193
แบบสังเกตพฤติกรรมการรว มกิจกรรมกลุม
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้ีแจง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชอ งวา งตามคะแนนความเปน จริงของนกั เรียน
รายการสงั เกต สรปุ
กลมุ ชื่อ – สกลุ การบงหนา ่ีทภายในกลุม (A)
ที่ การรู ัจกแสดงความคิดเ ็หน
(A)
การทำงานตามข้ันตอน (P)
การป ิฏบั ิตงานเสร็จ ัทนเวลา
(A)
รวม 15
ผาน
ไ มผาน
321321321321
1
2
บันทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................ผูป ระเมิน
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วันท.ี่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
194
เกณฑการประเมินพฤตกิ รรมการรว มกิจกรรมกลมุ
รายการประเมิน 3 2 1
การแบง หนาท่ี มีการแบงหนา ทภี่ ายใน มกี ารแบงหนา ที่ภายใน มกี ารแบงหนา ทภ่ี ายใน
ภายในกลมุ กลมุ อยา งชัดเจน มคี วาม กลุม ชัดเจน แตไ มทำงาน กลมุ ชัดเจน แตไ มทำงาน
รบั ผิดชอบงานตาม ตามบทบาทหนาที่ของ ตามบทบาทหนาท่ขี อง
บทบาทหนาที่ ตนเอง ตน
การรจู กั แสดงความ รจู กั แสดงความคิดเห็น รจู ักแสดงความคิดเหน็ ไมแ สดงความคดิ เหน็ ใน
คิดเหน็ ในกลุมดีมาก ในกลุม กลุมเลย
การทำงานตามขน้ั ตอน มกี ารทำงานตามข้นั ตอน
ดมี าก มีการทำงานตามขั้นตอน ไมท ำงานตามขัน้ ตอน
ปฏิบตั ิงานเสรจ็ ทันเวลา ปฏบิ ัติงานเสร็จทันเวลา ปฏบิ ัติงานเสรจ็ ทนั เวลา ไมเสรจ็ ทนั เวลาตามท่ี
ตามกำหนดเรียบรอ ยดี ตามกำหนด กำหนด
มาก
เกณฑการใหคะแนนการประเมนิ พฤติกรรมระหวางรว มกิจกรรมกลมุ กำหนดไวด ังน้ี
3 หมายถงึ ดมี าก
2 หมายถงึ ดี
1 หมายถึง ปรบั ปรงุ
โดย คะแนน 13 – 15 คะแนน หมายถงึ ดีมาก
คะแนน 10 – 12 คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน 1 – 9 คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
195
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรียนที่ .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
ชือ่ -สกลุ นกั เรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขที่...........................
คำชแี้ จง : ใหผ สู อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว ขีด / ลงในชองที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
คุณลักษณะ ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงค รายการประเมิน 3 2 10
1.อยอู ยางพอเพียง 1.1 ใชทรพั ยส นิ และสงิ่ ของของโรงเรียนอยางประหยดั
1.2 ใชอ ปุ กรณก ารเรยี นอยางประหยดั และรคู ุณคา
1.3 ใชจายอยางประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
2. มงุ มัน่ ในการ 1.1 มคี วามตั้งใจ และพยายามในการทำงานทไี่ ดรบั มอบหมาย
ทำงาน 1.2มคี วามอดทนและไมท อ แทตอ อุปสรรคเพอื่ ใหง านสำเร็จ
3.รักความเปน ไทย 1.1 มจี ิตสำนกึ ในการอนรุ กั ษว ัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย
1.2 เหน็ คณุ คาและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย
1.1 รจู กั การใหเ พอื่ สว นรวม และเพ่ือผูอน่ื
4.มจี ติ สาธารณะ 1.2 แสดงออกถึงการมนี ำ้ ใจหรอื การใหค วามชว ยเหลือผูอน่ื
1.3 เขา รวมกิจกรรมบำเพญ็ ตนเพื่อสวนรวมเมื่อมีโอกาส
ลงชื่อ......................................................................ผูประเมิน สรุปผลการประเมนิ ผา น
(.....................................................................) ระดับ ดีเย่ียม ดี ผานเกณฑก ารประเมิน
........... /................................/......................
ไมผาน ระดับ ปรับปรงุ
เกณฑการใหค ะแนน รอ ยละ 50 - 66 ระดับคุณภาพ ดเี ย่ียม (3)
- พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบตั ิชดั เจนและสมำ่ เสมอ ให 3 คะแนน รอ ยละ 40 - 49 ระดับคณุ ภาพ ดี (2)
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและบอยคร้ัง ให 2 คะแนน รอ ยละ 20 - 39 ระดบั คณุ ภาพพอใช (1)
- พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติบางคร้งั ให 1 คะแนน รอยละ 0 - 19 ระดับคุณภาพ ปรับปรงุ (0)
- พฤติกรรมที่ไมไดป ฏบิ ตั ิ ให 0 คะแนน
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
196
แบบประเมนิ สมรรถนะของนกั เรียน
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
ชอื่ -สกลุ นักเรยี น...........................................................................หอง..............................เลขท่ี...........................
ระดับคณุ ภาพ
ดี สรุปผล
สมรรถนะดา น รายการประเมิน มาก ดี พอใช ปรบั ปรงุ การ
(3) (2) (1) (0) ประเมนิ
1. ความสามารถ 3.1 สามารถแกปญหาและอปุ สรรค ดี
ในการแกป ญ หา ตาง ๆ ทีเ่ ผชญิ ได
3.2 ใชเ หตุผลในการแกปญหา มาก
3.3 เขา ใจความสมั พันธและการ ดี
เปลี่ยนแปลงในสังคม
3.4 แสวงหาความรู ประยุกตความรู พอใช
มาใชใ นการปอ งกนั และแกไ ขปญหา
3.5 สามารถตัดสนิ ใจไดเ หมาะสม ปรบั ปรงุ
ตามวัย
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………
2. ความสามารถ 4.1 เรียนรูด วยตนเองไดเหมาะสม
ในการใชทกั ษะ ตามวัย ดี
ชวี ิต 4.2 สามารถทำงานกลมุ รวมกับผูอ นื่ ได มาก
4.3 นำความรทู ไ่ี ดไ ปใชประโยชน ดี
ในชีวิตประจำวัน
4.4 จดั การปญ หาและความขดั แยง พอใช
ไดเ หมาะสม
4.5 หลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมไมพ งึ ประสงค ปรบั ปรงุ
ที่สงผลกระทบตอ ตนเอง
สรุปรวมคะแนน = ……………………………
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
197
ดี ระดบั คณุ ภาพ สรุปผล
มาก การ
สมรรถนะดาน รายการประเมนิ (3) ดี พอใช ปรบั ปรุง ประเมนิ
3. ความสามารถ (2) (1) (0)
ในการใช
เทคโนโลยี 5.1 เลือกและใชเทคโนโลยีไดเ หมาะสม
ตามวัย ดี
5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี มาก
5.3 สามารถนำเทคโนโลยไี ปใชพฒั นา ดี
ตนเอง
5.4 ใชเทคโนโลยใี นการแกป ญ หาอยาง พอใช
สรา งสรรค
5.5 มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมในการใช ปรบั ปรงุ
เทคโนโลยี
สรุปรวมคะแนน = ……………………………
บันทึกเพิม่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วนั ที่............เดือน.........................พ.ศ. ..................
เกณฑการใหค ะแนนระดบั คณุ ภาพ ใหร ะดับ 3 คะแนน
ดีมาก หมายถึง พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตนิ น้ั ชดั เจนและสมำ่ เสมอ ใหร ะดบั 2 คะแนน
ดี หมายถึง พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบตั ินน้ั ชดั เจนและบอยครง้ั ใหระดับ 1 คะแนน
พอใช หมายถงึ พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั บิ างครง้ั ใหระดับ 0 คะแนน
ตอ งปรบั ปรงุ หมายถงึ ไมเคยปฏิบตั พิ ฤติกรรมนนั้ เลย
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
198
แผนการจดั การเรียนรวู ชิ าภาษาไทย แผนท่ี 4
กลุมสาระการเรยี นรวู ชิ าภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ี่ 4
รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท 14101
หนวยการเรยี นรูท่ี 2 แผนที่ 4 เร่อื ง การแตง คำประพนั ธประเภทกลอน จำนวน 2 ชัว่ โมง
ครูผสู อน : …………………………………………….....
วนั ที่.....................................
1. สาระสำคญั
กลอน คือลักษณะคำประพนั ธ ท่เี รียบเรียงเขาเปนคณะ มสี มั ผสั กัน ตามลักษณะบัญญัติ เปนชนิด ๆ
แตไ มมบี ังคับ เอกโท และครลุ หุ
2. มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรยี นรู ท 2.1 ใชกระบวนการเขยี น เขยี นส่อื สาร เขียนเรียงความ ยอ ความ และเขียน
เรอื่ งราวในรปู แบบตา ง ๆ เขียนรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงาน
ตวั ชีว้ ัด
ป. 4/8 มีมารยาทในการฟง การดแู ละการพูด
มาตรฐานการเรียนรู ท ท 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไวเปน สมบตั ขิ องชาติ
ตวั ช้วี ดั
ป. 4/5 แตงบทรอ ยกรองและคำขวญั
3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. บอกความหมาย ประเภท หลักการแตง กลอนสภุ าพไดถกู ตอง (K)
2. แตงกลอนสภุ าพไดอยางถูกตอง (P)
3. มีมารยาทในการเขยี น (A)
4. สาระการเรียนรู
1. ความหมาย ประเภท หลักการแตง กลอนสภุ าพ
2. ทกั ษะการแตงกลอนสุภาพ
3. มารยาทในการเขียน
5. สมรรถนะของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการแกปญ หา
3. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
199
6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเรยี นรู
2. มุงมัน่ ในการทำงาน
7. ผลงานทตี่ อ งการ
กลอนสุภาพ ประเภทกลอน 4 เร่อื ง อาหารอีสานที่ฉันชอบ คนละอยา งนอ ย 4 บท (บทละ 2 บาท)
8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู
ข้ันท่ี 1 การสรา งประสบการณ
1. ครูกลา วทกั ทายนักเรียนและนำเขา สบู ทเรียน
- สวัสดีคะนักเรียน เปนอยางไรกันบางคะ เมื่อเชาคุณครูเวรประจำวันพดู ใหความรูเรื่องอะไร
หนาเสาธงบางเอย
- นกั เรียนชอบทำอะไรเวลาวางกนั บา งคะ
- นักเรียนชอบทานขนมไทยบางคะ
- ครูจะใหนักเรียนอา นกลอนตอ ไปนีพ้ รอ ม ๆ กันนะคะ
ยามเยน็ วนั นี้ มากมขี นม
เราตา งชน่ื ชม นิยมของไทย
ชักชวนเพอ่ื นพอ ง นอ งพี่อยูไหน
มากนั เรว็ ไว ไปในโรงทาน
มขี นมไทย ใสไวใ นจาน
ทองหยิบโบราณ ทุกทานเชิญชิม
เปยกปนู ก็มี กินดซี าหรม่ิ
ทองหยอดแชอ ม่ิ ลิ้มรสหวานนาน
ขนมบัวลอย หัวกลอยนำ้ ตาล
เชิญชมิ ทกุ ทาน เบิกบานหัวใจ
ท่มี า : https://www.gotoknow.org/posts/444499
- เปนอยางไรกันบางคะ จากบทประพันธน ักเรียนรจู กั ขนมชนดิ ใดบา ง
- ครูจะใหนักเรียนพิจารณาลักษณะการแตงบทประพันธนี้วานักเรียนพบเจออะไรบาง เชน
การใชคำ การใชสัมผัส เปนคำประพนั ธช นิดใด จากนั้นใหน ักเรียนเขียนสิ่งที่สังเกตเห็นลงในสมุดของตนเองนะ
คะ
ขน้ั ท่ี 2 การวิเคราะหประสบการณ
1. ครใู หน กั เรียนเขียนสิง่ ทตี่ นสงั เกตไดจ ากการอานบทประพันธลงในสมุด ใชเ วลา 2 นาที
2. หลงั จากนน้ั ครูตั้งคำถามนกั เรยี นแตล ะคนวา ตนสงั เกตเห็นสิง่ ใดบา ง โดยใหยกมือตอบทลี ะคน
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
200
ขัน้ ท่ี 3 การพัฒนาประสบการณเปน ความคิดรวบยอด
1. ครูสรุปความรูจากการสังเกตคำประพันธและอธิบายวา กลอนที่นักเรียนไดอานไป เปนกลอน
4 ซึ่ง ในการแตงกลอนจะมีการบังคับเสียงสัมผัส และกลอน 4 สามารถแบงได 2 ลักษณะคือ กลอน4 บท 2
บาท กับกลอน 4 บท 4 บาท ซ่ึงในวนั นี้ครูจะสอนกลอน 4 ที่ใน 1 บทจะมี 4 บาท
2. ครูสอนเรอ่ื งโครงสรางการแตง คำประพันธป ระเภทกลอน 4
3. ครใู หน ักเรียนทำใบงาน ขีดเสน โยงสัมผสั กลอน 4 ทีค่ รูกำหนดให
4. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั เฉลยใบงานและใหนกั เรียนสอบถามขอสงสัย
ข้ันท่ี 4 การพฒั นาความรคู วามคดิ
1. ครูใหนนักเรียนรวมกันตอกลอน 4 โดยครูเปนคนขึ้นตนและใหนักเรียนแตละคนตอคำ
ประพันธไ ปเร่ือย ๆ จนครบทกุ คน
2. ครูเขยี นคำประพันธลงในกระดาน เพือ่ ทบทวนความถูกตอ งของฉันลักษณ
ขน้ั ท่ี 5-6 การปฏิบัตติ ามแนวคิดทไ่ี ดเรยี นรูและการสรางสรรคชิ้นงานของตนเอง
1. ครูใหน กั เรียนแตละคนแตกลอน 4 จำนวน 4 บท (บทละ 2 บาท) โดยใหห ัวขอเก่ียวกบั อาหาร
อสี านท่ีฉนั ช่นื ชอบ
ข้นั ที่ 7 การวิเคราะหผ ลงานและแนวทางการนำไปประยกุ ตใ ช
1. ครูตรวจผลงานนักเรียนแตละคนและนำผลงานไปติดไวหนา ชั้นเรยี น
2. ครูใหนักเรียนรวมกันประเมินผลงานของเพื่อน ๆ โดยใหนำสติกเกอรดาวไปติดที่ผลงานที่ตน
ช่ืนชอบ
3. ครใู หนักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เรอ่ื ง การแตง กลอน ปรนยั แบบถกู -ผดิ จำนวน 5 ขอ
9. สอ่ื และแหลง การเรียนรู
ส่ือการเรยี นรู
1. ใบความรู เรอ่ื ง กลอนสภุ าพ
แหลงการเรียนรู
1. หอ งสมุด
2. ครู
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
201
10. การวัดและประเมนิ ผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก ารประเมนิ
ส่ิงท่ีตองการวดั วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล แบบทดสอบทา ยบท เรอื่ ง ผา นเกณฑ
การอานออกเสยี ง แบบ รอยละ 80 ขน้ึ ไป
การมคี วามรู เรอื่ ง การ การทำแบบทดสอบ ปรนยั ถูก-ผิด จำนวน 5 ขอ
แตง กลอนสภุ าพ
ทักษะการแตง กลอน ผลงานการแตง แบบประเมนิ การแตง กลอน ผา นเกณฑ
สุภาพ คำประพนั ธ เสยี ง ชนดิ รูบกิ สกอร 3 รอยละ 80 ข้นึ ไป
มารยาทในการเขยี น ประเภทกลอนสุภาพ รายการ 4 ระดับคุณภาพ
สังเกตพฤตกิ รรมการเขียน แบบประเมนิ มารยาทในการ ผานเกณฑ
เขยี น 5 รายการ 4 ระดบั รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป
คุณภาพ
ความคดิ เหน็ ของผูบรหิ ารสถานศึกษา/หรอื ผูท ่ไี ดร ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………
ลงช่อื ........................................................ผตู รวจ
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วันท่ี............เดือน.........................พ.ศ. ..................
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
202
บันทึกผลหลังสอน
ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นร…ู ...………………………………………………………........…………..…………..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ปญ หาท่พี บระหวา งเรยี น……………………………………………………………………………….…..…….……...
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
วธิ แี กป ญหา………………...……………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ผลของการแกป ญหา…………………………………………………….……………………….………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ขอเสนอแนะจากการจัดกิจกรรม…………………………………………………..………………………………..
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ลงชื่อ.......................................................ผสู อน
(………………………………….............….)
วัน.........เดือน.....................พ.ศ. ........
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
กลอนสภุ าพ
กลอนสุภาพ เปนกลอนประเภทหนึ่ง ซึ่งลักษณะคำประพันธของภาษาไทย ที่เรียบเรียงเขาเปนคณะ
ใชถอยคำและทำนองเรียบ ๆ ซึ่งนับไดวากลอนสุภาพเปนกลอนหลักของกลอนทั้งหมด เพราะเปนพื้นฐานของ
กลอนหลายชนิด หากเขาใจกลอนสภุ าพ กส็ ามารถเขาใจกลอนอ่นื ๆ ไดงายข้ึน
คำประพันธ ที่ตอทา ยวา "สุภาพ" นับวาเปนคำประพันธที่แสดงลักษณะเปนไทยแท ดวยมีขอ บงั คับใน
เรื่อง "รูปวรรณยุกต" ในกลอนสุภาพนอกจากมีบังคับเสียงสระเปนแบบแผนเชนกลอนปกติแลว ยังบังคับรูป
วรรณยุกตเพิ่ม จึงมีขอจำกัดทั้งรูปและเสียงวรรณยุกต เปนการแสดงไหวพริบปฏิภาณและความแตกฉานใน
การใชภาษาไทยของผูแ ตงใหเดน ชดั ยงิ่ ขน้ึ
คำประพันธกลอนสุภาพนิยมเลนกันมากตั้งแตสมัยอยุธยา จวบจนถึงปจจุบัน ในตนรัตนโกสินทรน้ัน
งานกลอนสุภาพเดนชดั ในรชั กาลที่ 2 ซึ่งเฟองฟถู ึงขนาดมีการแขงขันตอกลอนสด กลอนกระทู ตลอดรัชสมัยมี
ผลงานออกมามากมาย เชน กลอนโขน กลอนนิทาน กลอนละคร กลอนตำราวัดโพธิ์ เปนตน บทพระราช
นพิ นธเรอ่ื ง เงาะปา ก็เกิดข้นึ ในยคุ นี้ ยงั มกี วที านอน่ื ท่มี ีชือ่ เสียง เชน สนุ ทรภู เปน ตน และในสมัยรัชกาลท่ี 6 ก็
มีปราชญก วที างกลอนสภุ าพทสี่ ำคญั หลายทา นเชน กนั
กลอนสุภาพ เปนกลอนที่ใชถอยคำและทำนองเรียบ ๆ มี ๕ ชนิด ไดแก กลอนสี่ กลอนหก กลอนเจ็ด กลอน
แปด และกลอนเกา
กลอน 4
ตามหลักฐานทางวรรณคดีไทย กลอน 4 ที่เกาท่ีสุดพบในมหาชาติคำหลวงกัณฑมหาพน (สมัยอยุธยา)
แตตอมาไมป รากฏในวรรณคดไี ทยมากนกั มกั แทรกอยตู ามกลอนบทละครตาง ๆ
ตวั อยา งกลอน 4 ในวรรณคดไี ทยทพี่ บมี 2 แบบ คอื
กลอน 4 แบบท่ี 1
คณะ กลอน 4 แบบนี้ บทหนึ่งจะประกอบดวย 2 บาท บาทละ 2 วรรค วรรคละ 4 คำ (1 คำอาจมีหลาย
พยางค) ตามผัง
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
สมั ผสั แบบกลอนทว่ั ไป คือ คำสุดทายวรรคหนาสัมผัสกับคำทีส่ องของวรรคหลงั และคำสุดทายวรรค
ที่สองสัมผัสกับคำสุดทายวรรคที่สาม สวนสัมผัสระหวางบทก็เชนเดียวกัน คือ คำสุดทายวรรคที่สี่ของบทแรก
สมั ผัสกบั คำสดุ ทายของวรรคทีส่ องของบทถดั ไป (ดูตัวอยา ง)
เหวยเหวยอจี ันทรา ข้ึนหนาเถยี งผัว
อุบาทวชาตชิ ั่ว ไสหวั มงึ ไป
นางจนั ทาเถยี งเลา พระองคเ จา หลงใหล
ไลตีเมยี ไย พระไมปรานี
เมียผิดสิ่งใด พระไลโบยตี
หรือเปน กาลี เหมือนทข่ี ับไป
— บทละครคร้ังกรุงเกา เรอื่ ง สังขทอง
กลอน 4 แบบท่ี 2
คณะ กลอน 4 แบบนี้ บทหน่ึงประกอบดว ย 4 บาท บาทละ 2 วรรค วรรคละ 4 คำ ตามผงั
สมั ผัสนอก ในทกุ บาท คำสุดทา ยของวรรคหนา สมั ผัสกับคำที่สองของวรรคหลัง มีสัมผัสระหวางบาท
ที่สองกับสาม คือ คำสุดทายวรรคที่สี่สัมผัสกับคำสุดทายวรรคที่หก สวนสัมผัสระหวางบทนั้นจะแตกตางจาก
แบบแรก เนื่องจากใหค ำสดุ ทา ยของบทแรกสัมผัสกับคำสุดทายของวรรคที่ส่ขี องบทถดั ไป
หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
ใบงาน
เร่อื ง การแตง กลอนสุภาพ
คำช้แี จง : ใหน กั เรียนโยงเสนสัมผสั ตามฉนั ทลักษณกลอน 4 จากคำประพนั ธด ังตอ ไปน้ี
ยามเยน็ วนั น้ี มากมขี นม
เราตา งชนื่ ชม นยิ มของไทย
ชักชวนเพอ่ื นพอง นอ งพ่อี ยไู หน
มากนั เรว็ ไว ไปในโรงทาน
มขี นมไทย ใสไ วใ นจาน
ทองหยิบโบราณ ทุกทานเชญิ ชมิ
เปย กปูนกม็ ี กนิ ดสี ะลมิ่
ทองหยอดแชอ ิม่ ลม้ิ รสหวานนาน
ขนมบัวลอย หัวกลอยนำ้ ตาล
เชญิ ชิมทกุ ทาน เบกิ บานหวั ใจ
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
206
แบบทดสอบ เรอื่ ง การแตง กลอน
ชอื่ - สกลุ .............................................................................................ชน้ั .................เลขท่ี ...........
คำชแ้ี จง : ใหน กั เรียนทำเคร่อื งหมาย / หนาขอ ความทเ่ี ปน จรงิ และทำเคร่ืองหมาย X
หนาขอ ความท่ีเปนเท็จ ขอ สอบ จำนวน 5 ขอ 5 คะแนน
1. ................ คำประพนั ธ ทต่ี อ ทายวา “สุภาพ” นับวาเปนคำประพนั ธท แ่ี สดงลักษณะ
เปน ไทยแท
2. ……………. กลอนสภุ าพ เปน กลอนที่ใชถอยคำและทำนองเรยี บ ๆ มี 7 ชนิด
ไดแ ก กลอนส่ี กลอนหก กลอนเจด็ กลอนแปด และกลอนเกา กลอนสิบ
และกลอนสิบเอด็
3. ……………. ตวั อยา งกลอน 4 ในวรรณคดีไทยท่ีพบมี 4 แบบ
4. ……………. สมั ผัสแบบกลอนท่วั ไป คือ คำสุดทายวรรคหนา สัมผสั กบั คำท่สี อง
ของวรรคหลัง และคำสดุ ทายวรรคที่สองสมั ผัสกบั คำสดุ ทา ยวรรคทส่ี าม
5. ……………. สมั ผสั ในสว นมากไมบังคับ แตกวมี กั จัดใหมสี มั ผสั ระระหวางคำทสี่ อง
และคำทีส่ ามของทกุ วรรค
ชือ่ .......................................................................................ช้นั .............................เลขท.ี่ ...................
หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
207
เฉลยแบบทดสอบ เร่ือง การอา นออกเสียง
คำชีแ้ จง : ใหน กั เรยี นทำเคร่ืองหมาย / หนาขอ ความทเ่ี ปน จรงิ และทำเครือ่ งหมาย X
หนาขอ ความที่เปนเท็จ ขอ สอบ จำนวน 5 ขอ 5 คะแนน
1. ......./......... คำประพนั ธ ท่ีตอ ทายวา “สุภาพ” นบั วาเปน คำประพนั ธที่แสดงลักษณะ
เปน ไทยแท
2. ……X………. กลอนสุภาพ เปนกลอนที่ใชถอยคำและทำนองเรียบ ๆ มี 7 ชนิด
ไดแก กลอนส่ี กลอนหก กลอนเจด็ กลอนแปด และกลอนเกา กลอนสิบ
และกลอนสิบเอด็
3. ……X………. ตัวอยางกลอน 4 ในวรรณคดไี ทยที่พบมี 4 แบบ
4. ……/………. สัมผสั แบบกลอนทั่วไป คือ คำสุดทายวรรคหนา สัมผสั กบั คำทีส่ อง
ของวรรคหลัง และคำสดุ ทา ยวรรคที่สองสัมผสั กับคำสดุ ทา ยวรรคทส่ี าม
5. ……/………. สัมผสั ในสวนมากไมบ งั คับ แตกวีมักจดั ใหมสี มั ผสั ระระหวางคำทสี่ อง
และคำทสี่ ามของทกุ วรรค
หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
208
แบบประเมินมารยาทการเขยี น
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้ีแจง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชอ งวางตามคะแนนความเปนจริงของนักเรยี น
รายการประเมนิ
เลขท่ี ช่อื - สกุล รายการ ี่ท 1 รวม รอ ย สรุปผล
รายการ ่ีท 2 (20) ละ
รายการ ่ีท 3
รายการ ี่ท 4
รายการ ี่ท 5
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทกึ เพ่มิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................ผูประเมิน
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วันท่.ี ...........เดอื น.........................พ.ศ. ....................
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
209
เกณฑก ารประเมินมารยาทการเขยี น
วิธกี ารประเมนิ : สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนและตรวจผลงานของนักเรยี นแลวบนั ทึกคะแนนตามรายการ
ประเมินโดยเทียบเกณฑการประเมนิ ดงั น้ี
ระดับคะแนน 4 หมายถงึ ปฏิบตั ิเปน ประจำ
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ปฏิบตั เิ ปนบางครงั้
ระดับคะแนน 2 หมายถงึ ปฏบิ ัตนิ อ ยครั้ง
ระดบั คะแนน 1 หมายถึง ปฏิบัตนิ อ ยมาก
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4 3 21
1. เขียนหนังสอื ดว ยลายมอื อานงาย
2. เขียนถกู ตอ ง สะอาดไมขีดฆา หรือเมอ่ื มกี ารเขียนฆามี
การลบจนสะอาด
3. ไมขดี เขยี นเลน ตามโตะ เกา อี้ ฝาผนัง หรอื ทส่ี าธารณะ
4. ใชภ าษาในการเขียนเหมาะสมกบั บรบิ ท เวลาและ
สถานที่
5. ไมเขยี นลอ เลียนผอู ื่นหรือทำใหผ ูอ ื่นเกิดความเสียหาย
การแปรผล: นำคะแนนรวมรวยบุคคลทกุ รายการหารดวยจำนวนรายการประเมินแลว เทียบเกณฑด งั นี้
คะแนน 3.51 – 4 หมายถึง ดีเยย่ี ม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถงึ ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถงึ พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
210
แบบประเมนิ การแตงกลอนสภุ าพ
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชีแ้ จง : ใหผ สู อนกรอกคะแนนลงในชอ งวางตามคะแนนความเปน จรงิ ของนกั เรียน
ท่ี ชื่อ-นามสกลุ รูปแบบ เน้อื หา ความงาม รวม รอ ย
ละ
4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทึกเพิม่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................ผูประเมิน
(......................................................)
ตำแหนง .........................................................
วันท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
211
เกณฑป ระเมนิ การแตงกลอนสภุ าพ
หัวขอและเกณฑการประเมิน รูปแบบมีความถกู ตองตามฉนั ทลักษณท ัง้ หมด
1. รูปแบบ คะแนนมี 4 ระดับ (4 คะแนน) รปู แบบไมถกู ตอ งตามฉันทลกั ษณ ผิด 1 ตำแหนง
รปู แบบไมถกู ตอ งตามฉนั ทลกั ษณ ผิด 2 ตำแหนง
ระดบั คะแนน 4 หมายความวา รปู แบบไมถ ูกตอ งตามฉนั ทลกั ษณ ผิด 3 ตำแหนงขึ้นไป
ระดับคะแนน 3 หมายความวา
ระดบั คะแนน 2 หมายความวา
ระดบั คะแนน 1 หมายความวา
2. เนอ้ื หาสาระ คะแนนมี 4 ระดับ (4 คะแนน) เน้ือหาสอดคลอ งกนั มคี วามเปน เอกภาพ มคี วามเปน เหตุ
ระดบั คะแนน 4 หมายความวา เปน ผลกนั แตต น จนจบ
ระดับคะแนน 3 หมายความวา เนื้อหาสอดคลอ งกนั มีความเปน เอกภาพแตไมมี
ระดบั คะแนน 2 หมายความวา ความเปนเหตเุ ปนผลกันแตตน จนจบ
ระดบั คะแนน 1 หมายความวา เนอื้ หาสอดคลอ งกันแตไมมคี วามเปนเอกภาพ
ไมม ีความเปน เหตเุ ปน ผลกนั แตตน จนจบ
เน้อื หาไมสอดคลองกนั แตไมม ีความเปน เอกภาพ
ไมมคี วามเปนเหตุเปนผลกนั แตต นจนจบ
3. ความงาม คะแนน มี 4 ระดับ (4 คะแนน)
ระดบั คะแนน 4 หมายความวา เลอื กใชคำไดเหมาะสม มีการเลนคำ ใชส มั ผสั ไดไ พเราะ
เหมาะสม ใชส ำนวนโวหารนาอานลึกซึง้
ระดับคะแนน 3 หมายความวา เลอื กใชค ำไดเ หมาะสม มกี ารเลนคำ ใชส มั ผัสไดไ พเราะ
เหมาะสม
ระดับคะแนน 2 หมายความวา เลือกใชคำไดเหมาะสม มีการเลนคำ และใชส มั ผัส
ไมเ หมาะสม
ระดับคะแนน 1 หมายความวา เลือกใชคำไดเ หมาะสม ไมม กี ารเลน คำและใชสมั ผสั
ไมเหมาะสม
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
212
แบบประเมินพฤตกิ รรมในการรว มกิจกรรมกลุม
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชี้แจง : ใหผ ูส อนกรอกคะแนนลงในชองวางตามคะแนนความเปน จรงิ ของนักเรยี น
รายการประเมิน สรุป
เลขที่ ชอื่ -สกลุ การแบงหนาที่ภายในกลุม (3)
การแสดงความคิดเ ็หนในกลุม (3)
การวางแผนการทำงาน
เปนขั้นตอน (3)
การทำงานใหเสร็จ ัทนเวลา (3)
การใหความรวม ืมอภายในกลุม (3)
คะแนนรวม (15)
ผาน
ไ มผาน
1
2
บันทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วนั ที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................
หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
213
เกณฑการประเมนิ พฤติกรรมกลุม
รายการประเมิน ดี (3) คะแนน ควรปรบั ปรงุ (1)
ปานกลาง (2) ไมมกี ารแบง หนาที่ภายใน
1.การแบงหนาท่ี มีการแบงหนา ท่ภี ายใน กลุม อยางชัดเจน และไม
ภายในกลมุ กลุม อยางชัดเจน มกี าร มีการแบง หนาท่ภี ายในกลมุ ทำงานตามบทบาทหนา ท่ี
แตไมทำงานตามบทบาท
รับผิดชอบงานตาม ของตนเอง
บทบาทหนาท่ี หนาท่ีของตน สมาชิกภายในกลุมไมมี
การแสดงความคิดเห็น
2.การรจู กั แสดงความ สมาชกิ ในกลมุ มกี าร สมาชกิ ในกลมุ มกี ารแสดง และการตอบคำถาม
คิดเห็นและการตอบ แสดงความคิดเห็นและ ความคิดเหน็ และการตอบ ไมม กี ารวางแผนและ
คำถาม การตอบคำถามทกุ คน คำถามบางคน ทำงานไมเ ปนไปตาม
3.การวางแผนทำงาน
ตามข้ันตอน มกี ารวางแผนและ มีการวางแผนแตทำงานไม ขั้นตอน
ทำงานตามขัน้ ตอน ตามขั้นตอน ทำงานเสรจ็ เกินเวลา 4
4.ทำงานเสร็จ ทำงานเสรจ็ ทันเวลา ทำงานเสร็จเกนิ เวลา 1-3 นาทีข้ึนไป
ทันเวลา นาที สมาชิกสวนใหญไ มใ ห
5. การใหค วาม สมาชิกทกุ คนใหความ ความรวมมือในการทำทำ
รว มมือภายในกลุม รวมมอื ในการทำงาน สมาชกิ บางคนไมใ หค วาม
รวมมอื ในการทำกจิ กรรม กจิ กรรม
กจิ กรรมดมี าก
เกณฑการใหค ะแนน
3 หมายถึง ดี
2 หมายถึง ปานกลาง
1 หมายถึง ควรปรับปรงุ
เกณฑการประเมนิ
คะแนน 12-15 คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน 8-11 คะแนน หมายถึง ปานกลาง
คะแนน 1-7 คะแนน หมายถงึ ควรปรบั ปรุง
หมายเหตุ ผูผา นเกณฑประเมนิ ตองได 12 คะแนนข้นึ ไป คิดเปนรอ ยละ 80
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
214
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
ชอ่ื -สกุลนกั เรยี น...........................................................................หอง..............................เลขท.ี่ ..........................
คำช้ีแจง : ใหผ ูสอน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว ขีด / ลงในชอ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลกั ษณะ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค รายการประเมนิ 3 2 10
1.อยอู ยา งพอเพยี ง 1. ใชท รัพยส ินและสิ่งของของโรงเรยี นอยางประหยดั
2. ใชอุปกรณการเรียนอยางประหยดั และรคู ณุ คา
3. ใชจา ยอยา งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
2. มงุ มนั่ ในการ 1. มีความตงั้ ใจ และพยายามในการทำงานท่ไี ดร ับมอบหมาย
ทำงาน 2. มีความอดทนและไมท อ แทต ออปุ สรรคเพ่อื ใหงานสำเรจ็
3.รกั ความเปน ไทย 1. มีจติ สำนกึ ในการอนุรกั ษว ัฒนธรรมและภูมิปญ ญาไทย
2. เหน็ คณุ คา และปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
1. รูจักการใหเพอื่ สวนรวม และเพอื่ ผูอ นื่
4.มจี ิตสาธารณะ 2. แสดงออกถึงการมนี ้ำใจหรอื การใหความชว ยเหลือผอู นื่
3. เขารว มกิจกรรมบำเพ็ญตนเพือ่ สวนรวมเม่อื มีโอกาส
ลงชือ่ ......................................................................ผูประเมิน สรปุ ผลการประเมนิ ผา น
(.....................................................................) ระดับ ดีเยยี่ ม ดี ผา นเกณฑการประเมิน
........... /................................/......................
ไมผ า น ระดับ ปรบั ปรงุ
เกณฑการใหค ะแนน รอยละ 50 - 66 ระดับคณุ ภาพ ดีเย่ียม (3)
- พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให 3 คะแนน รอยละ 40 - 49 ระดบั คณุ ภาพ ดี (2)
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและบอยคร้ัง ให 2 คะแนน รอ ยละ 20 - 39 ระดบั คณุ ภาพพอใช (1)
- พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิบางคร้งั ให 1 คะแนน รอยละ 0 - 19 ระดบั คุณภาพ ปรับปรงุ (0)
- พฤตกิ รรมทไ่ี มไ ดปฏิบัติ ให 0 คะแนน
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
215
แบบประเมินสมรรถนะของนักเรยี น
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
ชอื่ -สกุลนกั เรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขท่ี...........................
คำชแ้ี จง : ใหผ ูสอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี น แลวทำเครือ่ งหมาย / ลงในชอ งท่ีตรงกับระดบั คณุ ภาพ
ระดบั คณุ ภาพ
ดี สรุปผล
สมรรถนะดา น รายการประเมนิ มาก ดี พอใช ปรับปรงุ การ
(3) (2) (1) (0) ประเมนิ
1. ความสามารถ 1. สามารถแกป ญหาและอปุ สรรค ดี
ในการแกปญ หา ตา ง ๆ ทีเ่ ผชญิ ได
2. ใชเ หตุผลในการแกปญหา มาก
3. เขาใจความสมั พนั ธและการ ดี
เปลย่ี นแปลงในสงั คม
4. แสวงหาความรู ประยกุ ตความรู พอใช
มาใชใ นการปอ งกันและแกไ ขปญ หา
5. สามารถตัดสนิ ใจไดเหมาะสม ปรับปรุง
ตามวัย
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………
2. ความสามารถ 1. เรยี นรดู วยตนเองไดเ หมาะสม
ในการใชท ักษะ ตามวัย ดี
ชีวิต 2. สามารถทำงานกลุมรวมกับผอู ่ืนได มาก
3. นำความรูทไี่ ดไปใชประโยชน ดี
ในชวี ติ ประจำวนั
4. จดั การปญ หาและความขดั แยง พอใช
ไดเ หมาะสม
5. หลีกเล่ยี งพฤตกิ รรมไมพงึ ประสงค ปรบั ปรงุ
ทสี่ ง ผลกระทบตอ ตนเอง
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………
หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
216
ดี ระดับคณุ ภาพ สรุปผล
มาก การ
สมรรถนะดาน รายการประเมิน (3) ดี พอใช ปรับปรงุ ประเมนิ
3. ความสามารถ (2) (1) (0)
ในการใช
เทคโนโลยี 1. เลือกและใชเ ทคโนโลยไี ดเ หมาะสม
ตามวยั ดี
2. มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี มาก
3. สามารถนำเทคโนโลยไี ปใชพ ฒั นา ดี
ตนเอง
4. ใชเ ทคโนโลยใี นการแกป ญหาอยา ง พอใช
สรา งสรรค
5. มคี ณุ ธรรม จริยธรรมในการใช ปรบั ปรงุ
เทคโนโลยี
สรุปรวมคะแนน = ……………………………
บันทกึ เพ่มิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ........................................................ผปู ระเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง .........................................................
วันท่ี............เดือน.........................พ.ศ. ..................
เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพ ใหร ะดับ 3 คะแนน
ดีมาก หมายถึง พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ัตนิ นั้ ชดั เจนและสม่ำเสมอ ใหร ะดับ 2 คะแนน
ดี หมายถึง พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั นิ น้ั ชดั เจนและบอ ยคร้งั ใหระดบั 1 คะแนน
พอใช หมายถงึ พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ัตบิ างคร้ัง ใหร ะดับ 0 คะแนน
ตอ งปรบั ปรงุ หมายถงึ ไมเ คยปฏบิ ตั พิ ฤติกรรมนัน้ เลย
หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
ภาพ 4 ผังวเิ คราะหห นว ยการเรียนรู 217
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 3 ดอนปตู า
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1 แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 2 เรอื่ ง การแยกแยะขอ เท็จจริงและขอ คดิ เหน็
เรือ่ ง การตอบคำถามจากเร่ืองทอี่ าน ท.1.1 ป.4/4 ท 3.1 ป.4/1
ท 1.1 ป.4/3 ท 2.1 ป.4/4 การอา นเรื่องราวท่ีเกยี่ วขอ งกับความเชือ่ โบราณของแตล ะทองถิ่น และสามารถ
การอา นเรอ่ื งสั้น ๆทกี่ ำหนดให ท่ี จำแนกแยกแยะในสวนที่เปนขอ เท็จจริงและขอคดิ เหน็ จากนั้นกต็ อยอดดว ย
เกย่ี วกับความเช่ือโบราณในแตล ะ การดูเร่ืองราว เพอื่ ใหเ หน็ ถึงความแตกแตงระหวางอรรถรสในการอาน และการ
ทอ งถน่ิ และสามารถตอบคำถาม ดวู าสารนน้ั อันไหนความพิจารณาใหละเอียด กอนท่ีจะเช่ือถือ
เก่ียวกบั เร่ืองที่อา นได และนำไป
เขียนยอ ความดว ยสำนวนของ หนว ย ดอนปตู า แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 3
ตวั เอง เพอ่ื ฝก ทกั ษะในการเขียน อานจับใจความจากเรื่องสั้น ๆ เรอ่ื ง การหาความหมายของคำ
ไดเ ปนอยางดี ประกอบกับการดเู ร่ืองราว แลวสามารถ ท 4.1 ป.4/3
นำความรมู าตอบคำถาม พรอ มกับเขียน การศึกษาเรอื่ งราวจากบทอา น
เรื่องราวที่ไดจ ากการอาน และการดสู ้นั หาความหมายของคำผาน
ๆ แลว นำสิ่งท่เี ขยี นมาวเิ คราะหหา พจนานกุ รม เพือ่ ใหไดท ราบ
ความหมายของคำ แลว นำความรทู ่ี ความหมายที่แทจริงของคำ
ไดรบั จากการศกึ ษา ไปประยกุ ตใ ชใน
ชวี ติ ประจำวนั พรอ มท้งั เผยแพรความรู
สบู ุคคลอืน่
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 4 เรอ่ื ง ขอคดิ ท่ีไดจากเรื่องราวความเชอ่ื
ท 3.1 ป.4/2 ท 4.1 ป.4/7 ท 5.1 ป.4/2
การศึกษาเรื่องราวของความเชือ่ โบราณ แลวนำสิง่ ทไี่ ดจ ากการศึกษา มาสรุปความรู
บอกขอคิดตา ง ๆ พรอ มทัง้ หาคำทไ่ี ดจ ากเร่ืองราวมาหาคำศัพทเ ฉพาะถ่ิน
เพอ่ื ใหไ ดเ ห็นขอ แตกแตง ของภาษาถ่ิน กับภาษาไทยมาตรฐาน เพ่ือใหน ักเรียนเขา ใจความ
แตกตา งและธรรมชาติของภาษาเพิม่ มากข้นึ
ชิ้นงาน/ภาระงาน สมรรถนะของผเู รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
- การปฏิบตั ิ การอานเรอื่ งสนั้ ๆเรือ่ ง 1. ความสามารถในการคิด 1. มวี นิ ัย
ดอนปตู า คนละ 1 บท 2. ความสามารถในการแกปญ หา 2. ใฝเรยี นรู
- รายงานการศึกษาคน ควา เร่ือง ดอนปู 3. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต 3. มุงมน่ั ในการทำงาน
ตา 4. รกั ความเปน ไทย
- การพูดสรปุ ความรูเร่ืองดอนปูตา
- การพดู แสดงความรู
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม [email protected]
218
แผนการจัดการเรียนรวู ิชาภาษาไทย แผนที่ 1
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิชาภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 4
รายวิชาภาษาไทย รหัสวชิ า ท 14101
หนวยการเรียนรูท่ี 3 แผนที่ 1 เร่อื ง การตอบคำถามจากเร่ืองทีอ่ า น จำนวน 2 ชว่ั โมง
ครูผูสอน : …………………………………………….....
วนั ที่.....................................
1. สาระสำคญั
การอา นมีความสำคญั ตอชีวิตมนุษยต้ังแตเกิดจนโต และจนกระทง่ั ถึงวยั ชรา การอานทำใหรูขาวสาร
ขอมูลตาง ๆ ทั่วโลก ซึ่งปจจุบันเปนโลกของขอมูลขาวสารตาง ๆ ทั่วโลก ทำใหผูอานมีความสุข มีความหวัง
และมีความอยากรูอยากเหน็ อันเปนความตองการของมนุษยทุกคน การอานมีประโยชนในการพัฒนาตนเอง
คือ พัฒนาการศึกษา พัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต ทำใหเปนคนทันสมัย ทันตอเหตุการณ และมีความ
อยากรูอยากเห็น การที่จะพัฒนาประเทศใหเจริญรุงเรืองกาวหนาไดตองอาศัยประชาชนที่มีความรู
ความสามารถ ซง่ึ ความรูตาง ๆ กไ็ ดม าจากการอาน
2. มาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ
แกปญหาในการดำเนนิ ชีวติ และมนี ิสัยรักการอา น
ตัวช้วี ัด
ป. 4/3 อา นเรอ่ื งสนั้ ๆ ตามเวลาทกี่ ำหนดและตอบคำถามจากเรือ่ งทีอ่ า น
มาตรฐานการเรียนรู ท 2.1 ใชกระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียน
เรอ่ื งราวในรูปแบบตาง ๆ เขยี นรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน ควา อยา งมีประสิทธภิ าพ
ตวั ชว้ี ดั
ป. 4/4 เขียนยอความจากเรื่องสั้น ๆ การเขียนยอความจากสื่อตาง ๆ เชน นิทานความเรียง
ประเภทตาง ๆ ประกาศ จดหมาย คำสอน
3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. บอกความหมายและความสำคญั ของตอบคำถามจากเร่อื งท่อี านได (K)
2. สามารถตอบคำถามจากเรือ่ งที่อา นได (P)
3. รวมกิจกรรมในชัน้ เรียน และเหน็ คุณคาของการอา น (A)
4. สาระการเรยี นรู
1. ความหมายและความสำคญั ของตอบคำถามจากเร่ืองทอี่ า น
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
219
5. สมรรถนะทต่ี องการ
1. ใฝเ รยี นรู
2. มุงม่ันในการทำงาน
3. รักความเปน ไทย
6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการแกปญ หา
3. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต
7. ผลงานท่ีตอ งการ
1. แบบฝกทกั ษะการตอบคำถามจากเร่อื งทอี่ า น
2. ใบงานการเขยี นยอความ
8. กจิ กรรมการเรียนรู
ขน้ั เตรียมความพรอม
1. ครูเขาหองทักทายนักเรียน “สวัสดีคะนักเรียนทุกคน นักเรียนทานขาวเชามาหรือยังคะวันนี้”
“วันนี้คุณครูจะมาสอนรายวิชาอะไรคะรูหรือเปลาเอย” เมื่อนักเรียนตอบเสร็จแลวก็บอกนักเรียนวาวันนี้ครูมา
สอนวิชาอะไร “วันนี้คุณครูจะมาสอนเราในวิชาภาษาไทยนะคะ” แตกอนที่เราจะเรียนวิชาภาษาไทย ครูจะให
นักเรยี นทำกจิ กรรมกอนนะคะ
2. “นักเรียนหลายคนอาจจะยังไมสดชื่นในตอนเชา วันนี้คุณครูก็จะพาเรามาขยับกาย ขยาย
สมอง การที่เราจะมาเรียนกนั วันนี้นะคะ” ใหนักเรียนทุกคนลกุ ขึ้นยืนไปขางโตะของตัวเอง โดยทุกคนจะตอ งมี
พื้นที่ของตนเองหามยืนชิดกัน แลวคุณครูก็จะใหนักเรียนแตละคนออกมาเปนตนแบบใหเพื่อน ๆ ไดทำทาทาง
ประกอบตาม โดยใหท กุ คนไดอ อกมาเปนตนแบบในการเตนประกอบทา ทางครบทง้ั 5 คน
3. ใหเพื่อนในหองโหวตวาเพลงไหนที่เพื่อนพาเลนแลวสนุกที่สุด ก็จะใหคนที่พาเตนเปนตนแบบ
เพลงน้ันออกมาเตนอีกรอบนงึ โดยใหทกุ คนเตน พรอ มกนั ใหสนุกสนานทส่ี ุด
ครูนำเขาสูบทเรียนดวยการถามความรูทั่วไปเกี่ยวกับการตอบคำถามจากเรื่องที่อานท่ี
นักเรียนรูจกั โดยใหตอบคำถามดวยการยกมือขึน้ แลวครูเรียกใหนักเรียนคนที่ยกมือเร็วทีส่ ุดเปนคนตอบ เลือก
นักเรียนที่จะตอบคำถาม ประมาณ 2-3 คน และทำแบบทดสอบกอนเรียนแบบปรนัย 4 ตัวเลือกจำนวน 10
ขอ 10 คะแนน
ขั้นนำเสนอความรู
1. ครสู อนเรอ่ื งการตงั้ และตอบคำถามจากเร่อื งทอี่ าน และสอนเก่ียวกบั เร่อื งการเขียนยอความ
ตาง ๆ ใหแกน ักเรยี น แลวนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องราวของดอนปูต า เปนบทความพานักเรียนอา นใหน ักเรียนอาน
ออกเสยี งบทความเกี่ยวกับดอนปูตาดวยกัน พรอม ๆ กนั
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
220
ขน้ั ลงมอื ปฏิบัติ
1. ครูใหนักเรียนลงมือทำใบงาน โดยแจกใบความรูเรื่องการตอบคำถามจากเรื่องที่อาน
และแจกใบความรู เรอื่ งการเขยี นยอความ พรอ มกับการแจกใบงานเรื่อง เร่อื ง บทความดอนปูตาใหนักเรียนได
อา นและตอบคำถาม
ขั้นสรุปความรู
1. ครูนักเรียนรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับการตอบคำถามจากเรื่องที่อานในเรื่องของดอนปูตาวา
ไดความรูอะไรบางและหลักการตอบคำถามในการอานนั้นจะตองเปนอยางไรบางถึงจะเปนหลักการตอบ
คำถาม ที่ดีได นักเรียนและครูรวมกันอภิปรายครูสรุปเพิ่มเติมสิ่งที่นักเรียนตองรูเกี่ยวกับหลักการตอบคำถาม
เพอ่ื ทจี่ ะเพม่ิ เติมความรูและทบทวนความรูเ ดมิ ของนกั เรียน
ข้ันประยกุ ตใ ชความรู
1. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี นขอ สอบชนิดปรนัย 4 ตัวเลอื กจำนวน 10 ขอ ครเู ชญิ ปราชญ
ชาวบานที่มีความรูเกี่ยวกับดอนปูตาในทองถิ่นนั้นมาเลาเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อของดอนปูตาเพื่อที่จะให
นักเรียนนำหลักการที่ไดเรียนในการตอบคำถามและการเขียนยอความนายตนชั่วโมง มาเพื่อใชในการ
ประยุกตใชความรูในการตอบคำถามกับปราชญชาวบานและการเขียนสรุปความเพื่อทำงานแลวสรุปความรูที่
ไดร บั
9. สอ่ื และแหลง การเรียนรู
ส่อื การเรยี นรู
1. บทความเลา เรอื่ งดอนปูตา
แหลง การเรยี นรู
1. ปราชญช าวบาน
2. ครู
10. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั เคร่อื งมอื ทใ่ี ช เกณฑการประเมิน
และประเมินผล
การบอกความหมาย การทำแบบทดสอบ แบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง ผา นเกณฑ
และความสำคญั ของ หลังการเรยี นรู การตอบคำถามจากเร่ืองที่ฟง รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป
ตอบคำถามจากเร่อื งท่ี และดูแบบถูกผิดจำนวน 5
อา นได ขอ 10 คะแนน
การตอบคำถามจาก ประเมินจากการทำ แบบประเมิน ผานเกณฑ
เร่อื งท่ีอานได ผลงาน เรอื่ ง การ การตรวจใบงาน รอ ยละ 80 ขึน้ ไป
ตอบคำถามจากเรอื่ ง ชนดิ Scoring Rubrics
ทฟ่ี ง และดู รายการประเมิน
4 รายการ 3 ระดับคุณภาพ
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
การวดั และประเมินผล วิธีการวดั เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช 221
การรว มกจิ กรรม และประเมนิ ผล แบบสังเกตพฤติกรรม
ในชน้ั เรยี น และเหน็ การสงั เกตพฤตกิ รรม นกั เรียน ชนดิ Scoring เกณฑการประเมิน
คณุ คาของการอา น นกั เรียน Rubrics รายการประเมิน 5 ผา นเกณฑ
รายการ 3 ระดบั คณุ ภาพ รอยละ 80 ขึ้นไป
ความคิดเหน็ ของผูบ รหิ ารสถานศึกษา/หรอื ผทู ไ่ี ดร ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ........................................................ผูตรวจ
(......................................................)
ตำแหนง .........................................................
วันท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
222
บนั ทกึ ผลหลังสอน
ผลการจดั กิจกรรมการเรียนร…ู ...………………………………………………………........…………..…………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
ปญหาท่ีพบระหวา งเรยี น……………………………………………………………………………….…..…….…….............
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
วิธแี กป ญหา………………...………………………………………………………………………………………………………..
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
ผลของการแกป ญหา…………………………………………………….……………………….……………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
ขอ เสนอแนะจากการจัดกจิ กรรม…………………………………………………..…………………………………………
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
ลงช่ือ.......................................................ผูสอน
(………………………………….............….)
วัน.........เดือน.....................พ.ศ. ........
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
ดอนปตู า
ดอนปูตาเปนบริเวณปาที่ดอนที่น้ำทวมไมถึง ทุกหมูบานของชาวอีสานตองมี “ดอนปู
ตา” เปนที่ประทับของผีปูตาหรือผีอารักษของหมูบาน ชาวบานเชื่อวาดอนปูตาเปนบริเวณพื้นท่ี
ศักดิ์สิทธิ์ จึงไมกลาตัดฟนตนไมในบริเวณนั้นและไมกลาจับสัตวตาง ๆ ที่มีในดอนปูตามากินเปน
อาหาร
ภายในปาดอนปูตามีการสรางหอพอปูและแมยาไวกราบไหว โดยปกติ ชาวบานจะ
ประกอบพิธีเลี้ยงผีปูตาในทุกวันพุธกอนเพล ซึ่งเปนการเซนไหวประจำสัปดาห และในรอบปจะมี
การเซน ไหวใ หญครั้งหน่งึ ซ่ึงมกั จะทำในเดอื น 6 กอ นจะลงทำนา ในบางพ้นื ทีจ่ ะมีการเล้ียงผี 2 ครั้ง
ตอป คือ เลี้ยงในชวงเดือน 3 และเดือน 6 แตในปจจุบันสวนใหญเหลือการเลี้ยงผีปูตาเฉพาะ
ในชวงเดือน 6 โดยจะมีของเซนไหว ดังนี้ เหลาหนึ่งไห ไกหนึ่งตัว สำรับหวานสี่สำรับหมากหนึ่งคำ
และบุหรี่หนึ่งมวน และมี “เตาจ้ำ” หรือ “ขะจ้ำ” เปนผูทำหนาที่ติดตอเจรจากับผีปูตา และเปนผู
กลาวนำและกลาวแทนชาวบา นในพิธี เซนไหว
พิธีเลย้ี งผีปตู า สามารถใชต รวจสอบคณุ ภาพสิ่งแวดลอมของหมูบา นได เน่ืองจากในการ
ประกอบพิธีกรรมจะมีการนำเอาไกที่เลี้ยงไวในบานหรือตามนา 1 ตัว ไปฆาสังเวยใหกับผีปูตา
ในพิธีจะมีการเสี่ยงทายคางไกโดยเฒาจ้ำจะถอดเอาขากรรไกรลางของไกซึ่งเปนกระดูกออน
ออกมาดูรูปรางถาคางไกสวย คือมีรูปรางดี ไมบิดเบี้ยว ผิวของกระดูกเรียบไมขรุขระ แสดงวาขาว
ปลาอาหารจะสมบูรณ แตถารูปรางไมดีแสดงวาขาวจะยากหมากจะแพง ในเชิงวิทยาศาสตร
สามารถอธิบายไดวา เนื่องจากไกบานเปนไกที่หากินอยูกับสิ่งแวดลอมในบานหรือในไรนาถา
อาหารอดุ มสมบรู ณกระดูกออนท่คี างไกกจ็ ะสมบรู ณ
แตถาอาหารของไกขาดแคลน การเจริญของคางไกก็จะไมสมบูรณ ชาวบานตองเตรียมตัวรับกับ
วิกฤติทจี่ ะเกิดข้นึ หรอื เรงปรับสภาพแวดลอมใหอยใู นภาวะสมดลุ มากย่ิงขนึ้
ปาดอนปตู าและพธิ ีกรรมความเชื่อท่เี กี่ยวขอ ง นบั เปนภมู ปิ ญ ญาในการรักษาความสมดุล
ของทรัพยากรปา ไมและแสดงใหเห็นความสัมพนั ธข องระบบความเชอื่ ของชมุ ชนกับสง่ิ แวดลอม
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
224
ใบกจิ กรรม
คำช้แี จง : ใหนกั เรียนตอบคำถามตอไปนจ้ี ากเรอ่ื งท่อี าน
1. ทำไมถึงเรยี กวาดอนปตู า
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. พธิ กี รรมบชู าดอนปูตาเปนอยางไรบาง
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
3. นักเรยี นคดิ วาดอนปูตามคี วามสมั พนั ธก ับวิถีชวี ติ ชาวอสี านอยา งไรบา ง
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
ใบงานท่ี 1 เรื่องการเขียนยอ ความ
คำช้ีแจง : ใหน ักเรียนเขยี นยอ ความจากบทอานเร่ืองดอนปูตา โดยเขียนใหกระชับ
และไดใ จความท่สี ุด
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ชอื่ ....................................................................เลขที่ ................. ชัน้ ..................................
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
ใบความรูเ รอื่ งการยอความ
ปจจุบันการยอความเขามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวัน
การศึกษาเลาเรียนโดย ที่เราไมรูสึกวากำลังยอ เชน การเลาเรื่องจากการดูละคร
ภาพยนตร หรือประสบการณ การบันทึกขอความรู ที่สำคัญจากการอานหนังสือ ตำรา
เอกสารตาง ๆ ดังนั้นการยอความจะเกิดประสิทธิภาพไดจำเปนตองเขาใจกระบวนการ
คิดในการยอ ความและฝกทกั ษะการยอ ความสมำ่ เสมอ
1. ความหมายของการยอความ ยอความ เปนการเขียนประเภทหนึ่งโดย
เนื้อความจะตัดทอนมาจากขอความเดิม และใหมีใจความเหลือเฉพาะสาระสำคัญ
มี 2 ลกั ษณะ คอื
1.1 ยอ ความขนาดสน้ั มีใจความเฉพาะสาระสำคญั ท่ีสดุ
1.2 ยอความธรรมดา ประกอบดวยใจความและพลความ ใจความ
หมายถึง ขอความที่สำคัญที่สุดในการเขียนหรือบทพูดหากตัดออกจะสื่อสารไมรูเรื่อง
สวนพลความ หมายถึง ขอความที่สามารถตัดออกได การสื่อสารก็ยังสัมฤทธ์ิผลตาม
ความมงุ หมาย
2. จุดมงุ หมายและประโยชนข องการยอ ความ
การยอความมีจุดมุงหมายเพื่อจับเนื้อเรื่องสำคัญของขอความที่อานใหไดอยางถูกตอง
บริบูรณ ตรงตามที่เขียนไวใ นตน เรื่อง การฝกฝนการยอความอยา งสม่ำเสมอจะทำใหเกิด
ความสามารถและทักษะในการยอความไดดี
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
แบบทดสอบหลงั เรยี นเรอ่ื ง การตอบคำถามจากเรือ่ งท่ีอาน
คำชีแ้ จง : ใหนกั เรยี นทำเครอื่ งหมาย / หนา ขอความทีก่ ลาวถกู และทำเครอื่ งหมาย X
หนาขอความทีก่ ลาวผดิ
…………………………… 1. การตอบคำถามจากเร่ืองท่อี า นควรตอบตามท่โี จทยก ำหนด
…………………………… 2. ขอ ดีของการอานเร่อื งจนจบกอ นตอบคำถาม จะทำใหต อบ
คำถามไดอ ยางถกู ตอง
…………………………… 3. การตอบคำถาม ควรตอบใหไ ดย าวที่สุด เทาที่จะทำได
…………………………… 4. การตอบคำถาม ควรใชภ าษาของตนเองในการตอบ
…………………………… 5. ในการตอบคำถามตาง ๆ ถาเรื่องไหนไมชอบอา น ใตองตอบคำถามก็ได
ชื่อ .................................................................. ชน้ั .......................... เลขท่ี ...........................
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
.
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
คำชี้แจง: ใหน กั เรียนทำเครอ่ื งหมาย / หนาขอ ความทกี่ ลาวถกู และทำเครือ่ งหมาย X
หนาขอ ความท่ีกลา วผิด
………………/…………… 1. การตอบคำถามจากเร่ืองท่ีอา นควรตอบตามที่โจทยกำหนด
………………/…………… 2. ขอดีของการอา นเร่อื งจนจบกอนตอบคำถาม จะทำใหต อบคำถามได
อยา งถกู ตอ ง
………………X…………… 3. การตอบคำถาม ควรตอบใหไดยาวท่สี ุด เทาท่ีจะทำได
………………/…………… 4. การตอบคำถาม ควรใชภ าษาของตนเองในการตอบ
………………X…………… 5. ในการตอบคำถามตา ง ๆ ถาเร่ืองไหนไมช อบอา น ใตอ งตอบคำถาม
ก็ได
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
229
แบบประเมินการตรวจผลงาน
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรียน ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชแี้ จง : ทำเครอ่ื งหมาย / ลงในชองคะแนนทต่ี รงกบั พฤตกิ รรมของนักเรยี น
เลข ี่ทช่ือ-สกุล ผลการ
ความ ูถก ตอง ประเมนิ
ความสะอาด
เปนระเบียบ ผาน ไม
ความรับผิดชอบ ผาน
รวม 12
321321321321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทึกเพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................ผูป ระเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง .........................................................
วันท.ี่ ...........เดือน.........................พ.ศ. .....................
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
230
เกณฑการใหค ะแนนการตรวจผลงาน
รายการประเมนิ เกณฑการใหค ะแนน 1
32 ทำงานผิด 3 คำข้นึ ไป
เขยี นคำศพั ทไดถ กู ตอง
ความถูกตอ ง ตามชนิดของคำ ทำงานผดิ 1 - 2 คำ มีรอย ลบ ขดี ฆา
3 จุดข้นึ ไป
ความสะอาด สะอาดไมม รี อยลบ มรี อยลบ ขดี ฆา
ขีดฆา 1 - 2 จุด เขยี นตวั หนงั สือ
เขยี นตวั หนงั สอื ไมเ ปน ระเบียบ
เปนระเบียบ เขยี นตวั หนังสอื เปนระเบยี บ และไมส วยงาม
เปน ระเบียบ สวยงาม แตไ มสวยงาม สงงานชา กวาเวลา
ที่กำหนดมากเกินไป
ความรบั ผิดชอบ สงงานทนั เวลาท่กี ำหนด สงงานชากวาเวลาท่ี
กำหนดเลก็ นอย
เกณฑการใหคะแนนการตรวจผลงานกำหนดไวด งั น้ี
3 หมายถงึ ดมี าก
2 หมายถงึ ดี
1 หมายถึง ปรับปรุง
โดย คะแนน 10-12 คะแนน หมายถึง ดีมาก
คะแนน 6-9 คะแนน หมายถึง ดี
ต่ำกวา 5 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ
หมายเหตุ นกั เรยี นผา นเกณฑรอยละ 70 ท่ี 9 คะแนนขนึ้ ไป
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
231
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี น
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จังหวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้แี จง : ทำเครอ่ื งหมาย / ลงในชอ งคะแนนที่ตรงกบั พฤติกรรมของนกั เรียน
พฤตกิ รรม สรุป
ที่ ชอื่ – สกลุ ความ ้ัตงใจในการเ ีรยน (3)
ความสนใจและการ ัซกถาม (3)
การตอบคำถาม (3)
การทำงานทันตามกำหนด
เวลา (3)
การ ีมสวนรวมใน ิกจกรรม (3)
รวม (15)
ผ/มผ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทกึ เพมิ่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................ผปู ระเมิน
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วันท.่ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
232
เกณฑการสังเกตพฤตกิ รรมนักเรียน
รายการประเมิน ดมี าก (3) เกณฑก ารใหค ะแนน พอใช (1)
ปานกลาง (2)
1. ความตง้ั ใจในการเรียน
1.1 มสี มาธจิ ดจอ ตง้ั ใจเรยี น ตง้ั ใจเรียน ต้งั ใจเรียน
1.2 ไมคุยและเลนกนั ตามเกณฑ ตามเกณฑ ตามเกณฑ
1.3 เตรยี มหนงั สอื และอุปกรณ 3 ขอ 2 ขอ 1 ขอ
การเรยี นพรอ มทจ่ี ะเรยี น
2. ความสนใจและการซกั ถาม
2.1 ถามในหวั ขอ ท่ไี มเ ขา ใจ สนใจและซกั ถาม สนใจและซักถามตาม สนใจและซกั ถามตาม
2.1 บนั ทกึ คำถามและคำตอบ ตามเกณฑ 3 ขอ เกณฑ 2 ขอ เกณฑ 1 ขอ
2.3 กลาแสดงออก
3. การตอบคำถาม
3.1 รว มตอบคำถามผูสอน
3.2 ตอบตรงตามประเด็น ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม
3.3 ตอบอยางมั่นใจเสยี งดงั ตามเกณฑ 3 ขอ ตามเกณฑ 2 ขอ ตามเกณฑ 1 ขอ
ฟง ชัด
4. การทำงานทนั ตามกำหนดเวลา
4.1 ทำงานเสร็จทันเวลา ทำงานทนั ตาม ทำงานทันตาม ทำงานทันตาม
4.2 ทำงานถูกตองและชัดเจน กำหนดเวลา กำหนดเวลา กำหนดเวลา
4.3 ทำงานเปน ระเบยี บ ตามเกณฑ 3 ขอ ตามเกณฑ 2 ขอ ตามเกณฑ 1 ขอ
เรยี บรอย
5. การมีสว นรว มในกิจกรรม
5.1 ใหค วามรว มมือ มีสวนรว ม มสี ว นรว ม มสี วนรว ม
5.2 มีความเสยี สละ ในกจิ กรรม ในกจิ กรรม ในกิจกรรม
5.3 มีความกระตอื รอื รน ตามเกณฑ 3 ขอ ตามเกณฑ 2 ขอ ตามเกณฑ 1 ขอ
เกณฑก ารใหค ะแนนการประเมินพฤติกรรมการเรียนรูของนักเรยี น กำหนดไวดงั นี้
3 หมายถงึ ดมี าก
2 หมายถึง ดี
1 หมายถึง ปรับปรุง
โดย คะแนน 13-15 คะแนน หมายถึงดีมาก
คะแนน 10-12 คะแนน หมายถงึ ดี
ต่ำกวา 9 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง
หมายเหตุ นกั เรยี นผา นเกณฑร อ ยละ 70 ที่ 11 คะแนนขนึ้ ไป
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
233
แผนการจดั การเรยี นรูว ชิ าภาษาไทย แผนที่ 2
กลมุ สาระการเรียนรูวิชาภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4
รายวิชาภาษาไทย รหัสวชิ า ท 14101
หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 แผนที่ 2 เร่อื ง การตอบคำถามจากเรอ่ื งที่อาน จำนวน 2 ช่วั โมง
ครูผสู อน : …………………………………………….....
วนั ที.่ ....................................
1. สาระสำคญั
การแยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากการอาน ผูรับสารหรือผูอานจะตองจับใจความใหได และรูจัก
วิเคราะหสาร จำแนกสาร คิดไตรตรองอยางมีเหตุมีผล เพื่อใหไดสารที่มีประโยชน เหมาะสม ถูกตอง ชัดเจน
สามารถกอ ใหเกดิ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลเมอื่ นำไปใชในชวี ิตประจำวนั
2. มาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรียนรู ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ
แกปญหาในการดำเนินชวี ิตและมีนสิ ัยรกั การอาน
ตวั ช้วี ดั
ป. 4/4 การแยกแยะขอ เท็จจรงิ และขอคดิ เหน็
มาตรฐานการเรียนรู ท 3.1 สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู
ความคดิ ความรใู นโอกาสตา ง ๆ อยางมีวิจารณญาณ และสรา งสรรค
ตวั ชี้วดั
ป. 4/1 การจำแนกขอ เทจ็ จรงิ และขอคิดเห็นจากเรื่องที่ฟง และดู
3. จุดประสงคก ารเรียนรู
1. บอกหลักการแยกขอเท็จจรงิ และขอ คดิ เหน็ ได (K)
2. แยกขอเทจ็ จรงิ และขอ คิดเห็นจากเรือ่ งทอ่ี า นได (P)
3. รว มกิจกรรมในช้นั เรียน (A)
4. สาระการเรยี นรู
1. หลักการแยกขอ เทจ็ จรงิ และขอคิดเห็น
5. สมรรถนะท่ตี อ งการ
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการแกป ญ หา
3. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
234
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. ซ่ือสัตยส จุ รติ
2. มวี ินัย
3. ใฝเรยี นรู
7. ผลงานท่ตี อ งการ
1. วีดิทศั นพจิ ารณาความเชื่อเรอื่ งผดี อนปูตา
8. กจิ กรรมการเรยี นรู
ข้นั เตรียมความพรอม
1. ครูเขาหองทักทายนักเรียน “สวัสดีคะนักเรียนทุกคน นักเรียนทานขาวเชามาหรือยังคะวันน้ี”
“วันนี้คุณครูจะมาสอนรายวิชาอะไรคะรูหรือเปลาเอย” เมื่อนักเรียนตอบเสร็จแลวก็บอกนักเรียนวาวันนี้ครูมา
สอนวิชาอะไร “วันนี้คุณครูจะมาสอนเราในวิชาภาษาไทยนะคะ” แตกอนที่เราจะเรียนวิชาภาษาไทย ครูจะให
นักเรยี นทำกิจกรรมกอนนะคะ
2. “นักเรียนหลายคนอาจจะยังไมสดชื่นในตอนเชา วันนี้คุณครูก็จะพาเรามาขยับกาย ขยาย
สมอง การที่เราจะมาเรียนกันวันนีน้ ะคะ” ใหนักเรียนทุกคนลกุ ขึ้นยืนไปขางโตะของตัวเอง โดยทุกคนจะตองมี
พื้นท่ีของตนเองหามยืนชิดกัน แลวคุณครูก็จะใหนักเรียนแตละคนออกมาเปนตนแบบใหเพื่อน ๆ ไดทำทาทาง
ประกอบตาม โดยใหทกุ คนไดออกมาเปนตน แบบในการเตน ประกอบทาทางครบทง้ั 5 คน
3. ใหเพื่อนในหองโหวตวาเพลงไหนที่เพื่อนพาเลนแลวสนุกที่สุด ก็จะใหคนท่ีพาเตนเปนตนแบบ
เพลงนัน้ ออกมาเตนอกี รอบนึงโดยใหทกุ คนเตนพรอ มกนั ใหส นกุ สนานท่สี ดุ
4. รูเริ่มนำเขาสูบทเรียนดวยการถามนักเรียนวา “เมื่อวานเปนวันพระใครไดไปวัดทำบุญกับคุณ
พอคุณแมบาง” ใหนักเรียนยกมือตอบ 2-3 คน แลวครูก็พูดตอวา “นักเรียนรูไหมวาทำไมวันพระเราจึง
จำเปนตองไปทำบุญ” “ดวยความเชื่อแลวเขาบอกวาจะมีการปลอยผีบรรพบุรุษออกมารับสวนบุญในวันพระ”
นักเรียนคิดวาเรื่องนี้เปนเรื่องจริงหรือแคความเชื่อคะ ครูจะสงคำถามใหนักเรียนไดคิดตาม เพื่อที่จะนำเขาสู
บทเรียนภาษาไทยตอ ไป
ข้ันนำเสนอความรู
1. ครสู อนบทเรียนภาษาไทยเรอ่ื ง การแยกแยะขอ เท็จจรงิ และขอคิดเห็น โดยสอนในความหมาย
ความสำคัญ และประโยชนท ่ีไดจากการเรยี นเรื่องการแยกแยะขอ จริงและขอคิดเหน็
2. นักเรียนยกตัวอยางเกี่ยวกับขอเท็จจริงและขอคิดเห็นมาคนละ 1 ขอ และรวมกันอภิปราย
กบั เพ่อื นและคณุ ครูวา ทำไมถึงเรยี กวา ขอ เทจ็ จรงิ และทำไมถงึ ตอ งเรยี กวา ขอ คดิ เห็น
3. เปดวีดีโอเรื่องเกี่ยวกับดอนปูตาใหนักเรียนดู วาจะวีดีโอดังกลาว สิ่งใดบางที่เลาเกี่ยวกับ
ขอ เท็จจริงส่ิงใดท่เี ปน ขอคดิ เห็นในวดี โี อ
4. นักเรียนลงมือทำแบบฝกหัดที่เกี่ยวของกับขอเท็จจริงและขอคิดเห็นเพื่อทบทวนความรู
ที่ไดจากการเรียนภาษาไทยเรอื่ งขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เหน็
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
235
ขน้ั ลงมอื ปฏบิ ัติ
1. ครูสรางสถานการณจำลองขึ้นมาเกี่ยวกับการเขาทรงเจาผีดอนปูตาที่เขามาสิงสถิตอยูในราง
ของคน แลวบอกความตองการตาง ๆ ที่ดอนปูตาตองการ และใหนักเรียนอยูรวมในสถานการณนั้นดวย
ใหนักเรยี นปฏบิ ัตติ ามคำส่งั และเปนสมาชิกในเหตกุ ารณน ัน้ ดวย โดยครูทัง้ 3 คนจะแสดงบทบาทสมมุติเพ่ือให
เหมือนทส่ี ดุ เพอ่ื ที่จะดปู ฏกิ ริ ยิ าการตอบสนองของนกั เรียน
ข้ันสรปุ ความรู
1. นักเรียนและครูรวมกันสรุปความรูที่ไดจากสถานการณจำลองที่คุณครูทรงเจา ที่ดอนปูตา
มาสิงสถิตวาเปนเรื่องจริงหรือไม อะไรบางที่เปนการสรางขึ้นมาเพื่อใชเปนคนอุบายในการทำความดีหรือการ
บริจาคทานตาง ๆ โดยใหแงคิดกับนักเรียน วากอนที่จะเชื่อหรือจะทำอะไรควรตองผานการคิดพิจารณา
ไตรต รองใหทสี่ หกรณแ ลว ถึงแยกแยะขอ เท็จจริงและขอคิดเหน็ วาเรื่องนน้ั เปน สารประเภทใด
ขัน้ ประยุกตใชค วามรู
1. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นคำถามของคุณครูและบันทึกวีดีโอเพื่อเปนการนำความรู
ที่ไดไปประยุกตใชดวยคำถามที่กระตุนใหนักเรียนคิดเพื่อรวมกันอภิปรายและนำความรูที่ไดจากการเรียนไป
ประยุกตใชในชีวิตประจำวัน เชนการสงตอความรูในรายวิชาภาษาไทยท่ีไดผนวกกับความเชื่อเรื่องราวปูตา
ใหนกั เรียนไดสง ตอความรูไปยังบุคคลรอบขางพอแมผูปกครองใหม วี จิ ารณญาณในความคิด ความเชื่อกอนท่ีจะ
เช่ือเรื่องตาง ๆ
9. สือ่ และแหลงการเรยี นรู
ส่ือการเรียนรู
1. ใบความรู เร่อื ง การแยกขอ เท็จจรงิ และขอ คิดเห็น
แหลง การเรียนรู
1. ครู
10. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวดั เครื่องมอื ทใี่ ช เกณฑการประเมนิ
การบอกหลกั การแยก และประเมนิ ผล
ขอ เทจ็ จริง การทำแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั เรยี น ผานเกณฑ
และขอ คดิ เห็นได หลงั การเรยี นรู เร่อื ง แยกขอ เท็จจรงิ และ รอยละ 80 ขน้ึ ไป
ขอ คิดเหน็ จากเร่ืองท่อี า นได
แบบถกู ผดิ จำนวน 5 ขอ 10
คะแนน
การแยกขอ เทจ็ จริง ประเมนิ จากการทำ แบบประเมินการตรวจใบงาน ผา นเกณฑ
และขอ คดิ เห็น ผลงาน เรื่อง แยก ชนดิ Scoring Rubrics รอ ยละ 80 ขึ้นไป
จากเรือ่ งทอ่ี า นได ขอ เทจ็ จรงิ และ รายการประเมิน
ขอคิดเห็นจากเรื่อง 4 รายการ 3 ระดับคณุ ภาพ
ที่อา นได
หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัด เครือ่ งมอื ทใี่ ช 236
รวมกจิ กรรมในช้นั เรียน และประเมนิ ผล แบบสงั เกตพฤติกรรม
การสงั เกตพฤติกรรม นักเรียน ชนิด Scoring เกณฑการประเมนิ
นกั เรียน Rubrics รายการประเมิน ผา นเกณฑ
5 รายการ 3 ระดบั คณุ ภาพ รอยละ 80 ขึน้ ไป
ความคดิ เหน็ ของผูบรหิ ารสถานศกึ ษา/หรอื ผทู ่ีไดร บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ........................................................ผูตรวจ
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วนั ท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
237
บันทกึ ผลหลงั สอน
ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนร…ู ...………………………………………………………........…………..…………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
ปญ หาทพ่ี บระหวา งเรียน……………………………………………………………………………….…..…….…….............
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
วธิ แี กป ญหา………………...………………………………………………………………………………………………………..
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
ผลของการแกป ญหา…………………………………………………….……………………….……………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
ขอ เสนอแนะจากการจดั กจิ กรรม…………………………………………………..…………………………………………
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
ลงชื่อ.......................................................ผสู อน
(………………………………….............….)
วนั .........เดือน.....................พ.ศ. ........
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
การแยกขอ เท็จจรงิ และขอ คิดเห็น
การทนี่ ักเรยี นจะวเิ คราะหเ นื้อหาสาระของการอานและการพูดน้นั นักเรียนจะตอ ง
รูว าอะไรเปนใจความสำคญั ของเรอ่ื ง อะไรเปนเนือ้ หาหลัก เนือ้ หารอง ตอนใดเปน ใจความทแ่ี สดง
เหตแุ ละผล ขอเทจ็ จรงิ ขอคิดเหน็ ในขณะเดียวกันกต็ องใชความคิด ความรู และประสบการณ
ของนกั เรียน เพือ่ พจิ ารณาวา เรอื่ งที่ฟง น้ีมีความสมเหตสุ มผลและมีความถูกตอ งหรอื ไม มากนอ ย
เพียงใด
การวเิ คราะหข อความใดเปน ขอ เทจ็ จริง ขอความใดเปน ขอคิดเห็น นกั เรียนจะตอง
ตั้งใจอานและตั้งใจฟง แลวลองใชหลกั ตอ ไปนพ้ี จิ ารณาแยกแยะ
ลักษณะของขอ้ เท็จจรงิ
1. มีความเปน ไปได
2. มีความสมจริง
3. มีหลกั ฐานเช่ือถอื ได
4. มคี วามสมเหตุสมผล
ลกั ษณะของขอ้ คดิ เห็น
1. เปนขอ ความทแ่ี สดงความรสู ึก
2. เปนขอ ความทแี่ สดงความคาดคะเน
3. เปน ขอความทแี่ สดงการเปรียบเทยี บ อปุ มาอุปมัย
4. เปนขอ ความท่เี ปนขอเสนอแนะหรือเปน ความคดิ เห็น
ของผพู ูดเอง
หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
ใบงานท่ี เร่ือง ขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เห็น
คำชแ้ี จง : ใหนักเรยี นเขียนขอความวา เปน “ขอ เทจ็ จรงิ ” หรอื “ขอ คิดเหน็ ” ลง
ใตข อความที่กำหนดให ใหถ กู ตอ ง
ตัวอยา ง
ดอนปตู าเปนเรื่องราวของความเชอ่ื
ขอ เท็จจริง
1. ดอนปตู าชวยปกครองคมุ กันชาวบา น
ตอบ =
2. ดอนปตู าเปน พื้นท่ีศักด์สิ ิทธิ์
ตอบ =
3. มีการทำพธิ ีบชู าดอนปตู าในทุก ๆป
ตอบ =
4. ในดอนปูต าเชอ่ื วามผี ีปยู า ทตี่ ายไปแลว มาอาศยั อยู
ตอบ =
5. ดอนปูตาเปนอีกกลอุบายหน่งึ ท่สี รางความสามคั คใี หช าวบาน
ตอบ =
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
แบบทดสอบหลงั เรยี นเร่ือง การตอบคำถามจากเรื่องที่อา น
คำชแี้ จง : ใหนกั เรียนทำเคร่อื งหมาย / หนา ความท่กี ลาวถกู ตอ งและเครื่องหมาย X หนา ขอความ
ทกี่ ลาวผิด
1. …………………………… ดอนปตู าเปนความเช่ือเกยี่ วกบั ศาสนาอิสลาม
2. …………………………… ดอนปตู าเปน ความเชือ่ ของคนภาคอีสานเปน สว นใหญ
3. …………………………… ขอ เทจ็ จรงิ คือ สามารถพสิ ูจนได
4. …………………………… ขอคดิ เหน็ เปนขอ ความทแ่ี สดงความรสู ึก
5. …………………………… การวเิ คราะหข อ เท็จจรงิ และขอคิดเหน็ ไมจ ำเปน ตอง
มีขอมลู ก็ได สามารถตอบไดความคิดของตน
6. …………………………… การท่ีจะแยกแยะขอ เท็จจริงและขอคิดเห็นจะตอ งหาขอ มลู
อยางรอบดาน
7. …………………………… เรือ่ งดอนปูต าเปน เรื่องของขอเทจ็ จรงิ ท้ังหมด
ชอื่ .................................................................. ชนั้ .......................... เลขท่ี ...........................
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
.
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
คำชีแ้ จง : ใหน ักเรียนทำเคร่อื งหมาย / หนา ความทก่ี ลาวถกู ตอ งและเครื่องหมาย X หนา ขอความ
ทีก่ ลา วผดิ
1. ……………X……………… ดอนปตู าเปนความเช่ือเกย่ี วกับศาสนาอิสลาม
2. ……………/……………… ดอนปตู าเปน ความเชื่อของคนภาคอีสานเปนสว นใหญ
3. ……………/……………… ขอเทจ็ จริง คือ สามารถพิสูจนได
4. ……………/……………… ขอ คิดเห็นเปนขอ ความทแ่ี สดงความรูสกึ
5. ……………X……………… การวิเคราะหข อ เท็จจรงิ และขอ คิดเหน็ ไมจำเปนตอ ง
มขี อ มูลกไ็ ด สามารถตอบไดค วามคดิ ของตน
6. ……………/……………… การทจี่ ะแยกแยะขอเทจ็ จริงและขอ คดิ เหน็ จะตองหาขอมลู
อยา งรอบดาน
7. ……………X……………… เรื่องดอนปตู าเปน เรอ่ื งของขอเท็จจรงิ ทัง้ หมด
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
242
แบบประเมนิ การตรวจผลงาน
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 4 ภาคเรียนที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชี้แจง : ทำเคร่อื งหมาย / ลงในชอ งคะแนนทต่ี รงกับพฤติกรรมของนักเรยี น
เลข ี่ทช่ือ-สกุล ผลการ
ความ ูถก ตอง ประเมนิ
ความสะอาด
เปนระเบียบ ผาน ไม
ความรับผิดชอบ ผา น
รวม 12
321321321321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................ผูป ระเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง .........................................................
วันที.่ ...........เดอื น.........................พ.ศ. .....................
หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]