The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
จัดทำโดย
นายธนกิจ ฤทธิ์ศรี รหัสนิสิต 60010514007
นางสาวสุชาดา พะกะยะ รหัสนิสิต 60010514021
นางสาวศิริวรรณ โพหะมาตร รหัสนิสิต 60010514065
สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

อาจารย์ประจำรายวิชา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วงษ์สะพาน

รายวิชา 056 0303 การออกแบบและพัฒนาหลักสูตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanakit ritsri, 2020-03-24 12:21:56

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
จัดทำโดย
นายธนกิจ ฤทธิ์ศรี รหัสนิสิต 60010514007
นางสาวสุชาดา พะกะยะ รหัสนิสิต 60010514021
นางสาวศิริวรรณ โพหะมาตร รหัสนิสิต 60010514065
สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

อาจารย์ประจำรายวิชา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วงษ์สะพาน

รายวิชา 056 0303 การออกแบบและพัฒนาหลักสูตร

Keywords: การออกแบบและพัฒนาหลักสูตร

43
เฉลยแบบทดสอบกอ นเรียน

1 ข 7 ก 13 ก
2 ง 8 ง 14 ง
3 ง 9 ข 15 ก
4 ง 10 ก
5 ง 11 ค
6 ก 12 ข
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
1 ค 7 ค 13 ก
2 ง 8 ข 14 ค
3 ข 9 ง 15 ง
4 ข 10 ง
5 ง 11 ค
6 ง 12 ง

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

44

หนว ยการเรียนรทู ี่ 5 ชวี ติ ชาวนา

กลมุ สาระการเรียนรูวิชาภาษาไทย ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที่ 4
รหสั วชิ า ท 14101 จำนวน 8 ช่ัวโมง

*****************************************************************************************************************

1. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1. อธิบายความหมายของการอาน และหลกั การอา นไดถูกตอ ง
2. สามารถอา นออกเสียงบทรอยแกว ไดถ กู ตอง
3. สามารถจบั ใจความสำคญั จากการฟง และตอบคำถามได
4. สามารถเขียนสรุปขอคดิ จากการฟงเรื่องที่กำหนดได
5. สามารถบอกความหมาย และสวนประกอบของประโยคได
6. สามารถจำแนกประโยคได
7. สามารถแตง ประโยคพื้นฐานได
8. เห็นประโยชนข องการแยกประโยคจากกลมุ คำ และสามารถนำความรูไปประยกุ ตใ ชใน

ชีวติ ประจำวนั
9. รูและเขาใจหลักการเขียนเรื่องตามจินตนาการ
10. บอกขอ คดิ จากเร่ืองความพอเพียงของชาวนา
11. สามารถเขยี นเรือ่ งตามจินตนาการ ตามแนวคิด ชาวนาในอุดมคตขิ องฉนั
12. เห็นความสำคญั ของขอ คดิ ทไ่ี ดจ ากเร่อื งท่ีอา น และมสี ว นรวมในการทำกจิ กรรม

2. มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ

แกปญ หาในการดำเนนิ ชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอา น
มาตรฐานการเรียนรู ท 2.1 ใชกระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียน

เร่อื งราวในรูปแบบตา ง ๆ เขยี นรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐานการเรียนรู ท 3.1 สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู

ความคดิ ความรสู กึ ในโอกาสตาง ๆ อยา งมีวจิ ารณญาณ และสรา งสรรค
มาตรฐานการเรียนรู ท 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง

ของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไวเปนสมบัติของชาติ
มาตรฐานการเรียนรู ท 5.1 เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทย

อยา งเหน็ คณุ คา และนำมาประยกุ ตใ ชในชวี ติ จริง

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

45

3. เนอ้ื หาสาระ หนวยการเรยี นรู เรอ่ื ง “ชวี ติ ชาวนา”
1. การอา นออกเสยี งและการอา นบทสรภญั ญะแบบปกติ
2. การฟงและการดกู ลอนลำ เรอื่ ง ชีวติ ชาวนา
3. ความหมายและสวนประกอบของประโยค
4. การเขยี นตามจนิ ตนาการ

4. แนวการจัดการเรียนรู
1. จัดกจิ กรรมกระตุนสมองโดยใชรปู แบบที่หลากหลาย การทำทา ทางตาง ๆ การดูบัตรภาพ

แผนภาพ การฟง การพูดแสดงความคิดเห็น
2. การฝกอา นบทอานรอยแกวโดยใชภาษาทอ งถ่ินตา ง ๆ
3. การจบั ใจความสำคญั จากบทอา น วดี ทิ ศั น รวมถงึ สื่ออื่น ๆ
4. พูดแสดงความคดิ สรปุ ขอ คิดเห็นเก่ยี วกับเรื่องที่ฟง และดู
5. เขยี นตามจนิ ตนาการเชงิ สรา งสรรคเกย่ี วกับเรื่องกำหนด

5. ผลงาน/การปฏบิ ัติ
1. ผลงานการสรุปจบั ใจความจากฟง เร่ือง ชวี ิตชาวนา
2. ใบงานการแยกสวนของประโยค
3. ผลไมห รรษานำพาประโยค
4. ใบงานการเขียนตามจนิ ตนาการ ตามแนวคิดในเรือ่ ง ชาวนาในอดุ มคติของฉัน

6. การวดั ประเมนิ ผลและแนวการตดั สนิ
1. การทำแบบทดสอบ
2. การสังเกตพฤตกิ รรมตาง ๆ เชน การเขา รว มกิจกรรมในชัน้ เรียน การทำกจิ กรรมกลมุ

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค และสมรรถนะของผูเรียน มารยาทตา ง ๆ ในการเรยี น
4. การทำแบบทดสอบหลงั เรยี น เร่ือง การพูดรายงาน
5. การประเมนิ ผลงานที่ครูกำหนด

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

46

แบบทดสอบกอนเรยี น
หนวยการเรียนรูที่ 5 “ชีวิตชาวนา”

คำช้ีแจง : ใหนกั เรยี นทำเคร่ืองหมาย X (กากบาท) ลงบนกระดาษคำตอบ โดยเลอื กตวั เลอื กท่ี
ถกู ตอ งท่ีสุด
1. การอานหนังสอื ในหอ งสมดุ ส่ิงใดไมควรทำ

ก. อา นอยา งมสี มาธิ
ข. อานในใจ
ค. อา นแลว เก็บเขาทเ่ี ดิม
ง. พับหนา กระดาษไวเ พอ่ื อานตอ
2. มารยาททดี่ ใี นการอานหนงั สือ คอื ขอใด
ก. ไมส ง เสยี งดงั รบกวนผอู ่ืน
ข. ชวนเพอ่ื นคยุ
ค. เลน กนั เสียงดงั
ง. แยงกันอาน
3. การอานหนงั สอื ใหส ามารถจดจำเน้ือหาไดตอ งอานอยางไร
ก. อา นออกเสียง
ข. อานในใจ
ค. อา นเสียงดงั ชดั เจน
ง. อานในใจอยา งมีสมาธิ
4. ขอ ใดไมใชป ระโยชนข องการสรุปความจากการฟง และการดู
ก. เพอ่ื ความเพลิดเพลนิ
ข. เพ่อื การนำไปใช
ค. เพ่อื ความจรรโลงใจ
ง. เพือ่ แสดงทัศนะและสนับสนนุ
5. หลกั การฟง และการดทู ด่ี ตี องมลี กั ษณะอยา งไร
ก. ฟงและดเู ฉพาะสวนทส่ี ำคญั เทา น้นั
ข. คิดฟุงซานในเรอื่ งอื่น ๆ ไปพรอมกับเรอื่ งนั้น ๆ
ค. มแี คสตปิ ญญาก็สามารถไดร ับประโยชนไ ด
ง. ตัง้ ใจฟง จดจอ อยูก บั เรอ่ื งทฟี่ ง หรือดู

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

47

6. ส่อื มวลชนทกี่ ำลงั ไดรับความนิยมกนั ในปจจุบัน เปน สื่อชนดิ ใด
ก. สอ่ื จากวทิ ยุ
ข. สอื่ จากโทรทัศน
ค. ส่อื จากซีดี
ง. สื่อจากอินเทอรเนต็

7. ประโยคพน้ื ฐานสามารถจำแนกไดกส่ี วน
ก. 1 สว น ไดแ ก ภาคประธาน
ข. 2 สว น ไดแ ก ภาคประธาน และภาคแสดง
ค. 3 สว น ไดแก ภาคประธาน ภาคแสดง และกรรม
ง. 4 สว น ไดแ ก ภาคประธาน ภาคขยายประธาน ภาคแสดง และกรรม

8. ขอใดเปนประโยค 2 สว นทั้งหมด
ก. หมูเดนิ ชา เตาคลาน ดอกไมก ำลังบาน
ข. ฉันซอื้ อาหาร นอ ยไปตลาด แดงเลี้ยงไก
ค. โตงนอนหลับ พิมลา งรถ ฝนตก
ง. นอ งรอ งไห แมท อดปลา ฉนั กระโดด

9. “แมข องฉนั ถกั ผาพันคอ” จากประโยคขางตน คำไหนเปนภาคประธานและคำไหนเปน ภาคแสดง
ก. ภาคประธาน=แมข องฉัน, ภาคแสดง=ถัก
ข. ภาคประธาน=ถัก, ภาคแสดง=แมของฉนั
ค. ภาคประธาน=ผา พนั คอ, ภาคแสดง=แม
ง. ภาคประธาน=ถกั , ภาคแสดง=ผาพันคอ

10. ขอ ใดไมใชป ระโยค
ก. นกบนิ
ข. แจกนั แตก
ค. มาว่งิ
ง. แสนเพลิดเพลินใจ

11. ขอ ใดคอื ข้ันตอนแรกของการฝกเขียนตามจินตนาการ
ก. การสรุปแนวคดิ
ข. การเรยี บเรยี งความคิด
ค. การกำหนดเร่ืองของผูเขยี น
ง. การกำหนดรูปแบบการเขยี น

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

48

12. ขอ ใดเขยี นตามจนิ ตนาการจากกลุมคำท่กี ำหนดใหไดเหมาะสม
ฉัน ทะเล พอ

ก. พอพาฉันไปเท่ียวทะเลในยามเชา ชา งสวยงามจริง ๆ
ข. ทะเลไมเคยหลับใหล เปรียบกับหวั ใจท่ไี มเคยหยดุ เตน
ค. โอทะเลแสนงาม ฟาสคี รามสดใส
ง. ฉนั รกั พอมากเพราะพอ ชอบพาฉนั ไปเที่ยวทะเล
13. ขอ ใดขาดไมไดในการเขยี นตามจินตนาการจากเสยี งเพลง
ก. ฟงเสียงเพลง
ข. เคร่อื งดนตรี
ค. คาราโอเกะ
ง. หนาจอโทรทศั น
14. เมอ่ื เขยี นนิทานเสรจ็ แลว ขน้ั สดุ ทายคอื ขอ ใด
ก. อา นทวบทวนแกไขสำนวน
ข. วางโครงเรอ่ื ง
ค. เขียนเร่อื ง
ง. เขยี นจุดประสงคการเขียนนทิ าน
15. “ภเู ขาเปนแหลง ตนนำ้ ลำธาร ทำใหสตั วปา อาศัยอยอู ยางมีความสขุ ตน ไมใหญท ำใหรูสกึ รม
รื่นเย็นสบาย กอหญาทขี่ ึ้นอยทู ัว่ ไป ทำใหด ินชุมชน้ื นกสองตัวเกาะอยบู นก่งิ ไม โดไมรูสกุ วา ถกู
ลอบทำราย เด็กคนหนึง่ กำลังใชห นังสตก๊ิ ยิงนกสองตัวดว ยใจท่ีโหดราย ทองฟา เตม็ ไปดว ยกอ นเมฆ
ดเู หมือนวาฝนกำลงั จะตก นกตางพากนั บินกลบั รงั เพ่อื พกั ผอ นและหลบั นอน” ควรต้ังชื่อเรอ่ื งตรง
กับขอใด
ก. ภูเขากบั ลำธาร
ข. ชีวิตและธรรมชาติ
ค. เดก็ ยงิ นกไดส องตัว
ง. กลบั รังแลวหลับนอน

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551

49

แบบทดสอบหลงั เรยี น
หนวยการเรียนรูท่ี 5 “ชวี ิตชาวนา”

คำชี้แจง : ใหนักเรียนทำเครื่องหมาย X (กากบาท) ลงบนกระดาษคำตอบ โดยเลือกตัวเลือก
ที่ถูกตอ งท่ีสดุ
1. การอา นหนงั สอื ในหอ งสมดุ สิ่งใดไมควรทำ

ก. พบั หนา กระดาษไวเ พอ่ื อา นตอ
ข. อา นในใจ
ค. อา นแลวเกบ็ เขาทเี่ ดมิ
ง. อา นอยา งมสี มาธิ
2. มารยาททดี่ ีในการอา นหนังสอื คือขอใด
ก. ชวนเพอื่ นคยุ
ข. ไมส ง เสยี งดังรบกวนผูอ นื่
ค. เลนกนั เสยี งดงั
ง. แยง กนั อา น
3. การอานหนังสอื ใหส ามารถจดจำเนอ้ื หาไดต องอานอยางไร
ก. อา นในใจอยางมีสมาธิ
ข. อา นในใจ
ค. อา นเสยี งดงั ชัดเจน
ง. อา นออกเสยี ง
4. ขอ ใดไมใ ชป ระโยชนข องการสรุปความจากการฟง และการดู
ก. เพือ่ แสดงทัศนะและสนับสนุน
ข. เพ่อื การนำไปใช
ค. เพื่อความจรรโลงใจ
ง. เพื่อความเพลดิ เพลนิ
5. หลกั การฟง และการดทู ี่ดีตอ งมีลักษณะอยา งไร
ก. ตง้ั ใจฟง จดจอ อยูกับเรื่องทฟี่ งหรอื ดู
ข. คิดฟงุ ซานในเรอื่ งอ่นื ๆ ไปพรอมกับเรอ่ื งน้ัน ๆ
ค. มีแคสติปญญากส็ ามารถไดร ับประโยชนไ ด
ง. ฟงและดเู ฉพาะสวนที่สำคญั เทา นนั้

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

50

6. ส่ือมวลชนทกี่ ำลงั ไดรบั ความนิยมกันในปจ จบุ นั เปน สื่อชนดิ ใด
ก. ส่ือจากอนิ เทอรเน็ต
ข. สอ่ื จากโทรทัศน
ค. ส่อื จากซดี ี
ง. สื่อจากวทิ ยุ

7. ประโยคพนื้ ฐานสามารถจำแนกไดกส่ี ว น
ก. 1 สว น ไดแก ภาคประธาน
ข. 3 สวน ไดแ ก ภาคประธาน ภาคแสดง และกรรม
ค. 2 สว น ไดแก ภาคประธาน และภาคแสดง
ง. 4 สวน ไดแ ก ภาคประธาน ภาคขยายประธาน ภาคแสดง และกรรม

8. ขอ ใดเปนประโยค 2 สว นทั้งหมด
ก. ฉันซอ้ื อาหาร นอ ยไปตลาด แดงเล้ียงไก
ข. หมูเดนิ ชา เตา คลาน ดอกไมกำลงั บาน
ค. โตง นอนหลับ พมิ ลางรถ ฝนตก
ง. นอ งรอ งไห แมท อดปลา ฉนั กระโดด

9. “แมข องฉนั ถักผาพนั คอ” จากประโยคขา งตน คำไหนเปน ภาคประธานและคำไหนเปนภาคแสดง
ก. ภาคประธาน=ถกั , ภาคแสดง=แมของฉนั
ข. ภาคประธาน=แมของฉัน, ภาคแสดง=ถกั
ค. ภาคประธาน=ผาพันคอ, ภาคแสดง=แม
ง. ภาคประธาน=ถกั , ภาคแสดง=ผา พันคอ

10. ขอใดไมใ ชป ระโยค
ก. แสนเพลดิ เพลินใจ
ข. แจกนั แตก
ค. มา วิง่
ง. นกบนิ

11. ขอใดคือขัน้ ตอนแรกของการฝกเขยี นตามจนิ ตนาการ
ก. การสรุปแนวคดิ
ข. การเรยี บเรยี งความคดิ
ค. การกำหนดรูปแบบการเขียน
ง. การกำหนดเร่ืองของผูเขยี น

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

51

12. ขอ ใดเขยี นตามจินตนาการจากกลมุ คำท่กี ำหนดใหไดเ หมาะสม
ฉนั ทะเล พอ

ก. ทะเลไมเ คยหลับใหล เปรียบกบั หวั ใจทไ่ี มเ คยหยดุ เตน
ข. พอ พาฉนั ไปเท่ียวทะเลในยามเชา ชา งสวยงามจริง ๆ
ค. โอทะเลแสนงาม ฟาสีครามสดใส
ง. ฉันรกั พอมากเพราะพอ ชอบพาฉันไปเที่ยวทะเล
13. ขอ ใดขาดไมไดในการเขียนตามจินตนาการจากเสยี งเพลง
ก. เครอ่ื งดนตรี
ข. ฟงเสียงเพลง
ค. คาราโอเกะ
ง. หนา จอโทรทศั น
14. เมื่อเขียนนทิ านเสร็จแลว ขั้นสุดทายคอื ขอใด
ก. วางโครงเรือ่ ง
ข. อานทวบทวนแกไขสำนวน
ค. เขียนเรื่อง
ง. เขียนจดุ ประสงคก ารเขยี นนทิ าน
15. “ภเู ขาเปนแหลง ตน นำ้ ลำธาร ทำใหส ัตวป าอาศยั อยูอยางมีความสขุ ตนไมใ หญทำใหรสู ึกรม
รนื่ เยน็ สบาย กอหญา ทีข่ นึ้ อยทู ั่วไป ทำใหดินชุมช้ืน นกสองตัวเกาะอยบู นกิ่งไม โดไมร สู กุ วา ถูก
ลอบทำราย เด็กคนหนง่ึ กำลงั ใชหนงั สติ๊กยงิ นกสองตวั ดว ยใจที่โหดราย ทอ งฟาเต็มไปดวยกอนเมฆ
ดเู หมือนวา ฝนกำลังจะตก นกตางพากนั บินกลบั รงั เพอ่ื พักผอนและหลบั นอน” ควรตั้งช่อื เรอ่ื งตรง
กับขอใด
ก. ภเู ขากบั ลำธาร
ข. เด็กยิงนกไดสองตัว
ค. ชีวติ และธรรมชาติ
ง. กลับรงั แลวหลับนอน

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

52
เฉลยแบบทดสอบกอ นเรยี น

1 ง 7 ข 13 ก
2 ก 8 ก 14 ก
3 ง 9 ก 15 ข
4 ง 10 ง
5 ง 11 ค
6 ข 12 ก
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
1 ก 7 ค 13 ข
2 ข 8 ข 14 ข
3 ก 9 ข 15 ค
4 ก 10 ก
5 ก 11 ง
6 ค 12 ข

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

53

หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 สรภญั ญอสี านสามคั คี

กลมุ สาระการเรียนรูว ิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 4
รหสั วชิ า ท 14101 จำนวน 10 ชั่วโมง

*****************************************************************************************************************

1. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1. มคี วามรูความเขา ใจเกย่ี วกบั การคดั ลายมอื
2. เหน็ คุณคา ของการคัดลายมือ และนำไปประยุกตใชใ นชีวิตประจำวัน
3. สามารถบอกความเปนมาและความสำคญั ของสรภญั ญะ
4. สามารถอานอออกเสียงบทสรภญั ญะแบบปกตไิ ดถกู ตอง
5. เขา ใจหลกั การจดบันทกึ จากการศกึ ษาคน ควา
6. สามารถอา นเรื่องหรือฟงเรอ่ื งแลว บันทึกได
7. มีความรูค วามเขา ใจเกยี่ วกบั เพลงพ้ืนบา น
8. สามารถขบั รอ งบทสรภัญญะอสี านไดถ กู ตอง
9. ตระหนักถงึ ความสำคัญในการอานสรภญั ญะอีสาน และนำไปประยกุ ตใชในชีวิตประจำวันได
10. มคี วามรคู วามเขาใจเกยี่ วกับหลักการใชพ จนานุกรม
11. สามารถคน หาความหมายของคำจากพจนานกุ รมไดอยางถูกตอ ง

2. มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ

แกปญ หาในการดำเนินชีวติ และมีนสิ ยั รกั การอาน
มาตรฐานการเรียนรู ท 2.1 ใชกระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียน

เรือ่ งราวในรปู แบบตา ง ๆ เขียนรายงานขอ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยางมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐานการเรียนรู ท 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง

ของ ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไวเปนสมบตั ิของชาติ

3. เน้ือหาสาระ หนว ยการเรยี นรู เร่อื ง “สรภัญญอ ีสานสามัคค”ี
1. การคัดลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทดั
2. หลกั การอานออกเสยี งบทสรภญั ญะอสี านแบบปกติ
3. เพลงพนื้ บา น
4. การอานสรภญั ญะอีสาน
5. การใชพ จนานกุ รมไทย

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

54
4. แนวการจัดการเรียนรู

1. จัดกจิ กรรมกระตนุ สมองโดยใชรปู แบบตาง ๆ เชน การเตน การชมวดี ิทัศน การพดู แสดงความ
คดิ เห็นในเรือ่ งตาง ๆ เพือ่ เชอื่ มโยงเขาสเู นอ้ื หาการเรียนการสอน

2. ศกึ ษาความเปนมาของสรภญั ญะรวมทงั้ การฝกหดั อา นบทสรภัญญะแบบไมใ สทำนอง
3. ลงพ้นื ท่ีสำรวจบทสรภัญญะในชุมชนของตนเอง หรือจากแหลง เรียนรทู ่สี ามารถคนหาไดแลว
เขียนบันทึก
4. ประกวดการอา นสรภัญญะอีสานโดยใชบทที่ครกู ำหนด บูรณาการกบั การคัดแยกขยะ
5. คนหาคำศพั ทภาษาทองถ่ินในบทสรภญั ญะโดยใชพจนานกุ รม
5. ผลงาน/การปฏบิ ตั ิ
1. ใบงานเรื่องการคดั ลายมอื
2. แผนภาพสรปุ องคค วามรูเ กี่ยวกบั การเขียนบันทกึ จากการศกึ ษาคนควา
3. บทสรภญั ญะจากการลงพ้ืนทสี่ ัมภาษณแ ละบนั ทกึ จากคนในชุมชน
4. วดี ิทัศนการประกวดสวดบทสรภญั ญะอสี าน (ครูเปนผบู นั ทึกวดี ทิ ัศน)
6. การวัดประเมินผลและแนวการตดั สนิ
1. การตรวจใบงาน
2. การทำแบบทดสอบหลังเรียน
3. การมีสว นรว มกิจกรรมในชนั้ เรยี น กิจกรรมกลมุ การเหน็ คณุ คาของสิง่ ทเ่ี รยี น คณุ ลักษณะอันพงึ
ประสงค สมรรถนะของผเู รียน
4. พฤติกรรม ทกั ษะทางดานภาษาไทยของผูเรียน ไดแก การฟง การพูด การอา น และการเขยี น

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

55

แบบทดสอบกอ นเรียน
หนวยการเรยี นรูท่ี 6 “สรภัญญอีสานสามคั คี”

คำชแ้ี จง : ใหนักเรียนทำเครอ่ื งหมาย X (กากบาท) ลงบนกระดาษคำตอบ โดยเลอื กตัวเลอื กที่
ถูกตองทส่ี ดุ
1. ขอ ใดไมใ ชจ ุดประสงคของการคัดลายมอื

ก. เพื่อฝก การเปน ผมู สี มาธิในการเขยี นตวั อกั ษรไทย
ข. เพอื่ สื่อความหมายชดั เจน
ค. เพ่ือใหเขยี นตวั อักษรไทยไดถ กู ตองตามหลักวิธกี ารตาง ๆ
ง. เพื่อใหร ูจ กั การจดั ระเบยี บ การเวน วรรคและเวนชองไฟไดประณีตและมีความสม่ำเสมอ ทำ
ใหอา นงา ย ดสู บายตา
2. ขอ ใดไมใชห ลกั การคัดลายมอื ที่ถกู ตอง
ก. ไมเ ขียนตวั อักษรแบบนงั่ เสน
ข. เวนระยะชอ งไฟระหวา งตัวอักษรใหหางเสมอกนั
ค. ขนาดความสูงของตัวอักษรดา นบนตอ งสงู เทากันโดยลอด
ง. สามารถเขียนตวั เอียงไดเพอ่ื ความสวยงาม
3. ใครปฏบิ ัติตามหลักการคัดลายมือไดถ ูกตองเหมาะสม
ก. ตอยลากเสน อักษรจากลา งขนึ้ บน เพราะทำตามถนดั
ข. ตอ มลากเสนตัวอักษรโยไ ปดานหลงั เพราะคิดวาสวย
ค. ตอมคัดลายมือโดยเวน ชองไฟหา งกนั มาก เพราะจะไดอ านงา ย
ง. ตุยตัง้ ใจเขียนตัวอักษรใหชดั เจน เพื่อไมใหเกิดความผดิ พลาด
4. สรภญั ญะหมายถึง
ก. การสวดและรอ งเพลงพืน้ บานประเภทหน่ึง
ข. การรองเพลงหรือการขบั รอ งประเภทหนึง่
ค. การสวดและรองเพลงประสานเสียง
ง. การรอ งเพลงหรอื การขับรองประสานเสยี ง
5. ความสำคญั และคุณคา ของสรภญั ญะเปน อยา งไร
ก. การจัดประกวด
ข. การถา ยทอดสเู ยาวชน
ค. ถกู ทงั้ ขอ ก และ ข
ง. ผดิ ทกุ ขอ

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

56

6. บทสวดจะมีลกั ษณะฉันทลกั ษณแ บบใด
ก. กลอนเปลา
ข. กลอนส่ี
ค. กลอนสภุ าพ
ง. ฉันทห รือกาพย

7. จดุ ประสงคข องการเขยี นบันทึกคืออะไรบาง
ก. เตอื นความจำ
ข. ขอนดั พบนดั หมาย
ค. เพอ่ื ใชเปน หลักฐานตา ง ๆ
ง. ถูกทกุ ขอ

8. หากเขยี นบันทกึ ถึงคุณครูควรใชคำขึน้ ตน ใดเหมาะสมทสี่ ุด
ก. สวสั ดีคะคณุ ครสู มใจ
ข. เรียนคณุ ครสู มใจ
ค. เรยี นคุณครสู มใจทเ่ี คารพ
ง. เรยี นคณุ ครูสมใจทเ่ี คารพและรกั

9. ขอ ใดคอื หลกั สำคัญในการจดบนั ทึก
ก. ตอ งจดบันทึกเฉพาะตอนเชาของทุกวัน
ข. ควรบอกแหลง ทีม่ า
ค. ควรระบเุ วลาในการจดบันทึก
ง. ถกู ทัง้ ข. และ ค.

10. ขอใดกลา วผิดเกย่ี วกบั เพลงพืน้ บาน
ก. เปนเพลงท่ีเกิดจากกลุม คนในทอ งถ่นิ ตา ง ๆ
ข. ใชภาษาเรยี บงายไมซ บั ซอ น
ค. เปนเพลงที่ระบุนามผแู ตง ไวช ดั เจน
ง. มีลักษณะเฉพาะตวั ในแตละทองถ่ิน

11. เพลงสำหรบั เดก็ และเพลงสำหรับผใู หญม ีขอ เหมอื นกันยกเวน ขอ ใด
ก. มีเนื้อหาสมั พันธกับวัฒนธรรม
ข. เปนเพลงที่มกั ไมปรากฏนามผแู ตง
ค. เปน เพลงเพื่อฝก ทักษะการออกเสยี ง
ง. เพ่ือความสนุกสนาน

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

57

12. ขอใดกลา วถูกตองเก่ยี วกับเพลงสำหรบั เด็ก
ก. เปน เพลงท่เี ดก็ รองเลน กันเอง
ข. เปน เพลงที่ผูใหญรองใหเดก็ ฟง
ค. เพื่อประกอบการละเลน หรือ หยอกลอกัน
ง. ถูกทุกขอ

13. การเรยี งลำดบั คำในพจนานกุ รม เรยี งลำดับตามขอ ใด
ก. รูปสระ ตวั อกั ษร และวรรณยุกต
ข. ตัวอักษร รปู สระ และวรรณยุกต
ค. วรรณยกุ ต รปู สระ ตวั อักษร
ง. ตวั อกั ษร วรรณยุกต และรปู สระ

14. ขอใดเรยี งลำดับตามพจนานกุ รมไดถ กู ตอง
ก. จนั ทร ดาดฟา พบั ภาณี
ข. จันทร พบั ดาดฟา ภาณี
ค. จนั ทร ดาดฟา ภาณี พบั
ง. จนั ทร พบั ภาณี ดาดฟา

15. ขอ ใดกลา วไมถูกตองเกี่ยวกบั ประโยชนข องพจนานกุ รม
ก. พจนานุกรม ชว ยในเรอ่ื งการสะกดคำ
ข. พจนานกุ รม ชว ยในการคนหาความหมายคำศพั ท
ค. พจนานุกรม ทำใหท ราบประวัติของคำ
ง. พจนานุกรม ทำใหทราบประวัตกิ ารสรา งพจนานุกรม

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

58

แบบทดสอบหลังเรยี น
หนว ยการเรียนรูท ่ี 6 “สรภัญญอีสานสามคั คี”

คำชี้แจง : ใหนักเรียนทำเครื่องหมาย X (กากบาท) ลงบนกระดาษคำตอบ โดยเลือกตัวเลือก
ทถ่ี กู ตองทีส่ ุด
1. ขอ ใดไมใชจ ุดประสงคของการคัดลายมือ

ก. เพ่ือฝก การเปนผมู สี มาธิในการเขยี นตัวอักษรไทย
ข. เพ่อื ใหเ ขยี นตัวอักษรไทยไดถ ูกตอ งตามหลักวิธีการตาง ๆ
ค. เพื่อสือ่ ความหมายชดั เจน
ง. เพอื่ ใหร จู กั การจัดระเบียบ การเวน วรรคและเวนชองไฟไดประณตี และมคี วามสม่ำเสมอ ทำ
ใหอ านงาย ดสู บายตา
2. ขอใดไมใ ชห ลักการคัดลายมือทถ่ี ูกตอ ง
ก. สามารถเขยี นตวั เอียงไดเ พื่อความสวยงาม
ข. เวน ระยะชอ งไฟระหวา งตัวอกั ษรใหห า งเสมอกัน
ค. ขนาดความสูงของตวั อักษรดานบนตอ งสูงเทากันโดยลอด
ง. ไมเขียนตัวอกั ษรแบบน่งั เสน
3. ใครปฏิบตั ิตามหลกั การคัดลายมอื ไดถูกตอ งเหมาะสม
ก. ตยุ ตงั้ ใจเขยี นตวั อกั ษรใหชัดเจน เพอ่ื ไมใหเ กดิ ความผดิ พลาด
ข. ตอ มลากเสน ตวั อกั ษรโยไ ปดา นหลงั เพราะคดิ วาสวย
ค. ตอ มคดั ลายมอื โดยเวน ชอ งไฟหา งกันมาก เพราะจะไดอ า นงา ย
ง. ตอยลากเสน อักษรจากลางข้นึ บน เพราะทำตามถนดั
4. สรภัญญะหมายถงึ
ก. การรองเพลงหรอื การขับรอ งประเภทหนึ่ง
ข. การสวดและรอ งเพลงพน้ื บานประเภทหนึง่
ค. การสวดและรองเพลงประสานเสียง
ง. การรองเพลงหรอื การขบั รองประสานเสยี ง
5. ความสำคญั และคณุ คาของสรภญั ญะเปนอยา งไร
ก. การจดั ประกวด
ข. ถกู ทั้งขอ ก และ ค
ค. การถา ยทอดสเู ยาวชน
ง. ผิดทุกขอ

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

59

6. บทสวดจะมีลกั ษณะฉันทลักษณแบบใด
ก. ฉันทห รอื กาพย
ข. กลอนส่ี
ค. กลอนสภุ าพ
ง. กลอนเปลา

7. จุดประสงคข องการเขียนบันทึกคืออะไรบาง
ก. เตือนความจำ
ข. ขอนัดพบนัดหมาย
ค. เพ่ือใชเปน หลกั ฐานตา ง ๆ
ง. ถูกทกุ ขอ

8. หากเขยี นบันทกึ ถึงคุณครูควรใชค ำข้นึ ตน ใดเหมาะสมทสี่ ดุ
ก. สวัสดคี ะคณุ ครสู มใจ
ข. เรยี นคณุ ครสู มใจ
ค. เรยี นคุณครูสมใจท่เี คารพและรัก
ง. เรยี นคุณครสู มใจทเี่ คารพ

9. ขอ ใดคอื หลกั สำคัญในการจดบนั ทึก
ก. ตอ งจดบันทึกเฉพาะตอนเชา ของทุกวัน
ข. ควรบอกแหลง ทีม่ า
ค. ควรระบุเวลาในการจดบันทกึ
ง. ถูกทงั้ ข. และ ค.

10. ขอ ใดกลา วผิดเกี่ยวกบั เพลงพน้ื บา น
ก. เปนเพลงที่เกิดจากกลุมคนในทอ งถนิ่ ตาง ๆ
ข. ใชภาษาเรยี บงา ยไมซ ับซอ น
ค. มีลักษณะเฉพาะตัวในแตล ะทอ งถ่ิน
ง. เปน เพลงที่ระบุนามผแู ตง ไวช ัดเจน

11. เพลงสำหรับเดก็ และเพลงสำหรบั ผูใหญมขี อเหมือนกันยกเวน ขอ ใด
ก. มเี น้ือหาสมั พันธก ับวฒั นธรรม
ข. เปนเพลงท่มี กั ไมป รากฏนามผแู ตง
ค. เพอ่ื ความสนุกสนาน
ง. เปน เพลงเพอ่ื ฝก ทกั ษะการออกเสียง

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

60

12. ขอใดกลา วถูกตอ งเกี่ยวกบั เพลงสำหรับเดก็
ก. เปนเพลงท่เี ด็กรอ งเลนกันเอง
ข. เปนเพลงท่ผี ูใ หญรอ งใหเ ด็กฟง
ค. เพือ่ ประกอบการละเลน หรือ หยอกลอ กนั
ง. ถกู ทกุ ขอ

13. การเรียงลำดับคำในพจนานุกรม เรยี งลำดับตามขอ ใด
ก. รูปสระ ตวั อกั ษร และวรรณยุกต
ข. วรรณยุกต รปู สระ ตวั อักษร
ค. ตัวอกั ษร รปู สระ และวรรณยกุ ต
ง. ตัวอกั ษร วรรณยุกต และรปู สระ

14. ขอ ใดเรยี งลำดับตามพจนานุกรมไดถกู ตอง
ก. จันทร พับ ดาดฟา ภาณี
ข. จนั ทร ดาดฟา พบั ภาณี
ค. จันทร ดาดฟา ภาณี พบั
ง. จันทร พบั ภาณี ดาดฟา

15. ขอใดกลา วไมถูกตอ งเก่ยี วกับประโยชนของพจนานกุ รม
ก. พจนานุกรม ทำใหทราบประวัตกิ ารสรางพจนานกุ รม
ข. พจนานกุ รม ชวยในการคน หาความหมายคำศพั ท
ค. พจนานกุ รม ทำใหทราบประวัติของคำ
ง. พจนานกุ รม ชว ยในเรื่องการสะกดคำ

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

61
เฉลยแบบทดสอบกอ นเรียน

1 ข 7 ง 13 ข
2 ง 8 ค 14 ก
3 ง 9 ง 15 ง
4 ก 10 ค
5 ข 11 ค
6 ง 12 ง
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
1 ค 7 ง 13 ค
2 ก 8 ง 14 ข
3 ก 9 ง 15 ก
4 ข 10 ง
5 ค 11 ง
6 ง 12 ก

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

แผนการจัดการเรียนรู

รายวิชาภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 4

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

63

ภาพ 2 วเิ คราะหหนว ยการเรยี นรทู ี่ 1
หนวยการเรียนรูท่ี 1 นทิ านทองถนิ่ อีสาน

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 2
เร่ือง การอานจับใจความสำคญั
ท 1.1 ป.4/3, ป.4/6

บอกความหมาย วธิ กี ารอา นจบั ใจความ และสามารถอา นจบั ใจความจากนทิ าน
พ้นื บานทกี่ ำหนดได พรอมท้ังสามารถบอกขอ คิด คตเิ ตือนใจจากเรือ่ งที่อา น บอกคุณคา
ของเรือ่ งท่อี าน และแนวทางการนำไปปรบั ใชในชวี ติ ประจำวนั ไดอ ยางเหมาะสม

แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 1 หนวยการเรียนรู นทิ านทอ งถน่ิ อีสาน แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 3
เรอื่ ง นิทานพ้ืนบาน เรือ่ ง การเขยี นยอความ
ท 1.1 ป.4/7 ท 5.1 ป.4/1 การอานหนังสอื ตามความสนใจ อาทิ นทิ าน ท 1.1 ป.4/7 ท 2.1 ป.4/4 ป.
พน้ื บาน วรรณกรรมพ้นื บา น เรื่องตา ง ๆ ชวย 4/8
ศกึ ษาความหมาย ลกั ษณะ รปู แบบ ของ ใหน กั เรียนเกิดความบันเทงิ สนกุ สนานและเกิด
นทิ านพื้นบาน และสามารถบอก ทศั นคตทิ ด่ี ตี อการอา น จากนั้นฝกปฏบิ ตั ไิ ปสู ศึกษารูปแบบ วิธีการ ตัวอยาง
ความหมาย ลักษณะ รปู แบบของนิทาน การอานจบั ใจความและเขียนยอ ความจากเร่ือง การเขยี นยอความอยางถกู ตอ ง
พ้นื บาน และใหนักเรียนเลือกอา นนิทาน ท่ีอาน พรอมระบุขอ คิด คตเิ ตือนใจ จากเร่อื งท่ี จากน้ันเลือกอานนิทานตามความ
พื้นบานตามความสนใจ พรอ มระบุ อาน ตลอดจนมีการศกึ ษาคำศัพท ภาษาถน่ิ ท่ี สนใจและเขียนยอความจากนิทาน
ขอ คดิ จากนิทานพืน้ บา นทอ่ี า น พบในนิทานพ้ืนบานแลวนำมาเปรยี บเทียบ เร่ืองทีอ่ า น พรอ มทั้งมมี ารยาทใน
ความหมายกบั ภาษาไทยมาตรฐาน การเขียน

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 4
เรอื่ ง ภาษาถิน่ และภาษาไทยมาตรฐาน
ท 4.1 ป.4/7

ศกึ ษาคำในภาษาถนิ่ และเปรียบเทียบคำศัพทค วามหมายกบั ภาษาไทยมาตรฐาน
และอธิบายความเหมือน ความแตกตา ง พรอมทงั้ บอกคุณคาของภาษาถิ่นและภาษาไทย
มาตรฐาน

ชิน้ งาน/ภาระงาน สมรรถนะของผเู รยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
- ใบงาน เร่ือง นิทานพื้นบา น 1 ความสามารถในการส่ือสาร
- ใบงาน เร่ือง การอา นจบั ใจความ 2. ความสามารถในการคิด 1. รกั ชาติ ศาสน กษตั ริย
สำคญั 3. ความสามารถในการแกป ญ หา 2. ซื่อสัตยส จุ รติ
- ใบงานการเขียนยอความจากนิทานที่ 4. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต 3. มีวินัย
อา น 5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 4. ใฝเรียนรู
- ผังมโนทัศนส รุปความรู 5. อยูอยางพอเพียง
ภาษาถิน่ และภาษาไทยมาตรฐาน 6. มงุ ม่นั ในการทำงาน
7. รักความเปน ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

64

แผนการจดั การเรียนรวู ิชาภาษาไทย แผนท่ี 1

กลมุ สาระการเรียนรูวชิ าภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 4
รายวิชาภาษาไทย รหัสวชิ า ท 14101
หนวยการเรยี นรูที่ 1 แผนท่ี 1 เร่ือง นทิ านพื้นบาน จำนวน 2 ชวั่ โมง
ครูผูสอน : …………………………………………….....
วันที่.....................................

1. สาระสำคญั
นิทานพื้นบาน คือ เรื่องเลาที่เลาตอ ๆ กันมา จากคนรุนหนึ่งมาสูคนอีกรุนหนึ่ง โดยไมทราบวาใคร

เปนผูแตง สำหรับประเทศไทยนิทานพื้นบานมีอยูทั่วไปในทุกภูมิภาคและจะมีความแตกตางกัน
ตามสภาพแวดลอมและบริบทของแตละสังคม นิทานพื้นบาน จะเปนตัวสะทอนบงบอกวิถีชีวิต วัฒนธรรม
ความเช่อื คานยิ ม ของแตล ะทอ งถน่ิ ท่แี ตกตา งกนั

2. มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ

แกป ญ หาในการดำเนินชีวิต และมนี สิ ัยรักการอาน
ตวั ชีว้ ัด
ป. 4/7 อานหนังสือที่มีคุณคาตามความสนใจอยางสม่ำเสมอและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ

เร่อื งทอ่ี าน
มาตรฐานการเรียนรู ท 5.1 เขาใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยาง

เหน็ คณุ คา และนำมาประยกุ ตใ ชใ นชีวิตจริง
ตวั ช้วี ัด
ป. 4/1 ระบุขอ คดิ จากนทิ านพ้ืนบา นหรือนิทานคตธิ รรม

3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. บอกความหมาย ลกั ษณะและความสำคัญของนทิ านพ้ืนบา น (K)
2. เขียนระบุขอ คดิ จากนทิ านพืน้ บา นได (P)
3. รวมกจิ กรรมในช้นั เรยี น และเห็นคณุ คา ของนิทานพนื้ บาน (A)

4. สาระการเรยี นรู
1. ความหมายและลกั ษณะของนทิ านพนื้ บาน
2. การเขียนระบุขอ คิดจากเร่ืองท่อี าน
3. คณุ คา และความสำคญั ของนทิ านพื้นบา น

5. สมรรถนะของผูเรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญ หา

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

65

6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
1. รักชาติ ศาสน กษตั รยิ 
2. ซ่อื สัตยส จุ รติ
3. มีวนิ ยั
4. ใฝเรยี นรู

7. ผลงานท่ีตอ งการ
-

8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู
ขน้ั ที่ 1 นำเขาสบู ทเรยี น
1. ครูกลา วทักทายนักเรยี นจากนัน้ พดู คยุ เพ่ือสรางบรรยากาศที่เปนการเอง เชน
- พรอมท่ีจะเรยี นกันหรอื ยังคะนกั เรยี น กินขาวเชามาหรอื ยัง
- เมอื่ เชา กินขา วกับอะไรกันบาง
2. ครูแจง กตกิ าในการเรยี นใหน ักเรยี นไดท ราบ เพอ่ื ฝกใหน กั เรียนเปนคนมรี ะเบยี บวินัย

และรจู กั ใฝเ รยี นรู ดังน้ี
- หามคุยกนั เสียงดงั
- สงงานใหตรงเวลา
- ใหจดความรูท่คี รูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ลงในสมุดเพือ่ ทบทวนความรทู ี่เรียนมา
- นักเรยี นท่มี สี วนรวมในชัน้ เรยี น เชน การยกมอื ตอบคำถาม การมสี วนรว มในกจิ กรรม

3. ครูแจกแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง นิทานพื้นบาน แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก
จำนวน 10 ขอ

ขัน้ ที่ 2 นำเสนอความรู
1. ครูแจกใบความรู เรื่อง นทิ านพนื้ บา น
1.1 ครใู หนักเรียนอา นออกเสียงเนอ้ื หาในใบความรอู ยา งพรอ มเพรียงกัน
1.2 ครสู รปุ ความหมายและความสำคญั ของนิทานพ้ืนบา น
นิทานพ้นื บาน (folktales) หมายถึง เรือ่ งเลา ทเี่ ลาตอ ๆ กันมาจากคนรุนหน่งึ มาสูคนอกี

รุนหนึ่ง โดยไมทราบวา ใครเปนผูแตง ถายทอดโดยการเลาจากความทรงจำตอ ๆ กันมา เชน ปูยาตายายเลา
ใหพ อ แมฟง พอ แมเลาใหลกู หลานฟง หรอื มีการแพรกระจายจากทอ งถน่ิ หนึ่งไปสูอกี ทอ งถ่ิน

คุณคาและความสำคญั ของนทิ านพนื้ บาน
1. ใหค วามเพลดิ เพลิน
2. ใหความรเู ก่ยี วกับวฒั นธรรมของเจาของ
3. สอนหรอื สอดแทรกศีลธรรม จริยธรรม คณุ ธรรม

2. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางนิทานพื้นบานที่นักเรียนรูจัก โดยใหยกมือตอบทีละคน จำนวน 4-5
คน แลว ครูจึงยกตัวอยางเพ่ิมเตมิ

3. ครูยกตัวอยางนิทาน เรื่อง ขุนแผนแสนสะทาน แลวถามนักเรียนวา “มีใครรูจักนิทานเรื่อง
ขุนแผนแสนสะทานหรือไม” หากนักเรียนตอบวารูจัก ครูใหนักเรียนเลาเรือ่ งยอใหเพื่อน ๆ ฟง แลวครูเพ่ิมเติม
เน้ือเรื่องใหส มบูรณ หากนกั เรียนไมร จู ัก ครูจึงเลา นทิ านพ้ืนบานเรอื่ งแกว หนา มา ใหฟ ง

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

66

ข้นั ที่ 3 ลงมอื เรียนรู (เวลา 30 นาท)ี
1. ครใู หน กั เรียน ชมสอื่ วีดทิ ศั น เรอ่ื ง ขนุ แผนแสนสะทา น

https://www.youtube.com/watch?v=erM-BiurfpI&feature=youtu.be&fbclid=IwAR078GbNb18ClpAuZwXEvZ-
IbWtG2DMATIeoSvwO4vqQE4NcWP2mJe0V-tU

โดยมีเร่อื งยอ ดงั น้ี
นานมาแลวในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายมีครอบครัวอยู 3 ครอบครัวคือครอบครัวของ

ขุนไกรพลพายมีอาชีพรับราชการทหารมีภรรยาชื่อนางทองประศรีมีลูกชายที่หนาตานารักชื่อวาพลายแกว
ครอบครวั ท่ี 2 คอื ครอบครัวของขนุ ศรวี ิชัยมภี รรยาชอ่ื นางเทพทองมีลูกชายท่หี นาตาขี้ร้วิ ข้ีเหรมาตั้งแตเ กิดแถม
หัวลานอีกตางหากมีชื่อวาขุนทางครอบครัวที่ตามคือครอบครัวของพันศรโยธามีภรรยาชื่อนางศรีประจันมีลูก
นา รกั ชื่อวา นางพมิ

อยูตอมาขุนไกรถูกประหารชีวิตดวยเขาไลตอนควายก็ไมยอมเขาคอก จึงถูกขนุ ไกรฆาตาย
ไปหลายตัว ทำใหสมเด็จพระพันวษาโกรธเปนอยางมากจึงสั่งประหารชีวิตขุนไกร พลายแกวเพราะอายุได 15
ปอยากรับราชการทหารเหมือนพอจึงพูดกับมารดา “ทานแมขอรับลูกอยากเรียนหนังสือ ลูกอยากเปนทหาร
เหมือนทานพอ” โดยที่พลายแกวไมไดโกรธแคนสมเด็จพระพันวษาเลย ถึงแมจะไดสั่งประหารชีวิตบิดาของ
ตนเองแตความจงรักภกั ดตี อสมเดจ็ พระพนั วษาและชาติบา นเมอื งหลายแกว จึงไดไปบวชเรียนทว่ี ดั สม ใหญ เณร
พลายแกวเรียนเกงมาก จนสมภารที่วัดหมดความรูที่จะสอน จึงใหเณรพลายแกวไปเรียนกับอาจารยที่วัดปา
เลไลยเมืองกาญจนบรุ ี

พอถึงฤดูกาลเทศนมหาชาติ พระรูปที่ขึ้นเทศนกัณฑมัทรี ไมสบาย เณรพลายแกวจึงข้ึน
เทศนแทน เสียงเทศนนั้นเพราะเสนาะเปนอยางยิ่ง ทำใหผูฟงชื่นชม รองสาธุการ รวมถึงนางพิม ซึ่งเปนสาว
งามประจำหมบู า น ถงึ กบั ปลดผาสไบถวายเปน กณั ฑเ ทศน คุณชา งทหี่ ลงรกั นางพิมอยกู ป็ ลดผาคลุมของตนเอง
ถวายทับผา ของนางพิม ทำใหนางพิมโกรธโมโหและเกลียดขนุ ชางมาก

ฝายเณรแกว พอเห็นนางพิมก็หลงรัก จนทนไมไดจึงบอกมารดา “ทานแมขอรับลูกจะขอ
ลาสิกขา แลวก็ขอใหทานแมไปสูขอนางพิมใหลูกดวย” นางทองประศรีไดฟงจึงบอกลูกวา “ลูกของแมบวชอยู
ตอ อกี สักสองสาม พรรษาเถอะนะลกู แลว คอยลาสิกขา”

เณรพลายแกว จงึ บอกมารดาวา “ โอยทา นแม ถา อยา งน้นั ลกู กข็ อลาตายหละ ขอรับ” นาง
ทองประศรีจึงไปขอนางพิมให เณรไทยแกวจึงไดลาสิขาแลวแตงงานกับนางพิมสมใจ สวนขุนชางที่หลงรักนาง
พมิ อยกู ผ็ ิดหวังและเสียใจมาก

ทางกรุงศรีอยุธยา ไดขาววากองทัพเมืองเชียงใหมจะไปตีเมืองเชียงทองที่เปนเมืองข้ึน
สมเด็จพระพันวษาใหทหารไปตางจังหวัดพลายแกวที่แตงตั้งใหเปนแมทัพออกรบ พลายแกวดีใจและภูมิใจ
อยางยิ่งที่จะไดรับใชบานเมือง โดยไมไดคิดแคนและเสียใจที่พระพันวษาสั่งประหารชีวิตบิดา และตนเองก็เพ่ิง
แตง งานกบั นางพิมได 3 วันก็ตอ งจากนางไป

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

67
ในการไปรบครัง้ นี้พลายแกวไดรบั ชยั ชนะอยางงายใด ขออภยั แกวเปน ผูท ม่ี ีความรเู ก่ียวกับ
เวทยมนตคาถามากมาย กลาวถึงนายบานแสนคำเมือง แหงหมูบานจอมทอง เห็นพลายแกวมีความรู
ความสามารถ มเี วทมนตรคาถามากมาย จึงยกลกู สาวชือ่ วา ลาวทอง ใหเปนภรรยาของพลายแกว อกี คน
ฝายนางพิมที่รอพลายแกวอยูบานดวยความกระวนกระวายใจ กังวลใจตอพลายแกวที่ไปรบ ก็มีอาการปวยไข
รักษาดวยวิธกี ารใดกไ็ มหาย จงึ เปลยี่ นช่ือเปนนางวันทอง พอเปลยี่ นชื่อแลวอาการปวยก็หายไป
นางศรีประจันทร กลัวลูกสาวจะเปนหมายหลวง จึงบังคับใหนางวันทองแตงงานกับขุนชาง “ลูกรักของแม
แตงงานกับขุนชางเถอะนะ ขุนชางนาจะทำใหลูกมีความสุขได เพราะขุนชางร่ำรวยเงินทอง ทาสบริวารก็มี
มากมาย” นางวันทองไมยอมแตงงานกับขุนชาง แตในที่สุดนางศรีประจันก็บังคับใหนางแตงงานกับขุนชางจน
ได
สวนพลายแกวพอรบชนะ ไดรับบรรดาศักดิ์เปน “ขุนแผนแสนสะทาน” และไดเดินทาง
กลับมาหานางวันทอง โดยที่พลายแกวไดพานางลาวทองกลับมาดวย นางวันทองกับนางลาวทองทะเลาะกัน
ถึงกับตกตีกัน ขุนแผนจึงพานางลาวทองไปอยูกับนางทองประศรีที่เมืองกาญจนบุรี สวนนางวันทองก็ได
แตง งานกบั คุณชางดว ยความไมเ ตม็ ใจ
เวลาตอ มา ขนุ แผนถกู เรยี กตวั ใหไปเขาเวรทว่ี ังหลวงโดยไมมีกำหนด ขนุ แผนไดข าววานาง
ลาวทองไมสบาย จึงฝากเวรไวกับขุนชางและไปหานางลาวทองที่กาญจนบุรี ขุนชางคิดทรยศขุนแผนจึงไป
กราบทูลพระพนั วษา “ขุนแผนหนีเรยี นไปหานางลาวทองท่ีกาญจนบรุ ี ปนกำแพงพระราชวังหนไี ปอีกตางหาก
พะยะคะ” สมเด็จพระพนั วษา กริ้วโกรธขุนแผนเปน อยา งย่ิง ความผิดครั้งนี้ใหญห ลวงยิง่ นกั จึงสั่งใหนำตวั ของ
นางลาวทองมาขังไวใ นวงั สวนขนุ แผนใหออกไปลาดตระเวนที่ชายแดน
ขุนแผนโกรธขุนชางมาก จึงออกหาของวิเศษ 3 อยาง คือ กุมารทอง ทองมาสีหมอก และ
ฟาฟนจนครบ แมกุมารทองไดรับจากภรรยาที่ชื่อวานางบัวคลี่ ขุนแผนไดนางเปนภรรยาและกำลังตั้งครรภ
นางกับบิดาคิดจะฆาขุนแผน แตขุนแผนรูทันจึงฆานาง แลวกรีดเอาลูกในทองมาทำเปนกุมารทอง จึงออก
เดนิ ทางตามหามาสหี มอก แลวเมือ่ ไดม า สหี มอกกต็ ดี าบฟา ฟนขนึ้ จนสำเรจ็
พอขนุ แผนไดข องวเิ ศษ 3 อยางแลว กไ็ ปรับตัวนางวันทองมาจากขุนชา งพานางไปตามปา
เขา ตัวนางวันทองทองโตลำบากมาก ขุนแผนจึงพานางเขามามอบตัวกับพระพันวษา สูคดีจนชนะ ขุนแผน
คิดถึงนางลาวทองจึงมาขออภัยโทษใหนาง ทำใหสมเด็จพระพันวษาโกรธมาก หาวาขนแผนกำเริบจึงสั่งจำคุก
ขุนแผน
ขนุ ชา งไดโอกาสท่ีขนุ แผนถูกจำคุก จึงพาพรรคพวกไปรับตวั นางวนั ทองกลับมาเปนภรรยา
นางวันทองคลอดบุตรใหชื่อวาพลายงาม ขุนชางรูวาพลายงามไมใชลูกของตนเอง จึงคิดกำจัดโดยจะฆาใหตาย
แตโหงพรายมาชวยชีวติ ของพลายงามไวแ ละพาไปอยูกับนางทองประศรีท่ีเมอื งกาญจนบรุ ี
ฝายพระเจาเชียงอินทรเจาเมืองเชียงใหม ไดมาชิงตัวนางสรอยทองลูกสาวของพระเจา
ลานชางในขณะที่พระเจาลานชางนำตัวมาถวายใหสมเด็จพระพันวษา เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี สมเด็จพระ
พันวสั สาหาคนไปชว ยรบกไ็ มม ีใครอาสาไปรบ เปน โอกาสของพลายงามทจ่ี ะไดช วยเหลือ ขุนแผนทถ่ี ูกจองจำใน
คุก จึงอาสาออกรบในครั้งนี้ โดยขอใหสมเด็จพระพันวษาปลอยพอชื่อขุนแผนออกจากคุกไปเพื่อจะไดชวยกัน
รบ สมเด็จพระพันวษาตกใจตัดตอหนาขุนนางทั้งหลาย “ตาย ตาย เราลืมขุนแผนไปไดอยางไรนี่ ขุนแผนถูก
จองจำและขังลืมในคุกมา 15 ปแลว”จึงทำใหทหารไปนำตัวขุนแผนเอามาจากคุกขุนแผนพรายงามไดออกรบ
ชวยกัน โดยขุนแผนขอนักโทษจำนวน 35 คนไปชวยรบ การออกรบในครั้งนี้ขุนแผนกับพลายงามไดชัยชนะ
กลับมา พอมาถงึ กรงุ ศรีอยธุ ยาไดร ับการแตง ตั้งใหเ ปนพระยาสุรนิ ทร ไชยมไหศูรยภกั ดี เจา เมืองกาญจนบุรี

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

68
4. เมอื่ นิทานจบลง ครถู ามทบทวนเน้ือเรื่อง ขุนแผนแสนสะทา น แบบยอ
5. จากนั้นครูใหนกั เรียนแตละคนบอกขอคิดที่ไดจากการฟงนทิ านเร่ืองขุนชา งขุนแผน โดยยกมือ
ขน้ึ ตอบ จากนั้นครูเขียนขอคิดทีน่ ักเรยี นเสนอ ลงบนกระดานแลวใหนกั เรียนจดตาม
ขั้นท่ี 4 ขัน้ สรปุ ความรู
1. ครูใหนักเรียน ทำใบงานนิทานพื้นบานและ อธิบายขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูในขั้น
ตอ ไป ดงั นค้ี รูเสนอนทิ านพน้ื บาน จำนวน 4 เรื่อง ไดแก หัวลา นนอกครู ซิ่นสองตอน เซียงเมย่ี งเจาปญ ญา และ
นายดัน้ ครใู หนกั เรยี นแตละคนจบั สลาก เร่อื งทตี่ ัวเองจะไดอาน จากน้นั ใหน กั เรยี นวาดภาพประกอบนิทานตาม
จินตนาการ พรอ มเขียนบอกขอ คิดจากเร่อื งท่ีอาน
ข้ันท่ี 5 ขัน้ ประยกุ ตใชค วามรู
1. ครูทบทวนความรู เรื่อง นิทานพื้นบาน ทั้งความหมาย ลักษณะ ความสำคัญ ของวรรณกรรม
พ้ืนบา น
2. ครเู ปด โอกาสใหนกั เรยี นไดแสดงความิดเห็นและสอบถามขอสงสัย
3. ครใู หนักเรียนเสนอแนวทางการนำความรเู รอ่ื ง นทิ านพ้นื บา น ไปปรบั ใชใ นชีวติ ประจำวนั
ครูแจกแบบทดสอบหลังเรยี น เรื่อง นทิ านพ้ืนบา น แบบปรนยั ชนดิ เลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ขอ

9. ส่อื และแหลงการเรียนรู
สอ่ื การเรียนรู
1. ใบความรเู รอ่ื ง นิทานพ้นื บาน
2. วดี ิทัศน เร่อื ง ขุนแผนแสนสะทา น
แหลงการเรียนรู
1. ครผู สู อน
2. อินเทอรเนต็

10. การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวัดและ เครื่องมอื วดั เกณฑก ารประเมิน
สิ่งทต่ี อ งการวดั ประเมนิ ผล แบบทดสอบหลงั เรียน ผานเกณฑ
การทดสอบความรู เร่ืองนิทานพ้ืนบา น แบบ รอยละ 80 ข้ึนไป
นกั เรยี นบอกความหมาย ความเขาใจ ปรนยั ชนิดเลอื กตอบ 4
ลกั ษณะและความสำคญั ของ การทำใบงาน ตวั เลือก จำนวน 10 ขอ ผา นเกณฑ
นทิ านพืน้ บาน เร่อื ง นิทานพื้นบา น แบบประเมนิ การเขยี น รอ ยละ 80 ขนึ้ ไป
นักเรียนสามารถเขียนระบุ การประเมินคณุ ลักษณะ ระบุขอ คิดจากเร่อื งท่ีอา น
ขอคดิ จากนทิ านพนื้ บา น อันพงึ ประสงค 3 คณุ ลักษณะ 3 ระดับ ผา นเกณฑ
คณุ ภาพ รอยละ 80 ข้นึ ไป
การมสี วนรวมกิจกรรม แบบประเมินคณุ ลักษณะ
ในช้ันเรียน และเหน็ คุณคา พงึ ประสงค 3
ของนิทานพ้นื บา น คุณลักษณะ 4 ระดับ
คุณภาพ

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

69
ความคิดเหน็ ของผบู รหิ ารสถานศกึ ษา/หรอื ผูทไ่ี ดรบั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………

ลงช่อื ........................................................ผูตรวจ
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วันท.ี่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................
บนั ทึกผลหลงั สอน
ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนร…ู ...………………………………………………………........…………..…………..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ปญ หาท่พี บระหวางเรยี น……………………………………………………………………………….…..…….……...
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
วธิ ีแกป ญหา………………...……………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ผลของการแกป ญหา…………………………………………………….……………………….………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ขอ เสนอแนะจากการจดั กจิ กรรม…………………………………………………..………………………………..
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ลงชื่อ.......................................................ผูส อน

(………………………………….............….)
วนั .........เดือน.....................พ.ศ. ........

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

นทิ านพื้นบา น

นิทานพื้นบาน (folktales) หมายถึง เรื่องเลาที่เลาตอ ๆ กันมาจากคนรุนหนึ่งมาสูคนอีก
รุนหนึ่ง โดยไมทราบวา ใครเปนผูแตง เชน เราไมสามารถบอกไดวา ใครแตงนิทานเรื่องสังขทอง
ปลาบูทอง โสนนอยเรือนงาม ไกรทอง นางสิบสอง เพราะนิทานเหลานี้ ถายทอดโดยการเลาจาก
ความทรงจำตอ ๆ กันมา เชน ปูยาตายายเลาใหพอแมฟง พอแมเลาใหลูกหลานฟง หรือมีการ
แพรกระจายจากทองถิน่ หน่ึงไปสูอ กี ทองถิ่นหนง่ึ
คุณคาและความสำคัญของนิทานพน้ื บา น

1. ใหความเพลิดเพลิน ในโลกของความจริง เราอาจมคี วามทกุ ขห รือมปี ญหามากมาย
แตในโลกของนทิ านทุกส่ิงสามารถเปนไปไดตามจินตนาการของเรา นทิ านจงึ ทำใหเ ราเพลิดเพลิน

2. ใหกำลังใจในการดำเนนิ ชวี ติ ตวั เอกในนิทานหลายเรอ่ื งมักประสบความทกุ ขยากลำบาก
แตก ็จะไดร บั ความสขุ สบายในท่ีสดุ

3. ใหความรูเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเจาของนิทาน เชน ความรูเกี่ยวกับชีวิตความเปนอยู
จารตี ประเพณีความเช่อื คา นยิ ม สภาพเศรษฐกิจ ภมู ปิ ระเทศ และถ่ินฐานบา นเรอื น

4. สอนหรือสอดแทรกศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม หรือใหคติเตือนใจ เชน นิทานชาดก
นิทานอสี ป
ตวั อยา งของนทิ านพ้นื บา น

นิทานพน้ื บา นภาคกลาง เชน เรอ่ื งปลาบทู อง แมนากพระโขนง เปน ตน
นทิ านพน้ื บานภาคอสี าน เชน เรื่องปตู วั๋ หลาน เรื่องพญาไกป า ตำนานกดุ นางใย เปน ตน
นิทานพน้ื บานภาคเหนอื เชน เรอื่ งพระนางสาวผวิ ปยุ ลำไย ควายลงุ คำ เปน ตน
นทิ านพน้ื บา นภาคใต เชน เรอ่ื งพระสธุ นมโนหร า วนั คาร เกาะหนเู กาะแมว เปน ตน

ตวั อยา งนิทานพนื้ บา น

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

ใบงาน เร่ือง นิทานพื้นบา น

คำชแี้ จง : ใหน ักเรยี นศกึ ษานิทานพน้ื บา น 1 เรื่องจากน้ันวาดภาพตามจินตนาการใหส อดคลอ ง
กับเร่อื ง พรอมเขียนบรรยายภาพ พรอ มบอกขอ คิดทีไ่ ดจ ากการอาน

นิทาน เรื่อง .................................................................................................

...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

ขอคดิ ทีไ่ ดจากเรอ่ื ง

...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

นิทานพน้ื บา น

เรือ่ ง หวั ลานนอกครู

ทิดทอง และ ทดิ ถม เปนเพื่อนรกั กนั ทั้งสองไดบวชเรียน ร่ำเรยี นตำรบั ตำรามาดว ยกัน ถงึ แมว าฐานะ
ของทั้งสองตางกัน แตทั้งสองก็ไมไดรังเกียจเดียดฉันทกันเลย เมื่อทั้งสึกออกมา ก็ชวยเหลือพอแมทำงานดวย
ความขยันขันแข็ง อยูมาวันหนึ่ง มีพอคาเรมาขายน้ำมันใสผมในหมูบาน ทิดทองกับทิดถมซึ่งไมรูเรื่องอะไร จึง
ไดซื้อน้ำมันใสผมมาใชคนละขวด ตอมาไมนานผมของทั้งสองก็รวงเรื่อย ๆ ทุกวัน นานวันเขาทั้งสองก็
กลายเปนคนหัวลาน ทั้งสองรูสึกเปนกังวลกินก็ไมไดนอนก็ไมหลับ และรูสึกอับอายจนไมอยากจะออกไปไหน
เลย เมื่อชาวบานรูเรื่องขาวก็ทำทีมาแกลง โดยแนะนำกับทั้งสองวาถาเอาไอโนน ไอนี่มาทา ผมก็จะงอกมา
ดังเดิม เชน บอกใหเอา หนวดเตา เขากระตาย น้ำลายยุง หรือแมกระทั่งขี้ไก มาทา ทั้งสองก็หลงเช่ือ
กลายเปนทข่ี ำขนั ของชาวบา นทง้ั หมูบาน

ท้ังสองอับอายเปนอันมาก จึงตดั สินใจไปขอความชว ยเหลือจากโยคที ีอ่ ยูกลางปา ดว ยความสงสารโยคี
จึงใหการชวยเหลือ โดยใหทั้งสองไปดำน้ำในสระน้ำขางอาศรม 3 ครั้ง ผมก็จะงอกออกมาทั่วทั้งหัวเหมือน
ดังเดิม ทั้งสองไมรอชา รีบทำตามคำแนะนำของทานโยคี เมื่อลงดำครั้งแรกแลวโผลหัวขึ้นมาปรากฏวาผมงอก
ขึ้นมานิดหนอย ครั้งที่ ๒ ผมงอกมาพอประมาณและครั้งที่ ๓ ผมของทั้งสองงอกเต็มหัวเปนปกติ แตเนื่องจาก
ทั้งสองมแี ผลเปนกลางหัวต้ังแตเ ด็ก ๆ ผมจึงขึน้ ตรงแผลเปนไมได แทนที่จะไปปรึกษากับโยคี ทิดทอง และ ทิด
ถม ไดปรกึ ษากนั เองวา หากดำครัง้ ท่ี ๔ ผมจะตองงอกตรงทเี่ ปน แผลเปนแนนอน ท้งั สองจึงตัดสนิ ใจดำน้ำลงไป
อกี คร้ัง แตท วาเหตกุ ารณไมคาดฝน ก็เกิดขน้ึ เมื่อทัง้ สองโผลหัวขึ้นมา กลบั กลายเปน คนหัวลานเชนเดิม คราวน้ี
แมแตโยคีเองก็ชวยอะไรไมไดแลว ทั้งสองเสียใจรองไหโวยวาย แลวเดินกมหนากลับหมูบานดวยความผิดหวัง
เปนท่มี าของสำนวนไทยท่วี า ” หัวลานนอกครู

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

นิทานพน้ื บา น

เรื่อง ซิน่ สองตอ น

นานมาแลว มีคูรักสองคน ฝายหญงิ ชื่อจำปา ฝายชายช่ือบุญหลาย ทั้งสองรักกันมาก แตพอแมข อง
ทั้งสองฝายกีดกัน เพราะพอแมเปนศัตรูกันมานานหลายสิบป เมื่อเปนเชนนั้น ทั้งสองจึงตองแอบคบกันลับ ๆ
ตลอดมา จนวันหนึ่งจำป ซึ่งเปนพี่สาวของจำปา ก็แอบรักบุญหลายอยูเชนกัน เมื่อเห็นจำปากับบุญหลายคุย
กนั จำปจึงไมพ อใจ จงึ นำความไปบอกพอแม พอแมแ คนใจมาก จึงจบั จำปาบวชชี คร้ันเวลาผานไปหลายเดือน
จำปาทบี่ วชชอี ยู ก็แอบหนจี ากการเปน ชี จำปาไดหนีไปอกี หมูบา นหนึ่งกับบุญหลาย เมอ่ื จำปท ราบวา จำปาหนี
ไปกับบญุ หลาย จำปก ไ็ ปบอกพอ แมของบุญหลาย เม่อื ทราบดงั นั้น ฝา ยแมข องบญุ หลายก็ตรอมใจตาย สว นพอ
บุญหลายไมเชอ่ื เลยจบั จำปขังไวท ่บี า นของตน แลว ไปบอกพอแมข องจำปา วา ใหหาบญุ หลายใหเ จอ แลว จะเอา
จำปคืนให พอแมของจำปาจึงแสรงมาพูดจาดี ๆ มาพรอมกับขาวหอหนึ่งใสยาพิษมาใหพอของบุญหลายกิน
พอบุญหลายก็กินแลวตายไป พอแมจำปก็พาจำปกลับบาน แตยังไมทันถึงบาน โจรก็มาปลนกลางทางแลวฆา
ทั้ง 3 ทิ้งเสีย สวนจำปากับบุญหลาย ครองรักกันไมนานก็ตั้งครรภแลวแทงลูก ทำใหจำปาเลยเปนบาเสียสติ
และวนั หน่งึ จำปาเห็นมีดวางอยใู นครวั จงึ หยิบมีดมาฟนหัวบญุ หลายตาย

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

นทิ านพนื้ บา น

เรื่อง เซยี งเม่ยี งเจา ปญญา

กาลครั้งหนึ่งนานมาแลวในสมัยกอนเมืองเวียงจันทนกับไทยเปนศัตรูกัน ไทยยกทัพไปตีเวียงจันทน
หลายครั้งแตก็ไมชนะสักที ทั้ง ๆ ที่ฝายไทยมีกำลังมากกวา ที่เปนเชนนั้นก็เพราะวา เมื่อเจาเมืองเวียงจันทน
เห็นทหารไทยยกทัพมา เจาเมืองจะรีบไปตีกลอง เสียงกลองดังขึ้น ก็จะมีพญานาคโผลขึ้นมาจากน้ำ แลวพน
พิษใสทหารไทย ทำใหทหารไทยบาเจ็บลมตายเปนจำนวนมาก เมื่อฝายแมทัพของไทยทราบเรื่อง จึงวางแผน
ใหเชียงเมี่ยง ซึ่งเปนคนฉลาดหลักแหลม ปลอมเปนโหร เขาไปในเวียงจันทน เมื่อไดโอกาสก็ใหเขาพบเจา
อนวุ งศ เจา เมอื งเวยี งจันทน แลว ใหท ำนายวา เจาอนวุ งศจะไดรบั มรดกที่เปนเงินฝงไวท ค่ี รกมอง เม่ือเจาอนุวงศ
ไดยินดังนั้น จึงสั่งใหทหารไปขุดดูก็ไดพบสมบัติจริง ๆ ทำใหเกิดความเลื่อมใสศรัทธา เชื่อถือในตัวโหร(เชียง
เมี่ยง)คนนี้มาก สวนสาเหตุที่พบนั้น เนื่องจากเชียงเมี่ยงใหคนเอาไปฝงไวกอนแลว ในเวลาตอมา เชียงเมี่ยงให
คนทำวา วติดคันธนู(ซึ่งจะทำใหเ กิดเสียงดงั เวลาปะทะกับลม) แลว ปลอ ยข้นึ สงู มากจนมองไมเห็น ไดยินแตเสียง
เจาอนุวงศแปลกใจมากที่มีเสียงโหยหวนดังกองมาจากทองฟา อยางหาสาเหตุไมได จึงใหเรียกโหร(เชียงเมี่ยง)
มาทำนายดู โหรเชียงเมี่ยงก็ทำนายวาจะมีเรื่องเดือดรอนแกบานเมือง เพราะเสียงน้ันคือภูตผีปศาจที่รอง
โหยหวนจะลงมากนิ ผูค น เมื่อทราบเชนนั้นเจาอนุวงศ จึงถามถงึ วิธีแก เชียงเมี่ยงบอกวาจะตองไปตัดลิ้นกลอง
ใบนั้นที่วางอยู ไปอุดรูพญานาค เสียงนั้นก็จะหายไป และภูติผีปศาจที่รองโหยหวนจะไมลงมากินผูคน เจา
อนุวงศ หลงในกลอุบาย จึงสั่งใหทหารทำตามที่โหรบอก ฝายเชียงเมี่ยงก็ใหค นไปตัดสายวาว เสียงนั้นก็หายไป
จากนน้ั เชยี งเมย่ี งก็ใหสัญญาณ ใหก องทพั ของไทยทีร่ อสญั ญาณอยู เขาตีเวียงจนั ทน เจาอนวุ งศจึงรีบไปตีกลอง
เหมือนเชนเคย เพื่อใหพญานาคมาชวยในการศึก แตกลองก็ตีไมดัง เพราะสิ้นลิ้นไปแลว ประกอบกับพญานาค
กถ็ ูกอดุ รู พญานาคจงึ ไมไ ดย ินเสียง จึงไมไดขนึ้ มาชวย ทำใหเ มืองเวียงจนั ทนตอ งแพแ กไทย

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

นิทานพนื้ บาน

เรอ่ื ง นายดั้น

นายดัน้ เปนคนตาบอดใส อยากไดนางริ้งไรเปน ภรรยา จึงสงคนไปสขู อและนัดวนั แตง โดยฝา ยนางริ้ง
ไรไมรูวาตาบอด เมอื่ ถงึ วันแตง งานนายด้ันพยายามกลบเกลอ่ื นความพกิ ารของตนโดยใชสตปิ ญญาและไหว
พรบิ ตาง ๆ แกป ญหา เมอื่ ขบวนขนั หมากมาถงึ บานเจา สาว เจาภาพข้ึนบนบาน นายดนั้ กลบั น่งั ตรงนอกชาน
เม่ือคนทกั นายดัน้ จึงแกต วั วา "ขอน้ำสักนอย ลางตนี เรียบรอย จงึ คอยคลาไคล ทำดมทำเชด็ เสร็จแลว ดวยไว
แลว จึงข้ึนไป ยอไหวซ า ยขวา"

ขณะอยกู นิ กับนางร้ิงไร วันหน่งึ นางร้ิงไรจดั สำรับไวใ หแ ลว ลงไปทอผา ใตถุนบาน นายดั้นเขา ครวั หา
ขา วกนิ เองทำขาวหกเรีย่ ราดลงใตถนุ ครัว นางร้ิงไรรองทกั วา เทขา วทำไม นายด้นั จงึ แกต ัววา "เปด ไกเ ล็กนอ ย
บา งงอ ยบางเพลยี ตัวผูต ัวเมีย ผอมไปส้นิ ท่ี อกเหมือนคมพรา แตเพยี งเรามา มีขน้ึ ดิบดี หวา นลงทกุ วัน ชงิ กัน
อึง่ ม่ี กลับวา เราน้ี ขึง้ โกรธโกรธา"

วนั หน่ึงนางรง้ิ ไรใหนายดน้ั ไปไถนา นายด้ันบงั คับวัวไมได วัวหักแอกหักไถหนเี ตลดิ ไป นายดั้นจงึ เทีย่ ว
ตามววั ไดยินเสยี งลมพดั ใบไมแ หงชายปา เขา ใจวาเปน วัว จึงวิดนำ้ เขา ใสเ พอ่ื ใหว วั เช่ือง นางริ้งไรมาเหน็ เขาจงึ
ถามวา ทำอะไร นายดั้นไดแกต ัววา "พ่เี ดินไปตามวัว ปะรังแตนแลนไมท นั จะเอาไฟหาไมไฟ วิดนำ้ ใสตาย
เหมอื นกนั ครนั้ แมบินออกพลนั เอารังมนั จมน้ำเสีย"

อยมู าวันหนงึ่ นายด้ันจะกินหมาก แตใ นเชย่ี นหมากไมม ีปนู จึงรอ งถามนางริง้ ไร นางบอกที่วางปนู ให
แตนายดน้ั หาไมพบ ไดร องถามอีกหลายครง้ั แตก ็ยังหาไมพบ นายดนั้ จงึ รองทา ใหน างร้งิ ไรข้ึนบา นมาดู หากปูน
มีตามที่บอก จะยอมใหนางร้งิ ไรเอาปูนมาทาขย้ตี า นางริง้ ไรจึงเอาปนู มาทาขยี้ตานายด้ัน นายดนั้ ถือโอกาสจึง
รอ งบอกวา ตาบอดเพราะปูนทา นางรงิ้ ไรจงึ ตองหายามารักษาจนตาหายบอดไดบวชเรียน

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

76

แบบทดสอบ เรือ่ ง นิทานพน้ื บาน

ช่อื - สกลุ .............................................................................................ชน้ั .................เลขท่ี ...........

คำช้ีแจง : ใหน ักเรยี นทำเคร่อื งหมาย X (กากบาท) ลงบนตัวเลือกทีถ่ ูกตองทส่ี ดุ
1. นิทานพนื้ บานมคี วามหมายตรงตามขอ ใดตอ ไปน้ี

ก. คำหรือขอ ความท่ีตัง้ เปน คำถาม คำตอบ เพ่อื ใหผูตอบไดทายหรือตอบปญ หา
ข. คำรองทถี่ า ยทอดสบื ตอกันมาในโอกาสตา ง
ค. เร่ืองเลา ทเ่ี ลา ตอ ๆ กันมาจากคนรนุ หนง่ึ มาสคู นอีกรนุ หนึง่
ง. คำสวดทีใ่ ชประกอบในพธิ ีกรรมตา ง ๆ
2. ขอ ใดตอ ไปน้ีคอื คุณคา และความสำคญั ของนทิ านพืน้ บานถกู ตองท่ีสุด
ก. ทำใหสามารถเลือกใชคำโดยคำนงึ ถงึ เสยี งสมั ผสั ไดเ ปนอยางดี
ข. สอนหรอื สอดแทรกศลี ธรรม จริยธรรม คุณธรรม หรอื ใหคตเิ ตอื นใจ
ค. ทำใหส ามารถเลียนแบบพฤตกิ รรมและนสิ ัยตวั ละครไดท ุกตวั
ง. เขาใจในเรอื่ งการเลอื กใชค ำพองเสียง คำซ้ำ
3. ขอใดไมใ ชนทิ านพ้นื บาน
ก. ปลาบูท อง
ข. รามเกยี รติ์
ค. แกว หนา มา
ง. ไกรทอง
4. ขอใดกลา วไมถ ูกตอ งเกย่ี วกบั นทิ านพ้นื บาน
ก. ปรากฏช่อื ผูแ ตงชดั เจน
ข. เนอื้ หาสว นใหญ สอดคลอ งกับวิถชี วี ติ ประจำวัน
ค. มกี ารสอดแทรกแงคดิ
ง. บางเรอื่ งกลาวถึงตำนานหรือความเปนมาของสถานท่ี
5. ขอ ใดไมใช ขอคิดทไี่ ดจ ากนิทาน เรอื่ ง แกว หนามา
ก. การเปนคนที่มคี วามมงุ ม่ันและอดทน
ข. การทำความดเี พ่อื สว นรวม
ค. รปู รางหนา ตาไมส ามารถตดั สนิ ลักษณะนิสยั ของบุคคลได
ง. การประหยัดอดออม

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

77

6. ขอ ใดคอื ขอ คดิ ที่ไดจ ากนิทาน เรื่อง นายดั้น
ก. การเลือกคบคน
ข. การมไี หวพริบ
ค. การทำความดีโดยไมห วังสง่ิ ตอบแทน
ง. การเคารพผูใหญ

7. จากนทิ าน เรื่อง หัวลา นนอกครู สอ่ื ใหเ ห็นวา ทดิ ทองและทิดถม เปน คนทม่ี ลี กั ษณะนิสัย
อยา งไร

ก. ไมพ อใจในสง่ิ ทีต่ นมี
ข. หเู บา เช่ือคนงา ย
ค. ไมมคี วามรอบคอบ
ง. ชอบโออวด
8. จากนิทานเรื่อง ซน่ิ สองตอ น ใหขอ คดิ ในเร่อื งใด
ก. จะทำการสิ่งใดคิดใหร อบคอบเสยี กอ น
ข. เปนคนทม่ี คี วามซ่ือสัตย
ค. การเปนคนทีม่ ีความมงุ มนั่ และอดทน
ง. เปนบุคคลท่ีมคี วามเสยี สละความสุขสว นตนเพ่ือสวนรวม
9. ขอใดเปนนทิ านพื้นบา นภาคกลาง
ก. ปลาบูท อง
ข. ตำนานนางผมหอม
ค. ควายลุงคำ
ง. เกาะหนเู กาะแมว
10. ตำนานกดุ นางใย เปน นทิ านทอ งถิ่น ประจำจังหวัดใด
ก. ยโสธร
ข. บรุ รี ัมย
ค. มหาสารคาม
ง. ขอนแกน

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

78

เฉลยแบบทดสอบ เรอ่ื ง นทิ านพน้ื บา น ก
1ค7 ก
2ข8 ก
3ข9 ค
4 ก 10
5ง
6ข

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

79

แบบบันทกึ คะแนน การเขียนระบขุ อ คดิ จากเร่ืองท่ีอา น
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............

โรงเรียน ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชี้แจง : ใหเ ขียนเครื่องหมาย / ถานกั เรยี นมพี ฤติกรรมตามรายการสังเกต

คะแนน 3. ความเปน
2. การใชภ าษา ระเบยี บ
รายการ ่ีท 11. ความ เรยี บรอย
ที่ ชอ่ื - สกลุ รายการ ่ีท 2สอดคลองกบั
รายการ ่ที 3
รายการที่ 1เนอ้ื หา
รายการท่ี 2
รายการ ่ีท 3
รายการที่ 1
รายการที่ 2

รวมคะแนน
(คะแนนเ ็ตม 24 คะแนน)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

บนั ทกึ เพมิ่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................ผูประเมิน
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วันที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

80

เกณฑป ระเมนิ การเขียนระบขุ อ คดิ จากเรอื่ งทอี่ า น

คุณลักษณะ รายการประเมิน ดี ระดบั คะแนน
3 พอใช ควรปรบั ปรงุ
1. ความสอดคลอง 1. ใหข อคิดตรงประเดน็ และสอดคลอ งกับเน้อื หา
21

กับเนือ้ หา 2. ขอ คิดมคี วามสรางสรรคใ นดานดี
3. ขอคดิ มีความนา สนใจแปลกใหม
2. การใชภ าษา 1. ใชคำไดถ กู ตอ งและเหมาะสมกับเนือ้ ความ
2. ใชภาษากระชับเขา ใจงาย
3. ไมมคี ำผิดหรือการฉีกคำ
3. ความเปน 1. เขยี นตัวอักษรอานงา ย
ระเบียบเรียบรอย 2. สะอาดเรยี บรอ ย
หมายเหตุ : นกั เรียนผานเกณฑรอ ยละ 80 คอื ได 19 คะแนน เต็ม 24 คะแนน

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

81
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................

ชอื่ -สกุลนักเรยี น...........................................................................หอง..............................เลขท่ี...........................
คำชแ้ี จง : ใหผ สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลวขดี / ลงในชองที่
ตรงกับระดับคะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงค 3 2 10
1. รักชาติ ศาสน 1.1 มคี วามรกั และภูมใิ จในความเปนชาติ
กษตั ริย 1.2 ปฏิบตั ิตนตามหลักของศาสนา
1.3 แสดงออกถึงความจงรกั ภักดตี อ สถาบันพระมหากษตั ริย
2.ซอ่ื สตั ยส ุจรติ 2.1 ปฏบิ ัติตามระเบียบการสอน และไมล อกการบา น
2.2 ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงตอ ความเปน จริงตอตนเอง
2.3 ประพฤติ ปฏบิ ัตติ รงตอ ความเปน จริงตอผอู ่ืน
3. มวี ินยั 3.1 เขา เรียนตรงเวลา
3.2 แตง กายเรยี บรอยเหมาะสมกับกาลเทศะ
3.3 ปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บของหอ ง
4. ใฝหาความรู 4.1 แสวงหาขอ มลู จากแหลง เรยี นรูต า ง ๆ
4.2 มกี ารจดบันทึกความรูอยา งเปน ระบบ
4.3 สรปุ ความรูไดอ ยางมีเหตุผล

ลงช่อื ......................................................................ผปู ระเมิน สรปุ ผลการประเมนิ ผา น
(.....................................................................) ระดับ ดีเยยี่ ม ดี ผานเกณฑการประเมิน
........... /................................/......................
ไมผ า น ระดับ ปรับปรงุ

เกณฑการใหค ะแนน รอยละ 50 - 66 ระดบั คุณภาพ ดเี ยี่ยม (3)
- พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบตั ชิ ดั เจนและสมำ่ เสมอ ให 3 คะแนน รอยละ 40 - 49 ระดบั คณุ ภาพ ดี (2)
- พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติชัดเจนและบอ ยครัง้ ให 2 คะแนน รอ ยละ 20 - 39 ระดบั คุณภาพพอใช (1)
รอยละ 0 - 19 ระดบั คณุ ภาพ ปรับปรงุ (0)

- พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบตั ิบางคร้งั ให 1 คะแนน
- พฤติกรรมทีไ่ มไดป ฏิบตั ิ ให 0 คะแนน

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

82
แบบประเมนิ สมรรถนะของนักเรยี น
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................

ช่อื -สกุลนกั เรียน...........................................................................หอง..............................เลขท่ี...........................
คำช้ีแจง : ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี น แลว ทำเครือ่ งหมาย / ลงในชองทต่ี รงกบั ระดับคุณภาพ
ระดับคณุ ภาพ
ดี สรปุ ผล
สมรรถนะดา น รายการประเมนิ มาก ดี พอใช ปรบั ปรุง การ
(3) (2) (1) (0) ประเมนิ

1.ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -สงสาร
ในการสอื่ สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถา ยทอด
ความรู
ความคดิ ความเขาใจของตนเอง  ดี
โดยใชภ าษาอยา งเหมาะสม มาก
1.3 ใชวิธกี ารสือ่ สารท่ีเหมาะสม  ดี
มีประสิทธิภาพ  พอใช
1.4 เจรจาตอ รอง เพ่ือขจัดและลดปญหา 
ความขัดแยงตา ง ๆ ได ปรบั ปรุง

1.5 เลอื กรบั และไมรับขอมลู ขา วสาร
ดว ยเหตุผลและถกู ตอ ง
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห
ในการคิด สังเคราะห
2.2 มที กั ษะในการคดิ นอกกรอบอยา ง  ดี
สรางสรรค มาก
2.3 สามารถคดิ อยา งมวี จิ ารณญาณ  ดี
2.4 มคี วามสามารถในการสรา งองค  พอใช
ความรู 
2.5 ตัดสนิ ใจแกป ญหาเก่ียวกับตนเองได ปรับปรงุ

อยางเหมาะสม
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

83

ดี ระดบั คณุ ภาพ สรุปผล
มาก การ
สมรรถนะดา น รายการประเมิน (3) ดี พอใช ปรับปรุง ประเมนิ
(2) (1) (0)

3. ความสามารถ 3.1 สามารถแกป ญหาและอปุ สรรค  ดี
ในการแกปญ หา ตาง ๆ ที่เผชิญได
3.2 ใชเ หตุผลในการแกป ญหา มาก
3.3 เขาใจความสัมพนั ธ  ดี
และการเปล่ยี นแปลงในสงั คม  พอใช
3.4 แสวงหาความรู ประยุกตความรู 

มาใชในการปอ งกันและแกไขปญ หา ปรับปรุง
3.5 สามารถตัดสินใจไดเหมาะสมตามวยั
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………

บันทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................ผปู ระเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วนั ที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................

เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพ ใหระดบั 3 คะแนน
ดีมาก หมายถึง พฤตกิ รรมที่ปฏิบัติน้ันชัดเจนและสม่ำเสมอ ใหร ะดับ 2 คะแนน
ดี หมายถึง พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั นิ ั้นชดั เจนและบอยคร้ัง ใหระดับ 1 คะแนน
พอใช หมายถงึ พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั บิ างครัง้ ใหระดบั 0 คะแนน
ตอ งปรบั ปรงุ หมายถึง ไมเ คยปฏบิ ตั พิ ฤติกรรมน้ันเลย

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

84

แผนการจัดการเรียนรูว ชิ าภาษาไทย แผนท่ี 2

กลมุ สาระการเรยี นรูวิชาภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 4
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท 14101
หนว ยการเรียนรูที่ 1 แผนที่ 2 เร่ือง การอานจับใจความสำคัญ จำนวน 2 ช่วั โมง
ครูผสู อน : …………………………………………….....
วนั ที่.....................................

1. สาระสำคญั
การอานจับใจความสำคัญ คือ การคนหาสาระสำคัญของเรื่องหรือของหนังสือที่อาน สวนนั้น

คือ ขอความที่มีสาระครอบคลุมขอความอื่น ๆ ในยอหนานั้นหรือเนื้อเรื่องทั้งหมด ขอความตอนหนึ่งหรือเรื่อง
หนึ่งจะมีใจความสำคัญทส่ี ุดเพยี งหนง่ึ เดียว ซงึ่ ใจความสำคญั กค็ ือสงิ่ ท่ีเปน สาระสำคัญของเร่ืองน่นั เอง

2. มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ

แกปญ หาในการดำเนินชวี ติ และมนี สิ ยั รักการอา น
ตวั ชว้ี ดั
ป. 4/3 อา นเรอ่ื งสน้ั ๆ ตามเวลาทีก่ ำหนดและตอบคำถามจากเรอื่ งทีอ่ า น
ป. 4/6 สรุปความรูและขอคดิ จากเร่ืองทอี่ า น เพอ่ื นำไปในชีวิตประจำวัน

3. จุดประสงคก ารเรียนรู
1. นักเรียนสามารถบอกความหมาย และหลกั การอา นจบั ใจความสำคญั ได (K)
2. นักเรียนสามารถอานจบั ใจความสำคญั จากนิทานพ้ืนบานทกี่ ำหนดได (P)
3. นักเรียนมีมารยาทในการอา น (A)

4. สาระการเรยี นรู
1. ความหมายหลักการอา นจบั ใจความสำคญั
2. การอานจับใจความสำคญั
3. มารยาทในการอา น

5. สมรรถนะของผูเรยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญ หา

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

85

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
1. รักชาติ ศาสน กษตั ริย
2. ซ่อื สตั ยส ุจรติ
3. มีวินัย
4. ใฝเ รยี นรู

7. ผลงานทต่ี อ งการ
-

8. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู
ข้ันท่ี 1 นำเขา สบู ทเรยี น
1. ครูกลาวทกั ทายนกั เรยี นจากนน้ั พดู คยุ เพอื่ สรา งบรรยากาศที่เปนการเอง เชน
- ชว งนเ้ี ปน อยา งไรกันบาง มกี ารบานเยอะมยั้
- มใี ครฟงขาวบาง ชว งนไ้ี วรัสอะไรนะท่ีกำลังระบาดอยู
- ก็ขอใหนักเรียนทุกคนดูและสุขภาพ รักษาความสะอาด ไมเขาไปอยูในที่ ท่ีเสี่ยงจะติดโรค

กินรอ น ชอนกลาง ลางมอื กันดว ยนะคะ
2. ครแู จง กติกาในการเรียนใหน ักเรียนไดท ราบ เพื่อฝก ใหนักเรียนเปนคนมีระเบียบวนิ ยั

และรูจ ักใฝเ รียนรู ดงั น้ี
- หามคยุ กันเสียงดัง
- สงงานใหต รงเวลา
- ใหจดความรทู ่ีครอู ธิบายเพมิ่ เติมลงในสมดุ เพ่ือทบทวนความรทู เี่ รียนมา
- นกั เรียนทม่ี สี วนรวมในชั้นเรยี น เชน การยกมอื ตอบคำถาม การมสี วนรว มในกิจกรรม

3. กจิ กรรมเตรียมความพรอ มดว ยเพลง
3.1 ครูทักทายนักเรียนและใหนักเรียนทำกิจกรรม Brain gym เพื่อใหนักเรียนมีสมาธิ

ตลอดจนไดบริหารมือและสมอง เพื่อเตรียมความพรอมในการเรียน สำหรับวันนี้ครูก็มีวิธีการลางมือที่ถูกตอง
มาใหน ักเรยี นไดรจู ัก โดยเราจะทำทาทางประกอบดนตรีไปดว ย

“ มือทเี่ ปอ นอยูมเี ช้ือโรครหู รือเปลา (ซำ้ )
มาลางมือกนั เถอะพวกเรามาลางมือกนั เถอะ (ซำ้ )
7 ขัน้ ตอนในการลางมือ มา ๆ ๆ ลา งมอื กบั 7 ทาลางมือ
ทา ที่ 1 คือทาปลาเอามือมาถกู กัน ถู ทู ทู ทู ถู ถู ทู ทู ทู ทู ทู ทู ทู (ซำ้ )
ทาท่ี 2 ทาปลาดาวเอาฝามอื ถูหลงั มือและนวิ้ ถูซอกน้วิ ถู ทู ทู ทู ถู ถู ทู ทู ทู ทู ทู ทู ทู (ซ้ำ)
ทาท่ี 3 ทา หอยเชลลเ อาฝา มอื ถฝู ามอื และนว้ิ ถูซอกน้วิ ถู ทู ทู ทู ถู ถู ทู ทู ทู ทู ทู ทู ทู (ซำ้ )
ทา ที่ 4 ทาปลาโลมาเอา หลงั นิ้วมอื ถูฝา มอื ถู ทู ทู ทู ถู ถู ทู ทู ทู ทู ทู ทู ทู (ซ้ำ)
ถา ที่ 5 ถา สาหรายนิ้วหัวแมมอื ถู ทู ทู ทู ถู ถู ทู ทู ทู ทู ทู ทู ทู (ซ้ำ)
ทาที่ 6 ทา แมงกะพรนุ เอาปลายนิ้วถกู ขวางฝา มอื ถู ทู ทู ทู ถู ถู ทู ทู ทู ทู ทู ทู ทู (ซ้ำ)
ทาท่ี 7 ทาชางวนรอบๆขอ มือ ถู ทู ทู ทู ถู ถู ทู ทู ทู ทู ทู ทู ทู (ซ้ำ)

มาลา งมอื กนั เถอะพวกเรามาลา งมือกนั เถอะ
มาลา งมือกนั เถอะพวกเรามาลา งมือกนั อยา ลมื ลางออกดว ยน้ำสะอาดนะ”

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

86
4. ครูใหนักเรียนกลับเขาที่ และถามคำถามเกี่ยวกับกิจกรรม เมื่อพวกเรารูจักทาลางมือที่ถูกตอง
ทั้ง 7 ทาแลวก็อยาลืมนำไปปฏิบัติใหถูกตองนะคะ การลางมือชวยใหเชื้อโรคถูกทำลาย และไมเกิดโรค ซึ่งครู
จะมเี ร่ืองเลาเกยี่ วกับผชู ายคนหนึ่งใหไดร จู ักครูจะยงั ไมบ อกวาเขาเปน ใคร แตแอบบอกใบวา เขาคือชายท่ีมีโรค
ซึ่งเปนโรคที่คนสวนใหญรังเกียจ แตกอนที่เราจะไปรูจักเรื่องของเขา ครูจะใหนักเรียนทำแบบทดสอบกอน
เรียนกอ นนะคะ”
5. ครูแจกแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การอานจับใจความสำคัญ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ
4 ตวั เลอื ก จำนวน 10 ขอ
ขั้นท่ี 2 นำเสนอความรู
1. ครนู ำเสนอนทิ าน เรือ่ ง ทา วแสนปม

วันนี้ครูก็มีนิทานสนุก ๆ มาฝากนักเรียนอีกเชนเคย ซึ่งเร่ืองราวที่ครูจะเลาตอไปนี้เปนเรื่อง
ของชายคนหน่ึงท่ีเขามีโรคทางพันธุกรรมชนดิ หน่ึง ทำใหคนทวั่ ไปตางรังเกยี จเขา ซ่งึ โรคนั้นชื่อวา โรคทาวแสน
ปม ซึ่งก็ไดชื่อโรคมาจากนิทานเรื่องนี้แหละ เรื่องราวจะเปนอยางไรนั้น ครูจะใหนักเรียนได อานศึกษาดวย
ตนเอง โดยครใู หเวลาในการอานทำความเขาใจเรอื่ งราว 5 นาที

ทาวแสนปม
ที่เมืองแสนสุข ตาอิ่ม และ ยายเอิบ อยากมีลูกมาก ไปขอคำแนะนำจากหมอผีประจำ

หมูบาน หมอผีแนะนำใหตายายนำคางคกมาตมเปนยาบำรุงเพื่อใหมีลูก ตาและยายทำตามคำหมอจนไดลูก
ชายสมใจ แตอนิจจาเพราะกรรมที่ทำไวกับคางคก ทำใหลูกที่เกิดมามีตัวปุมป� ตาและยาย จึงตั้งชื่อลูกวา
“แสนปม”

ในวยั เดก็ เด็กชายแสนปม อยากมเี พอื่ นตามประสา แตก ลบั ถูกเดก็ คนอนื่ กล่นั แกลง เพราะ
รังเกียจที่ตัวเปนปุมป� แมแสนปมเห็นใจพยายามหาสมุนไพรมารักษาลูกแตก็ไมหาย แตกลับทำใหแสนปมมี
ความรูเรอื่ งสมุนไพรเพราะเรยี นรูจากตำรายาทแี่ มทำไว

วันนึงในหมูบานเกิดโรคระบาด แสนปมถูกหาวาเปนพาหะ ชาวบานตางพากันขับไล
ครอบครัวแสนปมไปอยูที่อื่น ดวยความที่ไมอยากใหพอแมเดือดรอนจากการถูกชาวบานรังแก แสนปมจึง
ตดั สินใจหนจี ากหมูบา นมาเพยี งลำพงั

เด็กชายแสนปมรอนแรมมาถึงเมืองไตรตรึงส ระหวางนั้น ทาวไตรตรึงสเจาเมือง เขามา
เที่ยว ปาลาสัตวและกำลังเพลิดเพลินชมนกชมไมอยูกับมเหสีจันทรสุดา แมเลี้ยงของพระธิดาเนตรนภา และ
เจาถุงทอง แมวของพระธิดาก็ไดหนีออกไปวิ่งเลน ทำใหพระธิดาตองว่ิงไปตามในปาเพียงลำพัง จนเจอเขากับ
เสอื โครง ท่จี ะมาทำราย โชคดที ่ีแสนปมชวยพระธิดาไว จนตวั เองไดร ับบาดเจ็บสาหัส
ทาวไตรตึงสเห็นสภาพแสนปมบาดเจ็บใกลตายและกลัววาจะเปนโรคราย จึงไมไดใหความชวยเหลือ แตกลับ
นำพระธิดากลับวงั โดยทนั ที

ฝายพระธิดารูวาแสนปม ยังไมตายจึงตั้งจิตอธิษฐาน ทำใหพระอินทรที่อยูบนสวรรคตอง
ลงมาชวยแสนปมใหรอดชีวิต และเสกพี่ตุกติ๊ก ตุกแกที่อยูในปาใหเปนตุกแกพูดได ไวเปนเพื่อนคอยดูแลแสน
ปมตอ ไป

วนั หน่ึง จอ ย เด็กในหมบู านถูกงูกดั บงั เอิญแสนปมไปพบเขา และใชวิชาสมนุ ไพรชวยชีวิต
ไว พอแมจอยสำนึกในบุญคุณของแสนปม จึงใหความชวยเหลือ นำผักและสมุนไพรที่แสนปมปลูกไวไปขายใน
ตลาด ดวยความที่รูเรื่องผัก สมุนไพรเปนอยางดี แสนปมจึงมีโอกาสชวยเหลือชาวบานอยูเสมอ จนเริ่มเปนที่
ยอมรบั ของคนในหมบู าน

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

87
ที่เมืองไตรตรึงส อยูดี ๆ พระธิดาก็อยากทานมะเขือเปนอยางมาก ทาวไตรตรึงสสั่งให
ทหารและนางสนมออกไปหามะเขือที่ดีที่สุดในนครมาถวาย จนไปเจอมะเขือของแสนปมที่มีขนาดใหญ จึงนำ
กลับมาใหพ ระธิดา และหลังจากเสวยมะเขอื ของแสนปมเขาไป พระธดิ ากต็ ั้งครรภ จนใหกำเนิดพระโอรส
เมื่อายุได 5 พระชันษา พระโอรสจึงถามหาพระบิดา ทาวไตรตรึงสอดสงสารไมได จึงคิดจัดพิธีเสี่ยงทายเพื่อ
ตามหาบิดาให ซึ่งการเสี่ยงทาย โดยมีขอแมวาผูเขารวมพิธีตองนำอาหารมาคนละ 1 อยาง ถาพระโอรสทาน
อาหารจากผใู ด ผูน้นั จะไดรับเลือกเปน บดิ าของพระโอรส รวมทั้งไดเ ปน พระสวามขี องพระธิดาทนั ที
ฝายพระมเหสีจันทรสุดา เมื่อทราบวาทาวไตรตรึงสจะจัดพิธีเสี่ยงทาย ก็รีบแจงขาวใหเจาชายไกรสิงห
หลานชายรูปงามแหงเมอื งรมจักร มาเขา รวมพิธี เพราะหวงั วา เจาชายจะไดรับเลอื ก และไดสมบัติแหงเมืองไตร
ตรึงสท้ังหมดมาเปนของตน
พอแสนปมเองไดทราบขาว ก็เขารวมพิธีเสี่ยงทาย โดยนำขาวมา 1 ปน พระอินทรก็ชวย
ดลใจใหพระโอรส เสวยขาวของแสนปม แสนปมจึงเปนราชบุตรเขยทันที แตเพราะรูปรางหนาตาที่อัปลักษณ
แสนปมจึงถูกทุกคนในวังรังเกียจ ยกเวนพระโอรส แสนปมโดนกลั่นแกลงตาง ๆ นา ๆ จนในที่สุดก็ไลออกจาก
วัง พระโอรสจงึ ขอออกจากวังไปดวย เมื่อลูกไป พระธิดาจึงตองออกไปดวย 3 คนพอแมลูกจึงตองระหกระเหนิ
ไปผจญภัยดวยกนั แสนปมใชวิชาสมนุ ไพรทีม่ หี าเลีย้ งครอบครัว
ทางดานเจาชายไกรสิงหยังผูกใจเจ็บจึงวางแผนจับพระธิดาเปนตัวประกันเพื่อตอรองเอา
เมืองกับทาวไตรตึงส แสนปมเขาไปชวยพระธิดาออกมาได และดวยความดีที่แสนปมทำใหกรรมเกาใกลหมด
พระอนิ ทรจึงสง กลองวิเศษมาให ซึ่งสามารถขอพรได 3 ขอ พรขอท่ี 1 ท่ี แสนปมขอคอื ขอใหต วั หลายจากการ
เปนปุม ปม ขอ ที่ 2 คือ ขอเมอื งเปน ของตัวเอง และขอ ท่ี 3 คืออทู องใหก ับพระโอรส
เมื่อแผน 1 ลมเหลว เจาชายไกรสิงหจึงงัดไมตาย ดวยการยกทัพไปตีเมืองไตรตรึงส
แสนปมจึงยกทัพไปชวย และชนะศึก ดวยความดีที่แสนปมทำใหมาตลอด พระธิดาจึงใจออน ยอมรับรักจาก
แสนปม และทง้ั หมดก็อยูด วยกันอยางมีความสุข
2. เม่ือครบเวลาทีก่ ำหนด ครใู หน ักเรียนตอบคำถามดังนี้
1. ตัวละครในเรือ่ งมใี ครบา ง
2. ตัวละครหลักของเรอื่ งคือใคร
3. ในเร่ืองมเี หตกุ ารณท ่ีสำคญั ทาวแสนปมทำอะไรบาง
4. เหตุการณเกิดข้ึนทีไ่ หน
5. ผลลพั ธจากการกระทำคอื อะไร
3. ครูอธิบายวาการที่เราสามารถบอกไดวา ใคร ทำอะไร ที่ไหน ผลเปนอยางไร จากการอานได
นั้น แสดงถึงการที่เราเขาใจเนื้อเรื่องที่เราอาน ซึ่งการทำความเขาใจเนื้อเรื่องที่เราอานนั้นเรียกวา การอานจับ
ใจความสำคญั ซ่ึงกค็ ือ อา นเพอื่ จับประเด็นสำคัญของเร่ือง เพ่ือใหง า ยตอ การจำและการสังเคราะหข อ มลู
ขน้ั ท่ี 3 ลงมือเรียนรู
1. ครูแจกใบความรเู ร่อื งการอานจับใจความสำคญั
การอานจับใจความสำคัญ คือ การคนหาสาระสำคัญของเรื่องหรือของหนังสือที่อาน สวนนั้น
คือ ขอความที่มีสาระครอบคลุมขอความอื่น ๆ ในยอหนาน้ันหรือเนื้อเรื่องทั้งหมด ขอความตอนหนึ่งหรือเรื่อง
หนึง่ จะมใี จความสำคญั ทีส่ ุดเพียงหนงึ่ เดียว ซึ่งใจความสำคญั กค็ ือสง่ิ ท่เี ปน สาระสำคญั ของเรอ่ื งนั่นเอง

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

88
หลกั การอานจับใจความสำคญั

1. อานผาน ๆ โดยตลอด เพื่อใหรูวาเรื่องที่อานเปนเรื่องเกี่ยวกับอะไร มีใคร ทำอะไร
ที่ไหน อยางไร เมื่อไร ไดผ ลอยางไร

2. อานใหร ายละเอียดอีกคร้งั หนง่ึ เพ่ือทำความเขา ใจเรื่องทอี่ า น
3. เขียนเรียบเรยี งใจความสำคัญของเร่อื งทีอ่ า นดวยสำนวนภาษาของตนเอง
4. อานทบทวนเพื่อตรวจสอบความถูกตอ งอกี ครง้ั หน่ึง
2. ครแู ละนกั เรยี นรว มตอบคำถามจากนทิ านเร่อื ง ทา วแสมปม เพือ่ ทบทวนเขา ใจของนกั เรยี น
2.1 ตวั ละครในเรื่องมีใครบา ง
ตาอ่ิม ยายเอบิ ทา วแสนปม ทา วไตรตรึงส มเหสจี ันทรสดุ า พระธิดาเนตรนภา
เจา ถงุ ทอง จอย พระอินทร เจา ชายไกรสงิ พระโอรส (ลูกทา วแสนปม)
2.2 ตวั ละครหลกั ของเร่อื งคอื ใคร
ทา วแสนปม ทาวไตรตรึงส พระธิดาเนตรนภา จอย พระอินทร เจาชายไกรสิงห
พระโอรส
2.3 ในเรอ่ื งมเี หตกุ ารณท ี่สำคญั ทา วแสนปมทำอะไรบาง
เกิดมามีผวิ หนงั เหมือนคางคก ผูคนรังเกยี จจึงถกู ชาวบานไลออกจากเมือง
จนมาเจอพระธดิ ากำลงั จะถูกเสอื ทำราย ทา วแสนปมจงึ เขา ไปชวยและโดนเสือ
ทำราย จอยจงึ ชว ยรักษา จากนนั้ พระธิดาอยากกินมะเขอื จึงไดมะเขอื ทา วแสนปมมากินจากน้นั ตง้ั ทอง
2.4 เหตกุ ารณเ กดิ ขึ้นท่ไี หน
เมืองไตรตรึงส
2.5 ผลลัพธจ ากการกระทำคืออะไร
ทาวแสนปมไดร ับพรจากพระอนิ ทรและขอพร 3 ขอ จากนนั้ เอาชนะเจา ชายไกรสงิ ห
ไดและอยกู บั พระธิดาเนตรนภา กับพระโอรสอยา งมีความสขุ
2.6 ขอ คิดท่ีไดจากนทิ าน
ทำดไี ดดี ทำชว่ั ไดชว่ั , อยาตัดสนิ คนทีภ่ ายนอก
ขน้ั ที่ 4 ขัน้ สรปุ ความรู
1. ครูใหนักเรียน ทำใบงานเรือ่ ง การอา นจับใจความสำคัญและรวมกันเฉลย
2. ครใู หน กั เรียนทำใบงานเรอื่ งการอา นจับใจความสำคัญ 10 นาที จำนวน 2 ใบงาน ใบงานละ 5
คะแนน รวม 10 คะแนน
ข้นั ที่ 5 ข้ันประยกุ ตใ ชค วามรู
1. ครูทบทวนความรู เรื่อง นิทานพื้นบาน ทั้งความหมาย ลักษณะ ความสำคัญ ของวรรณกรรม
พน้ื บาน
2. ครูเปด โอกาสใหน ักเรยี นไดแสดงความดิ เห็นและสอบถามขอสงสัย
3. ครใู หน กั เรยี นเสนอแนวทางการนำความรูเรื่อง การอานจบั ใจความสำคญั ไปปรบั ใช
ในชีวติ ประจำวนั
4. ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การอานจับใจความสำคัญ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4
ตัวเลือก จำนวน 10 ขอ

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

89

9. สอ่ื และแหลงการเรียนรู
ส่ือการเรียนรู
1. ใบความรเู รอ่ื ง การอานจับใจความสำคญั
แหลงการเรยี นรู
1. คร/ู ผสู อน

10. การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดและ เคร่อื งมอื วัด เกณฑก ารประเมิน
สง่ิ ทตี่ อ งการวดั ประเมนิ ผล แบบทดสอบหลงั เรยี น ผานเกณฑ
การทำแบบทดสอบ เรื่องการอานจับใจความ รอ ยละ 80 ขนึ้ ไป
ความรเู รอื่ งการอานจบั การทำใบงานเรือ่ ง การ สำคญั แบบปรนัย ชนิด
ใจความสำคญั อา นจับใจความสำคัญ เลอื กตอบ 4 ตวั เลือก ผา นเกณฑ
จำนวน 10 ขอ รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป
ทกั ษะการอานจบั ใจความ ใบงาน เรอ่ื ง การอานจับ
สำคัญ ใจความสำคญั

มารยาทการอา น สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบประเมินมารยาทใน ผานเกณฑ
อา นของนกั เรียน การอาน 3 คณุ ลกั ษณะ 3 รอ ยละ 80 ขนึ้ ไป
ระดับคุณภาพ

ความคิดเหน็ ของผบู รหิ ารสถานศกึ ษา/หรือผทู ไี่ ดร บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ........................................................ผตู รวจ
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วันที่............เดือน.........................พ.ศ. ..................

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

90

บนั ทกึ ผลหลังสอน
ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นร…ู ...………………………………………………………........…………..…………..

.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ปญ หาทีพ่ บระหวางเรยี น……………………………………………………………………………….…..…….……...
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

วธิ ีแกปญ หา………………...……………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ผลของการแกป ญหา…………………………………………………….……………………….………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ขอเสนอแนะจากการจดั กจิ กรรม…………………………………………………..………………………………..
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ลงชื่อ.......................................................ผสู อน
(………………………………….............….)
วัน.........เดือน.....................พ.ศ. ........

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

ใบความรู เร่อื ง การอานจับใจความสำคญั

การอา นจับใจความสำคญั คือ การคน หาสาระสำคญั ของเรอ่ื ง
หรือของหนงั สอื ท่ีอา น สวนนัน้ คือ ขอความทีม่ สี าระครอบคลุมขอความ
อน่ื ๆ ในยอหนา นน้ั หรอื เน้ือเรอ่ื งทงั้ หมด ขอความตอนหน่ึงหรือ
เรื่องหนึ่งจะมีใจความสำคญั ทสี่ ดุ เพยี งหน่ึงเดยี ว ซงึ่ ใจความสำคญั กค็ อื
สงิ่ ท่ีเปน สาระสำคัญของเรื่องนน่ั เอง

ขอควรปฏบิ ตั ิในการอา นจบั ใจความสำคัญ
1. อานผา นๆ โดยตลอด เพือ่ ใหร ูว า เรือ่ งทอี่ านเปนเรอื่ งเกยี่ วกบั
อะไร มีใคร ทำอะไร ที่ไหน อยา งไร เมอ่ื ไร
2. อานใหร ายละเอียดอกี คร้งั หน่งึ เพื่อทำความเขาใจเรือ่ งท่อี า น
3. เขยี นเรยี บเรยี งใจความสำคญั ของเรื่องทอ่ี านดว ยสำนวนภาษา
ของตนเอง
4. อา นทบทวนเพอ่ื ตรวจสอบความถกู ตอ งอีกครงั้ หนึ่ง

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

ใบงานท่ี 1 การอา นจับใจความสำคัญ

คำชแี้ จง ใหน กั เรยี นอา นนทิ าน เรื่อง หมากับเงา แลว ตอบคำถาม

หมากับเงา
หมาตัวหนง่ึ คาบกอ นเนือ้ มากอนหน่ึงมันเดินผานแมน ้ำ
เหน็ เงาตนเองคาบเนอ้ื อยู มันคดิ วาเงาของตนคาบเนือ้ ชิ้นใหญกวา
จงึ คิดแยง กอนเน้ือจากเงาน้นั เมอื่ มันอา ปากและกำลังกระโจนลง
น้ำ กอ นเนอ้ื ก็หลุดออกตกนำ้ ไปมันจงึ เสียกอนเนอื้ ไปท้งั หมด
นิทานเร่อื งนส้ี อนใหร วู า โลภมากลาภหาย

ใคร _________________________________________
ทำอะไร _________________________________________
ท่ีไหน _________________________________________
อยางไร _________________________________________

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]


Click to View FlipBook Version