ใบงานท่ี 2 การอา นจบั ใจความสำคญั
คำชแ้ี จง ใหนกั เรยี นอา นเร่ือง คางคาว แลวตอบคำถามตอไปนี้
คา งคาว
คา งคาวเปน สัตวทอ่ี อกหากินในเวลากลางคนื มันสามารถบนิ
ผาดโผนไปมาโดยไมต องพง่ึ สายตา มันอาศยั เสยี งสะทอ นกลบั ของ
ตัวมันเอง โดยคา งคาวจะสงคลน่ื สญั ญาณพเิ ศษซึ่งสนั้ และรวดเรว็
เมอื่ สัญญาณไปกระทบสง่ิ กีดขวางดา นหนา กจ็ ะสะทอ นกลับเขา มาทำให
รวู ามอี ะไรอยูดานหนา มันจะบนิ หลบเล่ียงได มนั สามารถรับคล่นื สะทอ น
กลับไปไดใ นระยะใกล และบนิ วนกลับไดทันทวงที
ใคร ____________________________________________
ทำอะไร ____________________________________________
ที่ไหน/เม่ือไร___________________________________________
อยา งไร ____________________________________________
ผลไดอ ยางไร___________________________________________
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
94
แบบทดสอบ เรอื่ ง การอานจับใจความสำคัญ
ช่ือ - สกลุ .............................................................................................ชั้น.................เลขท่ี ...........
คำชีแ้ จง : ใหน กั เรยี นทำเครื่องหมาย X (กากบาท) ลงบนตัวเลือกทีถ่ กู ตอ งท่ีสดุ
1. ขอ ใดคือความหมายของการอา นจบั ใจความสำคญั ทถี่ กู ตอง
ก. การจับประเดน็ สำคัญเฉพาะตอนตนเร่อื ง
ข. การตดั ขอ ความสวนสำคัญของเร่อื งมาตอบ
ค. การอา นทค่ี น หาสาระสำคัญของเรือ่ ง
ง. การอา นเพื่อมุงหาประโยชนข องเรอื่ ง
2. ขอใดคอื ข้นั ตอนแรกในการอานจับใจความสำคญั
ก. อานผา น ๆ เพือ่ ใหรูเนอ้ื เรอื่ งครา ว ๆ
ข. อา นโดยละเอียดเพอื่ ใหเ ขา ใจเนื้อเรอ่ื ง
ค. เขยี นเรยี บเรียงโดยใชภ าษาของตนเอง
ง. การทบทวนเนอ้ื หาที่อา น
3. ขอใดไมใชจ ดุ ประสงคข องการอานจบั ใจความสำคัญ
ก. เพอื่ ใหท ราบวาตวั ละครในเร่ืองมีใครบาง
ข. เพ่ือใหท ราบวามีเหตุการณอะไรเกดิ ขนึ้ บาง
ค. เพอ่ื ใหทราบวาเหตกุ ารณเ กิดขน้ึ ท่ีไหน
ง. เพ่ือใหท ราบชื่อผแู ตงของเรือ่ ง
4. ขอใดคือมารยาทท่ีดใี นการอาน
ก. อา นออกเสียงดังชดั เจนเมื่ออยูใ นหอ งสมุด
ข. เม่อื อา นยงั ไมจ บควรพบั หนา ไวเ พอ่ื ใหจำไดเ มือ่ กลับมาอานอกี
ค. อา นในใจเมือ่ อยใู นที่สาธารณะ
ง. ควรมกี ารเนนจดุ สำคญั ดวยปากกาเนนคำเมือ่ อา นหนังสือของหองสมุดเพอื่ ใหคนท่ีอาน
ทหี ลังเขา ใจจุดสำคญั โดยไมตองอานอกี
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
95
อา นขอความตอไปนี้แลว ตอบคำถามขอ 5- 6
“ นกนางนวลตัวหนึ่งเห็นปลาตวั ใหญในทะเล ดว ยความตะกละมันบนิ ลงไปกินปลาตวั นัน้
ดวยความทป่ี ลาตวั ใหญ จงึ ติดคอและมันไมสามารถกลืนปลาขนาดใหญเขาไปได
นกนางนวลจงึ นอนคอแตกตายอยูทีร่ ิมฝงนน้ั ”
5. ขอใดคอื ใจความสำคญั ของเรื่อง
ก. นกนางนวลเจอปลาในทะเลและกนิ ปลาดว ยความหิว
ข. นกนางนวลตายเพราะความหวิ
ค. นกนางนวลตายเพราะความตะกละ
ง. ปลาในทะเลเปน สัตวที่อดุ มสมบูรณ
6. ขอ ใดคือประเดน็ หลักท่ีผเู ขยี นตองการนำเสนอ
ก. สัญชาติญาณของสตั ว
ข. ระบบนเิ วศน
ค. ความโลภ
ง. เวรกรรม8
อา นขอความไปนีแ้ ลวตอบคำถามขอ 7-8
“เด็กชายแดงเปนเด็กทต่ี รงตอเวลามาก
เพราะไมเคยไปโรงเรียนสาย และทำการบานสง ครูตรงเวลาทุกคร้ัง”
7. ขอใดคือใจความสำคญั ของขอ ความ
ก. แดงไมเคยไปโรงเรียนสาย
ข. แดงเปนเด็กท่ตี รงตอเวลา
ค. แดงสง การบานทุกคร้ัง
ง. แดงเปน คนทีม่ ีความมงุ ม่ัน
8. ขอ ใดคอื ประเด็นหลกั ทผี่ ูเขียนตองการนำเสนอ
ก. การมาโรงเรยี น
ข. ความสนใจในการเรียน
ค. การทำการบาน
ง. ความมวี ินยั
9. ขอใดคอื หลกั การอานจบั ใจความสำคญั
ก. คนหาสาระ
ข. คนหาขอ คดิ เหน็
ค. คนหาขอเทจ็ จริง
ง. คน หาจดุ ประสงค
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
96
10. ขอใดกลา วถูกตองเกย่ี วกบั ใจความสำคัญ
ก. ครอบคลมุ ขอ ความอืน่ ๆ
ข. ทำใหเ กดิ เรอ่ื ง
ค. เดน เฉพาะตวั
ง. ถูกทุกขอ
หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
97
เฉลยแบบทดสอบ เรอื่ ง การอา นจบั ใจความสำคัญ ข
1ค7 ง
2ก8 ก
3ง9 ก
4 ค 10
5ค
6ค
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
98
แบบบันทึกคะแนนแบบทดสอบและใบงาน
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชแ้ี จง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชองวางตามคะแนนความเปน จริงของนักเรยี น
แบบทดสอบ ใบงานที่
เลขท่ี ชื่อ - สกุล หลงั เรียน ใบงานท่ี 1 2 รวม
(5) (5) (20)
(20)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บันทกึ เพ่มิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................ผปู ระเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วนั ท่ี............เดือน.........................พ.ศ. ..................
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
99
แบบประเมนิ มารยาทการอา น
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้แี จง : ใหผ สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลวขดี / ลงในชอ งท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
รายการประเมนิ
เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ ี่ท 1 รวม รอย สรปุ ผล
รายการ ่ีท 2 (20) ละ
รายการ ่ีท 3
รายการ ี่ท 4
รายการ ี่ท 5
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทกึ เพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................ผูประเมิน
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วันที่............เดือน.........................พ.ศ. ..................
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
100
เกณฑก ารประเมนิ มารยาทในการอา น
วิธกี ารประเมนิ : สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนและตรวจผลงานของนกั เรียนแลว บันทึกคะแนนตามรายการ
ประเมนิ โดยเทยี บเกณฑก ารประเมนิ ดังนี้
ระดับคะแนน 4 หมายถึง ปฏิบตั เิ ปน ประจำ
ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ปฏบิ ัติเปน บางครง้ั
ระดบั คะแนน 2 หมายถึง ปฏบิ ัตนิ อ ยคร้ัง
ระดับคะแนน 1 หมายถึง ปฏิบัตนิ อ ยมาก
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4 3 21
รายการประเมิน
1. ไมอ านออกเสยี งดังจนรบกวนผูอนื่
2. ไมท ำลายหนงั สอื หรอื ทำหนงั สือใหช ำรุดเสียหาย
3. ไมแ ยงหนังสอื หรือชะโงกหนาไปยงั หนงั สอื ขณะผูอ่นื
กำลังอานอยู
4. วางทาทางทถี่ กู ตองเหมาะสมขณะอาน จักระยะหาง
จากสายตาใหเ หมาะสม
5. มีสมาธใิ จจดจอตอสงิ่ ทีอ่ าน ไมเ ลน กนั ขณะอา น
การแปรผล : นำคะแนนรวมรวยบุคคลทุกรายการหารดว ยจำนวนรายการประเมนิ แลว เทียบเกณฑด งั นี้
คะแนน 3.51 – 4 หมายถึง ดเี ย่ยี ม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถงึ ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถึง พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถงึ ควรปรับปรงุ
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
101
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
ชื่อ-สกลุ นกั เรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขที่...........................
คำชีแ้ จง : ใหผ ูสอน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขดี / ลงในชองท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พึงประสงค 3 2 10
1. รักชาติ ศาสน 1.1 มคี วามรกั และภูมใิ จในความเปน ชาติ
กษตั รยิ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามหลักของศาสนา
1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดตี อสถาบันพระมหากษตั ริย
2. ซอ่ื สัตยส ุจรติ 2.1 ปฏิบตั ติ ามระเบียบการสอน และไมล อกการบา น
2.2 ประพฤติ ปฏบิ ัติ ตรงตอ ความเปนจรงิ ตอตนเอง
2.3 ประพฤติ ปฏิบัติตรงตอ ความเปน จริงตอผอู ่นื
3. มวี นิ ัย 3.1 เขา เรียนตรงเวลา
3.2 แตงกายเรียบรอยเหมาะสมกบั กาลเทศะ
3.3 ปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของหอ ง
4. ใฝห าความรู 4.1 แสวงหาขอมลู จากแหลง เรยี นรูตาง ๆ
4.2 มกี ารจดบันทึกความรูอยางเปนระบบ
4.3 สรปุ ความรูไดอยา งมีเหตุผล
ลงชือ่ ......................................................................ผปู ระเมิน สรปุ ผลการประเมิน ผาน
(.....................................................................) ระดับ ดเี ย่ียม ดี ผานเกณฑการประเมิน
........... /................................/......................
ไมผ าน ระดับ ปรบั ปรุง
เกณฑการใหค ะแนน รอยละ 50 - 66 ระดบั คณุ ภาพ ดเี ย่ียม (3)
- พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ให 3 คะแนน รอยละ 40 - 49 ระดบั คุณภาพ ดี (2)
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ิชัดเจนและบอยครงั้ ให 2 คะแนน รอ ยละ 20 - 39 ระดับคุณภาพพอใช (1)
- พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตบิ างครง้ั ให 1 คะแนน รอ ยละ 0 - 19 ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง (0)
- พฤตกิ รรมทีไ่ มไดป ฏิบตั ิ ให 0 คะแนน
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
102
แบบประเมนิ สมรรถนะของนักเรยี น
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
ชื่อ-สกลุ นักเรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขท่ี...........................
คำชแี้ จง : ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน แลว ทำเคร่อื งหมาย / ลงในชองที่ตรงกบั ระดับคณุ ภาพ
ระดับคณุ ภาพ
ดี สรปุ ผล
สมรรถนะดาน รายการประเมนิ มาก ดี พอใช ปรับปรุง การ
(3) (2) (1) (0) ประเมนิ
1.ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -สงสาร
ในการส่ือสาร 1.2 มคี วามสามารถในการถายทอด
ความรู
ความคดิ ความเขาใจของตนเอง ดี
โดยใชภ าษาอยางเหมาะสม มาก
1.3 ใชวิธกี ารสื่อสารท่ีเหมาะสม ดี
มปี ระสทิ ธิภาพ พอใช
1.4 เจรจาตอ รอง เพื่อขจัดและลดปญหา
ความขัดแยง ตา ง ๆ ได ปรับปรุง
1.5 เลอื กรับและไมรบั ขอ มลู ขา วสาร
ดว ยเหตผุ ลและถูกตอ ง
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห
ในการคิด สงั เคราะห
2.2 มที ักษะในการคิดนอกกรอบอยา ง ดี
สรางสรรค มาก
2.3 สามารถคดิ อยา งมวี ิจารณญาณ ดี
2.4 มคี วามสามารถในการสรา งองค พอใช
ความรู
2.5 ตัดสนิ ใจแกป ญหาเกี่ยวกบั ตนเองได ปรับปรุง
อยางเหมาะสม
สรุปรวมคะแนน = ……………………………
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
103
ดี ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผล
มาก การ
สมรรถนะดาน รายการประเมิน (3) ดี พอใช ปรับปรงุ ประเมนิ
(2) (1) (0)
3. ความสามารถ 3.1 สามารถแกปญหาและอปุ สรรค ดี
ในการแกป ญ หา ตาง ๆ ท่ีเผชิญได
3.2 ใชเหตุผลในการแกปญหา มาก
3.3 เขาใจความสัมพันธ ดี
และการเปลีย่ นแปลงในสงั คม พอใช
3.4 แสวงหาความรู ประยุกตค วามรู
มาใชในการปอ งกันและแกไขปญ หา ปรับปรงุ
3.5 สามารถตดั สินใจไดเหมาะสมตามวยั
สรุปรวมคะแนน = ……………………………
บันทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง .........................................................
วันที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................
เกณฑการใหค ะแนนระดบั คณุ ภาพ ใหระดบั 3 คะแนน
ดมี าก หมายถงึ พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตนิ นั้ ชดั เจนและสมำ่ เสมอ ใหระดับ 2 คะแนน
ดี หมายถึง พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ินัน้ ชดั เจนและบอ ยครงั้ ใหระดบั 1 คะแนน
พอใช หมายถงึ พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างคร้ัง ใหร ะดับ 0 คะแนน
ตอ งปรบั ปรงุ หมายถึง ไมเ คยปฏิบตั พิ ฤติกรรมนนั้ เลย
หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
104
แผนการจัดการเรยี นรูวิชาภาษาไทย แผนท่ี 3
กลมุ สาระการเรยี นรูวชิ าภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 4
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท 14101
หนว ยการเรียนรูที่ 1 แผนท่ี 3 เร่อื ง การเขยี นยอ ความ จำนวน 2 ช่ัวโมง
ครผู สู อน : …………………………………………….....
วนั ที่.....................................
1. สาระสำคญั
การเขยี นยอความ คือ การนำใจความสำคัญของเร่ืองมาเรยี บเรียงใหม เพอื่ ใหสัน้ กระชบั และเขาใจ
งาย เพื่อใหสะดวกในการอาน การเขียนยอความเปนการเขียนจากการอานเก็บใจความสำคัญเรื่อง แลวนำมา
เรียบเรียงใหมเปนถอยคำสำนวนของผูเขียนเอง โดยเขียนในรูปแบบของยอความ หลังจากที่อานเนื้อหาที่ยอ
ความแลวยังสามารถทจี่ ะเขาใจเนื้อหาไดท้งั หมด
2. มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ
แกป ญหาในการดำเนนิ ชีวิต และมีนสิ ัยรกั การอาน
ตวั ชีว้ ัด
ป. 4/7 อานหนังสือที่มีคุณคาตามความสนใจอยางสม่ำเสมอ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
เร่อื งทอี่ าน
มาตรฐานการเรยี นรู ท 2.1 ใชก ระบวนการเขยี น เขียนสือ่ สาร เขียนเรียงความ ยอ ความ และเขียน
เรื่องราวในรปู แบบตาง ๆ เขียนรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน ควา อยา งมปี ระสิทธภิ าพ
ตัวชว้ี ดั
ป. 4/4 เขยี นยอ ความจากเรอ่ื งสน้ั ๆ
ป. 4/8 มารยาทในการเขยี น
3. จุดประสงคก ารเรียนรู
1. นกั เรียนสามารถบอกความหมาย จดุ มุงหมายและหลกั การเขียนยอ ความไดถ กู ตอง (K)
2. นกั เรยี นสามารถเขียนยอ ความไดอยา งถูกตอ ง (P)
3. นักเรียนมีมารยาทในการเขยี น (A)
4. สาระการเรยี นรู
1. ความหมาย จดุ มงุ หมายและหลกั การเขยี นยอความ
2. วิธกี ารเขยี นยอ ความ
3. มารยาทในการเขียน
หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
105
5. สมรรถนะของผเู รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญ หา
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค
1. รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ
2. ซ่ือสตั ยส ุจรติ
3. มีวินยั
4. ใฝเ รียนรู
7. ผลงานที่ตอ งการ
-
8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู
ข้ันท่ี 1 นำเขา สูบทเรยี น
1. ครูกลาวทกั ทายนักเรียนจากนน้ั พูดคุยเพื่อสรา งบรรยากาศท่เี ปนการเอง เชน
- เมอื่ คนื ใครนอนแตหวั วนั บา ง
- ปรกตนิ อนกนั กที่ มุ ชวงน้ีละครเรือ่ งอะไรกำลังนยิ มกนั คะ
- เด็ก ๆ อยานอนดึกนะคะ การนอนดึกจะไปยับยั้งฮอรโมนในการเจริญเติบโตของเรา ดังน้ัน
เราควรนอนแตหัววัน จะตื่นเชาอยาสดชื่น งั้นเรามาเพิ่มความสดชื่นดวยการยืดเสนยืดสายกอนเริ่มเรียนกัน
ดกี วา
2. ครูแจงกติกาในการเรยี นใหน กั เรียนไดท ราบ เพอ่ื ฝกใหน ักเรยี นเปนคนมรี ะเบยี บวินยั
และรูจักใฝเ รียนรู ดังน้ี
- หามคยุ กันเสยี งดัง
- สงงานใหต รงเวลา
- ใหจ ดความรทู ค่ี รูอธบิ ายเพ่มิ เติมลงในสมุดเพ่อื ทบทวนความรูท่เี รียนมา
- นกั เรยี นทมี่ ีสว นรวมในชั้นเรียน เชน การยกมือตอบคำถาม การมีสว นรวมในกจิ กรรม
3. กจิ กรรมเตรยี มความพรอมดวยเพลง
3.1 ครูทักทายนักเรียนและใหนักเรียนทำกิจกรรม Brain gym เพื่อใหนักเรียนมีสมาธิ
ตลอดจนไดบริหารมือและสมอง เพื่อเตรียมความพรอมในการเรียน สำหรับวันนี้ครูก็มีเพลงสนุก ๆ มาใหพวก
เราไดเ ตน กนั เชอื่ วา หลายคนนาจะรูจกั เพลงน้ดี ี คาบนเ้ี อาใจวัยรนุ สกั 10 นาที
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
106
3.2 ครเู ปดเพลงสายยอ (สายยอ - Bie The Ska)
https://www.youtube.com/watch?v=hdqmNWTdmfw
4. ครใู หน ักเรยี นกลบั เขาที่ และถามคำถามเกีย่ วกบั กจิ กรรม
- หลายคนคงจะสงสยั นะคะวาเพลงสายยอ เกยี่ วอะไรกับเรอื่ งทีเ่ ราจะเรียนในวนั นี้
- เรื่องที่เราจะเรียนในวันนี้เกี่ยวกับ การยอ นี่แหละคะ แตจะยออะไรนั้นกอนอื่นครูจะใหเรา
ทำแบบทดสอบกอนเรียนกอ นทเ่ี ราจะเขาสูเน้ือหาสายยอกันคะ
5. ครูแจกแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การเขียนยอความ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก
จำนวน 10 ขอ
ขั้นท่ี 2 นำเสนอความรู
1. ครูแจกใบความรเู รอ่ื ง การเขยี นยอความ
2. สำหรับเรื่องที่เราจะเรียนวันนี้เปนเรื่องเกี่ยวกับการยอความ ซึ่งครูจะใหนักเรียนแตละคน ได
กลายเปนสายยอกันเหมือนในตอนตนชั่วโมง ที่หลาย ๆ คนยอกันสนุกสนาน วันนี้ครูก็จะพานักเรียนมาเขียน
ยอความแบบสนุกสนานเชนกัน และกอนที่เราจะกลายเปนสายยอแบบเชี่ยวชาญไดนั้นเราจะมาทำความรูจัก
กับการยอความเสียกอนวามันคืออะไรและมีหลักการอยางไร ซึ่งครูจะใหนักเรียนไดศึกษาจากใบความรูที่ครู
แจกให
3. ครูใหเวลานักเรียนในการทำความเขาใจใบความรู 10 นาที จากนั้นครูและนักเรียนรวมกัน
สรุปความหมาย จดุ มงุ หมาย และหลักการเขยี นยอ ความ
การเขียนยอความ หมายถึง การนำใจความสำคัญของเรื่องมาเรียบเรียงใหม เพื่อใหสั้น
กระชับ และเขาใจงาย เพื่อใหสะดวกในการอาน การเขียนยอความเปนการเขียนจากการอานเก็บใจความ
สำคัญเรื่อง แลวนำมาเรียบเรียงใหมเปนถอยคำสำนวนของผูเขียนเอง โดยเขียนในรูปแบบของยอความ
หลังจากทีอ่ า นเนอื้ หาทย่ี อความแลวยงั สามารถท่ีจะเขาใจเนอ้ื หาไดทงั้ หมด
จดุ หมายในการเขียนยอความ
1. เพือ่ นยิ ามความหมาย
2. เพ่ือสรุปยอ ความ
3. เพ่อื เลาเรือ่ งยอ
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
107
หลักในการเขียนยอความ
1. อานเนื้อเรื่องโดยละเอียดอยางนอย 2 รอบ เพื่อทำความเขาใจเนื้อหา อะไร ใครทำ
อะไร กบั ใคร ท่ีไหน เม่อื ไร มีผลเปน อยา งไร และสดุ ทา ยเปน แบบใด
2. แยกวา เน้ือหาท่นี ำเสนอเปนงานเขยี นแบบใด ขอเท็จจริง ขอคดิ เห็น หรอื แสดงอารมณ
3. บันทึกเน้ือหาทส่ี ำคญั เปนถอ ยคำของผเู ขยี น
4. ตัดเน้อื หาท่ีไมจ ำเปนออก เชน การยกตัวอยา ง รายละเอยี ด สว นผสม การเปรียบเทยี บ
5. ถามีเนื้อหาเกี่ยวกับคำพูด ตองเปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 กลายเปนสรรพนาม
บุรษุ ที่ 3
6. ไมควรยอ ความเปนอักษรยอ ยกเวน คำท่เี ขา ใจดี เชน พ.ศ.
7. ใชคำส้นั ท่สี ุดและเขา ใจงาย
8. ใชค ำท่ีครอบคลมุ เชน ชาวสวน ชาวนา ชาวไร ใหใชค ำวา เกษตรกร แทน
9. ในกรณีทเ่ี ปน คำราชาศพั ทก ็ตอ งเขยี นใหถ ูกตอ ง หามยอ ความ
10. คำบางคำที่ตองแปลความหมายควรเปลี่ยนเปนคำที่อานงาย เชน มวลบุปผาชาติ
สมุ าลีสง กลิ่นขจรอบอวล ในไพรสณฑ ควรเขียนใหมวา เหลา ดอกไมในปาสงกล่ินหอม
ขน้ั ที่ 3 ลงมอื เรียนรู
1. ครใู หนกั เรียนดตู วั อยา งการเขียนยอความจากเร่ืองทอ่ี า น
2. นักเรยี นและครรู ว มกนั สงั เกตวธิ ีการยอความจากตัวอยา ง
3. ครใู หนกั เรียนแตล ะศกึ ษาบทความทีต่ นสนใจจากนน้ั นำบทความมาเขียนยอความ แลว ออกมา
นำเสนอหนา ชนั้ เรียน โดยใหนกั เรยี นออกแบบการนำเสนอใหน า สนใจ
ขนั้ ที่ 4 ขนั้ สรุปความรู
1. ครูใหนกั เรยี นนำเสนอบทความท่ตี นศกึ ษา
2. ครแู ละนักเรียนรว มกนั สรปุ ความรูจากการนำเสนอของเพอ่ื นหลังจากทีน่ ักเรียนทกุ คนนำเสนอ
เสร็จสิ้น
ขัน้ ที่ 5 ข้นั ประยุกตใ ชความรู
1. ครูใหนักเรียนแตละคนบอกความสำคัญของการเขียนยอความและการนำความรูเรื่องการยอ
ความไปปรับใชในชีวติ ประจำวนั
2. ครูและนกั เรียนรว มกนั สรุปองคความรูทีไ่ ดจ ากการเรียนเร่อื ง การยอ ความ
3. ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การยอความ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก
จำนวน 10 ขอ
9. ส่อื และแหลง การเรยี นรู
สือ่ การเรียนรู
1. ใบความรู เรอ่ื ง การยอ ความ
แหลงการเรียนรู
1. ครู/ผสู อน
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
108
10. การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวัดและ
ประเมนิ ผล
ส่ิงท่ตี องการวดั เครือ่ งมือวดั เกณฑการประเมิน
ความรเู รอ่ื งการเขียน การทำแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั เรียน ผานเกณฑ
ยอ ความ เรื่องการยอ ความ แบบ รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป
ปรนยั ชนดิ เลอื กตอบ 4
ตัวเลอื ก จำนวน 10 ขอ
ทักษะการเขยี นยอ ประเมนิ ชนิ้ งานการเขยี น แบบประเมนิ ช้ินงาน ผา นเกณฑ รอยละ 80
ความ ยอ ความ การเขยี นยอความ ข้ึนไป
แบบรบู ิคสกอร 4 รายการ
ประเมิน 4 ระดบั คณุ ภาพ
มารยาทการเขยี น ประเมินชน้ิ งานการเขียน แบบประเมนิ มารยาทการ ผานเกณฑ รอยละ 80
ยอ ความ เขียน 5 รายการประเมิน ข้นึ ไป
4 ระดับคณุ ภาพ
ความคิดเหน็ ของผูบรหิ ารสถานศึกษา/หรือผทู ไี่ ดร บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ........................................................ผูต รวจ
(......................................................)
ตำแหนง .........................................................
วันที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
109
บันทึกผลหลงั สอน
ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นร…ู ...………………………………………………………........…………..…………..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ปญ หาที่พบระหวางเรียน……………………………………………………………………………….…..…….……...
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
วธิ แี กป ญ หา………………...……………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ผลของการแกป ญ หา…………………………………………………….……………………….………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ขอเสนอแนะจากการจดั กจิ กรรม…………………………………………………..………………………………..
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ลงชื่อ.......................................................ผูส อน
(………………………………….............….)
วัน.........เดือน.....................พ.ศ. ........
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
ใบความรู เร่อื ง การเขียนยอความ
การเขียนยอความ หมายถึง การนำใจความสำคัญของเรื่องมาเรียบเรียงใหม เพื่อใหสั้น กระชับ
และเขาใจงาย เพื่อใหสะดวกในการอาน การเขียนยอความเปนการเขียนจากการอานเก็บใจความ
สำคัญเรื่อง แลวนำมาเรียบเรียงใหมเปนถอยคำสำนวนของผูเขียนเอง โดยเขียนในรูปแบบของยอ
ความ หลงั จากทอ่ี านเนอ้ื หาท่ยี อความแลวยังสามารถทีจ่ ะเขา ใจเน้ือหาไดทงั้ หมด
จดุ หมายในการเขียนยอ ความ
1. เพือ่ นิยามความหมาย
2. เพื่อสรปุ ยอความ
3. เพ่อื เลา เรือ่ งยอ
หลกั ในการเขยี นยอความ
1. อานเนอ้ื เรือ่ งโดยละเอยี ดอยา งนอย 2 รอบ เพือ่ ทำความเขา ใจเนื้อหา อะไร ใครทำอะไร
กบั ใคร ทไี่ หน เมอ่ื ไร มผี ลเปน อยางไร และสดุ ทา ยเปนแบบใด
2. แยกวา เนอื้ หาทน่ี ำเสนอเปนงานเขยี นแบบใด ขอเท็จจรงิ ขอคิดเหน็ หรอื แสดงอารมณ
3. บันทึกเนอ้ื หาท่สี ำคัญเปน ถอยคำของผูเขียน
4. ตัดเนอ้ื หาท่ไี มจำเปนออก เชน การยกตวั อยาง รายละเอียด สว นผสม การเปรยี บเทยี บ
5. ถามีเนื้อหาเกี่ยวกับคำพูด ตองเปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 กลายเปนสรรพนาม
บุรุษท่ี 3
6. ไมค วรยอ ความเปน อักษรยอ ยกเวนคำทเี่ ขา ใจดี เชน พ.ศ.
7. ใชคำส้ันท่ีสดุ และเขาใจงาย
8. ใชค ำท่ีครอบคลุม เชน ชาวสวน ชาวนา ชาวไร ใหใชค ำวา เกษตรกร แทน
9. ในกรณที ่เี ปนคำราชาศพั ทก ต็ องเขยี นใหถูกตอง หามยอ ความ
10. คำบางคำท่ีตอ งแปลความหมายควรเปลี่ยนเปนคำทีอ่ า นงาย เชน มวลบุปผาชาติสุมาลี
สง กลน่ิ ขจรอบอวล ในไพรสณฑ ควรเขียนใหมวา เหลา ดอกไมใ นปา สง กลิน่ หอม
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
ตวั อยา งการเขียนยอความ
กษตั รยิ น ักบรหิ าร
การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ ๕ นับเปนภารกิจอันยิ่งใหญและเปนรากฐานแหง
ระบบการปกครอง ระเบียบการบริหาร มาตราบจนทุกวันนี้ รูปแบบของการปกครองแบบใหมโดย
ยอคือ การยกเลิกการปกครองแบบจตุสดมภ โดยจัดระเบียบการบริหารเปนสวนกลางและสวน
ภูมิภาค สวนกลางไดจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรมแบบตะวันตก มีเสนาบดีประจำแตละกระทรวง
รับผิดชอบและบังคับบัญชาการปฏิบัติราชการตามภาระหนาที่ซึ่งแตกตางกันออกไป สวนการ
บริหารสวนภูมิภาคนั้นไดจัดรูปแบบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล มีเทศาภิบาล (เทียบเทา
กับผูวาราชการจังหวัดในปจจุบัน) ซึ่งไดรับการแตงตั้งจากสวนกลางไปปฏิบัติหนาที่บังคับบัญชา
ระบบการบริหารแบบใหมน ยี้ อมตองอาศัยขาราชการที่มีประสิทธิภาพเปนกำลังสำคัญจึงจะบังเกิด
ผลสำเร็จในการปกครอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงคำนึงถึงปญหาตัวบุคคล
โดยตลอดมา หากแตพระบรมราโชบาย ที่รอบคอบ การปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะหัวหนา
คณะบริหารที่ทรงอุทิศเวลาใหกับงานอยางเต็มที่ ทั้งความเอาพระทัยใสในการแกปญหาตาง ๆ
อยางละเอยี ดถถ่ี ว น ยงั ผลใหร ะบบการบริหารอยา งใหมสำเร็จสมพระราชประสงคใ นท่สี ุด
ยอ ความเร่อื ง กษัตริยนักบรหิ าร
การปฏิบัติระบบบริหารราชการแผนดินในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา-เจาอยูหัวเปน
รากฐานของระบบราชการในปจจุบัน โดยเฉพาะอยางยิ่งการแบงการบริหารแบบใหมเปนสวนกลางและสวน
ภมู ิภาค ดว ยเหตนุ ี้ พระองคจึงทรงใหความสำคญั กับการสรรหาบคุ คลเพื่อเขา รบั ราชการเปนอยา งยง่ิ
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
ใบงานที่ 1
เรื่อง การเขยี นยอความ
คำช้แี จง : ใหน กั เรยี นศกึ ษาคนควานทิ านหรือบทความที่ตนสนใจแลวเขยี นยอ ความเรอ่ื งทศ่ี กึ ษา
โดยนักเรียนสามารถตกแตงใหส วยงามหรือแนบภาพประกอบได จากน้นั ออกมานำเสนอผลงาน
หนา ช้ันเรียน
ชื่อเร่ือง ....................................................................................................................................
ชื่อผูแ ตง ..................................................................................................................................
แหลง ท่มี า …………………………………………………………………………………………………………………..
เนอ้ื หาโดยสรุป
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
113
แบบทดสอบ เรอื่ ง การยอความ
ช่ือ - สกุล .............................................................................................ชั้น.................เลขที่ ...........
คำชแี้ จง : ใหน กั เรียนทำเครอื่ งหมาย X (กากบาท) ลงบนตวั เลือกท่ีถกู ตอ งทีส่ ดุ
1. ขอ ใดกลาวถกู ตองเก่ยี วกับหลกั การเขยี นยอ ความ
ก. หากคำใดที่ยาวเกินไป ควรใชอกั ษรยอ แทน
ข. ใชค ำท่ีเฉพาะเจาจงเพื่อใหท ราบวา คอื บุคคลใด เชน นายดำ นางแดง
ค. ยอ เนื้อหาใหเ ปนภาษาพูดเพอ่ื ใหเขา ใจงาย
ง. ใชภ าษาทีส่ นั้ กระชับและเขาใจงาย
2. ขอ ใดคอื ความหมายของการยอ ความ
ก. การสรปุ เน้ือเรื่องใหเกดิ เรอื่ งราวใหม ๆ
ข. การสรุปใจความสำคญั ใหเ ปน ภาษาพดู
ค. การนำใจความสำคญั ของเรอ่ื งมาเรียบเรยี งใหม เพือ่ ใหกระชบั และเขาใจงายและสะดวกใน
การอา น
ง. การเรยี บเรียงหรือเขยี นเนื้อเน้ือหาจากการอาน การฟง หรือการดูใหม คี วามละเอยี ดมากขึ้น
3. การเขียนยอ ความคือการเขยี นลกั ษณะใด
ก. การเขยี นสรปุ ใจความสำคัญของเรื่องท่ีไดอาน
ข. การเขยี นสรุปใจความสำคัญของเรือ่ งทไ่ี ดฟ ง
ค. การเขียนสรุปใจความสำคญั ของเรือ่ งท่ีไดดู
ง. ถูกทุกขอ
4. ขอ ใดไมใ ชห ลักเกณฑก ารยอความ
ก. คงคำราชาศพั ทไ ว
ข. คงคำสรรพนามเดิมไว
ค. ใชส ำนวนภาษาของผูยอเอง
ง. ถาเปน รอยกรองตอ งถอดคำประพนั ธก อ น
5. ยอ ความคอื อะไร
ก. การนำประโยคสำคัญๆ ของเรอ่ื งมาเรยี งติดตอกัน
ข. การจบั ใจความสำคัญของเร่ืองดว ยโวหารของเจา ของความเดิม
ค. การจับใจความสำคญั ของเร่อื งดว ยโวหารของเจาของผูยอเอง
ง. คอื รปู แบบการเขียนทีม่ ีคำนำเปน สาระสำคญั ของขอ ความ
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
114
6. ยอหนา ใดเปน ยอ หนาทบี่ อกถึงที่มาของเรอื่ งทีเ่ ราเขียนยอ ความ
ก. ยอ หนาแรก
ข. ยอ หนาทส่ี อง
ค. ยอ หนา ทสี่ าม
ง. ยอหนาใดกไ็ ด
7. ขอ ใดไมใชจ ุดประสงคของการเขยี นยอ ความ
ก. เพ่อื นยิ ามความหมาย
ข. เพอื่ สรุปยอความ
ค. เพ่ือเลา เรอ่ื งยอ
ง. เพื่อสรางเรื่องใหม
8. หากตอ งการยอความจากบทรอ ยกรอง ควรปฏบิ ตั อิ ยางไร
ก. อานและจบั ประเดน็ ใจความสำคัญ แลวจดบนั ทึกไว
ข. แบงวรรคตอนในการอานบทรอยกรองใหถ กู ตอง
ค. ควรยอจากภาษารอ ยกรองเปนภาษารอยแกว
ง. ถกู ทกุ ขอ
9. ขอควรทำในการเรยี บเรยี งยอ ความคือขอ ใด
ก. เรยี งลำดับเรื่องตามแบบเรือ่ งเดมิ เสมอ
ข. เรยี งใหกลับกันกบั เรอ่ื งเดมิ
ค. เรยี งลำดบั ตามความพอใจขอผยู อ
ง. เรียงใหสมั พันธต อ เนอื่ งกนั
10. การเขียนยอ ความควรใชว ธิ เี ขียนอยา งไรจึงจะดีทสี่ ดุ
ก. อา นวเิ คราะหไปพรอมกบั เขยี นยอ ไป
ข. ตีความแตล ะยอหนาแลวนำมาเขียนเรยี งลำดับดวยสำนวนของตนเอง
ค. อา นจบั ใจความสำคญั แลว จงึ เรียบเรียงเปน ขอ ความดวยสำนวนตนเอง
ง. ขีดเสน ใตขอ ความท่ีเปนใจความสำคัญแลว นำมาเรียบเรยี งเขยี นใหต อ เนือ่ งกนั
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
115
เฉลยแบบทดสอบ เร่ือง การอา นจบั ใจความสำคญั ง
1ง7 ง
2ค8 ง
3ง9 ค
4 ข 10
5ค
6ก
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
116
แบบประเมนิ การเขียนยอ ความ
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชแี้ จง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชอ งวา งตามคะแนนความเปน จรงิ ของนกั เรยี น
รายการประเมนิ คะแนน
รวมที่
หาร
เลขที่ ช่ือ - สกุล รายการ ่ีท 1 รวม ดว ย สรุปผล
รายการ ี่ท 2 (16) รายการ
รายการ ่ีท 3 ประเมนิ
รายการ ่ีท 4 (4)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทึกเพ่ิมเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง .........................................................
วนั ท.่ี ...........เดอื น.........................พ.ศ. ....................
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
117
เกณฑการประเมินการเขียนยอ ความ
วธิ กี ารประเมนิ : ใหคะแนนนักเรียนตามรายการประเมนิ โดยเทยี บเกณฑการประเมินดงั น้ี
ระดบั คะแนน 4 หมายถงึ ดีเย่ียม
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ดี
ระดบั คะแนน 2 หมายถึง พอใช
ระดบั คะแนน 1 หมายถึง ควรปรับปรงุ
รายการประเมิน 4 ระดับคะแนน 1
32
1. การเขยี นเรอ่ื ง เขยี นเรอ่ื งราวมี
สาระ มีความ เขยี นเร่อื งราวมี เขียนเร่อื งราวมี เขยี นเรอ่ื งราวมี
สอดคลอ ง สาระ มีความ สาระ มีความ สาระแตไ มม คี วาม
มีความสมั พนั ธ สอดคลอ ง สอดคลอง
มีความตอ เน่อื ง มีความสัมพันธม ี มีความสัมพันธ สอดคลอ ง
ความตอเนอ่ื ง หรือสมั พนั ธกนั
ไมว กวน
2. การใชภาษา ใชคำถกู ตอ ง
เหมาะสมกบั ใชคำถูกตอง ใชไมคำถูกตอ ง
บริบทและมกี าร เหมาะสมกบั ใชไ มค ำถกู ตอง หรือไมเ หมาะสม
เรยี บเรียงและใช บริบทแตภาษาไม หรอื ไมเ หมาะสมกับ กบั บริบท 5 คำ
มคี วามสละสลวย
ภาษาอยา ง บรบิ ท 1-5 คำ ขน้ึ ไป
สละสลวย
3. การเขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ
ถูกตอ งทุกคำ ผิด 1- 3 คำ ผิด 4- 7 คำ ผิด 7 คำข้ึนไป
4. ความสะอาด เขยี นอา นงาย มี เขียนอานงา ย มี เขยี นอานงาย มี
เรียบรอ ย เขียนอา นงา ย มี ความสะอาด แต ความสะอาด แตมี ความสะอาด แตมี
ความสะอาด ไมม ี มรี อยขดู ขีด ลบ รอยขูดขดี ลบ ฆา รอยขูดขีด ลบ ฆา
รอยขูดขีด ลบ ฆา ฆา 1 – 3 แหง
4 – 7 แหง 7 แหง ข้ึนไป
การแปรผล : นำคะแนนรวมรวยบคุ คลทกุ รายการหารดว ยจำนวนรายการประเมินแลว เทยี บเกณฑดังนี้
คะแนน 3.51 – 4 หมายถงึ ดีเย่ียม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถึง ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถึง พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถึง ควรปรบั ปรงุ
หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
118
แบบบันทกึ คะแนนแบบทดสอบและใบงาน
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จังหวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชี้แจง : ใหผ ูส อนกรอกคะแนนลงในชอ งวา งตามคะแนนความเปนจรงิ ของนกั เรียน
ชิ้นงาที่ 1
เลขท่ี ชื่อ - สกลุ แบบทดสอบ การเขยี นยอ รวม
หลังเรียน (20)
ความ
(10) (10)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บันทกึ เพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................ผูประเมิน
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วันท.ี่ ...........เดอื น.........................พ.ศ. ....................
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
119
แบบประเมินมารยาทการเขียน
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี .............
โรงเรียน ................................ จังหวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้แี จง : ใหผ สู อนกรอกคะแนนลงในชอ งวางตามคะแนนความเปนจรงิ ของนักเรียน
รายการประเมนิ
เลขท่ี ชอ่ื - สกลุ รายการ ี่ท 1 รวม รอย สรุปผล
รายการ ่ีท 2 (20) ละ
รายการ ่ีท 3
รายการ ี่ท 4
รายการ ี่ท 5
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................ผูประเมิน
(......................................................)
ตำแหนง .........................................................
วันท่ี............เดอื น.........................พ.ศ. ....................
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
120
เกณฑก ารประเมินมารยาทการเขยี น
วิธกี ารประเมนิ : สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนและตรวจผลงานของนักเรยี นแลวบนั ทึกคะแนนตามรายการ
ประเมินโดยเทียบเกณฑการประเมนิ ดงั น้ี
ระดับคะแนน 4 หมายถงึ ปฏิบตั ิเปน ประจำ
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ปฏิบตั เิ ปนบางครงั้
ระดับคะแนน 2 หมายถงึ ปฏบิ ัตนิ อ ยครั้ง
ระดบั คะแนน 1 หมายถึง ปฏิบัตนิ อ ยมาก
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4 3 21
1. เขียนหนังสอื ดว ยลายมอื อานงาย
2. เขียนถกู ตอ ง สะอาดไมขีดฆา หรือเมอ่ื มกี ารเขียนฆามี
การลบจนสะอาด
3. ไมขดี เขยี นเลน ตามโตะ เกา อี้ ฝาผนัง หรอื ทส่ี าธารณะ
4. ใชภ าษาในการเขียนเหมาะสมกบั บรบิ ท เวลาและ
สถานที่
5. ไมเขยี นลอ เลียนผอู ื่นหรือทำใหผ ูอ ื่นเกิดความเสียหาย
การแปรผล: นำคะแนนรวมรวยบุคคลทกุ รายการหารดวยจำนวนรายการประเมินแลว เทียบเกณฑด งั นี้
คะแนน 3.51 – 4 หมายถึง ดีเยย่ี ม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถงึ ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถงึ พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
121
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
ชื่อ-สกลุ นกั เรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขที่...........................
คำชีแ้ จง : ใหผ สู อน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขดี / ลงในชองท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พึงประสงค 3 2 10
1. รักชาติ ศาสน 1.1 มคี วามรกั และภูมใิ จในความเปน ชาติ
กษตั รยิ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามหลักของศาสนา
1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดตี อสถาบันพระมหากษตั ริย
2. ซอ่ื สัตยส ุจรติ 2.1 ปฏิบตั ติ ามระเบียบการสอน และไมล อกการบา น
2.2 ประพฤติ ปฏบิ ัติ ตรงตอ ความเปนจรงิ ตอตนเอง
2.3 ประพฤติ ปฏิบัติตรงตอ ความเปน จริงตอผอู ่นื
3. มวี นิ ัย 3.1 เขา เรียนตรงเวลา
3.2 แตงกายเรียบรอยเหมาะสมกบั กาลเทศะ
3.3 ปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของหอ ง
4. ใฝห าความรู 4.1 แสวงหาขอมลู จากแหลง เรยี นรูตาง ๆ
4.2 มกี ารจดบันทึกความรูอยางเปนระบบ
4.3 สรปุ ความรูไดอยา งมีเหตุผล
ลงชือ่ ......................................................................ผปู ระเมิน สรปุ ผลการประเมิน ผาน
(.....................................................................) ระดับ ดเี ย่ียม ดี ผานเกณฑการประเมิน
........... /................................/......................
ไมผ าน ระดับ ปรบั ปรุง
เกณฑการใหค ะแนน รอยละ 50 - 66 ระดบั คณุ ภาพ ดเี ย่ียม (3)
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ให 3 คะแนน รอยละ 40 - 49 ระดบั คุณภาพ ดี (2)
- พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิชัดเจนและบอยครงั้ ให 2 คะแนน รอ ยละ 20 - 39 ระดับคุณภาพพอใช (1)
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัตบิ างครง้ั ให 1 คะแนน รอ ยละ 0 - 19 ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง (0)
- พฤตกิ รรมทไ่ี มไดป ฏิบตั ิ ให 0 คะแนน
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
122
แบบประเมินสมรรถนะของนักเรยี น
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
ชื่อ-สกลุ นักเรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขท่ี...........................
คำชแี้ จง : ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี น แลว ทำเคร่อื งหมาย / ลงในชองที่ตรงกบั ระดับคณุ ภาพ
ระดับคณุ ภาพ
ดี สรปุ ผล
สมรรถนะดาน รายการประเมนิ มาก ดี พอใช ปรับปรุง การ
(3) (2) (1) (0) ประเมนิ
1.ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -สงสาร
ในการส่ือสาร 1.2 มคี วามสามารถในการถายทอด
ความรู
ความคดิ ความเขาใจของตนเอง ดี
โดยใชภ าษาอยางเหมาะสม มาก
1.3 ใชวิธกี ารสื่อสารทีเ่ หมาะสม ดี
มปี ระสทิ ธิภาพ พอใช
1.4 เจรจาตอ รอง เพือ่ ขจดั และลดปญหา
ความขัดแยง ตา ง ๆ ได ปรับปรุง
1.5 เลอื กรับและไมรับขอ มลู ขา วสาร
ดว ยเหตผุ ลและถูกตอ ง
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห
ในการคิด สงั เคราะห
2.2 มที ักษะในการคิดนอกกรอบอยา ง ดี
สรางสรรค มาก
2.3 สามารถคดิ อยา งมีวิจารณญาณ ดี
2.4 มคี วามสามารถในการสรา งองค พอใช
ความรู
2.5 ตัดสนิ ใจแกป ญหาเก่ียวกบั ตนเองได ปรับปรุง
อยางเหมาะสม
สรุปรวมคะแนน = ……………………………
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
123
ดี ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผล
มาก การ
สมรรถนะดาน รายการประเมิน (3) ดี พอใช ปรับปรงุ ประเมนิ
(2) (1) (0)
3. ความสามารถ 3.1 สามารถแกปญหาและอปุ สรรค ดี
ในการแกป ญ หา ตาง ๆ ท่ีเผชิญได
3.2 ใชเหตุผลในการแกปญหา มาก
3.3 เขาใจความสัมพันธ ดี
และการเปลีย่ นแปลงในสงั คม พอใช
3.4 แสวงหาความรู ประยุกตค วามรู
มาใชในการปอ งกันและแกไขปญ หา ปรับปรงุ
3.5 สามารถตดั สินใจไดเหมาะสมตามวยั
สรุปรวมคะแนน = ……………………………
บันทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง .........................................................
วันที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................
เกณฑการใหค ะแนนระดบั คณุ ภาพ ใหระดบั 3 คะแนน
ดมี าก หมายถงึ พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตนิ นั้ ชดั เจนและสมำ่ เสมอ ใหระดับ 2 คะแนน
ดี หมายถึง พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ินัน้ ชดั เจนและบอ ยครงั้ ใหระดบั 1 คะแนน
พอใช หมายถงึ พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างคร้ัง ใหร ะดับ 0 คะแนน
ตอ งปรบั ปรงุ หมายถึง ไมเ คยปฏิบตั พิ ฤติกรรมนนั้ เลย
หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
124
แผนการจัดการเรียนรูว ชิ าภาษาไทย แผนที่ 4
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิชาภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 4
รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท 14101
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 แผนท่ี 4 เร่อื ง ภาษาถิ่น จำนวน 2 ชัว่ โมง
ครูผูส อน : …………………………………………….....
วนั ที่.....................................
1. สาระสำคญั
ภาษาถิ่น คือ ภาษายอยที่ใชพูดกันในทองถิ่นตาง ๆ ซึ่งเกิดจากการใชภาษาเพื่อการสื่อความหมาย
ความเขาใจกันระหวางผูคนที่อาศัยอยูตามทองถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกตางไปจากมาตรฐาน หรือภาษา
ท่คี นสวนใหญของแตล ะประเทศใชก นั และอาจจะแตกตางจากภาษาในทองถิ่นอื่นทั้งทางดานเสยี ง คำและการ
ใชคำภาษาถิ่น เปนภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถอยคำและสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ ลักษณะ
ความเปนอยู และวิถีชวี ติ ของผคู น ในทองถน่ิ ของแตล ะภาค ของประเทศไทยบางทเี รยี กวา ภาษาทอ งถน่ิ
2. มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภมู ิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชี้วัด
ป. 4/7 เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถน่ิ ได
3. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1. นักเรียนสามารถบอกความหมาย จดุ มงุ หมายและหลกั การเขียนยอ ความไดถ กู ตอง (K)
2. นักเรียนสามารถเขยี นยอความไดอ ยา งถูกตอง (P)
3. นกั เรยี นมมี ารยาทในการเขียน (A)
4. สาระการเรยี นรู
1. นกั เรียนสามารถบอกความหมาย ลักษณะ และประเภทของภาษาถนิ่ ได (K)
2. นกั เรยี นสามารถใชภ าษาถ่ินในการส่ือความหมายไดอยางถูกตอง (P)
3. นกั เรยี นมีความรว มมือในการทำกจิ กรรม (A)
5. สมรรถนะของผเู รยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
125
6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
1. มวี ินัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ มน่ั ในการทำงาน
7. ผลงานทต่ี อ งการ
-
8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู
ขนั้ ที่ 1 นำเขาสูบ ทเรยี น
1. ครกู ลา วทกั ทายนักเรยี นจากนน้ั พดู คุยเพอื่ สรางบรรยากาศทเี่ ปน การเอง เชน
- เม่ือคืนใครนอนดึกบา ง
- ครูกน็ อนดึกเหมือนกันเพราะครูพ่ึงกลบั จากดูหมอลำ
- มใี ครชอบดหู มอลำบาง
- นักเรยี นทำไมชอบ/ไมชอบดูหมอลำ
วันนีค้ รกู ็มนี ิทานสนกุ ๆมาฝากนักเรียนอีกเชน เคยแตเปนนทิ านจากการดหู มอลำของครูเอง
2. ครแู จง กตกิ าในการเรียนใหน กั เรียนไดท ราบ เพอ่ื ฝกใหนกั เรียนเปน คนมีระเบียบวินยั
และรจู กั ใฝเรียนรู ดงั น้ี
- หามคุยกันเสียงดงั
- สงงานใหตรงเวลา
- ใหจ ดความรูท คี่ รอู ธิบายเพ่มิ เตมิ ลงในสมุดเพอ่ื ทบทวนความรูทเ่ี รยี นมา
- นกั เรียนที่มสี ว นรว มในชั้นเรยี น เชน การยกมอื ตอบคำถาม การมีสว นรวมในกจิ กรรม
3. ครเู ปด ลำลองเลา นทิ าน เรื่องนางหมาขาว ใหนักเรียนไดชม (ชมเพยี งสว นหน่ึง)
https://www.youtube.com/watch?v=nsvKpwml_9I
4. ครูตงั้ คำถามเกี่ยวกับนิทานที่นกั เรียนไดดู
- มีใครเคยฟง เรอ่ื งน้บี า งคะ
- จากทว่ี ดี ิโอท่คี รูเปดใหด ูมใี ครจบั ประเด็นเรื่องไดบ าง
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
126
- นักเรียนอยากฟงเรื่องราวตอไปมั้ยคะ กอนที่เราจะไปฟงนิทานกันตอครูจะใหนักเรียนทำ
แบบทดสอบกอ นเรียน กอ นนะคะ
5. ครูแจกแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การเขียนยอความ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก
จำนวน 10 ขอ
ข้นั ท่ี 2 นำเสนอความรู
1. ครแู จกใบความรเู รอื่ ง ภาษาถ่นิ
ในตอนตน ชั่วโมงนักเรยี นก็ไดฟงกลอนนลำเร่ืองนางหมาขาวไปแลวนักเรียนจะสังเกตวาภาษา
ท่ใี ชในการลำ เปนภาษาอะไรคะ (ภาษาอีสาน)
ซึ่งภาษาอีสานเปนภาษาที่ใชกันในทองถิ่นแถบภาคอีสานของเรา และในแตละภาคก็จะมี
ภาษาที่แตกตางกันไป เชน ภาคใต การแสดงหนังตะลุง สวนมากก็จะใชภาษาถิ่นประจำภาคใต และวันนี้ครูก็
จะพานักเรียนไปทำความรูจ ักกบั ภาษาถน่ิ ประจำภาคตา ง ๆ ซ่งึ มเี น้อื หาตามทคี่ รแู จกให
2. ครใู หนักเรยี นศึกษาเน้ือหาในใบความรู 15 นาที
3. ครูและนกั เรียนรวมกนั สรปุ องคความรูเรือ่ งภาษาถนิ่ จากใบงาน
ขนั้ ที่ 3 ลงมอื เรียนรู
1. ครใู หน กั เรยี นแบงกลุม ออกเปน 3 กลมุ ไดแ ก ภาคอสี าน ภาคเหนอื ภาคใต
2. ใหนกั เรยี นแตละกลุมสงตวั แทนออกมา 1 คน เพอื่ จับสลากเลอื กภาคท่ีกลมุ ตนเองจะได
3. เมื่อทุกกลุมรูภาคที่ตัวเองไดแลว จากนั้นใหแตละกลุมชวยกันเขียนคำ(ภาษาถิ่นที่ตนเองไดรับ
มอบหมาย) และความหมาย(ภาษากลาง)ลงในกระดานคำประจำภาคใหไดมากที่สุด โดยนักเรียนสามารถใชส่ือ
อนิ เทอเน็ตในการศึกษาได
4. ครูใหเ วลาในการเขียนคำ 10 นาที
5. จากนั้นใหแตละกลุมออกมานำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน และเพื่อน ๆ ในชั้นเรียนรวมกัน
แลกเปลย่ี นความรแู ละแสดงความคิดเห็น
6. ครูใหนกั เรียนแตละกลมุ สรา งสถานการณจ ำลองเหตุการณโดยในสถานการณผแู สดงจะตองใช
ภาษาประจำภาคทีต่ นเองไดร ับมอบหมาย
ข้ันที่ 4 ขั้นสรปุ ความรู
1. ครูใหนักเรียนสรุปองคความรูเรื่อง ภาษาถิ่นทั้ง 4 ภาค โดยเขียนเปนแผนผังความคิด พรอม
ตกแตง ใหสวยงาม
2. ครูและนกั เรยี นรว มกันสรปุ องคความรูท ไ่ี ดจ ากการเรยี นเรอ่ื งภาษาถ่ิน
ขั้นที่ 5 ขั้นประยุกตใ ชความรู
1. ครูและนักเรียนรวมกันบอกความสำคัญของภาษาถิ่น และใหนักเรียนเสนอแนวการการรักษา
ภาษาถน่ิ ใหค งอยูสบื ไป
2. ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ภาษาถิ่น แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน
10 ขอ
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
127
9. ส่อื และแหลง การเรยี นรู
สอ่ื การเรียนรู
1. ใบความรู เร่อื ง ภาษาถนิ่
2. สอื่ วิดิทศั น เรอื่ ง นางหมาขาว
3. กระดานคำประจำภาค
แหลง การเรียนรู
1. ครู/ผสู อน
2. https://www.youtube.com/watch?v=nsvKpwml_9I
10. การวัดและประเมินผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑการประเมนิ
สิ่งทตี่ อ งการวดั วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล
ความรเู รื่องภาษาถ่นิ การทำแบบทดสอบ แบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง ผา นเกณฑ
ภาษาถน่ิ แบบปรนัย ชนดิ รอ ยละ 80 ขึ้นไป
เลือกตอบ 4 ตวั เลือก
จำนวน 10 ขอ
การใชภ าษาถน่ิ ในการสือ่ ประเมนิ ผลงานการทำ แบบประเมนิ ผลงาน ผา นเกณฑ
ความหมาย กจิ กรรมกลมุ การสรา ง และการทำกจิ กรรม รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป
สถานการณจำลอง การสรา งสถานการณจ ำลอง
เก่ยี วกับภาษาถิ่น เรอ่ื ง ภาษาถน่ิ ชนดิ รูบิค
สกอร 5 รายการประเมิน 3
ระดับคุณภาพ
การรวมกิจกรรม สังเกตพฤตกรรมการมี แบบประเมินการเขา รวม ผา นเกณฑ
สว นรว มในช้ันเรยี น กิจกรรมกลมุ ชนิดรูบิคสกอร รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป
5 รายการประเมิน 3 ระดับ
คณุ ภาพ
ความคดิ เหน็ ของผูบรหิ ารสถานศึกษา/หรอื ผทู ี่ไดร ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………
ลงช่อื ........................................................ผูตรวจ
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วันที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
128
บันทึกผลหลงั สอน
ผลการจัดกิจกรรมการเรียนร…ู ...………………………………………………………........…………..…………..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ปญ หาทพ่ี บระหวางเรียน……………………………………………………………………………….…..…….……...
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
วิธีแกปญหา………………...……………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ผลของการแกป ญหา…………………………………………………….……………………….………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ขอ เสนอแนะจากการจดั กิจกรรม…………………………………………………..………………………………..
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
ลงชื่อ.......................................................ผูส อน
(………………………………….............….)
วนั .........เดือน.....................พ.ศ. ........
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
ใบความรู
เร่ือง ภาษาถ่นิ
ภาษาถิ่น เปนภาษายอยที่ใชพูดกันในทองถิ่นตาง ๆ ซึ่งเกิดจากการใชภาษาเพื่อการสื่อความหมาย
ความเขาใจกันระหวางผูคนที่อาศัยอยูตามทองถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกตางไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คน
สวนใหญของแตละประเทศใชกัน และอาจจะแตกตางจากภาษาในทองถิน่ อื่นทัง้ ทางดานเสียง คำและ การใช
คำ ภาษาถิ่น เปนภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถอยคำและสำเนียง ภาษาถ่ินจะแสดงถึงเอกลักษณ ลักษณะ
ความเปนอยู และวิถีชีวิตของผูคน ในทองถิ่นของแตละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกวา ภาษาทองถิ่น
ภาษาถิ่นทุกภาษาเปนภาษาที่สำคัญในสังคมไทย เปนภาษาที่บันทึกเรื่องราว ประสบการณ และวัฒนธรรมทุก
แขนงของทองถิ่น เราจึงควรรักษาภาษาถิ่นทุกถิ่นไวใชใหถูกตอง เพื่อเปนสมบัติมรดกของชาติตอไป ซึ่งภาษา
ถน่ิ จะเปน ภาษาพดู หรอื ภาษาทา ทางมากกวาภาษาเขยี น
ภาษาถิ่นของไทย แบงตาม ภูมิศาสตรหรือทองถิ่นที่ผูพูดภาษา นั้นอาศัยอยูในภาค ตาง ๆ แบงได
เปน 4 ถ่ินใหญ ๆ คอื ภาษาถ่นิ กลาง ภาษาถิ่นเหนอื ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถ่นิ ใต
ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใชสื่อสารอยูในบางจังหวัดของภาคกลาง เชน เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม
อางทอง และพระนครศรีอยุธยา เปนตน ภาษาถิ่นที่ใชสื่อสารอยูในจังหวัดเหลานี้ มีสำเนียงพูดที่แตกตางกัน
ออกไป จะมีลกั ษณะเพ้ยี นเสยี งไปจากภาษากลางทเี่ ปนภาษามาตรฐาน
ภาษาถนิ่ เหนือ
ภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ไดแก ภาษาถิ่นที่ใชสื่อสารอยูในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาใน
อาณาจักรลานนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม แมฮองสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง นาน ลำพูน
ตาก แพร เปนตน
ภาษาถิ่นอสี าน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกลเคียงกับภาษาที่พูดที่ใชกันในประเทศลาว แตภาษาอีสานก็ยังถือ
วาเปนภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นยอยหลายภาษา ไดแก ภาษาที่ชนกลุมใหญในภาค
อีสานใชพูดจากัน ซึ่งใชสื่อสารอยูในจังหวัดตาง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชน
สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแกน อุดรธานี อบุ ลราชธานี รอยเอ็ด เลย ชัยภมู ิ มหาสารคาม กาฬสินธุ
เปนตน
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
ภาษาถ่ินใต
ภาษาถิ่นที่ใชสื่อสารอยูในจังหวัดตาง ๆ ของภาคใตของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย
รวม 14 จงั หวัด เชน ชุมพร ระนอง สุราษฎรธานี ภูเกต็ พทั ลุง สงขลา นครศรธี รรมราช เปนตน และบางสว น
ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ ภาษาถิ่นใต ยังมีภาษาถิ่นยอยลงไปอีก เปนภาษาถิ่นใต ภาคตะวันออก
เชน ภาษาถิ่นที่ใชใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใตตะวันตก
เชน ภาษาถิ่นที่ใชในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎรธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใตสำเนียงเจะเห
เชน ภาษาถ่ินท่ใี ชใ นจังหวดั นราธวิ าส และ ปตตานี ในแตล ะภาคกจ็ ะมีภาษาถิ่นใต เปนภาษาถิ่นยอยลงไป
อกี เชน ภาษาถ่ินระนอง ภาษาถนิ่ ภูเก็ต ภาษาถ่นิ พทั ลงุ ภาษาถิ่นสงขลา เปน ตน ภาษาถิ่นยอยเหลานี้อาจจะมี
เสียง และคำท่เี รียกส่งิ เดียวกนั แตกตา งกนั ออกไป
ตัวอยา ง ภาษาเหนอื ภาษาใต ภาษาอสี าน
ภาษากลาง กึดเตงิ แตๆ เนอ หวงั เหวิดจงั ฮู คดิ ฮอดหลายหลายเดอ
คิดถงึ มาก
กลับบาน ปก บา น หลบบาน เมยี บาน
อะหยังปะลำ้ ปะเหลอื หมา ยรูไอไหรกันนักหนา จั๊กอิหยงั กะดอ กะเด้ีย
ไมรูอะไรกนั นกั หนา
รถชน รถจน รถชน รถต๋ำ
เตา ใด เถาไหร ราคาจัก๊ บาท
ราคาเทาไร ต๋ำสม สม ตำ
สมตำ บาดีฟง อยา แขบ ตำบักหงุ
อยา รีบ อยากขา วยงั เนอื ยแลวมาย อยา ฟาว
ไปผอ หนังตวยกัน๋ กอ ไปแลหนัง กันหวา เอามาย หวิ เขา บ
หวิ ขา วหรอื ยงั ถา ยฮปู ก๋นั ถา ยรูปก๋นั มาตะ ไปเบิง่ หนังนำกันบ
ไปดหู นงั กันไหม ไปแอว กั๋นบอ ไปเทย่ี วกนั หวา มาถายฮปู กัน
ถา ยรปู กนั นะ บะหม้ัน, บะกลวยกาชมพู ชมพู ไปเลาะนำกันบ
ไปเทยี่ วกนั ไหม ลำแต แต หรอยจงั ฮู บกั สดี า
บะกลว ยเตด ลอกอ แซบอหี ลี
ฝรั่ง บกั หุง
อรอ ย
มะละกอ
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
นทิ าน
เรื่อง นางหมาขาว
ยงั มีสองผัวเมยี อาศยั อยใู นหมบู า นจันทคาม ซง่ึ ฝายเปนเมยี นน้ั ไดท อ งแกจวนคลอดแลวใน
ตอนนั้นเกิดโรคระบาด ผูคนลมตายเปนอันมาก สองผัวเมียจึงอพยพหนีจากหมูบานมาอยูกลาง
ปา ตอมาเมียคลอดลูกแลวก็ตาย ผัวเห็นก็ตรอมใจตายตามดวย ปลอยใหเด็กทารกเกิดใหม
รอ งไหอยูในปาอยางนนั้
ตอมายังมีหมาขาวตัวหนึ่งเปนตัวเมียออกมาหากิน มาเห็นเด็กทั้งสองก็เกิดสงสาร จึงเอา
ไปเลี้ยงเปนลูก ใหกินนมของตัวและหาอาหารเลี้ยงมาจนเติบโตเปนสาวสวย ทุกวันนางหมาขาว
ตวั น้จี ะพาลกู สาวทงั้ สองออกไปหากนิ ในปา
ในวันหนึ่งเกิดพายุพัดใหนางหมาขาวตองพลัดพรากจากลูกไป ลูกสาวทั้งสองก็โดนลมพัด
ไปถึงเขตบานนายพราน เมื่อนายพรานเห็นหญิงสาวทั้งสองงดงามมาก อยากไดรางวัลจึงนำหญิง
สาว ทั้งสองขึ้นถวายแกพระราชาซึ่งยังโสด พระราชามีพระอนุชาซึ่งยังโสดเหมือนกัน ฝาย
พระราชาก็ไดผ ูพ ี่เปน มเหสี ฝา ยอนชุ าก็รบั ผูนอ งเปน ชายา
กลาวถึงนางหมาขาว เมื่อพลัดพรากจากลูกแลว นางก็ติดตามหาลูก จนไดยินขาววา
นายพรานเปนผูอุปการะจึงมาหานายพรานเพื่อถามหาลูกสาว เมื่อนายพรานรูก็บอกความจริง
นางหมาขาวจึงขอรองใหนายพรานพาไปหาลูกสาวที่ในวัง เมื่อพามาถึงพระราชวัง นายพรานก็
ทูลพระราชาตามความจริง แตพระมเหสีนั้นอับอายขายหนาเกรงวาคนจะรูวาตนเปนลูกของหมา
ขาว จึงทูลเท็จตอพระสวามีไปวา ไมเปนความจริง พรอมทั้งขับไลนายพรานและหมาขาวตัวน้ัน
ไป แตนางหมาขาวไมยอมไป นางจึงเอาน้ำรอนเทสาดใสกลางหลังนางหมาขาว นางหมาขาวถูก
น้ำรอนลงกลางหลังทำใหนางบาดเจ็บสาหัส นางก็ซัดเซพเนจรไปลมลงที่วังของลูกสาวคนเล็ก
เมื่อลูกสาวคนเล็กมาพบมารดา ก็จำได จึงอุมมารดามาเพื่อจะรักษา แตนางทนพิษบาดแผลไม
ไหวจงึ สนิ้ ใจตาย กอนตายนางบอกวาหามเผาหรือฝง ใหเ กบ็ กระดกู ไวบ ชู าในวงั ลูกสาวก็ทำตาม
จากนั้นไมน านกเ็ กดิ เปนทองคำ ขา วนนั้ เล่ืองลอื ไปถึงผพู ีส่ าว พี่สาวกม็ าขอสว นแบง ทองคำ
แตนองไมยินยอมใหจึงเกิดโตเถียงกัน จนดังขึ้นไปถึงหูพระราชา พระราชาจึงไดเรียกทั้งสองเขา
มาถามความจริง ในที่สุดเรื่องจริงก็ปรากฏ พระราชาก็โกรธที่พระมเหสีของพระองคนั้นทูลเท็จ
และอกตญั ตู อ ผูมพี ระคณุ จึงตัดสนิ ใหป ระหารชวี ติ
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
132
แบบทดสอบ เรื่อง ภาษาถิ่น
ชอ่ื - สกุล .............................................................................................ช้ัน.................เลขที่ ...........
คำชแี้ จง : ใหนกั เรยี นทำเครื่องหมาย X (กากบาท) ลงบนตัวเลือกท่ีถกู ตอ งที่สดุ
1. ขอใดคอื ความหมายของภาษาถนิ่
ก. เปน ภาษาทีใ่ ชสือ่ ความหมายกันในเฉพาะเขตจังหวัดของตน
ข. เปนภาษาที่ใชใ นการเขยี นสือ่ สารของคนในทองถ่นิ นัน้ ๆ
ค. เปน ภาษาทมี่ ีพัฒนาการมาจากภาษากลางแลว แยกยอ ยเปน ภาษาเฉพาะถ่ิน
ง. เปน ภาษายอ ยท่ีใชพ ูดกนั ในทอ งถิ่นตาง ๆ ซึง่ เกิดจากการใชภ าษาเพื่อการสื่อความหมาย
ความเขาใจกนั ระหวา งผคู นที่อาศัยอยตู ามทองถิน่ นัน้ ๆ
2. ขอใดคอื ความสำคัญของภาษาถ่นิ
ก. ชว ยสรางรายไดใหคนภายในหมบู า น
ข. เปน เอกลกั ษณของชาติ
ค. แสดงเอกลักษณของคนในทอ งถ่ิน
ง. เปน ภาษาทชี่ ว ยใหค นในแตละจงั หวัดเขาใจตรงกนั
3. ภาษาทอ งถ่ินในประเทศไทยแบงตามภมู ิศาสตรไดกีถ่ ิ่นใหญ ๆ
ก. 3
ข. 4
ค. 5
ง. 6
4. ภาษาถิ่น พายัพ เปน ชือ่ เรยี กของภาษาถ่นิ ภาคใด
ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคใต
ค. ภาคตะวนั ออก
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
5. ภาษาอสี านมลี ักษณะใกลเคียงกับภาษาใดมากทสี่ ดุ
ก. ภาษาเขมร
ข. ภาษาลาว
ค. ภาษามลายู
ง. ภาษามอญ
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
133
6. ภาษาถ่ินภาคใดมคี วามใกลเคียงกบั ภาษาไทยมาตรฐานมากท่สี ดุ
ก. ภาคเหนอื
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคใต
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
7. จากภาษาถน่ิ ถาคเหนอื บะกว ยเตด หมายถึงอะไร
ก. กว ยเต๋ียว
ข. กลวย
ค. บะหม่ี
ง. มะละกอ
8. หากจะบอกวา คิดถงึ เปนภาษาถ่ินภาคใต จะพูดวา อยา งไร
ก. หวงั เหวิดจังฮู
ข. เหวิดหวายจังฮู
ค. เหวิงหวังจังฮู
ง. เกดิ เต่ิงจังฮู
9. บกั สีดา มคี วามหมายตรงกับขอใด
ก. ยานดั
ข. ชมพู
ค. ลอกอ
ง. หมะตัน
10. ขอใดเปน ภาษาถ่นิ ภาคเหนือ
ก. นอยหนา
ข. บะแน
ค. บกั เขยี บ
ง. ขพี้ รา
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
134
เฉลยแบบทดสอบ เร่อื ง ภาษาถนิ่ 7 ง
1ง 8 ก
2ค 9 ข
3ข 10 ข
4ก
5ข
6ข
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
135
แบบประเมนิ ผลงานและการทำกจิ กรรม เรือ่ งภาษาถ่ิน
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้แี จง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชอ งวา งตามคะแนนความเปนจรงิ ของนักเรียน
รายการประเมนิ สรุป
กลมุ ชื่อ-สกลุ ความสวยงามของชิ้นงาน (3)
สรุปเน้ือหาไ ด ูถก ตอง (3)
ยก ัตวอยางคำไ ดนาสนใจ (3)
ีมความคิดสรางสรรค
ในการทำผลงาน (3)
การใชภาษา ่ทีเขาใจงาย
ในการนำเสนอ (3)
คะแนนรวม (15)
ผาน
ไ มผาน
1
2
บนั ทกึ เพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................ผปู ระเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วนั ท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
136
เกณฑการประเมนิ ผลงานและการทำกจิ กรรม
รายการประเมิน ดี (3) คะแนน
ปานกลาง (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
1.ความสวยงามของ ชิ้นงานมคี วามสวยงาม มรี ปู ภาพ
ช้ินงาน ท้ังรปู ภาพ และสีสนั และสสี นั นอย ไมมีรปู ภาพและสีสันเลย
2.สรุปเน้อื หาไดถูกตอง สรุปเนือ้ หาถูกตอง ครบ สรุปเน้ือหาถกู ตอ ง สรปุ เนือ้ หาไดไมต รง
ทุกประเดน็ แตเ นอ้ื หาไมครบ ประเด็น
3.ยกตวั อยา งคำได ทกุ ประเด็น
ยกตัวอยางคำศพั ทภ าษา ยกตวั อยา งภาษา ยกตัวอยา งภาษาถ่นิ ทยี่ าก
นา สนใจ ถิน่ ทคี่ นนยิ มใช ถ่นิ ทค่ี นรูจักอยแู ลว เกินไป และตนไมนยิ มใช
4.มีความคิดสรางสรรคใน สรางชน้ิ งานใหม ีความ ชิน้ งานมีความ
การทำผลงาน โดดเดน มีความคดิ สวยงาม มคี วามคดิ ชน้ิ งานมคี วามสวยงามและ
ความคิดสรางสรรคน อย
สรางสรรค สรางสรรคบา ง
5. การใชภาษาท่เี ขา ใจงา ย นำเสนอดว ยภาษาของ นำเสนอดวยถอยคำ อา นกระดาษตลอดการ
ในการนำเสนอ ตน ทเ่ี ปนทางการ นำเสนอ
เกณฑก ารใหคะแนน
3 หมายถึง ดี
2 หมายถึง ปานกลาง
1 หมายถึง ควรปรับปรงุ
เกณฑการประเมิน
คะแนน 12-15 คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน 8-11 คะแนน หมายถึง ปานกลาง
คะแนน 1-7 คะแนน หมายถงึ ควรปรับปรุง
หมายเหตุ ผผู า นเกณฑประเมนิ ตอ งได 12 คะแนนข้นึ ไป คิดเปน รอยละ 80
หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
137
แบบประเมินพฤตกิ รรมในการรวมกจิ กรรมกลมุ
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จังหวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชแี้ จง : ใหผ ูส อนกรอกคะแนนลงในชองวางตามคะแนนความเปนจรงิ ของนกั เรียน
รายการประเมนิ สรุป
เลขท่ี ชือ่ -สกุล การแบงหนาที่ภายในกลุม (3)
การแสดงความคิดเ ็หนในกลุม (3)
การวางแผนการทำงาน
เปนขั้นตอน (3)
การทำงานใหเสร็จ ัทนเวลา (3)
การใหความรวม ืมอภายในกลุม (3)
คะแนนรวม (15)
ผาน
ไ มผาน
1
2
บนั ทกึ เพมิ่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง .........................................................
วนั ท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................
หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
138
เกณฑการประเมนิ พฤตกิ รรมกลุม
รายการประเมิน ดี (3) คะแนน ควรปรบั ปรงุ (1)
ปานกลาง (2) ไมมกี ารแบง หนาทภี่ ายใน
1.การแบง หนา ที่ มีการแบง หนา ที่ภายใน กลุม อยางชัดเจน และไม
ภายในกลมุ กลุม อยา งชดั เจน มกี าร มีการแบง หนาท่ีภายในกลมุ ทำงานตามบทบาทหนา ท่ี
แตไมท ำงานตามบทบาท
รับผดิ ชอบงานตาม ของตนเอง
บทบาทหนาที่ หนาท่ีของตน สมาชิกภายในกลุม ไมมี
การแสดงความคิดเห็น
2.การรูจักแสดงความ สมาชิกในกลมุ มกี าร สมาชิกในกลมุ มกี ารแสดง และการตอบคำถาม
คดิ เห็นและการตอบ แสดงความคิดเหน็ และ ความคิดเหน็ และการตอบ ไมม กี ารวางแผนและ
คำถาม การตอบคำถามทกุ คน คำถามบางคน ทำงานไมเปน ไปตาม
3.การวางแผนทำงาน
ตามขั้นตอน มกี ารวางแผนและ มีการวางแผนแตท ำงานไม ขั้นตอน
ทำงานตามขัน้ ตอน ตามขั้นตอน ทำงานเสรจ็ เกินเวลา 4
4.ทำงานเสรจ็ ทำงานเสรจ็ ทนั เวลา ทำงานเสรจ็ เกินเวลา 1-3 นาทีขึน้ ไป
ทนั เวลา นาที สมาชิกสวนใหญไมใ ห
5. การใหค วาม สมาชิกทกุ คนใหความ ความรวมมือในการทำทำ
รวมมอื ภายในกลุม รวมมือในการทำงาน สมาชิกบางคนไมใ หค วาม
รวมมือในการทำกจิ กรรม กจิ กรรม
กิจกรรมดมี าก
เกณฑก ารใหค ะแนน
3 หมายถงึ ดี
2 หมายถงึ ปานกลาง
1 หมายถึง ควรปรับปรงุ
เกณฑการประเมิน
คะแนน 12-15 คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน 8-11 คะแนน หมายถึง ปานกลาง
คะแนน 1-7 คะแนน หมายถงึ ควรปรบั ปรุง
หมายเหตุ ผผู า นเกณฑประเมินตองได 12 คะแนนขึน้ ไป คิดเปนรอ ยละ 80
หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
139
เกณฑก ารประเมนิ การเขียนยอความ
วธิ กี ารประเมนิ : ใหค ะแนนนกั เรียนตามรายการประเมิน โดยเทียบเกณฑก ารประเมนิ ดังน้ี
ระดบั คะแนน 4 หมายถึง ดเี ย่ียม
ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ดี
ระดับคะแนน 2 หมายถงึ พอใช
ระดบั คะแนน 1 หมายถงึ ควรปรับปรุง
รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32
1. การเขียนเรอ่ื ง เขียนเรือ่ งราวมี
สาระ มีความ เขยี นเรอื่ งราวมี เขียนเรื่องราวมี เขียนเรื่องราวมี
สอดคลอ ง สาระ มีความ สาระ มีความ สาระแตไมม คี วาม
มคี วามสัมพนั ธ สอดคลอง สอดคลอ ง
มีความตอเนื่อง มคี วามสัมพนั ธม ี มคี วามสมั พันธ สอดคลอ ง
ความตอเนอื่ ง หรือสมั พนั ธกนั
ไมว กวน
2. การใชภ าษา ใชค ำถูกตอ ง
เหมาะสมกับ ใชค ำถูกตอง ใชไมคำถูกตอ ง
บรบิ ทและมีการ เหมาะสมกับ ใชไ มคำถกู ตอ ง หรือไมเหมาะสม
เรียบเรียงและใช บริบทแตภาษาไม หรือไมเ หมาะสมกับ กบั บริบท 5 คำ
มคี วามสละสลวย
ภาษาอยาง บรบิ ท 1-5 คำ ข้ึนไป
สละสลวย
3. การเขียนสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขียนสะกดคำ
ถกู ตองทกุ คำ ผดิ 1- 3 คำ ผิด 4- 7 คำ ผิด 7 คำข้ึนไป
4. ความสะอาด เขียนอานงา ย มี เขยี นอานงาย มี เขียนอานงาย มี
เรยี บรอ ย เขียนอานงาย มี ความสะอาด แต ความสะอาด แตมี ความสะอาด แตมี
ความสะอาด ไมมี มรี อยขดู ขดี ลบ รอยขูดขีด ลบ ฆา รอยขูดขดี ลบ ฆา
รอยขดู ขดี ลบ ฆา ฆา 1 – 3 แหง
4 – 7 แหง 7 แหง ขึ้นไป
การแปรผล : นำคะแนนรวมรวยบคุ คลทุกรายการหารดวยจำนวนรายการประเมินแลว เทยี บเกณฑดังนี้
คะแนน 3.51 – 4 หมายถงึ ดีเยีย่ ม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถึง ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถึง พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถึง ควรปรบั ปรงุ
หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
140
แบบบันทกึ คะแนนแบบทดสอบและใบงาน
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชี้แจง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชองวางตามคะแนนความเปนจรงิ ของนักเรียน
ชิ้นงาท่ี 1
เลขท่ี ชอื่ - สกลุ แบบทดสอบ การเขียนยอ รวม
หลงั เรียน (20)
ความ
(10) (10)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บันทกึ เพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วันท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................
หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]
141
แบบประเมนิ มารยาทการเขยี น
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรยี น ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้แี จง : ใหผ สู อนกรอกคะแนนลงในชองวางตามคะแนนความเปน จริงของนักเรียน
รายการประเมิน
เลขที่ ช่อื - สกลุ รายการ ี่ท 1 รวม รอย สรุปผล
รายการ ่ีท 2 (20) ละ
รายการ ่ีท 3
รายการ ี่ท 4
รายการ ี่ท 5
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บันทึกเพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................ผปู ระเมิน
(......................................................)
ตำแหนง.........................................................
วันที่............เดอื น.........................พ.ศ. ....................
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]
142
เกณฑก ารประเมินมารยาทการเขียน
วิธกี ารประเมนิ : สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนและตรวจผลงานของนกั เรยี นแลวบนั ทกึ คะแนนตามรายการ
ประเมินโดยเทียบเกณฑการประเมนิ ดังน้ี
ระดบั คะแนน 4 หมายถงึ ปฏิบตั ิเปน ประจำ
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ปฏิบตั เิ ปนบางคร้ัง
ระดับคะแนน 2 หมายถึง ปฏบิ ัตนิ อ ยครั้ง
ระดับคะแนน 1 หมายถงึ ปฏิบัตนิ อ ยมาก
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4 3 21
1. เขยี นหนังสอื ดวยลายมอื อานงา ย
2. เขยี นถูกตอง สะอาดไมขีดฆา หรือเมอ่ื มกี ารเขียนฆามี
การลบจนสะอาด
3. ไมข ดี เขยี นเลน ตามโตะ เกาอี้ ฝาผนัง หรอื ทส่ี าธารณะ
4. ใชภาษาในการเขยี นเหมาะสมกับบรบิ ท เวลาและ
สถานที่
5. ไมเขยี นลอ เลยี นผอู ื่นหรอื ทำใหผ ูอ น่ื เกิดความเสียหาย
การแปรผล: นำคะแนนรวมรวยบุคคลทกุ รายการหารดว ยจำนวนรายการประเมินแลวเทียบเกณฑด งั น้ี
คะแนน 3.51 – 4 หมายถึง ดีเยย่ี ม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถงึ ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถงึ พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ
หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]