The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือ mtu v 396 TC/TB/TE Description and
Operation Manual

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-05-10 01:53:42

คู่มือ mtu v 396 TC/TB/TE Description and Operation Manual

คู่มือ mtu v 396 TC/TB/TE Description and
Operation Manual

Keywords: คู่มือ mtu v 396 TC/TB/TE Description and Operation Manual

๒๐๒

58.การเปล่ียนน้ําจืด(Engine Coolant Change)
เปด ฝาปด ระบาย(Breather Valve) (รายละเอียดขอ 65)
ดูดตะกอนนา้ํ ยาปอ งกันสนมิ ออก (รายละเอียดขอ 55)
เปด ระบายน้ําจืดออกจากระบบ (รายละเอยี ดขอ 55)
เติมนาํ้ จดื เขาระบบ (รายละเอียดขอ 53)
ปด ฝาปดระบายเขาที่เดมิ (รายละเอยี ดขอ 66)

59.การทําความสะอาดตะแกรงกรองนํา้ จดื (Coolant Strainer Cleaning)
59.1 เครื่องแบบ TC/TB (รูป 9-43)

เปดระบายนํ้าจดื ออกจากระบบ (รายละเอียดขอ 55)
ถอดสลักเกลียว(Screw)และทองอ(Elbow) ออกจากทอรวมแกสเสีย(Exhaust Manifold)
และทอ นํา้ จดื (Coolant Pipe)
ถอดตะแกรงกรองนํ้าจดื และทองอ นําไปเปาทําความสะอาดดว ยกาํ ลงั ดันลม
ประกอบวงกันรวั่ (O-Ring)ใหมใหเ ขากับทอนํ้าจืด และประกอบทองอเขา กบั ทอ น้าํ จดื แลว
จึงประกอบทองอเขา กับทอรวมแกส เสยี โดยใชแ ผนกนั รวั่ (Gasket)ใหม
เติมนา้ํ จดื เขาระบบ (รายละเอียดขอ 53) และตรวจดกู ารรวั่ ไหล

59.2 เครอื่ งแบบ TE (รูป 9-44)
ในขณะเคร่อื งเย็น ถอดปลั๊ก(Plug)ท่ีทอน้ําจดื กลบั (Return Line) ท้ังดา น A และ B(A/B-

Side) ระบายน้ําจืดออกประมาณ 2-3 ลิตร ใสภาชนะทเ่ี หมาะสม เปน การลางคราบสงิ่ สกปรก
ออกจากตะแกรงกรองนา้ํ จดื

ประกอบปลัก๊ เขาท่เี ดมิ และเปลย่ี นวงกนั ร่ัว(Sealing Ring)ใหม ถาจาํ เปน

กองฝก การชางกล กฝร.

๒๐๓

60.การตรวจสอบการอดุ ตันของทอ ระบายอากาศระบบนา้ํ จดื (Coolant System,Vent Line
Obstruction Check)

ถอดทอระบายอากาศ ออกมาเปาทาํ ความสะอาดดวยกําลังดันลม แลว ประกอบเขาทีเ่ ดิม
∆ ขอควรระวงั

∆การอุดตันของทอระบายอากาศ จะทําใหเคร่ืองรอนจดั (Overheat)ขณะใชเ ครื่อง จน
กระท่ังเครื่องเสียหายได
61.การตรวจสอบการสงน้ําทะเล(Raw Water Supply Check)

ในขณะเครื่องเดินอยู ตรวจสอบกําลงั ดนั นา้ํ ทะเล ทีม่ าตรวัดกาํ ลงั ดนั (Pressure Gauge)
หรือ ทแ่ี ผงแสดงคา(Monitoring Panel)
62.การเปด ใชน ้ําทะเลฉุกเฉนิ (Raw Water Emergency Supply,Cut-in) (รูป 9-45)

เครื่องแบบ TE
เปด ลน้ิ ปด(Shut-off Valve) เพือ่

เปด นา้ํ ทะเลฉุกเฉินเขา ระบบ
เปด การทํางาน(Switch On) สูบน้ํา

ทะเลสาํ รอง(Reserve Raw Water Pump)
ตรวจสอบกําลังดัน ที่แผงแสดงคา

(Monitoring Panel)

ขอ ควรจาํ !
! กําลังดันนํ้าทะเลตองไมส ูงกวา 2.2 บารแ ละอตั ราการสง ไมสูงกวา 60 ลบม./ชม.(m3/h)

∗ หมายเหตุ
∗ถาเรือน(Housing)ของสบู นํา้ ทะเล(Raw Water Pump)ของเคร่ืองชาํ รุดเสียหาย จะตอ ง

ปดทอทางเขา-ออกของสูบน้ําทะเลดังกลาว ดวยการกลับดา นหนาแปลนสองทาง(Dual Purpose
Flanges)

กองฝก การชางกล กฝร.

๒๐๔

63.การปดน้ําทะเลฉุกเฉิน (รูป 9-45)
ปดการทาํ งาน(Switch Off) สูบน้าํ ทะเลสํารอง
ปด ล้ินปด (Shut-off Valve) เพ่ือปดทอทางนํ้าทะเลฉุกเฉินเขา ระบบ
เปด ล้ินน้ําทะเลเขาระบบน้าํ ทะเลตามปกติ

∗ หมายเหตุ
∗ถามกี ารปด ทอ ทางเขา -ออกของสบู น้าํ ทะเล(Raw Water Pump) ดวยหนา แปลนสอง

ทาง(Dual Purpose Flanges) ใหเปดดวยการกลับดา นหนา แปลนสองทางใหเรยี บรอย
64.การทาํ ความสะอาดแผนแกวตรวจระดับนํา้ จืด(Sight Glass Cleaning) (รูป 9-46)

ถอดปลกั๊ ตัวบน(Upper Plug) ของแผน แกวออก
ใชแปรงแยงขวด(Bottle Brush) แยงทําความสะอาดใหท ัว่ แผนแกว
ประกอบปลัก๊ ตัวบน เขาที่เดมิ โดยใชว งกนั รวั่ (Sealing Ring)ใหม

65.การเปด ฝาปดระบาย(Breather Valve Opening) (รูป 9-47)
หมุนฝาปดระบายไปทางซาย จนถึงจดุ หยุดจดุ แรก(First Stop)แลวหยดุ ใหก ําลังดันภาย

ในระบายออกมาใหหมด
หมุนฝาปด ระบายตอ ไป จนกระทั่งถึงจุดหยุดที่สอง จงึ เปด ฝาปดระบายออก

∆ ขอ ควรระวงั
∆ หามเปด ฝาปดระบาย ขณะเครอ่ื งยนตรอน

66.การปดฝาปด ระบาย(Breather Valve Closed) (รูป 9-47)
ประกอบฝาปดระบายเขาทีเ่ ดิมและหมุนไปทางดานขวา จนถึงจดุ หยุด

67.การเปดระบายชดุ อุนนํ้าจืด(Coolant Preheating Unit Draining) (รูป 9-48)

กองฝก การชางกล กฝร.

๒๐๕

เปดปลั๊กระบาย(Drain Plug)
ระบายนํา้ ภายในออก

ประกอบปลั๊กระบายเขาที่เดิม
โดยใชว งกนั ร่วั (Sealing Ring)ใหม

68.การใชง านชุดอุนนา้ํ จืดคร้ังแรก(Coolant Preheating Unit Initial Operation) (รูป 5-8)
ตรวจสอบจดุ ตดั การทํางาน เมอื่ กระแสไฟเกิน(Overcurrent) ของมอเตอรสบู นํ้าวนเวียน
เติมนา้ํ จืดเขาสูบนาํ้ วนเวียน(Pump) ใหเ ต็ม
เปด การทาํ งาน(Switch On) ชุดอุนนา้ํ จดื
ตรวจสอบทิศทางการหมนุ ของสูบน้ําวนเวียน
ตรวจสอบอุณหภมู ินํ้าจืด ตอ งสูงขนึ้

69.การปรับแตงเครื่องควบคุมอุณหภมู ิชดุ อุนนา้ํ จดื (Coolant Preheating Unit Thermostat
Adjustment) (รูป 5-8)

ถอดสลักเกลียว(Screw)และฝาครอบ(Cover) ของเคร่ืองควบคุมอุณหภมู ิ
ปรับแตงยา นอุณหภูม(ิ Range) ที่สลักเกลียวปรับแตง (Adjusting Screw) ตามตอ งการ
ประกอบฝาปดเขา ที่เดิม
70.การตรวจสอบชดุ อนุ นํ้าจดื (Coolant Preheating Unit Check) (รูป 5-8)
ขณะเปด การทํางาน(Switch On)ชุดอุนนํ้าจดื อุณหภูมิน้าํ จืดจะตองอยูในยา นการควบ
คุม ของเคร่ืองควบคุมอณุ หภูมิและสูบนาํ้ วนเวยี นจะตอ งทํางานดว ย
71.การตั้งการทาํ งานของตวั จาํ กดั อณุ หภูมิใหม(Coolant Preheating Unit,Temperature

Limiter Reset) (รูป 5-8)
ถอดสลกั เกลียว(Screw)และฝาครอบ(Cover) ของเคร่ืองควบคมุ อุณหภูมิ
กดเดือยตง้ั การทํางานใหม(Resetting Pin)
ประกอบฝาครอบเขา ท่เี ดมิ
72.การทําความสะอาดหมอระบายความรอนนาํ้ จดื (Coolant Cooler Cleaning)
เคร่ืองแบบ TE
ดูในคูม อื Maintenance Manual MO 20046/00E
73.การตรวจสอบการรั่วไหลของหมอระบายความรอ นนํ้าจืด(Coolant Cooler Leak

Check) (รูป 5-7.3 / 5-7.4)

กองฝก การชางกล กฝร.

๒๐๖

ตรวจดูรองของวงกันร่วั แบบมรี อง(Profile Seal) วามีนํ้ารว่ั ออกมาหรอื ไม
∗ หมายเหตุ

∗ ขณะท่ียังไมมีการอดั ตัว ความกวา งของรอ งจะมปี ระมาณ 8 มม.ถารอ งมกี ารอุดตัน ใช
มีดกรีดตกแตง ใหรอ งทะลถุ ึงกนั ตลอดวง
74. การตั้งฉกุ เฉนิ เคร่อื งควบคุมอณุ หภูมินา้ํ จืด(Coolant Thermostat Emergency Setting)

74.1 เคร่ืองแบบ TB (รูป 9-49)
ถอดฝาครอบ(Cover)
ถอดลวดตราตะกั่ว(Lead Seal)

ออกจากสลักเกลียวปรับแตง(Adjusting
Screw)

คลายนัตล็อค(Lock Nut)ออก
และกวดสลกั เกลยี วปรับแตง เขา

74.2 เครอ่ื งแบบ TE (รูป9-50)
คลายปลอกล็อค(Locking Bush) ออก

พอประมาณ
กวดเดือยก้นั (Stop Pin)เขา 18-20 มม.

(ประมาณ 16 รอบ) ดวยประแจหกเหลี่ยม
(Allen Key)

กวดปลอกลอ็ คใหแ นน
เม่ือมีการเปล่ียนสวนรับความรอน
(Thermal Element) ใหคลายเดอื นกั้นออก 18-
20 มม.และกวดปลอกล็อคใหแนน

∆ ขอควรระวงั
∆ขณะใชเคร่ืองเมื่อมีการต้ังฉุกเฉินดังกลาว จะตองคอยตรวจสอบอุณหภูมิน้ําจืดเปน

พิเศษและเปล่ียนเครื่องควบคุมอุณหภูมิน้ําจืดหรือสวนรับความรอน(Thermal Element) ใน
โอกาสแรก

กองฝกการชา งกล กฝร.

๒๐๗

75.การปรับแตงอตั ราการสงของสูบจาํ กัดนํา้ มันหลอ (Oil Metering Pump Delivery
Adjustment) (รูป 9-51)

ขณะเครือ่ งเดินอยู ตรวจสอบการสง
นํ้ามันหลอ ทที่ อทางสงสูบจํากดั นา้ํ มันหลอ

ถอดปลายทอ สง นา้ํ มันหลอ ออกจาก
ทอรวมอากาศดี

วัดอัตราการสงน้ํ ามันหลอ ดวย
ภาชนะวดั คา (Measurement Container)

ถาคาไมไดตามเกณฑ ใหปรับแตง ที่
สลักเกลยี วปรบั แตง(Adjusting Screw) ซงึ่
การกวดทวนเข็มนาฬิกา(CCW.) จะเปน การ
เพิ่มอัตราการสง แตถากวดตามเข็มนาฬิกา
(CW.)จะเปน การลดอัตราการสง

∗ หมายเหตุ ∗ อัตราการสง ใหด ูในคูมอื ประจําเคร่ือง
76. การเติมนํา้ มนั หลอ เขา ระบบ(Engine Oil System Filling) (รูป 9-52)

เติมน้ํามันหลอใหมเขาเคร่ืองทาง
ทอทางเตมิ (Filter Neck) จนกระทั่งระดบั
น้ํามันหลอในอางนํ้ามันหลอ (Oil Pan)สูง
ถึ ง ขี ด สู ง สุ ด (M a x ) ข อ ง เ ห ล็ ก วั ด ร ะ ดั บ
(Dipstick)

ถาเปนการเติมนํ้ามันหลอคร้ัง
แรก หรือ การเติมหลงั จากการเปลีย่ น
น้ํามนั หลอ จะตอ งระลึกไวว า ทห่ี มอ กรอง
(Filter)และหมอระบายความรอน(Heat
Exchanger) ยังไมไดรับการเติมนํ้ามัน
หลอ จนกวา จะมีการเดนิ เครอ่ื ง ดงั นน้ั จึง

มีความจําเปนท่ีจะตองเติมน้ํามันหลออีกคร้ัง จนถึงขีดสูงสุด(Max)ของเหลก็ วัดระดบั (Dipstick)
หลังจากทดสอบเดินเครือ่ ง(Test Run)

ถามรี ะบบปรับระดับนา้ํ มนั หลอ (Oil Level Regulating System) ในถังพกั นํ้ามนั หลอ
(Oil Tank)ตองใหถ ึงระดับ 2/3 ของถงั ดวย

กองฝก การชางกล กฝร.

๒๐๘

∆ ขอควรระวัง
∆นํ้ามันหลอทใ่ี ช จะตองเปนน้ํามันหลอ ใหม ตามรายละเอียดในคมู ือ MTU Fluids And

Lubricants Specification No.1061 เทา นั้น
77. การเปลีย่ นนา้ํ มนั หลอ(Oil Change)

ตองกระทําในขณะทเ่ี ครอ่ื งยนตรอนอยู ดงั นี้
ใชระบบสูบถายนํ้ามันหลอ ดูดนาํ้ มนั หลอ ออกจากระบบใหห มด
เปดระบาย(Drain)น้ํามันหลอ ออกจากหมอกรอง(Filter) และตรวจสอบดเู ศษโลหะทต่ี ก
คางอยูในนํ้ามนั หลอ
เติมนํ้ามันหลอใหม เขา เครื่อง
∆ ขอ ควรระวัง
∆ เชนเดยี วกับ ขอ 75
78. การตรวจสอบระดับน้ํามันหลอ(Checking Engine Oil Level) (รูป 9-53)

78.1 เครื่อง TC/TB ที่ไมมีระบบปรบั
ระดับน้าํ มันหลอ (รูป 9-53)

> การตรวจสอบในระหวางที่
ใ ช  เ คร่ืองปกติ ท่ี อุ ณ ห ภู มิ ใ ช  ง า น
(Operating Temperature) ใหด ึงเหลก็ วัด
ระดับ(Dipstick)ออกมา แลวเช็ดดวยผา
สะอาด แลว จงึ สอดเหล็กวัดระดบั ลงไปวัด
ร ะ ดับน้ํ ามันหล อในอางน้ํ ามันหลอ(O i l
Pan) ระดับน้ํามันหลอจะตองอยูระหวาง
ขีดต่ําสุด(Min)กับสงู สุด(Max)ของเหลก็ วดั
ระดับ

>> การตรวจสอบกอ นเริ่มเดนิ เครื่อง ส่ิงที่ตองคาํ นึงถงึ คอื ระยะเวลาท่เี ครอื่ งหยุด
เดิน เนอื่ งจากขณะเคร่อื งหยดุ เดิน จะมีนํ้ามันหลอจากหมอ กรองและหมอระบายความรอนนาํ้ มัน
หลอ ไหลกลับลงอา งนา้ํ มนั หลอ ทาํ ใหระดบั น้ํามนั หลอในอา งนา้ํ มันหลอ สูงกวา ปกติ ถา เปนการ
เริ่มเดินเครื่อง หลงั จากเลกิ เคร่ืองเปน ระยะเวลานาน(Extended Period) ตองเติมนาํ้ มันหลอใหสูง
ถึงขีดสงู สดุ (Max)

ขอ ควรจํา !
! เพื่อเปรียบเทียบผลการตรวจสอบระดบั น้าํ มันใหถกู ตอ งทุกครั้ง การตรวจสอบแตละคร้ัง

ควรกระทําเมื่อเครอื่ งยนตอ ยใู นสภาวะเดยี วกันทุกครั้ง

กองฝก การชางกล กฝร.

๒๐๙

78.2 เคร่ือง TE ท่ีมีระบบปรบั ระดบั นํา้ มันหลอ (รูป 9-53)
> การเติมน้าํ มันหลอคร้ังแรก(Initial Filling)และหลังการเปลี่ยนนาํ้ มนั หลอ ทกุ ครั้ง

ใหเ ตมิ นํา้ มนั หลอใหถึงขีดสงู สดุ (Max)ของเหลก็ วัดระดับ(Dipstick)ของเคร่อื ง และในถังพกั น้ํามนั
หลอ(Oil Tank)ของระบบปรบั ระดับน้ํามันหลอ ใหส งู ถงึ 2/3 ของถงั

เดินตัวเปลาประมาณ 2-3 นาที แลวเลกิ เครือ่ ง หลังจากเลิกเครอื่ งแลว ประมาณ 5 นาที
ดึงเหล็กวัดระดับ(Dipstick)ออกมา แลวเช็ดดวยผาสะอาด แลวจึงสอดเหล็กวัดระดับลงไปวัด
ระดับนาํ้ มันหลอ อางน้ํามนั หลอ (Oil Pan)ของเครอื่ ง ระดับนํ้ามนั หลอจะตอ งสงู ถึงขีดตา่ํ สดุ (Min)
ของเหล็กวัดระดบั และในถงั พกั นํา้ มันหลอ(Oil Tank)ของระบบปรับระดบั นํา้ มันหลอ ตองถึงระดับ
2/3 ของถัง ถาจาํ เปน เติมใหไ ดร ะดับดังกลาว

>> กอนเรม่ิ เดินเครอื่ ง หลงั จากเลกิ เครอื่ งเปนระยะเวลานาน ระดับน้ํามันหลอใน
อางน้ํามันหลอแและในถังพกั นํ้ามนั หลอ อยา งนอยทส่ี ุดตอ งสูงถึงขดี ตาํ่ สดุ (Min)

>>> การตรวจสอบระดับนํา้ มนั หลอระหวางท่ีเคร่อื งหยดุ เดิน หลังจากเลกิ เครื่อง
แลวประมาณ 5 นาที ระดับน้าํ มนั หลอ ในอางน้าํ มันหลอ และในถังพกั นํา้ มนั หลอ อยางนอ ยท่ีสดุ
ตองสูงถงึ ขดี ต่ําสดุ (Min) ถาจําเปนเติมใหไดร ะดับดังกลาว

ถาระบบปรับระดับนํ้ามันหลอผิดปกติ ขณะใชเคร่ืองจะตองตรวจสอบระดับน้ํามัน
หลอทุก 2 ชม ระดบั น้าํ มันหลอในอา งน้ํามนั หลอ จะตอ งอยูร ะหวา งขีดต่าํ สุดกบั สงู สุด และในถัง
พักน้ํามันหลอตอ งสูงถงึ ระดบั 2/3 ของถงั ถาจําเปนเติมใหไ ดร ะดบั ดงั กลาว
79.การนาํ นํ้ามนั หลอ ตัวอยางออกมาตรวจวิเคราะห(Oil Sampling) (รูป 9-54)

ใ น ข ณ ะ ที่ เ ค รื่ อ ง เ ดิ น อ ยู  ที
อุณหภูมิใชงาน เปดกอกระบายนํ้ามัน
หลอออกประมาณ 2 ลิตร เปน การทาํ
ความสะอาดกอ ก

เปดกอ กระบายน้าํ มนั หลอ ใส
ภาชนะที่สะอาดประมาณ 1 ลิตร เปนนํา้
มันหลอตัวอยาง

นํานํ้ามันหลอตัวอยา ง ไปตรวจ
วิเคราะหด วยชุดทดสอบของ mtu(MTU
Test Kit) ตรวจวเิ คราะหความสามารถ
ในการกระจายตัว(Dispersion Ability)
ดวยวธิ กี ารทดสอบหยด(Spot Test) ,นํ้าปนในนํา้ มนั หลอ(Water Content) และนาํ้ มนั เชือ้ เพลงิ

กองฝกการชางกล กฝร.

๒๑๐

ท่ีปนในน้ํามันหลอ(Fuel Delution) (รายละเอยี ด ดูในคมู ือ No. 61764)
80.การเลือกใชห มอกรองละเอียดนาํ้ มันหลอ (Oil Filters Selection) (รูป 9-55)

เครือ่ งแบบ TC/TB
โยกคันโยกของลิ้นเปลี่ยนทาง(Diverter Valve) ตามรูป 9-55
หมอกรองใบท่ถี ูกปด สามารถเปล่ียนไสหมอกรองได

∆ ขอควรระวัง
∆ ในขณะใชง านเครือ่ งปกติ จะตองเปดใชห มอกรองทกุ ใบ

81.การเปดระบายตะกอนหมอกรองละเอยี ดนา้ํ มนั หลอ(Draining Sludge From Oil Filter)
81.1 เครอ่ื งแบบ TC/TB (รูป 9-56)

ปดหมอกรองที่จะระบายตะกอน
ดวยล้ินเปลย่ี นทาง(Diverter Valve)

หมุนคลายเปดปล๊ักระบาย(Drain
Plug) ระบายน้ํามนั หลอ ภายในหมอกรอง
ออกใสภาชนะที่สะอาดใหห มด

ประกอบปล๊ักระบายเขาที่เดิม
โดยใชวงกนั รั่ว(Sealing Ring)ใหม

เปดใชหมอกรอง ดวยล้ินเปล่ียน
ทาง

ระบายตะกอนภายในหมอกรอง
อีกใบหนึ่ง ตามวธิ ีดงั ทีก่ ลา วมาแลว

กองฝก การชา งกล กฝร.

๒๑๑

81.2 เคร่อื งแบบ TE (รูป 9-57)
หมุนคลายปล๊ักระบายอากาศ

(Vent Plug)และปลั๊กระบาย(Drain Plug)
2-3 รอบ ระบายนํ้ามันหลอภายในหมอ
กรองใสภาชนะทีส่ ะอาดใหห มด

กวดปด ปลั๊กทั้งสอง เขาที่เดมิ
ขอ ควรจํา !
! ควรระบายตะกอน ในขณะเครอ่ื งรอ น
หรอื ทอี่ ณุ หภูมิใชการ

82.การตรวจวิเคราะหโลหะตกคา งในตะกอนนํ้ามนั หลอ (Oil Sludge Metallic Residue
Analysis) (รูป 9-58)

ใชน้ํามันเช้ือเพลิงท่ีสะอาดหรือนํ้า
ยาลา งจาระบ(ี Grease Dissolving Agent)
ผสมกับน้ํามันหลอ แลวนําไปกรองดวย
กระดาษกรอง(Paper Filter) ส่ิงสกปรก
ตางๆท่ีปนมากับน้ํ ามันจะตกคางอยูบน
กระดาษกรอง

ถามีโลหะตกคางอยูเปนจํานวนเลก็
นอย ในการใชงานเคร่ืองจะตองดแู ลเอาใจ
ใสตอเครื่องยนตอยางใกลชิด และจะตอง
ตรวจวิเคราะหตะกอนนํ้ามันหลอ ทกุ วนั ดงั ท่ี
กลาวมาแลว ถาพบวามีโลหะตกคางเพิ่ม
มากข้ึน จะตองตรวจสอบหาสาเหตตุ อ ไป
83.การเปลี่ยนวงกันรั่วและไสหมอกรองละเอยี ดนา้ํ มนั หลอ(Oil Filter Element And

Sealing Ring Replacement)
83.1 เครอื่ งแบบ TC/TB (รูป 9-59)

ปดหมอกรอง ดว ยลิน้ เปล่ยี นทาง (รายละเอยี ดขอ 79)
ระบายน้ํามันหลอออกจากหมอกรอง (รายละเอยี ดขอ 80)

กองฝกการชางกล กฝร.

๒๑๒

คลายสลักยึด(Securing Bolt)
ถ อ ด ฝ า ป  ด ห ม  อ ก ร อ ง (F i l t e r
Cover) พรอมชุดไสหมอกรอง(Filter
Element)
คลายนตั ยดึ (Retaining Nut)
ถอดไสหมอ กรองออกทงิ้

เปล่ียนวงกันร่ัว(Sealing Ring)

ใหม

ประกอบไสหมอกรองใหมเขาท่ี

เดิม แลว กวดดวยนัตยึดใหแ นน

ประกอบปล๊ักระบายเขาที่เดิม

โดยใชว งกันร่วั (Sealing Ring)ใหม

ประกอบฝาปดหมอกรอง พรอม

ชุดไสหมอกรองเขาที่เดมิ แลวกวดสลักยดึ

ใหแนน

เปดใชหมอกรอง ดวยลิ้นเปล่ียน

ทาง

∗ หมายเหตุ ่

∗ ถาหมอกรองสกปรกมาก ใหถ อดฐานหมอ กรอง(Filter Base)มาทําความสะอาดดว ย

∆ ขอควรระวัง
∆ ถากระทําในขณะทีเ่ คร่ืองกําลงั เดนิ อยู จะตอ งกระทาํ อยา งรวดเรว็ เพอ่ื ใหก ารปดไมใช

หมอ กรอง เปนเวลาส้ันๆเทา น้นั

กองฝก การชางกล กฝร.

๒๑๓

83.2 เครอื่ งแบบ TE (รูป 9-60)
เปดระบายน้ํามันหลอ ออกจากหมอ กรอง (รายละเอียดขอ 79)

คลายสลกั ยึด(Securing Bolt)
ถอดถวยหมอกรอง(Filter Bowl)และชดุ สปรงิ บงั คับ(Spring Retainer)
ถอดไสหมอ กรองออกทง้ิ
ทําความสะอาดทอ นํา,ชดุ สปรงิ บังคบั และถวยหมอ กรอง
ประกอบวงกนั ร่วั (O-Ring)ใหม เขากบั รองของทอ นํา
ตรวจสอบบาสัมผัสของชุดสปริงบังคบั ภายในถวยหมอกรองและวงกนั ร่วั (Viton Sealing
Ring) ในชดุ สปริงบังคบั
ประกอบแผน กันร่วั (Gasket)ใหมเขา ทท่ี อ นําและชดุ สปริงบังคบั
ประกอบไสห มอกรองใหมเ ขากบั ทอนาํ
ประกอบถวยหมอกรองเขาท่ีเดิม โดยระมัดระวังการกดของชุดสปรงิ บังคับลงบนไสหมอ
กรอง
กวดนัตยดึ ถวยหมอกรองใหแ นน
∗ หมายเหตุ
∗ ถาหมอกรองสกปรกมาก ใหถ อดทอ นาํ (Filter Guide)และฐานหมอระบายความรอน
น้ํามันหลอ ออกมาทําความสะอาดดว ย
84.การตรวจสอบชุดสปรงิ บังคับหมอ กรองละเอียดนํา้ มันหลอ(Engine Oil Filter Spring

Retainer Check) (รูป 9-61)

กองฝก การชา งกล กฝร.

เครอ่ื งแบบ TE ๒๑๔

การตรวจสอบ(Check)
ป ก ติ ชุดสปริง บัง คับ จะไม
สามารถถอดไดดวยมอื
ถาชุดสปริงบังคับ ไมยึดอยูกับ
สลักยดึ (Centre Screw) ใหบีบหวงสปริง
(Spring Lug)เขาอีก ใหชุดสปรงิ บังคบั
ยึดอยกู บั รองของสลักยึด
การประกอบ(Assembly)
ทาวงกันร่ัว(Viton Sealing
Ring) ดวยนํา้ มันหลอ
ประกอบชุดสปริงบังคับเขากับ
สลักยึด จนกระท่ังหวงสปริง(Spring
Lug)ลงรองของสลักยดึ
ขณะประกอบ ใหระมัดระวัง
สลักยึดจะถูกขดู ขีดเปน รอย

85.การใชคันหมนุ ทางเดยี วหมอ กรองตะแกรงโลหะนา้ํ มนั หลอ (Edge-Type Oil Filter
Operation) (รูป 9-62)

เครื่องแบบ TE
โยกคันหมุนทางเดียว(Ratchet

Lever) 1-2 รอบ เพ่ือทําความสะอาดไส
หมอกรอง

ล็อคคันหมนุ ทางเดยี ว ดว ยสปริงยดึ
(Retaining Spring)

ขอควรจาํ !
! การทําความสะอาดดังกลาวน้ี จะ

ไดผลดีทีสุด คือ ตองกระทําทนั ทหี ลงั จาก
เลกิ เครือ่ ง

กองฝกการชางกล กฝร.

๒๑๕

86.การระบายตะกอนหมอ กรองตะแกรงโลหะนาํ้ มนั หลอ (Edge-Type Oil Filter Sludge
Draining) (รูป 9-63)

เครือ่ งแบบ TE
โยกคนั หมุนทางเดียว
เปดลิ้นระบาย(Drain Valve)

ระบายนํ้ามนั หลอ ใสภาชนะท่สี ะอาด
ปด ล้นิ ระบาย
ล็อคคันหมุนทางเดียว ดว ยสปริง

ยดึ (Retaining Spring)
ขอ ควรจาํ !

! ตองกระทาํ ในขณะเคร่อื งรอ น
หรืออยทู ่อี ุณหภมู ใิ ชก าร

87.การตรวจวิเคราะหโ ลหะตกคา งในนํ้ามันหลอในหมอ กรองตะแกรงโลหะนา้ํ มนั หลอ
(Edge-Type Oil Filter,Oil Sludge Metallic Residual Analysis) (รูป 9-58)

เครอ่ื งแบบ TE
เพื่อตรวจวิเคราะหด โู ลหะตกคา งในนํ้ามนั หลอภายในหมอกรองตะแกรงโลหะ กระทําเชน

เดียวกบั ขอ 81 ท่กี ลา วมาแลว
88.การระบายตะกอนหมอกรองทางลัดนํ้ามนั หลอ(Oil Bypass Filter Sludge Draining)

(รูป 9-64)

ปดลิ้นน้ํามันหลอ ท่ีทอทางเขา
หมอกรอง

ค ล า ย เ ป  ด ป ล๊ั ก ร ะ บ า ย (D r a i n
Plug) ระบายน้ํามันภายในหมอกรองใส
ภาชนะท่ีเหมาะสมใหหมด

ประกอบปลั๊กระบายเขา ที่เดมิ
เปดล้ินนํ้ามันหลอ ที่ทอทางเขา
หมอ กรองทป่ี ดไว

กองฝก การชางกล กฝร.

๒๑๖
89.การเปล่ียนไสหมอ กรองทางลดั นา้ํ มันหลอ (Bypass Filter Element Renewal) (รูป 9-65)

ถ อ ด ป ล๊ั ก ร ะ บ า ย
(Drain Plug) เปดระบายนํ้า
มันหลอภายในหมอกรองออก
ใหห มด

ถ อ ด ส ลั ก ตั ว ก ล า ง
(Centre Bolt),ฝาปดหมอ
ก ร อ ง (C o v e r ) แ ล ะ ว ง กั น ร่ั ว
(Sealing Ring)

ถ อ ด ส ป ริ ง แ ล ะ แ ผ  น
รองสปริง(Spring Plate)

ดงึ หหู ิ้ว(Grip)ไสหมอ กรองใบบน
ขึ้น โดยขณะดึงขน้ึ ใหหมนุ ซา ย-ขวา เพือ่
ใหดงึ ขึ้นงายและปอ งกนั นํา้ มนั หลอทะลกั
ลนออกจากหมอ กรอง

จบั หูหิ้ว(Grip)ของไสหมอกรองใบ
ลาง หมุนซาย-ขวาและดึงขึ้นดว ยขอเกย่ี ว
(Hook)

กองฝก การชางกล กฝร.

๒๑๗

ทําความสะอาดเรือนหมอกรอง(Housing)และฝาปด หมอกรอง(Cover)
ประกอบปล๊ักระบาย(Drain Plug)เขาท่เี ดมิ โดยใชวงกันร่ัว(Sealing Ring)ใหม
ประกอบขอเกยี่ วลงในหมอกรองพรอ มกับไสหมอกรองใบลา งใหม
ประกอบไสหมอกรองใบบนใหม โดยระมดั ระวังไมใ หแ ผนกันรัว่ (Gasket)ระหวางไสห มอ
กรองชาํ รุดเสียหาย
ประกอบแผนรองสปริง(Spring Plate) เขา ที่เดมิ
ประกอบสปริงเขาท่ี โดยใหด า นทีม่ เี สน ผาศนู ยก ลางโตกวาอยดู า นลา ง คือ อยูบ นแผนรอง
สปริง
ใชจาระบีทาวงกนั ร่วั (Sealing Ring)ใหมแลวประกอบลงในรอ งท่ฝี าปด หมอกรอง(Cover)
ประกอบฝาปดหมอกรองเขาที่เดิมและกวดยึดดว ยสลักตวั กลาง(Centre Bolt)ใหแ นน
∆ ขอควรระวงั
∆ ฝาปด หมอ กรอง(Cover) รับแรงดันของสปรงิ อยตู ลอดเวลา
90.การหมุนเครือ่ งดว ยระบบเร่ิมเดนิ (Turning Engine On Starter)
ล็อคคันเลิกเคร่ือง(Shut Down Lever) ท่ีเคร่ืองควบคมุ ความเรว็ (Governor) ไวทตี่ ําแหนง
เลิกเคร่ือง(Stop)
กดปุมเร่ิมเดนิ ใหเ ครื่องหมุนประมาณ 10 วินาที
ปลดล็อคคนั เลิกเครอื่ ง กลับไปไวทตี่ าํ แหนงเดมิ
∆ ขอควรระวงั
∆ กอนท่ีจะหมุนเครื่อง จะตองแนใ จวา ไมมีใครอยใู นตาํ แหนงหรอื ทท่ี จี่ ะเปน อนั ตราย
∆ หลังจากปฏิบัตงิ านแลว อุปกรณปองกันอันตรายตา งๆจะตอ งประกอบเขาท่เี ดิมและ
เครื่องมือตา งๆตองเอาออกจากเครอื่ งใหหมด
91.การหามการเรม่ิ เดินเครื่อง(To Disable Engine Starting)
91.1 ระบบเร่มิ เดินใชก ําลังดนั ลม(Compressed Air)
ใหปดลนิ้ ลมเขา ระบบและปดสวทิ ชก ญุ แจ(Key Switch)ตัดกระแสไฟเขา ระบบดวย แลว
ถอดสวิทชกญุ แจออก
91.2 ระบบเร่ิมเดินใชกระแสไฟตรง
ปดกระแสไฟฟาระบบเร่ิมเดินดวยสวิทชตัดทางไฟ(Cut-out)และสวิทซกุญแจ(Key
Switch) แลวดึงสวทิ ซก ญุ แจออก
แขวนปาย “หามเดินเครอื่ ง กาํ ลังปฏบิ ัติงาน” ท่ีลิ้นลมเร่ิมเดินเขา ระบบและทส่ี วทิ ซ
กญุ แจ
92.การใหก ารเรม่ิ เดินเครอ่ื ง(Engine Start Release)

กองฝกการชา งกล กฝร.

๒๑๘

ปลดปาย “หามเดนิ เครือ่ ง กําลังปฏบิ ตั งิ าน” ออก
เปดล้ินลมเร่ิมเดินเขาระบบและเปดกระแสไฟเขาระบบ ดวยสวิทซกุญแจหรือสวิทซตัด
ทางไฟ(Cut-out) (จากขอ 91)
93.การเร่มิ เดนิ เครือ่ ง(Engine Starting)
กอนเริม่ เดินเครือ่ ง จะตองปฏิบัติงาน ”การเตรยี มการกอ นใชงานเคร่อื ง” ตามรายละเอยี ด
บทท่ี 8 ขอ 1
93.1 ระบบเริม่ เดินแบบมอเตอรไฟฟา (Electric Starting System)
หลังจากกดปมุ เรม่ิ เดิน(Start)แลว 8-10 วินาที เคร่อื งยนตยงั ไมเ รม่ิ เดนิ ใหห ยุดพักสกั ครู
แลวจงึ เรมิ่ เดินใหมอ กี ครั้ง
หลังจากกดปมุ เร่มิ เดิน(Start)คร้ังที่ 2 เคร่ืองยนตยงั ไมเร่ิมเดนิ ใหหยดุ การเริม่ เดินและ
ตรวจสอบแกไขขอขดั ของ
93.2 ระบบเรม่ิ เดนิ แบบมอเตอรก าํ ลงั ดันลม(Compressed Air Starting System)
หลังจากกดปมุ เริม่ เดิน(Start)แลวประมาณ 3 วินาที เครือ่ งยนตยังไมเ ริม่ เดิน ใหหยดุ พกั
สักครู แลว จงึ เริ่มเดนิ ใหมอกี ครัง้
หลังจากกดปุมเร่มิ เดนิ (Start)คร้ังที่ 2 เคร่อื งยนตยังไมเรม่ิ เดิน ใหหยุดการเร่ิมเดนิ และ
ตรวจสอบแกไ ขขอขดั ขอ ง
93.3 ระบบเร่ิมเดนิ แบบจานจา ยลมเขากระบอกสูบ(Air-In-Cylinder Starting System)
หลังจากกดปุมเร่ิมเดนิ (Start)แลว เครื่องยนตย ังไมเร่มิ เดิน ใหหยุดพักสกั ครู แลวจงึ เร่มิ
เดินใหมอ ีกครงั้
หลังจากกดปุมเรม่ิ เดนิ คร้ังท่ี 2 เครอื่ งยนตยังไมเร่มิ เดิน ใหหยดุ การเรมิ่ เดนิ และตรวจสอบ
แกไขขอ ขดั ของ
ขอควรจํา ! ! เครื่องยนตจ ะเริ่มเดนิ ตอ งอยใู นสภาพทไ่ี มม ีภาระ(No Load) เทา นนั้
94.การเรม่ิ เดนิ เคร่อื งฉกุ เฉนิ (Emergency Start)
ระบบเริม่ เดินแบบจานจา ยลมเขา กระบอกสูบ ในกรณที ี่ระบบไฟฟาขัดของ
หมุน คันหมุน(Hand Lever)หรือลูกบิด(Hand Wheel)ดานขางลิ้นลมไฟฟา 3 ทาง
(Solenoid 3-Way Valve) ไปตําแหนง Manual หรือ Hand หรอื An/On เปนการเริ่มเดินเคร่อื ง
(รายละเอียดบทที่ 7 ขอ 3.3.1)
95.การเลิกเครอื่ ง(Engine Shut Down)
กอนเลกิ เคร่อื ง ใหเดินเครือ่ งตัวเปลา(Idle Speed)ประมาณ 5 นาที ใหอ ุณหภูมเิ ครื่องคง
ทตี่ า่ํ ทส่ี ุด
กดปมุ เลิกเครอ่ื ง(Stop)ไว จนกระท่ังเครอ่ื งหยดุ เดนิ

กองฝก การชา งกล กฝร.

๒๑๙

ขอ ควรจํา !
! หามเลิกเครอ่ื ง ขณะท่ีเคร่อื งรบั ภาระเตม็ ท่(ี Full-Load Operation)

96.การเลิกเคร่อื งดวยมอื (Engine Manual Shutdown)
ถาระบบไฟฟาหรือระบบอิเล็กทรอนิกขัดขอ ง ใหโ ยกคันเลกิ เครื่อง(Shut Down Lever)ที่

เคร่ืองควบคมุ ความเรว็ (Governor) ไปท่ีตาํ แหนง เลิกเครอื่ ง(Stop)จนกระทั่งเครื่องหยดุ เดิน
97.การเลกิ เคร่อื งฉกุ เฉนิ โดยปมุ กดเลิกเครื่องฉกุ เฉิน(Engine Emergency Shutdown By

Emergency Stop Button)
เมื่อกดปุมเลิกเครื่องฉุกเฉิน(Emergency Stop) เครื่องยนตจะหยุดเดิน โดยระบบ
อิเล็กทรอนกิ ส จะสงอาการใหล ิน้ ปดอากาศดฉี กุ เฉิน(Emergency Air Shut-off Flaps) ปดอากาศ
ดีเขาเครื่อง และเครือ่ งควบคุมความเรว็ (Engine Governor)ตัดน้ํามนั เชอ้ื เพลิงเขาเครอื่ ง
กอนเร่ิมเดนิ เคร่อื งใหม จะตองเปดลิ้นปด อากาศดฉี กุ เฉนิ (รายละเอียดขอ 22) และไล
อากาศภายในหองเผาไหม (รายละเอยี ดขอ 4)
98.การเลกิ เครอ่ื งฉุกเฉินโดยระบบอิเลก็ ทรอนิกส(Emergency Shut Down By Monitoring

System)
เมื่อเกิดกรณีฉกุ เฉนิ ระบบอิเลก็ ทรอนกิ สจะสงสญั ญาณไปเลกิ เครือ่ งฉุกเฉนิ เชนเดยี วการ
กดปุมเลิกเครอ่ื งฉุกเฉิน ทกี่ ลาวมาแลว และจะเกิดสัญญาณเตือน(Alarm)ดว ย
กอนเร่ิมเดินเคร่ืองใหม จะตองตรวจสอบแกไขขอขัดของ ที่ทําใหเกิดการเลิกเคร่ืองฉุก
เฉิน,เปดลิ้นปดอากาศดีฉกุ เฉนิ (รายละเอียดขอ 22) ,กดปุม ตง้ั การทํางานใหม(Reset) และไล
อากาศภายในหอ งเผาไหม (รายละเอียดขอ 4)
99.การตรวจสอบการร่ัวไหลของลิ้นลมไฟฟา 3 ทาง(Solenoid 3-Way Valve Leak Check)

(รูป9-66)

ถ อ ด ท  อ กํ า ลั ง ดั น ล ม เ ร่ิ ม เ ดิ น
(Starting Air Line) ออกจากลนิ้ ลมไฟฟา 3
ทาง

เปด ลน้ิ ลมเร่ิมเดิน เขา ระบบ
ตรวจสอบดู จะตองไมมีกําลังดันลม
ร่ัวออกจากชองทางออกของล้ินลมไฟฟา 3
ทางและชองทางระบาย(Vent)ของลิ้นนํา
(Pilot Valve)(ศรชี)้
∆ ขอควรระวัง
∆ เปดระบายกําลังดันภายในระบบ
ออก กอ นท่ีจะเริ่มปฏิบตั ิงาน

กองฝกการชางกล กฝร.

๒๒๐

100.การตรวจสอบการทํางานของล้นิ ลมไฟฟา 3 ทางดวยกระแสไฟฟา (Solenoid 3-Way
Valve,Electrical Function Check) (รูป9-67)

โดยตรวจสอบในขณะเริ่มเดินเครอื่ ง
ซึ่งในขณะดงั กลาว ลนิ้ จะตอ งเปดเตม็ ท่ี ให
กําลังดันลม ผา นไปเปนกําลงั ดนั ลมเรมิ่ เดนิ
เครื่อง และตองไมม ีกําลงั ดันลมร่ัวไหลออก
ทางชอ งทางระบาย(Vent) (ศรชี)้

เมื่อล้ินเปด(เริ่มเดินเคร่ือง) จะมีกําลังดันลมระบายออกทางชองทางระบายดานบนลิ้น
(ชอ งทางระบายลนิ้ นํา)

เมื่อเสร็จส้ินการเร่ิมเดิน ลิ้นจะปดและเปดชองทางระบายดานลาง ระบายกําลงั ดนั ลม
ออกจากทอทางลมเริ่มเดิน หลงั จากระบายกาํ ลงั ดนั ลมเริม่ เดนิ หมดแลว จะตองไมม กี ารรัว่ ไหลที่
ชองทางระบายอกี

การตรวจสอบอีกลกั ษณะหนึ่ง คอื ในขณะทีเ่ ครือ่ งหยดุ เดินอยู ใหกดปมุ เริ่มเดิน(Start)
และเลกิ เครอ่ื ง(Stop)พรอมกัน เพื่อใหล้นิ ลมไฟฟา 3 ทางเปด คือ มกี ารเริม่ เดนิ เคร่อื ง แตไมม กี าร
ฉีดน้ํามันเชื้อเพลงิ เขาหอ งเผาไหม ตรวจดูการเปดของลน้ิ และชองทางระบาย เชน เดียวกับทีก่ ลา ว
มาแลว แลวปลอยปุมกดทั้งสอง แลวตรวจดูการปดของล้ินและชองทางระบาย เชน เดียวกบั ท่ี
กลาวมาแลว
101.การตรวจสอบการใชงานล้ินลมไฟฟา 3 ทางดวยมอื (Solenoid 3-Way Valve,

Manual Control Check)
ปด ลิ้นปดอากาศดฉี กุ เฉนิ (Emergency Air Shut-off Flaps) ดวยมือ
ล็อค คนั เลกิ เครอื่ ง(Shut Down Lever)ที่เครื่องควบคมุ ความเร็ว(Governor) ไวท ตี่ าํ แหนง
เลิกเคร่ือง(Stop)
เปด ลิ้นลมไฟฟา 3 ทางดวยมอื ใหเครื่องยนตหมุนเปน เวลาส้ันๆ แลว ปดลนิ้ (ตามขอ 82)
ปลดล็อค คันเลกิ เครอ่ื งและปลอ ยกลับตําแหนงปกติ
เปด ลิ้นปดอากาศดฉี ุกเฉนิ ดว ยมือ

กองฝกการชางกล กฝร.

๒๒๑

102.การใชงานลิน้ ลมไฟฟา 3 ทางดว ย
มอื (Solenoid 3-Way Valve,Manual
Operation) (รูป 9-68)
บิดลูกบิด(Hand Wheel)หรอื คัน

หมุน(Lever) ไปตาํ แหนง Manual หรอื
Hand หรือ An/On เปนการเปดล้นิ

บดิ ลูกบิดหรือคันหมุนไปตาํ แหนง
Auto หรือ Aus/Off เปน การปด ลิ้น

103.การเปด-ปดลิ้นไลอากาศ(Opening-
Closing Decompression Valve)
(รูป 9-69)
การเปด(Opening)
ใชประแจคลายนัตลอ็ ค(Lock Nut)
กวดกานลนิ้ (Tappet)เขา จนกระท่งั

ล้ินเปด
การปด(Closed)
คลายกานล้ินออกใหลิ้นปดจนสุด

ใหแนน พอตึงมือ แลวกวดนัตล็อคใหแ นน

104.การตรวจสอบแปรงถา นและคอม
มิวเตเตอรข องมอเตอรไฟฟา เร่มิ เดนิ
(Examination of Carbon Brushes And
Commutator) (รูป9-70)
ถอดแถบ(Strap)ปดมอเตอร
ใชข อเกย่ี ว(Hook) ดึงสปริงกดแปรง

ถานขึ้น โดยตองระมัดระวังใหดึงข้ึนตรงๆ
อยาใหเอียงออกดานขา ง และดึงขน้ึ เทาท่จี ํา
เปนคือเพียงแคถ อดแปรงถา นออกไดเทา นนั้

ตรวจสอบสภาพแปรงถาน จะตอ ง
เคลื่อนตัวไดอยา งคลองตวั ภายในซองแปรง

กองฝกการชา งกล กฝร.

๒๒๒

(Carbon Brush Guide) แปรงถานและซองแปรงจะตองไมม ีผงฝุนเกาะ ถาสกปรกใชผ าชบุ น้าํ มนั
เบนซนิ เชด็ ใหส ะอาดแลวเชด็ ใหแ หง

ถาแปรงถานแตก,รอยบัดกรีตอสายหลุดลุยหรือฉีกขาดไปแตะกับซองแปรงถาน ให
เปล่ียนใหม

ในการประกอบแปรงถา นเขาที่ จะตองระวังไมใ หส ปรงิ กระแทกแปรงถา น
ตรวจดสู ภาพคอมมิวเตเตอร ซ่ึงลกั ษณะทด่ี ี คือพ้ืนผิวตอ งเปน สีเทาดําสมาํ่ เสมอ(Smooth
Grey Black) ไมมผี งฝนุ เกาะ ถามีใหทําความสะอาดเชน เดียวกบั แปรงถานและถา มรี อยขีดขวน
ใหถอดออกไปซอมทําบนโรงงาน
∆ ขอ ควรระวงั
∆ กอนทํางานกับมอเตอรไ ฟฟา เรมิ่ เดิน ตองปลดสายขัว้ ลบของแบตเตอรก่ี อน
∆ หา มใชผาฝา ยทีส่ กปรก(Cotton Waste)
∆หา มใชผา ทราย(Emery Cloth),ตะไบหรือมดี กบั พื้นผวิ สัมผสั ของแปรงถา นและคอมมิว-
เตเตอร

105.การชะโลมจุดตอปลายสาย(Greasing
The Terminals) (รูป9-71)
ถอดสายไฟของมอเตอรไฟฟาเริ่มเดิน

ออกจากจุดตอปลายสาย(Terminals)
ทํ า ค ว า ม ส ะ อ า ด จุ ด ต  อ ส า ย

(Terminals)และทาดวยจาระบีทาหนาสัมผัส
Bosch Contact Grease FT 40 Vl.

ประกอบสายไฟเขา ที่เดิม

106.การทําความสะอาดหมอ กรองกําลงั ดนั ลม
(Cleaning Air Filter) (รูป 9-72)
ถอดฝาเกลียว(Screw Cap) ออก
ถอดไสหมอกรอง ออกมาเปาทําความสะอาด

ดวยกาํ ลังดันลม
ตรวจดูสภาพวงกนั ร่วั (Sealing Ring) ถา จําเปน

ใหเ ปลย่ี นใหม
ประกอบสว นตางๆ เขา ทเี่ ดมิ

กองฝก การชา งกล กฝร.

๒๒๓

107.การตรวจสอบระดับและเตมิ นา้ํ มันหลอ
ของหมอนํ้ามันหลอ(Oil Lever Check And
Topped Up) (รูป 9-73)
ระดับนํ้ามันหลอ ภายในหมอนํ้ามันหลอ

(Oiler) จะตองไมต า่ํ กวา แผนแกว(Sight Glass)
นํ้ามนั หลอที่ใช คอื Fuchs -Renolin MR10
Calysol RK
Aral P1962
Gasolin Spezial TU 518

108.การหลอลืน่ มอเตอรกําลันดันลมเรม่ิ เดนิ (Lubrication Compressed Air Starter)
ดานทายของมอเตอร( ดา นทอลมออก) จะประกอบดว ยนมหนูจาระบี(Grease Nipples)

จํานวน 2 อัน จะตองอดั จาระบีเขา ประมาณ 10 CC.
109.การตรวจสอบการทํางานของระบบเรมิ่ เดินเมื่อเครอื่ งเย็น(Cold Start System

Function Check) (รูป9-74)

บิดสวิทชเร่ิมเดินเครื่อง(Starting
Switch) ไปที่ตําแหนง เผาหวั (Preheat)

ใชมือตรวจความรอนของทอรวม
อากาศด/ี นา้ํ จดื (Air/Coolant Manifold) ที่
หวั เผา(Fame Torches)

110.การตรวจสอบฟง เสยี งเครื่องเดนิ (Running Noise Check)
เดินเคร่ืองทีค่ วามเรว็ เดินเบาตวั เปลา (Idling Speed)
ตรวจฟงเสียงเคร่อื งยนตเ ดิน จะตอ งไมมีเสียงดังผดิ ปกติ

กองฝกการชางกล กฝร.

๒๒๔

111.การตรวจสอบการรว่ั ไหลของทอทางตา งๆ(Engine And External Pipework,Leak
Check)

ตรวจดูการร่ัวไหล ของทอทางนาํ้ จดื ,นํ้ามนั เช้ือเพลิง,น้ํามันหลอ ,อากาศดแี ละแกสเสยี ทงั้
ท่ีเคร่ืองยนตแ ละภายนอกเครอ่ื ง ถา พบการรวั่ ไหล ใหจ ัดการแกไขซอ มทําทนั ที
112.การตรวจสอบความเรว็ และกําลงั งานของเคร่อื ง(Engine Speed And Power Check)

เดินเครือ่ งทค่ี วามเรว็ ภาระสงู สุด(Full Load Speed)
ตรวจดูความเร็วเครอ่ื งและระยะเล่อื นคันแร็คนา้ํ มนั เชอ้ื เพลงิ (Fuel Rack)
เปรียบเทียบคาท้ังสองกับคา ในบันทึกทดสอบเพ่อื การตรวจรบั เครือ่ ง(Acceptance Test
Record)ของเครื่อง
113.การตรวจสอบอณุ หภมู ิ(Temperature Check)
เดินเครือ่ งทคี่ วามเรว็ ภาระเต็มท(่ี Full Load Speed)
ตรวจดูคาอณุ หภูมนิ ํ้ามนั หลอ ,นาํ้ จืด,น้ําทะเล,อากาศดแี ละแกสเสยี
เกณฑคา เหลา น้ี ใหดใู นคมู อื ประจําเคร่อื ง
114.การตรวจสอบกําลังดนั (Pressure Check)
เดินเคร่ืองท่ีความเรว็ ภาระเตม็ ท่(ี Full Load Speed)
ตรวจดูคากําลังดันน้ํามันหลอ ,นํา้ จืด,นํ้าทะเล,อากาศดแี ละลมเริม่ เดินเครือ่ ง
เกณฑคาเหลาน้ี ใหด ไู ดใ นคูมอื ประจําเคร่อื ง
115.การเดินเครื่องทดสอบ(Engine Test Run)
เปนการทดสอบอยกู ับทใี่ นทจี่ อดเรอื (Basin Run)
เปนการเดินเครื่องเพ่ือตรวจสอบฟงเสียงเคร่ืองเดิน,สีของแกสเสียและการร่ัวไหลของทอ
ทางตา งๆ
รายละเอียดใหด ูใน คมู ือระบบอเี ลก็ ทรอนกิ สแ ละคูม อื ของอู
∆ ขอควรระวัง
∆ เปนการทดสอบเครื่องตวั เปลา หรือไมม ภี าระเทานนั้
116.การอนุ เครอื่ ง(Engine Warm-up)
คอยเพิ่มภาระใหเครอื่ งยนตชา ๆ จนกระทงั่ อุณหภมู ินํา้ มันหลอ ลน่ื เคร่ืองยนต สงู ถงึ 60°C
ขอ ควรจาํ .!
! อยาใหเ ครอื่ งรบั ภาระเต็มที(่ Full Load) กอนคาอณุ หภมู ิ ไดต ามเกณฑด งั กลาว

กองฝก การชา งกล กฝร.

สารบัญ หนา

บทท่ี 1 รายละเอยี ดทั่วไปของเคร่ือง 1

-กลมุ การใชงานของเครือ่ ง 1
-กาํ ลังงานออกของเครอ่ื ง 6
-รหสั ตัวเลขและตวั อักษรของเครือ่ ง 8
-ลักษณะรปู แบบของเครอื่ ง 9
-รายละเอยี ดจาํ เพาะของเครื่อง 9
-คาใชการตา งๆ ของเคร่อื ง 11

บทท่ี 2 สว นประกอบทสี่ ําคัญของเคร่อื ง 12

-เรอื นสบู 12
-สวนขบั หมุนเคร่อื ง 17
-ฝาสูบ 22
-กลไกควบคุมล้ิน 25
-อุปกรณฉ ดี นํ้ามันเช้อื เพลิง 26
=สูบฉดี น้ํามนั เชอ้ื เพลิงหรอื สูบนาํ้ มนั เชอื้ เพลิงกําลังดันสูง 27
=สวนปรับแตงจงั หวะการฉดี นาํ้ มันเช้ือเพลงิ 32
=หัวฉดี น้าํ มันเชอ้ื เพลิง 34
-เครอ่ื งควบคมุ เครอื่ งยนต 36
=แบบแรงเหวี่ยง 37
=แบบแรงเหว่ยี งทาํ งานรวมกับกําลังดนั นํ้ามนั หลอ 39
=แบบอเิ ลก็ ทรอนคิ R 082 45
=แบบอเิ ลก็ ทรอนิค Barber Colman 48
-อปุ กรณตัดการทาํ งานของสูบ 52

บทท่ี 3 ระบบนา้ํ มนั เชอ้ื เพลิง 56

-สว นประกอบทสี่ าํ คญั ของระบบ 56
-การทํางานของระบบ 56
-การซอ มบํารงุ รักษาระบบ 59
-รายละเอยี ดของระบบ 59
=หมอกรองหยาบน้ํามันเชื้อเพลิง 59

กองฝก การชางกล กฝร.

=สบู สง นา้ํ มนั เช้อื เพลิง หนา
=สบู โยกมือน้ํามันเช้อื เพลงิ 60
=หมอ กรองละเอยี ดน้ํามนั เชอื้ เพลงิ 61
=หมอรบั นํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ รวั่ ไหล 62
บทท่ี 4 ระบบอากาศดี-แกสเสยี 66
-สวนประกอบของระบบ 67
-การทํางานของระบบ 67
-การซอมบาํ รุงรักษาระบบ 67
-รายละเอยี ดของระบบ 68
=หมอ กรองอากาศดี 68
=เทอรโ บชารจ 68
=หมอ ระบายความรอ นอากาศดี 70
=ลิ้นปด อากาศดฉี กุ เฉนิ 72
=ทอระบายน้ําตกอากาศดี 74
76
บทที่ 5 ระบบระบายความรอน
-สว นประกอบของระบบ 78
-การทาํ งานของระบบ 78
=เครอ่ื งแบบ TC 78
=เครือ่ งแบบ TB 78
=เครื่องแบบ TE 81
-รายละเอยี ดของระบบ 83
=สูบนํ้าจดื 87
=สูบน้าํ ทะเล 87
=เครือ่ งควบคมุ อณุ หภูมนิ ํ้าจืด 88
=หมอระบายความรอนน้ําจดื /ถังพักนํ้าจดื 91
=ชุดอนุ นา้ํ จดื 95
99
บทท่ี 6 ระบบนํ้ามันหลอ ล่ืน
-สวนประกอบของระบบ 101
-การทํางานของระบบ 101
-รายละเอยี ดของระบบ 101
108

กองฝกการชางกล กฝร.

=สบู นาํ้ มันหลอ หนา
=สบู จาํ กัดนํา้ มันหลอ 108
=สบู ปรับระดับนาํ้ มันหลอ 109
=หมอระบายความรอ นนาํ้ มนั หลอ 110
=หมอกรองละเอยี ดนํา้ มนั หลอ 112
=หมอกรองตะแกรงโลหะนา้ํ มนั หลอ 116
=หมอ กรองทางลัดน้ํามนั หลอ 119
บทท่ี 7 ระบบเริ่มเดินเครอ่ื ง 120
-ระบบเร่ิมเดนิ เคร่ืองแบบมอเตอรไ ฟฟา
=สวนประกอบของระบบ 123
=การทาํ งานของระบบ 123
=การซอมบํารงุ รักษาระบบ 123
-ระบบเรม่ิ เดนิ แบบมอเตอรกาํ ลังดันลม 126
=สว นประกอบของระบบและการทาํ งาน 129
=การซอ มบาํ รงุ รักษาระบบ 129
-ระบบเร่ิมเดนิ เครอื่ งแบบจานจา ยลมเขา กระบอกสูบ 129
=สว นประกอบของระบบ 133
=การทํางานของระบบ 135
=รายละเอียดของระบบ 135
=การซอมบํารุงรักษาระบบ 135
-ระบบเริ่มเดนิ เม่อื เครื่องเยน็ 137
=สวนประกอบของระบบ 142
=การทํางานของระบบ 142
=การซอ มบํารุงรักษาระบบ 142
144
บทที่ 8 คาํ แนะนาํ ในการใชเครือ่ ง 144
-การเตรยี มการกอนการใชเ ครอื่ ง
-การใชเครือ่ ง 145
-การตรวจสอบขณะใชเครอ่ื ง 145
-การเลิกเคร่ือง 148
-การปฏิบัตหิ ลังจากเลกิ เครือ่ ง 148
-มาตรการฉกุ เฉิน 149
149
กองฝกการชางกล กฝร. 150

หนา

-การตรวจสอบสีของแกสเสีย 150

-แนวทางการแกไขขอขดั ของ 152

=แนวทางปฏบิ ัติทัว่ ๆไป 152

=สภาพการผิดปกตติ างๆ 153

บทท่ี 9 การซอมบาํ รงุ รักษาเคร่อื งยนต 164

-ตารางเวลาการซอ มบํารงุ รักษาเคร่อื ง 164
-แผนการซอมบํารุงรกั ษาเครื่อง 164

-การซอ มบํารงุ รักษาเครอื่ งท่คี วรทราบ 168

=การตดิ ต้ังเคร่อื งมือหมนุ เครอ่ื งดว ยมือ 168

=การหมุนเครือ่ งดวยมือ 168

=การถอดเครอ่ื งมือหมุนเคร่อื งดวยมอื 168

=การไลอากาศในหองเผาไหม 168

=การทดสอบกําลงั อัดภายในสูบ 169

=การตรวจสอบและปรับแตงระยะหางลนิ้ 170

=การตรวจสอบชน้ิ สว น 171

=การถอดฝาครอบฝาสูบ 172

=การตรวจสอบแผน กันร่ัวฝาสูบ 172

=การประกอบฝาครอบฝาสบู 172

=การตรวจสอบการทํางานของเครอ่ื งควบคุมความเรว็ 172

=การตรวจสอบระยะหา งสวนหมุนและการหมนุ ของเทอรโ บชารจ 172

=การตรวจสอบการตกต่าํ ของกําลังดนั อากาศดี 173

=การตรวจสอบกําลังดันอากาศดีเขา เคร่ือง 173

=การตรวจสอบกําลังดนั แกสเสยี ตานกลับ 174

=การตรวจสอบระบบแกส เสยี และการอดุ ตนั ของการระบายน้ําตก 174

=การตรวจสอบความแนน หนาของระบบอากาศดี 174

=การตรวจสอบการร่ัวไหลและการชํารุดเสยี หายของระบบอากาศดี 174

=การเปล่ียนไสหมอ กรองอากาศดี 174

=การทําความสะอาดไสหมอกรองอากาศดี 175

=การตรวจสอบตําแหนงลนิ้ ปดอากาศดีฉุกเฉิน 176

=การปด /เปดลน้ิ ปดอากาศดีฉุกเฉนิ ดวยมอื 176

=การทดสอบลิ้นปดอากาศดฉี ุกเฉนิ ดว ยมือ 176

กองฝกการชางกล กฝร.

=การทดสอบล้ินปด อากาศดีฉกุ เฉินดว ยไฟฟา หนา
176
=การเปด ลน้ิ ปด อากาศดฉี ุกเฉนิ
176
=การหลอลืน่ ล้ินปด อากาศดีฉุกเฉนิ
=การตรวจสอบน้ําตกทีท่ อ ระบายนํา้ ตกอากาศดี 177
=การตรวจสอบการอดุ ตันของทอระบายนํ้าตกอากาศดี 177
=การทาํ ความสะอาดทอระบายน้ําตกอากาศดี 178
=การตรวจสอบการยดึ แนนของสลักยึดทอ แกส เสีย 178
=การตรวจสอบฉนวนหุม ทอแกสเสีย 178
=การหลอลื่นสูบฉีดนํา้ มันเชอ้ื เพลิง 178
=การถอดและทําความสะอาดภายนอกหวั ฉีดนาํ้ มนั เช้อื เพลิง 179
=การตดิ ตง้ั หัวฉีดน้าํ มันเช้อื เพลิง 179
180
=การทดสอบหวั ฉดี นาํ้ มันเชือ้ เพลงิ
=การถอดประกอบหวั ฉีดนาํ้ มนั เช้อื เพลิง 182
=การประกอบหวั ฉีดนา้ํ มนั เช้ือเพลิง 184
=การตรวจสอบจดุ เรม่ิ สง ของสบู ฉดี นาํ้ มนั เช้อื เพลงิ 185
=การต้ังจดุ เรมิ่ สง ของสูบฉีดน้ํามนั เชอื้ เพลิง 185
=การใชน ้าํ มนั เช้ือเพลงิ 187
=การตรวจสอบระดับนํ้ามนั เช้ือเพลิง 189
=การระบายอากาศออกจากระบบนาํ้ มนั เช้อื เพลงิ 189
=การเปดระบายหมอรบั นา้ํ มันเชือ้ เพลิงร่วั ไหล 189
=การใชม อื หมุนหมอกรองหยาบนา้ํ มนั เชอื้ เพลิง 190
=การเทหมอกรองหยาบน้าํ มันเช้ือเพลิง 190
=การทาํ ความสะอาดหมอกรองหยาบนํา้ มันเชอ้ื เพลงิ 191
=การเลอื กใชห มอ กรองละเอียดนา้ํ มนั เชอ้ื เพลิง 191
=การเปดระบายหมอกรองละเอยี ดน้าํ มันเชื้อเพลิง 192
=การเติมและระบายอากาศหมอกรองละเอียดนา้ํ มนั เช้อื เพลิง 193
=การเปล่ยี นไสห มอกรองละเอียดนา้ํ มนั เชือ้ เพลงิ 193
=การตรวจสอบการอุดตนั ของรตู รวจร่วั สูบนาํ้ จดื 194
=การตรวจสอบการอุดตันของรตู รวจรั่วสบู น้าํ ทะเล 196
=การเตมิ น้ําจดื เขา ระบบ 196
=การตรวจสอบระดบั นํ้าจดื 197
197

กองฝก การชางกล กฝร.

=การเปดระบายนํา้ จดื หนา
=การนาํ นาํ้ จดื ตวั อยา งออกมาตรวจวเิ คราะห
=การลา งระบบนํา้ จืด 198
=การเปล่ียนนา้ํ จดื 201
=การทําความสะอาดตะแกรงกรองน้ําจืด 201
=การตรวจสอบการอุดตนั ของทอ ระบายอากาศระบบนา้ํ จดื 202
=การตรวจสอบการสง นา้ํ ทะเล 202
=การเปดใชน ํ้าทะเลฉุกเฉนิ 203
=การปด นาํ้ ทะเลฉกุ เฉิน 203
=การทําความสะอาดแผนแกว ตรวจระดบั น้าํ จืด 203
=การเปดฝาปด ระบาย 204
=การปดฝาปดระบาย 204
=การเปดระบายชุดอนุ นํา้ จดื 204
=การใชงานชดุ อุนน้ําจดื ครัง้ แรก 204
=การปรับแตง เคร่อื งควบคุมอณุ หภมู ิชดุ อนุ นาํ้ จืด 204
=การตรวจสอบชดุ อนุ นาํ้ จดื 205
=การตัง้ การทาํ งานของตัวจํากดั อณุ หภูมใิ หม 205
=การทําความสะอาดหมอ ระบายความรอ นน้ําจืด 205
=การตรวจสอบการรั่วไหลของหมอ ระบายความรอ นนา้ํ จืด 205
=การต้งั ฉกุ เฉินเครื่องควบคุมอุณหภมู นิ ้าํ จืด 205
=การปรับแตงอตั ราการสง ของสูบจํากดั นํ้ามนั หลอ 205
=การเติมนาํ้ มนั หลอเขาระบบ 206
=การเปลีย่ นนาํ้ มนั หลอ 207
=การตรวจสอบระดับนํา้ มนั หลอ 207
=การนํานา้ํ มนั หลอตัวอยางออกมาตรวจวเิ คราะห 208
=การเลือกใชห มอ กรองละเอยี ดนํา้ มนั หลอ 208
=การเปดระบายตะกอนหมอกรองละเอียดนา้ํ มนั หลอ 209
=การตรวจวเิ คราะหโลหะตกคางในตะกอนนํา้ มันหลอ 210
=การเปล่ียนวงกันรวั่ และไสหมอ กรองละเอยี ดนํา้ มนั หลอ 210
=การตรวจสอบชุดสปริงบงั คับหมอ กรองละเอยี ดนา้ํ มนั หลอ 211
=การใชค ันหมนุ ทางเดยี วหมอกรองตะแกรงโลหะนํ้ามนั หลอ 211
213
214

กองฝกการชางกล กฝร.

หนา

=การระบายตะกอนหมอ กรองตะแกรงโลหะนาํ้ มันหลอ 215

=การวเิ คราะหโ ลหะตกคางในหมอกรองตะแกรงโลหะน้าํ มนั หลอ 215

=การระบายตะกอนหมอกรองทางลดั น้ํามนั หลอ 215

=การเปลยี่ นไสหมอ กรองทางลัดนาํ้ มนั หลอ 216

=การหมนุ เคร่ืองดว ยระบบเริ่มเดนิ 217

=การหา มการเรม่ิ เดนิ เครอื่ ง 217

=การใหการเรมิ่ เดินเครอ่ื ง 217

=การเริ่มเดนิ เครือ่ ง 218

=การเร่ิมเดนิ เคร่ืองฉกุ เฉิน 218

=การเลกิ เคร่อื ง 218

=การเลกิ เครอ่ื งดวยมอื 219

=การเลกิ เครอ่ื งฉุกเฉนิ โดยปมุ กดเลิกเครอื่ งฉุกเฉนิ 219

=การเลกิ เคร่อื งฉุกเฉินโดยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส 219

=การตรวจสอบการรว่ั ไหลของลิน้ ลมไฟฟา 3 ทาง 219

=การตรวจสอบการทํางาน ล้ินลมไฟฟา 3 ทางดว ยกระแสไฟฟา 220

=การตรวจสอบการใชง านลิ้นลมไฟฟา 3 ทางดวยมือ 220

=การใชง านลิ้นลมไฟฟา 3 ทางดวยมอื 221

=การเปด -ปด ล้นิ ไลอ ากาศ 221

=การตรวจสอบแปรงถานและคอมมวิ เตเตอรม อเตอรไ ฟฟา ฯ 221

=การชะโลมจดุ ตอ ปลายสาย 222

=การทาํ ความสะอาดหมอ กรองกําลังดันลม 222

=การตรวจสอบระดับและเติมน้ํามันหลอของหมอ นํ้ามนั หลอ 223

=การหลอล่นื มอเตอรก ําลันดนั ลมเร่มิ เดนิ 223

=การตรวจสอบการทํางานของระบบเรมิ่ เดนิ เมื่อเครอ่ื งเย็น 223

=การตรวจสอบฟงเสียงเครอื่ งเดิน 223

=การตรวจสอบการรวั่ ไหลของทอ ทางตา งๆ 224

=การตรวจสอบความเรว็ และกําลังงานของเคร่ือง 224

=การตรวจสอบอณุ หภมู ิ 224

=การตรวจสอบกําลงั ดัน 224

=การเดนิ เครอ่ื งทดสอบ 224

=การอนุ เครื่อง 224

กองฝก การชางกล กฝร.

บทที่ 1
รายละเอียดทัว่ ไปของเคร่ือง
บรษิ ัทผูผลิตเครอ่ื งยนตดีเซล mtu คอื บรษิ ัท Motoren und Turbinen Union ประเทศสหพนั ธสาธารณรัฐเยอรมนั
ซ่ึงไดผลิตเคร่ืองยนตดีเซลออกมาหลายแบบเพื่อการใชงานที่แตกตางกัน เชน ใชในเรือ ใชในรถไฟ เปนตน ปจจุบันท่ีมี
ใชอยูในเรือรบของกองทพั เรือ อนุกรม(Series)หน่ึง คือ อนุกรม 396
เครื่องยนตดเี ซล mtu อนุกรม(Series) 396 นี้ มี 4 ขนาด คือ V.6 สบู , V.8 สบู , V.12 สูบ และ V.16 สูบ ซึ่งเคร่ือง
ทั้ง 4 ขนาดน้ี จะมีระบบการทํางานบางอยางตางกันเปน 3 แบบ คือ แบบ TC/TB/TE แตโดยหลักการทํางานแลว
เครื่องยนตในอนุกรมเดียวกัน แมจะตางขนาดหรือตางแบบกันก็จะมีสวนประกอบและหลักการทํางานเหมือนกัน จะ
ตางกันเฉพาะรายละเอียดบางประการ ซงึ่ จะตอ งดใู นคมู ือประจําเครอ่ื งเทานั้น
1.กลุมการใชง านของเคร่ือง(Application Groups)
เคร่ืองยนต mtu แตละแบบหรือแตละขนาด จะถูกสรางข้ึนมาใชใหเหมาะสมกับงานแตละประเภทแตกตางกัน
ออกไปแยกเปนกลุมตามลักษณะการใชงาน ซึ่งจะสัมพันธกับการใชงานและการซอมบํารุงรักษาเครื่อง ซึ่งจะกลาวถึง
ตอไป
1.1 เปนเครอ่ื งจักรใหญใ นเรอื
กลมุ 1 A. (สาํ หรบั เรอื ความเร็วตา่ํ )
ใชกับเรือท่ีไมจํากัดระยะเวลาการใชเครื่อง และ/หรือ เรือท่ีไมจํากัดระยะเวลาการใชกําลังงานตอเนื่อง
(Continuous Rating)
ไดแ กเคร่อื ง 6V,8V,12V 396 TC 62
6V,8V,12V,16V 396 TC 63
12V,16V,20V 1163 TB 62/63
กลุม 1 D. (สาํ หรับเรือความเรว็ สูง)
ใชกับเรือโดยสาร,เรือทองเที่ยว,เรือตรวจการณ(Patrol Boats),เรือท่ีมีระบบขับเคลื่อนหลายเครื่อง
(Combined Propulsion System),เรือความเร็วสงู เชน เรือชวยชวี ติ ในทะเล เปนตน
ไดแ กเ คร่อื ง 6V,8V,12V 396 TB 83
12V,16V,20V 538 TB 82
กลมุ 1 DS. (สําหรับเรอื ความเรว็ สูงมาก)

ใชก ับเรือความเร็วสงู มาก,เรือตรวจการณค วามเร็วสูง(FPB's)และเรือทใ่ี ชงานพเิ ศษ

ไดแกเ ครอ่ื ง 6V,8V,12V,16V 396 TB 93
12V,16V,20V 538 TB 91
12V,16V,20V 1163 TB 92/93

1.2 เปน เคร่ืองขับเครือ่ งกําเนดิ ไฟฟา

กองฝกการชางกล กฝร.

กลมุ 3 A.

ใชก ับเครอ่ื งกาํ เนดิ ไฟฟาท่ีใชง านตอเนอื่ ง(Continuous Operation)

ไดแกเครือ่ ง 6V,8V,12 V 396 TC 32/52

6V,8V,12V,16V 396 TC 33/53

6V,8V,12V,16V 396 TB 33/53

12V,16V,20V 1163 TB 32/52

กลุม 3 C.

ใชกบั เคร่อื งกําเนดิ ไฟฟา ทีใ่ ชง านตอ เนือ่ งแตหยุดพกั ทุกป(Annual Limit)

ไดแกเ ครื่องในกลมุ 3 A ซง่ึ แยกเปน 2 ลักษณะการใช คอื

ใชในเรือ ไดแกเครื่อง TB 52/53 , TC 52/53

ใชต ิดตงั้ อยกู ับที่ ไดแ กเครอ่ื ง TB 32/33 , TC 32/33

1.3 เปนเครอื่ งจกั รชว ย

กลุม 4 A.

ใชกับงานตอเนื่อง เชน เคร่ืองสูบน้ํา,เคร่ืองอัดลม,เคร่ืองเปาลม(Blowers),เครื่องเจาะ(Drilling Rigs)

เปน ตน

ไดแกเ ครอื่ ง 6V,8V,12V 396 TC 52/32

6V,8V,12V,16V 396 TC 53/33

12V,16V,20V 1163 TB 52/32

กลุม 4 C.

ใชก บั งานระยะเวลาส้นั ๆ เชน เครอื่ งสูบน้าํ ดบั เพลิง,เครอื่ งสบู น้าํ ฉุกเฉิน เปนตน

ไดแ กเ คร่ืองในกลมุ 4 A ซ่ึงแยกเปน 2 ลักษณะการใช คือ

ใชใ นเรือ ไดแ กเ คร่อื ง TB 52/53 , TC 52/53

ใชในโรงงานอุตสาหกรรม ไดแกเครื่อง TB 32/33 , TC 32/33

1.4 ใชในรถไฟ
กลุม 2 A.
เปน หวั ลากรถไฟ(Rail Traction)
ไดแ กเ คร่อื ง 6V,8V,12V 396 TC 12
6V,8V,12V 396 TC 13
12V,16V,20V 1163 TB 12

กลุม 3 A.

กองฝกการชางกล กฝร.

เปน เครื่องขบั เครอ่ื งกาํ เนดิ ไฟฟา

ไดแกเคร่อื ง 6V,8V,12V 396 TC 12

6V,8V,12V,16V 396 TC 13

1.5 ใชก ับยานพาหนะหรอื งานหนกั

กลุม 5 A.

ใชกบั งานหนกั ระยะเวลาสนั้ ๆแตต องการกาํ ลังงานสูง เชน เคร่อื งกวา น เปนตน

ไดแกเ ครื่อง 6V,8V,12V,16V 396 TC 43

2.กาํ ลงั งานออกของเครอื่ ง(Power Output) (รูป 1-4)

กําลังงานออกของเคร่ืองขึ้นอยูกับความเร็วและสภาวะแวดลอมตางๆของเคร่ือง คือ อุณหภูมิอากาศดีเขาเครื่อง

อุณหภูมิน้ําทะเลและความกดดันบรรยากาศ ซ่ึงเม่ือคาตางๆดังกลาวอยูในเกณฑกําหนด เคร่ืองยนตจะสามารถใหกําลัง

งานออกมาไดต ามเกณฑท ก่ี ําหนดเชนกนั ในการคิดคากาํ ลังงานออกของเคร่อื งท้ังหมดจะคิดเปน ๓ ระยะ คอื

= กาํ ลังงานตอเนื่อง(Continuous Power) = 100 %

= กาํ ลังงานเกนิ กําลงั (Overload Power) = 110 %

= กําลังงานสงู สดุ (Maximum Power) = 120 %

เชน เครื่อง 12 V 396 TC 82

ใหกําลังงานตอ เน่ือง 970 กว. ท่ี 1,750 รอบ/นาที

ใหกาํ ลังงานเกินกําลงั 1,050 กว. ท่ี 1,800 รอบ/นาที

เมอื่ อณุ หภูมิอากาศดีเขาเครื่อง 27°C

อณุ หภมู นิ า้ํ ทะเลระบายความรอน 32°C

ความกดบรรยากาศ 1,000 mbar (ของบาโรมิเตอร)

แตในการใชงานจะใช 1, 2 หรือ 3 ระยะ ขึ้นอยูกับกําลังงานออกของเครื่อง(Power Output) ตามกลุมการใชงาน

ของเครื่อง เชน

เครอ่ื งในกลุม 1A.สามารถใหกาํ ลงั งานออกไดถงึ กาํ ลังงานตอ เน่ือง

เคร่อื งในกลุม 1D.สามารถใหกาํ ลงั งานออกไดถ ึง กําลังงานเกินกาํ ลัง

เครื่องในกลมุ 1DS. สามารถใหก ําลังงานออกไดถ งึ กําลงั งานสงู สดุ

การใชงานในยานกําลังงานตางๆน้ี สามารถใชไดโดยไมทําใหเคร่ืองเสียหายเนื่องจากความเคนของโลหะ

(Overstress) ดงั น้ี

กําลงั งานตอ เนอื่ ง ใชไดตลอดเวลาโดยไมจ ํากดั ระยะเวลาใชงาน(ตลอด 24 ชม.)

กาํ ลงั งานเกนิ กําลัง ใชได 2 ชม. ในระยะเวลาใชง าน 12 ชม.(2+10)
กาํ ลงั งานสงู สดุ ใชไ ด 1/2 ชม. ในระยะเวลาใชง าน 6 ชม.(1/2+5 1/2)

กองฝก การชางกล กฝร.

จากรูป 1-4
Propeller Curve เปนเสน โคง ทางทฤษฎซี ่ึงกาํ หนดโดยผผู ลติ เคร่อื งยนต จากหลักการทีใ่ หเ คร่ืองยนตและใบจักร
ทํางานอยางมีประสิทธิภาพสูงสุด แสดงถึง การเพ่ิมข้ึนของกําลังงานออก(Power Output) ของเครื่อง เมื่อคาความเร็ว
เคร่อื งและคา การฉดี น้ํามนั เชอ้ื เพลงิ เปลีย่ นไป
MCR-Curve(Max.Continuous Rating Curve) เปนเสนโคงที่แสดงถึง คาความเร็วเครื่องท่ีสัมพันธกับการฉีด
น้ํามันเช้ือเพลิง ท่ีเครื่องยนตมีภาระทางความรอน(Thermally Load) ถึง 100 % ที่การใชงานตอเน่ือง(Continuous
Operation)

กองฝก การชางกล กฝร.

3.รหัสตัวเลขและตวั อักษรของเคร่ือง

ตัวอยาง เคร่ืองยนต 12 V 396 TB 83 - DB 51 L

12 หมายถึง จาํ นวนสูบ (12 สบู )

หรอื V หมายถงึ ลกั ษณะการวางสบู เปน แบบอักษร V
R หมายถงึ ลกั ษณะการวางสบู เรยี งแถว(In-Line)

396 หมายถงึ อนกุ รมของเครอื่ ง(Series) เมือ่ หารดว ย 100 จะเปนความจุ

กระบอกสบู 1 สูบ เปนลติ ร(3.96 ลติ ร)

T หมายถงึ เปนเครือ่ งท่ใี ชเ ทอรโบชารจขบั หมุนดว ยแกสเสีย
หรือ A หมายถงึ ไมม ีการอัดสงอากาศดีเขา เคร่ือง

B หมายถึง ระบายความรอนอากาศดีเขาเครอ่ื งดวยนา้ํ จากภายนอก

เครอ่ื ง(นาํ้ ทะเล)และมกี ารระบายความรอ นลกู สบู

C หมายถงึ ระบายความรอนอากาศดเี ขา เครอ่ื งดว ยนํา้ จากภายใน

เครอื่ ง(นาํ้ จืด)และมีการระบายความรอนลูกสูบ

หรือ E หมายถงึ ระบายความรอนอากาศดีเขา เครื่องดวยระบบระบายความ
รอ นแยกสวน(Split-Circuit Coolant System)และมกี าร

ระบายความรอนลูกสูบ

A หมายถงึ ไมม ีระบบระบายความรอ นอากาศดีเขาเครอ่ื งแตมีการ

ระบายความรอ นลูกสูบ

Z หมายถงึ ไมม รี ะบบระบายความรอ นอากาศดเี ขา เครื่องและไมม ี

การระบายความรอนลูกสูบ

5,6,9,8 หมายถงึ เปนเคร่ืองทใ่ี ชก ับเรอื
หรือ 4 หมายถงึ เปน เคร่อื งที่ใชกบั ยานพาหนะหรืองานหนกั
หรือ 3 หมายถึง เปนเครือ่ งท่ใี ชต ิดตั้งบนบก
หรือ 1 หมายถึง เปนเครื่องทใ่ี ชก ับรถไฟ

3 หมายถงึ ดชั นขี องแบบ(Design Index)
D หมายถึง ใชเ ชือ้ เพลงิ น้าํ มนั ดีเซล
B หมายถงึ เรือนสูบเปนเหล็กหลอสามารถตดิ ตัง้ กลไกหนา แปลนสง

อาการขับหมนุ (Flange Mounting of Driven Machinery)
5 หมายถึง ไมม อี าํ นาจแมเ หล็กและปอ งกันการส่นั สะเทอื น
1 หมายถงึ ประกอบดวยสบู นํา้ ทะเลและหมอ ระบายความรอ นใชนํา้ ทะเล
L หมายถงึ ทศิ ทางการหมุนของเครือ่ งทวนเข็มนาฬิกา(CCW.)

กองฝกการชางกล กฝร.

4.ลกั ษณะรูปแบบของเคร่อื ง (รูป 1-5)

เปนเครอื่ งทวี่ างสบู ลักษณะเปน แบบอกั ษร V โดยเรยี กช่ือแตล ะดาน(End)และแตล ะแถวสบู

(Bank) ดังนี้

KS. หรอื HKS. คือ ดานสงกําลังงานออก(Main PTO. End)

KGS. หรอื GKS. คอื ดา นตรงขามดา นสง กาํ ลังงานออก(Auxiliary PTO.End)

เม่อื มองจากดา น KS. เขา หาเครื่อง ดานซายมอื คือ แถวสูบ A (A-Bank)

ดานขวามือ คือ แถวสบู B (B-Bank)

โดยเร่ิมนับสูบเปนสูบ 1 จากดาน KS. เขาไปตามลําดับและช้ินสวนประกอบอื่นๆ ของเครื่องที่

เหมือนกันตง้ั แต 2 ชนิ้ สวนข้ึนไป จะนับหรือเรียกชอ่ื เชน เดยี วกบั สูบของเครื่อง

5.รายละเอียดจาํ เพาะของเครอ่ื ง (รปู 1-6)

การทํางาน เปนเครื่อง 4 จงั หวะ,ทํางานดา นเดียว(Single Acting)

การเผาไหม ฉดี นํ้ามันเชือ้ เพลงิ เขาหองเผาไหมโ ดยตรง(Direct Injection)

การสงอากาศดีเขาเครอ่ื ง ใชเ ทอรโบชารจ ขับหมุนดว ยแกส เสยี

การระบายความรอ น ใชน าํ้ ระบายความรอ น

การวางสูบ แบบอักษร V ทํามมุ 90°C.

ความโตกระบอกสบู 165 มม.

กองฝกการชางกล กฝร.

ชว งชกั 185 มม.

ความจกุ ระบอกสบู 3.96 ลติ ร

อตั ราสวนการอดั ประมาณ 12-13 : 1

ทิศทางการหมนุ ทวนเข็มนาฬิกา(กลบั ทางหมุนไมไ ด)

(มองจากดาน KS.)

ความเร็วจดุ ระเบิด(Firing Speed) ประมาณ 100 - 120 รอบ/นาที

(ท่อี ณุ หภูมินาํ้ จดื ระบายความรอน 40°C.)

ความเร็วเครอ่ื งใชง านคงท่ี 1,200,1,500 หรือ 1,800 รอบ/นาที

(ขบั เครอ่ื งกําเนดิ ไฟฟา)

ความเร็วเครือ่ งเดินเบา ประมาณ 600-700 รอบ/นาที

(เปน เครื่องจกั รใหญ)

ระยะหา งของลิ้น(Valve Clearance) ล้ินอากาศดี 0.30 มม., ลน้ิ แกสเสีย 0.45 มม

(เม่ือเคร่อื งเยน็ )

6.คาใชก ารตา งๆ ของเคร่ือง(Operational Data)

กองฝก การชางกล กฝร.

เกณฑคากําลังดันและอุณหภูมิตางๆในคูมือประจําเคร่ืองนั้น เปนเกณฑมาตรฐานของเคร่ืองเทาน้ัน ในการใช

งานเคร่ืองจริงคาตางๆเหลานี้จะแตกตางออกไปบางตามสภาวะแวดลอมของเคร่ือง ดังนั้นเกณฑคาท่ีแนนอนของแตละ

เครื่อง ใหดใู นบันทึกทดสอบเพ่ือการตรวจรับเคร่อื ง(Engine Acceptance Test Record) ประจาํ เครือ่ ง

สําหรับเคร่ืองอนุกรม(Series) 396 น้ี จะมีอยูหลายแบบ(TC/TB/TE) และ หลายขนาด (6V,8V,12V,16V) ดังน้ัน

เกณฑคาตางๆดังกลาว ในเครื่องแตละแบบหรือแตละขนาดจะแตกตางกันคอนขางมาก ในคูมือเลมน้ีจะเปนคา

โดยประมาณเทานั้น

6.1 กาํ ลงั ดันตางๆ(Pressures)

กําลังดนั น้าํ มนั หลอ ลน่ื (กอ นเขา เคร่ือง) 4.0-5.5 บาร

{(ทค่ี วามเรว็ ปกต)ิ (Rated Speed)}

กาํ ลังดนั น้ําจืดระบายความรอนเครอ่ื ง 0.2-1.0 บาร

(กอนเขาสบู นํ้าจืด)

กําลังดันน้ํามนั เชอื้ เพลงิ 2.5-3.5 บาร

(กอ นเขา สบู ฉีดนํ้ามนั เช้อื เพลงิ )

กําลังดนั อากาศดเี ขา เครื่อง (-0.14)-(1.3) บาร

(หลังจากหมอระบายความรอ นอากาศดี)

6.2 อณุ หภูมติ า งๆ(Temperatures)

อณุ หภูมินํา้ มนั หลอ ลื่นเครอ่ื งยนต 85-105 °C.

(กอนเขาเคร่อื ง)

อุณหภูมนิ ้ําจืดระบายความรอ นเครือ่ ง 80-90 °C.

(กอ นเขา เครอ่ื ง)

อณุ หภมู ิแกสเสีย 480-530 °C.

(หลงั ออกจากเทอรโบชารจ)

อุณหภมู อิ ากาศดเี ขา เครอ่ื ง 45-60 °C.

(หลังออกจากหมอ ระบายความรอ นอากาศดี)

กองฝก การชางกล กฝร.

บทท่ี 2
สว นประกอบทสี่ าํ คัญของเครอ่ื ง

สว นประกอบตา งๆทีส่ าํ คญั ของเครอ่ื ง มีดงั น้ี
= เรอื นสบู (Crankcase) (รายละเอยี ดขอ 1)
= สว นขบั หมุนเคร่อื ง(Running Gear) (รายละเอียด ขอ 2)
= ฝาสบู (Cylinder Head) (รายละเอยี ด ขอ 3)
= กลไกควบคุมล้ิน(Valve Gear) (รายละเอียด 4)
= อปุ กรณฉ ดี นํา้ มนั เชอ้ื เพลิง(Fuel Injection Equipment) (รายละเอยี ด ขอ 5)
= เคร่ืองควบคมุ ความเรว็ เคร่อื งยนต(Engine Governor) (รายละเอียด ขอ 6)
= อปุ กรณตดั การทํางานของสบู (Cylinder Cutout) (รายละเอียด ขอ 7)

1.เรอื นสูบ(Crankcase)
เปนสว นประกอบหลกั ของเครอ่ื ง ทาํ ดว ยเหลก็ หลอคณุ ภาพสงู (High-Grade Cast-Iron Castings)
มี 2 แบบ คือ แบบสว นเดียว(Single-Unit Crankcase) (รายละเอียดขอ 1.1)
แบบสองสวน(Two-Piece Crankcase) (รายละเอียดขอ 1.2)

1.1 แบบสวนเดียว(Single-Unit Crankcase) (รปู 2-1.1 / 2-1.2)
# ลกั ษณะ #
สวนบน จะเปนชองประกอบปลอกสูบ(Liner) 2 แถวสูบ(Bank)และชองทางเดินของนํ้าจืดระบายความ

รอ นและนา้ํ มนั หลอลืน่ ดานในทัง้ สองแถวสูบจะเปนชอ งสาํ หรบั ประกอบเพลาลกู เบีย้ ว(Camshaft) ดา นละเพลา
สว นกลางตอนบน ประกอบดวยทอน้ํามันหลอหลัก(Main Oil Gallery) ซึ่งยาวตลอดเรือนสูบ สําหรับสง

นํ้ามันหลอลื่นไปหลอลื่นระบายความรอนใหกับสวนตางๆ ของเคร่ือง เชน สงผานทอแยกลงไปหลอลื่นแบริ่ง
ใหญ(Main Bearing)และไปฉดี พน ท่หี วั ฉดี ฝอย(Spray Nozzle)ไประบายความรอนลกู สูบ เปนตน

สวนกลางตอนลาง จะเปนชองสําหรับประกอบเพลาขอเหว่ียง(Crankshaft) ซ่ึงรองรับดวยแบริ่งใหญ
(Main Bearing)แบบฝา ๒ ช้ิน(Shell Bearing)และฝาครอบแบร่ิงใหญ(Main Bearing Cap) ซ่ึงยึดกับเรือนสูบดวย
สลกั ยึด

ดานลางของเรือนสูบ เปนหองเพลาขอเหว่ียง(Crankspace) ประกอบดวยอางน้ํามันหลอ(Oil Pan)ซึ่งเปน
โลหะเบา(Light-Metal) สําหรบั เกบ็ นา้ํ มนั หลอ ไวใ ชภ ายในระบบของเครื่อง

ดา นบนทัง้ สองแถวสบู ประกอบดวยฝาสูบ(Cylinder Head)
ดา น KGS. ประกอบดวยหมูเฟองขับ(Gear Train) อยูภายในหองหมูเฟอง(Gearcase) ไดรับกําลังขับหมุน
จากเฟองเพลาขอเหว่ียง(Crankshaft Gear)และสงอาการไปขับหมุนอุปกรณชวยตางๆ ของเคร่ือง เชน สูบ
น้ํามันหลอ ลนื่ (Oil Pump) สูบนาํ้ ทะเล(Raw Water Pump) เปนตน

กองฝกการชางกล กฝร.

ดาน KS. ประกอบดวยลอชวยแรง(Flywheel) อยูภายในเรือนลอชวยแรง(Flywheel Housing)ซึ่งจะมีชอง
สําหรับประกอบเคร่ืองมือหมุนเคร่ืองดวยมือ(Barring Tool),ชองตรวจดูขีดเครื่องหมายจังหวะการจุดระเบิดของ
เคร่อื ง(สูบ A1)และชอ งตรวจดสู ภาพหนาแปลนตอ(Coupling)ดว ย

กองฝก การชางกล กฝร.

กองฝกการชางกล กฝร.

กองฝกการชางกล กฝร.

1.2 แบบสองสวน(Two-Piece Crankcase) (รูป 2-1.2 / 2.1.3)

# ลกั ษณะ #
มีลักษณะสว นใหญ เชน เดยี วกบั แบบสว นเดยี ว ท่ีกลา วมาแลว
ที่แตกตาง คือ สรางเปน 2 สวน คือ เรือนสูบสวนบน(Crankshaft Upper Section) และเรือนสูบ
สวนกลาง(Crankcase Intermediate Frame) ประกอบเขา ดว ยกนั โดยใชส ลกั ยดึ

ท่ีเรือนสูบสวนกลางดานใน ประกอบดวยฝาครอบแบริ่งใหญ(Main Bearing Cap) ดานขางทั้งสองดาน
ประกอบดวยชอ งตรวจ(Inspection Ports) สาํ หรับตรวจดสู ว นตา งๆภายใน ปกติจะปด ดวยฝาปด(Cover)
1.3 สว นประกอบที่สําคัญอน่ื ๆของเรือนสบู มดี ังนี้
1.3.1 ปลอกสูบ(Liner) (รูป 2-1.1 / 2-1.3)

# ลกั ษณะ #
ทาํ ดวยเหลก็ หลอแบบแรงเหวยี่ งคณุ ภาพสูง(High-Grade Centrifugally Cast Iron)(เทวตั ถลุ ง
ในแมพ มิ พท ่กี ําลังหมุนอย)ู ใชน ้าํ จืดระบายความรอ นเดนิ โดยรอบดานนอกสัมผัสกับปลอกสูบ ดานบนทําเปนบา
ยื่นออกมารับกับดานบนของเรือนสูบ สวนบนมีการกันรั่วดวยวงกันรั่ว(O-Ring) 1 วง และสวนลาง 2 วง(Sealing
Ring)

ปลอกสูบ จะประกอบเขากบั ชองของเรอื นสูบ จากดานบนลงมา

1.3.2 สวนระบายกําลงั ดันเรือนสบู (Crankcase Breather) (รูป 2-2.1 / 2-2.2)
ทําหนาที่ ลดกําลังดนั ภายในหอ งเพลาขอเหว่ยี ง(Crankspace)
ประกอบอยบู นสูบแถว B (B-Bank) ดาน KGS
# ลักษณะการทาํ งาน #
เปนหมอกรองอากาศแบบเปยก(Wet-Type Air filter) หรือ แบบไสกรองโลหะ(Metal Mesh filling) ซ่ึง

อาจจะมลี กั ษณะตางกันบา ง แตการทํางานเหมือนกนั ดังน้ี
ไสกรองโลหะ ที่จะทําหนาที่แยกนํ้ามันหลอออกจากอากาศ(Oil Separation) ประกอบอยูภายในเรือน

(Housing)ซ่ึงดานลางมีทอทางถึงภายในหองเพลาขอเหว่ียง ดานบนประกอบดวยฝาปด(Cover) ซึ่งจะมีชองทาง
สาํ หรับตอ ทอ ระบายอากาศ(Vent Line)ทฝี่ าปด (Cover) ไปเขา ที่ทางดดู ของเทอรโ บชารจ

เม่ือเคร่ืองยนตทํางาน เกิดความรอนและมีกําลังดันขึ้นภายในหองเพลาขอเหว่ียง อากาศซ่ึงมีไอน้ํามัน
หลอปนอยู จะถูกเทอรโบชารจดูดเขามาผานหมอกรองแบบเปยกหรือไสตะแกรงโลหะ สวนที่เปนนํ้ามันหลอจะ
เกาะติดอยูท่ีไสกรองและตกลงอางน้ํามันหลอไป สวนท่ีเปนอากาศจะถูกดูดเขาไปในเทอรโบชารจและอัดสงเขา
กระบอกสบู ตอ ไป

# การซอมบํารุงรกั ษาเรือนสูบและสวนประกอบ #
ไมม ี

กองฝกการชางกล กฝร.

2.สว นขบั หมุนเคร่ือง(Running Gear or Crankdrive) (รูป 2-3)
หมายถงึ สว นประกอบของเครื่อง ท่ีทําหนาท่ีเปลี่ยนกําลังงานจากการเผาไหมภายในกระบอกสูบใหเปน

กําลงั งานทางกล(กําลังงานขับหมุน) สงไปใชง านภายนอกและขบั หมนุ อุปกรณชว ยตา งๆของเคร่อื ง
ประกอบดวยสว นตางๆ 3 สว นคือ ลูกสูบ(Piston) (รายละเอยี ดขอ 2.1)
กา นตอ(Connecting Rod) (รายละเอยี ดขอ 2.2)
เพลาขอ เหวีย่ ง(Crankshaft) (รายละเอยี ดขอ 2.3)

กองฝกการชางกล กฝร.

2.1 ลกู สบู (Piston) (รูป 2-4.1 ถงึ 2-4.3)
ทําหนาที่ เปลี่ยนกําลังงานจากการเผาไหมภายในกระบอกสูบ ใหเปนกําลังงานทางกล(เล่ือนข้ึนลง

กลับไป-กลบั มา)
เปนแบบระบายความรอนดวยน้ํามันหลอ(Oil-Cooled Piston) สรางเปน 2 สวน คือ ยอดลูกสูบ (Piston

Crown)และกระโปรงลูกสูบ(Piston Skirt) แลวนาํ มาประกอบเขา ดว ยกนั
มี 2 แบบ คือ แบบแยกสวนไมไ ด(Groove Insert Type) (รายละเอยี ดขอ 2.1.1)
แยกสว นได(Composite Type) (รายละเอยี ดขอ 2.1.2)

2.1.1 แบบแยกสว นไมได( Groove Insert Type) (รูป 2-4.1)
# ลักษณะ #
ยอดลกู สบู (Piston Crown) ทาํ ดว ยโลหะเบาชนดิ พิเศษ(Special Grade Light Alloy) ดานบน-

กองฝก การชางกล กฝร.

ตรงกลาง ทําเวาเปนหองเผาไหม 1 หองและเปนหองระยะหางลิ้น(Valve Clearance Pocket) 4 หอง ดานขางจะมี
รองสาํ หรบั ประกอบแหวนอดั กนั รว่ั (Compression Ring) 2-3 วง

กระโปรงลูกสูบ(Piston Skirt) ทําดวยโลหะผสมกราไฟท(Graphite) ภายในจะมีชองทางสงน้ํามันหลอ
และชอ งทางนา้ํ มันหลอกลับ ดานขางจะมีชอ งสาํ หรับประกอบสลักลูกสูบแบบลอยตัว(Floating Piston Pin)โดยมี
แหวนล็อค(Snap Ring)ทัง้ สองดาน

ยอดลูกสูบและกระโปรงลูกสูบ ประกอบเขาดวยกัน ดวยวิธีเชื่อมประสานทางไฟฟา(Electron Beam
Welding)และมแี หวนกวาดนาํ้ มันหลอ ลน่ื (Oil Control Ring) ประกอบอยูในรอ งระหวางสวนท้งั สอง 1 วง
2.1.2 แบบแยกสวนได(Composite Type) (รปู 2-4.2)

กองฝกการชางกล กฝร.

# ลักษณะ #
ยอดลูกสูบ(Piston Crown) ทําดวยโลหะแข็ง(Steel) ดานบน ทําเปนหองเชนเดียวกับแบบแรกและมีชอง
สาํ หรับรอ ยสลกั ยดึ (Stress Bolt) ดา นขา งมีรอ งสําหรับประกอบแหวนอดั กนั รวั่ 2 วง
กระโปรงลูกสูบ(Piston Skirt) ทําดวยโลหะเบา(Light-Metal) ดานบนจะมีชองสําหรับประกอบปลอก
เกลยี ว(Threaded Bushes)หรือนตั พเิ ศษ(Special Nuts) สวนอ่นื ๆจะมลี ักษณะเชนเดยี วกับแบบแรก
ยอดลูกสูบและกระโปรงลูกสูบ ประกอบเขาดวยกันโดยใชสลักยึดรอยผานชองท่ียอดลูกสูบลงมายึดกับ
ปลอกเกลียวหรือนัตพิเศษท่ีกระโปรงลูกสูบ เพ่อื ใหมีกําลังยึดมากกวา การยดึ กบั กระโปรงลูกสูบซึ่งเปนโลหะเบา
ลูกสูบทั้งสองแบบ(รูป 2-4.3) ไดรับการระบายความรอนโดยนํ้ามันหลอที่ฉีดพนจากหัวฉีดฝอย(Spray
Nozzle)ที่เรือนสูบ ฉีดพนน้ํามันหลอผานชองทางที่กระโปรงลูกสูบเขาไปผานภายในชองวางระหวางยอดลูกสูบ
กับกระโปรงลูกสูบ เปน การระบายความรอนใหก บั ลกู สบู แลวตกลงหลอล่ืนสลักลูกสูบและตกลงอางน้ํามันหลอ
ไป
2.2 กา นตอ(Connecting Rod or Conrod) (รปู 2-5)
ทําหนา ที่ รบั กําลังงานจากลูกสูบและสงตอไปยังเพลาขอเหว่ียง(Crankshaft)
# ลกั ษณะ #
เปน แบบธรรมดา(Blade Rod) เหมือนกนั ท้งั สองแถวสูบ(ทกุ สูบ)
ทาํ ดว ยวิธี Drop-Forged(ตอกอดั วัตถุลงบนแมพิมพ) แลว ปรบั แตงใหเ รียบรอย

กองฝกการชางกล กฝร.

ปลายเล็ก(ปลายบน) ประกอบเขากับสลักลูกสูบ(Piston Pin)โดยมีแบร่ิงแบบปลอก(Bushing)เปนสวน
รองรับผิวสัมผัส ไดรับการหลอล่ืนโดยนํ้ามันหลอระบายความรอนลูกสูบตกลงมาตามชองทางภายในลูกสูบ เขา
หลอลน่ื แลว ตกลงอางนา้ํ มนั หลอไป

ปลายใหญ(ปลายลาง) ประกอบดวยฝาครอบกานตอ(Conrod Cap) โดยใชสลักยึด(Conrod Bolt)เขากับ
กานตอ เม่ือประกอบเขากับเดือยขอเหวี่ยง(Crank Pin) กานตอ 2 อันของสูบตรงขามกัน(เชน สูบ A1 และ B1)จะ
ประกอบอยูบนเดือยขอเหว่ียง(Crank Pin)อันเดียวกัน โดยมีแบริ่งแบบฝา 2 ชิ้น(Shell Bearing)ของกานตอแตละ
อันเปนสวนรองรับผิวสัมผัส ไดรับการหลอลื่นโดยน้ํามันหลอจากรูเพลาขอเหว่ียงเขามาหลอลื่น แลวตกลงอาง
นาํ้ มนั หลอไป
2.3 เพลาขอ เหวย่ี ง(Crankshaft) (รูป 2-6)

ทําหนา ที่ เปลย่ี นกาํ ลงั งานเล่อื นข้นึ ลงของลูกสบู และกา นตอ ใหเ ปนกําลงั งานทางหมุน
# ลกั ษณะ #
ทําดวยโลหะตีขึ้นรูป(Forging)เจาะรูทะลุตลอดเพลา(เพ่ือเปนทางสงนํ้ามันหลอไปหลอลื่นแบร่ิงกานตอ
ชุดลาง) เคลือบแข็งและขัดมันในสวนท่ีรองรับกับแบร่ิงตางๆ ทุกแขนขอเหว่ียงจะประกอบดวยน้ําหนักถวง
(Counterweight) เพื่อใหเพลาไดสมดุลยขณะหมุน
ปลายเพลาดาน KGS. ประกอบดวยเฟองเพลาขอเหวี่ยง(Crankshaft Gear) สําหรับสงอาการขับหมุนให
หมเู ฟองขับ(Gear Train)
ปลายเพลาดาน KS. ประกอบดวยลอชวยแรง(Flywheel)และหนาแปลนสงกําลังงานออก(PTO. Flange)

กองฝก การชางกล กฝร.

สําหรบั สง ตอ กาํ ลงั งานไปใชงานภายนอก เชน ขับหมุนเคร่ืองกําเนิดไฟฟาหรือขับหมุนเพลาใบจักร เปนตน ซึ่งที่
หนาแปลนสงกําลังงานออกน้ี จะมีขีดเครื่องหมายตําแหนงจุดระเบิดของสูบ A1 อยู โดยมีเข็มชี้อยูที่เรือนลอชวย
แรง(Flywheel Housing)

ตลอดเพลา รองรับดวยแบร่ิงใหญ(Main Bearing) เปนแบบฝา 2 ช้ิน(Sleeve Bearing) และแบบลูกกล้ิง
กลม(Deep Groove Ball Bearing) 1 ชุด อยูดาน KS. ทําหนาท่ีกันรุน(Axial Thrust) การหลอลื่นแบร่ิงเหลาน้ี โดย
น้ํามันหลอจากทอน้ํามันหลอหลัก สงผานทอทางแยกลงมาหลอลื่นแบริ่งทุกชุด แลวไหลผานรูเพลาขอเหว่ียงไป
หลอลน่ื แบร่งิ กานตอชุดลาง แลวตกลงอางนํ้ามันหลอไป
∗ หมายเหตุ

เคร่อื ง TE บางรุน จะมีชดุ รับแรงสั่นสะเทือนประกอบอยูที่ปลายเพลาขอ เหวี่ยงดาน KGS. ดว ย
# การซอมบาํ รงุ รกั ษาสว นขับหมุนเครอ่ื ง #

รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 1-5
3.ฝาสบู (Cylinder Head) (รูป 2-7)

ทําหนา ท่ี ปดผนกึ หองเผาไหมดา นบน
# ลกั ษณะ #
เปนแบบฝาสบู แยก(1สบู ใช 1 ฝาสบู ) ทําดวยเหล็กหลอ ชนิดพิเศษ(Special-Grade Cast Iron)
ภายใน เจาะเปนชองทางเดินอากาศดี-แกสเสีย,ชองทางเดินนํ้าจืดระบายความรอนและชองทางสงนํ้ามัน
หลอ ประกอบอยูบนเรือนสูบทุกสูบดวยสลักยึด(Stress Bolt) โดยมีแผนรอง(Supporting Plate)และแผนกันรั่ว
(Gasket) ชว ยกนั รัว่ ทกุ ฝาสูบ
ดานบนฝาสูบ จะประกอบดวยเรือนกลไกควบคุมล้ิน(Valve Gear Housing)และฝาครอบฝาสูบ(Cylinder
Head Cover) ตามลาํ ดับ
สวนประกอบทส่ี ําคญั ของฝาสูบ คอื

ปลอกรับหวั ฉีด(Protective Sleeve) (รายละเอียดขอ 3.1)
ล้นิ อากาศด-ี ลน้ิ แกสเสีย(Inlet-Exhaust Valve) (รายละเอยี ดขอ 3.2)
3.1 ปลอกรบั หัวฉดี (Protective Sleeve) (รูป 2-7)
ประกอบอยทู สี่ วนกลางฝาสูบ จาํ นวน 1 ปลอก
เปน ทสี่ ําหรับประกอบหวั ฉดี นํ้ามันเช้ือเพลิง(Fuel Injector)
# ลกั ษณะ #
เปน ปลอกกลม ปลายสวนลา งจะมีขนาดเล็กกวา สวนบน ท่ีปลายสว นลา งดานนอกจะเปนเกลยี วสําหรับกวดยดึ เขา
กับฝาสบู และท่สี วนบนจะประกอบดวยวงกันร่วั (O-Ring) จํานวน 1 วง สําหรับกนั รวั่ นํ้าจืดระบายความรอ นอยู
โดยรอบภายนอกปลอกรบั หัวฉีด

กองฝกการชางกล กฝร.

3.2 ล้นิ อากาศด-ี ลนิ้ แกส เสยี (Inlet-Exhaust Valve) (รูป 2-7 / 2-8)
ประกอบอยโู ดยรอบหวั ฉีดนา้ํ มันเชอ้ื เพลิง จาํ นวน 4 ล้ิน(อยา งละ 2 ลิ้น)

# ลกั ษณะการทํางาน #
ล้ินทั้งหมด จะประกอบอยูในปลอกนําล้ิน(Valve Guide) โดยมีสปริงลิ้น(Valve Spring) ลิ้นละ 2 ชุด
ปกติลน้ิ จะปด ดว ยกําลงั สปรงิ ล้ินและจะเปด ดว ยกําลงั กดจากกระเด่อื งกดลนิ้ (Valve Rocker Arm)
ล้ินอากาศดี กานล้ิน(Valve Stem)จะยาวกวาและขนาดของหัวล้ิน(Valve Head)จะโตกวาของล้ินแกสเสีย
เพือ่ ใหก ารกวาดลา งแกสเสียไดผลดียงิ่ ข้ึน
ล้ินแกสเสีย ภายในลิ้นบรรจุไวดวยโซเดียม(Sodium) เพื่อใหมีการถายเทความรอนที่ดี(ลิ้นอากาศดีไมมี)
และลิ้นแกสเสียจะประกอบดวยชุดหมุนลิ้น(Valve Rotator)(บางเคร่ืองอาจประกอบอยูท้ังลิ้นอากาศดีและแกส
เสีย) ท่ีทําใหล้ินหมุนตัวเล็กนอยขณะเปด เพื่อปองกันไมใหหัวลิ้น(Valve Head)ไดรับความรอนเฉพาะจุดและ
ไมใ หคราบเขมา (Carbon)เกาะสะสมบริเวณบา ล้นิ (Valve Seat)

กองฝกการชางกล กฝร.


Click to View FlipBook Version