4.4 ล้นิ ปด อากาศดฉี ุกเฉิน(Emergency Air Shut-off Flaps) (รปู 4-5)
ประกอบอยูท่ี ทอทางอากาศดีเขาเทอรโบชารจหรือทอทางออกหมอระบายความรอนอากาศดี จํานวน 2
ลน้ิ
ทําหนา ท่ี ปดอากาศดเี ขาเคร่อื งเพื่อเลิกเครอ่ื งฉกุ เฉนิ (Emergency Stop) ซึ่งจะทาํ ใหเ ครอื่ งยนตห ยดุ เดินได
เรว็ กวา การปด นา้ํ มันเชอ้ื เพลงิ โดยเครื่องควบคุมความเร็ว(Speed Governor)
ในแตล ะเครื่องสว นประกอบจะแตกตา งกนั บาง แตหลักการทาํ งานจะเหมือนกัน ดังนี้
# ลักษณะ #
เปนลิ้นแผน(Flap)ประกอบอยูกับเพลาล้ิน(Shaft)อยูภายในทอทางอากาศดี ท่ีปลายเพลาล้ินดานนอกทอ
ทางอากาศดี ประกอบดวยสปริง(Spring)ซึ่งมีกําลังดันที่พยายามทําใหลิ้นแผนปด และแม-เหล็กไฟฟา(Solenoid)
กองฝก การชางกล กฝร.
ซึ่งทํางานดวยกระแสไฟฟา 24 V.DC.สงอาการใหคันปลด(Release Lever)ขัดตัวกับคันเปด(Resetting Lever)ของ
ลนิ้ ใหลิน้ อยใู นตาํ แหนงเปด นอกจากนีย้ งั ประกอบดว ยสวิทชจํากดั (Limit Switch) สําหรบั สง สญั ญาณการทาํ งาน
ของล้ินไปเขาระบบควบคุมเครื่อง
ล้ินแผน ทัง้ สองจะสง อาการถงึ กันโดยกานดงึ (Pull Rod)
# การทาํ งาน #
ปกติลน้ิ ปดอากาศดฉี ุกเฉินน้ี จะตอ งเปด อยตู ลอดเวลา โดยลิ้นแมเหล็กไฟฟาดังท่ีกลาวมาแลวการทํางาน
ปด ลิ้นอากาศดฉี กุ เฉิน ทาํ ได 2 ลกั ษณะ คือ
กองฝกการชางกล กฝร.
การปดอัตโนมัติ(Automatic Actuation) เชน เมื่อเกิดความเร็วเคร่ืองสูงเกิน(Overspeed) ระบบควบคุม
เครื่องจะตอกระแสไฟใหแมเหล็กไฟฟาเกิดอํานาจแมเหล็ก(Energized) ดึงคันปลด(Release Lever) ออกจากคัน
เปด(Resetting Lever) ทําใหสปริงสงอาการใหล้ินแผนปดชองทางอากาศดีที่จะสงเขากระบอกสูบ ทําให
เคร่ืองยนตหยุดเดินทันที เม่ือลิ้นแผนปดจะสงสัญญาณผานสวิทชจํากัดไปเขาระบบควบคุมเคร่ือง เพ่ือตัดวงจร
เรมิ่ เดนิ เครอ่ื งและใหเครอื่ งควบคุมความเร็วตัดนํ้ามันเชอ้ื เพลงิ ท่ีจะสง เขากระบอกสูบดวย
การปดดวยมือ(Manual Actuation) โดยการกดปุมเลิกเครื่องฉุกเฉิน(Emergency Stop) จะเปนการตอ
กระแสไฟฟาใหแมเหล็กไฟฟาเชนเดียวกับการปดอัตโนมัติ หรือ ใชมือดึงคันปลด(Release Lever)ออกจากคัน
เปด (Resetting Lever) ซ่งึ จะทาํ ใหลนิ้ ปด เชน เดยี วกบั การปดอัตโนมตั ิทีก่ ลาวมาแลว
เมื่อมีการเลิกเครื่องฉุกเฉินดังที่กลาวมาแลว กอนเร่ิมเดินเครื่องจะตองตรวจสอบแกไขขอขัดของและไล
อากาศดว ยระบบเริ่มเดิน (รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 4)
การเปด ลิน้ กระทําไดโดยการดึงกา นดงึ (Pull Rod) ใหลน้ิ ไปอยูที่ตําแหนงเปด คันปลด(Release Lever)จะ
ถกู สปริงของแมเ หล็กไฟฟา ดนั กลบั มา ใหขดั ตวั อยกู ับคันเปด(Release Lever)ใหลนิ้ อยทู ีต่ าํ แหนงเปด ตลอดเวลา
# การซอมบํารุงรักษา #
รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 21 – 26
4.5 ทอ ระบายน้าํ ตกอากาศด(ี Condensate Drain Line) (รูป 4-6)
ประกอบอยทู ีส่ ว นลา งของหมอระบายความรอนอากาศดี จาํ นวน 1 ทอ
ทําหนา ที่ ระบายนํ้าตกทเี่ กดิ ขนึ้ ในระบบอากาศดอี อกทิง้ ภายนอก
# ลักษณะการทํางาน #
เปน ทอจาํ กดั (Restrictor)ขนาดเลก็ ตอจากภายในระบบอากาศดกี ับทอ ภายนอกดวยนัตขอ ตอ (Union Nut)
เมื่อเดินเคร่ือง จะมีกําลังดันอากาศดีข้ึนภายในระบบอากาศดีเขาเคร่ือง และเกิดน้ําตกขึ้นภายในระบบ
เนือ่ งจากอากาศดมี คี วามชน้ื กาํ ลงั ดันภายในระบบจะชว ยไลน้าํ ตกออกจากระบบผานทอจํากัดและทอทางออกทิ้ง
ภายนอก โดยทอ จาํ กดั จะชว ยลดการสญู เสียกาํ ลงั ดันภายในระบบใหมนี อ ยที่สดุ
ปกติเมื่อเดินเคร่ือง จะมีนํ้าตกถูกระบายออกทางทอระบายนํ้าตกอากาศดีน้ีเล็กนอยตลอดเวลา แตถามี
นํ้าตกถกู ระบายออกเปนปริมาณมาก อาจเกิดจากหมอระบายความรอ นอากาศดี(Intercooler)เกิดการร่ัวไหล
# การซอ มบาํ รงุ รักษา #
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 27 – 29
กองฝกการชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
บทที่ 5
ระบบระบายความรอ น
(Cooling System)
ระบบระบายความรอนของเคร่ืองยนตดีเซล mtu v 396 เปนแบบใชน้ําระบายความรอน โดยใชน้ํา 2
ระบบ คือ ระบบนา้ํ จืด(Engine Coolant System)เปนระบบปด คือ ใชวนเวยี นอยภู ายในระบบเปนนาํ้ จดื ทีป่ รับปรงุ
คุณภาพแลว(Treated Water) และระบบน้ําทะเล(Raw Water System) เปนระบบเปด คือ ดูดน้ําทะเลเขามาใช
ภายในระบบแลว สง ออกจากระบบไป โดยทง้ั สองระบบ จะทําหนาท่ีระบายความรอนใหกับสวนตางๆของเคร่ือง
แยกตางหากกนั
ในบางเคร่ืองจะประกอบดวยชุดอุนน้ําจืด(Coolant Preheating Unit) สําหรับอุนนํ้าจืดภายในระบบใหมี
อุณหภูมิสูงขึ้นถึงประมาณ 40°C เปนการอุนเครื่องกอนเริ่มเดินเครื่อง เพื่อใหเครื่องยนตเร่ิมเดินไดงาย,มีการเผา
ไหมส มบูรณ,ลดควนั ของแกส เสียและลดการสกึ หรอเกินควรจากการเริม่ เดนิ เม่อื เครือ่ งเย็น
ระบบระบายความรอ นน้จี ะตา งกนั เปน 3 แบบ ตามแบบของเครอื่ งยนต คือแบบ TC,TB และTE
1.สว นประกอบของระบบ(รูป 5-1 ถงึ 5-3)
1.1 ระบบนํา้ จืด
สูบน้ําจดื (Coolant Pump) (รายละเอียด ขอ 4.1)
เครอื่ งควบคมุ อณุ หภูมิมินา้ํ จืด(Thermostat) (รายละเอียด ขอ 4.3)
ถังพักนํ้าจืด(Expansion Tank) (รายละเอียด ขอ 4.4)
หมอระบายความรอ นน้าํ จืด(Coolant Cooler) (รายละเอยี ด ขอ 4.4)
ชดุ อุนนํา้ จืด(Coolant Preheating Unit) (รายละเอยี ด ขอ 4.5)
1.2 ระบบน้ําทะเล (รูป 5-2.1 ถงึ 5-2.3)
สูบนาํ้ ทะเล(Raw Water Pump) (รายละเอียด ขอ 4.2)
2.การทาํ งานของระบบ
2.1 เครอ่ื งแบบ TC (รูป 5-1.1 / 5-1.2)
กอ นเร่มิ เดินเครอ่ื ง ในเครอื่ งท่ีประกอบดวยชุดอุนน้ําจืด(Preheating Unit) จะใชชุดอุนนํ้าจืด อุนน้ําจืดให
มีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยสูบน้ําวนเวียน(Electric Pump)ของชุดอุนนํ้าจืดซ่ึงขับหมุนดวยมอเตอรไฟฟา จะดูดนํ้าจืด
จากระบบภายในเครอื่ ง มาผา นขดลวดไฟฟา ใหน ้ําจดื มีอุณหภูมิสูงขึน้ แลวสงกลบั เขา ระบบภายในเครอ่ื ง เปน การ
อนุ เครื่องใหม อี ณุ หภมู สิ งู ขน้ึ เมื่อจะเร่ิมเดนิ เครอ่ื งตองเลกิ ใชช ดุ อุน นา้ํ จืดนี้
เม่ือเดินเคร่ือง สูบนํ้าจืด(Coolant Pump)ซึ่งไดรับการการขับหมุนดวยหมูเฟองขับ(Gear Train) จะดูดนํ้า
จดื จากหองน้ําลา ง(Bottom Water Chamber)ของหมอระบายความรอนน้ําจืด(Coolant)เขา มา
กองฝก การชางกล กฝร.
และสงไประบายความรอนใหกับน้ํามันหลอที่หมอระบายความรอนนํ้ามันหลอ(Engine Oil Heat Exchanger)
แลวสง แยกไป ดงั นี้
สวนหนึ่ง สงไประบายความรอนใหกับปลอกสูบ(Cylinder Liner)และฝาสูบ(Cylinder Head)ทุกๆสูบ
แลว ไปเขาทอ รวมอากาศดี/นา้ํ จดื (Air/Coolant Manifold) ในสว นทเ่ี ปน ทอรวมนํ้าจืด
อีกสวนหน่งึ สง ไประบายความรอ นใหก บั อากาศดที ีห่ มอระบายความรอนอากาศดี(Intercooler) แลวทาง
หนึ่งจะไปเขาทอรวมอากาศดี/น้ําจืด ในสวนท่ีเปนทอรวมน้ําจืด อีกทางหน่ึงไประบายความรอนใหกับเทอรโบ
ชารจและทอรวมแกสเสีย(Exhaust Manifold)ท้ังสองดานของเครื่อง แลวไปเขาเครื่องควบคุมอุณหภูมินํ้าจืด
(Thermostat) รวมกบั นํ้าจดื ที่มาจากทอรวมอากาศด/ี น้ําจืด
กองฝก การชางกล กฝร.
อีกสวนหน่ึง สงไประบายความรอนใหกับสวนตางๆอีกดานหน่ึงของเครื่อง ซ่ึงจะเปนเชนเดียวกับที่
กลา วมาแลว
ท่ีเครื่องควบคุมอุณหภูมินํ้าจืด ถาน้ําจืดมีอุณหภูมิตํ่า จะเปดใหน้ําจืดไปเขาถังพักน้ําจืดโดยตรง แตถานํ้า
จดื มอี ุณหภูมสิ ูง จะเปดใหนํ้าจืดไปผานหมอระบายความรอนนํ้าจืด(Coolant Cooler) กอนเขาถังพักน้ําจืด และจะ
ถกู สูบนํ้าจืด สูบสง วนเวียนเขาระบบอกี ดังทีก่ ลา วมาแลว
ที่ทางดดู ของสูบน้ําจืด จะประกอบดวยกรวยพนนํ้า(Diffuser)และหัวฉีดพน(Injector) ซึ่งจะตอทอชดเชย
น้ําจืด(Equalizing Line)จากถังพักนํ้าจืดโดยตรง เพ่ือชวยเพิ่มกําลังดันในทางดูดของสูบนํ้าจืดและปองกันการเกิด
โพรงอากาศ(Cavitation)ขนึ้ ภายในสบู นํ้าจืด
จากจุดที่สูงที่สุดของสวนตางๆภายในระบบน้ําจืด จะตอทอระบายอากาศ(Vent Line)ไปเขาถังพักน้ําจืด
เพอ่ื ระบายอากาศออกจากระบบ
ในขณะเดียวกัน สูบนํ้าทะเล(Raw Water Pump) ซึ่งไดรับการขับหมุนโดยหมูเฟองขับ ก็จะดูด-น้ําทะเล
กองฝกการชางกล กฝร.
จากภายนอกเขามา และสงไประบายความรอนใหกับนํ้าจืดที่หมอระบายความรอนน้ําจืด แลวสงออกนอกระบบ
ไป
# การซอ มบํารงุ รกั ษาระบบ #
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 53-63
2.2 เครื่องแบบ TB (รูป 5-2.1 / 5-2.2)
ถามีชดุ อนุ นา้ํ จืด(Preheating Unit) ก็จะมกี ารทํางานเชน เดยี วกับ แบบ TC ทกี่ ลาวมาแลว
เม่ือเดินเคร่ืองสูบนํ้าจืด(Coolant Pump)ซึ่งไดรับการขับหมุนดวยหมูเฟองขับ(Gear Train) จะดูดน้ําจืด
หองน้ําลาง(Bottom Water Chamber)ของหมอระบายความรอนน้ําจืด(Coolant Cooler)เขา-มา และสงไประบาย
กองฝก การชางกล กฝร.
ความรอนใหกับนํ้ามันหลอท่ีหมอระบายความรอนนํ้ามันหลอ(Engine Oil Heat Exchanger) แลวสงแยกออกไป
ดงั นี้
สวนหน่ึง จะสงไประบายความรอนใหกับปลอกสูบ(Cylinder Liner)และฝาสูบ(Cylinder Head)ทุกๆสูบ
แลวออกไปเขาทอรวมอากาศดี/นํ้าจืด(Charge Air/Coolant Manifold)ในสวนที่เปนทอรวมนํ้าจืด แลวทางหน่ึงจะ
สงไปเขาเครื่องควบคุมอุณหภูมิน้ําจืด(Thermostat)ผานชองจํากัด(Flow Restrictor) อีกทางหน่ึง จะสงไประบาย
ความรอนใหกับเทอรโบชารจและทอรวมแกสเสีย(Exhaust Pipe) แลวไปเขาเครื่องควบคุมอุณหภูมิน้ําจืดรวมกับ
นํ้าจืดจากทอรวมอากาศดี/น้ําจืด(ชองจาํ กัดจะเปนตัวกําหนดปรมิ าณนา้ํ จืด ที่จะไประบายความรอนใหก บั เทอรโ บ
ชารจ และทอรวมแกสเสีย)
อีกสวนหนึ่ง จะสงไประบายความรอนใหกับสวนตางๆของเครื่องอีกดานหนึ่ง ซ่ึงจะเปนเชนเดียวกับท่ี
กลา วมาแลว
เครอื่ งควบคุมอณุ หภูมินํ้าจดื (Thermostat),ทอ ระบายอากาศ(Vent Line),หัวฉีดพน(Injector)และกรวยพน
นาํ้ (Diffuser) จะมีการทํางานเชน เดียวกบั เคร่อื งแบบ TC ท่ีกลา วมาแลว
ในขณะเดยี วกนั สบู นํ้าทะเล(Raw Water Pump)ซึง่ ไดรับการขับหมุนดวยหมูเฟองขับ(Gear Train) จะดูด
นํา้ ทะเลจากภายนอกเขามา และสงออกแยกไป ดังนี้
สวนหน่ึง สงไประบายความรอ นใหกบั น้ําจืดที่หมอระบายความรอนนํ้าจืด(Coolant Cooler) แลวสงออก
กองฝก การชางกล กฝร.
ภายนอกไป
อีกสวนหน่ึง สงไประบายความรอนใหกับอากาศดีท่ีหมอระบายความรอนอากาศดี(Intercooler) แลว
สงออกภายนอกไป
# การซอมบาํ รุงรักษาระบบ #
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ53 – 56
2.3 เครอ่ื งแบบ TE (รูป 5-3.1 / 5-3.2 และ 6-6.2 / 6-6.3)
ถามชี ุดอุนน้ําจดื จะทาํ งานเชน เดียวกบั เครือ่ งแบบ TC ที่กลา วมาแลว
ในเคร่ืองแบบ TE น้ี ระบบน้าํ จดื จะแบงเปน 2 วงจร ซง่ึ มกี ารทาํ งาน ดังนี้
กองฝกการชางกล กฝร.
2.3.1 วงจรอณุ หภูมสิ ูง(High Temperature Circuit) (รูป 5-3.2)
เมื่อเดินเคร่ืองสูบน้ําจืด(Coolant Pump)ซ่ึงไดรับการขับหมุนดวยหมูเฟองขับ(Gear Train) จะดูดน้ําจืด
จากชองทางลัดคงท่ี(Permanently Open Bypass)ของเครื่องควบคุมอุณหภูมินํ้าจืด(Thermostat)ผานชองจํากัด
(Flow Restrictor)เขามา และสงออกไปผานเรือนสวนบนของหมอระบายความรอนนํ้ามันหลอ(Engine Oil Heat
Exchanger) แลว สงไประบายความรอนใหก ับสว นตางๆของเครื่อง ดงั น้ี
สวนหนึ่ง สงไประบายความรอนใหกับปลอกสูบ(Cylinder Liner)และฝาสูบ(Cylinder Head)ทุกๆสูบ
แลวออกไปรวมกนั ท่ที อ รวมอากาศดี/นํ้าจดื (Charge Air/Coolant Manifold)ในสวนทเ่ี ปนทอ รวมนํา้ จืด แลว ไปเขา
เคร่อื งควบคุมอณุ หภูมินาํ้ จดื
อีกสวนหน่ึง สงไประบายความรอนใหกับเทอรโบชารจและทอรวมแกสเสีย(Exhaust Manifold)ท้ังสอง
ดา นของเครอื่ ง แลวผา นหมอกรองหยาบ(Strainer)ไปเขาเคร่อื งควบคมุ อณุ หภมู นิ าํ้ จดื รวมกบั นาํ้ จดื จากทอรวมนํ้า
จืด
กองฝกการชางกล กฝร.
อีกสวนหน่ึง สงไประบายความรอนใหกับปลอกสูบและฝาสูบอีกดานหน่ึงของเคร่ือง ซึ่งจะเปน
เชน เดียวกบั ทก่ี ลาวมาแลว
นํ้าจืดจากทอรวมนํ้าจืดท้ังสองดานของเคร่ือง จะถูกสงเขามาภายในเครื่องควบคุมอุณหภูมิน้ําจืด ทาง
หนึ่งจะผา นชอ งทางลดั คงทีแ่ ละชอ งจาํ กดั วนเวยี นกลบั เขา ทางดดู ของสบู นํา้ จดื อกี ทางหน่ึงจะถูกควบคุมอุณหภูมิ
โดยเครอื่ งควบคุมอุณหภูมนิ ้าํ จดื ใหเ ขาสวู งจรอุณหภมู ติ ่ําตอ ไป
หัวฉีดพน(Injector),กรวยพนนํ้า(Diffuser)และทอระบายอากาศ(Vent Line) จะมีลักษณะการทํางาน
เชนเดียวกับเครอ่ื ง แบบ TC ท่ีกลา วมาแลว
2.3.2 วงจรอณุ หภมู ติ ่าํ (Low Temperature Circuit) (รปู 5-3.1)
ในขณะที่เครื่องยนตเดินตัวเปลา(Idling Operation)และรับภาระนอย(Partial Load) อากาศดีเขาเคร่ือง
(Charge Air)จะถูกอุนใหมีอุณหภูมิสูงข้ึนโดยน้ําจืดระบายความรอนเครื่อง จนกระทั่งเครื่องควบคุมอุณหภูมิน้ํา
จืดปดชอ งทางลดั (Bypass)นํ้าจืดที่ไปเขาหมอระบายความรอนอากาศดี(Intercooler)โดยตรง ซ่งึ มีการทาํ งานดงั น้ี
ถาอุณหภูมิน้ําจืดยังต่ําอยู เครื่องควบคุมอุณหภูมินํ้าจืดจะเปดใหนํ้าจืดผานชองทางลัด(By-pass)ไปผาน
หมอระบายความรอนอากาศดีและหมอระบายความรอนนํ้ามันหลอ(Engine Oil Heat Exchanger) แลวเขาสูวงจร
อณุ หภูมสิ ูง ท่ีทางดูดของสบู นา้ํ จืด
ถานํ้าจืดมีอุณหภูมิสูง เครื่องควบคุมอุณหภูมินํ้าจืดจะเปดใหนํ้าจืดไปผานหมอระบายความรอนน้ําจืด
(Coolant Cooler) กอ นท่ีจะไปเขาหมอ ระบายความรอนอากาศดี ดงั ที่กลา วมาแลว
# การซอ มบาํ รุงรักษา #
รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 53 – 56
2.3.3 ระบบนาํ้ ทะเล(Raw Water System) (รูป 5-3.2)
เม่ือเดินเครื่อง สูบน้ําทะเล(Raw Water Pump)ซึ่งไดรับการขับหมุนโดยหมูเฟองขับ(Gear Train) จะดูด
น้ําทะเลจากภายนอกเขา มา และสงไประบายความรอนใหก บั นา้ํ จืดท่หี มอ ระบายความรอนนํ้าจืด(Coolant Cooler)
แลว สงออกภายนอกระบบไป
ในกรณฉี กุ เฉิน คือ ถา สูบน้าํ ทะเลขัดขอ งจะใชสูบนํ้าทะเลสํารอง(Reserve Raw Water Pump)ซ่ึงขับหมุน
ดวยมอเตอรไฟฟาสงนํ้าทะเลเขาระบบแทน โดยการเปดลิ้นปด(9:Shut-off Valve)ใหน้ําทะเลจากสูบนํ้าทะเล
สํารองเขาทํางานในระบบ(ปกตลิ ้นิ นี้จะตอ งปด ไว) ซ่งึ ในขณะนกี้ าํ ลงั ดันนํา้ ทะเลจะเขาสูสบู นํา้ ทะเลดว ย ถา สบู นาํ้
ทะเลขัดของเน่ืองจากเรือน(Housing)ชํารุดจะตองปดทางเขา-ออกของสูบน้ําทะเลดวยการกลับดานหนาแปลน
สองทาง(Dual Purpose Flanges)ท้ังสองดว ย เพือ่ ปองกนั นาํ้ ทะเลเขาไปภายในเรอื นของสูบ
# การซอ มบาํ รงุ รักษา #
รายละเอยี ดบทที่ 9 ขอ 61-63
กองฝกการชางกล กฝร.
3.รายละเอยี ดของระบบ
กองฝกการชางกล กฝร.
3.1 สบู นาํ้ จืด(Coolant Pump) (รปู 5-4)
ทําหนา ที่ สูบสงน้ําจืดระบายความรอ น ใหว นเวียนภายในระบบ
ประกอบอยทู างดา น KGS. ของเครื่อง จาํ นวน 1 ตัว
ไดร ับการขับหมนุ โดยหมูเฟองขับ(Gear Train)
กองฝกการชางกล กฝร.
ในแตละเคร่ือง รายละเอียดและสวนประกอบจะตา งกัน แตก ารทาํ งานจะเหมอื นกนั
# ลกั ษณะการทาํ งาน #
เปนสบู แบบแรงเหวี่ยง(Centrifugal Pump)
เรือน(Housing) เปนเรือน 2 สวนประกอบเขาดวยกัน คือ เรือนของสูบ(Pump Housing)และเรือนแบริ่ง
(Bearing Housing) และประกอบดวยทอตอ(Connection Element)เปนชองทางดูดของสูบ โดยมีชองทางสงอยูที่
ดา นลา งเรอื นของสบู
เพลาสูบ(Pump Shaft) ประกอบอยูภายในเรือนของสูบ ปลายเพลาดานนอกเรือนของสูบมีเฟองขับหมุน
(Drive Gear)เปนสวนท่ีรับอาการหมุนจากหมูเฟองขับมาขับหมุนสูบใหทํางาน ปลายเพลาภายในเรือนของสูบ
ประกอบดวยปกพัดน้ํา(Impeller)โดยใชสลักยึด(Stress Bolt)ยึดติดกับเพลา รองรับเพลาดวยแบริ่งลูกกลิ้งกลม
(Ball Bearing)จํานวน 1 หรือ 2 ชุด ไดรับการหลอล่ืนโดยน้ํามันหลอจากการวิดสาด(Splash Oil)จากหมูเฟองขับ
และมีการกันร่ัวเพลาดวยวงกันรั่ว(Seal) 2 ชุด คือ วงกันรั่วน้ํามันหลอ(Oil Seal)ทําหนาท่ีกันรั่วเพลาดานนํ้ามัน
หลอ และวงกันรั่วน้ํา(Water Seal)ทําหนาท่ีกันร่ัวเพลาดานน้ําจืด โดยวงกันรั่วทั้งสองมีระยะหางกันหรือชองวาง
พอสมควร จะเจาะรูทะลุเรือนของสูบลงดานลาง เปนรูตรวจร่ัว(Telltale Bore) ไวสําหรับตรวจสอบสภาพของวง
กันร่ัวทั้งสอง ซ่ึงปกติจะตองไมมีนํ้ามันหลอหรือนํ้าจืดร่ัวไหลออกมาทางรูตรวจร่ัวนี้ ถามีแสดงวาวงกันรั่วนั้น
ชํารดุ
# การซอ มบาํ รุงรักษา #
รายละเอยี ดบทท่ี 9 ขอ 51
3.2 สูบนํ้าทะเล(Raw Water Pump) (รูป 5-5.1 และ 5-5.2)
ทําหนา ที่ สบู สงนํา้ ทะเลเขา ระบบน้ําทะเล
ประกอบอยทู างดา น KGS ของเครื่อง จาํ นวน 1 ตวั
ไดร บั การขบั หมนุ โดยหมเู ฟองขบั (Gear Train)
ในแตละเคร่อื งอาจจะมีลกั ษณะและรายละเอยี ดตา งกนั แตก ารทาํ งานจะเหมอื นกนั
เปน สบู แบบแรงเหว่ียงไลอ ากาศไดเอง(Self-Priming Centrifugal Pump)
ปจจบุ นั ทีม่ ใี ชอยู จะมีลักษณะตา งกนั อยู 2 ลักษณะคอื
3.2.1 ลกั ษณะแรก (รูป 5-5.1)
# ลกั ษณะการทาํ งาน #
เรอื นของสบู (Pump Housing)เปน เรือนสวนเดียว มชี อ งทางนํา้ ทะเลเขา -ออกอยูด า นบนเรอื นของสูบ และ
ประกอบดวยแผนควบคุม(Control Disc)และฝาครอบสูบ(Pump Cover)โดยใชสลักยึดกับเรือนของสูบ ดานลาง
ประกอบดวยกอกระบาย(Drain Cock)
เพลาสูบ(Pump Shaft) ประกอบอยูภายในเรือนของสูบ ปลายเพลาดานนอกเรือนของสูบมีเฟองขับหมุน
(Drive Gear)เปนสว นทรี่ ับอาการหมนุ จากหมูเฟองขับ มาขับหมนุ สูบใหท าํ งาน ปลาย-
กองฝกการชางกล กฝร.
เพลาภายในเรอื นของสบู ประกอบดวยปกพัดน้ํา(Impeller)โดยใชปลอกลิ่ม(Tapered Bushing)และสลักยึด(Stress
Bolt)ยึดเขากับเพลา รองรับเพลาดวยแบร่ิงลูกกลิ้งกลม(Ball Bearing) 1 ชุด ไดรับการหลอล่ืนโดยการวิดสาด
(Splash Oil)จากหมเู ฟองขบั และมกี ารกันรั่วเพลาดวยวงกันรั่ว(Seal) 2 ชุด คือ วงกันร่ัวนํ้า(Water Seal)สําหรับกัน
รั่วเพลาดานน้ําทะเลและวงกันร่ัวนํ้ามันหลอ(Oil Seal)สําหรับกันรั่วเพลาดานนํ้ามันหลอ โดยวงกันรั่วท้ังสองมี
ระยะหางกันหรือชองวางพอสมควร จะเจาะรูทะลุเรือนของสูบลงดานลางเปนรูตรวจรั่ว(Telltale Bore) สําหรับ
ตรวจสอบสภาพของวงกันรั่วทั้งสอง ซ่ึงปกติจะตองไมมีน้ําทะเลหรือนํ้ามันหลอร่ัวไหลออกมาจากรูตรวจรั่วน้ี
ถามแี สดงวา วงกนั ร่ัวชาํ รดุ
การที่มีชองทางดูดอยูในระดับสูง ก็เพ่ือใชกักนํ้าใหเต็มอยูภายในสูบตลอดเวลาขณะไมไดเดินเคร่ือง
เพ่อื ใหสูบมกี ารไลอากาศไดเ อง(Self-Priming) ทันทีทเ่ี ร่ิมเดินเคร่ือง
กองฝก การชางกล กฝร.
3.2.2 ลกั ษณะท่สี อง (รูป 5-5.2)
# ลักษณะการทาํ งาน #
เรือน(Housing) เปนเรือนสองสวน คือ เรือนของสูบ(Pump Housing)และเรือนแบร่ิง(Bearing Housing)
ประกอบเขาดวยกันดวยสลักเกลียว(Screw) และดานขางเรือนของสูบประกอบดวยขอตอทางเขา(Inlet Elbow)
เปนชองทางดูดของสูบ โดยมีชองทางสงอยูท่ีดานบนเรือนของสูบ ดานลางเรือนของสูบประกอบดวยฝาปด
(Cover Plate)และปลั๊กระบาย(Drain Plug)
เพลาสูบ(Pump Shaft) ประกอบอยูภายในเรือนของสูบ ปลายเพลาดานนอกเรือนของสูบประกอบดวย
เฟองขับหมุน(Drive Gear)เปนสวนที่รับอาการหมุนจากหมูเฟองขับ มาขับหมุนสูบให-ทํางาน ปลายเพลาภายใน
กองฝก การชางกล กฝร.
เรือนของสูบประกอบดวยปกพัดน้ํา(Impeller)โดยใชสลักยึด(Stress Bolt)และนัต(Nut)ยึดเขากับเพลา รองรับ
เพลาดวยแบร่ิงลูกกลิ้งกลม(Ball Bearing) 1 ชุด ไดรับการหลอลื่นดวยน้ํามันหลอจากการวิดสาด(Splash Oil)จาก
หมเู ฟอ งขับ มีการกนั ร่ัวเพลาสูบเชน เดียวกับลกั ษณะแรกทกี่ ลาวมาแลว
# การซอมบาํ รุงรักษา #
รายละเอยี ดบทที่ 9 ขอ 52
3.3 เครื่องควบคุมอณุ หภูมินา้ํ จดื (Coolant Thermostat)
ทําหนาที่ ควบคุมอุณหภูมิน้ําจืดระบายความรอนเคร่ือง ใหอยูในเกณฑใชการตลอดเวลาที่เคร่ืองเดินอยู
โดยทําใหนาํ้ จืดระบายความรอนมีอุณหภูมิสูงถึงอุณหภูมิใชการอยางรวดเร็วเมื่อเริ่มเดินเคร่ืองและรักษาอุณหภูมิ
ใหคงทเ่ี มอ่ื เดนิ เครือ่ งอยู
อุณหภมู เิ ริม่ เปด (Start To Open) ประมาณ 70-77°C (ดใู นคมู ือประจําเคร่ือง)
อณุ หภมู ิเปดเต็มท่(ี Fully Open) ประมาณ 80-88°C (ดใู นคูม ือประจาํ เคร่อื ง)
ประกอบอยูท ี่ทางนาํ้ จืดออกจากเคร่ือง(ระบายความรอนเครื่องแลว ) จาํ นวน 1 หรือ 2 ตัว
ในแตล ะเคร่อื งลักษณะและรายละเอยี ดจะตางกัน แตหลักการทํางานจะเหมือนกัน
ปจ จุบนั ทมี่ ใี ชงานอยู จะแตกตางเปน 2 ลกั ษณะ คอื
3.3.1 ลกั ษณะแรก (รูป 5-6.1)
เคร่ืองแบบ TC/TB
# ลักษณะการทํางาน #
ท่ีเรือน(Housing) จะมีชองทางน้ําจืดเขา-ออก ดังนี้คือ ชองทางน้ําจืดเขา จากเคร่ืองยนต(From Engine) 1
หรือ 2 ชองทาง,ชองทางนํ้าจืดออก ไปเขาสูบน้ําจืด(To Coolant Pump) 1 ชองทางและชองทางนํ้าจืดออก ไปเขา
หมอ ระบายความรอนน้าํ จืด(To Intercooler) 1 ชอ งทาง
ภายใน ประกอบดวยลิ้นเลื่อน(Slide Valve) ทําหนาท่ีปด-เปด ชองทางน้ําจืดออกทั้งหมด ไดรับอาการ
เลื่อนตัวจากสปริงดึงกลบั (Return Spring)และสว นรับความรอน(Thermal Element)
สวนรับความรอน(Thermal Element) เปนกระเปาะท่ีภายในบรรจุไวดวยข้ีผึ้งท่ีไวตอการขยายตัว(Heat
Expensive Wax)
เมอ่ื เร่มิ เดินเครื่อง น้าํ จืดซึง่ ระบายความรอ นเครื่องแลว จะถูกสง เขามาภายในเครอ่ื งควบคุมอุณหภมู นิ าํ้ จดื
ทางชองทางเขา ในขณะน้ีอุณหภูมิน้ําจืดน้ียังตํ่าอยู(ตํ่ากวาคาอุณหภูมิเริ่มเปด) ลิ้นเลื่อนจะไดรับอาการเล่ือนตัว
จากสปริงดึงกลับ ทําใหเปดชองทางนํ้าจืดออกไปเขาสูบนํ้าจืดเต็มที่ ในขณะเดียวกัน จะปดชองทางนํ้าจืดออกไป
เขาหมอระบายความรอนน้ําจืด ทําใหไมมีการระบายความรอนออกจากนํ้าจืด เพื่อใหอุณหภูมินํ้าจืดสูงถึงคาใช
การอยางรวดเรว็ เม่ือเร่มิ เดนิ เครื่อง
กองฝกการชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
เมือ่ อุณหภมู นิ าํ้ จดื ระบายความรอนสูงขึน้ ถึงคาอณุ หภูมิเริม่ เปด ขีผ้ ึง้ ท่ีไวตอการขยายตวั ของสวนรบั ความ
รอนจะขยายตัว ทําใหสวนรับความรอนสงอาการใหล้ินเลื่อน เล่ือนตัวเร่ิมปดชองทางนํ้าจืดออกไปเขาสูบน้ําจืด
ในขณะเดียวกัน ก็จะเริ่มเปดชองทางนํ้าจืดออกไปเขาหมอระบายความรอนน้ําจืด ทําใหเร่ิมมีการระบายความ
รอ นออกจากนาํ้ จืด
การเล่ือนตัวของลิ้นเลื่อนเพ่ือปด-เปดชองทางน้ําจืดออกท้ังสองชองทางน้ี จะสัมพันธโดยตรงกับ
อุณหภูมิน้ําจืด คือ เม่ืออุณหภูมิน้ําจืดสูงขึ้น ล้ินเลื่อนก็จะไดรับอาการเลื่อนตัวมากข้ึน ทําใหเล่ือนตัวปดชองทาง
น้ําจืดออกไปเขาสูบน้ําจืดมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็จะเปดชองทางนํ้าจืดออกไปเขาหมอระบายความรอนน้ําจืด
มากขึ้นดวย จนกระทั่งอุณหภูมิน้ําจืดสูงถึงคาอุณหภูมิเปดเต็มท่ี ล้ินเลื่อนก็จะปดชองทางนํ้าจืดออกไปเขาสูบน้ํา
จืด ในขณะเดียวกัน ก็จะเปดชองทางนํ้าจืดออกไปเขาหมอระบายความรอนน้ําจืดเต็มที่ ทําใหมีการระบายความ
รอนออกจากนํ้าจืดเต็มที่ เพือ่ รกั ษาอุณหภูมนิ ้าํ จดื ใหค งท่ตี ลอดเวลาท่เี ดนิ เครอื่ งอยู
3.3.2 ลกั ษณะท่สี อง (รูป 5-6.2)
เครือ่ งแบบ TE
# ลกั ษณะการทาํ งาน #
ท่ีเรือน(Housing) จะมีชองทางนํ้าจืดเขา-ออก ดังนี้คือ ชองทางนํ้าจืดเขา จากเคร่ืองยนต(From Engine) 2
ชองทาง,ชองทางลัดคงที่(Permanent Bypass)เปนชองทางน้ําจืดออกไปเขาสูบนํ้าจืด(To Coolant Pump) 1
ชองทาง,ชองทางลัด(Bypass)เปนชองทางนํ้าจืดออกไปเขาหมอระบายความรอนอากาศดี(To Intercooler) 1
ชอ งทางและชองทางนํา้ จดื ออกไปเขา หมอ ระบายความรอ นนํา้ จืด(To Coolant Cooler) 1 ชอ งทาง
ชองทางลัดคงที่(Permanent Bypass) เปนชองทางซ่ึงเปดไวคงที่ตลอด(Permanent Bypass) ดังนั้นเมื่อ
เดินเครื่อง จะมีน้ําจืดระบายความรอนเคร่ืองจากชองทางเขาสวนหนึ่ง ผานชองทางลัดคงท่ีน้ี ไปเขาสูบน้ําจืด
ตลอดเวลา
ภายในเรือน ประกอบดว ยลิ้นเลื่อน(Slide Valve),สวนรับความรอน(Thermal Element)และสปริงดึงกลับ
(Compression Spring)ทจี่ ะทาํ งานปด -เปดชองทางนํ้าจืดออกท่ีเหลือ ซึ่งจะมีการทํางานเชนเดียวกับลักษณะแรกท่ี
กลา วมาแลว
ในเคร่ืองควบคุมอุณหภูมินํ้าจืดบางแบบ ถาสวนรับความรอนชํารุดหรือไมทํางาน เราสามารถที่จะตั้ง
ฉุกเฉนิ (Emergency Setting)เพ่อื ใชง านตอไปได
# การซอมบาํ รงุ รกั ษา #
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 74
กองฝกการชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
3.4 หมอ ระบายความรอ นนาํ้ จดื (Coolant Cooler)
ประกอบอยูท างดา น KGS. ของเคร่ือง
ปจจบุ ันทีม่ ใี ชงานอยู จะแตกตางกนั เปน 2 ลกั ษณะ คอื
3.4.1 ลกั ษณะแรก (รูป 5-7.1 / 5-7.2)
เครอ่ื งแบบ TC/TB
# ลกั ษณะการทาํ งาน #
ภายในเรอื น(Housing)จะแบง เปน 2 สวน ทาํ หนา ทตี่ า งกนั คอื
สวนลาง จะเปนหมอระบายความรอนน้ําจืด(Coolant Cooler) สวนบน จะเปนถังพักน้ําจืด(Coolant
Expansion Tank)
หมอระบายความรอ นนา้ํ จดื (Coolant Cooler)
ทําหนา ท่ี ระบายความรอนออกจากน้ําจืดโดยน้าํ ทะเล
ประกอบดว ยหมูหลอดระบายความรอน(Core)เปน แบบหลอดแบน(Flat Tube Type) ใชน า้ํ ทะเลเดินนอก
หลอดและใหน้ําจดื เดินในหลอด มีทศิ ทางการไหลขวางกันหรอื ตดั กนั (Cross Flow) ดา นลางของหมูหลอดจะเปน
หองนํ้าลาง(Bottom Water Chamber) คือสวนของนํ้าจืดซึ่งผานหมูหลอดระบายความรอนแลว และหองนํ้าทาง
ลัด(Bypass Duct) คือสวนของน้ําจืดท่ีไมผานหมูหลอดระบายความรอนจะมีชองทางถึงสวนบนซ่ึงเปนถังพักน้ํา
จดื
ถงั พกั นาํ้ จืด(Coolant Expansion Tank)
ทําหนา ท่ี ชดเชยการขยายตัวหรือหดตวั ของนา้ํ จืด
ชดเชยน้ําจืดใหร ะบบตลอดเวลา
เปนทางเติมนาํ้ จืดเขา ระบบ
ระบายอากาศออกจากนํา้ จดื
ตรวจสอบระดับนํ้าจดื ดวยสายตา
ดานขาง ประกอบดวยชองทางสําหรับตอทอระบายอากาศ(Vent Line Connection)จากระบบนํ้าจืด
ระบายความรอนเครื่อง,แผนแกวตรวจระดับน้ําจืด(Sight Glass)สําหรับตรวจดูระดับนํ้าจืดภายในถังพักน้ําจืด,
ชองทางสําหรับประกอบชุดตรวจวัดระดับน้ําจืด(Coolant Level Monitor)และทอดูดตะกอนนํ้ายาปองกันสนิม
(Corrosion Inhibitor) ดา นบน ประกอบดว ยทอระบายอากาศ(Vent)ซ่งึ จะปด ไวดว ยฝาปด ระบาย(Breather Valve)
ฝาปดระบาย(Breather Valve) ประกอบดวยลิ้นกําลังดูด(Suction Valve)ซึ่งต้ังคากําลังดันเปด(Opening
Pressure) ที่ -0.10 บาร(Vacuum) และลิ้นกําลังดัน(Discharge Valve)ซึ่งต้ังคากําลังดันเปดท่ี 0.85-1.15 บาร
(Gauge) เม่ืออุณหภูมิน้ําจืดระบายความรอนสูงขึ้นนํ้าจืดจะขยายตัว กําลังดันภายในระบบจะสูงขึ้นดวย ถากําลัง
ดันสงู ถึง 0.85-1.15 บาร ลิน้ กาํ ลงั ดนั จะเปด ใหอ ากาศและ/หรือน้าํ -
กองฝกการชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
จืดภายในระบบระบายออกจากระบบทางทอระบายอากาศ(Vent) เพื่อไมใหระบบเสียหายร่ัวไหลจากกําลังดัน
ภายในระบบ ในทางตรงขาม ถาอุณหภูมินํ้าจืดลดลงนํ้าจืดจะหดตัว กําลังดันภายในระบบจะลดลงดวย ถากําลัง
ดันลดลงถึง -0.10 บาร ล้ินกําลังดูดจะเปดใหอากาศจากภายนอก เขาไปภายในระบบไดทางทอระบายอากาศ
(Vent) เพื่อไมใ หระบบเสียหายรัว่ ไหลจากกําลังดันภายนอก
3.4.1 ลกั ษณะทีส่ อง (รปู 5-7.3 / 5-7.4)
เคร่ืองแบบ TE
# ลักษณะการทํางาน #
ถังพักน้ําจืด(Coolant Expansion Tank)และหมอระบายความรอนนํ้าจืด(Coolant Cooler) จะทําเปน 2
สว น แยกออกจากกนั
ดานบน จะเปนถังพักน้ําจืด ซึ่งมีลักษณะการทํางานเชนเดียวกับลักษณะแรกท่ีกลาวมาแลว จะเช่ือมตอ
กบั ระบบนํา้ จดื ระบายความรอ นโดยทอ ชดเชยนํ้าจืด(Coolant Expansion Line)
ดานลาง จะเปนหมอระบายความรอนนํ้าจืดแบบแผน(Plate Core Cooler) ซ่ึงจะประกอบดวยเรือนหมอ
ระบายความรอน(Cooler Housing),หมูแผนระบายความรอน(Plate Core)และฝาปด(Thrust Plate) โดยจํานวน
แผนระบายความรอนนสี้ ามารถติดต้งั ไดตามตองการ มีการกันรั่วระหวางแผนระบายความรอนดวยวงกันร่ัวแบบ
มรี อง(Profile Seal)สาํ หรับปอ งกันการรวั่ ไหลของนํ้าจืดหรอื น้าํ ทะเล
น้ําจืดระบายความรอน จากเครื่องควบคุมอุณหภูมินํ้าจืด(Coolant Thermostat) ถาอุณหภูมิต่ําจะเขามาท่ี
ชองทางเขาของเรือนหมอระบายความรอนและผานชองทางลัด(Bypass)ไปเขาหมอระบายความรอนอากาศดี
(Intercooler)โดยตรง แตถ า เปนน้ําจดื อุณหภมู สิ งู ถงึ อุณหภูมิใชก าร จะเขามาท่ีชอง-
กองฝก การชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
ทางเขาของเรือนหมอระบายความรอน จะถูกสงผานหมูแผนระบายความรอน แลวจึงสงออกทางชองทางออกที่
เรือนหมอระบายความรอ น ไปเขา หมอ ระบายความรอ นอากาศดี
นํา้ ทะเล จากสูบน้ําทะเล(Raw Water Pump) จะถูกสงเขามาท่ีชองทางเขาของเรือนหมอระบายความรอน
ผา นหมแู ผน ระบายความรอนสวนกบั ทิศทางการไหลของนาํ้ จดื แลวสง ออกภายนอกทางชอ งทางออกทแี่ ผนกัน้
ในกรณีฉุกเฉิน สามารถใชสูบนํ้าทะเลสํารอง(Reserve Raw Water Pump)สงน้ําทะเลเขาทางชองทางเขา
ที่แผนกัน้ แทนสูบนา้ํ ทะเลประจําระบบได
#การซอ มบาํ รงุ รักษา#
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 72-73 และ 64-66
3.5 ชดุ อุนนาํ้ จืด(Coolant Preheating Unit) (รูป 5-8.1 / 5-8.2)
ทาํ หนา ท่ี อุนน้ําจดื ระบายความรอนใหม อี ุณหภูมิสูงขึ้น เพ่อื เปน การอุน เคร่อื งกอนเริ่มเดนิ เคร่ือง
เปนสวนประกอบเพิม่ เติม มใี ชเฉพาะบางเคร่ือง
อณุ หภูมกิ ารอนุ (Trip Point) 40°C ลงมา ตอการอุน(Cut-in)
45°C ขึน้ ไป ตัดการอุน(Cut-out)
อุณหภูมติ ัดการทาํ งาน(Limited Setting) 95°C ขึน้ ไป
การแสไฟฟาทํางาน 440/380 V. 50-60 Hz.
# ลกั ษณะการทาํ งาน #
ประกอบดวยสว นใหญๆ ดงั น้ี
หมออุนนํ้าวนเวียน(Continuous Flow Heater) ภายในประกอบดวยขดลวดไฟฟาจํานวน 2-3 ชุดๆละ 3
ขด ตอกันแบบดาว(Star)ทําหนาที่อุนนํ้าจืดภายในใหมีอุณหภูมิสูงข้ึน โดยมีเคร่ืองควบคุมอุณหภูมิ(Thermostat)
ทําหนาท่ีควบคุมอุณหภูมิน้ําจืดที่อุนใหอยูในเกณฑตลอดเวลาและตัวจํากัดอุณหภูมิ(Temperature Limiter) ทํา
หนาทจ่ี ํากัดอณุ หภมู อิ ุน นาํ้ จดื ไมใ หสงู เกนิ กาํ หนด
สูบนํ้าวนเวียน(Electric Pump) เปนสูบขับหมุนดวยมอเตอรไฟฟา ทําหนาที่สูบน้ําจืดระบายความรอน
เคร่ือง มาผานหมออุนนํ้าวนเวียนแลวสงกลับเขาเครื่อง โดยท่ีทางสงจะประกอบดวยลิ้นกันกลับ(Non-Return
Valve) ทําหนาท่ปี อ งกนั นํา้ จืดระบายความรอนจากเครอ่ื งเขา มาผานหมอ อนุ น้ําวนเวียนขณะเดินเครอ่ื ง
เมอ่ื เปด กระแสไฟเขา ระบบ(Switch On) สูบน้าํ วนเวียนจะเรมิ่ ทาํ งาน สูบนา้ํ จืดระบายความรอนเคร่อื ง มา
ผานหมออุนน้ําวนเวียนแลวสงกลับเขาเครื่อง ขณะเดียวกัน ขดลวดไฟฟาภายในหมออุนน้ําวนเวียนจะมี
กระแสไฟไหลผาน เกิดความรอนและถายเทความรอนใหกับนํ้าจืดระบายความรอนที่วนเวียนผาน ทําใหน้ําจืดมี
อณุ หภมู ิสงู ขึ้น ผลท่ไี ดคอื เครอื่ งยนตจ ะมอี ณุ หภูมิสงู ขนึ้ ไปดว ย
กองฝกการชางกล กฝร.
ถาอุณหภูมิน้ําจืดสูงข้ึน ถึง 45°C เคร่ืองควบคุมอุณหภูมิจะตัดวงจรกระแสไฟไมอุนนํ้าจืด และถา
อุณหภูมิน้ําจืดตํ่ากวา 40°C เครื่องควบคุมอุณหภูมิจะตอวงจรกระแสไฟอุนน้ําจืดอีก แตถาอุณหภูมินํ้าจืดสูงถึง
95°C ตัวจํากัดอุณหภูมิ(Temperature Limiter)ของเคร่ืองควบคุมอุณหภูมิ จะตัดวงจรกระแสไฟฟาเลิกการอุนน้ํา
จดื ซ่ึงในกรณนี ้ีแสดงวาระบบขัดของ จะตอ งตรวจสอบแกไขและตงั้ ระบบใหม( Reset)
# การซอมบํารงุ รกั ษา #
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ 67-71
กองฝก การชางกล กฝร.
บทท่ี 6
ระบบนํ้ามันหลอลืน่ เคร่อื งยนต
(Engine Oil System)
ระบบน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต จะทําหนาที่สงน้ํามันหลอล่ืนไปหลอล่ืนระบายความรอนใหกับสวน
ตางๆของเครื่อง รวมถึงสงเขาทํางานในอุปกรณตัดการทํางานของสูบ(Cylinder Cutout)และเคร่ืองควบคุม
ความเรว็ (Governor)ดวย
สําหรับเคร่ืองยนตดีเซล mtu อนุกรม(Series) 396 น้ี ระบบน้ํามันหลอล่ืนเคร่ืองยนตเปนแบบระบบสูบ
สง(Forced Feed System) โดยมีอางนํ้ามันหลอ(Oil Pan)แบบเปยก(Wet Sump)ประกอบอยูดานลางของเรือนสูบ
(Crankcase) ทาํ หนาที่เก็บนํ้ามนั หลอ ไวใ ชภายในระบบ
เมื่อเดินเคร่ืองสูบนํ้ามันหลอ(Oil Pump)ประจําระบบ จะทํางานดูดน้ํามันหลอจากอางน้ํามันหลอสงไป
หลอล่นื ระบายความรอ นและทํางานในสว นตางๆของเครือ่ งแลว กลับเขา อางนํ้ามันหลอ เพ่ือวนเวียนเขาสูบนํ้ามัน
หลอ และสงวนเวยี นเขา ระบบอกี ดงั ทก่ี ลาวมาแลว
ในบางเคร่ือง จะประกอบดวยระบบน้ํามันหลอล่ืนอีกระบบหน่ึง คือ ระบบปรับระดับน้ํามันหลอ(Oil
Level Regulating System) ซ่ึงจะทําหนาท่ีปรับระดับหรือรักษาระดับนํ้ามันหลอในอางนํ้ามันหลอใหอยูในระดับ
ใชการตลอดเวลาท่ีเครือ่ งเดนิ อยู
ความจุนํ้ามันหลอของอางนํ้ามันหลอในแตละเครื่องจะตางกันดังน้ี คือ ปริมาณนํ้ามันหลอเมื่อเม่ือสูงถึง
ขีดบนสุด(Max)ของเหล็กวัดระดับนํ้ามันหลอ(Oil Dipstick) หรือ เปล่ียนถายน้ํามันหลอ สําหรับเครื่อง 6 V
ประมาณ 64 ลิตร , เครอื่ ง 8 V ประมาณ 90 ลติ ร และ เคร่อื ง 12 V ประมาณ 125 ลติ ร
1.สวนประกอบของระบบ (รูป 6-1.1 / 6-1.2)
สบู น้าํ มันหลอ(Oil Pump) (รายละเอยี ด ขอ 3.1)
สบู จํากดั นาํ้ มนั หลอ(Oil Metering Pump) (รายละเอียด ขอ 3.2)
สูบปรบั ระดบั นาํ้ มันหลอ(Oil Level Regulating Pump) (รายละเอยี ด ขอ 3.3)
หมอ ระบายความรอนนา้ํ มันหลอ(Engine Oil Heat Exchanger) (รายละเอยี ด ขอ 3.4)
หมอกรองละเอียดนา้ํ มนั หลอ (Engine Oil Filter) (รายละเอยี ด ขอ 3.5)
หมอกรองตะแกรงโลหะนํา้ มนั หลอ (Engine Oil Edge-Type Filter) (รายละเอยี ด ขอ 3.6)
หมอกรองทางลดั นํ้ามันหลอ(Engine Oil Bypass Filter) (รายละเอียด ขอ 3.7)
2.การทํางานของระบบ (รปู 6-1.1 ถงึ 6-1.4)
จากรปู 6-1.1 / 6-1.2
เมอ่ื เดินเคร่ือง สบู นาํ้ มนั หลอ(Oil Pump)ซึ่งเปนสบู แบบเฟอง(Gear Pump) ไดร ับการขบั หมนุ โดย
หมูเฟองขับ(Gear Train) จะทํางานสูบน้ํามันหลอจากอางนํ้ามันหลอ(Oil Pan)ของเคร่ือง ผานตะแกรงกรอง
(Strainer)เขามา แลวสงออกไประบายความรอนท่ีหมอระบายความรอนนํ้ามันหลอ(Engine Oil Heat Exchanger)
กองฝกการชางกล กฝร.
[ในบางเครื่อง น้ํามันหลอจากสูบน้ํามันหลอสวนหน่ึงจะมีทอทางแยก สงน้ํามันหลอไปผานหมอกรองทางลัด
นํ้ามันหลอ(Engine Oil Bypass Filter)ซึ่งอยูภายนอกเครื่อง เพื่อกรองส่ิงสกปรกตางๆที่ปนมากับนํ้ามันหลอ แลว
กลับเขาอางนํา้ มนั หลอ]
น้ํามันหลอท่ีผานหมอระบายความรอนแลว จะสงไปผานหมอกรองละเอียดน้ํามันหลอ(Engine Oil
Filter)เพือ่ กรองส่ิงสกปรกตางๆทป่ี นมากบั นํา้ มนั หลอ แลวสงไปเขา ทอ นาํ้ มันหลอหลกั (Main Oil gallery)
กองฝกการชางกล กฝร.
[ในเคร่ืองแบบ TE น้ํามันหลอจากหมอกรองละเอียดน้ํามันหลอ จะสงผานหมอกรองตะแกรงโลหะนํ้ามันหลอ
(Engine Oil Edge-Type Filter)ซ่ึงทําหนาที่เปนหมอกรองนิรภัยของระบบ(Safety or Back up Filter) กอนสงเขา
ทอนํา้ มันหลอ หลกั ]
จากทอน้ํามันหลอหลัก(Main Oil gallery) นํ้ามันหลอก็จะถูกสงไปหลอล่ืนระบายความรอนและทํางาน
ในสว นตางๆของเครอื่ ง ดงั นี้
กองฝก การชางกล กฝร.
สวนหนง่ึ สง ผานทอ ทางดานลา งตลอดแนวยาวของทอนํ้ามันหลอหลัก ไปฉีดพนออกท่ีหัวฉีดพน(Spray
Nozzle)ของทกุ สบู เขาระบายความรอ นลกู สบู และตกลงหลอล่ืนสลกั ลูกสูบ(Piston Pin) แลวตกลงอา งนาํ้ มันหลอ
ไป
อีกสวนหน่ึง สงผานทอทางดานลางตลอดแนวยาวของทอน้ํามันหลอหลัก(คนละทอกับสวนแรก) ไป
หลอลื่นแบริ่งใหญ(Main Bearing)ท่ีเพลาขอเหว่ียง(Crankshaft) และผานไปในรูเพลาขอเหว่ียงไปหลอลื่นแบริ่ง
กานตอ(Connecting Rod Bearing)ชุดลา ง แลวตกลงอา งนาํ้ มันหลอไป
กองฝก การชางกล กฝร.
จากรูป 6-1.3 สวนหน่ึง สงผานทอทางดานบนตลอดแนวยาวของทอนํ้ามันหลอหลัก ไปหลอลื่นกลไก
ควบคุมล้ิน(Valve Gear) คือ สงผานทอทางไปหลอล่ืนแบริ่งเพลาลูกเบ้ียว แลวผานชองทางภายในฝาสูบไปหลอ
ลื่นแบร่ิงเพลากระเดื่องกดล้ิน(Rocker Shaft) แลวไหลกลับผานทอทางกลับ(Return Line)ดานนอกเครื่องลงอาง
น้าํ มนั หลอ และผา นกานสง(Push Rod)หลอ ลน่ื ขากานสง(Tappet) แลวลงอา งน้าํ มันหลอ ไป
อีกสวนหน่ึง สงผานทอทางดานบน(ดาน KS ของเครื่อง) สงไปหลอลื่นแบริ่งเทอรโบชารจทั้งสองชุด
แลวตกลงอางนํ้ามันหลอไป,[สงเขาทํางานในเคร่ืองควบคุมความเร็ว(Governor)-(ถาเปนแบบแรงเหวี่ยงทํางาน
รวมกับกําลังดันหลอ)แลวตกลงอางนํ้ามันหลอไป] และ [ในบางเครื่อง(จากรูป 6-1.4) จะสงไปผานสูบจํากัด
นํ้ามันหลอ(Oil Metering Pump)ซ่ึงทําหนาท่ีจํากัดปริมาณน้ํามันหลอไปฉีดพนออกที่หัวฉีดพน(Spray Nozzle)ที่
ทางเขาทอรวมอากาศดีท้ังสองแถวสูบ ใหน้ํามันหลอ ผสมกบั อากาศดีเขา เครื่อง เปน การหลอลน่ื บาลิ้น(Valve Seat
Lubrication)และลดการสึกหรอของลน้ิ อากาศดี(Inlet Valve)]
อีกสวนหน่ึง สงผานทอทางดานบน(ดาน KGS ของเคร่ือง) [สงผานล้ินแมเหล็กไฟฟา(Solenoid Valve)
เขาทํางานในอุปกรณตัดการทํางานของสูบ(Cylinder Cutout)-(ถามี) แลวตกลงอางนํ้ามันหลอไป] อีกทางสงไป
เขาจุดวัดคา(Measuring Block),กอกทดลอง(Sampling Cock)และสงผานล้ินสงน้ํามันหลอ(Oil Feed Valve)ซ่ึงจะ
กองฝก การชางกล กฝร.
เปดดว ยลกู เบย้ี วของเพลาลูกเบย้ี วขับสบู ฉดี นํ้ามันเช้ือเพลิง(Fuel Injection Pump)ใหนํ้ามันหลอเขาหลอล่ืนสูบฉีด
นํ้ามนั เช้ือเพลิง [และเครือ่ งควบคมุ ความเรว็ -ถา เปน แบบแรงเหวย่ี ง] แลวตกลงอา งนาํ้ มันหลอ ไป
จากรูป 6-1.5 ระบบปรับระดับน้ํามันหลอ(Oil Level Regulating System) จะทําหนาที่รักษาระดับนํ้ามัน
หลอในอางน้าํ มันหลอ(Oil Pump)ใหอยใู นระดับใชก ารตลอดเวลาทเี่ คร่ืองเดินอยู ดงั นี้ คือ
เมื่อเดินเคร่ือง สูบปรับระดับน้ํามันหลอ(Oil Level Regulating Pump)ซ่ึงแบบเฟองคู(Twin Gear Pump)
ถูกขับหมุนโดยเพลาขอเหวี่ยงจะทํางาน คือ เฟองของสูบชุดหน่ึงจะเปนสูบสงเขา(Replenishment Element) จะ
ดูดนา้ํ มนั หลอ จากถงั พัก(Refill Tank)ภายนอกเคร่ืองเขา และสงออกไปผานล้ินกันกลับ(Non-Return Valve)ไปเขา
อา งน้าํ มันหลอเขาเคร่อื ง ในขณะเดียวเฟอ งของสูบอีกชุดหน่งึ จะเปน สบู ดูดออก(Extraction Element) จะดูดน้าํ มนั
หลอจากอางน้ํามันหลอ(Oil Pan)เขามาและสงออกไปผานลิ้นรักษากําลังดัน(Pressure Maintaining Valve)ไปเขา
ถังพักภายนอกเครื่อง การรักษาระดับนํ้ามันหลอในอางน้ํามันหลอ ก็โดยสูบสงเขาจะมีอัตราการสงนํ้ามันหลอตํ่า
กวาสบู ดูดออก เพอ่ื ไมใ หร ะดบั น้ํามันหลอในอางน้ํามันหลอสูงเกินไป และปองกันไมใหระดับน้ํามันหลอในอาง
น้ํามันหลอตํ่าเกินไปโดยทอทางดูดของสูบดูดออกจะทําเปนทอนํ้ามันลน(Over Flow) คือน้ํามันหลอจะถูกดูด
ออกเม่อื สงู กวาระดบั ทอทางดดู นีเ้ ทานัน้
# การซอมบํารุงรักษาระบบ #
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 76-79
กองฝกการชางกล กฝร.
3.รายละเอยี ดของระบบ
3.1 สูบนา้ํ มนั หลอ(Oil Pump) (รปู 6-2 / 6-3)
ทาํ หนา ท่ี สูบสงน้าํ มนั หลอ ไปหลอล่นื ระบายความรอ นและสง เขา ทํางานในสวนตา งๆของเคร่อื ง
กองฝกการชางกล กฝร.
ประกอบอยูดานลางของเรือนสูบ อยภู ายในอางนาํ้ มันหลอ ดา น KGS. ของเครื่อง
# ลกั ษณะการทํางาน #
เปน สบู แบบเฟอง(Gear Pump) ไดร ับการขับหมนุ โดยหมูเ ฟองขบั (Gear Train)
ภายในเรือนของสูบ(Pump Housing) ประกอบดว ยชดุ เฟอง 2 เฟอง คือ เฟองขับ(Drive Gear)ประกอบอยู
กับเพลาขับ(Drive Shaft)และเฟองตาม(Secondary Gear)ประกอบอยูกับเพลาตาม รองรับเพลาท้ังสองดวยแบริ่
งแบบปลอก(Bushings) โดยปลายเพลาขับจะประกอบดว ยเฟองขบั หมนุ (Drive Gear) ซึง่ จะรบั อาการขับหมุนจาก
หมูเ ฟองขบั มาขับหมนุ เฟอ งของสูบ
# การซอ มบํารุงรกั ษา #
ไมม ี
3.2 สบู จํากัดน้ํามันหลอ(Oil Metering Pump) (รูป 6-2 / 6-4)
กองฝก การชางกล กฝร.
มีใชเ ฉพาะบางเคร่อื ง
ทําหนาที่ จาํ กัดปริมาณนํ้ามันหลอ ท่ีสง ไปหลอล่ืนบาลิ้น
ประกอบอยูท างดา น KS. ของเครื่อง
# ลักษณะการทาํ งาน #
เปนสูบแบบลูกสูบ(Plunger Type Pump) ไดรับการขับหมุนโดยเพลาลูกเบี้ยวผานหนาแปลนตอ
(Coupling) ใหกําลังดันนํ้ามันหลอจากชองทางเขา(Intake Line) ผานไปยังชองทางสง(Pressure Line)เปนหยด
หรือเปนจงั หวะ เพื่อสง ไปหลอ ลืน่ บาล้นิ ตอไป
ดานบน ประกอบดวยสลกั เกลยี วปรบั แตง(Adjusting Screw)สาํ หรบั ปรบั แตง อัตราการไหล(Pump Flow)
ของนา้ํ มันหลอ
# การซอ มบาํ รุงรกั ษา #
รายละเอียดบทที่ 9 ขอ 75
3.3 สูบปรับระดับนาํ้ มนั หลอ (Oil Level Regulating Pump) (รูป 6-2 / 6-5)
มีใชเฉพาะบางเคร่อื ง
ทําหนา ท่ี รกั ษาระดบั นาํ้ มนั หลอ ในอางนํ้ามนั หลอ (Oil Pan)ของเครอื่ ง ใหอยใู นระดับใชการตลอดเวลาท่ี
เครอื่ งเดนิ อยู
ประกอบอยูท างดา น KGS. ของเครอื่ ง
# ลกั ษณะการทํางาน #
กองฝกการชางกล กฝร.
เปนสูบแบบเฟองคู(Twin Gear Pump) คือ ภายในเรือนของสูบ(Pump Housing)ประกอบดวยเฟองสูบ 2
ชุด ชุดหนึ่งเปนสูบสงเขา(Replenishment Element) อีกชุดหนึ่งเปนสูบดูดออก(Extraction Element) เฟองสูบแต
ละชุดประกอบดวยเฟอง 2 เฟอง คือ เฟองขับ(Drive Gear)ประกอบอยูกับเพลาขับ(Drive Shaft)และเฟองตาม
(Running)ประกอบอยูก บั เพลาตาม(Running Shaft) โดยเพลาขบั จะไดร บั การขบั หมุนจากเพลาขอ เหวยี่ งหรอื เพลา
ลูกเบ้ียวดานบี(B-Bank)ผานหนาแปลน(Coupling)มาขับหมุนสูบ เพลาท้ังสองรองรับดวยแบร่ิงปลอก(Bushings)
ไดรบั การหลอ ลื่นโดยกาํ ลงั ดันนํ้ามนั หลอจากทางสง ของสบู สงเขา
เรือนของสูบ(Pump Housing)ประกอบดวยฝาปด(Cover)หัวทาย,แผนรองรับเฟอง(Gear Carrier Plates)
และแบริ่งกลาง(Intermediate Bearing) ประกอบเขาดวยกันดวยการใชสลักยึดโดยไมมีแผนกันรั่ว(Gasket)
ระหวางสว นตางๆ มีชองทางนํา้ มนั หลอเขา-ออกอยดู า นขางอยางละ 2 ชอ งทาง
เมอ่ื เดนิ เครอ่ื ง เฟอ งสบู ทั้งสองชุดก็จะทํางานพรอมกัน คือ สูบสงเขา จะดูดนํ้ามันหลอเขามาทางชองทาง
ดูด(a:จากถังพักภายนอกเคร่ือง)และสงออกทางชองทางสง(d:ไปอางนํ้ามันหลอของเครื่อง) ในขณะเดียวกัน สูบ
ดดู ออก จะดดู น้าํ มันหลอ เขา มาทางชอ งเขา(b:จากอา งนาํ้ มนั หลอ ของเครือ่ ง)และสงออกทางชองทางออก(c:ไปถัง
พกั ภายนอก)
# การซอมบาํ รงุ รกั ษา #
ไมมี
กองฝก การชางกล กฝร.
3.4 หมอ ระบายความรอนนํ้ามนั หลอ(Engine Oil Heat Exchanger)(รปู 6-6.1 / 6-6.2)
ประกอบอยดู านขางเรือนสบู จํานวน 1-2 ใบ(ขึ้นอยูกับขนาดของเครื่อง)
ทําหนาท่ี ระบายความรอนออกจากนํา้ มนั หลอ ลืน่ เครอ่ื งยนต
# ลักษณะการทาํ งาน #
เปน แบบหลอดแบน(Plate Core) ใชน ํ้าจดื เดินนอกหลอดและน้ํามันหลอ เดินในหลอด
สวนบน จะเปนเรือน(Housing)ซ่ึงภายในประกอบชุดหลอดระบายความรอน(Core) จํานวน 1-2 ชุด
(ขน้ึ อยูกบั ขนาดของเครือ่ ง) และชองทางเขา-ออกของน้ําจืดและนาํ้ มันหลอ
สวนลาง ประกอบดวยฝาปด(Cover)หรือฐาน(Base)ของหมอระบายความรอนน้ํามันหลอ ซ่ึงจะเปนท่ี
ประกอบหมอ กรองละเอียดนํ้ามันหลอ(Engine Oil Filter) [ในเครื่องแบบ TE จะประกอบดวยหมอกรองตะแกรง
โลหะนํา้ มันหลอ(Engine Oil Edge-Type filter)ดวย] และประกอบดวยล้ินที่สําคัญ คือ ลิ้นทางลัด(Bypass Valve)
ซี่งต้ังคากําลังดันเปดลิ้น(Opening Pressure)ไวที่ 6.0 บาร สําหรับหมอระบายความรอนนํ้ามันหลอ , ล้ินทางลัด
(Bypass Valve)ซ่ึงตั้งคากําลังดันเปดลิ้นไวที่ [2.5 บาร-ในเครื่องแบบ TC/TB],[2.0 บาร-ในเคร่ืองแบบ
TE]สําหรับหมอกรองละเอียดนํ้ามันหลอ และ ลิ้นจํากัดกําลังดัน(Unloader or Pressure Limiting Valve)ซึ่งต้ังคา
กําลงั ดันเปด ล้ินไวท ี่ 5.5 บาร สาํ หรบั จาํ กดั กําลังดันนาํ้ มันหลอสะอาด(ผานหมอ กรองแลว )
กําลังดันนํ้ามันหลอจากสูบนํ้ามันหลอ จะถูกสงเขาที่ชองทางเขาของหมอระบายความรอน ผานเขาไป
ภายในหลอดของชุดระบายความรอน แลวออกไปผานหมอกรองละเอียดน้ํามันหลอ แลวจึงสงออกทางชองทาง
ออกของหมอ ระบายความรอนนํ้ามันหลอ ไปเขาทอนํ้ามันหลอหลัก(Main Oil Gallery)ตอไป [ในเคร่ืองแบบ TE
นํ้ามันหลอที่ออกจากหมอกรองละเอียดนํ้ามันหลอแลว จะผานหมอกรองตะแกรงโลหะน้ํามันหลออีกครั้งหนึ่ง
กอนสง เขาทอ น้าํ มันหลอ หลัก]
นํ้าจืดระบายความรอน จะถูกสงเขาที่ชองทางเขาและผานภายนอกหลอดของหมอระบายความรอน
น้าํ มนั หลอ แลวออกทางชองทางออกไป
ถาอุณหภูมิน้ํามันหลอต่ํามากหรือชุดหลอดระบายความรอนมีคราบสกปรกมากจนเกิดการอุดตัน ทําให
กาํ ลงั ดนั กอนเขาชดุ หลอดระบายความรอนสูงกวากําลังดนั หลังออกจากชดุ หลอดระบายความรอน ถึง คา กาํ ลงั ดนั
เปดล้ิน(Opening Pressure 6.0 บาร) ลิ้นทางลัด(Bypass Valve)นี้ จะเปดใหนํ้ามันหลอจากทางเขาหมอระบาย
ความรอนนํ้ามันหลอผานไปเขาหมอกรองละเอียดนํ้ามันหลอโดยตรง โดยไมผานหมอระบายความรอนนํ้ามัน
หลอ
กองฝก การชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
ถาหมอกรองละเอียดนํ้ามันหลออุดตัน คือถากําลังดันกอนเขาหมอกรองสูงกวากําลังดันหลังออกจาก
หมอกรองถึงคากําลังดันเปดล้ิน(Opening Pressure 2.0 หรือ 2.5 บาร) ล้ินทางลัด(Bypass Valve)น้ี จะเปดให
นํ้ามันหลอผานไปเขาทอนํ้ามันหลอหลักหรือหมอกรองตะแกรงโลหะน้ํามันหลอโดยตรง โดยไมผานหมอกรอง
ละเอยี ดนา้ํ มนั หลอ
ลิ้นจํากัดกําลังดัน(Unloader or Pressure Limiting Valve) จะถูกควบคุมการทํางานปด-เปดดวยกําลังดัน
น้ํามันหลอสะอาดกอนเขาทอน้ํามันหลอหลัก ดังน้ีคือ ถากําลังดันนํ้ามันหลอสะอาดกอนเขาทอนํ้ามันหลอหลัก
สูงถึงคากําลังดันเปดลิ้น(Opening Pressure 5.5 บาร) จะทําใหล้ินจํากัดกําลังดันเปดระบายกําลังดันกอนเขาหมอ
กรองละเอียดนํ้ามันหลอใหไหลกลับลงอางน้ํามันหลอเปนการลดภาระใหหมอกรองละเอียดใหไมตองรับกําลัง
ดนั สูงเกินไป และเปน การจาํ กดั กาํ ลังดันนํา้ มนั หลอกอนเขาทอ น้าํ มนั หลอ หลักไมใหสูงเกินไปดว ย
# การซอมบาํ รุงรักษา #
ไมมี
3.5 หมอกรองละเอียดน้ํามันหลอ (Engine Oil Filter) (รปู 6-71 / 6-7.2)
ประกอบอยูที่ สวนลางดานขางหมอระบายความรอนน้ํามันหลอ จํานวน 2-4 ใบ(ขึ้นอยูกับขนาดของ
เครื่อง)
ทาํ หนาที่ กรองนํ้ามนั หลอ ใหส ะอาดกอ นสงเขาหลอลน่ื ระบายความรอนและทาํ งานในระบบ
มใี ชอยู 2 ลกั ษณะ คอื
3.5.1 ลกั ษณะแรก (รูป 6-7.1)
# ลกั ษณะการทํางาน #
สวนลาง เปนฐานหมอกรอง(Filter Base) จะเปนชองทางนํ้ามันหลอเขา-ออกหมอกรองดวย
ประกอบดวยทอนํา(Filter Guide),ปลั๊กระบาย(Drain Plug)สําหรับเปดระบายนํ้ามันหลอและตะกอนภายในหมอ
กรองออกทิ้งภายนอกและล้ินเปลี่ยนทาง(Diverter Valve)สําหรับปด-เปดชองทางน้ํามันหลอเขา-ออกหมอกรอง
แตล ะใบ
สวนบน ประกอบดวยถวยหมอกรอง(Filter Bowl)โดยใชสลักเกลียว(Screw)ยึดสวนลางของถวยหมอ
กรองเขา กับฐานหมอกรอง
ดานบน ประกอบดวยฝาปดหมอกรอง(Filter Cover)โดยใชสลักยึด(Securing Bolt)กวดยึดกับปลายบน
ของทอนาํ (Guide Tube)และประกอบดวยปลัก๊ ระบายอากาศ(Vent Plug)
ภายในหมอกรองแตละใบ จะประกอบดวยไสหมอกรอง(Filter Element) 1 ใบ โดยไสหมอกรองจะ
ประกอบเปน ชุดตดิ กบั ฝาหมอกรองดว ยนัตยดึ (Retraining Nut)
กองฝก การชางกล กฝร.
กองฝกการชางกล กฝร.
กําลังดันน้ํามันหลอ(จากหมอระบายความรอนน้ํามันหลอ) จะถูกสงเขามาและผานลิ้นเปลี่ยนทางเขาไป
ภายในหมอกรองรอบๆภายนอกไสหมอกรอง น้ํามันหลอที่สะอาดจะผานไสหมอกรองเขาไปภายในทอนํา
(Guide Tube)และผานลิ้นเปลี่ยนทางออกจากหมอกรองไป ส่ิงสกปรกตางๆจะเกาะติดอยูภายนอกไสหมอกรอง
และตกลงสูสวนลา งของหมอ กรอง สามารถเปดระบายทงิ้ ออกภายนอกไดโ ดยปลกั๊ ระบาย(Drain Plug)
การที่มีลิ้นเปล่ียนทางอยูที่หมอกรองทุกใบน้ี ทําใหเราสามารถปดหมอกรองไดทีละใบ เพื่อเปล่ียนไส
หมอ กรองในขณะเครอ่ื งเดนิ อยู แตโดยปกตจิ ะตองเปด ใชห มอ กรองทกุ ใบ
3.5.2 ลักษณะทีส่ อง (รปู 6-7.2)
# ลกั ษณะการทาํ งาน #
สวนลาง จะเปนทอนํา(Filter Guide)โดยใชสลักเกลียว(Screw)ยึดติดกับฐาน(Base)ของหมอระบายความ
รอ นน้ํามันหลอ
สวนบน ประกอบดวยถวยหมอกรอง(Filter Bowl)โดยใชสลักตัวกลาง(Centre Screw)ยึดติดกับทอนํา
และประกอบดว ยปล๊ักระบายอากาศ(Vent Plug)
การทํางาน เชน เดยี วกับแบบแรกเพยี งแตไมม ีลน้ิ เปล่ยี นทางเทา นน้ั
# การซอ มบํารงุ รกั ษา #
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ 80-84
3.6 หมอ กรองตะแกรงโลหะนํา้ มนั หลอ(Engine Oil Edge-Type Filter) (รูป 6-8)
มเี ฉพาะเครอ่ื งแบบ TE
ประกอบอยู ภายในฐาน(Base)ของหมอ ระบายความรอ น
ทําหนาท่ี เปนหมอกรองชวยหรือหมอกรองนิรภัย(Backup or Safety Filter) โดย 1 ใบ จะทํางานรวมกับ
หมอกรองละเอยี ดนํ้ามันหลอ 2 ใบ
ความถ่ีการกรอง(Particle Retention) 0.05 มม.
# ลกั ษณะการทํางาน #
ประกอบดวยสวนที่สําคัญ คือ ไสหมอกรองตะแกรงโลหะ(Edge-Type Filter Element),แปรงกวาด
(Scraper)และคนั หมนุ ทางเดยี ว(Handle)
หมอกรองท้ังชดุ จะประกอบอยภู ายในฐานหมอ ระบายความรอนโดยใชส ลักเกลียว(Screw)ยึด
นํ้ามันหลอจากหมอกรองละเอียดน้ํามันหลอ จะถูกสงเขามารอบๆภายนอกไสหมอกรองตะแกรงโลหะ
น้ํามันหลอ น้ํามันหลอท่ีสะอาดจะผานไสหมอกรองเขาภายในและสงออกตามชองทางออกไปเขาทอน้ํามันหลอ
หลักไป ส่งิ สกปรกตางๆจะเกาะตดิ อยภู ายนอกไสหมอกรอง
กองฝก การชางกล กฝร.
ไสหมอกรองสามารถทําความสะอาดได โดยการโยกคันหมุนทางเดียว(Handle) เพ่ือหมุนไสหมอกรอง
ใหพ้ืนผิวภายนอกไสหมอกรองกรีดกับแปรงกวาดใหส่ิงสกปรกตางๆท่ีเกาะติดอยูหลุดลวงลงดานลางและเปด
ระบายท้งิ ออกภายนอกดว ยลิน้ ระบาย(Drain Valve)
# การซอ มบํารงุ รักษา #
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ 85-87
3.7 หมอ กรองทางลดั น้ํามันหลอ(Engine Oil Bypass Filter) (รูป 6-9)
มีใชเฉพาะบางเคร่ือง
ทําหนา ที่ กรองนาํ้ มันหลอ(แลวสง กลบั อา งน้ํามนั หลอ )
เปนสวนประกอบภายนอกแยกตางหากจาก ในแตละเครื่องจะใช 2-4 ใบ ขึ้นอยูกับขนาดของเคร่ืองโดย
หมอ กรองทกุ ใบจะทํางานขนานกัน
กองฝก การชางกล กฝร.
# ลักษณะการทาํ งาน #
หมอ กรองแตละใบ ภายในเรือนหมอกรอง(Housing)จะประกอบดวยไสหมอกรอง(Filter Element) 2 ใบ
เรียงซอนกันอยู โดยใบลางจะมีขอเกี่ยว(Withdraw Hook)สําหรับดึงไสหมอกรองข้ึนดวย ดานลางของเรือนหมอ
กรอง ประกอบดวยฐานหมอกรอง(Base)ซ่ึงจะมีปล๊ักระบาย(Drain Plug)และชองทางออกอยูดวย สวนชองทาง
นํ้ามันหลอเขาจะอยูท่ีสวนบนของเรือนหมอกรอง ดานบนของเรือนหมอกรอง ประกอบดวยฝาปดหมอกรอง
(Cover)ยึดดวยสลักตัวกลาง(Center Bolt)และปลั๊กระบายอากาศ(Vent Screw)สําหรับเปดไลอากาศภายในหมอ
กรองออกสภู ายนอก
น้ํามันหลอ(จากสูบน้ํามันหลอ) จะถูกสงเขามาที่ชองทางเขาและเขาไปภายในหมอกรองรอบๆภายนอก
ไสหมอกรอง น้ํามันหลอท่ีสะอาดจะผานไสหมอกรองเขาไปภายใน แลวออกทางชองทางออกไป(เขาอางน้ํามัน
กองฝก การชางกล กฝร.
หลอ) สิ่งสกปรกตางๆจะเกาะตดิ อยภู ายนอกไสหมอ กรองและตกลงสูสวนลางของหมอกรอง สามารถเปดระบาย
ออกทงิ้ ภายนอกไดโ ดยปล๊ักระบาย
# การซอมบาํ รุงรักษา #
รายละเอียดบทท่ี 9 ขอ 88-89
กองฝก การชางกล กฝร.
บทท่ี 7
ระบบเรมิ่ เดนิ เครื่อง
(Starting System)
ระบบเริ่มเดินเครื่อง จะทําหนาท่ีเร่ิมหมุนเคร่ืองยนตใหมีความเร็วสูงถึงความเร็วจุดระเบิดของเครื่อง
(Firing Speed) เพ่ือใหเครื่องยนตมีการจุดระเบิดเร่ิมเดินเคร่ือง เม่ือเคร่ืองยนตเดินแลวระบบเร่ิมเดินเคร่ืองก็จะ
หยดุ ทํางาน
ในบางเครือ่ ง จะประกอบดว ยระบบเรม่ิ เดนิ เมือ่ เคร่ืองเย็น(Cold Start System)อีกระบบหน่ึง ทําหนาที่อุน
อากาศดีเขาเครือ่ งใหม อี ณุ หภูมิสูงขนึ้ ทาํ งานรวมกบั ระบบเร่ิมเดินท่ที าํ หนาท่หี มุนเครอ่ื งยนตใ นการเร่ิมเดินเคร่ือง
ทําใหเครือ่ งเริ่มเดนิ ไดง า ยเมื่อมคี วามจําเปนตอ งเรมิ่ เดนิ เครื่องท่อี ณุ หภูมขิ องเครื่องต่ํามาก(ต่ํากวา 10°C)
ระบบเร่ิมเดินเคร่ือง สําหรับเครื่อง mtu.v 396 ที่ใชภายในเรือ ปจจุบันมีใชอยู 3 แบบ แตกตางกันตาม
ความเหมาะสมกับขนาดของเครอ่ื งและระบบของเรอื คอื
= ระบบเริม่ เดินเครือ่ งแบบมอเตอรไฟฟา(Electric Starting System)
= ระบบเริม่ เดนิ เครือ่ งแบบมอเตอรกําลงั ดนั ลม(Compressed Air Starting System)
= ระบบเรมิ่ เดนิ เคร่ืองแบบจานจา ยลมเขากระบอกสบู (Air-In-Cylinder Starting System)
1.ระบบเรม่ิ เดนิ เคร่ืองแบบมอเตอรไฟฟา (Electric Starting System)
ใชกระแสไฟทํางาน 24 V.DC.
1.1 สวนประกอบของระบบ
1.1.1 รเี ลยลอ็ คการเรม่ิ เดิน(Start Interlock Relay) (รูป 7-1)
ทาํ หนา ท่ี ปองกนั การเรม่ิ เดินเครอื่ งหรือตัดวงจรกระแสไฟเริ่มเดนิ เคร่อื ง ถาความเรว็ เคร่อื งยนต
ลดลงต่าํ กวา ความเรว็ จดุ ระเบิด(Firing Speed) หรอื เม่อื เคร่อื งยนตเดนิ อยู
# ประกอบดว ย #
รเี ลยเ ร่มิ เดิน(Start Relay I : St.Rel.I) มีสวิทชเปลี่ยนทางแบบปกติปด(Normally Closed : NC
Contact)
รเี ลยล อ็ คการเร่ิมเดิน(Interlock Relay II : Intl.Rel.II) มสี วทิ ชเปลย่ี นทางแบบปกตเิ ปด (Normally
Open : NO Contact) มีขดลวดแมเ หล็กไฟฟา 2 ชุด คือ EW และ HW ทาํ งานในทศิ ทางเดียวกนั
รีเลยเ ลิกเครื่อง(Shutdown Relay III : Sht.Rel.III) มีสวทิ ชเปลยี่ นทางแบบปกติปด(Normally
Closed : NC Contact)
ตัวเกบ็ ประจ(ุ Condenser : C)
ความตา นทาน(Resistor : R2)
กองฝก การชางกล กฝร.
1.1.2 รีเลยเริ่มเดินซา้ํ (Start Repeat Relay) (รูป 7-1)
กองฝก การชางกล กฝร.
ทาํ หนาที่ ปอ งกนั การเร่มิ เดนิ เคร่ืองหรอื ตดั วงจรกระแสไฟฟา เรม่ิ เดนิ เครื่อง ถาเฟองเริม่ เดิน
(Pinion) ไมเ ขา ขบ(Not Engaged)กบั เฟอ งหมนุ เครือ่ ง(Flywheel Ring Gear)พอดี แลว ดาํ เนนิ การเรม่ิ
เดินเคร่อื งใหม
# ประกอบดว ย #
รเี ลยเรม่ิ เดนิ (Start Relay : St.Rel.) มสี วิทชเปล่ยี นทางแบบปกตเิ ปด (Normally Open : NO
Contact)
รเี ลยค วบคุม(Control Relay : Cn.Rel.) มีสวิทชเ ปลี่ยนทางแบบปกตเิ ปด (Normally Open : NO
Contact) มีขดลวดแมเ หลก็ ไฟฟา 2 ชุด คอื G และ E ทาํ งานตรงขามกัน
ตัวเกบ็ ประจ(ุ Condenser : C)
1.1.3 มอเตอรไ ฟฟาเร่ิมเดิน(Electric Starter) (รปู 7.1 และ 7.2)
ทําหนา ที่ หมนุ เครื่องยนตใ หค วามเรว็ ถงึ ความเรว็ จดุ ระเบดิ เมื่อเรม่ิ เดนิ เครือ่ ง
เปนมอเตอรก ระแสไฟตรง แบบ Series-wound ใชก ระแสไฟ 24 V.DC.
# ลกั ษณะการทาํ งาน #
อารเมเจอร(Armature)ของมอเตอร จะทาํ เปน เพลากลวง โดยปลายเพลาดา นคอมมิวเตเตอร
(Commutator) จะประกอบดว ยสวิทชแ มเหลก็ ไฟฟา(Solenoid Switch),รีเลยควบคุม(Control Relay)และ
กลไกตางๆ คอื คันสงอาการ(Tripping Lever)และคนั ปลด(Release Lever) ปลายอกี ดานหนง่ึ
ประกอบดว ยชุดแผน คลทั ซ( Multi–Disc Clutch)และเฟอ งเร่มิ เดนิ (Pinion)ตามลําดบั ภายในเพลา
ประกอบดว ยกลไกตา งๆ คอื เพลาหมุน(Splined Shaft),คนั สงเฟอ งเริ่มเดิน(Engagement Rod) และ สปริง
ดงึ กลบั (Return Spring)
ชดุ แผน คลทั ช( Multi–Disc Clutch) เปน สวนทสี่ งอาการหมุนจากอารเมเจอรไ ปหมนุ เฟอ งเรมิ่
เดนิ ผา นเพลาหมนุ ทาํ หนาทีป่ อ งกันอารเ มเจอรมีความเรว็ สูงเกิน(Overspeed) โดยลดแรงบิด(Torque)
เมือ่ เกดิ กรณี Overruning คอื ความเร็วเฟอ งเร่ิมเดิน(จากเครื่องยนต) สงู กวา ความเรว็ ของอารเ มเจอร
สวทิ ชอุณหภมู ิ(Thermoswitch) ทาํ หนา ทป่ี อ งกันมอเตอรร อนเกิน(Thermal Overload) ใน
ระหวางการเรมิ่ เดิน มอี ยู 2 ตวั ตออนุกรมกนั คอื ตัวหน่ึงอยภู ายในขดลวด(Coil) ของสวทิ ช
แมเ หล็กไฟฟา อกี ตัวหนึ่งตอ อยรู ะหวางขดลวด E(E Coil)กับแปรงถาน ถาการเริม่ เดนิ ผดิ ปกติหรอื ใช
เวลานานเกินไป จะทาํ ใหม กี ระแสไฟไหลผานวงจรมาก เกดิ ความรอนสงู เกิน สวทิ ชอ ุณหภูมจิ ะตดั
กระแสไฟวงจรเริม่ เดนิ ของมอเตอร เปน การหยดุ การเริ่มเดิน ซง่ึ จะตอ งหยดุ พักประมาณ 20 นาที ให
ความรอนลดลงจงึ เริ่มเดนิ ใหมได
กองฝกการชางกล กฝร.