The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
จัดทำโดย
นายธนกิจ ฤทธิ์ศรี รหัสนิสิต 60010514007
นางสาวสุชาดา พะกะยะ รหัสนิสิต 60010514021
นางสาวศิริวรรณ โพหะมาตร รหัสนิสิต 60010514065
สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

อาจารย์ประจำรายวิชา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วงษ์สะพาน

รายวิชา 056 0303 การออกแบบและพัฒนาหลักสูตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanakit ritsri, 2020-03-24 12:21:56

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
จัดทำโดย
นายธนกิจ ฤทธิ์ศรี รหัสนิสิต 60010514007
นางสาวสุชาดา พะกะยะ รหัสนิสิต 60010514021
นางสาวศิริวรรณ โพหะมาตร รหัสนิสิต 60010514065
สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

อาจารย์ประจำรายวิชา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วงษ์สะพาน

รายวิชา 056 0303 การออกแบบและพัฒนาหลักสูตร

Keywords: การออกแบบและพัฒนาหลักสูตร

193

แบบสังเกตพฤติกรรมการรว มกิจกรรมกลุม
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้ีแจง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชอ งวา งตามคะแนนความเปน จริงของนกั เรียน
รายการสงั เกต สรปุ

กลมุ ชื่อ – สกลุ การบงหนา ่ีทภายในกลุม (A)
ที่ การรู ัจกแสดงความคิดเ ็หน

(A)
การทำงานตามข้ันตอน (P)
การป ิฏบั ิตงานเสร็จ ัทนเวลา

(A)
รวม 15
ผาน
ไ มผาน

321321321321
1

2

บันทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................ผูป ระเมิน
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วันท.ี่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

194

เกณฑการประเมินพฤตกิ รรมการรว มกิจกรรมกลมุ

รายการประเมิน 3 2 1
การแบง หนาท่ี มีการแบงหนา ทภี่ ายใน มกี ารแบงหนา ที่ภายใน มกี ารแบงหนา ทภ่ี ายใน
ภายในกลมุ กลมุ อยา งชัดเจน มคี วาม กลุม ชัดเจน แตไ มทำงาน กลมุ ชัดเจน แตไ มทำงาน
รบั ผิดชอบงานตาม ตามบทบาทหนาที่ของ ตามบทบาทหนาท่ขี อง
บทบาทหนาที่ ตนเอง ตน
การรจู กั แสดงความ รจู กั แสดงความคิดเห็น รจู ักแสดงความคิดเหน็ ไมแ สดงความคดิ เหน็ ใน
คิดเหน็ ในกลุมดีมาก ในกลุม กลุมเลย
การทำงานตามขน้ั ตอน มกี ารทำงานตามข้นั ตอน
ดมี าก มีการทำงานตามขั้นตอน ไมท ำงานตามขัน้ ตอน

ปฏิบตั ิงานเสรจ็ ทันเวลา ปฏบิ ัติงานเสร็จทันเวลา ปฏบิ ัติงานเสรจ็ ทนั เวลา ไมเสรจ็ ทนั เวลาตามท่ี
ตามกำหนดเรียบรอ ยดี ตามกำหนด กำหนด

มาก
เกณฑการใหคะแนนการประเมนิ พฤติกรรมระหวางรว มกิจกรรมกลมุ กำหนดไวด ังน้ี
3 หมายถงึ ดมี าก
2 หมายถงึ ดี
1 หมายถึง ปรบั ปรงุ
โดย คะแนน 13 – 15 คะแนน หมายถงึ ดีมาก
คะแนน 10 – 12 คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน 1 – 9 คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

195
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรียนที่ .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................

ชือ่ -สกลุ นกั เรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขที่...........................
คำชแี้ จง : ใหผ สู อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว ขีด / ลงในชองที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
คุณลักษณะ ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงค รายการประเมิน 3 2 10

1.อยอู ยางพอเพียง 1.1 ใชทรพั ยส นิ และสงิ่ ของของโรงเรียนอยางประหยดั
1.2 ใชอ ปุ กรณก ารเรยี นอยางประหยดั และรคู ุณคา
1.3 ใชจายอยางประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
2. มงุ มัน่ ในการ 1.1 มคี วามตั้งใจ และพยายามในการทำงานทไี่ ดรบั มอบหมาย
ทำงาน 1.2มคี วามอดทนและไมท อ แทตอ อุปสรรคเพอื่ ใหง านสำเร็จ
3.รักความเปน ไทย 1.1 มจี ิตสำนกึ ในการอนรุ กั ษว ัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย
1.2 เหน็ คณุ คาและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย
1.1 รจู กั การใหเ พอื่ สว นรวม และเพ่ือผูอน่ื
4.มจี ติ สาธารณะ 1.2 แสดงออกถึงการมนี ำ้ ใจหรอื การใหค วามชว ยเหลือผูอน่ื
1.3 เขา รวมกิจกรรมบำเพญ็ ตนเพื่อสวนรวมเมื่อมีโอกาส

ลงชื่อ......................................................................ผูประเมิน สรุปผลการประเมนิ ผา น
(.....................................................................) ระดับ ดีเย่ียม ดี ผานเกณฑก ารประเมิน
........... /................................/......................

ไมผาน ระดับ ปรับปรงุ

เกณฑการใหค ะแนน รอ ยละ 50 - 66 ระดับคุณภาพ ดเี ย่ียม (3)
- พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบตั ิชดั เจนและสมำ่ เสมอ ให 3 คะแนน รอ ยละ 40 - 49 ระดับคณุ ภาพ ดี (2)
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและบอยคร้ัง ให 2 คะแนน รอ ยละ 20 - 39 ระดบั คณุ ภาพพอใช (1)
- พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติบางคร้งั ให 1 คะแนน รอยละ 0 - 19 ระดับคุณภาพ ปรับปรงุ (0)

- พฤติกรรมที่ไมไดป ฏบิ ตั ิ ให 0 คะแนน

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

196
แบบประเมนิ สมรรถนะของนกั เรียน
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................

ชอื่ -สกลุ นักเรยี น...........................................................................หอง..............................เลขท่ี...........................
ระดับคณุ ภาพ
ดี สรุปผล
สมรรถนะดา น รายการประเมิน มาก ดี พอใช ปรบั ปรงุ การ
(3) (2) (1) (0) ประเมนิ

1. ความสามารถ 3.1 สามารถแกปญหาและอปุ สรรค  ดี
ในการแกป ญ หา ตาง ๆ ทีเ่ ผชญิ ได
3.2 ใชเ หตุผลในการแกปญหา มาก
3.3 เขา ใจความสมั พันธและการ  ดี
เปลี่ยนแปลงในสังคม 

3.4 แสวงหาความรู ประยุกตความรู พอใช
มาใชใ นการปอ งกนั และแกไ ขปญหา 
3.5 สามารถตัดสนิ ใจไดเ หมาะสม ปรบั ปรงุ
ตามวัย
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………
2. ความสามารถ 4.1 เรียนรูด วยตนเองไดเหมาะสม
ในการใชทกั ษะ ตามวัย  ดี
ชวี ิต 4.2 สามารถทำงานกลมุ รวมกับผูอ นื่ ได มาก
4.3 นำความรทู ไ่ี ดไ ปใชประโยชน  ดี
ในชีวิตประจำวัน 

4.4 จดั การปญ หาและความขดั แยง พอใช
ไดเ หมาะสม 
4.5 หลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมไมพ งึ ประสงค ปรบั ปรงุ
ที่สงผลกระทบตอ ตนเอง
สรุปรวมคะแนน = ……………………………

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

197

ดี ระดบั คณุ ภาพ สรุปผล
มาก การ
สมรรถนะดาน รายการประเมนิ (3) ดี พอใช ปรบั ปรุง ประเมนิ
3. ความสามารถ (2) (1) (0)
ในการใช
เทคโนโลยี 5.1 เลือกและใชเทคโนโลยีไดเ หมาะสม
ตามวัย  ดี
5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี มาก
5.3 สามารถนำเทคโนโลยไี ปใชพฒั นา  ดี
ตนเอง 
5.4 ใชเทคโนโลยใี นการแกป ญ หาอยาง พอใช
สรา งสรรค 

5.5 มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมในการใช ปรบั ปรงุ
เทคโนโลยี
สรุปรวมคะแนน = ……………………………

บันทึกเพิม่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วนั ที่............เดือน.........................พ.ศ. ..................

เกณฑการใหค ะแนนระดบั คณุ ภาพ ใหร ะดับ 3 คะแนน
ดีมาก หมายถึง พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตนิ น้ั ชดั เจนและสมำ่ เสมอ ใหร ะดบั 2 คะแนน
ดี หมายถึง พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบตั ินน้ั ชดั เจนและบอยครง้ั ใหระดับ 1 คะแนน
พอใช หมายถงึ พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั บิ างครง้ั ใหระดับ 0 คะแนน
ตอ งปรบั ปรงุ หมายถงึ ไมเคยปฏิบตั พิ ฤติกรรมนนั้ เลย

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

198

แผนการจดั การเรียนรวู ชิ าภาษาไทย แผนท่ี 4

กลุมสาระการเรยี นรวู ชิ าภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ี่ 4
รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท 14101
หนวยการเรยี นรูท่ี 2 แผนที่ 4 เร่อื ง การแตง คำประพนั ธประเภทกลอน จำนวน 2 ชัว่ โมง
ครูผสู อน : …………………………………………….....
วนั ที่.....................................

1. สาระสำคญั
กลอน คือลักษณะคำประพนั ธ ท่เี รียบเรียงเขาเปนคณะ มสี มั ผสั กัน ตามลักษณะบัญญัติ เปนชนิด ๆ

แตไ มมบี ังคับ เอกโท และครลุ หุ

2. มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรยี นรู ท 2.1 ใชกระบวนการเขยี น เขยี นส่อื สาร เขียนเรียงความ ยอ ความ และเขียน

เรอื่ งราวในรปู แบบตา ง ๆ เขียนรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงาน
ตวั ชีว้ ัด
ป. 4/8 มีมารยาทในการฟง การดแู ละการพูด

มาตรฐานการเรียนรู ท ท 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไวเปน สมบตั ขิ องชาติ

ตวั ช้วี ดั
ป. 4/5 แตงบทรอ ยกรองและคำขวญั

3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. บอกความหมาย ประเภท หลักการแตง กลอนสภุ าพไดถกู ตอง (K)
2. แตงกลอนสภุ าพไดอยางถูกตอง (P)
3. มีมารยาทในการเขยี น (A)

4. สาระการเรียนรู
1. ความหมาย ประเภท หลักการแตง กลอนสภุ าพ
2. ทกั ษะการแตงกลอนสุภาพ
3. มารยาทในการเขียน

5. สมรรถนะของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการแกปญ หา
3. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

199

6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเรยี นรู
2. มุงมัน่ ในการทำงาน

7. ผลงานทตี่ อ งการ
กลอนสุภาพ ประเภทกลอน 4 เร่อื ง อาหารอีสานที่ฉันชอบ คนละอยา งนอ ย 4 บท (บทละ 2 บาท)

8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู
ข้ันท่ี 1 การสรา งประสบการณ
1. ครูกลา วทกั ทายนักเรียนและนำเขา สบู ทเรียน
- สวัสดีคะนักเรียน เปนอยางไรกันบางคะ เมื่อเชาคุณครูเวรประจำวันพดู ใหความรูเรื่องอะไร

หนาเสาธงบางเอย
- นกั เรียนชอบทำอะไรเวลาวางกนั บา งคะ
- นักเรียนชอบทานขนมไทยบางคะ
- ครูจะใหนักเรียนอา นกลอนตอ ไปนีพ้ รอ ม ๆ กันนะคะ

ยามเยน็ วนั นี้ มากมขี นม
เราตา งชน่ื ชม นิยมของไทย
ชักชวนเพอ่ื นพอ ง นอ งพี่อยูไหน
มากนั เรว็ ไว ไปในโรงทาน
มขี นมไทย ใสไวใ นจาน
ทองหยิบโบราณ ทุกทานเชิญชิม
เปยกปนู ก็มี กินดซี าหรม่ิ
ทองหยอดแชอ ม่ิ ลิ้มรสหวานนาน
ขนมบัวลอย หัวกลอยนำ้ ตาล
เชิญชมิ ทกุ ทาน เบิกบานหัวใจ
ท่มี า : https://www.gotoknow.org/posts/444499

- เปนอยางไรกันบางคะ จากบทประพันธน ักเรียนรจู กั ขนมชนดิ ใดบา ง
- ครูจะใหนักเรียนพิจารณาลักษณะการแตงบทประพันธนี้วานักเรียนพบเจออะไรบาง เชน
การใชคำ การใชสัมผัส เปนคำประพนั ธช นิดใด จากนั้นใหน ักเรียนเขียนสิ่งที่สังเกตเห็นลงในสมุดของตนเองนะ
คะ
ขน้ั ท่ี 2 การวิเคราะหประสบการณ
1. ครใู หน กั เรียนเขียนสิง่ ทตี่ นสงั เกตไดจ ากการอานบทประพันธลงในสมุด ใชเ วลา 2 นาที
2. หลงั จากนน้ั ครูตั้งคำถามนกั เรยี นแตล ะคนวา ตนสงั เกตเห็นสิง่ ใดบา ง โดยใหยกมือตอบทลี ะคน

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

200
ขัน้ ท่ี 3 การพัฒนาประสบการณเปน ความคิดรวบยอด

1. ครูสรุปความรูจากการสังเกตคำประพันธและอธิบายวา กลอนที่นักเรียนไดอานไป เปนกลอน
4 ซึ่ง ในการแตงกลอนจะมีการบังคับเสียงสัมผัส และกลอน 4 สามารถแบงได 2 ลักษณะคือ กลอน4 บท 2
บาท กับกลอน 4 บท 4 บาท ซ่ึงในวนั นี้ครูจะสอนกลอน 4 ที่ใน 1 บทจะมี 4 บาท

2. ครูสอนเรอ่ื งโครงสรางการแตง คำประพันธป ระเภทกลอน 4
3. ครใู หน ักเรียนทำใบงาน ขีดเสน โยงสัมผสั กลอน 4 ทีค่ รูกำหนดให
4. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั เฉลยใบงานและใหนกั เรียนสอบถามขอสงสัย
ข้ันท่ี 4 การพฒั นาความรคู วามคดิ
1. ครูใหนนักเรียนรวมกันตอกลอน 4 โดยครูเปนคนขึ้นตนและใหนักเรียนแตละคนตอคำ
ประพันธไ ปเร่ือย ๆ จนครบทกุ คน
2. ครูเขยี นคำประพันธลงในกระดาน เพือ่ ทบทวนความถูกตอ งของฉันลักษณ
ขน้ั ท่ี 5-6 การปฏิบัตติ ามแนวคิดทไ่ี ดเรยี นรูและการสรางสรรคชิ้นงานของตนเอง
1. ครูใหน กั เรียนแตละคนแตกลอน 4 จำนวน 4 บท (บทละ 2 บาท) โดยใหห ัวขอเก่ียวกบั อาหาร
อสี านท่ีฉนั ช่นื ชอบ
ข้นั ที่ 7 การวิเคราะหผ ลงานและแนวทางการนำไปประยกุ ตใ ช
1. ครูตรวจผลงานนักเรียนแตละคนและนำผลงานไปติดไวหนา ชั้นเรยี น
2. ครูใหนักเรียนรวมกันประเมินผลงานของเพื่อน ๆ โดยใหนำสติกเกอรดาวไปติดที่ผลงานที่ตน
ช่ืนชอบ
3. ครใู หนักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เรอ่ื ง การแตง กลอน ปรนยั แบบถกู -ผดิ จำนวน 5 ขอ
9. สอ่ื และแหลง การเรียนรู
ส่ือการเรยี นรู
1. ใบความรู เรอ่ื ง กลอนสภุ าพ
แหลงการเรียนรู
1. หอ งสมุด
2. ครู

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

201

10. การวัดและประเมนิ ผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก ารประเมนิ
ส่ิงท่ีตองการวดั วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล แบบทดสอบทา ยบท เรอื่ ง ผา นเกณฑ
การอานออกเสยี ง แบบ รอยละ 80 ขน้ึ ไป
การมคี วามรู เรอื่ ง การ การทำแบบทดสอบ ปรนยั ถูก-ผิด จำนวน 5 ขอ
แตง กลอนสภุ าพ

ทักษะการแตง กลอน ผลงานการแตง แบบประเมนิ การแตง กลอน ผา นเกณฑ
สุภาพ คำประพนั ธ เสยี ง ชนดิ รูบกิ สกอร 3 รอยละ 80 ข้นึ ไป
มารยาทในการเขยี น ประเภทกลอนสุภาพ รายการ 4 ระดับคุณภาพ
สังเกตพฤตกิ รรมการเขียน แบบประเมนิ มารยาทในการ ผานเกณฑ
เขยี น 5 รายการ 4 ระดบั รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป
คุณภาพ

ความคดิ เหน็ ของผูบรหิ ารสถานศึกษา/หรอื ผูท ่ไี ดร ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………

ลงช่อื ........................................................ผตู รวจ
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วันท่ี............เดือน.........................พ.ศ. ..................

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

202
บันทึกผลหลังสอน

ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นร…ู ...………………………………………………………........…………..…………..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ปญ หาท่พี บระหวา งเรยี น……………………………………………………………………………….…..…….……...
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

วธิ แี กป ญหา………………...……………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ผลของการแกป ญหา…………………………………………………….……………………….………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ขอเสนอแนะจากการจัดกิจกรรม…………………………………………………..………………………………..
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ลงชื่อ.......................................................ผสู อน
(………………………………….............….)
วัน.........เดือน.....................พ.ศ. ........

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

กลอนสภุ าพ

กลอนสุภาพ เปนกลอนประเภทหนึ่ง ซึ่งลักษณะคำประพันธของภาษาไทย ที่เรียบเรียงเขาเปนคณะ
ใชถอยคำและทำนองเรียบ ๆ ซึ่งนับไดวากลอนสุภาพเปนกลอนหลักของกลอนทั้งหมด เพราะเปนพื้นฐานของ
กลอนหลายชนิด หากเขาใจกลอนสภุ าพ กส็ ามารถเขาใจกลอนอ่นื ๆ ไดงายข้ึน

คำประพันธ ที่ตอทา ยวา "สุภาพ" นับวาเปนคำประพันธที่แสดงลักษณะเปนไทยแท ดวยมีขอ บงั คับใน
เรื่อง "รูปวรรณยุกต" ในกลอนสุภาพนอกจากมีบังคับเสียงสระเปนแบบแผนเชนกลอนปกติแลว ยังบังคับรูป
วรรณยุกตเพิ่ม จึงมีขอจำกัดทั้งรูปและเสียงวรรณยุกต เปนการแสดงไหวพริบปฏิภาณและความแตกฉานใน
การใชภาษาไทยของผูแ ตงใหเดน ชดั ยงิ่ ขน้ึ

คำประพันธกลอนสุภาพนิยมเลนกันมากตั้งแตสมัยอยุธยา จวบจนถึงปจจุบัน ในตนรัตนโกสินทรน้ัน
งานกลอนสุภาพเดนชดั ในรชั กาลที่ 2 ซึ่งเฟองฟถู ึงขนาดมีการแขงขันตอกลอนสด กลอนกระทู ตลอดรัชสมัยมี
ผลงานออกมามากมาย เชน กลอนโขน กลอนนิทาน กลอนละคร กลอนตำราวัดโพธิ์ เปนตน บทพระราช
นพิ นธเรอ่ื ง เงาะปา ก็เกิดข้นึ ในยคุ นี้ ยงั มกี วที านอน่ื ท่มี ีชือ่ เสียง เชน สนุ ทรภู เปน ตน และในสมัยรัชกาลท่ี 6 ก็
มีปราชญก วที างกลอนสภุ าพทสี่ ำคญั หลายทา นเชน กนั
กลอนสุภาพ เปนกลอนที่ใชถอยคำและทำนองเรียบ ๆ มี ๕ ชนิด ไดแก กลอนสี่ กลอนหก กลอนเจ็ด กลอน
แปด และกลอนเกา

กลอน 4

ตามหลักฐานทางวรรณคดีไทย กลอน 4 ที่เกาท่ีสุดพบในมหาชาติคำหลวงกัณฑมหาพน (สมัยอยุธยา)
แตตอมาไมป รากฏในวรรณคดไี ทยมากนกั มกั แทรกอยตู ามกลอนบทละครตาง ๆ

ตวั อยา งกลอน 4 ในวรรณคดไี ทยทพี่ บมี 2 แบบ คอื
กลอน 4 แบบท่ี 1
คณะ กลอน 4 แบบนี้ บทหนึ่งจะประกอบดวย 2 บาท บาทละ 2 วรรค วรรคละ 4 คำ (1 คำอาจมีหลาย
พยางค) ตามผัง

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

สมั ผสั แบบกลอนทว่ั ไป คือ คำสุดทายวรรคหนาสัมผัสกับคำทีส่ องของวรรคหลงั และคำสุดทายวรรค
ที่สองสัมผัสกับคำสุดทายวรรคที่สาม สวนสัมผัสระหวางบทก็เชนเดียวกัน คือ คำสุดทายวรรคที่สี่ของบทแรก
สมั ผัสกบั คำสดุ ทายของวรรคทีส่ องของบทถดั ไป (ดูตัวอยา ง)
เหวยเหวยอจี ันทรา ข้ึนหนาเถยี งผัว
อุบาทวชาตชิ ั่ว ไสหวั มงึ ไป
นางจนั ทาเถยี งเลา พระองคเ จา หลงใหล
ไลตีเมยี ไย พระไมปรานี
เมียผิดสิ่งใด พระไลโบยตี
หรือเปน กาลี เหมือนทข่ี ับไป
— บทละครคร้ังกรุงเกา เรอื่ ง สังขทอง

กลอน 4 แบบท่ี 2
คณะ กลอน 4 แบบนี้ บทหน่ึงประกอบดว ย 4 บาท บาทละ 2 วรรค วรรคละ 4 คำ ตามผงั

สมั ผัสนอก ในทกุ บาท คำสุดทา ยของวรรคหนา สมั ผัสกับคำที่สองของวรรคหลัง มีสัมผัสระหวางบาท
ที่สองกับสาม คือ คำสุดทายวรรคที่สี่สัมผัสกับคำสุดทายวรรคที่หก สวนสัมผัสระหวางบทนั้นจะแตกตางจาก
แบบแรก เนื่องจากใหค ำสดุ ทา ยของบทแรกสัมผัสกับคำสุดทายของวรรคที่ส่ขี องบทถดั ไป

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

ใบงาน
เร่อื ง การแตง กลอนสุภาพ

คำช้แี จง : ใหน กั เรียนโยงเสนสัมผสั ตามฉนั ทลักษณกลอน 4 จากคำประพนั ธด ังตอ ไปน้ี

ยามเยน็ วนั น้ี มากมขี นม

เราตา งชนื่ ชม นยิ มของไทย

ชักชวนเพอ่ื นพอง นอ งพ่อี ยไู หน

มากนั เรว็ ไว ไปในโรงทาน

มขี นมไทย ใสไ วใ นจาน

ทองหยิบโบราณ ทุกทานเชญิ ชมิ

เปย กปูนกม็ ี กนิ ดสี ะลมิ่

ทองหยอดแชอ ิม่ ลม้ิ รสหวานนาน

ขนมบัวลอย หัวกลอยนำ้ ตาล

เชญิ ชิมทกุ ทาน เบกิ บานหวั ใจ

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

206

แบบทดสอบ เรอื่ ง การแตง กลอน

ชอื่ - สกลุ .............................................................................................ชน้ั .................เลขท่ี ...........

คำชแ้ี จง : ใหน กั เรียนทำเคร่อื งหมาย / หนาขอ ความทเ่ี ปน จรงิ และทำเคร่ืองหมาย X
หนาขอ ความท่ีเปนเท็จ ขอ สอบ จำนวน 5 ขอ 5 คะแนน

1. ................ คำประพนั ธ ทต่ี อ ทายวา “สุภาพ” นับวาเปนคำประพนั ธท แ่ี สดงลักษณะ
เปน ไทยแท

2. ……………. กลอนสภุ าพ เปน กลอนที่ใชถอยคำและทำนองเรยี บ ๆ มี 7 ชนิด
ไดแ ก กลอนส่ี กลอนหก กลอนเจด็ กลอนแปด และกลอนเกา กลอนสิบ
และกลอนสิบเอด็

3. ……………. ตวั อยา งกลอน 4 ในวรรณคดีไทยท่ีพบมี 4 แบบ

4. ……………. สมั ผัสแบบกลอนท่วั ไป คือ คำสุดทายวรรคหนา สัมผสั กบั คำท่สี อง
ของวรรคหลัง และคำสดุ ทายวรรคที่สองสมั ผัสกบั คำสดุ ทา ยวรรคทส่ี าม

5. ……………. สมั ผสั ในสว นมากไมบังคับ แตกวมี กั จัดใหมสี มั ผสั ระระหวางคำทสี่ อง
และคำทีส่ ามของทกุ วรรค

ชือ่ .......................................................................................ช้นั .............................เลขท.ี่ ...................

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

207

เฉลยแบบทดสอบ เร่ือง การอา นออกเสียง

คำชีแ้ จง : ใหน กั เรยี นทำเคร่ืองหมาย / หนาขอ ความทเ่ี ปน จรงิ และทำเครือ่ งหมาย X
หนาขอ ความที่เปนเท็จ ขอ สอบ จำนวน 5 ขอ 5 คะแนน

1. ......./......... คำประพนั ธ ท่ีตอ ทายวา “สุภาพ” นบั วาเปน คำประพนั ธที่แสดงลักษณะ
เปน ไทยแท

2. ……X………. กลอนสุภาพ เปนกลอนที่ใชถอยคำและทำนองเรียบ ๆ มี 7 ชนิด
ไดแก กลอนส่ี กลอนหก กลอนเจด็ กลอนแปด และกลอนเกา กลอนสิบ
และกลอนสิบเอด็

3. ……X………. ตัวอยางกลอน 4 ในวรรณคดไี ทยที่พบมี 4 แบบ

4. ……/………. สัมผสั แบบกลอนทั่วไป คือ คำสุดทายวรรคหนา สัมผสั กบั คำทีส่ อง
ของวรรคหลัง และคำสดุ ทา ยวรรคที่สองสัมผสั กับคำสดุ ทา ยวรรคทส่ี าม

5. ……/………. สัมผสั ในสวนมากไมบ งั คับ แตกวีมักจดั ใหมสี มั ผสั ระระหวางคำทสี่ อง
และคำทสี่ ามของทกุ วรรค

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

208

แบบประเมินมารยาทการเขยี น
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้ีแจง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชอ งวางตามคะแนนความเปนจริงของนักเรยี น

รายการประเมนิ

เลขท่ี ช่อื - สกุล รายการ ี่ท 1 รวม รอ ย สรุปผล
รายการ ่ีท 2 (20) ละ
รายการ ่ีท 3
รายการ ี่ท 4
รายการ ี่ท 5

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทกึ เพ่มิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................ผูประเมิน
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วันท่.ี ...........เดอื น.........................พ.ศ. ....................

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

209

เกณฑก ารประเมินมารยาทการเขยี น

วิธกี ารประเมนิ : สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนและตรวจผลงานของนักเรยี นแลวบนั ทึกคะแนนตามรายการ
ประเมินโดยเทียบเกณฑการประเมนิ ดงั น้ี

ระดับคะแนน 4 หมายถงึ ปฏิบตั ิเปน ประจำ
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ปฏิบตั เิ ปนบางครงั้
ระดับคะแนน 2 หมายถงึ ปฏบิ ัตนิ อ ยครั้ง
ระดบั คะแนน 1 หมายถึง ปฏิบัตนิ อ ยมาก

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4 3 21
1. เขียนหนังสอื ดว ยลายมอื อานงาย
2. เขียนถกู ตอ ง สะอาดไมขีดฆา หรือเมอ่ื มกี ารเขียนฆามี
การลบจนสะอาด
3. ไมขดี เขยี นเลน ตามโตะ เกา อี้ ฝาผนัง หรอื ทส่ี าธารณะ
4. ใชภ าษาในการเขียนเหมาะสมกบั บรบิ ท เวลาและ
สถานที่
5. ไมเขยี นลอ เลียนผอู ื่นหรือทำใหผ ูอ ื่นเกิดความเสียหาย
การแปรผล: นำคะแนนรวมรวยบุคคลทกุ รายการหารดวยจำนวนรายการประเมินแลว เทียบเกณฑด งั นี้
คะแนน 3.51 – 4 หมายถึง ดีเยย่ี ม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถงึ ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถงึ พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

210
แบบประเมนิ การแตงกลอนสภุ าพ
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชีแ้ จง : ใหผ สู อนกรอกคะแนนลงในชอ งวางตามคะแนนความเปน จรงิ ของนกั เรียน

ท่ี ชื่อ-นามสกลุ รูปแบบ เน้อื หา ความงาม รวม รอ ย
ละ
4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12

1

2

3

4

5

6

7

8

9
10

บนั ทึกเพิม่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................ผูประเมิน
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วันท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

211

เกณฑป ระเมนิ การแตงกลอนสภุ าพ

หัวขอและเกณฑการประเมิน รูปแบบมีความถกู ตองตามฉนั ทลักษณท ัง้ หมด
1. รูปแบบ คะแนนมี 4 ระดับ (4 คะแนน) รปู แบบไมถกู ตอ งตามฉันทลกั ษณ ผิด 1 ตำแหนง
รปู แบบไมถกู ตอ งตามฉนั ทลกั ษณ ผิด 2 ตำแหนง
ระดบั คะแนน 4 หมายความวา รปู แบบไมถ ูกตอ งตามฉนั ทลกั ษณ ผิด 3 ตำแหนงขึ้นไป
ระดับคะแนน 3 หมายความวา
ระดบั คะแนน 2 หมายความวา
ระดบั คะแนน 1 หมายความวา

2. เนอ้ื หาสาระ คะแนนมี 4 ระดับ (4 คะแนน) เน้ือหาสอดคลอ งกนั มคี วามเปน เอกภาพ มคี วามเปน เหตุ
ระดบั คะแนน 4 หมายความวา เปน ผลกนั แตต น จนจบ
ระดับคะแนน 3 หมายความวา เนื้อหาสอดคลอ งกนั มีความเปน เอกภาพแตไมมี
ระดบั คะแนน 2 หมายความวา ความเปนเหตเุ ปนผลกันแตตน จนจบ
ระดบั คะแนน 1 หมายความวา เนอื้ หาสอดคลอ งกันแตไมมคี วามเปนเอกภาพ
ไมม ีความเปน เหตเุ ปน ผลกนั แตตน จนจบ
เน้อื หาไมสอดคลองกนั แตไมม ีความเปน เอกภาพ
ไมมคี วามเปนเหตุเปนผลกนั แตต นจนจบ

3. ความงาม คะแนน มี 4 ระดับ (4 คะแนน)
ระดบั คะแนน 4 หมายความวา เลอื กใชคำไดเหมาะสม มีการเลนคำ ใชส มั ผสั ไดไ พเราะ

เหมาะสม ใชส ำนวนโวหารนาอานลึกซึง้
ระดับคะแนน 3 หมายความวา เลอื กใชค ำไดเ หมาะสม มกี ารเลนคำ ใชส มั ผัสไดไ พเราะ

เหมาะสม
ระดับคะแนน 2 หมายความวา เลือกใชคำไดเหมาะสม มีการเลนคำ และใชส มั ผัส

ไมเ หมาะสม
ระดับคะแนน 1 หมายความวา เลือกใชคำไดเ หมาะสม ไมม กี ารเลน คำและใชสมั ผสั

ไมเหมาะสม

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

212

แบบประเมินพฤตกิ รรมในการรว มกิจกรรมกลุม
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชี้แจง : ใหผ ูส อนกรอกคะแนนลงในชองวางตามคะแนนความเปน จรงิ ของนักเรยี น

รายการประเมิน สรุป

เลขที่ ชอื่ -สกลุ การแบงหนาที่ภายในกลุม (3)
การแสดงความคิดเ ็หนในกลุม (3)

การวางแผนการทำงาน
เปนขั้นตอน (3)

การทำงานใหเสร็จ ัทนเวลา (3)
การใหความรวม ืมอภายในกลุม (3)

คะแนนรวม (15)
ผาน
ไ มผาน

1
2

บันทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วนั ที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

213

เกณฑการประเมนิ พฤติกรรมกลุม

รายการประเมิน ดี (3) คะแนน ควรปรบั ปรงุ (1)
ปานกลาง (2) ไมมกี ารแบง หนาที่ภายใน
1.การแบงหนาท่ี มีการแบงหนา ท่ภี ายใน กลุม อยางชัดเจน และไม
ภายในกลมุ กลุม อยางชัดเจน มกี าร มีการแบง หนาท่ภี ายในกลมุ ทำงานตามบทบาทหนา ท่ี
แตไมทำงานตามบทบาท
รับผิดชอบงานตาม ของตนเอง
บทบาทหนาท่ี หนาท่ีของตน สมาชิกภายในกลุมไมมี
การแสดงความคิดเห็น
2.การรจู กั แสดงความ สมาชกิ ในกลมุ มกี าร สมาชกิ ในกลมุ มกี ารแสดง และการตอบคำถาม
คิดเห็นและการตอบ แสดงความคิดเห็นและ ความคิดเหน็ และการตอบ ไมม กี ารวางแผนและ
คำถาม การตอบคำถามทกุ คน คำถามบางคน ทำงานไมเ ปนไปตาม
3.การวางแผนทำงาน
ตามข้ันตอน มกี ารวางแผนและ มีการวางแผนแตทำงานไม ขั้นตอน
ทำงานตามขัน้ ตอน ตามขั้นตอน ทำงานเสรจ็ เกินเวลา 4

4.ทำงานเสร็จ ทำงานเสรจ็ ทันเวลา ทำงานเสร็จเกนิ เวลา 1-3 นาทีข้ึนไป
ทันเวลา นาที สมาชิกสวนใหญไ มใ ห
5. การใหค วาม สมาชิกทกุ คนใหความ ความรวมมือในการทำทำ
รว มมือภายในกลุม รวมมอื ในการทำงาน สมาชกิ บางคนไมใ หค วาม
รวมมอื ในการทำกจิ กรรม กจิ กรรม
กจิ กรรมดมี าก
เกณฑการใหค ะแนน
3 หมายถึง ดี
2 หมายถึง ปานกลาง
1 หมายถึง ควรปรับปรงุ
เกณฑการประเมนิ
คะแนน 12-15 คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน 8-11 คะแนน หมายถึง ปานกลาง
คะแนน 1-7 คะแนน หมายถงึ ควรปรบั ปรุง
หมายเหตุ ผูผา นเกณฑประเมนิ ตองได 12 คะแนนข้นึ ไป คิดเปนรอ ยละ 80

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

214
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................

ชอ่ื -สกุลนกั เรยี น...........................................................................หอง..............................เลขท.ี่ ..........................
คำช้ีแจง : ใหผ ูสอน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว ขีด / ลงในชอ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลกั ษณะ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค รายการประเมนิ 3 2 10

1.อยอู ยา งพอเพยี ง 1. ใชท รัพยส ินและสิ่งของของโรงเรยี นอยางประหยดั
2. ใชอุปกรณการเรียนอยางประหยดั และรคู ณุ คา
3. ใชจา ยอยา งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
2. มงุ มนั่ ในการ 1. มีความตงั้ ใจ และพยายามในการทำงานท่ไี ดร ับมอบหมาย
ทำงาน 2. มีความอดทนและไมท อ แทต ออปุ สรรคเพ่อื ใหงานสำเรจ็
3.รกั ความเปน ไทย 1. มีจติ สำนกึ ในการอนุรกั ษว ัฒนธรรมและภูมิปญ ญาไทย
2. เหน็ คณุ คา และปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
1. รูจักการใหเพอื่ สวนรวม และเพอื่ ผูอ นื่
4.มจี ิตสาธารณะ 2. แสดงออกถึงการมนี ้ำใจหรอื การใหความชว ยเหลือผอู นื่
3. เขารว มกิจกรรมบำเพ็ญตนเพือ่ สวนรวมเม่อื มีโอกาส

ลงชือ่ ......................................................................ผูประเมิน สรปุ ผลการประเมนิ ผา น
(.....................................................................) ระดับ ดีเยยี่ ม ดี ผา นเกณฑการประเมิน
........... /................................/......................

ไมผ า น ระดับ ปรบั ปรงุ

เกณฑการใหค ะแนน รอยละ 50 - 66 ระดับคณุ ภาพ ดีเย่ียม (3)
- พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให 3 คะแนน รอยละ 40 - 49 ระดบั คณุ ภาพ ดี (2)
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและบอยคร้ัง ให 2 คะแนน รอ ยละ 20 - 39 ระดบั คณุ ภาพพอใช (1)
- พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิบางคร้งั ให 1 คะแนน รอยละ 0 - 19 ระดบั คุณภาพ ปรับปรงุ (0)

- พฤตกิ รรมทไ่ี มไ ดปฏิบัติ ให 0 คะแนน

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

215
แบบประเมินสมรรถนะของนักเรยี น
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................

ชอื่ -สกุลนกั เรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขท่ี...........................
คำชแ้ี จง : ใหผ ูสอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี น แลวทำเครือ่ งหมาย / ลงในชอ งท่ีตรงกับระดบั คณุ ภาพ
ระดบั คณุ ภาพ
ดี สรุปผล
สมรรถนะดา น รายการประเมนิ มาก ดี พอใช ปรับปรงุ การ
(3) (2) (1) (0) ประเมนิ

1. ความสามารถ 1. สามารถแกป ญหาและอปุ สรรค  ดี
ในการแกปญ หา ตา ง ๆ ทีเ่ ผชญิ ได
2. ใชเ หตุผลในการแกปญหา มาก
3. เขาใจความสมั พนั ธและการ  ดี
เปลย่ี นแปลงในสงั คม 

4. แสวงหาความรู ประยกุ ตความรู พอใช
มาใชใ นการปอ งกันและแกไ ขปญ หา 
5. สามารถตัดสนิ ใจไดเหมาะสม ปรับปรุง
ตามวัย
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………
2. ความสามารถ 1. เรยี นรดู วยตนเองไดเ หมาะสม
ในการใชท ักษะ ตามวัย  ดี
ชีวิต 2. สามารถทำงานกลุมรวมกับผอู ่ืนได มาก
3. นำความรูทไี่ ดไปใชประโยชน  ดี
ในชวี ติ ประจำวนั 

4. จดั การปญ หาและความขดั แยง พอใช
ไดเ หมาะสม 
5. หลีกเล่ยี งพฤตกิ รรมไมพงึ ประสงค ปรบั ปรงุ

ทสี่ ง ผลกระทบตอ ตนเอง
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

216

ดี ระดับคณุ ภาพ สรุปผล
มาก การ
สมรรถนะดาน รายการประเมิน (3) ดี พอใช ปรับปรงุ ประเมนิ
3. ความสามารถ (2) (1) (0)
ในการใช
เทคโนโลยี 1. เลือกและใชเ ทคโนโลยไี ดเ หมาะสม
ตามวยั  ดี
2. มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี มาก
3. สามารถนำเทคโนโลยไี ปใชพ ฒั นา  ดี
ตนเอง 
4. ใชเ ทคโนโลยใี นการแกป ญหาอยา ง พอใช
สรา งสรรค 

5. มคี ณุ ธรรม จริยธรรมในการใช ปรบั ปรงุ
เทคโนโลยี
สรุปรวมคะแนน = ……………………………

บันทกึ เพ่มิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ........................................................ผปู ระเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วันท่ี............เดือน.........................พ.ศ. ..................

เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพ ใหร ะดับ 3 คะแนน
ดีมาก หมายถึง พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ัตนิ นั้ ชดั เจนและสม่ำเสมอ ใหร ะดับ 2 คะแนน
ดี หมายถึง พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั นิ น้ั ชดั เจนและบอ ยคร้งั ใหระดบั 1 คะแนน
พอใช หมายถงึ พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ัตบิ างคร้ัง ใหร ะดับ 0 คะแนน
ตอ งปรบั ปรงุ หมายถงึ ไมเ คยปฏบิ ตั พิ ฤติกรรมนัน้ เลย

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

ภาพ 4 ผังวเิ คราะหห นว ยการเรียนรู 217
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 3 ดอนปตู า

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1 แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 2 เรอื่ ง การแยกแยะขอ เท็จจริงและขอ คดิ เหน็
เรือ่ ง การตอบคำถามจากเร่ืองทอี่ าน ท.1.1 ป.4/4 ท 3.1 ป.4/1
ท 1.1 ป.4/3 ท 2.1 ป.4/4 การอา นเรื่องราวท่ีเกยี่ วขอ งกับความเชือ่ โบราณของแตล ะทองถิ่น และสามารถ
การอา นเรอ่ื งสั้น ๆทกี่ ำหนดให ท่ี จำแนกแยกแยะในสวนที่เปนขอ เท็จจริงและขอคดิ เหน็ จากนั้นกต็ อยอดดว ย
เกย่ี วกับความเช่ือโบราณในแตล ะ การดูเร่ืองราว เพอื่ ใหเ หน็ ถึงความแตกแตงระหวางอรรถรสในการอาน และการ
ทอ งถน่ิ และสามารถตอบคำถาม ดวู าสารนน้ั อันไหนความพิจารณาใหละเอียด กอนท่ีจะเช่ือถือ
เก่ียวกบั เร่ืองที่อา นได และนำไป
เขียนยอ ความดว ยสำนวนของ หนว ย ดอนปตู า แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 3
ตวั เอง เพอ่ื ฝก ทกั ษะในการเขียน อานจับใจความจากเรื่องสั้น ๆ เรอ่ื ง การหาความหมายของคำ
ไดเ ปนอยางดี ประกอบกับการดเู ร่ืองราว แลวสามารถ ท 4.1 ป.4/3
นำความรมู าตอบคำถาม พรอ มกับเขียน การศึกษาเรอื่ งราวจากบทอา น
เรื่องราวที่ไดจ ากการอาน และการดสู ้นั หาความหมายของคำผาน
ๆ แลว นำสิ่งท่เี ขยี นมาวเิ คราะหหา พจนานกุ รม เพือ่ ใหไดท ราบ
ความหมายของคำ แลว นำความรทู ่ี ความหมายที่แทจริงของคำ
ไดรบั จากการศกึ ษา ไปประยกุ ตใ ชใน
ชวี ติ ประจำวนั พรอ มท้งั เผยแพรความรู
สบู ุคคลอืน่

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 4 เรอ่ื ง ขอคดิ ท่ีไดจากเรื่องราวความเชอ่ื
ท 3.1 ป.4/2 ท 4.1 ป.4/7 ท 5.1 ป.4/2

การศึกษาเรื่องราวของความเชือ่ โบราณ แลวนำสิง่ ทไี่ ดจ ากการศึกษา มาสรุปความรู
บอกขอคิดตา ง ๆ พรอ มทัง้ หาคำทไ่ี ดจ ากเร่ืองราวมาหาคำศัพทเ ฉพาะถ่ิน
เพอ่ื ใหไ ดเ ห็นขอ แตกแตง ของภาษาถ่ิน กับภาษาไทยมาตรฐาน เพ่ือใหน ักเรียนเขา ใจความ
แตกตา งและธรรมชาติของภาษาเพิม่ มากข้นึ

ชิ้นงาน/ภาระงาน สมรรถนะของผเู รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
- การปฏิบตั ิ การอานเรอื่ งสนั้ ๆเรือ่ ง 1. ความสามารถในการคิด 1. มวี นิ ัย
ดอนปตู า คนละ 1 บท 2. ความสามารถในการแกปญ หา 2. ใฝเรยี นรู
- รายงานการศึกษาคน ควา เร่ือง ดอนปู 3. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต 3. มุงมน่ั ในการทำงาน
ตา 4. รกั ความเปน ไทย
- การพูดสรปุ ความรูเร่ืองดอนปูตา
- การพดู แสดงความรู

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม [email protected]

218

แผนการจัดการเรียนรวู ิชาภาษาไทย แผนที่ 1

กลมุ สาระการเรยี นรวู ิชาภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 4
รายวิชาภาษาไทย รหัสวชิ า ท 14101
หนวยการเรียนรูท่ี 3 แผนที่ 1 เร่อื ง การตอบคำถามจากเร่ืองทีอ่ า น จำนวน 2 ชว่ั โมง
ครูผูสอน : …………………………………………….....
วนั ที่.....................................

1. สาระสำคญั
การอา นมีความสำคญั ตอชีวิตมนุษยต้ังแตเกิดจนโต และจนกระทง่ั ถึงวยั ชรา การอานทำใหรูขาวสาร

ขอมูลตาง ๆ ทั่วโลก ซึ่งปจจุบันเปนโลกของขอมูลขาวสารตาง ๆ ทั่วโลก ทำใหผูอานมีความสุข มีความหวัง
และมีความอยากรูอยากเหน็ อันเปนความตองการของมนุษยทุกคน การอานมีประโยชนในการพัฒนาตนเอง
คือ พัฒนาการศึกษา พัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต ทำใหเปนคนทันสมัย ทันตอเหตุการณ และมีความ
อยากรูอยากเห็น การที่จะพัฒนาประเทศใหเจริญรุงเรืองกาวหนาไดตองอาศัยประชาชนที่มีความรู
ความสามารถ ซง่ึ ความรูตาง ๆ กไ็ ดม าจากการอาน

2. มาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ

แกปญหาในการดำเนนิ ชีวติ และมนี ิสัยรักการอา น
ตัวช้วี ัด
ป. 4/3 อา นเรอ่ื งสนั้ ๆ ตามเวลาทกี่ ำหนดและตอบคำถามจากเรือ่ งทีอ่ า น

มาตรฐานการเรียนรู ท 2.1 ใชกระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียน
เรอ่ื งราวในรูปแบบตาง ๆ เขยี นรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน ควา อยา งมีประสิทธภิ าพ

ตวั ชว้ี ดั
ป. 4/4 เขียนยอความจากเรื่องสั้น ๆ การเขียนยอความจากสื่อตาง ๆ เชน นิทานความเรียง

ประเภทตาง ๆ ประกาศ จดหมาย คำสอน

3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. บอกความหมายและความสำคญั ของตอบคำถามจากเร่อื งท่อี านได (K)
2. สามารถตอบคำถามจากเรือ่ งที่อา นได (P)
3. รวมกิจกรรมในชัน้ เรียน และเหน็ คุณคาของการอา น (A)

4. สาระการเรยี นรู
1. ความหมายและความสำคญั ของตอบคำถามจากเร่ืองทอี่ า น

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

219

5. สมรรถนะทต่ี องการ
1. ใฝเ รยี นรู
2. มุงม่ันในการทำงาน
3. รักความเปน ไทย

6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการแกปญ หา
3. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต

7. ผลงานท่ีตอ งการ
1. แบบฝกทกั ษะการตอบคำถามจากเร่อื งทอี่ า น
2. ใบงานการเขยี นยอความ

8. กจิ กรรมการเรียนรู
ขน้ั เตรียมความพรอม
1. ครูเขาหองทักทายนักเรียน “สวัสดีคะนักเรียนทุกคน นักเรียนทานขาวเชามาหรือยังคะวันนี้”

“วันนี้คุณครูจะมาสอนรายวิชาอะไรคะรูหรือเปลาเอย” เมื่อนักเรียนตอบเสร็จแลวก็บอกนักเรียนวาวันนี้ครูมา
สอนวิชาอะไร “วันนี้คุณครูจะมาสอนเราในวิชาภาษาไทยนะคะ” แตกอนที่เราจะเรียนวิชาภาษาไทย ครูจะให
นักเรยี นทำกจิ กรรมกอนนะคะ

2. “นักเรียนหลายคนอาจจะยังไมสดชื่นในตอนเชา วันนี้คุณครูก็จะพาเรามาขยับกาย ขยาย
สมอง การที่เราจะมาเรียนกนั วันนี้นะคะ” ใหนักเรียนทุกคนลกุ ขึ้นยืนไปขางโตะของตัวเอง โดยทุกคนจะตอ งมี
พื้นที่ของตนเองหามยืนชิดกัน แลวคุณครูก็จะใหนักเรียนแตละคนออกมาเปนตนแบบใหเพื่อน ๆ ไดทำทาทาง
ประกอบตาม โดยใหท กุ คนไดอ อกมาเปนตนแบบในการเตนประกอบทา ทางครบทง้ั 5 คน

3. ใหเพื่อนในหองโหวตวาเพลงไหนที่เพื่อนพาเลนแลวสนุกที่สุด ก็จะใหคนที่พาเตนเปนตนแบบ
เพลงน้ันออกมาเตนอีกรอบนงึ โดยใหทกุ คนเตน พรอ มกนั ใหสนุกสนานทส่ี ุด

ครูนำเขาสูบทเรียนดวยการถามความรูทั่วไปเกี่ยวกับการตอบคำถามจากเรื่องที่อานท่ี
นักเรียนรูจกั โดยใหตอบคำถามดวยการยกมือขึน้ แลวครูเรียกใหนักเรียนคนที่ยกมือเร็วทีส่ ุดเปนคนตอบ เลือก
นักเรียนที่จะตอบคำถาม ประมาณ 2-3 คน และทำแบบทดสอบกอนเรียนแบบปรนัย 4 ตัวเลือกจำนวน 10
ขอ 10 คะแนน

ขั้นนำเสนอความรู
1. ครสู อนเรอ่ื งการตงั้ และตอบคำถามจากเร่อื งทอี่ าน และสอนเก่ียวกบั เร่อื งการเขียนยอความ

ตาง ๆ ใหแกน ักเรยี น แลวนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องราวของดอนปูต า เปนบทความพานักเรียนอา นใหน ักเรียนอาน
ออกเสยี งบทความเกี่ยวกับดอนปูตาดวยกัน พรอม ๆ กนั

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

220
ขน้ั ลงมอื ปฏิบัติ

1. ครูใหนักเรียนลงมือทำใบงาน โดยแจกใบความรูเรื่องการตอบคำถามจากเรื่องที่อาน
และแจกใบความรู เรอื่ งการเขยี นยอความ พรอ มกับการแจกใบงานเรื่อง เร่อื ง บทความดอนปูตาใหนักเรียนได
อา นและตอบคำถาม

ขั้นสรุปความรู
1. ครูนักเรียนรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับการตอบคำถามจากเรื่องที่อานในเรื่องของดอนปูตาวา

ไดความรูอะไรบางและหลักการตอบคำถามในการอานนั้นจะตองเปนอยางไรบางถึงจะเปนหลักการตอบ
คำถาม ที่ดีได นักเรียนและครูรวมกันอภิปรายครูสรุปเพิ่มเติมสิ่งที่นักเรียนตองรูเกี่ยวกับหลักการตอบคำถาม
เพอ่ื ทจี่ ะเพม่ิ เติมความรูและทบทวนความรูเ ดมิ ของนกั เรียน

ข้ันประยกุ ตใ ชความรู
1. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี นขอ สอบชนิดปรนัย 4 ตัวเลอื กจำนวน 10 ขอ ครเู ชญิ ปราชญ

ชาวบานที่มีความรูเกี่ยวกับดอนปูตาในทองถิ่นนั้นมาเลาเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อของดอนปูตาเพื่อที่จะให
นักเรียนนำหลักการที่ไดเรียนในการตอบคำถามและการเขียนยอความนายตนชั่วโมง มาเพื่อใชในการ
ประยุกตใชความรูในการตอบคำถามกับปราชญชาวบานและการเขียนสรุปความเพื่อทำงานแลวสรุปความรูที่
ไดร บั

9. สอ่ื และแหลง การเรียนรู
ส่อื การเรยี นรู
1. บทความเลา เรอื่ งดอนปูตา
แหลง การเรยี นรู
1. ปราชญช าวบาน
2. ครู

10. การวดั และประเมนิ ผล

การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั เคร่อื งมอื ทใ่ี ช เกณฑการประเมิน
และประเมินผล
การบอกความหมาย การทำแบบทดสอบ แบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง ผา นเกณฑ
และความสำคญั ของ หลังการเรยี นรู การตอบคำถามจากเร่ืองที่ฟง รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป
ตอบคำถามจากเร่อื งท่ี และดูแบบถูกผิดจำนวน 5
อา นได ขอ 10 คะแนน
การตอบคำถามจาก ประเมินจากการทำ แบบประเมิน ผานเกณฑ
เร่อื งท่ีอานได ผลงาน เรอื่ ง การ การตรวจใบงาน รอ ยละ 80 ขึน้ ไป
ตอบคำถามจากเรอื่ ง ชนดิ Scoring Rubrics
ทฟ่ี ง และดู รายการประเมิน
4 รายการ 3 ระดับคุณภาพ

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

การวดั และประเมินผล วิธีการวดั เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช 221
การรว มกจิ กรรม และประเมนิ ผล แบบสังเกตพฤติกรรม
ในชน้ั เรยี น และเหน็ การสงั เกตพฤตกิ รรม นกั เรียน ชนดิ Scoring เกณฑการประเมิน
คณุ คาของการอา น นกั เรียน Rubrics รายการประเมิน 5 ผา นเกณฑ
รายการ 3 ระดบั คณุ ภาพ รอยละ 80 ขึ้นไป

ความคิดเหน็ ของผูบ รหิ ารสถานศึกษา/หรอื ผทู ไ่ี ดร ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ........................................................ผูตรวจ
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วันท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

222
บนั ทกึ ผลหลังสอน

ผลการจดั กิจกรรมการเรียนร…ู ...………………………………………………………........…………..…………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….

ปญหาท่ีพบระหวา งเรยี น……………………………………………………………………………….…..…….…….............
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….

วิธแี กป ญหา………………...………………………………………………………………………………………………………..
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….

ผลของการแกป ญหา…………………………………………………….……………………….……………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….

ขอ เสนอแนะจากการจัดกจิ กรรม…………………………………………………..…………………………………………
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ.......................................................ผูสอน
(………………………………….............….)
วัน.........เดือน.....................พ.ศ. ........

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

ดอนปตู า

ดอนปูตาเปนบริเวณปาที่ดอนที่น้ำทวมไมถึง ทุกหมูบานของชาวอีสานตองมี “ดอนปู
ตา” เปนที่ประทับของผีปูตาหรือผีอารักษของหมูบาน ชาวบานเชื่อวาดอนปูตาเปนบริเวณพื้นท่ี
ศักดิ์สิทธิ์ จึงไมกลาตัดฟนตนไมในบริเวณนั้นและไมกลาจับสัตวตาง ๆ ที่มีในดอนปูตามากินเปน
อาหาร

ภายในปาดอนปูตามีการสรางหอพอปูและแมยาไวกราบไหว โดยปกติ ชาวบานจะ
ประกอบพิธีเลี้ยงผีปูตาในทุกวันพุธกอนเพล ซึ่งเปนการเซนไหวประจำสัปดาห และในรอบปจะมี
การเซน ไหวใ หญครั้งหน่งึ ซ่ึงมกั จะทำในเดอื น 6 กอ นจะลงทำนา ในบางพ้นื ทีจ่ ะมีการเล้ียงผี 2 ครั้ง
ตอป คือ เลี้ยงในชวงเดือน 3 และเดือน 6 แตในปจจุบันสวนใหญเหลือการเลี้ยงผีปูตาเฉพาะ
ในชวงเดือน 6 โดยจะมีของเซนไหว ดังนี้ เหลาหนึ่งไห ไกหนึ่งตัว สำรับหวานสี่สำรับหมากหนึ่งคำ
และบุหรี่หนึ่งมวน และมี “เตาจ้ำ” หรือ “ขะจ้ำ” เปนผูทำหนาที่ติดตอเจรจากับผีปูตา และเปนผู
กลาวนำและกลาวแทนชาวบา นในพิธี เซนไหว

พิธีเลย้ี งผีปตู า สามารถใชต รวจสอบคณุ ภาพสิ่งแวดลอมของหมูบา นได เน่ืองจากในการ
ประกอบพิธีกรรมจะมีการนำเอาไกที่เลี้ยงไวในบานหรือตามนา 1 ตัว ไปฆาสังเวยใหกับผีปูตา
ในพิธีจะมีการเสี่ยงทายคางไกโดยเฒาจ้ำจะถอดเอาขากรรไกรลางของไกซึ่งเปนกระดูกออน
ออกมาดูรูปรางถาคางไกสวย คือมีรูปรางดี ไมบิดเบี้ยว ผิวของกระดูกเรียบไมขรุขระ แสดงวาขาว
ปลาอาหารจะสมบูรณ แตถารูปรางไมดีแสดงวาขาวจะยากหมากจะแพง ในเชิงวิทยาศาสตร
สามารถอธิบายไดวา เนื่องจากไกบานเปนไกที่หากินอยูกับสิ่งแวดลอมในบานหรือในไรนาถา
อาหารอดุ มสมบรู ณกระดูกออนท่คี างไกกจ็ ะสมบรู ณ
แตถาอาหารของไกขาดแคลน การเจริญของคางไกก็จะไมสมบูรณ ชาวบานตองเตรียมตัวรับกับ
วิกฤติทจี่ ะเกิดข้นึ หรอื เรงปรับสภาพแวดลอมใหอยใู นภาวะสมดลุ มากย่ิงขนึ้

ปาดอนปตู าและพธิ ีกรรมความเชื่อท่เี กี่ยวขอ ง นบั เปนภมู ปิ ญ ญาในการรักษาความสมดุล
ของทรัพยากรปา ไมและแสดงใหเห็นความสัมพนั ธข องระบบความเชอื่ ของชมุ ชนกับสง่ิ แวดลอม

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

224

ใบกจิ กรรม

คำช้แี จง : ใหนกั เรียนตอบคำถามตอไปนจ้ี ากเรอ่ื งท่อี าน

1. ทำไมถึงเรยี กวาดอนปตู า
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. พธิ กี รรมบชู าดอนปูตาเปนอยางไรบาง
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
3. นักเรยี นคดิ วาดอนปูตามคี วามสมั พนั ธก ับวิถีชวี ติ ชาวอสี านอยา งไรบา ง
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551

สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

ใบงานท่ี 1 เรื่องการเขียนยอ ความ

คำช้ีแจง : ใหน ักเรียนเขยี นยอ ความจากบทอานเร่ืองดอนปูตา โดยเขียนใหกระชับ
และไดใ จความท่สี ุด

........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

ชอื่ ....................................................................เลขที่ ................. ชัน้ ..................................

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

ใบความรูเ รอื่ งการยอความ

ปจจุบันการยอความเขามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวัน
การศึกษาเลาเรียนโดย ที่เราไมรูสึกวากำลังยอ เชน การเลาเรื่องจากการดูละคร
ภาพยนตร หรือประสบการณ การบันทึกขอความรู ที่สำคัญจากการอานหนังสือ ตำรา
เอกสารตาง ๆ ดังนั้นการยอความจะเกิดประสิทธิภาพไดจำเปนตองเขาใจกระบวนการ
คิดในการยอ ความและฝกทกั ษะการยอ ความสมำ่ เสมอ

1. ความหมายของการยอความ ยอความ เปนการเขียนประเภทหนึ่งโดย
เนื้อความจะตัดทอนมาจากขอความเดิม และใหมีใจความเหลือเฉพาะสาระสำคัญ
มี 2 ลกั ษณะ คอื

1.1 ยอ ความขนาดสน้ั มีใจความเฉพาะสาระสำคญั ท่ีสดุ
1.2 ยอความธรรมดา ประกอบดวยใจความและพลความ ใจความ
หมายถึง ขอความที่สำคัญที่สุดในการเขียนหรือบทพูดหากตัดออกจะสื่อสารไมรูเรื่อง
สวนพลความ หมายถึง ขอความที่สามารถตัดออกได การสื่อสารก็ยังสัมฤทธ์ิผลตาม
ความมงุ หมาย
2. จุดมงุ หมายและประโยชนข องการยอ ความ
การยอความมีจุดมุงหมายเพื่อจับเนื้อเรื่องสำคัญของขอความที่อานใหไดอยางถูกตอง
บริบูรณ ตรงตามที่เขียนไวใ นตน เรื่อง การฝกฝนการยอความอยา งสม่ำเสมอจะทำใหเกิด
ความสามารถและทักษะในการยอความไดดี

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

แบบทดสอบหลงั เรยี นเรอ่ื ง การตอบคำถามจากเรือ่ งท่ีอาน

คำชีแ้ จง : ใหนกั เรยี นทำเครอื่ งหมาย / หนา ขอความทีก่ ลาวถกู และทำเครอื่ งหมาย X
หนาขอความทีก่ ลาวผดิ
…………………………… 1. การตอบคำถามจากเร่ืองท่อี า นควรตอบตามท่โี จทยก ำหนด
…………………………… 2. ขอ ดีของการอานเร่อื งจนจบกอ นตอบคำถาม จะทำใหต อบ

คำถามไดอ ยางถกู ตอง
…………………………… 3. การตอบคำถาม ควรตอบใหไ ดย าวที่สุด เทาที่จะทำได
…………………………… 4. การตอบคำถาม ควรใชภ าษาของตนเองในการตอบ
…………………………… 5. ในการตอบคำถามตาง ๆ ถาเรื่องไหนไมชอบอา น ใตองตอบคำถามก็ได

ชื่อ .................................................................. ชน้ั .......................... เลขท่ี ...........................

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

.

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

คำชี้แจง: ใหน กั เรียนทำเครอ่ื งหมาย / หนาขอ ความทกี่ ลาวถกู และทำเครือ่ งหมาย X
หนาขอ ความท่ีกลา วผิด
………………/…………… 1. การตอบคำถามจากเร่ืองท่ีอา นควรตอบตามที่โจทยกำหนด
………………/…………… 2. ขอดีของการอา นเร่อื งจนจบกอนตอบคำถาม จะทำใหต อบคำถามได

อยา งถกู ตอ ง
………………X…………… 3. การตอบคำถาม ควรตอบใหไดยาวท่สี ุด เทาท่ีจะทำได
………………/…………… 4. การตอบคำถาม ควรใชภ าษาของตนเองในการตอบ
………………X…………… 5. ในการตอบคำถามตา ง ๆ ถาเร่ืองไหนไมช อบอา น ใตอ งตอบคำถาม

ก็ได

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

229
แบบประเมินการตรวจผลงาน
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรียน ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชแี้ จง : ทำเครอ่ื งหมาย / ลงในชองคะแนนทต่ี รงกบั พฤตกิ รรมของนักเรยี น

เลข ี่ทช่ือ-สกุล ผลการ
ความ ูถก ตอง ประเมนิ
ความสะอาด
เปนระเบียบ ผาน ไม
ความรับผิดชอบ ผาน
รวม 12
321321321321

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

บนั ทึกเพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................ผูป ระเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วันท.ี่ ...........เดือน.........................พ.ศ. .....................

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

230

เกณฑการใหค ะแนนการตรวจผลงาน

รายการประเมนิ เกณฑการใหค ะแนน 1
32 ทำงานผิด 3 คำข้นึ ไป
เขยี นคำศพั ทไดถ กู ตอง
ความถูกตอ ง ตามชนิดของคำ ทำงานผดิ 1 - 2 คำ มีรอย ลบ ขดี ฆา
3 จุดข้นึ ไป
ความสะอาด สะอาดไมม รี อยลบ มรี อยลบ ขดี ฆา
ขีดฆา 1 - 2 จุด เขยี นตวั หนงั สือ
เขยี นตวั หนงั สอื ไมเ ปน ระเบียบ
เปนระเบียบ เขยี นตวั หนังสอื เปนระเบยี บ และไมส วยงาม
เปน ระเบียบ สวยงาม แตไ มสวยงาม สงงานชา กวาเวลา
ที่กำหนดมากเกินไป
ความรบั ผิดชอบ สงงานทนั เวลาท่กี ำหนด สงงานชากวาเวลาท่ี
กำหนดเลก็ นอย
เกณฑการใหคะแนนการตรวจผลงานกำหนดไวด งั น้ี
3 หมายถงึ ดมี าก
2 หมายถงึ ดี
1 หมายถึง ปรับปรุง
โดย คะแนน 10-12 คะแนน หมายถึง ดีมาก
คะแนน 6-9 คะแนน หมายถึง ดี
ต่ำกวา 5 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ
หมายเหตุ นกั เรยี นผา นเกณฑรอยละ 70 ท่ี 9 คะแนนขนึ้ ไป

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

231

แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี น
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จังหวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้แี จง : ทำเครอ่ื งหมาย / ลงในชอ งคะแนนที่ตรงกบั พฤติกรรมของนกั เรียน
พฤตกิ รรม สรุป

ที่ ชอื่ – สกลุ ความ ้ัตงใจในการเ ีรยน (3)
ความสนใจและการ ัซกถาม (3)

การตอบคำถาม (3)
การทำงานทันตามกำหนด

เวลา (3)
การ ีมสวนรวมใน ิกจกรรม (3)

รวม (15)
ผ/มผ

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทกึ เพมิ่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................ผปู ระเมิน
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วันท.่ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

232

เกณฑการสังเกตพฤตกิ รรมนักเรียน

รายการประเมิน ดมี าก (3) เกณฑก ารใหค ะแนน พอใช (1)
ปานกลาง (2)
1. ความตง้ั ใจในการเรียน
1.1 มสี มาธจิ ดจอ ตง้ั ใจเรยี น ตง้ั ใจเรียน ต้งั ใจเรียน
1.2 ไมคุยและเลนกนั ตามเกณฑ ตามเกณฑ ตามเกณฑ
1.3 เตรยี มหนงั สอื และอุปกรณ 3 ขอ 2 ขอ 1 ขอ
การเรยี นพรอ มทจ่ี ะเรยี น
2. ความสนใจและการซกั ถาม
2.1 ถามในหวั ขอ ท่ไี มเ ขา ใจ สนใจและซกั ถาม สนใจและซักถามตาม สนใจและซกั ถามตาม
2.1 บนั ทกึ คำถามและคำตอบ ตามเกณฑ 3 ขอ เกณฑ 2 ขอ เกณฑ 1 ขอ
2.3 กลาแสดงออก
3. การตอบคำถาม
3.1 รว มตอบคำถามผูสอน
3.2 ตอบตรงตามประเด็น ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม
3.3 ตอบอยางมั่นใจเสยี งดงั ตามเกณฑ 3 ขอ ตามเกณฑ 2 ขอ ตามเกณฑ 1 ขอ

ฟง ชัด
4. การทำงานทนั ตามกำหนดเวลา
4.1 ทำงานเสร็จทันเวลา ทำงานทนั ตาม ทำงานทันตาม ทำงานทันตาม
4.2 ทำงานถูกตองและชัดเจน กำหนดเวลา กำหนดเวลา กำหนดเวลา
4.3 ทำงานเปน ระเบยี บ ตามเกณฑ 3 ขอ ตามเกณฑ 2 ขอ ตามเกณฑ 1 ขอ
เรยี บรอย
5. การมีสว นรว มในกิจกรรม
5.1 ใหค วามรว มมือ มีสวนรว ม มสี ว นรว ม มสี วนรว ม
5.2 มีความเสยี สละ ในกจิ กรรม ในกจิ กรรม ในกิจกรรม
5.3 มีความกระตอื รอื รน ตามเกณฑ 3 ขอ ตามเกณฑ 2 ขอ ตามเกณฑ 1 ขอ

เกณฑก ารใหค ะแนนการประเมินพฤติกรรมการเรียนรูของนักเรยี น กำหนดไวดงั นี้
3 หมายถงึ ดมี าก
2 หมายถึง ดี
1 หมายถึง ปรับปรุง
โดย คะแนน 13-15 คะแนน หมายถึงดีมาก
คะแนน 10-12 คะแนน หมายถงึ ดี
ต่ำกวา 9 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง
หมายเหตุ นกั เรยี นผา นเกณฑร อ ยละ 70 ที่ 11 คะแนนขนึ้ ไป

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

233

แผนการจดั การเรยี นรูว ชิ าภาษาไทย แผนที่ 2

กลมุ สาระการเรียนรูวิชาภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4
รายวิชาภาษาไทย รหัสวชิ า ท 14101
หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 แผนที่ 2 เร่อื ง การตอบคำถามจากเรอ่ื งที่อาน จำนวน 2 ช่วั โมง
ครูผสู อน : …………………………………………….....
วนั ที.่ ....................................

1. สาระสำคญั
การแยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากการอาน ผูรับสารหรือผูอานจะตองจับใจความใหได และรูจัก

วิเคราะหสาร จำแนกสาร คิดไตรตรองอยางมีเหตุมีผล เพื่อใหไดสารที่มีประโยชน เหมาะสม ถูกตอง ชัดเจน
สามารถกอ ใหเกดิ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลเมอื่ นำไปใชในชวี ิตประจำวนั

2. มาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรียนรู ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ

แกปญหาในการดำเนินชวี ิตและมีนสิ ัยรกั การอาน
ตวั ช้วี ดั
ป. 4/4 การแยกแยะขอ เท็จจรงิ และขอคดิ เหน็

มาตรฐานการเรียนรู ท 3.1 สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู
ความคดิ ความรใู นโอกาสตา ง ๆ อยางมีวิจารณญาณ และสรา งสรรค

ตวั ชี้วดั
ป. 4/1 การจำแนกขอ เทจ็ จรงิ และขอคิดเห็นจากเรื่องที่ฟง และดู

3. จุดประสงคก ารเรียนรู
1. บอกหลักการแยกขอเท็จจรงิ และขอ คดิ เหน็ ได (K)
2. แยกขอเทจ็ จรงิ และขอ คิดเห็นจากเรือ่ งทอ่ี า นได (P)
3. รว มกิจกรรมในช้นั เรียน (A)

4. สาระการเรยี นรู
1. หลักการแยกขอ เทจ็ จรงิ และขอคิดเห็น

5. สมรรถนะท่ตี อ งการ
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการแกป ญ หา
3. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

234

6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. ซ่ือสัตยส จุ รติ
2. มวี ินัย
3. ใฝเรยี นรู

7. ผลงานท่ตี อ งการ
1. วีดิทศั นพจิ ารณาความเชื่อเรอื่ งผดี อนปูตา

8. กจิ กรรมการเรยี นรู
ข้นั เตรียมความพรอม
1. ครูเขาหองทักทายนักเรียน “สวัสดีคะนักเรียนทุกคน นักเรียนทานขาวเชามาหรือยังคะวันน้ี”

“วันนี้คุณครูจะมาสอนรายวิชาอะไรคะรูหรือเปลาเอย” เมื่อนักเรียนตอบเสร็จแลวก็บอกนักเรียนวาวันนี้ครูมา
สอนวิชาอะไร “วันนี้คุณครูจะมาสอนเราในวิชาภาษาไทยนะคะ” แตกอนที่เราจะเรียนวิชาภาษาไทย ครูจะให
นักเรยี นทำกิจกรรมกอนนะคะ

2. “นักเรียนหลายคนอาจจะยังไมสดชื่นในตอนเชา วันนี้คุณครูก็จะพาเรามาขยับกาย ขยาย
สมอง การที่เราจะมาเรียนกันวันนีน้ ะคะ” ใหนักเรียนทุกคนลกุ ขึ้นยืนไปขางโตะของตัวเอง โดยทุกคนจะตองมี
พื้นท่ีของตนเองหามยืนชิดกัน แลวคุณครูก็จะใหนักเรียนแตละคนออกมาเปนตนแบบใหเพื่อน ๆ ไดทำทาทาง
ประกอบตาม โดยใหทกุ คนไดออกมาเปนตน แบบในการเตน ประกอบทาทางครบทง้ั 5 คน

3. ใหเพื่อนในหองโหวตวาเพลงไหนที่เพื่อนพาเลนแลวสนุกที่สุด ก็จะใหคนท่ีพาเตนเปนตนแบบ
เพลงนัน้ ออกมาเตนอกี รอบนึงโดยใหทกุ คนเตนพรอ มกนั ใหส นกุ สนานท่สี ดุ

4. รูเริ่มนำเขาสูบทเรียนดวยการถามนักเรียนวา “เมื่อวานเปนวันพระใครไดไปวัดทำบุญกับคุณ
พอคุณแมบาง” ใหนักเรียนยกมือตอบ 2-3 คน แลวครูก็พูดตอวา “นักเรียนรูไหมวาทำไมวันพระเราจึง
จำเปนตองไปทำบุญ” “ดวยความเชื่อแลวเขาบอกวาจะมีการปลอยผีบรรพบุรุษออกมารับสวนบุญในวันพระ”
นักเรียนคิดวาเรื่องนี้เปนเรื่องจริงหรือแคความเชื่อคะ ครูจะสงคำถามใหนักเรียนไดคิดตาม เพื่อที่จะนำเขาสู
บทเรียนภาษาไทยตอ ไป

ข้ันนำเสนอความรู
1. ครสู อนบทเรียนภาษาไทยเรอ่ื ง การแยกแยะขอ เท็จจรงิ และขอคิดเห็น โดยสอนในความหมาย

ความสำคัญ และประโยชนท ่ีไดจากการเรยี นเรื่องการแยกแยะขอ จริงและขอคิดเหน็
2. นักเรียนยกตัวอยางเกี่ยวกับขอเท็จจริงและขอคิดเห็นมาคนละ 1 ขอ และรวมกันอภิปราย

กบั เพ่อื นและคณุ ครูวา ทำไมถึงเรยี กวา ขอ เทจ็ จรงิ และทำไมถงึ ตอ งเรยี กวา ขอ คดิ เห็น
3. เปดวีดีโอเรื่องเกี่ยวกับดอนปูตาใหนักเรียนดู วาจะวีดีโอดังกลาว สิ่งใดบางที่เลาเกี่ยวกับ

ขอ เท็จจริงส่ิงใดท่เี ปน ขอคดิ เห็นในวดี โี อ
4. นักเรียนลงมือทำแบบฝกหัดที่เกี่ยวของกับขอเท็จจริงและขอคิดเห็นเพื่อทบทวนความรู

ที่ไดจากการเรียนภาษาไทยเรอื่ งขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เหน็

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

235
ขน้ั ลงมอื ปฏบิ ัติ

1. ครูสรางสถานการณจำลองขึ้นมาเกี่ยวกับการเขาทรงเจาผีดอนปูตาที่เขามาสิงสถิตอยูในราง
ของคน แลวบอกความตองการตาง ๆ ที่ดอนปูตาตองการ และใหนักเรียนอยูรวมในสถานการณนั้นดวย
ใหนักเรยี นปฏบิ ัตติ ามคำส่งั และเปนสมาชิกในเหตกุ ารณน ัน้ ดวย โดยครูทัง้ 3 คนจะแสดงบทบาทสมมุติเพ่ือให
เหมือนทส่ี ดุ เพอ่ื ที่จะดปู ฏกิ ริ ยิ าการตอบสนองของนกั เรียน

ข้ันสรปุ ความรู
1. นักเรียนและครูรวมกันสรุปความรูที่ไดจากสถานการณจำลองที่คุณครูทรงเจา ที่ดอนปูตา

มาสิงสถิตวาเปนเรื่องจริงหรือไม อะไรบางที่เปนการสรางขึ้นมาเพื่อใชเปนคนอุบายในการทำความดีหรือการ
บริจาคทานตาง ๆ โดยใหแงคิดกับนักเรียน วากอนที่จะเชื่อหรือจะทำอะไรควรตองผานการคิดพิจารณา
ไตรต รองใหทสี่ หกรณแ ลว ถึงแยกแยะขอ เท็จจริงและขอคิดเหน็ วาเรื่องนน้ั เปน สารประเภทใด

ขัน้ ประยุกตใชค วามรู
1. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นคำถามของคุณครูและบันทึกวีดีโอเพื่อเปนการนำความรู

ที่ไดไปประยุกตใชดวยคำถามที่กระตุนใหนักเรียนคิดเพื่อรวมกันอภิปรายและนำความรูที่ไดจากการเรียนไป
ประยุกตใชในชีวิตประจำวัน เชนการสงตอความรูในรายวิชาภาษาไทยท่ีไดผนวกกับความเชื่อเรื่องราวปูตา
ใหนกั เรียนไดสง ตอความรูไปยังบุคคลรอบขางพอแมผูปกครองใหม วี จิ ารณญาณในความคิด ความเชื่อกอนท่ีจะ
เช่ือเรื่องตาง ๆ

9. สือ่ และแหลงการเรยี นรู
ส่ือการเรียนรู
1. ใบความรู เร่อื ง การแยกขอ เท็จจรงิ และขอ คิดเห็น
แหลง การเรียนรู
1. ครู

10. การวดั และประเมนิ ผล

การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวดั เครื่องมอื ทใี่ ช เกณฑการประเมนิ
การบอกหลกั การแยก และประเมนิ ผล
ขอ เทจ็ จริง การทำแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั เรยี น ผานเกณฑ
และขอ คดิ เห็นได หลงั การเรยี นรู เร่อื ง แยกขอ เท็จจรงิ และ รอยละ 80 ขน้ึ ไป
ขอ คิดเหน็ จากเร่ืองท่อี า นได
แบบถกู ผดิ จำนวน 5 ขอ 10
คะแนน
การแยกขอ เทจ็ จริง ประเมนิ จากการทำ แบบประเมินการตรวจใบงาน ผา นเกณฑ
และขอ คดิ เห็น ผลงาน เรื่อง แยก ชนดิ Scoring Rubrics รอ ยละ 80 ขึ้นไป
จากเรือ่ งทอ่ี า นได ขอ เทจ็ จรงิ และ รายการประเมิน
ขอคิดเห็นจากเรื่อง 4 รายการ 3 ระดับคณุ ภาพ
ที่อา นได

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัด เครือ่ งมอื ทใี่ ช 236
รวมกจิ กรรมในช้นั เรียน และประเมนิ ผล แบบสงั เกตพฤติกรรม
การสงั เกตพฤติกรรม นักเรียน ชนิด Scoring เกณฑการประเมนิ
นกั เรียน Rubrics รายการประเมิน ผา นเกณฑ
5 รายการ 3 ระดบั คณุ ภาพ รอยละ 80 ขึน้ ไป

ความคดิ เหน็ ของผูบรหิ ารสถานศกึ ษา/หรอื ผทู ่ีไดร บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ........................................................ผูตรวจ
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วนั ท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

237
บันทกึ ผลหลงั สอน

ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนร…ู ...………………………………………………………........…………..…………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….

ปญ หาทพ่ี บระหวา งเรียน……………………………………………………………………………….…..…….…….............
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….

วธิ แี กป ญหา………………...………………………………………………………………………………………………………..
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….

ผลของการแกป ญหา…………………………………………………….……………………….……………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….

ขอ เสนอแนะจากการจดั กจิ กรรม…………………………………………………..…………………………………………
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………...………………………………………………………………………………….

ลงชื่อ.......................................................ผสู อน
(………………………………….............….)
วนั .........เดือน.....................พ.ศ. ........

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

การแยกขอ เท็จจรงิ และขอ คิดเห็น
การทนี่ ักเรยี นจะวเิ คราะหเ นื้อหาสาระของการอานและการพูดน้นั นักเรียนจะตอ ง
รูว าอะไรเปนใจความสำคญั ของเรอ่ื ง อะไรเปนเนือ้ หาหลัก เนือ้ หารอง ตอนใดเปน ใจความทแ่ี สดง
เหตแุ ละผล ขอเทจ็ จรงิ ขอคิดเหน็ ในขณะเดียวกันกต็ องใชความคิด ความรู และประสบการณ
ของนกั เรียน เพือ่ พจิ ารณาวา เรอื่ งที่ฟง น้ีมีความสมเหตสุ มผลและมีความถูกตอ งหรอื ไม มากนอ ย
เพียงใด
การวเิ คราะหข อความใดเปน ขอ เทจ็ จริง ขอความใดเปน ขอคิดเห็น นกั เรียนจะตอง
ตั้งใจอานและตั้งใจฟง แลวลองใชหลกั ตอ ไปนพ้ี จิ ารณาแยกแยะ

ลักษณะของขอ้ เท็จจรงิ

1. มีความเปน ไปได
2. มีความสมจริง
3. มีหลกั ฐานเช่ือถอื ได
4. มคี วามสมเหตุสมผล

ลกั ษณะของขอ้ คดิ เห็น

1. เปนขอ ความทแ่ี สดงความรสู ึก
2. เปนขอ ความทแี่ สดงความคาดคะเน
3. เปน ขอความทแี่ สดงการเปรียบเทยี บ อปุ มาอุปมัย
4. เปนขอ ความท่เี ปนขอเสนอแนะหรือเปน ความคดิ เห็น
ของผพู ูดเอง

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

ใบงานท่ี เร่ือง ขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เห็น

คำชแ้ี จง : ใหนักเรยี นเขียนขอความวา เปน “ขอ เทจ็ จรงิ ” หรอื “ขอ คิดเหน็ ” ลง
ใตข อความที่กำหนดให ใหถ กู ตอ ง

ตัวอยา ง
ดอนปตู าเปนเรื่องราวของความเชอ่ื
ขอ เท็จจริง

1. ดอนปตู าชวยปกครองคมุ กันชาวบา น
ตอบ =

2. ดอนปตู าเปน พื้นท่ีศักด์สิ ิทธิ์
ตอบ =

3. มีการทำพธิ ีบชู าดอนปตู าในทุก ๆป
ตอบ =

4. ในดอนปูต าเชอ่ื วามผี ีปยู า ทตี่ ายไปแลว มาอาศยั อยู
ตอบ =

5. ดอนปูตาเปนอีกกลอุบายหน่งึ ท่สี รางความสามคั คใี หช าวบาน
ตอบ =

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

แบบทดสอบหลงั เรยี นเร่ือง การตอบคำถามจากเรื่องที่อา น

คำชแี้ จง : ใหนกั เรียนทำเคร่อื งหมาย / หนา ความท่กี ลาวถกู ตอ งและเครื่องหมาย X หนา ขอความ
ทกี่ ลาวผิด

1. …………………………… ดอนปตู าเปนความเช่ือเกยี่ วกบั ศาสนาอิสลาม
2. …………………………… ดอนปตู าเปน ความเชือ่ ของคนภาคอีสานเปน สว นใหญ
3. …………………………… ขอ เทจ็ จรงิ คือ สามารถพสิ ูจนได
4. …………………………… ขอคดิ เหน็ เปนขอ ความทแ่ี สดงความรสู ึก
5. …………………………… การวเิ คราะหข อ เท็จจรงิ และขอคิดเหน็ ไมจ ำเปน ตอง

มีขอมลู ก็ได สามารถตอบไดความคิดของตน
6. …………………………… การท่ีจะแยกแยะขอ เท็จจริงและขอคิดเห็นจะตอ งหาขอ มลู

อยางรอบดาน
7. …………………………… เรือ่ งดอนปูต าเปน เรื่องของขอเทจ็ จรงิ ท้ังหมด

ชอื่ .................................................................. ชนั้ .......................... เลขท่ี ...........................

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

.

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน

คำชีแ้ จง : ใหน ักเรียนทำเคร่อื งหมาย / หนา ความทก่ี ลาวถกู ตอ งและเครื่องหมาย X หนา ขอความ
ทีก่ ลา วผดิ

1. ……………X……………… ดอนปตู าเปนความเช่ือเกย่ี วกับศาสนาอิสลาม
2. ……………/……………… ดอนปตู าเปน ความเชื่อของคนภาคอีสานเปนสว นใหญ
3. ……………/……………… ขอเทจ็ จริง คือ สามารถพิสูจนได
4. ……………/……………… ขอ คิดเห็นเปนขอ ความทแ่ี สดงความรูสกึ
5. ……………X……………… การวิเคราะหข อ เท็จจรงิ และขอ คิดเหน็ ไมจำเปนตอ ง

มขี อ มูลกไ็ ด สามารถตอบไดค วามคดิ ของตน
6. ……………/……………… การทจี่ ะแยกแยะขอเทจ็ จริงและขอ คดิ เหน็ จะตองหาขอมลู

อยา งรอบดาน
7. ……………X……………… เรื่องดอนปตู าเปน เรอ่ื งของขอเท็จจรงิ ทัง้ หมด

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

สุชาดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

242
แบบประเมนิ การตรวจผลงาน
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 4 ภาคเรียนที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชี้แจง : ทำเคร่อื งหมาย / ลงในชอ งคะแนนทต่ี รงกับพฤติกรรมของนักเรยี น

เลข ี่ทช่ือ-สกุล ผลการ
ความ ูถก ตอง ประเมนิ
ความสะอาด
เปนระเบียบ ผาน ไม
ความรับผิดชอบ ผา น
รวม 12
321321321321

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

บนั ทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................ผูป ระเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วันที.่ ...........เดอื น.........................พ.ศ. .....................

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

สชุ าดา พะกะยะ กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]


Click to View FlipBook Version