The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Keywords: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

185

กล่าวโดยสรุปจะเห็นได้ว่าสามารถนาดัชนีความสามารถในการแข่งขันของ T & T มาเป็นตัววัด
ความสามารถในการแข่งขันจากทั้ง 4 ปัจจัย โดยสามารถพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยความสาเร็จเชิง
ยุทธศาสตร์ของโครงการปฏิรูปแม่น้าหลักของประเทศเกาหลี (The Four Major Rivers Restoration Project)
ร่วมกบั ดชั นไี ด้ดังนี้

1) แนวคดิ ยุทธศาสตรก์ ับสภาพแวดลอ้ มที่เอืออ้านวย ประกอบไปดว้ ย

1.1) สภาพแวดล้อมทางธรุ กจิ
1.2) ความมน่ั คงปลอดภัย
1.3) สขุ ภาพและอนามยั (เนน้ เป็นหลักในการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์)
1.4) ทรพั ยากรมนุษย์และตลาดแรงงาน

2) แนวคดิ ยุทธศาสตร์นโยบายและเงื่อนไขท่สี ้าคญั ประกอบไปด้วย

2.1) การให้ความสาคัญกับการเดินทางและการท่องเทยี่ ว (เนน้ เป็นหลักในการบรู ณาการเชิง
ยทุ ธศาสตร์)

2.2) ความยั่งยนื ของสง่ิ แวดล้อม (Environmental Sustainability) (เนน้ เป็นหลักในการบรู ณา
การเชิงยทุ ธศาสตร์)

3) แนวคดิ ยทุ ธศาสตร์โครงสร้างพืนฐาน ประกอบไปดว้ ย

3.1) โครงสร้างพ้นื ฐานการบริการด้านการทอ่ งเท่ียว (เนน้ เปน็ หลกั ในการบรู ณาการเชิง
ยุทธศาสตร์)

4) แนวคดิ ยทุ ธศาสตร์ธรรมชาตแิ ละทรัพยากรทางวัฒนธรรม ประกอบไปดว้ ย

4.1) ทรัพยากรธรรมชาติ (เน้นเปน็ หลกั ในการบรู ณาการเชิงยุทธศาสตร์)
4.2) ทรัพยากรทางวฒั นธรรมและการทอ่ งเทยี่ วเพื่อธรุ กิจ (เนน้ เปน็ หลกั ในการบรู ณาการเชิง

ยุทธศาสตร์)

4.3.3.4 หลักเกณฑใ์ นการเลือกภายใตก้ ารวเิ คราะห์ยุทธศาสตร์และค่าดชั นีการแข่งขนั

ถ้าพิจารณาแผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2560-2564) จากกรณีศึกษาของโครงการ
ปฏิรูปแม่น้าหลัก 4 สายของประเทศเกาหลี (The Four Major Rivers Restoration Project) จะเห็นได้ว่ามี
เป้าหมายที่สาคัญท่ีสอดคล้องกับแผนหลักของโครงการท่องเท่ียวของไทย คือ “ประเทศไทยต้องเป็นแหล่ง

186

ท่องเทย่ี วคุณภาพช้ันนาของโลกทีเ่ ตบิ โตอยา่ งมีดลุ ยภาพบนพน้ื ฐานความเป็นไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ
สงั คม และกระจายรายไดส้ ู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน” โดยแผนดังกล่าวสามารถนามาเป็นเหตุและผลของ
หลักเกณฑ์ในการเลอื กโครงการปฏริ ูปแม่น้าหลกั ของประเทศเกาหลี เนื่องจากยทุ ธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยมีความ
สอดคล้องกับดัชนีการแข่งขันด้านการเดินทางและภาคการท่องเท่ียวในโครงการปฏิรูปแม่น้าหลักของประเทศ
เกาหลี โดยสามารถนามาสรปุ ความสอดคล้องไดด้ ังนี้

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 การพัฒนาคณุ ภาพแหล่งท่องเท่ียวสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุล
และยั่งยืน (ปัจจัยที่ 1 สภาพแวดล้อมที่เปิดใช้งานซึ่งจะรวบรวมการต้ังค่าท่ัวไปที่จาเป็นสาหรับการดาเนินงานใน
ประเทศ และมี 4 หมวดสาคัญที่สะท้อนถึงกลยุทธ์ในโครงการปฏิรูปแม่น้าหลักของประเทศเกาหลี ได้แก่ (1)
สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ (2) ความปลอดภัย (3) สุขภาพและสุขอนามัย และ (4) ทรัพยากรบุคคลและ
ตลาดแรงงาน)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและสิ่งอานวยความสะดวกเพ่ือรองรับการขยายตัวของการ
ทอ่ งเท่ยี ว (ปจั จยั ท่ี 3 และมี 1 หมวดสาคัญทสี่ ะทอ้ นถงึ กลยทุ ธใ์ นโครงการปฏิรูปแมน่ า้ หลักของประเทศเกาหลี คือ
โครงสรา้ งพื้นฐานบริการดา้ นการท่องเท่ียว)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
พัฒนาการท่องเท่ียว (ไม่ไดร้ ะบใุ นดชั นีการแขง่ ขัน)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างความสมดุลให้กับการท่องเที่ยวไทยผ่านการตลาดเฉพาะกลุ่ม การส่งเสริมวิถี
ไทย และการสรา้ งความเชอ่ื ม่ันของนักท่องเท่ียว (ปัจจัยท่ี 4 ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรมโดย
และมี 2 หมวดสาคัญที่สะท้อนถึงกลยุทธ์ในโครงการปฏิรูปแม่น้าหลักของประเทศเกาหลี ได้แก่ (1)
ทรพั ยากรธรรมชาติ และ (2) ทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการเดินทางเพอ่ื ธุรกิจ)

ยุทธศาสตร์ท่ี 5 การบูรณการการบริหารจัดการการท่องเท่ียว และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง
ประเทศ (ปัจจัยท่ี 2 นโยบาย T & T และเง่อื นไขเชิงนโยบายหรือยุทธศาสตร์ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม T &
T โดยตรง และมี 2 หมวดสาคญั ทส่ี ะท้อนถึงกลยทุ ธ์ในโครงการปฏริ ปู แม่น้าหลักของประเทศเกาหลี ได้แก่ (1) การ
ใหค้ วามสาคญั กับการเดินทางและทอ่ งเที่ยว และ (2) ความยง่ั ยืนด้านสง่ิ แวดลอ้ ม)

187

4.3.3.5 สรปุ ทิศทางการพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วทางน้าของประเทศเกาหลใี ตแ้ ละจดุ เรยี นสา้ หรับประเทศ
ไทยในอนาคต35

 ขอ้ มลู ทั่วไป: อุตสาหกรรมทอ่ งเท่ียวเกาหลีใต้ มนี ักท่องเท่ียวต่างชาติถึง 13 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้กว่า
15 พันล้านเหรียญสหรัฐ และยังมีภาพลักษณ์ท่ีดีทางด้านความบันเทิงในระดับนานาชาติ รวมไปถึงการ
สนับสนนุ ด้านการลงทุนจากรัฐบาล อย่างไรก็ตาม นักทอ่ งเที่ยวยังไมม่ ีความตน่ื ตัวในด้านการท่องเที่ยวเชิง
อนุรักษธ์ รรมชาติเพยี งพอ อกี ทัง้ ยงั ขาดการสง่ เสรมิ จากรฐั บาลในการสง่ เสริมภาคีการทอ่ งเท่ียวในประเทศ
ให้ใช้เทคโนโลยเี พื่อการอนรุ กั ษธ์ รรมชาติ

 สาเหตุในการเลือกการท่องเท่ียวของประเทศเกาหลีใต้ คือ รัฐสามารถพัฒนาภาคการท่องเท่ียวทางน้า
ให้ย่ังยืน ตามกรอบระยะเวลา และยังคงรักษาอนุรักษ์ธรรมชาติตามแหล่งท่องเที่ยวทางน้าอย่างจริงจัง
เพ่ือการสร้างตลาดแรงงานสาหรับประชาชนในประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2560 ในการบรรลุวิสัยทัศน์
ดังกล่าว ทางรัฐบาลเกาหลใี ต้ได้กาหนด 4 พันธกิจหลัก ดงั นี้

 การปรบั ปรุงพนื้ ฐานดา้ นการจดั ต้ังองคก์ รหรือภาคีดา้ นการท่องเที่ยวทางน้า
 การสร้างการทอ่ งเท่ียวเชงิ ยุทธศาสตรแ์ ละเชงิ คณุ ภาพทางนา้
 การสรา้ งแนวทางในการดาเนินชวี ติ และการศกึ ษาใหย้ ั่งยนื เพ่ือรองรบั การเปลย่ี นแปลง
 การพัฒนาการทอ่ งเท่ียวเชงิ อนรุ ักษ์ธรรมชาตติ ามแหล่งท่องเที่ยงทางน้าอย่างจรงิ จงั

 จุดเรียนรู้ส้าหรับประเทศไทย คือ การปรับปรุงนโยบายของอุตสาหกรรมท่องเท่ียวทางน้าให้เอ้ือต่อการ
ลงทนุ อยา่ งยง่ั ยนื โดยเฉพาะแนวคิด PPP อีกท้ังการวางกลยุทธ์ระยะยาวในการพัฒนาโครงการลุ่มน้าและ
แม่น้าเพ่ือพัฒนาแหล่งท่องเท่ียว นอกจากนั้น ภาครัฐจะต้องคานึงถึงการมีส่วนร่วมในระดับชุมชนเพ่ือ
เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และพัฒนาคนท้องถ่ินให้พร้อมรับนักท่องเท่ียวกลุ่มนี้อย่าง
สอดคล้องกัน นอกจากนั้น ปัจจัยท่ีก่อให้เกิดความสาเร็จ คือ การดาเนินการจัดตั้งหน่วยงานกลาง
ยทุ ธศาสตรโ์ ดยได้มีการจดั ตัง้ สานกั งานบูรณะแม่น้าแหง่ ชาติ ซง่ึ เทียบเท่ากับระดับกระทรวง เพื่อปรับปรุง
ความสมั พันธแ์ ละการสื่อสารระหวา่ งกระทรวงต่าง ๆ ท่ีได้มาเข้าร่วมโครงการ เพ่ือวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน
และมีการพิจารณาถึงการสื่อสาร การสร้างความเข้าใจ ลดความขัดแย้งในเชิงบริหาร วางยุทธศาสตร์
ร่วมกันในการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าท่ีสุด และใช้แผนแม่บทในการกาหนดการวางแผนงานใน
อนาคต นอกจากน้ัน ภาครัฐต้องใช้แผนแม่บททางน้าเพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์ โดยในการจัดทาแผน
แม่บทไดก้ าหนดจุดมุ่งหมายก่อนและกาหนดองค์ประกอบในการจดั ทาแผนแม่บทอย่างชัดเจน โดยจะต้อง

35 กลยุทธก์ ารทอ่ งเที่ยว ประเทศเกาหลีใต้ ส่ปู ี พ.ศ. 2560 (Tourism Strategy of Korea 2017)

188

คานึงถึงการออกแบบ (Design) เพื่อให้ได้แผนปฏิบัติการ และในแผนปฏิบัติการที่ดีจะต้องมีข้อบ่งชี้หรือ
จุดตรวจสอบที่สามารถแสดงความก้าวหน้าของแผนงานที่ได้ดาเนินการไปแล้ว และสามารถนาผลนั้นมา
ประเมินหรือปรบั ปรงุ แก้ไขใหเ้ ปน็ ไปตามแผนแมบ่ ทได้

4.3.4 สหภาพยโุ รป

แมน่ ้าดานูบเปน็ แมน่ า้ ทีย่ าวทส่ี ุดเปน็ อนั ดบั สองของยุโรป มีความยาวประมาณ 2,850 กิโลเมตร เช่ือมโยง
Black Forest กับ Black Sea และว่ิงผ่าน 10 ประเทศ แหล่งไฟฟ้าพลังน้า สถานีพลังงาน การขนส่ง Pan-
European ทางเดินและรูปแบบบ้านอนุรักษ์ที่หายากที่สุดของยุโรป อย่างไรก็ตาม แรงกดดันทางการเมืองและ
เศรษฐกิจอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งภายใต้การเมืองของภูมิภาค โดยการเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบต่อวิธีการ
ข้ันตอนของยุทธศาสตร์ของสหภาพยุโรปสาหรับ Baltic Sea Region ยุทธศาสตร์ของสหภาพยุโรปสาหรับ
ภูมิภาคแม่น้าดานูบจะใช้ประโยชน์ได้ ความพยายามต่าง ๆ ของผู้มีส่วนได้เสียของภูมิภาค น่ันหมายถึง การสร้าง
เขตรักษาความปลอดภัย ม่ังค่ัง และเป็นธรรมในด้านผลกระทบสาหรับประชาชนทั้งหมด 115 ล้านคน โดยแม่น้า
ดานูบเป็นทางน้าที่สาคัญต่อนานาประเทศมายาวนานหลายศตวรรษจวบจนกระทั่งปัจจุบัน ในประวัติศาสตร์เคย
เป็นปราการท่ีสาคัญของอาณาจักรโรมัน แม่น้าดานูบไหลผ่านและเป็นเส้นแบ่งอาณาเขตของ 10 ประเทศ ได้แก่
เยอรมนี ออสเตรยี สโลวาเกยี ฮังการี โครเอเชีย เซอรเ์ บยี บัลแกเรยี โรมาเนีย มอลโดวา ยเู ครน และยังเป็นท่ีลุ่มท่ี
รองรับน้าจากหลาย ๆ ประเทศ ได้แก่ อิตาลี โปแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก สโลวีเนีย บอสเนียและ
เฮอร์เซโกวีนา มอนเตเนโกร สาธารณรฐั มาซิโดเนีย มอลโดวา และแอลเบเนีย ลาน้าสาขาของแม่น้าดานูบบางสาย
ก็เป็นแม่น้าที่สาคัญ และเป็นทางเดินสาหรับเรือลาเลียงสินค้าและเรือโดยสาร ลาน้าสาขาที่ไหลมารวมกับแม่น้า
ดานบู (เรยี งลาดบั จากต้นน้าไปท้ายน้า) มีดงั นี้

- Iller - Lech - Regen (ไหลเข้าสู่แม่น้าดานูบท่ีเมือง Regensburg) - Isar (ไหลมารวมกับแม่น้าดานูบ
หลังจากไหลผ่านเมือง Deggendorf) - Inn (ไหลเข้าสู่แม่น้าดานูบท่ีเมือง Passau) - Enns - Morava - Leitha -
Váh (ไหลเข้าสู่แม่น้าดานูบท่ีเมือง Komárno) - Hron - Ipel - Sió - Dráva - Vuka - Tisza - Sava (ไหลเข้าสู่
แม่น้าดานูบที่เมืองเบลเกรด) - Timi - Velika Morava - Cara - Jiu - Iskar - Olt - Vedea - Arge - Ialomita -
Siret – Prut

แม่นา้ ดานบู ไหลผา่ นประเทศและเมอื งตา่ ง ๆ ดังตอ่ ไปน้ี

1. เยอรมนี

- Tuttlingen, Sigmaringen, อูลม์ (Ulm), Ingolstadt, Regensburg, Passau

189

2. ออสเตรยี
- ลินซ์ (Linz) เมืองหลวงของออสเตรียตอนเหนือ, เวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสตรีย

ซึง่ เปน็ บรเิ วณท่ีล่มุ ซึ่งแม่น้าดานบู ทว่ มถึง มชี ่ือวา่ โลเบา (Lobau)
3. สโลวาเกยี
- บราตสิ ลาวา (Bratislava) เมอื งหลวงของประเทศสโลวาเกยี , Komárno, Štúrovo
4. ฮังการี
- Gor, Komárom, เอสเตอร์กอม (Esztergom), Visegrád, เซ็นเทน็ เดร (Szentendre),

Vác, บดู าเปสต์ (Budapest) เมอื งหลวงของประเทศฮงั การี, Ráckeve, Baja
5. โครเอเชยี
- Vukovar
6. เซอร์เบยี
- Apatin ในจังหวดั Vojvodina, Backa Palanka ในจังหวัด Vojvodina, Novi Sad เมืองหลวง

ของจงั หวดั Vojvodina, เบลเกรด (Belgrade) เมอื งหลวงของประเทศเซอรเ์ บีย, Smederevo
7. บลั แกเรีย
- Vidin, Lom, Kozlodui, Nikopol, Belene, Svishtov, Rousse, Toutrakan, Silistra
8. โรมาเนยี
- Drobeta-Turnu Severin, Moldova Nou, Orova, Calafat, Corabia, Turnu Mgurele,

Zimnicea, Giurgiu, Olteni, Cernavod, Hârova, Brila, Galati, Tulcea, Sulina
9. ยูเครน
- Izmail

190

10. มอลโดวา
- Djourdjoulechti (แมน่ ้าดานบู เป็นพรมแดนระหวา่ งประเทศมอลโดวากับประเทศโรมาเนยี

โดยแมน่ า้ ดานูบไหลผา่ นทางตอนใตข้ องมอลโดวาเปน็ ระยะทางสั้นทีส่ ดุ คือ แค่ประมาณ 900 เมตร
ภาพที่ 4.4 แสดงถงึ แหล่งท่องเที่ยวทางน้าของแม่นา้ ดานูบในสหภาพยโุ รป

ตารางที่ 4.8 แสดงถึงระยะทางของเสน้ ทางแม่นา้ ดานบู ที่ไหลผา่ นในสหภาพยุโรป จา้ นวน 10 ประเทศ

เรียงลา้ ดบั จากตน้ นา้ ไปปลายนา้ (กม.) เรียงลา้ ดบั ตามความยาว (กม.)

เยอรมนี 577 โรมาเนีย 1,075

ออสเตรยี 350 เซอร์เบีย 588

สโลวาเกยี 172 เยอรมนี 577

ฮงั การี 416 บัลแกเรยี 471.5

191

เรียงล้าดับจากตน้ น้าไปปลายนา้ (กม.) เรียงล้าดบั ตามความยาว (กม.)

โครเอเชยี 137.5 ฮังการี 416

เซอร์เบีย 588 ออสเตรยี 350

โรมาเนยี 1,075 โครเอเชยี 137.5

บัลแกเรีย 471.5 ยเู ครน 180

ยูเครน 180 สโลวาเกีย 172

มอลโดวา 0.57 มอลโดวา 0.57

ทมี่ า: European commission, directorate-general for regional Policy Communication, Information

and Relations with Third Countries หนา้ 10

4.3.4.1 แนวคิดเชิงยทุ ธศาสตรโ์ ดยภาพรวมส้าหรบั การพัฒนา

เสาหลักมีความสาคญั ในการบง่ ชถ้ี ึงหลักการของการกาหนดกลยุทธ์ โดยเฉพาะการระบุถึงการดาเนินการ
และโครงการที่ต้องการเปล่ียนแปลงตามสภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการหาผู้ประสานงานท่ีเป็นผู้เชี่ยวชาญจาก
กระทรวงต่าง ๆ และหนว่ ยงานที่เก่ียวขอ้ ง ซึ่งจะทาให้การดาเนินการเกิดประสิทธิภาพและยังสามารถนาโครงการ
ต่าง ๆ มาประเมนิ ผล โดยเฉพาะการดาเนินการ และโครงการที่สามารถถูกระบุและสามารถพิจารณาจากปัจจัย 4
ประการ ไดแ้ ก่

1) ควรระบุลาดับความสาคญั ของแนวทางการสนับสนุนท่ชี ัดเจน
2) ควรมีผลกระทบการศกึ ษาทีช่ ัดเจนของผลกระทบจากโครงการที่มีผลต่อระดับภมู ภิ าค
3) โครงการตา่ ง ๆ ต้องสามารถเกิดข้ึนไดจ้ ริงภายใต้แผนแม่บทและยทุ ธศาสตร์ในระดบั ภมู ิภาค
4) ระดบั ภูมิภาคจะตอ้ งสอดคลอ้ งกันและสนบั สนุนกลยุทธ์รว่ มกัน

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า แนวทางของกลยุทธ์ใช้วิธีการแบบบูรณาการ และสามารถนาแนวทางมาสร้างความ
รว่ มมือระดับภูมภาค โดยเฉพาะการหาแนวทางที่ดีที่สุดสาหรับการพัฒนาและหาแนวทางการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้
อย่างถูกต้องและเกิดความคุ้มคา่ ของโครงการ

192

ตารางที่ 4.9 การเปรียบเทียบกญุ แจส้าคัญของ 2 ภูมิภาคของสหภาพยุโรป

ท่ีมา: European commission, directorate-general for regional Policy Communication, Information
and Relations with Third Countries หน้า 37

จากตาราง แสดงถงึ ความแตกต่างระหว่างปัจจัยที่นามาพิจารณากลยุทธ์ของแต่ละภูมิภาคระหว่าง Baltic
Sea Region และ Danube Region ซ่งึ จะเห็นไดว้ ่า มูลค่ารายได้ของการท่องเท่ียวทางน้าของแม่น้าดานูบมีมูลค่า
ท่ีสูงกว่า Baltic Sea Region ถึง 50,000 ล้านยูโร ในระหว่างปี ค.ศ. 2007-2013 แม้ว่าจานวนประชากรใน
ภูมิภาคจะมีระดับท่ีตา่ กวา่ กต็ าม แตป่ ระเด็นความสาเรจ็ เชิงกลยุทธข์ องโครงการแม่น้าดานูบ โดยเฉพาะการเจรจา
ข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรปถึง 6 ประเทศเพื่อสร้างเส้นทางการท่องเท่ียวทางน้า ซ่ึง
ความสาเร็จดังกลา่ วอาจกลา่ วถงึ กลยุทธ์ในระดบั ภูมิภาคทจ่ี ะต้องมุ่งเน้นผลลัพธ์ เปน็ ตน้

4.3.4.2 ปัจจยั ความส้าเรจ็ เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางนา้

กลยุทธ์ในระดับภูมิภาคจะต้องมุ่งเน้นผลลัพธ์ ความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อสร้างแนวทางร่วมกันเชิง
ประสิทธภิ าพมากข้นึ เชน่ นโยบายการให้คาปรึกษา การจดั การเงนิ ทุน โดยกุญแจสู่ความสาเร็จคือความมุ่งม่ันของ
หน่วยงานและผ้มู ีสว่ นได้เสยี โดยสามารถอธิบายหลกั การของการดาเนินงานได้ดงั น้ี

1) การปรึกษาหารือ (Consultation) มีการจัดการประชุมประจาปีเพื่อหารือเก่ียวกับการให้คาปรึกษา
การดาเนินการ และการแก้ไขเพื่อพัฒนาแนวทางใหม่ โดยสถาบันต่าง ๆ ของสหภาพยุโรปและผู้มีส่วนร่วม
โดยเฉพาะอย่างย่ิงรัฐบาลในภูมภิ าค หนว่ ยงานภาคเอกชนและภาคประชาสงั คม

193

2) นโยบายการประสานงานร่วมกัน (Policy Coordination) คณะกรรมาธิการจะต้องมีการ
ประสานงานในด้านนโยบายการปรกึ ษาหารอื กับกลมุ่ ระดับสงู ทเ่ี ป็นตวั แทนของประเทศที่เก่ียวข้องในกรณีท่ีไม่เห็น
ด้วยกบั นโยบายร่วมกัน คณะกรรมการสามารถจัดการประชุมแบบอิสระเพื่อหาแนวทางการลดระดับความขัดแย้ง
ได้

3) การน้านโยบายไปปฏิบัติ (Implementation) คณะกรรมาธิการและหน่วยงานของสหภาพยุโรปและ
ภูมิภาคจะต้องมีการดาเนินการตามยุทธศาสตร์ของแต่ละรัฐโดยเน้นการตอบสนองวัตถุประสงค์ผ่านโครงการท่ีมี
การกาหนดผู้นา ระยะเวลา และการบริหารจัดการการเงิน เป็นต้น เขตพื้นที่สาคัญในแต่ละแห่งจะต้องมีการ
ประสานงานกันในภูมิภาค ผู้ประสานงานพื้นท่ีสาคัญเหล่านี้ต้องให้ความม่ันใจว่าการดาเนินงานของแผนปฏิบัติ
จะต้องมีการวางแผนที่มีเป้าหมาย ตัวช้ีวัด และตารางเวลา เป็นต้น ท่ีสาคัญคือ การทาให้แน่ใจว่าความร่วมมือ
จะต้องสะทอ้ นถงึ ประสทิ ธิภาพระหว่างโครงการ ผ้สู นับสนนุ และแหลง่ เงนิ ทนุ คณะกรรมาธิการและหน่วยงานของ
สหภาพยโุ รปและภมู ิภาคจะต้องให้คาปรึกษาในด้านเทคนคิ ความช่วยเหลอื และคาแนะนาทส่ี าคัญ

4) การอ้านวยความสะดวก (Facilitation) คือ บทบาทของคณะกรรมาธิการจะต้องได้รับการช่วยเหลือ
จาก National Contact Point (NCP) for the Implementation แห่งชาติโดยมีวัตถุประสงค์คือ เป็นหน่วยงาน
ทีจ่ ะจับตาการดาเนนิ การเรื่องการประสานงานในระดบั ประเทศและภูมภิ าค ไดแ้ ก่ ออสเตรีย (กระทรวงเกษตร ป่า
ไม้ ส่ิงแวดล้อม และการจัดการน้า) บอสเนียและเฮอร์เชโกวีนา (กระทรวงการค้าระหว่างประเทศ และ
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ) บัลแกเรีย (กระทรวงส่ิงแวดล้อม และน้า) โครเอเชีย (กระทรวงการเกษตร)
สาธารณรัฐเช็ก (กระทรวงสิ่งแวดล้อม) เยอรมนี (กระทรวงส่ิงแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ ความปลอดภัย
อาคาร และนิวเคลียร์) ฮังการี (กระทรวงมหาดไทย) มอลโดวา (กระทรวงสิ่งแวดล้อม) มอนเตรเนโกร (กระทรวง
เกษตรป่าไม้ และการจัดการน้า) และโรมาเนีย (กระทรวงสิ่งแวดล้อมน้า และป่าไม้) สโลวาเกีย (กระทรวง
ส่ิงแวดล้อม และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม) ประเทศเซอร์เบีย (กระทรวงเกษตร และการคุ้มครองส่ิงแวดล้อม)
ยูเครน (กระทรวงนิเวศวิทยา และทรัพยากรธรรมชาติ) และสหภาพยุโรป (European Commission, DG
Environment)

5) การท้ารายงานและการประเมินโครงการ (Reporting and Evaluating) ทาโดยคณะกรรมการ
รว่ มกบั ผ้ปู ระสานงานพน้ื ทแ่ี ละผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี ผู้ประสานงานพ้นื ท่ีมีความสาคัญในการติดตามความคืบหน้าและดูว่า
การดาเนินการโครงการกาลังบรรลุเป้าหมายหรือไม่ นอกจากนั้นคณะกรรมาธิการได้จัดทารายงานและคาแนะนา
อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะได้รับการยืนยันในการพูดคุยกับผู้มีส่วนได้เสียในการประชุมประจาปี ซึ่งจะนาไปประเมิน
เพ่ือหาข้อเสนอในด้านงบประมาณ โดยสามารถอธิบายผลสรุปด้านงบประมาณของแหล่งท่องเท่ียวทางน้าได้ดังนี้
(ตารางท่ี 21 ข้างล่างแสดงถึงแหล่งทุนในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า โดยจะเห็นได้ว่ายังมีประเทศที่ใช้
ประโยชน์จากแหล่งท่องเที่ยวทางน้าโดยไม่ได้ให้เงินทุนในการพัฒนา เช่น ประเทศ Moldova และยังมีบาง

194
ประเทศท่ียังสนับสนุนแหล่งทุนระดับท่ีต่ากว่าค่าเฉลี่ยของทุนทางการเงินที่ควรจะเป็น เน่ืองจากการพัฒนาทาง
เศรษฐกจิ อาจยังมีระดับท่ีต่ากว่าประเทศที่มีการพัฒนาที่สูงกว่าและระยะทางของการท่องเที่ยวทางน้ามีระยะทาง
ท่ีสนั้ กวา่ )
ตารางท่ี 4.10 แหลง่ เงนิ ทุนในแตล่ ะประเทศส้าหรบั การพัฒนาท่องเท่ียวทางน้าดานบู ปี ค.ศ. 2015

ทีม่ า: ICPDR Annual Report 2015, หน้า 13
4.3.4.3 หลักเกณฑ์ในการเลือกภายใต้การวเิ คราะหย์ ุทธศาสตร์และคา่ ดชั นกี ารแขง่ ขัน
ถา้ พจิ ารณาแผนพัฒนาการทอ่ งเท่ยี วแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) จากกรณีศึกษาโครงการแม่น้า

ดานูบของสหภาพยุโรป จะเห็นได้ว่ามีเป้าหมายที่สาคัญท่ีสอดคล้องกับแผนหลักของโครงการท่องเที่ยวของไทย
คือ “ประเทศไทยตอ้ งเป็นแหล่งท่องเท่ียวคุณภาพช้ันนาของโลกท่ีเติบโตอย่างมีดุลยภาพบนพ้ืนฐานความเป็นไทย
เพ่ือส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และกระจายรายได้สู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างย่ังยืน” โดยแผนกลยุทธ์
ดังกล่าวสามารถนามาเป็นเหตุและผลของหลักเกณฑ์ในการเลือกโครงการแม่น้า ดานูบของสหภาพยุโรปเป็น
แนวทาง เนื่องจากยุทธศาสตร์ภายใต้แผนการท่องเท่ียวไทยมีความสอดคล้องกับดัชนีการแข่งขันด้านการเดินทาง
และภาคการท่องเทยี่ วในโครงการแม่น้าดานบู ของสหภาพยุโรป โดยสามารถนามาสรุปความสอดคลอ้ งไดด้ ังนี้

195

ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 การพฒั นาคณุ ภาพแหล่งท่องเท่ียวสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุล
และยั่งยืน (ปัจจัยท่ี 1 สภาพแวดล้อมที่เปิดใช้งานซ่ึงจะรวบรวมการต้ังค่าทั่วไปท่ีจาเป็นสาหรับการดาเนินงานใน
ประเทศ และมี 4 หมวดสาคัญท่ีสะท้อนถึงกลยุทธ์โครงการแม่น้าดานูบ ได้แก่ (1) สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ (2)
ความปลอดภยั (3) สุขภาพและสุขอนามัย และ (4) ทรัพยากรบุคคลและตลาดแรงงาน)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอานวยความสะดวกเพ่ือรองรับการขยายตัวของการ
ท่องเท่ียว (ปัจจัยที่ 3 และมี 2 หมวดสาคัญท่ีสะท้อนถึงกลยุทธ์โครงการแม่น้าดานูบ ได้แก่ (1) โครงสร้างพื้นฐาน
บรกิ ารดา้ นการท่องเทยี่ ว และ (2) โครงสร้างพืน้ ฐานดา้ นการขนส่งทางบกและทางน้า)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
พัฒนาการท่องเทยี่ ว (ไมไ่ ด้ระบุในดัชนีการแขง่ ขัน)

ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การสร้างความสมดุลให้กับการท่องเท่ียวไทยผ่านการตลาดเฉพาะกลุ่ม การส่งเสริมวิถี
ไทย และการสร้างความเชื่อม่ันของนักท่องเท่ียว (ปัจจัยท่ี 4 ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรม
และมี 2 หมวดท่ีสาคัญ ได้แก่ (1) ทรัพยากรธรรมชาติ และ (2) ทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการเดินทางเพ่ือ
ธุรกจิ )

ยุทธศาสตร์ท่ี 5 การบูรณการการบริหารจัดการการท่องเท่ียว และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง
ประเทศ (ปจั จัยที่ 2 นโยบาย T & T และเงอื่ นไขเชิงนโยบายหรือยุทธศาสตร์ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม T &
T โดยตรง และมี 3 หมวดที่สาคัญ ได้แก่ (1) การให้ความสาคัญกับการเดินทางและการท่องเที่ยว (2) ความย่ังยืน
ด้านส่ิงแวดล้อม และ (3) การเปดิ รบั นานาชาติ)

ดังน้ัน ถ้าดัชนีการแข่งขันของโครงการแม่น้าดานูบ มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ไทยภายใต้แผน
แผนพฒั นาการท่องเทย่ี วแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2560-2564) จะสามารถอธิบายได้ว่าภาครัฐสามารถนาค่าดัชนี
มาพฒั นาใหม้ รี ะดับทีส่ งู ขึ้น อยา่ งไรกต็ าม ระดบั การมีสว่ นร่วมเชงิ นโยบายร่วมกันในระดับภูมิภาคไม่ได้ระบุในแผน
ยุทธศาสตร์ ดังน้ัน การจัดท้าแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าจ้าเป็นต้องมีการระบุแนวทางและ
ยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับแผนในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศท่ีอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน และมีเส้นทางของ
แหลง่ ท่องเท่ียวทางน้าร่วมกนั ท้ังในด้านการลงทุนโครงสร้างพ้ืนฐานที่เป็นจุดเช่ือมโยงแหล่งท่องเที่ยว และรวมถึง
การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางน้าร่วมกัน นอกจากน้ัน กลยุทธ์จะต้องสะท้อนจากแผนแม่บทในระดับภูมิภาคที่
จะต้องมุ่งเน้นผลลัพธ์ และความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพ่ือสร้างแนวทางร่วมกันที่มีประสิทธิภาพมากข้ึน เช่น
นโยบายการให้คาปรึกษา การจัดการเงินทุนตามปัจจัยทางเศรษฐกิจและระยะทางของเส้นทางที่นามาซึ่งรายได้
ของภาครัฐและภาคเอกชน การจัดตั้ง National Contact Point (NCP) for the Implementation โดยกุญแจสู่
ความสาเรจ็ คอื ความมงุ่ มั่นของหนว่ ยงานและการดาเนินนโยบายใหเ้ กิดความเป็นธรรมดับผู้มสี ว่ นไดส้ ่วนเสยี

196

4.3.4.4 สรุปทิศทางการพัฒนาการท่องเท่ียวของสหภาพยุโรป (แม่น้าดานูบ) และจุดเรียนส้าหรับ
ประเทศไทยในอนาคต36

 ข้อมูลทั่วไป: อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้าของสหภาพยุโรป (แม่น้าดานูบ) ส่งผลต่อ GDP ของประเทศ
ในภูมิภาคกว่าร้อยละ 2.4 และสร้างรายได้ว่าร้อยละ 3 ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งสามารถส่งเสริมการ
ท่องเทยี่ วตลอดทง้ั ปีได้ อย่างไรกต็ ามรฐั บาลเผชญิ ความท้าทายในการอนรุ กั ษไ์ วซ้ ึ่งทรัพยากรทางธรรมชาติ
และชุมชนท้องถน่ิ เน่ืองดว้ ยอุปสงคท์ เ่ี ติบโตอยา่ งรวดเรว็

 สาเหตใุ นการเลือกการทอ่ งเทยี่ วของสหภาพยโุ รป คือ รัฐสามารถบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวชให้เป็น
ช้ันนาของโลกในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่โดดเด่น งดงาม และท่องเที่ยวได้ตลอดท้ังปี ในการบรรลุ
วิสัยทศั น์ดงั กลา่ ว โดยรฐั บาลได้กาหนด 5 พนั ธกจิ หลกั ดงั นี้
 การกระจายอานาจกับการพฒั นาการท่องเท่ยี วทางน้า
 การสง่ เสรมิ การท่องเทีย่ วทางนา้ อย่างยงั่ ยืน
 การดึงดูดกล่มุ นักท่องเท่ียวทีใ่ ช้จ่ายสงู และไม่สร้างปัญหาตอ่ สิง่ แวดล้อม
 การพัฒนาผลติ ภัณฑก์ ารท่องเทย่ี วทาวงนา้ ทห่ี ลากหลายตลอดทง้ั ปี
 การบรหิ ารจัดการภาคีและหนว่ ยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ งให้อนุรกั ษ์ไว้ซง่ึ ธรรมชาติ

 จุดเรียนรู้ส้าหรับประเทศไทย: การจัดตั้งดัชนีวัดผลความสาเร็จทางด้านความพึงพอใจของนักท่องเท่ียว
รวมไปถงึ การเจาะกล่มุ ตลาดนกั ท่องเท่ียวทีม่ ีคุณภาพ และพฒั นาการท่องเทย่ี วอย่างยั่งยืนในทุกระดับและ
ภาคีที่เกี่ยวข้อง นอกจากน้ัน ภาครัฐยังต้องเน้นการพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเท่ียวทางน้าใน
ภมู ภิ าคเอเชียและนานาชาติ เชน่

 พัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยการส่งเสริมให้นัก
ธุรกิจด้านการท่องเท่ียวไทยท่ีมีความพร้อม ขยายการลงทุนและการให้บริการไปสู่ต่างประเทศต่างๆ
มากขนึ เชน่ ด้าเนินการด้านการออก Joint Visa หรือ Single Visa

 ริเร่ิมและผลักดันภารกิจและกิจกรรมด้านการท่องเท่ียวทางน้าท่ีส่งเสริมการเชื่อมโยง แหล่ง
ท่องเที่ยวระหว่างประเทศ (Connectivity) และการพัฒนาความโดดเด่นของคุณภาพการท่องเท่ียว
ทางน้า (Water-Quality Tourism) เช่น การศึกษาและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการ
ท่องเที่ยวในอินโดจีน และความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคเพื่อสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวที่
เช่อื มโยงกนั

36 กลยทุ ธ์การทอ่ งเทยี่ วทางนา้ ประเทศในสหภาพยุโรป ค.ศ. 2016

197

 สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเท่ียวให้มีความรู้ความสามารถในการประชุมเชิง
ปฏิบัติการ การอบรมสัมมนา และการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ
ความสมั พันธร์ ะหว่างแหลง่ ท่องเท่ยี วทางนา้ และการยกระดับรายได้เชงิ บรู ณการในระดบั อนภุ มู ิภาค

4.3.5 แคนาดา

รัฐบาลทั่วโลกมีความเข้าใจถึงความสาคัญของการท่องเที่ยวซึ่งเป็นแหล่งความมั่งคั่งแ ละธุรกิจรายได้ของ
รฐั บาลและการสรา้ งงาน ซ่ึงปจั จยั ดงั กลา่ วสะท้อนถงึ รฐั บาลในการสง่ เสริมนโยบายต่าง ๆ ในปัจจุบัน เช่น นโยบาย
การเป็นหุ้นส่วนภาครัฐและเอกชนเพ่ือเพ่ิมจุดหมาย ขณะ Ritchie และ Crouch (2002, p. 1) ได้เสนอว่า
“ประเทศ, รัฐ, เมอื ง และภูมภิ าคใหค้ วามสาคญั กับการพฒั นาสถานที่ทอ่ งเทยี่ ว และการบริหารจัดการงบประมาณ
อยา่ งจรงิ จังในการส่งเสรมิ ภาพลกั ษณแ์ ละการดึงดดู นกั ท่องเท่ียวต่าง ๆ” การสร้างพันธมิตรด้านการตลาดสามารถ
ตอบสนองแนวทางของการสร้างการเป็นห้นุ ส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน โดยการกาหนดพันธมิตรอย่างกว้าง ๆ
คือ “ข้อตกลงระหว่างสองฝ่ายท่ีอาจตกลงที่จะให้ความร่วมมือในหลายวิธี” ซ่ึงอาจรวมถึงความร่วมมือระหว่าง
รฐั บาลท้องถนิ่ รัฐ หรือภูมภิ าคสองแหง่ หรือมากกว่าในตลาดเดียวกันท่ีท้ังคู่แข่งขันกัน แต่ยังร่วมมือกับคู่แข่งอ่ืน ๆ
เช่น ตัวอย่างของการเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ระดับในภาครัฐและภาคเอกชนในมหาสมุทร
แอตแลนติก แคนาดา (4 จังหวัดในภาคตะวันออกของแคนาดา) โดยในการวิเคราะห์กลยุทธ์น้ีจะมีการนา (1)
แนวคิดพันธมิตรของการท่องเที่ยวแคนาดาในมหาสมุทรแอตแลนติกความร่วมมือ (the Atlantic Canada
Tourism Partnership: ACTP) ในบริบททีม่ ีอยู่มาใช้ (2) อธิบายถึงแรงจูงใจในการตัดสินใจนโยบายเชิงโครงสร้าง
(3) สรุปกลยุทธ์ตลาด และตลาดต่างประเทศที่กาหนดเป้าหมายโดย ACTP และ (4) สรุปผลกิจกรรมของ ACTP
ภายในโครงการภายใตบ้ ริบทของวตั ถุประสงคข์ องการท่องเทีย่ วของแคนาดา

198

4.3.5.1 แนวคดิ เชงิ ยุทธศาสตรโ์ ดยภาพรวมส้าหรบั การพัฒนา

การท่องเท่ียวเป็นภาคที่มีความสาคัญเชิงยุทธศาสตร์ในมหาสมุทรแอตแลนติก แคนาดา โดยภูมิภาค
ประกอบด้วย 4 จังหวัด คือ Brunswick, Nova Scotia, Newfoundland and Labrador, และ Prince Edward
Island (ดูรูปภาพข้างบนประกอบ) การท่องเที่ยวทางน้าเป็นรูปแบบการท่องเท่ียวเชิงธรรมชาติ ทิวทัศน์
วัฒนธรรม และทรัพยากรสง่ิ แวดล้อม โดยก่อนปี พ.ศ. 2536 ท้ัง 4 จังหวัด พยายามแข่งขันกับเขตท่องเที่ยวอื่นใน
จงั หวดั ในแคนาดาและในรัฐต่าง ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยข้อจากัดของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางน้าใน
4 จังหวัด ได้แก่ งบประมาณด้านการตลาดของจังหวัด ซึ่งเม่ือเปรียบเทียบกับจังหวัดใกล้เคียงในแคนาดา
โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงควิเบกและออนตาริ เปน็ ต้น ความพยายามทางการตลาด การโฆษณา และการส่งเสริมการขาย
ที่ยังไม่เพียงพอและไม่มีประสิทธิภาพ ย่ิงไปกว่าน้ัน แม้ว่าในมหาสมุทรแอตแลนติกจะมีการแข่งขันระหว่างกันก็
ตาม แตน่ กั ท่องเทย่ี วตา่ งชาตสิ ่วนใหญม่ องว่าเป็นภูมิภาคเดียว รัฐบาลได้ตระหนักถึงศักยภาพของการท่องเที่ยวใน
ภูมิภาคนี้ สาหรับข้อดีของกลยุทธ์และการตลาดแบบบูรณาการแคมเปญในการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลกลาง
จังหวัดร่วมกัน คือมีการต้ังหน่วยงานช่ือ Atlantic Canada Opportunities Agency (ACOA) โดยเร่ิมมีความ

199

พยายามท่ีจะสร้างการท่องเท่ียวในมหาสมุทรแอตแลนติก องค์กรด้านการตลาด (ACTP) และดาเนินการภายใต้
โปรแกรมการท่องเท่ียวที่หลากหลาย ส่วนนโยบายของรัฐบาลกลางของแคนาดาคือ การอัดฉีดงบประมาณกับ
ทรัพยากรในภมู ิภาคเพอ่ื เพ่ิมอตั ราการเตบิ โตของภมู ภิ าค โดยกระจายงบประมาณไปอย่างท่ัวถึงทั้ง 4 จังหวัด หน่ึง
ในหน่วยงานของรัฐบาลกลางคือ ACOA ซ่ึงมีเป้าหมายเพื่อการปรับปรุงเศรษฐกิจของชุมชนชาวแอตแลนติก
แคนาดา โดยการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาธุรกิจและการสร้างโอกาสในการทางาน โดยเฉพาะอย่าง
ย่ิง มีการดาเนินการสนับสนุนการเติบโตในภาคการส่งออกของเศรษฐกิจ เช่น การผลิต, การประมง, เทคโนโลยี
สารสนเทศ, การเกษตร และการท่องเท่ียว เป็นต้น ACOA ได้ก่อต้ังข้ึนต้ังแต่ปี ค.ศ. 1987 และถือว่าเป็น
หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่มีความสาคัญในเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือด้านการ
ท่องเที่ยว การเติบโตของภาคธุรกิจในระยะยาว โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2547/2548 ACOA ได้มีข้อตกลงใน
การจัดสรรงบประมาณผ่าน 35 โครงการในการพัฒนา “การท่องเท่ียว” (รวมมูลค่าโครงการท้ัง 35 โครงการกว่า
7.6 ล้านดอลลารส์ หรัฐ) สาหรบั องคป์ ระกอบสาคัญในการสร้างความเป็นหุ้นส่วนคือ ความสามารถของ ACOA ใน
การเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารและจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเน่ือง (เป็นเวลา 3 ปี) นอกจากน้ี ยังมีกลุ่ม
อุตสาหกรรมร่วมลงทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เรียกว่าการร่วมลงทุนเชิงพันธมิตรอีกด้วย รายละเอียดดังตาราง ท่ี
22

ตารางที่ 4.11 ACTP งบประมาณเชงิ พันธมติ ร (ค.ศ. 1990–2006)

ท่ีมา: Laurel J. Reida, Stephen L.J. Smithb, Rob McCloskeyc หน้า 584
ในส่วนของข้อตกลง ACTP พบว่า สามารถสร้างอัตราการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวในมหาสมุทร
แอตแลนติกท่ีมีระดับที่สูงกว่าประเทศแคนาดาโดยรวมในด้านการเกษตร การประมง และการผลิตในมหาสมุทร
แอตแลนติก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางน้าท่ีสร้างรายได้ถึง 3,175 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณร้อยละ
5.5 ของ GDP ในภูมิภาค และยังมีการสร้างงานถึง 110,000 ตาแหน่งสาหรับชาวแอตแลนติกแคนาดา (ACOA,

200
2005) ดังนั้นทาให้สามารถอธิบายแนวคิดเชิงพันธมิตรท่ีประสบความสาเร็จในด้านการตลาด การท่องเท่ียว และ
การดาเนนิ งานตา่ ง ๆ ได้

ตารางที่ 4.12 ACTP งบประมาณรว่ มทุน (ค.ศ. 1997–2006)

ท่มี า: Laurel J. Reida, Stephen L.J. Smithb, Rob McCloskeyc หนา้ 585
4.3.5.2 ปจั จัยความส้าเร็จเพอื่ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางน้า
ประเด็นสาคัญในการสร้างกลยุทธ์และการดาเนินงานของการเป็นหุ้นส่วน คือ การเจรจาต่อรองในการ
ตัดสินใจร่วมกันของผู้มีอานาจ (Bramwell & Lane, 2000) โดยวิธีการท่ีดาเนินการโดย ACOA และคู่ค้าคือ
อานาจการตดั สินใจในคณะกรรมการบริหารสมาชิกทม่ี ีคะแนนเสียงเท่ากันไม่วา่ จะมีระดับการร่วมทุนทางการเงินท่ี
แตกต่างกัน โดยพยายามสร้างการมีส่วนร่วมและการตัดสินใจต่าง ๆ มาจากการลงคะแนนเสียง คณะกรรมการ
บริหารประกอบด้วยสมาชิก 10 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารจาก ACOA 2 คน ผู้แทนระดับสูงของรัฐในกระทรวง
การท่องเที่ยวจากทั้ง 4 จังหวัด และประธานสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจากทั้ง 4 จังหวัด Palmer และ
Bijou (1995) ไดเ้ รียกวธิ ีการของการเป็นหุ้นส่วนกันว่าคือ ความสัมพันธ์ในการทางานภายในของคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ที่
ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร และการดาเนินการผ่าน 3 คณะทางาน (ซ่ึงประกอบด้วย คณะกรรมการ
การตลาดของรัฐ, คณะกรรมการการตลาดต่างประเทศ และคณะกรรมการสื่อสารองค์กร) โดยมีตัวแทนจาก
ACOA ไดแ้ ก่ ผูแ้ ทนระดับสูงของรัฐในกระทรวงการท่องเท่ียว 4 คน ตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมแต่ละจังหวัด ๆ
ละ 1 คน และผู้จัดการโครงการไดร้ ับมอบหมายให้ดาเนนิ งานของแตล่ ะคณะกรรมการการตลาด สานักเลขาธิการมี
ความรบั ผิดชอบในการบรหิ ารกจิ การท่วั ไปของหุ้นส่วน ดังที่ระบุไว้ในแนวคิดพันธมิตรท่ีประสบความสาเร็จว่าต้อง
มีความชัดเจนของรูปแบบในการดาเนินการเก่ียวกับการทางานร่วมกันของสมาชิก นอกเหนือจากการจัดการและ
โครงสร้างดังท่ีได้อธบิ ายไวข้ า้ งตน้ แลว้ ACTP ได้นาหลักการ 4 ยทุ ธศาสตรม์ าใชใ้ นการดาเนินงาน ได้แก่

201

1) การระดมทุนร่วมกัน กิจกรรม ACTP ได้รับเงินทุนผ่านการบริจาคร่วมกันจาก ACOA จังหวัด และ
ภาคอุตสาหกรรมในจังหวัด มีการดาเนินกลยุทธ์โดยชูจุดเด่นของแหล่งท่องเท่ียวในพ้ืนท่ี มีการส่งเสริมการตลาด
และสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และยังมีการร่วมรับผลประโยชน์จากความสาเร็จของการเป็นหุ้นส่วนกันและจากการจัด
กิจกรรมสง่ เสรมิ การตลาดอกี ด้วย

2) การเพม่ิ แนวคดิ ทางการตลาดรว่ มกัน ACTP ส่งเสริมการเพ่มิ ขนึ้ ของกิจกรรมทางการตลาด โดยได้รับ
การสนับสนุนทางการเงินจากพันธมิตร โดยเฉพาะกิจกรรมใหม่หรือขยายขอบเขตการตลาด และยังรวมถึงความ
เปน็ ไปไดข้ องการหาแหลง่ ทนุ จากการบริจาค น่นั หมายความว่า ACTP ไม่เพียงแค่อัดฉีดงบประมาณด้านการตลาด
เท่าน้นั แตย่ งั พยายามลดงบประมาณทางด้านการตลาดควบคู่กันไปด้วย

3) ประสานงานเชิงการตลาด ACTP เป็นหน่วยงานเพ่ือประสานงานการส่งเสริมการตลาดระหว่าง
จังหวัดต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการลดงบประมาณในการซ้ือส่ือโดยใช้ประโยชน์จากพันธมิตร เช่น คณะกรรมการการ
ท่องเที่ยวแคนาดา, หุ้นส่วนการท่องเท่ียว (เช่น ผู้ประกอบการท่องเที่ยว) และกลุ่มอุตสาหกรรม (เช่น บริษัท
สาธารณปู โภค) เป็นตน้

4) การวิจัยทางด้านการตลาด รายการส่งเสริมการตลาดท้ังหมดได้รับการประเมินเชิงประจักษ์โดยใช้
เกณฑ์วัตถุประสงค์ท่ีระบุไว้ในช่วงเร่ิมต้นของโครงการ เป้าหมาย ROI (Return-on-investment) ที่ระบุไว้ใน
MOA (Memoranda of Agreement) เท่ากับ 10: 1 สาหรับโครงการการตลาดในสหรัฐอเมริกา และ 5: 1
สาหรับโครงการการตลาดในต่างประเทศ

การร่วมมอื เชงิ พนั ธมติ รในการบริหารภายใต้ ACTP ในการประสานงานกับการตลาดเพ่ือเป้าหมายในการ
ขยายตลาดตา่ งประเทศ โดยแต่ละจังหวัดในมหาสมุทรแอตแลนติกแคนาดามีแนวโน้มที่จะดึงดูดตลาดที่คล้ายคลึง
กัน นักท่องเท่ียวได้เข้ามาท่องเท่ียวในภูมิภาค และได้มาท่องเท่ียว 2 จังหวัดหรือมากกว่าในการเดินทาง 1 เท่ียว
ดงั นั้น ประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายผ่านการประสานงาน เช่น การซื้อส่ือก็สามารถนามาเป็นนโยบายหลัก
โดยผ่านทางการสร้างองค์กรการตลาดร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีศักยภาพโดยเฉพาะอย่างย่ิงในตลาดต่างประเทศ
เพือ่ สร้างการมีส่วนร่วมทางการตลาดด้วยกัน โดยการร่วมมือในการสร้างความพยายามทางการตลาดของคู่ค้าเชิง
ท่องเท่ียว เช่น กลยุทธ์การตลาดที่ต่างกันสาหรับตลาดสหรัฐอเมริกา และตลาดต่างประเทศเนื่องจากการ
เปลี่ยนแปลงของตลาด โฆษณา ค่าใช้จ่าย และความตระหนักของแอตแลนติกแคนาดาท่ีมีแหล่งท่องเที่ยวท่ี
แตกตา่ งกนั

ดังน้ัน ACTP เป็นตัวอย่างการร่วมมือเชิงพันธมิตรท่ีประสบความสาเร็จในระดับภูมิภาคเพ่ือการพัฒนา
ตลาดการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลเสนอเงินทุนผ่านทาง ACOA และสมาชิกของรัฐบาลท้ัง 4 จังหวัด และยังรวมถึง
สมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัด ACOA ยังสามารถดึงดูดคู่ค้าได้ ไม่เพียงแต่การจัดหาเงินทุนหลัก

202

นอกจากนั้น ยังมีการเจรจาต่อรองและการจัดโครงสร้างในรูปแบบคณะกรรมการเพื่อใช้ประโยชน์จากเงินทุน
รว่ มกนั และยังร่วมการตดั สินใจซึ่งเป็นผลให้เกิดความร่วมมือ โดยยังประสบความสาเร็จในการสร้างความสัมพันธ์
เชิงบรหิ ารและสามารถขยายสอ่ื ในการสรา้ งความตระหนกั ถงึ มหาสมุทรแอตแลนติกแคนาดาในตลาดสาคญั ต่าง ๆ

4.3.5.3 หลกั เกณฑใ์ นการเลือกภายใต้การวิเคราะหย์ ุทธศาสตร์และค่าดชั นกี ารแขง่ ขัน

ถ้าพิจารณาแผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2560-2564) จากกรณีศึกษาโครงการการ
จัดการแหล่งท่องเท่ียวทางน้า จะเห็นได้ว่ามีเป้าหมายท่ีสาคัญท่ีสอดคล้องกับแผนหลักของโครงการพัฒนาการ
ทอ่ งเทย่ี วของไทย โดยแผนกลยทุ ธ์ดงั กล่าวสามารถนามาเปน็ เหตแุ ละผลของหลักเกณฑ์ในการเลือกโครงการแหล่ง
ท่องเทยี่ วทางน้าเชงิ ธรรมชาติซึ่งเป็นแนวทางทส่ี าคัญ เนื่องจากยุทธศาสตร์ภายใต้แผนการพัฒนาการท่องเที่ยวไทย
มีความสอดคลอ้ งกบั ดชั นีการแขง่ ขันดา้ นการเดินทางและการทอ่ งเทย่ี วในโครงการแม่น้า อย่างก็ตาม ดัชนีของการ
แขง่ ขนั ของไทยอยู่ในระดบั ท่ีต่ามากเม่ือนามาเทียบกับประเทศแคนาดา จากตารางข้างล่าง จะเห็นได้ว่าโครงสร้าง
พนื้ ฐานในด้านต่าง ๆ ของการท่องเท่ียวทางน้าโดยตรง หรือ Ground and Port infrastructure อยู่ในระดับท่ีต่า
กว่า ถึง 0.9 ดังน้ัน การจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางน้าของไทย ภาครัฐจะต้องคานึงถึงดัชนีการแข่งขันน้ีเป็น
หลักการของการต้ังงบประมาณเพ่ือพัฒนาแหล่งอานวยความสะดวกของการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวทางน้า
โดยเฉพาะด้านการลงทนุ และดา้ นการตลาดเชงิ พ้ืนที่ในระดับภาคมากข้ึน

203

ตารางที่ 4.13 ดัชนกี ารท่องเทีย่ วในทวีปกล่มุ อเมรกิ าเหนือและกลาง

ท่ีมา: World Economic Forum (2017), หน้า 15

ดังนั้น ถ้านาหลักการของดัชนีการแข่งขันมาเช่ือมโยงกับยุทธศาสตร์ของไทยจะสามารถสรุปความ
สอดคล้องไดด้ งั น้ี

ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 การพัฒนาคณุ ภาพแหล่งท่องเท่ียวสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุล
และยั่งยืน (ปัจจัยท่ี 1 สภาพแวดล้อมที่เปิดใช้งานซึ่งจะรวบรวมการตั้งค่าทั่วไปที่จาเป็นสาหรับการดาเนินงานใน
ประเทศ และมี 4 หมวดสาคัญท่ีสะท้อนถึงกลยุทธ์ ได้แก่ (1) สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ (2) ความปลอดภัย (3)
สขุ ภาพและสุขอนามยั (4) ทรัพยากรบุคคลและตลาดแรงงาน และ (5) ความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร โดยให้เนน้ ในยุทธศาสตร์ของการตลาดเปน็ หลกั )

204

ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและสิ่งอานวยความสะดวกเพื่อรองรับการขยายตัวของการ
ท่องเที่ยว (ปัจจัยที่ 3 และมี 2 หมวดสาคัญท่ีสะท้อนถึงกลยุทธ์ ได้แก่ (1) โครงสร้างพื้นฐานการบริการด้านการ
ท่องเที่ยว และ (2) โครงสรา้ งพื้นฐานด้านการขนส่งทางบกและทางนา้ )

ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเท่ียว และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
พัฒนาการท่องเที่ยว (ไม่ได้ระบุในดัชนีการแข่งขัน แต่ประเทศแคนาดาได้ตั้งหน่วยงาน ซ่ึงมีตัวแทนจาก
ภาคอุตสาหกรรม และภาครฐั ในการกาหนดงบประมาณ และการบรหิ ารจดั การ)

ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การสร้างความสมดุลให้กับการท่องเที่ยวไทยผ่านการตลาดเฉพาะกลุ่ม การส่งเสริมวิถี
ไทย และการสร้างความเชอื่ ม่นั ของนกั ทอ่ งเทย่ี ว (ปจั จัยท่ี 4 ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรม มี 1
หมวดทีส่ าคญั คอื ทรพั ยากรทางวัฒนธรรมและการเดนิ ทางเพ่อื ธรุ กิจ)

ยุทธศาสตร์ท่ี 5 การบูรณการการบริหารจัดการการท่องเท่ียว และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง
ประเทศ (ปจั จัยท่ี 2 นโยบาย T & T และเงื่อนไขเชงิ นโยบายหรือยุทธศาสตร์ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม T &
T โดยตรง และมี 3 หมวดทส่ี าคัญ ได้แก่ (1) การให้ความสาคัญกับการเดินทางและท่องเที่ยว (2) ความยั่งยืนด้าน
สงิ่ แวดลอ้ ม และ (3) การเปิดรับนานาชาติยงั อยู่ในระดบั ท่ตี ่าอยู่ หรือ 3.3)

ดังน้ัน ถ้าดัชนีการแข่งขันของประเทศแคนาดา มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ไทยภายใต้แผนพัฒนา
การท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) และสามารถอธิบายได้ว่าภาครัฐสามารถนาค่าดัชนีมาพัฒนา
ใหม้ ีระดับทีส่ ูงข้นึ อย่างไรกต็ าม ระดบั ของการแข่งขันในด้านยุทธศาสตร์การตลาดของไทยจัดว่ายังไม่เพียงพอและ
ยังไม่ได้มาตรฐานเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศแคนาดา โดยเฉพาะด้านการตลาดภายใต้โครงสร้าง ACOA ผ่าน
โครงการที่เรียกว่า ACTP ดังน้ัน การจัดทาแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าจาเป็นต้องมีการระบุแนวทาง
และยุทธศาสตร์ท่ีสอดคล้องกับแผนซึ่งสามารถใช้แนวคิดของประเทศแคนาดาในการพัฒนา โดยเฉพาะการสร้าง
แหล่งท่องเท่ยี วทางน้าเชิงโครงสรา้ งโดยใช้แนวทางการตลาดในระดับกลมุ่ พืน้ ท่อี ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

โดยสรุปแล้ว แนวทางการอธิบายสามารถนามาสรุปเป็นยุทธศาสตร์ของการวางกรอบแนวคิดการจัดทา
แผนแม่บทพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าได้ กล่าวคือ การที่ภาครัฐให้ความสาคัญกับการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวทาง
น้าอย่างจริงจัง และต้องพิจารณาค่าดัชนีการท่องเที่ยวและการเดินทางเป็นเครื่องมือสาคัญสาหรับการพัฒนากล
ยุทธ์ท่ีจะนามาซ่ึงการสร้างรายได้ให้กับประเทศ อย่างไรก็ตาม การจัดทาแผนแม่บทพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าท่ี
เหมาะสมและมีประสิทธิภาพนั้น จาเป็นจะต้องใช้ค่าของดัชนีการแข่งขันเป็นจุดเร่ิมต้น เน่ืองจากการศึกษาและ
วิเคราะหจ์ ากค่าดัชนีนนั้ มคี วามสมั พนั ธโ์ ดยตรงกับแผนทจ่ี ะนาไปใชเ้ พื่อก่อให้เกิดรายได้ทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ให้กับประเทศ โดยค่าดัชนนี นั้ ประกอบดว้ ยหลายปัจจยั ซ่ึงแตล่ ะปัจจัยมีความแตกต่างเชิงผลลัพธ์ในแต่ละประเทศ
โดยการศึกษาจาก Best Practice นั้น เช่น กรณีศึกษาจากประเทศสิงคโปร์ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ สหภาพยุโรป

205

และแคนาดา เป็นต้น ซ่ึงแต่ละกรณีศึกษามีความสาคัญ เน่ืองจากค่าดัชนีท่ีมีระดับสูงในประเทศที่ประสบ
ความสาเร็จในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าน้ันจะสะท้อนถึงแนวทางของการพัฒนาในประเทศที่ต้องการใช้
แหล่งท่องเที่ยวเพ่ือสร้างรายได้ให้กับประเทศ ดังน้ัน การจัดทาแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าท่ีดีและมี
ประสิทธภิ าพจาเปน็ ตอ้ งนาคา่ ดชั นคี วามสาเร็จมาเปรียบเทียบกับยุทธศาสตร์หลักว่ามีปัจจัยความสาเร็จใดบ้างท่ีมี
ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติก่อน และมีปัจจัยใดบ้างที่แผนแม่บทจะต้องคานึงถึงการร่างแผนพัฒนาเพื่อให้
คา่ ดชั นมี รี ะดับที่สูงขน้ึ และนาไปสู่ผลลัพธ์ของประเทศที่เป็น Best Practice หรืออาจกล่าวง่าย ๆ ว่า ดัชนีใดของ
ประเทศทีป่ ระสบความสาเรจ็ และมคี วามสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ และถ้ามี
ความสอดคล้องก็จะต้องนามาพิจารณาต่อว่า ค่าดัชนีอยู่ในระดับท่ีต่า หรือสูง การวางกรอบของแผนแม่บท
จาเป็นต้องนาดัชนีท่ีมีระดับต่ามาเป็นตัวช้ีวัดในการพัฒนา โดยประยุกต์แผนแม่บทเป็นแนวทางการพัฒนา
นอกจากน้ัน ถ้ายุทธศาสตร์ท่ีระบุไว้ในแผนพัฒนาการท่องเท่ียวของประเทศไทยไม่สะท้อนถึงค่าดัชนีใดเลย แต่
ดัชนีตัวนั้นเป็นดัชนีท่ีก่อให้เกิดความสาเร็จของประเทศที่ได้นามาศึกษา แผนแม่บทพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าก็
จะต้องระบไุ วใ้ นยุทธศาสตร์เชน่ กนั

4.3.5.4 สรุปทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของแคนาดา และจุดเรียนส้าหรับประเทศไทยใน
อนาคต37

 ข้อมูลทวั่ ไป: อุตสาหกรรมทอ่ งเทยี่ วทางนา้ ของแคนาดาเน้นการการท่องเที่ยวเป็นภาคที่มีความสาคัญเชิง
ยุทธศาสตร์ในมหาสมุทรแอตแลนติก แคนาดา โดยภูมิภาคประกอบด้วย 4 จังหวัด คือ Brunswick,
Nova Scotia, Newfoundland and Labrador, และ Prince Edward Island การท่องเที่ยวทางน้า
เป็นรูปแบบการท่องเทย่ี วเชงิ ธรรมชาติ ทิวทัศน์ วฒั นธรรม และทรัพยากรสงิ่ แวดล้อม ส่งผลต่อ GDP ของ
ประเทศในภูมิภาคกว่าร้อยละ 2.4 และสร้างรายได้ว่าร้อยละ 3 ของรายได้ทั้งหมด ซ่ึงสามารถส่งเสริม
การท่องเที่ยวตลอดท้ังปีได้ นอกจากนั้น การผลิตในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยเฉพาะการท่องเท่ียวทาง
นา้ ทีส่ รา้ งรายไดถ้ งึ 3,175 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั ตอ่ ปี หรอื ประมาณรอ้ ยละ 5.5 ของ GDP ในภูมิภาค และยัง
มกี ารสรา้ งงานถงึ 110,000 ตาแหน่งสาหรบั ชาวแอตแลนติกแคนาดา อย่างไรก็ตามรัฐบาลเผชิญความท้า
ทายในการอนรุ กั ษ์ไว้ซ่ึงทรพั ยากรทางธรรมชาตแิ ละชมุ ชนทอ้ งถ่ินเน่ืองดว้ ยอุปสงค์ท่เี ติบโตอยา่ งรวดเรว็

 ความพยายามทางการตลาด การโฆษณา และการส่งเสริมการขาย โดยรัฐบาลได้ตระหนักถึงศักยภาพของ
กลยุทธแ์ ละการตลาดแบบบรู ณาการแคมเปญในการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลกลางจังหวัดรว่ มกัน

37 ACOA, (2005)

206

 การต้ังหน่วยงานช่ือ Atlantic Canada Opportunities Agency (ACOA) โดยเร่ิมมีความพยายามท่ีจะ
สร้างการท่องเที่ยวในมหาสมุทรแอตแลนติก องค์กรด้านการตลาด (ACTP) และดาเนินการภายใต้
โปรแกรมการท่องเท่ียวที่หลากหลาย

 การอัดฉีดงบประมาณกับทรัพยากรในภูมิภาคเพ่ือเพิ่มอัตราการเติบโตของภูมิภาค โดยกระจาย
งบประมาณไปอยา่ งทว่ั ถงึ ทัง้ 4 จงั หวดั

 สาเหตุในการเลือกการท่องเท่ียวของประเทศแคนาดา คือ รัฐสามารถพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวช้ันนาเชิง
อนุรกั ษ์ธรรมชาติ ทโี่ ดดเด่น งดงาม และสามารถทอ่ งเทย่ี วได้ตลอดทงั้ ปภี ายใต้การกระจายอานาจได้อย่าง
เหมาะสม จัดตั้งคณะกรรมการที่มีประสิทธิภาพและยังบรรลุวิสัยทัศน์โดยมุ่งเน้นเพื่อสร้างความต่ืนตัว
ทางด้านการอนรุ ักษแ์ กป่ ระชาชนและธรุ กิจในท้องถ่นิ ทางรัฐบาลได้กาหนด 5 พนั ธกจิ หลกั ดงั นี้
 การพัฒนาทางหลวงและความเชื่อมต่อระหว่างแหล่งท่องเที่ยวและสามารถนาไปสู่การพัฒนา
แหล่งท่องเท่ียวทางน้าใหม่ๆ รวมไปถึงท่ีพัก ร้านอาหารตลอดเส้นทางการเดินทาง ซ่ึงสามารถ
รองรับอุปสงค์ในการท่องเทย่ี วทีเ่ ตบิ โตได้
 การสง่ เสริมการท่องเทย่ี วทางน้าอย่างยั่งยนื
 การดึงดูดกลุ่มนักท่องเทีย่ วท่ีใช้จา่ ยสูงและไม่สร้างปัญหาต่อสง่ิ แวดลอ้ ม
 การพฒั นาผลติ ภัณฑ์การทอ่ งเทย่ี วทาวงน้าทีห่ ลากหลายตลอดทง้ั ปี
 การบริหารจัดการภาคแี ละหน่วยงานท่เี ก่ยี วข้องใหอ้ นุรักษ์ไวซ้ งึ่ ธรรมชาติ
จุดเรียนรู้ส้าหรับประเทศไทย: รัฐจะต้องพัฒนาและเผยแพร่ข้อมูลสถิติด้านการท่องเท่ียว โดยการจัดทา

บัญชปี ระชาชาตดิ ้านการท่องเที่ยวทางน้า (Water-Tourism Satellite Account) เช่น ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ
ด้านการท่องเท่ียวจัดทาเว็ปไซต์เพ่ือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเท่ียวทางน้าเชิงเกาะเ ป็น
ภาษาต่างประเทศ การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า โดย จัดทาระบบ
ฐานข้อมูลเพ่ือสนับสนุนการบริหารด้านการท่องเท่ียวทางน้าของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับด้านการพัฒนาการ
ท่องเที่ยวทางน้าเชงิ บรู ณการ เช่น

1.ทาดชั นีชี้วดั การแข่งขนั ด้านการท่องเที่ยวทางน้าเชงิ เกาะเพื่อประเมินสถานการณด์ ้านการท่องเท่ียว
ทางน้าในระยะสนั้ ระยะกลางและระยะยาว รวมทัง้ ประเมนิ สถานการณร์ วมถึงดชั นีเตือนภัยด้านการท่องเท่ียวทาง
นา้

2. การส่งเสริมและสนับสนุนให้จังหวัดต่างๆการจัดทาแผนแม่บทพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของ
จังหวัดและกลุม่ จังหวดั ให้มคี วามสอดคล้องเช่อื มโยงกบั แผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวเชงิ เกาะทัง้ ระดับประเทศ

207

3. สร้างนวัตกรรมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการท่องเท่ียวเชิงเกาะ เช่น การจัดประชุมวิชาการด้าน
การท่องเที่ยว การบริหารความเส่ียงด้านการท่องเที่ยว โดยศึกษาและกาหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยงด้าน
การท่องเท่ียวและจัดต้ังหน่วยงานในกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา เพ่ือรับผิดชอบในด้านการบริหารความเสี่ยง
ดา้ นการท่องเที่ยวทางน้า และรวมกับสถาบันการศึกษาท่ีสนใจในการพัฒนาและเปิดสอนหลักสูตรด้านการจัดการ
ภาวะวกิ ฤตและความเสี่ยง

4. พัฒนาโครงสร้างของรัฐและบุคลากรด้านการท่องเท่ียวทางน้า เชิงเกาะเช่น การปรับปรุงโครงสร้าง
หน่วยงานท่ีมีหน้าท่ีรับผิดชอบด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า เพิ่มอัตรากาลังให้เพียงพอสาหรับการ
ปฏบิ ัติงานดา้ นการพัฒนาการทอ่ งเที่ยวทางนา้ พัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรของกรมการท่องเท่ียวทาง
นา้ และ ศกึ ษาสมรรถนะ ของตาแหน่งงานต่างๆ ของกรม และดาเนนิ การพัฒนาสมรรถนะอยา่ งเป็นระบบ

บทเรียนจากการศกึ ษา Best Practices เพอื่ วางแนวทางในการจัดดัชนีการท่องเท่ียวน้าภายใต้การแข่งขันใน
ด้านอุปทานของประทศไทย

การจัดทาตัวแปรหรือดัชนจี ะตอ้ งอาศยั หลักการทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสร้างรายได้ในแหล่งท่องเที่ยว
ทางนา้ ท่ยี ังมปี ระชากรอยใู่ นสภาวะที่ยากจน เช่น การเพ่ิมรายได้กับเชิงชุมชนท่ีศักยภาพของแหล่งท่องเท่ียวแต่ยัง
ต้องการความช่วยเหลอื จากภาครฐั ในการพัฒนา โดยทีมทป่ี รกึ ษาพิจารณาว่าดัชนีท่ีสาคัญมากที่ควรศึกษาเพิ่มและ
สามารถนาดัชนีดังกล่าวมาอธิบายสภาวะทางเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวทางน้าระหว่างประเทศอย่างแท้จริง คือ
จานวนการจ้างงานท่ีรองรับการบริการท่ีสะท้อนจากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ การใช้จ่าย
ภายในประเทศตอ่ หัวของนักท่องเทีย่ วต่างชาติ เป็นต้น

จากการศึกษาด้านอุปทานโดยประยุกต์ดัชนีการแข่งขันจะเห็นได้ว่าการนาดัชนีมาประยุกต์สามารถหา
ข้อสรุปเชิงอุปทาน โดยเฉพาะ ดัชนีการแข่งขันของไทยท่ียังต้องการภาครัฐในการสนับสนุนงบประมาณ และ
กฎหมายในการสร้างรายทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวทางน้า โดยเฉพาะการยกระดับความม่ันคงปลอดภัยความ
ยง่ั ยนื ของส่ิงแวดลอ้ ม ความพร้อมทางด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร และ โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดย
ผลการศึกษาท่ีได้มานั้นสามารถนามาจัดทาตัวช้ีวัดในด้านอุปทาน ซ่ึงแนวทางการวิเคราะห์เชิงอุปทานสามารถ
นามาเชื่อมโยงกับยุทธ์ศาสตร์เพ่ือร่างแผนแม่บทท่ีสาคัญกับการพัฒนาท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจได้ เช่น การทาแผน
แม่บทที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพจาเป็นจะต้องใช้ค่าของดัชนีการแข่งขันเป็นจุดเริ่มต้น เน่ืองจาก การศึกษา
และวเิ คราะห์จากคา่ ดชั นนี ั้น มีความสัมพนั ธโ์ ดยตรงกับแผนทีจ่ ะนาไปใช้เพื่อกอ่ ให้เกดิ รายได้ทางเศรษฐกิจในระยะ
ยาวให้กับประเทศ โดยค่าดัชนีน้ันประกอบด้วยหลายปัจจัย โดยแต่ละปัจจัยมีความแตกต่างเชิงผลลัพธ์ในแต่ละ
ประเทศ โดยการศึกษาจาก Best Practice น้ัน มีความสาคัญต่อปัจจัยเนื่องจาก ค่าดัชนีท่ีมีระดับสูงและ
สอดคลอ้ งกับความสาเร็จนั้นจะสะท้อนถึงแนวทางของการพัฒนาในประเทศที่ต้องการใช้แหล่งท่องเท่ียวเพ่ือสร้าง
รายไดใ้ ห้กับประเทศ ดงั นั้น การรา่ งแผนแม่บทที่ดีและมีประสิทธภิ าพจาเปน็ ตอ้ งนาค่าดัชนีความสาเร็จมาเทียบกับ

208

กบั ยทุ ธศาสตรห์ ลักว่ามีปจั จยั ความสาเรจ็ ไหนบา้ งทมี่ ีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติก่อน และมีปัจจัยไหนบ้าง
ท่แี ผนแม่บทจะตอ้ งคานงึ ถงึ การร่างแผนเพอ่ื พฒั นาเพ่อื ให้ค่าดัชนีมีระดับท่ีสูงขึ้น และนาไปสู่ผลลัพธ์ของประเทศที่
เป็น Best Practice หรืออาจกล่าวง่ายๆว่า ดัชนีใดของประเทศที่ประสบความสาเร็จมีความสอดคล้องกับ
ยทุ ธศาสตรข์ องแผนท่องเที่ยวชาติ และถ้ามคี วามสอดคล้องจะต้องมาพิจารณาต่อว่า ค่าดัชนีอยู่ในระดับท่ีต่า หรือ
สูง ถ้าอยู่ในระดับท่ีสูงเมื่อเทียบกับค่าดัชนีของประเทศไทย การวางกรอบอขงแผนแม่บทจึงเป็นส่ิงที่จาเป็นในการ
นาดัชนีท่ีมีระดับต่ามาเป็นเคร่ืองช้ีวัดในการพัฒนา โดยประยุกต์แผนแม่บทเป็นแนวทางการพัฒนา นอกจากน้ัน
ถา้ ยุทธศาสตรท์ ่รี ะบไุ ว้ในแผนการทอ่ งเท่ยี วชาติของประเทศไทยไม่สะท้อนถึงค่าดัชนีใดเลยแต่ดัชนีตัวน้ันเป็นดัชนี
ท่ีก่อให้เกิดความสาเร็จของประเทศท่ีได้นามาศึกษา แผนแม่บทการท่องเที่ยวทางน้าจะต้องระบุไว้ในยุทธศาสตร์
และดัชนีท่ีสามารถนามาประเมินได้ โดยสามารนามาจดั เปน็ ดชั นีและมีองค์ประกอบดังน้ี

1. สภาพแวดลอ้ มทเี่ ออื อ้านวย แบ่งออกเปน็ 4 หมวด

1.1) สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ (Business Environment) เป็นดัชนีท่ีอธิบายสภาวะธุรกิจที่
เอ้อื อานวยต่อการแข่งขันและการลงทุนของภาคเอกชนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางน้า เช่น สิทธิในทรัพย์สิน
ผลกระทบทางธรุ กจิ ภายใตก้ ฎหมายทีเ่ กยี่ วกับการลงทุนโดยตรงจากตา่ งประเทศ ประสทิ ธภิ าพของกฎหมายในการ
ระงับข้อพิพาท เวลาที่ต้องใช้ในการรับมือกับใบอนุญาตก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายในการจัดการกับใบอนุญาตก่อสร้าง ค่า
ก่อสร้าง ค่าใช้จา่ ยในการเร่ิมต้นธุรกิจ GNI ตอ่ หัว ผลของการจดั เก็บภาษีเพื่อจูงใจในการทางาน และการเก็บภาษี
ทม่ี ีผลต่อส่ิงจูงใจในการลงทุน เป็นต้น โดยสภาพแวดล้อมที่ดีนั่นจะสะท้อนถึงการเข้าถึงของแหล่งทุนในตลาดการ
ท่องเท่ยี วที่ยั่งยืนและม่นั คง โดยไม่เพยี งมผี ลกระทบตอ่ รายได้ประชาชาติ แต่ยังเป็นการสร้างงานและเพ่ิมรายได้ใน
ระดบั ชมุ ชน

1.2) ความม่ันคงปลอดภัย (Safety and Security) เป็นดัชนีที่สะท้อนถึงความเช่ือมั่นของนักท่องเท่ียว
ในการเดินทางทางน้า เช่น อาชญากรรมและความรุนแรง ความน่าเช่ือถือของบริการจากตารวจ ดัชนีอุบัติการณ์
และการก่อการร้าย และ อัตราการฆาตกรรม เป็นต้น ซ่ึงระดับความมั่งคงและปลอดภัยจะสะท้อนถึงการเพิ่มขีด
ความสามารถในการแข่งขันของการเดินทางและการท่องเท่ียวในระยะยาว

1.3) ทรัพยากรมนุษย์และตลาดแรงงาน (Human Resources and Labour Market) อธิบายถึง
ดชั นขี องคุณภาพของสอนคา้ และการบริการ เชน่ ระดับอตั ราการลงทะเบียนเรียนในระดับประถมศึกษา อัตราการ
ลงทะเบียนมัธยมศึกษาตอนต้น การฝึกอบรมพนักงาน ระดับการปฐมนิเทศลูกค้า ระดับการจ้างงาน ความง่ายใน
การหาพนักงานท่ีมีฝีมือ ความง่ายในการจ้างแรงงานต่างชาติ ค่าจ้างและผลผลิต และการมีส่วนร่วมของผู้หญิงใน
แรงงาน เป็นต้น โดยระดับทรัพยากรมนุษย์และตลาดแรงงานที่มีศักยภาพท่ีสูงข้ึน แนวโน้มของการพัฒนาแหล่ง

209

ท่องเท่ียวทางน้าจากปัจจัยการสร้างคุณภาพแรงงานจะช่วยเป็นแรงจูงใจท่ีดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
ในระยะยาว

1.4) ความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (ICT Readiness) เป็นดัชนีท่ี
สาคัญอย่างมากเน่ืองจากการเขา้ ถึงระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารมีต้นทุนที่ต่าลงอย่างต่อเนื่อง ดังน้ัน
ภาครัฐจะต้องสร้างกลยุทธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความเชื่อถือในระบบ โดยดัชนีสามารถแบ่งออกเป็น การใช้
ICT ในการทาธรุ กรรม การใช้อินเตอร์เน็ตสาหรับการทาธุรกรรมแบบ Biz-to-Consumer ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต สมัคร
สมาชกิ อนิ เทอร์เนต็ ดว้ ยความเร็วสูง การสมัครสมาชิกโทรศัพท์เคลื่อนที่มือถือ การสมัครใช้บริการบรอดแบนด์บน
มอื ถือ ระดบั การครอบคลุมเครือขา่ ยมอื ถือ และคณุ ภาพการจ่ายไฟฟ้า เป็นต้น

2. นโยบายและเงือ่ นไขทีส่ า้ คญั แบง่ ออกเปน็ 4 หมวด

2.1) การให้ความส้าคัญกับการเดินทางและท่องเที่ยวทางน้า (Prioritization of Travel and Water
Tourism) การให้ความสาคัญของรัฐบาลในอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว ค่าใช้จ่ายจากรัฐบาลในการพัฒนาการ
ลงทุนในแหล่งท่องเที่ยว ประสิทธิผลของการตลาดและการสร้างแบรนด์เพ่ือดึงดูดนักท่องเที่ยว และ ค่าการ
ประเมินกลยุทธ์แบรนด์ของประเทศ เป็นต้น โดยการให้ความสาคัญกับการเดินทางและท่องเที่ยวสะท้อนถึงดัชนี
ความเชอื่ มั่นในการเดินทางและทอ่ งเทีย่ ว และการใหค้ วามสาคญั กบั การพฒั นาแหล่งท่องเท่ียวของประเทศ

2.2) การเปิดรับนานาชาติ (International Openness) เป็นดัชนีท่ีสะท้อนถึงจานวนผู้โดยสารใน
ประเทศและระหว่างประเทศโยตรง เช่น ข้อกาหนดเก่ียวกับวีซ่า ความราบรื่นของข้อตกลงการให้บริการทาง
อากาศในรปู แบบทวภิ าคี และ จานวนขอ้ ตกลงการคา้ ในภมู ิภาคที่มีผลบังคับใช้ เปน็ ตน้

2.3) การแข่งขันด้านราคา (Price Competitiveness) เป็นดัชนีการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนของ
การเขา้ ถงึ แหลง่ ทอ่ งเท่ยี ว เชน่ ดัชนีราคาการทอ่ งเท่ียวทางนา้ และ ระดบั ความสามารถในการซือ้ สนิ ค้น เปน็ ตน้

2.4) ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) เป็นดัชนีด้านอุปทานที่สาคัญและมี
ผลตอ่ คุณภาพของการใชป้ ระโยชน์จากสภาพแวดลอ้ มในระยะยาว เช่น ความเขม้ งวดของกฎหมายด้านส่ิงแวดล้อม
ความย่ังยืนในการท่องเท่ียวทางน้าและการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางน้า ความสะอาดของแม่น้า
สนธิสัญญาด้านส่ิงแวดล้อม ระดับการเปล่ียนแปลงพ้ืนท่ีป่า การบาบัดน้าเสีย และระดับการจัดการระเบียบทาง
ทะเล เปน็ ตน้

210

3. โครงสรา้ งพืนฐาน แบ่งออกเปน็ 1 หมวด

3.1) โครงสร้างพืนฐานด้านการขนส่งทางบกและทางน้า (Ground and Port Infrastructure)
เปน็ ดัชนที ส่ี าคัญทส่ี ะทอ้ นถงึ การเขา้ ถงึ แหลง่ ท่องเที่ยว เช่น คุณภาพของถนน คุณภาพโครงสร้างพ้ืนฐานทางรถไฟ
ความหนาแน่นของทางรถไฟของถนนต่อพ้ืนที่ดิน คุณภาพของโครงสร้างพ้ืนฐานของท่าเรือ ประสิทธิภาพการ
ขนสง่ ภาคพื้นดนิ เป็นตน้

4. ธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรมภายใตก้ ารท่องเท่ียวทางนา้ แบง่ ออกเปน็ 2 หมวด

4.1) ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources) เป็นดัชนีท่ีแสดงถึงระดับคุณภาพของแหล่ง
ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น จานวนแหล่งมรดกโลกธรรมชาติตามแหล่งน้า จานวนสายพันธ์ุของสัตว์ ปริมาณ
นักทอ่ งเทย่ี วท่มี ีความตอ้ งการในการท่องเท่ยี วเชงิ ธรรมชาติ และ ความสนใจของธรรมชาติ เปน็ ตน้

4.2) ทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเพ่ือธุรกิจ (Cultural Resources and Business
Travel) เป็นดัชนีสาคัญที่สะท้อนถึงแนวทางของการสร้างกลยุทธ์สาหรับภาครัฐเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว
โดยเฉพาะการสร้างจุดแด่นของการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียว เช่น จานวนสถานท่ีทางมรดกทางวัฒนธรรม จานวน
พิพิธภัณฑ์ จานวนสนามกีฬาขนาดใหญ่ จานวนสมาคมระหว่างประเทศเฉล่ีย 3 ปี และ ระดับความต้องการด้าน
การท่องเทยี่ ววฒั นธรรมและความบันเทิงดจิ ิทัล เปน็ ตน้

ตารางที่ 4.14 สรปุ ภาพรวมจดุ แข็ง จดุ อ่อน โอกาส และอปุ สรรค (SWOT Analysis) ของการท่องเที่ยวทาง
น้าของไทยโดยการวิเคราะห์การเปรียบเทยี บจากประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ สหภาพยโุ รป
และอนภมู ภิ าคแมโ่ ขง

จดุ แข็ง (Strength) โอกาส (Opportunity)

1. พน้ื ฐานของอตุ สาหกรรมท่องเทยี่ วที่เข้มแข็ง และ 1. การทอ่ งเที่ยวทางน้าในระดบั โลกและภูมภิ าคมี

ภาครัฐที่ให้การสนบั สนุนการเตบิ โตของอุตสาหกรรม แนวโน้มเติบโตอย่างต่อเน่ือง และมบี ทบาทสาคัญตอ่

การทอ่ งเทย่ี วโดยรวมแต่ยังขาดการสนับสนนุ การ การเติบโตของการทอ่ งเที่ยวทางน้าของไทย

ทอ่ งเที่ยวทางนา้ เท่าทคี่ วร 2. การเปลีย่ นแปลงของพฤติกรรมนกั ท่องเทยี่ วทางนา้

2. ประเทศไทยมีความอดุ มสมบูรณข์ องทรพั ยากร สง่ ผลตอ่ การขยายตัวของทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ท่องเทย่ี วทางธรรมชาติและวัฒนธรรมประเพณีท่มี ี 3. การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจและการจดั ทาข้อตกลง

เอกลกั ษณ์ ระหว่างประเทศจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

3. ทตี่ ัง้ ทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยเหมาะสมสาหรับ ของการท่องเทย่ี วทางนา้

การพฒั นาการท่องเท่ยี วทางน้า และการเป็น 4. การขยายตัวของสายการบนิ ต้นทุนต่าและเส้นทาง

211

ศนู ย์กลางการเดนิ ทาง คมนาคมอ่นื ๆ รวมถงึ แนวโน้มนักท่องเท่ียวระยะใกล้

4. ประเทศไทยมีการพัฒนาเมืองท่องเท่ยี วทางน้าจาก ทาใหเ้ กิดความเชอ่ื มโยงการท่องเที่ยวในภูมิภาคมาก

การสร้างกิจกรรมทางน้าที่มีความหลากหลายทมี่ ี ขน้ึ

ผลงานโดดเดน่ ในระดบั โลก 5. การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและระบบอิเล็กทรอนิกส์

5. ไมม่ ีขอ้ จากดั ทางดา้ นศาสนาท่สี ง่ ผลกระทบต่อการ ทาให้เข้าถึงกลมุ่ นักท่องเทีย่ วได้ดยี ่ิงขนึ้

ท่องเทย่ี วมากนัก 6. ศกั ยภาพของ Startup ในการขับเคล่ือน

อุตสาหกรรมท่องเท่ียวใหเ้ ตบิ โตอยา่ งรวดเรว็ และ

ยั่งยืน

จดุ ออ่ น (Weakness) อปุ สรรค (Threat)

1. แหล่งทอ่ งเท่ียวทางน้ามีจานวนไมเ่ พียงพอและยงั คง 1. ภาวะเศรษฐกิจโลกมีความผันผวนและไมแ่ นน่ อน

กระจกุ ตัวอยเู่ ฉพาะในบางพืน้ ท่ี สง่ ผลต่อการตดั สนิ ใจเดนิ ทางหรือการใชจ้ ่าย

2. ความเส่ือมโทรมของแหลง่ ท่องเทย่ี วทางนา้ และขดี 2. เหตุการณ์ความไมส่ งบท่ีเกิดข้ึนหลายแหง่ ท่ัวโลก

ความสามารถในการรองรับนักทอ่ งเทีย่ วที่ไมเ่ พยี งพอ ส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเท่ียวโดยรวม

3. การคมนาคม/เข้าถงึ แหล่งท่องเทย่ี วทางนา้ ขาด 3. อุตสาหกรรมท่องเทย่ี วทางน้ามภี าวะการแขง่ ขันและ

มาตรฐาน การขนส่งสาธารณะยงั ไมท่ ั่วถงึ และไม่ แยง่ ชงิ ในตลาดการทอ่ งเทยี่ วโลกสูง

เพยี งพอ 4. การจดั สรรงบประมาณไมม่ ีความต่อเนื่องและจรงิ จงั

4. ประเทศไทยยงั มภี าพลักษณ์ด้านลบเรื่องความ ในการพฒั นาแหลง่ ท่องเที่ยวทางนา้

ปลอดภัยในชีวติ และทรัพย์สินโดยเฉพาะ การ 5. ขาดการบูรณการในกระดับกระทรวงโดยเฉพาะ

ท่องเที่ยวในเกาะตา่ งๆ แนวคิดการจดั สรรงบประมาณอย่างเหมาะสม

5. บุคลากรทางการท่องเทีย่ วไมเ่ พยี งพอทั้งเชงิ คณุ ภาพ 6. ขาดการใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR)

และปรมิ าณ และขีดความสามารถในการแข่งขนั ของ เพอื่ เสริมสร้างประสบการณ์ในการทอ่ งเทย่ี วทางน้า

ผ้ปู ระกอบการไทยยังจากดั ของนักท่องเทย่ี ว เชน่ โดยนกั ทอ่ งเทย่ี วสามารถ

6. การทาธรุ กรรมผา่ นช่องทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ )e- ดาวนโ์ หลดแอปพลเิ คชั่นท่องเท่ียวฮอ่ งกงลงบนมอื

commerce) ซึ่งเปน็ ทนี่ ยิ มของนักท่องเท่ียวยงั ไม่ ถอื ของตน และใชก้ ล้องในการสแกนสถานทตี่ า่ งๆ

แพรห่ ลายในสาหรับผูป้ ระกอบการท่องเที่ยวทางนา้ เพ่ือสืบหาประวัติหรือขอ้ มูลเพิ่มเตมิ

ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม

7. ขาดเอกภาพและการบรู ณาการในการบรหิ ารจัดการ

ของภาครฐั เพ่อื พัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย

212

บทที่ 5 ผลการสมั ภาษณ์เชงิ ลกึ ผเู้ ชย่ี วชาญและผูม้ สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งจากหนว่ ยงานทงั ภาครฐั และ
ภาคเอกชนท่มี คี วามร้เู กี่ยวกับการจดั การทอ่ งเท่ียวทางน้าจา้ นวน 31 คน เพ่ือรวบรวมขอ้ มลู
ความคิดเห็นส้าหรับประกอบการจัดท้าขอ้ เสนอแผนแม่บทการพัฒนาการทอ่ งเท่ียวทางน้าของ
ไทย พ.ศ. 2560-2564

5.1 ผลการสัมภาษณ์เชิงลกึ นายวรี ะศกั ดิ์ โควสรุ ตั น์ รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา

1. การพฒั นาการท่องเทยี่ วทางน้าของไทยควรเปน็ ไปในทิศทางใด และมีจดุ เน้นในเรอื่ งใด
รัฐควรกาหนดนโยบายโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีเน้นเรือขนาดเล็กเช่น การเข้าถึง สระ บึง บ่อ เขื่อน จะต้อง

ได้รับการพัฒนาในการรองรับเรือเล็กเพื่อพยายามลดความเหลื่อมล้าในระดับชุมชน เน่ืองจากเรือขนาดเล็ก
สามารถเข้าไปสู่ชุมชนได้ง่ายและสามารถให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการทากิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้าได้มากขึ้น
นอกจากนัน้ ขนาดของเรือที่เล็กสามารถเข้าไปสู่เมืองรองได้ภายใต้นโยบายภาครัฐ และควรเน้นการเข้าถึง 25 ลุ่ม
นา้ หลัก ซ่ึงจะทาอย่างไรถึงสามารถให้นักท่องเทีย่ วสามารถเดนิ ทางเข้าไปในเมืองรองและทากิจกรรมการท่องเท่ียว
ท่มี ลี กั ษณะวัฒนธรรมท่ีโดดเดน่ ในแตล่ ะชมุ ชน

นอกจากนั้น ควรเน้นเร่ืองความปลอดภัย มาตรฐาน สาหรับคนต่างชาติไม่คุ้นเคยกับชีวิตลุ่มน้าในไทย
ดังน้ัน ความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องท่ีสาคัญ และจะต้องสามารถนามาซ่ึงแรงดึงดูดให้นักท่องเท่ียวต่างชาติท่ีมี
คุณภาพเขา้ มา นอกจากนน้ั รฐั ตอ้ งเน้นนโยบายการเปน็ เอกลักษณ์

213

2. หลักการส้าคญั ของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของทา่ น

หลักการทสี่ าคัญ คอื ต้องเนน้ ชมุ ชนใหม้ ีความสขุ มากกว่าการท่ีจะให้ชมุ ชนเผชิญต่อการแข่งขันมากเกินไป
โดยชุมชนจะเป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเท่ียวเข้ามาเองจากการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวทางน้า ซึ่งแผนแม่บทจะต้อง
สะทอ้ นการพฒั นาทอ่ งเท่ียวทางนา้ จากมุมและแง่คดิ จากชมุ ชนเป็นหลกั

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรดา้ เนนิ แก้ไข ปรับปรุง พัฒนาอยา่ งไร

ไม่ควรอยู่ภายใต้การจัดการของกรมเจ้าท่าเพียงกรมเดียว ควรมีการการกระจายงานและมีเจ้าภาพที่
ชดั เจน และท่สี าคัญราชการควรมี “ลมหายใจเดยี วกับชาวบา้ น”

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้อง ในการผลักดันและขับเคลื่อนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าให้
สามารถพัฒนาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพและเป็นรปู ธรรม ควรเป็นอยา่ งไร

มีระดับที่ต่า ไม่ค่อยมีส่วนร่วมมาก แต่ชุมชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดนโยบายมากข้ึน ดังนั้น กลไก
ของรฐั ต้องมีความเขม้ แขง็ ในการผลกั ดนั การมสี ่วนร่วม

5. โปรดยกตวั อย่างประเทศทม่ี ีการจดั การ การพัฒนาการท่องเท่ยี วทางน้าทีด่ ี (Best Practice) ซ่ึงจะสามารถ
น้าบทเรียนความส้าเร็จดงั กล่าวมาปรับใชก้ ับประเทศไทยได้

ไม่มี เนื่องจาก ประเทศไทยเน้นชุมชนในการขับเคล่ือนเป็นหลัก เน่ืองจากประเทศไทยมีวัฒนธรรมและ
สภาพภูมศิ าสตรท์ ี่แตกตา่ งจากตา่ งประเทศ

6. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีที่มีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของประเทศไทย

ได้ทกุ ท่ี โดยเฉพาะลมุ่ แม่น้าต่าง ๆ

214

7. ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ สา้ หรบั ประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

- รัฐจาเปน็ ตอ้ งเปิดประตูทางนา้ รบั นักทอ่ งเท่ยี วหรือไม่ (ยงั ไมเ่ ห็นความเรง่ ด่วน)

- การออกแบบแพ เรือ ทา่ เทยี บ การขา้ มฟาก ท่ีจะตอ้ งมีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย มีเอกลักษณ์

- ในระดบั น้าต้ืน เรือใหญ่เป็นภาระทาให้เกิดการทาลายสิ่งแวดล้อม เช่น การเกิดตะกอนมากจากการเข้า
มาของเรอื สาราญขนาดใหญ่ ซ่ึงต้องมีการปรับปรุงอีกมากกมาย ดังน้ัน แผนแม่บทสามารถนามาเป็นช่องทางหน่ึง
ในการสรา้ งรายได้ แตไ่ มค่ วรเปน็ ทงั้ หมด ควรเน้นการเดนิ ทางท่ีสามารถนานักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจานวนมากก่อน
เชน่ การพฒั นาท่าอากาศยาน เปน็ ต้น

215

5.2 ผลการสัมภาษณเ์ ชงิ ลกึ นายพงษภ์ าณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกฬี า

1. การพัฒนาการทอ่ งเที่ยวทางน้าของไทยควรเปน็ ไปในทศิ ทางใด และมจี ุดเนน้ ในเรอื่ งใด

การพฒั นาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยควรเป็นไปในทิศทางท่ีสอดคล้องกับการแข่งขันในตลาดโลก และ
นโยบายดังกล่าวจะต้องสามารถสะท้อนการลดระดับความเล่ือมล้าทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน จุดที่ควรเน้น คือ
ด้านกฎหมายท่ียงั เปน็ ปญั หาของผลประโยชน์เชิงพื้นท่ี โดยเฉพาะแหล่งท่องเท่ียวทางน้าท่ียังมีกระทรวงต่าง ๆ ทา
หน้าที่ด้านการควบคุมการใช้พื้นท่ี ซ่ึงเป็นปัญหากับผู้ประกอบการในการทาธุรกิจ โดยเฉพาะ มาตรการทางด้าน
ภาษีท่ีมีการเก็บซ้าซ้อน (Quick Win) ดังนั้น ระดับนโยบายด้านการปรับกฎหมายสามารถทาได้เลยเนื่องจากไม่มี
ต้นทุนในการทา แตต่ ้องมคี วามรอบคอบหาจุดร่วมและหาเจ้าภาพให้ได้

2. หลกั การสา้ คัญของแผนแมบ่ ทการพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของท่าน

หลักการท่ีสาคัญของการทาแผนแม่บท คือ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการกาหนดแนวทางร่วมกัน
โดยเฉพาะชมุ ชน ประชาสังคม กลมุ่ ธรุ กจิ และหนว่ ยงานราชการ โดยแนวทางท่ีสาคัญคือ การร่วมกันคิดถึงปัญหา
อุปสรรค แนวทางแก้ไขเชิงพื้นที และรวมถึงแนวทางการบูรณการต่าง ๆ เพ่ือขับเคล่ือนแผนแม่บทที่ไปใช้กับ
ภาคปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ย่างแทจ้ รงิ จริง

216

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนนิ แกไ้ ข ปรบั ปรงุ พฒั นาอยา่ งไร

กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและ
ชายฝั่ง สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในระดับหนึ่งแต่การบูรณายังมี
ระดับทน่ี อ้ ย ซึ่งทาใหท้ างกระทรวงเห็นความสาคัญกับการทารา่ งแผนแม่บทมาช่วยในการขับเคล่ือน อย่างไรก็ตาม
ด้านการตลาดต้องมีกลยุทธ์ที่เข้มข้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติท่ีมีรายได้ หรือมีคุณภาพ นอกจากนั้น
การลงทุนโครงสร้างพ้ืนฐานเป็นปัจจัยในการทาให้แหล่งท่องเที่ยวทางน้าสามารถสร้างรายได้ในระยะยาวได้ ส่ิงที่
ต้องปรบั ปรุงนอกจากน้ี คอื การใชด้ ัชนีการแข่งขันตามหลักสากลในการขับเคลื่อนนโยบายซึ่งเป็นประเด็นที่สาคัญ
อย่างมาก เนือ่ งจากตัวชีว้ ดั สามารถนามาใช้เปน็ แนวทางในระดับนโยบายได้

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้
สามารถพัฒนาได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพและเป็นรูปธรรม ควรเปน็ อยา่ งไร

มีความสาคัญมากในเรอ่ื งการมีสว่ นร่วม เน่อื งจากถ้าขาดการมสี ่วนรว่ ม การขับเคล่อื นนโยบายภายใตแ้ ผน
กเ็ ป็นเรอื่ งท่ที าไดย้ ากมาก ดังนน้ั การมีสว่ นร่วมในการทาแผนรว่ มกันจงึ เป็นสิง่ ทสี่ าคญั และควรเปน็ รูปธรรม
นอกจากนน้ั แผนแมบ่ ทจะต้องสะท้อนจากการระดมความคิดเห็นจากความรว่ มมอื และการมสี ว่ นร่วมระหว่าง
ภาครฐั และเอกชน ภาคประชาสงั คม ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง

5. โปรดยกตัวอย่างประเทศท่มี ีการจดั การ การพฒั นาการทอ่ งเทีย่ วทางน้าท่ดี ี (Best Practice) ซึ่งจะสามารถ
น้าบทเรยี นความส้าเรจ็ ดังกล่าวมาปรับใช้กับประเทศไทยได้

มีประเทศตา่ ง ๆ ท่สี าคญั เชน่ เกาหลีใต้ ยุโรป ลุ่มแม่น้าโขง แคนาดา สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เป็นต้น
เนอ่ื งจากการจดั การเปน็ การปรบั โครงสร้างของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณการในระดับภาคเอกชน รัฐ
และประชาสงั คมในระดบั แผน โดยการปรบั ใช้ไมใ่ ชเ้ รอื่ งงา่ ยเนื่องจากมบี ริบททต่ี า่ งกัน เช่น การเมืองและเศรษฐกิจ
ดงั น้นั การปรบั จะต้องมีแผนท่ชี ดั เจนและตอ้ งสะท้อนจากทุกภาคสว่ น

217

6. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของประเทศไทย

พนื้ ทท่ี ม่ี ีศักยภาพและ/หรอื พ้นื ท่ที ี่คาดว่าจะมศี กั ยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ยี ว เช่น ภเู กต็ พัทยา
หวั หิน กระบ่ี ลมุ่ แมน่ า้ โขง เปน็ ตน้ แตย่ งั ต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติม โดยเฉพาะโครงสร้างพ้ืนฐานด้าน ท่าเรือ ต่าง ๆ
เป็นต้น นอกจากน้ัน โครงสร้างพ้ืนฐานที่สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวระหว่างพ้ืนที่หลักและพื้นที่ท่ีคาดว่ามี
ศักยภาพ เชน่ พน้ื ท่ที ี่มีภูมิศาสตรใ์ กล้กัน

7. ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเตมิ สา้ หรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ข้อเสนอแนะในการจัดทาแผนแม่บท คือ ต้องใช้ได้จริงครอบคลุมพ้ืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพื้นที่ท่ีคาด
ว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการทอ่ งเทีย่ วทางน้าของประเทศไทย และที่สาคญั แผนจะต้องสามารถนาซ่ึงรายได้ใน
ระดับชมุ ชน ลดความเหล่ือมล้า เป็นต้น

218
5.3 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลกึ นายทวีศักด์ิ วาณชิ ย์เจริญ รองปลัดกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา

1. การพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วทางนา้ ของไทยควรเปน็ ไปในทิศทางใด และมีจดุ เนน้ ในเร่อื งใด
ควรเน้นผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ไม่ควรเน้นผู้ประกอบการมากเกินไป เช่น เน้นการมีส่วนร่วม

ของชุมชนในการสร้างแหล่งกิจกรรมท่องเที่ยวทางน้า ดังนั้น แผนแม่บทจะต้องสามารถนามาขับเคล่ือนในแง่มุม
ของการพฒั นาเศรษฐกิจเชิงชมุ ชนให้ได้
2. หลกั การส้าคัญของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของทา่ น

หลักการสาคัญ คือ แผนแม่บทจะต้องมีกระบวนการในการลงพื้นท่ี ระดมความเห็นในภาคประชาสังคม
และสามารถนามาของบประมาณในการพฒั นาการท่องเทย่ี วทางน้าใหไ้ ด้ โดยต้องครอบคลุมด้านการท่องเที่ยวทาง
นา้ ทกุ มติ ิ

219

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนินแกไ้ ข ปรับปรุง พฒั นาอย่างไร

ยังไม่มปี ระสิทธิภาพ และยังขาดการบูรณการ แนวทางแกไ้ ข คอื ตอ้ งมีแผนแม่บททางน้าในการขับเคลื่อน
ในระดับหนึง่ แต่จะต้องมาปรบั การบรหิ ารจดั การเชิงนโยบายอยา่ งจรงิ จงั

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอก ชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคลื่อนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้
สามารถพฒั นาได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและเปน็ รูปธรรม ควรเปน็ อย่างไร

ยงั ไม่เห็นมากเทา่ ทค่ี วร แต่ภาคเอกชนใหค้ วามร่วมมืออย่างมาก ส่วนภาครัฐยังขาดความสนใจ

5. โปรดยกตวั อย่างประเทศทมี่ กี ารจัดการ การพฒั นาการทอ่ งเที่ยวทางนา้ ที่ดี (Best Practice) ซึ่งจะสามารถ
น้าบทเรียนความส้าเร็จดงั กลา่ วมาปรับใช้กับประเทศไทยได้

ประเทศในแถบยุโรปมีการบริหารจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะภาครัฐให้
ความสนใจในการพัฒนาแหลง่ ทอ่ งเที่ยวทางน้า

6. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

จงั หวัดภเู กต็ มีศกั ยภาพแต่ภาครฐั ต้องให้ความสนใจในดา้ นการลงทนุ โครงสร้างพนื้ ฐานมากกวา่ น้ี

7. ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ ส้าหรบั ประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

การทาแผนแม่บทต้องสามารถนามาใช้ได้ทุกมิติในเรื่องของการท่องเที่ยวทางน้า โดยเฉพาะการพัฒนา
แหลง่ ท่องเท่ยี วทางนา้ ในระยะยาว เช่น ภาครฐั ควรเน้นชุมชน หรอื อุปสงค์ท่มี คี ณุ ภาพ

220

5.4 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลึก นายอนนั ต์ วงศ์เบญจรตั น์ อธิบดีกรมการท่องเทีย่ ว

1. การพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วทางนา้ ของไทยควรเปน็ ไปในทศิ ทางใด และมีจดุ เนน้ ในเรอื่ งใด

การพัฒนาการท่องเท่ียวแบบความเพลิดเพลินและการสร้างบรรยากาศ นอกจากน้ัน ควรพัฒนาแหล่ง
ทอ่ งเทยี่ ว 2 ประเภท คือ นา้ จดื และนา้ เคม็ เชน่ อยุธยาจะการทาการตลาดทางน้า และต้องวางกลยุทธ์ให้คนไทย
มคี วามคุน้ เคยกบั น้ามากขึ้น นอกจากน้ัน ควรเนน้ ด้านอปุ ทานเป็นหลกั กลุ่มเป้าหมาย การคมนาคมท่ีดี

2. หลักการสา้ คัญของแผนแม่บทการพฒั นาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของทา่ น

หลักการสาคัญ คือ ระดับการหวังผลให้มีมากขึ้น ผลผลิตใหม่ พักแรมมากขึ้นจากนักท่องเท่ียวต่างชาติ
แนวทางการส่งเสริมชุมชนแหล่งท่องเที่ยวทางน้า เช่น อุบลราชธานี โดยพิจารณาจากล่มแม่น้าโขง โดยการทา
กิจกรรมบนเรือ นอกจากน้ัน การประดับไฟ 2 ริมฝ่ังแม่น้าในอยุธยา ล่องเรือและทานอาหารเย็น ชมตลาดเก่า
ระบบนเิ วศรอบ ๆ

221

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนนิ แก้ไข ปรับปรงุ พัฒนาอยา่ งไร

ยังไม่มีกลไกเท่าที่ควร กระทรวงการท่องเท่ียวการกีฬาไม่มีพ้ืนท่ีของตัวเอง และไม่สามารถเข้าไปบริหาร
จัดการ เป็นเพียงหน่วยงานด้านวิชาการและผลักดันในรูปแบบของนโยบายสาธารณะเพียงเท่านั้น แต่หน่วยงาน
ท้ังหลายยังไม่มี ความรู้ด้านการท่องเที่ยว ขาดการบูรณการ ควรปรับกลไกให้เกิดการขับเคล่ือน โครงสร้างการ
บริหารจัดการ และต้องเป็นรูปธรรม ปัจจุบัน เริ่มมีการจัดการแบบบูรณาการภายใต้งบประมาณแบบบูรณาการ
แต่ยังน้อยไป ต้องให้เจ้าของพื้นท่ีได้ทาเพียงเท่าน้ันแต่หน่วยงานดังกล่าวไม่เข้าใจในเร่ืองการท่องเที่ยว ดังน้ัน
กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬาจะต้องอานวยความสะดวกในด้านวิชาการและการบริหารในมุมมองของนโยบาย
โดยภาพรวม

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง ในการผลักดันและขับเคลื่อนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้
สามารถพฒั นาไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพและเปน็ รปู ธรรม ควรเปน็ อยา่ งไร

มีส่วนร่วมได้ดี ภาครัฐต้องเป็นตัวขับเคลื่อนในเรื่องการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ทุกภาคอยากมีส่วนร่วม
แต่ต้องขอเข้ามาร่วมกันมากข้ึน ดังน้ันถ้าภาครัฐมีแผนท่ีชัดเจนโดยการสื่อสารคนในพื้นท่ีว่าประโยชน์ที่ได้รับคือ
อะไร เชน่ ภาคเอกชน สภาหอหารคา้ และชุมชน เปน็ ตน้

5. โปรดยกตวั อยา่ งประเทศที่มกี ารจัดการ การพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วทางน้าทีด่ ี (Best Practice) ซึ่งจะสามารถ
นา้ บทเรยี นความส้าเร็จดงั กล่าวมาปรับใช้กบั ประเทศไทยได้

เกาหลีใต้ และยโุ รป: แนวคดิ การโอนพน้ื ท่ใี หก้ ับเจา้ ภาพ
สสส. สามารถควบคมุ กฎหมายในเร่อื งของยาสูบไดเ้ ปน็ อย่างดี

6. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีท่ีคาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของประเทศไทย

การเข้าถึงริมน้ายากในพ้ืนท่ีน้าส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทางภาคตะวันออก พัทยา น่าจะมีศักยภาพมาก
ท่ีสดุ ในเรืองของท่าเรือ ควรพัฒนามากกว่าน้ี โดยเฉพาะโครงสร้างพ้ืนฐาน นอกจากนั้น การน่ังเรือจากสิงคโปร์ไป
จอดที่กรุงเทพน่าจะนามาสู่การพัฒนาท่องเที่ยวทางน้าเพื่อดึงจานวนนักท่องเท่ียวต่างชาติดีที่สุด แต่ปัญหา คือ

222

พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีร่องน้าลึก มีแค่แหลมฉบัง เกาะสีชัง ที่พอสามารถพัฒนาได้ ดังนั้น การศึกษาศักยภาพ จึงเป็น
ประเดน็ ทสี่ าคัญมาก

7. ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ ส้าหรบั ประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

การทาแผนแม่บทจะต้องคานึงถึงการเชื่อมโยงในด้านสิ่งอานวยความสะดวกต่างๆ การพัฒนาทรัพยากร
มนุษย์ในกระทรวงให้มีความเชี่ยวชาญ สร้างกลไกภาครัฐให้เกิดการบูรณาการมากขึ้น ยกระดับการมีส่วนร่วม
โดยเฉพาะการผลกั ดนั ภาคเอกชน และสอื่ สารกับภาคประชาสงั คม

223

5.5 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลึก นายอารัญ บุญชัย ผู้ชว่ ยปลัดกระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา

1. การพัฒนาการทอ่ งเท่ียวทางนา้ ของไทยควรเปน็ ไปในทศิ ทางใด และมีจดุ เน้นในเรอ่ื งใด

ประเทศไทยมีความพร้อมและศักยภาพท่ีดี แต่ถ้านามาเทียบกับประเทศท่ีพัฒนาแล้ว อาจยังต้องมีการ
พัฒนาอีกมาก เช่น ในด้านโครงสร้างพ้ืนฐานต่างๆ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐควรเน้นในประเด็นของการสร้างความ
ความเชื่อมั่น การพัฒนาระบบขนส่งการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางน้า และ การบริหารจัดการ เป็นต้น
นอกจากนั้น ภาครัฐสามารถให้ท้องถิ่นช่วยพัฒนาแต่ส่วนกลางต้องมีการติดตามประเมินผลติดตามอย่างมี
ประสิทธิภาพ

2. หลักการสา้ คญั ของแผนแมบ่ ทการพฒั นาการท่องเท่ยี วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของท่าน

หลักการสาคัญ คือ แผนต้องปฏิบัติได้จริง และสามารถนาไปเช่ือมโยงกับยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ได้
นอกจากน้ัน แผนจะต้องนาไปสู่การทาโครงการที่สามารถอานวยการหน่วยงานอื่น ๆในการพัฒนาการท่องเท่ียว
ทางนา้ โดยรวม

224

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรดา้ เนนิ แกไ้ ข ปรบั ปรุง พฒั นาอยา่ งไร

ยงั ไมม่ กี ลไกท่ดี ี ตา่ งคนตา่ งทา ไมม่ กี ารบรู ณาการ

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าให้
สามารถพัฒนาไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพและเปน็ รปู ธรรม ควรเป็นอยา่ งไร

ภาคเอกชนมีส่วนร่วมแต่ภาคชุมชนไม่ค่อยมีส่วนร่วม ดังนั้น ภาครัฐควรมีกระบวนการและแผนที่ชัดเจน
ในการให้ภาคประชาสังคมมสี ่วนร่วมมากข้นึ

5. โปรดยกตัวอย่างประเทศท่มี ีการจัดการ การพัฒนาการท่องเทย่ี วทางน้าท่ีดี (Best Practice) ซึ่งจะสามารถ
นา้ บทเรยี นความส้าเรจ็ ดังกลา่ วมาปรบั ใช้กับประเทศไทยได้

สิงคโปร์ ไต้หวัน เป็น Homeport และมีเส้นทางการเดินเรือที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยทา
การตลาดอย่างมีประสทิ ธิภาพ

6. โปรดยกตัวอย่างพืนที่ที่มีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

Homeport เช่น ภูเก็ต โดยมีเส้นทางของการกระจายนักท่องเที่ยวไปตามแหล่งท่องเท่ียวต่าง ๆ
นอกจากนัน้ แมน่ ้าเจา้ พระยาก็ยังมศี กั ยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวแต่ภาครัฐควรสร้างกิจกรรมการท่องเท่ียวให้
เพิ่มขึน้

7. ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ ส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ควรพฒั นาแหล่งท่องเทยี่ วพร้อมกบั ชมุ ชน เชน่ เส้นทางแม่นา้ ผ่าน อยุธยาโดยดูวิถีชีวิต และมีการพักแรม
นอกจากนัน้ ควรเน้นในประเด็นในด้านความปลอดภัย ลดระบบผูกขาดในลาคลองและตลาดน้า หรือ ควรเปิดเสรี
ในการแขง่ ขันมากขนึ้ เป็นต้น

225
5.6 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก นายมงคล วมิ ลรัตน์ ผอู้ า้ นวยการกองเศรษฐกิจการท่องเทีย่ วและกีฬา

1. การพัฒนาการท่องเท่ยี วทางนา้ ของไทยควรเป็นไปในทิศทางใด และมจี ุดเน้นในเร่อื งใด
ควรไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลกและตลาดในประทศไทย โดยต้องมองว่าตลาดโลกน้ันมีพฤติกรรมการ

ท่องเที่ยวทางน้าอย่างไร เช่น cruise yacht หรือเรือสาราญต่างๆ โดยการมองกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะ
เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนรวยต่างๆ หรือกลุ่มวัยรุ่น ที่นิยมเที่ยวในปัจจุบัน รวมถึงการมองศักยภาพของพ้ืนที่และ
ชุมชนวา่ สามารถยอมรับได้มากนอ้ ยแค่ไหนในการพฒั นาการท่องเทย่ี วทางน้า

หากถามว่าเน้นจุดไหน ควรเน้นจุดที่ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องพ้ืนที่ที่ทาให้
ประเทศไทยได้ประโยชน์จากการท่องเทีย่ วทางน้าสูงสุด
2. ดัชนีการแข่งขันท่ีทาง World Economic Forum จัดท้า ควรยึดตัวแบบนันมาเป็นตัวหลักในการน้ามา
บริหารนโยบายหรือไม่

เราควรมองตลาดโลกว่าเขาให้ความสาคัญกับอะไรแล้วใครท่ีสามารถเป็น Benchmark กับประเทศไทย
เราได้ หลังจากน้ันเราต้องกลับมามองตัวเองว่า เรามีศักยภาพมากน้อยเพียงใด และทาอย่างไรให้คนที่อยู่ใน
อุตสาหกรรมการท่องเท่ยี วทางนา้ เหน็ เจตนาของกระทรวงว่า เราจะพฒั นาตรงนี้ให้เกดิ เป็นรูปธรรม

226

3. หลกั การส้าคญั ของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยพ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของท่าน

โดยเราต้องทราบว่าท้ังโลกเขามองบริบทการท่องเท่ียวทางน้าอย่างไร แล้วถ้านามาปรับใช้กับวัฒนธรรม
และทรัพยากรท่ีมีอยู่ของไทย เราควรจะวาง road map ในการพัฒนาอย่างไร ให้ทุกภาคส่วนยอมรับและนาไป
ปฏิบัติและเกิดขึ้นได้จรงิ

4. ควรนา้ Best Practice จากต่างประเทศมาปรับใช้กับการพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วทางน้าของไทยหรอื ไม่

เราต้องดตู วั อยา่ งของประเทศทสี่ าเรจ็ ว่าเง่ือนไขของความสาเร็จในการท่องเท่ียวทางน้าในแต่ละประเทศ
มอี งคป์ ระกอบและปจั จยั อะไรบา้ ง ซง่ึ บริบทของความสาเร็จในประเทศน้ันๆอาจจะสาเร็จ แต่หากนามาปรับใช้เรา
ต้องมองถึงศักยภาพ ทรัพยากรและวัฒนธรรมของประเทศไทยด้วย ว่าเราสามารถเดินตาม Best Practice ของ
ตา่ งประเทศได้หรอื ไม่

5. ท่านคิดวา่ การบรู ณาการกนั ระหวา่ งกระทรวงเป็นไปได้หรอื ไม่ อย่างไร

จรงิ ๆ แลว้ ส่วนนค้ี อื หัวใจหลกั ในการพัฒนา ซึ่งทุกพ้ืนท่ีประสบปัญหาการบูรณาการ ในแต่ละองค์กรและ
หน่วยงานต้องเกิดความเข้าใจในการบูรณาการเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าเกิดความสาเร็จ ซึ่งองค์กรและ
หนว่ ยงานต้องทาความเขา้ ใจในส่วนน้ี

6. ในปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่ควบคุมดูแลพืนที่ทางน้าซ้าซ้อนกันเราจะแก้ไขปัญหานีอย่างไรและหากมอง
จากแผนแมบ่ ทเราจะวางหลักการอย่างไรเพอื่ ให้เกดิ การพัฒนา

เมื่อเรามีแผนแมบ่ ทออกมาและทุกภาคสว่ นในอุตสาหกรรมทางน้ายอมรับในระดับปฏิบัติแล้ว ในส่วนของ
ระดับนโยบายของต้องรดั รปู โดยอาจจะมกี ารนาแผนแม่บทเขา้ ไปในคณะกรรมการการท่องเท่ียวแห่งชาติ เพ่ือให้มี
มติยอมรับในการพัฒนา ซง่ึ องคป์ ระกอบของคณะกรรมการจะมตี ัวแทนจากหลายภาคส่วน และหลังจากผ่าน ครม.
แล้ว ในระดับปฏิบัติก็จะเต็มใจนานโยบายไป implement หรือให้ความร่วมมือกับกระทรวงเพ่ือให้เป้าหมายของ
การพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วทางนา้ เกิดขน้ึ อย่างเป็นรูปธรรม

227

7. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าให้
สามารถพฒั นาไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพและเป็นรูปธรรม ควรเปน็ อยา่ งไร

เราต้องหาเจ้าภาพให้เจอ โดยปกติแล้วเจ้าภาพหลักคือ กระทรวง แต่หากเป็นการพัฒนาการท่องเท่ียว
ทางน้าตาม area แล้วมีการจัดจัด priority ตามพื้น เราต้องทราบว่าหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบตาม area และ
หากทางกระทรวงส่งนโยบายมาใหแ้ ลว้ หนว่ ยงานนั้นจะเป็นเจา้ ภาพหลกั

8. หากพิจารณาจากแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าแล้ว จะพบว่ามีหลายมิติ ท่านเห็นว่าควรแยกน้า
จดื -นา้ เคม็ หรอื บรู ณาการไวด้ ้วยกัน

ต้องมองภาพรวมของทั้งประเทศ และต้องรู้ว่าเราต้องการนาเสนอในมุมมองการท่องเที่ยวทางน้าใน
มมุ มองใด ซง่ึ การท่องเที่ยวทางน้ามี 2 มิติ คือ น้าจืดและน้าเค็ม และพอลงรายละเอียดของน้าเค็มแล้ว ซ่ึงมี 2 ฝ่ัง
คือ ฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ซ่ึงเม่ือมองส่วนนี้เสร็จ ต้องมองรวมไปถึงปากอ่าวที่มีทัศนียภาพท่ีสวยงาม มี
ศักยภาพเพียงพอ ในส่วนของน้าจืด เราต้อง focus แม่น้าสายหลักของประเทศและรวมไปถึงเขื่อนต่าง ๆ ที่มี
ธรรมชาติสวยงาม มีศักยภาพพอที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเท่ียวทางน้า อาจจะพูดง่ายๆ คือเราต้องดูภาพจากทุก
มิติก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดของแต่ล่ะพ้ืนท่ีไป ท้ายท่ีสุดแล้วเราต้องพูดถึงหน่วยงานท่ีรับผิดชอบของแต่ละ
พน้ื ท่ี เพราะถ้าไมม่ ีเจา้ ภาพการพัฒนาตา่ ง ๆ ก็จะไมเ่ กดิ ขึ้น

9. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีที่มีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีท่ีคาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

เราต้องดูจาก demand ของตลาดที่มีความเป็นไปได้ หรือพูดง่ายๆหากมีตลาดมีศักยภาพเพียงพอ ส่ิงที่
พูดคุยในปัจจุบัน คือ การท่องเที่ยวทางน้าของผู้สูงอายุ ที่มีการล่องเรือระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น cruise
yacht เป็นจานวนมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะว่าเส้นทางการล่องเรือระหว่างประเทศเริ่มมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น
เพียงขาดแค่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถ้าหากประเทศไทยจะพัฒนาในส่วนตรงนี้ก็มีความเป็นไปได้สูง ซ่ึงใน
ปัจจบุ นั น้ี ทางฝั่งของทะเลอันดามันเอง จุดท่ีน่าสนใจก็คือ ภูเก็ต ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับเรือ
cruise yacht อกี จดุ หนง่ึ คือ ทา่ เรือปากบารา จังหวดั สตลู ส่วนของอา่ วไทย ก็คอื เกาะสมุย ท่าเรือสงขลา ถ้าเข้า
มาในพ้ืนที่ชน้ั ใน ก็คอื ทา่ เรอื แหลมฉบัง ฐานทพั เรือสตั หบี ก็มคี วามเปน็ ไปไดส้ งู ในการพฒั นา

228

10. ในมมุ องของรัฐบาล กระทรวงการทอ่ งเท่ียวและกีฬา หากพิจารณาจากความร่วมมือระหว่างประเทศท่ีจะ
ขับเคลือ่ นนโยบายการท่องเท่ียวทางนา้ สภาพการณ์ในปัจจบุ ันเปน็ อย่างไรบ้าง

ในส่วนของความร่วมมอื ระหว่างประเทศ กม็ ีการพูดคยุ กนั เองในกลุ่มอาเซียนเช่นกัน การท่องเที่ยวทางน้า
ในการเช่ือมลูปการเดินทางไปในอาเซียน พดู ง่าย ๆ คือ เร่มิ มเี ส้นทางการทอ่ งเที่ยวทางน้าระหว่างประเทศเพิ่มมาก
ขน้ึ

11. การทกี่ ระทรวงการทอ่ งเท่ียวและกีฬาไมม่ ีแหล่งทอ่ งเท่ยี วเป็นของตัวเองเป็นอุปสรรคในการบริหารจัดการ
หรือไม่

คิดวา่ ไมเ่ ปน็ ปัญหา เพียงแค่ว่าเราต้องเข้าใจบริบทต่าง ๆ มากข้ึน ถ้าถามว่ากระทรวงไม่มีแหล่งท่องเท่ียว
เป็นของตัวเอง สามารถพัฒนาการท่องเที่ยวของตัวได้ไหม สามารถทาได้ โดยจะขึ้นอยู่กับการบริการ จัดการและ
ทาความเข้าใจกับนโยบายระดับชาติท่กี ระทรวงนาเสนอเขา้ มา

12. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพ่ิมเติมส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทาง
นา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ก่อนทาแผนแม่บทออกมา ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือคนท่ีจะได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวทาง
นา้ ยอมรบั โดยตอ้ งทาใหเ้ หน็ วา่ มันเกิดขน้ึ จรงิ ได้ และจะได้รบั ประโยชนใ์ นสว่ นตรงนี้

229
5.7 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลึก นายจาตรุ นต์ ภกั ดวี านชิ ผอู้ ้านวยการกองมาตรฐานและกา้ กบั ความ
ปลอดภัยนักท่องเที่ยว

1. การพฒั นาการท่องเทยี่ วทางนา้ ของไทยควรเปน็ ไปในทศิ ทางใด และมจี ุดเนน้ ในเรือ่ งใด
ในปัจจุบันก็ยังถือว่ายังมีโอกาส ดูจากต่างประเทศ แต่ประเทศไทยยังไม่กล้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานท่ี

จะสนบั สนนุ การทอ่ งเที่ยวเรือสาราญ เนื่องจาก อาจไม่เกิดความคุ้มค่า หรืออาจเกิดค่าเสียโอกาสกับโครงการรัฐท่ี
น่าจะสาคญั กว่า

สถานการณ์ปัจจุบันอาจมีปัญหาอยู่ อย่างกรณีหัวหิน-พัทยา ดังนั้น การพัฒนาท่องเที่ยวทางน้าควรเน้น
ผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ไม่ควรเน้นผู้ประกอบการมากเกินไป เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสร้าง
แหลง่ กิจกรรมทอ่ งเทย่ี วทางน้าต่างๆ

สิ่งท่ีควรเน้น คือ แผนแม่บทจะต้องสามารถนามาขับเคลื่อนในแง่มุมของการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงชุมชน
และไม่เปลี่ยนวิถีชีวิต แต่สามารถขับเคล่ือนนโยบายได้ เช่ือมต่อแหล่งท่องเท่ียวทางน้าอ่ืนๆในจังหวัดรอง โดย
จงั หวัดรองลงมาตอ้ งได้ประโยชนท์ างอ้อมถึงจะไม่มกี ิจกรรมทางนา้ แต่พนื้ ที่อย่ตู ดิ กัน

230

2. หลักการส้าคัญของแผนแมบ่ ทการพัฒนาการทอ่ งเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคดิ เหน็
ของท่าน

หลักการสาคัญ คือ การเพ่ิมจุดแข็งของภาครัฐซ่ึงต้องมีการพัฒนาโครงการท่าเรือ ดูแลทรัพยากรให้มี
ความยงั่ ยนื แต่ต้องลดจุดอ่อนคือ ตอ้ งพัฒนาให้เต็มทใ่ี นพื้นที่ท่มี ีศกั ยภาพเพือ่ เป็นตัวอยา่ งในการพัฒนา โดยรัฐต้อง
ให้ความสาคัญว่าโครงการดังกล่าวจะต้องสามารถสร้างแรงงานและรายได้ที่ดีได้ นอกจากน้ัน การเพ่ิมโอกาสคือ
ยกระดับความร่วมมอื ในการพฒั นาโครงการท่องเที่ยวทางนา้ กบั ต่างประเทศ เนอื่ งจากอปุ สงคม์ ีการเตบิ โตตอ่ เนื่อง

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนนิ แกไ้ ข ปรบั ปรงุ พัฒนาอย่างไร

ไม่มีกลไก และไม่มีประสิทธิภาพ ขาดการบูรณการ ควรปรับกลไกให้เกิดการขับเคลื่อน และเป็นรูปธรรม
ให้กระทรวงมกี ลไกมากขึ้นในการเป็นเจา้ ภาพในการก่อให้เกิดการบูรณการในระยะเร่ิมต้นแต่ต้องมีแผนแม่บททาง
น้าในการขบั เคลอ่ื นในระดบั หนึ่งโดยตอ้ งมีการเชือ่ มกบั ยทุ ธศาสตร์ประเทศ

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง ในการผลักดันและขับเคลื่อนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าให้
สามารถพฒั นาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและเปน็ รูปธรรม ควรเป็นอยา่ งไร

ยังไม่เห็นมากเท่าที่ควร แต่ภาคเอกชนให้ความร่วมมืออย่างมาก ส่วนภาครัฐยังขาดความสนใจเน่ืองจาก
ยงั ไม่เหน็ ความคุ้มคา่

5. โปรดยกตวั อยา่ งประเทศทีม่ กี ารจดั การ การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าทด่ี ี (Best Practice) ซึ่งจะสามารถ
น้าบทเรยี นความสา้ เรจ็ ดงั กล่าวมาปรบั ใชก้ บั ประเทศไทยได้

สงิ คโปร์ การวางโครงสรา้ ง ดแู ลทรัพยากร และการบรกิ ารตา่ ง ๆ

6. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

ภูเกต็ มีศักยภาพ แต่ภาครฐั ต้องให้ความสนใจในด้านการลงทุนโครงสร้างพ้นื ฐานมากกว่าน้ี

231

7. ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เตมิ ส้าหรบั ประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

การทาแผนแม่บทต้องสามารถนามาใช้ได้ทุกมิติในเรื่องของการท่องเที่ยวทางน้า โดยเฉพาะการพัฒนา
แหล่งทอ่ งเท่ียวทางนา้ ในระยะยาว เน้นชมุ ชนเป็นหลัก ภาคเอกชนขับเคลื่อนโดยภาครัฐ เช่น การให้การสัมปทาน
กับนักลงทนุ ตา่ งประเทศ

232

5.8 ผลการสมั ภาษณ์เชิงลึก นางสาวจริ าภรณ์ พรมมะหา ผู้อา้ นวยการกองการตา่ งประเทศ

1. การพัฒนาการทอ่ งเทีย่ วทางน้าของไทยควรเป็นไปในทศิ ทางใด และมจี ดุ เน้นในเร่ืองใด

การพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า ควรมีจุดเน้นที่การท่องเท่ียวทางน้าในลาน้าโขงด้วย เนื่องจากเป็นจุด
เชื่อมต่อที่สาคัญกับหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างย่ิงการรองรับนักท่องเที่ยวท่ีจะเดินทางท่องเท่ียวทางเรือที่จะ
เดินทางมาจากประเทศจีน และมาลงเรือบริเวณเชียงแสน ซ่ึงสามารถเช่ือมต่อกับประเทศลาวในการเดินทางไป
หลวงพระบาง แต่ทั้งนี้ควรให้ความสาคัญกับการท่องเที่ยวแบบล่องแม่น้าโขงระยะส้ัน ซ่ึงจะเป็นการเพิ่มรายได้
ทางการท่องเที่ยวให้กับเมืองท่ีอยู่ในพื้นท่ีล่องเรือระยะส้ัน ท้ังนี้ควรมีมาตรการด้านความปลอดภัยในการดูแลเรือ
ทอ่ งเทีย่ วใหม้ มี าตรฐานและอปุ กรณใ์ นการชว่ ยเหลอื นักทอ่ งเท่ียว

2. หลกั การสา้ คัญของแผนแม่บทการพัฒนาการทอ่ งเท่ยี วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ตามความคิดเห็น
ของทา่ น

หลักการสาคัญของแผนแม่บทพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า จุดเน้นคือ รายได้จากการท่องเท่ียวท่ีควร
กระจายให้กับพื้นที่ท่ีเรื่องท่องเที่ยวใช้สัญจรผ่าน ให้เพิ่มจุดแวะระหว่างการล่องเรือให้มีมากขึ้นเพ่ือให้เกิดการใช้
จ่ายในพื้นที่และนักท่องเท่ียวได้รับประสบการณ์ทางการท่องเท่ียวที่มากกว่าการชมบรรยากาศ และควรเน้น
ความสาคัญในเร่ืองมาตรฐานและความปลอดภัยของเรือที่ใช้ในท่องเท่ียว ที่จะต้องมีการตรวจสอบอย่างสา
สมา่ เสมอ และมหี น่วยงานทีร่ ับผิดชอบอย่างชัดเจน

233

3. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หากกลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ยังไม่
สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการ ท่านเห็นว่า
ควรด้าเนินแก้ไข ปรบั ปรุง พัฒนาอยา่ งไร

การดาเนนิ การแกไ้ ข ปรับปรุง และพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า คือ สร้างความพร้อมให้การท่องเที่ยวทาง
น้า (Maritime Tourism) เพ่ือผลักดันการท่องเท่ียวทางน้า แสวงหาผู้ร่วมทุนในการลงทุนพัฒนาศักยภาพท่าเรือ
ของไทย ให้สามารถรองรบั นกั ท่องเท่ยี วทลี่ ่องเรือสาราญ

4. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา / ทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง ในการผลักดันและขับเคลื่อนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้
สามารถพฒั นาไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพและเป็นรปู ธรรม ควรเป็นอยา่ งไร

ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหวา่ งภาครัฐและภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา และภาค
ส่วนอ่ืนๆ ที่เก่ียวข้อง เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าให้มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม ควรสนับสนุนการ
ท่องเท่ียวให้เป็นอุตสาหกรรมที่เก้ือกูลเร่ืองความม่ันคง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยาและการต่างประเทศ ซึ่งเป็น
อุตสาหกรรมท่ีต้องบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อนาประเทศไทยไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพท่ีเจริญเ ติบโต
อยา่ งมีดลุ ยภาพบนพ้นื ฐานของความเป็นไทยโดยนารายได้สู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน เพ่ือบรรลุวิสัยทัศน์
ให้ประเทศไทยเปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วคณุ ภาพชัน้ นาของโลกท่ีเตบิ โตอย่างแขง็ แรง

5. โปรดยกตัวอย่างประเทศทมี่ ีการจดั การ การพฒั นาการท่องเท่ียวทางนา้ ท่ีดี (Best Practice) ซ่ึงจะสามารถ
น้าบทเรยี นความส้าเร็จดงั กล่าวมาปรบั ใชก้ ับประเทศไทยได้

ตัวอย่างการล่องเรอื ทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ เช่น การลอ่ งเรือในแม่น้าแซน ในกรุงปารีส การล่องเรือแม่น้าดานูบ
ในกลุ่มประเทศยุโรป เป็นต้น

6. โปรดยกตัวอย่างพืนที่ท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของประเทศไทย

พ้ืนที่ท่ีมีศักยภาพในการล่องเรือแม่น้าโขงระยะส้ัน เช่น จากเมืองเชียงของ จ.เชียงราย ไปเมืองปากทา
แขวงบ่อแก้ว ของ สปป.ลาว ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ล่องเรือในแม่น้าโขงมักจะเป็นการล่องเรือจากเมืองห้วย

234

ทราย แขวงบอ่ แก้วไปหลวงพระบาง ซึง่ เปน็ การเพ่ิมโอกาสให้นักท่องเท่ียวได้สัมผัสบรรยากาศล่องเรือในแม่น้าโขง
และเพ่มิ รายได้ในพน้ื ท่ีได้ และกลุ่ม 7 จงั หวดั ในภาคอีสานท่ีอยู่ติดลาน้าโขง

7. ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเพม่ิ เตมิ สา้ หรบั ประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ควรมีการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเท่ียวท่ีมีศักยภาพและมีความพร้อมบนพื้นฐานของเอกลักษณ์ไทย ซ่ึง
สอดคล้องกับกระแสความต้องการของประชากรโลก มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนนักท่องเท่ียวคุณภาพ แต่ยังคงรักษา
ฐานนักท่องเท่ียวตลาดเดิม สร้างมูลค่าเพ่ิมทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ท้องถ่ินอย่างท่ัวถึงและเป็นธรรม
สนับสนนุ การท่องเที่ยวชมุ ชน โดยยกระดบั และเพ่ิมมูลค่าทางการท่องเที่ยวให้กับชุมชนท่ัวประเทศ อันจะเป็นการ
วางรากฐานของเศรษฐกจิ ในภาพรวม


Click to View FlipBook Version