The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Keywords: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

35

พ.ศ. 2565 โดยท่ีประเทศจีนจะเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของตลาดสูงที่สุดท่ีร้อยละ 8.1 ต่อปี และ
สหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้มีสัดส่วนทางการตลาดของเรือยอร์ชสูงที่สุดที่ร้อยละ 47.4 จากขนาดของตลาดโลก8
นอกจากนี้เมื่อพิจารณาถึงเรือยอร์ชประเภทซุปเปอร์ยอร์ช (Superyacht) ซึ่งมีขนาดและราคาที่สูงกว่าเรือยอร์ช
ทั่วไปแลว้ พบวา่ มีแนวโน้มการเตบิ โตเชน่ เดยี วกัน โดยมยี อดขายเพมิ่ ข้นึ จาก 205 ลาในปี พ.ศ. 2553 เป็น 370 ลา
ในปี 2559 อกี ด้วย9แสดงใหเ้ หน็ แนวโนม้ ทเี่ ตบิ โตเพ่ิมข้ึนตลาดเรือยอรช์ ในภาพรวม

จากการศึกษาตลาดการชาร์เตอร์เรือยอร์ชท่ัวโลก บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจฟิวเจอร์มาร์เก็ต อินไซต์
(Future Market Insights) พบว่าในตลาดเรอื ยอร์ชมกี ารเติบโตโดยมกี ารเพิม่ จานวนผู้ใช้บริการท่ีมีอายุไม่มากโดย
การจองผา่ นระบบการจองออนไลน์ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อและความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างผู้ให้บริการจองเที่ยวบิน
กับผู้ให้บริการชาร์เตอร์เรือยอร์ชผ่านระบบการจองออนไลน์ การนาเสนอผ่านช่องทางดังกล่าวน้ันมีรูปแบบให้ผู้
จองสามารถจองเทีย่ วบินไปพรอ้ มกบั การจองเรือได้ด้วยในคร้ังเดียวกันโดยได้รับส่วนลดในการจองด้วย แนวโน้มท่ี
พบได้จากข้อเท็จจริงดังกล่าว คือ การท่ีกลุ่มวัยรุ่นนั้นมีความช่ืนชอบในการใช้บริการเรือยอร์ชเป็นกิจกรรมใน
วนั หยดุ เพิ่มมากขึน้ โดยพบว่าในกล่มุ ผู้ใช้บริการวัยรุ่นน้ัน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ท่ีมาใช้บริการเรือยอร์ชเป็นคร้ังแรกใน
โอกาสพิเศษ เช่น วันเกดิ การจัดงานสังสรรค์ เป็นตน้ เพื่อให้เกิดความทรงจาที่น่าประทับใจ ส่วนผู้ใช้บริการท่ีจอง
เรอื ยอร์ชในชอ่ งทางซึง่ มใิ ช่ระบบออนไลน์กย็ ังมีจานวนมากอยเู่ ช่นกนั

ในการศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์และตลาดเรือยอร์ชในระดับโลกนี้ก็ยังมีประมาณการว่าภูมิภาคท่ี
เป็นผู้นาและมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดคือภูมิภาคยุโรปคิดเป็นร้อยละ 68.6 ในปี 2015โดยกล่าวถึงตลาดใน
ภูมิภาคอเมริกาเหนือว่ามูลค่าของตลาดการชาร์เตอร์เรือยอร์ชน่าจะมีมูลค่าเกิน 200 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี
2026 โดยน่าจะมีอตั ราการเตบิ โตเฉลยี่ ตอ่ ปีประมาณร้อยละ 3.3 โดยชาวอเมริกาเหนือนั้นมักจะมาเป็นกลุ่มขนาด
ใหญ่เพ่ือใหไ้ ดส้ ว่ นลดหรือประโยชนเ์ ม่อื มาเป็นกลุ่มใหญ่และลดค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปด้วย นอกจากนั้นยังมีความ
สนใจเป็นพิเศษในเร่ืองของเทคโนโลยี บริษัทให้บริการเรือยอร์ชจึงมักทานาเสนอเรือยอร์ชที่มีความทันสมัยและ
ติดตง้ั อุปกรณท์ ท่ี ันสมยั ทสี่ ุด ส่วนในภมู ิภาคยุโรปตะวันออกน้ัน ประเทศตุรกีเป็นประเทศท่ีได้รับความนิยมท่ีสุดใน
การให้บริการชาร์เตอร์เรือยอร์ช เรือยอร์ชท่ีให้บริการมักจะอยู่ในรูปแบบของเรือยอร์ชติดเคร่ืองยนต์ (Motor
yacht) เน่ืองจากมีความคงทนและอตั ราการใชพ้ ลงั งานอยู่ในเกณฑ์ดี รายได้จากตลาดเรือยอร์ชในยุโรปในช่วงของ
ปี 2016 – 2026 น่าจะเพ่ิมขึ้นประมาณ 1.4 เท่าทาให้มูลค่าของตลาดในยุโรปภายในปี 2026 จะมีมูลค่าสูงว่า
500 ลา้ นเหรียญสหรัฐ โดยมอี ตั ราการเติบโตเฉลยี่ ต่อปปี ระมาณร้อยละ 3.4

8Global Industry Analyst, Inc. (2016), Increasing Popularity of Yachting as a Luxury Sport and Leisure
Activity to Spur Demand for Yachts, retrieved June 27, 2017 from
http://www.strategyr.com/MarketResearch/Yacht_Yachting_Industry_Market_Trends.asp

9Boat International (2016), Superyacht Sales Data, retrieved June 27, 2017 from
http://www.boatinternational.com/yacht-market-intelligence/superyacht-industry-data/superyacht-sales-data

36

ท่มี า: Future Market Insights, Market Research Report: Yacht Charter Market: Europe Yacht Charter
Market Revenue Projected to Increase 1.4X over the Forecast Period: Global Industry Analysis
and Opportunity Assessment, 2016 - 2026
ในปัจจุบันตลาดการทอ่ งเท่ยี วเรอื ยอรช์ ของประเทศไทยยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขนาดโดยรวม

ของตลาดโลก โดยในปี พ.ศ. 2559 ตลาดการท่องเท่ียวเรือยอร์ชของไทยมีมูลค่าประมาณ 5,800 ล้าน
บาท โดยแบง่ เปน็ ตลาดเรือยอร์ชทอ่ งเที่ยวในไทย 3,200 ล้านบาท และตลาดเรือยอร์ชจากต่างประเทศท่ี
เข้ามาในไทย 2,600 ล้านบาท

ตลาดเรือยอร์ชจากต่างประเทศที่เข้ามาในไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเท่ียวจากภูมิภาคยุโรป
และบางประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น มีแนวโน้มอัตราเติบโตที่ดีมาก โดยในปี
พ.ศ. 2559 มีเรือในกลุ่มนี้อยู่ประมาณ 2,625 ลา เพ่ิมข้ึนร้อยละ 25 จากปีก่อนหน้า ส่วนตลาดเรือยอร์
ชท่องเที่ยวในไทยนั้นมักจะเป็นกลุ่มเรือยอร์ชส่วนตัว (Private Yacht) ท้ังน้ีมีจานวนท้ังหมดประมาณ
2,000 ลา โดยร้อยละ 70 ของจานวนดังกล่าวจะแล่นหรือจอดอยู่ในทะเลฝ่ังอันดามัน เช่น กระบี่ หรือ
ภเู กต็ และสว่ นทเี่ หลอื อยู่ในฝัง่ อ่าวไทยอยา่ งทเ่ี กาะสมุยหรอื พทั ยา เป็นตน้

การท่องเที่ยวด้วยเรือยอร์ชสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล โดยนักท่องเท่ียว
ในกลุ่มน้ีจะเป็นกลุ่มผู้ทีม่ ีรายได้สูงและมีการใช้จ่ายที่สูงกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ ถึง 4 เท่า และก็ให้เกิด
รายได้ในธุรกิจต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องตั้งแต่ ธุรกิจหลัก อย่างธุรกิจมารีน่า และธุรกิจซ่อมบารุงเรือยอร์ช ไป
จนถึงธุรกิจย่อยอย่าง ร้านอาหาร โรงแรม อุตสาหกรรมสปาหรือนวดแผนไทย อุตสาหกรรมกีฬาทางน้า
เชน่ การดาน้า หรอื เจท็ สกี อีกท้งั ยังก่อใหเ้ กดิ การจา้ งงานและการสัง่ สมของแรงงานมีฝีมือในพ้ืนท่ีอีกด้วย
สาหรบั ราคาเชา่ เรอื ยอรช์ นั้นจะขึน้ อยกู่ ับความยาวของเรือ จานวนลูกเรือ ช่วงเวลา และจานวนวันในการ

37

เช่า โดยหากเช่าเรือขนาด 85 ฟุต จานวน 1 วันในช่วงไฮซีซัน จะมีราคาโดยเฉล่ียอยู่ที่ 220,000 บาทต่อวัน
โดยรวมคา่ ใช้จ่ายทเ่ี กย่ี วข้องกับกัปตนั เรือและลูกเรอื แล้ว

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงมีอุปสรรคต่อการพัฒนาตลาดเรือยอร์ชในประเทศ เช่น ระดับความลึก
ของร่องน้าทะเลไทย หรือกฎหมายต่างๆท่ีทางภาครัฐเคยได้กาหนดไว้ ในปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐได้เล็งเห็นถึง
ปัญหาดังกล่าวและได้พยายามผลักดันอุตสาหกรรมเรือยอร์ชให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางมารีน่าของอาเซียน
(Marina Hub of ASEAN) ผ่านการจัดงานมหกรรมเรือสาราญและมารีน่าและได้แก้ไขกฎระเบียบเก่ียวกับเรือ
ซปุ เปอรย์ อรช์ ตามท่รี ะบุไว้แล้วข้างต้น

ประเทศท่มี ีศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจมารีน่ามากท่ีสุดในอาเซียนคือสิงคโปร์ อย่างไรก็ตามสิงคโปร์เป็น
ประเทศขนาดเล็กและมคี า่ ครองชพี ท่ีสงู กว่าไทยมาก ทาให้มีค่าบรกิ ารจอดเรอื อยู่ที่ 3000ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน
คา่ บรกิ ารซ่อมบารุงทว่ั ไปประมาณ 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือนค่าน้าประมาณ 2.5 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหน่วย
และค่าไฟประมาณ 2.8 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหน่วย ทาให้ประเทศไทยสามารถชูจุดเด่นในด้านการบริการท่ีดีแต่มี
ราคาต่ากว่าเพื่อชว่ งชงิ สว่ นแบง่ การตลาดมาจากสิงคโปรไ์ ด้10

ประเด็นอีกประเด็นหน่ึงที่ประเทศไทยกาลังให้ความสาคัญคือการสนับสนุนการท่องเท่ียวทางน้าคือการ
ส่งเสริมการท่องเท่ียวเรือสาราญ (Cruise)การดาเนินการดังกล่าวนับว่าสอดคล้องกับสถานการณ์ในตลาดการ
ท่องเที่ยวเรือสาราญของโลก จากข้อมูลของสมาคมการเดินเรือสาราญระหว่างประเทศ ( Cruise Lines
International Association: CLIA) ซึ่งมีเครือข่ายสมาชิกครอบคลุมการเส้นทางเรือกว่าร้อยละ 95 ของเส้นทาง
ท่ัวโลกและบริษัทนาเที่ยวและตัวแทนนาเท่ียวอีกมากกว่า 20,000 ราย โดยมีสานักงานตั้งอยู่ 15 สานักงาน
กระจายอย่ไู ปตามภมู ภิ าคตา่ งๆ ท่วั โลก แนวโน้มของผ้ทู เี่ ดินทางมเี พ่มิ ข้ึนเร่ือยๆ ในช่วงปี ค.ศ. 2009 – 2016 ตาม
แผนภาพต่อไปน้ี

10ศูนย์วจิ ยั กสกิ รไทย(2016), จับตาตลาดทอ่ งเท่ยี วเรือยอร์ชของไทย ... หลายโอกาส หลากความท้าทาย (กระแสทรรศน์
ฉบับท่ี 2714), retrieved June 25, 2017, from https://www.kasikornresearch.com/TH/K-
EconAnalysis/Pages/ViewSummary.aspx?docid=35052

38

ทมี่ า: Cruise Lines International Association: CLIA
นอกจากนั้นจากการรวบรวมข้อมูลยังพบว่าการเดินเรือสาราญน้ันมีการกระจายตัวแบ่งไปตามภูมิภาค
ต่างๆ ในปี พ.ศ. 2559 ดังน้ีคือ ในแถบแคริเบียนคิดเป็นร้อยละ 33.7 แถบเมดิเตอเรเนียนคิดเป็นร้อยละ 18.7
อ่นื ๆ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 11.7 ทวปี เอเชียคิดเป็นร้อยละ 9.2 บริเวณออสเตรเลียและนิวซีแลนด์คิดเป็นร้อยละ 6.1 แถ
บอลาสกา้ คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.1 และแถบอเมรกิ าใต้คดิ เปน็ ร้อยละ 2.7 (ดูจากแผนภาพประกอบ)

39

ทม่ี า: Cruise Lines International Association: CLIA
การทอ่ งเที่ยวเรือสาราญนั้นกอ่ ใหเ้ กดิ การกระจายรายไดไ้ ปยังภูมภิ าคต่างๆ ทั่วโลกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้
ความตอ้ งการใช้บรกิ ารเรอื สาราญน้นั ประมาณการได้ว่าเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 68 โดยท่ีในปี พ.ศ. 2557 มีมูลค่า
ท่ีเกิดจากการท่องเที่ยวเรือสาราญในประเทศท่ีมีความโดดเด่นดังรูปต่อไปนี้ คือ แคนาดาประมาณ 8 แสนเหรียญ
สหรฐั สหรัฐอเมริกาประมาณ 11.21 เหรียญสหรัฐ สหราชอาณาจักรประมาณ 1.61 ล้านเหรียญสหรัฐ สเปน 4.5
แสนเหรียญสหรัฐ ฝร่ังเศส 5.9 แสนเหรียญสหรัฐ อิตาลี 8.4 แสนเหรียญสหรัฐ เยอรมนีประมาณ 1.77 ล้าน
เหรียญสหรัฐ นอรเวย์ประมาณ 1.8 แสนเหรียญสหรัฐ จีนประมาณ 7 แสนเหรียญสหรัฐ ออสเตรเลียประมาณ 1
ล้านเหรียญสหรัฐ และประเทศอื่นอีกประมาณ 2.84 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี พ.ศ. 2558 ในทวีปเอเชียมีการ
รองรบั ผู้โดยสารประมาณอยู่ท่ปี ระมาณ 2.2 ลา้ นราย ส่วนประเทศที่มีจานวนผ้โู ดยสารเรือสาราญเพ่ิมข้ึนอย่างโดด
เดน่ คอื ประเทศออสเตรเลยี ที่จากปี พ.ศ. 2547 มีผ้โู ดยสาร 158,415 คน เพิ่มเปน็ 1,003,256 คนในปี พ.ศ. 2557

40

ทมี่ า: Cruise Lines International Association: CLIA

2.2 นโยบายและยทุ ธศาสตรท์ ี่เกย่ี วข้องกบั การท่องเที่ยวทางนา้ ของประเทศไทย

นอกจากการดาเนินการสง่ เสรมิ ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางภมู ภิ าคการเป็นท่าเทียบเรือดังที่กล่าวมาแล้ว
ข้างต้นการดาเนินการส่งเสริมการท่องเท่ียวทางน้าน้ันก็มีการดาเนินการในทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานด้านการ
ทอ่ งเท่ียวและหนว่ ยงานผู้รบั ผดิ ชอบในพ้นื ท่ีทีม่ ีแหล่งน้าและมีสถานทท่ี อ่ งเท่ยี ว เช่น จังหวัดในภาคใต้ท่ีมีความโดด
เด่นด้านการท่องเท่ียวชายหาดและเกาะต่างๆ ในแต่ละจังหวัดหรือกลุ่มพ้ืนท่ีก็ได้มีการดาเนินการส่งเสริมการ
ท่องเท่ยี วทางน้ามานานแล้วดังท่ีปรากฏเป็นเขตพัฒนาการท่องเที่ยวต่างๆ เป็นต้น การดาเนินการพัฒนาด้านการ
ท่องเท่ียวของประเทศไทยที่ผ่านมานั้นได้มียุทธศาสตร์และแผนพัฒนาระดับชาติท่ีเก่ียวข้องหลายฉบับท้ัง
แผนพฒั นาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ยทุ ธศาสตรก์ ระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา และยุทธศาสตรก์ ารทอ่ งเที่ยวไทย

การท่ีจะกาหนดนโยบายหรือทิศทางในการพัฒนาส่งเสริมการท่องเท่ียวทางน้าได้จะต้องพิจารณาถึงทิศ
ทางการพัฒนาการท่องเท่ียวโดยรวมตามยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาระดับชาติ ซ่ึงโดยปกติแล้วกระทรวงการ
ท่องเที่ยวและกีฬาจะนาเอาหลักการตามยุทธศาสตร์และแผนเหล่าน้ีไปจัดทายุทธศาสตร์กระทรวงเพ่ือใช้ในการ
ปฏิบัติการ ภาคส่วนในแต่ละพ้ืนท่ีก็จะนาเอาหลักการเหล่านั้นไปปรับใช้ในระดับปฏิบัติการในพ้ืนที่ของตนต่อไป
ทิศทางของการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าก็เช่นกันก็จะต้องมีความสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ใน
ระดบั ชาติด้วยเพื่อความเป็นเอกภาพในการพัฒนาอย่างบูรณาการ สถานะของการท่องเที่ยวทางน้าในทิศทางและ

41

ยุทธศาสตร์ในระดับชาติมีความจาเป็นอย่างย่ิงที่จะต้องศึกษาให้ถ่องแท้เพื่อประโยชน์ในการกาหนดทิศทาง
รายละเอียดและขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เติมซ่งึ เป็นวตั ถุประการหลกั ของโครงการนี้

ที่ผ่านมานโยบายการท่องเท่ียวของประเทศไทยในช่วง พ.ศ. 2555 – 2559 นั้นอยู่ภายใต้แผนพัฒนาการ
ท่องเท่ียวฉบับแรกท่ีมีผลใช้เป็นแนวทางในช่วง 2555 – 2559 โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ได้รับเอา
หลักการสาคัญไปกาหนดเป็นยุทธศาสตร์กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา พ.ศ. 2555 – 2559 ในเวลาต่อมา
ในช่วงรอยต่อเพ่ือจัดทาแผนพัฒนาการท่องเท่ียวฉบับที่สองที่จะใช้ในช่วง พ.ศ. 2560 – 2564 ก็ได้มีการจัดทา
ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558 – 2560 เพ่ือเป็นแนวทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงรอยต่ออีก
ด้วย

กลยุทธป์ ระการหนงึ่ ท่มี กี ารใช้มาจนถึงปจั จุบันคือการแบ่งเขตการพฒั นาการท่องเท่ียวทั่วประเทศไทยโดย
ผนวกจังหวัดท่ีมีความโดดเด่นและลักษณะการท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงไว้ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวเดียวกัน แต่ละ
เขตพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วแต่ละเขตจะมคี ณะกรรมการพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วและตอ้ งมแี ผนปฏิบัติการเพ่ือส่งเสริมการ
ท่องเที่ยวสาหรับเขตการพัฒนาการทอ่ งเท่ียวของตน เขตพฒั นาการท่องเทีย่ วของประเทศไทยในปัจจุบันมีทั้งสิ้น 8
เขต ประกอบด้วย เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา เขตพัฒนาการท่องเท่ียวฝั่งทะเลตะวันตก เขต
พัฒนาการท่องเท่ียวฝ่ังทะเลตะวันออก เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน เขตพัฒนาการท่องเท่ียวอารยธรรม
อสี านใต้ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาตอนกลาง เขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้าโขง และ
เขตพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วมรดกโลกด้านวฒั นธรรม

นอกจากนั้นกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเท่ียวเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ท่องเท่ียวทั้ง 8 เขต ยังมีการส่งเสริมการ
ท่องเที่ยวตามพ้ืนที่ในลักษณะอ่ืน คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยว 12 เมืองต้องห้าม...พลาด และ 12 เมืองต้องห้าม
...พลาด พลสั ซึ่งเป็นการต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยว 12 เมืองต้องห้ามพลาด บางพ้ืนที่ที่มีพรมแดนเชื่อมต่อ
กบั ประเทศเพอื่ นบ้านกไ็ ดร้ ับการประกาศใหเ้ ปน็ เขตพ้ืนท่ีเศรษฐกจิ และเมืองชายแดน พจิ ารณาดังรูปต่อไปนี้

42

) เขตพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วอารยธรรมล้านนา
)เขตพฒั นาการท่องเที่ยววถิ ีชวี ติ ลุ่มแมน่ ้าโขง

) เขตพัฒนาการ
ท่องเทย่ี วมรดกโลกด้านวฒั นธรรม

) เขตพฒั นาการท่องเที่ยว ) เขตพฒั นาการทอ่ งเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้
วิถีชีวิตลุ่มแม่นา้
เจา้ พระยาตอนกลาง ) เขตพัฒนา
การท่องเทย่ี ว
) เขตพัฒนา ฝง่ั ทะเลตะวนั ออก
การท่องเท่ยี ว
ฝั่งทะเลตะวันตก = 8 เขตพฒั นาการทอ่ งเทย่ี ว
= 12 เมอื งตอ้ งหา้ ม…พลาด
)เขตพัฒนา = 12 เมอื งตอ้ งห้าม…พลาด พลสั
การทอ่ งเทีย่ วอนั ดามนั = เขตพ้นื ทเ่ี ศรษฐกิจและเมอื ง
ชายแดน

เพียงพจิ ารณาจากช่ือของเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 8 เขตแล้ว จะเห็นได้ว่ามีถึง 5 เขตมีชื่อซ่ึงเก่ียวข้อง
กับการท่องเท่ียวทางน้าเน่ืองจากชื่อแสดงให้เห็นชื่อของแหล่งน้าซึ่งจะเป็นแหล่งท่องเท่ียวทางน้าได้ คือ เขต
พัฒนาการท่องเที่ยวฝ่ังทะเลตะวันตก เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝ่ังทะเลตะวันออก เขตพัฒนาการท่องเท่ียวอันดา
มัน เขตพัฒนาการท่องเที่ยวลุ่มแม่น้าเจ้าพระยา และเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้าโขง หากแบ่งย่อยออก
ตามลักษณะของแหล่งน้า คือ แหล่งท่องเที่ยวชายหาดและทะเลก็จะมีท้ังส้ิน 3 เขตท่ีมีความโดดเด่นคือเขต
พัฒนาการทอ่ งเท่ยี วฝ่ังทะเลตะวันตก เขตพัฒนาการท่องเท่ียวฝ่ังทะเลตะวันออก และเขตพัฒนาการท่องเท่ียวอัน
ดามัน ส่วนเขตท่ีแสดงให้เห็นแหล่งท่องเท่ียวแม่น้าคือเขตพัฒนาการท่องเท่ียวลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาตอนกลางและ
เขตพฒั นาการทอ่ งเท่ยี ววิถชี ีวิตลมุ่ แมน่ า้ โขง

ช่วงปี พ.ศ. 2559 – 2560 นับว่าเป็นช่วงท่ีสาคัญเน่ืองจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านในเชิงนโยบายเห็นได้จาก
การกาหนดนโยบายในระดับชาติสาคัญหลายประการ คือ รัฐบาลได้กาหนดยุทธศาสตร์ระดับชาติในระยะ 20 ปี

43

ประกอบกับการใช้บังคับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 นโยบายดังกล่าวมุ่งหวังการพัฒนา
ประเทศในระยะยาว 20 ปีเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง การกาหนดนโยบายในด้านต่างๆ จะต้องอ้างอิง
และสอดคล้องกับแนวทางยุทธศาสตร์ท่ีกาหนดไว้ในยุทธศาสตร์ระดับชาติดังกล่าวและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาตฉิ บบั ท่ี 12 ด้วย หลักการท่สี าคญั คือการกาหนดแผนพฒั นาระยะส้ัน ระยะกลางและระยะยาวในช่วง
20 ปีต่อไป

2.2.1 ยทุ ธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)

ยทุ ธศาสตร์ชาตริ ะยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) นนั้ มวี ิสัยทศั น์ในการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคง ม่ัง
คั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือเป็นคติพจน์ประจา
ชาติว่า “มั่นคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน” มีประเด็นยุทธศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกับการท่องเท่ียวหลายประการ ได้แก่ ประเด็น
ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์ที่ 5 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้าง
การเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และ ยุทธศาสตร์ท่ี 6 ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและ
พัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ความสามารถในการแข่งขันในอตุ สาหกรรมการท่องเที่ยวนับว่าเป็นประเด็น
ท่เี กย่ี วข้องท่สี ดุ สาหรับการสง่ เสรมิ และพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วทางนา้

2.2.2 แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564)

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) เป็นกรอบและแนวทางในการ
พัฒนาประเทศในแต่ละช่วงระยะเวลาปี พ.ศ. 2560-2564 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 น้ัน
มีจุดมุ่งหมายให้เป็นแผนที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง จึงมีการ
ดาเนินการรับฟังความคิดเห็นเพ่ือนาเอาข้อคิดเห็นและข้อเสนอต่างๆ นามาพิจารณาประกอบการกาหนดทิศทาง
และกรอบยุทธศาสตร์ของแผน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) นั้นให้
ความสาคัญกับหลักการสาคัญ 5 ประการ คือ (1) การยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้เกิดการบูรณาการ
ในการพัฒนาในทกุ มติ ิ (2) การยึดคนเป็นศนู ย์กลางการพัฒนาเพือ่ สร้างคณุ ภาพชีวิตและสขุ ภาวะท่ีดีสาหรับคนไทย
(3) การยึดวิสัยทัศน์ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีในฐานะกรอบวิสัยทัศน์หลักของประเทศไทย (4) การนาเอา
เป้าหมายอนาคตประเทศไทยปี พ.ศ. 2579 ที่เป็นเป้าหมายในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมาเป็นกรอบในการกาหนด
เปา้ หมายท่ีจะบรรลุใน 5 ปีแรก และ (5) การยึดหลักการนาไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างจริงจังใน 5 ปีที่
ต่อยอดไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นเป้าหมายระยะยาว และในแง่ของเป้าหมายการพัฒนานั้น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาใน 6 มิติหลัก ได้แก่ (1) การสร้างคนไทยที่มีคุณลักษณะเป็น
คนไทยท่ีสมบูรณ์ (2) การลดความเหล่ือมล้าทางด้านรายได้และความยากจน (3) การสร้างระบบเศรษฐกิจท่ีมี
ความเข้มแข็งและแข่งขันได้ (4) การมีทุนทางธรรมชาติและคุณภาพส่ิงแวดล้อมท่ีสามารถสนับสนุนการเติบโตท่ี
เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม มีความม่ันคงด้านอาหาร พลังงานและน้า (5) มีความม่ันคงในเอกราชและอธิปไตย สังคม

44

ปลอดภัย สามัคคี สร้างภาพลักษณ์ที่ดี และเพิ่มความเช่ือมั่นของนานาชาติที่มีต่อประเทศไทย และ (6) มีระบบ
บริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการกระจายอานาจและมีส่วนร่วมจาก
ประชาชน

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 12 นี้ได้มีการกาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศเอาไว้
ทัง้ ส้ิน 10 ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ โดยมียุทธศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกับการท่องเท่ียวที่มีความโดดเด่น ได้แก่ ยุทธศาสตร์ท่ี
3 การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างย่ังยืน ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การเติบโตท่ีเป็นมิตรกับ
ส่ิงแวดล้อมเพ่ือการพัฒนาอย่างย่ังยืน ยุทธศาสตร์ท่ี 7 การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและระบบโลจิสติกส์
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 8 การพฒั นาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วจิ ยั และนวตั กรรม ยุทธศาสตร์ท่ี 9 การพัฒนาภาค เมือง และ
พ้ืนท่ีเศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์ท่ี 10 ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา ยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนา
เศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติเม่ือพิจารณาในบริบทของการท่องเที่ยวจะเห็นได้ว่าครอบคลุมในหลายมิติ ได้แก่ การ
เพ่ิมความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืน
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพอื่ เปน็ ปัจจัยสนับสนุนการท่องเท่ียว การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมการ
ท่องเท่ียวเพื่อเพิ่มศักยภาพตลาดการท่องเท่ียวของประเทศไทย รวมถึงการร่วมมือด้านการท่องเท่ียวกับประเทศ
ตา่ งๆ ทั้งในภูมิภาคใกลเ้ คียงและประเทศในภมู ิภาคอืน่ ๆ ตามท่ีเหมาะสม

การกาหนดยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปีและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติน้ันนับว่าเป็นนโยบาย
การพัฒนาประเทศชุดใหม่ในช่วงการเปล่ียนผ่านนโยบาย สาหรับการท่องเท่ียวเองก็เป็นช่วงเปล่ียนผ่านนโยบาย
ด้านการท่องเท่ียวเช่นเดียวกันเนื่องจากแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับแรกมีผลต้ังแต่ พ.ศ. 2555-2559
การจัดทาแผนฉบับใหม่ก็อ้างอิงหลักการที่สาคัญตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ด้วยเช่นกนั แผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2560-2564 ได้กาหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยเป็น
แหล่งท่องเท่ียวคุณภาพชั้นนาของโลก ท่ีเติบโตอย่างมีดุลยภาพบนพ้ืนฐานความเป็นไทย เพ่ือส่งเสริมการพัฒนา
เศรษฐกิจ สังคม และกระจายรายได้สู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน” และกาหนดการพัฒนาออกเป็น 3
ระยะ11

การพัฒนาระยะแรกครอบคลุมระยะเวลาใน 5 ปีแรก (พ.ศ. 2560-2564) มุ่งเป้าหมายให้ประเทศไทยคง
ความเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนาของโลกในด้านการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม ทะเล ชายหาด การแพทย์ และเร่ิมมี
การส่งเสริมและสนับสนุนการเปน็ แหล่งทอ่ งเท่ยี วช้ันนาในภาคส่วนการทอ่ งเท่ยี วประเภทอื่นๆนอกจากนั้นยังมีแผน
ในการสนับสนุนให้มูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวมีการเติบโตขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีการ
ขยายตัวเชิงภูมิศาสตร์ให้กระจายไปสู่จังหวัดต่างๆ ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวต่างๆ ให้ท่ัวถึงย่ิงข้ึน (คลัสเ ตอร์)

11ฐานเศรษฐกิจ (2559), โรดแมปทอ่ งเทีย่ วแห่งชาตวิ างรากฐานรบั ยทุ ธศาสตร์ 20 ปี, retrieved June 25, 2017 from
http://www.thansettakij.com/2016/08/08/79408.

45

และทาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเท่ียวเพื่อไปสู่การท่องเท่ียวในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์
และเวียดนามด้วย (หรอื ทีร่ ูจ้ ักกนั ในฐานะกลุ่มประเทศ CLMV)

การพฒั นาระยะท่ี 2 ครอบคลมุ ระยะเวลา 10 ปีข้างหนา้ คอื ภายในปี พ.ศ. 2569 มุ่งเป้าหมายให้ประเทศ
ไทยเป็นแหล่งทอ่ งเท่ยี วชั้นนาของภูมิภาคอาเซียนในอีกอย่างน้อย 1 ประเภทการท่องเท่ียวที่นอกเหนือไปจากการ
ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทะเล ชายหาดและการแพทย์ การดาเนินการสนับสนุนการท่องเที่ยวชนิดหรือในพ้ืนท่ี
ใหม่ๆจะต้องเช่ือมโยงกับเขตพื้นที่ท่องเท่ียวเดิมด้วยเป้าหมายสาคัญคือการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวใน
ประเทศไทยเพ่ือใหป้ ระเทศไทยเปน็ ศูนย์การท่องเทย่ี วเชอ่ื มโยงสกู่ ารท่องเทีย่ วในภูมิภาคอาเซียน

การพัฒนาระยะท่ี 3 ครอบคลุมระยะเวลา 20 ปีขา้ งหนา้ คือภายในปี พ.ศ. 2574 มุ่งเป้าหมายให้ประเทศ
ไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวช้ันนาของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในอีกอย่างน้อย 2 ภาคการท่องเที่ยวใหม่ที่
นอกเหนอื ไปจากการทอ่ งเทย่ี วเชิงวัฒนธรรม ทะเล ชายหาดและการแพทย์ โดยประเทศไทยจะต้องมีนักท่องเท่ียว
จากทุกภูมิภาคทั่วโลกและมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงข้ึนอย่างต่อเนื่องสาหรับนักท่องเท่ียวทุกก ลุ่ม
ทุกจังหวัดได้รับการพัฒนาการท่องเท่ียวตามศักยภาพและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด เพ่ือให้การท่องเที่ยวเป็น
รากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและขับเคล่ือนการ
ทอ่ งเท่ียว สดุ ท้ายกจ็ ะทาเป็นประเทศไทยเป็นศนู ยก์ ลางการท่องเทีย่ วที่เชื่อมโยงไปสปู่ ระเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชียอีก
ดว้ ย (Gateway)

คณะกรรมการนโยบายการท่องเท่ียวแห่งชาติได้เห็นชอบแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับที่ 2 ใน
เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 พรอ้ มกับการเห็นชอบแผนปฏิบตั ิการพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วภายในเขตการท่องเท่ียวอีก 3
แผนได้แก่ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกด้านวัฒนธรรมเขตพัฒนาการท่องเท่ียววิถีชีวิตลุ่มแม่น้าเจ้าพระยา
ตอนกลาง และเขตพัฒนาการท่องเท่ียววิถีชีวิตลุ่มแม่น้าโขง12 ทาให้ขณะนี้ทั้ง 8 เขตพัฒนาการท่องเที่ยวมี
แผนปฏิบัตกิ ารประจาเขตพัฒนาการท่องเท่ียวของตนเรยี บรอ้ ยแล้ว

2.2.3 แผนพฒั นาการทอ่ งเท่ียวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560-2564
แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2560-256413 นับเป็นแผนแม่บทที่สาคัญต่อการ
ดาเนินการสง่ เสริมการท่องเทย่ี วนับจากเวลาน้ีจนถึง 5 ปขี า้ งหนา้ รวมถึงเปา้ หมายในระยะ 20 ปี แผนฉบับน้ีมีการ
กาหนดประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ 5 ประการ คือ

12 ขา่ ว INN (2559), ฉลยุ ! แผนพฒั นาท่องเท่ยี วแหง่ ชาติฉบับท่ี 2, retrieved June 25, 2017 from
http://www.innnews.co.th/show/723213/ฉลยุ !แผนพฒั นาท่องเที่ยวแหง่ ชาตฉิ บับที่2.

13 ประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเทยี่ วแห่งชาติ เร่อื ง แผนพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วแห่งชาติ ฉบบั ที่ 2 (พ.ศ. 2560-
2564). ราชกิจจานุกเบกษาเลม่ 134/ตอนพิเศษ 43ง/10 กมุ ภาพันธ์ 2560

46

ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 การพฒั นาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว สนิ ค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุล
และยง่ั ยนื

ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและส่ิงอานวยความสะดวกเพ่ือรองรับการขยายตัวของการ
ทอ่ งเทยี่ ว

ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเท่ียว และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
พฒั นาการทอ่ งเที่ยว

ยุทธศาสตรท์ ่ี 4 การสรา้ งความสมดุลให้กบั การท่องเทีย่ วไทยผา่ นการตลาดเฉพาะกลมุ่ การส่งเสริมวิถีไทย
และการสร้างความเช่อื มน่ั ของนกั ท่องเทยี่ ว

ยุทธศาสตร์ท่ี 5 การบูรณาการการบริหารจัดการการท่องเท่ียวและการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง
ประเทศ

47

ยุทธศาสตรท์ ี่ 1
• การพฒั นาคณุ ภาพแหลง่ ทอ่ งเทีย่ ว สนิ คา้ และบริการดา้ นการ

ทอ่ งเทย่ี วใหเ้ กิดความสมดลุ และยง่ั ยืน

ยุทธศาสตร์ท่ี 2
• การพัฒนาโครงสรา้ งพืน้ ฐานและสงิ่ อานวยความสะดวกเพื่อรองรับ

การขยายตัวของการทอ่ งเทย่ี ว

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3
• การพฒั นาบุคลากรด้านการทอ่ งเทีย่ ว และสนับสนนุ การมสี ว่ นรว่ ม

ของประชาชนในการพฒั นาการทอ่ งเทย่ี ว

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4
• การสรา้ งความสมดุลให้กบั การท่องเท่ียวไทยผา่ นการตลาดเฉพาะ

กลมุ่ การส่งเสริมวิถีไทย และการสร้างความเชือ่ ม่ันของนกั ทอ่ งเทีย่ ว

ยุทธศาสตร์ท่ี 5
• การบูรณาการการบริหารจัดการการท่องเท่ียวและการสง่ เสริมความ

รว่ มมือระหวา่ งประเทศ

การท่องเท่ียวทางน้าก็นับเป็นส่วนหน่ึงและเป็นภาคส่วนที่สาคัญของตลาดการท่องเที่ยวของประเทศไทย
เน่ืองจากความโดดเด่นด้านการท่องเท่ียวทางทะเลและชายหาดของประเทศไทย อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวทาง
น้านั้นอาจไม่ใช่การท่องเท่ียวสาขาใหม่เน่ืองจากรวมเอาการท่องเท่ียวทางทะเลและชายหาดไปด้วย ยกเว้นการ
ท่องเท่ียวตามแม่น้าลาคลองซ่ึงเมื่อเทียบกับความนิยมในการท่องเท่ียวทะเลและชายหาดแล้วจะพบว่ายังได้รับ
ความนิยมน้อยและมีกิจกรรมการท่องเท่ียวไม่มากนักเมื่อเทียบกับจานวนแม่น้าลาคลองท้ังหม ดที่มีอยู่ในประเทศ
ไทย

48

ยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ประการ ตามแผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 น้ันใช้กับการส่งเสริมการ
ท่องเท่ียวทุกภาคส่วนเท่าที่ทาได้ สาหรับการท่องเท่ียวทางน้าก็เช่นกันก็ต้องมีการพัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเท่ียว
สนิ ค้าและบรกิ ารดา้ นการท่องเทีย่ วให้เกิดความสมดุลและย่ังยืนตามยุทธศาสตร์ที่ 1 ซึ่งก็หมายความถึงการพัฒนา
กจิ กรรมการทอ่ งเทย่ี วทางน้า ยกระดบั คณุ ภาพสนิ ค้าและบรกิ ารท่องเท่ียวทางนา้ โดยทคี่ านึงถึงทรัพยากรทางน้าท่ี
เป็นจุดขายสาคญั ของการท่องเทยี่ วทางน้าใหเ้ กิดความยั่งยนื การดาเนินการตามยทุ ธศาสตร์น้ียังหมายความรวมถึง
การสร้างสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวและรูปแบบกิจกรรมการท่องเท่ียวทางน้าใหม่ๆ เพื่อเป็นการดึงดูด
นักท่องเท่ียวด้วย

ส่วนการดาเนินการตามยุทธศาสตร์ท่ี 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอานวยความสะดวกเพื่อ
รองรบั การขยายตวั ของการทอ่ งเทีย่ ว ก็หมายถึงการพฒั นาสิ่งอานวยความสะดวกพื้นฐานของการท่องเที่ยวทางน้า
ซง่ึ อาจหมายถึงการพัฒนาเส้นทางคมนาคม ท่าเทียบเรือยอร์ชหรือเรือสาราญ การปรับปรุงท่าเทียบเรือในบริเวณ
แม่นา้ เจ้าพระยาทไ่ี ด้มกี ารดาเนนิ การมาแลว้ การจะดาเนินการดา้ นโครงสร้างพนื้ ฐานและสิ่งอานวยความสะดวกใน
ประเด็นของการท่องเท่ียวทางน้าจาเป็นจะต้องพิจารณาถึงสภาพตลาดการท่องเท่ียวทางน้ารวมถึงพฤติกรรมของ
นกั ท่องเท่ยี วว่าเปน็ อยา่ งไรในการกาหนดประเด็นโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีจาเป็นสาหรับการดาเนินการส่งเสริมให้ถูกท่ี
ถูกทางและเหมาะสมกบั การทอ่ งเทยี่ วทางน้าแตล่ ะประเภท

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเท่ียว และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
พัฒนาการทอ่ งเท่ียว สาหรับในประเด็นการท่องเที่ยวทางน้าจะต้องพิจารณาถึงทิศทางการพัฒนาร่วมกันกับความ
ต้องการบุคลากรด้านการท่องเท่ียวว่าเพียงพอหรือขาดแคลนหรือไม่ อย่างไร บทบาทของภาคธุรกิจและชุมชนใน
ตลาดการท่องเท่ียวทางน้าควรเป็นเช่นไรเพ่ือให้เกิดการร่วมมือกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในแง่ของการบริหาร
จัดการและการใหค้ วามรว่ มมือของทกุ ภาคส่วน

การทอ่ งเทีย่ วทางน้ามคี วามหมายกว้างและครอบคลุมตลาดเฉพาะกลุ่มหลายกลุ่ม การกาหนดทิศทางการ
ส่งเสริมการท่องเท่ียวในแผนแม่บทการท่องเที่ยวทางน้าจะต้องพิจารณาอย่างถ่ีถ้วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม
การตลาดย่อยในตลาดการท่องเท่ียวทางน้า เช่น นักท่องเที่ยวทางน้าประเภทที่มาทากิจกรรมทางกีฬาทางน้า
นักท่องเท่ียวทางน้าท่ีมาทางเรือสาราญ นักท่องเที่ยวท่ีมาท่องเท่ียวแม่น้าลาคลองและธรรมชาติ เป็นต้น การทา
การตลาดการท่องเที่ยวทางน้าประเภทต่างๆ อาจมีกลยุทธ์ที่เหมือนหรือแตกต่างกันได้ข้ึนอยู่กับสภาพของตลาด
และความต้องการของนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดย่อยแต่ละประเภท การสร้างสมดุลผ่านการตลาดเฉพาะกลุ่มตาม
ยุทธศาสตรท์ ่ี 4 สาหรบั การท่องเที่ยวทางนา้ จะตอ้ งมีการแบ่งและวางแผนใหเ้ หมาะสมกับบริบทของการท่องเท่ียว
ทางนา้ แตล่ ะประเภทโดยมกี ารนาเอาวถิ ีความเปน็ ไทยซ่งึ มคี วามโดดเดน่ เข้ามาสอดแทรกด้วย

การดาเนินการตามยุทธศาสตร์ที่ 5 จะต้องคานึงถึงการบูรณาการการท่องเที่ยวทางน้ารวมถึงการร่วมมือ
กับประเทศเพ่ือนบ้าน การบูรณาการการท่องเท่ียวทางน้าที่สามารถทาได้ในเชิงพื้นท่ีที่เห็นได้ชัดเจนและเป็น
แนวทางในการดาเนินการในปัจจุบัน คือ การเช่ือมโยงการท่องเที่ยวทางทะเลในกลุ่มจังหวัดใกล้เคียง เช่น การ

49

เช่ือมโยงการท่องเทีย่ วฝ่ังทะเลอันดามนั ในจงั หวดั ภูเกต็ พังงา สตูลและกระบี่ เปน็ ต้น ในประเด็นของการท่องเที่ยว

ทางน้าอาจจะต้องพิจารณาถึงการเชื่อมโยงการท่องเท่ียวทางน้าในแง่ของความหลากหลายในการทากิจกรรมว่ามี

ความเป็นไปได้เพียงใด เช่น การเช่ือมโยงการท่องเที่ยวแม่น้าลาคลองกับการท่องเที่ยวทางทะเลว่าจะมีพ้ืนที่ท่ีมี

ความเป็นไปได้ให้เกิดการเชื่อมโยงหรือไม่ เป็นต้น อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวทางน้าน้ีเองก็สมควรที่จะมีการ

เชื่อมโยงกับการท่องเท่ียวประเภทอ่ืนๆ ด้วยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวโดยไม่มี

ข้อจากัดว่านักท่องเท่ียวจะต้องทากิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้าเพียงอย่างเดียวหากแต่จะ ต้องเชื่อมโยงการ

ท่องเท่ียวอ่ืนๆ ท่ีเป็นไปได้ในพื้นท่ีแต่ละแห่งอีกด้วย ในกรณีพ้ืนท่ีที่มีการท่องเท่ียวทางน้ากับประเทศเพ่ือนบ้านก็

ควรดาเนินการให้เกิดการร่วมมือกับองค์กรหรือหน่วยงานด้านการท่องเท่ียวของประเทศเพ่ือนบ้านด้วยเพื่อให้

ประเทศไทยมีคุณสมบัติในการเป็นศูนย์เช่ือมต่อการท่องเที่ยว (Gateway)สู่การท่องเที่ยวในประเทศเพ่ือนบ้าน

อย่างแทจ้ ริง

จากการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาสาคัญในระยะ 5 ปีนั้นมีแนวทางการพัฒนาท่ีสาคัญท่ีเกี่ยวข้องกับ

ประเดน็ การทอ่ งเทีย่ วทางนา้ ทง้ั โดยตรงและโดยอ้อมมหี ลายประเดน็ ได้แก่

ประเดน็ ยุทธศาสตร์ แนวทางระยะสัน ช่วง พ.ศ. 2560- แนวทางระยะกลาง ช่วง พ.ศ. 2562-
2561 2564

ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 o การพัฒนาขดี ความสามารถทาง o การยกระดับรูปแบบการท่องเทยี่ ว

การพฒั นาคุณภาพแหล่ง ทะเลและชายหาดให้ยังคงตาแหน่ง เชิงคณุ ภาพ

ทอ่ งเทยี่ ว สินค้า และบรกิ าร ชนั้ นาของโลก o เพม่ิ ความหลากหลายของบริการ

ดา้ นการท่องเทีย่ วให้เกิด o การสนับสนุนการลงทนุ ในการ ทอ่ งเทีย่ วรูปแบบใหมๆ่ เช่น การ

ความสมดลุ และยง่ั ยืน พัฒนาการทอ่ งเทีย่ วรูปแบบใหมๆ่ ทอ่ งเท่ยี วเรือสาราญเส้นทางต่างๆ

เช่น การทอ่ งเทย่ี วโดยเรือสาราญ เพอื่ พฒั นาให้ประเทศไทยเปน็

เป็นต้น ศูนย์กลางของการท่องเทีย่ วรูปแบบ

ใหม่ในภูมภิ าค

o พัฒนาโครงสรา้ งพนื้ ฐานและ

ปรบั ปรุงกฎระเบียบท่เี ก่ยี วข้องเพ่ือ

เสริมสรา้ งศักยภาพของการท่องเทย่ี ว

รูปแบบใหม่ ๆ เช่น การท่องเท่ียวโดย

เรือสาราญ ฯลฯ

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 o ปรับปรงุ ประสทิ ธภิ าพและอานวย o พัฒนาโครงสร้างพ้นื ฐานสาหรบั

การพัฒนาโครงสรา้ งพื้นฐาน ความสะดวกในขัน้ ตอนในการ การเข้าถึงและเขา้ ชมสถานท่ีทอ่ งเทย่ี ว

และส่งิ อานวยความสะดวก คมนาคมระหว่างประเทศทางบกและ เพอื่ สง่ เสริมการท่องเท่ียวสาหรับคน

50

ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ แนวทางระยะสนั ช่วง พ.ศ. 2560- แนวทางระยะกลาง ชว่ ง พ.ศ. 2562-
2561 2564
เพ่อื รองรบั การ ขยายตัวของ
การทอ่ งเท่ียว ทางน้า ท้ังมวล (Tourism for All)
o ปรบั ปรงุ สง่ิ อานวยความสะดวก o พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและ
และปจั จยั สนับสนนุ ในการเข้าถงึ และ สนับสนนุ การลงทุนในเทคโนโลยเี พอื่
เขา้ ชมสถานที่ทอ่ งเที่ยวเพื่อส่งเสริม พฒั นาระบบและฐานข้อมลู เพ่ือ
การท่องเที่ยวสาหรบั คนท้ังมวล สง่ เสริมความปลอดภยั ด้านการ
(Tourism for All) ทอ่ งเทีย่ ว
o พฒั นาและปรบั ปรุงแอปพลเิ คชัน
ทอี่ านวยความสะดวกให้
นกั ทอ่ งเที่ยว
o ปรบั ปรงุ ความพร้อม ความ
เพียงพอ มาตรฐาน และบุคลากร
ด้านความปลอดภัยของแหลง่
ทอ่ งเที่ยว รวมถึงจดั ทาแผนและ
ระบบบรหิ ารความเสี่ยงและภัยพิบตั ิ
สาหรบั แหลง่ ท่องเท่ยี วท่ีสาคัญ
o ส่งเสริมสุขอนามัยในแหลง่
ท่องเทย่ี วและพัฒนามาตรฐานและ
ระบบจดั การขยะและบาบดั น้าเสีย

ยุทธศาสตร์ที่ 3 o พัฒนาหลกั สตู รอบรมทักษะ o ส่งเสริมการเขา้ รว่ มอบรมและการ
การพฒั นาบุคลากรดา้ นการ เฉพาะกลมุ่ การท่องเทยี่ ว รวมถงึ เพ่ิม ร่วมพฒั นาหลกั สูตรอบรมทกั ษะ
ท่องเท่ียว และสนบั สนุนการ ช่องทางในการฝึกอบรมให้ครอบคลุม เฉพาะกล่มุ การท่องเทย่ี วใน
มีส่วนร่วมของประชาชนใน และเหมาะสม ภาคเอกชนและชุมชน รวมถึงส่งเสรมิ
การพฒั นาการท่องเท่ยี ว การจดั ต้ังสถาบนั เฉพาะ
o สง่ เสริมการอบรมทักษะการ
ประกอบธรุ กิจสาหรบั ชุมชนผา่ น
ช่องทางตา่ งๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยี
สารสนเทศ

51

ประเด็นยทุ ธศาสตร์ แนวทางระยะสัน ช่วง พ.ศ. 2560- แนวทางระยะกลาง ชว่ ง พ.ศ. 2562-
2561 2564
ยุทธศาสตร์ท่ี 4
การสร้างความสมดุลให้กบั o พฒั นาภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ o ส่งเสริมการลงทนุ และพฒั นา
การท่องเท่ยี วไทย ผา่ น เป็นแหล่งท่องเทย่ี วชั้นนาคณุ ภาพสูง นวตั กรรมของภาคเอกชนและ
การตลาดเฉพาะกล่มุ การ ผา่ นการโฆษณารณรงค์และ หนว่ ยงานท่เี กยี่ วข้องในการพัฒนา
ส่งเสริมวิถีไทยและการสรา้ ง การตลาดเฉพาะกลมุ่ อตุ สาหกรรมทอ่ งเที่ยว
ความเช่อื ม่ันของนักท่องเทย่ี ว o สรา้ งความตระหนักถึงสนิ คา้ o สง่ เสริมกจิ กรรมทางการตลาด
บริการตา่ งๆในประเทศไทยสาหรบั เฉพาะกลุ่ม เพื่อเขา้ ถึงกลุ่มตลาด
ยุทธศาสตรท์ ่ี 5 กลมุ่ ความสนใจพิเศษผ่านช่องทาง ระดับกลาง-บน ในพน้ื ทตี่ ลาดทมี่ ี
การส่งเสริมการบรู ณาการ ต่างๆ รวมถงึ การสร้างแบรนด์ ศักยภาพ
การบรหิ ารจัดการการ ประเทศไทยใหเ้ ป็นแหล่งท่องเท่ยี ว o พฒั นาแพ็คเกจสง่ เสรมิ การขาย
ท่องเที่ยว และการสนับสนุน คุณภาพสาหรับกลุ่มความสนใจ แบบครบวงจรและส่งเสริมกจิ กรรม
ความร่วมมือระหว่างประเทศ พเิ ศษ ทางการตลาดเฉพาะกลุม่ เพื่อเขา้ ถึง
o ส่งเสรมิ ความรว่ มมือกับ ตลาดกล่มุ ความสนใจพิเศษ
ภาคเอกชนในการทาการตลาด o เพ่ิมประสทิ ธิภาพในการบรหิ าร
o สนับสนนุ การใชเ้ ทคโนโลยใี นการ และเคราะห์ข้อมูลดา้ นการตลาด
ทาการตลาดผ่านช่องทางสารสนเทศ รวมถึงสง่ เสริมการทางานร่วมกัน
ต่างๆ ระหว่างหน่วยงานทเี่ ก่ียวข้องด้าน
o เสริมสรา้ งการทางานอย่างบรู ณา การตลาดออนไลน์
การระหวา่ งหนว่ ยงานกลาง
o สง่ เสริมการกระจายอานาจสู่ o จัดตัง้ กระบวนการการทางาน
หนว่ ยงานระดบั ท้องถ่ินทั้งในการ รว่ มกันและการแบง่ ปนั ขอ้ มูลระหว่าง
ขับเคลื่อนแผนและการปฏบิ ตั ิการ ภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการ
o จดั ต้ังกระบวนการการทางาน สนับสนนุ การจัดตั้งพนั ธมติ รทางธรุ กิจ
รว่ มกนั และการแบ่งปันขอ้ มลู เพือ่ สง่ เสริมความรว่ มมือเชิงทวภิ าคี
ระหว่างหนว่ ยงานภาครฐั ในระดบั o สง่ เสรมิ ความร่วมมือระหว่าง
ภาครฐั และภาคเอกชนในการลงทนุ
เพ่อื การพฒั นาการท่องเทีย่ ว

52

ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ แนวทางระยะสัน ช่วง พ.ศ. 2560- แนวทางระยะกลาง ชว่ ง พ.ศ. 2562-
2561 2564

ตา่ งๆ o ดาเนนิ การประสานความร่วมมอื
o เสริมสรา้ งความเข้าใจในระเบียบ กับประเทศต่างๆในการพฒั นาเสน้ ทาง
และกฎหมายดา้ นการท่องเที่ยวผ่าน ทอ่ งเท่ียวและการสร้างเครือข่าย
การประชาสมั พันธใ์ นชอ่ งทางตา่ งๆ เชื่อมโยง
o ศึกษาความเปน็ ไปได้ในการ o ดาเนินการประสานความร่วมมอื
พฒั นาเสน้ ทางท่องเท่ยี วนานาชาติ กับประเทศตา่ งๆในการส่งเสริม
และการสร้างเครอื ขา่ ยเช่ือมโยงผ่าน การตลาดและการประชาสัมพันธเ์ พอ่ื
กรอบความรว่ มมือและขอ้ ตกลง การท่องเท่ียว
ระหวา่ งประเทศ o พัฒนารูปแบบและโครงสรา้ งการ
o ศึกษาความเป็นไปได้ในการ คมนาคมระหว่างประเทศในภูมภิ าค
ส่งเสรมิ การตลาดและการ เพอื่ เพม่ิ ประสิทธภิ าพในการเชอ่ื มโยง
ประชาสมั พนั ธ์เพอ่ื การท่องเท่ียวผา่ น ของโครงข่ายคมนาคม
กรอบความรว่ มมือและขอ้ ตกลง
ระหวา่ งประเทศ
o ทบทวนและประเมินแนวทาง
พัฒนาเสน้ ทางท่องเท่ียวของนานา
ประเทศเพื่อสร้างความรว่ มมือใน
ปรับปรงุ ประสิทธภิ าพในการ
เช่ือมตอ่ เสน้ ทางการเดินทาง
ท่องเทีย่ วระหว่างประเทศอย่างเปน็
ระบบ
o อานวยความสะดวกสบายในการ
เดนิ ทางในระดบั ภูมิภาคผา่ นกรอบ
ความร่วมมอื และขอ้ ตกลงระหว่าง
ประเทศ

53

2.2.4 ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558-2560

นอกจากนี้ ยังพบว่าใน “ยุทธศาสตร์การท่องเท่ียวไทยพ.ศ. 2558 – 2560” ก็ได้มีการกล่าวถึงทิศ
ทางการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าในมิติการพัฒนาเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 8 เขตด้วยเช่นเดียวกัน อัน
ประกอบด้วย (1) เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก (2) เขตพัฒนาการท่องเท่ียวฝั่งทะเลตะวันออก (3)
เขตพัฒนาการท่องเท่ยี วอันดามัน (4) เขตพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วอารยธรรมล้านนา (5) เขตพัฒนาการท่องเท่ียวอารย
ธรรมอีสานใต้ (6) เขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกด้านวัฒนธรรม (7) เขตพัฒนาการท่องเท่ียววิถีชีวิตลุ่มแม่น้า
โขง และ (8) เขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาตอนกลาง โดยกาหนดเป็นกลยุทธ์การพัฒนาเชิง
พ้ืนที่ ภายใต้ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยว ซ่ึงกลยุทธ์น้ีเป็นการพัฒนาเตรียมความพร้อม
เชิงพื้นที่ในการรองรับนักท่องเท่ียว เน้นการพัฒนาสินค้าและบริการท่องเท่ียวท่ีสอดคล้องกับศักยภาพและขีด
ความสามารถในการรองรับนักท่องเท่ียวของพ้ืนที่แหล่งท่องเที่ยว และให้ความสาคัญกับมิติของการพัฒนาการ
ท่องเท่ียวในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความสมดุลของการพัฒนาการท่องเที่ยว
โดยส่งเสริมการจัดการทรัพยากรท้องถ่ินของชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง เม่ือพิจารณาจากท้ัง 8 เขตพัฒนาการ
ทอ่ งเทีย่ วขา้ งต้นแล้วพบวา่ มีส่วนที่เกย่ี วขอ้ งเชื่อมโยงกับทางการพฒั นาการท่องเท่ียวทางนา้ ได้แก่

(1) เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝ่ังทะเลตะวันตก ประกอบด้วย จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร
และระนอง โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวพักผ่อนเพื่อสุขภาพช้ันนาของโลก ผ่านมาตรการ
ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เพื่อรองรับนักท่องเท่ียวกลุ่มครอบครัวและผู้สูงอายุ มีแนวทางการพัฒนา โดย
ยกระดับเป็นเมืองพักผ่อนเพ่ือสุขภาพระดับสากล ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันเพื่อรองรับกลุ่ม
นักท่องเท่ียวคุณภาพ กาหนดขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวในพ้ืนที่แหล่งท่องเที่ยวสาคัญ เช่น เขต
อุทยาน เกาะ สง่ เสริมการสรา้ งสรรคส์ ินค้าและบริการชุมชน OTOP ให้โดดเด่นและมีคุณค่า พัฒนาเชื่อมโยงสินค้า
ทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน สู่ภาคอุตสาหกรรมบริการท่องเท่ียว แทนการนาเข้าและบริโภคสินค้าจาก
ตา่ งประเทศ

(2) เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝ่ังทะเลตะวันออก ประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวชายทะเลสีสันตะวันออกระดับสากลท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เชื่อมโยงสู่กัมพูชา และเวียดนาม ผ่านมาตรการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้านการท่องเที่ยวและ
กีฬา และส่งเสริมการท่องเท่ียวให้มีการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งมีแนวทางการพัฒนา โดยส่งเสริมให้เมือง
พัทยาเป็น Tourism & Sport City พัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการให้ได้มาตรฐานโดยคานึงถึง
ชมุ ชนและส่งิ แวดล้อม พัฒนาเชื่อมโยงสินค้าทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน สู่ภาคอุตสาหกรรมบริการท่องเที่ยว
แทนการนาเข้าและบรโิ ภคสนิ ค้าจากต่างประเทศ

(3) เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง และสตูล โดยมี
เป้าหมายหลักในการพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก บนฐานวัฒนธรรมอันดามัน ผ่านมาตรการ

54

ส่งเสรมิ และพัฒนาแหลง่ ท่องเท่ียวระดับ High-Class มีแนวทางการพัฒนา ได้แก่ พัฒนาขีดความสามารถทางการ
แข่งขันของการเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลและท่าเทียบเรือสาราญที่มีมาตรฐานระดับสากล พัฒนาระบบการ
บริหารจดั การทรพั ยากรและการเพิ่มคุณค่าใหก้ บั แหล่งท่องเทีย่ วทางทะเล สง่ เสรมิ การสร้างสรรค์สินค้าและบริการ
ชุมชน OTOP ให้โดดเด่นและมีคุณค่า พัฒนาเช่ือมโยงสินค้าทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน สู่ภาคอุตสาหกรรม
บริการทอ่ งเท่ียว แทนการนาเขา้ และบริโภคสนิ ค้าจากตา่ งประเทศ

(4) เขตพัฒนาการท่องเท่ียวลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาตอนกลาง เขตพัฒนาการท่องเท่ียววิถีชีวิตลุ่มแม่น้า
โขง เขตพัฒนาการท่องเท่ียวมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ในระยะเร่งด่วนนี้จะให้ความสาคัญในการขับเคลื่อน
พฒั นาการท่องเทย่ี วของ 5 เขตพัฒนาการท่องเท่ียวข้างต้น เพอื่ เป็นพ้ืนท่ีนาร่อง อย่างไรก็ดี ยังได้มีการกาหนดเขต
พัฒนาการท่องเท่ียวเพ่ิมเติมอีก 3 เขต เพื่อดาเนินการวางแผนพัฒนาในระยะต่อไป ได้แก่ (1) เขตพัฒนาการ
ท่องเท่ียวลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาตอนกลาง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์
ศิลปวัฒนธรรม โดยยังคงอัตลักษณ์วิถีชีวิตชุมชนและภูมิปัญญาท้องถ่ิน และพัฒนาส่งเสริมเส้นทางการท่องเท่ียว
ทางน้าในลุ่มแม่น้าเจ้าพระยา ตลอดจนพัฒนาคุณภาพสถานประกอบการโรงแรม โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และ
ยกระดับบุคลากรในอุตสาหกรรมภาคบริการให้ได้มาตรฐาน (2) เขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้าโขง
มุ่งเน้นการพัฒนาเส้นทางการท่องเท่ียวตามลาน้าโขงเช่ือมโยงกับประเทศเพ่ือนบ้าน ส่งเสริมเทศกาล กิจกรรม
ประเพณที อ้ งถิน่ ใหเ้ ป็นเทศกาลระดบั สากลและสนับสนุนกจิ กรรมแข่งขนั กีฬาทางน้า รวมถงึ ปรับปรุงมาตรฐานการ
อานวยความสะดวกในการตรวจลงตรา (VISA) และการผ่านแดน (3) เขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกด้าน
วัฒนธรรม มุ่งเน้นการฟ้ืนฟูและพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวมรดกโลก เช่น อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-
กาแพงเพชร และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตลอดจนเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ และให้
ความสาคัญกับการพฒั นาองคค์ วามรดู้ ้านการบริหารจัดการท่องเทยี่ วโดยชุมชน (CBT)

ท้ังนี้ ได้มีการจัดทาแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 8 เขต เพ่ือใช้
เป็นกรอบแนวทางการบูรณาการการพัฒนาในเขตพื้นท่ีในระยะ 5 ปีถัดไป โดยแผนปฏิบัติการในแต่ละเขต
พัฒนาการท่องเท่ยี วมีรายละเอยี ดโดยสงั เขปดงั ต่อไปน้ี

(1) แผนปฏิบัติการพัฒนาการทอ่ งเท่ียวภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝ่ังทะเลตะวันตก พ.ศ. 2559-
2563 ได้กาหนดประเดน็ ยุทธศาสตร์ไว้ 5 ยทุ ธศาสตร์ ได้แก่

ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 1 การเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของฐานทรัพยากรการท่องเท่ียวทางธรรมชาติและ
วัฒนธรรม ตลอดจนการพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน ส่ิงอานวยความสะดวกสาหรับนักท่องเท่ียวเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมือง
พักผ่อน เพื่อสุขภาพระดับโลกของเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก ซึ่งประเด็นยุทธศาสตร์แรกน้ี
ดาเนนิ การผา่ น 6 โครงการ 12 กจิ กรรม ดงั นี้

55

1.1 การพัฒนาระบบการเดินทางท่องเท่ียวทางบก เพ่ือเช่ือมโยงการท่องเที่ยวระหว่างภาคกลาง
และภาคใต้ ตลอดจนเพ่ิมขีดความสามารถทางการแข่งขันการท่องเท่ียว โดยดาเนินการผ่านโครงการพัฒนา
เส้นทางการคมนาคมขนส่งทางบกต้งั แตจ่ ังหวดั เพชรบุรีถึงระนองเพอื่ เชื่อมโยงกลุ่มจงั หวัด

1.2 การพัฒนาความปลอดภัยเพื่อสร้างความ ม่ันใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยดาเนินการผ่าน
โครงการตดิ ต้ัง CCTV ตามแหล่งทอ่ งเท่ียวที่สาคัญ ซึ่งสานักงานตารวจแห่งชาติร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด
รบั ผิดชอบ และโครงการพัฒนาระบบแสงสวา่ งตามเส้นทางการท่องเทีย่ ว

1.3 การพัฒนาและเพิ่มคุณค่าให้กับแหล่งท่องเท่ียว และกิจกรรมการท่องเท่ียวสู่การเป็นเมือง
ท่องเที่ยวเพ่ือการพักผ่อนระดับโลก โดยดาเนินการผ่านโครงการพัฒนาจุดชมวิวเขาช่องกระจก จังห วัด
ประจวบคีรีขันธ์ และโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซ่ึง สทกจ.ประจวบฯ เป็น
หน่วยงานรบั ผิดชอบ รวมถงึ โครงการปรบั ปรงุ ภูมทิ ัศนบ์ รเิ วณอุทยานประวัติศาสตร์ ร.4 และบริเวณโดยรอบเขาวัง
จงั หวัดเพชรบุรี

1.4 การพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวเชิงสุขภาพและน้าพุร้อนเพ่ือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสาหรับ
นักท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ โดยดาเนินการผ่านโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและน้าพุร้อนแบบครบวงจร
จงั หวดั ระนอง และโครงการพฒั นาศนู ยน์ วดแผนโบราณและสปา ด้วยผลิตภัณฑท์ ้องถิ่น จังหวดั เพชรบุรี

1.5 การพัฒนาศักยภาพและยกระดับมาตรฐานการท่องเท่ียวทางวัฒนธรรมและวิถีคนชายฝั่ง
ทะเลตะวันตก โดยดาเนินการผา่ นโครงการพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วเพือ่ การเรียนรูว้ ัฒนธรรมไทยทรงดา และ โครงการ
พฒั นาถนนริมน้าวฒั นธรรมเมืองเพชร และโครงการพัฒนาการท่องเท่ียวโดยชุมชนตลาดล่าง 100 ปี สวี และกลุ่ม
ท่องเทย่ี วชุมชนพะโต๊ะ

1.6 การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเท่ียวในโครงการพระราชดาริ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้อัน
ทรงคณุ ค่าสาหรับนักท่องเท่ียว โดยดาเนินการผ่านโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงโครงการในพระราชดาริ
ภายในเขตพฒั นาการทอ่ งเทยี่ ว

ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันทางตลาดการท่องเท่ียว เพื่อเจาะกลุ่ม
นกั ทอ่ งเทยี่ วคณุ ภาพของเขตพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วฝ่ังทะเลตะวันตก ซึ่งประเด็นยุทธศาสตร์นี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการ
จัดกิจกรรมการท่องเท่ียวเพื่อการรองรับการเป็นเมือง ท่องเท่ียวเพื่อการพักผ่อนดา โดยดาเนินการผ่านโครงการ
พัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการจัดเทศกาล (Event Tourism) สาหรับเมืองท่องเท่ียวเพ่ือการ
พักผอ่ นและตากอากาศระดับโลก

ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 3 เร่งสร้างความเข้มแข็งกลไกการขับเคล่ือนเขตพัฒนาการท่องเท่ียวฝ่ังทะเล
ตะวันตก ซึ่งประเด็นยุทธศาสตร์นี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการจัดกิจกรรมการท่องเท่ียวเพ่ือการรองรับการเป็นเมือง
ท่องเทยี่ วเพ่อื การพกั ผ่อน โดยดาเนินการผ่านโครงการฝึกอบรมภาษาอาเซียนและภาษาสากลให้กับเครือข่ายและ
อาสาสมคั รด้านการท่องเทยี่ วท้ังภาครฐั และเอกชน

56

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมการท่องเท่ียวเช่ือมโยงภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝ่ังทะเลตะวันตก
ระหว่างคลสั เตอรแ์ ละเชื่อมโยงการท่องเท่ยี วไปประเทศสาธาณรัฐแหง่ สหภาพเมยี นมาร์

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 เร่งสนับสนุนและขับเคล่ือนมาตรการการเยียวยา รักษาและแก้ไขประเด็นเชิง
ยทุ ธศาสตร์ด้านคณุ ภาพแรงงาน ด้านสภาพแวดล้อม และด้านความปลอดภัย ซ่ึงประเด็นยุทธศาสตร์น้ีมุ่งเน้นการ
แก้ไขปัญหาด้านสภาพแวดล้อมของธุรกิจเพ่ือรองรับการเป็นเมืองท่องเท่ียวพักผ่อนเพ่ือสุขภาพระดับโลก ซึ่ง
ดาเนินการผ่านโครงการแก้ไขปัญหาส่ิงแวดล้อม การกาจัดขยะ และน้าเสีย ในคลัสเตอร์ ท้ังยังมุ่งเน้นการแก้ไข
ปัญหาด้านความปลอดภยั เพอ่ื รองรับการเปน็ เมืองทอ่ งเทีย่ วพกั ผ่อนเพ่ือสขุ ภาพระดับโลก

(2) แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝ่ังทะเลตะวันออก พ.ศ.
2559-2563 ได้กาหนดประเด็นยทุ ธศาสตรไ์ ว้ 5 ยทุ ธศาสตร์ ไดแ้ ก่

ประเด็นยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 สรา้ งระบบกระตุ้นและขบั เคลอื่ นเครือข่ายการพัฒนาและจัดการท่องเท่ียวในทุก
ระดับของคลัสเตอร์การท่องเที่ยวเขตพัฒนาการท่องเท่ียวฝ่ังทะเลตะวันออก ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมและธรร
มาภิบาล โดยดาเนินการผ่านโครงการพัฒนาความเข้มแข็งของกลไกและกระตุ้นการขับเคลื่อนเครือข่ายท่องเท่ียว
ของเขตพัฒนาการท่องเท่ียว เพ่ือส่งเสริมการทางานร่วมกันตามหลักธรรมาภิบาลทางการท่องเที่ยว และโครงการ
ขบั เคลือ่ นเครือขา่ ยดา้ นการท่องเทยี่ วในเขตพัฒนาการท่องเทีย่ วฝ่งั ทะเลตะวนั ออก

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาและเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับฐานทรัพยากรการท่องเที่ยว หาด
ทราย ชายทะเล ท่ีเป็นมติ รกบั ส่งิ แวดล้อมสู่แหลง่ ท่องเทย่ี วมาตรฐานสากล ซง่ึ ประเดน็ ยุทธศาสตรน์ ด้ี าเนินการผ่าน
6 โครงการ ดงั นี้

2.1 โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเล
ตะวันออก โดยจัดกิจกรรมจัดการการใช้ประโยชน์แหล่งทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังเพ่ือการท่องเที่ยวทางทะเล
อย่างยั่งยืนพื้นที่อ่าวไทยฝ่ังตะวันออก, ฟ้ืนฟูทรัพยากรปะการังธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเลตะวันออก โดย
การจัดทาปะการังเทียม, ศึกษาพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การจัดการขยะ ระบบบาบัดน้าเสีย และคุณภาพ
สิ่งแวดลอ้ มในแหล่งทอ่ งเทีย่ วเขตพัฒนาการท่องเท่ียวฝ่ังทะเลตะวันออก รวมถึงจัดหาส่ิงอานวยความสะดวก เช่น
ห้องน้าเคลอ่ื นท,ี่ ห้องอาบน้าเคล่อื นท,่ี ศนู ย์บริการนักทอ่ งเทย่ี ว อปุ กรณ์อนื่ ๆ

2.2 โครงการศึกษาเพ่ือจดั ทาโซนนงิ่ และการกาหนดขดี ความสามารถในการรองรับได้ (Carrying
Capacity) ของการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยว โดยทาการศึกษาในพ้ืนท่ีเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี และใน
พืน้ ทีเ่ กาะหมาก เกาะกูด จังหวดั ตราด

2.3 โครงการก่อสรา้ งและปรบั ปรงุ ถนนสู่แหลง่ ท่องเทย่ี วเชงิ เกษตรพ้ืนท่ี ตาบลตะพง อาเภอเมือง
ระยอง จงั หวดั ระยอง

2.4 โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เช่ือมโยงพ้ืนที่ท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเท่ียวฝ่ัง
ทะเลตะวันออก โดยมพี น้ื ที่เปา้ หมาย 3 แห่ง ได้แก่ (1) พัฒนาพ้ืนที่ประวัติศาสตร์ชุมชนริมน้าจันทบูร อาเภอเมือง

57

จังหวัดจันทบุรี (2) พัฒนาพ้ืนท่ีชมุ ชนบ้านหนองชากแง้ว ตาบลหว้ ยใหญ่ อาเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่ง
ทอ่ งเทยี่ วเรยี นรู้ชมุ ชน และ (3) พฒั นาพืน้ ทท่ี ่องเทย่ี วเชงิ นิเวศและวฒั นธรรมอา่ วนาเกลอื อาเภอบางละมุง จังหวัด
ชลบรุ ี

2.5 โครงการศึกษาและจัดทาภาพลักษณ์ (Brand Image) การท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
สาหรับพ้ืนทห่ี มู่เกาะและพ้นื ท่ีเชอื่ มโยงชายฝง่ั ทะเลตะวันออก

2.6 โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 344 ระหว่างอาเภอบ้านบึง–อาเภอแกลง ซ่ึงเป็นการ
กอ่ สร้างเพือ่ ขยายช่องจราจรสายหลกั จาก 4 ช่องจราจรเป็น 6 ช่องจราจร ช่วง กม. 12+700 – กม. 22+000 และ
บูรณะผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ช่วง กม. 22+000 – กม. 25+000 รวมทั้งก่อสร้างสะพานลอยข้ามแยก เพื่อเป็น
เส้นทางคมนาคมขนส่งที่เช่ือมกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ต่อเน่ืองไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ
สถานีขนส่งสินค้า และเป็นเส้นทางสู่การท่องเท่ียวที่สาคัญของภาคตะวันออก และเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการค้า
การลงทุน การขนสง่ การทอ่ งเทีย่ ว ฯลฯ ในเขตพฒั นาการทอ่ งเทยี่ ว

ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 3 สร้างนวัตกรรมการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวสมัยใหม่ (Modern
Marketing) เพ่อื รักษากลมุ่ นกั ทอ่ งเทีย่ วเดิม และเพ่มิ นักท่องเท่ียวคุณภาพทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ ซ่ึง
ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์นี้ดาเนินการผา่ น 2 โครงการ ดงั น้ี

3.1 โครงการพัฒนาสารสนเทศทางอินเตอร์เน็ต เพ่ือส่งเสริมการท่องเท่ียวในเขตพัฒนา การ
ท่องเท่ียว โดยการติดตั้ง CCTV เพ่ือการท่องเท่ียว ในแหล่งท่องเที่ยวสาคัญของเขตพัฒนาการท่องเที่ยว, จัดทา
Mobile Application จัดทาเว็ปไซต์ และฐานข้อมูลด้านการท่องเท่ียวในเขตพัฒนาการท่องเท่ียวล่งท่องเท่ียว
สาคญั ของเขตพฒั นาการท่องเทีย่ ว รวมถึงจัดทาและวางแผน การบรหิ ารจดั การข้อมูลสารสนเทศในเขตพัฒนาการ
ทอ่ งเที่ยว

3.2 โครงการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝ่ังทะเลตะวันออก โดย
ส่งเสริมการตลาดทัง้ ในประเทศ และตา่ งประเทศ

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 การบูรณาการการพัฒนาการท่องเท่ียวหาดทราย ชายทะเลสู่การท่องเที่ยวสี
เขียวเช่ือมโยงกันภายในคลัสเตอร์ ระหว่างคลัสเตอร์ และเชื่อมโยงไปยังประเทศเพ่ือนบ้าน ได้แก่ กัมพูชาและ
เวยี ดนาม

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 เร่งสนับสนุนและขับเคล่ือนมาตรการด้านความปลอดภัย มาตรฐานธุรกิจการ
ทอ่ งเทย่ี วและการใช้ที่ดิน โดยดาเนินการผ่านโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะบนเกาะเสม็ด โดย
ก่อสร้างโรงคัดแยกขยะในพื้นที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง และจัดหาอุปกรณ์ในการคัดแยกและเคร่ืองอัดก้อนขยะ
เพื่อความสะดวก ลดระยะเวลาในการขนถ่ายสู่ฝั่ง พร้อมท้ังก่อสร้างโรงปุ๋ยหมักจากขยะเพ่ือใช้ประโยชน์ในพื้นท่ี
เกาะเสมด็ จังหวัดระยอง

58

(3) แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในเขตพัฒนาการท่องเท่ียวอันดามัน พ.ศ. 2559-2563
ไดก้ าหนดประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ไว้ 5 ยทุ ธศาสตร์ ได้แก่

ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 1 การพัฒนาฐานทรัพยากรการท่องเท่ียวทางทะเลและวิถีอันดามัน โดยเน้นการ
ยกระดบั ปจั จยั พน้ื ฐาน สงิ่ อานวยความสะดวกสาหรับนักท่องเที่ยว และคุณภาพการให้บริการ ตลอดจนการลงทุน
ในทุกระดับ เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองท่องเท่ียวทางทะเลและท่าเทียบเรือสาราญท่ีมีมาตรฐานระดับโลก ซ่ึงประเด็น
ยุทธศาสตรน์ ้ดี าเนินการผ่าน 7 โครงการ ดงั น้ี

1.1 โครงการศึกษาขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเท่ียวในแหล่งท่องเท่ียวของคลัสเตอร์
อนั ดามนั จังหวัดภเู กต็ กระบี่ พังงา ตรงั และสตลู

1.2 โครงการพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมการจัดการท่องเท่ียวเมืองเก่า
ภูเกต็ กระบ่ี ตรัง พงั งา สตูล มุ่งเน้นการปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมในจังหวัดกลุ่มคลัสเตอร์
อันดามัน และการจัดทาเส้นทางเชื่อมโยงการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์และศิลปวัฒนธรรมอันดามัน โดยมีพ้ืนท่ี
เป้าหมาย ได้แก่ (1) พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เซมัง จังหวัดสตูล (2) พิพิธภัณฑ์โบราณคดีและพิพิธภัณฑ์พ้ืนบ้านจังหวัด
สตูล (3) ตลาดยอ้ ยยุค “บ่านสา้ น” สไุ หงอุเป จงั หวดั สตลู (4) แหล่งทอ่ งเทยี่ วศกึ ษาประวัติศาสตร์ค่ายคอมมิวนิสต์
จงั หวัดสตลู (5) พพิ ธิ ภัณฑม์ ชี ีวิต จงั หวดั สตลู (6) อาคารซิโนโปรตุกรีส “สุไหงอุเป” จังหวัดสตูล (7) อาคารซิโนโป
รตุกรีส ย่านเมืองเก่าเขตเทศบาล เมืองสตูล (8) พิพิธภัณฑ์เรือสาเภา “สุไหงอุเป” ตาบลทุ่งหว้า อาเภอทุ่งหว้า
จังหวัดสตูล (9) หอดูนกและสะพานทางเดิน เขตห้ามล่าสัตว์ ป่าหนองปลักพระยาและเขาระยาบังสา (10) เมือง
เกา่ จงั หวดั พังงาสู่การเปน็ พิพธิ ภณั ฑ์มชี วี ิต (11) พพิ ิธภัณฑจ์ ังหวัดพงั งา (12) เมอื งเก่าถลาง จงั หวัดภเู กต็

1.3 โครงการอนั ดามัน ฮาลาลเพื่อการท่องเท่ียว โดยการจัดกิจกรรมให้ความรู้กับผู้ประกอบและ
บุคลาการด้านการท่องเที่ยวฮาลาล, กิจกรรมการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเท่ียวฮาลาล และกิจกรรมพัฒนาสิ่ง
อานวยความสะดวกเพ่ือรองรบั กลมุ่ นักท่องเทยี่ วมุสลมิ

1.4 โครงการศึกษาความพรอ้ มในการพัฒนา ทา่ เทียบเรือสาราญและเรอื ยอร์ช (มารีนา่ )
1.5 โครงการพัฒนาปรับปรุงท่าเทียบเรือเพ่ือการท่องเท่ียวให้ได้มาตรฐาน โดยมีพ้ืนท่ีเป้าหมาย
ดังนี้ (1) ควนตุ้งกู อ.กันตัง จ.ตรัง (2) ท่าเทียบเรือท่าอ้อย ตาบลทุ่งหว้า อาเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล (3) ท่าเทียบ
เรือบ้านกลาง หมู่ท่ี 3 ตาบลตันหยงโป อาเภอเมือง จังหวัดสตูล เพ่ือการท่องเที่ยว (4) ท่าเทียบเรือและแพศึกษา
ธรรมชาติเชิงนิเวศ อาเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล (5) ท่าเทียบเรืออ่าวตะโล๊ะวาว อุทยานแห่งชาติตะรุเตา (6) ท่า
เทียบเรือประมงบ้านตะโล๊ะใส หมู่ท่ี 4 ตาบลปากน้า อาเภอละงู จังหวัดสตูล เพ่ือการท่องเที่ยว (7) ท่าเทียบเรือ
บ้านบ่อเจ็ดลูก หมู่ท่ี 1 ตาบลปากน้า อาเภอละงู จังหวัดสตูล เพื่อการท่องเท่ียว (8) ท่าเทียบเรือบ้านทุ่งลิ้น เพ่ือ
การท่องเทยี่ ว (9) ทา่ เทยี บเรอื ตามะลัง เพื่อการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสู่ระดับสากล (10) ท่าเทียบเรือปากบารา
เพอื่ การทอ่ งเที่ยวให้ได้มาตรฐานสู่ระดับสากล (11) ท่าเทียบเรืออ่าวพันเต อุทยานแห่งชาติตะรุเตา (12) ท่าเทียบ
เรือบ้านน้าเค็ม-เกาะคอเขา (13) ท่าเทียบแพขนานยนต์ ตาบลบางม่วงและตาบลเกาะคอเขา อาเภอตะกั่วป่า

59

จังหวัดพังงา (14) ท่าเทียบเรือบ้านบางแดด อาเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา (15) ท่าเทียบเรือทับละมุ จังหวัดพังงา
(16) ท่าเทียบเรือครุ ะบรุ ี จังหวดั พังงา (17) ท่าเทียบเรอื องคก์ ารสะพานปลา คลองท่าจีน อาเภอเมือง จงั หวดั ภูเก็ต

1.6 โครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพ้ืนฐานด้านสารสนเทศทางการท่องเท่ียวคลัสเตอร์อันดามัน
เพอ่ื เพิ่มขดี ความสามารถด้าน ICT

1.7 โครงการบรหิ ารจดั การไฟฟา้ ให้เพียงพอในการรองรับการขยายตัว จากการทอ่ งเทยี่ ว
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 เร่งส่งเสริมกลยุทธ์การตลาดที่เน้นคุณค่า และการสร้างประสบการณ์ท่ีดีให้กับ
นักท่องเท่ียว และการเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเท่ียวคุณภาพท้ังตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศ โดย
ดาเนินการผ่านโครงการสนับสนุนให้คลัสเตอร์อันดามันเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวในระดับ
นานาชาติ Travel Trade Fair
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 เร่งสนับสนุนและขับเคลื่อนมาตรการด้านความปลอดภัยแหล่งท่องเท่ียวทาง
ทะเล ความสะดวกในการคมนาคม ปัญหาสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเท่ียว และการจัดการน้าอย่างเป็นระบบ ซ่ึง
ประเด็นยุทธศาสตร์นีด้ าเนนิ การผา่ น 5 โครงการ ดงั น้ี

3.1 โครงการเร่งขับเคลอ่ื นและสรา้ งมาตรการดา้ นความปลอดภยั ในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของ
จังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรังและสตูล ตามแนวทางของการเป็นเมืองท่องเท่ียวทางทะเลท่ีมีมาตรฐานความ
ปลอดภัยระดับสากล ซึ่งมีการจัดกิจกรรมอบรมอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว, จัดซื้อเรือ
ดับเพลงิ , จดั หาอุปกรณใ์ นการรกั ษาความปลอดภัยและช่วยชีวิตนักท่องเท่ียวทางทะเล พร้อมทั้งติดตั้งระบบเตือน
ภยั และระบบรกั ษาความปลอดภยั ทา่ เทยี บเรือในพ้นื ท่ีกลุม่ จังหวดั อนั ดามนั

3.2 โครงการติดตั้ง CCTV เพื่อรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวของแหล่งท่องเท่ียวสาคัญค
ลสั เตอร์อันดามนั

3.3 โครงการจดั การขยะในแหล่งทอ่ งเที่ยวของจังหวัดกลุ่มอันดามัน โดยดาเนินผ่านกิจกรรมต่าง
ๆ ไดแ้ ก่ (1) การรณรงค์และสร้างจติ สานกึ ในการลดและคดั แยกขยะมูลฝอยจากแหล่งกาเนิดในแหล่งท่องเท่ียว (2)
ส่งเสริมสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการให้เป็นสถานประกอบการสีเขียว (3) การก่อสร้างเตาเผาขยะเพื่อ
รองรับการท่องเที่ยว บริเวณหาดปากเมง เกาะมุกด์ เกาะลิบง เกาะสุกร (4) การกาจัดขยะตามแหล่งท่องเที่ยว
สาคัญของจังหวัดพังงา โดยมีพ้ืนที่เป้าหมาย ดังนี้ เกาะปันหยี (500 kg/day) หมู่เกาะสิมิลัน (100 kg/day) หมู่
เกาะสุรินทร์ (100 kg/day) เกาะยาว (500 kg/day) เกาะคอเขา (500 kg/day) เทศบาลตาบลคึกคัก (1,000
kg/day)

3.4 โครงการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ของจังหวัดกลุ่มอันดามัน โดยดาเนินผ่าน
กจิ กรรมต่าง ๆ ได้แก่ (1) ศกึ ษาวางแผนแม่บทและสารวจออกแบบโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝ่ัง – บริเวณ
เขาหลักถึงแหลมปะการัง อาเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยมีชายฝั่งทะเลจังหวัดสตูลเป็นพื้นท่ีเป้าหมาย (2) การ

60

วางปะการังเทียมแบบโดมทะเลเพื่อชะลอความรุนแรงของคลื่นและการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง (3) ส่งเสริม
ความรคู้ วามเขา้ ใจในการปอ้ งกันและแก้ไขปญั หาการกัดเซาะชายฝั่ง

3.5 โครงการบริหารจัดการน้าเสียในแหล่งท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน โดย
ดาเนินผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ (1) ศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดในการจัดการน้าเสียในแหล่ง
ท่องเที่ยว (2) กิจกรรมรณรงค์การลดปริมาณน้าเสียจากแหล่งกาเนิด (3) ก่อสร้างบ่อสูบและบาบัดน้าเสียรวม
เทศบาลตาบลคกึ คกั (บรเิ วณเขาหลกั ) จงั หวัดพังงา (4) กอ่ สรา้ งอ่างเกบ็ นา้ ลารใู หญพ่ รอ้ มระบบสง่ นา้

ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 4 ส่งเสริมการท่องเท่ียวเชื่อมโยงภายในคลัสเตอร์อันดามัน ระหว่างคลัสเตอร์
ประเทศเพอ่ื นบ้าน และคลัสเตอร์ระดับสากล โดยดาเนินการผ่านโครงการสารวจและพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงการ
ท่องเท่ยี วทางทะเลของจังหวดั ในเขตพฒั นาการท่องเทยี่ วอนั ดามนั

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 เร่งยกระดับและสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายการท่องเท่ียวอันดามันและ
บุคลากรด้านการท่องเที่ยว โดยการสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายและบุคลากรครอบคลุมทั้งระบบของการ
จดั การท่องเท่ียวอันดามัน ซึ่งประเดน็ ยุทธศาสตร์นี้ดาเนนิ การผา่ น 6 โครงการ ดงั น้ี

5.1 โครงการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเท่ียว คลัสเตอร์อันดามัน
จงั หวดั ภูเก็ต กระบ่ี พงั งา ตรังและสตลู

5.2 โครงการพฒั นามาตรฐานและทักษะทางวิชาชีพบุคลากรทางการท่องเที่ยวให้สามารถรองรับ
นักท่องเที่ยวระดับนานาชาติของจังหวัดภูเก็ต กระบ่ี พังงา ตรังและสตูล โดยการจัดกิจกรรมอบรมพัฒนา
มาตรฐานและทักษะวิชาชีพทางการท่องเที่ยวของอันดามัน และพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรทางการ
ทอ่ งเทีย่ วใหเ้ ขา้ ถงึ ระบบสารสนเทศทางทะเลระดบั สากล (Smart Travel Growth For Andaman 2020)

5.3 โครงการพฒั นามัคคุเทศกใ์ นคลัสเตอร์อันดามนั (Andaman Guide)
5.4 โครงการพัฒนาบุคลากรท่ีเป็นหน่วยงานภาครัฐที่เก่ียวข้องกับการท่องเท่ียวของจังหวัด
ในคลสั เตอรอ์ นั ดามนั
5.5 โครงการพัฒนา“มัคคเุ ทศกน์ อ้ ยอันดามนั ....รกั ถิ่น”
5.6 โครงการพัฒนาเครือข่ายการท่องเท่ียวโดยชุมชน (CBT) ของเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดา
มันให้เขม้ แข็ง
(4) แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวภายในเขตพัฒนาการท่องเท่ียววิถีชีวิตลุ่มแม่น้าเจ้าพระยา
ตอนกลาง พ.ศ. 2560-2564 ไดก้ าหนดประเด็นยทุ ธศาสตรไ์ ว้ 4 ยุทธศาสตร์ ไดแ้ ก่
ยุทธศาสตร์ท่ี 1 การพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรเพื่อการท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม
ศาสนา และเกษตร โดยได้ดาเนนิ การผา่ นหลายโครงการ/กจิ กรรม เชน่
1.1 พัฒนาภูมิทัศน์ของแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้าเจ้าพระยาเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศาสนา
และเกษตร โดยการมีส่วนรว่ มของชุมชน

61

1.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมวิถีชีวิตริมแม่น้าเจ้าพระยา และเช่ือมโยง
เรอื่ งราวและสถานที่ อาทเิ ชน่ พิพิธภัณฑจ์ ังหวัดนนทบุรี เกาะเกรด็ , ประเพณีกวนขา้ วทิพย์ ณ วัดพนัญเชิงวรวิหาร
, หมู่บ้านจักรสานผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผแ่ ละหวาย, ต๊กุ ตาชาววังบ้านบางเสดจ็ , พิพธิ ภัณฑเ์ รือชาวบา้ นวัดจาปา

1.3 ออกแบบปรับปรงุ และพัฒนาตลาดนา้ เพ่ือการท่องเทีย่ ว
1.4 ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวลาน้าแม่ลาเพื่อสร้างอัตลักษณ์ และสร้างมูลค่าเพ่ิมด้านการ
ท่องเที่ยวลานา้ แมล่ า
1.5 ปรับปรงุ ภูมิทศั นร์ มิ เขอ่ื นแม่นา้ เจ้าพระยา
1.6 พฒั นาเสน้ ทางท่องเท่ยี วทางน้าให้สามารถสญั จรเดินทางทางน้าได้ อาทิเช่น กิจกรรมขุดลอก
แม่น้าเจ้าพระยาและแม่น้าน้อย (อ่างทอง-สิงห์บุรี) กิจกรรมจัดเก็บขยะ สิ่งปฏิกูล และผักตบชวาในแม่น้า
เจ้าพระยาและลานา้ สาขาทใี่ ช้เพื่อการกจิ กรรมท่องเท่ยี วทางน้า
1.7 ออกแบบและก่อสร้างท่าเทียบเรือที่มีมาตรฐานและพัฒนาสิ่งอานวยความสะดวกของท่า
เทียบเรือ เพอื่ รองรับการท่องเท่ียวทัง้ 5 จังหวัด (แมน่ ้าเจ้าพระยา และลานา้ สาขา)
1.8 พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวด้านศาสนสถานริมแม่น้าเจ้าพระยา อาทิเช่น วัดเฉลิมพระเกียรติ
วัดปรมัยยิภาวาส วัดไผ่ล้อม วัดศาลาแดงเหนือ วัดโบสถ์หลวงพ่อโต วัดนิเวศธรรมประวัติ มัสยิดกุฎีช่อฟ้า วัด
นกั บุญโยเซฟ
1.9 ศกึ ษาแนวทางการบาบดั นา้ เสยี และการจัดการกับการปล่อยน้าลงแมน่ ้าและลานา้ สาขา
1.10 ศกึ ษาการจดั การการท่องเทย่ี วรมิ ฝัง่ แมน่ ้าเจ้าพระยาและแม่น้าน้อย
ยุทธศาสตร์ท่ี 2 ยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลายสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่มุ่งเน้นการ
กระจายตัวและสร้างการเรียนรู้จากกิจกรรมการท่องเที่ยว โดยไดด้ าเนนิ การผ่านหลายโครงการ/กิจกรรม เช่น
2.1 กิจกรรม “ล่องเรือท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตสองฝั่งลาน้าเจ้าพระยา” โดยมีเส้นทางจา
กรุงเทพฯ-อยธุ ยา และเส้นทางจากอยุธยา-สิงหบ์ รุ ี
2.2 พฒั นาการทอ่ งเท่ียววถิ เี กษตรรมิ แม่น้าเจา้ พระยาและลานา้ สาขา
2.3 ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าและการเช่ือมต่อแหล่งท่องเท่ียวใกล้
แม่นา้ เจ้าพระยา และลาน้าสาขา
2.4 ศึกษาแนวทางการพัฒนาการท่องเท่ียวพ้ืนที่โดยรอบแม่น้าเจ้าพระยาและลาน้าสาขา เพื่อ
เชื่อมโยงการท่องเที่ยว - พ้ืนท่ีศึกษาแม่น้าน้อย ตามรอยสมเด็จพระเทพรัตนฯ อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี (เส้นทาง
จักรยาน เส้นทางล่องเรือวิถีชีวิตพิพิธภัณฑ์พ้ืนบ้าน) - พื้นท่ีอนุรักษ์พันธุ์ปลาพื้นเมือง อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี และ
อ.สรรคบรุ ี จ.ชัยนาท - พนื้ ทจ่ี ากวดั พิกลุ ทอง – วัดกลางทา่ ขา้ ม
2.5 แข่งขนั เรอื ยาว 5 จังหวดั ในแมน่ ้าเจา้ พระยาตอนกลาง

62

2.6 สนับสนุนให้องค์กรส่วนท้องถ่ินจัดการศึกษาดูงานแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบภายในเขต
พฒั นาการทอ่ งเที่ยว

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 ยกระดับตลาดท่องเที่ยวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสาคัญของภูมิภาค โดยได้ดาเนินการผ่าน
หลายโครงการ/กิจกรรม เช่น

3.1 มหกรรมส่งเสรมิ การทอ่ งเท่ียวของเขตวถิ ชี วี ิตลมุ่ แมน่ า้ เจา้ พระยาตอนกลาง
3.2 สนับสนุนการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างประเทศในอาเซียนเพื่อการแลกเปล่ียนเรียนรู้ผ่าน
การทอ่ งเท่ยี วเชิงวถิ ีชวี ิต และวัฒนธรรม
3.3 สนับสนุนกิจกรรมกีฬาทางน้า เพ่ือการท่องเท่ียวตลอดริมแม่น้าเจ้าพระยา แม่น้าน้อยและ
คลองสาขา อาทเิ ชน่ เจ็ทสกี เรอื พายประเภทต่าง ๆ ทไี่ ม่ใชเ่ ครือ่ งยนต์ เป็นตน้
ยุทธศาสตร์ท่ี 4 บริหารการพัฒนาการท่องเท่ียวอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ โดยได้ดาเนินการผ่าน
หลายโครงการ/กจิ กรรม เช่น
4.1 การจัดทาฐานข้อมูลทรัพยากรการท่องเท่ียวในท้องถ่ิน พร้อมท้ังการจัดเก็บข้อมูล
นกั ทอ่ งเทย่ี วและพฤตกิ รรมการท่องเทีย่ วในพน้ื ที่
4.2 จัดต้ังศูนย์กลางควบคุมความปลอดภัยด้านท่องเท่ียวของเมืองมรดกโลก รวมทั้งติดตั้งระบบ
รักษาความปลอดภัย (CCTV) ให้แก่พื้นที่ท่องเท่ียวที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวท้ังชาวไทย
และชาวต่างประเทศ
4.3 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาความร่วมมือภายในเขตพัฒนาการท่องเท่ียวและระหว่าง
พื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือการท่องเท่ียวภายในเขตพัฒนาการท่องเท่ียวกับเขตพัฒนาการ
ท่องเที่ยวอนื่
(5) แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในเขตพัฒนาการท่องเท่ียววิถีชีวิตลุ่มแม่น้าโขง พ.ศ.
2560-2564 ไดก้ าหนดประเด็นยุทธศาสตร์ไว้ 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ มาตรฐาน สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ โดย
ได้ดาเนนิ การผ่านหลายโครงการ/กจิ กรรม เชน่
1.1 ศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์และการจัดการพ้ืนท่ีบริเวณแม่น้าสงคราม เพ่ือพัฒนาเป็น
แหล่งท่องเที่ยวเชิงนเิ วศ เชื่อมโยงเส้นทาง ชื่นชมทัศนยี ภาพ (Scenic Route)
1.2 ศึกษาการเปลีย่ นแปลงของระดับน้าในแม่น้าโขง และผลกระทบที่อาจเกิดต่อแหล่งท่องเท่ียว
บริเวณรมิ ฝง่ั โขง เพื่อปรับใชแ้ ละบริหารจัดการแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วอยา่ งยั่งยนื
1.3 ศึกษาและพัฒนาเส้นทางริมฝั่งแม่น้าโขงให้เป็นเส้นทางชมทัศนียภาพเพื่อการท่องเท่ียว
(Scenic Route) โดยมีเส้นทางริมน้าโขงจากท่าลี่-หนองคาย เส้นทางริมน้าโขงจากหนองคาย-ปากแม่น้าสงคราม
และเสน้ ทางรมิ โขง จากปากแม่น้าสงคราม-มกุ ดาหาร

63

1.4 ศึกษาแนวทางการใช้ลาน้าโขงเป็นเส้นทางสัญจรทางน้าเพื่อการท่องเที่ยวในแต่ละช่วงเวลา
ของปี เส้นทางนาร่อง อาทิ วัดอาฮง-พระธาตกุ ลางนา้ -ท่าเสดจ็ เป็นตน้

1.5 การศึกษาการจัดการโลจิสติกส์การท่องเท่ียว (Tourism Logistics) ของเส้นทางชม
ทัศนยี ภาพเพ่ือการทอ่ งเทย่ี ว (Scenic Route) (รถสาธารณะ และเรอื ทอ่ งเที่ยว)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนากิจกรรมการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ภายใต้วิถีชีวิตลุ่มแม่น้าโขงให้สอดรับกับ
กลุ่มเปา้ หมายการทอ่ งเทย่ี ว โดยไดด้ าเนนิ การผ่านหลายโครงการ/กจิ กรรม เช่น

2.1 ศกึ ษาแนวทางการพฒั นากิจกรรมการท่องเที่ยวพ้ืนท่ีลุ่มแมน่ า้ โขงเพื่อเชือ่ มโยงการท่องเทย่ี ว
2.2 การสนับสนุนท้องถ่ินให้มีการเช่ือมโยงการท่องเท่ียวระหว่าง สปป.ลาว และเมืองในเขต
พัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้าโขง อาทิเช่น หนองคาย-เวียงจันทน์ นครพนม-ท่าแขก บึงกาฬ-ปากซัน
มุกดาหาร-สะหวนั นะเขต ทา่ ลี่-หลวงพระบาง บึงกาฬ-เชียงขวาง พร้อมทั้งสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวร่วมกัน
ระหว่างทอ้ งถน่ิ /ชุมชนในเขตพัฒนาการท่องเทย่ี วสองฝ่ังแมน่ ้าโขง
2.3 ศึกษาแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวเพ่ือรองรับรูปแบบการท่องเท่ียวท่ีหลากหลาย อาทิเช่น
กจิ กรรมสง่ เสรมิ สุขภาพ กิจกรรมการท่องเที่ยวเกษตร
ยทุ ธศาสตร์ที่ 3 การใช้เครื่องมือการตลาดเพื่อเพิ่มปริมาณนักท่องเท่ียวอย่างสอดคล้องและเหมาะสมกับ
การพฒั นาการท่องเที่ยวภายในเขตพฒั นาการท่องเทยี่ ว โดยได้ดาเนนิ การผา่ นหลายโครงการ/กจิ กรรม เชน่
3.1 ส่งเสริมการตลาดโดยใชอ้ ตั ลักษณข์ องวิถชี ีวติ ลมุ่ แม่น้าโขง
3.2 ส่งเสริมกิจกรรมด้านการจดั ประชุมและนิทรรศการ
3.3 ส่งเสริมกิจกรรมเชิงกีฬา และนันทนาการ อาทิเช่น ไตรกีฬา การปั่นจักรยานทางไกล การ
พายเรอื ประเภทต่าง ๆ แรลลีเ่ ลาะรมิ โขง พารามอเตอร์ว่งิ มาราทอน
ยุทธศาสตร์ท่ี 4 บริหารการพัฒนาการท่องเท่ียวอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ โดยได้ดาเนินการผ่าน
หลายโครงการ/กจิ กรรม เช่น
4.1 การจัดทาฐานข้อมูลทรัพยากรการท่องเท่ียวในท้องถิ่น พร้อมทั้งการจัดเก็บข้อมูล
นกั ท่องเทีย่ วและพฤตกิ รรมการท่องเทยี่ วในพืน้ ที่
4.2 ติดตง้ั ระบบรักษาความปลอดภยั ใหแ้ ก่พื้นท่ีท่องเท่ียวที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของ
นกั ท่องเทีย่ วทัง้ ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
4.3 การจัดประชุม สมั มนาระหวา่ งจังหวัดในเขตพัฒนาการท่องเท่ียววิถีชีวิตลุ่มแม่น้าโขง รวมถึง
การจัดประชมุ สมั มนารว่ มกบั เขตพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วพืน้ ท่ใี กลเ้ คียงเพื่อพฒั นาการท่องเท่ียวร่วมกัน
4.4 การติดตามความก้าวหน้าการดาเนินงาน และประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการตามแผนพัฒนาการ
ทอ่ งเท่ียว แผนพัฒนาเมืองหลกั เมอื งรองทางการท่องเทย่ี ว และแผนปฏบิ ตั กิ ารพฒั นาการท่องเทยี่ ว

64

นอกจากกลยุทธ์การพัฒนาเชิงพ้ืนที่แล้ว ยุทธศาสตร์การท่องเท่ียวไทยพ.ศ. 2558 – 2560 ยังได้กล่าวถึง
กลยุทธ์อื่น ๆ ท่ีมีส่วนท่ีเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า น่ันคือ กลยุทธ์การพัฒนารายสาขา
กลยทุ ธพ์ ฒั นาการอานวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว และกลยุทธ์พฒั นาระบบโลจิสติกส์เพื่อการท่องเที่ยว โดย
แต่ละกลยทุ ธ์มีรายละเอยี ด

โดยกลยุทธ์การพัฒนารายสาขาท่ีมีส่วนพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าก็คือ การท่องเที่ยวเรือสาราญ โดยมี
เป้าประสงค์ที่จะมุ่งสู่การเป็นเมืองท่องเท่ียวทางทะเลและท่าเทียบเรือสาราญที่มีมาตรฐานระดับสากลผ่าน
มาตรการสาคัญ คือ การพัฒนาการจัดการเส้นทางการเดินเรือเพ่ือการท่องเที่ยวในทะเลให้มีศักยภาพในการเป็น
ทา่ เรอื เพื่อการท่องเท่ยี วในระดับสากล มีแนวทางการพฒั นาทสี่ าคัญ ได้แก่ พฒั นาและส่งเสริมการลงทุนสร้างพ้ืนที่
ท่าเทียบเรือเพ่ือรองรับเรือสาราญในพ้ืนท่ีท่องเท่ียวสาคัญ ได้แก่ ท่าเทียบเรือภูเก็ต กระบ่ี และเกาะสมุย ผลักดัน
ให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมต่อทางเรือสาราญไปยังประเทศอื่นในอาเซียน มาตรการจูงใจและส่งเสริมการ
ท่องเทีย่ วทางนา้ รวมถึงการบริการด้านต่าง ๆ สูม่ าตรฐานสากล และการประชาสัมพันธ์ความพร้อมในการส่งเสริม
กิจกรรมเกี่ยวข้องกับเรือสาราญ ตลอดจนสนับสนุนการจัดกิจกรรมประจาปีของภาคเอกชน เช่น Yacht Show
ปรบั ปรงุ และทบทวนกฎระเบียบวา่ ดว้ ยเรอื สาราญ ทัง้ ในเร่อื งการประกอบธรุ กิจและด้านการควบคุมบริหารจัดการ
รวมถึงด้านความปลอดภัยของการเดินเรือ ด้านการสงวนรักษาสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม
ทอ่ งเที่ยว

ในส่วนของกลยุทธ์พัฒนาการอานวยความสะดวกด้านการท่องเท่ียวนั้นมีส่วนพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
โดยกลยุทธ์ดังกล่าวเป็นการสนับสนุนมาตรการจัดการความปลอดภัยในการเดินทาง ทางบก/ทางน้า/ทางอากาศ
และปรับปรุงกฎระเบียบให้เกิดการบังคับใช้อย่างจริงจัง และมีการบังคับใช้บทลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งมีบทบาท
สาคัญในการชว่ ยพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วทางน้า

ในขณะท่ีกลยุทธ์พัฒนาระบบโลจิสติกส์เพื่อการท่องเที่ยวน้ันมีส่วนพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า โดยเน้น
การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพ้ืนฐานให้ได้มาตรฐาน ให้สามารถเข้าถึงแหล่งท่องเท่ียวได้สะดวก รวดเร็ว มี
ความปลอดภัยในการเดนิ ทางและการบริการการขนส่งสาธารณะ เช่ือมโยงแหล่งท่องเที่ยวหลักกับแหล่งท่องเท่ียว
รองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขยายความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมทั้งทางบก ทางน้า และทางอ ากาศ
ภายในประเทศรวมถงึ เส้นทางการท่องเที่ยวสปู่ ระเทศอาเซยี น ซง่ึ มีแนวทางการพัฒนา ดงั น้ี

1) พัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อม ให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีความ
ปลอดภัยในการเดินทางและการบริการการขนส่งสาธารณะ โดยสามารถเช่ือมโยงระหว่างแหล่งท่องเที่ยวหลักกับ
แหล่งท่องเท่ยี วรองไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ รวมถงึ เสน้ ทางการทอ่ งเทยี่ วสปู่ ระเทศอาเซยี น

2) พัฒนามาตรฐานยานพาหนะและระบบการใหบ้ รกิ ารขนส่งสาธารณะ ให้มีความสอดคล้องและพอเพียง
กบั ความต้องการเดนิ ทาง และมีความคลอ่ งตัวและความสามารถในการเขา้ ถึง (Mobility & Accessibility)

65

3) พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพ่ือการสนับสนุนการวางแผนการเดินทางโดยให้มีระบบการ
ให้บริการข้อมูลแบบครบวงจร ทั้งข้อมูลเส้นทางพาหนะในการเดินทาง ระบบจองต๋ัวออนไลน์ ตลอดจนการสร้าง
แอพพลิเคชัน่ ใหน้ กั ท่องเทีย่ วตรวจสอบเส้นทางและยานพาหนะขนสง่ สาธารณะได้

ทั้งนี้ ยังมีการกาหนดกลยุทธ์ปรับปรุงกฎหมายและกลไกการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ภายใต้
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การบริหารจัดการการท่องเที่ยว โดยดาเนินการผ่านการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยการ
ปรับปรุงกลไกการควบคุมการบังคับใช้กฎหมายที่เก่ียวข้องกับการท่องเท่ียว เช่น กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม การ
จัดการขยะ น้าเสีย รถทัวร์ รถแท็กซ่ี เป็นต้น หาวิธีการ/มาตรการจูงใจให้มีการบังคับใช้กฎหมายท่ีเกี่ยวข้องให้
เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายในทุกส่วนงานที่เก่ียวข้อง การแต่งต้ังคณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขปัญหา
การใช้กฎหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย และส่งเสริมและกากับติดตามการบังคับใช้กฎหมายด้านการ
ท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานเจ้าภาพอย่างจริงจังและต่อเน่ือง เช่น พระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัตอิ ทุ ยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติสาธารณสุข
พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2537 พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.
2535 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติ
รถยนต์ พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้า
ไทย พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2542 และ
พระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2538 เป็นต้น ซ่ึงการปรับปรุงกฎหมายและกลไกการ
บังคับใชก้ ฎหมายอยา่ งจริงจังน้ีก็มสี ่วนเก่ียวขอ้ งโดยตรงกบั การพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วทางน้าเช่นเดยี วกนั

2.2.5 แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวประจ้าเขตพัฒนาการทอ่ งเท่ยี ว

แผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 นับเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเท่ียวในภาพรวม การ
พัฒนาการท่องเท่ียวทางน้านั้นก็จะต้องคานึงถึงแผนปฏิบัติการที่มีความเป็นรูปธรรมมากข้ึนด้วยเช่นกัน อย่าง
แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวประจาเขตพัฒนาการท่องเท่ียวแต่ละพื้นที่ว่าได้กล่าวถึงส่งเสริมการท่องเท่ียว
ทางน้าไว้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอย่างย่ิงเขตพัฒนาการท่องเท่ียวที่เก่ียวข้องกับการท่องเท่ียวทางน้าโดยตรง
เชน่

2.2.5.1 แผนปฏบิ ัติการพัฒนาการท่องเท่ียวประจา้ เขตพฒั นาการท่องเท่ียวฝงั่ ทะเล

ตะวนั ออก

แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวประจาเขตพัฒนาการท่องเท่ียวฝ่ังทะเลตะวันออกกาหนด
วิสัยทศั นส์ าหรับการทอ่ งเท่ียวในเขตพัฒนาการท่องเท่ียวว่า “การท่องเที่ยวชายทะเลสีสันตะวันออกระดับสากลท่ี
เป็นมติ รกบั ส่งิ แวดลอ้ มเชอื่ มโยงสูนานาชาติ” โดยหมายถงึ การพัฒนาให้เขตพฒั นาการท่องเท่ียวฝ่ังทะเลตะวันออก
เป็นเมืองท่องเท่ียวหาดทราย ชายทะเลและหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยสีสันของกิจกรรมและเทศกาล โดยมุ่งการพัฒนา

66

ทรพั ยากรการท่องเทีย่ วทเี่ นน้ การเพ่ิมมูลค่า การทอ่ งเท่ียวที่เป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ มและการสร้างเมืองท่องเท่ียวท่ีมี
คณุ ภาพและมาตรฐานความปลอดภยั ในระดับสากลและมคี วามเชอ่ื มโยงกับนานาชาติ เขตพฒั นาการท่องเที่ยวนี้ได้
กาหนดให้จังหวัดชลบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก และจังหวัดระยอง จันทบุรีและตราดเป็นเมืองท่องเที่ยวรองที่
จะต้องมกี ารขยายและกระจายการท่องเท่ยี วด้วย14

2.2.5.2 แผนปฏิบัติการพัฒนาการทอ่ งเทีย่ วประจ้าเขตพัฒนาการทอ่ งเทีย่ วฝั่งทะเลตะวนั ตก
แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวประจาเขตพัฒนาการท่องเท่ียวฝ่ังทะเลตะวันตก 15กาหนด
วิสัยทัศน์สาหรับการท่องเท่ียวในเขตพัฒนาการท่องเท่ียวว่า “การท่องเที่ยวพักผ่อนเพ่ือสุขภาพช้ันนาของโลก”
โดยหมายถึงการพัฒนาให้จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนองและชุมพรเป็นเมืองจุดหมายปลายทางการ
ท่องเท่ียวเพ่ือการพักผ่อน การฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณที่เน้นเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวไทย
และต่างประเทศท่ีมีคุณภาพซ่ึงเข้ามาพานักระยะยาวและให้ความสาคัญกับสภาพแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการพัฒนา
คุณภาพของการบรกิ ารของทนุ มนษุ ยใ์ นอตุ สาหกรรมทอ่ งเทยี่ วใหม้ ีความสามารถรองรบั นกั ทอ่ งเที่ยวในระดับสากล
ได้

2.2.5.3 แผนปฏิบัตกิ ารพัฒนาการท่องเทย่ี วประจา้ เขตพัฒนาการท่องเทีย่ วอันดามัน
แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวประจาเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน16 กาหนดวิสัยทัศน์
สาหรับการทอ่ งเทย่ี วในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววา่ “การทอ่ งเท่ียวทางทะเลระดับโลกบนฐานวัฒนธรรมอันดามัน”
โดยหมายถงึ การพฒั นาและส่งเสริมใหเ้ ขตพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วอันดามันเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล เมืองท่าเทียบ
เรือสาราญและเรือยอร์ชท่ีมีมาตรฐานสากลระดับโลกและเป็นเมืองท่องเท่ียวทางวัฒนธรรมท่ีสะท้อนวิถีอันดามัน
ซึ่งหมายถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนท่ีเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ คน ประเพณี วิถีชีวิต สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ

14 ประกาศคณะกรรมการพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วประจาเขตพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วฝงั่ ทะเลตะวนั ออก เรอื่ ง แผนปฏิบัตกิ าร
พัฒนาการท่องเทีย่ ว ภายในเขตพฒั นาการทอ่ งเที่ยวฝงั่ ทะเลตะวันออก พ.ศ. 2559 – 2563. ราชกิจจานุเบกษา เลม่ 132/ตอน
พิเศษ 213 ง/หนา้ 40/10 กันยายน 2558 และประกาศคณะกรรมการพฒั นาการท่องเทีย่ วประจาเขตพฒั นาการท่องเท่ียวฝง่ั ทะเล
ตะวันออก เรอื่ ง แผนปฏบิ ตั ิการพฒั นาการท่องเทยี่ ว ภายในเขตพฒั นาการทอ่ งเทีย่ วฝัง่ ทะเลตะวันออก พ.ศ. 2559 - 2563 (ฉบบั
ท่ี 2) พ.ศ. 2558. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132/ตอนพเิ ศษ 300 ง/หนา้ 17/18 พฤศจิกายน 2558

15 ประกาศคณะกรรมการพฒั นาการทอ่ งเท่ียวประจาเขตพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วฝั่งทะเลตะวนั ตก เรื่อง แผนปฏิบัตกิ าร
พฒั นาการท่องเทย่ี ว ภายในเขตพฒั นาการท่องเท่ียวฝ่ังทะเลตะวันตก พ.ศ. 2559 – 2563. ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม 132/ตอน
พเิ ศษ 213 ง/หน้า 39/10 กันยายน 2558

16 ประกาศคณะกรรมการพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วประจาเขตพัฒนาการทอ่ งเทีย่ วอันดามนั เรอื่ ง แผนปฏบิ ตั ิการพัฒนาการ
ท่องเทยี่ ว ภายในเขตพัฒนาการทอ่ งเท่ยี วอนั ดามัน พ.ศ. 2559 – 2563. ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 132/ตอนพิเศษ 213 ง/หน้า
41/10 กนั ยายน 2558

67

ภาษา การแต่งกาย เป็นต้น ที่ถูกส่งมอบจากรุ่นสู่รุ่น หรือถูกปรับปรุงให้สอดคล้องกับการดารงชีวิตในปัจจุบันซ่ึง
อาจจะมีในลกั ษณะทเ่ี ปน็ แบบด้ังเดมิ หรือแบบร่วมสมยั ในแต่ละจงั หวัดในเขต คอื ภูเก็ต กระบี่ พงั งา ตรัง และสตูล

2.2.5.4 แผนพฒั นาในระดับจงั หวัดหรอื เมืองการท่องเที่ยวท่สี า้ คัญ
นอกจากแผนในระดับชาติและกลมุ่ จงั หวัดท่องเทีย่ วแลว้ การพฒั นาการท่องเทยี่ วยังปรากฏอยู่ใน
แผนพัฒนาในระดับจังหวัดหรือเมืองการท่องเท่ียวที่สาคัญอีกด้วย แน่นอนว่าการท่องเที่ยวทางน้าก็เป็นประเด็น
สาคญั ในพ้นื ที่ทมี่ ีความโดดเด่นดา้ นการทอ่ งเทยี่ วทางนา้ ตัวอยา่ งเช่น

2.2.5.5 แผนแม่บทการพฒั นาเมอื งพทั ยา 10 ปี (พ.ศ. 2554 – 2563)
แผนแม่บทการพัฒนาเมืองพัทยา 10 ปี (พ.ศ. 2554 – 2563) กาหนดวิสัยทัศน์ให้ “เมืองพัทยา
เป็นเมืองท่องเทย่ี วระดบั โลก (World Class) ทน่ี ่าอยู่และย่งั ยืน มภี มู ทิ ศั นท์ างธรรมชาติที่สวยงามและมีระเบียบ มี
ระบบสังคมท่ีดี มีวินัย และมีวัฒนธรรมประเพณีที่งดงาม มีระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการท่ีทันสมัย
สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย มีความมั่นคงและเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ เป็นศูนย์การประชุมและกิจกรรมระดับ
นานาชาติ (World Event) ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีส่วนร่วมการ
บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)” นอกจากนั้นเมืองพัทยายังได้มีการดาเนินการมา
อย่างต่อเนื่องในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเท่ียวทางน้าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาได้มีการดาเนินการหลายอย่าง17
เช่น การเสริมประสิทธิภาพระบบความปลอดภัยในพื้นที่ทางทะเลด้วยอุปกรณ์ต่างๆ คือ ติดต้ังทุ่นแนวเขตว่ายน้า
กันเรือชนนักท่องเท่ียวท่ีว่ายน้าอยู่ในทะเล การติดไฟฟ้าแสงสว่างตลอดแนวชายฝั่งพัทยาและหาดจอมเทียน การ
ติดต้ังกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสาหรับชายฝ่ังให้ครอบคลุมพ้ืนท่ีเสี่ยง การต้ังสถานีตรวจการณ์ชายฝั่งทะเล การ
พัฒนาศักยภาพด้านความปลอดภัยทางทะเล (CYBER SEA)การลงทุนพัฒนาพื้นท่ีแหลมบาลีฮายให้เป็นลักษณะ
เดียวกับอ่าวซิดนีย์(Sydney harbor)หรือ Pier 39 ในซานฟรานซิสโก คือเป็นสถานที่พักผ่อน แหล่งสรรพสินค้า
และร้านอาหารให้เป็นแหล่งท่องเท่ียวแหล่งใหม่ของเมืองพัทยา จากน้ันจะมีการขยายพ้ืนที่ทาเป็นลานกิจกรรม
สาหรับจัดมหกรรมทอ่ งเทีย่ วไดต้ ลอดท้งั ปี เปน็ ต้น

17 เมอื งพัทยา, นโยบายเรง่ ด่วน 14 ดา้ น, retrieved June 25, 2017 from http://www.pattaya.go.th/city-
information/นโยบายเร่งด่วน-14-ด้าน/

68

2.2.5.6 ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาจงั หวดั กระบี่ พ.ศ. 2557-2560
ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาจงั หวัด พ.ศ. 2557 – 2560 ของจงั หวัดกระบ่กี าหนดวสิ ัยทศั น์ใหก้ ระบี่
เป็น “เมืองท่องเทีย่ วคุณภาพระดบั นานาชาติ เกษตรอุตสาหกรรมยัง่ ยืน สังคมน่าอยู่ มีการปรับตวั เทา่ ทันต่อบริบท
การเปลีย่ นแปลง” โดยมปี ระเดน็ ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการท่องเท่ียว คือ ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 การพัฒนาการท่องเทย่ี วให้
เป็นการท่องเท่ยี วสีเขยี ว (Green Tourism)และเพ่มิ ศักยภาพให้ได้มาตรฐานในระดบั สากล โดยท่แี หลง่ ทอ่ งเทยี่ ว
จะต้องได้รบั การพัฒนา ฟ้นื ฟูและยกระดับคุณภาพ พฒั นารูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ทม่ี ีความหลายหลายภายใต้
ภาพลักษณ์การเป็นเมอื งทอ่ งเทยี วสเี ขยี ว นอกจากนน้ั ยุทธศาสตรท์ ี่ 4 การอนุรักษแ์ ละฟื้นฟทู รพั ยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดลอ้ มอย่างย่ังยนื น้ันกาหนดให้รักษาคุณภาพสง่ิ แวดล้อม โดยกาหนดใหร้ ้อยละ 70 ของพนื้ ท่ีตัวอย่าง
จะตอ้ งมีคุณภาพน้าทะเลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ในพืน้ ทป่ี ่าชายเลนจะตอ้ งมีการบริหารจัดการเพ่ือฟนื้ ฟแู นว
ปะการงั และอนรุ กั ษ์หญา้ ทะเลเพื่อรกั ษาสมดลุ ของระบบนิเวศในทอ้ งทะเล18

18 สานกั งานจงั หวัดกระบ่ี (2557), แผนพัฒนาจงั หวดั พ.ศ. 2557 – 2560 (ฉบับทบทวนใหม่ รอบปี พ.ศ. 2560).

69
2.2.5.7 แผนพฒั นาจังหวดั พงั งา พ.ศ. 2557-2560
แผนพฒั นาจงั หวดั พังงาปี พ.ศ. 2557 – 2560 ได้กาหนดประเดน็ ยทุ ธศาสตรด์ ้านการท่องเทย่ี ว
ไวใ้ นประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 คอื การส่งเสริมและพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วเชงิ นิเวศ โครงการท่ีกาหนดไวเ้ พ่อื ดาเนนิ การ
มหี ลายโครงการทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับการท่องเท่ียวทางนา้ เชน่ โครงการปรบั ปรุงภมู ิทศั น์เรือเกยต้นื กรณภี ัยพิบตั สิ นึ ามิ
โครงการพัฒนาแหล่งท่องเทยี่ วและสงิ่ อานวยความสะดวกในแหล่งทอ่ งเทีย่ วใหไ้ ด้มาตรฐานและมีความปลอดภัย
โครงการปรบั ปรงุ ภมู ิทัศน์และพฒั นาแหล่งท่องเท่ยี วบ่อน้าพุรอ้ น โครงการพัฒนาแหลง่ ท่องเทีย่ วเชิงนิเวศหลาย
แหง่ โครงการก่อสร้างศนู ยห์ ลบภัยและจดุ ชมวิวหนา้ เกาะปันหยี โครงการพัฒนาแหล่งท่องเทยี่ วเกาะไผ่ โครงการ
จดั สรา้ งศนู ยบ์ รกิ ารขอ้ มูลนักทอ่ งเทย่ี วและเตือนภัยทางน้า โครงการก่อสร้างท่าเทยี บเรอื ทบั ละมุไปเกาะสมิ ลิ นั
โครงการก่อสรา้ งท่าเทยี บเรือเพือ่ การท่องเท่ียวหมู่เกาะสรุ นิ ทร์ โครงการสร้างทา่ เทียบเรอื ท่องเท่ียวบา้ นทา่ ไทร
โครงการส่งเสริมกีฬาเพือ่ การท่องเที่ยวทางน้า โครงการจดั ตง้ั ศนู ย์บรกิ ารการท่องเที่ยวจังหวัดเชื่อมโยงอนั ดามัน
เปน็ ตน้ 19

2.2.5.8 แผนพฒั นาจงั หวัดระยอง พ.ศ. 2557-2561
แผนพัฒนาจงั หวัดระยอง พ.ศ. 2558 – 2561ไดก้ าหนดประเด็นยุทธศาสตรด์ ้านการท่องเที่ยวไว้
ในยุทธศาสตรท์ ่ี 1 คือการส่งเสรมิ และพฒั นาการท่องเทย่ี วของจงั หวดั ให้มีมลู ค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์
ทรัพยากรการท่องเทีย่ วใหค้ งอยู่อย่างยง่ั ยืน โดยมีการกาหนดประเดน็ หลายประเดน็ ในการฟ้ืนฟูและพัฒนาแหลง่
ทอ่ งเที่ยวทางธรรมชาติ การส่งเสรมิ ใหเ้ กิดการท่องเทย่ี วท่ีมีความรับผดิ ชอบต่อธรรมชาตโิ ดยเฉพาะอย่างยิง่ บรเิ วณ
แหลง่ ท่องเทย่ี วท่ีไดร้ บั ความนิยม เช่น เกาะเสมด็ หาดแมร่ าพึง บา้ นเพ เป็นต้น20

19 สานกั งานจังหวดั พงั งา (2557), แผนพัฒนาจังหวัดพงั งาปี พ.ศ. 2557-2560.
20 สานักงานจังหวดั ระยอง (2558), แผนพัฒนาจงั หวดั ระยอง พ.ศ. 2558-2561

70

2.2.5.9 แผนพฒั นาจังหวัดเพชรบุรี พ.ศ. 2561-2564
แผนพัฒนาจังหวดั เพชรบุรี (พ.ศ.2561 – 2564) ได้กาหนดประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการท่องเท่ียว
ไว้ในประเดน็ ยุทธศาสตร์ที่ 4 คือ การพัฒนาเมือง การพฒั นาการคา้ การบริการ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทม่ี ี
คุณภาพ มีโครงการท่สี าคญั คือโครงการพฒั นาและปรับปรุงภูมทิ ศั น์แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาตแิ กง่ กระจาน
อาเภอเมือง อาเภอชะอา โครงการก่อสรา้ งปรบั ปรงุ ถนนเพ่ือเชอื่ มโยงเสน้ ทางการทอ่ งเที่ยว21

จากยุทธศาสตร์และแผนตัวอย่างต่างๆ ที่กล่าวมานี้ แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ในเชิงนโยบายด้านการ
ท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ระดับบนสุดคือระดับชาติที่ถ่ายทอดมาจากยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 มาเป็นแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564)
แผนพัฒนาการการท่องเท่ียวแห่งชาติก็เป็นทิศทางสาหรับกลุ่มจังหวัด (คลัสเตอร์) หรือที่เรียกว่าเขตพัฒนาการ

21 สานักงานจังหวัดเพชรบรุ ี (2560), )แผนพฒั นาจังหวดั เพชรบุรี (พ.ศ.2561-2564)

71

ท่องเท่ียวแต่ละเขตกาหนดแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวประจาเขตของตน จากนั้นพื้นที่ในแต่ละพื้นที่ก็จะ
ดาเนินการวิเคราะห์นโยบายระดับชาติและระดับกลุ่มจังหวัดและดาเนินการจัดทาแผนพัฒนาการท่องเที่ยวท่ี
สอดแทรกอยู่ในแผนหรือยุทธศาสตร์ในการพัฒนาในพ้ืนที่ตนเองไม่ว่าจะในระดับจังหวัดหรือระดับองค์การ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน แผนปฏิบัติการหรือยุทธศาสตร์ในระดับพ้ืนที่จะมีความเป็นรูปธรรมมากที่สุดซึ่งระบุถึง
ลักษณะของการดาเนินการ รูปแบบของการดาเนินการ สถานที่ในการดาเนินการและงบประมาณที่ใช้ในการ
ดาเนนิ โครงการแต่ละโครงการภายใตย้ ุทธศาสตรแ์ ตล่ ะขอ้

การจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ.2560-2564 ก็จะเป็นส่วนหน่ึงในกลไก
เหล่านโ้ี ดยเฉพาะเมอื่ กลา่ วถงึ การพัฒนาและส่งเสรมิ การท่องเทยี่ วทางนา้ แผนแม่บทนจ้ี ะเป็นนโยบายในระดับชาติ
เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ระดับปฏิบัติการสามารถดาเนินการไปในทิศทางเดียวกันและมีการบูรณาการ การจัดทา
แผนแม่บทการพัฒนาการทอ่ งเที่ยวทางนา้ ของไทยนนั้ มคี วามจาเปน็ ที่จะตอ้ งมีองค์ความรู้ในประเด็นของตลาดการ
ท่องเท่ียวทางน้าโดยคานึงถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวในระดับชาติและระดับโลก สภาพตลาดการท่องเที่ยวทางน้า
ของท้ังในและต่างประเทศ ย่ิงประเด็นความเชื่อมโยงการท่องเท่ียวทางน้าระหว่างประเทศอย่างการท่องเท่ียวเรือ
สาราญน้ันย่ิงมีความสาคัญในการทาความเข้าใจตลาด อุปสงค์และห่วงโซ่อุปทานของตลาด แนวโน้มของตลาดใน
ระดับชาติและระดับภูมิภาค การศึกษาทาความเข้าใจตลาดนี้เองจะเป็นกุญแจสาคัญในการกาหนดตาแหน่งใน
เชิงกลยุทธ์ของประเทศไทยท่ีเก่ียวกับการท่องเท่ียวทางน้าได้ให้เข้ากับบริบทและการเปลี่ยนแปลงท่ีดาเนินอยู่ใน
ปัจจุบัน

ปัญหาท่ัวไปในการท่องเที่ยวของไทยซึ่งพบได้ในกรณีของการท่องเท่ียวทางน้า ได้แก่ การขาดการบูรณา
การการทางานร่วมกันของแต่ละหน่วยงานทาให้การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดจนกา รบริหารจัดการ
ขาดเอกภาพและเป้าหมายการพัฒนาที่ชัดเจน การขาดแคลนโครงสร้างพ้ืนฐานและส่ิงอานวยความสะดวกในบาง
พ้ืนที่ท่ีจะอานวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวการขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการให้บริการที่
เก่ียวข้องเช่ือมโยงกันอย่างเป็นระบบ การขาดข้อมูลพื้นฐานที่จาเป็นในหลากหลายมิติทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน
ของการทอ่ งเท่ียวทางน้า ข้อจากัดของกฎหมายและมาตรการท่ีเกี่ยวข้องขาดการวางผังเมืองและการใช้ประโยชน์
ทด่ี นิ รวมทั้งขาดการศึกษาผลกระทบตอ่ สงั คมและสิง่ แวดล้อม เปน็ ตน้

72

ปัญหาการท่องเท่ียวทางนา้ ของไทย

การขาดแคลนโครงสรา้ งพ้นื ฐานและ การขาดข้อมลู พน้ื ฐานท่ีจาเป็นใน
สิ่งอานวยความสะดวกในบางพนื้ ที่ท่ี หลากหลายมิตทิ ัง้ ดา้ นอปุ สงคแ์ ละ
อุปทานของการท่องเทยี่ วทางน้า
จะอานวยความสะดวกใหแ้ ก่
นกั ทอ่ งเทยี่ ว

ขาดการศึกษาผลกระทบต่อสงั คม ข้อจากดั ของกฎหมายและมาตรการ
และสิ่งแวดล้อม ท่ีเก่ียวข้องขาดการวางผังเมอื งและ

การใชป้ ระโยชน์ท่ีดนิ

การขาดประสทิ ธภิ าพในการบรหิ าร การขาดการบรู ณาการการทางานรว่ มกัน
จดั การและการให้บริการท่ีเกี่ยวขอ้ ง ของแตล่ ะหนว่ ยงานทาให้การพัฒนาและ
สง่ เสรมิ การทอ่ งเท่ยี วตลอดจนการบรหิ าร
เช่ือมโยงกนั อย่างเปน็ ระบบ จัดการขาดเอกภาพและเป้าหมายการพฒั นา

ทีช่ ดั เจน

ด้วยเหตุนี้เพ่ือเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาต่างๆ และส่งเสริมการท่องเท่ียวทางน้าอย่างมีเอกภาพและ
เป็นรูปธรรม จึงจาเป็นท่ีจะต้องมีโครงการการจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ.
2560–2564เพ่อื เป็นแผนแม่บทท่ีครอบคลุมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะใน
ประเด็นการพัฒนาสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวทางน้า การบริหารจัดการการท่องเท่ียวในกรณี
ของการท่องเท่ยี วทางนา้ การสง่ เสริมการใช้ประโยชน์แหลง่ นา้ และทรัพยากรในการท่องเที่ยวอย่างย่ังยืน การสร้าง
นวัตกรรมในอตุ สาหกรรมการท่องเที่ยวทางน้าให้เกิดรูปแบบกิจกรรมการท่องเท่ียวแบบใหม่ๆ ในพ้ืนท่ีต่างๆ ไม่ว่า

73

จะเป็นแม่น้า ลาคลอง ชายหาดหรือทะเลก็ตาม แผนแม่บทท่ีจะจัดทาขึ้นนี้จะได้กาหนดยุทธศาสตร์ แนวทางการ
พัฒนา ตลอดจนโครงการต่างๆ ท่ีมีความชัดเจนให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เก่ียวข้องโดยให้เกิดการดาเนินงานอย่าง
บูรณาการให้ภาครัฐ เอกชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมและสามารถดาเนินการไปในทิศทางเดียวกันภายใต้
วัตถุประสงค์สาคัญคือการสนับสนุนและส่งเสริมให้การท่องเท่ียวทางน้าของไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขัน
กับนานาประเทศ สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้ให้กับประชาชนในทุกระดับ ตลอดจนรักษา
แหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทางน้าท่ีมีคุณภาพ อีกทั้งยังช่วยสืบ
สานศลิ ปวัฒนธรรมและวถิ ีชวี ิตของคนไทยทอ่ี าศยั อยู่รมิ นา้ มาชา้ นานอีกดว้ ย

2.3 ทศิ ทางการพฒั นาการทอ่ งเทีย่ วทางน้าของไทยทผี่ ่านมา (พ.ศ.2555-2559)

จากการทบทวน “แผนพัฒนาการท่องเท่ยี วแหง่ ชาติ พ.ศ. 2555 – 2559” พบว่าได้กาหนดยุทธศาสตร์
การพฒั นาการท่องเที่ยวไทยไว้ท้ังส้ิน 5 ยุทธศาสตร์ เพ่ือให้บรรลุวิสัยทัศน์ ภารกิจ วัตถุประสงค์ และเป้าประสงค์
ของแผนพฒั นาดังกล่าว ไดแ้ ก่ (1) ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 การพฒั นาโครงสรา้ งพื้นฐานและสง่ิ อานวยความสะดวกเพ่ือการ
ท่องเท่ียว (2) ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเท่ียวให้เกิดความย่ังยืน (3) ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การ
พัฒนาสนิ คา้ บริการและปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยว (4) ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างความเช่ือม่ันและส่งเสริมการ
ท่องเท่ียว และ (5) ยุทธศาสตร์ที่ 5 การส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคประชาชน และองค์กร
ปกครอง เมื่อพิจารณาจากท้ัง 5 ยุทธศาสตร์ข้างต้นแล้วพบว่ามียุทธศาสตร์ที่เก่ียวข้องเชื่อมโยงกับทางการ
พัฒนาการท่องเที่ยวทางนา้ คอื

(1) ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 การพัฒนาโครงสรา้ งพ้ืนฐานและสง่ิ อานวยคงสะดวกเพ่ือการท่องเที่ยว
1.1 พฒั นาและปรบั ปรุงระบบโลจสิ ติกส์ เพื่อสนบั สนนุ การทอ่ งเทยี่ ว
พฒั นาทา่ เรอื และส่งเสรมิ การลงทุนสรา้ งทา่ เทียบเรือ เพื่อเช่ือมโยงเส้นทางการท่องเท่ียวบริเวณ

ชายฝั่งท้ังดา้ นอันดามนั และฝ่งั อ่าวไทย เสน้ ทางการเดนิ เรือเพื่อการท่องเท่ียวในลุ่มน้าเจ้าพระยาและแม่น้าโขงให้มี
ศักยภาพในการเป็นทา่ เรอื เพ่ือการท่องเทย่ี ว โดยมคี ณะกรรมการ/หน่วยงานทเ่ี ก่ยี วข้อง คอื กบส. คค. กก. BOI

1.2 สร้างโครงข่ายเส้นทางคมนาคมและระบบเช่ือมโยงการเดินทางท่องเที่ยวกับประเทศเพ่ือน
บา้ นและในภมู ิภาค

พฒั นาความรว่ มมอื ดา้ นการท่องเทยี่ วทางเรอื ตามเสน้ ทางลาน้าโขง เส้นทางแนวชายฝั่งทะเลอ่าว
ไทย ฝั่งทะเลอันดามัน และหมู่เกาะต่างๆ เส้นทางเช่ือมโยงกับประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ตามกรอบความ
ร่วมมือ ASEAN IMT-GT ACMECS BIMSTEC และ GMS โดยมีคณะกรรมการ/หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง คือ กบส.
คค. กก. กต. รวมถึงผลกั ดันให้ไทยเป็นศูนยก์ ลางการเดนิ ทางสภู่ มู ภิ าคลุม่ นา้ แม่โขง โดยเชอ่ื มโยงโลจิสติกส์ของการ
เดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางน้า และทางอากาศให้มีความสะดวก โดยมีคณะกรรมการ/
หนว่ ยงานทเี่ ก่ียวข้อง คอื กบส. กก. คค. กต.

(2) ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 การพัฒนาและฟน้ื ฟูแหลง่ ท่องเท่ียวให้เกิดความยง่ั ยืน

74

2.1 พฒั นายกระดับคุณภาพแหล่งทอ่ งเทยี่ วใหมใ่ นเชงิ กลุม่ พน้ื ท่ีทม่ี ีศักยภาพ
พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ท่ีมีศักยภาพ เพ่ือสร้างทางเลือกใหม่แก่อุตสาหกรรมท่องเท่ียวไทย
เนน้ การพฒั นาแหล่งทอ่ งเทยี่ วหรอื สินคา้ การท่องเท่ียวท่ีสามารถสร้างคุณค่า และมูลค่าเพิ่ม ตามกลุ่มท่องเที่ยวท่ีมี
ศักยภาพ 8 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มท่องเท่ียวอารยธรรมล้านนาและภาคเหนือตอนบน กลุ่มท่องเท่ียวมรดกโลกเช่ือมโยง
การท่องเท่ียวเชิงนเิ วศ กลุ่มทอ่ งเท่ียวอารยธรรมอีสานใต้ กลุ่มท่องเท่ียววิถีชีวิตลุ่มแม่น้าโขง กลุ่มท่องเท่ียววิถีชีวิต
ลมุ่ แมน่ ้าภาคกลาง กลุ่มท่องเที่ยว Active Beach กลุ่มท่องเที่ยว Royal Coast และกลุ่มท่องเท่ียวมหัศจรรย์สอง
สมทุ ร โดยมคี ณะกรรมการ/หนว่ ยงานทีเ่ กีย่ วข้อง คือ กนจ. กก. มท. (อปท.) อพท. วธ. ทส. กรมธนารักษ์
โดยผลการดาเนินงานตามแผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ พ.ศ. 2555 – 2559 ในภาพรวมพบว่า
แผนพัฒนาฯ พ.ศ. 2555 - 2559 ประสบความสาเรจ็ บรรลตุ ามเป้าหมายในทุกด้าน ซึ่งรวมถึงเป้าหมายท่ีเก่ียวข้อง
กับการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า ด้านการจัดตั้งเขตพัฒนาการท่องเท่ียว (Cluster) พบว่าในระยะท่ีผ่านมาได้มี
การออกกฎกระทรวงกาหนดเขตพัฒนาการท่องเที่ยวไปแล้วรวม 8 เขต ประกอบด้วย เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝ่ัง
ทะเลตะวันตก เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก เขตพัฒนาการท่องเท่ียวอันดามัน เขตพัฒนาการ
ท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา เขตพัฒนาการท่องเท่ียวอารยธรรมอีสานใต้ เขตพัฒนาการท่องเท่ียวมรดกโลกด้าน
วัฒนธรรม เขตพัฒนาการท่องเท่ียววิถีชีวิตลุ่มแม่น้าโขง และเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้าเจ้าพระยา
ตอนกลาง พร้อมทั้งได้มีการจัดทาแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยว ภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 8 เขต
เพื่อใช้เปน็ กรอบแนวทางการบูรณาการการพฒั นาในเขตพื้นที่ในระยะ 5 ปีถัดไป

2.4 วิสัยทศั น์การท่องเทีย่ วไทย 20 ปี (พ.ศ. 2579)

จากการทบทวน “วิสัยทัศน์การท่องเที่ยวไทย 20 ปี (พ.ศ. 2579)” พบว่าได้มีการกาหนดวิสัยทัศน์การ
ท่องเท่ียวไทย พ.ศ. 2579 ไว้ว่า "ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเท่ียวคุณภาพชันน้าของโลกที่เติบโตอย่างมีดุลย
ภาพบนพนื ฐานความเป็นไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และกระจายรายได้สู่ประชาชนทุกภาค
สว่ นอย่างยัง่ ยนื " และเพอื่ ให้บรรลวุ ิสยั ทัศนด์ งั กลา่ ว ไดก้ าหนดยทุ ธศาสตร์การพฒั นาออกเปน็ 5 ยทุ ธศาสตร์ ดงั น้ี

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้น
การพัฒนาให้เกิดความสมดุลและย่ังยืน เนื่องด้วยพ้ืนฐานการเติบโตของการท่องเที่ยวนั้นมีปัจจัยหลักที่คุณภาพ
ของแหล่งท่องเที่ยว สินค้า และบริการ ท่ีต้องได้มาตรฐานระดับสากลและมีเอกลักษณ์โดดเด่น การพัฒนาต้อง
เกดิ ข้นึ อยา่ งเปน็ มติ รกับสิง่ แวดล้อมและมคี วามสมดลุ ทง้ั ในด้านพนื้ ที่ เวลา และกลุ่มการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการ
กระจายนักท่องเทีย่ วและรายได้จากนักท่องเท่ียว ซ่ึงจะช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในทั่วทุกภูมิภาคของ
ประเทศไทย

ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การพัฒนาโครงสร้างพืนฐานและสิ่งอ้านวยความสะดวก ซ่ึงเป็นปัจจัยสนับสนุนที่
สาคัญต่อการเติบโตของการท่องเท่ียว ล้วนมีส่วนในการส่งเสริมประสบการณ์ในการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการ

75

พัฒนาระบบคมนาคมในทุกรูปแบบเพื่อรองรับการขยายตัวของการท่องเท่ียว รวมถึงการพัฒนาสิ่งอานวยความ
สะดวกแกน่ ักท่องเท่ียวในด้านต่าง ๆ และการพฒั นาความปลอดภยั และสขุ อนามัยอยา่ งเป็นระบบ

ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเท่ียวและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
พัฒนาการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเท่ียวผ่านการยกระดับการอบรมและคุณภาพสู่
ระดบั สากล เพือ่ ให้ทัดเทียมขีดความสามารถของบุคลากรในระดับโลกและเพ่ือเตรียมความพร้อมกับการแข่งขันท่ี
ทวีความรุนแรงขึน้ ผา่ นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงการปลูกฝังจิตสานึกและการเป็นเจ้าบ้านที่
ดใี หก้ ับประชาชน และการสง่ เสริมการมีสว่ นรว่ มของประชาชนและชุมชน

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 การสร้างความสมดุลให้กบั การท่องเทีย่ วไทยผา่ นการตลาดและการสร้างความเช่ือมั่น
ของนกั ท่องเทยี่ ว โดยมุ่งเนน้ การสง่ เสริมภาพลกั ษณแ์ หลง่ ท่องเทยี่ วคุณภาพ ผ่านการส่งเสริมการตลาดเฉพาะกลุ่ม
และการพฒั นาเคร่อื งหมายมาตรฐานคุณภาพ รวมทัง้ การสง่ เสริมการตลาดเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว
และกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวไทย กอปรกับการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการบนพื้นฐานเอกลักษณ์อย่าง
ไทยและการปรบั ใช้เทคโนโลยเี พ่อื การตลาดอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

ยุทธศาสตรท์ ่ี 5 การบูรณาการการบริหารจัดการการท่องเที่ยว และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง
ประเทศ โดยมุง่ เนน้ การส่งเสริมการทางานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนแผนฯสู่การปฏิบัติอย่างเป็น
รปู ธรรม การปรับปรงุ กฎหมายทเ่ี ก่ียวข้อง และการบริหารข้อมูลดา้ นการทอ่ งเท่ียวเพื่อการวิเคราะห์ วางแผน และ
บริการจัดการรองรับความเสี่ยง รวมถึงการส่งเสริมการบูรณาการการพัฒนาการท่องเท่ียวกับประเทศเพื่อนบ้าน
เพอ่ื ส่งเสริมการทอ่ งเท่ยี วในภูมิภาคโดยรวม

จากวิสัยทศั น์และยุทธศาสตร์การท่องเท่ียวไทย 20 ปี จะเหน็ ได้วา่ ทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ล้วนมีความเก่ียวข้อง
กับการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของประเทศไทยทั้งส้ิน ไม่ว่าจะเป็น (1) การพัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว
สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว (2) การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและส่ิงอานวยความสะดวก (3) การพัฒนา
บุคลากรด้านการท่องเท่ียวและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาการท่องเที่ยว (4) การสร้างความสมดุล
ให้กับการท่องเท่ียวไทยผ่านการตลาดและการสร้างความเช่ือมั่นของนักท่องเที่ยว และ (5) การบูรณาการการ
บรหิ ารจดั การการท่องเทย่ี ว และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งการจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการ
ทอ่ งเทยี่ วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ในครง้ั นกี้ ็จะได้นาวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การท่องเท่ียวไทย 20 ปีมา
เป็นกรอบในการจดั ทาแผนแม่บทฯ ด้วย

76

บทที่ 3 ผลการศึกษาและประเมนิ ผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบรบิ ทท่ีเปลย่ี นแปลงไป ทงั ปัจจยั
ทางเศรษฐกจิ สงั คมและสิ่งแวดล้อม ทังภายในประเทศ ระดบั ภมู ภิ าคและระดับโลก ที่คาดว่าจะ
กระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยทางน้าของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564

การศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทางน้าน้ันมีความสาคัญอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะการพิจารณาในมิติของชุมชน เน่ืองจากนโยบายท่ีจะประสบความสาเร็จ ชุมชนเป็นปัจจัยท่ีสาคัญอย่าง
ยิ่ง โดยเฉพาะแนวทางของภาครัฐในการสื่อสารและการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชน อย่างไรก็ตาม
ยังมีปัจจัยอ่ืน ๆ เช่นกัน โดยผลกระทบดังกล่าวสามารถแบ่งประเภทของผลกระทบท้ังในทางตรงและทางอ้อม
เนื่องจากการท่องเท่ียวมักเป็นฤดูกาลและผลกระทบจะเห็นได้ชัดภายใต้ระดับของการเปลี่ยนแปลง โดยสามารถ
แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่

1. ผลกระทบตอ่ ส่งิ แวดลอ้ ม ซง่ึ มีผลกระทบต่อขีดความสามารถในการถือครองพ้ืนที่ พืช คุณภาพอากาศ
รา่ งกาย นา้ สตั ว์ปา่ และปรากฏการณท์ างธรรมชาติ

2. ผลกระทบทางสงั คมและวฒั นธรรม มีความเก่ยี วข้องกับการมปี ฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างชนชาติกับวัฒนธรรม
ทัศนคติและพฤติกรรมและความสัมพันธ์กับวัตถุนิยม ผลกระทบดังกล่าวนามาสู่ผลบวกและผลลบได้เช่นกัน
โดยเฉพาะทาให้เกิดการสูญเสียวัฒนธรรม หรืออาจนาไปสู่การอนุรักษ์วัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวทาง
วฒั นธรรมผ่านทรัพยากรทีเ่ พ่ิมข้ึน โดยผลกระทบทางสงั คมอาจหมายถึงชุมชนไดเ้ ช่นกัน

3. ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สว่ นใหญแ่ ลว้ เอ้ือตอ่ การจา้ งงาน การบริการทด่ี ขี ึน้ และความมั่นคงทางสังคม
แตผ่ ลกระทบเหล่านี้ยังสามารถนาไปสู่ค่าครองชีพที่สูงข้ึนในชุมชน ผลักดันธุรกิจท้องถ่ินออกไปนอกพ้ืนที่และเพิ่ม
ตน้ ทนุ ของการดาเนนิ ชีวิตในท้องถ่นิ

77

1. ผลการศกึ ษาและประเมินผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบรบิ ทท่เี ปลย่ี นแปลงไป ทงั ปัจจยั
ทางเศรษฐกจิ สังคมและส่ิงแวดลอ้ ม ทงั ภายในประเทศ ระดบั ภมู ิภาคและระดับโลก ทีค่ าดวา่ จะ
กระทบตอ่ การทอ่ งเท่ยี วของไทยทางนา้ ของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564: กรณีปัจจยั ทาง
เศรษฐกจิ

1.1 แหล่งทอ่ งเทย่ี วทางทะเลกับปจั จยั ทางเศรษฐกิจ ทงั ระดบั โลก ระดับภมู ภิ าคและ
ระดับประเทศ

ถ้าพิจารณาถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัจจัยดังกล่าวจัดว่าเป็นปัจจัยที่มีความสาคัญอย่างมากในการนา
ยุทธศาสตร์การท่องเท่ียวทางน้ามาพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การสร้างตลาดแรงงาน
และรายได้ที่หมนุ เวียนในประเทศ โดยเฉพาะภูมภิ าคเอเชียมีอตั ราการเตบิ โตท่ีสงู ขน้ึ อยา่ งต่อเน่ืองและมีแนวโน้มที่
ภาครฐั ตอ้ งพิจารณาเพือ่ จดั ทาแผนแม่บทการท่องเทย่ี วทางน้าโดยเฉพาะการวางหลักการจากปัจจัยทางเศรษฐกิจท่ี
สามารถก่อใหเ้ กิดรายได้ในระยะยาว กล่าวคือ ท่าเรือท่ีมีความหลากหลายครอบคลุมในหลายพื้นท่ี สินค้าทางการ
ท่องเท่ียวของแต่ละท่าเรือมีลักษณะเฉพาะ ฤดูกาลล่องเรือท่ีสามารถล่องเรือได้ตลอดทั้งปี ความคุ้มค่าของเงิน
ความน่าสนใจของเส้นทางการล่องเรือ ระยะทางระหว่างท่าเรือที่เข้าถึงได้ง่าย ตลาดที่เติบโตของนักท่องเที่ยวเรือ
สาราญในทวีปเอเชีย ทาให้หลายสายการเดินเรือทุกขนาด เช่น Royal Caribbean International, Costa,
Princess, Celebrity, Seabourn, Silver Sea และรวมไปถึงบริษัท Star Cruises ที่ให้บริการในภูมิภาคเอเชีย
เป็นหลัก นอกจากน้ัน BREA หรือ Business Research & Economic Advisors ได้ทาการสารวจการท่องเที่ยว
เรือสาราญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี พ.ศ. 2557 การท่องเท่ียวเรือสาราญมีเส้นทางถึง 1,672 สายที่
ท่าเรือใน 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซ่ึงคิดเป็นร้อยละ 25 ของจานวนเรือที่มีการจอดเพื่อรับผู้โดยสาร
(Turnaround port calls) และร้อยละ 75 เป็นการจอดผ่านและการพักข้ามคืน (transit and overnight port
calls) เช่น ประเทศมาเลเซยี มจี านวนการจอดผ่านและการพักข้ามคืนเพ่ือเปลี่ยนเส้นทางโดยรวมมากท่ีสุดคิดเป็น
รอ้ ยละ 35 และคิดเปน็ รอ้ ยละ 30 ของสายการทอ่ งเทย่ี วเรอื สาราญท้งั หมดในภูมิภาค

78
ตารางที่ 3.1 แสดงผลกระทบทางเศรษฐกิจทส่ี า้ คัญของการท่องเที่ยวเรือส้าราญในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออก
เฉยี งใต้ ในปี พ.ศ. 2557

ทม่ี า: Business Research & Economic Advisors หนา้ 4
นอกจากนน้ั ในภูมภิ าค สงิ คโปรม์ ีจานวนเรอื ที่มกี ารจอดเพือ่ รบั ผู้โดยสารในระดับสงู ที่สุดซ่ึงคิดเป็นร้อยละ

63 ของจานวนเรือที่มีการจอดเพ่ือรับผู้โดยสารในภูมิภาค การท่องเที่ยวเรือสาราญเหล่านี้มีจานวนผู้ท่องเที่ยวถึง
3.43 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2557 จากตารางท่ี 3.1 ผลกระทบสาคัญของการท่องเท่ียวเรือสาราญในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ในปี พ.ศ. 2557 เช่น การขยายเส้นทางของการท่องเที่ยวเรือสาราญจานวนถึง 1,672 เส้นทาง
และมีผู้โดยสารกว่า 3 ล้านคนต่อวัน และมีจานวนลูกเรือถึง 422,000 คน โดยการจอดเพื่อรับผู้โดยสารสามารถ
สร้างงานท่ีตอบสนองการท่องเที่ยวเรือสาราญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น ผลกระทบการท่องเที่ยวทางน้า
สามารถเพิ่มอัตราการจ้างงานถึง 50,426 ตาแหน่งงาน และมีการจ่ายเงินในอุตสาหกรรมนี้ถึง 780 ล้านดอลลาร์
สหรฐั ใน 5 ประเทศในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ซึง่ ไดแ้ ก่ ประเทศอนิ โดนีเซยี มาเลเซยี สงิ คโปร์ ไทย และเวียดนาม

79
ตารางท่ี 3.2 ข้อมลู บ่งชีถึงผลผลติ มูลค่าเพิ่ม การชดเชยค่าใชจ้ ่าย การจา้ งงาน ในตลาดการท่องเท่ียวเรือ
สา้ ราญในระดบั ภมู ิภาค

ที่มา: Business Research & Economic Advisors หน้า 3
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเรือสาราญยังมีพนักงานฝั่งและลูกเรือท่ีอาศัยอยู่ใน 5 ประเทศในเอเชีย

ตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลท่ีได้จากกลุ่มสมาชิก CLIA แสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมได้จ้างผู้อยู่อาศัยจานวนมาก ไม่
ว่าจะเป็นพนักงานฝั่งหรือลูกเรือ เจ้าหน้าที่ฝั่งทะเลท่ีอาศัยอยู่และทางานในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะที่ลูกเรือทางานบนเรือที่ล่องเรือทั่วโลก ดังท่ีแสดงในตารางที่ 3.2 ภายใต้ข้อมูลจาก CLIA ได้รายงานว่าการ
จ้างพนักงานทั้งหมดในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเรือสาราญมีถึง 16,508 คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเป็น
พนักงานฝ่ังหรือลูกเรือ อินโดนีเซียมีสัดส่วนร้อยละ 94 ของพนักงานทั้งหมด 15,532 คน ชาวอินโดนีเซียเหล่านี้

80

อาศัยอยู่ในเรอื เกือบท้ังหมด ในขณะท่ีตัวเลขการจ้างงานต่ากว่าประเทศอ่ืน ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พวกเขา
ส่วนใหญ่เปน็ ลูกเรอื ยกเว้นสิงคโปร์ ซึ่งสิงคโปร์เป็นตลาดต้นทางและจุดสาหรับการล่องเรือต้นกาเนิดประมาณสอง
ในสามของพนักงานล่องเรอื ทีอ่ าศัยอยเู่ ป็นพนักงานฝง่ั ท่ีอาศยั และทางานในสงิ คโปร์

1.2 สรปุ ภาพรวมของอตุ สาหกรรมการทอ่ งเทย่ี วเรอื ส้าราญในภูมิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้22

1.2.1 ประเทศสิงคโปร์

- สงิ คโปรเ์ ป็นประเทศทีเ่ ปน็ จดุ เริม่ ตน้ ของการล่องเรือในภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

- คิดเป็นร้อยละ 35 ของจานวนผู้โดยสารทั้งหมดและจานวนลูกเรือ (1.22 ล้านคน) และร้อยละ 68 ของ
จานวนเรือที่มีการจอดเพ่ือรบั ผโู้ ดยสาร (1.03 ล้านคน) ทั่วภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้

- จานวนเรือทมี่ กี ารจอดเพื่อรับผู้โดยสารใช้เวลาเฉล่ีย 2.8 คืนในสิงคโปร์ นอกจากนั้น ยังมีการใช้จ่ายบน
เรือถึง 320 ดอลลาร์สหรัฐ (432 ดอลลาร์สิงคโปร์) ต่อวันโดยมีค่าใช้จ่ายสาหรับท่ีพัก อาหารและเคร่ืองดื่ม และ
การซอื้ สนิ คา้ คดิ เปน็ ประมาณรอ้ ยละ 75 ของการใช้จา่ ยทั้งหมด

- ค่าใชจ้ า่ ยโดยตรงจากอตุ สาหกรรมคิดเปน็ จานวนเงนิ ถงึ 1,090 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,470 ล้านดอลลาร์
สิงคโปร)์

- รายจ่ายโดยตรงสร้างมูลค่า 1,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,660 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์) สร้างการจ้างงาน
ถงึ 21,279 คน และมีการจา่ ยคา่ ชดเชยพนักงานจานวน 507 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ (685 ล้านดอลลารส์ งิ คโปร)์

- โดยรวมแลว้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจในสิงคโปร์คิดเป็นประมาณร้อยละ 60 ของผลผลิตในอุตสาหกรรม
การทอ่ งเทีย่ วทางน้า และการจ้างงานท่วั ภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้

1.2.2 ประเทศมาเลเซีย

- มาเลเซียมีท่าเรือโดยเน้นการจอดเพ่ือรับผู้โดยสาร (Turnaround port calls) และเป็นการจอดผ่าน
และการพักข้ามคนื จดุ หมายปลายทางในมาเลเซยี ได้แก่ ปีนัง, กวั ลาลัมเปอร์ และลังกาวี ซึ่งปีนังเป็นการจอดเพื่อ
รบั ผ้โู ดยสารขณะท่ีท่าเรอื อ่ืน ๆ เปน็ การจอดผ่านและการพักขา้ มคนื

- ประเทศมาเลเซียคิดเป็นร้อยละ 31 ของจานวนผู้โดยสารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และร้อยละ 34
ของจานวนผโู้ ดยสารทจี่ อดผ่านและการพกั ขา้ มคนื (503,841) ทั่วเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้

22 Business Research & Economic Advisors (2016)

81

- การใชจ้ า่ ยบนเรือมีจานวนถงึ 70.50 ดอลลาร์สหรฐั (255 ริงกิตมาเลเซีย) ต่อวันโดยมีค่าใช้จ่ายสาหรับท่ี
พกั , อาหารและเครอื่ งด่ืม และการซอื้ สนิ คา้ คิดเปน็ ประมาณร้อยละ 67 ของการใช้จา่ ยทั้งหมด

- ค่าใช้จ่ายโดยตรงจากอุตสาหกรรมคิดเป็นจานวนเงินถึง 364 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,320 ล้านริงกิต
มาเลเซีย)

- รายจ่ายโดยตรงสร้างมูลค่า 926 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,350 ล้านริงกิตมาเลเซีย) สร้างการจ้างงานถึง
7,935 คน และมกี ารจ่ายคา่ ชดเชยพนักงานจานวน 73.2 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ (265 ลา้ นริงกิตมาเลเซยี )

- ผลกระทบทางเศรษฐกิจในมาเลเซียคิดเป็นประมาณร้อยละ 25 ของผลผลิตในอุตสาหกรรมการ
ท่องเทย่ี วทางนา้ และการจ้างงานทวั่ ภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้

1.2.3 ประเทศไทย

- ประเทศไทยมีท่าเรือโดยเน้นการจอดเพื่อรับผู้โดยสาร และเป็นการจอดผ่านและการพักข้ามคืน เช่น
ภูเก็ตและกรุงเทพฯ สาหรับกรุงเทพฯ เป็นจุดท่ีเน้นการจอดเพ่ือรับผู้โดยสาร การจอดผ่าน และการพักข้ามคืน
ในขณะทภ่ี เู ก็ตเปน็ ท่าเรอื ทเ่ี น้นการจอดผ่าน และการพกั ขา้ มคนื

- คิดเป็นร้อยละ 14 ของจานวนผู้โดยสารท้ังหมดและจานวนลูกเรือ (490,047 คน) และร้อยละ 77 ของ
จานวนเรอื ทม่ี กี ารจอดเพ่ือรบั ผู้โดยสารทั่วภมู ิภาคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้

- การใช้จ่ายบนเรือถึง 188 ดอลลาร์สหรัฐ (6,174 บาท) ต่อวัน โดยมีค่าใช้จ่ายสาหรับท่ีพัก, อาหารและ
เครือ่ งด่มื และการซอื้ สินคา้ คิดเปน็ ประมาณร้อยละ 67 ของการใช้จา่ ยท้งั หมด

- ค่าใช้จ่ายโดยตรงจากอตุ สาหกรรมคิดเปน็ จานวนเงินถงึ 104 ล้านดอลลาร์สหรฐั (3,400 ล้านบาท)

- รายจ่ายโดยตรงสร้างมูลค่า 236 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7,700 ล้านบาท) สร้างการจ้างงานถึง 2,214 คน
และมีการจ่ายคา่ ชดเชยพนักงานจานวน 25.7 ล้านดอลลารส์ หรัฐ (844 ล้านบาท)

- ผลกระทบทางเศรษฐกิจในไทยคิดเป็นประมาณร้อยละ 7 ของผลผลิตในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทาง
นา้ และการจา้ งงานทั่วภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้

1.2.4 ประเทศเวียดนาม

- ประเทศเวยี ดนามมีจดุ เด่นของการท่องเที่ยวเรอื สาราญ กล่าวคือ ท่าเรือสาหรับการจอดผ่านและการพัก
ข้ามคืน จุดหมายปลายทางในเวยี ดนาม คือ ฮานอย โฮจิมนิ ห์ และดานงั

82

- คิดเป็นร้อยละ 13 ของจานวนผู้โดยสารท้ังหมดและจานวนลูกเรือ (469,794 คน) และร้อยละ 83 ของ
จานวนเรอื ทมี่ กี ารจอดผ่านและการพกั ขา้ มคนื ทั่วภูมิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้

- การใชจ้ ่ายบนเรือมจี านวน 148 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อคนต่อวัน โดยเป็นค่าใช้จ่ายสาหรับท่ีพัก, อาหารและ
เครอ่ื งดมื่ และการซ้ือสินค้าคิดเปน็ ประมาณรอ้ ยละ 80 ของการใช้จ่ายทั้งหมด

- คา่ ใชจ้ า่ ยโดยตรงจากอตุ สาหกรรมคดิ เปน็ จานวนเงนิ ถึง 64.5 ล้านดอลลาร์สหรฐั

- รายจ่ายโดยตรงสร้างมูลค่า 143 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างการจ้างงานถึง 1,542 คน และมีการจ่าย
คา่ ชดเชยพนักงานจานวน 16.6 ล้านดอลลารส์ หรัฐ

- ผลกระทบทางเศรษฐกิจในประเทศเวียดนามคิดเป็นประมาณร้อยละ 4 ของผลผลิตและการจ้างงานทั่ว
ภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้

1.2.5 ประเทศอินโดนีเซยี

- ประเทศอินโดนีเซียมีจุดเด่นของการท่องเที่ยวเรือสาราญ คือ ท่าเรือสาหรับการจอดผ่าน ได้แก่ Bali,
Komodo, Semarang, Lombok and Jakarta

- คิดเป็นร้อยละ 5 ของจานวนผู้โดยสารทั้งหมดและจานวนลูกเรือ (180,116 คน) และร้อยละ 78 ของ
จานวนเรือทมี่ ีการจอดผา่ นและการพกั ขา้ มคืนท่ัวภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้

- การใช้จ่ายบนเรือมีจานวน 147 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อคนต่อวัน โดยค่าใช้จ่ายสาหรับที่พัก, อาหารและ
เครอ่ื งด่มื และการซอ้ื สินค้า คดิ เปน็ ประมาณรอ้ ยละ 67 ของการใช้จา่ ยท้งั หมด

- ค่าใช้จ่ายโดยตรงจากอุตสาหกรรมคิดเปน็ จานวนเงนิ ถึง 36.9 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ

- รายจา่ ยโดยตรงสรา้ งมูลคา่ 77.8 ล้านดอลลารส์ หรัฐ สรา้ งการจ้างงาน 948 คน และมีการจ่ายค่าชดเชย
พนักงานจานวน 16.3 ล้านดอลลารส์ หรฐั

- ผลกระทบทางเศรษฐกจิ ในประเทศอินโดนีเซียคิดเปน็ ประมาณร้อยละ 3 ของผลผลิตและการจ้างงานท่ัว
ภูมิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้

ถ้าพิจารณาจากการแข่งขันการท่องเท่ียวเรือสาราญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ตารางท่ี 3) จะ
พบวา่ การขยายตัวทางเศรษฐกิจในการท่องเที่ยวยังมีอัตราที่สามารถเจริญเติบโตได้ในระยะยาว เน่ืองจากภาครัฐ
ในแตล่ ะประเทศมกี ารตัง้ งบประมาณผา่ นโครงการ และนโยบายการท่องเที่ยวทางน้าในการรองรับการแข่งขันและ

83

โอกาสทางเศรษฐกจิ ท้งั ในระยะสัน้ และระยาว โดยเฉพาะปัจจยั การแขง่ ขนั ของการลงทุนโครงสร้างพ้ืนฐานด้านการ
ขนส่งทางบกและทางน้า (Ground and Port Infrastructure) โดยบ่งชี้ว่ายังมีระดับท่ียังมีการลงทุนในโครงสร้าง
ดังกลา่ ว อย่างไรก็ตาม ประเทศสงิ คโปรม์ ีการลงทุนถึง 2-3 เท่า เม่ือเปรียบเทียบในระดับภูมิภาค ดังน้ัน จะเห็นได้
ว่าจากมุมมองทางเศรษฐกิจแล้ว การพิจารณาถึงตัวช้ีวัดและแนวโน้มการเติบโต ศักยภาพของท่าเรือสามารถ
สะทอ้ นถึงแนวคดิ การลดระดับความเหลื่อมล้าทางเศรษฐกจิ ได้เปน็ อยา่ งดี โดยเฉพาะแนวคิดเชิงพ้ืนที่และการสร้าง
ตลาดแรงงานเฉพาะทาง นอกจากน้ัน ปัจจัยทางเศรษฐกิจท่ีส่งผลต่อการท่องเที่ยวทางน้าของไทยที่เห็นได้ชัด
ได้แก่ (1) การสร้างตลาดแรงงาน (2) การสร้างรายได้ในภาคบริการ (3) การเพ่ิมการลงทุนของภาครัฐและ
ภาคเอกชน (4) การสร้างตลาดสินค้า เป็นต้น โดยปัจจัยเศรษฐกิจย่อมมีผลต่อการเพิ่มรายได้ประชาชาติของ
ประเทศในระยะยาว

84

ตารางท่ี 3.3 ดัชนีการแขง่ ขันดา้ นการเดนิ ทางและภาคการทอ่ งเท่ียวในเอเชียแบซฟิ ิก

ท่ีมา: World Economic Forum (2017), หน้า 23

ถ้าพิจารณาจากภาพท่ี 3.1 ระดับโลกแล้วจะเห็นได้ว่ายังมีจานวนนักท่องเที่ยวเรือสาราญถึง 23 ล้านคน
สามารถสร้างตลาดแรงงานถึง 956,597 ตาแหน่งต่อปี และยังสามารถสร้างรายได้ถึง 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งตลาดอตุ สาหกรรมการทอ่ งเทยี่ วเรือสาราญเป็นตลาดท่ีประเทศต่าง ๆ พิจารณาเป็นนโยบายท่ีสาคัญอย่างย่ิงใน
การสร้างรายได้ต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนั้น การท่องเท่ียวเรือสาราญมีการเติบโตอย่าง
ต่อเนื่อง จากสถติ จิ านวนนักท่องเทย่ี วเรอื สาราญตง้ั แต่ปี ค.ศ. 1990 จนถงึ ปัจจุบัน พบว่าจานวนนักท่องเรือสาราญ
มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค โดยเกินคร่ึงเป็นกลุ่มนักท่องเท่ียวจากอเมริกา รองลงมาเป็นกลุ่ม
ยุโรป และคาดการณว์ ่ามแี นวโนม้ ที่จะเติบโตอย่างตอ่ เน่อื งในอนาคต


Click to View FlipBook Version