The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Keywords: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

635

5.3 ความสะอาด/การจดั การขยะและสิ่งปฏกิ ลู มีจุดรองรับขยะเปน็ ระยะ ตลอดเส้นทางมีถังขยะเป็นแบบ
คดั แยกประเภทขยะด้วย
ตวั ช้ีวัดท่ี 6 ความเชอื่ มโยงกับแหลง่ ท่องเท่ียวอน่ื /การรวมกลมุ่ ของแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว

- ไมม่ ี -
ตวั ช้ีวดั ท่ี 7 ความหลากหลายของกิจกรรม

นกั ท่องเท่ยี วสามารถประกอบกิจกรรมได้ดังต่อไปนี้
- เดนิ เล่น-นง่ั เล่นพักผอ่ น/ปิกนิก/เล่นนา้
- ชมววิ /ถา่ ยรูป
ตวั ชว้ี ัดที่ 8 ชว่ งเวลาหรอื ฤดกู าลในการทอ่ งเที่ยว
นักท่องเทีย่ วสามารถทอ่ งเทยี่ วไดต้ ลอดทั้งปี
ตวั ชวี้ ดั ที่ 9 ความสามารถในการรองรับนกั ทอ่ งเที่ยว
ไม่มีขอ้ มลู
ตวั ชี้วดั ที่ 10 ความสามารถในการแข่งขันดา้ นราคา
10.1 ราคาทรปิ –ไม่ม-ี
10.2 ราคาเรือ –ไมม่ -ี
10.3 ราคาทพี่ กั ราคาตงั้ แต่ 700 – 4000 บาท
10.4 ราคาอาหาร ราคาตงั้ แต่ 50 – 1,000 บาท

636

บทที่ 8 ผลการจดั ประชมุ กลมุ่ ยอ่ ยเพ่อื รับฟังความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะสา้ หรบั ประกอบการ
จัดทา้ แผนแม่บทการพฒั นาการท่องเท่ยี วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564

8.1 ผลการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บท
การพัฒนาการทอ่ งเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครังท่ี 1 ภาคตะวันออก)

การประชมุ ระดมความคิดเห็น
ประกอบการจดั ท้าแผนแมบ่ ทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564

ครงั ท่ี 1 ภาคตะวันออก วนั ศุกรท์ ี่ 22 กนั ยายน 2560
ณ โรงแรม Sea Sand Sun Resort and Villas อ.สัตหีบ จ.ชลบรุ ี

ประเดน็ สาคญั มดี งั น้ี

- เร่ืองพื้นที่และการเช่ือมโยงของพื้นท่ีต่าง ๆ ในประเด็นเรือเฟอร์รี่, โครงสร้างพ้ืนฐาน, การสร้าง
ส่ิงแวดล้อมท่ีดีนั้น จะต้องมีการดาเนินตามกฎระเบียบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และชุมชนท่ีต้องเห็นร่วมกัน
ดาเนินงานร่วมกัน ทุกเร่ืองควรบูรณาการให้เกิดความเช่ือมโยงท่ีชัดเจน นอกจากนั้น รัฐต้องให้ความสาคัญหรือ
สนใจทาการจัดตั้งพนื้ ท่ใี นการเช่าเพอื่ สง่ เสริมการลดความเหลื่อมล้า และประเด็นต่อมาคือส่ิงแวดล้อม โดยภาครัฐ
ควรจะสร้างระเบียบแบบแผนและการบังคับใช้กฎหมายให้ดีในเร่ืองพ้ืนที่ โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม และ
ชมุ ชน และทสี่ าคัญต้องเนน้ การบรู ณาการให้เกดิ ความเชื่อมโยงทช่ี ัดเจน

- การทอ่ งเทยี่ วทางน้าไม่ใชแ่ ค่การเนน้ ไปท่ีทะเล แต่ควรพิจารณาแม่น้าลาคลอง ตลอดจนกิจกรรมทางน้า
เช่นล่องแก่งที่ปัจจุบันมีไปทุกภาค กล่าวคือ ทางปราจีนบุรี นครนายก จันทบุรี มีการท่องเที่ยวทางลาคลอง น้า
และล่องแกง่ ตามแมน่ ้าต่างๆ

- การท่องเท่ียวทางน้าไม่ว่าจะเป็นทางทะเล ทางแม่น้า หรือจะเป็นการตัดคลอง สร้างคลองเหมือน
ต่างประเทศเพื่อให้ชาวบา้ นในพืน้ ท่ี รัฐจะต้องทามาตรฐานให้เหมือนกัน มีกฎ กติกาที่ไปด้วยกัน และท่ีสาคัญท่ีสุด
คอื ความปลอดภยั

- รัฐต้องปลูกฝังคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา ชุมชน เอกชนหรือหน่วยงานราชการ โดยการสร้างการ
ท่องเที่ยวชุมชน ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ยกตัวอย่างการล่องแพ ดูเหยี่ยว ดูวิถีชีวิตชุมชน หรือรัฐอาจจะใช้
กฎหมายเข้าควบคมุ กิจการเหลา่ นใี้ นระดบั ต่างๆ

637

- การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าจะต้องมองการพัฒนาใน 2 มิติ มิติแรกคือพัฒนาแหล่งท่องเท่ียว และ
สองคือ การพัฒนาการขนส่งทางน้า ที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางท้ังทางบก และทางอากาศ และต้องมีการทา
แผนแมบ่ ทโดยคานึงถึงเร่อื งโครงสร้างพ้ืนฐานและ soft infrastructure หรอื กฎระเบียบทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง

- รัฐต้องส่งเสริม คณะกรรมการกิจการเรือและการท่องเท่ียว ซ่ึงชุดน้ีมองในมิติของการเรียนการสอน
พัฒนาบุคลากรเพ่ือทางานบนเรือ และเช่ือมโยงคณะทางานท้ังสองชุดให้ข้างต้นให้สามารถทางานร่วมกัน
ตวั อย่างเช่นการพัฒนาเรือเฟอร์รี่จากพทั ยาไปหวั หนิ

- รัฐต้องพิจารณาแผนการซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉินร่วมกับกรมเจ้าท่า และมีการออกแบบเราอลูมิเนียม
พฒั นาเพอ่ื ช่วยเหลือผปู้ ระสบภยั ได้ดีกวา่ เรอื เร็วไฟเบอร์กลาส เนื่องจาก บุคลากรยังขาดความรู้ และความเข้าใจท่ี
ไมต่ รงกัน ท้ังการบลั ลาร์ดนา้ เพ่ือสรา้ งสมดุลให้กับเรอื นอกจากน้ัน รัฐต้องพิจารณาถึงการท้ิงขยะของเรือสาราญที่
มีการแยกขยะไวแ้ ลว้ และสามารถนาไปขายหรือรไี ซเคิล

- รัฐต้องพิจารณาภาพรวมของความปลอดภัยในเรื่องการเดินทางของนักท่องเท่ียว เรือโดยสารข้ามฝาก
ต้องได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย จัดหาสถานท่ีเพ่ืออานวยความสะดวกแก่นักท่องเท่ียว ท่าเทียบเรือที่ได้
มาตรฐาน สะดวก และมีความปลอดภัยสูง กฎหมายการทาสัมปทานเรือโดยสาร พัฒนาแหล่งท่องเท่ียวเพื่อดึงดูด
นกั ท่องเทีย่ ว เช่น ตามเกาะต่าง ๆ ให้มีจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว การบริหารจัดการส่ิงแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจาก
เรือโดยสารเพ่ิมรายได้ให้กับชุมชน เช่น จัดตลาดนัดชุมชน เพ่ือแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้า และ บูรณาการ
หน่วยงานทเี่ กีย่ วข้องทุกภาคสว่ น เพอ่ื หาแนวทางในการแกไ้ ขปญั หารว่ มกัน เปน็ ต้น

638

8.2 ผลการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพ่ือรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บท
การพัฒนาการทอ่ งเท่ยี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครังที่ 2 ภาคตะวนั ตก)

การประชุมระดมความคิดเห็น
ประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ครงั ที่ 2 ภาคตะวันตก วันพฤหสั บดีท่ี 19 ตลุ าคม 2560
ณ โรงแรมริเวอรแ์ คว อ.เมือง จ.กาญจนบรุ ี

ประเด็นสาคัญมดี ังน้ี

- ภาคตะวันตกจะมองวิสัยทัศน์ของเป็นต้นแบบการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าเชิงบูรณาการอย่างย่ังยืน
จากขุนน้าสู่ท้องทะเล เช่น เพื่อเพิ่มเสน่ห์ในเขตการพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก เพ่ือนาไปสู่คุณภาพการ
บรกิ ารระดับโลก/ระดบั สากล พฒั นาแหล่งท่องเที่ยวแหล่งน้าเชิงคุณภาพ, สุขภาพ โดยเน้นนักท่องเที่ยวที่มีรายได้
สูง ผา่ นกิจกรรมเชงิ นิเวศและพัฒนาแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วเชงิ พ้นื ท่ีท่ีไม่กระจุกตวั และ พัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเท่ียว
ทางนา้ เชิงสุขภาพ

- รัฐจะต้องมีอานาจด้วยการตรากฎหมาย บัญญัติหน้าท่ีท่ีชัดเจน ระบุหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง และ
ประกาศใชไ้ ด้จรงิ

- กฎเกณฑ์มีการเปล่ียนเร็ว หน่วยงานและคนปฏิบัติจะต้องมีการตามสถานการณ์การแข่งขันให้ทัน และ
ตอ้ งพจิ ารณาการบูรณาการหนว่ ยงานรว่ มกนั มากขึน้

- รัฐต้องพิจารณาปัญหาเรื่องพื้นท่ีทับซ้อน และพยายามร่วมมือกันกับหน่วยงานต่างๆในการช่วยกัน
แกป้ ญั หา และทสี่ าคัญแผนพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าจะต้องพิจารณาศึกษาเชิงพ้ืนที่ให้มากขึ้น เพ่ือจะได้นาแผน
ตวั น้ีไปใชไ้ ดง้ า่ ยขึน้

- ถ้าพิจารณาจากการตลาด สถานท่ีท่องเที่ยวควรจะสร้างเร่ืองราว ผ่านการตลาดที่มันรวดเร็ว โดยมี
ยทุ ธศาสตร์รองรับ อยา่ งเชน่ การสร้างภาพยนตร์

639

8.3 ผลการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพ่ือรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บท
การพัฒนาการท่องเทย่ี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครังที่ 3 ภาคกลาง)

การประชมุ ระดมความคิดเห็น
ประกอบการจัดท้าแผนแมบ่ ทการพัฒนาการท่องเทีย่ วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564

ครังที่ 3 ภาคกลาง วันพฤหัสบดที ี่ 2 พฤศจกิ ายน 2560
ณ โรงแรมปรนิ ซพ์ าเลซ กรุงเทพฯ

ประเดน็ สาคัญมีดงั นี้

- ภาคกลางมีแม่น้ามากกมายทีม่ ีความสวยงาม มคี วามโดดเดน่ เรอื่ งวัฒนธรรม วถิ ีชีวิตต่างๆ แต่ยังขาดการ
พัฒนา การประชาสัมพันธ์ และควรมุ่งเน้นคุณภาพของสถานท่ีท่องเที่ยวนั้นๆ เช่น เรื่องโครงสร้างพ้ืนฐาน ส่ิง
อานวยความสะดวกตา่ งๆ และ ความปลอดภยั เป็นตน้

- รา่ งของแผนแม่บทพบวา่ การให้ความสาคญั กับเรื่องเศรษฐศาสตร์ แตใ่ นทางกลับกนั พบว่าให้ความสาคัญ
กับเรื่องส่ิงแวดล้อมน้อยมาก แต่อีกเร่ืองท่ีควรจะให้ความสาคัญ ก็คือ เร่ืองความปลอดภัยของนักท่องเท่ียว ซ่ึงใน
ปจั จุบันพบว่าผปู้ ระกอบการเก่ียวกับการดาน้าสว่ นใหญย่ งั ไมผ่ า่ นมาตรฐานในเร่อื งความปลอดภยั จึงอยากให้มีการ
เพิม่ เรอื่ งของส่งิ แวดลอ้ มและความปลอดภัยในแผนแมบ่ ทการพฒั นาท่องเทย่ี วทางนา้

- ปญั หาทพี่ บมากสาหรับการท่องเที่ยวแบบวิถไี ทยและการท่องเท่ียวทางน้า เช่น นักท่องเท่ียวยังไม่เข้าใจ
กฎเกณฑ์ในการทอ่ งเทย่ี ว มกี ารตกปลาในเขตหวงห้าม นอกจากนั้น การนาวิถีของชุมชนมาเป็นจุดขายจะสามารถ
ทาได้อยา่ งยง่ั ยืน

- ในเรือ่ งตลาดน้า ซึ่งตลาดนา้ บางแหง่ เปน็ นโยบายของทางจังหวดั ทจ่ี ดั ขน้ึ เพอ่ื กระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ถ้า
หากมีการเปิดตลาดน้าในบริเวณใกล้เคียงกันก็อาจจะเป็นการตัดกาลังกันเอง นอกจากน้ัน นักท่องเที่ยว
ภายในประเทศสามารถขับเคล่ือนเศรษฐกิจได้ ในเรื่องของตลาดน้า ควรคานึงถึงศักยภาพของแต่ล่ะพ้ืนที่และกลุ่ม
ลูกคา้ ท่ชี ดั เจน เช่น พื้นท่ีนี้จะเน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะมองว่าเป็นจุดท่ีนักท่องเท่ียวต่างชาติเดินทางเข้ามา
บ่อย เป็นต้น ส่วนในเร่ืองของการท่องเท่ียวแบบวิถีชีวิตอาจจะต้องใช้เวลานานและต้องระดมความคิด ซ่ึงแผน
อาจจะไม่เหมาะสม เพราะมีเวลาแค่ 5-6 ปี

- นโยบายการท่องเท่ียววิถีไทยเก๋ไก๋แบบยั่งยืนต้องสามารถจับได้เป็นรูปธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้มีความ
ร่วมมือกับบริษัท EFW แห่งประเทศไทย ซ่ึงทาในเร่ืองเคร่ืองยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และได้รับความ
ชว่ ยเหลอื ในเร่ืองบประมาณส่วนหน่ึงจากรัฐบาลเยอรมัน ซึ่งได้เร่ิมลงไปคุยกับสถานท่ีท่องเท่ียวทางน้า 3 แห่ง คือ

640

คลองลัดมะยม สมุทรสงคราม และอยุธยา โดยเคร่ืองยนต์ท่ีใช้กันในปัจจุบันทาเกิดมลภาวะต่างๆ เช่น อากาศ
เสียง และอื่นๆ เพราะเครื่องยนต์ท่ีใช้กันในปัจจุบันไม่ได้ทามาเพื่อเรือโดยเฉพาะ ดังนั้น การนาเครื่องยนต์นี้ไป
ทดลองใช้กับพื้นท่ีที่กล่าวมาจะเห็นการเปล่ียนแปลงต่างๆ เช่น เร่ืองเสียงรบกวน เร่ืองคลื่น เร่ืองส่ิงแวดล้อมท่ีดี
เพราะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และสามารถมองในเร่อื งเส้นทางการเดนิ เรือใหม่ๆ โดยใชเ้ ครื่องยนต์ตัวนอ้ี ีกดว้ ย

- ปญั หาท่ีกาลงเผชิญอยู่ในปจั จุบัน กลา่ วคือ มีทรัพยากร แหล่งท่องเทยี่ วทางนา้ ทีม่ ีความพร้อม แต่ยังขาด
การส่งเสริมจากทางภาครัฐอย่างจริงจัง และยังไม่เป็นรูปธรรม แต่มีโครงการเกิดขึ้นมากมาย โดยปัญหา คือ การ
สญั จรระหวา่ งเรอื ทอ่ งเทย่ี วกบั เรอ่ื งขนส่ง ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทาให้มีความอันตราย ปัญหาเรื่องส่ิงแวดล้อม
ในเรอื่ งของการกดั เซาะตล่ิง และปญั หาเรื่องนา้ หลาก ซ่ึงปัญหาเหลา่ นี้ควรไดร้ ับการแกไ้ ข

- การท่องเที่ยวซบเซาลง ซ่ึงอีกปัญหาที่พบในการท่องเท่ียววิถีไทย เช่น การตักบาตรทางน้า การล่อง
แม่นา้ ดูวิถชี วี ติ ซง่ึ เครือข่ายชุมชนยังไมเ่ กิดความเข้าใจในเรอ่ื งการทอ่ งเท่ยี วเท่าทีค่ วร ประเด็น คือ ขาดความเข้าใจ
เรื่องท่องเทย่ี วและ มกี ารเอารดั เอาเปรยี บนกั ท่องเท่ยี ว

641

8.4 ผลการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพ่ือรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บท
การพฒั นาการท่องเท่ียวทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครังท่ี 4 ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื )

การประชมุ ระดมความคดิ เห็น
ประกอบการจัดทา้ แผนแม่บทการพฒั นาการทอ่ งเที่ยวทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ครงั ที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 14 ธนั วาคม 2560
ณ โรงแรมลโี อซอ จังหวัดนครราชสีมา

ประเดน็ สาคัญมีดงั น้ี

- ปัญหาส่วนใหญ่ในพื้นท่ี คือ อานาจการตัดสินใจของหน่วยงานเจ้าของพ้ืนท่ีมีเป็นเพียงบุคคล ๆ เดียว
เทา่ นัน้ เป็นตวั ขัดขวางการดาเนินการ และ มีข้อจากัดทางกฎหมายระหวา่ งประเทศบางประการที่ยงั ลา้ หลงั อยู่

- กรมเจ้าทา่ ดแู ล รักษา สาธารณะสมบัตทิ างนา้ ภาคอสี านมีแตกต่างจากภาคอ่ืนๆ เช่น สถานท่ีท่องเที่ยว
ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ท่ีแม่น้า คลอง และอ่างเก็บน้า หากสถานที่ท่องเท่ียวมีกิจกรรมท่ีใช้ประโยชน์ร่วมกันจะต้องขอ
อนุญาตจากเจ้าท่า ซึ่งมีความปลอดภัยที่ดี อย่างไรก็ตาม บางพื้นท่ียังขาดการป้องกันอุบัติเหตุทางน้าและยังขาด
เจา้ หน้าทที่ มี่ ีความรเู้ รือ่ งความปลอดภยั

- ภาครัฐต้องมุ่งส่งเสริมและพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าเชิงอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ ได้มาตรฐานความ
ปลอดภัย โดยมีการพัฒนาและบริหารของท้องถ่ินอย่างเหมาะสม เช่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถ่ินใน
การบรหิ ารจัดการการทอ่ งเทยี่ วทางน้าอย่างแท้จริง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งท่องเท่ียวทาง
นา้ โดยนาเสนอสินค้าและวิถีชุมชนของท้องถิน่ ใหส้ ามารถรองรบั นักทอ่ งเที่ยวท้งั ในและตา่ งประเทศ ซึ่งต้องคานึงถึง
การพฒั นาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวทางน้า พัฒนาส่ิงอานวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวทางน้า และส่งเสริม
กิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้า ผลักดันและส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้าด้วยการจัดต้ังคณะกรรมการพัฒนาการ
ท่องเท่ียวทางน้า จัดทานโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวทางน้า กาหนดแนวทางการจัดทรัพยากรเพ่ือ
สนับสนุนนโยบาย พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และ นวัตกรรม สร้างการบูรณาการระหว่างหน่วยงานทุก
ภาคส่วนที่เก่ียวข้อง ส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟู ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ภาคี
เครอื ขา่ ย เพือ่ เปน็ กรอบปฏิบตั ิใหเ้ ปน็ ไปในทศิ ทางเดียวกัน บูรณาการรวมกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและ
พฒั นายกระดับมาตรฐานสินค้าและบรกิ ารทางย้า

642

8.5 ผลการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บท
การพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครงั ที่ 5 ภาคเหนือ)

การประชมุ ระดมความคดิ เห็น
ประกอบการจดั ท้าแผนแมบ่ ทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564

ครงั ท่ี 5 ภาคเหนอื วนั ท่ี 27 ธันวาคม 2560
ณ โรงแรมเชียงใหมอ่ อรค์ ิด อ.เมอื ง จ.เชยี งใหม่

ประเด็นสาคญั มดี ังน้ี

- การทอ่ งเทยี่ วทางน้าภาคเหนอื ส่วนใหญ่ส่วนมากจะเป็นการล่องเรือไปตามแม่น้าหรือตามเขื่อนต่างๆ ใน
ส่วนของปัญหา กค็ ือ เรอื่ งปัญหาโครงสร้างพ้ืนฐานต่างๆ ยังมีไม่มเี พยี งพอต่อความต้องการเรื่องการประชาสัมพันธ์
เน่ืองจากทางภาคเหนือมีสถานที่ท่องเท่ียวทางน้าท่ีสวยงามมากมาย แต่ยังขาดเรื่องการประชาสัมพันธ์ ส่งผลให้
นักทอ่ งเทย่ี วขาดการเข้าถึงในส่วนนใ้ี นเรอ่ื งของอปุ สงค์ อุปทานของนักทอ่ งเท่ียว

- รัฐต้องคานึงถึงข้อกฎหมายที่เก่ียวข้อง เช่น กฎหมายอุทยาน กฎหมายกรมเจ้าท่า เพราะในปัจจุบันติด
ปัญหาเร่ืองกฎหมาย หากมีการจัดทาแผนแม่บทต้องมีการนาหน่วยงานที่เก่ียวข้องมาประชุมกัน เพ่ือหาทางออก
เรอ่ื งกฎหมาย

- ในอดีตแม่น้าปิงได้มีการจัดการท่องเท่ียวทางน้า โดยการล่องเรือในแม่น้าปิง ซ่ึงแม่น้าปิงน้ันมี
ประวัติศาสตร์มากมายและยงั มีวถิ ชี ีวติ ของชนพื้นเมือง ซ่ึงในปัจจุบันธุรกิจน้ีได้มีการปิดตัวลง เนื่องจากปัญหาก็คือ
งบประมาณที่จะมาสนับสนุนในส่วนตรงน้ี และยังมีปัญหาเร่ืองการประชาสัมพันธ์ ทาให้ไม่เป็นท่ีรู้จักของ
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าหากมีการพัฒนาการล่องเรือในแม่น้าปิงเป็นแบบเชิงอนุรักษ์ จะสามารถดึงดูด
นักท่องเทย่ี วไดม้ าก

- รฐั ตอ้ งพิจารณาถงึ งบบูรณาการของทางภาครัฐ ซึ่งแผนแม่บทตัวนี้อาจจะสามารถตอบรับในเร่ืองของงบ
บรู ณาการของทางภาครัฐได้ ซ่ึงแนวทางของแผนแมบ่ ทอาจจะการผ่านกระทรวง แต่ในทางปฏิบัติจริงอาจจะติดข้อ
กฎหมายในเรอ่ื งตา่ งๆ เช่น เรื่องป่าไม้ หรอื การคมนาคมทางนา้ เปน็ ตน้

- รฐั ต้องคานึงถงึ Target group ของการท่องเท่ียวทางน้าของภาคเหนือ เพราะจะได้ทราบถึง marketing
วา่ จะเจาะกลุ่มไหน

643

- บุคลากร เชน่ มคั คเุ ทศก์ มสี ว่ นสาสาคัญในการทอ่ งเทีย่ วและต้องคานงึ ถึง ดังนั้นบุคลากรเองก็ต้องมีการ
พัฒนาไปพร้อมกับการพัฒนาการท่องเทย่ี วดว้ ยเช่นกัน

- การท่องเที่ยวทางน้ามีการเชื่อมโยงกับประเทศเพ่ือนบ้าน เพราะในปัจจุบัน ได้มีบริษัทนาเท่ียวมีการ
จัดการท่องเท่ียวทางโดยการล่องเรือไปตามลาน้า จุดหมายปลายทางอยู่ท่ีหลวงพระบาง โดยการไปด้วยเรือกลับ
ดว้ ยรถยนต์ ซงึ่ ในสว่ นนต้ี อนกลับสามารถนานกั ท่องเท่ยี วจากประเทศเพ่ือนบ้านกลับมาท่องเท่ียวภายในจังหวัดได้
ซงึ่ กอ็ ยากใหเ้ พ่ิมสว่ นตรงนี้ไปในแผนแม่บทและมกี ารสง่ เสรมิ การทอ่ งเท่ียวในเชงิ นด้ี ้วย ซึง่ ในปัจจุบันเองก็เร่ิมมีการ
คุยกนั ระหวา่ งประเทศในสว่ นนี้ วา่ อาจจะมกี ารจัดการแขง่ เรอื กับประเทศเพือ่ นบา้ นเพ่ือเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว
อกี ทางหนงึ่ ดังนน้ั ภาครัฐตอ้ งส่งเสรมิ ในการอานวยความสะดวกในส่วนตรงนี้

- ภาครฐั สนับสนนุ ในเรอ่ื งงบประมาณท่ีจะใช้ในการพัฒนา คือกฎระเบียบต่างๆของผู้ประกอบการ เพ่ือใช้
ในการควบคุมผู้ประกอบการ บุคลากร ต้องมีบุคลกรที่มีความรู้ความสามารถในเร่ืองการท่องเท่ียวทางน้า
ความสามารถในการใช้ภาษาต่าง ๆ เพื่อการสื่อสาร ความปลอดภัยของนักท่องเท่ียว ปัญหาขยะตามชายฝ่ังและ
ระบบจัดการปญั หาสง่ิ แวดล้อมต่างๆ

- รฐั ตอ้ งพจิ ารณาการจดั ตั้งหน่วยงานส่วนกลาง เพราะจะมีประโยชน์ในการติดประสานงานกับหน่วยงาน
ต่างๆหรืออาจจะมีการบงั คับใชก้ ฎขอ้ บงั คับต่างๆเพ่ือแกไ้ ขป้ ัญหา เพราะประชาชนส่วนมากที่ร้องเรียนมาเร่ืองพื้นท่ี
ทับซ้อนหรือเก่ยี วกบั ปัญหาในพ้ืนท่ี บางพน้ื ทก่ี ไ็ มใ่ ช่สว่ นรบั ผดิ ชอบของกรมอุทยาน

- รัฐตอ้ งพจิ ารณาการตลาดการประชาสัมพันธ์ โดยต้องมองถึงนวัตกรรมท่ีจะนามาประยุกต์ใช้ได้ เช่น สื่อ
ออนไลนต์ า่ งๆ และความพร้อมในเรื่องของข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับนักท่องเที่ยว เช่น มีความพร้อมในเร่ือง
การสอ่ื สารกบั นกั ทอ่ งเท่ียวตา่ งชาติ

- แผนแม่บทการท่องเท่ียวชายฝ่ังลาธาร น้าตก ในปัจจุบันสถานที่ท่องเท่ียวที่มีช่ือเสียงมากจะมี
นักท่องเท่ียวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเท่ียวเป็นจานวนมาก ดังนั้นเพ่ือให้เกิดมาตรฐานในการ
ท่องเที่ยว ควรจะมีการบังคับใช้กฎข้อบังคับในการเข้าไปใช้สถานท่ีท่องเท่ียว เพ่ือให้เกิดเป็นมาตรฐานเหมือนกัน
ทง้ั หมด

- เร่ืองสิทธิของชุมชนเข้าไปในแผนแม่บท โดยทางชุมชนจะมีสิทธิในการจัดการบริหารดูแลสถานท่ีท้อง
เที่ยวภายในพื้นท่ีร่วมกับทางภาครัฐหรือเอกชน เพื่อให้สถานที่ท่องเที่ยวทางน้ามีศักยภาพและได้รับการพัฒนาไป
ทางท่ีเหมาะสมและเกิดรายได้ขน้ึ ภายในชุมชน เช่น การขนสง่ นักท่องเท่ียวโดยใช้บริการของทางฝั่งชุมชนเอง หรือ
การขายของฝากของคนในชุมชน เปน็ ต้น

644

8.6 ผลการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพ่ือรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บท
การพัฒนาการท่องเท่ยี วทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 (ครงั ที่ 6 ภาคใต้)

การประชุมระดมความคดิ เห็น
ประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการทอ่ งเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564

ครงั ที่ 6 ภาคใต้ วนั ที่ 11 มกราคม 2561
ณ โรงแรมภเู ก็ตเมอร์ลนิ อ.เมอื ง จ.ภเู ก็ต

ประเดน็ สาคญั มีดังนี้

- รฐั ควรพจิ ารณาควรพิจารณาแหลง่ ทอ่ งเที่ยวในปจั จัยท่สี ง่ เสริมการพฒั นา เชน่ แม่น้า เกาะ คลอง ท่ีเป็น
แหล่งท่องเท่ียวต่างๆนั้น มักจะมีหน่วยงานมากมายในการดูแลโดยที่แต่ละหน่วยงานนั้นจะมีกฎหรือระเบียบท่ี
แตกต่างกันออกไป โดยท้ังน้ีกฎและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานนั้นจึงกระทบต่อการพัฒนา กล่าวคือแต่ละ
หน่วยงานก็รักษากฎระเบียบของตัวเองเป็นหลัก จึงมักขาดความร่วมมือ และกฎเหล่าน้ีจึงไปส่งผลกระทบต่อการ
พฒั นาแหล่งทอ่ งเทยี่ ว

- รัฐควรสง่ เสรมิ กิจกรรม เช่นการล่องเรือ ว่ายน้า ดาน้า และควรรณรงค์ให้กับผู้ประกอบการเข้าใจว่า ไม่
เพียงแต่ชาวต่างชาติเท่าน้ันท่ีจะมาสร้างรายได้ และใช้กิจกรรมในแหล่งต่างๆเท่านั้น อยากให้หันกลับมาสนใจ
นักทอ่ งเทยี่ วชาวไทย หรอื คนในประเทศให้มากย่ิงข้ึน เน่อื งจากเคยมีปรากฏการณ์ท่ีชาวต่างชาติเช่นรัสเซียเคยเข้า
มาเทยี บกันมาก นิยมกนั ไปซกั พกั และหายไปตามปจั จัยทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ ความผันผวนของค่าเงิน

- รฐั ควรส่งเสรมิ Facilities ระบบขนสง่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยรถ หรือเรือ โดยปัจจุบันปัญหาท่ีพบ
คือการขาดระบบขนส่งที่ดี เม่ือเรือของต่างประเทศ เช่นสิงคโปร์เข้ามาในน่านน้าไทยแล้ว มีความจาเป็นในการใช้
เรือที่มีขนาดเล็กเพ่ือท่ีจะขนถ่ายกลุ่มนักท่องเท่ียว หรือขนสินค้าบางส่วน ซึ่งยังมีการขาดแคลนโดยสะท้อนถึง
ปัญหาด้านอปุ ทาน

- รัฐควรยกระดับการรักษาความปลอดภัยและการตรวจคนเข้าเมือง นอกจากน้ัน ต้องหน่วยงานท่ี
รับผิดชอบการท่องเท่ียวทางน้าที่ชัดเจน เพื่อสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะก่อให้เกิดการ
พัฒนาแหล่งการท่องเที่ยวโดยสมบูรณ์และนาไปสู่การกระจายรายได้ หากสามารถทาได้โดยมีหน่วยงานกลาง จะ
เกิดการพัฒนาดา้ นนอ้ี ย่างสมบูรณ์ครบวงจร

- การขยายตัวธุรกิจเรือทั้ง เฟอร์รี่ ยอร์ช ครุยส์ และเรือสาราญต่างๆน้ัน ปัจจุบันติดขัดกับเรื่องของ
กฎหมาย กฎหมายไม่ได้เข้ามามีส่วนช่วยรองรับการเจริญเติบโตหรือการขยายตัวนี้เท่าที่ควร แม้ว่า facilities จะ

645

พรอ้ ม บุคลากรด้านนี้จะพรอ้ ม หากแตก่ ฎหมายไมส่ นับสนุนก็จะไม่มีประโยชน์ การดาเนินธุรกิจด้านนี้จะไม่เติบโต
ไปในจดุ ท่ีควรจะเป็น

646

8.7 ภาพรวมผลการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะสา้ หรับประกอบการจดั ทา้
แผนแมบ่ ทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางนา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ทงั ประเทศ

ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้าท่ีมีชื่อเสียง ด้วยข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์
และสภาพภูมิประเทศของไทยที่มีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและแม่น้าจานวนมากกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของ
ไทย โดยมีความยาวของชายฝ่ังทะเล ท้ังฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน รวมถึงช่องแคบมะละกาตอนเหนือ ทั้งส้ินกว่า
3,148.23 กิโลเมตร ครอบคลุม 23 จังหวัด และยังมีบริเวณลุ่มแม่น้าสาคัญท่ัวประเทศจานวน 25 แห่งและลุ่มแม่
น้าย่อยจานวน 254 แห่ง จึงทาให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเท่ียวที่มีวัตถุประสงค์ใน
การท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกของไทย จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลท่ี
ตดิ อันดบั โลก

ดังน้ัน การทาร่างแผนแม่บทจึงเป็นแนวทางเชิงนโยบายท่ีสาคัญในการพัฒนาด้านการท่องเท่ียวผ่าน
ยุทธศาสตร์ของภาครัฐ ซึ่งการท่องเท่ียวของภาคใต้มีศักยภาพในระดับที่สูงในการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวเพื่อลด
ระดับความเหลื่อมล้าของการกระจายรายได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การกระจายตัวของการกระจุกตัวของ
สภาพทางเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวก็เป็นปัญหาของรัฐท่ีจะต้องพิจารณา ภาพที่ 1 แสดงถึง รายได้จากการ
ท่องเท่ียว ขยายตัวในอัตราเฉล่ียร้อยละ 18.9 ต่อปี แต่นักท่องเท่ียวยังคงกระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองท่องเท่ียวท่ี
สาคญั ไดแ้ ก่ กรุงเทพมหานคร ชลบรุ ี ภูเก็ต กระบ่ี และเชียงใหม่ และพบว่าการเดินทางท่องเท่ียวของผู้เย่ียมเยือน
ชาวต่างชาติกระจุกตัวอยู่ใน 20 จังหวัด ประมาณร้อยละ 94.2 ของผู้เย่ียมเยือนชาวต่างชาติทั้งหมด ในปี 2556
ประเทศไทยมีจานวนผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติรวมท้ังสิ้น 55,387,752 คน โดยจานวนผู้เยี่ยมเยือน ชาวต่างชาติท่ี
เดนิ ทางทอ่ งเทย่ี วในประเทศไทยมีการกระจุกตัวอยู่ใน 20 จังหวัดแรก จานวน 52,18 2,217 คน หรือคิดเป็นร้อย
ละ 94.2 ของจานวนผู้เย่ียมเยือนท้ังหมด อีกทั้งจังหวัดที่มีจานวนผู้เย่ียมเยือนชาวต่างชาติมากกว่า 1 ล้านคน มี
เพยี ง 9 จังหวัดเท่านนั้ นอกจากนี้ พบว่าตลาดนักท่องเที่ยวยังคงเป็นกลุ่มเดิมท่ีต้องพึ่งพารายได้ จากนักท่องเท่ียว
20 อนั ดบั แรก โดยเฉพาะจีนและรัสเซีย ซึ่งจะก่อให้เกิดความเส่ียงในการสูญเสียรายได้ หากประเทศเหล่าน้ีต้อง
ประสบกบั ปัญหาหรือวิกฤตการณ์ตา่ งๆ ท่ไี ม่เอื้อต่อการเดนิ ทางทอ่ งเท่ียว

647

ภาพที่ 8.24 จ้านวนนกั ท่องเทีย่ วการกระจายตวั ของผูเ้ ย่ียมเยือนชาวตา่ งชาติในชว่ งปี 2554-2557

ถ้าพิจารณาจากภาคการท่องเท่ียวทางน้าซ่ึงเป็นตัวขับเคล่ือนเศรษฐกิจอย่างย่ังยืน รวมถึงการก้าวไปสู่
ระดับการพฒั นาเศรษฐกจิ ท่ีสูงขึ้น ไทยจาเป็นต้องพัฒนาภาคการท่องเท่ียวทางน้าทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งมี
แนวทางหลักๆ ดังน้ี 1) ลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวหลักโดยพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวใหม่ๆ
และลงทนุ ในโครงสรา้ ง พ้ืนฐาน ทงั้ น้ี ควรมกี ารสนบั สนนุ ให้ภาคเอกชนเขา้ มาร่วมพัฒนาแหล่งดงึ ดูดอ่ืนที่เป็น Man
made รวมท้ัง ธุรกิจสนับสนุนอื่นในลักษณะเป็น cluster เพ่ือดึงดูดให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นระบบ เป็นต้น หาก
ศกึ ษาในกรณขี องภาพรวมการระดมความคิดเห็นประเทศไทยแล้วจะพบว่า ค่าของดัชนีความปลอดภัย ยังคง
เป็นปัญหาที่ส้าคัญท่ีสุดเมื่อน้าค่าดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับหมวดอื่น ๆ ซึ่งนามาสู่ปัญหาของจานวน
นักท่องเท่ียวที่เข้ามาลดลง โดยเฉพาะระดับการแข่งขันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากนั้น การขาดการบูรณ
การการท้างานร่วมกันของแต่ละหน่วยงานขาดเอกภาพและเป้าหมายการพัฒนาท่ีชัดเจนและยั่งยืนรวมทัง
ข้อจา้ กัดในด้านโครงสรา้ งพนื ฐานและสิ่งอ้านวยความสะดวกท่ีไม่เพียงพอและไม่มีคุณภาพ ขาดประสิทธิภาพ
ในการบริหารจัดการและการให้บริการที่เก่ียวข้องเช่ือมโยงกันอย่างเป็นระบบ ตลอดจนขาดข้อมูลพ้ืนฐานท่ี

648

จาเป็นหลายมิติท้ังด้านอุปสงค์และอุปทานของการท่องเท่ียวทางน้า ข้อจากัดของกฎหมายและมาตรการท่ี
เกย่ี วข้องขาดการวางผงั เมอื ง ดังนนั้ การบรู ณาการการดาเนนิ งานในทกุ ระดับการพฒั นา และทุกภาคส่วน ในระยะ
5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) จงึ มีความสาคัญอยา่ งยงิ่

1. การวิเคราะห์ SWOT (ภาพรวมของประเทศภาคการท่องเท่ยี วทางนา้ )

จุดแขง็ (Strength) โอกาส (Opportunity)

1. พ้ืนฐานของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวท่ีเข้มแข็ง และ 1. การท่องเท่ียวทางน้าในระดับโลกและภูมิภาคมี

ภาครัฐทใ่ี หก้ ารสนับสนุนการเตบิ โตของอุตสาหกรรม แนวโน้มเติบโตอย่างตอ่ เน่ือง และมีบทบาทสาคัญต่อ

การท่องเที่ยวโดยรวมแต่ยังขาดการสนับสนุนการ การเติบโตของการทอ่ งเที่ยวทางนา้ ของไทย

ท่องเท่ยี วทางน้าเทา่ ท่ีควร 2. การเปล่ียนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทางน้า

2. ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร ส่งผลตอ่ การขยายตัวของทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมประเพณีที่มี 3. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและการจัดทาข้อตกลง

เอกลกั ษณ์ ระหว่างประเทศจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

3. ท่ีตัง้ ทางภมู ศิ าสตรข์ องประเทศไทยเหมาะสมสาหรับ ของการทอ่ งเทย่ี วทางน้า

การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า และการเป็น 4. การขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่าและเส้นทาง

ศูนย์กลางการเดินทาง คมนาคมอื่นๆ รวมถึงแนวโน้มนักท่องเที่ยวระยะใกล้

4. ประเทศไทยมีการพัฒนาเมืองท่องเท่ียวทางน้าจาก ทาให้เกดิ ความเชื่อมโยงการท่องเท่ียวในภูมิภาคมาก

การสร้างกิจกรรมทางน้าที่มีความหลากหลายท่ีมี ขึ้น

ผลงานโดดเดน่ ในระดบั โลก 5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์

5. ไม่มีข้อจากัดทางด้านศาสนาท่ีส่งผลกระทบต่อการ ทาใหเ้ ขา้ ถึงกลุ่มนักทอ่ งเทย่ี วไดด้ ียิง่ ข้นึ

ทอ่ งเทย่ี วมากนกั 6. ศักยภาพของ Startup ในการขับเคล่ือน

อุตสาหกรรมท่องเท่ียวให้เติบโตอย่างรวดเร็วและ

ยัง่ ยนื

จุดออ่ น (Weakness) อุปสรรค (Threat)

1. แหล่งท่องเท่ียวทางน้ามีจานวนไม่เพียงพอและยังคง 1. ภาวะเศรษฐกิจโลกมีความผันผวนและไม่แน่นอน

กระจุกตัวอยูเ่ ฉพาะในบางพ้ืนท่ี ส่งผลต่อการตดั สนิ ใจเดนิ ทางหรือการใชจ้ ่าย

2. ความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเท่ียวทางน้าและขีด 2. เหตุการณ์ความไม่สงบท่ีเกิดข้ึนหลายแห่งทั่วโลก

ความสามารถในการรองรับนกั ท่องเที่ยวทไ่ี มเ่ พียงพอ สง่ ผลต่อบรรยากาศการท่องเท่ียวโดยรวม

3. การคมนาคม/เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวทางน้าขาด 3. อุตสาหกรรมทอ่ งเทยี่ วทางน้ามีภาวะการแข่งขันและ

มาตรฐาน การขนส่งสาธารณะยังไม่ท่ัวถึงและไม่ แย่งชิงในตลาดการทอ่ งเที่ยวโลกสงู

649

เพยี งพอ 4. การจัดสรรงบประมาณไม่มีความต่อเนื่องและจริงจัง

4. ประเทศไทยยังมีภาพลักษณ์ด้านลบเร่ืองความ ในการพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทางนา้

ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยเฉพาะ การ 5. ขาดการบูรณการในกระดับกระทรวงโดยเฉพาะ

ทอ่ งเท่ยี วในเกาะต่างๆ แนวคดิ การจดั สรรงบประมาณอยา่ งเหมาะสม

5. บุคลากรทางการท่องเท่ียวไม่เพียงพอท้ังเชิงคุณภาพ 6. ขาดการใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR)

และปริมาณ และขีดความสามารถในการแข่งขันของ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในการท่องเที่ยวทางน้า

ผู้ประกอบการไทยยงั จากดั ของนักท่องเที่ยว เช่น โดยนักท่องเที่ยวสามารถ

6. การทาธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e- ดาวน์โหลดแอปพลิเคช่ันท่องเท่ียวฮ่องกงลงบนมือ

commerce) ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเท่ียวยังไม่ ถือของตน และใช้กล้องในการสแกนสถานที่ต่างๆ

แพร่หลายในสาหรับผู้ประกอบการท่องเท่ียวทางน้า เพือ่ สืบหาประวัติหรอื ขอ้ มูลเพ่ิมเตมิ

ขนาดกลางและขนาดย่อม

7. ขาดเอกภาพและการบูรณาการในการบริหารจัดการ

ของภาครฐั เพอื่ พฒั นาการท่องเทย่ี วทางน้าของไทย

นอกจากนน้ั ภาพรวมที่ได้จากการระดมความคิดเห็น คือ องค์กรหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้า
และพัฒนาคุณภาพการบริการด้านการท่องเท่ียวทางน้าในระดับสากล รวมทั้งสนับสนุนการการพัฒนาและบูรณ
การแหล่งท่องเท่ียวทางน้าในราชอาณาจักรและภูมิภาคเพื่อเป็นศูนย์กลางการท่องเท่ียวของเอเชีย โดยควรมีพันธ
กจิ ยทุ ธศาสตร์ และกลยุทธภ์ ายใตย้ ทุ ธศาสตร์ ดงั น้ี

2. พันธกจิ

- ส่งเสริม อนรุ ักษ์ ฟ้ืนฟู พัฒนาแหลง่ ท่องเที่ยวทางน้าและคุณภาพส่ิงแวดล้อมตามแหล่งท่องเที่ยวทางน้า
เพอ่ื สร้างความสมดลุ และย่ังยืน

- พัฒนายกระดบั มาตรฐานสนิ คา้ และบริการด้านการท่องเทย่ี วทางนา้ เพอื่ นาไปสกู่ ารสรา้ งรายได้ที่ยั่งยนื

- อานวยความสะดวก การป้องกันและการรักษาความปลอดภัยทางการท่องเที่ยวทางน้าเพื่อเพ่ิมระดับ
ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติและในประเทศ โดยเฉพาะระยะเวลาการพักแรมและการสร้างกิจกรรมต่างๆแหล่ง
ทอ่ งเท่ียวทางนา้ ทเี่ พม่ิ ขึ้น

- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างกิจกรรมการบริหารจัดการด้านการท่องเท่ียวแก่ทุกภาคส่วนเพื่อ
พัฒนาการทอ่ งเทยี่ วทางนา้ อยา่ งยัง่ ยนื โดยเฉพาะการทอ่ งเท่ยี วทางนา้ ในระดับชมุ ชน

650

- พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและเผยแพร่ข้อมูลสถิติภายใต้ยุทธศาสตร์และดัชนีการท่องเที่ยวทางน้า
องคค์ วามรู้ดา้ นการทอ่ งเที่ยวทางนา้ เพื่อการวางแผนและบรหิ ารจดั การอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพทีแ่ ท้จริง

- พัฒนาความร่วมมอื ด้านการทอ่ งเท่ยี วทางนา้ เชงิ บูรณการทุกภาคสว่ นท้งั ในและต่างประเทศ

3. ยุทธศาสตรพ์ ฒั นาการทอ่ งเทยี่ วทางนา้ ประกอบดว้ ย 3 ยุทธศาสตร์ ดงั นี้

1. การพัฒนาคณุ ภาพสนิ ค้าและบรกิ ารดา้ นการทอ่ งเท่ียวทางน้า

2. การพัฒนาการบริหารจัดการแหล่งการท่องเที่ยวทางน้าและด้านธุรกิจบริการในราชอาณาจักรและ
ระหวา่ งประเทศ

3. การพฒั นาความร่วมมือด้านการท่องเทย่ี วทางนา้ ในภูมภิ าคเอเชียและนานาชาติ

4. กลยทุ ธ์ภายใตย้ ทุ ธศาสตร์

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 การพฒั นาคุณภาพสนิ ค้าและบรกิ ารด้านการท่องเที่ยวทางน้า

1. การสร้าง พัฒนา ฟ้ืนฟู และเชื่อมโยงแหล่งท่องเท่ียวทางน้า โดยการจ้ากัดจ้านวนนักท่องเที่ยวให้
เหมาะสมกับศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว เพ่ือเป็นการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวไมให้เสื่อมโทรม และ
รักษาคณุ คา่ ด้านการท่องเท่ยี วทางน้า โดยมีแนวทางการดาเนินงาน ดังน้ี

1.1 ศึกษาศักยภาพการรองรับนักท่องเที่ยวของแหล่งท่องเที่ยวท่ีนักท่องเที่ยว นิยมเดินทาง
ท่องเที่ยวจานวนมาก ๆ เพื่อให้ทราบจานวนนักท่องเท่ียวสูงสุดที่แหล่งท่องเท่ียวสามารถรับได้ รวมทั้ง การจัดทา
มาตรการท่ีเหมาะสมในการจากดั จานวนนักทอ่ งเท่ยี ว

1.2 พัฒนาศักยภาพในการรองรับนักท่องเท่ียวทางน้าที่สาคัญๆ เช่น การเพิ่มจานวนสิ่งอานวย
ความสะดวกต่าง ๆ ในการเดินทางและการท่องเที่ยวทางน้า เช่น สถานที่พักแรม โครงสร้างพ้ืนฐานในการอานวย
ความสะดวกสาหรับการเดินทาง สนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวต่างๆเพ่ือช่วยผู้ประกอบการในการดาเนินกิจกรรมการ
ท่องเทยี่ วทางน้า เป็นตน้ เพอื่ ใหเ้ หมาะสมกบั ปริมาณนักท่องเท่ียว

1.3 โครงการควบคุมผลกระทบจากการท่องเท่ียวทางน้าต่อชุมชนด้านเศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม และสง่ิ แวดลอ้ ม

651

2. การสร้างความเช่ือมโยงของแหล่งท่องเที่ยว โดยมีแนวทางการดาเนนิ การดังน้ี

2.1 การจัดทาเส้นทางการท่องเที่ยวที่เช่ือมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางน้า ในระดับท้องถิ่นระดับ
จังหวดั ระดับภาค และระดับประเทศ และนาเสนอกิจกรรมการท่องเทีย่ วทางน้า เพ่อื สร้างรูปแบบ การท่องเที่ยวที่
หลากหลาย และกอ่ ให้เกิดคุณคา่ สงู สุดทางเศรษฐกิจจากการทอ่ งเท่ียว โดยสามารถเช่อื มโยงในระดบั ต่างๆ เชน่

2.1.1 การจัดทามาตรฐานการท่องเท่ียวชุมชน เพื่อให้ชุมชนต่าง ๆ ใช้เป็นแนวทาง ใน
การพัฒนาและยกระดับมาตรการการท่องเที่ยวทางน้าในระดับชุมชน เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยว ที่ย่ังยืนและ
สามารถสรา้ งความพงึ พอใจแกน่ กั ท่องเทยี่ ว และไม่ส่งผลกระทบต่อวถิ ชี วี ิตชมุ ชน

2.1.2 จัดต้ังหน่วยงานดูแลรับผิดชอบด้านการส่งเสริมการท่องเท่ียวชุมชน โดยจัดตั้ง
หน่วยงานในกรมการท่องเที่ยว เพ่ือรับผิดชอบการส่งเสริม ประสานงาน และให้คาปรึกษาแนะนาด้านการ
ท่องเท่ียวชุมชน เพื่อให้การพัฒนาการท่องเท่ียวชุมชนเป็นไปตามมาตรฐาน และพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวทางน้าใน
ระดับชุมชนให้ได้มาตรฐาน ศึกษาและคัดเลือกชุมชนที่มีความเหมาะสม เพ่ือพัฒนาเป็นแหล่งท่องเท่ียวทางน้าใน
ระดบั ชมุ ชน

2.1.3 กาหนดและพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเท่ียวทางน้า ด้านบริการท่องเที่ยว
ทางนา้ แหลง่ ท่องเทย่ี วทางน้า ธุรกิจนาเทยี่ วทางนา้ และ มคั คเุ ทศกท์ ่องเทย่ี วทางน้า เป็นต้น

3.การพัฒนามาตรฐานแหลง่ ทอ่ งเที่ยวทางน้าประเภทตา่ ง ๆ

3.1 ศึกษาและจัดทามาตรฐานแหล่งท่องเท่ียวให้ครอบคลุมแหล่งท่องเท่ียวและบริการท่องเท่ียว
เช่น การศึกษาและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวท่ีมีศักยภาพสูง ศึกษาและปรับปรุงกฎระเบียบของหน่วยงานที่ดูแลหรือ
เป็นเจา้ ของแหล่งท่องเที่ยวเกยี่ วกบั การจดั สรรรายได้

3.2 การจดทะเบียนแหล่งท่องเท่ียวทางน้าท่ีสาคัญ โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวทางน้า
ใหม้ ีมาตรฐาน

3.3 การกาหนดเขตการใชพ้ ้นื ท่ใี นแหล่งท่องเที่ยวทางน้าสาคัญๆ ทั่วประเทศ โดยมีแนวทาง การ
ดาเนินการ คือการ กาหนดการใช้พ้ืนท่ีในแหล่งท่องเที่ยวทางน้าทั่วประเทศ เพ่ือเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย
โดยเร่ิมจากแล่งท่องเท่ียวท่ีสาคัญก่อน และศึกษาแนวทางการออกกฎหมาย กาหนดเขตการใช้พ้ืนท่ีในแหล่ง
ท่องเทีย่ วทางนา้

652

3.4 การพัฒนาผู้ประกอบการด้านการท่องเท่ียว มีแนวทางการดาเนินการ คือ การจัดต้ัง
หนว่ ยงานส่งเสรมิ และพฒั นาผู้ประกอบการด้านการท่องเท่ียว โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวใช้
e-Tourism เพอ่ื พฒั นาศกั ยภาพของผู้ประกอบการด้านการท่องเทยี่ วในการสร้างรายได้

3.5 พัฒนาการอานวยความสะดวก การป้องกันและการรักษาความปลอดภัยทางการท่องเท่ียว
ทางนา้ โดยการจัดทาระบบ E- Service เพื่อรับร้องเรยี น ใหข้ ้อมลู ทส่ี าคัญกอ่ นการเดนิ ทางในแหลง่ พนื้ ท่ที างน้า

ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การพฒั นาการบรหิ ารจัดการด้านการท่องเทยี่ วทางน้าและด้านธรุ กจิ บริการ

2.1 พัฒนาและเผยแพร่ข้อมูลสถิติด้านการท่องเท่ียว โดยการจัดทาบัญชีประชาชาติด้านการ
ท่องเที่ยวทางน้า (Water-Tourism Satellite Account) เช่น ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจัดทา
เว็บไซต์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางน้าเป็นภาษาต่างประเทศ การพัฒนาระบบสารสนเทศเพ่ือ
การบรหิ ารการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า โดย จัดทาระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารด้านการท่องเท่ียว
ทางน้าของภาคีเครือข่ายท่ีเกยี่ วข้องกบั ดา้ นการพัฒนาการท่องเท่ยี วทางนา้ เชิงบรู ณการ

2.2 จัดทาดัชนีชี้วัดการแข่งขันด้านการท่องเท่ียวเพ่ือประเมินสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวทาง
น้าในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว รวมทง้ั ประเมินสถานการณร์ วมถึงดัชนเี ตอื นภัยดา้ นการท่องเท่ยี วทางน้า

2.3 การส่งเสริมและสนับสนุนให้จังหวัดต่างๆการจัดทาแผนแม่บทพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของจังหวัดและกลุ่มจงั หวัดให้มคี วามสอดคล้องเช่ือมโยงกับแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวระดับประเทศและการ
บรู ณการในระหวา่ งประเทศ

2.4 ขอความร่วมมือจากหน่วยงานและประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับการจัดสรร
งบประมาณรว่ มกนั ให้จัดสรรงบประมาณโดยพจิ ารณาจากโครงการทอ่ี ยู่ในแผนแม่บทที่บรรจุการท่องเที่ยวทางน้า
ในระดับกลุม่ ความร่วมมอื ระหว่างประเทศ

2.5 สรา้ งนวตั กรรมและพฒั นาองค์ความรู้ด้านการทอ่ งเท่ียว เช่น การจัดประชุมวิชาการด้านการ
ท่องเท่ียว การบริหารความเส่ียงด้านการท่องเท่ียว โดยศึกษาและกาหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยงด้านการ
ทอ่ งเที่ยวและจดั ต้งั หน่วยงานในกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา เพ่ือรับผิดชอบในด้านการบริหารความเสี่ยงด้าน
การท่องเที่ยวทางน้า และรวมกับสถาบันการศกึ ษาทส่ี นใจในการพฒั นาและเปิดสอนหลักสูตรด้านการจัดการภาวะ
วิกฤตและความเสย่ี ง

653

2.6 พัฒนาโครงสร้างของรัฐและบุคลากรด้านการท่องเที่ยวทางน้า เช่น การปรับปรุงโครงสร้าง
หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า เพ่ิมอัตรากาลังให้เพียงพอสาหรับการ
ปฏบิ ัตงิ านด้านการพัฒนาการท่องเทย่ี วทางน้า พัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรของกรมการท่องเท่ียวทาง
น้า และ ศึกษาสมรรถนะ ของตาแหน่งงานต่างๆ ของกรม และดาเนนิ การพฒั นาสมรรถนะอย่างเป็นระบบ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพฒั นาความร่วมมอื ด้านการทอ่ งเทยี่ วทางน้าในภูมิภาคเอเชยี และนานาชาติ

3.1 พัฒนาความรว่ มมอื ด้านการท่องเท่ียวทางน้าตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยการส่งเสริม
ให้นักธุรกิจด้านการท่องเท่ียวไทยอ่ืนๆท่ีมีความพร้อม ขยายการลงทุนและการให้บริการไปสู่ต่างประเทศต่างๆ
มากขน้ึ เช่น ดาเนินการด้านการออก Joint Visa หรอื Single Visa

3.2 รเิ ร่ิมและผลักดันภารกิจและกิจกรรมด้านการท่องเท่ียวทางน้าที่ส่งเสริมการเชื่อมโยง แหล่ง
ท่องเท่ียวระหว่างประเทศ (Connectivity) และการพัฒนาความโดดเด่นของคุณภาพการท่องเท่ียวทางน้า
(Water-Quality Tourism) เช่น การศึกษาและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอินโด
จีน และความรว่ มมอื กับประเทศในภูมิภาคเพื่อสรา้ งเส้นทางการทอ่ งเทย่ี วที่เชอ่ื มโยงกนั

3.3 สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวทางน้าให้มีความรู้ความสามารถในการ
ประชุมเชิงปฏิบัติการ การอบรมสัมมนา และการแลกเปล่ียนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ
ความสมั พันธ์ระหวา่ งแหล่งท่องเท่ยี วทางนา้ และการยกระดบั รายไดเ้ ชงิ บูรณการในระดับอนภุ มู ภิ าค

ภาพรวมจากการระดมความคดิ เห็นภายใตป้ ัจจัยสู่ความส้าเร็จ (ภายใน ภายนอก และแนวทางแกไ้ ข)

ปจั จัยภายนอก แนวทางแก้ไข ปจั จัยภายใน แนวทางแก้ไข

ระดับการแข่งขันที่เพ่ิมขึ้น ภ า ค รั ฐ จ ะ ต้ อ ง ภาครัฐขาดงบประมาณใน ศึ ก ษ า ก า ร แ ข่ ง ขั น ก า ร

ของการท่องเที่ยวทางน้าใน คานึงถึงการบูรณ ก า ร ด า เ นิ น โ ค ร ง ส ร้ า ง ท่องเที่ยวทางนา้ อย่างจริงจัง

ระดับภูมิภาค โดยเฉพาะ การเชิงกลยุทธ์ใน พื้นฐานในการพัฒนาแหล่ง โ ด ย ห า ค ว า ม เ ช่ื อ ม โ ย ง

งบประมาณของรัฐในการ ระดับการทรวง โดย ท่ อ ง เ ที่ ย ว ท า ง น้ า ระหว่างการลงทุนและดัชนีชี้

พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานด้าน ตั้งคณะกรรมการ (ผลกระทบทางเศรษฐกิจ) วัดนอกจากน้ัน พิจารณา

การขนส่งทางอากาศ (Air ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ล ะ จ า ก ก า ร ล ง ทุ น ร่ ว ม กั บ

Transport Infrastructure) คมนาคมแห่งชาติ ภาคเอกชน ภายใต้แนวคิด

โครงสร้างพื้นฐานด้านการ ร่วมกัน พิจารณาถึง PPP Public Private

ขนส่งทางบกและทางน้า ก า ร พั ฒ น า Partnerships (PPP) และ

(Ground and Port โครงสร้างพ้ืนฐาน หาแนวทางการประเมินผล

654

ปจั จัยภายนอก แนวทางแก้ไข ปัจจัยภายใน แนวทางแกไ้ ข

Infrastructure)แ ล ะ กับแหล่งท่องเท่ียว จากการลงทุน

โครงสร้างพ้ืนฐานบริการด้าน ทางน้าต่างๆ

ก า ร ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ( Tourist

Service

Infrastructure) (ผลกระทบ

ทางเศรษฐกจิ )

ระดับน้าทะเลท่ีมีแนวโน้ม จัดตั้งศูนย์วิจัยทาง โครงสร้างของภาครัฐใน ปรับโครงสร้างการบูรณการ

สูงข้ึนโดยยากท่ีจะคาดการณ์ สิ่งแวดล้อมอย่าง ระดับการทรวงขาดการ โ ด ย จั ด ตั้ ง ส า นั ก ง า น

(ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จริงจังโดยเฉพาะ บูรณการในด้านนโยบาย เปรียบเสมือนกระทรวง โดย

ชมุ ชน และเศรษฐกิจ) ก า ร จั ด ส ร ร (ผลกระทบด้านการบรหิ าร) ทาหน้าที่ประสานงานและ

งบประมาณต้องมี มอบหมายการทางานจาก

ความชัดเจน ผบู้ ริหารในระดบั กระทรวง

ระดับการแข่งขันกลยุทธ์ ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร ค ว า ม เ ช่ี ย ว ช า ญ ข อ ง จั ด ง บ ป ร ะ ม า ณ แ ล ะ ต้ั ง

การตลาดในระดับภูมิภาคที่ พัฒนาการตลาด ข้ า ร า ช ก า ร ใ น ด้ า น ก า ร โครงการฝึกอบรม เป็น

สูงขึ้นเพ่ือดึงดูดรายได้เข้า ผ่านระบบดิจิทัล ท่องเที่ยวทางน้ายังขาด เ ค รื่ อ ง มื อ ก า ร พั ฒ น า

ป ร ะ เ ท ศ (ผ ล ก ร ะ ท บ ด้ า น แ ล ะ ก า ร เ ข้ า ถึ ง ประสบการณ์ และขาดการ บุคลากรด้วยการฝึกปฏิบัติ

เศรษฐกิจ) แหล่งท่องเท่ียวทาง ฝึก หั ด (ผ ล ก ร ะท บ ท า ง จรงิ จากสถานท่จี รงิ

นา้ เศรษฐกิจ)

การเปล่ียนแปลงการตกของ จัดตั้งศูนย์วิจัยการ การแข่งขันในด้านราคา ควบคุมการเปล่ียนแปลง

ฝนท่ีทั้งทาให้เกิดอุทกภัยและ ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ท า ง ภ า ย ใ น ป ร ะ เ ท ศ ยั ง มี ของราคาการบริการเทียบ

ภ า ว ะ ค ว า ม แ ห้ ง แ ล้ ง ส่ิงแวดล้อมอย่าง ประสิทธิภาพในการดึงดูด กับระดับภูมิภาคเป็นหลัก

(ผลกระทบด้านส่ิงแวดล้อม จริงจังโดยเฉพาะ นั ก ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ต่ า ง ช า ติ โดยแปรผันตรงกับคุณภาพ

ชุมชน และเศรษฐกจิ ) ก า ร จั ด ส ร ร (ผลกระทบทางเศรษฐกจิ ) การบริการ

งบประมาณต้องมี

ความชัดเจน

การเปลี่ยนแปลงวงรอบและ จัดต้ังศูนย์วิจัยทาง ภาครัฐยังขาดงบประมาณ ปรับโครงสร้างการบูรณการ

ความถี่ในการเกิดภัยพิบัติที่ ส่ิงแวดล้อมอย่าง ในการประสานงานความ โ ด ย จั ด ต้ั ง ส า นั ก ง า น

รุนแรง (ผลกระทบด้าน จริงจังโดยเฉพาะ เข้าในในการพัฒนาแหล่ง เปรียบเสมือนกระทรวง โดย

ส่ิ ง แ ว ด ล้ อ ม ชุ ม ช น แ ล ะ ก า ร จั ด ส ร ร ท่องเที่ยวทางน้าร่วมกัน ทาหน้าที่ประสานงานและ

655

ปจั จยั ภายนอก แนวทางแก้ไข ปจั จัยภายใน แนวทางแกไ้ ข

เศรษฐกจิ ) งบประมาณต้องมี ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ มอบหมายการทางานจาก

ความชัดเจน และชุมชน (ผลกระทบทาง ผู้บริหารในระดับกระทรวง

เศรษฐกิจและชมุ ชน) (ต้ั ง ง บ ป ร ะ ม า ณ ผ่ า น

สานักงานโดยครอบคลุมถึง

นโยบายการสื่อสารกับขุม

ชน)

การเพ่ิมข้ึนของระดับน้าทะเล จัดตั้งศูนย์วิจัยทาง ภาครัฐต้องมีแนวทางของ พั ฒ น า ร ะ บ บ ดิ จิ ทั ล

การเปล่ียนแปลงค่าความเป็น สิ่งแวดล้อมอย่าง พัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อ ครอบคลมุ การท่องเที่ยวทาง

กรดของน้าทะเล (ผลกระทบ จริงจังโดยเฉพาะ สร้างความสะดวกในการ น้า แ ล ะ ก า รท่ อ ง เ ท่ี ย ว ที่

ด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชน และ ก า ร จั ด ส ร ร เข้าถึงแหล่งท่องเท่ียวทาง เ ก่ี ย ว ข้ อ ง แ ล ะ จั ด ท า

เศรษฐกิจ) งบประมาณต้องมี น้า (ผลกระทบทาง Documentary ของแหล่ง

ความชัดเจน เศรษฐกิจ) ท่องเท่ียวทางน้าผ่านระบบ

ดิจิทลั

ความมั่นคงปลอดภัย (Safety ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร ภาครัฐขาดการบูรณการ ปรับโครงสร้างการบูรณการ

and Security) เป็นดัชนีการ พัฒนาการระบบ เชิงกลยุทธ์ในระดับภูมิภาค โ ด ย จั ด ตั้ ง ส า นั ก ง า น

แข่งขันระหว่างประเทศที่ ดิจิทัลด้านการแจ้ง โดยเฉพาะการเจรจาด้าน เปรยี บเสมือนกระทรวง โดย

สาคัญท่ีสุด(ผลกระทบด้าน เ ตื อ น แ ล ะ ข้ อ มู ล ความสัมพันธ์ในการพัฒนา ทาหน้าท่ีประสานงานและ

เศรษฐกจิ ) เ บ้ื อ ง ต้ น ใ น เ ร่ื อ ง แหล่งท่องเท่ียว ทางน้า เจรจาความสัมพันธ์สาหรับ

ความปลอดภัยใน ร่ว มกัน (ผลกระ ทบทา ง การทอ่ งเท่ยี วทางน้า

กา รเ ข้า ถึง แห ล่ ง เศรษฐกจิ และบรหิ าร)

ท่องเท่ียวทางน้าใน

แต่ละกิจกรรมและ

พื้นที่

ก า ร เ ปิ ด รั บ น า น า ช า ติ ลดค่าธรรมเนียม ภ า ค รั ฐ ยั ง ข า ด ข้ อ มู ล พัฒนาแนวทางการทาดัชนี

(International Openness) ก า ร อ อ ก น อ ก (Data)ในการประเมินและ การแขง่ ขันทอ่ งเทีย่ วทางน้า

สะท้อนถึงการเข้าถึงแหล่ง ประเทศและการ วิเ ค รา ะ ห์น โ ยบ า ยแ ล ะ

ท่องเที่ยวทางน้าระหว่าง ยกเว้นการขอวิซ่า งบประมาณในการพัฒนา

ป ร ะ เ ท ศ (ผ ล ก ร ะ ท บ ด้ า น ใ น ป ร ะ เ ท ศ ที่ มี แหล่งท่องเท่ียว ทางน้า

เศรษฐกิจ) นักท่องเท่ียวรายได้ (ผลกระทบด้านการบริหาร

656

ปัจจัยภายนอก แนวทางแก้ไข ปจั จยั ภายใน แนวทางแกไ้ ข

สูง และเศรษฐกจิ )

การแข่งขนั ทางด้านทรัพยากร ภ า ค รั ฐ จ ะ ต้ อ ง ภาครัฐยังขาดความเข้าใจ จั ด ง บ ป ร ะ ม า ณ แ ล ะ ต้ั ง

มนุษย์และตลาดแรงงาน คานึงถึงการบูรณ ในการเข้าถึงและสื่อสาร โครงการฝึกอบรม เป็น

(Human Resources and การเชิงกลยุทธ์ใน ประชาชนในแหล่งชุมชน เ ค รื่ อ ง มื อ ก า ร พั ฒ น า

Labour Market) สะท้อนถึง ระดับการทรวง โดย ต่างๆ โดยเฉพาะการนา บุคลากรด้วยการฝึกปฏิบัติ

ก า ร เ ค ล่ื อ น ย้ า ย แ ร ง ง า น ตั้งคณะกรรมการ วฒั นธรรมในชุมชนต่างๆมา จรงิ จากสถานท่จี ริง

ระหว่างประเทศและการสร้าง ท่ อ ง เ ท่ี ย ว แ ล ะ สร้างรายได้แต่ไม่กระทบวิถี

ร า ย ไ ด้ ใ น ป ร ะ เ ท ศ นั้ น ๆ การศึกษาแห่งชาติ ชีวิตของชุมชน (ผลกระทบ

(ผลกระทบด้าน ชุมชน และ ร่วมกัน พิจารณาถึง ดา้ นการบริหารและชมุ ชน)

เศรษฐกิจ) ก า ร พั ฒ น า

ตลาดแรงงานใน

ก า ร ย ก ร ะ ดั บ

คุณภาพการบริการ

จุดเด่นด้านทรัพยากรทาง ภ า ค รั ฐ จ ะ ต้ อ ง ภาครัฐขาดตัวชี้วัดท่ีสาคัญ พัฒนาแนวทางการทาดัชนี

วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว คานึงถึงการบูรณ ในประเมินผลและกาหนด การแข่งขันท่องเท่ียวทางน้า

เพ่ือธุรกิจสะท้อนถึงจานวน การเชิงกลยุทธ์ใน ทิ ศ ท า ง เ ชิ ง น โ ย บ า ย รั ฐ ภ า ย ใ ต้ แ ผ น แ ม่ บ ท ก า ร

นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว ต่ า ง ช า ติ ระดับการทรวง โดย (ผลกระทบด้านการบริหาร) ท่องเท่ยี วทางน้าฉบบั ใหม่

(ผลกระทบด้านส่ิงแวดล้อม ตั้งคณะกรรมการ

และชุมชน ) ท่ อ ง เ ท่ี ย ว แ ล ะ

วัฒนธรรมแห่งชาติ

ร่วมกัน พิจารณาถึง

แ ผ น พั ฒ น า แ ล ะ

บูรณาการในการใช้

นโยบายรว่ มกัน

657

บทท่ี 9 รายงานการประชมุ เพอ่ื รบั ฟงั ความคิดเห็นตอ่ ข้อเสนอร่างแผนแม่บทการพัฒนาการ

ทอ่ งเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 ร่างแผนปฏิบัติการพฒั นาการท่องเท่ียวทางนา้ ของ

ไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) จากผทู้ ีเ่ กี่ยวขอ้ งด้านการท่องเท่ยี วทุกภาคส่วนทงั ภาครัฐ

ภาคเอกชน ภาควชิ าการ และผ้แู ทนท้องถนิ่

วันอังคารที่ 24 เมษายน 2561 ณ ห้องป่นิ เกลา้ 2 โรงแรมรอยัล ซิตี กรงุ เทพฯ
น.ส. จริ าวดี ออ่ นวงศ์ นักวเิ คราะห์นโยบายและแผนชานาญการ รักษาการแทนผ้อู านวยการกองเศรษฐกิจ
การท่องเที่ยวและกีฬาฯกล่าวว่าดังที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยมีแหล่งท่ องเท่ียวที่มีช่ือเสียงด้วยข้อได้เปรียบทาง
ภูมศิ าสตรแ์ ละทรพั ยากรธรรมชาติทางการท่องเท่ียวจานวนมากที่กระจายอยู่ท่ัวทุกภูมิภาคของไทย ซ่ึงเป็นโอกาส
ของประเทศไทยในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขนั ของการท่องเทย่ี วทางนา้ ใหเ้ ติบโตมากย่ิงขึ้น อย่างไรก็
ดี การพฒั นาการทอ่ งเทีย่ วทางน้าของไทยยังคงมปี ระเด็นทา้ ทายหลายด้าน อาทิ

1. การบูรณาการทางานรว่ มกนั ระหวา่ งหนว่ ยงานในการสร้างเอกภาพการวางเป้าหมายพัฒนาทชี่ ัดเจน
2. การพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐานสง่ิ อานวยความสะดวก
3. การบรหิ ารจดั การตลอดจนการให้บริการท่ีเชอ่ื มโยงกันอย่างเป็นระบบ

ดว้ ยเหตนุ ี้ กระทรวงการทอ่ งเท่ยี วและกฬี า โดยกองเศรษฐกจิ การท่องเทยี่ วและกีฬา จงึ ได้ดาเนินโครงการ
จัดทาแผนพัฒนาแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 เพ่ือให้สอดคล้องตามกรอบ
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แนวทางการพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-
2564) และแผนพัฒนาการท่องเทย่ี วแห่งชาตฉิ บับท่ี 2 (พ.ศ. 2560-2564) เพื่อใช้เปน็ กรอบแนวทางการพัฒนาการ
ท่องเท่ียวของประเทศในระยะ 5 ปี เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติแก่หน่วยงานที่เก่ียวข้องไปดาเนินการขับเคล่ือนใน
ระดบั ตา่ งๆ โดยมีสานักงานศนู ยว์ ิจัยและให้คาปรกึ ษาแห่งมหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ดาเนินโครงการ จากการ
ดาเนินงานในระยะท่ีผ่านมาได้รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากแหล่งต่างๆของคณะท่ีปรึกษา รวมทั้งถอดบทเรียน
กรณศี กึ ษาและรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิโดยสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญท้ังภาครัฐและภาคเอกชน มีการลงพื้นท่ี
เพ่ือศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพการพัฒนาเชิงพ้ืนที่จานวน 14 คร้ัง การจัดประชุมกลุ่มย่อยเพ่ือรับฟังข้อคิดเห็นจาก
ทุกภาคส่วนจานวน 6 ครั้งทว่ั ประเทศ เพอ่ื ใหไ้ ด้ข้อมลู นามาจดั ทาร่างแผนแมบ่ ทการพัฒนาฯและการปฏิบตั ิการฯ

ดังนนั้ การประชมุ ในครงั้ นจ้ี ัดขนึ้ เพ่อื รับฟงั ความคิดเห็นต่อข้อเสนอร่างแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียว
ทางนา้ ของไทย (Water-based and Marine Tourism) พ.ศ. 2560-2564 โดยมผี ูเ้ ข้ารว่ มประชุมจากทุกภาคส่วน
กว่า 200 คน ทั้งนี้ผลจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งน้ีจะนาไปปรับปรุงการจัดทาแผนฯให้เรียบร้อย
สมบูรณต์ ่อไป

658
จากน้ันได้เชิญนายสันติ ป่าหวาย รองปลัดกระทรวงท่องเท่ียวและกีฬา กล่าวเปิดประชุมพร้อมเรียนเชิญ
ทุกท่านร่วมระดมความคิดเห็นแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า การประชุมคร้ังนี้มุ่งเน้นรับฟังความ
คิดเห็นจากคนในพ้ืนที่มากกว่าการกาหนดแนวทางการทางานจากส่วนกลาง ทั้งนี้เพ่ือให้แผนแม่บทฯ สามารถ
นาไปปฏิบัติไดจ้ ริงและสมั ฤทธ์ผิ ลต่อไป
วิทยากรรองศาสตราจารย์ ดร.อรรถกฤต ปจั ฉิมนนั ท์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว
ว่าการท่องเท่ียวทางน้าของไทยมีแนวโน้มท่ีขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากสถิติการท่องเที่ยวโดยเรือสาราญต้ังแต่ปี
ค.ศ. 1980-2016 มีจานวนนักท่องเท่ียวสูงถึง 24.7 ล้านคน และคาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี
รัฐบาลจาเป็นต้องกาหนดนโยบายในการเพมิ่ ศกั ยภาพทางเศรษฐกจิ อาทิ การปรับปรุงกฎหมาย แผนกลยุทธ์ต่างๆ
เพ่อื ให้เกิดการแขง่ ขนั และสร้างมาราฐานในระดับสากล

นายสนั ติ ป่าหวาย รองปลัดกระทรวงท่องเทย่ี วและกีฬา กล่าวเปิดประชมุ

659

ดังนั้นหลักการสาคัญในการจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการท่อเท่ียวทางน้าคือ การเพิ่มโอกาสความ
ร่วมมือท้ังภาครัฐ เอกชนและชุมชนในการพัฒนาโครงการท่องเท่ียวภายใต้การเติบโตด้านอุปสงค์อย่างต่อเนื่อง
โดยมเี ป้าหมายคอื

1. เพิม่ รายได้จากการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเท่ยี วทางนา้ อยา่ งต่อเนอ่ื ง
2. กระจายรายได้การทอ่ งเท่ียวท้ังเมืองท่องเทยี่ วหลกั และเมืองท่องเที่ยวรองและเชอ่ื มโยงสพู่ ้ืนทก่ี าร

ทอ่ งเที่ยวทางนา้
3. สร้างคุณภาพชวี ิตของคนชุมชนในเขตพฒั นาการท่องเทยี่ วทางนา้ ใหด้ ีขนึ้ ในดา้ นสงั คม วัฒนธรรมและ

สง่ิ แวดล้อม
4. รกั ษาอตั ลกั ษณท์ างวัฒนธรรมทหี่ ลากหลายในชมุ ชนของเขตพฒั นาการท่องเทีย่ วทางน้า
5. สรา้ งตัวช้ีวัดการทอ่ งเทย่ี วทางนา้ เพ่ือยกระดบั การติดตามประเมนิ ผล

ตวั ช้ีวัดแมบ่ ทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564

1. จานวนแหลง่ ทอ่ งเท่ียวทางนา้ และสถานประกอบการด้านการทอ่ งเทย่ี วทางน้าต้องได้รับเครือ่ งหมาย
รับรองมาตรฐานการท่องเท่ยี วไทยเพิ่มสูงข้นึ อย่างต่อเนื่อง

2. อันดบั ขีดความสามารถทางการแข่งขนั การท่องเท่ียวทางน้าของไทยเป็น 1 ใน 50 อนั ดับแรกของโลก
หรือ 1 ใน 7 อันดับแรกของภูมิภาคเอเชยี และแปซิฟิก

3. ความเช่อื มนั ในสินค้าและบริการดา้ นการท่องเทยี่ วทางนา้ ของไทยมีคุณภาพไดม้ าตรฐานไมน่ ้อยกวา่
รอ้ ยละ 60

4. รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทม่ี าใชบ้ ริการด้านการทอ่ งเที่ยวทางนา้ ต้องมีอัตราการขยายตัวอย่าง
ต่อเน่ือง

5. รายได้จากการท่องเทยี่ วทางน้าในจงั หวดั รอง (มจี านวนผู้มาเยอื นต่ากวา่ 1 ล้าน) มอี ัตราการขยายตวั
ไมต่ า่ กว่าร้อยละ 12 ตอ่ ปี

6. ดัชนีขีดความสามารถการแขง่ ขนั ด้านการท่องเทยี่ ว (TTCI) World Economic Forum (WEF) ใน 6
ดา้ น ได้แก่ 1. ความเขม้ งวดของกฎระเบยี บด้านส่งิ แวดล้อม 2. การบงั คับใช้กฎระเบียบด้าน
สงิ่ แวดลอ้ ม 3. ความย่งั ยืนของการพัฒนาอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเทยี่ ว 4. การบรหิ าร
จัดการนา้ เสีย 5. การจัดการพน้ื ท่ที ี่ไดร้ ับการอนุรักษ์ และ 6.การบริหาร จดั การคุณภาพสง่ิ แวดล้อม
ตอ้ งมีการพัฒนาอย่างตอ่ เนื่อง

660

ผเู้ ข้าประชมุ เพอื่ ระดมความคิดเหน็ การจดั ทาแผนแม่บทการท่องเที่ยวทางนา้ 24 เมษายน 2561
จากนนั วทิ ยากรไดเ้ ปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผเู้ ขา้ ประชมุ
1. นายกเทศมนตรีต้าบลเกาะสีชงั จ.ชลบรุ ี
เห็นว่าแผนแม่บทฯ เป็นเร่ืองสาคัญ ดังน้ันแผนฯ จะต้องครอบคลุมในทุกเรื่องโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน
เปน็ เร่ืองใหญแ่ ละสาคัญจึงอยากให้เร่อื งมาตรการรักษาความปลอดภัยทางน้าถูกกาหนดในแผนแม่บทฯ และ
ตอ้ งชัดเจนว่ามีกี่หน่วยงานท่ีดูแลด้านนี้ในภาคตะวันออกอยู่ที่ใด และเพียงพอหรือไม่หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ขอ
เสนอใหก้ าหนดในแผนแมบ่ ทฯ ว่าเกาะสีชงั เป็นศูนย์กลางการขนถา่ ยสินค้าต่างประเทศ ปัจจุบันเรือท่องเท่ียว
พร้อมให้การสนับสนุนด้านความปลอดภัยทางน้า นอกจากน้ีเกาะสีชังเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ท่ีสาคัญคือ
พระจุฑาธชุ ราชฐานซึ่งเคยเปน็ ท่ปี ระทบั ฤดรู ้อนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลท่ี 5) และ
พระบรมวงศานุวงศ์ จึงเสนอรัฐบาลให้สรา้ งเป็นเขตปลอดภาษเี พอ่ื แขง่ ขนั กบั สิงค์โปร์ เพราะบริเวณรอบเกาะ
สีชังมีโรงกลั่นน้ามัน ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือเอกชน มีแท็งเกอร์เก็บท้ังแก๊สและน้ามัน อบต.ได้ทาการศึกษา
และวิจัยรว่ มกับมหาวิทยาลัยบรู พา ประชาชนเห็นดว้ ยทีจ่ ะทาท่าเรอื นา้ ลกึ เขตปลอดภาษี นอกจากนี้เร่ืองการ

661

บรหิ ารจดั การขยะทางทะเล กฎหมายเรื่องส่ิงแวดล้อมต้องชัดเจนและปฏิบัติอย่างจริงจัง พร้อมยกตัวอย่างท่ี
ฮ่องกง ตนเองท้ิงก้นบุหร่ีไม่เป็นที่โดนปรับ 7,500 บาท แต่ให้ไปจ่ายค่าปรับท่ีสถานทูตไทยฯ หากผู้กระทา
ความผิดไมเ่ สียค่าปรบั ภายใน 1 ปี จะถกู ห้ามเข้าประเทศทนั ที ในขณะท่ปี ระเทศไทยผู้กระทาความผิดต้องไป
เสียค่าปรบั มฉิ ะนั้นถูกจบั ขงั คุก ซงึ่ หากผกู้ ระทาความผดิ เปน็ นักทอ่ งเทีย่ วจะทาใหเ้ สยี เวลาและความรู้สกึ
สรุปการทาแผนแม่บทฯ ต้องครอบคลุมทุกมิติและช้ีชัดในการปฏิบัติได้จริง เพราะ 3 จังหวัดภาคตะวันออก
คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยองเป็นระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ด้านการท่องเที่ยวสามารถ
ยกระดบั เกาะสีชงั เป็นเมอื งมรดกและประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมที่สาคัญของไทย และเสนอให้ท่าเรือต้องมี
การปรับปรุงและมคี วามปลอดภัยมากขน้ึ

วทิ ยากรจะนาเรื่องดังกล่าวปรับในแผนยุทธศาสตร์ความปลอดภัย โดยระบุพ้ืนท่ีที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ
เพราะสถิติใน World Economic Forum (WEF) เรื่องความปลอดภัย ประเทศไทยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ากว่า
มาตรฐานมาก

2. อาจารยค์ ณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย
เสนอให้เพิ่มแผนที่ภาพประกอบและเน้ือหาการท่องเท่ียวทางน้าของจังหวัดสมุทรสาครในแผนแม่บทฯ ท้ังนี้
เพื่อเพิ่มพ้ืนท่ีเศรษฐกิจการท่องเท่ียวนอกเหนือจากการทาอุตสาหกรรมประมง จากการทางานในพื้นที่
มหาชัย ท่าฉลอม พบว่า จ.สมุทรสาครมีมรดกทางวัฒนธรรม (intangible culture) ท่ีสาคัญ อาทิ การแห่
ศาลเจา้ ทางนา้

3. ผู้แทนหวั หน้าเขตหา้ มล่าสตั ว์ปา่ บึงบอระเพด็ จ.นครสวรรค์
ปัญหาการทาแผนแมบ่ ทฯ คอื เรอื่ งกฎหมาย เช่น บงึ บอระเพ็ดเป็นพื้นท่ีชุ่มน้าระดับประเทศมีกฎหมายเยอะ
มาก พ.ร.บ.ประมง พ.ร.บ.ราชพัสดุ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปัญหาคือไม่สามารถใช้งบประมาณได้
เนอื่ งจากตดิ ขัดเรือ่ งกฎหมาย ดังนั้นแผนแม่บทฯ ควรเสนอรฐั บาลในทกุ มิติโดยอิงกฎหมายทุกฉบับของแต่ละ
พ้ืนท่ีให้ชัดเจน หรือกระทรวงฯ อาจจะหารือกับรัฐบาลโดยตรงว่าประชาชนในพื้นท่ีต้องการอะไร เช่น
ประชาชนทอ้ งที่ตอ้ งการทาธุรกจิ ลอ่ งเรือแทนการประมงแต่ติดขัดข้อกฎหมาย

4. ผู้แทนจากส้านักงานบริหารจัดการทรพั ยากรทางทะเลและชายฝงั่ จ.พงั งา และ จ.ระนอง
เสนอว่าการจัดทาแผนต้องมีการจัดทาล่วงหน้า แต่แผนแม่บทฯ 5 ปีฉบับน้ี (2560-2564) ผ่านมาแล้ว 1 ปี
และหากแผนนแี้ ล้วเสร็จทกุ ข้นั ตอนมีเวลาใชเ้ พียง 3 ปี จงึ เสนอใหก้ ารจดั ทาแผนฯ คร้ังต่อไปให้นาแผนแม่บท
ฯ ฉบับนไี้ ปปรบั ใช้

662

วิทยากรจะนาไปศึกษาเพื่อปรับใช้ในแผนต่อเน่ือง คือ ทาหมายเหตุว่าแผนแม่บทฉบับน้ีสามารถปรับใช้ในปี
2565-2566

5. ผแู้ ทนจากสมาคมสง่ เสรมิ การท่องเทยี่ ว จ.สรุ นิ ทร์
ในแผนแม่บทฯ ควรเสนอให้มีการแก้ไขข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เช่น ประชาชนในพื้นท่ีต้องการทาการ
ท่องเท่ียวทางน้าในคลอง บึง หรืออ่างเก็บน้า จ.สุรินทร์ กับอารยธรรมขอมโบราณ แต่ไม่สามารถทาได้
เนอื่ งจากตดิ ขดั ในข้อกฎหมาย

6. ผู้แทนจากสา้ นกั งานเจ้าทา่ สว่ นภมู ิภาค สาขา จ.นนทบุรี
ยอมรบั ว่ากรมเจ้าทา่ มกี ฎหมายหลายฉบบั จะนาขอ้ คิดเหน็ ต่างๆไปนาเสนอผู้บริหารต่อไป

7. ผู้แทนจากท่องเทย่ี วและกฬี า จ.สตูล
นาเสนอปัญหาการกาจัดขยะบนเกาะหลีเป๊ะและแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ปัจจุบัน จ.สตูลได้ว่าจ้างเอกชนมา
ดาเนินการจัดเกบ็ ขยะแต่ตดิ ขดั เร่ืองกฎหมาย จงึ อยากให้แผนแม่บทฯ แก้ไขปญั หาน้ี

8. ผกู้ ้ากบั ฝา่ ยอา้ นวยการ 3 สา้ นกั งานตรวจคนเขา้ เมอื ง
จากการศึกษาแผนยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ด้าน สงสัยว่ามีปริบทในแผนแม่บทฯ เก่ียวข้องกับการทางานของ
สานกั งานตรวจคนเขา้ เมืองอย่างไร พร้อมเสนอใหเ้ ชญิ ฝ่ายทีเ่ กี่ยวข้องโดยตรง เช่น ตารวจน้า เข้ารับฟังความ
คดิ เหน็ ในคร้ังน้ี เพราะรบั ผิดชอบการท่องเท่ยี วทางนา้ เป็นหลัก ซึ่งจะทาใหแ้ ผนฯ สมั ฤทธ์ิผลมากข้นึ

9. กรรมการผ้จู ัดการเรือด่วนเจ้าพระยา
เห็นว่าเป้าหมายในแผนแม่บทฯ ยังขาดประเด็นตัวช้ีวัดที่จับต้องได้เข้าใจว่าการกาหนดแผนยุทธศาสตร์หลัก
กับแผนยุทธศาสตร์รอง มีความชัดเจน แต่เม่ือแปลงแผนยุทธศาสตร์เป็นแผนงานโครงการยังขาดความ
เช่ือมโยง ตัวอย่างเช่น แผนงานท่องเที่ยวทางน้าในแม่น้าเจ้าพระยาให้มีการพักค้างคืนเป็นระยะ ๆ ในจุด
ท่องเท่ียวที่น่าสนใจ ซ่ึงจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ข้อท่ี 5 เรื่องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และตอบสนอง
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาธรุ กิจท่องเทยี่ วด้านงานบริการ แต่ยังขาดความเชื่อมโยงแต่ละยุทธศาสตร์ คาดว่า
จะหารือรายละเอยี ดการท่องเที่ยวภาคกลางในช่วงบา่ ยน้ี

663

664

10. ผ้ชู ่วยหวั หนา้ อทุ ยานแห่งชาตเิ กาะตะรเุ ตา จ.สตูล
ขอเสนอ 3 ประเด็น คือ 1. ความชัดเจนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งมักจะสวนทางกับการส่งเสริม
การท่องเท่ียว คือทางอุทยานได้รับนโยบายให้เปิดพื้นที่รองรับรับนักท่องเที่ยวให้มากข้ึน แต่พื้นท่ีอุทยาน
แห่งชาตทิ างทะเลอยใู่ นความรบั ผิดชอบกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งในแผนแม่บทฯน้ีเขียนใน
เชิงนามธรรมมากกว่ารูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องจานวนนักท่องเท่ียว ทางกรมอุทยานฯศึกษาการกาหนด
จานวนนักท่องเท่ียว แต่ทางปฏิบัติทาได้ยาก ประเด็นท่ี 2 เรื่องการอบรมบุคลากรให้มีความรู้เรื่องความ
ปลอดภัยทางทะเล จริงๆทางพ้ืนที่มีไกด์ท้องถ่ินท่ีมีความรู้ ความชานาญเรื่องนี้ที่เพียงพอแต่ไกด์ยังตกงาน
เพราะ บ.ทัวร์จะไม่ใช้ไกด์หรือนาไกด์ส่วนกลางมาซึ่งอาจจะมีความรู้ด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ จึงเกิด
อุบัติเหตุบ่อยครั้ง ประเด็นท่ี 3 เป็นข้อสงสัยเหตุใดในแผนแม่บทฯท่ีบรรจุเรื่องการท่องเที่ยวบนเรือสาราญ
เป็นประเด็นหลัก ในมุมมองส่วนตัวเห็นว่าการพัฒนาท้องถิ่นดีกว่าการทาท่าเรือน้าลึก ยกตัวอย่างเช่น
เสน้ ทางการทอ่ งเท่ียวของเรอื สาราญคอื กระบี่ พังงา และภูเก็ต เรือจะจอดที่หาดนพรัตน์ธานี จ.กระบ่ี มีเรือ
ขนาดเล็กของชาวบ้านไปรับนักท่องเที่ยวมาพักท่ีพังงาหรือภูเก็ต จึงตั้งข้อสังเกตว่าหากมีท่าเรือน้าลึกจะ
กระทบตอ่ ประชาชนในพนื้ ทห่ี รอื ไม่

นอกจากนี้กล่าวเสริมข้อคิดเห็นที่ 11 ว่าตนเองมีประสบการณ์ทางานกว่า 30 ปี ทางานกับการท่องเที่ยวมา
โดยตลอด เจ้าหน้าท่ีกรมอุทยานฯไม่ขัดข้องในการสร้างส่ิงต่างๆอาทิท่าเทียบเรือ แต่ขอให้ศึกษาและตั้งเร่ือง
ให้ถูกต้องก่อนเสนอต้ังงบประมาณ ท่ีผ่านมาหลายโครงการ พอทาเสร็จ ผู้ปฏิบัติไม่สามารถใช้งานได้เพราะ
ตดิ ขดั ข้อกฎหมายฯ พร้อมยกตวั อย่าง การพัฒนาบึงบอระเพ็ด คือ ทาเรื่องขออนุญาตท่ีกรมประมงเนื่องจาก
เปน็ พระราชประสงค์รชั กาลที่ 7 ในการรักษาพนั ธุ์สตั ว์นา้ ในพ้ืนท่ีนี้ เมื่อเสร็จทาเร่ืองต่อไปที่ราชพัสดุ จากนั้น
ให้ทาเรื่องตาม พ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่ามาตราที่ 42, 43 จากน้ันจึงตั้งงบประมาณ เร่ืองจะดาเนินการได้
รวดเรว็ ขึน้ จงึ เสนอให้กาหนดในแผนแม่บทเพือ่ ใหก้ ารทางานสมั ฤทธผิ์ ล

วทิ ยากรกล่าวว่าทางทมี งานธรรมศาสตร์กาลังศึกษาว่าหากมีท่าเรือน้าลึกจะต้องเชื่อมโยงให้กับคนในท้องถ่ิน
ต้องสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น นอกจากน้ีมีการสร้างงาน สร้างอาชีพบนเรือสาราญได้ ปัจจุบันมี
สถาบันการศกึ ษาหลายแห่งได้ผลิตบุคลากรเพ่อื รองรับการทอ่ งเทย่ี วบนเรอื สาราญ

11. ผู้แทนจากคณะกรรมการจากหอการคา้ ไทยและเป็นที่ปรึกษากระทรวงการท่องเท่ียวในการจัดท้าแผน
แมบ่ ทเรือสา้ ราญ

ชี้แจงว่าการท่องเท่ียวบนเรือสาราญมีการเติบโตต่อเน่ือง 14-15% ต่อปี ขณะเดียวกันมีการเติบโตอย่างมาก
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ยกตัวอย่างเช่น สิงค์โปร์มีนักท่องเที่ยวบนเรือสาราญกว่า 3 ล้านต่อปี ในขณะที่มี

665

นักท่องเท่ียวเข้าไทยประมาณ 7 แสนคนต่อปี การใช้จ่ายของนักท่องเท่ียวเฉล่ียหกพันสี่ร้อยกว่าบาทต่อวัน
ข้อดีของประเทศไทยมีสถานท่ีท่องเที่ยวทางทะเลที่ดี แต่โครงสร้างพื้นฐาน ไม่รองรับคือ ขาดแคลนเมืองท่า
ดงั นั้นจึงเสนอใหส้ รา้ งท่าเรือเพอ่ื ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาประเทศไทยมากขึ้น ขณะน้ีกรมเจ้าท่ากาลังศึกษา 2
ท่า คือ ท่าเรือสมุยกับท่าเรือกระบี่ แนวคิดที่จะทาที่กระบ่ีเพื่อเป็น landing pier ให้ผู้โดยสารขึ้น-ลงได้
เพราะแหล่งทอ่ งเทีย่ วจ.กระบี่จะอยู่ในทะเลตามเกาะต่างๆ ปัญหาของหาดนพรัตน์ธาราคือ คลองแห้งประจา
เรอื ไมส่ ามารถเข้าจอดได้ วิธแี ก้ปัญหาคือเสนอใหค้ ลองแห้งเป็นพ้ืนทเี่ ศรษฐกจิ เพ่ือให้มีขุดลอกประจา หรือจะ
ไปทาทา่ เรือท่อี ่าวนา้ เมาหรอื ทีเ่ กาะลนั ตาใหญ่ จากการสารวจพ้ืนท่ีเกาะลันตาใหญ่มีความเหมาะสม สามารถ
กระจายนักท่องเที่ยวไปสู่เกาะต่างๆได้ง่ายและสะดวก ข้อดีการมีท่าเรือท่ีจังหวัดกระบ่ีคือ ระยะทางระหว่าง
กระบ่ีกับภูเก็ตห่างกัน 40 ไมล์ทะเลเดินเรือไม่เกิน 3-4 ช่ัวโมง ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเดิมเรือเข้า
ภูเก็ตเช้าออกเย็น เป็นเรือออกจากภูเก็ตเท่ียงคืนมาค้างที่กระบ่ี ทาให้เกิดความเช่ือมโยง สร้างรายได้ให้ทั้ง
สองจงั หวดั อีกตัวอย่างหน่ึง คือ หัวหินกับแหลมฉบัง การสร้าง land bridge ที่หัวหิน ดึงดูดให้นักท่องเที่ยว
คา้ งคืนก่อนเดนิ ทางไปแหลมฉบังหรือพัทยา นอกจากน้ียังเสนอให้มีท่าเทียบเรือขนาดเล็กที่เกาะตะรุเตาหรือ
เกาะใกล้เคียงเพ่ือความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เราทราบกันดีว่าการท่องเท่ียวสามารถสร้างรายได้ให้กับ
ประเทศอย่างมหาศาล แต่ติดปัญหาเร่ืองข้อกฎหมาย แผนแม่บทคือโครงที่ต้องกาหนดให้ชัดเจนว่าท่าเทียบ
เรือนี้เป็นท่าเทียบเรืออะไร คลอง บึง หรือทะเล สาหรับเรื่องการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมมองเป็น 2 มิติ
คือ 1. ขยะเกิดจากใคร 2.จะดาเนนิ การอยา่ งไร นอกจากนี้การท่องเทย่ี วทางนา้ มหี ลายประเภท เช่น ล่องแก่ง
พายเรอื สเู่ กาะแกง่ ต่างๆ คือต้องแยกประเภทใหช้ ดั เจน ความปลอดภัยด้านการท่องเท่ียวเป็นอีกเรื่องสาคัญท่ี
กรมเจ้าท่าเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแล ควรได้รับการยกระดับมาตรฐานเรือกับท่าเทียบเรือ การบริหาร
จดั การสถานท่ที อ่ งเทย่ี วเปน็ อีกเร่ืองสาคัญท่ีควรระบใุ นแผนแมบ่ ท

12. ผ้แู ทนจากกรมอุทยานแห่งชาตสิ ตั วป์ ่าและพันธพ์ุ ืชเกาะสเม็ด จ.ระยอง
กล่าวเสริมความเห็นที่ 10 อย่างการทาท่าเรือที่เกาะเสม็ดไม่ได้ทาตามขั้นตอนหรือวางแผนล่วงหน้า สุดท้าย
ต้องรื้อออกเพราะไม่ได้ขออนุญาต ถามว่าก่อนดาเนินการเราได้มีการศึกษาถึงผลกระทบส่ิงแวดล้อมว่าการ
สร้างสะพานออกไปหรือถมเขื่อน บางโครงการส่งผลกระทบชายหาดหายไปทั้งหมด เป็นต้น นอกจากน้ี
กล่าวถึงการจัดการขยะ เมื่อวันที่ 22 เมษายนเป็นวันส่ิงแวดล้อมโลก ทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ได้
ทาสกู๊ปข่าวขยะวิทยา ทางเกาะสมุยสร้างเตาเผาขยะแต่ไม่สามารถดาเนินการได้ เพราะไม่มีการแยกขยะ
ดังนั้นแผนแม่บทควรหยิบยกเรื่องขยะให้เป็นวาระแห่งชาติและเน้นเร่ืองมาตรฐานความปลอดภัยการ
ท่องเที่ยวทางนา้ เชน่ การดาน้า เคยนาเสนอต่อท่านปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ท่านเห็นด้วยที่ต้องบังคับ
ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่เมื่อศึกษาจริงๆเป็นเพียงความสมัครใจของผู้ประกอบการ ปีที่ผ่านมาไม่มี
ผปู้ ระกอบการรายได้ผา่ นเกณฑ์มาตรฐาน ยกเวน้ ผปู้ ระกอบการต่างชาติ 2 รายเทา่ น้นั

666

13. นายกองคก์ ารบริหารส่วนตา้ บลบางสะเด็ด ล่มุ แมน่ ้าภาคกลาง
จากท่ีเคยเสนอในที่ประชุมครง้ั ทผี่ า่ นมา จ.นนทบรุ ี เรือ่ งการสง่ เสริมการท่องเที่ยวในลุ่มแม่น้าภาคกลางแต่ไม่
เห็นระบุในแผนแม่บทฉบับนี้ ตนเองเห็นว่าบางสะเด็ดเป็นพ้ืนท่ีท่ีมีศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการทาแพพักริมน้าเจ้าพระยาจานวนมากแต่มีข้อพิพาทเรื่องน่านน้า เน่ืองจากพื้นท่ีริม
แม่นา้ เจา้ พระยามีการเล้ยี งปลากระชัง ทีผ่ า่ นมาใครจะเลี้ยงปลาก็ได้ ปัจจุบันน่านน้ามีคุณค่ามากข้ึนจึงเกิดข้อ
พิพาท ดังน้ันต้องการให้กรมเจ้าท่าฯ มาร่วมแก้ปัญหา ปัจจุบันมีการร้องเรียนมาท่ีอบต.จานวนมากคือ
เจ้าของที่ดินมีกรรมสิทธิ์ในน่านน้าหรือไม่ เพ่ือทาท่ีพักหารายได้เพ่ิมเติม หากมีสิทธ์ิจะกระทาการอย่างไรใน
การผลักดนั ผูบ้ ุกรกุ นา่ นนา้ ปญั หาดังกลา่ วทวคี วามรุนแรงมากขนึ้ หากไมร่ บี แกไ้ ขปัญหา

14. รองประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรแี ละท่ปี รกึ ษาสมาคมธุรกจิ การทอ่ งเท่ียวในประเทศ
1. ปัญหาท่ีเมืองกาญจน์เป็นเช่นเดียวกับท่ีบางสะเด็ด ทราบดีว่ากรมเจ้าท่าจะดูแลและรับผิดชอบพื้นท่ี
น่านน้า ดังนั้นการทาแพท่ีพักต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่าแต่พ้ืนท่ีด้านบนเป็นของเอกชน ราชพัสดุ
ผู้ประกอบการขออนุญาตกรมเจ้าท่าอย่างเดียว มิได้ขออนุญาตเจ้าของท่ีจึงมีปัญหา ปัจจุบันการขออนุญาต
สรา้ งหรือออกแบบแพตอ้ งทาเรื่องขออนุญาตจาก อบต.
2. ฝากเร่ืองการท่องเท่ียวเชิงอัตลักษณ์ของไทย เช่น สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี บางคร้ังความเจริญเข้ามาทา
ให้อัตลกั ษณ์ทอ้ งถ่นิ หายไป อย่าใชเ้ งนิ เป็นตัวล่อ จึงอยากเสนอให้ภาครัฐหารือและสร้างความเข้าใจกับคนใน
ท้องถิ่นว่าพัฒนาแล้วมีข้อดี ข้อเสียอย่างไรยกตัวอย่างที่ญี่ปุ่นมีการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแต่ยัง
รักษาอัตลักษณ์ของเมืองน้ันๆอย่างเหนียวแน่น อยากนาเสนอว่าวิธีการเปลี่ยนแปลงภาครัฐจะทาอะไรบ้าง
ความเจริญเข้ามาคนในพื้นที่ได้ประโยชน์อย่างไร และจะยังคงไว้ซึ่งอัตตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างไร ตัวอย่างเช่น
ทา่ เทียบเรือในท้องถิน่ มอี ยแู่ ลว้ เพียงแต่ยกระดบั ให้ได้มาตรฐาน
3. ปัญหาการขาดความรู้ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ตนเองได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมทุกครั้งและร่วมแสดง
ความคิดเห็นในมุมมองผู้ปฏิบัติการภาคเอกชน แต่ดูเหมือนหน่วยงานน้ันๆจะมีธงหรือเป้าหมายในใจว่าจะ
ดาเนินการอย่างไร เหมือนตนเองเป็นไม้ประดับ ยกตังอย่างเช่น แผนพัฒนาท่องเที่ยวในถ้า จ.กาญจนบุรี
อบต.ตอ้ งการสรา้ งอาคารบนเขาเพราะงบประมาณมาแล้ว จะขยายพื้นที่ด้านข้างทาไม่ได้เน่ืองจากเป็นท่ีการ
รถไฟๆไม่อนุญาต ดังนั้นจึงสร้างอาคารและห้องน้าบนภูเขา แต่ปัญหาคือประปาข้ึนไปไม่ได้ ปัจจุบันเป็น
อาคารร้าง ไม่มีนักท่องเที่ยว จึงขอเสนอให้นาข้อคิดเห็นภาคเอกชนในแผนแมบ่ ทด้วย

4. การบูรณาการงบประมาณ คืองบประมาณลงมาจะเป็นส่วนๆ เช่น อบจ. อบต.งบประมาณเป็น
เบ้ียหัวแตกเพื่อนามาพัฒนาท้องถ่ินในแต่ละส่วน เช่น แหล่งท่องเท่ียวน้าพุร้อน พัฒนาท่าเทียบเรือ เป็น
ต้น แต่จะการพัฒนาจะทาได้ไม่เต็มท่ีเพราะงบประมาณมาเป็นส่วนๆ จึงเสนอให้มีการบูรณา
การงบประมาณคืองบประมาณลงมาก้อนใหญ่จะทางานได้ดีกวา่ งบฯก้อนเลก็

667

5. การพัฒนาท่ีเน้นโครงสร้างพื้นฐานมากเกินไป การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานเป็นเร่ืองที่ดีและ
สาคัญแต่ต้องไม่ทาลายอัตตลักษณ์ท้องถ่ิน เช่น การสร้างบ้านตุลาการท่ีเชียงใหม่ถูกกฎหมายแต่ไม่
เหมาะสม การท่องเที่ยวทางน้าก็จะพบปัญหาคล้ายๆกัน คือ มีป่าต้นน้าควรอนุรักษ์เป็นพื้นที่ราชพัสดุถูก
กฎหมายแตไ่ ม่เหมาะสมในการมีสิง่ ปลกู สรา้ งพนื้ ที่น้ันๆ
6. การท่องเท่ียวกีฬาเอ็กสตรีมปัจจุบันจะนาเรือเจ็ตโบ๊ตเหมือนอย่างที่นิวซีแลนด์มาลงในจังหวัด
กาญจนบุรีจึงเสนอว่าต้องมีการควบคุมหรือไม่และจะพัฒนาแบบใด เนื่องจากเป็นท่ีปรึกษาสมาคมธุรกิจ
ท่องเท่ียวไทย ปัจจุบันมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาทาธุรกิจกีฬาเอ็กสตรีมจานวนมากด้วยกฎหมายเปิด
โอกาสให้ประกอบธุรกจิ ได้ นักธุรกจิ ตา่ งชาติมาพฒั นา กอบโกยและก็ไป ประเทศไทยจะไดอ้ ะไร

15. ผอู้ า้ นวยการส้านักงานเจ้าท่าภูมภิ าค สาขานครสวรรค์
เร่ืองความปลอดภัยทางน้าของกรมเจ้าท่ามีการทาตัวช้ีวัดทุกสาขา มีการฝึกอบรมความปลอดภัยในการ
เดนิ เรือเปน็ ประจา กรมเจ้าทา่ ตระหนกั ถงึ ความปลอดภัยทางน้าและทางทะเลจึงมีการออกกฎระเบียบต่าง ๆ
กรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานสนับสนุนการท่องเท่ียวทางน้า ประเด็นเรื่องแพในลุ่มน้าต่าง ๆ ดูเหมือนจะอยู่ใน
อานาจความรับผิดชอบจากกรมเจ้าท่า แต่จริง ๆ มีหน่วยงานที่เก่ียวข้องจานวนมาก เช่น เจ้าของพื้นท่ี
ภาคเอกชน อบต. อบจ.จึงอยากให้พจิ ารณาว่ากรมเจ้าทา่ มีบทบาทและภารกิจในการทางานทช่ี ดั เจน

16. อาจารยจ์ ากคณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
นาเสนอว่าทางคณะทาการศึกษาเชิงพื้นท่ีทางน้าและทะเลแบบ(PP Model) สามารถพัฒนาควบคู่กับการ
ท่องเท่ียวได้ ตลอด 2 ปีที่ทาการศึกษาอาจารย์ไม่เห็นด้วยการสร้างท่าเรือที่ภูเก็ต การสร้างอุโมงค์ลอดที่ ต.
กระทู้เพือ่ เพมิ่ ศกั ยภาพสนามบินภูเกต็ มีการทาแผนบูรณาการร่วมกับกรมประมง กรมอุทยานฯ เราพยายาม
ที่จะรักษารายได้ให้อยู่กับคนท้องถิ่นและคนไทย จึงเขียนแผนพัฒนาพื้นท่ีในเชิงเศรษฐกิจสีเขียวหรือ(SGCS)
จงึ เสนอให้นาแผนนบี้ รรจุเขา้ ไปในแผนแมบ่ ทดว้ ย การท่องเท่ียวทางน้าแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น
การท่องเท่ียวทางทะเลมีปะการัง ปัจจุบันพบว่ามีปะการังเหลืออยู่ไม่ถึง 5% ทางนักวิชาการพยายามที่จะ
อนุรกั ษ์ไว้ มีการศกึ ษาและวางแผนบริหารจัดการอย่างต่อเน่ืองทาให้เกาะพีพีมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นพันกว่าล้าน
เม่ือ 5-10 ปีที่ผ่านมา มีการจัดการขยะ การจัดพื้นที่ (Zoning) ได้เป็นอย่างดี ซึ่งทางสานักนายกฯจะนา PP
Model มาปรับใช้กบั เขือ่ นศรนี ครินทร์ ต่อไป

668

17. นักบรหิ ารเมืองเทศบาลจากจงั หวัดพงั งา
เสนอให้บรรจุพ้ืนที่ท่องเท่ียวทางน้าทาเป็นกลุ่มจังหวัดคลัสเตอร์ เช่น จ.พังงา จ.กระบ่ี จ. ภูเก็ต เป็นเมือง
เศรษฐกิจพิเศษในแผนแม่บท ซ่งึ จะพัฒนาได้อย่างบรู ณาการและเป็นระบบมากขึ้น แผนแม่บทควรครอบคลุม
ทุกมิติ

18. ผู้แทนจากกรมเจ้าท่าจากจงั หวัดนนทบุรี
กล่าวเสริมในความเห็นที่ 15 ว่าพื้นท่ีใน จ.กาญจนบุรีมีการทาแพ 2 ประเภท คือ แพที่อยู่กับท่ี กับแพท่ีลาก
จูง แพชนิดแรกต้องขออนุญาตจากกรมเจ้าท่า แต่พื้นที่ด้านบนต้องอนุญาตเจ้าของที่ ส่วนแพลากจูงจะมีจุด
จอด นอกจากนี้เรื่องงบประมาณ ทางกรมเจ้าท่ากาลังแก้กฎกระทรวงเพ่ืออานวยความสะดวกในการขอ
อนุญาต มปี ญั หากบั อบต. อบจ. บ่อยมาก ดังนั้นหากแผนแม่บทกาหนดบทบาท หน้าที่ชัดเจน ก็น่าจะแก้ไข
ปัญหาได้

19. ผแู้ ทนทีป่ รึกษาประธานสภาอตุ สาหกรรมจงั หวัดก้าแพงเพชร
มีข้อสงั เกต 3 ประการคอื 1. การท่องเท่ียวทางน้ามี 2 ประเภท คือ การท่องเท่ยี วทางทะเลและการท่องเท่ียว
พืน้ ท่ีลุ่มนา้ แผนแม่บทควรระบแุ ละแยกประเภทให้ชัดเจน เพราะในแผนแม่บทเหมือนเน้นการท่องเที่ยวทาง
ทะเลมากกว่า ดังนั้นกฎหมายบางฉบับอาจจะใช้กับพื้นท่ีลุ่มน้าไม่ได้ อุปสรรคของพื้นท่ีลุ่มน้าคือไม่สามารถ
เดนิ ทางระยะยาวเชน่ จากภาคเหนือตอนลา่ งข้ึนภาคเหนือตอนบนได้ เน่ืองจากมีเขื่อนและล่องน้าที่เปล่ียนไป
ทาง จ.กาแพงเพชรจึงดาเนินการท่องเท่ียวตามรอยพระพุทธเจ้าหลวงในระยะส้ันแทน 2.การท่องเที่ยวทาง
เรือล่องแม่น้าโขง ปัจจุบันมีเรือท่องเที่ยวจากหลายประเทศ อาทิ สปป.ลาว พม่า จีนและไทยร องรับ
นกั ท่องเที่ยวจากยุโรป ซึ่งได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล แต่อุปสรรคคือปริมาณน้าข้ึนอยู่กับ
ประเทศจีนที่จะปล่อยจากเข่ือนมามากน้อยเพียงใด และขาดการประชาสัมพันธ์ นอกจากน้ียังมีเส้นทางการ
ท่องเท่ียวอื่นๆ เช่น เชียงของไปหลวงพระบาง ประเทศ สปป.ลาว เชียงแสนไปคุน หมิน ประเทศจีน หาก
ภาครฐั ให้การสนับสนุนและประชาสัมพนั ธจ์ ะทาใหก้ ารท่องเทีย่ วในพื้นทดี่ งั กลา่ วไดร้ ับความนิยมมากข้นึ

20. ผูอ้ า้ นวยการฝา่ ยธุรกจิ และการตลาด การท่าเรือแห่งประเทศไทย
สอบถามวิทยากรวา่ การทอ่ งเท่ียวทางน้าหมายถึงอะไร เพราะทัง้ 5 ยทุ ธศาสตร์ในแผนแม่บทฉบับน้ีจะเน้นไป
ทางเรือสาราญ (Water based and cruise) ผู้เก่ียวข้องหลักคือ กรมเจ้าท่า การท่าเรือฯ และการท่องเที่ยว
เพราะการเสนอแผนฯนี้ต่อคณะรัฐมนตรีคือแผนการท่องเที่ยวเน้นเรือสาราญใช่หรือไม่ แต่วันน้ีผู้เข้าประชุม
ได้แสดงความเห็นการท่องเท่ียวทางแม่น้า ลาคลอง จึงไม่ทราบว่าแผนแม่บทน้ีจะนาเสนอในประเด็นใด
อยา่ งไรก็ดขี อเสนอให้กาหนดยทุ ธศาสตรใ์ หช้ ดั เจนโดยแยก การทอ่ งเทย่ี วทางแม่น้า ลาคลอง พื้นที่ลุ่มน้าและ

669

อื่นๆท่ีเกี่ยวข้องทางน้า และการท่องเที่ยวทางทะเล ทางท่านปลัดกระทรวงฯต้องการให้ดาเนินการเร่ืองการ
ท่องเที่ยวทางทะเลก่อน เพราะการท่องเที่ยวทางน้านักท่องเท่ียวจะเดินทางเยี่ยมชมวัด วัง คลอง ส่วนใหญ่
จะอยใู่ นกทม.จงึ อยากใหว้ ิทยากรและทีมงานศึกษายุทธศาสตร์ว่าต้องการลงรายละเอียดท่าเรือท่องเที่ยวทาง
ทะเล หรอื ท่าเรือแม่น้า คือยังไม่เข้าใจว่าแผนแม่บทต้องการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าชนิดไหน นอกจากนี้
ได้ทวงติงให้แก้ไขเนื้อหาต้ังแต่หน้า 105 เกี่ยวกับหน่วยงานรับผิดชอบระหว่างกรมเจ้าท่ากับการท่าเรือฯ
เพราะการท่าเรือไม่เก่ียวข้องกับท่าเรือที่ภูเก็ต อ่าวนาง สมุย อ่านแล้วไม่สบายใจ อีกประเด็นคือเร่ือง
ยุทธศาสตร์ เมื่อมีเรือสาราญมาเทียบท่าเรือใดท่าเทียบเรือหนึ่ง เราต้องต้อนรับอย่างดีมีการแสดงสินค้าโอท็
อปและให้เจ้าของท่าเรือนั้นๆไปพัฒนาสินค้าโอท็อปท่านคิดว่าเก่ียวข้องกันหรือไม่ การท่าเรือแห่งประเทศ
ไทยมีภารกิจในการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพฯและแหลมฉบังให้เป็น Hub of Cruise Terminal สาหรับเรือ
สาราญ กรมเจ้าท่าทาการศึกษาและพัฒนาท่าเรือที่กระบี่กับสมุย หากวิทยากรและทีมงานแบ่งเป็น 2
ยุทธศาสตร์ คือ ภายในประเทศเกี่ยวกับการท่องเท่ียวทางแม่น้า ลาคลอง และต่างประเทศเกี่ยวกับการ
ท่องเท่ียวทางทะเลรวมถึงเรือสาราญ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางไปทางอ่าวไทยและอันดามัน ขอ
ฝากให้ทมี งานทาการศกึ ษาและผ้ตู รวจรบั พจิ ารณารายละเอยี ด ทางการท่าเรือฯก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาการ
ท่องเท่ียวของไทย จงึ ขอความชัดเจนในแผนแมบ่ ทเพอ่ื นาไปปรับใช้ในการทางานต่อไป

วิทยากรเชิญให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามาร่วมแสดงความคิดเห็นในภาคบ่ายโดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มตามแผน
ยทุ ธศาสตร์ ดังน้ี

1. การพัฒนาคณุ ภาพสนิ คา้ และบริการดา้ นการท่องเท่ียวทางนา้
2. การพัฒนาการบริหารจัดการแหล่งการท่องเที่ยวทางน้าและด้านธุรกิจบริการในราชอาณาจักร

และระหวา่ งประเทศและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภยั ทางนา้ ในระดับสากล
3. การพฒั นาความรว่ มมอื ด้านการทอ่ งเท่ียวทางนา้ ในภมู ิภาคเอเชียและนานาชาติ
4. การพฒั นาบุคลากรเพื่อยกกกระดบั การพฒั นาอตุ สาหกรรมทอ่ งเทีย่ วทางนา้
5. การพฒั นาโครงสร้างพืนฐานเพือ่ พฒั นาอตุ สาหกรรมทอ่ งเทยี่ วทางน้า

670

ภาพการระดมความคิดเหน็ ต่อยทุ ธศาสตร์การท่องเท่ยี วทางนา้

กล่มุ ที่ 1 โครงการส่งเสริมศักยภาพการท่องเท่ียวตามแม่นา้ นานาชาติ

1. ลา้ ดับ ชื่อโครงการ หน่วยงานที่รบั ผดิ ชอบ

1. 2. โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนริมน้าเพ่ือรองรับกิจกรร3ม. อพท.และอปท.

การทอ่ งเท่ยี ว เชน่ วิถีชีวิตชาวสวนอัมพวา, ตามรอยเสด4็จ. ททท.และทกจ.

ประพาสตน้ ในสมัยรชั กาลท่ี 5 ทางหวั เมอื งเหนือ

2. 5. โครงการประชาสัมพนั ธ์และการตลาด 6. ททท.

3. 7. โครงการพัฒนาทา่ เทยี บเรอื ยอชและเรือสาราญ 8. กรมเจ้าท่าและผู้ประกอบการ

671

4. 9. โครงการจัดระเบยี บภมู ิทศั นส์ ่งิ แวดล้อมทางลานา้ 10. สย. อบจ. อปท.และกรมเจ้าทา่

5. 11. โ ค ร ง ก า ร พั ฒ น า ค ว า ม รู้ ด้ า น ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า12ร. ทกจ. อปท.
ทรัพยากรธรรมชาตเิ พอ่ื การท่องเท่ียวทอ้ งถิน่ อย่างยง่ั ยนื

6. โครงการส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวตามแม่น้านา1น3. ตม. กรมเจ้าท่า ตารวจน้า หน่วยงานด้าน
ชาติ เช่นสนับสนุนผู้ประกอบการเดินเรือท่องเท่ียวใน กฎหมายตา่ งๆ ททท.
แม่น้าโขง

ข้อเสนอแนะ

1. ความปลอดภยั ของทา่ เทียบเรอื ทอ่ งเทย่ี ว เชน่ ทา่ เทยี บเรือยอร์ช
2. สง่ิ อานวยความสะดวกของนักทอ่ งเที่ยวกลมุ่ เรือยอร์ชในแมน่ ้า
3. ปรบั ปรุงโครงการ 1 ตดั การทา่ เรอื แหง่ ประเทศไทยในท่าเทียบเรือ A1 และเพิ่มกรมพฒั นาชุมชน

กลุ่มท่ี 2 การพัฒนาบริหารจัดการแหล่งท่องเท่ียวทางน้าและด้านธุรกิจบริการในราชอาณาจักรและ
ระหว่างประเทศและยกระดบั มาตรการรักษาความปลอดภัยทางนา้ ในระดับสากล

ยทุ ธศาสตรท์ ีค่ วรเพิ่มเติม

 ลมุ่ นา้ , แม่นา้ , คลองและอ่างเก็บน้า
 การแบ่งประเภทของแหล่งท่องเทย่ี วทางน้า
 หน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งในการเสนอโครงการ เชน่ อพท. กรมอุทยานฯ กองทัพเรือ เปน็ ต้น

ตวั ชี้วัด

 จานวนนักท่องเท่ียวโดยการวิเคราะห์จานวนนกั ทอ่ งเทยี่ วที่เข้าไปท่องเที่ยว
 รายไดส้ ่วนทอ้ งถิน่
 คุณภาพของแหล่งทอ่ งเทีย่ ว
 มาตรฐานสากลดา้ นความปลอดภยั
 ตัดจานวนโครงการ
 การพฒั นาเศรษฐกิจสีเขียว (Sustainable Development Growth)

672

 ขดี ความสามารถในการรองรับนักทอ่ งเท่ียว
 การบรหิ ารจดั การดว้ ยชมุ ชน เชน่ แผนพฒั นาหมู่บ้านตามโครงการไทยนยิ ม
 หน่วยงานที่รบั ผิดชอบโครงการ
 แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วหลกั และแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วรอง

ภาพ การระดมความคดิ เห็นต่อยทุ ธศาสตรก์ ารท่องเทยี่ วทางนา้

กลุ่มที่ 3 การพัฒนาความรว่ มมอื ดา้ นการทอ่ งเทย่ี วทางน้าในภูมิภาคเอเชยี และนานาชาติ

 สรา้ งเคร่ืองมอื ในการผ่านแดนร่วมโดยการทา MOU ระหว่างประเทศลุ่มแมน่ ้าโขง
 เพิม่ เตมิ ความชัดเจนของยทุ ธศาสตร์ เป้าประสงค์ และตวั ชี้วดั เพอ่ื ประกอบการเขียนโครงการ

673

 โครงการพฒั นาความร่วมมอื ในการลงทนุ ท่องเทีย่ วทางน้า
 โครงการประสานงาน
 โครงการสทิ ธพิ ิเศษในการลงทนุ
 โครงการท่องเที่ยวลมุ่ แมน่ า้ โขงโดยให้ VISA เดียว

กลุ่มที่ 4 การพัฒนาบคุ ลากรเพื่อยกกกระดบั การพัฒนาอุตสาหกรรมทอ่ งเทย่ี วทางน้า

บุคลากรภาครฐั บคุ ลากรภาคเอกชน บุคลากรภาคสว่ นอน่ื ๆ

14. ก . ท่ อ ง เ ท่ี ย ว แ ล ะ กี ฬ า , ก .  ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม  ประชาชน
มหาดไทย การท่องเที่ยว เช่น ชมรมธุรกิจ  นกั ท่องเท่ยี ว
ท่องเท่ียวทางน้า, ชมรมชาวเรือ  บุคลากรท่มี วี ิชาชพี เฉพาะ
15. ก.คมนาคม, ก.แรงงาน, อปท. ชาวแพ, ผู้ประกอบการที่พัก,
16. ก.ศึกษาธิการ, ก.วัฒนธรรม, ก. วสิ าหกจิ ชุมชน, โฮมสเตย์ ฯลฯ เชน่ ไลฟก์ าร์ด

ดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม,  อาสาสมัคร, ตารวจท่องเที่ยว,
ก.การต่างประเทศ, สนง.ตารวจ อ า ส า ส มั ค ร ช่ ว ย เ ห ลื อ
แห่งชาติ, กองบัญชาการตารวจ นกั ทอ่ งเทย่ี ว
ทอ่ งเทีย่ ว (บช.ทท.) อพท.
17. เพิ่มเติม ก.ทรัพยากรธรรมชาติ  เครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติและ
และส่ิงแวดล้อม ก.กลาโหม ก. สง่ิ แวดลอ้ ม
พาณิชย์ ก.อุตสาหกรรม, ก.
สาธารณสุข, ก.เกษตรและ  มคั คุเทศก์
สหกรณ์

674

แผนการระยะสัน แผนการระยะกลาง
1. เพ่ิมหลักสูตรกู้ชีพ กู้ภัยและการปฐมพยาบาล 1. บรรจหุ ลกั สูตรอตุ สาหกรรมการทอ่ งเทย่ี วทางนา้
 การบริการในพนื้ ทอ่ี ตุ สาหกรรมการท่องเที่ยวทาง
เบื้องต้นเพ่ือสร้างทักษะพื้นฐานในการช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยทางน้า เช่น การทา CPR, การ นา้
เคลอ่ื นย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ, เทคนิคการช่วยเหลือ  การผลิตหลกั สตู รเฉพาะทางเกี่ยวกับอุตสาหกรรม
ผู้ประสบภยั ทางนา้ เบื้องต้น
2. การฝึกทักษะตามหลักสูตรการจราจรทางน้า ทางน้า เช่น การดาน้าลึกเพื่อสร้างมาตรฐานและ
สาหรับผู้บงั คับเรอื ทุกชนิดตามทก่ี ฎหมายกาหนด ความเชื่อม่ันให้กบั นกั ทอ่ งเท่ียว
3. บูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการออก 2. สนับสนุนกิจกรรมทางเลอื กเสรี “ลกู เสอื สมทุ ร”
บัตรประจาตัวนายท้ายเรือท่ีมีขนาดเล็ก ง่ายต่อ 3. การสร้างสถาบัน “xxx” ในการผลิตบุคลากรหรือ
การพกพาและแสดงตัว เพื่อสร้างความเชื่อมัน พัฒนาหลักสูตรเก่ียวกับอุตสาหกรรมทางน้าเพ่ือ
ใหก้ ับการท่องเทย่ี ว สรา้ งมาตรฐานวิชาชีพในระดับสากล
4. พัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมทางน้า
ใหก้ ับบคุ ลากรและประชาชนในพื้นท่ี
5. จัดหาบุคลากรและอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้นใน
การปอ้ งกนั และชว่ ยเหลอื เชน่ หน่วยเคลอ่ื นท่เี รว็
6. ให้ความรูเ้ ก่ยี วกบั ระบบแจ้งและเตือนภัยเกี่ยวกับ
เหตุร้ายทางนา้

675

กลมุ่ ที่ 5 การพฒั นาโครงสรา้ งพนื ฐานเพอื่ พัฒนาอตุ สาหกรรมท่องเทย่ี วทางนา้
ลา้ ดับ ช่ือโครงการ
1. โครงการสง่ เสรมิ วฒั นธรรมการทอ่ งเทีย่ วทางนา้
2. โครงการบริหารจดั การโครงสรา้ งพนื้ ฐาน ตามมาตรฐานของทา่ เรือ (กรมศลุ กากร)
3. ปรบั ปรงุ ร่องน้าเพอ่ื ใหเ้ รอื สญั จรสะดวก

ขอ้ เสนอแนะ
1. การประสานงานระหวา่ งหนว่ ยงาน
2. กฎหมาย กฎระเบียบของแตล่ ะหนว่ ยงาน
3. แผนพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วยังไมค่ รอบคลมุ ทั้งระบบ (แหล่งทอ่ งเท่ยี ว)
4. ผลกระทบตอ่ วถิ ชี วี ิตของชุมชนในท้องถ่ิน

676

5. ปรบั ปรุงและพัฒนาเพื่อยกระดับการท่องเท่ยี วทางน้า
6. เพมิ่ หนว่ ยงานสนบั สนุน เช่น กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม
7. ปรับระยะเวลาแผนแมบ่ ท
8. ให้ท่ปี รกึ ษาหาหน่วยงานสนับสนนุ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง

วิทยากรกล่าวขอบคุณทุกท่านท่ีเข้าร่วมประชุมและแสดงความคิดเห็น ทางวิทยากรและทีมงานจะนาไป
ศกึ ษาและปรบั ปรุงแผนแมบ่ ทตอ่ ไป

677

บทที่ 10 ผลการจัดประชุมเพื่อเผยแพร่และประชาสมั พนั ธ์แผนแม่บทการพฒั นาการท่องเที่ยว
ทางนา้ ของไทย พ.ศ.2560-2564 และแผนปฏบิ ตั กิ ารพัฒนาการท่องเทีย่ วทางนา้ ของไทยในระยะ
5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564)

วนั พธุ ท่ี 23 พฤษภาคม 2561 ณ หอ้ งบางกอกนอ้ ย 1 ชัน 3 โรงแรมรอยัล ซิตี กรุงเทพฯ

นายอรัญ บุญชยั ผู้ชว่ ยปลดั กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬากล่าวเปิดประชมุ การระดมความคิดเห็นการจัดทา
แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าซ่ึงเป็นการระดมความคิดเห็นครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากศูนย์วิจัย
และใหค้ าปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการศึกษา วิจัยและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในพ้ืนท่ีประมาณ 14
คร้ังท่ัวประเทศ จัด focus group ในภูมิภาค 6 คร้ัง และการถอดบทเรียนจากประเทศต้นแบบ วันนี้จึงขอเรียน
เชิญผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านแสดงความคิดเห็น ดูความสมบูรณ์ ครบถ้วนของแผนแม่บทเพื่อทางสานักงาน
ปลัดกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬาจะนาเสนอในเชิงนโยบายต่อคณะอนุกรรมการทางน้าซ่ึงมีผู้แทนจาก
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะอนุกรรมการ โดยมีปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานในการพิจารณา
แผนฯต่อไป แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยจะนาไปขับเคล่ือนอย่างเป็นรูปธรรมในระยะเวลา
5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) จากการศึกษาประเทศไทยมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติทางการ
ท่องเท่ียวจานวนมากท่ีกระจายอยูท่ ั่วทุกภมู ภิ าคของไทย มลี ุม่ น้าสาคญั 25 แหง่ มลี ่มุ นา้ ย่อยอีก 254 แห่ง อย่างไร

678

กด็ ี การสง่ เสริมการท่องเทยี่ วยังไมร่ ับการวางแผนและพฒั นาอย่างจริงจัง ทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะ
ผู้วางแผน กากับดูแลนโยบายการส่งเสริมการท่องเท่ียวของประเทศจึงทาการประมวลแผนพัฒนาการท่องเท่ียว
ทางน้าในเบือ้ งต้นเพอ่ื กาหนดในแผนพัฒนาการท่องเทยี่ วแห่งชาติฉบับที่ 2 ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) ว่า
ด้วยการส่งเสริมการท่องเท่ียวทางน้า เรือสาราญเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เพ่ือสร้างงาน กระจายรายได้สู่เมืองรองและชุมชน เพ่ือลดความเหล่ือมล้าทางเศรษฐกิจของไทย แผนแม่บทคือ
เครอ่ื งมือในการขับเคล่อื นแผนปฏิบตั ิการ ดงั นนั้ หนว่ ยงานทุกภาคสว่ นทีเ่ กี่ยวข้องจึงมีความสาคัญในการขับเคล่ือน
แผนฯ เร่อื งงบประมาณจะมีคณะกรรมการบรู ณาการด้านการท่องเที่ยวและกีฬาซึ่งมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รอง
นายกฯเป็นประธาน หากแผนปฏิบัติการ (action plan)มีความชัดเจน สามารถนาเสนอของบประมาณปีพ.ศ.
2563 ได้ ขณะนี้ได้เร่ิมทาแล้ว หรือนาเสนอของบประมาณกลางปีพ.ศ. 2562 ในเดือนมิถุนายนนี้หากต้องการ
ขับเคลื่อนแผนฯให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว นอกจากน้ีทางกระทรวงฯและศูนย์วิจัยฯแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้
จัดทาฐานข้อมูลการท่องเท่ียวทางน้าของไทยเป็นคร้ังแรกเพ่ือส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ามากข้ึน จากเดิมท่ี
กระทรวงดูแลการอนุรักษ์ทรัพยากรทางน้า ชายหาดและสิ่งแวดล้อม อีกประเด็นหนึ่งคือ กระทรวงฯได้จัดทา
ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเรือสาราญ (cruise tourism) ซ่ึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทด้านการท่องเท่ียว
นอกเหนือจากการท่องเที่ยวทางน้า ขณะน้ีทางกรมเจ้าท่าได้มีการเสนอทา Marina Hub of ASEAN ต่อสภาฯ ซ่ึง
ทางคณะกรรมการได้เสนอให้ทาแผนบูรณาการร่วมกับกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬาเพ่ือประโยชน์สูงสุด ทาง
กระทรวงฯจะผลักดันงานวิจัยฯน้ีนาไปสู่การปฏิบัติได้จริงเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาการท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพ
ควบคกู่ ับการสร้างรายไดท้ ่ตี ง้ั เป้าไวป้ ระมาณ 3.4 ล้านลา้ นบาทในปี พ.ศ. 2564

จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถกฤต ปัจฉิมนันท์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กลา่ วถึงผลการศึกษาการจดั ทาแผนแม่บทการท่องเท่ียวทางน้าและร่างแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564)

679

นิยามการทอ่ งเทย่ี วทางนา้
“การท่องเที่ยวทางน้ามีความเก่ียวข้องกับการด้าเนินการที่เก่ียวข้องกับแหล่งน้าทางธรรมชาติ เช่น

ทะเลสาบ, เข่ือน, คลอง, ห้วย, ล้าธาร, แม่น้า, คลอง, ทางน้า, ชายฝั่งทะเลโซน, ทะเล, และมหาสมุทร เป็น
ตน้ ”

คาอธิบายนิยาม: การท่องเที่ยวทางน้า คือ การดาเนินการท่องเท่ียวที่เก่ียวข้องกับแหล่งน้าทางธรรมชาติ
ในมิตติ า่ งๆ เช่น การทอ่ งเทย่ี วชายฝั่งและทะเล การท่องเทีย่ วเรือสาราญ การท่องเท่ียวทะเลสาบ การท่องเที่ยวริม
ทะเล การทอ่ งเท่ียวเดินเรอื และ การทอ่ งเท่ยี วแม่น้าลาคลอง เปน็ ต้น ซึ่งการท่องเท่ยี วทางนา้ ยังเก่ียวข้องกับแหล่ง
ทรัพยากรทางธรรมชาติทางนา้ ทง้ั สิ้นและสามารถสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจผ่านการสร้างกิจกรรมตามแหล่ง
นา้ ตามธรรมชาตติ ่างๆ

680

วิสยั ทัศน์

ประเทศไทยเปน็ แหล่งท่องเท่ยี วทางน้าทเ่ี ปน็ ศนู ย์กลางการทอ่ งเทย่ี วของเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ และเป็น
แหล่งรายได้ที่สาคัญของประเทศเพ่ือนามาซ่ึงการกระจายรายได้สู่ภาคประชาชนทุกภาคส่วนและลดระดับความ
เหลอื่ มลา้ ทางเศรษฐกจิ อยา่ งย่ังยืน”

วัตถุประสงค์

1. สง่ เสรมิ การพฒั นาให้การท่องเที่ยวทางน้าเป็นแหลง่ การท่องเทย่ี วชุมชนในระดบั สากล
2. ส่งเสริมและเพ่ิมขีดความสามารถทางการแข่งขันของเมืองท่องเที่ยวหลักและท่องเท่ียวรองในเขต

พฒั นาการท่องเทย่ี วทางนา้
3. เจาะกลุ่มตลาดนักท่องเท่ียวคุณภาพท่ีมคี วามสนใจการท่องเที่ยวทางน้าให้พานักนานและใช้จ่ายเงินสูงข้ึน

และขยายฐานนักทอ่ งเทยี่ วจากเมอื งทอ่ งเท่ียวหลกั
4. สร้างความเข้มแข็งของกลไกเครือข่ายและยกระดับการทางานร่วมกันในการพัฒนา การท่องเที่ยวทางน้า

ตลอดจนการเช่อื มโยงเมอื งทอ่ งเท่ียวทัง้ ภายในและภายนอกเขต พฒั นาการท่องเทยี่ วทางน้า
5. ส่งเสริมและเพ่ิมขีดความสามารถการดูแลด้านความปลอดภัย ธรรมาภิบาลธุรกิจ และปัญหา ด้าน

สิ่งแวดลอ้ มในเมอื งทอ่ งเทย่ี วทางนา้ หลกั และเมอื งท่องเทยี่ วทางนา้ รอง
พนั ธกิจ

1. ส่งเสริม อนุรักษ์ ฟ้ืนฟู พัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามแหล่งท่องเท่ียวทางน้าเพ่ือสร้างความสมดุล และ
ยัง่ ยืน

2. พฒั นายกระดับมาตรฐานสนิ คา้ และบรกิ ารด้านการท่องเทีย่ วทางน้าเพื่อนาไปส่กู ารสรา้ งรายได้ท่ีย่งั ยืน
3. อานวยความสะดวก การป้องกันและการรักษาความปลอดภัยทางการท่องเที่ยวทางน้าเพื่อเพ่ิมระดับ

ปรมิ าณนักทอ่ งเทย่ี วต่างชาตแิ ละในประเทศ โดยเฉพาะระยะเวลาการพักแรมและการสร้างกิจกรรมต่างๆ
แหล่งท่องเท่ยี วทางน้าทีเ่ พมิ่ ข้ึน
4. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างกิจกรรมการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวแก่ทุกภาคส่วนเพ่ือ
พฒั นาการทอ่ งเทยี่ วทางนา้ อย่างยั่งยนื โดยเฉพาะการทอ่ งเทย่ี วทางนา้ ในระดับชุมชน
5. พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและเผยแพร่ข้อมูลสถิติภายใต้ยุทธศาสตร์และดัชนีการท่องเท่ียวทางน้า
องค์ความรดู้ ้านการท่องเที่ยวทางนา้ เพื่อการวางแผนและบรหิ ารจดั การอย่างมปี ระสิทธิภาพท่ีแท้จริง
6. พฒั นาความร่วมมือดา้ นการท่องเที่ยวทางน้าเชิงบรู ณการทุกภาคสว่ นทงั้ ในและต่างประเทศ

681

เปา้ ประสงค์ภายใตย้ ุทธศาสตร์
ประเด็นยุทธศาสตรท์ ่ี 1 การพฒั นาโครงสร้างพนื ฐานเพอ่ื พฒั นาอตุ สาหกรรมท่องเท่ียวทางน้า
จากการลงพ้ืนท่ีศึกษาข้อมูลพบว่าโครงสร้างพื้นฐานการท่องเท่ียวทางน้าโดยเฉพาะคลอง หนอง บึง คือ
ท่าเทียบเรือไม่เพียงพอ และบางแหง่ ไมม่ ีมาตรฐานความปลอดภัยที่ดี จึงเห็นว่าหน่วยงานต่างๆควรบูรณา
การทางานรว่ มกันเพือ่ บรรลตุ ามเปา้ ช้ีวดั ท่กี าหนด
ประเดน็ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพฒั นาการบรหิ ารจดั การแหล่งการท่องเท่ยี วทางนา้ และดา้ นธุรกจิ บริการ
ในราชอาณาจักรและระหว่างประเทศ และยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทางน้าในระดับ
สากล
ประเดน็ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาบคุ ลากรเพอ่ื ยกระดบั การพฒั นาอตุ สาหกรรมทอ่ งเท่ียวทางน้า
ประเดน็ ยุทธศาสตรท์ ่ี 4 การพัฒนาคณุ ภาพสินค้าและบรกิ ารด้านการทอ่ งเท่ียวทางน้า
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเท่ียวทางน้าในภูมิภาคเอเชียและ
นานาชาติ

682

ประเดน็ การพฒั นาการทอ่ งเทย่ี ว คือ

 การให้ข้อมูลพื้นฐานองค์รวมของการสร้างความเข้าใจการท่องเท่ียวทางน้า เช่น ยุทธศาสตร์ ดัชนีการ
แข่งขันอ้างอิงจาก World Economic Forum (WEF)นาไปสู่การวางยุทธศาสตร์ และ ตัวอย่างท่ีสาคัญ
เปน็ ต้น

 การดาเนนิ การแนะนาแผนแมบ่ ทการทอ่ งเทย่ี วทางน้าให้กับชุมชนเพ่ือคดิ และวางยทุ ธศาสตรร์ ่วมกนั

 การระดมสมองในการยกระดับการพัฒนาให้เกิดรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว
ทางนา้ ทั้งในระยะสนั้ กลาง
และระยะยาว

 สรุปประเด็นทส่ี าคญั และรับฟงั ขอ้ เสนอแนะจากผเู้ ช่ยี วชาญต่างๆ

แนวคดิ การจัดทา้ แผนแม่บทการทอ่ งเที่ยวทางนา้

 แนวคิดเชงิ ยทุ ธศาสตร์โดยภาพรวมสาหรับการพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วทางนา้
 กรอบระยะเวลาในการดาเนินการเชิงกลยุทธ์ให้เกิดความสาเร็จโดยรัฐบาล เช่น ประเทศเกาหลีใต้วาง

กรอบในการพัฒนาแม่นา้ 4 สายในระยะเวลา 4 ปี
 ปัจจยั ความสาเรจ็ เพ่ือพัฒนาแหล่งท่องเทยี่ วทางนา้
 หลักเกณฑใ์ นการเลอื กภายใต้การวเิ คราะห์ยุทธศาสตรแ์ ละคา่ ดชั นีการแข่งขนั

ประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับจากการด้าเนินโครงการ

 แผนแมบ่ ทการพฒั นาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564
 แผนปฏิบัตกิ ารพฒั นาการทอ่ งเที่ยวทางน้าของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564)
 ทิศทางการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทยโดยครอบคลุมทุกมิติการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าใน

ภาพรวม
 โครงสร้างขอ้ มูลการท่องเทีย่ วทางน้าของไทยเป็นเรื่องสาคญั ในการศึกษาเพื่อพฒั นาพ้นื ท่ีได้อย่างเต็มที่

683

การพัฒนาการท่องเทีย่ วทางน้าของไทยพ.ศ. 2560-2564 และร่างแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทยในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564)

กรอบแนวคดิ ในการจดั ทาร่างวสิ ัยทศั น์และแผนพฒั นาการท่องเทย่ี วทาง
การศึกษนาา้ คขู่แอขง่งไแทลยะต้นแบบราย

สาคกญั ารทบทวนการพัฒนาการทอ่ งเท่ยี วทาง

น้าของประเทศคู่แขง่ และประเทศตน้ แบบราย
ส้าคัญจากวารสารต่างประเทศเพ่ือหาแนวทาง

ปฏบิ ตั ิ

การศึกษาสภาพแวดล้อม วิสัยทศั น์ พนั ธกิจ กลยุทธ์ การทบทวนนโยบายและแผน
และบริบทการท่องเที่ยวทางนา้ ยุทธศาสตร์ เปา้ ประสงค์ และ ยุทธศาสตร์ด้านการทอ่ งเที่ยวของ
ของประเทศและของโลก ตัวชวี ัด ภายใต้การพัฒนาการ
ไทย
การศึกษาสถานการและ ทอ่ งเที่ยวทางนา้ ไทย
แนวโนม้
การศึกษาผลการประเมนิ การ การพิจารณาทิศทางการ
 การศึกษาผลการวจิ ัย ดา้ เนนิ งาน พฒั นาท่เี กย่ี วข้อง
ในอดีตและปจั จบุ ัน
 การสมั ภาษณ์
 ทบทวนการศกึ ษา ผเู้ ชี่ยวชาญจาก
จาก World หน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
Economic Forum
(2017) การพจิ ารณาถึงผลการดา้ เนินงานในอดตี
ปจั จุบนั และอนาคต

 การประชมุ กลุ่มย่อยในภมู ิภาคตา่ งๆ
 การศกึ ษาศกั ยภาพเชงิ พนื ท่ี
 การสมั ภาษณผ์ เู้ ชีย่ วชาญท่องเทย่ี วทาง

นา้
 เขา้ ปรึกษารบั ฟงั ประเดน็ ท่องเท่ียวทาง

นา้ จากสมาคมตา่ งๆ

684

The Travel & Tourism Competitiveness Report 2017

แผนแม่บทการท่องเที่ยวทางน้าจะผลักดันแนวทางของโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่สะท้อนถึง 30
นักท่องเท่ียวใหม่เดนิ ทางไปใชบ้ ริการสถานทีท่องเทยี่ วทางนา้ 1 งานใหมจ่ ะถูกสร้างขึ้น แรงงานหญิงจะถูกจ้างมาก
ขึ้น สามารถลดความเหลื่อมล้าทางเศรษฐกจิ ได้


Click to View FlipBook Version