The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล ปรับปรุง2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by manchai, 2022-09-02 05:41:40

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล ปรับปรุง 2565

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล ปรับปรุง2565

รายวิชาภาษาไทย คำอธิบายรายวิชา 55
รหัสวชิ า ท22102 ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 2
จำนวน 60 ชว่ั โมง
จำนวน 1.5 หน่วยกิต

ศกึ ษาและฝึกอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถกู ตอ้ ง จับใจความสำคญั
สรปุ ความและอธิบายรายละเอียดจากเร่อื งทอ่ี า่ น เขียนผังความคิดเพ่ือแสดงความเข้าใจในบทเรียน

ต่าง ๆ ที่อ่านอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ และข้อโตแ้ ย้งเกี่ยวกบั เรื่องทอี่ า่ น เขยี นรายงานการศกึ ษาค้นควา้ มี
มารยาทในการเขยี น พดู รายงานเรือ่ งหรือประเด็นท่ศี ึกษาค้นคว้า ใชค้ ำราชาศพั ท์ รวบรวมและอธบิ ายความหมาย
ของคำภาษาต่างประเทศท่ีใช้ในภาษาไทย สรปุ เนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดบั ท่ยี ากข้ึน วิเคราะห์

และวจิ ารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถ่ินท่อี ่าน พร้อมยกเหตผุ ลประกอบ อธบิ ายคุณค่าของ
วรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี า่ น

สรปุ ความรู้และขอ้ คิดจากการอ่านไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จริง ทอ่ งจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทรอ้ ยกรองท่ีมี
คณุ ค่าตามความสนใจ

กิจกรรมการเรียนร้เู ปน็ แบบบรู ณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทยและกลุ่มสาระการเรยี นร้อู นื่

ๆ ที่เก่ียวขอ้ ง โดยนำวรรณคดแี ละวรรณกรรมเป็นแกนกลาง ผเู้ รยี นจะไดเ้ รียนรวู้ รรณคดีและวรรณกรรมสมั พันธ์
กบั หลกั การใชภ้ าษาและทักษะการสอื่ สาร เรียนร้กู ลุม่ สาระการเรยี นรูอ้ ื่น ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ งอยา่ งกวา้ งขวาง กลมกลืน

เป็นเอกภาพและเช่ือมโยงชวี ติ จริง

รหสั ตัวช้ีวดั

ท 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8
ท 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8

ท 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6
ท 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ท 5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5

รวม 32 ตวั ช้วี ดั

คำอธิบายรายวิชา 56

รายวชิ า ภาษาไทยพนื้ ฐาน จำนวน 60 ชว่ั โมง
รหัสวิชา ท 23101 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาหลักการอ่านออกเสียงได้ถูกต้อง เหมาะสม ระบุความแตกต่างของคำ ใจความสำคัญและ

รายละเอยี ดของข้อมูลท่ีสนับสนุนจากเรอ่ื งท่ีอ่าน เขยี นกรอบความคิด วิเคราะห์วจิ ารณ์และประเมินเรื่องท่ีอ่าน
โดยใช้กลวิธีการเปรียบเทียบ ประเมินความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนในเรื่องที่อ่าน ฝึกการคัด
ลายมือ เขียนข้อความ ชีวประวัติ ย่อความ จดหมายกิจธุระ อธิบาย ชี้แจงแสดงความคิดเห็น และโต้แย้ง

อย่างมีเหตุผล พูดแสดงความคิดเห็น พูดวิเคราะห์ วิจารณ์เรื่องที่ฟังและดูเพื่อนำข้อคิดมาประยุกต์ใช้ในการ
ดำเนินชีวิต พูดรายงานการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น จำแนกและใช้คำที่มาจาก

ภาษาตา่ งประเทศ วิเคราะห์ประโยคซบั ซอ้ น ระดบั ภาษา สรปุ เนอื้ หาวรรณคดีและวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน วเิ คราะห์
วถิ ไี ทยและคณุ คา่ จากการอา่ นวรรณกรรม

โดยใช้กระบวนการทางภาษา การสืบค้นความรู้ การจดบันทึก ใช้ความสามารถในการคิดการ

อภปิ ราย เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจในการเรยี นรู้ ใชค้ วามสามารถในการสอื่ สารกบั ผอู้ ่นื ใหเ้ ข้าใจตรงกัน
เห็นคุณค่าของภาษาไทย นำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาให้เกิดประโยชน์ในชีวิต เป็นผู้มี

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มมี ารยาทในการอา่ น การเขียน การฟงั การดแู ละการพูด เหน็ คณุ คา่ ภาษาไทยซ่ึง
เป็นเอกลักษณข์ องชาติ รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สัตยส์ ุจรติ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่างพอเพียง มงุ่ ม่นั ในการ
ทำงาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาคภูมิใจใน

ภาษาไทย และรกั ษาไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ

รหัสตวั ช้ีวดั ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ท 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ท 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ท 3.1 ม.3/1, ม.3/2

ท 4.1
ท 5.1

รวม 20 ตัวชว้ี ดั

57

คำอธบิ ายรายวชิ า จำนวน 60 ช่วั โมง
รายวิชา ภาษาไทยพน้ื ฐาน จำนวน 1.5 หน่วยกติ
รหสั วชิ า ท 23102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3

ศึกษาหลักการวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ ความสมเหตุสมผลของเรอ่ื งทอ่ี ่าน แสดงความ
คิดเหน็ ตีความ ประเมนิ คณุ ค่าแนวคิดทีไ่ ดจ้ ากการอ่านงานเขียน เพ่อื นำไปใชแ้ กป้ ัญหาในชีวิต เขยี นวจิ ารณ์

แสดงความรู้ความคดิ เห็น เขยี นรายงาน โครงงาน กรอกแบบสมัครงาน ฝกึ พดู ในโอกาสต่าง ๆ พูดโนม้ น้าว
อยา่ งมีเหตุผลและนา่ เช่ือถอื ใชค้ ำทบั ศพั ท์ ศพั ท์บญั ญัติ ศัพทท์ างวชิ าการและวชิ าชีพ แต่งโคลงสสี่ ภุ าพ สรุป
ความรู้ ขอ้ คิดจากการอา่ นวรรณคดแี ละวรรณกรรม เพอ่ื นำไปใช้ประยกุ ตใ์ นชีวิตประจำวนั ท่องจำและบอก

คุณค่าบทอาขยานและบทรอ้ ยกรองตามความสนใจและนำไปใช้อา้ งองิ
โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการกลมุ่ สัมพันธ์ จัดการเรยี นรู้เพอ่ื พฒั นาความคิด เรยี นรู้

แบบโครงงาน ให้รวู้ ธิ กี ารแกป้ ญั หาอย่างเปน็ ระบบ วางแผน คิดวเิ คราะห์ ประเมนิ ผล ฝึกการเป็นผูน้ ำและผู้
ตามมคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี สามารถสร้างองค์ความร้ไู ปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั

มีคุณธรรม จริยธรรม และมีมารยาทในการใชภ้ าษา เปน็ ผ้มู คี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีมารยาท

ในการอา่ น การเขยี น การฟัง การดแู ละการพดู เหน็ คุณค่าภาษาไทยซ่งึ เปน็ เอกลักษณข์ องชาติ รกั
ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสตั ย์สุจริต มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง ม่งุ มั่นในการทำงาน รักความเปน็ ไทย

และมีจิตสาธารณะเพอ่ื ให้เกิดการเรยี นรูอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ภาคภูมิใจในภาษาไทย และรกั ษาไวเ้ ป็นสมบัติของ
ชาติ

รหสั ตัวชี้วดั ม.3/2, ม.3/5, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10
ท 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10
ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ท 2.1 ม.3/1, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ท 3.1
ท 4.1 ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4

ท 5.1

รวม 24 ตัวชี้วดั

58

คำอธิบายรายวชิ า

รายวิชา การใช้ห้องสมดุ 1 จำนวน 40 ชว่ั โมง
รหสั วชิ า ท 23201 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 จำนวน 1 หนว่ ยกติ

คำอธิบายรายวิชา

ศึกษากฎระเบียบ วิธีการใช้บริการแหล่งการเรียนรู้และห้องสมุด ลักษณะและวิธีใช้
ทรพั ยากรสารนิเทศเพอื่ การศกึ ษาคน้ คว้าความรู้ ข้อมลู ข่าวสาร โดยใชก้ ระบวนการศึกษา สำรวจ สงั เกต การใช้
ห้องสมดุ การอ่าน และการคน้ หาสารนิเทศจากแหลง่ ข้อมลู ต่างๆ เพ่ือให้เกดิ ความรู้

ความเข้าใจ วิธีการแสวงหาความรู้ การศึกษาค้นคว้าดว้ ยตนเอง เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรยี น และสามารถนำไปประยุกต์ใช้
กับการเรียนและชวี ิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งมคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมทีเ่ หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายความหมาย ความสำคญั ประเภทและจดุ ประสงคข์ องห้องสมุดได้

2. บอกประเภทสื่อสารสนเทศในห้องสมดุ ได้
3. อธิบายความสำคญั และส่วนตา่ ง ๆ ของหนังสอื ได้

4. บอกลักษณะและประโยชนข์ องวารสารและนติ ยสารได้
5. บอกลกั ษณะและประโยชน์ของหนังสือพิมพไ์ ด้

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้

59

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา การใช้ห้องสมดุ 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง
รหัสวิชา ท 23202 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 จำนวน 1 หน่วยกติ

คำอธิบายรายวชิ า
ศกึ ษาระบบการจัดหมวดหมู่หนังสอื การเรียงหนงั สือบนช้ัน และการใช้เครือ่ งมือสืบคน้ สารนิเทศ

ภายในห้องสมุดโดยใช้กระบวนการศึกษาสำรวจ สังเกต การใช้ห้องสมุดและการฝึกทักษะใช้เครื่องมือสืบค้น
สารนิเทศภายในห้องสมุดเพือ่ ให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ วธิ ีการแสวงหาความรู้ การศึกษาค้นคว้าดว้ ยตนเองเป็นผู้
ใฝ่รู้ ใฝเ่ รยี น สามารถนำไปประยุกต์ใชก้ ับการเรียนและชวี ิตประจำวนั ไดอ้ ย่างมีคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมท่ี
เหมาะสม

ผลการเรียนรู้

1. อธบิ ายการจดั หมู่หนังสือตามระบบทศนยิ มของดิวอีไ้ ด้

2. สามารถใชห้ นงั สอื อา้ งอิงประกอบการคน้ ควา้ ได้
3. ดำเนินกจิ กรรมสง่ เสรมิ นสิ ัยรักการอา่ นและการศึกษาคน้ คว้าได้
4. สามารถเขียนรายงานการค้นคว้าได้

5. สามารถเขยี นบรรณานกุ รมอา้ งองิ ตามหลักสากลได้

รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

60

รายวิชา ภาษาไทยพื้นฐาน คำอธิบายรายวิชา จำนวน 40 ชัว่ โมง
รหัสวชิ า ท 31101 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 จำนวน 1 หน่วยกติ

อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้ว บทร้อยกรองเปน็ ทำนองเสนาะ อา่ นงานเขียนประเภทต่างๆ สรปุ
เรือ่ งท่ีอา่ นวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ ประเมินค่าอยา่ งมีเหตุผล แสดงความคิดเหน็ โตแ้ ย้ง นำเสนอแนวคิดใหม่

สังเคราะหค์ วามรู้ ความคิดจากการอา่ นมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จรงิ มีมารยาทในการอา่ นรักการอ่าน ใช้
กระบวนการเขยี นเขียนส่อื ความในรปู แบบตา่ งๆเขยี นจดหมาย เรียงความ บนั ทึก รายงานการค้นควา้
ใชข้ อ้ มลู สารสนเทศอ้างอิง เขยี นสื่อสารไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ มีมารยาทในการเขียน ทักษะการฟงั ดู

มีวิจารณญาณในการเลอื กฟงั ดู วิเคราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคดิ เหน็ โตแ้ ยง้ นำเสนอแนวคิดใหม่
ประเมนิ ค่ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ทักษะการพดู พูดในโอกาสต่างๆ ทั้งที่เปน็ ทางการและไมเ่ ป็น

ทางการ พดู ตอ่ ที่ประชุม พดู อภปิ รายแสดงความคิดเห็น เสนอแนวคดิ โดยใช้ภาษาถกู ตอ้ งเหมาะสมมี
มารยาทในการฟัง ดู พดู

ร้แู ละเขา้ ใจวรรณคดีและวรรณกรรมไทย วิเคราะห์ วิจารณ์ เช่อื มโยงเหตุการณท์ าง

ประวัติศาสตร์และวถิ ีชีวิตสังคมไทยในอดีต ประเมินคา่ สังเคราะห์ข้อคิดมาประยกุ ต์ในชีวติ จรงิ เห็น
คุณค่าของวรรณคดี และวรรณกรรมไทยเปน็ มรดกทางวฒั นธรรมของชาติ ท่องจำบทอาขยานและบท

รอ้ ยกรองท่มี คี ุณคา่ นำไปใชอ้ า้ งอิง

รหัสตัวช้วี ัด

ท 1.1 ม. 4-6/1 ม.4-6/2 ม. 4-6/7 ม. 4-6/9
ท 2.1 ม. 4-6/1

ท 3.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/3 ม. 4-6/5 ม. 4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/7
ท 5.1 ม. 4-6/4 ม. 4-6/6

รวม 11 ตัวชี้วดั

61

รายวชิ า ภาษาไทยพ้นื ฐาน คำอธบิ ายรายวิชา จำนวน 40 ช่ัวโมง
รหสั วชิ า ท 31102 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 จำนวน 1 หน่วยกิต

ฝกึ ทักษะการอา่ น การฟงั การดู การพูด การเขียน การวิเคราะห์ และประเมินคา่ วรรณคดวี รรณกรรม
โดยการศกึ ษาเกย่ี วกบั การอา่ นออกเสียง การรับสารและการส่งสารด้วยการอ่าน ตีความ วเิ คราะห์วิจารณเ์ รือ่ งท่ี
อ่านอยา่ งมีเหตุผล ฝึกทักษะการเขยี นบนั ทกึ ความรู้ เขียนเรียงความ ย่อความ จดหมาย เขยี นอธิบาย อธบิ าย

ธรรมชาติและพลงั ของภาษา และบอกลกั ษณะของภาษาไทยไดอ้ ยา่ งมหี ลกั การ
วเิ คราะห์ ประเมินคา่ และขอ้ คิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเรอื่ งทกี่ ำหนด ท่องจำบทอาขยานตามที่

กำหนด และบทร้อยกรองท่มี คี ุณค่าตามความสนใจ
โดยใชก้ ระบวนการอา่ น กระบวนการฟัง การดู การพดู กระบวนการเขยี นเขยี นส่อื สาร สร้างสรรค์ความรู้และ

ความคดิ เพ่ือนำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการดำเนินชวี ิต เพ่ือให้เข้าใจธรรมชาติของภาษา

ภูมิปัญญาทางภาษา แสดงความคิดเห็นอยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ และประเมนิ ค่าวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
อยา่ งเห็นคุณคา่ และนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง รกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ และมีนสิ ยั รกั การอา่ นการ

เขยี น มีมารยาทในการอ่าน การฟัง การดู

ตัวช้วี ัด

ท 1.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/5 ม.4-6/8 ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/7 ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1 ม.4-6/3 ม.4-6/4
ท 5.1 ม.4-6/1 ม.4-6/3 ม.4-6/4

รวม 22 ตัวชวี้ ดั

62

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ า หลกั และการใชภ้ าษาไทย 1 จำนวน 40 ช่วั โมง
รหสั วชิ า ท 31201 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1 หน่วยกิต

ศึกษาหลักภาษาไทย เร่อื งลกั ษณะสำคัญของภาษาไทย เสียงและอกั ษรไทย การยมื คำภาษาต่างประเทศ
มาใช้ในภาษาไทย คำและกล่มุ คำ ประโยคชนิดตา่ ง ๆ เพ่ือใหม้ ีความรู้และความเข้าใจหลกั ภาษาไทย สามารถนำ

ความร้ไู ปใชว้ ิเคราะหก์ ารใชภ้ าษาไทย และใช้ภาษาไทยไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ใชก้ ระบวนการอ่าน การเขียน การวเิ คราะห์ การประเมินค่าอยา่ งมีวจิ ารณญาณ สามารถค้นควา้ จากแหล่ง

เรยี นรไู้ ด้อย่างกว้างขวางและถูกต้อง มีความคิดสร้างสรรค์เพือ่ ให้สามารถใช้ภาษาในการส่อื สารได้ถกู ตอ้ ง มคี วามภูมใิ จ

ในมรดกทางวฒั นธรรมภาษาไทยและภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ
เสริมสร้างให้นักเรียนเกิดความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และ รัก

ความ เปน็ ไทย อันจะนำไปสู่การอนรุ ักษ์และพัฒนาภาษาไทย

ผลการเรียนรู้

1. อธิบายเสียงในภาษาไทยได้
2. เขยี นและใช้ตัวอักษรไทยไดถ้ ูกต้อง

3. รู้ทีม่ าและวธิ ีการสรา้ งคำตามหลักเกณฑท์ างภาษา
4. อธิบายหลกั การสรา้ งคำตามหลักเกณฑ์ทางภาษาได้
5. อา่ นตามหลกั เกณฑท์ างภาษา ตามบรบิ ท และมีมารยาทในการอ่าน

6. รูจ้ ักองคป์ ระกอบของประโยคในการสอ่ื สาร
7. สรุปความและจบั ประเด็นสำคัญจากการอ่าน การฟงั การดสู ่ือ

8. ใช้วจั นภาษาและอวัจนภาษาในการสื่อสารไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
9. ใช้ระดับของภาษาในการสื่อสารได้ถกู ตอ้ ง

รวม 9 ผลการเรียนรู้

63

คำอธิบายรายวชิ า

รายวชิ า หลกั และการใชภ้ าษาไทย 2 จำนวน 40 ชวั่ โมง
รหัสวิชา ท 31202 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 จำนวน 1 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาลกั ษณะบังคับของคำประพนั ธช์ นดิ ตา่ ง ๆ ฝกึ แต่งคำประพนั ธ์ประเภทกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์

และร่าย โดยคำนงึ ถงึ ลักษณะบงั คับ ความไพเราะ เน้ือหาสาระ และความคิดสร้างสรรค์ เพ่ือใหม้ ีความรเู้ กย่ี วกับ
ฉนั ทลักษณ์ สามารถแต่งคำประพันธ์ชนดิ ตา่ ง ๆ ได้ เหน็ คุณค่าของงานประพนั ธป์ ระเภทรอ้ ยกรองอนั จะนำไปสู่
การอนุรักษแ์ ละพฒั นาการแตง่ คำประพนั ธไ์ ด้ รวมถึงมีความรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั วรรณศิลป์ และการใชโ้ วหาร
ภาพพจน์ได้อย่างถูกตอ้ ง

ผลการเรยี นรู้
1. บอกความรูเ้ บื้องต้นของการประพนั ธไ์ ด้
2. บอกววิ ัฒนาการของรอ้ ยกรองไทยได้

3. บอกประเภทและลกั ษณะบังคบั ของรอ้ ยกรองชนดิ ตา่ งๆได้
4. บอกกลวิธกี ารเขียนร้อยกรองชนดิ ต่างๆได้

5. แต่งคำประพันธ์ชนดิ ต่างๆตามทกี่ ำหนดได้
6. วเิ คราะห์ความงามด้านวรรณศิลป์ของบทประพนั ธไ์ ด้

รวม 6 ผลการเรียนรู้

64

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ า ภาษากับการพัฒนาบคุ ลิกภาพ 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง

รหสั วิชา ท31205 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

...................................................................................................................................................................

คำอธิบายรายวชิ า
ศกึ ษาและปฏิบัติเกย่ี วกับความรพู้ ืน้ ฐานการพฒั นาบุคลิกภาพ ศิลปะการแต่งกาย การปฏบิ ัติตน

ดา้ นสขุ อนามัย มารยาททางสงั คม วฒั นธรรมระหว่างประเทศ บุคลกิ ภาพและกิจนสิ ัยทพี่ งึ ประสงคใ์ นการ

ปฏิบตั งิ าน

ผลการเรียนรู้
1. บอกและอธิบายความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาบุคลกิ ภาพ
2. พัฒนาบุคลกิ ภาพและสขุ อนามยั ของตนเอง เพื่อนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั

3. ปฏิบัตติ นเหมาะสมตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรม
4. มีเจตคตทิ ี่ดีตอ่ การพฒั นาบคุ ลิกภาพ

รวม 4 ผลการเรียนรู้

65

คำอธิบายรายวชิ า

รายวิชา ภาษากับการพัฒนาบุคลกิ ภาพ 2 จำนวน 20 ชวั่ โมง

รหสั วิชา ท31206 ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4 จำนวน 0.5 หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี 2

...................................................................................................................................................................

คำอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบัติเก่ยี วกับความรพู้ ้ืนฐานการพัฒนาบุคลกิ ภาพ ศิลปะการแตง่ กาย การปฏิบตั ิตน

ด้านสุขอนามัย มารยาททางสังคม วัฒนธรรมระหวา่ งประเทศ บุคลกิ ภาพและกจิ นสิ ยั ที่พึงประสงคใ์ นการ
ปฏิบตั งิ าน

ผลการเรียนรู้

1. พฒั นาศิลปะการแต่งกายของตนเองได้
2. ปฏบิ ตั ิตนด้านสุขอนามัยของตนเองได้

รวม 2 ผลการเรียนรู้

66

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา ภาษาไทยพ้นื ฐาน จำนวน 40 ชัว่ โมง

รหัสวชิ า ท 32101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 1 หน่วยกติ

ศึกษาวรรณคดี วรรณกรรม ส่ือสงิ่ พมิ พ์ ส่ืออิเล็กทรอนกิ สแ์ ละแหล่งเรยี นรูต้ า่ ง ๆ ในชมุ ชน

โดยการอา่ นร้อยแกว้ ร้อยกรองได้อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสมกบั เรื่องที่อา่ น ตีความ แปลความ ขยายความ ตอบ

คำถามจากการอา่ นประเภทตา่ ง ๆ วิเคราะห์ วจิ ารณเ์ รอ่ื งทอ่ี ่านทกุ ๆ ด้านอยา่ งมเี หตผุ ล เขียนกรอบแนวคดิ

ผังความคิด บนั ทกึ ย่อความและรายงานจากการอ่านเรื่องต่าง ๆ คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอื่ งที่อา่ นและ

ประเมินค่าเพอื่ นำความรู้ ความคดิ ไปใชใ้ นการพัฒนาตน พัฒนาการเรียนและพฒั นาความรทู้ างอาชพี

ตัดสินใจแกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชีวิต และมมี รรยาทในการอา่ น

เขียนเรยี งความ บทความ ย่อความ การจดบนั ทกึ การเขียนเชงิ วิชาการ ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้

ภาษาเรียบเรยี งถูกตอ้ ง มีขอ้ มูลและสาระสำคญั ชัดเจน ใช้ขอ้ มูลสาระสนเทศอา้ งองิ อย่างถกู ต้อง ประเมินคุณคา่

งานเขยี นในดา้ นแนวคิด การใชถ้ อ้ ยคำการเรยี บเรียง สำนวนโวหารและกลวธิ ีการเขียนเพ่ือนำมาพัฒนางานเขยี น

ของตน มมี ารยาทในการเขยี น

ฝกึ การใชว้ จิ ารณญาณ เลอื กฟัง ดู สารประเภทต่าง ๆ แสดงความคดิ เห็น วิเคราะห์ วจิ ารณ์เรอ่ื งท่ีฟงั ดู

อยา่ งมีเหตผุ ล แล้วเสนอแนวคิดใหม่ด้วยภาษาท่ีถูกต้อง เหมาะสม นำความรจู้ ากเรือ่ งทฟี่ งั ดู สอ่ื ต่าง ๆ มาเปน็

ขอ้ มูลในการตัดสนิ ใจแก้ปญั หา ประยุกต์ใช้ในการดำเนนิ ชวี ติ มีทักษะการพูดต่อประชุมชน รวมท้งั มมี รรยาทใน

การฟัง ดู และพดู

ศึกษาลกั ษณะของภาษาไทย อิทธพิ ลของภาษาบาลี สนั สกฤต เขมร ทีม่ ตี ่อภาษาไทย อธบิ ายการสรา้ ง

คำสมาส คำสนธิ คำแผลง การแตง่ คำประพันธ์ประเภทร่าย การวิเคราะหแ์ ละประเมินคา่ การใช้ภาษาจากสือ่

สง่ิ พมิ พแ์ ละสื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์ เพ่อื พฒั นาความรู้ สรา้ งสรรค์ทางวชิ าการ อาชพี และการดำเนินชีวิต การใช้

ภาษาของกลุ่มบุคคลในวงการต่าง ๆ ในสังคม

วเิ คราะหแ์ ละวิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณเ์ บอ้ื งต้น วิเคราะห์ลกั ษณะเด่นของ

วรรณคดีและวรรณกรรมเก่ียวกับเหตุการณป์ ระวตั ิศาสตร์และวิถีชีวิตของสังคมในอดตี วเิ คราะหแ์ ละประเมิน

คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ด้านสังคมและวัฒนธรรมของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะทเ่ี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม

ของชาติ รวบรวมวรรณกรรมพื้นบ้าน อธิบายภูมิปญั ญาทางภาษาท่ีแสดงถึงภาษากับวฒั นธรรม ภูมิปญั ญา

ทอ้ งถิ่น สังเคราะหข์ ้อคดิ จากวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตจรงิ ท่องจำและบอกคณุ ค่าบท

อาขยานตามที่กำหนดและนำบทร้อยกรองทม่ี คี ณุ คา่ ตามความสนใจไปใช้อา้ งอิง

รหสั ตวั ช้ีวัด ท1.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/8

ท2.1 ม.4-6/1 ม.4-6/3 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8 ม.4-6/1 ม.4-6/2

ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6

ท4.1 ม.4-6/1 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7

ท5.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6

รวม 28 ตัวชวี้ ัด

67

คำอธิบายรายวชิ า

รายวชิ า ภาษาไทยพ้ืนฐาน จำนวน 40 ชว่ั โมง

รหัสวชิ า ท 32102 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 จำนวน 1 หน่วยกติ

ศกึ ษาวรรณคดี วรรณกรรม สอื่ ส่ิงพิมพ์ สือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละแหลง่ เรยี นรตู้ ่าง ๆ ในชุมชนโดยการอ่าน

รอ้ ยแก้ว ร้อยกรองไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสมกบั เรือ่ งท่อี า่ น ตคี วาม แปลความ ขยายความ ตอบคำถามจากการอา่ น

ประเภทต่าง ๆ วเิ คราะห์ วิจารณเ์ ร่ืองทอี่ า่ นทกุ ๆ ดา้ นอยา่ งมเี หตุผล เขียนกรอบแนวคิด ผงั ความคิด บันทึก ย่อ

ความและรายงานจากการอา่ นเร่อื งตา่ ง ๆ คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเรอ่ื งที่อา่ นและประเมนิ ค่าเพ่ือนำความรู้

ความคิด ไปใชใ้ นการพฒั นาตน พฒั นาการเรยี นและพัฒนาความรทู้ างอาชีพ ตัดสินใจแกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชวี ติ

และมีมารยาทในการอ่าน

เขียนเชงิ กจิ ธุระ แบบฟอร์ม ประกาศ จดหมายราชการ การจดบนั ทกึ ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ โดยใช้ภาษา

เรียบเรยี งถกู ตอ้ ง มขี อ้ มูลและสาระสำคัญชดั เจน ใชข้ อ้ มูลสาระสนเทศอ้างองิ อย่างถกู ต้องประเมนิ คณุ ค่างานเขยี น

ในดา้ นแนวคิด การใช้ถ้อยคำ การเรยี บเรียง สำนวนโวหารและกลวธิ ีการเขียนเพอ่ื นำมาพฒั นางานเขยี นของตน มี

มารยาทในการเขยี น

ฝกึ การใชว้ จิ ารณญาณเลอื กฟัง ดู สารประเภทตา่ ง ๆ แสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณเ์ รื่องที่ฟงั ดู

อยา่ งมเี หตผุ ล แล้วเสนอแนวคิดใหมด่ ้วยภาษาท่ีถูกต้อง เหมาะสม นำความรจู้ ากเร่อื งทฟ่ี งั ดู สอื่ ต่าง ๆ มาเปน็

ขอ้ มลู ในการตดั สนิ ใจแกป้ ัญหา ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดำเนนิ ชวี ติ การใชภ้ าษาเพื่อสอ่ื สารในการประชุม การถาม การ

ตอบ รวมทงั้ มีมรรยาทในการฟงั ดู และพูด

ศึกษาการใช้คำและกลุ่มคำสรา้ งประโยคประเภทตา่ ง ๆ ร้อยเรียงประโยค วเิ คราะหแ์ ละสงั เคราะห์

ประโยค วเิ คราะหส์ ่วนประกอบของภาษา แตง่ คำประพนั ธ์ประเภทร่าย วิเคราะหแ์ ละประเมินค่าการใชภ้ าษาจาก

สอ่ื สิ่งพมิ พแ์ ละสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เพ่ือพฒั นาความรู้ สรา้ งสรรค์ทางวชิ าการ อาชีพและการดำเนนิ ชวี ิต วเิ คราะห์

การใชภ้ าษาของกลุ่มบคุ คลในวงการตา่ ง ๆ ในสงั คม

วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณเ์ บอื้ งตน้ การวิเคราะหล์ ักษณะเดน่ ของ

วรรณคดีและวรรณกรรมเกย่ี วกบั เหตกุ ารณป์ ระวตั ศิ าสตร์และวิถีชีวิตของสงั คมในอดีต วิเคราะห์ ประเมินคณุ ค่า

ด้านวรรณศิลป์ด้านสังคมและวฒั นธรรมของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะทีเ่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรมของชาติ

รวบรวมวรรณกรรมพ้นื บ้าน อธิบายภูมปิ ญั ญาทางภาษาประเภทเพลงพ้ืนบ้าน สงั เคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและ

วรรณกรรมเพ่ือนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจรงิ ทอ่ งจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามทก่ี ำหนดนำและบทรอ้ ยกรอง

ทีม่ คี ุณคา่ ตามความสนใจไปใช้อ้างองิ

รหสั ตวั ชี้วัด

ท1.1 ม.4-6/1 ม.4-6/3 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/9

ท2.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/8

ท3.1 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6

ท4.1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/7

ท5.1 ม.4-6/1 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6

รวม 24 ตัวชว้ี ัด

68

คำอธิบายรายวิชา

รายวิชา ประวัตวิ รรณคดี 1 จำนวน 40 ช่ัวโมง
รหสั วชิ า ท 32201 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 จำนวน 1 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาวรรณคดีสำคัญสมยั สโุ ขทัยและอยุธยาเก่ยี วกับ ประวัติความเป็นมา ประวตั ิผแู้ ตง่ เนอ้ื หา
โดยสงั เขป การชำระหนังสอื วรรณคดี เพ่ือใหร้ ้คู วามเป็นมาของวรรณคดีไทย เขา้ ใจความสัมพันธ์ตอ่ เน่ือง

ระหวา่ งสมยั เข้าใจคา่ นิยมและลักษณะชีวติ ของคนในสมัยน้นั และเหน็ คณุ ค่าของวรรณคดีสำคญั ในฐานะทเ่ี ปน็
มรดกทางวัฒนธรรม วิเคราะหเ์ นอ้ื หา รปู แบบ องค์ประกอบของวรรณคดเี พือ่ พจิ ารณาคณุ ค่าด้านเน้อื หาด้าน
วรรณศิลป์ ดา้ นสังคมและวฒั นธรรม ในฐานะทเ่ี ปน็ มรดกทางวฒั นธรรมของชาติ และปจั จยั สำคญั ทม่ี สี ่วนต่อ

การสร้างสรรค์วรรณคดีไทยสังเคราะหข์ ้อคิดจากวรรณคดี เพ่อื นำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง

ผลการเรียนรู้
1. มีความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั ลกั ษณะทว่ั ไปของวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
2. อธบิ ายหลักเกณฑ์การแบง่ สมัยและแบ่งสมัยของวรรณคดีและวรรณกรรมไทยได้ และเห็น

ความสำคัญของการเรยี นวรรณคดีและวรรณกรรมไทย
3. มีความรูค้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั ลกั ษณะทั่วไปของวรรณคดีสมยั สโุ ขทัย

4. อธบิ ายความสำคญั หรือคุณค่า คา้ นิยมของวรรณคดีสมัยสโุ ขทยั ในด้านสำนวนภาษา ขนบธรรมเนียม
ประเพณี ความรตู้ า่ งๆ และอทิ ธพิ ลของวรรณคดีในสมัยตอ่ มาได้

5. มคี วามรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลกั ษณะทั่วไปของวรรณคดสี มยั อยุธยาตอนต้น

6. อธิบายความสำคัญ คุณคา่ และคา่ นิยมของวรรณคดีสมยั อยธุ ยาตอนตน้ ในด้านสำนวนภาษา
ขนบธรรมเนียมประเพณี ความร้ตู ่างๆและอทิ ธิพลของวรรณคดใี นสมยั ตอ่ มาได้

7. มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกบั ลกั ษณะท่ัวไปของวรรณคดีสมยั อยธุ ยาตอนกลาง
8. อธบิ ายความสำคญั คุณค่า และค่านยิ มของวรรณคดีสมยั อยธุ ยาตอนกลาง ในดา้ นสำนวนภาษา

ขนบธรรมเนียมประเพณี ความร้ตู ่างๆและอทิ ธพิ ลของวรรณคดีในสมัยต่อมาได้

9. มีความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับลกั ษณะทัว่ ไปของวรรณคดสี มัยอยธุ ยาตอนปลาย
10. อธบิ ายความสำคญั คุณค่า และคา่ นยิ มของวรรณคดีสมยั อยุธยาตอนปลาย ในด้านสำนวนภาษา

ขนบธรรมเนยี มประเพณี ความรูต้ ่างๆและอทิ ธพิ ลของวรรณคดีในสมยั ต่อมาได้

รวม 10 ผลการเรียนรู้

69

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ า ประวตั ิวรรณคดี 2 จำนวน 40 ชั่วโมง
รหัสวชิ า ท 32202 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 จำนวน 1 หนว่ ยกิต

คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาวรรณคดีสำคัญสมยั ธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้นก่ียวกับ ประวัติความเปน็ มา ประวตั ผิ ู้แต่ง

เนอื้ หาโดยสงั เขป การชำระหนงั สอื วรรณคดี เพื่อให้รคู้ วามเป็นมาของวรรณคดีไทย เข้าใจความสัมพนั ธ์ต่อเนือ่ ง
ระหว่างสมยั เข้าใจค่านิยมและลักษณะชีวิตของคนในสมยั นนั้ และเหน็ คุณคา่ ของวรรณคดีสำคญั ในฐานะท่เี ป็น
มรดกทางวัฒนธรรม วเิ คราะห์เนือ้ หา รูปแบบ องค์ประกอบของวรรณคดีเพ่ือพิจารณาคุณค่าด้านเน้อื หาดา้ น

วรรณศิลป์ ด้านสงั คมและวฒั นธรรม ในฐานะที่เปน็ มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และปัจจยั สำคัญท่ีมีส่วนต่อ
การสร้างสรรคว์ รรณคดไี ทยสังเคราะห์ขอ้ คิดจากวรรณคดี เพือ่ นำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ จริง

ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามร้คู วามเข้าใจเกย่ี วกับลักษณะทว่ั ไปของวรรณคดีสมยั ธนบุรี

2. วิเคราะหค์ ณุ คา่ คา่ นิยม ขนบธรรมเนยี มประเพณี และเห็นคณุ ค่าของวรรณคดีในสมัยธนบุรที ่ีมี
อิทธิพลต่อวรรณคดใี นสมัยต่อมา

3. ตระหนักในคณุ ค่าของวรรณคดีที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและทสี่ รา้ งสรรค์ข้นึ ในสมยั ธนบรุ ี
4. มีความรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกับลกั ษณะทว่ั ไปของวรรณคดสี มยั พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก

มหาราช

5. วเิ คราะหค์ ุณคา่ ค่านยิ ม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเหน็ คณุ ค่าของวรรณคดใี นสมัย
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ ที่มอี ทิ ธพิ ลต่อวรรณคดใี นสมยั ตอ่ มา

6. มคี วามร้คู วามเข้าใจเก่ยี วกับลกั ษณะท่ัวไปของวรรณคดสี มยั พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศล้านภาลยั
7. วเิ คราะหค์ ุณค่า ค่านยิ ม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเหน็ คุณคา่ ของวรรณคดีในสมัย

พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศลา้ นภาลยั ท่มี อี ทิ ธิพลต่อวรรณคดีในสมยั ต่อมา

8. มีความรูค้ วามเข้าใจเกย่ี วกับลักษณะทั่วไปของวรรณคดีหลังสมัยพระบาทสมเด็จพระน่งั เกลา้
เจ้าอยู่หัว

9. วิเคราะหค์ ุณคา่ คา่ นิยม ขนบธรรมเนยี มประเพณี และเห็นคุณคา่ ของวรรณคดีในสมยั
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา้ เจา้ อยูห่ ัวทีม่ อี ิทธพิ ลตอ่ วรรณคดีในสมยั ต่อมา

10. ตระหนกั ในคุณคา่ ของวรรณคดีที่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรมและท่ีสร้างสรรคข์ ึน้ ในสมยั รัตนโกสินทร์

ตอนตน้
รวม 10 ผลการเรยี นรู้

70

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา ภาษากับการพัฒนาบุคลิกภาพ 3 จำนวน 20 ชัว่ โมง

รหัสวชิ า ท32203 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 0.5 หน่วยกติ

...................................................................................................................................................................

คำอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏบิ ัติเก่ยี วกับความรู้พน้ื ฐานการพัฒนาบคุ ลิกภาพ ศิลปะการแตง่ กาย การปฏบิ ตั ิตน

ดา้ นสขุ อนามัย มารยาททางสงั คม วัฒนธรรมระหว่างประเทศ บุคลกิ ภาพและกิจนสิ ยั ท่พี ึงประสงค์ในการ

ปฏิบตั ิงาน

ผลการเรียนรู้
1. ปฏิบตั ติ นเหมาะสมตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรม
2. สรา้ งมนษุ ยสัมพนั ธ์ทดี่ ตี อ่ ผู้อื่นได้

รวม 2 ผลการเรียนรู้

71

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา ภาษากับการพฒั นาบคุ ลิกภาพ 4 จำนวน 20 ชว่ั โมง

รหัสวชิ า ท32204 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต ภาคเรยี นที่ 2

...................................................................................................................................................................

คำอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษาและปฏิบัติเก่ยี วกับความร้พู น้ื ฐานการพฒั นาบุคลกิ ภาพ ศิลปะการแตง่ กาย การปฏิบัติตน

ดา้ นสุขอนามยั มารยาททางสังคม วฒั นธรรมระหวา่ งประเทศ บุคลกิ ภาพและกิจนสิ ยั ที่พงึ ประสงค์ในการ

ปฏิบตั งิ าน

ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ ความเขา้ ใจในการปรับตวั ที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพทดี่ ีข้ึน
2. มีการรบั รตู้ นเองเพื่อการพัฒนาบุคลิกภาพท่ีดีข้ึน

รวม 2 ผลการเรยี นรู้

72

รายวิชา ภาษาไทยพืน้ ฐาน คำอธิบายรายวิชา จำนวน 40 ชัว่ โมง
รหัสวิชา ท 33101 ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 จำนวน 1 หน่วยกติ

ฝึกการอ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองประเภทตา่ ง ๆ ได้อยา่ งถูกต้อง ไพเราะ
และเหมาะสมกับเรื่องท่ีอา่ น ตีความ แปลความ ขยายความ เรอื่ งทอ่ี า่ น อ่านเรอ่ื งจากบทความ เรื่องส้นั นว
นิยาย วรรณกรรมพืน้ บา้ น วรรณคดีในบทเรียน สารคดี บนั เทิงคดี ปาฐกถา เทศนา คำบรรยาย บทร้อย

กรองรว่ มสมัย บทเพลง บทอาเศยี รวาท คำขวัญ แลว้ เขียนกรอบแนวคดิ ผงั ความคิด บนั ทกึ ย่อความ และ
รายงานจากเรื่องทอี่ า่ น ตลอดจนสงั เคราะหค์ วามรู้จากการอา่ นสอ่ื สงิ่ พิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้

ตา่ ง ๆ มาพฒั นาตน พัฒนาการเรียน และพัฒนาความร้ทู างอาชพี ฝกึ การเขยี นสอื่ สารในรูปแบบต่าง ๆ ท้ัง
เขยี นอธบิ าย บรรยาย พรรณนา ไดต้ รง ตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรยี บเรยี งถกู ต้อง มขี ้อมูลและสาระ
ชัดเจน ผลิตงานเขียนของตนเองในรปู แบบของสารคดที อ้ งถน่ิ สมทุ รปราการ และประเมนิ คุณค่างานเขียนของ

ผอู้ นื่ ในด้านแนวคิดของผู้เขียน การใชถ้ ้อยคำ การเรียบเรยี ง สำนวนโวหาร กลวิธใี นการเขียน แลว้ นำมา
พัฒนางานเขยี นของตนเอง ประเมินเรื่องท่ีฟังและดู แล้วกำหนดแนวทางนำไปประยุกตใ์ ช้ในการดำเนนิ

ชวี ติ ศกึ ษาการใช้ภาษาให้เหมาะสมแก่โอกาส กาลเทศะ และบุคคล รวมทง้ั คำราชาศัพท์อยา่ งเหมาะสม
แต่งบทรอ้ ยกรองประเภทกาพย์ โคลง และฉันท์ วิเคราะหแ์ ละประเมนิ คณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์ของวรรณคดี
และวรรณกรรมในฐานะท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ สงั เคราะหข์ อ้ คิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อ

นำไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จริง ตลอดจนทอ่ งจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามทีก่ ำหนดและบทรอ้ ยกรองท่ีมคี ุณคา่
ตามความสนใจ และนำไปใช้อ้างองิ

โดยใชก้ ระบวนการเรยี นรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการ
ปฏิบตั ิ กระบวนการเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการกลมุ่ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการเรียนความรู้
ความเข้าใจ เพื่อใหม้ ีความสามารถในการส่อื สาร ในการคดิ ในการใช้ทกั ษะชวี ิต ในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นผู้ใฝ่รู้

ใฝเ่ รียน มุ่งม่นั ในการทำงาน และรกั ความเปน็ ไทย

รหัสตวั ชี้วดั ม.4 – 6 / 7 ม.4 – 6 / 8 ม.4 – 6 / 9
ท 1.1 ม.4 – 6 / 1 ม.4 – 6 / 2 ม.4 – 6 / 5 ม.4 – 6 / 8
ท 2.1 ม.4 – 6 / 1 ม.4 – 6 / 4

ท 3.1 ม.4 – 6 / 3 ม.4 – 6 /6
ท 4.1 ม.4 – 6 / 3 ม.4 – 6 / 4

ท 5.1 ม.4 – 6 / 3 ม.4 – 6 /4
ท 5.1 ม.4 – 6 / 6

รวมท้งั หมด 16 ตวั ช้ีวัด

73

รายวิชา ภาษาไทยพืน้ ฐาน คำอธิบายรายวชิ า จำนวน 40 ช่ัวโมง
รหสั วชิ า ท 33102 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 จำนวน 1 หนว่ ยกิต

มขี อ้ มูลท้องถิน่ และสาระสำคญั ชัดเจน ผลิตงานเขยี นของตนเองในรปู แบบต่าง ๆ เช่น บนั เทงิ คดี มี
วจิ ารณญาณในการเลอื กเร่ืองท่ฟี ังและดู ฝกึ พดู ในโอกาสต่าง ๆ พดู แสดงทรรศนะ พูดโต้แย้ง พดู โนม้ นา้ ว

ใจ และเสนอแนวคิดใหมด่ ้วยภาษาถกู ต้องเหมาะสม ฝกึ แต่งบทร้อกรอง วิเคราะหแ์ ละประเมนิ การใช้ภาษาจาก
สื่อส่ิงพมิ พ์และสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ วเิ คราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณเ์ บอ้ื งต้น
วเิ คราะหล์ ักษณะเดน่ ของวรรณคดเี ชือ่ มโยงกับการเรยี นรู้ทางประวัตศิ าสตร์และวิถชี วี ิตของสังคมใน

อดีต สังเคราะหข์ ้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพ่อื นำไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตจรงิ ตลอดจนรวบรวม
วรรณกรรมพ้ืนบา้ นและอธิบายภมู ิปญั ญาทางภาษา

โดยใช้กระบวนการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการ
ปฏิบตั ิ กระบวนการเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนภาษา กระบวนการเรียนความรู้
ความเข้าใจ เพ่อื ให้มคี วามสามารถในการสอ่ื สาร ในการคดิ ในการใชท้ กั ษะชวี ติ ในการใชเ้ ทคโนโลยี มี

มารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟงั การดู และการพูด เปน็ ผใู้ ฝ่รใู้ ฝเ่ รียน มงุ่ มน่ั ในการทำงาน และรักความ
เปน็ ไทย

รหัสตัวชี้วัด
ท 1.1 ม.4 – 6 / 1 ม.4 – 6 / 4 ม.4 – 6 / 5 ม.4 – 6 /8

ท 2.1 ม.4 – 6 / 1 ม.4 – 6 / 4 ม 4-6/8
ท 3.1 ม.4 – 6 / 4 ม.4 – 6 / 5 ม.4 – 6 /6

ท 4.1 ม.4 – 6 / 4 ม.4 – 6 /7
ท 5.1 ม.4 – 6 /1 ม.4–6/2 ม.4 – 6 / 4 ม.4 – 6 / 5

รวมทง้ั หมด 16 ตัวชว้ี ัด

74

คำอธิบายรายวชิ า

รายวชิ า ภาษากับวัฒนธรรม จำนวน 40 ช่ัวโมง
รหสั วชิ า ท 33201 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 จำนวน 1 หน่วยกิต

ศึกษาความหมายของภาษา วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ของภาษาไทยกบั วฒั นธรรมไทย ภาษาไทยท่ีมี
ความสมั พนั ธ์กับศิลปะแขนงตา่ งๆ คอื สถาปัตยกรรม จติ รกรรม ประติมากรรม นาฏศิลป์ ดนตรีไทย และวรรณคดี
การใชภ้ าษาท่มี ีความสมั พนั ธก์ บั ประเพณตี ลอดจนภาษาและสำนวนไทยทไ่ี ด้จากประเพณตี ่างๆ วิเคราะห์เรอื่ ง
เกีย่ วกับคติชาวบ้านประเภทต่างๆ บทกลอนสำหรับเดก็ เพลงชาวบา้ น สุภาษิต สำนวน คำพงั เพย ปริศนาคำทาย
ความเชือ่ โชคลาง การละเล่นของเดก็ ตำนาน เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ความเขา้ ใจสะทอ้ นให้เห็นชวี ติ ความเป็นอยขู่ องคน
ไทย นำไปใช้ในชวี ิตประจำวันได้โดยเฉพาะความสำคญั ของภาษาไทยในการสบื ทอดวัฒนธรรมไทยอนั เป็น
เอกลกั ษณ์ของชาตไิ ทย

ใช้กระบวนการอา่ นคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ และการอา่ นอยา่ งมวี ิจารณญาณ เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความ
เข้าใจ สามารถใช้ภาษาในการสอื่ สารได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพเหมาะสม ซาบซึ้ง ตระหนักในคุณคา่ และรกั ษา
ภาษาไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม

เสรมิ สรา้ งใหน้ ักเรยี นเกิดความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมัน่ ในการทำงานและรักความ
เป็นไทย

ผลการเรยี นรู้

1. บอกความสัมพนั ธ์ระหว่างภาษากบั วฒั นธรรมไดถ้ กู ต้องและใชภ้ าษาที่สมั พนั ธก์ บั ศิลปะแขนงตา่ งๆ
และประเพณไี ทยได้
2. บอกความสมั พันธร์ ะหว่างภาษาและคติชาวบา้ นและบอกความสำคญั ของภาษาไทยในการสบื ทอดวัฒนธรรม
ไทย
3. ค้นควา้ ความรเู้ กีย่ วกบั วัฒนธรรมในด้านต่างๆ จากแหลง่ เรียนรู้และนำวัฒนธรรมเหล่านน้ั มา
แสดงได้

รวมทัง้ หมด 3 ผลการเรยี นรู้

75

คำอธิบายรายวชิ า

รายวิชา วรรณกรรมท้องถ่ิน จำนวน 40 ชั่วโมง
รหสั วชิ า ท 33202 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 จำนวน 1 หนว่ ยกิต

ศึกษา ความหมาย ประวตั ิความเป็นมา ลกั ษณะรปู แบบ ประเภทและจดุ มุ่งหมายของวรรณกรรม
ทอ้ งถ่นิ โดยการอธบิ าย บรรยาย ศึกษาเกยี่ วกบั เพลงพน้ื บ้านของภาคตา่ งๆ ในดา้ นเน้ือหาสาระ วเิ คราะห์

คุณค่าของวรรณกรรมทอ้ งถ่ินแตล่ ะประเภทในทอ้ งถิน่ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคเหนอื และภาคอีสาน เพอ่ื ใหเ้ หน็
คณุ ค่า ตระหนกั และเกิดความรักหวงแหนในวรรณกรรมท้องถิน่ ของชาติ อันถอื เป็นลักษณ์และวฒั นธรรมทาง
ภาษาที่ดงี ามควรค่าแก่การอนรุ กั ษ์และสบื ทอดในฐานะทีเ่ ป็นภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ภูมปิ ญั ญาไทยให้คงอยู่สบื ไป

ผลการเรียนรู้

1. วเิ คราะหแ์ ละจำแนกประเภทวรรณกรรมทอ้ งถ่นิ ปรศิ นาคำนาย และเพลงพ้นื บ้านได้
2. อธบิ ายรปู แบบ เนอื้ หา สว่ นประกอบของวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน ปรศิ นาคำทายและเพลงพนื้ บ้านได้
3. เลา่ เรอ่ื งสรปุ ของวรรณกรรมท้องถ่ินเรอ่ื งเดน่ ในภาคของตนได้
4. ตระหนกั ในคุณคา่ ความสำคัญของวรรณกรรมท้องถิน่ ปริศนาคำนาย เพลงพ้นื บ้าน
5. มีส่วนร่วมในการอนุรักษแ์ ละเผยแพร่วรรณกรรมท้องถน่ิ

รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรียนรู้

76

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวชิ า ภาษากับการพัฒนาบุคลิกภาพ 5 จำนวน 20 ชั่วโมง

รหัสวิชา ท33206 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 0.5 หน่วยกิต

...................................................................................................................................................................

คำอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบัติเก่ยี วกับความรพู้ นื้ ฐานการพัฒนาบคุ ลิกภาพ ศิลปะการแตง่ กาย การปฏิบัติตน

ดา้ นสขุ อนามัย มารยาททางสังคม วฒั นธรรมระหวา่ งประเทศ บคุ ลกิ ภาพและกจิ นสิ ยั ทพ่ี ึงประสงคใ์ นการ

ปฏิบัติงาน

ผลการเรียนรู้
1. เรยี นรูก้ ารมีวิถกี ารดำเนินชีวิตในสังคม ปรับพฤติกรรมตนเองใหส้ ามารถอย่รู ว่ มกับผอู้ นื่ ได้

2. มอี ุปนิสัยเปน็ คณุ ลกั ษณะที่ดแี ละพงึ ประสงค์

รวม 2 ผลการเรยี นรู้

77

คำอธิบายรายวชิ า

รายวชิ า ภาษากับการพฒั นาบคุ ลกิ ภาพ 6 จำนวน 20 ช่ัวโมง

รหสั วิชา ท33207 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 0.5 หน่วยกิต ภาคเรียนที่ 2

...................................................................................................................................................................

คำอธบิ ายรายวชิ า
ศกึ ษาและปฏิบัตเิ ก่ยี วกบั ความรู้พน้ื ฐานการพัฒนาบุคลกิ ภาพ ศิลปะการแต่งกาย การปฏิบัติตน

ดา้ นสขุ อนามยั มารยาททางสังคม วัฒนธรรมระหว่างประเทศ บุคลิกภาพและกิจนิสยั ทพ่ี งึ ประสงคใ์ นการ

ปฏิบัตงิ าน

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายการมสี ขุ ภาพจติ กบั บุคลกิ ภาพทีด่ ไี ด้
2. มกี ารพฒั นาบุคลิกภาพที่สมบูรณ์

รวม 2 ผลการเรียนรู้

78

รายวิชาทเ่ี ปิดสอนตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 - 3)

สาระการเรียนรพู้ ื้นฐาน

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1

ท่ี รหสั วชิ า ชอ่ื วชิ า ช่วั โมง/สปั ดาห์ หน่วยกิต จำนวนชั่วโมง
ทง้ั หมด
1 ค21101 คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน 1 3 1.5 60
2 ค21102 คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน 2 3 1.5
60

ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2

ท่ี รหสั วชิ า ชื่อวชิ า ชว่ั โมง/สัปดาห์ หน่วยกติ จำนวนช่วั โมง
ท้ังหมด
1 ค22101 คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 3 3 1.5
2 ค22102 คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 4 3 1.5 60

60

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

ท่ี รหัสวิชา ชอื่ วิชา ช่วั โมง/สปั ดาห์ หน่วยกติ จำนวนชวั่ โมง
ทง้ั หมด
1 ค23101 คณิตศาสตร์พืน้ ฐาน 5 3 1.5
2 ค23102 คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน 6 3 1.5 60

60

79

สาระการเรียนรู้เพ่ิมเติม

ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1

ท่ี รหัสวิชา ชอ่ื วิชา ช่ัวโมง/สปั ดาห์ หน่วยกิต จำนวนช่ัวโมง
ทง้ั หมด

1 ค21201 คณติ ศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1 2 1.0 40

2 ค21202 คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเติม 2 2 1.0 40

3 ค21203 คณติ ศาสตร์เพม่ิ พนู 1 2 1.0 40

4 ค21204 คณติ ศาสตรเ์ พม่ิ พูน 2 2 1.0 40

5 ค21205 คณติ ศาสตร์ EIS 1 2 1.0 40

6 ค21206 คณติ ศาสตร์ EIS 2 2 1.0 40

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2

ท่ี รหสั วิชา ช่อื วชิ า ชั่วโมง/สปั ดาห์ หน่วยกิต จำนวนชวั่ โมง
ทงั้ หมด

1 ค22201 คณิตศาสตร์เพิ่มเตมิ 3 2 1.0 40

2 ค22202 คณติ ศาสตร์เพิ่มเตมิ 4 2 1.0 40

3 ค22203 คณิตศาสตร์เพม่ิ พูน 3 2 1.0 40

4 ค22204 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ พนู 4 2 1.0 40

5 ค22205 คณิตศาสตร์ EIS 3 2 1.0 40

6 ค22206 คณติ ศาสตร์ EIS 4 2 1.0 40

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

ท่ี รหัสวชิ า ชื่อวชิ า ช่วั โมง/สัปดาห์ หนว่ ยกิต จำนวนชั่วโมง
ทั้งหมด

1 ค23201 คณติ ศาสตรเ์ พิม่ เติม 5 2 1.0 40

2 ค23202 คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเติม 6 2 1.0 40

3 ค23203 คณติ ศาสตรเ์ พิ่มพนู 5 2 1.0 40

4 ค23204 คณิตศาสตร์เพมิ่ พนู 6 2 1.0 40

5 ค23205 คณติ ศาสตร์ EIS 5 2 1.0 40

6 ค23206 คณติ ศาสตร์ EIS 6 2 1.0 40

80

รายวชิ าตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6)

สาระการเรียนรู้พื้นฐาน

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4

ท่ี รหสั วิชา ชอื่ วชิ า ชว่ั โมง/สปั ดาห์ หนว่ ยกติ จำนวนชั่วโมง
ทัง้ หมด
1 ค31101 คณติ ศาสตร1์ 3 1.5
2 ค31102 คณิตศาสตร2์ 3 1.5 60

60

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5

ท่ี รหสั วิชา ชอ่ื วิชา ช่วั โมง/สปั ดาห์ หนว่ ยกิต จำนวนชวั่ โมง
ท้งั หมด
1 ค32101 คณติ ศาสตร์3 3 1.5 60
2 ค32102 คณติ ศาสตร4์ 3 1.5 60

สาระการเรยี นรเู้ พ่มิ เติม
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4

ท่ี รหสั วชิ า ชอ่ื วิชา ช่ัวโมง/สปั ดาห์ หนว่ ยกติ จำนวนชั่วโมง
ทั้งหมด
1 ค31201 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1 4 2.0 80
2 1.0 40
2 ค31203 คณติ ศาสตร์ พสวท.1 3 1.5 60
2 1.0 40
3 ค31205 คณติ ศาสตรเ์ สริม1 4 2.0 80
2 1.0 40
4 ค31207 คณิตศาสตร์EIS1 3 1.5 60
2 1.0 40
5 ค31202 คณติ ศาสตรเ์ พิม่ เติม2

6 ค31204 คณติ ศาสตร์ พสวท.2

7 ค31206 คณิตศาสตร์เสรมิ 2

8 ค31208 คณติ ศาสตร์EIS2

81

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5

ท่ี รหสั วิชา ชอ่ื วชิ า ชว่ั โมง/สัปดาห์ หน่วยกิต จำนวนชั่วโมง
ท้ังหมด

1 ค32201 คณติ ศาสตรเ์ พม่ิ เติม3 4 2.0 80

2 ค32203 คณติ ศาสตร์ พสวท.3 2 1.0 40

3 ค32205 คณิตศาสตรเ์ สรมิ 3 3 1.5 60

4 ค32207 คณติ ศาสตร์ EIS3 2 1.0 40

5 ค32202 คณติ ศาสตร์เพิม่ เตมิ 4 4 2.0 80

6 ค32204 คณติ ศาสตร์ พสวท. 4 2 1.0 20

7 ค32206 คณติ ศาสตร์เสริม4 3 1.5 60

8 ค32208 คณติ ศาสตร์ EIS4 2 1.0 20

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 6

ท่ี รหสั วิชา ชอ่ื วชิ า ชว่ั โมง/สัปดาห์ หนว่ ยกติ จำนวนชว่ั โมง
ทัง้ หมด

1 ค33201 คณิตศาสตรเ์ พ่ิมเติม5 5 2.5 100

2 ค33203 คณิตศาสตร์ พสวท5 2 1.0 40

3 ค33205 คณติ ศาสตรเ์ สริม5 4 2.0 80

4 ค33207 คณิตศาสตร์ EIS5 2 1.0 40

5 ค33202 คณติ ศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 6 5 2.5 100

6 ค33204 คณติ ศาสตร์ พสวท 6 2 1.0 40

7 ค32206 คณติ ศาสตรเ์ สริม6 4 2.0 80

8 ค32208 คณติ ศาสตร์ EIS6 2 1.0 40

รายวชิ า คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1 คำอธิบายรายวชิ า 82
รหัสวิชา ค 21101 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
จำนวน 60 ชว่ั โมง
จำนวน 1.5 หน่วย

ศึกษาและฝึกทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อนั ไดแกการแกปัญหาการให้เหตุผลการ
สือ่ สารการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอการเชื่อมโยงความรูตา่ งๆ ทางคณิตศาสตร์และ

เช่อื มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อ่นื ๆ และมีความคดิ รเิ ริม่ สร้างสรรคใ์ นสาระต่อไปน้ี
จำนวนตรรกยะ จำนวนเต็ม สมบตั ิของจำนวนเต็ม ทศนยิ มและเศษสว่ น

จำนวนตรรกยะและสมบัติของจำนวนตรรกยะ เลขยกกำลงั ทมี่ เี ลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวก
การนำความรเู้ กย่ี วกบั จำนวนเต็ม จำนวนตรรกยะ และเลขยกกำลังไปใชใ้ นการแก้ปัญหา

การสรา้ งทางเรขาคณติ การสร้างพน้ื ฐานทางเรขาคณิต

การสรา้ งรูปเรขาคณิตสองมติ ิโดยใช้การสร้างพื้นฐานทางเรขาคณิต
การนำความรู้เก่ียวกบั การสร้างพืน้ ฐานทางเรขาคณติ ไปใช้ในชวี ติ จรงิ

มติ ิสมั พนั ธข์ องรปู เรขาคณิต หนา้ ตดั ของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ ภาพทไ่ี ด้จากการมองด้านหนา้ ด้านขา้ ง
ดำ้ นบนของรปู เรขาคณติ สามมิติท่ีประกอบข้ึนจากลกู บาศก์

โดยจดั ประสบการณหรอื สรา้ งสถานการณในชีวติ ประจำวันทีใ่ กล้ตวั ให้ผู้เรียนไดศกึ ษาคน้ คว้าโดย

การปฏิบัติจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพอื่ พฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ แกปัญหา
การให้เหตุผล การส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคดิ

ทกั ษะและกระบวนการทไ่ี ดไปใชใ้ นการเรียนรูสง่ิ ต่างๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมทัง้
เห็นคณุ ค่าและมเี จตคติที่ดีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มี
ความรับผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ และมีความเช่ือมั่นในตนเอง

การวดั และประเมนิ ผล ใชว้ ิธีการท่หี ลากหลายตามสภาพความเปน็ จริงให้สอดคลองกบั เนอื้ หาและ
ทกั ษะท่ีต้องการวดั

ตัวชว้ี ัด
ค 1.1 ม 1/1 ม 1/2
ค 2.2 ม 1/1
ค 2.2 ม 1/2

รวม 4 ตวั ชี้วัด

คำอธิบายรายวชิ า 83

รายวิชา คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 2 จำนวน 60 ช่วั โมง
จำนวน 1.5 หน่วย
รหัสวชิ า ค 21102 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1

ศึกษาและฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์อันไดแกการแกปัญหาการใหเ้ หตุผลการ
ส่ือสารการส่ือความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเช่อื มโยงความรูต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และ

เช่ือมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ ่ืนๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในสาระต่อไปน้ี
สมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว สมการเชงิ เส้นตัวแปรเดียว การแกส้ มการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดียว

การนำความรเู้ ก่ยี วกบั การแก้สมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดียวไปใช้ในชวี ติ จริง กราฟของความสมั พนั ธเ์ ชิงเส้น

สมการเชิงเส้นสองตัวแปร
การนำความรเู้ กย่ี วกับสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและกราฟของความสมั พันธเ์ ชิงเสน้ ไปใช้ในชีวติ จรงิ

อัตราสว่ น อตั ราสว่ นของจำนวนหลาย ๆ จำนวน สดั ส่วน การนำความรเู้ กีย่ วกับอตั ราส่วน สัดส่วน
และรอ้ ยละไปใชใ้ นการแก้ปญั หา

สถิติ การตงั้ คำถามทางสถติ ิ การเก็บรวบรวมข้อมูล การนำเสนอขอ้ มูล แผนภูมริ ูปภาพ แผนภูมแิ ท่ง

กราฟเส้น แผนภูมิรปู วงกลม การแปลความหมายข้อมลู และการนำสถิตไิ ปใช้ในชีวติ จริง
โดยจดั ประสบการณหรือสร้างสถานการณในชีวิตประจำวนั ท่ใี กล้ตวั ให้ผู้เรยี นไดศึกษาค้นควา้ โดย

การปฏิบตั จิ รงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การ แกปัญหา
การใหเ้ หตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคดิ
ทักษะและกระบวนการทไ่ี ดไปใช้ในการเรยี นรูสิ่งตา่ งๆ และใชใ้ นชวี ิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทัง้

เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดตี อ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มี
ความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมีความเชือ่ มั่นในตนเอง

การวดั และประเมนิ ผล ใช้วิธกี ารทหี่ ลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ให้สอดคลองกบั เน้อื หาและ
ทักษะท่ีต้องการวดั

ตัวชี้วัด
ค 1.3 ม 1/1 ม 1/2 ม 1/3

ค 1.1. ม 1/3
ค 1.3 ม 1/
ค 3.1 ม 1/1

รวม 5 ตัวชี้วัด

84

รายวชิ า คณติ ศาสตรเ์ พม่ิ เติม 1 คำอธิบายรายวชิ า จำนวน 40 ชั่วโมง
รหสั วชิ า ค 21201 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 จำนวน 1.0 หน่วย

ศึกษาและฝกึ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ันไดแกการแกปัญหาการใหเ้ หตุผลการ
สอ่ื สารการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอการเชอ่ื มโยงความรูตา่ งๆ ทางคณติ ศาสตรแ์ ละ

เชอ่ื มโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตร์อืน่ ๆ และมคี วามคิดริเรม่ิ สร้างสรรคใ์ นสาระตอ่ ไปนี้
ห.ร.ม ค.ร.น การหาร ห.ร.ม. ค.ร.น การหา ห.ร.ม โดยใช้ข้นั ตอนวธิ แี บบยุคลดิ การแก้โจทยป์ ัญหา
จำนวนและตวั เลข ระบบตัวเลขโรมัน ระบบตัวเลขฐานตา่ งๆ และการเปล่ยี นฐานในระบบตัวเลข

การประยุกตข์ องจำนวนเต็มและเลขยกกำลัง การคิดคำนวณ และโจทย์ปญั หา
การสร้าง การแบง่ ส่วนของเส้นตรง การสรา้ งมมุ ขนาดต่างๆ และการสรา้ งรูปสามเหล่ยี มและรปู

สเ่ี หล่ยี มด้านขนาน
โดยจัดประสบการณหรอื สร้างสถานการณในชวี ิตประจำวันท่ใี กล้ตัวให้ผู้เรียนไดศึกษาค้นควา้ โดย
การปฏิบัติจริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่อื พัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ แกปัญหา

การใหเ้ หตุผล การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคดิ
ทักษะและกระบวนการท่ีไดไปใชใ้ นการเรียนรูสิ่งตา่ งๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวันอยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมทง้ั

เห็นคุณค่าและมเี จตคติทด่ี ตี อ่ คณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มี
ความรบั ผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมีความเชอื่ มั่นในตนเอง

การวัดและประเมนิ ผล ใช้วธิ กี ารทห่ี ลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ให้สอดคลองกบั เนอ้ื หาและ

ทักษะทตี่ ้องการวดั

ผลการเรยี นรู้
1. แก้โจทย์ปัญหา ห.ร.ม และ ค.ร.น ได้
2. แก้โจทย์ปัญหา ห.ร.ม และ ค.ร.น โดยใช้ขนั้ ตอนวิธีแบบยุคลิดได้

3. อา่ นและเขียนตวั เลขโรมันได
4. บอกค่าของเลขโดดในตวั เลขฐานตา่ งๆ ทีก่ ำหนดให้ได

5. เขียนตัวเลขทก่ี ำหนดให้เป็นเลขฐานตา่ ง ๆ ได
6. ใช้ความรูเกีย่ วกับจำนวนเตม็ และเลขยกกำลงั ในการแกปญั หาได
7. ตระหนักถงึ ความสมเหตสุ มผลของคำตอบทีไ่ ด

8. ใชก้ ารสร้างพื้นฐานสร้างรปู ทีซ่ ับซอ้ นขึน้ ได

รายวชิ า คณติ ศาสตร์เพ่มิ เติม 2 คำอธิบายรายวชิ า 85
รหสั วิชา ค 21202 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1
จำนวน 40 ชัว่ โมง
จำนวน 1.0 หนว่ ย

ศกึ ษาและฝึกทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อนั ไดแกการแกปญั หาการให้เหตุผล การ
ส่อื สารการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอการเชอ่ื มโยงความรูตา่ งๆ ทางคณติ ศาสตรแ์ ละ

เชอ่ื มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อ่ืนๆ และมีความคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์ในสาระต่อไปน้ี
การเตรียมความพรอมในการให้เหตผุ ล การใหเ้ หตผุ ลในชวี ิตประจำวันและการให้เหตผุ ลทาง

คณิตศาสตรอ์ ย่างงา่ ย
พหนุ าม เอกนาม การบวก การลบ การคูณ และการหารเอกนาม พหนุ าม การบวก การลบพหุนาม

การคณู และการหารพหุนามอย่างงา่ ย

การประยกุ ต์ 2 การประยุกต์ของจำนวนและพีชคณติ และการประยุกตท์ างเรขาคณิต
โดยจดั ประสบการณหรอื สร้างสถานการณในชีวิตประจำวันท่ใี กล้ตวั ให้ผเู้ รยี นได้ศึกษาค้นคว้าโดย

การปฏบิ ัตจิ รงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การ แกปัญหา
การใหเ้ หตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคิด
ทกั ษะและกระบวนการทีไ่ ดไปใช้ในการเรียนรูส่งิ ต่างๆ และใช้ในชวี ติ ประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมท้ัง

เหน็ คุณค่าและมีเจตคติท่ีดีตอคณิตศาสตร์สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ มี
ความรบั ผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมคี วามเชือ่ มั่นในตนเอง

การวัดและประเมนิ ผล ใชว้ ธิ กี ารทีห่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคลองกับเนื้อหาและ
ทกั ษะทตี่ อ้ งการวัด

ผลการเรยี นรู้
1. สังเกต สร้างขอ้ ความคาดการณและให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์อยา่ งงา่ ย

2. หาผลบวกและผลลบของเอกนามและพหนุ ามได
3. หาผลคูณ และผลหารของเอกนามและพหุนามอยา่ งง่ายได
4. ใชค้ วามรูและทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรแ์ กปัญหาต่างๆ ได

5. ตระหนักถงึ ความสมเหตสุ มผลของคำตอบทีไ่ ด

86

รายวิชา คณติ ศาสตร์เพิ่มพนู 1 คำอธบิ ายรายวชิ า จำนวน 40 ชัว่ โมง
รหสั วชิ า ค 21203 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 จำนวน 1.0 หน่วย

ศึกษาและฝกึ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ันไดแกการแกปญั หาการใหเ้ หตุผลการ
ส่ือสารการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอการเชือ่ มโยงความรูตา่ งๆ ทางคณติ ศาสตรแ์ ละ
เชือ่ มโยงคณติ ศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ื่นๆ และมีความคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์ในสาระต่อไปน้ี

เศษส่วน การบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ นและโจทยป์ ญั หาเกย่ี วกบั เศษส่วน
อตั ราสว่ น อัตราส่วนของจำนวนหลาย ๆ จำนวน สดั สว่ น และการนำความรูเ้ ก่ียวกบั อัตราสว่ น สัดสว่ น
และร้อยละไปใช้ในการแกป้ ัญหา
เลขยกกำลัง สมบัตขิ องเลขยกกำลงั เลขยกกำลงั ท่มี เี ลขชก้ี ำลงั เปน็ จำนวนเต็ม
เลขยกกำลังที่มีเลขช้กี ำลงั เปน็ จำนวนตรรกยะ

กรณฑท์ ส่ี อง สมบตั ขิ อง √ เมือ่ a ≥ 0
การดำเนินการของจำนวนจรงิ ซง่ึ เกยี่ วกบั กรณฑ์ทส่ี องและการนำไปใช้

โดยจัดประสบการณหรือสรา้ งสถานการณในชวี ติ ประจำวันท่ใี กล้ตวั ให้ผู้เรยี นไดศึกษาค้นคว้าโดย
การปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพอ่ื พัฒนาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การ แกปัญหา
การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคิด
ทกั ษะและกระบวนการทไี่ ดไปใช้ในการเรยี นรูส่งิ ต่างๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจำวันอยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมทั้ง
เห็นคณุ ค่าและมีเจตคติท่ดี ตี ่อคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ มี
ความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชอ่ื ม่ันในตนเอง

การวดั และประเมินผล ใช้วิธีการทีห่ ลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ให้สอดคลองกับเนอื้ หาและ
ทักษะทต่ี ้องการวัด
ผลการเรยี นรู้

1. บวก ลบ เศษส่วนได้
2. คณู หาร เศษส่วนได้
3. แกโ้ จทย์ปัญหาเก่ียวกับเศษส่วนได้
4. หาอัตราส่วนหลายจำนวนได้
5. แก้โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั สัดสว่ นได้
6.นำความรู้เกีย่ วกับอัตราส่วน สดั สว่ น และร้อยละไปใช้ในการแกป้ ัญหาได้
7. ใชส้ มบตั ิของจำนวนเตม็ แกป้ ัญหาได้
8. แกโ้ จทย์ปญั หาเลขยกกำลงั ท่มี เี ลขชกี้ ำลงั เปน็ จำนวนเต็ม
9. แกโ้ จทยป์ ัญหาเลขยกกำลังทมี่ เี ลขช้กี ำลังเปน็ จำนวนตรรกยะ
10. บวก ลบ คูณ และหารจำนวนจรงิ ซงึ่ เกี่ยวกับกรณฑ์ท่สี องท่กี ำหนดให้และนำไปใช้
แกปัญหาได

87

รายวิชา คณิตศาสตรเ์ พ่มิ พนู 2 คำอธบิ ายรายวิชา จำนวน 40 ช่ัวโมง
รหสั วชิ า ค 21204 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 จำนวน 1.0 หน่วย

ศึกษาและฝกึ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ันไดแกการแกปญั หาการใหเ้ หตุผลการ
สอื่ สารการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเช่ือมโยงความรูต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และ
เชอ่ื มโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ื่นๆ และมคี วามคิดริเรมิ่ สรา้ งสรรคใ์ นสาระต่อไปนี้

พหนุ าม การบวกและการลบพหนุ าม การคูณ การหารพหนุ ามและทฤษฎเี ศษเหลือ
การแยกตวั ประกอบของพหนุ าม การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรสี องตัวแปรเดียว

การแยกตัวประกอบของพหนุ ามดีกรีสองที่อยูใ่ นรปู กำลังสองสมบรู ณ์
การแยกตัวประกอบของพหนุ ามดกี รสี องทีอ่ ยู่ในรปู ผลต่างกำลังสอง
การแยกตัวประกอบของพหนุ ามดกี รีสองทีอ่ ยใู่ นรปู กำกลังสองสมบรู ณแ์ ละผลตา่ งกำลงั สองและการแยกตัวประกอ

บของพหนุ ามท่ีมสี ัมประสิทธเิ์ ปน็ จำนวนเต็มโดยใชท้ ฤษฎเี ศษเหลือ
ระบบสมการเชิงเส้น ระบบสมการทป่ี ระกอบด้วยสมการเชงิ เสน้ และสมการดีกรีสอง

ระบบสมการทป่ี ระกอบดว้ ยสมการดีกรีสองทงั้ สองสมการและการนำระบบสมการเชิงเสน้ สองตัวแปรไปใชใ้ นการแ
ก้โจทย์ปัญหา

สมการกำลังสอง

การแกส้ มการกำลงั สองโดยวิธีทำเป็นกำลังสองสมบูรณแ์ ละโจทย์ปัญหาเกีย่ วกับสมการกำลังสอง
โดยจัดประสบการณหรือสร้างสถานการณในชวี ติ ประจำวนั ที่ใกลต้ วั ให้ผู้เรยี นไดศึกษาคน้ ควา้ โดย

การปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ แกปัญหา
การใหเ้ หตุผล การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคิด
ทกั ษะและกระบวนการทไ่ี ดไปใช้ในการเรยี นรูส่งิ ตา่ งๆ และใช้ในชวี ิตประจำวันอยา่ งสร้างสรรค์ รวมท้ัง

เหน็ คุณค่าและมเี จตคติทด่ี ตี อ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มี
ความรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ และมคี วามเชื่อมั่นในตนเอง

การวัดและประเมินผล ใช้วิธกี ารทห่ี ลากหลายตามสภาพความเปน็ จริงให้สอดคลองกับเนอื้ หาและ
ทกั ษะที่ตอ้ งการวดั
ผลการเรยี นรู้

1. การบวกและการลบพหุนามได้
2. การคูณและการหารพหุนามได้

3. ใช้ทฤษฎเี ศษเหลือแกโ้ จทยป์ ญั หาได้
4. แยกตัวประกอบของพหนุ ามดีกรีสองตัวแปรเดียวทมี่ สี ัมประสทิ ธ์ิของแต่ละพจน์เป็นจำนวนเต็มได้
5.แยกตวั ประกอบของพหนุ ามดกี รีสองตวั แปรเดียวที่มสี ัมประสิทธ์ิของแต่ละพจนใ์ นพหนุ ามตัวประกอบเ

ป็นจำนวนเต็ม ได้
6. แยกตวั ประกอบของพหนุ ามท่ีมีสมั ประสิทธิเ์ ป็นจำนวนเตม็ โดยใชท้ ฤษฎีเศษเหลือได้

แกโ้ จทย์ปัญหาเก่ยี วกบั สมการกำลังสองตวั แปรเดียวได
7. แกระบบสมการสองตัวแปรท่ีสมการมีดกี รีไมเกนิ สองที่กำหนดให้ได
8. แกโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับระบบสมการสองตวั แปรที่สมการมดี กี รไี มเกนิ สองทก่ี ำหนดให้ได้

9. แกสมการกำลังสองตัวแปรเดยี วได
10. แกโจทย์ปัญหาเกยี่ วกับสมการกำลังสองตวั แปรเดียวได้

88

รายวชิ า คณติ ศาสตร์ EIS 1 คำอธิบายรายวิชา จำนวน 40 ชั่วโมง
รหสั วชิ า ค 21205 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 จำนวน 1.0 หนว่ ย

ศกึ ษาและฝึกทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันไดแกการแกปัญหาการใหเ้ หตุผลการ
ส่ือสารการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอการเชือ่ มโยงความรูตา่ งๆ ทางคณติ ศาสตรแ์ ละ
เชอ่ื มโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อื่นๆ และมีความคดิ ริเร่มิ สร้างสรรค์ในสาระตอ่ ไปนี้

เศษสว่ น การบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนและโจทยป์ ัญหาเกย่ี วกบั เศษส่วน
อัตราสว่ น อตั ราส่วนของจำนวนหลาย ๆ จำนวน สดั สว่ น และการนำความรเู้ ก่ยี วกับอตั ราส่วน สัดส่วน
และรอ้ ยละไปใช้ในการแกป้ ัญหา
เลขยกกำลงั สมบัติของเลขยกกำลัง เลขยกกำลงั ทีม่ ีเลขช้กี ำลงั เปน็ จำนวนเต็ม
เลขยกกำลังท่ีมีเลขชี้กำลงั เป็นจำนวนตรรกยะ

กรณฑ์ทสี่ อง สมบัติของ √ เมอ่ื a ≥ 0
การดำเนนิ การของจำนวนจริงซง่ึ เกี่ยวกับกรณฑ์ทส่ี องและการนำไปใช้

โดยจัดประสบการณหรือสรา้ งสถานการณในชีวิตประจำวนั ที่ใกลต้ ัวให้ผู้เรียนไดศึกษาค้นคว้าโดย
การปฏิบัติจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพือ่ พฒั นาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การ แกปัญหา
การใหเ้ หตุผล การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคดิ
ทักษะและกระบวนการทีไ่ ดไปใช้ในการเรยี นรูส่งิ ต่างๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมทัง้
เหน็ คุณค่าและมีเจตคติท่ีดีตอ่ คณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ มี
ความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชอื่ ม่ันในตนเอง

การวัดและประเมินผล ใช้วิธกี ารทห่ี ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคลองกบั เน้ือหาและ
ทักษะที่ตอ้ งการวัด
ผลการเรียนรู้

1. บวก ลบ เศษส่วนได้
2. คณู หาร เศษส่วนได้
3. แกโ้ จทยป์ ญั หาเก่ยี วกบั เศษสว่ นได้
4. หาอัตราสว่ นหลายจำนวนได้
5. แก้โจทย์ปญั หาเกี่ยวกับสดั ส่วนได้
6.นำความรูเ้ ก่ียวกับอัตราสว่ น สัดสว่ น และร้อยละไปใชใ้ นการแกป้ ญั หาได้
7. ใช้สมบัตขิ องจำนวนเตม็ แกป้ ญั หาได้
8. แก้โจทย์ปญั หาเลขยกกำลังท่ีมเี ลขชีก้ ำลงั เปน็ จำนวนเต็ม
9. แก้โจทยป์ ญั หาเลขยกกำลงั ท่ีมีเลขช้ีกำลังเปน็ จำนวนตรรกยะ
10. บวก ลบ คณู และหารจำนวนจริงซง่ึ เก่ียวกบั กรณฑ์ที่สองท่ีกำหนดให้และนำไปใช้
แกปัญหาได

89

รายวชิ า คณติ ศาสตร์ EIS 2 คำอธิบายรายวิชา จำนวน 40 ช่ัวโมง
รหัสวชิ า ค 21206 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 จำนวน 1.0 หน่วย

ศึกษาและฝกึ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ันไดแกการแกปัญหาการให้เหตุผลการ
สือ่ สารการสื่อความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเชอ่ื มโยงความรูต่างๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละ
เชอื่ มโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตรอ์ น่ื ๆ และมีความคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ในสาระต่อไปนี้

พหนุ าม การบวกและการลบพหนุ าม การคูณ การหารพหนุ ามและทฤษฎีเศษเหลอื
การแยกตวั ประกอบของพหุนาม การแยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรสี องตวั แปรเดยี ว

การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดกี รสี องทอ่ี ย่ใู นรปู กำลงั สองสมบรู ณ์
การแยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รสี องท่อี ยู่ในรปู ผลต่างกำลังสอง
การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดกี รสี องทีอ่ ยใู่ นรปู กำกลงั สองสมบูรณ์และผลต่างกำลงั สองและการแยกตัวประกอ

บของพหนุ ามที่มีสัมประสทิ ธ์เิ ป็นจำนวนเตม็ โดยใชท้ ฤษฎเี ศษเหลือ
ระบบสมการเชงิ เส้น ระบบสมการที่ประกอบดว้ ยสมการเชงิ เส้นและสมการดีกรีสอง

ระบบสมการทีป่ ระกอบด้วยสมการดกี รีสองทง้ั สองสมการและการนำระบบสมการเชิงเสน้ สองตวั แปรไปใชใ้ นการแ
กโ้ จทย์ปัญหา

สมการกำลังสอง

การแกส้ มการกำลงั สองโดยวธิ ีทำเปน็ กำลังสองสมบรู ณ์และโจทย์ปัญหาเกย่ี วกบั สมการกำลังสอง
โดยจดั ประสบการณหรือสรา้ งสถานการณในชวี ติ ประจำวันท่ีใกล้ตัวให้ผ้เู รยี นไดศกึ ษาคน้ ควา้ โดย

การปฏิบัติจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ แกปัญหา
การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคดิ
ทกั ษะและกระบวนการท่ีไดไปใชใ้ นการเรยี นรูส่งิ ต่างๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์ รวมท้ัง

เหน็ คุณค่าและมีเจตคติท่ีดตี อ่ คณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มี
ความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชอ่ื ม่ันในตนเอง

การวดั และประเมนิ ผล ใชว้ ธิ กี ารที่หลากหลายตามสภาพความเปน็ จริงให้สอดคลองกับเน้อื หาและ
ทักษะทตี่ ้องการวัด
ผลการเรียนรู้

1. การบวกและการลบพหุนามได้
2. การคูณและการหารพหนุ ามได้

3. ใช้ทฤษฎีเศษเหลอื แก้โจทยป์ ัญหาได้
4. แยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รสี องตัวแปรเดียวทม่ี ีสมั ประสทิ ธ์ขิ องแต่ละพจน์เป็นจำนวนเต็มได้
5.ยกตวั ประกอบของพหนุ ามดกี รีสองตวั แปรเดียวทม่ี สี ัมประสิทธิ์ของแต่ละพจนใ์ นพหุนามตัวประกอบเป็

นจำนวนเต็ม ได้
6. แยกตวั ประกอบของพหนุ ามท่มี สี มั ประสทิ ธิ์เป็นจำนวนเต็มโดยใช้ทฤษฎีเศษเหลือได้

แกโ้ จทย์ปญั หาเกย่ี วกบั สมการกำลงั สองตัวแปรเดียวได
7. แกระบบสมการสองตัวแปรท่ีสมการมดี กี รไี มเกนิ สองท่ีกำหนดให้ได
8. แกโจทย์ปญั หาเกย่ี วกบั ระบบสมการสองตวั แปรที่สมการมดี กี รไี มเกนิ สองที่กำหนดให้ได้

9. แกสมการกำลงั สองตวั แปรเดียวได
10. แกโจทยป์ ัญหาเก่ยี วกับสมการกำลงั สองตัวแปรเดียวได้

90

รายวิชา คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 3 คำอธบิ ายรายวิชา จำนวน 60 ช่ัวโมง
รหสั วิชา ค 22101 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 2 จำนวน 1.5 หนว่ ย

ศกึ ษาและฝึกทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์อนั ไดแกการแกปัญหาการให้เหตุผลการ

สอื่ สารการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอการเชื่อมโยงความรูต่างๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละ

เชือ่ มโยงคณติ ศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ่ืนๆ และมคี วามคิดรเิ รมิ่ สรา้ งสรรคใ์ นสาระต่อไปน้ี

ทฤษฎบี ทพีทาโกรัส ทฤษฎบี ทพีทำโกรสั และบทกลับ

การนำความรู้เก่ยี วกับทฤษฎบี ทพีทำโกรัสและบทกลบั ไปใช้ในชีวิตจรงิ

จำนวนจรงิ จำนวนอตรรกยะ จำนวนจรงิ

รากที่สองและรากทสี่ ามของจำนวนตรรกยะและการนำความร้เู ก่ยี วกับจำนวนจริงไปใช้

พ้นื ท่ีผวิ ปรมิ าตร การหาพ้นื ทีผ่ ิวของปรซิ มึ และทรงกระบอก

การนำความรเู้ ก่ยี วกับพื้นทผ่ี ิวของปริซมึ และทรงกระบอกไปใชใ้ นการแก้ปญั หา

การหาปริมาตรของปรซิ ึมและทรงกระบอก

และการนำความรู้เก่ยี วกบั ปริมาตรของปรซิ ึมและทรงกระบอกไปใชใ้ นการแก้ปญั หา

จำนวนตรรกยะ เลขยกกำลงั ทมี่ ีเลขชก้ี ำลงั เปน็ จำนวนเต็มและการนำความรู้เก่ียวกับเลขยกกำลังไปใช้

ในการแก้ปญั หา

การแปลงทางเรขาคณิต การเลอ่ื นขนาน การสะทอ้ น การหมุน

การนำความรูเ้ กีย่ วกบั การแปลงทางเรขาคณติ ไปใช้ในการแกป้ ัญหา

พหุนาม การบวก การลบ และการคณู ของพหุนาม การหารพหุนามด้วยเอกนามท่มี ีผลหารเป็น

พหุนาม

โดยจัดประสบการณหรอื สรา้ งสถานการณในชวี ิตประจำวันท่ใี กลต้ ัวให้ผู้เรียนไดศึกษาคน้ คว้าโดย

การปฏบิ ตั จิ รงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่อื พฒั นาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การ แกปัญหา

การใหเ้ หตุผล การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคดิ

ทักษะและกระบวนการท่ไี ดไปใชใ้ นการเรยี นรูสงิ่ ตา่ งๆ และใช้ในชีวติ ประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมทงั้

เห็นคณุ ค่าและมีเจตคติทีด่ ีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มี

ความรบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเช่ือมั่นในตนเอง

การวัดและประเมนิ ผล ใช้วธิ ีการทหี่ ลากหลายตามสภาพความเปน็ จริงให้สอดคลองกบั เนื้อหาและ

ทักษะทต่ี อ้ งการวัด

ตวั ช้ีวัด

ค 2.2 ม 2/5 ค 1.1 ม 2/2

ค 2.1 ม 2/1 ม2/2 ค 1.1 ม 2/1

ค 2.2 ม 2/3 ค 1.2 ม 2/1

รวม 7 ตวั ช้ีวดั

91

รายวิชา คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 4 คำอธิบายรายวิชา จำนวน 60 ชวั่ โมง
รหัสวิชา ค 22102 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 1.5 หนว่ ย

ศึกษาและฝกึ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ นั ไดแกการแกปัญหาการใหเ้ หตุผลการ
สอ่ื สารการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเชื่อมโยงความรูต่างๆ ทางคณติ ศาสตร์และ

เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อื่นๆ และมีความคิดรเิ รมิ่ สรา้ งสรรคใ์ นสาระตอ่ ไปน้ี
สถติ ิ การนำเสนอและวเิ คราะห์ข้อมูล แผนภาพจุด แผนภาพต้น – ใบ ฮสิ โทแกรม คา่ กลางของข้อมูล

การแปลความหมายผลลพั ธ์ และการนำสถติ ไิ ปใช้ในชีวติ จรงิ

ความเทา่ กันทกุ ประการ ความเทา่ กันทกุ ประการของรูปสามเหลยี่ ม
การนำความรู้เก่ียวกบั ความเท่ากันทุกประการไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา

เส้นขนาน สมบตั เิ ก่ยี วกับเสน้ ขนานและรปู สามเหลี่ยม
การสรา้ งทางเรขาคณติ การนำความรู้เก่ียวกบั การสรา้ งทางเรขาคณิตไปใช้ในชีวติ จรงิ
การแยกตัวประกอบของพหนุ าม การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง โดยใช้

สมบัตกิ ารแจกแจงกำลงั สองสมบูรณ์และผลต่างของกำลงั สอง
โดยจัดประสบการณหรอื สรา้ งสถานการณในชีวิตประจำวันทใ่ี กล้ตัวให้ผู้เรียนไดศกึ ษาคน้ ควา้ โดย

การปฏิบัติจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพอ่ื พัฒนาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การ แกปัญหา
การใหเ้ หตุผล การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคิด
ทักษะและกระบวนการทไ่ี ดไปใช้ในการเรยี นรูสงิ่ ตา่ งๆ และใช้ในชีวติ ประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมทงั้

เหน็ คณุ ค่าและมีเจตคติทดี่ ีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มี
ความรบั ผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมีความเชื่อม่ันในตนเอง

การวัดและประเมินผล ใชว้ ิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคลองกับเน้ือหาและ
ทักษะทตี่ อ้ งการวดั

ตัวช้ีวัด
ค 3.1 ม 2/1

ค 2.2 ม 2/4
ค 2.2 ม 2/2
ค 2.2 ม 2/1

ค 1.2 ม 2/2

รวม 5 ตวั ชี้วดั

92

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวิชา คณติ ศาสตรเ์ พิม่ เตมิ 3 จำนวน 40 ชั่วโมง

รหสั วิชา ค 22201 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 จำนวน 1.0 หนว่ ย

ศึกษาและฝกึ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อนั ไดแกการแกปญั หาการให้เหตุผล

การสอื่ สารการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเชอื่ มโยงความรูต่างๆ ทางคณิตศาสตร์

และเช่ือมโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อน่ื ๆ และมีความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์ในสาระตอ่ ไปน้ี

สมบตั ขิ องเลขยกกำลัง บทนยิ ามและสมบตั ิอน่ื ๆ ของเลขยกกำลงั การคูณและการหาร เลขยก

กำลังทมี่ เี ลขช้ีกำลงั เป็นจำนวนเตม็ และการนำไปใชใ้ นการแกปญั หาหรือสถานการณตา่ งๆ การใช้เลขยก

กำลังในการเขยี นแสดงจำนวนทมี่ คี า่ น้อยๆ หรอื มากๆ ในรปู สญั กรณว์ ทิ ยาศาสตร์ การคำนวณเกยี่ วกับ

จำนวนที่อยู่ในรปู สญั กรณ์วทิ ยาศาสตร์

พหนุ ามและเศษส่วนของพหนุ าม การบวก การลบ การคณู และการหารพหนุ าม การบวก การลบ

การคณู และการหารเศษสวนของพหุนามท่พี หุนามมดี ีกรไี มเกนิ หนึ่ง

การประยุกตเ์ ก่ยี วกับอัตราสวนและร้อยละ การแกปัญหาหรอื สถานการณโดยใช้อตั ราสว่ นและ สัดสว่ น

การแกปญั หาหรือสถานการณในชวี ิตประจำวนั โดยใช้ร้อยละ

การประยกุ ต์ของการแปลงทางเรขาคณติ การสรา้ งสรรค์งานศลิ ปะโดยใชก้ ารแปลงทางเรขาคณติ

การออกแบบโดยใชก้ ารแปลงทางเรขาคณิต

โดยจดั ประสบการณหรือสรา้ งสถานการณในชีวติ ประจำวนั ทีใ่ กลต้ ัวให้ผูเ้ รียนไดศ้ กึ ษาค้นคว้าโดย การปฏบิ ัติจริง

ทดลอง สรุป รายงาน เพือ่ พัฒนาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกปญั หา การให้เหตผุ ล

การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละนำประสบการณด้านความรู ความคิด ทกั ษะและ

กระบวนการทไ่ี ดไปใชใ้ นการเรยี นรูสิง่ ต่างๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทง้ั เหน็ คุณค่า

และมีเจตคติที่ดีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มีความรับผิดชอบ

มวี จิ ารณญาณ และมคี วามเชอ่ื มัน่ ในตนเอง การวดั และประเมนิ ผล

ใชว้ ิธกี ารทีห่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคลองกบั เน้ือหาและ ทักษะที่ต้องการวัด

ผลการเรยี นรู

1. คูณและหารจำนวนทเี ขียนอยู่ในรปู เลขยกกำลังที่มเี ลขชก้ี ำลังเป็นจำนวนเตม็ โดยใชบ้ ทนยิ าม

และสมบตั ิของเลขยกกำลงั และนำไปใช้แกปญั หาได

2. คำนวณและใชเ้ ลขยกกำลงั ในการเขียนแสดงจำนวนทีม่ ีค่าน้อยๆ หรอื มากๆ ในรูปสัญกรณ

วทิ ยาศาสตรไ์ ด

3. บวก ลบ คณู และหารพหนุ ามได

4. บวก ลบ คูณ และหารเศษสว่ นของพหุนามอยางงา่ ยได้

5. ใชค้ วามรูเก่ียวกบั อัตราสว่ น สัดส่วน และรอ้ ยละแกปญั หาหรือสถานการณตา่ ง ๆ ได

6. ตระหนกั ถงึ ความสมเหตุสมผลของคำตอบท่ีได้

7. ใช้ความรูเก่ยี วกับการเล่ือนขนาน การสะท้อนและการหมนุ ในการสรา้ งสรรค์งานศลิ ปะหรือ ออกแบบ

93

รายวชิ า คณิตศาสตร์เพิ่มเตมิ 4 คำอธิบายรายวชิ า จำนวน 40 ช่ัวโมง
รหัสวิชา ค 22202 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 จำนวน 1.0 หนว่ ย

ศกึ ษาและฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อนั ไดแกการแกปญั หาการให้เหตุผลการ
สอ่ื สารการสื่อความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเชอ่ื มโยงความรูตาง ๆ ทางคณิตศาสตร์

และเชือ่ มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และมคี วามคิดริเรม่ิ สร้างสรรค์ในสาระต่อไปน้ี
การแยกตวั แประกอบของพหนุ ามดกี รีสอง การแยกตัวประกอบของพหนุ ามดกี รีสองโดยใช้

สมบตั กิ ารแจกแจง การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรสี องท่ีอยู่ในรปู ax2 + bx + c เมอื่ a, b, c เป็น คา่ คงตวั

และ a ≠ 0 การแยกตัวประกอบของพหนุ ามดกี รีสองที่อยู่ในรปู กำลงั สองสมบูรณ การแยก
ตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรีสองทีอ่ ยใู่ นรูปผลต่างกำลงั สอง

สมการกำลงั สองตัวแปรเดียว การแกสมการกำลังสองตัวแปรเดยี วโดยใช้การแยกตัวประกอบ
การแกโจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั สมการกำลังสองตัวแปรเดยี วโดยใช้การแยกตวั ประกอบ การแปรผนั
การแปรผนั โดยตรง

การแปรผันแบบผกผนั การแปรผนั แบบเกย่ี วเนือ่ งการนำไปใช้
โดยจัดประสบการณหรือสรา้ งสถานการณในชวี ติ ประจำวันท่ีใกล้ตัวให้ผ้เู รยี นไดศ้ ึกษาค้นควา้ โดย การปฏบิ ัติจริง

ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทกั ษะ / กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปัญหา การให้เหตุผล
การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณดา้ นความรู ความคิดทกั ษะและ
กระบวนการทไี่ ดไปใช้ในการเรยี นรูสิ่งต่าง ๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทงั้ เหน็ คุณค่า

และมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ
มีวจิ ารณญาณ และมคี วามเช่อื มน่ั ในตนเอง การวัดและประเมนิ ผล

ใช้วิธีการท่หี ลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคลองกับเนือ้ หาและ ทักษะที่ตอ้ งการวดั

ผลการเรียนรู้

1. แยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รีสองตวั แปรเดียวทม่ี สี ัมประสิทธ์ิของแต่ละพจนเ์ ปน็ จำนวนเตม็
และมสี มั ประสทิ ธขิ์ องแต่ละพจนใ์ นพหุนามตวั ประกอบเป็นจำนวนเตม็

2. แกสมการกำลังสองตวั แปรเดยี วโดยใชก้ ารแยกตัวประกอบได
3. แกโจทย์ปัญหาเก่ยี วกับสมการกำลังสองตัวแปรเดยี วโดยใช้การแยกตัวประกอบได
4. เขยี นสมการแสดงการแปรผนั ระหวา่ งปรมิ าณสองปรมิ าณใด ๆ ที่แปรผนั ต่อกนั ได

5. แกปญั หาหรอื สถานการณทีก่ ำหนดโดยใชค้ วามรูเกีย่ วกบั การแปรผันได
6. ตระหนกั ถงึ ความสมเหตสุ มผลของคำตอบทไี่ ด

94

รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มพูน 3 คำอธบิ ายรายวิชา จำนวน 40 ชวั่ โมง
รหสั วชิ า ค 22203 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 จำนวน 1.0 หน่วย

ศกึ ษาและฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันไดแกการแกปญั หาการใหเ้ หตุผลการ
สอื่ สารการสื่อความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเชื่อมโยงความรูตา่ งๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละ

เช่อื มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อน่ื ๆ และมีความคิดริเรม่ิ สรา้ งสรรคใ์ นสาระตอ่ ไปนี้
เซต ความรเู้ บอื้ งต้นและสัญลักษณพ์ น้ื ฐานเก่ยี วกบั เซต ยเู นียน อนิ เตอรเ์ ซกชนั

คอมพลีเมนต์และเขยี นแผนภาพแทนเซต (Venn – Euler Diagram)

ตรรกศาสตร์ ตรรกศาสตรเ์ บื้องต้น ประพจน์ การเชื่อมประพจน์
การหาค่าความจริงของประพจนก์ ารสรา้ งตารางค่าความจรงิ รปู แบบของประพจนท์ ่ีสมมลู กนั และสจั นริ นั ดร์

หาคา่ ความจรงิ ของประพจน์ทีอ่ ยู่ในรปู ตวั บ่งปริมาณ
โดยจัดประสบการณหรือสร้างสถานการณในชีวิตประจำวนั ท่ีใกล้ตวั ให้ผู้เรยี นไดศกึ ษาคน้ ควา้ โดย

การปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพือ่ พฒั นาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การ แกปัญหา

การให้เหตุผล การสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคิด
ทกั ษะและกระบวนการท่ีไดไปใช้ในการเรยี นรูสง่ิ ตา่ งๆ และใชใ้ นชวี ิตประจำวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมทงั้

เหน็ คณุ ค่าและมีเจตคติท่ดี ีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มี
ความรบั ผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ และมคี วามเชอ่ื ม่ันในตนเอง

การวัดและประเมินผล ใชว้ ิธกี ารทีห่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคลองกับเนอ้ื หาและ

ทักษะทต่ี ้องการวัด

ผลการเรียนรู้
1. สรุปความคิดรวบยอดเก่ยี วกับเซต สามารถหายูเนียน (Union) อนิ เตอรเ์ ซกชนั (Intersection)

คอมพลีเมนต์ (Complement) และผลต่าง (Different) ของเซตได้

2. เขยี นแผนภาพแทนเซต (Venn – Euler Diagram) และนำไปใชแ้ ก้ปัญหาทีเ่ กี่ยวกับการหา
สมาชกิ ของเซตได้

3. หาคา่ ความจรงิ ของประพจน์ได้
4.. หาแบบรปู ของประพจนท์ ่ีสมมูลกันได้
5. หาค่าความจริงของประพจน์ทีอ่ ยูใ่ นรปู ตัวบ่งปรมิ าณได้

95

รายวิชา คณิตศาสตรเ์ พมิ่ พูน 4 คำอธิบายรายวิชา จำนวน 40 ชั่วโมง
รหัสวิชา ค 22204 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 จำนวน 1.0 หน่วย

ศกึ ษาและฝึกทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ันไดแกการแกปัญหาการใหเ้ หตุผลการ
สอ่ื สารการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอการเชื่อมโยงความรูตา่ งๆ ทางคณติ ศาสตรแ์ ละ

เชือ่ มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อ่นื ๆ และมคี วามคดิ รเิ ริ่มสรา้ งสรรคใ์ นสาระต่อไปนี้
ฟงั กช์ นั ฟังกช์ นั และกราฟของฟงั ก์ชนั ฟังกช์ นั เชิงเส้น ฟังกช์ นั กำลงั สอง ฟังกช์ ันข้ันบันไดและ

ฟังกช์ ันเอกซ์โพเนนเชยี ล

ตรีโกณมติ ิ อตั ราสว่ นตรโี กณมิติ การประยุกตข์ องอัตราสว่ นตรีโกณมิติ
เวกเตอร์ เวกเตอร์ นเิ สธของเวกเตอร์ การบวก การลบเวกเตอร์ การคูณเวกเตอรด์ ้วย สเกลาร์

เวกเตอรใ์ นระบบแกนมุมฉากสองมติ ิ
โดยจดั ประสบการณหรอื สร้างสถานการณในชีวิตประจำวนั ทใ่ี กล้ตวั ให้ผู้เรียนไดศึกษาคน้ ควา้ โดย

การปฏบิ ัตจิ รงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่อื พฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ แกปัญหา

การให้เหตุผล การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคดิ
ทกั ษะและกระบวนการที่ไดไปใชใ้ นการเรียนรูสิ่งตา่ งๆ และใชใ้ นชวี ิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์ รวมทงั้

เห็นคุณค่าและมเี จตคติทด่ี ีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มี
ความรับผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ และมคี วามเชือ่ ม่ันในตนเอง

การวดั และประเมนิ ผล ใชว้ ธิ ีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคลองกบั เนอ้ื หาและ

ทักษะท่ตี อ้ งการวดั

ผลการเรยี นรู้
1. เขยี นกราฟของความสมั พันธ์และฟังก์ชันที่กำหนดใหไ้ ด้
2. หาอัตราส่วนตรีโกณมิติของมมุ ทก่ี ำหนดให้และนำไปใช้แกป้ ญั หาได้

3.บอกความหมายของเวกเตอร์บวกลบเวกเตอรไ์ ด้
4. คูณเวกเตอร์ดว้ ยสเกลาร์ได้

5. เขยี นเวกเตอรใ์ นระบบแกนมุมฉากสองมติ แิ ละบวกได้

96

รายวชิ า คณติ ศาสตร์ EIS 3 คำอธบิ ายรายวชิ า จำนวน 40 ชั่วโมง
รหสั วชิ า ค 22205 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 จำนวน 1 หนว่ ย

ศึกษาและฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันไดแกการแกปัญหาการให้เหตุผลการ
สอ่ื สารการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเช่ือมโยงความรูตา่ งๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละ
เช่ือมโยงคณติ ศาสตรก์ บั ศาสตร์อนื่ ๆ และมีความคิดริเรม่ิ สร้างสรรค์ในสาระตอ่ ไปน้ี

เวกเตอร์ เวกเตอรใ์ นสามมติ ิ เวกเตอร์ การบวกเวกเตอร์ การลบเวกเตอร์

และการคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ ผลคณู เชงิ สเกลาร์ ผลคณู เชิงเวกเตอร์

ระบบสมการเชิงเส้น ระบบสมการท่ีประกอบดว้ ยสมการเชงิ เสน้ และสมการดกี รีสอง
ระบบสมการท่ีประกอบดว้ ยสมการดกี รสี องทง้ั สองสมการและการนำระบบสมการเชิงเสน้ สองตัวแปรไปใชใ้ นการแ
กโ้ จทยป์ ญั หา

สมการกำลังสอง
การแก้สมการกำลังสองโดยวิธที ำเป็นกำลงั สองสมบูรณแ์ ละโจทย์ปัญหาเก่ียวกับสมการกำลังสอง

พาราโบลา สมการพาราโบลา กราฟของพาราโบลาที่อยู่ในรปู y = ax2 + bx + c เมอื่ a ≠ 0
โดยจัดประสบการณหรือสร้างสถานการณในชวี ติ ประจำวนั ทใ่ี กล้ตวั ให้ผู้เรียนไดศกึ ษาค้นควา้ โดย
การปฏบิ ตั จิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ แกปัญหา
การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคิด
ทกั ษะและกระบวนการท่ไี ดไปใช้ในการเรยี นรูสิ่งตา่ งๆ และใช้ในชีวิตประจำวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมทัง้
เห็นคณุ ค่าและมีเจตคติที่ดีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มี
ความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชอ่ื ม่ันในตนเอง
การวัดและประเมินผล ใชว้ ธิ กี ารทีห่ ลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ให้สอดคลองกบั เนอ้ื หาและ
ทกั ษะท่ีตอ้ งการวดั

ผลการเรียนรู้
1.บอกความหมายของเวกเตอร์บวกลบเวกเตอร์ได้

2. คณู เวกเตอร์ดว้ ยสเกลารไ์ ด้
3. เขยี นเวกเตอรใ์ นระบบแกนมมุ ฉากสองมติ ิและบวกได้
4.แกระบบสมการสองตัวแปรที่สมการมีดกี รีไมเกินสองทีก่ ำหนดให้ได

5.แกโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับระบบสมการสองตัวแปรที่สมการมีดกี รไี มเกินสองท่กี ำหนดให้ได
6. แกสมการกำลังสองตัวแปรเดียวได

7. แกโจทย์ปัญหาเกย่ี วกบั สมการกำลังสองตัวแปรเดียวได
8. เขยี นกราฟพาราโบลาทก่ี ำหนดให้ได
9. บอกลกั ษณะของกราฟพาราโบลาทก่ี ำหนดให้ได

97

รายวชิ า คณติ ศาสตร์ EIS 3 คำอธบิ ายรายวชิ า จำนวน 40 ชั่วโมง
รหสั วิชา ค 22205 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 จำนวน 1.0 หน่วย

ศกึ ษาและฝึกทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์อันไดแกการแกปญั หาการใหเ้ หตุผลการ
สือ่ สารการส่ือความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเชื่อมโยงความรูตา่ งๆ ทางคณติ ศาสตรแ์ ละ

เชอ่ื มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตรอ์ นื่ ๆ และมีความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ในสาระตอ่ ไปน้ี
เซต ความร้เู บ้ืองต้นและสญั ลกั ษณพ์ ื้นฐานเกยี่ วกับเซต ยเู นียน อนิ เตอรเ์ ซกชัน

คอมพลีเมนต์และเขยี นแผนภาพแทนเซต (Venn – Euler Diagram)

ตรรกศาสตร์ ตรรกศาสตร์เบือ้ งต้น ประพจน์ การเชือ่ มประพจน์
การหาค่าความจริงของประพจน์การสร้างตารางค่าความจรงิ รูปแบบของประพจนท์ สี่ มมูลกนั และสจั นริ นั ดร์

หาค่าความจริงของประพจนท์ อี่ ยู่ในรปู ตัวบ่งปรมิ าณ
โดยจัดประสบการณหรอื สรา้ งสถานการณในชีวติ ประจำวันทใ่ี กล้ตัวให้ผู้เรียนไดศกึ ษาค้นคว้าโดย

การปฏบิ ัตจิ รงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพ่อื พัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ แกปัญหา

การให้เหตุผล การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคดิ
ทักษะและกระบวนการทไ่ี ดไปใชใ้ นการเรียนรูส่งิ ต่างๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์ รวมทง้ั

เหน็ คณุ ค่าและมเี จตคติทด่ี ตี ่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มี
ความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมีความเชอ่ื ม่ันในตนเอง

การวดั และประเมินผล ใช้วธิ ีการทห่ี ลากหลายตามสภาพความเปน็ จริงให้สอดคลองกับเนือ้ หาและ

ทักษะที่ต้องการวัด

ผลการเรยี นรู้
1. สรปุ ความคดิ รวบยอดเก่ียวกบั เซต สามารถหายเู นียน (Union) อนิ เตอร์เซกชัน (Intersection)

คอมพลเี มนต์ (Complement) และผลต่าง (Different) ของเซตได้

2. เขียนแผนภาพแทนเซต (Venn – Euler Diagram) และนำไปใช้แก้ปัญหาท่ีเกย่ี วกบั การหา
สมาชกิ ของเซตได้

3. หาคา่ ความจริงของประพจนไ์ ด้
4.. หาแบบรูปของประพจนท์ ีส่ มมูลกันได้
5. หาค่าความจรงิ ของประพจนท์ ่อี ยใู่ นรูปตัวบ่งปริมาณได้

98

คำอธิบายรายวิชา

รายวิชา คณิตศาสตร์ EIS 4 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง
รหัสวิชา ค 22206 จำนวน 1.0 หน่วย

ศกึ ษาและฝึกทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ันไดแกการแกปญั หาการให้เหตุผลการ

สื่อสารการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอการเชือ่ มโยงความรูต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และ
เช่อื มโยงคณติ ศาสตร์กบั ศาสตร์อน่ื ๆ และมีความคิดรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ในสาระต่อไปน้ี

ฟงั ก์ชัน ฟงั กช์ ันและกราฟของฟงั กช์ ัน ฟงั กช์ นั เชิงเสน้ ฟงั กช์ ันกำลงั สอง ฟงั กช์ นั ขัน้ บนั ไดและ

ฟงั กช์ นั เอกซโ์ พเนนเชียล
ตรโี กณมิติ อตั ราส่วนตรโี กณมิติ การประยกุ ต์ของอัตราสว่ นตรีโกณมติ ิ

เวกเตอร์ เวกเตอร์ นิเสธของเวกเตอร์ การบวก การลบเวกเตอร์ การคูณเวกเตอรด์ ว้ ย สเกลาร์
เวกเตอร์ในระบบแกนมมุ ฉากสองมติ ิ

โดยจดั ประสบการณหรือสรา้ งสถานการณในชีวิตประจำวันท่ีใกลต้ วั ให้ผู้เรยี นไดศกึ ษาคน้ คว้าโดย

การปฏิบตั จิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพอื่ พัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ แกปัญหา
การใหเ้ หตุผล การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคิด

ทกั ษะและกระบวนการทไ่ี ดไปใชใ้ นการเรยี นรูสงิ่ ต่างๆ และใช้ในชวี ติ ประจำวันอยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมทง้ั
เห็นคุณค่าและมเี จตคติทด่ี ตี อ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มี
ความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชอ่ื มั่นในตนเอง

การวดั และประเมนิ ผล ใช้วธิ กี ารทหี่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคลองกบั เนอื้ หาและ
ทกั ษะที่ตอ้ งการวัด

ผลการเรยี นรู้
1. เขียนกราฟของความสมั พันธแ์ ละฟงั ก์ชนั ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้

2. หาอัตราสว่ นตรีโกณมิติของมุมท่กี ำหนดให้และนำไปใช้แกป้ ัญหาได้
3.บอกความหมายของเวกเตอร์บวกลบเวกเตอรไ์ ด้

4. คณู เวกเตอรด์ ้วยสเกลาร์ได้
5. เขียนเวกเตอร์ในระบบแกนมุมฉากสองมิตแิ ละบวกได้

99

รายวิชา คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 5 คำอธบิ ายรายวชิ า จำนวน 60 ชวั่ โมง
รหสั วชิ า ค 23101 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 จำนวน 1.5 หน่วย

ศึกษาและฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันไดแกการแกปัญหาการให้เหตุผลการ

ส่อื สารการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอการเช่อื มโยงความรูตา่ งๆ ทางคณิตศาสตร์และ

เชือ่ มโยงคณติ ศาสตร์กบั ศาสตร์อ่นื ๆ และมีความคดิ รเิ ริม่ สร้างสรรคใ์ นสาระต่อไปน้ี

อสมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การแก้อสมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดียว

การนำความรูเ้ กย่ี วกับการแก้อสมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี วไปใช้ในการแกป้ ญั หา

การแยกตัวประกอบของพหนุ าม การแยกตวั ประกอบของพหุนำมดกี รสี งู กวา่ สอง

สมการกำลงั สองตัวแปรเดียว สมการกำลงั สองตัวแปรเดยี ว การแก้สมการกำลงั สองตัวแปรเดยี ว

การนำความรเู้ กี่ยวกับการแก้สมการกำลงั สองตัวแปรเดยี วไปใช้ในการแก้ปญั หา

ความคลา้ ย รูปสามเหลีย่ มท่ีคลา้ ยกันและการนำความรู้เกย่ี วกบั ความคลา้ ยไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา

ฟงั ก์ชันกำลงั สอง กราฟของฟังกช์ นั กำลังสอง การนำความรูเ้ ก่ยี วกบั ฟงั กช์ นั กำลงั สองไปใช้

ในการแก้ปญั หา

สถิติ ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมลู แผนภาพกลอ่ ง การแปลความหมายผลลัพธ์

การนำสถติ ิไปใช้ในชวี ติ จรงิ

โดยจดั ประสบการณหรือสรา้ งสถานการณในชวี ติ ประจำวันทใี่ กล้ตัวให้ผู้เรียนไดศึกษาคน้ คว้าโดย

การปฏิบตั ิจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การ แกปัญหา

การให้เหตุผล การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคิด

ทักษะและกระบวนการที่ไดไปใชใ้ นการเรียนรูสงิ่ ต่างๆ และใช้ในชวี ติ ประจำวันอยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมทั้ง

เห็นคณุ ค่าและมเี จตคติทด่ี ตี อ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มี

ความรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ และมีความเช่ือม่ันในตนเอง

การวดั และประเมนิ ผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ให้สอดคลองกับเน้อื หาและ

ทกั ษะที่ตอ้ งการวดั

ตัวช้ีวัด

ค 1.3 ม 3/1 ค 1.2 ม 3/1

ค 1.3 ม 3/2 ค 2.2 ม 3/1

ค 1.2 ม 3/2 ค 3.1 ม 3/1

รวม 6 ตวั ช้ีวัด

100

รายวิชา คณติ ศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 6 คำอธบิ ายรายวิชา จำนวน 60 ชวั่ โมง
รหัสวชิ า ค 23102 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 1.5 หนว่ ย

ศกึ ษาและฝึกทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์อันไดแกการแกปัญหาการให้เหตุผลการ
ส่อื สารการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอการเชอื่ มโยงความรูตา่ งๆ ทางคณติ ศาสตรแ์ ละ

เช่อื มโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ น่ื ๆ และมีความคดิ ริเริม่ สรา้ งสรรค์ในสาระต่อไปนี้
ระบบสมการ ระบบสมการเชงิ เส้นสองตวั แปร การแกร้ ะบบสมการเชงิ เสน้ สองตัวแปร

การนำความรเู้ กยี่ วกับการแกร้ ะบบสมการเชิงเสน้ สองตัวแปรไปใช้ในการแกป้ ญั หา

วงกลม วงกลม คอร์ด เสน้ สัมผัส และ ทฤษฎีบทเก่ียวกับวงกลม
พ้ืนที่ผิวและปริมาตร การหาพ้ืนทีผ่ วิ ของพีระมิด กรวย และทรงกลม

การนำความรเู้ กยี่ วกบั พ้ืนทผี่ วิ ของพรี ะมดิ กรวย และทรงกลมไปใชใ้ นการแก้ปัญหา การหาปริมาตรของพีระมิด
กรวย และทรงกลม การนำความรู้เก่ียวกับปรมิ าตรของพรี ะมดิ กรวย และทรงกลมไปใช้ในการแกป้ ญั หา

ความน่าจะเป็น เหตุการณจ์ ากการทดลองสุ่ม ความน่าจะเป็น

การนำความรูเ้ กี่ยวกับความน่าจะเปน็ ไปใช้ ในชีวิตจรงิ
อัตราสว่ นตรโี กณมติ ิ อัตราสว่ นตรีโกณมิติ การนำค่ำอตั ราส่วนตรีโกณมติ ิของมุม 30 องศา 45 องศา

และ 60 องศา ไปใชใ้ นการแก้ปญั หา
โดยจัดประสบการณหรอื สร้างสถานการณในชวี ิตประจำวนั ท่ีใกลต้ วั ให้ผูเ้ รยี นไดศกึ ษาค้นคว้าโดย

การปฏิบตั จิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ แกปัญหา

การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคดิ
ทกั ษะและกระบวนการทไ่ี ดไปใช้ในการเรยี นรูสิ่งตา่ งๆ และใชใ้ นชวี ิตประจำวันอยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมทั้ง

เหน็ คณุ ค่าและมเี จตคติทด่ี ีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มี
ความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมีความเชอ่ื ม่ันในตนเอง

การวดั และประเมนิ ผล ใช้วธิ ีการที่หลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ให้สอดคลองกบั เน้อื หาและ

ทกั ษะทต่ี ้องการวดั

ตวั ช้วี ัด
ค 1.3 ม 3/3 ค 2.2 ม3/3
ค 2.1 ม 3/1 ค 2.1 ม 2/2

ค 3.2 ม 3/1 ค 2.2 ม3/2

รวม 6 ตวั ชี้วัด

101

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา คณติ ศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ 5 จำนวน 40 ช่ัวโมง
จำนวน 1.0 หน่วย
รหสั วชิ า ค23201 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3

ศึกษาและฝึกทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์อันไดแกการแกปญั หาการใหเ้ หตุผลการ

สื่อสารการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเช่อื มโยงความรูตา่ งๆ ทางคณติ ศาสตร์และ

เชื่อมโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตร์อืน่ ๆ และมคี วามคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในสาระตอ่ ไปนี้

กรณฑ์ท่ีสอง การบวก การลบ การคูณ และการหารจานวนจรงิ ทอี่ ยู่ในรูป a เมื่อ a ≥ 0 โดยใช้สมบัติ

√ = √ √ เม่อื a ≥ 0 และ b ≥ 0 และ √ = √ เมื่อ a ≥ 0 และ b > 0

การแยกตัวประกอบของพหนุ าม การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรีสองโดยวธิ ที ำเป็น

กำลงั สองสมบรู ณ การแยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รสี งู กวา่ สองทมี่ สี มั ประสทิ ธเิ์ ป็นจำนวนเต็ม

โดยอาศยั วิธที ำเปน็ กำลงั สองสมบรู ณหรอื ใช้ทฤษฎีเศษเหลอื

สมการกำลังสอง การแกสมการกำลงั สองตัวแปรเดียวโดยใช้สตู ร การแกโจทย์ปัญหาเก่ยี วกบั

สมการกำลงั สองตวั แปรเดยี ว
พาราโบลา สมการพาราโบลา กราฟของพาราโบลาท่ีอยใู่ นรปู y = ax2 + bx + c เมือ่ a ≠ 0

พนื้ ทีผ่ ิวและปริมาตร การหาพ้นื ท่ีของพรี ะมดิ กรวย และทรงกลม การแกปญั หาหรือ

สถานการณโดยใชค้ วามรูเกย่ี วกบั ปรมิ าตรและพืน้ ที่ผวิ

โดยจดั ประสบการณหรอื สร้างสถานการณในชวี ติ ประจำวนั ทีใ่ กล้ตวั ให้ผูเ้ รียนไดศกึ ษาคน้ ความโดย

การปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่อื พฒั นาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกปัญหา

การใหเ้ หตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคดิ ทักษะและ

กระบวนการทีไ่ ดไปใช้ในการเรยี นรูสิง่ ตา่ งๆ และใชใ้ นชีวิตประจำวันอยา่ งสร้างสรรค์ รวมทัง้ เหน็ คุณคา่

และมีเจตคติทีด่ ีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ

มวี ิจารณญาณ และมคี วามเชอื่ มั่นในตนเอง

การวดั และประเมนิ ผล ใชว้ ธิ กี ารที่หลากหลายตามสภาพความเปน็ จริงให้สอดคลองกับเน้อื หาและ

ทักษะท่ตี อ้ งการวัด

ผลการเรียนรู

1. บวก ลบ คณู และหารจำนวนจริงซึง่ เก่ยี วกับกรณฑ์ทสี่ องท่ีกำหนดให้และนำไปใช้

แกปญั หาได

2. แยกตวั ประกอบของพหนุ ามดกี รีสองโดยวธิ ที ำเป็นกำลงั สองสมบรู ณได

3. แยกตัวประกอบของพหนุ ามดีกรีสูงกว่าสองทีม่ สี ัมประสิทธิข์ องแต่ละพจนเ์ ปน็ จำนวนเต็มและ

ไดตวั ประกอบท่มี สี ัมประสิทธิ์ของแต่ละพจน์เปน็ จำนวนเตม็ โดยอาศัยวธิ ีทำเปน็ กำลังสอ’สมบรู ณหรือใชท้ ฤษฎีเศษ

เหลือได

4. แกสมการกำลังสองตวั แปรเดยี วได

5. แกโจทย์ปญั หาเกย่ี วกับสมการกำลงั สองตัวแปรเดยี วได

6. เขยี นกราฟพาราโบลาทก่ี ำหนดใหไ้ ด

7. บอกลกั ษณะของกราฟพาราโบลาท่ีกำหนดให้ได

8. หาพืน้ ทผ่ี ิวของพีระมดิ กรวยและทรงกลมได

9. แกปญั หาหรอื สถานการณท่ีกำหนดให้โดยใช้ความรูเกย่ี วกับพน้ื ทผ่ี วิ และปรมิ าตรได

102

รายวิชา คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 6 คำอธบิ ายรายวชิ า จำนวน 40 ช่ัวโมง
รหัสวิชา ค23202 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 จำนวน 1.0 หนว่ ย

ศึกษาและฝกึ ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์อันไดแกการแกปัญหาการให้เหตุผล
การส่ือสารการสื่อความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเชอื่ มโยงความรูตางๆ ทางคณิตศาสตร์

และเชอื่ มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อ่นื ๆ และมีความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรคใ์ นสาระต่อไปนี้
การให้เหตผุ ลเก่ยี วกับรูปสามเหลย่ี มและรูปส่ีเหล่ียม สมบัติเกี่ยวกบั วงกลม การให้เหตผุ ลเก่ียวกบั

การสร้างรปู เรขาคณิต

ระบบสมการ การแกระบบสมการสองตัวแปรทสี่ มการมีดีกรไี มเกนิ สอง การแกโจทย์ปัญหา
เกี่ยวกบั ระบบสมการสองตวั แปรท่ีสมการมีดกี รไี มเกนิ สอง

วงกลม วงกลม มมุ ทจ่ี ุดศนู ยก์ ลางและมุมในสว่ นโค้งของวงกลม คอรด เสน้ สัมผสั วงกลม
เศษส่วนของพหุนาม การบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วนของพหุนาม การแก
สมการเศษสว่ นของพหนุ าม การแกปญั หาเก่ยี วกับเศษสวนของพหนุ าม

โดยจัดประสบการณหรอื สร้างสถานการณในชีวิตประจำวันทีใ่ กล้ตัวให้ผู้เรยี นไดศกึ ษาคน้ คว้าโดย
การปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปัญหา

การใหเ้ หตุผล การสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคิด ทักษะและ
กระบวนการทีไ่ ดไปใช้ในการเรียนรูสง่ิ ต่างๆ และใช้ในชีวิตประจำวนั นอยา่ งสร้างสรรค์
รวมท้ังเห็นคณุ ค่าและมเี จตคตทิ ี่ดตี อ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ

มคี วามรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมคี วามเชอื่ มั่นในตนเอง การวดั และประเมนิ ผล
ใชว้ ธิ ีการทห่ี ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคลองกับเนื้อหาและ ทกั ษะท่ีต้องการวดั

ผลการเรยี นร้ทู ่คี าดหวัง
1. ใช้สมบัติเกี่ยวกับรปู สามเหล่ยี มและรปู ส่เี หลย่ี มในการให้เหตุผลได

2. สรา้ งและให้เหตผุ ลเกี่ยวกับการสรา้ งท่ีกำหนดให้ได
3. แกระบบสมการสองตัวแปรที่สมการมดี กี รีไมเกินสองท่กี ำหนดให้ได

4. แกโจทย์ปญั หาเกยี่ วกบั ระบบสมการสองตวั แปรท่ีสมการมดี กี รไี มเกนิ สองทกี่ ำหนดให้ได
5. ใช้สมบัติเก่ียวกบั วงกลมในการให้เหตผุ ลและแกปัญหาท่ีกำหนดให้ได
6. บวก ลบ คูณและหารเศษส่วนของพหนุ ามท่กี ำหนดให้ได

7. แกสมการเศษส่วนของพหนุ ามได
8. แกโจทย์ปัญหาเกย่ี วกับเศษสวนของพหุนามได

9. ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบท่ีได

103

คำอธบิ ายรายวชิ า จำนวน 40 ช่ัวโมรหสั วชิ า ค
จำนวน 1.0 หน่วย
รายวชิ า คณติ ศาสตรเ์ พิม่ พนู 5
23203 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3

ศึกษาและฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อนั ไดแกการแกปญั หาการให้เหตุผลการ
สอ่ื สารการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอการเชอื่ มโยงความรูต่างๆ ทางคณติ ศาสตรแ์ ละ

เชอ่ื มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ่ืนๆ และมคี วามคดิ รเิ รม่ิ สร้างสรรค์ในสาระต่อไปนี้
หลกั เกณฑก์ ารนับเบอ้ื งตน้ หลกั การบวกและการคณู การเรยี งสบั เปลีย่ นเชงิ เส้น

การเรียงสับเปล่ยี นเชงิ วงกลมกรณที ี่สง่ิ ของแตกต่างกนั ทง้ั หมดและการจัดหมู่กรณีทีส่ งิ่ ของแตกต่างกันท้งั หมด

ความน่าจะเปน็ การทดลองสุม่ และเหตกุ ารณ์ ความน่าจะเปน็ ของเหตกุ ารณ์
เรขาคณิตวิเคราะห์ จุดและเส้นตรง วงกลม พาราโบลา วงรี ไฮเพอร์โบลา

โดยจัดประสบการณหรือสร้างสถานการณในชีวิตประจำวันทีใ่ กล้ตัวให้ผู้เรยี นไดศกึ ษาค้นคว้าโดย
การปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพอื่ พัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ แกปัญหา
การใหเ้ หตุผล การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคิด

ทักษะและกระบวนการที่ไดไปใชใ้ นการเรยี นรูสง่ิ ตา่ งๆ และใช้ในชวี ิตประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์ รวมทง้ั
เหน็ คุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มี

ความรบั ผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมคี วามเชอ่ื ม่ันในตนเอง
การวดั และประเมินผล ใชว้ ิธีการทีห่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคลองกบั เนื้อหาและ

ทกั ษะที่ตอ้ งการวดั

ผลการเรยี นรู้

1. นำกฎเกณฑเ์ บ้ืองต้นเกี่ยวกบั การนบั ไปใช้คำนวณได้
2. หาจำนวนวธิ ีเรยี งสับเปล่ียนทแ่ี ตกต่างกันทง้ั หมดได้
3. หาการจัดหมู่กรณีท่สี ่งิ ของแตกต่างกันทั้งหมด ได้

4. หาความนา่ จะเป็นและนำความร้เู กย่ี วกับความนา่ จะเป็นไปใช้
5. หาระยะทางระหว่างจดุ สองจุด จุดกงึ่ กลาง ระยะห่างระหวา่ งเส้นตรงกบั จดุ ได้

6. หาความชันของเส้นตรง สมการเสน้ ตรง เส้นขนาน เส้นตง้ั ฉากและนำไปใช้ได้
7.เขยี นความสัมพันธ์ทมี่ กี ราฟเป็นภาคตัดกรวยเมอื่ กำหนดสว่ นต่าง ๆ
ของภาคตัดกรวยใหแ้ ละเขียนกราฟของความสัมพันธน์ ัน้ ได้

104

รายวิชา คณติ ศาสตรเ์ พิม่ พูน 6 คำอธิบายรายวิชา จำนวน 40 ช่ัวโมง
รหัสวิชา ค 23204 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 1.0 หนว่ ย

ศึกษาและฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์อันไดแกการแกปญั หาการให้เหตุผลการ
สอ่ื สารการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละการนำเสนอการเช่อื มโยงความรูต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และ

เชอ่ื มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อืน่ ๆ และมีความคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรคใ์ นสาระต่อไปน้ี
สถติ ิ ขอ้ มูล ตำแหนง่ ท่ีของขอ้ มลู ค่ากลาง (ฐานนยิ ม มัธยฐาน ค่าเฉลยี่ เลขคณิต) และการกระจาย

(พสิ ัย สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน )

ลำดับและอนกุ รม ลำดบั เลขคณิตและลำดับเรขาคณติ อนุกรมเลขคณิตและอนุกรมเรขาคณิต
ฟงั กช์ ันเอกซ์โพเนนเชยี ลและฟังกช์ นั ลอการิทึม ฟังก์ชันเอกซโ์ พเนนเชยี ล ฟังก์ชันลอการทิ มึ

กราฟของฟังก์ชนั เอกซโ์ พเนนเชยี ล ฟังก์ชนั ลอการิทึมและการคำนวณค่าโดยประมาณ โดยใช้ลอการทิ มึ
โดยจัดประสบการณหรอื สรา้ งสถานการณในชวี ิตประจำวนั ทใ่ี กล้ตัวให้ผู้เรยี นไดศึกษาคน้ คว้าโดย

การปฏบิ ตั ิจรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ แกปัญหา

การใหเ้ หตุผล การสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด้านความรู ความคดิ
ทักษะและกระบวนการทไ่ี ดไปใชใ้ นการเรยี นรูสิ่งตา่ งๆ และใชใ้ นชวี ิตประจำวันอยา่ งสร้างสรรค์ รวมทัง้

เห็นคณุ ค่าและมีเจตคติทด่ี ีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มี
ความรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมคี วามเชอ่ื ม่ันในตนเอง

การวดั และประเมินผล ใช้วิธีการท่หี ลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคลองกบั เนื้อหาและ

ทักษะทีต่ ้องการวดั

ผลการเรยี นรู้
1. หาคา่ กลางของข้อมูลท่ไี ม่ไดแ้ จกแจงความถ่แี ละแจกแจงความถ่ีได้
2. หาควอร์ไทล์ เดไซล์ เปอรเ์ ซนไทล์ ของข้อมูลท่ไี มไ่ ด้แจกแจงความถ่ีและข้อมูลท่ี

แจกแจงความถไ่ี ด้
3. หาพิสัยและสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐานได้

4. เขยี นลำดับและพจน์ท่วั ไปของลำดับได้
5. เขยี นลำดับเลขคณิตลำดับเรขาคณิตได้
6.หาอนุกรมเลขคณิตและอนกุ รมเรขาคณิตได้

7. แกส้ มการท่ีตัวแปรอยใู่ นรปู เลขยกกำลัง
8. เปลีย่ นสมการเลขยกกำลังเป็นสมการลอการิทึมได้

9เขียนกราฟของฟังก์ชันเอกซโ์ พเนนเชยี ลและฟงั ก์ชนั ลอการิทึมได้


Click to View FlipBook Version