# ลักษณะการทํางานของชดุ หมนุ ลน้ิ (Valve Rotator) # (รูป 2-8)
ทศิ ทางการหมนุ ทวนเข็นนาฬกิ า(CCW.)
ประกอบอยูด า นลางของแผนรองสปรงิ (Cap)ของล้นิ แกส เสีย
ประกอบดวยแผนสปริง(Belleville Spring),ฝาบังคับลูกกลิ้ง(Ball Race)และลูกกล้ิง(Steel Ball)พรอม
สปริงลกู กลิ้ง(Ball Spring)ทปี่ ระกอบอยใู นรองซึง่ ลาดเอียงเปนแอง ลึกตรงกลางรองของเรอื น(Body)
เม่ือล้ินปดอยู คือ ไมมีกําลังกดจากกระเด่ืองกดลิ้น ลูกกล้ิงจะถูกสปริงลูกกล้ิง ดันใหเลื่อนไปอยูดานริม
สุดของรองลูกกลิง้ ซ่งึ เปนสวนทสี่ งู ของรอ ง
ในขณะท่ีล้ินเปด คือ ขณะที่กระเด่ืองกดลิ้นกดลง จะมีแรงกดสงผานกานลิ้น,แผนรองสปริง,แผนสปริง
และฝาลูกบังคับลูกกลิ้งถึงลูกกลิ้งตามลําดับ ทําใหลูกกลิ้งถูกกดใหเล่ืองลง ไปอยูสวนท่ีตํ่าท่ีสุดของรอง ซ่ึง
ในขณะทลี่ ิน้ เปด นี้ ผิวสัมผสั ระหวางสวนตางๆท่สี งผา นกําลังกดดงั กลา วจะมีความฝดสูง ทําใหมีการสงตออาการ
เลื่อนตัวของลูกกล้ิงยอ นกลบั ทําใหล ้ินหมนุ ตวั ไปตามระยะเล่อื นของลกู กล้งิ
ในขณะท่ลี น้ิ ปดดว ยกําลงั สปรงิ ลนิ้ คอื ไมมกี าํ ลงั กดจากกระเดือ่ งกดลิ้น ลูกกลิ้งจะถูกสปรงิ ลกู กลง้ิ ดนั ให
เลื่อนกลับตําแหนงเดิม แตในขณะนี้ผิวสัมผัสระหวางสวนตางๆท่ีสงผานกําลังกดดังกลาวจะมีความฝดนอย
ลูกกลิ้งจึงเลื่อนกลับตําแหนงเดิมโดยไมมีการสงตออาการเล่ือนตัวของลูกกล้ิงกลับไปยังล้ิน ทําใหลิ้นไมหมุนตัว
ไปตามระยะเลอ่ื นของลกู กล้งิ
4.กลไกควบคมุ ลิ้น(Valve Gear) (รปู 2-9)
กองฝกการชางกล กฝร.
หมายถึง สว นประกอบที่ทาํ หนาทคี่ วบคมุ การปด-เปดของลน้ิ อากาศดี-ลน้ิ แกส เสยี
ประกอบดว ยสวนตางๆ 3 สว น คอื เพลาลกู เบี้ยว(Camshaft)
กานสง (Push Rod)
กระเด่ืองกดล้นิ (Rocker Arm)
# ลกั ษณะการทํางาน #
เพลาลูกเบ้ียว(Camshaft) ประกอบอยูที่สวนบนดานในเรือนลูกสูบ จํานวน 2 เพลา ทําหนาที่ควบคุมการ
ปด-เปดของลนิ้ ทัง้ สองแถวสูบ(Bank) เพลาละแถวสูบ
ลักษณะเปนเพลายาวตลอดเรือนสูบ แตละสูบจะมีลูกเบ้ียว 2 ลูก สําหรับลิ้นอากาศดี 1 ลูกและล้ินแกส
เสีย 1 ลูก รองรบั เพลาดวยแบร่งิ แบบฝา 2 ช้นิ (Sleeve Bearing)ตลอดเพลา โดยแบริ่งดาน KGS จะทําหนาท่ีกันรุน
(Axial Thrust)ดวย ปลายเพลาดาน KGS. จะประกอบดวยเฟองขับ(Drive Gear)สําหรับรับอาการขับหมุนจากหมู
เฟองขบั (Gear Train)และสง อาการหมนุ ผานลกู เบย้ี ว(Cam)ใหก า นสง
กองฝกการชางกล กฝร.
กานสง(Push Rod) เปนแบบมีลูกกลิ้งท่ีขากานสง(Roller Tappet) ใน 1 สูบ ประกอบดวยกานสง 2 กาน
สําหรับลิ้นอากาศดีและล้ินแกสเสียอยางละ 1 กาน โดยชุดกานสง คือ ขากานสงและกานสงจะรับอาการจากลูก
เบ้ียวของเพลาลูกเบ้ียวและสง ตอ อาการใหกระเดอื่ งกดลนิ้
กระเด่ืองกดล้ิน(Rocker Arm) เปนแบบกระเด่ืองแขนคู(Twin Arm Rocker) ประกอบอยูกับเพลา
กระเด่ือง(Rocker Shaft)อยูบนฝาสูบภายในเรือนกลไกควบคุมลิ้น(Valve Gear Housing) จํานวน 2 ชุด คือ
กระเด่ืองแขนยาว 1 ชดุ สาํ หรับลน้ิ แกสเสยี และกระเด่อื งแขนส้นั 1 ชุดสาํ หรบั ล้ินอากาศดี โดยปลายแขนเดี่ยวของ
กระเด่ืองทั้งสองชุดจะรับอาการจากปลายบนของกานสง และปลายแขนคูจะสงอาการปด-เปดใหล้ินอากาศดี-ลิ้น
แกสเสียทั้งสี่ลิ้น ซึ่งท่ีปลายแขนคูของกระเดื่องกดลิ้นจะประกอบดวยสลักเกลียวปรับแตง(Adjusting Screw)
สําหรับปรับแตง ระยะหางลิน้ (Valve Clearance) ขณะไมไดเ ดินเครือ่ ง
การหลอลื่น โดยน้ํามันหลอจากทอนํ้ามันหลอหลัก(Main Oil Gallery) สงผานชองทางภายในเรือนสูบ
เขาหลอล่ืนแบริ่งเพลาลูกเบ้ียว แลวสวนหนึ่งจะสงผานทอสงดานในเคร่ืองและชองทางที่ฝาสูบ เขาหลอล่ืนเพลา
กระเดื่องและหลอลื่นปลายแขนคูของกระเด่ืองกดลิ้น กอนตกลงหลอล่ืนชุดขากานสงแลวตกลงอางน้ํามันหลอ
ผานทอทางดานนอกเคร่ือง โดยดานบนฝาสูบจะประกอบดวยเรือนกลไกลควบคุมลิ้น(Valve Gear Housing)และ
ฝาครอบฝาสูบ(Cylinder Head Cap) ทาํ หนา ทก่ี ัน้ สว นทเ่ี ปน น้าํ มนั หลอกับนา้ํ มนั เช้ือเพลิงไมใ หร่ัวไหลปนกัน
กอนเร่มิ เดินเครื่องครัง้ แรก(Initial Startup) ตอ งเติมนํา้ มันหลอใสสลกั เกลียวปรับแตง ใหเต็ม
# การซอ มบาํ รงุ รกั ษา #
รายละเอยี ด บทท่ี 9 ขอ 6-10
5.อุปกรณฉีดนํา้ มนั เช้อื เพลิง(Fuel Injection Equipment) (รูป 2-10)
หมายถงึ สว นประกอบทท่ี าํ หนาทส่ี ูบสงนาํ้ มันเชื้อเพลิงกาํ ลังดนั สูงเขาหองเผาไหม
ประกอบดวยสว นตางๆ 4 สวน คือ
สบู ฉดี นํ้ามนั เชอื้ เพลิงหรือสูบนํา้ มนั เชือ้ เพลิงกาํ ลงั ดันสูง(Fuel Injection Pump)
(รายละเอียดขอ 5.1)
ทอ น้ํามันเชื้อเพลงิ กาํ ลังดนั สูง(Fuel Pressure Line) (รายละเอียดขอ 5.1)
สวนปรับแตง จังหวะการฉดี น้ํามนั เชอื้ เพลงิ (Fuel Injection Timer)
(รายละเอียดขอ 5.2)
หวั ฉีดนา้ํ มันเชอื้ เพลงิ (Fuel Injection Nozzels) (รายละเอียดขอ 5.3)
กองฝกการชางกล กฝร.
5.1 สูบฉดี น้ํามนั เชอ้ื เพลงิ หรอื สบู น้ํามนั เชอื้ เพลิงกําลงั ดันสงู (Fuel Injection Pump) (รปู 2-11.1)
ในเครื่องแตละแบบหรือแตละขนาด รายละเอียดของสูบน้ํามันเชื้อเพลิงกําลังดันสูงจะตางกันดวย แตจะ
มีลักษณะการทํางานเหมอื นกนั ดงั น้ี
ทําหนาที่ สูบสงน้ํามันเชื้อเพลิงกําลังดันสูงไปเขาหัวฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิง ผานทอน้ํามันเชื้อเพลิงกําลังดัน
สูง(Fuel Pressure Line)ซึง่ เปน ทอสาํ เรจ็ รูป [ในบางเครอื่ ง จะเปน ทอ 2 ชัน้ ] หา มดดั ใหเสียรปู ทรง
เปนแบบลูกสูบเล่ือน(Plunger) ของบริษัทบอสช(Bosch) ประกอบรวมกันเปนชุดเดียว อยูตรงกลาง
เคร่ืองดา นบนเรือนสูบ(ระหวา งแถวสบู ทงั้ สอง)
# ลักษณะ #
เรือนของสูบ(Pump Housing) ทําดวยโลหะเบา(Light metal) ประกอบดวยสวนตางๆคือลิ้นสงและชอง
จํากัดน้ํามันกลับ(Delivery Valve and Return Restrictor)[หรือลิ้นสงและลิ้นผอนกําลังดัน(Delivery and pressure
Relief Valve)],ชุดลูกสูบเล่ือน(Pump Element),คันแร็คน้ํามันเชื้อเพลิง(Fuel Rack),ลูกกล้ิงขากานสง(Roller
Tappet),เพลาลกู เบย้ี ว(Camshaft)และลิ้นสง นํ้ามนั หลอ(Oil Feed Valve)
กองฝกการชางกล กฝร.
ชุดลูกสูบเลื่อน(Pump Element) ประกอบดวยลูกสูบเล่ือน(Plunger)และปลอกลูกสูบเลื่อน(Barrel)เปน
ชุด จํานวนชุดเทากับจํานวนสูบของเคร่ือง ลักษณะของลูกสูบเลื่อน(Plunger) ปลายบนจะมีรองถึงแงเฉียงลาง
ตอนลางประกอบดวยสปริงลูกสูบเลื่อน(Plunger Spring)และปลอกควบคุม(Control Sleeve) ที่มีฟนเฟองขบอยู
กองฝก การชางกล กฝร.
กับเฟองของคันแร็คนํ้ามันเชื้อเพลิง(Fuel Rack) ปลอกลูกสูบเลื่อน(Barrel)ตอนบน จะมีชองทางนํ้ามันเช้ือเพลิง
เขา -ออก อยู 2 ชองทาง ดา นบนของชดุ ลกู สบู เลอ่ื น ประกอบดว ยลนิ้ สงและชอ งจํากัดน้ํามันกลับ [หรือลิ้นสงและ
ลน้ิ ผอนกําลงั ดัน] (รายละเอียด ขอ 5.1.1)
เพลาลูกเบี้ยว(Camshaft) ไดร ับการขับหมุนจากหมูเฟองขับ(Gear Train)ผานสวนปรับแตงจังหวะการฉีด
น้ํามันเชื้อเพลิง(Fuel Injection Timer)และสงตออาการผานลูกกล้ิงขากานสงใหลูกสูบเล่ือน(Plunger)เลื่อนตัวขึ้น
ในการสูบสงนํ้ามนั เช้อื เพลิง(เลื่อนขนึ้ โดยลูกเบ้ียวและเลอ่ื นลงโดยสปริงลูกสบู เล่อื น)
คันแร็คนํ้ามันเช้ือเพลิง(Fuel Rack) มีลักษณะเปนคันยาวตลอดเรือนของสูบและมีเฟองขบอยูกับเฟอง
ของปลอกควบคุม(Control Sleeve) ไดรับอาการเล่ือนตัวจากเคร่ืองควบคุมความเร็ว(Governor) และสงอาการ
ผานปลอกควบคุม ใหลกู สูบเลือ่ นหมนุ ตัว ในการปรับแตงปริมาณการสงหรอื การฉีดนา้ํ มันเชอื้ เพลงิ
ในเครอื่ งทป่ี ระกอบดว ยอุปกรณตดั การทาํ งานของสูบ(Cylinder Cutout) คนั แรค็ น้ํามันเชื้อเพลิงนี้ จะเปน
แบบ 2 ชนั้ (รายละเอียดขอ 7)
ล้ินสงนํ้ามันหลอ(Oil Feed Valve) ประกอบอยูที่ทอทางน้ํามันหลอเขาเรือนของสูบ ปกติจะปดดวยแรง
กดของสปริงล้ินและเปดดวยลูกเบี้ยวเพ่ือสงน้ํามันหลอเขาหลอล่ืนสวนตางๆภายในเรือนของสูบ นํ้ามันหลอ
ภายในเรอื นของสูบ ถามีปริมาณสูงจะไหลกลบั อา งน้าํ มนั หลอ ทาง ทางชองทางนํา้ มนั ลน (Spill Line)
# การทํางาน # (รูป 2-11.2)
จังหวะที่ 1 ลูกสูบเลื่อน เลื่อนลง จนกระท้ังบาบนเปดชองทางนํ้ามันของปลอกลูกสูบเล่ือน(Barrel) เปน
จังหวะดูดใหน้ํามนั เช้ือเพลิงจากหอ งดดู (Suction Gallery) เขามาภายในหองสง(Delivery
Chamber) ดา นบนลูกสูบเล่ือน
จังหวะท่ี 2 ลูกสูบเล่ือน เล่ือนข้ึน จนกระท้ังบาบนปดชองทางนํ้ามันของปลอกลูกสูบเลื่อน เปนจังหวะ
เรม่ิ สง น้ํามันเชอ้ื เพลิงภายในหอ งสง(ไปเขาหองเผาไหม)
กองฝกการชางกล กฝร.
จังหวะท่ี 3 ลูกสูบเลื่อน เล่ือนขึ้น จนกระทั้งแงเฉียงลางเปดชองทางนํ้ามันของปลอกลูกสูบเลื่อน ให
นํ้ามันเช้อื เพลงิ ภายในหองสง ดานบนลกู สูบเล่ือน ไหลออกผานชองทางออกสหู อ งดูดไดเปน จังหวะสิ้นสดุ การสง
ปริมาณการสงนํ้ามนั เช้ือเพลงิ คอื ระยะจากบา บนถึงแงเ เฉยี งลา ง
ในจงั หวะที่ 1,2,3 จะมกี ารสงนํา้ มนั เชือ้ เพลิงมากที่สดุ (Max.Delivery)
ในจังหวะที่ 4,5 ลกู สบู เลื่อนไดรบั อาการหมุนตัว ทาํ ใหมรี ะยะจากบาบนถึงแงเฉียงลางนอยลง นั่นคือ จะ
มกี ารสงนํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ นอยลงหรือสง เพยี งบางสวน(Partial Delivery)
ในจังหวะที่ 6 ลูกสูบเลื่อนไดรับอาการหมุนตัว จนกระทั่งรองน้ํามันตรงกับชองทางของปลอกลูกสูบ
เล่ือน ทําใหไมมีการอัดสงน้ํามันเช้ือเพลิง แมวาลูกสูบเลื่อน เล่ือนข้ึน น่ันคือ จะไมมีการสงนํ้ามันเช้ือเพลิง(Zero
Delivery)
น้ํามันเชื้อเพลิงร่ัวไหล(Leak-off Fuel)ระหวางลูกสูบเลื่อนกับปลอกลูกสูบเลื่อน จะไหลผานชองทาง
ร่ัวไหลท่ปี ลอกลูกสูบเลอื่ น กลับหองดูดหรือบางแบบตอ ทอ ทางออกภายนอก
5.1.1 ล้ินสง และชองจํากัดนาํ้ มนั กลับ(Delivery Valve and Return Restrictor) (รูป 2-12.1)
[หรือ ลิน้ สง และล้ินผอนกาํ ลังดนั (Delivery Valve and Pressure Relief Valve) (รูป 2-12.2)]
ชุดลิ้นทั้งสองแบบจะประกอบอยูดานบนของชุดลูกสูบเล่ือน(Pump Element) มีใชในเครื่องตางรุนกัน
แตทําหนาทีเ่ หมอื นกัน คือ
= ปอ งกนั การเกดิ แรงกระแทกในทอน้ํามนั เชื้อเพลิงกาํ ลังดันสงู
= ปองกนั นา้ํ มนั เช้อื เพลงิ หยดลงหอ งเผาไหม
= ลดภาระใหท อนํ้ามันเชือ้ เพลงิ กาํ ลังดันสูง(ใหไ มตองรับกําลงั ดันสงู ตลอดเวลา)
ล้ินสงและชอ งจาํ กดั นํา้ มนั กลับ(Delivery Valve and Return Restrictor) (รปู 2-12.1)
# ลกั ษณะการทํางาน #
สวนบน ประกอบดวยกรวยล้ิน(Valve Cone) มีสปริงกดอยูดานบน อยูภายในเรือนล้ินสง(Delivery
Valve Holder) และท่ีเรือนลิ้นช้ันในจะมชี อ งจํากดั (Restrictor)อยูดว ย
สวนลาง ประกอบดวยล้ินสง(Delivery Valve) อยูภายในปลอกล้ิน(Valve Guide) มีสปริงกดอยูดานบน
ที่ลิ้นสงจากสวนลาง จะมีลักษณะเปนรองทางต้ัง(Vertical Flute),ลูกสูบ(Piston)และบากรวย(Conical Seat)
ตามลาํ ดบั
ในจังหวะสงของลูกสูบเล่ือน(Plunger) กําลังดันใตล้ินสง จะดันใหลิ้นสงเลื่อนข้ึน จนกระทั่งลูกสูบ
(Piston)เปดชองทางใหน้ํามันเชื้อเพลิงผานขึ้นไปทางชองจํากัด ดันใหกรวยลิ้นเปดใหน้ํามันเชื้อเพลิงสงเขาทอ
นํา้ มันเชอ้ื เพลงิ กาํ ลงั ดันสูง ไปฉดี พนออกท่ีหัวฉีดน้ํามันเชื้อเพลิง เขา หองเผาไหมไ ป
กองฝก การชางกล กฝร.
เมื่อสิ้นสุดจังหวะสงของลูกสูบเล่ือน คือ กําลังดันใตล้ินสงลดลงตํ่ากวาดานบน ล้ินสงและกรวยลิ้นจะ
เล่ือนลงปดชองทางดวยกําลังดันสปริง ล้ินสงจะเร่ิมปดชองทางดวยลูกสูบและเลื่อนลงตอไปอีก จนกระทั่งบา
กรวย(Conical Seat)ปด ชอ งทาง ซ่ึงปรมิ าตรของระยะเล่ือนของลูกสูบถึงบากรวยจะทําใหกําลังดันภายในดานบน
ลิ้นสงลดลง และกําลังดันภายในทอน้ํามันเชื้อเพลิงกําลังดันสูงจะระบายกลับผานชองจํากัดดวย ทําใหหัวฉีดปด
(ดวยกําลังสปริงภายใน)อยางรวดเร็ว นํ้ามันเชื้อเพลิงจึงไมหยดลงหองเผาไหม และเปนการลดภาระใหทอน้ํามัน
เชื้อเพลิงกําลังดันสูงใหไมตองรับกําลังดันสูงมากตลอดเวลา และการท่ีมีกําลังดันบางสวนอยูในทอนํ้ามัน
เช้ือเพลงิ กําลังดันสงู จะทาํ ใหไ มเกิดแรงกระแทกขึน้ ภายใน ในจงั หวะสง ของลกู สบู เล่ือน(Plunger)
ล้ินสง และลน้ิ ผอนกําลังดัน(Delivery Valve and Pressure Relief Valve) (รูป 2-12.2)
ภายในชดุ ลนิ้ ประกอบดว ยลน้ิ กนั กลบั 2 ชดุ ทํางานตรงขามกัน คือ ชุดล้ินขนาดใหญเปนลิ้นสง(Delivery
Valve) มสี ปริงกดอยดู า นบน ชุดลน้ิ ขนาดเล็กเปน ลิ้นผอนกําลังดัน(Pressure Relief Valve) มีสปริงดนั อยูดา นลา ง
ในจังหวะสงของลูกสูบเลื่อน(Plunger) กําลังดันใตชุดลิ้น จะดันใหลิ้นผอนกําลังดันปด ในขณะเดียวกัน
จะดันใหล้ินสงเปด สงนํ้ามันเชื้อเพลิงเขาผานทอนํ้ามันเช้ือเพลิงกําลังดันสูง และฉีดพนออกที่หัวฉีดนํ้ามัน
เช้อื เพลิง(ดว ยกําลงั ดันนํ้ามนั เชือ้ เพลิง)
เมื่อสิ้นสุดจังหวะสงของลูกสูบเล่ือน กําลังดันใตชุดล้ินจะลดลง กําลังดันภายในทอนํ้ามันเชื้อเพลิงกําลัง
ดันสูงจะสูงกวา จะดันใหลิ้นสงปด ในขณะเดียวกันล้ินผอนกําลังดันจะเปด ระบายกําลังดัน-ภายในทอนํ้ามัน
เชื้อเพลิงกาํ ลงั ดันสงู ออกใหต่าํ ลงกวากาํ ลงั สปรงิ ล้นิ ลิน้ ผอ นกําลังดันจึงจะปดใหมีกําลังดันบางสวนอยูภายในทอ
น้ํามันเชื้อเพลิงกําลังดันสูง เปนการลดภาระใหทอนํ้ามันเช้ือเพลิงกําลังดันสูง และทําใหหัวฉีดน้ํามันเช้ือเพลิงปด
กองฝก การชางกล กฝร.
(ดวยกําลังสปริงภายใน)อยางรวดเร็ว นํ้ามันเชื้อเพลิงจึงไมหยดลงหองเผาไหม และการที่มีกําลังดันบางสวนอยู
ภายใน ทําใหไ มเกดิ แรงกระแทกข้นึ ภายใน ในจงั หวะสงของลูกสูบเลอ่ื นดว ย
# การซอมบาํ รงุ รกั ษา #
รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 32 และ 38 -39
5.2 สวนปรบั แตงจงั หวะการฉีดนํ้ามันเช้ือเพลิง(Fuel Injection Timer) (รปู 2-13.1 / 2-13.2)
ทําหนาที่ ปรับแตงจังหวะเร่ิมสง(เริ่มฉีด)น้ํามันเช้ือเพลิงใหสัมพันธกับความเร็วเครื่อง เพ่ือใหพอดีกับ
จังหวะจุดระเบดิ ของเครื่อง(ความเรว็ สูงจะตอ งฉดี น้ํามันเช้อื เพลงิ ลว งหนามาก) โดยการสงอาการใหเพลาลูกเบ้ียว
ของสบู ฉีดนา้ํ มันเชอ้ื เพลงิ หมุนนําหนาเฟองขับ(Drive Gear)
มมุ การปรบั แตง สงู สดุ ประมาณ 5°-8° ของเพลาลูกเบย้ี ว(10°-16° ของเพลาขอ เหว่ียง)
# ลักษณะ #
ประกอบดว ยสวนตา งๆ อยกู ับเฟอ งขับ(Drive Gear)ของหมูเ ฟอ งขับ(Gear Train) ดังน้ี
เพลาขับ(Drive Shaft) ประกอบอยูภายในชองที่สวนกลางของเฟองขับ(Drive Gear) จะทําหนาท่ีสงตอ
อาการหมุนผา นปลอกเฟอง(Coupling Sleeve)ใหเ พลาลกู เบ้ยี ว(Camshft)ของสูบฉีดนาํ้ มันเชื้อเพลิง(Fuel Injection
Pump)
จานหนวง(Counter Flange) ยึดแนนกับเพลาขับ(Drive Shaft)ดวยแหวนล็อค(Ring Spring Clamp) 1-2
ชุด(ชุดละ 2 วง) โดยมีสลักยึด(Stress Bolt)กวดอัดปลอกนํา(Locating Sleeve)และปลอกอัด(Collared Bush)ให
แหวนลอ็ คไมห ลดุ หลวม
ชุดลกู เบี้ยว(Cam or Curve Piece),สปรงิ (Spring)และตมุ เหวยี่ ง(Flyweights) จาํ นวน 5 ชดุ
โดยแตละชุดประกอบกัน ดังนี้คือ ลูกเบ้ียว(Cam or Curved Piece) ท่ีปลายดานในยึดติดกับเฟองขับ
ปลายดานนอกเลื่อนตัวหมุนได สปริง(Spring) ที่ปลายดานหน่ึงจะดันอยูกับจานหนวง อีกดานหน่ึงดันอยูกับ
ปลายดานนอกของลกู เบี้ยวและตุมเหว่ียง(Flyweights) ประกอบอยูระหวางรอ งของจานหนวงกบั ลูกเบย้ี ว
# การทาํ งาน #
กองฝกการชางกล กฝร.
เมือ่ เฟองขับไดร บั อาการหมุน จะสงตออาการหมุนผานลูกเบ้ียว,ตุมเหวี่ยง,จานหนวง,เพลาขับและปลอก
เฟอง(Coupling Sleeve)ใหเพลาลูกเบี้ยวของสูบฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงหมุน ทําใหสูบฉีดน้ํามันเช้ือเพลิงทํางานสูบสง
นาํ้ มันเชือ้ เพลิงเขาหอ งเผาไหม
เม่ือความเร็วเคร่ืองสูงข้ึน ตุมเหวี่ยงจะถูกเหวี่ยงตัวออกจากจุดศูนยกลางเพลา ดันใหจานหนวงหมุนไป
ลวงหนา ทําใหเพลาลูกเบี้ยวขับลูกสูบเล่ือนหมุนลวงหนาไปดวย ซึ่งการหมุนลวงหนาดังกลาวน้ีจะสัมพันธ
โดยตรงกบั ความเรว็ เคร่ือง นั่นคือ ทําใหมีการสง(การฉีด)นํ้ามันเช้ือเพลิงเร็วขึ้น เม่ือความเร็วเครื่องสูงขึ้น เพื่อให
พอดีกบั จงั หวะจุดระเบิดของเครื่อง
กองฝก การชางกล กฝร.
5.3 หวั ฉีดนา้ํ มันเชือ้ เพลิง(Fuel Injector) (รปู 2-14)
ในเครอื่ งแตล ะรนุ จะมีขนาดตา งกนั แตล กั ษณะการทํางานเหมือนกนั ดงั นี้
ประกอบอยูภ ายในกึง่ กลางฝาสูบๆละ 1 หัว
ทาํ หนา ที่ ฉดี นํ้ามนั เชือ้ เพลงิ กําลงั ดันสงู เขา หอ งเผาไหม
จํานวนรหู วั ฉีด 5 รู มมุ การฉีด 152°
คากาํ ลังดันเปด หวั ฉีดใชงาน ประมาณ 235-278 บาร(ดูในคมู อื ประจําเครื่อง)
กองฝก การชางกล กฝร.
# ลกั ษณะ #
หัวฉดี น้าํ มันเชือ้ เพลิง จะประกอบอยูภายในปลอกรับหัวฉีด(Protective Sleeve) มีวงกันรั่ว 2 วง(CE Ring
and Back-up Ring) สําหรับกันรั่วระหวางหัวฉีดนํ้ามันเช้ือเพลิงกับปลอกรับหัวฉีด ดานบนจะมีปลอกเกลียว
(Thrust Screw) กวดยึดหัวฉีดนํ้ามันเช้ือเพลิงเขากับฝาสูบและปลอกอัด(Thrust Sleeve)รับแรงอัดอยูระหวาง
ปลอกเกลยี วกบั หวั ฉีดนา้ํ มันเชื้อเพลงิ (บางเครอื่ งไมมปี ลอกอดั ใชแ ตปลอกเกลียว)
ประกอบดวยสว นใหญๆ 2 สว น คือ เรือนหัวฉีด(Nozzle Holder)และปลายหวั ฉดี (Injection Nozzle)
เรือนหัวฉีด(Nozzle Holder) ภายในเจาะเปนชองทางเดินนํ้ามันเชื้อเพลิงและหองสปริงซึ่งประกอบดวย
เดือยก้นั สปริง(Thrust Pin),สปรงิ หัวฉีด(Spring)และแผนรองสปริง(Shim)
ปลายหัวฉีดฉีด(Injection Nozzle) ประกอบดวยตัวหัวฉีด(Nozzle Body)และเข็มหัวฉีด(Nozzle Needle)
โดยมีนัตหัวฉีด(Retaining Nut)กวดยึดสวนท้ังสองเขากับเรือนหัวฉีด มีแหวนรอง(Washer) 1 อัน ตัวหัวฉีดและ
เข็มหัวฉีดน้ีใชเปนคู หา มใชส ลับคูกัน ถา เปลยี่ นตองเปล่ียนเปนชดุ ทั้งสองสวน
กองฝกการชางกล กฝร.
# การทํางาน #
ปกติเขม็ หัวฉดี จะปด รหู ัวฉดี ดว ยแรงดันของสปรงิ หัวฉดี ผา นเดือยกั้นสปรงิ (Thrust Pin)
ในจังหวะสงของสูบฉีดน้ํามันเช้ือเพลิง น้ํามันเช้ือเพลิงกําลังดันสูงจะถูกสงผานทอนํ้ามันเช้ือเพลิงกําลัง
ดันสูงมาเขาหัวฉีดน้ํามันเช้ือเพลิง ผานชองทางภายในเรือนหัวฉีดและตัวหัวฉีดเขาไปภายในหองกําลังดัน
(Pressure Chamber)ของตวั หัวฉีดดา นลางของเขม็ หวั ฉีด เปน แรงดันตอเข็มหวั ฉีดท่ีจะทําใหเ ขม็ หวั ฉดี เลื่อนขึน้
เมื่อแรงดันตอเข็มหัวฉีดดังกลาวสูงกวาแรงดันสปริงหัวฉีด เข็มหัวฉีดจะเลื่อนขึ้นเปดรูหัวฉีด ฉีดนํ้ามัน
เชือ้ เพลงิ จากหอ งกําลงั ดันเขาหองเผาไหมไป
เม่ือสิ้นสุดจังหวะสงของสูบฉีดน้ํามันเชื้อเพลิง แรงดันภายในหองกําลังดันจะลดลงและต่ํากวาดันสปริง
หวั ฉีด เขม็ หวั ฉีดจะปดดวยแรงดันของสปริงหวั ฉีด
นาํ้ มนั เช้อื เพลงิ ร่ัวไหล(Leak-off Fuel)ระหวางตวั หวั ฉีดกับเข็มหัวฉีด จะถูกระบายออกภายนอกผานหอง
สปรงิ และชองทางท่เี รอื นหัวฉดี เพือ่ ชว ยในการหลอ ลนื่ ระบายความรอนสว นทั้งสองดว ย
ดังนนั้ จะเห็นไดวาแรงดนั หรอื ความแขง็ ของสปรงิ หัวฉีด จะเปนตวั กาํ หนดคากําลังเปดของหัวฉีด ทําให
สามารถปรบั แตง คา กําลังเปด ของหัวฉีดได โดยการเปลย่ี นความหนาของแผนรองสปรงิ (Shim)
# การซอมบาํ รุงรกั ษา #
รายละเอยี ด บทท่ี 9 ขอ 33 – 37
6.เครอ่ื งควบคุมเครื่องยนต(Engine Governor)
ทําหนาท่ี เปนเครื่องควบคุมความเร็ว(Speed Governor) โดยการปรับแตงการฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงให
เหมาะสมกับภาระและความเรว็ เคร่ือง
สําหรับเคร่ืองยนต mtu. อนุกรม(Series) 396 น้ี มีการใชงานทั้งเปนเครื่องจักรใหญและเปนเคร่ืองขับ
เคร่ืองกําเนดิ ไฟฟา ภายในเรือ ดงั นน้ั เครื่องควบคุมเครอื่ งยนตจ งึ มคี วามแตกตางกันไปดวย จําแนกได ดงั นี้
สาํ หรบั เครื่องจักรใหญม ี 2 แบบคอื
แบบแรงเหว่ยี ง(Centrifugal Direct Power Governor) (รายละเอยี ดขอ 6.1)
แบบอเิ ลก็ ทรอนคิ (Electronic Governor) (รายละเอียดขอ 6.3)
สําหรบั เครอื่ งขบั เครื่องกําเนดิ ไฟฟามี 2 แบบ คือ
แบบแรงเหวี่ยงทํางานรวมกบั กาํ ลังดันนํา้ มันหลอ (Centrifugal Hydraulic Power
Governor) (รายละเอียดขอ 6.2)
แบบอิเล็กทรอนิค(Electronic Governor) (รายละเอียดขอ 6.4)
6.1 เครื่องควบคุมความเร็วแบบแรงเหวยี่ ง(Centrifugal Direct Power Governor)
(รปู 2-15.1 / 2-15.2)
สําหรบั เครอื่ งจกั รใหญ
ทาํ หนา ท-ี่ ปรับแตง การฉดี นํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ ใหเ หมาะสม ทุกยานความเร็วเครอ่ื ง
ผูผ ลติ Bosch
กองฝก การชางกล กฝร.
แบบ(Model) RQUV All Speed Governor
# ลักษณะ #
ชุดตุม เหวยี่ ง(Flyweight) 1 ชุด(2 ลูก) ประกอบอยูกับเดือยหมุน(Pilot Pin) มีสปริงปรับความเร็ว(Speeder
Spring)ประกอบอยูดานนอก ทําใหมีแรงดันใหตุมเหว่ียงเล่ือนเขาหาจุดศูนยกลางการหมุน ชุดตุมเหวี่ยงจะไดรับ
การขับหมุนจากเพลาลูกเบ้ียวของสูบน้ํามันเช้ือเพลิงผานเฟองตรง(Spur Gear) -ทําใหเกิดแรงเหวี่ยงใหตุมเหวี่ยง
เล่ือนออกจากจุดศูนยกลาง การเล่ือนตัวเขา-ออกของตุมเหว่ียง จะสงอาการผานขอตอหมุน(Bell Crank),กานสง
ความเร็ว(Speeder Rod),ปลอกเล่ือน(Slide Shoe),คันสงกําลัง(Power Lever)และคันลอย(Floating Lever) ให
คันแร็คนํ้ามันเช้ือเพลิง(Fuel Rack)เลื่อนตัว สงอาการเพ่ือใหมีการเพิ่ม-ลดการสง(ฉีด)น้ํามันเช้ือเพลิงเขาหองเผา
ไหม
คันสงกําลัง(Power Lever) ถูกออกแบบใหเปล่ียนจุดหมุนได เพื่อเปล่ียนอัตราการสงตออาการ
(Transmission Raito) และความสามารถในการทาํ งาน(Work Capacity)
การต้ังคาความเร็วเคร่ือง(Speed Setting Value) คือ การส่ังเพ่ิม-ลดความเร็วเคร่ือง ท่ีมีใชอยูปจจุบัน(ใน
เรือ PCF) จะใชหนวยต้ังคาความเร็วเคร่ืองแบบกลไก(Mechanical Speed Setting Unit) คือ ใชสายออนสงกําลัง
(Teleflex Cable) สงตออาการใหคันควบคุม(Control Lever)หมุนเพลาควบคุม(Control Shaft)และกานนํา(Guide
Lever) ทําใหคันสงกําลัง(Power Lever)เล่ือนตัว สงตออาการผานคันลอย(Floating Lever) ใหคันแร็คนํ้ามัน
เช้อื เพลิงเล่อื นตัว ในการเพ่มิ -ลดการฉีดน้ํามนั เชื้อเพลิงเขาหอ งเผาไหม
เคร่ืองควบคุมความเร็วไดรับการหลอล่ืนโดยนํ้ามันหลอลื่นจากระบบน้ํามันหลอล่ืนเครื่องยนตท่ีสงเขา
มาและไหลกลับอางน้าํ มันหลอ ตลอดเวลาท่เี ครอ่ื งเดินอยู กอ นการใชเ คร่ืองครั้งแรก(Initial Operation)จะตอ งเตมิ
นา้ํ มนั หลอใสประมาณ 1 ลติ ร ขณะใชงานไมต องตรวจสอบระดับนํา้ มนั หลอ
ในเครื่องควบคมุ ความเร็ว
# การทาํ งาน #
เม่ือเพ่ิมความเร็วเคร่ือง ตุมเหว่ียงจะเลื่อนออกจากจุดศูนยกลาง เพ่ิมแรงกดตอสปริงปรับความเร็ว ถา
ความเร็วเคร่ืองสูงกวาคาที่กําหนด(Speed Setting) ตุมเหว่ียงจะเล่ือนออกจากจุดศูนยกลางสงตออาการผานสวน
ตางๆดังท่ีกลาวมาแลว ใหคันแร็คนํ้ามันเชื้อเพลิงเลื่อนตัวไปในทิศทางลดการฉีดน้ํามันเช้ือเพลิงหรือทิศทาง
ตําแหนง หยดุ (Toward Stop Position)
กองฝกการชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
เม่ือลดความเรว็ เครอื่ ง ตุมเหวย่ี งจะเลือ่ นเขา ดว ยแรงดันของสปริงปรับความเร็ว และถาความเร็วเคร่ืองตํ่า
กวายานท่ีกําหนด ตุมเหวี่ยงจะเลื่อนเขาหาจุดศูนยกลาง สงตออาการผานสวนตางๆดังที่กลาวมาแลว ใหคันแร็ค
น้ํามันเชื้อเพลิงเล่ือนตวั ไปในทศิ ทางเพ่ิมการฉดี นํา้ มนั เชื้อเพลงิ
6.2 เครอื่ งควบคุมความเรว็ แบบแรงเหวี่ยงทํางานรวมกับกําลังดันนํ้ามันหลอ
(Centrifugal Hydraulic Power Governor) (รปู 2-16.1 / 2-16.2)
สําหรับเครอ่ื งขบั เครอื่ งกําเนิดไฟฟา
กองฝก การชางกล กฝร.
ต้งั คาความเรว็ เครอ่ื งดวยหนว ยต้งั คาความเรว็ เครือ่ งแบบไฟฟา(Electric Speed Setting Unit)
ผูผลิต mtu
แบบ(Model) R 071 E 01 F
ทําหนาที่ ควบคุมการฉดี นา้ํ มนั เชอ้ื เพลิงขณะเริ่มเดนิ เครื่อง(ไมม ีกาํ ลงั ดันนํ้ามนั หลอ )
จาํ กัดการฉีดน้ํามันเชอ้ื เพลิงปองกันเคร่ืองทาํ งานเกินกาํ ลงั
ใหเ ครอ่ื งยนตเ ดินเบา(Idling Speed)ถากําลงั ดันนํา้ มนั หลอตกตาํ่
ปรับแตงการฉีดนํ้ามันเช้ือเพลิงใหเหมาะสมกับความเร็วและภาระของเครื่องซึ่งตองอยู
ในยานความเรว็ ตกของเครอ่ื ง(Speed Droop)
# ลกั ษณะ #
ชดุ ตมุ เหวี่ยง(30:Flyweight) 1 ชุด(2 ลกู ) จะไดรับแรงดันจากสปริงปรับความเร็ว(29:Speeder Spring) ทํา
ใหตุมเหว่ียง(30)หุบเขาและไดรับการขับหมุนจากเพลาลูกเบ้ียวของสูบฉีดน้ํามันเชื้อเพลิง(Fuel Injection Pump)
ทําใหตุมเหวี่ยงกาง(30)ออก การหุบเขาและกางออกของตุมเหวี่ยง(30)น้ี จะสงอาการผานกานปรับความเร็ว
(22:Speeder Rod)ใหมีการปด-เปดกําลังดันน้ํามันหลอใหเขาทํางานในลูกสูบกําลัง(18:Actuating Piston) ทําให
ลูกสูบกําลัง(18)มีการเล่ือนตัวสงอาการผานคันสงอาการ(12:Transmission Lever)และกานสงอาการ
(3:Transmission Rod)ใหค นั แรค็ น้ํามันเช้อื เพลิง(34:Injection Pump Rack)เลื่อนตัวในการเพ่มิ -ลดการสง(การฉีด)
น้าํ มันเชอื้ เพลิงเขาหองเผาไหม
การตั้งคา ความเร็วเครอ่ื ง(การส่ังเพิ่ม-ลดความเรว็ ) กโ็ ดยมอเตอรต้ังคาความเร็ว(36:Speed Setting Motor)
สงอาการไปหมุนเพลาตง้ั คา ความเร็ว(33:Speed Setting Shaft) ใหมีการสง ตอ อาการไปปรับเพ่ิม-ลดความแขง็ ของ
สปรงิ ปรับความเรว็ (29:Speeder Spring)
# การทาํ งาน #
เมื่อไมไ ดเ ดินเคร่ือง(Engine Inoperative) จะไมม ีกาํ ลงั ดนั น้าํ มนั หลอ เขาทํางานในเคร่ืองควบคุมความเร็ว
(ทางชองทาง a) ลูกสูบชดเชย(14:Compensation Piston)จะล็อคอยูกับแบร่ิงลูกกล้ิง(15:Grooved Ball Bearing),
ลูกสูบกําลัง(18:Actuating Piston)และกานปรับความเร็ว(22:Speeder Rod) โดยสปริงบังคับ(17:Holdinging
Spring) ในขณะนี้สปริงเร่ิมเดิน(13:Start Spring)จะทําหนาที่เปนสปริงปรับความเร็ว(29:Speeder Spring) จะสง
อาการผานคันสงอาการ(12:Transmission Lever)และกานสงอาการ(3:Transmission Rod)ใหคันแร็คนํ้ามัน
เช้ือเพลิง(34) เลื่อนตัวไปอยูในตําแหนงเริ่มเดิน(Start) ในขณะเดียวกันลูกสูบกําลัง(18) จะสงอาการใหตุมเหวี่ยง
(30:Flyweight)หบุ เขา
เมื่อเคร่ืองยนตเร่ิมเดิน(During Startup) ขณะท่ีเคร่ืองยนตเร่ิมจุดระเบิด ตุมเหวี่ยง(30)จะไดรับแรงขับ
หมุนจากเพลาลูกเบี้ยวของสูบฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิง(Fuel Injection Pump) ทําใหตุมเหวี่ยง(30)กางออกและมีแรง
เหวี่ยงเพยี งพอสง อาการใหกานปรับความเรว็ (22)เลอื่ นไปทางขวา ใหมีการลดการสง -
กองฝก การชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
(การฉีด)น้ํามันเชื้อเพลิงเขาหองเผาไหมใหเหมาะสม จนกระทั่งมีกําลังดันน้ํามันหลอเขาทํางานทางชองทาง a
(กําลังดันต่ําท่ีสุด 2 บาร) เขาทํางานตอลูกสูบชดเชย(14)และลูกสูบกําลัง(18) ทําใหลูกสูบชดเชย(14)เลื่อนไป
ทางขวา ใหลูกสูบชดเชย(14)กับลูกสูบกําลัง(18),กานปรับความเร็ว(22),แบร่ิงลูกกลิ้ง(15:Grooved Ball Bearing)
และลิ้นนําลูกสูบกําลัง16:Actuating Piston Pilot Valve)ซึ่งล็อคกันอยู เปนอิสระจากกัน ในขณะน้ีสปริงเริ่มเดิน
(13)จะไมมีผลตอการทํางานของเคร่ืองควบคุมความเร็ว ในขณะเดียวกัน กําลังดันนํ้ามันหลอจะผานล้ินนําลูกสูบ
สปริงปรับความเร็ว(27:Speeder Spring Piston Pilot Valve)เขาทํางานตอลูกสูบสปริงปรับความเร็ว(28:Speeder
Spring Piston) ทาํ ใหลูกสูบสปริงปรับความเร็ว(28)เล่ือนไปทางซาย เปนการปรับเพิ่มแรงดัน(เพ่ิมความแข็ง)ของ
สปริงปรับความเร็ว(29) จนกระทั่งชองทางนํ้ามันหลอถูกปดโดยบาของลิ้นนําลูกสูบสปริงปรับความเร็ว(27) ทํา
ใหมีการสงอาการใหเพ่ิมการสง(การฉีด)นํ้ามันเช้ือเพลิงเขาหองเผาไหม ความเร็วเครื่องยนตจะเพ่ิมสูงขึ้น ใน
ขณะเดียวกันตุมเหว่ียง(30)จะกางออกสงอาการใหกานปรับความเร็ว(22:Speeder Rod)และลูกสูบปรับความเร็ว
(28:Speeder Spring Piston)เล่ือนไปทางขวา จนกระท่ังแรงเหว่ียงของตุมเหวี่ยง(30)ทําใหกานปรับความเร็ว(22)
เลือ่ นไปทางขวา ทําใหมีการสง(การฉีด)น้ํามันเช้ือเพลิงลดลง ความเร็วเครื่องยนตจะลดลง จนกระท่ังแรงดันของ
สปริงปรับความเร็ว(29)สมดุลยกับแรงเหว่ียงของตุมเหวี่ยง(30) เคร่ืองยนตจะเดินดวยความเร็วคงที่ ที่ความเร็ว
เดนิ เบา(Idle Speed)
เม่อื เพิม่ กาํ ลังงานออก(Increse Power Output) เม่อื ภาระ(Load)ของเคร่ืองเพ่ิมข้ึน ความเร็วเคร่ืองจะตกลง
(Drop) แรงเหว่ียงของตุมเหวี่ยง(30)จะลดลงและหุบเขา สปริงปรับความเร็ว(29)จะยืดตัวออก(ลดความแข็งลง)
ทําใหกานปรับความเร็ว(22)เลื่อนไปทางซาย ล้ินนําลูกสูบกําลัง(16)จะเล่ือนไปทางซายดวย ก็จะเปดใหกําลังดัน
นํ้ามันหลอเขาทํางานตอลูกสูบกําลัง(18) ทําใหลูกสูบกําลัง(18) เลื่อนไปทางซายและสงอาการใหมีเพ่ิมการสง
(การฉีด)นํ้ามันเช้ือเพลิงเขาหองเผาไหม ความเร็วเครื่องยนตจะเพ่ิมข้ึนอีก จนกระแรงเหว่ียงของตุมเหวี่ยง(30)
สมดุลยกับแรงดันของสปริงปรับความเร็ว(29)ความเร็วเครื่องยนตจะคงที่อีกแตจะตํ่ากวาความเร็วกอนเพ่ิมภาระ
เนื่องจากแรงดัน(ความแข็ง)ของสปริงปรับความเร็วลดลง แตอยางไรก็ตามอัตราการตกลงของความเร็วดังกลาว
จะอยใู นยานความเรว็ ตกของเคร่ือง(Droop Range)
เมื่อลดกําลังงานออก(Decrease Power Output) คือ เม่ือภาระ(Load)ของเครื่องลดลง ความเร็วเคร่ืองจะ
เพ่ิมขึ้น แรงเหวี่ยงของชุดตุมเหวี่ยง(30)จะเพ่ิมขึ้น เพิ่มแรงดันตอสปริงปรับความเร็ว(29) ทําใหสปริงปรับ
ความเร็ว(29)หดตัว(เพ่ิมความแข็ง) ก็จะสงอาการใหกานปรับความเร็ว(22)เลื่อนไปทางขวา ลิ้นนําลูกสูบกําลัง
(16)จะเล่ือนไปทางขวาดวยและจะเปดระบายกําลังดันนํ้ามันหลอออกจากลูกสูบกําลัง(18) ทําใหลูกสูบกําลัง(18)
เล่ือนไปทางขวาสง อาการใหมกี ารลดการสง (การฉีด)นาํ้ มันเช้ือเพลิงเขาหองเผาไหม ความเร็วเคร่ืองยนตจะลดลง
อกี จนกระแรงเหวยี่ งของตุมเหวี่ยง(30)สมดุลยกับแรงดันของสปริงปรับความเร็ว(29)ความเร็วเคร่ืองยนตจะคงท่ี
อีก แตจะสูงกวาความเร็วกอนลดภาระ เน่ืองจากแรงดัน(ความแข็ง)ของสปริงปรับความเร็วเพ่ิมข้ึน แตอยางไรก็
ตามอัตราการเพมิ่ ขน้ึ ของความเร็วดังกลาวจะอยูใ นยานความเร็วตกของเครอื่ ง(Droop Range)
เมื่อเพ่ิมความเร็วหรือเคร่ืองรับภาระเต็มท่ี(Increase Speed or Full Load Setting) คือ เมื่อเพลาตั้งคา
ความเร็วเครื่อง(33:Speed Setting Shaft)หมุนไปทางซาย(ทิศทางเพิ่มความเร็ว) จะสงอาการผานเพลาเย้ืองศูนย
กองฝก การชางกล กฝร.
(5:Eccentric)และคนั ปรบั แตง(4)ใหลิ้นนําลูกสูบสปริงปรับความเร็ว(27)เลื่อนไปทางซายเปดกําลังดันนํ้ามันหลอ
เขาทํางานตอลูกสูบสปริงปรับความเร็ว(28) ทําใหลูกสูบสปริงปรับความเร็ว(28)เล่ือนไปทางซาย เพ่ิมความแข็ง
ของสปริงปรับความเร็ว(29)ทําใหตุมเหว่ียง(30)หุบเขา จนกระท่ังชองทางนํ้ามันหลอของล้ินนําลูกสูบสปริงปรับ
ความเรว็ (27)ถกู ปดอีกครั้งโดยลูกสูบสปริงปรับความเร็ว(28) กานปรับความเร็ว(22)จะเล่ือนไปทางซายเปดกําลัง
ดันน้ํามันหลอเขาทํางานตอลูกสูบกําลัง(18)ใหเล่ือนไปทางซายดวย ทําใหมีการสงอาการเพิ่มการสง(การฉีด)
น้ํามันเชื้อเพลิง ความเร็วเครื่องจะเพิ่มข้ึน แรงเหว่ียงของตุมเหว่ียง(30)ก็จะเพ่ิมขึ้นและกางออก ทําใหกานปรับ
ความเร็ว(22)และลิ้นนําลูกสูบกําลัง(16)เล่ือนไปทางขวาเปดระบายกําลังดันนํ้ามันหลอออกจากลูกสูบกําลัง(18)
ทําใหลูกสูบกําลัง(18)เล่ือนไปทางขวา ทําใหมีการสงอาการลดการสง(การฉีด)นํ้ามันเชื้อเพลิงเขาหองเผาไหม
ความเร็วเคร่ืองยนตจะลดลงอีก จนกระแรงเหว่ียงของตุมเหวี่ยง(30)สมดุลยกับแรงดันของสปริงปรับความเร็ว
(29)ความเรว็ เครือ่ งยนตจะคงทอี่ กี คร้ัง
การปรับแตงยานความเร็วตกของเคร่ือง(Speed Droop Adjustment) ในขณะที่มีการเพ่ิมการฉีดน้ํามัน
เชื้อเพลิง คือ กานปรับความเร็ว(22)และลูกสูบกําลัง(18)เลื่อนไปทางซาย จะทําใหชุดชดเชย(23:Resilient
Compensation Unit) ถูกดึงเลื่อนลงดวย ซึ่งจะมีการสงตออาการผานคันชดเชย(7:Compensation Lever)และคัน
หมุน(6:Angular Lever)หมุนทวนเข็มนาฬกิ า ใหคนั ปรบั แตง (4:Adjusting Lever.)สงอาการ ใหล ้ินนาํ ลูกสูบสปริง
ปรับความเร็ว(27)เลื่อนไปทางซายดวย แตมีระยะเลื่อนนอยกวาลูกสูบกําลัง(18)และกานปรับความเร็ว(22)ตาม
การออกแบบ นั่นคือ ลูกสูบกําลัง(18)และกานปรับความเร็ว(22)จะเลื่อนไปในทิศทางเดียวกับล้ินนําลูกสูบสปริง
ปรับความเร็ว(27) เพ่ือปรับแตงยานความเร็วตกโดยการปรับความแข็งของสปริงปรับความเร็ว(29) คือ เพิ่มความ
แขง็ ของสปรงิ เปนการเพ่มิ คา ยานความเรว็ ตกและลดความแขง็ ของสปริงเปนการลดคา ยานความเร็วตก
การทาํ งานดงั กลา วนีจ้ ะถูกหนว ง(Delay) ดวยลูกสูบหนว ง(25:Damper Piston)
การปรับแตงยานความเร็วตก(Droop) สามารถปรับแตงไดท่ีสลักเกลียวปรับแตง(9:Droop Adjusting
Screw)
ถากําลังดันน้ํามันหลอตกตํ่า(Low Oil Pressure) คือ ต่ํากวาประมาณ 2 บาร ลูกสูบชดเชย
(17:Compensation Piston) จะเล่ือนกลับดวยกําลังสปริง ซึ่งจะมีการทํางานเชนเดียวกับการเริ่มเดินเคร่ืองท่ีกลาว
มาแลว คือ จะทําใหเ ครอ่ื งยนตจ ะกลบั มาเดินอยูท่คี วามเรว็ เดินเบา(Idle Speed)
# การซอ มบาํ รุงรกั ษา #
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 11
6.3 เครอื่ งควบคมุ ความเร็วแบบอเิ ล็กทรอนคิ R 082 (Electronic Governor R 082)
(รูป 2-17.1 ถงึ 2-17.4)
สําหรับเครือ่ งจกั รใหญ
ผูผ ลติ MTU
แบบ(Type) EMR-R 082
ทาํ หนา ที่ รักษาความเร็วเครื่องใหคงทีเ่ มือ่ ภาระเปลยี่ นไป
กองฝกการชางกล กฝร.
ปรบั แตง การฉดี นํ้ามันเชื้อเพลงิ เมือ่ เร่ิมเดินเครอ่ื ง
จาํ กดั การฉดี น้ํามันเชอ้ื เพลงิ สูงสดุ ของเครอ่ื ง
เลิกเครอ่ื งถากระแสไฟฟาเขาระบบ(Power Supply) ขัดขอ ง
# ลกั ษณะ #
ประกอบดว ยสวนตา งๆ คอื
ตูอิเล็กทรอนิค(Electronic Box) ภายในประกอบดวยแผนวงจรสําเร็จรูปตางๆ(Plug-in Cards PS 5-
01,MPU 8-01,RZ 1-01,RG 1-01,MDS1-01) และอุปกรณอิเล็กทรอนิคตางๆ เชน รีเลย เปนตน ใชกระแสไฟเขา
เล้ียง(Power Supply) 24 V.DC.
กองฝกการชางกล กฝร.
สวนควบคุมสุดทาย(Final Control Element) ประกอบอยูที่สูบฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิง(Fuel Injection Pump)
ภายในประกอบดวย 3 สวนใหญๆ คือ ขดลวดแมเหล็ก(Magnet Coil) จํานวน 2 ขด ทํางานดวยกระแสไฟ 24
V.DC.คากระแสไฟสงู สุด 10 A ทําหนาที่เปน หนวยต้ังคาความเร็วเคร่ือง(Speed Setting Unit) ในการสงอาการให
คันแร็คนํ้ามันเช้ือเพลิง(Fuel Rack)เลื่อนตัว เพื่อเพ่ิมหรือลดการฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิง,ความตานทานปอนกลับ
เปลี่ยนคาได( Feedback Potentiometer)จํานวน 2 ตัว เปนตัวตรวจจับการฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิง(Fuel-Feed Sensor) ทํา
หนาที่วัดระยะเลื่อนแร็คน้ํามันเชื้อเพลิง(ซ่ึงมีระยะเลื่อนประมาณ 0-20 mm) ใหแรงเคลื่อนออกประมาณ 1-8 V.
และสปริงดึงกลับ(Return Spring) เปนสปริงท่ีสงอาการใหคันแร็คนํ้ามันเช้ือเพลิงเลื่อนตัว ไปในทิศทางหยุด
เครื่อง(Stop)
กองฝกการชางกล กฝร.
ตัวตรวจจับความเร็วเคร่ือง(Engine Speed Sensor) แบบ(Type) DM 11-A ประกอบอยูใกลกับสูบนํ้าจืด
(Water Pump) ประกอบดวยขดลวดจํานวน 2 ขด ซึ่งจะกําเนิดสัญญาณออก(output Signal)โดยเฟองขับสูบน้ําจืด
เปนสัญญาณแรงเคลื่อนกระแสไฟสลับ(Sine-Wave AC.V.) จํานวน 2 สัญญาณ มีคาความถี่สัมพันธกับความเร็ว
เครือ่ ง(31 pulse/รอบเพลาขอเหวย่ี ง)
# การทํางาน #
เครอื่ งควบคมุ ความเร็วแบบนี้ จะมกี ารทํางานเปน 2 สวน สมั พันธก นั ดงั นี้
สวนแรก ทําหนาทีเปนเครื่องควบคุมความเร็ว(Speed Governor) จะรับคาความเร็วที่ตองการ(Rated
Speed Value)จากระบบควบคุมระยะไกล(Remote Control System)และคาความเร็วจริง(Actual Speed Value)จาก
ตัวตรวจจับความเร็วเครื่อง คาความเร็วท้ังสองจะถูกเปรียบเทียบประมวลผลใหเปนคาการฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงท่ี
ตอ งการ(Rated Fuel-Feed Value) แลว สงใหสว นทง้ั สอง
สวนท่ีสอง ทําหนาท่ีเปนเคร่ืองควบคุมการฉีดน้ํามันเชื้อเพลิง(Fuel-Injection Governor) จะรับคาการฉีด
นํ้ามันเช้ือเพลิงจริง(Actual Fuel-Feed Value)จากความตานทานปอนกลับเปล่ียนคาได เขามาประมวลผล
เปรียบเทียบกับคาการฉีดน้ํามันเช่ือเพลงท่ีตองการจากสวนแรก ผลจากการเปรียบเทียบจะถูกขยายสัญญาณ(เพ่ิม
คาใหส งู ขึน้ )โดยสว นขยายสัญญาณออก(Driver Output Stage)และสงเปนสัญญาณออกไปควบคุมการทํางานของ
ขดลวดแมเหล็ก(Magnet Coil) เพื่อใหส ูบฉีดนํ้ามันเชือ้ เพลิงมกี ารปรับแตงการฉดี น้ํามันเชื้อเพลิง
ถา ระบบไฟฟา เขาเลย้ี ง(Power Supply)ขัดของ สปริงดึงกลบั (Return Spring) จะสงอาการให
สบู ฉดี นํ้ามนั เช้อื เพลงิ มาอยทู ่ีตําแหนงหยุดเครอื่ ง(Stop)ทนั ที
กองฝก การชางกล กฝร.
ตัวตรวจจับความเร็วเคร่ือง,ตัวตรวจจับการฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิงและขดลวดแมเหล็กที่มีใชอยางละ 2 สวน
ก็เพ่ือสํารองไว 1 สวน คือ ปกติระบบจะใชงานเพียงสวนเดียว ซ่ึงถาสวนท่ีใชงานอยูขัดของ ระบบจะเปล่ียนไป
ใชงานสวนที่ 2 โดยอัตโนมัติ
รายละเอียดตางๆ ใหดูในคมู ือ MTU Elektronik.
# การซอ มบาํ รงุ รักษา #
รายละเอียด บทท่ี 9 ขอ 11
6.4 เครอ่ื งควบคุมความเรว็ แบบอเิ ล็กทรอนคิ Barber Colman (รูป 2-18.1 ถึง 2-18.3)
สาํ หรบั เครอื่ งขบั เคร่อื งกาํ เนดิ ไฟฟา
แบบ(Model) DYNA 1+4
บรษิ ัทผผู ลติ Barber Colman
ทาํ หนา ที่ จาํ กัดการฉีดนาํ้ มนั เช้อื เพลิง เมอ่ื เริ่มเดินเครอ่ื ง
ปรับแตงการฉีดนา้ํ มันเชื้อเพลิงใหเ หมะสมกับภาระและความเรว็ เครอ่ื ง
# ลักษณะ #
ประกอบดวยสว นตา งๆ ดังน้ี
กองฝกการชางกล กฝร.
ตูตอปลายสาย(Junction Box) ภายในประกอบดวยสวนและอุปกรณท่ีสําคัญ คือ ตูควบคุมอิเล็กทรอนิค
(Electronic Control Box),ความตานทานเปล่ียนคาได(Potentiometer) จํานวน 2 ตัว ขนาดตัวละ 50 kohms,ความ
ตานทาน(Resistor) จํานวน 1 ตัวและแผงตอปลายสายตางๆ(Terminals) ภายในตูควบคุมอิเล็กทรอนิค(Electronic
Control Box) ประกอบดวยวงจรอิเล็กทรอนิคท่ีจะทํางานเปรียบเทียบคาความเร็วจริงของเคร่ือง(Actual Speed
Value)กับคาความเร็วท่ีต้ังไว(Nominal Speed Value) เพ่ือสงสัญญาณไปปรับแตงการฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิงของ
เคร่ือง
ตัวตรวจจับความเร็วเครื่อง(Speed Sensor) ประกอบอยูที่เฟองเร่ิมเดินเครื่อง(Starter Ring Gear)
ประกอบดวยขดลวด(Coil) 1 ขด ซ่ึงจะกําเนิดคล่ืนแรงเคลื่อน(Volltage Pulses) ที่มีคาความถี่สัมพันธโดยตรงกับ
ความเรว็ เครือ่ ง
ตัวกระตุนการทาํ งาน(Actuator) ประกอบอยทู ่สี ูบฉีดนาํ้ มนั เชื้อเพลงิ (Fuel Injection Pump)
กองฝกการชางกล กฝร.
ภายในประกอบดวยขดลวดแมเหล็กไฟฟา(Solenoid),ความตานทานเปล่ียนคาได(Potentiometer)และสปริง โดย
ขดลวดแมเ หล็กและสปรงิ ทาํ หนา ที่สง อาการเลอื่ นตัวใหค นั แรค็ นาํ้ มันเชอื้ เพลงิ (Fuel Rack)ในทศิ ทางตรงขา มกัน
และความตานทานเปลี่ยนคาไดจะทําหนาที่เปนตัวตรวจจับการฉีดน้ํามันเชื้อเพลิง(Fuel-Feed Sensor) ท่ีสงคาการ
ฉดี น้าํ มันเชอ้ื เพลิงจรงิ ของเคร่อื ง ใหต ูควบคุมอิเล็กทรอนคิ
กองฝกการชางกล กฝร.
หนวยต้ังคาความเร็วเครื่อง(Speed Setting Unit) แบบไฟฟา(Electric) ทําหนาท่ีปรับแตงความเร็วเคร่ือง
โดยอัตโนมัติ ประกอบดวยความตานทานเปล่ียนคาได(R1:Potentiometer) ขนาด 5 Kohms ,3 W.(ท่ี 10 รอบ)
ไดรับการหมุนปรับแตงคาความตานทานจากมอเตอรผานเฟอง(Gear)หรือปุมหมุน(Knob)ผานเฟองเชนเดียวกัน,
สวิทชจํากัด 3 ตวั เปนกลไกทีท่ าํ หนา ทจี่ ํากดั ระยะเลอื่ นในการปรบั แตง คาความตา นทานเปลี่ยนคาไดของมอเตอร
คือ S 1 ทําหนาท่ีจํากัดความเร็วสูงสุด(Upper Limit) , S 2 ทําหนาที่จํากัดความเร็วต่ําสุด(Lower Limit) และ S 3
ทําหนาที่สงสญั ญาณความเรว็ กง่ึ กลาง(Intermediate Setting)
# การทาํ งาน #
กองฝก การชางกล กฝร.
ตูควบคุมอิเล็กทรอนิค จะไดรับสัญญาณต้ังคาความเร็ว(Speed Setting Signal) จากความตานทานเปล่ียน
คา ไดข องหนวยตั้งคา ความเรง็ เคร่อื งและคาความเร็วเครือ่ งจริง(Actual Speed Value)เขามาเปรยี บเทยี บหาคาความ
แตกตางของคาท้ังสอง ผลของการเปรียบเทียบจะสงเปนสัญญาณออก โดยมีการขยายสัญญาณใหตัวกระตุนการ
ทํางาน สงอาการใหคันแร็คนํ้ามันเชื้อเพลิงของสูบฉีดนํ้ามันเช้ือเพลิง มีการปรับแตงการฉีดน้ํามันเชื้อเพลิง ให
เหมาะสมกบั ความเร็วและภาระของเคร่ือง
การจํากัดระยะเลื่อนคันแร็คน้ํามันเช้ือเพลิง เพ่ือใหมีการเผาไหมดีที่สุด โดยความตานทานเปล่ียนคาได
(10,11) มี 2 ข้ัน(Stage) คือ ขั้นที่ 1 ชวงเริ่มเดินเครื่อง(Start-up) จะเริ่มมีการทํางานไดเม่ือเปดกระแสไฟเขาระบบ
(Switch On) ข้ันท่ี 2 ชวงเพ่ิมความเร็วเคร่ือง(Run-up) จะเร่ิมมีการทํางานไดเม่ือความเร็งเครื่องสูงประมาณ 300
รอบ/นาที โดยรีเลยความเร็วเคร่อื ง(Speed-Sensitive Relay) การจํากัดระยะเลื่อนคนั แรค็ นํ้ามนั เชอ้ื เพลิงน้ี สามารถ
ยกเลิกไดโดยการสงสัญญาณของสวิทชตางๆ คือ กําลังดันอากาศดีเขาเคร่ืองหรือความเร็งเคร่ืองสูงถึง 80 % ของ
ความเร็วใชการ เมื่อการจํากัดระยะเลื่อนคันแร็คมีการทํางาน กระแสไฟลบ(-) จะผานจุดตอปลายสาย(Terminal)
C และความตานทานเปลี่ยนคาได(ตัวท่ีทํางานอยูในชวงน้ัน)ใหตูควบคุมอิเล็กทรอนิค เพื่อใหมีการจํากัดการฉีด
นาํ้ มนั เชอื้ เพลงิ ในชว งเรม่ิ เดนิ เครือ่ ง(Start-up)และชวงเพิ่มความเร็วเคร่ือง(Run-up)
การต้ังคาความเร็วเครื่อง คือ การเพิ่ม-ลดความเร็วเปน ดังน้ี คือ เมื่อกดปุม Increase กระแสไฟจะผานจุด
ตอปลายสาย 4 , สวิทชจํากัด S1 , ตัวแบงกระแส(Voltage Divider) R3 และมอเตอร แลวกลับทางจุดตอปลายสาย
5 ทําใหมอเตอรหมุนใหคานเล่ือน(Slider) S ของความตานทานเปลี่ยนคาได R1 เล่ือนไปทาง E แตถากดปุม
Decrease กระแสไฟจะผานจุดตอปลายสาย 5 ,สวิทชจํากัด S2 , ตัวแบงกระแส S 3 และมอเตอร แลวกลับทางจุด
ตอปลายสาย 4 ทําใหมอเตอรหมุนใหคานเลื่อน S เลื่อนไปทาง A (รายละเอียดตางๆ ใหดูในคูมือ MTU
Elektronik)
# การซอ มบาํ รุงรักษา #
รายละเอียดดบู ทที่ 9 ขอ 11
7. อปุ กรณต ัดการทาํ งานของสูบ(Cylinder Cutout) (รปู 2-19.1 ถงึ 2-19.3)
เปน อุปกรณเ พิ่มเติม มีใชใ นเครอื่ งจกั รใหญบ างเคร่อื งเทา นั้น
ทําหนาท่ี ตัดการทํางานของสูบ(Cut-out) 1 แถวสูบ(Bank) เม่ือเดินเครื่องตัวเปลา(Idle Speed) หรือ เม่ือ
เครื่องรับภาระนอย(Low-load) โดยการตัดนํ้ามันเช้ือเพลิง และ จะตอการทํางานของสูบ(Cut-in) หรือสงน้ํามัน
เช้อื เพลิงเขาสูบเมื่อเขา คลทั ช
ขอดี ทําใหส บู ทจ่ี ุดระเบิดมกี ารเผาไหมท ่ดี ี
ลดควันขาวที่เกดิ จากนาํ้ มนั เชอ้ื เพลงิ ไมเ ผาไหม
ทาํ ใหนาํ้ มันเชื้อเพลิงท่ไี มเผาไหมจะไปปนนาํ้ มนั หลอ ลดลง
กองฝก การชางกล กฝร.
# ลักษณะ #
สวนประกอบตางๆของอุปกรณตัดการทํางานของสูบ จะประกอบอยูท่ีสูบฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิง(Fuel
Injection Pump) ซ่ึงประกอบดวย 2 สวนใหญๆ คือ กลไกตัดการทํางานของสูบ(Cylinder Cutout Mechanism)
และล้ินแมเหล็กไฟฟา 3/2 ทาง(3/2-Way Solenoid Valve)
ลิ้นแมเหล็กไฟฟา 3/2 ทาง(3/2-Way Solenoid Valve) ประกอบดวยขดลวดแมเหล็กไฟฟา(Solenoid) ที่
ทํางานดวยกระแสไฟตรง 24 V.และอารเมเจอร(Armature) ซึ่งถาไมมีกระแสไฟฟาเขาเลี้ยงขดลวดแมเหล็กไฟฟา
(De-energized) อารเมเจอรจะสงอาการใหลิ้นปดชองทางน้ํามันหลอและเม่ือมีกระแสไฟเขาเลี้ยงขดลวด
แมเ หลก็ ไฟฟา (Energized) จะทําใหอารเ มเจอรจ ะสง อาการใหล นิ้ เปดชอ งทางนํ้ามันหลอ
กองฝกการชางกล กฝร.
กลไกตัดการทํางานของสูบ(Cylinder Cutout Mechanism) ประกอบอยูภายในสูบฉีดนํ้ามันเช้ือเพลิง
ทาํ งานดวยกําลังดันนํ้ามนั หลอ (จากระบบน้าํ มนั หลอล่ืนเคร่ืองยนต) ประกอบดว ย
= เรือนกลไกตัดการทํางาน(Cutout Housing) เปนที่ประกอบอุปกรณกลไกตางๆและเปนชองทางกําลัง
ดนั น้าํ มนั หลอ เขา -ออก
= ปลอกสูบชั้นนอก(Outer Cylinder) เปนสวนที่สงอาการเลื่อนตัวใหกับคันแร็คนํ้ามันเชื้อเพลิงช้ันนอก
(Control Rack Outer Section) ซงึ่ จะสง ตออาการหมุนใหลูกสูบเล่ือน(Plunger)ของสูบฉีดนํ้ามันเช้ือเพลิงของแถว
สูบทีจ่ ะมกี ารตัด-ตอการทํางาน(Cut-out/Cut-in) สวนลูกสูบเลื่อน(Plunger)ของสูบฉีดนํ้ามันเช้ือเพลิงของแถวสูบ
ที่จะทํางานจุดระเบิดตลอดเวลาท่ีเดินเครื่อง จะรับอาการหมุนจากคันแร็คน้ํามันเช้ือเพลิงชั้นใน(Control Rack
Inner Section) ซ่ึงรบั การทํางานจากเครอื่ งควบคุมความเรว็ (Speed Governor)โดยตรง
= ลูกสูบ(Piston),สปริงล็อคคันแร็คน้ํามันเชื้อเพลิง(Control Rack Lock-up Spring)และปลอกสูบช้ันใน
(Inner Cylinder) จะเปนสว นท่ีจะตัด-ตอ การสง ตออาการ ระหวา งคนั แร็คน้ํามนั เช้อื เพลิงชนั้ นอกกับคนั แร็คน้ํามนั
เชื้อเพลิงช้ันใน
# การทํางาน #
เมื่อล้ินแมเหล็กไฟฟาไมมีกระแสไฟเขาเล้ียง(De-energized) ล้ินจะปดชองทางน้ํามันหลอจากทอสง
น้ํามันหลอ(Oil Feed) ท่ีจะเขาทํางานในกลไกตัดการทํางานของสูบ และเปดระบายกําลังดันภายในกลไกการตัด
ทํางานของสูบออกภายนอก ทางทอน้ํามันหลอกลับ(Oil Return) ทําใหคันแร็คน้ํามันเช้ือเพลิงช้ันในซึ่งรับอาการ
ทํางานจากเคร่ืองควบคุมความเร็ว สงตออาการผานสปริงล็อคคันแร็คนํ้ามันเช้ือเพลิงใหคันแร็คนํ้ามันเช้ือเพลิง
ชนั้ นอกเล่ือนไปดวย ทําใหลูกสูบเล่ือน(Plunger)ของท้ังสองแถวสูบหมนุ ตวั ใหม กี ารสงนํ้ามันเช้อื เพลิงเขาสูบทุก
สบู เหมอื นกนั น่นั คอื ทกุ สูบมีการจดุ ระเบิดหรือตอ การทาํ งานของสบู (Cut-in) ตามปกติ
เม่ือลิ้นแมเหล็กไฟฟามีกระแสไฟเขาเลี้ยง(Energized) ล้ินจะเปดนํ้ามันหลอจากทอสงน้ํามันหลอ เขา
ทํางานในปลอกสูบชั้นในและช้ันนอกของกลไกตัดการทํางานของลูกสูบ และปดชองทางนํ้ามันหลอกลับ ทําให
คันแร็คน้ํามันเชื้อเพลิงช้ันนอกเลื่อนตัว สงอาการหมุนลูกสูบเลื่อน(Plunger)ใน 1 แถวสูบ ไปท่ีตําแหนงไมสง
นํ้ามันเช้ือเพลิงหรือหยุดเคร่ือง(Stop) น่ันคือ การตัดของสูบ(Cut-out) 1 แถวสูบ (Bank) ในขณะที่คันแร็ดนํ้ามัน
เชื้อเพลิงช้นั ในซงึ่ รบั อาการจากเครอื่ งควบคุมเรว็ โดยตรง จะสง อาการหมุนลูกสูบเลื่อน(Plunger)อกี 1 แถวสูบ ให
มีการสงน้ํามันเชื้อเพลิงตามปกติ นนั่ คือ มกี ารจุดระเบิดตามปกติ(Cut-in) 1 แถวสบู
# การซอมบาํ รุงรกั ษา #
ไมมี
กองฝก การชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
บทท่ี 3
ระบบนํ้ามันเช้อื เพลิง
(Fuel System)
ระบบน้ํามันเชื้อเพลิง ทําหนาท่ีสงน้ํามันเช้ือเพลิงเขาไปผสมกับอากาศดีภายในกระบอกสูบของ
เคร่ืองยนต ซ่ึงในเครื่องแตละแบบ(TC/TB/TE)จะมีหลักการทํางานเหมือนกัน แตจะแตกตางกันในรายละเอียด
ของสว นประกอบเทานั้น(ดใู นคมู อื ประจําเครอ่ื ง)
1.สว นประกอบทสี่ าํ คัญของระบบ (รูป 3-1.1 / 3-1.2)
หมอกรองหยาบนํา้ มนั เช้อื เพลงิ (Fuel Prefilter) (รายละเอยี ด ขอ 3.1)
สบู สง นา้ํ มันเชือ้ เพลงิ (Fuel Delivery Pump) (รายละเอียด ขอ 3.2)
สูบโยกมือนํ้ามันเชือ้ เพลงิ (Fuel Hand Pump) (รายละเอยี ด ขอ 3.3)
หมอ กรองละเอียดน้ํามันเชื้อเพลงิ (Fuel Duplex Filter) (รายละเอียด ขอ 3.4)
หมอรับนํา้ มนั เชื้อเพลิงรว่ั ไหล(Leak-off Fuel Tank) (รายละเอยี ดขอ 3.5)
อปุ กรณฉดี น้ํามันเช้อื เพลิง(Fuel Injection Equipment) (รายละเอียดบทท่ี 2 ขอ 6)
2.การทาํ งานของระบบ (รูป 3-1.1)
เมื่อเดินเคร่ือง สูบสงนํ้ามันเชื้อเพลิง(Fuel Delivery Pump)ซ่ึงเปนแบบเฟอง(Gear Pump) ไดรับการขับ
หมุนโดยเพลาลูกเบ้ียวดานซาย จะดูดน้ํามันเช้ือเพลิงผานหมอกรองหยาบ(Fuel Prefilter)เขามากรองส่ิงสกปรกท่ี
ปนมากับนํ้ามันเช้ือเพลิง แลวสงออกไปผานหมอกรองละเอียดน้ํามันเช้ือเพลิง(Fuel Duplex filter)ซ่ึงจะกรองส่ิง
สกปรกอีกครั้งหน่ึง นํ้ามันเชื้อเพลิงที่ผานการกรองแลวน้ี จะถูกสงเขาสูบฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิง(Fuel Injection
Pump) ซ่ึงจะสูบสงนํ้ามันเชื้อเพลิงกําลังดันสูง(ประมาณ 240 บาร) ผานทอนํ้ามันเชื้อเพลิงกําลังดันสูง(High
Pressure)ไปเขาหัวฉีดน้ํามันเชื้อเพลิง(Fuel Injector) ซ่ึงจะเปดฉีดน้ํามันเช้ือเพลิงใหเปนฝอยเขาผสมกับอากาศดี
ภายในกระบอกสูบ ทําใหเกิดการเผาไหมต อไป
น้ํามันเช้ือเพลิงท่ีเหลือจากการสงของสูบฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิง จะถูกสงออกภายนอกระบบ(กลับถังใชการ)
ทางทอนํ้ามันเชื้อเพลิงกลับถัง(Fuel Return Line)ผานล้ินนํ้ามันลน(Overflow Valve) ซ่ึงตั้งคากําลังดันเปดไวที่
2.0 บาร เพือ่ รกั ษากาํ ลังดนั นํา้ มนั เชือ้ เพลิงไวภายในสูบฉีดนํ้ามันเช้ือเพลิงและชวยไลอากาศออกจากสูบฉีดน้ํามัน
เชือ้ เพลิง
นํ้ามันเช้ือเพลิงร่ัวไหล(Leak-off Fuel)ภายในหัวฉีดน้ํามันเช้ือเพลิง(เปนลักษณะปกติของหัวฉีดนํ้ามัน
เชื้อเพลิง) จะถูกสงออกภายนอกผานทอน้ํามันเชื้อเพลิงร่ัวไหล(Leak-off fuel Line)และล้ินกันกลับ(Non-Return
Valve) ไปรวมกบั นาํ้ มันเชื้อเพลิงจากทอนํ้ามันเชื้อเพลิงกลับถังที่ชองจํากัดการไหล(Flow Restrictor) สงออกจาก
ระบบไป
กําลงั ดันน้ํามนั เช้ือเพลิงจากสูบสงนํ้ามันเช้ือเพลิง จะถูกรักษากําลังดันไวไมใหเกิน 6.5 บาร ดวยล้ินผอน
กําลังดัน(Pressure Relief Valve)ของสูบสง นาํ้ มันเชอ้ื เพลิง
กองฝก การชางกล กฝร.
ท่ีหมอกรองละเอียดนํ้ามันเชื้อเพลิง จะมีการไลอากาศ(Vent)ออกจากระบบตลอดเวลาดวยกําลังดัน
ภายในระบบเอง ผานลิ้นกันกลับ(Non-Return Valve) ซึ่งตั้งคากําลังดันเปดไวที 0.5 บารและชองจํากัดการไหล
(flow Restrictor) ออกไปรวมกับน้ํามันเช้ือเพลิงที่ทอน้ํามันเชื้อเพลิงกลับถัง เพ่ือสงออกภายนอกไป ล้ินกันกลับ
ในสวนน้ีจะทําใหเราสามารถเปลี่ยนไสหมอกรองละเอียดทีละใบไดในขณะที่เครื่องเดินอยู และชองจํากัดการ
ไหลชว ยจะลดการสูญเสียกําลังดันภายในระบบไปกับการไลอ ากาศใหน อยท่สี ุด
กองฝก การชางกล กฝร.
จาก รปู 3-1.2 ในบางเครอื่ ง ทอนาํ้ มนั เชอ้ื เพลิงกาํ ลงั ดนั สูง(High Pressure Line) จะมีทอ หมุ อยอู ีกชั้นหนง่ึ
หรือเปนทอ 2 ชั้น ระหวางสูบฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงถึงเรือนกลไกควบคุมล้ิน(Valve Gear Housing) นํ้ามันเช้ือเพลิง
กําลังดันสูงท่ีสงเขาหัวฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิงจะถูกสงผานทอช้ันใน สวนทอชั้นนอก(ชองวางระหวางทอชั้นนอกกับ
ทอช้ันใน) จะใชรองรับนํ้ามันเช้ือเพลิงซ่ึงอาจจะร่ัวไหลจากทอช้ันใน(ปกติจะตองไมมี) ถามี น้ํามันเชื้อเพลิง
ร่ัวไหลสวนนี้ จะไหลผานทอช้ันนอกและชองทางท่ีสวนกลางของเรือนกลไกควบคุมลิ้น ออกจากเครื่อง ทางทอ
น้ํามันเชื้อเพลิงร่ัวไหลดานขางเครื่อง ไปเขาหมอรับนํ้ามันเชื้อเพลิงรั่วไหล(Leak-off Fuel Tank) เพื่อทําใหเกิด
สัญญาณเตอื น(Alarm)ตอ ไป
ในขณะทไี่ มไ ดเ ดินเครือ่ ง สามารถไลอ ากาศออกจากระบบไดโดยใชสบู โยกมือน้ํามนั เช้ือเพลิง
กองฝก การชางกล กฝร.
3.การซอ มบาํ รุงรกั ษาระบบ
รายละเอยี ดบทที่ 9 ขอ 40-42
4.รายละเอียดของระบบ
4.1 หมอ กรองหยาบนา้ํ มันเชื้อเพลิง(Fuel Prefilter) (รปู 3-2)
ประกอบอยทู ่ี ทางเขาสูบสงนํ้ามันเชือ้ เพลงิ (Fuel Delivery Pump)
ทาํ หนาท่ี กรองน้าํ มนั เชือ้ เพลงิ กอนเขา สูบสง นาํ้ มันเชอื้ เพลงิ (กอ นเขาระบบ)
ในแตละเคร่ืองจะมีลักษณะและขนาดแตกตางกัน ในที่น้ีจะกลาวถึงแบบตะแกรงโลหะ(Edge-Type
Filter)
ความถใ่ี นการกรอง 0.1 มม.
# ลกั ษณะการทํางาน #
ภายนอก จะเปนถวยหมอกรอง(Filter Bowl) ประกอบอยูดานลาง ยึดติดกับหัวหมอกรอง(Filter Head)
ดวยสลกั และนตั ยดึ (Securing Nut) ที่หวั หมอ กรองประกอบดวยชองทางนํา้ มันเชื้อเพลิงเขา -ออก 2 ชอ งทาง
ภายในถวยหมอกรอง ประกอบดวยแปรงกวาด(Cleaning Rake)ยึดอยูกับหัวหมอกรองและไสหมอกรอง
แบบตะแกรงโลหะซ่ึงสามารถหมุนไดด ว ยมือหมุน(Handle) เพื่อใหแปรงกวาดกรีดทาํ ความสะอาดผวิ ภายนอกไส
หมอ กรอง
นา้ํ มนั เช้อื เพลงิ จะถกู ดูดเขามาผานชองทางเขาทหี่ ัวหมอกรอง เขาไปภายในถวยหมอ กรองรอบๆภายนอก
ไสหมอกรอง น้ํามันเชื้อเพลิงท่ีสะอาดจะผานไสหมอกรองเขาภายในและออกทางชอง-ทางออกที่หัวหมอกรอง
กองฝกการชางกล กฝร.
สง เขา สูบสงน้าํ มนั เชื้อเพลงิ ไป สง่ิ สกปรกทป่ี นมากบั นํา้ มนั เช้อื เพลิงจะเกาะติดอยูภายนอกไสห มอ กรอง
# การซอมบาํ รุงรักษา #
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ 44-46
4.2 สบู สง น้าํ มันเชื้อเพลงิ (Fuel Delivery Pump) (รปู 3-3)
ประกอบอยทู ดี่ า น KGS. ของเคร่อื ง
ทําหนาที่ สูบสงนา้ํ มนั เชอื้ เพลงิ กาํ ลงั ดันตาํ่ เขาสรู ะบบ
# ลกั ษณะการทาํ งาน #
เปน สูบแบบเฟอง(Gear Pump) ไดร ับการขับหมุนโดยเพลาลกู เบ้ียวดานซายของเคร่อื ง
เรือนของสูบ(Housing) ประกอบดวย 3 สวน คือ หนาแปลน(Flange),แผนรับเฟอง(Gear Carrier Plate)
และฝาปด(Cover) ประกอบเขา ดว ยกันดว ยสลกั ยึดโดยไมมีแผนกนั รวั่ (Gasket)
กองฝกการชางกล กฝร.
ภายในประกอบดวยเฟอง(Gear)และเพลา(Shaft)ของสูบจํานวน 2 ชุด เปนเพลาขับ(Drive Shaft) 1 เพลา
และเพลาตาม(Pump Gear Shaft) 1 เพลา เพลาทั้งสองรองรับดวยแบร่ิงปลอก(Bushing) ไดรับการหลอลื่นดวย
นํา้ มันเชือ้ เพลงิ ภายในสูบ
ที่ฝาปด(Cover) ภายในประกอบดวยล้ินผอนกําลังดัน(Pressure Relief Valve) ต้ังคากําลังดันเปด
(Opening Pressure)ท่ี 6.5 บาร ทําหนาท่ี เปดกําลังดันในทางสงใหไหลกลับทางดูด ถากําลังดันในทางสงสูงกวา
เกณฑค ากาํ ลงั ดนั เปด
เมื่อเดินเครื่อง เฟองของสูบจะหมุน เกิดแรงดูดขึ้นภายในสูบและดูดนํ้ามันเชื้อเพลิงเขามาในชองวาง
ระหวา งฟน เฟองกบั แผนรับเฟอ ง แลว จะถกู สงออกจากสูบทางชองทางสง เขา สูระบบไป ถากําลังดันนํ้ามัน
เชื้อเพลิงในชองทางสง สูงกวาคากําลังดันเปดของลิ้นผอนกําลังดันๆ จะเปดใหกําลังดันในทางสง ไหลกลับ
ชอ งทางดดู
# การซอมบาํ รุงรกั ษา #
ไมม ี
4.3 สูบโยกมอื นาํ้ มันเชอ้ื เพลิง(Fuel Priming Pump) (รูป 3-4)
ประกอบอยูก บั สูบสง นํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ
ทําหนา ท่ี ไลอ ากาศออกจากระบบนาํ้ มนั เชอื้ เพลงิ (Priming) เมื่อไมไ ดเดนิ เคร่อื ง
แตล ะเครื่องจะมีลักษณะแตกตา งกันบาง แตก ารทาํ งานจะเหมือนกัน
# ลักษณะการทํางาน #
เปนแบบลกู สูบเลื่อน(Plunger Type)
ภายในเรือนของสูบ(Housing) ประกอบดวยชุดลูกสูบเลื่อน(Plunger)และกานลูกสูบเลื่อน(Plunger Rod)
สงตออาการถึงมือจับ(Handle)ภายนอก โดยที่มือจับและปลอก(Sleeve)จะมีเกลียวสําหรับกวดใหยึดติดกันปลาย
อีกดานหน่ึงของเรือนของสูบ ท่ีชองทางดูดและชองทางสงประกอบดวยลิ้นกันกลับ 2 ล้ิน คือ ลิ้นดูด(Intake
Valve)และลิน้ สง (Delivery Valve)
กองฝก การชางกล กฝร.
เมอื่ ดงึ มอื จับเล่ือนออก จะเปนจังหวะดูด เกิดแรงดูดข้ึนภายในสูบทําใหลิ้นสงปด ในขณะเดียวกันล้ินดูด
จะเปด ใหนาํ้ มนั เช้อื เพลงิ เขามาภายในสบู
เมื่อกดมือจับเลื่อนเขา จะเปนจังหวะสง ทําใหล้ินดูดปด ในขณะเดียวกันลิ้นสงจะเปด ใหน้ํามันเช้ือเพลิง
ภายในสูบ สง ผานออกไปเขา ระบบตอ ไป
# การซอมบาํ รุงรกั ษา #
ไมม ี
4.4 หมอกรองละเอียดนํ้ามนั เช้อื เพลงิ (Fuel Duplex Filter) (รูป 3-5.1 ถึง 3-5.3)
ประกอบอยรู ะหวา งสบู สง นาํ้ มันเชอื้ เพลงิ กบั สูบฉดี น้ํามนั เชื้อเพลงิ
ทาํ หนาท่ี กรองนาํ้ มันเชอ้ื เพลงิ กอ นเขาสูบฉดี น้ํามนั เชอ้ื เพลงิ
เปนแบบหมอกรองค(ู Duplex or Dual Filter) ใน 1 เครอ่ื ง จะใชห มอ กรอง 1 ชุด (2 ใบ)
ลกั ษณะสวนประกอบจะตางกันเปน 2 ลักษณะใหญๆ คือ
4.4.1 ลกั ษณะแรก (รูป 3-5.2)
เครื่องแบบ TC/TB
# ลกั ษณะการทํางาน #
สว นท่ีตา งกนั ในเคร่ืองทง้ั สองแบบ คอื อา งนาํ้ มันลน (Spill Collector)
สวนอื่นๆ จะมลี กั ษณะสวนใหญเ หมอื นกนั ดงั นี้
ภายในเรือนหมอกรอง(Filter Bowl)แตละใบประกอบดวยไสหมอกรองละเอียด(Micronic Element) 1
ใบ
สวนลางของเรือนหมอกรอง ประกอบดวยปลั๊กระบาย(Drain Plug)สําหรับเปดระบายตะกอนภายใน
หมอกรองออกท้ิงภายนอก และชองทางน้ํามันเชื้อเพลิงเขา-ออกหมอกรอง ซึ่งปด-เปดไดดวยล้ินเปล่ียนทาง
(Diverter Valve)ที่บิดได 4 ตําแหนง ทําใหสามารถเปดใชหมอกรองไดทีละใบ เพื่อเปลี่ยนไสหมอกรองได
ในขณะเครอ่ื งเดินอย(ู ปกตจิ ะเปดใชพ รอ มกันทงั้ สองใบ)
ดานบน ปดไวด ว ยฝาปดหมอกรอง(Filter Cover) ซ่ึงประกอบดวยปล๊ักระบายอากาศ(Vent Plug) จํานวน
2 ตัว สําหรับเปดไลอากาศเมื่อตองการและชองทางระบายอากาศ(Vent Line) ซึ่งจะไลอากาศออกจากระบบ
ตลอดเวลา ดวยกําลงั ดันภายในระบบเอง ในขณะเครอื่ งเดนิ อยู
นํ้ามนั เชือ้ เพลงิ (จากสูบสง นา้ํ มนั เชือ้ เพลิง) จะถกู สงเขา มาท่ีชอ งทางเขา ที่ล้ินเปล่ยี นทาง เขา ไป
ภายในหมอ กรองรอบๆภายนอกไสห มอกรอง นา้ํ มันที่สะอาดจะผานไสหมอกรองเขาภายในและไหล
ออกจากหมอ กรองผานล้ินเปลี่ยนทางเขา สรู ะบบตอ ไป ส่งิ สกปรกตา งๆจะเกาะตดิ อยูภายนอกไสหมอ
กรอง
กองฝก การชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
4.4.2 ลักษณะท่ีสอง(รูป 3-5.3)
เคร่ืองแบบ TE
# ลกั ษณะการทาํ งาน #
สวนท่ีแตกตางจากลักษณะแรก คือ ฝาปดหมอกรอง(Cover) ใชสลักเกลียว(Screw)ยึด มีฝาครอบ(Hood)
ดานนอก,สวนบนของเรือนหมอกรอง(Housing)จะประกอบดวยลิ้นกันกลับ(Non-Return Valve)และชองจํากัด
(Choke) จํานวน 2 ชุด ซ่ึงจะทํางานไลอากาศออกจากหมอกรองดวยกําลังดันภายในระบบตลอดเวลาที่เครื่องเดิน
อยู โดยล้ินกันกลับตั้งคากําลังดันเปด(Opening Pressure)ไวที่ 0.5 บาร จะเปนสวนท่ีชวยใหสามารถเปล่ียนไส
หมอกรองไดทีละใบในขณะเดินเคร่ืองอยูและชองจํากัดจะชวยลดการสูญเสียกําลังดันภายในระบบไปกับการไล
กองฝกการชางกล กฝร.
อากาศ สวนที่แตกตางอีกสวน คือล้ินเปล่ียนทาง(Diverter Valve)สามารถบิดใชได 3 ตําแหนง และสวนลางของ
หมอ กรองประกอบดว ยกอกระบาย(Drain Cock)
# การซอมบาํ รงุ รักษา #
รายละเอยี ดบทที่ 9 ขอ 47-50
4.5 หมอรบั น้ํามันเชือ้ เพลงิ รวั่ ไหล (Leak-off Fuel Tank) (รปู 3-6)
ทาํ หนา ที่ รบั นา้ํ มนั เชอื้ เพลิงที่รัว่ ไหลจากทอนํ้ามนั เช้อื เพลิงกําลงั ดนั สงู เพ่อื สรา งสัญญาณเตือน
มีใชเฉพาะบางเครือ่ งเทานัน้ (มีทอ นํา้ มนั เช้ือเพลิงกาํ ลงั ดันสงู เปน ทอ 2 ชน้ั )
# ลกั ษณะการทํางาน #
สว นบนของหมอ (Tank) ประกอบดว ยชอ งทางนํ้ามันเช้ือเพลงิ เขา -ออก 2 ชองทาง
ดานลาง ประกอบดวยปล๊กั ระบาย(Plug)สําหรับเปด ระบายน้าํ มันเชอื้ เพลงิ ภายในออกท้งิ
ภายใน ประกอบดวยชุดตรวจวดั การรั่วไหล(Leak-off Fuel Indicator) คือ ชุดลูกลอยแมเหล็ก(Float With
Annular Magnet)และชุดสวิทชเ ปลย่ี นทาง(Contact Switch)
เมื่อมีนํ้ามันเชื้อเพลิงร่ัวไหลจากทอน้ํามันเช้ือเพลิงกําลังดันสูง ร่ัวไหลลงมาเขาหมอรับน้ํามันเชื้อเพลิง
ร่ัวไหล จะทําใหลูกลอยแมเหล็กลอยเลื่อนข้ึนดวยตามระดับนํ้ามันเช้ือเพลิง และถาลูกลอยแมเหล็กเลื่อนขึ้นถึง
ระยะ 2 ใน 3 ของระยะเล่ือนทั้งหมด จะทําใหสวิทชเปลี่ยนทาง เปล่ียนตําแหนงสงสัญญาณทําใหเกิดสัญญาณ
เตือน เมื่อสวิทชลูกลอยเล่ือนลงตํ่ากวา 2 ใน 3 ของระยะเลื่อนท้ังหมด สวิทชเปล่ียนทางก็จะเปลี่ยนตําแหนง
กลบั มาอยูท่ตี าํ แหนงปกติ
# การซอ มบาํ รุงรักษา #
รายละเอยี ดบทที่ 9 ขอ 43
กองฝก การชางกล กฝร.
บทที่ 4
ระบบอากาศด-ี แกส เสยี
(Intake-Exhaust System)
ในเครื่องแตละแบบ(TC/TB/TE) ระบบอากาศดี-แกสเสีย จะมีหนาท่ีและหลักการทํางานเหมือนกัน คือ
เม่ือเดินเคร่ือง แกสเสียจากการเผาไหมภายในกระบอกสูบจะถูกขับไลออกมา ใหไปเขาทํางานขับหมุนเทอรโบ
ชารจแลวจึงปลอยออกทิ้งภายนอก เทอรโบชารจก็จะทํางานดูดอากาศดีจากภายนอกเขามาอัดสงเขากระบอกสูบ
ไปผสมกับน้ํามันมันเชื้อเพลิง เพื่อการจุดระเบิดเผาไหมตอไป แตจะแตกตางกันเฉพาะในรายละเอียดบางอยาง
เทา น้ัน
1.สว นประกอบของระบบ (รปู 4-1)
หมอกรองอากาศดี(Air Filter) ( รายละเอียดขอ 4.1)
เทอรโบชารจ (Exhaust Turbocharger) (รายละเอียดขอ 4.2)
หมอ ระบายความรอ นอากาศด(ี Intercooler) (รายละเอยี ดขอ 4.3)
ลิ้นปด อากาศดีฉกุ เฉนิ (Emergency Air Shut-off Flaps) (รายลเอยี ดขอ 4.4)
ทอ ระบายนํา้ ตกอากาศด(ี Condensate Drain Line) (รายละเอยี ดขอ 4.5)
2.การทาํ งานของระบบ (รูป 4-1)
เม่อื เดินเครื่อง แกส เสียจากการเผาไหมแตละสูบ จะถูกไลออกมารวมกันภายในทอรวมแกสเสีย(Exhaust
Manifolds) ซ่ึงมีอยู 2 ทอ(แถวสูบละ 1 ทอ)ดานขางเรือนสูบ(Crankcase) แกสเสียจากทอรวมแกสเสียน้ีจะถูกสง
เขา ทํางานขบั หมนุ เทอรโ บชารจ ซง่ึ มอี ยู 2 ตัว (แถวสูบละ 1 ตวั ) แลวปลอยทิง้ ออกภายนอกไป
อากาศดีจะถูกเทอรโบชารจดูดจากภายนอกผานหมอกรองอากาศดี(Air filter) เพ่ือกรองเศษวัสดุหรือฝุน
ละอองท่ีปนมา แลวอัดสงผานหมอ ระบายความรอนอากาศดีเขาเครื่อง(Intercooler) เพื่อระบายความรอนออกจาก
อากาศดี แลวจึงผานลิ้นปดอากาศดีฉุกเฉิน(Emergency Air Shut-off Flaps)และเขาทอรวมอากาศดี/นํ้าจืด
(Air/Coolant Manifold)ซ่ึงมีอยู 2 ทอ ดานในเคร่ือง แลวแยกสงเขากระบอกสูบแตละสูบ เพื่อผสมกับนํ้ามัน
เชื้อเพลงิ ในการจดุ ระเบิดเผาไหมตอ ไป
นํ้าตกซ่ึงเกิดข้ึนภายในระบบอากาศดีจะถูกระบายออกทิ้งภายนอก ทางทอระบายน้ําตกอากาศดี
(Condensate Drain Line) ดวยกําลงั ดนั ภายในระบบ ตลอดเวลาที่เครอื่ งเดนิ อยู
∗ หมายเหตุ
∗ ทอรวมแกสเสียมีใชอยู 2 แบบ คือ แบบที่ไมมีการระบายความรอนและแบบท่ีมีการระบายความรอน
แบบหลังจะประกอบอยูภ ายในเรือนระบายความรอ น(Cooling Housing) ซ่ึงเปน เรือน 2 ช้นั หรอื เปนทอแกสเสยี 2
ชัน้ ใชน้ําจดื เดินภายในเพ่อื ชวยระบายความรอ นและปอ งกนั ความรอ นภายในแผออกมาภายนอก
กองฝก การชางกล กฝร.
∗ ทอรวมอากาศดี/น้ําจืด(Air/Coolant Manifold) แตละทอภายในจะแบงเปน 2 สวน สวนหนึ่งจะเปนทอ
รวมอากาศดี(Air Manifold)และอีกสวนหนึ่งจะเปนทอ รวมนาํ้ จดื (Coolant Manifold)
3.การซอ มบํารุงรกั ษาระบบ(Maintenance)
รายละเอียด บทที่ 9 ขอ 13 – 18 และ 30 – 31
4.รายละเอียดของระบบ
4.1 หมอ กรองอากาศด(ี Air Filter)
ประกอบอยูท่ี ทางอากาศดเี ขา เทอรโ บชารจ
ทาํ หนา ท่ี กรองเศษวสั ดหุ รือสิ่งสกปรกทป่ี นมากับอากาศดกี อนเขาเทอรโ บชารจ
ปจ จบุ ันมีใชอ ยู 2 แบบ คือ
4.1.1 หมอกรองอากาศดีแบบแหง (Dry-Type Air Filter) (รูป 4-2.1)
# ลักษณะการทํางาน #
ภายในเรือนหมอกรอง(Housing) จะประกอบดวยไสหมอกรอง(Micro-Top Element) แบบแหง(Dry-
type) จาํ พวกกระดาษ(Paper)
เมื่อเดินเครื่อง เทอรโบชารจจะดูดอากาศดีผานชองทางดูดของหมอกรองอากาศดีเขามาภายในรอบๆ
ภายนอกไสห มอ กรอง ส่ิงสกปรกตา งๆจะเกาะอยูภายนอกไสหมอกรอง สวนอากาศดีจะผา นเขา -
กองฝก การชางกล กฝร.
ภายในและเขา สเู ทอรโ บชารจไป
# การซอมบํารุงรกั ษา #
4.1.2 หมอกรองอากาศดีแบบเปยก
(Wet-Type Air Filter) (รูป 4-2.2)
# ลกั ษณะการทํางาน #
เปนชุดหมอกรองสําเร็จรูป ประกอบอยูท่ี
ทางอากาศดีเขาเทอรโบชารจ ไสหมอกรองเปน
เสน ใยโลหะท่ชี ุมดว ยน้ํามันหลอ ลืน่
เมื่อเดินเครื่องเทอรโบชารจจะดูดอากาศ
ดีจากภายนอกหมอกรองเขามา ส่ิงสกปรกตางๆ
จะเกาะติดอยูที่ฟลมนํ้ามันหลอของไสหมอกรอง
สวนอากาศดีจะผานไสหมอกรองเขาภายใน เขาสู
เทอรโบชารจไป
# การซอ มบํารุงรกั ษา #
รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 20
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 19 – 20
กองฝก การชางกล กฝร.
4.2 เทอรโบชารจ(Exhaust Turbocharger) (รปู 4-3)
ประกอบอยูท่ีทางอากาดีออกจากหมอกรองอากาศดี ใน 1 เครื่องจะประกอบดวยเทอรโบชารจ 2 ตัว
(แถวสบู ละตวั )
ทําหนาท่ี เปนเครื่องอัดอากาศ(Compressor) อัดสงอากาศดีเขากระบอกสูบ ทําใหไดนํ้าหนักอากาศดีเขา
กระบอกสูบมากกวาท่ีลูกสูบดูดอากาศดีเขาตามปกติ ทําใหสามารถฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงเขาไปผสมกับอากาศดีเพ่ือ
การเผาไหมท ่สี มบูรณไดมากขึน้ ในปริมาตรกระบอกสูบเทาเดิม ผลที่ไดคือเคร่ืองยนตจะใหกําลังงานออก(Power
Output)สงู ขึ้น ในปริมาตรกระบอกสบู เทา เดมิ
ทาํ งานดว ยแกสเสยี ของเคร่อื งยนต( ใชแกส เสียเปน ตนกาํ ลังขบั หมุน)
ในแตละเคร่ืองรายละเอยี ดของเทอรโ บชารจ จะตา งกนั แตโดยหลกั การทาํ งานเหมอื นกนั ดังน้ี
ความเร็วการหมนุ สงู สดุ ประมาณ 70,000 – 80,000 รอบ/นาที
กองฝก การชางกล กฝร.
# ลกั ษณะ #
ประกอบดว ย 2 สว นใหญๆ คือ เรือน(Housing)และสว นหมนุ (Rotor Assembly)
เรือน(Housing) เปนเรือน 3 สวน ประกอบเขาดวยกัน คือ เรือนพัดอากาศดี(Compressor Housing),เรือน
แบรง่ิ (Bearing Housing)และเรือนกงั หนั แกส (Turbine Housing)
เรือนกังหันแกส(Turbine Housing) มีอยู 2 แบบ คือ แบบหนึ่ง เปนเรือนช้ันเดียว จะมีแผนโลหะปองกัน
ความรอนหุมเรือนกังหันแกสอยูภายนอกหรือมีเรือนระบายความรอน(Cooling Housing) ซึ่งเปนเรือน 2 ชั้น ใช
น้ําจืดระบายความรอนเดินภายในระหวางชั้นทั้งสอง เพ่ือระบายความรอนและปองกันความรอนภายในแผ
กระจายออกมาภายนอก อีกแบบหนึ่ง เรือนกังหันแกส จะเปนเรือน 2 ช้ัน ใชน้ําจืดระบายความรอนเดินภายใน
ระหวางชัน้ ท้ังสอง เพื่อระบายความรอ นและปอ งกนั ความรอนภายในแผกระจายออกมาภายนอก
สวนหมุน(Rotor Assembly) ประกอบดวย 3 สวน คือ กังหันแกส(Turbine Wheel),พัดอากาศดี
(Compressor Wheel)และเพลาหมุน(Rotor Shaft)
เพลาหมนุ (Rotor Shaft) ประกอบอยูภายในเรือนแบริง่ (Bearing Housing) รองรับดวยแบริ่งปลอก(Sleeve
Bearing) 2 ชุด ไดรับการหลอล่ืนโดยกําลังดันน้ํามันหลอจากระบบนํ้ามันหลอลื่นเครื่องยนต สงเขามาหลอล่ืน
ระบายความรอ นแลว ไหลกลับลงอางนํ้ามันหลอ(Oil Pan)ไป โดยจะมีวงกันร่ัว(Piston Ring) 2 ชุด ปองกันอากาศ
ดีหรือแกสเสียเขาไปภายในแบริ่งและปองกันน้ํามันหลอแบริ่งเขาไปภายในอากาศดีหรือแกสเสีย ในบางแบบ จะ
มีล้ินกันกลับ(Non-Return Valve) ต้ังคากําลังเปดไว ประมาณ 0.1 บาร ประกอบอยูท่ีเรือนพัดอากาศดี ทําหนาท่ี
เปดกาํ ลังดนั อากาศดจี ากดา นหลงั พดั อากาศดี ผา นชองภายในสงไปชว ยกันรัว่ ท่วี งกันร่ัวดานแกส เสยี ดวย ปองกัน
อาการรุนของเพลาดวยวงกนั รุน(Thrust Washer)
กังหนั แกส(Turbine Wheel) เชื่อมประสาน(Welded–on)ติดกับปลายเพลาหมนุ อยภู ายในเรอื นกังหันแกส
พัดอากาศดี(Compressor Wheel) ประกอบติดกับปลายหมุนอีกดานดวยนัต(Nut) ซึ่งบางแบบจะเปนนัต
แมเ หล็ก(Magnetic Nut) เพ่ือสง สญั ญาณใหต ัวตรวจจบั ความเรว็ (Speed Sensor)
# การทํางาน #
แกสเสยี จากทอ รวมแกส เสียจะถกู สง เขาเปา ปก กังหันแกส ทาํ ใหสวนหมุน หมุนไปได แลวปลอยท้ิงออก
ภายนอกไป พัดอากาศดีจะหมุนดูดอากาศดีจากภายนอก(ผานหมอกรองอากาศดี)เขามา อัดสงเขากระบอกสูบ
ตอไป
กอนเร่ิมเดินเครื่องคร้ังแรก หรือ หลังจากซอมทําใหญ(Overhaul)เทอรโบชารจหรือเครื่องยนต จะตอง
เติมนาํ้ มนั หลอ ทส่ี ะอาดใหเ ต็มเรือนแบร่งิ
ถาเทอรโบชารจขัดของหรือชํารุด จะตองตรวจหาสาเหตุเพ่ือพิจารณาวา สามารถเดินเคร่ืองตอไปโดยจะ
ทาํ ใหเ ครื่องยนตเสยี หายเพิ่มข้ึนอีกหรือไม ถาจําเปนจะตองเดินเคร่ืองใชงานตองใหเคร่ืองรับภาระเพียงสวนนอย
(Partial Load)และใหอุณหภูมิแกสเสียรวมสูงไมเกิน 500°C และจะตองซอมทําเทอรโบชารจหรือเปลี่ยนใหมใน
โอกาสแรก
# การซอ มบาํ รงุ รกั ษา #
กองฝก การชางกล กฝร.
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 12
4.3 หมอระบายความรอ นอากาศด(ี Intercooler)
ประกอบอยรู ะหวา งเทอรโบชารจ กบั ทอรวมอากาศด/ี น้ําจืด จํานวน 1 ใบ
ทําหนาท่ี ระบายความรอนออกจากอากาศดีดวยนํ้า(เครื่องแบบ TC/TE ใชน้ําจืด , แบบ TB ใชน้ําทะเล)
ทําใหไดน้ําหนักอากาศดีสงเขากระบอกสูบมากข้ึน [ในเครื่องแบบ TE ยังทําหนาท่ีอุนอากาศดีใหมีอุณหภูมิ
สูงข้ึน เม่อื เดินเคร่ืองความเรว็ ตาํ่ ทําใหก ารเผาไหมสมบรู ณดีในชวงความเร็วตา่ํ (รายละเอียด บทที่ 5 ขอ 2.3)]
มีใชอ ยู 2 แบบ คอื
4.3.1 แบบหลอดแบน (รูป 4-4.1)
# ลกั ษณะการทํางาน #
ภายในชุดระบายความรอน(Radiator Block) ประกอบดวยหมูหลอดแบนมีครีบ(Fin)อยูท้ังภายนอกและ
ภายในหลอด
กองฝก การชางกล กฝร.
ดานขางดานหน่ึง ประกอบดวยฝาปดทางเขา(Inlet Cover) เปนชองทางอากาศดีเขา(จากเทอรโบชารจ)
อกี ดานหนงึ่ ประกอบดว ยฝาปดทางออก(Outlet Cover) เปนชอ งทางอากาศดอี อก(ไปเขาทอรวมอากาศดี)
อากาศดจี ากเทอรโ บชารจ จะถูกสง เขา ท่ีชองทางเขา ดา นขางและเขาไปผานดานนอกหลอดของหมูหลอด
แลวออกทางชอ งทางออก ไปเขาทอรวมอากาศด/ี น้าํ จืด เพ่อื สงเขา กระบอกสูบตอ ไป
น้ําระบายความรอน จะถูกสงเขามาที่ชองทางเขาดานลางหมอระบายความรอนอากาศดี และเขาไป
ภายในหลอดของหมูห ลอด แลว สง ออกจากหมอ ระบายความรอนอากาศดี ทางชอ งทางออกไป
ทศิ ทางการไหลของน้ําระบายความรอนและอากาศดี จะเปน แบบขวางกันหรือตัดกัน(Cross flow)
# การซอ มบาํ รงุ รกั ษา #
ไมม ี
4.3.2 แบบหลอดกลม (รปู 4-4.2)
# ลกั ษณะการทํางาน #
เปนชุดหมูหลอดกลมมีครีบอยูภายนอกหลอด โดยตรงปลายหลอดจะประกอบติดกับแผนประกอบหมู
หลอด(Tube Plate) ภายนอกดานขางประกอบดวยฝาปดขาง(Side Panel)ทั้ง 2 ดาน และฝาปดท้ังดานลางและ
ดา นบน
ชองทางนํ้าระบายความรอนเขา-ออก จะอยูท่ีฝาปดดานบน และมีหองนํ้า(Water Box)อยูที่ฝาปดดานบน
3 หอ งและฝาปดดานลา ง 2 หอ ง
อากาศดีจากเทอรโบชารจจะถูกสงผานภายนอกหมูหลอดภายในหมอระบายความรอนอากาศดี แลว
สง ออกไปเขา ทอรวมอากาศด/ี น้ําจดื เพือ่ สงเขา กระบอกสบู ตอไป
นํ้าระบายความรอนจะถูกสงเขาท่ีชองทางเขา ผานหองนํ้าชองทางเขาดานบน เขาไปภายในหลอดของ
หมูหลอดสวนแรก แลววกวนผานหองน้ําและภายในหลอดของหมูหลอดทุกหมู แลวผานหองนํ้าชองทางออก
สงออกภายนอกไปท่ีชองทางออก ทิศทางการไหลของอากาศดีกับน้ําระบายความรอนจะขวางกันหรือตัดกัน
(Cross Flow)
# การซอ มบาํ รุงรักษา #
ไมม ี
กองฝกการชางกล กฝร.