๕๒
# การทํางาน #
ตูควบคมุ อิเล็กทรอนคิ จะไดรับสัญญาณตัง้ คา ความเร็ว(Speed Setting Signal) จากความ
ตานทานเปล่ียนคาไดข องหนวยตง้ั คา ความเรง็ เครือ่ งและคาความเรว็ เคร่ืองจริง(Actual Speed Value)
เขามาเปรียบเทียบหาคาความแตกตางของคาท้ังสอง ผลของการเปรียบเทียบจะสง เปน สัญญาณออก
โดยมีการขยายสัญญาณใหตัวกระตุนการทํางาน สงอาการใหคันแร็คน้ํามันเช้ือเพลิงของสูบฉีดนํ้ามนั
เช้ือเพลิง มีการปรบั แตง การฉดี น้าํ มันเช้ือเพลิง ใหเ หมาะสมกับความเรว็ และภาระของเคร่ือง
การจํากัดระยะเลื่อนคันแร็คน้ํามันเช้ือเพลิง เพื่อใหมีการเผาไหมดีที่สุด โดยความตานทาน
เปลี่ยนคา ได(10,11) มี 2 ข้ัน(Stage) คือ ขั้นท่ี 1 ชว งเรม่ิ เดินเครือ่ ง(Start-up) จะเริม่ มีการทํางานไดเมอ่ื
เปด กระแสไฟเขา ระบบ(Switch On) ขั้นท่ี 2 ชว งเพิ่มความเร็วเคร่อื ง(Run-up) จะเริม่ มกี ารทาํ งานไดเ มื่อ
ความเร็งเครอื่ งสูงประมาณ 300 รอบ/นาที โดยรีเลยค วามเรว็ เครื่อง(Speed-Sensitive Relay) การ
จํากัดระยะเลื่อนคันแร็คนํ้ามันเช้ือเพลิงน้ี สามารถยกเลิกไดโดยการสงสัญญาณของสวิทชตางๆ คือ
กําลังดันอากาศดเี ขา เครือ่ งหรือความเรง็ เครอื่ งสงู ถึง 80 % ของความเร็วใชการ เมือ่ การจํากดั ระยะเลอื่ น
คนั แร็คมีการทาํ งาน กระแสไฟลบ(-) จะผา นจดุ ตอ ปลายสาย(Terminal) C และความตานทานเปลีย่ น
คาได(ตัวท่ีทํางานอยูในชวงน้ัน)ใหตูควบคุมอิเล็กทรอนิค เพ่ือใหมีการจํากัดการฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิงใน
ชวงเร่ิมเดนิ เคร่อื ง(Start-up)และชวงเพิม่ ความเรว็ เครื่อง(Run-up)
การตัง้ คา ความเรว็ เคร่อื ง คือ การเพิม่ -ลดความเร็วเปน ดังนี้ คอื เมื่อกดปุม Increase กระแสไฟ
จะผานจดุ ตอ ปลายสาย 4 , สวิทชจาํ กดั S1 , ตัวแบง กระแส(Voltage Divider) R3 และมอเตอร แลว
กลับทางจุดตอปลายสาย 5 ทาํ ใหม อเตอรห มุนใหคานเลอ่ื น(Slider) S ของความตานทานเปลยี่ นคาได
R1 เล่อื นไปทาง E แตถากดปมุ Decrease กระแสไฟจะผานจดุ ตอ ปลายสาย 5 ,สวิทชจาํ กัด S2 , ตวั
แบง กระแส S 3 และมอเตอร แลวกลับทางจดุ ตอ ปลายสาย 4 ทําใหมอเตอรหมุนใหค านเล่อื น S เล่ือนไป
ทาง A (รายละเอียดตา งๆ ใหด ใู นคูมอื MTU Elektronik)
# การซอ มบํารุงรักษา #
รายละเอยี ดดูบทที่ 9 ขอ 11
7. อุปกรณต ัดการทาํ งานของสบู (Cylinder Cutout) (รูป 2-19.1 ถึง 2-19.3)
เปนอุปกรณเพ่ิมเตมิ มใี ชใ นเครือ่ งจักรใหญบ างเครือ่ งเทานน้ั
ทําหนาที่ ตดั การทาํ งานของสูบ(Cut-out) 1 แถวสูบ(Bank) เมื่อเดินเครอื่ งตวั เปลา (Idle Speed)
หรือ เมอื่ เครอ่ื งรบั ภาระนอย(Low-load) โดยการตัดนํา้ มนั เชือ้ เพลงิ และ จะตอ การทาํ งานของสบู (Cut-
in) หรือสงนํ้ามันเชือ้ เพลงิ เขา สบู เมือ่ เขา คลัทช
ขอดี ทําใหส ูบท่ีจุดระเบดิ มีการเผาไหมท ี่ดี
ลดควันขาวทีเ่ กิดจากน้าํ มนั เชื้อเพลงิ ไมเผาไหม
ทําใหน ํา้ มันเช้อื เพลิงท่ไี มเ ผาไหมจะไปปนนา้ํ มันหลอ ลดลง
กองฝกการชา งกล กฝร.
๕๓
# ลักษณะ #
สวนประกอบตางๆของอุปกรณตัดการทํางานของสูบ จะประกอบอยูท่ีสูบฉีดน้ํามันเชื้อเพลิง
(Fuel Injection Pump) ซ่ึงประกอบดว ย 2 สวนใหญๆ คือ กลไกตัดการทาํ งานของสูบ(Cylinder Cutout
Mechanism)และลิ้นแมเหล็กไฟฟา 3/2 ทาง(3/2-Way Solenoid Valve)
ลิ้นแมเ หลก็ ไฟฟา 3/2 ทาง(3/2-Way Solenoid Valve) ประกอบดวยขดลวดแมเหลก็ ไฟฟา
(Solenoid) ท่ีทํางานดว ยกระแสไฟตรง 24 V.และอารเมเจอร( Armature) ซึ่งถา ไมมกี ระแสไฟฟาเขา
เล้ียงขดลวดแมเหล็กไฟฟา(De-energized) อารเมเจอรจะสงอาการใหล้ินปดชองทางน้ํามันหลอและ
เมื่อมีกระแสไฟเขาเลี้ยงขดลวดแมเหล็กไฟฟา(Energized) จะทําใหอารเมเจอรจะสง อาการใหล้ินเปด
ชองทางนํา้ มันหลอ
กองฝก การชางกล กฝร.
๕๔
กลไกตดั การทาํ งานของสูบ(Cylinder Cutout Mechanism) ประกอบอยูภายในสูบฉีดน้ํามนั
เช้ือเพลิง ทํางานดวยกําลงั ดนั น้ํามนั หลอ(จากระบบน้าํ มนั หลอ ลื่นเครือ่ งยนต) ประกอบดว ย
= เรือนกลไกตัดการทาํ งาน(Cutout Housing) เปนท่ีประกอบอุปกรณกลไกตางๆและเปน ชอ ง
ทางกาํ ลงั ดันนา้ํ มันหลอเขา -ออก
= ปลอกสูบชน้ั นอก(Outer Cylinder) เปนสวนทส่ี ง อาการเลอ่ื นตวั ใหก บั คนั แรค็ น้าํ มันเชือ้ เพลิง
ชัน้ นอก(Control Rack Outer Section) ซึ่งจะสง ตออาการหมุนใหล ูกสูบเลอ่ื น(Plunger)ของสบู ฉดี น้ํา
มันเช้ือเพลงิ ของแถวสูบที่จะมกี ารตัด-ตอ การทาํ งาน(Cut-out/Cut-in) สวนลกู สูบเลือ่ น(Plunger)ของสบู
ฉีดน้ํามันเช้ือเพลงิ ของแถวสบู ท่จี ะทาํ งานจดุ ระเบดิ ตลอดเวลาท่เี ดนิ เครอ่ื ง จะรบั อาการหมุนจากคนั แร็ค
นํ้ามันเชื้อเพลิงช้ันใน(Control Rack Inner Section) ซ่ึงรับการทํางานจากเคร่ืองควบคุมความเร็ว
(Speed Governor)โดยตรง
= ลกู สบู (Piston),สปรงิ ล็อคคนั แรค็ น้าํ มนั เชอื้ เพลงิ (Control Rack Lock-up Spring)และปลอก
สบู ช้ันใน(Inner Cylinder) จะเปนสวนทจี่ ะตัด-ตอการสง ตออาการ ระหวา งคันแร็คนํา้ มันเช้ือเพลิงช้ัน
นอกกบั คนั แร็คน้าํ มันเชือ้ เพลิงชน้ั ใน
# การทํางาน #
เมื่อล้ินแมเหล็กไฟฟา ไมมีกระแสไฟเขาเลย้ี ง(De-energized) ล้ินจะปดชอ งทางนาํ้ มนั หลอ จาก
ทอสงน้ํามันหลอ (Oil Feed) ที่จะเขาทํางานในกลไกตดั การทาํ งานของสบู และเปด ระบายกําลงั ดันภาย
ในกลไกการตัดทํางานของสูบออกภายนอก ทางทอนา้ํ มันหลอ กลบั (Oil Return) ทําใหคันแรค็ นํา้ มันเช้อื
เพลิงช้ันในซึ่งรับอาการทํางานจากเคร่ืองควบคุมความเรว็ สงตออาการผา นสปรงิ ล็อคคนั แรค็ น้าํ มันเชื้อ
เพลิงใหคันแร็คนํ้ามันเชอ้ื เพลิงชั้นนอกเลื่อนไปดวย ทําใหลูกสบู เล่อื น(Plunger)ของท้ังสองแถวสบู หมุน
ตัว ใหมีการสง นา้ํ มันเชอ้ื เพลิงเขาสูบทกุ สบู เหมือนกัน น่ันคือ ทกุ สบู มีการจุดระเบิดหรือตอการทํางาน
ของสบู (Cut-in) ตามปกติ
เม่ือล้ินแมเหล็กไฟฟามีกระแสไฟเขาเลี้ยง(Energized) ล้ินจะเปดน้ํามันหลอจากทอสงน้ํามัน
หลอ เขาทํางานในปลอกสูบช้ันในและชั้นนอกของกลไกตัดการทํางานของลูกสูบ และปดชองทางนา้ํ มนั
หลอกลบั ทาํ ใหค นั แร็คน้ํามันเชื้อเพลิงช้นั นอกเลือ่ นตวั สง อาการหมนุ ลกู สูบเลือ่ น(Plunger)ใน 1 แถว
สูบ ไปท่ีตาํ แหนงไมสงน้ํามนั เชอ้ื เพลงิ หรอื หยดุ เครื่อง(Stop) นั่นคอื การตัดของสูบ(Cut-out) 1 แถวสูบ
(Bank) ในขณะที่คันแร็ดนํ้ามันเชื้อเพลิงชั้นในซึ่งรับอาการจากเครอ่ื งควบคมุ เรว็ โดยตรง จะสงอาการ
หมุนลูกสูบเลอื่ น(Plunger)อีก 1 แถวสูบ ใหม ีการสง นา้ํ มนั เช้ือเพลิงตามปกติ นน่ั คือ มีการจุดระเบิดตาม
ปกติ(Cut-in) 1 แถวสูบ
# การซอ มบาํ รุงรักษา #
ไมมี
กองฝก การชางกล กฝร.
๕๕
กองฝก การชา งกล กฝร.
๕๖
บทท่ี 3
ระบบนา้ํ มนั เชอื้ เพลงิ
(Fuel System)
ระบบน้ํามันเช้อื เพลงิ ทาํ หนา ทีส่ งนา้ํ มันเชอื้ เพลิงเขาไปผสมกับอากาศดีภายในกระบอกสบู ของ
เคร่ืองยนต ซง่ึ ในเครื่องแตล ะแบบ(TC/TB/TE)จะมีหลักการทํางานเหมอื นกัน แตจะแตกตา งกันในราย
ละเอียดของสวนประกอบเทา น้ัน(ดูในคูมือประจําเคร่ือง)
1.สวนประกอบทส่ี ําคญั ของระบบ (รูป 3-1.1 / 3-1.2)
หมอกรองหยาบนํ้ามันเช้ือเพลิง(Fuel Prefilter) (รายละเอยี ด ขอ 3.1)
สบู สง นา้ํ มนั เชอื้ เพลิง(Fuel Delivery Pump) (รายละเอยี ด ขอ 3.2)
สูบโยกมือนาํ้ มันเชอื้ เพลิง(Fuel Hand Pump) (รายละเอยี ด ขอ 3.3)
หมอ กรองละเอยี ดนํ้ามนั เช้ือเพลงิ (Fuel Duplex Filter) (รายละเอยี ด ขอ 3.4)
หมอ รบั นาํ้ มนั เช้ือเพลงิ รวั่ ไหล(Leak-off Fuel Tank) (รายละเอียดขอ 3.5)
อุปกรณฉ ีดนา้ํ มนั เชือ้ เพลงิ (Fuel Injection Equipment) (รายละเอียดบทที่ 2 ขอ 6)
2.การทํางานของระบบ (รูป 3-1.1)
เม่ือเดินเครื่อง สบู สง น้าํ มันเชอื้ เพลงิ (Fuel Delivery Pump)ซ่ึงเปนแบบเฟอ ง(Gear Pump) ได
รับการขับหมุนโดยเพลาลูกเบ้ยี วดา นซา ย จะดดู น้าํ มนั เชือ้ เพลิงผา นหมอกรองหยาบ(Fuel Prefilter)เขา
มากรองส่ิงสกปรกทป่ี นมากบั น้าํ มันเชื้อเพลิง แลว สงออกไปผา นหมอ กรองละเอียดน้ํามนั เชือ้ เพลงิ (Fuel
Duplex filter)ซึ่งจะกรองสิง่ สกปรกอกี ครั้งหน่งึ น้าํ มนั เชื้อเพลงิ ที่ผา นการกรองแลวน้ี จะถกู สง เขา สูบฉดี
นาํ้ มันเชอื้ เพลิง(Fuel Injection Pump) ซึ่งจะสบู สง น้าํ มันเชื้อเพลงิ กําลงั ดนั สงู (ประมาณ 240 บาร) ผา น
ทอ นํ้ามันเช้ือเพลิงกาํ ลงั ดนั สงู (High Pressure)ไปเขาหวั ฉีดนํ้ามนั เชอ้ื เพลิง(Fuel Injector) ซึ่งจะเปดฉีด
นํ้ามันเช้ือเพลิงใหเ ปน ฝอยเขาผสมกบั อากาศดภี ายในกระบอกสบู ทําใหเกิดการเผาไหมต อไป
น้ํามันเช้ือเพลิงท่ีเหลือจากการสงของสูบฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิง จะถกู สง ออกภายนอกระบบ(กลบั
ถังใชก าร) ทางทอ นํ้ามนั เช้ือเพลิงกลบั ถงั (Fuel Return Line)ผานลิ้นนํา้ มนั ลน(Overflow Valve) ซึ่งตั้ง
คากําลังดันเปด ไวท ี่ 2.0 บาร เพอื่ รกั ษากําลงั ดันนํ้ามนั เช้ือเพลงิ ไวภ ายในสบู ฉดี นาํ้ มันเชือ้ เพลิงและชวย
ไลอากาศออกจากสบู ฉดี นา้ํ มนั เช้อื เพลิง
น้าํ มันเช้ือเพลิงร่วั ไหล(Leak-off Fuel)ภายในหัวฉีดนํ้ามนั เชื้อเพลงิ (เปนลกั ษณะปกตขิ องหวั ฉีด
นํ้ามันเชื้อเพลิง) จะถูกสง ออกภายนอกผา นทอนา้ํ มันเช้ือเพลิงร่ัวไหล(Leak-off fuel Line)และล้นิ กัน
กลับ(Non-Return Valve) ไปรวมกับนาํ้ มันเชอ้ื เพลิงจากทอนาํ้ มันเชอื้ เพลิงกลับถงั ท่ีชอ งจาํ กดั การไหล
(Flow Restrictor) สงออกจากระบบไป
กําลังดันนํ้ามันเชื้อเพลิงจากสูบสง นา้ํ มนั เชอื้ เพลิง จะถูกรักษากาํ ลังดนั ไวไมใ หเ กิน 6.5 บาร
ดวยล้นิ ผอนกาํ ลงั ดัน(Pressure Relief Valve)ของสูบสงนํา้ มันเชอื้ เพลงิ
กองฝก การชางกล กฝร.
๕๗
ท่ีหมอกรองละเอียดนํ้ามันเช้ือเพลิง จะมีการไลอากาศ(Vent)ออกจากระบบตลอดเวลาดวย
กําลังดนั ภายในระบบเอง ผา นลน้ิ กันกลบั (Non-Return Valve) ซึ่งตั้งคากําลังดนั เปดไวที 0.5 บารและ
ชอ งจาํ กดั การไหล(flow Restrictor) ออกไปรวมกบั นํา้ มนั เชอ้ื เพลงิ ท่ที อนํ้ามนั เชื้อเพลิงกลบั ถงั เพอ่ื สง
ออกภายนอกไป ล้ินกันกลับในสว นน้ีจะทําใหเ ราสามารถเปลย่ี นไสหมอ กรองละเอยี ดทลี ะใบไดใ นขณะ
ที่เครื่องเดินอยู และชอ งจํากดั การไหลชว ยจะลดการสูญเสยี กาํ ลงั ดันภายในระบบไปกับการไลอ ากาศให
นอ ยท่ีสุด
กองฝกการชา งกล กฝร.
๕๘
จาก รปู 3-1.2 ในบางเครือ่ ง ทอนํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ กาํ ลงั ดนั สงู (High Pressure Line) จะมที อ หุม
อยูอีกช้ันหน่ึงหรือเปนทอ 2 ช้นั ระหวางสูบฉีดน้ํามันเชื้อเพลงิ ถึงเรอื นกลไกควบคุมล้ิน(Valve Gear
Housing) นํ้ามันเชื้อเพลิงกําลังดันสูงท่ีสงเขาหัวฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิงจะถูกสงผานทอชน้ั ใน สวนทอ ชั้น
นอก(ชองวางระหวางทอชั้นนอกกบั ทอ ชน้ั ใน) จะใชร องรับน้ํามนั เช้ือเพลิงซ่งึ อาจจะรั่วไหลจากทอ ชั้นใน
(ปกติจะตองไมม)ี ถา มี นา้ํ มนั เชอ้ื เพลงิ รว่ั ไหลสว นน้ี จะไหลผานทอ ชัน้ นอกและชอ งทางทีส่ ว นกลางของ
เรือนกลไกควบคมุ ล้ิน ออกจากเคร่ือง ทางทอนา้ํ มันเชอื้ เพลงิ ร่ัวไหลดานขางเคร่ือง ไปเขาหมอ รบั น้าํ มนั
เชือ้ เพลงิ รว่ั ไหล(Leak-off Fuel Tank) เพ่ือทาํ ใหเ กิดสัญญาณเตือน(Alarm)ตอไป
ในขณะท่ีไมไดเ ดินเครอื่ ง สามารถไลอากาศออกจากระบบไดโ ดยใชสบู โยกมอื นาํ้ มันเชอ้ื เพลงิ
กองฝก การชางกล กฝร.
๕๙
3.การซอ มบาํ รงุ รักษาระบบ
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 40-42
4.รายละเอียดของระบบ
4.1 หมอ กรองหยาบนํ้ามันเช้ือเพลิง(Fuel Prefilter) (รูป 3-2)
ประกอบอยูที่ ทางเขาสบู สงนาํ้ มนั เชอื้ เพลิง(Fuel Delivery Pump)
ทําหนา ท่ี กรองนา้ํ มันเช้อื เพลิงกอนเขา สบู สง นา้ํ มนั เช้ือเพลิง(กอนเขาระบบ)
ในแตละเคร่ืองจะมีลักษณะและขนาดแตกตางกัน ในทีน่ ีจ้ ะกลาวถงึ แบบตะแกรงโลหะ(Edge-
Type Filter)
ความถใ่ี นการกรอง 0.1 มม.
# ลักษณะการทาํ งาน #
ภายนอก จะเปน ถว ยหมอ กรอง(Filter Bowl) ประกอบอยูดานลาง ยดึ ติดกบั หัวหมอกรอง(Filter
Head)ดวยสลักและนตั ยดึ (Securing Nut) ที่หัวหมอกรองประกอบดว ยชองทางน้ํามันเชอื้ เพลิงเขา -ออก
2 ชอ งทาง
ภายในถว ยหมอกรอง ประกอบดว ยแปรงกวาด(Cleaning Rake)ยึดอยูกับหวั หมอกรองและไส
หมอกรองแบบตะแกรงโลหะซึ่งสามารถหมุนไดดวยมือหมุน(Handle) เพื่อใหแปรงกวาดกรีดทําความ
สะอาดผวิ ภายนอกไสห มอกรอง
นํ้ามันเชื้อเพลิงจะถูกดูดเขามาผานชองทางเขาที่หัวหมอกรอง เขาไปภายในถวยหมอกรอง
รอบๆภายนอกไสหมอกรอง น้ํามันเชื้อเพลิงท่ีสะอาดจะผานไสหมอกรองเขาภายในและออกทางชอง-
กองฝก การชางกล กฝร.
๖๐
ทางออกท่ีหัวหมอกรองสงเขาสูบสงนํ้ามันเชื้อเพลิงไป ส่ิงสกปรกท่ีปนมากับนํา้ มันเชื้อเพลงิ จะเกาะตดิ
อยูภายนอกไสหมอกรอง
# การซอ มบํารุงรกั ษา #
รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 44-46
4.2 สูบสง น้ํามันเชือ้ เพลิง(Fuel Delivery Pump) (รูป 3-3)
ประกอบอยทู ี่ดาน KGS. ของเครื่อง
ทําหนาท่ี สบู สงน้ํามันเชอื้ เพลงิ กําลงั ดันต่าํ เขา สูระบบ
# ลักษณะการทํางาน #
เปนสบู แบบเฟอง(Gear Pump) ไดรับการขบั หมุนโดยเพลาลกู เบ้ยี วดา นซา ยของเครอ่ื ง
เรอื นของสบู (Housing) ประกอบดว ย 3 สวน คอื หนาแปลน(Flange),แผนรบั เฟอ ง(Gear
Carrier Plate)และฝาปด(Cover) ประกอบเขาดวยกนั ดวยสลักยึดโดยไมมีแผน กนั ร่วั (Gasket)
กองฝก การชางกล กฝร.
๖๑
ภายในประกอบดวยเฟอง(Gear)และเพลา(Shaft)ของสูบจํานวน 2 ชดุ เปนเพลาขับ(Drive
Shaft) 1 เพลาและเพลาตาม(Pump Gear Shaft) 1 เพลา เพลาทั้งสองรองรบั ดวยแบร่ิงปลอก
(Bushing) ไดรับการหลอลื่นดวยนาํ้ มันเชือ้ เพลิงภายในสบู
ท่ีฝาปด (Cover) ภายในประกอบดวยลิ้นผอนกําลงั ดนั (Pressure Relief Valve) ตั้งคากาํ ลังดนั
เปด (Opening Pressure)ท่ี 6.5 บาร ทาํ หนาท่ี เปด กําลังดันในทางสงใหไหลกลบั ทางดูด ถากําลังดันใน
ทางสง สูงกวาเกณฑคากาํ ลังดันเปด
เม่ือเดินเครื่อง เฟองของสูบจะหมุน เกิดแรงดูดขึ้นภายในสูบและดูดน้าํ มันเช้ือเพลิงเขามาใน
ชองวางระหวางฟนเฟองกับแผนรับเฟอง แลวจะถูกสงออกจากสูบทางชองทางสง เขาสูระบบไป
ถากําลังดันน้าํ มันเชอ้ื เพลิงในชอ งทางสง สงู กวา คา กาํ ลงั ดันเปดของล้ินผอนกําลังดันๆ จะเปด
ใหกาํ ลงั ดันในทางสง ไหลกลับชองทางดดู
# การซอมบํารุงรกั ษา #
ไมม ี
4.3 สูบโยกมอื นํา้ มันเชอื้ เพลงิ (Fuel Priming Pump) (รูป 3-4)
ประกอบอยูกบั สบู สงนา้ํ มันเช้ือเพลิง
ทําหนาท่ี ไลอากาศออกจากระบบนํ้ามันเชือ้ เพลงิ (Priming) เมื่อไมไดเ ดนิ เคร่ือง
แตละเคร่ืองจะมลี ักษณะแตกตางกนั บา ง แตการทํางานจะเหมือนกัน
# ลักษณะการทํางาน #
เปนแบบลูกสบู เลื่อน(Plunger Type)
ภายในเรือนของสูบ(Housing) ประกอบดวยชุดลูกสูบเลื่อน(Plunger)และกานลูกสูบเล่ือน
(Plunger Rod)สงตออาการถึงมือจับ(Handle)ภายนอก โดยที่มือจับและปลอก(Sleeve)จะมีเกลียว
สําหรับกวดใหย ดึ ติดกนั ปลายอีกดา นหนงึ่ ของเรือนของสูบ ที่ชองทางดูดและชองทางสงประกอบดวยลิ้น
กันกลับ 2 ลนิ้ คือ ล้นิ ดูด(Intake Valve)และลนิ้ สง(Delivery Valve)
กองฝก การชางกล กฝร.
๖๒
เม่ือดึงมือจับเลื่อนออก จะเปนจังหวะดดู เกดิ แรงดดู ข้นึ ภายในสูบทําใหลนิ้ สงปด ในขณะเดยี ว
กันลิ้นดูดจะเปด ใหน า้ํ มันเชื้อเพลิงเขา มาภายในสบู
เมื่อกดมือจับเลื่อนเขา จะเปนจงั หวะสง ทําใหล ิ้นดูดปด ในขณะเดียวกันลนิ้ สง จะเปด ใหน ํา้ มนั
เชื้อเพลงิ ภายในสูบ สงผานออกไปเขาระบบตอไป
# การซอมบํารุงรกั ษา #
ไมม ี
4.4 หมอกรองละเอียดนํ้ามันเชือ้ เพลิง (Fuel Duplex Filter) (รูป 3-5.1 ถึง 3-5.3)
ประกอบอยรู ะหวางสูบสง นํา้ มันเช้อื เพลงิ กบั สบู ฉีดนํา้ มนั เชอ้ื เพลิง
ทําหนาที่ กรองนาํ้ มันเชอื้ เพลงิ กอ นเขา สูบฉดี นํา้ มนั เชื้อเพลงิ
เปนแบบหมอ กรองคู(Duplex or Dual Filter) ใน 1 เครอื่ ง จะใชหมอกรอง 1 ชุด (2 ใบ)
ลักษณะสวนประกอบจะตา งกนั เปน 2 ลกั ษณะใหญๆ คอื
4.4.1 ลักษณะแรก (รูป 3-5.2)
เครอื่ งแบบ TC/TB
# ลักษณะการทาํ งาน #
สวนทีต่ างกัน ในเครือ่ งทั้งสองแบบ คือ อางน้าํ มันลน(Spill Collector)
สวนอ่ืนๆ จะมลี กั ษณะสว นใหญเ หมือนกนั ดงั นี้
ภายในเรือนหมอกรอง(Filter Bowl)แตละใบประกอบดวยไสหมอกรองละเอียด(Micronic
Element) 1 ใบ
สวนลางของเรือนหมอกรอง ประกอบดว ยปลัก๊ ระบาย(Drain Plug)สําหรับเปด ระบายตะกอน
ภายในหมอกรองออกทง้ิ ภายนอก และชองทางนา้ํ มันเชอื้ เพลงิ เขา -ออกหมอกรอง ซึ่งปด-เปด ไดดวยลน้ิ
เปล่ียนทาง(Diverter Valve)ที่บิดได 4 ตําแหนง ทาํ ใหสามารถเปด ใชห มอ กรองไดท ลี ะใบ เพอื่ เปลยี่ นไส
หมอกรองได ในขณะเครอ่ื งเดินอย(ู ปกติจะเปดใชพ รอ มกนั ทงั้ สองใบ)
ดานบน ปดไวดวยฝาปดหมอกรอง(Filter Cover) ซ่ึงประกอบดว ยปล๊กั ระบายอากาศ(Vent
Plug) จํานวน 2 ตัว สาํ หรับเปดไลอากาศเม่อื ตองการและชองทางระบายอากาศ(Vent Line) ซ่ึงจะไล
อากาศออกจากระบบตลอดเวลา ดวยกําลังดนั ภายในระบบเอง ในขณะเคร่อื งเดินอยู
นํ้ามันเชอ้ื เพลิง(จากสบู สงนํา้ มนั เช้ือเพลิง) จะถูกสง เขา มาที่ชอ งทางเขา ทล่ี ิ้นเปล่ียนทาง เขาไป
ภายในหมอกรองรอบๆภายนอกไสหมอกรอง น้ํามันท่ีสะอาดจะผานไสหมอกรองเขาภายในและไหล
ออกจากหมอกรองผานล้ินเปล่ียนทางเขาสูระบบตอไป สิ่งสกปรกตางๆจะเกาะติดอยูภายนอกไสห มอ
กรอง
กองฝก การชา งกล กฝร.
๖๓
กองฝก การชา งกล กฝร.
๖๔
กองฝก การชา งกล กฝร.
๖๕
4.4.2 ลักษณะทีส่ อง(รูป 3-5.3)
เครื่องแบบ TE
# ลักษณะการทํางาน #
สวนทีแ่ ตกตา งจากลักษณะแรก คือ ฝาปดหมอกรอง(Cover) ใชส ลักเกลยี ว(Screw)ยึด มีฝา
ครอบ(Hood)ดานนอก,สวนบนของเรือนหมอกรอง(Housing)จะประกอบดวยลิ้นกันกลับ(Non-Return
Valve)และชอ งจํากัด(Choke) จํานวน 2 ชุด ซึ่งจะทาํ งานไลอากาศออกจากหมอ กรองดว ยกําลังดนั ภาย
ในระบบตลอดเวลาท่เี ครอ่ื งเดนิ อยู โดยลนิ้ กันกลับตง้ั คา กาํ ลงั ดนั เปด (Opening Pressure)ไวท่ี 0.5 บาร
จะเปนสวนท่ีชวยใหสามารถเปลี่ยนไสหมอกรองไดท ลี ะใบในขณะเดนิ เครือ่ งอยแู ละชองจํากัดจะชว ยลด
กองฝกการชา งกล กฝร.
๖๖
การสูญเสียกําลังดนั ภายในระบบไปกบั การไลอากาศ สว นทแ่ี ตกตา งอกี สว น คอื ล้นิ เปลย่ี นทาง(Diverter
Valve)สามารถบิดใชไ ด 3 ตาํ แหนง และสวนลา งของหมอกรองประกอบดว ยกอกระบาย(Drain Cock)
# การซอ มบาํ รุงรักษา #
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 47-50
4.5 หมอรับน้ํามนั เชือ้ เพลงิ รวั่ ไหล (Leak-off Fuel Tank) (รูป 3-6)
ทําหนาที่ รับนํ้ามนั เชื้อเพลงิ ทรี่ ั่วไหลจากทอนา้ํ มนั เชอ้ื เพลิงกําลังดนั สูง เพื่อสรางสญั ญาณเตอื น
มีใชเฉพาะบางเคร่ืองเทา น้ัน(มีทอ นํา้ มนั เชื้อเพลงิ กําลังดันสงู เปน ทอ 2 ช้นั )
# ลักษณะการทํางาน #
สวนบนของหมอ(Tank) ประกอบดวยชอ งทางน้าํ มันเช้ือเพลงิ เขา-ออก 2 ชอ งทาง
ดานลาง ประกอบดว ยปลกั๊ ระบาย(Plug)สําหรับเปดระบายนา้ํ มันเชือ้ เพลิงภายในออกทิ้ง
ภายใน ประกอบดว ยชดุ ตรวจวดั การร่วั ไหล(Leak-off Fuel Indicator) คือ ชุดลกู ลอยแมเ หล็ก
(Float With Annular Magnet)และชดุ สวิทชเ ปลย่ี นทาง(Contact Switch)
เม่ือมีน้ํามันเชื้อเพลิงรวั่ ไหลจากทอนํ้ามนั เชื้อเพลงิ กําลงั ดนั สูง ร่วั ไหลลงมาเขา หมอรบั นา้ํ มันเชื้อ
เพลิงรั่วไหล จะทําใหลกู ลอยแมเ หลก็ ลอยเลื่อนขึ้นดว ยตามระดับนาํ้ มนั เชอ้ื เพลิง และถา ลูกลอยแมเ หลก็
เลื่อนขึ้นถึงระยะ 2 ใน 3 ของระยะเล่อื นท้งั หมด จะทําใหสวิทชเปล่ยี นทาง เปล่ียนตําแหนงสงสัญญาณ
ทําใหเกิดสัญญาณเตือน เมอื่ สวทิ ชลูกลอยเลื่อนลงต่าํ กวา 2 ใน 3 ของระยะเลื่อนทง้ั หมด สวิทชเ ปล่ียน
ทางกจ็ ะเปลยี่ นตําแหนง กลับมาอยูท่ตี าํ แหนงปกติ
# การซอมบาํ รงุ รกั ษา #
รายละเอยี ดบทที่ 9 ขอ 43
กองฝก การชา งกล กฝร.
๖๗
บทที่ 4
ระบบอากาศดี-แกสเสยี
(Intake-Exhaust System)
ในเคร่ืองแตล ะแบบ(TC/TB/TE) ระบบอากาศดี-แกสเสยี จะมีหนาท่ีและหลกั การทาํ งานเหมอื น
กัน คือ เม่ือเดินเครือ่ ง แกส เสยี จากการเผาไหมภายในกระบอกสบู จะถูกขบั ไลอ อกมา ใหไ ปเขาทาํ งาน
ขับหมุนเทอรโบชารจแลวจึงปลอยออกทิ้งภายนอก เทอรโบชารจก็จะทํางานดูดอากาศดีจากภายนอก
เขามาอัดสงเขากระบอกสบู ไปผสมกบั น้าํ มันมันเชื้อเพลงิ เพ่ือการจดุ ระเบดิ เผาไหมต อไป แตจะแตกตาง
กันเฉพาะในรายละเอยี ดบางอยา งเทา นน้ั
1.สวนประกอบของระบบ (รูป 4-1)
หมอกรองอากาศดี(Air Filter) ( รายละเอยี ดขอ 4.1)
เทอรโ บชารจ(Exhaust Turbocharger) (รายละเอยี ดขอ 4.2)
หมอระบายความรอ นอากาศดี(Intercooler) (รายละเอยี ดขอ 4.3)
ล้ินปดอากาศดฉี กุ เฉิน(Emergency Air Shut-off Flaps) (รายลเอยี ดขอ 4.4)
ทอระบายนํา้ ตกอากาศดี(Condensate Drain Line) (รายละเอยี ดขอ 4.5)
2.การทํางานของระบบ (รูป 4-1)
เมื่อเดินเครื่อง แกสเสียจากการเผาไหมแตละสูบ จะถกู ไลอ อกมารวมกนั ภายในทอ รวมแกส เสยี
(Exhaust Manifolds) ซ่ึงมีอยู 2 ทอ(แถวสบู ละ 1 ทอ)ดา นขางเรอื นสบู (Crankcase) แกสเสยี จากทอ
รวมแกสเสียน้ีจะถูกสงเขาทาํ งานขบั หมุนเทอรโ บชารจ ซึ่งมีอยู 2 ตวั (แถวสบู ละ 1 ตัว) แลว ปลอยท้ิงออก
ภายนอกไป
อากาศดีจะถูกเทอรโบชารจดูดจากภายนอกผานหมอกรองอากาศด(ี Air filter) เพ่ือกรองเศษ
วัสดุหรือฝุนละอองท่ีปนมา แลวอัดสงผานหมอ ระบายความรอนอากาศดเี ขาเครอ่ื ง(Intercooler) เพ่ือ
ระบายความรอนออกจากอากาศดี แลวจงึ ผา นลิน้ ปดอากาศดีฉุกเฉนิ (Emergency Air Shut-off Flaps)
และเขา ทอ รวมอากาศดี/น้าํ จดื (Air/Coolant Manifold)ซ่ึงมีอยู 2 ทอ ดานในเครื่อง แลว แยกสงเขา
กระบอกสูบแตล ะสบู เพื่อผสมกับนํา้ มนั เชอ้ื เพลิงในการจดุ ระเบิดเผาไหมตอ ไป
นํ้าตกซึ่งเกิดขน้ึ ภายในระบบอากาศดีจะถูกระบายออกทง้ิ ภายนอก ทางทอระบายนํา้ ตกอากาศ
ดี(Condensate Drain Line) ดวยกําลังดันภายในระบบ ตลอดเวลาที่เครอื่ งเดนิ อยู
∗ หมายเหตุ
∗ ทอรวมแกสเสียมีใชอ ยู 2 แบบ คอื แบบท่ไี มมีการระบายความรอนและแบบทีม่ ีการระบาย
ความรอน แบบหลงั จะประกอบอยภู ายในเรือนระบายความรอน(Cooling Housing) ซึ่งเปน เรือน 2 ช้นั
หรือเปนทอแกสเสยี 2 ชน้ั ใชน ้ําจดื เดินภายในเพ่ือชว ยระบายความรอ นและปองกันความรอนภายในแผ
ออกมาภายนอก
กองฝก การชางกล กฝร.
๖๘
∗ ทอรวมอากาศดี/นํา้ จดื (Air/Coolant Manifold) แตละทอ ภายในจะแบงเปน 2 สวน สวนหน่ึง
จะเปนทอรวมอากาศด(ี Air Manifold)และอีกสว นหนง่ึ จะเปนทอรวมน้ําจืด(Coolant Manifold)
3.การซอมบํารุงรักษาระบบ(Maintenance)
รายละเอยี ด บทท่ี 9 ขอ 13 – 18 และ 30 – 31
4.รายละเอียดของระบบ
4.1 หมอกรองอากาศดี(Air Filter)
ประกอบอยทู ี่ ทางอากาศดเี ขา เทอรโบชารจ
ทําหนาที่ กรองเศษวัสดุหรอื สิ่งสกปรกท่ปี นมากบั อากาศดีกอนเขาเทอรโ บชารจ
ปจจุบันมีใชอ ยู 2 แบบ คือ
4.1.1 หมอกรองอากาศดีแบบแหง (Dry-Type Air Filter) (รูป 4-2.1)
# ลักษณะการทาํ งาน #
ภายในเรือนหมอ กรอง(Housing) จะประกอบดว ยไสห มอกรอง(Micro-Top Element) แบบแหง
(Dry-type) จําพวกกระดาษ(Paper)
เมื่อเดนิ เคร่อื ง เทอรโบชารจ จะดดู อากาศดผี านชองทางดดู ของหมอ กรองอากาศดีเขามาภายใน
รอบๆภายนอกไสห มอกรอง สิ่งสกปรกตา งๆจะเกาะอยภู ายนอกไสห มอกรอง สว นอากาศดีจะผา นเขา-
กองฝก การชา งกล กฝร.
๖๙
ภายในและเขาสเู ทอรโบชารจไป
# การซอ มบํารุงรักษา #
รายละเอยี ดบทที่ 9 ขอ 19 – 20
4.1.2 หมอ กรองอากาศดีแบบเปยก
(Wet-Type Air Filter) (รูป 4-2.2)
# ลักษณะการทํางาน #
เปนชุดหมอกรองสําเรจ็ รปู ประกอบอยทู ่ี
ทางอากาศดีเขาเทอรโบชารจ ไสหมอกรองเปน
เสนใยโลหะทชี่ มุ ดว ยน้าํ มันหลอ ลื่น
เม่ือเดินเครื่องเทอรโบชารจจะดูดอากาศ
ดีจากภายนอกหมอกรองเขามา สง่ิ สกปรกตางๆ
จะเกาะติดอยูท่ีฟลมนํ้ามันหลอของไสหมอกรอง
สวนอากาศดีจะผา นไสหมอกรองเขาภายใน เขา
สูเ ทอรโ บชารจไป
# การซอมบาํ รงุ รกั ษา #
รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 20
กองฝก การชา งกล กฝร.
๗๐
4.2 เทอรโบชารจ(Exhaust Turbocharger) (รปู 4-3)
ประกอบอยูที่ทางอากาดีออกจากหมอ กรองอากาศดี ใน 1 เครอื่ งจะประกอบดวยเทอรโบชารจ
2 ตัว (แถวสูบละตัว)
ทําหนา ท่ี เปนเครอ่ื งอัดอากาศ(Compressor) อัดสงอากาศดเี ขากระบอกสูบ ทาํ ใหไดนาํ้ หนัก
อากาศดีเขากระบอกสูบมากกวาที่ลูกสูบดูดอากาศดเี ขา ตามปกติ ทาํ ใหส ามารถฉีดนาํ้ มันเชอ้ื เพลงิ เขา
ไปผสมกับอากาศดีเพอ่ื การเผาไหมท ่สี มบูรณไดมากข้ึนในปรมิ าตรกระบอกสบู เทา เดิม ผลท่ีไดค ือเครอ่ื ง
ยนตจะใหกาํ ลงั งานออก(Power Output)สูงขึ้น ในปริมาตรกระบอกสูบเทาเดิม
ทํางานดวยแกส เสยี ของเครื่องยนต(ใชแ กสเสียเปนตนกําลังขบั หมุน)
ในแตละเครื่องรายละเอยี ดของเทอรโ บชารจจะตา งกนั แตโดยหลกั การทาํ งานเหมือนกัน ดงั นี้
ความเร็วการหมุนสงู สดุ ประมาณ 70,000 – 80,000 รอบ/นาที
กองฝก การชา งกล กฝร.
๗๑
# ลักษณะ #
ประกอบดว ย 2 สว นใหญๆ คือ เรอื น(Housing)และสวนหมนุ (Rotor Assembly)
เรอื น(Housing) เปน เรือน 3 สวน ประกอบเขา ดวยกัน คอื เรือนพัดอากาศด(ี Compressor
Housing),เรือนแบริง่ (Bearing Housing)และเรอื นกังหนั แกส (Turbine Housing)
เรอื นกงั หันแกส (Turbine Housing) มีอยู 2 แบบ คือ แบบหนงึ่ เปนเรอื นชน้ั เดียว จะมแี ผน
โลหะปองกันความรอนหุมเรือนกังหันแกสอยภู ายนอกหรอื มเี รือนระบายความรอ น(Cooling Housing)
ซ่ึงเปนเรือน 2 ชนั้ ใชนา้ํ จดื ระบายความรอนเดินภายในระหวา งชนั้ ท้ังสอง เพ่อื ระบายความรอนและปอ ง
กันความรอนภายในแผก ระจายออกมาภายนอก อีกแบบหนงึ่ เรือนกังหนั แกส จะเปน เรือน 2 ช้ัน ใชนํ้า
จืดระบายความรอ นเดินภายในระหวา งชัน้ ท้ังสอง เพือ่ ระบายความรอนและปองกนั ความรอนภายในแผ
กระจายออกมาภายนอก
สว นหมนุ (Rotor Assembly) ประกอบดวย 3 สวน คือ กงั หนั แกส(Turbine Wheel),พัดอากาศดี
(Compressor Wheel)และเพลาหมุน(Rotor Shaft)
เพลาหมนุ (Rotor Shaft) ประกอบอยูภายในเรอื นแบรงิ่ (Bearing Housing) รองรับดวยแบร่งิ
ปลอก(Sleeve Bearing) 2 ชุด ไดรับการหลอลน่ื โดยกาํ ลงั ดันนํา้ มันหลอ จากระบบนํา้ มันหลอ ล่นื เครอ่ื ง
ยนต สงเขา มาหลอ ลืน่ ระบายความรอนแลว ไหลกลับลงอางน้ํามันหลอ(Oil Pan)ไป โดยจะมวี งกันรว่ั
(Piston Ring) 2 ชุด ปองกันอากาศดีหรอื แกสเสียเขาไปภายในแบริ่งและปองกันนํ้ามนั หลอแบร่ิงเขาไป
ภายในอากาศดีหรือแกสเสีย ในบางแบบ จะมีลิ้นกันกลับ(Non-Return Valve) ตั้งคากําลังเปดไว
ประมาณ 0.1 บาร ประกอบอยูที่เรือนพัดอากาศดี ทําหนาทีเ่ ปด กาํ ลังดันอากาศดจี ากดา นหลงั พดั
อากาศดี ผานชองภายในสง ไปชวยกนั รวั่ ทวี่ งกันรวั่ ดานแกสเสียดวย ปองกันอาการรนุ ของเพลาดว ยวง
กันรนุ (Thrust Washer)
กังหนั แกส (Turbine Wheel) เชอ่ื มประสาน(Welded–on)ติดกับปลายเพลาหมุนอยูภ ายในเรอื น
กังหันแกส
พัดอากาศดี(Compressor Wheel) ประกอบติดกับปลายหมนุ อกี ดา นดวยนตั (Nut) ซึ่งบางแบบ
จะเปนนัตแมเหลก็ (Magnetic Nut) เพ่ือสง สญั ญาณใหต ัวตรวจจบั ความเรว็ (Speed Sensor)
# การทํางาน #
แกสเสียจากทอ รวมแกส เสยี จะถูกสงเขาเปาปก กงั หนั แกส ทาํ ใหสวนหมนุ หมุนไปได แลว ปลอย
ท้ิงออกภายนอกไป พัดอากาศดีจะหมุนดดู อากาศดจี ากภายนอก(ผา นหมอกรองอากาศดี)เขามา อัดสง
เขากระบอกสูบตอไป
กอนเริ่มเดินเคร่ืองครั้งแรก หรือ หลังจากซอมทําใหญ(Overhaul)เทอรโบชารจหรือ
เครื่องยนต จะตองเติมนํ้ามันหลอ ท่สี ะอาดใหเตม็ เรอื นแบรง่ิ
กองฝก การชางกล กฝร.
๗๒
ถาเทอรโบชารจขดั ขอ งหรอื ชาํ รุด จะตองตรวจหาสาเหตุเพอ่ื พิจารณาวา สามารถเดินเครอื่ ง
ตอไปโดยจะทําใหเครื่องยนตเสียหายเพิ่มขึ้นอีกหรือไม ถาจําเปน จะตอ งเดนิ เครอื่ งใชง านตอ งใหเ ครื่อง
รับภาระเพียงสวนนอย(Partial Load)และใหอ ณุ หภมู ิแกส เสยี รวมสงู ไมเกิน 500°C และจะตองซอ มทํา
เทอรโบชารจหรอื เปล่ียนใหมในโอกาสแรก
# การซอมบาํ รงุ รักษา #
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 12
4.3 หมอ ระบายความรอ นอากาศด(ี Intercooler)
ประกอบอยูระหวางเทอรโ บชารจกบั ทอรวมอากาศด/ี น้ําจืด จาํ นวน 1 ใบ
ทําหนาที่ ระบายความรอนออกจากอากาศดีดว ยนํ้า(เครอื่ งแบบ TC/TE ใชน ้ําจืด , แบบ TB ใช
นํ้าทะเล) ทําใหไ ดนา้ํ หนักอากาศดสี งเขา กระบอกสูบมากข้นึ [ในเครอ่ื งแบบ TE ยังทําหนาท่ีอนุ อากาศดี
ใหมีอุณหภูมิสูงขึ้น เม่ือเดินเคร่ืองความเร็วตํ่า ทําใหการเผาไหมสมบูรณดีในชวงความเร็วต่ํา (ราย
ละเอียด บทท่ี 5 ขอ 2.3)]
มีใชอยู 2 แบบ คอื
กองฝก การชา งกล กฝร.
๗๓
4.3.1 แบบหลอดแบน (รูป 4-4.1)
# ลักษณะการทาํ งาน #
ภายในชดุ ระบายความรอน(Radiator Block) ประกอบดว ยหมหู ลอดแบนมคี รบี (Fin)อยูทง้ั ภาย
นอกและภายในหลอด
ดานขางดานหนง่ึ ประกอบดวยฝาปดทางเขา (Inlet Cover) เปนชองทางอากาศดเี ขา (จากเทอร
โบชารจ) อกี ดา นหนง่ึ ประกอบดวยฝาปดทางออก(Outlet Cover) เปนชองทางอากาศดีออก(ไปเขา ทอ
รวมอากาศด)ี
อากาศดีจากเทอรโ บชารจ จะถกู สงเขา ทีช่ องทางเขาดานขางและเขา ไปผานดา นนอกหลอดของ
หมูหลอด แลวออกทางชอ งทางออก ไปเขาทอ รวมอากาศดี/น้าํ จดื เพือ่ สงเขา กระบอกสบู ตอ ไป
นํ้าระบายความรอน จะถกู สงเขามาท่ีชอ งทางเขา ดานลา งหมอ ระบายความรอนอากาศดี และ
เขาไปภายในหลอดของหมหู ลอด แลวสงออกจากหมอระบายความรอ นอากาศดี ทางชองทางออกไป
ทิศทางการไหลของน้ําระบายความรอนและอากาศดี จะเปนแบบขวางกันหรือตัดกัน(Cross
flow)
# การซอมบํารงุ รักษา #
ไมม ี
4.3.2 แบบหลอดกลม (รูป 4-4.2)
# ลักษณะการทาํ งาน #
เปนชุดหมูหลอดกลมมีครีบอยูภายนอกหลอด โดยตรงปลายหลอดจะประกอบติดกับแผน
ประกอบหมหู ลอด(Tube Plate) ภายนอกดานขา งประกอบดว ยฝาปดขา ง(Side Panel)ทั้ง 2 ดา น และ
ฝาปดทง้ั ดา นลางและดานบน
ชองทางนํ้าระบายความรอนเขา -ออก จะอยทู ี่ฝาปด ดานบน และมหี องนํ้า(Water Box)อยูท่ีฝา
ปดดานบน 3 หองและฝาปด ดา นลา ง 2 หอ ง
อากาศดีจากเทอรโบชารจจะถูกสงผานภายนอกหมูหลอดภายในหมอระบายความรอนอากาศ
ดี แลวสงออกไปเขา ทอรวมอากาศดี/นาํ้ จืด เพ่อื สง เขา กระบอกสบู ตอไป
น้ําระบายความรอนจะถูกสงเขาท่ีชองทางเขา ผานหองน้ําชองทางเขาดา นบน เขา ไปภายใน
หลอดของหมูหลอดสว นแรก แลว วกวนผา นหอ งนา้ํ และภายในหลอดของหมหู ลอดทกุ หมู แลว ผา นหอง
นํ้าชองทางออก สงออกภายนอกไปท่ีชองทางออก ทิศทางการไหลของอากาศดกี บั นา้ํ ระบายความรอน
จะขวางกนั หรือตัดกัน(Cross Flow)
# การซอมบํารงุ รกั ษา #
ไมมี
กองฝกการชางกล กฝร.
๗๔
4.4 ลิ้นปด อากาศดฉี กุ เฉิน(Emergency Air Shut-off Flaps) (รูป 4-5)
ประกอบอยูที่ ทอทางอากาศดีเขาเทอรโบชารจหรือทอ ทางออกหมอระบายความรอ นอากาศดี
จํานวน 2 ล้นิ
ทําหนาท่ี ปดอากาศดเี ขา เครอื่ งเพ่อื เลิกเคร่ืองฉุกเฉิน(Emergency Stop) ซึ่งจะทาํ ใหเ ครอ่ื งยนต
หยุดเดินไดเรว็ กวา การปดนํา้ มันเชือ้ เพลิงโดยเครื่องควบคมุ ความเร็ว(Speed Governor)
ในแตละเคร่ืองสวนประกอบจะแตกตา งกนั บาง แตหลกั การทาํ งานจะเหมอื นกัน ดังน้ี
# ลักษณะ #
เปนลิ้นแผน(Flap)ประกอบอยูกับเพลาล้ิน(Shaft)อยูภายในทอทางอากาศดี ที่ปลายเพลาล้ิน
ดานนอกทอทางอากาศดี ประกอบดวยสปรงิ (Spring)ซึ่งมีกําลงั ดันท่ีพยายามทาํ ใหล น้ิ แผน ปด และแม-
กองฝกการชา งกล กฝร.
๗๕
เหลก็ ไฟฟา(Solenoid)ซึ่งทาํ งานดว ยกระแสไฟฟา 24 V.DC.สงอาการใหคันปลด(Release Lever)ขัดตัว
กับคันเปด (Resetting Lever)ของลิ้น ใหล้ินอยใู นตาํ แหนงเปด นอกจากน้ียงั ประกอบดวยสวทิ ชจาํ กัด
(Limit Switch) สําหรับสง สัญญาณการทาํ งานของลิน้ ไปเขาระบบควบคุมเครอ่ื ง
ลิ้นแผนทงั้ สองจะสง อาการถงึ กันโดยกานดงึ (Pull Rod)
# การทํางาน #
ปกติล้ินปดอากาศดีฉกุ เฉินนี้ จะตองเปดอยูตลอดเวลา โดยล้นิ แมเ หลก็ ไฟฟาดังที่กลาวมาแลว
การทํางานปด ลิน้ อากาศดีฉกุ เฉิน ทาํ ได 2 ลักษณะ คือ
กองฝก การชางกล กฝร.
๗๖
การปดอัตโนมัติ(Automatic Actuation) เชน เม่ือเกิดความเร็วเคร่ืองสูงเกิน(Overspeed)
ระบบควบคุมเครื่องจะตอกระแสไฟใหแมเหล็กไฟฟาเกิดอํานาจแมเหล็ก(Energized) ดึงคันปลด
(Release Lever) ออกจากคันเปด (Resetting Lever) ทําใหสปริงสงอาการใหลน้ิ แผนปด ชองทางอากาศ
ดีที่จะสงเขากระบอกสบู ทาํ ใหเ ครือ่ งยนตห ยดุ เดินทันที เม่อื ลนิ้ แผน ปด จะสง สญั ญาณผา นสวทิ ชจํากัด
ไปเขาระบบควบคุมเครื่อง เพ่ือตดั วงจรเรมิ่ เดนิ เคร่อื งและใหเครือ่ งควบคุมความเร็วตัดนาํ้ มนั เช้อื เพลิงท่ี
จะสงเขากระบอกสูบดว ย
การปดดวยมือ(Manual Actuation) โดยการกดปุมเลิกเคร่อื งฉกุ เฉิน(Emergency Stop) จะ
เปนการตอกระแสไฟฟา ใหแมเหล็กไฟฟา เชน เดียวกบั การปดอัตโนมัติ หรอื ใชม อื ดงึ คันปลด(Release
Lever)ออกจากคนั เปด (Resetting Lever) ซึ่งจะทําใหล้นิ ปด เชนเดยี วกบั การปด อัตโนมตั ิที่กลา วมาแลว
เม่ือมีการเลกิ เคร่ืองฉุกเฉนิ ดังท่ีกลาวมาแลว กอ นเริม่ เดนิ เครอื่ งจะตอ งตรวจสอบแกไขขอขดั
ของและไลอากาศดวยระบบเร่ิมเดนิ (รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 4)
การเปดลิ้นกระทําไดโดยการดึงกานดึง(Pull Rod) ใหล้ินไปอยทู ่ีตําแหนง เปด คันปลด(Release
Lever)จะถูกสปริงของแมเหล็กไฟฟาดันกลับมา ใหขัดตัวอยูกับคันเปด(Release Lever)ใหล้ินอยูท่ี
ตําแหนงเปด ตลอดเวลา
# การซอมบาํ รงุ รักษา #
รายละเอยี ดบทที่ 9 ขอ 21 – 26
4.5 ทอ ระบายนาํ้ ตกอากาศดี(Condensate Drain Line) (รูป 4-6)
ประกอบอยูท่ีสว นลา งของหมอระบายความรอนอากาศดี จาํ นวน 1 ทอ
ทําหนาท่ี ระบายน้าํ ตกที่เกิดขน้ึ ในระบบอากาศดอี อกทิง้ ภายนอก
# ลักษณะการทาํ งาน #
เปนทอจํากัด(Restrictor)ขนาดเล็ก ตอจากภายในระบบอากาศดีกับทอ ภายนอกดว ยนัตขอ ตอ
(Union Nut)
เม่ือเดินเคร่ือง จะมกี ําลังดนั อากาศดขี ้ึนภายในระบบอากาศดีเขา เคร่ือง และเกดิ น้าํ ตกข้ึนภาย
ในระบบเน่อื งจากอากาศดีมคี วามช้ืน กําลังดันภายในระบบจะชว ยไลน้ําตกออกจากระบบผา นทอจํากดั
และทอ ทางออกทิ้งภายนอก โดยทอจํากดั จะชว ยลดการสญู เสยี กาํ ลงั ดนั ภายในระบบใหม ีนอยทส่ี ุด
ปกติเมื่อเดินเคร่ือง จะมนี ้ําตกถกู ระบายออกทางทอระบายน้าํ ตกอากาศดนี ้ีเลก็ นอยตลอดเวลา
แตถามีน้ําตกถูกระบายออกเปนปริมาณมาก อาจเกดิ จากหมอ ระบายความรอ นอากาศดี(Intercooler)
เกดิ การรัว่ ไหล
# การซอมบํารุงรกั ษา #
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ 27 – 29
กองฝกการชา งกล กฝร.
๗๗
กองฝก การชา งกล กฝร.
๗๘
บทท่ี 5
ระบบระบายความรอน
(Cooling System)
ระบบระบายความรอนของเคร่อื งยนตด เี ซล mtu v 396 เปนแบบใชนํ้าระบายความรอ น โดยใช
น้ํา 2 ระบบ คอื ระบบน้ําจดื (Engine Coolant System)เปนระบบปด คือ ใชว นเวยี นอยภู ายในระบบเปน
น้ําจืดที่ปรับปรงุ คณุ ภาพแลว (Treated Water) และระบบนํา้ ทะเล(Raw Water System) เปนระบบเปด
คือ ดูดนํ้าทะเลเขามาใชภายในระบบแลวสงออกจากระบบไป โดยทั้งสองระบบ จะทําหนา ทร่ี ะบาย
ความรอนใหก บั สว นตา งๆของเครอื่ งแยกตางหากกัน
ในบางเครอ่ื งจะประกอบดว ยชุดอนุ นา้ํ จดื (Coolant Preheating Unit) สําหรบั อุนนาํ้ จดื ภายใน
ระบบใหมีอณุ หภูมิสงู ข้ึนถงึ ประมาณ 40°C เปนการอุนเครอ่ื งกอ นเร่มิ เดนิ เครอ่ื ง เพ่อื ใหเ คร่ืองยนตเร่ิม
เดินไดงาย,มีการเผาไหมสมบูรณ,ลดควันของแกสเสียและลดการสึกหรอเกินควรจากการเร่ิมเดินเม่ือ
เคร่ืองเย็น
ระบบระบายความรอนนจี้ ะตางกนั เปน 3 แบบ ตามแบบของเคร่อื งยนต คอื แบบ TC,TB และTE
1.สวนประกอบของระบบ(รูป 5-1 ถงึ 5-3)
1.1 ระบบนาํ้ จืด
สูบนาํ้ จดื (Coolant Pump) (รายละเอียด ขอ 4.1)
เครื่องควบคุมอุณหภมู ิมินา้ํ จดื (Thermostat) (รายละเอียด ขอ 4.3)
ถังพักนาํ้ จืด(Expansion Tank) (รายละเอยี ด ขอ 4.4)
หมอระบายความรอนนา้ํ จดื (Coolant Cooler) (รายละเอยี ด ขอ 4.4)
ชุดอุนนา้ํ จดื (Coolant Preheating Unit) (รายละเอยี ด ขอ 4.5)
1.2 ระบบน้าํ ทะเล (รูป 5-2.1 ถึง 5-2.3)
สบู น้ําทะเล(Raw Water Pump) (รายละเอยี ด ขอ 4.2)
2.การทาํ งานของระบบ
2.1 เครอ่ื งแบบ TC (รูป 5-1.1 / 5-1.2)
กอนเริ่มเดินเครือ่ ง ในเครอ่ื งทปี่ ระกอบดวยชดุ อุนนํา้ จดื (Preheating Unit) จะใชชดุ อนุ นาํ้ จดื
อุนนํ้าจืดใหมอี ุณหภูมสิ ูงขน้ึ โดยสบู นํา้ วนเวยี น(Electric Pump)ของชุดอุนนา้ํ จืดซง่ึ ขับหมนุ ดวยมอเตอร
ไฟฟา จะดดู นาํ้ จดื จากระบบภายในเคร่ือง มาผานขดลวดไฟฟา ใหน้ําจืดมีอณุ หภมู สิ ูงข้ึน แลว สงกลับเขา
ระบบภายในเคร่ือง เปน การอนุ เครอ่ื งใหมีอุณหภูมิสูงข้นึ เม่ือจะเรมิ่ เดินเครือ่ งตอ งเลกิ ใชชุดอุนนํา้ จดื น้ี
เมื่อเดนิ เครอ่ื ง สบู นํา้ จืด(Coolant Pump)ซึ่งไดร ับการการขับหมนุ ดว ยหมเู ฟองขับ(Gear Train)
จะดูดน้ําจดื จากหอ งนํ้าลาง(Bottom Water Chamber)ของหมอ ระบายความรอ นนาํ้ จืด(Coolant)เขามา
กองฝก การชางกล กฝร.
๗๙
และสงไประบายความรอนใหกับนํ้ามันหลอที่หมอระบายความรอนนํ้ามันหลอ(Engine Oil Heat
Exchanger) แลวสง แยกไป ดงั น้ี
สวนหน่ึง สงไประบายความรอ นใหกบั ปลอกสบู (Cylinder Liner)และฝาสบู (Cylinder Head)
ทุกๆสูบ แลวไปเขา ทอ รวมอากาศดี/นา้ํ จดื (Air/Coolant Manifold) ในสวนทีเ่ ปนทอ รวมนาํ้ จืด
อีกสวนหน่ึง สงไประบายความรอนใหกับอากาศดีท่ีหมอระบายความรอนอากาศดี
(Intercooler) แลวทางหนึ่งจะไปเขาทอรวมอากาศดี/นํ้าจดื ในสว นทเี่ ปน ทอ รวมนํ้าจดื อกี ทางหนง่ึ ไป
ระบายความรอ นใหกบั เทอรโบชารจและทอ รวมแกส เสยี (Exhaust Manifold)ท้ังสองดา นของเคร่อื ง แลว
ไปเขาเคร่ืองควบคมุ อุณหภูมิน้าํ จดื (Thermostat) รวมกับนํ้าจืดท่มี าจากทอ รวมอากาศด/ี นํ้าจดื
กองฝก การชา งกล กฝร.
๘๐
อีกสวนหนึ่ง สงไประบายความรอนใหก บั สวนตา งๆอกี ดานหน่งึ ของเครอ่ื ง ซึ่งจะเปนเชนเดยี ว
กับท่ีกลา วมาแลว
ที่เคร่ืองควบคุมอณุ หภูมนิ ํา้ จืด ถานา้ํ จดื มีอณุ หภูมิตา่ํ จะเปดใหน้าํ จืดไปเขาถงั พกั นา้ํ จดื โดยตรง
แตถาน้ําจดื มีอุณหภูมิสูง จะเปด ใหน ํา้ จืดไปผานหมอ ระบายความรอ นน้าํ จืด(Coolant Cooler) กอนเขา
ถังพักนํ้าจดื และจะถกู สูบน้ําจดื สูบสง วนเวยี นเขา ระบบอกี ดงั ท่ีกลาวมาแลว
ท่ีทางดูดของสบู นา้ํ จืด จะประกอบดวยกรวยพนนํ้า(Diffuser)และหวั ฉดี พน(Injector) ซึ่งจะตอ
ทอชดเชยน้ําจืด(Equalizing Line)จากถังพกั นาํ้ จืดโดยตรง เพื่อชวยเพมิ่ กําลงั ดันในทางดูดของสบู น้าํ จืด
และปอ งกนั การเกดิ โพรงอากาศ(Cavitation)ขึ้นภายในสบู นํา้ จืด
จากจุดท่ีสงู ท่ีสุดของสวนตางๆภายในระบบนาํ้ จืด จะตอทอระบายอากาศ(Vent Line)ไปเขาถัง
พักนํ้าจืด เพอื่ ระบายอากาศออกจากระบบ
ในขณะเดียวกนั สบู นาํ้ ทะเล(Raw Water Pump) ซ่ึงไดรับการขับหมุนโดยหมเู ฟองขบั ก็จะดดู -
กองฝก การชางกล กฝร.
๘๑
น้ําทะเลจากภายนอกเขา มา และสงไประบายความรอนใหกับนา้ํ จดื ท่หี มอ ระบายความรอนนํ้าจืด แลว
สงออกนอกระบบไป
# การซอมบํารงุ รกั ษาระบบ #
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 53-63
2.2 เครอื่ งแบบ TB (รูป 5-2.1 / 5-2.2)
ถามีชุดอุนน้าํ จืด(Preheating Unit) ก็จะมีการทํางานเชน เดยี วกับ แบบ TC ที่กลา วมาแลว
เมื่อเดินเคร่อื งสูบนํ้าจืด(Coolant Pump)ซ่ึงไดรับการขบั หมุนดว ยหมูเฟองขับ(Gear Train) จะ
ดูดน้ําจืดหองน้ําลาง(Bottom Water Chamber)ของหมอระบายความรอนนํา้ จดื (Coolant Cooler)เขา-
กองฝก การชา งกล กฝร.
๘๒
มา และสงไประบายความรอนใหก ับน้าํ มันหลอทหี่ มอ ระบายความรอนนาํ้ มันหลอ(Engine Oil Heat
Exchanger) แลวสง แยกออกไป ดังนี้
สวนหนึง่ จะสงไประบายความรอ นใหก ับปลอกสบู (Cylinder Liner)และฝาสบู (Cylinder Head)
ทุกๆสูบ แลว ออกไปเขา ทอรวมอากาศดี/นา้ํ จดื (Charge Air/Coolant Manifold)ในสว นที่เปน ทอ รวมนํา้
จืด แลวทางหนง่ึ จะสงไปเขา เคร่อื งควบคมุ อณุ หภมู ิน้ําจืด(Thermostat)ผานชอ งจาํ กดั (Flow Restrictor)
อีกทางหนึ่ง จะสง ไประบายความรอ นใหกบั เทอรโ บชารจและทอรวมแกสเสยี (Exhaust Pipe) แลว ไปเขา
เคร่ืองควบคุมอุณหภูมิน้ําจืดรวมกับนํ้าจืดจากทอรวมอากาศดี/น้ําจืด(ชองจํากัดจะเปนตัวกําหนด
ปริมาณนํ้าจืด ที่จะไประบายความรอนใหก บั เทอรโบชารจและทอ รวมแกสเสยี )
อีกสว นหน่งึ จะสงไประบายความรอ นใหก ับสว นตางๆของเครอ่ื งอกี ดานหนง่ึ ซ่งึ จะเปนเชน เดยี ว
กับท่ีกลา วมาแลว
เคร่ืองควบคุมอุณหภูมินํ้าจืด(Thermostat),ทอระบายอากาศ(Vent Line),หัวฉดี พน (Injector)
และกรวยพน นํ้า(Diffuser) จะมีการทาํ งานเชน เดียวกับเครอื่ งแบบ TC ที่กลาวมาแลว
ในขณะเดยี วกัน สบู นาํ้ ทะเล(Raw Water Pump)ซ่ึงไดรับการขับหมุนดว ยหมเู ฟอ งขับ(Gear
Train) จะดูดนํ้าทะเลจากภายนอกเขา มา และสงออกแยกไป ดงั นี้
สวนหนึ่ง สงไประบายความรอนใหกับนํ้าจืดที่หมอระบายความรอนนํา้ จืด(Coolant Cooler)
กองฝก การชางกล กฝร.
๘๓
แลวสง ออกภายนอกไป
อีกสวนหน่ึง สงไประบายความรอนใหกับอากาศดีที่หมอระบายความรอนอากาศดี
(Intercooler) แลวสงออกภายนอกไป
# การซอมบํารุงรักษาระบบ #
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 53 – 56
2.3 เคร่อื งแบบ TE (รูป 5-3.1 / 5-3.2 และ 6-6.2 / 6-6.3)
ถามีชุดอุน น้ําจืด จะทาํ งานเชนเดียวกับเครื่องแบบ TC ที่กลาวมาแลว
ในเคร่อื งแบบ TE น้ี ระบบน้าํ จืดจะแบง เปน 2 วงจร ซึ่งมกี ารทํางาน ดงั นี้
กองฝก การชางกล กฝร.
๘๔
2.3.1 วงจรอุณหภมู ิสงู (High Temperature Circuit) (รูป 5-3.2)
เมื่อเดินเคร่อื งสูบน้าํ จืด(Coolant Pump)ซ่ึงไดรับการขับหมุนดวยหมูเฟอ งขบั (Gear Train) จะ
ดูดนํ้าจืดจากชองทางลัดคงท่ี(Permanently Open Bypass)ของเคร่ืองควบคุมอุณหภูมิน้ําจืด
(Thermostat)ผานชองจํากัด(Flow Restrictor)เขามา และสง ออกไปผา นเรือนสวนบนของหมอ ระบาย
ความรอ นนํ้ามนั หลอ(Engine Oil Heat Exchanger) แลวสงไประบายความรอนใหกับสว นตางๆของ
เครือ่ ง ดังนี้
สวนหนงึ่ สงไประบายความรอนใหกับปลอกสบู (Cylinder Liner)และฝาสบู (Cylinder Head)
ทุกๆสูบ แลวออกไปรวมกันทีท่ อ รวมอากาศดี/นํ้าจดื (Charge Air/Coolant Manifold)ในสวนที่เปนทอ
รวมนํ้าจืด แลว ไปเขาเคร่ืองควบคุมอุณหภูมนิ ํ้าจดื
อีกสว นหน่งึ สงไประบายความรอนใหกับเทอรโบชารจและทอรวมแกสเสีย(Exhaust Manifold)
ทั้งสองดา นของเครอ่ื ง แลว ผา นหมอ กรองหยาบ(Strainer)ไปเขาเคร่อื งควบคุมอุณหภมู ินํา้ จดื รวมกับน้ํา
จืดจากทอรวมนา้ํ จืด
กองฝก การชา งกล กฝร.
๘๕
อีกสวนหนงึ่ สงไประบายความรอ นใหก บั ปลอกสูบและฝาสบู อีกดานหน่งึ ของเครอื่ ง ซึง่ จะเปน
เชน เดยี วกบั ทก่ี ลาวมาแลว
น้ําจืดจากทอรวมนํ้าจืดทั้งสองดานของเครือ่ ง จะถูกสง เขามาภายในเครื่องควบคมุ อุณหภมู นิ า้ํ
จืด ทางหน่ึงจะผา นชอ งทางลดั คงท่แี ละชองจํากัดวนเวียนกลบั เขาทางดูดของสูบนํา้ จดื อกี ทางหน่งึ จะ
ถูกควบคุมอุณหภูมโิ ดยเครอื่ งควบคุมอณุ หภมู ินาํ้ จดื ใหเ ขา สูวงจรอณุ หภมู ติ า่ํ ตอไป
หัวฉดี พน(Injector),กรวยพน นาํ้ (Diffuser)และทอ ระบายอากาศ(Vent Line) จะมลี ักษณะการ
ทํางานเชนเดยี วกับเคร่ือง แบบ TC ท่ีกลาวมาแลว
2.3.2 วงจรอุณหภูมติ ํ่า(Low Temperature Circuit) (รูป 5-3.1)
ในขณะที่เครอ่ื งยนตเดนิ ตวั เปลา (Idling Operation)และรบั ภาระนอย(Partial Load) อากาศดี
เขาเครื่อง(Charge Air)จะถูกอุนใหมอี ณุ หภูมิสงู ข้นึ โดยนํา้ จืดระบายความรอ นเครอื่ ง จนกระทั่งเครอื่ ง
ควบคุมอุณหภูมิน้ํ าจืดปดชองทางลัด(Bypass)น้ํ าจืดท่ีไปเขาหมอระบายความรอนอากาศดี
(Intercooler)โดยตรง ซ่งึ มีการทํางานดงั นี้
ถาอุณหภูมิน้ําจืดยังตํ่าอยู เครื่องควบคุมอุณหภูมินํ้าจืดจะเปดใหนํ้าจืดผานชองทางลัด(By-
pass)ไปผานหมอระบายความรอนอากาศดีและหมอระบายความรอนนํ้ามันหลอ(Engine Oil Heat
Exchanger) แลวเขา สวู งจรอณุ หภมู ิสูง ทที่ างดดู ของสบู นํ้าจืด
ถาน้ําจืดมีอุณหภูมิสูง เคร่ืองควบคุมอุณหภูมินํ้าจืดจะเปดใหน้ําจืดไปผานหมอระบายความ
รอ นนาํ้ จดื (Coolant Cooler) กอนท่ีจะไปเขาหมอ ระบายความรอนอากาศดี ดงั ที่กลาวมาแลว
# การซอมบํารุงรกั ษา #
รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 53 – 56
2.3.3 ระบบน้าํ ทะเล(Raw Water System) (รูป 5-3.2)
เมื่อเดินเคร่ือง สูบน้ําทะเล(Raw Water Pump)ซ่ึงไดรับการขับหมุนโดยหมูเฟองขับ(Gear
Train) จะดูดน้ําทะเลจากภายนอกเขา มา และสงไประบายความรอนใหก บั นาํ้ จดื ท่หี มอระบายความรอน
น้ําจืด(Coolant Cooler) แลวสงออกภายนอกระบบไป
ในกรณีฉุกเฉนิ คือ ถา สูบน้าํ ทะเลขัดของจะใชส ูบนํา้ ทะเลสํารอง(Reserve Raw Water Pump)
ซึ่งขับหมุนดวยมอเตอรไ ฟฟา สง นํ้าทะเลเขา ระบบแทน โดยการเปด ลน้ิ ปด(9:Shut-off Valve)ใหนํ้าทะเล
จากสูบน้ําทะเลสาํ รองเขา ทํางานในระบบ(ปกตลิ ้ินนจ้ี ะตองปดไว) ซง่ึ ในขณะน้ีกําลังดนั นา้ํ ทะเลจะเขา สู
สูบนํ้าทะเลดวย ถาสูบนํา้ ทะเลขดั ของเน่ืองจากเรือน(Housing)ชํารุดจะตอ งปดทางเขา-ออกของสบู น้าํ
ทะเลดว ยการกลบั ดา นหนาแปลนสองทาง(Dual Purpose Flanges)ท้ังสองดวย เพอื่ ปองกันนํ้าทะเลเขา
ไปภายในเรือนของสูบ
# การซอ มบํารงุ รักษา #
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ 61-63
กองฝก การชางกล กฝร.
๘๖
กองฝก การชา งกล กฝร.
๘๗
3.รายละเอยี ดของระบบ
3.1 สูบน้าํ จดื (Coolant Pump) (รูป 5-4)
ทาํ หนา ท่ี สูบสงนาํ้ จืดระบายความรอน ใหวนเวียนภายในระบบ
ประกอบอยทู างดาน KGS. ของเครอ่ื ง จาํ นวน 1 ตัว
ไดรับการขับหมนุ โดยหมเู ฟอ งขับ(Gear Train)
กองฝก การชา งกล กฝร.
๘๘
ในแตล ะเคร่อื ง รายละเอียดและสว นประกอบจะตางกนั แตการทํางานจะเหมือนกนั
# ลักษณะการทํางาน #
เปนสบู แบบแรงเหวีย่ ง(Centrifugal Pump)
เรอื น(Housing) เปนเรือน 2 สว นประกอบเขา ดวยกนั คือ เรอื นของสบู (Pump Housing)และ
เรือนแบร่งิ (Bearing Housing) และประกอบดว ยทอตอ(Connection Element)เปนชองทางดดู ของสูบ
โดยมีชอ งทางสง อยทู ่ดี านลางเรือนของสบู
เพลาสูบ(Pump Shaft) ประกอบอยูภายในเรือนของสูบ ปลายเพลาดา นนอกเรือนของสูบมี
เฟอ งขบั หมนุ (Drive Gear)เปนสวนทีร่ บั อาการหมนุ จากหมูเฟองขับมาขับหมนุ สบู ใหท าํ งาน ปลายเพลา
ภายในเรือนของสบู ประกอบดว ยปก พดั นา้ํ (Impeller)โดยใชส ลกั ยดึ (Stress Bolt)ยึดติดกับเพลา รองรับ
เพลาดว ยแบร่ิงลกู กลง้ิ กลม(Ball Bearing)จํานวน 1 หรอื 2 ชดุ ไดรบั การหลอ ล่นื โดยน้ํามนั หลอจากการ
วิดสาด(Splash Oil)จากหมูเฟอ งขับ และมีการกันร่ัวเพลาดว ยวงกันรัว่ (Seal) 2 ชุด คือ วงกนั รว่ั นํ้ามัน
หลอ(Oil Seal)ทําหนาทีก่ นั รั่วเพลาดา นนํ้ามนั หลอ และวงกนั รั่วน้าํ (Water Seal)ทําหนา ทีก่ นั รวั่ เพลา
ดานน้ําจืด โดยวงกันรั่วทั้งสองมรี ะยะหา งกนั หรอื ชองวางพอสมควร จะเจาะรูทะลุเรือนของสูบลงดาน
ลาง เปน รูตรวจรั่ว(Telltale Bore) ไวสําหรบั ตรวจสอบสภาพของวงกนั รวั่ ทง้ั สอง ซึง่ ปกตจิ ะตองไมมีน้ํา
มันหลอหรอื น้าํ จืดรว่ั ไหลออกมาทางรตู รวจรัว่ นี้ ถา มีแสดงวา วงกนั รว่ั นั้นชาํ รุด
# การซอมบาํ รงุ รกั ษา #
รายละเอยี ดบทที่ 9 ขอ 51
3.2 สูบน้าํ ทะเล(Raw Water Pump) (รูป 5-5.1 และ 5-5.2)
ทาํ หนาที่ สูบสงน้ําทะเลเขาระบบนํา้ ทะเล
ประกอบอยูทางดาน KGS ของเครอ่ื ง จาํ นวน 1 ตัว
ไดรับการขบั หมนุ โดยหมเู ฟองขบั (Gear Train)
ในแตละเครอ่ื งอาจจะมลี ักษณะและรายละเอยี ดตางกัน แตก ารทาํ งานจะเหมือนกัน
เปนสูบแบบแรงเหวย่ี งไลอ ากาศไดเ อง(Self-Priming Centrifugal Pump)
ปจ จุบันท่ีมใี ชอยู จะมีลักษณะตา งกันอยู 2 ลักษณะคอื
3.2.1 ลักษณะแรก (รูป 5-5.1)
# ลักษณะการทาํ งาน #
เรือนของสูบ(Pump Housing)เปนเรือนสวนเดียว มีชองทางนํ้าทะเลเขา -ออกอยดู านบนเรอื น
ของสูบ และประกอบดวยแผนควบคมุ (Control Disc)และฝาครอบสบู (Pump Cover)โดยใชส ลกั ยึดกับ
เรือนของสูบ ดานลา งประกอบดว ยกอ กระบาย(Drain Cock)
เพลาสูบ(Pump Shaft) ประกอบอยูภายในเรือนของสูบ ปลายเพลาดา นนอกเรือนของสบู มี
เฟอ งขบั หมนุ (Drive Gear)เปนสวนทรี่ บั อาการหมุนจากหมูเฟอ งขับ มาขับหมนุ สบู ใหทาํ งาน ปลาย-
กองฝก การชางกล กฝร.
๘๙
เพลาภายในเรือนของสูบ ประกอบดวยปกพัดนํ้า(Impeller)โดยใชป ลอกล่ิม(Tapered Bushing)และ
สลกั ยดึ (Stress Bolt)ยึดเขากบั เพลา รองรบั เพลาดวยแบริง่ ลูกกลิง้ กลม(Ball Bearing) 1 ชุด ไดรับการ
หลอลนื่ โดยการวิดสาด(Splash Oil)จากหมูเฟองขบั และมีการกนั ร่วั เพลาดวยวงกันรัว่ (Seal) 2 ชุด คอื
วงกันรั่วน้ํา(Water Seal)สําหรับกันร่วั เพลาดา นน้าํ ทะเลและวงกนั รั่วนํ้ามนั หลอ(Oil Seal)สําหรับกันร่วั
เพลาดานน้ํามันหลอ โดยวงกันรั่วท้งั สองมีระยะหางกันหรือชองวา งพอสมควร จะเจาะรทู ะลุเรอื นของสูบ
ลงดานลางเปนรูตรวจรัว่ (Telltale Bore) สําหรับตรวจสอบสภาพของวงกนั ร่วั ท้ังสอง ซึ่งปกตจิ ะตองไมม ี
น้ําทะเลหรือนา้ํ มันหลอ ร่วั ไหลออกมาจากรตู รวจร่วั น้ี ถามีแสดงวาวงกันรั่วชํารุด
การท่ีมีชองทางดูดอยูในระดับสูง ก็เพื่อใชกักน้ําใหเต็มอยูภายในสบู ตลอดเวลาขณะไมไดเ ดิน
เคร่ือง เพือ่ ใหสบู มีการไลอ ากาศไดเ อง(Self-Priming) ทันทีที่เริม่ เดินเครื่อง
กองฝก การชา งกล กฝร.
๙๐
3.2.2 ลักษณะทสี่ อง (รูป 5-5.2)
# ลักษณะการทํางาน #
เรือน(Housing) เปนเรือนสองสวน คือ เรอื นของสบู (Pump Housing)และเรือนแบรง่ิ (Bearing
Housing)ประกอบเขา ดว ยกันดวยสลักเกลียว(Screw) และดานขา งเรอื นของสบู ประกอบดวยขอตอทาง
เขา (Inlet Elbow)เปนชองทางดูดของสูบ โดยมชี อ งทางสงอยทู ่ดี า นบนเรือนของสบู ดา นลา งเรอื นของสูบ
ประกอบดวยฝาปด (Cover Plate)และปลกั๊ ระบาย(Drain Plug)
เพลาสูบ(Pump Shaft) ประกอบอยูภายในเรือนของสูบ ปลายเพลาดานนอกเรือนของสูบ
ประกอบดวยเฟองขับหมุน(Drive Gear)เปนสวนที่รับอาการหมุนจากหมูเฟองขับ มาขับหมุนสูบให-
กองฝก การชา งกล กฝร.
๙๑
ทํางาน ปลายเพลาภายในเรือนของสูบประกอบดวยปกพัดนํ้า(Impeller)โดยใชสลกั ยดึ (Stress Bolt)
และนตั (Nut)ยึดเขากับเพลา รองรบั เพลาดว ยแบรงิ่ ลูกกล้ิงกลม(Ball Bearing) 1 ชุด ไดร ับการหลอลน่ื
ดวยนํ้ามันหลอจากการวิดสาด(Splash Oil)จากหมูเฟอ งขับ มกี ารกนั รว่ั เพลาสูบเชน เดียวกับลกั ษณะ
แรกที่กลา วมาแลว
# การซอ มบํารุงรักษา #
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ 52
3.3 เครอ่ื งควบคุมอณุ หภมู ิน้าํ จืด(Coolant Thermostat)
ทําหนาท่ี ควบคุมอุณหภูมิน้ําจืดระบายความรอนเครื่อง ใหอยูในเกณฑใชการตลอดเวลาที่
เครื่องเดินอยู โดยทําใหนํ้าจืดระบายความรอนมีอุณหภูมสิ งู ถงึ อณุ หภูมิใชการอยางรวดเรว็ เม่อื เรม่ิ เดนิ
เคร่ืองและรักษาอุณหภูมิใหค งท่ีเมอื่ เดินเคร่อื งอยู
อุณหภูมิเริม่ เปด (Start To Open) ประมาณ 70-77°C (ดูในคมู อื ประจาํ เครอื่ ง)
อุณหภมู ิเปด เตม็ ที(่ Fully Open) ประมาณ 80-88°C (ดูในคูมอื ประจาํ เคร่อื ง)
ประกอบอยูท่ีทางน้ําจืดออกจากเคร่อื ง(ระบายความรอ นเครอ่ื งแลว ) จํานวน 1 หรือ 2 ตวั
ในแตละเครอ่ื งลักษณะและรายละเอยี ดจะตา งกนั แตห ลักการทํางานจะเหมอื นกนั
ปจจุบันทมี่ ีใชงานอยู จะแตกตา งเปน 2 ลักษณะ คือ
3.3.1 ลักษณะแรก (รูป 5-6.1)
เครอื่ งแบบ TC/TB
# ลักษณะการทํางาน #
ทเ่ี รือน(Housing) จะมีชองทางน้ําจืดเขา-ออก ดังนี้คอื ชอ งทางนา้ํ จดื เขา จากเครอื่ งยนต( From
Engine) 1 หรือ 2 ชองทาง,ชอ งทางน้าํ จดื ออก ไปเขา สูบนํา้ จืด(To Coolant Pump) 1 ชองทางและชอง
ทางนํ้าจืดออก ไปเขาหมอระบายความรอ นนา้ํ จืด(To Intercooler) 1 ชอ งทาง
ภายใน ประกอบดวยลน้ิ เล่อื น(Slide Valve) ทําหนาที่ปด-เปด ชอ งทางนํ้าจดื ออกท้งั หมด ไดร บั
อาการเลอ่ื นตัวจากสปริงดงึ กลบั (Return Spring)และสว นรบั ความรอน(Thermal Element)
สวนรับความรอน(Thermal Element) เปนกระเปาะทภี่ ายในบรรจไุ วดว ยขีผ้ ึง้ ทไี่ วตอ การขยาย
ตวั (Heat Expensive Wax)
เมื่อเร่ิมเดินเคร่ือง น้ําจืดซึ่งระบายความรอนเคร่ืองแลว จะถูกสงเขามาภายในเครอ่ื งควบคุม
อุณหภูมินํ้าจืดทางชอ งทางเขา ในขณะนีอ้ ณุ หภมู ิน้ําจดื นีย้ ังตาํ่ อยู( ตํา่ กวา คาอุณหภมู ิเริ่มเปด) ลิ้นเลือ่ น
จะไดรับอาการเลื่อนตัวจากสปริงดึงกลับ ทําใหเปดชองทางน้ําจืดออกไปเขาสูบน้ําจืดเต็มท่ี ในขณะ
เดียวกัน จะปดชองทางนํ้าจืดออกไปเขาหมอระบายความรอนน้ําจืด ทําใหไมมีการระบายความรอ น
ออกจากนํ้าจืด เพ่อื ใหอ ุณหภมู นิ า้ํ จดื สงู ถึงคา ใชการอยางรวดเร็ว เมอื่ เรมิ่ เดนิ เครื่อง
กองฝก การชางกล กฝร.
๙๒
กองฝก การชา งกล กฝร.
๙๓
เม่ืออุณหภูมินํ้าจืดระบายความรอนสูงข้ึนถึงคาอุณหภูมิเริ่มเปด ขี้ผ้ึงท่ีไวตอการขยายตัวของ
สวนรับความรอนจะขยายตัว ทําใหสว นรับความรอ นสงอาการใหลน้ิ เลอ่ื น เลอื่ นตวั เริ่มปดชอ งทางน้าํ จดื
ออกไปเขาสูบน้ําจืด ในขณะเดียวกนั กจ็ ะเริ่มเปด ชองทางนํ้าจดื ออกไปเขาหมอ ระบายความรอ นนา้ํ จดื
ทําใหเริ่มมกี ารระบายความรอนออกจากน้ําจดื
การเลื่อนตัวของลิ้นเล่อื นเพื่อปด -เปด ชองทางน้ําจดื ออกทั้งสองชองทางน้ี จะสมั พนั ธโ ดยตรงกับ
อุณหภูมินํ้าจืด คือ เมื่ออณุ หภมู ินํา้ จืดสูงขึ้น ลน้ิ เลอ่ื นก็จะไดร บั อาการเล่อื นตวั มากข้ึน ทาํ ใหเ ลอ่ื นตวั ปด
ชองทางน้ําจืดออกไปเขาสูบน้ําจืดมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็จะเปดชองทางนํ้าจืดออกไปเขาหมอ
ระบายความรอนน้ําจืดมากข้ึนดวย จนกระทง่ั อณุ หภมู นิ ้ําจืดสงู ถงึ คา อณุ หภูมิเปด เต็มที่ ลิน้ เล่ือนกจ็ ะปด
ชองทางนํ้าจืดออกไปเขาสูบนาํ้ จดื ในขณะเดยี วกัน กจ็ ะเปด ชอ งทางนํา้ จืดออกไปเขา หมอ ระบายความ
รอนน้ําจืดเต็มท่ี ทําใหม กี ารระบายความรอนออกจากน้าํ จดื เต็มที่ เพือ่ รักษาอณุ หภมู นิ ํา้ จืดใหค งทีต่ ลอด
เวลาที่เดินเครื่องอยู
3.3.2 ลักษณะทสี่ อง (รูป 5-6.2)
เครื่องแบบ TE
# ลักษณะการทํางาน #
ท่ีเรือน(Housing) จะมีชองทางน้าํ จืดเขา -ออก ดงั นค้ี อื ชอ งทางนา้ํ จดื เขา จากเคร่อื งยนต( From
Engine) 2 ชองทาง,ชอ งทางลดั คงท่(ี Permanent Bypass)เปนชอ งทางน้ําจดื ออกไปเขา สูบน้ําจดื (To
Coolant Pump) 1 ชองทาง,ชอ งทางลดั (Bypass)เปนชองทางนาํ้ จืดออกไปเขาหมอระบายความรอน
อากาศด(ี To Intercooler) 1 ชองทางและชองทางน้ําจืดออกไปเขาหมอระบายความรอนน้ําจืด(To
Coolant Cooler) 1 ชอ งทาง
ชองทางลดั คงที่(Permanent Bypass) เปนชอ งทางซึ่งเปดไวค งทต่ี ลอด(Permanent Bypass)
ดังน้ันเม่ือเดินเครอ่ื ง จะมนี ํ้าจืดระบายความรอ นเคร่ืองจากชอ งทางเขา สวนหนง่ึ ผานชองทางลดั คงท่นี ี้
ไปเขา สบู นํ้าจดื ตลอดเวลา
ภายในเรอื น ประกอบดวยลนิ้ เลอื่ น(Slide Valve),สวนรับความรอน(Thermal Element)และ
สปรงิ ดงึ กลับ(Compression Spring)ที่จะทํางานปด-เปดชองทางน้าํ จืดออกท่เี หลือ ซ่ึงจะมกี ารทํางาน
เชนเดยี วกบั ลกั ษณะแรกทกี่ ลาวมาแลว
ในเครื่องควบคุมอณุ หภูมินํา้ จดื บางแบบ ถา สวนรบั ความรอ นชํารดุ หรอื ไมท าํ งาน เราสามารถที่
จะตงั้ ฉกุ เฉิน(Emergency Setting)เพ่ือใชง านตอไปได
# การซอมบาํ รุงรักษา #
รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 74
กองฝก การชางกล กฝร.
๙๔
กองฝก การชา งกล กฝร.
๙๕
3.4 หมอระบายความรอนนาํ้ จดื (Coolant Cooler)
ประกอบอยทู างดาน KGS. ของเครื่อง
ปจจุบันที่มใี ชงานอยู จะแตกตางกันเปน 2 ลกั ษณะ คือ
3.4.1 ลักษณะแรก (รูป 5-7.1 / 5-7.2)
เครอ่ื งแบบ TC/TB
# ลักษณะการทาํ งาน #
ภายในเรือน(Housing)จะแบงเปน 2 สว น ทาํ หนาที่ตา งกัน คือ
สวนลา ง จะเปนหมอ ระบายความรอ นนาํ้ จดื (Coolant Cooler) สวนบน จะเปน ถงั พกั น้ําจืด
(Coolant Expansion Tank)
หมอ ระบายความรอ นน้ําจืด(Coolant Cooler)
ทาํ หนาท่ี ระบายความรอ นออกจากน้าํ จืดโดยนาํ้ ทะเล
ประกอบดวยหมูหลอดระบายความรอน(Core)เปนแบบหลอดแบน(Flat Tube Type) ใชนาํ้
ทะเลเดินนอกหลอดและใหน้าํ จืดเดนิ ในหลอด มีทศิ ทางการไหลขวางกนั หรือตดั กัน(Cross Flow) ดาน
ลางของหมูหลอดจะเปนหองนํ้าลาง(Bottom Water Chamber) คือสวนของน้ําจืดซึง่ ผานหมหู ลอด
ระบายความรอนแลว และหองน้ําทางลัด(Bypass Duct) คือสวนของน้าํ จดื ทไ่ี มผานหมหู ลอดระบาย
ความรอ นจะมีชอ งทางถึงสว นบนซง่ึ เปน ถังพักนา้ํ จืด
ถงั พักนํ้าจืด(Coolant Expansion Tank)
ทําหนาท่ี ชดเชยการขยายตวั หรือหดตวั ของน้าํ จืด
ชดเชยน้ําจดื ใหร ะบบตลอดเวลา
เปนทางเตมิ น้ําจืดเขาระบบ
ระบายอากาศออกจากนํ้าจดื
ตรวจสอบระดับนํ้าจืดดวยสายตา
ดานขาง ประกอบดวยชองทางสําหรบั ตอทอ ระบายอากาศ(Vent Line Connection)จากระบบ
นํ้าจืดระบายความรอนเครือ่ ง,แผนแกวตรวจระดับนํา้ จืด(Sight Glass)สําหรับตรวจดูระดบั นํ้าจืดภายใน
ถังพักนํ้าจืด,ชองทางสําหรับประกอบชุดตรวจวัดระดับน้ําจืด(Coolant Level Monitor)และทอดูด
ตะกอนนํ้ายาปองกนั สนมิ (Corrosion Inhibitor) ดานบน ประกอบดวยทอระบายอากาศ(Vent)ซงึ่ จะปด
ไวดวยฝาปด ระบาย(Breather Valve)
ฝาปดระบาย(Breather Valve) ประกอบดวยล้ินกาํ ลังดูด(Suction Valve)ซึ่งตั้งคากาํ ลงั ดัน
เปด(Opening Pressure) ที่ -0.10 บาร(Vacuum) และล้ินกําลงั ดนั (Discharge Valve)ซึ่งตงั้ คา กําลงั ดัน
เปดที่ 0.85-1.15 บาร(Gauge) เม่ืออุณหภูมินา้ํ จดื ระบายความรอ นสูงขนึ้ นา้ํ จืดจะขยายตวั กาํ ลงั ดัน
ภายในระบบจะสูงข้ึนดวย ถากาํ ลงั ดนั สงู ถึง 0.85-1.15 บาร ลิน้ กําลังดนั จะเปด ใหอ ากาศและ/หรอื น้ํา-
กองฝก การชางกล กฝร.
๙๖
กองฝก การชา งกล กฝร.
๙๗
จืดภายในระบบระบายออกจากระบบทางทอระบายอากาศ(Vent) เพ่ือไมใหระบบเสียหายรัว่ ไหลจาก
กําลังดันภายในระบบ ในทางตรงขาม ถาอุณหภมู ินา้ํ จืดลดลงนํ้าจดื จะหดตัว กําลังดนั ภายในระบบจะ
ลดลงดวย ถากําลงั ดันลดลงถึง -0.10 บาร ลิ้นกําลงั ดูดจะเปด ใหอ ากาศจากภายนอก เขา ไปภายใน
ระบบไดท างทอระบายอากาศ(Vent) เพ่ือไมใหร ะบบเสยี หายร่วั ไหลจากกําลังดนั ภายนอก
3.4.1 ลักษณะท่สี อง (รูป 5-7.3 / 5-7.4)
เครอ่ื งแบบ TE
# ลักษณะการทาํ งาน #
ถงั พกั นํ้าจืด(Coolant Expansion Tank)และหมอ ระบายความรอ นนาํ้ จดื (Coolant Cooler) จะ
ทําเปน 2 สวน แยกออกจากกนั
ดานบน จะเปนถังพักนาํ้ จดื ซึ่งมีลกั ษณะการทํางานเชน เดียวกบั ลักษณะแรกทก่ี ลา วมาแลว จะ
เช่ือมตอกับระบบนาํ้ จดื ระบายความรอนโดยทอชดเชยนาํ้ จดื (Coolant Expansion Line)
ดานลาง จะเปนหมอ ระบายความรอ นนาํ้ จืดแบบแผน(Plate Core Cooler) ซึ่งจะประกอบดวย
เรือนหมอระบายความรอ น(Cooler Housing),หมูแผนระบายความรอน(Plate Core)และฝาปด(Thrust
Plate) โดยจํานวนแผนระบายความรอ นนส้ี ามารถติดตั้งไดต ามตอ งการ มีการกันรัว่ ระหวางแผน ระบาย
ความรอ นดว ยวงกนั ร่วั แบบมีรอ ง(Profile Seal)สําหรับปองกนั การร่วั ไหลของน้าํ จืดหรือนา้ํ ทะเล
น้ําจืดระบายความรอ น จากเครอื่ งควบคุมอุณหภมู ินา้ํ จืด(Coolant Thermostat) ถาอุณหภมู ติ ํ่า
จะเขามาที่ชองทางเขาของเรือนหมอระบายความรอนและผานชองทางลัด(Bypass)ไปเขาหมอระบาย
ความรอนอากาศดี(Intercooler)โดยตรง แตถ า เปนนา้ํ จืดอุณหภูมิสงู ถงึ อุณหภมู ิใชการ จะเขามาท่ีชอ ง-
กองฝก การชา งกล กฝร.
๙๘
กองฝก การชา งกล กฝร.
๙๙
ทางเขาของเรือนหมอระบายความรอน จะถูกสงผา นหมูแผนระบายความรอ น แลว จงึ สงออกทางชอง
ทางออกที่เรือนหมอระบายความรอ น ไปเขาหมอระบายความรอนอากาศดี
น้ําทะเล จากสบู น้ําทะเล(Raw Water Pump) จะถูกสงเขามาท่ีชอ งทางเขา ของเรือนหมอ ระบาย
ความรอน ผานหมูแผนระบายความรอ นสวนกับทิศทางการไหลของน้ําจดื แลวสงออกภายนอกทางชอ ง
ทางออกทแ่ี ผน กัน้
ในกรณีฉุกเฉนิ สามารถใชส ูบนา้ํ ทะเลสาํ รอง(Reserve Raw Water Pump)สง นาํ้ ทะเลเขา ทาง
ชองทางเขาท่ีแผน กั้นแทนสูบน้าํ ทะเลประจําระบบได
#การซอ มบาํ รงุ รกั ษา#
รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 72-73 และ 64-66
3.5 ชุดอนุ นา้ํ จืด(Coolant Preheating Unit) (รูป 5-8.1 / 5-8.2)
ทําหนา ที่ อุนนํ้าจืดระบายความรอ นใหมอี ณุ หภูมสิ ูงข้นึ เพอื่ เปน การอนุ เครื่องกอ นเรม่ิ เดนิ เคร่ือง
เปนสว นประกอบเพม่ิ เตมิ มีใชเฉพาะบางเครอ่ื ง
อุณหภูมิการอนุ (Trip Point) 40°C ลงมา ตอการอุน(Cut-in)
45°C ขึ้นไป ตดั การอุน(Cut-out)
อุณหภมู ิตดั การทํางาน(Limited Setting) 95°C ขึน้ ไป
การแสไฟฟา ทาํ งาน 440/380 V. 50-60 Hz.
# ลักษณะการทาํ งาน #
ประกอบดวยสว นใหญๆ ดังนี้
หมอ อุน น้ําวนเวียน(Continuous Flow Heater) ภายในประกอบดวยขดลวดไฟฟา จาํ นวน 2-3
ชุดๆละ 3 ขด ตอกันแบบดาว(Star)ทําหนาท่ีอุนนํา้ จดื ภายในใหม ีอณุ หภมู สิ งู ขน้ึ โดยมเี คร่อื งควบคมุ
อุณหภูมิ(Thermostat)ทําหนาที่ควบคุมอุณหภูมินํ้าจืดท่ีอุนใหอยูในเกณฑตลอดเวลาและตัวจํากัด
อุณหภูมิ(Temperature Limiter) ทําหนาทจ่ี าํ กัดอุณหภูมอิ นุ นํ้าจดื ไมใ หสงู เกินกาํ หนด
สูบน้ําวนเวยี น(Electric Pump) เปนสูบขับหมุนดวยมอเตอรไฟฟา ทาํ หนาทสี่ บู นา้ํ จดื ระบาย
ความรอนเครื่อง มาผานหมออุนนํ้าวนเวียนแลวสง กลบั เขา เคร่อื ง โดยท่ที างสงจะประกอบดว ยล้ินกนั
กลับ(Non-Return Valve) ทําหนาที่ปองกนั น้าํ จืดระบายความรอ นจากเคร่ืองเขา มาผานหมออุนน้ําวน
เวียนขณะเดินเครือ่ ง
เมื่อเปด กระแสไฟเขา ระบบ(Switch On) สูบนํ้าวนเวียนจะเรม่ิ ทํางาน สูบนํา้ จืดระบายความรอ น
เคร่ือง มาผานหมอ อุนนา้ํ วนเวยี นแลวสงกลับเขา เครื่อง ขณะเดียวกัน ขดลวดไฟฟาภายในหมออนุ น้าํ วน
เวียนจะมีกระแสไฟไหลผา น เกิดความรอ นและถา ยเทความรอนใหก บั นํา้ จืดระบายความรอ นท่ีวนเวยี น
ผาน ทําใหน าํ้ จืดมีอณุ หภมู ิสงู ขนึ้ ผลทไ่ี ดค ือ เคร่ืองยนตจ ะมีอุณหภมู สิ งู ขน้ึ ไปดวย
กองฝก การชางกล กฝร.
๑๐๐
ถาอณุ หภมู ินา้ํ จดื สงู ขึน้ ถึง 45°C เครื่องควบคมุ อณุ หภมู จิ ะตัดวงจรกระแสไฟไมอ ุนนํ้าจดื และ
ถาอุณหภูมิน้ําจืดตาํ่ กวา 40°C เคร่ืองควบคุมอุณหภูมจิ ะตอ วงจรกระแสไฟอนุ นํ้าจืดอีก แตถ า อุณหภมู ิ
น้ําจดื สงู ถึง 95°C ตัวจํากดั อณุ หภูม(ิ Temperature Limiter)ของเครื่องควบคมุ อุณหภูมิ จะตดั วงจร
กระแสไฟฟาเลิกการอุนน้ําจืด ซึ่งในกรณีน้ีแสดงวาระบบขัดของ จะตองตรวจสอบแกไขและต้งั ระบบ
ใหม( Reset)
# การซอ มบาํ รงุ รักษา #
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ 67-71
กองฝก การชางกล กฝร.
๑๐๑
บทที่ 6
ระบบน้าํ มันหลอล่ืนเคร่ืองยนต
(Engine Oil System)
ระบบนํ้ามันหลอล่ืนเครือ่ งยนต จะทําหนาทีส่ ง นา้ํ มนั หลอล่ืนไปหลอลนื่ ระบายความรอ นใหกับสว น
ตางๆของเครือ่ ง รวมถึงสงเขาทํางานในอปุ กรณต ดั การทํางานของสบู (Cylinder Cutout)และเครอ่ื งควบคุม
ความเร็ว(Governor)ดวย
สําหรบั เครือ่ งยนตดีเซล mtu อนกุ รม(Series) 396 น้ี ระบบนํ้ามันหลอลืน่ เครอ่ื งยนตเ ปน แบบระบบ
สบู สง (Forced Feed System) โดยมอี า งนํ้ามนั หลอ(Oil Pan)แบบเปย ก(Wet Sump)ประกอบอยูด านลาง
ของเรือนสูบ(Crankcase) ทําหนาที่เก็บน้ํามันหลอไวใชภายในระบบ
เม่ือเดนิ เครอื่ งสบู นาํ้ มันหลอ(Oil Pump)ประจําระบบ จะทํางานดูดน้ํามันหลอจากอางน้ํามันหลอ สง
ไปหลอล่ืนระบายความรอนและทํางานในสวนตางๆของเครือ่ งแลว กลบั เขา อางน้ํามันหลอ เพื่อวนเวียนเขา
สูบนํ้ามนั หลอและสง วนเวียนเขา ระบบอีก ดังทก่ี ลา วมาแลว
ในบางเครือ่ ง จะประกอบดวยระบบนํ้ามันหลอล่นื อกี ระบบหนึง่ คือ ระบบปรบั ระดบั น้าํ มันหลอ
(Oil Level Regulating System) ซ่ึงจะทําหนาทป่ี รับระดับหรือรกั ษาระดับนํา้ มนั หลอในอา งนํ้ามนั หลอให
อยูในระดับใชก ารตลอดเวลาทเี่ ครื่องเดินอยู
ความจุน้ํามันหลอ ของอางนํ้ามนั หลอ ในแตละเคร่ืองจะตางกนั ดังน้ี คือ ปรมิ าณนาํ้ มันหลอ เมอ่ื เม่ือ
สูงถึงขดี บนสุด(Max)ของเหล็กวัดระดบั นํ้ามนั หลอ (Oil Dipstick) หรือ เปลี่ยนถา ยนํา้ มนั หลอ สําหรับเครอ่ื ง
6 V ประมาณ 64 ลิตร , เคร่อื ง 8 V ประมาณ 90 ลติ ร และ เครื่อง 12 V ประมาณ 125 ลิตร
1.สวนประกอบของระบบ (รูป 6-1.1 / 6-1.2)
สูบนํ้ามันหลอ(Oil Pump) (รายละเอียด ขอ 3.1)
สูบจํากดั น้าํ มันหลอ (Oil Metering Pump) (รายละเอยี ด ขอ 3.2)
สูบปรับระดับน้าํ มนั หลอ(Oil Level Regulating Pump) (รายละเอยี ด ขอ 3.3)
หมอระบายความรอ นนํา้ มนั หลอ(Engine Oil Heat Exchanger) (รายละเอยี ด ขอ 3.4)
หมอกรองละเอยี ดน้าํ มนั หลอ(Engine Oil Filter) (รายละเอียด ขอ 3.5)
หมอกรองตะแกรงโลหะน้าํ มันหลอ(Engine Oil Edge-Type Filter) (รายละเอยี ด ขอ 3.6)
หมอกรองทางลดั นํา้ มนั หลอ(Engine Oil Bypass Filter) (รายละเอยี ด ขอ 3.7)
2.การทาํ งานของระบบ (รูป 6-1.1 ถึง 6-1.4)
จากรูป 6-1.1 / 6-1.2
เมื่อเดนิ เครือ่ ง สบู นํ้ามนั หลอ(Oil Pump)ซึ่งเปน สบู แบบเฟอ ง(Gear Pump) ไดรับการขบั หมนุ โดย
กองฝกการชา งกล กฝร.