135
การเพ่ิมขึ้นของระดับน้าทะเลจะทาให้แหล่งท่องเที่ยวบริเวณชายฝ่ังทะเลเกิดปัญหาจากระดับน้าทะเลที่
เพิ่มสูงข้ึนได้ นอกจากนี้ระดับน้าทะเลที่สูงข้ึนยังทาให้น้าเค็มรุกเข้าในแม่น้าส่งผลให้พืชพรรณธรรมชาติเสียหาย
ภมู ทิ ศั นส์ องฝ่ังของลาน้าเปลยี่ นไปส่งผลกระทบต่อแหลง่ ท่องเทย่ี วในระยะยาว
3.3.4 การเปลย่ี นแปลงคา่ ความเป็นกรดของนา้ ทะเลของประเทศไทย
ค่าความเป็นกรดของนา้ ทะเลท่เี ปล่ียนไป ประกอบกบั อุณหภูมิของนา้ ทะเลท่ีสูงข้ึนอย่างผิดปกติ ทาให้เกิด
ปรากฏการณ์ปะการงั ฟอกขาว ซึ่งจากการสารวจในปี พ.ศ. 2553 พบว่าแนวปะการังในฝั่งทะเลอันดามัน และอ่าว
ไทย เกิดการฟอกขาวมากกว่าร้อยละ 70 ของปะการังที่มีชีวิตอยู่ ทั้งนี้กิจกรรมการท่องเที่ยวดาน้าชมปะการัง ท้ัง
การดาผิวน้า (skin diving) และการดาน้าลึก (scuba diving) เป็นธุรกิจท่ีมีการเติบโตและเป็นท่ีรู้จักในระดับ
นานาชาติ ดังเช่นธุรกิจดาน้าชมปะการังในจังหวัดภูเก็ต แต่จากข้อมูลกลับพบว่าแหล่งดาน้าหลายแห่งในจังหวัด
ภูเก็ต เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว อาทิ เกาะราชาใหญ่ แหลมพันวา และเกาะไม้ท่อน (สานักงานนโยบาย
และแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม, 2560)
ภาพที่ 3.21 ปรากฏการณ์ปะการงั ฟอกขาวในประเทศไทย
ทีม่ า: Siripong (2011)
136
3.4 ผลกระทบจากทรัพยากรธรรมชาติท่ีเสือ่ มโทรมและมลพษิ ตอ่ การท่องเทยี่ วทางนา้ ของ
ประเทศไทย
ปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัญหาเฉพาะพ้ืนท่ี ทั้งน้ีการใช้ประโยชน์ จาก
ทรัพยากรธรรมชาติทีเ่ กินกวา่ ขีดความสามารถในการรองรับได้ (Carrying Capacity) จะทาให้ทรัพยากรธรรมชาติ
มีแนวโนม้ ที่จะเสอื่ มโทรมลง และหลายแหง่ ยังเกิดปัญหามลพษิ ขนึ้ ด้วย
ทั้งนท้ี รัพยากรธรรมชาตทิ ม่ี ีผลต่อการท่องเท่ียวทางนา้ โดยตรง ไดแ้ ก่ ทรัพยากรน้า ซึ่งแท้ที่จริงแล้วปัญหา
ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรน้ามีสาเหตุเก่ียวพันกับการทาลายทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ด้วย ดังเช่นการตัดไม้
ทาลายป่าท่ีทาให้เกิดการชะล้างพังทลายของดิน (Soil Erosion) ซ่ึงตะกอนดินท่ีเกิดจากกระบวนการชะล้าง
พังทลายจะไหลไปกับกระแสน้าลงไปในแม่น้าลาคลอง เกิดการต้ืนเขินของลาน้าตามมา และลาน้าท่ีตื้นข้ึนไม่
สามารถเก็บกักนา้ ได้จงึ เกดิ ปญั หาอทุ กภยั ตามมา นอกจากนี้ตะกอนดินที่ละลายอยู่ในน้ายังปิดกั้นไม่ให้แสงอาทิตย์
สอ่ งลงถงึ พื้นท้องน้าได้ ส่งผลให้พืชน้า และแพลงค์ตอนพืชไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ ออกซิเจนที่ละลายใน
น้าจึงลดลง พืชน้าและสัตว์นา้ จึงตายเน่อื งจากขาดออกซเิ จน และแหลง่ นา้ น้ันจะเกิดภาวะน้าเนา่ เสียในท่สี ดุ
สถานการณ์มลพิษทางน้าของประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากข้อมูลคุณภาพน้าในแหล่งน้าผิวดินท่ีสาคัญ
ระหว่าง พ.ศ. 2548-2558 พบว่า คุณภาพน้ามีแนวโน้มที่จะเส่ือมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งน้ีหลังจากปี พ.ศ.
2554 ประเทศไทยไมม่ ีแหลง่ นา้ ทมี่ คี ณุ ภาพนา้ อยใู่ นเกณฑ์ดีมากปรากฏอีกเลย ในขณะที่แหล่งน้าที่มีคุณภาพน้าอยู่
ในเกณฑด์ ลี ดลงและแหล่งน้าทมี่ คี ุณภาพน้าปานกลาง และเส่ือมโทรม มีแนวโนม้ ท่ีจะเพมิ่ ขึ้น ดงั ปรากฏในภาพ
137
ภาพที่ 3.22 คณุ ภาพนา้ แหลง่ น้าผิวดนิ ท่ีส้าคญั ท่ัวประเทศ พ.ศ. 2548-2558
ทม่ี า: สานกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากร
ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม (2016)
ส่วนคุณภาพน้าทะเลและชายฝั่ง จากข้อมูลคุณภาพน้าทะเลและชายฝ่ัง ระหว่าง พ.ศ. 2548-
2558 พบว่า คุณภาพน้าทะเลและชายฝ่ังมีแนวโน้มท่ีจะเส่ือมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน ทั้งจากคุณภาพน้า
ทะเลและชายฝงั่ ทอี่ ยใู่ นเกณฑ์ดี และดีมากทล่ี ดลง คุณภาพน้าทะเลและชายฝั่งท่ีอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง เสื่อมโทรม
และเสอื่ มโทรมมากกาลงั เพ่ิมขึ้นอยา่ งตอ่ เน่ือง ดงั ปรากฏในภาพ
ภาพท่ี 3.23 คุณภาพนา้ แหลง่ น้าทะเลและชายฝง่ั ท่ีสา้ คัญทว่ั ประเทศ พ.ศ. 2548-2558
ทมี่ า: สานกั งานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาตแิ ละ
สงิ่ แวดลอ้ ม (2016)
ท้ังน้ีการเส่ือมโทรมของทรัพยากรน้า และปัญหามลพิษทางน้า เป็นปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมท่ีส่งผลกระทบ
ต่อการท่องเท่ียวทางน้าโดยตรง นอกจากน้ียังมีปัญหามลพิษอีกหลายเร่ืองที่มีผลกระทบต่อการท่องเท่ียวทางน้า
อาทิ มลพษิ ทางอากาศ มลพษิ ทางเสียง ฯลฯ ท้ังนี้ปัญหามลพิษอ่ืน ๆ ย่อมส่งผลต่อการท่องเที่ยว ดังนั้นในอนาคต
5 ปีข้างหน้า หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ีได้ การท่องเที่ยวทางน้าของประเทศไทยย่อมมีปัญหาอย่างแน่นอน
138
เม่ือวิเคราะห์บริบททางส่ิงแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ
ทรัพยากรธรรมชาติท่ีเสื่อมโทรมตลอดจนมลพิษ จะพบว่า การเปล่ียนแปลงของบริบททางส่ิงแวดล้อมเหล่านี้มี
แนวโนม้ ทจี่ ะก่อให้เกิดปัญหากับการท่องเท่ียวทางน้ามากข้ึน ทั้งน้ีปัจจัยทางส่ิงแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว
ได้ส่งผลต่อการท่องเที่ยวทางน้าในหลายเร่ือง ทั้งการเปลี่ยนแปลงการตกของฝนที่ท้ังทาให้เกิดอุทกภัยและภาวะ
ความแห้งแล้ง การเปล่ียนแปลงวงรอบและความถ่ีในการเกิดภัยพิบัติที่รุนแรง การเพิ่มขึ้นของระดับน้าทะเล การ
เปลย่ี นแปลงคา่ ความเป็นกรดของน้าทะเลที่นาไปสู่ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ท้ังหมดนี้จะเห็นได้ว่ามีตัวอย่าง
การเกิดผลกระทบในแหล่งทอ่ งเท่ียวหลายแห่งในโลกและมีเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย แต่การคาดการ
สถานการณ์ท่ีเปลี่ยนแปลงไปในอีก 5 ปีข้างหน้า เป็นเรื่องที่ไม่สามารถทาได้อย่างแม่นยา แต่จากข้อมูลย้อนหลัง
พบว่าเกือบทุกปัจจัยมีสถานการณ์ที่เลวร้ายลง โดยเฉพาะการเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ซ่ึงค่อนข้างจะ
วิกฤตมากทส่ี ดุ
4. สรปุ ประเด็นจากการศึกษาเพ่ือหาปจั จยั ความส้าเร็จและข้อควรระวังของภาครัฐภายใตผ้ ล
การศกึ ษาและประเมินผลกระทบของสภาพแวดล้อมและบริบทท่เี ปล่ียนแปลงไป ทงั ปจั จยั ทาง
เศรษฐกจิ สังคมและสงิ่ แวดลอ้ ม ทงั ภายในประเทศ ระดบั ภมู ภิ าคและระดบั โลก ทคี่ าดว่าจะ
กระทบตอ่ การทอ่ งเทย่ี วของไทยทางนา้ ของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564
4.1 ปจั จยั ความสา้ เร็จภายใตก้ ารพิจารณาแนวทางของภาครฐั
มี 6 ประการทีส่ าคญั
1) ในการขับเคล่ือนการท่องเทยี่ วทางนา้ สอู่ นาคตนน้ั จะต้องคานึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ ชุมชน และ
สง่ิ แวดลอ้ มควบคูก่ ัน โดย รัฐจะต้องกาหนดกลยทุ ธใ์ นการขับเคลอ่ื นภายใต้แผนแม่บทและยุทธศาสตร์และที่สาคัญ
จะต้องมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถวัดผลได้ และสามารถทาปฏิบัติได้จริง โดยจะต้องมีความสอดคล้องกับ
วิสัยทัศน์และพันธกิจของการท่องเที่ยวทางน้าในประเทศ โดยยังต้องสะท้อนขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งใน
ประเทศและระหว่างประเทศ นั่นหมายถงึ ระหวา่ งการดาเนนิ งาน ทางรฐั บาลไทยต้องสามารถสร้างแผนการทางาน
ท่ีชัดเจนและแบ่งความรับผิดชอบให้กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดปัญหาของการทางานท่ีซ้าซ้อนและขาดความ
ต่อเนอื่ ง โดยจะตอ้ งพิจารณาการบูรณการเชงิ โครงสร้างของภาครัฐอยา่ งจรงิ จงั
2) อตั ราการเติบโตอย่างแข็งแรงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้าจะเป็นไปไม่ได้ หากขาดการช่วยเหลือ
และสนบั สนุนความร่วมมือเชิงทวิภาคีระหว่างภาครัฐและเอกชนในการลงทุนภายใต้แนวคิด PPP Public Private
139
Partnerships (PPP)25 ซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 20 ของแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด และรวมถึงการสรรค์
สรา้ งกลยุทธท์ างการท่องเที่ยวภายใตก้ ารถอดบทเรยี นจากต่างประเทศ
3) ในการเพิ่มอัตราการเข้าถึงแหลางท่องเที่ยวทางน้านั้น รัฐจะต้องกาหนดแผนในรองรับอุปสงค์ท่ีเติบโต
อยา่ งรวดเร็ว เช่น รฐั บาลต้องมงุ่ เนน้ การปรับปรุงและพฒั นาโครงสร้างพ้นื ฐานและการเดนิ ทางระหว่างยานพาหนะ
วิถีต่างๆ ให้มคี วามสะดวกสบายและเพยี งพอกบั ความต้องการของนักท่องเทยี่ ว
4) แนวคิดการพฒั นาและการเสริมสรา้ งทรัพยากรมนุษย์น้ันมีความสาคัญต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวทาว
น้าในด้านอุปทานอยา่ งมาก เชน่ รฐั จะตอ้ งศึกษาด้านอุปทานของการท่องเที่ยวทางน้าโดยการว่าจ้างและฝึกทักษะ
ของคนท้องถิ่นในชุมชนผ่านการมีส่วนร่วม พร้อมๆกับเงินเดือนท่ีทัดเทียมระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอื่นๆและ
การแข่งขันในระดับภูมิภาค เพ่ือขยายอุปทานของอุตสาหกรรมและเพิ่มคุณภาพของแรงงานท้องถิ่นอย่างมร
ประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล
5) วิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศและการมาถึงของยุคดิจิทัลย่อมมีผลต่อแนวทางการเพิ่มอัตราใน
ด้านอุปสงค์ รัฐบาลควรใช้เทคโนโลยีในการปรับปรุงงานบริการ โดยเฉพาะการเดินทางและการเข้าถึงแหล่ง
ท่องเท่ียวทางน้าในประเภทต่างๆและปรับกลยุทธ์ปัจจุบันให้ตอบรับกับอุปสงค์ตลาดอย่างทันท่วงที เช่น การผ่าน
การวิเคราะห์เชิงลึกด้านพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆอย่างจริงจัง การแจ้งความเสี่ยงท่ีจะ
เกดิ ข้ึนในแหลง่ ทอ่ งเท่ียวทางนา้ ผา่ นระบบดจิ ทิ ลั (ปัจจัยเส่ียงท่ีเกดิ จากสภาวะส่งิ แวดล้อมทีเ่ ปล่ียนไปอย่างรวดเร็ว)
และการฝกึ การส่อื สารผา่ นชมุ ชนโดยการใช้ระบบดจิ ทิ ัล
6) การเติบโตอย่างม่ันคง มั่งคั่ง และยั่งยืน นั้น รัฐบาลจะต้องคานึงถึงวิถีการอนุรักษ์แหล่งท่องเท่ียวเชิง
ธรรมชาติ อีกทงั้ วัฒนธรรมและชุมชนท้องถิ่นเข้าสู่แผนการพัฒนาโครงการการท่องเที่ยวทางน้า ในอนาคต เพื่อให้
ม่นั ใจวา่ แหล่งท่องเทยี่ วทางน้ายังคงสามารถสร้างแรงจงู ใจแกน่ กั ท่องเทยี่ วและรายได้ตอ่ ประเทศในระยะยาว
25 PPP เป็นการร่วมกันพัฒนาและให้บริการสาธารณะของภาครัฐและเอกชน ซึ่งบริษัทเอกชนอาจเป็นผู้ให้บริการ บริหาร
ระบบ หรือก่อสร้างงานโยธาก็ได้ โดยท้ังสองฝ่ายจะมีการจัดสรรผลประโยชน์และความเสี่ยงร่วมกัน ท้ังที่เป็นรูปแบบ (1) Net
Cost คือเอกชนได้รับสิทธ์ิในการจัดเก็บรายได้ และจัดสรรผลตอบแทนบางส่วนให้แก่ภาครัฐตามข้อตกลง ซึ่งเอกชนจะต้องรับ
ความเสี่ยงจากผลดาเนินงานทั้งหมด หรือ (2) Gross Cost ภาครัฐจัดเก็บรายได้ท้ังหมด และชดเชยค่าตอบแทนให้บริษัทเอกชน
ตามค่าใช้จ่ายสาหรับการดาเนินงาน (Full Operating Cost) แบบคงที่ (Fixed Payments) เหตุผลหลักท่ี PPP ถูกนามาใช้
แพร่หลายมากขึ้นในหลายประเทศคือ การลงทุนรูปแบบ PPP ช่วยลดภาระงบประมาณและการก่อหน้ีสาธารณะของรัฐบาล
ได้ เพราะการลงทุนขนาดใหญต่ ้องใชเ้ ม็ดเงินมลู คา่ มหาศาล หากใหร้ ัฐดาเนินการโดยลาพงั อาจเกิดขึ้นไดย้ ากโดยเฉพาะเม่ือประเทศ
ประสบกับภาระหน้ีเงินกู้เดิม และภาระด้านสวัสดิการสังคมท่ีมีแนวโน้มเพิ่มข้ึน นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วม
ลงทุน ยังเป็นการสร้างกลไกการแข่งขัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของบริการ สาธารณะที่ประชาชนได้รับอีกด้วย
โดยเฉพาะ การพฒั นาโครงสรา้ งพ้นื ฐานด้านการทอ่ งเที่ยวทางน้า
140
4.2 ปจั จัยทค่ี วรคา้ นึงภายใตก้ ารพิจารณาแนวทางของภาครัฐ
มี 3 ประการท่สี าคญั
1) การปฏิรูปกฎหมายและกรอบเกณฑ์ต่างๆ เชิงบูรณการนั้นมีความสาคัญอย่างย่ิงกับภาครัฐ โดยเฉพาะ
การควบคุมภาคเอกชนท่ีมุ่งเน้นแต่ผลกาไรอย่างเพียงพอ ส่ิงนี้จะไม่สามารถไปสู่เป้าหมายที่สาคัญได้ โดยเฉพาะ
การลดระดับความเหลื่อมล้าทางเศรษฐกิจที่แก้จริง เช่น การพิจารณาอัตราค่าจ้างข้ันต่าสาหรับประเภทอาชีพใน
การจ้างงานของแหล่งท่องเท่ยี วทางนา้ ตา่ งๆอยา่ งชดั เจน
2) แมว้ ่ายุทธศาสตร์การท่องเท่ียวจะดีเพียงใด หากการทางานปราศจากทิศทางและการวางแผนที่ชัดเจน
สุดท้ายแล้วการปฏิบตั ิงานดังกล่าวจะนาไปสกู่ ารทาลายแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และชมุ ชนทอ้ งถิ่น
3) การติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นเร่ืองสาคัญท่ีภาครัฐ
จะต้องดาเนินการเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปล่ียนแปลงไปได้ โดยเฉพาะการกาหนดช่ว งเวลาท่ี
เหมาะสมต่อการประกอบกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้า ท่ีอาจต้องพิจารณาจากสถานการณ์ในแต่ละปี และอาจ
ต้องกาหนดชว่ งเวลาการงดกจิ กรรมการท่องเท่ียวทางน้าในบางพืน้ ทซี่ ึง่ เสย่ี งตอ่ การเกิดผลกระทบทางส่ิงแวดล้อมที่
รนุ แรง ท้งั น้ีการศึกษาถึงมาตรการท่ตี ้องดาเนนิ การในรายละเอียดเป็นเร่อื งทีม่ คี วามจาเป็นยิง่ โดยเฉพาะการศึกษา
ถึงขีดความสามารถในการรองรับได้ (carrying capacity) ของแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งซ่ึงจะต้องดูจากขีดจากัด
ของผลกระทบที่ยอมรับได้ (limit to acceptable change) มากกว่าความสามารถในการรองรับได้ของส่ิงอานวย
ความสะดวก เพื่อให้การท่องเท่ยี วทางน้าสามารถดาเนนิ การตอ่ ไปไดอ้ ยา่ งยั่งยืน นอกจากนั้น การพัฒนาทรัพยากร
ทางธรรมชาตติ ามแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วทางน้าจะตอ้ งสรา้ งความร่วมมอื ระหว่างภาครัฐ ชุมชน และองค์กรในการปกป้อง
ภาครัฐจะต้องพิจารณาถึงการทางานที่ไร้การควบคุมและปราศจากการส่ือสาร ที่เพียงพอระหว่างภาคส่วนที่
เก่ยี วข้อง เนอื่ งจากจะนาไปสู่การทางานทีซ่ า้ ซ้อนและประสทิ ธภิ าพทีต่ ่าลง
4.3 ขอ้ สรุปปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ การทอ่ งเทยี่ วทางน้าของไทย
ปัจจยั ภายนอก แนวทางแก้ไข ปจั จัยภายใน แนวทางแกไ้ ข
ระดบั การแขง่ ขันท่ีเพ่ิมขนึ้ ของ ภาครฐั จะต้อง ภาครัฐขาดงบประมาณในการ ศึกษาการแขง่ ขันการ
การท่องเท่ยี วทางน้าในระดบั คานึงถงึ การบูรณการ ดาเนินโครงสรา้ งพื้นฐานใน ทอ่ งเทยี่ วทางน้าอย่าง
ภมู ิภาค โดยเฉพาะงบประมาณ เชิงกลยทุ ธ์ในระดับ การพัฒนาแหลง่ ท่องเที่ยว จรงิ จัง โดยหาความ
ของรัฐในการพัฒนาโครงสร้าง การทรวง โดยต้ัง ทางนา้ (ผลกระทบทาง เชือ่ มโยงระหว่างการ
พ้นื ฐานด้านการขนสง่ ทาง คณะกรรมการ เศรษฐกิจ) ลงทุนและดชั นชี ี้วดั
อากาศ (Air Transport ทอ่ งเท่ยี วและ นอกจากนัน้ พิจารณา
141
ปัจจัยภายนอก แนวทางแก้ไข ปัจจยั ภายใน แนวทางแก้ไข
Infrastructure) โครงสรา้ ง คมนาคมแห่งชาติ จากการลงทุนรว่ มกับ
พ้ืนฐานด้านการขนสง่ ทางบก ร่วมกัน พิจารณาถงึ ภาคเอกชน ภายใต้
และทางน้า (Ground and การพฒั นาโครงสร้าง แนวคดิ PPP Public
Port Infrastructure)และ พ้นื ฐานกับแหลง่ Private
โครงสร้างพนื้ ฐานบริการด้าน ท่องเที่ยวทางนา้ Partnerships (PPP)
การทอ่ งเทีย่ ว (Tourist ตา่ งๆ และหาแนวทางการ
Service ประเมินผลจากการ
Infrastructure) (ผลกระทบ ลงทนุ
ทางเศรษฐกจิ )
ระดบั น้าทะเลท่มี ีแนวโน้ม จดั ต้งั ศนู ยว์ จิ ยั ทาง โครงสรา้ งของภาครฐั ในระดบั ปรับโครงสรา้ งการ
สงู ขน้ึ โดยยากท่ีจะคาดการณ์ สิ่งแวดล้อมอย่าง การทรวงขาดการบูรณการใน บูรณการโดยจดั ตั้ง
(ผลกระทบด้านส่งิ แวดลอ้ ม จริงจังโดยเฉพาะการ ด้านนโยบาย(ผลกระทบด้าน สานักงาน
ชุมชน และเศรษฐกจิ ) จัดสรรงบประมาณ การบริหาร) เปรยี บเสมือน
ตอ้ งมีความชัดเจน กระทรวง โดยทา
หนา้ ทปี่ ระสานงาน
และมอบหมายการ
ทางานจากผบู้ ริหารใน
ระดับกระทรวง
ระดบั การแขง่ ขนั กลยุทธ์ ส่งเสรมิ การ ความเชยี่ วชาญของ จัดงบประมาณและต้งั
การตลาดในระดบั ภมู ิภาคท่ี พัฒนาการตลาดผ่าน ขา้ ราชการในดา้ นการ โครงการฝึกอบรม เปน็
สูงขน้ึ เพ่ือดงึ ดดู รายไดเ้ ข้า ระบบดิจิทัลและการ ทอ่ งเท่ียวทางนา้ ยังขาด เคร่ืองมอื การพฒั นา
ประเทศ(ผลกระทบด้าน เข้าถงึ แหล่งทอ่ งเท่ียว ประสบการณ์ และขาดการ บุคลากรด้วยการฝึก
เศรษฐกจิ ) ทางน้า ฝกึ หัด (ผลกระทบทาง ปฏบิ ัตจิ รงิ จากสถานท่ี
เศรษฐกจิ ) จรงิ
การเปล่ยี นแปลงการตกของฝน จัดต้งั ศูนย์วิจัยการ การแข่งขันในดา้ นราคา ควบคุมการ
ที่ทง้ั ทาใหเ้ กดิ อุทกภัยและ ทอ่ งเท่ยี วทาง ภายในประเทศยังมี เปลย่ี นแปลงของราคา
ภาวะความแหง้ แล้ง ส่ิงแวดลอ้ มอย่าง ประสิทธิภาพในการดึงดูด การบรกิ ารเทียบกบั
(ผลกระทบด้านสิง่ แวดล้อม จรงิ จงั โดยเฉพาะการ นักทอ่ งเท่ียวตา่ งชาติ ระดับภูมภิ าคเปน็ หลัก
ชุมชน และเศรษฐกิจ) จัดสรรงบประมาณ (ผลกระทบทางเศรษฐกิจ) โดยแปรผันตรงกบั
142
ปัจจยั ภายนอก แนวทางแกไ้ ข ปัจจัยภายใน แนวทางแกไ้ ข
ตอ้ งมีความชัดเจน คุณภาพการบริการ
การเปลยี่ นแปลงวงรอบและ จัดตง้ั ศูนย์วิจัยทาง ภาครฐั ยังขาดงบประมาณใน ปรับโครงสรา้ งการ
ความถใี่ นการเกิดภัยพบิ ัตทิ ี่ ส่ิงแวดล้อมอย่าง การประสานงานความเข้าใน บรู ณการโดยจัดตัง้
รุนแรง (ผลกระทบดา้ น จริงจงั โดยเฉพาะการ ในการพัฒนาแหลง่ ท่องเท่ียว สานกั งาน
สง่ิ แวดล้อมชมุ ชน และ จัดสรรงบประมาณ ทางน้ารว่ มกันระหวา่ ง เปรยี บเสมอื น
เศรษฐกิจ) ต้องมีความชดั เจน หน่วยงานภาครฐั และชุมชน กระทรวง โดยทา
(ผลกระทบทางเศรษฐกิจและ หนา้ ทปี่ ระสานงาน
ชมุ ชน) และมอบหมายการ
ทางานจากผูบ้ รหิ ารใน
ระดับกระทรวง (ตง้ั
งบประมาณผา่ น
สานกั งานโดย
ครอบคลุมถงึ นโยบาย
การสื่อสารกับขมุ ชน)
การเพิ่มขนึ้ ของระดบั นา้ ทะเล จดั ต้งั ศนู ย์วิจยั ทาง ภาครฐั ตอ้ งมีแนวทางของ พัฒนาระบบดจิ ิทลั
การเปลีย่ นแปลงคา่ ความเปน็ สง่ิ แวดล้อมอย่าง พฒั นาระบบดจิ ิทัลเพ่ือสรา้ ง ครอบคลุมการ
กรดของนา้ ทะเล (ผลกระทบ จรงิ จงั โดยเฉพาะการ ความสะดวกในการเข้าถึง ทอ่ งเท่ียวทางน้าและ
ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม ชมุ ชน และ จัดสรรงบประมาณ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทางนา้ การทอ่ งเท่ียวท่ี
เศรษฐกจิ ) ต้องมีความชดั เจน (ผลกระทบทางเศรษฐกจิ ) เกีย่ วข้อง และจดั ทา
Documentary ของ
แหลง่ ท่องเที่ยวทางนา้
ผ่านระบบดิจทิ ลั
ความมัน่ คงปลอดภัย (Safety สง่ เสริมการ ภาครัฐขาดการบรู ณการ ปรบั โครงสร้างการ
and Security) เป็นดัชนกี าร พัฒนาการระบบ เชงิ กลยุทธ์ในระดบั ภมู ภิ าค บูรณการโดยจดั ตัง้
แข่งขนั ระหว่างประเทศทีส่ าคัญ ดิจทิ ลั ด้านการแจง้ โดยเฉพาะการเจรจาด้าน สานักงาน
ทีส่ ุด(ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ) เตือนและข้อมลู ความสมั พันธ์ในการพฒั นา เปรยี บเสมือน
เบ้ืองตน้ ในเรื่องความ แหลง่ ท่องเทย่ี วทางนา้ ร่วมกนั กระทรวง โดยทา
ปลอดภยั ในการ (ผลกระทบทางเศรษฐกจิ และ หนา้ ทป่ี ระสานงาน
เขา้ ถึงแหล่งท่องเทย่ี ว บรหิ าร) และเจรจา
143
ปัจจัยภายนอก แนวทางแก้ไข ปจั จยั ภายใน แนวทางแกไ้ ข
ทางนา้ ในแตล่ ะ ความสมั พนั ธ์สาหรบั
การเปิดรบั นานาชาติ กจิ กรรมและพนื้ ที่ ภาครัฐยังขาดข้อมูล(Data)ใน การท่องเท่ยี วทางน้า
(International Openness) ลดคา่ ธรรมเนยี มการ การประเมนิ และวเิ คราะห์ พัฒนาแนวทางการทา
สะท้อนถงึ การเขา้ ถงึ แหลง่ ออกนอกประเทศ นโยบายและงบประมาณใน ดัชนีการแขง่ ขัน
ท่องเท่ยี วทางน้าระหว่าง และการยกเวน้ การ การพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเที่ยว ทอ่ งเทีย่ วทางน้า
ประเทศ(ผลกระทบด้าน ขอวิซ่าในประเทศที่มี ทางนา้ (ผลกระทบด้านการ
เศรษฐกจิ ) นักท่องเที่ยวรายได้ บริหารและเศรษฐกิจ) จัดงบประมาณและตง้ั
การแข่งขันทางด้านทรัพยากร สงู ภาครัฐยงั ขาดความเข้าใจใน โครงการฝกึ อบรม เป็น
มนุษยแ์ ละตลาดแรงงาน ภาครัฐจะตอ้ ง การเขา้ ถงึ และสื่อสาร เคร่ืองมือการพัฒนา
(Human Resources and คานึงถงึ การบรู ณการ ประชาชนในแหล่งชุมชน บคุ ลากรด้วยการฝึก
Labour Market)สะท้อนถึง เชงิ กลยทุ ธใ์ นระดับ ตา่ งๆ โดยเฉพาะการนา ปฏิบตั จิ รงิ จากสถานท่ี
การเคลื่อนย้ายแรงงานระหวา่ ง การทรวง โดยตงั้ วัฒนธรรมในชมุ ชนตา่ งๆมา จริง
ประเทศและการสรา้ งรายได้ใน คณะกรรมการ สร้างรายได้แต่ไม่กระทบวิถี
ประเทศน้นั ๆ (ผลกระทบดา้ น ทอ่ งเทย่ี วและ ชีวิตของชมุ ชน (ผลกระทบ พัฒนาแนวทางการทา
ชุมชน และเศรษฐกิจ) การศึกษาแหง่ ชาติ ดา้ นการบริหารและชมุ ชน) ดชั นกี ารแข่งขนั
ร่วมกนั พิจารณาถงึ ทอ่ งเท่ียวทางนา้
จุดเดน่ ดา้ นทรพั ยากรทาง การพัฒนา ภาครัฐขาดตัวช้ีวดั ท่สี าคญั ใน ภายใตแ้ ผนแม่บทการ
วัฒนธรรมและการท่องเทยี่ ว ตลาดแรงงานในการ ประเมินผลและกาหนด ทอ่ งเที่ยวทางน้าฉบบั
เพือ่ ธรุ กิจสะท้อนถึงจานวน ยกระดบั คณุ ภาพการ ทิศทางเชงิ นโยบายรัฐ ใหม่
นักทอ่ งเท่ียวตา่ งชาติ บริการ (ผลกระทบด้านการบรหิ าร)
(ผลกระทบด้านสงิ่ แวดลอ้ ม ภาครฐั จะตอ้ ง
และชมุ ชน ) คานงึ ถึงการบูรณการ
เชงิ กลยทุ ธ์ในระดบั
การทรวง โดยต้ัง
คณะกรรมการ
ท่องเท่ยี วและ
วัฒนธรรมแห่งชาติ
รว่ มกนั พิจารณาถงึ
แผนพฒั นาและ
144
ปัจจยั ภายนอก แนวทางแก้ไข ปจั จยั ภายใน แนวทางแก้ไข
บูรณาการในการใช้
นโยบายรว่ มกนั
ภาครัฐ ชุมชน และ ศึกษาความจาเป็นทาง
ภาคเอกชนขาดความร่วมมือ เศรษฐกิจ สงั คมและ
เชิงยทุ ธศาสตร์เพ่ือสรา้ งความ สงิ่ แวดลอ้ มเพื่อเสนอ
เข้าใจการพัฒนาแหลง่ แนวทางใหก้ ับภาครัฐ
ทอ่ งเที่ยวทางน้าร่วมกัน และภาคเอกชน
(ผลกระทบด้านการบริหาร)
145
บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา วิเคราะห์ และถอดบทเรยี นประเทศกรณศี กึ ษาตัวอย่างที่ดี (Best Practice)
ในด้านการพฒั นาการท่องเทีย่ วทางนา้ เพอื่ ใชเ้ ป็นกรอบแนวทางการจัดทา้ ร่างแผนแมบ่ ทการ
พัฒนาการท่องเท่ยี วทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564
4.1 แนวทางการจัดท้าแผนการจดั การการทอ่ งเทยี่ วทางนา้ ภายใตด้ ัชนีระดับการแข่งขนั การ
เดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ
การจัดการแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2560-2564) และแผนพัฒนาการกีฬา
แห่งชาติฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2560-2564) ให้มีความสอดคล้องและเกิดการบูรณการนั้น โดยเฉพาะเพ่ือให้ (1)
หน่วยงานนาไปเป็นแนวทางปฏิบัติและขับเคล่ือนในระดับจังหวัดต่อไปซ่ึงในการบริหารราชการส่วนภูมิภาค
สานักงานปลัดกระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกีฬามีสานักงานการทอ่ งเทยี่ วและกีฬาจังหวัด (2) การวางแนวทางกลไก
หลักในการเป็นหน่วยงานประสานงานและปฏิบัติหน้าท่ีในฐานะตัวแทนของกระทรวงในส่วนภูมิภาค (3) การ
ดาเนนิ การเพื่อประสาน ส่งเสรมิ และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว กีฬา และนันทนาการในเขต
พื้นที่จังหวัด และ (4) จัดทาแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว กีฬา และนันทนาการของจังหวัดเพื่อขับเคลื่อน
แผนพฒั นาการทอ่ งเท่ียวและแผนพัฒนาการกฬี าแหง่ ชาติสกู่ ารปฏบิ ตั ิในระดับพื้นท่ี โดยประเด็นทั้ง 4 จะต้องตอบ
โจทย์พื้นฐานของดัชนีการแข่งขัน เน่ืองจากดัชนีการแข่งขันนามาใช้เป็นเครื่องมือในการวัดการพัฒนาทั้งทางด้าน
การท่องเท่ียวเชิงพัฒนาและการท่องเท่ียวเชิงกีฬา อย่างไรก็ตาม แนวทางในการตอบโจทย์น้ัน โดยเฉพาะการ
เสริมสร้างศักยภาพของสานักงานการท่องเท่ียวและกีฬาจังหวัดในการแปลงแผนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
การพัฒนายกระดับขีดความสามารถของท่องเท่ียวและกีฬาจังหวัดในการบริหารงาน คน งบประมาณ และปัจจัย
แวดล้อมอื่น ๆ ให้มีประสิทธิภาพ และการขับเคลื่อนแนวคิดทางเศรษฐกิจเพ่ือยกระดับการพัฒนาธุรกิจและสร้าง
รายได้ในแหล่งชมุ ชนทม่ี รี ะดบั ความยากจนทต่ี ่ากว่าเส้นความยากจน เช่น การขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อดึงดูดต่างชาติ
ให้เข้ามาพักอาศัยในประเทศไทยในระยะเวลาที่มากขึ้น โดยวางแนวทางพัฒนาเชิงธุรกิจแบบบูรณการนั้ น มี
ความสาคัญอย่างมากท่ีจะต้องพิจารณาและคานึงถึงปัจจัยของการแข่งขันท้ังในประเทศและระหว่างประเทศ
เนื่องจากการยกระดับการแข่งขันเชิงปัจจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์จะช่วยนามาซ่ึงการตอบโจทย์ยุทธศาสตร์
ทางดา้ นการท่องเทยี่ ว 20 ปี ซ่ึงพลเอกประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตรีได้กาหนดยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาไว้
ส่วนหนึ่ง นอกจากน้ัน การจัดการแผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) และแผนพัฒนา
การกีฬาแห่งชาติฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2560-2564) จะต้องสะท้อนถึงการบูรณการและตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ทางด้าน
การท่องเที่ยว 20 ปี และยังตอ้ งตอบโจทยก์ ารแขง่ ขันท้ังภายในประเทศและระหวา่ งประเทศอีกดว้ ย
146
ดังน้ัน การนางานวิจัยที่สาคัญของ World Economic Forum จึงเป็นปัจจัยท่ีสาคัญอย่างยิ่ง โดยคณะท่ี
ปรึกษาสามารถสรุปประเด็นท่ีมีความสอดคล้องกับการพัฒนา กล่าวคือ การนาการศึกษาเชิงวิเคราะห์จาก The
Travel & Tourism Competitiveness Report 2017 มาใช้
Travel & Tourism Competitiveness Report 2017 ได้พิจารณาถึงดัชนีท่ีใช้เป็นเคร่ืองมือในการวัด
ระดับการแข่งขันระหว่างประเทศและยังสามารถนาปัจจัยการแข่งขันระหว่างประเทศมาเป็นเคร่ืองมือในการ
ผลักดันนโยบายท้ังทางตรงและทางอ้อมต่อการพัฒนาการท่องเท่ียวและการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
เน่ืองจากรายงานได้วิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจทั่วโลกในด้านการเดินทาง
และการท่องเทีย่ ว (T & T) และการศกึ ษามีวัตถุประสงค์เพอื่ ให้อุตสาหกรรม T & T บรรลุผลท่ีแข็งแกร่งและยั่งยืน
ซ่ึงสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรายงานการแข่งขันด้าน
การเดินทางและการทอ่ งเท่ยี วฉบับปี พ.ศ. 2560 มีคุณลักษณะล่าสุดของดัชนีความสามารถในการแข่งขันด้านการ
เดนิ ทางและการทอ่ งเทยี่ ว (TTCI) และใชเ้ ป็นตวั วัดความสามารถในการแข่งขันของ T & T ของ 136 ประเทศ ซ่ึงมี
"การก้าหนดปจั จัยและนโยบายท่ีช่วยให้เกดิ การพัฒนาที่ย่ังยืนของการเดินทางและการท่องเท่ียว (T & T) ซ่ึง
จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาและการแข่งขันของประเทศ" ประกอบด้วย 4 ดัชนีย่อย ได้แก่ 14 เสาและ 90 ตัว
บง่ ชสี้ ว่ นบุคคลกระจายอยใู่ นเสาทแ่ี ตกตา่ งกันดงั แสดงในภาพ
147
ภาพท่ี 4.1 ดัชนกี ารแข่งขันดา้ นการเดินทางและภาคการทอ่ งเท่ียวระหว่างประเทศ
ท่มี า: World Economic Forum (2017), หน้า 13
ผลการวิจัยที่สาคัญ 4 ข้อ (ภาพท่ี 4.1) ในการวางหลักการเพื่อวางแนวทางการวิเคราะห์เชิงปริมาณและ
เชิงคุณภาพตามแนวทางของดชั นกี ารแขง่ ขันด้านการเดนิ ทางและภาคการท่องเท่ียวระหว่างประเทศสามารถนามา
สรปุ ไดด้ ังนี้
1. ความสามารถในการแข่งขันของ T & T มีอัตราท่ีกาลังดีข้ึนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกาลังพัฒนา
เช่น ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะท่ีอุตสาหกรรมยังเติบโตอย่างต่อเน่ือง เน่ืองจากผู้เดินทางจากต่างประเทศที่
เพ่มิ ข้ึนจากการเดนิ ทางไปยังประเทศกาลงั พฒั นา
2. บริบทเก่ียวกบั การกีดกันทางการค้ามากขึ้นซ่ึงเป็นอุปสรรคต่อการค้าโลก ส่งผลให้อุตสาหกรรม T & T
ยังคงสรา้ งสะพานแทนทีจ่ ะเป็นกาแพงระหวา่ งผคู้ นซง่ึ เปน็ ท่ีประจกั ษ์โดยการเพ่มิ จานวนคนท่ีเดินทางข้ามพรมแดน
และท่ัวโลกมแี นวโนม้ กาหนดนโยบายวซี า่ ที่จากัดนอ้ ยลง
148
3. ในแง่ของการปฏิวัติอุตสาหกรรมคร้ังท่ี 4 มีการเช่ือมโยงการพัฒนากลยุทธ์ดิจิทัล ซึ่งนามาสู่การเพิ่ม
ระดบั การแขง่ ขนั
4. ความสาคญั ของสิ่งแวดล้อมมีมากขน้ึ แต่ภาค T & T ก็ประสบปัญหาในการพัฒนาอย่างยง่ั ยนื เช่นกัน
นอกจากน้ี จากภาพยังแสดงถึงดัชนีความสามารถในการแข่งขันของ T & T ท่ีเป็นตัววัดความสามารถใน
การแขง่ ขันของทง้ั 4 ปัจจยั ปจั จยั เหลา่ น้ีถูกจัดเป็นดชั นีกลุ่มยอ่ ย ซึ่งแบ่งออกเปน็ 14 หมวด ได้แก่
1. สภาพแวดล้อมที่เอืออา้ นวย ประกอบไปด้วย
- สภาพแวดลอ้ มทางธรุ กจิ (Business Environment)
- ความมั่นคงปลอดภัย (Safety and Security)
- สุขภาพและอนามยั (Health and Hygiene)
- ทรัพยากรมนษุ ยแ์ ละตลาดแรงงาน (Human Resources and Labour Market)
- ความพรอ้ มทางด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (ICT Readiness)
2. นโยบายและเงื่อนไขทส่ี า้ คัญ ประกอบไปด้วย
- การให้ความสาคญั กับการเดินทางและการท่องเทย่ี ว (Prioritization of Travel and
Tourism)
- การเปิดรับนานาชาติ (International Openness)
- การแขง่ ขันด้านราคา (Price Competitiveness)
- ความยง่ั ยนื ของส่งิ แวดล้อม (Environmental Sustainability)
3. โครงสร้างพืนฐาน ประกอบไปด้วย
- โครงสรา้ งพนื้ ฐานดา้ นการขนสง่ ทางอากาศ (Air Transport Infrastructure)
- โครงสร้างพ้ืนฐานดา้ นการขนสง่ ทางบกและทางน้า (Ground and Port Infrastructure)
- โครงสรา้ งพนื้ ฐานบรกิ ารดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว (Tourist Service Infrastructure)
4. ธรรมชาติและทรพั ยากรทางวัฒนธรรม ประกอบไปดว้ ย
- ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources)
- ทรพั ยากรทางวัฒนธรรมและการท่องเท่ยี วเพ่ือธรุ กิจ (Cultural Resources and Business
Travel)
149
ภาพท่ี 4.2 ดชั นกี ารแขง่ ขันด้านการเดินทางและภาคการท่องเที่ยวเชงิ ภมู ภิ าคในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 2015-2017
ท่ีมา: World Economic Forum (2017), หน้า 8
จากภาพท่ี 4.2 แสดงถึงระดับการแข่งขันที่เพ่ิมข้ึนในแต่ละภูมิภาค โดยสังเกตได้ว่าระดับการเพ่ิมขึ้นของ
การแข่งขันด้านการเดินทางและภาคการท่องเที่ยวเชิงภูมิภาคในเอเชียแปซิฟิ กน้ันมีระดับที่สูงข้ึนอย่างชัดเจนใน
อัตราร้อยละ 2.4 เม่ือเทียบกับภูมิภาคอ่ืน ๆ ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 2015-2017 ระดับที่เพิ่มข้ึนน้ันสะท้อนถึง
ประเทศไทยทจ่ี ะต้องดาเนินกลยุทธด์ ้านการเดินทางและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคที่สูงขึ้นและอาจต้องกาหนด
กลยุทธท์ ตี่ อบสนองการแขง่ ขันอยา่ งแทจ้ รงิ โดยอาศยั ปัจจัยทางการแข่งขันจากภาพตอ่ ไปน้ี
150
ตารางที่ 4.1 ดัชนีการแขง่ ขันดา้ นการเดินทางและภาคการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก
ทม่ี า: World Economic Forum (2017), หนา้ 22
จากตารางที่ 4.1 แสดงถึงภาพรวมของดัชนีการแข่งขันในด้านการเดินทางและการท่องเท่ียวของเอเชีย
แปซิฟิกจะเห็นได้ว่า ระดับเศรษฐกิจบางประเทศมีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในช่วงหลายปีท่ีผ่านมาอัน
เน่อื งมาจากการขยายตัวของชนชัน้ กลางและความสามารถในการจ่ายเงนิ เพ่มิ ขน้ึ และความเต็มใจของนักท่องเที่ยว
151
ตา่ งชาตทิ ่จี ะเขา้ มาเดนิ ทางโดยเฉพาะในเขตภูมิภาค ดังน้ัน การพฒั นาทางเศรษฐกิจของภูมิภาคซึ่งได้เริ่มจากหลาย
ทศวรรษท่ีผ่านมาส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตตามท่ีการท่องเที่ยว โดยสภาการท่องเท่ียว (WTTC) ได้ระบุและ
ประมาณการจานวนนักท่องเทียวจนถึงในปี ค.ศ. 2026 มีการเพิ่มข้ึนของตลาดการท่องเที่ยวในเขตเอเชียแปซิฟิก
ถึง 1.2 ล้านล้านคนในปี ค.ศ. 2026 นอกจากนั้น ในปัจจุบัน ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคน้ีสามารถพึ่งพา
ทรัพยากรธรรมชาติท่ีโดดเด่น แรงงานท่ีมีคุณภาพสูงและรัฐบาลที่เข้าใจถึงศักยภาพและสนับสนุนการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนด้านส่ิงแวดล้อมถือเป็นส่ิงสาคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรม
และยังคงเป็นความวิตกในภูมิภาคน้ี เช่น เอเชียตะวันออกซึ่งมีประเทศท่ีมีการพัฒนามากที่สุดในเอเชีย และมี
จดุ เด่นหลายด้าน ยกตวั อยา่ งเช่น เป็นประเทศท่ีมีผลการดาเนินงานที่ดีท่ีสุดในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศได้สร้าง
สภาวะความปลอดภัยและสุขภาพท่ีดี มีโครงสร้างพ้ืนฐานระดับโลกและอยู่ในกลุ่มประเทศที่พร้อมใช้ ICT มาก
ที่สุดท่ัวโลก เป็นต้น โดยเฉพาะประเทศฮ่องกงและประเทศเกาหลีใต้ ซ่ึงสามารถดึงดูดนักท่องเท่ียวโดยการสร้าง
ความสมดุลให้กับทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม ในทางตรงกันข้ามประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(อาเซียน) มีระดับราคาท่ีแข่งขันและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเพื่อดึงดูดนักท่องเท่ียว กลุ่มประเทศ
อาเซียนมีแนวโน้มท่ีจะจัดลาดับความสาคัญด้านการท่องเท่ียวในวาระของการพัฒนาประเทศของตน โครงสร้าง
พน้ื ฐานดา้ นการขนส่งทางอากาศและทางการท่องเที่ยวยงั คงเป็นชอ่ งวา่ งทส่ี ะท้อนถึงความพร้อมด้านไอซีทีระหว่าง
ประเทศโดยเฉพาะอย่างย่ิงเม่ือเปรียบเทียบระหว่างประเทศสิงคโปร์กับประเทศมาเลเซียและประเทศไทย
นอกจากนี้การรับรู้ในเร่ืองของการรักษาความปลอดภัยมีระดับท่ีลดลงโดยอาจรวมถึงการพัฒนาทางการเมืองที่
สะท้อนถึงความรุนแรงที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ โดยเฉพาะเมื่อนักท่องเท่ียวท่ีมีความรู้สึกไม่แน่ใจสภาวะทาง
การเมืองและความรุนแรงที่อาจจะเกิดข้ึน อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในด้านราคายังคงเอ้ืออานวยต่อเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้และยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ เน่ืองจากระดับค่าครองชีพและระดับอัตรา
เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับท่ีสอดคล้องกัน อย่างไรก็ตามเอเชียใต้ยังคงมีการพัฒนาลดลงในเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะ
อย่างย่งิ ในด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน ความพรอ้ มดา้ น ICT และด้านสขุ ภาพและสขุ อนามัย เปน็ ต้น
ถ้าศึกษาในกรณีของประเทศไทยแล้ว ดัชนีการแข่งขันโดยเฉพาะปัจจัยท่ี 1 ระดับการจัดการ
สภาพแวดล้อมซึ่งจะรวบรวมค่าดัชนีท่ัวไปที่จาเป็นสาหรับการดาเนินงานในประเทศ สามารถแบ่งออกเป็น 5
หมวดท่ีสาคัญ ได้แก่ (1) สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ (2) ความปลอดภัย (3) สุขภาพและสุขอนามัย (4) ทรัพยากร
บุคคลและตลาดแรงงาน และ (5) การเตรียมพร้อม ICT เป็นต้น ค่าของดัชนีความปลอดภัยยังคงเป็นปัญหาท่ี
สาคัญที่สุดเมื่อนาค่าดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับหมวดอื่น ๆ และเมื่อเทียบกับค่าเฉล่ียของค่าความปลอดภัยของ
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกใต้ โดยมีค่าต่ากว่าถึง 1.2 ซึ่งนามาสู่ปัญหาของการเดินทางและการท่องเที่ยวของ
นักท่องเที่ยวออกไปยังประเทศอื่น ๆ ท่ีมีระดับค่าดัชนีความปลอดภัยท่ีสูงกว่า โดยค่าดังกล่าวภาครัฐจะต้อง
ดาเนินการในการกาหนดกลยทุ ธเ์ ชิงบูรณการในการแก้ไขปญั หาดังกล่าวอยา่ งรวดเร็ว
152
ภาพท่ี 4.3 ระดับความสามารถโดยภาพรวมของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2560
ทม่ี า: World Economic Forum (2017), หนา้ 32
หากศึกษาดัชนีเพ่ิมเติมโดยพิจารณาทั้งศักยภาพเชิงบวกและเชิงลบ จากภาพจะแสดงถึงระดับ
ความสามารถโดยภาพรวมของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2560 โดยจะเห็นได้ว่าประเทศไทยจัดอยู่ในลาดับท่ี 34 และ
มคี ่าดัชนีการแข่งขันในระดับที่สงู เชน่ ปจั จัยท่ี 1 การจัดการระบบสภาพแวดล้อมซ่งึ จะรวบรวมจากค่าดัชนีท่ัวไปท่ี
จาเป็นสาหรับการดาเนินงานในประเทศ กล่าวคือ หมวดด้านสุขภาพและสุขอนามัย และทรัพยากรบุคคลและ
ตลาดแรงงาน เป็นต้น ปจั จัยที่ 2 นโยบาย T & T และเงือ่ นไขเชิงนโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงซึ่งส่งผล
กระทบต่ออุตสาหกรรม T & T โดยตรง กล่าวคือ หมวดจัดลาดับความสาคัญของการเดินทางและการท่องเท่ียว
และหมวดความสามารถในการแข่งขันด้านราคา และปัจจัยที่ 3 โครงสร้างพ้ืนฐานและคุณภาพของโครงสร้าง
พ้ืนฐานทางกายภาพ กล่าวคือ หมวดของโครงสร้างพ้ืนฐานด้านการบริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากรัฐบาลได้เริ่มมี
โครงการการก่อสร้างหลายโครงการและได้มีการดาเนินงานการสร้างความร่วมมือในรูปแบบ PPP หรือ Private
Public Partnership (ความร่วมมือในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนทั้ง
ภายในประเทศและระหว่างประเทศ) อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีการแข่งขันในระดับที่ต่าที่ต้องนามาพิจารณาในการ
สร้างแผนการพัฒนากลยุทธ์ท้ังของกระทรวงและการบูรณการระหว่างกระทรวง เช่น ดัชนีความสามารถในการ
แข่งขันของ T & T เป็นตัววัดความสามารถในการแข่งขันของทั้ง 4 ปัจจัย ปัจจัยเหล่านี้ถูกจัดเป็นดัชนีกลุ่มย่อย
153
ซึ่งแบ่งออกเป็น 14 หมวด ได้แก่ ปัจจัยท่ี 1 สภาพแวดล้อมท่ีเปิดใช้งานซ่ึงจะรวบรวมการต้ังค่าทั่วไปที่จาเป็น
สาหรบั การดาเนินงานในประเทศ (หมวดด้านความปลอดภัย) ปัจจัยท่ี 2 นโยบาย T & T และเง่ือนไขเชิงนโยบาย
หรือยุทธศาสตร์ท่ีเฉพาะเจาะจงซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม T & T โดยตรง (หมวดความย่ังยืนด้าน
ส่ิงแวดลอ้ ม เปน็ ตน้ ) ปัจจัยที่ 3 โครงสรา้ งพื้นฐานและคุณภาพของโครงสรา้ งพืน้ ฐานทางกายภาพ (หมวดพื้นที่และ
โครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือ) และปัจจัยที่ 4 ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรม (หมวดทรัพยากร
ทางวัฒนธรรมและการเดินทางเพอ่ื ธุรกจิ เปน็ ตน้ )
ดังนั้น การคานึงถึงกรอบการจัดทาแผนแม่บททางน้าเพ่ือเช่ือมโยงกับแผนของกระทรวงจะต้องมองถึง
เป้าหมายและหลักการของปัจจัยที่สะท้อนถึงดัชนีการแข่งขันเบื้องต้นดังท่ีกล่าวมา เนื่องจากกรอบการจัดทาแผน
แม่บทจะต้องสะท้อนถึงการช้ีแนะถึงการพัฒนาในด้าน คน งบประมาณและการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ
และสามารถนามาใชไ้ ด้จริง เช่น การร่างแผนแม่บทเพ่ือการพัฒนาท้ังในระดับกระทรวงและระดับการบูรณการใน
ระหว่างกระทรวงอีกด้วย
ตารางท่ี 4.2 คา่ ดัชนีการแขง่ ขันทางการเดนิ ทางและการทอ่ งเที่ยวภายใต้ปัจจัยสภาพแวดล้อมทเี่ อืออ้านวย
Country/econo Business Safety and Health and Human ICT readiness
my environment security hygiene resource and 5.1
Southern Europe 4.4 5.7 6.2 labour
Average 5.3 5.9 4.7
Western Europe 5.2 6.2 6.4
Average 4.2 5.6 5.4 5.9
Northern Europe 6.3
Average 4.5 5.2 5.4 6.0
Balkans and 4.5 4.6 6.1
Eastern Europe 4.6 4.8
Average 3.8 4.6
Eurasia Average 6.2 4.8 4.2
North and 5.1 4.6 4.4
Central America
Average 5.2 4.4 4.3
South America
Average
154
Country/econo Business Safety and Health and Human ICT readiness
my environment security hygiene resource and 5.0
Middle East 4.9 5.3 5.4 labour
4.4
Average
North Africa 4.4 4.8 5.0 4.0 4.0
Average
Southern Africa 4.5 5.1 3.2 4.1 3.5
Average
Eastern Africa 4.3 4.9 3.4 4.0 2.7
Average
Africa Average 4.1 4.7 3.2 3.8 3.0
5.1 5.6
Eastern Asia and 5.1 5.9 6.1
Pacific
South-East Asia 4.7 5.2 4.8 4.8 4.3
Average
South Asia 4.2 4.4 4.6 4.0 3.1
Average
World Average 4.26 4.88 4.83 4.26 4.12
ท่ีมา: ดดั แปลงจาก World Economic Forum (2017), หนา้ 12-50
ถ้าพิจารณาแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2560-2564) จะเห็นได้ว่ามีเป้าหมายท่ี
สาคัญ คือ “ประเทศไทยต้องเป็นแหล่งท่องเท่ียวคุณภาพช้ันนาของโลกท่ีเติบโตอย่างมีดุลยภาพบนพื้นฐานความ
เป็นไทย เพ่ือส่งเสรมิ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และกระจายรายได้สู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน” แนวทาง
ตามแผนดังกล่าวมีความสอดคล้องกับดัชนีการแข่งขันด้านการเดินทางและภาคการท่องเที่ยว โดยสามารถนามา
สรุปความสอดคลอ้ งได้ดังน้ี
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 การพฒั นาคุณภาพแหล่งท่องเท่ียวสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุล
และยั่งยืน (ปัจจัยที่ 1 สภาพแวดล้อมที่เปิดใช้งานซึ่งจะรวบรวมการต้ังค่าทั่วไปท่ีจาเป็นสาหรับการดาเนินงานใน
ประเทศ สามารถแบ่งออกเป็น 4 หมวดที่สาคัญ ได้แก่ (1) สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ (2) ความปลอดภัย (3)
สขุ ภาพและสุขอนามัย และ (4) ทรพั ยากรบคุ คลและตลาดแรงงาน)
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอานวยความสะดวกเพ่ือรองรับการขยายตัวของการ
ทอ่ งเท่ยี ว (ปัจจยั ที่ 3 โครงสร้างพ้ืนฐานและคุณภาพของโครงสร้างพ้ืนฐานทางกายภาพ โดยสามารถแบ่งออกเป็น
155
3 หมวดที่สาคัญ ได้แก่ (1) โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางอากาศ (2) พื้นท่ีและโครงสร้างพ้ืนฐานของท่าเรือ
ซง่ึ จะเห็นได้ว่า ค่าดัชนีโครงสร้างพื้นฐานท่ีสนับสนุนการท่องเที่ยวทางน้าตามยุทธศาสตร์ที่ 2 ยังมีค่าเพียงแค่ 3.1
ซ่ึงต่ากว่าค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซ่ึงมีค่าดัชนี 3.5 และ (3) โครงสร้างพ้ืนฐานด้านการบริการ
นักทอ่ งเท่ียว)
ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 การพฒั นาบุคลากรด้านการท่องเท่ียว และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
พฒั นาการทอ่ งเทีย่ ว (ไมไ่ ด้ระบุในดชั นีการแขง่ ขัน)
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างความสมดุลให้กับการท่องเที่ยวไทยผ่านการตลาดเฉพาะกลุ่ม การส่งเสริมวิถี
ไทย และการสรา้ งความเช่อื มั่นของนักท่องเท่ียว (ปัจจัยที่ 4 ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรมโดย
สามารถแบ่งออกเป็น 2 หมวดท่ีสาคัญ ได้แก่ (1) ทรัพยากรธรรมชาติ และ (2) ทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการ
เดนิ ทางเพอ่ื ธรุ กิจ)
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การบูรณาการการบริหารจัดการการท่องเที่ยว และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง
ประเทศ (ปัจจัยที่ 2 นโยบาย T & T และเง่ือนไขเชิงนโยบายหรือยุทธศาสตร์ท่ีเฉพาะเจาะจงซึ่งส่งผลกระทบต่อ
อุตสาหกรรม T & T โดยตรง และสามารถแบ่งออกเป็น 5 หมวดท่ีสาคัญ ได้แก่ (1) จัดลาดับความสาคัญของการ
เดินทางและการทอ่ งเทยี่ ว (2) ความเปน็ สากล (3) ความสามารถในการแข่งขันด้านราคา และ (4) ความยั่งยืนด้าน
สงิ่ แวดลอ้ ม)
156
ตารางท่ี 4.3 ดัชนีการแขง่ ขันเชงิ นโยบาย โครงสร้างพืนฐาน และทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละทรพั ยากรทาง
วัฒนธรรม
ทม่ี า: World Economic Forum (2017), หนา้ 23
157
ตารางท่ี 4.4 การเปรยี บเทียบดชั นกี ารแข่งขนั ภายใตป้ จั จยั ของสภาพแวดล้อมที่เออื อา้ นวยระหว่างประเทศ
ไทยและโลก
Country/economy Business Safety and Health and Human ICT readiness
hygiene resource and
environment security labour market 4.8
4.9 4.12
Thailand 4.7 4 4.83 4.9
World Average 4.26 4.88 4.26
ที่มา: ดัดแปลงจาก World Economic Forum (2017), หนา้ 22-35
จากตารางที่ 4.4 แสดงถึงภาพรวมการเปรียบเทียบดัชนีการแข่งขันในด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว
ภายใต้ปัจจัยท่ี 1 สภาพแวดล้อมท่ีเอ้ืออานวย หรือระดับการจัดการสภาพแวดล้อม ท้ังนี้ หากศึกษาในกรณีของ
ประเทศไทยแลว้ จะพบวา่ ค่าการแขง่ ขนั โดยเฉพาะปจั จัยที่ 1 ระดบั การจดั การสภาพแวดล้อมซึ่งจะรวบรวมการค่า
ดัชนีทั่วไปท่ีจาเป็นสาหรับการดาเนินงานในประเทศ สามารถแบ่งออกเป็น 5 หมวดท่ีสาคัญ ได้แก่ (1)
สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ (2) ความปลอดภัย (3) สุขภาพและสุขอนามัย (4) ทรัพยากรบุคคลและตลาดแรงงาน
และ (5) การเตรียมพร้อมด้าน ICT เป็นต้น ค่าของดัชนีความปลอดภัยยังคงเป็นปัญหาท่ีสาคัญท่ีสุดเมื่อนาค่า
ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับหมวดอื่น ๆ ในระดับโลก และเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของค่าความปลอดภัยของโลกแล้ว
จะเห็นได้ว่ายังคงมีค่าดัชนีท่ีต่ากว่าถึง 0.88 ซ่ึงนามาสู่ปัญหาของจานวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาลดลง โดยเฉพาะ
ระดับการแข่งขันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะหันไปเดินทางและท่องเท่ียวในประเทศท่ีมี
ระดับคา่ ดัชนคี วามม่ันคงปลอดภยั ทสี่ งู กวา่ จากคา่ ดงั กลา่ วภาครัฐจะต้องดาเนินการในการกาหนดกลยุทธ์เชิงบูรณ
การในการแก้ไขปัญหาดังกลา่ วอย่างรวดเรว็ โดยเฉพาะปัญหาอนั ตรายทีอ่ าจเกดิ ระหวา่ งการทอ่ งเทยี่ วทางนา้
4.2 แนวคิดเบอื งต้นสา้ หรบั การท้าความเข้าใจการวเิ คราะหย์ ทุ ธศาสตรเ์ พอื่ วางกรอบการจัดท้า
แผนแมบ่ ทพัฒนาการท่องเท่ียวทางนา้ ของไทย
การจัดทาแผนแม่บทท่ีเหมาะสมและมีประสิทธิภาพน้ัน จาเป็นจะต้องใช้ค่าของดัชนีการแข่งขันเป็น
จุดเร่ิมต้น เน่ืองจากการศึกษาและวิเคราะห์จากค่าดัชนีนั้น มีความสัมพันธ์โดยตรงกับแผนท่ีจะนาไปใช้เพื่อ
กอ่ ใหเ้ กดิ รายไดท้ างเศรษฐกจิ ในระยะยาวให้กับประเทศ โดยค่าดัชนีน้ันประกอบด้วยหลายปัจจัย โดยแต่ละปัจจัย
มคี วามแตกต่างเชงิ ผลลพั ธ์ในแต่ละประเทศ การศึกษาจาก Best Practice จึงมีความสาคัญต่อปัจจัย เน่ืองจากค่า
ดัชนีท่ีมีระดับสูงและสอดคล้องกับความสาเร็จน้ันจะสะท้อนถึงแนวทางของการพัฒนาในประเทศท่ีต้อง การใช้
แหล่งท่องเที่ยวเพ่ือสร้างรายได้ให้กับประเทศ ดังนั้น การร่างแผนแม่บทที่ดีและมีประสิทธิภาพจาเป็นต้องนาค่า
158
ดัชนีความสาเร็จมาเปรียบเทียบกับกับยุทธศาสตร์หลักว่ามีปัจจัยความสาเร็จใดบ้างที่มีความสอดคล้องกับ
ยทุ ธศาสตรช์ าตกิ อ่ น และมปี จั จยั ใดบา้ งทีแ่ ผนแม่บทจะต้องคานงึ ถึงการร่างแผนการพัฒนาเพื่อให้ค่าดัชนีมีระดับท่ี
สงู ขน้ึ และนาไปสผู่ ลลัพธ์ของประเทศทเ่ี ป็น Best Practice หรืออาจกลา่ วงา่ ย ๆ ว่า ดัชนีใดของประเทศที่ประสบ
ความสาเร็จมีความสอดคลอ้ งกับยทุ ธศาสตรข์ องแผนพัฒนาการท่องเทย่ี วแหง่ ชาติ และถ้ามีความสอดคล้องจะต้อง
มาพิจารณาต่อว่า ค่าดัชนีอยู่ในระดับท่ีต่า หรือสูง ถ้าอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับค่าดัชนีของประเทศไทย
การวางกรอบของแผนแม่บทจึงเป็นสิ่งที่จาเป็นในการนาดัชนีท่ีมีระดับต่ามาเป็นเครื่องช้ีวัดในการพัฒนา โดย
ประยุกต์แผนแม่บทเป็นแนวทางการพัฒนา นอกจากน้ัน ถ้ายุทธศาสตร์ท่ีระบุไว้ในแผนพัฒนาการท่องเที่ยว
แห่งชาติของประเทศไทยไม่สะท้อนถึงค่าดัชนีใดเลย แต่ดัชนีนั้นเป็นดัชนีท่ีก่อให้เกิดความสาเร็จของประเทศท่ีได้
นามาศกึ ษา แผนแม่บทพัฒนาการท่องเท่ยี วทางนา้ ก็จะตอ้ งระบุไว้ในยุทธศาสตร์เช่นกัน โดยแนวทางการวิเคราะห์
และสังเคราะห์มีความจาเป็นต้องนากรณีศึกษาที่ประสบความสาเร็จของการท่องเท่ียวทางน้าจากประเทศต่าง ๆ
เชน่ ประเทศสงิ คโปร์ ออสเตรเลยี เกาหลีใต้ สหภาพยุโรป และแคนาดา เป็นต้น มาประกอบการจัดทาแผนแม่บท
พฒั นาการทอ่ งเที่ยวทางน้าของไทย ซึง่ สามารถสรุปแนวทางของความสาเร็จเพอื่ การวเิ คราะห์ไดด้ ังนี้
1. แนวคิดเชงิ ยทุ ธศาสตรโ์ ดยภาพรวมสาหรับการพัฒนา
2. กรอบระยะเวลาในการดาเนนิ การเชงิ กลยุทธใ์ หเ้ กดิ ความสาเร็จโดยรฐั บาลเป็นผู้ดาเนนิ การ
3. ปัจจัยความสาเรจ็ เพ่ือพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเที่ยว
4. หลกั เกณฑ์ในการเลอื กภายใต้การวิเคราะห์ยุทธศาสตรแ์ ละคา่ ดัชนีการแขง่ ขนั
4.3 กรณศี กึ ษาบทเรยี นท่ีดีในตา่ งประทศกบั การทอ่ งเที่ยวทางน้า
4.3.1 สงิ คโปร์
สิงคโปร์มีอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวขนาดใหญ่และเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศท่ีสามารถดึงดูด
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้สูงถึง 16,402,593 รายในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งคิดเป็น 3 เท่าของจานวนประชากรใน
ประเทศ และเพิ่มขึ้นจาก 11,641,700 รายในปี พ.ศ. 2553 และ 8,943,029รายในปี พ.ศ. 2548 โดยจานวน
นักท่องเที่ยวหลักของประเทศสิงคโปร์มาจากประเทศอินโดนีเซียจานวน 2,893,614 ราย ประเทศจีนจานวน
2,863,582 ราย และประเทศมาเลเซียจานวน 1,151,480 ราย ตามลาดบั โดยจานวนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน
มีอัตราการเติบโตที่สูงมากและอาจแซงประเทศอินโดนีเซียขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้ในอนาคตอันใกล้น้ี ประเทศ
สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับจาก Travel and Tourism Competitiveness Report 2015 ให้เป็นประเทศท่ีมี
ศักยภาพในการแข่งขันด้านการท่องเท่ียวสูงเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชีย และอันดับท่ี 11 ของโลก และยังได้รับการ
159
จดั อันดบั ให้เป็นประเทศท่ีมีสภาพแวดล้อมทางธุรกจิ การเปิดเสรรี ะหว่างประเทศ และการใช้นโยบายท่ีเอ้ืออานวย
ต่อการทอ่ งเท่ยี วท่ดี ที ี่สุดในโลกอกี ด้วย26
สิงคโ ป ร์ เ ป็ น ป ร ะเ ทศท่ีเ ป็ น เ กาะขน าด เ ล็ กแล ะล้อมร อบ ไ ป ด้ ว ย ทะเ ล จึ งทาให้ มีคว ามได้ เ ป รี ย บ ใน
อุตสาหกรรมการทอ่ งเท่ียวทางน้าเป็นอย่างมาก ประกอบกับการท่ีรัฐบาลมีการผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ทุกประเภทมาอย่างยาวนาน ทาให้สงิ คโปรม์ ีศกั ยภาพการแข่งขันด้านการท่องเทย่ี วทางนา้ ทีส่ ูงมาก รัฐบาลสิงคโปร์
ได้สนับสนุนตลาดการท่องเที่ยวเรือยอร์ชและธุรกิจมารีน่าอย่างเข้มข้น โดยได้จัดงานมหกรรม Singapore Yacht
Show เป็นประจาทุกปีนับต้ังแต่ พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพในอุตสาหกรรมมารีน่าและดึงดูด
นกั ท่องเท่ยี วให้เขา้ มายังสิงคโปร์ พรอ้ มทัง้ นาเสนอการทอ่ งเทยี่ วประเภทอื่น ๆ ในประเทศสิงคโปร์ไปพร้อมกันด้วย
นอกจากนี้แล้ว จากการสนับสนุนของภาครัฐ ทาให้ในปัจจุบันประเทศสิงคโปร์สามารถรองรับการจอดเรือ
ยอร์ชได้มากกว่า 800 ลา พร้อมสาหรบั การใหบ้ ริการนกั ทอ่ งเท่ียวเรอื ยอร์ชทุกประเภท ทั้งท่ีต้องการจอดเป็นการ
ถาวร จอดเพ่อื การท่องเทยี่ ว หรอื จอดเพอื่ การซ่อมบารุง27
นอกเหนือจากการพัฒนาด้านธุรกิจมารีน่าแล้ว แหล่งท่องเที่ยวท่ีสาคัญต่าง ๆ ของสิงคโปร์ก็มักจะอยู่
ใกล้ทะเลหรือแม่น้า เช่น เมอร์ไลออน (Merlion) ซ่ึงเดิมเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์
(Singapore Tourism Board) แตไ่ ดร้ ับการเข้าใจจากนานาชาติว่าเปน็ สัญลกั ษณ์ของประเทศสิงคโปร์ หรือมารีน่า
เบย์แซนด์ (Marina Bay Sands) ซึ่งเป็นทั้งท่ีพัก คาสิโน และสถานที่ท่องเท่ียวท่ีสาคัญ ก็ล้วนอยู่ติดทะเลด้วยกัน
ทั้งหมด ทางภาครฐั ของสงิ คโปร์ยังใหค้ วามสนใจในการพัฒนาแม่น้าและบริเวณใกล้เคียงในประเทศด้วย โดยมีการ
จดั ทาแผนธุรกิจ 5 ปีบริเวณแม่น้าสิงคโปร์ (Singapore River Five-Year Business Plan) ข้ึนมาในปี พ.ศ. 2555
เพ่ือเป็นการวางแผนและส่งเสริมการบริหารในพื้นที่ดังกล่าว โดยเน้ือหาได้มีการระบุถึงท้ังการปรับปรุงพื้นที่แม่น้า
ให้มีความสะอาด ปลอดภัย สามารถใช้สัญจรได้โดยสะดวก ไปจนถึงการลงทุนสร้างแหล่งท่องเท่ียวและจัดงาน
นิทรรศการตา่ ง ๆ ในบริเวณแหล่งนา้ 28
26 World Economic Forum (2015), Travel and Tourism Competitiveness Report 2015: Singapore,
retrieved June 27, 2017 from, http://reports.weforum.org/travel-and-tourism-competitiveness-report-
2015/economies/#economy=SGP
27 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย(2016), จับตาตลาดท่องเที่ยวเรือยอร์ชของไทย ... หลายโอกาส หลากความท้าทาย (กระแส
ทรรศน์ฉบับท่ี 2714), retrieved June 25, 2017, from https://www.kasikornresearch.com/TH/K-
EconAnalysis/Pages/ViewSummary.aspx?docid=35052
28 Urban Redevelopment Authority (2012), Singapore River Five-Year Business Plan: 2012 – 2016: A
Strategic Vision for the Place Management of Singapore River.
160
ประเทศสิงคโปร์นับเป็นประเทศหน่ึงที่มีความน่าสนใจในการศึกษาการส่งเสริมการท่องเท่ียวเนื่องจาก
เป็นคู่แข่งของประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียน การศึกษากรณีของประเทศสิงคโปร์จะทาให้เห็นสภาพการณ์
ท่องเท่ียวตลอดจนยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการท่องเท่ียวซ่ึงทาให้ประเทศไทยได้ทราบถึงแนวทางในการพัฒนา
ต่าง ๆ ทาให้ประเทศไทยสามารถกาหนดกลยุทธ์เพ่ือแข่งขันหรือสร้างความร่วมมือด้านการท่องเท่ียวได้อย่าง
เหมาะสม
4.3.1.1 กรอบระยะเวลาในการดา้ เนนิ การเชงิ กลยทุ ธ์ให้เกดิ ความส้าเรจ็ โดยรฐั บาลเป็นผ้ดู า้ เนนิ การ
ประเทศสิงคโปร์มีความโดดเด่นอย่างมากในฐานะที่เป็นสถานท่ีจอดเรือสาราญขนาดใหญ่และสามารถ
ดึงดูดนักท่องเท่ียวจากการท่องเที่ยวประเภทดังกล่าวได้จานวนมาก จากรายงานประจาปีของคณะกรรมการการ
ท่องเท่ียวของสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board) ประจาปี 2015/2016 ระบุว่าปี พ.ศ. 2558 น้ันภาคการ
ท่องเท่ียวเรือสาราญ (Cruise sector) มีการเติบโตในแง่ของจานวนนักท่องเท่ียวท่ีเดินทางมาถึงร้อยละ 14
นอกจากน้ันยังมีการสร้างความร่วมมือกันภายใต้โครงการมูลค่าหลายล้านเหรียญสิงคโปร์ระหว่างคณะกรรมการ
ท่องเที่ยวของสิงคโปร์ กลุ่มรอยัลแคริบเบียนอินเตอร์เนชันแนล (Royal Caribbean International) และกลุ่ม
สนามบินชางจี (Changi Airport Group) ซ่ึงมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเท่ียวจากต่างประเทศ
ในช่วงปี พ.ศ. 2558-2561 ไดถ้ ึง 170,000 คน29
ในช่วงเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2560 ได้มีการจัดประชุมรัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (Ministerial
ASEAN Tourism Forum) โดยมีการประชาสัมพันธเ์ พือ่ สนบั สนนุ การท่องเทยี่ วเรอื สาราญภายใต้แบรนด์ “Cruise
29 Singapore Tourism Board, Together: Singapore Tourism Board Annual Report 2015-2016.
161
Southeast Asia feel the warmth”ประเทศสิงคโปร์นับเป็นหน่ึงในประเทศชั้นนาด้านการท่องเที่ยวเรือสาราญ
ซ่ึงมีส่วนสร้างความร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยวเรือสาราญกับประเทศไทย มาเลเซียและฟิลิปปินส์ด้วย
นอกจากน้ีไม่นานมาน้ีประเทศสิงคโปร์ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือสองฝ่ายในการ
สนับสนนุ การทอ่ งเที่ยวเรอื สาราญกบั ประเทศไทยและเวียดนามอกี ด้วย30
ความโดดเด่นของการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศสิงคโปร์คือการใช้ช่องทางการตลาดโดยมุ่งไปยัง
ตลาดการท่องเที่ยวท่ัวโลก (Marketing globally) ในช่วงปีที่ผ่านมาประเทศสิงคโปร์โดยคณะกรรมการการ
ท่องเท่ียวของสิงคโปร์ได้ร่วมกับองค์กรพันธมิตรทั่วโลกในการทาการตลาดซึ่งมุ่งเป้าไปที่นักท่องเท่ียวคุณภาพท่ีมี
คา่ ใช้จ่ายในการท่องเทย่ี วสูงและการริเรมิ่ การส่งเสริมการท่องเท่ียวโดยการมีส่วนร่วมของชาวสิงคโปร์ด้วย การทา
การตลาดของประเทศสงิ คโปร์ในปีท่ผี า่ นมาไดม้ ีการดาเนินการหลายโครงการดังน้ี31
- การปรับปรุงแก้ไขเว็บไซต์การท่องเท่ียวสิงคโปร์ YourSingapore.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ท่ีบอกเล่า
เร่ืองราวเก่ียวกับสถานที่ท่องเท่ียวหรือจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวในสิงคโปร์ ทั้งน้ีมุ่งเป้าหมายไปที่ตลาด
นกั ท่องเท่ียวหลักจาก 5 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลี และจีน โดยมีเนื้อหาแปลเป็น
ภาษาของประเทศเหล่านัน้ ด้วย
- การร่วมมือกับหน่วยงานด้านการคุ้มครองแมว (Cat Welfare Society) ภายใต้ชื่อโครงการ “A
Purrfect Singapore Audition” โดยให้บุคคลต่าง ๆ ส่งคลิปวิดีโอที่มีแมวปรากฏอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ภายใน
สงิ คโปรเ์ ผยแพรล่ งในเวบ็ ไซต์ Youtube และ Facebook เพอ่ื ประชาสมั พนั ธก์ ารท่องเที่ยวของประเทศสิงคโปร์ไป
ในตวั ผลปรากฏวา่ มียอดการเข้าชม (Views) สูงกวา่ 6.2 ล้านและมกี ารเผยแพรต่ ่อ (Shares) อีกกว่า 10,600 ครง้ั
- การร่วมมือด้านการตลาดกับสนามบินนานาชาติชางจี (Changi Airport) ซึ่งมูลค่าความร่วมมือนี้สูงถึง
35 ลา้ นเหรยี ญและมกี าหนด 2 ปี การร่วมมือดังกล่าวทาเพ่ือเผยแพร่การรับรู้ถึงประเทศสิงคโปร์ไปยังทั่วโลกและ
เพ่ิมยอดจานวนนักท่องเที่ยวท่ีเดินทางเข้ามาในประเทศสิงคโปร์ การดาเนินการความร่วมมือดังกล่าวมีโครงการ
ย่อย ๆ จานวนมากและได้ดาเนินการอย่างตอ่ เนื่อง
- การร่วมมอื กับสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์และกลุ่มสนามบินชางจีมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการเดิน
ทางเข้ามาท่องเท่ียวในประเทศสิงคโปร์โดยมีเป้าประสงค์คือกลุ่มนักท่องเท่ียวที่มาพักผ่อนหย่อนใจ นักท่องเที่ยว
เชิงธุรกิจ นกั ทอ่ งเทีย่ วกลมุ่ การประชุมและสัมมนา (MICE) ในตลาดกว่า 15 ตลาดจากทั่วทุกมุมโลก
30 Singapore Tourism Board, Together: Singapore Tourism Board Annual Report 2015-2016.
31 Singapore Tourism Board, Together: Singapore Tourism Board Annual Report 2015-2016.
162
- การร่วมมือกับเว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยว Tripadvisor ได้ดาเนินโครงการภายใต้ช่ือ “การอยู่เหมือนคน
ท้องถิ่น” (Live like a Local) ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 วัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าวก็เพื่อให้
นักท่องเที่ยวได้รู้จักและเห็นถึงวิถีหรือสถานท่ีท่องเท่ียวที่ทรงคุณค่าแต่อาจยังไม่เป็นที่รู้จัก (Hidden gems) การ
เผยแพร่ทางช่องทาง Tripadvisor น้ันก็จะทาให้นักท่องเที่ยวจานวนมากสามารถได้รับประสบการณ์เสมือนผู้คนท่ี
อาศัยอยูใ่ นทอ้ งถ่นิ นั้นจรงิ ๆ
- การร่วมมือกับสถานี CNN ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม พ.ศ. 2558 ได้มีการผลิตละครโทรทัศน์ (TV
series) ช่ือเร่ือง “On the Road” ซึ่งเป็นเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ
วัฒนธรรมต่าง ๆ อาหารตามท้องถนน (Street food) ที่มีชื่อเสียง ผลปรากฏว่ามีผู้ติดตามชมละครดังกล่าวถึง
300 ล้านคนท่ัวโลก ซ่ึงร้อยละ 74 ของผู้ชมน้ันพบว่าเป็นผู้ท่ีมีอานาจตัดสินใจในทางธุรกิจอีกด้วย นอกจากละคร
ดังกล่าว การร่วมมือระหว่างคณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ยังมีผลงานออกมาในรูปแบบของวิดีโอและ
บทความเพื่อส่งเสริมการท่องเท่ียวในเว็บไซต์ของละครอีกด้วย สาหรับการส่งเสริมการท่องเท่ียวในช่วงต่อไปของ
สิงคโปร์ คณะกรรมการการท่องเท่ียวของสิงคโปร์ได้มีแผนกลยุทธ์การตลาดภายใต้ชื่อว่า “Marketing Strategy:
of stories, fans and channels” โดยมยี ทุ ธศาสตร์หลกั 3 ประการ (Strategic Thrusts) ไดแ้ ก่
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 การบอกเล่าเรอ่ื งราวท่ยี อดเย่ยี มของสงิ คโปร์ (Telling a great Singapore story)
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 การเจาะกลมุ่ เป้าหมายท่ีถกู ต้อง (Targeting the right fans)
ยุทธศาสตรท์ ่ี 3 การยกระดับการส่งตอ่ ขอ้ มลู (Enhancing our delivery)
ทมี่ า: Singapore Tourism Board (2016), Marketing Strategy: of stories, fans and channels
163
แผนการตลาดตามกลยุทธข์ องคณะกรรมการการทอ่ งเทยี่ วของสงิ คโปร์สามารถสรปุ ได้ดังรปู ตอ่ ไปนี้
ที่มา: Singapore Tourism Board (2016), Marketing Strategy: of stories, fans and channels
4.3.1.2 ปัจจัยความส้าเรจ็ เพอื่ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
แนวทางดาเนินการตามยุทธศาสตร์ที่ 1 การบอกเล่าเร่ืองราวท่ียอดเย่ียมของสิงคโปร์ (Telling a great
Singapore story) ประกอบด้วย (1) การทบทวนและสร้างแบรนด์ของสินค้าและบริการการท่องเท่ียว โดยการ
พิจารณาถึงแหล่งท่องเท่ียวและกิจกรรมการท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้ครอบคลุมแง่มุมมากกว่าในแง่ของการท่องเท่ียว
เท่านั้น กล่าวคือ จะต้องพิจารณาให้ลึกถึงความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหรือความเป็นสิงคโปร์
(Singapore Identity) (2) การเผยแพร่เรอ่ื งราวเกยี่ วกับสิงคโปร์ออกไปโดยการร่วมมือกับหน่วยงานหรือพันธมิตร
ทางธุรกิจท่ีเก่ียวข้องในการเผยแพร่เรื่องราวท่ีมีมากมายและหลายแง่มุมออกไปให้ได้มากที่สุด (3) การทาแบรนด์
ระดับโลกโดยการทาการตลาดในภาพใหญ่คือระดับโลก (4) การบอกต่อเรื่องราวโดยอาศัยเน้ือหาเป็นสาคัญโดย
การสร้างเนื้อหาให้เข้มแข็งและมีสีสันด้วยกรอบการดาเนินการของประเภทคือ Hero-hub-hygiene (HHH)
framework ในการพิจารณาถึงประเภทและวัตถุประสงค์ของเน้ือหาและ Create/co-create-curate approach
ในการผลติ เน้อื หา
แนวทางดาเนินการตามยุทธศาสตร์ท่ี 2 การเจาะกลุ่มเป้าหมายท่ีถูกต้อง (Targeting the right fans)
ประกอบด้วย (1) การแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็นประเภทต่าง ๆ โดยพิจารณาจากความช่ืนชอบ รายได้และ
พฤติกรรมเพ่ือให้เห็นว่าแต่ละกลุ่มนั้นควรจะมีเน้ือหาส่งไปถึงอย่างไร จากข้อมูลการท่องเท่ียวที่รวบรวมมานั้น
สามารถแบง่ กลุ่มนักทอ่ งเทย่ี วออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ กลุ่มคนทางาน (Working millennials) คือ คนโสดหรือ
164
คู่รักที่มีอายุประมาณ 20-34 ปี และมี
งานทา กลุ่มครอบครัว (Families with
young kids) คือ ครอบครัวที่มีบุตรอายุ
ต่ากว่า 12 ปี กลุ่มผู้สูงวัย (Active
silvers) คือ ผู้ที่เกษียณอายุท่ีมักมีอายุ
60 ปีขึ้นไป และกลุ่มนักท่องเท่ียวเชิงธุรกิจ (BTMICE travellers) (2) การกระจายกลุ่มเป้าหมายโดยการมุ่ง
กลุ่มเป้าหมายในระดับท่ีมากกว่าทวีปเอเชียโดยการขยายฐานนักท่องเที่ยวให้มีหลากหลายจากทุกภูมิภาคท่ัวโลก
สาหรับฐานนักท่องเที่ยวในทวีปเอเชียจะเน้นการทาการตลาดกลุ่มนักท่องเท่ียวในประเทศท่ีมีการเติบโตมาก คือ
เกาหลีและญ่ีปุ่น นอกจากน้ันจะมีการส่งเสริมการลงทุนท่ีเพ่ิมมากข้ึนในตลาดนักท่องเท่ียวที่มาจากสหรัฐอเมริกา
สหราชอาณาจกั ร รสั เซียและสวติ เซอรแ์ ลนด์
แนวทางดาเนินการตามยุทธศาสตร์ท่ี 3 การยกระดับการส่งต่อข้อมูล (Enhancing our delivery)
ประกอบด้วย (1) การทาการตลาดในปัจจุบันท่ีมีข้อมูลเป็นหลัก (Data driven marketing) จะต้องมีการศึกษา
ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายโดยการประมวลข้อมูลต่าง ๆ เพื่อดาเนินการในข้ันต่อไป (2) การรวบรวม จัดการ และ
เผยแพร่ข้อมูลและเนื้อหา โดยคณะกรรมการการท่องเท่ียวสิงคโปร์จะเป็นศูนย์ข้อมูลและบริการ (Hub for
information and services) ท่ีจะรวบรวมข้อมูลจุดหมายปลายทางการท่องเท่ียวและข้อมูลบริการให้มีความ
พร้อมทุกเมื่อสาหรับการส่งต่อและเผยแพร่ (3) การสนับสนุนให้การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประเทศสิงคโปร์เป็น
การบอกเลา่ แบบปากตอ่ ปาก (Word-of-mouth) (4) การค้นหาช่องทางตลาดใหม่ ๆ สาหรับการทาการตลาดโดย
การติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยแี ละกระแสในสังคม
ดังที่กล่าวไปแล้วว่าการท่องเท่ียวทางน้าที่โดดเด่นของประเทศสิงคโปร์คือการท่องเที่ยวเรือสาราญ
(Cruise tourism) เนอ่ื งจากมที า่ จอดเรือที่มีศักยภาพและทันสมัยทาให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค (Hub) ในทุก ๆ
ปีประเทศสงิ คโปร์จะมีเรือสาราญใหม่ ๆ เขา้ มาใช้บริการอยเู่ สมอ ความก้าวหน้าดังกลา่ วทาให้ประเทศสิงคโปร์เป็น
ผนู้ าการประสานงานในกจิ การตา่ ง ๆ ทเี่ ก่ยี วกับเรือสาราญในภูมิภาคอาเซียนโดยมีการติดต่อประสานงานเก่ียวกับ
การเพมิ่ ทา่ จอดเรอื ในพน้ื ท่ตี ่าง ๆ เพอ่ื เพิม่ เส้นทางการเดนิ เรือในภูมิภาค ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว
เรือสาราญนั้น คณะกรรมการการท่องเท่ียวของสิงคโปร์มีการกาหนดยุทธศาสตร์ใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านโครงสร้าง
พ้ืนฐาน (Infrastructure) ด้านการพัฒนาธุรกิจ (Business development) และด้านขีดความสามารถของ
อุตสาหกรรม (Industry capability) การดาเนินการตามแผนการต่าง ๆ คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์จะ
ร่วมกับหน่วยงานท้ังภาครัฐและเอกชนท่ีเป็นพันธมิตรในการดาเนินการให้โครงสร้างพื้นฐานน้ันมีความพร้อมอยู่
เสมอและพร้อมท่ีจะรองรับเรือสมัยใหม่และให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวท่ีดีที่สุดแก่นักท่องเท่ียว นอกจากน้ัน
คณะกรรมการการท่องเท่ียวสิงคโปร์ยังได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการเรือสาราญในเส้นทางต่าง ๆ ในการทาการตลาด
165
และทาให้การท่องเที่ยวเรือสาราญเป็นที่รู้จัก อีกทั้งคณะกรรมการการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ยังมีความร่วมมือกับ
บรรดาตัวแทนนาเที่ยว (Travel agencies) เพ่ือเสริมสร้างขีดความสามารถในการขายรวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่ม
ใหก้ ารท่องเท่ียวโดยการบริหารจดั การทีม่ ีประสิทธภิ าพ32
สงิ คโปรม์ กี ารก้าหนดยุทธศาสตร์ ด้านโครงสรา้ งพืนฐาน
ใน 3 ดา้ นในการส่งเสรมิ (Infrastructure)
อตุ สาหกรรมการท่องเทีย่ วเรือ ดา้ นการพัฒนาธุรกจิ (Business
ส้าราญ development)
ด้านขดี ความสามารถของ
อตุ สาหกรรม
(Industry capability)
นอกจากความโดดเด่นด้านการท่องเท่ียวเรือสาราญแล้ว ประเทศสิงคโปร์ยังมีการจัดการแหล่งน้า
ภายในประเทศด้วยโดยให้ความสาคัญกับแม่น้าสิงคโปร์และมีแผนการบริหาร จัดการแม่น้าและวิสัยทัศน์อีกด้วย
เรียกว่าแผนธุรกิจ 5 ปีบริเวณแม่น้าสิงคโปร์: วิสัยทัศน์เพ่ือการจัดการพ้ืนท่ีบริเวณแม่น้าสิงคโปร์ (Singapore
River Five-Year Business Plan: 2012 – 2016: A Strategic Vision for the Place Management of
Singapore River) แผนดังกล่าวนั้นจัดทาโดยหน่วยงานที่ช่ือว่า Urban Redevelopment Authority ซ่ึงมี
เปา้ หมายให้แม่นา้ สงิ คโปร์นน้ั เป็นสัญลักษณอ์ ยา่ งหน่ึงของประเทศสงิ คโปร์ (A shining icon of Singapore)
32 Singapore Tourism Board (2016), Cruise, retrieved June 27, 3017, from
https://www.stb.gov.sg/industries/cruise?AspxAutoDetectCookieSupport=1.
166
แผนบริหารจัดการแม่น้าข้างต้นมีแนวทางคือ (1) การสร้างแบรนด์แม่น้าสิงคโปร์ให้เป็นท่ีรู้จักผ่านการทา
การตลาด การสือ่ สาร การประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในบริเวณแม่น้าสิงคโปร์ (2) การทาให้แม่น้า
สิงคโปร์เป็นที่รู้จักมากข้ึนในหมู่ชาวสิงคโปร์ที่ยังไม่มีโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศของแม่น้าสิงคโปร์โดยการส่งเสริม
ให้ชาวสิงคโปร์มาใช้เวลาว่างในบริเวณแม่น้าสิงคโปร์สร้างความสดช่ืนและผ่อนคลาย (3) การทาให้ศักยภาพด้าน
การท่องเที่ยวสูงท่ีสุดด้วยการเล็งเห็นว่าประเทศสิงคโปร์มีจานวนนักท่องเท่ียวท่ีเพิ่มข้ึนอย่างต่อเน่ืองและสถานที่
ต่าง ๆ มกั จะมคี วามใกล้ชดิ กบั แหลง่ น้า แมน่ า้ สิงคโปร์ก็เชน่ กันมโี อกาสท่ีจะทาให้เกิดการใช้จ่ายของนักท่องเท่ียวที่
เพ่ิมข้ึนได้ (4) การจัดกิจกรรมเป็นประจาโดยมุ่งเน้นประเด็นเกี่ยวกับน้า ประวัติศาสตร์ และประเด็นที่น่าสนใจ
เกี่ยวกับแม่น้าสิงคโปร์จะช่วยให้การสร้างแบรนด์แม่น้าสิงคโปร์เป็นท่ีรู้จักมากขึ้น ทั้งน้ีจะต้องดาเนินการเพิ่ม
ความถ่ีในการจัดกิจกรรมในบริเวณแม่น้าสิงคโปร์เพื่อให้เกิดการต่อเน่ืองในการประชาสัมพันธ์และสร้างแบรนด์
อยา่ งไรก็ตามแผนบริหารจัดการแมน่ ้าสงิ คโปรน์ นั้ ไม่ไดจ้ ากดั แง่มมุ อยใู่ นเฉพาะบริบทของการท่องเที่ยวเท่านั้น ยังมี
ลักษณะของการสง่ เสริมคณุ ภาพชวี ติ ผู้อยูอ่ าศัย การสัญจรไปมา การให้ความสาคัญในเชิงประวัติศาสตร์และแง่มุม
อน่ื ๆ อีกหลายแงม่ มุ
167
(1) การสร้างแบรนดแ์ ม่น้าสิงคโปร์ใหเ้ ปน็ ท่ีรูจ้ ักผ่านการทาการตลาด การสอื่ สาร การประชาสมั พนั ธ์ และ
การจัดกจิ กรรมต่าง ๆ ในบรเิ วณแม่นา้ สิงคโปร์
(2) การทาให้แมน่ ้าสงิ คโปร์เปน็ ท่รี จู้ ักมากขึ้นในหม่ชู าวสงิ คโปรท์ ยี่ ังไม่มีโอกาสมาสมั ผสั บรรยากาศของ
แม่นา้ สิงคโปร์โดยการส่งเสรมิ ใหช้ าวสงิ คโปร์มาใช้เวลาว่างในบริเวณแมน่ า้ สงิ คโปรส์ ร้างความสดชน่ื และ
ผ่อนคลาย
(3) การทาให้ศกั ยภาพด้านการทอ่ งเท่ียวสงู ที่สดุ ดว้ ยการเล็งเหน็ ว่าประเทศสงิ คโปร์มจี านวนนักทอ่ งเท่ยี ว
ทเี่ พม่ิ ขนึ้ อย่างต่อเนอื่ งและสถานที่ตา่ ง ๆ มักจะมีความใกล้ชดิ กับแหลง่ น้า แมน่ า้ สิงคโปรก์ ็เชน่ กนั มโี อกาส
ทจ่ี ะทาให้เกดิ การใช้จา่ ยของนักทอ่ งเที่ยวทีเ่ พมิ่ ขึ้นได้
(4) การจดั กจิ กรรมเปน็ ประจาโดยมุ่งเน้นประเดน็ เกย่ี วกับน้า ประวตั ิศาสตร์ และประเด็นทีน่ า่ สนใจ
เกย่ี วกับแม่น้าสงิ คโปร์จะช่วยให้การสรา้ งแบรนด์แมน่ า้ สงิ คโปร์เปน็ ทร่ี จู้ ักมากขึน้
โดยสรุปแล้วประเทศสิงคโปร์มีความน่าสนใจในการศึกษาในแง่หน่ึงเพ่ือให้เข้าใจสภาพของตลาดการ
ท่องเที่ยวสิงคโปร์ในฐานะคู่แข่งของประเทศไทย และในอีกแง่หน่ึงคือในแง่ของตัวอย่างการบริหารจัดการการ
ท่องเที่ยวท่ีดี (Best practice) ซ่ึงประเทศไทยอาจนาเอามาปรับใช้ได้ไม่มากก็น้อย การส่งเสริมการท่องเที่ยวทาง
น้าของประเทศสิงคโปร์นอกจากจะมีความโดดเด่นในของแง่ของการตลาดท่ีมีข้อมูลด้านการตลาดพร้อมเป็นอย่าง
ยิ่ง (Market insight) ยังมีความโดดเด่นในแง่ของโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีรองรับการท่องเท่ียวทางน้าโดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งการเป็นศูนย์กลางการจอดเรือสาราญในภูมิภาคอาเซียน เป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางของ
ภมู ิภาคก็จะต้องแขง่ ขันกบั ประเทศสิงคโปรน์ ่ันเอง
4.3.1.3 หลักเกณฑ์ในการเลือกภายใตก้ ารวิเคราะหย์ ุทธศาสตร์และคา่ ดชั นกี ารแขง่ ขนั
ถ้าพิจารณาแผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) จากกรณีศึกษาโครงการการ
จัดแหล่งท่องเท่ียวทางน้า จะเห็นได้ว่ามีเป้าหมายที่สาคัญและยังมีความสอดคล้องกับแผนหลักของโครงการ
168
ท่องเท่ียวของไทย คือ “ประเทศไทยต้องเป็นแหล่งท่องเท่ียวคุณภาพชั้นนาของโลกท่ีเติบโตอย่างมีดุลยภาพบน
พื้นฐานความเป็นไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และกระจายรายได้สู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่าง
ย่ังยืน” โดยแผนกลยุทธ์ดังกล่าวสามารถนามาเป็นเหตุและผลของหลักเกณฑ์ในการเลือกโครงการแม่น้าสิงคโปร์
เป็นแนวทาง เน่ืองจากยุทธศาสตร์ภายใต้แผนการท่องเที่ยวไทยมีความสอดคล้องกับดัชนีการแข่งขันด้านการ
เดินทางและภาคการท่องเที่ยวในโครงการแม่น้า อย่างไรก็ตาม ดัชนีของการแข่งขันของไทยอยู่ในระดับท่ีต่ามาก
เม่ือนามาเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ จากตารางที่ 16 จะเห็นได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานในด้านของการพัฒนา
แหล่งท่องเท่ียวทางน้าโดยตรง หรือ Ground and Port infrastructure อยู่ในระดับท่ีต่ากว่าประเทศสิงคโปร์ถึง
3.2 ดังน้ัน การจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางน้าของไทย ภาครัฐจะต้องคานึงถึงดัชนีการแข่งขันนี้เป็นหลักการใน
การจัดสรรงบประมาณเพอื่ พฒั นาแหลง่ อานวยความสะดวกของการพฒั นาแหลง่ ท่องเท่ยี วทางน้า
ตารางท่ี 4.5 ดชั นีการแข่งขันดา้ นการเดนิ ทางและภาคการท่องเที่ยวของไทยเปรยี บเทยี บกับสงิ คโปร์
ทมี่ า: World Economic Forum (2017), หน้า 32
ดงั น้ัน ถ้านาหลักการของดัชนกี ารแขง่ ขนั มาเชื่อมโยงกบั ยทุ ธศาสตร์ของไทยจะสามารถนามาสรุปความ
สอดคล้องได้ดงั น้ี
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวสินค้าและบริการด้านการท่องเท่ียวให้เกิดความ
สมดุลและยั่งยืน (ปัจจัยที่ 1 สภาพแวดล้อมที่เปิดใช้งานซึ่งจะรวบรวมการต้ังค่าทั่วไปท่ีจาเป็นสาหรับการ
ดาเนินงานในประเทศ และมีหมวดสาคัญท่ีสะท้อนถึงกลยุทธ์ ได้แก่ (1) สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ (2) ความ
ปลอดภัย (3) สุขภาพและสุขอนามัย (4) ทรัพยากรบุคคลและตลาดแรงงาน (5) ความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร-ICT Readiness; เน้นในยุทธศาสตร์ของการตลาดเปน็ หลกั )
169
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและส่ิงอานวยความสะดวกเพื่อรองรับการขยายตัวของ
การท่องเท่ียว (ปัจจัยที่ 3 และมี 2 หมวดท่ีสาคัญที่สะท้อนถึงกลยุทธ์โครงการแม่น้า ได้แก่ (1) โครงสร้างพื้นฐาน
บริการด้านการท่องเท่ยี ว และ (2) โครงสร้างพ้ืนฐานดา้ นการขนสง่ ทางบกและทางน้า)
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเท่ียว และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนใน
การพัฒนาการท่องเท่ยี ว (ไมไ่ ด้ระบุในดัชนีการแขง่ ขัน)
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 การสร้างความสมดุลให้กับการท่องเท่ียวไทยผ่านการตลาดเฉพาะกลุ่ม การส่งเสริมวิถี
ไทย และการสร้างความเชอื่ ม่นั ของนกั ท่องเที่ยว (ปัจจัยท่ี 4 ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรมโดย
และมี 1 หมวดท่สี าคัญคอื (1) ทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการเดินทางเพ่ือธรุ กจิ )
ยุทธศาสตร์ท่ี 5 การบูรณการการบริหารจัดการการท่องเที่ยว และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง
ประเทศ (ปจั จยั ที่ 2 นโยบาย T & T และเงอ่ื นไขเชงิ นโยบายหรือยุทธศาสตร์ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม T &
T โดยตรง และมี 3 หมวดท่ีสาคัญ ได้แก่ (1) การให้ความสาคัญกับการเดินทางและการท่องเท่ียว (2) ความย่ังยืน
ด้านสิ่งแวดลอ้ ม และ (3) การเปดิ รับนานาชาติ)
ดังนั้น ถ้าดัชนีการแข่งขันของโครงการแม่น้าในสิงคโปร์ มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ไทยภายใต้
แผนพัฒนาการท่องเท่ยี วแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) จะสามารถอธิบายได้ว่าภาครัฐสามารถนาค่าดัชนี
มาพัฒนาให้มีระดับท่ีสูงข้ึน อย่างไรก็ตาม ระดับของการแข่งขันในด้านยุทธศาสตร์การตลาดของไทยจัดว่ายังไม่
เพียงพอและยังไมไ่ ด้มาตรฐานเมือ่ เปรียบเทียบกับประเทศสงิ คโปร์ โดยเฉพาะการใช้ระบบ ICT มาประยุกต์กับการ
พัฒนา ดงั นน้ั การจัดท้าแผนแมบ่ ทพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าจ้าเป็นต้องมีการระบุแนวทางและยุทธศาสตร์ที่
สอดคล้องกับแผนซึ่งสามารถน้าแนวคิดของประเทศสิงคโปร์มาปรับใช้ในการพัฒนาได้ โดยเฉพาะการสร้าง
แหลง่ ท่องเทยี่ วทางนา้ เชิงโครงสรา้ งโดยใช้แนวทางการตลาดทมี่ ปี ระสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ควรเนน้ การเพ่ิมระดับ
ของดัชนที ี่เกีย่ วขอ้ งกบั (1) การให้ความสาคัญกับการเดินทางและการท่องเท่ยี ว และ (2) ความปลอดภัย
4.3.1.4 สรุปทิศทางการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของประเทศสิงคโปร์และจุดเรียนส้าหรับ
ประเทศไทยในอนาคต33
ข้อมูลท่ัวไป: อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสิงคโปร์มีความสาคัญมากต่อเศรษฐกิจชาติ โดยส่งผลต่อ GDP
ประเทศกว่ารอ้ ยละ 6 และดงึ ดูดนักท่องเที่ยวกว่า 15 ล้านคน ซ่ึงมีจานวนมากถึง 3 เท่าตัวของประชากร
ในประเทศ อีกท้ังรัฐบาลยังให้การสนับสนุนในการลงทุนเชิงโครงสร้างพ้ืนฐานอย่างจริงจัง การสร้าง
33 เข็มทศิ การทอ่ งเที่ยว ส่ปู ี พ.ศ. 2563 (Singapore Tourism Compass 2020)
170
ผลิตภัณฑ์และแหล่งท่องเท่ียวใหม่ๆ การลงทุนในการตลาดและความร่วมมือระดับนานาชาติ รวมไปถึง
การได้รับรางวัลระดับโลก ซ่ึงช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเท่ียว อย่างไรก็ตามสิงคโปร์กาลัง
เผชิญกับการแข่งขนั ที่สูงขึ้นในภูมภิ าค
สาเหตุในการเลือกการท่องเที่ยวของประเทศสิงคโปร์ฺ คือ การเป็นเมืองหลักในเอเชียทางด้านการ
ท่องเที่ยวทางน้า โดยเฉพาะในรูปแบบของธุรกิจและเชิงสาราญ โดยมุ่งหน้าสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
และเสรมิ สร้างเศรษฐกิจประเทศ ในการบรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว ทางรัฐบาลสิงคโปร์ได้กาหนด 4 พันธกิจ
หลกั ดังน้ี
การสรา้ งโครงสรา้ งพ้นื ฐานอย่างจริงจงั และยังพัฒนาแหลง่ ท่องเทยี่ วทางน้าและผลิตภณั ฑใ์ หมๆ่
การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรม โดยคานึงถึงความสมดุลของอุปสงค์ในตลาดและ
อุปทานแรงงาน เช่น การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของ
ประชาชนในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางนา้
การสร้างพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ผ่านการทาการตลาดอย่างจริงจัง รวมไปถึงการตั้งงบประมาณอย่าง
ตอ่ เนือ่ งในการพัฒนาโครงสร้างเชงิ พน้ื ฐานเพ่อื รองรบั อปุ สงคท์ ่ีเติบโตอยา่ งรวดรว็
การเสริมสร้างความร่วมมือเชิงธรุ กิจระหว่างหนว่ ยงานต่างๆ ท้งั ภาครัฐและเอกชน
จดุ เรยี นรู้ส้าหรับประเทศไทย: การตั้งเป้าหมายที่สามารถบรรลุเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้งบประมาณ
อย่างไมค่ ุ้มคา่ รวมไปถงึ การปรบั เปล่ียนเป้าหมายดังกล่าวให้เข้ากับความเป็นไปในตลาดการเปลี่ยนแปลง
ของภมู ิภาคและโลก เชน่ การพัฒนาทักษะแรงงานในประเทศ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และ
การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน นอกจากน้ัน การสร้างแบรนด์แหล่งท่องเที่ยวทาง
น้าให้เป็นที่รู้จักผ่านการทาการตลาด การสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อย่าง
จริงจัง ประเด็นท่ีสาคัญอีกคือ ภาครัฐต้องมีการกาหนดยุทธศาสตร์ใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านโครงสร้าง
พื้นฐาน (Infrastructure) ด้านการพัฒนาธุรกิจ (Business development) และด้านขีดความสามารถ
ของอุตสาหกรรม (Industry capability) เพือ่ ดาเนินการตามแผนการต่าง ๆ โดยจัดต้ังคณะกรรมการการ
ท่องเที่ยวทางน้าร่วมกับหน่วยงานท้ังภาครัฐและเอกชนท่ีเป็นพันธมิตรในการดาเนินการให้โครงสร้าง
พื้นฐานนนั้ ให้มคี วามพร้อมอยเู่ สมอและพร้อมท่ีจะรองรบั เรือสมัยใหม่และให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวท่ี
ดีที่สุดแก่นักท่องเที่ยว นอกจากนั้นคณะกรรมการการท่องเที่ยวยังต้องมีการร่วมมือกับผู้ให้บริการเรื อ
สาราญในเส้นทางต่าง ๆ ในการทาการตลาดอย่างจริงจังและทาให้การท่องเที่ยวเรือสาราญเป็นที่รู้จักใน
ระดับโลกผ่านระบบดิจิตัล อีกทั้งคณะกรรมการการท่องเท่ียวยังต้องมีความร่วมมือกับบรรดาตัวแทนนา
171
เที่ยว (Travel agencies) เพ่ือเสริมสร้างขีดความสามารถในการขายรวมถึงการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้การ
ทอ่ งเที่ยวทางนา้ ควบคู่กับการบรกิ ารโดยการบริหารจดั การที่มปี ระสิทธิภาพในระยะยาว
4.3.2 ออสเตรเลีย
ในช่วงกลางทศวรรษท่ี 70 ท่ีผ่านมา การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางการตลาดและการจัดตาแหน่งของ
ตลาดสะท้อนถงึ การเจริญเติบโตซ่ึงมีความสอดคล้องกับความต้องการสาหรับการท่องเท่ียวทางเรือ หน่ึงในเหตุผล
สาหรบั การพัฒนาอย่างรวดเร็วของตลาดการท่องเที่ยวทางเรือ คือ การเจริญเติบโตของกลุ่มผู้บริโภคใหม่และการ
พัฒนาแนวคิดใหม่ ๆ เก่ียวกับการท่องเท่ียวทางน้า เนื่องจากมีความหลากหลายของกิจกรรมและความบันเทิงบน
เรือ โดยได้พัฒนาสู่ธุรกิจทั่วโลกและการเปล่ียนแปลงแบบรวดเร็ว (Access Economics, 2008; 2009) เช่น การ
ปรับโครงสร้างของบริษัทเรือสาราญท่ีข้ึนกับอัตราการเติบโตสูงในความต้องการท่ัวโลก ซ่ึงวัตถุประสงค์หลักของ
การปรับโครงสร้างองค์กรใหญ่ ๆ เหล่าน้ี คือ การปรับเพื่อให้เข้ากับความต้องการของนักท่องเท่ียวบนเรือ (AEC,
2010) เช่น การพยายามปรับข้อเสนอท่ีเพ่ิมมากขึ้นในลักษณะของการสร้างแนวคิดเชิงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับการล่องเรือ ความต้องการล่องเรือท่ีเกี่ยวข้องกับการเดินทางมีประมาณ 20 ล้านเที่ยวต่อปี หรือคิดเป็น
ประมาณสองในสามของตลาดอเมริกาเหนือ นอกจากน้ัน ตลาดยุโรปคิดเป็นอันดับสอง หรือมีการล่องเรือท่ี
เก่ยี วข้องกับการเดนิ ทางประมาณ 4 ลา้ นเทีย่ วต่อปี แต่มีอตั ราการเติบโตสูงสุด โดยเฉพาะตลาดยุโรปจะเป็นตลาด
172
ของสหราชอาณาจกั ร ตามด้วยเยอรมนี อิตาลี ฝรัง่ เศส และสเปน เปน็ ต้น UNWTO ประมาณการว่าภายในปี ค.ศ.
2018 สถานการณจ์ ะเป็นดังน้ี
1. การล่องเรือจะมีผู้โดยสารประมาณ 24 ล้านคน ซ่ึงเพิ่มขึ้นร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2008
และร้อยละ 54 เมอื่ เทียบกับปี ค.ศ. 2010
2. จานวนผู้โดยสารบนเรือท่ีเก่ียวข้องกับกิจการล่องเรือจะมีประมาณ 22 ล้านคน เมื่อเทียบกับปี ค.ศ.
2004 บง่ ชถ้ี ึงความตอ้ งการทเี่ พ่มิ ข้นึ ประมาณ 2.5 เทา่
3. คาดการณ์แนวโน้มท่ีคล้ายกันในอนาคตและประมาณการของสมาคมขนส่งสินค้าทางอากาศ (PSA)
ในปี ค.ศ. 2014 การเดินล่องเรือสาราญในโลกจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 23 ลา้ นคน
การท่องเที่ยวเรือสาราญในประเทศออสเตรเลียมีการเจริญเติบโตรวดเร็วมากเม่ือนามาเทียบกับการ
เจริญเติบโตในประเทศสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร เช่น ในปี ค.ศ. 2008 การท่องเท่ียวเรือสาราญใน
ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการเพิ่มข้ึนร้อยละ 5 และในสหราชอาณาจักรมีอัตราเพ่ิมขึ้นร้อยละ 12 อย่างไรก็ตาม
อัตราการเจริญเติบโตของประเทศออสเตรเลียนั้นมีถึงร้อยละ 26 โดยเฉพาะปริมาณการท่องเท่ียวเรือสาราญที่
เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เน่ืองจากภาครัฐและภาคเอกชนมีนโยบายในการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวที่สามารถดึงดูด
นกั ทอ่ งเที่ยวใหม่ และสามารถดึงดดู ผเู้ ข้าร่วมในงานประชุมต่าง ๆ โดยเฉพาะภาครัฐได้ลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐาน
ของท่าเรือต่าง ๆ เช่น ท่าเรือของ Fremantle มีการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร และบริสเบนและดาร์วินได้สร้าง
ท่าเรือใหม่ นอกจากน้ัน ที่เมืองแคนส์ก็มีการลงทุนท่าเรือที่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ถึง 2 ลาในแต่ละคร้ัง
การพัฒนาโครงสร้างพน้ื ฐานของท่าเรอื ในอนาคตยังรวมถึงอาคารใหม่ใน Townsville และโฮบาร์ต จากการลงทุน
173
ของภาครัฐดังกล่าวเป็นสัญญาณที่สาคัญของการพัฒนาแหล่งโครงสร้างพื้นฐานทางท่องเท่ียวทางน้าเพ่ือยกระดับ
รายได้ในภาคการท่องเท่ียวและการบริการและยงั รวมถึงการจัดเกบ็ รายได้ของภาครฐั ที่เพม่ิ ข้ึน
4.3.2.1 แนวคิดเชิงยทุ ธศาสตร์โดยภาพรวมสา้ หรบั การพัฒนา
หน่วยงานการทอ่ งเที่ยวและการขนส่ง (Tourist and Transport Forum: TTF, 2017-2018) ได้รวบรวม
ข้อมูลเชิงงบประมาณของรัฐบาลกลางในปี ค.ศ. 2017-2018 ซ่ึงจะเห็นได้ว่าได้มีการสนับสนุนงบประมาณของ
รัฐบาลออสเตรเลียเพื่อให้แน่ใจว่าการกาหนดนโยบายระดับชาติจะเอื้อต่อการสร้างงานและสนับสนุนการ
เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจออสเตรเลีย นอกจากการที่ประเทศจะไม่พ่ึงเฉพาะรายได้ทางเศรษฐกิจ
ที่มาจากการลงทุนเหมืองแร่ แต่มีการกาหนดนโยบายท่ีชัดเจนเกี่ยวกับการท่องเท่ียวซึ่งมีบทบาทสาคัญอย่างมาก
กับกระบวนการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนา เช่น ในทศวรรษที่ผ่านมาภาคการการท่องเท่ียวมีการเติบโตอย่าง
รวดเรว็ และเป็นฐานที่แขง็ แกรง่ สาหรบั เศรษฐกิจทก่ี ว้างขน้ึ ในดา้ นการจ้างงาน แตศ่ ักยภาพน้ีจะไม่เกิดข้ึนหากไม่มี
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานท่ีมีผลต่อการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า โดยภาคเอกชนจะต้องมีส่วนช่วยในการ
ลงทุน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องมีบทบาทหลักในการสนับสนุนด้วยการลงทุนของภาครัฐโดยแสดงให้เห็นถึง
ความสาคัญของภาคอุตสาหกรรมต่ออนาคตของออสเตรเลีย การเปล่ียนแปลงนโยบายส่งผลกระทบต่อการ
ทอ่ งเทยี่ วท่ตี ้องไดร้ ับการประเมินตามเกณฑ์ทสี่ าคญั มีสามประการดังนี้
1. นโยบายส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพ้ืนฐานด้านการท่องเที่ยวที่สาคัญ ๆ เช่น ระบบการขนส่ง ส่ิง
อานวยความสะดวก ทีพ่ กั สถานท่ที ่องเที่ยวทางทรัพยากรธรรมชาติ
174
2. นโยบายสนับสนนุ ใหน้ กั ท่องเท่ยี วจากต่างประเทศเขา้ มาในออสเตรเลยี แทนท่ีจะไปเท่ียวในจุดหมายอ่ืน
หรอื สนบั สนนุ ใหช้ าวออสเตรเลียเดนิ ทางไปเท่ยี วในประเทศมากกวา่ ที่จะเดินทางไปตา่ งประเทศ
3. นโยบายสนับสนุนการตลาดในการเสนอใหก้ ับนกั ทอ่ งเที่ยวทุกคนในออสเตรเลีย
4.3.2.2 ปัจจยั ความสา้ เร็จเพื่อพัฒนาแหลง่ ท่องเท่ียวทางน้า
TTF ได้พัฒนาข้อเสนอแนะตามงบประมาณเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เหล่านี้และจะช่วยให้ม่ันใจ
ไดว้ ่าอุตสาหกรรมนี้จะมสี ่วนช่วยในการขบั เคลือ่ นเศรษฐกจิ ในประเทศออสเตรเลียในระยะยาว นอกจากนี้ TTF ยัง
ปรับนโยบายเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและมาตรการการเติบโตท่ีสาคัญในการพัฒนาฐานะทางเศรษฐกิจ ของ
ออสเตรเลีย โดยเฉพาะการเพิม่ ศักยภาพการทอ่ งเที่ยว
จากท่ีกล่าวมาจะเห็นได้ว่า ประเทศออสเตรเลียมีนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวในระยะยาว แต่ทาง
ภาครัฐก็ยังไม่มีการร่างแผนกลยุทธ์การท่องเที่ยวทางน้าประจาชาติ (Commonwealth Department of
Tourism, 1995) อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรออสเตรเลียได้ปรับกลยุทธ์ในการก่อต้ังคณะกรรมการอานวยความ
สะดวกให้กับผู้โดยสารทางทะเล หรือ National Sea Passenger Facilitation Committee ซ่ึงมีลักษณะคล้าย
กบั คณะกรรมการการบนิ โดยหนา้ ทหี่ ลักของคณะกรรมการดังกล่าว คอื การสร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานหลัก
และหน่วยงานอ่ืน ๆ ท่ีมีความสนใจในอุตสาหกรรมการเดินเรือโดยจัดให้มีเวทีในการเสนอแนวคิด นโยบาย และ
การพัฒนาอุตสาหกรรมการล่องเรือและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่สามารถสนับสนุนในการพัฒนาโดยตรงกับรัฐบาล
ออสเตรเลีย (CDU, 2010) นอกจากนั้น สิ่งท่ีสาคัญท่ีสุดในอนาคตของอุตสาหกรรมล่องเรือในภูมิภาคน้ีคือ
ศักยภาพของการบริหารจัดการโครงสร้างพ้ืนฐาน และส่ิงอานวยความสะดวก เช่น จานวนท่ีนอนบนเรือของ
ผู้โดยสาร การจดั การระบบท่าเทียบเรือ สิง่ อานวยความสะดวกของท่าเรือ การขนส่ง การเช่ือมโยงสิ่งอานวยความ
สะดวก การเดินทางทางอากาศ และกิจกรรมการท่องเท่ียว เป็นต้น ข้อมูลท่ีนาเสนอในงานวิจัยน้ีทาให้พบว่า
ปรากฏการณ์ของการเติบโตของการท่องเที่ยวเรือสาราญในออสเตรเลียสาหรับอุตสาหกรรมคือการเข้าเยี่ยมชม
ท่าเรือของออสเตรเลยี ทเี่ พ่มิ ขน้ึ ประมาณ 50 ถงึ 60 ครั้งจากประมาณ 630 ถงึ 640 ครงั้ ในปี ค.ศ. 2010-2011
นอกจากนั้น ถ้าพิจารณาจากข้อมูลของ World Economic Forum (2017)ท่ีได้ระบุว่า เอเชียแปซิฟิก
ประกอบดว้ ยประเทศเศรษฐกิจที่มีความเจริญมากท่ีสุดในช่วงไม่ก่ีปีท่ีผ่านมา และ 5 ประเทศจาก 15 ประเทศท่ีมี
การพัฒนามากท่ีสุดถ้าพิจารณาจากดัชนีการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเท่ียว ได้แก่ ญี่ปุ่น (4) เกาหลี
(19) อินเดีย (40) เวียดนาม (67) และ ภูฏาน (78) ขณะท่ีเอเชียตะวันออกและออสเตรเลียมีโครงสร้างพื้นฐาน
ระดับโลกและเป็นหนึ่งในประเทศท่ีมี ICT พร้อมมากที่สุดในโลก แต่ก็มีระดับการแข่งขันในราคาท่ีต่ากว่าภูมิภาค
อ่ืน ๆ ด้วยเช่นกัน ในทางตรงกันข้ามในขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศในเอเชียใต้เป็น
ประเทศท่ีมีการแข่งขันด้านราคาในระดับที่สูงข้ึน โครงสร้างพ้ืนฐานและความพร้อมในการใช้ ICT กลับมีระดับท่ี
175
ลดลง นอกจากน้ัน การปรับปรุงนโยบายการขอวีซ่าในภูมิภาคอาจช่วยส่งเสริมการเดินทางและการท่องเที่ยว
ได้มากขึน้ เอเชยี ตะวนั ออกซึ่งเป็นประเทศท่ีมีการพัฒนามากที่สุดในเอเชียและออสเตรเลียมีจุดเด่นหลายด้านและ
เปน็ ประเทศทมี่ ีผลการดาเนนิ งานทด่ี ที ี่สดุ ในภูมภิ าค ถ้าวเิ คราะห์จากตารางที่ 4.6 ดัชนีการแขง่ ขันด้านการเดินทาง
และการท่องเท่ียวในปี ค.ศ. 2017 การนาผลของค่าดัชนีในประเทศออสเตรเลียมาศึกษา จะพบว่าค่าส่วนใหญ่มี
ระดับดัชนีที่สูงโดยค่าเฉลี่ยและสามารถนามาพิจารณาเพ่ือเป็นการศึกษาวางกรอบในการจัดทาแผนแม่บท
พฒั นาการท่องเทย่ี วทางนา้ ได้ โดยเฉพาะในกรณขี องการท่องเทย่ี วเรือสาราญ
ตารางท่ี 4.6 ดัชนีการแข่งขันด้านการเดนิ ทางและการท่องเที่ยวในปี ค.ศ. 2017
ท่มี า: World Economic Forum (2017), หนา้ 23
176
4.3.2.3 หลกั เกณฑ์ในการเลือกภายใตก้ ารวเิ คราะหย์ ุทธศาสตร์และคา่ ดชั นีการแข่งขนั
ถ้าพิจารณาแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) จากกรณีศึกษาของโครงการ
ท่องเท่ียวเรือสาราญจะเห็นได้ว่ามีเป้าหมายที่สาคัญที่สอดคล้องกับแผนหลักของโครงการท่องเที่ยวของไทย
อย่างไรก็ตาม ประเทศออสเตรเลียจัดว่าเป็นประเทศท่ีให้ความสาคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าเป็นอย่าง
มาก โดยเฉพาะการท่องเทีย่ วเรือสาราญโดยแผนดังกล่าวสามารถนามาเป็นเหตุและผลของหลักเกณฑ์ในการเลือก
เป็นตัวอย่างท่ีดีในมุมมองของหลักการวางแผนยุทธศาสตร์ร่วมกันกับภาคเอกชนและการจัดต้ังหน่วยงานในการ
ประสานงาน เป็นต้น โดยยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยมีความสอดคล้องกับดัชนีการแข่งขันด้านการเดินทางและ
ภาคการทอ่ งเที่ยวทางนา้ ในประเทศออสเตรเลยี โดยสามารถนามาสรปุ ความสอดคล้องไดด้ ังน้ี
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 การพฒั นาคุณภาพแหล่งท่องเท่ียวสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุล
และย่ังยืน (ปัจจัยท่ี 1 สภาพแวดล้อมท่ีเปิดใช้งานซึ่งจะรวบรวมการตั้งค่าท่ัวไปท่ีจาเป็นสาหรับการดาเนินงานใน
ประเทศ และมี 4 หมวดสาคัญที่สะท้อนถึงกลยุทธ์ในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า ได้แก่ (1)
สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ (2) ความปลอดภัย (3) สุขภาพและสุขอนามัย และ (4) ทรัพยากรบุคคลและ
ตลาดแรงงาน)
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอานวยความสะดวกเพื่อรองรับการขยายตัวของการ
ท่องเท่ียว (ปัจจัยท่ี 3 และมี 2 หมวดสาคัญท่ีสะท้อนถึงกลยุทธ์ ได้แก่ (1) โครงสร้างพื้นฐานบริการด้านการ
ท่องเท่ียว และ (2) โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางบกและทางน้า แต่ในปี ค.ศ. 2017 มีการลงทุนในระดับที่
ลดลง เน่อื งจากมกี ารลงทุนในโครงสร้างทางนา้ ในระดับทีส่ งู ในชว่ งปีที่ผา่ นมา)
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การพฒั นาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
พฒั นาการท่องเทีย่ ว (ไมไ่ ดร้ ะบุในดัชนีการแข่งขนั )
ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การสร้างความสมดุลให้กับการท่องเที่ยวไทยผ่านการตลาดเฉพาะกลุ่ม การส่งเสริมวิถี
ไทย และการสรา้ งความเชื่อมนั่ ของนักท่องเท่ียว (ปัจจัยท่ี 4 ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรมโดย
และมี 2 หมวดสาคัญท่ีสะท้อนถึงกลยุทธ์ ได้แก่ (1) ทรัพยากรธรรมชาติ และ (2) ทรัพยากรทางวัฒนธรรมและ
การเดนิ ทางเพ่อื ธุรกิจ)
ยุทธศาสตร์ท่ี 5 การบูรณการการบริหารจัดการการท่องเที่ยว และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง
ประเทศ (ปจั จยั ที่ 2 นโยบาย T & T และเง่อื นไขเชงิ นโยบายหรือยุทธศาสตร์ซ่ึงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม T &
T โดยตรง ซึ่งมี 2 หมวดสาคัญที่สะท้อนถึงกลยุทธ์ ได้แก่ (1) การให้ความสาคัญกับการเดินทางและการท่องเท่ียว
(2) ความย่งั ยนื ด้านสิ่งแวดลอ้ ม)
177
ตารางท่ี 4.7 ดัชนกี ารแข่งขันด้านการเดนิ ทางและการท่องเทย่ี วของไทยเปรียบเทียบกับออสเตรเลีย
ท่ีมา: World Economic Forum (2017), หน้า 23
จากตารางที่ 4.7 จะเห็นได้ว่ายทุ ธศาสตรก์ ารทอ่ งเท่ยี วของประเทศไทยได้มีการดาเนินการโครงการต่าง ๆ
ตามค่าดัชนีของประเทศออสเตรเลียในระดับหน่ึง โดยผู้วิจัยสามารถนายุทธศาสตร์มาศึกษา ซึ่งพิจารณาได้ว่า ค่า
ดัชนีของประเทศไทยค่าใดที่มีระดับที่ต่ากว่าค่าดัชนีของประเทศออสเตรเลียสามารถนาข้อสังเกตดังกล่าวมาปรับ
ใช้ในการจัดทาแผนแม่บทพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของประเทศไทยได้ ซึ่งจากนโยบายและเงื่อนไขที่สาคัญของ
ประเทศออสเตรเลียท่ีมีค่าสูงกว่าประเทศไทย เช่น (1) การให้ความสาคัญกับการเดินทางและท่องเที่ยว (2) การ
เปิดรับนานาชาติ และ (3) ความยั่งยืนของส่ิงแวดล้อม (ยกเว้นประเทศไทยได้เปรียบในเรื่องของการแข่งขันด้าน
ราคา) นอกจากน้ัน หากพิจารณาจากโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่ จะพบว่า ดัชนีของประเทศออสเตรเลียมีค่าสูง
กว่าประเทศไทย เช่น (1) โครงสร้างพ้ืนฐานด้านการขนส่งทางอากาศ (2) โครงสร้างพ้ืนฐานด้านการขนส่งทางบก
และทางน้า และ (3) โครงสร้างพ้ืนฐานการบริการด้านการท่องเท่ียว และในท้ายท่ีสุดจะเห็นได้ว่า ประเทศ
ออสเตรเลียยังให้ความสาคัญกับการสร้างธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรมเพ่ือช่วยเป็นแหล่งในการพัฒนา
แหล่งท่องเท่ียวทางน้า ซ่ึงได้แก่ (1) ทรัพยากรธรรมชาติ และ (2) ทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเพื่อ
ธุรกิจ ซึ่งออสเตรเลียมีระดับค่าของดัชนีที่สูงกว่าไทยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์เชิงลึกจากมุมมอง
ยทุ ธศาสตรแ์ ละความสาเร็จของประเทศออสเตรเลยี สามารถนามาประยุกต์ใช้ในการอธิบายประกอบกับการพัฒนา
ดัชนกี ารแข่งขันของประทศไทยเพอื่ เชื่อมโยงการจดั ทาแผนแม่บทพัฒนาการท่องเทยี่ วทางน้าของประเทศไทยได้
178
4.3.2.4 สรุปทศิ ทางการพฒั นาการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรเลียและจุดเรยี นส้าหรบั ประเทศไทย
ในอนาคต34
ข้อมลู ท่ัวไป: ประเทศออสเตรเลยี มีอุตสาหกรรมทอ่ งเทยี่ วที่แขง็ แรงสร้างรายได้กว่า 9.4 หมื่นล้านเหรียญ
สหรัฐ อีกท้ังส่งผลกว่า 3.4 หม่ืนล้านเหรียญสหรัฐ ต่อ GDP ประเทศ และการส่งเสริมการจ้างงานกว่า
500,000 ตาแหน่ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เผชิญกับส่วนแบ่งตลาดการท่องเที่ยวโลกท่ีลดลง รวมไปถึง
การจับจ่ายใช้สอยของการท่องเท่ียวภายในประเทศท่ีหดตัวลง เน่ืองด้วยการแข่งขันท่ีสูงขึ้น การแข็งค่า
ของสกลุ เงินเหรยี ญออสเตรเลยี ศกั ยภาพของแรงงานทขี่ าดการพัฒนา ความขาดแคลนแรงงาน รวมไปถึง
การขาดการใช้เทคโนโลยีในการท่องเท่ียว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน รัฐบาลออสเตรเลียได้เร่ิมสนับสนุน
งบประมาณเพ่ือให้แน่ใจว่าการกาหนดนโยบายระดับชาติจะเอ้ือต่อการสร้างงานและสนับสนุนการ
เปล่ียนแปลงอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจออสเตรเลีย นอกจากนั้น การก่อตั้งคณะกรรมการอานวยความ
สะดวกให้กับผู้โดยสารทางทะเล หรือ National Sea Passenger Facilitation Committee ซึ่งมี
ลักษณะคล้ายกับคณะกรรมการการบิน โดยหน้าที่หลักของคณะกรรมการดังกล่าว คือ การสร้างการมี
ส่วนร่วมกับหน่วยงานหลักและหน่วยงานอ่ืน ๆ ท่ีมีความสนใจในอุตสาหกรรมการเดินเรือโดยจัดให้มีเวที
ในการเสนอแนวคิด นโยบาย และการพัฒนาอุตสาหกรรมการล่องเรือและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่สามารถ
สนบั สนุนในการพฒั นาโดยตรงกับรฐั บาลออสเตรเลยี ได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
สาเหตุในการเลือกการท่องเท่ียวของประเทศออสเตรเลีย คือ รัฐมีการฟื้นฟูขีดความสามารถในการ
แข่งขันและความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้าในประเทศและสามารถเพิ่มส่วนแบ่งต่อ
เศรษฐกิจชาติ ซึ่งสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าวของรัฐบาลออสเตรเลียท่ีได้กาหนดไว้ 6 พันธกิจหลัก
ภายใตก้ ารท่องเทีย่ วทางน้า ดงั น้ี
การเพิม่ อปุ สงค์การท่องเทีย่ วทางน้าจากทวีปเอเชีย
การสรา้ งขดี ความสามารถในการแข่งขนั เชิงสารสนเทศ
การสนบั สนนุ การลงทนุ และการปฎิรูปแห่งชาติดา้ นการทอ่ งเทย่ี วอย่างจรงิ จัง
การสนับสนุนสภาวะแวดล้อมของการเดินทางระหว่างการท่องเทย่ี วทางนา้
การเพ่ิมอุปทานของแรงงาน ทักษะ และการมีส่วนร่วมของคนท้องถ่ินตามแหล่งท่องเท่ียวทางน้า
เชิงชุมชน
34 การทอ่ งเท่ียวออสเตรเลีย สูป่ ี พ.ศ. 2563 (Australia's Tourism 2020)
179
การเพม่ิ ความยดื หยนุ่ ศกั ยภาพ และคณุ ภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยงทางนา้
จดุ เรยี นร้สู า้ หรบั ประเทศไทย: เบ้ืองตน้ การระบกุ ลุ่มนกั ท่องเท่ียวทางน้าจากประเทศเป้าหมายให้ชัดเจน
เพื่อปรบั นโยบายใหเ้ ขา้ กับกล่มุ นกั ท่องเที่ยวดังกลา่ ว จัดตง้ั คณะกรรมการท่องเทีย่ วทางน้าอย่างจริงจังเพ่ือ
จัดทาเส้นทางการท่องเท่ียวท่ีเชื่อมโยงแหล่งท่องเท่ียวทางน้า ในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด ระดับภาค
และระดับประเทศ และนาเสนอกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้า เพื่อสร้างรูปแบบ การท่องเที่ยวท่ี
หลากหลาย และก่อให้เกิดคุณค่าสูงสุดทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวทางน้าโดยสามารถเช่ือมโยงใน
ระดับต่างๆ เช่น 1. การจัดทามาตรฐานการท่องเที่ยวชุมชน เพ่ือให้ชุมชนต่าง ๆ ใช้เป็นแนวทาง ในการ
พัฒนาและยกระดับมาตรการการท่องเที่ยวทางน้าในระดับชุมชน เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยว ท่ีย่ังยืนและ
สามารถสร้างความพงึ พอใจแก่นักทอ่ งเที่ยว และไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชน 2. จัดตั้งหน่วยงานดูแล
รับผิดชอบด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน โดยจัดต้ังหน่วยงานในกรมการท่องเท่ียว เพ่ือรับผิดชอบ
การส่งเสริม ประสานงาน และให้คาปรึกษาแนะนาด้านการท่องเท่ียวชุมชน เพ่ือให้การพัฒนาการ
ท่องเที่ยวชุมชนเป็นไปตามมาตรฐาน และพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวทางน้าในระดับชุมชนให้ได้มาตรฐาน
ศกึ ษาและคัดเลือกชุมชนท่ีมีความเหมาะสม เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้าในระดับชุมชน 3. การ
ใช้เทคโนโลยีเพ่ือทาความเข้าใจความเป็นไปในตลาดท่องเท่ียวทางน้า การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้าง
พื้นฐานให้ดียิ่งข้ึนและสามารถรองรับอุปสงค์ของตลาด และการเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันของ
แรงงาน เป็นต้น นอกจากนั้น ภาครัฐยังต้องพัฒนาและเผยแพร่ข้อมูลสถิติด้านการท่องเท่ียว โดยการ
จัดทาบญั ชปี ระชาชาติด้านการท่องเที่ยวทางน้า (Water-Tourism Satellite Account) เช่น ส่งเสริมให้
ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจัดทาเว็ปไซต์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางน้าเป็น
ภาษาตา่ งประเทศ การพฒั นาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า โดย จัดทา
ระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารด้านการท่องเที่ยวทางน้าของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับด้าน
การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าเชิงบูรณการ เช่น 1. จัดทาดัชนีช้ีวัดการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเพื่อ
ประเมินสถานการณ์ด้านการท่องเท่ียวทางน้าในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว รวมทั้งประเมิน
สถานการณ์รวมถึงดัชนีเตือนภัยด้านการท่องเท่ียวทางน้า และ 2. การส่งเสริมและสนับสนุนให้จังหวัด
ต่างๆการจัดทาแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดให้มีความสอดคล้อง
เช่ือมโยงกับแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวระดับประเทศและการบูรณการในระหว่างประเทศขอความ
รว่ มมือจากหน่วยงานและประเทศเพอื่ นบา้ นต่าง ๆ ที่เกยี่ วข้องกบั การจดั สรรงบประมาณร่วมกนั เปน็ ตน้
180
4.3.3 เกาหลใี ต้
Master Plan of the Four Major Rivers Restoration (2009) ได้เกร่นิ ถงึ แนวคิดโครงการฟ้ืนฟูแม่น้าสี่
สายหลกั ซง่ึ ประกอบดว้ ยโครงการ 3 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการหลัก คือ โครงการฟื้นฟูแม่น้าฮัน, นาคาดง, กึม
และยองซาน (2) โครงการแม่น้า 14 แควของสี่แม่น้าหลัก และ (3) การบริหารจัดการลาธารขนาดเล็กอ่ืน ๆ โดย
โครงการมวี ัตถปุ ระสงค์สาคญั 5 ประการ ไดแ้ ก่ (1) การจัดหาแหลง่ น้าอดุ มสมบรู ณ์เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้า
(2) การควบคุมภาวะน้าท่วมอย่างครอบคลุม (3) การปรับปรุงคุณภาพน้าและการฟื้นฟูระบบนิเวศ (4) การสร้าง
พ้ืนที่อเนกประสงค์สาหรับประชาชนในท้องถิ่น และ (5) การพัฒนาภูมิภาคมุ่งไปที่แม่น้าโดยคานึงถึงการสร้าง
แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วทางนา้ โครงการนี้ได้รบั การประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "Green New Deal" ท่ีเปิดตัวใน
เดือนมกราคม พ.ศ. 2552 หลังจากนั้นก็รวมอยู่ในแผนชาติ 5 ปีของเกาหลีใต้ที่ออกมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.
2552 โครงการปรับปรุงแม่น้าสายหลักมีวัตถุประสงค์เพ่ือฟ้ืนฟูแม่น้าอย่างเป็นระบบ ในฐานะโครงการสาธารณะ
โครงการนมี้ ีแผนพัฒนาท่ตี อ้ งใช้การบูรณการจากหลายกระทรวง โดยจะต้องมีการประสานงานจากสานักงานฟื้นฟู
แมน่ า้ แห่งชาติ กระทรวงที่ดนิ การคมนาคมและการเดินเรือ เป็นตน้ ซง่ึ โครงการไดส้ ่งผลให้เกิดการสร้างงานใหม่ ๆ
เพิม่ การเตบิ โตทางเศรษฐกจิ และการขยายการริเริม่ การเจรญิ เติบโตของแนวคิดสีเขียว
181
4.3.3.1 แนวคดิ เชงิ ยุทธศาสตรโ์ ดยภาพรวมสา้ หรบั การพัฒนา
โครงการฟ้ืนฟูแม่น้าส่ีสายหลัก เป็นโครงการด้านการปกครองแบบองค์รวม (pan-governmental
project) ซึง่ แสดงถึงความมุ่งมน่ั ในการวางแผนรว่ มกนั ในแตล่ ะกระทรวงทม่ี คี วามเกย่ี วข้องในการทางาน เพื่อฟื้นฟู
แม่นา้ ฮนั , นาคาดง, กึม และยองซาน โดยบทบาทของแต่ละกระทรวงในโครงการมีดังนี้
- กระทรวงท่ดี ิน การคมนาคมและการเดินเรือ เน้นยุทธศาสตร์การฟื้นฟูแม่น้าท้ังสี่สายและแม่น้าในระดับ
ท้องถิ่น
- กระทรวงวฒั นธรรม การกฬี า และการท่องเท่ยี ว เนน้ ยุทธศาสตร์การจดั โครงการ "แมน่ ้าแหง่ วัฒนธรรม"
- กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและคณะกรรมาธิการคมนาคมเกาหลี เน้นยุทธศาสตร์การผลิตพลังงาน
ทดแทนและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
- กระทรวงอาหาร การเกษตร ป่าไม้ และการประมง ขับเคล่ือนแนวคิด "เมืองแห่งทัศนียภาพที่สวยงาม"
โดยมีโครงการที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในเกาหลีคือ "Geum-Su-Gang-Chon" โดยเน้นยุทธศาสตร์การดูแลรักษา
ป่าไม้ ต้นน้าลาธารของแม่นา้ ทัง้ สี่
- กระทรวงการคลังและการรักษาความปลอดภัย เน้นยุทธศาสตร์การฟื้นฟูลาธารย่อยขนาดเล็กท่ีไหลลง
แม่นา้ สสี่ าย
4.3.3.2 กรอบระยะเวลาในการดา้ เนินการเชิงกลยทุ ธ์ใหเ้ กดิ ความส้าเรจ็
โดยรฐั บาลไดด้ าเนินการตามข้นั ตอนต่อไปน้ี
182
1) ในเดือนธนั วาคม พ.ศ. 2551 โครงการน้ีเร่ิมขึ้นจากคณะกรรมการประธานแห่งภูมิภาค การพัฒนาเป็น
ส่วนหน่ึงของ "โครงการ Green New Deal" แผนแม่บทถูกร่างโดยสถาบันเทคโนโลยีการก่อสร้างแห่งประเทศ
เกาหลีและสถาบันวัฒนธรรมและการท่องเท่ียวแห่งประเทศเกาหลี โครงการแรกเปิดตัวในเดือนธันวาคม พ.ศ.
2551 ท่ี Andong และ Naju ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ที่ Chungju และในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552
ในเมอื งปซู าน
2) ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 กระทรวงที่ดิน การคมนาคมและการเดินเรือได้ร่วมกันจัดทาข้อบังคับ
ในการบูรณการการทางานรว่ มกนั เพอ่ื ดูแลฟนื้ ฟู โดยโครงการได้พฒั นาดังน้ี
2.1) ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 ได้มีการดาเนินการในระดับรูปแบบคณะกรรมการโดยจัดตั้ง
สานักงานบูรณะแม่น้าแห่งชาติเทียบเท่าระดับกระทรวงเพ่ือปรับปรุงความสัมพันธ์ และการส่ือสารระหว่าง
กระทรวงทไี่ ดม้ าเขา้ รว่ มโครงการ
2.2) เริ่มดาเนินการกับสมาคมผู้ให้การสนับสนุนรัฐบาลในสานักนายกรัฐมนตรี การดาเนินงาน
พร้อมกับสมาคมรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อจัดทาแผนการพัฒนาแม่น้า Four Rivers โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากชุมชน
ทอ้ งถนิ่
3) ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการชุดย่อยสามชุดใน 4 กระทรวงและ
หน่วยงานภาครฐั ตา่ ง ๆ
4) ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2552 ได้มีการจัดประชุมระดับภูมิภาคกับเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้เช่ียวชาญและ
ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ
5) ในเดอื นมถิ ุนายน พ.ศ. 2552 ไดม้ ีการจัดทาแผนแม่บทสาหรบั โครงการบูรณะแม่น้าสายสาคญั สแ่ี หง่
6) ในเดอื นธันวาคม พ.ศ. 2552 ดาเนินการแลว้ เสร็จ และทาพธิ ีเปิดอยา่ งเปน็ ทางการ
4.3.3.3 ปัจจัยความสา้ เรจ็ เพือ่ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางน้า
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสาเร็จ คือ การดาเนินการจัดตั้งหน่วยงานกลางยุทธศาสตร์โดยได้มีการจัดต้ัง
สานักงานบูรณะแม่น้าแห่งชาติ ซึ่งเทียบเท่ากับระดับกระทรวง เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์และการส่ือสาร
ระหวา่ งกระทรวงต่าง ๆ ทไี่ ดม้ าเข้าร่วมโครงการ เพอื่ วางยทุ ธศาสตรร์ ่วมกนั และมีการพิจารณาถึงการส่ือสาร การ
สร้างความเขา้ ใจ ลดความขดั แยง้ ในเชงิ บริหาร วางยทุ ธศาสตร์ร่วมกันในการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด
และใช้แผนแม่บทในการกาหนดการวางแผนงานในอนาคต และเป็นแผนงานหลักท่ีองค์กรจะดาเนินงาน ซ่ึงเป็น
แผนการหรอื นโยบายหลักท่ีใชเ้ ป็นต้นแบบ สาหรับแผนการยอ่ ยต่าง ๆ ทมี่ ีอยจู่ ะต้องมีความสอดคล้องไปในทิศทาง
183
เดียวกันกับแผนแม่บท นอกจากน้ัน ได้ใช้แผนแม่บทเพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์ โดยในการจัดทาแผนแม่บทได้
กาหนดจุดมุ่งหมายก่อนและกาหนดองค์ประกอบในการจัดทาแผนแม่บทอย่างชัดเจน โดยจะต้องคานึงถึงการ
ออกแบบ (Design) เพ่อื ใหไ้ ด้แผนปฏบิ ัตกิ าร และในแผนปฏิบตั ิการท่ดี จี ะตอ้ งมีข้อบ่งชี้หรือจุดตรวจสอบที่สามารถ
แสดงความก้าวหน้าของแผนงานท่ีได้ดาเนินการไปแล้ว และสามารถนาผลนั้นมาประเมินหรือปรับปรุงแก้ ไขให้
เปน็ ไปตามแผนแมบ่ ทได้ ทัง้ น้ี สามารถสรุปไดด้ ังน้ี (Myung Pil Shim,2007)
- การพฒั นาชมุ ชนทม่ี ุ่งเน้นกิจกรรมจากแมน่ ้า ภายใตโ้ ครงการของการมีส่วนร่วมในระดับภูมิภาคด้วยการ
พฒั นาผา่ นแผนการต่าง ๆ ทใี่ ช้โครงสรา้ งพื้นฐานทว่ี างแผนไว้ในโครงการและทศั นยี ภาพ ตัวอยา่ งคือ “แม่น้าสาคัญ
ของเราซ่ึงไหลไปตามวัฒนธรรม” ของกระทรวงวัฒนธรรม การกีฬา และการท่องเท่ียว และ “การสร้างแผ่นดินที่
สดใสของทวิ ทัศน์ท่ีสวยงาม” ของกระทรวงอาหาร การเกษตร การป่าไม้ และการประมง
- การสร้างพื้นท่ีอเนกประสงค์สาหรับประชาชนในท้องถ่ิน เพ่ือสร้างริมฝ่ังแม่น้าให้เป็นพื้นท่ีสาหรับการ
ปรับปรุงวิถีชีวิตการพักผ่อน การท่องเท่ียวกิจกรรมทางวัฒนธรรม และการเพ่ิมข้ึนของเส้นทางจักรยาน ( 1,728
กิโลเมตร) โดยจะมีการพัฒนาโปรแกรมการเดินทางด้วย เพ่ือเป็นการส่งเสริมและอานวยความสะดวกในการ
เดินทางและกิจกรรมการกีฬา
- คุณภาพน้าและการฟ้ืนฟูระบบนิเวศ ภายในปี พ. ศ. 2555 คุณภาพน้าจะต้องอยู่ในระดับสูง (ความ
ต้องการออกซิเจนทางชีวภาพน้อยกว่า 3ppm) โดยการเพิ่มจานวนเครื่องบาบัดน้าเสีย เพ่ิมเครื่องลดจานวน
สาหร่ายสีเขียว นอกจากน้ียังมีความพยายามท่ีจะฟ้ืนฟูแม่น้านิเวศวิทยาโดยสร้างพ้ืนท่ีชุ่มน้าและย้ายถ่ินฐานพ้ืนท่ี
เพาะปลูกในแมน่ า้ เพื่อฟ้นื ฟรู ะบบนิเวศของแมน่ า้
- สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค เช่น การสร้างพื้นท่ีอเนกประสงค์สาหรับกิจกรรมทาง
วฒั นธรรมและการท่องเทีย่ วทอ่ี ยใู่ กล้แมน่ า้ ทีค่ าดวา่ จะสรา้ งงานและการฟ้ืนฟูเศรษฐกิจในท้องถ่ินโดยรวม โดยคาด
ว่าโครงการจะสร้างงาน 340,000 ตาแหนง่ และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจประมาณ 40,000 ลา้ นวอน
184
นอกจากน้ี โครงการนี้ยังมีเป้าหมายในการทาให้น้ามีคุณภาพท่ีดีข้ึน ภายในปี พ. ศ. 2555 เช่น คุณภาพ
ของนา้ มีระดบั ท่เี พมิ่ ขึ้นร้อยละ 90 (BOD น้อยกว่า 3ppm) โดยได้ใช้งบประมาณในการเพ่ิมการจัดตั้งเคร่ืองบาบัด
น้าเสียและเครื่องลดจานวนสาหร่ายสีเขียว ซ่ึงเม่ือพิจารณาในแง่ของยุทธศาสตร์แล้วจะเห็นได้ว่า มีการคานึงถึง
การปรับตัวต่อการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเพ่ิมข้ึนของระดับน้าทะเล โดยรัฐบาลจะต้องรักษาระดับ
ความเค็มให้เพียงพอ มีการตรวจสอบคุณภาพน้าจากกระทรวงส่ิงแวดล้อมโดยเฉพาะการเพ่ิมจานวนระบบ Tele-
Monitoring System ที่มีอยู่ (TMS) กับท่อระบายน้าท้ิง เคร่ืองบาบัดน้าเสีย ในปี พ.ศ. 2552 และสถานที่
ปฏิบัติการเก่ียวกับการฟื้นฟูระบบนิเวศ จานวน 205 สถานี นอกจากน้ัน โครงการได้ริเร่ิมฟื้นฟูส่ิงแวดล้อมในปี
พ.ศ. 2551 โดยดาเนนิ การในบริบทของโครงการบูรณะแม่น้าใหญท่ ั้งส่ี โดยเป้าหมายของโครงการที่สาคัญท่ีสุด คือ
การฟื้นฟูสัตว์น้าในประเทศและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ คุณภาพน้าและระบบนิเวศ โดยการฟ้ืนฟูระบบนิเวศของน้าจืด
เพื่อพัฒนาเครือข่ายการตรวจสอบระบบนิเวศทางน้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 และยังมีการสารวจติดตามในเบื้องต้น
นอกจากน้ี ยังมีการเก็บข้อมูลเพ่ือนามาเป็นแผนพัฒนานโยบายจากสถานีมากกว่า 540 แห่ง มีการพัฒนาลาธาร
แห่งชาติมากกว่า 929 กิโลเมตร ซ่ึงการบูรณะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการบูรณะแม่น้าหลัก 4 แห่ง โดยมีการ
วางแผนโครงการติดตามผล ภายในปี พ.ศ. 2553 ในพื้นท่ีกว่า 10,000 กิโลเมตร และในพ้ืนท่ีชุ่มน้าริมทะเล
มากกว่า 35 แห่ง (Yoon, S. J., 2010)