The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล ปรับปรุง2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by manchai, 2022-09-02 05:41:40

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล ปรับปรุง 2565

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล ปรับปรุง2565

205

คำอธบิ ายรายวิชา จำนวน 60 ชว่ั โมง
รายวิชา ชวี วทิ ยา 2 จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
รหัสวิชา ว30242 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4

ศึกษาเกี่ยวกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุศาสตร์ของเมนเดล กฎการแยกและกฎการ
รวมกลุ่มอย่างอิสระ ลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล ศึกษาเกี่ยวกับยีนและ
โครโมโซม การค้นพบสารพันธุกรรม โครโมโซม องค์ประกอบทางเคมีของของดีเอ็นเอ โครงสร้างของดีเอ็นเอ
สมบัติของสารพันธุกรรม การกลาย ศึกษาเกี่ยวกับพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ พันธุวิศวกรรม การ
ประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยที างดีเอ็นเอ ความปลอดภัยของเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ และมุมมองทางสังคมและจริยธรรม
ศึกษาเกยี่ วกบั ววิ ัฒนาการ หลักฐานท่บี ง่ บอกถึงวิวัฒนาการของสงิ่ มีชวี ติ แนวคิดเกี่ยวกบั วิวฒั นาการของส่ิงมีชีวิต
พนั ธุศาสตรป์ ระชากร และกำเนดิ ของสปชี ีส์

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การ
วิเคราะห์ การทดลอง อภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถใน
การตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวติ ของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรมคุณธรรม และ
คา่ นิยม

ผลการเรยี นรู้
1. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ ายและสรุปผลการ ทดลองของเมนเดลได้
2. อธิบายและสรุปกฎแหง่ การแยกและกฎแหง่ การรวมกล่มุ อย่างอสิ ระ และนำกฎของเมนเดลนไี้ ปอธบิ าย
การถา่ ยทอดลักษณะทางพันธกุ รรมและใชใ้ นการคำนวณโอกาสในการเกิดฟโี นไทป์ และจโี นไทป์แบบ
ต่าง ๆ ของรุ่น F1 และ F2 ได้
3. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อธิบาย และสรุปเก่ียวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วนขยาย
ของพนั ธุศาสตร์เมนเดลได้
4. สืบค้นขอ้ มูล วเิ คราะห์ และเปรียบเทยี บลักษณะทางพันธกุ รรมที่มีการแปรผนั ไม่ต่อเน่ืองและลักษณะ
ทางพันธุกรรมทม่ี กี ารแปรผนั ตอ่ เนื่องได้
5. อธบิ ายการถ่ายทอดยนี บนโครโมโซม และยกตวั อยา่ งลกั ษณะทางพันธกุ รรมทถ่ี ูกควบคุมด้วยยนี บนออ
โตโซมและยนี บนโครโมโซมเพศได้
6. สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ ายสมบตั แิ ละหนา้ ทขี่ องสารพันธกุ รรม โครงสรา้ งและองคป์ ระกอบทางเคมีของ DNA
และสรปุ การจำลอง DNA ได้
7. อธบิ ายและระบุขน้ั ตอนในกระบวนการสังเคราะหโ์ ปรตนี และหน้าท่ีของ DNA และ RNA แต่ละชนิดใน
กระบวนการสังเคราะหโ์ ปรตนี ได้
8. สรุปความสัมพันธ์ระหว่างสารพันธุกรรม แอลลีล โปรตีน ลักษณะทางพันธุกรรม และเชื่อมโยงกับ
ความรูเ้ รือ่ งพนั ธศุ าสตร์เมนเดลได้
9. สืบคน้ ข้อมลู และอธิบายการเกดิ มิวเทชนั ระดบั ยนี และระดบั โครโมโซม สาเหตุการเกดิ มิวเทชนั รวมทัง้
ยกตัวอย่างโรคและกลุ่มอาการท่เี ป็นผลของการเกดิ มิวเทชันได้
10. อธบิ ายหลักการสร้างสิง่ มชี วี ิตดดั แปรพันธกุ รรมโดยใชด้ เี อน็ เอรีคอมบแิ นนท์ได้
11. สบื ค้นขอ้ มลู ยกตัวอย่าง และอภิปรายการนำเทคโนโลยีทางดีเอน็ เอไปประยกุ ต์ ท้ังในดา้ นส่ิงแวดล้อม
นติ วิ ทิ ยาศาสตร์ การแพทย์ การเกษตร และอุตสาหกรรม และขอ้ ควรคำนงึ ถงึ ด้านชีวจริยธรรมได้

206

12. สืบค้นข้อมูลและอธิบายเกี่ยวกับหลักฐานที่สนับสนุนและข้อมูลที่ใช้อธิบายการเกิดวิวัฒนาการของ
ส่งิ มีชวี ติ ได้

13. อธิบายและเปรยี บเทียบแนวคิดเกย่ี วกับวิวฒั นาการของสิ่งมชี วี ติ ของฌอง ลามาร์ก และทฤษฎเี ก่ียวกับ
ววิ ัฒนาการของสงิ่ มีชีวิตของชาลส์ ดารว์ นิ ได้

14. ระบุสาระสำคัญและอธิบายเงื่อนไขของภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก ปัจจัยที่ทำให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีลในประชากร พร้อมทั้งคำนวณหาความถีข่ องแอลลีลและจีโนไทปข์ อง
ประชากรโดยใชห้ ลักของฮาร์ดี-ไวนเ์ บริ ก์ ได้

15. สืบคน้ ขอ้ มูล อภิปราย และอธบิ ายกระบวนการเกดิ สปชี ีส์ใหมข่ องสิง่ มีชีวิตได้

รวม 15 ผลการเรยี นรู้

207

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 3 จำนวน 80 ช่ัวโมง

รหัสวิชา ว30203 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษา ลักษณะการเคล่อื นท่ีแบบฮาร์มอนกิ อยา่ งง่าย ปรมิ าณท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การเคล่อื นท่แี บบฮารม์ อนกิ อย่างง่าย

แรงกับการส่นั ของมวลติดปลายสปริงและลูกตุ้มอย่างงา่ ย ความถี่ธรรมชาติและการสน่ั พอ้ ง ธรรมชาตขิ องคลืน่

อัตราเรว็ ของคล่นื หลักการที่เก่ยี วกับคลืน่ พฤติกรรมของคลน่ื แนวคิดเก่ียวกบั แสงเชงิ คลืน่ การแทรกสอดของ

แสงผ่านสลิตคู่ การเล้ียวเบนของแสงผ่านสลิตเด่ยี ว การเลีย้ วเบนของ แสงผ่านเกรตตงิ การสะท้อนและการหักเห

ของแสง การมองเหน็ และการเกิดภาพ ภาพจากเลนสแ์ ละ กระจกเงาทรงกลม แสงสีและการมองเหน็ แสงสี

ปรากฏการณ์ธรรมชาตแิ ละการใชป้ ระโยชน์เกยี่ วกับแสง

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรกู้ ารสบื คน้ ข้อมูล การสงั เกต วิเคราะห์ อธิบาย

เปรียบเทียบ อภิปราย และสรุปเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิด

และการแก้ปัญหา สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม

คุณธรรม และคา่ นิยมทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู้

1. ทดลองและอธิบายการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายของวัตถุติดปลายสปริงและลูกตุ้มอย่างง่าย

รวมท้งั คำนวณปรมิ าณต่างๆ ท่ีเก่ียวขอ้ ง

2. อธบิ ายความถธ่ี รรมชาติของวตั ถุและการเกดิ การสั่นพ้อง

3. อธิบายปรากฏการณ์คลื่น ชนิดของคลื่น ส่วนประกอบของคลื่น การแผ่ของหน้าคลื่นด้วยหลักการของ

ฮอยเกนส์ และการรวมกันของคล่ืนตามหลักการซ้อนทับ พร้อมทงั้ คำนวณอตั ราเร็ว ความถ่ี และความยาวคลนื่

4. สังเกตและอธบิ ายการสะทอ้ น การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลืน่ ผิวนำ้ รวมท้ัง คำนวณ

ปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ ง

5. ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผ่านสลิตคู่และเกรตติง การเลี้ยวเบนและการแทรกสอดของ

แสงผ่านสลิตเดยี่ ว รวมทั้งคำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง

6. ทดลอง และอธิบายการสะท้อนของแสงที่ผิววัตถุตามกฎการสะท้อน เขียนรังสีของแสงและ คำนวณ

ตำแหน่งและขนาดภาพของวัตถุ เมื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมทั้งอธิบายการนำ

ความรเู้ รื่องการสะทอ้ นของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลม ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวนั

7. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดรรชนีหักเห มุมตกกระทบ และมุมหักเหรวมทั้งอธิบาย

ความสัมพันธ์ระหว่างความลึกจริงและความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะท้อนกลับหมดของ แสง และคำนวณ

ปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเก่ยี วข้อง

8. ทดลอง และเขียนรังสีของแสงเพื่อแสดงภาพทีเ่ กดิ จากเลนส์บาง หาตำแหน่ง ขนาด ชนิดของภาพ และ

ความสมั พันธ์ระหวา่ งระยะวตั ถุ ระยะภาพและความยาวโฟกสั รวมท้ังคำนวณปรมิ าณต่างๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง และอธิบาย

การนำความรู้เร่อื งการหกั เหของแสงผ่านเลนสบ์ างไปใชป้ ระโยชน์ ในชีวติ ประจำวนั

9. อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกี่ยวกับแสง เช่น รุ้ง การทรงกลด มิราจ และการเห็นท้องฟ้า

เป็นสตี ่างๆ ในชว่ งเวลาตา่ งกนั

10. สังเกต และอธิบายการมองเห็นแสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี รวมทั้ง อธิบาย

สาเหตุของการบอดสี

รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ายรายวชิ า 208

รายวิชา ฟสิ กิ ส์ 4 จำนวน 80 ช่วั โมง
รหัสวชิ า ว30204 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 จำนวน 2.0 หน่วยกิต

ศกึ ษา ธรรมชาติของเสียง การได้ยินเสียง ปรากฏการณ์เกยี่ วกบั เสยี ง การประยกุ ตใ์ ช้ความร้เู รอ่ื งเสียง ธรรมชาติ
ของไฟฟ้าสถติ กฎของคลู อมบ์ สนามไฟฟา้ ศักย์ไฟฟ้าและความตา่ งศกั ย์ ตวั เกบ็ ประจุ การนำ ความร้เู ก่ียวกับ

ไฟฟ้าสถติ ไปใช้ประโยชน์ กระแสไฟฟ้า ความสัมพันธ์ระหวา่ งกระแสไฟฟ้ากบั ความต่างศกั ย์ พลังงานในวงจรไฟฟา้
กระแสตรง แบตเตอร่ีและวงจรไฟฟา้ กระแสตรงเบือ้ งตน้ พลงั งานไฟฟา้ จากพลังงานทดแทน และเทคโนโลยีดา้ น
พลังงาน

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความร้กู ารสบื คน้ ข้อมูล การสังเกต วเิ คราะห์ อธิบาย
เปรยี บเทียบ อภิปราย และสรุป

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
รวมทงั้ ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในดา้ นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดา้ นการคดิ และการแก้ปัญหา สามารถสื่อสาร
ส่ิงทเ่ี รียนรแู้ ละนำความรูไ้ ปใชใ้ นชวี ติ ของตนเอง มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเี่ หมาะสม

ผลการเรียนรู้

1. อธบิ ายการเกิดเสยี ง การเคล่อื นที่ของเสียง ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งคลื่น การกระจัดของ อนุภาคกบั คล่นื
ความดนั ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง อตั ราเร็วของเสยี งในอากาศท่ีขึน้ กับอุณหภูมิ ในหน่วยองศาเซลเซยี ส สมบัติของ
คลน่ื เสียง ได้แก่ การสะทอ้ น การหกั เห การแทรกสอด การเลยี้ วเบน รวมทง้ั คำนวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง

2. อธบิ ายความเข้มเสียง ระดับเสียง องค์ประกอบ ของการไดย้ ิน คณุ ภาพเสียง และมลพิษทางเสยี ง
รวมทัง้ คำนวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง

3. ทดลอง และอธิบายการเกดิ การสนั่ พ้องของ อากาศในท่อปลายเปิดหนง่ึ ดา้ น รวมท้งั สงั เกต และอธบิ าย
การเกิดบตี คลนื่ นงิ่ ปรากฏการณ์ ดอปเพลอร์ คล่ืนกระแทกของเสยี ง คำนวณ ปรมิ าณต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วข้อง และนำ
ความรู้ เร่ืองเสียงไปใช้ในชีวติ ประจำวนั

4. ทดลอง และอธบิ ายการทำวตั ถุที่เป็นกลางทาง ไฟฟ้าใหม้ ีประจุไฟฟ้าโดยการขัดสีกันและการ
เหน่ยี วนำไฟฟา้ สถติ

5. อธบิ าย และคำนวณแรงไฟฟา้ ตามกฎของ คลู อมบ์
6. อธบิ าย และคำนวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟ้า ทีก่ ระทำกบั อนุภาคทมี่ ปี ระจุไฟฟา้ ท่อี ยใู่ นสนาม ไฟฟ้า
รวมท้งั หาสนามไฟฟา้ ลพั ธ์เน่อื งจากระบบ จุดประจโุ ดยรวมกันแบบเวกเตอร์

7. อธบิ าย และคำนวณพลังงานศกั ย์ไฟฟา้ ศักย์ไฟฟา้ และความต่างศกั ยร์ ะหว่างสองตำแหน่งใด ๆ
8. อธบิ ายส่วนประกอบของตัวเก็บประจุ ความสัมพนั ธ์ระหว่างประจไุ ฟฟ้า ความตา่ งศักย์ และความจุของ

ตัวเกบ็ ประจุ และอธบิ าย พลังงานสะสมในตัวเกบ็ ประจุ และความจุสมมูล รวมทง้ั คำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ี
เกีย่ วขอ้ ง

9. นำความร้เู รอ่ื งไฟฟา้ สถิตไปอธิบายหลกั การทำงาน ของเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ บางชนิด และปรากฏการณ์ ใน

ชีวติ ประจำวนั
10. อธิบายการเคลอ่ื นทข่ี องอิเลก็ ตรอนอิสระและ กระแสไฟฟา้ ในลวดตวั นำ ความสมั พนั ธ์ระหว่าง

กระแสไฟฟ้าในลวดตัวนำกับความเรว็ ลอยเลื่อน ของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแนน่ ของ อเิ ล็กตรอนในลวดตวั นำ
และพ้ืนทหี่ นา้ ตัด ของลวดตัวนำ และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง

209

11. ทดลอง และอธิบายกฎของโอห์ม อธิบาย ความสัมพนั ธ์ระหว่างความต้านทานกบั ความยาว
พื้นทหี่ น้าตัด และสภาพตา้ นทานของตัวนำโลหะ ทีอ่ ุณหภมู ิคงตวั และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี กยี่ วขอ้ ง รวมทง้ั
อธบิ ายและคำนวณ ความตา้ นทานสมมลู เม่ือนำตวั ต้านทาน มาต่อกันแบบอนกุ รมและแบบขนาน

12. ทดลอง อธบิ าย และคำนวณอีเอม็ เอฟของ แหล่งกำเนดิ ไฟฟา้ กระแสตรง รวมทั้งอธิบาย และคำนวณ
พลังงานไฟฟ้า และกำลงั ไฟฟา้

13. ทดลอง และคำนวณอีเอ็มเอฟสมมูลจากการ ตอ่ แบตเตอรแี่ บบอนกุ รมและแบบขนาน รวมท้ังคำนวณ
ปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง ในวงจรไฟฟา้ กระแสตรงซงึ่ ประกอบด้วย แบตเตอรี่และตวั ตา้ นทาน

14. อธบิ ายการเปลยี่ นพลังงานทดแทนเปน็ พลงั งานไฟฟ้า รวมท้งั สบื ค้นและอภปิ ราย เก่ยี วกบั เทคโนโลยี
ทนี่ ำมาแก้ปญั หาหรอื ตอบสนองความตอ้ งการทางดา้ นพลงั งาน ไฟฟ้า โดยเนน้ ดา้ นประสิทธิภาพและ ความคุ้มค่า
ด้านค่าใชจ้ า่ ย

รวมทง้ั หมด 14 ผลการเรยี นรู้

210

คําอธิบายรายวชิ า

รายวิชา เคมี 3 จำนวน 60 ชัว่ โมง

รหสั วชิ า ว30223 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาและอธบิ ายความสมั พันธแ์ ละคำนวณปรมิ าตร ความดัน หรืออณุ หภมู ิของแก๊สท่ีภาวะตา่ ง ๆ ตาม

กฎของบอยล์กฎของชาร์ล กฎของ เกย–์ ลูสแซก คำนวณปรมิ าตร ความดนั หรืออณุ หภูมิ ของแก๊สที่ภาวะตา่ ง ๆ

ตามกฎรวมแกส๊ คำนวณปริมาตร ความดนั อุณหภมู จิ ำนวนโมล หรอื มวลของแก๊ส จากความสัมพันธ์ตามกฎของ

อาโวกาโดร และกฎแกส๊ อดุ มคติ คำนวณความดนั ยอ่ ยหรอื จำนวนโมลของแก๊ส ในแก๊สผสม โดยใช้กฎความดัน

ย่อยของดอลตัน อธิบายการแพร่ของแกส๊ โดยใช้ทฤษฎีจลน์ ของแกส๊ คำนวณและเปรียบเทียบอตั รา การแพรข่ อง

แก๊ส โดยใชก้ ฎการแพรผ่ า่ นของ เกรแฮม สืบค้นข้อมูล นำเสนอตวั อย่าง และอธิบายการ ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้

เกี่ยวกับสมบัติและกฎต่าง ๆ ของแกส๊ ในการอธิบายปรากฏการณห์ รือ แกป้ ัญหาในชีวิตประจำวันและใน

อตุ สาหกรรม

ศึกษาความหมายของอตั ราการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี ปจั จยั ท่มี ีผลต่ออตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี การคำนวณ

เก่ียวกับอตั ราการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี กฎอัตรา แนวคิดเกยี่ วกบั การเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี พลังงานกบั การดำเนินไปของ

ปฏกิ ริ ยิ าเคมี กลไกของปฏิกิรยิ า และปัจจยั ทม่ี ีผลต่ออตั ราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี

ผลการเรียนรู้
ว 2.1
สาระ 1 ม.4 ข้อ 1 – 6

รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรียนรู้

211

คําอธิบายรายวิชา

รายวชิ า เคมี 4 จำนวน 60 ชว่ั โมง

รหสั วิชา ว30224 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาเกยี่ วกบั การเปลีย่ นแปลงทผ่ี ันกลับได้ ภาวะสมดลุ ค่าคงทส่ี มดุล การคำนวณค่าคงทสี่ มดุล ปัจจยั ท่ี
ผลตอ่ ภาวะสมดลุ หลกั เลอชาเตอลิเอ และสมดลุ เคมใี นชวี ติ ประจำวันและในสิง่ มีชวี ิต

ศึกษาเกี่ยวกบั สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์ ทฤษฎกี รด-เบส คู่กรด-เบส ปัจจยั ท่ีมีผลต่อความแรงของกรด-

เบส การแตกตัวของกรดและเบส การแตกตวั เป็นไอออนของน้ำ ศึกษาและคำนวณเกี่ยวกบั ค่าคงท่สี มดุลของกรด
คา่ คงที่สมดุลของเบส ค่าคงที่สมดุลของนำ้ และ pH ของสารละลาย ศึกษาปฏกิ ิริยาระหว่างกรดกบั เบส ปฏิกิรยิ า

ไฮโดรไลซสิ อนิ ดเิ คเตอรส์ ำหรับกรด-เบส ศกึ ษาการไทเทรตและสารละลายบฟั เฟอร์

ผลการเรยี นรู้
ว 2.1
สาระ 2 ม.5 ขอ้ 7 – 23

รวมทั้งหมด 17 ผลการเรียนรู้

212

คำอธิบายรายวชิ า

รายวชิ าชีววทิ ยา 3 รหัสวิชา ว30243 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 จำนวน 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ ภาคเรยี นที่ 1

ศึกษาเกี่ยวกบั การดำรงชวี ิตของพชื โครงสรา้ งและหน้าที่ของพชื เน้อื เยอื่ พชื อวัยวะและหน้าท่ีของอวัยวะของ
พืชจากราก ลำตน้ และใบ การแลกเปล่ียนแกส๊ และการคายนำ้ ของพืช การลำเลยี งนำ้ ของพชื การลำเลยี งสารอาหาร
ของพชื และการลำเลียงอาหารของพชื ศกึ ษาการสังเคราะห์ด้วยแสง การคน้ ควา้ ทเ่ี กย่ี วข้องกับการสังเคราะห์ด้วยแสง
กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสง โฟโตเรสไพเรชนั กลไกการเพม่ิ ความเขม้ ขน้ ของคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นพชื C4 และพืช
CAM ปัจจยั บางประการทมี่ ีผลตอ่ อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงรวมท้ังการท้ังการปรบั ตัวของพืชทางด้านโครงสร้างของใบ
ทิศทางของใบ และการจัดเรียงใบของพืชเพือ่ รับแสง ศึกษาการสืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโต วัฏจักรชีวติ
และการสืบพันธ์แุ บบอาศยั เพศของพืชดอกท่ีเก่ียวขอ้ งกับโครงสรา้ งของดอกและการสร้างสปอร์ เรณู ถงุ เอ็มบรโิ อ การ
สร้างเซลลส์ บื พนั ธ์ุและการปฏิสนธิ ผลและเมลด็ และการงอกของเมล็ด การสบื พนั ธแุ์ บบไม่อาศัยเพศของพืชดอกและ
การขยายพนั ธุ์พืช รวมท้งั การวดั การเจรญิ เติบโตของพชื ศกึ ษาสารควบคมุ การเจริญเติบโตของพืชและการตอบนองของ
พืชต่อสิ่งแวดล้อม การนำความรู้เกี่ยวกับพืชมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย
และสรปุ เพอื่ ให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ สือ่ สารสงิ่ ท่ีเรยี นรู้และนำความรู้ไป
ใช้ในชวี ิตของตนเอง มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ ม

ผลการเรียนรู้

1. อธิบายวฏั จักรชวี ิตแบบสลับของพชื ดอก
2. อธิบายและเปรียบเทียบกระบวนการสรา้ งเซลล์สืบพันธเุ์ พศผู้และเพศเมยี ของพืชดอกและ
อธิบายการปฏิสนธิของพชื ดอก
3. อธิบายการเกิดเมล็ดและการเกดิ ผลของพืชดอก โครงสร้างของเมล็ดและผล และยกตัวอย่าง
การใช้ประโยชนจ์ ากโครงสร้างต่าง ๆ ของเมล็ดและผล
4. อธิบายเก่ยี วกับชนิดและลกั ษณะของเนื้อเย่ือพชื และเขยี นแผนผงั เพอื่ สรปุ ชนดิ ของเนอ้ื เยื่อพืช
5. สงั เกต อธบิ าย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งภายในของรากพชื ใบเลยี้ งเด่ยี วและราก
พชื ใบเล้ยี งคู่จากการตัดตามขวาง
6. สังเกต อธบิ าย และเปรียบเทยี บโครงสร้างภายในของลำตน้ พืชใบเลี้ยงเดยี่ วและลำตน้
พชื ใบเลย้ี งคู่จากการตดั ตามขวาง
7. สังเกต และอธิบายโครงสร้างภายในของใบพชื จากการตดั ตามขวาง
8. สืบค้นขอ้ มูลและอธิบายกลไกการลำเลยี งน้ำและธาตอุ าหารของพืช
9. สืบคน้ ขอ้ มูล สังเกต และอธบิ ายการแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำของพืช
10. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายความสำคญั ของธาตุอาหาร และยกตัวอย่างธาตอุ าหารที่สำคัญทมี่ ีผลตอ่ การ
เจรญิ เตบิ โตของพชื
11. อธิบายกลไกการลำเลียงอาหารในพืช

213

12. สบื ค้นขอ้ มูลและสรุปการศึกษาทไี่ ด้จากการทดลองของนกั วทิ ยาศาสตร์ในอดีตเกยี่ วกบั
กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง

13. อธบิ ายขนั้ ตอนท่เี กดิ ขนึ้ ในกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช C3
14. เปรียบเทยี บกลไกการตรงึ คารบ์ อนไดออกไซดใ์ นพชื C3 พชื C4 และ พชื CAM
15. สบื ค้นข้อมูล อภิปรายและสรปุ ปัจจัยความเข้มแสง ความเข้มขน้ ของคาร์บอนไดออกไซด์ และ
อณุ หภูมิ ท่ีมีผลตอ่ การสังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื
16. สืบค้นขอ้ มูล อธิบายบทบาทและหน้าที่ของออกซิน ไซโทไคนนิ จบิ เบอเรลลิน เอทลิ ีน และ
กรดแอบไซซกิ และอภปิ รายเก่ียวกับการนำไปใชป้ ระโยชนท์ างการเกษตร
17. ทดลอง และอธบิ ายเกย่ี วกับปจั จยั ต่าง ๆ ทีม่ ีผลตอ่ การงอกของเมลด็ สภาพพกั ตัวของเมลด็
และบอกแนวทางในการแกส้ ภาพพกั ตัวของเมล็ด
18. สืบคน้ ข้อมูล ทดลอง และอภปิ ราย เกย่ี วกับส่ิงเร้าภายนอกท่มี ผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพืช

รวม 18 ผลการเรียนรู้

214

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชาชีววิทยา 3 รหสั วชิ า ว30244 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 จำนวน 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต ภาคเรยี นที่ 2

ศึกษาเกี่ยวกับดุลยภาพของชีวิตและการดำรงชีวิต การรักษาดุลยภาพในร่างกายของสัตว์และมนุษย์
ศึกษาโครงสร้างและการทำงานของระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบน้ำเหลืองและระบบ
ภมู คิ ุ้มกัน การนำความรู้ทเ่ี ป็นประโยชนม์ าใชใ้ นการดูแลรักษาสขุ ภาพของร่างกาย ศึกษาโครงสร้างและอวัยวะที่ใช้
ในการเคลอ่ื นทีข่ องส่ิงมีชวี ิตเซลล์เดียว ของสตั วแ์ ละมนษุ ย์ ศึกษาระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ การรับรู้
และตอบสนองของส่งิ มีชีวิตเซลล์เดยี ว ของสัตวแ์ ละมนษุ ย์ เซลล์ประสาทและการทำงานของเซลล์ประสาท สมอง
และไขสนั หลังทีเ่ ปน็ ศนู ย์ควบคุมระบบประสาท การทำงานของระบบประสาทโซมาติกและระบบประสาทอัตโนวัติ
โครงสรา้ งและการทำงานของอวัยวะรบั ความรู้สึกท่ีเกี่ยวกับนยั น์ตากับการมองเห็น หูกับการไดย้ ิน จมูกกับการดม
กล่นิ ลนิ้ กับการรับรสและผิวหนังกับการรับความรู้สึก ศกึ ษาระบบต่อมไรท้ อ่ โครงสรา้ งและการทำงานของต่อมไร้
ท่อ ฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและอวัยวะที่สำคัญ การรักษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอร์โมนและฟีโรโมนในสัตว์
ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ กลไกการเกิดพฤติกรรมของสัตว์ พฤติกรรมเป็นมาแต่กำเนดิ และพฤติกรรมการเรียนรู้
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งพฤติกรรมกับพัฒนาการของระบบประสาท การสอื่ สารระหวา่ งสัตว์โดยใช้เสียง ทา่ ทาง และ
สารเคมี

โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล
การสงั เกต การวเิ คราะห์ การทดลอง การอภปิ ราย และการสรปุ

เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ ส่อื สารสง่ิ ทเี่ รียนรู้และนำความร้ไู ป
ใช้ในชวี ิตของตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นยิ ม

ผลการเรยี นรู้

1. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ที่ไม่มีทางเดิน
อาหารสัตว์ทมี่ ีทางเดินอาหารแบบไมส่ มบรู ณ์ และสตั ว์ที่มีทางเดนิ อาหารแบบสมบรู ณ์

2. สงั เกต อธบิ ายการกนิ อาหารของไฮดรา และพลานาเรยี
3. อธบิ ายเก่ียวกบั โครงสรา้ ง หนา้ ท่ี และกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารภายในระบบ
ยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์
4. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบโครงสร้างที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สของ ฟองน้ำ ไฮดรา
พลานาเรีย ไส้เดือนดิน แมลง ปลา กบ และนก
5. สงั เกต และอธบิ ายโครงสร้างของปอดในสัตวเ์ ลย้ี งลกู ดว้ ยนำ้ นม
6. สืบค้นข้อมูล และอธิบายโครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สและกระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สของ
มนุษย์
7. อธบิ ายการทำงานของปอด และทดลองการวัดปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของมนษุ ย์
8. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายและเปรยี บเทียบระบบหมุนเวยี นแบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือดแบบปดิ

215

9. สังเกตและอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดในหางปลา และสรุป
ความสมั พันธ์ระหวา่ งขนาดของหลอดเลอื ดกบั ความเร็วในการไหลของเลอื ด

10. อธิบายโครงสรา้ งและการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในมนษุ ย์
11. สงั เกตและอธบิ ายโครงสร้างหวั ใจของสตั วเ์ ล้ียงลูกด้วยน้ำนม ทศิ ทางการไหลของเลือดผ่านหัวใจของ
มนุษย์ และเขียนแผนผงั สรปุ การหมุนเวียนของมนษุ ย์
12. สืบค้นข้อมลู ระบุความแตกต่างของเซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดง เซลล์เม็ดเลอื ดขาว เพลตเลตและพลาสมา
13. อธบิ ายหม่เู ลือดและหลักการใหแ้ ละรับเลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh
14. อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของน้ำเหลือง รวมทั้งโครงสร้าง และหน้าที่ของ
หลอดนำ้ เหลืองและตอ่ มนำ้ เหลือง
15. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบกลไกการต่อตา้ นหรือทำลายสิง่ แปลกปลอม แบบไม่ จำเพาะ
และแบบจำเพาะ
16. สืบคน้ ข้อมลู อธิบาย และเปรียบเทยี บการสรา้ งภมู ิคุม้ กนั กอ่ เองและภูมิค้มุ กันรับมา
17. สืบค้นข้อมลู และอธิบายเกีย่ วกบั ความผิดปกติของภูมิคุ้มกันท่ีทำให้เกิดเอดส์ ภูมิแพ้การสร้าง ภูมิ
ต้านทานตอ่ เนื้อเยอ่ื ตนเอง
18. สบื ค้นข้อมูล อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีในการกำจัดของเสียออกจากร่างกายของ
ฟองนำ้ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดอื นดิน แมลง และสตั ว์มกี ระดูกสันหลัง
19. อธบิ ายโครงสร้างและหน้าทีข่ องไตและโครงสร้างท่ใี ชล้ ำเลยี งปสั สาวะออกจากรา่ งกาย
20. อธิบายการทำงานของหนว่ ยไตในการกำจัดของเสยี ออกจากร่างกายและเขียนแผนผงั สรุปขนั้ ตอนการ
กำจดั ของเสยี ออกจากร่างกายโดยหนว่ ยไต
21. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ ายและยกตัวอย่างเก่ียวกับความผดิ ปกตขิ องไตอนั เนอ่ื งมาจากโรคตา่ ง ๆ
รวม 21 ผลการเรียนรู้

216

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา งานห่นุ ยนตเ์ บื้องตน้ จำนวน 40 ชว่ั โมง

รหัสวชิ า ว30212 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 จำนวน 1 หนว่ ยกติ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาเช่ือมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยกี ับศาสตรอ์ ่ืนๆ ศกึ ษาสว่ นประกอบ

โครงสร้างและหน้าทขี่ องหุ่นยนต์ ศกึ ษาพื้นฐานด้านอิเลคทรอนคิ และเคร่ืองกล แมคคานิค

ในการขบั เคล่ือน ศกึ ษาวงจรควบคุมการทำงานของหนุ่ ยนต์ หลักการทำงานของมอเตอร์กระแสตรง

ระบบการถ่ายทอดกำลงั รอบการหมุนของเฟอื งกบั แรงบดิ ในการขบั เคลื่อน มีความรใู้ นการเลอื กใช้

เคร่ืองมอื และวสั ดุในการออกแบบหนุ่ ยนต์

ปฏบิ ตั งิ านฝกึ ทักษะการสืบคน้ ความรผู้ ่านสอ่ื ด้านตา่ งๆ เลือกใช้เครอื่ งมอื เพื่อการออกแบบ

สร้างหุ่นยนต์ ประกอบชุดเฟอื งเกยี รก์ ารถา่ ยทอดกำลงั ตามเกณฑ์และกติกาการแขง่ ขัน เพ่ือให้สามารถ

วเิ คราะห์ปรับปรุงแกไ้ ขปัญหาต่างๆท่ีเกิดข้ึนจากการออกแบบการสรา้ งหนุ่ ยนต์ เสรมิ สร้างประสบการณ์

ดว้ ยการแขง่ ขันเพอ่ื นำความรูไ้ ปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั ได้

ผลการเรียนรู้

1. อธบิ ายส่วนประกอบและหน้าที่ของหุน่ ยนต์ได้
2. อธิบายพ้นื ฐานดา้ นเครื่องกล แมคคานิคและการขบั เคล่ือนของหุ่นยนตไ์ ด้
3. อธบิ ายโครงสรา้ งและวงจรควบคุมห่นุ ยนต์ได้

4. สามารถประกอบชุดเฟืองเกียร์ ประกอบชุดรีโมทคอนโทรลได้
5. อธิบายหลกั การทำงานของมอเตอรก์ ระแสตรงได้

6. อธิบายหลกั การเลือกใชเ้ ครือ่ งมอื และวสั ดุงานหุน่ ยนตไ์ ด้
7. ปฎบิ ัตกิ ารออกแบบและสรา้ งหุ่นยนต์ตามเกณฑแ์ ละกติกาการแขง่ ขนั ท่ีกำหนดได้

รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู้

217

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ าศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้

(Research and Knowledge Formation)

รหัสวิชา I30201 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 1 หน่วยกิต

ศึกษาเรียบเรยี งและถ่ายทอดความคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์จากรายวิชาเพมิ่ เตมิ การศกึ ษาคน้ ควา้ และสร้างองค์
ความรู้ (Research and Knowledge Formation) เกย่ี วกับสถานการณ์ปจั จบุ ันและสังคมโลกโดยเขยี นโครงรา่ ง

บทนำเนอื้ เรอ่ื งสรปุ ในรูปของรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ เชิงวิชาการเป็นภาษาไทยความยาวจำนวน4,000 คำหรอื
เปน็ ภาษาองั กฤษความยาว2,000 คำมกี ารอ้างอิงแหลง่ ความร้ทู ่ีเช่ือถอื ไดอ้ ยา่ งหลากหลายเชื่อถือไดท้ ง้ั ในประเทศ

และตา่ งประเทศเรยี บเรยี งและถ่ายทอดสือ่ สารนำเสนอความคิดอยา่ งชดั เจนเป็นระบบมกี ารนำเสนอในรปู แบบ
เดย่ี ว(Oral individual presentation) หรือกล่มุ (Oral panel presentation)โดยใช้ส่ือเทคโนโลยีท่ีหลากหลาย
และมกี ารเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะเพ่อื ให้เกิดทักษะในการเขยี นรายงานเชิงวิชาการและทักษะการสือ่ สารท่ีมี

ประสิทธภิ าพเห็นประโยชน์และคณุ ค่าในการสรา้ งสรรคง์ านและถ่ายทอดส่งิ ทเี่ รียนรใู้ ห้เป็นประโยชนแ์ กส่ าธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อภปิ รายความเปน็ มาของศาสตรห์ ลักการและวิธีคิดในสง่ิ ที่ศกึ ษาค้นควา้
2. วเิ คราะห์ข้อมลู โดยใช้วธิ ีการที่เหมาะสม

3. สังเคราะห์และสรปุ องค์ความรอู้ ภปิ รายผลเปรียบเทยี บเช่ือมโยงความรู้
4. เสนอแนวคดิ วธิ ีการแกป้ ญั หาอยา่ งเป็นระบบ

5. เรียบเรยี งและถ่ายทอดความคิดอยา่ งสร้างสรรค์เป็นระบบ
6. นำเสนอในรปู แบบเดียว(Oral individual) หรือกลมุ่ (Oralpanel presentation)
เป็นภาษาไทยหรอื ภาษาอังกฤษโดยใชส้ ่ือเทคโนโลยที ี่หลากหลาย

7. เขยี นรายงานการศกึ ษาค้นคว้าเชงิ วชิ าการเป็นภาษาไทยความยาว 4,000 คำหรอื ภาษาองั กฤษ ความ
ยาว 2,000 คำ

8. อ้างอิงแหล่งความรูท้ ่ีเชอื่ ถอื ได้ทง้ั ในและตา่ งประเทศ
9. ใช้การสนทนา / วพิ ากษ์ผา่ นสือ่ อีเล็กโทรนิกเช่นconference social media
10. นำความรูไ้ ปประยกุ ตส์ ร้างสรรค์ประโยชนต์ ่อสงั คมและโลก

11. เผยแพรค่ วามรูแ้ ละประสบการณ์ทไี่ ดจ้ ากการลงมอื ปฏิบัติเพอ่ื ประโยชนต์ ่อสังคมและโลก

คำอธบิ ายรายวิชา 218
รายวิชา IS2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ I30202 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5
เวลา 40
ชั่วโมง จำนวน 1 หนว่ ยกติ

ศกึ ษา เรียบเรียงและถา่ ยทอดความคดิ อย่างสร้างสรรคจ์ ากรายวชิ า IS1 (Research and Knowledge
Formation) เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบนั และสังคมโลก โดยเขียนโครงรา่ ง บทนำ

เนอ้ื เรื่อง สรปุ ในรปู ของรายงานการศึกษาคน้ คว้าเชิงวชิ าการเป็นภาษาไทยความยาว จำนวน 4,000 คำ หรอื
เป็นภาษาองั กฤษ ความยาว 2,000 คำ มกี ารอา้ งอิงแหล่งความรู้ที่เช่ือถือไดอ้ ยา่ งหลากหลายเชอ่ื ถือได้ ท้ังใน
ประเทศและตา่ งประเทศ เรยี บเรยี งและถา่ ยทอดสอื่ สาร นำเสนอความคิดอยา่ งชัดเจน เป็นระบบ มีการนำเสนอ

ในรปู แบบเดีย่ ว (Oral individual) หรือกลุม่ (Oral panel presentation) โดยใชส้ ่ือเทคโนโลยีท่ีหลากหลาย
และมกี ารเผยแพรผ่ ลงานสู่สาธารณะ เพื่อใหเ้ กดิ ทักษะ ในการเขียนรายงานเชิงวิชาการ และทกั ษะการสอ่ื สารท่มี ี

ประสิทธิภาพ เห็นประโยชน์และคณุ ค่าในการสรา้ งสรรคง์ านและถา่ ยทอดสง่ิ ท่เี รียนรู้ใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ กส่ าธารณะ

ผลการเรยี นรู้

1. วางโครงร่างการเขยี นตามหลกั เกณฑ์ องคป์ ระกอบและวิธกี ารเขียนโครงรา่ ง

2. เขยี นรายงานการศึกษาคน้ ควา้ เชิงวชิ าการเปน็ ภาษาไทยความยาว 4,000 คำ หรือ
ภาษาองั กฤษ ความยาว 2,500 คำ

3. นำเสนอขอ้ ค้นพบ ข้อสรุปจากประเดน็ ทเ่ี ลอื กในรปู แบบเดย่ี ว (Oral individual presentation) หรือ

กลุ่ม (Oral panel presentation) โดยใช้ส่อื เทคโนโลยีทีห่ ลากหลาย
4. เผยแพร่ผลงานสูส่ าธารณะ โดยใช้การสนทนา / วิพากษผ์ ่านส่ืออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่

e-conference, social media online
5. เห็นประโยชนแ์ ละคุณค่าการสร้างสรรค์งานและถา่ ยทอดสิง่ ท่เี รียนรใู้ ห้เปน็ ประโยชน์

219

คำอธิบายรายวิชา

รายวิชา เศรษฐศาสตรว์ ศิ วกรรม(Engineering Economy) จำนวน 40 ช่วั โมง(คาบ)
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
รหัสวิชา ว30211 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 5/1

คำอธบิ ายรายวิชา

อธบิ ายและเขา้ ใจความหมายของเศรษฐศาสตร์วศิ วกรรม สามารถนำมาจดั สรรทรพั ยากรท่มี ใี หเ้ กดิ
ประโยชนส์ ูงสุด คำนวณหรือเปรยี บเทยี บการผลิตสินคา้ หรือบรกิ ารในแตล่ ะโครงการทีม่ ปี ระสิทธภิ าพโดยใช้ต้นทนุ
ต่ำทส่ี ุด คำนวณและเปรียบเทยี บประสิทธิภาพเชิงฟสิ ิกส์กบั ประสทิ ธภิ าพเชงิ เศรษฐศาสตรไ์ ด้ เข้าใจความหมาย

และความสัมพนั ธ์ของอุปสงค(์ Demand) และอปุ ทาน(Supply) รวมถงึ ดุลยภาพของทัง้ อุปสงค์(Demand) และ
อปุ ทาน(Supply) โดยใชก้ ราฟเป็นตัวอธบิ าย เข้าใจความหมายของต้นทุนในแตล่ ะประเภทของโครงการ สามาถ

คำนวณดอกเบ้ีย ดอกเบีย้ เชงิ เดยี่ ว ดอกเบ้ียเชงิ ซ้อน อตั ราดอกเบี้ย สัญลักษณ์ในการคำนวณตามสูตรต่าง มูลค่า
เทียบเท่า และแผนภาพการไหลของเงิน สามารถคำนวณและเปรียบเทียบมูลคา่ ปัจจุบันหรอื มูลคา่ รายปีของ
โครงการท่ีมอี ายโุ ครงการแตกต่างกัน เพอ่ื ให้ไดท้ างเลอื กทีค่ มุ้ ค่าและลงทนุ ต่ำทส่ี ุด

ผลการเรียนรูท้ ่ีคาดหวัง
1. นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจและสามารถคำนวณ สตู รการคำนวณดอกเบยี้ มูลคา่ เทยี บเท่า ดอกเบย้ี
เชงิ เด่ียวและเชงิ ซ้อน สัญลกั ษณ์ทใี่ ช้คำนวณ แผนภูมแิ สดงการไหลของเงนิ การคำนวณดอกเบี้ย การ
แก้ปญั หาดอกเบยี้
2. นักเรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจการเปรยี บเทียบโครงการที่มอี ายุเท่ากัน การเปรียบเทยี บโครงการทม่ี ีอายุ
แตกต่างกัน การเปรียบเทยี บโครงการโดยวธิ ีเงินทุนนิรันดร์ การเปรยี บเทยี บโครงการโดยวธิ สี ่วนเพม่ิ
3. นกั เรยี นสามารถ เปรยี บเทียบโครงการที่ลงทุนเป็นวงจรซ้ำ เปรียบเทียบโครงการท่ีมอี ายุเท่ากัน

เปรยี บเทยี บโครงการท่ีมอี ายแุ ตกตา่ งกนั เปรียบเทียบโครงการทีม่ ีอายุใช้งานนิรนั ดร์ เปรียบเทยี บ

โครงการโดยวธิ สี ่วนเพ่ิม

4. นกั เรยี นมีความร้คู วามเข้าใจ การวเิ คราะห์จุดคุ้มทุนระยะเวลาคืนทนุ การคำนวณหาจุดคุ้มทุนโครงการ
เดี่ยว การเปรียบเทียบหลายโครงการดว้ ยจุดคุ้มทุน

5. นกั เรยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจ ค่าเสื่อมราคา ลักษณะของค่าเสอ่ื มราคา วิธีการคิดคา่ เสอื่ มราคา
ผลตอบแทนการลงทุนโครงการเพือ่ สาธารณะ อัตราผลตอบแทนภายใน การเปรียบเทียบโครงการวิธี
อตั ราผลตอบแทน ดอกเบ้ียเงนิ กู้ การผ่อนบา้ น เทคนิคการผอ่ นบ้าน การผ่อนรถยนต์ เทคนคิ การผอ่ นรถ
การวางแผนเกบ็ เงินซ้ือรถ

6. นักเรยี นสามารถวิเคราะหผ์ ลกระทบของภาษีอากรตอ่ การตัดสินใจ ความรเู้ บือ้ งต้นเกย่ี วกบั ภาษีอากร
ภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดา การลดหยอ่ นภาษี การวิเคราะห์การตัดสินใจก่อนและหลงั หักภาษี

220

คำอธิบายรายวชิ า

รายวิชา วิทยาศาสตร์ EIS จำนวน 2.0 ช่วั โมง

รหัสวิชา ว30293 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาวเิ คราะห์มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง การสืบพนั ธุข์ องพชื ดอก โครงสร้างและหน้าท่ีของราก
หนา้ ทีแ่ ละโครงสรา้ งของล้าตน้ โครงสร้างและหน้าที่ของใบ การคายน้ำของพืช การล้าเลียงน้ำของพืช การล้าเลียง
ธาตุ อาหารของพชื การล้าเลียงสารอาหารของพชื ประวตั ิการค้นคว้าเกย่ี วกบั การสงั เคราะหด์ ้วยแสง กระบวนการ
สังเคราะห์ ด้วยแสง ปจั จยั บางประการท่ีมีผลต่ออตั ราการสังเคราะห์ดว้ ย สารควบคุมการเจรญิ เติบโตของพืชการ
ตอบสนองของพชื ต่อ สิ่งแวดล้อม โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สบื เสาะแสวงหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล
อภปิ ราย สงั เคราะห์ การ เปรียบเทยี บ การสำรวจตรวจสอบ การสงั เกต การอธิบายและการฝกึ ปฏิบัติการทดลอง
เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความ เข้าใจ ส่ือสารส่งิ ทีเ่ รียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ นา้ ความรู้ไปใช้ในชีวิต
ประจา้ วันของตนเองดแู ละรกั ษาสิ่งมีชีวิตอ่นื มี จติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านิยมทเี่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู้

1. อธิบายวฏั จักรชวี ิตแบบสลับของพืชดอก
2. อธิบายและเปรียบเทียบกระบวนการสร้างเซลล์สืบพนั ธ์ุเพศผู้และเพศเมียของพืชดอก

3. อธิบายการปฏสิ นธขิ องพืชดอก
4. อธิบายการเกิดเมลด็ และการเกิดผลของพชื ดอกโครงสร้างของเมล็ดและผลและยกตัวอย่างการใช้

ประโยชนจ์ ากโครงสร้างตา่ ง ๆ ของเมล็ดและผล
5. อธิบายเก่ียวกบั ชนิดและลกั ษณะของเน้ือเยื่อพชื และเขียนแผนผังเพื่อสรปุ ชนิดของเน้อื เยอ่ื พืช
6. สังเกตอธิบายและเปรยี บเทยี บโครงสรา้ งภายในของรากพืชใบเล้ียงเดย่ี วและรากพืชใบเล้ียงคจู่ ากการตัดตาม

ขวาง
7. สังเกตอธบิ ายและเปรยี บเทียบโครงสรา้ งภายในของล้าตน้ พชื ใบเลีย้ งเดี่ยวและล้าต้น พืชใบเลยี้ งคู่จากการตัด

ตามขวาง
8. สงั เกต และอธิบายโครงสร้างภายในของใบพชื จากการตดั ตามขวาง
9. สืบค้นขอ้ มูลและอธิบายกลไกการลำเลยี งน้ำและธาตอุ าหารของพืช

10. สืบค้นข้อมูล สังเกต และอธิบายการแลกเปลี่ยนแกส๊ และการคายน้ำของพชื
11. สบื ค้นข้อมูลอธิบายความสำคญั ของธาตอุ าหารและยกตวั อย่างธาตุอาหารทส่ี ำคญั ที่มผี ลตอ่ การเจริญเติบโต

ของพืช
12. อธบิ ายกลไกการลำเลยี งอาหารในพชื
13. สืบคน้ ขอ้ มูลและสรุปการศกึ ษาที่ได้จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในอดีตเกยี่ วกบั กระบวนการสังเคราะห์

ดว้ ยแสง
14. อธบิ ายขนั้ ตอนทเ่ี กดิ ข้นึ ในกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช C3

15. เปรียบเทียบกลไกการตรงึ คารบ์ อนไดออกไซดใ์ นพืช C4และ พืช CAM
16. สบื คน้ ขอ้ มูลอภปิ รายและสรปุ ปจั จัยความเขม้ แสงความเขม้ ข้นของคารบ์ อนไดออกไซดแ์ ละอุณหภมู ิ
ทมี่ ผี ลต่อการสังเคราะหด์ ้วยแสงของพชื

17. สบื ค้นข้อมูลอธิบายบทบาทและหนา้ ที่ของออกซนิ ไซโทไคนนิ จบิ เบอเรลลนิ เอทิลีนและกรด

221

แอบไซซกิ และอภปิ รายเกี่ยวกบั การน้าไปใช้ประโยชนท์ างการเกษตร
18. ทดลองและอธิบายเกย่ี วกับปัจจยั ท่ีมผี ลต่อการงอกของเมลด็ างสภาพพักตัวของเมลด็ และบอก
แนวทางในการแก้สภาพพักตัวของเมลด็
19. สืบคน้ ขอ้ มูลทดลอง และอภิปรายเก่ียวกับสิ่งเร้าภายนอกท่มี ผี ลตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืชดอก

รวม 19 ผลการเรยี น

222

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวชิ า วิทยาศาสตร์ EIS จำนวน 2.0 ช่ัวโมง

รหสั วชิ า ว30294 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาวิเคราะห์และอธิบายเก่ียวกับระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ ระบบหมนุ เวียนเลอื ด ระบบน้ำเหลืองกับการรักษา

ดุลยภาพของรา่ งกาย ระบบขบั ถา่ ยกับการรกั ษาดุลยภาพของร่างกาย โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหา

ความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด

ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารส่งิ ทเ่ี รยี นรู้และนำความรูไ้ ปใชใ้ นชีวิตของตนเอง มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม

คณุ ธรรม และคา่ นยิ ม

ผลการเรยี นรู้

1. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ที่ไม่มีทางเดิน อาหารสัตว์ที่มี

ทางเดนิ อาหารแบบไม่สมบูรณ์ และสตั ว์ท่ีมที างเดนิ อาหารแบบสมบรู ณ์

2. สังเกต อธิบายการกนิ อาหารของไฮดรา และพลานาเรยี

3. อธิบายเกีย่ วกับโครงสรา้ ง หนา้ ที่ และกระบวนการยอ่ ยอาหาร และการดดู ซมึ สารอาหารภายในระบบ

ย่อยอาหารของมนษุ ย์

4. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบโครงสร้างที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สของฟองน้ำ ไฮดรา

พลานาเรยี ไสเ้ ดอื นดิน แมลง ปลา กบ และนก

5. สังเกต และอธิบายโครงสรา้ งของปอดในสตั วเ์ ลี้ยงลกู ดว้ ยน้ำนม

6. สืบค้นข้อมูล และอธิบายโครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สและกระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สของ

มนุษย์

7. อธบิ ายการทำงานของปอด และทดลองการวัดปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของมนษุ ย์

8. สืบค้นข้อมูล อธิบายและเปรยี บเทียบระบบหมุนเวียนแบบเปดิ และระบบหมนุ เวยี นเลอื ดแบบปดิ

9. สังเกตและอธิบายทิศทางการไหลของเลอื ดและการเคล่ือนทีข่ องเซลล์เม็ดเลอื ดในหางปลา และสรุป

ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งขนาดของหลอดเลือดกับความเรว็ ในการไหลของเลอื ด

10. อธบิ ายโครงสรา้ งและการทำงานของหัวใจและหลอดเลอื ดในมนษุ ย์

11. สังเกตและอธบิ ายโครงสร้างหวั ใจของสัตว์เลีย้ งลูกด้วยน้ำนม ทิศทางการไหลของเลอื ดผ่านหัวใจของ

มนุษย์ และเขยี นแผนผงั สรปุ การหมุนเวยี นของมนษุ ย์

12. สืบคน้ ข้อมลู ระบคุ วามแตกตา่ งของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลลเ์ มด็ เลอื ดขาว เพลตเลตและพลาสมา

13. อธิบายหมู่เลือดและหลกั การให้และรับเลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh

14. อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของน้ำเหลือง รวมทั้งโครงสร้าง และหน้าที่ของ

หลอดน้ำเหลอื งและตอ่ มน้ำเหลอื ง

15. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม แบบไม่ จำเพาะ

และแบบจำเพาะ

16. สบื ค้นข้อมูล อธบิ าย และเปรียบเทยี บการสรา้ งภมู ิคุม้ กนั กอ่ เองและภูมิคมุ้ กนั รบั มา

17. สืบค้นข้อมูลและอธิบายเกี่ยวกับความผิดปกติของภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดเอดส์ ภูมิแพ้การสร้างภูมิ

ตา้ นทานต่อเนือ้ เยือ่ ตนเอง

18. สบื คน้ ขอ้ มลู อธิบาย และเปรยี บเทยี บโครงสรา้ งและหนา้ ที่ในการกำจดั ของเสยี ออกจากร่างกายของ

ฟองนำ้ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดอื นดนิ แมลง และสัตวม์ ีกระดูกสันหลัง

19. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องไตและโครงสร้างทใี่ ช้ลำเลียงปสั สาวะออกจากรา่ งกาย

223

20. อธิบายการทำงานของหนว่ ยไตในการกำจดั ของเสียออกจากรา่ งกายและเขยี นแผนผงั สรุปขั้นตอนการ
กำจัดของเสียออกจากรา่ งกายโดยหนว่ ยไต

21. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ ายและยกตวั อยา่ งเก่ยี วกับความผดิ ปกตขิ องไตอันเนอ่ื งมาจากโรคต่าง ๆ
รวม 21 ผลการเรียนรู้

224

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวชิ าฟิสิกส์ 5 รหสั วิชา ว30205 กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 จำนวน 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา ศกึ ษาสนามแม่เหล็ก แรงแมเ่ หลก็ โมเมนต์ของแรงคคู่ วบกระทำ กับขดลวดทม่ี ีกระแสไฟฟา้ ผา่ น
เมื่อ อยใู่ นสนามแมเ่ หลก็ กระแสไฟฟ้าเหนีย่ วนำ อีเอม็ เอฟเหนยี่ วนำ ไฟฟา้ กระแสสลบั ความรอ้ น แกส๊ อุดมคติ

ทฤษฎจี ลนข์ องแก๊ส ของแขง็ สภาพยดื หยุ่นของของแข็ง ความตงึ ผวิ ความหนดื ของของเหลว ความดนั ในของไหล
แรงพยุง ของไหลอดุ มคตสิ มการความต่อเนอื่ ง และสมการแบรน์ ลู ลี โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การ
สืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นขอ้ มูล กระบวนการคิด การแกป้ ัญหา เปรยี บเทยี บ อธิบาย อภปิ ราย ลงข้อสรปุ การ

ส่อื สารอยา่ งสร้างสรรค์ และการใช้เทคโนโลยีเพ่ือการเรียนรู้
เพอื่ ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ มที ักษะปฏบิ ัตกิ ารทางวิทยาศาสตร์ รวมทงั้

ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการ
ส่อื สาร สามารถสื่อสารส่งิ ทีเ่ รียนรู้และนำความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และ
ค่านยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู

1. สังเกตและอธบิ ายเส้นสนามแม่เหลก็ อธบิ ายและคำ นวณฟลกั ซแ์ ม่เหลก็ ในบรเิ วณทีก่ ำหนด รวมทัง้
สังเกต และอธิบายสนามแม่เหล็กทเ่ี กิดจากกระแสไฟฟา้ ในลวดตวั นำ เส้นตรงและโซเลนอยด์

2. อธบิ ายและคำนวณแรงแมเ่ หล็กที่กระทำ ต่ออนภุ าคที่มปี ระจไุ ฟฟ้าเคล่ือนที่ในสนามแม่เหลก็

แรงแมเ่ หลก็ ท่กี ระทำตอ่ เสน้ ลวดท่ีมกี ระแสไฟฟา้ ผ่านและวางในสนามแมเ่ หล็ก รศั มีความโค้งของการเคล่ือนที่เมือ่
ประจุ เคลอ่ื นที่ตงั้ ฉากกบั สนามแมเ่ หล็ก รวมทง้ั อธบิ ายแรงระหว่างเส้นลวดตวั นำ คู่ขนานท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่าน

3. อธบิ ายหลกั การทำงานของแกลแวนอมิเตอรแ์ ละมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรง รวมท้งั คำนวณปริมาณต่างๆ
ทเี่ กีย่ วข้อง

4. สงั เกตและอธิบายการเกดิ อีเอ็มเอฟเหนี่ยวนำ กฎการเหนีย่ วนำของฟาราเดย์และคำนวณปริมาณ ต่าง

ๆ ทเี่ ก่ยี วข้อง รวมทง้ั นำความรเู้ รอ่ื งอเี อ็มเอฟเหนย่ี วนำ ไปอธบิ ายการทำงานของเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
5. อธิบายและคำนวณความตา่ งศกั ยอ์ าร์เอ็มเอส และกระแสไฟฟ้าอาร์เอม็ เอส

6. อธิบายหลกั การทำงานและประโยชนข์ องเครื่องกำเนดิ ไฟฟา้ กระแสสลบั ๓ เฟส การแปลงอีเอม็ เอฟ
ของหม้อแปลง และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ ก่ียวขอ้ ง

7. อธบิ ายและคำนวณความร้อนทท่ี ำ ให้สสารเปลี่ยนอุณหภมู ิความรอ้ นทที่ ำ ให้สสารเปลีย่ นสถานะ และ

ความรอ้ นทีเ่ กิดจากการถ่ายโอนตามกฎการอนรุ กั ษ์พลังงาน
8. อธบิ ายกฎของแก๊สอดุ มคติและคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง

9. อธิบายแบบจำลองของแก๊สอดุ มคตทิ ฤษฎีจลน์ของแก๊ส และอัตราเร็วอารเ์ อม็ เอสของโมเลกุลของแก๊ส
รวมท้งั คำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ยี วข้อง

10. อธบิ ายและคำนวณงานที่ทำ โดยแก๊สในภาชนะปิดโดยความดันคงตวั และอธบิ ายความสัมพันธ์

ระหวา่ ง ความรอ้ น พลังงานภายในระบบ และงาน รวมท้ังคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง และนำความรเู้ ร่อื ง
พลังงานภายในระบบไปอธิบายหลักการทำงานของเครอ่ื งใชใ้ นชวี ิตประจำวนั

11. อธิบายสภาพยดื หยุน่ และลกั ษณะการยดื และหดตัวของวสั ดุที่เปน็ แท่งเมอ่ื ถูกกระทำ ดว้ ยแรงค่าต่าง
ๆ รวมท้งั ทดลอง อธบิ ายและคำนวณความเค้นตามยาว ความเครียดตามยาว และมอดลุ ัสของยัง และนำ ความรู้
เรอ่ื งสภาพยดื หย่นุ ไปใช้ในชวี ิตประจำวัน

225

12. อธิบายและคำนวณความดันเกจ ความดนั สัมบรู ณ์ และความดนั บรรยากาศ รวมทง้ั อธบิ ายหลกั การ
ทำงานของแมนอมเิ ตอร์บารอมิเตอร์และเครอ่ื งอดั ไฮดรอลิก

13. ทดลอง อธบิ ายและคำนวณขนาดแรงพยุงจากของไหล
14. ทดลอง อธบิ ายและคำนวณความตึงผวิ ของของเหลว รวมทัง้ สงั เกตและอธิบายแรงหนดื ของของเหลว
15. อธบิ ายสมบัติของของไหลอุดมคติ สมการความต่อเนอื่ ง และสมการแบร์นลู ลี รวมทง้ั คำนวณปริมาณ
ตา่ ง ๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง และนำความรู้เก่ียวกับสมการความตอ่ เน่ืองและสมการแบรน์ ูลลไี ปอธบิ ายหลักการ ทำงานของ
อุปกรณ์ตา่ ง ๆ

รวมท้ังหมด 15 ผลการเรียนรู

226

คำอธิบายรายวชิ า
รายวชิ าฟิสกิ ส์ 6 รหัสวิชา ว30206 กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา การเกดิ และลักษณะเฉพาะของคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลาไรส์เชิงเสน้ และแผน่
โพลารอยด์ การนำคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟา้ ในชว่ งความถ่ตี า่ ง ๆ ไปประยุกต์ใชแ้ ละหลกั การทำงานของอุปกรณท์ ่ี

เก่ียวข้อง การส่ือสารโดยอาศัยคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ ในการสง่ ผ่านสารสนเทศและเปรยี บเทียบการสอื่ สารดว้ ย
สัญญาณแอนะล็อกกบั สัญญาณดจิ ิทัล

ศกึ ษา สมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ และการเกิดเสน้ สเปกตรมั ของอะตอมไฮโดรเจน

ปรากฏการณ์โฟโตอเิ ลก็ ทรกิ พลงั งานโฟตอน พลังงานจลน์ของโฟโตอเิ ล็กตรอนและฟงั กช์ นั งานของโลหะ ทวิ
ภาวะของคล่ืนและอนภุ าค ความยาวคลืน่ เดอบรอยล์

ศึกษา กัมมนั ตภาพรังสแี ละความแตกต่างของรงั สแี อลฟา บีตา และแกมมา กัมมันตภาพของนิวเคลียส
กมั มันตรังสี จำนวนนิวเคลยี สกมั มนั ตภาพรงั สีทเี่ หลอื จากการสลาย และคร่ึงชวี ิต แรงนวิ เคลียร์ เสถียรภาพของ
นิวเคลียสและพลงั งานยึดเหน่ียว ปฏิกิรยิ านิวเคลียร์ ฟิชชนั และฟิวชนั ประโยชน์ของพลังงานนิวเคลียร์และรงั สี

อนั ตรายและการปอ้ งกนั รงั สใี นด้านต่าง ๆ การคน้ คว้าวิจยั ด้านฟสิ ิกส์อนุภาค แบบจำลองมาตรฐานและการใช้
ประโยชน์ จากการค้นควา้ วิจยั ด้านฟสิ กิ สอ์ นภุ าคในดา้ นต่าง ๆ

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นขอ้ มูล กระบวนการคดิ การ
แก้ปญั หา เปรยี บเทียบ อธบิ าย อภปิ ราย ลงขอ้ สรุป การส่ือสารอย่างสร้างสรรค์ และการใช้เทคโนโลยีเพ่อื การ
เรียนรู้

เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ มีทกั ษะปฏิบัตกิ ารทางวิทยาศาสตร์ รวมทง้ั
ทักษะการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 ในดา้ นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดา้ นการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการ

ส่ือสาร สามารถส่ือสารสงิ่ ทเ่ี รียนรูแ้ ละนำความรูไ้ ปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. อธิบายการเกิดและลักษณะเฉพาะของคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้า แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลาไรส์เชงิ เส้น และ

แผ่นโพลารอยด์ รวมทั้งอธิบายการนำคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าในช่วงความถี่ต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้และหลกั การทำงาน
ของอุปกรณท์ ่ีเกี่ยวขอ้ ง

2. สบื คน้ และอธบิ ายการส่อื สารโดยอาศยั คลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ ในการสง่ ผา่ นสารสนเทศและเปรียบเทียบ

การสอ่ื สารดว้ ยสญั ญาณแอนะลอ็ กกบั สญั ญาณดิจิทลั
3. อธิบายสมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎีอะตอมของโบรแ์ ละการเกดิ เส้นสเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจน

รวมท้งั คำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี กย่ี วข้อง
4. อธบิ ายปรากฏการณ์โฟโตอเิ ล็กทรกิ และคำนวณพลังงานโฟตอน พลงั งานจลนข์ องโฟโตอเิ ลก็ ตรอนและ

ฟังก์ชันงานของโลหะ

5. อธิบายทวภิ าวะของคลื่นและอนภุ าค รวมท้ังอธบิ ายและคำนวณความยาวคลน่ื เดอบรอยล์ 6.
อธิบายกมั มันตภาพรังสีและความแตกตา่ งของรงั สแี อลฟา บีตา และแกมมา

7. อธิบายและคำนวณกัมมันตภาพของนิวเคลียสกมั มันตรังสี รวมทั้งทดลองอธิบายและคำนวณจำนวน
นิวเคลยี สกมั มนั ตภาพรังสีท่เี หลือจากการสลายและครึ่งชวี ติ

227

8. อธิบายแรงนิวเคลียร์ เสถียรภาพของนิวเคลยี สและพลงั งานยึดเหน่ียวรวมทั้งคำนวณปริมาณตา่ งๆ
ท่เี กี่ยวขอ้ ง

9. อธบิ ายปฏกิ ริ ิยานวิ เคลยี รฟ์ ิชชนั และฟิวชนั รวมท้ังคำนวณพลงั งานนิวเคลียร
10. อธบิ ายประโยชน์ของพลงั งานนิวเคลียร์และรังสี รวมทง้ั อนั ตรายและการป้องกันรงั สีในด้านต่าง ๆ
11. อธบิ ายการคน้ คว้าวิจยั ด้านฟิสิกส์อนภุ าคแบบจำลองมาตรฐานและการใช้ประโยชน์จากการ
คน้ ควา้ วจิ ัยดา้ นฟิสิกส์อนุภาคในดา้ นตา่ ง ๆ

รวมท้ังหมด 11 ผลการเรียนรู

228

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวิชา เคมี5 จำนวน 60 ช่ัวโมง

รหสั วชิ า ว30225 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาวิเคราะห์ ทดลองปฏิกิริยาการถา่ ยโอนอเิ ล็กตรอน ปฏกิ ิริยาออกซิเดชนั ปฏิกริ ยิ ารีดกั ชัน ปฏกิ ริ ิยารี
ดอกซ์ ฝึกเขียนและดุลสมการรีดอกซ์ หลักการของเซลล์กัลวานิก การหาค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์
คำนวณหาศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ปฏิกิริยาในเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติยภูมิบางชนิด ที่เป็นเซลล์ไฟฟ้าเคมีใน

ชีวิตประจำวัน หลักการของเซลล์อิเล็กโทรไลตแ์ ละปฏิกริ ิยาที่เกิดขึน้ ภายในเซลล์ การนำหลักการของเซลล์อิเลก็
โทรไลต์ไปใชแ้ ยกสาร การทำใหโ้ ลหะบริสทุ ธิ์ การถลุงแรแ่ ละการชุบโลหะด้วยกระแสไฟฟา้ ปฏิกิรยิ าการเกิดการผุ

กรอ่ นของโลหะและทดลองปอ้ งกนั การผุกร่อนของโลหะ ความก้าวหนา้ ทางเทคโนลยีท่ีเกย่ี วขอ้ งกับเซลล์ไฟฟ้าเคมี
พันธะของคาร์บอน หมู่ฟังก์ชัน การเขียนสูตรและเรียกช่ือ สมบัติทางกายภาพ สมบัติทางเคมี ประโยชน์และ
โทษ ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน สารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ สารประกอบ

อินทรยี ท์ ม่ี ธี าตไุ นโตรเจนเป็นองคป์ ระกอบ สารประกอบอนิ ทรียท์ ่มี ธี าตุออกซิเจนและไนโตรเจนเปน็ องค์ประกอบ
พอลิเมอร์ การเกิดพอลิเมอร์ การแบ่งประเภทพอลิเมอร์ พลาสติก ประเภทพลาสติก ภาวะมลพิษที่เกิดจากการ

ผลิตและการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสืบค้นขอ้ มูล การบนั ทกึ การจดั กลมุ่ ขอ้ มูล การอภิปราย เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถนำเสนอ สื่อสารส่งิ ทเ่ี รียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เห็นคณุ ค่าของการนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ใน

ชวี ิตประจำวนั มีจติ วทิ ยาศาสตร์ คุณธรรมจรยิ ธรรมและค่านยิ มที่เหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
ว 2.1
สาระ 1 ม.6 ข้อ 1 – 15

สาระ 2 ม.5 ขอ้ 24 – 32
รวมทัง้ หมด 24 ผลการเรยี นรู้

229

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวิชา เคมีกบั การแก้ปัญหา รหัสวิชา ว 30226 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 เวลา 60 ชวั่ โมง

ศึกษา วเิ คราะห์ ระบปุ ญั หาทีเ่ ก่ียวข้องกับความรู้ทางเคมีจากสถานการณ์ท่กี ำหนด ออกแบบแนวทาง

การแกป้ ญั หา บูรณาการความร้ใู นการแก้ปญั หา นำเสนอผลงานโดยใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ เขา้ ร่วมประชุม

วชิ าการในฐานะผูฟ้ ังหรือผู้นำเสนอผลงาน จัดทำรายงานสรปุ การประชมุ วิชาการ

โดยใช้ ความรู้ทางเคมีและวิธีการทางวิทยาศาสตร์หรอื กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมและบูรณาการ

ความร้ทู างเคมรี ่วมกบั ศาสตรอ์ ืน่ ในการแก้ปญั หาสถานการณห์ รอื ประเดน็ ที่สนใจ

เพอื่ ให้เกดิ ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา และมเี จตคติทีด่ ีต่อกระบวนการแก้ปญั หาโดยใชค้ วามร้ทู างเคมี

ผลการเรียนรู้

1. กำหนดปัญหา และนำเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยใช้ความร้ทู างเคมจี ากสถานการณท์ ี่
เกิดขน้ึ ในชีวิตประจำวนั การประกอบอาชีพ หรืออตุ สาหกรรม
1.1. ระบปุ ญั หาท่เี กีย่ วขอ้ งกับความรทู้ างเคมีจากสถานการณท์ ีก่ ำหนด

1.2. ออกแบบแนวทางการแกป้ ญั หาโดยใช้ความรู้ทางเคมีและวธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์
2. แสดงหลักฐานถงึ การบูรณาการความรู้ทางเคมีร่วมกบั สาขาวชิ าอื่น รวมทง้ั ทักษะกระบวนการ

ทางวทิ ยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม โดยเน้นการคิดวเิ คราะห์ การแกป้ ญั หา
และความคดิ สรา้ งสรรค์ เพอ่ื แก้ปัญหาในสถานการณ์หรือประเดน็ ทสี่ นใจ

2.1 ใช้วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมและการบูรณาการความรู้

ทางเคมีรว่ มกบั ศาสตรอ์ น่ื แก้ปญั หาสถานการณห์ รือประเด็นที่สนใจ
2.2. จดั ทำรายงานการแก้ปญั หาโดยการบูรณาการความรู้

3. นำเสนอผลงานหรือชน้ิ งานท่ีไดจ้ ากการแกป้ ญั หาในสถานการณ์หรือประเด็นทีส่ นใจโดยใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
3.1. นำเสนอผลงานโดยใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

4. แสดงหลกั ฐานการเข้าร่วมการสัมมนา การเขา้ รว่ มประชมุ วิชาการ หรือการแสดงผลงาน
ส่ิงประดิษฐ์ในงานนทิ รรศการ

4.1. เขา้ รว่ มประชุมวชิ าการในฐานะผฟู้ งั หรือผู้นำเสนอผลงาน
4.2. จดั ทำรายงานสรปุ การประชมุ วชิ าการ

230

คาํ อธิบายรายวิชา

รายวิชา ชวี วทิ ยา 5 จำนวน 3.0 ชว่ั โมง

รหัสวิชา ว30245 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาเก่ยี วกบั การรบั รูแ้ ละการตอบสนองของสัตว์โครงสร้างและการทาํ งานของเซลล์ประสาท ศนู ย์ควบคุม

ระบบ ประสาทของมนุษย์ การทํางานของระบบประสาท อวยั วะรับความรูส้ กึ การเคลอ่ื นที่ของสงิ่ มชี ีวิตเซลลเ์ ดียวสตั ว์
ไม่มีกระดูก สนั หลงั สตั วม์ กี ระดกู สนั หลัง รวมทั้งการเคลอื่ นทข่ี องมนุษย์ ศึกษาระบบต่อมไร้ทอ่ การทํางานร่วมกนั ของ
ระบบตอ่ มไร้ท่อ และระบบประสาท ฮอรโ์ มนและการทํางานของฮอรโ์ มน การรกั ษาสมดลุ ของฮอรโ์ มนการสืบพนั ธุข์ อง

สัตว์และมนษุ ย์ การ เจริญเตบิ โตของสัตว์ การศึกษาพฤตกิ รรมของสตั ว์ กลไกการเกิดพฤติกรรม ประเภทพฤตกิ รรม
ของสตั ว์ ความสมั พนั ธ์ ระหว่างพฤติกรรมและววิ ฒั นาการของระบบประสาท และการสอ่ื สารระหวา่ งสตั ว์

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื คน้ ข้อมลู การสงั เกต วเิ คราะห์
เปรียบเทยี บ อธบิ าย อภิปรายและสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความ เขา้ ใจ และมคี วามสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ ดา้ นการคิดและ

การแก้ปัญหา ดา้ นการสื่อสาร สามารถสอื่ สารสง่ิ ที่เรียนรูแ้ ละนําความรไู้ ป ประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจําวนั มจี ติ
วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. สืบค้นขอ้ มูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย

ไสเ้ ดือนดนิ กงุ้ หอย แมลงและสัตวม์ กี ระดกู สนั หลงั
2. อธบิ ายเกี่ยวกับโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องเซลล์ประสาท

3. อธบิ ายเก่ยี วกับการเปลยี่ นแปลงของศักย์ไฟฟ้าทีเ่ ยอ่ื หมุ้ เซลล์ของเซลล์ประสาทและกลไกการถ่ายทอด
กระแสประสาท

4. อธบิ าย และสรุปเกี่ยวกบั โครงสร้างของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก

5. สืบคน้ ข้อมูล อธบิ ายโครงสร้างและหน้าทขี่ องส่วนต่าง ๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง สมองส่วน
หลงั และไขสนั หลงั

6. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตวั อยา่ งการทาํ งานของระบบประสาทโซมาตกิ และระบบ
ประสาทอตั โนวตั ิ

7. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบายโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องตา หู จมกู ลนิ้ และผิวหนังของมนษุ ย์ ยกตวั อยา่ งโรค

ตา่ ง ๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง และบอกแนวทางในการดูแลป้องกนั และรกั ษา
8. สงั เกต และอธบิ ายการหาตําแหน่งของจดุ บอด โฟเวยี และความไวในการรบั สมั ผัสของผวิ หนงั

9. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทยี บโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องอวัยวะท่ีเกย่ี วข้องกับการเคลอ่ื นทีข่ อง
แมงกะพรนุ หมกึ ดาวทะเล ไสเ้ ดือนดิน แมลง ปลา และนก

10. สบื ค้นข้อมูลและอธิบายโครงสรา้ งและหน้าที่ของกระดูกและกลา้ มเน้ือท่เี ก่ยี วข้องกบั การเคลื่อนไหว

และการเคลือ่ นท่ีของมนุษย์
11. สังเกตและอธบิ ายการทํางานของข้อตอ่ ชนดิ ต่างๆ และการทาํ งานของกล้ามเน้อื โครงรา่ งท่เี ก่ยี วข้อง

กบั การเคล่อื นไหวและการเคลื่อนทีข่ องมนุษย์
12. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และเขยี นแผนผงั สรปุ หนา้ ท่ีของฮอรโ์ มนจากตอ่ มไร้ทอ่ และเนือ้ เยื่อที่สรา้ ง

ฮอรโ์ มน

231

13. สืบค้นขอ้ มูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสบื พนั ธ์ุแบบไม่อาศัยเพศและการสบื พันธแุ์ บบอาศยั เพศใน
สตั ว์

14. สบื ค้นข้อมูล อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องอวยั วะในระบบสืบพนั ธเ์ุ พศชายและระบบสบื พันธุ์เพศ
หญงิ

15. อธิบายกระบวนการสร้างสเปริ ์ม กระบวนการสร้างเซลล์ไข่ และการปฏิสนธิในมนุษย์
16. อธบิ ายการเจรญิ เตบิ โตระยะเอ็มบรโิ อและระยะหลังเอ็มบริโอของกบ ไก่ และมนษุ ย์
17. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบาย เปรียบเทยี บ และยกตวั อย่างพฤตกิ รรมท่ีเป็นมาแต่กําเนดิ และพฤตกิ รรมท่เี กิด
จากการเรียนรู้ของสัตว์
18. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย และยกตวั อย่างความสัมพนั ธร์ ะหว่างพฤติกรรมกบั ววิ ฒั นาการของระบบ
ประสาท
19. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ าย และยกตวั อย่างการสื่อสารระหวา่ งสัตวท์ ี่ทาํ ให้สัตว์แสดงพฤติกรรม

รวมท้งั หมด 19 ผลการเรยี นรู้

232

คําอธิบายรายวชิ า

รายวชิ า ชวี วทิ ยา 6 จำนวน 3.0 ชว่ั โมง

รหัสวชิ า ว30246 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาเกย่ี วกับความหลากหลายทางชวี ภาพและความย่ังยืนของสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต
การศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต กำเนิดของสิ่งมีชีวิต กำเนิดของสิ่งมีชีวิต อาณาจักรสิ่งมีชีวิต ความ

หลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ศึกษาเกี่ยวกับประชากร ความ
หนาแน่นและการแพร่กระจายของประชากร ขนาดของประชากร ขนาดของประชากร รูปแบบการเพิ่มของ
ประชากร การรอดชีวิตของประชากร ประชากรมนุษย์ ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ประโยชน์ ปัญหาและการจดั การ หลักการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ และชนิดพันธ์ุ
ต่างถิ่นที่สง่ ผลกระทบต่อสภาพแวดลอ้ ม

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การ
วิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสมารถในการ
ตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ

ค่านิยม
ผลการเรียนรู้

1. สืบคนขอมูล อภิปราย และอธิบายเกี่ยวกับความหมายและองคประกอบของความหลากหลายทาง
ชีวภาพ การจัดหมวดหมขู องสิ่งมีชีวิต ชื่อของสง่ิ มีชวี ิต และการระบุชนิด

2. สืบคนขอมูล อภิปราย อธิบายและสรปุ เกี่ยวกับกําเนดิ ของชวี ติ กําเนดิ ของเซลลโพรคารโิ อตและเซลลยู

คาริโอต เกณฑที่ใชในการจัดจําแนกสิ่งมีชีวิตออกเปนโดเมนและอาณาจักรลักษณะที่เหมอื นและแตกตางกนั ของ
ส่ิงมีชีวิตในอาณาจักรมอเนอราอาณาจักรโพรทสิ ตา อาณาจกั รพชื อาณาจกั รฟงั ไจ และอาณาจักรสตั ว

3. สืบคนขอมูลอภปิ รายอธิบายและนาํ เสนอคุณคาของความหลากหลายทางชีวภาพกับการใชประโยชน
ของมนุษยทม่ี ผี ลตอสงั คมและส่งิ แวดลอม

4. สืบคนขอมูลอภิปรายและนําเสนอสถานการณความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยและ

ผลกระทบจากการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ออกแบบสถานการณจาํ ลองที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงป
จจัยตาง ๆ ของสิ่งแวดลอมท่ีมผี ลตอการอยูรอดของสงิ่ มชี วี ติ

5. วิเคราะห อภปิ รายและสรุปไดวาการอยูรอดของสิ่งมีชีวิตสมั พนั ธกับความหลากหลายของสิ่งมชี ีวิต
6. สืบคนขอมูล อภิปราย และอธิบายเกี่ยวกับความหมายของประชากร ความหนาแนนของประชากร
อตั ราการเปลย่ี นแปลงขนาดของประชากร และปจจัยสาํ คัญทม่ี ีผลตอการเปลีย่ นแปลงขนาดของประชากร

7. สบื คนขอมูล อภิปราย และวิเคราะหขอมลู เก่ียวกบั เรื่องประชากรมนษุ ยการเติบโต และโครงสรางอายุ
ของประชากรมนุษย

8. สืบคนขอมูลอภปิ ราย และอธิบายความสมั พันธระหวางมนษุ ยกบั การใชทรัพยากรธรรมชาติ
9. อภปิ ราย อธบิ าย และสรุปแนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอม รวมทัง้ การอนุรักษ
และพฒั นาทย่ี ง่ั ยืน พรอมทง้ั เสนอแนวทางในการอนุรกั ษทรพั ยากรธรรมชาติ

10. สบื คนขอมลู อภิปรายและอธบิ ายเกยี่ วกบั ชนดิ พันธุตางถิน่ ทสี่ งผลกระทบตอสภาพแวดลอม

รวมท้ังหมด 10 ผลการเรียนรู้

233

คำอธบิ ายรายวิชา
รหสั วชิ า ว30261 ชือ่ รายวชิ า ดาราศาสตร์

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เวลาเรยี น 80 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น

จำนวน 2.0 หน่วยกติ ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1

......................................................................................................................................................
ศึกษาวเิ คราะหเ์ กี่ยวกับองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแลกซ่ี
ดาวฤกษ์ทฤษฎีบิกแบง ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง สแี ละอณุ หภูมิ และสเปกตรัมของดาวฤกษ์ ลำดับววิ ัฒนาการจาก
แผนภาพเฮิรซ์ ปรุง รัสเซลล์ กระบวนการสร้างพลงั งานของดาวฤกษ์ ความสอ่ งสวา่ ง โชติมาตรของดาวฤกษ์ การ
โคจรของดาวเคราะห์ตามกฎของเคปเลอร์ การหาระยะทางของดาวฤกษด์ ้วยหลกั การพารลั แลกซ์ และระบบ
สุริยะ การแบ่งเขตบรวิ ารของดวงอาทติ ย์ โครงสร้างดวงอาทิตย์ การเกดิ ลมสุรยิ ะ พายสุ รุ ิยะ ทรงกลมทอ้ งฟ้า พิกดั
ของดาวตามระบบพกิ ัดเส้นขอบฟา้ และ ระบบศูนยส์ ตู ร การขนึ้ ตก ของดวงอาทติ ย์ ดาวฤกษ์ เวลาสรุ ยิ คติ เวลา
แตล่ ะเขตบนโลก เทคโนโลยอี วกาศ การนำความรดู้ ้านเทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนั
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบสืบค้นขอ้ มูล และการ
อภิปรายเพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิดความเข้าใจ สามารถส่อื สารสงิ่ ท่เี รยี นรู้ มีความสามารถ ในการตดั สินใจ
การนำความรู้ไปใช้ในชวี ิตประจำวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1 อธบิ ายการกำเนิดและการเปล่ยี นแปลงพลังงานสสาร ขนาดอุณหภมู ิของเอกภพหลงั เกิด บิกแบง
ในช่วงเวลาต่างๆตามววิ ฒั นาการของเอกภพ
2 อธิบายหลักฐานที่สนับสนนุ ทฤษฎบี กิ แบง จากความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความเรว็ กับระยะทางของ galaxy
รวมท้งั ขอ้ มลู การค้นพบไมโครเวฟพนื้ หลังจากอวกาศ
3 อธิบายโครงสร้างและองคป์ ระกอบของกาแลก็ ซที างช้างเผอื ก และระบุตำแหนง่ ของระบบสุรยิ ะพรอ้ ม
อธิบายเชือ่ มโยงกับ การสงั เกตเห็นทางชา้ งเผอื กของคนบนโลก
4 อธบิ ายกระบวนการเกดิ ดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลยี่ นแปลงความดนั อุณหภูมิขนาดจากดาวฤกษ์กอ่ น
เกิดจนเปน็ ดาวฤกษ์
5 อธบิ ายกระบวนการสร้างพลังงานของดาวฤกษ์และผลท่เี กิดขน้ึ โดยวเิ คราะห์ปฏิกิริยาลูกโซ่ โปรตอน
โปรตอน และวฏั จกั รคาร์บอน ไนโตรเจน และออกซิเจน
6 ระบุปจั จัยท่ีส่งผลต่อความสอ่ งสวา่ งของดาวฤกษ์ และอธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความสอ่ งสว่างกับ
โชตมิ าตรของดาวฤกษ์
7 อธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างสีอณุ หภมู ิผิวและสเปกตรมั ของดาวฤกษ์
8 อธบิ ายวิธกี ารหาระยะทางของดาวฤกษ์ ดว้ ยหลักการ แพรัลแลกซ์ พร้อมคำนวณหาระยะทางของดาว
ฤกษ์
9 อธิบายลำดบั และวิวฒั นาการ ทีส่ ัมพันธ์กับมวลตง้ั ตน้ และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงสมบตั ิบาง
ประการของดาวฤกษ์ ในลำดบั ววิ ัฒนาการจากแผนภาพ เฮิรท์ ปรงุ รัสเซล

234

10 อธบิ ายกระบวนการเกิดระบบสรุ ิยะ การแบง่ เขตบริวารของดวงอาทิตย์ และลกั ษณะของดาวเคราะห์
ท่เี ออ้ื ตอ่ การดำรงชวี ิต

11 อธบิ ายการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ด้วยกฎเคปเลอร์และกฎความโนม้ ถว่ งของนวิ ตนั
พร้อมคำนวณคาบการโคจรของดาวเคราะห์

12 อธิบายโครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสุรยิ ะ พายุสรุ ยิ ะ และวเิ คราะห์ นำเสนอ ปรากฏการณ์
หรือเหตุการณท์ ี่เกย่ี วขอ้ ง กับผลของลมสุรยิ ะ และพายุสุรยิ ะทมี่ ีตอ่ โลกรวมทั้งประเทศไทย

13 สรา้ งแบบจำลองทรงกลมทอ้ งฟ้า สงั เกตและเชื่อมโยงจุด และเส้นสำคัญของแบบจำลองทรงกลม
ท้องฟ้า กับท้องฟา้ จรงิ และอธิบายการระบพุ กิ ัดของดาวในระบบขอบฟา้ และระบบศูนย์สูตร

14 สงั เกตท้องฟ้าและอธบิ ายเส้นทางการขนึ้ การตกของดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์
15 อธบิ ายเวลาสรุ ิยคตปิ รากฏ โดยรวบรวมข้อมลู และเปรยี บเทยี บเวลา ขณะท่ีดวงอาทติ ยผ์ ่านเมอรเิ ดยี น
ของผ้สู งั เกตในแตล่ ะวนั
16 อธบิ ายเวลาสรุ ิยคติปานกลาง และการเปรียบเทียบเวลาของแต่ละเขต เวลาบนโลก
17 อธบิ ายมมุ หางท่ีสมั พนั ธ์กบั ตำแหนง่ ในวงโคจร และอธิบายเช่ือมโยงกับตำแหนง่ ปรากฏของดาว
เคราะห์ ท่ีสังเกตไดจ้ ากโลก
18 ศนู ย์ข้อมูลอธิบายการสำรวจอวกาศ โดยใชก้ ล้องโทรทศั น์ในชว่ งความยาวคลืน่ ต่างๆดาวเทยี ม ยาน
อวกาศ สถานอี วกาศและนำเสนอแนวคิดการนำความรู้ ทางด้านเทคโนโลยอี วกาศมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวัน
หรือในอนาคต
19 สบื ค้นขอ้ มูลออกแบบและนำเสนอกจิ กรรมการสงั เกตดาวบนท้องฟา้ ด้วยตาเปลา่ และหรอื กล้อง
โทรทรรศน์
รวมทัง้ หมด 19 ผลการเรยี นรู้

235

คำอธิบายรายวิชา
รหัสวิชา ว30262 ชอื่ รายวชิ า โลกศาสตร์ บรรยากาศ

กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรยี น 80 ชั่วโมง/ภาคเรยี น

จำนวน 2.0 หน่วยกิต ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2

......................................................................................................................................................
ศกึ ษาวิเคราะหเ์ ก่ยี วกบั สมดุลพลังงาน การหมนุ เวียนอากาศบนโลก การหมุนเวยี นน้ำในมหาสมุทร นำ้ ผดุ
นำ้ จม กระแสน้ำอุ่น กระแสนำ้ เยน็ การหมุนเวียนน้ำลึก เอลนโิ ญ ลานิญา การเกิดเมฆ เมฆ แก๊สเรอื นกระจก
ละอองลอย ค่าอตั ราส่วนรังสีสะท้อนจากผวิ โลก พลังงานจากดวงอาทติ ย์ ข้อมลู สารสนเทศทางอุตุนิยมวิทยากบั
การใชป้ ระโยชน์ แผนทีอ่ ากาศพ้นื ผิว ภาพถา่ ยดาวเทยี มอุตนุ ิยมวิทยา เรดารร์ วจอากาศ วเิ คราะห์ คาดการณ์
สภาพลมฟา้ อากาศจากแผนท่ีอากาศ

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบสบื ค้นข้อมูล และการ
อภปิ รายเพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิดความเข้าใจ สามารถส่ือสารสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ มคี วามสามารถ ในการตดั สนิ ใจ
การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวนั มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายปจั จยั สำคญั ท่มี ีผลต่อการรบั และคายพลงั งานจากดวงอาทติ ย์แตกตา่ งกันและผลที่มีตอ่ อุณหภมู ิ

อากาศในแต่ละบริเวณของโลก
2. อธิบายกระบวนการที่ทำให้เกิดสมดุลพลังงานของโลก
3. อธบิ ายผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลิส แรงส่ศู ูนย์กลาง และแรง

เสียดทานท่มี ีตอ่ การหมุนเวยี นของอากาศ
4. อธิบายการหมนุ เวียนของอากาศตามเขตละติจูดและผลทมี่ ีต่อภมู อิ ากาศ
5. อธบิ ายปัจจัยทที่ ำให้เกดิ การแบ่งชั้นน้ำในมหาสมุทร
6. อธิบายปัจจยั ที่ทำให้เกดิ การหมนุ เวียนของน้ำในมหาสมุทรและรูปแบบการหมนุ เวยี นของน้ำใน

มหาสมทุ ร
7. อธบิ ายผลของการหมุนเวียนนำ้ ในมหาสมทุ รทมี่ ตี ่อลักษณะลมฟ้าอากาศ สางมชี ีวิต และสง่ิ แวดลอ้ ม
8. อธิบายความสมั พันธ์ระหว่างเสถียรภาพอากาศและการเกดิ เมฆ
9. อธิบายการกเกิดแนวปะทะอากาศแบบตา่ งๆและลักษณะลมฟา้ อากาศทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
10. อธบิ ายปัจจยั ตา่ งท่ีมีผลต่อการเปล่ยี นแปลงภูมิอากาศของโลก พรอ้ มยกตวั อย่างขอ้ มูลสนบั สนุน
11. วิเคราะห์และอธิปรายเหตุการณ์ท่เี ปน็ ผลมาจากการเปล่ยี นแปลงภมู อิ ากาศโลกและนำเสนอแนวปฏิบตั ิ

ของมนษุ ย์ทม่ี สี ่วนช่วยในการชะลอการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศ
12. แปลความหมายสัญลกั ษณ์ลมฟา้ อากาศบนแผนท่ีอากาศ
13. วเิ คราะห์และคาดการณ์ลักษณะลมฟา้ อากาศเบือ้ งต้นจากแผนทีอ่ ากาศและข้อมูลสารสนเทศอยา่ งอน่ื ๆ

เพ่ือวางแผนมนการประกอบอาชพี และการดำเนินชวี ิตใหส้ อดคลอ้ งกับสภาพลมฟา้ อากาศ
จำนวน 13 ข้อ

236

รหสั วิชา ว30263 คำอธบิ ายรายวชิ า
ชอ่ื รายวิชา ดาราศาสตร์

กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน

จำนวน 1.0 หน่วยกติ ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1

......................................................................................................................................................

ศกึ ษาวเิ คราะหเ์ ก่ยี วกับองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และวิวฒั นาการของเอกภพ กาแลกซ่ี
ดาวฤกษ์ทฤษฎีบิกแบง ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง สแี ละอณุ หภมู ิ และสเปกตรัมของดาวฤกษ์ ลำดบั วิวัฒนาการจาก
แผนภาพเฮริ ์ซปรุง รสั เซลล์ กระบวนการสรา้ งพลงั งานของดาวฤกษ์ ความสอ่ งสวา่ ง โชตมิ าตรของดาวฤกษ์ การ
โคจรของดาวเคราะหต์ ามกฎของเคปเลอร์ การหาระยะทางของดาวฤกษ์ด้วยหลักการพารัลแลกซ์ และระบบ
สุริยะ การแบง่ เขตบริวารของดวงอาทติ ย์ โครงสร้างดวงอาทิตย์ การเกิดลมสรุ ยิ ะ พายสุ รุ ิยะ ทรงกลมทอ้ งฟา้ พกิ ัด
ของดาวตามระบบพกิ ดั เสน้ ขอบฟ้า และ ระบบศูนยส์ ตู ร การข้ึน ตก ของดวงอาทิตย์ ดาวฤกษ์ เวลาสรุ ิยคติ เวลา
แต่ละเขตบนโลก เทคโนโลยอี วกาศ การนำความรดู้ ้านเทคโนโลยอี วกาศมาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวัน

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบสืบคน้ ข้อมูล และการ
อภปิ รายเพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคิดความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรยี นรู้ มีความสามารถ ในการตดั สนิ ใจ
การนำความรไู้ ปใช้ในชีวิตประจำวนั มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1 อธิบายการกำเนดิ และการเปล่ยี นแปลงพลังงานสสาร ขนาดอณุ หภูมิของเอกภพหลงั เกดิ บิกแบง
ในช่วงเวลาตา่ งๆตามวิวฒั นาการของเอกภพ
2 อธิบายหลกั ฐานท่สี นบั สนุนทฤษฎีบิกแบง จากความสมั พันธ์ระหวา่ งความเรว็ กับระยะทางของ galaxy
รวมทงั้ ข้อมูลการคน้ พบไมโครเวฟพ้นื หลังจากอวกาศ
3 อธิบายโครงสรา้ งและองค์ประกอบของกาแล็กซีทางชา้ งเผอื ก และระบุตำแหนง่ ของระบบสุริยะพร้อม
อธบิ ายเช่อื มโยงกบั การสังเกตเหน็ ทางช้างเผือกของคนบนโลก
4 อธิบายกระบวนการเกดิ ดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลยี่ นแปลงความดัน อุณหภูมิขนาดจากดาวฤกษ์ก่อน
เกดิ จนเปน็ ดาวฤกษ์
5 อธบิ ายกระบวนการสร้างพลงั งานของดาวฤกษแ์ ละผลท่เี กดิ ข้นึ โดยวิเคราะหป์ ฏิกริ ยิ าลูกโซ่ โปรตอน
โปรตอน และวัฏจกั รคารบ์ อน ไนโตรเจน และออกซิเจน
6 ระบปุ ัจจยั ท่ีส่งผลตอ่ ความสอ่ งสวา่ งของดาวฤกษ์ และอธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความส่องสวา่ งกับ
โชติมาตรของดาวฤกษ์
7 อธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสอี ุณหภูมผิ วิ และสเปกตรัมของดาวฤกษ์

237

8 อธิบายวธิ ีการหาระยะทางของดาวฤกษ์ ด้วยหลักการ แพรัลแลกซ์ พร้อมคำนวณหาระยะทางของดาว
ฤกษ์

9 อธิบายลำดบั และวิวฒั นาการ ทส่ี ัมพนั ธ์กบั มวลต้งั ต้น และวเิ คราะหก์ ารเปลย่ี นแปลงสมบตั ิบาง
ประการของดาวฤกษ์ ในลำดับววิ ัฒนาการจากแผนภาพ เฮริ ์ทปรุง รัสเซล

10 อธบิ ายกระบวนการเกดิ ระบบสรุ ยิ ะ การแบง่ เขตบรวิ ารของดวงอาทิตย์ และลักษณะของดาวเคราะห์
ที่เอ้อื ตอ่ การดำรงชวี ติ

11 อธิบายการโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตย์ ดว้ ยกฎเคปเลอรแ์ ละกฎความโนม้ ถ่วงของนวิ ตนั
พร้อมคำนวณคาบการโคจรของดาวเคราะห์

12 อธบิ ายโครงสรา้ งของดวงอาทิตย์ การเกดิ ลมสุริยะ พายสุ ุรยิ ะ และวเิ คราะห์ นำเสนอ ปรากฏการณ์
หรือเหตกุ ารณ์ที่เกย่ี วข้อง กบั ผลของลมสรุ ิยะ และพายสุ รุ ิยะที่มตี ่อโลกรวมท้ังประเทศไทย

13 สร้างแบบจำลองทรงกลมท้องฟ้า สงั เกตและเชื่อมโยงจุด และเสน้ สำคัญของแบบจำลองทรงกลม
ท้องฟา้ กบั ทอ้ งฟ้าจรงิ และอธบิ ายการระบุพกิ ัดของดาวในระบบขอบฟา้ และระบบศูนยส์ ูตร

14 สงั เกตท้องฟา้ และอธบิ ายเสน้ ทางการข้ึนการตกของดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์
15 อธบิ ายเวลาสุริยคติปรากฏ โดยรวบรวมขอ้ มลู และเปรียบเทียบเวลา ขณะท่ีดวงอาทติ ย์ผ่านเมอริเดยี น
ของผสู้ งั เกตในแตล่ ะวนั
16 อธิบายเวลาสรุ ยิ คติปานกลาง และการเปรียบเทยี บเวลาของแต่ละเขต เวลาบนโลก
17 อธบิ ายมุมหางท่สี มั พนั ธก์ บั ตำแหน่ง ในวงโคจร และอธบิ ายเช่อื มโยงกบั ตำแหนง่ ปรากฏของดาว
เคราะห์ ที่สังเกตไดจ้ ากโลก
18 ศูนยข์ อ้ มลู อธิบายการสำรวจอวกาศ โดยใช้กล้องโทรทัศนใ์ นชว่ งความยาวคล่นื ต่างๆดาวเทยี ม ยาน
อวกาศ สถานีอวกาศและนำเสนอแนวคดิ การนำความรู้ ทางดา้ นเทคโนโลยอี วกาศมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำวัน
หรอื ในอนาคต
19 สืบค้นข้อมูลออกแบบและนำเสนอกิจกรรมการสงั เกตดาวบนทอ้ งฟา้ ดว้ ยตาเปล่า และหรอื กลอ้ ง
โทรทรรศน์

รวมทั้งหมด ๑๙ ผลการเรยี นรู้

238

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ EIS จำนวน 2.0 ชั่วโมง

รหสั วชิ า ว30295 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาเกี่ยวกับดุลยภาพของชีวิตและการดํารงชีวิต ศึกษาโครงสร้างและอวัยวะที่ใชในการเคลื่อนที่ของ

สิ่งมีชีวติ เซลล์เดียวของสัตว์และมนษุ ย์ ศึกษาระบบประสาท และอวัยวะรบั ความรู้สกึ การรบั รู้และตอบสนอง ของ

ส่ิงมีชวี ิตเซลล์เดียวของสตั ว์และมนุษย์ เซลลป์ ระสาทและการทาํ งานของเซลล์ประสาท สมองและไขสนั หลัง ที่เป็น

ศนู ย์ควบคุมระบบประสาท การทาํ งานของระบบประสาทโซมาติกและระบบประสาทอตั โนมัติ โครงสร้าง และการ

ทํางานของอวัยวะ รับความรูสึกทีเ่ กี่ยวกับนัยน์ตากับการมองเห็น หูกับการได้ยนิ จมูกกับการดมกลิ่น ลิ้นกับการ

รับรส และ ผิวหนังกับการรับความรู้สึก ศึกษาโครงสรางและการทํางานของระบบสืบพันธุและการ เจริญเติบโต

ของคนและสัตว์ ศึกษาพฤติกรรมของสัตว กลไกการเกิดพฤติกรรมของสัตว์ พฤติกรรมเป็นมาแต่ กําเนิดและ

พฤตกิ รรมเรยี นรู้ความสัมพนั ธ์ระหวางพฤติกรรมกบั พฒั นาการของระบบประสาท การส่ือสาร ระหว่างสตั ว์โดยการ

ใช้เสียง ท่าทาง และสารเคมี โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหา ความรู้การสืบค้น ขอ

มลู การสงั เกต การวเิ คราะห์ การทดลอง อภปิ รายการอธบิ าย และสรปุ เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ มี

ความสามารถในการตดั สนิ ใจ สอ่ื สารสง่ิ ทีเ่ รียนรู้และนาํ ความรู้ไปใชในชวี ิตของตนเอง มี จิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม

คุณธรรม และค่านยิ ม

ผลการเรยี นรู้

1. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย และเปรยี บเทยี บ โครงสรา้ งและหน้าท่ีของระบบประสาท ของไฮดราพลานาเรีย ไสเ้ ดอื น

ดนิ ก้งุ หอย แมลง และสัตวม์ ีกระดกู สันหลัง

2. อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ ของเซลล์ประสาท

3. อธบิ ายเกีย่ วกบั การเปลย่ี นแปลงของ ศกั ย์ไฟฟา้ ทเ่ี ยอ่ื ห้มุ เซลล์ของเซลลป์ ระสาท และกลไกการถ่ายทอดกระแส

ประสาท

4. อธิบายและสรุปเกยี่ วกับโครงสรา้ งของ ระบบประสาทส่วนกลางและระบบ ประสาทรอบนอก

5. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ ายโครงสรา้ งและ หนา้ ท่ีของสว่ นตา่ งๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง สมอง

ส่วนหลัง และไข สันหลงั

6. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทยี บ และ ยกตวั อยา่ งการทาํ งานของระบบ ประสาทโซมาตกิ และระบบประสาท

อตั โนมตั ิ

7. สบื คน้ ข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งและ หนา้ ทีข่ อง ตา หู จมกู ลิ้น และผวิ หนงั ของมนษุ ย์ ยกตัวอยา่ งโรคต่างๆ ที่

เก่ยี วขอ้ ง และบอกแนวทางในการดูแล ปอ้ งกัน และรกั ษา

8. สังเกตและอธิบายการหาตาํ แหนง่ ของ จุดบอด โฟเวยี และความไวในการรับ สัมผัสของผวิ หนงั

9. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และเปรยี บเทียบ โครงสรา้ งและหน้าทีข่ องอวัยวะท่ี เกีย่ วข้องกบั การเคลอ่ื นที่ของ

แมงกะพรนุ หมกึ ดาวทะเล ไส้เดือนดนิ แมลง ปลา และนก

10. สบื ค้นข้อมูลและอธบิ ายโครงสร้าง และหนา้ ที่ของกระดูกและกลา้ มเน้ือท่ี เก่ยี วข้องกับการเคล่อื นไหวและการ

เคลอื่ นทขี่ องมนุษย์

11. สงั เกตและอธิบายการทํางานของ ขอ้ ตอ่ ชนดิ ตา่ งๆ และการทํางานของ กลา้ มเนอื้ โครงร่างทีเ่ กี่ยวข้องกบั การ

เคลอ่ื นไหวและการเคลอ่ื นท่ีของมนษุ ย์

12. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบาย และยกตวั อยา่ ง การสบื พนั ธแุ์ บบไม่อาศัยเพศและการสบื พันธ์ุแบบอาศยั เพศในสตั ว์

13. สืบคน้ ข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งและ หนา้ ทขี่ องอวัยวะในระบบสืบพันธุเ์ พศ ชายและระบบสบื พันธ์ุเพศหญิง

14. อธบิ ายกระบวนการสร้างสเปิร์ม กระบวนการสร้างเซลลไ์ ข่ และการ ปฏสิ นธใิ นมนษุ ย์

239

15. อธิบายการเจริญเตบิ โตระยะเอม็ บรโิ อ และระยะหลังเอม็ บรโิ อของกบ ไก่ และ มนษุ ย์
16. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และเขยี น แผนผังสรุปหนา้ ท่ีของฮอรโ์ มนจากต่อมไรท้ ่อและเนื้อเยื่อทส่ี รา้ งฮอร์โมน
17. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบาย เปรยี บเทยี บ และยกตัวอยา่ งพฤติกรรมทเ่ี ปน็ มาแตก่ าํ เนิดและพฤติกรรมทเ่ี กดิ จากการ
เรยี นรู้ของสตั ว์
18. สืบค้นขอ้ มูล อธิบาย และยกตัวอย่าง ความสัมพันธร์ ะหวา่ งพฤติกรรมกบั ววิ ฒั นาการของระบบประสาท
19. สืบค้นขอ้ มูล อธิบาย และยกตวั อย่าง การสอ่ื สารระหว่างสตั ว์ท่ีทําให้สัตว์แสดงพฤตกิ รรม
รวมทงั้ หมด 19 ผลการเรียนรู้

240

คำอธิบายรายวชิ า

รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ EIS จำนวน 2.0 ชั่วโมง

รหัสวชิ า ว30296 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับระบบนิเวศ ไบโอม การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ ความหนาแน่น และ
การแพร่กระจายของประชากร รูปแบบการเพิ่มของประชากร ประชากรมนุษย์ ประเภทของทรัพยากร ธรรมชาติ
การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาและการจัดการ หลักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และชนิด
พันธุ์ต่างถิน่ ท่ีส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื คน้ ขอ้ มลู อภปิ รายและท า
การทดลองเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจเพื่อให้สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ น าความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวัน โดยยึดหลักตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีจิต
วิทยาศาสตร์ คุณธรรมจริยธรรม และ ค่านิยมท่เี หมาะสม
ผลการเรยี นรู้

1. สำรวจตรวจสอบ สรปุ ข้อมูลจากการศึกษาสภาพแวดลอ้ มในบริเวณโรงเรียน และบริเวณใกลเ้ คียง
2. สืบค้นขอ้ มูล และอธิบายความสำคญั ของความหลากหลายของสิง่ มีชีวติ และความหลากหลาย ของ
ระบบนเิ วศ และดลุ ยภาพของระบบนิเวศ
3. สืบค้น วิเคราะห์ข้อมูล เก่ยี วกบั การเปลีย่ นแปลงของประชากร ตั้งแตอ่ ดีตถึงปจั จุบนั และ ผลกระทบ
ต่อทรัพยากรธรรมชาติทเ่ี กิดข้นึ จากการเปล่ยี นแปลงประชากร
4. สืบค้น วิเคราะห์ และน าเสนอการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ปญั หา สาเหตุของปญั หา และการ ปอ้ งกนั
แก้ไข อนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ของทอ้ งถิน่ และของประเทศ
5. ระดมความคดิ วางแผน และลงมือปฏิบตั ริ ่วมกับชุมชน ในการป้องกัน เฝ้าระวัง แกไ้ ขปัญหา อนุรกั ษ์
พฒั นาส่ิงแวดล้อม และทรพั ยากรธรรมชาติ
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรยี นรู้

241

คำอธบิ ายรายวิชา
รายวชิ า ความรเู้ บ้อื งต้นเกยี่ วกับวิศวกรรมและเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว30299

จำนวน 40 ชั่วโมง ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ความรู้เบ้อื งต้นเก่ยี วกบั วศิ วกรรมและเทคโนโลยี ความรพู้ น้ื ฐานและการนำไปใชด้ ้าน
เทคโนโลยดี ิจิทัลและสารสนเทศ ความร้พู ้ืนฐานและการนำไปใชด้ า้ นวิศวกรรมคอมพวิ เตอร์และปัญญาประดษิ ฐ์
ความรพู้ น้ื ฐานและการนำไปใชด้ า้ นวิศวกรรมอตุ สาหการและระบบการผลิตอจั ฉรยิ ะ ความร้พู ้นื ฐานและการ
นำไปใช้ด้านวศิ วกรรมการผลติ ยานยนต์ และ ความรพู้ นื้ ฐานและการนำไปใช้ด้านหุน่ ยนตแ์ ละระบบอตั โนมตั ิ

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสบื คน้ ขอ้ มลู บนั ทึก จัดกล่มุ
ข้อมูลและอภปิ ราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถส่อื สารสง่ิ ทีเ่ รยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เหน็
คุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั มีจติ วทิ ยาศาสตร์ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพียงและค่านยิ มท่ีเหมาะสม

ผลการเรียนรู้
1.นกั เรยี นมคี วามเข้าใจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ
2.นกั เรียนมคี วามเขา้ ใจด้านวศิ วกรรมคอมพวิ เตอรแ์ ละปญั ญาประดิษฐ์
3.นกั เรียนมีความเข้าใจด้านวิศวกรรมอตุ สาหการและระบบการผลิตอัจฉริยะ
4.นกั เรยี นมคี วามเขา้ ใจด้านวิศวกรรมการผลิตยานยนต์
5.นักเรยี นมคี วามเข้าใจด้านหุ่นยนตแ์ ละระบบอตั โนมัติ

242

รายวิชาทเ่ี ปิดสอนตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ (ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 - 3)

สาระการเรยี นรู้พน้ื ฐาน
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1

ท่ี รหสั วชิ า ชือ่ วชิ า ชั่วโมง/ หน่วยกิต จำนวนช่วั โมง ภาคเรยี นที่
สปั ดาห์ ท้งั หมด เปิดสอน
1 ส 21101 สังคมศกึ ษา 1 1.5 60
2 ส 21103 สังคมศึกษา 2 3 1.5 60 1
3 ส 21102 ประวตั ิศาสตร์ 1 3 0.5 20 2
4 ส 21104 ประวตั ศิ าสตร์ 2 1 0.5 20 1
1 2

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2

ท่ี รหสั วิชา ชื่อวชิ า ช่ัวโมง/ หนว่ ยกติ จำนวนช่วั โมง ภาคเรยี นท่ี
สปั ดาห์ ทั้งหมด เปิดสอน
1 ส 22101 สังคมศกึ ษา 3 1.5 60
2 ส 22103 สงั คมศกึ ษา 4 3 1.5 60 1
3 ส 22102 ประวตั ิศาสตร์ 3 3 0.5 20 2
4 ส 22104 ประวตั ิศาสตร์ 4 1 0.5 20 1
1 2

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3

ท่ี รหสั วิชา ชื่อวิชา ชั่วโมง/ หน่วยกิต จำนวนช่วั โมง ภาคเรียนที่
สัปดาห์ ท้งั หมด เปิดสอน
1 ส 23101 สังคมศกึ ษา 5 1.5 60
2 ส 23103 สงั คมศกึ ษา 6 3 1.5 60 1
3 ส 23102 ประวตั ิศาสตร์ 5 3 0.5 20 2
4 ส 23104 ประวัติศาสตร์ 6 1 0.5 20 1
1 2

สาระการเรยี นรเู้ พ่ิมเติม 243
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ภาคเรยี นที่
ท่ี รหสั วิชา ชอื่ วชิ า ชั่วโมง/ หน่วยกติ จำนวนชัว่ โมง เปิดสอน
สัปดาห์ ทั้งหมด
1 ส 21231 หนา้ ที่พลเมอื ง 0.5 1
2 ส 21232 หนา้ ท่พี ลเมอื ง 1 0.5 20 2

1 20

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2

ท่ี รหสั วิชา ชอ่ื วชิ า ชว่ั โมง/ หนว่ ยกติ จำนวนชว่ั โมง ภาคเรยี นท่ี
สัปดาห์ ทั้งหมด เปิดสอน
1 ส 22233 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 0.5
2 ส 22234 หนา้ ทพ่ี ลเมือง 1 0.5 20 1

1 20 2

ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3

ท่ี รหัสวิชา ชือ่ วชิ า ช่วั โมง/ หน่วยกิต จำนวนชั่วโมง ภาคเรียนที่
สปั ดาห์ ทง้ั หมด เปดิ สอน
1 ส 23235 หน้าทพี่ ลเมอื ง 0.5 20
2 ส 23236 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 1 0.5 20 1
3 ส23202 อาเซียนศกึ ษา 1 1.0 40 2
2 1

244

รายวิชาตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สาระการเรียนรสู้ าระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6)

สาระการเรียนรพู้ ืน้ ฐาน
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 4

ท่ี รหสั วิชา ชื่อวิชา ช่วั โมง/ หน่วยกติ จำนวนชว่ั โมง ภาคเรยี นท่ี
สปั ดาห์ ทง้ั หมด เปิดสอน
1 ส 31101 สงั คมศกึ ษา 1 1.0 40
2 ส 31103 สังคมศึกษา 2 2 1.0 40 1
3 ส 31102 ประวัติศาสตร์ 1 2 0.5 20 2
4 ส 31104 ประวัตศิ าสตร์ 2 1 0.5 20 1
1 2

ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5

ท่ี รหัสวิชา ช่ือวชิ า ชว่ั โมง/ หนว่ ยกิต จำนวนชั่วโมง ภาคเรยี นท่ี
สปั ดาห์ ท้ังหมด เปดิ สอน
1 ส 32101 สงั คมศึกษา 3 1.0 40
2 ส 32102 สังคมศึกษา 4 2 1.0 40 1
3 ส 32102 ประวัติศาสตร์ 3 2 0.5 20 2
4 ส 32104 ประวตั ิศาสตร์ 4 1 0.5 20 1
1 2

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6

ท่ี รหัสวชิ า ช่อื วิชา ชัว่ โมง/ หน่วยกิต จำนวนชัว่ โมง ภาคเรียนที่
สัปดาห์ ทง้ั หมด เปดิ สอน
1 ส 33101 สังคมศึกษา 5 1.0
2 ส 33102 สงั คมศกึ ษา 6 2 1.0 40 1

2 40 2

สาระการเรียนรู้เพมิ่ เติม
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4

ท่ี รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า ช่ัวโมง/ หนว่ ยกติ จำนวนช่ัวโมง ภาคเรียนท่ี
สปั ดาห์ ทัง้ หมด เปดิ สอน

1 ส 30231 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1 1 0.5 20 1
2 ส 30232 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 2 1 2
3 ส 31201 ภัยพบิ ัติทางธรรมชาติ 2 0.5 20 1
4 ส 31202 กฎหมายทปี่ ระชนควรรู้ 2 1
5 ส 31203 การเงิน การคลัง และธนาคาร 2 1.0 40 2
6 ส 31204 อาเซยี นศึกษา 2 2
1.0 40

1.0 40

1.0 40

245

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5

ท่ี รหสั วิชา ช่อื วชิ า ช่วั โมง/ หน่วยกติ จำนวนชว่ั โมง ภาคเรียนท่ี
สปั ดาห์ ทั้งหมด เปิดสอน
1 ส 30233 หน้าทพ่ี ลเมือง 3 0.5 20
2 ส 30234 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 4 1 0.5 20 1
3 ส 32201 ศาสนาสากล 1 1.0 40
4 ส 32202 เศรษฐกจิ พอเพียง 2 1.0 40 2
5 ส 32203 การปกครองทอ้ งถน่ิ ไทย 2 1.0 40
2

ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6

ท่ี รหสั วิชา ชื่อวชิ า ชั่วโมง/ หน่วยกติ จำนวนช่วั โมง ภาคเรียน
สัปดาห์ ทง้ั หมด ที่เปดิ สอน

1 ส 30235 หนา้ ทพี่ ลเมือง 5 1 0.5 20 1
2 ส 30236 หนา้ ทพ่ี ลเมือง 6 1
3 ส 33201 การเมอื งปกครองของไทย 2 0.5 20 2
4 ส 33202 เหตุการณโ์ ลกปัจจุบัน 2
ประวตั สิ ังคมและ 1.0 40 1
5 ส 33203 วฒั นธรรมไทย 2
โลกศกึ ษา 1.0 40 1
6 ส 33204 2
1.0 40 2

1.0 40 2

246

รายวิชาสงั คมศกึ ษา 1 คำอธิบายรายวิชา
รหัสวิชา ส 21101
จำนวน 60 ช่วั โมง
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา วเิ คราะห์ ใช้เครอ่ื งมือทางภูมิศาสตร์ในการสบื คน้ พกิ ดั ภูมิศาสตร์ (ละตจิ ดู และลองจิจดู ) ข้อมลู
ตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์อยา่ งถกู ต้องและส่งผลให้ได้ข้อมูลสารสนเทศเพอ่ื นาไปใชใ้ นกจิ การต่างๆอย่างมี

ประสทิ ธภิ าพระบบพิกดั ภูมิศาสตร์ในการอา้ งอิงตำแหน่งและการคำนวณวันเวลา
ศกึ ษาทวีปเอเชยี ลกั ษณะภูมิประเทศลักษณะภมู ิอากาศและทรัพยากรธรรมชาติของทวีปเอเชยี ทำเลทต่ี ั้ง

ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสงั คมในทวปี เอเชยี มคี วามสัมพนั ธ์กบั ลกั ษณะภูมปิ ระเทศลักษณะภูมิอากาศและ
ทรัพยากรธรรมชาติปัจจัยทางกายภาพและปจั จัยทางสังคมมีผลตอ่ การเปล่ยี นแปลงทางประชากรส่ิงแวดลอ้ ม
เศรษฐกจิ สังคมและวฒั นธรรมในทวีปเอเชยี

ศึกษาทวีปออสเตรเลยี และโอเชยี เนยี ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศลกั ษณะภูมิอากาศและทรพั ยากรธรรมชาติของ
ทวีปออสเตรเลยี และโอเชยี เนยี ทำเลท่ีตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสงั คม

ในทวีปออสเตรเลยี และโอเชยี เนียมคี วามสัมพันธ์กับลกั ษณะภมู ิประเทศลักษณะภมู ิอากาศและทรพั ยากรธรรมชาติ
ปจั จยั ทางกายภาพและปจั จัยทางสังคม มีผลตอ่ การเปล่ยี นแปลงทางประชากรสงิ่ แวดล้อมเศรษฐกิจสังคมและ
วฒั นธรรมในทวีปออสเตรเลยี และโอเชียเนีย

ศกึ ษา วเิ คราะห์ ประวัติและความสำคญั ของพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาได้เผยแผ่เข้าสปู่ ระเทศไทย
มีผลทำใหพ้ ระพุทธศาสนามีความสำคญั ตอ่ สภาพแวดลอ้ มในสงั คมไทย รวมทงั้ การพัฒนาตนและครอบครัวพทุ ธ

ประวตั ิ พระสาวก ศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง และชาดกการศึกษาพุทธประวัติตัง้ แตป่ ระสตู ิ จนถึงบำเพญ็ ทุกกรกริ ยิ า
ประวัตสิ าวก ชาดก เร่ืองเลา่ ศาสนิกชนตวั อยา่ ง ย่อมทำให้ได้ข้อคิดสำคญั เก่ยี วกบั การประพฤติตนและคณุ ธรรมอัน
เปน็ แบบอย่างของทา่ น ซึง่ ทกุ คนควรนำไปปฏบิ ัติในการดำเนนิ ชีวติ รวมถึงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาข้อธรรม

สำคัญในกรอบอรยิ สัจ 4 เปน็ หลกั สำคัญในการดำเนนิ ชีวิตที่นำไปส่คู วามพน้ ทกุ ข์ หรือหมดปัญหา ซ่งึ ชาวพทุ ธทกุ
คนควรมจี ิตสำนึกในพุทธคุณ และนำไปปฏิบตั ิ พุทธศาสนสุภาษิตเปน็ ข้อธรรมสำคัญทม่ี ขี อ้ คดิ เตือนใจบคุ คล

ให้นำไปเปน็ หลกั ในการปฏิบัติตามในการดำเนินชวี ติ อย่างเหมาะสม หน้าทช่ี าวพทุ ธและมารยาทชาวพทุ ธชาว
พทุ ธทุกคนควรบำเพญ็ ประโยชน์ต่อศาสนสถานของพระพุทธศาสนา ปฏบิ ัตติ นอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่างๆ ตาม
หลักพระพทุ ธศาสนา โดยยึดถอื พระจริยวัตรของพระสงฆส์ าวกเปน็ แบบอยา่ งและปฏิบตั ิตนต่อพระภกิ ษุอย่าง

เหมาะสมบทบาทและหนา้ ทข่ี องเยาวชนทมี่ ีตอ่ สงั คมและประเทศชาติ
ปฏบิ ตั ิตนเปน็ พลเมอื งดขี องสงั คมและประเทศชาตติ ้องร้จู กั เคารพสิทธขิ องตนและผู้อื่นทำประโยชน์ตอ่

สงั คมและประเทศชาติ ซ่งึ จะสง่ ผลต่อการอยรู่ ่วมกนั อย่างสงบสขุ ศกึ ษารฐั ธรรมนญู กบั การเมอื งการปกครอง
ของไทยรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยมีบทบัญญัติสำคญั เกี่ยวกบั หลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้างสาระสำคญั
และการใชอ้ ำนาจอธิปไตย ชาวไทยทุกคนตอ้ งปฏิบัตติ นตามบทบัญญตั ขิ องรฐั ธรรมนูญ

รแู้ ละเข้าใจหลกั เศรษฐศาสตร์ เบอ้ื งต้นเศรษฐศาสตร์มีความสำคญั ต่อการดำเนนิ ชีวติ ของมนษุ ย์ การศึกษา
และทำความเข้าใจทรพั ยากรทจ่ี ำกดั กับความตอ้ งการท่ีไม่จำกดั ความขาดแคลน การเลอื ก และคา่ เสยี โอกาส มีผล

ตอ่ การตดั สินใจในการบรโิ ภคไดอ้ ย่างเหมาะสมพฤติกรรมการบรโิ ภค ค่านยิ มและพฤตกิ รรมการบริโภคของคนใน
สงั คม มีความสัมพันธก์ ับกฎอุปสงคแ์ ละอุปทาน มผี ลต่อเศรษฐกจิ ของชุมชนและประเทศ ในปัจจุบนั มีกฎหมาย
ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญาซึ่งมผี ลดีตอ่ ผู้บรโิ ภค

247

ตัวช้วี ัด

ส 5.1 ม.1/2
ส 5.1 ม.1/1
ส 5.2 ม.1/1 ม.1/2
ส 1.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3 ม.1/4 ม. 1/5 ม. 1/6
ส 1.2 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
ส 2.1 ม.1/2 ม.1/4
ส 2.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ส 3.1 ม.1/1
ส 3.1 ม.1/2
ส 3.2 ม.1/3 ม.1/4

248

รายวชิ า สงั คมศกึ ษา 2 คำอธบิ ายรายวิชา
รหสั วิชา ส 21103 จำนวน 60 ชว่ั โมง

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษาวเิ คราะหใ์ ช้เคร่ืองมอื ทางภูมิศาสตร์สำรวจสืบค้นพิกดั ภมู ิศาสตร์ (ละติจูดและลองจิจดู ) เสน้ แบ่ง
เวลาและเปรยี บเทยี บวนั เวลาของโลกลกั ษณะทางกายภาพทำเลที่ต้ังของกิจกรรมทางเศรษฐกจิ สงั คมรวมถงึ ปัจจยั

ทางกายภาพปจั จยั ทางสงั คมที่มีผลต่อทำเลที่ตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปเอเชยี ทวปี ออสเตรเลีย
และโอเชียเนยี สาเหตกุ ารเกดิ ภยั พบิ ัติประเดน็ ปญั หาจากปฏิสัมพันธร์ ะหวา่ งสภาพแวดล้อมทางกายภาพกับมนษุ ย์
รวมถึงแนวทางการจัดการภัยพิบัตกิ ารจัดการทางทรัพยากรและสงิ่ แวดล้อมในทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลียและโอ

เชียเนยี
โดยใชเ้ ครือ่ งมอื ทางภมู ิศาสตรใ์ นการสบื ค้นวิเคราะหแ์ ละสรปุ ข้อมลู ตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์

กระบวนการสืบเสาะหาความร้ใู ชท้ ักษะทางภมู ศิ าสตรด์ า้ นการสังเกตการแปลความขอ้ มลู
ทางภมู ิศาสตร์การคดิ เชิงพืน้ ทกี่ ารคิดแบบองค์รวมการใชเ้ ทคโนโลยกี ารใช้เทคนคิ และเครอื่ งมอื ทางภูมิศาสตรก์ าร
คิดเชงิ ภมู สิ มั พันธ์การใช้สถิติพืน้ ฐานรวมถงึ ทักษะดา้ นการสื่อสารการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้

ความเข้าใจมคี วามสำมารถทางภูมิศาสตรก์ ระบวนการทางภมู ิศาสตร์ทกั ษะทางภูมศิ าสตร์และมที ักษะในศตวรรษที่
21 ด้านการส่อื สารการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศความสามารถ

ในการคดิ และแก้ปญั หามีคุณลกั ษณะด้านจติ สาธารณะมีวนิ ัยใฝเ่ รยี นรูม้ ุ่งมน่ั ในการทางานมีส่วนร่วมในการจดั การ
ภัยพิบัติและการอนุรักษ์ส่งิ แวดล้อมในประเทศไทยทวปี เอเชียทวปี ออสเตรเลียและโอเชยี เนีย

ศึกษา วเิ คราะห์ การสงั คายนา การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาเขา้ สู่ประเทศไทย ความสำคญั ของ

พระพทุ ธศาสนาท่ีมีต่อสภาพแวดลอ้ มในสังคมไทย รวมท้งั การพฒั นาตนและครอบครวั พทุ ธประวัตติ ้ังแตป่ ระสตู ิ
จนถงึ บำเพญ็ ทุกกรกริ ยิ า ประวตั พิ ระมหากัสสปะ พระอบุ าลี อนาถบิณฑกิ ะ นางวสิ าขา พระเจ้าอโศก

มหาราช พระโสณะและพระอุตตระ บุคคลทเ่ี ป็นแบบอย่างดา้ นศาสนสัมพันธ์ ชาดกในเร่อื ง อัมพ-ชาดก ติตตริ
ชาดก ประพฤติตนตามแบบอย่างการดำเนินชวี ติ และขอ้ คิดจากประวตั ิสาวก ชาดก เรื่องเลา่ และศาสนกิ ชน
ตวั อย่าง ความสำคัญของพระพุทธศาสนาทม่ี ตี ่อสภาพแวดล้อมในสงั คมไทย รวมท้งั การพฒั นาตนและครอบครวั

ความจำเป็นทที่ ุกคนตอ้ งเรยี นรศู้ าสนาอน่ื ๆ ปฏิบัติตนต่อศาสนิกชนอน่ื ในสถานการณ์ตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
โดยใช้กระบวนการคดิ กระบวนการสบื ค้นข้อมลู กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏบิ ัติ

กระบวนการกล่มุ กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหาเพ่ือใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจ สามารถนำไป
ปฏบิ ัตใิ นการดำเนินชีวติ นำไปพัฒนาแก้ปญั หาของตนเองและครอบครวั รกั ษาสิ่งแวดล้อม
มีคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ในดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสัตย์ สจุ รติ มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้

อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

วเิ คราะหแ์ ละปฏิบัติตนตามหลกั พุทธคณุ 9 อริยสจั 4 ทุกข์ (ธรรมที่ควรร)ู้ ในเร่ือง ขันธ์ 5 (ธาตุ 4)
สมทุ ัย (ธรรมทคี่ วรละ) ในเร่ืองหลักกรรม อบายมุข 6 นโิ รธ (ธรรมทีค่ วรบรรลุ) ในเรอ่ื ง สุข 2 (กายกิ -
เจตสิก) คิหิสขุ มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ) ในเรอื่ งไตรสกิ ขา กรรมฐาน 2 ปธาน 4 โกศล 3 มงคล 38 (ไม่คบ คน

พาล คบบัณฑิต บูชาผูค้ วรบูชา) พุทธศาสนสุภาษติ ในเรอ่ื ง ย เวเสวติ ตาทโิ ส (คบคนเช่นใดย่อมเป็น
เช่นน้ัน) อตตฺ นา โจทยตฺตาน (จงเตอื นตนด้วยตน) นิสมมฺ กรณ เสยโฺ ย (ใคร่ครวญก่อนจึงทำดีกว่า) ทุราวาสา

ฆราทกุ ขฺ านา โจทยตตฺ าน (เรือนท่ีครองไมด่ นี ำทกุ ขม์ าให้) ปฏิบัติตนตามหลักธรรมและนำไปพัฒนา แกป้ ญั หา
ของตนและครอบครวั ในการดำรงชวี ติ แบบพอเพยี งและดูแลรักษาส่ิงแวดล้อมเพ่อื การอยรู่ ว่ มกันไดอ้ ยา่ งสันตสิ ขุ

249

การพัฒนาจิตเพ่อื การเรยี นร้แู ละและการดำเนนิ ชวี ติ ด้วย วิธีคดิ แบบโยนโิ ส-มนสิการ (วธิ คี ดิ แบบคุณค่าแท้
คุณค่าเทียม วธิ ีคดิ แบบคุณ-โทษและทางออก) สวดมนตแ์ ผ่เมตตา บรหิ ารจติ และเจรญิ ปัญญาด้วยอานาปานสติ

วเิ คราะห์และปฏิบัติตน การบำเพ็ญประโยชนต์ ่อศาสนสถาน วิถีชีวิตของพระภิกษุ บทบาทของ
พระภกิ ษใุ นการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนา ปฏิบัตติ นอย่างเหมาะสมต่อบคุ คลตา่ งๆ การจดั โต๊ะหม่บู ูชา การจดุ ธปู
เทยี น การจัดเคร่ืองประกอบโตะ๊ หมู่บูชา ปฏิบัติตนในศาสนพธิ แี ละพธิ ีกรรมในเรือ่ งคำอาราธนาต่างๆ ประวตั ิ
ความสำคัญ และการปฏบิ ัติตนในวันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนา

โดยใชก้ ระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นขอ้ มูล กระบวนการทางสงั คม กระบวนการปฏบิ ตั ิ
กระบวนการกลมุ่ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์และแกป้ ัญหา

เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจ สามารถนำไปปฏิบัตใิ นการดำเนนิ ชวี ติ นำไปพฒั นาแกป้ ัญหาของตนเอง
และครอบครัว รักษาส่ิงแวดลอ้ ม มีคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสตั ย์ สจุ รติ
มีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกันได้
อย่างสนั ติสขุ

ศึกษา วิเคราะห์ บทบาทหนา้ ที่ของเยาวชนทม่ี ีต่อสังคมและประเทศชาติ เคารพสิทธิ เสรีภาพของ
ตนเองและผ้อู ืน่ หลกั การ เจตนารมณ์โครงสรา้ งและสาระสำคัญของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทยฉบับ
ปจั จบุ นั โดยสงั เขป บทบาทการถว่ งดลุ ของอำนาจอธปิ ไตยจากรัฐธรรมนูญฉบับปจั จบุ นั ความคล้ายคลงึ และ
ความแตกตา่ งระหว่างวัฒนธรรมไทยกบั วัฒนธรรมของประเทศในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ และวฒั นธรรม
ท่เี ปน็ ปัจจัยในการสร้างความสมั พนั ธท์ ีด่ ี หรอื อาจนำไปสู่ความเข้าใจผดิ ตอ่ กนั โดยใช้กระบวนการคิด
กระบวนการสืบคน้ ขอ้ มลู กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเผชิญ
สถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา

เพอื่ ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำไปปฏิบตั ิในการดำเนินชวี ิต มีคุณธรรม จรยิ ธรรม มี
คณุ ลักษณะอันพึงประสงคใ์ นดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตย์สุจรติ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนนิ ชวี ิตอย่างสนั ติสุขในสังคมไทยและสังคมโลก

ศึกษา วิเคราะห์ บทบาทหนา้ ทขี่ องเยาวชนที่มีต่อสงั คมและประเทศชาติ ปฏบิ ตั ิตนเป็นประโยชน์ตอ่
สงั คมและประเทศชาติ ปฏบิ ัติตามกฎหมายคุม้ ครองเด็ก กฎหมายการศึกษา กฎหมายคมุ้ ครองผู้บริโภค
กฎหมายลขิ สิทธิ์ กฎหมายรัฐธรรมนญู ฉบบั ปัจจุบนั ท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั ตนเอง

โดยใชก้ ระบวนการคดิ กระบวนการสบื ค้นขอ้ มูล กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการทางสงั คม
กระบวนการกลมุ่ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์และแกป้ ัญหา เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำไป
ปฏิบัตใิ นการดำเนนิ ชวี ติ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม มคี ณุ ลักษณะอนั พึงประสงคใ์ นด้านรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
ซือ่ สตั ยส์ ุจริต มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ รกั ความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ สามารถดำเนินชวี ติ อย่างสันติสขุ ในสงั คมไทย
และสงั คมโลก

ศกึ ษา วิเคราะห์ ความหมายและความสำคัญของเศรษฐศาสตร์ ค่านยิ มและพฤติกรรมการบริโภคของคน
ในสงั คมซง่ึ สง่ ผลต่อเศรษฐกจิ ของชุมชนและประเทศ ความเป็นมา หลกั การและความสำคัญของปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย

โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสบื คน้ ข้อมูล กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการ
เผชญิ สถานการณแ์ ละแก้ปญั หา กระบวนการกลมุ่

เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพนั ธเ์ ศรษฐกิจ
และความจำเป็นของการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

250

บทบาทหน้าท่แี ละความแตกต่างของสถาบันการเงนิ แต่ละประเภทและธนาคารกลาง การพง่ึ พาอาศัยกัน
และการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจในประเทศ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดอุปสงค์และอุปทาน และกฎหมาย
เกย่ี วกับทรพั ย์สินทางปญั ญา

โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นขอ้ มลู กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์และแกป้ ัญหา กระบวนการกลุ่ม

เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ ระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจตา่ งๆ ความสัมพนั ธ์เศรษฐกิจ
และความจำเปน็ ของการร่วมมอื กนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก สามารถบริหารจดั การทรัพยากรในการผลิตและการ
บริโภค การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง เพ่อื การดำรงชีวิตอย่างมดี ุลยภาพ

ตัวชวี้ ัด
ส 5.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ส 5.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ส 1.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3 ม. 1/4 ม. 1/5 ม. 1/6 ม. 1/7 ม. 1/8 ม. 1/9 ม. 1/10

ม. 1/11
ส 1.2 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3 ม. 1/4 ม. 1/5
ส 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ส 2.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ส 3.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
ส 3.2 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3 ม. 1/4
รวม 37 ตัวช้ีวัด

251

รายวิชาประวัตศิ าสตร์ 1 คำอธบิ ายรายวิชา
รหัสวิชา ส21102 จำนวน 20 ชวั่ โมง

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษา วิเคราะห์ ทตี่ ง้ั และสภาพภมู ิศาสตรท์ ม่ี ีผลต่อพฒั นาการทางประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และ
การเมืองของประเทศต่างๆในภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ ความร่วมมอื ผ่านการรวมกลุม่ เปน็ อาเซียนทถ่ี อื ว่า

เปน็ พัฒนาการของภมู ภิ าคที่ตั้งและความสำคัญของแหล่งอารยธรรม
ในภูมิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ อิทธพิ ลของอารยธรรมโบราณในดินแดนไทยทมี่ พี ฒั นาการของสงั คมไทยสมยั
ปจั จุบัน

โดยใชก้ ระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวน
การกลุ่ม กระบวนการเรยี นรแู้ บบบูรณาการ กระบวนการแก้ปัญหา และวิธกี ารทางประวัติศาสตร์

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจถึงความสำคัญของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง
ประวัตศิ าสตรม์ าวเิ คราะห์เหตุการณต์ ่างๆ อยา่ งเป็นระบบ

ตัวชว้ี ัด
ส 4.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3

ส 4.2 ม.1/1 ม.1/2

รวม 5 ตัวชี้วัด

252

รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ 2 คำอธิบายรายวิชา
รหสั วชิ า ส 21104
จำนวน 20 ช่วั โมง
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และ
ความสมั พนั ธ์ระหว่างประเทศ วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาไทยสมัยสโุ ขทยั ความเส่อื มของอาณาจกั รสุโขทยั

โดยใชก้ ระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการสืบค้นขอ้ มูล กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการกลุม่ กระบวน
การเรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการแก้ปัญหา และวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจถึงความสำคัญของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง

ประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย พัฒนาการด้านต่างๆ
วัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาไทย มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัยใฝ่

เรียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน รกั ความเป็นไทย และมจี ิตสาธารณะ

ตวั ช้วี ดั
ส 4.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
รวม 3 ตัวชี้วดั

253

รายวชิ า หน้าทีพ่ ลเมือง 1 คำอธิบายรายวชิ า (เพิ่มเตมิ )
รหสั วิชา ส 21232 จำนวน .20 ชวั่ โมง

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่.1 จำนวน..0.5 หน่วยกิต

มีส่วนร่วมอนุรักษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแต่งกาย การมีสัมมาคารวะ
แสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละต่อสังคม เห็นคุณค่าและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี
ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร

อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ และยอมรับผลทเี่ กิดจากการกระทำของตนเอง
ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอย่างของความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์ ประยุกต์

และเผยแพร่พระบรมราโชวาท ในเรอื่ งมเี หตุผล รอบคอบ หลักการทรงงาน ในเรอ่ื งการใชธ้ รรมชาติช่วยธรรมชาติ
การปลกู ป่าในใจคน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏบิ ัติตนเป็นผ้มู ีวนิ ยั ในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตย์
สจุ ริต ขยันหม่ันเพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ และต้ังใจปฏิบัตหิ นา้ ท่ี

โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการ
แก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านิยม และ

กระบวนการสรา้ งเจตคติ
เพื่อให้ผู้เรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่น ใน

ศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็

ประมุข มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง อยรู่ ว่ มกบั ผู้อน่ื อย่างสันติ จัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และมีวินัย
ในตนเอง

ตัวช้ีวัด / ผลการเรยี นรู้
1. มสี ่วนร่วมในการอนุรักษ์มารยาทไทย
2. แสดงออกถงึ ความเอือ้ เฟ้ือเผอื่ แผ่ และเสยี สละต่อสงั คม

3. เหน็ คณุ ค่าและอนรุ กั ษ์ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมปิ ัญญาไทย
4. เป็นแบบอย่างของความรักชาติ ยดึ มั่นในศาสนา และเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์

5. ประยุกตแ์ ละเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
6. ปฏบิ ัติตนเปน็ พลเมอื งดตี ามวถิ ีประชาธปิ ไตย
7. มีสว่ นรว่ มและรับผิดชอบในการตัดสินใจตรวจสอบข้อมูลเพ่ือใชป้ ระกอบการตดั สินใจ

ในกจิ กรรมตา่ งๆ
8. ยอมรับความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ และอยูร่ ว่ มกันอยา่ งสันติ

และพงึ่ พาซ่ึงกนั และกัน
9. มีสว่ นรว่ มในการแกป้ ัญหาความขดั แย้งโดยสนั ตวิ ิธี
10. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง

รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรียนรู้

254

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวชิ า หนา้ ที่พลเมือง 2 (เพมิ่ เติม) จำนวน .20 ช่ัวโมง

รหัสวิชา ส 21233 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 จำนวน..0.5 หน่วยกติ

ปฏบิ ตั ิตนเปน็ พลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย ในการมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมต่าง ๆ ของสังคม
การตดั สินใจโดยใช้เหตผุ ล มีสว่ นรว่ มและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น

ตรวจสอบขอ้ มูล เพอื่ ใช้ประกอบ การตดั สนิ ใจในกิจกรรมต่าง ๆ ปฏิบัติตนเป็นผ้มู วี นิ ยั ในตนเอง ในเรอ่ื งความ
ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ อดทน ขยนั หมน่ั เพยี ร ใฝห่ าความรู้ ตงั้ ใจปฏิบตั ิหนา้ ที่ และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทำของ

ตนเอง
ยอมรบั ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ ในเรอ่ื งวถิ ีชวี ติ

วฒั นธรรม ศาสนา สง่ิ แวดลอ้ ม อยูร่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ติและพึง่ พาซง่ึ กนั และกันในสังคมพหุวฒั นธรรม

ด้วยการเคารพซ่ึงกนั และกนั ไม่แสดงกิรยิ าและวาจาดูหมิ่นผอู้ น่ื ชว่ ยเหลือซึ่งกนั และกนั แบ่งปนั มีสว่ นรว่ มในการ
แก้ปญั หาความขัดแย้ง โดยสันติวธิ ี ในเรอ่ื งการทะเลาะววิ าท ความคดิ เหน็ ไมต่ รงกัน ด้วยการเจรจาไกลเ่ กลย่ี การ

เจรจาตอ่ รอง การระงบั ความขัดแยง้ ปฏบิ ัติตนเป็นผ้มู ีวินยั ในตนเอง ในเรอื่ งความซอ่ื สตั ยส์ ุจริต อดทน ใฝ่หา
ความรู้ ตัง้ ใจปฏิบัตหิ นา้ ที่ ยอมรบั ผลท่เี กิดจากการกระทำของตนเอง

เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นมีลักษณะที่ดขี องคนไทย ภาคภมู ิใจในความเปน็ ไทย แสดงออกถงึ ความรกั ชาติ

ยดึ มน่ั ในศาสนา และเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ เปน็ พลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์
ทรงเป็นประมุข มีสว่ นร่วมทางการเมืองการปกครอง อยรู่ ่วมกบั ผู้อื่นอย่างสันติ จดั การความขัดแย้งดว้ ยสันตวิ ิธี

และมวี นิ ยั ในตนเอง

ตวั ช้ีวัด / ผลการเรียนรู้
1. ส่วนรว่ มในการอนุรักษ์มารยาทไทย
2. แสดงออกถงึ ความเอื้อเฟอื้ เผอ่ื แผ่ และเสยี สละตอ่ สงั คม
3. เหน็ คณุ ค่าและอนุรกั ษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภมู ปิ ญั ญาไทย
4. เปน็ แบบอยา่ งของความรักชาติ ยดึ ม่นั ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ ์
5. ประยกุ ตแ์ ละเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
6. ปฏบิ ัติตนเปน็ พลเมอื งดตี ามวิถีประชาธิปไตย
7. มีส่วนร่วมและรบั ผดิ ชอบในการตัดสนิ ใจตรวจสอบขอ้ มูลเพือ่ ใช้ประกอบการตัดสนิ ใจในกิจกรรมตา่ งๆ
8. ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ และอยรู่ ว่ มกันอย่างสนั ติ

และพึ่งพาซ่งึ กนั และกัน
9. มสี ่วนรว่ มในการแกป้ ัญหาความขดั แย้งโดยสนั ตวิ ิธี
10. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผมู้ วี นิ ัยในตนเอง

รวมท้ังหมด 10 ผลการเรยี นรู้


Click to View FlipBook Version