The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Keywords: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

เอกสารรายงานฉบับสมบูรณ์
โครงการจ้างท่ีปรกึ ษาด้าเนินการจัดทา้ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย

พ.ศ.2560-2564

เสนอ
ส้านักงานปลดั กระทรวงการทอ่ งเท่ยี วและกีฬา

โดย
ส้านักงานศูนย์วิจัยและให้คา้ ปรึกษาแหง่ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์

i

คณะท่ีปรึกษา

หัวหน้าโครงการวิจยั :
รองศาสตราจารย์ ดร.ชนนิ ทท์ ิรา ณ ถลาง คณะรฐั ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนและยุทธศาสตรร์ ะดบั องค์การ:
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธรี ะ สนิ เดชารักษ์ คณะสงั คมวิทยาและมานุษยวทิ ยา มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์

ผู้เชย่ี วชาญด้านการท่องเที่ยวทางน้า:
รองศาสตราจารย์ โรจน์ คุณเอนก คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์

ผู้เชี่ยวชาญดา้ นเศรษฐกิจและสงั คม:
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงษ์ คงเจริญ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผเู้ ชี่ยวชาญด้านการจดั การสิ่งแวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาติ:
อาจารย์ ดร.ภาวนิ ศิรปิ ระภานกุ ลู คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์

ผเู้ ชี่ยวชาญด้านการพฒั นาองคก์ ร:
ศาสตราจารย์ ดร.อมั พร ธารงลักษณ์ คณะรฐั ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์

นักวิจัย:
(1) ดร.โชติมา สงวนพันธ์ุ เวชพร สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
(2) พันตารวจโท ดร.ศภุ ชาติ เวชพร สานกั งานตรวจคนเข้าเมอื ง
(3) ว่าท่ี ร.ต.อธิกเศรษฐ ทองเวส สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ
(4) นายสุมทิ ธิ์ เกศวพิทักษ์ สานักงานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ
(5) นายนราธร ปานดี สานักงานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ
(6) นายชวัชร์พล วสุกูลพนั ธุ์ สานักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั

ผู้ชว่ ยนักวจิ ัย:
(1) นายจิระวฒั น์ วงั กะ
(2) นางสาวกนกแกว้ ริว้ บารุง

เลขานุการโครงการ:
(1) นายนติ ิ เฉลยรส
(2) นางสาวปริศนา ปัญญาวัน

ii

สารบัญ

เรอ่ื ง
คณะท่ีปรกึ ษา .........................................................................................................................................................i
สารบญั .................................................................................................................................................................. ii
บทที่ 1 แผนการดาเนนิ งานโครงการ......................................................................................................................1

1.1 หลักการและเหตุผล ....................................................................................................................................1
1.2 วตั ถุประสงค์................................................................................................................................................2
1.3 ขอบเขตของการดาเนนิ งาน.........................................................................................................................2
1.4 ระเบยี บวิธวี ิจยั ประชากร กลุม่ ตวั อย่าง ......................................................................................................5

1.4.1 การศกึ ษาทบทวนเอกสาร ....................................................................................................................5
1.4.2 การสัมภาษณ์เชิงลกึ (In-depth Interview)........................................................................................6
1.4.3 จัดประชมุ กลุ่มย่อย (Focus Group) ...................................................................................................6
1.5 ขั้นตอนการดาเนนิ งาน ................................................................................................................................6
1.6 แผนการดาเนินงาน .....................................................................................................................................9
1.7 ผลที่คาดวา่ จะได้รบั .................................................................................................................................. 12
1.8 ผลงานท่จี ะส่งมอบ ................................................................................................................................... 12
1.9 ระยะเวลาการดาเนนิ งาน ......................................................................................................................... 14
1.10 คา่ จ้างและการจา่ ยเงนิ ........................................................................................................................... 14
บทท่ี 2 ผลการศกึ ษา ทบทวน วเิ คราะห์และประเมนิ ทศิ ทางการพฒั นาการท่องเทย่ี วทางนา้ ของไทยที่ผ่านมา
(พ.ศ. 2555-2559) ตลอดจนทิศทางการพัฒนาในอนาคต อาทิ วิสัยทศั น์การท่องเทีย่ วไทย 20 ปี (พ.ศ. 2579)
และทศิ ทางการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยตามแผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564)
เพ่ือใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 และ
ก่อใหเ้ กดิ ความสอดคล้องในแนวทางการปฏิบตั ิ .................................................................................................. 16
2.1 การสง่ เสรมิ การทอ่ งเทีย่ วทางนา้ ของประเทศไทย..................................................................................... 32
2.1.1 การทอ่ งเท่ียวทางนา้ : ยอต์ช.............................................................................................................. 34
2.2 นโยบายและยทุ ธศาสตร์ทเ่ี กี่ยวข้องกบั การท่องเทยี่ วทางนา้ ของประเทศไทย ........................................... 40
2.2.1 ยทุ ธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)................................................................................ 43
2.2.2 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)............................................ 43
2.2.3 แผนพฒั นาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 2 พ.ศ. 2560-2564.......................................................... 45
2.2.4 ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558-2560 ............................................................................... 53

iii

2.2.5 แผนปฏบิ ัตกิ ารพัฒนาการท่องเท่ยี วประจาเขตพัฒนาการท่องเท่ียว.................................................. 65
2.3 ทิศทางการพฒั นาการท่องเท่ียวทางนา้ ของไทยที่ผ่านมา (พ.ศ.2555-2559)............................................. 73
2.4 วิสัยทศั น์การท่องเทยี่ วไทย 20 ปี (พ.ศ. 2579) ........................................................................................ 74
บทที่ 3 ผลการศึกษาและประเมนิ ผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบรบิ ทที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งปัจจัยทางเศรษฐกจิ
สงั คมและสิ่งแวดล้อม ท้งั ภายในประเทศ ระดับภูมิภาคและระดบั โลก ที่คาดว่าจะกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยทาง
นา้ ของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564.................................................................................................................... 76
1. ผลการศึกษาและประเมินผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบริบททเ่ี ปลี่ยนแปลงไป ทั้งปจั จัยทางเศรษฐกจิ
สงั คมและสิ่งแวดลอ้ ม ทั้งภายในประเทศ ระดบั ภูมิภาคและระดับโลก ท่คี าดว่าจะกระทบตอ่ การทอ่ งเทีย่ วของ
ไทยทางนา้ ของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564: กรณีปัจจยั ทางเศรษฐกิจ ....................................................... 77

1.1 แหล่งทอ่ งเท่ยี วทางทะเลกับปจั จัยทางเศรษฐกจิ ทงั้ ระดบั โลก ระดบั ภมู ิภาคและ ระดบั ประเทศ ......... 77
1.2 สรปุ ภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเทีย่ วเรอื สาราญในภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้................... 80
1.3 การทอ่ งเท่ียวรมิ ฝั่งแมน่ า้ และทะเลในระดับโลก ภูมภิ าค และประเทศไทย........................................... 89
1.4 แนวคดิ การพัฒนาแหลง่ ท่องเทย่ี วริมแมน่ ้าและทะเลเพื่อยกระดบั การแข่งขันในระดับโลกสาหรบั ประเทศ
ท่ีพฒั นาแล้ว ............................................................................................................................................... 91
1.5 ปจั จัยทางเศรษฐกจิ ในระดับภูมิภาคลุ่มนา้ โขง ...................................................................................... 95
1.6 แนวคดิ เชิงยุทธศาสตรโ์ ดยภาพรวมสาหรบั การพัฒนา.......................................................................... 96
2. ผลการศกึ ษาและประเมินผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบริบทที่เปลยี่ นแปลงไป ทง้ั ปัจจยั ทางเศรษฐกจิ
สังคมและส่ิงแวดลอ้ ม ทง้ั ภายในประเทศ ระดับภมู ภิ าคและระดบั โลก ท่ีคาดวา่ จะกระทบต่อการท่องเทย่ี วของ
ไทยทางนา้ ของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564: กรณปี จั จยั ทางสงั คม ........................................................... 110
3. ผลการศึกษาและประเมนิ ผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบริบททเี่ ปลี่ยนแปลงไป ทงั้ ปัจจยั ทางเศรษฐกจิ
สังคมและสิ่งแวดล้อม ทงั้ ภายในประเทศ ระดับภูมภิ าคและระดับโลก ท่ีคาดว่าจะกระทบต่อการท่องเทย่ี วของไทย
ทางนา้ ของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564: กรณปี จั จยั ทางส่ิงแวดลอ้ ม ............................................................ 117
3.1 ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนตอ่ การท่องเทยี่ วทางนา้ ในระดบั โลก ...................................................... 117
3.2 ผลกระทบของการเปลยี่ นแปลงสภาพภูมิอากาศต่อแหล่งท่องเทย่ี วบางประเทศในภูมภิ าคใกล้เคียง... 124
3.3 ผลกระทบของภาวะโลกร้อนตอ่ การท่องเท่ียวของประเทศไทย .......................................................... 128
3.4 ผลกระทบจากทรพั ยากรธรรมชาตทิ ี่เสือ่ มโทรมและมลพิษต่อการทอ่ งเที่ยวทางนา้ ของประเทศไทย .. 136
4. สรปุ ประเดน็ จากการศกึ ษาเพอื่ หาปจั จยั ความสาเร็จและข้อควรระวงั ของภาครฐั ภายใตผ้ ลการศึกษาและ
ประเมินผลกระทบของสภาพแวดลอ้ มและบรบิ ทท่ีเปลี่ยนแปลงไป ทง้ั ปจั จยั ทางเศรษฐกิจ สังคมและส่ิงแวดล้อม
ทั้งภายในประเทศ ระดับภมู ภิ าคและระดบั โลก ที่คาดว่าจะกระทบต่อการท่องเท่ียวของไทยทางน้าของประเทศ
ไทย พ.ศ. 2560-2564 .................................................................................................................................. 138

iv

4.1 ปจั จัยความสาเร็จภายใต้การพจิ ารณาแนวทางของภาครฐั ................................................................. 138
4.2 ปัจจยั ท่คี วรคานงึ ภายใต้การพิจารณาแนวทางของภาครฐั .................................................................. 140
4.3 ขอ้ สรปุ ปัจจัยภายในและปัจจยั ภายนอกทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ การท่องเทย่ี วทางน้าของไทย .................... 140
บทท่ี 4 ผลการศึกษา วิเคราะห์ และถอดบทเรียนประเทศกรณีศกึ ษาตัวอย่างทด่ี ี (Best Practice) ในดา้ นการ
พฒั นาการท่องเทย่ี วทางน้าเพ่ือใช้เป็นกรอบแนวทางการจัดทารา่ งแผนแม่บทการพฒั นาการทอ่ งเทีย่ วทางน้าของ
ไทย พ.ศ. 2560-2564 ...................................................................................................................................... 145
4.1 แนวทางการจดั ทาแผนการจัดการการท่องเที่ยวทางนา้ ภายใต้ดัชนีระดบั การแขง่ ขันการเดินทางและการ
ท่องเท่ยี วระหว่างประเทศ............................................................................................................................. 145
4.2 แนวคดิ เบ้ืองตน้ สาหรบั การทาความเขา้ ใจการวเิ คราะหย์ ทุ ธศาสตรเ์ พื่อวางกรอบการจัดทาแผนแม่บท
พัฒนาการท่องเทีย่ วทางนา้ ของไทย.............................................................................................................. 157
4.3 กรณีศึกษาบทเรียนทด่ี ีในต่างประทศกบั การท่องเท่ยี วทางน้า................................................................. 158
4.3.1 สิงคโปร์........................................................................................................................................... 158
4.3.2 ออสเตรเลีย..................................................................................................................................... 171
4.3.3 เกาหลีใต้......................................................................................................................................... 180
4.3.4 สหภาพยโุ รป................................................................................................................................... 188
4.3.5 แคนาดา.......................................................................................................................................... 197
บทที่ 5 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลกึ ผเู้ ชยี่ วชาญและผมู้ ีสว่ นเกี่ยวขอ้ งจากหนว่ ยงานท้งั ภาครัฐและภาคเอกชนท่ีมีความรู้
เกย่ี วกับการจัดการท่องเทีย่ วทางนา้ จานวน 31 คน เพื่อรวบรวมขอ้ มลู ความคิดเหน็ สาหรับประกอบการจดั ทา
ข้อเสนอแผนแมบ่ ทการพัฒนาการท่องเทีย่ วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ................................................. 212
5.1 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลึก นายวรี ะศกั ด์ิ โควสรุ ตั น์ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา .......... 212
5.2 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลกึ นายพงษ์ภาณุ เศวตรนุ ทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา....................... 215
5.3 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลึก นายทวีศักดิ์ วาณิชยเ์ จรญิ รองปลดั กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา................. 218
5.4 ผลการสัมภาษณเ์ ชงิ ลกึ นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดกี รมการทอ่ งเทย่ี ว........................................... 220
5.5 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลึก นายอารญั บญุ ชยั ผชู้ ่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกฬี า .......................... 223
5.6 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลึก นายมงคล วมิ ลรตั น์ ผู้อานวยการกองเศรษฐกจิ การท่องเท่ียวและกีฬา ............. 225
5.7 ผลการสัมภาษณ์เชิงลกึ นายจาตุรนต์ ภกั ดีวานชิ ผอู้ านวยการกองมาตรฐานและกากับความปลอดภัย
นกั ท่องเท่ยี ว ................................................................................................................................................. 229
5.8 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก นางสาวจิราภรณ์ พรมมะหา ผ้อู านวยการกองการตา่ งประเทศ......................... 232
5.9 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลกึ นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการการท่องเท่ยี วแห่งประเทศไทย ด้านตลาดใน
ประเทศ ........................................................................................................................................................ 235

v

5.10 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลึก นายจรัญ อน้ มี รองผวู้ ่าการการท่องเทยี่ วแหง่ ประเทศไทย ด้านบรหิ าร .......... 237
5.11 ผลการสัมภาษณเ์ ชงิ ลึก นายนธิ ี สีแพร ผู้อานวยการฝ่ายสง่ เสริมสินคา้ การทอ่ งเท่ียว การท่องเทย่ี วแหง่
ประเทศไทย.................................................................................................................................................. 239
5.12 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลกึ พลตารวจตรสี รุ เชษฐ์ หกั พาล รองผบู้ ัญชาการตารวจท่องเที่ยว ...................... 241
5.13 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลกึ นายจิรตุ ม์ วศิ าลจติ ร อธิบดีกรมเจา้ ทา่ ........................................................... 243
5.14 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลึก นายโสภณ ทองดี รองอธบิ ดกี รมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั ..................... 254
5.15 ผลการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลึก นายประเสริฐ อนิ ทับ ผอู้ านวยการเข่ือนศรีนครินทร์ การไฟฟ้าฝา่ ยผลติ แห่ง
ประเทศไทย.................................................................................................................................................. 258
5.16 ผลการสัมภาษณเ์ ชงิ ลึก นางสุทัศษา เหล่าหงษ์เกียรติ นายกสมาคมการตลาดทอ่ งเท่ียวไทย (ATTM) และ
ประธานกรรมการบริหาร สถานทีท่ ่องเท่ยี ว เดอะ เวเนเซยี หัวหิน – ชะอา.................................................. 260
5.17 ผลการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลึก นาวาตรีเจรญิ พร เจรญิ ธรรม กรรมการผูจ้ ัดการ บรษิ ทั เรือดว่ นเจ้าพระยา จากดั
..................................................................................................................................................................... 263
5.18 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลึก นายสาธติ อรณุ รองกรรมการผจู้ ดั การดา้ นปฏิบัติการ บริษัท ทา่ เรือราชาเฟอร์ร่ี
จากดั (มหาชน)............................................................................................................................................. 265
5.19 ผลการสัมภาษณ์เชงิ ลึก นายธารนิ ทร์ พนั ธุมยั นายกสมาคมฯ และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเท่ียว
จังหวัดนครพนม............................................................................................................................................ 267
5.20 ผลการสัมภาษณ์เชงิ ลึก นายสันต์ ซาสดุ นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลนาสะอาด อ.สร้างคอม จ.
อดุ รธานี........................................................................................................................................................ 269
5.21 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลึก นายสมเกียรติ สืบเหตุ อุปนายกสมาคมธรุ กิจทอ่ งเท่ยี วจังหวัดกระบ่ี............... 271
5.22 ผลการสัมภาษณเ์ ชงิ ลึก ดร.แสนศกั ด์ิ ศริ ิพาณชิ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสงขลา .............. 274
5.23 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก ดร.จนั ทร์พร ช่วงโชติ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติการท่องเท่ียว มหาวิทยาลัยราช
ภัฏสุราษฎร์ธานี............................................................................................................................................ 276
5.24 ผลการสัมภาษณเ์ ชงิ ลึก อาจารยศ์ นั สนยี ์ วงศ์สวัสดิ์ อาจารยป์ ระจาวทิ ยาลยั นานาชาตกิ ารท่องเท่ียว
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สรุ าษฎรธ์ านี.................................................................................................................. 278
5.25 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลกึ กลมุ่ ผู้ประกอบธรุ กจิ การท่องเที่ยวทางน้า ....................................................... 280

5.25.1 น.ส.พรี ญา วงศรานุชติ Corporate Marketing Manager บรษิ ทั สภุ ัทรา เรยี ลเอสเตท จากัด.... 280
5.25.2 น.ส.ขวัญรัตน์ เจริญเผ่า ผชู้ ว่ ยผจู้ ดั การแผนกเรอื ท่องเที่ยว บรษิ ทั เรือดว่ นเจา้ พระยา จากดั ........ 280
5.25.3 คุณนุศริน ดลี ะมัย ผู้จดั การฝ่ายการตลาด เรือเจา้ พระยาปริ๊นเซส................................................. 280
5.25.4 นายพงศ์พัธน์ บญุ สะอาด Sales Executive บริษัท เอเจา้ พระยาชารเ์ ตอร์ด จากดั ..................... 280
5.25.5 นายอดทิ ัศน์ รุ่งสาง เจา้ หน้าที่ฝ่ายขาย บริษัท แกรนด์เพิร์ล จากัด ............................................... 280

vi

5.25.6 นายมรกต ศรีเมฆานนท์ ผ้บู รหิ ารเรือนทบั ทิม รสี อร์ท จ.พระนครศรีอยุธยา................................. 280
5.25.7 น.ส.วภิ าวี ศรีเมฆานนท์ ผ้บู ริหารเรอื นทับทิม รีสอร์ท จ.พระนครศรอี ยุธยา ................................. 280
5.26 ภาพรวมผลสรุปการสัมภาษณ์เชงิ ลกึ ผู้เชี่ยวชาญและผ้มู สี ่วนเกี่ยวข้องจากหนว่ ยงานทงั้ ภาครัฐและ
ภาคเอกชนท่ีมคี วามรเู้ ก่ยี วกบั การจัดการท่องเท่ยี วทางนา้ จานวน 31 คน เพ่ือรวบรวมข้อมูลความคดิ เห็น
สาหรับประกอบการจัดทาข้อเสนอแผนแมบ่ ทการพัฒนาการทอ่ งเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564..... 283
บทที่ 6 ผลการสัมภาษณ์เชงิ ลกึ ผเู้ ช่ยี วชาญและผูม้ ีสว่ นเก่ยี วข้องจานวน 22 คน เพ่อื รวบรวมข้อมูลความคดิ เห็น
และสรปุ ผลเกีย่ วกับจดุ แขง็ จุดออ่ น โอกาส และอุปสรรคของกิจกรรมท่องเทยี่ วเรือสาราญ.............................. 286
6.1 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลึก นายวีระศักด์ิ โควสรุ ตั น์ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงการท่องเทยี่ วและกฬี า .......... 286
6.2 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลกึ นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลดั กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา....................... 289
6.3 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลึก นายทวศี ักดิ์ วาณชิ ย์เจรญิ รองปลดั กระทรวงการท่องเทย่ี วและกฬี า................. 292
6.4 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการทอ่ งเที่ยว........................................... 294
6.5 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลกึ นายอารัญ บญุ ชัย ผชู้ ่วยปลัดกระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกฬี า .......................... 297
6.6 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลึก นายมงคล วมิ ลรัตน์ ผอู้ านวยการกองเศรษฐกจิ การท่องเท่ียวและกีฬา ............. 300
6.7 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลึก นายจาตุรนต์ ภกั ดีวานิช ผู้อานวยการกองมาตรฐานและกากับความปลอดภยั
นกั ท่องเทีย่ ว ................................................................................................................................................. 303
6.8 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลกึ นางสาวจิราภรณ์ พรมมะหา ผอู้ านวยการกองการตา่ งประเทศ......................... 306
6.9 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลกึ นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการการท่องเท่ยี วแหง่ ประเทศไทย ดา้ นตลาดใน
ประเทศ ........................................................................................................................................................ 311
6.10 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลกึ นายจรญั อน้ มี รองผ้วู ่าการการทอ่ งเทีย่ วแห่งประเทศไทย ดา้ นบรหิ าร .......... 314
6.11 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลกึ นายนิธี สแี พร ผู้อานวยการฝ่ายส่งเสริมสนิ คา้ การทอ่ งเทยี่ ว การท่องเทีย่ วแหง่
ประเทศไทย.................................................................................................................................................. 318
6.12 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลึก พลตารวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผูบ้ ญั ชาการตารวจท่องเท่ยี ว ...................... 322
6.13 ผลการสัมภาษณเ์ ชงิ ลึก นายจริ ตุ ม์ วิศาลจิตร อธิบดกี รมเจ้าท่า ........................................................... 325
6.14 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลกึ พลตรชี ยั วิทย์ ชยาภินนั ท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และ
คณะทางานและผู้ชว่ ยเลขานุการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มเร่ือง
ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝั่ง ..................................................................................................................... 328
6.15 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลกึ นายวัฒนา โชคสุวณชิ ผู้บรหิ ารบรษิ ัท E.A.S. Maritime Agencies (Thailand)
จากดั ............................................................................................................................................................ 333
6.16 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลกึ นายแมทธิว พลวัต ณ นคร ผบู้ ริหารบรษิ ัท Port Takola Yacht Marina and
Boatyard Krabi........................................................................................................................................... 336

vii

6.17 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลกึ คุณรงุ่ ทวิ า ท้วมไฉยา เจ้าของบรษิ ัท Titanic Yachting.................................. 340
6.18 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก คณุ นนั ทน์ ภัส อตุ ปา Personal assistant to DMD, Phuket Yacht Haven
Marina......................................................................................................................................................... 342
6.19 ผลการสัมภาษณเ์ ชงิ ลึก นายนิธิศ บญั ชากร ผ้จู ัดการท่ัวไป และนายคณาวุฒิ บัญชากร ผจู้ ัดการคณายอรช์
ชารเ์ ตอร์....................................................................................................................................................... 345
6.20 ผลการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลึก ดร.แสนศกั ด์ิ ศิริพาณชิ ผู้ชว่ ยอธิการบดี มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสงขลา .............. 348
6.21 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก ดร.จนั ทร์พร ช่วงโชติ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราช
ภัฏสรุ าษฎรธ์ านี............................................................................................................................................ 350
6.22 ภาพรวมผลสรุปการสมั ภาษณ์เชงิ ลึก ผเู้ ชยี่ วชาญและผู้มสี ว่ นเกยี่ วขอ้ งจานวน 22 คน เพอ่ื รวบรวมข้อมูล
ความคิดเหน็ และสรุปผลเก่ยี วกับจดุ แข็ง จดุ อ่อน โอกาส และอปุ สรรคของกจิ กรรมทอ่ งเที่ยวเรอื สาราญ...... 352
บทท่ี 7 ผลการศึกษาพื้นทีท่ ี่มีศักยภาพและพน้ื ที่ท่ีคาดวา่ จะมีศกั ยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางนา้ ในอนาคต
ทัง้ ทางทะเลและแม่น้าในภาคเหนอื ภาคตะวนั ออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวนั ตก ภาคใตฝ้ ง่ั ทะเล
ตะวันตก ภาคใตฝ้ ง่ั ทะเลตะวันออก และภาคกลาง จากการลงพ้ืนที่จานวนอยา่ งนอ้ ยภาคละ 2 ครั้ง รวมท้ัง
วเิ คราะห์ศักยภาพตลอดจนความพรอ้ มของพื้นทใ่ี นการพฒั นาการท่องเที่ยวทางนา้ ท้งั ระบบของไทย ............... 357
7.1 งานวิจัยทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับการศึกษาศักยภาพเชิงพื้นท่ีในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางนา้ ของไทย................ 357

7.1.1 ความหมายของ “ศักยภาพของแหล่งท่องเท่ยี ว” ............................................................................ 357
7.1.2 เครอ่ื งมือในการศึกษา “ศกั ยภาพของแหล่งท่องเทย่ี ว”................................................................... 357
7.1.3 กรอบในการศึกษาศกั ยภาพเชิงพืน้ ที่ในการพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วทางน้าของไทย.............................. 373
7.1.4 เคร่ืองมือในการประเมินศักยภาพเชงิ พ้นื ทใี่ นการพัฒนาการท่องเท่ียวทางนา้ ของไทย..................... 374
7.1.5 แบบสารวจ/แบบสงั เกตการณ์......................................................................................................... 378
7.1.6 หลกั เกณฑ์ในการเลือกพืน้ ทีศ่ ึกษาศักยภาพ .................................................................................... 381
7.2 ผลการศึกษาพื้นท่ีทีม่ ีศักยภาพและพ้นื ท่ีท่ีคาดวา่ จะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเทย่ี วทางน้าในอนาคต
ท้ังทางทะเลและแมน่ ้าในภาคตะวนั ออก ครง้ั ท่ี 1 ระหว่างวันท่ี 21-24 กันยายน 2560 ณ จังหวดั ชลบุรี และ
จงั หวัดระยอง................................................................................................................................................ 385
7.2.1 อ่างเก็บนา้ บางพระ จังหวัดชลบรุ ี.................................................................................................... 385
7.2.2 ปากนา้ ประแส จังหวัดระยอง.......................................................................................................... 390
7.2.3 เกาะสชี ัง จังหวดั ชลบรุ ี.................................................................................................................... 393
7.3 ผลการศึกษาพืน้ ท่ีท่ีมีศักยภาพและพ้นื ทที่ ี่คาดวา่ จะมีศักยภาพในการพฒั นาการท่องเท่ียวทางน้าในอนาคต
ท้งั ทางทะเลและแม่นา้ ในภาคเหนือ คร้ังที่ 1 ระหว่างวันท่ี 6-8 ตุลาคม 2560 ณ จงั หวดั พษิ ณุโลก และจงั หวดั
พิจิตร............................................................................................................................................................ 398

viii

7.3.1 บงึ สีไฟ จงั หวดั พจิ ติ ร....................................................................................................................... 398
7.3.2 น้าตกแก่งโสภา จังหวัดพิษณโุ ลก .................................................................................................... 402
7.3.3 นา้ ตกปอย จังหวดั พษิ ณุโลก............................................................................................................ 406
7.3.4 น้าตกสกุโณทยาน จังหวัดพษิ ณโุ ลก ................................................................................................ 410
7.3.5 กิจกรรมล่องแก่งลาน้าเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ................................................................................... 413
7.4 ผลการศึกษาพน้ื ที่ทีม่ ีศักยภาพและพน้ื ทท่ี ่ีคาดว่าจะมศี ักยภาพในการพฒั นาการท่องเที่ยวทางนา้ ในอนาคต
ทง้ั ทางทะเลและแม่นา้ ในภาคตะวันตก คร้ังที่ 1 ระหวา่ งวนั ที่ 12-14 ตุลาคม 2560 ณ จังหวดั ราชบรุ ี และ
จงั หวดั เพชรบุรี ............................................................................................................................................. 416
7.4.1 หาดชะอา จงั หวัดเพชรบุรี .............................................................................................................. 416
7.4.2 หาดปึกเตยี น จังหวัดเพชรบุรี.......................................................................................................... 420
7.4.3 กจิ กรรมลอ่ งเรือชมเข่อื นแก่งกระจาน จงั หวดั เพชรบุรี .................................................................... 424
7.4.4 นา้ ตกเก้าโจน (เก้าชนั้ ) จงั หวดั ราชบรุ ี ............................................................................................. 428
7.4.5 ธารน้าร้อนบ่อคลงึ จังหวัดราชบุรี ................................................................................................... 431
7.4.6 ตลาดโคยก๊ี จังหวัดราชบรุ ี............................................................................................................... 434
7.4.7 ตลาดน้าดาเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี............................................................................................. 438
7.5 ผลการศึกษาพืน้ ที่ท่มี ีศกั ยภาพและพื้นทที่ ี่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเทยี่ วทางนา้ ในอนาคต
ทง้ั ทางทะเลและแมน่ า้ ในภาคตะวนั ตก ครัง้ ท่ี 2 ระหวา่ งวนั ท่ี 18-21 ตุลาคม 2560 ณ จงั หวดั กาญจนบรุ ี ... 441
7.5.1 เขือ่ นศรีนครนิ ทร์ จงั หวดั กาญจนบรุ ี ............................................................................................... 441
7.5.2 นา้ ตกเอราวัณ จังหวดั กาญจนบุรี .................................................................................................... 445
7.5.3 น้าตกไทรโยคน้อย จังหวัดกาญจนบรุ ี.............................................................................................. 448
7.5.4 นา้ ตกไทรโยคใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี.............................................................................................. 452
7.5.5 เขือ่ นวชริ าลงกรณ จงั หวัดกาญจนบุรี.............................................................................................. 455
7.5.6 สะพานไมอ้ ุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) จังหวดั กาญจนบุรี.............................................................. 458
7.6 ผลการศกึ ษาพืน้ ที่ท่ีมีศักยภาพและพื้นที่ที่คาดวา่ จะมศี ักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าในอนาคต
ท้งั ทางทะเลและแม่น้าในภาคกลาง คร้ังที่ 1 ระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2560 ณ จังหวดั สระบรุ ี จังหวดั
ลพบรุ ี และจงั หวัดนครนายก ........................................................................................................................ 461
7.6.1 ศูนยศ์ กึ ษาธรรมชาตแิ ละท่องเท่ยี วเชงิ นเิ วศเจด็ คต-โป่งกอ้ นเสา้ อาเภอแก่งคอย จังหวดั สระบรุ ี...... 461
7.6.2 นา้ ตกเจ็ดสาวนอ้ ย จังหวัดสระบุรี ................................................................................................... 465
7.6.3 นา้ ตกดงพญาเยน็ จงั หวดั สระบรุ ี..................................................................................................... 468
7.6.4 อ่างเก็บนา้ มวกเหลก็ จังหวดั สระบรุ ี................................................................................................ 471

ix

7.6.5 น้าตกวังก้านเหลือง จังหวัดลพบุรี ................................................................................................... 474
7.6.6 เข่อื นปา่ สักชลสทิ ธิ์ จงั หวัดลพบรุ ี .................................................................................................... 478
7.6.7 เขื่อนขนุ ด่านปราการชล จงั หวดั นครนายก ..................................................................................... 481
7.6.8 น้าตกเหวนรก จังหวัดนครนายก..................................................................................................... 485
7.7 ผลการศึกษาพ้นื ท่ีท่ีมีศกั ยภาพและพน้ื ทท่ี ี่คาดวา่ จะมีศักยภาพในการพฒั นาการท่องเที่ยวทางน้าในอนาคต
ทั้งทางทะเลและแมน่ ้าในภาคตะวนั ออก ครง้ั ที่ 2 ระหว่างวันที่ 15-17 พฤศจิกายน 2560 ณ จงั หวดั จนั ทบรุ ี
และจังหวดั ตราด........................................................................................................................................... 488
7.7.1 จดุ ชมวิวหาดไก่แบ้ และหาดไก่แบ้ เกาะชา้ ง จงั หวัดตราด............................................................... 488
7.7.2 ทา่ เรืออ่าวบางเบา้ เกาะช้าง จังหวดั ตราด....................................................................................... 492
7.7.3 นา้ ตกพล้ิว จังหวดั จันทบรุ ี............................................................................................................... 495
7.7.4 หาดแหลมสิงห์ จังหวัดจนั ทบรุ ี........................................................................................................ 498
7.7.5 ศนู ย์ศกึ ษาการพฒั นาอ่าวคงุ้ กระเบน จงั หวดั จันทบรุ ี ...................................................................... 501
7.7.6 จุดชมววิ เนนิ นางพญา จังหวัดจนั ทบรุ ี ............................................................................................. 504
7.8 ผลการศกึ ษาพื้นที่ที่มีศักยภาพและพ้ืนท่ีที่คาดวา่ จะมศี ักยภาพในการพัฒนาการท่องเทย่ี วทางน้าในอนาคต
ทั้งทางทะเลและแม่นา้ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งท่ี 1 ระหว่างวนั ท่ี 13-16 ธนั วาคม 2560 ณ จงั หวดั
นครราชสมี า ................................................................................................................................................. 507
7.8.1 อ่างเกบ็ น้าลาตะคอง จังหวดั นครราชสมี า ....................................................................................... 507
7.8.2 สวนน้าบงุ่ ตาหล่ัว จงั หวดั นครราชสีมา ............................................................................................ 511
7.8.3 บ่อน้าผดุ เขาใหญ่ หรอื น้าพุธรรมชาติบา้ นท่าช้าง จงั หวัดนครราชสมี า ........................................... 514
7.8.4 นา้ ตกเหวสุวัต จงั หวัดนครราชสีมา ................................................................................................. 517
7.9 ผลการศกึ ษาพืน้ ท่ีทมี่ ีศักยภาพและพนื้ ที่ที่คาดวา่ จะมศี ักยภาพในการพัฒนาการท่องเทีย่ วทางนา้ ในอนาคต
ทั้งทางทะเลและแม่น้าในภาคกลาง ครัง้ ท่ี 2 ระหวา่ งวนั ที่ 17-19 ธนั วาคม 2560 ณ จังหวดั สมทุ รสงคราม
จงั หวดั สมทุ รสาคร และจังหวัดสมุทรปราการ ............................................................................................... 522
7.9.1 ตลาดน้าอัมพวาและกิจกรรมลอ่ งเรือชมห่ิงห้อย จงั หวดั สมทุ รสงคราม............................................ 522
7.9.2 ดอนหอยหลอด จงั หวัดสมทุ รสงคราม............................................................................................. 525
7.9.3 ศนู ย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวมหาชัย จงั หวดั สมทุ รสาคร....................................................... 529
7.9.4 สถานตากอากาศบางปูและสะพานสุดตา จังหวัดสมุทรปราการ...................................................... 532
7.9.5 ตลาดน้าบางนา้ ผง้ึ สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเข่ือนขันธ์ บางกระเจา้ จงั หวดั
สมุทรปราการ........................................................................................................................................... 535

x

7.10 ผลการศึกษาพน้ื ทท่ี ่ีมีศักยภาพและพนื้ ที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเทีย่ วทางนา้ ในอนาคต
ทง้ั ทางทะเลและแมน่ า้ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื คร้ังที่ 2 ระหวา่ งวันที่ 21-23 ธันวาคม 2560 ณ จงั หวดั
อดุ รธานี และจังหวัดหนองคาย..................................................................................................................... 538

7.10.1 ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี........................................................................................................ 538
7.10.2 สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอดุ รธานี................................................................ 542
7.10.3 สะพานมติ รภาพไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย ................................................................................. 545
7.10.4 ตลาดอนิ โดจนี ตลาดท่าเสด็จ ลานพญานาค และพระธาตุกลางนา้ จังหวดั หนองคาย................... 548
7.11 ผลการศกึ ษาพน้ื ทีท่ ม่ี ีศักยภาพและพื้นทท่ี ่ีคาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางนา้ ในอนาคต
ท้งั ทางทะเลและแม่นา้ ในภาคเหนอื คร้ังท่ี 2 ระหวา่ งวันที่ 26-29 ธนั วาคม 2560 ณ จังหวดั เชียงใหม่......... 551
7.11.1 อา่ งแก้ว จังหวัดเชียงใหม่.............................................................................................................. 551
7.11.2 นา้ ตกห้วยแก้ว จงั หวดั เชียงใหม่.................................................................................................... 554
7.11.3 อ่างเก็บนา้ หว้ ยตงึ เฒา่ จงั หวัดเชียงใหม่ ........................................................................................ 557
7.11.4 นา้ พุร้อนสนั กาแพง จังหวัดเชยี งใหม่............................................................................................. 561
7.11.5 เขอื่ นแมง่ ดั สมบรู ณช์ ล จงั หวัดเชยี งใหม่........................................................................................ 564
7.11.6 น้าตกแม่สา จังหวัดเชียงใหม่ ........................................................................................................ 567
7.12 ผลการศึกษาพื้นทที่ ่ีมีศักยภาพและพ้ืนท่ที ี่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วทางนา้ ในอนาคต
ท้ังทางทะเลและแมน่ า้ ในภาคใต้ฝัง่ ตะวันตก คร้ังท่ี 1 ระหวา่ งวันที่ 5-7 มกราคม 2561 ณ จงั หวัดกระบ่ี ..... 570
7.12.1 นา้ ตกรอ้ นคลองท่อม จงั หวัดกระบี่ ............................................................................................... 570
7.12.2 สระมรกต จงั หวดั กระบี่................................................................................................................ 573
7.12.3 ทวั ร์เต็มวนั หมเู่ กาะพีพี จังหวดั กระบ่ี ............................................................................................ 576
7.12.4 อา่ วนางและหาดนพรัตนธ์ ารา จงั หวัดกระบ่ี ................................................................................. 580
7.12.5 สุสานหอย จังหวดั กระบี่ ............................................................................................................... 582
7.13 ผลการศึกษาพ้ืนท่ที ีม่ ีศักยภาพและพืน้ ทีท่ คี่ าดว่าจะมีศักยภาพในการพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วทางน้าในอนาคต
ทั้งทางทะเลและแมน่ า้ ในภาคใตฝ้ ่ังตะวนั ตก ครัง้ ท่ี 2 ระหวา่ งวนั ที่ 10-13 มกราคม 2561 ณ จังหวดั ภูเกต็ . 585
7.13.1 หาดป่าตอง จงั หวดั ภูเก็ต .............................................................................................................. 585
7.13.2 หาดกะตะ หาดกะรน จุดชมววิ หาดกะรน จงั หวดั ภเู กต็ ................................................................ 588
7.13.3 แหลมพรหมเทพ จังหวดั ภูเกต็ ...................................................................................................... 591
7.13.4 ทวั รเ์ ต็มวนั เกาะราชาและเกาะเฮ จังหวัดภเู ก็ต ............................................................................. 594
7.13.5 สะพานสารสนิ จังหวัดภูเกต็ ......................................................................................................... 597

xi

7.14 ผลการศึกษาพ้ืนทท่ี ม่ี ีศักยภาพและพืน้ ที่ทค่ี าดวา่ จะมีศักยภาพในการพฒั นาการท่องเทยี่ วทางน้าในอนาคต
ทงั้ ทางทะเลและแม่น้าในภาคใตฝ้ ง่ั ตะวนั ออก ครัง้ ที่ 1 ระหว่างวนั ที่ 17-19 มกราคม 2561 ณ จังหวดั สรุ าษฎร์
ธานี............................................................................................................................................................... 599

7.14.1 เข่ือนรชั ชประภา จังหวัดสุราษฎรธ์ านี........................................................................................... 600
7.14.2 น้าตกวภิ าวดี จังหวดั สรุ าษฎร์ธานี................................................................................................. 603
7.14.3 บอ่ นา้ พุร้อนท่าสะท้อน จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี ................................................................................. 606
7.14.4 แหลมโพธิ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี..................................................................................................... 610
7.14.5 สวนสาธารณะเกาะลาพู จังหวดั สุราษฎรธ์ านี................................................................................ 613
7.14.6 หาดละไม หนิ ตาหินยาย น้าตกหนา้ เมือง 1 เกาะสมุย จังหวดั สุราษฎธ์ านี .................................... 616
7.15 ผลการศึกษาพื้นทท่ี ่มี ีศักยภาพและพ้นื ทท่ี ่คี าดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางนา้ ในอนาคต
ทง้ั ทางทะเลและแม่นา้ ในภาคใต้ฝั่งตะวันออก ครั้งที่ 2 ระหว่างวันท่ี 20-22 มกราคม 2561 ณ จงั หวดั ชุมพร
..................................................................................................................................................................... 622
7.15.1 บ่อนา้ พุร้อนถ้าเขาพลู จังหวัดชุมพร.............................................................................................. 622
7.15.2 จดุ ชมวิวเขาโพงพาง อทุ ยานแหง่ ชาติหมเู่ กาะชมุ พร จังหวดั ชมุ พร................................................ 626
7.15.3 จดุ ชมววิ เขามทั รี สวนตาหนักกรมหลวงชมุ พร และหาดทรายรี จงั หวัดชุมพร ............................... 629
7.15.4 หาดทุ่งวัวแล่น จงั หวดั ชมุ พร......................................................................................................... 632
บทท่ี 8 ผลการจัดประชมุ กลุ่มย่อยเพื่อรบั ฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะสาหรับประกอบการจดั ทาแผนแมบ่ ท
การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ............................................................................... 636
8.1 ผลการจัดประชุมกลมุ่ ย่อยเพ่ือรบั ฟงั ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะสาหรบั ประกอบการจัดทาแผนแมบ่ ท
การพัฒนาการท่องเท่ยี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครง้ั ท่ี 1 ภาคตะวันออก) ................................... 636
8.2 ผลการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพ่ือรบั ฟงั ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะสาหรับประกอบการจดั ทาแผนแมบ่ ท
การพัฒนาการท่องเทย่ี วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครั้งที่ 2 ภาคตะวันตก) ..................................... 638
8.3 ผลการจัดประชุมกลมุ่ ย่อยเพื่อรับฟังความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะสาหรบั ประกอบการจดั ทาแผนแมบ่ ท
การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครัง้ ที่ 3 ภาคกลาง)........................................... 639
8.4 ผลการจัดประชุมกลมุ่ ย่อยเพอ่ื รบั ฟังความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะสาหรบั ประกอบการจัดทาแผนแมบ่ ท
การพัฒนาการท่องเทย่ี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครง้ั ที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื )................... 641
8.5 ผลการจดั ประชมุ กลุม่ ย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะสาหรับประกอบการจัดทาแผนแมบ่ ท
การพฒั นาการท่องเทยี่ วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครงั้ ที่ 5 ภาคเหนอื )........................................... 642
8.6 ผลการจดั ประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะสาหรับประกอบการจดั ทาแผนแม่บท
การพฒั นาการท่องเที่ยวทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครงั้ ท่ี 6 ภาคใต)้ ............................................... 644

xii

8.7 ภาพรวมผลการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพ่ือรบั ฟังความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะสาหรบั ประกอบการจัดทาแผน
แมบ่ ทการพฒั นาการท่องเท่ียวทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ทั้งประเทศ............................................... 646
บทที่ 9 รายงานการประชมุ เพื่อรับฟังความคิดเหน็ ต่อข้อเสนอรา่ งแผนแม่บทการพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วทางน้าของ
ไทย พ.ศ. 2560-2564 รา่ งแผนปฏิบัตกิ ารพฒั นาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564)
จากผูท้ เ่ี กย่ี วข้องดา้ นการท่องเทย่ี วทุกภาคสว่ นทงั้ ภาครฐั ภาคเอกชน ภาควชิ าการ และผู้แทนท้องถิน่ ............. 657
บทท่ี 10 ผลการจัดประชมุ เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพนั ธ์แผนแม่บทการพฒั นาการท่องเทีย่ วทางน้าของไทย พ.ศ.
2560-2564 และแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวทางนา้ ของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564).......... 677
ภาคผนวก รายชือ่ ผเู้ ข้าร่วมการประชมุ เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพนั ธ์แผนแมบ่ ทการพัฒนาการท่องเทยี่ วทางน้า
ของไทย พ.ศ.2560-2564 และแผนปฏบิ ัตกิ ารพัฒนาการท่องเทยี่ วทางนา้ ของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 –
2564) ............................................................................................................................................................... 699

1

บทท่ี 1 แผนการด้าเนนิ งานโครงการ

1.1 หลกั การและเหตผุ ล

ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้าท่ีมีชื่อเสียง ด้วยข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์
และสภาพภูมิประเทศของไทยที่มีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและแม่น้าจานวนมากกระจายอยู่ท่ัวทุกภาคของ
ไทย โดยมีความยาวของชายฝ่ังทะเล ท้ังฝ่ังอ่าวไทยและอันดามัน รวมถึงช่องแคบมะละกาตอนเหนือ ทั้งสิ้นกว่า
3,148.23 กิโลเมตร ครอบคลุม 23 จังหวัด และยังมีบริเวณลุ่มแม่น้าสาคัญท่ัวประเทศจานวน 25 แห่งและลุ่มแม่
น้าย่อยจานวน 254 แห่ง จึงทาให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์ใน
การท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกของไทย จนกลายเป็นแหล่งท่องเท่ียวทางทะเลท่ี
ติดอันดับโลก ในขณะเดียวกันการท่องเที่ยวในแม่น้าลาคลองของไทยซ่ึงเป็นผลจากวัฒนธรรมลุ่มแม่น้าก็ได้รับ
ความนิยมจากนักท่องเที่ยวจนได้ชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออก (ข้อมูลจากรายงานภาวะเศรษฐกิจท่องเที่ยว ฉบับท่ี 2
เดือนตลุ าคม – ธนั วาคม 2558 สานักงานปลดั กระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา)

ในปจั จบุ ันการท่องเที่ยวทางน้า โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางทะเลและชายหาด รวมถึงการท่องเที่ยวด้วย
เรือสาราญ มีแนวโน้มการขยายตัวในเอเชียมากขึ้น มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ร้อยละ 8.5 และมีการขยายตัว
ประมาณรอ้ ยละ 34 โดยมกี ารคาดการณ์จานวนนักท่องเที่ยวเรือสาราญในปี 2558 จานวน 2 ล้านคน และคาดว่า
จะเพ่ิมขึ้นเป็น 2.5 ล้านคนในปี 2562 โดยจานวนเที่ยวเรือที่จะแวะไทยจะมีจานวน 365 เที่ยวจากจานวนเที่ยว
เรือทั้งส้ิน 3,280 เท่ียว หรือคิดเป็นร้อยละ 11.13 ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะได้รับความสนใจจากบริษัทเดินเรือ
สาราญระหว่างประเทศหลายรายในการเป็นจุดแวะเท่ียวของนักท่องเที่ยว ซ่ึงจะเป็นโอกาสท่ีไทยจะกระตุ้น
อตุ สาหกรรมทอ่ งเท่ียวทางทะเลของประเทศให้เติบโต แตด่ ว้ ยขอ้ จากัดหลายประการทาให้ไทยเป็นเพียงท่าเรือแวะ
พักทค่ี อยตอ้ นรับนักทอ่ งเทยี่ วทเ่ี ดนิ ทางมากบั เรือสาราญขนาดใหญเ่ ทา่ น้ัน สาหรบั การท่องเที่ยวตามแม่น้าลาคลอง
เพื่อชมวถิ ชี ีวติ ชมุ ชนทีอ่ ยสู่ องฝง่ั หรอื การเยยี่ มชมตลาดนา้ รวมถึง การผจญภัยดว้ ยการลอ่ งแกง่ หรือแวะพักค้างคืน
ในบรรยากาศป่าริมแม่น้า เม่ือเทียบกับจานวนแม่น้าลาคลองท่ีมีอยู่ของไทยและจานวนนักท่องเท่ียวท่ีใช้บริการ
ล่องเรือตามแม่น้าลาคลองยังมีสัดส่วนท่ีน้อย นอกจากนี้ แม้ว่าหลายหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและ
ภาคเอกชนได้เล็งเห็นถึงความสาคัญและได้ดาเนินการเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า อาทิ กรุงเทพมหานคร มี
โครงการพัฒนาท่าเรอื โดยสารเพื่อศกั ยภาพในการรองรับผโู้ ดยสารและเพื่อเช่อื มโยงการคมนาคมพัฒนาทัศนียภาพ
รมิ นา้ เพอ่ื ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ริมแม่น้าเจ้าพระยา กรมเจ้าท่าดาเนินโครงการจัดมหกรรมเรือสาราญและมารี
น่าเพ่ือเป็นการดึงดูดการท่องเที่ยวและกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬามีนโยบายและมาตรการส่งเสริมการ
ท่องเที่ยวเรือสาราญ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยยังคงประสบปัญหาและอุปสรรค
เนื่องจากขาดการบูรณาการการทางานร่วมกันของแต่ละหน่วยงานขาดเอกภาพและเป้าหมายการพัฒนาที่ชัดเจน
และย่ังยืนรวมทั้งข้อจากัดในด้านโครงสร้างพื้นฐานและส่ิงอานวยความสะดวกท่ีไม่เพียงพอและไม่มีคุณภาพ ขาด

2

ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการให้บริการที่เก่ียวข้องเช่ือมโยงกันอย่างเป็นระบบ ตลอดจนขาดข้อมูล
พื้นฐานทีจ่ าเป็นหลายมติ ิท้งั ด้านอุปสงค์และอุปทานของการท่องเท่ียวทางน้า ข้อจากัดของกฎหมายและมาตรการ
ท่เี กย่ี วขอ้ งขาดการวางผงั เมืองและการใช้ประโยชน์ท่ีดิน รวมทั้งขาดการศึกษาผลกระทบต่อสังคมและส่ิงแวดล้อม
เป็นตน้

ดังนั้น จึงจาเป็นต้องมีการศึกษาเพ่ือจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย (Water-
based and Marine Tourism) ให้ครอบคลุมทุกมิติการพัฒนา อาทิ การพัฒนาสินค้าและบริการท่องเท่ียว การ
บรหิ ารจัดการการท่องเทย่ี ว การใชป้ ระโยชน์พ้ืนที่ริมฝ่ังแม่น้าการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน สิ่งอานวยความสะดวก
และระบบโลจิสติกส์เพื่อสนับสนุนการท่องเท่ียวทางน้า รวมไปถึงการพัฒนารูปแบบการท่องเท่ียวที่มีกิจกรรมการ
ทอ่ งเที่ยวทางน้าท้ังทางทะเล เชน่ การท่องเที่ยวทางเรือสาราญ (Cruise and Yacht) การท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่ง
ทะเล และทางนา้ เชน่ แม่นา้ ลาคลอง เขื่อน เปน็ ตน้ และในมติ อิ นื่ ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง เพื่อช่วยในการวางเป้าหมายการ
ท่องเที่ยวทางน้าของไทย กาหนดยุทธศาสตร์ แนวทางปฏิบัติและแผนงาน/โครงการท่ีชัดเจนให้กับหน่วยงานที่
เก่ียวข้องท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมให้สามารถนาไปเป็นแผนเพ่ือใช้ในการดาเนินการได้อย่าง
สอดคลอ้ งและเป็นไปในทศิ ทางเดยี วกันโดยใหค้ วามสาคญั กบั การมีสว่ นร่วมของทกุ ภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง ซึ่งส่งผลให้
การทอ่ งเทยี่ วทางน้าของไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ
กระจายรายไดใ้ หก้ ับประชาชนในทุกระดับ ตลอดจนรักษาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างย่ังยืน
จากกลุ่มนักท่องเที่ยวทางน้าท่ีมีคุณภาพ อีกทั้งยังช่วยสืบสานศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยท่ีอาศัยอยู่
รมิ นา้ มาชา้ นาน

1.2 วตั ถปุ ระสงค์

2.1 เพื่อจดั ทาแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเทีย่ วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564
2.2 เพ่ือจดั ทาแผนปฏิบตั กิ ารพฒั นาการทอ่ งเทีย่ วทางนา้ ของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564)
2.3 เพ่ือกาหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยโดยครอบคลุมทุกมิติการพัฒนาการ
ทอ่ งเทย่ี วทางนา้ ในภาพรวม
2.4 เพือ่ จดั ทาโครงสร้างข้อมูลการท่องเทีย่ วทางน้าของไทย

1.3 ขอบเขตของการด้าเนินงาน

3.1 ศึกษา ทบทวน วิเคราะห์และประเมินทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยท่ีผ่านมา (พ.ศ.
2555-2559) ตลอดจนทิศทางการพัฒนาในอนาคต อาทิ วิสัยทัศน์การท่องเท่ียวไทย 20 ปี (พ.ศ. 2579) และทิศ
ทางการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2560-2564) เพ่ือใช้เป็น
กรอบแนวทางในการจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 และก่อให้เกิด
ความสอดคลอ้ งในแนวทางการปฏิบตั ิ

3

3.2 ศึกษาและประเมินผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบริบทท่ีเปลี่ยนแปลงไป ท้ังปัจจัยทางเศรษฐกิจ
สงั คมและสิง่ แวดลอ้ มท้ังภายในประเทศ ระดับภูมิภาคและระดับโลก ท่ีคาดว่าจะกระทบต่อการท่องเท่ียวของไทย
ทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560- 2564

3.3 ศึกษา วิเคราะห์ และถอดบทเรียนประเทศกรณีศึกษาตัวอย่างท่ีดี (Best Practice) ในด้านการ
พัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการจัดทาร่างแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของ
ไทย พ.ศ. 2560-2564

3.4 สัมภาษณ์เชิงลึกผู้เช่ียวชาญและ/หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มี
ความรู้เก่ียวกับการจัดการท่องเที่ยวทางน้า จานวนไม่น้อยกว่า 30 คน เพื่อรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นสาหรับ
ประกอบการจดั ทาขอ้ เสนอแผนแมบ่ ทการพฒั นาการท่องเทย่ี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564

3.5 สัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญและ/หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจานวนไม่น้อยกว่า 20 คน เพื่อรวบรวมข้อมูล
ความคิดเห็นและสรุปผลเก่ียวกับจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของกิจกรรมท่องเท่ียวเรือสาราญ (Yacht
Tourism)

3.6 ศึกษาพ้ืนท่ีที่มีศักยภาพและ/หรือพ้ืนท่ีที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าใน
อนาคต ทั้งทางทะเลและแม่น้า พร้อมทั้งวิเคราะห์ศักยภาพตลอดจนความพร้อมของพ้ืนท่ีในการพัฒนาการ
ทอ่ งเที่ยวทางน้าทง้ั ระบบของไทย และสรุปผลการศกึ ษา มรี ายละเอยี ด ดังนี้

3.6.1 ลงพ้นื ที่ จานวน 7 ภมู ภิ าค ดงั นี้ ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาค
ตะวนั ตก ภาคใต้ฝ่งั ทะเลตะวนั ตก ภาคใตฝ้ ัง่ ทะเลตะวันออก และภาคกลาง

3.6.2 ลงพ้นื ทอี่ ย่างนอ้ ยภาคละ 2 ครงั้ และครง้ั ละไม่น้อยกวา่ 3 วัน
3.6.3 ทปี่ รึกษาจะต้องเป็นผูร้ บั ผิดชอบคา่ ใช้จ่ายในการดาเนนิ งานทง้ั หมด ดังนี้

(1) คา่ ทีพ่ กั สาหรับคณะท่ีปรึกษา (พักค่)ู
(2) ค่าเชา่ รถตู้ปรบั อากาศพรอ้ มคา่ น้ามนั เช้ือเพลิง
(3) คา่ อาหารครบม้ือ สาหรับคณะทีป่ รึกษา
(4) คา่ ใชจ้ า่ ยอนื่ ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ ง
3.7 จัดประชมุ กลุ่มย่อยเพื่อรบั ฟงั ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะสาหรับประกอบการจัดทาแผนแม่บทการ
พฒั นาการท่องเทย่ี วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยในระยะ
5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) ของผู้มสี ่วนไดเ้ สยี และผมู้ ีสว่ นเกยี่ วขอ้ งด้านการท่องเท่ียวและการท่องเท่ียวทางน้า ทุก
ภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และผู้แทนจากท้องถิ่น รวมทั้งจัดทาสรุปผลการจัดประชุม มี
รายละเอียด ดังน้ี
3.7.1 จัดประชุมในพ้ืนที่ที่มีการจัดการท่องเท่ียวทางน้าในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคใต้ และภาคกลาง จานวนรวมอย่างนอ้ ย 6 ครงั้

4

3.7.2 มีผูเ้ ข้ารว่ มประชุมจานวนครัง้ ละไมน่ อ้ ยกวา่ 70 คน
3.7.3 สถานท่ีจัดประชุมต้องเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวข้ึนไปหรือสถานท่ีของภาคเอกชนหรือ
หน่วยงานภาครฐั ท่สี ามารถรองรบั การจดั ประชุมได้
3.7.4 ทีป่ รกึ ษาเปน็ ผรู้ บั ผิดชอบค่าใชจ้ ่ายในการดาเนินงานทงั้ หมด ดังนี้

(1) ค่าอาหารว่างและเคร่ืองดื่ม สาหรับผเู้ ข้าร่วมประชุม และคณะทป่ี รกึ ษา จานวน 2 มอื้
(2) ค่าอาหารครบมอ้ื สาหรบั ผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ และคณะทีป่ รกึ ษา
(3) ค่าจดั ทาเอกสารประกอบการประชุม สาหรบั ผเู้ ข้ารว่ มประชุม
(4) ค่าท่พี ัก สาหรับผเู้ ขา้ ร่วมประชุมภาคเอกชน ไม่น้อยกวา่ 30 คน (พกั ค)ู่
(5) คา่ ทพี่ กั สาหรับคณะท่ีปรกึ ษา จานวน 16 คน (พักค)ู่
(6) คา่ ใช้จ่ายอ่นื ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
3.8 สังเคราะห์และจัดทาร่างเอกสาร ดังน้ี
3.8.1 ร่างแผนแมบ่ ทการพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564
3.8.2 ร่างแผนปฏบิ ัติการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564)
ประกอบด้วย อาทิ (1) ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา (2) หลักเกณฑ์และแนวทางในการจัดทาแผนงาน/
โครงการเพื่อขับเคล่ือนแผนปฏิบัติการฯ (3) ข้อเสนอ Roadmap การพัฒนาในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) (4)
ข้อเสนอแผนงาน/ โครงการ/ กิจกรรมที่สาคัญ (Key initiatives) (5) งบประมาณ (6) หน่วยงานรับผิดชอบ (7)
แนวทางการบริหารและขับเคล่ือนแผน การบูรณาการการดาเนินงานในทุกระดับการพัฒนา และทุกภาคส่วน ใน
ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) เป็นต้น
3.9 จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอร่างแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย
พ.ศ. 2560-2564 รา่ งแผนปฏิบตั ิการพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วทางนา้ ของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) จากผู้
ที่เก่ียวข้องด้านการท่องเท่ียวทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และผู้แทนท้องถ่ิน รวมท้ังจัดทา
สรปุ ผลการประชมุ ฯ มรี ายละเอียด ดังนี้
3.9.1 จัดประชมุ จานวนอย่างน้อย 1 ครง้ั
3.9.2 มผี ู้เข้าร่วมประชุมจานวนรวมไมน่ ้อยกว่า 200 คน
3.9.3 สถานทจ่ี ดั ประชมุ เป็นโรงแรมระดบั 3 ดาวขึ้นไปในกรงุ เทพมหานครหรือปริมณฑล
3.9.4 ท่ีปรึกษาเป็นผูร้ บั ผิดชอบคา่ ใช้จ่ายในการดาเนนิ งานท้งั หมด ดงั นี้
(1) คา่ อาหารว่างและเคร่ืองดื่ม สาหรับผู้เข้าร่วมประชุมและคณะทีป่ รึกษา จานวน 2 มอื้
(2) ค่าอาหารไม่ครบมอ้ื สาหรับผู้เข้ารว่ มประชุมและคณะที่ปรกึ ษา
(3) ค่าท่พี ัก สาหรบั ผเู้ ขา้ ร่วมการประชุมภาคเอกชนที่เดินทางจากต่างจังหวัด จานวนไม่
น้อยกว่า 44 คน (พกั คู่)

5

(4) คา่ ทพี่ ัก สาหรบั คณะที่ปรึกษา (พกั ค่)ู จานวน 16 คน
(5) คา่ จัดทาเอกสารประกอบการประชุมสาหรับผเู้ ข้าร่วมประชมุ
(6) คา่ ใชจ้ า่ ยอื่น ๆ ที่เก่ียวข้อง
3.10 จดั ทา 1) แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 และ 2) แผนปฏิบัติ
การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) ประกอบด้วย อาทิ (1) ยุทธศาสตร์
และแนวทางการพฒั นา (2) หลักเกณฑ์และแนวทางในการจัดทาแผนงาน/โครงการเพ่ือขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการฯ
(3) ข้อเสนอ Roadmap การพัฒนาในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) (4) ข้อเสนอแผนงาน/ โครงการ/ กิจกรรมที่
สาคัญ (Key initiatives) (5) งบประมาณ (6) หน่วยงานรับผิดชอบ (7) แนวทางการบริหารและขับเคลื่อนแผน
การบูรณาการการดาเนนิ งานในทกุ ระดบั การพัฒนา และทุกภาคส่วน ในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) เป็นต้น
เพอื่ เปน็ เอกสารสาหรบั ใหห้ น่วยงานท่ีเกย่ี วข้องใช้ประโยชน์ในการขับเคลอื่ นแผนไปสกู่ ารปฏบิ ัติ
3.11 จัดทาโครงสร้างขอ้ มูลการท่องเท่ียวทางน้าของไทยด้าน Supply Side ทั้งในรูปแบบ Soft file และ
Hard Copy
3.12 จัดประชุมเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ.
2560-2564 และแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) รวมทั้ง
สรุปผลการประชมุ มีรายละเอียด ดงั น้ี
(1) มกี ลุ่มเปา้ หมาย อาทิ สือ่ มวลชนและ/หรอื ผ้ทู ่มี สี ่วนเกย่ี วขอ้ ง เป็นจานวนไม่นอ้ ยกว่า 50 คน
(2) ทป่ี รึกษาเปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบคา่ ใช้จ่ายในการดาเนินงานทง้ั หมด ดังน้ี
(1) ค่าอาหารว่างและเคร่ืองด่ืม สาหรับผเู้ ข้ารว่ มประชมุ และคณะท่ปี รกึ ษา จานวน 2 มอ้ื
(2) ค่าอาหารไมค่ รบมือ้ สาหรับผูเ้ ขา้ รว่ มประชมุ และคณะทป่ี รกึ ษา
(3) ค่าจดั ทาเอกสารประกอบการประชมุ สาหรบั ผูเ้ ข้าร่วมประชุม
(4) คา่ ใช้จ่ายอน่ื ๆ ท่เี ก่ยี วขอ้ ง

1.4 ระเบยี บวิธวี ิจัย ประชากร กลุม่ ตัวอย่าง

การศึกษาครง้ั นี้ ใชร้ ะเบยี บวิธีวจิ ยั ในรปู แบบการวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ โดย

1.4.1 การศกึ ษาทบทวนเอกสาร

- ศกึ ษา และทบทวนข้อมลู ท่เี ก่ยี วขอ้ งกับการท่องเท่ียวทางน้าของไทย
- ศกึ ษา และทบทวนวิสยั ทศั น์การทอ่ งเท่ียวไทย 20 ปี (พ.ศ. 2579) และทิศทางการพัฒนาการท่องเท่ียวไทย
ตามแผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564)
- ศึกษา วิเคราะห์ และประเมินทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยที่ผ่านมา (พ.ศ. 2555-
2559) ตลอดจนทศิ ทางการพฒั นาในอนาคต

6

- ศึกษา และประเมนิ ผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปท่ีคาดว่าจะกระทบต่อการ
ทอ่ งเทย่ี วของไทยทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560- 2564

- ศึกษา และวิเคราะห์ประเทศกรณีศึกษาตัวอย่างที่ดี (Best Practice) ในด้านการพัฒนาการ
ท่องเท่ียวทางน้า

1.4.2 การสัมภาษณ์เชงิ ลึก (In-depth Interview)

- สัมภาษณ์เชิงลึกผู้เช่ียวชาญและ/หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้องจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนท่ีมีความรู้
เกีย่ วกับการจัดการท่องเท่ียวทางน้า จานวนไม่น้อยกว่า 30 คน

- สมั ภาษณเ์ ชิงลกึ ผเู้ ช่ยี วชาญและ/หรือผ้มู สี ว่ นเกี่ยวข้องจานวนไม่น้อยกว่า 20 คน
- ศึกษาพ้ืนที่ที่มีศักยภาพและ/หรือพื้นที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าใน
อนาคต พร้อมท้ังวิเคราะห์ศักยภาพตลอดจนความพร้อมของพื้นท่ีในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าทั้งระบบของ
ไทย และสรปุ ผลการศึกษา โดยลงพื้นท่ี จานวน 7 ภูมิภาค ดังนี้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาค
ตะวันตก ภาคใต้ฝั่งทะเลตะวันตก ภาคใต้ฝั่งทะเลตะวันออก และภาคกลาง อย่างน้อยภาคละ 2 ครั้ง และคร้ังละ
ไม่น้อยกวา่ 3 วนั

1.4.3 จดั ประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group)

- รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะสาหรับประกอบการจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทาง
น้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 –
2564) ของผู้มสี ่วนไดเ้ สีย และผู้มีส่วนเก่ียวข้องด้านการท่องเท่ียวและการท่องเที่ยวทางน้า ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ
ภาคเอกชน ภาควชิ าการ และผแู้ ทนจากท้องถน่ิ

- จดั ประชมุ ในพ้ืนทที่ ีม่ กี ารจัดการท่องเท่ียวทางนา้ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันตก ภาคใต้ และภาคกลาง จานวนรวมอย่างน้อย 6 คร้ัง โดยผู้เข้าร่วมประชุมจานวนคร้ังละไม่น้อยกว่า
70 คน

1.5 ขนั ตอนการดา้ เนินงาน

ในการดาเนนิ งานมีแผนการดาเนินงาน ดงั น้ี
5.1 ประชุมคณะผู้วิจัยเพื่อวางแผนการดาเนินงานโครงการจ้างท่ีปรึกษาดาเนินการจัดทาแผนแม่บทการ
พฒั นาการทอ่ งเทีย่ วทางน้าของไทย พ.ศ.2560-2564
5.2 ศึกษา ทบทวน วิเคราะห์และประเมินทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยท่ีผ่านมา (พ.ศ.
2555-2559) ตลอดจนทิศทางการพัฒนาในอนาคต อาทิ วิสัยทัศน์การท่องเที่ยวไทย 20 ปี (พ.ศ. 2579) และทิศ
ทางการพัฒนาการท่องเท่ียวไทยตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2560-2564) เพ่ือใช้เป็น

7

กรอบแนวทางในการจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย (พ.ศ. 2560-2564) และก่อให้เกิด
ความสอดคล้องในแนวทางการปฏบิ ตั ิ

5.3 จัดทาและส่งมอบรายงานขนั ตน้ (Inception Report) (งวดที่ 1)
5.4 ศึกษาและประเมินผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบริบทท่ีเปล่ียนแปลงไป ทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจ
สงั คมและสงิ่ แวดล้อมท้ังภายในประเทศ ระดับภูมิภาคและระดับโลก ท่ีคาดว่าจะกระทบต่อการท่องเท่ียวของไทย
ทางนา้ ของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564
5.5 ศึกษา วิเคราะห์ และถอดบทเรียนประเทศกรณีศึกษาตัวอย่างท่ีดี (Best Practice) ในด้านการ
พัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าเพ่ือใช้เป็นกรอบแนวทางการจัดทาร่างแผนแม่บทการพัฒนาการ ท่องเท่ียวทางน้าของ
ไทย พ.ศ. 2560-2564
5.6 จดั ทาและสง่ มอบรายงานศึกษาความกา้ วหนา้ (Progress Report) (งวดท่ี 2)
5.7 สัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญและ/หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้องจากหน่วยงานท้ังภาครัฐและภาคเอกชนที่มี
ความรู้เก่ียวกับการจัดการท่องเที่ยวทางน้าจานวนไม่น้อยกว่า 30 คน เพื่อรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นสาหรับ
ประกอบการจดั ทาข้อเสนอแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ยี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564
5.8 สัมภาษณเ์ ชิงลกึ ผูเ้ ชย่ี วชาญและ/หรอื ผู้มีส่วนเก่ยี วข้องจานวนไม่น้อยกว่า 20 คน เพื่อรวบรวมข้อมูล
ความคิดเห็นและสรุปผลเกี่ยวกับจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของกิจกรรมท่องเท่ียวเรือสาราญ (Yacht
Tourism)
5.9 ศึกษาพื้นที่ท่ีมีศักยภาพและ/หรือพื้นที่ท่ีคาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าใน
อนาคต ท้ังทางทะเลและแม่น้าในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคใต้ ฝั่ง
ทะเลตะวันตก ภาคใตฝ้ งั่ ทะเลตะวันออก และภาคกลาง จานวนอย่างนอ้ ยภาคละ 2 ครงั้ รวมท้ังวิเคราะห์ศักยภาพ
ตลอดจนความพรอ้ มของพ้ืนที่ในการพัฒนาการทอ่ งเท่ยี วทางนา้ ท้ังระบบของไทย โดยที่ปรึกษาจะเป็นผู้รับผิดชอบ
ค่าใชจ้ า่ ยในการดาเนนิ งานทั้งหมด รวมทง้ั สรุปผลการศึกษาศกึ ษา
5.10 จัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะสาหรับประกอบการจัดทาแผนแม่บท
การพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564
5.11 จัดทาและสง่ มอบรายงานขันกลาง (Interim Report) (งวดที่ 3)
5.12 รา่ งรายงานสรปุ สาหรบั ผู้บรหิ าร (Executive Summary Report)
5.13 ร่างรายงานแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ซ่ึงประกอบด้วย
รา่ งผลการดาเนินงานตามขอบเขตของงาน ต้ังแตต่ ้นจนจบ และรูปภาพ/กราฟประกอบ
5.14 ร่างแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564)
ประกอบด้วย (1) ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา (2) หลักเกณฑ์และแนวทางในการจัดทาแผนงาน/โครงการ
เพื่อขับเคล่ือนแผนปฏิบัติการฯ (3) ข้อเสนอ Roadmap การพัฒนาในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) (4) ข้อเสนอ

8

แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมทสี่ าคัญ (Key initiatives) (5) งบประมาณ (6) หน่วยงานรับผิดชอบ (7) แนวทางการ
บริหารและขับเคลื่อนแผน การบูรณาการการดาเนินงานในทุกระดับการพัฒนา และทุกภาคส่วน ในระยะ 5 ปี
(พ.ศ. 2560 – 2564) เปน็ ตน้

5.15 ร่างรายงานโครงสร้างข้อมูลการท่องเทยี่ วทางน้าของไทยดา้ น Supply Side
5.16 จัดทาและสง่ มอบร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Draft Final Report) (งวดที่ 4)
5.17 จัดทาเอกสารรายงานเสร็จสิ้นภารกิจการดาเนินโครงการ ซ่ึงประกอบด้วย (1) รายงานสรุปสาหรับ
ผู้บริหาร (Executive Summary Report) และ (2) รายงานการดาเนินการตามขอบเขตของงานพร้อมปัญหา
อุปสรรค ประโยชน์และความคุ้มค่าที่จะได้รับจากการดาเนินโครงการอย่างเป็นรูปธรรม ข้อเสนอแนะจากการ
ดาเนนิ งานการจา้ งตั้งแต่ตน้ จนจบและรปู ภาพ/กราฟประกอบ
5.18 จัดทาเอกสารรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ซึ่งประกอบด้วย รายงานสรุปผลการศึกษา
วิเคราะห์ตามขอบเขตของงานท้ังหมด ตั้งแต่ต้นจนจบ และผลการจัดประชุมเพ่ือเผยแพร่และประชาสัมพันธ์แผน
แม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ.2560-2564 และแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564)
5.19 จัดทาเอกสารรายงานแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ.2560-2564 และ
แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) ประกอบด้วย อาทิ (1)
ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา (2) หลักเกณฑ์และแนวทางในการจัดทาแผนงาน/โครงการเพ่ือขับเคล่ือน
แผนปฏิบัติการฯ (3) ข้อเสนอ Roadmap การพัฒนาในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) (4) ข้อเสนอแผนงาน/
โครงการ/ กิจกรรมท่ีสาคัญ (Key initiatives) (5) งบประมาณ (6) หน่วยงานรับผิดชอบ (7) แนวทางการบริหาร
และขับเคล่ือนแผน การบูรณาการการดาเนินงานในทุกระดับการพัฒนา และทุกภาคส่วน ในระยะ 5 ปี (พ.ศ.
2560 – 2564) เปน็ ตน้ เพอ่ื เปน็ เอกสารสาหรับใหห้ นว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้องใช้ประโยชน์ในการขับเคล่ือนแผนไปสู่การ
ปฏิบัตเิ ป็นรปู เล่ม พร้อม DVD ข้อมูลบรรจไุ ฟล์เนอื้ หาดังกล่าวจานวน 150 ชดุ
5.20 จดั ทารายงานโครงสรา้ งข้อมลู การทอ่ งเทีย่ วทางน้าของไทยดา้ น Supply Side
5.21 สง่ มอบผลงาน (งวดท่ี 5)

1.6 แผนการดา้ เนินงาน มิ.ย. ก.ค. ส.ค.
7 มิย – 21 กค
รายการ/ข้อกาหนดขอบเขต
21 ก.ค.
จดั ทาแผนการดาเนนิ งาน
3.1 ศกึ ษา ทบทวน วิเคราะหแ์ ละประเมินทิศทางการพฒั นาการท่องเท่ียวทาง ก.ค. – 4 ก.ย.
น้าของไทยทผ่ี า่ นมา (พ.ศ. 2555-2559) วิสยั ทศั นก์ ารท่องเท่ยี วไทย 20 ปี ก.ค. – 4 ก.ย.
และทิศทางการพัฒนาตามแผนพัฒนาการท่องเท่ยี วแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 ฯ
ส่งมอบงานงวดที่ 1 รายงานขนั้ ตน้ Inception Report *
3.2 ศึกษา ประเมินผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบรบิ ทที่เปลยี่ นแปลงไป *
ทางเศรษฐกจิ สงั คมและสิง่ แวดล้อม ในประเทศ ระดบั ภมู ภิ าคและระดับโลก
3.3 ศกึ ษา วิเคราะห์ และถอดบทเรียนประเทศกรณศี กึ ษาตวั อยา่ งที่ดี (Best
Practice) ในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
สง่ มอบงานงวดท่ี 2 รายงานศึกษาความก้าวหน้า (Progress Report)
3.4 สัมภาษณเ์ ชิงลึกผูเ้ ชีย่ วชาญ ผู้มีส่วนเก่ียวข้องจากหนว่ ยงานภาครัฐและ
ภาคเอกชนทม่ี ีความรูเ้ กี่ยวกับการจดั การทอ่ งเท่ียวทางน้า ไม่นอ้ ยกว่า 30 คน
3.5 สัมภาษณเ์ ชงิ ลกึ ผเู้ ชย่ี วชาญและ/หรือผูม้ ีส่วนเกีย่ วขอ้ งจานวนไม่น้อยกว่า
20 คน เพื่อรวบรวมขอ้ มลู ความคิดเหน็ และสรปุ ผลเกย่ี วกับจดุ แข็ง จุดอ่อน
โอกาส และอุปสรรคของกิจกรรมทอ่ งเทย่ี วเรอื สาราญ (Yacht Tourism)
3.6 ศึกษาพืน้ ที่ท่ีมศี ักยภาพและ/หรือพื้นที่ท่ีคาดว่าจะมศี ักยภาพในการ
พัฒนาการทอ่ งเทย่ี วทางนา้ วิเคราะหศ์ ักยภาพ ความพรอ้ มของพืน้ ที่ในการ
พฒั นาทง้ั ระบบ และสรุปผลการศกึ ษา ในพ้ืนท่ี 7ภาค ภาคละ 2 ครง้ั และคร้งั
ละไม่นอ้ ยกว่า 3 วัน และจดั ทาสรุปผลการประชุม

-ภาคเหนอื ครั้งท่ี 1
-ภาคตะวนั ออก คร้ังที่ 1
-ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ครัง้ ที่ 1
-ภาคตะวนั ตก ครงั้ ที่ 1

9

ปี 2560 ปี 2561
ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย.

4 ก.ย.
ส.ค. – ม.ค.
ส.ค. – ม.ค.

ส.ค. – ม.ค.

*
*

รายการ/ขอ้ กาหนดขอบเขต

ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค.

-ภาคใต้ฝั่งทะเลตะวันตก ครง้ั ที่ 1

-ภาคใต้ฝัง่ ทะเลตะวันออก ครง้ั ที่ 1

-ภาคกลาง ครง้ั ท่ี 1

-ภาคเหนือ ครั้งที่ 2

-ภาคตะวันออก ครง้ั ท่ี 2

-ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ครงั้ ท่ี 2

-ภาคตะวันตก ครัง้ ท่ี 2

-ภาคใต้ฝง่ั ทะเลตะวันตก ครงั้ ท่ี 2

-ภาคใต้ฝ่งั ทะเลตะวันออก ครงั้ ที่ 2

-ภาคกลาง ครัง้ ท่ี 2

3.7 จดั ประชุมกลมุ่ ย่อยฯ ผู้มสี ่วนเก่ียวขอ้ งทุกภาคส่วนในพ้ืนที่ที่มกี ารจดั การ

ท่องเท่ียวทางน้า จานวนรวมอยา่ งน้อย 6 ครง้ั ผ้เู ขา้ ร่วมประชมุ ครั้งละไม่นอ้ ย

กว่า 70 คน รวมทั้งจดั ทาสรุปผลการประชุม

-ภาคเหนอื *

-ภาคตะวันออก *

-ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ

-ภาคตะวันตก

-ภาคใต้

-ภาคกลาง

*จัดทารา่ งแผนแมบ่ ท ฯ และรา่ งแผนปฏิบัติการฯ ให้กรรมการตรวจรบั

พจิ ารณาเห็นชอบ กอ่ นนาไปจดั ประชมุ รับฟงั ความคดิ เห็น)

ส่งมอบงานงวดที่ 3 รายงานฉบบั กลาง Interim Report

3.9 จัดประชุมเพือ่ รับฟังความคิดเห็นตอ่ ขอ้ เสนอร่างแผนแม่บทฯ และร่าง

แผนปฏิบัติการฯ จากผ้ทู ่เี กยี่ วขอ้ ง จัดทาสรุปผลการประชุม จานวนอยา่ งน้อย

10

ปี 2560 ปี 2561

ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย.

*

*

*

*

*

*

*

*

*

*

ส.ค. – ธ.ค.

*
*

*
*

ส.ค. – ม.ค.

1 ก.พ.

*

รายการ/ข้อกาหนดขอบเขต ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค.
1 ครง้ั ผู้เข้าร่วมประชมุ รวมไม่น้อยกว่า 200 คน ในกรุงเทพฯ

3.8 สงั เคราะห์และจัดทา รา่ งแผนแม่บทฯ และ รา่ งแผนปฏบิ ัติการ ฯ

จดั ทารา่ งรายงานโครงสร้างขอ้ มลู การท่องเท่ียวทางน้าของไทยด้าน Supply Side
*สรปุ ผลจดั ประชุมเพ่ือรบั ฟงั ความคิดเหน็ ฯ
สง่ มอบงานงวดที่ 4 ร่างรายงานฉบับสมบรู ณ์ (Draft Final Report)
3.10 จัดทา แผนแมบ่ ทฯ และ แผนปฏิบัติการ ฯ
3.11 จัดทาโครงสร้างข้อมลู การท่องเท่ยี วทางนา้ ของไทยด้าน Supply Side

ประชมุ /แจง้ เวยี น คกก.ตรวจรบั เพื่อเหน็ ชอบแผนก่อนจัดประชุมเผยแพร่

3.12 จดั ประชุมเพือ่ เผยแพร่และประชาสมั พันธแ์ ผนแม่บทฯ และแผนปฏิบัติ
การฯ สรุปผลการประชมุ (สื่อมวลชน/ผู้ทีม่ สี ่วนเกยี่ วข้อง ไม่นอ้ ยกว่า 50 คน
สง่ มอบงานงวดที่ 5

11

ปี 2560 ปี 2561
ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย.

ก.พ. – เม.ย.

2 พ.ค.

W1-5

w3
w4

1 มิ.ย.

12

1.7 ผลทค่ี าดวา่ จะได้รบั

7.1 ไดม้ าซงึ่ แผนแมบ่ ทการพัฒนาการท่องเท่ยี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564
7.2 ไดม้ าซง่ึ แผนปฏิบัตกิ ารพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564)
7.3 ได้มาซง่ึ ทิศทางการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยโดยครอบคลุมทุกมิติการพัฒนาการท่องเที่ยว
ทางน้าในภาพรวม
7.4 ไดม้ าซึง่ โครงสรา้ งข้อมูลการทอ่ งเที่ยวทางนา้ ของไทย
ทั้งนี้ เพื่อให้รัฐบาลนาแผนดังกล่าวไปใช้เป็นกรอบและแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทยไดอ้ ย่างครอบคลมุ ทุกมิติ

1.8 ผลงานที่จะสง่ มอบ

การสง่ มอบแบ่งออกเปน็ 5 งวด ดงั น้ี
1.8.1 งวดที่ 1 ส่งมอบรายงานขันต้น (Inception Report) เป็นรูปเล่มและ DVD จานวน 7 ชุด
ภายในระยะเวลา 45 วัน นับถดั จากวันลงนามในสญั ญา เนอ้ื หาประกอบดว้ ย

1) แผนการดาเนนิ งานโครงการ
2) ผลการศึกษา ทบทวน วเิ คราะหแ์ ละประเมินทิศทางการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยท่ี
ผ่านมา (พ.ศ. 2555-2559) ตลอดจนทิศทางการพัฒนาในอนาคต อาทิ วิสัยทัศน์การท่องเที่ยวไทย 20 ปี (พ.ศ.
2579) และทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยตามแผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2560 -
2564) เพ่ือใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย (พ.ศ. 2560 -
2564) และกอ่ ใหเ้ กิดความสอดคล้องในแนวทางการปฏิบตั ิ
1.8.2 งวดท่ี 2 ส่งมอบรายงานศกึ ษาความก้าวหน้า (Progress Report) เป็นรูปเล่มและ DVD จานวน
7 ชดุ ภายในระยะเวลา 90 วัน นบั ถดั จากวนั ลงนามในสัญญา เนอ้ื หาประกอบด้วย
1) ผลการศึกษาและประเมนิ ผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบริบทท่ีเปลี่ยนแปลงไป ทั้งปัจจัย
ทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมท้ังภายในประเทศ ระดับภูมิภาคและระดับโลก ท่ีคาดว่าจะกระทบต่อการ
ทอ่ งเทย่ี วของไทยทางนา้ ของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564
2) ผลการศกึ ษา วิเคราะห์ และถอดบทเรียนประเทศกรณีศึกษาตัวอย่างที่ดี (Best Practice) ใน
ด้านการพฒั นาการทอ่ งเทีย่ วทางน้าเพ่ือใช้เป็นกรอบแนวทางการจัดทาร่างแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทาง
น้าของไทย พ.ศ. 2560-2564
1.8.3 งวดท่ี 3 ส่งมอบรายงานขันกลาง (Interim Report) เป็นรูปเล่มและ DVD จานวน 7 ชุด
ภายในระยะเวลา 240 วัน นบั ถัดจากวนั ลงนามในสัญญา เนื้อหาประกอบดว้ ย

13

1) ผลการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เช่ียวชาญและ/หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้องจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและ
ภาคเอกชนท่ีมีความรู้เก่ียวกับการจัดการท่องเท่ียวทางน้าจานวนไม่น้อยกว่า 30 คน เพื่อรวบรวมข้อมูลความ
คิดเห็นสาหรบั ประกอบการจัดทาขอ้ เสนอแผนแมบ่ ทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564

2) ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลึก ผ้เู ชย่ี วชาญและ/หรอื ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจานวนไม่น้อยกว่า 20 คน เพื่อ
รวบรวมข้อมูลความคิดเห็นและสรุปผลเกี่ยวกับจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของกิจกรรมท่องเท่ียวเรือ
สาราญ (Yacht Tourism)

3) ผลการศึกษาพ้ืนที่ท่ีมีศักยภาพและ/หรือพื้นที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการ
ท่องเท่ียวทางน้าในอนาคต ทั้งทางทะเลและแม่น้าในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาค
ตะวนั ตก ภาคใตฝ้ ่ังทะเลตะวนั ตก ภาคใตฝ้ ่ังทะเลตะวันออก และภาคกลาง จากการลงพ้ืนท่ีจานวนอย่างน้อยภาค
ละ 2 คร้ัง รวมท้ังวเิ คราะห์ศักยภาพตลอดจนความพร้อมของพื้นท่ีในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าท้ังระบบของ
ไทย โดยท่ปี รึกษาจะต้องเป็นผรู้ ับผดิ ชอบค่าใช้จา่ ยในการดาเนินงานท้งั หมด รวมท้ังสรปุ ผลการศึกษาศึกษา

4) ผลการจดั ประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะสาหรับประกอบการจัดทา
แผนแมบ่ ทการพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564

1.8.4 งวดที่ 4 ส่งมอบร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Draft Final Report) เป็นรูปเล่มและ DVD จานวน
7 ชุด ภายในระยะเวลา 330 วนั นับถัดจากวันลงนามในสญั ญา เนือ้ หาประกอบด้วย

1) ร่างรายงานสรุปสาหรบั ผูบ้ รหิ าร (Executive Summary Report)
2) ร่างรายงานแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ซ่ึง
ประกอบด้วย ร่างผลการดาเนินงานตามขอบเขตของงาน ต้งั แต่ต้นจนจบ และรปู ภาพ/กราฟประกอบ
3) ร่างแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564)
ประกอบด้วย (1) ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา (2) หลักเกณฑ์และแนวทางในการจัดทาแผนงาน/โครงการ
เพ่ือขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการฯ (3) ข้อเสนอ Roadmap การพัฒนาในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) (4) ข้อเสนอ
แผนงาน/โครงการ/กจิ กรรมท่ีสาคัญ (Key initiatives) (5) งบประมาณ (6) หน่วยงานรบั ผดิ ชอบ (7) แนวทางการ
บริหารและขับเคล่ือนแผน การบูรณาการการดาเนินงานในทุกระดับการพัฒนา และทุกภาคส่วน ในระยะ 5 ปี
(พ.ศ. 2560 – 2564) เปน็ ตน้
4) รา่ งรายงานโครงสร้างข้อมูลการท่องเทย่ี วทางนา้ ของไทยด้าน Supply Side
1.8.5 งวดที่ 5 ส่งมอบผลงานรายงานภายในระยะเวลา 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
ประกอบด้วย
1) เอกสารรายงานเสร็จส้ินภารกิจการดาเนินโครงการ เป็นรูปเล่ม พร้อม DVD จานวน 7 ชุด
โดยประกอบด้วย

(1) รายงานสรปุ สาหรับผู้บริหาร (Executive Summary Report)

14

(2) รายงานการดาเนินการตามขอบเขตของงานพร้อมปัญหา อุปสรรค ประโยชน์และ
ความคมุ้ ค่าทีจ่ ะได้รับจากการดาเนินโครงการอย่างเป็นรูปธรรม ข้อเสนอแนะจากการดาเนินงานการจ้างตั้งแต่ต้น
จนจบและรปู ภาพ/กราฟประกอบ

2) เอกสารรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) เป็นรูปเล่ม พร้อม DVD จานวน 7 ชุด
ประกอบด้วย รายงานสรุปผลการศึกษา วิเคราะห์ตามขอบเขตของงานท้ังหมด ต้ังแต่ต้นจนจบ และผลการจัด
ประชุมเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ.2560-2564 และ
แผนปฏิบัติการพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564)

3) เอกสารรายงานแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ.2560-2564 และ
แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) ประกอบด้วย อาทิ (1)
ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา (2) หลักเกณฑ์และแนวทางในการจัดทาแผนงาน/โครงการเพ่ือขับเคล่ือน
แผนปฏิบัติการฯ (3) ข้อเสนอ Roadmap การพัฒนาในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) (4) ข้อเสนอแผนงาน/
โครงการ/ กิจกรรมท่ีสาคัญ (Key initiatives) (5) งบประมาณ (6) หน่วยงานรับผิดชอบ (7) แนวทางการบริหาร
และขับเคลื่อนแผน การบูรณาการการดาเนินงานในทุกระดับการพัฒนา และทุกภาคส่วน ในระยะ 5 ปี (พ.ศ.
2560 – 2564) เปน็ ต้น เพ่อื เป็นเอกสารสาหรบั ให้หน่วยงานทเี่ กี่ยวข้องใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนแผนไปสู่การ
ปฏบิ ตั ิเปน็ รปู เลม่ พร้อม DVD ขอ้ มลู บรรจุไฟล์เน้อื หาดงั กล่าวจานวน 150 ชุด

4) รายงานโครงสร้างข้อมูลการท่องเที่ยวทางน้าของไทยด้าน Supply Side ทั้งในรูปแบบ Soft
file และ Hard Copy โดยสง่ มอบงานเปน็ รปู เล่ม พร้อม DVD ขอ้ มูลบรรจุไฟลเ์ นือ้ หาดงั กล่าวจานวน 7 ชดุ

1.9 ระยะเวลาการด้าเนนิ งาน

มีระยะเวลาในการดาเนินงาน 360 วนั นับถัดจากวันลงนามในสญั ญา

1.10 ค่าจ้างและการจ่ายเงนิ

กาหนดการจา่ ยเงินค่าจ้างแบง่ ออกเป็น จานวน 5 งวด ดังนี้
(1) งวดท่ี 1 ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงิน ร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อที่ปรึกษาส่งผลงานท่ีต้องส่ง
มอบขอ้ 8.1 และคณะกรรมการฯ มมี ตริ ับมอบงานเป็นที่เรยี บรอ้ ยแล้ว
(2) งวดท่ี 2 ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงิน ร้อยละ 20 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อท่ีปรึกษาส่งผลงานท่ีต้องส่ง
มอบขอ้ 8.2 และคณะกรรมการฯ มีมตริ บั มอบงานเป็นทเ่ี รียบรอ้ ยแล้ว
(3) งวดที่ 3 ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงิน ร้อยละ 30 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อที่ปรึกษาส่งผลงานท่ีต้องส่ง
มอบข้อ 8.3 และคณะกรรมการฯ มมี ติรับมอบงานเปน็ ทเ่ี รียบร้อยแล้ว
(4) งวดท่ี 4 ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงิน ร้อยละ 25 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เม่ือที่ปรึกษาส่งผลงานท่ีต้องส่ง
มอบขอ้ 8.4 และคณะกรรมการฯ มมี ตริ บั มอบงานเป็นที่เรยี บร้อยแลว้

15

(5) งวดท่ี 5 ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงิน ร้อยละ 15 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อท่ีปรึกษาส่งผลงานที่ต้องส่ง
มอบขอ้ 8.5 และคณะกรรมการฯ มมี ตริ ับมอบงานเป็นท่ีเรียบร้อยแลว้

ท้ังน้ีในการจ่ายค่าจ้างในแต่ละงวด ผู้ว่าจ้างจะหักเงินค่าจ้างไว้ร้อยละ 5 (5%) เพื่อมารวมไว้เป็นเงิน
ประกนั ผลงาน และจะจา่ ยคนื ใหท้ ี่ปรึกษาภายใน 45 วัน นบั จากวนั ตรวจรบั งานงวดสดุ ทา้ ย

16

บทที่ 2 ผลการศึกษา ทบทวน วิเคราะหแ์ ละประเมนิ ทศิ ทางการพัฒนาการท่องเทยี่ วทางน้าของ

ไทยท่ีผ่านมา (พ.ศ. 2555-2559) ตลอดจนทิศทางการพัฒนาในอนาคต อาทิ วิสัยทศั น์การ

ท่องเทีย่ วไทย 20 ปี (พ.ศ. 2579) และทศิ ทางการพฒั นาการท่องเท่ียวไทยตามแผนพัฒนาการ

ท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2560-2564) เพื่อใชเ้ ป็นกรอบแนวทางในการจดั ท้าแผน

แม่บทการพฒั นาการท่องเทีย่ วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 และก่อให้เกิดความสอดคล้องใน

แนวทางการปฏิบตั ิ

การท่องเท่ียวทางน้า (Water-based Tourism) เป็นสาขาหนึ่งของการท่องเที่ยว (Tourism) ซึ่งมี
องค์ประกอบของแหล่งน้าเข้ามาเก่ียวข้องไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้าจืดหรือน้าเค็ม เช่น แม่น้า ลาคลอง บึง ทะเลสาบ
เป็นต้น การแยกประเภทออกมาเป็นการทอ่ งเท่ยี วทางนา้ จึงเป็นการแบ่งลกั ษณะโดยอาศัยลักษณะของสถานที่ซึ่งมี
แหล่งน้าเป็นองค์ประกอบ ไม่ใช่การแบ่งประเภทโดยใช้ลักษณะของกิจกรรม การท่องเท่ียวทางน้าจึงอาจมีความ
คาบเกี่ยวกับการท่องเท่ียวท่ีมีการแบ่งประเภทแบบอ่ืนๆ ได้ ตัวอย่างท่ีเห็นได้ชัด เช่น การท่องเที่ยวเชิงกีฬา
(Sport tourism)ทอ่ี ยู่ลักษณะของการทากจิ กรรมกฬี าทางน้าก็ถือได้ว่าเป็นส่วนหน่ึงของการท่องเที่ยวทางน้า การ
ท่องเท่ียวเชิงผจญภัยซ่ึงหมายถึงการท่องเที่ยวทากิจกรรมในแหล่งท่องเท่ียวทางธรรมชาติก็มีความคาบเก่ียวกับ
การทอ่ งเท่ียวทางน้าเช่นกนั หากกิจกรรมการท่องเทีย่ วเชิงผจญภัยเหล่าน้ันเป็นกิจกรรมการท่องเท่ียวเชิงผจญภัยท่ี
ทาในบริเวณแหล่งทอ่ งเท่ียวทางธรรมชาติทีม่ ีนา้ เปน็ องค์ประกอบอย่างทะเลหรือแมน่ ้าลาคลองเป็นต้น

วรรณกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทางน้าน้ันยังมีไม่มากนักหากเปรียบเทียบกับการท่องเที่ยวตาม
ความสนใจเฉพาะด้านอน่ื ๆ ที่เป็นที่รู้จักกันกว้างขวาง อย่างเช่น การท่องเท่ียวเชิงผจญภัย (Adventure tourism)
การท่องเท่ียวเชิงกีฬา (Sport tourism) การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ (Health and wellness tourism)การ
ท่องเท่ียวเชิงการแพทย์ (Medical tourism) การท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม (Historical and
cultural tourism)เป็นต้น การกาหนดนิยามซึ่งเป็นท่ียอมรับและแน่ชัดจึงยังไม่ชัดเจนนัก นิยามในเบ้ืองต้นของ
การท่องเทยี่ วทางน้าคงตอ้ งพจิ ารณาจากถ้อยคาทัง้ 2 คา คือ “การทอ่ งเทย่ี ว”และ “ทางนา้ ”

คาวา่ “การทอ่ งเท่ยี ว” (Tourism) มนี ิยามท่ีไดร้ ับการยอมรบั ในระดับสากลโดยองค์การการท่องเที่ยวโลก
แห่งสหประชาชาติ (United Nations World Tourism Organization: UNWTO)ได้กาหนดนิยามของ “การ
ท่องเท่ียว” (Tourism)ไว้วา่ “การท่องเท่ยี วประกอบด้วยกิจกรรมของบคุ คลซ่งึ เดินทางและเข้าพักยังสถานที่ซ่ึงมิใช่
สภาพแวดล้อมตามปกติของบุคคลน้ันเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีติดต่อกันเพ่ือวัตถุประสงค์ในการพักผ่อน

17
(Leisure)วัตถุประสงค์ทางธุรกิจ (Business)และวัตถุประสงค์อ่ืนๆ ซึ่งแตกต่างไปจากการประกอบกิจกรรมท่ีได้
ค่าตอบแทนภายในสถานที่ทีเ่ ดินทางไป”1

ส่วนคาว่า “ทางน้า” (Water-based) หากตีความจากถ้อยคาจะสื่อถึงลักษณะขององค์ประกอบด้าน
สถานที่ซึ่งต้องมีองค์ประกอบของแหล่งน้า ในทางวิทยาศาสตร์แหล่งน้าตามธรรมชาติแหล่งน้าธรรมชาติแบ่ง
ออกเป็น 4 ประเภท คือ ประเภทแรก คือ แหล่งน้าในบรรยากาศ (Atmospheric Water) ได้แก่ เมฆ หมอก ฝน
นา้ ค้าง หมิ ะ ลกู เห็บ ประเภททส่ี อง คือ แหลง่ นา้ ผวิ ดิน (Surface Water) ได้แก่ หนอง บึง แม่น้า ทะเล ทะเลสาบ
ประเภทที่สาม คือ แหล่งน้าใต้ดิน (Ground Water) เป็นน้าท่ีสะสมอยู่ในชั้นของดินและหินและประเภทที่ส่ี คือ
นา้ ทีเ่ ป็นส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Water) ได้แก่ น้าที่เป็นองค์ประกอบทางเคมี หรือเป็นองค์ประกอบใน
แร่ หนิ และดนิ 2คาว่าแหล่งนา้ หรือทรพั ยากรน้า (Water resources) จึงมีความหมายกวา้ งมาก แตเ่ มื่อพิจารณาใน
บริบทของการท่องเที่ยวแล้วแหล่งน้าที่น่าจะเป็นแหล่งท่องเท่ียวสาหรับการท่องเท่ียวทางน้ามักจะอยู่ในลักษณะ
ของแหล่งน้าผวิ ดนิ นอกจากนี้แหล่งนา้ ยงั สามารถสรา้ งขนึ้ ได้ เชน่ อา่ งเก็บน้า เป็นต้น เพื่อพิจารณาแล้วอ่างเก็บน้า
ก็เปน็ บริเวณท่ีสามารถมกี ารทากจิ กรรมการพักผ่อนหย่อนใจตลอดจนกิจกรรมการท่องเท่ียวทางน้าได้เช่นเดียวกัน
เพราะก็มลี ักษณะคล้ายๆ กับแหลง่ น้าตามธรรมชาติ เช่น ทะเลสาบหรือบงึ เป็นต้น

1 UNWTO, Recommendations on Tourism Statistics, 1994 กล่าวถงึ การทอ่ งเทยี่ วไวว้ า่ “Tourism comprises
the activities of persons traveling to and staying in places outside their usual environment for not more than
one consecutive year for leisure, business and other purposes, different from the exercise of an activity
remunerated from within the place visit.”

2 อภสิ ทิ ธ์ิ เอ่ยี มหนอ่ (2525), ธรณีสณั ฐานวทิ ยา.

18

แหล่งน้าในบรรยากาศ แหล่งน้าผวิ ดิน (Surface
(Atmospheric Water) Water) ไดแ้ ก่ หนอง บึง
ไดแ้ ก่ เมฆ หมอก ฝน แมน่ ้า ทะเล ทะเลสาบ

นา้ ค้าง หมิ ะ ลกู เห็บ

ประเภทแหลง่ นา้
ตามธรรมชาติ

แหล่งนา้ ใตด้ ิน (Ground น้าทเ่ี ป็นส่วนประกอบทาง
Water) เปน็ นา้ ท่ีสะสมอยู่ เคมี (Chemical Water)
หรือเป็นองคป์ ระกอบในแร่
ในชนั ของดนิ และหิน
หนิ และดนิ

เม่อื คาว่า “ทางนา้ ”สือ่ ความหมายกวา้ ง คาว่า “การท่องเที่ยวทางน้า” จึงมีความใกล้เคียงกับอีกหลายคา
ท่ีมีการใช้อยู่ในวรรณกรรมและงานเขียนด้านการท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวชายฝั่งและทะเล (Coastal and
marine tourism) การท่องเท่ียวแม่น้าลาคลอง (River/canal tourism) การท่องเที่ยวเดินเรือ (Nautical
tourism) การท่องเที่ยวริมทะเล (Marina-based tourism) การท่องเที่ยวทะเลสาบ (Lake tourism) การ
ท่องเท่ียวเรือสาราญ (Cruise tourism) เป็นต้น การท่องเที่ยวประเภทต่างๆ เหล่านี้นับว่ามีส่วนคาบเก่ียวกับการ
ท่องเทีย่ วทางนา้ ทง้ั สิน้ ในเบ้อื งตน้ น้พี อจะถือได้ว่าการท่องเท่ียวต่างๆ เหล่าน้ีต่างก็มีองค์ประกอบของแหล่งน้าเข้า
มาเก่ียวข้องจึงมีลักษณะเป็นการท่องเท่ียวทางน้าได้ทั้งสิ้น ในการศึกษานิยามความหมายและประเด็นต่างๆ ท่ีมี
ความเก่ียวข้องกับการท่องเท่ียวทางน้าจึงต้องพิจารณาถึงการท่องเที่ยวประเภทต่างๆ นี้ด้วยเพื่อให้ครอบคลุมการ
ท่องเท่ียวทางนา้ ทกุ ประเภท

19

การทอ่ งเทยี่ ว การท่องเที่ยว
ชายฝ่งั และทะเล แม่น้าล้าคลอง
(Coastal and (River/canal

marine tourism)
tourism)

การท่องเท่ียวเรอื
สาราญ (Cruise

tourism)

การทอ่ งเท่ยี ว การท่องเที่ยว
ทะเลสาบ เดินเรือ
(Nautical
(Lake tourism) tourism)

การทอ่ งเที่ยวรมิ
ทะเล

(Marina-based
tourism)

โดยขอ้ มลู ปจั จบุ ันแหลง่ ท่องเท่ียวท่ีเก่ยี วข้องกับการท่องเที่ยวทางน้าในประเทศไทยมีตัวอยา่ ง อาทิ

จังหวัด สถานท่ี จดุ เดน่

การทอ่ งเที่ยวชายฝง่ั ทะเล/การทอ่ งเทย่ี วรมิ ทะเล

กระบ่ี หาดบากันเตียง หาดสวยงามท่ีมคี วามยาวกวา่ 1 กิโลเมตร มคี วามเงยี บสงบ นา้ ทะเลสี

ฟา้ ใส มีหาดทรายกว้างเม็ดทรายสีขาวสะอาดเล็กละเอียด นักท่องเทย่ี ว

สามารถเดินทางมาเท่ียวได้ตลอดทั้งปี

อา่ วมาหยา เปน็ สถานท่ที ่องเทีย่ วที่เป็นที่นิยมมากใหห้ มู่เหลา่ นกั ทอ่ งเท่ียว และเป็น

ส่วนหนึ่งของหนา้ ผาที่โอบล้อมพงั ทลายกลายเปน็ ชอ่ งเปิดขนาดใหญ่

เชื่อมต่อกบั ทะเลภายนอก เป็นจุดทเ่ี หมาะสาหรับการอาบแดด

ชลบุรี หาดตายาย เป็นหาดทรายขนาดเล็ก จุดเด่นของท่ีน่คี ือทะเลใส มหี าดทรายสขี าว

20

จังหวดั สถานที่ จดุ เด่น
เกาะสชี ัง สะอาดยาวประมาณ 100 เมตร ในชว่ งหน้าหนาวปลายปีตน้ ไม้บรเิ วณ
ระนอง รอบ ๆ จะเปล่ยี นเปน็ สสี ม้ สวยงดงามยิง่ นัก
พงั งา พทั ยา อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เกาะสีชังในอดีตเคยเปน็ สถานท่ีพกั ฟืน้ ของพระ
เพชรบรุ ี เจา้ ลกู ยาเธอเจา้ ฟา้ อัษฎางค์เดชาวธุ พระโอรสในรัชกาลท่ี 5 จงึ ทาให้
อา่ วเขาควาย ภายในเกาะมีพระราชฐานทปี่ ระทบั อันงดงามอยรู่ มิ ชายทะเล มีสถานท่ี
ท่องเที่ยวมากมาย เช่น ช่องอิศรยิ าภรณ์ หรือช่องเขาขาด ศาลเจา้ พ่อ
อา่ วหวาย เขาใหญ่ สะพานวชิราวุธ หาดท่าวัง และหาดถ้าพัง เปน็ ตน้
อุทยานแหง่ ชาติ พทั ยาเปน็ เมอื งทีค่ ึกคักไปด้วยนักทอ่ งเท่ยี วและเตม็ ไปด้วยสถานท่ี
หมู่เกาะสิมลิ นั ทอ่ งเท่ียวมากมาย นอกจากชายหาด มโี รงแรมมากมายให้ไดเ้ ลือกพกั
อทุ ยานแห่งชาติ เปน็ แหล่งท่องเที่ยวทม่ี ีส่ิงอานวยความสะดวกที่ครบครนั เดินทางได้
หมู่เกาะสุรนิ ทร์ ง่าย อยู่ใกลส้ ถานท่ีท่องเท่ียว เชน่ มโิ มซา่ อาร์ต อินพาราไดซ์, สวนน้า
หาดชะอา การต์ ูนเนต็ เวิร์ก พทั ยา ดอลฟินเวลิ ด์ แอนด์ รีสอร์ท ปราสาทสัจธรรม
จดุ ชมวิวเขาพระตาหนัก, พิพิธภัณฑห์ ลุยส์ ทสุ โซดส์ แวก็ ซเ์ วิรค์ เป็น
ตน้
ลักษณะของอ่าวมคี วามโค้งงมุ้ เขา้ เหมือนกับเขาควาย 2 ข้าง หาดทราย
สีขาว เนอ้ื ทรายละเอียดมากจนข้นึ ชื่อว่าเปน็ อ่าวที่สวยงามที่สดุ ในเกาะ
พยาม นา้ ทะเลมีความใสสะอาด สามารถลงเล่นนา้ ได้ มีป่าโกงกางที่
อุดมสมบรูณ์ และเปน็ จดุ ชมวิวพระอาทติ ยต์ กที่สวยงามแห่งหนึง่
เปน็ อ่าวทีม่ ีความเงียบสงบและสวยที่สุดบนเกาะเสม็ด มีความอดุ ม
สมบรู ณ์ของธรรมชาติ ผคู้ นไม่พลกุ พลา่ น หาดทรายมสี ีขาวสะอาด เนื้อ
เนียนละเอียดนุ่มเทา้ และมีต้นเทียนทะเลที่ข้นึ ตลอดแนวชายหาด
หมู่เกาะสมิ ลิ ันมนี า้ ทะเลสฟี า้ ใส หาดทรายขาวละเอียด และสสี นั ของ
โลกใตน้ า้ ไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เปน็ หมูเ่ กาะทีม่ ีความสวยงามท้ังบนบก
และใต้นา้ มปี ะการังทส่ี วยงามหลายชนิด
โดดเด่นในเรอื่ งของความสวยงามใต้ทะเล มีปะการังนานาชนดิ
ดอกไม้ทะเล และกลั ปงั หา มีปลาทะเลทส่ี วยงามมากมาย สตั วน์ ้า
ทะเลทห่ี ายาก เป็นทต่ี ัง้ ของชมุ ชนชาวมอแกนยิปซีทะเลท่ใี ช้ชีวิตร่อนเร่
อยู่กลางทะเลอนั ดามนั มาหลายชั่วอายคุ น
สถานทที่ ่ีเป็นทร่ี จู้ ักเปน็ อยา่ งดี เปน็ จุดหมายปลายทางอนั ดับต้น ๆ ของ

21

จังหวัด สถานที่ จุดเด่น
นักทอ่ งเทยี่ ว โดยรอบของชายหาดร่มรนื่ ไปดว้ ยเงาต้นสนตลอดทาง นา้
ประจวบครี ีขนั ธ์ หาดหวั หนิ ทะเลใส หาดทรายขาวสะอาด สามารถทากจิ กรรมทางนา้ ได้
หลากหลาย
ตราด หาดคลองพร้าว แหล่งทอ่ งเทย่ี วพักตากอากาศทม่ี ีช่อื เสยี งมากของเมอื งไทย สามารถ
เดินทางมาทอ่ งเทยี่ วได้ตลอดท้งั ปี มหี าดทรายขาวสะอาดและกว้างยาว
สุราษฎร์ธานี อา่ วคลองเจ้า ประมาณ 5 กิโลเมตร ไปจนจรดเขาตะเกยี บ น้าทะเลบรเิ วณหน้า
ชายหาดไม่ลึกมากจงึ เหมาะแกก่ ารเลน่ นา้
เกาะชา้ ง บรรยากาศเงยี บสงบ และมจี ุดเด่นตรงท่คี วามร่มร่ืนของทิวมะพร้าว นา้
ทะเลใส สามารถทากิจกรรมกีฬาชายหาดหรือกฬี าทางนา้ ต่างๆ ได้ ข้นึ
หาดเฉวง ช่อื เรอ่ื งความงามของพระอาทิตยต์ ก ท้งั น้ีแนะนาใหม้ าเทย่ี วในช่วง
เกาะสมยุ ตุลาคม-เมษายน เพราะคล่นื ลมจะสงบ
ทะเลแหวก หาดทรายสีขาวนวลทอดตวั ยาวกว่า 600 เมตร ข้ึนชื่อว่าเป็นหาดทราย
เกาะมา้ -เกาะพะ ที่มคี วามละเอยี ดทส่ี ดุ บนเกาะกดู โดยรอบร่มร่ืนไปดว้ ยทวิ สน เงียบ
งนั สงบ อากาศดี น้าทะเลไม่ลึกมากสามารถลงเลน่ น้าได้ อีกท้งั ยังเปน็ จดุ
ชมพระอาทติ ย์ตกดินท่ีดา้ นหลงั ของหาดมปี า่ ชายเลนให้ชมตลอดสอง
ฝงั่ คลองทีน่ ักท่องเทยี่ วนยิ มพายเรอื คายักเกบ็ บรรยากาศ ชมห่งิ ห้อย
ได้รับความนยิ มจากนักท่องเที่ยวทงั้ ชาวไทยและชาวต่างชาติ มกี จิ กรรม
ให้ทาท่หี ลากหลาย ครบครนั ไปดว้ ยสิง่ อานวยความสะดวก ห้างรา้ นค้า
มากมาย มหี าดทรายและเกาะให้ได้เลน่ นา้ ดานา้ ดูปะการงั สามารถ
เชอ่ื มต่อไปยังเกาะกูด เกาะหมาก และเกาะใกล้เคียงได้
เปน็ ชายหาดท่ียาวและสวยที่สุดของเกาะสมุย โดยมีความยาวกวา่ 7
กิโลเมตร แบ่งออกเปน็ สองช่วง ไดแ้ ก่ หาดเฉวงและหาดเฉวงนอ้ ย (อยู่
ทางตอนใต้) มนี ้าทะเลสีฟ้าตัดกับหาดทรายสีขาว พ้นื ท่ีของหาดมีความ
กวา้ งขวาง น้าทะเลไมล่ ึกมากสามารถลงเล่นน้าได้
เป็นหาดเลก็ ๆ ทีม่ ีความเงียบสงบ ตง้ั อยู่ทางทศิ ตะวันตกเฉียงเหนอื
ของเกาะพะงนั โดยมที างเดินยาวกว่า 350 เมตร เชอื่ มจากแม่หาดของ
เกาะพะงันไปยังเกาะม้า ในช่วงที่ระดบั นา้ ลดต่าลงจะสามารถมองเหน็
สนั ทรายได้ชดั เจน สามารถเดินไปมาถึงกนั ได้ มแี นวปะการังนา้ ต้ืนที่มี
ความสวยงามและฝูงปลาที่แหวกวา่ ยอวดโฉมกันไปมา

22

จังหวัด สถานท่ี จดุ เดน่
Full Moon มชี ่ือเสียงในหม่นู ักท่องเท่ียวทั้งไทยและต่างชาติ มจี ดุ เด่นคือ มีปารต์ ้รี ิม
Party หาดใต้แสงพระจนั ทร์เต็มดวง ปัจจบุ ันมผี ู้เขา้ รว่ มถึง 20,000-30,000
เกาะวัวตาหลบั คนตอ่ คร้งั บาร์ทกุ ร้านท่อี ยู่บนชายหาดของหาดริน้ จะเปดิ อยแู่ ละเล่น
เพลงประเภทอาร์แอนดบ์ ี เฮาส์ และเร็กเก้ หลังจากพระอาทิตยต์ กและ
เกาะนางยวน งานฉลองจัดต่อเน่ืองไปจนกระทัง่ พระอาทติ ย์ข้ึนของวันใหม่
ตั้งอยู่บรเิ วณอา่ วคา เป็นหาดทรายขาวสะอาด มีเม็ดทรายเนอ้ื เนยี น
ภเู ก็ต หาดกะตะ กะรน ละเอียด นา้ ทะเลสีฟ้าใสเหมาะแก่การลงเล่นน้าและดานา้ ดูปะการัง มี
วิวทวิ มะพรา้ วขนึ้ เรียงรายตลอดข้างทาง มีจุดชมววิ ผาจันทร์จรัสที่
ภูเก็ต เกาะไม้ท่อน สามารถชมทศั นียภาพจากมมุ สงู ของหมู่เกาะบริวารทงั้ 42 เกาะ ที่
ทอดตัวเรยี งรายเป็นแนวยาวซึง่ ถือเป็นจุดชมววิ ท่ดี ที ่สี ดุ ในบรรดาจุดชม
การท่องเที่ยวแมน่ ้าลาคลอง วิวท้ังหมด
กระบ่ี สระมรกต เกาะนางยวนเปน็ 1 ใน 10 เกาะท่ีสวยท่ีสุดในโลก เปน็ เกาะทม่ี แี นว
หาดทรายเชอ่ื มเกาะเลก็ ๆ 3 เกาะเขา้ ไวด้ ว้ ยกัน อุดมไปดว้ ยปะการัง
และปลาสวยงาม มีจุดดานา้ ท่ีสวยงามระดบั โลก มีจดุ ชมววิ บนเขาท่ี
สามารถชมเกาะนางยวนได้ทั้งเกาะ และทะเลแหวกท่ีมสี นั ทรายโผล่
ขน้ึ มาให้เห็น
เปน็ ชายหาดท่ีมีช่ือเสียงมากของภูเกต็ บรเิ วณหาดมเี ม็ดทรายสขี าว
และละเอยี ด และเป็นท่ีนิยมของนกั ท่องเทยี่ วชาวตา่ งชาติ มีโรงแรม
รองรบั นักทอ่ งเทีย่ วตงั้ แต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญเ่ ปน็ จานวนมาก
มแี หล่งชอปปิ้ง รา้ นอาหาร แพค็ เกจทวั ร์ สปา ทงั้ ขนาดเล็กและขนาด
กลาง แหล่งท่องเท่ยี วยามราตรีสาหรับนักท่องเทย่ี ว รวมทั้งมีจุดรบั สง่
นกั ท่องเทย่ี วหรือแทก็ ซี่บริการนกั ท่องเทยี่ วเปน็ จานวนมาก
เปน็ เกาะสว่ นตัวเล็ก ๆ ที่มลี กั ษณะคล้ายกบั ท่อนไม้ มบี รรยากาศที่
เงยี บสงบ ไดร้ ับสมญานามวา่ เป็น "มลั ดีฟส์เมอื งไทย" เพราะมหี าด
ทรายสขี าวทอดยาว เคยี งคู่ไปกบั นา้ ทะเลสฟี ้าจนสามารถมองเห็นฝูง
ปลาแหวกวา่ ย มีโลมาโผลข่ ึ้นมาเล่นเกรียวคลื่น มีสภาพป่าเขาท่อี ุดม
สมบรู ณ์ มีปะการงั ที่ยังคงความสมบรู ณอ์ ยู่มาก

เปน็ สระนา้ อนุ่ ทเ่ี กิดจากธารน้าอ่นุ ในผืนป่าทรี่ าบตา่ ของภาคใต้สามารถ

23

จังหวดั สถานที่ จุดเด่น

ลงเลน่ นา้ ได้ เปน็ นา้ พรุ ้อนลักษณะเปน็ สระน้าร้อน 3 สระ ได้แก่

สระแก้ว สระมรกต และ สระนา้ ผุด นา้ ใสเป็นสเี ขยี วมรกต มอี ุณหภูมิ

ประมาณ

กาญจนบรุ ี น้าตกเอราวัณ เป็นนา้ ตกทใ่ี หญแ่ ละสวยงามบนฝงั่ แมน่ า้ แควใหญ่ มคี วามยาว 1,500

เมตร แบง่ ออกเป็น 7 ชั้น แตล่ ะชน้ั มคี วามสวยงามของพรรณไมน้ านา

ชนิดและเป็นอา่ งสามารถเลน่ นา้ ได้ ชั้นนา้ ตกท่โี ดดเด่นท่สี ดุ คือ ชน้ั ที่ 7

ที่มลี กั ษณะการไหลของน้ามองดคู ลา้ ยกบั หวั ช้างเอราวัณ 3 หวั และยงั

มเี สน้ ทางศึกษาธรรมชาตเิ อราวัณระยะทาง 1,060 เมตร ที่มปี ่าดิบเขา

จุดชมวิวและปา่ ผลดั ใบท่ีสวยงาม

น้าตกห้วยแมข่ มิน้ เป็นที่ร้จู ักของนักทอ่ งเทยี่ วจานวนมาก ทัว่ บรเิ วณร่มร่ืนดว้ ยตน้ ไมป้ ่า

นานาชนิด โดยนา้ ตกแบง่ ออกเป็น 7 ชั้น ทางอุทยานฯ ไดท้ าเส้นทาง

เดนิ สาหรับขึ้นไปชมน้าตกแต่ละช้ันเป็นเส้นทางเดนิ ศึกษาธรรมชาติท่ี

สามารถเทย่ี วชมได้ตลอดทง้ั ปี

ราชบุรี ตลาดน้าดาเนิน ตลาดน้าทเี่ กา่ แกน่ ับร้อยกว่าปี เป็นทีน่ ิยมของชาวตา่ งชาติ ถกู ใช้เป็น

สะดวก ฉากในภาพยนตร์และถ่ายแบบหลายครั้ง และเปน็ ตลาดน้าท่เี ป็นวิถี

ชีวติ จรงิ ทอ่ งเทยี่ วชมวถิ ชี ีวิตรมิ ฝ่งั คลอง เดนิ ชมตลาดนา้ บนบก เลือก

ซื้อของหลากหลายทพ่ี ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาขาย มที ้ังผลไม้ และงาน

หัตถกรรม

ตาก นา้ ตกทีลอซู เป็นน้าตกเขาหินปูนขนาดใหญ่ เกดิ จากลานา้ ห้วยกล้อท้อทง้ั สายที่ไหล

แผ่ปกคลมุ พ้นื ที่หนา้ ผากวา้ งกว่า 500 เมตร ก่อนทีจ่ ะทะยานลงสหู่ นา้

ผาสงู ชันลดหลั่นเปน็ ชัน้ ๆ สงู กวา่ 300 เมตร ลกั ษณะเด่นคือ นา้ ใส

สะอาด

สมทุ รสงคราม ตลาดนา้ อัมพวา ตลาดน้ายามเยน็ แห่งแรกในประเทศไทย อิ่มท้องไปกบั อาหารนานา

ชนดิ และล่องเรือชมแมน่ า้ แม่กลอง

อบุ ลราชธานี ทอ่ งเทยี่ วรมิ การทอ่ งเท่ยี วรมิ แม่นา้ โขงมจี ุดเด่นมากมาย เช่น สามพันโบก ผาชนั ผา

แมน่ า้ โขง จ. ชนะได นา้ ตกแสงจันทร์ อุทยานแหง่ ชาติผาแต้ม วัดถ้าคูหาสวรรค์

อบุ ลราชธานี

การทอ่ งเท่ียวทะเลสาบ

กาญจนบุรี ทะเลสาบเหนือ การพักผ่อนบนแพรมิ ทะเลสาบเหนอื เขื่อนศรีนครินทร์ อา่ งเก็บนา้ เหนอื

24

จงั หวดั สถานท่ี จุดเด่น
เขอ่ื นศรีนครินทร์ เขื่อนศรนี ครินทรท์ ี่มที วิ ทศั น์สวยงาม ต้ังอยู่บริเวณอทุ านแห่งชาตเิ ขื่อน
ศรีนครินทร์ซ่งึ มเี อกลกั ษณท์ างธรรมชาตทิ ส่ี วยงาม เช่น น้าตก นา้ พุ
กระบ่ี หนองทะเล รอ้ น ถ้า และเกาะแก่งตา่ งๆ และตดิ กับพ้ืนที่อุทยานแหง่ ชาตไิ ทรโยค
อทุ ยานแหง่ ชาติเอราวัณ เขตรกั ษาพันธุ์สัตวป์ ่าท่งุ ใหญน่ เรศวร และเขต
พะเยา กว๊านพะเยา รักษาพนั ธ์สุ ัตว์ป่าสลกั พระ
มคี วามโดดเด่นทางธรรมชาตทิ ่เี ปน็ หนองนา้ กงึ่ ธรรมชาติ มีภูเขาหนิ ปนู
พัทลงุ ทะเลน้อย ล้อมรอบ ดวงอาทิตย์ขึน้ จากดา้ นหลังแนวเทอื กเขาดังน้นั เม่อื
แสงอาทิตย์พ้นแนวภเู ขากระทบกับหมอกและน้าอนั สงบน่ิงยามเช้าจงึ
สงขลา ทะเลสาบสงขลา ก่อใหเ้ กิดภาพท่สี วยงาม
เปน็ ท้ังแหล่งประมงน้าจืดทีส่ าคัญ บรเิ วณรมิ กว๊านมรี ้านอาหารและ
อุดรธานี ทะเลบัวแดง จัดเป็นสวนสาธารณะเหมาะที่จะไปน่งั เลน่ มีความโดดเดน่ ด้านกจิ กรรม
หนองหาน กมุ ทางพระพุทธศาสนา เชน่ การทาบญุ ตกั บาตรเป็นประจาทกุ เช้า
ภวาปี กิจกรรมน่ังเรือพาย ไหว้พระกลางนา้ เวียนเทยี นกลางน้าในวนั สาคญั
ทางพระพุทธศาสนา
การทอ่ งเทย่ี วเดนิ เรือ เปน็ ทะเลสาบนา้ จืดที่มคี วามหลากหลายทางชวี ภาพ ท้งั ระบบนเิ วศ
กรุงเทพฯ ลอ่ งเรือชม สัตวป์ ่า สัตว์นา้ พรรณพชื โดยเฉพาะนกที่มีหลากหลายชนิด ได้รับการ
ประกาศให้เป็นเขตพนื้ ที่ชุ่มน้าโลกแหง่ แรกในเมืองไทย จดุ เด่นสาคัญ
คอื อุทยานนกน้าทะเลน้อยท่ีเป็นไฮไลตท์ างการท่องเท่ียวอันโดดเด่น
ของพทั ลงุ
มสี ภาพทางนิเวศวิทยาท่หี ลากหลาย เปน็ ทะเลสาบท่ีมีลักษณะของนา้
3 น้า คอื นา้ จืด, น้ากร่อย และน้าเค็ม มีพน้ื ทส่ี ่วนใหญเ่ ป็นเกาะเล็ก
เกาะน้อย และหญ้าทะเล มบี รรยากาศทด่ี ีเหมาะแก่การพักผอ่ นหยอ่ ย
ใจท่ามกลางทวิ ทัศน์ทีง่ ดงาม มีอุทยานนกน้าคูขดุ ซง่ึ เป็นอทุ ยานทม่ี ีนก
หลายหลายสายพันธ์ุ
เป็นทะเลสาบนา้ จดื ทมี่ ีความหลากหลายทางชวี ภาพ มที ่งุ ทะเลบัวแดง
ตามธรรมชาติทใี่ หญ่ทีส่ ุดในประเทศไทย และถูกจัดใหต้ ดิ 1 ใน 15
แหง่ ของทะเลสาบทแี่ ปลกท่สี ุดในโลกโดยเวบ็ ไซต์ CNN

ชมบรรยากาศรมิ แม่นา้ เจา้ พระยาไปพร้อมกบั การรับประทานอาหารค่า

25

จังหวัด สถานท่ี จดุ เด่น

บรรยากาศรมิ

แมน่ า้ เจ้าพระยา

พระนครศรอี ยุ ล่องเรอื ทอ่ งเทย่ี ว ชมบรรยากาศของเมอื งเกา่ ไหวพ้ ระ 9 วดั เทย่ี วตลาดทานของอร่อย

ธยา ชมเมืองเกา่ และลอ่ งเรือชมความงดงามของโบราณสถานริมสองฝัง่ แม่นา้ เช่น งดั พ

นัญเชิง วดั ใหญ่ชยั มงคล ตลาดน้าอโยธยา วหิ ารพระมงคลบพติ ร วดั

หนา้ พระเมรุ พิพธิ ภณั ฑล์ ้านของเลน่ เกริกยุน้ พนั ธ์

ฉะเชงิ เทรา ท่องเทยี่ วตาม ไหว้หลวงพ่อโสธร วดั โสธรวรารามวรวหิ าร ลอ่ งเรือเท่ียวแมน่ ้าบางปะ

เสน้ ทางแมน่ ้าบาง กงผ่านสถานทส่ี าคญั เชน่ ท่ีทาการกองบงั คบั การกองพันทหารช่างท่ี 2

ปะกง รักษาพระองค์ จวนผูว้ ่าราชการจังหวดั ฉะเชิงเทรา ป้อมและกาแพง

เมืองเก่าที่สรา้ งขนึ้ ในสมยั รชั กาลที่ 3 หอระฆังไม้โบสถ์เซนต์ปอล เรอื

แวะจอดทตี่ ลาดบา้ นใหม่ ซึง่ เป็นตลาดหอ้ งแถวริมนา้ ที่เก่าแก่ มีวัดจีน

ประชาสโมสรตง้ั อยบู่ รเิ วณใกลเ้ คียง

ภูเก็ต ล่องเรอื สาเภาชม ชมทัศนียภาพยามเย็น เรือล่องผ่านเกาะละวะ ชมพระอาทิตยต์ ก ณ

พระอาทติ ย์อัสดง อทุ ยานแหง่ ชาติอา่ วพังงา และชมทศั นยี ภาพของอ่าวพงั งาและเกาะ

ณ อา่ วพังงา ภเู กต็ ยามคา่ คนื พร้อมกบั การรบั ประทานอาหารค่าสดุ หรู

สรุ าษฎรธ์ านี ล่องเรือเท่ยี ว เขื่อนเชยี่ วหลาน หรอื “กยุ้ หลินเมอื งไทย” จุดเดน่ คือ ภเู ขาหินปูนน้อย

เขอ่ื นเชีย่ วหลาน ใหญ่ที่ตัง้ เรียงรายอยู่โดยรอบ โดยเฉพาะ “เขาสามเกลอ” ซ่ึงเปน็ เขา

(เข่อื นรชั ชประ หนิ ปนู ขนาดใหญ่ 3 ลูกท่ีตัง้ โดดเดน่ เปน็ แนวเดยี วกนั กลางลานา้ และ

ภา) ถ้าปะการงั หรือถ้าน้าทะลทุ เี่ ป็นแหล่งทอ่ี ยู่ของนกเงือกมากมายอีกด้วย

การท่องเทย่ี วเรอื สาราญ

ภเู ก็ต มหกรรมเรือ มหกรรมแสดงเรือสาราญ เรือซูเปอรย์ อร์ช กีฬาทางน้า และสินคา้

สาราญและมารี ระดับหรู และการพบปะสังสรรคข์ องบุคคลระดบั วีไอพี เพื่อผลักดนั

น่า-ไทยแลนด์ ใหภ้ ูเก็ตเป็นศนู ย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลแห่งเอเชยี

ยอร์ชโชว์

ธรุ กิจเรอื ยอตช์ ภูเก็ตเป็นศนู ย์กลางการแล่นเรอื ยอช์ตฝัง่ อันดามนั มีทา่ เทียบเรอื ยอตช์

จ. ภเู กต็ 5 แหง่ ซึ่งเปน็ ที่นยิ มของนักแล่นเรือชาวออสเตรเลยี สหรัฐอเมริกา

แคนาดา ฝร่งั เศส สิงคโปร์ และมาเลเซยี เคยได้รับรางวลั Best Asian

Maritime Capital หรอื ศนู ย์กลางการท่องเที่ยวทางเรือทด่ี ีทสี่ ุดใน

เอเชีย และมีบริการและสิ่งอานวยความสะดวกต่าง ๆ ขน้ึ มารองรบั การ

26

จงั หวัด สถานท่ี จดุ เดน่

ท่องเท่ียวดว้ ยเรอื ยอชต์ เช่น โรงแรมระดบั World Class สปา

ศนู ย์การคา้ ควบคู่ไปกับการเกิดขนึ้ ของธุรกิจอสงั หาริมทรพั ย์ในพ้ืนที่

ล่องเรอื สาราญ ลอ่ งเรือสาราญ Costa Victoria เสน้ ทางเกาะภูเก็ต เกาะลังกาวี และ

Costa Victoria ประเทศสงิ คโปร์ โดยข้นึ เรอื ที่หาดป่าตอง จ. ภเู กต็

การนิยามการท่องเท่ียวทางน้ามีความสาคัญอย่างมากสาหรับการวางแนวทางเบ้ืองต้นในการจัดทาแผน
แม่บทพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย ตามแนวคิดของ Eric, Royal and Kevin. (2006) ได้พยายามอธิบาย
แนวทางของการนิยามการท่องเที่ยวทางน้าเชิงกิจกรรมไว้ใน Water-based Tourism and Leisure Product
Audit Authors, Donegal County Council โดยได้ระบุว่า การท่องเที่ยวทางน้าเชิงกิจกรรม คือ การเลือก
กิจกรรมและการพักผ่อนในบริบทของการท่องเท่ียวทางน้าที่สามารถเช่ือมโยงกับทรัพยากรทางน้า ซ่ึงภาครัฐ
จะต้องสร้างกระบวนการและการพัฒนากลยุทธ์ที่มีความจาเป็นของกิจกรรมที่สอดคล้องกับนิยามการท่องเท่ียว
ทางน้าตามแหล่งธรรมชาติ โดยสามารถนาแนวทางมาเป็นรูปแบบของกิจกรรมได้ เช่น กิจกรรมชายหาด การดา
น้า ท่าจอดเรือ ศูนย์พายเรือและกีฬาทางน้า เรือประมงทะเล การประมงทางบก การเดินเล่นริมชายฝั่งและทาง
น้า การดูวาฬและโลมา การเดินเรือทางน้าภายในประเทศ และเรือท่องเที่ยวขนาดเล็ก เป็นต้น นอกจากนั้น
Jennings (2007) ได้ให้นิยามท่ีสาคัญในเอกสารเรื่อง Water-Based Tourism, Sport, Leisure, and
Recreation Experiences ว่าการท่องเท่ียวทางน้า คือ การดาเนินการที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้าทางธรรมชาติ เช่น
ทะเลสาบ, เข่ือน, คลอง,ห้วย, ลาธาร, แม่น้า, คลอง, ทางน้า, ชายฝั่งทะเลโซน, ทะเล, มหาสมุทร, และพ้ืนที่ที่
เกี่ยวข้องกับน้าแข็ง เป็นต้น โดยเห็นได้ว่าการดาเนินการเกี่ยวข้องกับแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติทั้งส้ิน
นอกจากน้ัน Meeras (2010) ได้ยกประเด็นว่าการท่องเที่ยวทางน้าเป็นกิจกรรมท่ีมีจานวนมากโดยใช้พ้ืนท่ี
ทอ่ งเที่ยวทางน้าเชิงทรัพยากรทั่วโลก แต่ยังมีอีกหลายแห่งพ้ืนที่ที่สามารถสร้างเป็นกิจกรรมพักผ่อนได้โดยภาครัฐ
และภาคเอกชนจะต้องมีการวางแผนและพัฒนาแหล่งน้าตามธรรมชาติร่วมกันเพ่ือเป็นสถานท่ีพักผ่อนหย่อนใจ
นอกจากนั้น เอกสาร Determination of Waters of National Tourism Significance and Associated
Water Quality Status ในปี 2009 ยังได้ยืนยันนิยามของการท่องเที่ยวทางน้า ว่าคือ การดาเนินกิจกรรมที่
เก่ียวขอ้ งกับแหล่งน้าทางธรรมชาติ โดยไดอ้ ธิบายถึงประเดน็ ทสี่ าคญั ของการยกแหล่งท่องเท่ียวทางน้าของประเทศ
ไอร์แลนด์เพื่อสร้างผลประโยชน์ท่ีสาคัญกับเศรษฐกิจไอร์แลนด์โดยต้องอาศัยการสร้างกิจกรรมตามแหล่ง น้าตาม
ธรรมชาติ

ดังนน้ั ประเดน็ ท่ีไดก้ ล่าวมาทั้งส้นิ จากเอกสารของภาครฐั และจากผเู้ ชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวทางน้า จะ
เห็นได้ว่าการท่องเท่ียวทางน้ามีความเก่ียวข้องกับแหล่งธรรมชาติ ซึ่งแหล่งธรรมชาติจะสามารถสร้างกิจกรรมต่าง

27

ๆ เพอ่ื เป็นแหลง่ ผักผอ่ นโดยสามารถนามาสร้างเปน็ แหล่งรายไดท้ ่ีสาคัญของภาครัฐและนามาซ่ึงการลดระดับความ
เหล่ือมลา้ ทางเศรษฐกิจได้

กิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้านั้นมีความหลากหลายแตกต่างกันออกไปในพื้นท่ีและสถานที่ท่องเท่ียวหรือ
ลักษณะของรูปแบบกิจกรรมแต่ละประเภท เช่น การเดินเรือหรือแล่นเรือ (Sailing) การล่องเรือสาราญการแล่น
เรือยนต์ (Motor boating) การแล่นเรือยอร์ชการแข่งขันกีฬาทางน้า การโต้คล่ืน การเล่นวินด์เซิฟ การตกปลา
การล่องแก่งหรือล่องแพ การพายเรือคายัคหรือแคนูการล่องแพผจญภัย การดาน้าลึก (Scuba diving) การดาน้า
ตนื้ (Snorkeling) เปน็ ตน้

ในประเทศไทยเองมีคากล่าวที่ว่า “น้าคือชีวิต” ซึ่งแสดงให้เห็นความใกล้ชิดระหว่างวิถีชีวิตชาวไทยกับ
แหล่งน้า แหล่งน้านับเป็นทรัพยากรท่ีสาคัญต่อการดารงชีวิตเป็นอย่างมาก วิถีชีวิตของคนไทยต้ังแต่สมัยโบราณ
จนถงึ ปัจจบุ ันมีความใกล้ชิดกบั สายน้ามาอย่างต่อเน่ือง ไม่ว่าจะในแง่ของการใช้ชีวิตประจาวัน การประกอบอาชีพ
การเดินทางสัญจรไปมา หรือกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจอื่นๆนับแต่โบราณการตั้งเมืองมักจะตั้งในพ้ืนท่ียุทธศาสตร์
บรเิ วณดินแดนทเี่ ป็นพน้ื ทล่ี มุ่ แมน่ ้าหรอื มีแม่นา้ ไหลผา่ น สังคมไทยเปน็ สงั คมเกษตรกรรมที่จะต้องพึ่งพาแหล่งน้าซ่ึง
เป็นส่วนสาคัญในการประกอบอาชีพรวมถึงการทาประมงของประเทศไทยก็สร้างมูลค่าการส่งออกอาหารทะเลได้
เป็นจานวนมาก ทรัพยากรทางน้าของประเทศไทยเหล่าน้ีถือว่าเป็นข้อได้เปรียบของประเทศไทยที่หาไม่ได้ใน
ประเทศอ่ืนๆ ท้ังในและนอกภูมิภาค การท่องเท่ียวทางน้าของประเทศไทยก็เช่นเดียวกันนับว่ามีข้อโดดเด่นอย่าง
มากและยังมศี ักยภาพทีย่ ังไม่ไดน้ ามาใชใ้ นการท่องเท่ยี วอีกมากเม่ือพจิ ารณาจากทรพั ยากรท่ีมีอยู่

เป็นท่ีรู้กันโดยทั่วไปว่ากิจกรรมท่ีได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติและเป็นอุตสาหกรรมที่
สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยเป็นจานวนมหาศาลคือการท่องเที่ยว โดยกิจกรรมท่ีได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ
คือการท่องเที่ยวทะเลและชายหาด ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลกระจายอยู่ท้ังด้านอ่าวไทยและ
ทะเลอันดามันทาให้มีแหล่งท่องเท่ียวที่หลากหลาย หลักฐานท่ีเห็นได้ชัดเจนว่าการท่องเท่ียวชายหาดของประเทศ
ไทยมีความโดดเด่นคือการที่ประเทศไทยได้รับรางวัลในระดับนานาชาติในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว
ชายหาดหลายรางวัล เช่น รางวัล World Travel Award สาขาจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชายหาด (Asia’s
Leading Beach Destination)ประจาปี 2014 – 2015) เป็นต้น นอกจากน้ันเมื่อมีการจัดอันดับสถานท่ีท่องเท่ียว
ชายทะเลและเกาะ สถานที่ท่องเท่ียวเกาะชายหาดของประเทศไทยน้ันก็มักจะติดอยู่ในอันดับต้นๆ ท้ังในระดับ
ภูมิภาคและในระดับโลก กิจกรรมที่สามารถทาได้ก็มีหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนหย่อนใจหรือพักตาก
อากาศ กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาทางน้า หรือกิจกรรมการท่องเท่ียวเชิงผจญภัย ความหลากหลายในแง่ของ
กิจกรรมน้ีเองประกอบกับความโดดเด่นด้านอ่ืนๆ ของประเทศไทยในแง่ของวัฒนธรรมและการบริการนับว่าเป็น
สว่ นเติมเตม็ ประสบการณก์ ารทอ่ งเที่ยวท่นี กั ทอ่ งเทย่ี วจะได้รับและทาให้นักท่องเทย่ี วอยากเดนิ ทางมาทอ่ งเท่ียวอีก

โครงการการศึกษาข้อมูลเพ่ือการวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเชิงลึกของการท่องเท่ียวแห่ง
ประเทศไทยเป็นโครงการท่ีสารวจข้อมูลนักท่องเท่ียวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยโดย

28

พิจารณาถึงพฤติกรรมนักท่องเท่ียวและกิจกรรมท่ีนักท่องเที่ยวเหล่านั้นเดินทางเข้ามาทาในประเทศ ไทยโดยสุ่ม
ตัวอย่างจากนักท่องเท่ียวบางส่วนที่เดินทางเข้ามา โครงการดังกล่าวได้มีการจัดทามานับต้ังแต่ พ.ศ. 2556 จนถึง
ปจั จบุ นั ข้อมูลจากโครงการดังกล่าวนับว่ามีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทางน้าอยู่บ้างเน่ืองจากกิจกรรมบาง
กิจกรรมน้ันเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้า แต่บางกิจกรรมก็ไม่อาจสรุปว่าเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้าได้
อยา่ งชดั เจนเนือ่ งจากมคี วามหมายกวา้ ง เชน่ การท่องเท่ียวเชิงนิเวศเพราะอาจเป็นการท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าที่ไม่ใช่
แหล่งน้า การท่องเท่ียวเชิงผจญภัยก็อาจเป็นการผจญภัยในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติท่ีมิได้มีน้าเป็นองค์ประกอบ
เป็นต้น กิจกรรมที่โครงการดังกล่าวสารวจและมีลักษณะเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้ามี 3 รูปแบบ ได้แก่
รูปแบบแรก คือ กิจกรรมท่องเที่ยวทะเลและชายหาด ซึ่งหมายถึงกิจกรรมการท่องเท่ียวโดยมีทะเลและชายหาด
เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ดึงดูดใจให้นักท่องเท่ียวมาเยือน เช่น การเล่นน้าทะเล การอาบแดด การเล่น
วอลเลย์บอลชายหาด การน่ังพักผ่อนริมทะเล การเล่นกีฬาทางน้า เป็นต้น รูปแบบท่ีสอง คือ การดาน้าลึก ซึ่ง
หมายถึงการดาน้าแบบสคูบา (Scuba diving)ที่จะต้องมีการใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นท่อออกซิเจน และรูปแบบที่
สาม คือ การดาน้าต้ืน (Snorkeling)ซึ่งหมายถึงการใช้เคร่ืองช่วยหายใจเป็นหน้ากากท่ีใช้หายใจทางปากผ่านทาง
ท่อท่ีมีปลายท่อโผล่พ้นน้าทะเล สัดส่วนของนักท่องเท่ียวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเท่ียวในประเทศไทยและได้
ทากจิ กรรมการทอ่ งเทย่ี วทางน้าตามข้อมูลทีส่ ารวจในโครงการศึกษาดังกล่าวมีดังต่อไปน้ี

สัดสว่ นนักท่องเทยี่ วตา่ งชาติทีท่ า้ กิจกรรมการทอ่ งเที่ยวทางน้าใน
ประเทศไทย (ร้อยละ)

60

40

20

0 ดาน้าลกึ ดานา้ ต้นื
กิจกรรมทะเลและชายหาด

ปี พ.ศ. 2556 ปี พ.ศ. 2557 ปี พ.ศ. 2558

ท่มี า: การทอ่ งเท่ียวแหง่ ประเทศไทย (2556), โครงการศึกษาข้อมลู เพื่อการวิเคราะหพ์ ฤตกิ รรมของนักท่องเทย่ี ว
เชิงลกึ ปี พ.ศ. 2556

การทอ่ งเที่ยวแหง่ ประเทศไทย (2557), โครงการศึกษาข้อมลู เพอ่ื การวเิ คราะห์พฤตกิ รรมของนกั ท่องเท่ียว
เชงิ ลกึ ปี พ.ศ. 2557

29
การทอ่ งเท่ียวแห่งประเทศไทย (2558), โครงการศึกษาข้อมูลเพ่ือการวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเทยี่ ว
เชงิ ลกึ ปี พ.ศ. 2558
แม้ข้อมูลดงั กลา่ วจะไมส่ ามารถสะทอ้ นใหเ้ หน็ ภาพของสัดส่วนนักทอ่ งเท่ียวทเี่ ขา้ มาทากิจกรรมการท่องเท่ียว
ทางน้าในประเทศไทยได้ทั้งหมด แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความนิยมในการท่องเท่ียวชายหาดและทะเลในประเทศไทย
เนื่องจากสัดส่วนในแต่ละปีนั้นนักท่องเที่ยวจานวนเกินกว่าครึ่งท่ีเดินทางเข้ามาในประเทศไทยนั้นต่างก็ได้ทา
กิจกรรมการท่องเท่ียวชายหาดและทะเลท้ังสิ้น ในส่วนของกิจกรรมดาน้าท้ังสองประเภท แม้สัดส่วนจะยังไม่มาก
นกั แต่แนวโน้มของสัดสว่ นของนักทอ่ งเทย่ี วท่เี ข้ามาทากิจกรรมดาน้าท้ังสองประเภทต่างก็มีการปรับตัวสูงข้ึนอย่าง
เห็นได้ชัดเพราะได้ปรับตัวสูงข้ึนเป็นเท่าตัว ข้อมูลดังกล่าวน้ีเป็นหลักฐานอย่างดีว่าประเทศไทยมีความเข้มแข็งใน
แง่ของการท่องเทย่ี วทางน้าโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การทอ่ งเที่ยวทางทะเล ชายหาดและหมู่เกาะเปน็ อยา่ งมาก

นอกจากความพรอ้ มและศกั ยภาพการท่องเทยี่ วชายหาดแลว้ ประเทศไทยมีสภาพภูมิประเทศเป็นดินแดน
ซ่ึงมีแม่น้าไหลผ่านหลายสายซ่ึงประกอบด้วยลุ่มแม่น้าสาคัญทั่วประเทศจานวน 25 แห่งและลุ่มแม่น้าย่อยจานวน
254 แห่ง บริเวณทร่ี าบลมุ่ แม่นา้ เหล่าน้นี บั แตอ่ ดตี ถือเปน็ พื้นทย่ี ทุ ธศาสตร์ทีเ่ หมาะสมในการก่อต้ังเมืองสาคัญๆ ทา
ให้ดินแดนที่ราบลุ่มแม่น้าเหล่านี้เป็นแหล่งอารยธรรมและวัฒนธรรมที่มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์อย่าง

30

ยาวนาน อย่างในอดีตกรุงเทพมหานครมีการขุดคูคลองจานวนมากทาให้มีการเปรียบเทียบให้เป็นเมืองเวนิส
ตะวันออกซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสวยงามและศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเท่ียวนอกจากน้ันกิจกรรมท่ีสามารถ
ทาไดใ้ นการทอ่ งเท่ียวในบริเวณแมน่ า้ ลาคลองก็มีความหลากหลายและให้ประสบการณ์ท่ีแตกต่างกัน เช่น การล่อง
แก่ง การล่องแม่น้า การเที่ยวตลาดน้า การพายเรือ เป็นต้น แม้ว่าชื่อเสียงและความนิยมในด้านการท่องเท่ียว
บริเวณแมน่ ้าลาคลองจะยังไม่สามารถเทียบกับชื่อเสียงและความนิยมของการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทย
ได้ แต่ก็นับว่ามีศักยภาพพอสมควรที่น่าจะนามาส่งเสริมและกระจายรายได้สู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทยซึ่งมี
แม่น้าลาคลองที่มีศักยภาพในการเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเท่ียวต่อไปได้โดยเฉพาะอย่างย่ิงในพ้ืนที่หลายจังหวัดท่ี
ไม่ได้มีพื้นที่ติดกับทะเลหรือชายหาดอาจมีความจาเป็นที่ต้องส่งเสริมและพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าในพ้ืนที่เพ่ือ
ประกอบกับการทอ่ งเทยี่ วประเภทอนื่ ๆ ทอี่ าจมีความโดดเด่นกว่าในพืน้ ทเ่ี หลา่ น้นั

ในส่วนของการท่องเท่ียวทางน้าที่ไม่ใช่การท่องเที่ยวชายหาดและทะเลของประเทศไทย เช่น การ
ท่องเที่ยวตามแม่น้าลาคลองเพื่อชมวิถีชีวิตชุมชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้า หรือการเย่ียมชมตลาดน้า รวมถึงการผจญภัย
ด้วยการล่องแก่งหรือแวะพักค้างคืนในบรรยากาศป่าริมแม่น้า เป็นต้น เมื่อพิจารณาจากจานวนแม่น้าลาคลองท่ี
กระจายอยูท่ ั่วประเทศแล้วยังพบวา่ กจิ กรรมการทอ่ งเทยี่ วเหลา่ น้ียงั คงมีอยู่อย่างจากัดและมีสัดส่วนที่น้อย การเติม
เตม็ ศักยภาพและใช้ศกั ยภาพดงั กล่าวเพอื่ สง่ เสรมิ การทอ่ งเทย่ี วประเภทน้ีจึงนบั ว่ามีความสาคัญที่จะสร้างมูลค่าทาง
เศรษฐกิจการท่องเท่ียวและกระจายรายได้ไปยังพ้ืนที่ต่างๆ ประกอบกับการกากับดูแลให้แหล่งท่องเที่ยวมีความ
ยงั่ ยนื ดว้ ย

31

เมื่อพิจารณาจากกิจกรรมการท่องเทยี่ วที่มแี หลง่ น้าเข้ามาเกี่ยวขอ้ งของประเทศไทยทั้งท่ีเป็นการท่องเท่ียว
ทางทะเลและชายหาดและการท่องเท่ียวตามแม่น้าลาคลองแล้ว กิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ เหล่านี้มีความ
หลากหลายเปน็ อยา่ งมาก การกาหนดนยิ ามของการทอ่ งเที่ยวทางน้าของประเทศไทยเป็นประเด็นที่จาเป็นอย่างย่ิง
ต่อการกาหนดขอบเขตในการดาเนินการตอ่ ยอดในข้นั ตอนต่อไปไมว่ า่ จะเป็นการกาหนดประเด็นยุทธศาสตร์สาคัญ
หรือการกาหนดแผนงานเพอ่ื ส่งเสรมิ การทอ่ งเที่ยวทางนา้ ในอนาคต การกาหนดนิยามของการท่องเที่ยวทางน้าของ
ประเทศไทยน้ีอาจจะมีความหมายกว้างๆ โดยรวมเช่นเดียวท่ีพบในวรรณกรรมหรืองานเขียนทางวิชาการด้านการ
ท่องเท่ียวของต่างประเทศ แต่ข้อที่สาคัญยิ่งกว่านั้นคือการสารวจหากิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้าที่มี
ลักษณะเฉพาะและมีความโดดเด่นของประเทศไทยท่ีสามารถนามาส่งเสริมเป็นจุดขายได้นอกจากการท่องเท่ียว
ประเทศอื่น

เม่ือพิจารณาจากลักษณะของกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้าของประเทศไทยแล้ว ประเด็นสาคัญอีก
ประการหน่ึงคือการกาหนดนิยามการท่องเท่ียวทางน้าว่าจะมีความคาบเก่ียวกับการท่องเท่ียวชนิดอ่ืนๆ อย่างไร
เช่น การทอ่ งเทยี่ วตลาดนา้ ซึ่งเป็นการท่องเทีย่ วเย่ยี มชมวิถีชวี ติ ของคนไทยที่อาศัยแหล่งน้าเป็นสถานที่สัญจรไปมา
และค้าขายสนิ ค้ามีลักษณะเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในขณะเดียวกันก็เป็นการท่องเที่ยว
ที่อยใู่ นบริเวณแหล่งน้า คอื แม่นา้ ลาคลอง จึงอาจเรียกไดว้ ่ากิจกรรมดังกล่าวก็เป็นกิจกรรมการท่องเท่ียวทางน้าได้
เช่นเดยี วกนั การท่องเทีย่ วเพอื่ บาบัดในแหล่งน้าแร่ธรรมชาตนิ ับเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพซ่ึงอาจจะนับ
ไดว้ ่าเป็นกิจกรรมการทอ่ งเที่ยวทางน้าไดห้ รือไม่เพราะมีแหลง่ น้าแร่เปน็ องค์ประกอบสาคัญ เป็นต้น ปัญหาท่ีสาคัญ
คือความเกีย่ วพนั ระหว่างกิจกรรมการท่องเท่ียวและแหล่งน้าน้ันจะต้องมากน้อยเพียงใดจึงจะถือได้ว่ากิจกรรมการ
ทอ่ งเทยี่ วหนง่ึ ๆ เป็นกิจกรรมการท่องเท่ียวทางน้า หากพิจารณาจากกิจกรรมดาน้าหรือล่องเรือต่างๆ จะเห็นได้ว่า
กิจกรรมมีความใกล้ชิดกับทะเลหรือแหล่งน้าค่อนข้างมาก เช่น มีการพักแรมในเรือ (Liveaboard) และการดาลง
ไปในน้าทะเล เป็นต้นการล่องเรือสาราญก็เช่นกันก็มีความใกล้ชิดกับแหล่งน้าอย่างมากคือนอกจากจะมีกิจกร รม
บนเรอื ทมี่ ีส่ิงอานวยความสะดวกต่างๆ นานา ก็มกั จะมกี ารแวะชมแหล่งท่องเท่ียวที่เป็นเกาะหรือชายหาดที่มีความ
สวยงามด้วย แต่หากลองพิจารณากิจกรรมอ่ืนๆ ที่มีความใกล้ชิดกับแหล่งน้าน้อยลงก็น่าสนใจว่ากิจกรรมเหล่านี้
ควรถอื เป็นกิจกรรมการทอ่ งเทีย่ วทางน้าหรือไม่ เช่น กรณีการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หากกิจกรรมกีฬาเป็นกีฬาทางน้า
ที่ชดั เจนกน็ ับได้วา่ เป็นการท่องเที่ยวทางนา้ ได้เช่นกนั อยา่ งกฬี าเจ็ตสกี กีฬาเรือใบหรือกีฬาทางน้าอ่ืนๆ แต่หากเป็น
การจัดกิจกรรมวิ่งทางไกลเส้นทางริมแม่น้าโขงมีข้อน่าคิดว่ากรณีดังกล่าวจะนับว่าเป็นการท่องเท่ียวเชิ งกีฬาที่เป็น

32

การท่องเที่ยวทางน้าได้ด้วยหรือไม่ เป็นต้น ฉะน้ันการกาหนดนิยามของการท่องเที่ยวทางน้าของประเทศไทยว่า
ครอบคลมุ ถงึ กิจกรรมชนดิ ใดบ้างอย่างไรนับเป็นประเด็นสาคัญเบื้องต้นของโครงการน้ี

2.1 การส่งเสรมิ การท่องเทยี่ วทางน้าของประเทศไทย

การส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้าของประเทศไทยน้ันพบว่าได้มีการริเร่ิมดาเนินการแล้วโดยหลาย
หน่วยงานท่ีมีอานาจหน้าที่ทั้งในเชิงภารกิจและในเชิงพื้นที่ท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาแหล่งน้าทั้งนี้วัตถุประสงค์ใน
การพฒั นาแหล่งนา้ อาจเป็นไปเพื่อการส่งเสริมท่องเท่ียวโดยตรงหรือไม่ก็ได้ข้ึนอยู่กับบทบาทและภารกิจของแต่ละ
หนว่ ยงาน เช่น

กรุงเทพมหานคร มีโครงการพัฒนาท่าเรือโดยสารเพื่อศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารและเพื่อเช่ือมโยง
การคมนาคมตลอดจนการพัฒนาทัศนยี ภาพริมน้าเพื่อใหป้ ระชาชนใช้ประโยชน์ริมแม่น้าเจ้าพระยา การดาเนินการ
ดงั กลา่ วอาจจะไมไ่ ด้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยตรงแต่เป็นการปรับทัศนียภาพโดยรวมโดยเฉพาะพ้ืนที่ที่ติด
กับแม่น้าและลาคลองเพ่ือให้มีพ้ืนที่ลักษณะเปิดโล่งให้ผู้คนสามารถพักผ่อนหย่อนใจได้ อีกทั้งเป็นไปตาม
วัตถุประสงค์และภารกิจของกรุงเทพมหานครท่ีต้องการให้ผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครมีคุณภาพชีวิตท่ี ดีข้ึน
นอกจากน้ีการดาเนินการดังกล่าวยังมีวัตถุประสงค์เพ่ืออานวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ใน
กรุงเทพมหานครอีกด้วยในประเด็นของการสัญจรไปมาทางน้า การปรับทัศนียภาพและให้ความสะดวกในแง่ของ
การเดนิ ทางสัญจรไปมาก็นับว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สาคัญในการท่องเที่ยวเช่นเดียวกันเพราะการเดินทางน้ันเป็น
โครงสร้างพื้นฐานที่จาเป็นต่อการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวในบริเวณแม่น้าเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานคร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งทัศนียภาพสองฝ่ังแม่น้าเจ้าพระยานับว่ามีความสวยงามและสื่อให้เห็นถึงความสาคัญเชิง
ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นจานวนมากอีกด้วย จาก
แผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ 12 ปี (พ.ศ. 2552 – 2563) ปรากฏประเด็นสาคัญท่ีต้องการให้
กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางภูมิภาค (Gateway) ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว และอีกหลายๆ
ดา้ นและเปน็ เมอื งทม่ี ีการพฒั นาอยา่ งย่ังยนื (Green)และเปน็ ชุมชนนา่ อยู่ (Good Life)3

กรมเจ้าท่าก็มีการดาเนินงานตอบรับกับแนวคิดการเป็นศูนย์กลางแห่งภูมิภาคเช่นกัน เมื่อปี พ.ศ. 2558
กรมเจ้าท่ามีการวางแผนดาเนินการตามนโยบายของกรม 4 โครงการสาคัญ ได้แก่ 1.โครงการจัดมหกรรมเรือ
สาราญและมารีน่า 2.พัฒนาการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าทางน้าโดยเรือเฟอร่ีในเส้นทางพัทยา ชะอา หัวหิน
รวมทัง้ ปราณบรุ ี 3. ดาเนินการปอ้ งกันและปราบปรามการคา้ มนุษย์ในเรือประมงและการทาประมงผิดกฎหมาย 4.
ความคบื หน้าท่าเรือสาคัญซึ่งครอบคลุมการหาความเป็นไปได้ในการสร้างท่าเรือสาราญท้ังในฝ่ังอ่าวไทยและทะเล
อันดามัน และการปรบั ปรงุ ทา่ เรือ17 แห่งบริเวณลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาในพ้ืนท่ีจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนนทบุรี

3 สานักยทุ ธศาสตรแ์ ละประเมนิ ผล กรงุ เทพมหานคร (2552), แผนพฒั นากรุงเทพมหานครระยะ 12 ปี (พ.ศ. 2552 –
2563).

33

และกรุงเทพมหานคร รวมท้ังดาเนินการทั้งการติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อชาระค่าบริการ และการปรับปรุง
ระบบความปลอดภยั ของผูโ้ ดยสาร4

ในปี พ.ศ. 2559 ได้มีการจัดงาน “มหกรรมเรือส้าราญและมารีน่า-ไทยแลนด์ยอร์ชโชว์ 2016” ด้วย
ความร่วมมอื ของกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา กระทรวงคมนาคม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกรมเจ้า
ท่า การจัดงานดังกล่าวเป็นการจัดงานเป็นคร้ังแรกในประเทศไทยด้วยวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้ประเทศไทย
เป็นศูนย์กลางมารีน่าของอาเซียน รวมท้ังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเท่ียวและเพ่ิมพูนรายได้เข้าประเทศ
ไทย ในงานคร้ังน้ีมีการจัดแสดงเรือสาราญเป็นจานวนมากกว่า 50 ลา กิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นที่อ่าวปอ แกรนด์
มารนี า่ จังหวัดภเู กต็ โดยมผี ้ปู ระกอบการ เจา้ ของเรือ อตู่ อ่ เรือและซอ่ มเรือ นักลงทนุ รวมทั้งผู้เข้าชมงานทั่วไปเป็น
จานวนมาก5

กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่าร่วมกับการท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงการ
ท่องเทยี่ วและกีฬาได้จัดงานมหกรรมเรอื ส้าราญและมารนี า่ ครงั ท่ี 2 เม่ือวนั ท่ี 15 – 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559 โดย
มงี านแสดงสนิ คา้ และบรกิ ารท่ีเกี่ยวเน่ืองกับเรือยอร์ชและซุปเปอร์ยอร์ชเพื่อแสดงให้เห็นศักยภาพและความพร้อม
ของการท่องเที่ยวทางทะเลในประเทศไทย ท้ังนี้การจัดงานดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมายสาคัญคือกลุ่มนักท่องเท่ียวท่ี
เดนิ ทางโดยเรือยอร์ชซ่ึงเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพและมีกาลังซื้อสูง การดาเนินการดังกล่าวก็เป็น
การตอบรับนโยบายของรฐั บาลเก่ียวกับการฟ้นื ฟูเศรษฐกิจอีกดว้ ย นอกจากน้ีการจัดงานครั้งน้ีเป็นการจัดงานครั้งที่
2 สืบเน่ืองมาจากการประสบความสาเร็จในการงานจัดงานคร้ังแรกเม่ือเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกันน้ีเอง คร้ังนั้นมี
ผู้เข้าร่วมงานประมาณ 4,600 คน โดยมีเรือยอร์ชเข้าร่วมจัดแสดง 42 ลา และเรือซุปเปอร์ยอร์ชจานวน 9 ลา ใน
การเปิดงานรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงคมนาคมได้ใหข้ ้อมูลว่ากรมเจ้าท่าได้ดาเนินงานรวบรวมปัญหา อุปสรรค และ
ความตอ้ งการจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพ่ือนามาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบท่ีเกี่ยวข้องกับเรือสาราญ กรมเจ้า
ทา่ ได้มกี ารดาเนินการท่ีสาคัญคือการอนุญาตให้เรือต่างชาติเข้ามาทาการค้าในน่านน้าไทยตามพระราชบัญญัติเรือ
ไทย พ.ศ. 2481 และการออกประกาศกระทรวงคมนาคม ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2558 เร่ือง กาหนดเง่ือนไขการ
อนุญาตให้เรือสาราญและกีฬาขนาดใหญ่ (Super yacht) ในทาการค้าในน่านน้าไทยเป็นเวลา 1 ปี รวมทั้งการ
ดาเนินมาตรการสนบั สนนุ สง่ เสรมิ การพัฒนาท่าเรือมารีน่า ซ่ึงพื้นที่ในการพัฒนาท่าที่จอดเรือหรือท่ีเรียกว่ามารีน่า
สว่ นใหญ่น้ันอยูใ่ นพนื้ ทที่ ีม่ ีขอ้ จากัดด้านสิ่งแวดล้อมคือมีความจาเป็นต้องมีการจัดทารายงานประเมินผลกระทบต่อ
สิ่งแวดล้อม (Environmental impact assessment:EIA) ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ
ส่ิงแวดล้อม พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขเพ่ิมเติม พ.ศ. 2545 เพ่ือประกอบการขออนุมัติโครงการ และมาตรการ

4 สานักขา่ วชายขอบ (2015),กรมเจา้ ท่าชู 4 โครงการใหญ่ ฝันเปน็ ศนู ย์กลาวงมารนิ า่ อาเซียน เรง่ มือเสน้ ทางเฟอรพี่ ัทยา-
ชะอา-หัวหนิ , retrieved June 25, 2017 from http://transbordernews.in.th/home/?p=9116.

5 ผจู้ ัดการออนไลน์ (2559), ครง้ั แรกในไทย!! “มหกรรมเรือสาราญและมารีน่า ไทยแลนดย์ อรช์ โชว์,” retrieved June
25, 2017 from http://www.manager.co.th/travel/viewnews.aspx?NewsID=9590000015227.

34

ส่งเสริมการลงทุนกิจการเรือเฟอร์ร่ี หรือเดินเรือท่องเท่ียว หรือให้เช่าเรือท่องเที่ยว หรือกิจการบริการที่จอดเรือ
ท่องเที่ยว จากการส่งเสริมประเด็นที่กล่าวมาน้ีทาให้เห็นได้ว่าในปัจจุบันการทาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางท่า
เทยี บเรือของภมู ภิ าคเป็นประเดน็ ทส่ี าคญั และได้รับการส่งเสริมอยา่ งต่อเนื่องจากภาครัฐ

เมื่อวันท่ี 11-12 มกราคม พ.ศ. 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เดินทางไปยัง
กรุงเนปดิ อ ประเทศเมยี นมารเ์ พ่อื เข้ารว่ มการประชุมความรว่ มมอื ระหว่างไทย-เมยี นมาร์ ด้านการท่องเที่ยวและ
การลงทุน โดยมีวาระการประชุมท่ีสาคัญคือ การเซ็นบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน โดยจุดประสงค์ของการ
ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวก็เพื่อร่วมมือกันส่งเสริมการท่องเท่ียวเชื่อมโยงระหว่าง 2 ประเทศ สนับสนุน
ใหม้ กี ารแลกเปลีย่ นข้อมลู ระหว่างกนั ดาเนนิ การร่วมกันในการพัฒนาทรพั ยากร ท้ังนี้โดยผลักดันการท่องเที่ยวทาง
น้าและดาเนินการตามนโยบาย ASEAN Connect เพ่ือให้เกิดความร่วมมือกันอย่างย่ังยืน ประเด็นสาคัญในความ
ร่วมมือครั้งน้ีคือการร่วมกันพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเลทางชายฝั่งอันดามันระหว่างเมียนมาร์กับไทย ในพ้ืนท่ี
แหล่งท่องเท่ยี วทางทะเลของจังหวดั ภูเก็ตพังงากระบ่ี และตรัง การร่วมมือดังกล่าวก็เป็นไปเพื่อการส่งเสริมธุรกิจท่ี
เก่ียวข้องกับการท่องเท่ียวหลายๆ ภาคส่วน เช่น ธุรกิจเรือสาราญ เรือยอร์ช และเรือท่องเที่ยวอื่นภายใต้ความ
ร่วมมอื ดงั กลา่ วนัน้ มคี วามเช่อื ว่าจะสามารถสร้างรายไดใ้ ห้อย่างม่ันคงและย่ังยืนให้กับท้ัง 2 ประเทศเม่ือได้เสร็จส้ิน
การลงนามบันทึกความเข้าใจแล้ว ข้ันตอนต่อไปคือการตั้งคณะทางานร่วมกันเพ่ือปฏิบัติการตามข้อตกลงเพ่ือให้
เหน็ ผลงานในปี พ.ศ. 2560 นีเ้ ลย การร่วมมอื กนั ครงั้ นีน้ บั วา่ เป็นการส่งเสริมการท่องเท่ียวประเทศต่างๆ ในกลุ่ม 5
ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว เมยี นมาร์ เวียดนาม และไทย (CLMVT) ภายใต้บริบทกรอบการรว่ มมอื ของอาเซียน การ
ประชุมดังกล่าวนั้นเพ่ือส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้าและสนับสนุนภาคเอกชนไทย จึงมีผู้ประกอบภาคเอกชนของ
ประเทศไทยเข้ามาร่วมหารือเพ่ือขอรับการส่งเสริมข้อมูลส่งเสริมการลงทุนในเมียนมาร์ด้วยส่ิงท่ีเมียน มาร์ต้องการ
ให้ความสาคัญเป็นพเิ ศษคอื การเน้นแหลง่ ท่องเทีย่ วทางทะเลเชื่อมโยงมะริด-ระนอง-ภเู กต็ 6

2.1.1 การท่องเทย่ี วทางน้า: ยอต์ช

กรณขี า้ งตน้ ทาใหเ้ หน็ ว่าในปจั จุบันมกี ารใหค้ วามสาคัญกับการทอ่ งเที่ยวทางน้าโดยเฉพาะอย่างย่ิงการเป็น
ศูนย์กลางของภูมิภาคสาหรับการเป็นท่าจอดเรือยอร์ช เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในระดับโลกแล้วตลาดเรือ
ยอร์ชท่ัวโลกมีมูลค่ารวมกันสูงถึง 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 25577ทางสานักงานGlobal Industry
Analysts ได้ทาการประเมินไว้ว่ามูลค่าของตลาดของเรือยอร์ชจะเติบโตสูงข้ึนเป็น 74,700 ล้านเหรียญสหรัฐในปี

6 ผู้จดั การออนไลน์ (2560), ไทย-พม่า จับมือร่วมส่งเสริมการท่องเท่ียวทางนา้ มะริด-ระนอง-ภูเกต็ , retrieved June
25, 2017 from http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9600000007125.

7Yacht Charter Fleet (2015), ANALYSIS: The Future Looks Bright for Yacht Charter Industry, retrieved
June 27, 2017 from https://www.yachtcharterfleet.com/news/analysis-the-future-looks-bright-for-yacht-
charter-industry-4707.htm.


Click to View FlipBook Version