The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Keywords: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

235
5.9 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลกึ นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านตลาด
ในประเทศ

1. การพฒั นาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยควรเปน็ ไปในทิศทางใด และมจี ดุ เน้นในเรอ่ื งใด
ก็มีศักยภาพในด้านทางทะเล โดยเฉพาะฝ่ังอันดามัน ส่วนน้าจืดก็มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยว แต่

แมน่ า้ มีลักษณะทแ่ี คบ จงึ เพ่ิมกิจกรรมและแหล่งท่องเท่ียวได้ยาก นอกจากนั้น ควรเน้นในด้านความปลอดภัยและ
การบริหารจดั การ
2. หลักการสา้ คญั ของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของทา่ น

ควรพจิ ารณาด้านความปลอดภัย เน่ืองจากความปลอดภัยที่ลดลงทาให้เราเสียโอกาสด้านการตลาดอย่าง
มาก และยังทาการตลาดได้ยาก ส่วนการบรกิ ารจัดการตอ้ งมเี จ้าภาพและตอ้ งสามารถบูรณาการได้

236

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรดา้ เนินแกไ้ ข ปรบั ปรงุ พฒั นาอยา่ งไร

กลไกมีอยู่แต่ การบริหารจัดการอาจมีปัญหา เนื่องจาก ต่างคนต่างทา ดังนั้น ควรสร้างกลไกให้เกิดการ
ประสานงานรว่ มกัน

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา /
ทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้สามารถพัฒนาได้
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและเป็นรปู ธรรม ควรเปน็ อย่างไร

การมสี ว่ นร่วมค่อนขา้ งน้อยจากภาพรวม แต่ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมพยายามผลักดัน แต่ภาครัฐ
ต้องมองเห็นเป้าหมายมากกว่าน้ี เช่น การเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าในเรื่องการบริหารจัดการก่อนโดย
พยายามให้ภาคเอกชนและประชาสังคมเข้าใจและสอื่ สารได้อย่างถูกต้อง

5. โปรดยกตัวอย่างประเทศท่ีมีการจัดการ การพฒั นาการทอ่ งเที่ยวทางน้าทด่ี ี (Best Practice) ซึ่งจะสามารถ
นา้ บทเรียนความส้าเร็จดงั กลา่ วมาปรบั ใช้กบั ประเทศไทยได้

สิงคโปร์ มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ดี โดยสามารถนามาประยุกต์ในด้านการสร้างอุปทานท่ีสามารถ
รองรับจานวนนกั ทอ่ งเทย่ี วต่างชาติ

6. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

ภเู กต็ และพัทยา แต่กย็ งั มีปญั หาด้านทา่ เรือ การรองรับนกั ท่องเท่ียวต่างชาติ

7. ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ ส้าหรับประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ควรผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Hub ในด้านท่าเรือ โดยเฉพาะ Homeport เนื่องจากสามารถสร้างมูลค่า
ไดอ้ ย่างมาก นอกจากนัน้ ต้องพจิ ารณาด้านกฎหมายที่รองรับ และระดบั การแขง่ ขนั ในตลาดโลก

237
5.10 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลึก นายจรญั อ้นมี รองผวู้ า่ การการทอ่ งเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านบรหิ าร

1. การพฒั นาการท่องเทีย่ วทางน้าของไทยควรเป็นไปในทศิ ทางใด และมจี ดุ เนน้ ในเร่ืองใด
มศี กั ยภาพในดา้ นทางทะเล และน้าจดื แต่ทางทะเลจะมโี อกาสมากกวา่ ส่วนน้าจืดก็มีศักยภาพในด้านการ

ท่องเท่ียวในระดับหน่ึง แต่ความปลอดภัยท้ังทะเลและน้าจืดอยู่ในระดับที่ต่ามาก โดยอาจต่ากว่าค่าเฉลี่ยโลก
ดังนน้ั ควรเนน้ ในด้านความปลอดภยั
2. หลักการส้าคัญของแผนแม่บทการพฒั นาการท่องเท่ียวทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของทา่ น

ควรพิจารณาด้านความปลอดภัย เน่ืองจากความปลอดภัยอยู่ในระดับที่ต่ามาก การสร้างท่าเรือที่ไม่มอง
การแข่งขันในตลาดโลก ต้องสร้างการบูรณการของภาครัฐ และการมีส่วนร่วมให้มากข้ึนโดยเฉพาะในภาคประชา
สังคม นอกจากนั้น ด้านอุปทานท้ังส่ิงแวดล้อมและการรองรับนักท่องเท่ียวที่มากเกินไปทาให้สภาพแวดล้อมไม่
ยั่งยืน

238

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรดา้ เนนิ แกไ้ ข ปรบั ปรงุ พัฒนาอย่างไร

กลไกไมม่ ี เหมือนเดิม ไมม่ กี ารเปลยี่ นแปลง ภาครฐั ไมจ่ ริงจงั ทาใหเ้ สยี โอกาสไปอย่างมาก

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ให้สามารถพัฒนาได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและเป็นรปู ธรรม ควรเป็นอย่างไร

การมีสว่ นร่วมมี แตไ่ ม่จริงจงั ในการผลกั ดนั

5. โปรดยกตัวอย่างประเทศที่มกี ารจดั การ การพฒั นาการท่องเทย่ี วทางนา้ ที่ดี (Best Practice) ซ่ึงจะสามารถ
นา้ บทเรยี นความสา้ เร็จดังกล่าวมาปรบั ใชก้ ับประเทศไทยได้

สงิ คโปร์ มีการลงทุนโครงสรา้ งพ้นื ฐานท่ีดี ไมต่ ้องสรา้ งใหญ่มากแตใ่ หร้ องรับไดแ้ ละอนุรักษ์ส่งิ แวดล้อม

6. โปรดยกตัวอย่างพืนที่ท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

ภเู กต็ และพัทยา แตก่ ย็ ังมีปัญหาต่างๆ ทต่ี อ้ งพฒั นา ตอ้ งเอาจรงิ เอาจงั มากกว่านี้

7. ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ ส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ต้องเนน้ ดา้ นอุปทานทส่ี อดคลอ้ งกบั ดา้ นอุปสงค์ สรา้ งการตลาดอยา่ งจรงิ จัง
ภาครัฐต้องเน้นการดาเนินโครงการที่เกิดขึ้นจริงและต้องมีตัวช้ีวัดในการกาหน ดนโยบายการพัฒนา
ท่องเทีย่ วทางน้า

239

5.11 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลึก นายนิธี สีแพร ผู้อ้านวยการฝา่ ยส่งเสริมสินคา้ การท่องเท่ียว การท่องเที่ยว
แห่งประเทศไทย
1. การพัฒนาการทอ่ งเที่ยวทางน้าของไทยควรเปน็ ไปในทิศทางใด และมจี ุดเนน้ ในเร่อื งใด

ควรนามาซ่ึงการกระจายรายได้ท่ีแท้จริง โดยเฉพาะชุมชน นอกจากน้ัน ต้องมียุทธศาสตร์ที่สามารถนาไป
ตอบตัวชี้วัด และตัวชี้วัดจะต้องสามารถนามาขับเคล่ือนนโยบายการพัฒนาท่องเที่ยวทางน้าระยะยาวให้เป็น
รูปธรรม จุดที่ควรเน้นอีก คือ ตัวชี้วัดสากลที่ควรพิจารณา เช่น การแข่งขันในด้านความปลอดภัยและการบริการ
ทางด้านทอ่ งเทย่ี ว และ ท่าเรือท่ที ันสมัย เปน็ ตน้

2. หลกั การส้าคญั ของแผนแม่บทการพฒั นาการทอ่ งเท่ียวทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของท่าน

หลักการสาคัญ คือ ต้องสามารถเกิดข้ึนได้จริงในแง่มุมของการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียว สร้างกิจกรรม
ทอ่ งเทยี่ วทมี่ คี วามหลากหลายและไมก่ ระจุกตัว แต่ตอ้ งควบคู่การแก้กฎหมาย

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนนิ แกไ้ ข ปรับปรงุ พัฒนาอย่างไร

ยังไม่มีกลไกเท่าที่ควร ยังขาดการบูรณการ ควรปรับกลไกให้เกิดการขับเคลื่อน โครงสร้างการบริหาร
จัดการ และต้องเป็นรูปธรรม เป็นต้น แต่ต้องมีแผนแม่บททางน้าในการขับเคล่ือนและต้องเชื่อมกับยุทธศาสตร์
ประเทศได้จรงิ ท้งั ระยะส้ันและระยะยาว

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคลื่อนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าให้
สามารถพฒั นาได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพและเป็นรปู ธรรม ควรเปน็ อยา่ งไร

ยังไม่เห็นมากเท่าท่ีควร แต่ภาคเอกชนให้ความร่วมมืออย่างมาก ดังน้ัน ภาครัฐอาจต้องฟัง เช่น อาจให้
ภาคเอกชนเข้ามาลงทนุ มากข้นึ ผ่านการสัมปทานตา่ งๆ อยา่ งไรก็ตาม ภาครัฐยังขาดความสนใจเนื่องจากยังไม่เห็น
ความคุม้ คา่ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ เปน็ ตน้

240

5. โปรดยกตัวอยา่ งประเทศท่มี ีการจดั การ การพฒั นาการทอ่ งเที่ยวทางนา้ ที่ดี (Best Practice) ซ่ึงจะสามารถ
น้าบทเรียนความสา้ เรจ็ ดงั กลา่ วมาปรับใชก้ ับประเทศไทยได้

สิงคโปร์ ได้วางโครงสร้างได้อย่างดีควบคู่กับการวางผังเมือง ดูแลทรัพยากร และการบริการต่าง ๆ
นอกจากน้ัน การทาการตลาดโดยใช้ ICT ท่ีมีความนา่ เชอ่ื ถือเขา้ มา

6. โปรดยกตัวอย่างพืนที่ท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

ภเู กต็ มศี ักยภาพ แตอ่ ยากใหม้ กี ารเพมิ่ ทา่ เรอื ในจังหวดั ใกลเ้ คียง

7. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพ่มิ เตมิ ส้าหรบั ประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

การทาแผนแม่บทจะต้องคานึงถึงศักยภาพเชิงพ้ืนที่ ชุมชน และบริบททางการเมืองท่ีจะเข้ามาจัดการ
นโยบายท่ีสาคัญในการขับเคลื่อนแผนแม่บทการท่องเท่ียวทางน้า นอกจากน้ัน การกระจายรายได้เป็นกุญแจหลัก
และการสรา้ งงานให้ชมุ ชน แตย่ ังต้องคานึงถงึ การรองรับด้านอุปทานและการแขง่ ขันของโลก

241

5.12 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลึก พลต้ารวจตรสี ุรเชษฐ์ หกั พาล รองผู้บัญชาการตา้ รวจทอ่ งเท่ียว

1. การพัฒนาการทอ่ งเท่ยี วทางนา้ ของไทยควรเป็นไปในทศิ ทางใด และมจี ุดเนน้ ในเรอ่ื งใด

เน้นดา้ นความปลอดภยั และการบริการจัดการทางด้านท่องเท่ียว และท่าเรือที่ทันสมัย เป็นต้น การเข้าถึง
เมอื งรอง ยกระดบั ด้านความปลอดภัยในการดึงนกั ท่องเทีย่ วต่างชาตทิ ่ีมีคุณภาพเข้ามามากข้ึน

2. หลักการสา้ คญั ของแผนแม่บทการพฒั นาการท่องเทีย่ วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของทา่ น

หลักการสาคัญ คือ ต้องสามารถเกิดข้ึนได้จริงในแง่มุมของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน เน้นความ
ปลอดภัย สรา้ งกลไกรัฐมากข้นึ สรา้ งกจิ กรรมท่องเที่ยวทมี่ คี วามหลากหลายและไม่กระจกุ ตัว แต่ต้องควบคู่การแก้
กฎหมายทเี่ หมาะสมภายใต้การมีสว่ นร่วม

242

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนินแก้ไข ปรบั ปรงุ พัฒนาอยา่ งไร

มกี ลไกแต่ ยงั ขาดการบรู ณการ ควรปรับกลไกใหเ้ กดิ การขับเคลื่อน โครงสร้างการบริหารจัดการ และต้อง
เป็นรูปธรรม แต่ต้องมีแผนแม่บททางน้าในการขับเคลื่อนและต้องเชื่อมกับยุทธศาสตร์ประเทศได้จริงทั้งระยะสั้น
และระยะยาว

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคลื่อนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้
สามารถพฒั นาไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพและเปน็ รปู ธรรม ควรเปน็ อยา่ งไร

เน่ืองจากมีการใช้นโยบายประชารัฐ มีการแบ่งส่วนการดูแลในระดับต่างๆ โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่น ซ่ึง
จะชว่ ยในการพฒั นาแหล่งท่องเทยี่ วทางนา้ ในระยะยาว

5. โปรดยกตัวอย่างประเทศทม่ี กี ารจดั การ การพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วทางนา้ ทีด่ ี (Best Practice) ซ่ึงจะสามารถ
น้าบทเรยี นความสา้ เรจ็ ดงั กลา่ วมาปรบั ใชก้ บั ประเทศไทยได้

เกาหลีใต้ ใช้แนวคิดการมีส่วนร่วมและการยอมรับในระบบราชการ ทาให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหาร
จัดการแหล่งท่องเท่ียวทางนา้ ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

6. โปรดยกตัวอย่างพืนที่ท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนที่ท่ีคาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

จังหวัดท่ีมีพื้นท่ีทะเลมาก ๆ ต้องเน้นบริการเรืองความปลอดภัยของนักท่องเท่ียว นอกจากน้ัน ควรเน้น
การเข้าถงึ เมืองรอง จงั หวดั เลก็ ๆ เชน่ มุกดาหาร ท่มี ีวฒั นธรรมโดดเดน่ ผ่านกิจกรรมทอ่ งเทยี่ วทางน้า

7. ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะเพม่ิ เติมสา้ หรบั ประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

การพฒั นาท่องเที่ยวทางนา้ ไม่สามารถทาหน่วยเดียวได้ ต้องดึงภาคที ุกส่วน

243

5.13 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลึก นายจิรตุ ม์ วิศาลจิตร อธิบดกี รมเจ้าท่า

1. การพัฒนาการทอ่ งเที่ยวทางน้าของไทยควรเป็นไปในทิศทางใด และมีจุดเน้นในเรือ่ งใด

1.1 การท่องเท่ียวจัดเป็นอุตสาหกรรมประเภทหนึ่งท่ีสร้างรายได้เป็นจานวนมาก ซ่ึงมีความสาคัญต่อ
ระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยที่ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเท่ียวทางทะเลท่ีมีชื่อเสียงเป็นท่ีรู้จักในระดับ
นานาชาติมาอย่างยาวนาน โดยมีเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่ได้รับความนิยมจานวนมาก เนื่องจากความโดดเด่น
ทางดา้ นภูมศิ าสตร์ ซึ่งมีชายฝั่งทะเล 2 มหาสมุทร คือ มหาสมุทรแปซิฟิก (ฝ่ังอ่าวไทย) และมหาสมุทรอินเดีย (ฝ่ัง
อันดามัน) ประกอบกับมีความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติท้ังทางทะเลและทางบก และมีศิลปวัฒนธรรมและ
วิถีไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ประเทศไทยจึงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวท่ีช่ืนชอบการท่องเท่ียวน้าและ
ทางทะเล โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวนั ออกของประเทศไทย

244

1.2 ทิศทางการพฒั นาฯ

1.2.1 สอดคลอ้ งกับแผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 – 2564) ซ่ึงสอดรับ
กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 12 ของ สศช. โดยทิศทางการพัฒนาต้องตอบโจทย์ให้ทันกับ
ความเปล่ียนแปลงกับแนวโน้มการท่องเที่ยวโลกท่ีเกิดข้ึน ท้ังในแง่ของแรงผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมการ
ทอ่ งเที่ยว อาทิ การเพ่ิมข้ึนของกลุ่มชนชนั้ กลาง การเพมิ่ ขึน้ ของประชากรสูงอายุ การเติบโตของสายการบินต้นทุน
ต่า และพฤติกรรมของนักท่องเท่ียวในโลกยุคดิจิตอล โดยในส่วนของยุทธศาสตร์ในแผนพัฒนาการท่องเท่ียว
แห่งชาติ ฉบับท่ี 2 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม คือ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพืนฐานและส่ิง
อา้ นวยความสะดวก เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยมีแนวทางการพัฒนาดังนี้ในส่วนที่
เก่ยี วขอ้ งกบั กรมเจ้าทา่ คอื

1) พฒั นาระบบโลจสิ ตกิ ส์ ด้านการทอ่ งเทย่ี ว โดยการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งใน
การเดินทางเข้าส่ปู ระเทศ ท้ังทางบก ทางน้า และทางอากาศ พฒั นาเสน้ ทางคมนาคมทางน้าท่ีสามารถเชื่อมโยงกับ
รปู แบบการเดินทางอ่ืน ๆ

2) พัฒนาส่ิงอานวยความสะดวกด้านการท่องเท่ียว โดยการปรับปรุงระบบการตรวจคน
เข้าเมือง จัดทาแผนที่ท่องเท่ียวให้ครอบคลุม เพิ่มจุดบริการ Free-Wi-Fi ในแหล่งท่องเที่ยว จัดทาระบบบัตร
โดยสารเดียวท่ใี ช้ได้กับทกุ ชอ่ งทางการเดินทาง พัฒนาสิ่งอานวยความสะดวกเพ่ือรองรับคนทั้งมวล

3) พัฒนาระบบความปลอดภัย และสุขอนามัยในแหล่งท่องเที่ยว โดยการสนับสนุน

เคร่ืองมือและอุปกรณ์เพื่อป้องกันและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว จัดต้ังศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทุก

พื้นที่ท่องเท่ียว ซ่ึงครอบคลุมภารกิจของกรมเจ้าท่าในการกากับดูแลความปลอดภัยทางน้า ประกอบด้วย 3 ส่วน

คือ 1) ทา่ เรือปลอดภยั 2) เรอื ปลอดภยั และ 3) คนปลอดภยั ซึง่ จะมีการดาเนินงานด้านตา่ ง ๆ ดังน้ี

ทา่ เรือปลอดภยั เรือปลอดภยั คนปลอดภยั

- พัฒนามาตรฐานทา่ เทยี บเรือ และ - พฒั นาคุณลักษณะและแบบมาตรฐาน - พัฒนายกระดบั มาตรฐาน

โป๊ะเทียบเรือโดยสาร ของเรือต่าง ๆ ความรขู้ องคนประจาเรอื

- ตรวจสอบสภาพความมน่ั คง - เข้มงวดกวดขนั การตรวจสภาพเรอื - การรณรงค์สร้างความตระหนัก

แขง็ แรงทา่ เทยี บเรือโดยสาร ท่า - เขม้ งวดกวดขนั ตรวจอุปกรณ์ชว่ ยชวี ิต รู้ดา้ นความปลอดภัยในการเดินทาง
เทยี บเรอื ขนถา่ ยสินค้า คนประจาเรือ ทางน้า ใหแ้ ก่ผูป้ ระกอบการเจ้าของ
- กาหนดมาตรฐานอุปกรณป์ ระจา - ยกระดับมาตรฐานของเรอื โดยสารใน เรอื ผูค้ วบคุมเรือ ผโู้ ดยสาร
ท่าเทียบเรือแต่ละประเภท ประเทศให้สอดคล้องมาตรฐานสากล - การฝึกซ้อมการคน้ หา
ข้อกาหนดมาตรฐานการนาเรือเขา้

245

ท่าเรอื ปลอดภยั เรือปลอดภยั คนปลอดภัย
ผปู้ ระสบภยั ทางนา้
เทียบทา่ - พฒั นาปรับปรุงเคร่ืองชว่ ยในการ

- ยกระดบั ทา่ เทยี บเรอื โดยสาร เดนิ เรือ เชน่ ระบบทุ่นเครอ่ื งหมาย

สาธารณะ จากท่าเทยี บเรือ (Boat หลักนาการเดนิ เรือ

Pier) เปน็ สถานเี รือ (Boat Station) - ประกาศแจง้ เตือนข้อมลู ข่าวอากาศ

- การดแู ลรกั ษาความปลอดภัย - การแจง้ เตือนข้อมูลข่าวสารการ

ทา่ เรือ เดินเรือ

- กากับดูแลควบคุมการจราจรทางนา้

เช่น ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด

(CCTV) ระบบตดิ ตามเรือและตรวจ

การณ์ชายฝงั่ ระบบควบคุมการจราจร

(VTS)

1.2.2 สอดคล้องและรองรับการท่องเที่ยวในทุกกลุ่มท้ังในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป และกลุ่ม
นักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง โดยควรมีแนวนโยบายในการส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวของการท่องเที่ยว คือ
ตระหนักถึงความสมดุลระหว่าง “จานวน” กับ “คุณภาพ” ของนักท่องเท่ียว และกาหนดทิศทางอุตสาหกรรม
ท่องเท่ียวของไทยไปยงั กลุ่มเปา้ หมายเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง” (High Value Tourist) และรูปแบบ
การท่องเที่ยวแบบหรูหรา (Luxury Tourism) โดยมีเป้าหมายสาคัญ คือ การผลักดันให้ไทยเป็นปลายทางหลักใน
เส้นทางการเดนิ ทางทอ่ งเท่ยี วดว้ ยเรอื สาราญของตลาดนักท่องเท่ียวเรือสาราญจากภูมิภาคยุโรป ออสเตรเลีย และ
เอเชีย ซึ่งจะทาให้เกิดการพัฒนาธุรกิจท่องเท่ียวและธุรกิจท่ีเกี่ยวเนื่อง เช่น ท่าเทียบเรือ โรงแรม ท่ีพัก ธุรกิจ
อาหาร อู่ซ่อมเรือ การให้บริการต่าง ๆ แก่เรือ ฯลฯ ซ่ึงนอกจากจะเป็นการสร้างเม็ดเงินในอุตสาหกรรมท่องเท่ียว
ทางทะเลของประเทศแล้ว ยังจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มลูกค้าใหม่ท่ีมีกาลังซื้อสูง และเกิดกระแส
การลงทุนอย่างตอ่ เน่ืองของธรุ กจิ บนฝ่ังอีกเป็นจานวนมากทาให้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกับประเทศ
เปน็ จานวนมากทั้งทางตรงและทางออ้ มอีกด้วย

ทั้งน้ี แหล่งท่องเท่ียวทางทะเลและการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเท่ียวโดยเรือสาราญ
ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่จะเป็นแรงดึงดูดสาคัญสาหรับนักท่องเท่ียวที่นิยม เดินทางท่องเที่ยวทางทะเลโดยเรือ
สาราญให้เดินทางมาท่องเท่ียว สาหรับแหล่งท่องเท่ียวทางทะเลที่มีช่ือเสียงส่วนใหญ่จะอยู่กลุ่มจังหวัดท่ีตั้งอยู่
ชายฝ่ังทะเลอันดามัน ประกอบด้วยจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบ่ี และตรัง ซ่ึงมีจุดขายทางการท่องเที่ยวที่
สาคัญของประเทศ คือ หาดทราย ชายทะเล และหมู่เกาะ ที่มีช่ือเสียงระดับโลก จนได้ช่ือว่าเป็น Andaman

246

Paradise หรอื มรกตเมอื งใต้ โดยจังหวดั ภเู ก็ตเป็นศนู ยก์ ลางทเี่ ปรียบเสมือนไข่มุกอันดามันและมีแหล่งท่องเที่ยวท่ี
มีช่อื เสยี งระดบั โลก เช่น เกาะพีพี หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ อ่าวพังงา เป็นต้น การเดินทางท่องเท่ียวจะมีทั้ง
ที่เป็นการท่องเท่ียวระยะสั้นไปกลับในวันเดียว และระยะยาว 2 วันข้ึนไป ในการเดินท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวจะ
เดนิ ทางโดยเครอื่ งบินมายังสนามบนิ นานาชาติภูเกต็ และเดินทางต่อไปทมี่ ารีนา่ หรอื บรเิ วณทจ่ี อดเรือและลงเรือเพ่ือ
เดินทางทอ่ งเทีย่ ว ตามโปรแกรมการท่องเที่ยว และมกั จะเดนิ ทางกลับโดยเคร่ืองบนิ

1.2.3 ผลจากการประชุมหารือเร่ืองความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการ
ท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงการท่องเท่ียว เมื่อวันจันทร์ท่ี 15 มกราคม 2561 โดยมี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานร่วม ได้
กาหนดทิศทางการส่งเสริมการท่องเท่ียวของไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งเน้นการพัฒนาการ
ทอ่ งเที่ยวใน 5 ทศิ ทาง คอื สะดวก สะอาด ปลอดภยั เอกลกั ษณ์ และย่ังยนื โดยจะต้องมีการบูรณาการร่วมกับ
กระทรวงคมนาคม ในด้านความสะดวก สะอาด และปลอดภัย อันจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมี
ประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ซ่ึงกรมเจ้าท่าจะได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ไปในทิศทาง
ดังกลา่ วต่อไป

1.2.4 จุดเน้นคือเรื่องการรักษามาตรฐานความปลอดภัยและการอ้านวยความสะดวกให้กับ
ผู้โดยสาร/นักท่องเท่ียว ซึ่งจะเป็นภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป รวมทังการพัฒนา
โครงสร้างพืนฐานทางน้าท่ีจะสนับสนุนแหล่งท่องเท่ียวต่าง ๆ ท้ังเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว
ใหม่ ๆ ท่ีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควรเป็นหน่วยงานท่ีกาหนดเพ่ือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบูรณา
การเชอ่ื มโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวตา่ ง ๆ ได้

2. หลักการส้าคัญของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความ
คดิ เหน็ ของทา่ น

2.1 ควรมคี วามต่อเนอ่ื งของยทุ ธศาสตร์การท่องเท่ียวไทย พ.ศ.2558-2560 ซ่ึงกาหนดยุทธศาสตร์ในการ
พัฒนาการท่องเที่ยวเรือสาราญ เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล และท่าเทียบเรือสาราญท่ีมีมาตรฐาน
ระดบั สากล โดยมีแนวการพฒั นาทส่ี าคญั ได้แก่ การพัฒนาและส่งเสริมการลงทุนสร้างพื้นที่ท่าเทียบเรือในพื้นที่ที่
สาคัญ เชน่ ทา่ เทียบเรือภูเกต็ กระบี่ และเกาะสมุย เป็นตน้ การผลกั ดันเปน็ ศนู ย์กลางการเดนิ ทางเชื่อมต่อทางเรือ
สาราญในอาเซียน มาตรการจูงใจ และส่งเสริมการท่องเท่ียวทางน้า รวมถึงบริการด้านต่างๆ สู่มาตรฐานสากล
และปรบั ปรงุ และทบทวนกฎระเบียบวา่ ดว้ ยเรอื สาราญ เน่อื งจากสถานการณก์ ารท่องเที่ยวโดยเรือสาราญมีอัตรา
การขยายตัวอย่างต่อเน่ือง จากปี ค.ศ. 1980 จนถงึ ปี ค.ศ. 2016 พบว่ามจี านวนนักทอ่ งเที่ยวเพ่ิมข้ึนถึง 24.7 ล้าน
คน และคาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตต่อไปอย่างต่อเน่ือง โดยเฉพาะการท่องเท่ียวในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรัฐบาลได้มี

247

นโยบายในการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศที่กาหนดให้มีการจะชักจูงให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา

เท่ยี วในประเทศไทย โดยสร้างส่ิงจูงใจและส่ิงอานวยความสะดวกที่เก้ือกูลต่อบรรยากาศการท่องเท่ียว ปัจจุบันมี

ท่าเรอื มารีน่าอยา่ งน้อย 11 แหง่ ในพน้ื ทฝ่ี ่งั อนั ดามนั และฝงั่ อา่ วไทยดังน้ี

ล้าดับ ขนาดเรือ Yacht

สถานทีต่ งั อตั รากินนา้ รองรับเรอื Yacht
ยาว ลกึ

ฝัง่ ทะเลอันดามัน

1 รอยัล ภูเก็ต มารีน่า จงั หวัดภูเกต็ 37 เมตร 3 เมตร จานวนท่ีจอดเรือในน้า 76 ลา

(Royal Phuket marina) จานวนที่จอดเรอื บนบก 35 ลา

2 โบ๊ทลากนู มารนี ่า ภเู กต็ (Boat 80 ฟตุ 2-2.50 เมตร จานวนทจ่ี อดเรอื ในนา้ 173 ลา

Lagoon marina Phuket) (30 เมตร( จานวนที่จอดเรือบนบก 135

จังหวัดภเู ก็ต ลา

3 ยอรช์ เฮเวน่ มารนี า่ (The yacht 80 เมตร 2.5 - 8 เมตร จานวนทจี่ อดเรือในน้า 300 ลา

haven marina) จังหวัดภเู ก็ต

4 อา่ วปอ แกรนด์ มารนี า่ จงั หวัด 80 เมตร 10 เมตร จานวนทจ่ี อดเรอื ในนา้ 300 ลา

ภเู กต็ (Ao Po Grand Marina) จานวนที่จอดเรือบนบก 100

ลา

5 ท่าเรอื กระบ่ี รเิ วอร์ มารีน่า 25 เมตร 2.20 เมตร จานวนท่จี อดเรอื ในนา้ 42 ลา

6 ทา่ เรือกระบี่ โบท๊ ลากูน จังหวดั 23 เมตร 2.20 เมตร จานวนท่ีจอดเรอื ในน้า 80 ลา

กระบี่ จานวนทจ่ี อดเรือบนบก 100

ลา

ฝ่งั ทะเลอ่าวไทย

1 เกาะชา้ ง มารีนา่ แอนด์ รีสอร์ท 20 - 46 ฟุต 2 เมตร 14 ลา

จงั หวดั ตราด

2 โอเชียนมารีนา่ ยอร์ชคลับ 35 - 200 ฟุต 5 เมตร 381 ลา

จังหวดั ชลบรุ ี

3 สยามรอยลั วิล เกาะชา้ ง 20 - 40 ฟุต 2 เมตร 22 ลา เฟส)1)

จงั หวัดตราด

4 ภทั รมารนี า่ แอนดย์ อรช์ คลบั 35-ฟตุ 200 2-5เมตร จานวนทจี่ อดเรือในน้า 107 ลา

จังหวัดประจวบครี ขี นั ธ์ จานวนทีจ่ อดเรือบนบก 150ลา

248

ลา้ ดับ ขนาดเรือ Yacht รองรับเรอื Yacht
สถานที่ตงั อัตรากินน้า
25 ลา
5 เพาวเ์ วอร์โบต๊ อาเภอปราณบุรี ยาว ลกึ 8 ลา
จงั หวดั ประจวบครี ีขันธ์ 10 เมตร 2 เมตร
28 เมตร 3 เมตร

สาหรับการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือสาราญ กรมเจ้าท่า กระทรวง
คมนาคมได้ปรับปรุงกฎระเบียบที่เก่ียวข้องซ่ึงเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือสาราญ โดยการออกประกาศกระทรวง
คมนาคม เร่ือง การกาหนดเงื่อนไขการอนุญาตให้เรือสาราญขนาดใหญ่ ของบุคคลผู้ไม่ต้องด้วยลักษณะท่ีจะถือ
กรรมสิทธ์ิเรือไทยทาการค้าในน่านน้าไทย ตามมาตรา 47 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช 2481 ลง
วันท่ี 10 สิงหาคม 2558 ซ่ึงแต่เดิมเรือท่ีจะทาการค้าในน่านน้าไทยได้สงวนให้เรือไทยเท่านั้น โดยข้อกาหนดการ
ออกใบอนุญาต การกาหนดเงื่อนไขการอนุญาตให้เรือสาราญขนาดใหญ่ ของบุคคลผู้ไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะถือ
กรรมสิทธเิ์ รือไทยทาการค้าในน่านน้าไทย มี 3 ข้อคือ 1) ขนาดเรือ 30 เมตรขึ้นไป 2) มีตัวแทนอยู่ในประเทศไทย
3) ประกันภยั หากมคี ุณสมบัติครบกส็ ามารถมายืน่ เรอื่ งขอใบอนญุ าตได้ใช้เวลาในการดาเนินการประมาณ 1 เดือน
และใบอนญุ าตน้ีจะมอี ายุใชง้ านได้ 1 ปี นับจากวนั ไดร้ ับใบอนญุ าต โดยการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็น
อุปสรรคต่อการเดินเรือสาราญบางประเด็นอยู่ระหว่างดาเนินการ คือ การอนุญาตคนประจาเรือของเรือสาราญ
ขนาดใหญ่สามารถขออยู่ในราชอาณาจักร เป็นเวลา 1 ปี เท่ากับ เรือที่ได้รับอนุญาต โดยขออนุญาตกับเจ้าหน้าท่ี
ตรวจคนเข้าเมืองในพื้นท่ี รวมท้ังเรื่องภาษีตัวเรือสาราญขนาดใหญ่ในการนาเข้ามาประกอบการเช่าเหมาลาใน
น่านน้าไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง โดยมี
กฎระเบียบซ่ึงเป็นปัญหาอปุ สรรคตอ่ การส่งเสริมดงึ ดดู เรอื สาราญขนาดใหญ่และการพฒั นามารนี ่า ได้แก่

 ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มการนาเข้าเรือสาราญและกีฬาขนาดใหญ่ (Super Yacht) ตามประมวล
รัษฎากร ซ่ึงจะต้องเสียภาษีในอัตรา 7% ของราคาเรือ (ราคาเรือ Super Yacht แต่ละลามีมูลค่าหลายร้อยล้าน
บาทขึ้นไป) ซ่ึงปัจจุบันกรมสรรพากรมีความเห็นว่าการกาหนดมาตรการด้านภาษีจาเป็นต้องจัดทารายงานผล
การศึกษาซึง่ แสดงถึงรายละเอียดของสภาพปัญหา ข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงสถิติ ของกรณีการนาเข้ามาของเรือยอร์ช
โดยศึกษาถึงกรณีต่างประเทศในระดับภูมิภาคต่างๆ เช่น ภูมิภาคเอเชีย แนวทางการปฏิบัติของต่างประเทศ และ
จึงมาวเิ คราะหห์ าความเหมาะสมสาหรบั ประเทศไทย

 การอนุญาตให้คนประจาเรือซึ่งเป็นชาวต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรได้ 1 ปี เพื่อให้คนประจา
เรอื ซ่งึ เปน็ ชาวต่างชาติไดร้ ับอนญุ าตใหอ้ ยู่ในราชอาณาจักรได้ 1 ปี (ปัจจุบันอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน แต่หากเป็นอานาจ
อธิบดสี ามารถอนุญาตไดไ้ มเ่ กนิ 1 ปี) รวมถึงลดขน้ั ตอนและระยะเวลาในการพจิ ารณาอนุญาต

249

 การจัดทารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อประกอบการขออนุญาตการสร้างมารีน่าตาม
กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรมีกาหนดประเด็นและระยะเวลาการพิจารณาของ
คณะกรรมการผู้ชานาญการให้ชัดเจนและมีขอบเขต รวมถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมควร
จัดทาคู่มือการจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสาหรับโครงการท่าเทียบเรือสาราญกีฬาท้ังใน
รปู แบบภาษาไทยและอังกฤษ

 การดาเนินการเพื่อยกระดับการส่งเสริมการลงทุนสาหรับผู้ประกอบกิจการมารีน่า
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนควรปรับสิทธิประโยชน์ในกิจการบริการที่จอดเรือท่องเที่ยว(มารีน่า) ให้เท่าเทียม
กับกิจการในกลุ่มท่องเที่ยวอื่นๆ โดยสิทธิประโยชนหลักคือ ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี และการ
พิจารณาเสนอเล่ือนข้ันการส่งเสริมการลงทุนการพัฒนามารีน่าจากระดับ B1 เป็น A3 ปัจจุบันกรมเจ้าท่าได้เสนอ
เร่อื งการสง่ เสริมการลงทุนในการพัฒนามารีน่า ต่อท่ีประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี คร้ังที่ 1/2559
เมือ่ วันที่ 17 ก.พ. 2559 และท่ีประชุมได้ให้ความเห็นชอบยกระดับสิทธิและประโยชน์จากเดิมให้เป็นกลุ่ม A3 แล้ว ตาม
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทนุ ที่ ส.1/2559 ลงวนั ท่ี 11 เม.ย. 2559

ดังน้ัน ปัจจัยความสาเร็จของการดาเนินงาน คือ หน่วยงานท่ีรับผิดชอบกฎระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง พิจารณา
ปรับปรุงกฎระเบียบ ระเบียบ ขั้นตอนการพิจารณาอนุญาต ให้เอื้ออานวยแก่การดึงดูดการท่องเท่ียว และการ
พฒั นามารีนา่ ในประเทศไทย เพอ่ื ประโยชน์ท้ังทางตรงและทางออ้ มทีป่ ระเทศไทยจะไดร้ บั ต่อไป

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่าควร
ดา้ เนนิ แก้ไข ปรบั ปรงุ พฒั นาอยา่ งไร

3.1 ปัจจุบันส่วนราชการต่างๆ ที่เก่ียวข้องได้มีการประสานงานและทางานร่วมกันอย่างบูรณาการอย่าง
ตอ่ เน่อื ง โดยในสว่ นของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีการแต่งต้ังคณะกรรมร่วมเพ่ือ
การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเช่ือมโยงการท่องเท่ียวเพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
โดยมีการลงนามรว่ มกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเท่ียวและ
กีฬา ซึ่งรัฐมนตรีของท้ังสองกระทรวงจะเป็นท่ีปรึกษาร่วม และปลัดกระทรวงท้ังสองเป็นประธานกรรมการร่วม
นอกจากนยี้ ังมหี น่วยงานอนื่ ๆ ทัง้ ภาครฐั และเอกชนที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยขับเคลื่อนให้การท่องเท่ียวของประเทศใน
ภาพรวมให้เป็นไปได้ด้วยดี เช่น สศช. กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า กรมท่าอากาศยาน

250

กรมการกงสุล สานักงานตรวจคนเข้าเมือง ตารวจท่องเที่ยว สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย องค์การบรหิ ารการพัฒนาพ้นื ท่พี ิเศษเพอ่ื การท่องเท่ยี วอยา่ งยั่งยนื (องคก์ รมหาชน) เป็นต้น

คณะกรรมการฯมีหน้าที่ในการกาหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเช่ือมโยงการ
ท่องเทยี่ วระหวา่ งจังหวัด กลมุ่ จังหวัด รวมท้ังการประสานการขบั เคลอ่ื นนโยบายและยุทธศาสตร์ พร้อมเสนอแนว
ทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนเสนอแนวทางและมาตรการเพ่ือสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
และสง่ิ อานายความสะดวกในการรองรบั การท่องเทีย่ ว

ทง้ั น้ี คณะกรรมการฯจะได้แต่งตั้งคณะทางาน 2 คณะ เพือ่ เป็นกลไกในการขับเคลอ่ื นการทางาน คือ

- คณะทางานพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว เมอื งหลัก-เมืองรอง และแหล่งทอ่ งเท่ยี วใหม่

- คณะทางานอานวยความสะดวกการบริการและความปลอดภยั นกั ทอ่ งเทยี่ ว

อย่างไรกต็ าม หนว่ ยงานท่สี าคญั อีกหนว่ ยงานหน่ึงคือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซ่ึงจะ
ช่วยทาให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้าสามารถดาเนินการได้รวดเร็วข้ึน ในกรณีท่ีต้องจัดทารายงาน
ผลกระทบสง่ิ แวดล้อม (EIA/EHIA)

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา/
ทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าให้สามารถพัฒนาได้
อย่างมีประสทิ ธิภาพและเป็นรูปธรรม ควรเป็นอยา่ งไร

- ปัจจุบันได้มีการหารือและประสานความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาค
ประชาสังคม ภาคการศึกษา/ทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้าอยู่แล้ว ซึ่งน่าจะมีผล
อย่างเปน็ รูปธรรมในโอกาสตอ่ ไป

5. โปรดยกตวั อย่างประเทศท่ีมีการจดั การ การพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วทางนา้ ที่ดี (Best Practice) ซึ่งจะสามารถ
นา้ บทเรยี นความส้าเร็จดงั กลา่ วมาปรับใชก้ บั ประเทศไทยได้

ตัวอย่างประเทศทีป่ ระสบความสาเร็จในการพฒั นาการท่องเท่ยี วทางนา้ ทดี่ ี เช่น

- สหรัฐอเมริกา ไดแ้ ก่ ทา่ เรอื ไมอาม่ี, ทา่ เรอื แทมป้า เทอมินัล ฟลอรดิ ้า

- สเปน ได้แก่ ท่าเรอื บารเ์ ซโลน่า

251

- อังกฤษ ได้แก่ ท่าเรอื เซาแธมป์ตนั

- ฮอ่ งกง ไดแ้ ก่ ท่าเรอื ไค ต๊กั ครซู เทอร์มินลั

- ญป่ี ุ่น ได้แก่ ทา่ เรอื โยโกฮามา

- สิงคโปร์ ได้แก่ ทา่ เทียบเรือสาราญ มารนี า่ เบย์ ครซู เซน็ เตอร์

6. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนที่ท่ีคาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

กรมเจ้าท่าจะให้การสนับสนุนภาคเอกชนที่สนใจมาลงทุนในกิจการท่าเรือมารีน่า โด ยภาครัฐช่วย
สนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนและระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง พื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นมารีน่า ซ่ึงกรมเจ้าท่า
ได้สารวจเบ้ืองต้นและได้นาข้อมูลเสนอในงานมหกรรมเรือสาราญและมารีน่าเพ่ือเป็นข้อมูลให้ภาคเอกชนที่สนใจ
เข้ามาลงทุนในการพฒั นาทา่ เรอื มารนี า่ 8 แห่ง ดังนี้

ภูเก็ต ได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน เป็นเมืองท่องเท่ียวท่ีมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ต้ังอยู่ทางชายฝั่งทะเล
ตะวันตกของประเทศไทย มีพ้ืนที่ประมาณ 543 ตารางกิโลเมตร สามารถที่จะเดินทางเช่ือมไปยังแหล่งท่องเที่ยว
ตา่ งๆ ได้ อาทิ เกาะไข่ เกาะเฮ และเกาะพีพี โดยใช้ระยะเวลาเดินทาง 15 นาที - 1 ช่ัวโมง มีพ้ืนท่ีที่จะสามารถ
พฒั นาเป็นมารนี ่า ดว้ ยกัน 2 แห่งคอื ท่าเทยี บเรอื เอเชยี มารนี า่ และทา่ เทียบเรอื อ่าวกงุ้ เบย์

ท่าเรือเอเชียมารีน่า ตาบลรัษฎา อาเภอเมือง มีพื้นท่ีประมาณ 24 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณปากคลองท่า
จนี มพี ้ืนท่ีดา้ นหนา้ ทา่ ตดิ คลองท่าจนี เปน็ แนวตามเรียบคลองยาวกว่า 200 เมตร มคี วามลึก ของน้า 5 เมตร พ้ืนที่
บนบกส่วนหน่ึงได้มีการพัฒนาเป็นคานเรือสาหรับรองรับการจอดและซ่อมเรือ ทั้งเรือสปีดโบ๊ท นาเท่ียว และเรือ
ขนาดใหญ่

ทา่ เทียบเรอื อ่าวก้งุ เบย์ มารนี า่ ตาบลปา่ คลอก อาเภอถลาง มพี ื้นท่ปี ระมาณ 108 ไร่ มีแนวกาบัง
คล่ืนลมตามธรรมชาติ พ้ืนที่ด้านหน้าติดทะเลเป็นแนวกว้างประมาณ 250 เมตร มีความลึกของน้า 8 เมตร เป็น
พ้ืนท่ีราบและเนินสูงที่สามารถมองเห็นวิวทะเล และจังหวัดพังงา พ้ืนท่ีบนบกส่วนหนึ่งได้มีการพัฒนาเป็นคานเรือ
สาหรับรองรบั การจอดและซ่อมเรอื ท้งั เรอื นาเทีย่ ว และเรอื สว่ นตัวขนาดใหญ่ เช่น เรือยอร์ช เรือซูปเปอรย์ อร์ช

พังงา จังหวัดท่ีเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบนบกและใต้น้าเป็นหน่ึงในจุดหมายปลายทางของ
นักท่องเท่ียวเสมอมา มีพื้นที่ท่ีจะสามารถพัฒนาเป็นมารีน่า 2 แห่ง ได้แก่ ตาบลท้ายเหมือง อาเภอท้ายเหมือง และ
บรเิ วณบ้านบางจัน ตาบลหล่อยูง อาเภอตะก่ัวท่งุ

252

ทา่ เรืออควา สตาร์ มารนี า่ จากัด ตาบลท้ายเหมือง อาเภอท้ายเหมือง มีพ้ืนที่ประมาณ 20 ไร่เศษ
มี สันทรายธรรมชาติที่ช่วยกาบังคลื่นลมได้เป็นอย่างดี มีความลึกของน้า 3-5 เมตร รองรับเรือได้จานวน 49 ลา
บนฝ่ังมอี าคารสานักงาน อาคารโรงเก็บเรือ อาคารซ่อมบารุง และลานจอดรถ เดินทางได้สะดวกสบาย อยู่ใกล้กับ
สถานที่ท่องเที่ยวท่ีสวยงาม เช่น หมู่เกาะสิมิรัน หมู่เกาะสุรินทร์ และไม่ไกลจากสาธารณูปโภค และ ส่ิงอานวย
ความสะดวก เช่น สนามกอล์ฟ โรงแรมหรู

บ้านบางจัน ตาบลหล่อยงู อาเภอตะกั่วทงุ่ มีพืน้ ท่ปี ระมาณ 200 ไร่ มคี วามลึกของน้า 3-5 เมตร ติดกับ
คลองสาธารณะ อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต 37 กิโลเมตร สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวทางเรือเพ่ือชม
ความงามของอ่าวพังงา โดยมีส่ิงอานวยความสะดวก และสถานท่ีท่องเท่ียวสาคัญอยู่ไม่ไกล อาทิ โรงแรม สนามกอล์ฟ
รา้ นอาหาร เขาพิงกนั เขาตะปู นา้ ตกรามัญ วดั สุวรรณคหู า เป็นตน้

เกาะสมุย หรืออาเภอเกาะสมุย เป็นเกาะขนาดใหญ่กลางทะเลอ่าวไทยและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรอง
จากเกาะภูเก็ต เกาะสมยุ ยงั เป็นสถานท่ีท่องเท่ียวท่ีสาคัญและมีช่ือเสียงระดับโลก ต้ังอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
มีหมู่เกาะรายล้อมท้ังหมด 108 เกาะ ซึ่งล้วนแต่เป็นเกาะท่ีมีความสวยงามและเป็นที่ท่องเท่ียวที่สาคัญของประเทศ
เกาะสมุยมีพ้ืนที่ที่จะสามารถพัฒนาเปน็ มารีน่าดว้ ยกัน 2 แห่ง คือ แหลมไมแ้ กน่ และอา่ วทอ้ งโตนด

แหลมไม้แก่น ต้ังอยู่บริเวณตอนเหนือของเกาะสมุยเป็นแหลมที่ยื่นออกมากั้นตรงกลางระหว่างอ่าว
บางรกั ษ์และอา่ วบ่อผดุ เป็นท่รี าชพสั ดุ มีเน้อื ท่ีท้ังหมด 37-1-85 ไร่ พื้นที่ปลายแหลมท้ัง 2 ด้าน สามารถสร้างมารีน่าซ่ึง
อาศัยลักษณะทางธรรมชาติบังคลื่นลมและมีเกาะต่างๆ โดยรอบ คอยบังคล่ืนลม ไม่ว่าจะเป็นเกาะส้มและเกาะเต้าปูน
ซึ่งระดับความลึกบริเวณพ้ืนที่ของแหลมไม้แก่นมีความลึกของน้าอยู่ท่ีระดับ 1.5 - 3.5 เมตร อีกท้ังพ้ืนท่ีดังกล่าวตั้งอยู่
ใกลก้ ับจุดจอดเรือยอร์ชของเกาะสมุย ซึง่ เปน็ พื้นท่ที ่จี อดของเรือไทยและตา่ งประเทศในปัจจบุ ัน

อ่าวท้องโตนด ต้ังอยู่บริเวณตอนใต้ของเกาะสมุย เป็นอ่าวเล็กๆ มีแหลมหินคมเป็นท่ีกาบังคลื่นลมได้
ตลอดท้ังปี มีพ้ืนที่บนชายฝ่ังประมาณ 15 - 25 ไร่ ท่ีสามารถพัฒนาเพ่ือรองรับธุรกิจมารีน่าได้ ซึ่งอ่าวท้องโตนดเป็น
พน้ื ทจ่ี อดเรือประมงท้องถิ่นและเรือนาเท่ียวไปตามหมู่เกาะตา่ งๆ รอ่ งน้ามีความลึกของน้าประมาณ 2 – 3 เมตร

ชลบุรี เป็นจังหวัดท่องเที่ยวชายทะเลภาคตะวันออกที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ สาหรับคนท่ัวไปแล้ว ชลบุรี
เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองตากอากาศชายทะเลที่ใกล้กรุงเทพฯ โดยเฉพาะหาดบางแสนและพัทยาซ่ึงได้รับความนิยมจาก
นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กรมเจ้าท่าได้ทาการศึกษาพ้ืนท่ีที่มีความเป็นไปได้เบ้ืองต้นในการท่ีจะ
พฒั นาเป็นมารีน่า 1 แหง่ คือ

ท่าเรือแหลมเทียน ตาบลสัตหีบ อาเภอสัตหีบ เป็นพ้ืนท่ีจอดเรือซึ่งอยู่ในฐานทัพเรือสัตหีบ
กองทัพเรือ มีพื้นที่ตลอดแนวหาดความยาว 150 เมตร ระดับความลึกของน้าประมาณ 5 – 6 เมตร มีเกาะรายล้อมท่ี

253

สามารถป้องกันคลื่นลมได้เป็นอย่างดี พ้ืนท่ีหลังท่ามีเพียงพอสาหรับการพัฒนาธุรกิจมารีน่า ห่างจากพัทยา 30
กิโลเมตร ซ่ึงนอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายแล้วยังมีความพร้อมทางด้านธุรกิจที่เก่ียวข้องกับมารีน่าและ
อู่ต่อเรือ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 180 กิโลเมตร และห่างจากสนามบินอู่ตะเภาเพียง 15 นาที ทั้งน้ี
จากสถานทด่ี ังกล่าวสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปยังเกาะล้าน เกาะขาม และเกาะอืน่ ๆบริเวณโดยรอบได้

ตราด เป็นจังหวัดที่อยู่ปลายสุดของประเทศทางด้านตะวันออกติดกับประเทศกัมพูชา อีกท้ังยังมีหมู่เกาะน้อย
ใหญซ่ ง่ึ เป็นท่นี ยิ มของนักท่องเท่ยี ว กรมเจา้ ทา่ ได้ทาการศึกษาพืน้ ทท่ี ี่มีความเป็นไปไดเ้ บื้องต้น 1 แห่งคือ

บ้านแหลมศอก ตาบลอ่าวใหญ่ อาเภอเมือง มีสภาพพื้นที่โครงการเป็นพ้ืนที่ราบ สามารถพัฒนาเป็น
In-land marina พ้ืนที่ต้ังโครงการจาเป็นต้องก่อสร้างเข่ือนกันคลื่นและต้องขุดลอกร่องน้าทางเรือเดินจากร่องน้าทาง
เรือเดนิ หลักจากร่องน้าแมน่ ้าตราดเช่ือมต่อเข้าไปบริเวณพื้นที่โครงการ มีพ้ืนท่ีในการดาเนินการประมาณ 7 ไร่ สามารถ
เชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็น เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก รวมไปถึงสถานที่ท่องท่องใน
ตา่ งประเทศ อยา่ งเกาะฟกู ว๊ ก ของประเทศเวียดนาม และจงั หวัดสีหนุวลิ ล์ ประเทศกัมพูชา

7. ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมส้าหรับประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 จะบรรลุเป้าหมายได้มีหลายภาคส่วนที่
เก่ียวข้องท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และคนในพื้นที่ท่องเท่ียวน้ัน ๆ ภาครัฐมีท้ังส่วนที่ส่งเสริมและ
สนับสนุน และบางหน่วยมีข้อจากัดท่ีทาให้ไม่สามารถขับเคล่ือนหรือพัฒนาการท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์เน่ืองจากแต่
ละหน่วยมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องหาจุดร่วมที่ทาให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด ท้ังในแง่ของความ
สมดุลและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างย่ังยืนและการพัฒนาการท่องเท่ียวควบคู่กันไป เพ่ือให้แหล่งท่องเที่ยวทาง
ทะเลมีศักยภาพในการรองรับนักท่องเท่ียวได้อย่างย่ังยืน จาเป็นต้องมีการพัฒนาและฟ้ืนฟูแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความ
ยงั่ ยนื เช่น

- พัฒนาแหล่งทอ่ งเทีย่ วทางทะเลใหมท่ ่ีมีศักยภาพเพ่ือสร้างทางเลือกใหม่

- พัฒนาแหล่งท่องเท่ียวทางทะเลในพ้ืนที่เสื่อมโทรม โดยดาเนินการฟื้นฟู และปรับปรุงแหล่ง
ท่องเทยี่ วหม่เู กาะ และนเิ วศป่าเขาที่เสื่อมโทรมกลับคืนสูส่ ภาพเดิม เป็นต้น

254

5.14 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลึก นายโสภณ ทองดี รองอธิบดกี รมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ัง

1. การพฒั นาการท่องเท่ยี วทางน้าของไทยควรเป็นไปในทศิ ทางใด และมจี ุดเนน้ เร่อื งใด

การมองว่าการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าควรไปในทิศทางใดหรือมีจุดเน้นไปในทางใดนั้น ก่อนอ่ืนอาจ
ต้องทาความเข้าใจก่อนว่ากิจกรรมท่องเท่ียวทางน้ามีลักษณะอย่างไร ถ้าหากจะให้มองการท่องเท่ียวทางน้าใน
ลักษณะของคนทั่วไปที่มองเห็นแล้ว ส่วนตัวคิดว่ากิจกรรมท่องเท่ียวทางน้าโดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางทะเลน้ัน
น่าจะแบง่ ออกเปน็ 2 ลกั ษณะหรือ 2 ประเภทดว้ ยกนั

- กิจกรรมท่องเท่ียวประเภทการอาศัยพื้นน้าเป็นองค์ประกอบในกิจกรรมท่องเที่ยว หรือท่องเท่ียว
ประเภทกีฬาทางน้า ซึ่งเน้นการเล่นเคร่ืองเล่นต่างๆ เช่น เจสกี เรือกล้วย เรือลากร่ม เป็นต้น การพัฒนาการ
ท่องเที่ยวจึงควรมุ่งเน้นไปที่หัวใจสาคัญของการกีฬาคือเร่ืองของความปลอดภัย การมีมาตรฐานของเครื่องมือ
อุปกรณ์เครื่องเล่น และพ้ืนที่ของกิจกรรมท่ีเป็นการเฉพาะ รวมถึงเร่ืองของการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้
นกั ทอ่ งเทยี่ วมาเทย่ี ว โดยเน้นใหม้ ีกจิ กรรมการแขง่ ขนั

- ส่วนกิจกรรมท่องเที่ยวทางน้าลักษณะท่ี 2 นั้นเป็นการท่องเที่ยวท่ีต้องอาศัยความเป็นธรรมชาติของ
แหล่งท่องเที่ยวเป็นหัวใจ หรือเป็นองค์ประกอบสาคัญในการไปเที่ยวหรือเป็นจุดขาย และเป็นลักษณะของการ
ทอ่ งเทีย่ วทนี่ กั ทอ่ งเที่ยวส่วนใหญท่ ง้ั ไทยและชาวต่างประเทศนิยมไปเท่ยี วเพื่อผักผ่อนหย่อนใจ แหล่งท่องเที่ยวทาง
นา้ ทเ่ี ป็นทรัพยากรธรรมชาติ เชน่ น้าทะเล ชายหาด หาดทราย เกาะแก่ง แนวปะการงั ภเู ขาหรือปา่ ไม้ เป็นต้น

ดังนั้นแนวทางการพัฒนานอกจากเร่ืองความปลอดภัยที่เป็นหลักของการท่องเท่ียวแล้ว จะต้องเน้น
คุณภาพหรือความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด แต่ปัจจุบันแหล่งท่องเท่ียวเหล่าน้ีกาลังได้รับผลกระทบจากกิจกรรม
ท่องเทยี่ วหรอื นักทอ่ งเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเท่ียวที่ไปดูความสวยงามของธรรมชาติทางทะล ดังนั้นแนวทางการ

255

พัฒนาแหล่งท่องเท่ียวจึงต้องเน้นในเรื่องการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมหรือการท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์
เพ่อื ใหเ้ กดิ การรกั ษาแหล่งท่องเที่ยวให้มากที่สุดและจะนาไปสู่ความยั่งยืน เพราะจุดขายสาคัญท่ีเป็นหัวใจของการ
ทอ่ งเทย่ี วของประเทศคือทรพั ยากรธรรมชาติท่ีมีอยู่ ซ่ึงกิจกรรมท่องเที่ยวทางน้าทางทะเลและมีความเก่ียวข้องกับ
บทบาทหน้าท่ีของกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝงั่ ซึ่งมหี น้าท่ีดแู ลแหล่งท่องเทย่ี วทางทะเล

2. หลักการส้าคัญของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564 ตาม
ความคดิ ของทา่ น

ภายใต้แผนแม่บทการท่องเท่ียวทางน้าของประเทศไทยให้ความสาคัญของการวางรากฐานและแก้ไข
ปัญหาท่ีเป็นอุปสรรค์ในการพัฒนาการท่องเท่ียวของประเทศ ท้ังด้านคุณภาพแหล่งท่องเท่ียว บุคลากรการ
ท่องเท่ียว และโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการสร้างความสมดุลของการพัฒนาการท่องเที่ยวในมิติของพ้ืนที่ เวลา
กิจกรรม รูปแบบและกลุ่มนักท่องเท่ียว เพ่ือสร้างรายได้และกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน และท่ีสาคัญคือเน้นการ
บรู ณาการการทางานของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชนที่เก่ียวข้องทางด้านการท่องเท่ียว ซึ่งการทางานท่ีผ่าน
มากเ็ ร่มิ เห็นเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงระดับปฏิบัติการในพ้ืนท่ี โดยเฉพาะกระทรวงท่องเที่ยวและ
กระทรวง ทส. ท่านรมต.ท้ังสองท่านให้ความสาคัญในเรื่องน้ี ได้มีการประสานการทางานกันอย่างใกล้ชิดมีการ
ประชุมและมอบหมายนโยบายใหห้ นว่ ยปฏิบตั ิทางานร่วมกนั จงึ ถอื ว่าแนวทางนีม้ าถกู ทางแลว้

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรดา้ เนนิ แกไ้ ข ปรับปรุง พฒั นาอยา่ งไร

ทผ่ี า่ นมาการทางานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเท่ียวท่ีว่ามาข้างต้น ก็เร่ิมมีการบูรณาการ
ทางานกันอย่างได้ผล แต่ถ้าหากจะทาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ต้องอาศัยหรือใช้กลไกของคณะกรรมการหรือ
คณะทางานรว่ มในคณะตา่ งๆ ใหท้ างานมากขึ้นกว่านี้ และเรื่องของการจัดทาแผนและงบประมาณก็ต้องให้มีความ
ใกลช้ ดิ กนั ใหม้ ากข้ึน มกี ารวางแผนรว่ มกันมคี วามสอดคลอ้ งเกี่ยวข้องกันเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น
เรื่องการดูแลหรือการแก้ไขปัญหาแหล่งท่องเท่ียวท่ีเส่ือมโทรม หน่วยงานท่ีดูแลแหล่งท่องเที่ยวก็จะมีแผนที่จะ
ดาเนินการในการลดปริมาณของนักท่องเที่ยวเพ่ือไม่ให้เกิดผลกระทบกับธรรมชาติแต่ ในขณะเดียวกันกระทรวง
ท่องเที่ยวก็จะเน้นส่งเสริมให้มีนักท่องเที่ยวมาเท่ียวมากขึ้น เมื่อมีแผนร่วมกันก็จะมีแนวทางในการแก้ไขท่ี
สอดคลอ้ งหรอื เปน็ ไปในแนวทางเดยี วกนั ได้

256

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา/
ทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง ในการผลักดันและขับเคลื่อนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้สามารถพัฒนาได้
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพและเปน็ รปู ธรรม ควรเป็นอยา่ งไร

จากคาถามก็มีคาตอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว คือการทางานต้องสร้างการมีส่วนร่วมแบบบูรณาการอย่างใกล้ชิด
การสรา้ งการมสี ่วนร่วมของทกุ ภาคส่วนทท่ี ุกฝ่ายเขา้ มามีบทบาทร่วมกันในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและมีความ
ตอ่ เนือ่ ง มีการจัดทาแผนงานร่วมกันอย่างเปน็ ระบบเป็นข้ันตอน กาหนดทศิ ทางเดินร่วมกัน ก็จะทาให้การทางานมี
ประสิทธภิ าพมคี วามรวดเรว็ และเหน็ มีผลเป็นรปู ธรรมมากขน้ึ ในทุกเร่ือง

5. ภาครัฐควรมีบทบาท/สง่ เสรมิ /สนับสนนุ การทอ่ งเท่ียวทางนา้ แก่ภาคเอกชนในประเดน็ ใด อย่างไร

ภาครัฐควรเข้ามามีบทบาทและเน้นเร่ืองของการจัดระเบียบ การสร้างกติกา และการสร้างมาตรฐานใน
เรือ่ งของการทอ่ งเท่ียวทางน้าท่ีเปน็ จริงเป็นจงั

6. โปรดยกตวั อย่างประเทศทม่ี กี ารจัดการ การพฒั นาการท่องเท่ยี วทางนา้ ท่ีดี (Best Practice) ซ่ึงจะสามารถ
นา้ บทเรียนความส้าเรจ็ ดังกล่าวมาปรบั ใชก้ บั ประเทศไทยได้

ความจริงประเทศไทยเรามีการพัฒนากิจกรรมท่องเท่ียวทางน้ามาอย่างต่อเน่ือง โดยเฉพาะเรื่องของการ
จัดระเบียบพื้นท่ีท่องเที่ยวเพ่ือให้ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและการรักษาความเป็นธรรมชาติของพ้ืนท่ีการ
ท่องเท่ียว มีการดาเนินการในพื้นที่ต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวประเภทกีฬาทางน้า ทางทะเล
หรือการท่องเท่ยี วธรรมชาตใิ นครง้ั หนงึ่ เคยมีปญั หาไปด้วยกันไม่ได้มี เช่น การเล่นเจสกีของนักท่องเที่ยวบางกลุ่มท่ี
ชอบไปรบกวนคนท่ีเล่นน้าตามชายหาดหรือส่งเสียงรบกวนนักท่องเที่ยวท่ีพักผ่อนตามชายหาด ปัจจุบันมีการจัด
ระเบียบและได้ผลในหลายพ้ืนท่ีเช่นพัทยา ภูเก็ต หรือท่ีอื่นๆ เป็นต้น คิดว่าจะสามารถนาไปปรับปรุงในพ้ืนท่ีอื่นๆ
ทม่ี ีปญั หาแบบเดยี วกนั ได้

7. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

ทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ามาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่จะทา
อย่างไรจะทาให้การท่องเท่ียวทางน้าแต่ละประเภทสามารถดาเนินการได้ โดยไม่รบกวนหรือส่งผลกระทบรวมถึง
การไม่ไปทาให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ทิศทางและรูปแบบของการพัฒนาควรมีความ
สอดคล้องกัน เช่น แหล่งใดควรจะพัฒนารูปแบบเพ่ือนาไปสู่ระดับสากลท่ีต่างประเทศเขาทาเช่น โซนการสร้างสิ่ง
อานวยความสะดวกที่จะไปกระทบกับธรรมชาติ ท่าเรือ และแหล่งใดที่ควรมีรูปแบบพัฒนาท่ีจะรักษา

257

ทรัพยากรธรรมชาติหรือความเป็นธรรมชาติของแหล่งท่องเท่ียวซ่ึงอันนี้ต่างหากที่จะนามาสู่ความยั่งยืนหรือท่ี
เรยี กว่าการพฒั นาทยี่ งั่ ยืน

8. ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเตมิ ส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560 - 2564

ภายใต้แผนแมบ่ ทการพฒั นาการทอ่ งเท่ียวของประเทศไทย พ.ศ. 2560 - 2564 เทา่ ท่ศี กึ ษาและหน่วยงาน
กรม ทช. ได้เข้าไปมีบทบาทร่วมเสนอแนวทางได้มีการกาหนดรายละเอียดไว้ครอบคลุมทุกเร่ืองทุกด้านแล้ว ถ้า
หากแผนการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า พ.ศ. 2560-2564 จะนารายละเอียดที่กาหนดไว้ในแผนชาติมาจัดทา
รายละเอียดในแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้สอดคล้องเป็นไปในทางเดียวกันก็คิดว่าน่าจะทาให้แผนมี
ความสมบูรณย์ งิ่ ข้นึ และหากจะเพิ่มเติมคือเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ในพัฒนาแต่ละด้านควรจะมีความชัดเจนสามารถ
จับต้องได้มีความเป็นรูปธรรม และที่สาคัญควรมีการกาหนดเรื่องของการติดตามประเมินไว้ในแผนเพื่อให้มีการ
ปรับปรุงทบทวนแผนเป็นระยะที่เอื้อต่อแก้ไขปัญหาที่จะเกิดข้ึนในอนาคต เพราะการท่องเท่ียวทางน้ามีการ
เปล่ียนแปลงตลอดเวลาทั้งเร่ืองของจานวนนักท่องเที่ยวท่ีเพิ่มขึ้นและรูปแบบการท่องเท่ียวมีการเปล่ียนแปลง
ตลอดเวลาเพื่อสรา้ งจุดขายทางด้านการท่องเท่ียว

ในส่วนของกรม ทช. ก็มีแผนที่เกี่ยวข้องหรือมีความเช่ือมโยงกับแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการสร้างกฎระเบียบรูปแบบการท่องเท่ียวหรือจัดระเบียบพื้นท่ีท่องเที่ยวท่ีอยู่ในความ
รบั ผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง โดยอาศัยบาทบาทหน้าที่และอานาจตามของเขตของกฎหมาย
พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 เพื่อมารองรับแผนพัฒนาการ
ท่องเท่ียวทางน้า ท่ีสอดคล้องกันในเรื่องการจัดระเบียบสร้างมาตรฐานทางการท่องเที่ยวและคุณภาพของแหล่ง
ท่องเท่ียว ในปีน้ีในหลายพ้ืนที่ทะเลท่ีเรารับผิดชอบกาลังจะออกประกาศเก่ียวกับมาตรการ วิธีการท่องเที่ยวใน
บริเวณพื้นที่เกาะ ชายหาด แนวปะการัง เพื่อควบคุมกิจกรรมท่องเที่ยวบางประเภทไม่ให้ส่งผลกระทบกับ
ทรัพยากรธรรมชาติ ซ่ึงเก่ียวข้องทั้งการควบคุมบุคคลกรท่ีจะนานักท่องเท่ียวมาเทียว ตัวนักท่องเท่ียวเองหรือ
กลไกลของการนาเที่ยว และเช่ือว่าจะทาให้การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้ามีความยั่งยืนและมีคุณภาพตาม
เป้าหมายท่ีกาหนดไวใ้ นแผนด้วย

258

5.15 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก นายประเสริฐ อนิ ทับ ผู้อ้านวยการเขือ่ นศรนี ครินทร์ การไฟฟา้ ฝา่ ยผลิต
แหง่ ประเทศไทย

1. การพฒั นาการท่องเทย่ี วทางนา้ ของไทยควรเป็นไปในทิศทางใด และมีจุดเน้นในเรือ่ งใด

ควรพัฒนาการทอ่ งเที่ยวทางน้าหลายรูปแบบ เชน่ อ่างเก็บน้าขนาดใหญ่ เข่ือนต่าง ๆ แพ ท่ีจอดพัก และ
แม่น้าลาคลอง เป็นต้น โดยเน้นการเข้าถึงแหล่งธรรมชาติ เช่น การชมทิวทัศน์ น่ังเรือหางยาว เป็นต้น อย่างไรก็
ตาม เรื่องความปลอดภยั และการรักษามาตรฐานเปน็ เรือ่ งที่สาคญั อย่างมากสาหรับการให้นักท่องเท่ียวเก่าและใหม่
เขา้ มาใช้บรกิ ารมากขน้ึ โดย กรมเจ้าทา่ ไดท้ าหน้าทไ่ี ด้ดเี ช่น การตอ่ ใบอนุญาต และ การเขา้ ไปตรวจ เปน็ ต้น

2. หลกั การสา้ คัญของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเทย่ี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของทา่ น

หลักการสาคัญ คือ ฤดูกาล มีผลกระทบต่อจานวน และความปลอดภัย ซ่ึง แผนแม่บทจะต้องคานึงถึง
ผลกระทบดงั กล่าวดว้ ย

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรดา้ เนนิ แกไ้ ข ปรบั ปรงุ พัฒนาอย่างไร

มีกลไกส่งเสริมโครงสร้างพ้ืนฐานต่าง ๆ ที่ดีในระดับหน่ึง โดยเห็นว่าในช่วงปี 2563-2564 โครงสร้าง
พน้ื ฐานกจ็ ะเกดิ ขึ้นและจะช่วยในการขบั เคลอื่ นนโยบายต่อเนอ่ื งได้อย่างเป็นรปู ธรรม

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคลื่อนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้
สามารถพฒั นาได้อยา่ งมีประสิทธิภาพและเป็นรปู ธรรม ควรเป็นอย่างไร

ทุกจังหวัด มีชมรม สมาคม เช่น กาญจนบุรี มีชมรมเรือแพ ที่เน้นการพัฒนาร่วมมือกับภาครัฐ และการ
เสนอแนะการพฒั นาโครงสร้างพ้นื ฐาน ความสะอาด และความปลอดภัยร่วมกนั เปน็ ตน้

259

5. โปรดยกตวั อย่างประเทศท่มี ีการจัดการ การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าที่ดี (Best Practice) ซง่ึ จะสามารถ
นา้ บทเรียนความส้าเรจ็ ดงั กล่าวมาปรบั ใช้กับประเทศไทยได้

สิงคโปร์ ญี่ปุ่น มาตรฐานสูง ราคาสูง แต่ไทย ราคาไม่สูง แต่ตัวเลือกในภาคบริการมีความหลากหลาย
ดังนั้น การวางโครงสรา้ ง ดูแลทรัพยากร และการบรกิ ารต่าง ๆ ควรนามาปรับ

6. โปรดยกตัวอย่างพืนที่ที่มีศักยภาพและ/หรือพืนที่ท่ีคาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของประเทศไทย

การอนรุ ักษ์ วถิ ชี ีวติ เช่น อมั พาวา ลอ่ งแพชมธรรมชาติ ซง่ึ มีศักยภาพ แต่ภาครัฐต้องให้ความสนใจในด้าน
การลงทนุ โครงสรา้ งพนื้ ฐานมากกวา่ น้ี

7. ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติมส้าหรบั ประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ควรแบง่ กลุม่ ประเภทชาวต่างชาติ สัดสว่ นของภาคบริการที่ชอบ เพ่ือจบั การ Matching

260

5.16 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลึก นางสทุ ัศษา เหล่าหงษเ์ กียรติ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย
(ATTM) และประธานกรรมการบริหาร สถานที่ทอ่ งเทยี่ ว เดอะ เวเนเซีย หัวหนิ – ชะอา้

1. การพฒั นาการท่องเทย่ี วทางนา้ ของไทยควรเปน็ ไปในทศิ ทางใด และมจี ุดเน้นในเร่อื งใด

พูดถึงเรื่อง นา้ ทาให้นกึ ถึงต้นนา้ ของประเทศไทยเรา คือ บรรพบุรุษสมัยก่อนเวลาสร้างเมือง สร้างชุมชน
ในหลายพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใกล้แหล่งน้า เพราะช่วยให้ผู้คนสะดวกในการทากิจกรรมต่างๆ ท้ังการเดินทาง การค้า
ขาย ฯลฯ กระทั่งกลายเป็นวิถีชีวิตสืบเร่ือยมาถึงปัจจุบันกลายเป็นว่า สายน้าคือส่วนสาคัญของวิถีชีวิตคนไทยท่ี
ขาดกันไมไ่ ด้ ทุกกจิ กรรมทีเ่ คยเกิดข้นึ ในอดีต ปัจจุบันกาลงั มมี ูลคา่ มหาศาลในปัจจุบัน แม้หลายพ้ืนท่ีท่ีอยู่ติดน้าได้
เปลีย่ นแปลงไปตามกาลเวลา หากเป็นไปได้ที่ภาครัฐต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า ดิฉันยังคงให้ความสาคัญ
ในบทบาทภาครัฐมาช่วยรักษา ช่วยส่งเสริมการดาเนินชีวิตของผู้คนกับสายน้าให้รุ่นลูกรุ่นหลานทาหน้าที่สืบทอด
คงอยูต่ อ่ ไปอย่างเข้มแข็งและย่ังยืน เพราะสายน้ากับวิถีชีวิตของคนไทยไม่มีทางแยกจากกันได้ นับเป็นอัตตลักษณ์
หน่ึงเดียวในโลกที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเม่ือได้มาสัมผัสแล้วส่วนใหญ่จะเก็บความประทับใจกลับไป และเม่ือกลับไป
แล้วทาให้พวกเขาอยากที่จะกลับมาท่องเที่ยวบ้านเราในแบบนี้อีก เป็นโอกาสท่ีทาให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่
ยั่งยนื ตามมาและเปน็ ผลดตี ่ออตุ สาหกรรมท่องเท่ยี วท่ีเกีย่ วเนอื่ งไปยังธรุ กิจใกล้เคียงอีกดว้ ย

2. หลักการส้าคัญของแผนแมบ่ ทการพฒั นาการท่องเทีย่ วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของทา่ น

หากดจู ากกรอบแนวคิดกว้างๆของแผนแม่บทน้ี ส่วนใหญ่ก็เป็นกิจกรรมท่ีเกิดขึ้นต่อเนื่องจากวิถีชีวิตผู้คน
ที่ผูกพันอยู่กับสายน้า ทั้งเรื่องของการพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยว การบริหารจัดการการท่องเท่ียว การใช้
ประโยชน์พ้ืนที่ริมฝั่งแม่น้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่ิงอานวยความสะดวก และระบบโลจิสติกส์ เพื่อ
สนับสนุนการท่องเที่ยวทางน้า เพียงแต่ภาครัฐจะมีวิธีการพัฒนาอย่างไร ให้การรักษาและส่งเสริมวิถีชีวิตและ
สายนา้ ให้เดนิ ควบคกู่ นั ใหเ้ ดินไปดว้ ยกนั ให้ไดห้ รอื อยูด่ ว้ ยกันให้ได้เพราะวัฒนธรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนการเข้าใจ
และเขา้ ถงึ โดยแท้จรงิ เชื่อวา่ จะไปดว้ ยกนั ได้

261

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรดา้ เนนิ แกไ้ ข ปรับปรงุ พฒั นาอย่างไร

กลไกของสว่ นราชการทม่ี ีอยเู่ ช่อื ว่าจะสามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้ แต่จะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่
กบั การลงมอื ปฏิบตั ิอย่างจรงิ จงั และต่อเน่ืองซ่งึ ก็ต้องใชร้ ะยะเวลาพอสมควร

4. ท่านตอ้ งการให้ภาครัฐเข้ามาสง่ เสริม/สนับสนนุ การท่องเท่ียวทางน้าในประเด็นใดมากท่ีสุด และต้องการให้
ภาครัฐเขา้ มาส่งเสรมิ /สนบั สนุนการทอ่ งเท่ียวทางนา้ อยา่ งไร (คา้ ถามสา้ หรับภาคเอกชน)

1. เร่อื งความปลอดภยั ในชวี ิตและทรพั ยส์ นิ ของนกั ท่องเทย่ี วและคนไทยที่อย่รู ว่ มกันกับนกั ทอ่ งเทย่ี ว

2. เรือ่ งของระบบนิเวศทางธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

3. ความสะอาดปราศจากขยะมลู ฝอย

4. การรักษาและส่งเสริมวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ริมน้าให้คงอยู่ต่อไปและเกิดการเปลี่ยนแปลง
นอ้ ยท่ีสดุ

5. โปรดยกตัวอยา่ งประเทศทม่ี ีการจดั การ การพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วทางนา้ ท่ดี ี (Best Practice) ซ่ึงจะสามารถ
นา้ บทเรยี นความสา้ เรจ็ ดงั กล่าวมาปรบั ใช้กับประเทศไทยได้

ขอเล่าในมุมส่วนตัวท่ีไปเห็นมาแล้วชอบ ชอบในวิธีการบริหารจัดการของเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เมือง
แห่งสายน้า ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีช่ือเสียงติดอันดับโลก หากใครได้มีโอกาสไปจะพบเห็นผู้คนต่างใช้คลอง
ซ่ึงเป็นลาคลองเล็กๆ สัญจรกันไปมาแทนการใช้รถใช้ถนนกัน บรรยากาศริมสองฝั่งคลองจะเต็มไปด้วยอาคาร
ร้านค้าที่มีประติมากรรมสวยสดงดงามตลอดแนว ส่วนเร่ืองความสะอาด เร่ืองขยะแทบจะไม่มีให้เห็นหรือมีก็จะ
น้อยมาก ความเป็นเวนิสของท่ีน่ี มีทั้งสถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างสไตล์อิตาลี อย่าง เมืองบูราโน่ กฎหมายผังเมือง
ควบคุมใหส้ รา้ งตวั อาคารเฉพาะในพื้นท่ีท่ีกาหนดฉะน้ันใครท่ีมาเท่ียวยังเมืองแห่งน้ีเราจะเห็นเมืองแห่งความมีสีสัน
สดใส

262

6. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

1. ทะเลสาบสงขลา จดุ เดน่ คือ: มีทงั้ ทะเล และนา้ จดื ตอ่ กัน และมหี มู่บา้ นชาวประมง

2. ทะเลสาบพัทลุง จุดเดน่ คอื : เรื่องการดนู ก มีนกหลายพันธ์ุ ทมี่ ีท่ีน่ที ีเ่ ดียวในโลก และยงั มไี ม้นา้ สวยๆ

3. เข่อื นบางลาน จ.นราธวิ าส จดุ เดน่ คอื วิวสวยมาก มองจากผืนนา้ สีเหมอื นมรกตเปลยี่ นสีตามทอ้ งฟ้า

4. เขื่อนเช่ยี วหลาน ทน่ี ม่ี ีจดุ เดน่ คือมีทะเลสาบทม่ี หัศจรรย์ สวยงามมาก

5. เขอื่ นศรนี ครนิ ทรเ์ ชอ่ื มต่อระหวา่ ง จังหวดั กาญจนบรุ ี สุพรรณบุรี และอุทัยธานี มวี ัฒนธรรมโดดเดน่ มาก

7. ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเพม่ิ เติมส้าหรับประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

เพิม่ เติมจากข้อ 6. เพราะทุกแหลง่ ทอ่ งเท่ียวทางน้าล้วนมจี ุดขายคอื วัฒนธรรม ที่สามารถสร้างกิจกรรมได้
หลากหลายมากมาย บางจุดสามารถสร้างรายได้ในเชิงกิจกรรมอื่นๆควบคู่ได้ด้วยคือ กิจกรรมทางน้า สามารถช่วย
สร้างรายได้ให้กับชุมชนในพ้ืนท่ีได้อย่างกว้างขวางรวมถึงเร่ืองการช่วยส่งเสริมการทาเกษตรอินทรีย์เพ่ือสร้าง
เรือ่ งราวอาหารไทย ปลอดภัย ไรส้ ารเคมี เป็นต้น ลว้ นสรา้ งประโยชนต์ ่อสขุ ภาพคนไทยในระยะยาวได้

263

5.17 ผลการสมั ภาษณเ์ ชิงลึก นาวาตรเี จรญิ พร เจรญิ ธรรม กรรมการผูจ้ ัดการ บริษทั เรือดว่ นเจ้าพระยา
จ้ากดั

1. การพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วทางน้าของไทยควรเป็นไปในทิศทางใด และมจี ุดเน้นในเร่ืองใด

สามารถแยกออกเป็น น้าจืด และ ทะเล โดยมีศักยภาพที่ต่างกัน ถ้ามองภาพรวม ควรเน้นความเป็น
ธรรมชาติ เชน่ เส้นทางเจ้าพระยาจาก กรงุ เทพ ชยั นาท อยธุ ยา นครสวรรค์ เป็นต้น อยากใหเ้ นน้ ชุมชน ซ่ึงไม่ค่อย
มีการสนบั สนนุ ส่วนในมิติของทะเลกา้ วไปมากอาจไม่ต้องสนับสนุนมากนักเป็นต้น

2. หลกั การส้าคญั ของแผนแมบ่ ทการพัฒนาการท่องเทย่ี วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของท่าน

หลักการสาคัญ ในภาพรวมที่เน้นธรรมชาติ เป้าเหมาย กว้างไป แผนย่อยไม่ตอบโจทย์ ว่าเป้าหมายหลัก
เปลี่ยนแปลง ปัจจุบัน ตัวชี้วัดต้องเจาะในระดับพ้ืนท่ี บูรณาการหลายจังหวัด และต้องเป็นแผนเดียว และ สร้าง
ระบบในการกระตนุ้ กระจายรายได้ เป็นตน้

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนินแกไ้ ข ปรับปรงุ พฒั นาอย่างไร

ยังไม่มกี ลไกเท่าที่ควร ยงั ขาดการบรู ณการ มแี ตภ่ ารกิจท่ีชัดเจน ตอบสนองบางส่วน ควรปรับกลไกให้เกิด
การขับเคล่ือน โครงสร้างการบริหารจัดการต้องเป็นรูปธรรม แต่ต้องมีแผนแม่บททางน้าในการขับเคล่ือนและต้อง
เชื่อมกับยุทธศาสตร์ประเทศได้จริงท้ังระยะสั้นและระยะยาว และ หาหน่วยงานทั้งหมดเข้ามาสร้างการบูรณการ
และสร้างความเป็นเจา้ ภาพ และกฎหมายตอ้ งสามารถช้ีและส่ังการได้

264

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้
สามารถพัฒนาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและเปน็ รูปธรรม ควรเป็นอยา่ งไร

ยังไมเ่ ห็นมากเทา่ ที่ควร ภาคการศกึ ษา แค่วจิ ยั ในด้านการท่องเที่ยวเท่าน้ัน นอกจากน้ัน ภาคประชาสังคม
หรือ คนในพื้นท่ี สามารถร่วมกันภาคเอกชน น่าจะสามารถผลักดัน แต่ภาครัฐสร้างการสนับสนุนด้านกฎหมาย
เป็นต้น

5. ท่านต้องการให้ภาครัฐเข้ามาส่งเสรมิ /สนบั สนุนการท่องเท่ียวทางน้าในประเด็นใดมากท่ีสุด และต้องการให้
ภาครัฐเข้ามาสง่ เสรมิ /สนับสนนุ การท่องเทย่ี วทางนา้ อยา่ งไร

เรื่องโครงสร้างพ้นื ฐาน โดยการพัฒนารมิ น้าทีเปน็ ของภาครฐั และพฒั นาการปรบั ปรุงด้านกฎหมาย

6. โปรดยกตวั อย่างประเทศทมี่ ีการจดั การ การพฒั นาการท่องเทีย่ วทางน้าท่ดี ี (Best Practice) ซ่ึงจะสามารถ
น้าบทเรียนความสา้ เรจ็ ดงั กลา่ วมาปรบั ใช้กับประเทศไทยได้

แมน่ ้าดานปู ได้การวางโครงสร้างได้อย่างดีควบคกู่ บั การวางผังเมือง ดูแลทรัพยากร และการบริการต่าง ๆ
นอกจากน้ัน การทาการตลาดโดยใช้ ICT ทม่ี ีความนา่ เช่อื ถอื เขา้ มา

7. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของประเทศไทย

แม่น้าเจ้าพระยา ควรเน้นการพัฒนาโดยเฉพาะลดความเหลื่อมล้าด้านชุมชน พื้นท่ีไม่ใหญ่มาก ไม่เร่งรีบ
ควรมีการขาย OTOP ตามเส้นทาง

8. ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติมส้าหรบั ประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ยังเห็นว่า ยังไม่มีความปลอดภัย เช่น เรื่องเรือหางยาว เรือด่วนเล็ก นอกจากนั้น ในคลองมีปัญหามาก
โดยไม่ใชใ่ นการสนับสนุนด้านการท่องเท่ียว แตเ่ พียงแค่ใชใ้ นการระบายนา้ เพียงเทา่ นั้น

265

5.18 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลึก นายสาธติ อรุณ รองกรรมการผู้จดั การดา้ นปฏิบัตกิ าร บริษัท ท่าเรอื ราชา
เฟอร์ร่ี จา้ กัด (มหาชน)

1. การพฒั นาการท่องเทีย่ วทางนา้ ของไทยควรเปน็ ไปในทศิ ทางใด และมีจดุ เน้นในเรือ่ งใด

เนื่องจากการท่องเทีย่ วทางน้าของไทยโดยส่วนใหญ่จะเก่ียวข้องกับการท่องเที่ยวอันมีธรรมชาติที่สวยงาม
ของประเทศไทยเป็นจุดขายซ่ึงเราต้องอนุรักษ์และคงไว้ แต่จะต้องสามารถประสานกับการพัฒนาท่ีจะสามารถ
อานวยความสะดวกและมีความปลอดภยั ให้แก่ผู้ที่มาทอ่ งเทยี่ ว โดยการอนรุ กั ษ์จะต้องมีการยินยอมและยอมรับให้
มีการพัฒนาเพ่ือจะสามารถดึงดูดและรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวได้เพ่ิมมากขึ้น แต่การพัฒนาจะต้องพยายาม
คงไวซ้ ่ึงสภาพแวดล้อมที่ดขี องแหล่งทอ่ งเท่ียวใหค้ งอยูแ่ ละยังสามารถเกือ้ กูลให้สามารถรองรับนักท่องเท่ียวปริมาณ
เพิ่มข้ึนได้แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม รายได้ของพ้ืนที่จากการท่องเที่ยวควรจะมีส่วนร่วมไปในการ
บารุงรกั ษาอนรุ กั ษ์สภาพแหล่งท่องเทยี่ วใหอ้ ยใู่ นสภาพทีส่ ดใสและดึงดดู นักทอ่ งเทย่ี วไดเ้ ช่นเดิม

2. หลกั การสา้ คญั ของแผนแมบ่ ทการพฒั นาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของท่าน

มีการพฒั นาแหล่งท่องเทย่ี วโดยยังคงสภาพสิง่ แวดล้อมท่ีสวยงามอยู่ แต่มคี วามสะดวกสบาย, สะอาดและ
ปลอดภัยมากข้ึน มีสาธารณูปโภคเพิ่มมากเพียงพอท่ีจะรองรับการขยายตัวของการเติบโตในอนาคต เช่น การมี
แหล่งท่องเที่ยวใหม่ มีคนเข้าไปมากข้ึนแต่ไม่มีการรองรับท้ังสาธารณูปโภคและการบาบัดของเสีย, การเดินทาง
สัญจรและการขนส่งที่เพียงพอ จะเกิดผลเสียในระยะยาว แต่การจากัดปริมาณนักท่องเท่ียวก็เป็นการจากัด
ศกั ยภาพของแหล่งทอ่ งเท่ยี ว

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรดา้ เนนิ แก้ไข ปรับปรงุ พฒั นาอยา่ งไร

ยังไม่เห็นเท่าที่ควร ควรมีเจ้าภาพ คือ เจ้าภาพต้องเป็นแค่กระทรวงเดียวในการตัดสินใจ ทั้งนโยบาย
กฎหมาย และงบประมาณ ในประเด็นของกฎหมายตอ้ งมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันท้ังด้านอุปทาน
และอปุ สงค์

266

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ให้สามารถพฒั นาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและเป็นรูปธรรม ควรเปน็ อย่างไร

ยังน้อย แตภ่ าคเอกชนทาอะไรไมค่ ่อยไดค้ ิดตลอด ดังนั้น ภาครัฐและภาคประชาสังคมต้องเป็นผู้เล่นเกมที่
สาคญั ในการขับเคลอื่ น ภาคเอกชนจะเป็นผลู้ งทนุ และขบั เคลื่อนการตลาด

5. ทา่ นต้องการให้ภาครฐั เขา้ มาส่งเสริม/สนบั สนนุ การท่องเที่ยวทางน้าในประเด็นใดมากที่สุด และต้องการให้
ภาครฐั เข้ามาสง่ เสริม/สนับสนุนการทอ่ งเทีย่ วทางนา้ อย่างไร

เงินทุน, ผ่อนคลายกฎระเบียบ, การขออนุญาตต่างๆให้สามารถดาเนินการได้คล่องตัว และมีแผนที่
แน่นอน, ต่อเน่ืองและเหมาะสม การดูแลและพัฒนาที่อยู่ภายใต้องค์กรของรัฐทุกระดับ(ส่วนกลาง, ส่วนภูมิภาค,
ส่วนท้องถ่นิ ) จะตอ้ งตอ่ เน่ืองและครอบคลุมตลอดจนมีการประสานงานที่ดี มากกว่าที่แค่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของ
ตน

6. โปรดยกตวั อย่างประเทศท่ีมกี ารจดั การ การพฒั นาการท่องเทีย่ วทางนา้ ท่ดี ี (Best Practice) ซึ่งจะสามารถ
น้าบทเรยี นความส้าเรจ็ ดงั กลา่ วมาปรับใชก้ ับประเทศไทยได้

ญี่ปุ่น, สิงค์โปร์ โดยการบริหารจัดการแม่น้าครอบคลุมทุกมิติ และสามารถนามาสร้างรายได้และ
ตลาดแรงงานอย่างแท้จริง

7. โปรดยกตัวอย่างพืนที่ที่มีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

ภเู ก็ต พทั ยา แต่ยังต้องมกี ารพฒั นาให้เป็นมาตรฐานสากลมากกวา่ นี้

8. ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ สา้ หรับประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ภาครัฐต้องให้ความสาคัญในด้านการลงทุนและสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ต้องมีการศึกษา
ศักยภาพอยา่ งจรงิ จัง และงบประมาณทล่ี งไปต้องเกิดความคุม้ คา่ กบั ชมุ ชน มีตัวชว้ี ดั ที่ชัดเจน และท่สี าคัญ เจ้าภาพ
ต้องเป็นแค่กระทรวงเดียวในการตัดสินใจ ทั้งนโยบาย กฎหมาย และงบประมาณ ในประเด็นของกฎหมายต้องมี
ความสอดคลอ้ งกบั สถานการณ์ในปจั จบุ นั ทั้งดา้ นอุปทานและอปุ สงค์

267

5.19 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลึก นายธารนิ ทร์ พันธมุ ยั นายกสมาคมฯ และประธานสภาอตุ สาหกรรม
ทอ่ งเที่ยวจังหวัดนครพนม

1. การพัฒนาการทอ่ งเทีย่ วทางน้าของไทยควรเปน็ ไปในทิศทางใด และมจี ดุ เนน้ ในเรือ่ งใด

เน่อื งจากประเทศไทยลอ้ มรอบไปดว้ ยน้า เราควรใชจ้ ดุ นีเ้ พื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพือ่ นบ้านเพือ่ ทาให้เกิด
การท่องเทยี่ วทางน้า และทาใหป้ ระเทศไทยเปน็ ศูนยก์ ลางการท่องเทยี่ วทางน้า สว่ นจดุ เน้นคอื เน้นความเป็น
ศูนย์กลางการท่องเทย่ี วทางน้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2. หลักการส้าคญั ของแผนแมบ่ ทการพฒั นาการทอ่ งเทีย่ วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของท่าน

เราควรเชอ่ื มโยงกับประเทศเพอื่ นบ้านโดยใชท้ รัพยากรของเราที่มีอยูอ่ ยา่ งสมบูรณ์ให้เกิดประโยชน์สงู สดุ

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนนิ แก้ไข ปรับปรงุ พัฒนาอยา่ งไร

ในปัจจุบนั การท่องเที่ยวมีการขยายตัวมาก ซ่งึ ทางชมุ ชนหรือเอกชนเองก็มคี วามต้องการทจี่ ะพฒั นาแหลง่
ทอ่ งเทยี่ วท่อี ยใู่ นพน้ื ที่ของตนขน้ึ แตต่ ิดปัญหา คือ ส่วนราชการเป็นเจา้ ของพนื้ ท่ี ทาให้ชุมชนเองหรอื เอกชนไมม่ ี
อานาจในการตดั สินใจ จึงทาใหท้ ั้งสองฝ่ายมองภาพไปคนละแบบ เกดิ ความไม่เข้าใจกนั เกดิ ขน้ึ ซึ่งแนวทาง
แก้ปัญหา คือ สว่ นราชการตอ้ งมาใหค้ วามช่วยเหลอื และอานวยความสะดวกในเร่ืองต่างๆ และมกี ารตงั้ กตกิ าการ
อยู่รว่ มกนั จะทาให้มีการจัดการทดี่ ีขน้ึ ซงึ่ จะนามาซึ่งการพัฒนาทีแ่ มจ้ ริง

268

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าให้
สามารถพฒั นาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและเปน็ รูปธรรม ควรเปน็ อย่างไร

ต้องนาทุกฝ่ายมาคุยกนั ไมว่ ่าจะเป็นภาครฐั ภาคเอกชน หรอื ชุมชน ถงึ ผลประโยชน์ สว่ นได้สว่ นเสียของ
แตล่ ่ะฝ่าย พร้อมท้ังระบุถึงปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดข้นึ หรอื ประโยชนท์ จ่ี ะไดร้ ับเม่ือมีการพัฒนา และยงั ต้องมกี าร
ตีกรอบตา่ งๆเพ่ือเป็นขอ้ ตกลงร่วมกนั จึงจะทาใหท้ ุกฝา่ ยอยู่ร่วมกันได้

5. โปรดยกตัวอย่างประเทศทีม่ ีการจดั การ การพฒั นาการท่องเที่ยวทางน้าทีด่ ี (Best Practice) ซึ่งจะสามารถ
นา้ บทเรยี นความสา้ เร็จดังกล่าวมาปรบั ใชก้ ับประเทศไทยได้

ถา้ ฟองยา ประเทศเวยี ดนาม โดยการท่ีจะเข้าถ้าต้องมกี ารนัง่ เรอื เข้าไป โดยเรือนน้ั จะยังแสดงถงึ
วัฒนธรรมทอ้ งถ่ิน และที่ถา้ ฟองยา ยงั มีการจัดการท่ีดมี าก ซ่ึงในปจั จบุ นั มกี ารเติบโตท่ีดมี าก และยังทาให้เกดิ ธรุ กจิ
ใหม่ๆรอบๆ เช่น ร้านอาหาร ของท่รี ะลกึ เปน็ ต้น

6. ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติมสา้ หรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

การทาอะไรกต็ ามไมอ่ ยากให้เปน็ แคแ่ ผน แต่อยากให้เกดิ การปฏบิ ตั ทิ แ่ี ทจ้ ริง

269

5.20 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลึก นายสันต์ ซาสุด นายกองค์การบริหารส่วนต้าบลนาสะอาด อ.สร้างคอม จ.
อดุ รธานี

1. การพฒั นาการท่องเทีย่ วทางนา้ ของไทยควรเป็นไปในทศิ ทางใด และมีจุดเนน้ ในเร่อื งใด

ควรดูความเหมาะสมและศักยภาพของพื้นท่ี และให้รวมกลุ่มกันภายในชุมชนโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมใน
เรือ่ งตา่ งๆ โดยใหภ้ าคส่วนราชการเขา้ มาดูแลช่วยเหลอื ในเรือ่ งต่างๆ

2. หลกั การส้าคัญของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยพ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของท่าน

จากแผนแม่บท มองว่าการพัฒนาส่ิงใดสิ่งหนึ่งต้องมีพ้ืนฐานมาจากข้อมูลที่เป็นวิชาการ ซ่ึงแผนแม่บทก็
ตอบโจทยใ์ นสว่ นตรงน้ี การมีแผนแม่บททาให้ควบคุมดูแลมาตรฐานการทอ่ งเที่ยวได้งา่ ยขนึ้ และยงั เป็นแนวทางการ
พัฒนาและทาให้เกดิ การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ เพราะในปัจจุบันการจัดการท่องเที่ยวยังไม่เป็นระบบระเบียบจากท่ีควร
จะเป็น

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรดา้ เนินแก้ไข ปรับปรุง พฒั นาอย่างไร

ส่วนภาคราชการควรจะลงมาจัดการในส่วนตรงนี้ โดยเข้ามามีบทบาทในการพัฒนา เพราะส่วนงาน
ราชการจะทราบว่าควรพัฒนาอย่างไรกับพ้ืนท่ีใด แต่การพัฒนาควรพัฒนาให้เกิดผลสาเร็จ เพราะหากไม่สาเร็จคน
ทเี่ สยี กค็ ือชาวบ้านเอง

4. ส่ิงทีค่ วรปรบั ปรุงแกไ้ ขควรเปน็ ไปในทศิ ทางใด ในสว่ นภาคราชการท่ีจะเขา้ มาควรให้ปรบั ปรุงในทศิ ทางใด

การท่องเที่ยวในปัจจุบันอาจจะมีการทาลายระบบนิเวศ ทาให้ระบบนิเวศเสียหาย โดยหลายพื้นที่ทาง
ชมุ ชนไดม้ กี ารจัดการกันเอง หากผู้ทาชุมชนขาดความรู้ความสามารถก็จะชักนาไปในทางที่ผิด จึงอยากให้ทางภาค
ราชการเขา้ มามสี ่วนในส่วนตรงน้ี

270

5. ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเตมิ ส้าหรับประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ประเทศไทยน้นั มที รัพยากรนา้ มากแตย่ งั ขาดการจัดการทดี่ ีและยังขาดท่ีกักเก็บน้า จึงอยากให้ทางภาครัฐ
สนับสนุนงบประมาณมาสร้างท่ีกักเก็บเก็บน้า เพราะเน่ืองจากจะได้ประโยชน์ในเร่ืองการเกษตรแล้ว บางครั้งยัง
สามารถตอ่ ยอดเปน็ สถานที่ท่องเที่ยวทางนา้ ได้อีกด้วย

หากน้าเหมาะสมกับการเกษตรก็ควรนามาใช้ในส่วนตรงน้ัน แต่หากเหมาะกับการท่องเที่ยวก็ควรพัฒนา
ในส่วนตรงนั้น แต่เราต้องมองว่า ต้องการให้ใครมาเท่ียว และอยากให้ส่วนราชการที่มีความรู้เก่ียวกับทรัพยากรน้า
มาใหค้ วามรกู้ ับชาวบ้าน

271

5.21 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลึก นายสมเกยี รติ สบื เหตุ อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจงั หวัดกระบี่

1. การพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วทางน้าของไทยควรเป็นไปในทศิ ทางใด และมจี ุดเนน้ ในเร่ืองใด

การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย ควรเน้นไปที่การพัฒนาคนที่ม่ีส่วนได้ส่วนเสียในสังคมบริบทใน
แหล่งหรือพื้นที่น้ันๆให้มีความรู้ความเข้าใจในแก่นสารของสินค้าทางการท่องเท่ียวโดยเฉพาะ เอกลักษณ์ อัต
ลักษณ์ไม่ฉกฉวยโอกาสโดยทมี่ งุ้ เนน้ รายไดจ้ นไปทาลายความยั่งยืนของแหลง่ ท่องเทยี่ ว

2. หลกั การส้าคญั ของแผนแมบ่ ทการพฒั นาการทอ่ งเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของทา่ น

รักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมให้ยังยืน เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว
สะดวกปลอดภยั กระจายรายได้สูช่ มุ ชนทอ้ งถิน่ อยา่ งท่ัวถึงและเปน็ ธรรมไมเ่ อารัดเอาเปรยี บนักท่องเทย่ี ว

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนนิ แก้ไข ปรับปรงุ พัฒนาอย่างไร

ต้องบูรณาการให้ได้ วันน้ีการทางานของระบบราชการยังแยกส่วน ทาให้การท่องเที่ยวไม่ไปในทิศทางท่ี
ควรจะเปน็ แตล่ ะหนว่ ยงานยืนอยู่ในท่ขี องตวั เอง (ยึดระเบียบกฎหมายที่หน่วยงานดูแลรับผิดชอบจนไม่มองบริบท
ของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว) ควรดาเนินแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาโดยให้ส่วนราชการที่เก่ียวข้องทั้งหมดและ
ภาคเอกชน ชุมชนท้องถ่ินเข้ามาเป็นคณะกรรมการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวนั้น ๆ ร่วมกัน ให้ถือมติของกรรมชุดนี้
เป็นที่สิ้นสุด โดยให้มีกฎหมายรองรับ โดยหน่วยงานราชการหน่วยงานหน่ึงหน่วยงานใดเปลี่ยนแปลงแก้ไข้ไม่ได้
(ยกเว้นได้รับมติจากคณะกรรมการที่ได้กาหนดขึ้น ซ่ึงคณะน้ีอาจได้รับการแต่งต้ังจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่แหล่ง
ท่องเที่ยวตั้งอยกู่ ไ็ ด้)

272

4. ท่านต้องการใหภ้ าครฐั เข้ามาสง่ เสริม/สนับสนนุ การท่องเที่ยวทางน้าในประเด็นใดมากที่สุด และต้องการให้
ภาครัฐเข้ามาส่งเสริม/สนบั สนุนการทอ่ งเทีย่ วทางน้าอย่างไร

ทรพั ยากรการท่องเท่ยี วทางทะเลของไทยเกาะแก่ง แสงแดด หาดทราย ชายทะเลทั้งบนน้าและใต้น้า(ปลา
ปะการังแหล่งดาน้ายังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มจานวนนักท่องเที่ยวและรายได้เพิ่มสูงข้ึนทุกปี การ
ท่องเท่ียวทางภาคใต้ชายฝง่ั ทะเลอันดามนั ทะเลอา่ วไทย หรอื ฝ่งั ตะวนั ออก(ระยอง จันทบุรี ตราด)มีความสาคัญให้
ภาครฐั เข้ามาสนับสนุนงบประมาณลงทุนพัฒนา ยกระดับมาตรฐานของท่าเร่ือให้ได้มาตรฐานสากล โดยเฉพาะฝ่ัง
ทะเลอันดามันเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเท่ียวทางน้า ทางทะเล ของ 6 จังหวัดแถบชายฝั่งเข้าด้วยกัน(สตูล-ตรัง-
กระบ่ี-พังงา-ภูเก็ต-ระนอง)

5. โปรดยกตวั อย่างประเทศที่มีการจัดการ การพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วทางนา้ ท่ดี ี (Best Practice) ซึ่งจะสามารถ
นา้ บทเรยี นความส้าเร็จดงั กลา่ วมาปรับใชก้ บั ประเทศไทยได้

มหี ลายประเทศแตข่ ึน้ อยกู่ ับบรบิ ทของแหลง่ ท่องเที่ยวน้ัน ๆ ควรพัฒนารูปแบบอย่างไร ไปในทิศทางใดให้
เหมาะสมโดยยึด เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

6. โปรดยกตัวอย่างพืนที่ที่มีศักยภาพและ/หรือพืนที่ท่ีคาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของประเทศไทย

มีหลายพ้ืนที่ท่ัวประเทศไทยที่มีศักยภาพท่ีแตกต่างกัน สามารถเช่ือมโยงกับแหล่งท่องเท่ียวอื่น ๆ พัฒนา
เชอ่ื มโยงใหส้ ่งต่อกันไปเพือ่ กระจายรายได้ ตัวอย่างเชน่

ฝ่ังทะเลอันดามัน 6 จังหวัด มีสนามบิน 4 สนามบิน (สนามบิน ภูเก็ต กระบี่ ตรัง หาดใหญ่) การเดินทาง
มาของนักท่องเที่ยว 4สนามบินท่ีกล่าวมา80 % จะเดินทางมาท่องเท่ียวพักผ่อนแถบชายฝั่งทะเลหรือเกาะต่างๆ
สนามบินท่ีกล่าวมาเป็นประตูเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเท่ียวแถบชายฝ่ังอันดามัน ผู้ตอบคาถามมีความเห็นว่า
ภาครฐั ต้องใหค้ วามสาคญั กับการพฒั นาการเดินทางทอ่ งเท่ียวทางทะเลโดยใช้เสน้ ทางทางน้าเดินทางท่องเที่ยวและ
พักผ่อน ภูเก็ต-พังงา- กระบี่-ตรัง -สตูลหรือ สตูล-ตรัง-กระบ่ี-พังงา-ภูเก็ต ก็แล้วแต่นักท่องเท่ียวสามมารถที่จะ
เลือกเข้าหรือออกทสี่ นามบินใด กไ็ ด้ข้นึ อยู่กับตัวของผ้เู ดนิ ทางเองแคเ่ รา (รฐั ) พัฒนาสร้างความพร้อมสะดวกสบาย
และปลอดภยั สามารถเพ่ิมจานวนนกั ทอ่ งเทีย่ วไดอ้ ีกมาก เพ่ิมจานวนวันพกั เพ่ิมรายได้เข้าประเทศ โดยให้รัฐลงทุน
ท่าเทยี บเรือยกมาตรฐานท่าเทยี บเรือ ให้มีความสะดวกปลอดภัยมาตรฐานสากล (มาตรฐานสนามบินมาจับ) ทั้ง 6
จังหวดั อนั ดามัน โดยเรม่ิ จากจังหวัดศูนย์กลางก่อนเพ่ือกระจายนักท่องเท่ียวไปทางเหนือและใต้ของฝ่ังทะเลอันดา
มัน คือท่าเรือจังหวัดกระบี่ก่อน แล้วพัฒนาต่อ ๆ ไปครบทั้ง 6 จังหวัดเพื่อใช้เป็นท่าเรือหลักที่ได้มาตรฐานสากล

273

เพื่อเช่ือมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านท้ังเหนือและใต้ในอนาคต โดยประเทศไทยต้องสร้างโอกา สให้แถบนี้เป็น
ศูนย์กลางของการเดนิ ทางและทอ่ งเท่ียวทางทะเลในแถบอาเซยี นเพื่อแย่งชงิ ความไดเ้ ปรยี บ

7. ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเพม่ิ เติมส้าหรับประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

มีแผนและงานวจิ ยั มากมายแต่ไม่ไดน้ ามาใช้จริง

ข้อเสนอแนะสิ่งแรกและพ้ืนฐานคือ ความสะอาดในแหล่งท่องเท่ียว น้าเสีย ประเทศไทย มีความสกปรก
ขยะ ปล่อยน้าเสียลงแม่น้าลาคลองอันดับต้น ๆ ของโลก ถ้าไม่มีขยะในแหล่งท่องเท่ียวแม่น้าลาคลองสะอาด ก็มี
เสน่ห์ และความสวยงามมากมายแล้ว คนไทยมเี สน่ห์อธั ยาศัยไมตรไี ม่มีประเทศไหนดีกวา่ คนไทย

274
5.22 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก ดร.แสนศกั ดิ์ ศิริพาณชิ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภฏั สงขลา

1. การพฒั นาการทอ่ งเที่ยวทางน้าของไทยควรเปน็ ไปในทิศทางใด และมีจุดเนน้ ในเรือ่ งใด
ควรพัฒนาแหลง่ ท่องเที่ยวทางนา้ ทีม่ ีคณุ ภาพและนาไปสกู่ ารกระจายรายไดใ้ นระดับชมุ ชน และควรเน้นให้

ภาครัฐผลักดนั ด้านอุปทานเป็นหลกั
2. หลักการส้าคัญของแผนแมบ่ ทการพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของท่าน

หลกั การสาคญั คือ ความปลอดภัย กฎหมาย และ การแขง่ ขันในระดับสากล
3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนินแก้ไข ปรบั ปรงุ พัฒนาอยา่ งไร

มีกลไกส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานในด้านการลงทุนแต่เป้าหมายไม่ชัดเจน ควรมีการบูรณาการมากกว่านี้
เช่น การมเี จา้ ภาพท่ีแทจ้ ริง

275

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้
สามารถพฒั นาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและเป็นรูปธรรม ควรเปน็ อย่างไร

ดีในระดบั หนึง่ แตต่ ้องขบั เคลอื่ นมากกวา่ น้ี ซ่ึงควรใหช้ ุมชนเป็นผู้เลน่ เกมท่สี าคัญ ตามศักยภาพเชิงพ้ืนที่

5. โปรดยกตวั อย่างประเทศทมี่ ีการจัดการ การพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วทางน้าทีด่ ี (Best Practice) ซ่ึงจะสามารถ
น้าบทเรยี นความสา้ เร็จดังกล่าวมาปรบั ใช้กับประเทศไทยได้

เมืองเชียงเตา่ เน้นอตุ สาหกรรมทา่ เรอื และทอ่ งเทีย่ วทางน้า

โยโกฮามา เน้นเรือและการท่องเทีย่ วทางนา้

6. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของประเทศไทย

แถบภาคใต้ สตูล ตรงั อาจตอ้ งมกี ารพฒั นาทา่ เรอื ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนมคี วามสนใจ

7. ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ สา้ หรบั ประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

การทาแผนแม่บทต้องสามารถนามาใช้ได้ทุกมิติในเร่ืองของการท่องเที่ยวทางน้า โดยเฉพาะการพัฒนา
แหล่งท่องเที่ยวทางน้า เชน่ การท่องเทีย่ วเรอื สาราญเป็นการท่องเที่ยวท่ีพานักท่องเที่ยวต่างชาติท่ีมีคุณภาพเข้ามา
ใช้บริการของแลง่ ท่องเทย่ี วอ่นื ๆ เป็นต้น และต้องมีเรือขนาดเล็กท่ีสามารถนาไปสู่แหล่งท่องเท่ียวทางน้าได้ง่ายข้ึน
แผนแมบ่ ทอาจดไู ปถงึ การขยายอตุ สาหกรรมเพื่อพัฒนาตลาดแรงงานและแหลง่ ท่องเท่ยี วทางนา้ ควบคู่กัน

276

5.23 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก ดร.จันทร์พร ช่วงโชติ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติการท่องเท่ียว
มหาวิทยาลัยราชภฏั สรุ าษฎรธ์ านี

1. การพฒั นาการท่องเทีย่ วทางน้าของไทยควรเป็นไปในทศิ ทางใด และมีจดุ เน้นในเรื่องใด

ทิศทางควรเน้นการท่องเที่ยวคุณภาพและมีมาตรฐาน ให้ความสาคัญกับโครงสร้างพื้นฐานที่เก่ียวข้อง
อาทิ ท่าเทียบเรือที่ได้มาตรฐาน เรือท่ีมีความแข็งแรงและเหมาะกับแหล่งน้านั้นๆ อีกท้ังบุคลากรที่มีความรู้
ความสามารถ สามารถให้ความรู้ก่อนการท่องเที่ยวและสามารถช่วยเหลือนักท่องเท่ียวได้อย่างถูกต้องหากเกิด
อุบัติเหตุ และที่สาคัญควรเน้นเร่ืองความปลอดภัยเป็นหลัก การท่องเท่ียวทางน้าควรเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง
และสูง

2. หลกั การสา้ คัญของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยพ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของทา่ น

เน้นความมีมาตรฐานและความปลอดภัย ของโครงสร้างพ้ืนฐาน และการเตรียมบุคลากรรองรับการ
ท่องเท่ยี วทางนา้ ท่มี คี วามรู้ ความสามารถ เฉพาะทาง

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนนิ แก้ไข ปรับปรงุ พฒั นาอย่างไร

จากการประเมินความคิดเห็นส่วนตัวเบ้ืองต้น เห็นว่า ทุกหน่วยงานของรัฐยังมีความจัดการด้านการ
ท่องเท่ยี วทางนา้ มปี ระสิทธิภาพ และประสิทธิผลอยู่ในระดับปานกลาง-น้อย และขาดการบูรณาร่วมกันอย่างเป็น
รูปธรรม

ควรเร่ิมต้นจากหน่วยงานทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้องมาทางานร่วมกันอย่างจริงจัง ใช้งบประมาณร่วมกัน
เพ่อื ให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ทุกวันนี้ทุกหน่วยงานได้รับการจัดสรรงบประมาณแยกส่วนกัน ต่างส่วน
งานตา่ งทางาน นอกจากน้ี การดึงภาคเอกชนมาร่วมทุน ก็น่าจะเป็นช่องทางการพัฒนาท่ีไปได้ไกล บางคร้ังการ
พัฒนาของภาครัฐอาจจะตดิ ขดั กบั ระเบยี บท่ีไม่เอ้ือต่อการพฒั นา

277

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง ในการผลักดันและขับเคลื่อนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ใหส้ ามารถพัฒนาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและเป็นรูปธรรม ควรเปน็ อยา่ งไร

รว่ มหารือ / ประชมุ เวทีเดยี วกนั เพอื่ ม่งุ สเู่ ปา้ หมายรว่ มเดยี วกัน

5. ท่านตอ้ งการใหภ้ าครัฐเข้ามาส่งเสริม/สนับสนนุ การท่องเที่ยวทางน้าในประเด็นใดมากท่ีสุด และต้องการให้
ภาครัฐเข้ามาส่งเสริม/สนบั สนนุ การทอ่ งเทีย่ วทางนา้ อยา่ งไร

การควบคุม บังคับใช้ มาตรการเรื่องความปลอดภัย และความมีมาตรฐานของแหล่งท่องเที่ยวนั้น
(สาหรับกจิ กรรมเดมิ ท่มี อี ยู)่

ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาส่งเสริม/สนับสนุนการท่องเท่ียวทางน้าทางด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์
(สาหรบั ภาคเอกชน)

6. โปรดยกตัวอย่างประเทศที่มกี ารจัดการ การพัฒนาการทอ่ งเที่ยวทางน้าทดี่ ี (Best Practice) ซึ่งจะสามารถ
นา้ บทเรียนความสา้ เรจ็ ดงั กลา่ วมาปรับใช้กับประเทศไทยได้

ออสเตรยี -ฮงั การี

7. โปรดยกตัวอย่างพืนที่ท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

จังหวัดทางอนั ดามัน / อา่ วไทย

8. ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติมส้าหรับประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ควรมีการขับเคลื่อนการพัฒนาในแหล่งท่องเท่ียวท่ีมีศักยภาพให้เกิดเป็นรูปธรรมที่จับต้องการ มีการ
ประชาสัมพันธ์ อย่างจริงจัง และ มีการเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเท่ียวในทุกด้าน โดยเฉพาะทางด้าน
บคุ ลากรท่ีจะรองรับการท่องเท่ยี วประเภทน้ีให้มีความรู้ ความสามารถและบคุ ลกิ ภาพท่ีเอ้ือตอ่ การทางาน

278

5.24 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก อาจารยศ์ นั สนีย์ วงศ์สวัสด์ิ อาจารย์ประจ้าวิทยาลัยนานาชาตกิ าร
ท่องเท่ียว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

1. การพัฒนาการท่องเทย่ี วทางน้าของไทยควรเปน็ ไปในทศิ ทางใด และมจี ดุ เน้นในเร่ืองใด

ควรดูความคุ้มค่าการลงทุนว่าตอบสนองแค่บางกลุ่มหรือไม่ และมีแนวโน้มยั่งยืนหรือไม่ หลายพ้ืนที่สร้าง
แล้วถูกทิ้งร้างว่างเปล่า จุดเน้นคือ ตอบสนองคนกลุ่มมาก นอกจากเพ่ือนักท่องเท่ียวแล้ว ควรเพ่ือคนทางานด้าน
การท่องเท่ียวดว้ ยเชน่ กนั นอกจากนี้ การดูแลเรื่องความสะอาดและความปลอดภยั ก็จาเปน็

2. หลักการส้าคัญของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยพ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของท่าน

ให้ความสาคัญกับโครงสร้างพ้ืนฐาน สิ่งอานวยความสะดวก ความพร้อมด้านการลงทุน ภาคธุรกิจ เห็น
แนวโน้ม โอกาสทางเศรษฐกิจ แตย่ งั ไมไ่ ดม้ ุ่งมากเรอื่ งผลกระทบต่อสังคมสิ่งแวดลอ้ ม

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรดา้ เนนิ แก้ไข ปรับปรงุ พัฒนาอยา่ งไร

ส่วนใหญเ่ ราจะให้ความสาคัญกบั ส่งิ ก่อสร้าง แต่ว่า กระบวนการ การดูแล และ การปรับปรุงตรวจสอบยัง
ด้อยอยู่ ปล่อยทรุดโทรม กระบวนการเช่ือมต่อต่างๆ เช่น โลจิสติกส์ ก็ยังไม่ครอบคลุม เหมือนยังมีการแยกส่วนไม่
เป็นหนึ่งเดียว และการปล่อยให้เอกชนมาดาเนินการเพียงอย่างเดียวเกิดระบบผูกขาด ภาระตกอยู่กับผู้บริโภคท้ัง
นักท่องเท่ยี วและคนทางาน ฝงั่ สมุยก็มีปัญหาเยอะการเข้าถึงเกาะตลอดเวลามีอุปสรรค มีคร้ังหน่ึงนักศึกษาที่เรียน
บนเกาะสมุยประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิต พ่อแม่ไม่สามารถมาหาลูกได้ทันเวลาต้องรอให้เช้าอีกวันถึงจะเดินทางได้
เพราะมแี ค่เฟอร์ร่แี ละเรือก็จากัดรอบ

279

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้
สามารถพฒั นาไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพและเป็นรูปธรรม ควรเปน็ อยา่ งไร

ทาความเข้าใจให้ตรงกนั เกยี่ วกับประโยชน์ สิทธิ คุณภาพชีวิต ท่ีชุมชนท่ีเกี่ยวข้องจะได้รับ เอาผลจากการ
จัดการมาพูดคุยกันตรงไปตรงมา เน้นความย่ังยืนของส่ิงแวดล้อม เตรียมพร้อมเรื่องกาลังคนด้านการดูแลความ
ปลอดภยั การส่ือสาร

5. โปรดยกตวั อย่างประเทศทมี่ กี ารจดั การ การพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วทางนา้ ทด่ี ี (Best Practice) ซ่ึงจะสามารถ
น้าบทเรยี นความสา้ เรจ็ ดงั กล่าวมาปรบั ใชก้ ับประเทศไทยได้

ไปดูเยอรมันมีการนาพลังงานทดแทนอ่ืนมาใช้แทนน้ามัน ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้าและสัตว์ที่อาศัยราย
รอบ

6. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

รอบเกาะสมุย แม่น้าสายสาคัญในภาคใต้เช่น แม่น้าตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่น้าปากพนังจังหวัด
นครศรธี รรมราช ท่ีมเี สน่หข์ องวถิ สี องข้างทาง

7. ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ ส้าหรบั ประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

มาตรฐานมัคคุเทศก์ทางทะเลควรมีความเข้มงวดและประเมินความสามารถจริง ทั้งภาษา ทักษะ การ
อนรุ ักษแ์ ละการดแู ลความปลอดภัย

280

5.25 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลึก กลุ่มผู้ประกอบธรุ กิจการท่องเที่ยวทางน้า

ผูใ้ หส้ มั ภาษณ์ประกอบไปด้วย
5.25.1 น.ส.พีรญา วงศรานชุ ิต Corporate Marketing Manager บริษัท สภุ ทั รา เรียลเอสเตท
จา้ กดั

5.25.2 น.ส.ขวญั รัตน์ เจริญเผา่ ผูช้ ว่ ยผจู้ ดั การแผนกเรอื ท่องเที่ยว บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จา้ กดั

5.25.3 คณุ นุศรนิ ดีละมัย ผู้จัดการฝา่ ยการตลาด เรือเจา้ พระยาปริ๊นเซส

5.25.4 นายพงศ์พธั น์ บุญสะอาด Sales Executive บรษิ ทั เอเจา้ พระยาชาร์เตอร์ด จ้ากดั

5.25.5 นายอดทิ ศั น์ ร่งุ สาง เจา้ หน้าท่ฝี า่ ยขาย บริษัท แกรนด์เพริ ์ล จ้ากดั

5.25.6 นายมรกต ศรีเมฆานนท์ ผู้บรหิ ารเรือนทับทมิ รีสอรท์ จ.พระนครศรอี ยธุ ยา

5.25.7 น.ส.วภิ าวี ศรเี มฆานนท์ ผูบ้ รหิ ารเรอื นทับทมิ รสี อร์ท จ.พระนครศรอี ยุธยา

ทา่ นคดิ วา่ มีปจั จัยอะไรอะไรบ้างท่ีภาครฐั ควรเขา้ มาส่งเสริมการทอ่ งเท่ียวทางนา้

น.ส.พีรญา วงศรานุชิต Corporate Marketing Manager บริษัท สุภัทรา เรียลเอสเตท จ้ากัด และ
น.ส.ขวัญรัตน์ เจรญิ เผา่ ผช.ผจก.แผนกเรือทอ่ งเทีย่ ว บริษัท เรอื ด่วนเจา้ พระยา จ้ากดั

- การประชาสัมพันธ์ เพราะในปัจจุบันถ้าเทียบกับการคมนาคม (transportation) อ่ืนๆ เช่น การบิน
(airline) หรือรถไฟฟา้ ผคู้ นจะรู้จกั นอ้ ยมากและลูกค้าสว่ นใหญจ่ ะเป็นชาวตา่ งชาติ

- โครงสร้างพ้ืนฐาน (infrastructure) ในส่วนของเรือด่วนเจ้าพระยา ในปัจจุบันยังต้องการการพัฒนา
ทา่ เรือเพิ่มและให้มีประสทิ ธิภาพเพยี งพอ ถงึ ในปัจจุบันจะมีการพัฒนาท่าเรือแล้วแต่ก็ยังไม่ดีเท่าท่ีควร และควรให้
มีจุดศูนย์กลางท่ีเป็นการประชาสัมพันธ์เรื่องท่าเรือหรือตารางเวลาการเดินเรือ เพราะปัญหาในปัจจุบัน
นักทอ่ งเทย่ี วไมท่ ราบว่าต้องไปตอ่ อย่างไร ไปทางไหน ซึ่งในส่วนนี้ทางภาครัฐหรือหน่วยงานต่างๆที่เก่ียวข้องไม่ว่า
จะเป็น กรมเจา้ ท่า หรอื อ่ืน ๆ ควรจะมาใหค้ วามชว่ ยเหลอื และอานวยความสะดวกในส่วนตรงน้ี

281

- ในส่วนของ tourist boat เป้าหมายของ tourist boat จะเน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ส่วนนี้จะ
ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะจะเป็นในส่วนของภาคเอกชนเป็นหลักทีทาการควบคุมดูแล การเทียบท่าจะเทียบท่าท่ีเป็น
ของเอกชน ทาใหก้ ารพัฒนาในเรอื่ งต่าง ๆ สามารถทาไดเ้ ร็วและดกี ว่าในส่วนของท่าเรอื ด่วนเจา้ พระยา

คณุ นศุ ริน ดลี ะมัย ผ้จู ัดการฝา่ ยการตลาด เรือเจ้าพระยาปรน๊ิ เซส

ในปัจจบุ ัน Dinner cruise เปน็ ท่นี ิยมมาก แต่ตอนน้ปี ระสบปัญหาท่ีว่าท่าเรือไม่เพียงพอ ซ่ึงในปัจจุบันจะ
ใช้ท่าเรือของเอกชนเป็นหลักในการเทียบท่าและท่าเรือนั้นต้องเป็นท่าเรือเฉพาะที่ใช้ในการเทียบเท่านั้นและใน
ปัจจุบันยังมีน้อยมาก ซึ่งในส่วนน้ีจะมีกฎหมายของกรมเจ้าท่าท่ีเข้ามาควบคุมดูแล ที่ว่าห้ามเทียบเรือเกิน 2 ลา
และขอ้ จากัดของการเทยี บท่าเรอื ของเอกชนจะเป็นเรื่องการจัดกัดเวลาในการเทียบเรือในแต่ล่ะครั้ง คร้ังล่ะไม่เกิน
15 นาที ซ่ึงเป็นเวลาที่น้อยมากท่ีใช้การเทียบเรือและการลงจากเรือของนักท่องเที่ยวในแต่ล่ะคร้ัง ซึ่งในส่วนของ
การแก้ปญั หา ทางภาคเอกชนเองก็ไดท้ าเรื่องของเปิดทา่ เรือเพิม่ จากกรมเจ้าท่า แต่อาจติดกฎหมายบางข้อทาให้ไม่
สามารถดาเนินการได้

นายพงศพ์ ธั น์ บุญสะอาด Sales Executive บริษัท เอเจ้าพระยาชารเ์ ตอร์ด จา้ กดั

อีกปัญหาคือในส่วนของคลองบางกอกน้อยที่มีการสร้างเขื่อนจากเหตุการณ์น้าท่วม ทาให้ทาลาย
ทัศนียภาพในการท่องเที่ยวและยากต่อการเดินเรือเข้าไปในส่วนตรงน้ี ซึ่งเส้นทางเดินเรือเส้นน้ีมีจุดเด่นคือวิถีชีวิต
ของชาวบ้านท่ีใช้ชีวิตร่วมกับแม่น้าลาคลองหรือประวิติศาสตร์ต่างๆ ท่ีสามารถนามาสร้างเป็นจุดเด่นให้
นักท่องเท่ยี วชื่นชมได้ และอีกปญั หาคอื จากการสร้างเขือ่ นทาใหม้ เี ศษหินจากการสร้างเขื่อนเข้าไปติดในพัดของเรือ
ทาใหใ้ บพดั ของเรือเกิดความเสยี หาย ซ่ึงปัญหาในส่วนตรงนสี้ ่งผลกระทบตอ่ การเดินเรอื ทุกชนดิ

นายอดิทัศน์ รงุ่ สาง เจา้ หน้าทฝี่ า่ ยขาย บริษทั แกรนด์เพิรล์ จ้ากดั

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือ เรือที่มีขนาดใหญ่ไม่สามารถลอดใต้สะพานซังฮ้ีได้ ในส่วนน้ีทาให้ขาดโอกาสใน
การทาธุรกิจ ซ่ึงสิ่งท่ีอยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลช่วยเหลือ คือ อยากให้ภาครัฐสร้างท่าเรือที่ได้มาตรฐานสาหรับ
เทียบเรือภัตตาคารทุกลา เพราะในปัจจุบันต้องใช้บริการท่าเรือที่เป็นเอกชนด้วยกันเอง และเพื่อเป็นทางเลือก
ให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย สาหรับอีกปัญหาก็คือ การจราจร เนื่องจากลูกค้าส่วนมากเป็นลูกค้าท่ีมากับบริษัททัวร์
ซึ่งหลายบริษัทที่ให้บริการในเรื่องการเดินเรือเอง ก็ประสบปัญหาการจราจรติดขัด ท่ีจอดรถไม่เพียงพอต่อความ
ต้องการของลกู คา้ ซ่ึงปญั หาสว่ นนีก้ ็มีส่วนทาให้เกิดผลกระทบตอ่ การตัดสินใจในการเลือกใชบ้ รกิ ารของเรือต่างๆ

282

คุณมรกต และคุณวิภาวี ศรเี มฆานนท์ ผ้บู ริหารเรอื นทบั ทมิ รสี อรท์ จ.พระนครศรอี ยธุ ยา

อีกปัญหา ก็คือ ผักตบชะวา ซึ่งในลาน้ามีผักตบชะวาจานวนมากทาให้ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือ ไม่ว่า
จะเป็นเรือเล็กหรือเรือใหญ่ หรือแม้กระทั่งปัญหาขยะในแม่น้า น้าเน่าเสีย ซ่ึงส่ิงเหล่านี้ทาลายทัศนียภาพการ
ท่องเท่ียวเป็นอย่างมาก หรือแม้กระท่ังปัญหาท่ีชาวบ้านมาเป็นผู้ให้บริการการเดินเรือเอง ทาให้เกิดความน่าเป็น
ห่วงในเรอ่ื งความปลอดภยั ของนกั ทอ่ งเทีย่ ว และยังส่งผลกระทบตอ่ ความเชื่อมนั่ ของนกั ทอ่ งเที่ยวอีกด้วย ซ่ึงปัญหา
ตา่ ง ๆ เหลา่ นี้ อยากใหก้ รมเจ้าท่าหรือหนว่ ยงานที่เกี่ยวข้องเขา้ มาควบคุมดแู ล

ปัจจบุ ันท่านประกอบธุรกจิ ทีเ่ ก่ียวข้องกับการทอ่ งเท่ยี วทางน้าในดา้ นใดบา้ ง?

น.ส.พีรญา วงศรานุชิต Corporate Marketing Manager บริษัท สุภัทรา เรียลเอสเตท จ้ากัด และ
น.ส.ขวญั รตั น์ เจริญเผ่า ผช.ผจก.แผนกเรอื ทอ่ งเท่ยี ว บรษิ ัท เรอื ดว่ นเจา้ พระยา จ้ากัด

ท่ามหาราช, ท่าวงั หลงั , ธุรกจิ เรือข้ามฟาก, เรือทา่ ชา้ ง-วังหลัง, เรือท่ามหาราช-วังหลัง, เรือท่าพระจันทร์-
วังหลัง, ธุรกิจโรงแรมริวา เซอร์ยา (ท่าพระอาทิตย์), ธุรกิจโรงแรมริวา (อรุณ ท่าเตียน), ร้านสุภัทราริเวอร์เฮาส์,
โรงแรมสุภัทรา หัวหิน รีสอร์ท, ร้านสุภัทรา บายเดอะซี, เรือสุภัทรา, เรือด่วนเจ้าพระยา, เจ้าพระยา Tourist
boat, ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด

คณุ นศุ ริน ดลี ะมัย ผู้จดั การฝ่ายการตลาด เรือเจา้ พระยาปร๊นิ เซส

Dinner cruise มีเรือท้ังหมด 6 ลา, เรือเจ้าพระยาปริ้นเซส 1,2,3,4,5 และเรือรอยัลเจ้าพระยาปริ้นเซส
ความจุ 250-480 คน, บรกิ ารเชา่ เหมาลา

นายพงศพ์ ธั น์ บุญสะอาด Sales Executive บริษทั เอเจ้าพระยาชาร์เตอรด์ จา้ กดั

เรอื dinner ทรงไทย, ภตั ตาคารรมิ น้า ทา่ ราชวงศ์ ความจุ 500 คน

นายอดิทศั น์ รงุ่ สาง เจา้ หนา้ ท่ฝี ่ายขาย บรษิ ทั แกรนดเ์ พิร์ล จ้ากดั

มเี รอื 4 ลา ไดแ้ ก่ เรอื วันเดอร์ฟลู เพริ ์ล, เรือแกรนด์ เพิร์ล I, II และเรือเพิร์ลออฟสยาม, ล่องเรือ dinner,
รา้ นอาหารลา กรองด์ แปร์ล, ทวั ร์อยธุ ยา ไปด้วยรถกลับด้วยเรือ

คุณมรกต และคณุ วิภาวี ศรีเมฆานนท์ ผู้บริหารเรอื นทบั ทมิ รสี อร์ท จ.พระนครศรอี ยธุ ยา

ทพี่ กั รสี อร์ท เกาะกลางนา้ จ.พระนครศรอี ยุธยา

283

5.26 ภาพรวมผลสรุปการสัมภาษณเ์ ชิงลกึ ผเู้ ช่ียวชาญและผู้มีสว่ นเกีย่ วข้องจากหน่วยงานทงั ภาครฐั และ
ภาคเอกชนท่มี คี วามรเู้ ก่ียวกับการจดั การทอ่ งเที่ยวทางน้าจา้ นวน 31 คน เพื่อรวบรวมข้อมลู ความคดิ เหน็
ส้าหรับประกอบการจัดทา้ ข้อเสนอแผนแม่บทการพัฒนาการทอ่ งเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564

บทสรุปการสัมภาษณ์มีความสาคัญอย่างย่ิงในการกาหนดแนวคิดในการจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการ
ท่องเท่ียวทางน้า เนื่องจากแนวทางการสรุปได้รวบรวมประเด็นท่ีสาคัญในการพัฒนา โดยการพัฒนาจะมองถึง
แนวทางการสรา้ งกลไกของภาครฐั ให้เกิดการบูรณาการ การปฏิรูปกฎหมายท่ีสามารถแบ่งผลประโยชน์ให้เกิด
การบูรณาการและการแบ่งภารกจิ ท่ีสามารถสร้างกลไกในการพัฒนา และระดับความปลอดภยั ท่ีอิงกับสากล

กล่าวโดยสรุปคือ บทสรุปการสัมภาษณ์สามารถตามประเด็นดังกล่าว เน่ืองจากการศึกษาประเด็นต่างๆ
สามารถลดจดุ อ่อนและเพิ่มจุดแข็งใหก้ บั แนวทางการพฒั นาการท่องเที่ยวทางน้าในระยะส้นั และระยะยาว

ประเด็นสรุปท่ีส้าคัญ ได้ดังน้ี

1. สถานการณ์ปจั จุบันและแผนแม่บทการพฒั นาทอ่ งเที่ยวทางน้าทคี่ วรจะเป็น

- ในปัจจุบันก็ยังถือว่ามีโอกาสมาก ถ้าศึกษาจากการเติบโตของระดับความต้องการในประเทศต่างๆ
อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังไม่กล้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เนื่องจากยังไม่เห็นความคุ้มค่า ซึ่งรัฐบาล
จะต้องพยายามวางแนวทางท่ีชัดเจนโดยเฉพาะ แผนและโครงการที่สามารถเช่ือมโยงแนวทางการคมนาคมกับ
ชุมชน โดยเฉพาะชุมชนท่ีมีฐานะยากจน นอกจากน้ัน การพัฒนาท่องเท่ียวทางน้าควรเน้นผลประโยชน์ของ
ประเทศเป็นหลัก ไม่ควรเน้นผู้ประกอบการมากเกินไป แต่ควรเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสร้างแหล่ง
กิจกรรมทอ่ งเทย่ี วทางน้าต่าง ๆ

- ประเด็นท่ีควรเน้น คือ แผนแม่บทจะต้องสามารถนามาขับเคลื่อนในแง่มุมของการพัฒนาเศรษฐกิจเชิง
ชมุ ชนและไม่เปลี่ยนวิถีชีวิตของชุมชน แต่สามารถขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาท่องเที่ยวทางน้าในระยะยาว โดย
เช่อื มตอ่ แหล่งท่องเท่ียวทางน้าและแหล่งท่องเท่ียวในจังหวัดรอง เช่น จังหวัดรองจะต้องได้ประโยชน์ทางอ้อมจาก
การพฒั นาท่องเทีย่ วทางน้าถึงจะไม่มกี ิจกรรมทางน้าแตพ่ ื้นท่อี ยู่ติดกันก็ตาม

2. แนวคดิ การบรู ณาการและกลไกภาครัฐ

กลไกของภาครัฐยังมีปัญหาและไม่มีประสิทธิภาพ ขาดการบูรณการ ควรปรับกลไกให้เกิดการ
ขับเคลื่อน และเป็นรูปธรรม ให้กระทรวงมีกลไกมากขึ้นในการเป็นเจ้าภาพในการก่อให้เกิดการบูรณการในระยะ

284

เร่ิมต้นแต่ต้องมีแผนแม่บททางน้าในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆตามภารกิจโดยมีเจ้าภาพในการติดตาม
ประเมนิ ผลและเช่ือมกบั ยทุ ธศาสตรป์ ระเทศ

3. การมสี ว่ นร่วม

ระดบั การมสี ว่ นร่วมยังไม่เห็นมากเท่าท่ีควร เนื่องจากภาครัฐยังไม่มีแผนท่ีชัดเจน ทาให้ภาคเอกชนและ
ภาคประชาสังคมไม่เข้าใจถึงกลไกของการบริหาร อย่างไรก็ตาม ภาครัฐเริ่มมีกระบวนการในการสร้างกลไกผ่าน
การมีส่วนร่วม โดยเฉพาะ การจัดทาแผนแม่บทการท่องเท่ียวทางน้า ซ่ึงหลักการสาคัญ คือ การเพิ่มจุดแข็ง โดย
ภาครัฐต้องมีการพัฒนาโครงการพ้ืนฐานต่างๆ บริหารจัดการทรัพยากรให้มีความยั่งยืน และลดจุดอ่อนคือ การ
พัฒนาพ้ืนที่ท่ีมีศักยภาพเพื่อเป็นตัวอย่างในการพัฒนาและรัฐต้องให้ความสาคัญว่าโครงการดังกล่าวจะต้อง
สามารถสรา้ งแรงงานและรายได้ทด่ี ีได้ในระดบั ชมุ ชน

4. ประเทศตา่ งๆ ทค่ี วรน้ามาประยุกตเ์ พ่อื การศึกษาเชงิ ศักยภาพและพนื ท่ที ่ีน่าจะมีศักยภาพในประเทศไทย

- ประเทศต่าง ๆ ท่ีส้าคัญส้าหรับการน้ามาเป็นประเทศที่ใช้เป็นตัวอย่างในการพัฒนาการท่องเที่ยว
ทางน้า เช่น เกาหลีใต้ ยุโรป ลุ่มแม่น้าโขง แคนาดา สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เป็นต้น เน่ืองจากการบริหาร
จัดการภายใต้การปรับโครงสร้างของภาครัฐที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพ และมีการบูรณการในระดับภาคเอกชน รัฐ
และประชาสังคมในระดับแผนและโครงการ และท่ีสาคัญการปรับกลไกภาครัฐจะต้องมีแผนท่ีชัดเจนและต้อง
สะท้อนจากทุกภาคส่วน นอกจากนั้น สิงคโปร์ มีการลงทุนโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีดี โดยเฉพาะการวางโครงสร้าง
พื้นฐานเชื่อมโยงกับการคมนาคมได้อย่างดีควบคู่กับการวางผังเมือง ดูแลทรัพยากร และการบริการต่าง ๆ โดย
สามารถนามาประยกุ ต์ในดา้ นการสรา้ งอุปทานท่ีสามารถรองรับจานวนนกั ท่องเทยี่ วตา่ งชาติ

- ภเู กต็ มีศกั ยภาพ แตภ่ าครฐั ต้องให้ความสนใจในด้านการลงทุนโครงสร้างพืนฐานมากกว่านี เช่น 1)
ทา่ เรอื เอเชียมารนี า่ ตาบลรัษฎา อาเภอเมือง มีพน้ื ท่ีประมาณ 24 ไร่ ตง้ั อยบู่ ริเวณปากคลองท่าจีน มีพ้ืนท่ีด้านหน้า
ทา่ ตดิ คลองทา่ จนี เปน็ แนวตามเรยี บคลองยาวกวา่ 200 เมตร มีความลกึ ของนา้ 5 เมตร พื้นท่ีบนบกส่วนหน่ึงได้มี
การพัฒนาเป็นคานเรือสาหรับรองรับการจอดและซ่อมเรือ ท้ังเรือสปีดโบ๊ท นาเที่ยว และเรือขนาดใหญ่ และ 2)
ท่าเทียบเรืออ่าวกุ้ง เบย์ มารีน่า ตาบลป่าคลอก อาเภอถลาง มีพ้ืนที่ประมาณ 108 ไร่ มีแนวกาบังคล่ืนลมตาม
ธรรมชาติ พ้ืนที่ด้านหน้าติดทะเลเป็นแนวกว้างประมาณ 250 เมตร มีความลึกของน้า 8 เมตร เป็นพ้ืนท่ีราบและ
เนนิ สงู ทีส่ ามารถมองเหน็ ววิ ทะเล และจังหวัดพังงา พ้ืนท่ีบนบกส่วนหน่ึงได้มีการพัฒนาเป็นคานเรือสาหรับรองรับ
การจอดและซ่อมเรือท้งั เรือนาเท่ยี ว และเรอื สว่ นตัวขนาดใหญ่ เช่น เรอื ยอร์ช เรือซูปเปอร์ยอร์ช


Click to View FlipBook Version