลิ้น
ตกไปอุดปิดทางเดินหายใจ และต้องระมัดระวังไม่ให้นวิ้ ทีด่ งึ คางนั้น กดลึกลง ไปในส่วนของเน้ือ
ใต้คาง เพราะจะทำให้อดุ กั้นทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในเดก็ เลก็ สำหรบั ในเดก็ แรก
เกิดไมค่ วรหงายคอมากเกินไป เพราะอาจทำให้หลอดลมแฟบและอดุ ตนั ทางเดินหายใจได้

12.1.2. สอดน้ิวหัวแมม่ อื เข้าไปในปากผู้ปว่ ย จบั ขากรรไกรลา่ งยกขึ้นจนปากอ้า
ออก

12.1.3. ล้วงเอาสิง่ อืน่ ๆ ที่อาจตดิ ค้างอยูใ่ นปากและลำคอออกให้หมด เช่น ฟัน
ปลอม เศษอาหาร เป็นต้น เพือ่ ไม่ให้ ขวางทางลม

12.1.4. ผู้ปฐมพยาบาลอ้าปากให้กว้างหายใจเข้าปอดให้เต็มที่ มือข้างหนึ่งบีบ
จมูกผู้ป่วยให้แน่นสนิท ในขณะที่มืออีก ข้างหนึ่งยังดึงคางผู้ป่วยอยู่ แล้วจึงประกบปากปิดปาก
ผปู้ ่วยใหส้ นิท พร้อมกบั เป่าลมเข้าไปเปน็ จงั หวะ ๆ ประมาณ 12-15 ครั้ง/นาที

12.1.5 ขณะทำการเป่าปาก ตาต้องเหลือบดูด้วยว่าหน้าอกผู้ป่วยมีการ ขยาย
ขึน้ ลงหรือไม่ หากไมม่ กี ารกระเพื่อมขนึ้ ลงอาจเปน็ เพราะ ทา่ นอนไม่ดี หรอื มีส่งิ กีดขวางทางเดิน
หายใจ ต้องรีบแก้ไข จัด ท่าใหม่และอย่าให้มสี ิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ

12.1.6. ถ้าไม่สามารถอ้าปากของผู้ป่วยได้ ให้ใช้มือปิดปากผู้ป่วยให้สนิท และ
เปา่ ลมเข้าทางจมูกแทนโดยใช้วธิ ีปฏิบตั ิทำนองเดียวกับ การเป่าปาก

164

12.1.7. ขณะนำส่งโรงพยาบาลให้ทำการเป่าปากไปด้วยจนกว่าผู้ป่วยจะ ฟื้น
หรอื ได้รบั การชว่ ยเหลอื จากแพทย์แล้ว

12.2 การชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบอนั ตรายจากไฟฟ้า
การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้านับว่าเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่ต้อง
กระทำอย่างถูกวิธีและ ทำด้วยความรวดเร็ว รอบคอบและระมัดระวัง เพือ่ ให้ผู้ประสบอันตราย
มีโอกาสรอดพ้นจากอนั ตรายข้ันร้ายแรง และผใู้ ห้ ความช่วยเหลอื ปลอดภัยไมเ่ กิดอันตรายตาม
ไปด้วย วิธีทีถ่ กู ต้องในการชว่ ยเหลอื มีดังนี้

12.2.1. ไม่ใช้มอื เปลา่ แตะต้องตัวผทู้ ี่กำลังตดิ อยกู่ บั สายไฟฟ้าหรือตัวนำไฟฟ้าที่
มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน เพื่อป้องกันไม่ให้ ผใู้ ห้ความช่วยเหลอื เกิดอันตรายไปอีกคน

12.2.2. รีบหาทางตัดทางเดินของไฟฟ้าก่อน โดยถอดปลั๊ก ปลดเบรกเกอร์
หรอื เมนสวิตซ์ ถ้าทำได้ให้ใช้วัตถุทีไ่ ม่ เป็นสือ่ ไฟฟ้าเช่น ผ้า เชือก สายยาง ไม้แหง้ หรอื พลาสติก
ทีแ่ หง้ สนทิ เขี่ยสายไฟฟ้าใหห้ ลดุ ออกจาก ตัวผปู้ ระสบอันตรายหรอื ใช้ลากตวั ผปู้ ระสบอันตราย
ให้พ้นจากสิ่งทีม่ ไี ฟฟ้า

12.2.3. เมื่อไม่สามารถทำวิธีอื่นใดได้แล้วให้ใช้มีด ขวาน หรือของมีคมที่มีด้าม
ไม้หรือด้ามที่เป็นฉนวน พันสายไฟฟ้า ให้ขาดหลุดออกจากผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด และต้อง
แนใ่ จว่าสามารถทำได้ดว้ ยความปลอดภัย

12.2.4. ไม่ควรลงไปในน้ำ ในขณะที่มีกระแสไฟฟ้าอยู่ในบริเวณที่มีน้ำขัง ควร
หาทางเขี่ยสายไฟฟ้าออกไปให้พ้นน้ำ หรือตัดกระแสไฟฟ้าออกก่อนจะลงไปช่วยผู้ประสบ
อนั ตรายทีอ่ ยู่ในบริเวณนั้น

12.2.5. หากเป็นสายไฟฟ้าแรงสูงให้พยายามหลีกเลี่ยง การกระทำใด ๆ แล้ว
รีบแจง้ การไฟฟ้าทีร่ บั ผิดชอบโดยเรว็ ทีส่ ดุ
สรุปท้ายบท

อุปกรณ์ที่ใช้ในการนำเสนอภาพและเสียง มีการนำกระแสไฟฟ้าเข้าสู่วงจร
อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายในเครื่องจนกระทั่งเกิดเป็นภาพและเสียงขึ้น ดังนั้นในการเรียนรู้เรื่อง
เครื่องฉาย เครื่องเสียง การถ่ายทอดสด อีกทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ไฟฟ้า จะต้องมีความรู้
เบื้องต้นเกี่ยวกับไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยของและตัวผู้ใช้งาน นอกจากนี้ผู้ที่จะใช้งานเครื่อง
ฉาย เครื่องเสียง และอุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับระบบการฉาย องค์ประกอบของ
การฉาย ประเภทการฉาย วิวัฒนาการของเครื่องฉาย อุปกรณ์เครื่องแปลงและถ่ายทอด
สญั ญาณ การใชเ้ ครือ่ งฉายและการบำรงุ รกั ษา อีกท้ังเรืองของระบบเสียง ภาคนำสัญญาณเข้า
ภาคขยายสัญญาณ ภาคส่งสัญญาณออก การใช้งานเครื่องเสียงและการบำรุงรักษา เพื่อจะ

165

ได้นำความรู้ทั้งหมดที่มีไปประยกุ ต์ใช้งานเปน็ สื่อการสอนที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งทีป่ จั จบุ ันนิยมใช้
กัน
คำถามท้ายบท

1. จงอธิบายความหมายของไฟฟ้า
2. จงอธิบายต้นกำเนิดของไฟฟ้า
3. จงอธิบายความหมายของคำว่า Volt, Ampere, Watt, Ohms
4. จงอธิบายความแตกตา่ งของไฟฟ้าประเภท AC และ DC
5. จงยกตัวอยา่ งไฟฟ้าประเภท AC
6. จงยกตวั อย่างประเภท DC
7. จงอธิบายข้อแตกตา่ งของวงจรไฟ้ฟ้าแบบอนุกรม แบบขนาน และแบบผสม
8. จงอธิบายการตรวจสอบเคร่อื งมอื เทคโนโลยีการศกึ ษาก่อนใช้ไฟฟ้า
9. จงอธิบายการใชเ้ ครือ่ งมือเทคโนโลยีทางการศกึ ษาอยา่ งปลอดภัย
10. จงอธิบายการปฐมพยาบาลผถู้ ูกไฟฟ้าดูด

166

เครืองมือทางเทคโนโลยกี ารศึกษาบางเครือ่ งมือ จำเปน็ ต้องใช้ไฟฟา้
ดงั นนั้ เราควรทราบถึงวธิ ีการใชง้ านที่ปลอดภยั

167

เอกสารอ้างอิง

การไฟฟ้านครหลวง. (2555). สายดิน/เครือ่ งตัดไฟฟ้าร่ัว. [Online]. Available form :
https://www.mea.or.th/content/detail/123/310/214

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. ฝ่ายประชาสัมพนั ธ์ . (2540). การประหยดั พลังงาน.
[ออนไลน์]. แหล่งทีม่ า : http ://www2.egat.co.th/re/

การไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าค. (2557). หลกั เกณฑแ์ ละวิธีปฏิบตั ิเกี่ยวกบั หมอ้ แปลง. [ออนไลน์].
แหล่งที่มา : http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER40/DRAWER045/
GENERAL/DATA0000/00000282.PDF

กรมสามัญศกึ ษา. (2533). เอกสารประกอบการเรียน วิชาช่างเดินสายไฟในอาคาร ช 0261.
[ออนไลน์]. แหล่งที่มา : https://issuu.com/salapull/docs/workgroup

จริ าภรณ์ จันแดง. (2551). วงจรไฟฟ้า 1. กรงุ เทพ ฯ : เอมพันธ์, 2551.
เจษฎาภรณ์ เสนอินทร์. (2563). ดา้ นไฟฟ้า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา

: http://ome.rid.go.th/main/th/?p=547
ณิพทั ธ์พงษ์ บุญมาลยั . (2555). แหล่งกำเนิดไฟฟ้า. เอกสารประกอบรายวิชา วิทยาศาสตร์

เพื่องานธรุ กิจและ บริการ. [Online]. Available form :
https://sites.google.com/site/sciforbus/home
ดำรงค์ หริ ญั ยะพรรณ์. (2545). วงจรไฟฟ้า. [Online]. Available form :
https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-web/10000/technology/10000-
7138.html
บริษัท เทเลพารท์ คอรป์ อเรชัน่ ซัพพลาย. (2559). วธิ ีเลือกใช้สายไฟใหเ้ หมาะสมกบั ประเภท
ของงาน. [Online]. Available form : https://www.telepart.net/
เปลือ้ ง ณ นคร. (2561). พจนานกุ รม เปลือ้ ง ณ นคร. กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, บจก.
สนพ.
พิชิต สาทิสรัตนโสภิต. (2562). หม้อแปลงไฟฟ้า. [Online]. Available form :
https://trainmoodle.com/mod/page/view.php?id=267
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. (2562). บทที่ 1 อาชีพช่างไฟและคำศพั ทท์ างไฟฟ้า. เอกสาร
วิชาการตดิ ตั้งไฟฟ้าภายในอาคาร 1. คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยี
อุตสาหกรรม. [ออนไลน์]. แหลง่ ทีม่ า :
http://elearning.nsru.ac.th/web_elearning/anuson/b1.htm

168

มหาวิทยาลยั นเรศวร. (2562). คำศพั ทไ์ ฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์. คณะศกึ ษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยนเรศวร. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา :
http://www.edu.nu.ac.th/wbi/355203/mean.htm

มงคล ทองสงคราม. (2549). หมอ้ แปลงไฟฟ้า (พิมพ์คร้ังที่ 2). กรุงเทพฯ : รามาการพิมพ์
ราชบัณฑติ ยสถาน. (2555). พจนานกุ รมศัพทศ์ กึ ษาศาสตร์ ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน. กรงุ เทพฯ

: ราชบณั ฑิตยสถาน.
รงุ่ อำไพ เพศแพง. (2557). กฎของโอหม์ และ กฎของเคอร์ชอฟฟ.์ [Online]. Available form :

https://www.lpc.ac.th/
ไวพจน์ ศรีธัญ. วงจรไฟฟ้ากระแสตรง. กรุงเทพ ฯ : วังอกั ษร, 2549.
ศนู ย์เทคโนโลยีอเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละคอมพิวเตอรแ์ ห่งชาติ. (2548). ไฟฟ้าคืออะไร. ก้าวทันโลก

อิเลก็ ทรอนิกส์. ปทมุ ธานี : ฝ่ายพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านไอซีที
ศนู ยเ์ ทคโนโลยีอเิ ล็กทรอนิกสแ์ ละคอมพิวเตอรแ์ ห่งชาติ, 2548
สเตเบิล อิเล็กตริก ซพั พลาย จำกัด. (2553). หม้อแปลงไฟฟ้า. [Online]. Available form :
http://www.stable.co.th/index.php?lay=show&ac=article&Id=539185370&Ntype=1
สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศกึ ษา. (2558). วงจรความต้านทานแบบอนกุ รม. เอกสาร
ประกอบรายวิชา 2104-2002 วงจรไฟฟ้ากระแสตรง. [Online]. Available form :
http://reg5.sut.ac.th/
อดิสอน ข่ยุ คำ. (2559). อปุ กรณ์ไฟฟ้า. [Online]. Available form : http://pynfe-
sc22002.blogspot.com/2016/07/31.html
อภชิ าติ อนกุ ลู เวช. (2560). การกำเนิดไฟฟ้าและแหล่งกำเนิดไฟฟ้า. [Online]. Available form :
http://www.rmutphysics.com/physics/oldfront/55/1/circuit2/index.htm
อุทิศ พงษ์สวัสดิ.์ (2556). อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน. [Online]. Available form :
http://utitpo.blogspot.com/p/blog-page_84.html
อำนาจ ทองผาสกุ และ วทิ ยา ประยงคพ์ ันธ์ุ. (2552) การควบคมุ มอเตอร.์ สำหรับใช้สอนวชิ า
Signal and Control Circuit ในภาควิชาครุศาสตร์ไฟฟ้า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
และวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. กรุงเทพฯ : สถาบนั
เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
อวยชยั ศริ ิวจนา. (2560). ความสำคญั ของอณุ หภูมิโดยรอบทีตง้ั หม้อแปลงไฟฟ้า,
วิศวกรรมศาสตร์มหาบณั ฑิต, สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลา่
วิทยาเขตธนบุรี.

169

Cablegland Center. (2020). ประโยชน์ของสายดินที่ควรรู้. [Online]. Available form :
https://www.cablegland-center.com/earth-line/

ChiangmaiElectrician. (2016). สวิตชไ์ ฟฟ้า. [Online]. Available form :
https://sites.google.com/site/chiangmaielectrician/project-definition

Circuit Globe. (2015). Electric Power. [Online]. Available form :
https://circuitglobe.com/electric-power.html

Hi-den. (2020). สายไฟทนความรอ้ นคุณภาพสงู (Heat Resistant Wire). [Online]. Available
form : http://www.hi-den.co.th

Netinbag. (2015). เต้ารบั ไฟฟ้าคอื อะไร. [Online]. Available form :
https://www.netinbag.com/th/manufacturing/what-is-an-electric-receptacle.html

Netinbag. (2015). สวิตช์ไฟฟ้าคืออะไร?. [Online]. Available form :
https://www.netinbag.com/th/manufacturing/what-is-an-electric-receptacle.html

Nirapai. (2019). ขอ้ มลู เบือ้ งตน้ เพือ่ ความเข้าใจเรื่องปลั๊ก. [Online]. Available form :
https://www.nirapai.co.th

Pdcable. (2020). สายไฟฟ้าแรงสูง. [Online]. Available form : https://www.pdcable.com
Psptech. (2014). ฟิวส์ (Fuse) คืออะไร?. [Online]. Available form : http://www.psptech.co.th
Psptech. (2014). ความรเู้ บื้องต้นเกี่ยวกับสวิตช์ [Online]. Available form :

http://www.psptech.co.th/
Power Meter Line. (2562). คำศพั ท์ไฟฟ้าทีค่ วรรู้จกั . [ออนไลน์]. แหล่งทีม่ า :

https://www.powermeterline.com
Ptec. (2016). มาตรฐานอตุ สาหกรรม (มอก). [Online]. Available form :

http://www.ptec.or.th/Service/certification_tisi.html
Ptec. (2016). งานด้านการรับรองผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ของศูนย์ทดสอบ
ผลติ ภัณฑไ์ ฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ (PTEC). [Online]. Available form :

http://www.ptec.or.th/home/contentdetail/64.html
S.A.J.I. (THAILAND). (2020). วงจรไฟฟ้า เบื้องต้น Electrical circuit. [Online]. Available form :

https://sa-thai.com
Taylor C. W.,(1994). Power System Voltage Stability. McGraw-Hill 1994
Techopedia. (2016). Electric Power. [Online]. Available form :

https://www.techopedia.com/definition/16539/electric-power

170

TNGROUP. (2017). ลกั ษณะวงจรไฟฟ้า กับวิชาไฟฟ้าเบือ้ งตน้ . [Online]. Available form :
https://www.tngroup.co.th/media/article_detail/426

Torwit Chukorn. (2018). สายดินคืออะไร (Grounding system). [Online]. Available form :
https://www.torwitchukorn.com/th/articles/120443-
%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%
99%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B
9%84%E0%B8%A3-%28grounding-system%29

Tuemaster. (2020). กระแสไฟฟ้ากระแสตรง และ ไฟฟ้ากระแสสลับ. [Online]. Available form
: https://tuemaster.com

Unitis. (2020). ฟิวส์คืออะไร. [Online]. Available form :
https://www.unitis.co.th/?page=event_list&list=5pnSuXxYhbD

Unitis. (2020). ระบบสายดิน ของระบบไฟฟ้าในบ้าน. [Online]. Available form :
https://unitis.co.th/?page=event_list&list=ZywcScDHGMF

Wikipedia. (2020). กระแสไฟฟ้า. [Online]. Available form :
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%
81%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B
8%B2

Wikipedia. (2018). ไฟฟ้าเคมี. [Online]. Available form : https://th.wikipedia.org.
Wikipedia. (2013). Electricity Generation [Online]. Available form :

http://en.wikipedia.org/wiki/Electricity_generation
Wikipedia. (2020). Electric power. [Online]. Available form :

https://en.wikipedia.org/wiki/Electric_power
Wikipedia. (2013). History of electric power transmission. [Online]. Available form :

http://en.wikipedia.org/wiki/History_of_electric_p ower_transmission/
Wikipedia. (2013). Nikola Tesla. [Online]. Available form :

https://en.wikipedia.org/wiki/Nikola_Tesla/
Wikipedia. (2013). Power system. [Online]. Available form :

http://en.wikipedia.org/wiki/Power_system

แผนการสอนประจำบทท่ี 3

เครือ่ งฉาย

หัวขอ้ เนื้อหา
1. ประวตั ิความเปน็ มาของเครื่องฉาย
2. ความหมายของเคร่อื งฉาย
3. ความสำคญั ของเครื่องฉาย
4. องคป์ ระกอบของการฉาย
5. ประเภทของจอ
6. การพิจารณาเลือกจอฉาย
7. ตำแหน่งจอกับเครือ่ งฉาย
8. การเก็บบำรงุ รกั ษาจอ
9. สภาพของการฉายทีด่ ี
10. ประเภทของระบบการฉาย
11. ประเภทของเคร่อื งฉาย
12. เครือ่ งฉายในอดีต
13. มาตรฐานการวัดความสว่าง (ANSI Lumens)
14. ศพั ท์พืน้ ฐานก่อนเลือกโปรเจคเตอร์
15. ข้อควรคำนึงในการใชเ้ ครื่องฉาย
16. การบำรงุ รักษา และการใช้งานเครือ่ งฉายโปรเจคเตอร์

วตั ถปุ ระสงค์เชิงพฤติกรรม
หลงั จากจบการเรียนการสอนบทนแี้ ล้ว นิสติ มคี วามสามารถดงั นี้
1. นิสติ สามารถบอกประวัติความเปน็ มาของเครื่องฉายได้
2. นิสติ สามารถบอกความหมายของเครื่องฉายได้ถูกต้อง
3. นิสติ สามารถบอกความสำคัญของเคร่อื งฉายได้ถกู ต้อง
4. นิสติ สามารถบอกองคป์ ระกอบของการฉายได้ครบถ้วนถกู ต้อง
5. นิสติ สามารถบอกความแตกตา่ งของจอรบั ภาพแต่ละประเภทได้ครบถ้วนถูกต้อง
6. นิสติ สามารถบอกวิธีการเลือกจอรับภาพได้ถูกต้อง

172

7. นิสติ สามารถบอกวิธีการจัดวางตำแหน่งเครื่องฉายกบั จอรับภาพได้ถูกต้อง
8. นิสติ สามารถบอกวิธีการเก็บบำรุงรกั ษาจอได้ถูกต้อง
9. นิสติ สามารถบอกสภาพของการฉายทีด่ ไี ด้ถกู ต้อง
10. นิสติ สามารถบอกความแตกตา่ งของระบบการฉายแต่ละประเภทได้ถูกต้อง
11. นิสติ สามารถบอกความแตกต่างของเครอ่ื งฉายแต่ละประเภทได้ถูกต้อง
12. นิสติ สามารถบอกวา่ เครือ่ งฉายในอดีตมอี ะไรบ้าง
13. นิสติ สามารถบอกมาตรฐานการวดั ความสว่าง (ANSI Lumens) ได้ถูกต้อง
14. นิสติ สามารถบอกคำศัพทพ์ ื้นฐานเกี่ยวกับโปรเจคเตอร์ ได้อยา่ งถกู ต้อง
15. นิสติ สามารถบอกข้อควรคำนึงในการใชเ้ ครื่องฉาย ได้ถูกต้อง
16. นิสติ สามารถบอกวิธีการการบำรุงรักษา และการใช้งานเครือ่ งฉายโปรเจคเตอร์ ได้

ถูกต้อง

กิจกรรมการเรยี นการสอน
ก่อนเข้าชั้นเรยี น
1. ให้ผู้เรยี นศึกษาวิดีโอการสอน เรอ่ื ง เครื่องฉาย ตอนที่ 1
2. ให้ผู้เรยี นทำแบบฝกึ หัดหลังจากดูวิดีโอการสอน เร่อื ง เครือ่ งฉาย ตอนที่ 1
3. ให้ผู้เรยี นศึกษาวิดีโอการสอน เร่อื ง เครื่องฉาย ตอนที่ 2
4. ให้ผู้เรยี นทำแบบฝกึ หดั หลงั จากดวู ิดีโอการสอน เรอ่ื ง เครือ่ งฉาย ตอนที่ 2

ในชั้นเรยี น
5. ผู้สอนบรรยายสรุปแบบมีปฏิสัมพันธ์ โดยระหว่างบรรยายใช้คำถามที่มีอยู่

ในไสด์บรรยายดังน้ี
- เครือ่ งฉายหมายถึงอะไร
- Hardware กับ Software ตา่ งกันอยา่ งไร
- ความสำคัญของเครอ่ื งฉายมีอะไรบ้าง
- องคป์ ระกอบในการฉายมีอะไรบ้าง
- เครื่องฉายมกี ีร่ ะบบ
- โปรเจคเตอร์มีกีป่ ระเภท
- ANSI Lumens คืออะไร
- Keystone effect คืออะไร

173

- ถ้าภาพบนจอมขี นาดใหญ่เกินไป จะทำอย่างไร
- ถ้าภาพบนจอมขี นาดเลก็ เกินไปจะทำอย่างไร
- การจัดตั้งเครื่องฉาย กบั จอรับภาพ เป็นอย่างไร
6. ผู้สอนพูดคุยเกีย่ วกับการเลือกซื้อโปรเจคเตอรใ์ ห้เหมาะสมกับสถานการณ์
เช่นใช้ในห้องเรียน ห้องประชุม ใช้งานนอกสถานที่ โดยยกตัวอย่าง โปรเจคเตอร์ 3 เครื่องให้
นิสติ ลองพิจารณาความแตกต่างในการใช้งาน ประเภทของโปรเจคเตอร์
7. ผสู้ อนให้ผู้เรยี นแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั การเรียนในเน้ือหา
8. นัดหมายวันและเวลาสง่ งานกับผเู้ รียน

หลงั จากช้ันเรยี น
9. มอบหมายงานให้ผู้เรียนสรุปเนื้อหา เรื่องเครื่องฉายในรูปแบบของ แผนผัง

ความคิด (Mind Map) โดยสร้างขึ้นด้วยโปรแกรมอะไรกไ็ ด้ ส่งเป็นไฟล์ภาพ .jpg หรือ .pdf โดย
ใน Mind Map จะต้องมีชื่อ นามสกลุ รหสั ผู้เรยี น และตอนเรียนของผู้เรยี น

10. มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาวิดีโอการสอน เรื่อง (1) เครื่องเสียง ตอนที่ 1
(2) เครื่องเสียง ตอนที่ 2 (3) เครือ่ งเสียงตอนที่ 3 และ (4) เครื่องเสียงตอนที่ 4

12. หากผู้เรียนมีข้อสงสัย หรือคำถามให้ผู้เรียนสอบถามปัญหา / ข้อสงสัยใน
การเรียน โดยตั้งกระทู้ในระบบการจัดการเรียนการสอน หรือ สอบถามทาง กลุ่มไลน์ใน
รายวิชา กลุ่มเฟสบุ๊ค ข้อความส่วนตัว อีเมล์ ไมโครซอฟทีม ข้อความในระบบการจัดการเรียน
การสอน ข้อความในระบบทะเบียนของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการสื่อสารแบบไม่ผสานเวลา ได้
ตลอด 24 ชวั่ โมง

13. มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติมในวิดีโอ เรื่อง เครื่องฉาย ทั้งหมด 8
ตอน บรรยายโดย อาจารย์วิวฒั นชัย สุขทัพภ์ คณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย เป็น
วิดีโอที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในวิทยานิพนธ์ เรื่อง ผลของการแทรกเทคนิคการตั้งคำถาม 5W1H ใน
วิดีโอบรรยายออนดีมานด์บนเว็บ 2.0 ที่มตี อ่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการ
แก้ปัญหาของนสิ ิตปริญญาตรี แบ่งออกเปน็

13.1 ตอนที่ 1 ประวัติ ความเป็นมา ความสำคัญ ของเครือ่ งฉาย
13.2 ตอนที่ 1 ย่อย 2 ประวัติ ความเปน็ มา ความสำคญั ของเครือ่ งฉาย
13.3 ตอนที่ 2 องค์ประกอบในการฉาย สว่ นประกอบของเครื่องฉาย
13.4 ตอนที่ 3 ระบบของเครือ่ งฉาย
13.5 ตอนที่ 3 ยอ่ ย 2 ระบบของเครื่องฉาย


Click to View FlipBook Version