The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by deadthecatko, 2022-05-01 15:27:32

คณ2-2 หมุน_merged_removed

คณ2-2 หมุน_merged_removed

คำนำ

ตามทีก่ ระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชว้ี ัด กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพ่ือให้สถานศึกษา
นำไปใช้เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา วางแผนการจัดการเรียนการสอนและจัดกิจกรรม
การเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเป้าหมายของหลักสูตร
ตลอดจนให้เกิดผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา ดังน้ัน ข้ันตอนการนำหลักสูตรสถานศึกษาไป
ปฏิบัตจิ ริงในช้ันเรียนของครูผสู้ อน จึงจัดเป็นหัวใจสำคญั ในการพฒั นาผูเ้ รยี น

ข้าพเจ้าจึงได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 2 ขึ้น
โดยศึกษาแหล่งอา้ งองิ จากแผนฯ ของบรษิ ัท อักษรเจริญทศั น์ อจท. จำกัด เพอื่ ใช้เป็นแนวทางวางแผนจัดการเรียนรู้
แก่ผู้เรียน โดยจัดทำเป็นหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานและออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการออกแบบ
ยอ้ นกลบั (Backward Design) ตลอดจนเนน้ กิจกรรมแบบ Active Learning อนั จะช่วยให้ผูป้ กครองและหนว่ ยงาน
ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพการศึกษา สามารถม่ันใจในผลการเรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียนที่มีหลักฐาน
ตรวจสอบผลการเรยี นรู้อยา่ งเป็นระบบ โดยทัง้ น้กี ารออกแบบการเรียนรู้ (Instructional Design) ไดด้ ำเนินการตาม
กระบวนการ ดงั น้ี

1 หลกั การจัดการเรียนรู้องิ มาตรฐาน

หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยจะกำหนดผลการเรียนรู้ไว้เป็นเป้าหมายในการจัดการเรียนการสอน ผู้สอน
จะต้องศึกษาและวิเคราะห์รายละเอียดของมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดทุกข้อว่า ระบุให้ผู้เรียนต้องมีความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องอะไร และต้องสามารถลงมือปฏิบัติอะไรได้บ้าง และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดท่ี
เกดิ ข้นึ กับผเู้ รยี นจะนำไปสูก่ ารเสรมิ สร้างสมรรถนะสำคัญและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคด์ ้านใดแก่ผเู้ รียน

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ัด ผ้เู รียนรู้อะไร

ผู้เรียนทำอะไรได้
นำไปสู่

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

พิเศษ 1

2 หลกั การจัดกจิ กรรมการเรียนรูท้ ี่เนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ

เมอื่ ผู้สอนวเิ คราะห์รายละเอียดของมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด และไดก้ ำหนดเป้าหมายการจัดการเรยี น
การสอนเรียบร้อยแล้ว จึงกำหนดขอบข่ายสาระการเรียนรู้และแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนลงมือ
ปฏิบตั ิตามขน้ั ตอนของกิจกรรมการเรยี นรูท้ อี่ อกแบบไวจ้ นบรรลมุ าตรฐานและตวั ช้วี ัดทกุ ขอ้

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชวี้ ดั เป้าหมาย หลกั การจดั การเรยี นรู้
การเรียนรู้
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น และการพัฒนา เน้นผูเ้ รียนเป็นสำคญั
คณุ ภาพ สนองความแตกต่างระหวา่ งบุคคล
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ของผูเ้ รียน เน้นพัฒนาการทางสมอง
ของผูเ้ รยี น กระตุ้นการคิด
เนน้ ความร้คู ่คู ุณธรรม

3 หลักการบรู ณาการกระบวนการเรียนร้สู ่ผู ลการเรียนรู้

เมื่อผู้สอนกำหนดขอบข่ายสาระการเรียนรู้และแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไว้แล้ว จึงกำหนด
รปู แบบการเรียนการสอนและกระบวนการเรียนรู้ ท่ีจะฝึกฝนให้ผูเ้ รยี นเกิดการเรยี นรู้ บรรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรู้
และตัวชวี้ ัด โดยเลือกใช้กระบวนการเรียนรทู้ ี่สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดทเ่ี ป็นเป้าหมายในหน่วย
นั้น ๆ เช่น กระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการเรียนร้ดู ้วยตนเอง กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์และการแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย
กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการทางสังคม ฯลฯ กระบวนการเรียนรู้
ที่มอบหมายให้ผเู้ รียนลงมือปฏิบัตินั้นจะต้องนำไปสู่การเสริมสร้างสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ของผ้เู รียนตามสาระการเรียนรู้ท่กี ำหนดไวใ้ นแต่ละหนว่ ยการเรยี นรู้

4 หลักการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละหน่วย ผู้สอนต้องกำหนดขั้นตอนและ
วธิ ปี ฏบิ ัติให้ชัดเจน โดยเน้นให้ผเู้ รียนไดล้ งมอื ฝกึ ฝนและฝกึ ปฏบิ ัตมิ ากที่สดุ ตามแนวคิดและวธิ กี ารสำคัญ คือ

1) การเรียนรู้ เป็นกระบวนการทางสติปัญญา ที่ผู้เรียนทุกคนต้องใช้สมองในการคิดและทำความเข้าใจ
ในสิ่งต่าง ๆ ร่วมกับการลงมือปฏิบัติ ทดลองค้นคว้า จนสามารถสรุปเป็นความรู้ได้ด้วยตนเอง แล ะ
สามารถนำเสนอผลงาน แสดงองคค์ วามรทู้ ี่เกิดขนึ้ ในแต่ละหนว่ ยการเรยี นรไู้ ด้

พิเศษ 2

2) การสอน เป็นการเลือกวธิ ีการหรอื กิจกรรมท่ีเหมาะสมกับการเรียนรูใ้ นหน่วยนั้น ๆ และท่ีสำคัญ คอื ต้อง
เป็นวธิ ีการท่ีสอดคลอ้ งกับสภาพผู้เรียน ผู้สอนจึงตอ้ งเลอื กใชว้ ธิ ีการสอน เทคนคิ การสอน และรปู แบบการ
สอนอย่างหลากหลาย เพ่ือชว่ ยให้ผู้เรยี นปฏิบัติกจิ กรรมการเรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งราบรน่ื จนบรรลตุ ัวชี้วัดทุกข้อ

3) รูปแบบการสอน ควรเป็นวิธีการและข้ันตอนฝึกปฏิบัติที่ส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ผู้เรียนสามารถคิดอย่าง
เป็นระบบ เช่น รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รูปแบบการสอนโดยใช้การคิดแบบ
โยนิโสมนสิการ รูปแบบการสอนแบบ CIPPA Model รูปแบบการเรียนการสอนตามวัฏจักรการเรียนรู้
แบบ 4MAT รปู แบบการเรียนการสอนแบบรว่ มมอื เทคนิค JIGSAW, STAD, TAI, TGT

4) วธิ กี ารสอน ควรเลือกใช้วธิ กี ารสอนท่ีสอดคลอ้ งกับเนอื้ หาของบทเรียน ความถนัด ความสนใจ และสภาพ
ปญั หาของผู้เรียน วธิ ีสอนท่ีดจี ะช่วยใหผ้ เู้ รียนสามารถบรรลุผลการเรียนรู้ตามในระดบั ผลสัมฤทธ์ิท่ีสูง เช่น
วิธีการสอนแบบบรรยาย การสาธิต การทดลอง การอภิปรายกลุ่มย่อย การแสดงบทบาทสมมติ การใช้
กรณตี วั อยา่ ง การใช้สถานการณจ์ ำลอง การใชศ้ ูนย์การเรียน การใชบ้ ทเรียนแบบโปรแกรม เปน็ ตน้

5) เทคนิคการสอน ควรเลือกใช้เทคนคิ การสอนที่สอดคลอ้ งกบั วธิ กี ารสอน และช่วยให้ผเู้ รียนเข้าใจเน้ือหาใน
บทเรียนได้ง่ายข้ึน สามารถกระตุ้นความสนใจและจูงใจให้ผู้เรียนร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมี
ประสิทธิภาพ เช่น เทคนิคการใช้ผังกราฟิก (Graphic Organizers) เทคนิคการเล่านิทาน การเล่นเกม
เทคนคิ การใช้คำถาม การใช้ตัวอย่างกระตนุ้ ความคิด การใชส้ อ่ื การเรียนรูท้ ่ีนา่ สนใจ เปน็ ต้น

6) ส่ือการเรียนการสอน ควรเลือกใช้สื่อหลากหลายกระตุ้นความสนใจ และทำความกระจ่างให้เนื้อหา
สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ และเป็นเคร่ืองมือช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้บรรลุตัวช้ีวัดอย่างราบร่ืน
เช่น ส่ือสิ่งพิมพ์ เอกสารประกอบการสอน แถบวีดิทัศน์ แผ่นสไลด์ คอมพิวเตอร์ VCD LCD Visualizer
เป็นตน้ ควรเตรียมสื่อใหค้ รอบคลุมทั้งส่อื การสอนของครูและสอ่ื การเรียนรู้ของผเู้ รยี น

5 หลกั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบย้อนกลบั ตรวจสอบ

เมอ่ื ผู้สอนวางแผนออกแบบการจัดการเรยี นรู้ รวมถงึ กำหนดรูปแบบการเรยี นการสอนไว้เรียบรอ้ ยแล้ว จึงนำ
เทคนิควิธีการสอน วิธีจัดกิจกรรมการเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ไปลงมือจัดการเรียนการสอน ซึ่งจะนำผู้เรียนไปสู่
การสร้างชิ้นงานหรือภาระงาน เกิดทักษะกระบวนการและสมรรถนะสำคัญตามธรรมชาติวิชา รวมท้ังคุณลักษณะ
อนั พึงประสงคใ์ ห้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีเป็นเป้าหมายของหน่วยการเรยี นรู้ ตามลำดับขนั้ ตอน
การเรียนรทู้ ีก่ ำหนดไว้ ดงั น้ี

พิเศษ 3

จากเป้าหมายและ เปา้ หมายการเรียนรขู้ องหน่วย
หลกั ฐาน คิดย้อนกลบั หลกั ฐานช้ินงาน/ภาระงาน
แสดงผลการเรียนรูข้ องหนว่ ย
ส่จู ุดเรม่ิ ต้น
ของกจิ กรรมการเรียนรู้ 4 กจิ กรรม คำถามชวนคิด

แสดงผลการเรียนรขู้ องหน่วย

3 กจิ กรรม คำถามชวนคิด จากกิจกรรมการเรียนรู้
2 กิจกรรม คำถามชวนคิด ทีละขน้ั บันได
1 กิจกรรม คำถามชวนคิด สู่หลกั ฐานและ

เปา้ หมายการเรยี นรู้

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้เรยี นได้ลงมือปฏิบัติจริงแล้ว จะต้อง
ฝึกฝนกระบวนการคิดทุกขั้นตอน โดยใช้เทคนิคการตั้งคำถามกระตุ้นความคิด และใช้ระดับคำถามให้สัมพันธ์กับ
เน้ือหาการเรียนรู้ ตั้งแต่ระดับความรู้ ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การประเมินค่า และ
การสร้างสรรค์ นอกจากจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจบทเรียนอย่างลึกซ้ึงแล้วยังเป็นการเตรียมความพร้อม
เพื่อสอบ O-NET ซงึ่ เปน็ การทดสอบระดับชาติที่เนน้ กระบวนการคิดระดับวิเคราะห์ด้วย และในแตล่ ะแผนการเรยี นรู้
จึงมีการระบุคำถามเพ่ือกระตุ้นความคิดของผู้เรียนไว้ด้วยทุกกิจกรรม ผู้เรียนจะได้ฝึกฝนวิธีการทำข้อสอบ O-NET
ควบคู่ไปกับการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการเรยี นรูต้ ามผลการเรยี นรู้ทส่ี ำคญั

ทั้งน้ีการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละหน่วยจะครอบคลุมกิจกรรมการเรียนรู้ และ
การประเมินผลด้านความรู้ความเข้าใจ (K) ด้านทักษะกระบวนการ (P) และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตร
แกนกลางฯ การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พร้อมทั้งออกแบบเครื่องมือการวัดและประเมินผล
ตลอดจนแบบบันทึกผลการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ไว้ครบถ้วน สอดคล้องกับมาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรียน เช่น
แบบบันทึกผลด้านการคิดวิเคราะห์ ด้านการอ่านและแสวงหาความรู้ ด้านสมรรถนะและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ตามหลักสูตร เป็นต้น ผู้สอนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ประกอบการจัดทำรายงาน
การประเมินตนเอง (Self Assessment Reports) จึงมั่นใจอย่างย่ิงว่า การนำแผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ไป
เปน็ แนวทางจัดการเรียนการสอนจะช่วยพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรยี นให้สูงข้ึนตามมาตรฐานการศกึ ษา
และการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาทกุ ประการ

นายปฏภิ าณ พงึ่ เกษม

พิเศษ 4

สารบญั

สรุปหลักสตู รฯ กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ หนา้
พเิ ศษ 1-2
ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
พิเศษ 3-5
คำอธิบายรายวชิ า คณิตศาสตร์ ป.2
พเิ ศษ 6-7
โครงสร้างรายวชิ า คณติ ศาสตร์ ช้ัน ป.2
พเิ ศษ 8-10
Pedagogy
พเิ ศษ 11-12
โครงสร้างแผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชา คณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 1
พเิ ศษ 13-22
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 8 การคูณจำนวนไม่เกิน 1,000 และ 0
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 ความหมายของการคณู 1
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 2 การคณู จำนวนทีม่ ีหน่ึงหลกั กบั จำนวนที่มหี น่งึ หลัก 15
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 การคูณจำนวนทมี่ หี นงึ่ หลักกับจำนวนทม่ี ีสองหลัก 27
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4 โจทย์ปญั หาการคูณ 42
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 การสร้างโจทยป์ ัญหาการคูณ 59
76

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 9 การหารจำนวนไม่เกนิ 1,000 87
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 ความหมายของการหาร 99
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ความสัมพันธ์ของการคณู และการหาร 112
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 การหารท่ีตัวหารและผลหารมหี นึ่งหลัก (หารลงตัว) 122
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 การหารท่ีตัวหารและผลหารมหี นง่ึ หลกั (หารไม่ลงตัว) 132
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5 การหาตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการคูณและการหาร 141
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 6 โจทย์ปญั หาการหาร 153
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 การสรา้ งโจทยป์ ัญหาการหาร 164

พิเศษ 5

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 10 การวัดนำ้ หนัก หนา้
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1 การวัดนำ้ หนกั เปน็ กิโลกรัมและขดี
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 การวดั นำ้ หนักเปน็ กโิ ลกรมั และกรมั 184
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 การคาดคะเนน้ำหนกั เป็นกโิ ลกรัม 195
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4 การเปรยี บเทียบนำ้ หนกั โดยใชค้ วามสัมพันธ์ระหวา่ งกโิ ลกรัม 206
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5 การเปรียบเทยี บน้ำหนกั โดยใช้ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งกโิ ลกรมั กบั ขดี 216
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6 โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับนำ้ หนกั 226
239
251

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 11 ปริมาตรและความจุ 270
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 การวดั ปริมาตรและความจุโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หนว่ ยมาตรฐาน 285
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 การวัดปริมาตรและความจุเป็นชอ้ นชา ช้อนโตะ๊ ถ้วยตวง และลิตร 299
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 การเปรยี บเทียบปรมิ าตรและความจุเปน็ ชอ้ นชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง 316
และลิตร
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 โจทย์ปัญหาเกีย่ วกบั ปริมาตรและความจุ 327

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 12 การนำเสนอขอ้ มูล 340
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 การอ่านแผนภูมิรปู ภาพ 352
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 การใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ 363

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 13 การบวก ลบ คูณ หารระคน 374
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 การบวก ลบ คณู หารระคน 388
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หาร 403
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 การสร้างโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน 415

พเิ ศษ 6

สรปุ หลักสูตรฯ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ *

คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญย่ิงต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 เน่ืองจากคณิตศาสตร์ช่วยให้มนุษย์
มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้
อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนำไปใช้
ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณิตศาสตร์ยังเป็นเคร่อื งมือในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
ศาสตร์อนื่ ๆ อนั เปน็ รากฐานในการพฒั นาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพและพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศใหท้ ัดเทียม
กับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพ
เศรษฐกจิ สงั คม และความร้ทู างวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยที ี่เจรญิ ก้าวหนา้ อยา่ งรวดเรว็ ในยุคโลกาภวิ ัฒน์

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จัดทำข้ึนโดยคำนึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะท่ีจำเป็นสำหรับ
การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นสำคัญ นั่นคือ การเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสารและการร่วมมือ ซ่ึงส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง
ของระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม สามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกับประชาคมโลกได้ ทั้งนี้การจัด
การเรียนรคู้ ณติ ศาสตรท์ ี่ประสบความสำเรจ็ นน้ั จะตอ้ งเตรียมผูเ้ รยี นใหม้ คี วามพรอ้ มท่ีจะเรียนรู้ส่งิ ตา่ ง ๆ พร้อมทจี่ ะประกอบ
อาชพี เมื่อจบการศึกษา หรือสามารถศกึ ษาต่อในระดับท่ีสูงข้ึน ดังนั้นสถานศึกษาควรจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมตามศักยภาพ
ของผ้เู รียน

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551 ได้จดั เป็น 3 สาระ ดงั แผนภาพตอ่ ไปน้ี

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.1 - ค 2.2

สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สาระท่ี 3 สถติ ิและความน่าจะเปน็
มาตรฐาน ค 1.1 - ค 1.3 คณติ ศาสตร์ มาตรฐาน ค 3.1 - ค 3.2

คณิตศาสตร์เพ่มิ เตมิ - สาระจำนวนและพีชคณิต - สาระการวดั และเรขาคณิต - สาระสถิติและความน่าจะเป็น - สาระแคลคลู สั

* สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ, ตวั ช้ีวัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์
(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551. (กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่
ประเทศไทย, 2560)

พิเศษ 1

พเิ ศษ 2

ตัวชว้ี ัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ *

สาระที่ 1 จำนวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลท่เี กิดข้นึ

จากการดำเนินการ สมบัตขิ องการดำเนนิ การ และนำไปใช้

ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.2 1. บอกจำนวนของสง่ิ ตา่ ง ๆ แสดงส่ิงต่าง ๆ จำนวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0

ตามจำนวนทีก่ ำหนด อา่ นและเขียนตวั เลข - การนับทลี ะ 2 ทลี ะ 5 ทีละ 10 และทลี ะ 100

ฮนิ ดอู ารบกิ ตัวเลขไทย ตวั หนังสอื แสดง - การอา่ นและการเขยี นตัวเลขฮนิ ดูอารบิก ตัวเลขไทย และ

จำนวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0 ตวั หนังสือแสดงจำนวน

2. เปรียบเทียบจำนวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 และ - จำนวนคู่ จำนวนคี่

0 โดยใช้เคร่อื งหมาย = ≠ > < - หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขียนตัวเลข

3. เรยี งลำดับจำนวนนับไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 แสดงจำนวนในรูปกระจาย

ต้งั แต่ 3 ถึง 5 จำนวนจากสถานการณ์ - การเปรียบเทียบและการเรยี งลำดบั จำนวน

ต่างๆ

4. หาคา่ ของตัวไมท่ ราบค่าในประโยค การบวก การลบ การคูณ การหารจำนวนนบั ไม่เกิน

สัญลกั ษณ์แสดงการบวกและประโยค 1,000 และ 0

สัญลักษณ์แสดงการลบของจำนวนนับ - การบวกและการลบ

ไม่เกนิ 1,000 และ 0 - ความหมายของการคูณ ความหมายของการหาร การหา

5. หาคา่ ของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยค ผลคูณ การหาผลหารและเศษ และความสมั พนั ธข์ องการ

สญั ลกั ษณแ์ สดงการคณู ของจำนวน 1 หลัก คณู และการหาร

กบั จำนวนไม่เกิน 2 หลกั - การบวก ลบ คูณ หารระคน

6. หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยค - การแกโ้ จทยป์ ัญหาและการสร้างโจทยป์ ัญหา พร้อมท้งั หา

สัญลกั ษณ์แสดงการหารทีต่ ัวต้ังไมเ่ กิน คำตอบ

2 หลัก ตัวหาร 1 หลัก โดยที่ผลหารมี

1 หลัก ทง้ั หารลงตวั และหารไมล่ งตัว

7. หาผลลัพธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคนของ

จำนวนนบั ไมเ่ กิน 1,000 และ 0

8. แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปญั หา 2 ขัน้ ตอน

ของจำนวนนับไม่เกนิ 1,000 และ 0

พเิ ศษ 3

มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวเิ คราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟงั กช์ นั ลำดับและอนกุ รม และนำไปใช้

ชนั้ ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ป.2 (มีการจดั การเรยี น การสอนเพ่อื เป็นพ้ืนฐาน แบบรูป
แตไ่ ม่วัดผล) - แบบรูปของจำนวนท่เี พม่ิ ข้นึ หรือลดลงทีละ 2 ทีละ 5

และทีละ 100
- แบบรูปซำ้

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพืน้ ฐานเกย่ี วกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทีต่ อ้ งการวดั และนำไปใช้

ชั้น ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง

ป.2 1. แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาเก่ยี วกับ เวลา

เวลาทีม่ หี นว่ ยเดย่ี วและเป็นหนว่ ยเดียวกัน - การบอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาที (ชว่ ง 5 นาท)ี

- การบอกระยะเวลาเป็นชว่ั โมง เปน็ นาที

- การเปรียบเทียบระยะเวลาเป็นชั่วโมง เป็นนาที

- การอา่ นปฏิทิน

- การแก้โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกับเวลา

2. วดั และเปรียบเทยี บความยาวเป็นเมตรและ ความยาว

เซนตเิ มตร - การวัดความยาวเป็นเมตรและเซนตเิ มตร

3. แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปญั หาการ - การคาดคะเนความยาวเปน็ เมตร

บวก การลบเกย่ี วกับความยาวท่มี ีหนว่ ย - การเปรียบเทยี บความยาวโดยใชค้ วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง

เป็นเมตรและเซนตเิ มตร เมตรกบั เซนติเมตร

- การแกโ้ จทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวทมี่ หี นว่ ยเป็นเมตร

และเซนติเมตร

4. วดั และเปรยี บเทยี บน้ำหนักเป็นกโิ ลกรัม น้ำหนกั

และกรัม กโิ ลกรมั และขีด - การวัดนำ้ หนักเปน็ กโิ ลกรัมและกรัม กโิ ลกรัมและขดี

5. แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปญั หาการ - การคาดคะเนน้ำหนกั เปน็ กโิ ลกรมั

บวก การลบเกี่ยวกบั นำ้ หนักทม่ี ีหนว่ ยเปน็ - การเปรยี บเทียบน้ำหนักโดยใชค้ วามสมั พันธร์ ะหวา่ ง

กโิ ลกรมั และกรัม กิโลกรัมและขดี กโิ ลกรมั กับกรมั กโิ ลกรัมกับขีด

- การแกโ้ จทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั น้ำหนกั ทมี่ หี นว่ ยเป็นกิโลกรมั

และกรัม กโิ ลกรมั และขดี

พเิ ศษ 4

ชนั้ ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

6. วดั และเปรยี บเทียบปริมาตรและความจุ ปรมิ าตรและความจุ
เปน็ ลติ ร - การวดั ปริมาตรและความจโุ ดยใช้หนว่ ยทีไ่ มใ่ ช่หนว่ ย

มาตรฐาน
- การวดั ปริมาตรและความจเุ ป็นชอ้ นชา ช้อนโตะ๊ ถ้วยตวง

ลิตร
- การเปรียบเทยี บปริมาตรและความจุเปน็ ชอ้ นชา ชอ้ นโตะ๊

ถว้ ยตวง ลิตร
- การแกโ้ จทย์ปญั หาเก่ยี วกับปริมาตรและความจุทม่ี ีหน่วย

เป็นชอ้ นชา ช้อนโตะ๊ ถว้ ยตวง ลิตร

มาตรฐาน ค 2.2 เขา้ ใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณิต สมบตั ิของรปู เรขาคณิต ความสมั พันธร์ ะหว่างรูปเรขาคณติ และ
ทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้

ชนั้ ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ป.2 1. จำแนกและบอกลักษณะของรปู รปู เรขาคณิตสองมิติ
หลายเหลีย่ ม และวงกลม - ลกั ษณะของรูปหลายเหล่ยี ม วงกลม และวงรี และ

การเขียนรูปเรขาคณิตสองมติ โิ ดยใช้แบบของรปู

สาระท่ี 3 สถติ แิ ละความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแกป้ ญั หา

ชน้ั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง

ป.2 1. ใชข้ อ้ มูลจากแผนภมู ริ ูปภาพในการหา การนำเสนอขอ้ มูล
คำตอบของโจทย์ปญั หา เมอ่ื กำหนดรูป - การอา่ นแผนภูมิรูปภาพ
1 รูป แทน 2 หน่วย 5 หนว่ ย หรือ
10 หนว่ ย

พเิ ศษ 5

คำอธิบายรายวิชาคณติ ศาสตร์

รายวชิ าพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 เวลา 200 ชัว่ โมง/ปี

ศึกษาการอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 การนับ
ทีละ 2 ทีละ 5 ทีละ 10 ทีละ 100 จำนวนคู่ จำนวนคี่ หลัก ค่าประจำหลักของเลขโดดในแต่ละหลัก การเขียนตัวเลขแสดงจำนวน
ในรูปกระจาย การเปรยี บเทียบจำนวน การเรยี งลำดับจำนวน การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 การลบจำนวนท่ีมีตวั ตง้ั ไมเ่ กิน
1,000 ความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ การหาตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกแล ะการลบ โจทย์ปัญหา
การบวก โจทย์ปัญหาการลบ การสร้างโจทย์ปญั หา ความหมายของการคณู ความหมายของการหาร การคูณจำนวนที่มีหน่ึงหลักกับ
จำนวนไม่เกินสองหลัก ความสัมพันธ์ของการคูณและการหาร การหารท่ีตัวหารและผลหารมีหน่ึงหลัก การหาตัวไม่ทราบค่า
ในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณและการหาร การแก้โจทย์ปัญหาการคูณและโจทย์ปัญหาการหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน
การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน แบบรูปของจำนวนที่เพ่ิมขึ้นหรือลดลงทีละ 2 ทีละ 5 และทีละ 100 แบบรูปซ้ำ
การจำแนกลักษณะของรูปหลายเหล่ียม วงกลม และวงรี และการเขยี นรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใช้แบบของรูป การวัดความยาวเป็น
เมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเป็นเมตร การเปรียบเทียบความยาวโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเมตรและเซนติเมตร
การแกโ้ จทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเมตรและเซนตเิ มตร การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที การบอกระยะเวลาเป็น
ชวั่ โมง เปน็ นาที การเปรียบเทียบระยะเวลาเป็นชัว่ โมง เปน็ นาที การอา่ นปฏทิ ิน การแก้โจทยป์ ญั หาเกี่ยวกับเวลา การวัดน้ำหนกั เป็น
กโิ ลกรมั และกรัม กิโลกรมั และขีด การคาดคะเนน้ำหนักเปน็ กโิ ลกรัม การเปรียบเทยี บน้ำหนกั โดยใช้ความสมั พันธร์ ะหว่างกโิ ลกรมั กับ
กรัม กิโลกรัมกับขีด การแก้โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับน้ำหนักท่ีมีหน่วยเป็นกิโลกรัมและกรัม กโิ ลกรมั และขดี การวัดปรมิ าตรและความจุ
โดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐานและหน่วยมาตรฐานเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุ
เป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรและความจุที่มีหน่วยเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร
การอา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพ และการใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา

โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ทีใ่ กลต้ ัวผู้เรียนได้ศึกษา คน้ คว้า ฝึกทักษะ โดยการปฏบิ ัติจรงิ ทดลอง สรุป
รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การส่ือความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการท่ีได้ไปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ และใช้
ในชวี ิตประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์

เพ่ือให้เห็นคณุ ค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ
มวี จิ ารณญาณ มคี วามคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ และมีความเช่อื มนั่ ในตนเอง

พเิ ศษ 6

ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.2/1 บอกจำนวนของส่งิ ตา่ ง ๆ แสดงสง่ิ ต่าง ๆ ตามจำนวนท่กี ำหนด อา่ นและเขียนตวั เลขฮินดอู ารบิก

ตวั เลขไทย ตวั หนงั สือแสดงจำนวนนับไม่เกนิ 1,000 และ 0
ค 1.1 ป.2/2 เปรยี บเทียบจำนวนนบั ไม่เกนิ 1,000 และ 0 โดยใชเ้ ครือ่ งหมาย = ≠ > <
ค 1.1 ป.2/3 เรียงลำดับจำนวนนับไมเ่ กิน 1,000 และ 0 ตั้งแต่ 3 ถึง 5 จำนวนจากสถานการณต์ ่างๆ
ค 1.1 ป.2/4 หาค่าของตวั ไม่ทราบคา่ ในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการบวกและประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของ

จำนวนนบั ไมเ่ กิน 1,000 และ 0
ค 1.1 ป.2/5 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลักกับจำนวนไม่เกิน 2

หลัก
ค 1.1 ป.2/6 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารท่ีตัวตั้งไม่เกิน 2 หลัก ตัวหาร 1 หลัก โดยท่ี

ผลหารมี 1 หลักทง้ั หารลงตวั และหารไม่ลงตัว
ค 1.1 ป.2/7 หาผลลพั ธ์การบวก ลบ คณู หารระคนของจำนวนนับไม่เกนิ 1,000 และ 0
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปญั หา 2 ข้นั ตอนของจำนวนนับไมเ่ กิน 1,000 และ 0
ค 2.1 ป.2/1 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปญั หาเกย่ี วกับเวลาทีม่ หี นว่ ยเดย่ี วและหนว่ ยเดยี วกัน
ค 2.1 ป.2/2 วดั และเปรยี บเทียบความยาวเปน็ เมตรและเซนติเมตร
ค 2.1 ป.2/3 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบเก่ียวกบั ความยาวท่ีมหี น่วยเปน็ เมตรและ

เซนติเมตร
ค 2.1 ป.2/4 วัดและเปรียบเทยี บนำ้ หนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด
ค 2.1 ป.2/5 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบเกี่ยวกับน้ำหนักท่ีมหี นว่ ยเป็นกโิ ลกรมั และกรมั

กโิ ลกรัมและขีด
ค 2.1 ป.2/6 วัดและเปรียบเทียบปรมิ าตรและความจเุ ปน็ ลติ ร
ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหล่ียมและวงกลม
ค 3.1 ป.2/1 ใช้ขอ้ มูลจากแผนภูมริ ูปภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา เม่ือกำหนดรูป 1 รูป แทน 2 หนว่ ย 5 หน่วย

หรอื 10 หน่วย

รวม 16 ตัวชว้ี ัด

พเิ ศษ 7

โครงสรา้ งรายวิชา คณิตศาสตร์ ชัน้ ป.2

ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา (ชม.)
เรยี นรู้ เรยี นรู้ / ตัวชี้วัด

1 จำนวนนบั ไม่เกิน ค 1.1 จำนวนนับที่ไม่เกิน 1,000 และ 0 สามารถเขียน 15
และอ่านตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และ 20
1,000 และ 0 ป.2/1 ตัวหนังสือ นับทีละ 2 ทีละ 5 ทีละ 10 และทีละ 26
100 จำแนกเป็นจำนวนคู่และจำนวนคี่ เขียน
ป.2/2 แสดงจำนวนในรูปกระจาย ซึ่งเป็นการเขียน
ตามค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก เปรียบเทียบ
ป.2/3 จำนวนท่ีเท่ากนั หรอื ไม่เท่ากัน มากกว่า หรือน้อย
กว่า โดยใชเ้ ครื่องหมาย = ≠ > < และเรยี งลำดับ
2 การบวกจำนวนที่มี ค 1.1 จ ำ น ว น จ า ก น้ อ ย ไ ป ม า ก ห รื อ จ า ก
ผลบวกไมเ่ กนิ 1,000 ป.2/4 มากไปน้อย
ป.2/8 การบวกจำนวนสองจำนวนท่ีมีผลบวกไม่เกิน
1,000 และการบวกจำนวนสามจำนวนทีม่ ผี ลบวก
3 การลบจำนวนที่มีตวั ค 1.1 ไม่เกิน 1,000 มีวิธีการที่หลากหลาย โดยใช้
ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการหา
ต้ัง ป.2/4 คำตอบ การแก้โจทย์ปัญ ห าการบวก ต้อง
วิเคราะห์โจทย์และแสดงวิธีทำเพื่อหาคำตอบ
ไมเ่ กนิ 1,000 ป.2/8 รวมท้ังตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ
และการสร้างโจทย์ปัญหาการบวกจะสร้างให้
สอดคล้องกับส่ิงที่โจทย์กำหนดให้และเหมาะสม
กับสถานการณใ์ นชวี ิตจรงิ

การลบจำนวนสองจำนวนท่ีมีตัวตั้งไม่เกิน 1,000
มีวิธีการที่หลากหลายและใช้ทักษะกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร์ในการหาคำตอบและตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของคำตอบ การหาตัวไม่ทราบ
ค่าในประโยค-สัญลักษณ์แสดงการบวกและการ
ลบ สามารถใช้ความสมั พนั ธ์ของการบวกและการ
ลบมาช่วยในการหาคำตอบ ส่วนการแก้โจทย์
ปัญหาการลบ ต้องวิเคราะห์โจทย์ และแสดงวิธี
ทำเพื่อห าคำตอบ รวมทั้งตรวจสอบความ
สมเหตสุ มผลของคำตอบ

พเิ ศษ 8

ลำดบั ท่ี ช่ือหน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา (ชม.)
เรียนรู้ เรียนรู้ / ตัวช้วี ัด

4 แบบรปู ของจำนวน มกี ารจดั การเรียน ความสัมพันธ์ในแบบรูปของจำนวนที่เพ่ิมขึน้ ทีละ 9

การสอนเพ่อื เป็น 2 ทีละ 5 ทีละ 100 และลดลงทีละ 2 ทีละ 5 ที

พืน้ ฐาน แตไ่ ม่วัดผล ละ 100 และแบบรูปซ้ำของจำนวน สามารถบอก

จำนวนตอ่ ไปหรอื จำนวนทห่ี ายไปได้

5 รปู เรขาคณิต ค 2.2 ลักษณะของรูปเรขาคณิตสองมิติ พิจารณา 6

ป.2/1 จากจำนวนด้าน จำนวนมุม ส่วนการเขียนรูป

เรขาค ณิ ตสองมิติ สามารถใช้แบบของรูป

เรขาคณิตมาเขียนตามขอบในหรือขอบนอก

6 การวัดความยาว ค 2.1 การวัดความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร ซ่ึง 14

ป.2/2 หน่วยเมตรและเซนติเมตรเป็นหน่วยมาตรฐาน

ป.2/3 ท่ีใช้บอกความยาว ความสูง และระยะทาง

สามารถนำความยาวของสิ่งต่าง ๆ ในหน่วย

เดียวกัน มาเปรียบเทียบกันได้ และการแกโ้ จทย์

ปัญหาเก่ียวกับการวัดความยาว สามารถทำได้

7 เวลา ค 2.1 หลายวิธี แตค่ วรเลือกวิธแี กป้ ญั หาทเ่ี หมาะสม 20
ป.2/1 การบอกเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา (ช่วง 5 นาที)

จะบอกเป็นนาฬิกากับนาที และสามารถบอก

ระยะเวล าเป็ น ช่ัวโม ง เป็ น นาที ซึ่ งนำม า

เปรียบเทียบกันได้ ส่วนการบอกวัน เดือน ปี

จะดูได้จากปฏิทิน การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับ

เวลาเปน็ การนำเวลาในหน่วยเดียวกันมาบวก ลบ

คณู หารกัน

8 การคณู จำนวนไม่เกิน ค 1.1 การคูณจำนวนท่ีมีหน่ึงหลักกับจำนวนที่ไม่เกิน 20

1,000 และ 0 ป.2/5 สองหลัก มีวิธีการที่หลากหลายและใช้ทักษะ

ป.2/8 กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการหาคำตอบ

และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ

ส่วนการแก้โจทย์ปัญหาการคูณ ต้องวิเคราะห์

โจทย์ และแสดงวิธีทำเพ่ือหาคำตอบ รวมท้ัง

ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ

9 การหารจำนวนไมเ่ กนิ ค 1.1 การหารที่ตัวหารและผลหารมีหนึ่งหลกั มีวิธีการ 20

1,000 ป.2/5 ที่หลากหลายและใช้ทักษะกระบวนการทาง

ป.2/6 คณิตศาสตร์ในการหาคำตอบและตรวจสอบความ

ป.2/8 สมเหตสุ มผลของคำตอบ การหาตัวไมท่ ราบคา่ ใน

ประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณและการหาร

สามารถใช้ความสัมพันธ์ของการคูณและการหาร

พิเศษ 9

ลำดับท่ี ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา (ชม.)
เรยี นรู้ เรียนรู้ / ตวั ชวี้ ัด

10 การวัดน้ำหนกั ค 2.1 มาช่วยในการหาคำตอบ ส่วนการแก้โจทย์ปัญหา 15
ป.2/4 การหาร ต้องวิเคราะห์โจทย์ และแสดงวิธีทำเพื่อ
ป.2/5 หาคำตอบ รวมท้ังตรวจสอบความสมเหตุสมผล 15
ของคำตอบ
11 ปริมาตรและความจุ ค 2.1 การวัดน้ำหนักโดยใช้หน่วยมาตรฐาน จะบอก 5
ป.2/6 น้ำหนักเป็นขีด กรัม กิโลกรัม ซ่ึงสามารถนำ 15
นำ้ หนักของสงิ่ ต่างๆ มาเปรียบเทียบกันได้โดยใช้
12 การนำเสนอขอ้ มลู ค 3.1 ความสัมพันธ์ระหว่างกิโลกรัมกับกรัม กิโลกรัม
ป.2/1 กับขีด ส่วนการแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับการวัด
น้ำหนักสามารถทำได้หลายวิธีแต่ควรเลือกวิธี
13 การบวก ลบ คูณ หาร ค 1.1 แก้ปัญหาท่เี หมาะสม
ระคน ป.2/7 การวัดปริมาตรและความจุโดยใช้หน่วยมาตรฐาน
ป.2/8 จะบอกปริมาตรหรือความจุเป็นหน่วยช้อนชา
ช้อนโตะ๊ ถว้ ยตวง และลิตร ซง่ึ สามารถนำปริมาตร
หรือความจุในหน่วยเดยี วกันมาเปรียบเทียบกันได้
และการแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการวัดปริมาตร
และความจุสามารถทำได้หลายวธิ ี แต่ควรเลือกวิธี
แกป้ ัญหาท่ีเหมาะสม
แผนภมู ิรูปภาพเป็นวิธกี ารนำเสนอข้อมูลอย่าง
หน่งึ เพอ่ื ความสะดวกในการอ่านข้อมูล
การ บ วก ล บ คู ณ ห ารร ะค น มี วิธีก าร ท่ี
ห ล า ก ห ล า ย แ ล ะ ใช้ ทั ก ษ ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง
คณติ ศาสตรใ์ นการหาคำตอบและตรวจสอบความ
สมเหตสุ มผลของคำตอบ ส่วนการแก้โจทยป์ ัญหา
การบวก ลบ คูณ หารระคน ต้องวิเคราะห์โจทย์
และแสดงวิธีทำเพ่ือหาคำตอบ รวมท้ังตรวจสอบ
ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ

พเิ ศษ 10

Pedagogy

ส่อื การเรียนรรู้ ายวชิ าพ้ืนฐาน คณิตศาสตร์ ป.2 ผู้จัดทำได้ออกแบบการสอน (Instructional Design) อันเป็น
วธิ ีการจดั การเรยี นรแู้ ละเทคนคิ การสอนทีเ่ ปยี่ มด้วยประสทิ ธิภาพและมคี วามหลากหลายให้กับผเู้ รียน เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี น
สามารถบรรลุผลสัมฤทธ์ิตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วดั รวมถงึ สมรรถนะและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของ
ผูเ้ รยี นท่หี ลักสูตรกำหนดไว้ โดยครูสามารถนำไปใช้สำหรบั จัดการเรียนร้ใู นชัน้ เรียนไดอ้ ย่างเหมาะสม สำหรบั
Pedagogy หลักท่ีนำมาใชอ้ อกแบบกิจกรรมการเรียนร้ปู ระกอบดว้ ย

รูปแบบการสอน โมเดลซปิ ปา (CIPPA Model)

เลอื กใช้รูปแบบการสอนโดยยดึ ผู้เรยี นเป็นศนู ย์กลาง : โมเดลซิปปา (CIPPA Model) เนอ่ื งจากเปน็
กระบวนการเรยี นรทู้ ีใ่ หผ้ เู้ รยี นเปน็ ผสู้ ร้างความร้ดู ้วยตนเอง (Construction of knowledge) และมปี ฏิสัมพันธก์ ับ
เพ่อื น บุคคลอน่ื ๆ และสิ่งแวดล้อมรอบตัวโดยอาศยั ทกั ษะกระบวนการตา่ ง ๆ จำนวนมากเปน็ เครอื่ งมือในการสร้าง
ความรู้ และยงั เป็นรปู แบบการสอนท่ีให้ผู้เรยี นได้นำความรู้ไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวันอกี ดว้ ย ซ่งึ รปู แบบนีไ้ ด้
พัฒนาข้นึ จาก 5 แนวคิดหลักมาประสานกัน สรปุ เปน็ หลัก CIPPA ไดด้ ังน้ี

C มาจากคำวา่ Construction of knowledge หลักการสร้างความรู้
I มาจากคำว่า Interaction หลกั การปฏิสัมพันธ์
P มาจากคำวา่ Process Learning หลกั การเรยี นรกู้ ระบวนการ
P มาจากคำว่า Physical participation หลกั การมีส่วนร่วมทางร่างกาย
A มาจากคำว่า Application หลกั การประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
ซงึ่ รปู แบบการสอนโมเดลซปิ ปา (CIPPA Model) ประกอบดว้ ยขนั้ ตอนการดำเนนิ การจดั การเรยี นรู้ 7 ขน้ั ตอน ดังน้ี

1. การทบทวนความรู้เดิม 5. การสรุปและจดั ระเบยี บความรู้

2. การแสวงหาความรใู้ หม่ 6. การปฏิบตั ิและ/หรือแสดงผลงาน

3. การศึกษาขอ้ มูล/ความรูใ้ หมแ่ ละเชอ่ื มโยงความรู้ใหม่กับความร้เู ดิม 7. การประยกุ ตใ์ ช้ความรู้

4. การแลกเปลยี่ นความรูค้ วามเข้าใจกบั กล่มุ

พเิ ศษ 11

วิธกี ารสอน (Teaching Method)

เลอื กใช้วิธีการสอนทหี่ ลากหลาย เชน่ การสาธิต นริ นยั อุปนัย แบบคน้ พบ เพ่อื สง่ เสริมการเรียนรู้และเกิดความ
เข้าใจในเนื้อหาคณิตศาสตร์อยา่ งถอ่ งแท้ ซ่งึ จะเนน้ ใช้วิธสี อนแบบอุปนยั (Inductive Method) เน่ืองจากเป็นการสอน
รายละเอียดปลีกยอ่ ยไปหากฎเกณฑ์ หรือสอนจากตัวอยา่ งไปหากฎเกณฑ์ ซึง่ ผู้เรยี นไดเ้ รยี นรใู้ นรายละเอียดก่อน เพอ่ื
คน้ หาองคป์ ระกอบท่ีเหมอื นกนั หรอื คล้ายคลึงกนั จากตวั อยา่ งตา่ ง ๆ แล้วจึงสรุป เพือ่ ให้นกั เรยี นฝึกทักษะกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร์ และทักษะการเรยี นรู้แห่งศตวรรษท่ี 21 ด้านการเรียนรู้ และการแก้ปัญหา

เทคนคิ การสอน (Teaching Technique)

เลอื กใช้เทคนคิ สอนทหี่ ลากหลายและเหมาะสมกบั เรื่องที่เรยี น เช่น การตง้ั คำถาม การยกตวั อย่าง การใชส้ ่อื การ
เรยี นรูท้ ี่น่าสนใจ เพือ่ นสง่ เสรมิ วธิ ีการสอนและรูปแบบการสอนใหม้ ปี ระสิทธภิ าพในการจดั การเรียนรใู้ ห้มากขึ้น ซงึ่ จะ
ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรอู้ ย่างมคี วามสุข สามารถปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการเรยี นรู้ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ และสามารถฝึก
ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ได้

พเิ ศษ 12

โครงสร้างแผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชา คณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 1

เวลา 90 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ แนวคดิ /รูปแบบการ ทักษะที่ได้ การประเมนิ เวลา
สอน/ (ชวั่ โมง)
8. การคูณจำนวนไม่เกิน 1,000 แผนท่ี 1 ความหมายของ 1. ทักษะการเชอื่ มโยง
และ 0 การคูณ วธิ ีการสอน/เทคนิค 2. ทักษะการใหเ้ หตุผล 1. ตรวจใบงานท่ี 8.1.1 เร่ือง ความหมายของการคณู 4
กระบวนการกลมุ่ 3. ทักษะกระบวนการ 2. ตรวจสมดุ ประจำตวั 4
สัมพันธ์ 3. ตรวจแบบฝกึ หดั หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 8 การคณู จำนวนไม่เกนิ 4
คดิ สรา้ งสรรค์
1,000 และ 0
แผนท่ี 2 การคูณจำนวนทมี่ ี แบบสืบเสาะหา 1. ทักษะการเช่ือมโยง 4. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
หน่ึงหลกั กับ ความรู้ (Inquiry 2. ทักษะการให้เหตผุ ล 5. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่
จำนวนทม่ี ีหนง่ึ Method : 5E) 3. ทักษะกระบวนการ 6. สังเกตความมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มน่ั ในการทำงาน
หลกั 1. ตรวจใบงานท่ี 8.2.1 เร่ือง การคณู จำนวนที่มหี นง่ึ หลักกบั จำนวน
คดิ สรา้ งสรรค์
ทม่ี หี นงึ่ หลกั
แผนท่ี 3 การคณู จำนวนที่มี แบบสืบเสาะหา 1. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 2. ตรวจสมดุ ประจำตวั
2. ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล 3. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยการเรียนรู้ท่ี 8 การคณู จำนวนไมเ่ กนิ
หนึง่ หลักกบั จำนวนที่ ความรู้ (Inquiry 3. ทกั ษะกระบวนการ
1,000 และ 0
มีสองหลกั Method : 5E) 4. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
5. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ
6. สังเกตความมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมัน่ ในการทำงาน
1. ตรวจใบงานท่ี 8.3.1 เรื่อง การคูณจำนวนท่ีมีหน่ึงหลกั กับจำนวน

ที่มสี องหลกั
2. ตรวจสมุดประจำตัว

พเิ ศษ 13

หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ แนวคดิ /รูปแบบการ ทกั ษะทไ่ี ด้ การประเมิน เวลา
สอน/ คดิ สร้างสรรค์ (ช่วั โมง)
3. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 การคณู จำนวนไม่เกิน
วิธกี ารสอน/เทคนคิ 1,000 และ 0 4

แผนที่ 4 โจทย์ปัญหาการคณู แบบอปุ นยั 1. ทกั ษะการเชือ่ มโยง 4. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล 4
(Induction 2. ทักษะการให้เหตผุ ล 5. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่
Method) 3. ทักษะกระบวนการ 6. สงั เกตความมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มั่นในการทำงาน 2
คิดสร้างสรรค์ 1. ตรวจใบงานที่ 8.4.1 เรอื่ ง โจทย์ปัญหาการคณู
2. ตรวจสมดุ ประจำตัว
แผนที่ 5 การสรา้ งโจทย์ปัญหา แบบกระบวนการ 1. ทักษะการเช่ือมโยง 3. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 8 การคณู จำนวนไมเ่ กนิ
2. ทักษะการให้เหตุผล
การคูณ ปฏบิ ตั ิ 3. ทกั ษะกระบวนการ 1,000 และ 0
4. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
คดิ สร้างสรรค์ 5. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
9. การหารจำนวนไมเ่ กิน 1,000 แผนที่ 1 ความหมายของการ เทคนคิ คตู่ รวจสอบ 1. ทักษะการเชอ่ื มโยง 1. ตรวจใบงานท่ี 8.5.1 เรอ่ื ง การสร้างโจทยป์ ัญหาการคณู
2. ตรวจสมดุ ประจำตัว
หาร (pairs Check) 2. ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล 3. ตรวจแบบฝกึ หดั หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 การคณู จำนวนไมเ่ กิน

1,000 และ 0
4. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
5. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
6. สังเกตความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มุง่ มั่นในการทำงาน
1. ตรวจใบงานท่ี 9.1.1 เรือ่ ง ความหมายของการหาร
2. ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 9 การหาร

พเิ ศษ 14

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ แนวคิด/รปู แบบการ ทกั ษะทไ่ี ด้ การประเมนิ เวลา
สอน/ (ช่วั โมง)
แผนที่ 2 ความสมั พันธ์ของ 3. ทักษะกระบวนการ จำนวนไมเ่ กิน 1,000
การคูณและการ วธิ ีการสอน/เทคนคิ 3
หาร คดิ สรา้ งสรรค์ 3. ตรวจแบบฝึกหัด หน่วยการเรียนรู้ท่ี 9 การหารจำนวนไมเ่ กิน
กระบวนการกลุม่ 3
แผนท่ี 3 การหารทีต่ วั หาร สัมพันธ์ 1,000
และผลหารมหี น่ึง
หลกั (หารลงตวั ) แบบสบื เสาะหา 4. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
ความรู้ (Inquiry
Method : 5E) 5. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่

6. สังเกตความมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มัน่ ในการทำงาน

1. ทกั ษะการเช่ือมโยง 1. ตรวจใบงานที่ 9.2.1 เรือ่ ง ความสมั พันธ์ของการคูณและการหาร

2. ทกั ษะการให้เหตุผล 2. ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 9 การหาร

3. ทกั ษะกระบวนการ จำนวนไม่เกนิ 1,000

คิดสรา้ งสรรค์ 3. ตรวจแบบฝกึ หัด หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 9 การหารจำนวนไมเ่ กนิ

1,000

4. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล

5. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

6. สังเกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน

1. ทักษะการเชอื่ มโยง 1. ตรวจใบงานที่ 9.3.1 เร่ือง การหารที่ตวั หารและผลหารมีหนง่ึ

2. ทกั ษะการให้เหตผุ หลลัก (หารลงตวั )

3. ทักษะกระบวนการ 2. ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 9 การหารจำนวนไม่

คดิ สร้างสรรค์ เกนิ 1,000

3. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล

4. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

5. สังเกตความมีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ มุง่ มนั่ ในการทำงาน

พเิ ศษ 15

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ แนวคดิ /รูปแบบการ ทักษะทไ่ี ด้ การประเมิน เวลา
สอน/ (ช่ัวโมง)
แผนท่ี 4 การหารที่ตวั หาร 1. ทกั ษะการเชื่อมโยง 1. ตรวจใบงานท่ี 9.4.1 เรอ่ื ง การหารท่ีตวั หารและผลหารมีหนึ่ง
และผลหารมีหนึ่ง วธิ ีการสอน/เทคนิค 2. ทักษะการให้เหตผุ ล หลัก (หารไมล่ งตวั ) 3
หลกั (หารไม่ลงตวั ) แบบสบื เสาะหา 3. ทักษะกระบวนการ
ความรู้ (Inquiry 2. ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 9 การหารจำนวนไม่ 3
Method : 5E) คิดสร้างสรรค์ เกนิ 1,000
3
แผนท่ี 5 การหาตัวไม่ทราบ โมเดลชิปปา 1. ทกั ษะการเช่อื มโยง 3. ตรวจแบบฝึกหัด หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 9 การหารจำนวนไม่เกิน
2. ทักษะการใหเ้ หตุผล 1,000
คา่ ในประโยค (CIPPA MODEL) 3. ทกั ษะกระบวนการ
4. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
สัญลกั ษณแ์ สดง คดิ สรา้ งสรรค์ 5. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
6. สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
การคณู และการหาร 1. ตรวจใบงานที่ 9.5.1 เรื่อง การหาตวั ไมท่ ราบค่าในประโยค

แผนที่ 6 โจทย์ปัญหาการหาร แบบอุปนัย 1. ทกั ษะการเช่อื มโยง สัญลกั ษณแ์ สดงการคณู และการหาร
(Induction 2. ทักษะการใหเ้ หตุผล 2. ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 9 การหารจำนวนไม่

เกิน 1,000
3. ตรวจแบบฝึกหัด หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 9 การหารจำนวนไม่เกนิ

1,000
4. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
5. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ
6. สงั เกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทำงาน
1. ตรวจใบงานที่ 9.6.1 เรื่อง โจทยป์ ัญหาการหาร
2. กิจกรรมฝึกทักษะ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 9 การหารจำนวนไม่เกนิ

พเิ ศษ 16

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ แนวคดิ /รูปแบบการ ทกั ษะที่ได้ การประเมิน เวลา
10. การวัดน้ำหนัก สอน/ (ชว่ั โมง)
แผนที่ 7 การสรา้ งโจทย์ 3. ทกั ษะกระบวนการ 1,000
ปัญหาการหาร วิธีการสอน/เทคนคิ คดิ สร้างสรรค์ 3. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล 3
Method) 4. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
แผนท่ี 1 การวัดนำ้ หนกั เปน็ 5. สังเกตความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน 2
กโิ ลกรมั และขีด กระบวนการกลมุ่ 1. ทักษะการเช่ือมโยง 1. ตรวจใบงานที่ 9.7.1 เรอ่ื ง การสร้างโจทยป์ ญั หาการหาร
สัมพันธ์ 2. ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล 2. ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 9 การหาร 2
แผนท่ี 2 การวัดน้ำหนักเปน็ 3. ทกั ษะกระบวนการ
กิโลกรมั และกรัม จำนวนไม่เกนิ 1,000
คิดสร้างสรรค์ 3. ตรวจแบบฝกึ หัด หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 9 การหารจำนวนไม่

แบบกระบวนการ 1. ทักษะการเชื่อมโยง เกิน 1,000
ปฏบิ ตั ิ 2. ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล 4. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
3. ทกั ษะกระบวนการ 5. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
6. สังเกตความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน
คดิ สรา้ งสรรค์ 1. ตรวจใบงานที่ 10.1.1 เรื่อง การวัดนำ้ หนกั เป็นกิโลกรมั และขดี
2. ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 10 การวัดนำ้ หนัก
แบบกระบวนการ 1. ทักษะการเชือ่ มโยง 3. ตรวจแบบฝกึ หดั หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 10 การวัดนำ้ หนัก
ปฏิบัติ 2. ทักษะการให้เหตผุ ล 4. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
3. ทักษะกระบวนการ 5. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
6. สังเกตความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทำงาน
1. ตรวจใบงานท่ี 10.2.1 เรื่อง การวดั นำ้ หนกั เป็นกโิ ลกรมั และกรัม
2. ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 การวดั น้ำหนกั
3. ตรวจแบบฝกึ หัด หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 10 การวดั น้ำหนัก

พิเศษ 17

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ แนวคดิ /รปู แบบการ ทักษะทไ่ี ด้ การประเมนิ เวลา
สอน/ คดิ สรา้ งสรรค์ (ชวั่ โมง)
4. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
วธิ ีการสอน/เทคนิค 5. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ 3
6. สงั เกตความมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน
แผนท่ี 3 การคาดคะเน แบบสืบเสาะหา 1. ทกั ษะการเชื่อมโยง 1. ตรวจใบงานท่ี 10.3.1 เรอื่ ง การคาดคะเนนำ้ หนักเป็นกโิ ลกรมั 3
2. ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล 2. ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 10 การวดั นำ้ หนกั
น้ำหนกั เป็นกโิ ลกรัม ความรู้ (Inquiry 3. ทักษะกระบวนการ 3. ตรวจแบบฝกึ หดั หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 10 การวัดนำ้ หนัก 2
4. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
Method : 5E) คดิ สร้างสรรค์ 5. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
6. สงั เกตความมีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งม่นั ในการทำงาน
แผนที่ 4 การเปรยี บเทียบ โมเดลซิปปา 1. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 1. ตรวจใบงานท่ี 10.4.1 เรอ่ื ง การเปรยี บเทียบนำ้ หนกั โดยใช้
น้ำหนักโดยใช้ (CIPPA MODEL) 2. ทกั ษะการใหเ้ หตุผล
ความสัมพันธ์ 3. ทกั ษะกระบวนการ ความสัมพันธ์ระหว่างกโิ ลกรัมกบั กรมั
ระหว่างกิโลกรัมกบั 2. ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 10 การวดั น้ำหนกั
กรัม คิดสร้างสรรค์ 3. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
4. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
แผนที่ 5 การเปรยี บเทียบ โมเดลซปิ ปา 1. ทักษะการเชื่อมโยง 5. สังเกตความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
น้ำหนกั โดยใช้ (CIPPA MODEL) 2. ทกั ษะการใหเ้ หตุผล 1. ตรวจใบงานที่ 10.5.1 เร่อื ง การเปรยี บเทยี บนำ้ หนักโดยใช้
ความสมั พันธ์ 3. ทักษะกระบวนการ
ระหวา่ งกิโลกรัมกบั ความสมั พันธ์ระหวา่ งกิโลกรัมกับขีด
ขดี คดิ สรา้ งสรรค์ 2. ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 10 การวัดนำ้ หนกั
3. ตรวจแบบฝึกหดั หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 10 การวัดนำ้ หนัก
4. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
5. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่

พิเศษ 18

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ แนวคดิ /รูปแบบการ ทักษะทไ่ี ด้ การประเมนิ เวลา
11. ปรมิ าตรและความจุ สอน/ (ช่วั โมง)
6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมัน่ ในการทำงาน
วธิ กี ารสอน/เทคนิค 1. ตรวจใบงานที่ 10.6.1 เร่ือง โจทยป์ ัญหาเกย่ี วกับนำ้ หนกั 3
2. ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 10 การวัดน้ำหนัก
แผนท่ี 6 โจทยป์ ญั หา แบบอปุ นัย 1. ทกั ษะการเช่อื มโยง 3. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 10 การวัดน้ำหนัก 3
เกี่ยวกับน้ำหนกั (Induction 2. ทักษะการให้เหตผุ ล 4. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
Method) 3. ทกั ษะกระบวนการ 5. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ 5
6. สังเกตความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
คดิ สร้างสรรค์ 1. ตรวจใบงานที่ 11.1.1 เรื่อง การเปรยี บเทยี บน้ำหนกั โดยใช้

แผนที่ 1 การวัดปริมาตรและ โมเดลซปิ ปา 1. ทักษะการสงั เกต ความสมั พันธร์ ะหวา่ งกโิ ลกรัมและกรมั
ความจุโดยใชห้ น่วย (CIPPA MODEL) 2. ทักษะการระบุ 2. ตรวจสมุดประจำตัว
ทีไ่ ม่ใช่หน่วย 3. ทักษะการ 3. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยการเรียนรู้ท่ี 11 ปรมิ าตรและความจุ
มาตรฐาน 4. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
เปรยี บเทยี บ 5. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
4. ทักษะการเชอื่ มโยง 6. สังเกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
5. ทกั ษะการให้เหตผุ ล 1. ตรวจใบงานที่ 11.2.1 เรือ่ ง การวดั ปรมิ าตรเป็นชอ้ นชา ช้อนโต๊ะ

แผนท่ี 2 การวัดปรมิ าตรและ แบบกระบวนการ 1. ทกั ษะการสังเกต ถว้ ยตวง และลิตร
ความจเุ ป็นช้อนชา ปฏบิ ตั ิ 2. ทกั ษะการระบุ 2. ตรวจใบงานที่ 11.2.2 เร่อื ง การวดั ความจุเป็นช้อนชา ชอ้ นโต๊ะ
ชอ้ นโตะ๊ ถว้ ยตวง 3. ทักษะการ
และลิตร ถว้ ยตวง และลติ ร
เปรยี บเทียบ 3. ตรวจสมุดประจำตวั
4. ทักษะการเชื่อมโยง 4. ตรวจแบบฝกึ หดั หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 11 ปริมาตรและความจุ
5. ทกั ษะการให้เหตผุ ล 5. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล

พิเศษ 19

หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ แนวคดิ /รปู แบบการ ทักษะทไี่ ด้ การประเมิน เวลา
12. การนำเสนอข้อมลู สอน/ (ชั่วโมง)
1. ทักษะการสงั เกต 6. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
วิธีการสอน/เทคนคิ 2. ทกั ษะการระบุ 7. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน 3
3. ทักษะการ 1. ตรวจใบงานที่ 11.3.1 เรื่อง การเปรยี บเทียบปริมาตรและความ
แผนท่ี 3 การเปรยี บเทยี บ โมเดลซปิ ปา 4
ปรมิ าตรและความจุ (CIPPA MODEL) เปรียบเทียบ จเุ ปน็ ชอ้ นชา ชอ้ นโต๊ะ ถ้วยตวง และลติ ร
เป็นชอ้ นชา ชอ้ นโต๊ะ 4. ทกั ษะการเช่อื มโยง 2. ตรวจสมดุ ประจำตวั 2
ถว้ ยตวง และลิตร 5. ทักษะการให้เหตผุ ล 3. ตรวจแบบฝึกหัด หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 11 ปริมาตรและความจุ
4. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
แผนที่ 4 โจทยป์ ญั หาเก่ียวกับ แบบอปุ นยั 1. ทกั ษะการสังเกต 5. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
ปริมาตรและความจุ (Induction Method) 2. ทกั ษะการระบุ 6. สังเกตความมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน
3. ทักษะการ 1. ตรวจใบงานที่ 11.4.1 เร่อื ง โจทย์ปัญหาเก่ยี วกบั ปรมิ าตรและ
แผนที่ 1 การอ่านแผนภมู ิ แบบกระบวนการ
รูปภาพ ปฏบิ ตั ิ เปรียบเทียบ ความจุที่มหี นว่ ยเป็นชอ้ นชา ชอ้ นโตะ๊
4. ทกั ษะการเช่อื มโยง 2. ตรวจสมุดประจำตวั
5. ทกั ษะการใหเ้ หตุผล 3. ตรวจแบบฝกึ หดั หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 11 ปริมาตรและความจุ
4. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
1. ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ 5. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่
2. ทักษะการการแปล 6. สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
1. ตรวจใบงานท่ี 12.1.1 การอ่านแผนภมู ิรปู ภาพ
ความ 2. ตรวจสมดุ ประจำตัว
3. ตรวจแบบฝึกหัด หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 12 การนำเสนอข้อมลู
4. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
5. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

พิเศษ 20

หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ แนวคดิ /รปู แบบการ ทกั ษะท่ีได้ การประเมนิ เวลา
13. การบวก ลบ คูณ หารระคน สอน/ (ช่วั โมง)
1. ทกั ษะการสรปุ อ้างอิง 6. สงั เกตความมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ ม่นั ในการทำงาน
วธิ ีการสอน/เทคนคิ 2. ทักษะการการแปล 1. ตรวจใบงานที่ 12.2.1 การใช้ขอ้ มูลจากแผนภูมริ ปู ภาพในการหา 3
ความ
แผนท่ี 2 การใช้ขอ้ มูลจาก แบบกระบวนการ คำตอบของโจทยป์ ัญหา 5
แผนภมู ริ ปู ภาพใน ปฏิบัติ 1. ทกั ษะการเชือ่ มโยง 2. ตรวจสมดุ ประจำตวั
การหาคำตอบของ 2. ทักษะการใหเ้ หตผุ ล 3. ตรวจแบบฝึกหดั หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 12 การนำเสนอข้อมูล 5
โจทย์ 3. ทักษะกระบวนการ 4. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
5. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
แผนท่ี 1 การบวก ลบ คณู คิดสร้างสรรค์ 6. สังเกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
หารระคน 1. ตรวจใบงานที่ 13.1.1 การบวก ลบ คูณ หารระคน
1. ทกั ษะการเช่ือมโยง 2. ตรวจสมุดประจำตัว
แผนที่ 2 โจทยป์ ัญหาการบวก 2. ทกั ษะการให้เหตผุ ล 3. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยการเรยี นรู้ที่ 13 การบวก ลบ คณู หาร
ลบ คณู หาร 3. ทกั ษะกระบวนการ
ระคน
คิดสรา้ งสรรค์ 4. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
5. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
6. สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
1. ตรวจใบงานท่ี 13.2.1 โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคน
2. ตรวจสมุดประจำตัว
3. ตรวจแบบฝกึ หดั หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 13 การบวก ลบ คณู หาร

ระคน
4. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
5. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ

พเิ ศษ 21

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ แนวคิด/รูปแบบการ ทักษะที่ได้ การประเมนิ เวลา
สอน/ (ชว่ั โมง)
แผนที่ 3 การสร้างโจทย์ 6. สังเกตความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
ปัญหาการบวก ลบ วธิ ีการสอน/เทคนคิ 1. ตรวจใบงานที่ 13.3.1 เรอื่ ง การสร้างโจทย์ปัญหา 5
คณู หารระคน 2. ตรวจสมุดประจำตวั
1. ทักษะการเชือ่ มโยง 3. ตรวจแบบฝึกหัด หน่วยการเรียนรู้ที่ 13 การบวก ลบ คูณ หาร
2. ทักษะการใหเ้ หตผุ ล
3. ทกั ษะกระบวนการ ระคน
4. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
คิดสรา้ งสรรค์ 5. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
6. สังเกตความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

พเิ ศษ 22

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 8 การคณู จำนวนไมเ่ กนิ 1,000 และ 0

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 8

เรอ่ื ง การคูณจำนวนไมเ่ กนิ 1,000 และ 0

เวลา 20 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด

ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลทเ่ี กิดข้ึน
จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้
ค 1.1 ป.2/5 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลักกับ
จำนวนไม่เกนิ 2 หลัก
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา 2 ข้นั ตอน ของจำนวนนับไมเ่ กนิ 1,000 และ 0

2. สาระการเรียนรู้

2.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1) ความหมายของการคูณ ความหมายของการหาร การหาผลคูณ การหาผลหารและเศษ และ
ความสัมพนั ธ์ของการคูณและการหาร
2) การแก้โจทยป์ ัญหาและการสรา้ งโจทย์ปญั หาพร้อมทั้งหาคำตอบ

2.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถน่ิ
(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การบวกจำนวนเดยี วกนั หลาย ๆ จำนวน สามารถเขียนแสดงไดด้ ้วยการคณู
การหาผลคณู

จากภาพมีกระถางอยู่ 2 ใบ มดี อกไม้อยู่ในกระถาง กระถางละ 3 ดอก มีดอกไม้ทงั้ หมด
6 ดอก

เขียนในรปู การคูณจะได้ 2×3 = 6 อ่านว่า สองคณู สาม เทา่ กับ หก
เรยี กเลข 2 ซึง่ เป็นจำนวนกลุ่มของกระถางวา่ ตัวคูณ
เรียกเลข 3 ซึง่ เปน็ จำนวนของดอกไม้ในแต่ละกระถางวา่ ตัวตัง้
เรียกเลข 6 ซง่ึ เป็นจำนวนของดอกไมท้ ั้งหมดว่า ผลคูณ

1

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 8 การคูณจำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0

การสลับท่ีของการคูณ การคูณจำนวนสองจำนวนเม่อื สลับทีก่ นั ผลคูณยังคงเท่ากัน
การคูณจำนวนทม่ี หี น่ึงหลักกบั 10 20 30 … 90 ผลคูณของจำนวนใดกต็ ามกบั 10 20 30 … 90
จะหาไดจ้ ากการนำจำนวนนน้ั คูณกบั 1 2 3 … 9 แลว้ เติม 0 ต่อท้าย ตามลำดับ เชน่ 2×10 = 20
การคูณมีวิธีการคณู ตามแนวตั้ง (ไมม่ ที ด) และการคณู ตามแนวตง้ั (มีทด)
ขั้นตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหาการคณู มีดงั นี้

1) การวิเคราะหโ์ จทย์ปัญหา
2) การวางแผนแกโ้ จทย์ปญั หา
3) การแก้ปัญหา
4) การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ
การสรา้ งโจทยป์ ญั หาการคูณ
1) พิจารณาสิง่ ท่โี จทย์กำหนด
2) กำหนดคำสำคัญ เชน่ ครง้ั ละเท่าๆกนั อนั ละเทา่ ๆกัน
3) สร้างโจทย์ปัญหาการคูณ

4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ
1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ใฝเ่ รียนรู้
2. ความสามารถในการคิด 3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน

1) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
2) ทกั ษะการให้เหตผุ ล
3) ทักษะกระบวนการคดิ สร้างสรรค์
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

-

2

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 8 การคูณจำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0

6. การวัดและการประเมนิ ผล

รายการวัด วิธกี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมิน

7.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น

- แบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบกอ่ นเรียน - ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 กอ่ นเรยี น หน่วยการ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 8
การคณู จำนวนไมเ่ กนิ เรยี นรทู้ ่ี 8 การคณู การคณู จำนวนไมเ่ กิน
1,000 และ 0 จำนวนไมเ่ กิน 1,000 1,000 และ 0
และ 0

7.2 ประเมนิ ระหว่าง

การจัดกิจกรรม

การเรียนรู้

1) ความหมายของ - ตรวจใบงานที่ 8.1.1 - ใบงานท่ี 8.1.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- สมดุ ประจำตัว - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การคูณ - ตรวจสมุดประจำตัว - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ใบงานท่ี 8.2.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหดั - สมุดประจำตวั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) การคูณจำนวนที่มี - ตรวจใบงานที่ 8.2.1
- ใบงานท่ี 8.3.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
หนงึ่ หลักกบั จำนวน - ตรวจสมุดประจำตัว - สมดุ ประจำตวั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทีม่ ีหน่งึ หลกั - ตรวจแบบฝกึ หัด
- ใบงานที่ 8.4.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
3) การคูณจำนวนท่มี ี - ตรวจใบงานที่ 8.3.1 - สมดุ ประจำตวั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
หนง่ึ หลกั กับจำนวน - ตรวจสมุดประจำตวั
- ใบงานท่ี 8.5.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ที่มสี องหลกั - ตรวจแบบฝกึ หัด - สมุดประจำตวั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
4) โจทยป์ ัญหาการคูณ - ตรวจใบงานท่ี 8.4.1
- แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
- ตรวจสมุดประจำตัว การทำงานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์

- ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
5) การสรา้ งโจทย์ - ตรวจใบงานที่ 8.5.1

ปัญหาการคูณ - ตรวจสมุดประจำตัว

- ตรวจแบบฝกึ หัด

6) พฤตกิ รรมการทำงาน - สังเกตพฤตกิ รรม

รายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล

7) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม

กลุ่ม การทำงานกลมุ่

3

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 8 การคณู จำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0

รายการวัด วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
- แบบประเมนิ - ระดบั คณุ ภาพ 2
8) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมวี นิ ัย คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์
อนั พึงประสงค์ รบั ผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้

และมงุ่ ม่นั ในการ

ทำงาน

7.3 การประเมนิ หลังเรียน

- แบบทดสอบหลังเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรียน - ประเมินตามสภาพจรงิ
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 8
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 8 หลังเรียน หน่วยการ การคูณจำนวนไม่เกิน
1,000 และ 0
การคูณจำนวนไมเ่ กนิ เรียนรทู้ ่ี 8 การคูณ

1,000 และ 0 จำนวนไมเ่ กนิ 1,000

และ 0

7. กิจกรรมการเรียนรู้

● แผนฯ ท่ี 1 : ความหมายของการคณู เวลา 4 ช่วั โมง

แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : กระบวนการกลมุ่ สมั พันธ์

● แผนฯ ท่ี 2 : การคูณจำนวนทีม่ ีหนึ่งหลักกับจำนวนที่มหี นึ่งหลัก เวลา 4 ชว่ั โมง

แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

● แผนฯ ที่ 3 : การคูณจำนวนทีม่ ีหนงึ่ หลกั กบั จำนวนทมี่ สี องหลกั เวลา 4 ชั่วโมง

แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

● แผนฯ ที่ 4 : โจทย์ปัญหาการคูณ เวลา 4 ชัว่ โมง

แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : แบบอปุ นัย (Induction Method)

● แผนฯ ท่ี 5 : การสร้างโจทยป์ ญั หาการคณู เวลา 4 ชว่ั โมง

แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : แบบกระบวนการปฏิบตั ิ

(รวมเวลา 20 ชั่วโมง)

4

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 8 การคณู จำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0

8. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน คณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 8 การคณู จำนวนไมเ่ กิน
1,000 และ 0
2) หนังสือแบบฝกึ หดั รายวิชาพ้นื ฐาน คณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 8 การคูณจำนวนไม่
เกิน 1,000 และ 0
3) ใบงานท่ี 8.1.1 เรื่อง ความหมายของการคณู
4) ใบงานท่ี 8.2.1 เรือ่ ง การคณู จำนวนที่มหี น่งึ หลักกับจำนวนท่มี ีหนง่ึ หลัก
5) ใบงานที่ 8.3.1 เรื่อง การคูณจำนวนที่มีหน่ึงหลักกบั จำนวนที่มสี องหลัก
6) ใบงานที่ 8.4.1 เรื่อง โจทยป์ ัญหาการคูณ
7) ใบงานท่ี 8.5.1 เรือ่ ง การสรา้ งโจทย์ปญั หาการคณู
8) บตั รภาพ
9) บัตรภาพหวั ใจ
10) บตั รภาพเส้นแสดงจำนวน
11) หลอด
12) เกมล้วงไห
13) เกมบงิ โกการคณู
14) เกมจบั เบอร์
15) สมดุ ประจำตวั

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
-

5

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 8 การคณู จำนวนไมเ่ กิน 1,000 และ 0

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 8

คำชแี้ จง : ให้นกั เรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. จากรปู มีค่าตรงกับข้อใด 6. 6 × 5 มคี วามหมายตามข้อใด

ก. 30

ข. 5 + 5 + 5 + 5 + 5 + 5

ก. 3 + 3 ข. 3 + 3 + 3 ค. 6 + 6 + 6 + 6 + 6

ค. 2 + 2 + 2 ง. 2 + 3 ง. 11
7. 4 × 25 =
2. 3 + 3 + 3 + 3 ตรงกับภาพใด ผลคูณ คือขอ้ ใด
ก. 100 ข. 120
ก.

ค. 25 + 25 + 25 +25 ง. 80
ข. 8. 67 × 0 = ผลคูณ คือขอ้ ใด

ก. 67 ข. 670
ค. ค. 0 + 0 + 0 + 0 + 0 ง. 0

9. 9 × 66 = ผลคูณ คอื ข้อใด

ง. ก. 504 ข. 494

3. 7 × 3 = 21 เลข 3 คืออะไร ค. 594 ง. 604

ก. ผลคูณ ข. ตัวคูณ 10. จำนวนใดอยใู่ น
ค. ตัวตั้ง ง. ไมม่ คี ำตอบ 46
4. รปู ใดแสดง 2 × 3 ×
ก. 3

ข. 8
ก. 5 ข. 6

ค. ค. 10 ง. 13
11. ประโยคสญั ลักษณ์ขอ้ ใดได้ผลคูณเท่ากบั 84

ง. ข. 1 × 1 = 2 × 2 ก. 7 × 12 = ?
5. ข้อใดถูกต้อง ง. 9 × 0 = 9 ข. 30 + 54 = ?
ค. 8 × 10 = ?
ก. 5 × 4 = 5 × 5 ง. 84 × 0 = ?
ค. 3 × 15 = 15 × 3

6

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 8 การคณู จำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0

12. จากเสน้ จำนวนจะไดผ้ ลคณู คอื 17. มีกล่องอยู่ 6 ใบ แต่ละใบมีลกู แก้ว 64 ลูก

อยากทราบวา่ มลี กู แกว้ ก่ีลกู ขอ้ ใดถูกต้อง

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ก. 6 × 64 = 384 ข. 6 × 64 = 385

ก. 1 × 12 = 12 ข. 3 × 4 = 12 ค. 64 × 6 = 375 ง. 64 × 6 = 385

ค. 4 × 3 = 12 ง. 0 × 12 = 12 18. 48 × 4 = 4 × 48 = 192 จากประโยค

13. ขอ้ ใดเรียงลำดับขน้ั ตอนการแกโ้ จทยป์ ญั หา สัญลักษณน์ ้เี รยี กวา่ อะไร

การคูณไดถ้ กู ต้อง ก. การคณู

1. การแก้ปญั หา ข. การสลบั ท่กี ารคณู

2. การตรวจสอบความสมเหตุสมผล ค. การยา้ ยข้าง

3. การวิเคราะหโ์ จทยป์ ญั หา ง. สูตรคูณ

4. การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา 19. 0 × 6 = 6 × 0 = 0 จากประโยคสัญลักษณน์ ี้

ก. 1 2 3 4 ข. 2 3 4 1 ใชส้ มบัตอิ ะไร

ค. 3 4 1 2 ง. 2 1 4 3 ก. สมบัติการสลับที่การคูณ

14. นกซ้อื ปากกามา 6 โหล แต่ละโหลมีปากกา ข. สมบัตกิ ารคูณด้วย 0

12 ดา้ ม นกซอ้ื ปากกามาทงั้ หมดก่ดี ้าม ค. ข้อ ก และ ข้อ ข

ก. 72 ด้าม ข. 12 ดา้ ม ง. ไม่มีข้อถูก

ค. 6 ด้าม ง. 82 ด้าม 20. จงหาเลขโดดท่ีเตมิ ใน ไดค้ ำตอบตาม

15. พ่อใหเ้ งินลกู ผ้หู ญิง 3 คน คนละ 50 บาท แม่ให้ ทีก่ ำหนด

เงนิ ลกู ผูช้ าย 2 คน คนละ 35 บาท อยากทราบ

วา่ พอ่ กับแม่ให้เงนิ ลกู ผ้ชู ายและลูกผ้หู ญงิ ทงั้ หมด ×

กีบ่ าท 5

ก. 85 บาท ข. 220 บาท 365

ค. 250 บาท ง. 150 บาท ก. 73

16. สมพรมมี ังคดุ ลัง แต่ละลงั มีมงั คดุ อยู่ ข. 25

65 ผล สมพรมมี งั คดุ ท้ังหมด 455 ผล ค. 69

อยากทราบวา่ สมพรมีมงั คดุ ก่ลี งั ง. 75

ก. 7 ลัง ข. 8 ลงั

ค. 5 ลงั ง. 9 ลงั

เฉลย

1. ข 2. ข 3. ค 4. ก 5. ค 6. ข 7. ก 8. ง 9. ค 10. ง
11. ก 12. ข 13. ค 14. ก 15. ข 16. ก 17. ก 18. ข 19. ค 20. ก

7

หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การคูณจำนวนไมเ่ กิน 1,000 และ 0

แบบทดสอบหลงั เรยี น

หน่วยการเรียนรู้ที่ 8

คำช้ีแจง : ให้นกั เรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. จากรูปมีค่าตรงกบั ข้อใด 6. 5 × 6 มีความหมายตามข้อใด

ก. 30

ข. 5 + 5 + 5 + 5 + 5 + 5

ก. 3 + 3 ข. 2 + 2 ค. 6 + 6 + 6 + 6 + 6

ค. 3 + 3 + 3 ง. 2 + 3 ง. 11

2. 4 + 4 + 4 ตรงกับภาพใด 7. 5 × 25 = ผลคูณ คอื ขอ้ ใด

ก. ก. 125 ข. 120

ค. 25 + 25 + 25 +25 ง. 80

ข. 8. 5 × 0 = ผลคูณ คอื ขอ้ ใด

ก. 5 ข. 50

ค. ค. 0 + 0 + 0 + 0 + 0 ง. 0

9. 9 × 56 = ผลคูณ คือขอ้ ใด

ง. ก. 502 ข. 404
3. 5 × 6 = 30 เลข 6 คืออะไร ค. 504 ง. 604

ก. ผลคูณ ข. ตวั คูณ 10. จำนวนใดอย่ใู น

ค. ตัวตงั้ ง. ไมม่ ีคำตอบ 36

4. รูปใดแสดง 2 × 3 ×

ก. 3

8
ข. ก. 5 ข. 6

ค. 9 ง. 10
ค. 11. ประโยคสญั ลกั ษณ์ข้อใดได้ผลคณู เทา่ กับ 60

ง. ข. 1 × 1 = 2 × 2 ก. 5 × 12 = ?
5. ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง ง. 9 × 5 = 40 ข. 30 + 30 = ?
ค. 6 × 5 = ?
ก. 5 × 4 = 5 × 5 ง. 60 × 0 = ?
ค. 5 × 7 = 7 × 5

8

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 8 การคณู จำนวนไม่เกิน 1,000 และ 0

12. จากเส้นจำนวนจะได้ผลคณู คอื 17. มีกลอ่ งอยู่ 6 ใบ แตล่ ะใบมีลูกแก้ว 64 ลกู

อยากทราบว่ามีลกู แก้วก่ลี กู ขอ้ ใดถกู ต้อง

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ก. 6 × 64 = 384 ข. 6 × 64 = 385

ก. 1 × 12 = 12 ข. 6 × 2 = 12 ค. 64 × 6 = 375 ง. 64 × 6 = 385

ค. 2 × 6 = 12 ง. 0 × 12 = 12 18. 18 × 4 = 4 × 18 = 72 จากประโยค

13. ขอ้ ใดเรียงลำดับขั้นตอนการแก้โจทยป์ ญั หา สัญลกั ษณ์นี้เรียกว่าอะไร

การคณู ไดถ้ ูกต้อง ก. การคณู

1. การแก้ปญั หา ข. การสลบั ท่ีการคณู

2. การตรวจสอบความสมเหตุสมผล ค. การยา้ ยขา้ ง

3. การวิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา ง. สตู รคูณ

4. การวางแผนแกโ้ จทยป์ ัญหา 19. 0 × 5 = 5 × 0 = 0 จากประโยคสญั ลักษณน์ ี้

ก. 1 2 3 4 ข. 2 3 4 1 ใชส้ มบัตอิ ะไร

ค. 3 4 1 2 ง. 2 1 4 3 ก. สมบัตกิ ารสลับทีก่ ารคูณ

14. นกซอ้ื ปากกามา 5 โหล แต่ละโหลมีปากกา ข. สมบตั กิ ารคูณดว้ ย 0

12 ดา้ ม นกซื้อปากกามาท้งั หมดกี่ดา้ ม ค. ข้อ ก และ ข้อ ข

ก. 60 ด้าม ข. 5 ดา้ ม ง. ไม่มีขอ้ ถกู

ค. 12 ดา้ ม ง. 72 ดา้ ม 20. จงหาเลขโดดทเ่ี ติมใน ได้คำตอบตาม

15. พอ่ ใหเ้ งินลกู ผูห้ ญงิ 3 คน คนละ 40 บาท แม่ให้ ท่ีกำหนด

เงนิ ลกู ผู้ชาย 2 คน คนละ 60 บาท อยากทราบ

ว่าพอ่ กบั แม่ให้เงินลูกผู้ชายและลกู ผ้หู ญงิ ทงั้ หมด ×

กบ่ี าท 5

ก. 100 บาท ข. 240 บาท 375

ค. 150 บาท ง. 350 บาท ก. 73

16. สมพรมีมังคุด ลัง แต่ละลังมีมังคุดอยู่ ข. 25

65 ผล สมพรมมี ังคุดทง้ั หมด 520 ผล ค. 69

อยากทราบว่าสมพรมมี ังคดุ กล่ี ัง ง. 75

ก. 6 ลัง ข. 7 ลงั

ค. 5 ลัง ง. 8 ลงั

เฉลย

1. ข 2. ก 3. ค 4. ก 5. ค 6. ค 7. ก 8. ง 9. ค 10. ง
11. ก 12. ข 13. ค 14. ก 15. ข 16. ง 17. ก 18. ข 19. ค 20. ง

9

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 8 การคณู จำนวนไมเ่ กิน 1,000 และ 0

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน/ผลการทำกจิ กรรม

คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่

ตรงกบั ระดบั คะแนน

ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32

1 เนอื้ หาละเอยี ดชดั เจน  

2 ความถกู ต้องของเนอ้ื หา  

3 ภาษาท่ใี ช้เข้าใจงา่ ย  

4 ประโยชนท์ ่ีไดจ้ ากการนำเสนอ  

5 วธิ ีการนำเสนอผลงาน  

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............./.................../..............

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

14-15 ดมี าก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง

10

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 8 การคณู จำนวนไมเ่ กิน 1,000 และ 0

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล

คำชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งที่

ตรงกบั ระดบั คะแนน

ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32

1 การแสดงความคิดเห็น  

2 การยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อืน่  

3 การทำงานตามหนา้ ที่ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย  

4 ความมนี ำ้ ใจ  

5 การตรงต่อเวลา  

รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............./.................../..............

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

14-15 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ

11

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 การคูณจำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

คำชแ้ี จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ลงในช่องที่

ตรงกบั ระดบั คะแนน

การมี

ลำดับที่ ชอ่ื –สกุล การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมี สว่ นรว่ มใน รวม
ของนักเรยี น ความ ฟงั คนอนื่ ตามทไ่ี ด้รับ น้ำใจ การ 15
คิดเห็น มอบหมาย คะแนน
ปรบั ปรุง
ผลงานกลมุ่

321321321321321

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............./.................../..............
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14-15 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรุง

12

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 8 การคูณจำนวนไม่เกิน 1,000 และ 0

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี

ตรงกับระดับคะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงค์ดา้ น 321

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้

กษัตรยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทสี่ รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่

โรงเรยี น

1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนับถือ ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา

1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ตามที่โรงเรียนจัดขน้ึ

2. ซื่อสัตย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี ูกตอ้ งและเป็นจริง

2.2 ปฏิบตั ใิ นสงิ่ ทถี่ กู ต้อง

3. มีวนิ ัย รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคบั ของครอบครวั

มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจำวนั

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัติได้

4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาให้เหมาะสม

4.3 เชื่อฟงั คำสัง่ สอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง

4.4 ตั้งใจเรียน

5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสิ่งของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด

5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ณุ คา่

5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเก็บออมเงนิ

6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 มคี วามต้ังใจและพยายามในการทำงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย

6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ต่ออปุ สรรคเพื่อให้งานสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ิตสำนกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครูทำงาน

8.2 รจู้ ักการดูแลรักษาทรพั ยส์ มบัตแิ ละสงิ่ แวดล้อมของหอ้ งเรยี นและ

โรงเรียน

รวม

ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ

................/.................../.............

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ
พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบตั ิชัดเจนและบ่อยคร้งั ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั บิ างคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน 51-60 ดีมาก

41-50 ดี

13 30-40 พอใช้

ต่ำกวา่ 30 ปรับปรุง

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 8 การคณู จำนวนไมเ่ กนิ 1,000 และ 0

9. ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผูท้ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงชอื่ .............................................

( .................................)

ตำแหนง่ ……..…........

10. บันทกึ ผลหลงั การสอน

• ด้านความรู้

• ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

• ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

• ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์

• ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบุคคล (ถา้ มี))

• ปญั หา/อปุ สรรค
• แนวทางการแกไ้ ข

14

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 8 การคณู จำนวนไม่เกิน 1,000 และ 0
แผนฯ ท่ี 1 ความหมายของการคูณ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1
ความหมายของการคูณ

เวลา 4 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวดั

1.1 ตัวชี้วดั
ค 1.1 ป.2/5 หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณแ์ สดงการคูณของจำนวน 1 หลักกับ
จำนวนไม่เกิน 2 หลัก

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. บอกความหมายของการคูณได้ (K)
2. เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์ในรปู การบวกและการคูณได้ (P)
3. ต้งั ใจเรียนรแู้ ละแสวงหาความรู้ รบั ผดิ ชอบต่อหน้าทที่ ี่ได้รับมอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น

- ความหมายของการคูณ ความหมายของการหาร พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

การหาผลคณู การหาผลหารและเศษ และ

ความสมั พนั ธข์ องการคูณและการหาร

4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การบวกจำนวนเดียวกนั หลาย ๆ จำนวน สามารถเขยี นแสดงได้ด้วยการคูณ

15

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 8 การคณู จำนวนไมเ่ กนิ 1,000 และ 0
แผนฯ ที่ 1 ความหมายของการคูณ

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวินยั รบั ผดิ ชอบ

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้

1) ทักษะการเช่ือมโยง 3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน

2) ทักษะการให้เหตผุ ล

3) ทกั ษะกระบวนการคดิ สรา้ งสรรค์

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : กระบวนการกลมุ่ สัมพนั ธ์

ช่วั โมงที่ 1

ข้นั นำ

ขั้นท่ี 1 นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 การคณู จำนวนไมเ่ กนิ 1,000 และ 0
2. ครแู จ้งจุดประสงค์การเรยี นรใู้ หน้ กั เรยี นทราบ
3. ครูทบทวนความรู้ โดยให้นักเรียนดูภาพหน้าเตรยี มพรอ้ มก่อนเรยี น ในหนังสือเรยี นรายวชิ า
พื้นฐาน คณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 8 การคณู จำนวนไม่เกิน 1,000 และ 0
และใหน้ กั เรียนเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์การบวกจากภาพ
4. ครถู ามคำถามกับนกั เรียน จากภาพขอ้ 1 หน้าเตรียมพรอ้ มก่อนเรียน ในหนงั สอื เรยี นรายวิชา
พ้ืนฐาน คณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 8 การคูณจำนวนไมเ่ กิน 1,000 และ 0 ว่า
“ประโยคสัญลกั ษณ์ คืออะไร และไดค้ ำตอบเทา่ ไร”
(แนวตอบ : ประโยคสัญลกั ษณค์ ือ 3+3+3 ได้คำตอบคอื 9)
5. ครูอธิบายว่า “นักเรียนทราบหรอื ไม่ว่าประโยคสัญลกั ษณ์การบวกสามารถเขยี นให้อยใู่ นรูปของ
การคณู ได”้

16

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 8 การคณู จำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0
แผนฯ ที่ 1 ความหมายของการคูณ

ข้นั สอน

ขนั้ ท่ี 2 จัดการเรียนรู้
1. ครูใหน้ ักเรียนดูบัตรภาพหัวใจ จากนน้ั เขียนโจทย์บนกระดาน ดงั นี้
 มีหัวใจ 4 คู่ คู่ละ 2 ดวง จะมีหวั ใจท้งั หมดก่ีดวง

2. ครูให้นกั เรยี นช่วยกันบอกประโยคสัญลกั ษณ์
(แนวตอบ : 2+2+2+2 = 8)

3. ครูอธบิ ายเพิม่ เติมว่า “การบวกจำนวนเดยี วกนั หลาย ๆ จำนวน สามารถเขียนแสดงในรูป
การคูณได้ ดงั นี้ 2+2+2+2 = 4 × 2 โดย 4 หมายถึง จำนวนกล่มุ , × เปน็ สัญลักษณ์การคูณ,
2 หมายถงึ จำนวนหวั ใจในแต่ละกลุ่ม”

4. ครสู มุ่ นกั เรียนหญงิ 6 คน และแบ่งใหย้ นื กลุม่ ละ 3 คน โดยครใู ห้นักเรยี นบอกประโยค
สญั ลักษณ์การบวก และเขียนในรปู การคูณ
(แนวตอบ : สญั ลักษณก์ ารบวก คือ 3+3 และเขียนในรปู การคณู คอื 3 × 2)

5. ครสู ุ่มนักเรียนชาย 2 คน โดยยนื เพิม่ กบั นักเรยี นหญงิ กลุ่มใดกลุม่ หนึ่ง จากนั้นสุ่มนกั เรียน
ออกมาเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์
(แนวตอบ : 3+3+2)

6. ครูถามคำถามกบั นกั เรียนวา่ “เราสามารถเขียนประโยคสัญลกั ษณ์ในรูปการคูณได้หรอื ไม่
จะเหน็ วา่ เราไม่สามารถเขียนประโยคสัญลกั ษณก์ ารบวกนี้ให้อยใู่ นรูปการคูณได้ เพราะอะไร”
(แนวตอบ : ไม่ได้ เพราะไม่ใช่จำนวนเดยี วกัน)

7. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมว่า “ความหมายของการคูณ คือ การบวกจำนวนเดยี วกันหลาย ๆ จำนวน
สามารถเขียนแสดงได้ดว้ ยการคณู แตป่ ระโยคสัญลกั ษณ์ท่เี พ่ือนออกมาเขียนบนกระดานน้ันไม่
สามารถเขยี นในรปู การคูณได้ เพราะมันไม่ใชจ่ ำนวนเดยี วกนั 3+3 เขยี นในรปู การคูณ คือ
3 × 1 ส่วน 3+3+2 ไมส่ ามารถเขยี นในรูปการคูณได้”

8. นักเรยี นจับคู่กบั เพือ่ นโดยแตล่ ะคู่ศึกษาความหมายของการคณู ในหนงั สอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐาน
คณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 การคณู จำนวนไมเ่ กิน 1,000 และ 0
จากนน้ั ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนความรู้กับคูข่ องตน

9. ครใู หน้ กั เรียนทำกิจกรรมฝึกทักษะ ขอ้ 1 และ ขอ้ 2 ในหนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน
คณติ ศาสตร์ ป. 2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 8 การคูณจำนวนไมเ่ กนิ 1,000 และ 0
ลงในสมดุ ประจำตัว เป็นการบา้ นแล้วสง่ ในชว่ั โมงถัดไป
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล)

17

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 8 การคณู จำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0
แผนฯ ท่ี 1 ความหมายของการคูณ

ชั่วโมงที่ 2

ขน้ั ที่ 2 จัดการเรียนรู้
10. ครูสุ่มนกั เรยี นออกมาเฉลยกิจกรรมฝกึ ทกั ษะข้อ 1 และ ขอ้ 2
11. ครทู บทวนความรู้เรื่อง ความหมายของการคูณ โดยใช้บตั รภาพเส้นแสดงจำนวน และอธบิ าย
เพิ่มเตมิ เก่ียวกบั การเขียนผลคูณบนเส้นจำนวน ในหนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน คณติ ศาสตร์
ป.2 เลม่ 2 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 8 การคูณจำนวนไมเ่ กิน 1,000 และ 0 โดยเขยี นเสน้ แสดง
จำนวนแสดงผลคูณ 6×2 ได้ ดงั นี้

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12

12. ครอู ธิบายว่า “จากเสน้ จำนวนจะเหน็ วา่ จำนวนจะเพมิ่ ข้ึนทลี ะ 2 เท่า ๆ กนั ท้ังหมด 6 ครัง้ ”
13. นกั เรยี นจบั คู่กบั เพ่อื น (คเู่ ดิม) จากชั่วโมงทผ่ี ่านมา โดยแต่ละคู่ศกึ ษาตัวอยา่ งที่ 1 และตวั อยา่ ง

ที่ 2 ในหนงั สือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน คณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 8 การคณู
จำนวนไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 จากนัน้ ใหน้ กั เรยี นแลกเปล่ียนความรกู้ ับคู่ของตน
14. นักเรยี นแต่ละคู่ทำกจิ กรรมพัฒนาความรู้ ในหนังสอื เรยี นรายวชิ าพืน้ ฐาน คณิตศาสตร์ ป.2
เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 8 การคูณจำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0
15. ครูใหน้ กั เรยี นทำกจิ กรรมฝึกทกั ษะ ขอ้ 3 ในหนงั สือเรียนรายวชิ าพื้นฐาน คณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่
2 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 8 การคณู จำนวนไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 ลงในสมุดประจำตัว เป็นการบ้าน
แล้วส่งในช่ัวโมงถดั ไป
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ )

ชวั่ โมงที่ 3

ขนั้ ท่ี 2 จดั การเรยี นรู้
16. ครูทบทวนความร้เู รอื่ ง ความหมายของการคูณ จากน้ันจะรว่ มกนั เฉลยคำตอบกิจกรรมฝึก
ทกั ษะ ข้อ 3 โดยครสู ุม่ ตวั แทนนักเรยี นออกมาเฉลยคำตอบบนกระดาน แล้วครอู ธบิ ายคำตอบ
อยา่ งละเอยี ดอีกคร้ัง
17. นกั เรียนจบั คกู่ บั เพือ่ น (คเู่ ดมิ ) จากช่ัวโมงท่ีผ่านมา ทำกจิ กรรมเพอื่ นช่วยเพ่ือน ในหนังสือเรยี น
รายวชิ าพืน้ ฐาน คณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 8 การคณู จำนวนไมเ่ กิน 1,000
และ 0 ลงในสมุดประจำตัว จากนน้ั ครูอธบิ ายรายละเอียดใหน้ กั เรยี นฟัง
18. นักเรยี นเล่นเกมล้วงไห โดยมีคำถามอยู่ในไห แถวไหนเขยี นคำตอบจากคำถามได้มากท่สี ุดจะ
เป็นฝ่ายชนะ

18

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 8 การคูณจำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0
แผนฯ ที่ 1 ความหมายของการคูณ

19. ครูและนกั เรียนร่วมกันเฉลยคำตอบจากคำถามในเกมล้วงไห
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ )

ชั่วโมงที่ 4

ขั้นที่ 2 จดั การเรียนรู้
20. ครูทบทวนความร้เู ดิมโดยการถามตอบนกั เรียนเก่ยี วกับความหมายของการคูณ
21. นักเรยี นทำใบงานที่ 8.1.1 เรอ่ื ง ความหมายการคณู จากนนั้ ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลย
คำตอบ
22. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัด เร่ือง ความหมายของการคูณ ในหนงั สือแบบฝึกหัดรายวชิ า
พืน้ ฐาน คณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 8 การคูณจำนวนไม่เกิน 1,000 และ 0
เป็นการบ้านแล้วส่งในช่วั โมงถดั ไป
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ขนั้ สรปุ

ขนั้ ท่ี 3 สรุปและนำหลกั การไปประยกุ ตใ์ ช้
1. ครถู ามถามคำถามเพื่อสรปุ ความรู้ของนักเรยี น ดงั น้ี
 ความหมายของการคูณคอื อะไร
(แนวตอบ : การบวกจำนวนเดียวกนั หลาย ๆ จำนวน สามารถเขยี นแสดงได้ดว้
การคูณ)
 นักเรยี นยกตัวอยา่ งการคูณ ถ้ามรี องเท้า 5 คู่ คู่ละ 2 ขา้ ง เขียนในรูปการคูณได้วา่
อย่างไร
(แนวตอบ : 5 × 2)
 ประโยชน์ของการคูณ
(แนวตอบ : การคูณสามารถช่วยลดระยะเวลาในการบวกจำนวนเดียวกันหลาย ๆ
จำนวนได้)
2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรูเ้ ก่ยี วกับความหมายของการคณู ไดว้ ่า “การบวกจำนวนเดียวกัน
หลายๆ จำนวน สามารถเขียนในรปู การคณู ได้”
3. นกั เรยี นตอบคำถามจากกรอบความรูท้ ีไ่ ด้ ในหนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน คณิตศาสตร์ ป.2
เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 8 การคูณจำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0 ลงในสมุดประจำตวั
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล)

19

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 8 การคูณจำนวนไม่เกนิ 1,000 และ 0
แผนฯ ท่ี 1 ความหมายของการคูณ

7. การวัดและประเมนิ ผล

รายการวดั วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน

7.1 การประเมนิ กอ่ นเรียน

- แบบทดสอบก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ประเมินตามสภาพจริง
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 8
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 8 กอ่ นเรียน หน่วยการ การคณู จำนวนไมเ่ กิน
1,000 และ 0
การคูณจำนวนไมเ่ กนิ เรยี นรู้ท่ี 8 การคูณ

1,000 และ 0 จำนวนไมเ่ กิน 1,000

และ 0

7.2 ประเมินระหว่าง

การจดั กิจกรรม

การเรียนรู้

1) ความหมายของ - ตรวจใบงานที่ 8.1.1 - ใบงานที่ 8.1.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- สมดุ ประจำตวั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การคณู - ตรวจสมุดประจำตวั - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจแบบฝึกหดั การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์

2) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
การทำงานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล
- แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2
3) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์
อันพงึ ประสงค์
กลุ่ม การทำงานกล่มุ

4) คณุ ลักษณะ - สงั เกตความมวี ินยั

อนั พงึ ประสงค์ รับผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้

และมุ่งม่ันในการ

ทำงาน

20

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 8 การคณู จำนวนไมเ่ กนิ 1,000 และ 0
แผนฯ ท่ี 1 ความหมายของการคณู

8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้

8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน คณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 8 การคณู จำนวนไมเ่ กิน
1,000 และ 0
2) หนงั สือแบบฝึกหดั รายวชิ าพ้นื ฐาน คณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 8 การคณู จำนวนไม่
เกิน 1,000 และ 0
3) ใบงานท่ี 8.1.1 เรอื่ ง ความหมายของการคูณ
4) เกมล้วงไห
5) บัตรภาพหัวใจ
6) บตั รภาพเส้นแสดงจำนวน
7) สมุดประจำตวั

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

-

21


Click to View FlipBook Version