ขดลวดสนามแมเ หลก็ ซ่ึงพนั อยทู ี่ขาแมเ หล็ก(Pole Shoes) ประกอบดว ยขดลวดอนกุ รม(Series)และ
ขดลวดขนาน(Shunt) โดยขดลวดขนานจะทาํ หนาที่จาํ กัดความเรว็ ตวั เปลา (No-Load Speed)ของอารเมเจอร หรือ
เปนเบรคใหอ ารเ มเจอรห ยดุ หมนุ อยา งรวดเรว็ หลังจากหยดุ การเรมิ่ เดนิ เพอ่ื ใหพรอ มสําหรบั การเร่ิมเดินไดใหม
ไดเรว็ ทสี่ ดุ
1.2 การทํางานของระบบ (รูป 7-1)
1.2.1 เมื่อกดปุม “Start”(St.PB.)
aท่รี เี ลยลอ็ คการเรมิ่ เดนิ (Start Interlock Relay)
กระแสไฟ +24 V.DC.จะผา น Terminal 50a Î NC Contact ของ Sht.Rel.III. Î NC Contact
ของ St.Rel.I ÎTerminal 50 Î Terminal 50g ของ Start Repeat Relay
ในขณะเดยี วกนั จะผา น EW Coil ของ Intl.Rel.II. ÎTerminal D–(⊥) ทําให EW Coil ทาํ งาน
(Energized) ให NO.Contact ปด วงจร(Closed) ตอ กระแสไฟจากTerminal 15 เขาประจ(ุ Charge) C
กองฝก การชางกล กฝร.
ในขณะนี้ ท่ี E1 Coil ของ St.Rel.I.จะเปนบวกท้งั สองขัว้ หรือไมมีความตา งศกั ย ทําใหไ มทาํ งาน
(De-Energized) ให NC.Contact ยังคงปดวงจร(Closed)อยูต อ ไป
aaท่รี ีเลยเ ริ่มเดินซ้ํา(Start Repeat Relay)
กระแสไฟ +24 V.DC.จะผา น Terminal 50g Î NC.Contact ของ Cn.Rel.Î Coil ของ St.Rel
ÎTerminal 31(⊥) ทําให St.Rel. ทํางาน(Energized) ปดวงจร(Closed) NO.Contact ตอกระแสไฟจาก
Terminal 50 g ÎTerminal 50h ÎTerminal 50 ของ Electric Starter
ในขณะเดยี วกนั กระแสไฟจะผา น G Coil ของ Cn.Rel.เขาประจ(ุ Charge) C ทําให G Coil ทาํ งาน
(Energized) ปด วงจร(Closed) NC.Contact ไว และลบลางอํานาจของ E Coil
aaaท่ีมอเตอรไฟฟา เร่ิมเดิน(Electric Starter)
¾ Engagement Stage I.
กระแสไฟ +24V.DC.จะผาน Terminal 50 Î Coil ของ Control Relay และ ขด H(Holding
Coil) ของ Solenoid Switch Î Thermoswitch ÎTerminal 31(⊥) ทาํ ให Coil ท้ังสองทํางาน(Energized)
อารเมเจอร ของ Solenoid Switch จะเลือ่ นตวั สงอาการใหค ันสงเฟอ งเรม่ิ เดิน(Pinion) เขาขบกับ
เฟองหมนุ เครอื่ ง(Flywheel Ring Gear)
Contact ของ Control Relay จะตอ กระแสไฟ +24 V.DC.จาก Terminal 30 Î E
Coil(Engagement) ของ Solenoid Switch และขด Shunt Î อารเมเจอร Î Terminal 31(⊥) ทาํ ใหมอเตอร
เร่ิมหมุนไปได แตใ นกรณนี ี้ E Coil จะเปน ความตา นทานหนวง(Ballast Resistor)ใหอารเ มเจอรแ ละขด
Shunt ใหมีความตานทานสงู (High-Impedance) เปนการจาํ กัดกระแสไฟท่ีผา นอารเ มเจอร ทาํ ใหอ าร
เมเจอรม ีแรงบดิ นอ ย แตหมนุ ไปไดเ พ่อื ใหเ ฟองเริม่ เดนิ (Pinion) เขา ขบกบั เฟองหมนุ เคร่อื ง(Flywheel
Ring Gear)ไดง าย แตเ ครอื่ งยนตไ มห มนุ
¾¾ Engagement Stage II.
เม่ือเฟอ งเรม่ิ เดนิ เลื่อนเขาขบกบั เฟองหมนุ เคร่ืองกอ นสดุ ระยะเลื่อน คันปลด(Release Lever) จะ
สง อาการใหค นั สงอาการ(Tripping Lever) ให Contact ของ Control Relay เปลี่ยนทางดวยกาํ ลงั สปรงิ ไป
ตอ กระแสไฟเขา ขด Series และตอ ขด Shunt ใหขนานกบั ขด Series และอารเมเจอร ทําใหม อเตอรม ี
กระแสไฟเขา สูงสดุ ดังน้นั มอเตอรจ ะมีแรงบดิ สูงสุด เรมิ่ หมนุ เครอ่ื งยนตไ ปไดจ นถงึ ความเรว็ จดุ ระเบดิ
(Firing Speed) เครื่องยนตก จ็ ะเร่ิมเดนิ ทาํ งานจุดระเบิดไดเ อง
aaaaที่ Start Repeat Relay
ท่ี Terminal 50g และ 48 จะไมมีความตา งศักย( เปนบวกทั้งคู) นน่ั คอื Cn.Rel. จะไมม กี ระแสไฟ
ผาน G.Coil เขา ประจุ C และไมมีกระแสไฟผาน E Coil เชน เดียวกนั ทําให Cn.Coil ไมท าํ งาน(De-
energized) และยังคงปด วงจร(Close) NC.Contact ดําเนนิ การเรม่ิ เดนิ ตอไป
เม่ือเครือ่ งยนตม ีการจดุ ระเบดิ เริ่มเดนิ แลว เฟอ งเร่มิ เดนิ (Pinion) จะมคี วามเร็วสงู ขน้ึ จนกระทงั่ สงู
กวา ความเร็วตวั เปลา (No-Load Speed)ของอารเ มเจอร ชดุ แผน คลัทชจ ะปลด ไมส ง ตอ แรงหมุน
กองฝก การชางกล กฝร.
ระหวา งอารเ มเจอรก ับเฟองเร่มิ เดนิ เพือ่ ปองกันอารเมเจอรม ีความเร็วสงู เกิน(Over speed)
เมือ่ เครื่องเดินแลว จะมีแรงเคลื่อนกระแสไฟฟา (Generator Voltage) จาก Terminal D+
ÎHW.Coil ของ Intl.Rel.II และ D1 Coil ของ Sht.Rel.III ÎTerminal D-(⊥) ทาํ ให HW.Coil ทํางาน
(Energized) ปดวงจร(Closed) NC.Contact ตอกระแสไฟจาก Terminal 15 เขาประจุ C.เชนเดมิ และ D1
Coil กจ็ ะทาํ งาน(Energized) เปด วงจร(Open) NC.Contact ตัดวงจรกระแสไฟเรม่ิ เดนิ เครอื่ ง เปนการหยดุ
การเร่ิมเดนิ เครอื่ งและเม่อื ปลอยปมุ “Start“ เฟอ งเร่มิ เดนิ จะเลื่อนออกจากเฟอ งหมนุ เครือ่ ง กลับสูตําแหนง
เดมิ ดว ยกําลังสปริงดงึ กลบั (Return Spring) เปนการเสร็จสน้ิ การเร่ิมเดนิ
1.2.2 เม่อื เร่มิ เดินเครือ่ งลมเหลว(Blind Attempt) (รูป 7-1)
เมอ่ื มกี ารเรมิ่ เดนิ เครื่อง ถา เกิดกรณเี ฟอ งเรม่ิ เดิน(Pinion)กบั เฟอ งหมุนเคร่อื ง(Flywheel Ring
Gear) ไมเขาขบกัน(Edge-On-Edge Contact) จะทําใหเฟอ งเรมิ่ เดนิ หยดุ หมนุ กรณนี เี้ รียกวา Blind
Attempt ซง่ึ จะตอ งหยุดการเรมิ่ เดินทันที เพื่อปองกนั มอเตอรไ ฟฟาเริ่มเดินเสียหาย หลงั จากหยดุ สักครูก็
สามารถดําเนินการเร่ิมเดนิ ไดใ หม
aท่ี Start Repeat Relay
ในขณะ Engagement Stage I. ที่ Cn.Rel.จะมีกระแสไฟผาน G Coil เขาประจุ C. ทาํ ให G Coil
ทํางาน(Energized) ปด วงจร(Closed) NC.Contact และลบลา งอํานาจ E Coil แตถาเฟองเริม่ เดนิ ไมเขา ขบ
กบั เฟองหมนุ เคร่อื งพอดี น่ันคอื เมือ่ C ไดร ับการประจุเรยี บรอ ยแลว G Coil กจ็ ะไมทาํ งาน(De-
energized) ในขณะเดียวกนั จะมกี ระแสไฟผาน E Coil ÎTerminal 48 Î Terminal 48 ของมอเตอรไฟฟา
เริ่มเดนิ Î ขด Series Î อารเ มเจอร ÎTerminal 31(⊥) ทําให E Coil ทํางาน(Energized) เปดวงจร(Open)
NC.Contact ตัดวงจรกระแสไฟฟาของตวั เองและ St.Rel.
St.Rel. จะหยดุ การทาํ งาน(De-energized) เปด วงจร(Open) NO.Contact ตดั วงจรกระแสไฟ
Terminal 50h ทจ่ี ะไปเขามอเตอรไฟฟา เร่มิ เดิน เปนการหยดุ การเร่มิ เดนิ เครอื่ ง
ในขณะนี้ C. จะคายประจ(ุ Discharge) กระแสไฟจะผาน G Coil และ E Coil ซึ่งเปน กระแส
ทศิ ทางเดียว(Unidirectional) ทาํ ให Cn.Rel. จะยงั คงเปดวงจร(Open) NC.Contact อยู เปน การหนว งเวลา
การหยดุ พักการเร่ิมเดิน
เม่ือ C.คายประจเุ รยี บรอ ย Cn.Rel. จะกลับมาปดวงจร(Closed) NC.Contact อีกครัง้ เปน การ
ดําเนนิ การเร่ิมเดนิ อกี คร้ัง ถายงั กดปมุ “Start” ไวอ ยู
1.2.3 เม่ือกดปมุ Start ขณะเครอ่ื งเดนิ อยู หรอื
เม่อื เคร่ืองยนตความเรว็ ลดลงต่ํากวา ความเร็วจุดระเบดิ (รูป 7-1)
aท่ี Start Interlock Relay
ในขณะเครือ่ งเดินอยจู ะมแี รงเคล่ือนกระแสไฟฟา (Generator Voltage) จาก Terminal D+
ÎHW.Coil ของ Intl.Rel.II และ D1 Coil ของ Sht.Rel.III ÎTerminal D-(⊥) ทําให HW.Coil ทาํ งาน
(Energized) ปด วงจร(Closed) NC.Contact ตอ กระแสไฟจาก Terminal 15 เขา ประจุ C.เชน เดิม และ D1
กองฝกการชางกล กฝร.
Coil กจ็ ะทาํ งาน(Energized) เปด วงจร(Open) NC.Contact ตดั วงจรกระแสไฟเร่ิมเดนิ เครอ่ื ง นั่นคอื
ในขณะนถ้ี ากดปมุ “Start” ก็จะไมมกี ารดาํ เนินการเริม่ เดนิ เคร่ืองตามขอ 1.2.1
ถาความเร็วเครอื่ งลดลงตาํ่ กวาความเรว็ จุดระเบิด จะทําให D1 Coil ไมท าํ งาน(De-energized) จะ
ปดวงจร(Closed) NC.Contact ตอ วงจรกระแสไฟเริม่ เดนิ และ HW.Coil ก็จะหยดุ การทํางาน(De-
energized) จะเปด วงจร(Open) NO.Contact ทาํ ให C.คายประจ(ุ Discharge) ผา น E1 Coil ของ St.Rel.I Î
R2 Î Terminal D-(⊥) ทาํ ให E1.Coil ทาํ งาน(Energized) เปด วงจร(Open) NC.Contact ตัดวงจร
กระแสไฟเรม่ิ เดิน ในระหวางเครือ่ งยนตล ดความเรว็ ลงจนกระท่ังหยดุ หมุน
1.3 การซอ มบํารงุ รกั ษาระบบ
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ 90-94 และ 104-105
2. ระบบเริม่ เดินแบบมอเตอรกาํ ลงั ดนั ลม(Compressed Air Starting System) (รปู 7-3)
ใชกาํ ลงั ดนั ลมทาํ งาน ประมาณ 6 บาร
2.1 สวนประกอบของระบบ (รปู 7-3)
หมอกรองกาํ ลงั ดนั ลม(Air Filter) (รายละเอยี ด ขอ 2.1.1)
หมอน้ํามนั หลอ(Oiler) (รายละเอยี ดขอ 2.1.2)
ล้นิ แมเ หลก็ ไฟฟา(Solenoid Valve) (รายละเอยี ดขอ 2.1.3)
มอเตอรกาํ ลังดนั ลมเริม่ เดิน(Compressed Air Starter) (รายละเอยี ดขอ 2.1.3)
2.1.1 หมอ กรองกาํ ลงั ดนั ลม(Air Filter) (รปู 7-4)
ทําหนา ท่ี กรองส่ิงสกปรกทป่ี นมากบั กาํ ลงั ดนั ลมเรม่ิ เดนิ กอ นเขาทาํ งานในระบบ
ประกอบอยทู ที่ อทางกําลังดนั ลมเขา ระบบ
# ลกั ษณะการทํางาน #
เปน หมอ กรองแบบตะแกรงโลหะ ประกอบอยใู นทอทางโดยมฝี าเกลียว(Screw Cap) กวดเขา
จากดานลา ง
เม่อื มกี าํ ลังดนั ลมไหลผานทอ ทางและหมอ กรอง สงิ่ สกปรกท่ปี นมาจะถกู ดักไวโดยหมอกรอง
2.1.2 หมอ น้าํ มันหลอ (Oiler) (รูป 7-5)
ทาํ หนาที่ ผสมน้ํามนั หลอเขากับกาํ ลังดันลม กอ นสงไปหลอลื่นมอเตอรก าํ ลังดันลมเร่ิมเดิน
น้ํามนั หลอทีใ่ ช เปน นํ้ามันหลอ ชนดิ พเิ ศษ (รายละเอยี ดใหดูในคูม ือประจาํ เครอ่ื ง)
# ลกั ษณะการทาํ งาน #
เปน หมอ เกบ็ นาํ้ มนั หลอ (Oil Container) ประกอบอยูที่ทอ ทางกาํ ลงั ดันลมกอ นเขา มอเตอรกาํ ลัง
ดนั ลมเรมิ่ เดนิ ดานขา งประกอบดวยแผนแกววัดระดับ(Sight Glass) สําหรบั ตรวจดูระดบั นาํ้ มันหลอ
ภายในหมอเกบ็ นาํ้ มนั หลอ
กองฝก การชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
เม่อื มีกําลงั ดันลมเรมิ่ เดินไหลผา นทอ ทางภายในหมอน้าํ มันหลอ กาํ ลงั ดันลมเรม่ิ เดนิ จะผานชอง
ลม(Air Channel) กดลงบนพน้ื ผวิ หนา นํ้ามนั หลอภายในหมอ เก็บนํา้ มนั และผา นหวั รีดลม(Pitot Head)
ซงึ่ เปนบา ยืน่ ออกมา ทาํ ใหก าํ ลังดันลมไหลผา นดว ยความเรว็ สูงขึน้ เกดิ กาํ ลงั ดนั ดา นหนา หวั รีดลมสงู กวา
กาํ ลงั ดนั หลงั หัวรดี ลม เปน ผลใหเ กิดกาํ ลงั ดนั สงน้ํามนั หลอภายในหมอ เก็บนา้ํ มันหลอ ผา นชอ งนาํ้ มนั
หลอ(Oil Channel) ดา นหลังหวั รีดลม เขามาภายในทอ ทาง เปน ละอองฝอยผสมกับกาํ ลงั ดันลมเร่ิมเดนิ
ไปหลอลน่ื มอเตอรกาํ ลงั ดันลมเรมิ่ เดนิ ตอ ไป
กองฝก การชางกล กฝร.
2.1.3 มอเตอรกําลงั ดนั ลมเรมิ่ เดิน(Compressed Air Starter)
และ ลน้ิ แมเหล็กไฟฟา(Solenoid Valve) (รูปที่ 7-6)
# ลักษณะการทาํ งาน #
มอเตอรเปนแบบลูกสูบหมุน(Rotating Piston Motor) โดยสวนหมุน(Rotor) จะทําหนาท่ีสงอาการหมุน
ผา นเฟองและชุดแผนคลทั ซ( Multi-Disc Clutch) ไปขบั หมุนเฟองเรมิ่ เดิน(Meshing)ในการเร่ิมเดินเครือ่ ง
ลักษณะท่ีสําคัญของมอเตอร คือ จะออกแบบใหมอเตอรหมุนเม่ือเฟองเริ่มเดินของมอเตอรเขาขบกับ
เฟองหมุนเคร่ือง(Flywheel Ring Gear)เรียบรอยแลวเทานั้น เพ่ือปองกันมอเตอรเสียหายขณะเริ่มเดินเครื่องและ
ชดุ แผนคลัทซจ ะปอ งกันการทํางานเกนิ กําลงั (Overload)
ลิ้นแมเหล็กไฟฟา ประกอบอยูดา นขางมอเตอร ทาํ งานดว ยกระแสไฟฟา +24 V.DC.ทาํ หนา ท่ี เปด–ปด
กําลังดนั ลมเขา ทํางานในมอเตอรกําลงั ดันลมเริ่มเดิน
เม่อื ยงั ไมก ดปมุ ”Start” กําลงั ดนั ลมเรม่ิ เดิน(จากหมอ น้าํ มันหลอ ) จะเขามาที่ล้ินแมเหล็กไฟฟา ซ่ึงขณะนี้
อยูที่ตําแหนงปดและเขามาท่ีมอเตอร กดลงบนดานหลังของแผนล้ิน(6:Valve Plate)ซึ่งขณะน้ีอยูที่ตําแหนงปด
กําลังดันสวนหนึ่งจะผานชองทางภายในและลิ้นเลื่อนควบคุม(3:Control Slide)ซ่ึงอยูท่ีตําแหนงขวาสุด เขาดัน
ดานขวาของลูกสูบเลื่อน(2:Displacement Piston) ใหเล่ือนไปทางซายสุด สงอาการผานคันสง(1:Linkage)และ
เพลาหมนุ (12:Spindle) ใหเ ฟอ งเร่มิ เดนิ (13:Meshing Pinion)อยูทีต่ ําแหนง ไมเ ขาขบกับเฟองหมนุ เครอ่ื ง(Flywheel
Ring Gear)และล็อคไวท่ีตําแหนงนี้ และเขาดันดานขวาของลิ้นลม(8:Air Valve) ใหกานสงลิ้น(9:Valve Tappet)
เลื่อนไปอยทู ต่ี าํ แหนง ซา ยสดุ
เม่ือกดปุม”Start” ล้ินแมเหล็กไฟฟา จะทํางาน(Energized) เปดกําลังดันลมเขาดันดานขวาของลิ้นเล่ือน
ควบคุม(3 : Control Slide) ทาํ ใหล น้ิ เล่ือนควบคมุ เลอ่ื นไปทางซายสดุ
ล้ินเลื่อนควบคุม(3:Control Slide) จะระบายกําลังดันลมออกจากดานขวาของลูกสูบเลื่อน
(2:Displacement Piston) ในขณะเดียวกัน ก็จะเปดกําลังดันลมเขาดันดานซายดวย ทําใหลูกสูบเล่ือน เล่ือนไป
ทางดา นขวา
ลูกสูบเล่ือน(2:Displacement Piston) จะสงอาการผานคันสง(1:Linkage)และเพลาหมุน(12:Spindle) สง
เฟอ งเรม่ิ เดนิ (13:Meshing Pinion)เขาขบกับเฟองหมนุ เครือ่ ง(Flywheel Ring Gear)ของเคร่ืองยนต ซึง่ ในขณะนจี้ ะ
มีกําลังดันลมสวนหน่ึงจากดานซายของลูกสูบเลื่อน ผานชองพน(11:Nozzle)เพ่ือจํากัดกําลังดันลมเขาทํางานใน
สวนหมุน(Rotor) ทําใหมอเตอรหมุนไปไดอยางชาๆ เพ่ือปองกันเฟองเริ่มเดินและเฟองหมุนเครื่องไมเขาขบกัน
พอดี(Tooth-On-Tooth)
ในระหวางการเลื่อนตัวของลูกสูบเล่ือน(2:Displacement Piston) เพ่ือสงเฟองเริ่มเดิน(13:Meshing
Pinion)เขาขบกับเฟองหมุนเคร่ือง(Flywheel Ring Gear) จนเกือบสุดระยะน้ัน จะสงอาการใหกานสงลิ้น(9:Valve
Tappet)เล่อื นไปทางขวาดว ย ทาํ ใหล น้ิ ลม(8:Air Valve)เปด กําลงั ดันลม-
เขาดันดา นซา ยของลกู สบู ลน้ิ (4:Valve Piston) ทาํ ใหลกู สบู ลิน้ เลอ่ื นไปทางขวา
กองฝกการชางกล กฝร.
ลูกสูบล้ิน(4:Valve Piston)จะสงอาการใหแผนล้ิน(6:Valve Plate) เปดกําลังดันลมสวนใหญจากชอง
ทางเขาของมอเตอร เขาทํางานในสวนหมุน(Rotor) ทําใหมอเตอรเร่ิมหมุนเครื่องยนตเพื่อเริ่มเดินเคร่ือง
จนกระทงั่ ความเร็วเครอ่ื งสงู ถึงความเรว็ จดุ ระเบดิ (Firing Speed)และเคร่อื งยนตเ ดนิ เรียบรอย
เมื่อปลอยปุม”Start” ล้ินแมเหล็กไฟฟา จะหยุดทํางาน(De-energized) ปดกําลังดันลมท่ีเขาทํางานที่ล้ิน
เลื่อนควบคุม(3:Control Slide)และระบายกําลังดันท่ีทํางานอยูออกทิ้งภายนอก ทําใหลิ้นเล่ือนควบคุม เลื่อน
กลบั ไปทางขวาทีต่ าํ แหนงเดิม ดว ยกําลงั สปรงิ
ล้ินเลื่อนควบคุม(3:Control Slide) จะเปดกําลังดันลมเขาดันดานขวาของลูกสูบเลื่อน(2:Displacement
Piston) ทาํ ใหล ูกสูบเล่ือน เล่ือนไปทางดานซา ย
ลูกสูบเลื่อน(2:Displacement Piston) จะสงอาการใหกานสงลิ้น(9:Valve Tappet)เปนอิสระและสงอาการ
ผานคันสง(1:Linkage)และเพลาหมุน(12:Spindle) ดึงเฟองเริ่มเดินออกจากเฟองหมุนเคร่ือง กลับมาอยูใน
ตําแหนง เดิม
กานสงล้ิน(9:Valve Tappet) จะเล่ือนกลับตําแหนงเดิมดวยกําลังสปริง ก็จะปดกําลังดันลมที่เขาดันดาย
ซายของลูกสูบลิ้น(4:Valve Piston)และระบายกําลังดันลมท่ีทํางานอยูออกทิ้งภายนอก ทําใหลูกสูบลิ้นเลื่อนไป
ทางซา ยดวยกาํ ลังสปริง ทาํ ใหแผนล้ิน(6:Valve Plate) เลือ่ นไปทางซายดว ย แผนล้ินจะปดกําลังดันลมสวนใหญท่ี
เขาทาํ งานในสว นหมนุ (Rotor) ทําใหม อเตอรห ยุดหมนุ เปนการเสรจ็ ส้นิ การเรมิ่ เดินเครื่อง
2.2 การซอมบํารงุ รักษาระบบ(Maintenance)
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ 90-94 และ 106-108
กองฝก การชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
3.ระบบเริ่มเดนิ เคร่ืองแบบจานจายลมเขา กระบอกสูบ(Air-In-Cylinder Starting System)(รปู 7-7)
ใชกําลังดนั ลมทํางาน 16-40 บาร
3.1 สวนประกอบของระบบ (รูป 7-7)
ลิ้นลมไฟฟา 3 ทาง(Solenoid 3-Way Valve) (รายละเอยี ด ขอ 3.3.1)
จานจายลมเรม่ิ เดิน(Starting Air Distributor) (รายละเอยี ด ขอ 3.3.2)
ลน้ิ ลมเริ่มเดนิ และไลอากาศ(Starting & Decompression Valve) (รายละเอยี ด ขอ 3.3.3)
3.2 การทาํ งานของระบบ (รูป 7-7)
เมื่อยังไมไดกดปุม “Start” กําลังดันลมเริ่มเดิน(จากขวดเก็บลม) จะมีอยูท่ีล้ินลมไฟฟา 3 ทาง ซ่ึงขณะน้ี
จะไมมีกระแสไฟฟา (De- energized) จะปด กําลังดนั ลมเร่ิมเดนิ ไมใ หเ ขาไปทาํ งานในระบบ พรอ มทั้งระบายกําลัง
ดนั ภายในระบบออกทิ้งภายนอกดว ย
เม่ือกดปุม “Start” ลิ้นลมไฟฟา 3 ทาง จะมีกระแสไฟฟาเขาทํางาน(Energized) จะเปดกําลังดันลมเร่ิม
เดนิ ใหเ ขาไปทํางานในระบบ คือ ไปเขา จานจายลมเรมิ่ เดิน
จานจา ยลมเริ่มเดิน ซ่ึงไดรับการขับหมุนดวยเพลาลกู เบ้ียว จะจายกาํ ลงั ดันลมผา นชอ งทางภายในท่ีเปด อยู
1 ชอ งทาง ไปยังลิ้นลมเรมิ่ เดนิ และไลอากาศทีต่ ออยู
ลิ้นลมเร่ิมเดินและไลอากาศ ซึ่งประกอบอยูท่ีฝาสูบทุกสูบ จะเปดใหกําลังดันลมดังกลาว เขาไปภายใน
กระบอกสบู และดันลูกสบู ใหเ ลือ่ นลง เปนการเร่ิมหมนุ เครอื่ งยนต
เม่ือเคร่ืองยนตหมุนไป จานจายลมเร่ิมเดินก็จะถูกขับหมุนไปดวย ทําใหชองทางจายกําลังดันลมไปตรง
กับล้นิ ลมเร่ิมเดนิ และไลอากาศของสบู อื่นตอ ไป(ซึ่งจะเปน ไปตามจังหวะจุดระเบิดของเคร่ือง) ล้ินลมเริ่มเดินและ
ไลอากาศของสูบนั้น กจ็ ะเปด กําลังดันลมเรม่ิ เดนิ เขา ดนั ลกู สบู ใหเล่อื นลง เปน การหมุนเครือ่ งตอไป
วงรอบการทํางานดังกลาวจะดําเนินการตอไปเรื่อยๆ จนกระท่ังความเร็วเคร่ืองสูงถึงความเร็วจุดระเบิด
(Firing Speed) เครือ่ งยนตก็จะทาํ งานจดุ ระเบิดและเดินตอไปไดจนถงึ ความเร็วเดินเบาตัวเปลา(Idle Speed)
เม่ือเครื่องยนตเดินเรียบรอยและเลิกการเริ่มเดินเคร่ือง เปนการตัดกระแสไฟฟา +24 V.DC ท่ีเขาล้ินลม
ไฟฟา 3 ทาง(De-energized) ล้ินก็จะปดกําลังดันลมเริ่มเดินที่เขาทํางานในระบบ พรอมท้ังระบายกําลังดันลม
ภายในระบบออกทิ้งภายนอกดว ย
กองฝกการชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
3.3 รายละเอยี ดของระบบ
3.3.1 ลิน้ ลมไฟฟา 3 ทาง(Solenoid 3-Way Valve) (รปู 7-8)
ในแตล ะเคร่อื งอาจจะมีลักษณะแตกตางกนั บา ง แตก ารทํางานจะเหมอื นกนั
ทาํ หนา ที่ ปด-เปด กาํ ลังดนั ลมเร่ิมเดนิ เขาทาํ งานในระบบ
ควบคมุ การปด -เปดดวยขดลวดแมเหลก็ ไฟฟา(Solenoid) +24 V.DC หรอื ปด -เปดดว ยมือ(Manual)
# ลกั ษณะ #
ประกอบดว ย 2 สว นใหญ ๆ คือ
สวนลาง เปนเรือนลิ้น(Valve Housing) มีชองทางกําลังดันลม เขา-ออก 3 ชองทาง คือ ชองทางกําลังดัน
ลมเขา(จากขวดเก็บลม : P) , ชองทางกําลังดันลมออก(ไปทํางานในระบบ : A) และ ชองทางระบาย(ออกทิ้ง
ภายนอก : R) ภายในประกอบดวยแทงลิ้น(Valve Sleeve) ท่ีมีชุดกันร่ัว(Seal Pack) 2 ชุด ทําหนาท่ี ปด-เปด
ชอ งทางกําลงั ดนั ลมทงั้ สาม
สวนบน เปนชุดขดลวดแมเ หล็กไฟฟา(Solenoid),ล้ินนํา(Pilot Valve Armature)ซึ่งเลื่อนตัวไดดวยอํานาจ
แมเหล็กของขดลวดแมเหล็กไฟฟาและลูกเบ้ียวสวิทช(Switching Cam)ซ่ึงรับอาการหมุนจากคันหมุน(Hand
Lever)หรือลกู บดิ (Hand wheel) ดา นขางจะมชี อ งทางระบายของล้ินนาํ (E) 1 ชองทาง
คันหมุนหรือลูกบิด(Hand Lever or Hand wheel) จะใชสําหรับควบคุมการปด-เปดลิ้นดวยมือ(ไมใช
ขดลวดแมเหล็กไฟฟา) โดยจะสงอาการหมุนใหล้ินนําเล่ือนตัว ตั้งการทํางานได 2 ตําแหนง คือ ตําแหนง Auto
หรือ Aus/Off เปนตําแหนงปดไมใหกําลังดันลมเขาทํางานในระบบ(ปดชองทาง P-A)และเปดระบายกําลังดัน
ภายในระบบออกทางชองทางระบาย(เปดชองทาง A-R)(ปกติจะอยูท่ีตําแหนงน้ี เพ่ือใหควบคุมการปด-เปดของ
ล้ินดวยขดลวดแมเหล็กไฟฟา) ตําแหนง Manual หรือ Hand หรือ An/ On เปนตําแหนงเปดใหกําลังดันลมเขา
ทาํ งานในระบบ(เปด ชอ งทาง P-A) และปด ชอ งทางระบาย(ปดชอ งทาง A-R)
# การทาํ งาน #
การควบคุมปด -เปดล้นิ กระทาํ ได 2 ลกั ษณะ คือ
> การปด-เปดลนิ้ ดวยขดลวดแมเ หล็กไฟฟา(Solenoid) มีการทํางานดงั นี้ คือ
กองฝกการชางกล กฝร.
กอนเริ่มเดินเคร่ือง กําลังดันลมเริ่มเดิน(จากขวดเก็บลม) จะเขามาที่ชองทางกําลังดันลมเขา(P) ดันบาลาง
ของชุดกันร่ัว(Seal Pack)ชุดบนของแทงล้ิน(Valve Sleeve) เกิดแรงที่จะทําใหแทงล้ินเล่ือนขึ้น แตขณะนี้ขดลวด
แมเหล็กไฟฟายังไมมกี ระแสเขา เลีย้ ง(De-energized) จึงไมม อี ํานาจแมเหล็ก ทาํ ใหล ้นิ นาํ (Pilot Valve)เปด ชอ งทาง
ภายในลิ้น ใหกําลังดันลมจากชองทางกําลังดันลมเขา(P) ผานชองทางภายในเขาไปในหองลม(Chamber)ดานบน
กองฝกการชางกล กฝร.
แทงลิ้น เกิดแรงกดใหแทงลิ้นเลื่อนลง ทําใหชุดกันร่ัว(Seal Pack) ชุดบน ปดชองทางกําลังดันลมเขากับชองทาง
กําลงั ดันลมออก(ปด ชอ งทาง P-A) เปนการปด ไมใ หกําลังลมเริ่มเดนิ เขา ทํางานในระบบ ในขณะเดียวกันชุดกันรั่ว
(Seal Pack)ชุดลาง จะเปดชองทางกําลังดันลมออกกับชองทางระบาย(เปดชองทาง A-R) เปนการระบายกําลังดัน
ลมภายในระบบออกภายนอก ไมใหม กี าํ ลังดันตกคา งอยภู ายในระบบดว ย
กองฝก การชางกล กฝร.
เมื่อเริ่มเดินเครื่อง ขดลวดแมเหล็กไฟฟาจะมีกระแสไฟเขาเล้ียง(Energized) จะเกิดอํานาจแมเหล็กทําให
ล้นิ นาํ เล่ือนตวั ปดชอ งทางไมใหกําลังดนั ลมเขา ไปภายในหองลม ในขณะเดยี วกนั กจ็ ะระบายกําลงั ดันภายในหอง
ลมออกทางชองระบาย(E) ทําใหกําลังดันลมที่ชองทางเขา(P)ดันบาลางของชุดกันร่ัว(Seal Pack)ชุดบนของแทง
ล้ิน ทาํ ใหแ ทง ลิ้นเลอื่ นขึ้น ชดุ กนั รั่วชดุ บนจะเปดชองทางกําลังดันลมเขา กบั ชอ งทางกําลังดนั ลมออก(เปด ชองทาง
P-A) เปนการเปดกําลังดันลมเขาทํางานในระบบ ในขณะเดียวกัน ชุดกันรั่ว(Seal Pack)ชุดลาง ก็จะปดชองทาง
กําลงั ดันลมออกกับชอ งทางระบาย(ปด ชองทาง A-R)
เมื่อเลกิ การเรมิ่ เดนิ เครอื่ ง สวนตางๆ จะกลบั มาอยใู นตําแหนงเชนเดยี วกับ”กอ นเร่มิ เดินเครอื่ ง“ ทก่ี ลาว
มาแลว
>> การปด -เปดลนิ้ ดวยมือ(Manual) มีการทาํ งานดังน้ี
กอนเริ่มเดินเคร่ือง คันหมุน(Hand Lever)หรือลูกบิด(Hand wheel) จะอยูท่ีตําแหนง Auto หรือ Aus/Off
ซึง่ เปนตําแหนงปดไมใ หก ําลงั ดันลมเริม่ เดินเขาทํางานในระบบ
เม่ือเร่ิมเดินเคร่ือง หมุนคันหมุนหรือลูกบิด ไปตําแหนง Manual หรือ Hand หรือ An/on ซึ่งเปนตําแหนง
เปดกําลังดันลมเร่ิมเดินใหเขาทํางานในระบบ คันหมุนหรือลูกบิดจะสงอาการหมุนผานลูกเบ้ียวสวิทช ใหลิ้นนํา
เลอ่ื นตัว ซ่ึงการทาํ งานของลิน้ จะเปน เชน เดียวกับการปด -เปดดว ยขดลวดแมเ หลก็ ไฟฟา ทก่ี ลาวมาแลว
3.3.2 จานจา ยลมเร่มิ เดิน(Starting Air Distributor) (รปู 7-9)
ทําหนาท่ี ปด–เปดกําลังดันลมเร่ิมเดินไปเขาลิ้นลมเริ่มเดินและไลอากาศ(Starting & Decompression
Valve)
ประกอบอยทู างดาน KGS ของเคร่อื ง
# ลักษณะ #
เรือนจานจาย(Distributor Housing) ภายในจะมีชองสําหรับประกอบเพลาขับ(Drive Shaft)และชองทาง
ระบาย โดยมีชองทางกําลังดันลมออก(ไปเขาลิ้นลมเร่ิมเดินและไลอากาศ) อยูโดยรอบเทาจํานวนล้ินลมเร่ิมเดิน
และไลอ ากาศ
แผนหนาสัมผัส(Contact Face) ประกอบอยูกับเรือนจานจาย จะมีชองทางกําลังดันลมเทากับจํานวน
ชอ งทางกําลงั ดันลมออกของเรอื นจานจาย
แผน จานจาย(Distributor Disc) ประกอบติดกับเพลาขับดวยนัต(Nut) ไดรับการขับหมุนจากเพลาลูกเบ้ียว
(Cam Shaft)ผานเพลากลาง(Intermediate Shaft) ดว ยความเร็วครึง่ หน่งึ ของความเร็วเครอ่ื งยนต โดยทแี่ ผน จานจา ย
น้ีจะมีชองทางกําลังดันลม 1 ชองทาง สําหรับเปดกําลังดันลมผานชองทางท่ีแผนหนาสัมผัสและเรือนจานจายไป
เขาลิน้ ลมเริ่มเดนิ และไลอ ากาศ
ฝาปดจานจาย(Cover) ประกอบติดอยูกับเรือนจานจายดวยสลักนัต ทําหนาที่เปนหองลมโดยมีชองทาง
กาํ ลังดันลมเขา (จากลน้ิ ลมไฟฟา 3 ทาง) 1 ชอ งทาง
กองฝกการชางกล กฝร.
# การทาํ งาน #
เมื่อเร่ิมเดินเครื่อง กําลังดันลม(จากล้ินลมไฟฟา 3 ทาง) จะเขามาที่ชองทางเขาของฝาปดจานจาย เขาไป
ภายในหองลม เกิดแรงกดตอแผนจานจายใหแนบสัมผัสกับแผนหนาสัมผัสของเรือนจานจาย กําลังดันลมภายใน
หองลมนี้จะผานชองทางกําลังดันลมของแผนจานจายและชองทางกําลังดันลมของแผนหนาสัมผัสที่เปดตรงกัน
อยู แลวผานชองทางของเรือนจานจาย ไปล้ินลมเร่ิมเดินและไลอากาศ 1 ลิ้น ซ่ึงจะเปดใหกําลังดันลมดังกลาวเขา
กระบอกสูบและดันลูกสูบใหเล่ือนลง เปนการเริ่มหมุนเครื่อง ขณะเดียวกันแผนจานจายจะถูกขับหมุนดวยเพลา
ลกู เบ้ียวไปดวย จนกระท่งั ชองทางกาํ ลังดันลมของแผนจานจา ยไปตรงกับชอ งทางกําลงั ดนั ลมของหนาสัมผัสชอง
ตอไป ก็จะเปดใหกําลังดันลมเริ่มเดินผานไปยังล้ินลมเร่ิมเดินและไลอากาศที่ตออยูกับชองทางนี้ ซึ่งก็จะเปดให
กาํ ลงั ดันลมดังกลาวนี้เขา กระบอกสบู และดนั ลูกสูบใหเ ล่ือนลงเชนเดยี วกนั เพือ่ หมนุ เคร่อื งตอไป ซึ่งลําดบั การเปด
ชองทางกําลังดันลมดังกลาวน้ีจะเปนไปตามลําดับการจุดระเบิดของเคร่ือง จนกระทั่งเสร็จส้ินการเร่ิมเดิน กําลัง
กองฝก การชางกล กฝร.
ดันลมเร่ิมเดินภายในระบบจะถูกระบายออกทิ้งภายนอก(โดยลิ้นลมไฟฟา 3 ทาง) ทําใหไมมีแรงกดตอแผนจาน
จายๆจะเปนอิสระจากแผนหนาสัมผัสและหมุนตอ ไปกับเคร่ืองยนตตลอดเวลาโดยไมเกิดความเสยี หาย
3.3.3 ลิ้นลมเร่ิมเดนิ และไลอ ากาศ(Starting & Decompression Valve) (รปู 7-10)
ทําหนา ที่ ปด-เปดกาํ ลงั ดันลมเริ่มเดินเขาทาํ งานในกระบอกสูบและเปดไลอากาศในกระบอกสบู
ประกอบอยูทฝี่ าสูบทกุ สบู
# ลักษณะ #
สวนกลางเปนเรือนลิ้น(Valve Body)ซึ่งท่ีปลายดานลางจะเปนเกลียวสําหรับประกอบเขากับฝาสูบ
ภายในกลวงจะเปนชองทางเดินกําลงั ดันลม สวนลางประกอยดวยชุดลิ้นกันกลับซึ่งปกติจะปดดวยกําลังสปริงลิ้น
สวนบนประกอบดวยชองทางกําลังดันลมเขาและกานล้ิน(Tappet) ซึ่งมีชองทางไลอากาศ(Compression Release
Bore) อยูตรงกลางและมีลักษณะเปนกานลิ้นยาวสําหรับสงอาการถึงชุดล้ินกันกลับ ปกติกานล้ินจะถูกล็อคไว
ดวยนตั ลอ็ ค(Lock Nut)
# การทํางาน #
เปนล้นิ ลมเร่ิมเดิน(Starting Valve) คือ เมื่อเครื่องเริ่มเดิน กําลังดันลมเร่ิมเดิน(จากจานจายลมเร่ิมเดิน) จะ
เขามาท่ีชองทางเขา ผานชองทางภายในเรือนลิ้น ดันชุดลิ้นกันกลับใหเปดและเขาไปภายในกระบอกสูบเขาดัน
ลูกสูบใหเล่ือนลงตอไป เมื่อเสร็จส้ินการเร่ิมเดินแลว กําลังดันลมเริ่มเดินก็จะถูกระบายออกท้ิงภายนอก(โดยล้ิน
ลมไฟฟา 3 ทาง) ชุดลน้ิ กนั กลบั ก็จะถกู ปดดวยกําลังสปรงิ และกําลงั อดั ภายในกระบอกสบู
เปนล้ินไลอากาศ(Decompression Valve) ก็โดยการหมุนคลายนัตล็อค แลวกวดกานล้ินเขา จนกระทั่ง
กองฝกการชางกล กฝร.
ชองทางไลอากาศเปดและสงอาการใหชุดลิ้นกันกลับเปดดวย เมื่อหมุนเครื่อง(ดวยมือหรือระบบเริ่มเดิน) อากาศ
ภายในกระบอกสูบจะถูกไลออกมาผานชองทางภายในฝาสูบและชองทางไลอากาศออกสูภายนอกได เม่ือไล
อากาศเสร็จแลว จึงคลายกานล้ินกลับเขาที่จนสุดระยะ ชองทางไลอากาศและลิ้นกันกลับก็จะปด แลวจึงกวดนัต
ล็อคใหแนน
3.4 การซอ มบาํ รุงรักษาระบบ(Maintenance)
รายละเอียด บทท่ี 9 ขอ 90-94 และ 99-103
4.ระบบเร่ิมเดินเมอ่ื เครอ่ื งเยน็ (Cold Start System) (รปู 7-11 / 7-12)
ทาํ หนา ท่ี อนุ อากาศดีเขา เครอ่ื งใหม อี ุณหภมู ิสูงขนึ้ เมื่อเรมิ่ เดินเคร่ืองทอ่ี ณุ หภูมิของเคร่อื งต่ํามาก(ตํา่ กวา
10°C)
ขอ ดี คอื ลดการเกิดควนั ขาวและทําใหเ ครอ่ื งยนตเดินเรยี บ(Smooth)ไดเรว็ ขึน้ เมอื่ เร่ิมเดินเครื่อง
ระยะเวลาเผาหัว เม่ืออณุ หภมู ิ (+10°C) - (0°C) 60 วินาที
(Pre-glowing Time) (0°C) - (-10°C) 90 วินาที
4.1 สว นประกอบของระบบ (รปู 7-11)
ล้ินแมเหล็กไฟฟา(Solenoid Valve) ทาํ หนา ที่ ปด–เปด น้ํามนั เชือ้ เพลิงเขาทํางานในระบบ
หัวเผา(Flame Torch) ทําหนาท่ี เผาน้ํามันเช้ือเพลิงใหลุกไหมเปนเปลวไฟอยูภายในทอรวมอากาศดี/นํ้า
จืด(Charge Air/Coolant Manifold) ประกอบอยูท่ีทอรวมอากาศดี/น้ําจืด ทอละ 1 หัว ทํางานดวยกระแสไฟฟา 19
V.DC. ภายในหัวเผาประกอบดวยตะแกรงกรอง(Filter)และขดทอน้ํามัน(Spiral Tube) ซึ่งขดเปนวงอยูโดยรอบ
เดอื ยเผา(Igniter Pin)
กองฝก การชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
4.2 การทาํ งานของระบบ
การทํางานของระบบนี้สามารถควบคุมไดดวยระบบอิเล็กทรอนิคหรือควบคุมไดดวยมือ(Manual) ซ่ึงถา
ควบคมุ การทาํ งานดวยระบบอิเล็กทรอนิค ข้ันตอนการทํางานของระบบก็จะเปนไปโดยอัตโนมัติ โดยใชอุปกรณ
จําพวกรีเลยเวลา(Time Relay) มาควบคุมการทํางาน แตถาควบคุมการทํางานดวยมือ ขั้นตอนในการทํางานตางๆ
ของระบบ ผูปฏิบัติจะตองกระทําเองทุกข้ันตอน ซ่ึงในที่น้ีจะกลาวถึงการควบคุมการทํางานของระบบดวยมือ ซ่ึง
มีขัน้ ตอนการเรมิ่ เดนิ เครือ่ ง(Starting Sequence) ดังน้ี
> บิดสวิทชเผาหัว(Pre-glowing Switch) ไปตําแหนงที่ 1(Heat or Pre-glowing) เปนการเปด
กระแสไฟฟาเขาหัวเผา(Flame Torch) ใหรอนข้ึนประมาณ 1,000°C ซ่ึงตองใชเวลาอยางนอย 60 วินาที สวิทช
เปล่ียนทางโลหะคู(Bimetal Contact)ของความตานทานอนุกรม(Series Resistor) จะตอกระแสไฟใหดวงไฟ
ควบคมุ (Control Lamp)ติดสวา งข้นึ (ระยะเวลาการเผาหวั ตามทกี่ ลา วมาแลว )
>> บิดสวิทชเผาหัว ไปตําแหนงท่ี 2(Start) เปนการเปดกระแสไฟเขาระบบเร่ิมเดินเคร่ือง ทําให
เครื่องยนตเริ่มหมุนหรือมีการเร่ิมเดิน ทําใหมีกําลังดันนํ้ามันเชื้อเพลิง(จากสูบน้ํามันเชื้อเพลิงกําลังดันสูง)สงเขา
มาทร่ี ะบบเร่มิ เดนิ เม่อื เครือ่ งเยน็
>>> ประมาณ 3-5 วินาที กดปุมเผาไหม(Flaming Switch) เปนการเปดกระแสไฟเขาเลี้ยงลิ้น
แมเหล็กไฟฟา ทําใหลิ้นแมเหล็กไฟฟาทํางาน(Energized) เปดนํ้ามันเชื้อเพลิงเขาหัวเผา(Flame Torch) น้ํามัน
เช้อื เพลงิ จะเขา ไปภายในผานตะแกรงกรองและขดทอนํ้ามัน ทาํ ใหม ีอุณหภมู สิ ูงขน้ึ จนกระทัง่ กลายเปน ไอและพน
เปนเปลวไฟออกจากขดทอนํ้ามัน อยูภายในทอรวมอากาศดี/น้ําจืด เพ่ืออุนอากาศดีท่ีผานมากอนเขากระบอกสูบ
ใหมอี ุณหภูมิสูงขนึ้
>>>> บิดสวิทชเผาหัวมาท่ีตําแหนง 1 เปนการหยุดการทํางานของระบบเริ่มเดินเครื่อง แตระบบเร่ิม
เดินเมอ่ื เครอ่ื งเย็น ยังทาํ งานอยจู นกวาเครื่องจะเดนิ เรียบรอ ย ซึง่ ชวงเวลาต้ังแตเผาไหม(Flaming) จนกระท่ังเครื่อง
เดินไดเรียบรอ ย จะตองไมเกิน 2 นาท(ี 120 วินาที)
>>>>> บิดสวิทชเผาหัวมาท่ีตําแหนง 0 เปนการปดกระแสไฟเขาระบบท้ังหมดและปลอยปุมเผาไหม
เปนการหยดุ การทาํ งานของระบบทง้ั หมด
ขอ ควรจํา !
! ระบบนจ้ี ะใชง านเมอ่ื อณุ หภมู ขิ องเครื่องตํ่ากวา 10°C เทา นัน้
! ถาเริ่มเดินเครอ่ื งคร้ังแรกไมส าํ เรจ็ จะตอ งหยุดพักอยา งนอ ย 60 วินาที จึงเร่ิมเดินคร้ังที่ 2
! ถาเร่มิ เดินเคร่อื งคร้งั ที่ 2 ยงั ไมส าํ เร็จอีก จะตอ งหยดุ การเริ่มเดินและตรวจสอบแกไขขอขัดของกอนเริ่ม
เดินเครอื่ งคร้งั ใหม
4.3 การซอมบํารงุ รกั ษาระบบ(Maintenance)
รายละเอยี ด บทท่ี 9 ขอ 109
กองฝกการชางกล กฝร.
บทที่ 8
คําแนะนาํ ในการใชเครือ่ ง
(Operating Instruction)
จุดประสงคของคําแนะนําในการใชเครื่อง ก็เพ่ือเปนแนวทางใหผูใชเครื่อง ไดใชเคร่ืองอยางถูกตอง มี
ประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะเปนผลใหความสิ้นเปลืองในการซอมทําตํ่าลงดวย ซ่ึงคําแนะนําในการใชเคร่ืองนี้
ประกอบดวยคาํ แนะนาํ ในการปฏิบตั งิ าน ในขัน้ ตอนตา งๆ คือ
การเตรียมการกอนใชเ ครอ่ื ง(Before-Operation Service) (รายละเอยี ด ขอ 1)
การใชเ ครอ่ื ง(Engine Operation) (รายละเอียด ขอ 2)
การตรวจสอบขณะใชเ ครื่อง(Operational Checks) (รายละเอียด ขอ 3)
การเลิกเครือ่ ง(Engine Shutdown) (รายละเอียด ขอ 4)
การปฏิบตั ิหลังจากเลิกเคร่ือง(After-Shutdown Service) (รายละเอียด ขอ 5)
มาตราการฉกุ เฉิน(Emergency Measure) (รายละเอยี ด ขอ 6)
และในท่ีนี้จะกลาวถึงการตรวจสอบสีของแกสเสีย(รายละเอียด ขอ 7) และ แนวทางการแกไขขอขัดของ
(Troubleshooting)(รายละเอียด ขอ 8) ดวย
1.การเตรียมการกอ นการใชเ ครอ่ื ง(Before-Operation Service)
กอ นเริ่มเดินเครื่องทุกครั้ง สิ่งท่ีตองคํานึงถึง คือ การเริ่มเดินเคร่ืองนั้นเปนการเริ่มเดินเครื่องจากสภาพใด
ใน 3 ลักษณะ ตอไปนี้ คือ
หลงั จากเลิกเครอื่ งเปนระยะเวลาสัน้ ๆ (I)
หลังจากเลกิ เคร่อื งเปนระยะเวลานาน(มากกวา 1 สปั ดาห) (II)
เริ่มเดินเคร่ืองครงั้ แรก(Initial Startup)หรอื เครือ่ งท่ีมีการปฏบิ ัตดิ ูแลรกั ษา
(Preserved Engine) (III)
ดังน้ัน การเตรียมการกอนการใชเคร่ือง จึงแบงออกเปน 3 ลักษณะดังกลาว ซึ่งสําหรับรายละเอียดในการ
ปฏบิ ัติงานตา งๆ จะแตกตา งกันไปในแตล ะเคร่ือง ซึง่ จะตองดใู นคมู อื ประจาํ เคร่อื งเทา นั้น
กองฝก การชางกล กฝร.
Before-Operation Service.
งานทตี่ อ งปฏบิ ัติ I II III วธิ ีการปฏบิ ัติ
1. ระบบทอทางอากาศดีเขา เครื่อง XX X บทท่ี 9 ขอ 27
=ตรวจสอบนาํ้ ตกทที่ อระบายนาํ้ ตกอากาศดี X บทท่ี 9 ขอ 41
XX X บทท่ี 9 ขอ 54
2. นํ้ามนั เช้ือเพลิง X ดูคมู อื ประจําเคร่อื ง
=ตรวจระดบั นํ้ามันเช้ือเพลิง XX X ดูคูมอื ประจําระบบ
XX X บทท่ี 9 ขอ 78
3. นํา้ จดื ระบายความรอนเครอ่ื ง X บทท่ี 6 ขอ 3.5
=ตรวจสอบระดบั น้ําจืดระบายความรอ นเครื่อง XX X ดคู ูม ือประจาํ ระบบ
=อนุ (Preheat)น้ําจดื ระบายความรอ นเครอื่ ง X ดูคมู ือประจําระบบ
XX X ดคู มู อื ประจาํ ระบบ
4. ระบบนํ้าทะเล X ดูคมู อื ประจาํ ระบบ
=เปด ล้นิ นํา้ ทะเล เขา–ออก ระบบ XX X ดคู มู อื ประจาํ ระบบ
5. นาํ้ มันหลอ ล่ืนเครือ่ งยนต XX X ดคู มู ือประจําเครื่อง
= ตรวจสอบระดบั
XX X บทที่ 9 ขอ 2
6. หมอ กรองละเอยี ดนํา้ มันหลอ X บทท่ี 9 ขอ 11
=ตรวจสอบตาํ แหนงล้นิ เปลยี่ นทาง XX
XX
7. ระบบนํ้ามนั หลอ ลน่ื เครอ่ื งยนต XX
=เปด ลน้ิ ทางเขา หมอ กรองทางลดั นา้ํ มันหลอ
8. ระบบตรวจสอบ(Monitoring System)
=เปดกระแสไฟฟาเขา เลี้ยงระบบ(Switch On)
9. ระบบกาํ ลงั ดนั ลม(Compressed Air)
=ตรวจสอบกําลงั ดนั ลมท่ขี วดเกบ็
=เปด ล้นิ ลมเขา ระบบ
=ระบายนํา้ ตกออกจากระบบ
10. เรอื นแบร่งิ (Bearing Housing)
=ตรวจระดบั นา้ํ มนั หลอ ลื่น X X
11. สว นขบั หมนุ เครอื่ ง(Running Gear) X
X
=หมุนเคร่ืองดวยมือ(รวมถึงหลังจากเลิกเครื่องหลายๆชั่ว-
โมงดว ย)
12. เครอื่ งควบคุมความเร็ว(Governor)
=ตรวจสอบการทาํ งาน
กองฝกการชางกล กฝร.
13. ล้นิ ปดอากาศดฉี กุ เฉนิ (Emergency Air Shut-off Flaps)
=ตรวจสอบตําแหนงใชง าน X X บทที่ 9 ขอ 21
14. หมอกรองหยาบนา้ํ มันเช้ือเพลงิ
=ตรวจสอบตาํ แหนง ล้ินเปล่ยี นทาง X X ดคู มู อื ประจําระบบ
15. X X บทที่ 9 ขอ 47
หมอกรองละเอียดน้ํามันเชอ้ื เพลิง
=ตรวจสอบตําแหนง ล้ินเปล่ียนทาง
16. อปุ กรณช ว ย(Accessories)อเิ ล็กทรอนิคส
=ตรวจสอบปล๊ักตอตา งๆ X X คูมอื ประจําระบบ
17. เครื่องท่ีมกี ารเกบ็ รกั ษา(Preservation)
=ระบายน้ํามันหลอปองกันสนิม(Preservation Oil)ท้ิงและตรวจ-
สอบสว นตางๆ ดวยสายตา X ดคู มู ือประจําเครื่อง
18. หอ งเผาไหม
=ไลอากาศในหอ งเผาไหม X บทที่ 9 ขอ 4
19. เรอื นอากาศดีเขาเครอ่ื ง(Intake Air Housing)
=ถอดฝาปด (Cover Plates) X ดูคมู ือประจาํ เคร่อื ง
20. สูบฉีดน้าํ มันเชอ้ื เพลิง
=เติมนํ้ามันหลอ ล่ืน X บทท่ี 9 ขอ 32
21. นํา้ จดื ระบายความรอนเครือ่ ง
=เตมิ นํ้าจืดเขาระบบ X บทที่ 9 ขอ 53
22. ระบบน้าํ จืดระบายความรอ นเคร่ือง
=ตรวจสอบการอดุ ตันของทอทางระบายอากาศตา งๆ X บทท่ี 9 ขอ 60
23. ชดุ อุนนา้ํ จืด(Preheating Unit)
=เปด กระแสไฟฟา เขา เลี้ยงระบบ(Switch On) X ดคู มู ือประจําเครอื่ ง
24. น้ํามนั หลอ ลืน่ เครือ่ งยนต
=เตมิ น้ํามันหลอ เขาระบบ X บทที่ 9 ขอ 76
25. จดุ หลอล่นื ตางๆ(Lubricating Points)
=จัดการหลอล่ืนใหเ รยี บรอ ย X ดคู มู ือประจําเคร่ือง
26. การควบคมุ เคร่ือง(Engine Controls)
=ตรวจสอบการทาํ งาน X ดูคูมอื ประจาํ เครือ่ ง
27. หนา แปลนตอ สง กําลงั งานออก(Coupling)
=เติมน้าํ มนั หลอล่นื X ดูคูม อื ประจําเคร่ือง
กองฝกการชางกล กฝร.
28. เรอื นแบริง่ X ดคู มู อื ประจําเครื่อง
=เติมน้ํามันหลอ ใหเ ต็ม
2.การใชเครอ่ื ง(Engine Operation)
1. งานทตี่ อ งปฏบิ ัติ วธิ ีปฏบิ ัติ
นํ้าจืดระบายความรอ นเครือ่ ง
=เลกิ อนุ นา้ํ จดื ดูคมู อื ประจําเครอื่ ง
2. บทท่ี 9 ขอ 93
เคร่ืองยนต บทท่ี 9 ขอ 110
=เริ่มเดินเครอ่ื ง
=ตรวจฟงเสียงเคร่ือง
=ตรวจสอบการร่วั ไหลของทอ ทางภายนอกตางๆ ---
=ตรวจสอบความเร็วเครอ่ื ง,กาํ ลังดันและอณุ หภูมทิ มี่ าตรวัดแสดงคา บทท่ี 9 ขอ 112-114
=อุนเครอื่ ง(Warm-up) บทที่ 9 ขอ 116
3. ถาเปนเคร่ืองยนตใหมหรือเคร่ืองท่ีมีการเก็บรักษา(Preservation)และ
เร่ิมเดินคร้ังแรก ใหเ ดินทดสอบ(Test Run) ดงั น้ี
บทที่ 9 ขอ 13
=ตรวจสอบการตกตา่ํ (Depression) ของกําลงั ดนั อากาศดีเขา เคร่ือง
=ตรวจสอบกาํ ลังดันตา นกลบั (Back pressure) ของแกสเสีย บทท่ี 9 ขอ 15
3.การตรวจสอบขณะใชเ ครือ่ ง(Operational Check) วิธีปฏิบัติ
กค็ ืองานซอ มบาํ รงุ รกั ษาเคร่อื ง ข้นั W 1 น่นั เอง
งานทต่ี อ งปฏบิ ตั ิ ขอ 7
1. บทท่ี 9 ขอ 16
ขณะใชเครื่อง บทที่ 9 ขอ 27-28
ดคู มู ือประจาํ ระบบ
=ตรวจสอบสีของแกสเสีย
2. ระบบแกสเสีย
=ระบายนํา้ ตกภายในระบบ
3. ระบบทอทางอากาศดี
=ตรวจสอบทอ ระบายน้าํ ตกอากาศดีดนู ํา้ ตกและการอุดตัน
4. นา้ํ มนั เชอื้ เพลงิ
=ตรวจสอบระดับนํ้าทถี่ งั ใชก าร
กองฝกการชางกล กฝร.
=ระบายนา้ํ มนั เชือ้ เพลงิ ภายในหมอ รบั นํา้ มันเชอื้ เพลิงรวั่ ไหล บทที่ 9 ขอ 43
5. หมอ กรองหยาบนาํ้ มันเชอื้ เพลิง บทท่ี 9 ขอ 45
=เปด ระบายนํ้ามนั เชอ้ื เพลิงภายในหมอกรอง บทท่ี ขอ 44
=หมนุ มือหมุน(Ratchet Handle)
บทท่ี 9 ขอ 54
6. นํ้าจดื ระบายความรอ นเครือ่ ง บทที่ 9 ขอ 78
=ตรวจสอบระดับ
ดูคูมอื ประจําระบบ
7. บทที่ 9 ขอ 110
บทที่ 9 ขอ 111
นํ้ามันหลอลนื่ เครอ่ื งยนต บทที่ 9 ขอ 112
ดูคูมือประจําระบบ
=ตรวจสอบระดบั ดูคมู ือประจําระบบ
8. ระบบตรวจสอบ(Monitoring System) ดคู ูมือประจําระบบ
=ทดสอบดวงไฟ(Lamp Test) ดูคูม ือแบตเตอร่ี
9. ขณะใชเครือ่ ง
วิธปี ฏบิ ตั ิ
=ตรวจฟงเสยี งของเครื่อง บทท่ี 9 ขอ 95
=ตรวจสอบการรั่วไหลของทอ ทางภายนอก
=ตรวจสอบความเร็วเครือ่ งและกําลงั งานออก
10. ตรวจสอบกาํ ลังดันและอณุ หภูมทิ ีม่ าตรวัดแสดงคากาํ ลงั ดันลม
ตรวจสอบกาํ ลงั ดันใชก ารทขี่ วดเก็บลม
ระบายน้าํ ตกภายในระบบ
11. แบตเตอรี่
=ตรวจสอบ
4.การเลกิ เครอื่ ง(Engine Shutdown)
งานทตี่ อ งปฏบิ ัติ
1. เครอ่ื งยนต
=เลกิ เครือ่ ง
5.การปฏบิ ัติหลังจากเลิกเครื่อง(After-Shutdown Service)
กอนการเลิกเคร่ืองทุกครั้ง สิ่งที่ตองคํานึง คือ ระยะเวลาของการหยุดเดินเครื่องนั้นยาวนานเพียงไร
เพ่ือที่จะไดปฏิบตั ิงานหลังจากเลกิ เคร่ืองไดอ ยา งถูกตอ ง
ถาเครอื่ งยนตตองหยดุ เดนิ เคร่ืองนานกวา 3 เดือน จะตองปฏิบัติงานการเก็บรักษาเครื่อง(Preservation - ดู
ในคมู ือประจําเคร่อื ง)
After-Shutdown Service.
งานทต่ี องปฏบิ ัติ วิธีปฏบิ ตั ิ
1. บทที่ 9 ขอ 22
ลน้ิ ปด อากาศดฉี ุกเฉิน(Emergency Air Shut-off Flaps)
กองฝก การชางกล กฝร.
=ปดดวยมือ(เฉพาะเลกิ เครอื่ งเปน ระยะเวลานาน)
2. นาํ้ จืดระบายความรอ นเคร่อื ง
=เปดระบายออก(ถา อณุ หภูมิต่ํามากจนแข็งตัว) บทท่ี 9 ขอ 55
3. น้ําทะเล
=ปดล้ินน้ําทะเล เขา -ออกระบบ ดูคูมอื ประจําระบบ
4. นํา้ มันหลอลื่นเครื่องยนต
=ตรวจสอบระดบั บทที่ 9 ขอ 78
5. ระบบตรวจสอบ(Monitoring System)
=ปด กระแสไฟฟาท่ีเขาระบบ(Switch Off) ดูคมู ือประจาํ ระบบ
6. ระบบกาํ ลงั ดนั ลม(Compressed Air) ดคู ูมือประจําระบบ
=ปด ลนิ้ ลมเขาระบบ
6.มาตรการฉกุ เฉิน(Emergency Measure)
ในกรณีที่เกิดการผิดปกติหรือการขัดของกับระบบของเคร่ืองตอไปนี้ เราสามารถที่จะใชเครื่องฉุกเฉิน
(Emergency Operation)ตอ ไปไดเปนระยะเวลาส้ันๆ จนกวาการขดั ของจะไดร บั การแกไ ข
Emergency Measure.
งานทตี่ องปฏบิ ตั ิ วิธปี ฏิบตั ิ
1. บทท่ี 4 ขอ 4.2
เทอรโ บชารจ
=การใชเ คร่ืองโดยไมใชเ ทอรโบชารจ
2. นา้ํ จืดระบายความรอนเครือ่ ง บทท่ี 9 ขอ 74
=การตงั้ ฉุกเฉินเครอื่ งควบคุมอณุ หภูมนิ าํ้ จดื (Coolant Thermostat)
7.การตรวจสอบสขี องแกส เสยี
ถาเคร่ืองยนตเดินปกติและมีการเผาไหมที่สมบูรณ แกสเสียของเครื่องจะเปนสีเทาออน(Light-Gray) แต
ถา มีความผิดปกตกิ บั เครื่องยนต แกส เสียจะเปลีย่ นเปนสตี างๆ ทพ่ี อสังเกตุไดงา ย ดงั นี้
7.1 แกส เสียสีดํา(Black Exhaust Gases)
แสดงวา การเผาไหมไมสมบรู ณ( Incomplete Combustion)
สาเหตุ การตรวจสอบ หมายเหตุ
บทท่ี 9 ขอ 19-20
1. อากาศดเี ขาเครื่องไมพ อ 1.หมอกรองอากาศดสี กปรก
กองฝกการชางกล กฝร.
2.เทอรโบชารจ สกปรกหรือขดั ขอ ง ---
2. 3.ทอทางอากาศดรี ัว่ ไหล ตรวจดวยสายตา
1.ทอทางแกส เสียสกปรก ตรวจดวยสายตา
ระบบแกส เสยี ผิดปกติ 2.กาํ ลงั ดนั ตา นกลบั แกส เสีย บทท่ี 9 ขอ 15
1.หัวฉีดน้ํามันเชอ้ื เพลงิ ดคู ูม อื เฉพาะ
3.
2.สูบฉีดนํา้ มนั เช้อื เพลงิ ดคู มู อื เฉพาะ
อุปกรณฉ ีดนา้ํ มนั เชอื้ เพลงิ ผดิ ปกติ 3.จังหวะการฉดี น้ํามันเชอ้ื เพลงิ บทท่ี 9 ขอ 38
4. 4.ระยะหางลิน้ อากาศด-ี แกสเสยี บทที่ 9 ขอ 6
1.ระยะหา งลนิ้ อากาศดี-แกสเสยี บทท่ี 9 ขอ 6
กําลงั อดั ภายในสูบไมถ กู ตอ ง 2.แหวนอดั ของลกู สูบ ดคู ูม อื เฉพาะ
3.แผนกนั ร่ัว(Gaskets)ฝาสูบ ดคู ูมือเฉพาะ
4.เครือ่ งรับภาระมากเกิน(Overload) ดูคมู ือเฉพาะ
5. 1.หนาแปลนตอ(Coupling)ชาํ รุด ดูคมู อื ประจําเครอ่ื ง
2.เพลากากบาท(Universal Shaft)
การสงตอ กําลงั ของเครื่องไม-ปกติ ดูคมู ือประจําเคร่ือง
คูมอื เฉพาะ
ชาํ รดุ
3.หมูเ ฟอ งทด(Gear Box) ผดิ ปกติ
7.2 แกสเสยี สนี ้ําเงิน(Blue Exhaust Gases)
แสดงวา มีนาํ้ มันหลอ เขาหองเผาไหมมากเกินไป(Excessive Oil In Combustion
Chamber)
สาเหตุ การตรวจสอบ หมายเหตุ
1. มนี าํ้ มนั หลอเขาหองเผาไหม 1.ระดบั นํ้ามันหลอ ในเครือ่ งสงู เกินไป บทท่ี ขอ
มากเกนิ ไป 2.แหวนลกู สูบชํารดุ ผิดปกติ ---
3.ส ว น ร ะ บ า ย อ า ก า ศ ห อ ง เ พ ล า ข อ -
เหว่ียงผดิ ปกติ ---
4.สบู กาํ จัดนา้ํ มันหลอผิดปกต(ิ Oil
Metering Pump) ผิดปกติ บทท่ี 9 ขอ 75
5.ปลอกสบู สึกหรอมาก ดคู มู อื เฉพาะ
6.ปลอกนาํ กานลิน้ (Valve Guided)
ชาํ รุด ดูคูมอื เฉพาะ
7.กาํ ลงั อัดในสูบไมถ ูกตอ ง บทท่ี 9 ขอ 5
7.3 แกสเสียสีขาว(White Exhaust Gases)
กองฝกการชางกล กฝร.
แสดงวา น้ํามันเชอ้ื เพลิงไมจ ุดระเบดิ เผาไหม( No Ignition)
สาเหตุ การตรวจสอบ หมายเหตุ
ตรวจดว ยสายตา
1. เครื่องเย็น 1.อณุ หภมู นิ ํ้าจดื
บทท่ี 9 ขอ 74
2.เคร่ืองควบคมุ อุณหภูมนิ า้ํ จดื บทท่ี 9 ขอ 74
---
(Thermostat) ดูคมู อื เฉพาะ
ดูคมู อื เฉพาะ
2 อุณหภูมิอากาศดีเขาเคร่ืองตํ่า- 1.เคร่อื งควบคมุ อณุ หภมู นิ าํ้ จืด
เกนิ ไป 2.วงจรอณุ หภูมติ า่ํ
3. น้ํามันเชอื้ เพลิง 1.มนี ้าํ ปนในน้ํามนั เช้อื เพลงิ
4. มีนาํ้ ในหอ งเผาไหม 1.ฝาสูบ,ปลอกสูบรัว่ ไหล
2.หมอระบายความรอนอากาศดีร่ัว-
ไหล บทท่ี 9 ขอ 27
5. อุปกรณฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงผิด- 1.หัวฉีดน้ํามันเชอื้ เพลิง บทท่ี 9 ขอ 35
ปกติ 2.อุปกรณต ัดการทาํ งานของสบู
(Cylinder Cutout) ---
8.แนวทางการแกไขขอขดั ของ(Troubleshooting)
ถาเกิดความผิดปกติขึ้นกับเครื่องยนต เราสามารถที่จะวิเคราะหหาสาเหตุที่ทําใหเคร่ืองยนตเกิดอาการ
ผิดปรกติ ไดจากอาการทํางานหรือการแสดงออกตางๆ ของเคร่ืองยนตในขณะน้ัน ในกรณีที่เครื่องยนตมีความ
ผิดปกติเล็กนอย ควรจะตองลดความเร็วเครื่องลงมาเดินเครื่องที่ความเร็วตัวเปลา(Idling Speed) หรือ ถาไม
สามารถหาสาเหตุของความผิดปกติไดก็ควรจะตอ งเลกิ เคร่อื ง
พงึ ระลกึ ไววา “เลิกเครอ่ื งไวก อ น ดกี วาเครือ่ งยนตเ สยี หายมากข้นึ ”
8.1 แนวทางปฏบิ ตั ทิ ัว่ ๆไป(General)
เมอ่ื เกิดขอ ขัดของขน้ึ กบั เครอ่ื งยนตอยา งใดอยา งหนึง่ การแกไขโดยทวั่ ไป มีดังน้ี
8.1.1 นํ้ารวั่ ไหลภายในเคร่อื ง(Internal Water Leakage)
ผลท่ีตามมากค็ ือ การเกดิ สนิมและการกดั กรอนขึ้นภายใน
ถาไมสามารถซอ มทาํ หรอื แกไ ขการร่วั ไหลไดท นั ที เพอ่ื หลีกเลีย่ งผลดงั กลาว ใหป ฏิบัติดงั น้ี
= ระบายนํ้าจดื และนา้ํ มันหลอ ออกจากเคร่ือง
= เติมน้ํามันหลอปองกันสนิม(Preservation Oil) นํ้ามันกาดหรือน้ํามันดีเซลเขาเคร่ืองใหระดับสูงที่สุด
เทา ทจ่ี ะทาํ ได
= ถอดทอรวมอากาศและนํา้ จืด
= ถอดหวั ฉีดนํ้ามันเช้ือเพลงิ
= หมุนเคร่อื งดวยมอื และฉดี พนนํ้ามนั หลอ ปอ งกนั สนิม,นา้ํ มนั กา ดหรือนํา้ มันดเี ซล ผานลิ้น-
กองฝกการชางกล กฝร.
อากาศดีท่ีเปด เขาหองเผาไหม
∆ ขอ ควรระวงั
∆ การปฏิบัติเพื่อปองกันสนิมและการกัดกรอนดังกลาวนี้ สามารถปองกันไดเพียง 2–3 วัน เทานั้น
เพราะฉะนน้ั จะตองซอมทําหรอื แกไ ขการรว่ั ไหลและทาํ ความสะอาดเครือ่ งโดยเร็วทสี่ ุด
∆ เม่ือซอมทําและทําความสะอาดเคร่ืองเรียบรอยแลว จะตองเติมนํ้าจืดและน้ํามันหลอตามคูมือ mtu.
Fluids and Lubricants Specification No.1061 กอนเริม่ เดนิ เครื่อง
∆ เม่ือใชเครื่องครบ 50 ชม.แรก จะตองเปล่ียนน้ํามันหลอใหม เนื่องจากอาจจะมีน้ําตกคางอยูภายใน
ระบบเขาผสมกับนํา้ มันหลอ ทเี่ ตมิ คร้ังแรก
8.1.2 มีนํ้ามนั เชอ้ื เพลิงปนในน้ํามนั หลอ(Engine Oil Diluted with fuel)
หลงั จากหาสาเหตแุ ละซอมทาํ เรยี บรอยแลว ปกติจะตอ งปฏิบัติดังนี้ คือ
= เปล่ียนน้ํามันหลอใหม โดยนํ้ามันหลอเกาในอางน้ํามันเครื่อง(Oil Pan),หมอกรองละเอียดน้ํา-มันหลอ
(Oil filter)และหมอระบายความรอนน้ํามันหลอ ตองระบายท้ิงออกใหหมด เปล่ียนไสกรองกระดาษ (Paper filter
Element) แลวทาํ ความสะอาดไสก รองตะแกรงโลหะ(Edge-Type filter)
8.1.3 หลังจากซอมทําเคร่อื ง(After Work On Engine)
ถามีการเปล่ียนสวนประกอบของสวนขับหมุนเครื่อง(Running Gear) เชน ปลอกสูบ(Liner)หรือลูกสูบ
เปนตน จะตอ งปฏบิ ัติตามขัน้ ตอน การเดินเครอ่ื งใหส ึกเขา ท่(ี Run-in)
8.1.4.หลงั จากเคร่อื งหยดุ เดนิ เพราะลิน้ ปดอากาศดฉี ุกเฉนิ ปด (By Emergency Air Shut-off flap)
กอนเรม่ิ เดินเคร่อื งใหม จะตอ งปฏบิ ัตดิ งั น้ี
= เปด ล้นิ ปด อากาศดฉี กุ เฉินดวยมือ (รายละเอียด บทที่ 9 ขอ 22)
= ไลอ ากาศภายในหอ งเผาไหม (รายละเอียด บทที่ 9 ขอ 4)
8.1.5.การใชเครอื่ งฉกุ เฉนิ (Emergency Operation)
ถาเกดิ จากเทอรโบชารจ ขัดของ ใหป ฏบิ ัติตามรายละเอียด บทที่ 4 ขอ 4.2
ถา เกดิ จากเครอื่ งควบคุมอณุ หภมู นิ าํ้ จืด(Coolant Thermostat) ขัดขอ ง ใหปรับแตงฉกุ เฉิน ตามรายละเอยี ด
บทท่ี 9 ขอ 74
8.2.สภาพการผิดปกต(ิ Fault Condition)
สภาพการผิดปกติซึ่งจะกลาวถึงตอไปน้ี เปนตัวอยางการผิดปกติซ่ึงอาจเกิดขึ้นไดและแนวทางการแกไข
การตรวจสอบ/ทดสอบ เพ่ือตรวจหาสาเหตุการผิดปกติตางๆ สวนรายละเอียดวิธีปฏิบัติในการตรวจสอบหรือ
ทดสอบน้ัน ใหดรู ายละเอียดในคมู ือประจําเครื่องหรอื คูมือประจําระบบน้ันๆ
กองฝก การชางกล กฝร.
8.2.1 เกดิ สัญญาณเตือนระดบั น้ําจืดต่ําเกนิ (Engine Coolant Low Level Alarm)
สาเหตุของการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. ระบบนาํ้ จืดไมปดผนึก 1.ตรวจปดถงั พกั น้าํ จดื ดว ยสายตา
2. น้าํ จดื รวั่ ไหลออกภายนอกเครอ่ื ง 2.ตรวจการรว่ั ไหลของฝาปดระบาย(Breather Valve)
3. หมอ ระบายความรอนนา้ํ จืดรวั่ ไหล 1.ตรวจดูการร่วั ไหลของทอทางภายนอกเครื่อง,ชอง
4. น้ําจืดรว่ั ไหลภายในเครอื่ ง ทางระบาย(Drain)และภายนอกเรือนสบู ดวยสายตา
1.ตรวจสอบ/ทดสอบการรัว่ ไหล
5. อปุ กรณตรวจวัดระดับผดิ ปกติ 1.ตรวจสอบระดับนา้ํ มนั หลอ
2.ตรวจสอบคุณภาพนา้ํ มันหลอ
3.ตรวจสอบฝาสบู
4.ตรวจสอบวงกันรวั่ (Seal) ปลอกสูบ
5.ตรวจสอบปลอกสบู
6.ตรวจสอบเรือนสูบ
1.ทดสอบการทํางาน
8.2.2.ระดบั นา้ํ มันหลอ ต่าํ เกิน(Engine Oil Low Level)
สาเหตุของการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. นํ้ามนั หลอ รัว่ ไหลภายนอกเคร่ือง 1.ตรวจสอบทอทางทางนอกเครอื่ ง,ทอ ทางระบาย
(Drain) , ภายนอกเรอื นสบู และอา งน้ํามนั หลอ
(Oil Pan) ดว ยสายตา
2. หมอระบายความรอนน้ํามันหลอ 1.ตรวจสอบ/ทดสอบการร่วั ไหล
ร่ัวไหล
3. เครอื่ งยนตสึกหรอ 1.ตรวจสอบปลอกนํากานล้ิน(Valve Guide),ปลอก-สูบ
,แหวนลูกสบู (Piston Rings)
4. ระบบปรบั นํ้ามันหลอ (Oil Level 1.ตรวจสอบระดับน้ํามันหลอในถังพัก(Refill Tank)
Regulating System)ทาํ งานผิดปกติ ดวยสายตา
2.ตรวจสอบสบู ปรบั ระดับนํ้ามนั หลอและสวนขบั หมุน
(Pump Drive)
3.ตรวจสอบการรั่วไหลของทอทาง
กองฝกการชางกล กฝร.
8.2.3.ระดบั นาํ้ มนั หลอ สงู เกิน(Engine Oil High Level)
สาเหตุของการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. มีนาํ้ ปนในนํา้ มันหลอ 1.ตรวจสอบดูการรั่วไหลของหมอ ระบายความรอนน้ํา-
2. มีนํา้ มนั เชอื้ เพลงิ ปนในนํ้ามันหลอ มันหลอ ,วงกันรวั่ ปลอกสบู ,ปลอกสูบและเรือนสูบ
3. ระบบปรบั นา้ํ มนั หลอผดิ ปกติ 1.ตรวจสอบ/ทดสอบการรั่วไหลของหัวฉีดนํ้ามันเชื้อ-
เพลงิ และสบู ฉดี นา้ํ มนั เชอ้ื เพลิง
1.ตรวจสอบสูบปรบั ระดบั นํา้ มันหลอดว ยสายตา
2.ตรวจสอบระดับนํ้ามันหลอในถังพักดวยสายตาวา
ระดับตา่ํ เกินไปหรอื ไม
8.2.4.เกดิ สญั ญาณเตอื นกําลังดันลมเริม่ เดนิ ต่าํ เกนิ (Starting Air Pressure Alarm)
สาเหตุของการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. 1.ตรวจสอบการรัว่ ไหลของทอ ทางเขาถงั ดวยสายตา
2.ตรวจสอบการทาํ งานของเครื่องอดั อากาศ
ระบบอากาศอัด(Compressed Air) (Compressor),ล้ินควบคมุ กาํ ลังดัน
ผดิ ปกติ
1.ตรวจสอบการรวั่ ไหลของถังและทอทาง
2.
2.ตรวจสอบจานจา ยลมและทอ ทาง
ระบบลมเร่ิมเดินผิดปกติ 3.ตรวจสอบลนิ้ ลมไฟฟา 3 ทาง
1.ตรวจสอบระบบอเิ ลก็ ทรอนคิ ส
3. 2.ตรวจสอบตวั ตรวจจบั กําลงั ดัน(Pressure Sensor)
ระบบอิเลก็ ทรอนคิ สผ ิดปกติ
8.2.5.อุณหภมู ิอนุ นา้ํ จืดตํา่ เกิน(Engine Coolant Preheat Low Temperature)
สาเหตุของการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. ชุดอุนนํ้าจดื (Preheating Unit) 1.ตรวจเปด กระแสไฟ(Switch On)
2. 1.ตรวจสอบกระแสไฟเขา ระบบ
2.ตรวจสอบการทํางานของเครื่องควบคุมอุณหภมู ิ
ระบบอนุ นํ้าจืดผดิ ปกติ (Thermostat)
3.ตรวจสอบชุดอุนน้าํ จืดและสบู นา้ํ จืด
กองฝกการชางกล กฝร.
8.2.6.เมื่อกดปุมเริ่มเดินแลว เครือ่ งไมห มนุ (Engine Does not turn)
สาเหตุของการผิดปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. ไมมสี ัญญาณใหเรมิ่ เดิน(Start 1.ตรวจสอบดวงไฟสญั ญาณ“Ready For Operating“
Release Signal) จากระบบ- 2.ตรวจเปดล้นิ เปด อากาศดีฉุกเฉิน
อิเล็กทรอนกิ สค วบคมุ เคร่อื ง 3.ตรวจสอบระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส
2. อุปกรณเร่มิ เดินเครื่องขัดขอ ง
=ระบบเร่ิมเดินแบบจานจายลมเขา 1.ตรวจสอบกาํ ลังดนั ลมตํ่าหรอื ไม
กระบอกสูบ 2.ตรวจเปด ล้ินลมเขาระบบ
3.ตรวจสอบล้ินลมไฟฟา 3 ทาง,จานจายลมเริ่มเดนิ
และสวนขับหมุน
4.ตรวจสอบกระแสไฟเขา ล้ินลมไฟฟา 3 ทาง
=ระบบเร่ิมเดนิ แบบมอเตอรไ ฟฟา
-รีเลยเร่ิมเดินซ้ํา เปด/ปด(On/Off) 1.ทดสอบมอเตอรไ ฟฟา เรมิ่ เดนิ
ตลอดเวลาและเฟองเริ่มเดินเล่ือนตัว 2.ตรวจสอบเฟอ งเริม่ เดนิ
แตไมเขาขบกับเฟอ งหมนุ เครอ่ื ง 3.ตรวจสอบเฟอ งหมุนเครือ่ ง
- รเี ลยเริม่ เดินซ้ํา เปด/ปด (On/Off) 1.ตรวจสอบฟวสมอเตอรไฟฟา เร่ิมเดนิ
ตลอดเวลาแตเฟองเร่ิมไมเขาขบกับ 2.ตรวจสอบสายไฟ
เฟองหมนุ เคร่ือง 3.ทดสอบมอเตอรไ ฟฟา เริม่ เดิน
- เฟอ งเรม่ิ เดิน เขา ขบกับเฟองหมุน 1.ทดสอบมอเตอรไ ฟฟา เร่ิมเดนิ
เคร่อื งแตเครื่องไมห มุน 2.ตรวจสอบกระแสไฟของแบตเตอรี่พอหรอื ไม
8.2.7.เมอ่ื กดปมุ เรม่ิ เดนิ เครอื่ งยนตไมจดุ ระเบิดหรอื หมนุ ไป 2-3 รอบแลวหยุด
สาเหตุของการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. การควบคมุ เครอื่ งผดิ ปกติ 1.ตรวจสอบทดสอบเครอื่ งควบคุมความเรว็
(Governor)
2.
2.ตรวจสอบระบบอิเล็กทรอนิกส
1.ตรวจสอบเปดล้นิ เขา ระบบ
กองฝกการชางกล กฝร.
น้ํามนั เช้อื เพลงิ เขาเคร่อื งไมเ พยี งพอ 2.ตรวจสอบการรั่วไหลของทอทางเขา–ออกสูบสงน้ํา-
มันเชื้อเพลิง
3.ตรวจสอบลางเปลี่ยนไสกรองหมอกรองหยาบ,หมอ-
กรองละเอียด
4.ตรวจระบายอากาศออกจากระบบนาํ้ มนั เช้อื เพลิง
5.ตรวจสอบนํา้ ปนในนาํ้ มันเช้ือเพลงิ
6.ตรวจสอบลิ้นนํ้ามันกลับถัง(Overflow Valve) และ
ลิ้นกนั กลับ(Check Valve) ดูคา กําลังดันเปด
3. อณุ หภูมนิ ํา้ จดื ระบายความรอ นตํา่ เกนิ 1.ตรวจสอบการทาํ งานของชดุ อนุ นํ้าจืด
2.ตรวจสอบระบบนํ้าจืดต่าํ เกินไปหรือไม
4. ระบบเริ่มเดนิ เครอ่ื งผดิ ปกติ
= ระบบลมเริม่ เดินเครื่อง 1.ตรวจสอบกําลังดนั ลมตาํ่ เกนิ ไปหรอื ไม
-เคร่ืองหมุนความเร็วไมถึงความเร็ว-
จดุ ระเบิด(Firing Speed) 2. ตรวจสอบตั้งจานจายลมเริ่มเดนิ
3.ตรวจสอบปดลนิ้ ไลอากาศ
= ระบบไฟฟาเริ่มเดนิ เคร่อื ง
- แบตเตอรี่มีกาํ ลังไฟไมเ พียงพอ 1.ตรวจสอบกาํ ลังไฟของแบตเตอร่ี
8.2.8. เครอ่ื งยนตจดุ ระเบิดไมส มาํ่ เสมอ(Engine Fire Erratically)
สาเหตุของการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. เคร่ืองยนตไดรับนํ้ามันเชื้อเพลิงไม- 1.เชน เดยี วกบั การตรวจสอบ/ทดสอบ ขอ 3 และ 6
เพียงพอ เชนเดียวกับสาเหตุของการ- ของ สาเหตขุ องการผดิ ปกติ ขอ 2 ของขอ 8.2.7
ผิดปกติ ขอ 2 ของขอ 8.2.7
2. อปุ กรณฉ ดี นํา้ มันเชือ้ เพลงิ ผดิ ปกติ 1.ทดสอบการทาํ งานของหวั ฉีดนํา้ มันเชื้อเพลงิ และสูบ-
ฉีดน้าํ มนั เช้ือเพลิง
2.ตรวจสอบจังหวะเรมิ่ ฉีดน้าํ มนั เช้อื เพลิง
8.2.9. เครื่องเรงความเร็วไมถงึ ความเรว็ สงู สดุ (Engine Does Not Reach Full-load Speed)
กองฝก การชางกล กฝร.
สาเหตขุ องการผิดปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. เครื่องยนตไดรับน้ํามันเช้ือเพลิงไม- 1.เชน เดียวกบั การตรวจสอบ/ทดสอบ ขอ 3 และ 6
เพียงพอ เชนเดียวกับ สาเหตุของการ ของ สาเหตขุ องการผดิ ปกติ ขอ 2 ของขอ 8.2.7
ผดิ ปกติ ขอ 2 ของขอ 8.2.7
2 1.ตรวจสอบความสกปรกและการชํารุดของเทอรโบ-
ชารจ
อากาศดเี ขาเคร่อื งไมเพียงพอ
2.ตรวจสอบการรวั่ ไหลของทอทาง
3.ตรวจสอบการอุดตันของหมอ กรองอากาศดี
3. 1.ตรวจสอบคราบสกปรกของหมอระบายความรอน-
อากาศดี
อากาศดเี ขา เคร่อื งอุณหภมู ิสงู
2. ตรวจสอบกําลงั ดันนา้ํ ทะเล
3. ตรวจสอบเปด ล้นิ นํา้ ทะเล
4.ตรวจสอบคราบสกปรกและการอุดตันของหมอกรอง-
นํา้ ทะเล
4. 1.ทดสอบการทาํ งานของหวั ฉีดน้าํ มนั เชื้อเพลิง
2. ตรวจสอบจังหวะเริม่ ฉีดน้ํามันเชอ้ื เพลงิ
อปุ กรณฉีดนา้ํ มนั เชือ้ เพลงิ ผดิ ปกติ
5 1.ทดสอบ/ตรวจสอบการทํางานของเครื่องควบคุม-
ความเรว็
การควบคมุ เครอ่ื งผดิ ปกติ
6. กาํ ลงั อดั ภายในสบู ไมถ กู ตอง 1. ตรวจสอบกาํ ลงั ภายในสูบ
2. ตรวจสอบระยะหา งลน้ิ อากาศด-ี แกส เสยี
3.ตรวจสอบล้ินอากาศดี-แกสเสีย,แผนกันร่ัว(Gasket)
ฝาสบู และแหวนอดั กันร่ัวลูกสูบ
7. 1.เครื่องรบั ภาระมากเกิน(Overload)
2.หนา แปลนตอ (Coupling) ชาํ รุด
การสง กาํ ลังงานออกของเครอ่ื ง
(Power Take Off) ผดิ ปกติ 3.หมูเฟองทด(Gear Box) ผิดปกติ
4.เรอื นแบริ่ง(Bearing Housing) ชาํ รดุ
5.เพลาตอ กากะบาท(Universal Shaft)
8.2.10. ความเร็วเครอ่ื งไมค งท่(ี Engine Speed Not Steady)
กองฝก การชางกล กฝร.
สาเหตุของการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. 1.ตรวจสอบ/ทดสอบการทาํ งานของเครอ่ื งควบคุม
ความเร็ว(Governor)
การควบคุมเคร่อื งผดิ ปกติ 2.ตรวจสอบหนว ยต้ังคา ความเรว็ เคร่ือง(Speed
Setting Unit)
3.ตรวจสอบระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
4.ตรวจสอบสว นเชื่อมตอเครอื่ งควบคุมความเร็ว
(Governor Linkage)
8.2.11.เกิดสญั ญาณเตือนอุณหภมู แิ กส เสยี รวมสูงเกิน(Alarm,High Exhaust Bulk Temperature)
สาเหตขุ องการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. 1.ตรวจสอบระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส
2.ตรวจสอบตวั ตรวจจบั อุณหภมู ิแกส เสีย
อปุ กรณตรวจวดั ผดิ ปกติ
(Thermocouple)
3.ตรวจสอบมาตรวัดแสดงคา (Gauge)
2. อากาศดีเขา เคร่ืองไมเ พียงพอ 1.เปลยี่ นทาํ ความสะอาดหมอกรองอากาศดี
2.ตรวจสอบการรว่ั ไหลของทอ ทางอากาศดี
3.ตรวจสอบความสกปรกและการชํารุดของเทอรโบ-
ชารจ
3. อากาศดีเขาเครื่องอณุ หภมู ิสูง เชน 1.เชน เดียวกับ การตรวจสอบ/ทดสอบ ขอ 1-4 ของ
เดียวกับ สาเหตุของการผิดปกติ ขอ 3 สาเหตุของการผดิ ปกติ ขอ 3 ของขอ 8.2.9
ของขอ 8.2.9
4. ทอทางแกสเสียออกจากเทอรโบชารจ 1.ตรวจสอบกําลังดนั ตานกลับ(Back Pressure )
ผิดปกติ
5. อุปกรณฉ ีดนํ้ามันเชอ้ื เพลงิ ผดิ ปกติ 1.เชนเดียวกับ การตรวจสอบ/ทดสอบ ขอ 1-2 ของ
เชน เดยี วกบั สาเหตุของการผดิ ปกติ สาเหตุของการผิดปกติ ขอ 4 ขอ 8.2.9
ขอ 4 ของขอ 8.2.9
กองฝกการชางกล กฝร.
8.2.12.เกดิ สัญญาณเตือนอุณหภูมนิ ํ้าจืดสูงเกนิ (Alarm,High Engine Coolant Temperature)
สาเหตขุ องการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. 1.ตรวจสอบการทาํ งานของตัวตรวจจับอุณหภูมิ
(Sensors & Transmitters)
อปุ กรณต รวจวัดคา ผดิ ปกติ
2.ตรวจสอบการทาํ งานของมาตรวัดแสดงคา
(Gauges)
3.ตรวจสอบการทาํ งานของระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
2. ระบบน้ําจืดผิดปกติ 1.ตรวจสอบระบบนา้ํ จดื ในถงั พักนา้ํ จดื ต่าํ หรือไม
2.ตรวจสอบการทาํ งานเคร่อื งควบคมุ อณุ หภูมนิ ้าํ จดื
(Thermostat)
3.ตรวจสอบกําลังดนั สูบนํา้ จืด
4.ตรวจคราบสกปรกภายในระบบ
5.ตรวจสอบการอุดตนั ของทอ ระบายอากาศ(Vent
Line)
6.ตรวจสอบการร่ัวไหลของหมอระบายความรอน
น้ํามนั หลอ
3. ระบบน้ําทะเลผิดปกติ 1.ตรวจเปดลิ้นน้ําทะเล
2.ตรวจความสกปรกหมอ กรองนํ้าทะเล(Filter)
3.ตรวจสอบความสกปรกหมอระบายความรอ นนํ้าจืด
4. มีแกสจากการเผาไหมเขาสูระบบน้ํา- 1.ตรวจสอบการรั่วไหลของฝาสูบและปลอกสูบ
จืด
8.2.13.นํ้าจดื ระบายความรอนอุณหภูมติ า่ํ เกนิ (Low Engine Coolant Temperature)
สาเหตุของการผิดปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. เครอ่ื งควบคมุ อุณหภูมนิ ้ําจืด 1.ตรวจสอบการทํางานของเครื่องควบคุมอุณหภูมิน้ํา-
จดื
(Thermostat)
กองฝกการชางกล กฝร.
8.2.14.กาํ ลงั ดันน้ํามันหลอ สงู ขน้ึ (Engine Oil Pressure Rises)
สาเหตุของการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. 1.ตรวจสอบระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส
2.ตรวจสอบมาตรวัดแสดงคากําลังดนั (Gauge)
อปุ กรณว ดั คาผิดปกติ
3.ทดสอบการทาํ งานของตัวตรวจจับกาํ ลังดนั
2. มีน้ําปนในน้ํามนั หลอ (Sensors & Transmitters)
1.ตรวจสอบการรั่วไหลของหมอระบายความรอนน้ํา-
3. ลิน้ ผอนกาํ ลงั ดนั นาํ้ มันหลอ มนั หลอ
(Pressure Relief Valve) 2.ตรวจสอบการรั่วไหลของฝาสบู
3.ตรวจสอบการรั่วไหลของปลอกสูบ
4.ตรวจสอบการร่วั ไหลของเรอื นสบู
1.ตรวจสอบคากําลังดันเปดของลิ้นผอนกําลังดันนํ้า-
มนั หลอ
8.2.15.เกิดสญั ญาณเตือนกาํ ลงั ดันนาํ้ มนั หลอ ตาํ่ เกนิ (Alarm,Low Engine Oil Pressure)
สาเหตุของการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. 1.ตรวจสอบระบบนา้ํ มันหลอ
ระดับนาํ้ มนั หลอตาํ่ เกิน
2. อุปกรณวัดคาผิดปกติ เชนเดียวกับ 1.เชนเดียวกบั การตรวจสอบ/ทดสอบ ขอ 1-3 ของ
สาเหตขุ องการผดิ ปกติ ขอ 8.2.14 สาเหตขุ องการผิดปกติ ขอ 8.2.14
3. น้ํามนั หลอรวั่ ไหลภายนอกเครือ่ ง 1.ตรวจการรั่วไหลของทอทางและสวนของระบบภาย-
นอกเครอ่ื ง
4. นา้ํ มนั หลอรว่ั ไหลภายในเคร่ือง ---
5. มนี ้าํ มันเช้ือเพลิงปนในน้ํามนั หลอ 1.ตรวจสอบการรัว่ ไหลของหัวฉดี น้าํ มันเช้ือเพลงิ
2.ตรวจสอบการร่วั ไหลของสบู ฉดี นาํ้ มันเชอ้ื เพลงิ
6. 1.ตรวจสอบคากําลังดันเปดของลิ้นผอนกําลังดันน้ํา-
มนั หลอ
ลิ้นผอ นกําลังดันนํา้ มนั หลอผดิ ปกติ
กองฝก การชางกล กฝร.
7. 1.ตรวจเปลยี่ นไสหมอกรอง
หมอกรองละเอยี ดนา้ํ มันหลอ ผดิ ปกติ
8. กําลังดันตก(Pressure Loss) ในสวน 1.ตรวจสอบการสง นํา้ มันหลอท่ีจุดหลอลื่นของสวนขับ-
ขับหมนุ เครื่อง(Running Gear) หมนุ เครอ่ื ง
9. สูบนา้ํ มนั หลอ (Oil Pump) 1.ตรวจสอบสบู นํา้ มนั หลอและสวนขบั หมนุ (Pump
Drive)
8.2.16.เกดิ สัญญาณเตือนอุณหภมู ินํ้ามนั หลอ สูงเกิน(Alarm,High Engine Oil Temperature )
สาเหตุของการผิดปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. อุปกรณว ัดคา ผิดปกติ 1.ตรวจสอบระบบอิเล็กทรอนิกส
2.ตรวจสอบมาตรวัดแสดงคา (Gauges)
3.ตรวจสอบตัวตรวจจบั อุณหภูมิ(Sensors &
Transmitters)
2. หมอระบายความรอนน้ํามันหลอผิด- 1.ตรวจดูความสกปรกหมอระบายความรอนนํ้ามัน-
ปกติ หลอ
2.ตรวจสอบความรอนหมอระบายความรอนน้ํามัน-
หลอ
8.2.17.ลิน้ ปดอากาศดฉี กุ เฉิน ปด เลิกเครอื่ งฉุกเฉนิ เน่อื งจากเกิดสญั ญาณเตอื นความเร็วเครอื่ ง
สงู เกนิ (Overspeed Alarm)
สาเหตขุ องการผิดปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. การปองกันความเร็วเครื่องสูงเกิน 1.ตรวจสอบระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส
กาํ หนด ผดิ ปกติ 2.ตรวจสอบตัวตรวจจับความเร็ว(Sensor &
Transmitter)
2. การควบคุมเครอ่ื งผิดปกติ 1.ตรวจสอบการทาํ งานของเครอื่ งควบคุมความเรว็
(Governor)
2.ตรวจสอบการทํางานของอปุ กรณต ัง้ คา ความเรว็ -
เคร่ือง(Speed Setting Device)
กองฝกการชางกล กฝร.
3. การสงกาํ ลังออกผิดปกติ 1.ตรวจสอบการชํารุดของหนาแปลนตอสงกําลังงาน-
ออก(Coupling)
2.ตรวจสอบหมูเฟองทด(Gear Box)
3.เพลาตอกากะบาท(Universal Shaft) ชํารุด
8.2.18.ระดบั น้ําจืดสูงขน้ึ (Engine Coolant Level Rises)
สาเหตขุ องการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. มรี ะบบน้าํ มันหลอเขาสูระบบน้าํ จดื 1.ตรวจสอบการร่ัวไหลของหมอระบายความรอนน้ํา-
มนั หลอ
8.2.19.เทอรโบชารจมีเสยี งเดนิ ผิดปกติ(Abnormal Turbocharger Running Noise)
สาเหตขุ องการผิดปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. เทอรโ บชารจ ผิดปกติ 1.ตรวจสอบระดับนาํ้ จืดในถงั พักนํ้าจดื
2.ตรวจสอบการชํารดุ ของแบร่ิงเทอรโบชารจ
3.ตรวจสอบระยะหา งของสว นหมุน(Rotor Assembly
Clearance)
8.2.20 เกิดสัญญาณเตือนกาํ ลังดนั น้ําจดื ตา่ํ เกิน(Alarm,Low Engine Coolant Pressure)
สาเหตุของการผิดปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. ระดบั น้าํ จดื ตา่ํ เกนิ 1.ตรวจสอบระดบั น้ําจดื ในถงั พักน้าํ จืด
2. อปุ กรณว ัดคา ผดิ ปกติ 1.ตรวจสอบมาตรวัดแสดงคา(Gauges)
2.ตรวจสอบระบบอิเล็กทรอนกิ ส
3. ระบบนา้ํ จดื รวั่ ไหลภายนอกเครอื่ ง 3.ตรวจสอบตวั ตรวจจับอุณหภูม(ิ Sensors &
Transmitters)
4. ระบบน้ําจดื รัว่ ไหลภายในเครอื่ ง 1.ตรวจสอบการร่ัวไหลของทอทางและอุปกรณของ-
5. สบู นํ้าจืดผิดปกติ ระบบภายนอกเครอื่ ง
---
1.ตรวจสอบสูบน้าํ จดื และสว นขบั หมนุ สูบ(Pump
Drive )
กองฝกการชางกล กฝร.
8.2.21.เกดิ สญั ญาณเตือนกําลงั ดนั น้ําทะเลต่าํ เกิน(Alarm,Low Raw Water Pressure)
สาเหตขุ องการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. น้ําทะเลเขา ระบบไมเ พยี งพอ 1.ตรวจสอบเปด ลิน้ ทอทางน้าํ ทะเล
2.ตรวจสอบสบู นา้ํ ทะเล
2. ระบบน้าํ ทะเลรัว่ ไหล 3.ตรวจสอบคราบสกปรกหมอ ระบายความรอนนํ้าจดื
3. อุปกรณวดั คา ผดิ ปกติ 1.ตรวจสอบทอทางและอุปกรณของระบบภายนอก-
เครอ่ื ง
4. สบู นา้ํ ทะเลผิดปกติ 1.ตรวจสอบมาตรวดั แสดงคา(Gauges)
2.ตรวจสอบตัวตรวจจับกาํ ลังดนั (Sensor &
Transmitters)
3.ตรวจสอบระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส
1.ตรวจสอบสบู นํา้ ทะเลและสวนขับหมุนสบู (Pump
Drive)
8.2.22.กําลงั ดันน้ํามันเชือ้ เพลงิ ตาํ่ เกิน(Low Fuel Pressure)
สาเหตุของการผดิ ปกติ การตรวจสอบ/ทดสอบ
1. ระบบนํา้ มนั เช้อื เพลงิ รัว่ ไหลหรือมี 1.ตรวจทาํ ความสะอาดหมอกรองหยาบ(Prefilter)
2.ตรวจเปลี่ยนไสกรองหมอ กรองละเอยี ด(Duplex
คราบสกปรก Filter)
3.ตรวจสอบการรวั่ ไหลของทอ ทาง
2.. อุปกรณวดั คา ผดิ ปกติ 4.ตรวจสอบการทาํ งานของลิน้ ผอ นกาํ ลงั ดัน
(Pressure Relief Valve)
3. สูบสงน้ํามันเชอื้ เพลงิ (Delivery 1.ตรวจสอบระบบอิเลก็ ทรอนิกส
Pump) ผดิ ปกติ 2.ตรวจสอบตัวตรวจจับกาํ ลงั ดนั (Sensor &
Transmitter)
1.ตรวจสอบสบู สงนํา้ มันเชื้อเพลงิ และสว นขบั หมุน
(Pump Drive)
กองฝก การชางกล กฝร.
บทที่ 9
การซอมบาํ รงุ รักษาเครือ่ งยนต
(Maintenance of The Engine)
การซอมบาํ รุงรกั ษาเคร่ืองยนต mtu ทุกเคร่ือง โดยปกติจะมีแผนการซอมบํารุงรักษาเคร่ือง(Maintenance
Plan) และ ตารางเวลาการซอมบํารุงรักษาเครื่อง(Maintenance Frequency Chart)กําหนดงานและระยะเวลาที่
จะตองปฏบิ ตั งิ านซอมบาํ รงุ รักษาเครือ่ ง ซึ่งกําหนดโดยผผู ลติ เครอ่ื งควบคูมากับเคร่ืองยนตเ สมอ
ตารางเวลาการซอ มบาํ รงุ รกั ษาเครื่อง(Maintenance Frequency Chart)
เปนตารางกําหนดระยะเวลาท่ีจะตองปฏิบัติงานซอมบํารุงรักษาเครื่อง(ตองทําเมื่อไร s) ซึ่งจะกําหนด
ระยะเวลาจากช่ัวโมงใชงาน(Operating Hour) หรือ ระยะเวลาใชการเครื่อง(Limit) โดยแบงข้ันการซอม
บํารุงรักษาเคร่ือง(Maintenance Stage) ออกเปน ๖ ข้ัน คือ W1,W2,W3,W4,W5 และ W6 แยกตามกลุมการใชงาน
ของเครื่อง(Application Group) ตามตารางตอ ไปน้ี
Maintenance Frequency Chart
Application Group.Î 1A 1D 1DS 3A 3C
W1 Every Operating + + + + +
Day.
Operating Hour. 250 250 150 250 250
Maintenance Stage. Limit(Month) 66666
Operating Hour. 1,000 500 300 1,000 1,000
Limit(Year) 11 111
W4 Operating Hour. 2,000 1,500 1,500 2,000 1,500
Limit(Year) 22222
W5 Operating Hour. 6,000 3,000 3,000 6,000 3,000
Limit(Year) 66666
W6 Operating Hour. 24,000 9,000 6,000 24,000 9,000
Limit(Year) 12 12 12 12 12
แผนการซอมบาํ รงุ รกั ษาเครอื่ ง(Maintenance Plan)
เปน ตารางกาํ หนดงานตา งๆทจี่ ะตอ งปฏิบตั ิในการซอ มบาํ รงุ รักษาเครื่องในแตละขั้น(ตองทําอะไร s) ซึ่ง
งานซอมบํารุงรักษาเครื่อง ของแตละเคร่ืองน้ันจะแตกตางกันออกไป ใหดูรายละเอียด ในคูมือประจําเครื่อง
เทาน้นั
การซอ มบํารุงรักษาเคร่ืองขัน้ W1 เปน การตรวจสอบประจําวันท่ีใชเครอ่ื ง(Operational Check)
การซอมบํารุงรักษาเคร่ืองขั้น W2 , W3 และ W4 เปนการซอมบํารุงรักษาเคร่ืองในระหวางท่ีไมไดใช
เครื่องปกติ โดยไมตอ งมกี ารถอดประกอบชิน้ สวนตา งๆ ของเคร่ือง
การซอ มบํารุงรกั ษาเคร่ืองขน้ั W5 เปนการซอ มทําใหญข้ันกลาง(Intermediate Overhaul) ซ่ึงจะตองมีการ
ถอดประกอบบางชนิ้ สว น
การซอมบํารุงรักษาเคร่ืองขั้น W6 เปนการซอมทําใหญหลัก(Major Overhaul) จะตองถอดประกอบทุก
ชิ้นสว นของเครือ่ ง(ยกเครือ่ งข้นึ ไปถอดทาํ บนโรงงานซอมทาํ )
กองฝกการชางกล กฝร.
การซอมบํารุงรักษาเครื่องคร้ังแรก(One-Time,Additional Service) เปนการซอมบํารุงรักษาเคร่ืองใหม
หรือ เครอ่ื งที่มกี ารซอมบาํ รุงรักษาเคร่อื งขัน้ W5 หรอื W6 หลังจากใชง านครบ 5O ชัว่ โมงแรก
การซอมบํารุงรักษาเครื่องเม่ือเลิกเครื่องเปนระยะเวลานาน ตองฉีดพนนํ้ามันหลอเครื่องยนต(Engine
Oil) เขา ที่ชองทางดดู อากาศดี พรอ มท้งั หมุนเคร่อื งดว ยระบบเริม่ เดินเครอื่ งและใชค ันเลกิ เคร่ือง(Shutdown Lever)
ดว ย โดยตอไปตอ งหมนุ เครื่องดว ยมือเดอื นละครง้ั ถาตอ งเลกิ เครื่องเปน ระยะเวลานานกวา 3 เดือน ใหปฏิบัติงาน
การเก็บรกั ษาเครอ่ื ง(Preservation) (รายละเอยี ด ดูในคมู ือประจาํ เครอื่ ง)
การปฏิบัติงานซอมบํารุงรักษาเคร่ืองในแตละข้ัน จะตองปฏิบัติเม่ือครบชั่วโมงใชงานของเคร่ือง
(Operating Hour)หรือครบระยะเวลาใชการของเครื่อง(Limit)(อยางหน่ึงอยางใดครบกําหนด จะตองการ
ปฏบิ ตั ิงานทันท)ี
ตอไปน้ีเปนตัวอยาง แผนการซอมบํารุงรักษาเครื่อง(Maintenance Plan) ของเครื่อง 12 V 396 TB 83 DB
51 L ซึ่งประกอบดวย แผนการซอมบํารุงรักษาเคร่ืองครั้งแรก(One-Time Additional Service) และ แผนการซอม
บาํ รงุ รักษาเคร่ืองขนั้ W1-W5
One-Time Additional Services.
Code No. Task Description.
60.101 Valve gear. Check valve clearances, adjust as necessary
10.111 Air system. Check tightness of fastening bolts and nuts.
10.531 Exhaust system. Check tightness of fastening bolts and nuts.
12.311 Fuel prefilter: Clean.
12.321 Fuel duplex filter. Drain, replace paper elements.
13.112 Engine coolant pump. Check Relief bore for obstruction.
13.123 Raw water pump. Check Relief bore for obstruction.
16.002 Engine oil. Take sample and analyze(MTU Test Kit).
19.011 Engine mounting. Check tightness of fastening bolts and nuts.
Code No Maintenance Echelon W1 : Operational Check.
Task Description.
10.051 Engine operation. Check exhaust gas color.
10.051 Exhaust system. Drain condensate(if drain cock is provide)
10.181 Air system. Check condensate drain line for water leak discharge and obstruction.
12.001 Fuel Check supply.
14.011 Engine coolant. Check level.
16.002 Engine oil. Check level.
84.002 Engine operation. Check running noises.
84.002 Engine operation. Check engine and external pipework for leaks.
84.002 Engine operation. Check engine revalutions,temperature and pressure,if gauges installed.
86.051 Compressed air. Check supply.
86.051 Compressed air. Drain condensate from system.
88.811 Bearing housing Check oil level.
Maintenance Echelon W2-W4.
Maintenance Echelon W→ 2 3 4
Code No Task Description.
10.111 Air system. Check pipework for leaks and damage. xXx
10.151 Air system. Check function of emergency air shut-off flaps. xXx
กองฝกการชางกล กฝร.
14.012 Engine coolant. Take sample and analyze(MTU Test Kit) xXx
16.001 Engine oil
16.002 Engine oil Change-every 2nd maintenance echelon. xXx
16.111 Engine oil filter.
16.111 Engine oil filter. Take sample and analyze(MTU Test Kit) xXx
88.911 V-belts.
06.101 Valve gear. Drain oil Sludge and examine for metallic residues. x X x
06.161 Valve gear.
10.051 Exhaust system Replace paper elements and sealing rings xXx
10.121 Air filter.
10.531 Exhaust system. Check condition and tension. xXx
12.311 Fuel prefilter. Check and adjust valve clearances. X
12.321 Fuel duplex filter.
13.112 Engine coolant pump. Check cylinder head cover gasket, replace if necessary. xx
13.123 Raw water pump.
14.031 Raw water. Check system, check drain for obstruction. xx
14.511 Raw water.
16.009 Lubrication points. Clean. x x
84.311 Engine coolant.
86.621 Compressed air. Check security & insulation of exhaust pipework & turbocharger. xx
88.111 Torsionally resilient
Clean. x x
coupling.
88.811 Bearing housing Drain and replace paper elements. xx
88.911 V-belts.
05.109 Cylinders. Check relief bore for obstructions. xx
06.101 Valve gear.
07.106 Governor. Check relief bore for obstructions. xx
10.011 Air system. Check supply. xx
10.181 Air system.
11.311 Fuel injectors. Clean filter. xx
14.013 Engine coolant.
14.019 Engine coolant. Lubricate. xx
19.011 Engine mounting.
84.011 Monitoring system. Check function of level monitor. xx
87.002 Engine controls.
Clean filter or replace element. xx
Code No
02.01 Gear train. Check condition(visual inspection) xx
03.02 Running gear.
03.03 Running gear. Chang oil-every 3rd maintenance echelon. xx
Adjust tension. xx
Check compression pressures. X
Check component condition(visual check) x
Check bolted connections , stops and wiring for security and damage. x
Check charge air pressure. X
Clean condensate drain line. X
Remove and test, replace sealing ring. X
Change coolant, flush cooling system. X
Clean strainers in coolant outlets after exhaust manifolds. x
Check tightness of fastening bolts. x
Check function(trip values) of monitoring instruments. x
Check function. x
Maintenance Echelon W5.
Task Description.
Check in installed condition(visual inspection)
Check appearance of cylinder liners.
Check condition and clean piston crows.
กองฝก การชางกล กฝร.
05.03 Cylinder heads. Remove cylinder head, recondition valve seat inserts, reface valves.
05.04 Cylinder heads. Replace cylinder head gaskets and water & oil seals.
05.10 Cylinder heads. Replace O-ring on protective sleeves.
06.03 Valve gear. Remove and inspect rocker arms.
06.04 Valve gear. Check valve tappets for wear.
09.06 Exhaust turbocharger. Remove, disassemble, clean, check bearing clearance ,renew
bearing if necessary.
10.08 Air manifolds. Remove, clean, replace gaskets.
10.10 Exhaust manifolds. Remove, clean, replace gaskets.
10.12 Intercooler. Remove, clean, leak-test.
10.28 Exhaust system. Check condition of insulation.
10.33 Exhaust system. Carry out water pressure test.
10.52 Exhaust manifolds. Replace protective plates.
11.03 Fuel injection pump. Remove and check(calibration,for leaks)
11.09 Injection timer. Check function.
11.13 Fuel injection pump. Check drive coupling, replace coupling sleeve sealing rings.
11.15 Fuel injection pump. Check timing.
11.20 Cylinder cutout. Check function.
12.28 Fuel. Clean tank, inspect fuel pipes and seals.
13.06 Engine coolant pump. Remove, disassamble inspect components and renew gaskets.
13.07 Raw water pump. Remove, disassamble inspect components and renew gaskets.
14.05 Engine coolant cooler. Remove, clean, leak-test.
14.18 Engine coolant Clean auxiliary tank, inspect pipes and seals.
14.25 Coolant thermostat. Renew thermal element.
16.09 Engine oil heat exchanger. Remove, clean, leak-test.
16.18 Engine oil filters. Remove, clean, replace gaskets.
16.23 Engine oil. Clean supplementary tank, check seals and pipes.
16.29 Engine oil heat exchanger. Check relief and bypass valves.
18.03 Starting valves. Check for leaks.
18.05 Starting air system. Check starting valves.
18.07 Starting air pipework. Remove and clean.
18.08 Starting air distributor. Remove, check, readjust.
18.09 Starting air system. Check air bottles and/or tank for leaks.
19.03 Engine mounting. Check engine alignment.
87.02 Engine control. Check, readjust as necessary.
การซอ มบํารงุ รกั ษาเครอ่ื งท่ีควรทราบ.
ตอ ไปนเ้ี ปน รายละเอยี ดขัน้ ตอนหรอื วิธีปฏิบตั (ิ Task Description)งานซอมบํารุงรกั ษาเครอื่ งตา งๆ สําหรับ
เครอ่ื ง mtu v 396 TC/TB/TE ทคี่ วรทราบ
1.การติดตัง้ เคร่ืองมือหมนุ เครื่องดว ยมือ(Engine Barring Installation) (รปู 9-1.1 / 9-1.2)
ปอ งกันการเร่มิ เดนิ เคร่ือง (รายละเอียด ขอ 91)
กองฝกการชางกล กฝร.
ถอดฝาปด เรือนลอชว ยแรง(Flywheel Housing)
ประกอบเคร่ืองมือหมุนเครื่องดวยมือ(Barring Tool) เขากับชองประกอบดานขาง โดยใหเฟองของ
เครอื่ งมือหมุนเครอ่ื งดว ยมอื เขา ขบกบั เฟองหมุนเครือ่ ง(Flywheel Ring Gear)
กวดนตั ยดึ เครื่องมือหมุนเคร่ืองดว ยมือ เขา กบั เรือนลอชวยแรงใหแนน
2.การหมุนเคร่ืองดว ยมอื (Manual Cranking) (รูป 9-1.2)
โยกเคร่ืองมอื หมนุ เครอื่ งดว ยมือ 2-3 รอบตามทศิ ทางหมนุ ของเครอ่ื ง ถารูสึกวา มีความฝด สูง จะตอ ง
ตรวจสอบแกไ ข กอนเร่มิ เดนิ เครื่อง
3.การถอดเคร่อื งมอื หมนุ เคร่ืองดว ยมือ(Removing Engine Barring Tool) (รปู 9-1.1 / 9-1.2)
คลายนตั ยึดและถอดเครื่องมือหมุนเคร่ืองดว ยมือ
ประกอบฝาปดและเรอื นลอชว ยแรง เขา ทเ่ี ดมิ
การให( เลกิ การปอ งกนั )การเร่มิ เดินเคร่อื ง (รายละเอียด ขอ 92)
4.การไลอากาศในหอ งเผาไหม(Blowing Out Cylinder)
สําหรับเครอื่ งทใี่ ชระบบเร่ิมเดินแบบจานจา ยลมเขากระบอกสบู (Air-In-Cylinder Starting
System)
เปด ลิ้นไลอากาศ(Decompression Valve) (รายละเอยี ดขอ 103)
ยดึ คันเลิกเครอ่ื ง(Shutdown Lever)ของเครอื่ งควบคุมความเรว็ ไวท่ตี ําแหนง 0(Zero)
หมุนลูกบิดของลิ้นลมไฟฟา 3 ทาง(Solenoid 3-Way Valve) ไปตําแหนง Manual เปนการเปดกําลังดัน
ลมเร่มิ เดนิ เขาหมนุ เครอ่ื ง ใหเครือ่ งยนตหมุนไปหลายๆรอบ
หมนุ ลกู บิดของลนิ้ ลมไฟฟา 3 ทาง ไปไวต ําแหนง Auto เปนการปดกาํ ลังดนั ลมเรม่ิ เดนิ
ปลอยคันเลิกเคร่อื งของเคร่ืองควบคุมความเรว็ ใหเปนอิสระ
ปด ล้นิ ไลอากาศ (รายละเอียดขอ 103)
กองฝกการชางกล กฝร.
5.การทดสอบกําลงั อดั ภายในสบู (Testing Compression Pressure) (รปู 9-2.1 / 9-2.2)
ยดึ คนั เลิกเคร่ืองของเครอ่ื งควบคุมความเรว็ ไวทต่ี ําแหนง Stop
ถอดหัวฉีดนา้ํ มันเช้อื เพลิง(Fuel Injector)ออกจากฝาสูบท่จี ะทดสอบ (รายละเอียดขอ 33)
ถามีล้ินลมเริ่มเดิน(Starting Air Valve)ประกอบอยูท่ีฝาสูบที่จะทดสอบดวย จะตองถอดทอทางกําลังดัน
ลมเขาลนิ้ ออกและอดุ ทอ ทางใหเ รียบรอย
หมนุ เครือ่ งดว ยระบบเร่ิมเดนิ เพ่อื ไลเ ขมา ภายในหองเผาไหมออก (รายละเอยี ดขอ 90)
ประกอบทอตอ(Connector)พรอมวงกันร่ัว(Sealing Ring) เขาท่ีชองประกอบหัวฉีดน้ํามันเช้ือเพลิงและ
ตอ เครื่องมอื บนั ทกึ กําลังอดั (Compression Pressure Recorder)
หมุนเครอ่ื งดวยระบบเร่ิมเดนิ จนกระทง่ั คา ที่บนั ทึกไดคาสูงสุด
ระบายกําลังอัดภายในสบู ออก โดยใชลนิ้ ระบายอากาศ(Vent Valve)
เล่ือนแผน บันทกึ กาํ ลังอดั (Chart)ขน้ึ โดยยกสลักปอ น(Feeder Pin)ขนึ้
ถอดทอตอ และเคร่ืองมือบนั ทกึ กาํ ลงั อัด
ประกอบหวั ฉีดน้าํ มันเช้ือเพลงิ เขา ท่เี ดมิ (รายละเอยี ดขอ 34)
ประกอบทอกําลังดนั ลมเริม่ เดิน เขาทเ่ี ดมิ
ดําเนินการทดสอบหากําลังอัดภายในสูบ ของสูบอื่นตอไปตามลําดับข้ันตอนท่ีกลาวมาแลว จนครบทุก
สูบ
คาํ นวณหากําลงั อดั เฉลยี่ ของทุกสบู
เปรียบดูคากําลงั อัดเฉลีย่ กบั คา กําลงั อัดของแตล ะสูบ จะตอ งตางกนั ไมเ กนิ 3 บาร
ปลอ ยคนั เลกิ เครอ่ื งใหเ ปนอิสระ
6.การตรวจสอบและปรบั แตงระยะหา งลน้ิ (Checking And Adjusting Valve Clearance)
(รูป 9-3.1 ถงึ 9-3.5)
กองฝกการชางกล กฝร.
การปฏิบัติจะตองกระทําในขณะท่ีอุณหภูมินํ้าจืดระบายความรอนสูงไมเกิน 40°C และ ลิ้นอากาศดี-แกส
เสีย ตองปดสนิท ดังน้ี
ตดิ ตั้งเครื่องมอื หมุนเครื่องดวยมือ (รายละเอียดขอ 1)
ถอดฝาครอบฝาสบู (Cylinder Head Cover)
หมุนเคร่ืองดวยมือ ตามทิศทางหมุนของเคร่ือง ใหสูบ A1 อยูที่ศูนยตายบนจังหวะการจุดระเบิด(Firing
TDC.) ซ่ึงสังเกตไดโ ดย
> จากรูป 9-1.2 ดูเข็มช้ีจังหวะจุดระเบิด(Timing Pointer) จะตองช้ีตรงขีดเคร่ืองหมายจังหวะจุดระเบิด
(Timing Mark) บนเฟองหมุนเครื่อง(Flywheel Ring Gear) หรือ
>> จากรูป 9-3.1 ขีดเคร่ืองหมาย(Mark)ปลายเพลาลูกเบี้ยวดาน KS. ตรงกับขีดเคร่ืองหมายที่เรือนสูบ
(Housing) หรือ
>>> จากรูป 9-3.2 ถอดหัวฉดี น้าํ มนั เชื้อเพลงิ ออก แลวใชไดแอ็ลเกจ(Dial Gauge)วดั ระยะเล่ือนลกู สูบ
# ตรวจสอบจังหวะการจุดระเบิดดงั กลา วไดโดย ใชม อื ขยับปลายกระเดื่องกดลนิ้ อากาศดีและกระเด่ืองกด
ลิ้นแกสเสีย จะตองขยับข้ึน-ลงได หรือ เปนอิสระทั้งคู คือ ไมมีแรงกดลงบนลิ้นอากาศดีและลิ้นแกสเสีย น่ันคือ
ลิน้ ปด สนทิ (รปู 9-3.3) #
ถอดฝาครอบ(Cover)สวนขบั หมนุ สบู ฉดี น้าํ มันเชื้อเพลงิ (Injection Pump Drive)ออก (รูป 9-3.4)
กองฝกการชางกล กฝร.
ติดต้ังจานตั้งจังหวะ(Timing Disc) เขากับสวนขับหมุนสูบฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงและติดต้ังเข็มช้ี(Timing
Pointer)เขา กับฝาครอบแบร่ิง(Bearing Flange) โดยใหเ ข็มชี้ ชต้ี รงขีด A1 ของจานตง้ั จงั หวะ(รปู 9-3.5)
ใชฟ ล เลอรเ กจ(Feeler Gauge) ตรวจสอบระยะหา งของลน้ิ (Valve Clearance)
∗ ถา ระยะหางเกินกวา เกณฑกําหนด ถงึ 0.1 มม.ใหป รบั แตงใหม ∗ ดังน้ี
ใชเครือ่ งมอื พเิ ศษคลายนตั ลอ็ ด(Lock Nut) ออกพอประมาณ
กวดหรือคลายสลกั เกลยี วปรับแตง (Adjusting Screw) ใหระยะลนิ้ ไดตามเกณฑกําหนด
กวดนัตลอ็ คใหแนน แลว ตรวจสอบระยะหา งลิ้นอกี ครั้ง
หมนุ เครื่องดวยมือ ใหสูบตอไปอยูที่ศูนยตายบนจังหวะจุดระเบิด โดยดูไดที่เคร่ืองหมายบนจานตั้งจังหวะ
แลวตรวจสอบและปรับแตง ระยะหางลิ้น เชนเดยี วกบั สูบ A1ที่กลา วมาแลว และตรวจสอบสูบอืน่ ๆ ตอไปจนครบ
ทกุ สบู
ประกอบฝาครอบฝาสบู เขา ที่เดมิ (รายละเอียดขอ 10)
ถอดจานตงั้ จังหวะและเขม็ ช้ี
ประกอบฝาครอบสว นขับหมุนสูบฉดี นา้ํ มันเชอ้ื เพลงิ เขาท่ีเดิม
ถอดเคร่ืองมือหมุนเครื่องดว ยมือ (รายละเอยี ดขอ 3)
7.การตรวจสอบชน้ิ สวน(Component Check) (รูป 9-3.3)
ถอดฝาครอบฝาสูบ(Cylinder Head Cover)ออก (รายละเอียดขอ 8)
ใชไฟสองตรวจดสู วนตา งๆ
ประกอบฝาครอบฝาสูบ เขา ท่ีเดิม (รายละเอียดขอ 10)
กองฝกการชางกล กฝร.
8.การถอดฝาครอบฝาสูบ(Removing Cylinder Head Cover) (รปู 9-4)
ถอดสลกั ยึด(Screw)และฝาครอบฝาสบู
9.การตรวจสอบแผนกนั รว่ั ฝาสบู (Checking Cylinder Head Gasket) (รปู 9-5)
ถอดแผนกันรั่วฝาสูบ
ตรวจสอบความหนาและสภาพของแผนกันรั่ว ถามีความหนานอยกวา 3.0 มม.หรือชํารุดเสียหายให
เปลย่ี นใหม
10.การประกอบฝาครอบฝาสูบ(Installing Cylinder Head Cover) (รปู 9-4)
ประกอบฝาครอบฝาสบู เขา ท่เี ดิม แลวกวดสลกั ยึดใหแนน
11.การตรวจสอบการทาํ งานของเครื่องควบคมุ ความเรว็ (Checking Governor Function)
จะกระทาํ เมอื่
∗ กอนเริ่มเดินเคร่ืองครง้ั แรก(Initial Start-up) หรอื
∗ กอนเร่มิ เดนิ เครอ่ื งหลงั จากมีการซอ มทาํ เครอ่ื งยนตห รอื เคร่ืองควบคุมความเร็ว หรือ
∗ กอ นเร่ิมเดนิ เครื่องหลังจากเลกิ เคร่ืองเปน เวลานาน
การตรวจสอบท่ีตองกระทํา คือ ตรวจสอบตําแหนงเริ่มเดิน/เลิกเคร่ือง(Start/Stop Position Check) ซ่ึงจะ
เปนการตรวจสอบดูการสงอาการของเครื่องควบคุมความเร็ว ใหคันแร็คน้ํามันเชื้อเพลิง(Fuel Rack)ของสูบฉีด
นํ้ามันเช้ือเพลิง(Fuel Injection Pump)เลื่อนตัวไปอยูตําแหนงเริ่มเดิน(Start) และการเล่ือนตัวของคันแร็คน้ํามัน
เช้อื เพลิงไปทีต่ ําแหนง เลกิ เครอ่ื ง(Stop)โดยอปุ กรณเ ลิกเครอ่ื ง(Shutdown Devices)
เน่ืองจากเครื่องควบคุมความเร็วของเคร่ืองแตละเครื่องจะแตกตางกัน วิธีปฏิบัติใหดูในรายละเอียดของ
คูมือประจําเครอ่ื ง
12.การตรวจสอบระยะหา งสว นหมุนและการหมนุ ของเทอรโบชารจ (Rotor Group
Clearance And Movement Check)
เครอ่ื งแบบ TE
กองฝก การชางกล กฝร.
ถอดทออากาศดีเขาเทอรโบชารจ
ใชม อื หมนุ สวนหมุน(Rotor)ในขณะเดียวกันกดเรอื นพดั อากาศดี(Compressor Housing)เขา ดว ย
สงั เกตดู พัดอากาศด(ี Compressor Wheel) จะตองไมสมั ผสั กับเรือนพดั อากาศดี
ใชไ ดแอล็ เกจ(Dial Gauge) วดั ระยะรุน(Axial Clearance)ของสว นหมุน สงู สุด 0.14 มม.
ประกอบทอ อากาศดี เขา ท่ีเดมิ
13.การตรวจสอบการตกต่าํ ของกําลงั ดันอากาศด(ี Intake Air Depressure Check)
ตอมาตรวัดกําลังดันแบบทอยู(U-Type Pressure Gauge) เขาที่เรือนอากาศดีเขา(Intake Air Housing) ของ
เทอรโ บชารจ
เดินเครื่องที่ความเร็วภาระสูงสุด(Max Load)และอานคาท่ีมาตรวัดกําลังดัน คาดังกลาวใหดูในบันทึก
ทดสอบเพ่ือการตรวจรบั เคร่อื ง(Acceptance Test Record)ของเครือ่ ง
ถอดมาตรวัดกาํ ลังดันออก
14.การตรวจสอบกาํ ลงั ดันอากาศดเี ขา เคร่อื ง(Charge Air Pressure Check) (รปู 9-6)
ตอมาตรวดั กาํ ลงั ดัน เขาท่ีทอ รวมอากาศดี/น้ําจืด(Charge Air/Coolant Manifold)
เดินเคร่ืองและอานคาท่ีมาตรวัดกําลังดัน ที่ความเร็วและภาระตางๆ ซึ่งควรเปนที่ความเร็วและภาระ
เดียวกบั ท่บี ันทกึ ไวในบนั ทกึ ทดสอบเพ่ือการตรวจรบั เคร่ือง(Acceptance Test Record)ของเครอื่ ง ทุกคา
เปรียบเทียบคาที่อานไดท่ีมาตรวัดกําลังดันกับคาในบันทึกทดสอบเพื่อการตรวจรับเคร่ือง คาที่อานได
จะตอ งตาํ่ กวาคาในบนั ทกึ ทดสอบเพือ่ การตรวจรับเคร่ือง ไมเ กนิ 0.15 บาร( 100 mm.Hg.)
15.การตรวจสอบกําลังดนั แกส เสยี ตานกลับ(Exhaust Back Pressure Check)
ตอ มาตรวัดกําลงั ดนั แบบทอยู เขากบั ทอรวมแกส เสยี
กองฝก การชางกล กฝร.