174
13.6 ตอนที่ 4 ย่อย 1 ประเภทของโปรเจกเตอร์
13.7 ตอนที่ 4 ยอ่ ย 2 ประเภทของโปรเจกเตอร์
13.8 ตอนที่ 5 การวางตำแหนง่ เครือ่ งฉาย และจอรับภาพ
สือ่ การเรียนการสอน
1. เอกสารประกอบการสอนบทที่ 3 เร่อื ง เครือ่ งฉาย
2. วิดีโอการสอน เรื่อง เครื่องฉาย ตอนที่ 1
3. แบบฝกึ หดั หลังจากดวู ิดีโอการสอน เรือ่ ง เครือ่ งฉาย ตอนที่ 1
4. วิดีโอการสอน เรื่อง เครื่องฉาย ตอนที่ 2
5. แบบฝกึ หดั หลงั จากดูวิดีโอการสอน เรื่อง เครือ่ งฉาย ตอนที่ 2
6. PowerPoint เรือ่ ง เครือ่ งฉาย
7. Mind Map Online Tools เครอ่ื งมอื ทีใ่ ช้ คือ https://coggle.it/
8. ระบบการจดั การเรียนการสอน (https://lms.up.ac.th)
9. วิดีโอ เรื่อง เครื่องฉาย ทั้งหมด 8 ตอน บรรยายโดย อาจารย์วิวัฒนชัย สุขทัพภ์
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิดีโอที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในวิทยานิพนธ์ เรื่อง ผล
ของการแทรกเทคนิคการตั้งคำถาม 5W1H ในวิดีโอบรรยายออนดีมานด์บนเว็บ 2.0 ที่มีต่อ
ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาของนิสติ ปริญญาตรี แบง่ ออกเป็น
9.1 ตอนที่ 1 ประวตั ิ ความเปน็ มา ความสำคัญ ของเครือ่ งฉาย
9.2 ตอนที่ 1 ย่อย 2 ประวตั ิ ความเปน็ มา ความสำคัญ ของเครื่องฉาย
9.3 ตอนที่ 2 องค์ประกอบในการฉาย สว่ นประกอบของเครื่องฉาย
9.4 ตอนที่ 3 ระบบของเครือ่ งฉาย
9.5 ตอนที่ 3 ยอ่ ย 2 ระบบของเครื่องฉาย
9.6 ตอนที่ 4 ย่อย 1 ประเภทของโปรเจกเตอร์
9.7 ตอนที่ 4 ย่อย 2 ประเภทของโปรเจกเตอร์
9.8 ตอนที่ 5 การวางตำแหนง่ เครื่องฉาย และจอรบั ภาพ
10. วิดีโอการสอน เร่อื ง เครื่องเสียง ตอนที่ 1
11. วิดีโอการสอน เรอ่ื ง เครือ่ งเสียง ตอนที่ 2
12. วิดีโอการสอน เร่อื ง เครือ่ งเสียง ตอนที่ 3
13. วิดีโอการสอน เรอ่ื ง เครื่องเสียง ตอนที่ 4
175
การวัดและประเมินผล
1. การทำแบบฝกึ หดั หลงั จากดวู ิดีโอการสอน เร่ือง เครือ่ งฉาย ตอนที่ 1
2. การทำแบบฝกึ หัดหลังจากดูวิดีโอการสอน เร่ือง เครื่องฉาย ตอนที่ 2
3. การรว่ มอภิปรายและตอบคำถามในชน้ั เรียน
4. การทำแผนผังความคิดออนไลน์ สรปุ เนือ้ หาเรอ่ื งเครือ่ งฉาย
5. การสังเกตจากการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถามระหว่างการบรรยายสรุป
แบบมีปฏิสัมพันธ์ ในข้อคำถามดังนี้ (1) เครื่องฉายหมายถึงอะไร (2) Hardware กับ Software
ต่างกันอย่างไร (3) ความสำคัญของเครื่องฉายมีอะไรบ้าง (4) องค์ประกอบในการฉายมี
อะไรบ้าง (5) เครื่องฉายมีกี่ระบบ (6) โปรเจคเตอร์มีกี่ประเภท (7) ANSI Lumens คืออะไร (8)
Keystone effect คืออะไร (9) ถ้าภาพบนจอมีขนาดใหญ่เกินไป จะทำอย่างไร (10) ถ้าภาพบน
จอมขี นาดเล็กเกินไปจะทำอยา่ งไร (11) การจัดตง้ั เครื่องฉาย กับ จอรับภาพ เป็นอยา่ งไร
6. ความสนใจและความรับผดิ ชอบในการเรียน
176
เครื่องฉายช่วยใหผ้ ู้เรยี นมองเหน็ ภาพไดช้ ัดเจนและท่วั ถึง
177
บทท่ี 3
เครื่องฉาย
ในยุคที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาจำพวก สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์
กำลังมีบทบาท ต่อชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน โดยขนาดของจอการแสดงภาพบนอุปกรณ์
พกพานั้นมีข้อจำกัด และเริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน เครื่องฉายภาพจึงเป็น
เทคโนโลยีหนึ่งที่ กำลังจะเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหา ด้วยลักษณะพิเศษที่ สามารถให้
ภาพฉายขนาดใหญ่ได้แม้วาตัวอุปกรณ์จะมีขนาดเล็ก และยังสามารถใช้พื้นผิวใด ๆ มาเป็น
พื้นผิวฉายภาพได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือการเปลีย่ นแปลงใดแกพ่ ื้นผิวนั้น (ฐิติรัตน์
ศริ ิบวรรัตนกุล, 2556)
ซึ่งเทคโนโลยีเป็นสื่อการเรียนการสอนที่มีความสำคัญในกระบวนการเรียนการสอนที่
จะเชอ่ื มโยงความรู้จากครไู ปสู่นักเรียนอย่างถูกต้อง และรวดเร็วเปน็ ผลใหน้ กั เรียนเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมไปตามจุดมุ่งหมายการเรียนการสอนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สื่อการสอนจึงได้ถกู
นำไปใช้ในการเรียนการสอน และยังได้รับการพัฒนาไปตามการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีซึ่งก้าวหน้าไปไม่หยุดยั้ง นักการศึกษาเรียกชื่อการสอนด้วยสื่อต่างๆ เช่น
อุปกรณ์การสอน โสตทัศนูปกรณ์ เทคโนโลยีการศึกษา สื่อการเรียนการสอน สื่อการศึกษา
เป็นต้น (กมล เวียสุวรรณ และ นิตยา เวียสวุ รรณ, 2539)
1. ประวัติความเปน็ มาของเครือ่ งฉาย
สำหรับเครื่องฉายที่เรารู้จักกันในวงการการเรียนการสอน วงการโสตทัศนศึกษา
แต่เรม่ิ ตน้ จรงิ ๆ เคร่อื งฉาย เราพฒั นามาจากหนังตะลุง เรารจู้ ักเรื่องเงามานานนักหนา ในการ
ใช้เงาที่จะแสดงในการ ที่จะนำเสนอ หนังตะลุงพัฒนามาจากเงามือ มีคนค้นพบประวัติว่าคน
โบราณเล่นเงามือในผนังถ้ำโดยใช้กองไฟ ถ้ามนุษย์รู้จักกองไฟ แล้วก็อาศัยอยู่ในผนังถ้ำ ทำให้
เกิดเงาเห็นเงาได้ หรือแสงที่ปรากฏ แสงอาทิตย์ แสงธรรมชาติที่มาจากด้านหน้าของผนังถ้ำ
ทำให้เกิดเงาไปติดอกี ด้านหน่งึ จากประตทู างเข้าถ้ำ ปากถ้ำกไ็ ปติดอกี ด้านหน่งึ แล้วโดยเฉพาะ
เวลากลางคืนการก่อไฟทำให้เกิดเงา แล้วมนุษย์ก็คงจะพบว่าเงานั้นสามารถจะสร้างขึ้นมาได้
โดยใช้มือทำเป็นรูปตัวสัตว์ ทำเปน็ รูปอะไรหลายๆ อย่าง แม้กระทั่งปัจจุบันการเล่นเงาก็มีการ
ประกวดกันด้วยซ้ำไป ถ้ารู้จักเรื่องการเล่นเงา ทำเป็นรูปผีเสื้อ แมลงปอ รูปม้า รูปเสือ อะไร
อย่างนี้ เป็นต้น แล้วสามารถทำให้เกิดมีกิริยาท่าทางได้ เช่น หมาอ้าปาก ม้าวิ่ง อันนี้ถือเป็น
เรื่องแรกๆ ของการฉาย
178
ถัดมาจากเรื่องนี้ จริงๆแล้ว ต้องบอกว่าการที่รู้จัก “ภาพรูเข็ม” “กล้องรูเข็ม” ถือว่า
เป็นวิวัฒนาการอย่างยิง่ อนั หน่ึง จากประวัติ บางคนบอกว่าพบโดยบังเอิญโดยชาวเบดอู ิน (เป็น
พักพวกของกัลดาฟี อยู่กระโจม อาศัยตามทะเลทางเหนือของแอฟริกา) แล้วก็ปรากฏว่าเขา
พบว่ารูที่มันทะลุเข้าไปในกระโจมของชาวเบดูอินก็ไปเกิดภาพกลับหัว มีคนบอกว่าเจอภาพหัว
ในนั้น ก็มาทดลองหลาย ๆ ครั้ง ก็ปรากฏว่าเกิดการเล่นเงาในเรื่องของรูปต่างๆ อันเกิดจาก
กล้องทีเ่ สมอื นกล้องรูเข็ม แล้วววิ ัฒนาการจากนี้ขา้ มมาอีกหลายปี จนกระท่ังสมัยมีโอลคลาสิก
ก็มีการใช้ภาพอย่างนี้จากรูเข็ม เป็นการจำลองภาพคนมาเขียนภาพพรอทเทต ส่วนใหญ่เป็น
ภาพจากด้านข้างมาทำภาพพรอทเทต จนกระทงั่ มกี ารวิวฒั นาการมาเป็นกล้องถ่ายภาพ กล้อง
ถ่ายภาพก็มีหลายตำรา มีหลายคน ทั้งชาวเยอรมัน มีทั้งชาวฝรั่งเศส “ดาแกน” ที่เรารู้จักกัน
พวกนี้ได้ทำกล้อง อันนี้อาจจะไม่ขอพูดถึง เพราะว่าเราเห็นประวัติอยู่มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำ
ให้การถ่ายภาพนั้นเกิดวิวัฒนาการได้อย่างมากที่สุดก็คือ เค้าบอกว่าจริงๆแล้ว เกิดการพิสูจน์
การแข่งม้า ซึ่งเป็นที่นิยมมากในยุโรปตอนนั้น แข่งม้าและแข่งหมาทั้งสองอย่าง ทำอย่างไรจะ
เห็นผู้ชนะ ก็มีคนพัฒนาเอากล้องมาจับภาพการแข่งม้าขึ้นมา เกิดการพัฒนาฟิล์มขึ้นมาก่อน
ฟิล์มในยุคแรกที่เรารู้จักก็คือฟิล์มที่เป็นฟิล์มกระจก ฟิล์มเปียก ต่อมา ”เกรเวิร์ส” เป็นคน
เยอรมัน ได้พัฒนาเป็นฟิล์มแห้ง ต่อมาก็มีฝั่งอเมริกา กลุ่มโกดักมาทำฟิล์มพัฒนา สองฟาก
มหาสมุทรก็พัฒนาฟิล์มขึ้นมามากมาย ซึ่งก่อให้เกิดฟิล์มถ่ายภาพ และกลับภาพให้เป็นภาพ
ขาว-ดำ ในยุคนั้นเอามาขยายภาพขนาดใหญ่ๆ ทำเป็นภาพที่เหมือนกับภาพฝาผนังใช้ในการ
เล่นละคร พวกละครโอเปราในยุคนั้น ก็ใช้ภาพที่ขยายจากภาพจริงๆ เป็นภาพที่ถ่ายมาด้วย
ฟิลม์ แล้วขยายมาเป็นภาพเพื่อสร้างฉาก กเ็ ปน็ วิวฒั นาการอีกอยา่ งหน่ึงของการถ่ายภาพ การ
ถา่ ยภาพวิวัฒนาการอนั น้ีมอี ยู่มากมายแล้ว ไม่ขอพูดถึง
จะมาพดู ถึงการเกิดภาพสไลด์มาเปน็ ภาพยนตร์ มนั เกิดวิวฒั นาการขนึ้ มา จากการลอง
กลับภาพ กลับไปกลับมาของภาพที่ขยายในห้องแลป เกิดมีคนคิดว่าทำอย่างไรที่จะได้ภาพมา
ขยายใหเ้ กิดเปน็ ฉากของโอเปรา กเ็ ลยเกิดการรเี วิร์สภาพ มันเป็นสไลด์ครั้งแรก ๆ รีเวิร์สภาพก็
คือ เอาภาพขาว-ดำ ทาบไปบนฟิล์มที่เป็นภาพอีกครั้งหนึ่ง กลับภาพอีกทีหนึ่ง จากฟิล์มขาว-
ดำที่เกิดขึ้นแล้วทาบไปบนฟิล์มอีกครั้งหนึ่ง มันก็จะได้ขาวเป็นดำ ดำเป็นขาวขึ้นมา เหมือนเป็น
ภาพกลับภาพสมจริงขึ้นมา แล้วเอาภาพนั้นมาลองฉาย ซึ่งถือว่าเกิดเป็นสไลด์ครั้งแรก ๆ การ
ฉายภาพครั้งแรกเขาใช้ตะเกียงเจ้าพายุ ประกอบกับกล้องสอ่ งทางไกล แล้วก็เกิดการฉายภาพ
การใช้กล้องส่องทางไกลมาประกอบกับตัวกล้อง ทำให้เกิดการพัฒนาเรื่องกล้องมากมาย
เกิดเลนสใ์ นการถ่ายภาพ พร้อม ๆ กนั กเ็ กิดการฉายสไลด์ การฉายสไลดก์ ็เริ่มทำเปน็ สไลดเ์ รื่อง
โดยพัฒนาการมาจากตู้ ทางยุโรป เวลามีงานตา่ ง ๆ มันจะมีรถเป็นเกวียนแล้วก็มีตู้แล้วก็มีภาพ
179
พวกนี้ เอาภาพที่เป็นภาพต่อเนื่องมาฉายในตู้ ส่วนใหญ่ก็เป็นภาพเลดี้โจ๊ก ภาพโป๊เยอะๆ เลย
แล้วคนก็ต้องเช่าส่องไปในกล้อง เหมือนตาผ่านเลนส์เข้าไป ก็เป็นภาพสไลด์ซึ่งจะเลื่อนลงไป
สมัยก่อนก็ใช้คนเลื่อน ต่อมา ผู้ที่เอามาใช้ฉายสไลด์จริง ๆ คือ ทหาร การสงครามทำให้เกิด
วิวฒั นาการในเรื่องของเทคโนโลยีมากมาย สไลด์ รูปภาพ เอามาฉายกันตอนแรกๆเนีย่ ฉายใน
ห้องวอลรูม ถ้าดูก็ดูกันได้ไม่กี่คน ก็เกิดเอาสไลด์ตู้จากรถตู้เอามาพัฒนาฉายในห้องวอลรูมดู
เห็นปรากฏการณ์ของแนวหน้า ทำให้แม่ทัพ นายกองทั้งหลายซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาที่ต้องสั่ง
การแนวหน้ามาอยู่ข้างหลังแนวรบ ก็สามารถเห็นภาพ เช่นภาพสนามรบ ภาพภูเขา
ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีผลอย่างมากเลย โดยเฉพาะการถ่ายภาพ แอบในจารจล ไปถ่ายภาพ
หลุมปืนใหญ่ เยอรมันสรา้ งปืนใหญ่ขนาดใหญ่ทำลายยาก ทางฝา่ ยฝร่ังเศสต้องการจะรู้สภาพ
ตรงนั้น ก็ใช้ภาพมาฉายเป็นภาพสไลด์มาฉายให้ดูกัน ต่อมาภาพฉายสไลด์นั้นก็พัฒนามา
เรื่อย ๆ ตามวิวัฒนาการของฟิล์ม จากฟิล์มขาว-ดำ ฟิล์มซีเปีย ก็เกิดเป็นฟิล์มสีขึ้นมา
ภาพสไลด์ได้วิวัฒนาการมามากมายในยคุ หลังๆ เพราะว่ามันสามารถจะฉายได้ โดยเฉพาะหลัง
สงครามเลิก ภาพยนตรก์ ็เกิดข้ึนมา จริงๆแล้วมีคนหลายคนคัดค้าน ในยโุ รปก็มีการทำ ซึ่งมีคน
หนง่ึ ที่ทำ กค็ ือ เอดิสัน ภาพยนตรพ์ ฒั นามาจากภาพที่เราเรียกว่า ภาพคลี่ คนที่ทำภาพคลี่คร้ัง
แรกๆ เขาว่ากันว่า “คนจีน” เพราะคนจีนทำกระดาษขึ้นมาครั้งแรกๆ เยอะมาก แล้วเอามา
เอาภาพมาต่อกัน สามารถที่จะกรีดภาพที่วางซ้อนกัน โดยเฉพาะภาษาจีนเป็นภาษาที่เกิดจาก
ภาพ เป็นภาพทำให้เกิดคำ เป็นคำต่างๆ แล้วก็ทำให้เกิดการคลี่ภาพเป็นตัวอักษรคำต่างๆ
ตอ่ มาการคลีภ่ าพได้พัฒนาขึ้นมา เข้ามาถึงยโุ รป ได้มนี กั เขียนการต์ ูนชอ่ ง ก็คือการ์ตูนเป็นเร่ือง
แล้วในช่องก็มีกิจกรรมหรือมีเรื่องราวที่มันต่อเนื่องเป็นช็อตๆ การ์ตูนช่องมีบทบาทสำคัญมาก
ทำให้ก่อให้เกิดการถ่ายภาพยนตร์ ก่อให้เกิดการฉายต่างๆ ก็มีคนทำสไลด์ก่อน ทำสไลด์เป็น
สไลด์ช่อง แล้วฉายต่อกันเรื่อยๆ เหมือนการ์ตูนช่องมาฉายเป็นตอน ต่อๆกันไป ก็มีการค้นพบ
ว่า ภาพที่ 21 เฟรม มันสามารถจะทำให้ทำให้เสมือนภาพเสมือนจริง เอดิสันจับเอาตรงนี้ เอา
ไปลองทำฟิล์ม และทำเครื่องกลไกในการฉายให้ฉายภาพที่เป็นฟิล์มรีเวิร์ส ก็สามารถที่จะทำ
เป็นภาพยนตร์สั้นๆ ได้ มีอีกหลายคน เขาว่า ชาร์ลี แชปลิน คนหนึ่งที่พัฒนาหนังพวกนี้เป็น
หนังเงียบได้ดี แล้วก็มีอีกหลายคนทั้งในยุโรปและอเมริกา แต่สงครามทำให้เกิดการพัฒนาใน
เรื่องของฟิล์มจากการบันเทิง ซึ่งเมื่อก่อนเราก็ใช้ฟิล์มขนาดใหญ่ เพราะฟิล์มแรก ๆ เป็นฟิล์ม
ขนาด 70 มม. แล้วต่อมาเปน็ ฟิลม์ ขนาด 35 มม. ซึง่ เปน็ มาตรฐานของฟิล์ม แต่ในสงครามได้ผ่า
ฟิล์มออกเป็นสองซีกให้เป็นฟิล์ม 16 มม. แล้วก็ใส่แถบเสียงเข้าไปเป็นก็เหลือช่องประมาณ
11 มม. การผ่าฟิล์มทำให้ฟิล์มที่ผลิตตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งอยู่ในสต็อก แล้วก็ไม่มี
การผลิตต่อ แต่ทำอย่างไรที่จะถ่ายภาพแนวหน้าสงครามมาฉายในดูกันได้ สงครามในยุคนั้น
180
สงครามที่ยิ่งใหญ่ คือสงครามสนามเพลาะ และสงครามรถถัง สงครามสนามเพลาะ เกิดขึ้น
แถบฝั่งตะวันตกของยุโรป ในแถบเบลเยียม แล้วก็สงครามที่เกิดเป็นสงครามพื้นที่ที่คนในยโุ รป
ไม่คุ้นเคยก็คือ สงครามในอเมริกา เป็นสงครามที่ใช้รถถังรบกัน ปรากฏว่าต้องส่งทรชนไป
ถ่ายภาพพวกนี้มา พวกรถถังตระกูลพันเซอร์ก็เกิดขึ้นในยุคนี้ ในสงครามทะเลทราย
ไปถ่ายภาพมา เพราะว่ามีนายพลสำคัญคนหนึ่งของเยอรมัน ชื่อ นายพลรอมเมล เก่งมากใน
การพฒั นายทุ ธวิธีในการรบซึ่งชาวอังกฤษไม่รู้จักเลย กป็ รากฏว่าตอ้ งไปถ่ายหนังสงคราม หนัง
สงครามครั้งแรกๆ ในตอนนี้ส่งกลับไปในวอลรูมในฝรั่งเศสและในอังกฤษ เพื่อหาทางจะต่อสู้
รถถงั ของนายพลรอมเมล
นอกจากนั้นอเมริกาเองก็จะทำสงครามในครั้งแรกนั้นๆ ไม่มีเวลาหัดทหารเลย
เนื่องจากว่าเกณฑ์เอาทหารคือชาวไร่ชาวบ้านมาทำทหารก็จำเป็นจะต้องสอนยุทธวิธีการรบ
โดยเร็วที่สุด ก็เริ่มต้นตั้งแต่มาเข้าโรงเรียนเกณฑ์ทหารแถวริมทะเล แล้วก็เกณฑ์ลงเรือข้าม
ทะเลมา เอาในเรือมาเป็นโรงเรียน สอนยุทธวิธีการถอดปืนใหญ่ การดูแลรักษาปืนใหญ่
การเห็นบรรยากาศในสนามเพลาะ การเอาชีวิตรอดในสนามเพลาะ การหลบระเบิดจากปืน
คอร์ ปืนกล ภาพที่ใช้มันจะเกิดในสงครามโลกช่วงนี้ ซึ่งจะเกิดเครื่องมือฉายภาพหลายอย่าง
เช่น เกิดเครื่องมือฉายภาพข้ามหัวที่เราเรียกว่า โอเวอร์เฮดโปรเจคเตอร์ เนื่องจากว่ามันไม่
สามารถจะเอาชอล์กเขียนในเคบิลเรือได้ เรือก็โคลงไปโคลงมา ฉะนั้น จึงต้องใช้แผ่นสำเร็จรปู
กม็ ีคนพัฒนาจากเคร่ืองฉายสไลดใ์ ห้มันใหญ่ขนึ้ ใหเ้ ขียนด้วยลายมอื ได้ ครั้งแรกใช้เขียนบนแผ่น
สไลด์ ต่อมาพัฒนาเขียนบนแผ่นอะซิเตทหรือแผ่นโปร่งแสงที่ใหญ่ขึ้น แล้วก็พัฒนาเครื่องฉาย
ให้ฉายบนจอได้ โดยสามารถที่จะเตรียมเขียนไปบนแผ่นใสก่อนได้ ก็สามารถที่จะสอนหนังได้
แทนการเขียนกระดานดำ แล้วนั่งเขียนบนโต๊ะก็สอนได้ พร้อมกันนั้นก็สามารถเอาภาพนิ่ง
เกี่ยวกับภาพสงคราม บรรยากาศของการรบและภาพยนตร์เอามาฉายให้ดู เป็นการเรียนทาง
ลัด เป็นการเรียนโดยการใช้สื่อที่พัฒนาก้วกระโดดเลย จากการเรียนที่ชอล์กแอนด์ทอล์ค
มาเป็นการเรียนโดยการใชเ้ ครือ่ งเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดเปน็ การนำมาของสงคราม และก็
สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้กันได้อย่างมาก แล้วก็ได้ภาพซึ่งทำให้เห็นอะไรต่าง ๆ ได้อย่าง
สมจรงิ
ภาพยนตร์ ตอนหลังถูกตัดผ่าอีก ความคลาดแคลนทำให้มีคนคิดที่จะตัดผ่าฟิล์ม
ออกเป็นครึ่งหนึ่งเหลือ 8 มม. ซึ่ง 8 มม.ทำให้เกิดการซุปเปอร์เอทได้อีก ใส่เสียงเข้าไปได้อีก
แต่ยุคหลังๆ เป็นยุคคลาดแคลนหนังสงคราม เป็นยุคที่พยายามจะปลุกปลอบคนให้รู้จักเรื่อง
การบันเทิงร่าเริงใจ เพราะว่าเราเศร้าสร้อยจากสงครามมา ก็เก็บเอาเครื่องมือเหล่านี้มาทำ
เรือ่ งการบนั เทิงมากขึน้ มีการถ่ายภาพสวย ๆ จรงิ ๆ ในสงคราม ภาพโปเ๊ ปน็ เร่ืองปลุกใจทหาร
181
หาญ ก็เรียกว่าการถ่ายภาพนู้ด ภาพโป๊ทั้งหลาย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าภาพดังกล่าวนี้จะได้รับการ
พฒั นามาพร้อมกบั เรื่องนี้ หนังโป๊กถ็ ูกถ่ายมาเพื่อปลกุ ปลอบคนในแนวหน้า แมก้ ระท่ังญี่ปุ่นเอง
เมื่อก้าวเข้าสู่สงครามก็มีถ่ายหนังโป๊เยอะมากเพื่อเอาไปใช้ในสงคราม พอหลังสงครามขึ้นมาก็
ยิ่งค่ายบันเทิงเริ่มเอาเรื่องละครเอามาถ่ายทำ หนัง “ชาร์ลี แชปลิน” เริ่มจากหนังเงียบกอ่ นซึ่ง
โด่งดังมาก ตลกอ้วนผอม มีหนังตลกพวกนี้ ในยุคนี้เกิดฮอลลีวู้ด เกิดค่ายถ่ายหนัง สร้าง
เรื่องราวต่างๆ ถ่ายหนังขึ้นมา ครั้งแรกก็นำเอาเกร็ดสงครามมาเล่าให้ฟัง ต่อมาก็เริ่มเอา
วรรณคดี นวนิยายมาฉาย การทำภาพยนตร์เกิดการพัฒนาอย่างมากมาย แล้วกเ็ ริ่มง่ายเพราะ
หลังสงครามเราก็สามารถหาวัสดุต่างๆ ได้ง่ายขึ้น หนัง 35 มม. ก็กลับเข้ามา หนัง 70 มม.ก็
ผ่านเข้ามา มีการทำหนังใหญ่ๆ ในยุคนี้มากมาย นอกจากนั้น การท่องเทีย่ วเริ่มมีบทบาทอยา่ ง
มาก คนทีไ่ ปทอ่ งเที่ยว เมื่อกอ่ นก็ถา่ ยรูปอยา่ งเดียว ถ่ายภาพนิ่งอย่างเดียว และก็เริ่มเกิดความ
ต้องการที่จะถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหว จึงทำให้มีการหาวิธีที่จะทำอย่างไรให้สามารถนำ
กล้องมาใช้งานได้ กล้อง 16 มม.จึงกลายเป็นกล้องเพือ่ ทอ่ งเทีย่ ว ตอ่ มากเ็ ห็นว่ากล้อง 16 มม.
นั้น ใหญ่เกินไปกผ็ า่ ครึ่งลงเป็นกล้อง 8 และ ซเู ปอร์ 8 เป็นกล้องเพือ่ การท่องเที่ยว
ฉะนั้นในยุคหลังโลกสงครามต่อมา ยุคหลังสงครามเวียดนามมันแบ่งค่าการใช้ฟิล์ม
ภาพยนตร์ได้เป็นหลายส่วน ส่วนที่ 1 เพื่อการบันเทิง และก็ฟิล์ม 70 มม. หรือฟิล์ม 35 มม.จะ
ถูกนำมาใช้ ปรากฏว่าต่อมาเราเอาภาพยนตร์มาใช้ในเรื่องของการศึกษา เพราะเมื่อมี
สหประชาชาติขึน้ มา ประชาชาติเริ่มจะมีการผูกใจชาติต่างๆที่เข้ามาสมคั รเป็นสหประชาชาติก็
เล็งเห็นเรื่องสาธารณสุขเป็นเรื่องใหญ่ และถ้าจำไม่ผิด Walt Disney ตั้งตัวขึ้นมาได้ที่จะทำ
อะไรๆใหญ่โตมโหฬาร จากการที่สหประชาชาติโดยผ่านรัฐบาลอเมริกาจ้างให้ทำหนังการ์ตูน
เรื่อง เฟิรส์ เอด เรือ่ งสขุ อนามยั
ภาพที่ 3.1 โปสเตอร์ภาพยนตรก์ ารต์ ูน เร่อื ง First Aiders
ภาพจาก https://www.moviepostershop.com/first-aiders-movie-poster-1944
182
เช่น เรือ่ งการทำส้วม เรอ่ื งการลา้ งมอื เรื่องการแปรงฟนั เปน็ การ์ตนู จงึ ทำให้เกิด “มิกกี้เมาส์”
ในภายหลัง ของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ (warner brothers) ก็ได้มีการทำหนังการ์ตูนด้วยเช่นกัน
ซึ่งเป็นภาพเอนิเมชั่นจากการ์ตูนโดยใช้ภาพการ์ตูนช่องมาเป็นภาพยนตร์ แล้วต่อมาก็ทำเป็น
ภาพสมจรงิ สมจงั เปน็ เร่ืองเปน็ ราวขึน้ มา เอามาใช้เพื่อการศกึ ษา โดยเฉพาะในเรอ่ื งสาธารณสุข
การศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์ การศึกษาเรื่องธรรมชาติวิทยา ภาพยนตร์การศึกษาจึงเกิดขึ้น เรา
มักนิยมใช้ภาพยนตร์การศึกษาโดยใช้ฟิล์ม 16 มม. เนื่องจากเวลาฉายออกไปแล้วในห้องเรียน
ไม่ได้ใหญ่มากเหมอื นกับโรงภาพยนตร์
ในสว่ นทีส่ าม คือ ภาพยนตร์เพือ่ การท่องเทีย่ ว ก็ใช้ฟิล์ม 8 มม. เพราะว่าการท่องเที่ยว
ในยุคหลังสงครามโลกแพร่หลายอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องการแตกตื่นบอกว่าแถวทะเลใต้
ตะวันออกกลาง ตะวันออกไกลมีธรรมชาติที่งดงาม หรือแม้แต่อเมริกาใต้ คนเหล่านี้ไปก็ออก
บันทึกภาพกลับมากใ็ ช้กล้องทีม่ นั เล็กลงมาหน่อย ก็คือกล้อง 8 มม. มาใช้งาน โลกของกล้อง 8
มม. ต่อมาได้มีการพัฒนาการใช้กล้องและใช้เป็นฟิล์มเพื่อการศึกษาด้วยในยุคต่อ ๆ
มา หลงั จากนี้แล้ว เมือ่ ประมาณ 10 ปีทีแ่ ลว้ กล้องกเ็ ริม่ หายไป เพราะเรามีการพัฒนาภาพที่มา
จากวิดีโอ วิดีโอเทปก็พัฒนาขึ้นมาเกี่ยวเนือ่ งกบั ภาพยนตร์เหมือนกัน ก็เพราะว่าตอนแรก ใน
สมัยสงครามการถ่ายภาพยนตร์เอาเข้ามาต้องมาผ่านกระบวนการล้างที่มากมาย ต้อง “ฮิต
เลอร์” สั่งให้นักวิทยาศาสตร์ของเขาพยายามทำอย่างไรให้ส่งภาพให้เหมือนกับวิทยุ
กระบวนการทางโทรทัศน์จึงเกิดขึ้น เพราะแต่เดิมหลังจากมีมีการค้นคว้าวิทยุแล้ว ก็มีผู้คิดค้น
คิดว่าทำอยา่ งไรจะส่งภาพมาทางอากาศได้ เยอรมันเปน็ ผู้ริเร่มิ ของ กลุนดิก นา่ จะเริม่ ต้นก่อน
ซึ่งจะมีกลมุ่ อุตสาหกรรมของกลุนดิกเริม่ ต้นข้ึนมาก่อน ก็สามารถจะส่งเป็นโทรภาพได้ คือ เป็น
การส่งทีละภาพ จอในยุคแรกเป็นจอวงกลมๆ แต่ก็กลายเป็นวงรี แล้วจึงมาเป็นอย่างปัจจุบัน
ฮิตเลอร์กบ็ อกว่าจะทำอย่างไรให้ส่งภาพที่เป็นโมชั่นพิกเจอร์ (Motion picture) มาให้ได้เพือ่ การ
สงคราม เพราะฮิตเลอร์ แม่ทัพนายกองอยู่ที่เยอรมันก็พยายามให้ส่งภาพมาให้ได้ ครั้งแรกก็
เป็นเคเบิล ลากสายเคเบิลเป็นพันๆ ไมล์จากชายแดนแถวทะเลฝั่งแอตแลนติกเข้ามาถึงทาง
ยุโรปส่งเป็นภาพขึ้นมา ฮิตเลอร์ก็อยากจะเห็นภาพสงครามมุมอื่นด้วย แต่จะส่งทางเคเบิลก็ไม่
ไหว ก็มีคนพัฒนาจากม้วนเทป เอาภาพใส่ลงม้วนเทปให้ได้ ซึ่งเยอรมันเป็นผู้ที่พัฒนาการ
ถา่ ยภาพลงม้วนเทป ตอนแรกไมไ่ ด้เป็นม้วนเทป แต่เป็นเส้นลวดธรรมดา ซึ่งจะได้แต่เสียง แล้ว
ก็เป็นแถบโลหะก็ได้แต่เสียง ต่อมาก็มีการทำโลหะขึ้นมาบนแผ่นซีโรเตท ซึ่งในตอนแรกก็ใช้
กระดาษ เอามาเคลือบผงออกไซต์เหล็กลงไป ก็เกิดเป็นเทปภาพขึ้นมาได้ ในยุคต่อมา จริงๆ
แล้วตอ้ งเป็นคุณูปการของสงคราม ทำให้เราสามารถจะใช้ผลิตผลเหลา่ นี้จากสงครามเอามาใช้
ประโยชน์เพื่อการศึกษา เพื่อการบันเทิงในยุคต่อ ๆ มาอีกมากมาย นี่ก็กล่าวถึงเทปกับ
183
ภาพยนตร์ซึ่งก็เกี่ยวข้องกัน เพราะเทปได้รับมาพัฒนาขึ้นมาในยุคเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งก็ยังเป็น
ระบบอนาล็อกอยู่ แต่ทำให้ฟิล์มภาพนยนตร์มีราคาแพงมาก และค่อยๆสูญพันธุ์ไปในที่สุด
จนบัดนี้หาไม่ได้แล้ว ฟิล์มจะมีอยู่ในฟิล์มภาพยนตร์ มาตรฐาน คือ 35 มม. ฟิล์ม 16 มม. แทบ
หาไมไ่ ด้ ฟิล์ม 8 มม. แทบจะเลิกกัน กลายมาเป็นวิดโี อเทป
ต่อมามีการค้นพบระบบการส่ง-รับสัญญาณมาเป็นดิจิตอล จากอนาล็อกมาเป็น
ดิจิตอลขึ้น ซึ่งทำให้มีการเกิดแผ่นดิสก์ขึ้นมา ในตอนแรกส่งได้แต่เสียง และต่อมาก็ส่งภาพได้
วิวัฒนาการของสรรพสิ่งเหล่านี้มันเป็นลำดับขั้นตอนในการคิด มันเป็นลำดับขั้นตอนในการ
พัฒนา อันจะเกิดจากความจำเป็นของสงคราม ก็ถือว่าเป็นคุณูปการของสงคราม ในยุค
ปัจจุบันนั้นสิ่งที่จะทำให้ภาพ เครื่องฉายทั้งหลายวิวัฒนาการไปได้ ส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของ
การศึกษากับเรือ่ งโทรคมนาคม การส่งภาพปัจจุบันน้ันสามารถจะส่งภาพด้วยระบบต่างๆ อีก
มากมาย เรามี 3G มี 4G ซึ่งเหล่านี้ก็จะพัฒนาต่อไปในเรื่องการส่งภาพ ทำให้ภาพนั้นมีความ
ละเอียดชัดเจน มีความคมชัดมากขึ้น อันนี้จะเห็นว่าไลน์ในการเกิดวิวัฒนาการของภาพมา
ตามลำดบั (วิวัฒน์ชัย สขุ ทพั ภ์, 2554)
2. ความหมายของเคร่อื งฉาย
โดยสื่อการสอนที่ใชใ้ นการเรียนการสอนส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นวสั ดุ และอุปกรณ์ โดยสื่อ
วัสดุ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถถ่ายทอดเนื้อหาด้วยตัวเองได้ จึงต้องพึ่งอุปกรณ์ในการถ่ายทอด
เนื้อหาที่อยู่ในตัววัสดุ หรือกล่าวคืออุปกรณ์เป็นตัวส่งผ่านเนื้อหาที่บรรจุอยู่ในวัสดุนั่นเอง เช่น
เมมโมรี่การ์ดเป็นวัสดุ กล้องถ่ายภาพเปน็ อุปกรณ์ หรือ กระดาษเป็นวัสดุ เครื่องวิชวลไลเซอร์
เป็นอุปกรณ์ เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องอาศัยสื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการถ่ายทอดเนื้อหา
จากวัสดุให้เห็นเป็นภาพขนาดใหญ่ ด้วยเครื่องฉาย ซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าระบบอนาล็อกใช้
ถ่ายทอดเนื้อหาจากวัสดุที่ไม่สามารถถ่ายทอดเนื้อหาได้ด้วยตนเอง โดยในอดีตจะมีการฉาย
จากวัสดุ เช่น แผ่นโปร่งใส ฟิล์มสไลด์ ฟิล์มภาพยนตร์ ยกเว้นเครื่องฉายภาพทึบแสงที่ใช้ขยาย
ภาพของวัสดุทึบแสง เช่น ภาพจากหนังสือ และวัสดุ 3 มิติ ซึ่งสามารถถ่ายทอดเนื้อหาได้ด้วย
ตนเองแตอ่ าจมขี นาดเล็กทำให้ไม่สามารถเหน็ ได้ทัว่ ถึงจึงต้องนำมาใช้กบั เครื่องฉายภาพทึบแสง
เพื่อฉายใหม้ ีขนาดใหญข่ ึน้ บนจอภาพ (กิดานันท์ มลทิ อง, 2548)
เครื่องฉาย (Projector) เป็นอุปกรณ์ส่งออกที่ฉายภาพไปยังพื้นผิวขนาดใหญ่เช่นหน้า
จอสีขาว หรอื ผนัง อาจใชเ้ ปน็ ทางเลือกอืน่ แทนจอภาพหรอื โทรทัศน์เมือ่ แสดงวิดีโอหรือภาพต่อ
คนหมู่มาก ซึ่งมีหลายรูปทรงและขนาดแม้ว่าโดยทั่วไปจะมีความยาว และกว้างประมาณฟุต
และสูงไม่กี่นิ้ว สามารถติดตั้งบนเพดาน หรืออาจเป็นแบบอิสระและพกพาได้ โดยทั่วไปแล้ว
เครื่องฉาย แบบติดเพดานจะมีขนาดใหญ่กว่าโดยเฉพาะเครื่องฉาย ที่ฉายในระยะไกล
184
(เช่น 30 ฟุตขึน้ ไป) เครือ่ งฉายเหล่านีม้ ักพบในห้องเรยี นห้องประชมุ หอประชมุ และ ศาสนสถาน
โดยเครื่องฉายที่พกพาสามารถนำไปใช้ได้ทุกที่ที่มีพื้นผิวสว่าง (เช่นผนังสีขาวหรือสีอ่อน) ซึ่ง
เครื่องฉายส่วนใหญ่จะมีแหล่งอินพุตหลายแหล่งเช่น พอร์ต HDMI สำหรับอุปกรณ์รุ่นใหม่และ
พอรต์ VGA สำหรบั อุปกรณ์รนุ่ เก่า เครือ่ งฉาย บางรุ่นรองรบั Wi-Fi และ บลูทูธ (Tech Terms,
2018) ซึง่ เอาท์พตุ ทีถ่ า่ ยภาพที่สร้างโดยคอมพิวเตอร์ หรอื เครือ่ งเล่น Blu-ray และสร้างซ้ำโดย
การฉายลงบนหน้าจอผนัง หรือพื้นผิวอื่นๆ นั้น ในกรณีส่วนใหญ่พื้นผิวที่ยื่นออกไปจะมีขนาด
ใหญ่แบน และมีสีอ่อน ตัวอย่างเช่น สามารถใช้เครื่องฉาย เพื่อแสดงงานนำเสนอบนหน้าจอ
ขนาดใหญ่ เพื่อให้ทุกคนในห้องสามารถดูได้ เครื่องฉาย สามารถสร้างภาพนิ่ง (สไลด์) หรือ
ภาพเคลื่อนไหว (วิดีโอ) โปรเจคเตอร์มักมีขนาดประมาณเครื่องปิ้งขนมปัง และมีน้ำหนักเพียง
ไม่กี่ปอนด์ (Computer Hope, 2017) อีกทั้งเครื่องฉาย ยังสามารถระเบิดภาพขนาดเล็กให้มี
สัดส่วนมากขึ้นบนหน้าจอที่ว่างเปล่าเพื่อให้ผคู้ นจำนวนมากขึ้นสามารถดูภาพยนตร์ หรือละคร
ทีวีตลอดจนวิดีโอเกมได้อย่างเต็มตา และมีรายละเอียดมากขึ้น เครื่องฉาย สำหรับบ้านจึง
กลายเปน็ เรือ่ งปกติใหมใ่ นยคุ ความคมชัดสูงหรอื HD อย่างรวดเรว็
โดยก่อนหน้านั้นแนวคิดของการฉายแสงเหนือภาพเพื่อทำให้มันดูใหญ่ขึ้นบนพื้นผิวที่
ใหญ่ขึ้นนั้นมีมาตั้งแต่หลายพันปีตั้งแต่หนังตะลุงในยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปจน ถึงสิ่งที่เรียกว่า
กระจกวิเศษของจีน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่เรียกว่ากล้องปิดบัง (กล้องรูเข็ม) ที่ใช้หลักการ
เดียวกันกับที่ใช้ในเครื่องฉาย สมัยใหม่ แต่ภาพจะกลับหัว และใช้ห้องมืดในการทำงาน โคมไฟ
วิเศษถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี 1659 โดย Christian Huygens ใช้กระจกเว้าเพื่อกำหนดทิศทางแสง
จากหลอดไฟไปยังสไลด์กระจกพร้อมกับภาพที่ฉายไปยังหน้าจอโดยใช้เลนส์โฟกัส ในปี 1756
Leonhard Euler ได้สร้างเอพิสโคป หรือ เครื่องฉายทึบแสงที่ใช้ระบบปริซึมและกระจกเพื่อฉาย
ภาพ เครื่องฉายภาพกอ่ นคอมพิวเตอร์รุ่นแรก ๆ เหลา่ น้สี ว่ นใหญ่ใช้เพื่อสรา้ งความบันเทิงให้กับ
ผู้ชมหรือเพื่อการบรรยาย จากนั้นประมาณทศวรรษที่ 1940 ถึง 1960 เครื่องฉายสไลด์ได้รับ
การพฒั นาโดยใช้สไลด์ 35 มม. สำหรับการฉายภาพ
185
ภาพที่ 3.2 เครื่องฉายวสั ดุทึบแสง (opaque projector)
ภาพจาก : https://www.flickr.com/photos/tarleton_libraries/1776909082
เครื่องฉายภาพเหนือศีรษะเปน็ เครือ่ งฉายสไลด์ที่ใช้หลอดไฟฮาโลเจน และแผ่นกระจก
ที่คุณควรวางหน้าโปร่งใสไว้เพื่อจุดประสงค์ในการฉายภาพ จากนั้นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ก็
ก้าวหน้ามากพอที่จะอนุญาตให้ใช้เครื่องฉาย ดิจิทัลตั้งแต่ปี 1970 ถึง 1990 เครื่องฉาย ในช่วง
ปี 2000 ถึง 2010 มีความสามารถในการใช้งานในบ้านได้มากขึ้นและความละเอียดก็เพิ่มขึ้น
อย่างมากพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นถึงการซื้อเครื่องฉาย (James Core, 2018) เครื่องฉายยังเป็น
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรบั สัญญาณภาพ และเสียงเข้า และส่งสัญญาณวิดีโอออกไป
ยังพืน้ ผิวเรียบใด ๆ ได้อกี ด้วย ซึ่งสว่ นใหญ่มักเป็นหน้าจอโปรเจ๊กเตอร์ สีขาว หรือสีเงิน เคร่ือง
ฉายช่วยให้สามารถสร้างภาพขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องใช้จอแสดงผลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาด
ใกล้เคียงกัน มกั ใช้กับผชู้ มจำนวนมากเชน่ โรงละครการประชมุ และการนำเสนอ
เครื่องฉายยังสามารถใช้อินพุตแหล่งสัญญาณวิดีโอที่เล่นภายในบนหน้าจอขนาดเล็ก
แสงจะส่องผ่านหน้าจอจากนั้นจบั และโฟกสั โดยเลนสห์ รอื เลนส์หลายตวั เพื่อแสดงบนพื้นผิวใน
ระยะที่กำหนด ส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นเครื่องฉายภาพ ดิจิตอล ซี่งเทคโนโลยีที่ใช้กันทั่วไปใน
เครื่องฉาย ได้แก่ Digital Light Projection (DLP), Liquid Crystal Display (LCD) และผลึกเหลว
บนซิลกิ อน (LCoS) เครือ่ งฉาย สามารถใช้แหลง่ กำเนิดแสงที่แตกตา่ งกันเช่นหลอดปรอทแรงดัน
สูงไดโอดเปล่งแสง (LED) เลเซอร์ไดโอดและระบบไฮบริด LED / เลเซอร์ไดโอด ผใู้ ช้สามารถหา
คุณสมบัติที่หลากหลายขึ้นอยู่กับว่าจะใช้เครื่องฉายภาพอย่างไร ซึ่งรวมถึงความสว่างความ
คมชัดความละเอียดคุณภาพของสี และความลึกของโฟกัส หากห้องมีขนาดเล็กอาจต้องใช้
เครื่องฉายวิดีโอที่มีความลึกโฟกัสสั้นหรือที่เรียกว่าระยะฉายสั้น หากต้องใช้เครื่องฉายภาพใน
สภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างจ้าค่าความสว่าง และคอนทราสต์จึงมีความสำคัญ เมื่อคุณภาพ
ของภาพมีความสำคัญเช่นสำหรับการนำเสนอหรือความบันเทิงความละเอียดสูง และคุณภาพ
สีที่ดีเป็นสิง่ จำเป็น ความละเอียดสูงยังช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ชมรับรู้ช่องว่างระหว่างพิกเซลหรือที่
เรียกว่าเอฟเฟกต์ประตูหน้าจอ การใช้งานเครื่องฉายภาพ ที่ใช้กันน้อยกว่าคือ ในชุดหูฟังเสริม
ความเปน็ จริง และจอแสดงผลแบบสวมศีรษะ (HUD) ในชุดหูฟงั HUD และ Augmented Reality
186
บางรุ่นเช่น Google Glass หรือ Microsoft Hololens ภาพที่บุคคลเห็นดูเหมือนจะมีระยะห่างจาก
ดวงตามากขึ้นเนื่องจากการใช้เครื่องฉาย และกระจกขนาดเล็ก นอกจากนี้เครื่องฉายวิดีโอยัง
สามารถใช้เพือ่ ฉายภาพ 3 มิติหรอื ที่เรยี กว่าภาพสเตอริโอ (TechTarget Contributor, 2017)
จึงสามารถสรุปได้ว่าเครื่องฉาย เป็นอุปกรณ์ออพติคอลที่ใช้งานภาพ (หรือ
ภาพเคลื่อนไหว) มีลักษณะเป็นอุปกรณ์ (Hardware) บนพื้นผิวโดยจะเป็นหน้าจอการฉายภาพ
ส่วนใหญ่สร้างภาพด้วยการส่องแสงผ่านจุดโฟกัสที่ตรงไปตรงมาเล็กน้อย แต่เครื่องฉาย ที่สุด
กว่าบางชนิดสามารถขยายภาพได้อย่างถูกต้องโดยใช้เลเซอร์ การนำเสนอจอประสาทตา
เสมือนจริงหรือเครื่องฉายจอประสาทตาเป็นเครื่องฉาย ที่ถ่ายภาพอย่างตรงไปตรงมาบน
เรตินาเมื่อเทียบกบั การใช้หน้าจอการฉายภายนอกเครื่องฉายภาพที่ได้รับการยอมรบั มากทีส่ ดุ
ในปัจจุบันเรียกว่าเครื่องฉายวิดีโอ โปรเจคเตอร์วิดีโอ คือการซื้อขายทางคอมพิวเตอร์สำหรับ
โปรเจคเตอร์ประเภทตา่ งๆ โดยก่อนหน้านีเ้ ช่น โปรเจคเตอร์สไลด์ และโปรเจคเตอร์เหนือศีรษะ
โดยทั่วไปแล้วโปรเจคเตอร์ประเภทก่อนหน้านี้มักถูกแทนที่ด้วยโปรเจคเตอร์วิดีโอแบบ
คอมพิวเตอร์ตลอดชว่ งปี 1990 และกลางปี 2000 อย่างไรก็ตามโปรเจคเตอร์ธรรมดารุ่นเก่ายัง
ใช้งานได้ในบางจุด ประเภทของโปรเจคเตอร์ในปัจจุบันส่วนใหญ่คือ โปรเจคเตอร์มือถือที่ใช้
เลเซอร์หรอื LED เพื่อขยายภาพ (Louise Carlos, 2020)
3. ความสำคญั ของเครื่องฉาย
สื่อการสอนที่เห็นเป็นรูปธรรมได้แก่สื่อที่เป็นวัสดุและอุปกรณ์ สื่อวัสดุที่สามารถ
ถ่ายทอดด้วยตวั เอง ได้แก่ รปู ภาพ ของจริง ของจำลอง ฯลฯ และวสั ดทุ ี่ไมส่ ามารถถ่ายทอดได้
ด้วยตัวเอง ต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วยให้เนื้อหาที่บรรจุอยู่ในสื่อวัสดุนั้นปรากฏออกมาให้มองเห็น
หรอื ได้ยิน เช่น แผ่นโปร่งใส ฟิลม์ สไลด์ ฟิลม์ ภาพยนตร์ เทปวีดิทัศน์ ฯลฯ แต่หากเป็นสื่อวัสดุที่
บรรจุเน้อื หาประเภทภาพและเสียงแล้ว จำเป็นต้องอาศัยอุปกรณป์ ระเภทเคร่อื งฉายที่ถ่ายทอด
เสียงออกทางลำโพง โดยจะช่วยในการขยายขนาดของภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและเห็นได้อย่าง
ชัดเจนท่ัวทั้งห้อง ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจได้ง่ายและรวดเรว็ เพิม่ ความน่าสนใจรวมถึงมีความ
สนุกและต่นื เต้นเร้าใจเพิ่มมากขึ้นดว้ ย
4. องค์ประกอบของการฉาย
ระบบการฉายทุกประเภทจะประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน สำคัญได้แก่
(AVmaster.com, 2547 ; วีระซัพพลายส์, 2563 ; Chaweewan Abdulloh, 2554 ; คณะครุ
ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, 2555 ; กิดานันท มลิทอง, 2548 ;
www.projectorok.com, 2015 ; projector7.com, 2556)
187
4.1 เครื่องฉาย (Projector)
เป็นอุปกรณ์ หรือเครื่องที่จะใช้สำหรับฉายวัสดุฉาย ให้ปรากฏภาพบนจอ ที่นิยมใช้ใน
การเรียน การสอนหรือการประชุม เนื่องจากสามารถนําเสนอข้อมลู ให้แก่ผู้ชมจํานวนมากเห็น
พร้อม ๆ กัน อุปกรณ์ฉายภาพในปัจจุบันจะมีอยู่หลายแบบ ทังที่สามารถต่อสัญญาณจาก
คอมพิวเตอร์โดยตรงหรือใช้อุปกรณ์พิเศษในการวางลงบนเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ
(OverHead Projector) ธรรมดา เหมือนกับอุปกรณ์นั้นเป็นแผ่นใส อุปกรณ์ฉายภาพจะมีข้อ
แตกต่างกันมากในเรื่องของกําลังแสง สว่าง เนื่องจากยิงมีกําลังส่องสว่างสูงภาพที่ได้ก็จะ
ชัดเจนมากขึ้น โดยเครือ่ งฉายจะมีสว่ นประกอบดงั ต่อไปนี้
4.1.1 แผ่นสะท้อนแสง (Reflector)
แผ่นสะท้อนแสงมที ้ังชนิดเปน็ กระจก และ ชนิดโลหะ ซึ่งมีลักษณะเว้า และฉาบ
ผิวสะท้อนแสงเพื่อสะท้อนแสงกลับมารวมกับแสงทางด้านหน้า ทำให้มีความเข้มของแสงมาก
ยิ่งขึ้น มีลักษณะคล้ายกะทะ ทำด้วยแก้วหรือโลหะ ฉาบด้วยผิวด้านหน้าหรือด้านเว้าด้วยวัสดุ
สะท้อนแสง เช่น ปรอท เงินหรืออลูมิเนียม หรือทำด้วยวัสดุสะท้อนแสงทั้งอัน เช่นทำด้วยเงิน
หรืออลูมิเนียม ติดตั้งด้วยเงินหรืออลูมิเนียม ติดตั้งอยู่หลังหลอดฉาย ทำหน้าที่รับแสงจาก
หลอดฉาย แล้วสะท้อนกลับด้านหน้า ทำให้แสงมีความเข้มมากขึ้น เป็นการช่วยลดการสูญเสีย
ของแสงจากหลอดฉายโดยเฉพาะด้านหลัง เครือ่ งฉายบางชนิดไม่มีแผน่ สะท้อนแสงเพราะแผ่น
สะท้อนแสงถูกสร้างขึ้นภายในหลอดฉายหรือติดอยู่กับหลอดฉายแล้ว แผ่นสะท้อนแสงใน
เครือ่ งฉายจะมีอยู่ 2 ลกั ษณะคือ
4.1.1.1 แผ่นสะท้อนแสงอยู่ในตัวหลอดฉาย ซึ่งจะมีขนาดเล็กและอยู่
ด้านหลังไส้หลอดฉาย
4.1.1.2 แผน่ สะท้อนแสงชนิดอยู่นอกหลอดฉาย ซึง่ จะมีตา่ งกนั อยู่อีก
2 ลักษณะคือ
4.1.1.2.1 แผ่นสะท้อนแสงชนิดตดิ อยกู่ ับหลอดฉาย
4.1.1.2.2 แผ่นสะท้อนแสงชนิดเป็นอิสระ กับหลอดฉาย ซึ่งทำ
ให้หลอดมีราคาสูงกว่า 2 ลักษณะที่กล่าวมาแล้ว เนื่องจากถ้าในกรณีที่หลอดฉาย ขาดจะ
สามารถเปลี่ยนเฉพาะหลอดฉายเท่าน้ัน ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นสะท้อนแสงใหม่
4.1.2 พัดลม (Fan)
เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับหลอดฉาย จะทำงานร่วมกับ
สวิทซอ์ ัตโนมัติ หรอื เทอรโ์ มสตาท (Thermostat) การทำงานของพดั ลมจะถกู ต่อวงจรให้ทำงาน
จนกว่าหลอดฉายจะมีอุณหภูมิเย็นลง พัดลมระบายความร้อนจึงจะหยุดทำงาน เนื่องจากใน
188
เครื่องฉาย หลอดฉายจะให้กำลังส่องสว่างสูง เพื่อให้ได้ภาพปรากฏบนจอที่ชัดเจน เมื่อหลอด
ฉายมีกำลงั สอ่ งสว่างสงู ย่อมมีความร้อนมากขึ้น จงึ จำเป็นที่ต้องมีการระบายความร้อน โดยจะ
มีขนาดตามปริมาณความร้อนที่เกิดขึ้นจากหลอดฉาย การทำงานของพัดลมเพื่อระบายความ
ร้อนของเครื่องส่วนใหญ่จะให้พัดลมเป่าหลอดฉายโดยตรง แต่ก็มีบางเครื่องฉายที่ใช้ระบบ
ระบายความร้อนออกจากเครื่องฉาย การใช้งานเครื่องฉายก่อนที่จะเปิดสวิตซ์หลอดฉาย
จะต้องเปิดสวิตซ์พัดลม ก่อน และเมือ่ ฉายเสรจ็ จะต้องปิดสวิตซ์หลอดฉายก่อนปิดสวิตซ์พัดลม
แตเ่ ครื่องฉายในปัจจบุ ันจะใช้ สวิตซร์ ่วมกันซึง่ เปน็ การปิด และเปิดไปพร้อมกัน
4.1.3 หลอดฉาย (Projection Lamp)
ภาพที่ 3.3 หลอดฉาย
ภาพจาก : http://ok-projector.blogspot.com/2015/09/projector.html
เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่กำเนิดแสงสว่าง หลังจากที่ได้รับกระแสไฟฟ้าที่จ่าย
ให้กับตัวหลอด เครื่องฉายข้ามศีรษะบางรุ่นสามารถปรับความสว่างเนื่องจากมีจำนวนหลอด
ไฟฟ้าจำนวน 2 หลอด เครื่องฉายทุกชนิดจะใช้หลอดฉายเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพื่อให้ภาพไป
ปรากฏบนจอ หลอดฉายในเครื่องฉายใหก้ ำลังสอ่ งสว่างมากกวา่ หลอดไฟธรรมดาทีใ่ ช้ตามบ้าน
เพื่อให้ได้ภาพบนจอมีความสว่างชัดเจน หลอดฉายบางชนิดติดแผ่นสะท้อนแสงในตัวหลอด
เพื่อช่วยเพิ่มความสว่างของหลอดฉายให้มากขึ้น โดยลักษณะเป็นโคมไฟที่ใช้หลักการประสม
แสงของเลนส์ (เหมือนเลนส์กล้องส่องทางไกล) มารวมแสงที่ออกจากหลอดไฟ เนื่องจาก
หลอดไฟทั่วไป จะให้แสงออกมารอบด้าน จึงควรมีอะไรมาบังคับแสงให้ส่องไปในทิศทาง
เดียวกัน (เช่น โคมฉายแสง ในรถยนต์ทั่วไป) แต่โคมไฟแบบโปรเจคเตอร์ สามารถรวมแสงให้
ส่องไปในทิศทางเดียวกนั ได้มากกว่าโคมแบบธรรมดา หลอดโปรเจคเตอร์ เหมาะสำหรับการใส่
ร่วมกันหลอดไฟ Xenon เพราะว่าหลอดไฟ Xenon มีการกระจายแสงที่สูงกว่าหลอดไส้ทั่วๆ ไป
ซึ่งหลอดฉายที่ใช้ในเครื่องฉายทั่วๆ ไปมี 3 ชนิด แต่ละชนิดมีรูปร่าง ลักษณะและคุณสมบัติ
แตกตา่ งกัน ดังน้ี
189
4.1.3.1 หลอดอินแคนเดสเซนต์ (Incandescent Lamp)
ภาพที่ 3.4 หลอดอินแคนเดสเซนต์
ภาพจาก : https://www.amazon.in/Philips-Clear-Incandescent-Bulb-
Pack/dp/B01M0D6O3W
เป็นหลอดที่มีไส้หลอดทำด้วย โลหะทังสเตน มีลักษณะเป็นใยลวด
(Tungsten Wire) มีความต้านทานสูงภายในบรรจุก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen) หรือก๊าซอาร์กอน
(Argon) หลอดชนิดที่มีอายุการใช้งานสั้นกว่าหลอดชนิดอื่นๆ เฉลี่ยแล้วใช้งานประมาณ 25
ชัว่ โมง เน่ืองจากหลอดชนดิ นีม้ ีความรอ้ นสงู จงึ ตอ้ งออกแบบให้มขี นาดใหญก่ ว่าหลอดชนิดอน่ื
4.1.3.2 หลอดฮาโลเจน (Halogen Lamp)
ภาพที่ 3.5 หลอดฮาโลเจน
ภาพจาก : https://www.monotaro.co.th/p/19235667.html
เป็นหลอดที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้มีอายุ การใช้งานนานขึ้น ไส้
หลอดทำด้วยโลหะทังสเตน ภายในบรรจุสารจำพวกฮาโลเจน ไอโอดีน (Halogen Iodine) ใน
อตั ราส่วนทีเ่ หมาะสมกบั ปริมาณของกา๊ ซเฉื่อย หลอดชนิดน้ีให้แสงสว่างขาวนวล และสวา่ งกว่า
ชนิดแรก สามารถทนความร้อนได้สูง มีขนาดเล็กกะทัดรัด หลอดชนิดนี้ใช้แรงเคลื่อนไฟฟ้าไม่
190
สูงมากนัก ประมาณ 8-30 โวลท์เท่านั้น เช่นหลอดที่ใช้เครื่องฉายสไลด์และฟิล์มสตริป ใช้
ขนาด 24 โวลท์ 150 วตั ต์ เครื่องฉายภาพยนตร์ 16 มม. ใช้ขนาด 24 โวลท์ 250 วัตต์ เปน็ ต้น
4.1.3.3 หลอดภาพควอ๊ ด-ไอโอดีน (Quartz Iodine)
ภาพที่ 3.6 หลอดภาพควอ๊ ด-ไอโอดีน
ภาพจาก : https://stock.adobe.com/search?k=%22quartz%20iodine%20lamp%22
มีลักษณะเหมือนหลอดฮาโลเจน แต่ใช้หินคว๊อดทำหลอดแก้ว
หนิ ควอ๊ ดมีคุณสมบัติทนความร้อน และแข็งมาก รับแรงไฟได้สงู มีความสว่างเข้ม ขาวนวลกว่า
หลอดชนิดอ่นื
4.1.4 เลนส์ควบแสง (Condensing Lenses หรอื Condenser Lenses)
ภาพที่ 3.7 เลนส์ควบแสง
ภาพจาก : https://www.amazon.com/Condensing-Lens-indirect-ophthalmoscopy-
Green/dp/B00M9FOA96
เป็นเลนส์นูนที่มีหน้าที่รวมแสงหรือควบแสงให้ความเข้มอยู่ในบริเวณวัสดุฉายหรือ
บริเวณจุดที่ต้องการ ดังนั้นเลนส์นี้จะอยู่ใกล้กับหลอดฉายที่สุด ซึ่งเลนส์ควบแสงนี้จะอยู่หน้า
หลอดฉาย และต้องมีทางยาวโฟกัสที่เหมาะสม ซึ่งเลนส์ควบแสงตัวนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เกลี่ยแสง
ความจริงมีเลนส์เกลี่ยแสงที่ใช้กับเครื่องฉายภาพจากคอมพิวเตอร์ เนื่องจากแผง LCD ชนิด
Polysilicon และ DMD มีขนาดเลก็ มาก ทำให้กลางจอมีความสวา่ งมากเปน็ ดวงกลม ขณะที่ขอบ
191
และมมุ จอ แสงจะลดลงมากแสดงถึงหน้าทีข่ องเลนส์ควบแสงทีบ่ ีบลำแสงใหส้ อ่ งผ่านแผ่นสไลด์
ทั้งหมด
ภาพที่ 3.7 เลนสค์ วบแสงทีบ่ ีบลำแสงให้ส่องผ่านแผ่นสไลด์ท้ังหมด
ภาพจาก : http://www.virasupplies.com/knowledge/Slide-Multivision-1.php
แสงกย็ งั ไม่ผา่ นเลนสฉ์ ายทั้งหมด ทำให้แสงที่ฉายออกมา แมจ้ ะสว่างกว่าครั้งที่
ยังไม่ติดต้ังเลนสค์ วบแสงกต็ าม วิธีแก้ไขคือ ใชเ้ ลนส์ควบแสงอกี ตวั ติดตง้ั คอ่ นขา้ งชิดแผ่นสไลด์
และต้องมีขนาดไม่เล็กกว่าแผ่นสไลด์ และให้มีทางยาวโฟกัสที่เหมาะกับเลนส์ฉายแสดงให้เหน็
ว่าเลนส์ควบแสงตัวที่ 2 ที่อยู่ใกล้ชิดแผ่นสไลด์ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า แผ่นสไลด์ และทำหน้าที่
บีบแสงให้ผ่านเลนส์ฉายท้ังหมดให้พอดี
ภาพที่ 3.8 เลนสค์ วบแสงตัวที่ 2 ทำหนา้ ที่บีบแสงให้ผ่านเลนส์ฉายทั้งหมด
ภาพจาก : http://www.virasupplies.com/knowledge/Slide-Multivision-1.php
192
เครือ่ งฉายสไลด์ในเกรด Pro AV จะมีเลนสฉ์ ายทีม่ ีทางยาวโฟกสั ขนาดต่างๆให้
เลือกมากมาย ซึ่งจะสร้างปัญหา โดยจะเห็นได้ชัดหากเป็นเลนส์ฉายที่มีทางยาวโฟกัสสั้น จะ
เห็นว่า แสงที่ส่องผ่านแผ่นสไลด์จะส่องล้นเลนส์ฉายที่มีความยาวโฟกัสสั้น โดยวิธีแก้คือ ให้
เปลี่ยนเลนส์ควบแสงตัวที่อยู่ชิดแผ่นสไลด์ให้มีทางยาวโฟกัสที่สั้นพอ และเหมาะกับเลนส์ฉาย
ซึ่งจะทำให้เลนส์ควบแสงตัวนี้มีความหนามาก แพงขึ้น และอาจแตกง่ายเนื่องจากความร้อน
เหตุผลที่นักวิชาการเรียกเลนส์ควบแสงว่าเลนส์เกลี่ยแสง เพราะพบว่าหากไมใ่ ช้เลนส์ควบแสง
ภาพที่ฉายจะสว่างไม่เสมอทั้งจอ ที่เป็นเช่นนั้นอาจเป็นเพราะ แสงที่ไม่มีเลนส์ควบแสง แสงจะ
กระจายสะท้อนไปสะท้อนมา ภายในตัวถังเครื่องฉาย ส่วนที่สะท้อนมาที่แผ่นสไลด์มากก็จะ
สว่างมาก สว่ นทีส่ ะท้อนกลับมาน้อยแสงก็จะมดื กว่าส่วนอน่ื ๆ ทำให้สวา่ งไมส่ ม่ำเสมอทั่วจอ
4.1.5 ภาพที่ 3.8 (Projection Lenses)
ภาพที่ 3.9 ภาพที่ 3.8
ภาพจาก :https://www.systemsintegrationasia.com/navitar-announces-projection-lenses-
for-laser-phosphor-projectors/
เป็นเลนส์ที่มีลักษณะนูนที่ติดอยู่กับส่วนหัวของ เครื่องฉาย ทำหน้าที่รวมแสง
แล้วส่งภาพต่อไปยังกระจกเงาระนาบ เลนส์ออปเจ๊กทีฟ (Objective Lenses) ซึ่งจะอยู่ระหว่าง
วัสดุฉาย และจอเสมอ เลนส์ฉายเป็นเลนส์นูนซึ่งอาจมีอยู่เพียงแผ่นเดียวหรือหลายแผ่นก็ได้
เช่นเดียวกับเลนสค์ วบแสง เลนส์นี้ทำหน้าที่ในการฉายให้ภาพที่ปรากฏบนจอภาพมีขนาดใหญ่
คมชัดในลักษณะหัวกลับจากภาพที่อยู่บนวัสดุฉาย หากภาพที่ปรากฏไม่ชัดเจนเท่าที่ควรเรา
สามารถปรับเลนส์ฉายนี้เพื่อให้ได้ภาพที่ชดั เจนตามต้องการโดยการปรับปุม่ โฟกัสที่เครื่องฉาย
เลนส์ฉายนี้จะเป็นเลนส์ที่อยู่ใกล้กับจอรับภาพมากกว่าเลนส์ตัวอื่น ช่วยให้ภาพคมชัดมีขนาด
ใหญ่ และให้ภาพหัวกลับ (Inversion) ทั้งนี้เพราะจอรับภาพอยู่เลย จุดโฟกัสของเลนส์ฉาย
ออกไป เลนส์ฉายจะมีความยาวโฟกัส (Focal Length) ต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดของวัสดุฉาย
ระยะห่างจากเครื่องฉายกับจอรับภาพ และขนาดของภาพที่ต้องการบนจอรับภาพ ถ้าเลนส์
193
ฉายมีความยาวโฟกัสสั้นจะได้ภาพขนาดใหญ่บนจอรับภาพมากกว่าเลนส์ที่มีความยาวโฟกัส
ยาว ในระยะห่างระหวา่ งเครือ่ งฉายกับจอรับภาพเทา่ ๆ กนั
4.1.6 แผน่ กรองความร้อน (Heat หรอื Absorbing Glass)
แผ่นกรองความร้อน ส่วนใหญ่จะใช้กระจก เนื่องจากมีคุณสมบัติในการทน
ความร้อนได้ดี ด้วยเหตุที่เลนส์ควบแสง (Condensor Lens) บีบลำแสงให้แคบลงอยู่บริเวณวสั ดุ
ฉาย ซึ่งเป็นการรวมหรือบีบลำแสงให้เข้ม และแคบมากขึ้นทำให้มีการรวมความร้อนมากขึ้น
ด้วย แผ่นกรองความร้อนนี้จะช่วยดูดกลืน ความร้อนให้น้อยลง เพราะถ้าไม่มีแผ่นกรองความ
ร้อนแล้วจะทำให้วสั ดุฉายเกิดความร้อนจนไหม้ได้ ถ้าฉายนานๆ โดยเฉพาะอย่างยิง่ เครื่องฉาย
ภาพนิง่
4.2 วัสดุฉาย (Materials)
คือวสั ดุที่ใชค้ วบคูก่ ับเครื่องฉายเพื่อขยายเนื้อหาหรอื รูปภาพใหใ้ หญ่ มองเห็นได้ชัดเจน
มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับนำมาใช้กับเครื่องฉายแต่ละประเภท ซึ่งสามารถแบ่งชนิดของวัสดุ
ฉายออกเปน็ 3 ประเภท คือ
4.2.1 วสั ดุโปร่งใส ( Transparent Materials )
หมายถึง วัสดุที่แสงสามารถส่องผ่านได้โดยไม่เกิดการหักเหหรือสะท้อน
ภายในวสั ดุนั้นเลย เชน่ แผ่นโปรง่ ใส พลาสตกิ กระจกใส กระดาษแก้ว เปน็ ต้น
4.2.2 วสั ดุโปรง่ แสง ( Translucent Materials )
หมายถึง วัสดุที่แสงสามารถส่องผ่านไปได้ แต่จะมีการสะท้อนหรือหักเหใน
วัสดุบ้าง ทำให้ปริมาณของแสงสว่างลดความเข้มลงไปบ้าง เช่น กระจกฝ้า กระดาษทาน้ำมัน
กระดาษไข เปน็ ต้น
4.3.3 วัสดุทึบแสง ( Opaque Materials )
หมายถึง วัสดุที่แสงไม่สามารถส่องผ่านได้เลย แสงสว่างที่ตกกระทบจะ
สะท้อนกลับหมด เชน่ วัสดุที่เป็นของจริง หรอื วสั ดุ 3 มิติ กระดาษโรเนียว แผ่นโลหะ แผ่นหนัง
หนิ ไม้ เสือ้ ผา้ เปน็ ต้น
4.3 จอฉาย หรอื ฉากรับภาพ (Projection screen)
จอฉาย หรือฉากรับภาพ ทำหน้าที่รับภาพจากเครื่องฉายแล้วสะท้อนแสงกลับมายัง
ผชู้ ม จอที่มคี ุณภาพดีจะได้ภาพทีช่ ัดเจน จอมหี ลายชนดิ แตล่ ะชนิดมีคณุ สมบัติและการใช้งานที่
แตกต่างกัน คือ ให้ภาพในมุมกว้าง ให้ภาพในมุมแคบ ใช้ฉายจากข้างหลัง และบางชนิดมี
คุณสมบัติพิเศษสามารถฉายในที่มีแสงสว่างมากๆได้ เรียกว่า จอฉายกลางวัน (Daylight
screens) การเลือกจอแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะการฉาย และปัจจัยต่างๆ เช่น ลักษณะและ
194
ขนาดของห้อง ความสะดวกในการติดตั้ง การปรับปรุงแสงสว่างของห้องฉาย เป็นต้น จอ
แบง่ เปน็ 2 ชนิดใหญ่ๆ ดังน้ี
4.3.1 จอทึบแสง (Opaque Type)
เป็นจอทีร่ บั ภาพจากด้านหนา้ จอชนิดน้จี ะฉาบผวิ หน้าด้วยวสั ดทุ ี่มี
คณุ สมบัติสะท้อนแสงต่าง ๆ กัน คอื
4.3.1.1 จอแก้ว (Beaded Screen)
ภาพที่ 3.10 จอแก้ว
ภาพจาก : https://www.indiamart.com/proddetail/glass-bead-screen-7393996648.html
ผวิ หน้าของจอฉาบด้วยแก้วละเอียด ทำใหส้ ะท้อนแสงได้ดีมากและไป
ได้ไกลจอชนิดน้ีเหมาะสำหรับฉายในหอ้ งแคบ ๆ ยาวเป็นสี่เหลย่ี มผนื ผ้า
4.3.1.2 จอผิวเรียบหรอื ผวิ เกลี้ยง (Matte Screen)
ภาพที่ 3.11 จอผวิ เรียบหรอื ผวิ เกลีย้ ง
ภาพจาก : https://thedisplayoutlet.com/products/home-theater-projector-screen-material-
matte-white-100-16-9
195
ผวิ หน้าของจอมสี ีขาวเรียบ แตไ่ มเ่ ป็นมัน ให้แสงสะท้อนปาน
กลาง จอชนิดนีเ้ หมาะสำหรับฉายในหอ้ งลักษณะทีเ่ ปน็ สี่เหลีย่ มจตรุ ัสหรอื หอ้ งเรียนทัว่ ๆ ไป
4.3.1.3 จอเงิน (Silver Screen)
ภาพที่ 3.12 จอเงนิ
ภาพจาก : https://www.justdial.com
ทำด้วยพลาสติกหรืออลูมิเนียม เหมาะสำหรับฉายภาพสีและภาพ 3
มิติจอชนิดน้ีเหมาะสำหรับโรงภาพยนตรห์ รอื หอ้ งประชุมขนาดใหญ่ทีท่ ึบแสง
4.3.1.4 จอเลนติคลู า่ (Lenticular Screen)
ภาพที่ 3.12 จอเลนติคูล่า
ภาพจาก : https://www.youtube.com/
196
ผิวหน้าทำด้วยพลาสติก เรียกว่า Heavy Plastic หรือ ผ้าสีน้ำเงิน ผิว
เป็นสนั นูน และร่องลกึ สลับกันท้ังแนวตงั้ และแนวนอน ให้แสงสะท้อนดมี าก สามารถใช้ในห้องที่
ไมม่ ืดสนทิ มากนกั เหมาะกบั หอ้ งขนาดกว้างใหญ่ เชน่ หอ้ งประชมุ ใหญ่ ๆ หอ้ งโถง เปน็ ต้น
4.3.1.5 จอเอด็ ตาไลท์ (Ekalite Screen)
ภาพที่ 3.13 จอเอด็ ตาไลท์
ภาพจาก : https://www.worthpoint.com/worthopedia/kodak-ektalite-model-40x40-silver-
1734254755
ทำด้วยโลหะหรือไฟเบอร์กลาส น้ำหนักเบา ผิวโค้งเรียบ สีมุกเป็นมัน
สะท้อนแสงได้ดีมาก สามารถใช้ได้ท้ังภาพยนตร์ สไลด์ ฟิล์มสตรปิ ในห้องที่มแี สงสว่างตามปกติ
แตไ่ มเ่ หมาะกับเครือ่ งฉายภาพข้ามศรษี ะ เพราะแสงสะท้อนจา้ มาก พืน้ ผิวของจอมีลักษณะโค้ง
เว้าเล็กน้อย ไม่สามารถม้วนเก็บได้เหมอื นจออน่ื ๆ
4.3.2 จอโปร่งแสง (Translucent Screen)
ทำจากวัสดุโปร่งแสง เช่น กระจกฝ้า กระดาษชุบไข หรือพลาสติก
การฉายภาพจะฉายจากด้านหลังของจอผู้ชมจะเห็นภาพจากแสงผ่านจอออกมา ไม่ใช่แสง
สะท้อนอยา่ งจอทึบแสง จงึ ได้ภาพที่สว่างสดใส สามารถฉายในห้องที่มีแสงสว่างปกติได้ ดังน้ัน
จงึ มชี ื่อเรยี กอีกอย่างหนึง่ ว่า "จอฉายกลางวนั " (Day light Screen) จอโปรง่ แสงมี 2 ชนิด คือ
197
4.3.2.1 ชนิดฉายสะท้อนกระจกเงา
ภาพที่ 3.13 ชนิดฉายสะท้อนกระจกเงา
ภาพจาก : https://www.pinterest.com/marcuskwan/projection-ideas/
ลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ด้านหน้าเป็นจอทำด้วยกระจกฝ้า พลาสติก หรืออาซิเตท
เมื่อจะฉายต้องเปิดกล่องด้านข้าง ข้างในมีกระจกเงาระนาบทำมุม 45 องศา ทำหน้าที่สะท้อน
ภาพจากเครื่องฉาย ไปปรากฏบนจอ โดยทั่วไปขนาดของจอประมาณ 50 x 50 นิ้ว จึงเหมาะ
สำหรบั ผู้เรยี นกลมุ่ เลก็ หรอื ใช้กับงานนิทรรศการ เป็นต้น
4.3.2.2 ชนิดฉายภาพผา่ นจอโดยตรง
ภาพที่ 3.14 ชนิดฉายภาพผ่านจอโดยตรง
ภาพจาก : https://www.notebookcheck.net
จอชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่าชนิดสะท้อนกระจกเงาจึงติดกับฝาผนังห้องที่เจาะ
เปน็ ช่องพอดีกบั จอ การฉายภาพจากด้านหลังของจอ โดยควบคุมแสงในหอ้ งฉายให้มดื ผชู้ มนั่ง
198
ชมด้านหนา้ โดยไมจ่ ำเป็นต้องควบคุมแสงกไ็ ด้ ซึ่งสามารถเปรียบเทียบมมุ ในการสะท้อนภาพได้
ดังภาพ
ภาพที่ 3.15 มมุ ในการสะท้อนภาพระหว่างเครื่องฉายกับจอรับภาพ
ภาพจาก : ดรัณภพ เพียรจัด. (2557)
5. ประเภทของจอ
จอฉายภาพทั่วไป คือวัสดุสำหรับรับแสงจากเครื่องฉายแล้วสะท้อนเข้าสู่ตาผู้ชม
เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นภาพ โดยทั่วไปจอที่มีคุณภาพดีจะสามารถสะท้อนแสงได้ดี คือ สามารถ
สะท้อนแสงได้ไกลและสะท้อนเป็นมุมกว้างด้วย ความสว่างและความคมชัดของภาพบนจอ
ส่วนหนึ่งมีผลมาจากการสะท้อนภาพให้มีขนาดใหญ่ และชัดเจนสำหรับผู้ชมจำนวนมากได้ ซึ่ง
คณุ ภาพของการสะท้อน มมุ สะท้อน และความสะดวกในการใช้ จะขึน้ อยูก่ ับประเภทต่างๆ ของ
จอ โดยจอรับภาพแบง่ เป็นหลายประเภท ดังนี้ (AVmaster.com, 2547 ; วีระซัพพลายส์, 2563
; projector7.com, 2556 ; บริษทั ออล เอด็ ดแู คร์ จำกัด, 2013 ; projector108, 2020)
5.1 แบง่ ตามลักษณะการฉาย สามารถแบง่ ออกเป็น 3 แบบ ดังน้ี
5.1.1 จอฉายหนา้ (Front Projection Screen)
ภาพที่ 3.16 จอฉายหนา้
ภาพจาก : http://avmaster.com/projection-screen/
199
คือจอที่มีการนำเครื่องฉายมาฉายด้านหน้าจอ ทางเดียวกับคนดู แบบโรง
ภาพยนตรท์ ่ัวๆไป หรอื ตามหอ้ งประชุม ทีแ่ ขวนโปรเจคเตอร์ ไว้บนเพดาน ฉายข้าม ศรี ษะเราไป
หรือตั้งหน้าห้องฉายตรงเข้าจอโดยช่วงประมาณ 20 ปี ที่แล้ว หรือมากกว่านั้น จะเริ่มเห็นจอ
เนือ้ เงิน (Silver) กนั มากขึน้ เพราะผผู้ ลติ กล่าววา่ สามารถช่วยใหเ้ ครื่องฉาย ฉายในห้องที่มีแสง
รบกวนได้ ซึ่งในสมัยก่อน นั้นมีการนำมาใช้งานกับ CRT Projector ที่มีความสว่างน้อยๆ ซึ่ง
แท้จริงแล้ว สามารถช่วยเรื่อง Contrast ของภาพให้ดีขึ้น โดยมีการยกระดับความขาวของภาพ
และเพิ่มระดับความดำให้ดำได้ขึ้น ซึ่งในช่วงนั้น จอเงิน ขายดี โดยเฉพาะ ตลาด ห้องประชุม
ศนู ยฝ์ กึ อบรม โรงเรียน เพราะการนำเสนอทั้งหมด เป็นกิจกรรมกลางวนั ซึ่งมีแสงรบกวนมาก
5.1.2 จอฉายหลัง (Rear Projection Screen)
ภาพที่ 3.17 จอฉายหลงั (Rear Projection Screen)
ภาพจาก : https://www.youreventuk.com/product/event-fast-fold-screen-hire/
ใช้กับการฉายกับผู้ชม กลุ่มเล็ก ๆ หรือรายบุคคล เครื่องฉายจะฉายภาพทาง
ด้านหลังของจอให้ผู้ชมชมภาพที่ปรากฏทางด้าน หน้าจอ จอที่ใช้จะเป็นลักษณะฝ้า หรือที่
เรียกว่า ทรานสลูเซนต์ หรือจอกลางวันซึ่งเนื้อจออาจจะเป็น กระจกหรือพลาสติกก็ได้ที่มี
คุณสมบัติโปร่งแสง จึงสามารถให้แสงผ่านจอไปยังผู้ชมที่อยู่ด้านหน้า โดยเนื้อจอส่วนมาก จะ
เป็นแบบสีเทาขุ่นๆ (translucency) คล้ายๆกระจกฝ้า เหมาะสำหรับ การฉายที่มีแสงรบกวน
ด้านหน้า หรือควบคุมแสงไม่ค่อยได้ gain จะอยู่ที่ 1.5 ขึ้นไป มุมจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 30
องศา เนือ้ มักเป็นเนือ้ ไวนิล (Vinyl) นุม่ ๆ มีทั้งแบบม้วน และแบบขึงบนกรอบ ใครจะซือ้ เนื้อไปขึง
เอง ก็ไมม่ ใี ครว่า เพราะยบั ยาก ส่วนมากจะให้วธิ ี เยบ็ ขอบแล้วตดิ กระดุมเป๊ก กบั กรอบจอ โดย
ในบางยี่ห้อใชแ้ บบเทปตีนต๊กุ แก ยึดขอบ
200
ภาพที่ 3.18 จอฉายหลัง (Transparent Screen)
ภาพจาก : http://avmaster.com/projection-screen/
Transparent Screen เป็นจอที่ฉายจากด้านหลัง อีกแบบหนึ่ง เป็นกระจกใส ๆ
(transparent screen) หรือ Hologram Screen สำหรับงานโฆษณา ในที่สว่างๆ มากกว่า ไม่
เหมาะสำหรับ Home Cinema ซึ่งจะเน้นเรื่องความสว่าง มากกว่าสีสัน หรือ Contrast ของภาพ
โดยข้อจำกัดของการใช้จอฉายด้านหลัง ถึงแม้ว่าโปรเจคเตอร์ บางรุ่นติดตั้งเลนส์มุมกว้าง มา
ให้แล้วก็ตาม ส่วนมากก็จะอยู่ที่ประมาณระยะฉาย 3 เมตร ถึงจะฉายได้ประมาณ 100 นิ้ว
ดังนั้นถ้าเราอยากจะติดตั้งจอฉายด้านหลัง ก็ต้องคำนึงถึงระยะฉายด้านหลังจอด้วย อาจจะ
ชว่ ยใหส้ ั้นลงดว้ ยวิธีการใชส้ ะท้อนกระจก
5.1.3 จอฉายสองด้าน (Dual Surface Projection Screen
ภาพที่ 3.19 จอฉายสองดา้ น
ภาพจาก : http://avmaster.com/projection-screen/
201
จอแบบนี้ ฉายด้านไหนก็ได้ แต่ดูได้ทั้งสองด้าน เหมาะสำหรับงานนำเสนอ
หรือประกอบการประชุม ห้องใหญ่ๆมากกว่า จุดประสงค์ เพื่อให้ผู้ชม ได้ชมภาพได้ทั้งห้อง ถ้า
เอาจอไว้กลางห้อง ใครจะเอาไปใช้ในบ้านก็ไม่มีใครว่า ฉายห้องนั่งเล่นทะลุไปดหู ้องนอนด้วยก็
ได้ เนื้อจอมักจะใช้สีขาวด้าน (Matt white) ธรรมดา ไม่มีการเคลือบสีเทา หรือสีดำด้านหลัง
จอฉายด้านหน้า เนื้อจอ ที่นิยมกันมากที่สุดก็คือสีขาวด้าน (Matt white) เหตุผลที่ใช้สีขาวด้าน
ก็คือสีขาว ไม่ทำให้สีของภาพที่ฉายลงบนจอเปลี่ยนไป แล้วที่ด้าน(Matt) ไม่มันๆ (Glossy)
ก็เพราะว่าไมต่ ้องการให้เกิดการสะท้อนกลบั
5.2 แบง่ ตามขนาดของจอฉาย โดยสามารถแบ่งได้ 3 แบบ ดงั นี้
5.2.1 Square Format (1:1)
ภาพที่ 3.20 จอฉายขนาด Square Format (1:1)
ภาพจาก : https://www.hamiltonbuhl.com/store/products/9983/HamiltonBuhl-96-x-96-
TPS-T96-BLK-Matte-White-Fabric-Square-Format-Projector-Screen
จอฉายขนาด Square Format (1:1) หมายถึง ความสูงและความกว้างของเนื้อจอมี
ขนาดเท่ากนั เปน็ รปู สี่เหลี่ยมจัตุรัส เราจะเรียกจอแบบนีว้ า่ จอขนาด 70”x70 “ หรอื 50”x50”
5.2.2 Video Format (4:3/1.33)
ภาพที่ 3.21 จอฉาย Video Format (4:3/1.33)
ภาพจาก : https://www.jd.co.th
202
หมายถึง อัตราส่วนระหว่างความสูงและความกว้างของจอเป็น 4:3 เหมือน
จอโทรทัศน์ รปู จอจะเปน็ สีเ่ หล่ยี มผนื ผ้านิดๆ จอแบบนจี้ ะมีหน่วยวดั ที่เปน็ เส้นทแยงมมุ เชน่
- จอแบบ 100” (4:3) หมายถึง เนื้อจอจะมีความกว้าง 2 เมตร สูง 1.5 เมตร
มีความยาวของเส้นทแยงมมุ 100”
- จอแบบ 150 “ (4:3) หมายถึง เนื้อจอจะมีความกว้าง 3.05 เมตร สูง 2.44 เมตร มี
ความยาวของเส้นทแยงมมุ 150”
5.2.3 HDTV format (16:9/1.78)
ภาพที่ 3.22 จอฉาย HDTV format (16:9/1.78)
ภาพจาก : https://vbizz.com/
หมายถึง อัตราส่วนระหว่างความสูงและความกว้างของจอเป็น 16: 9 ภาพจะ
เป็น Wide screen เหมือนจอภาพยนตร์ หรือภาพที่เราเห็นจากเครื่องเล่นDVD รูปจอจะเป็น
สี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวกว่าแบบ 4:3 จอแบบนี้จะมีหน่วยวัดที่เป็นเส้นทแยงมุม เช่น 92” 106 “
เหมอื นแบบ 4:3 แต่ว่าขนาดกว้างxยาว จะต่างกนั
- จอแบบ 92” (16:9) หมายถึง เนื้อจอจะมีความกว้าง 2.03 เมตร
สงู 1.14 เมตร มีความยาวของเส้นทแยงมุม 92”
- จอแบบ 106 “ (16:9) หมายถึง เนื้อจอจะมีความกว้าง 2.34เมตร
สูง 1.32 เมตร มีความยาวของเส้นทแยงมมุ 106”
203
5.3 แบ่งตามลกั ษณะของการใชง้ าน สามารถแบ่งได้ดงั นี้
5.3.1. จอโปรเจคเตอรแ์ บบมอื ดึง (manual projector screen)
ภาพที่ 3.23 จอโปรเจคเตอร์แบบมอื ดึง
ภาพจาก : https://th.aliexpress.com/item/32832506414.html
ลักษณะจอโปรเจคเตอร์แบบมอื ดึงน้ันการทำงานจะต้องใช้มอื ดึงเชือก เวลาใช้
งาน ส่วนเวลาเก็บจอโปรเจคเตอร์จะต้องใช้มือกระตุกเชือก เพื่อทำการเก็บจอโปรเจคเตอร์
ลักษณะรปู จอโปรเจคเตอร์แบบมอื ดึงขนาดมีตงั้ แตเ่ ส้นทะแยงมมุ 50 นวิ้ ถึง 150 นิว้
5.3.2 จอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอรไ์ ฟฟ้า (Motorize projector screen)
ภาพที่ 3.24 จอโปรเจคเตอรแ์ บบมอเตอร์ไฟฟ้า
ภาพจาก : https://www.projector.co.th/alr-motorized-screen-100.html
204
ลักษณะการทำงานของจอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอร์ไฟฟ้านั้นเวลาใช้งานจะ
ทำงานโดยผา่ น สวิทซ์ จอ และ รีโมทควบคุม มีลูกศรสำหรบั กดขึน้ ลง เพื่อบงั คับให้มอเตอร์จอ
หมุนเก็บเนื้อผ้า และ คายเนื้อผ้าออก ขนาดมีตั้งแต่เส้นทะแยงมุม 70 นิ้ว ไปจนถึง 400 นิ้ว
อัตราส่วนจอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอร์ไฟฟ้ามีทั้งแบบ 4:3,16:9,16:10ชนิดของมอเตอร์ไฟฟ้า
จะมีท้ังแบบ synchronize motor และ Tubular motor
5.3.3 จอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอรไ์ ฟฟ้าขึงตงึ (Tab tension projector screen)
ภาพที่ 3.25 จอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอร์ไฟฟ้าขึงตงึ
ภาพจาก : https://projectorpro.in.th/product/screen/vertex-tab-tension-motor-120-1610/
ลักษณะการทำงานจะเป็นเหมือนจอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอร์ไฟฟ้า แตกต่าง
กนั ตรงทีจ่ ะมีลวดเพื่อเพิ่มความตึงของเนื้อผ้าจอโปรเจคเตอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเนื้อผ้า
ที่ตึงไม่มีการพริ้วไหวของเนื้อผ้าใช้ สวิทซ์ และ รีโมทในการควบคุมการขึ้นลงของจอ
โปรเจคเตอร์
5.3.4 จอโปรเจคเตอรแ์ บบขาตั้ง (tripod projector screen)
ภาพที่ 3.26 จอโปรเจคเตอร์แบบขาต้ัง
ภาพจาก : https://www.currys.co.uk
205
ลักษณะการทำงานจะเป็นแบบจอมือดึง สามารถเคลื่อนย้ายไปใช้งานได้
สะดวกกว่าแบบจอมือดึง โดยมีขาตั้ง 3 ขา สามารถกาง และ เก็บได้ ขนาดเส้นทะแยงมุมจอ
โปรเจคเตอรแ์ บบขาต้ังจะมีขนาดตั้งแต่ 70 นวิ้ ถึง 120 นิว้ อตั ราสว่ นเป็น 4:3
5.3.5 จอโปรเจคเตอรแ์ บบต้ังพืน้ (floor projector screen)
ภาพที่ 3.27 จอโปรเจคเตอรแ์ บบตั้งพืน้
ภาพจาก : https://th.aliexpress.com/item/32828605348.html
ลักษณะจอโปรเจคเตอรเ์ ป็นแบบกล่องสามารถตั้งกล่องทีพ่ ื้นได้และทำการดึง
ขึ้น มาเพื่อใช้งาน ขนาดของ จอโปรเจคเตอร์แบบตั้งพื้น จะมีเส้นทะแยงมุมขนาด 60 นิ้ว และ
80 นิว้
5.3.6 จอโปรเจคเตอรแ์ บบเคลือ่ นย้ายขนาดใหญ่ (Easy fold projector screen)
ภาพที่ 3.28 จอโปรเจคเตอรแ์ บบต้ังพืน้
ภาพจาก : https://www.lcdtvthailand.com/
206
ลักษณะจอโปรเจคเตอร์เป็นแบบเคลื่อนย้ายใช้สำหรบั งานแสดงนทิ รรศการ
หรอื งานภายนอก ในชุดจะประกอบไปด้วย เนือ้ จอแบบฉายหน้าหรอื ฉายหลัง เฟรมอลูมเิ นีย่ ม
ขาตั้ง 2 ขา และกล่องบรรจุ เนอ่ื งจากว่าเป็นจอขนาดใหญ่ มขี นาดเส้นทะแยงมุมตั้งแต่ 120 นวิ้
ถึง 200 นิว้ อัตราสว่ น 4:3 และ 16:10 แล้วแตจ่ ะเลือกใช้สามารถถอดประกอบและถอดเก็บได้
5.3 จอโปรเจคเตอรส์ ำหรบั ดหู นัง (fix frame projector screen)
ภาพที่ 3.29 จอโปรเจคเตอร์สำหรบั ดหู นงั
ภาพจาก : https://www.elitescreens.eu/en/eur/daywalker-16-9-frameless-alr-fixed-
frame-projector-screen
https://www.alleducare.com
จอโปรเจคเตอร์สำหรับดูหนัง เป็นจอโปรเจคเตอร์แบบขึงตึงติดตั้งถาวรที่ผนังเท่านั้น
จอโปรเจคเตอร์แบบ fix frame นั้นจะมีเนื้อจอหลายแบบมีทั้งแบบ matt white , HD matt
white, USA fiber glass อัตราส่วนจอโปรเจคเตอร์แบบนี้จะเป็น 16:10 ส่วนใหญ่และจะมีทั้ง
แบบโค้งและแบบธรรมดาให้เลือกใช้งาน ลักษณะจอโปรเจคเตอร์สำหรับดูหนังแบบโค้งนั้นจะ
ทำให้เพิ่มมติ ิในการบั ชมภาพทีด่ ยี ิ่งขึน้ น้ันเอง
207
5.4 แบ่งตามวสั ดุทีใ่ ชท้ ำจอฉาย สามารถแบง่ ได้ดังต่อไปนี้
5.4.1 จอเกลีย้ งหรอื จอเรียบ (Matte Screen)
ภาพที่ 3.30 จอเกลีย้ งหรอื จอเรียบ
ภาพจาก : https://www.lcdtvthailand.com/
จอเกลี้ยงหรือจอเรียบ มีค่า Gain 1.0 เป็น จอที่ได้รับความนิยมในตลาดสูงมาก
เนื่องจากราคาที่ไม่สูงจนเกินไป เหมาะกับงานนำเสนอตัวหนังสือจากคอมพิวเตอร์ เครื่องฉาย
สไลด์ หรอื Overhead สามารถทำความสะอาดได้ง่ายด้วยน้ำเปล่าหรอื น้ำสบู่ กนั เชือ้ ราได้ และ
ไม่ติดไฟง่าย ผิวของจอเป็นสีขาวเรียบให้การสะท้อนของภาพด้อยกว่าจอแก้ว แต่มุมในการดู
ภาพกว้างกวา่ จอประเภทนีเ้ หมาะสำหรบั หอ้ งฉายทีม่ ีลกั ษณะกว้างแต่ไมย่ าวหรือห้องสี่เหลี่ยม
จตั รุ ัส
208
5.4.2 จอแก้ว หรอื จอพืน้ ทรายแก้ว (Bead Screen)
ภาพที่ 3.31 จอแก้ว หรอื จอพืน้ ทรายแก้ว
ภาพจาก : https://www.globalsources.com/si/AS/Langfang-
City/6008829834723/pdtl/projection-screen-glass-beads/1038092513.htm
https://www.alibaba.com/product-detail/Glass-Beaded-Material-and-Electric-
Style_60827962906.html
จอแก้ว หรอื จอพ้ืนทรายแก้ว มีคา่ Gain 2.5 ราคาจะสงู กว่าแบบ Matt White สามารถ
สะท้อนแสงได้ดีกว่า เหมาะสำหรับสถานที่ที่มีแสงรบกวนสูง และมีตำแหน่งของผู้ชมไม่กว้าง
มากนักเพราะจอมีมุมมองภาพที่แคบ แนะนำในการใช้งานกับการนำเสนอรูปภาพต่างๆ ไม่
เหมาะกับการฉายภาพที่เป็นข้อมูลตัวหนังสือคอมพิวเตอร์ เช่น excel ,word หรือภาพจาก
Overhead นอกจากนี้เนื้อจอยังกันเชื้อราได้ และไม่ติดไฟง่าย แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้เนื้อจอ
ยับนะครับเพราะจะทำให้คุณภาพของภาพลดลงมาก ผิวของจอประเภทนี้ จะถูกเคลือบด้วย
เมล็ดแก้วเล็ก ๆ ชนิดดีจำนวนมากทำให้การสะท้อนภาพได้ผลดี ช่วยให้ภาพดูสว่าง ชัดเจนขึ้น
อยา่ งไรก็ตาม จอประเภทนี้จะให้มมุ การสะท้อนของภาพแคบ ถ้าดบู ริเวณมมุ หอ้ งหรอื มมุ กว้าง
เกินไปจะเหน็ ภาพเปน็ สีเทา หอ้ งฉายทีเ่ หมาะกับจอประเภทนคี้ ือ หอ้ งทีม่ ลี กั ษณะแคบแต่ยาว
209
5.4.3 Rear
ภาพที่ 3.32 จอแสดงภาพแบบ Rear
ภาพจาก : https://www.ebay.co.uk/itm/Carl-s-Rear-Projection-Film-4-3-6-
75x9-Hanging-Projector-Screen-Kit-Gray-/231032170114
http://projectorthailand.com/projector_Web/Screen02.html
จอแสดงภาพแบบใช้ภายในอาคารที่ผลิตด้วยวัสดพุ ิเศษ เพื่อชว่ ยในการลดแสง
จ้าแสบตา ให้สีสันที่สมจริง (True Color) และ ทำให้รายละเอียดภาพตอ่ เนื่องกลมกลืนไม่ดูเปน็
จุด หรือภาพแตก สามารถใช้กล้องถ่ายภาพงานนำเสนอบนจอได้อย่างคมชัดราบเรียบ ไม่มี
รอยต่อ ไม่เป็นจุด หรือ ไม่มีริ้วของการสะท้อนแสงให้เห็น มีค่า Gain 5.0 เนื้อจอภาพแบบฉาย
หลัง จอแบบนี้จะใช้ในกรณีที่เราติดต้ังเครือ่ งฉายไว้ด้านหลังจอครับ จอที่มีคุณภาพดีจะมีการ
กระจายแสงที่ดี ให้ภาพทีค่ มชดั ราคาจะสูงกวา่ 2 แบบแรกมาก
5.4.4 High Definition
ภาพที่ 3.32 จอแสดงภาพแบบ High Definition
ภาพจาก : https://www.kandwaudio.com/services/home-theatre/screen-technology/
210
จอแสดงภาพแบบ High Definition มีคา่ Gain 3.0 จอแบบนนี้ ิยมใชก้ ับ หอ้ งโฮม
เธียเตอร์ในบ้าน ภาพที่ได้จะให้คุณภาพสูงมากอย่างเห็นได้ชัด เมื่อฉายเทียบกับจอแบบ Matt
white และ Glass beaded ทีสำคัญราคาสงู พอๆกับคุณภาพ
5.4.5 จอแลนตคิ ลู ่า (Lanticular Screen)
ภาพที่ 3.33 จอแลนตคิ ลู ่า
ภาพจาก : https://en.wikipedia.org/wiki/Lenticular_printing
https://www.youtube.com/watch?v=F9f5UtjuibI
จอชนิดนี้มีคุณสมบัติพอกับจอ แก้ว และจอเกลี้ยงรวมกัน มีระยะการสะท้อนภาพได้
ไกลเท่าๆ กับจอแก้ว และมุมการสะท้อนของ ภาพได้กว้างพอๆ กับจอเกลี้ยงหรือมากกว่า ทำ
ด้วยพลาสติกชนิดหนาหรือเนื้อผ้าสีเงินซึ่งมีผิว เป็นร่องและมีสันนูนสลับกัน จอชนิดนี้สะท้อน
ได้ดีพอๆ กับจอแก้ว และมุมสะท้อนกว้างกว่าจอผิวเรียบ คือ มุมสะท้อน ข้างละ 45 องศากับ
แกนกลางของลำแสงที่ฉาย จึงให้ภาพที่สว่างชัดเจนมาก แม้ว่าห้องจะไม่มืดสนิทก็ตาม สรุป
แล้วจอชนิดน้ีมคี ุณสมบัติท้ังจอแก้วและจอผิวเรียบรวมกัน
211
5.4.6 จอเงนิ (Silver Screen)
ภาพที่ 3.34 จอเงนิ
ภาพจาก : https://www.projectorcentral.com
https://www.buiuxlab.com
จอเงินเป็นจอที่ทำด้วยผ้าหรือพลาสติกอาบสีเงิน บางแบบเป็น
อลมู ิเนยี ม (Aluminum) แต่กย็ ังเรียกว่าเป็นจอเงินดว้ ยจอชนิดนเี้ หมาะทีจ่ ะใช้ฉาย ภาพสเตอริโอ
หรอื ภาพสามมิติ นอกจากนีส้ ไลดส์ ี ภาพยนตร์สีสามารถใช้ได้ดีเช่นกัน เนื่องจากให้ความสว่าง
ของภาพได้ดีกว่าจอแก้ว แตม่ ุมการรบั ภาพแคบกว่าคือประมาณ 15 องศา จากแนวลำแสงของ
เครื่องฉาย
5.4.7 จอกลางวนั (Daylight Screen) หรอื จอทรานสลูเซนต์ (Translucent)
ภาพที่ 3.35 จอเงินจอกลางวัน (Daylight Screen) หรอื จอทรานสลเู ซนต์ (Translucent)
ภาพจาก : https://thai.alibaba.com/product-detail/xyscreen-slim-fixed-
frame-daylight-screens-ambient-light-rejection-projector-screen-fabric-
60694851160.html
212
จอเงนิ จอกลางวนั (Daylight Screen) หรอื จอทรานสลูเซนต์ (Translucent)
เปน็ จอที่ทำด้วยกระจกฝ้าหรอื วัสดุอื่นที่มคี ุณสมบตั ิคล้ายกัน เชน่ พลาสติก การใช้จอ ชนิดน้ี
เครื่องฉายจะฉายจากด้านหลงั ของจอซึ่งมที ิศทางตรงกนั ข้ามกบั ผดู้ ซู ึง่ ดูด้านหน้าของจอ
5.4.8 จอแบบเอคตาไลท์ (Ektalite Screen)
ภาพที่ 3.36 จอแบบเอคตาไลท์
ภาพจาก : https://www.worthpoint.com/worthopedia/kodak-ektalite-
model-40x40-silver-1734254755
จอประเภทนีเ้ รียกตามชือ่ ทางการคา้ ทำดว้ ยแผน่ อะลมู ิเนยี มโค้งฉาบด้วยสีขาว รูปร่าง
คงที่ไม่สามารถพับหรือม้วนเก็บได้ แต่ สามารถปรับมมุ ในการรับภาพได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวนอน
(Herizontal) หรือแนวตั้ง (Vertical) คุณสมบัติพิเศษของจอชนิดนี้สามารถสะท้อนแสงได้ดีกว่า
จอประเภทอื่นๆ และมุมในการสะท้อนของ ภาพได้กว้างพอควร ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการใช้
งานไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่มีแสงรบกวนมาก เช่น กลางวัน หรือห้องฉายที่มืด แต่ราคาของจอ
ชนิดนี้ค่อนข้างสูง มีคุณสมบัติสะท้อนแสงได้ดีมาก ทำด้วยอลูมิเนียม มีลักษณะ โค้งเว้า
เล็กน้อย ซึ่งช่วยเกลีย่ แสงบนจอให้สม่ำเสมอ ให้มุมสะท้อนแสงพอๆ กับจอผิวเรียบ แต่สะท้อน
ได้มากกว่าถึง 12 เท่า เป็นจอชนิดพิเศษ ที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ตามห้องเรียนทั่วๆ ไป โดยไม่ต้อง
ควบคุมแสงสว่างมากนัก จอชนิดนี้มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 40x40 นิ้ว ไม่สามารถ
พบั เก็บได้ เหมาะสำหรับฉายภาพยนตร์ สไลด์ และฟิล์มสตรปิ ทีเ่ ปน็ สี แตไ่ มเ่ หมาะสำหรับใช้กับ
เครื่องฉายภาพข้ามศรี ษะ เพราะให้แสงสะท้อนจ้ามาก
213
6. การพิจารณาเลือกจอฉาย
การเลือกใช้งานจอรับภาพหรือ Screen แท่นรับภาพ ที่ทำหน้าที่เป็นฉากรับภาพจาก
แหล่งกำเนิดแสง ซึ่งมีทั้งแบบธรรมดา (ใช้มือดึงขึ้น-ลง) และแบบไฟฟ้า โดยทั่วไปถ้านำไปใช้
แบบถาวร ควรเลือกจอรับภาพชนิดติดผนัง และชนิดติดเพดานจะดี อย่างไรก็ตามหากมีการ
เคลื่อนย้ายบ่อยๆ ในสถานที่ต่างๆ ควรเลือกจอรับภาพชนิดขนย้ายจะดีที่สุด ซึ่งสามารถ
พิจารณาเลือกได้ ดังน้ี (Chanchaisanti Media Group, 2014)
6.1 คุณสมบตั ิของผวิ หน้า ของจอ
การเลือกพื้นผิวของจอรับภาพ (Screen Surface) พื้นขึ้นอยู่กับการฉายภาพ
และการมอง ถ้าจอรับภาพใช้งานทั่วๆ ไป ควรเลือกจอรับภาพที่มีพื้นผิวที่เหมาะกับความ
ต้องการของการฉายภาพที่ลดลง ตัวอย่างถ้าใช้กับการฉายภาพสไลด์ และวิดีโอโปรเจคเตอร์
ควรเลือกจอรับภาพทีม่ พี ืน้ ผิวจอรบั ภาพสำหรบั วิดีโอโปรเจคเตอร์ที่ให้แสงออกมาน้อยกว่าฉาย
สไลด์ พนื้ ผิวของจอรับภาพ ชนิดฉายด้านหนา้ ซึง่ มีหลายชนิด
6.2 ขนาด และรูปรา่ ง ของจอ
การเลือกขนาดของจอรับภาพ (Screen Size) ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง
จำนวนที่นั่งของผู้ชม โดยใช้นิ้วหัวแม่มือเพื่อหาขนาดจอรับภาพของผู้ชม (ไม่เกี่ยวกับ
โปรเจคเตอร์) สูตรในการหาขนาดของจอรับภาพ โดยความสูงของจอรับภาพ สามารถ
ประมาณหารได้ 1/4 ถึง 1/6 ระยะจากจอรับภาพถึงที่นั่งแถวสุดท้าย ซึ่งสามารถอ่านข้อความ
และรายละเอียดของการฉายภาพได้
6.3 จำนวนผเู้ รียน หรอื ผชู้ ม
การคิด ทีน่ ั่งแถวแรกสามารถประมาณการได้ ความสงู เปน็ 2 เท่า ของ
จอรับภาพเสมอ
6.4 ขนาดและรูปร่าง ของห้องฉาย โดยขอบล่างของจอรับภาพ สูงจากพื้นผู้ชม
อย่างน้อย 4 ฟตุ โดยให้ที่น่ังแถวหลงั สุดเห็นจอรบั ภาพ อาจจะเพิ่ม Screen Drop สำหรับ
จอรบั ภาพชนิดแขวนเพดาน
6.5 ระยะห่างระหว่างจอกับเครื่องฉาย
6.6 กำลงั สอ่ งสวา่ ง ของหลอดฉาย
6.7 วสั ดอุ ปุ กรณท์ ี่จะช่วยใหห้ อ้ งมดื
5.8 การเคลื่อนย้าย หรอื การตดิ ต้ัง
214
7. ตำแหนง่ จอกบั เครือ่ งฉาย
ตำแหน่งจอกบั เครื่องฉายจะต้องต้ังฉากกนั มิฉะนั้นภาพจะเกิดบิดเบีย้ วหรือผิดส่วน
จากความเป็นจรงิ (Keystone Effect หรอื Distortion) โดยภาพบนจอในบริเวณทีอ่ ยใู่ กล้เคร่ือง
ฉาย จะเล็กกว่าสว่ นที่อยไู่ กลกว่า ซึ่งปญั หาภาพผดิ สว่ น หรอื คีย์สโตนเอฟ็ เฟ็ก มี 4 ลักษณะ
ได้แก่
7.1 กรณีส่เี หลีย่ มคางหมูฐานกว้างดา้ นซ้าย
ภาพที่ 3.36 Keystone Effect สีเ่ หลี่ยมคางหมฐู านกว้างด้านซ้าย
ภาพจาก : ดรณั ภพ เพียรจัด. (2557)
เกิดข้ึนเพราะหนั เลนสฉ์ าย ออกจากศนู ยก์ ลางเฉียงไปด้านซ้ายของจอภาพ
มากเกินไป วธิ ีแก้ไขคือใหห้ ันเลนส์ฉายเบ้กลับไปทาง ขวามือ
7.2 กรณีสี่เหลี่ยมคางหมูฐานกว้างดา้ นขวา
ภาพที่ 3.37 Keystone Effect สี่เหลี่ยมคางหมฐู านกว้างด้านขวา
ภาพจาก : ดรัณภพ เพียรจัด. (2557)
215
เกิดข้ึนเพราะหนั เลนส์ฉาย ออกจากศนู ย์กลางเฉียงไปด้านขวาของจอภาพมาก
เกินไป วธิ ีแก้ไขคือใหห้ ันเลนส์ฉายเบ้กลบั ไปทาง ซ้ายมือ
7.3 กรณีสีเ่ หลีย่ มคางหมูฐานกว้างดา้ นบน
ภาพที่ 3.38 Keystone Effect สีเ่ หลี่ยมคางหมูฐานกว้างด้านบน
ภาพจาก : ดรัณภพ เพียรจัด. (2557)
เกิดข้ึนเพราะหนั เลนส์ฉายออก จากศูนยก์ ลางเฉียงขึน้ ไปด้านบนของจอภาพ
มากเกินไป วธิ ีแก้ไขคือใหก้ ดเลนส์ฉายลงไปด้านล่าง
7.4 กรณีสี่เหลี่ยมคางหมูฐานกว้างดา้ นล่าง
ภาพที่ 3.39 Keystone Effect สีเ่ หลี่ยมคางหมฐู านกว้างด้านล่าง
ภาพจาก : ดรณั ภพ เพียรจัด. (2557)
216
เกิดข้ึนเพราะหนั เลนส์ฉาย ออกจากศนู ย์กลางเฉียงช้ลี งดา้ นล่างของจอภาพมากเกินไป
วิธีแก้ไขคือให้ดันเลนสฉ์ ายขึ้นไปด้านบน ซึ่งวิธีแก้ไขที่ถกู ต้องผลจะปรากฏโดยภาพที่เหน็ จะต้อง
เป็นสี่เหล่ยี มผนื ผา้ ด้านเท่า
โดยในการจัดตั้งเครื่องฉาย กับ จอรับภาพนั้น ควรมีระยะในการตั้งเครื่องฉายที่
เหมาะสม
ภาพที่ 3.39 ระยะในการต้ังเครือ่ งฉายทีเ่ หมาะสม
ภาพจาก : กิดานันท์ มลิทอง. (2548).
อีกทั้งยงั มี “กฎ 2 x 6” เป็นความสัมพันธ์ระหว่างขนาดจอภาพกบั ที่นัง่ ของผู้ดูที่ผดู้ ูไม่
ควรนัง่ ใกล้จอภาพมากกวา่ 2 เท่าของขนาดความ กว้างของจอภาพหรอื นง่ั ไกลเกินกวา่ 6 เทา่
ของขนาด ความกว้างของจอภาพ
217
ภาพที่ 3.40 กฎ 2 x 6 ในการคำนวนระยะในการต้ังเคร่อื งฉาย
ภาพจาก : กิดานันท์ มลิทอง. (2548).
โดยทวั่ ไปควรปรับความสงู ของจอภาพใหอ้ ยเู่ หนือศรี ษะของผดู้ ู อย่างนอ้ ย 4 ฟตุ จาก
พืน้
ภาพที่ 3.41 ระยะในการตั้งจอภาพ
ภาพจาก : กิดานันท์ มลิทอง. (2548).
218
และนอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่างๆ ที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับตำแหน่งจอ กับ เครื่องฉาย
โดย Benq (2018) ได้มีการนำเสนอ 3 ปัจจยั ในการพิจารณาตำแหนง่ จอ กบั เครือ่ งฉาย ไว้ดังนี้
1. เลือกโปรเจคเตอรต์ ามขนาดของหอ้ ง
ภาพที่ 3.42 การเลือกเลือกโปรเจคเตอรต์ ามขนาดของหอ้ ง
ภาพจาก : https://www.benq.com/th-th/knowledge-center/knowledge/3-steps-buying-
guide-home-theater-projector.html
ในการเลือกโปรเจคเตอร์ที่ลงตัว อันดับแรกควรพิจารณาถึงขนาดของห้องที่
จะใช้ ตำแหน่งของโปรเจคเตอร์ และระยะห่างสูงสดุ จากหน้าจอ ระยะห่างจากโปรเจคเตอรถ์ ึง
หน้าจอโดยทั่วไปควรอยู่ระหว่าง 1.5 ถึง 2.5 เมตร สำหรับห้องขนาดเล็กอาจพิจารณา
โปรเจคเตอร์ที่มีระยะฉายสั้นที่สามารถฉาย ภาพขนาด100 นวิ้ ได้ในพื้นที่ที่จำกัด สำหรับห้องที่
มีขนาดใหญ่ขึ้นสามารถพิจารณาโปรเจคเตอร์ที่มีระยะฉายมาตรฐาน ฉายภาพขนาด 100 นิ้ว
ได้จากระยะหา่ งระหวา่ ง 2.5 ถึง 4 เมตร
2. พิจารณาจากตำแหน่งการตดิ ต้ัง (ด้านหน้าหรือด้านข้าง)
ภาพที่ 3.43 การพิจารณาจากตำแหน่งการตดิ ต้ังโปรเจคเตอร์
ภาพจาก : https://www.benq.com/th-th/knowledge-center/knowledge/3-steps-buying-
guide-home-theater-projector.html
219
การออกแบบภายใน หรือการจัดวางภายในห้องก็มีผลต่อการเลือก
โปรเจคเตอรเ์ ชน่ กนั หากคุณวางแผนว่าจะวางโปรเจคเตอร์ไว้ทางซ้าย หรอื ทางขวาของหน้าจอ
ให้มองหาโปรเจคเตอร์โฮมเธียเตอร์ที่มีฟังก์ชันคีย์สโตน (Horizontal - Key Stone) ซึ่งก็คือการ
แก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูในแนวนอนและช่วยให้ฉายภาพจากด้านข้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หรอื หากจะวางโปรเจคเตอรไ์ ว้บนโต๊ะหรือติดตั้งบนเพดานตรงด้านหน้าของหน้าจอ ให้เลือกรุ่น
ที่มีฟังก์ชันการแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูในแนวตั้ง (Vertical - Key Stone) เพื่อให้ง่ายต่อการ
จัดตำแหนง่ ภาพ ให้สามารถชมภาพยนตรบ์ นจอขนาดใหญ่ได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการ
ตกแต่งภายในหอ้ ง
3. พิจารณาจากปริมาณแสงรบกวนในพืน้ ทีฉ่ าย
ภาพที่ 3.44 การพิจารณาจากปริมาณแสงรบกวนในพื้นทีฉ่ าย
ภาพจาก : https://www.benq.com/th-th/knowledge-center/knowledge/3-steps-buying-
guide-home-theater-projector.html
ในปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องปิดไฟให้มืดสนิทอีกต่อไป โปรเจคเตอร์หลายรุ่นสามารถ
มอบประสบการณ์การรับชมได้อย่างมหัศจรรย์ในสภาพแสงรูปแบบตา่ งๆตลอดจนถึงในห้องที่
เปิดไฟสว่าง เพื่อตอบสนองความตอ้ งการของผใู้ ช้งานที่หลากหลาย หัวใจสำคญั ที่ต้องคำนึงถึง
คือความสว่างของโปรเจคเตอร์(ANSI) สำหรับการรับชมในรูปแบบเดียวกับโรงภาพยนตร์โดย
ปิดไฟทุกดวง หรือมีแสงโดยรอบน้อย สามารถเลือกรุ่นที่มีความสว่าง 2,000 ~ 2,400 Lumen
หากต้องการเพลิดเพลินไปกับการชมภาพยนตร์ในขณะที่เปิดไฟหรือมีแสงรบกวนจากนอก
หนา้ ต่าง ก็ควรเลือกสเปคความสว่างสูงกว่า 3,000 Lumen เพื่อให้ได้ภาพทีด่ คี มชัด
Glass is Good (2019) ได้กล่าวถึง ปัจจัยในการพิจารณาตำแหน่งจอ กับเครื่องฉาย
ไว้ดังนี้
220
1. ขนาดของจอภาพทีต่ ้องการในการฉาย (Screen size)
ภาพที่ 3.45 ขนาดของจอภาพและระยะทีต่ อ้ งการในการฉาย
ภาพจาก : https://www.glassisgood.co.th/how-to-select-a-projector-for-office/
ดจู ากขนาดห้อง คือ หอ้ งขนาดเล็ก ห้องขนาดกลาง ห้องขนาดใหญ่
1. ห้องขนาดเลก็ คอื ระยะจอหรอื ภาพที่ห่างจากคนนง่ั ไกลสดุ ไม่เกิน
3 ม. ขนาด ภาพทีเ่ หมาะสมประมาณจอ 70 นวิ้ (W.155*H.87 cm. สัดสว่ น 16:9)
2. ห้องขนาดกลาง คือ จอหรอื ภาพทีห่ ่างจากคนน่ังไกลสุดประมาณ
3 – 5 ม. ขนาดภาพทีเ่ หมาะสมประมาณจอ 75 นวิ้ (W.166*H.93 cm.สัดส่วน 16:9)
221
3. ห้องขนาดใหญ่ คอื จอหรอื ภาพทีห่ ่างจากคนนั่งไกลสุดประมาณ
5 – 8 ม. ขนาดภาพที่เหมาะสมหรืออยา่ งน้อย ตอ้ งจอ 80 น้ิว (W.178*H.100 cm.สัดส่วน
16:9)
ขนาดจอ หรอื ภาพ ทีห่ ่างจากคนนง่ั ไกลทีส่ ดุ สามารถใช้เกณฑใ์ นการเลือก
ขนาดภาพได้พอสมควรแต่จะให้เลือกขนาดภาพได้อย่างสมบูรณท์ ีส่ ุด มีปัจจัยทีต่ อ้ งดเู พิ่มคอื
เรือ่ งความกว้างห้อง และการจัดวางโต๊ะเก้าอดี้ ้วยเม่อื มีระยะจอหรือภาพทีต่ อ้ งการแลว้ กม็ าดู
ตัวอย่างกนั ว่า แตล่ ะยี่ห้อแจง้ รายละเอียดสินค้าในสว่ นนี้
กลา่ วโดยสรุป
ภาพที่ 3.46 ขนาดของจอภาพและระยะที่ตอ้ งการในการฉาย
ภาพจาก : https://www.glassisgood.co.th/how-to-select-a-projector-for-office/
หอ้ งขนาดใหญ่ ค่า Throw ratio ควรเปน็ 0.2-0.37 ที่ระยะฉาย 20-60 cm. จะได้ภาพ
กว้าง 162-300 cm. หรือขนาดภาพ 73-135 น้ิว
2. ความละเอียดภาพ (Resolution)
ในสำนักงานต่างๆมีการใช้งาน เกี่ยวกับ Word, Excel หรือ Program ที่มี
รายละเอียดของตัวอักษรการแสดงผล ที่ต้องเห็นรายละเอียดต่างๆ หรือเส้นของภาพ เช่น
Autocad , 3D หรอื Powerpoint โดย Resolution ที่นยิ มใช้กนั
2.1 กลุ่มทีค่ วามละเอียดต่ำเกินการใชง้ าน office
2.1.1 WVGA: 845×480 = 410,000 Pixel
2.1.2 SVGA : 800×600 = 480,000 Pixel
2.2.3 WSVGA: 1024×576 = 590,000 Pixel
222
2.2 กลุ่มที่เหมาะสมกับการใช้งานที่ต้องการจอหรือภาพที่แสดง
70 – 100 นวิ้
2.2.1 XGA : 1024×768 = 786,000 Pixel
2.2.2 WXGA : 1024×768 = 786,000 Pixel
2.2.3 720p (HD): 1280×720 = 921,600 Pixel
2.3 กลุ่มที่เหมาะสมกับการใช้งานที่ต้องการจอ หรือภาพที่แสดง
100 นวิ้ ขนึ้ ไป
2.3.1 SXGA: 1280×1024 = 1,311,000 Pixel
2.3.2 WXGA: 1920×1200 = 2,304,000 Pixel
2.3.3 1080p (Full HD): 1920×1080 = 2,703,600 Pixel
3. ความสว่าง (Brightness)
สำหรบั หนว่ ยวัดความสว่างจะใช้คำวา่ ANSI Lumens (รูเมนส์) เรม่ิ ตงั้ แต่ 200
ถึง หมน่ื กว่าๆ สิ่งสำคัญในการเลือก ค่าความสว่างของ Projector คือ
3.1 ความสว่างของแสงทีเ่ ข้ามาในหอ้ ง เรื่องน้ีสำคัญมากๆ
หลายห้องทีป่ ิดไฟในหอ้ งแล้วมืดเลย คอื ดีงาม แตห่ ลายหอ้ งทีม่ หี น้าต่างนนั้ แหละ ต้องดูว่า
ผา้ ม่าน หรอื ตวั ที่กั้นแสง เมอ่ื ปิดแลว้ แสงเข้ามาได้มาก น้อย แคไ่ หน ยิง่ แสงเข้ามาในห้อง
ได้มากก็ต้องเลือก Projector ที่มคี ่า Lumens สูง
3.2 พ้ืนที่ของหอ้ งหรอื ขนาดของภาพทีต่ อ้ งการ ยิง่ ต้องการ
ภาพทีใ่ หญ่มาก ก็ต้องมีค่า Lumens ที่สงู ตามด้วย ท้ังสองเร่อื งน้สี ัมพันธก์ ับค่าความสวา่ ง
โดยตรง
ภาพที่ 3.47 ขนาดของจอภาพและระยะทีต่ อ้ งการในการฉาย
ภาพจาก : https://www.glassisgood.co.th/how-to-select-a-projector-for-office/
223
ห้องขนาดเล็ก คือ ระยะจอหรือภาพที่ห่างจากคนนั่งไกลสุดไม่เกิน 3 ม. เลือก
Brightness 2,000 Lumens ได้ แตอ่ ยา่ งที่เกริน่ ไป ว่าถ้าหอ้ งน้ีมดื หรอื แสงเข้ามาน้อยๆ ก็ต่ำกว่า
2,000 Lumens ได้
ห้องขนาดกลาง คือ จอหรือภาพที่ห่างจากคนนั่งไกลสุดประมาณ 3 – 5 ม. เลือก
Brightness 2,000 – 3,000 Lumens ได้ โดยดวู ่าหอ้ งน้ีมดื ก็ 2,000 Lumens ถ้ามีแสงเข้ามาบ้าง
ก็ 2,000 Lumens หน่อยๆ หรือถ้าแสงเข้ามาพอสมควร ก็ต้อง 3,000 Lumens แต่ถ้าแสงเข้า
มาในห้องเยอะ มี 2 ทางเลือก
1. ให้แสงเข้ามาให้นอ้ ยลง ค่าใช้จ่าย ต้ังแต่หลักร้อยจนหลกั หมน่ื ตามความสวยงาม
ของวัสดุ วิธีตดิ ตั้ง
2. เพิม่ ค่า Lumens ให้เหมาะกบั ความสวา่ งที่ต้องการ
ห้องขนาดใหญ่ คือ จอหรือภาพที่ห่างจากคนนั่งไกลสุดประมาณ 5 – 8 ม. เลือก
Brightness อยา่ งน้อย 3,000 Lumens
3,500 – 5,000 ANSI Lumen เหมาะสำหรับการนำไปใช้กับห้องสำหรับคนในห้อง
ประมาณ 100 – 250 คน ดงั นนั้ ถ้าเราไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้งานขนาดนี้ก็ไม่ต้องเลือกระดับ
ความสว่างขนาดนี้ ถ้าแสงจากโปรเจคเตอร์จ้าเกินไปก็สามารถที่ปรับลดความสว่างของ
หลอดภาพ ที่จะช่วยยืดอายุหลอดภาพได้เยอะ การเลือกค่าความสว่างให้เลือกเผื่อเกินความ
ต้องการไว้ เพราะ เมื่อใชง้ านไปเรื่อยๆ ความสวา่ งกจ็ ะคอ่ ยๆลดลง
4. องคป์ ระกอบทว่ั ๆไป
4.1 อายหุ ลอดไฟ (Lamp life) lamp life มีผลเรือ่ งราคาโดยตรงก็ใช้งาน
ได้นาน หรอื ไมน่ านกอ็ ยทู่ ีเ่ ร่อื งน้ี ที่ระบุไว้แต่ละยีห่ ้อมตี ั้งแต่ สองพนั ถึงหลายหมื่นชวั่ โมง
4.2 ราคาหลอดภาพ มีราคาเร่มิ ตงั้ แต่พันต้นๆ จนไปถึง หลายหมื่น ซึ่ง
ในบางยี่ห้อเปลี่ยนหลอดภาพในแต่ละครั้ง ไปซือ้ เครือ่ งใหมใ่ นอีกยี่ห้อได้
4.3 การรับประกัน เช่น หลอดภาพ 1 ปี หรือ 10,000 ชั่วโมง หรือ
ตัวเคร่อื ง 3 ปี / onsite service 1 ปี
8. การเกบ็ บำรุงรกั ษาจอ
การดูแลรกั ษาจอฉายเพื่อให้จอฉายนน้ั มปี ระสิทธิภาพในการใชง้ านได้นานมดี ังนี้
7.1 เมื่อเลิกใช้งานควรม้วนเก็บให้เรียบร้อย หรือกดสวิตซ์ยกจอภาพขึ้นเพื่อ
ม้วน เกบ็ ยกเว้นชนิดตดิ ถาวรซึ่งควรจะมีมา่ นปิดเพือ่ ป้องกนั ฝนุ่ และรอยขีดข่วนต่างๆ
7.2 ถ้าสกปรก ควรทำความสะอาดโดยใช้ฟองน้ำสะอาดถเู บาๆ