The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอน_161429 เล่มที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Narin Nonthamand, 2021-05-04 13:51:58

เอกสารประกอบการสอน_161429 เล่มที่ 1

เอกสารประกอบการสอน_161429 เล่มที่ 1

74

เรียนรู้ เดก็ ๆ ส่วนใหญ่ชอบใช้เทคโนโลยีไม่ทางใดกท็ างหนึ่ง ช่วยใหผ้ เู้ รียนที่กระตือรือร้นยังคง
มีส่วนร่วมกับบทเรียนและกระตุ้นให้ผู้เรียนที่ไม่กระตือรือร้นค้นหาบางสิ่งที่พวกเขาอาจจัดว่า
เป็น "ความสนุก" ข้อดีที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่เทคโนโลยีมอบให้กับห้องเรียนคือการเพิ่มระดับ
แรงจงู ใจ

11. การทำราคาถกู กว่าที่หลาย ๆ คนอาจจะคิดได้
เครื่องมือเทคโนโลยีในห้องเรียนมีค่าใช้จ่าย แต่ก็มีน้อย บางครอบครัวอาจไม่สามารถ
จา่ ยค่าคอมพิวเตอรด์ ังกล่าวได้ด้วยตนเอง แต่โรงเรียนหลายแห่งสามารถชว่ ยอุดหนุนค่าใช้จ่าย
เหล่านี้เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ในห้องเรียนได้หากไม่ได้นำกลับบ้านทุกวัน
เช่นกัน
ข้อจำกดั ของเครือ่ งมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา
1. อาจทำให้ผเู้ รียนเสียสมาธิ
การเข้าถึงเทคโนโลยีอาจเป็นเพียงการเสพติดเช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ยาเสพติด และ
ความชั่วร้ายอื่นๆ การดำเนินการนั้นจะเกิดขึ้นแม้ว่าจะมีการแจ้งเตือนเป็นศูนย์ให้พวกเขา
ตรวจสอบก็ตาม ผู้เรียนอาจพบว่าตนเองพยายามเข้าถึงส่วนประกอบอื่น ๆ ของประสบการณ์
ออนไลน์แทนประสบการณ์การเรียนรู้ ขอบเขตที่ชัดเจนและความคาดหวังที่จะปฏิบัติตาม
เท่านั้นที่สามารถตอบโต้ปญั หานีไ้ ด้เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถใหโ้ อกาสในการเรียนรทู้ ีจ่ ำเป็น
2. สามารถตัดการเชอ่ื มต่อผเู้ รียนจากความสมั พนั ธแ์ บบตัวต่อตัว
การโต้ตอบกับผู้คนทางออนไลน์เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างมากกับการโต้ตอบ
กับพวกเขาแบบตัวต่อตัว เมื่อผู้คนรู้สึกว่าพวกเขาสามารถเปิดเผยตัวตนได้พวกเข าก็เริ่ม
สูญเสียตัวกรองที่มีต่อคำพูด และพฤติกรรมของพวกเขา บางคนถึงกับตัดการติดต่อจาก
โซเชียลทั่วไปเพื่อความสะดวกสบายของหน้าจอคำพูดและ อิโมจิ นั่นคือเหตุผลที่ควรใช้
เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในห้องเรียน ไม่สามารถเปน็ องค์ประกอบเดียวของกระบวนการเรียนรู้
สำหรับผเู้ รียน
3. สามารถทำให้งา่ ยตอ่ การโกง
เทคโนโลยีช่วยให้การสื่อสารระหว่างผู้คนง่ายขึ้น และนั่นคือผลบวกแน่นอน
ความสะดวกในการสื่อสารนั้นยังทำให้มีโอกาสโกงมากขึ้น เพียงแค่ส่งอีเมลกลุ่มเดียวเพื่อแชร์
คำตอบของแบบทดสอบหรือแบบทดสอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้สอนไม่ได้ตรวจสอบการ
โต้ตอบของผู้เรียนบนคอมพิวเตอร์ วิธีง่ายๆในการแก้ไขปัญหานี้คือการมอบหมายงานทีต่ ้องใช้
มุมมองของแต่ละบุคคล การกระตุ้นให้เกิดความคิดแทนการท่องจำโดยทั่วไปจะช่วยลดความ
ต้องการที่จะโกง

75

4. อาจทำให้ผเู้ รียนเสียเปรียบได้
ความคิดในการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับชีวิตของพวกเขาเป็นเรื่องรอง
จะดีกว่าที่จะมีตู้กับข้าวพร้อมกับของชำที่จำเป็นมากกว่าการมี iPhone เครื่องใหม่ในกระเป๋า
โรงเรียนต้องให้การเข้าถึงเทคโนโลยีที่เท่าเทียมกับทุกคนเพื่อให้เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่มี
ประสิทธิภาพ ทรัพยากรฟรีเช่นการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ในหอ้ งสมุดต้องมีอุปสรรคในการเข้าถึง
ทีถ่ กู ลบออก ปญั หานีผ้ า่ นการแบ่งปันเทา่ น้ันที่จะปฏิเสธได้
5. อาจทำให้ผเู้ รียนใช้แหล่งขอ้ มลู ทีไ่ ม่นา่ เชอ่ื ถือในการเรียนรู้
มีของดีมากมายที่สามารถพบได้บนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่ทำ
ให้เข้าใจผิดและเป็นเท็จจำนวนมากที่สามารถพบได้เช่นกัน ผู้เรียนต้องเรียนรู้วิธีระบุ
แหล่งข้อมลู ที่มคี ณุ ภาพจากสิ่งทีอ่ าจถกู ระบุว่าเป็น "ขา่ วปลอม" การแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับ
เนือ้ หาที่นา่ สงสัยอาจทำให้ผเู้ รียนเสียเปรียบเมอ่ื ถึงเวลาที่ตอ้ งสร้างจุดสำคญั ให้ตวั เองกับสังคม
ที่เหลอื
6. สามารถทำให้การวางแผนหลักสูตรยากขึ้นหรือมีราคาแพง
ไมใ่ ชท่ ุกคนทีร่ ู้วธิ ีใช้เครื่องมือสมัยใหม่ที่ชว่ ยให้ผู้สอนจัดระเบียบได้ดีขึ้นในปัจจุบัน การ
เรียนรู้วธิ ีใช้เคร่ืองมอื ใหม่อาจต้องใช้แรงงานมากพอ ๆ กบั การผ่านชั้นเรยี นทีย่ ากลำบากเพื่อรับ
ปริญญาด้านการสอนหรือการรับรองตั้งแต่แรก เขตการศึกษาบางแห่งอาจไม่ช่วยค่าใช้จ่าย
ของเครือ่ งมอื เหลา่ น้ี แตค่ าดว่าพวกเขาจะอยู่ในหอ้ งเรียน
7. ความสามารถแทนที่ผสู้ อน
เครื่องมือการเรียนรู้ซอฟต์แวร์จำนวนมากมีกลไกการสอนภายในโปรแกรม แอปทำสิ่ง
เดียวกัน ด้วยโปรแกรมเช่น ABC Mouse ผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับผู้สอนออนไลน์ที่ตั้ง
โปรแกรมไว้ได้เม่อื เรียนจบบทเรียน ซึ่งบงั คับให้ผสู้ อนมีบทบาทเปน็ ผู้สงั เกตการณ์หรือผู้จัดการ
ผู้สอนอาจไม่มีวันล้าสมัย แต่เทคโนโลยีในห้องเรียนสามารถแทนที่สิ่งที่พวกเขาเคยทำในอดีต
ได้มากแล้ว นั่นหมายความว่าอนาคตของการสอนอาจอยู่ที่การมีส่วนร่วมในการสร้าง
เทคโนโลยีใหม่ ๆ แทนทีจ่ ะออกแบบหลกั สูตรเฉพาะบุคคลเพื่อนำไปใช้
8. สามารถสร้างปญั หาด้านความเป็นส่วนตวั
การขโมยข้อมูลประจำตัวเป็นปัญหาสำคัญในโลกปัจจุบัน ในปี 2559 มีการขโมยเงิน
ประมาณ 16,000 ล้านดอลลาร์จากผู้คน 15.4 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา จากการวิจัยของ
Javelin Strategy and Research พบว่าหัวขโมยประจำตัวได้ขโมยเงินไปกว่า 107 พันล้าน
ดอลลาร์จากผู้คนระหว่างปี 2554-2559 การนำผู้เรียนเข้าสู่เทคโนโลยีขั้นสูงทำให้ความเป็น
ส่วนตวั ของพวกเขาตกอยใู่ นความเสี่ยงทุกวนั แมว้ ่าแอปและซอฟต์แวรส์ ่วนใหญ่จะมีมาตรการ

76

ด้านความเปน็ ส่วนตัวทีเ่ ข้มงวด แต่ก็ไมม่ วี ิธีใดทีจ่ ะขจัดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นี้ได้อย่าง
สมบูรณ์

9. อาจสร้างปัญหาทางการแพทยส์ ำหรับผเู้ รียนบางคน
การจอ้ งหน้าจอคอมพิวเตอร์หน้าจอสมาร์ทโฟน หรอื หนา้ จอแท็บเล็ตอาจทำให้ปวดตา
ได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้อาการต่างๆอาจรวมถึงการระคายเคืองตาความรู้สึกเหนื่อยล้าและ
แม้กระทั่งตาพร่ามัว นอกจากนี้ยังอาจนำไปสู่ภาวะที่รุนแรงขึ้นซึ่งเรียกว่า“ Computer Vision
Syndrome” ตามรายงานของ CBS News การใชค้ อมพิวเตอร์อย่างหนกั ในหมู่เดก็ ทำให้พวกเขา
เสี่ยงต่อการเป็นโรคสายตาสั้นในระยะเริ่มต้น ในคนอายุ 12 ปีขึ้นไปความชุกของสายตาสั้น
เกือบ 60%
10. อาจทำให้เด็กหลงทาง
เด็กสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้โดยไม่เหมือนใคร สิ่งที่
พวกเขาเห็นคือสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นเรื่องปกติแม้ว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นจะเป็นปัญหาก็ตาม
น่ันรวมถึงมากกว่าแคส่ ายตาของพวกเขา เดก็ ๆ มักจะเสียเวลาไปกบั การใชอ้ ุปกรณ์ที่มีหน้าจอ
สิ่งนี้นำไปสู่การนั่งเป็นเวลานานซึง่ อาจนำไปสู่สมาธิสั้นโรคอ้วนและปัญหาอื่น ๆ นอกจากนี้ยัง
สามารถรบกวนรูปแบบการนอนหลบั เมื่อเดก็ คลายจงั หวะตามธรรมชาติของพวกเขา
11. มกั มีขอ้ จำกัด
เครือ่ งมือเทคโนโลยีในหอ้ งเรียนมัก จำกัด เฉพาะความตอ้ งการดา้ นการประมวลผลคำ
หรอื การวิจยั พนื้ ฐาน การใชเ้ ทคโนโลยีสมยั ใหมจ่ ำนวนมากไมไ่ ด้รบั อนุญาตหรอื ยกเว้นบางส่วน
โดยมักจะเป็นเหตุผลทางการเมืองหรือส่วนตัว สิ่งนี้ จำกัด ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีและ
เปลีย่ นโอกาสในการเรียนรทู้ ี่ผเู้ รียนมีในทางลบ
12. สามารถสร้างการพ่ึงพาอาศยั กนั
หากคุณถูกถามคำถาม และไมม่ ีคำตอบในทันทีสัญชาตญาณแรกของคุณคืออะไร คุณ
พยายามดึงข้อมูลออกจากความทรงจำของคุณหรือไม่ หรือคุณทำการค้นหาเว็บหรือขอให้
ผู้ช่วยเสมือนเช่น Siri ค้นหาคำตอบให้คุณ เทคโนโลยีสามารถให้การเข้าถึงข้อมูลจำนวนมาก
แต่ยังสามารถสร้างการพึ่งพาส่วนบุคคลในการเข้าถึงนั้น ผู้เรียนที่ใช้เทคโนโลยีทกุ วนั อาจรู้สึก
ขุ่นเคืองกับความคิดที่จะหยิบหนังสือจริงขึ้นมาอ่าน พวกเขาอาจต่อต้านการออกไปข้างนอก
เพื่อพกั ผอ่ นหรอื มีสว่ นรว่ มในกิจกรรมของครอบครัว

77

Programme B (2019) ได้กล่าวถึง ขอ้ ดี และข้อจำกัดของเครือ่ งมอื เทคโนโลยี
การศกึ ษา ไว้ดงั นี้

ข้อดขี องเครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา
1. การเรียนรอู้ ย่างอสิ ระกลายเปน็ เรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขนึ้
สามารถให้ข้อมูลแก่คุณได้ทุกสาขา ไม่ว่าคุณจำเป็นต้องรู้อะไรคุณสามารถค้นหาสิ่ง
นั้นได้ทางออนไลน์ คุณไม่สามารถเชื่อถือข้อมูลและแหล่งที่มาได้เสมอไป แต่คุณยังสามารถใช้
เป็นแหลง่ ขอ้ มลู เพือ่ การศึกษาได้ ผเู้ รียนสามารถใช้อนิ เทอรเ์ น็ตได้โดยไมต่ ้องขอความช่วยเหลือ
จากผสู้ อนหรอื ผปู้ กครอง
2. การเตรียมตวั ที่ดีสำหรับอนาคต
เห็นได้ชัดว่าการเรียนรู้ในอนาคตจะใช้เทคโนโลยีเป็นหลกั ผู้เรียนที่ใช้เทคโนโลยีตอนนี้
จะพบว่าการแข่งขันในอนาคตเป็นเรื่องง่าย นั่นคือเหตุผลที่ผู้เรียนควรได้รับการสนับสนุนให้
ทำงานร่วมกนั และสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีดิจทิ ลั สันนิษฐานว่าเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญใน
การศกึ ษาในอนาคต
3. ชว่ ยลดราคาค่าเลา่ เรียน และตำราเรียน
ขณะนี้มีทรัพยากรเพิ่มเติมและสามารถเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
ปัจจุบันผู้เรียนพึ่งพาหนังสือเรียนน้อยลงและด้วยเหตุนี้ค่าเรียนจึงลดลง ผู้เรียนจำนวนมาก
ไม่ได้ซื้อหนังสือเรียนทางกายภาพ แต่ตอนนี้พวกเขาใช้ e-book ปัจจุบันหนังสือหลายแสนเล่ม
ถูกแปลงเปน็ รปู แบบดิจทิ ัล
4. การเรียนรดู้ ้วยเครือ่ งมอื เทคโนโลยีการศกึ ษาน่าสนใจกวา่
มีชว่ งหน่งึ ที่ผเู้ รียนมีเครอ่ื งมือสำหรับการเรียนรู้น้อยมาก แต่ในยุคของเทคโนโลยีดิจิทัล
นี้ผู้เรียนสามารถใช้อุปกรณ์การเรียนรู้มากมายรวมถึงอุปกรณ์เคลื่อนที่คอมพิวเตอร์และ
เครื่องมืออื่น ๆ พวกเขาสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรก็ได้หากพวกเขารู้วิธีใช้เครื่องมือ
เทคโนโลยีการศกึ ษาอยา่ งสรา้ งสรรค์
5. มีการพฒั นาวิธีการสอนใหม่ ๆ
ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่จึงมีการพัฒนาวิธีการสอนใหม่ ๆ ที่มี
ประสิทธิภาพ ปัจจุบันผู้สอนและอาจารย์ใช้วิธีการสอนที่แตกต่างกันเช่นโซเชียลมีเดียบล็อก
และพอดแคสต์
ข้อจำกัดของเครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา
1. ขาดความสนใจในการทำงานหนัก

78

เนื่องจากความพร้อมของข้อมูลทุกประเภททางเครื่องมือเทคโนโลยีการศึกษาทำให้
ผู้เรียนหลายคนเริ่มขี้เกียจ พวกเขาไม่ต้องการเรียนอยา่ งหนักอีกต่อไป ผู้เรียนบางคนถึงกับไม่
เข้าชั้นเรยี นเพราะเข้าใจผดิ คิดว่าทกุ อย่างสามารถพบได้ทว่ั ไป พวกเขาคิดวา่ ผสู้ อนไม่จำเป็นอีก
ตอ่ ไป

2. การใชเ้ ครือ่ งมือเทคโนโลยีการศกึ ษาทางที่ผิด
อุปกรณ์เคลื่อนที่คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอื่น ๆ มักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือเพื่อ
ความบนั เทิงไม่ใชเ่ พื่อการศกึ ษา หนงั สือเรยี นเรียกได้ว่าเป็นเพียงเคร่อื งมอื สำหรบั การเรียนรู้ นี่
คือคำสอนเรื่องบริโภคนยิ มและส่งผลเสียต่อผเู้ รียน เราอาจไมค่ ิดมากเกี่ยวกบั การใช้เทคโนโลยี
ในทางที่ผิด แต่เปน็ ปัญหาสำคัญสำหรับผเู้ รียน
3. ความท้าทายในการเรียนการสอน
หากผู้สอนไม่ได้รับการฝึกฝนเป็นประจำ มักจะไม่สามารถสอนผู้เรียนได้ ผู้สอนที่ใช้
วิธีการสอนแบบดั้งเดิมบางครั้งก็ไม่สามารถก้าวทันเทคโนโลยีได้ ผู้สอนบางคนหลีกเลี่ยง
เทคโนโลยีเพราะไมส่ ะดวกในการใชเ้ ทคโนโลยี
Arnold De Pedro (2019) ได้กล่าวถึง ข้อดี และข้อจำกัดของเครื่องมือเทคโนโลยี
การศกึ ษา ไว้ดังน้ี
ข้อดขี องเครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา
1. ส่งเสริมการเรียนรู้อยา่ งอสิ ระในผเู้ รียน
อินเทอรเ์ นต็ เปน็ ขุมทรัพย์ของขอ้ มลู ทกุ สิง่ ที่คณุ จำเป็นต้องรู้สามารถพบได้ทั่วไป แม้ว่า
จะมีคำถามเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาและข้อมูลที่ให้มา แต่ก็ยังสามารถใช้เป็น
แหล่งข้อมูลทางการศึกษาสำหรับผู้เรียนได้ แม้จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ปกครองและ
ผสู้ อนผู้เรยี นก็สามารถค้นหาบทเรียนทางออนไลน์ได้
2. เตรยี มผเู้ รียนสำหรับอนาคต
จากวิธีที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกำลังดำเนินไปจะเห็นได้ชัดว่าอนาคตจะมุ่งเน้น
ไปที่ดิจิทัลและเทคโนโลยี หากผู้เรียนมีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีเพื่อทำงานร่วมกัน
และสื่อสารตั้งแต่ตอนนี้พวกเขาจะไม่มีปัญหาในการปรับตัวแข่งขันและหางานในอนาคต การ
คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีอย่างน้อยหนึ่งรูปแบบตั้งแต่อายุยังน้อยจะช่วยให้พวกเขาใช้งานได้
อย่างสะดวกสบายและในที่สุดก็พัฒนาทักษะอื่น ๆ ที่จำเป็นในการจัดการกับอุปกรณ์และ
กระบวนการที่เปน็ นวัตกรรมใหม่ ๆ

79

3. ชว่ ยในการลดราคาหนังสอื เรียน และค่าเล่าเรียน
ด้วยทรัพยากรที่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้นและมีจำนวนมากต้นทุนของตำราเรียนจึงมี
แนวโน้มที่จะลดลง นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ว่าผู้เรียนอาจไม่จำเปน็ ต้องซื้อหนังสือเรียนอีกต่อไป
หากถูกแปลงเป็นรูปแบบดิจิทัล หนังสือจริงสามารถอยู่ในห้องเรียนได้ในขณะที่เนื้อหาจะถูก
บนั ทึกไว้ในคอมพิวเตอรข์ องผเู้ รียน
4. ช่วยให้ผสู้ อนสร้างวิธีที่น่าตนื่ เต้นในการให้ความรู้แก่ผเู้ รียน
เป็นวันที่เครื่องมือสำหรับการสอนเพียงอย่างเดียวถูก จำกัด ไว้เพียงหนังสือกระดาน
ดำ หรือไวท์บอร์ดและ ชอล์คหรือเครื่องหมาย ด้วยเทคโนโลยีที่ผสานรวมเข้ากับการศึกษา
ตอนนผ้ี สู้ อนสามารถรวมรูปภาพวิดีโอและกราฟิกอื่น ๆ เมือ่ นำเสนอบทเรียน เว็บไซต์แอพ และ
โปรแกรมเฉพาะจะช่วยให้ผู้สอนสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการให้คำแนะนำได้ สิ่งนี้สร้าง
สภาพแวดล้อมการเรยี นรู้ทีน่ ่าต่ืนเต้นและส่งเสริมความสนใจในการศึกษาโดยท่วั ไป
5. สง่ เสริมการพัฒนาวิธีการสอนใหม่ ๆ
แทนทีจ่ ะใช้เวลาหนึง่ ช่วั โมงหรอื มากกวา่ น้ันในการพดู คุยในขณะที่ผเู้ รียนฟังหรือให้พวก
เขาอ่านทั้งบทในความเงียบตอนนี้ผู้สอนและอาจารย์มีตัวเลือกในการใช้วิธีการสอนขั้นสูงเช่น
พอดแคสตบ์ ล็อก และโซเชยี ลมีเดีย เมือ่ ทำงานกับกล่มุ ใดกลุม่ หนง่ึ หรอื ตวั ตอ่ ตัวผสู้ อนสามารถ
ใช้ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยีการประชุมทางเวบ็ เครือ่ งมอื สื่อสารออนไลน์อื่น ๆ
ข้อจำกัดของเครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา
1. ทำให้ขาดความสนใจในการเรียน
เนื่องจากปัจจุบันทุกอย่างสามารถเข้าถึงได้ทางออนไลน์หรือผ่านข้อมูลที่บันทึกไว้ใน
คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพาผู้เรียนจึงมีแนวโน้มที่จะพัฒนานิสัยการเรียนที่ไม่ดีและมี
ทัศนคติขี้เกียจต่อการศึกษา บางคนอาจคิดว่าพวกเขาสามารถโดดเรียนได้เพราะพวกเขา
สามารถหาคำตอบ และบทเรียนออนไลน์ได้
2. ทำให้ผเู้ รียนเสีย่ งตอ่ ข้อผิดพลาดทีอ่ าจเกิดขึ้น
แมว้ า่ คอมพิวเตอรจ์ ะพิสูจน์ได้ว่าเป็นเครื่องมอื ทางการศกึ ษาที่ลำ้ คา่ แตก่ ็อาจเป็น
สาเหตุของปัญหาได้เช่นกนั โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เรียนทีข่ าดทกั ษะที่จำเป็นในการเพิ่ม
ฟังก์ชันการทำงานของอปุ กรณ์ ปญั หาทางเทคนิคและการทำงานผิดพลาดของคอมพิวเตอร์
อาจทำให้สูญเสียงานมอบหมายและวสั ดุอื่น ๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเครียดในระดบั สงู ที่ผเู้ รียน
ไมค่ วรได้รับ ความแตกต่างของความเรว็ อินเทอรเ์ นต็ และความสามารถของอปุ กรณย์ ัง
สามารถนำไปส่ปู ญั หาบางอยา่ งทีจ่ ะไม่กระตุ้นผเู้ รียน นอกจากนีส้ ิง่ อื่น ๆ ทีพ่ วกเขาจะค้นพบ

80

ทางออนไลนซ์ ึ่งไมเ่ กีย่ วข้องกับโรงเรียน และการศกึ ษาโดยสิน้ เชงิ และพวกเขาจะฟุ้งซา่ นไปไม่
สิน้ สดุ

3. มมุ มองเชิงลบตอ่ เทคโนโลยี
ลัทธิบริโภคนยิ มสอนเราว่าเทคโนโลยีตงั้ แตค่ อมพิวเตอรไ์ ปจนถึงอุปกรณพ์ กพาถูกมอง
อย่างกว้างขวางวา่ เป็นเครือ่ งมอื ในการสร้างความบนั เทิงมากกวา่ ให้ความรู้ ในทางกลับกนั
หนงั สือเรยี นถูกมองวา่ เป็นเครื่องมอื สำหรับการเรียนรู้ ดังนน้ั ระหวา่ งแท็บเลต็ กบั หนังสอื เรียน
ผเู้ รียนจงึ มีแนวโน้มทีจ่ ะเรียนรเู้ มื่ออา่ นหนงั สือในขณะที่พวกเขามักจะใช้แทบ็ เลต็ เพื่อเลน่ เกม
หรอื ใช้เวลากบั โซเชยี ลมีเดีย
4. เพิม่ ความท้าทายในการเรียนการสอน
สำหรับอาจารย์และผู้สอนที่จะก้าวทันเทคโนโลยีการศึกษาพวกเขาอาจต้องได้รับการ
ฝึกอบรมใหม่ ผู้ที่สอนมาตลอดชีวิตโดยใช้วิธีการดั้งเดิมอาจไม่หวั่นไหวต่อการเปลี่ยนแปลงที่
นำไปใช้มากนัก พวกเขาอาจมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงในงานและหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีโดย
สิ้นเชิง ในความเป็นจริงผู้สอนส่วนใหญ่เชื่อว่าการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่องส่งผลต่อ
ช่วงความสนใจของผู้เรียนและความสามารถในการบากบั่นเมื่อมีงานที่ท้าทายมาขวางทาง
แม้ว่าความเชื่อดังกล่าวจะเป็นเรื่องส่วนตัวนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ และผู้สอนต่างก็ยอมรับว่า
เทคโนโลยีได้เปลี่ยนวิธีการเรียนรขู้ องผเู้ รียน
5. สามารถลดคุณค่าโดยรวมของการศกึ ษาด้วยตนเอง
แม้ว่าการวิจัยเกี่ยวกับการเรียนรู้ออนไลน์จะไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงว่าปฏิสัมพันธ์ส่วน
บุคคลมีผลต่อประสิทธิภาพของผู้เรียนอย่างไร แต่ข้อมูลที่รวบรวมได้แสดงให้เห็นว่าผู้ที่
ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรออนไลนม์ ีโอกาสล้มเหลวสงู กว่าออกจากชั้นเรียนและมีโอกาสน้อย
ที่จะได้รับประโยชน์จากพวกเขา . สิ่งนี้อาจเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงที่ว่าบทเรียนที่จัดส่งทาง
ออนไลนห์ รือผ่านแหล่งข้อมลู ดิจทิ ัลขาดการโต้ตอบแบบตวั ต่อตัวระหว่างผู้สอนและผู้เรียนที่ให้
ประสบการณ์สว่ นตวั มากขึ้น
Clear Touch (2020) ได้กล่าวถึง ข้อดี และข้อจำกัดของเครื่องมือเทคโนโลยีการศึกษา
ไว้ดังน้ี
ข้อดขี องเครือ่ งมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา
1. เครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษาเปน็ มากกวา่ เครื่องมอื มันเป็นทกั ษะชีวติ
ผู้เรียนในปัจจุบันคือผู้นำและกำลังทำงานในอนาคตและในโลกยุคใหม่เทคโนโลยีไม่ได้
เป็นเพียงเครื่องมือในการทำงานเท่านั้น เป็นทักษะชีวิตที่สำคัญสำหรับทุกคนที่จะเข้าใจ ยิ่งไป
กว่านั้นผเู้ รียนที่สามารถเชีย่ วชาญในเร่อื ง "ความเข้าใจ" ของเทคโนโลยีโดยทัว่ ไปและปรับตัวให้

81

เข้ากับแอป หรือซอฟต์แวร์ใด ๆ ก็ตามที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาจะเป็นแนวหน้าของธุรกิจและ
องคก์ รในอนาคต

2. ไม่มหี ลักสตู รที่ลา้ สมัยอีกต่อไป
หมดยุคของหนังสือประวัติศาสตร์ที่ล้าสมัยหรือสืบทอดข้อความเรขาคณิตเก่า ๆ ของ
พ่อ ด้วยเทคโนโลยีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลล่าสุดในหลาย ๆ กรณี
แพลตฟอร์มเหล่านีเ้ ปน็ ข้อมูลที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา นอกจากนีย้ งั มีเวบ็ ไซต์และแอปพลิเคชั่น
ซอฟต์แวร์จำนวนมากที่สามารถนำเสนอบทเรียนเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบนั สำหรับผู้สอนและ
ผเู้ รียน
3. โลก (และอื่น ๆ) อยู่แคป่ ลายนิ้ว
เมื่อพูดถึงการเข้าถึงข้อมูลตัวเลือกเทคโนโลยีในปัจจุบันมีมากกว่าสิ่งที่คุณสามารถ
เรียนรู้ในหนังสือได้ ตัวอย่างเช่นผู้เรียนในปัจจุบันไม่เพียงแค่เรียนรู้เกี่ยวกับการบินในอวกาศ
เท่านั้นพวกเขาสามารถสัมผัสประสบการณ์จำลองการบินสลายเครื่องยนต์จรวดจัดเรียง
ดวงดาวในอวกาศและเรียนรู้วิธีแปรงฟันในการต่อต้านแรงโน้มถว่ ง - ทั้งหมดนไี้ ม่ต้องออกจาก
หอ้ งเรียน
4. การมสี ว่ นรว่ มของผเู้ รียนทีด่ ขี ึน้
แมว้ า่ การศกึ ษาในเร่อื งน้ีมีขอ้ จำกัด แต่ส่งิ หนึง่ ทีช่ ัดเจนคือเม่อื การเรียนรู้เป็นเร่ืองสนุก
ผเู้ รียนมีส่วนร่วมมากขึ้นและมีแนวโน้มทีจ่ ะเรียนรู้และเก็บรักษาข้อมูลน้ันไว้มากขึ้น ด้วยการนำ
เทคโนโลยีมาใช้โดยเฉพาะเทคโนโลยีแบบทีมและทางเลือกในการเรียนรู้ผู้สอนไม่เพียง แต่จะมี
ส่วนรว่ มกับผเู้ รียนเทา่ น้ัน แตย่ งั มอบสภาพแวดล้อมการเรยี นรู้ที่สมบูรณใ์ หพ้ วกเขาอกี ด้วย
5. ทำให้งานง่ายขึ้น
แม้ว่าเทคโนโลยีจะเพิ่มเวลาให้กับผู้สอนมากขึ้น แต่ความจริงก็คือมีตัวเลือกมากมาย
(โดยเฉพาะซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน) ที่ช่วยให้งานของผู้สอนง่ายและคล่องตัวมากขึ้น
พิจารณาซอฟต์แวร์การวางแผนบทเรียนออนไลน์การให้คะแนนในตัวบทเรียนเองและอื่น ๆ
อีกมากมาย
ข้อจำกดั ของเครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา
1. ผู้เรยี นต้องตอ่ สกู้ ับความฟุ้งซ่าน
ในขณะที่การนำเทคโนโลยีเข้ามาในห้องเรียนมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยแนะนำ ผู้เรียนใน
การศึกษาต่างๆหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการควบคุมหรือไม่เลือกก็อาจทำให้ไขว้เขวได้ ลอง
พิจารณาระบบ 1: 1 ที่ผู้เรียนระดับประถมศึกษา 20 คนใช้แท็บเล็ต การท่องอินเทอร์เน็ตของ

82

ตนเองจะได้รับชัยชนะเหนือการศึกษาสำหรับแบบทดสอบที่จะเกิดขึ้น ในกรณีเหล่านี้การใช้
การล็อกโดยผู้ปกครองหรือเวลาที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีท้ังหมดอาจชว่ ยใหท้ กุ คนทำงานได้

2. ปฏิสมั พนั ธท์ างสังคมน้อยลง
การถกเถียงเรื่องดิจิทัลกับสังคมได้รับความนิยมมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ข้อกังวลหลัก
ประการหนึ่งที่หลายคนมีต่อการเพิ่มเทคโนโลยีเข้ามาในห้องเรียนก็คือจะลดปฏิสัมพันธ์ทาง
สังคม แม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น (อย่างที่เราเคยเห็นในผลิตภัณฑ์เช่นหน้าจออินเทอร์
แอกทีฟแบบมัลติทัช) แต่ก็ยังคงเป็นคำถามสำหรับพ่อแม่และผู้สอนเหมือนกัน ผู้สอนสามารถ
จัดการกับข้อกังวลเหล่านี้ได้โดยใช้แอปและเครื่องมือที่เชิญชวนให้ทำงานร่วมกันตลอดจน
แนวคิดต่างๆเชน่ การแบง่ เวลากลุ่มย่อยและการแชร์หน้าจอโดยเฉพาะ
3. ความพรอ้ มในการโกงที่สงู ข้ึน
ด้วยเยาวชนที่มีความว่องไวทางเทคโนโลยีในปัจจุบันศักยภาพในการเข้าถึงข้อมูลจึง
สูงขึ้นอย่างแน่นอนแม้ว่าในหลาย ๆ กรณีก็สามารถป้องกันได้อย่างเต็มที่ ข้อมูลส่วนใหญ่ใน
ปจั จบุ ันสามารถเข้ารหัสและป้องกันด้วยรหสั ผ่านได้และการใช้ซอฟต์แวรต์ รวจสอบอาจเป็นตัว
ช่วยเพิ่มเติมสำหรบั ผู้ดูแลระบบ
4. มีเวลามากขึ้นในการวางแผนบทเรียน
ในขณะที่ผสู้ อนและผบู้ ริหารเพิ่มชิ้นสว่ นของเทคโนโลยีเข้ามาในหอ้ งเรียนจึงเป็นเหตุผล
วา่ ในบางจุดความล้าของเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาพยายามใช้งานแต่
ละชิน้ อย่างเต็มศักยภาพและความสามารถ โปรดทราบวา่ การมีเทคโนโลยีไม่ได้หมายถึงการใช้
งานเท่านั้น แต่ยงั หมายความวา่ ผสู้ อนต้องเรียนรู้แต่ละแพลตฟอร์มแก้ไขปัญหาหากจำเป็นป้อน
ข้อมูลที่จำเป็นและฝึกผู้เรียนเกี่ยวกับวิธีการใช้งานด้วย โรงเรียนที่นำโซลูชันเหล่านี้ไปใช้
สามารถบรรเทาความท้าทายเหล่านี้ได้โดยการกระจายความรับผิดชอบออกไปซึ่งรวมถึงฝ่า ย
ไอทีและผู้อำนวยการหลกั สูตรในกระบวนการตดั สินใจและการนำไปใช้
5. คา่ ใชจ้ ่ายในการจัดหาโรงเรียน
ด้วยการใช้งานเทคโนโลยีทุกประเภทมีข้อกังวลที่ครอบคลุมว่า“ เราจะจ่ายเงินสำหรับ
สิ่งนี้อย่างไร” การเพิ่มเทคโนโลยีทุกประเภทอาจมีค่าใช้จ่ายสงู เพื่อป้องกันความสำนึกผิดของ
ผู้ซื้อตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณทำการบ้านรับราคาที่ดีที่สุดและวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับ
โรงเรียนหรอื หอ้ งเรียน

83

Future of working (2020) ได้กล่าวถึง ข้อดี และข้อจำกัดของเครื่องมือเทคโนโลยี
การศกึ ษา ไว้ดังน้ี

ข้อดขี องเครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา
1. ชว่ ยใหม้ ีแรงจงู ใจในระหวา่ งกระบวนการเรียนรู้
ผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่ชอบไปโรงเรียนหากพวกเขารู้สึกว่าเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
เมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามาในห้องเรียนผู้สอนก็มีโอกาสที่จะปล่อยให้เด็ก ๆ ทำงานในจังหวะที่
เหมาะสมกับพวกเขามากทีส่ ดุ โดยไม่รบกวนผอู้ ื่น พวกเขาสามารถค้นหาข้อมลู เพิ่มเติมเกี่ยวกับ
เรื่องที่พวกเขากำลังเรียนรู้ในวันนั้นเล่นเกมการศึกษาที่เสริมสร้างบทเรียนหรือทำงานกับ
เนือ้ หาข้ันสงู โดยใช้โปรแกรม
2. สง่ เสริมให้มีการสือ่ สารระหวา่ งผสู้ อน และผปู้ กครองมากขึ้น
เมื่อมีเทคโนโลยีในห้องเรียนก็มีโอกาสมากขึ้นที่ผู้ปกครองและผู้สอนจะเชื่อมต่อกัน
การใช้บล็อกสำหรับห้องเรียนสามารถช่วยให้ผู้ปกครองเห็นสิ่งที่บุตรหลานเรียนรู้ในแต่ละวัน
ตวั เลือกแอป และซอฟตแ์ วร์ช่วยใหผ้ สู้ อนสามารถรายงานพฤติกรรมของเดก็ ได้ทันทีเพื่อแจ้งให้
ผู้ปกครองทราบแบบเรียลไทม์ว่าเกิดอะไรขึ้นตลอดทั้งวัน มีตัวเลือกสำหรับกล่องแชทการส่ง
ข้อความโต้ตอบแบบทันทีและรปู แบบการส่อื สารอื่น ๆ
3. ตวั เลือกเทคโนโลยีในหอ้ งเรียนมรี าคาไม่แพงมาก
แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการมีเทคโนโลยีในห้องเรียนจะมีความสำคัญหากคุณกำลังแนะนำ
ตัวเลือกใหม่ ๆ ให้กับท้ังเขต แต่ค่าคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต และสิ่งจำเป็นในช้ันเรียนของผู้เรียนก็
มีน้อย คอมพิวเตอร์ของผู้เรียนส่วนใหญ่มีราคาต่ำกว่า 200 เหรียญต่อเครื่องและมีทุน
สนับสนุนมากมายในระดับท้องถิ่นระดับรัฐและระดับประเทศที่ช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายเหล่านี้
ให้กับผู้เสียภาษีในพื้นที่ “ อินเทอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีแรกนับตั้งแต่แท่นพิมพ์ซึ่งสามารถลด
ค่าใช้จ่ายในการศึกษาที่ดีเยี่ยมและทำให้การวิเคราะห์ต้นทุน - ผลประโยชน์ง่ายขึ้นสำหรับ
ผเู้ รียนส่วนใหญ่”
4. สร้างวิธีการใหม่ ๆ ในการเรียนรสู้ ำหรบั ผเู้ รียนในปัจจบุ นั
ความฉลาดหลักแหลมที่เราเห็นในเด็กทุกวันนี้มีอยู่ 3 รูปแบบ ได้แก่ อารมณ์ความคิด
สร้างสรรค์และการเรียนการสอน สภาพแวดล้อมในห้องเรียนแบบดั้งเดิมซึ่งโดยทั่วไปจะ
ส่งเสริมบทเรียนที่ใช้การบรรยายจะเน้นไปที่ตัวเลือกหลังมากกว่า การทดสอบมาตรฐานและ
เครื่องมือการจัดอันดับที่คล้ายกันก็ทำเช่นเดียวกัน เมื่อเด็ก ๆ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใน
ปัจจุบันผู้ที่เก่งนอกเหนือจากการตั้งค่าการเรียนรู้มาตรฐานก็ยังสามารถบรรลุศักยภาพสูงสุด
ได้ เทคโนโลยีช่วยให้เด็ก ๆ สามารถยอมรับความอยากรู้อยากเห็นได้หลายวิธี ซึ่งพวกเขา

84

สามารถลองสิ่งใหม่ ๆ ได้โดยไม่ต้องอายเพราะการเข้าถึงเทคโนโลยีทำให้พวกเขามีระดับของ
การไม่เปิดเผยตัวตน กระบวนการนี้ช่วยให้เด็กสามารถทำงานผ่านการลองผิดลองถูกหาก
ต้องการเพื่อดวู ่ากลยุทธ์อืน่ ชว่ ยใหพ้ วกเขาเรียนรไู้ ด้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพมากขนึ้

5. ชว่ ยใหเ้ ราสามารถให้ผเู้ รียนเข้าถึงขอ้ มลู จากทีเ่ ดียว
คณุ จำได้ไหมวา่ เมือ่ ใดทีโ่ ครงการวิจยั หมายถึงการเยี่ยมชมหอ้ งสมุดเพื่อใหค้ ุณสามารถ
ดึงหนงั สือ 4-5 เลม่ มาอ่านเข้าถึงสารานกุ รมและแม้แตไ่ มโครฟิลม์ เพื่อดเู พื่อให้คุณมีทรัพยากร
เพียงพอที่จะทำงานให้เสร็จ เทคโนโลยีช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงทุกรายการที่ต้องการ
สำหรับโครงการจากแหล่งข้อมูลส่วนกลาง แทนที่จะใช้เวลาทั้งหมดในการค้นหาสิ่งที่
เฉพาะเจาะจงหรือรอให้ห้องสมุดของคุณสั่งซื้อคุณสามารถเรียกใช้คำค้นหาสองสามข้อใน
Google และค้นหาสิ่งทีค่ ณุ ตอ้ งการได้
6. ช่วยใหเ้ ราเข้าถึงขอ้ มลู พฤติกรรมของผเู้ รียนได้ดขี ึน้
แอพตัวเลือกซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีต่างๆรวบรวมข้อมูลของผู้เรียนที่
สามารถแสดงรปู แบบการเข้ารว่ มปัญหาการเรียนรู้ในวิชาเฉพาะและวิธีทีพ่ วกเขาตอบสนองใน
สถานการณ์เฉพาะ ข้อมูลนี้นำไปสู่การสร้างโปรไฟล์ที่ผู้สอนโรงเรียน และผู้ปกครองสามารถ
ทำงานร่วมกันเพือ่ ระบุสถานที่ทีอ่ าจจำเป็นต้องมกี ารเรียนรู้เพิ่มเติม เทคโนโลยีสามารถช่วยให้
เขตการศึกษาพบผู้เรียนที่มีความสามารถสูงเพื่อผลักดันพวกเขาไปสู่งานที่ท้าทายยิง่ ขึ้นเพื่อให้
พวกเขายงั คงมสี ่วนรว่ มกับสภาพแวดล้อมการเรยี นรู้
7. ชว่ ยเตรยี มผเู้ รียนให้พร้อมสำหรับโลกอนาคต
แม้ว่าจะมีคำเตือนจากผู้ให้บริการทางการแพทย์เกี่ยวกับระยะเวลาหน้าจอที่ ผู้เรียน
ได้รับในสภาพแวดล้อมในห้องเรียนความเปน็ จรงิ ของระบบการศกึ ษาสมัยใหมค่ อื ตอนนี้เราต้อง
เปิดรับเทคโนโลยีเพื่อเตรยี มเด็กใหพ้ ร้อมสำหรับโลกทีพ่ วกเขาจะต้องเผชิญในฐานะผใู้ หญ่ ภาค
นี้จะพัฒนาไปเรื่อย ๆ หากพวกเขาไม่พร้อมที่จะใช้สิ่งของเหล่านี้ในวันนี้พรุง่ นี้อาจเป็นเรื่องยาก
สำหรับพวกเขา
8. ชว่ ยในการสอนทักษะอาชีพที่จำเปน็
แม้ว่าตอนนี้จะมีภูมิภาคที่มีความยากจนและความโดดเดี่ยวสุดขีดซึ่งไม่มีอินเทอร์เน็ต
ในสหรัฐอเมริกา แต่ชาวอเมริกันกว่า 90% มีการเชื่อมต่อที่บ้านกับแหล่งข้อมูลออนไลน์ การ
แนะนำเทคโนโลยีให้กับผู้เรียนต้ังแต่อายุยงั น้อยเราสามารถสอนทักษะอาชีพที่สำคัญซึ่งจำเป็น
ต่อความสำเร็จในโลกดิจิทัลได้ นั่นคือเหตุผลที่การเขียนยังคงมีความสำคัญสูงสุด แนว
ทางการจดั รูปแบบ และการใชซ้ อฟตแ์ วร์หลังจากนั้นและการรู้วธิ ีการวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ
ถือเป็นทกั ษะที่จำเปน็

85

9. ส่งเสรมิ การทำงานรว่ มกัน
ผเู้ รียนเก็บข้อมลู ทีไ่ ด้รับน้อยมากเม่ือผสู้ อนบรรยายจากตำราเรียน เม่ือมีบทเรียนแบบ
โต้ตอบบนกระดานดำหรือไวท์บอร์ดเด็ก ๆ จะจำสิ่งที่สอนได้ประมาณ 20% หากผู้สอน
สนบั สนุนให้มกี ารสนทนากลุม่ ยอ่ ยเปอรเ์ ซ็นตน์ นั้ จะเพิ่มเปน็ สี่เท่า เทคโนโลยีช่วยใหม้ ีวธิ ีง่ายๆใน
การพัฒนาทกั ษะการทำงานร่วมกันสำหรบั ผเู้ รียนโดยใช้เคร่ืองมือออนไลน์ที่ส่งเสริมให้พวกเขา
ทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย หากเด็ก ๆ สามารถฝึกฝนสิ่งที่พวกเขาสอนได้ทันทีมีน้อยมากที่
พวกเขาจะลืม
10. ส่งเสริมให้ผเู้ รียนมีส่วนรว่ มกบั สภาพแวดล้อมการเรยี นรู้
ผเู้ รียน จะเบื่อง่ายมากเมือ่ รสู้ ึกวา่ รแู้ ล้วว่ามีการสอนอะไรในหอ้ งเรียน ซึง่ ผเู้ รียนบางคน
จะเปลีย่ นเป็นพี่เลี้ยงหรอื ผู้นำในสถานการณ์นีเ้ พื่อช่วยเหลือเพื่อนผู้เรียน แต่ยังมีอีกหลายคนที่
ปลดออกเพราะขาดการกระตนุ้ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในหอ้ งเรียนทำให้มสี ถานทีน่ ้อยลงที่ต้อง
เกิดการเรียนรู้ซ้ำ ๆ ผู้สอนสามารถแนะนำวิชาใหม่ ๆ ลองใช้เทคนิคใหม่ ๆ หรือใช้โครงการ
ตา่ งๆเพื่อสง่ เสริมการเรยี นรู้อยา่ งต่อเนือ่ งซึ่งจะสร้างการมสี ว่ นรว่ มโดยรวมมากขึ้น
11. ผสู้ อนมีความน่าเช่อื ถือมากขึ้นเม่อื ใช้เทคโนโลยีในหอ้ งเรียน
บางครง้ั ผสู้ อนลังเลที่จะใช้เทคโนโลยีในหอ้ งเรียนเพราะไม่แนใ่ จว่าผเู้ รียนจะมีอะไรอยู่ที่
บ้าน การส่งการบ้านที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ให้ผู้เรียนโดยไม่มีเทคโนโลยีนั้นที่บ้านจะเป็นการ
เสียเวลา นอกจากนี้ยังอาจได้รับการผลักดันจากผู้ปกครองที่ไม่สบายใจที่จะให้เวลาหน้าจอ
เพิ่มเติมสำหรับการเรียนรู้แก่บุตรหลาน เมื่อคุณสามารถแนะนำองค์ประกอบเหล่านี้ใน
หอ้ งเรียนและให้เดก็ ๆ ได้เรยี นรู้ทีน่ ่นั คณุ จะสามารถเอาชนะอุปสรรคทางเศรษฐกิจและสังคมที่
บางครง้ั เกิดขึน้ กับครอบครวั ทีม่ รี ายได้นอ้ ย
ข้อจำกดั ของเครื่องมือเทคโนโลยีการศกึ ษา
1. การมีเครอื่ งมอื เทคโนโลยีอาจทำให้ผเู้ รียนเสียสมาธิได้
เมื่อผเู้ รียน เล่นวิดีโอเกมพวกเขาจะพบว่าตวั เองมีปฏิกิริยากบั พฤติกรรมคล้ายการเสพ
ติด โฟกัสของพวกเขาอยู่ที่ความบันเทิงที่ได้รับมากกว่าสิ่งอื่นใด หากสภาพแวดล้อมทางการ
ศึกษาใช้เกมที่ให้รางวัลเป็นหลักเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เด็กอาจกังวลกับสิ่งที่ได้รับผ่าน
ซอฟต์แวร์หรือแอพมากกว่าสิ่งที่พวกเขากำลังเรียนรู้แม้ว่าคำตอบที่ถูกต้องอาจบ่งบอกถึง
ความรู้ แต่ก็อาจไม่มีข้อมูลมากเท่าที่ควร ผู้สอนต้องกำหนดและบังคับใช้ขอบเขตที่ดีเมื่อใช้
เทคโนโลยีในหอ้ งเรียนเพื่อให้แน่ใจวา่ ผลลพั ธจ์ ะเป็นไปได้อย่างเหมาะสม

86

2. เคร่อื งมอื เทคโนโลยีสามารถทำให้โกงได้ง่ายขึ้น
จำรายการทีวีและภาพยนตร์ที่เด็ก ๆ จะบุกเข้าไปในห้องเรียนของผู้สอนขโมยกุญแจ
คำตอบของแบบทดสอบจากน้ันจดทุกอย่างลงบนข้อมอื รองเท้าหรอื แผน่ กระดาษ ตอนนี้ผู้เรียน
สามารถส่งข้อความถึงตัวเองพร้อมข้อมูลดังกล่าวได้ พวกเขาสามารถส่งข้อมูลนั้นให้ใครก็ได้
ด้วยโทรศัพท์ อีเมลสามารถถา่ ยทอดข้อมูลน้ไี ด้เชน่ กนั นอกจากนีย้ งั ต้องมีกฎระเบียบที่เข้มงวด
เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในระหว่างการทดสอบหรือการทดสอบเมื่อจำเป็นต้องมีการวัด
ความรขู้ องผเู้ รียนทีแ่ น่นอนเพื่อประเมนิ ความก้าวหน้าโดยรวมของพวกเขา
3. การใชเ้ ครื่องมือเทคโนโลยีอาจทำให้ผเู้ รียนบางคนตัดการเชือ่ มต่อจากห้องเรียน
การโต้ตอบออนไลน์กับผู้อื่นเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการทำงานร่วมกันทาง
อินเทอร์เน็ตกับผู้อื่น การอยู่หลังหน้าจอทำให้คุณมีชั้นของการไม่เปิดเผยตัวตนที่คุณไม่ได้รับ
จากการสนทนาแบบเห็นหน้า การเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกันโดยใช้เทคโนโลยีเป็นทักษะที่จำเป็น
แต่ไม่สามารถเป็นทางเลือกอื่นที่ผู้สอนแนะนำในห้องเรียนได้ เราต้องส่งเสริมให้มีปฏิสัมพันธ์
ทางสังคมที่สื่อสารความคิดความรู้สึกหรืออารมณ์ได้อย่างถกู ต้องดังนั้นเมือ่ เด็กออฟไลน์พวก
เขายังสามารถสร้างชีวติ ที่ดีขนึ้ ให้กับตนเองได้
4. ผู้เรียนบางคนอาจไม่ทราบความแตกต่างระหว่างแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และไม่
น่าเชื่อถือมีข้อมูลมากมายบนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันที่เป็นของปลอมหรือเกินจริงไม่ทางใดก็
ทางหนึง่ แต่มนั หลอกลวงว่าเปน็ ของจริง จากการวิจัยทีต่ พี ิมพโ์ ดย New York Magazine พบว่า
น้อยกว่า 60% ของการเข้าชมเว็บในปัจจบุ ันเปน็ การค้นหาโดยอาศัยมนุษยห์ รือการโต้ตอบกับ
เนื้อหา มากกว่าครึ่งหนึ่งของการเข้าชมบน YouTube ในแต่ละปีเป็นบอทที่ปลอมตัวเป็นคน ไม่
เพียง แต่เนื้อหาบางครั้งอาจเป็นของปลอม แต่ผู้ใช้ก็อาจไม่ใช่ของจริงด้วยเช่นกัน ผู้สอนต้อง
แสดงให้ผู้เรียนเห็นวิธีการเข้าถึงข้อมูลจริงแสดงวิธีตรวจสอบความถูกต้องจากนั้นสนับสนุนให้
ใช้อย่างเหมาะสม
5. เครือ่ งมือเทคโนโลยีเปน็ ทรพั ยากรทีไ่ มใ่ ช่ทกุ ครอบครวั สามารถจา่ ยได้
ไม่วา่ เทคโนโลยีจะอย่ใู นหอ้ งเรียนหรือที่บ้านก็มีปัญหาเรื่องความสามารถในการจ่ายได้
ทีต่ อ้ งกงั วลในโลกปัจจบุ ัน บางครัวเรือนไม่สามารถซื้อคอมพิวเตอร์ให้บุตรหลานจัดการงานใน
โรงเรียนได้ มีเขตการศกึ ษาที่ไมม่ ีเงินเพียงพอที่จะจ่ายเงินเดือนในแต่ละปีโดยเพิ่มองค์ประกอบ
ทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ สำหรับการเรียนรู้น้อยกว่ามาก เมื่อเราเน้นการมีเทคโนโลยีในห้องเรียน
เราจึงจัดให้สิ่งเหล่านั้นอยู่ในระดับต่ำสุดของระดับค่าจ้างเป็นผลเสียอย่างมาก ผู้เรียนที่
สามารถเข้าถึงได้มากขึ้นสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมและเข้าถึงบทเรียนได้บ่อยขึ้นซึง่ หมายความวา่
พวกเขามกี ารเปิดรบั ข้อมูลเพิ่มเติมที่สามารถเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ

87

6. เครือ่ งมอื เทคโนโลยีบางอยา่ งสามารถแทนที่ผสู้ อนได้ในบางห้องเรียน
บทเรียนการเรียนรู้แบบอินเทอร์แอกทีฟ มีประสิทธิภาพมากในปัจจุบันที่ซอฟต์แวร์
หรอื แอปสามารถเป็นผสู้ อนได้แทนที่จะใหใ้ ครมาชว่ ยผเู้ รียน หน่งึ ในตวั อยา่ งที่ดีที่สุดของข้อเสีย
ที่อาจเกิดขึ้นนี้คือ ABC Mouse ซึ่งให้คำแนะนำที่ชัดเจนแก่ผู้เรียนที่อายุน้อยกว่า 3 ขวบเพื่อให้
พวกเขาสามารถเริม่ เรียนรู้ได้เม่ือพวกเขาพร้อมแทนทีจ่ ะอยใู่ นบทบาทลงมอื ทำเทคโนโลยีทำให้
ผสู้ อนเปน็ ผู้สงั เกตการณ์มากขึน้ เทคโนโลยีใหมท่ ำให้กระบวนการเรียนรู้เปน็ ไปโดยอัตโนมัติใน
ขณะที่ปรบั ให้เข้ากบั ความตอ้ งการของผเู้ รียนที่เปลี่ยนแปลงไป
7. มีข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวที่ต้องพิจารณาเมื่อใช้เครื่องมือเทคโนโลยีใน
ห้องเรียนผู้คนกว่า 15 ล้านคนในแต่ละปีมีประสบการณ์ในการขโมยข้อมูลส่วนตัว เป็น
อาณาจักรอาชญากรที่มีค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจมากกว่า 16,000 ล้านเหรียญต่อปี ตั้งแต่ปี
2554 มีความสูญเสียกวา่ 100 พันล้านดอลลารเ์ น่อื งจากปญั หานี้ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้แพร่หลาย
มากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันผู้คนจำนวนมากสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น เมื่อเรานำ
เทคโนโลยีเข้ามาในห้องเรียนเรากำลังทำให้ตัวตนของเดก็ ตกอยู่ในความเสี่ยงทุกวัน แม้ว่าแอป
คอมพิวเตอร์อุปกรณ์พกพาและระบบปฏิบัติการจะมีตัวกรองความเป็นส่วนตัวขั้นสูงที่ลดการ
คุกคามของการสูญเสียข้อมูลประจำตัว แต่ก็ไม่มีวิธีใดที่จะรับประกันได้ว่าความเสี่ยงทั้งหมด
จะหายไปเว้นแต่อุปกรณ์จะไม่ออนไลน์ หากเราทำตามขั้นตอนนี้เราจะสูญเสียข้อดีหลาย
ประการของการมเี ทคโนโลยีในหอ้ งเรียนไปต้ังแตแ่ รก
8. เครื่องมือเทคโนโลยีในห้องเรียนอาจสร้างปัญหาทางการแพทย์สำหรับเด็กบางคน
อาการปวดตาเกิดขึ้นเมื่อคุณมองหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป อาการของปัญหานี้ ได้แก่
ปวดหลังปวดตาปวดคอรู้สึกเหนื่อยตาพร่ามัวและมีปัญหาในการโฟกัส การใช้คอมพิวเตอร์
อย่างหนักอย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ปัญหาสายตาสั้นในระยะเริ่มต้นโดยมีอัตราความชุก
มากกวา่ 60% สำหรับผู้ที่มอี ายุมากกว่า 12 ปีสำหรบั บางคนผลกระทบของปัญหาสุขภาพนี้จะ
สะสมซึ่งหมายถึงเวลาที่พวกเขาใช้ไป หน้าโทรศัพท์แท็บเล็ตและโทรทัศน์อาจทำให้เกิดปัญหา
สขุ ภาพตาได้เช่นกัน
9. เดก็ มกั จะเสียเวลาในการใชเ้ ครือ่ งมือเทคโนโลยีในหอ้ งเรียน
แมว้ ่าเดก็ ๆ จะสามารถปรบั ตัวใหเ้ ข้ากับสภาพแวดล้อมทีเ่ ปลีย่ นแปลงได้โดยไม่ต้องคิด
อะไรมากนัก แต่ความคิดเรื่องปกติของพวกเขามักถูกกำหนดโดยสิ่งที่พวกเขาประสบใน
ห้องเรียน ผู้สอนและโรงเรียนมีเวลาอยู่กับเด็กมากกว่าพ่อแม่ตลอดทั้งวันซึ่งหมายความว่า
ห้องเรียนจะกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผู้เรียนแต่ละคน การส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีอาจ
ช่วยสร้างโอกาสในการเรียนรู้ได้มากขึ้น แต่ยังสามารถนำไปสู่วิถีชีวิตที่อยู่ประจำมากขึ้น เมื่อ

88

เด็กนั่งนานเกินไปในระหว่างวันพวกเขาก็ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพเช่นเดียวกับที่
ผู้ใหญ่ทำเมื่อออกกำลังกายไม่เพียงพอ อาจมีปัญหาเกี่ยวกับโรคอ้วนสมาธิสั้นความเมื่อยล้า
ของกล้ามเนื้อปัญหาการนอนหลับและปัญหาการเผาผลาญอาหารจากการนั่งเป็นเวลานาน
น่ันคือเหตุผลที่โรงเรียนใดก็ตามที่นำเทคโนโลยีเข้ามาในห้องเรียนควรส่งเสริมให้มีกิจกรรมทาง
กายระดับปานกลางอย่างนอ้ ย 30 นาทีเม่อื ทำได้

10. ห้องเรยี นจำนวนมาก จำกดั การเข้าถึงเครื่องมอื เทคโนโลยี
เนื่องจากความตระหนกั ว่าโรงเรียนมีผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีในห้องเรียนจึง
มีขอ้ จำกัด ในการใชส้ ิง่ ของภายใต้หน้ากากของการคุ้มครองเดก็ แมว้ ่าไฟรว์ อลล์ และตวั บล็อก
ไซต์สามารถป้องกันไม่ให้เนื้อหาที่อันตรายที่สุดเข้าถึงสายตาของเด็ก ๆ ได้ แต่ก็ไม่แปลกที่จะ
เห็นว่าปัญหานี้ดำเนินไปอีกขั้นโดย จำกัด การทำงานของคอมพิวเตอร์ไว้ที่การประมวลผลคำ
และการวิจัยขั้นพื้นฐาน ผู้เรียนกลับบ้านพร้อมกับการมอบหมายงานเพื่อใช้เทคโนโลยีของ
ตนเองที่ห้องสมุดหรือผ่านโครงการเงินกู้เพื่อมอบความรับผิดชอบนี้ให้กบั ผู้ปกครองแทน หาก
บังคับ จำกัด เด็กแทนที่จะสอนให้พวกเขารู้จักการเลือกอย่างชาญฉลาดนั่นจะทำให้พวกเขามี
สภาพแวดล้อมการเรยี นรู้จริงหรอื ?
11. เครื่องมอื เทคโนโลยีสามารถสร้างการอา้ งองิ สำหรบั การเรียกคืนข้อมูล
หากคุณไม่สามารถเรียกคืนข้อมูลได้ในทันทีขั้นตอนต่อไปของคุณในการค้นหาคำตอบ
คืออะไร? คนสว่ นใหญจ่ ะบอกวา่ พวกเขาจะค้นหาข้อมูลที่ต้องการทางออนไลน์หรือขอให้ผู้ช่วย
เสมือน หากไม่สอนให้ผู้เรียนรู้จักการเรียกคืนข้อมูลด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อัจฉริยะ
หรือคอมพิวเตอร์ผู้เรียนรุ่นต่อไปอาจไม่สามารถใช้งานได้เว้นแต่จะมีเทคโนโลยีให้พวกเขา
เข้าถึงได้
EduSys World’s Best ERP for Educational Institution Management (2020) ได้กลา่ วถึง
ข้อดี และข้อจำกัดของเครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา ไว้ดงั นี้
ข้อดขี องเครือ่ งมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา
1. เป็นระบบอัตโนมัติแบบเตม็ รูปแบบ
แอปพลิเคชัน Edtech เป็นระบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันความผิดพลาดของมนุษย์ในด้าน
การบญั ชีการลงทะเบียนการจ้างงานและหน่วยงานอืน่ ๆ ในมูลนธิ ิการศกึ ษา ทกุ ที่ต้ังแต่การลง
รายการข้อมูลผู้เรียนการคำนวณเงินเดือนพนกั งานยานพาหนะต่อท้ายการติดตามการเข้ารว่ ม
ของทั้งนักศึกษาและคณาจารย์ไปจนถึงการสร้างใบเสร็จค่าธรรมเนียมสามารถดำเ นินการได้
โดยใช้ซอฟต์แวร์ Enterprise Resource Planning (ERP)

89

2. เพิ่มความคดิ สร้างสรรค์ และการแสดงภาพ
วิชาดนตรีวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในเชิงทฤษฎีนั้นเข้าใจง่ายกว่าเมื่อสอนด้วยรูปภาพ
วิดีโอและภาพเคลื่อนไหว เป็นการดีที่สุดที่จะสอนหัวข้อด้วยทัศนศิลป์มากกว่าหนังสือเรียน
ด้วยเครื่องมือ Edtech ผู้เรียนสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างเหมาะสมและออนไลน์เพื่อ
นำเสนอเข้าร่วมการทดสอบและการมอบหมายเรียนรู้ผ่านระบบจัดการการเรียนรู้ (LMS) และ
ทำสิ่งที่สรา้ งสรรคม์ ากขึ้น

3. ลดการใช้กระดาษ
การไม่ใช้กระดาษเป็นเส้นทางที่แพร่หลายและเป็นประโยชน์สำหรับสถาบันการศึกษา
ในการประหยัดเงิน ด้วยการใช้ทรัพยากรทางเทคโนโลยีเช่นอินเทอร์เน็ตซอฟต์แวร์ ERP และ
แอปพลิเคชันมือถือนักการศึกษาสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและ
ประหยัดเวลาด้วยการบันทึกไฟล์ออนไลน์และพิมพ์บทความและเอกสารทีส่ ำคัญ (ตารางเวลา
หลักสูตรการศึกษาบัตรรายงาน ฯลฯ ลงในอุปกรณ์อัจฉริยะในรปู แบบอิเล็กทรอนิกส์ ; จึงทำ
ให้การใชก้ ระดาษลดลง
4. เปน็ การชว่ ยการเรียนรไู้ ม่หยุดหย่อน
ให้ประโยชน์และปลูกฝังประตูที่เปิดกว้างเพื่อการเรียนการสอนที่ดีขึ้นทั้งในห้องเรียน
และที่บ้านด้วยการนำ LMS และ Auto Grading มาใช้ด้วยคอมพิวเตอร์การเขียนโปรแกรม
ซอฟต์แวร์ และอุปกรณอ์ ัจฉริยะ เทคโนโลยีการศกึ ษานีข้ ับเคลื่อนผเู้ รียนและช่วยจัดโครงสร้าง
และเตรียมการสำหรบั การเรียนรู้ทีด่ แี มอ้ ยทู่ ีบ่ ้านด้วยอินเทอร์เน็ต
5. การให้ประเมินคะแนนอัตโนมตั ิ
การประเมินผลการทดสอบเอกสารงานมอบหมายและการเผยแพร่เกรดต้องใช้เวลา
มาก การใช้ซอฟต์แวร์ Edtech ERP Grading Software จะอนุญาตให้ใช้ระบบอัตโนมัติการ
ประเมินตนเองการประเมินโดยเพื่อนและไม่ช้าก็เร็วปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของ
เครือ่ งจะได้รบั การพึง่ พาจนถึงจุดที่สามารถใช้เพื่อตรวจสอบการตรวจสอบได้
6. ปรับปรงุ การทำงานร่วมกันระหวา่ งผสู้ อนกบั ผเู้ รียน
นักการศึกษาสามารถช่วยเหลือผู้เรียนทุกคนในการทำกิจกรรมในห้องเรียนและในบ้านโดยไม่
ต้องอยู่กับทีจ่ ริงและเพิ่มปฏิสัมพันธ์กบั พวกเขาโดยใช้แอปพลิเคชัน LMS และ ERP ที่ออกแบบ
มาอย่างดี เครื่องมือขั้นสูงช่วยให้ผู้เรียนมีพลวัตชี้แนะและสนับสนุนพวกเขาเมื่อจำเป็นโดยการ
จัดเตรียม e-Learning แบบดิจทิ ัลที่มปี ระสิทธิภาพ

90

ข้อจำกดั ของเครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษา
1. มีการ ประสบปัญหาทางเทคนิคเนื่องจากข้อบกพร่องในการเขียนโปรแกรม
ซอฟต์แวร์
2. เฉพาะผู้ที่คุ้นเคยกับการใช้สมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์เป็นประจำเท่านั้นที่
สามารถใช้งานแอปพลิเคชนั ได้
3. โมดูล และคุณสมบตั ิทีก่ ว้างขวางในซอฟตแ์ วรท์ ำให้ผู้ใชใ้ ช้แอปพลิเคชันได้ยาก
4. ในกรณีที่ไม่มีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้ใช้เข้าถึงแอปพลิเคชันได้ยากซึ่งเป็น
ข้อเสียทีส่ ำคัญ
5. ความเสีย่ งของการจดั การข้อมลู อย่างไม่ถูกต้องอาจเป็นเรื่องทีน่ ่ารำคาญ แต่ข้อเสีย
เหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมประหยัดต้นทุนและดีที่สุดที่
เป็นประโยชน์สูงสดุ ตอ่ องคก์ ร
กล่าวโดยสรุป ข้อดี และข้อจำกัดของเครือ่ งมอื เทคโนโลยีการศกึ ษาแสดงให้เห็นว่าการ
ลองใช้เครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อการเรียนรู้จะเป็นประโยชน์ ผู้คนต่างมีระดับความสะดวกสบายที่
แตกต่างกันเมื่อต้องแนะนำสิ่งใหม่ ๆ นั่นหมายความว่าไม่มีคำตอบที่ถูกต้องหรือคำตอบที่ผิด
เทคโนโลยีสามารถเปิดโลกใหก้ บั ผเู้ รียนมากขึ้น และนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกจากนี้ยัง
จะสร้างการค้นพบใหม่ ๆ เกี่ยวกับโลก ซึ่งผลประโยชน์เหล่านี้จะต้องมีมากกว่า ความเสี่ยงที่
เกีย่ วข้องและสำหรับบางคนอาจไม่ได้เปน็ ดงั นนั้ ซึ่งข้อดแี ละ ข้อจำกัด ของเครือ่ งมอื เทคโนโลยี
การศึกษาในชั้นเรียนเหล่านี้ บ่งบอกว่าผู้เรียน และผู้สอนสามารถมีประสิทธิภาพมากขึ้นใน
บทบาทของตนเมื่อมีอยู่ แม้ว่าจะมีระดับความสะดวกสบายที่แตกต่างกันไปตามปริมาณการ
สัมผัสที่แต่ละคนมี และเมื่อพูดถึงการเรียนการสอนด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีการศึกษา ก็จะมี
ทั้งข้อดี และข้อจำกัด แต่ข้อจำกัดสามารถลดลงได้หากเราสามารถหาวิธีใช้เทคโนโลยีใน
การศกึ ษาได้อยา่ งถูกต้อง
สรปุ ท้ายบท
เครือ่ งมือเทคโนโลยีการศกึ ษา เปน็ เครือ่ งมอื ทีช่ ว่ ยในการจดั การเรียนการสอน ไมว่ ่าจะ
เป็น (1) สื่อโสตทัศน์ เช่น เครื่องเสียง เครื่องฉาย (2) สื่อสารมวลชน เช่นการบันทึกภาพ การ
บันทึกเสียง (3) คอมพิวเตอร์ เช่น เครื่องมือการเรียนรู้ออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ รวมไปถึง
Hardware เช่น อุปกรณ์สะท้อนหน้าจอ สายต่อต่างๆเพื่อแสดงผลในหน้าจอ และ Software
เช่น แอปพลิเคชันที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน การติดต่อสื่อสาร รวมไปถึง Software ใน
คอมพิวเตอร์ อีกทั้ง เครือ่ งมือเทคโนโลยีการศึกษา ยังมีความหมายเดียวกันกับ Learning tools
Digital learning tools หรอื Tools for learning ซึง่ จะประกอบไปด้วยเครือ่ งมอื ออนไลน์ต่างๆที่ใช้

91

ในการตดิ ตอ่ สือ่ สาร การทำงานร่วมกนั การแบง่ บันข้อมูล การค้นหาข้อมลู การสร้างเครือข่าย
การจัดเกบ็ ข้อมลู ออนไลน์ เป็นต้น ดังนน้ั เครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษาจงึ มีความสำคัญในการ
จดั การเรยี นการสอนเป็นอยา่ งมากเพือ่ ช่วยใหผ้ เู้ รียนได้เรียนรู้ มองเห็นภาพและได้ยินเสียง ได้มี
ปฏิสมั พันธ์ในการเรียนผ่านเครือ่ งมอื ตา่ ง ๆ
คำถามท้ายบท

1. จงอธิบายความหมายของเครื่องมือเทคโนโลยีการศกึ ษา
2. จงอธิบายความสำคัญของเครื่องมือเทคโนโลยีการศกึ ษา
3. จงอธิบายประเภทของเคร่อื งมอื เทคโนโลยี มีอะไรบ้าง
4. จงอธิบายความแตกตา่ งของเครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษาแตล่ ะประเภท
5. จงยกตัวอย่างเครื่องมือเทคโนโลยีการศึกษา พร้อมทั้งบอกข้อดีและข้อจำกัดของ

เครือ่ งมือที่เลือก

92

“แม้จะมเี ทคโนโลยีสูง แตไ่ ม่มอี ะไรแทนคนสอนคน”

พระราชดำรสั ด้านการศกึ ษา ของในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชทานแกบ่ คุ คลตา่ งๆ
ทีเ่ ข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล เนื่องในโอกาสวนั เฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลัย

สวนจิตรลดาฯ พระราชวงั ดสุ ิต เมอ่ื วนั พุธที่ 4 ธันวาคม 2539

93

เอกสารอา้ งอิง

กิดานันท มลิทอง. (2543). เทคโนโลยีการศกึ ษาและนวัตกรรม (พิมพครั้งที่ 2). กรงุ เทพฯ:
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั .

กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ. (2544). คู่มอื การจัดการเรียนรู้กลมสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

จรยิ า เหนียนเฉลย. (ม.ป.ป.). เทคโนโลยีทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: พิมพดี.
ชัยยงค พรหมวงศ. (2544). สื่อการสอนระดบั ประถมศึกษา (พิมพ์คร้ังที่ 19). นนทบรุ ี :

มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช.
ไชยยศ เรืองสุวรรณ. (2533). เทคโนโลยีการศกึ ษา : ทฤษฎีและการวิจยั . กรงุ เทพฯ : โอ

เดียนสโตร.์
ทบวงมหาวิทยาลยั . (2546). กรงุ เทพมหานคร: สาํ นักงานคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา.
นภศิ พร สงั ข์ทอง. (2541). สถานภาพ ความตอ้ งการและปญั หาการใชส้ ือ่ การสอนของ

วิทยาลยั พยาบาลทหารอากาศ. กรุงเทพมหานคร : วทิ ยานพิ นธ์ปริญญาโท,
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช. (2556). อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีและส่อื สารการศึกษา.
นนทบรุ ี: มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธิราช.
สำนักการศึกษา กรงุ เทพมหานคร. (2559).รายงานการวิจัย เรื่อง แนวทางการพัฒนา
เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ในโรงเรียนสังกดั กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: โรง
พิมพช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั .
1belief. (2560). เสิร์ชเอนจิน (Search Engines) คืออะไร หลกั การทำงานของระบบค้นหา
ข้อมลู . [Online]. From. https://www.1belief.com/article/search-engines/
Alycia G. (2019). What are the best learning tools for networking students?. [Online]. From.
https://technofaq.org/posts/2020/04/what-are-the-best-learning-tools-for-
networking-students/
Amy Trietiak. (2020). Online Collaborative Learning in Higher Education: A Review of the
Literature. [Online]. From.
https://edspace.american.edu/amytrietiak/2020/05/07/online-collaborative-
learning-in-higher-education/

94

Anchal M. (2017). How Important Is Technology In Education For Student Engagement?.
[Online]. From. https://www.excellentwebworld.com/how-important-is-
technology-in-education/

Ashutosh C. (2018). 11 Digital Education Tools For Teachers And Students [Online]. from
https://elearningindustry.com/digital-education-tools-teachers-students
Association for Education Communications and Technology (AECT).(1977). Education for

Educational Communications and Technology:Definition and glossary of terms.
Volume I. Washington D.C:Association for Educational Communications and
Technology
Arnold De P. (2019). Top 10 Advantages and Disadvantages of Technology for Education.
[Online]. From. https://arnolddepedro.medium.com/top-10-advantages-and-
disadvantages-of-technology-for-education-722bcb4c8715
Ben Aston. (2020). 10 Best Online Communication Tools For Business In 2020. [Online].
From. https://thedigitalprojectmanager.com/best-communication-tools/
Bit Tech. (2020). 12 Secure File Sharing Sites and Tools for Easy Collaboration. [Online].
From. https://blog.bit.ai/free-file-sharing-sites/
Bit Tech. (2020). 12 Best Student Tools for Better Learning in 2020. [Online].
From. https://blog.bit.ai/student-tools/
Brandon G. (2018). 23 Advantages and Disadvantages of Technology in Education.
[Online]. From. https://brandongaille.com/23-advantages-disadvantages-
technology-education/
Clear Touch. (2020). Technology in the Classroom: Advantages and Disadvantages.
[Online]. From. https://www.getcleartouch.com/technology-in-the-classroom-
advantages-and-disadvantages/
Connie M. (2019). 10 Social Media Tools For Learning. [Online]. From.
https://theelearningcoach.com/elearning2-0/10-social-media-tools-for-learning/
David D. (2020). What is Educational Technology? [Online]. From.
https://www.elearn2grow.com/2020/04/14/what-is-educational-technology/
DLRN Research Associate. (1995). “What is Distance Education? ” [Online]. From.
http://www. dlrn. Org

95

EduSys. (2020). Edtech Disadvantages & Advantages (2020) - LMS, CRM, ERP. [Online].
From. https://www.edusys.co/blog/edtech-disadvantages-and-advantages

Edx. (2020). Information Technology Courses. [Online]. From.
https://www.edx.org/learn/information-technology

ELISE. (2020). The Best Platforms for Video Hosting of Online Courses. [Online]. From.
https://www.dacast.com/blog/best-video-hosting-platforms-for-online-courses/

Evolving Ed. (2020). Digital Learning: What to Know in 2020. [Online]. From.
https://www.schoology.com/blog/digital-learning

F.Learning Studio (2020). TOP EDUCATIONAL TECHNOLOGY TRENDS. [Online]. From.
https://www.flearningstudio.com/latest-educational-technology-trends/

Future of working. (2020). 22 Advantages and Disadvantages of Technology in Education.
[Online]. From. https://futureofworking.com/10-advantages-and-disadvantages-
of-technology-in-education/

Gerlach, J. M. (1994). Is this collaboration? In K. Bosworth & S.J. Hamilton (Eds.),
Collaborative Learning: Underlying Processes and Effective Techniques, New
Directions for Teaching and Learning No. 59. Google Books

Good, C. V. (1973). Dictionary of Education. (3rd ed). New York: McGraw - Hill book
Go.IGI Global. (2020). What is Learning Tools. [Online]. From. https://www.igi-

global.com/dictionary/learning-tools/16974
Joseph L. (2020). What is Educational Technology? [Definition, Examples & Impact].

[Online]. From. https://onlinedegrees.sandiego.edu/what-is-educational-
technology-definition-examples-impact/
Modern Consumers. (2020). Types Of Classroom Technologies. [Online]. From
https://modernconsumers.com/types-classroom-technologies/
Mo Q. (2020) 5 EdTech Tools You Should Try in 2020. [Online]. From.
https://bsd.education/5-edtech-tools-you-should-try-in-2020/
Pea, Roy D. (2000). The Jossey-Bass reader on technology and learning. San Francisco :
Jossey-Bass.

96

Programme B (2019). ADVANTAGES AND DISADVANTAGES OF MODERN TECHNOLOGY IN
STUDENTS LIFE. [Online]. From. https://baronmag.ca/2019/07/advantages-and-
disadvantages-of-modern-technology-in-students-life/

Roxine K. (2020). The 11 Best Note-Taking Apps in 2020 – Evernote, Notion, and More.
[Online]. From. https://collegeinfogeek.com/best-note-taking-apps/

Sead F. (2020). Best cloud storage of 2020. Online]. From.
https://www.itproportal.com/guides/best-cloud-storage/

Teachme Biz. (2020). หมดคำถาม ทำไมหลายองคก์ รถึงเลือกใช้ระบบ Cloud Storage ?.
[Online]. From. https://teachme-biz.com/blog/teachmebiz-cloudstorage/

Techloner. (2019). Powerful Role of Technology in Education in 2020. [Online]. From.
https://techloner.com/role-of-technology-in-education/

TeachThought Staff. (2020). 10 Technology Tools To Engage Students In The Classroom.
[Online]. From. https://www.teachthought.com/technology/9-technology-tools-
engage-students-classroom/

University of the People. (2020). The Growing Importance of Technology in Education.
[Online]. From. https://www.uopeople.edu/blog/the-growing-importance-of-
technology-in-education/

Wikipedia. (2020). Online video platform. ?. [Online]. From.
https://en.wikipedia.org/wiki/Online_video_platform

แผนการสอนประจำบทท่ี 2

ความรู้พืน้ ฐานไฟฟา้ อิเลก็ ทรอนิกสก์ ับเครือ่ งมือเทคโนโลยีการศึกษา

หัวข้อเนื้อหา
1. ความหมายของไฟฟ้า
2. ความหมายของศพั ท์ทางไฟฟ้า
3. ความเป็นมาของไฟฟ้า
4. ต้นกำเนิดของไฟฟ้า
5. ประเภทของไฟฟ้า
6. อปุ กรณ์ไฟฟ้าที่ควรทราบ
7. วงจรไฟฟ้าเบอื้ งต้น
8. วิธีคํานวณ วงจรไฟฟ้า
9. สถาบนั ทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า
10. การตรวจสอบเครอ่ื งมอื เทคโนโลยีการศกึ ษากอ่ นใช้ไฟฟ้า
11. การใชเ้ ครือ่ งมอื เทคโนโลยีทางการศกึ ษาอยา่ งปลอดภยั
12. การปฐมพยาบาลผถู้ กู ไฟฟ้าดดู

วัตถุประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
หลงั จากจบการเรียนการสอนบทนีแ้ ล้ว นิสติ มคี วามสามารถดังนี้
1. นิสติ สามารถบอกความหมายของไฟฟ้าได้ถูกต้อง
2. นิสติ สามารถบอกความหมายของศพั ทท์ างไฟฟ้าได้ถกู ต้อง
3. นิสติ สามารถบอกความเปน็ มาของไฟฟ้าได้ถกู ต้อง
4. นิสติ สามารถบอกต้นกำเนิดของไฟฟ้าได้ถูกต้อง
5. นิสติ สามารถจำแนกประเภทของไฟฟ้าได้ถูกต้อง
6. นิสติ สามารถบอกอุปกรณไ์ ฟฟ้าที่ควรทราบได้ถกู ต้อง
7. นิสติ สามารถบอกการตอ่ วงจรไฟฟ้าเบื้องต้นได้ถูกต้อง
8. นิสติ สามารถบอกวิธีคาํ นวณ วงจรไฟฟ้าได้ถกู ต้อง
9. นิสติ สามารถบอกช่ือสถาบันทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑไ์ ฟฟ้าได้ถูกต้อง
10. นิสติ สามารถตรวจสอบเครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษาก่อนใช้ไฟฟ้าได้ถกู ต้อง
11. นิสติ สามารถใช้เครือ่ งมอื เทคโนโลยีทางการศกึ ษาอย่างปลอดภยั ได้ถกู ต้อง

98

12. นิสติ สามารถปฐมพยาบาลผถู้ กู ไฟฟ้าดูดได้ถกู ต้อง
กิจกรรมการเรยี นการสอน

ก่อนเขา้ ชัน้ เรยี น
1. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ความรู้พื้นฐานด้านไฟฟ้า จำนวน

10 ข้อ เปน็ แบบทดสอบแบบ 4 ตัวเลือก
2. ให้ผู้เรียนศึกษาวิดีโอการสอน เรื่อง ความรู้พื้นฐานไฟฟ้ากับเครื่องมือ

เทคโนโลยีการศกึ ษา ตอนที่ 1
3. ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด พื้นฐานไฟฟ้ากับเครื่องมือเทคโนโลยีการศึกษา

ตอนที่ 1
4. ให้ผู้เรียนศึกษาวิดีโอการสอน เรื่อง ความรู้พื้นฐานไฟฟ้ากับเครื่องมือ

เทคโนโลยีการศกึ ษา ตอนที่ 2
5. ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด พื้นฐานไฟฟ้ากับเครื่องมือเทคโนโลยีการศึกษา

ตอนที่ 2
ในชั้นเรยี น
6. ผู้สอนให้ผเู้ รียนทำแบบทดสอบ (Quiz) เรื่องความรพู้ ื้นฐานดา้ นไฟฟ้า ก่อน

เรียนโดยใช้ https://quizizz.com/ จำนวน 10 ขอ้ เป็น แบบทดสอบแบบ 4 ตัวเลือก
7. ผู้สอนบรรยายสรุปแบบมีปฏิสัมพันธ์ โดยระหว่างบรรยายใช้คำถามที่มีอยู่

ในไสด์บรรยายดังน้ี
- ไฟฟ้าคืออะไร
- Volt, Ampere, Watt, Ohms
- ไฟฟ้าเกิดข้ึนได้อย่างไร
- ไฟฟ้ามีกีป่ ระเภท
- AC / DC ต่างกันอยา่ งไร
- วงจรไฟฟ้า
- การตรวจสอบเครื่องมอื เทคโนโลยีการศกึ ษาก่อนใช้กับไฟฟ้า

8. ผู้สอนพดู คุยเกีย่ วกับประสบการณใ์ นการใชอ้ ุปกรณไ์ ฟฟ้า วิธีคํานวณ
วงจรไฟฟ้า สถาบันทดสอบมาตรฐานผลิตภณั ฑไ์ ฟฟ้า การตรวจสอบเคร่อื งมอื เทคโนโลยี
การศกึ ษากอ่ นใช้ไฟฟ้า การใช้เครื่องมอื เทคโนโลยีทางการศกึ ษาอย่างปลอดภัย การปฐม
พยาบาลผถู้ กู ไฟฟ้าดูด

9. ผสู้ อนให้ผเู้ รียนแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับการเรียนในเนื้อหา

99

10. ผสู้ อนนดั หมายเวลาผู้เรยี นในการเรียนคร้ังต่อไป
หลงั จากชั้นเรียน

11. มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาวิดีโอการสอน เรื่อง เครื่องฉาย ตอนที่ 1 และ
เครือ่ งฉาย ตอนที่ 2

12. หากผู้เรียนมีข้อสงสัย หรือคำถามให้ผู้เรียนสอบถามปัญหา / ข้อสงสัยใน
การเรียน โดยตั้งกระทู้ในระบบการจัดการเรียนการสอน หรือ สอบถามทาง กลุ่มไลน์ใน
รายวิชา กลุ่มเฟสบุ๊ค ข้อความส่วนตัว อีเมล์ ไมโครซอฟทีม ข้อความในระบบการจัดการเรียน
การสอน ข้อความในระบบทะเบียนของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการสื่อสารแบบไม่ผสานเวลา ได้
ตลอด 24 ช่วั โมง
สื่อการเรียนการสอน

1. เอกสารประกอบการสอนบทที่ 2 เรือ่ ง ความรพู้ ืน้ ฐานไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกสก์ บั
เครือ่ งมือเทคโนโลยีการศกึ ษา

2. แบบทดสอบก่อนเรียน เร่อื ง ความรพู้ ื้นฐานด้านไฟฟ้า
3. แบบฝกึ หัด พืน้ ฐานไฟฟ้ากบั เครื่องมือเทคโนโลยีการศกึ ษา ตอนที่ 1
4. แบบฝกึ หัด พืน้ ฐานไฟฟ้ากบั เครื่องมือเทคโนโลยีการศกึ ษา ตอนที่ 2
5. วิดีโอการสอนเรือ่ งความรพู้ ื้นฐานดา้ นไฟฟ้า และอิเลก็ ทรอนิกส์ ตอนที่ 1
6. วิดีโอการสอนเรื่องความรพู้ ื้นฐานดา้ นไฟฟ้า และอิเลก็ ทรอนิกส์ ตอนที่ 2
7. แบบทดสอบ (Quiz) เรื่องความรพู้ ืน้ ฐานด้านไฟฟ้า โดยใช้ จำนวน 10 ข้อ

เป็น แบบทดสอบแบบ 4 ตวั เลือก
8. PowerPoint เรื่อง ความรพู้ ื้นฐานดา้ นไฟฟ้า และอิเลก็ ทรอนิกส์ ตอนที่ 1
9. PowerPoint เรือ่ ง ความรพู้ ื้นฐานดา้ นไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ตอนที่ 2
10. ระบบการจดั การเรียนการสอน (https://lms.up.ac.th)
11. วิดีโอการสอน เรอ่ื ง เครือ่ งฉาย ตอนที่ 1
12. วิดีโอการสอน เร่อื ง เครื่องฉาย ตอนที่ 2
การวัดและประเมินผล
1. การตอบแบบทดสอบก่อนเรียน เรอ่ื ง ความรู้พ้ืนฐานด้านไฟฟ้า
2. การทำแบบฝกึ หัด พืน้ ฐานไฟฟ้ากับเครือ่ งมือเทคโนโลยีการศกึ ษา ตอนที่ 1
3. การทำแบบฝกึ หัด พืน้ ฐานไฟฟ้ากับเครือ่ งมือเทคโนโลยีการศกึ ษา ตอนที่ 2
4. แบบทดสอบ (Quiz) เรือ่ งความรพู้ ืน้ ฐานด้านไฟฟ้า จำนวน 10 ข้อ เปน็

แบบทดสอบแบบ 4 ตัวเลือก

100

5. การรว่ มอภิปรายและตอบคำถามในชน้ั เรียน
6. การสังเกตจากการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถามระหว่างการบรรยายสรุป

แบบมีปฏิสัมพันธ์ ในข้อคำถามดังนี้ (1) ไฟฟ้าคืออะไร (2) Volt, Ampere, Watt,
Ohms (3) ไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร (4) ไฟฟ้ามีกี่ประเภท (5) AC / DC ต่างกัน
อย่างไร (6) วงจรไฟฟ้า (7) การตรวจสอบเคร่อื งมอื เทคโนโลยีการศกึ ษาก่อนใช้กับ
ไฟฟ้า
7. ความสนใจและความรบั ผดิ ชอบในการเรียน

101

บทท่ี 2

ความรู้พืน้ ฐานไฟฟา้ อิเลก็ ทรอนิกส์กับเครือ่ งมือเทคโนโลยีการศึกษา

ไฟฟ้านบั เปน็ ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่งในการพฒั นาประเทศ การใช้ พลังงาน
ไฟฟ้าเป็นจำนวนมากมีความสัมพันธ์โดยตรงกับอัตราการเจริญทางเศรษฐกิจของประเทศ
การนำพลงั งานไฟฟ้ามาใช้นนั้ เริ่มตน้ จาการสร้างระบบผลติ พลังงานไฟฟ้าหรอื โรงไฟฟ้า แล้วจึง
ส่งพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบส่ายส่ง ไฟฟ้าแรงสูงไปยังระบบจำหน่ายเพื่อแจกจ่ายไปขายให้กับ
ผู้ใช้ ไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เกิดจากกระบวนการผลิตที่มนุษย์ได้นำเอา
เทคโนโลยีและทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน กระบวนการผลิตไฟฟ้าใน
ประเทศไทยสามารถ (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, 2540) ปัจจุบันไฟฟ้าเป็นปัจจัย
สำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่งสำหรับการดำรงชีวิตประจำวันของชนในชาติ การสื่อสาร การคมนาคม
การให้ความรู้ การศึกษา ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อหลักการมนุษยชนจะเกิดขึ้นและมี
ประสิทธิภาพไม่ได้ถ้าขาด “ไฟฟ้า” โดยไฟฟ้าเป็นตัวแปรสำคัญในการพฒั นาเศรษฐกิจการเพิ่ม
ผลผลิตทั้งเกษตรรวมและอุตสาหกรรมที่ทันสมัย การกระจายรายได้ และสร้างขีด
ความสามารถในการแข่งขันในด้านการผลิต และการขายสินค้า ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการ
พฒั นาเศรษฐกิจ
1. ความหมายของไฟฟ้า

มีผู้ให้ความหมายเกีย่ วกบั ไฟฟ้าไว้ดงั นี้
Circuit Globe (2015) ได้ให้ความหมายของไฟฟ้าไว้ว่า คือ อัตราที่งานกำลังทำใน
วงจรไฟฟ้าเรียกว่าพลังงานไฟฟ้า กล่าวอีกนัยหนึ่งพลังงานไฟฟ้าถูกกำหนดให้เป็นอัตราการ
ถ่ายโอนพลังงาน พลังงานไฟฟ้าผลิตโดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและสามารถจ่ายโดยแบตเตอรี่
ไฟฟ้าได้ ให้พลังงานรูปแบบเอนโทรปีต่ำซึ่งถูกส่งไปในระยะทางไกลและยังถูกแปลงเป็น
พลังงานรปู แบบอื่น ๆ เชน่ การเคลือ่ นไหวพลังงานความร้อนเป็นต้น
Techopedia (2016) ได้ให้ความหมายของไฟฟ้าไว้ว่า คือ ไฟฟ้าหมายถึงอัตราที่ใช้
พลังงานไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า หน่วย SI คือวัตต์ซึ่งเป็นหนึ่งจูลต่อวินาที แม้ว่าแหล่งต่าง ๆ
เช่น แบตเตอรี่ไฟฟ้าสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้ แต่ส่วนใหญ่ผลิตโดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
ด้วยความช่วยเหลือของกริดไฟฟ้าอุตสาหกรรมพลังงานจะจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับบ้านและ
อุตสาหกรรมอื่น ๆ

102

Wikipedia (2020) ได้ให้ความหมายของไฟฟ้าไว้ว่า คือ พลังงานไฟฟ้าคืออัตราต่อ
หน่วยเวลาที่พลังงานไฟฟ้าถูกถ่ายโอนโดยวงจรไฟฟ้า หน่วย SI คือวัตต์หนึ่งจูลต่อวินาที
พลังงานไฟฟ้ามักผลิตโดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แต่ยังสามารถจัดหาได้จากแหล่งต่าง ๆ เช่น
แบตเตอรี่ไฟฟ้า โดยปกติจะจ่ายให้กับธุรกิจและที่อยู่อาศัย (เป็นไฟฟ้าหลักในประเทศ) โดย
อุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าผ่านกริดพลังงานไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้าสามารถส่งได้ในระยะ
ทางไกลโดยสายส่งและใช้สำหรับการใช้งานเช่นการเคลื่อนไหวแสงหรือความร้อนที่มี
ประสิทธิภาพสงู

ราชบัณฑิตยสถาน (2555) ได้ให้ความหมายของไฟฟ้าไว้ว่า คือ พลังงานรูปหนึ่งซึ่ง
เกี่ยวข้องกบั การแยกตวั ออกมา หรอื การเคลื่อนที่ของอเิ ลก็ ตรอนหรือโปรตอนหรอื อนุภาคอื่นที่
มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดพลังงานอื่น
เช่น ความรอ้ น แสงสวา่ ง การเคลื่อนที่

เปลื้อง ณ นคร (2561) ได้ให้ความหมายของไฟฟ้าไว้ว่า คือ กำลังชนิดหนึ่ง เกิดจาก
การขดั สีของวัตถุบางชนิด หรอื เกิดจากแบตเตอรี่หรอื ไดนาโม ซึง่ นำมาใช้ประโยชน์ ได้ เช่น ให้
แสงหรอื เดินเครือ่ งจกั ร แสงที่เราเหน็ บนฟ้าทีเ่ รยี กว่า ฟ้าแลบ น้ันกค็ ือ แสงไฟฟ้า.

เจษฎาภรณ์ เสนอินทร์ (2563) ได้ให้ความหมายของไฟฟ้าไว้ว่า คือ การไหลของ
ประจไุ ฟฟ้า ในวงจรไฟฟ้า ประจุน้ีมักจะถูกนำพาไป อิเล็กตรอน ทีเ่ คลื่อนที่ในประจุยังสามารถ
ถูกนำพาโดย ไอออน ได้เช่นกันในสาร อิเล็กโทรไลต์ หรือโดยทั้งไอออนและอิเล็กตรอนเช่นใน
พลาสมา กระแสไฟฟ้ามีหน่วยวัด SI เป็น แอมแปร์ ซึ่งเป็นการไหลของประจุไฟฟ้าที่ไหลข้าม
พื้นผิวหนึ่งด้วยอัตราหนึ่ง คูลอมบ์ ต่อวินาที กระแสไฟฟ้าสามารถวัดได้โดยใช้ แอมป์มิเตอร์
กระแสไฟฟ้าก่อให้เกิดผลหลายอย่าง เช่นความร้อน (Joule heating) ซึ่งผลิต แสงสว่าง
ในหลอดไฟ และยังก่อให้เกิด สนามแม่เหล็ก อีกด้วย ซึ่งถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายใน
มอเตอร์, ตัวเหนี่ยวนำ, และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า อนุภาคที่นำพาประจุถูกเรียกว่า พาหะของ
ประจไุ ฟฟ้า ใน โลหะ ตัวนำไฟฟ้า อิเล็กตรอนจากแต่ละอะตอมจะยึดเหนย่ี วอยกู่ บั อะตอมอย่าง
หลวม ๆ และพวกมันสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระอยู่ภายในโลหะนั้นภายใต้สภาวะการณ์
หนึ่ง อิเล้กตรอนเหล่านี้เรียกว่า อิเล็กตรอนนำกระแส (อังกฤษ: conduction electron) พวกมัน
เปน็ พาหะของประจุในโลหะตัวนำนั้น

จากการให้ความหมายของไฟฟ้า ของนักวิชาการ ที่กล่าวมาข้างต้น สามารถ
สปุ ได้วา่ ไฟฟ้าคือพลงั งานชนิดหนึง่ เปน็ สว่ นประกอบที่มอี ยูใ่ นวตั ถุธาตุทุกชนิด จะประกอบด้วย
อนุภาคเล็ก ๆ เรียกว่า "อะตอม" ซึ่งในแต่ละอะตอมประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และ
อิเล็กตรอน อยู่จำนวนมากมาย สำหรับโปรตอนและนิวตรอนอยู่นิ่งกับที่ ไม่เคลื่อนไหว แต่

103

อิเล็กตรอนจะเคลื่อนไหวจากอะตอมหนึ่งไปยังอีกอะตอมหนึ่งได้ ซึ่งการเคลื่อนไหวลักษณะ
เช่นนี้เรียกว่า ไฟฟ้า หรือเป็นพลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา หรือการ
เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจ คล้ายคลึงกับ
อิเล็กตรอนหรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ ก่อใหเ้ กิดพลงั งานอ่ืน โดยอตั ราตอ่ หน่วยเวลาที่พลังงาน
ไฟฟ้าถูกถ่ายโอนโดยวงจรไฟฟ้า หน่วย SI คือวัตต์หนึ่งจูลต่อวินาที พลังงานไฟฟ้ามักผลิตโดย
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า แต่ยังสามารถจัดหาได้จากแหล่งต่าง ๆ แม้ว่าแหล่งต่าง ๆ เช่นแบตเตอรี่
ไฟฟ้าสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้ แต่ส่วนใหญ่ผลิตโดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ด้วยความ
ช่วยเหลอื ของกริดไฟฟ้าอุตสาหกรรมพลังงานจะจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กบั บ้านและอตุ สาหกรรม
อื่น ๆ
2. ความหมายของศัพท์ทางไฟฟา้

ไฟฟ้ามีคำจำกัดความทั่วไปของคำศัพท์ที่ใช้ในทางไฟฟ้า ต่าง ๆ เพื่อให้การสั่งวัสดุ
อุปกรณ์ และการอ่านรายละเอียดของวัสดุอุปกรณ์ มีประสิทธิภาพ โดยผู้อ่านจะต้องมี
ความคุ้นเคยกับภาษาที่ใช้ในทาง ไฟฟ้าด้วย ดังนั้นจึงควรอ่านคำจำกัดความแต่ละคำอย่างระ
เอียดให้เข้าใจ โดยคำศัพท์ที่ใช้ในทาง ไฟฟ้า (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 2562 : Power
Meter Line, 2562 และ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2562) มีดงั ตอ่ ไปนี้

1. พลังงาน (energy) : ความสามารถในการทำงาน
2. กำลังม้า (horsepower) : หน่วยวัดการทำงานของเครื่องจักรกลพวกมอเตอร์และ
เครือ่ งยนต์
จะใช้อกั ษรยอ่ HP หรอื hp แทน โดยท่วั ไปกำลงั มา้ นจี้ ะใช้บง่ บอกเอาท์พุทของมอเตอรไ์ ฟฟ้า
3. ไฟฟ้า (electricity) : การเคลือ่ นทีข่ องอเิ ลก็ ตรอนผ่านตัวนำไฟฟ้า
4. ตัวนำไฟฟ้า (conductor) : สสารทีย่ อมให้กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นตัวมันเองได้ง่าย
ความนำไฟฟ้าหรือความเป็นสื่อไฟฟ้า (conductance) : ความสะดวกสบายต่อการไหลผ่านของ
กระแสไฟฟ้าในวงจร
5. ฉนวนไฟฟ้า (insulator) : วัตถุที่มีคุณสมบัติด้านต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้า
อาจจะกล่าวได้วา่ สสารนั้น ขดั ขวางการเคลื่อนที่ของอิเลก็ ตรอน
6. อำนาจแม่เหล็ก (magnetism) : คุณสมบัติอย่างหนึ่งของสสารที่แสดงอำนาจดึงดูด
เหล็กได้
7. ขั้วไฟฟ้า (polarity) : คุณสมบัติของประจุไฟฟ้าที่แสดงออกมา ซึ่งจะมีค่าเป็นบวก
หรอื เป็นลบ

104

8. แม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnet) : ขดลวดตัวนำไฟฟ้าที่แสดงอำนาจหรือคุณสมบัติ
ทางแม่เหลก็ เมอ่ื มีกระแสไฟฟ้า ไหลผ่านขดลวดน้ัน

9. ขดปฐมภูมิ (primary) : ขดลวดของหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งต่ออยู่กับแหล่งจ่ายไฟฟ้า
และรับพลังงาน น้ันกค็ ือดา้ นรับไฟฟ้าเขา้ ของหม้อแปลงไฟฟ้า

10. ขดทุติยภูมิ (secondary) : ขดลวดของหม้อแปลงไฟฟ้าที่ติดอยู่กับโหลด (ภาระทาง
ไฟฟ้า) โดยจะรับพลังงานด้วยหลักการเหนี่ยวนำทางอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดปฐมภูมิ
ไปส่โู หลดนั้นกค็ ือดา้ นจ่ายไฟออกของหม้อแปลงไฟฟ้า

11. กำลงั ไฟฟ้า (electric power) : อัตราการผลิตหรือใช้พลังงานทางทาวงไฟฟ้าในหนึ่ง
หน่วยเวลา

12. วัตต์ (watt) : หน่วยวัดกำลังไฟฟ้า เราเรียนอักรย่อตัวพิมพ์ใหญ่ W แทน
กำลงั ไฟฟ้ามีจะเปน็ อกั ษรบอกพลังงานไฟฟ้าที่มีอปุ กรณไ์ ฟฟ้าแตล่ ะตัวในการทำงาน อย่างเช่น
หลอดไฟ 1,000 วัตต์ เครือ่ งปิง้ ขนมปงั 1,000 วตั ต์

13. กิโลวัตต์ (kilowatt) : หน่วยกำลงั ไฟฟ้าที่มคี ่าเทา่ กบั 1,000 วัตต์ เราใช้ตวั ย่อว่า KW
เพราะเหตุว่าในทางปฏิบัตินนั้ โหลด หรอื ภาระทางไฟฟ้ามีจำนวนมาก ๆ จงึ มคี า่ วัตตส์ งู ๆ หน่วย
วัตต์ซึ่งทำให้การเรียกหรือบันทึกค่ายุ่งยากและเสียเวลา เราจึงนิยมใช้กิโลวัตต์ซึ่งเป็นหน่วยที่
ใหญ่ขึ้นนี้แทน และยังมีหน่วยใหญ่กว่ากิโลวัตต์อีกก็คือ เมกกะวัตต์ (megawatt) ซึ่งเท่ากับ
1,000 กิโลวัตต์ หรือเขยี นย่อ ๆ ว่า 1 MW

14. กิโลวัตต์ – ชั่วโมง (kilowatt – hour) : หน่วยวัดการใช้กำลังไฟฟ้าในเวลา 1 ชั่วโมง
เราจำใช้อักษรย่อพิมพ์ตัวใหญ่ KWH แทน ปกติแล้วการใช้พลังงานไฟฟ้าตามบ้านจะวัดค่าออก
จากเครื่องวัดพลังงาน (หรอื ที่เราเรียกกันวา่ หมอ้ มิเตอร์) มีหนว่ ยเปน็ กิโลวัตต์ – ช่ัวโมง หรือที่
เรียกกันวา่ ยูนิต (unit) แล้วคิดราคาไฟฟ้าทีเ่ ราต้องจ่ายเท่ากบั จำนวนยนู ิตที่เราต้องใช้คูณด้วย
ราคาไฟฟ้าตอ่ หนึ่งยูนิต

15. ไฟฟ้ากระแสสลับ (alternating current) : ระบบไฟฟ้าที่ทิศทางการวิ่งของ
อิเล็กตรอนมีการสลับไปมาตลอดเวลา เราใช้สัญลักษณ์แทนด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ AC และ
มกั นิยมใช้เปน็ ระบบไฟฟ้าตามบ้าน อาคาร โรงงานทัว่ ๆ ไป

16. ไฟฟ้ากระแสตรง (direct current) : ระบบไฟฟ้าที่อิเล็กตรอนมีการวิ่งไปทาง
เดียวกันตลอดเวลา และต่อเนื่องกัน มักจะพบว่าใช้กันอยูท่ ่ัว ๆ ไป ก็คือ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่
ถ่านไฟฉาย แบตเตอรีร่ ถยนต์เปน็ ต้น ใช้อกั ษรตัวพิมพใ์ หญ่ DC เป็นสัญลักษณ์แทน

105

17. วงจรไฟฟ้า (circuit) : ทางเดินไฟฟ้าที่ตอ่ ถึงกัน และไฟฟ้าไหลผ่านได้ดี วงจรอนุกรม
หรือวงจรอันดับ ( series circuit) : วงจรไฟฟ้าที่มีทางเดินไฟฟ้าได้เพียงทางเดียว
จากแหล่งจ่ายไฟฟ้าผ่านวงจรไฟฟ้าไปครบวงจรอีกขั้วของแหล่งจ่ายไฟ และในวงจรนี้อาจจะมี
อุปกรณพ์ วกฟิวส์ สวิตซ์ เซอร์กิต เบรกเกอร์ โดยตอ่ เปน็ วงจรอันดับเข้าไปเพือ่ ป้องกนั

18. วงจรขนาน (parallelcircuit):วงจรไฟฟ้าที่มีทางเดินไฟฟ้าของกระแสไฟฟ้าผ่านได้
มากกวา่ 1 ทางเดินข้ึนไป และจะมีอปุ กรณเ์ ชน่ พวกเต้าเสียบหลอดไฟต่อขนานกัน และข้อดีของ
วงจรก็คือ ถ้าอุปกรณ์ตัวหนึ่งตัวใดไม่ทำงาน ขัดข้องหรือเสียขึ้นมา วงจรทางเดินไฟฟ้าจะไม่
ขนาน ซึ่งตรงกนั ข้ามกบั วงจรอนุกรม อุปกรณใ์ นวงจรขนานตวั อื่น ๆ

19. วงจรเปิด (open circuit) : สภาวการณ์ที่ทางเดินไฟฟ้าเกิดขาดวงจร เกิดวงจร
หรอื ไมต่ ลบวงจรทำใหก้ ระแสไฟฟ้าไหลไมไ่ ด้

20. วงจรลัด (short circuit) : สภาวการณ์ที่เกิดมีการลัดวงจรทางเดินของกระแสไฟฟ้า
อนั เนื่องมาจากรอยต่อของสายตา่ ง ๆ พลาดถึงกนั มีกระแสไฟฟ้ารวั่ ต่อถึงกัน เปน็ ต้น

21. แอมแปร์ (ampere) : หนว่ ยการวัดค่าอัตราการไหลของไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำ เราจะใช้
อักษรย่อตัวพิมพ์ใหญ่ A หรือ amp แทน ปกติแล้วหน่วยแอมแปร์นี้นิยมใช้ระบุขอบของการใช้
กระแสไฟฟ้าด้านสูงสุดในการทำงานของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นอย่างปลอดภัย อย่างเช่น
เต้าเสียบ 15 แอมแปร์ ฟิวส์ 30 แอมแปร์

22. เฮิร์ตซ์ (hertz) : หน่วยความถี่มีค่าเป็นรอบต่อวินาที การที่อิเล็กตรอนวิ่งไปใน
ทิศทางหนึ่งแล้ววกกลับมาสู่แหล่งจ่ายไฟฟ้าจากนั้นก็มีอิเล็กตรอนวิ่งออกมาจากแหล่งจ่ายไฟ
ไปในทิศทางหนึง่ วกกลับมา โดยทิศทางการว่งิ ของอิเลก็ ตรอนท้ัง 2 ครั้งวิง่ สวนทางกนั (หรอื พูด
อีกนบั หนง่ึ กค็ ือ วิง่ สลบั ไปสลับมาน้ันเอง) เราเรยี กว่า 1 รอบ ความถีข่ องระบบไฟฟ้าบ้านเราใช้
ความถี่ 50 เฮิร์ตซ์ ใชส้ ญั ลกั ษณ์ HZ แสดงแทน

23. โอห์ม (ohm) : หน่วยความต้านทานทางไฟฟ้าใช้สัญลักษณ์แทนด้วยตัวโอเมก้า
( ) ความต้านทานจะพยายามต่อต้านการไหลของกระแสไฟฟ้า ความต้านทานเป็นได้ทั้งผู้
ทำงานให้หรือขัดขวางการทำงานให้ผใู้ ช้ไฟ มนั ทำงานให้ในขณะทีใ่ ชม้ ันเปน็ ฉนวนหรือใช้ควบคุม
วงจร ตัวอย่างเช่น เทปพันสายไฟ เต้าเสียบที่ทำจากพลาสติก จะป้องกันอันตรายให้กับผู้ใช้ไฟ
ได้ และใช้ความต้านทานแบบปรับค่าได้ (rheostat) ปรับความสว่างของหลอดไฟฟ้า แต่มันจะ
ขัดขวางการทำงานเมื่อผู้ใช้ไฟ ใช้สายไฟเส้นเล็ก และยาวมาก ๆ หรือมีสนิมตามจุดสัมผัส
ต่าง ๆ ของตัวนำจะเป็นสาเหตุของการเพิ่มค่าความต้านทาน ทำให้เกิดความร้อนมากเกินไป
พร้อมท้ังเกิดการสญู เสียกำลังไฟฟ้าไปในสายตวั นำด้วย

106

24. กฎของโอหม์ (Ohm’s law) : กฎที่วา่ ด้วยความสมั พันธ์ระหว่างแรงดัน กระแส และ
ความต้านทานในวงจรไฟฟ้า กฎนี้กล่าวว่า ค่ากระแสไฟฟ้า (I) จะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับค่า
แรงดันไฟฟ้า (E) และเป็นสัดสว่ นผกผันกับค่าความตา้ นทาน (R) I = E / R

25. โวลต์ (volt) : หน่วยวัดแรงดันไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้าหรือแรงดันที่ทำให้เกิดมีการ
เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนภายในตัวนำไฟฟ้า เราใช้ตัวย่อแทนแรงดันไฟฟ้าด้วย V, E หรือ EMF
ปกติจะใช้ E และ EMF แทนแรงดันที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้าหรือ electromotive
force (ซึ่งเป็นอีกนิยามหนึ่งของคำว่า โวลต์) เช่นเดียวกับคำว่า แอมแปร์แรงดันซึ่งระบุไว้ที่ตัว
อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจะเป็นตัวกำหนดขอบเขตการใช้แรงดันไฟฟ้าขณะทำงานได้โดย
ปลอดภัย เช่น มอเตอร์ 220 โวลต์ เครื่องเป่าผม 110 โวลต์ เราจะต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้ากับ
แรงดันไฟฟ้าตามทีร่ ะบไุ ว้เท่าน้ัน

26. แอมมิเตอร์ (ammeter) : เป็นเครื่องวัดทางไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ใช้วัดค่ากระแสไฟฟ้าที่
ไหลในวงจรที่เราต้องการวัด โดยปกติเราจะใช้เครื่องมือนี้ต่ออนุกรมกับวงจรที่เราต้องการวัด
ค่ากระแส แต่ก็มีเครื่องมือวัดชนิดพิเศษที่ไม่ต้องต่อวงจรอันดับเข้ากับวงจรไฟฟ้านั้น จะได้
กล่าวถึงในบทตอ่ ๆ ไป

27. โอห์มมิเตอร์ (ohm meter) : เป็นเครื่องวัดทางไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ใช้วัดค่าความ
ต้านทานไฟฟ้าเวลาใช้จะต้องไม่มีการจ่ายไฟจากแหล่งจ่ายไฟใดในวงจรไฟฟ้านั้น

28. โวลต์มิเตอร์ (volt meter) : เป็นเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ใช้วัดค่า
แรงดันไฟฟ้ามัลติมิเตอร์ (multimeter) : เป็นเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่สามารถวัดค่า
แรงดนั กระแสและความตา้ นทานได้ในเครื่องวดั ตวั เดียวกัน

29. National Electric Code : เป็นหนังสือคมู่ อื รวบรวมข้อแนะนำและกฎข้อบังคบั ในการ
ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มีความปลอดภัย แม้ว่าจะมีเนื้อหามากมายแต่หนังสือคู่มือนี้ก็ไม่มี
จุดมุ่งหมายสำหรับการสอน หรือใช้แก่บุคคลที่ไม่เคยผ่านการอบรมมาก่อน ส่วนของไทยเราก็
มีคู่มือพวกนี้หลายแห่งด้วยกัน เช่น คู่มือของการไฟฟ้านครหลวง การพลังงานแห่งชาติ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งหลักการและกฎข้อบังคับส่วนใหญ่ก็คล้าย ๆ กับของ NEC (National
Electric Code) ของตา่ งประเทศนนั่ เอง

30. สวิตซ์อัตโนมัติหรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ (circuit breaker) : เป็นอุปกรณ์ป้องกันที่ใช้
จำกัดกระแสไฟฟ้าสูงสุดในวงจร เมื่อกระแสเกินค่าจำกัดเซอร์กิตเบรกเกอร์จะเปิดวงจรไม่ให้
กระแสไฟฟ้าไหลสู่วงจรอีก จนกว่าจะกดปุ่มทำงานใหม่ ปัจจุบันใช้แทนสวิตซ์ฟิวส์กันมาก
เนื่องจากสามารถต่อวงจรเข้าไปใหม่ได้ทันที ในขณะที่ฟิวส์ต้องสลับเปลี่ยนตัวใหม่เข้าไปแทน
และยิ่งในระบบไฟฟ้า 3 เฟสด้วยแล้วถ้าเกิดขาดที่ฟิวส์เพียงเส้นเดียวเหลือไฟฟ้ามาแค่ 2 เฟส

107

เทา่ นั้น อาจเกิดการเสียหายไหม้ข้ึนทีม่ อเตอร์ 3 เฟสได้ หลักการทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์
จะทำงานโดยอาศัยอำนาจแม่เหล็ก เมือ่ มีกระแสไฟฟ้าในวงจรไหลเข้ามามาก ๆ สนามแม่เหล็ก
จะดึงสวิตซ์ใหต้ ัดวงจรออก และบางแบบจะมีตัวป้องกันกระแสเกินขนาดด้วยความร้อนต่อร่วม
มาด้วยโดยอาศัยการที่มีกระแสไหลผ่านความต้านทานของตัว ไบเมตอลลิก (bimetallic) (ไบเม
ตอลลิก เป็นโลหะทีข่ ยายตัวเมือ่ อณุ หภูมิสูงข้ึนและหดตัวเมื่ออุณภูมิต๋ำลง) เม่ือกระแสไหลผ่าน
มากจะเกความร้อนมาก ตัวไบเมตอลลิกจะขยายตวั ดึงใหส้ วิตซต์ ัดวงจรออก เราใชต้ ัวอักษรย่อ
แทนเซอร์กิตเบรกเกอร์ด้วย CB ฟิวส์ (fuse) เป็นอุปกรณ์ป้องกันที่ใช้จำกัดกระแสไฟฟ้าสูงสุด
ในวงจร เมื่อกระแสเกินค่าจำกัดฟิวส์จะเกิดความร้อนมากขึ้นจนกระทั่งหลอมละลายขาดจาก
กัน วงจรก็จะเปิด ฟิวส์จะต้องอยา่ งอนกุ รมกบั วงจร

31. หม้อแปลง (transformer) : เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าให้สงู ขึ้นหรือต่ำลง
เพื่อให้ตรงกับแรงดันที่ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น มีเครื่องซักผ้าแรงดัน 110 โวลต์ แต่มี
ไฟฟ้าแรงดัน 220 โวลต์ เราก็ต้องใช้หม้อแปลงแรงดนั 220 โวลต์ ให้เป็นแรงดัน 110 โวลต์ จึง
จะใช้เครื่องซักผ้าได้ นอกจากนี้เรายังนิยมใช้หม้อแปลงกับเครือ่ งติดต่อภายใน และระบบเสียง
กริ่งเรียก เป็นต้น

32. เฟส (phase) : หมายถึงชนิดของระบบไฟฟ้าที่ใช้มีทั้งระบบ 1 เฟส 2 สาย แล 3
เฟส 4 สาย อุปกรณ์ไฟฟ้า 1 เฟส 2 สาย จะใช้ตามบ้านที่อยู่อาศัย ส่วนระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4
สาย นิยมใชก้ ับธุรกิจใหญ่กบั โรงงานอุตสาหกรรม
3. ความเปน็ มาของไฟฟ้า

ในสมัยแรก ๆ มนุษย์รู้ว่า ไฟฟ้าเกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ฟ้าแลบ ฟ้า
ร้อง และฟ้าผา่ นับเปน็ เวลานานที่มนษุ ยไ์ มส่ ามารถใหค้ ำอธิบายความเปน็ ไปที่แท้จริงของไฟฟ้า
ที่ดูเหมือนว่าวิ่งลงมาจากฟ้าและมีอำนาจในการทำลายได้ จนกระทั่งมนุษย์สามารถประดิษฐ์
สายล่อฟ้าไว้ป้องกันฟ้าผา่ ได้ ในเวลาตอ่ มา 2500 ปี กอ่ นคริสตศ์ ักราช ชนพวก ติวตัน ที่อาศัย
อยูแ่ ถบฝ่ังแซมแลนดข์ องทะเล บอลติกในปรัสเซีย ตะวนั ออก ได้พบหินสีเหลอื งชนิดหนึ่งซึ่งเม่ือ
ถูกแสง อาทิตย์ก็จะมีประกายคล้ายทองคุณสมบัติพิเศษของมันคือเมื่อโยนลงในกองไฟมันจะ
สุกสว่างและติดไฟได้เรียกกันว่า อำพันซึ่งเกิดจากการทับถมของยางไม้เป็นเวลานาน ๆ อำพัน
ถูกนำมาเป็นเครื่องประดับและหวี เมื่อนำแท่งอำพันมาถูด้วยขนสัตว์ จะเกิดประกายไฟขึ้นได้
และเมื่อหวีผมด้วยหวีที่ทำจากอำพนั ก็จะมีเสียงดังอย่างลึกลบั และหวีจะดูดเส้นผม เหมือนว่า
ภายในอำพันมีแรงลกึ ลับอย่างหนึ่งซอ่ นอยู่

โดยเมื่อก่อนคริสต์ศักราช 600 ปี ทาลีส (Thales) นักวิทยาศาสตร์ชาวกรีกได้ค้นพบ
ไฟฟ้าขึ้นกล่าวคือเมื่อเขาได้นำเอาแท่งอำพันถูกับผ้าขนสัตว์ แท่งอำพัน จะมีอำนาจดูดสิ่งของ

108

ต่าง ๆ ที่เบา ได้ เช่น เส้นผมเศษกระดาษ เศษผง เป็นต้นเขาจึงให้ชื่ออำนาจ นี้ว่า ไฟฟ้า หรือ
อิเลก็ ตรอน (Electron)ซึง่ มาจาก ภาษา กรีกว่า อีเล็กตร้า (Elektra)

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2143 (ค.ศ. 1600 ) นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ ดร.วิลเลี่ยม
กิลเบิร์ต (William Gilbert)ได้ทำการทดลองอย่างเดียวกันโดยนำเอาแท่งแก้วและแท่งยางสนมา
ถูกับผ้าแพรหรือผ้าขนสัตว์แล้วนำ มาทดลองดูดของเบา ๆ จะได้ผลเช่นเดียวกับ ทาลีส กิล
เบิร์ต จงึ ให้ชือ่ ไฟฟ้าที่เกิดขึน้ นวี้ ่า อิเล็กตริกซิต้ี (Electricity)

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2280 (ค.ศ.1747) เบนจามิน แฟรงคลิ (Benjamin Franklin)
นักวิทยาศาสตร์ ชาวอเมริกันได้ค้นพบไฟฟ้าในอากาศข้นึ โดยการทดลองนำวา่ ว ซึ่งมีกญุ แจผูก
ติดอยู่กับสายป่านขึ้นในอากาศขณะที่เกิดพายุฝน เขาพบว่าเมื่อเอามือไปใกล้กุญแจก็ปรากฏ
ประกายไฟฟ้ามายงั มือของเขาจากการทดลองนที้ ำใหเ้ ขาค้นพบเกีย่ วกบั ปรากฏการณ์ ฟ้าแลบ
ฟ้าร้อง และฟ้าผ่า ซึ่งเกิดจากประจุไฟฟ้าในอากาศ นับตั้งแต่นั้นมา แฟรงคลิน ก็สามารถ
ประดิษฐส์ ายล่อฟ้าได้เป็น คนแรกโดยเอาโลหะต่อไว้กบั ยอดหอคอยทีส่ ูง ๆ แล้วต่อสายลวดลง
มายังดิน ซึ่งเป็นการป้องกันฟ้าผ่าได้กล่าวคือไฟฟ้าจากอากาศ จะไหล เข้าสู่โลหะที่ต่ออยู่กับ
ยอดหอคอยแล้วไหลลงมาตามสายลวดที่ต่อเอาไว้ลงสู่ดินหมดโดยไม่เป็นอันตรายต่อคนหรือ
อาคารบ้านเรือน

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2333 (ค.ศ. 1790) วอลตา (Volta) นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาเลียนได้
ค้นพบไฟฟ้าทีเ่ กิดจากปฏิกิริยาเคมี โดยนำเอาวัตถุต่างกนั สองชนิด เช่น ทองแดงกับสังกะสีจุ่ม
ในน้ำยาเคมี เชน่ กรดีกำมะถันหรอื กรดซัลฟิวริก โลหะสองชนิดจะทำปฏิกิริยาทางเคมีกับน้ำยา
เคมีทำให้เกิดไฟฟ้าขึ้นได้เรียกการทดลองนวี้ ่า วอลเทอิก เซลล์ (Voltaic Cell) ซึ่งต่อมาภายหลัง
วิวัฒนาการมาเปน็ เซลล์แหง้ หรอื ถ่านไฟฉาย และเซลลเ์ ปียกหรือแบตเตอรี่

พ.ศ. 2374 (ค.ศ. 1831) นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ชื่อ ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michael
Faraday)ได้ค้นพบไฟฟ้า ที่เกิดจากอำนาจแม่เหล็ก โดยนำขดลวดเคลื่อนที่ตัดผ่าน
สนามแม่เหล็ก ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้นในขดลวดซึ่ง ต่อมาภายหลังได้ถูก นำมา
ประดิษฐเ์ ปน็ เครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟ้าข้นึ

พ.ศ. 2420 – 2430 (ค.ศ.1877-1887) นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ โทมัส อัลวา
เอดิสนั (Thomas A. Edison) ได้ประดษิ ฐ์หลอดไฟฟ้าข้นึ สำเรจ็ เป็นคนแรก และยังได้ประดิษฐ์อุป
กรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ อีกหลายอย่าง เช่น เครื่องฉายภาพยนตร์ หีบเสียง เครื่องอัดสำเนา
เป็นต้น จนได้รับฉายา ว่าเป็น พ่อมดใน วงการอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีนักวิทยาศาสตร์
อีกหลายท่าน เช่น อะเล็กซานเดอร์ เกรแฮมเบลล์ (Alexander Graham Bell) ผู้ประดิษฐ์

109

โทรศัพท์และ มาร์โคนี (Marconi) นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาเลียนเป็นผู้ค้นพบการส่งสัญญาณ
วิทยุ เปน็ ต้น (กรมสามญั ศกึ ษา, 2533)

ระบบไฟฟ้ากำลังได้เกิด ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปีค.ศ.1882 ที่เมนโลปาร์ค รัฐนิวเจอร์ซี
สหรัฐอเมริกา (Wikipedia, 2013) ในปีเดียวกันได้มี การสร้างระบบไฟฟ้าที่กรุงลอนดอน
ประเทศอังกฤษ และที่สถานีเพิร์ลสตีรททางตอนเหนือของเกาะ แมนฮัตตัน นิวยอร์ค อเมริกา
ซึ่งโรงไฟฟ้าที่ถนนเพิร์ลนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า AC ที่จะเกิดขึ้นภายหลังเป็นระบบ
แรงดันไฟต่ำสามสาย +110 โวลต์ -110 โวลต์ และสายกลาง ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง
สร้างแรงดันไฟฟ้าจากการหมุนขดลวดด้วยพลังงานกลจากระบบกังหันไอน้ำตัดผ่าน
สนามแม่เหล็กคงที่จ่ายผ่านสายจำหน่ายเคเบิลใต้ดินทองแดงให้กับลูกค้าผู้ใช้ไฟ ซึ่งเป็นโหลด
หลอดไส้ (incandescent light bulb) โดยมีบริษัท Edison Illuminating Company ที่ก่อตั้งโดย
โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกันผู้ถือครอง
สิทธิบัตร 1000 กวา่ ชิน้ เปน็ ผู้ดำเนินการและควบคมุ ระบบ

ระบบไฟฟ้า กระแสตรง (DC) ที่เกิดขึ้นในยุคเริ่มต้นนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดใน
การประยุกต์ใช้พลังงานไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์ได้จริง ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในเวลานั้น แต่จาก
การที่ระบบมีการส่งพลังงานที่ แรงดันไฟฟ้าต่ำ ทำให้มีพลังงานไฟฟ้าสูญเสียมาก และปัญหา
ด้านเสถียรภาพของแรงดันไฟฟ้าที่ทำให้ปลายสายมีแรงดันตกมาก ทำให้ไม่สามารถส่งไฟฟ้า
เป็นระยะทางได้ไกล (Wikipedia, 2013 ; Taylor C. W., 1994) ระบบไฟฟ้า DC ในยุคแรกจึงมี
ลักษณะกระจายตัวไม่เชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายโดยโรงไฟฟ้าหนึ่งโรงสามารถจ่ายโหลดกลุ่ม
ย่อยเฉพาะพื้นที่ในรัศมีประมาณ 2 กิโลเมตรในช่วงเวลาใกล้เคียงกันทางทวีปยุโรปได้พัฒนา
ระบบไฟฟ้า กระแสสลับ (AC) ขึ้นมา จนมีความสำเร็จอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ ทั้งด้านทฤษฎี
และสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นรากฐานสำคัญของระบบไฟฟ้า AC ได้แก่ มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกำเนิด
ไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้า

ในปีค.ศ. 1884 นิโคลา เทสลา (Nicola Tesla) (Wikipedia, 2013) วิศวกรชาวโครเอเชีย
หนึ่งในทีมงานคนสำคัญที่ทำงานในบริษัท Continental Edison Company ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนา
อปุ กรณไ์ ฟฟ้าของเอดิสนั ในฝรั่งเศส ได้รบั การแนะนำให้เดินทางเข้าพบเอดิสนั เพื่อเสนอแนวคิด
ต่อเอดิสันเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลบั และแนวทางการ พัฒนาระบบไฟฟ้า AC ซึ่ง
สามารถทำให้ต้นทุนด้านเศรษฐศาสตร์ต่ำกว่าระบบไฟฟ้ากระแสตรง ในตอนั้นเอดิสันขาด
ความเข้าใจเชิงทฤษฎีพื้นฐานต่อระบบ AC จึงไม่สนใจแนวคิดนี้ แต่ก็ได้เสนองานให้เทสลา
ปรบั ปรงุ เคร่ืองกำเนิดและมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงโดยสัญญาจะใหเ้ งินโบนัสตอบแทน แต่เม่ือ

110

เทสลาทำได้สำเร็จเอดิสนั กลับไม่จา่ ยเงินตามสญั ญาโดยอ้างว่าเปน็ อารมณ์ขันของชาวอเมริกัน
เทสลาได้ลาออกจากบริษัทของ เอดิสนั

ในปีค.ศ. 1885 ในปีถัดมาเทสลาได้ก่อตั้งบริษัทชื่อ Tesla Electric Light &
Manufacturing โดยมีสิทธิบัตรสำคัญได้แก่ มอเตอร์เหนี่ยวนำแบบไม่ใช้แปรงถ่าน (brushless
induction motor) และขดลวดเทสลา (Tesla Coil) พร้อมทั้งยังได้เสนอแนวคิดต่อสาธารณะชน
เกี่ยวกับการผลิตส่ง จ่ายและใช้งานระบบไฟฟ้า AC อย่างเป็นโครงข่ายครบวงจร ในเวลานั้น
เอดิสันไม่ยอมรับและต่อต้านแนวคิดดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยได้ให้เหตุผลสำคัญเกี่ยวกับ
ข้อเสียของระบบไฟฟ้ากระแสสลับ ทางด้านความปลอดภัยจากการลัดวงจรของไฟ AC ซึ่ง
สามารถเกิดขึ้นและทำอันตรายต่อสูงมีชีวิตได้ง่ายกว่าไฟ DC และเอดิสันเองยังมีความเชื่อ
ส่วนตัวว่าเหตุผลด้านความยุ่งยากในการควบคุมและป้องกันระบบ รวมถึงอันตรายจากไฟฟ้า
จะทำให้ระบบไฟฟ้า AC ไม่สามารถใช้งานจริงได้ในที่สุด โดยสรุปภาพรวม องค์ประกอบที่เปน็
ชนิ้ ส่วนสำคัญที่ทำให้เทสลาเชือ่ ม่นั วา่ จะสามารถพฒั นาระบบไฟฟ้า AC ให้สำเรจ็ จนได้ มีดงั นี้

- ค.ศ. 1883 เทสลาได้ประดิษฐ์ขดลวดสร้างแรงดันสูงกระแสต่ำ (Tesla Coil) โดยใช้
หลกั การเรโซแนนซ๎

- ค.ศ. 1884 เทสลาได้ประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้า AC ซึ่งต่อมาได้พัฒนาต่อยอดโดย
เซอร์ ชาร์ล อัลเกอร์นันเพียรส์ นั (Sir Charles Algernon Parsons) เพื่อให้สามารถใช้กังหันไอน้ำ
เป็นตัวขับ

- ค.ศ. 1886 วิลเลียม สแตนลีย์ (William Stanley) ได้ประดิษฐ์หม้อแปลงไฟฟ้า
เหนีย่ วนำที่สามารถแปลงไฟฟ้ากระแสสลบั แรงดันต่ำใหส้ งู ขึน้ สำหรับการสง่ พลงั งานไฟฟ้า AC
เปน็ ระยะทางไกล ๆ จากต้นแบบหม้อแปลงของ ลเู ชียน กอลารด์ (Lucien Gaulard) และ จอห์น
ดิกซอน กิ๊บส์ (John Dixon Gibbs)

- ในปี ค.ศ. 1888 ที่เทสลาได้สาธิตการทำงาน (demonstration) ของระบบไฟฟ้า AC
หลายเฟส ซึ่งประกอบด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า AC หม้อแปลงแรงดันไฟฟ้าให้สูงขึ้น ระบบส่าย
ส่งไฟฟ้า หม้อแปลงแรงดันไฟฟ้าให้ลดลง โหลดที่เป็นมอเตอร์เหนี่ยวนำและ หลอดไฟต่อ
สาธารณะชน ระบบไฟฟ้า AC ที่เทสลาได้นำเสนอนี้ได้จุดประกายให้วิศวกรและนักลงทุนคน
สำคัญ จอร์จ เวสติ้งเฮ้าส์ จูเนียร์ (George Westinghouse, Jr.) สนใจ และดึงตัวเทสลาเป็น
หุ้นส่วนบริษัท Westinghouse Electric & Manufacturing Company พร้อมรับซื้อสิ่งประดิษฐ์ที่เท
สลาพฒั นาขึน้ พร้อมทั้งยังใหท้ ุนวิจัยสำหรบั การพฒั นาระบบไฟฟ้า AC การรว่ มงานของทั้งสอง
คนนี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มต้นบุกเบิกธุรกิจไฟฟ้า AC อย่างจริงจัง และเป็นจุดเริ่ม
ของสงครามกระแสไฟฟ้า (war of the currents) ในเวลาตอ่ มา

111

จากความมุง่ มั่นทีเ่ ทสลา และ เวสตงิ้ เฮ้าส์ ต้องการจะพฒั นาใหม้ ีการใชร้ ะบบไฟฟ้า AC
เพื่อทดแทนระบบไฟฟ้า DC ทำให้กลุ่มนักลงทุนเดิมที่สนับสนุนระบบไฟฟ้า DC นำโดยเอดิสัน
ได้ออกมาโจมตีระบบไฟฟ้า AC อย่างหนกั ทุกวิถีทาง ทั้งผ่านทางส่ือสาธารณะชนและกฎหมาย
ผ่านทางศาลเกี่ยวกับ ความไม่ปลอดภัยของไฟฟ้า AC ที่มีต่อชีวิต จนบานปลายจนกลายเป็น
สงครามทางธุรกิจเรียกว่าสงครามกระแสไฟฟ้า แต่เหตุผลสำคัญด้านต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่
ถูกกว่าทำให้ระบบ AC ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีลำดับความสำเร็จดังนี้ (Wikipedia,
2013)

- ค.ศ. 1891 ได้มกี ารสง่ ไฟฟ้าดว้ ยระบบ AC 3 เฟสกำลงั การผลิต 225 kW ในประเทศ
เยอรมนีด้วยระยะทางไกล 175 กิโลเมตร จาก Lauffen-Neckar ไปยังงาน International
Electro-Technical Exhibition

- ค.ศ. 1891 บริษทั เวสติง้ เฮ้าสอ์ ิเลค็ ติรก สามารถสง่ ไฟฟ้า AC กำลังการผลิต 75 kW
จากโรงไฟฟ้าพลั้งนำเอมส์รฐั โคโลราโดเพื่อจา่ ยโหลดมอเตอรไ์ ฟฟ้า

- ค.ศ. 1893 บริษัท เวสติ้งเฮ้าสอ์ ิเลค็ ติรก ได้จ่ายไฟ AC กำลังการผลิต 11 MW ให้กับ
ระบบแสงสว่างในงาน ชิคาโกเวิร์ลแฟร์ โดยผ่านระบบส่ายส่งความยาว 22 ไมล์ ค.ศ. 1896
ระบบผลิตและส่งไฟฟ้า AC ความยาว 20 ไมล์ได้ส่ง ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลั้งนำจากน้ำตกไน
แองการาไปยังเขตบัฟฟาโลในนิวยอร์คจากความสำเร็จที่มีอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับของการส่ง
ไฟฟ้าในระบบ AC เป็นระยะทางไกลหลายโครงการ ได้เป็นสัญญาณเตือนถึงการพลกิโฉมของ
ระบบไฟฟ้าในอนาคต แม้กระทั่งบริษัทเจนเนอรัลอิเล็กตริก (General Electric) ซึ่งเป็นบริษัท
ร่วมทุนของเอดิสัน ก็ต้องมีการปรับตัว โดยมุ่งเน้นวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ในระบบไฟฟ้า AC
ในเวลาตอ่ มา อันนับเป็นการส้ินสุดของสงครามกระแสไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้า AC ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าในระยะต่อมาได้
มุ่งเน้นไปที่การสร้างโรงไฟฟ้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้น พัฒนาตัวขับ (prime mover) ที่สามารถใช้
แหล่งพลังงานอื่นได้อีก เช่น กังหันไอน้ำและกังหันก๊าซ นอกเหนือจากพลังงานน้ำ สำหรับการ
ส่งไฟฟ้า ได้พัฒนาให้สามารถส่งเป็นระยะทางไกลขึ้นโดยการเพิ่ม แรงดันไฟฟ้า ดังเหตุการณ์
สำคัญทีจ่ ะขอกล่าวไว้มีดังนี้ (Wikipedia, 2013)

- ค.ศ. 1900 มีการส่ง ไฟฟ้าด้วยแรงดนั สูงขนาด 60 kV ค.ศ. 1901 มีการส่งไฟฟ้าข้าม
ประเทศจากโรงไฟฟ้าพลงั นำ้ ไนแองการาไปยังประเทศแคนาดา

- ค.ศ. 1902 มีการใช้งานกังหันไอน้ำขนาด 5 MW ที่โรงไฟฟ้าฟิสิกในชิคาโก
ค.ศ. 1903 มีการใชง้ านเครื่องยนตก์ ังหนั ก๊าซครั้งแรกในประเทศฝร่ังเศส และในปีเดียวกัน ได้มี

112

การใช้งานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 5 MW เพื่อส่งไฟฟ้า ณ ระดับแรงดัน 50 kV ผ่านสายส่ง
เปน็ ระยะทาง 136 กิโลเมตรจาก ชิคาโกไปยังมอนทีรอลั แคนาดา

- ค.ศ. 1909 เริ่ม ใช้งานโรงไฟฟ้าพลั้งนำแบบสูบน้ำกลับเป็นครั้งแรกในประเทศ
สวิตเซอร์แลนด์ ค.ศ. 1921 มีการใช้งานโรงไฟฟ้าที่สามารถใช้เชื้อเพลิงถ่านหินอย่างเดียว โดย
ในชว่ งตน้

- ค.ศ. 1920 ยงั ใชพ้ ลงั งานไอน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าทีอ่ ณุ หภมู ิ 600 ฟาเรนไฮ
- ค.ศ.1922 Connecticut Valley Power Exchange (CONVEX) ได้วางแผนเชื่อมโยง
ระบบไฟฟ้าระหว่างการไฟฟ้าสองแห่งเพื่อเหตุผลทางเศรษฐศาสตรเ์ ป็นคร้ังแรก
- ค.ศ. 1936 สามารถผลิตไฟฟ้าโดยใช้ไอน้ำที่มีอุณหภูมิสูงถึง 900 o F เป็นครั้งแรก
และมีการส่งไฟฟ้า ณ ระดบั แรงดนั 287 kV จากเข่อื น ฮูเวอร์ ได้เป็นผลสำเรจ็
- ค.ศ. 1953 มีการส่งไฟฟ้า ณ ระดับแรงดัน 345 kV ได้เป็นผลสำเร็จ ค.ศ. 1954
ผลติ ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ได้เปน็ ครั้งแรกที่ประเทศรัสเซีย และในปีเดียวกันได้
มีการทดลองส่งไฟฟ้า ด้วยระบบแรงดันสูงกระแสตรง (High Voltage Direct Current : HVDC)
ขนาด 20 MW ณ ระดับแรงดัน 1900 kV ระยะทาง 96 km สำเร็จ
พร้อมกนั นั้น ระบบจำหน่ายไฟฟ้า ได้มกี ารพัฒนาอปุ กรณไ์ ฟฟ้าเพิ่มเติมเข้ามาในระบบ
นอกเหนอื จากทีม่ เี พียงมอเตอรแ์ ละหลอดไฟฟ้า เพือ่ ตอบสนองความตอ้ งการการใช้พลังงานให้
มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่นเครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ในบ้าน และ สำนักงาน
อุปกรณค์ อมพิวเตอร์และอุปกรณส์ ือ่ สาร เป็นต้น โดยภาพรวมระบบไฟฟ้า AC ในยุคต้นยังคงมี
ลักษณะเป็นระบบไฟฟ้าย่อย แยกอิสระ ไม่เชื่อโยงกัน สามารถแบ่งตามลักษณะการทำงานได้
เป็น 3 ส่วน คือ ระบบผลิตไฟฟ้า (generation system) ระบบส่งไฟฟ้า (transmission system)
และ ระบบจำหน่ายไฟฟ้า (distribution system) ต่อมาภายหลังได้มีการเชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้า
เข้าด้วยเปน็ โครงขา่ ย ด้วยเหตผุ ลทางเศรษฐศาสตรแ์ ละเพื่อเพิม่ ความเชือ่ ถือได้ให้แก่ระบบ
ระบบไฟฟ้า DC ได้บุกเบิกธุรกิจอยู่ประมาณ 10 ปี ก็เปลี่ยนถ่ายเป็นระบบ AC แต่ใน
บางพื้นที่ที่การเปลี่ยนถ่ายจะ เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปดังนี้ (Wikipedia, 2013) กลางกรุง
เฮลซิงกิยังคงใช้ระบบระบบไฟฟ้า DCจนกระทั่งถึงตอนปลายปี ค.ศ. 1940 กรุงสตอกโฮล์ม
ยกเลิกการใชร้ ะบบไฟฟ้า DC อย่างเป็นทางการ
- ในปี ค.ศ. 1970 ผู้ใช้ไฟบางส่วนกรุงในกรุงนิวยอร์ยังคงใช้ไฟ DC เช่น โรงแรม
นิวยอรค์ เกอร์ ซึ่งสร้างในปี
- ค.ศ. 1929 ได้สร้างโรงไฟฟ้า DC เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าและยกเลิกไปปี

113

- ค.ศ. 1960 ลูกค้าประมาณ 4600 รายยกเลิกการใช้ไฟ DC เพิ่มเติมในปี ค.ศ. 1998
พบว่ามีลกู ค้าผู้ใชไ้ ฟ DC เหลืออยูจ่ ำนวน 60 คน ในปี ค.ศ. 2006 และยกเลิกการใชท้ ั้งหมด

- ค.ศ. 2007 ปัจจุบันระบบไฟ DC ยงั คงมใี ช้งานกนั สำหรับโหลดหลายประเภท เช่น ใน
วงจรอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ภายในบ้านและสำนักงาน โดยอาศัย
แหล่ง พลังงานจากแบตเตอรี่หรืออาศัยวงจรอินเวอร์เตอร์ในการแปล่ง เเรงดันจากแหล่งจ่าย
AC ไปเป็น DC

- มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงในอุตสาหกรรมของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือใน
อุตสาหกรรมขนาดใหญ่

- ระบบแบตเตอรี่ในรถยนต์ ระบบพลังงานสำหรับ ระบบส่ือสาร และในระบบส่ำรอง
ไฟฉุกเฉิน

- แบตเตอรี่ในระบบแปลงผันและสะสมพลังงาน
นอกจากที่กล่าวมาแล้วระบบ HVDC ยังคงใช้สำหรับการส่งไฟฟ้าเป็นระยะทางไกล ๆ
ข้ามมหาสมุทรเนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำกว่าระบบ AC การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าสองระบบที่มี
ความถี่ไม่เท่ากัน และในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า AC บางส่วนก็ยังคง
ใชไ้ ฟ DC จากแบตเตอรี่ เพื่อจา่ ยโหลดโดยตรง เป็นต้น
4. ตน้ กำเนดิ ของไฟฟา้
แหล่งกำเนิดไฟฟ้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 แหล่ง (ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์
และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, 2548 ; Wikipedia, 2018 ; ณิพัทธ์พงษ์ บุญมาลัย, 2555 และ
อภชิ าติ อนกุ ูลเวช, 2560) ดังน้ี

ภาพที่ 2.1 แหล่งกำเนิดไฟฟ้า
ภาพจาก : https://0b29046f-a-62cb3a1a-s-sites.googlegroups.com

114

4.1 ไฟฟ้าเกิดจากการเสียดสี

ภาพที่ 2.2 ไฟฟ้าเกิดจากการเสียดสี
ภาพจาก : https://0b29046f-a-62cb3a1a-s-sites.googlegroups.com
ไฟฟ้าเกิดจากการเสียดสี เป็นไฟฟ้าที่ถูกค้นพบมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว เกิดขึ้น
ได้จากการนาวัตถตุ ่างกนั 2 ชนิดมาขัดสีกัน เช่น จากแทง่ ยางกับผา้ ขนสัตว์ แท่งแก้วกับผ้าแพร
แผ่นพลาสตกิ กับผา้ และหวีกบั ผม เป็นต้น
ผู้ค้นพบไฟฟ้าสถิตครั้งแรก คือ นักปราชญ์กรีกโบราณ ท่านหนึ่งชื่อเทลิส
(Thales de Mileto) แต่ยงั ไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับไฟฟ้ามากนัก จนถึงสมยั เซอรว์ ิลเลี่ยมกิลเบอร์ค
(Sir William Gilbert)ได้ทดลองนาเอาแท่งอาพันถูกับ ผ้าขนสัตว์ปรากฏว่าแท่งอาพันและผ้าขน
สัตว์สามารถดูดผงเล็ก ๆ ได้ปรากฏการณ์นี้คือการเกิดไฟฟ้าสถิตบนวัตถุทั้งสอง ผลของการ
ขัดสีดังกลา่ วทาให้เกิดความไมส่ มดุลขึน้ ของประจุไฟฟ้าในวตั ถทุ ั้งสอง เนื่องจากเกิดการถ่ายเท
ประจุไฟฟ้า วัตถุทั้งสองจะแสดงศักย์ไฟฟ้าออกมาต่างกัน วัตถุชนิดหนึ่งแสดงศักย์ไฟฟ้าบวก
( + ) ออกมา วตั ถอุ ีกชนดิ หน่งึ แสดงศกั ยไ์ ฟฟ้าลบ (-) ออกมา

4.2 ไฟฟ้าเกิดจากการทำปฏิกิรยิ าทางเคมี

ภาพที่ 2.3 ไฟฟ้าเกิดจากการทาปฏิกิริยาทางเคมี
ภาพจาก : https://0b29046f-a-62cb3a1a-s-sites.googlegroups.com

115

เมื่อนำโลหะ 2 ชนิดที่แตกต่างกันเช่นสังกะสีกับทองแดงจุ่มลงในสารละลายอิเล็กโทร
ไลท์ โลหะทั้งสองจะทำปฏิกิริยาเคมี กับสารละลายอิเล็กโทรไลท์ โดยอิเล็กตรอน (ประจุลบ)
จากทองแดงจะถูกดูดเข้าไปยังขั้วของสังกะสี เมื่อทองแดงขาดประจุลบจะเปลี่ยนความต่าง
ศักย์ไฟฟ้าเป็นบวกทันทีเรียกว่าขั้วบวก ส่วนสังกะสีจะเป็นขั้วลบตามความต่างศักย์
ส่วนประกอบของไฟฟ้าเกิดจากการทาปฏิกิริยาทางเคมีแบบเบื้องต้นนี้ ถูกเรียกว่า โวลตาอิก
เซลล์ (Voltaic Cell) ไฟฟ้าเกิดจากการทำปฏิกิริยาทางเคมี ที่ผลิตขึน้ มาใช้งานจริงนั้น ได้นำเอา
หลักการของโวลตาอิกเซลล์ไปใช้งาน โดยการสร้างเซลล์ไฟฟ้าที่ให้ศักย์ไฟฟ้าสูงมากขึ้นคือให้
แรงดนั เพิม่ ขึน้ แบ่งได้เป็น 2 แบบคือ

4.2.1 เซลล์ปฐมภูมิ (Primary Cell) เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่ให้
กระแสไฟฟ้าตรง ผู้ที่คิดค้นได้คนแรกคือ เคานต์อาเลสซันโดรยูเซปเปอันโตนีโออานัสตาซีโอ
วอลตา นกั วิทยาศาสตร์ชาวอิตาลี โดยใช้แผ่นสังกะสีและแผน่ ทองแดงจุ่มลงในสารละลายของ
กรดกามะถันอยา่ งเจอื จาง มีแผ่นทองแดงเป็นข้ัวบวก แผน่ สงั กะสเี ป็นข้ัวลบ เรียกวา่ เซลล์วอล
เทอิก เมื่อตอ่ เซลลก์ บั วงจรภายนอก ก็จะมกี ระแส ไฟฟ้าไหลจากแผน่ ทองแดงไปยังแผน่ สังกะสี
ขณะทีเ่ ซลล์วอลเทอิกจ่ายกระแสไฟฟ้าใหก้ ับหลอดไฟแผ่นสังกะสี จะค่อย ๆ กร่อนไปทีละน้อย
ซึ่งจะเป็นผลทาให้กำลังในการจ่ายกระแสไฟฟ้าลดลงด้วย และเมื่อใช้ไปจนกระทั่งแผ่นสังกะสี
กร่อนมากก็ต้องเปลี่ยนสังกะสีใหม่ จงึ จะทาให้การจา่ ยกระแสไฟฟ้าได้ต่อไปเท่าเดิม ข้อเสียของ
เซลล์แบบนี้คือ ผู้ใช้จะต้องคอยเปลี่ยนแผ่นสังกะสีทุกครั้งที่เซลล์จ่ายกระแสไฟฟ้าลดลงแต่
อย่างไรก็ตามเซลล์วอลเทอิกนี้ ถือว่าเป็นต้นแบบของการประดิษฐ์เซลล์แห้ง (Dry Cell) หรือ
ถ่านไฟฉายในปัจจุบัน ทั้งเซลล์เปียกและเซลล์แห้งนี้เรียกว่า เซลล์ปฐมภมู ิ (Primary Cell) ข้อดี
ของเซลล์ปฐมภูมนิ ี้ คือเมอ่ื สร้างเสรจ็ สามารถนำไปใช้ได้ทันที

ภาพที่ 2.4 แหล่งกำเนิดไฟฟ้าเซลลป์ ฐมภมู ิ (Primary Cell)
ภาพจาก : https://0b29046f-a-62cb3a1a-s-sites.googlegroups.com

116

4.2.2 2) เซลล์ทตุ ิยภูมิ (Secondary Cell)
เป็นเซลลไ์ ฟฟ้าที่สร้างข้ึนแล้วต้องนาไปประจุไฟเสียก่อนจึงจะนำมาใช้
และเมื่อใช้ไฟหมดแล้วก็สามารถนำไปประจุไฟใช้ได้อีก โดยไม่ต้องเปลี่ยนส่วนประกอบภายใน
และเพื่อให้มีกระแสไฟฟ้ามากจะต้องใช้เซลล์หลาย ๆ แผ่นต่อกันแบบขนานแต่ถ้าต้องการให้
แรงดันกระแสไฟฟ้าสูงขึ้นก็ต้องใช้เซลล์หลาย ๆ แผ่นต่อแบบอนุกรม เซลล์ไฟฟ้าแบบนี้มีชื่อ
เรียกอีกอยา่ งหนึง่ ว่า สตอเรจเซลล์ หรอื สตอเรจแบตเตอรี(่ Storage Battery)
4.3 ไฟฟ้าเกิดจากความร้อน

ภาพที่ 2.5 ไฟฟ้าเกิดจากความร้อน
ภาพจาก : https://0b29046f-a-62cb3a1a-s-sites.googlegroups.com

ไฟฟ้าเกิดจากความร้อน เกิดขึ้นได้โดยนำแท่งโลหะหรือแผ่นโลหะต่างชนิดกัน
มา 2 แท่ง หรือ 2 แผ่น เช่น ทองแดง และเหล็ก นำปลายข้างหนึ่งของโลหะทั้งสองต่อติดกัน
โดยการเช่อื มหรือยึดด้วยหมดุ ปลายที่เหลืออีกด้านนาไปต่อกับเข้ามิเตอร์วัดแรงดันไฟฟ้า เม่ือ
ให้ความร้อนที่ปลายด้านต่อติดกันของโลหะทั้งสอง ส่งผลให้เกิดการแยกตัวของประจุไฟฟ้า
เกิดศักย์ไฟฟ้าข้นึ ทีป่ ลายด้านเปิดของโลหะแสดงค่าออกมาทีม่ เิ ตอร์

ภาพที่ 2.6 แท่งโลหะ
ภาพจาก : https://0b29046f-a-62cb3a1a-s-sites.googlegroups.com

117

ไฟฟ้าเกิดจากความร้อนที่ถูกสร้างขึ้นมาใช้งานจริง เป็นอุปกรณ์ที่มีชือ่ เรียกว่า
เทอร์โมคัปเปิล (Thermocouple) ใช้เพื่อวัดเกี่ยวกับอุณหภูมิ จึงมักเรียกว่า ไพโรมิเตอร์
(Pyrometers) คือเป็นมิเตอร์สาหรับวัดอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง โดยมีเทอร์โมคัปเปิลเป็นตัว
ตรวจวดั อุณหภูมิสง่ แรงดันไฟฟ้าไปแสดงผลทีม่ เิ ตอร์

4.4 ไฟฟ้าเกิดจากแสงสวา่ ง

ภาพที่ 2.7 ไฟฟ้าเกิดจากแสงสว่าง
ภาพจาก : หนังสอื ก้าวทนั โลกอิเลก็ ทรอนิกส์ โดย ศูนย์เทคโนโลยีอเิ ล็กทรอนิกส์และ

คอมพิวเตอรแ์ หง่ ชาติ
สารบางชนิดเมื่ออยู่ในที่มืดจะแสดงปฏิกิริยาใด ๆ ออกมา แต่เมื่อถูกแสงแดด
แล้วสารนนั้ สามารถทีจ่ ะปล่อยอิเลก็ ตรอนได้ เป็นเวลาหลายสิบปีนกั วิทยาศาสตร์พยายามที่จะ
เปลี่ยนแปลงพลังงานไฟฟ้าแต่ยังนาแสงสว่างมาใช้ประโยชน์ได้น้อยมาก เช่น อุปกรณ์ชนิดหนึ่ง
ที่เรียกว่า โฟโตวอลเทอิกเซลล์ ซึ่งประกอบด้วยวัตถุวางเป็นชั้น ๆ เมื่อถูกกับแสงสว่าง
อิเล็กตรอนที่เกิดขึ้นจะวิ่งจากด้านบนไปสู่โวลต์มิเตอร์แล้วไหลกลับมาชั้นล่างเมื่อดูที่เข็มของ
โวลตโ์ ฟโต้เซลลม์ ิเตอร์ จะเหน็ ได้อย่างชัดเจนว่ามีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้น ยังมีหลอดอีกชนิดหนึ่งที่
เรียกว่า โฟโตวอลเทอิกเซลล์ (อิเลก็ ตริกอาย หรอื พี.อ.ี เซลล)์ ซึ่งใช้มากในวงการอุตสาหกรรม
เชน่ ในกล้องถา่ ยรูปทีม่ เี คร่อื งวัดแสงโดยอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้าอตั โนมัติหน้ารถยนต์ เคร่ืองฉาย
ภาพยนตร์ เสียงสวิตช์ปิดเปิดประตูอัตโนมตั ิ โดยจะมีหลักการทางานแบบง่าย ๆ เม่ือลำแสงมา
กระทบโฟโตเซลลก์ จ็ ะเกิดอเิ ล็กตรอนไหลในวงจรนั้น ๆ ได้

118

4.5 ไฟฟ้าเกิดจากแรงกดดัน

ภาพที่ 2.8 ไฟฟ้าเกิดจากแรงกดดัน
ภาพจาก : https://0b29046f-a-62cb3a1a-s-sites.googlegroups.com

กระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากแรงกด สารทีถ่ กู แรงกด หรอื ดึง จะเกิดกระแสไฟฟ้า
ผลึก ของควอตซ์ ทัวร์มาไลท์และเกลือโรเซลล์ เมื่อนำเอาผลึกดังกล่าวมาวางไว้ระหว่างโลหะ
ทั้งสองแผ่นแล้วออกแรงกด สารนี้จะมีไฟฟ้าออกมา ที่ปลายโลหะทั้งสอง พลังงานไฟฟ้าที่
เกิดข้ึนน้ตี ำ่ มาก นำไปใช้ทำไมโครโฟน หูฟงั โทรศัพท์ หวั ปิคอพั ของเครือ่ งเล่นจานเสียง เป็นต้น
เมื่อเราพูดใส่ไมโครโฟนหรอื โทรศัพท์แบบต่าง ๆ คลื่นของความแรงกดดนั ของพลังงานเสียงจะ
ทำให้แผน่ ไดอะแฟรมเคลื่อนไหว ซึ่งแผ่นไดอะแฟรมจะทำให้ขดลวดเคลือ่ นที่ผ่านสนามแม่เหล็ก
จึงทาให้เกิดพลังงานไฟฟ้าซึ่งถูกส่งไปตามสายจนถึงเครื่องรับ ไมโครโฟนที่ใช้กับเครื่องขยาย
เสียงหรอื เครื่องสง่ วิทยกุ ็ใช้หลกั การเชน่ นเี้ หมอื นกัน อยา่ งไรกต็ ามไมโครโฟนทกุ ชนิดมีหลักการ
ทางานที่เหมือนกัน คือใชเ้ ปลี่ยนคลื่นแรงกดของเสียงให้เป็นไฟฟ้าโดยตรงน่ันเอง ผลึกของวัตถุ
บางอย่างถ้าถูกกดจะทำให้เกิดประจุไฟฟ้าขึ้นได้ เช่น หินเขี้ยวหนุมาน หินทูมาลีน และเกลือ
โรเลล์ ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่างดีว่าแรงกดเป็นต้นกำเนิดไฟฟ้า ถ้าเอาผลึกที่ทำจากวัสดุเหล่านี้
สอดเข้าไประหว่างโลหะทั้งสองน้ันจะมากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยกู่ ับแรงกดหรืออาจจะใช้ผลึก
นี้เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลได้ โดยจ่ายประจุเข้าที่แผ่นโลหะทั้งสองเพราะจะทาให้
ผลกึ น้ันหดตวั และขยายตวั ออกได้ตามประมาณของประจุ ต้นกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้แรงกดนี้นำไปใช้
ได้แตม่ ขี อบเขตจำกดั คือ ใช้ได้เฉพาะกบั อปุ กรณ์ เช่น ไมโครโฟน หูฟังชนิดแร่ หวั เข็มเคร่ืองเล่น
จานเสียงและเครื่องโซน่าร์ซึ่งใช้ส่งคลื่นใต้น้ำ เหล่านี้ล้วนแต่ใช้ผลึกทำให้เกิดไฟฟ้าด้วยแรงกด
ทั้งสิ้น ดังนั้น เวลากรอกเสียงพูดลงในไมโครโฟนหรือเครื่องโทรศัพท์ แผ่นไดอะแฟรมซึ่ง
เชื่อมโยงติดกับคริสตอลจะเกิดแรงดันไฟฟ้ามากน้อยแล้วแต่จังหวะพูด ในขณะที่เสียงพูด

119

กระทบแผ่นไดอะแฟรมก็จะถูกเปลี่ยนเป็นอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้า ไหลเข้าสู่เครื่องขยายเสียง
เพื่อให้ออกมาเปน็ เสียงดงั ทางลำโพงขยายเสียงต่อไป

4.6 ไฟฟ้าเกิดจากสนามแมเ่ หล็ก

ภาพที่ 2.9 หลกั การขดลวดตดั ผ่านสนามแมเ่ หล็ก
ภาพจาก : https://0b29046f-a-62cb3a1a-s-sites.googlegroups.com

จากการทดลองของไมเคิล ฟาราเดย์นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษพบว่าเมื่อนำ
แท่งแม่เหล็กเคลื่อนที่ผ่านขดลวดหรือนำขดลวดเคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็ก จะเกิด
แรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้นในขดลวดนั้นและ ยังสรุปต่อไปได้อีกว่ากระแสไฟฟ้า จะเกิดได้มาก
หรอื น้อยขึน้ อยู่กับ

1. จำนวนขดลวด ถ้าขดลวดมีจานวนมากก็จะเกิดแรงดนั ไฟฟ้าเหนีย่ วนำมาก
ด้วย

2. จำนวนเส้นแรงแม่เหลก็ ถ้าเส้นแรงแม่มีจานวนมากกจ็ ะเกิดแรงดันไฟฟ้า
เหนีย่ วนำมากด้วย

3. ความเร็วในการเคลือ่ นทีข่ องแม่เหลก็ ถ้าเคลือ่ นที่ผ่านสนามแม่เหล็กเร็วขึ้น
ก็จะเกิดแรงดันไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งต่อมาได้นาหลักการนี้มาคิดประดิษฐ์เป็นเครื่องกำเนิด ไฟฟ้า
หรือ เจ็นเนอเรเตอร์(Generator) หลักการของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอาศัยตัวนาเคลื่อนที่ตัด
สนามแมเ่ หล็กจะเกิดแรงดันไฟฟ้าขนึ้ ในลวดตวั นำนนั้

ภาพที่ 2.10 เคร่อื งกำเนิดไฟฟา้ กระแสตรง ภาพที่ 2.11 เครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา้ กระแสสลบั

120

ภาพที่ 2.12 โครงสร้างของเครือ่ งกำเนิดไฟฟ้า
ภาพจาก : https://0b29046f-a-62cb3a1a-s-sites.googlegroups.com
5. ประเภทของไฟฟ้า
ประเภทของไฟฟ้า แบง่ ได้เปน็ 2 แบบ ดงั นี้
5.1 ไฟฟ้าสถิต (Static Electricity)
ไฟฟ้าสถิต คือ ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทาให้เกิด
พลงั งานขนึ้ ซึ่งพลังงานนี้สามารถดูดเศษกระดาษหรอื ฟางข้าวเบา ๆ ได้ เช่น เอาแท่งยางแข็งถู
กับผ้าสักหลาด หรือครั่งถูกับผ้าขนสัตว์ พลังงานที่เกิดขึ้นเหลา่ นี้เรียกว่า ประจุไฟฟ้าสถิต เมื่อ
เกิดประจุไฟฟ้าแล้ว วตั ถทุ ี่เกิดประจุไฟฟ้าน้ันจะเกบ็ ประจุไว้ แต่ในที่สดุ ประจุไฟฟ้าจะถ่ายเทไป
จนหมด วัตถุที่เก็บประจุไฟฟ้าไว้นั้นจะคายประจุอย่างรวดเร็วเมื่อต่อลงดิน ในวันที่มีอากาศ
แหง้ จะทาให้เกิดประจุไฟฟ้าได้มาก ซึง่ ทาให้สามารถดูดวัตถุได้ดี ประจไุ ฟฟ้าที่เกิดมีอยู่ 2 ชนิด
คือ ประจุบวกและประจุลบ คุณสมบัติของประจุไฟฟ้าคือ ประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกันจะผลักกัน
ประจุไฟฟ้าตา่ งชนิดกันจะดดู กนั

ภาพที่ 2.13 ประจบุ วกและประจุลบ
ภาพจาก : https://sites.google.com/site/mechatronicett09/project-definition/3

121

5.2 ไฟฟ้ากระแส ( Current Electricity )
ไฟฟ้ากระแสคือ การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เช่น
ไหลจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าไปสู่แหล่งที่ต้องการใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งก่อให้เกิดแสงสว่าง เมื่อ
กระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดความต้านทานสูงจะก่อให้เกิดความร้อน เราใช้หลักการเกิดความ
ร้อนเช่นนี้มาประดิษฐ์อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เตาหุงต้ม เตารีดไฟฟ้า เป็นต้นไฟฟ้ากระแสแบ่ง
ออกเป็น 2 ชนิด คือ

5.2.1 ไฟฟ้ากระแสตรง ( Direct Current หรอื D .C )
เปน็ ไฟฟ้าที่มที ิศทางการไหลไปทางเดียวตลอดระยะเวลาที่วงจรไฟฟ้าปิดกล่าวคือกระแสไฟฟ้า
จะไหลจากข้ัวบวกภายในแหล่งกำเนิดผา่ นตัวต้านหรอื ภาระไฟฟ้าผ่านตวั นาไฟฟ้าแล้วย้อนกลบั
เข้าแหล่งกำเนดิ ที่ขวั้ ลบ วนเวียนเปน็ ทางเดียวเช่นน้ีตลอดเวลา แหล่งกำเนิดไฟฟ้าทีเ่ รารู้จกั กนั
ดีคอื แบตเตอรี่ ไดนาโม ดีซีเยนเนอเรเตอร์ เป็นต้น

ภาพที่ 2.14 หลักการไฟฟ้ากระแสตรง
ภาพจาก : https://sites.google.com/site/mechatronicett09/project-definition/3

ภาพที่ 2.15 โครงสรา้ งแบตเตอรีร่ ถยนต์
ภาพจาก : หนังสอื ก้าวทันโลกอิเลก็ ทรอนิกส์ โดย ศนู ย์เทคโนโลยีอเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละ

คอมพิวเตอรแ์ หง่ ชาติ

122

4.2.2 ไฟฟ้ากระแสสลับ ( Alternating Current หรอื A.C.)
ไฟฟ้ากระแสสลับเป็นกระแสไฟฟ้าที่มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางการไหลอยู่
ตลอดเวลา โดยขั้วหรือประจุทางไฟฟ้าจะ สลับไปมาระหว่างบวก-ลบตลอดเวลา จากรูปเป็น
การสร้างไฟฟ้ากระแสสลับโดยการหมุนขดลวด ตัดกับสนามแม่เหล็ก ค่าของแรงดันไฟฟ้าที่
ออกมาจะมีลักษณะเป็นสัญญาณรูปคลื่นไซน์ (sinusoidal wave) เป็นไฟฟ้าที่มีการไหลกลับไป
กลับมา ทั้งขนาดของกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ คือ
กระแสไฟฟ้าจะไหลไปทางหนึ่งกอ่ น ต่อมาก็จะไหลสวนกลบั แล้วก็เริม่ ไหลเหมือนคร้ังแรก

ภาพที่ 2.16 การกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ
ภาพจาก : หนังสอื ก้าวทนั โลกอิเล็กทรอนิกส์ โดย ศูนย์เทคโนโลยีอเิ ลก็ ทรอนิกส์และ

คอมพิวเตอรแ์ ห่งชาติ

ภาพที่ 2.17 หลักการไฟฟ้ากระแสสลับ
ภาพจาก : https://sites.google.com/site/mechatronicett09/project-definition/3
กระแสไฟฟ้าจะไหลเริ่มต้นจากศูนย์ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงบนสุดแล้วจะ
ค่อย ๆ ลดลงมาเป็นศูนย์ ต่อจากนั้นกระแสไฟฟ้าจะไหลลดลงเรื่อย ๆ จนถึงจุดต่ำสุดแล้ว
ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงศูนย์ตามเดิมอีกครั้งเป็นดังนี้ เรื่อย ๆ ไป การที่กระแสไฟฟ้า
ไหลเวียนครบ 1 รอบ ( Cycle ) เรียกว่า 1 ลูกคลื่น ความถี่ หมายถึง จานวนคลื่นไฟฟ้า
กระแสสลับที่เปลี่ยนแปลงใน 1 วินาที กระแสไฟฟ้าสลับในเมืองไทยใช้ไฟฟ้าที่มีความถี่ 50
เฮิรตซ์ ซึง่ หมายถึง จานวนลกู คลื่นไฟฟ้าสลับทีเ่ ปลีย่ นแปลง 50 รอบ ในเวลา 1 วินาที

123

โดยทั่วไปแล้ว กระแสไฟฟ้าที่ถูกจ่ายไปจากโรงไฟฟ้านั้นจะเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ
แรงดันสูง (เรามักจะเห็นเสาไฟฟ้าแรงดันสูงที่มีความสูงค่อนข้างมากพวกนี้เรียงกันได้ตาม
บริเวณต่าง ๆ ที่มีการส่งกระแสไฟฟ้าระยะไกล) จากนั้นจึงถูกส่งเข้าหม้อแปลง (Transformer)
เพือ่ ลดขนาดของแรงดันให้เหมาะสมกับอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสท์ วั่ ไปก่อนส่งเข้าไปแจกจ่ายตาม
บ้านเรือนและอาคารต่าง ๆ อีกทีหนึ่ง การที่โรงไฟฟ้าต้องส่งกระแสไฟฟ้าสลับออกมานั้นก็
เพราะไฟฟ้ากระแสสลับนั้นสามารถเดินทางได้ไกลกว่าไฟฟ้ากระแสตรงมาก ด้วยเหตุผลที่ถ้า
หากต้องการส่งไฟฟ้ากระแสตรงออกมานั้นก็ต้องใช้แรงดันไฟฟ้าที่สูงมาก ซึ่งเป็นอันตรายและ
มีการสญู เสียพลังงานไประหว่างสายไฟด้วย ทำให้ถ้าจะส่งไฟฟ้าด้วยกระแสตรงน้ันต้องทำการ
ตั้งเสาไฟฟ้าไวในระยะที่ค่อนข้างจะชิดกันมาก ๆ เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณและไม่คุ้มค่า
อย่างทีส่ ุด (Tuemaster, 2020)
6. อุปกรณไ์ ฟฟ้าท่คี วรทราบ

6.1 สายไฟ
เป็นอุปกรณ์สำหรับส่งพลังงานไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยกระแสไฟฟ้าจะนำ
พลังงานไฟฟ้าผ่านไปตามสายไฟจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟทำด้วยสารที่มีคุณสมบัติเป็น
ตัวนำไฟฟ้า (ยอมใหก้ ระแสไฟฟ้าไหลผา่ นได้ดี) และตัวนำไฟฟ้าทีใ่ ชท้ ำสายไฟเป็นโลหะที่ยอมให้
กระแสไฟฟ้าผ่านได้ดี ลวดตัวนำแต่ละชนิดยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ต่างกัน ตัวนำไฟฟ้าที่
ยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้มากเรียกว่ามีความนำไฟฟ้ามากหรือมีความต้านท านไฟฟ้าน้อย
ลวดตัวนำจะมีความต้านทานไฟฟ้าอยู่ด้วย โดยลวดตัวนำที่มีความต้านทานไฟฟ้ามากจะยอม
ให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้น้อย ได้แก่ (Pdcable, 2020 ; Hi-den, 2020 และ เทเลพาร์ท คอร์
ปอเรชน่ั 2559)

6.1.1 สายไฟแรงสูง

ภาพที่ 2.18 สายไฟแรงสูง
ภาพจาก : https://www.pdcable.com


Click to View FlipBook Version