The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
จัดทำโดย
นายธนกิจ ฤทธิ์ศรี รหัสนิสิต 60010514007
นางสาวสุชาดา พะกะยะ รหัสนิสิต 60010514021
นางสาวศิริวรรณ โพหะมาตร รหัสนิสิต 60010514065
สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

อาจารย์ประจำรายวิชา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วงษ์สะพาน

รายวิชา 056 0303 การออกแบบและพัฒนาหลักสูตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanakit ritsri, 2020-03-24 12:21:56

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
จัดทำโดย
นายธนกิจ ฤทธิ์ศรี รหัสนิสิต 60010514007
นางสาวสุชาดา พะกะยะ รหัสนิสิต 60010514021
นางสาวศิริวรรณ โพหะมาตร รหัสนิสิต 60010514065
สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

อาจารย์ประจำรายวิชา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วงษ์สะพาน

รายวิชา 056 0303 การออกแบบและพัฒนาหลักสูตร

Keywords: การออกแบบและพัฒนาหลักสูตร

ใบงานท่ี 2 การอา นจบั ใจความสำคญั

คำชแ้ี จง ใหนกั เรยี นอา นเร่ือง คางคาว แลวตอบคำถามตอไปนี้

คา งคาว

คา งคาวเปน สัตวทอ่ี อกหากินในเวลากลางคนื มันสามารถบนิ
ผาดโผนไปมาโดยไมต องพง่ึ สายตา มันอาศยั เสยี งสะทอ นกลบั ของ
ตัวมันเอง โดยคา งคาวจะสงคลน่ื สญั ญาณพเิ ศษซึ่งสนั้ และรวดเรว็
เมอื่ สัญญาณไปกระทบสง่ิ กีดขวางดา นหนา กจ็ ะสะทอ นกลับเขา มาทำให
รวู ามอี ะไรอยูดานหนา มันจะบนิ หลบเล่ียงได มนั สามารถรับคล่นื สะทอ น
กลับไปไดใ นระยะใกล และบนิ วนกลับไดทันทวงที

ใคร ____________________________________________
ทำอะไร ____________________________________________
ที่ไหน/เม่ือไร___________________________________________
อยา งไร ____________________________________________
ผลไดอ ยางไร___________________________________________

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

94

แบบทดสอบ เรอื่ ง การอานจับใจความสำคัญ

ช่ือ - สกลุ .............................................................................................ชั้น.................เลขท่ี ...........

คำชีแ้ จง : ใหน กั เรยี นทำเครื่องหมาย X (กากบาท) ลงบนตัวเลือกทีถ่ กู ตอ งท่ีสดุ
1. ขอ ใดคือความหมายของการอา นจบั ใจความสำคญั ทถี่ กู ตอง

ก. การจับประเดน็ สำคัญเฉพาะตอนตนเร่อื ง
ข. การตดั ขอ ความสวนสำคัญของเร่อื งมาตอบ
ค. การอา นทค่ี น หาสาระสำคัญของเรือ่ ง
ง. การอา นเพื่อมุงหาประโยชนข องเรอื่ ง
2. ขอใดคอื ข้นั ตอนแรกในการอานจับใจความสำคญั
ก. อานผา น ๆ เพือ่ ใหรูเนอ้ื เรอื่ งครา ว ๆ
ข. อา นโดยละเอียดเพอื่ ใหเ ขา ใจเนื้อเรอ่ื ง
ค. เขยี นเรยี บเรียงโดยใชภ าษาของตนเอง
ง. การทบทวนเนอ้ื หาที่อา น
3. ขอใดไมใชจ ดุ ประสงคข องการอานจบั ใจความสำคัญ
ก. เพอื่ ใหท ราบวาตวั ละครในเร่ืองมีใครบาง
ข. เพ่ือใหท ราบวามีเหตุการณอะไรเกดิ ขนึ้ บาง
ค. เพอ่ื ใหทราบวาเหตกุ ารณเ กิดขน้ึ ท่ีไหน
ง. เพ่ือใหท ราบชื่อผแู ตงของเรือ่ ง
4. ขอใดคือมารยาทท่ีดใี นการอาน
ก. อา นออกเสียงดังชดั เจนเมื่ออยูใ นหอ งสมุด
ข. เม่อื อา นยงั ไมจ บควรพบั หนา ไวเ พอ่ื ใหจำไดเ มือ่ กลับมาอานอกี
ค. อา นในใจเมือ่ อยใู นที่สาธารณะ
ง. ควรมกี ารเนนจดุ สำคญั ดวยปากกาเนนคำเมือ่ อา นหนังสือของหองสมุดเพอื่ ใหคนท่ีอาน
ทหี ลังเขา ใจจุดสำคญั โดยไมตองอานอกี

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

95

อา นขอความตอไปนี้แลว ตอบคำถามขอ 5- 6
“ นกนางนวลตัวหนึ่งเห็นปลาตวั ใหญในทะเล ดว ยความตะกละมันบนิ ลงไปกินปลาตวั นัน้
ดวยความทป่ี ลาตวั ใหญ จงึ ติดคอและมันไมสามารถกลืนปลาขนาดใหญเขาไปได
นกนางนวลจงึ นอนคอแตกตายอยูทีร่ ิมฝงนน้ั ”

5. ขอใดคอื ใจความสำคญั ของเรื่อง
ก. นกนางนวลเจอปลาในทะเลและกนิ ปลาดว ยความหิว
ข. นกนางนวลตายเพราะความหวิ
ค. นกนางนวลตายเพราะความตะกละ
ง. ปลาในทะเลเปน สัตวที่อดุ มสมบูรณ

6. ขอ ใดคือประเดน็ หลักท่ีผเู ขยี นตองการนำเสนอ
ก. สัญชาติญาณของสตั ว
ข. ระบบนเิ วศน
ค. ความโลภ
ง. เวรกรรม8

อา นขอความไปนีแ้ ลวตอบคำถามขอ 7-8
“เด็กชายแดงเปนเด็กทต่ี รงตอเวลามาก

เพราะไมเคยไปโรงเรียนสาย และทำการบานสง ครูตรงเวลาทุกคร้ัง”
7. ขอใดคือใจความสำคญั ของขอ ความ

ก. แดงไมเคยไปโรงเรียนสาย
ข. แดงเปนเด็กท่ตี รงตอเวลา
ค. แดงสง การบานทุกคร้ัง
ง. แดงเปน คนทีม่ ีความมงุ ม่ัน
8. ขอ ใดคอื ประเด็นหลกั ทผี่ ูเขียนตองการนำเสนอ
ก. การมาโรงเรยี น
ข. ความสนใจในการเรียน
ค. การทำการบาน
ง. ความมวี ินยั
9. ขอใดคอื หลกั การอานจบั ใจความสำคญั
ก. คนหาสาระ
ข. คนหาขอ คดิ เหน็
ค. คนหาขอเทจ็ จริง
ง. คน หาจดุ ประสงค

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

96

10. ขอใดกลา วถูกตองเกย่ี วกบั ใจความสำคัญ
ก. ครอบคลมุ ขอ ความอืน่ ๆ
ข. ทำใหเ กดิ เรอ่ื ง
ค. เดน เฉพาะตวั
ง. ถูกทุกขอ

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

97

เฉลยแบบทดสอบ เรอื่ ง การอา นจบั ใจความสำคัญ ข
1ค7 ง
2ก8 ก
3ง9 ก
4 ค 10
5ค
6ค

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

98

แบบบันทึกคะแนนแบบทดสอบและใบงาน
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชแ้ี จง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชองวางตามคะแนนความเปน จริงของนักเรยี น
แบบทดสอบ ใบงานที่
เลขท่ี ชื่อ - สกุล หลงั เรียน ใบงานท่ี 1 2 รวม
(5) (5) (20)
(20)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

บันทกึ เพ่มิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................ผปู ระเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วนั ท่ี............เดือน.........................พ.ศ. ..................

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

99

แบบประเมนิ มารยาทการอา น
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้แี จง : ใหผ สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลวขดี / ลงในชอ งท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน

รายการประเมนิ

เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ ี่ท 1 รวม รอย สรปุ ผล
รายการ ่ีท 2 (20) ละ
รายการ ่ีท 3
รายการ ี่ท 4
รายการ ี่ท 5

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทกึ เพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................ผูประเมิน
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วันที่............เดือน.........................พ.ศ. ..................

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

100

เกณฑก ารประเมนิ มารยาทในการอา น

วิธกี ารประเมนิ : สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนและตรวจผลงานของนกั เรียนแลว บันทึกคะแนนตามรายการ
ประเมนิ โดยเทยี บเกณฑก ารประเมนิ ดังนี้

ระดับคะแนน 4 หมายถึง ปฏิบตั เิ ปน ประจำ
ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ปฏบิ ัติเปน บางครง้ั
ระดบั คะแนน 2 หมายถึง ปฏบิ ัตนิ อ ยคร้ัง
ระดับคะแนน 1 หมายถึง ปฏิบัตนิ อ ยมาก

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4 3 21
รายการประเมิน

1. ไมอ านออกเสยี งดังจนรบกวนผูอนื่
2. ไมท ำลายหนงั สอื หรอื ทำหนงั สือใหช ำรุดเสียหาย
3. ไมแ ยงหนังสอื หรือชะโงกหนาไปยงั หนงั สอื ขณะผูอ่นื
กำลังอานอยู
4. วางทาทางทถี่ กู ตองเหมาะสมขณะอาน จักระยะหาง
จากสายตาใหเ หมาะสม
5. มีสมาธใิ จจดจอตอสงิ่ ทีอ่ าน ไมเ ลน กนั ขณะอา น
การแปรผล : นำคะแนนรวมรวยบุคคลทุกรายการหารดว ยจำนวนรายการประเมนิ แลว เทียบเกณฑด งั นี้
คะแนน 3.51 – 4 หมายถึง ดเี ย่ยี ม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถงึ ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถึง พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถงึ ควรปรับปรงุ

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

101
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................

ชื่อ-สกลุ นกั เรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขที่...........................
คำชีแ้ จง : ใหผ ูสอน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขดี / ลงในชองท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พึงประสงค 3 2 10
1. รักชาติ ศาสน 1.1 มคี วามรกั และภูมใิ จในความเปน ชาติ
กษตั รยิ  1.2 ปฏิบตั ิตนตามหลักของศาสนา
1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดตี อสถาบันพระมหากษตั ริย
2. ซอ่ื สัตยส ุจรติ 2.1 ปฏิบตั ติ ามระเบียบการสอน และไมล อกการบา น
2.2 ประพฤติ ปฏบิ ัติ ตรงตอ ความเปนจรงิ ตอตนเอง
2.3 ประพฤติ ปฏิบัติตรงตอ ความเปน จริงตอผอู ่นื
3. มวี นิ ัย 3.1 เขา เรียนตรงเวลา
3.2 แตงกายเรียบรอยเหมาะสมกบั กาลเทศะ
3.3 ปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของหอ ง
4. ใฝห าความรู 4.1 แสวงหาขอมลู จากแหลง เรยี นรูตาง ๆ
4.2 มกี ารจดบันทึกความรูอยางเปนระบบ
4.3 สรปุ ความรูไดอยา งมีเหตุผล

ลงชือ่ ......................................................................ผปู ระเมิน สรปุ ผลการประเมิน ผาน
(.....................................................................) ระดับ ดเี ย่ียม ดี ผานเกณฑการประเมิน
........... /................................/......................

ไมผ าน ระดับ ปรบั ปรุง

เกณฑการใหค ะแนน รอยละ 50 - 66 ระดบั คณุ ภาพ ดเี ย่ียม (3)
- พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ให 3 คะแนน รอยละ 40 - 49 ระดบั คุณภาพ ดี (2)
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ิชัดเจนและบอยครงั้ ให 2 คะแนน รอ ยละ 20 - 39 ระดับคุณภาพพอใช (1)
- พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตบิ างครง้ั ให 1 คะแนน รอ ยละ 0 - 19 ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง (0)

- พฤตกิ รรมทีไ่ มไดป ฏิบตั ิ ให 0 คะแนน

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

102
แบบประเมนิ สมรรถนะของนักเรยี น
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................

ชื่อ-สกลุ นักเรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขท่ี...........................
คำชแี้ จง : ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน แลว ทำเคร่อื งหมาย / ลงในชองที่ตรงกบั ระดับคณุ ภาพ
ระดับคณุ ภาพ
ดี สรปุ ผล
สมรรถนะดาน รายการประเมนิ มาก ดี พอใช ปรับปรุง การ
(3) (2) (1) (0) ประเมนิ

1.ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -สงสาร
ในการส่ือสาร 1.2 มคี วามสามารถในการถายทอด
ความรู
ความคดิ ความเขาใจของตนเอง  ดี
โดยใชภ าษาอยางเหมาะสม มาก
1.3 ใชวิธกี ารสื่อสารท่ีเหมาะสม  ดี
มปี ระสทิ ธิภาพ  พอใช
1.4 เจรจาตอ รอง เพื่อขจัดและลดปญหา 
ความขัดแยง ตา ง ๆ ได ปรับปรุง

1.5 เลอื กรับและไมรบั ขอ มลู ขา วสาร
ดว ยเหตผุ ลและถูกตอ ง
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห
ในการคิด สงั เคราะห
2.2 มที ักษะในการคิดนอกกรอบอยา ง  ดี
สรางสรรค มาก
2.3 สามารถคดิ อยา งมวี ิจารณญาณ  ดี
2.4 มคี วามสามารถในการสรา งองค  พอใช
ความรู 
2.5 ตัดสนิ ใจแกป ญหาเกี่ยวกบั ตนเองได ปรับปรุง

อยางเหมาะสม
สรุปรวมคะแนน = ……………………………

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

103

ดี ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผล
มาก การ
สมรรถนะดาน รายการประเมิน (3) ดี พอใช ปรับปรงุ ประเมนิ
(2) (1) (0)

3. ความสามารถ 3.1 สามารถแกปญหาและอปุ สรรค  ดี
ในการแกป ญ หา ตาง ๆ ท่ีเผชิญได
3.2 ใชเหตุผลในการแกปญหา มาก
3.3 เขาใจความสัมพันธ  ดี
และการเปลีย่ นแปลงในสงั คม  พอใช
3.4 แสวงหาความรู ประยุกตค วามรู 

มาใชในการปอ งกันและแกไขปญ หา ปรับปรงุ
3.5 สามารถตดั สินใจไดเหมาะสมตามวยั
สรุปรวมคะแนน = ……………………………

บันทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วันที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................

เกณฑการใหค ะแนนระดบั คณุ ภาพ ใหระดบั 3 คะแนน
ดมี าก หมายถงึ พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตนิ นั้ ชดั เจนและสมำ่ เสมอ ใหระดับ 2 คะแนน
ดี หมายถึง พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ินัน้ ชดั เจนและบอ ยครงั้ ใหระดบั 1 คะแนน
พอใช หมายถงึ พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างคร้ัง ใหร ะดับ 0 คะแนน
ตอ งปรบั ปรงุ หมายถึง ไมเ คยปฏิบตั พิ ฤติกรรมนนั้ เลย

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

104

แผนการจัดการเรยี นรูวิชาภาษาไทย แผนท่ี 3

กลมุ สาระการเรยี นรูวชิ าภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 4
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท 14101
หนว ยการเรียนรูที่ 1 แผนท่ี 3 เร่อื ง การเขยี นยอ ความ จำนวน 2 ช่ัวโมง
ครผู สู อน : …………………………………………….....
วนั ที่.....................................

1. สาระสำคญั
การเขยี นยอความ คือ การนำใจความสำคัญของเร่ืองมาเรยี บเรียงใหม เพอื่ ใหสัน้ กระชบั และเขาใจ

งาย เพื่อใหสะดวกในการอาน การเขียนยอความเปนการเขียนจากการอานเก็บใจความสำคัญเรื่อง แลวนำมา
เรียบเรียงใหมเปนถอยคำสำนวนของผูเขียนเอง โดยเขียนในรูปแบบของยอความ หลังจากที่อานเนื้อหาที่ยอ
ความแลวยังสามารถทจี่ ะเขาใจเนื้อหาไดท้งั หมด

2. มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ

แกป ญหาในการดำเนนิ ชีวิต และมีนสิ ัยรกั การอาน
ตวั ชีว้ ัด
ป. 4/7 อานหนังสือที่มีคุณคาตามความสนใจอยางสม่ำเสมอ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ

เร่อื งทอี่ าน
มาตรฐานการเรยี นรู ท 2.1 ใชก ระบวนการเขยี น เขียนสือ่ สาร เขียนเรียงความ ยอ ความ และเขียน

เรื่องราวในรปู แบบตาง ๆ เขียนรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน ควา อยา งมปี ระสิทธภิ าพ
ตัวชว้ี ดั
ป. 4/4 เขยี นยอ ความจากเรอ่ื งสน้ั ๆ
ป. 4/8 มารยาทในการเขยี น

3. จุดประสงคก ารเรียนรู
1. นกั เรียนสามารถบอกความหมาย จดุ มุงหมายและหลกั การเขียนยอ ความไดถ กู ตอง (K)
2. นกั เรยี นสามารถเขียนยอ ความไดอยา งถูกตอ ง (P)
3. นักเรียนมีมารยาทในการเขยี น (A)

4. สาระการเรยี นรู
1. ความหมาย จดุ มงุ หมายและหลกั การเขยี นยอความ
2. วิธกี ารเขยี นยอ ความ
3. มารยาทในการเขียน

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

105

5. สมรรถนะของผเู รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญ หา

6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค
1. รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ 
2. ซ่ือสตั ยส ุจรติ
3. มีวินยั
4. ใฝเ รียนรู

7. ผลงานที่ตอ งการ
-

8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู
ข้ันท่ี 1 นำเขา สูบทเรยี น
1. ครูกลาวทกั ทายนักเรียนจากนน้ั พูดคุยเพื่อสรา งบรรยากาศท่เี ปนการเอง เชน
- เมอื่ คนื ใครนอนแตหวั วนั บา ง
- ปรกตนิ อนกนั กที่ มุ ชวงน้ีละครเรือ่ งอะไรกำลังนยิ มกนั คะ
- เด็ก ๆ อยานอนดึกนะคะ การนอนดึกจะไปยับยั้งฮอรโมนในการเจริญเติบโตของเรา ดังน้ัน

เราควรนอนแตหัววัน จะตื่นเชาอยาสดชื่น งั้นเรามาเพิ่มความสดชื่นดวยการยืดเสนยืดสายกอนเริ่มเรียนกัน
ดกี วา

2. ครูแจงกติกาในการเรยี นใหน กั เรียนไดท ราบ เพอ่ื ฝกใหน ักเรยี นเปนคนมรี ะเบยี บวินยั
และรูจักใฝเ รียนรู ดังน้ี

- หามคยุ กันเสยี งดัง
- สงงานใหต รงเวลา
- ใหจ ดความรทู ค่ี รูอธบิ ายเพ่มิ เติมลงในสมุดเพ่อื ทบทวนความรูท่เี รียนมา
- นกั เรยี นทมี่ ีสว นรวมในชั้นเรียน เชน การยกมือตอบคำถาม การมีสว นรวมในกจิ กรรม
3. กจิ กรรมเตรยี มความพรอมดวยเพลง
3.1 ครูทักทายนักเรียนและใหนักเรียนทำกิจกรรม Brain gym เพื่อใหนักเรียนมีสมาธิ
ตลอดจนไดบริหารมือและสมอง เพื่อเตรียมความพรอมในการเรียน สำหรับวันนี้ครูก็มีเพลงสนุก ๆ มาใหพวก
เราไดเ ตน กนั เชอื่ วา หลายคนนาจะรูจกั เพลงน้ดี ี คาบนเ้ี อาใจวัยรนุ สกั 10 นาที

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

106

3.2 ครเู ปดเพลงสายยอ (สายยอ - Bie The Ska)

https://www.youtube.com/watch?v=hdqmNWTdmfw
4. ครใู หน ักเรยี นกลบั เขาที่ และถามคำถามเกีย่ วกบั กจิ กรรม

- หลายคนคงจะสงสยั นะคะวาเพลงสายยอ เกยี่ วอะไรกับเรอื่ งทีเ่ ราจะเรียนในวนั นี้
- เรื่องที่เราจะเรียนในวันนี้เกี่ยวกับ การยอ นี่แหละคะ แตจะยออะไรนั้นกอนอื่นครูจะใหเรา
ทำแบบทดสอบกอนเรียนกอ นทเ่ี ราจะเขาสูเน้ือหาสายยอกันคะ
5. ครูแจกแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การเขียนยอความ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก
จำนวน 10 ขอ
ขั้นท่ี 2 นำเสนอความรู
1. ครูแจกใบความรเู รอ่ื ง การเขยี นยอความ
2. สำหรับเรื่องที่เราจะเรียนวันนี้เปนเรื่องเกี่ยวกับการยอความ ซึ่งครูจะใหนักเรียนแตละคน ได
กลายเปนสายยอกันเหมือนในตอนตนชั่วโมง ที่หลาย ๆ คนยอกันสนุกสนาน วันนี้ครูก็จะพานักเรียนมาเขียน
ยอความแบบสนุกสนานเชนกัน และกอนที่เราจะกลายเปนสายยอแบบเชี่ยวชาญไดนั้นเราจะมาทำความรูจัก
กับการยอความเสียกอนวามันคืออะไรและมีหลักการอยางไร ซึ่งครูจะใหนักเรียนไดศึกษาจากใบความรูที่ครู
แจกให
3. ครูใหเวลานักเรียนในการทำความเขาใจใบความรู 10 นาที จากนั้นครูและนักเรียนรวมกัน
สรุปความหมาย จดุ มงุ หมาย และหลักการเขยี นยอ ความ
การเขียนยอความ หมายถึง การนำใจความสำคัญของเรื่องมาเรียบเรียงใหม เพื่อใหสั้น
กระชับ และเขาใจงาย เพื่อใหสะดวกในการอาน การเขียนยอความเปนการเขียนจากการอานเก็บใจความ
สำคัญเรื่อง แลวนำมาเรียบเรียงใหมเปนถอยคำสำนวนของผูเขียนเอง โดยเขียนในรูปแบบของยอความ
หลังจากทีอ่ า นเนอื้ หาทย่ี อความแลวยงั สามารถท่ีจะเขาใจเนอ้ื หาไดทงั้ หมด
จดุ หมายในการเขียนยอความ

1. เพือ่ นยิ ามความหมาย
2. เพ่ือสรุปยอ ความ
3. เพ่อื เลาเรือ่ งยอ

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

107
หลักในการเขียนยอความ

1. อานเนื้อเรื่องโดยละเอียดอยางนอย 2 รอบ เพื่อทำความเขาใจเนื้อหา อะไร ใครทำ
อะไร กบั ใคร ท่ีไหน เม่อื ไร มีผลเปน อยา งไร และสดุ ทา ยเปน แบบใด

2. แยกวา เน้ือหาท่นี ำเสนอเปนงานเขยี นแบบใด ขอเท็จจริง ขอคดิ เห็น หรอื แสดงอารมณ
3. บันทึกเน้ือหาทส่ี ำคญั เปนถอ ยคำของผเู ขยี น
4. ตัดเน้อื หาท่ีไมจ ำเปนออก เชน การยกตัวอยา ง รายละเอยี ด สว นผสม การเปรียบเทยี บ
5. ถามีเนื้อหาเกี่ยวกับคำพูด ตองเปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 กลายเปนสรรพนาม
บุรษุ ที่ 3
6. ไมควรยอ ความเปนอักษรยอ ยกเวน คำท่เี ขา ใจดี เชน พ.ศ.
7. ใชคำส้นั ท่สี ุดและเขา ใจงาย
8. ใชค ำท่ีครอบคลมุ เชน ชาวสวน ชาวนา ชาวไร ใหใชค ำวา เกษตรกร แทน
9. ในกรณีทเ่ี ปน คำราชาศพั ทก ็ตอ งเขยี นใหถ ูกตอ ง หามยอ ความ
10. คำบางคำที่ตองแปลความหมายควรเปลี่ยนเปนคำที่อานงาย เชน มวลบุปผาชาติ
สมุ าลีสง กลิ่นขจรอบอวล ในไพรสณฑ ควรเขียนใหมวา เหลา ดอกไมในปาสงกล่ินหอม
ขน้ั ที่ 3 ลงมอื เรียนรู
1. ครใู หนกั เรียนดตู วั อยา งการเขียนยอความจากเร่ืองทอ่ี า น
2. นักเรยี นและครรู ว มกนั สงั เกตวธิ ีการยอความจากตัวอยา ง
3. ครใู หนกั เรียนแตล ะศกึ ษาบทความทีต่ นสนใจจากนน้ั นำบทความมาเขียนยอความ แลว ออกมา
นำเสนอหนา ชนั้ เรียน โดยใหนกั เรยี นออกแบบการนำเสนอใหน า สนใจ
ขนั้ ที่ 4 ขนั้ สรุปความรู
1. ครูใหนกั เรยี นนำเสนอบทความท่ตี นศกึ ษา
2. ครแู ละนักเรียนรว มกนั สรปุ ความรูจากการนำเสนอของเพอ่ื นหลังจากทีน่ ักเรียนทกุ คนนำเสนอ
เสร็จสิ้น
ขัน้ ที่ 5 ข้นั ประยุกตใ ชความรู
1. ครูใหนักเรียนแตละคนบอกความสำคัญของการเขียนยอความและการนำความรูเรื่องการยอ
ความไปปรับใชในชีวติ ประจำวนั
2. ครูและนกั เรียนรว มกนั สรุปองคความรูทีไ่ ดจ ากการเรียนเร่อื ง การยอ ความ
3. ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การยอความ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก
จำนวน 10 ขอ
9. ส่อื และแหลง การเรยี นรู
สือ่ การเรียนรู
1. ใบความรู เรอ่ื ง การยอ ความ
แหลงการเรียนรู
1. ครู/ผสู อน

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

108

10. การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวัดและ
ประเมนิ ผล
ส่ิงท่ตี องการวดั เครือ่ งมือวดั เกณฑการประเมิน

ความรเู รอ่ื งการเขียน การทำแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั เรียน ผานเกณฑ
ยอ ความ เรื่องการยอ ความ แบบ รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป
ปรนยั ชนดิ เลอื กตอบ 4
ตัวเลอื ก จำนวน 10 ขอ
ทักษะการเขยี นยอ ประเมนิ ชนิ้ งานการเขยี น แบบประเมนิ ช้ินงาน ผา นเกณฑ รอยละ 80
ความ ยอ ความ การเขยี นยอความ ข้ึนไป
แบบรบู ิคสกอร 4 รายการ
ประเมิน 4 ระดบั คณุ ภาพ
มารยาทการเขยี น ประเมินชน้ิ งานการเขียน แบบประเมนิ มารยาทการ ผานเกณฑ รอยละ 80
ยอ ความ เขียน 5 รายการประเมิน ข้นึ ไป
4 ระดับคณุ ภาพ

ความคิดเหน็ ของผูบรหิ ารสถานศึกษา/หรือผทู ไี่ ดร บั มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ........................................................ผูต รวจ
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วันที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

109
บันทึกผลหลงั สอน

ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นร…ู ...………………………………………………………........…………..…………..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ปญ หาที่พบระหวางเรียน……………………………………………………………………………….…..…….……...
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

วธิ แี กป ญ หา………………...……………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ผลของการแกป ญ หา…………………………………………………….……………………….………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ขอเสนอแนะจากการจดั กจิ กรรม…………………………………………………..………………………………..
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ลงชื่อ.......................................................ผูส อน
(………………………………….............….)
วัน.........เดือน.....................พ.ศ. ........

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

ใบความรู เร่อื ง การเขียนยอความ

การเขียนยอความ หมายถึง การนำใจความสำคัญของเรื่องมาเรียบเรียงใหม เพื่อใหสั้น กระชับ
และเขาใจงาย เพื่อใหสะดวกในการอาน การเขียนยอความเปนการเขียนจากการอานเก็บใจความ
สำคัญเรื่อง แลวนำมาเรียบเรียงใหมเปนถอยคำสำนวนของผูเขียนเอง โดยเขียนในรูปแบบของยอ
ความ หลงั จากทอ่ี านเนอ้ื หาท่ยี อความแลวยังสามารถทีจ่ ะเขา ใจเน้ือหาไดทงั้ หมด
จดุ หมายในการเขียนยอ ความ

1. เพือ่ นิยามความหมาย
2. เพื่อสรปุ ยอความ
3. เพ่อื เลา เรือ่ งยอ
หลกั ในการเขยี นยอความ
1. อานเนอ้ื เรือ่ งโดยละเอยี ดอยา งนอย 2 รอบ เพือ่ ทำความเขา ใจเนื้อหา อะไร ใครทำอะไร
กบั ใคร ทไี่ หน เมอ่ื ไร มผี ลเปน อยางไร และสดุ ทา ยเปนแบบใด
2. แยกวา เนอื้ หาทน่ี ำเสนอเปนงานเขยี นแบบใด ขอเท็จจรงิ ขอคิดเหน็ หรอื แสดงอารมณ
3. บันทึกเนอ้ื หาท่สี ำคัญเปน ถอยคำของผูเขียน
4. ตัดเนอ้ื หาท่ไี มจำเปนออก เชน การยกตวั อยาง รายละเอียด สว นผสม การเปรยี บเทยี บ
5. ถามีเนื้อหาเกี่ยวกับคำพูด ตองเปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 กลายเปนสรรพนาม
บุรุษท่ี 3
6. ไมค วรยอ ความเปน อักษรยอ ยกเวนคำทเี่ ขา ใจดี เชน พ.ศ.
7. ใชคำส้ันท่ีสดุ และเขาใจงาย
8. ใชค ำท่ีครอบคลุม เชน ชาวสวน ชาวนา ชาวไร ใหใชค ำวา เกษตรกร แทน
9. ในกรณที ่เี ปนคำราชาศพั ทก ต็ องเขยี นใหถูกตอง หามยอ ความ
10. คำบางคำท่ีตอ งแปลความหมายควรเปลี่ยนเปนคำทีอ่ า นงาย เชน มวลบุปผาชาติสุมาลี
สง กลน่ิ ขจรอบอวล ในไพรสณฑ ควรเขียนใหมวา เหลา ดอกไมใ นปา สง กลิน่ หอม

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

ตวั อยา งการเขียนยอความ
กษตั รยิ น ักบรหิ าร

การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ ๕ นับเปนภารกิจอันยิ่งใหญและเปนรากฐานแหง
ระบบการปกครอง ระเบียบการบริหาร มาตราบจนทุกวันนี้ รูปแบบของการปกครองแบบใหมโดย
ยอคือ การยกเลิกการปกครองแบบจตุสดมภ โดยจัดระเบียบการบริหารเปนสวนกลางและสวน
ภูมิภาค สวนกลางไดจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรมแบบตะวันตก มีเสนาบดีประจำแตละกระทรวง
รับผิดชอบและบังคับบัญชาการปฏิบัติราชการตามภาระหนาที่ซึ่งแตกตางกันออกไป สวนการ
บริหารสวนภูมิภาคนั้นไดจัดรูปแบบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล มีเทศาภิบาล (เทียบเทา
กับผูวาราชการจังหวัดในปจจุบัน) ซึ่งไดรับการแตงตั้งจากสวนกลางไปปฏิบัติหนาที่บังคับบัญชา
ระบบการบริหารแบบใหมน ยี้ อมตองอาศัยขาราชการที่มีประสิทธิภาพเปนกำลังสำคัญจึงจะบังเกิด
ผลสำเร็จในการปกครอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงคำนึงถึงปญหาตัวบุคคล
โดยตลอดมา หากแตพระบรมราโชบาย ที่รอบคอบ การปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะหัวหนา
คณะบริหารที่ทรงอุทิศเวลาใหกับงานอยางเต็มที่ ทั้งความเอาพระทัยใสในการแกปญหาตาง ๆ
อยางละเอยี ดถถ่ี ว น ยงั ผลใหร ะบบการบริหารอยา งใหมสำเร็จสมพระราชประสงคใ นท่สี ุด
ยอ ความเร่อื ง กษัตริยนักบรหิ าร

การปฏิบัติระบบบริหารราชการแผนดินในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา-เจาอยูหัวเปน
รากฐานของระบบราชการในปจจุบัน โดยเฉพาะอยางยิ่งการแบงการบริหารแบบใหมเปนสวนกลางและสวน
ภมู ิภาค ดว ยเหตนุ ี้ พระองคจึงทรงใหความสำคญั กับการสรรหาบคุ คลเพื่อเขา รบั ราชการเปนอยา งยง่ิ

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

ใบงานที่ 1
เรื่อง การเขยี นยอความ

คำช้แี จง : ใหน กั เรยี นศกึ ษาคนควานทิ านหรือบทความที่ตนสนใจแลวเขยี นยอ ความเรอ่ื งทศ่ี กึ ษา
โดยนักเรียนสามารถตกแตงใหส วยงามหรือแนบภาพประกอบได จากน้นั ออกมานำเสนอผลงาน
หนา ช้ันเรียน

ชื่อเร่ือง ....................................................................................................................................
ชื่อผูแ ตง ..................................................................................................................................
แหลง ท่มี า …………………………………………………………………………………………………………………..

เนอ้ื หาโดยสรุป

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

113

แบบทดสอบ เรอื่ ง การยอความ

ช่ือ - สกุล .............................................................................................ชั้น.................เลขที่ ...........

คำชแี้ จง : ใหน กั เรียนทำเครอื่ งหมาย X (กากบาท) ลงบนตวั เลือกท่ีถกู ตอ งทีส่ ดุ
1. ขอ ใดกลาวถกู ตองเก่ยี วกับหลกั การเขยี นยอ ความ

ก. หากคำใดที่ยาวเกินไป ควรใชอกั ษรยอ แทน
ข. ใชค ำท่ีเฉพาะเจาจงเพื่อใหท ราบวา คอื บุคคลใด เชน นายดำ นางแดง
ค. ยอ เนื้อหาใหเ ปนภาษาพูดเพอ่ื ใหเขา ใจงาย
ง. ใชภ าษาทีส่ นั้ กระชับและเขาใจงาย
2. ขอ ใดคอื ความหมายของการยอ ความ
ก. การสรปุ เน้ือเรื่องใหเกดิ เรอื่ งราวใหม ๆ
ข. การสรุปใจความสำคญั ใหเ ปน ภาษาพดู
ค. การนำใจความสำคญั ของเรอ่ื งมาเรียบเรยี งใหม เพือ่ ใหกระชบั และเขาใจงายและสะดวกใน
การอา น
ง. การเรยี บเรียงหรือเขยี นเนื้อเน้ือหาจากการอาน การฟง หรือการดูใหม คี วามละเอยี ดมากขึ้น
3. การเขียนยอ ความคือการเขยี นลกั ษณะใด
ก. การเขยี นสรปุ ใจความสำคัญของเรื่องท่ีไดอาน
ข. การเขยี นสรุปใจความสำคัญของเรือ่ งทไ่ี ดฟ ง
ค. การเขียนสรุปใจความสำคญั ของเรือ่ งท่ีไดดู
ง. ถูกทุกขอ
4. ขอ ใดไมใ ชห ลักเกณฑก ารยอความ
ก. คงคำราชาศพั ทไ ว
ข. คงคำสรรพนามเดิมไว
ค. ใชส ำนวนภาษาของผูยอเอง
ง. ถาเปน รอยกรองตอ งถอดคำประพนั ธก อ น
5. ยอ ความคอื อะไร
ก. การนำประโยคสำคัญๆ ของเรอ่ื งมาเรยี งติดตอกัน
ข. การจบั ใจความสำคัญของเร่ืองดว ยโวหารของเจา ของความเดิม
ค. การจับใจความสำคญั ของเร่อื งดว ยโวหารของเจาของผูยอเอง
ง. คอื รปู แบบการเขียนทีม่ ีคำนำเปน สาระสำคญั ของขอ ความ

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

114

6. ยอหนา ใดเปน ยอ หนาทบี่ อกถึงที่มาของเรอื่ งทีเ่ ราเขียนยอ ความ
ก. ยอ หนาแรก
ข. ยอ หนาทส่ี อง
ค. ยอ หนา ทสี่ าม
ง. ยอหนาใดกไ็ ด

7. ขอ ใดไมใชจ ุดประสงคของการเขยี นยอ ความ
ก. เพ่อื นยิ ามความหมาย
ข. เพอื่ สรุปยอความ
ค. เพ่ือเลา เรอ่ื งยอ
ง. เพื่อสรางเรื่องใหม

8. หากตอ งการยอความจากบทรอ ยกรอง ควรปฏบิ ตั อิ ยางไร
ก. อานและจบั ประเดน็ ใจความสำคัญ แลวจดบนั ทึกไว
ข. แบงวรรคตอนในการอานบทรอยกรองใหถ กู ตอง
ค. ควรยอจากภาษารอ ยกรองเปนภาษารอยแกว
ง. ถกู ทกุ ขอ

9. ขอควรทำในการเรยี บเรยี งยอ ความคือขอ ใด
ก. เรยี งลำดับเรื่องตามแบบเรือ่ งเดมิ เสมอ
ข. เรยี งใหกลับกันกบั เรอ่ื งเดมิ
ค. เรยี งลำดบั ตามความพอใจขอผยู อ
ง. เรียงใหสมั พันธต อ เนอื่ งกนั

10. การเขียนยอ ความควรใชว ธิ เี ขียนอยา งไรจึงจะดีทสี่ ดุ
ก. อา นวเิ คราะหไปพรอมกบั เขยี นยอ ไป
ข. ตีความแตล ะยอหนาแลวนำมาเขียนเรยี งลำดับดวยสำนวนของตนเอง
ค. อา นจบั ใจความสำคญั แลว จงึ เรียบเรียงเปน ขอ ความดวยสำนวนตนเอง
ง. ขีดเสน ใตขอ ความท่ีเปนใจความสำคัญแลว นำมาเรียบเรยี งเขยี นใหต อ เนือ่ งกนั

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

115

เฉลยแบบทดสอบ เร่ือง การอา นจบั ใจความสำคญั ง
1ง7 ง
2ค8 ง
3ง9 ค
4 ข 10
5ค
6ก

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

116

แบบประเมนิ การเขียนยอ ความ
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชแี้ จง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชอ งวา งตามคะแนนความเปน จรงิ ของนกั เรยี น
รายการประเมนิ คะแนน
รวมที่
หาร
เลขที่ ช่ือ - สกุล รายการ ่ีท 1 รวม ดว ย สรุปผล
รายการ ี่ท 2 (16) รายการ
รายการ ่ีท 3 ประเมนิ
รายการ ่ีท 4 (4)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

บนั ทึกเพ่ิมเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วนั ท.่ี ...........เดอื น.........................พ.ศ. ....................

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

117

เกณฑการประเมินการเขียนยอ ความ

วธิ กี ารประเมนิ : ใหคะแนนนักเรียนตามรายการประเมนิ โดยเทยี บเกณฑการประเมินดงั น้ี
ระดบั คะแนน 4 หมายถงึ ดีเย่ียม
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ดี
ระดบั คะแนน 2 หมายถึง พอใช
ระดบั คะแนน 1 หมายถึง ควรปรับปรงุ

รายการประเมิน 4 ระดับคะแนน 1
32
1. การเขยี นเรอ่ื ง เขยี นเรอ่ื งราวมี
สาระ มีความ เขยี นเร่อื งราวมี เขียนเร่อื งราวมี เขยี นเรอ่ื งราวมี
สอดคลอ ง สาระ มีความ สาระ มีความ สาระแตไ มม คี วาม
มีความสมั พนั ธ สอดคลอ ง สอดคลอง
มีความตอ เน่อื ง มีความสัมพันธม ี มีความสัมพันธ สอดคลอ ง
ความตอเนอ่ื ง หรือสมั พนั ธกนั
ไมว กวน
2. การใชภาษา ใชคำถกู ตอ ง
เหมาะสมกบั ใชคำถูกตอง ใชไมคำถูกตอ ง
บริบทและมกี าร เหมาะสมกบั ใชไ มค ำถกู ตอง หรือไมเ หมาะสม
เรยี บเรียงและใช บริบทแตภาษาไม หรอื ไมเ หมาะสมกับ กบั บริบท 5 คำ
มคี วามสละสลวย
ภาษาอยา ง บรบิ ท 1-5 คำ ขน้ึ ไป

สละสลวย
3. การเขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ
ถูกตอ งทุกคำ ผิด 1- 3 คำ ผิด 4- 7 คำ ผิด 7 คำข้ึนไป
4. ความสะอาด เขยี นอา นงาย มี เขียนอานงา ย มี เขยี นอานงาย มี
เรียบรอ ย เขียนอา นงา ย มี ความสะอาด แต ความสะอาด แตมี ความสะอาด แตมี
ความสะอาด ไมม ี มรี อยขดู ขีด ลบ รอยขูดขดี ลบ ฆา รอยขูดขีด ลบ ฆา
รอยขูดขีด ลบ ฆา ฆา 1 – 3 แหง
4 – 7 แหง 7 แหง ข้ึนไป
การแปรผล : นำคะแนนรวมรวยบคุ คลทกุ รายการหารดว ยจำนวนรายการประเมินแลว เทยี บเกณฑดังนี้
คะแนน 3.51 – 4 หมายถงึ ดีเย่ียม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถึง ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถึง พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถึง ควรปรบั ปรงุ

หลกั สูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

118

แบบบันทกึ คะแนนแบบทดสอบและใบงาน
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จังหวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชี้แจง : ใหผ ูส อนกรอกคะแนนลงในชอ งวา งตามคะแนนความเปนจรงิ ของนกั เรียน
ชิ้นงาที่ 1
เลขท่ี ชื่อ - สกลุ แบบทดสอบ การเขยี นยอ รวม
หลังเรียน (20)
ความ
(10) (10)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

บันทกึ เพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................ผูประเมิน
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วันท.ี่ ...........เดอื น.........................พ.ศ. ....................

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

119

แบบประเมินมารยาทการเขียน
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี .............
โรงเรียน ................................ จังหวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้แี จง : ใหผ สู อนกรอกคะแนนลงในชอ งวางตามคะแนนความเปนจรงิ ของนักเรียน

รายการประเมนิ

เลขท่ี ชอ่ื - สกลุ รายการ ี่ท 1 รวม รอย สรุปผล
รายการ ่ีท 2 (20) ละ
รายการ ่ีท 3
รายการ ี่ท 4
รายการ ี่ท 5

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บนั ทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................ผูประเมิน
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วันท่ี............เดอื น.........................พ.ศ. ....................

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

120

เกณฑก ารประเมินมารยาทการเขยี น

วิธกี ารประเมนิ : สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนและตรวจผลงานของนักเรยี นแลวบนั ทึกคะแนนตามรายการ
ประเมินโดยเทียบเกณฑการประเมนิ ดงั น้ี

ระดับคะแนน 4 หมายถงึ ปฏิบตั ิเปน ประจำ
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ปฏิบตั เิ ปนบางครงั้
ระดับคะแนน 2 หมายถงึ ปฏบิ ัตนิ อ ยครั้ง
ระดบั คะแนน 1 หมายถึง ปฏิบัตนิ อ ยมาก

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4 3 21
1. เขียนหนังสอื ดว ยลายมอื อานงาย
2. เขียนถกู ตอ ง สะอาดไมขีดฆา หรือเมอ่ื มกี ารเขียนฆามี
การลบจนสะอาด
3. ไมขดี เขยี นเลน ตามโตะ เกา อี้ ฝาผนัง หรอื ทส่ี าธารณะ
4. ใชภ าษาในการเขียนเหมาะสมกบั บรบิ ท เวลาและ
สถานที่
5. ไมเขยี นลอ เลียนผอู ื่นหรือทำใหผ ูอ ื่นเกิดความเสียหาย
การแปรผล: นำคะแนนรวมรวยบุคคลทกุ รายการหารดวยจำนวนรายการประเมินแลว เทียบเกณฑด งั นี้
คะแนน 3.51 – 4 หมายถึง ดีเยย่ี ม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถงึ ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถงึ พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

121
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จงั หวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................

ชื่อ-สกลุ นกั เรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขที่...........................
คำชีแ้ จง : ใหผ สู อน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขดี / ลงในชองท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พึงประสงค 3 2 10
1. รักชาติ ศาสน 1.1 มคี วามรกั และภูมใิ จในความเปน ชาติ
กษตั รยิ  1.2 ปฏิบตั ิตนตามหลักของศาสนา
1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดตี อสถาบันพระมหากษตั ริย
2. ซอ่ื สัตยส ุจรติ 2.1 ปฏิบตั ติ ามระเบียบการสอน และไมล อกการบา น
2.2 ประพฤติ ปฏบิ ัติ ตรงตอ ความเปนจรงิ ตอตนเอง
2.3 ประพฤติ ปฏิบัติตรงตอ ความเปน จริงตอผอู ่นื
3. มวี นิ ัย 3.1 เขา เรียนตรงเวลา
3.2 แตงกายเรียบรอยเหมาะสมกบั กาลเทศะ
3.3 ปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของหอ ง
4. ใฝห าความรู 4.1 แสวงหาขอมลู จากแหลง เรยี นรูตาง ๆ
4.2 มกี ารจดบันทึกความรูอยางเปนระบบ
4.3 สรปุ ความรูไดอยา งมีเหตุผล

ลงชือ่ ......................................................................ผปู ระเมิน สรปุ ผลการประเมิน ผาน
(.....................................................................) ระดับ ดเี ย่ียม ดี ผานเกณฑการประเมิน
........... /................................/......................

ไมผ าน ระดับ ปรบั ปรุง

เกณฑการใหค ะแนน รอยละ 50 - 66 ระดบั คณุ ภาพ ดเี ย่ียม (3)
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ให 3 คะแนน รอยละ 40 - 49 ระดบั คุณภาพ ดี (2)
- พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิชัดเจนและบอยครงั้ ให 2 คะแนน รอ ยละ 20 - 39 ระดับคุณภาพพอใช (1)
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัตบิ างครง้ั ให 1 คะแนน รอ ยละ 0 - 19 ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง (0)

- พฤตกิ รรมทไ่ี มไดป ฏิบตั ิ ให 0 คะแนน

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

122
แบบประเมินสมรรถนะของนักเรยี น
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรยี น ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................

ชื่อ-สกลุ นักเรยี น...........................................................................หอ ง..............................เลขท่ี...........................
คำชแี้ จง : ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี น แลว ทำเคร่อื งหมาย / ลงในชองที่ตรงกบั ระดับคณุ ภาพ
ระดับคณุ ภาพ
ดี สรปุ ผล
สมรรถนะดาน รายการประเมนิ มาก ดี พอใช ปรับปรุง การ
(3) (2) (1) (0) ประเมนิ

1.ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -สงสาร
ในการส่ือสาร 1.2 มคี วามสามารถในการถายทอด
ความรู
ความคดิ ความเขาใจของตนเอง  ดี
โดยใชภ าษาอยางเหมาะสม มาก
1.3 ใชวิธกี ารสื่อสารทีเ่ หมาะสม  ดี
มปี ระสทิ ธิภาพ  พอใช
1.4 เจรจาตอ รอง เพือ่ ขจดั และลดปญหา 
ความขัดแยง ตา ง ๆ ได ปรับปรุง

1.5 เลอื กรับและไมรับขอ มลู ขา วสาร
ดว ยเหตผุ ลและถูกตอ ง
สรปุ รวมคะแนน = ……………………………
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห
ในการคิด สงั เคราะห
2.2 มที ักษะในการคิดนอกกรอบอยา ง  ดี
สรางสรรค มาก
2.3 สามารถคดิ อยา งมีวิจารณญาณ  ดี
2.4 มคี วามสามารถในการสรา งองค  พอใช
ความรู 
2.5 ตัดสนิ ใจแกป ญหาเก่ียวกบั ตนเองได ปรับปรุง

อยางเหมาะสม
สรุปรวมคะแนน = ……………………………

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

123

ดี ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผล
มาก การ
สมรรถนะดาน รายการประเมิน (3) ดี พอใช ปรับปรงุ ประเมนิ
(2) (1) (0)

3. ความสามารถ 3.1 สามารถแกปญหาและอปุ สรรค  ดี
ในการแกป ญ หา ตาง ๆ ท่ีเผชิญได
3.2 ใชเหตุผลในการแกปญหา มาก
3.3 เขาใจความสัมพันธ  ดี
และการเปลีย่ นแปลงในสงั คม  พอใช
3.4 แสวงหาความรู ประยุกตค วามรู 

มาใชในการปอ งกันและแกไขปญ หา ปรับปรงุ
3.5 สามารถตดั สินใจไดเหมาะสมตามวยั
สรุปรวมคะแนน = ……………………………

บันทกึ เพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วันที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................

เกณฑการใหค ะแนนระดบั คณุ ภาพ ใหระดบั 3 คะแนน
ดมี าก หมายถงึ พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตนิ นั้ ชดั เจนและสมำ่ เสมอ ใหระดับ 2 คะแนน
ดี หมายถึง พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ินัน้ ชดั เจนและบอ ยครงั้ ใหระดบั 1 คะแนน
พอใช หมายถงึ พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างคร้ัง ใหร ะดับ 0 คะแนน
ตอ งปรบั ปรงุ หมายถึง ไมเ คยปฏิบตั พิ ฤติกรรมนนั้ เลย

หลกั สตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

124

แผนการจัดการเรียนรูว ชิ าภาษาไทย แผนที่ 4

กลมุ สาระการเรยี นรวู ิชาภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 4
รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท 14101
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 แผนท่ี 4 เร่อื ง ภาษาถิ่น จำนวน 2 ชัว่ โมง
ครูผูส อน : …………………………………………….....
วนั ที่.....................................

1. สาระสำคญั
ภาษาถิ่น คือ ภาษายอยที่ใชพูดกันในทองถิ่นตาง ๆ ซึ่งเกิดจากการใชภาษาเพื่อการสื่อความหมาย

ความเขาใจกันระหวางผูคนที่อาศัยอยูตามทองถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกตางไปจากมาตรฐาน หรือภาษา
ท่คี นสวนใหญของแตล ะประเทศใชก นั และอาจจะแตกตางจากภาษาในทองถิ่นอื่นทั้งทางดานเสยี ง คำและการ
ใชคำภาษาถิ่น เปนภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถอยคำและสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ ลักษณะ
ความเปนอยู และวิถีชวี ติ ของผคู น ในทองถน่ิ ของแตล ะภาค ของประเทศไทยบางทเี รยี กวา ภาษาทอ งถน่ิ

2. มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา

และพลังของภาษา ภมู ิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชี้วัด
ป. 4/7 เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถน่ิ ได

3. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1. นักเรียนสามารถบอกความหมาย จดุ มงุ หมายและหลกั การเขียนยอ ความไดถ กู ตอง (K)
2. นักเรียนสามารถเขยี นยอความไดอ ยา งถูกตอง (P)
3. นกั เรยี นมมี ารยาทในการเขียน (A)

4. สาระการเรยี นรู
1. นกั เรียนสามารถบอกความหมาย ลักษณะ และประเภทของภาษาถนิ่ ได (K)
2. นกั เรยี นสามารถใชภ าษาถ่ินในการส่ือความหมายไดอยางถูกตอง (P)
3. นกั เรยี นมีความรว มมือในการทำกจิ กรรม (A)

5. สมรรถนะของผเู รยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

125

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
1. มวี ินัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ มน่ั ในการทำงาน

7. ผลงานทต่ี อ งการ
-

8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู
ขนั้ ที่ 1 นำเขาสูบ ทเรยี น
1. ครกู ลา วทกั ทายนักเรยี นจากนน้ั พดู คุยเพอื่ สรางบรรยากาศทเี่ ปน การเอง เชน
- เม่ือคืนใครนอนดึกบา ง
- ครูกน็ อนดึกเหมือนกันเพราะครูพ่ึงกลบั จากดูหมอลำ
- มใี ครชอบดหู มอลำบาง
- นักเรยี นทำไมชอบ/ไมชอบดูหมอลำ
วันนีค้ รกู ็มนี ิทานสนกุ ๆมาฝากนักเรียนอีกเชน เคยแตเปนนทิ านจากการดหู มอลำของครูเอง
2. ครแู จง กตกิ าในการเรียนใหน กั เรียนไดท ราบ เพอ่ื ฝกใหนกั เรียนเปน คนมีระเบียบวินยั

และรจู กั ใฝเรียนรู ดงั น้ี
- หามคุยกันเสียงดงั
- สงงานใหตรงเวลา
- ใหจ ดความรูท คี่ รอู ธิบายเพ่มิ เตมิ ลงในสมุดเพอ่ื ทบทวนความรูทเ่ี รยี นมา
- นกั เรียนที่มสี ว นรว มในชั้นเรยี น เชน การยกมอื ตอบคำถาม การมีสว นรวมในกจิ กรรม

3. ครเู ปด ลำลองเลา นทิ าน เรื่องนางหมาขาว ใหนักเรียนไดชม (ชมเพยี งสว นหน่ึง)

https://www.youtube.com/watch?v=nsvKpwml_9I
4. ครูตงั้ คำถามเกี่ยวกับนิทานที่นกั เรียนไดดู

- มีใครเคยฟง เรอ่ื งน้บี า งคะ
- จากทว่ี ดี ิโอท่คี รูเปดใหด ูมใี ครจบั ประเด็นเรื่องไดบ าง

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

126
- นักเรียนอยากฟงเรื่องราวตอไปมั้ยคะ กอนที่เราจะไปฟงนิทานกันตอครูจะใหนักเรียนทำ
แบบทดสอบกอ นเรียน กอ นนะคะ
5. ครูแจกแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การเขียนยอความ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก
จำนวน 10 ขอ
ข้นั ท่ี 2 นำเสนอความรู
1. ครแู จกใบความรเู รอื่ ง ภาษาถ่นิ
ในตอนตน ชั่วโมงนักเรยี นก็ไดฟงกลอนนลำเร่ืองนางหมาขาวไปแลวนักเรียนจะสังเกตวาภาษา
ท่ใี ชในการลำ เปนภาษาอะไรคะ (ภาษาอีสาน)
ซึ่งภาษาอีสานเปนภาษาที่ใชกันในทองถิ่นแถบภาคอีสานของเรา และในแตละภาคก็จะมี
ภาษาที่แตกตางกันไป เชน ภาคใต การแสดงหนังตะลุง สวนมากก็จะใชภาษาถิ่นประจำภาคใต และวันนี้ครูก็
จะพานักเรียนไปทำความรูจ ักกบั ภาษาถน่ิ ประจำภาคตา ง ๆ ซ่งึ มเี น้อื หาตามทคี่ รแู จกให
2. ครใู หนักเรยี นศึกษาเน้ือหาในใบความรู 15 นาที
3. ครูและนกั เรียนรวมกนั สรปุ องคความรูเรือ่ งภาษาถนิ่ จากใบงาน
ขนั้ ที่ 3 ลงมอื เรียนรู
1. ครใู หน กั เรยี นแบงกลุม ออกเปน 3 กลมุ ไดแ ก ภาคอสี าน ภาคเหนอื ภาคใต
2. ใหนกั เรยี นแตละกลุมสงตวั แทนออกมา 1 คน เพอื่ จับสลากเลอื กภาคท่ีกลมุ ตนเองจะได
3. เมื่อทุกกลุมรูภาคที่ตัวเองไดแลว จากนั้นใหแตละกลุมชวยกันเขียนคำ(ภาษาถิ่นที่ตนเองไดรับ
มอบหมาย) และความหมาย(ภาษากลาง)ลงในกระดานคำประจำภาคใหไดมากที่สุด โดยนักเรียนสามารถใชส่ือ
อนิ เทอเน็ตในการศึกษาได
4. ครูใหเ วลาในการเขียนคำ 10 นาที
5. จากนั้นใหแตละกลุมออกมานำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน และเพื่อน ๆ ในชั้นเรียนรวมกัน
แลกเปลย่ี นความรแู ละแสดงความคิดเห็น
6. ครูใหนกั เรียนแตละกลมุ สรา งสถานการณจ ำลองเหตุการณโดยในสถานการณผแู สดงจะตองใช
ภาษาประจำภาคทีต่ นเองไดร ับมอบหมาย
ข้ันที่ 4 ขั้นสรปุ ความรู
1. ครูใหนักเรียนสรุปองคความรูเรื่อง ภาษาถิ่นทั้ง 4 ภาค โดยเขียนเปนแผนผังความคิด พรอม
ตกแตง ใหสวยงาม
2. ครูและนกั เรยี นรว มกันสรปุ องคความรูท ไ่ี ดจ ากการเรยี นเรอ่ื งภาษาถ่ิน
ขั้นที่ 5 ขั้นประยุกตใ ชความรู
1. ครูและนักเรียนรวมกันบอกความสำคัญของภาษาถิ่น และใหนักเรียนเสนอแนวการการรักษา
ภาษาถน่ิ ใหค งอยูสบื ไป
2. ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ภาษาถิ่น แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน
10 ขอ

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

127

9. ส่อื และแหลง การเรยี นรู
สอ่ื การเรียนรู
1. ใบความรู เร่อื ง ภาษาถนิ่
2. สอื่ วิดิทศั น เรอื่ ง นางหมาขาว
3. กระดานคำประจำภาค
แหลง การเรียนรู
1. ครู/ผสู อน
2. https://www.youtube.com/watch?v=nsvKpwml_9I

10. การวัดและประเมินผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑการประเมนิ
สิ่งทตี่ อ งการวดั วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล
ความรเู รื่องภาษาถ่นิ การทำแบบทดสอบ แบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง ผา นเกณฑ
ภาษาถน่ิ แบบปรนัย ชนดิ รอ ยละ 80 ขึ้นไป
เลือกตอบ 4 ตวั เลือก
จำนวน 10 ขอ
การใชภ าษาถน่ิ ในการสือ่ ประเมนิ ผลงานการทำ แบบประเมนิ ผลงาน ผา นเกณฑ
ความหมาย กจิ กรรมกลมุ การสรา ง และการทำกจิ กรรม รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป
สถานการณจำลอง การสรา งสถานการณจ ำลอง
เก่ยี วกับภาษาถิ่น เรอ่ื ง ภาษาถน่ิ ชนดิ รูบิค
สกอร 5 รายการประเมิน 3
ระดับคุณภาพ
การรวมกิจกรรม สังเกตพฤตกรรมการมี แบบประเมินการเขา รวม ผา นเกณฑ
สว นรว มในช้ันเรยี น กิจกรรมกลมุ ชนิดรูบิคสกอร รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป
5 รายการประเมิน 3 ระดับ
คณุ ภาพ

ความคดิ เหน็ ของผูบรหิ ารสถานศึกษา/หรอื ผทู ี่ไดร ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………

ลงช่อื ........................................................ผูตรวจ
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วันที.่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ..................

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

128
บันทึกผลหลงั สอน

ผลการจัดกิจกรรมการเรียนร…ู ...………………………………………………………........…………..…………..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ปญ หาทพ่ี บระหวางเรียน……………………………………………………………………………….…..…….……...
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

วิธีแกปญหา………………...……………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ผลของการแกป ญหา…………………………………………………….……………………….………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ขอ เสนอแนะจากการจดั กิจกรรม…………………………………………………..………………………………..
…………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……..
.……………………………………………………………………...…………………………………………………………………………

ลงชื่อ.......................................................ผูส อน
(………………………………….............….)
วนั .........เดือน.....................พ.ศ. ........

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

ใบความรู
เร่ือง ภาษาถ่นิ

ภาษาถิ่น เปนภาษายอยที่ใชพูดกันในทองถิ่นตาง ๆ ซึ่งเกิดจากการใชภาษาเพื่อการสื่อความหมาย

ความเขาใจกันระหวางผูคนที่อาศัยอยูตามทองถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกตางไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คน
สวนใหญของแตละประเทศใชกัน และอาจจะแตกตางจากภาษาในทองถิน่ อื่นทัง้ ทางดานเสียง คำและ การใช
คำ ภาษาถิ่น เปนภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถอยคำและสำเนียง ภาษาถ่ินจะแสดงถึงเอกลักษณ ลักษณะ
ความเปนอยู และวิถีชีวิตของผูคน ในทองถิ่นของแตละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกวา ภาษาทองถิ่น
ภาษาถิ่นทุกภาษาเปนภาษาที่สำคัญในสังคมไทย เปนภาษาที่บันทึกเรื่องราว ประสบการณ และวัฒนธรรมทุก
แขนงของทองถิ่น เราจึงควรรักษาภาษาถิ่นทุกถิ่นไวใชใหถูกตอง เพื่อเปนสมบัติมรดกของชาติตอไป ซึ่งภาษา
ถน่ิ จะเปน ภาษาพดู หรอื ภาษาทา ทางมากกวาภาษาเขยี น

ภาษาถิ่นของไทย แบงตาม ภูมิศาสตรหรือทองถิ่นที่ผูพูดภาษา นั้นอาศัยอยูในภาค ตาง ๆ แบงได

เปน 4 ถ่ินใหญ ๆ คอื ภาษาถ่นิ กลาง ภาษาถิ่นเหนอื ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถ่นิ ใต

ภาษาถิ่นกลาง

ภาษาถิ่นที่ใชสื่อสารอยูในบางจังหวัดของภาคกลาง เชน เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม
อางทอง และพระนครศรีอยุธยา เปนตน ภาษาถิ่นที่ใชสื่อสารอยูในจังหวัดเหลานี้ มีสำเนียงพูดที่แตกตางกัน
ออกไป จะมีลกั ษณะเพ้ยี นเสยี งไปจากภาษากลางทเี่ ปนภาษามาตรฐาน

ภาษาถนิ่ เหนือ

ภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ไดแก ภาษาถิ่นที่ใชสื่อสารอยูในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาใน
อาณาจักรลานนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม แมฮองสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง นาน ลำพูน
ตาก แพร เปนตน

ภาษาถิ่นอสี าน

ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกลเคียงกับภาษาที่พูดที่ใชกันในประเทศลาว แตภาษาอีสานก็ยังถือ
วาเปนภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นยอยหลายภาษา ไดแก ภาษาที่ชนกลุมใหญในภาค
อีสานใชพูดจากัน ซึ่งใชสื่อสารอยูในจังหวัดตาง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชน
สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแกน อุดรธานี อบุ ลราชธานี รอยเอ็ด เลย ชัยภมู ิ มหาสารคาม กาฬสินธุ
เปนตน

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

ภาษาถ่ินใต

ภาษาถิ่นที่ใชสื่อสารอยูในจังหวัดตาง ๆ ของภาคใตของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย
รวม 14 จงั หวัด เชน ชุมพร ระนอง สุราษฎรธานี ภูเกต็ พทั ลุง สงขลา นครศรธี รรมราช เปนตน และบางสว น
ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ ภาษาถิ่นใต ยังมีภาษาถิ่นยอยลงไปอีก เปนภาษาถิ่นใต ภาคตะวันออก
เชน ภาษาถิ่นที่ใชใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใตตะวันตก
เชน ภาษาถิ่นที่ใชในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎรธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใตสำเนียงเจะเห
เชน ภาษาถ่ินท่ใี ชใ นจังหวดั นราธวิ าส และ ปตตานี ในแตล ะภาคกจ็ ะมีภาษาถิ่นใต เปนภาษาถิ่นยอยลงไป
อกี เชน ภาษาถ่ินระนอง ภาษาถนิ่ ภูเก็ต ภาษาถ่นิ พทั ลงุ ภาษาถิ่นสงขลา เปน ตน ภาษาถิ่นยอยเหลานี้อาจจะมี
เสียง และคำท่เี รียกส่งิ เดียวกนั แตกตา งกนั ออกไป

ตัวอยา ง ภาษาเหนอื ภาษาใต ภาษาอสี าน
ภาษากลาง กึดเตงิ แตๆ เนอ หวงั เหวิดจงั ฮู คดิ ฮอดหลายหลายเดอ
คิดถงึ มาก
กลับบาน ปก บา น หลบบาน เมยี บาน
อะหยังปะลำ้ ปะเหลอื หมา ยรูไอไหรกันนักหนา จั๊กอิหยงั กะดอ กะเด้ีย
ไมรูอะไรกนั นกั หนา
รถชน รถจน รถชน รถต๋ำ
เตา ใด เถาไหร ราคาจัก๊ บาท
ราคาเทาไร ต๋ำสม สม ตำ
สมตำ บาดีฟง อยา แขบ ตำบักหงุ
อยา รีบ อยากขา วยงั เนอื ยแลวมาย อยา ฟาว
ไปผอ หนังตวยกัน๋ กอ ไปแลหนัง กันหวา เอามาย หวิ เขา บ
หวิ ขา วหรอื ยงั ถา ยฮปู ก๋นั ถา ยรูปก๋นั มาตะ ไปเบิง่ หนังนำกันบ
ไปดหู นงั กันไหม ไปแอว กั๋นบอ ไปเทย่ี วกนั หวา มาถายฮปู กัน
ถา ยรปู กนั นะ บะหม้ัน, บะกลวยกาชมพู ชมพู ไปเลาะนำกันบ
ไปเทยี่ วกนั ไหม ลำแต แต หรอยจงั ฮู บกั สดี า
บะกลว ยเตด ลอกอ แซบอหี ลี
ฝรั่ง บกั หุง
อรอ ย
มะละกอ

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

นทิ าน
เรื่อง นางหมาขาว

ยงั มีสองผัวเมยี อาศยั อยใู นหมบู า นจันทคาม ซง่ึ ฝายเปนเมยี นน้ั ไดท อ งแกจวนคลอดแลวใน
ตอนนั้นเกิดโรคระบาด ผูคนลมตายเปนอันมาก สองผัวเมียจึงอพยพหนีจากหมูบานมาอยูกลาง
ปา ตอมาเมียคลอดลูกแลวก็ตาย ผัวเห็นก็ตรอมใจตายตามดวย ปลอยใหเด็กทารกเกิดใหม
รอ งไหอยูในปาอยางนนั้

ตอมายังมีหมาขาวตัวหนึ่งเปนตัวเมียออกมาหากิน มาเห็นเด็กทั้งสองก็เกิดสงสาร จึงเอา
ไปเลี้ยงเปนลูก ใหกินนมของตัวและหาอาหารเลี้ยงมาจนเติบโตเปนสาวสวย ทุกวันนางหมาขาว
ตวั น้จี ะพาลกู สาวทงั้ สองออกไปหากนิ ในปา

ในวันหนึ่งเกิดพายุพัดใหนางหมาขาวตองพลัดพรากจากลูกไป ลูกสาวทั้งสองก็โดนลมพัด
ไปถึงเขตบานนายพราน เมื่อนายพรานเห็นหญิงสาวทั้งสองงดงามมาก อยากไดรางวัลจึงนำหญิง
สาว ทั้งสองขึ้นถวายแกพระราชาซึ่งยังโสด พระราชามีพระอนุชาซึ่งยังโสดเหมือนกัน ฝาย
พระราชาก็ไดผ ูพ ี่เปน มเหสี ฝา ยอนชุ าก็รบั ผูนอ งเปน ชายา

กลาวถึงนางหมาขาว เมื่อพลัดพรากจากลูกแลว นางก็ติดตามหาลูก จนไดยินขาววา
นายพรานเปนผูอุปการะจึงมาหานายพรานเพื่อถามหาลูกสาว เมื่อนายพรานรูก็บอกความจริง
นางหมาขาวจึงขอรองใหนายพรานพาไปหาลูกสาวที่ในวัง เมื่อพามาถึงพระราชวัง นายพรานก็
ทูลพระราชาตามความจริง แตพระมเหสีนั้นอับอายขายหนาเกรงวาคนจะรูวาตนเปนลูกของหมา
ขาว จึงทูลเท็จตอพระสวามีไปวา ไมเปนความจริง พรอมทั้งขับไลนายพรานและหมาขาวตัวน้ัน
ไป แตนางหมาขาวไมยอมไป นางจึงเอาน้ำรอนเทสาดใสกลางหลังนางหมาขาว นางหมาขาวถูก
น้ำรอนลงกลางหลังทำใหนางบาดเจ็บสาหัส นางก็ซัดเซพเนจรไปลมลงที่วังของลูกสาวคนเล็ก
เมื่อลูกสาวคนเล็กมาพบมารดา ก็จำได จึงอุมมารดามาเพื่อจะรักษา แตนางทนพิษบาดแผลไม
ไหวจงึ สนิ้ ใจตาย กอนตายนางบอกวาหามเผาหรือฝง ใหเ กบ็ กระดกู ไวบ ชู าในวงั ลูกสาวก็ทำตาม

จากนั้นไมน านกเ็ กดิ เปนทองคำ ขา วนนั้ เล่ืองลอื ไปถึงผพู ีส่ าว พี่สาวกม็ าขอสว นแบง ทองคำ
แตนองไมยินยอมใหจึงเกิดโตเถียงกัน จนดังขึ้นไปถึงหูพระราชา พระราชาจึงไดเรียกทั้งสองเขา
มาถามความจริง ในที่สุดเรื่องจริงก็ปรากฏ พระราชาก็โกรธที่พระมเหสีของพระองคนั้นทูลเท็จ
และอกตญั ตู อ ผูมพี ระคณุ จึงตัดสนิ ใหป ระหารชวี ติ

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

132

แบบทดสอบ เรื่อง ภาษาถิ่น

ชอ่ื - สกุล .............................................................................................ช้ัน.................เลขที่ ...........

คำชแี้ จง : ใหนกั เรยี นทำเครื่องหมาย X (กากบาท) ลงบนตัวเลือกท่ีถกู ตอ งที่สดุ
1. ขอใดคอื ความหมายของภาษาถนิ่

ก. เปน ภาษาทีใ่ ชสือ่ ความหมายกันในเฉพาะเขตจังหวัดของตน
ข. เปนภาษาที่ใชใ นการเขยี นสือ่ สารของคนในทองถ่นิ นัน้ ๆ
ค. เปน ภาษาทมี่ ีพัฒนาการมาจากภาษากลางแลว แยกยอ ยเปน ภาษาเฉพาะถ่ิน
ง. เปน ภาษายอ ยท่ีใชพ ูดกนั ในทอ งถิ่นตาง ๆ ซึง่ เกิดจากการใชภ าษาเพื่อการสื่อความหมาย
ความเขาใจกนั ระหวา งผคู นที่อาศัยอยตู ามทองถิน่ นัน้ ๆ
2. ขอใดคอื ความสำคัญของภาษาถ่นิ
ก. ชว ยสรางรายไดใหคนภายในหมบู า น
ข. เปน เอกลกั ษณของชาติ
ค. แสดงเอกลักษณของคนในทอ งถ่ิน
ง. เปน ภาษาทชี่ ว ยใหค นในแตละจงั หวัดเขาใจตรงกนั
3. ภาษาทอ งถ่ินในประเทศไทยแบงตามภมู ิศาสตรไดกีถ่ ิ่นใหญ ๆ
ก. 3
ข. 4
ค. 5
ง. 6
4. ภาษาถิ่น พายัพ เปน ชือ่ เรยี กของภาษาถ่นิ ภาคใด
ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคใต
ค. ภาคตะวนั ออก
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
5. ภาษาอสี านมลี ักษณะใกลเคียงกับภาษาใดมากทสี่ ดุ
ก. ภาษาเขมร
ข. ภาษาลาว
ค. ภาษามลายู
ง. ภาษามอญ

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

133

6. ภาษาถ่ินภาคใดมคี วามใกลเคียงกบั ภาษาไทยมาตรฐานมากท่สี ดุ
ก. ภาคเหนอื
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคใต
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

7. จากภาษาถน่ิ ถาคเหนอื บะกว ยเตด หมายถึงอะไร
ก. กว ยเต๋ียว
ข. กลวย
ค. บะหม่ี
ง. มะละกอ

8. หากจะบอกวา คิดถงึ เปนภาษาถ่ินภาคใต จะพูดวา อยา งไร
ก. หวงั เหวิดจังฮู
ข. เหวิดหวายจังฮู
ค. เหวิงหวังจังฮู
ง. เกดิ เต่ิงจังฮู

9. บกั สีดา มคี วามหมายตรงกับขอใด
ก. ยานดั
ข. ชมพู
ค. ลอกอ
ง. หมะตัน

10. ขอใดเปน ภาษาถ่นิ ภาคเหนือ
ก. นอยหนา
ข. บะแน
ค. บกั เขยี บ
ง. ขพี้ รา

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

134

เฉลยแบบทดสอบ เร่อื ง ภาษาถนิ่ 7 ง
1ง 8 ก
2ค 9 ข
3ข 10 ข
4ก
5ข
6ข

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

135

แบบประเมนิ ผลงานและการทำกจิ กรรม เรือ่ งภาษาถ่ิน
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............

โรงเรยี น ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้แี จง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชอ งวา งตามคะแนนความเปนจรงิ ของนักเรียน

รายการประเมนิ สรุป

กลมุ ชื่อ-สกลุ ความสวยงามของชิ้นงาน (3)
สรุปเน้ือหาไ ด ูถก ตอง (3)

ยก ัตวอยางคำไ ดนาสนใจ (3)
ีมความคิดสรางสรรค
ในการทำผลงาน (3)
การใชภาษา ่ทีเขาใจงาย
ในการนำเสนอ (3)

คะแนนรวม (15)
ผาน
ไ มผาน

1

2

บนั ทกึ เพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................ผปู ระเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วนั ท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

136

เกณฑการประเมนิ ผลงานและการทำกจิ กรรม

รายการประเมิน ดี (3) คะแนน
ปานกลาง (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
1.ความสวยงามของ ชิ้นงานมคี วามสวยงาม มรี ปู ภาพ
ช้ินงาน ท้ังรปู ภาพ และสีสนั และสสี นั นอย ไมมีรปู ภาพและสีสันเลย

2.สรุปเน้อื หาไดถูกตอง สรุปเนือ้ หาถูกตอง ครบ สรุปเน้ือหาถกู ตอ ง สรปุ เนือ้ หาไดไมต รง
ทุกประเดน็ แตเ นอ้ื หาไมครบ ประเด็น

3.ยกตวั อยา งคำได ทกุ ประเด็น
ยกตัวอยางคำศพั ทภ าษา ยกตวั อยา งภาษา ยกตัวอยา งภาษาถ่นิ ทยี่ าก
นา สนใจ ถิน่ ทคี่ นนยิ มใช ถ่นิ ทค่ี นรูจักอยแู ลว เกินไป และตนไมนยิ มใช
4.มีความคิดสรางสรรคใน สรางชน้ิ งานใหม ีความ ชิน้ งานมีความ
การทำผลงาน โดดเดน มีความคดิ สวยงาม มคี วามคดิ ชน้ิ งานมคี วามสวยงามและ
ความคิดสรางสรรคน อย
สรางสรรค สรางสรรคบา ง
5. การใชภาษาท่เี ขา ใจงา ย นำเสนอดว ยภาษาของ นำเสนอดวยถอยคำ อา นกระดาษตลอดการ
ในการนำเสนอ ตน ทเ่ี ปนทางการ นำเสนอ
เกณฑก ารใหคะแนน
3 หมายถึง ดี
2 หมายถึง ปานกลาง
1 หมายถึง ควรปรับปรงุ
เกณฑการประเมิน
คะแนน 12-15 คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน 8-11 คะแนน หมายถึง ปานกลาง
คะแนน 1-7 คะแนน หมายถงึ ควรปรับปรุง
หมายเหตุ ผผู า นเกณฑประเมนิ ตอ งได 12 คะแนนข้นึ ไป คิดเปน รอยละ 80

หลักสูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551

ศริ วิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

137

แบบประเมินพฤตกิ รรมในการรวมกจิ กรรมกลมุ
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี .............
โรงเรียน ................................ จังหวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชแี้ จง : ใหผ ูส อนกรอกคะแนนลงในชองวางตามคะแนนความเปนจรงิ ของนกั เรียน

รายการประเมนิ สรุป

เลขท่ี ชือ่ -สกุล การแบงหนาที่ภายในกลุม (3)
การแสดงความคิดเ ็หนในกลุม (3)

การวางแผนการทำงาน
เปนขั้นตอน (3)

การทำงานใหเสร็จ ัทนเวลา (3)
การใหความรวม ืมอภายในกลุม (3)

คะแนนรวม (15)
ผาน
ไ มผาน

1
2

บนั ทกึ เพมิ่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง .........................................................
วนั ท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................

หลักสตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

138

เกณฑการประเมนิ พฤตกิ รรมกลุม

รายการประเมิน ดี (3) คะแนน ควรปรบั ปรงุ (1)
ปานกลาง (2) ไมมกี ารแบง หนาทภี่ ายใน
1.การแบง หนา ที่ มีการแบง หนา ที่ภายใน กลุม อยางชัดเจน และไม
ภายในกลมุ กลุม อยา งชดั เจน มกี าร มีการแบง หนาท่ีภายในกลมุ ทำงานตามบทบาทหนา ท่ี
แตไมท ำงานตามบทบาท
รับผดิ ชอบงานตาม ของตนเอง
บทบาทหนาที่ หนาท่ีของตน สมาชิกภายในกลุม ไมมี
การแสดงความคิดเห็น
2.การรูจักแสดงความ สมาชิกในกลมุ มกี าร สมาชิกในกลมุ มกี ารแสดง และการตอบคำถาม
คดิ เห็นและการตอบ แสดงความคิดเหน็ และ ความคิดเหน็ และการตอบ ไมม กี ารวางแผนและ
คำถาม การตอบคำถามทกุ คน คำถามบางคน ทำงานไมเปน ไปตาม
3.การวางแผนทำงาน
ตามขั้นตอน มกี ารวางแผนและ มีการวางแผนแตท ำงานไม ขั้นตอน
ทำงานตามขัน้ ตอน ตามขั้นตอน ทำงานเสรจ็ เกินเวลา 4

4.ทำงานเสรจ็ ทำงานเสรจ็ ทนั เวลา ทำงานเสรจ็ เกินเวลา 1-3 นาทีขึน้ ไป
ทนั เวลา นาที สมาชิกสวนใหญไมใ ห
5. การใหค วาม สมาชิกทกุ คนใหความ ความรวมมือในการทำทำ
รวมมอื ภายในกลุม รวมมือในการทำงาน สมาชิกบางคนไมใ หค วาม
รวมมือในการทำกจิ กรรม กจิ กรรม
กิจกรรมดมี าก
เกณฑก ารใหค ะแนน
3 หมายถงึ ดี
2 หมายถงึ ปานกลาง
1 หมายถึง ควรปรับปรงุ
เกณฑการประเมิน
คะแนน 12-15 คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน 8-11 คะแนน หมายถึง ปานกลาง
คะแนน 1-7 คะแนน หมายถงึ ควรปรบั ปรุง
หมายเหตุ ผผู า นเกณฑประเมินตองได 12 คะแนนขึน้ ไป คิดเปนรอ ยละ 80

หลกั สูตรรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

139

เกณฑก ารประเมนิ การเขียนยอความ

วธิ กี ารประเมนิ : ใหค ะแนนนกั เรียนตามรายการประเมิน โดยเทียบเกณฑก ารประเมนิ ดังน้ี
ระดบั คะแนน 4 หมายถึง ดเี ย่ียม
ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ดี
ระดับคะแนน 2 หมายถงึ พอใช
ระดบั คะแนน 1 หมายถงึ ควรปรับปรุง

รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32
1. การเขียนเรอ่ื ง เขียนเรือ่ งราวมี
สาระ มีความ เขยี นเรอื่ งราวมี เขียนเรื่องราวมี เขียนเรื่องราวมี
สอดคลอ ง สาระ มีความ สาระ มีความ สาระแตไมม คี วาม
มคี วามสัมพนั ธ สอดคลอง สอดคลอ ง
มีความตอเนื่อง มคี วามสัมพนั ธม ี มคี วามสมั พันธ สอดคลอ ง
ความตอเนอื่ ง หรือสมั พนั ธกนั
ไมว กวน
2. การใชภ าษา ใชค ำถูกตอ ง
เหมาะสมกับ ใชค ำถูกตอง ใชไมคำถูกตอ ง
บรบิ ทและมีการ เหมาะสมกับ ใชไ มคำถกู ตอ ง หรือไมเหมาะสม
เรียบเรียงและใช บริบทแตภาษาไม หรือไมเ หมาะสมกับ กบั บริบท 5 คำ
มคี วามสละสลวย
ภาษาอยาง บรบิ ท 1-5 คำ ข้ึนไป

สละสลวย
3. การเขียนสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขยี นสะกดคำ เขียนสะกดคำ
ถกู ตองทกุ คำ ผดิ 1- 3 คำ ผิด 4- 7 คำ ผิด 7 คำข้ึนไป
4. ความสะอาด เขียนอานงา ย มี เขยี นอานงาย มี เขียนอานงาย มี
เรยี บรอ ย เขียนอานงาย มี ความสะอาด แต ความสะอาด แตมี ความสะอาด แตมี
ความสะอาด ไมมี มรี อยขดู ขดี ลบ รอยขูดขีด ลบ ฆา รอยขูดขดี ลบ ฆา
รอยขดู ขดี ลบ ฆา ฆา 1 – 3 แหง
4 – 7 แหง 7 แหง ขึ้นไป
การแปรผล : นำคะแนนรวมรวยบคุ คลทุกรายการหารดวยจำนวนรายการประเมินแลว เทยี บเกณฑดังนี้
คะแนน 3.51 – 4 หมายถงึ ดีเยีย่ ม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถึง ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถึง พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถึง ควรปรบั ปรงุ

หลักสูตรรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

140

แบบบันทกึ คะแนนแบบทดสอบและใบงาน
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรียน ................................ จงั หวัด ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำชี้แจง : ใหผ ูสอนกรอกคะแนนลงในชองวางตามคะแนนความเปนจรงิ ของนักเรียน
ชิ้นงาท่ี 1
เลขท่ี ชอื่ - สกลุ แบบทดสอบ การเขียนยอ รวม
หลงั เรียน (20)
ความ
(10) (10)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

บันทกึ เพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................ผูประเมนิ
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วันท่.ี ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................

หลกั สตู รรายวชิ าภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศริ ิวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]

141

แบบประเมนิ มารยาทการเขยี น
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ .............
โรงเรยี น ................................ จังหวดั ......................................
..............................................................................................................................................................................
คำช้แี จง : ใหผ สู อนกรอกคะแนนลงในชองวางตามคะแนนความเปน จริงของนักเรียน

รายการประเมิน

เลขที่ ช่อื - สกลุ รายการ ี่ท 1 รวม รอย สรุปผล
รายการ ่ีท 2 (20) ละ
รายการ ่ีท 3
รายการ ี่ท 4
รายการ ี่ท 5

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
บันทึกเพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................ผปู ระเมิน
(......................................................)

ตำแหนง.........................................................
วันที่............เดอื น.........................พ.ศ. ....................

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิรวิ รรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
[email protected]

142

เกณฑก ารประเมินมารยาทการเขียน

วิธกี ารประเมนิ : สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนและตรวจผลงานของนกั เรยี นแลวบนั ทกึ คะแนนตามรายการ
ประเมินโดยเทียบเกณฑการประเมนิ ดังน้ี

ระดบั คะแนน 4 หมายถงึ ปฏิบตั ิเปน ประจำ
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ปฏิบตั เิ ปนบางคร้ัง
ระดับคะแนน 2 หมายถึง ปฏบิ ัตนิ อ ยครั้ง
ระดับคะแนน 1 หมายถงึ ปฏิบัตนิ อ ยมาก

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4 3 21
1. เขยี นหนังสอื ดวยลายมอื อานงา ย
2. เขยี นถูกตอง สะอาดไมขีดฆา หรือเมอ่ื มกี ารเขียนฆามี
การลบจนสะอาด
3. ไมข ดี เขยี นเลน ตามโตะ เกาอี้ ฝาผนัง หรอื ทส่ี าธารณะ
4. ใชภาษาในการเขยี นเหมาะสมกับบรบิ ท เวลาและ
สถานที่
5. ไมเขยี นลอ เลยี นผอู ื่นหรอื ทำใหผ ูอ น่ื เกิดความเสียหาย
การแปรผล: นำคะแนนรวมรวยบุคคลทกุ รายการหารดว ยจำนวนรายการประเมินแลวเทียบเกณฑด งั น้ี
คะแนน 3.51 – 4 หมายถึง ดีเยย่ี ม
คะแนน 2.51 – 3.5 หมายถงึ ดี
คะแนน 1.51 – 2.5 หมายถงึ พอใช
คะแนน 0.51 – 1.5 หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ

หลักสตู รรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ศิริวรรณ โพหะมาตร กศ.บ. ภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
[email protected]


Click to View FlipBook Version