The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

รายงานฉบับสมบูรณ์ แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย พ.ศ. 2560-2564

Keywords: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

335

6. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา/ทุกภาคสว่ นที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวเรือส้าราญให้
สามารถพฒั นาได้อยา่ งมีประสิทธิภาพและเปน็ รูปธรรม ควรเปน็ อย่างไร

ความรู้และความเข้าใจในธุรกิจของทุกภาคส่วนมีความสาคัญอย่างย่ิงยวดเป็นพื้นฐานในการพัฒนาและ
ขับเคลื่อนการพัฒนา การปรับพ้ืนฐานความรู้และความเข้าใจให้กับทุกภาคส่วนให้มองเห็นการแก้ไขปัญหาให้
เป็นไปในทศิ ทางเดียวกัน

7. ท่านต้องการให้ภาครัฐเข้ามาส่งเสริม/สนับสนุนการท่องเที่ยวเรือส้าราญในประเด็นใดมากที่สุด และ
ต้องการให้ภาครัฐเขา้ มาสง่ เสรมิ /สนับสนุนการทอ่ งเทยี่ วเรอื ส้าราญอย่างไร

ลงทุนในโครงสร้างพ้ืนฐานขนาดใหญ่ แล้วให้เอกชนเข้าบริหารและนารายได้ส่งคืนรัฐ, จัดเก็บ
ค่าธรรมเนยี มอยา่ งโปร่งใสเปน็ ธรรม, แก้ไขปรับปรงุ กฎระเบยี บใหส้ อดคล้องกบั ลกั ษณะเฉพาะของธรุ กิจ

8. โปรดยกตัวอย่างประเทศท่ีมีการจัดการ/การพัฒนาการท่องเที่ยวเรือส้าราญท่ีดี ซ่ึงจะสามารถน้าบทเรียน
ความส้าเรจ็ ดงั กล่าวมาปรับใชก้ บั ประเทศไทยได้

สหรัฐอเมริกา, สงิ คโปร,์ ฮอ่ งกง

9. โปรดยกตัวอย่างพืนที่ที่มีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวเรือ
ส้าราญของประเทศไทย

ภูเก็ต, พังงา, กระบี,่ ตรงั , สตลู , ระนอง

336

6.16 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก นายแมทธวิ พลวัต ณ นคร ผบู้ ริหารบรษิ ัท Port Takola Yacht Marina
and Boatyard Krabi

1. สถานการณ์การท่องเที่ยวเรอื ส้าราญของไทยในปจั จบุ ันเป็นอยา่ งไร

ในปัจจุบันมีการเจริญเติบโตขึ้นเร่ือย ๆ เน่ืองจากทะเลอันดามันมีความสวยงาม เหตุผลที่ทาให้เกิดการ
เจริญเตบิ โต เน่ืองจาก

1. ชาวตา่ งชาติเรม่ิ ให้ความสนใจในการเข้ามาเทยี่ วทะเลอันดามันมากขึ้น เพราะเมื่อก่อนชาวต่างชาติมอง
ว่าประเทศไทยยังไม่มีแรงงานฝีมือมากพอ แต่ในปัจจุบันชาวต่างชาติเห็นแล้วว่าเรามีแรงงานฝีมือมากพอท่ีจะ
ให้บรกิ ารในส่วนตรงน้ไี ด้

2. การเจริญเติบโตของ high net worth individual ภมู ภิ าค South East Asia ซ่งึ เม่ือคนกลุ่มน้ีโตข้ึน ก็
จะมีการใช้จา่ ยเพิ่มมากขนึ้ ซ่ึงเราสามารถคาดหวังได้ว่าคนกลุ่มนี้ก็อาจจะมีการใช้จ่ายในเรื่องเรือ Yacht พอมีการ
ซือ้ คนกล่มุ น้ีกจ็ ะนาเรอื มาทอ่ งเทยี่ วและใชบ้ รกิ ารในประเทศไทยมากข้นึ

2. จดุ แขง็ จดุ อ่อน โอกาส และอุปสรรคของการท่องเท่ียวเรอื ส้าราญของไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไร

จุดแขง็

1. เรามีศกั ยภาพทางทะเลทีส่ วยงาม

2. เรามีแรงงานฝีมอื

3. การคมนาคมสะดวก เรามี International airport ซึง่ มไี ฟล์ทการบินระหว่างประเทศมากข้นึ เรอื่ ย ๆ

จดุ อ่อน

อตุ สาหกรรมเรือ Yacht แบง่ เปน็ หลาย segment ซง่ึ เราจะแบง่ segment หลัก ๆ คอื

- ทา่ จอดเรอื

- กลุ่มการท่องเที่ยว คือ กลุ่มคนท่ีนาเรอื เขา้ มาท่องเท่ยี ว

- อุตสาหกรรมการซอ่ มเรือ

337

- อตุ สาหกรรมการต่อเรอื

- อุตสาหกรรมการให้เช่าเรือ

ซง่ึ ถ้าเราจะพูดถงึ โอกาส จุดแข็ง จุดอ่อน เราต้องพดู ทลี ะ segment

1. ในปัจจุบัน กฎหมายเป็นปัญหาใหญ่มาก คนภายนอกที่ไม่ได้สัมผัส ก็จะไม่รู้ว่าช่ือเสียงในเรื่องเรือ
Yacht ของไทยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหตุผลคือคนต่างชาติไม่รู้กฎระเบียบของคนไทย ตัวอย่างเช่น เรือต่างชาติที่แล่น
เข้ามาในประเทศไทย อาจจะอยากใช้เวลาอยู่ในประเทศค่อนข้างนาน อาจจะด้วยหลายปัจจัย เช่น เพ่ือการ
ท่องเทยี่ ว หรือเรือเกิดความเสียหายทาให้ต้องได้รับการซ่อมบารุง ซึ่งปัญหาของไทยก็คือ กรมศุลกากร อนุญาตให้
เรือต่างชาติอยใู่ นไทยได้ 6 เดอื น ต่อได้อกี 6 เดอื น สามารถขออนญุ าตซอ่ มบารุงรักษาได้ 6 เดือน รวมกันเป็นหน่ึง
ปคี รงึ่ แตใ่ นข้อกฎหมายเขยี นวา่ การอนญุ าตข้ึนอยกู่ ับดลุ ยพนิ จิ ของเจ้าหน้าท่ี แตใ่ นบางพื้นที่เช่น พัทยา กระบ่ี เรือ
บางลาเข้ามาคิดว่าจะอยู่ได้ 6 เดือน แต่กลับอยู่ได้ 1 เดือน ซ่ึงทาให้เกิดความเสียหายต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการ
นาเรอื ออก ซงึ่ เมอื่ เกิดปัญหาน้ี ทาใหช้ าวต่างชาตไิ มน่ าเรือเข้ามาเลย ซ่ึงจุดอ่อนก็คือส่วนนี้ เพราะอุตสาหกรรมเรือ
Yacht ยังใหม่อยู่ ทาให้กฎหมายไม่ได้รับการปรุงทาให้เกิดปัญหาตามมามากมาย แต่ในบางประเทศ เช่น
อนิ โดนีเซีย ในอดตี ก็มีปัญหาเช่นเดียวกับเรา แต่ในปัจจุบัน มีการแก้กฎหมาย โดยสามารถอยู่ได้ 2 ปี แต่ในหลาย
ๆ ประเทศสามารถอยู่ไดไ้ ม่จากดั เวลา ซ่งึ ในสว่ นนี้เราควรดปู ระเทศเพือ่ นบา้ น

2. เรื่อง superyacht charter license กระทรวงคมนาคมได้อนุญาตให้ superyacht เข้ามาทาการค้า
ในนา่ นนา้ เป็นการช่ัวคราวได้ แตห่ น่วยงานท่เี กี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร กรมศุลกากร ยังถกเถียงกันว่าสามารถ
ทาได้หรือไม่ ซึง่ ทาให้เราขาดรายได้ในส่วนตรงนี้ เราต้องถามว่า พอเรือไม่เข้ามา เกิดอะไรขึ้น เศรษฐกิจ 4.0 ที่เรา
อยากให้เกิดก็ไม่เกดิ ข้นึ

3. ธุรกิจให้เช่าเรือ ในปัจจุบันมีธุรกิจหน่ึงท่ีเรียกว่า การเช่าเรือเปล่า คือการเช่าเรือที่ไม่มีกัปตัน ไม่มี
ลูกเรือ คล้ายๆการเช่ารถ โดยเรามีการแก้กฎหมาย เมื่อ พ.ศ. 2545 เพ่ือสนับสนุนให้ธุรกิจนี้เกิดข้ึน โดยการเช่า
เรือใบ ขนาดไม่เกิน 16 เมตร สามารถให้เช่าได้โดยไม่มีลูกเรือ แต่ปัญหาคือ เรือใบไม่อยู่ในประเภทเรือที่ให้
ประกอบธรุ กจิ ได้ คอื ไม่อย่ใู นกฎหมายพาณิชย์นาวี ซึง่ เม่ือกรมเจ้าท่าจดทะเบียนเพื่อให้เช่า จะเปลี่ยนเป็นจัดอยู่ใน
ประเภทเรือขนส่งผู้โดยสารแทน ท่ีสามารถประกอบธุรกิจได้ โดยเรือขนส่งผู้โดยสาร ต้องประกอบด้วย กัปตัน
ช่างกลเรือ โดยต่างชาติเข้ามา เขามีใบอนุญาตขับเรือสากล ซ่ึงประเทศไทยรองรับเร่ืองใบอนุญาตขับเรือสากลแต่
ยังไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ แต่เมื่อต่างชาวชาติเช่าเรือแล้วนามาขับท่องเที่ยวกลับมีการจับกุม เพราะว่าเช่าเรือผิด
ประเภท เพราะไมม่ ีกปั ตนั และช่างกลเรือ ซ่ึงมนั ขัดแยง้ กับกฎหมายโดยสนิ้ เชงิ

338

โอกาสของ Yacht Tourism เรือส่วนใหญ่ท่ีเข้ามาล้วนต่อจากต่างประเทศทั้งนั้น แต่เรามีทักษะในการ
บารุงรักษา ซึ่งเราสามารถต่อเรือเองได้ แต่เรายัง Design ไม่ได้ แต่เรายังมีโอกาสทาให้เราเป็นศูนย์กลางของการ
ตอ่ เรอื เพือ่ ขายในภาคพนื้ เอเชยี ได้ ซึ่งเมื่อมีเรือ Yacht เข้ามา ทาให้เราเกิดธุรกิจข้ึนมากมาย เราอย่าลืมว่าเจ้าของ
เรือส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ ซึ่งเมื่อพวกเขาเข้ามาต้องมีการใช้จ่ายเงินภายในประเทศ ทาให้เป็นการนาเงินเข้าสู่
ประเทศ ซ่ึงเราสามารถเพิ่มศักยภาพในส่วนตรงนี้ได้ เพราะเรามีทะเลท้ังสองด้านของประเทศ น่ียังไม่รวม
Internal Market ของคนประเทศ ซึง่ ในปัจจบุ ัน เริม่ มผี ู้ประกอบการภายในประเทศมากขึ้น เช่น นาเรือมือสองมา
ขาย เป็นนายหน้าซ้ือขายเรอื ซง่ึ ในอนาคตก็จะมกี ารขยายตวั เพมิ่ มากขน้ึ

อุปสรรคในสว่ นของท่าเรอื ท่าเรือรัฐบาลสนับสนุนในส่วนตรงนน้ี อ้ ยมาก เน่ืองจากผลกาไรนอ้ ย

3. หากตอ้ งการส่งเสริมการท่องเทย่ี วทางนา้ โดยบรรจปุ ระเดน็ เกี่ยวกบั Yacht ลงไปในแผนแม่บท อยากให้รัฐ
เข้ามาส่งเสรมิ เข้ามาสนับสนุนในสว่ นใด

อยากให้รัฐเข้ามาปลดล็อคเร่ืองกฎหมาย เพราะ ภาคเอกชนสามารถทาให้ธุรกิจด้านเติบโตได้เอง แต่ใน
ปัจจุบันติดแค่ปัญหาเร่ืองกฎหมาย ถามว่า เรือสาราญ คืออะไร เราแบ่งจากอะไร ซึ่งในปัจจุบันเราแบ่งตาม
กฎหมาย จึงอยากให้กฎหมายแบ่งส่วนนี้ให้ชัดเจน ให้คานิยมที่ชัดเจน เพราะในปัจจุบัน คาว่าเรือสาราญมัน
ครอบคลุมไปถึง Yacht Cruise และอีกหลายประเภท ท้ังที่เรือมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเราควรไปดู
ตวั อยา่ งกฎหมายของต่างประเทศว่าแบง่ อยา่ งไร แล้วนามาปรบั ใช้

4. โปรดยกตัวอย่างประเทศที่มีการจัดการ/การพัฒนาการท่องเที่ยวเรือส้าราญท่ีดี ซึ่งจะสามารถน้าบทเรียน
ความส้าเร็จดงั กล่าวมาปรบั ใช้กับประเทศไทยได้

นิวซีแลนด์ เนอ่ื งจากนวิ ซีแลนด์ มีการออกกฎหมายทช่ี ดั เจน โดยนวิ ซแี ลนดอ์ นญุ าตให้เรือต่างชาติอยู่ได้ 2
ปี ซ่ึงระยะเวลา 2 ปี น้ันเพียงพอที่จะทาอะไรหลาย ๆ อย่าง อาจจะมีการให้เจ้าของเรือมารายงานตัวเป็น ระยะ
เพราะเรอื Yacht ท่เี ขา้ มาทอ่ งเทีย่ ว สามารถเข้ามาได้ทกุ ทาง ดังน้ันจงึ ตอ้ งมีการตรวจสอบเป็นระยะ

5. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีที่มีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวเรือ
ส้าราญของประเทศไทย

ริมชายฝั่งของทุกท่ี แต่เราต้องหาว่ามีศักยภาพในด้านใด แล้วจึงพัฒนาในจุดนั้น ตัวอย่างเช่น พัทยา
เกาะสมยุ หวั หิน สรุ าษฎรธ์ านี กระบ่ี ภูเก็ต และพงั งา

339

6. ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติมส้าหรบั ประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564 เพอื่ สง่ เสรมิ การท่องเที่ยวเรอื ส้าราญ

อยากให้เน้นเรื่องกฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง เพราะทุกอย่างอาจจะผ่าน แต่ถ้าติดเร่ืองกฎหมายเราก็ไม่สามารถ
พฒั นาต่อได้

340

6.17 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลึก คณุ รงุ่ ทิวา ท้วมไฉยา เจา้ ของบริษัท Titanic Yachting

1. สถานการณก์ ารท่องเทีย่ วเรอื สา้ ราญของไทยในปจั จุบนั เป็นอย่างไร

สถานการณก์ ารท่องเท่ียวทางน้า กาลังขยาย ตัวมากข้ึน ดูได้จากจานวนเรือที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ เดือน และ
กลมุ่ ลกู คา้ ทั้งนี้ เกาหลี รัสเซีย ฝรั่ง ท่ีสนใจทอ่ งเทยี วทางนา้ มากขึ้น

2. จุดแขง็ จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของการท่องเทยี่ วเรอื สา้ ราญ ของไทยในปจั จบุ ันเป็นอย่างไร

จุดแข็งของการทอ่ งเที่ยวเรือส้าราญ คือ สภาพทะเลภาคตะวันออก คล่ืนลมไม่แรงสามารถมาท่องเท่ียว
ไดต้ ลอดทงั้ ปี จุดอ่อน คือ ทา่ จอดเรอื ไม่เพียงพอกบั จานวนเรอื

3. การพัฒนาการทอ่ งเที่ยวเรอื ส้าราญควรเป็นไปในทิศทางใด และมจี ุดเนน้ ในเรือ่ งใด

การพัฒนาการท่องเทียว เรือสาราญควรจัดระเบียบ เร่ืองราคา ที่ไม่ขายตัดราคา กัน และ ควรได้รับการ
สง่ เสรมิ จากการท่องเทียว

4. หลักการส้าคัญของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 เพ่ือส่งเสริมการ
ท่องเทย่ี วเรือส้าราญ ตามความคดิ เห็นของทา่ น

หลกั การแผนแมบ่ ททส่ี าคญั คอื ท่าจอดเรือ ท่าเทียบเรือ และลาดจอดรถ จะเห็นได้ว่า ลาดจอรถท่ีแหลม
มาลีฮาย ไม่เพียงพอในระหว่างที่ มีนักท่องเท่ียวมากข้ึน ทางเกาะล้าน เรือรับส่ง รถสองแถวบริการท่าจอดเรือโอ
เชียร์ เรอื เพิม่ มากข้ึนเพอื่ รองรับนกั ท่องเทย่ี ว แตไ่ มม่ สี ลปิ ให้จอด

5. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าทา่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้า (โดยเฉพาะ
การท่องเที่ยวเรือส้าราญ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หาก
กลไกของส่วนราชการทม่ี อี ยู่ยงั ไม่สามารถจัดการการทอ่ งเทีย่ วทางนา้ ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ประสิทธิผล และ
เกดิ การบรู ณาการ ท่านเหน็ ว่าควรด้าเนนิ แก้ไข ปรบั ปรุง พัฒนาย่างไร

ในส่วนราชการ คิดว่าเจ้าหน้าที่น้อยไป ทุกภาคส่วน การส่งเสริม ทางด้านกีฬา ทางน้าน้อยมาก เวลาจัด
งาน สถานท่ี ถนน ไมส่ ามารถรองรับนกั ท่องเท่ียวทเี่ ข้าชมได้ เชน่ การแข่งเจส็ กี แข่งเรอื ใบ

341

6. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา/
ทกุ ภาคสว่ นท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวเรือส้าราญให้สามารถพัฒนา
ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพและเปน็ รูปธรรม ควรเปน็ อยา่ งไร

ในส่วนราชการ คิดว่าเจ้าหน้าท่ีน้อยไป ทุกภาคส่วน การส่งเสริม ทางด้านกีฬา ทางน้าน้อยมาก เวลาจัด
งาน สถานท่ี ถนน ไมส่ ามารถรองรบั นกั ท่องเท่ยี วทเ่ี ขา้ ชมได้ เช่น การแข่งเจ็สกี แข่งเรอื ใบ

7. ท่านต้องการให้ภาครัฐเข้ามาส่งเสริม/สนับสนุนการท่องเท่ียวเรือส้าราญในประเด็นใดมากที่สุด และ
ตอ้ งการใหภ้ าครฐั เข้ามาส่งเสริม/สนบั สนนุ การท่องเทีย่ วเรอื ส้าราญอย่างไร

ใหภ้ าครฐั สง่ เสรมิ ทา่ เรือ ลาดจอดรถบัส รถตู้ สง่ เสริมหมู่เกาะ ตา่ งมีท่าจอดเรอื และ ค่าบริการลงเกาะ
ราคาอาหาร เครื่องดื่ม ให้เป็นมาตรฐาน ควบคุมราคาเจสกี เรือรากกล้วย ราคาดาน้าใช้ถังออกซิเจน มีชายหาด
ตามหมูเ่ กาะเพียงพอ ความสะอาดบนเกาะ

8. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนที่ท่ีคาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวเรือ
ส้าราญของประเทศไทย

ชลบุรี ทา่ เรือไปเกาะศรีชัง ควรมที ่าจอดเรอื สาราญ นายอาเภอ บางเสร่ ควรมีท่าจอดเรือสาราญเพ่ิมอีก 1
ท่ี หรือท่าเทียบเรือรับส่งทัวร์ ระยอง จันทบุรี ผู้ประกอบการเรือสาราญจะสามารถขยาย เรือ ไปจอดตามท่าเรือ
และขยายการท่องเทยี่ วทางนา้ ตามเกาะตา่ ง ๆ มากขน้ึ ตามจงั หวัดตา่ ง ๆ ในภาคตะวนั ออก

9. ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะเพิม่ เติมสา้ หรับประกอบการจดั ท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564 เพ่อื ส่งเสรมิ การทอ่ งเท่ยี วเรอื สา้ ราญ

ปัจจุบันจะเห็นว่า ภาคตะวันออก นักท่องเที่ยวเรือสาราญจะแออัดมาก ในพัทยาซึ่ง ในภาคตะวันออก มี
หมเู่ กาะเป็นร้อย แตผ่ ู้ประกอบการทางทะเล จากดั เรือ่ งท่าจอดเรอื ท่าเทียบเรอื ถนนทรี่ องรับรถทัวร์

342

6.18 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก คณุ นันทน์ ภัส อุตปา Personal assistant to DMD, Phuket Yacht
Haven Marina

1. สถานการณก์ ารท่องเทยี่ วเรอื สา้ ราญของไทยในปัจจบุ นั เป็นอย่างไร

ปัจจุบัน สถานการณ์มีแนวโน้มท่ีดีข้ึนอย่างต่อเนื่อง ภาครัฐให้ความสนใจในระดับหน่ึงแต่ยังขาดความ
ชัดเจนในเรื่องของแผนและความช่วยเหลือของภาครัฐในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานที่จาเป็น โดยเฉพาะ
โครงสร้างพื้นฐาน เช่นท่าเรือ ที่เช่ือมโยงกับภาคการท่องเที่ยวในระดับชุมชน เนื่องจากบริบทของชุมชนจะสร้าง
แรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใหม่เข้ามามากข้ึน รวมถึงการพักแรม นอกจากน้ัน การสร้างท่าเรือ แบบ
Homeport มคี วามสาคญั ตอ่ การพฒั นาการทอ่ งเที่ยวทางน้าอยา่ งมาก แตย่ ังไมเ่ ห็นแรงผลกั ดนั จากภาครฐั

2. จดุ แข็ง จดุ อ่อน โอกาส และอปุ สรรคของการท่องเที่ยวเรอื สา้ ราญ ของไทยในปัจจุบนั เปน็ อยา่ งไร

จุดแข็ง เร่ิมมีการขับเคลื่อนกลไกของรัฐบ้างแต่ ในด้านศักยภาพยังสามารถแข่งขันระหว่างประเทศได้แต่
ตอ้ งมีการพัฒนาทา่ เรือ สรา้ งจุดเชอ่ื มโยง

จดุ อ่อน โครงสร้างพื้นฐานอาจไม่รองรับด้านอุปสงค์ทเี่ พิ่มขน้ึ อย่างต่อเนอื่ ง และดา้ นความปลอดภัยท่ียังไม่
เป็นมาตรฐานสากล

โอกาส มีการขยายตวั ในธุรกจิ อย่างตอ่ เน่อื ง และเศรษฐกิจในประเทศพัฒนาเริม่ มกี ารปรบั ตวั ท่ดี ีข้ึน

อุปสรรค ความปลอดภัย ภาครัฐขาดงบประมาณ ใช้ระยะเวลาในกระบวนการและข้ันตอนในการสร้าง
และการบูรณาการด้านการจดั การดา้ นอปุ ทาน

3. การพฒั นาการท่องเทย่ี วเรอื ส้าราญควรเป็นไปในทิศทางใด และมจี ดุ เน้นในเรอื่ งใด

ควรเน้นการทาการตลาดโดยเฉพาะตลาด เรือ Yacht เพราะประเทศไทยยังมีศักยภาพ และที่สาคัญควร
เน้นการบรู ณาการให้มากขึ้น หาเจ้าภาพ เพิม่ การมีส่วนร่วม ปฏิรปู กฎหมายใหม้ ีความชดั เจน

343

4. หลักการส้าคัญของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 เพ่ือส่งเสริมการ
ทอ่ งเทยี่ วเรอื ส้าราญ ตามความคดิ เหน็ ของทา่ น

แผนแม่บทจะต้องสะท้อนถึงการปฏิรูปกฎหมายและสร้างกติกาที่สะท้อนถึงความเข้าใจจากทุกภาคส่วน
เชื่อมโยงยทุ ธศาสตร์ โครงการและแผนท่ีชัดเจนและสามารถนามาปฏิบัติได้จริง มีตัวชี้วัดในการกาหนดนโยบายใน
ระยะกลางและระยะยาว

5. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจา้ ท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้า (โดยเฉพาะ
การท่องเที่ยวเรือส้าราญ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หาก
กลไกของสว่ นราชการท่มี อี ยูย่ งั ไมส่ ามารถจัดการการทอ่ งเทย่ี วทางนา้ ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และ
เกิดการบูรณาการ ทา่ นเห็นวา่ ควรดา้ เนินแกไ้ ข ปรบั ปรุง พัฒนายา่ งไร

กลไกยงั ไมด่ เี น้นปฏริ ูปภาพรวมทง้ั หมด เน่อื งจาก ต่างคนต่างทา ไม่มองถึงการพัฒนาร่วมกัน แต่เป็นเรื่อง
ท่ียากมาก

6. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา/
ทกุ ภาคสว่ นท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเที่ยวเรือส้าราญให้สามารถพัฒนา
ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและเป็นรปู ธรรม ควรเปน็ อย่างไร

ในภาคประชาสังคมมีแนวโน้มที่ให้ความสนใจ แต่เป็นกังวล การมีส่วนร่วมอาจนามาซ่ึงการชะลอการ
พัฒนา ดังน้ัน ภาครัฐควรสร้างความเข้าใจและสื่อสารในการสร้างกระบวนการท่ีเป็นประโยชน์ต่อชุมชน
ภาคเอกชนมีแรงขับเคลอ่ื นท่ดี ี แตใ่ นด้านการลงทนุ อาจต้องใชแ้ นวรว่ มระหวา่ งภาคเอกชนจากตา่ งประเทศ

7. โปรดยกตัวอย่างประเทศที่มีการจัดการ/การพัฒนาการท่องเท่ียวเรือส้าราญที่ดี ซึ่งจะสามารถน้าบทเรียน
ความสา้ เร็จดังกลา่ วมาปรบั ใช้กบั ประเทศไทยได้

จุดเช่ือมระหว่าง Finland และ Estonia เน่ืองจากมีการจัดการบริหารที่ดี ภาคบริการมีความเช่ียวชาญ
สรา้ งจดุ เชื่อมจากท่าเรอื ส่พู นื้ ท่ตี ่างๆ

344

8. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีท่ีคาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวเรือ
สา้ ราญของประเทศไทย

พัทยา ภูเก็ต และกระบี่ เน่ืองจากมีแหล่งน้าและกิจกรรมท่องเที่ยวทางน้า สามารถนามาเชื่อมกับธุรกิจ
เรือสาราญ แต่ ตอ้ งพฒั นาท่าเรืออีกมาก ดังนั้น อาจเน้นเรือขนาดเล็กก่อน

9. ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะเพิม่ เตมิ ส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564 เพอ่ื สง่ เสริมการทอ่ งเทย่ี วเรือส้าราญ

ควรคานึงถึงด้านกลไกของภาครัฐ ความปลอดภยั การสื่อสารระหว่างภาครัฐและประชาสังคม และชุมชน
นอกจากนั้น ศึกษาศกั ยภาพเชิงลึกก่อนทา ควรสรา้ งกลไกการลงทนุ จากตา่ งประเทศเป็นหลกั

345

6.19 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลึก นายนิธศิ บญั ชากร ผู้จัดการทว่ั ไป และนายคณาวฒุ ิ บัญชากร ผ้จู ดั การ
คณายอรช์ ชาร์เตอร์
1. สถานการณก์ ารทอ่ งเทย่ี วเรอื ส้าราญของไทยในปจั จบุ ันเปน็ อย่างไร

ปัจจุบันการท่องเที่ยวทางน้าเป็นนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวต่างชาติ ซ่ึงปัจจุบันมีเรือ และ
ประเภทของการบริการที่รองรับแทบทุกความต้องการ แต่ยังขาดท่าเรือโดยเฉพาะมิติทะเล ยังไม่มีประสิทธิภาพ
ดังนนั้ การลงทนุ โครงสรา้ งพืน้ ฐานมคี วามสาคัญ

2.จดุ แขง็ จดุ อ่อน โอกาส และ อปุ สรรคของการท่องเทยี่ วเรือสา้ ราญของไทยในปจั จุบนั เปน็ อยา่ งไร

อ้างอิงถึงแม่นา้ ลาคลองเปน็ หลัก

S แม่น้าเจา้ พระยาเป็นแม่น้าสายหลกั ทม่ี คี วามสวยงามอย่างมาก ถือเป็นทรพั ยากรทด่ี อี ย่างหน่ึง

W สถานท่ที ่องเทย่ี ว/สถานทนี่ ่าสนใจมไี ม่มากพอทาใหม้ ีเพยี งแค่บางแห่งเท่าน้ันทเ่ี ปน็ สถานที่ท่องเทยี่ ว

O เน่ืองจากพ้ืนทร่ี มิ แม่น้ายังไมถ่ กู พัฒนากลายเป็นศูนย์การค้าท้ังหมด จึงสามารถทาให้มีส่วนท่ียัง พัฒนา
ต่อได้อีกมาก ในหลายๆรูปแบบ

T กฎหมายในประเทศไทยยังคงคลุมเครือ และเขม้ งวดมากเกนิ ไป

3. การพฒั นาการทอ่ งเที่ยวเรอื ส้าราญควรเป็นไปในทิศทางใดและมจี ดุ เนน้ ในเร่ืองใด

กลไกราชการเป็นสง่ิ สาคัญในการพัฒนาท่องเท่ียวทางน้า เน่ืองจากกลไกระบบราชการไม่เอ้ือต่อการสร้าง
แหล่งท่องเทีย่ วทางนา้ และกิจกรรท่องเท่ียวทางนา้ ดังนั้น ต้องหาเจา้ ภาพในการดาเนินนโยบายให้เกิดเป็นรูปธรรม
สิ่งท่ีควรเน้น คือ ควรดาเนินนโยบายภายใต้การแข่งขันในระดับเอเชียให้จริงจัง โดยเฉพาะ ในประเด็นเรื่องความ
ปลอดภยั และการใหบ้ ริการอยา่ งมคี ุณภาพภายใตก้ ลไกของภาครฐั

346

4. หลกั การส้าคญั ของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 เพื่อส่ง เสริมการ
ท่องเทีย่ วเรือส้าราญ ตามความคิดเห็นของท่าน

เน้นภาคประชาสังคมและการมีส่วนร่วมกับภาคเอกชนให้มากขึ้น ควรกระตุ้น การลงทุนจากต่างประเทศ
เชน่ การสมั ปทาน นอกจากน้ัน ต้องศกึ ษาวเิ คราะห์เชิงลกึ ก่อนทจ่ี ะลงทนุ อะไรกต็ าม

5. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่ง ประเทศ
ไทย กรมเจ้าทา่ กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเที่ยว ทางน้า (โดยเฉพาะ
การทอ่ งเที่ยวเรือส้าราญ) ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและเกิดการบูรณา การมาก น้อยเพียงใด หาก
กลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ยังไม่สามารถ จัดการการท่องเท่ียวทางน้าได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
และเกดิ การบรู ณาการ ท่านเห็นวา่ ควร ด้าเนินแกไ้ ข ปรับปรงุ พฒั นาอยา่ งไร

ยงั นอ้ ยอยู่ในมิติของการท่องเท่ียวทางทะเล แต่มิติในเร่ืองของแม่น้า โดยเฉพาะแม่น้าเจ้าพระยา กรมเจ้า
ท่าทางานไดด้ ี แต่ยงั มองวา่ ยังขาดบุคลากรที่มีความเชยี่ วชาญและสนบั สนุนในการยกระดบั การทางานรว่ มกัน

6. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคมภาคการ ศึกษา/
ทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวเรือส้าราญให้สามารถพัฒนา
ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและเป็นรปู ธรรม ควรเป็นอยา่ งไร

ไดใ้ นระดับหนึง่ โดยเฉพาะการผลักดนั จาภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ในส่วนของภาครัฐมีแผนแต่ไม่
จริงจังในการทางานให้เกิดการมีส่วนร่วมเท่าที่ควร ดังนั้น ภาครัฐจะต้องมีแผนท่ีชัดเจนและมีเป้าหมายท่ีชัดเจน
เชน่ กนั จึงจะสามารถกอ่ ให้เกดิ มีส่วนรว่ มมากขึ้น

7. ทา่ นตอ้ งการให้ภาครฐั เข้ามาสง่ เสรมิ /สนับสนนุ การทอ่ งเทีย่ วเรอื สา้ ราญในประเด็นใดมากทส่ี ดุ

และตอ้ งการใหภ้ าครัฐเขา้ มาสง่ เสริม/สนับสนนุ การท่องเที่ยวเรือสา้ ราญอยา่ งไร

การส่งเสริมการท่องเท่ียว / สถานท่ีท่องเที่ยวหลากหลายขึ้น ผ่านการพัฒนาท่องเท่ียวทางน้าแต่ต้อง มี
แผนท่ีชดั เจน เพ่มิ การลงทุน

347

8. โปรดยกตัวอย่างประเทศที่มีการจัดการ/การพัฒนาการท่องเท่ียวเรือส้าราญที่ดีซ่ึงจะสามารถน้าบทเรียน
ความสา้ เร็จดงั กล่าวมาปรบั ใชก้ ับประเทศไทยได้

Italy/ Australia/ Turkey มีทา่ เรอื ที่มปี ระสิทธภิ าพ การบริการทม่ี คี ุณภาพ และกลไกราชการเอื้อต่อการ
พัฒนาทอ่ งเทยี่ วทางน้า

9.โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีท่ีมีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียว เรือ
สา้ ราญของประเทศไทย

การท่องเท่ียวเชงิ วฒั นธรรม อยธุ ยา/ กรุงเทพ

การทอ่ งเท่ยี วเชงิ นเิ วศ ภเู กต็ /พทั ยา

348
6.20 ผลการสัมภาษณเ์ ชิงลึก ดร.แสนศักดิ์ ศิรพิ าณิช ผชู้ ว่ ยอธกิ ารบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

1. สถานการณก์ ารท่องเทยี่ วเรอื ส้าราญของไทยในปัจจุบนั เปน็ อยา่ งไร
สถานการณ์โลกปัจจุบันก็มีแนวโน้มท่ีขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ประเทศไทยถ้าเน้นเรือท่ีมีขนาดเล็กจะ

ช่วยในการสร้างรายได้มากข้ึน ดังนั้น ความสาเร็จต้องดูจากนโยบาย การกระจายรายได้ ว่า การท่องเที่ยวเรือ
สาราญของไทยเหมาะสาหรับการลงทุนหรือไม่ แต่ปัจจุบันภาครัฐยังไม่เห็นความตุ้มค่าของการลงทุนโครงสร้าง
พื้นฐาน ทาใหส้ ถานการณ์การทอ่ งเทย่ี วเรือสาราญของไทยไม่ค่อยเตบิ โตเทา่ ที่ควร
2. จุดแขง็ จุดอ่อน โอกาส และอปุ สรรคของการท่องเท่ียวเรือส้าราญของไทยในปัจจุบนั เปน็ อย่างไร

จุดแข็งของการท่องเท่ยี วเรอื สาราญ มีทรพั ยากรท่ีสวยงาม มีตลาดที่สามารถขยายตัวได้
จุดอ่อนของการท่องเที่ยวเรือสาราญ การบริหารจัดการ กฎหมายไม่เอ้ือ ขาดโครงสร้างพ้ืนฐานอย่าง
จริงจงั การแขง่ ขันอยูใ่ นระดบั ทีต่ ่า
อปุ สรรคของการท่องเท่ียวเรอื สาราญ รฐั ไม่จริงจงั ในการขบั เคลือ่ น
3. การพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วเรอื ส้าราญควรเปน็ ไปในทิศทางใด และมจี ุดเนน้ ในเรื่องใด
ควรเน้นการเติบโตของชมุ ชนเป็นหลัก เนน้ การขยายตลาดและการแข่งขนั ในระดบั สากล

349

4. หลักการส้าคัญของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย พ.ศ. 2560-2564 เพื่อส่งเสริมการ
ทอ่ งเที่ยวเรือส้าราญ ตามความคิดเหน็ ของท่าน

หลักการสาคัญของแผนแม่บท คือ ตอ้ งสามารถนามาใช้ไดจ้ ริงโดยผ่านโครงการต่าง ๆที่สอดคล้องกับแผน
แมบ่ ท ยทุ ธศาสตรช์ าตแิ ละแผนชาติ และท่สี าคัญสามารถนามาสรา้ งการกระจายรายได้ในชุมชน

5. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการที่มีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจา้ ทา่ กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้า (โดยเฉพาะ
การท่องเท่ียวเรือส้าราญ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หาก
กลไกของส่วนราชการท่มี อี ยยู่ ังไม่สามารถจัดการการทอ่ งเท่ยี วทางนา้ ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ ประสิทธิผล และ
เกิดการบูรณาการ ท่านเหน็ วา่ ควรดา้ เนินแกไ้ ข ปรับปรงุ พฒั นายา่ งไร

ยังไม่เห็นซึ่งเป็นเร่ืองยากมาก แต่ปัจจุบันได้มีการเน้นในเรื่องของการใช้มาตรา 44 ในการจัดทรัพยากร
ชายฝั่ง ซึ่งน่าจะมาช่วยในการพัฒนาท่องเที่ยวทางน้าได้ แต่ถ้าเป็นในสภาพการเมืองปกติอาจมีปัญหาได้ในระยะ
สัน้ และระยะยาว เนื่องจาก ผลประโยชนท์ ตี่ า่ งกัน

6. โปรดยกตัวอย่างประเทศท่ีมีการจัดการ/การพัฒนาการท่องเท่ียวเรือส้าราญท่ีดี ซ่ึงจะสามารถน้าบทเรียน
ความส้าเร็จดังกล่าวมาปรับใชก้ บั ประเทศไทยได้

เมืองเชยี งเตา่ เนน้ อตุ สาหกรรมท่าเรอื และทอ่ งเทีย่ วทางนา้

โยโกฮามา เน้นเรือและการทอ่ งเทย่ี วทางน้า

7. โปรดยกตัวอย่างพืนที่ที่มีศักยภาพและ/หรือพืนที่ท่ีคาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวเรือ
ส้าราญของประเทศไทย

แถบภาคใต้ สตูล ตรัง อาจตอ้ งมกี ารพัฒนาท่าเรือ ซึง่ นักทอ่ งเท่ียวจนี มีความสนใจ

8. ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเติมสา้ หรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า
ของไทย พ.ศ. 2560-2564 เพอ่ื ส่งเสรมิ การทอ่ งเทยี่ วเรือสา้ ราญ

การทาแผนแม่บทก็อยากให้สามารถนามาใช้ได้ทุกมิติในเร่ืองของการท่องเที่ยวทางน้า โดยเฉพาะการ
พฒั นาแหล่งทอ่ งเทย่ี วทางนา้ เช่น การทอ่ งเทย่ี วเรอื สาราญเป็นการทอ่ งเที่ยวท่ีพานักท่องเท่ียวต่างชาติท่ีมีคุณภาพ
เขา้ มาใชบ้ รกิ ารของแหล่งท่องเที่ยวอ่ืน ๆ เปน็ ตน้ ตอ้ งมีเรอื ขนาดเล็กที่สามารถนาไปส่แู หล่งท่องเที่ยวทางน้าได้ง่ายข้ึน

350

6.21 ผลการสัมภาษณ์เชิงลกึ ดร.จันทร์พร ช่วงโชติ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎรธ์ านี

1. สถานการณก์ ารทอ่ งเทย่ี วเรือสา้ ราญของไทยในปจั จบุ ันเปน็ อย่างไร

ยงั ไม่เปน็ ที่นิยมสาหรับคนไทย และยังเป็นการท่องเทีย่ วทไี่ ม่แพร่หลาย หรือชัดเจน

2. จดุ แข็ง จุดอ่อน โอกาส และอปุ สรรคของการทอ่ งเทย่ี วเรือสา้ ราญของไทยในปจั จบุ ันเป็นอยา่ งไร

- มธี รรมชาติ (ทางน้า) ทีส่ วยงามเออ้ื ตอ่ การท่องเทีย่ ว

- ยังไม่มีท่าเทียบเรอื / เรอื ทีพ่ ร้อมตอ่ การต้อนรบั นกั ทอ่ งเท่ียว

- นโยบายภาครฐั ทจ่ี ะสนับสนุน / โลกแคบข้นึ การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ของนักทอ่ งเทย่ี วตา่ งชาตทิ าได้ง่าย

- มรสมุ ทไ่ี มเ่ ป็นไปตามฤดูกาล

3. การพัฒนาการท่องเทีย่ วเรือส้าราญควรเปน็ ไปในทศิ ทางใด และมีจดุ เน้นในเรื่องใด

เน้นทา่ เทียบเรอื /เรือ ท่ีไดม้ าตรฐาน และการบรกิ ารท่ีมคี ุณภาพ

4. หลักการส้าคัญของแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าของไทยพ.ศ. 2560-2564 เพ่ือส่งเสริมการ
ท่องเทีย่ วเรอื สา้ ราญ ตามความคดิ เหน็ ของท่าน

มาตรฐานและความปอดภัย / ภาพลักษณ์ที่ดตี ่อการชว่ ยเหลอื นกั ท่องเทย่ี วอยา่ งมืออาชพี

5. ท่านเห็นว่ากลไกของส่วนราชการท่ีมีอยู่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย กรมเจ้าทา่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เป็นต้น สามารถจัดการการท่องเท่ียวทางน้า (โดยเฉพาะ
การท่องเท่ียวเรือส้าราญ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดการบูรณาการมากน้อยเพียงใด หาก
กลไกของส่วนราชการทีม่ อี ยยู่ งั ไม่สามารถจัดการการท่องเที่ยวทางนา้ ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ประสิทธิผล และ
เกดิ การบูรณาการ ทา่ นเหน็ ว่าควรด้าเนนิ แก้ไข ปรับปรงุ พฒั นาอยา่ งไร

การทางานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม การแชร์ข้อมูลชุดเดียวกัน อย่าทางานแบบแยกส่วน ภายใต้
เป้าหมายทว่ี างร่วมกนั

351

6. ท่านเห็นว่า ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม
ภาคการศึกษา/ทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง ในการผลักดันและขับเคล่ือนให้การพัฒนาการท่องเท่ียวเรือส้าราญ
ให้สามารถพฒั นาได้อยา่ งมีประสิทธิภาพและเปน็ รปู ธรรม ควรเป็นอย่างไร

ทางานบนฐานข้อมูลเดียวกัน รับทราบปัญหาร่วมกัน จับมือกันทางานแยกความรับผิดชอบที่ชัดเจน แต่
มคี วามเชื่อมโยงกนั ทกุ ภาคสว่ น และเดนิ หนา้ พฒั นาการทอ่ งเท่ยี วท่ีมีเปา้ หมายรว่ มเดียวกัน

7. ท่านต้องการให้ภาครัฐเข้ามาส่งเสริม/สนับสนุนการท่องเที่ยวเรือส้าราญในประเด็นใดมากท่ีสุด และ
ต้องการใหภ้ าครัฐเข้ามาสง่ เสริม/สนับสนนุ การท่องเท่ยี วเรอื ส้าราญอยา่ งไร

ทา่ เทียบเรอื / การลงทุนรว่ มเอกชน

8. โปรดยกตัวอย่างประเทศท่ีมีการจัดการ/การพัฒนาการท่องเที่ยวเรือส้าราญท่ีดี ซ่ึงจะสามารถน้าบทเรียน
ความสา้ เร็จดงั กล่าวมาปรับใช้กบั ประเทศไทยได้

ยโุ รป

9. โปรดยกตัวอย่างพืนท่ีที่มีศักยภาพและ/หรือพืนที่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเท่ียวเรือ
ส้าราญของประเทศไทย

อนั ดามัน / อา่ วไทย

10. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพ่ิมเติมส้าหรับประกอบการจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทาง
นา้ ของไทย พ.ศ. 2560-2564 เพื่อสง่ เสริมการท่องเทย่ี วเรอื ส้าราญ

พัฒนาโมเดลการท่องเท่ียวเรือสาราญที่เกิดจากความร่วมมือของรัฐร่วมเอกชนให้เกิดเป็นรูปธรรม มี
คุณภาพ ได้มาตรฐานในทุกด้าน เมื่อมีการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านแล้ว ก็เดินหน้าการประชาสัมพันธ์ /
การตลาดออกส่กู ลุม่ นักทอ่ งเท่ยี วที่ชื่นชม

352

6.22 ภาพรวมผลสรปุ การสัมภาษณเ์ ชงิ ลึก ผ้เู ช่ียวชาญและผ้มู สี ่วนเก่ียวขอ้ งจา้ นวน 22 คน เพอ่ื รวบรวม
ขอ้ มูลความคิดเห็นและสรุปผลเกย่ี วกับจดุ แข็ง จดุ อ่อน โอกาส และอปุ สรรคของกิจกรรมทอ่ งเทีย่ วเรอื สา้ ราญ

บทสรุปการสัมภาษณ์มีความสาคัญอย่างยิ่งในการกาหนดแนวคิดในการจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาการ
ท่องเทยี่ วทางนา้ โดยเฉพาะการสรุปผลเก่ยี วกบั จุดแขง็ จุดออ่ น โอกาส และอปุ สรรคของกิจกรรมท่องเท่ียวเรือ
ส้าราญ เน่ืองจากแนวทางการสรุปจะสร้างกลไกของภาครัฐให้เกิดการบูรณาการ การปฏิรูปกฎหมายท่ีสามารถ
แบ่งผลประโยชน์ให้เกิดการบูรณาการและการแบ่งภารกิจที่สามารถสร้างกลไกในการพัฒนา และระดับความ
ปลอดภยั ทีอ่ ิงกับสากล

กล่าวโดยสรุปคือ บทสรุปการสัมภาษณ์สามารถตามประเด็นดังกล่าว เนื่องจากการศึกษาประเด็นต่างๆ
สามารถลดจุดอ่อนและเพม่ิ จดุ แขง็ ใหก้ บั แนวทางการพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วทางน้าในระยะสั้น และระยะยาว

ประเดน็ สรุปทสี่ ้าคญั ได้ดังนี้

1. สถานการณ์กิจกรรมท่องเท่ียวเรอื ส้าราญปัจจุบนั และแผนแมบ่ ทการพัฒนาท่องเทีย่ วทางนา้ ท่ีควรจะเปน็

สถานการณป์ จั จบุ ันกม็ แี นวโน้มท่ีขยายตวั อย่างต่อเนื่อง แต่ความตอ้ งการภายในประเทศยังมีระดับที่ต่า
ดงั น้ัน การศึกษาความตอ้ งการจึงเปน็ ประเด็นที่สาคัญ อย่างไรก้ตาม ประเทศไทยไดพ้ ยายามปรับกลยุทธ์ และแผน
ในระดับหน่ึง หรอื อาจบอกไดว้ า่ มรี ะดับค่อยๆ ดีข้นึ เช่น การปรบั กฎหมาย ปรบั แผนต่าง ๆเพือ่ ให้เกดิ การแขง่ ขนั

ถ้าพิจารณาจากความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สถานการณ์การท่องเท่ียวโดยเรือสาราญมี
อัตราการขยายตวั อยา่ งต่อเนอื่ ง จากปี ค.ศ. 1980 จนถึงปี ค.ศ. 2016 พบว่ามีจานวนนักท่องเที่ยวเพ่ิมขึ้นถึง 24.7
ล้านคน และคาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย ซ่ึงรัฐบาล
จาเป็นต้องกาหนดนโยบายในการเพ่ิมศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศที่ โดยสร้างสิ่งจูงใจและสิ่งอานวยความ
สะดวกท่เี กือ้ กลู ต่อบรรยากาศการท่องเทยี่ ว

2. การวิเคราะห์ SWOT เพ่ือนา้ มาใชใ้ นการประเมินการสร้างกจิ กรรมทอ่ งเทีย่ วเรอื สา้ ราญ

จดุ แขง็ (Strength) โอกาส (Opportunity)

1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560- 1. การขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่าและเส้นทาง

2564) ได้ให้ความสาคัญกับประเด็นการพัฒนาใน คมนาคมอืน่ ๆ ทาให้เกิดความเชื่อมโยงการท่องเท่ียว

ระดบั ความรว่ มมือระหว่างประเทศในหลากหลายมิติ ทางนา้

ไม่ว่าจะเปน็ การสร้างความเช่ือมโยงระหว่างภาคการ 2. ความต้องการของนักท่องเท่ียวต่างชาติ สถานการณ์

ผลิตเพื่อเพ่ิมมูลค่าในเขตเศรษฐกิจและรวมถึงการ การท่องเท่ียวโดยเรือสาราญมีอัตราการขยายตัว

353

ท่องเทีย่ วทางนา้ อย่างต่อเน่ือง จากปี ค.ศ. 1980 จนถึงปี ค.ศ. 2016

2. ทุกคนอยากมาประเทศไทย พบวา่ มจี านวนนักท่องเที่ยวเพ่ิมข้ึนถึง 24.7 ลา้ นคน

3. ทรพั ยากรท่ีสวยงาม 3. เรือส่วนใหญ่ที่เข้ามาล้วนต่อจากต่างประเทศทั้งน้ัน

4. ศกั ยภาพเชิงพน้ื ที่ แต่เรามีทักษะในการบารุงรักษา ซ่ึงเราสามารถต่อ

5. สามารถสร้างรายได้กับชุมชนได้ แต่ต้องเน้นเรือ เรอื เองได้

ขนาดเลก็ เชอ่ื มโยงการขนสง่ กับเรือขนาดใหญ่

จุดอ่อน (Weakness) อปุ สรรค (Threat)

1. ระบบการบริหารจัดการด่านที่ล้มเหลว เช่น ใช้ 1. ภาครัฐไม่ให้ความสาคัญกับการท่องเท่ียวทางน้า

เวลานานมากในการผ่านด่าน เช่น ความล่าช้าที่เกิด เท่าที่ควรจึงเนื่องจากการลงทุนมีการใช้งบประมาณ

ขน้ึ มาจากเทคโนโลยี/ระบบการทางานที่ไมด่ ีพอ ทสี่ งู มากกลัวไม่คุม้ ทนุ

2. การวางระเบียบและกฎเกณฑ์กับผู้มีส่วนร่วมใน 2. สถานการณ์ทางการเมืองและสภาพทางสังคมที่ยัง

ประเด็นความปลอดภัยทางน้ายังไม่ชัดเจน ไ ม่ ม่ั น ค ง ต่ อ นั ก ล ง ทุ น ซ่ึ ง ส่ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ ค ว า ม

3. ขาดการประชาสัมพันธ์จุดเด่นของการพัฒนา ปลอดภัยของนกั ท่องเท่ยี วตา่ งชาติ

ท่องเที่ยวทางนา้ 3. ความความผันผวนในตลาดทุนและระบบเศรษฐกิจ

4. โครงสร้างพ้ืนฐานยังไม่สะท้อนถึงการบูรณาการจาก โลก

กลไกภาครฐั 4. ความเสี่ยงของเศรษฐกิจยุโรป ที่มาจากปัญหาวิกฤต

5. กฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนและขาดกลไกในการบริหาร จากภาวะหนี้ของประเทศสมาชิก ท่ีไม่สามารถชาระ

จดั การ หนสี้ ินภายในประเทศของตนได้

6. ไมม่ กี ารลงทนุ ในท่าเรือแบบ Homeport 5. ตลาดจีนซ่ึงมีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจใน

7. ไม่มีสิทธิพิเศษทางภาษีจาก BOI กับการพัฒนา ทศิ ทางท่ีปรับลดลงกว่าเดมิ

ทอ่ งเทยี่ วทางน้าทีช่ ดั เจน 6. รัฐไม่จริงจงั ในการขบั เคล่ือนยังใช้ทา่ เรือสินค้าอยู่

8. ประเทศไทย มีความสกปรก ขยะ ปล่อยน้าเสียลง 7. การบริหารจดั การภายใต้กลไกของรัฐที่ไม่นาไปสู่การ

แมน่ า้ ลาคลองอันดับตน้ ๆ ของโลก พัฒนาทา่ เรือ

9. ยึดระเบียบกฎหมายท่ีหน่วยงานดูแลรับผิดชอบจน

ไม่มองบรบิ ทของภาคอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว

3. หลักการสา้ คญั ของแผนแมบ่ ทการพัฒนาการทอ่ งเที่ยวทางนา้

- แผนแม่บทจะต้องเน้นการท่องเที่ยวเรือส้าราญท่ีเจาะกลุ่มนักท่องเท่ียวคุณภาพท่ีสนใจเดินทางไป
ท่องเที่ยวโดยเรือสาราญเพ่ือเย่ียมชมเมืองท่าต่างๆ ดังนั้น การจัดการการท่องเที่ยวเรือสาราญจึงมีหลากหลายมิติ
ไม่ใช่แค่การพัฒนาท่าเรือเพียงเท่าน้ัน แต่จะต้องพัฒนาองค์ประกอบการท่องเท่ียวอ่ืนๆ ควบคู่กันไป เช่น การ

354

สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน การสร้างทุกภาคีให้มีความเก่ียวข้องกับการแสดงบทบาทและหน้าที่ในการ
ขับเคลื่อนและประสานงานผ่านนโยบายและกลยุทธ์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การท่องเท่ียวเรือสาราญ
โลก

- แผนแม่บทยังต้องเน้น ความย่ังยืนและแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม โดยการท่องเที่ยวเรือ
สาราญไม่ควรมองในแง่การแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องยกระดับความร่วมมือกันระหว่างท่าเรือในภูมิภาคซ่ึง
เปน็ ปจั จัยสาเรจ็ ในการดึงดูดสายการเดนิ เรือให้นาเรือเข้ามามากขึน้

- แผนแม่บทจะต้องมีการพัฒนาในองค์รวม ไม่ใช่แค่ด้านใดด้านหนึ่ง ตัวท่าเรือเป็นส่ิงท่ีจาเป็นเร่งด่วน
มากท่ีสุด แต่มิได้หมายความว่าทุกท่าเรือต้องมีการสร้างท่าเรือใหม่ เพราะบางท่าเรือเพียงแค่ปรับปรุงพัฒนาให้ดี
ขึ้นก็เพียงพอ และต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ ในขณะที่ปัจจัยอื่นๆ ที่เร่งด่วนต้องมีการกาหนดกรอบเวลาให้
ชัดเจน และระดับความจาเป็น หากทุกภาคีที่เก่ียวข้องรู้บทบาทหน้าท่ีและร่วมมือเพ่ือขับเคลื่อน ประเทศไทยจะ
ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของการท่องเที่ยวเรือสาราญอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดังน้ัน แผนแม่บท ต้องยังเน้น
จงั หวดั รองตา่ ง ๆที่ยังมีความยากจนอยู่ โดยเฉพาะการสรา้ งกิจกรรมทอ่ งเทีย่ วทางน้าผ่านชมุ ชนต่างๆ

- แผนแม่บทจะต้องพิจารณาจากข้อจ้ากัดเชิงศักยภาพ เช่น บางท่าเรือยังมีข้อจากัดบ้างในเร่ืองตัว
แหล่งทอ่ งเท่ยี วและแนวคิดการกระจายรายได้ในระดบั ชมุ ชน

4. ตัวอย่างพืนท่ีที่มีศักยภาพและ/หรือพืนท่ีที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวเรือส้าราญของ
ประเทศไทยและรฐั ควรส่งเสริมปจั จัยใดบา้ ง

- ภาครัฐต้องมีการส่งเสริมในภาคบริการ เช่น ส่งเสริมท่าเรือ ลาดจอดรถบัส รถตู้ ส่งเสริมหมู่เกาะและ
ค่าบริการลงเกาะ ราคาอาหาร เครื่องด่ืม ให้เป็นมาตรฐาน ควบคุมราคาเจสกี เรือรากกล้วย ราคาดาน้าใช้ถัง
ออกซเิ จน มชี ายหาดตามหมเู่ กาะเพียงพอ ความสะอาดบนเกาะ

- เกาะสมุย เกาะภูเก็ต ซึ่งมีจุดเด่นในเร่ืองแหล่งท่องเท่ียวทางธรรมชาติ ขณะท่ีแหล่งท่องเท่ียวเชิง
วฒั นธรรม วถิ ีชวี ติ และประวตั ิศาสตรย์ ังมนี ้อยและขาดกลไกในการจัดการท่ีดีเพียงพอ ในขณะท่ีนักท่องเท่ียวกลุ่ม
ยุโรปและอเมริกันสนใจในแหล่งท่องเที่ยวประเภทวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม ด้วยตัวสินค้าทาง
ธรรมชาติมีความโดดเด่น กอปรกับชื่อเสียงของท้ังสองท่าเรือน้ี จึงมีเรือสาราญเดินทางไปแวะพักอย่างต่อเน่ือง
หากทง้ั สองทา่ เรอื สามารถพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีความหลากหลายมากข้ึน โดยเพ่ิมส่วนท่ียังขาดอยู่ให้สามารถ
นาไปสร้างรายการนาเที่ยวที่น่าสนใจนอกจากจะสร้างความพึงพอใจแล้ว ยังสามารถดึงดูดเรือสาราญและเพิ่ม
รายได้จากการท่องเท่ียวได้เพ่ิมขึ้นอีกทางหนึ่ง ในส่วนของผู้ให้บริการ แม้ว่าการต้อนรับ มิตรไมตรีจะสร้างความ

355

ประทับใจให้นักท่องเที่ยวเรือสาราญ สิ่งท่ีประเทศไทยต้องพัฒนาคือ ทักษะ ความรู้ ความชานาญของผู้ให้บริการ
เพ่ือเพม่ิ ศักยภาพ และสรา้ งความพร้อมในการแขง่ ขนั และเปน็ การพฒั นาจดุ แข็งใหเ้ ข้มแข็งมากขน้ึ

5. ยกตัวอย่างประเทศที่มกี ารจดั การ/การพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วเรอื ส้าราญท่ีดี

- นิวซีแลนด์ มกี ารออกกฎหมายทีช่ ัดเจน โดยนวิ ซีแลนด์อนญุ าตให้เรือต่างชาติอยู่ได้ 2 ปี ซึง่ ระยะเวลา 2 ปี

- สงิ คโปร์ และญี่ปุ่น โดยดไู ด้จากท่าเรอื ทีม่ ีคณุ ภาพ รองรับด้านอุปทานและอปุ สงคไ์ ดอ้ ย่างดี

- จีน ฮ่องกง ญ่ีปนุ่ เกาหลี มีการสร้างทา่ เรือตามมาตรฐานสากล มีการพฒั นาทา่ เรือในองค์รวมเพื่อแย่งชิง
โอกาสในการเป็นท่าเรอื หลักทเ่ี ป็นจุดเรม่ิ ตน้ การลอ่ งเรอื หรือจดุ ส้ินสดุ การล่องเรือ สาเหตุเพราะการเป็นท่าเรือหลัก
สามารถสรา้ งรายไดใ้ หก้ ับท่าเรือมากถึง 4-8 เท่าของท่าเรือแวะพัก นอกจากน้ัน ประเทศจีนได้สร้างท่าเรือสาหรับ
รองรับเรือสาราญไวใ้ นหลายเมือง เชน่ เมืองเทียนจนิ เซย่ี งไฮ้ ปักกงิ่ ตา้ เหลียน ในขณะท่ีฮ่องกงก็มีการสร้างท่าเรือ
สาหรับเรอื สาราญใหม่ ญปี่ นุ่ กับเกาหลีมีท่าเรือสาหรับรองรับในหลายเมืองท่า ทาให้สายการเดินเรือนาเรือสาราญ
ขนาดใหญ่มาให้บริการในภมู ิภาคนีเ้ พิ่มข้นึ และตอ่ เน่ือง

6. ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะส้าหรับประกอบการจัดทา้ แผนแม่บทการพฒั นาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย
เพือ่ สง่ เสรมิ การท่องเทย่ี วเรือส้าราญ

- ต้องเน้นความปลอดภัยซ่ึงเป็นปัจจัยหลักที่ส้าคัญในการท้าแผนแม่บท เนื่องจากการพิจารณา
ตัดสินใจเดนิ ทางท่องเท่ียวของนกั ท่องเทยี่ วในปัจจุบัน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเรือสาราญซึ่งการเดินทางส่วนใหญ่
อยู่ในทะเลหรือแม่น้า และมีความเสี่ยงจากผลกระทบอื่นๆ และส่งผลต่อภาพลักษณ์เร่ืองความปลอดภัยของการ
ท่องเท่ียวเรอื สาราญ

- ในปัจจุบันระดับการแข่งขันกิจกรรมการท่องเท่ียวเรือส้าราญมีระดับที่สูงมาก ดังน้ัน แผนแม่บท
จาเป็นต้องพิจารณาจากอัตราเติบโตของเรือสาราญเติบโต โดยต้องวางแนวทางของการพัฒนาท่าเรือเพ่ือ
ตอบสนองความตอ้ งการของเรือสาราญ

- การพัฒนาทา่ เรอื ส่วนใหญ่ตอ้ งเนน้ ความสามารถในการรองรับขนาดและจ้านวนของเรือส้าราญเป็น
หลกั โดยเนน้ การสรา้ งขน้ึ ใหม่ และการขยายจากของเดิม ดงั น้นั ตอ้ งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคือตัวท่าเรือ
และสาธารณปู โภคทีจ่ าเปน็ โดยประเทศหลายประเทศในแถบเอเชียตะวนั ออก เช่น จีน ฮ่องกง ญ่ีปุ่น เกาหลี มีการ
สรา้ งทา่ เรอื ตามมาตรฐานสากล

356

- รัฐต้องเข้ามาปลดล็อคเร่ืองกฎหมาย เพราะ ภาคเอกชนสามารถทาให้ธุรกิจด้านเติบโตได้เอง แต่ใน
ปจั จบุ ันติดแค่ปัญหาเรื่องกฎหมาย โดยประเภทของเรือและประเภทของการประกอบธุรกิจใหม้ ีความชัดเจน

- รัฐตอ้ งมตี ัวชีวดั ท่ีชัดเจนภายใตก้ ารศกึ ษาความคมุ้ ทุนในระยะสั้นและระยะยาว

- แนวคิดการมสี ่วนรว่ มจะต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจในธุรกิจของทุกภาคส่วนซ่ึงมีความส้าคัญ
อย่างยิง่ ยวดและเปน็ พนื ฐานในการพฒั นาและขับเคลือ่ นการพัฒนา เช่น การปรับพน้ื ฐานความรูแ้ ละความเข้าใจ
ใหก้ บั ทกุ ภาคสว่ นใหม้ องเหน็ การแก้ไขปัญหาให้เปน็ ไปในทิศทางเดยี วกัน

- ภาครัฐยังยังไม่มีการบูรณาการอย่างมีเอกภาพ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องมีหน่วยงานท่ี
รับผิดชอบโดยตรงเพ่ือให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีเอกภาพ เช่น การสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ
หนว่ ยงานราชการตา่ งๆที่สามารถสง่ เสริมการพฒั นาทอ่ งเทยี่ วทางน้าในกิจกรรมเรือสาราญ

357

บทท่ี 7 ผลการศึกษาพืนทีท่ ี่มีศักยภาพและพนื ทท่ี ค่ี าดว่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาการทอ่ งเทย่ี ว
ทางน้าในอนาคต ทงั ทางทะเลและแมน่ ้าในภาคเหนอื ภาคตะวันออก ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
ภาคตะวนั ตก ภาคใต้ฝัง่ ทะเลตะวันตก ภาคใต้ฝ่งั ทะเลตะวันออก และภาคกลาง จากการลงพืนท่ี
จ้านวนอยา่ งน้อยภาคละ 2 ครงั รวมทังวิเคราะหศ์ ักยภาพตลอดจนความพร้อมของพนื ทใ่ี นการ
พัฒนาการทอ่ งเที่ยวทางน้าทังระบบของไทย

7.1 งานวจิ ยั ที่เกี่ยวข้องกับการศกึ ษาศกั ยภาพเชงิ พืนทใ่ี นการพัฒนาการทอ่ งเท่ียวทางนา้ ของไทย
ในการศึกษาศักยภาพเชิงพื้นที่ในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย เพ่ือประกอบการจัดทาแผน

แม่บทการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้า พ.ศ.2560-2564 คณะผู้วิจัยได้ทาการทบทวนงานวิจัยและเอกสารที่
เกี่ยวข้อง เพ่ือนามาปรับใช้ในการสร้างเคร่ืองมือในการประเมินศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวทางน้าของประเทศไทย
โดยมีงานวจิ ยั และเอกสารทเ่ี ก่ียวข้อง ดังนี้

7.1.1 ความหมายของ “ศักยภาพของแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว”
ศกั ยภาพของแหลง่ ท่องเทยี่ ว คือ ความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวท่ีเอื้ออานวยต่อการพัฒนา การปรับปรุง

หรือการทาให้เกดิ ความเปล่ียนแปลง รวมถงึ ความน่าสนใจของท้องถ่ินน้ันว่ามีเพียงพอที่จะดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้
ตัดสนิ ใจเดินทางไปยงั แหล่งทอ่ งเท่ยี วนั้นหรอื ไม่ (ศิรจิ รรยา ประพฤตกิ ิจ, 2553)

7.1.2 เครือ่ งมือในการศกึ ษา “ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว”
เอกสิทธิ์ สุดแก้ว (2549) ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง “การประเมินศักยภาพทรัพยากรการท่องเที่ยวและการ

จดั การของชุมชนท้องถน่ิ ในเขตพืนที่ตา้ บลอัมพวา อา้ เภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม” โดยเอกสิทธ์ิ สุดแก้ว
(2549) ได้อ้างถงึ เกณฑ์ในการประเมนิ ศักยภาพทรัพยากรการท่องเทยี่ วทห่ี ลากหลาย ดังนี้

1. เกณฑ์ในการประเมินศักยภาพทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย, 2540) ซึ่งแบ่งการศกึ ษาศักยภาพออกเป็น 2 ด้าน ไดแ้ ก่

1.1 ศกั ยภาพของทรัพยากรการท่องเท่ียว พิจารณาจากสภาพทรัพยากรท่ีเหมาะสมมีเอกลักษณ์
เฉพาะ โดยเนน้ ความสาคญั ของระบบนเิ วศ หรือวัฒนธรรมท้องถ่ิน และความดึงดูดใจว่ามีมากน้อยเพียงใด เพื่อให้
ความสาคญั ท่แี ตกต่างกันในแต่ละปัจจยั ดงั นี้

358

(1) ชนิดของแหล่งท่องเที่ยว พิจารณาจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของแหล่ง
ท่องเทย่ี ว โดยเปน็ แหล่งท่องเท่ียวที่มีสภาพธรรมชาติดั้งเดิม หรือเป็นแหล่งธรรมชาติถูกดัดแปลง ตกแต่งบางส่วน
แต่ยังคงลกั ษณะเดิมไวเ้ ปน็ หลัก หรือเป็นแหล่งธรรมชาติท่ีสร้างข้ึนโดยการผสมผสาน จาลอง หรือตกแต่งใหม่โดย
ไม่มลี ักษณะเป็นระบบนิเวศท่ีเหมาะสมกบั สภาพพ้ืนที่ มคี ่าต่อความเปน็ แหล่งทอ่ งเทยี่ วเชิงนเิ วศน้อยลง

(2) องค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ พิจารณาความสาคัญของระบบนิเวศความสมบูรณ์
ความหลากหลาย ความสมั พันธท์ ่ีเป็นระบบในพ้ืนที่ ความโดดเด่นด้านศกั ยภาพคือมคี วามโดดเด่นมาก หรือมีความ
โดดเด่นลดลงตามลาดับ มีองค์ประกอบด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท่ีผสมผสาน หรือเพิ่มความ
ดึงดูดใจมากน้อยเพียงไร

1.2 ศักยภาพของการจัดการ พิจารณาจากสภาพการจัดการในปัจจุบันว่าอยู่ในกรอบของการ
ท่องเท่ียวเชิงนิเวศมากน้อยเพียงใด การพิจารณาการจัดการนี้จะบ่งชี้ถึงโอกาสในการเพ่ิมศักยภาพของแหล่ง
ท่องเทย่ี วให้สงู ขึ้นได้ ศักยภาพการจดั การประกอบดว้ ย

(1) มีการให้การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม พิจารณาจากรูปแบบการจัดการส่ือความหมาย
กจิ กรรมด้านการศึกษาที่มลี กั ษณะของการศึกษาดา้ นส่งิ แวดล้อมของแหลง่ ท่องเทยี่ ว

(2) การจัดการป้องกันและรักษาสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเท่ียว โดยมีมาตรการ
ควบคมุ ดแู ลสิ่งแวดล้อมอย่างมปี ระสทิ ธิภาพเพียงใด มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และมีมาตรการควบคุม
จากดั จานวนนกั ท่องเทย่ี วและบริการอย่างมปี ระสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด

(3) องคก์ รในการจัดการที่ให้ความสาคัญของการร่วมมือ พิจารณาจากรูปแบบองค์กรใน
การจัดการ เน้นความเป็นองค์กรประชาชน รัฐและเอกชน และดูระดับของการมีส่วนร่วมว่าชุมชนท้องถิ่นมีส่วน
ร่วมในการควบคุมการทอ่ งเท่ียวมากนอ้ ยเพยี งใด

2. หลักเกณฑ์การพิจารณาและก้าหนดศักยภาพหรือความส้าคัญของแหล่งท่องเที่ยว (วิวัฒน์ชัย,
2532) โดยพจิ ารณาจากองคป์ ระกอบหลกั ๆ ดังน้ี

359

2.1 คุณค่าของแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ ความสวยงาม ลักษณะเด่นในตัวเอง ความเก่าแก่ทาง
ประวัติความเป็นมา ความสาคัญทางลัทธิความเชื่อและศาสนา บรรยากาศ สภาพภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ และวิถี
ชีวติ เป็นต้น

2.2 สภาพการเข้าถึง ได้แก่ สภาพของเส้นทาง ลักษณะการเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองไปยัง
แหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว

2.3 ส่ิงอานวยความสะดวก ได้แก่ ท่ีพักแรม ร้านอาหาร สถานบริการต่างๆ ระบบไฟฟ้า ประปา
โทรศพั ท์ สถานท่ีรักษาพยาบาล สถานที่รักษาความปลอดภยั

2.4 สภาพแวดล้อม ได้แก่ สภาพทางกายภาพ สภาพอากาศ กล่ิน เสียง ควัน เปน็ ต้น

2.5 ข้อจากัดในการรองรับนักท่องเท่ียว ได้แก่ ข้อจากัดทางพื้นท่ี ข้อจากัดทางการบริการ
สาธารณปู โภค ปัญหาความปลอดภยั ของนักทอ่ งเท่ียว เป็นต้น

2.6 ความมีชื่อเสียงในปัจจุบัน ได้แก่ ความเป็นท่ีรู้จักแพร่หลายของแหล่งท่องเที่ยว จานวน
นกั ท่องเทย่ี วในแหล่งท่องเที่ยวแตล่ ะแหง่

3. หลักเกณฑ์การประเมินศักยภาพของทรัพยากรการท่องเที่ยว (จารุจน์, 2541) ประกอบด้วย
หลักเกณฑพ์ จิ ารณาทีค่ รอบคลมุ องค์ประกอบการท่องเท่ียว ดงั นี้

3.1 องค์ประกอบด้านพื้นท่ี คือสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยทรัพยากรท่ีมีลักษณะเฉพาะ หรือมี
ความเป็นเอกลักษณ์ ประวัตศิ าสตร์ โบราณสถาน โบราณวตั ถุ วฒั นธรรมประเพณี ลักษณะภูมิทัศน์ ความยากง่าย
ในการเข้าถงึ

3.2 องค์ประกอบด้านการจัดการ คือความปลอดภัยในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง การจัดการส่ิง
อานวยความสะดวก การจดั การควบคุมนักท่องเท่ียวไมใ่ หเ้ กนิ ขีดความสามารถในการรองรับ

3.3 องค์ประกอบด้านกิจกรรมและกระบวนการ คือการพิจารณาถึงความหลากหลายของ
กิจกรรมการท่องเทยี่ วในพ้ืนที่ โอกาสในการสร้างจิตสานกึ และการใหก้ ารศกึ ษาดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม

360

3.4 องคป์ ระกอบด้านการมีส่วนร่วม คอื การที่ประชาชนในท้องถ่นิ มีความพอใจ หรือสนใจที่จะให้
สถานทีท่ ่องเท่ยี วในท้องถ่ินของตนได้รับการพัฒนาหรือไม่

โดยสรุปแล้ว การประเมินศักยภาพของทรัพยากรการท่องเท่ียวต้องมีองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งในด้าน
ความโดดเด่นของทรัพยากร ด้านความสะดวกในการเข้าถึง ส่ิงอานวยความสะดวก การบริการในพ้ืนที่
สภาพแวดล้อมของพ้ืนที่ คุณค่าของทรัพยากร ความมีช่ือเสียงของทรัพยากร ความปลอดภัยในการเดินทางมา
เยือน ความหลากหลายของกจิ กรรมในพื้นท่ี เอกสิทธ์ิ สดุ แก้ว (2549) ได้พัฒนาเกณฑ์ในการประเมินศักยภาพของ
ทรัพยากรการท่องเท่ียว โดยนาตัวช้ีวัดมาจากแผนปฏิบัติการการจัดการการท่องเท่ียวเชิงนิเวศ อาเภอวังน้าเขียว
จงั หวัดนครราชสมี า (คณะวนศาสตร์, 2545) ดังตาราง

ตารางท่ี 7.12 ตวั ชวี ดั และเกณฑใ์ นการประเมินศกั ยภาพของทรพั ยากรการท่องเท่ียว

ตวั ชว้ี ัด เกณฑ์ในการประเมิน
1. ความโดดเด่นเฉพาะตวั ของพน้ื ท่ี 1 = ไมม่ คี วามโดดเด่นเฉพาะตัวของพื้นท่ีสามารถพบ
เห็นได้ท่วั ไปรวมทงั้ ไมม่ สี งิ่ ใดน่าดงึ ดดู ใจ
2. คณุ ภาพดา้ นทัศนยี ภาพของภูมทิ ศั น์ 2 = เป็นพนื้ ทท่ี ี่ไดร้ ับความสนใจพอสมควร แตไ่ มม่ ี
ความโดดเด่นของพ้ืนทสี่ ามารถพบไดท้ ่วั ไป
3 = เปน็ พนื้ ทีท่ ่ีได้รับความสนใจมาก แต่ไม่ไดม้ ีความ
โดดเดน่ อย่างชดั เจนสามารถพบเห็นได้ตามท่ีอื่นๆ อีก
บา้ ง
4 = มคี วามโดดเดน่ ของพ้ืนท่ีทงั้ ทางดา้ นธรรมชาติ/
ประวัตศิ าสตร/์ โบราณคดหี รอื วัฒนธรรม แต่ก็
สามารถพบเหน็ ลักษณะแบบเดยี วกนั ในสถานท่ีอน่ื ๆ
ไดบ้ ้าง
5 = มคี วามโดดเดน่ มคี ุณคา่ ทางธรรมชาติ/
ประวัตศิ าสตร์/ โบราณคดี หรือวฒั นธรรมเฉพาะถนิ่
ชัดเจน จนไมส่ ามารถหาสถานทีอ่ นื่ ใดมาทดแทนได้
1 = สภาพทางภมู ิทัศน์ขาดความสวยงาม มีความ
ขัดแยง้ ไมก่ ลมกลืนกบั สภาพแวดลอ้ มโดยรอบ มีการ
บดบงั ภูมทิ ัศน์

ตัวชวี้ ดั 361
3. ความเหมาะสมตอ่ กจิ กรรมหลกั
4. ความสะดวกในการเข้าถึง เกณฑ์ในการประเมิน
2 = มีสภาพภูมิทัศน์แบบธรรมดา ไมโ่ ดนเดน่ แต่ไม่มี
ความขัดแย้งกับสภาพแวดลอ้ มโดยรวม
3 = สภาพภูมทิ ศั นค์ ่อนข้างสวยงาม ไมโ่ ดดเด่นมาก
นกั แตก่ ็กอ่ ใหเ้ กิดความประทับใจพอสมควร
4 = มที ศั นียภาพของภูมิทศั น์โดดเด่นสวยงาม
ก่อใหเ้ กดิ ความประทับใจสบายตา
5 = มีทศั นยี ภาพของภมู ิทัศน์โดดเดน่ สวยงามเปน็
พเิ ศษ กอ่ ใหเ้ กดิ ความประทับใจและสบายตาเป็น
อยา่ งยงิ่
1 = สภาพพน้ื ท่ไี ม่เหมาะสมที่จะประกอบกิจกรรม
หลัก/ กิจกรรมรองใด ๆ เลย
2 = มีความเหมาะสมพอสมควรท่ีจะประกอบ
กิจกรรมหลกั
3 = มีความเหมาะสมต่อการประกอบกิจกรรมหลักใน
พน้ื ท่ีและสามารถ
ประกอบกิจกรรมรองได้บา้ ง
4 = มีความเหมาะสมต่อทุกกิจกรรมหลกั ท่ีมีในพนื้ ท่ี
และเอ้ือประโยชนต์ อ่ การ
ประกอบกิจกรรมรอง
5 = มีความเหมาะสมมากที่สุดตอ่ การประกอบ
กจิ กรรมหลักทุกกจิ กรรมใน
พืน้ ที่ และเอ้ือประโยชน์ต่อการประกอบกิจกรรมรอง
1 = การเดนิ ทางเขา้ -ออกลาบาก สามารถเขา้ ถึงได้
โดยทางเรอื ไม่มีเรือรบั จ้างบริการ
2 = การเดินทางเขา้ -ออกค่อนขา้ งลาบาก สามารถ
เขา้ ถึงได้โดยทางเรือและมเี รือรบั จ้างบรกิ าร
3 = การเดินทางเข้า-ออกสะดวกสบายพอสมควร
สามารถเขา้ ถงึ ไดใ้ นทุกฤดูกาล แตไ่ ม่มีรถ/เรอื
สาธารณะบริการ

ตัวชวี้ ัด 362
5. ความเชื่อมโยงกบั แหลง่ ทอ่ งเท่ยี วอนื่
เกณฑ์ในการประเมิน
6. ความปลอดภัย 4 = การเดินทางเขา้ -ออกสะดวกสบาย สามารถ
เขา้ ถงึ ไดโ้ ดยงา่ ย ในทุกฤดูกาล มีปา้ ยบอกทางชัดเจน
และมีรถ/เรือสาธารณะบริการบางเวลา
5 = การเดินทางเขา้ -ออกสะดวกสบายมาก สามารถ
เข้าถงึ ได้โดยงา่ ย ในทุกฤดูกาล มปี ้ายบอกทางชดั เจน
และมรี ถ/เรือสาธารณะบรกิ ารตลอดเวลา
1 = ไม่สามารถไปยงั แหล่งทอ่ งเที่ยวอน่ื ๆ ได้ ภายใน
เวลา 30 นาที
2 = สามารถไปถึงแหล่งท่องเทีย่ วอืน่ ๆ ได้ 1 - 2
แหล่ง ภายในเวลา 30 นาที
3 = สามารถไปถึงแหลง่ ท่องเทีย่ วอน่ื ๆ ได้ 2 - 3
แหลง่ ภายในเวลา 30 นาที
4 = สามารถไปถึงแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้ 3 - 5
แหล่ง ภายในเวลา 30 นาที
5 = สามารถไปถึงแหล่งท่องเท่ียวอื่น ๆ ได้มากกวา่ 5
แหลง่ ภายในเวลา
30 นาที
1 = มีความปลอดภยั ต่ามากในการประกอบกจิ กรรม
อาจจะเกดิ อันตรายตอ่
นักทอ่ งเท่ยี วไดต้ ลอดเวลาถ้าไม่ระมัดระวัง
2 = มีความปลอดภยั ต่าในการประกอบกจิ กรรม
จะตอ้ งมเี จา้ หน้าทีห่ รือมี
อปุ กรณ์ช่วยสรา้ งความปลอดภยั สาหรับนกั ท่องเทยี่ ว
3 = มีความปลอดภยั ปานกลางในการประกอบ
กิจกรรมของนักท่องเทย่ี วโดยต้องมีเจา้ หนา้ ทีค่ อยดแู ล
4 = มคี วามปลอดภยั สงู ในการประกอบกจิ กรรมของ
นกั ทอ่ งเท่ยี ว
5 = มีความปลอดภยั สงู มากในการประกอบกิจกรรม
ของนักท่องเที่ยว

ตัวชว้ี ัด 363
7. นัยต่อการสอ่ื ความหมาย
เกณฑ์ในการประเมนิ
8. ความคงทนต่อผลกระทบ 1 = มีศกั ยภาพต่ามาก ไม่สามารถกาหนดเค้าโครงใน
การสื่อความหมายได้
9. ความหลากหลายของกิจกรรม 2 = มศี กั ยภาพต่าไมโ่ ดดเด่น ไมส่ ามารถกาหนดเคา้
โครงท่ชี ดั เจนในการสื่อ
ความหมายได้
3 = มีความโดดเดน่ / มีศักยภาพปานกลาง สามารถ
กาหนดเปน็ เคา้ โครงได้ แต่ไม่
หลากหลาย
4 = มีความโดดเด่น/ มศี ักยภาพสูง สามารถกาหนด
เป็นเคา้ โครงหลกั และรองได้
หลากหลาย
5 = มีความโดดเดน่ / มีศักยภาพสงู มาก สามารถ
กาหนดเป็นเค้าโครงหลักและ
รองได้หลากหลาย
1 = พื้นทอ่ี ่อนไหวต่อการเกดิ ผลกระทบสงู มาก ต้อง
ใชค้ วามระมัดระวังในการเขา้ ถึงและประกอบกจิ กรรม
อยา่ งมาก
2 = พื้นทมี่ ีความอ่อนไหวต่อการเกดิ ผลกระทบสงู
ต้องใชค้ วามระมดั ระวังในการเขา้ ถงึ และประกอบ
กจิ กรรม
3 = พน้ื ทม่ี ีความคงทนตอ่ การเกดิ ผลกระทบปาน
กลาง ยังตอ้ งใชค้ วามระมดั ระวังในการประกอบ
กจิ กรรม
4 = พื้นที่มคี วามคงทนต่อการเกิดผลกระทบสงู
สามารถประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้
5 = พน้ื ทมี่ ีความคงทนตอ่ การเกดิ ผลกระทบสูงมาก
สามารถประกอบกจิ กรรมตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างเต็มที่
1 = สามารถประกอบกจิ กรรมได้เพียง 1 กิจกรรม
2 = สามารถประกอบกจิ กรรมได้ 2 กจิ กรรม

364

ตัวชว้ี ดั เกณฑ์ในการประเมนิ
3 = สามารถประกอบกิจกรรมได้ 3 กิจกรรม
4 = สามารถประกอบกจิ กรรมได้ 4 กจิ กรรม
5 = สามารถประกอบกิจกรรมตา่ งๆ ได้ 5 กจิ กรรม
ขน้ึ ไป

ฉัตรฆฤณ พิชัยกมลฉัตร (2550) ได้ทาการศึกษาวิจัยเร่ือง “การประเมินศักยภาพและวิเคราะห์แหล่ง
ท่องเท่ียวในจังหวัดนนทบุรี” โดยได้สร้างดัชนีชี้วัดด้านการท่องเท่ียวขึ้นเพ่ือเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวม
ขอ้ มลู ดัชนีชว้ี ัดดา้ นการทอ่ งเทีย่ วท้งั 8 ตัว ไดแ้ ก่

1. ความสาคัญและคุณค่าของแหล่งท่องเท่ียว หมายถึง แหล่งท่องเท่ียวท่ีมีความโดดเด่นในเชิง
ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีท่ีมีความงดงามตามธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยว รวมถึง
ลักษณะเด่นท่ีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวท่ีสามารถเช่ือมโยงกับสภาพแวดล้อมอื่นๆ เพ่ือดึงดูดให้เกิดการเดินทางมา
ท่องเทยี่ วของนกั ท่องเทยี่ ว

2. การเข้าถึงแหล่งท่องเท่ียว หมายถึง สภาพเส้นทางการคมนาคมในการเข้าถึงแหล่งท่องเท่ียว ไม่ว่าจะ
เป็นทางบก ทางเท้า หรือทางน้า สภาพหรือขนาดของถนน คุณภาพของพื้นผิวการจราจร แหล่งท่องเท่ียวอยู่ใกล้
ไกลถนนใหญห่ รือต้องแยกเขา้ ถนนสายรอง ระยะทาง รวมทัง้ ประเภทของยานพาหนะในการเข้าถงึ แหล่งท่องเท่ียว

3. ความปลอดภัยของแหล่งท่องเท่ียว หมายถึง ความปลอดภัยท่ีปราศจากอันตราย ท้ังท่ีอาจเกิดจาก
ธรรมชาติ ภัยพิบัติต่างๆ และภัยที่เกิดจากมนุษย์ ได้แก่ การโจรกรรม การทาร้ายร่างกายและทรัพย์สินในบริเวณ
แหล่งทอ่ งเทย่ี ว

4. สิ่งอานวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว หมายถึง ท่ีพัก สิ่งอานวยความสะดวกต่างๆ ภายในแหล่ง
ท่องเท่ียว ได้แก่ ร้านค้า ห้องน้า ท่ีพักผ่อน ม้านั่ง ป้ายบอกประวัติความเป็นมาของสิ่งสาคัญต่างๆ รวมทั้งบริการ
ตา่ งๆ สาหรบั นักทอ่ งเทย่ี ว

5. สภาพแวดล้อมของแหล่งทอ่ งเทีย่ ว หมายถึง สภาพธรรมชาตทิ วั่ ไปของแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว บรรยากาศ การ
ตกแตง่ รวมทงั้ การวางผังของส่งิ ตา่ งๆ ในแหลง่ ท่องเทีย่ ว

365

6. ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว หมายถึง ค่าใช้สอยต่างๆ ที่ต้องใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจนกระท่ังกลับ
ไม่วา่ จะเป็นคา่ นา้ มนั คา่ ท่ีพัก ค่าอาหาร คา่ ต๋วั เข้าชมสถานที่ตา่ งๆ ค่าของทีร่ ะลึก เป็นตน้

7. การรวมกลุ่มของแหล่งท่องเที่ยว หมายถึง การท่ีแหล่งท่องเที่ยวรวมกลุ่มกัน หรือมีทาเลท่ีตั้งใกล้เคียง
กัน ทาให้นักท่องเท่ียวที่เดินทางไปในครั้งหนึ่งแล้วสามารถเที่ยวชมได้หลายๆ แหล่งท่องเที่ยวพร้อมกันในเส้นทาง
เดียวกัน ไม่เสียเวลาในการเดินทาง จัดเป็นปัจจัยหน่ึงที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเท่ียวเลือกตัดสินใจ ซึ่งดีกว่า
เดินทางไปแล้วไดเ้ ทย่ี วชมแหล่งทอ่ งเทยี่ วเพยี งแหง่ เดยี ว

8. ช่วงเวลาหรือฤดูกาลในการท่องเที่ยว หมายถึง สภาพทางภูมิศาสตร์หรือลักษณะของแหล่งท่องเท่ียว
ได้แก่ ทาเลที่ตั้ง ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ที่มีอิทธิพลต่อช่วงเวลาท่ีนักท่องเท่ียวสามารถเดินทางไปเยือนได้
โดยสะดวกและปลอดภัย เช่น ฝนตกหนักหรือมีหายุแรงในช่วงฤดูฝน สามารถจะเดินทางไปเยี่ยมชมได้หรือไม่
แหล่งท่องเท่ยี วบางแหง่ ปิดทาการในบางฤดูกาล เปน็ ตน้

ศิริจรรยา ประพฤติกิจ (2553) ได้ทาการศึกษาวิจัยเร่ือง “การประเมินศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวใน
อ้าเภอเมอื ง จงั หวัดตราด เพื่อจัดท้าเส้นทางท่องเท่ียวเชิงนิเวศ” โดยได้ทบทวนแนวคิดด้านศักยภาพของแหล่ง
ทอ่ งเทยี่ วท่ีหลากหลาย ดงั นี้

1. หลักเกณฑ์การพจิ ารณาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว (จารุจน์ กลิ่นดีปลีอ้างใน วิภา ศรีระทุ, 2551)
โดยตอ้ งครอบคลมุ องค์ประกอบการท่องเทยี่ วท้งั 4 ดา้ น ดังน้ี

1.1 เกณฑ์การประเมินศักยภาพแหล่งท่องเท่ียวท่ีครอบคลุมองค์ประกอบด้านพ้ืนท่ี คือ การ
ดึงดูดนักท่องเท่ียวด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติท่ีมีลักษณะเฉพาะ หรือมีความเป็นเอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์
โบราณวตั ถุสถานทม่ี ีความเกย่ี วเน่อื งกับระบบนิเวศ วฒั นธรรมประเพณีในท้องถ่ิน รวมท้ังต้องมีปัจจัยอื่นท่ีดึงดูดให้
นกั ท่องเทีย่ วเข้ามาทอ่ งเท่ยี วในพ้ืนท่ี ไดแ้ ก่ ลกั ษณะภูมิทัศน์ ความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว เช่น สภาพ
ของเสน้ ทาง ฤดกู าล ระยะทางจากจุดศนู ย์กลางการทอ่ งเที่ยวในพ้นื ท่ี เปน็ ตน้

1.2 เกณฑ์การประเมินศักยภาพแหล่งท่องเท่ียวที่ครอบคลุมองค์ประกอบด้านการจัดการ คือ
ความปลอดภัยในการท่องเท่ียวในพ้ืนท่ี และบริเวณใกล้เคียง การจัดการสิ่งอานวยความสะดวกในการเข้าถึง เช่น
ถนน ไฟฟ้า แหล่งน้า การจัดการควบคุมจานวนนักท่องเท่ียวในพ้ืนที่ท่องเท่ียว ไม่ให้เกินขีดความสามารถในการ
รองรบั การจัดการควบคมุ กิจการท่องเท่ียวในพืน้ ที่

366

1.3 เกณฑ์การประเมินศักยภาพแหล่งท่องเท่ียวท่ีครอบคลุมองค์ประกอบด้านกิจกรรม และ
กระบวนการ คือ การพิจารณาถึงความหลากหลายของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่ โอกาสในการสร้าง
จติ สานึก และการให้การศึกษาด้านสงิ่ แวดล้อม

1.4 เกณฑ์การประเมินศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวท่ีครอบคลุมองค์ประกอบด้านการมีส่วนร่วม คือ
การพิจารณาว่า องค์กรท้องถ่ินมีส่วนร่วมในการควบคุมดูแลแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบใดบ้าง และประชาชนใน
ทอ้ งถิน่ มีความพอใจ หรอื สนใจทจ่ี ะใหแ้ หลง่ ท่องเทยี่ วในท้องถิ่นของตนไดร้ บั การพฒั นาเป็นแหล่งท่องเทย่ี วหรอื ไม่

2. องค์ประกอบที่น้ามาเป็นเคร่ืองบ่งชีศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว (ธรรมศักด์ิ โรจนสุนทร, 2542)
ดงั น้ี

2.1 ปัจจัยจูงใจหลักของการท่องเที่ยว พิจารณาจากสถานท่ีต้ังและลักษณะของแหล่งท่องเที่ยว
นั้นต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวหลายๆ ด้าน เช่น ความต้องการในด้านความสงบในการพักผ่อน ความ
สนกุ สนาน การหาประสบการณ์ ซง่ึ ปจั จยั จูงใจหลกั แบ่งได้ 3 ชนดิ ได้แก่ ปัจจัยจงู ใจดา้ นธรรมชาติ ปัจจัยจูงในด้าน
ประวัตศิ าสตรแ์ ละศาสนา และปัจจยั จงู ใจทางด้านกิจกรรมท่มี นษุ ย์สรา้ งขึน้

2.2 ปัจจัยประกอบ ได้แก่ คุณค่าดึงดูดใจจากสภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และ
ลักษณะภูมิทัศน์ท่ีเป็นเอกลักษณ์ ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน สภาพเศรษฐกิจและสังคม ภัยธรรมชาติ
และการเมอื ง

2.3 ปัจจัยสนบั สนุนและส่งิ อานวยความสะดวก ได้แก่ สง่ิ อานวยความสะดวกท่ีได้มาตรฐานด้านท่ี
พักและอาหาร การส่ือความหมาย ข้อมูลข่าวสาร การให้ข่าวสารประชาสัมพันธ์ ตลอดจนส่ิงอานวยความสะดวก
ตา่ ง ๆ เชน่ รา้ นจาหนา่ ยของที่ระลึก เป็นต้น

2.4 ปจั จยั ด้านโครงสรา้ งพ้นื ฐานและการคมนาคม ต้องพิจารณาถึงโครงข่ายการคมนาคมทางบก
ทางนา้ และทางอากาศ บริการสาธารณะ เช่น ไฟฟ้า น้า การระบายน้า การกาจัดขยะ ตลอดจนระบบการสื่อสาร
โทรคมนาคม

โดยในการศึกษาวิจัยครั้งน้ี ศิริจรรยา ประพฤติกิจ (2553) ได้นาแบบตรวจสอบทรัพยากรการท่องเที่ยว
(Resource audit) ของกอดเฟรย์ เคอร์รี และคลาร์ค แจ๊คก้ี (Godfrey Kerry. & Clarke Jackie. 2000: 64-71)

367
เพื่อสารวจแหล่งท่องเท่ียวในอาเภอเมืองตราด และขอข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนาข้อมูลดังกล่าวมาใช้
ประกอบในการสรา้ งแบบสอบถาม โดยแบบสารวจแบ่งเป็น 2 ชุด

ชุดที่ 1 แบบส้ารวจสิ่งอ้านวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบและ
ประเมนิ สงิ่ อานวยความสะดวกในแหลง่ ทอ่ งเท่ียวต่าง ๆ ดงั น้ี

1.1 ปา้ ยบอกทางเขา้ ถงึ
1.2 สงิ่ ชบ้ี ง่ บอกวา่ มาถึงจดุ ทอ่ งเท่ยี ว
1.3 ศูนย์ขอ้ มลู นกั ทอ่ งเทีย่ ว
1.4 ห้องสุขา
1.5 ร้านอาหารเครอ่ื งด่ืม
1.6 รา้ นขายของทรี่ ะลึก
1.7 การให้ขอ้ มูลและการส่ือความหมายเกีย่ วกบั จดุ ท่องเทีย่ ว
1.8 การกาหนดเสน้ ทางเดินทอ่ งเทยี่ วในบรเิ วณนั้นและมลี ูกศรช้ที าง
1.9 การมีมัคคเุ ทศกท์ ้องถ่นิ อธบิ าย
1.10 การมีปา้ ยขอ้ มูลเก่ยี วกบั โบราณสถานนน้ั
1.11 ข้อมูลแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วทนั สมัยและปรับเหมาะสมกบั ผู้ใหญแ่ ละเดก็
1.12 มีการทาความสะอาดทกุ วนั มีการดูแลรักษาซ่อมแซม
1.13 นกั ทอ่ งเทย่ี วสามารถเดนิ ชมแหลง่ ท่องเทย่ี วได้ตามความพอใจ
1.14 มขี ้อมูลจากง่ายไปหายากและละเอยี ดลึกซ้งึ ข้นึ
1.15 นกั ทอ่ งเทยี่ วสามารถเดนิ ยอ้ นกลับไปดสู ่งิ ที่ต้องการดูได้ตามความพอใจ

368

1.16 นักท่องเทีย่ วได้รบั ประสบการณ์ท่ดี ี สามารถนาไปพัฒนาตนเองได้

1.17 นกั ท่องเที่ยวกลับมาเท่ียวอกี

1.18 นกั ทอ่ งเทย่ี วบอกกันปากต่อปากว่าควรมาเท่ยี วทปี่ ระเทศไทย

1.19 แหล่งทอ่ งเที่ยวเชื่อมโยงกับเสน้ ทางคมนาคมถนนตา่ ง ๆ

1.20 แหลง่ ทอ่ งเท่ยี วมภี าพลักษณป์ ระทับใจ นักทอ่ งเท่ียวในอดตี และปจั จบุ นั

ชุดที่ 2 แบบส้ารวจและประเมินศักยภาพทรัพยากรท่องเที่ยว (Resource audit) โดยใช้แบบสารวจ
ในด้านตา่ ง ๆ ดังน้ี

2.1 ทรพั ยากรทอ่ งเท่ียวทางธรรมชาติ ได้แก่ ภมู ทิ ศั น์ ภูมอิ ากาศ พืชสตั ว์ ปา่ และ นา้

2.2 ทรัพยากรวฒั นธรรม ไดแ้ ก่ มรดกทางวัฒนธรรม มรดกทางศาสนา ศลิ ปะชาติพนั ธ์ุ

2.3 ทรัพยากรมหกรรมปรากฏการณ์สาคัญ ได้แก่ งานมหกรรม งานการแข่งขันกีฬา งานแสดง
อ่นื ๆ วนั ชาติ งานฉลอง ขบวนแห่ มหกรรม ฯลฯ

2.4 ทรัพยากรท่องเท่ียวประเภทกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมด้านบริการ สิ่ง
อานวยความสะดวก

2.5 การบริการ การขนสง่ ท่พี ักแรม การต้อนรบั ธนาคาร และการบรกิ ารอนื่ ๆ

2.6 งานมหกรรมและเหตุการณ์สาคัญในรอบปี มีการจัดกิจกรรมประเภทใดบ้างท่ีจัดข้ึนในแหล่ง

ทอ่ งเทย่ี ว

2.7 การประเมินทรัพยากรท่องเที่ยวในส่วนคุณภาพ กล่าวถึงความโดดเด่นเม่ือเที่ยวกับที่อ่ืน จะ
ดึงดูดนักท่องเท่ียว โดยแบ่งลักษณะด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรวัฒนธรรม งานมหกรรมและเหตุการณ์ท่ี
สาคญั ต่าง ๆ ดา้ นกจิ กรรม การบรกิ าร

2.8 การจดั อันดบั ความสาคัญของทรัพยากรท่องเที่ยว กล่าวถึงคุณสมบัติความโดดเด่น โอกาสใน
การพัฒนา อุปสรรคต่อการพัฒนา และการจัดอันดับ โดยแบ่งลักษณะด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากร

369

วฒั นธรรม งานมหกรรมและเหตกุ ารณ์สาคัญต่าง ๆ ด้านกิจกรรม การบริการ ซึ่งการจัดอันดับใช้ความคิดเห็นจาก
แบบสอบถามเขา้ มาวดั ผลของอันดับ

ไพศาล พรชัยสิทธิกุล และเพชรศรี นนท์ศิริ ได้ทาการศึกษาวิจัยเรื่อง “การประเมินศักยภาพแหล่ง
ท่องเท่ียวเพ่ือพัฒนาเส้นทางการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ บางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก” โดยได้วางแผนการ
ตรวจสอบและประเมินทรัพยากร โดยอ้างอิงงานศึกษาของ ระพีพรรณ ทองห่อและคณะ (2549: 12-15) ได้
กล่าวถึงการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยว (Resource management) ว่าควรประกอบด้วยวิธีการ 2 ขั้นตอน
ดังนี้

1. ขัน้ ตอนการวิเคราะห์ทรพั ยากรการทอ่ งเที่ยว

ก่อนที่จะทาการวิเคราะห์ทรัพยากรการท่องเที่ยวผู้ที่รับผิดชอบควรเร่ิมต้นด้วยการสารวจข้อมูลเกี่ยวกับ
ทรพั ยากรทอ่ งเทย่ี วในพนื้ ท่เี พ่ือประกอบการตัดสินใจในการกาหนดทศิ ทางในการดาเนินงานเก่ียวกับการท่องเท่ียว
โดยการสารวจแหล่งท่องเที่ยวในพ้ืนท่ีว่ามีทรัพยากรการท่องเที่ยวอะไรบ้าง เป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภท
ใด และมีสภาพอย่างไร ทรัพยากรการท่องเที่ยวมีคุณลักษณะและความเหมาะสมท่ีแตกต่างกันตามศักยภาพของ
แหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวที่มีความเหมาะสมสูงสุดจึงควรได้รับการจัดการที่ถูกวิธี ส่วนแหล่งท่องเท่ียวที่มี
ความเหมาะสมน้อยควรได้รับการพิจารณาในด้านรูปแบบและการจัดการ ที่ทาให้สามารถรองรับการท่องเที่ยวที่
เหมาะสมกับแหล่งท่องเทย่ี ว และมรี ะบบการจัดการท่ีสามารถเอื้อประโยชน์ และตอบสนองความต้องการโดยรวม
ของประเทศ

2. ข้ันตอนการประเมินศักยภาพและจัดระบบของทรัพยากรภายในแหล่งท่องเท่ียว ซึ่งประกอบด้วย
ขั้นตอนการกาหนดตัวชี้วัด เพื่อพิจารณาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวโดยกาหนดระดับการให้คะแนน 5-1 จาก
มากทส่ี ุดถงึ น้อยทีส่ ดุ ดังตวั อย่างต่อไปนี้

2.1 ชนิดของแหล่งท่องเที่ยว เป็นการพิจารณาสภาพทั่วไปของแหล่งท่องเท่ียวความเก่ียวเน่ือง
ของระบบนเิ วศในพน้ื ท่ี โอกาสในการจดั กิจกรรมทอ่ งเทย่ี ว เชน่ กาหนดใหแ้ หล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหรือวัฒนธรรม
ท่ีสมบูรณ์ได้คะแนนเท่ากับ 5 และแหล่งท่องเท่ียวที่มีการปรับปรุงแก้ไขสภาพของพ้ืนท่ี เพ่ือรองรับการท่องเท่ียว
เลก็ น้อยไดค้ ะแนน 4 เป็นต้น

370

2.2 ลักษณะของแหล่งท่องเท่ียวเป็นการพิจารณาจากสภาพโดยท่ัวไปใน 3 ปัจจัยคือระบบนิเวศ
ภายในแหล่งท่องเที่ยวความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ และการมีองค์ประกอบท่ีหลากหลายเช่นมีโบราณสถาน
ภายในแหล่งทอ่ งเที่ยวธรรมชาตมิ ีความเหมาะสมของทรพั ยากรในการจดั กจิ กรรมท่องเทย่ี วได้คะแนน 5 เปน็ ต้น

นอกจากนี้ ไพศาล พรชัยสิทธิกุล และเพชรศรี นนท์ศิริ ยังได้นาแนวคิดด้านการตรวจสอบและประเมิน
ศักยภาพทรัพยากรของบุญเลิศ จิตต้ังวัฒนา (2548) มาประยุกต์ใช้กับงานศึกษาครั้งนี้ ซึ่งหลักเกณฑ์ในการ
ประเมินศักยภาพทรพั ยากรทอ่ งเท่ยี วใชห้ ลักเกณฑ์ในการตดั สินใจอยู่ 7 ดา้ นดังตอ่ ไปนค้ี ือ

1. ด้านกายภาพของทรพั ยากรท่องเที่ยว

2. ด้านคุณคา่ ของทรพั ยากรท่องเท่ียว

3. ด้านความนิยมของทรัพยากรท่องเท่ยี ว

4. ดา้ นความปลอดภยั ของทรพั ยากรท่องเท่ยี ว

5. ดา้ นความเปราะบางของสงิ่ แวดลอ้ มในทรัพยากรท่องเทย่ี ว

6. ด้านผลประโยชน์ท่ีชุมชนไดร้ บั จากทรพั ยากรท่องเที่ยว และ

7. ด้านการบรหิ ารจัดการของทรพั ยากรท่องเที่ยว

จากการทบทวนแนวคิดที่เก่ียวข้อง ไพศาล พรชัยสิทธิกุล และเพชรศรี นนท์ศิริได้ทาการวิเคราะห์และ
นามาประยุกต์ใช้ในการออกแบบประเมินทรัพยากรให้เหมาะสมกับงานวิจัย โดยเคร่ืองมือที่ใช้ ในการวิจัย
ประกอบดว้ ย

1. แบบสังเกตการณ์ ถูกสร้างข้ึนมาเพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว โดย
ระบุจดุ สงั เกต คาอธบิ ายทีป่ ระกอบดว้ ย

1.1 การเข้าถงึ เส้นทางคมนาคม มถี นนตัดผา่ น มีรถสาธารณะให้บริการใช้ในการเดินทางเพื่อเข้า
ไปแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วโดยตรง

371

1.2 ส่ิงอานวยความสะดวกพ้ืนฐาน ในการเดินทางไปใช้บริการในแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก
รา้ นอาหาร ควรมีเพียงพอสาหรบั รับรองนักท่องเที่ยว เพ่ือท่ีนักท่องเท่ียวจะได้ไม่รู้สึกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่
พรอ้ ม

1.3 ความน่าสนใจของแหล่งทอ่ งเทยี่ ว/กิจกรรมเชิงสุขภาพ จุดดึงดูดของแหล่งท่องเท่ียว มีแหล่ง
ทอ่ งเทย่ี วอนื่ ที่สามารถดงึ ดูดนกั ทอ่ งเทีย่ วไดห้ รอื ไม่ / มกี จิ กรรมเชิงสุขภาพหรอื กจิ กรรมอย่างอื่นให้นักท่องเท่ียวทา
ในระหวา่ งการทอ่ งเทย่ี วไดม้ ากน้อยเพียงใด

1.4 อธั ยาศัยของเจา้ ของบ้าน (คนท้องถ่ิน) ความเป็นมิตรไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส เอ้ือเฟื้อเพ่ือแผ่ มี
นา้ ใจยินดีตอ้ นรับและช่วยเหลอื นักทอ่ งเท่ียวมากนอ้ ยเพยี งใด

1.5 ความสะอาด การจัดการขยะ สิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อสร้างความม่ันใจให้
นกั ทอ่ งเทีย่ ว เน่ืองจากเป็นแหล่งทอ่ งเท่ยี วเชิงสขุ ภาพ

1.6 ความโดดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว /กิจกรรมเชิงสุขภาพ สิ่งท่ีแหล่งท่องเท่ียวมีต่างจากท่ีอื่น
เพ่ือสร้างความเป็นเอกลักษณ์ใหก้ บั แหล่งท่องเทย่ี ว

2. แบบส้ารวจสิ่งอ้านวยความสะดวกในแหล่งท่องเท่ียว ใช้เป็นเครื่องมือในการสารวจสิ่งอานวยความ
สะดวกพืน้ ฐานท่ีจาเป็นสาหรับการจัดเส้นทางท่องเท่ียว ประกอบด้วยแหล่งบริการข้อมูลแหล่งท่องเท่ียว ร้านขาย
ของที่ระลึก ร้านอาหาร การคมนาคมขนส่ง ป้ายบอกข้อมูลตามสถานที่ท่องเท่ียว ที่พักแรม ห้องน้า ถังขยะ ป้าย
บอกทาง ฯลฯ ในการสารวจผู้วิจัยจะทาการประเมินสภาพทั่วไป ปัญหาที่พบ และถ่ายภาพประกอบ เพ่ือความ
ชดั เจนในการนาไปใช้เพือ่ วางแผนเสน้ ทางท่องเทีย่ วต่อไป

3. แบบตรวจสอบทรพั ยากรและกจิ กรรมการทอ่ งเทีย่ วเชิงสุขภาพ หลังจากสังเกตและสารวจส่ิงอานวย
ความสะดวกพ้ืนฐาน ผู้วิจัยจะทาการรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ศักยภาพเบื้องต้น เช่น ประเภทของแหล่ง
ท่องเที่ยวท่ีสารวจ และจุดแข็ง จุดอ่อนของแต่ละพ้ืนที่ทั้งนี้เพ่ือเป็นการกรองข้อมูลเบื้องต้น ก่อนทาการประเมิน
โดยละเอียดจากแบบประเมินศักยภาพข้ันตอนนี้ใช้แบบตรวจสอบและกิจกรรมการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพเป็น
เครือ่ งมอื

372

สมชาย เล้ียงพรพรรณ (2560) ได้ทาการศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาศักยภาพแหล่งทรัพยากรการ
ท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา” โดยในการรสร้างแบบประเมินศักยภาพของ
แหล่งทรัพยากรการท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ ได้กาหนดขอบเขตการประเมินออกเป็น 6
ด้านหลัก หลังจากนั้นจึงกาหนดเกณฑ์การประเมินย่อยท่ีครอบคลุมเกณฑ์ประเมินหลัก และกาหนดค่าคะแนนใน
แต่ละเกณฑ์ย่อย จากมากไปน้อย แล้วนาแบบประเมินน้ีไปทดลองใช้จริงแล้วนาข้อมูลท่ีได้กลับมาปรับแก้ให้มี
ความสมบรู ณ์ย่งิ ขนึ้ เพื่อนาไปใช้ประเมนิ กับทกุ แหลง่ ต่อไป ซง่ึ เกณฑ์ประเมนิ หลกั 6 ด้าน ไดแ้ ก่

1) ความสะดวกในการเข้าถึง โดยพิจารณาเกณฑ์ย่อยต่าง ๆ ได้แก่ ลักษณะถนน พาหนะ พาหนะรับจ้าง
ระยะทางจากถนนสายหลัก และปา้ ยชที้ าง

2) สิ่งอานวยความสะดวก โดยพิจารณาเกณฑ์ย่อยต่าง ๆ ได้แก่ น้า ฟ้า โทรศัพท์สาธารณะ ถังขยะและ
การกาจัด สถานทจ่ี อดรถ ทพ่ี กั แรม ทพ่ี ักผ่อน ร้านอาหาร เคร่ืองด่ืม และของที่ระลึก ห้องน้า และการรักษาความ
ปลอดภยั

3) สภาพแวดล้อม โดยพิจารณาเกณฑ์ย่อยต่าง ๆ ได้แก่ สภาพทางธรรมชาติ ระบบนิเวศ สภาพทาง
วัฒนธรรม และมลภาวะในแหลง่

4) คุณค่าและความสาคัญ โดยพิจารณาเกณฑ์ย่อยต่าง ๆ ได้แก่ ด้านธรรมชาติ ด้านประวัติศาสตร์
โบราณคดแี ละศิลปกรรม และดา้ นวัฒนธรรม

5) การตอบรับของประชาชนในท้องถิ่น โดยพิจารณาเกณฑ์ย่อยต่าง ๆ ได้แก่ การต้อนรับนักท่องเท่ียว
การมีส่วนร่วมในกจิ กรรมของแหลง่ การรักษาเอกลกั ษณ์ และการได้รบั ประโยชน์ของคนในชมุ ชน

6) การจัดการ โดยพจิ ารณาเกณฑ์ยอ่ ยตา่ ง ๆ ได้แก่ การให้การศกึ ษา การรกั ษาสิ่งแวดล้อม และองค์กรใน
การจดั การ

จากการทบทวนวรรณกรรมและเอกสารท่ีเกี่ยวข้องต่าง ๆ ข้างต้น นาไปสู่การสร้างกรอบแนวคิดสาหรับ
การศกึ ษาศักยภาพเชิงพ้นื ที่ในการพัฒนาการทอ่ งเที่ยวทางน้าของไทย โดยคณะผู้วิจัยได้อ้างอิงตัวแปรจากงานวิจัย
ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินศักยภาพเชิงพื้นท่ีทางการท่องเท่ียว ท้ังการพิจารณาจากเกณฑ์ความพร้อมด้าน

373

โครงสรา้ งพน้ื ฐาน รวมไปถงึ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม พร้อมท้ังอ้างอิงตัว
แปรจากดชั นกี ารแข่งขนั ทางการท่องเท่ยี ว โดย World Economic Forum ดังนี้

7.1.3 กรอบในการศกึ ษาศักยภาพเชงิ พืนที่ในการพัฒนาการท่องเท่ียวทางนา้ ของไทย

นโยบายและเง่อื นไขด้านการเดินทางและ
การท่องเที่ยว (อ้างอิงจากดัชนกี ารแข่งขนั
ทางการทอ่ งเทยี่ ว โดย World Economic
Forum)

 การใหค้ วามสาคญั เกยี่ วกับนโยบาย
ดา้ นการเดนิ ทางและการทอ่ งเทยี่ ว

 การเปิดรับนกั ทอ่ งเท่ียวตา่ งชาติ
 ขดี ความสามารถในการแขง่ ขัน

ด้านราคา
 ความย่ังยนื ทางสงิ่ แวดล้อม

ความพรอ้ มด้านโครงสรา้ งพื้นฐาน ศกั ยภาพเชงิ พื้นทใี่ นการพัฒนาการ
 สนามบิน ท่องเที่ยวทางนา้ ของไทย
 ถนนและท่าเรอื
 ส่งิ อานวยความสะดวกแก่
นักทอ่ งเที่ยว

ทรพั ยากรทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม
 ทรัพยากรทางธรรมชาติ
 ทรัพยากรทางวัฒนธรรม

374

7.1.4 เครอ่ื งมือในการประเมินศกั ยภาพเชงิ พนื ทีใ่ นการพัฒนาการท่องเท่ียวทางน้าของไทย
จากการทบทวนวรรณกรรมและเอกสารท่ีเกี่ยวข้องต่าง ๆ ข้างต้น นาไปสู่การสร้างแบบสารวจ/แบบ

สังเกตการณ์ เพอ่ื ใชเ้ ป็นเคร่อื งมอื ในการประเมนิ ศักยภาพเชิงพ้ืนท่ใี นการพฒั นาการทอ่ งเที่ยวทางน้าของไทย โดยมี
เกณฑ์ในการพจิ ารณาต่อไปน้ี

1.1 ความโดดเด่น/เอกลักษณ์ของพ้ืนที่ หมายถึง ความโดดเด่นหรือเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเท่ียว
โดยพิจารณาจากความสวยงามของแหล่งท่องเท่ียว ความสามารถในการดึงดูดนักท่องเท่ียว คุณค่าของแหล่ง
ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การส่งเสริมอนุรักษ์ คุณค่าทางธรรมชาติ/ ประวัติศาสตร์/ โบราณคดี หรือวัฒนธรรม
เฉพาะถ่นิ ชดั เจน และความอุดมสมบรู ณข์ องทรพั ยากรธรรมชาติ

1.1.1 ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว หมายถงึ ความงดงามตามธรรมชาตขิ องแหล่งท่องเทย่ี ว
หรอื ลกั ษณะสภาพภมู ิทศั น์ทางธรรมชาตขิ องแหล่งทอ่ งเท่ียว

1.1.2 ความสามารถในการดงึ ดูดนกั ทอ่ งเท่ยี ว หมายถึง ลักษณะเดน่ ทเ่ี ปน็ เอกลักษณ์เฉพาะตวั ของ
แหลง่ ทอ่ งเท่ยี วทส่ี ามารถดึงดูดนักท่องเทย่ี วใหเ้ ขา้ ไปยังแหล่งทอ่ งเทยี่ วนัน้ ๆ ได้

1.1.3 คุณคา่ ของแหล่งท่องเทีย่ วท่ีควรค่าแก่การส่งเสริมอนุรักษ์ หมายถงึ ลกั ษณะความโดดเด่น
หรือคุณค่าของแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วท่คี วรคา่ แก่การส่งเสริมอนุรักษ์

1.1.4 คุณค่าทางธรรมชาติ/ ประวัติศาสตร์/ โบราณคดี หรือวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นชัดเจน หมายถึง
ความโดดเด่นหรือคุณค่าของแหล่งท่องเท่ียว ในมิติความเก่าแก่ทางประวัติความเป็นมา
ความสาคญั ทางลทั ธคิ วามเช่ือและศาสนา รวมถึงคุณค่าที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรม
เฉพาะถ่นิ ชัดเจน เป็นตน้

1.1.5 ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
ภายในแหล่งทอ่ งเที่ยว

1.2 ความสะดวกในการเข้าถึง หมายถึง สภาพของเส้นทาง ลักษณะการเดินทาง ระยะทางจากตัว
เมืองไปยังแหล่งท่องเที่ยว โดยพิจารณาจากตาแหน่งท่ีต้ัง ลักษณะ/สภาพของเส้นทางการจราจร ลักษณะการ
คมนาคมทีส่ ามารถใช้เดนิ ทาง ระยะทางในการเดนิ ทางจากศูนย์กลาง

1.2.1 ตาแหน่งท่ีต้ัง หมายถึง ตาแหน่งท่ีตั้งของแหล่งท่องเที่ยว โดยพิจารณาว่ามีตาแหน่งท่ีต้ังติด
ถนนใหญ่ เขา้ ซอยจากถนนหลักไม่เกิน 2 กิโลเมตร เข้าซอยจากถนนหลัก 2 – 10 กิโลเมตร
หรืออยู่ลึกมาก เข้าลาบาก

375

1.2.2 ลักษณะ/สภาพของเส้นทางการจราจร หมายถึง ลักษณะ/สภาพของเส้นทางการจราจรใน
การเข้าถงึ แหล่งทอ่ งเทย่ี วว่ามลี กั ษณะเปน็ คอนกรีต ลาดยาง ลูกรัง/กรวดหิน ถนนดิน หรือมี
แตท่ างเทา้

1.2.3 ลักษณะการคมนาคมที่สามารถใช้เดินทาง หมายถึง ลักษณะการคมนาคมท่ีสามารถใช้
เดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว เดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ได้โดยรถส่วนตัว รถประจา
ทาง รถสองแถว รถตุก๊ ตกุ๊ /รถสามลอ้ จกั รยานยนต์ เคร่ืองบนิ เรอื หรอื เดินเท่านนั้

1.2.4 ระยะทางในการเดนิ ทางจากศูนยก์ ลาง หมายถึง ระยะทางในการเดินทางจากศนู ย์กลาง
พจิ ารณาจากระยะห่างจากตัวจังหวดั หรือสนามบิน

กรณีเปน็ เกาะ (เพิ่มเติม)

1.2.5 ระยะเวลาจากทา่ เรอื ไปยงั พ้ืนที่ หมายถงึ ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางจากทา่ เรอื ไปยงั แหลง่
ท่องเที่ยว

1.2.6 จานวนเที่ยวเรือไป-กลับจากพนื้ ท่ี หมายถึง จานวนเท่ียวเรือไป-กลบั จากท่าเรือไปยงั แหลง่
ทอ่ งเทีย่ วต่อวัน

1.3 ส่ิงอานวยความสะดวก หมายถึง สิ่งอานวยความสะดวกต่าง ๆ สาหรับนักท่องเที่ยวภายในแหล่ง
ท่องเท่ียวและพ้ืนที่ใกล้เคียง ได้แก่ ท่ีพัก ห้องน้า ร้านอาหาร ที่จอดรถ ร้านขายของที่ระลึก
ศนู ย์บริการนักท่องเทย่ี ว ป้ายบอกทาง รวมถงึ ระบบโทรคมนาคม
1.3.1 ท่ีพัก หมายถึง ท่ีพักที่เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวท้ังภายในแหล่งท่องเท่ียวและพื้นท่ี
ใกล้เคียง โดยพิจารณาทั้งที่พักที่ดาเนินการโดยหน่วยงานท่ีรับผิดชอบแหล่งท่องเท่ียวและท่ี
พกั ทด่ี าเนนิ การโดยเอกชน
1.3.2 ห้องน้า หมายถึง ห้องน้าท่ีเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวท้ังภายในแหล่งท่องเท่ียวและพื้นที่
ใกลเ้ คียง โดยพิจารณาทง้ั จานวน ความสะอาด และคา่ เขา้ ใชบ้ ริการ
1.3.3 ร้านอาหาร หมายถึง ร้านอาหารท่ีเปดิ ให้บริการแกน่ ักท่องเที่ยวทั้งภายในแหลง่ ท่องเท่ียว
และพื้นท่ีใกล้เคยี ง โดยพจิ ารณาท้ังจานวน ความสะอาด และราคา
1.3.4 ทจี่ อดรถ หมายถึง พ้ืนทสี่ าหรับจอดรถทั้งภายในแหลง่ ท่องเที่ยวและพ้นื ทีใ่ กล้เคยี ง โดย
พจิ ารณาทั้งความสามารถในการรองรบั และคา่ บริการ

376

1.3.5 รา้ นขายของท่ีระลกึ หมายถงึ รา้ นขายของทรี่ ะลกึ ทเ่ี ปิดให้บรกิ ารแก่นักท่องเที่ยวทั้งภายใน
แหล่งท่องเทีย่ วและพ้ืนท่ใี กลเ้ คียง

1.3.6 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หมายถึง ศูนย์ให้บริการข้อมูลหรือศูนย์ให้ความช่วยเหลือที่เปิด
ให้บรกิ ารแก่นักทอ่ งเทย่ี วภายในแหลง่ ท่องเที่ยว โดยพิจารณาจากศูนย์ประชาสัมพันธ์ จุดรับ
แจง้ เหตุ สถานปฐมพยาบาล บรกิ ารอินเตอรเ์ นต็ รวมถึงโทรศพั ทส์ าธารณะ

1.3.7 ป้ายบอกทาง หมายถึง ป้ายบอกทางท่ีช่วยอานวยความสะดวกในการเดินทางเข้าถึงแหล่ง
ทอ่ งเที่ยวสาหรับนกั ท่องเทีย่ ว โดยพจิ ารณาจากความชดั เจนของป้ายบอกทาง

1.3.8 ระบบโทรคมนาคม หมายถึง ระบบการติดต่อผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมภายในแหล่ง
ท่องเที่ยว โดยพจิ ารณาจากสญั ญาณโทรศัพท์ สัญญาณอินเตอร์เน็ตในพ้ืนที่แหล่งทอ่ งเทยี่ ว

1.4 ความปลอดภัย ความปลอดภัยที่ปราศจากอนั ตรายทง้ั ท่ีอาจเกดิ จากธรรมชาติ ภยั พบิ ัติต่าง ๆ และภัย
ที่เกดิ จากมนษุ ย์ ได้แก่ ความปลอดภยั จากการโจรกรรม การทาร้ายร่างกายและทรพั ย์สินในบรเิ วณ
แหลง่ ท่องเท่ียว ความปลอดภัยในการเดินทางเข้าสูแ่ หลง่ ท่องเท่ียว ความปลอดภยั ในการทากจิ กรรม
รวมถึงความถี่ในการเกิดภัยธรรมชาตสิ ภาพแวดลอ้ ม
1.4.1 ความปลอดภัยจากการโจรกรรม/อาชญากรรม หมายถึง ระบบการรักษาความปลอดภัยจาก
การโจรกรรม/อาชญากรรมในแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว เชน่ เจา้ หน้าท่รี กั ษาความปลอดภยั แสงสวา่ ง
ภายในพน้ื ที่ หรือกล้องวงจรปิด
1.4.2 ความปลอดภยั ในการเดินทางเขา้ สูแ่ หล่งทอ่ งเท่ียว หมายถึง ระดับความปลอดภัยในการเดิน
ทางเข้าสู่แหล่งท่องเท่ียว โดยพิจารณาจากลักษณะเส้นทางในการเดินทางเข้าสู่แหล่ง
ทอ่ งเที่ยว แสงสวา่ งตามทาง ป้ายบอกทาง เป็นตน้
1.4.3 ความปลอดภัยในการทากิจกรรม หมายถึง ระบบการรักษาความปลอดภัยในการทากิจกรรม
ภายในแหล่งท่องเท่ียว เช่น เจ้าหน้าท่ีท่ีให้คาแนะนา/สอดส่องดูแล ป้ายเตือนในการทา
กจิ กรรม เปน็ ตน้
1.4.4 ความถีใ่ นการเกิดภัยธรรมชาติ หมายถึง โอกาสในการเกดิ ภยั ธรรมชาติและความถ่ีในการเกิด
ภัยธรรมชาติของแหลง่ ท่องเท่ียว

1.5 สภาพแวดล้อม/คุณภาพด้านทศั นยี ภาพของภมู ิทัศน์ หมายถึง สภาพแวดล้อมโดยรอบของแหลง่
ท่องเทย่ี ว โดยพจิ ารณาจากสภาพธรรมชาติท่ัวไป คณุ ภาพของส่งิ แวดล้อม รวมถึงความสะอาด/การจัดการขยะ

377

1.5.1 สภาพธรรมชาติทว่ั ไป หมายถึง สภาพธรรมชาตทิ ว่ั ไปของแหลง่ ทอ่ งเทีย่ ว ทัง้ บรรยากาศ การ
ตกแต่ง รวมท้งั การวางผงั ของสงิ่ ตา่ ง ๆ ในแหลง่ ท่องเท่ียว

1.5.2 คณุ ภาพของส่งิ แวดล้อม หมายถึง คุณภาพของสง่ิ แวดลอ้ มในแหลง่ ทอ่ งเท่ียวและพนื้ ท่ี
ใกล้เคียง โดยพิจารณาจากมลภาวะ/มลพิษทางเสียง กล่ิน ควนั /ฝุ่น นา้ เน่าเสยี

1.5.3 ความสะอาด/การจัดการขยะ หมายถึง การจัดการขยะ สิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ภายในแหล่ง
ท่องเที่ยว โดยพิจารณาจากความเพียงพอของจุดท้ิงขยะ พนักงานเก็บขยะ/พนักงานทา
ความสะอาดประจาแหลง่ ท่องเทย่ี ว

1.6 ความเช่ือมโยงกับแหล่งท่องเท่ียวอื่น/การรวมกลุ่มของแหล่งท่องเที่ยว หมายถึง แหล่งท่องเท่ียว
อ่ืน ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ซ่ึงนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวชมได้หลาย ๆ แหล่งท่องเที่ยวพร้อมกันใน
เส้นทางเดียวกัน โดยพิจารณาว่ามีแหล่งท่องเท่ียวอ่ืน ๆ อยู่ในบริเวณเดียวกันกี่แห่ง รวมถึงระยะเวลาในการ
เดนิ ทางไปยงั แหล่งทอ่ งเท่ยี วใกล้เคยี ง

1.7 ความหลากหลายของกจิ กรรม หมายถงึ กจิ กรรมทส่ี ามารถประกอบในพื้นท่ีแหล่งท่องเท่ียวได้
1.8 ชว่ งเวลาหรือฤดูกาลในการท่องเที่ยว หมายถึง สภาพทางภูมิศาสตร์หรือลักษณะของแหล่งท่องเท่ียว

ท่ีมีอิทธิพลต่อช่วงเวลาท่ีนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ เช่น ฝนตกหนักหรือมีพายุแรง
ในช่วงฤดูฝนอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินทางไปยังแหล่งท่องเท่ียว หรือบางแหล่ง
ทอ่ งเท่ียวปิดทาการในบางฤดูกาล เป็นต้น
1.9 ความสามารถในการรองรับนักท่องเท่ียว หมายถึง ความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวตามหลัก
วิชาการ “Carrying Capacity” ที่แหล่งท่องเท่ียวสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้จานวนหน่ึงใน
ช่วงเวลาหน่ึง โดยไม่ทาให้สภาพของแหล่งท่องเท่ียวน้ันเสื่อมโทรมหรือส่งผลกระทบต่อ
สภาพแวดลอ้ ม
1.10 ความสามารถในการแข่งขันด้านราคา หมายถึง การกาหนดราคาของสินค้าและบริการภายใน
แหล่งท่องเที่ยว โดยพจิ ารณาจาก ราคาทรปิ ราคาเรอื ราคาทพี่ ัก ราคาอาหาร
1.10.1 ราคาทริป หมายถงึ การพิจารณาราคาค่าธรรมเนียมเข้าชม ค่าผ่านประตู ค่าบารงุ ค่าบริการ

ภายในแหล่งท่องเทีย่ ว
1.10.2 ราคาเรือ หมายถึง การพิจารณาราคาเรือสาหรับแหล่งท่องเที่ยวท่ีมีกิจกรรมการล่องเรือ

หรอื ต้องอาศยั การเดินทางโดยเรอื เพ่ือเขา้ สแู่ หล่งท่องเทย่ี ว

378

1.10.3 ราคาท่ีพัก หมายถึง การพิจารณาราคาที่พักที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวภายในแหล่ง
ท่องเท่ียวและพน้ื ท่ใี กลเ้ คยี ง

1.10.4 ราคาอาหาร หมายถึง การพิจารณาราคาอาหารที่ให้บริการแก่นักท่องเท่ียวภายในแหล่ง
ท่องเที่ยว

7.1.5 แบบสา้ รวจ/แบบสังเกตการณ์

ตัวชีวดั ผลการประเมิน เหตุผลประกอบ (เพิ่มเติม)
1. ความโดดเด่น/เอกลักษณ์ของพ้นื ที่

1.1 ความสวยงามของแหล่ง
ทอ่ งเที่ยว

1.2 ความสามารถในการดึงดดู
นกั ทอ่ งเทยี่ ว

1.3 คณุ คา่ ของแหล่งท่องเท่ียวที่ควร
คา่ แก่การส่งเสริมอนรุ ักษ์

1.4 คุณคา่ ทางธรรมชาติ/
ประวัตศิ าสตร์/ โบราณคดี หรือ
วฒั นธรรมเฉพาะถ่ินชัดเจน

1.5 ความอดุ มสมบูรณ์ของ
ทรัพยากรธรรมชาติ
2. ความสะดวกในการเขา้ ถงึ

2.1 ตาแหนง่ ที่ต้งั o ติดถนนใหญ่
o เข้าซอยจากถนนหลักไม่เกนิ 2 กิโลเมตร
2.2 ลกั ษณะ/สภาพของเส้นทาง o เข้าซอยจากถนนหลัก 2 – 10 กโิ ลเมตร
การจราจร o อย่ลู กึ มาก เขา้ ลาบาก
o คอนกรีต
o ลาดยาง
o ลกู รงั /กรวดหนิ
o ถนนดนิ
o มแี ตท่ างเทา้

ตวั ชวี ัด ผลการประเมิน 379
2.3 ลักษณะการคมนาคมทส่ี ามารถ o รถส่วนตวั เหตุผลประกอบ (เพ่มิ เติม)
ใช้เดนิ ทาง o รถประจาทาง
o รถสองแถว
2.4 ระยะทางในการเดินทางจาก o รถตกุ๊ ตุ๊ก/รถสามล้อ
ศนู ยก์ ลาง (ตัวจงั หวัด/สนามบิน) o จกั รยานยนต์
กรณเี ปน็ เกาะ (เพ่มิ เตมิ ) o เครอื่ งบนิ
o เรือ
2.5 ระยะเวลาจากท่าเรือไปยงั พ้ืนที่ o เดินเทา่ นนั้

2.6 จานวนเทีย่ วเรอื ไป-กลับจาก o ศนู ย์ประชาสมั พันธ์
พนื้ ท่ี o จดุ รบั แจ้งเหตุ
3. สง่ิ อ้านวยความสะดวก o สถานปฐมพยาบาล
o บริการอินเตอรเ์ นต็
3.1 ทพ่ี กั o โทรศพั ท์สาธารณะ
3.2 ห้องนา้ o สญั ญาณโทรศัพท์
3.3 รา้ นอาหาร o สัญญาณอินเตอรเ์ น็ต
3.4 ที่จอดรถ
3.5 รา้ นขายของท่ีระลกึ
3.6 ปา้ ยบอกทาง
3.7 ศูนยบ์ รกิ ารนกั ท่องเทีย่ ว

3.8 ระบบโทรคมนาคม

ตวั ชวี ัด ผลการประเมิน 380
เหตุผลประกอบ (เพ่มิ เติม)

4. ความปลอดภยั

4.1 ความปลอดภยั จากการ

โจรกรรม/อาชญากรรม

4.2 ความปลอดภัยในการเดิน

ทางเขา้ สูแ่ หล่งท่องเทย่ี ว

4.3 ความปลอดภยั ในการทา

กจิ กรรม

4.4 ความถีใ่ นการเกิดภยั ธรรมชาติ

5. สภาพแวดล้อม/คุณภาพด้านทศั นียภาพของภูมิทัศน์

5.1 สภาพธรรมชาติทวั่ ไป

5.2 คุณภาพของส่งิ แวดลอ้ ม o ไมม่ ีควัน/ฝนุ่

o ไมม่ ีกลิ่นเนา่ เหม็น

o ไม่มีมลพษิ ทางเสยี ง

o ไมม่ ีนา้ เน่า

5.3 ความสะอาด/การจดั การขยะ

6. ความเช่ือมโยงกบั แหลง่ ท่องเที่ยวอ่ืน/การรวมกลุ่มของแหลง่ ท่องเทีย่ ว

มแี หลง่ ท่องเท่ยี วอ่ืนๆ อยู่ในบริเวณ

เดียวกัน

- มีแหล่งท่องเทยี่ วใกล้เคยี งกี่แหง่

- ระยะเวลาในการเดนิ ทางไปยังแหลง่

ทอ่ งเที่ยวใกลเ้ คยี ง

7. ความหลากหลายของกจิ กรรม
สามารถประกอบกจิ กรรมได้กี่กิจกรรม

8. ชว่ งเวลาหรือฤดกู าลในการทอ่ งเท่ียว

o ใช้งานไดน้ ้อยกวา่ 4 เดือน
o ใช้งานไดร้ ะหว่าง 4-8 เดือน

381

ตัวชวี ดั ผลการประเมนิ เหตผุ ลประกอบ (เพิ่มเติม)
o ใชง้ านได้ 8-12 เดือน
9. ความสามารถในการรองรับนกั ทอ่ งเทีย่ ว
จานวนนกั ทอ่ งเทีย่ วทีส่ ามารถรองรับได้
ในแตล่ ะวนั
10. ความสามารถในการแข่งขันด้านราคา

10.1 ราคาทรปิ
10.2 ราคาเรือ
10.3 ราคาที่พกั
10.4 ราคาอาหาร

7.1.6 หลกั เกณฑใ์ นการเลอื กพนื ท่ศี ึกษาศักยภาพ

ในการศึกษาพื้นทีท่ ี่มีศกั ยภาพและพืน้ ทท่ี ีค่ าดวา่ จะมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้าในอนาคต

พิจารณาจากพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวหลัก 22 จังหวัด และจังหวัดท่องเท่ียวรอง 55 จังหวัด ตามมาตรการภาษีเพ่ือ

สนับสนุนการท่องเท่ียวและจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดท่องเท่ียวรองตามท่ีกระทรวงการคลังกาหนด โดยเลือก

ศึกษาในพ้ืนท่ีต่าง ๆ ทั้งในจังหวัดท่องเท่ียวหลัก และจังหวัดท่องเท่ียวรองให้กระจายตัวอย่างสมดุลกันมากที่สุ ด

ท้ังนี้จังหวัดท่องเที่ยวหลัก 22 จังหวัด และจังหวัดท่องเท่ียวรอง 55 จังหวัด ตามมาตรการภาษีเพ่ือสนับสนุนการ

ทอ่ งเท่ียวและจดั อบรมสัมมนาในจงั หวดั ท่องเท่ยี วรองตามท่ีกระทรวงการคลังกาหนด รายละเอียดแสดงดังตาราง

55 จังหวดั ทอ่ งเท่ยี วรอง 22 จงั หวัด
ตามท่กี ระทรวงการคลังก้าหนด (นอกเหนอื จากจังหวัดท่องเท่ียวรอง

1. นครศรธี รรมราช 31. ลาพนู ท่กี ระทรวงการคลังก้าหนด)
1. เชยี งใหม่

2. อดุ รธานี 32. นครพนม 2. ขอนแกน่
3. เชยี งราย 33. อตุ รดิตถ์ 3. นครราชสีมา
4. ลพบุรี 34. ระนอง 4. กรงุ เทพมหานคร

5. พิษณโุ ลก 35. ลาปาง 5. สมทุ รปราการ
6. สพุ รรณบรุ ี 36. ร้อยเอ็ด 6. สมุทรสาคร
7. อบุ ลราชธานี 37. แม่ฮ่องสอน 7. นครปฐม

382

55 จงั หวดั ทอ่ งเท่ียวรอง 22 จงั หวัด
ตามท่กี ระทรวงการคลังกา้ หนด (นอกเหนือจากจังหวัดท่องเท่ยี วรอง

8. นครนายก 38. พิจิตร ที่กระทรวงการคลงั กา้ หนด)
9. หนองคาย 39. แพร่ 8. นนทบรุ ี
10. สระแกว้ 40. ชยั นาท 9. ปทุมธานี
11. เลย 41. นา่ น 10. พระนครศรีอยธุ ยา
12. ตาก 42. อ่างทอง 11. สระบุรี
13. ตราด 43. มหาสารคาม 12. ชลบุรี
14. เพชรบรู ณ์ 44. กาแพงเพชร 13. ระยอง
15. จนั ทบรุ ี 45. อทุ ัยธานี 14. ฉะเชงิ เทรา
16. มกุ ดาหาร 46. นราธิวาส 15. กาญจนบุรี
17. นครสวรรค์ 47. ยะลา 16. เพชรบรุ ี
18. ราชบุรี 48. พะเยา 17. ประจวบครี ีขนั ธ์
19. สมุทรสงคราม 49. บงึ กาฬ 18. สุราษฎร์ธานี
20. บุรรี มั ย์ 50. กาฬสินธ์ุ 19. พงั งา
21. ชยั ภูมิ 51. ยโสธร 20. กระบ่ี
22. พัทลงุ 52. สงิ หบ์ รุ ี 21. ภูเก็ต
23. ตรัง 53. หนองบวั ลาภู 22. สงขลา
24. ศรีสะเกษ 54. อานาจเจรญิ
25. ปราจีนบุรี 55. ปัตตานี
26. สตลู
27. ชมุ พร
28. สโุ ขทยั
29. สรุ นิ ทร์
30. สกลนคร

ดังท่ีกล่าวไปแล้วว่า ในการเลือกพื้นท่ีสาหรับศึกษาศักยภาพจะเลือกศึกษาในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในจังหวัด
ท่องเท่ียวหลัก และจังหวัดท่องเที่ยวรองให้กระจายตัวอย่างสมดุลกันมากที่สุด ซึ่งคณะที่ปรึกษาได้เลือกพ้ืนท่ี

383

สาหรับศกึ ษาศกั ยภาพในจงั หวดั ท่องเที่ยวหลักจานวน 12 จังหวัด และเลือกพื้นที่สาหรับศึกษาศักยภาพในจังหวัด

ท่องเที่ยวรองจานวน 11 จังหวัด ซึ่งถือเป็นสัดส่วนท่ีใกล้เคียงกัน โดยใช้วิธีการเลือกพ้ืนท่ีแบบเฉพาะเจาะจง

(Purposive Sampling) รายละเอยี ดแสดงดงั ตาราง

จังหวัดทอ่ งเท่ยี วรอง จงั หวดั ทอ่ งเท่ียวหลัก

จงั หวดั พืนทที่ ่มี ศี กั ยภาพและ/หรอื พืนท่ี จังหวดั พนื ที่ท่มี ีศกั ยภาพและ/หรือพนื ท่ีท่ี

ทคี่ าดว่าจะมีศักยภาพ คาดวา่ จะมีศกั ยภาพ

1. อุดรธานี 2 แหง่ ไดแ้ ก่ ทะเลบวั แดง, 1. เชียงใหม่ 6 แหง่ ได้แก่ อา่ งแกว้ , น้าตกห้วย

สวนสาธารณะหนองประจกั ษ์ แก้ว, อ่างเก็บนา้ หว้ ยตึงเฒา่ , น้าพุ

ศลิ ปาคม ร้อนสนั กาแพง, เขื่อนแมง่ ัดสมบรู ณ์

ชล, น้าตกแมส่ า

2. ลพบรุ ี 2 แห่ง ได้แก่ นา้ ตกวงั กา้ นเหลอื ง, 2. นครราชสมี า 4 แห่ง ไดแ้ ก่ อ่างเกบ็ นา้ ลาตะคอง,

เข่ือนปา่ สักชลสิทธิ์ สวนนา้ บ่งุ ตาหล่ัว, บ่อน้าผุดเขาใหญ่

หรอื นา้ พุธรรมชาติบา้ นท่าชา้ ง,

น้าตกเหวสุวัต

3. พิษณุโลก 4 แห่ง ได้แก่ น้าตกแกง่ โสภา, 3. สมทุ รปราการ 2 แห่ง ได้แก่ สถานตากอากาศบางปู

นา้ ตกปอย, น้าตกสกโุ ณทยาน, และสะพานสุดตา, ตลาดน้าบาง

ลานา้ เข็ก นา้ ผ้ึง สวนสาธารณะและสวน

พฤกษชาติศรีนครเขื่อนขนั ธ์ บาง

กระเจ้า

4. นครนายก 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนขุนดา่ น 4. สมุทรสาคร 1 แหง่ ไดแ้ ก่ ศนู ย์ศึกษาธรรมชาติ

ปราการชล, นา้ ตกเหวนรก ปา่ ชายเลนอา่ วมหาชยั

5. หนองคาย 2 แห่ง ไดแ้ ก่ สะพานมติ รภาพ 5. สระบุรี 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ

ไทย-ลาว, ตลาดอินโดจีน ตลาด และท่องเทย่ี วเชงิ นิเวศเจด็ คต-โป่ง

ท่าเสด็จ ลานพญานาค และพระ ก้อนเสา้ , นา้ ตกเจด็ สาวน้อย, นา้ ตก

ธาตุกลางนา้ ดงพญาเยน็ , อา่ งเกบ็ น้ามวกเหล็ก

6. ตราด 2 แห่ง ไดแ้ ก่ จุดชมวิวหาดไก่แบ้ 6. ชลบุรี 2 แหง่ ไดแ้ ก่ อา่ งเกบ็ นา้ บางพระ,
7. จันทบรุ ี และหาดไกแ่ บ้ เกาะช้าง, ทา่ เรือ 7. ระยอง เกาะสชี งั
อ่าวบางเบ้า เกาะช้าง
4 แหง่ ไดแ้ ก่ น้าตกพลว้ิ , หาด 1 แห่ง ได้แก่ ปากน้าประแส

384

จังหวดั ท่องเทย่ี วรอง จงั หวัดทอ่ งเที่ยวหลัก

จงั หวัด พืนทที่ มี่ ศี ักยภาพและ/หรอื พนื ที่ จังหวดั พนื ท่ีทม่ี ศี ักยภาพและ/หรอื พนื ท่ที ่ี

ทีค่ าดว่าจะมศี กั ยภาพ คาดวา่ จะมศี ักยภาพ

แหลมสงิ ห,์ ศนู ยศ์ กึ ษาการพัฒนา

อ่าวคงุ้ กระเบน, จุดชมววิ เนนิ

นางพญา

8. ราชบุรี 4 แหง่ ไดแ้ ก่ นา้ ตกเกา้ โจน (เกา้ 8. กาญจนบรุ ี 6 แห่ง ได้แก่ เขื่อนศรีนครนิ ทร์,

ชั้น), ธารน้ารอ้ นบอ่ คลงึ , ตลาด น้าตกเอราวัณ, น้าตกไทรโยคนอ้ ย,

โคยก,๊ี ตลาดน้าดาเนนิ สะดวก นา้ ตกไทรโยคใหญ่, เขอ่ื นวชริ าลง

กรณ, สะพานไม้อุตตมานสุ รณ์

(สะพานมอญ)

9. สมุทรสงคราม 2 แหง่ ได้แก่ ตลาดน้าอัมพวา, 9. เพชรบุรี 3 แห่ง ได้แก่ หาดชะอา, หาดปกึ

ดอนหอยหลอด เตยี น, เขอ่ื นแก่งกระจาน

10. ชมุ พร 4 แห่ง ได้แก่ บ่อน้าพุร้อนถ้าเขา 10. สรุ าษฎรธ์ านี 6 แห่ง ได้แก่ เข่ือนรชั ชประภา,

พล,ู จุดชมววิ เขาโพงพาง อุทยาน นา้ ตกวิภาวดี, บอ่ นา้ พุร้อนทา่

แหง่ ชาตหิ มเู่ กาะชมุ พร, จุดชมวิว สะท้อน, แหลมโพธ์,ิ สวนสาธารณะ

เขามัทรี สวนตาหนกั กรมหลวง เกาะลาพู, หาดละไม หินตาหินยาย

ชมุ พร และหาดทรายร,ี หาดทุ่ง นา้ ตกหน้าเมือง 1 เกาะสมยุ

วัวแล่น

11. พิจติ ร 1 แหง่ ไดแ้ ก่ บงึ สไี ฟ 11. กระบ่ี 5 แห่ง ได้แก่ น้าตกร้อนคลองท่อม,

สระมรกต, หมู่เกาะพพี ี, อ่าวนาง

และหาดนพรัตนธ์ ารา, สุสานหอย

12. ภูเก็ต 5 แห่ง ไดแ้ ก่ หาดป่าตอง, หาดกะ

ตะ หาดกะรน จุดชมวิวหาดกะรน,

แหลมพรหมเทพ, เกาะราชาและ

เกาะเฮ, สะพานสารสิน


Click to View FlipBook Version