The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือ mtu v 396 TC/TB/TE Description and
Operation Manual

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-05-10 01:53:42

คู่มือ mtu v 396 TC/TB/TE Description and Operation Manual

คู่มือ mtu v 396 TC/TB/TE Description and
Operation Manual

Keywords: คู่มือ mtu v 396 TC/TB/TE Description and Operation Manual

เดินเคร่ืองที่ความเร็วภาระสูงสุด(Full Load) และอานคาที่มาตรวัดกําลังดัน คาดังกลาวใหดูในบันทึก
ทดสอบเพื่อการตรวจรับเครือ่ ง ของเครือ่ ง

ถอดมาตรวัดกําลังดนั ออกจากเครือ่ ง
16.การตรวจสอบระบบแกส เสียและการอดุ ตนั ของการระบายนา้ํ ตก(Exhaust System

Check And Condensate Drian Obstruction Check)
ตรวจดูการรั่วไหล,การชํารุดเสียหายของทอทางระบบแกสเสียท้ังหมดและการอุดตันของทอระบาย
น้าํ ตก ดว ยสายตา
17.การตรวจสอบความแนนหนาของระบบอากาศดี(Intake Air System Security) (รูป 9-7)
ในขณะท่ีเครื่องเย็น ใชประแจกวดตรวจดูการยึดแนนของนัตและสลักยึดตางๆ ถาหลุดหลวม กวดให
แนน
18.การตรวจสอบการรว่ั ไหลและการชํารุดเสยี หายของระบบอากาศดี(Intake Air System

Leak And Damage Check)
ในขณะทเ่ี คร่อื งเดินอยู ตรวจดกู ารรวั่ ไหลและการชาํ รดุ เสยี หาย ของทอ ทางระบบอากาศดที งั้ หมด
19.การเปล่ียนไสหมอกรองอากาศดี(Air Filter Element Replacement) (รูป 9-8)
ไสหมอกรองแบบแหง (Dry Type)
คลายปลอกรัด(Clamping Band)และถอดฐานหมอ กรอง(Filter Base)
ถอดสลกั ยึด(Retaining Bolt)และดงึ ไสหมอกรองออก
ประกอบไสหมอ กรองใหมเ ขา ที่
ประกอบสวนตา งๆ เขา ทเ่ี ดิม

20.การทาํ ความสะอาดไสห มอ กรองอากาศดี(Cleaning Air Filter Element)
20.1 แบบแหง (Dry Type) (รูป 9-9.1 และ 9-9.2)

กองฝก การชางกล กฝร.

ถอดไสหมอกรอง ออกมาจากเรอื นหมอ กรอง
ใชผา เปย ก(Damp Cloth) เชด็ ภายในเรือนหมอ กรอง(Bowl)ใหสะอาด และเทผงฝุนออกจากหองรับผงฝุน
(Dust Collector)
ใหส ังเกตดู ความสะอาดของพนื้ ผวิ ทผ่ี นกึ และกนั รว่ั (Sealing)ตางๆ เปน พิเศษ
ไสหมอกรอง ใหใชปนลมเปาจากภายใน ดวยกําลังดันลมไมเกิน 5 บาร ใหผงฝุนตางๆ ที่เกาะอยูใหหลุด
ออกใหห มด และถามคี วามสกปรกมาก ใหเ ปล่ยี นไสกรองใหม(รายละเอียดขอ 19)
ใชไฟสอ ง ตรวจดูความสะอาดและการชาํ รุดเสียหาย ถามีรอยชํารดุ ใหเปล่ียนใหม

20.2 แบบเปย ก(Wet Type) (รูป 9-10)
ถอดหมอ กรอง ออกมาจากเครอื่ ง
ลา งหมอกรอง ดว ยนาํ้ มันดเี ซล
ปลอยใหหมอกรองแหงหรือเปา

ดวยกําลังดันลมจากภายใน ใหหมอกรอง
แหง

ใชน ํา้ มนั หลอทาบางๆ ใหท่ัว
ประกอบหมอ กรอง เขา ทเ่ี ดิม

∆ ขอ ควรระวงั

∆ ถาหมอกรองชมุ นาํ้ มนั หลอ ใหหมนุ หมอกรองเพอื่ สลดั นํา้ มันหลอออกใหหมด

21.การตรวจสอบตาํ แหนง ล้นิ ปด อากาศดีฉุกเฉนิ (Emergency Air Shut-off Flaps,Position

กองฝกการชางกล กฝร.

Check) (รูป 9-11)
ตรวจดตู าํ แหนง คนั เปด (Resetting Lever) ตองอยูที่ตําแหนง B ซึง่ เปน ตําแหนงลนิ้ เปด
22.การปด /เปด ล้นิ ปด อากาศดีฉกุ เฉนิ ดวยมอื (Emergency Air Shut-off Flaps,Manual

Closing/Opening)
ในขณะที่ไมไดเดินเคร่ือง ปลดล็อค คันปลด(Release Lever) ลิ้นจะตองปดทันที นั่นคือ คันเปด
(Resetting Lever) จะตอ งอยทู ี่ตําแหนง A
ดึงกานดึง(Pull Rod) ใหคนั เปด อยูท ีต่ าํ แหนง B เปนการเปดลนิ้
23.การทดสอบล้ินปดอากาศดีฉุกเฉินดว ยมอื (Emergency Air Shut-off Flaps,Manual Test)

(รปู 9-11)
ปด (Close)ลิ้น ดวยมอื (รายละเอียดขอ 22)
ตรวจสอบตําแหนง ล้ิน (รายละเอียดขอ 21)
เปด(Open)ลนิ้ ดวยมือ (รายละเอียดขอ 22)
24.การทดสอบลิน้ ปด อากาศดีฉุกเฉนิ ดวยไฟฟา (Emergency Air Shut-off Flaps,Electric

Test) (รูป 9-11)
สาํ หรับ เครอ่ื งทีใ่ ชระบบอิเลก็ ทรอนกิ ควบคุมเครื่อง

วธิ ีการทดสอบ ใหด ูในคมู อื ระบบอเิ ล็กทรอนิกสค วบคมุ เครือ่ ง
มีขอสังเกตในการทดสอบ คือ เมื่อล้ินปด จะอยูที่ตําแหนง A ,เคร่ืองควบคุมความเร็วจะอยูท่ีตําแหนง
Stop และดวงไฟสัญญาณ(Indicating Lamp) จะตอ งติดสวางข้ึน
หลังจากทดสอบแลว ใหเ ปดล้นิ ดว ยการดึงกา นดึง(Pull Rod)
25.การเปด ลน้ิ ปด อากาศดีฉกุ เฉนิ (Emergency Air Shut-off Flaps,Opening) (รปู 9-11)
เปด ลิน้ ดว ยมอื (รายละเอยี ด ขอ 22)
ในกรณีท่ีมีการเลิกเคร่ืองฉุกเฉิน โดยล้ินปดอากาศดีฉุกเฉิน ตองตรวจสอบแกไขขอขัดของ ท่ีทําใหเลิก
เครือ่ งฉุกเฉนิ และไลอากาศในหองเผาไหม( รายละเอยี ดขอ 24) กอ นเรมิ่ เดนิ เครอ่ื งใหม
26.การหลอลน่ื ล้ินปด อากาศดีฉุกเฉนิ (Emergency Air Shut-off Flaps,Lubrication)

(รปู 9-12)
ทําความสะอาดนมหนูจาระบี(Grease Nipples)
ใชก ระบอกอดั จาระบี อดั จาระบเี ขา ทนี่ มหนจู าระบี

กองฝก การชางกล กฝร.

ชนิดของจาระบี ดูในคมู อื MTU Fluids And Lubricants Specification A001061

27.การตรวจสอบน้ําตกท่ีทอ ระบายน้าํ ตกอากาศดี(Condensate Drain Line,Water
Discharge Check) (รูป 9-13)

ถามนี าํ้ ตกออกมาปรมิ าณเลก็ นอย แสดงวา เปนนา้ํ ตกภายในระบบปกติ
ถามีน้ําตกออกมาปรมิ าณมาก แสดงวา หมอระบายความรอนอากาศดี(Intercooler) ร่วั

# ถา ไมส ามารถซอ มทําไดท ันที กอ นเรม่ิ เดนิ เครือ่ งจะตอง #
> เปดล้ินไลอากาศ(Decompression Valve) หรือ ถอดหัวฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงออก (รายละเอียดขอ 103
หรือ 33)
>> หมุนเครื่องดว ยมือ (รายละเอยี ดขอ 2)
>>> ไลอ ากาศในหอ งเผาไหม (รายละเอียดขอ 4)

กองฝกการชางกล กฝร.

28.การตรวจสอบการอดุ ตนั ของทอระบายนํ้าตกอากาศด(ี Condensate Drain Line
,Obstruction Check) (รูป 9-13)

ในขณะที่เครอื่ งเดินอยู จะตองมีอากาศพนออกมา ทางทอ ระบายนํ้าตกอากาศดี
29.การทาํ ความสะอาดทอระบายนาํ้ ตกอากาศด(ี Condensate Drain Line,Cleaning)

(รปู 9-14)
ถอดทอ ระบายน้าํ ตกอากาศดีและทอจํากดั (Flow Restrictor)
ใชกําลงั ดันลม เปาทาํ ความสะอาดภายใน อยา ใหมีสิ่งสกปรกอดุ ตนั ทัง้ สองสวน
ประกอบสว นตา งๆ เขาทเี่ ดมิ
30.การตรวจสอบการยึดแนน ของสลกั ยึดทอแกสเสยี (Checking Tightness of Exhaust

Pipework Fastening Bolts) (รปู 9-15)
ในขณะเคร่ืองเยน็ ตรวจดกู ารยดึ แนน ของสลักยดึ ทอแกส เสีย ถา หลดุ หลวม กวดใหแ นน
31.การตรวจสอบฉนวนหุมทอแกสเสยี (Checking Exhaust Pipework Insulation) (รปู 9-16)
ในขณะเคร่อื งเย็น ตรวจดสู ภาพของฉนวนหมุ ทอแกสเสีย

กองฝก การชางกล กฝร.

32.การหลอ ลน่ื สูบฉีดนา้ํ มนั เชอื้ เพลงิ
(Fuel Injection Pump Lubrication)
(รูป 9-17)

ถอดปลั๊กเติมนํา้ มันหลอ (Filter Plug)
เติมน้ํามันหลอ ใหม ดังนี้
เคร่ือง 6,8,16 V ประมาณ 1.0 ลิตร
เครอ่ื ง 12 V ประมาณ 1.5 ลติ ร

33.การถอดและทาํ ความสะอาดภายนอกหวั ฉดี นํ้ามนั เชอื้ เพลงิ (Removing And External
Cleaning of Fuel Injector) (รูป 9-18.1 ถงึ 9-18.3)

∆ ขอควรระวงั
∆เม่ือทํางานกับระบบนํ้ามันเชื้อเพลิง หามใชไฟท่ีไมมีการปองกันเปลวไฟ(Naked Flame),หามสูบบุหร่ี

และ อยา ทําน้ํามนั เชือ้ เพลิงหก
จากรูป 9-18.1
ถอดฝาครอบฝาสูบ(Cylinder Head Cover)
ถอดทอน้ํามนั เชอื้ เพลิงกําลงั ดันสูง(Fuel Pressure Line)
ถอดนตั ฝาครอบ(Cap Nut)
ถอดทอนํ้ามันเชื้อเพลิงรั่วไหล(Leak-off Fuel Line)

กองฝกการชางกล กฝร.

จากรปู 9-18.2
ใชเคร่ืองมือถอดหัวฉีด(Extractor) คลายปลอกเกลียว(Thrust Screw) ออก 2-3 รอบ โดยการหมุนคลาย
สว นนอกของเครื่องมอื และถอนหัวฉีดออกจากฝาสูบ โดยกวดสวนในของเครือ่ งมอื
หมุนคลายปลอกเกลยี วออกจนสดุ ระยะ โดยการหมนุ สวนตัวนอกของเครอ่ื งมอื
ถอดหวั ฉดี นํา้ มนั เชือ้ เพลงิ และปลอกอดั (Pressure Sleeve)
จากรูป 9-18.3
ใชขอเกย่ี ว(Wire Hook) ถอดวงกนั ร่ัว 2 วง(Back-up Ring & CE Ring) ออกจากฝาสูบ
ใชวัสดุช้ินไม(Wooden Splinter)และนํ้ามันดีเซล ทําความสะอาดคราบเขมาภายนอกหัวฉีดน้ํามัน
เชือ้ เพลิง โดยเฉพาะรอบๆปลายหัวฉดี (Nozzle Tip)
∆ ขอ ควรระวงั
∆ หามใชว สั ดแุ ข็งกับปลายหวั ฉดี
34.การติดตง้ั หัวฉีดนาํ้ มนั เชื้อเพลงิ (Installing Fuel Injector) (รปู 9-19.1 ถงึ 9-19.4)
จากรูป 9-19.1
หมนุ เครือ่ งดวยมือ ใหลกู สูบอยูที่ศนู ยตายบน(TDC.)
ใชจาระบีทาเครอ่ื งควา นรู(Reamer) เพื่อใหเ ขมาเกาะตดิ (ไมตกลงในหอ งเผาไหม)
ใชเครื่องควา นรู ทาํ ความสะอาดคราบเขมา ภายในชองประกอบหวั ฉีดนาํ้ มันเช้ือเพลิงที่ฝาสูบ และควานรู
เทา ท่จี าํ เปนใหสวนที่จะสัมผัสกนั แนบสนทิ พอดเี ทานั้น
ใชจาระบีทาวงกนั ร่วั ทัง้ สอง(Back-up Ring & CE Ring) และติดเขา กับปลายหัวฉดี นํา้ มันเชอ้ื เพลงิ
ใชจาระบี ทาหัวฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงในสวนท่ีจะประกอบปลอกอัด(Pressure Sleeve) ซ่ึงในการติดตั้ง
หัวฉีดน้ํามันเช้ือเพลิง ชองวา งระหวา งทัง้ สองสวนน้ีจะตองมจี าระบีอยูเกอื บเต็ม

กองฝก การชางกล กฝร.

ประกอบหัวฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิง เขากับชองภายในฝาสูบโดยใหเดือยนํา(Locating Pin)ของหัวฉีดนํ้ามัน
เชื้อเพลิง ตรงกับรอ งภายในชอ งประกอบพอดี

จากรปู 9-19.2
ประกอบปลอกอดั เขา กับหัวฉดี นํา้ มันเช้อื เพลงิ
เปล่ียนวงกันรั่ว(O-Ring)ของปลอกเกลียวใหม โดยใชจาระบีอาเต(Ate)ทาวงกันร่ัวใหมและประกอบเขา
กบั รองของปลอกเกลียว
ประกอบปลอกเกลยี ว เขา ท่ีดา นบนหวั ฉดี น้ํามันเชอ้ื เพลงิ
จากรปู 9-19.3
ใชเครื่องมือถอดหัวฉีด กวดปลอกเกลียวเขากับฝาสูบและกวดใหแนนดวยแรงกวด 100 Nm.(การหลอ
ลืน่ ใชน า้ํ มนั หลอ ล่นื เครื่องยนต)

กองฝกการชางกล กฝร.

ในขณะที่กวดปลอกเกลียว จะตองแนใจวาชองวางระหวางเรือนหัวฉีด(Nozzle Holder)กับปลอกเกลียว
จะตองเทากันโดยรอบ(หัวฉีดน้ํามันเช้ือเพลิงตรงศูนยกลางพอดี) ถาไมไดดังกลาว ใหใชประแจปากตายหมุน
ปลายบนของเรือนหัวฉดี คอยๆ ในทิศทางตรงขามกบั การกวดเขา ใหไ ดต รงศนู ยก ลางพอดีหลงั จากการกวดปลอก
เกลยี วแลว

จากรูป 9-19.4
ประกอบทอ นาํ้ มันเชอ้ื เพลิงเขา กบั หัวฉีดนา้ํ มันเชอื้ เพลิง โดยใชว งกนั รวั่ (O-Ring)ใหม และทาดวยจาระบี
ประกอบทอ นา้ํ มันเชื้อเพลิงรั่วไหล เขา ทเ่ี ดิม
กวดนตั ฝาครอบ(Cap Nut) ใหแนน
∗ หมายเหตุ
∗กอนประกอบฝาครอบฝาสูบ ใหเดินเครื่องท่ีความเร็วเดินเบาตัวเปลาและตรวจสอบการรั่วไหลของทอ
ตอตา งๆ
35.การทดสอบหัวฉดี น้าํ มันเชือ้ เพลงิ (Testing Fuel Injector) (รปู 9-20.1 / 9-20.2)
ตอทอของเครื่องทดสอบหัวฉีด(Nozzle Testing Device) เขากับหัวฉีดนํ้ามันเช้ือเพลิง แลวปฏิบัติการ
ทดสอบตางๆ คอื
> การตรวจสอบกอนการทดสอบ (รายละเอียดขอ 35.1)
>> การตรวจสอบคา กาํ ลงั ดันเปด (รายละเอียดขอ 35.2)
>>> การตรวจสอบการร่วั ไหล (รายละเอียดขอ 35.3)
>>>> การตรวจสอบลกั ษณะฝอยฉีดและเสียงฉีด (รายละเอยี ดขอ 35.4)
∆ ขอควรระวงั
∆ อยาใหมือเขาใกลฝอยฉีดของหัวฉีดน้ํามันเชื้อเพลิง เพราะฝอยฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิงสามารถทะลุผิวหนัง
เขา สภู ายในรางกายได และจะเขาสกู ระแสเลอื ดทาํ ใหเลือดเปนพษิ

กองฝกการชางกล กฝร.

35.1 การตรวจสอบกอนการทดสอบ(Preliminary Check) (รูป 9-20.1)
ปด (Close) ลนิ้ ปดมาตรวดั กําลังดัน(Pressure Gauge Shut-off)
โยกคันโยก(Operating Lever)ของเครื่องทดสอบหัวฉีด ขึ้น-ลงแรงๆและรวดเร็วหลายๆคร้ัง เปนการไล

อากาศและทําความสะอาดภายในหวั ฉดี นํ้ามนั เชือ้ เพลงิ ไมใหส ิง่ สกปรกอดุ ตนั
35.2 การตรวจสอบคา กาํ ลงั ดนั เปด(Check Opening Pressure) (รปู 9-20.1)

เปด (Open) ลน้ิ ปดมาตรวัดกาํ ลงั ดัน
โยกคนั โยกของเครื่องทดสอบหัวฉดี ลงชาๆ จนกระทง่ั หัวฉดี น้าํ มันเชอ้ื เพลิง ฉดี นํ้ามนั เชื้อเพลงิ ออกมา
ในขณะท่ีเร่ิมฉีดน้ํามันเช้ือเพลิง(Start To Spray) อานคาท่ีมาตรวัดกําลังดัน นั่นคือ คากําลังดันเปดของ
หวั ฉดี น้าํ มนั เชื้อเพลงิ
ถา คาทอ่ี า นได ต่าํ กวาคา กาํ ลงั ดนั เปดต่ําสดุ (รายละเอียด บทท่ี 2 ขอ 5.3) จะตองปรับแตงใหม โดยเปลี่ยน
แผน รองสปรงิ (Shim)ของหวั ฉดี น้าํ มันเชอ้ื เพลิงใหห นาขึ้น เพ่อื เพมิ่ คา กาํ ลงั ดนั เปดใหส ูงข้นึ ถึงเกณฑก าํ หนด
∆ ขอควรระวัง

∆ในขณะทดสอบ ตองใหกาํ ลงั ดันในการทดสอบเพ่มิ ข้นึ หรือลดลงชาๆ เพ่อื ปอ งกนั มาตรวัดกาํ ลัง
ดันชาํ รดุ เสียหาย
35.3 ตรวจสอบการรัว่ ไหล(Check Leakage) (รูป 9-20.1)
โยกคนั โยกลงชา ๆ จนกระทัง่ กาํ ลังดันสูงถงึ คา ท่ีตํา่ กวา คา กําลังดนั เปด 20 บาร จงึ หยุด
ถา ไมมนี า้ํ มันเชื้อเพลิงหยดออกมาจากรูหวั ฉดี นา้ํ มนั เช้ือเพลงิ ภายใน 10 วินที แสดงวา ไมม ีการรวั่ ไหล
35.4 การตรวจสอบลักษณะฝอยฉดี และเสียงฉีด(Spray Pattern & Buzz Check)

(รปู 9-20.1 / 9-20.2)

ปด (Close) ลิ้นปด มาตรวัดกาํ ลงั ดัน
โยกคนั โยกขน้ึ -ลงอยางรวดเร็ว อยา งนอ ย โยกลง 2 ครง้ั /วินาท(ี 2 Downs Strokes)

กองฝกการชางกล กฝร.

เสียงฉีดน้ํามันเช้ือเพลิง จะตองเปนเสียงสูง(High Pitched Buzz) แสดงวาเข็มหัวฉีด(Nozzle Needle)
เคลื่อนตัวไดอ ยา งคลอ งตัว

เปรียบเทยี บลกั ษณะฝอยฉดี กบั รูป 9-20.2
∗ หมายเหตุ

∗ ถามีนํา้ มนั เชอ้ื เพลงิ หยด ระหวางการหยดุ ฉีดของการทดสอบน้ี ไมไ ดแสดงวา หวั ฉดี น้าํ มนั เชอ้ื เพลิง
รว่ั ไหล
36. การถอดประกอบหวั ฉีดนํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ (Disassembling Fuel Injector) (รูป 9-21)

ใชป ากกาแทน (Vise) จบั ปากจับพเิ ศษใหแนน แลวใสหวั ฉดี นา้ํ มันเชือ้ เพลิงลงไปทางตัง้
ใชป ระแจพเิ ศษ คลายนัตหวั ฉีด(Retaining Nut)ออก แลวถอดช้ินสวนตางๆ ออกใหหมด
ในขณะท่ถี อดตัวหัวฉีด(Nozzle Body) ระวงั ! อยาใหเ ขม็ หวั ฉีด(Nozzle Needle) ตกลงพนื้
เพ่ือหลีกเลี่ยงการเกิดสนิมบนพื้นผิวสัมผัส(Lapped Surface)ของเข็มหัวฉีด(Nozzle Needle) การจับเข็ม
หวั ฉดี ใหจบั ดวยเดือยกัน้ สปรงิ (Stem or Thrust Pin) เทานนั้
ลา งทําความสะอาดทกุ สวนในน้ํามันเช้ือเพลิง,ลางดวยนํ้ามันเชื้อเพลิงที่กรองสะอาดแลว และเปาใหแหง
ดว ยกําลังดันลม
ทาํ ความสะอาดปลายหัวฉีด(Injection Nozzle)
∆ ขอ ควรระวัง
∆ในขณะที่ถอดประกอบ จะตอ งแนใ จวา อุปกรณแ ละเครอื่ งมือทใ่ี ชสะอาดจริงๆ
∆ถามีการถอดประกอบหัวฉีดหลายหัวพรอมๆกัน จะตองระวังเปนพิเศษไมใหสวนประกอบตางๆของ
หวั ฉีดแตละหัวปะปนกัน

37.การประกอบหวั ฉดี นาํ้ มันเช้อื เพลงิ (Assembling Fuel Injector) (รูป 9-21)
กอนประกอบสวนตา งๆ ใหลางดวยนาํ้ มนั เชอ้ื เพลิงทีก่ รองสะอาดแลว

กองฝกการชางกล กฝร.

ตรวจดูรอยแตกชํารุดของสปริงหัวฉีด(Spring)และการสึกหรอของเดือยก้ันสปริง(Thrust Pin) ถาจําเปน
ใหเ ปล่ียนใหม

ใสหวั ฉดี น้าํ มนั เช้ือเพลงิ ลงในปากจบั พิเศษในทางตงั้
ประกอบแผนรองสปริง(Shim),สปริงหัวฉีด(Spring)และเดือยกั้นสปริง(Thrust Pin) ลงในเรือนหัวฉีด
(Nozzle Holder)
ประกอบแหวนรอง(Washer),ตัวหัวฉีด(Nozzle Body)และเข็มหัวฉีด(Nozzle Needle) ลงบนเรือนหัวฉีด
โดยตองแนใ จวา พน้ื ผิวสัมผัสของสวนตางๆสะอาดจรงิ
ประกอบนัตหัวฉีด(Retaining Nut) ลงบนเรือนหัวฉีดและกวดใหแนน โดยใชแรงกวดตามคูมือประจํา
เครอื่ ง(เชน ในเครอื่ ง TB ใชแ รงกวด 60+30 Nm. การหลอลนื่ ใชนํ้ามันหลอ ลน่ื เครื่องยนต)
ตรวจสอบคา กาํ ลังดนั เปด
∆ ขอ ควรระวัง
∆ ถากวดนัตหัวฉีด ดวยแรงกวดท่ีสูงกวาที่กําหนดไวในคูมือประจําเคร่ือง จะทําใหตัวหัวฉีด(Nozzle
Body)บดิ เบ้ียวผดิ รูป ซึ่งจะเปน ผลใหเข็มหัวฉดี (Nozzle Needle)ติดแนน หรอื ขดั ตัว
38.การตรวจสอบจุดเริ่มสง ของสบู ฉดี น้ํามนั เช้ือเพลิง(Checking Injection Pump Supply

Point) (รปู 9-22.1 ถึง 9-22.3)
จุดที่สูบฉีดน้ํามันเชื้อเพลิง เร่ิมสงนํ้ามันเช้ือเพลิง คือ จุดท่ีลูกสูบเล่ือน(Plunger) อยูในตําแหนงของการ
ทดสอบท่ีนํ้ามันเช้ือเพลิงไหลหยดออกมา 10 วินาที/หยด โดยความสูงระหวางทอนํ้ามันลน(Fuel Tube)กับระดับ
นาํ้ มันเชือ้ เพลงิ ภายในกรวยนํ้ามันเชอ้ื เพลิง(Fuel Container) จะตอ งมีประมาณ 250 มม.
ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ มีดงั นี้

จากรปู 9-22.1
ถอดทอ นํ้ามนั เชือ้ เพลิงของสบู A1 และ A2 ออกจากสูบฉดี นา้ํ มนั เชื้อเพลงิ

กองฝกการชางกล กฝร.

จดั การปด หรอื อดุ ทอ ตอ เพ่ือปองกันสิ่งตางๆ เขา ไปในทอทางหรือระบบ
ถอดแผน ยึด(Retaining Plate)
ถอดเรือนล้นิ สง(Delivery Valve Holder) ของสบู A1
ถอดล้ินสง(Delivery Valve) และลนิ้ สปรงิ (Valve Spring)
ถอดชอ งจํากัดนาํ้ มนั กลบั (Return Restrictor)
ประกอบเรือนล้นิ สง เขา ทีเ่ ดิม

จากรปู 9-22.2 / 9-22.3
ตอ ทอนา้ํ มนั ลน (Overflow Tube)
ถอดทอน้ํามันเช้ือเพลิงเขา(Fuel Feed Line)สูบฉีดน้ํามันเช้ือเพลิง และ ตอกรวยนํ้ามัน(Fuel Container)
เขาแทนท่ี
หมุนเครื่องดวยมือ ตามทางหมุนของเคร่ือง จนกระท่ังเข็มช้ีตรงกับสูบ A1 คือ สูบ A1 อยูที่ศูนยตายบน
จงั หวะจุดระเบิด(Firing TDC.) (รายละเอียดขอ 6)
หมุนเครอื่ งยอ นทางหมุนของเครอ่ื งประมาณ 45 องศา
เปด ล้นิ ปด (Shut-off Cock) ของกรวยนา้ํ มันเชอื้ เพลิง
โยกคันควบคุม(Control Lever)ท่ีเครื่องควบคุมความเร็ว ไปถึงสลักหามภาระสูงสุด(Full Load Stop) ซึ่ง
จะทําใหคันแร็คนํ้ามันเช้ือเพลิงสงอาการหมุนลูกสูบเล่ือน(Plunger) ใหอยูในตําแหนงสงนํ้ามันสูงสุด(Full
Supply) ทาํ ใหม ีนํา้ มนั เชอ้ื เพลิงไหลออกจากทอนา้ํ มันลน
หมุนเคร่ืองตามทางหมุนชาๆ นํ้ามันจากทอน้ํามันลนจะไหลชาลงดวย หมุนตอไปจนกระทั่ง นํ้ามันไหล
ออกเปนหยดแตละหยดหางกันไมเกิน 10 วินาที ซ่ึงท่ีตําแหนงนี้ลูกสูบเล่ือนจะปดชองทางนํ้ามันเขาเกือบสนิท
และขีดเครื่องทล่ี อชวยแรง(Flywheel)ตรงกับเข็มชี้(Pointer) ถาขีดเคร่ืองหมายไมตรงดังกลาว จะตองตั้งจุดเริ่มสง
ใหม (รายละเอียดขอ 39)

กองฝกการชางกล กฝร.

ปด ล้นิ ปดของกรวยนาํ้ มันเชื้อเพลิง
ถอดกรวยนา้ํ มนั และทอ น้ํามันลน
ตอ ทอ น้ํามนั เชอ้ื เพลิงเขา (Full Feed Line) เขา ท่เี ดมิ
ถอดเรือนลิ้นสง(Delivery Valve Holder),เปล่ียนวงกันร่ัว(Sealing Ring)ใหมและทาดวยวาสลิน
(Vaseline)
ประกอบวงกนั รว่ั (Sealing Washer) ใหม
ประกอบชอ งจํากดั น้ํามันกลบั (Return Restrictor)
ประกอบล่นิ สง (Delivery Valve)และสปริงล้นิ
ประกอบเรือนล้ินสงและใชประแจครอบฟนปลา(Serrated Wrench Socket) กวดดวยแรงกวด 118
Nm.(12 Kg.m.) และคลายออกแลว กวดใหมด ว ยแรงกวด 88 Nm.(9 Kg.m.)
ประกอบแผนยดึ (Retaining Plate) เขา ทเี่ ดมิ และกวดใหแ นน
ตอทอ นํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ เขา ทเี ดิมและกวดใหแนน ดวยแรงกวด 49 Nm.(5 Kg.m.)
∗ หมายเหตุ
∗จุดเริ่มสงนํ้ามันเชื้อเพลิง ใหดูในบันทึกทดสอบเพื่อการตรวจรับเคร่ือง(Acceptance Test Record) ของ
เคร่อื ง
∗ การประกอบสว นตา งๆ เขา ทเี ดิม จะตองใหสว นตางๆดังกลาวสะอาดจริงๆ
∗ จะตองตรวจสอบการร่ัวไหลของขอ ตอ ทอ ทางตา งๆ เม่อื มกี ารทดสอบเดินเครื่อง
∗ คาแรงกวดตางๆ ใหดูในคูมือประจําเครอ่ื งเทาน้นั
39.การต้งั จดุ เรม่ิ สงของสูบฉีดนํ้ามันเชือ้ เพลงิ (Setting The Supply Point of The Fuel

Injection Pump) (รปู 9-23.1 ถึง 9-23.4)
จากรปู 9-23.1 / 9-23.2
ถอดฝาครอบ(Cover) ออกจากเพลาขับหมุนสูบฉีดน้ํามันเช้ือเพลิง โดยใหขีดเครื่องแสดงจํานวนสูบของ
เคร่ือง ช้ีข้ึนดานบน
หมุนเครื่องดว ยมือยอนทางหมุนเล็กนอ ย แลว หมุนตามทางหมุนของเคร่ือง จนกระทั่งขีดเครื่องหมายสูบ
A1 ตรงกบั เขม็ ช้ี นัน่ คือ สูบ A1 จะอยูท ่ศี ูนยต ายบนจังหวะจดุ ระเบดิ (รายละเอยี ดขอ 6)

กองฝกการชางกล กฝร.

ติดตั้งอุปกรณต รวจสอบจุดเรมิ่ สงของสบู ฉดี นา้ํ มันเชื้อเพลงิ (รายละเอียดขอ 38)
คลายสลกั ยดึ (Stress Bolt)ออก 1 รอบ ดว ยประแจครอบ
ใชคอนพลาสติกเคาะเบาๆท่ีสลักยึด เพื่อใหแหวนล็อค(Ring Spring Clamp)คลายตัว เปนการปลดล็อค
สบู ฉดี นํา้ มนั เช้ือเพลิงออกจากสวนปรับแตง จังหวะการฉดี น้าํ มนั เชื้อเพลิง(Fuel Injection Timer)

จากรปู 9-23.3 / 9-23.4
ใชประแจหวง หมุนปลอกนํา(Locating Sleeve) เพ่ือหมุนเพลาขับหมุนสูบฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงทวนเข็ม
นาฬิกา(CCW.)
เปด ลนิ้ ปดของกรวยน้ํามนั เชื้อเพลิง
โยกคนั ควบคมุ (Control Lever)ทเี่ ครือ่ งควบคมุ ความเรว็ ไปจนถึงสลกั หามภาระสูงสุด(Full Load Stop)
หมุนปลอกนําตามเข็มนาฬิกา(CW.)ชาๆ จนกระท่ังนํ้ามันจากทอนํ้ามันลนไหลออกเปนหยด แตละหยด
หา งกันไมเกนิ 10 วินาที
∗ หมายเหตุ
∗การหมุนเพลาขับสูบฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงตามเข็มนาฬิกา(CW.)จะทําใหการเร่ิมสงน้ํามันเช้ือเพลิงเร็วขึ้น
และการหมุนทวนเขม็ นาฬิกา(CCW.)จะทําใหก ารสง นาํ้ มันเช้อื เพลิงชาลง

กองฝก การชางกล กฝร.

∗จุดเร่ิมสงน้ํามันเชื้อเพลิง ใหดูในบันทึกทดสอบเพ่ือการตรวจรับเคร่ือง(Acceptance Test Record) ของ
เครือ่ ง

ใชประแจหวง ยึดปลอกนําไวที่ตําแหนงน้ี แลวใชประแจครอบ กวดสลักยึดดวยแรงกวดตามคูมือของ
เครือ่ ง (เชน ในเครือ่ งแบบ TC กวดดว ยแรงกวด 140 Nm. แลวกวดเขาอีก180°+10°)

หมุนเครอ่ื งดว ยมอื ยอนกลับทางหมนุ ของเครอื่ ง และตรวจสอบจดุ เร่มิ สง น้าํ มนั เชือ้ เพลิงอกี คร้งั หนง่ึ
ประกอบฝาปด(Cover) โดยใชแผน กันรว่ั (Gasket)ใหม
ถอดอุปกรณท ดสอบออกจากเคร่อื งและประกอบสว นตา งๆของเครอื่ งเขา ท่ีเดิม
40.การใชน้าํ มันเช้อื เพลงิ (Fueling)
การเลือกใชนํ้ามันเช้ือเพลิง ใหเลือกใชเฉพาะท่ีระบุในคูมือ MTU Fluids And Lubricants Specification
No. 1061
41.การตรวจสอบระดับนา้ํ มันเชอ้ื เพลงิ (Checking Fuel Level)
ตรวจสอบระดบั นา้ํ มันเชื้อเพลงิ ในถังใชการ ถาจาํ เปนใหเติมใหเ ต็ม
42.การระบายอากาศออกจากระบบนาํ้ มันเช้อื เพลิง(Venting Fuel System) (รปู 9-24)
42.1 เครอื่ งแบบ TC
เปดปลั๊กระบายอากาศ(Vent Plug)บนหมอกรองละเอียดน้ํามันเชื้อเพลิง(Fuel Duplex Filters)
(รายละเอียด 49)
คลายสูบโยกมอื น้ํามันเช้อื เพลิง(Fuel Priming Pump) โดยหมนุ ทวนเข็มนาฬิกา(CCW.)

ใชสูบโยกมือ จนกระทั่งมีนํ้ามัน
เชื้อเพลิงไหลออกมาทางรูปลั๊กระบาย
อากาศ

ปด ปล๊ักระบายอากาศ
ใชสูบโยกมืออีก จนกระทั่งไดยิน
เสียงเปดของล้ินกันกลับ(Check Valve)ที่
ทอน้ํามันเชื้อเพลิงกลับถัง(Return Line)
และมีน้ํามันเชื้อเพลิงเต็มทอทางของสูบฉีด
นํา้ มนั เชอ้ื เพลิง(Fuel Injection Pump)
กวดสูบโยกมือนํ้ามันเช้ือเพลิงเขา
ใหแ นน
42.2 เครอ่ื งแบบ TB/TE
เชนเดยี วกบั ขอ 42.1 ทก่ี ลาวมาแลว ยกเวน ไมตอง ปด -เปด ปล๊ักระบายอากาศ
43.การเปด ระบายหมอรับน้าํ มนั เช้อื เพลงิ รว่ั ไหล(Leak-off Fuel Container Draining)

กองฝกการชางกล กฝร.

ใ ช ป ร ะ แ จ ห มุ น ค ล า ย ป ลั๊ ก
ระบาย(Drain Plug)และเปดระบาย
นาํ้ มนั ภายในใสภ าชนะทเ่ี หมาะสม

ประกอบปลั๊กระบายเขาท่ีเดิม
โดยใชว งกันรั่ว(Sealing Ring)ใหมและ
กวดใหแ นน

(รปู 9-25)
44.การใชม อื หมนุ หมอ กรองหยาบนา้ํ มันเชอื้ เพลงิ (Turning Fuel Prefilter) (รปู 9-26)

เพื่อเปนการทําความสะอาดไสหมอ
กรอง ใหหมุนมือหมุน(Handle) 1 หรือ 2
คร้งั

การทําความสะอาดจะไดผลดีท่ีสุด
คือ จะตองทาํ ทันทีหลงั จากหยุดเดนิ เครอื่ ง

∆ ขอควรระวัง
∆ ใหห ลีกเลย่ี งการใชแ รงหมนุ มากเกนิ ไป ถา จําเปนใหทําความสะอาดหมอกรอง

กองฝก การชางกล กฝร.

45.การเทหมอกรองหยาบนา้ํ มันเชือ้ เพลงิ (Emptying Fuel Prefilter) (รปู 9-27)

ปดล้ินน้ํามันเช้ือเพลิงเขา–ออก
หมอกรอง

หมนุ มอื หมุน(Handle)
ค ล า ย นั ต ยึ ด ถ ว ย ห ม อ ก ร อ ง
(Filter Bowl)
ถอดถว ยหมอกรอง
เทน้ํามันเชื้อเพลิงภายในถวย
หมอ กรองออกทงิ้ แลว ลา งใหสะอาด
ป ร ะ ก อ บ ว ง กั น ร่ั ว (Sealing
Ring)ใหม ลงในรอ งของถว ยหมอกรอง
ประกอบถว ยหมอกรองเขาทแ่ี ละกวดนัตยดึ ใหแ นน โดยกวดทีละตัวตรงขา มทะแยงมุม
เปด ลนิ้ น้าํ มนั เชื้อเพลิงเขา–ออก
46.การทําความสะอาดหมอ กรองหยาบนา้ํ มนั เชอ้ื เพลงิ (Cleaning Fuel Prefilter)
(รูป 9-28.1 / 9-28.2)

กองฝกการชางกล กฝร.

ปด ลิ้นนาํ้ มันเช้ือเพลงิ เขา –ออกหมอ กรอง
ถอดทอตอหมอ กรอง
คลายสลกั ยึดหมอ กรอง
ถอดถวยหมอ กรอง ออกจากไสหมอ กรอง
ลางทําความสะอาดไสหมอกรองในอางน้ํามันเบนซินหรือน้ํามันกาด และหมุนมือหมุนใหเศษตะกอน
ภายนอกไสหมอ กรอง หลดุ ออกใหหมด
ลางทําความสะอาด ถว ยหมอกรอง
ประกอบถว ยหมอ กรองเขา ท่ี เชนเดยี วกับขอ 45
47.การเลอื กใชหมอ กรองละเอยี ดน้าํ มันเชอื้ เพลิง(Fuel Duplex Filter,Selection)
โดยปกติ ขณะเดนิ เครื่อง จะตองเปด ใชห มอ กรองพรอ มกันท้งั สองใบ

48.1 เคร่ืองแบบ TC/TB (รปู 9-31)
ปดหมอกรองท่ีจะเปดระบาย โดย

ใชล นิ้ เปลีย่ นทาง
คลายปล๊ักระบาย(Drain Plug)

และระบายนํ้ามันเชื้อเพลิงภายใน ใส
ภาชนะ

ประกอบปลั๊กระบายเขาท่ีเดิม
โดยใชวงกันร่วั (Sealing Ring)ใหม

47.1 เคร่ืองแบบ TC/TB (รปู 9-29) 47.2 เคร่อื งแบบ TE (รูป 9-30)

ใ ช ป ร ะ แ จ ห มุ น ลิ้ น เ ป ล่ี ย น ท า ง ห มุ น ล้ิ น เ ป ลี่ ย น ท า ง (Diverter

(Diverter Valve) เพ่ือเลือกใชหมอกรองตาม Valve) ดวยคันล้ินเปลี่ยนทาง(Lever) เพื่อ

ตอ งการ เลือกใชห มอ กรองตามตองการ

48.การเปด ระบายหมอกรองละเอยี ดนาํ้ มนั เชอ้ื เพลิง(Fuel Duplex Filter,Draining)

กองฝก การชางกล กฝร.

48.2 เครอื่ งแบบ TE (รปู 9-32)
โยกลิ้นเปลี่ยนทาง ปดหมอ

กรองและเปดระบายตามตอ งการ
โยกล้ินเปล่ียนทาง ไวตําแหนง

ปกติ คอื เปด ใชท งั้ สองใบ

49.การเติมและการระบายอากาศหมอกรองละเอยี ดน้ํามันเชอื้ เพลงิ (Filling And Venting
Fuel Duplex Filter) (รปู 9-33)

เครือ่ งแบบ TC/TB
เปดใชหมอ กรองท้งั สองใบ ดว ยลิ้นเปลยี่ นทาง
[ถอดปล๊ักระบายอากาศตัวขาง(Side Vent Plug)และคลายปล๊ักระบายอากาศตัวกลาง(Center Vent Plug)

-เคร่อื งแบบ TC]หรือ[คลายปลก๊ั ระบายอากาศตัวกลาง -เครอื่ งแบบ TB]

กองฝกการชางกล กฝร.

ใชสูบโยกมือนํ้ามันเชื้อเพลิง(Fuel
Priming Pump) จนกระท่ังมีเฉพาะนํ้ามัน
เ ชื้ อ เ พ ลิ ง ไ ห ล อ อ ก จ า ก รู ร ะ บ า ย อ า ก า ศ
ดานขางหรือตรงกลาง (รายละเอียดขอ
42.1)

ป ร ะ ก อ บ แ ล ะ ก ว ด ป ลั๊ ก ร ะ บ า ย


50.การเปลย่ี นไสห มอกรองละเอยี ดนํ้ามนั เช้ือเพลิง(Fuel Duplex Filter,Element
Replacement)

∆ ขอควรระวงั
. ∆การเปล่ียนไสหมอกรองในขณะเคร่ืองเดินอยู ใหใชล้ินเปลี่ยนทางปดหมอกรองเพ่ือเปล่ียนไสหมอ
กรองทลี ะใบ และตอ งเปดใชทันทที ท่ี ํางานเสร็จเรียบรอ ย

∆การเปล่ียนไสหมอกรองในขณะเคร่ืองรอน ตองระมัดระวังเปนพิเศษไมใหน้ํามันเชื้อเพลิงหกเร่ียราด
เพราะจะทาํ ใหเ กิดไฟไหมไ ด
50.1 เครือ่ งแบบ TC/TB (รูป 9-34.1 / 9-34.2)

ปดหมอ กรองทีจ่ ะเปลี่ยนไสห มอ กรอง ดวยลิน้ เปลี่ยนทาง

กองฝกการชางกล กฝร.

เปดระบายนํา้ มนั เช้อื เพลงิ ภายในหมอกรองออกทิ้ง (รายละเอยี ดขอ 48.1)
ถอดทอระบายอากาศ(Vent Line) ออกจากชองทางระบายอากาศ
ทําความสะอาดอา งนํา้ มันลน(Drip Pan)
ถอดนตั ยดึ (Securing Nut)และฝาปด หมอ กรอง(Filter Cover)
ถอดไสห มอกรอง ออกทิง้
ทําความสะอาดภายในเรือนหมอกรอง(Filter Bowl)
ประกอบปลก๊ั ระบายเขาท่ีเดมิ โดยใชว งกันรั่ว(Sealing Ring)ใหม
ประกอบไสหมอ กรองใหม เขา ภายในเรอื นหมอกรอง
ประกอบฝาปด หมอกรองเขา ที่ โดยใชวงกันรัว่ (Sealing Ring)ใหม
ประกอบนตั ยดึ เขาท่แี ละกวดใหแนน โดยกวดทีละตวั ตรงขา มทะแยงมมุ
เปด ใชหมอกรอง ดวยล้นิ เปล่ียนทาง
ถาเปนการเปล่ียนขณะเคร่ืองหยุดเดินอยู ใหเติมและระบายายอากาศภายในหมองกรอง (รายละเอียดขอ
49)
50.2 เครื่องแบบ TE (รูป 9-35)
เปด ระบายนํ้ามันเชือ้ เพลิง ออกจากหมอกรอง (รายละเอียดขอ 48.2)
ถอดนัตหางปลา(Wing Nut)และฝาครอบ(Hood)
ถอดสลกั เกลยี ว(Screw)ยึดฝาหมอ กรองและฝาหมอ กรอง(Cover)
ถอดไสห มอ กรองเกา ออกท้งิ
ทําความสะอาดภายในเรอื นหมอกรอง(Housing)
ประกอบไสหมอกรองใหม ลงในเรอื นหมองกรอง

กองฝกการชางกล กฝร.

ประกอบฝาปด หมอกรองเขา ทเี่ ดิม โดยใชว งกันร่วั (Sealing Ring)ใหม และกวดสลักเกลียวยดึ ใหแ นน
เปด ใชหมอกรอง ดว ยลิ้นเปลย่ี นทาง
ถาเปนการเปล่ียนขณะเคร่ืองหยุดเดินอยู ใหเติมและระบายอากาศภายในหมอกรอง (รายละเอียดขอ
48.2)
51.การตรวจสอบการอุดตนั ของรูตรวจรั่วสูบนา้ํ จดื (Checking Coolant Pump Telltale

Bore For Obstruction) (รูป 9-36)

ใ ช ล ว ด ท่ี มี ข น า ด พ อ เ ห ม า ะ
แยงรตู รวจรว่ั ตลอดรูใหท่ัว

52.การตรวจสอบการอุดตนั ของรูตรวจรัว่ สูบนาํ้ ทะเล(Checking Raw Water Pump
Telltale Bore For Obstruction) (รปู 9-37 / 9-38)

ใชลวดทม่ี ขี นาดพอเหมาะ แยงรูตรวจร่ัว ตลอดรใู หท่วั

53.การเตมิ นาํ้ จดื เขาระบบ(Coolant System Filling) (รปู 9-39)

กองฝกการชางกล กฝร.

กอนเติมน้ําจืดเขา ระบบ ใหตรวจสอบการอุดตนั ของทอ ทางระบายอากาศกอ น (รายละเอยี ดขอ 60)
เปด ฝาปดระบาย(Breather Valve)ที่ถงั พักน้ําจดื (Expansion Tank) (รายละเอียดขอ 65)
เติมน้ําจืด เขาถังพักน้ําจืด(Expansion Tank)หรือทอทางเติมนํ้าจนถึงขีดสูงสุด(Max)ของแผนแกวตรวจ
ระดบั นา้ํ จืด(Sight Glass)
ในระหวางทเ่ี ติมน้ําจืดและหลังจากเติมน้ําจืดเขาระบบเรียบรอยแลว ใหตรวจดูการร่ัวไหลของทอทางนํ้า
จดื ท้ังระบบดวย
ระบายอากาศออกจากนา้ํ จดื โดยการเดินเคร่อื งและอุนเคร่อื ง(Warm-up) (รายละเอียดขอ 116)
ถา ระดับนา้ํ จดื ตกต่ํา ใหเ ตมิ อกี จนถึงขดี สงู สุด(Max)
ปด ฝาปดระบายท่ถี งั พักน้ําจืด (รายละเอียดขอ 66) และเลิกเคร่อื ง
∆ ขอควรระวงั
∆ หา มเตมิ น้ําเย็น ใสเครอื่ งท่รี อน
∆ นา้ํ จืดทใี่ ช ควรเปนน้ําจดื ที่ปรบั ปรุงคุณภาพแลว(Treated Water) ตามรายละเอียดในคูมือ MTU Fluids

And Lubricants Specification No. 1061
54.การตรวจสอบระดับนาํ้ จดื (Coolant Level Check) (รปู 9-40)

ระดบั นาํ้ จืดทถี่ งั พกั นํา้ จดื จะตองอยรู ะหวา งขดี สูงสดุ (Max)กบั ตา่ํ สุด(Min)
ถามีความจําเปน ตองเติมน้ําท่ีไมไดปรับปรุงคุณภาพ(Non-Treated Water)เขาระบบ จะตองตรวจสอบ
คุณภาพน้ําจืดภายในระบบในโอกาสแรก,จัดการแกไขและปรับปรุงคุณภาพ ตามคูมือ MTU. Fluids And
Lubricants Specification No. 1061
∆ ขอควรระวัง
∆ เชน เดียวกบั ขอ 53
55.การเปด ระบายนํ้าจดื (Engine Coolant Draining)

กองฝกการชางกล กฝร.

55.1 เครือ่ งแบบ TC/TB (รปู 9-41.1 / 9-41.2)
เปด ฝาปด ระบาย(Breather Valve)ท่ถี ังพักนํ้าจืด(Expansion Tank) (รายละเอียดขอ 65)

ดูดตะกอนน้ํายาปองกันสนิม
ออกจากถังพักนํ้าจืดทางชองทางเติม
นํ้าจืดหรือทอทางขางแผนแกวตรวจ
ระดบั นํา้ จดื

เปดล้ินระบาย(Drain Valve) ท่ี
ทอทางนํ้าจืดเขาหมอระบายความรอน
นํ้ามันหลอ(Engine Oil Heat
Exchanger)

เปดลิ้นระบาย ที่ทอรวมแกสเสีย(Exhaust Manifold)และชุดอุนนํ้าจืด(Preheating Unit) ระบายน้ําจืด
ภายในระบบออกใหหมด

ปด ฝาปดระบายและลิน้ ระบายทั้งหมดที่เปด ไว เขา ทีเ่ ดิม

กองฝก การชางกล กฝร.

55.2 เครอ่ื งแบบ TE (รปู 9-42.1 ถึง 9-42.7)

เ ป ด ฝ า ป ด ร ะ บ า ย (Breather
Valve) ท่ีถังพักน้ําจืด(Expansion Tank)
(รายละเอยี ดขอ 65)

ดูดตะกอนนํา้ ยาปองกันสนิม ออก
จากถังพักน้ําจืด ทางชองทางเติมน้ําจืด
หรือทอทางขางแผนแกวตรวจระดับน้ําจืด
แลวเปดระบายน้ําจืด ดงั น้ี

เปด ระบายนาํ้ จดื ออกจากชดุ อนุ
น้าํ จดื (Preheating Unit) (รายละเอียดขอ
67)

กองฝกการชางกล กฝร.

เปดลนิ้ ระบาย ดานลางขวาของ
หมอระบายความรอ นนาํ้ จืด(Coolant
Cooler)

เปดล้นิ ระบาย ดานลางขวาของหมอ
ระบายความรอ นอากาศด(ี Interooler)

กองฝก การชางกล กฝร.

เปดล้ินระบาย ที่
เรือนตดิ ต้ังเทอรโบชารจ
(Turbocharger Carrier
Housing)ดา นซาย-ขวา

เปด ลนิ้ ระบาย ทที่ อนาํ้ จืดเขา
หมอ ระบายความรอ นนํา้ มันหลอ
(Engine Oil Heat Exchanger)

เปด ลน้ิ ระบาย ทเี่ รอื น(Housing)
หมอ ระบายความรอนน้าํ มันหลอ

เมือ่ ระบายน้ําจดื ออกหมดแลว ปดลิ้นระบายที่เปดไวทงั้ หมด
ปด ฝาปดระบาย(Breather Valve)ทถ่ี งั พักนา้ํ จดื (Expansion Tank) (รายละเอยี ดขอ 66)

กองฝก การชางกล กฝร.

56.การนําน้ําจดื ตวั อยางออกมาตรวจวเิ คราะห(Engine Coolant Sample Extraction)
(รปู 9-41.2 / 9-42.6)

เดินเคร่อื ง ท่คี วามเรว็ เดนิ เบาตัวเปลา(Idle Speed)
เปด กอ กตวั อยาง(Sampling Faucet) ทีท่ อ ทางนํ้าจืดเขาหมอระบายความรอนนํ้ามันหลอ(Engine Oil Heat
Exchanger) ระบายนํ้าจืดออกเล็กนอย เปนการทําความสะอาดกอก แลวจึงเปดระบายน้ําจืดใสภาชนะที่สะอาด
ประมาณ 1 ลติ ร เพ่ือเปนนา้ํ จืดตวั อยา งในการตรวจวิเคราะห
นํานํ้าจืดตัวอยางไปตรวจหาคาน้ํายาปองกันการแข็งตัว(Antifreeze),นํ้ายาปองกันสนิม(Corrosion

Inhibitor Oil)และคา ความเปน กรด/ดาง(pH. Value) ดวยชุดการทดสอบของ mtu(MTU Test Kit) ตามรายละเอยี ด

คมู อื Publication A 061764
57.การลางระบบน้าํ จดื (Cooling System Flushing)

เปดระบายนํา้ จืด ออกจากระบบ (รายละเอยี ดขอ 51)
ตรวจสอบการอดุ ตนั ของทอ ระบายอากาศ(Vent Lines) (รายละเอียดขอ 60)
นํานํา้ จดื ตัวอยางท่ใี ชเ ปน นา้ํ ลางระบบ(Flushing Water) มาตรวจหาคาความเปน กรด/ดา ง(pH. Value)
เตมิ นํา้ จดื ลางระบบ เขา สูระบบนํ้าจดื (รายละเอยี ดขอ 53)
เริ่มเดินเครื่อง (รายละเอียดขอ 93)
เดินเครื่องจนถึงอุณหภูมิใชงาน(Operating Temperature) และเดินเครื่องท่ีความเร็วเดินเบาตัวเปลา(Idle
Speed) 30 นาที
เปด ระบายนาํ้ ลางระบบภายในเครื่อง และนาํ น้าํ ลา งระบบดงั กลาวไปตรวจหาความเปนกรด/ดาง
เปรียบเทียบคาความเปน กรด/ดาง ระหวา งกอนลา งระบบกับหลังลางระบบ
ถาคาความเปนกรด/ดางหลังลางระบบสูงกวากอนลางระบบ ใหลางระบบดวยน้ําจืดที่สะอาดใหมดังท่ี
กลาวมาแลว จนกระทั่งคา ความเปนกรด/ดางกอ นกับหลงั ลางระบบเทา กัน
ทําความสะอาดแผนแกว ตรวจระดบั น้ําจดื ท่ถี งั พกั น้าํ จืด (รายละเอยี ดขอ 64)
เปดระบายจดื น้าํ ลา งระบบทิ้ง (รายละเอยี ดขอ 51)
เตมิ น้ําจดื ท่ปี รับปรุงคณุ ภาพแลว(Treated Water) เขา ระบบ (รายละเอียดขอ 53)
ขอ ควรจํา !
! ถาดําเนินการลางระบบแลว 4-5 ครั้ง คาความเปนกรด/ดางหลังลางระบบยังสูงกวากอนลางระบบ
มากกวา 1 pH. จะตอ งทาํ ความสะอาดระบบ(Cleaning) ตามรายละเอียดคมู ือ MO. 60262
58.การเปล่ยี นน้ําจดื (Engine Coolant Change)
เปด ฝาปด ระบาย(Breather Valve) (รายละเอยี ดขอ 65)
ดูดตะกอนนา้ํ ยาปอ งกันสนมิ ออก (รายละเอยี ดขอ 55)
เปด ระบายน้าํ จืดออกจากระบบ (รายละเอียดขอ 55)

กองฝกการชางกล กฝร.

เติมน้ําจืดเขาระบบ (รายละเอยี ดขอ 53)
ปด ฝาปด ระบายเขา ทเี่ ดมิ (รายละเอยี ดขอ 66)
59.การทําความสะอาดตะแกรงกรองน้ําจดื (Coolant Strainer Cleaning)
59.1 เคร่ืองแบบ TC/TB (รปู 9-43)
เปดระบายน้ําจืดออกจากระบบ (รายละเอยี ดขอ 55)
ถอดสลักเกลียว(Screw)และทองอ(Elbow) ออกจากทอรวมแกสเสีย(Exhaust Manifold)และทอนํ้าจืด
(Coolant Pipe)
ถอดตะแกรงกรองน้ําจืดและทอ งอ นําไปเปาทาํ ความสะอาดดว ยกาํ ลังดันลม
ประกอบวงกันรั่ว(O-Ring)ใหมใหเขากับทอนํ้าจืด และประกอบทองอเขากับทอน้ําจืดแลวจึงประกอบ
ทองอเขากับทอ รวมแกส เสยี โดยใชแ ผน กนั รว่ั (Gasket)ใหม
เติมน้าํ จืดเขาระบบ (รายละเอยี ดขอ 53) และตรวจดกู ารรวั่ ไหล

59.2 เคร่ืองแบบ TE (รูป 9-44)
ในขณะเคร่ืองเย็น ถอดปล๊ัก(Plug)ท่ีทอนํ้าจืดกลับ(Return Line) ท้ังดาน A และ B(A/B-Side) ระบายน้ํา

จดื ออกประมาณ 2-3 ลติ ร ใสภาชนะที่เหมาะสม เปน การลา งคราบสิง่ สกปรกออกจากตะแกรงกรองนา้ํ จดื
ประกอบปลก๊ั เขา ทเ่ี ดิมและเปลี่ยนวงกันร่ัว(Sealing Ring)ใหม ถาจาํ เปน

60.การตรวจสอบการอุดตนั ของทอ ระบายอากาศระบบนํา้ จดื (Coolant System,Vent Line
Obstruction Check)

ถอดทอระบายอากาศ ออกมาเปาทําความสะอาดดว ยกําลงั ดันลม แลวประกอบเขาทเี่ ดมิ
∆ ขอควรระวัง

กองฝก การชางกล กฝร.

∆การอุดตันของทอระบายอากาศ จะทําใหเคร่ืองรอนจัด(Overheat)ขณะใชเคร่ือง จนกระท่ังเครื่อง
เสียหายได
61.การตรวจสอบการสงนํ้าทะเล(Raw Water Supply Check)

ในขณะเคร่ืองเดินอยู ตรวจสอบกําลังดันน้ําทะเล ท่ีมาตรวัดกําลังดัน(Pressure Gauge)หรือ ท่ีแผงแสดง
คา(Monitoring Panel)
62.การเปดใชนา้ํ ทะเลฉกุ เฉนิ (Raw Water Emergency Supply,Cut-in) (รูป 9-45)

เคร่อื งแบบ TE
เปด ลิ้นปด(Shut-off Valve) เพื่อ

เปด นํ้าทะเลฉุกเฉนิ เขาระบบ
เปด การทํางาน(Switch On) สูบน้ํา

ทะเลสาํ รอง(Reserve Raw Water Pump)
ตรวจสอบกําลังดัน ท่ีแผงแสดงคา

(Monitoring Panel)

ขอควรจาํ !
! กําลังดันนาํ้ ทะเลตองไมสูงกวา 2.2 บารแ ละอตั ราการสงไมสงู กวา 60 ลบม./ชม.(m3/h)

∗ หมายเหตุ
∗ถาเรือน(Housing)ของสูบนํ้าทะเล(Raw Water Pump)ของเครื่องชํารุดเสียหาย จะตองปดทอทางเขา-

ออกของสูบนาํ้ ทะเลดงั กลาว ดว ยการกลบั ดา นหนา แปลนสองทาง(Dual Purpose Flanges)
63.การปดน้าํ ทะเลฉุกเฉนิ (รูป 9-45)

ปด การทาํ งาน(Switch Off) สบู น้ําทะเลสํารอง
ปด ลน้ิ ปด(Shut-off Valve) เพือ่ ปดทอทางน้ําทะเลฉุกเฉินเขาระบบ
เปด ลน้ิ นํา้ ทะเลเขา ระบบน้ําทะเลตามปกติ
∗ หมายเหตุ

กองฝก การชางกล กฝร.

∗ถามีการปดทอทางเขา-ออกของสูบนํ้าทะเล(Raw Water Pump) ดวยหนาแปลนสองทาง(Dual Purpose
Flanges) ใหเ ปด ดวยการกลบั ดานหนา แปลนสองทางใหเ รียบรอย
64.การทาํ ความสะอาดแผนแกว ตรวจระดบั นาํ้ จืด(Sight Glass Cleaning) (รปู 9-46)

ถอดปล๊กั ตวั บน(Upper Plug) ของแผน แกว ออก
ใชแ ปรงแยงขวด(Bottle Brush) แยงทาํ ความสะอาดใหทว่ั แผนแกว
ประกอบปลกั๊ ตัวบน เขา ที่เดมิ โดยใชว งกันรัว่ (Sealing Ring)ใหม

65.การเปดฝาปดระบาย(Breather Valve Opening) (รปู 9-47)
หมุนฝาปด ระบายไปทางซาย จนถึงจุดหยุดจุดแรก(First Stop)แลวหยุด ใหกําลังดันภายในระบายออกมา

ใหหมด
หมนุ ฝาปด ระบายตอไป จนกระท่ังถึงจุดหยดุ ท่สี อง จงึ เปดฝาปดระบายออก

∆ ขอควรระวงั
∆ หา มเปด ฝาปดระบาย ขณะเคร่อื งยนตรอ น

66.การปด ฝาปด ระบาย(Breather Valve Closed) (รปู 9-47)
ประกอบฝาปด ระบายเขา ท่ีเดมิ และหมนุ ไปทางดานขวา จนถงึ จุดหยดุ

67.การเปด ระบายชุดอุนนํา้ จืด(Coolant Preheating Unit Draining) (รปู 9-48)

กองฝก การชางกล กฝร.

เปดปลั๊กระบาย(Drain Plug)
ระบายน้าํ ภายในออก

ประกอบปล๊ักระบายเขาที่เดิม
โดยใชว งกันรัว่ (Sealing Ring)ใหม

68.การใชง านชดุ อนุ นา้ํ จืดคร้งั แรก(Coolant Preheating Unit Initial Operation) (รูป 5-8)
ตรวจสอบจุดตัดการทํางาน เม่ือกระแสไฟเกิน(Overcurrent) ของมอเตอรส บู นา้ํ วนเวยี น
เตมิ นา้ํ จดื เขา สูบน้าํ วนเวียน(Pump) ใหเ ตม็
เปดการทาํ งาน(Switch On) ชดุ อุน น้ําจดื
ตรวจสอบทศิ ทางการหมุน ของสูบนํา้ วนเวียน
ตรวจสอบอณุ หภมู ิน้ําจืด ตอ งสูงขน้ึ

69.การปรบั แตงเคร่อื งควบคุมอุณหภูมชิ ุดอุน น้ําจดื (Coolant Preheating Unit Thermostat
Adjustment) (รปู 5-8)

ถอดสลักเกลียว(Screw)และฝาครอบ(Cover) ของเคร่อื งควบคมุ อุณหภูมิ
ปรับแตง ยานอณุ หภูมิ(Range) ท่สี ลักเกลียวปรบั แตง(Adjusting Screw) ตามตองการ
ประกอบฝาปดเขาที่เดิม
70.การตรวจสอบชุดอุนนาํ้ จืด(Coolant Preheating Unit Check) (รปู 5-8)
ขณะเปดการทํางาน(Switch On)ชุดอุนนํ้าจืด อุณหภูมิน้ําจืดจะตองอยูในยานการควบคุม ของเคร่ือง
ควบคุมอณุ หภูมิและสูบน้าํ วนเวยี นจะตอ งทาํ งานดวย
71.การตงั้ การทํางานของตวั จํากัดอณุ หภูมิใหม(Coolant Preheating Unit,Temperature

Limiter Reset) (รูป 5-8)
ถอดสลกั เกลยี ว(Screw)และฝาครอบ(Cover) ของเครอ่ื งควบคุมอณุ หภมู ิ
กดเดอื ยต้ังการทาํ งานใหม(Resetting Pin)
ประกอบฝาครอบเขาทีเ่ ดิม
72.การทาํ ความสะอาดหมอ ระบายความรอนนา้ํ จดื (Coolant Cooler Cleaning)
เคร่ืองแบบ TE
ดูในคูม อื Maintenance Manual MO 20046/00E
73.การตรวจสอบการรว่ั ไหลของหมอ ระบายความรอนนา้ํ จืด(Coolant Cooler Leak

Check) (รปู 5-7.3 / 5-7.4)

กองฝก การชางกล กฝร.

ตรวจดรู องของวงกนั รว่ั แบบมีรอง(Profile Seal) วามีนา้ํ รวั่ ออกมาหรอื ไม
∗ หมายเหตุ

∗ ขณะท่ียังไมมีการอัดตัว ความกวางของรองจะมีประมาณ 8 มม.ถารองมีการอุดตัน ใชมีดกรีดตกแตง
ใหรองทะลุถงึ กนั ตลอดวง
74. การต้งั ฉุกเฉินเครอื่ งควบคมุ อณุ หภูมิน้ําจดื (Coolant Thermostat Emergency Setting)

74.1 เครือ่ งแบบ TB (รูป 9-49)
ถอดฝาครอบ(Cover)
ถอดลวดตราตะกั่ว(Lead Seal)

ออกจากสลักเกลียวปรับแตง(Adjusting
Screw)

คลายนัตล็อค(Lock Nut)ออก
และกวดสลักเกลยี วปรบั แตงเขา

74.2 เครื่องแบบ TE (รปู 9-50)
คลายปลอกล็อค(Locking Bush) ออก

พอประมาณ
กวดเดือยกั้น(Stop Pin)เขา 18-20

มม.(ประมาณ 16 รอบ) ดวยประแจหกเหลี่ยม
(Allen Key)

กวดปลอกล็อคใหแนน
เมื่อมีการเปลี่ยนสวนรับความรอน
(Thermal Element) ใหคลายเดือนก้ันออก 18-
20 มม.และกวดปลอกลอ็ คใหแ นน

∆ ขอ ควรระวัง
∆ขณะใชเคร่ืองเมื่อมีการต้ังฉุกเฉินดังกลาว จะตองคอยตรวจสอบอุณหภูมิน้ําจืดเปนพิเศษและเปลี่ยน

เครอ่ื งควบคมุ อุณหภูมินาํ้ จืดหรอื สว นรบั ความรอน(Thermal Element) ในโอกาสแรก
75.การปรับแตง อตั ราการสงของสบู จํากดั น้าํ มันหลอ (Oil Metering Pump Delivery

กองฝก การชางกล กฝร.

Adjustment) (รูป 9-51)

ขณะเคร่ืองเดินอยู ตรวจสอบการสง
นํ้ามันหลอ ท่ีทอ ทางสง สูบจํากัดนาํ้ มันหลอ

ถอดปลายทอสงนํ้ามันหลอ ออกจาก
ทอ รวมอากาศดี

วัดอัตราการสงนํ้ามันหลอ ดวย
ภาชนะวัดคา(Measurement Container)

ถาคาไมไดตามเกณฑ ใหปรับแตงที่
สลักเกลียวปรับแตง(Adjusting Screw) ซ่ึง
การกวดทวนเข็มนาฬิกา(CCW.) จะเปนการ
เพ่ิมอัตราการสง แตถากวดตามเข็มนาฬิกา
(CW.)จะเปน การลดอัตราการสง

∗ หมายเหตุ ∗ อัตราการสง ใหด ใู นคูม อื ประจําเครือ่ ง
76. การเติมน้ํามนั หลอเขา ระบบ(Engine Oil System Filling) (รูป 9-52)

เติมนํ้ามันหลอใหมเขาเครื่องทาง
ทอทางเติม(Filter Neck) จนกระทั่งระดับ
น้ํามันหลอในอางน้ํามันหลอ(Oil Pan)สูง
ถึ ง ขี ด สู ง สุ ด (Max)ข อ ง เ ห ล็ ก วั ด ร ะ ดั บ
(Dipstick)

ถาเปนการเติมนํ้ามันหลอคร้ัง
แรก หรือ การเติมหลังจากการเปล่ียน
นํ้ามันหลอ จะตองระลึกไววาที่หมอกรอง
(Filter)และหมอระบายความรอน(Heat
Exchanger) ยังไมไดรับการเติมน้ํามัน
หลอ จนกวา จะมีการเดินเครื่อง ดงั นั้น จงึ

มีความจาํ เปนท่ีจะตองเติมนํ้ามันหลออีกคร้ัง จนถึงขีดสูงสุด(Max)ของเหล็กวัดระดับ(Dipstick) หลังจากทดสอบ
เดนิ เคร่ือง(Test Run)

ถามีระบบปรับระดบั น้าํ มนั หลอ (Oil Level Regulating System) ในถังพกั น้ํามนั หลอ(Oil Tank)ตองใหถึง
ระดับ 2/3 ของถงั ดว ย
∆ ขอ ควรระวงั

กองฝก การชางกล กฝร.

∆นํ้ามันหลอท่ีใช จะตองเปนน้ํามันหลอใหม ตามรายละเอียดในคูมือ MTU Fluids And Lubricants
Specification No.1061 เทา นั้น
77. การเปลี่ยนนาํ้ มนั หลอ (Oil Change)

ตอ งกระทําในขณะท่เี ครอ่ื งยนตร อนอยู ดังน้ี
ใชร ะบบสบู ถายนาํ้ มนั หลอ ดูดน้ํามนั หลอออกจากระบบใหห มด
เปดระบาย(Drain)นํ้ามันหลอ ออกจากหมอกรอง(Filter) และตรวจสอบดูเศษโลหะท่ีตกคางอยูในนํ้ามัน
หลอ
เติมนํา้ มนั หลอใหม เขาเครอื่ ง
∆ ขอ ควรระวงั
∆ เชน เดียวกับ ขอ 75
78. การตรวจสอบระดับนํา้ มันหลอ(Checking Engine Oil Level) (รปู 9-53)

78.1 เคร่ือง TC/TB ที่ไมมีระบบปรับ
ระดับน้าํ มนั หลอ (รูป 9-53)

> การตรวจสอบในระหวางที่
ใ ช เ ค รื่ อ ง ป ก ติ ท่ี อุ ณ ห ภู มิ ใ ช ง า น
(Operating Temperature) ใหดึงเหล็กวัด
ระดับ(Dipstick)ออกมา แลวเช็ดดวยผา
สะอาด แลวจึงสอดเหล็กวัดระดับลงไปวัด
ระดับน้ํามันหลอในอางนํ้ามันหลอ(Oil
Pan) ระดับนํ้ามันหลอจะตองอยูระหวาง
ขีดต่ําสุด(Min)กับสูงสุด(Max)ของเหล็กวัด
ระดบั

>> การตรวจสอบกอนเร่ิมเดินเครื่อง สิ่งที่ตองคํานึงถึงคือ ระยะเวลาที่เครื่องหยุดเดิน เน่ืองจากขณะ
เคร่ืองหยุดเดิน จะมีน้ํามันหลอจากหมอกรองและหมอระบายความรอนน้ํามันหลอ ไหลกลับลงอางนํ้ามันหลอ
ทําใหระดับน้ํามันหลอในอางน้ํามันหลอสูงกวาปกติ ถาเปนการเร่ิมเดินเคร่ือง หลังจากเลิกเคร่ืองเปนระยะเวลา
นาน(Extended Period) ตอ งเติมนาํ้ มันหลอ ใหส งู ถึงขีดสูงสดุ (Max)
ขอ ควรจํา !

! เพ่ือเปรียบเทียบผลการตรวจสอบระดับน้ํามันใหถูกตองทุกคร้ัง การตรวจสอบแตละคร้ังควรกระทํา
เมือ่ เคร่อื งยนตอ ยใู นสภาวะเดยี วกนั ทุกครัง้
78.2 เครอื่ ง TE ที่มีระบบปรับระดับน้าํ มันหลอ (รปู 9-53)

กองฝกการชางกล กฝร.

> การเติมน้ํามันหลอครั้งแรก(Initial Filling)และหลังการเปล่ียนน้ํามันหลอทุกคร้ัง ใหเติมน้ํามันหลอ
ใหถึงขีดสูงสุด(Max)ของเหล็กวัดระดับ(Dipstick)ของเครื่อง และในถังพักนํ้ามันหลอ(Oil Tank)ของระบบปรับ
ระดบั น้ํามนั หลอ ใหส ูงถึง 2/3 ของถงั

เดินตัวเปลาประมาณ 2-3 นาที แลวเลิกเคร่ือง หลังจากเลิกเคร่ืองแลวประมาณ 5 นาที ดึงเหล็กวัดระดับ
(Dipstick)ออกมา แลวเช็ดดวยผาสะอาด แลวจึงสอดเหล็กวัดระดับลงไปวัดระดับนํ้ามันหลออางน้ํามันหลอ(Oil
Pan)ของเคร่ือง ระดับน้ํามันหลอจะตองสูงถึงขีดต่ําสุด(Min)ของเหล็กวัดระดับ และในถังพักน้ํามันหลอ(Oil
Tank)ของระบบปรบั ระดบั น้ํามันหลอ ตอ งถึงระดบั 2/3 ของถัง ถา จําเปนเติมใหไ ดร ะดับดังกลา ว

>> กอนเริ่มเดินเคร่ือง หลังจากเลิกเครื่องเปนระยะเวลานาน ระดับนํ้ามันหลอในอางน้ํามันหลอแและ
ในถังพักนาํ้ มนั หลอ อยางนอยท่ีสุดตองสงู ถึงขดี ตํา่ สุด(Min)

>>> การตรวจสอบระดับนํ้ามันหลอระหวางที่เคร่ืองหยุดเดิน หลังจากเลิกเครื่องแลวประมาณ 5 นาที
ระดบั นาํ้ มนั หลอในอางนา้ํ มนั หลอ และในถงั พักนํา้ มันหลอ อยางนอยท่ีสุดตองสูงถึงขีดต่ําสุด(Min) ถาจําเปนเติม
ใหไดร ะดับดังกลาว

ถาระบบปรับระดับนํ้ามันหลอผิดปกติ ขณะใชเคร่ืองจะตองตรวจสอบระดับน้ํามันหลอทุก 2 ชม ระดับ
นํ้ามันหลอในอางน้ํามันหลอ จะตองอยูระหวางขีดตํ่าสุดกับสูงสุด และในถังพักนํ้ามันหลอตองสูงถึงระดับ 2/3
ของถงั ถา จาํ เปน เตมิ ใหไดระดับดงั กลาว
79.การนาํ นา้ํ มันหลอ ตัวอยางออกมาตรวจวเิ คราะห(Oil Sampling) (รูป 9-54)

ใ น ข ณ ะ ท่ี เ ค รื่ อ ง เ ดิ น อ ยู ท่ี
อุณหภูมิใชงาน เปดกอกระบายนํ้ามัน
หลอออกประมาณ 2 ลิตร เปนการทํา
ความสะอาดกอก

เปดกอ กระบายนา้ํ มันหลอ ใส
ภาชนะทีส่ ะอาดประมาณ 1 ลิตร เปน
นํ้ามนั หลอตวั อยา ง

นาํ น้ํามนั หลอ ตัวอยา ง ไปตรวจ
วิเคราะหด ว ยชุดทดสอบของ mtu(MTU
Test Kit) ตรวจวเิ คราะหค วามสามารถใน
การกระจายตวั (Dispersion Ability)
ดวยวิธกี ารทดสอบหยด(Spot Test) ,น้ําปนในน้ํามนั หลอ(Water Content) และนา้ํ มนั เชือ้ เพลงิ
ที่ปนในนา้ํ มันหลอ (Fuel Delution) (รายละเอียด ดูในคูมอื No. 61764)

กองฝก การชางกล กฝร.

80.การเลอื กใชห มอ กรองละเอยี ดน้าํ มนั หลอ (Oil Filters Selection) (รูป 9-55)

เคร่ืองแบบ TC/TB
โยกคนั โยกของลิน้ เปลย่ี นทาง(Diverter Valve) ตามรปู 9-55
หมอ กรองใบที่ถกู ปด สามารถเปลย่ี นไสหมอกรองได

∆ ขอควรระวงั
∆ ในขณะใชง านเคร่ืองปกติ จะตองเปดใชห มอกรองทกุ ใบ

81.การเปด ระบายตะกอนหมอกรองละเอียดนํ้ามนั หลอ (Draining Sludge From Oil Filter)
81.1 เครอ่ื งแบบ TC/TB (รูป 9-56)

ปดหมอกรองที่จะระบายตะกอน
ดวยลิ้นเปลี่ยนทาง(Diverter Valve)

หมุนคลายเปดปล๊ักระบาย(Drain
Plug) ระบายนํ้ามันหลอภายในหมอกรอง
ออกใสภาชนะท่สี ะอาดใหห มด

ประกอบปลั๊กระบายเขาที่เดิม
โดยใชว งกันรัว่ (Sealing Ring)ใหม

เปดใชหมอกรอง ดวยล้ินเปลี่ยน
ทาง

ระบายตะกอนภายในหมอกรอง
อกี ใบหน่งึ ตามวิธีดงั ท่กี ลาวมาแลว

กองฝกการชางกล กฝร.

81.2 เครือ่ งแบบ TE (รปู 9-57)
หมุนคลายปลั๊กระบายอากาศ

(Vent Plug)และปลั๊กระบาย(Drain Plug)
2-3 รอบ ระบายน้ํามันหลอภายในหมอ
กรองใสภาชนะที่สะอาดใหห มด

กวดปด ปลกั๊ ท้งั สอง เขา ทเี่ ดิม
ขอควรจาํ !
! ควรระบายตะกอน ในขณะเคร่ืองรอน
หรอื ทอ่ี ณุ หภูมใิ ชการ

82.การตรวจวเิ คราะหโลหะตกคา งในตะกอนน้ํามันหลอ(Oil Sludge Metallic Residue
Analysis) (รปู 9-58)

ใชน้ํามันเชื้อเพลิงท่ีสะอาดหรือ
นํ้ายาลางจาระบี(Grease Dissolving
Agent)ผสมกับนํ้ามันหลอ แลวนําไปกรอง
ดวยกระดาษกรอง(Paper Filter) ส่ิงสกปรก
ตางๆที่ปนมากับน้ํามันจะตกคางอยูบน
กระดาษกรอง

ถามีโลหะตกคางอยูเปนจํานวน
เล็กนอย ในการใชงานเครื่องจะตองดูแลเอา
ใจใสตอเคร่ืองยนตอยางใกลชิด และจะตอง
ตรวจวเิ คราะหตะกอนน้าํ มนั หลอทุกวัน ดงั ท่ี
กลาวมาแลว ถาพบวามีโลหะตกคางเพิ่ม
มากข้ึน จะตอ งตรวจสอบหาสาเหตุตอไป

83.การเปลยี่ นวงกันรัว่ และไสห มอกรองละเอยี ดนาํ้ มันหลอ (Oil Filter Element And
Sealing Ring Replacement)

83.1 เครื่องแบบ TC/TB (รปู 9-59)
ปด หมอกรอง ดว ยล้ินเปลย่ี นทาง (รายละเอียดขอ 79)
ระบายนํ้ามันหลอออกจากหมอกรอง (รายละเอยี ดขอ 80)

กองฝก การชางกล กฝร.

คลายสลักยึด(Securing Bolt)
ถ อ ด ฝ า ป ด ห ม อ ก ร อ ง (Filter
Cover) พรอมชุดไสหมอกรอง(Filter
Element)
คลายนตั ยดึ (Retaining Nut)
ถอดไสห มอกรองออกทิ้ง

เปล่ียนวงกันรั่ว(Sealing Ring)

ใหม

ประกอบไสหมอกรองใหมเขาท่ี

เดิม แลวกวดดว ยนตั ยึดใหแนน

ประกอบปลั๊กระบายเขาท่ีเดิม

โดยใชวงกันร่ัว(Sealing Ring)ใหม

ประกอบฝาปดหมอกรอง พรอม

ชุดไสหมอกรองเขาที่เดิม แลวกวดสลักยึด

ใหแนน

เปดใชหมอกรอง ดวยล้ินเปล่ียน

ทาง

∗ หมายเหตุ ่

∗ ถา หมอกรองสกปรกมาก ใหถอดฐานหมอกรอง(Filter Base)มาทาํ ความสะอาดดวย

∆ ขอ ควรระวงั

∆ ถากระทําในขณะที่เครื่องกําลังเดินอยู จะตองกระทําอยางรวดเร็ว เพ่ือใหการปดไมใชหมอกรอง เปน

เวลาสัน้ ๆเทานั้น

83.2 เครอื่ งแบบ TE (รปู 9-60)

กองฝก การชางกล กฝร.

เปด ระบายนํ้ามันหลอ ออกจากหมอ กรอง (รายละเอยี ดขอ 79)

คลายสลกั ยึด(Securing Bolt)
ถอดถวยหมอกรอง(Filter Bowl)และชดุ สปริงบังคบั (Spring Retainer)
ถอดไสห มอ กรองออกท้ิง
ทําความสะอาดทอนํา,ชุดสปรงิ บังคับและถวยหมอ กรอง
ประกอบวงกันร่วั (O-Ring)ใหม เขากบั รอ งของทอ นํา
ตรวจสอบบาสัมผัสของชุดสปริงบังคับภายในถวยหมอกรองและวงกันร่ัว(Viton Sealing Ring) ในชุด
สปริงบงั คับ
ประกอบแผน กนั รวั่ (Gasket)ใหมเขาท่ีทอ นําและชดุ สปริงบงั คับ
ประกอบไสห มอกรองใหมเ ขากับทอนํา
ประกอบถว ยหมอ กรองเขาทเ่ี ดมิ โดยระมัดระวังการกดของชุดสปริงบังคับลงบนไสหมอ กรอง
กวดนัตยึดถว ยหมอ กรองใหแนน
∗ หมายเหตุ
∗ ถา หมอกรองสกปรกมาก ใหถ อดทอนํา(Filter Guide)และฐานหมอ ระบายความรอนน้ํามันหลอ ออกมา
ทาํ ความสะอาดดว ย
84.การตรวจสอบชุดสปริงบังคับหมอกรองละเอยี ดนํา้ มันหลอ (Engine Oil Filter Spring

Retainer Check) (รปู 9-61)

กองฝก การชางกล กฝร.

เครื่องแบบ TE การตรวจสอบ(Check)
ปกติชุดสปริงบังคับ จะไม
สามารถถอดไดดว ยมอื
ถาชุดสปริงบังคับ ไมยึดอยูกับ
สลักยึด(Centre Screw) ใหบีบหว งสปริง
(Spring Lug)เขาอีก ใหชุดสปริงบังคับ
ยึดอยูกับรอ งของสลักยดึ
การประกอบ(Assembly)
ทาวงกันร่ัว(Viton Sealing
Ring) ดวยน้ํามนั หลอ
ประกอบชุดสปริงบังคับเขากับ
สลักยึด จนกระทั่งหวงสปริง(Spring
Lug)ลงรอ งของสลักยดึ
ขณะประกอบ ใหระมัดระวัง
สลกั ยดึ จะถูกขดู ขดี เปน รอย

85.การใชคันหมุนทางเดยี วหมอกรองตะแกรงโลหะนํา้ มันหลอ (Edge-Type Oil Filter
Operation) (รูป 9-62)

กองฝก การชางกล กฝร.

เครอ่ื งแบบ TE
โ ย ก คั น ห มุ น ท า ง เ ดี ย ว (Ratchet

Lever) 1-2 รอบ เพื่อทําความสะอาดไส
หมอกรอง

ลอ็ คคนั หมนุ ทางเดยี ว ดว ยสปรงิ ยดึ
(Retaining Spring)
ขอ ควรจํา !

! การทาํ ความสะอาดดังกลา วน้ี จะ
ไดผลดีทีสุด คือ ตองกระทําทันทีหลังจาก
เลิกเครื่อง

86.การระบายตะกอนหมอ กรองตะแกรงโลหะนํา้ มนั หลอ (Edge-Type Oil Filter Sludge
Draining) (รูป 9-63)

เครอ่ื งแบบ TE
โยกคนั หมุนทางเดียว
เปดลิ้นระบาย(Drain Valve)

ระบายนาํ้ มนั หลอใสภ าชนะท่ีสะอาด
ปด ล้นิ ระบาย
ล็อคคันหมุนทางเดียว ดวยสปริง

ยดึ (Retaining Spring)
ขอ ควรจํา !

! ตอ งกระทําในขณะเคร่ืองรอ น
หรอื อยทู ี่อณุ หภมู ิใชก าร

87.การตรวจวเิ คราะหโลหะตกคางในนํ้ามนั หลอ ในหมอ กรองตะแกรงโลหะน้ํามันหลอ
(Edge-Type Oil Filter,Oil Sludge Metallic Residual Analysis) (รูป 9-58)

เครื่องแบบ TE

กองฝก การชางกล กฝร.

เพ่ือตรวจวเิ คราะหดูโลหะตกคางในนา้ํ มนั หลอ ภายในหมอกรองตะแกรงโลหะ กระทาํ เชน เดยี วกบั ขอ 81
ทก่ี ลา วมาแลว
88.การระบายตะกอนหมอ กรองทางลดั นํา้ มันหลอ (Oil Bypass Filter Sludge Draining)

(รปู 9-64)

ปดลิ้นนํ้ามันหถลออด ปทลี่ท๊ั กอรทะางบเขาาย
หมอกรอง (Drain Plug) เปดระบาย

ค ล านย้ําเมปัน ดหปลลอ๊ัภการยะใบนาหยม(อDกraรiอnง
Plug) ระบาอยอนกํ้าใหมหันมภดายในหมอกรองใส
ภาชนะท่เี หมาะสมใหหถมอดด ส ลั ก ตั ว ก ล า ง

ประก(Cอบenปtลre๊กั ระบาBยoเlขt)า,ฝทาเ่ี ดปมิ ดหมอ
เปดลก้ินรนอํ้างม(ันCหoลveอr)แทลี่ทะอวทงากงั นเขราั่ ว
หมอ กรองท่ปี (ดSไeวa ling Ring)

ถ อ ด ส ป ริ ง แ ล ะ แ ผ น
รองสปริง(Spring Plate)
89.การเปล่ยี นไสหมอ กรองทางลัดน้าํ มันหลอ (Bypass Filter Element Renewal) (รปู 9-65)

ทําความสะอาดเรอื นหมอ กรอง(Housing)และฝาปดหมอ กรอง(Cover)
ประกอบปล๊ักระบาย(Drain Plug)เขา ทีเ่ ดมิ โดยใชว งกนั รว่ั (Sealing Ring)ใหม
ประกอบขอเกี่ยวลงในหมอกรองพรอมกบั ไสหมอ กรองใบลา งใหม
ประกอบไสหมอกรองใบบนใหม โดยระมัดระวังไมใหแผนกันรั่ว(Gasket)ระหวางไสหมอกรองชํารุด
เสียหาย
ประกอบแผน รองสปรงิ (Spring Plate) เขาที่เดมิ
ประกอบสปริงเขาท่ี โดยใหดา นทมี่ เี สนผา ศูนยก ลางโตกวาอยูดา นลาง คอื อยบู นแผนรองสปรงิ

ดึงหหู วิ้ (Grip)ไสหมอ กรองใบบน จับหูหว้ิ (Grip)ของไสห มอกรอง
ขึน้ โดยขณะดงึ ข้ึนใหห มนุ ซา ย-ขวา กองฝก กาใรบชาลงากงลหกมฝรนุ .ซา ย-ขวาและดงึ ข้ึนดวยขอ
เพือ่ ใหด งึ ข้นึ งา ยและปอ งกันนาํ้ มนั หลอ
ทะลกั ลนออกจากหมอกรอง เก่ียว(Hook)

ใชจ าระบที าวงกันร่วั (Sealing Ring)ใหมแลว ประกอบลงในรอ งทีฝ่ าปดหมอกรอง(Cover)
ประกอบฝาปด หมอกรองเขา ทีเ่ ดมิ และกวดยึดดวยสลักตวั กลาง(Centre Bolt)ใหแ นน
∆ ขอ ควรระวัง
∆ ฝาปด หมอกรอง(Cover) รับแรงดันของสปรงิ อยูต ลอดเวลา
90.การหมุนเคร่อื งดวยระบบเรมิ่ เดนิ (Turning Engine On Starter)
ล็อคคันเลกิ เครอ่ื ง(Shut Down Lever) ท่เี ครอื่ งควบคุมความเรว็ (Governor) ไวทตี่ ําแหนงเลิกเครอ่ื ง(Stop)
กดปมุ เร่มิ เดนิ ใหเ ครือ่ งหมุนประมาณ 10 วินาที
ปลดล็อคคันเลิกเคร่ือง กลบั ไปไวท ตี่ าํ แหนงเดิม
∆ ขอ ควรระวัง
∆ กอนทีจ่ ะหมนุ เครื่อง จะตองแนใ จวา ไมม ใี ครอยใู นตําแหนงหรือที่ท่จี ะเปนอนั ตราย
∆ หลังจากปฏิบัติงานแลว อุปกรณปองกันอันตรายตางๆจะตองประกอบเขาท่ีเดิมและเครื่องมือตางๆ
ตองเอาออกจากเครื่องใหห มด
91.การหา มการเรมิ่ เดนิ เครือ่ ง(To Disable Engine Starting)
91.1 ระบบเร่ิมเดินใชกาํ ลงั ดันลม(Compressed Air)
ใหปดล้ินลมเขาระบบและปดสวิทชกุญแจ(Key Switch)ตัดกระแสไฟเขาระบบดวย แลวถอดสวิทช
กญุ แจออก
91.2 ระบบเร่ิมเดินใชกระแสไฟตรง
ปดกระแสไฟฟาระบบเร่ิมเดินดวยสวิทชตัดทางไฟ(Cut-out)และสวิทซกุญแจ(Key Switch) แลวดึง
สวิทซกญุ แจออก
แขวนปาย “หามเดนิ เคร่ือง กําลังปฏบิ ัตงิ าน” ที่ล้นิ ลมเรม่ิ เดนิ เขา ระบบและทสี่ วิทซกญุ แจ
92.การใหการเริม่ เดินเครอื่ ง(Engine Start Release)
ปลดปาย “หามเดนิ เคร่ือง กาํ ลังปฏิบตั งิ าน” ออก
เปดลิ้นลมเริ่มเดินเขาระบบและเปดกระแสไฟเขาระบบ ดวยสวิทซกุญแจหรือสวิทซตัดทางไฟ(Cut-out)
(จากขอ 91)
93.การเริ่มเดินเครอ่ื ง(Engine Starting)
กอ นเริม่ เดินเครอื่ ง จะตอ งปฏิบัตงิ าน ”การเตรยี มการกอนใชงานเครื่อง” ตามรายละเอยี ดบทท่ี 8 ขอ 1
93.1 ระบบเร่ิมเดินแบบมอเตอรไฟฟา (Electric Starting System)
หลังจากกดปุมเร่ิมเดิน(Start)แลว 8-10 วินาที เคร่ืองยนตยังไมเร่ิมเดิน ใหหยุดพักสักครู แลวจึงเริ่มเดิน
ใหมอกี ครั้ง
หลังจากกดปุมเร่ิมเดิน(Start)ครั้งที่ 2 เคร่ืองยนตยังไมเร่ิมเดิน ใหหยุดการเริ่มเดินและตรวจสอบแกไข
ขอ ขดั ขอ ง

กองฝก การชางกล กฝร.

93.2 ระบบเริม่ เดินแบบมอเตอรกําลังดันลม(Compressed Air Starting System)
หลังจากกดปมุ เร่มิ เดนิ (Start)แลวประมาณ 3 วินาที เคร่ืองยนตยังไมเริ่มเดิน ใหหยุดพักสักครู แลวจึงเริ่ม

เดินใหมอกี ครง้ั
หลังจากกดปุมเริ่มเดิน(Start)คร้ังท่ี 2 เครื่องยนตยังไมเร่ิมเดิน ใหหยุดการเร่ิมเดินและตรวจสอบแกไข

ขอขัดขอ ง
93.3 ระบบเรมิ่ เดินแบบจานจา ยลมเขา กระบอกสูบ(Air-In-Cylinder Starting System)

หลงั จากกดปุมเรม่ิ เดิน(Start)แลว เคร่อื งยนตยงั ไมเ ร่มิ เดิน ใหหยดุ พกั สักครู แลวจึงเร่มิ เดนิ ใหมอ ีกครัง้
หลังจากกดปุมเริ่มเดินครั้งท่ี 2 เครื่องยนตยังไมเริ่มเดิน ใหหยุดการเร่ิมเดินและตรวจสอบแกไข
ขอ ขดั ขอ ง
ขอ ควรจาํ ! ! เคร่อื งยนตจ ะเร่มิ เดนิ ตอ งอยูในสภาพท่ไี มมภี าระ(No Load) เทา นั้น
94.การเรม่ิ เดนิ เคร่อื งฉกุ เฉิน(Emergency Start)
ระบบเริม่ เดินแบบจานจายลมเขา กระบอกสบู ในกรณีทีร่ ะบบไฟฟา ขดั ของ
หมุน คันหมุน(Hand Lever)หรือลูกบิด(Hand Wheel)ดานขางล้ินลมไฟฟา 3 ทาง(Solenoid 3-Way
Valve) ไปตําแหนง Manual หรอื Hand หรอื An/On เปนการเริ่มเดนิ เคร่ือง(รายละเอยี ดบทที่ 7 ขอ 3.3.1)
95.การเลิกเครอื่ ง(Engine Shut Down)
กอนเลิกเครอ่ื ง ใหเ ดินเคร่ืองตัวเปลา(Idle Speed)ประมาณ 5 นาที ใหอ ุณหภมู ิเคร่อื งคงที่ตํา่ ท่สี ุด
กดปุมเลิกเครอื่ ง(Stop)ไว จนกระทงั่ เคร่ืองหยดุ เดิน
ขอควรจาํ !
! หามเลกิ เครือ่ ง ขณะทเ่ี ครือ่ งรบั ภาระเต็มที่(Full-Load Operation)
96.การเลิกเครอ่ื งดวยมือ(Engine Manual Shutdown)
ถาระบบไฟฟาหรือระบบอิเล็กทรอนิกขัดของ ใหโยกคันเลิกเครื่อง(Shut Down Lever)ท่ีเคร่ืองควบคุม
ความเร็ว(Governor) ไปทีต่ ําแหนง เลิกเครอื่ ง(Stop)จนกระทั่งเครอื่ งหยุดเดิน
97.การเลกิ เครอื่ งฉุกเฉนิ โดยปุมกดเลกิ เคร่อื งฉุกเฉนิ (Engine Emergency Shutdown By

Emergency Stop Button)
เม่ือกดปุมเลิกเครื่องฉุกเฉิน(Emergency Stop) เครื่องยนตจะหยุดเดิน โดยระบบอิเล็กทรอนิกส จะสง
อาการใหล้นิ ปด อากาศดีฉุกเฉิน(Emergency Air Shut-off Flaps) ปดอากาศดีเขา เครื่อง และเครื่องควบคุมความเรว็
(Engine Governor)ตดั นํา้ มนั เช้ือเพลิงเขาเคร่อื ง
กอนเริ่มเดินเครื่องใหม จะตองเปดล้ินปดอากาศดีฉุกเฉิน (รายละเอียดขอ 22) และไลอากาศภายในหอง
เผาไหม (รายละเอยี ดขอ 4)
98.การเลิกเคร่ืองฉกุ เฉินโดยระบบอเิ ล็กทรอนิกส( Emergency Shut Down By Monitoring

System)

กองฝก การชางกล กฝร.

เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน ระบบอิเล็กทรอนิกสจะสงสัญญาณไปเลิกเคร่ืองฉุกเฉิน เชนเดียวการกดปุมเลิก
เคร่อื งฉกุ เฉิน ทก่ี ลาวมาแลว และจะเกิดสญั ญาณเตอื น(Alarm)ดวย

กอนเร่ิมเดินเคร่ืองใหม จะตองตรวจสอบแกไขขอขัดของ ท่ีทําใหเกิดการเลิกเครื่องฉุกเฉิน,เปดล้ินปด
อากาศดีฉุกเฉิน (รายละเอียดขอ 22) ,กดปุมตั้งการทํางานใหม(Reset) และไลอากาศภายในหองเผาไหม
(รายละเอยี ดขอ 4)
99.การตรวจสอบการรว่ั ไหลของล้ินลมไฟฟา 3 ทาง(Solenoid 3-Way Valve Leak Check)

ถ อ ด ท อ กํ า ลั ง ดั น ล ม เ ร่ิ ม เ ดิ น
(Starting Air Line) ออกจากลิ้นลมไฟฟา 3
ทาง

เปด ลิน้ ลมเรม่ิ เดิน เขาระบบ
ตรวจสอบดู จะตองไมมกี าํ ลงั ดนั ลม
รั่วออกจากชองทางออกของล้ินลมไฟฟา 3
ทางและชองทางระบาย(Vent)ของล้ินนํา
(Pilot Valve)(ศรช้)ี
∆ ขอควรระวัง
∆ เปด ระบายกําลงั ดนั ภายในระบบ
ออก กอ นท่ีจะเริม่ ปฏิบัติงาน

(รูป9-66)
100.การตรวจสอบการทํางานของลนิ้ ลมไฟฟา 3 ทางดว ยกระแสไฟฟา (Solenoid 3-Way

Valve,Electrical Function Check) (รูป9-67)

โดยตรวจสอบในขณะเรมิ่ เดินเคร่ือง
ซ่ึงในขณะดังกลาว ล้ินจะตองเปดเต็มท่ี ให
กําลังดันลม ผานไปเปนกําลังดันลมเริ่ม
เดินเครื่อง และตองไมมีกําลังดันลมรั่วไหล
ออกทางชองทางระบาย(Vent) (ศรช้ี)

กองฝก การชางกล กฝร.

เม่ือลิน้ เปด(เรมิ่ เดนิ เคร่อื ง) จะมกี าํ ลงั ดนั ลมระบายออกทางชองทางระบายดานบนล้ิน(ชองทางระบายลิ้น
นํา)

เมื่อเสร็จส้ินการเริ่มเดิน ลิ้นจะปดและเปดชองทางระบายดานลาง ระบายกําลังดันลมออกจากทอทางลม
เร่มิ เดนิ หลังจากระบายกําลงั ดนั ลมเร่มิ เดินหมดแลว จะตองไมม กี ารรว่ั ไหลที่ชองทางระบายอีก

การตรวจสอบอีกลักษณะหน่ึง คือ ในขณะที่เครื่องหยุดเดินอยู ใหกดปุมเร่ิมเดิน(Start)และเลิกเคร่ือง
(Stop)พรอมกัน เพ่ือใหล้ินลมไฟฟา 3 ทางเปด คือ มีการเร่ิมเดินเครื่อง แตไมมีการฉีดนํ้ามันเช้ือเพลิงเขาหองเผา
ไหม ตรวจดูการเปดของล้ินและชองทางระบาย เชนเดียวกับท่ีกลาวมาแลว แลวปลอยปุมกดทั้งสอง แลวตรวจดู
การปดของล้นิ และชองทางระบาย เชน เดียวกับทีก่ ลาวมาแลว
101.การตรวจสอบการใชง านลิ้นลมไฟฟา 3 ทางดวยมือ(Solenoid 3-Way Valve,

Manual Control Check)
ปด ล้ินปดอากาศดีฉุกเฉนิ (Emergency Air Shut-off Flaps) ดวยมอื
ลอ็ ค คนั เลิกเครอื่ ง(Shut Down Lever)ที่เครอ่ื งควบคุมความเรว็ (Governor) ไวท ต่ี าํ แหนงเลิกเครื่อง(Stop)
เปด ลนิ้ ลมไฟฟา 3 ทางดว ยมือ ใหเครอ่ื งยนตหมนุ เปนเวลาสนั้ ๆ แลว ปดลน้ิ (ตามขอ 82)
ปลดล็อค คนั เลิกเครอ่ื งและปลอยกลับตําแหนงปกติ
เปด ลิน้ ปด อากาศดฉี กุ เฉินดว ยมือ

กองฝกการชางกล กฝร.

102.การใชงานล้ินลมไฟฟา 3 ทางดว ย
มอื (Solenoid 3-Way Valve,Manual
Operation) (รูป 9-68)
บิดลูกบิด(Hand Wheel)หรือคัน

หมุน(Lever) ไปตําแหนง Manual หรือ
Hand หรอื An/On เปน การเปดลนิ้

บดิ ลกู บิดหรอื คนั หมนุ ไปตาํ แหนง
Auto หรือ Aus/Off เปน การปด ลิ้น

103.การเปด-ปดลิ้นไลอากาศ(Opening-
Closing Decompression Valve)
(รปู 9-69)
การเปด(Opening)
ใชป ระแจคลายนัตล็อค(Lock Nut)
กวดกานล้นิ (Tappet)เขา จนกระท่ัง

ลิ้นเปด
การปด (Closed)
คลายกานล้ินออกใหล้ินปดจนสุด

ใหแ นน พอตึงมอื แลว กวดนตั ลอ็ คใหแนน

104.การตรวจสอบแปรงถา นและคอม
มวิ เตเตอรของมอเตอรไฟฟาเร่ิมเดนิ
(Examination of Carbon Brushes And
Commutator) (รูป9-70)
ถอดแถบ(Strap)ปดมอเตอร
ใชขอเก่ียว(Hook) ดึงสปริงกดแปรง

ถานข้ึน โดยตองระมัดระวังใหดึงข้ึนตรงๆ
อยาใหเอียงออกดานขาง และดึงขึ้นเทาที่
จําเปนคือเพียงแคถอดแปรงถานออกได
เทา นน้ั

ตรวจสอบสภาพแปรงถาน จะตอง

กองฝก การชางกล กฝร.

(Carbon Brush Guide) แปรงถานและซองแปรงจะตองไมมีผงฝุนเกาะ ถาสกปรกใชผาชุบน้ํามันเบนซินเช็ดให
สะอาดแลว เชด็ ใหแ หง

ถา แปรงถานแตก,รอยบดั กรีตอ สายหลุดลยุ หรือฉกี ขาดไปแตะกับซองแปรงถาน ใหเ ปลยี่ นใหม
ในการประกอบแปรงถา นเขา ท่ี จะตองระวงั ไมใหส ปริงกระแทกแปรงถา น
ตรวจดสู ภาพคอมมวิ เตเตอร ซ่งึ ลกั ษณะทด่ี ี คือพ้ืนผิวตองเปน สีเทาดําสมํ่าเสมอ(Smooth Grey Black) ไม
มีผงฝนุ เกาะ ถา มใี หทําความสะอาดเชนเดียวกับแปรงถา นและถามีรอยขดี ขวน ใหถอดออกไปซอมทาํ บนโรงงาน
∆ ขอควรระวัง
∆ กอ นทาํ งานกับมอเตอรไฟฟาเร่มิ เดิน ตองปลดสายข้ัวลบของแบตเตอรีก่ อ น
∆ หามใชผ า ฝา ยท่สี กปรก(Cotton Waste)
∆หามใชผ า ทราย(Emery Cloth),ตะไบหรือมดี กบั พ้นื ผิวสัมผสั ของแปรงถานและคอมมวิ -
เตเตอร

105.การชะโลมจุดตอ ปลายสาย(Greasing
The Terminals) (รูป9-71)
ถอดสายไฟของมอเตอรไฟฟาเริ่มเดิน

ออกจากจุดตอปลายสาย(Terminals)
ทํ า ค ว า ม ส ะ อ า ด จุ ด ต อ ส า ย

(Terminals)และทาดวยจาระบีทาหนาสัมผัส
Bosch Contact Grease FT 40 Vl.

ประกอบสายไฟเขาที่เดมิ

106.การทาํ ความสะอาดหมอ กรองกาํ ลงั ดนั ลม
(Cleaning Air Filter) (รูป 9-72)
ถอดฝาเกลยี ว(Screw Cap) ออก
ถอดไสหมอกรอง ออกมาเปาทําความสะอาด

ดวยกําลงั ดนั ลม
ตรวจดูสภาพวงกนั ร่ัว(Sealing Ring) ถาจําเปน

ใหเ ปลยี่ นใหม
ประกอบสวนตา งๆ เขาท่ีเดมิ

กองฝก การชางกล กฝร.


Click to View FlipBook Version