ศาสตร์แห่งความม่งั คงั่ : “5 ข้ันตอนแห่งความมงั่ คงั่ กบั การเลอื กสรรทด่ี นิ ”
https://bit.ly/3oXj3fa
อยากขยายกิจการ อยากได้ทดี่ ินเป็ นของตวั เอง
จะเลอื กแบบไหนและเลอื กอยา่ งไรถึงจะดแี ละเหมาะกบั เรารึเปลา่ ?
คาํ ถามเหลา่ นเี ้กิดขนึ ้ ตลอดเวลาสาํ หรับผ้ทู มี่ องหาที่ดนิ สาํ หรับการลงทนุ หรือขยายกิจการ
วนั นีเ้ราจะมาตอบคาํ ถามเหลา่ นี ้
เพือ่ ให้คณุ สามารถหาดทู ี่ดนิ ท่ีดแี ละเลอื กได้ด้วยตวั เอง โดย พจิ ารณาองค์ประกอบหลกั 5 ประการ
1. มองหาทาํ เลท้องมงั กร:
ในอดีตชาวจีนจะดแู นวเทือกเขาเป็ นหลกั
จากแนวเขาท่ีสงู ทส่ี ดุ เป็ นตําแหนง่ ของหวั มงั กรไปจนตาํ่ สดุ ถือวา่ เป็ นหางมงั กร
สว่ นตรงกลางระหวา่ งหวั กบั หางนนั้ เราถือวา่ เป็ นตาํ แหนง่ ท้องมงั กรท่มี ีความอดุ มสมบรูณ์ทสี่ ดุ
ถ้าเปรียบกบั คนท้องมงั กรก็เหมือนสว่ นท้องเป็ นตาํ แหนง่ ท่รี วบรวมอวยั วะสาํ คญั ของร่างกายเรานนั่ เอง
ขอยกตวั อยา่ งท้องมงั กรที่เห็นเดน่ ชดั ที่สดุ
นนั้ ก็คอื จงั หวดั เชียงใหม่
แนวเขาดอยสเุ ทพท่ี ทอดยาวจากทศิ เหนือลดหลนั่ ลงไปทางทศิ ใต้
สว่ นตรงกลาง(ท้องมงั กร) ก็คือสว่ นของดอยสเุ ทพปยุ
ถ้าลากเส้นลงมาก็จะเป็ นตาํ แหนง่ กลางเมืองเชียงใหมพ่ อดี ซงึ่ เป็นตาํ แหนง่ ทดี่ แี ละเจริญรุ่งเรืองมากทส่ี ดุ
อาจมคี าํ ถามวา่ ถ้าพนื ้ ทีไ่ มม่ ีแนวเขาจะพจิ ารณาจากอะไร?
คาํ ตอบคอื ให้ดศู นู ย์กลางของความเจริญของเมืองนนั้ เป็ นหลกั วา่ อยบู่ ริเวณไหน
บริเวณนนั้ ถือวา่ เป็ นท้องมงั กร
ทอ้ งมงั กรนนั้ มีขอ้ ดีคือเติบโตง่าย เจริญรุ่งเรืองเร็ว
แต่ขอ้ เสียก็คือราคาแพง ค่อนขา้ งหายาก
เพราะมีแต่คนอยากได้ ขยายตวั ลาบากในอนาคต
การเลอื กทาํ เลท้องมงั กรนนั้
จึงต้องพจิ ารณาวา่ เหมาะสมกบั ธรุ กิจทเี่ รากําลงั จะลงทนุ หรือเปลา่
เชน่ ถ้าทาํ โรงแรมแบบ Hostel ร้านอาหาร ก็นา่ จะเหมาะสมอยู่
แตถ่ ้าจะทําโกดงั ให้เช่าหรือโรงงานก็คงไมค่ อ่ ยเข้าทา่ เทา่ ไร
51
2. มองหาทาํ เลหางมงั กร :
อีกหนงึ่ ทางเลอื กตามหลกั วชิ าฮวงจ้ยุ
บริเวณท่เี ป็ นหางมงั กร
ซงึ่ เป็ นแนวของเทอื กเขาทที่ อดตวั ตา่ํ ทส่ี ดุ หรือเขตบริเวณชานเมอื ง
ซงึ่ อยไู่ มไ่ กลตวั เมืองมากนกั
ตําแหนง่ นี ้
อีกไมน่ านความเจริญจะคบื คลานมาอยา่ งแนน่ อน
และเมื่อความเจริญเข้ามาแล้ว จะอยนู่ านกวา่ ท้องมงั กรอีกด้วย
ก็คือ
“พลงั งานช่ีทด่ี จี ะไหลจากท่ีสงู ลงมาพกั ตวั ทีท่ ้องมงั กร และจะไหลไปสนิ ้ สดุ อยทู่ ่หี างมงั กรเป็ นระยะเวลาอนั ยาวนาน”
ทําเลหางมงั กรมีข้อดคี อื ราคาไมแ่ พง หาได้งา่ ยเพราะไมค่ อ่ ยมคี นสนใจ
สว่ นข้อเสยี เป็ นทาํ เลทยี่ งั ไมเ่ จริญมากนกั การเดินทางไมค่ อ่ ยสะดวก
อยา่ งไรก็ตาม
นกั ลงทนุ ควรพจิ ารณาถึงความเหมาะสมของธุรกิจ
ถ้าธุรกิจของคณุ ต้องการการเตบิ โตรวดเร็ว ทําเลหางมงั กรอาจจะไมเ่ หมาะกบั ธรุ กิจของคณุ ก็ได้
52
3. สภาพแวดล้อมท่ีควรหลกี เลยี่ ง :
สงิ่ นตี ้ ามหลกั ฮวงจ้ยุ เรียกวา่ “สวั่ ะ” แปลวา่ อปุ สรรค
ในความเป็ นจริงมีเยอะมาก
แตจ่ ะขอกลา่ วถึงอปุ สรรคหลกั ๆทค่ี วรหลกี เลยี่ งนน่ั
ก็คอื ทีด่ ินมีร่องนาํ ้ ผา่ กลาง
ไมว่ า่ จะเป็ นแนวตรงหรือแนวนอน ตามตาํ ราเรียกวา่ ทด่ี นิ อกแตก,
ร่องนาํ ้ หรือลาํ เหมืองล้อมรอบทดี่ นิ ทงั้ สด่ี ้าน (แตถ่ ้ามเี ฉพาะด้านหน้าหรือด้านหลงั เทา่ นนั้ ถือวา่ ดี),
ท่ีดินตดิ ถนนโดยล้อมรอบทงั้ สที่ ศิ , ท่ดี นิ อยตู่ ําแหนง่ หวั โค้ง,
ทดี่ นิ ที่อยตู่ ิดกบั หนองนาํ ้ ทม่ี ีพนื ้ ทใี่ หญ่กวา่ ที่ดนิ , ท่ดี นิ ท่ีติดกบั สสุ านหรือเมรุ,
ใกล้ เสาไฟฟ้ าแรงสงู , ใกล้ท่ีทงิ ้ ขยะหรือท่กี ําจดั ขยะ
สง่ิ เหลา่ นเี ้ป็ นสง่ิ ทเ่ี ราควรจะหลกี เล่ียงในการหาซือ้ ท่ีดินมาลงทนุ อยา่ งย่งิ
4. เลอื กกระแสให้สอดคล้องกบั สง่ิ ท่ตี ้องการ :
เม่อื สามารถตดั สนิ ใจได้แล้ววา่ จะเลอื กทาํ เลท้องมงั กรหรือหางมงั กรและหลกี เลย่ี งอปุ สรรคอยา่ งไรแล้ว
จากนนั้ ก็มาพจิ ารณาเร่ืองของกระแสวา่ สอดคล้องกบั ธรุ กจิ ของเราหรือไม่
พดู งา่ ยๆกค็ อื ให้พจิ ารณาวา่ ลกู ค้าทเ่ี ราต้องการนนั้ สว่ นใหญ่มาจากฝ่ังไหนเป็ นหลกั
ในทีน่ จี ้ ะพดู ถงึ ฝั่งขาเข้าหรือขาออกของเมอื ง
ถ้าลกู ค้าสว่ นใหญ่มาจากฝั่งเข้าเมอื ง
ก็ให้พจิ ารณาเลอื กท่ีดนิ ที่อยู่ ฝั่งขาเข้าเมืองเทา่ นนั้
ไมค่ วรเลอื กทดี่ ินฝ่ังขาออกไมว่ า่ ทด่ี นิ นนั้ จะนา่ สนใจหรือสวยงามมากแคไ่ หน
53
ต้องรู้จริงวา่ ลกู ค้าของเราคอื กลมุ่ ไหน
เพราะเมืองแตล่ ะเมอื งกม็ ีความเจริญรุ่งเรืองและวถิ ีชีวติ ท่แี ตกตา่ งกนั
ตวั อยา่ งเชน่ ถ้าเราต้องการเปิ ดร้านอาหารในบรรยากาศสบายๆนง่ั ชิวได้
ควรหาทด่ี นิ ทีอ่ ยแู่ ถวบริเวณชานเมอื งและอยฝู่ ั่งขาออกของเมอื ง
เพราะคนไทยสว่ นใหญ่จะให้ความสาํ คญั กบั อาหารมือ้ เยน็ และต้องการร้านทีม่ บี รรยากาศดีๆ
หลกี หนีความวนุ่ วาย เดินทางสะดวก
ดงั นนั้ ทาํ เลนนี ้ า่ จะเหมาะสมท่สี ดุ ตามหลกั ของวชิ าฮวงจ้ยุ
ที่วา่ “การวางไซดกั ปลานนั้ ควรจะพิจารณากระแสนาํ ้ วา่ มาจากทางไหนเป็ นสาํ คญั
ทําเช่นนแี ้ ล้วเราจะได้ปลาตามทเี่ ราต้องการ”
5. จินตนาการความเป็ นไปได้ :
ขนั้ ตอนนี ้เราต้องคาํ นงึ ถงึ ความเป็ นไปได้ในอนาคตของทดี่ ินบริเวณนนั้
วา่ สอดคล้องกบั วตั ถปุ ระสงค์ทีเ่ ราต้องการหรือเปลา่
คณุ ลองนกึ ถงึ องค์ประกอบของธรุ กิจของคณุ วา่ จะต้องมอี ะไรบ้าง
จริงๆกค็ ือการวาง Master Plan ในสมองแล้ว
จินตนาการออกมาวางบนที่ดินทเ่ี รากาํ ลงั ดอู ยู่
รวมถงึ พจิ ารณาขนาดของอาคารและองค์ประกอบอ่นื ๆในนนั้ ด้วย
แล้วพิจารณาดวู า่ ทีด่ นิ ผนื นี ้มพี นื ้ ท่ีเพยี งพอตอ่ ความต้องการของเราหรือไม่
หากอาคารและองค์ประกอบตา่ งๆ เกิดขนึ ้ จริงจะสามารถมองเห็นได้เดน่ ชดั
หรือเป็ นไปตามทีเ่ ราอยากให้เป็ นหรือเปลา่
หากพิจารณาแล้วไมส่ อดคล้องกบั สง่ิ ทเ่ี ราต้องการหรือไมแ่ นใ่ จอยากแนะนาํ ให้หาทใี่ หมจ่ ะดกี วา่
จาก 5 ขนั้ ตอนท่ีกลา่ วมาข้างต้น
เช่ือวา่ นา่ จะเป็ นแนวทางเบอื ้ งต้นแกผ่ ้ทู ่ีกําลงั เลอื กหรือตดั สนิ ใจท่จี ะซือ้ หรือลงทนุ ในที่ดนิ
ได้มแี นวทางพิจารณาทดี่ นิ ทําเล สภาพแวดล้อมทกู่ ต้องและเหมาะกบั ความต้องการ
ซง่ึ เราวงั วา่ ฮวงจ้ยุ จะเป็ นอีกเครื่องมอื หนง่ึ ทช่ี ่วยให้คณุ ประสบความสาํ เร็จในธุรกิจ
ด้วยระยะเวลาอนั สนั้ และรวดเร็วนีไ้ มม่ ากก็น้อย
54
ถนนแบบไหนมีฮวงจุ้ยทดี่ ี
https://bit.ly/3pd8XqD
การเลอื กทาํ เลที่ดิน บ้านพกั โรงงาน สาํ นกั งาน
ปัจจยั สงิ่ แวดล้อมภายนอกทข่ี าดไมไ่ ด้คอื “ถนน” ใชห่ รือไม่
เพราะหากเราเลอื กทาํ เลสกั แหง่
การมถี นนตดั ผา่ นถือเป็ นเร่ืองสาํ คญั เรื่องหนงึ่
หลกั ความจริงข้อนสี ้ อดคล้องกบั หลกั ฮวงจ้ยุ
เพราะปัจจบุ นั ถนนถือเป็ นจดุ จา่ ยพลงั แบบหนง่ึ ของพนื ้ ฐานทค่ี วรได้รับการนาํ มากลา่ วถงึ
ถนน เป็ นสงิ่ ท่ีเช่ือมตอ่ หรือนําพารถ คน หรือพาหนะรูปแบบตา่ งๆผา่ นไปมา
ซง่ึ ยานพาหนะเหลา่ นี ้
สามารถลาก, นาพากระแสลมหรือกระแสพลงั ใหผ้ า่ นมาทีห่ นา้ สถานทีไ่ ดด้ ว้ ย
55
56
ดงั นนั้ การเลอื กถนนทมี่ ี “กระแสพลงั ทด่ี ”ี
ทําให้มโี อกาสที่เป็ น “ถนนทม่ี ฮี วงจ้ยุ ทดี่ ”ี
กระแสพลงั ทด่ี ีนนั้
ซินแสทม่ี ปี ระสบการณ์จะพิจารณาควบคกู่ นั ไปทงั้ ในเชิง“ปริมาณ” และ “คณุ ภาพ” ด้วย
โดยหากจะสรุปหลกั การเลอื กถนนทมี่ ฮี วงจ้ยุ ถนนที่ดเี ป็ นหลกั การงา่ ยๆได้ ดงั นี ้
57
1. ถนนสายใหญ่มโี อกาสทจี่ ะมฮี วงจ้ยุ ทด่ี ีกวา่ ถนนสายเลก็
เพราะถนนไมม่ ีพลงั โดยตวั เอง
ถนนเป็ นสงิ่ ปลกู สร้างมีหน้าทเ่ี ป็นทางผา่ นของพาหนะ
เมื่อพาหนะเคลอ่ื นไหวจะมีการลาก “กระแสพลงั ” ผา่ น
ถนนสายใหญ่ก็มโี อกาสท่จี ะมพี าหนะหรือกระแสพลงั ไหลหลากได้มาก
หรือหากเลอื กได้ถนนสเี่ ลนสาํ หรับถนนสองทางสวนกนั นนั้ ถือวา่ ดี
เพราะรถจะสามารถวิง่ ไหลได้คอ่ นข้างราบร่ืน
ผดิ กบั ถนนสองเลนท่หี ากมีรถจอดก็จะตดิ ขดั ทาํ ให้กระแสพลงั ไหลไมส่ ะดวก เกิดเป็ นกระแสอดุ ตนั
แตห่ ากจําเป็ นต้องเลอื กถนนสองเลน ก็เลอื กโครงการท่ีมถี นนกว้าง
พอทีจ่ ะจอดรถและยงั ขบั รถสวนกนั ได้
กระแสพลงั ก็จะยงั มีคณุ ภาพท่ีดี ไมเ่ ป็ นกระแสอดุ ตนั
58
2. ถนนโค้งโอบดีกวา่ โค้งเฉือนและดกี วา่ ถนนตรง
ถนนโค้งโอบ มกั ถกู ออกแบบให้ผวิ ถนนเป็ น Slope เทกลบั มาด้านในโค้งเสมอ
จงึ เกิดการสง่ กระแสพลงั ไหลเข้ามาด้านในโค้ง แม้จะไมม่ พี าหนะว่งิ ผา่ น
ดงั นนั้ โค้งโอบจงึ เป็ นโค้งที่มีกระแสพลงั ในตวั เองตลอดเวลา แม้การจราจรคบั คงั่ หรือไมก่ ต็ าม
สว่ นโค้งเฉือนเวลาที่รถวิ่งจะมี “แรงหนีศนู ย์กลาง”
สง่ พลงั ออกมาให้บ้านหรืออาคารท่อี ยดู่ ้านนอกโค้งได้
แตจ่ ะรับพลงั ได้ในชว่ งทมี่ พี าหนะวิง่ ผา่ นเทา่ นนั้
เพราะถนนโค้งเฉือนจะตา่ งจากถนนโค้งโอบ
เนื่องจาก Slope ของผิวถนนจะไหลออกจากฝั่งโค้งเฉือนเทา่ นนั้
ทําให้เมือ่ ไมม่ ีพาหนะผา่ นฝ่ังโค้งเฉือนจะสะสมพลงั ไมไ่ ด้
สว่ นถนนตรงๆ มเี กรดของฮวงจ้ยุ แบบธรรมดาไมด่ ไี มเ่ สยี
แตว่ า่ เราก็ตวรต้องพจิ ารณาลกั ษณะอน่ื ประกอบไปด้วย
59
ถนนโค้งโอบดีกวา่ โค้งเฉือนและดกี วา่ ถนนตรง
ถนนโค้งโอบ มกั ถกู ออกแบบให้ผวิ ถนนเป็ น Slope เทกลบั มาด้านในโค้งเสมอ
จึงเกิดการสง่ กระแสพลงั ไหลเข้ามาด้านในโค้ง แม้จะไมม่ พี าหนะว่งิ ผา่ น
ดงั นนั้ โค้งโอบจงึ เป็ นโค้งทม่ี ีกระแสพลงั ในตวั เองตลอดเวลา แม้การจราจรคบั คงั่ หรือไม่กต็ าม
สว่ นโค้งเฉือนเวลาทร่ี ถวิง่ จะมี “แรงหนีศนู ย์กลาง”
สง่ พลงั ออกมาให้บ้านหรืออาคารทีอ่ ยดู่ ้านนอกโค้งได้
แตจ่ ะรับพลงั ได้ในชว่ งทมี่ พี าหนะวง่ิ ผา่ นเทา่ นนั้
เพราะถนนโค้งเฉือนจะตา่ งจากถนนโค้งโอบ
เนอื่ งจาก Slope ของผิวถนนจะไหลออกจากฝ่ังโค้งเฉือนเทา่ นนั้
ทําให้เมือ่ ไมม่ ีพาหนะผา่ นฝั่งโค้งเฉือนจะสะสมพลงั ไมไ่ ด้
สว่ นถนนตรงๆ มเี กรดของฮวงจ้ยุ แบบธรรมดาไมด่ ีไมเ่ สยี
แตว่ า่ เราก็ตวรต้องพจิ ารณาลกั ษณะอนื่ ประกอบไปด้วย
60
61
3. จดุ ตดั ทางแยก เชน่ วงเวยี น สแ่ี ยก สามแยก มโี อกาสมฮี วงจ้ยุ ท่ดี ี
เป็ นจดุ ทม่ี กี ระแสพลงั สะสมตวั ได้มาก
อาทิ รถทวี่ งิ่ จากถนนสส่ี ายมาบรรจบกนั ทส่ี แ่ี ยกจะลากพลงั มาหยดุ หรือมาชะลอตวั ทแ่ี ยก
ถือวา่ จดุ ตดั ทางแยกเป็ นจดุ สะสมกระแสพลงั ได้มาก
แตก่ ารเลอื กจะอยู่ “ฝั่งใดของแยก” และ “เปิ ดหน้าเข้าสถู่ นนเส้นใด” เป็ นสง่ิ ที่ต้องใช้ประสบการณ์ของอาจารยฮ์ วงจ้ยุ
เพราะถ้าเลอื กถกู ฝั่งจะเป็ นทาํ เลทองทีร่ ับกระแสพลงั ตลอดเวลาโอกาสจะเจริญรุ่งเรืองสงู
แตห่ ากเลอื กผิดกจ็ ะเจอแต“่ กระแสพลงั ไหลออก” ตลอดเวลาได้เช่นกนั
เรียกวา่ หากเจอทําเลจดุ ตดั ทางแยก
จะเข้าขา่ ยวา่ “ถ้าดกี ็ดมี าก ถ้าร้ายก็ร้ายมาก” เช่นเดยี วกนั
62
4. ทางสามแพร่งถ้าดๆี สดุ ๆ ถ้าร้ายก็ร้ายสดุ ๆ
ทางสามแพร่งเป็ นถนนทส่ี ง่ พลงั เข้ามาหลอ่ เลยี ้ งทด่ี นิ อาคาร บ้านพกั ตลอดเวลา
เพราะแม้ไมม่ รี ถว่ิงผา่ น
แตถ่ นนท่โี ปร่งโลง่ พงุ่ เข้ามาหน้าบ้าน
เรียกวา่ มี “ชอ่ งลม” บงั คบั ให้ลมธรรมชาตพิ ดั ผา่ น จา่ ยกระแสพลงั กลบั เข้ามาได้
ดงั นนั้ ในเชิง “ปริมาณ” ผา่ นแน่
เพยี งแตซ่ นิ แสต้องคาํ นวณทศิ ทางของสามแพร่งนนั้ วา่ มี “คณุ ภาพ” ของกระแสพลงั ท่ดี ีหรือไม่
หากเจอ “ชอ่ งยอ่ ย” ท่ดี กี ็เจริญรุ่งเรืองแบบ “สดุ ๆ”
เพราะกระแสพลงั ทดี่ ีทงั้ ปริมาณและคณุ ภาพไหลเข้ามาท่ีอาคาร ท่พี กั อาศยั ตลอด
ยง่ิ หากเข้ากบั “ดวงชะตา” ถือวา่ ได้ “โชคแบบสองตอ่ ” เป็ นท่มี าของความรุ่งเรืองแบบพลกิ ฝ่ ามอื !
กลบั กนั หากเจอสามแพร่งทีม่ จี าก “ทิศเสอ่ื ม” ก็แปลวา่ อาคารถกู บงั คบั ให้รับพลงั เสอื่ มตลอดเวลา
มีโอกาสที่จะเกิดความเสอ่ื มได้มากกวา่ ทาํ เลถนนแบบอื่นๆ นนั่ เอง
อยา่ งไรกต็ าม “ฮวงจ้ยุ ถนน” เป็นเพียงปัจจยั หนงึ่ ทซ่ี ินแสมีประสบการณ์ใช้ประเมินคณุ ภาพของฮวงจ้ยุ เทา่ นนั้
แท้จริงแล้วเรามองปัจจยั ทกุ อยา่ งท่เี กี่ยวข้องกบั ทีด่ ิน
มาประเมนิ คณุ ภาพฮวงจ้ยุ เพอ่ื ชว่ ยปรับ, ดงึ ศกั ยภาพของทีด่ นิ หรืออาคารสง่ิ ปลกู สร้าง
เพ่ือนําเอากระแสพลงั เสริมดวงชะตาสมาชิกในบ้านให้มากที่สดุ
เรียกวา่ ต้องดลู ะเอยี ด
ทงั ้ ในหลกั การฮวงจ้ยุ ทงั ้ เชิงองศาทศิ ทาง (Compass Feng Shui Theory)
และฮวงจ้ยุ เชิงชยั ภมู ิ (Landform Feng Shui Theory)
ร่วมกบั การผกู ดวงตามระบบวชิ าการ โดยใช้ปี เดอื นวนั และยามเกดิ มาจริงๆ (Four Pillars Destiny)
เพอ่ื ให้สามปัจจยั คือมนษุ ย์ ฟ้ าดนิ สง่ พลงั ถงึ กนั ได้มากทส่ี ดุ
63
ฮวงจ้ยุ ทาเล “สี่แยก”
https://bit.ly/38rQfFN
ในหลายๆ ครงั้ เรามกั จะได้ยินวา่ การเลอื กทาํ เลร้านค้า สาํ นกั งาน
หรือแม้กระทงั่ ที่พกั อาศยั อยบู่ ริเวณสแี่ ยกนนั้ เป็ นลกั ษณะของฮวงจ้ยุ ทด่ี ี
แตจ่ ากสง่ิ ทเ่ี ราเหน็ ในชวี ิตจริง
เรามกั จะพบวา่ ไมจ่ ําเป็ นเสมอไปทรี่ ้านค้า สาํ นกั งาน
หรือแม้กระทงั่ บ้านคนทตี่ งั้ อยบู่ ริเวณสแ่ี ยกนนั้ จะต้องดอี ยเู่ สมอไป
หรือแม้กระทงั่ ทาํ เลของสแ่ี ยกเดยี วกนั
หากอยคู่ นละมมุ กนั นนั้
ก็ยงั เจริญรุ่งเรืองตา่ งกนั ได้เช่นเดยี วกนั
หลกั การเบอื ้ งต้นของการเลอื กทาํ เลบริเวณสแี่ ยกนนั้ มดี งั นี ้
1.ให้เลอื กทาํ เลทเี่ ห็นจดุ จา่ ยกระแสแตไ่ กล
เพราะการจดั ฮวงจ้ยุ นนั้
เป็ นการจดั เพ่อื ให้ร้านค้า สาํ นกั งาน หรือทพ่ี กั อาศยั ของเราสามารถรับกระแสได้มากท่สี ดุ
โดยบริเวณสแี่ ยกนนั้ ถือเป็ นที่บรรจบกนั ของถนนหลายสาย
ทาํ ให้เป็ นจดุ ทสี่ ามารถรวมกระแสพลงั งานได้เยอะ
อยา่ งไรก็ตาม
ไมจ่ ําเป็ นวา่ ทกุ ๆ มมุ ในทกุ ด้านของสแี่ ยกจาํ เป็ นต้องได้รับกระแสเยอะเสมอไป
การเลอื กทาํ เลสแ่ี ยกที่ดี
ขอให้เราเลอื กร้านทส่ี ามารถมองเหน็ “กระแส” หรือในทนี่ เี ้ราหมายถึง “รถ” นนั้ วิ่งมาจากทางไกล
เพราะยงิ่ ไกลก็แปลวา่ ยงิ่ ลากกระแสมาได้มากขนึ ้ เทา่ นนั้
64
ในทางกลบั กนั ในบางมมุ ของสแ่ี ยกนนั้
เราจะไมเ่ ห็นกระแสที่วงิ่ ผา่ นเข้ามาเลย จะเหน็ แตก่ ระแสท่ีตจี ากหายไป
ยิ่งเลอื กทาํ เลที่ยนื หน้าร้านหรือหน้าบ้านของเรา แล้วเหน็ รถวงิ่ ตจี ากไปมาก
ก็แปลวา่ กระแสโดนลากจากไปมากเชน่ เดยี วกนั จะทาํ ให้ไมเ่ จริญรุ่งเรือง
อยา่ งไรกต็ าม
หากแยกนนั้ มกี ระแสอน่ื ๆ ที่มาเยอะไมแ่ พ้การจราจรของรถ
เช่น กระแสจากผ้คู นทเี่ ดนิ ผา่ นลากกระแสไปมา
หรือกระแสจากลมธรรมชาติทเี่ กิดจากช่องลมของอาคารสงู ฝั่งตรงข้าม
ก็จําเป็ นต้องได้รับการนาํ มาพจิ ารณาด้วยเชน่ เดยี วกนั
ซงึ่ ในข้อนที ้ า่ นจาํ เป็ นต้องได้รับการประเมนิ จากซินแสท่ีมีประสบการณ์ครับ
ตวั อยา่ งสแี่ ยกทดี่ ี สามารถมองเห็นกระแสพลงั งานจากระยะไกล
65
2.ให้เลอื กทาํ เลท่ีไมเ่ ป็ นนาํ ้ ตดั ขา
เพราะในการจดั ฮวงจ้ยุ นนั้
เราคาํ นงึ ถงึ การกกั เก็บกระแสให้ได้ด้วย
หากลกั ษณะของทาํ เลของเรา แม้จะอยบู่ ริเวณสแี่ ยก
และอยใู่ นมมุ ทม่ี องเหน็ กระแสวงิ่ เข้ามาแตไ่ กลและเห็นกระแสตจี ากน้อยก็จริง
แตล่ กั ษณะของกระแสนนั้ อยกู่ ระชนั้ กบั ประตทู างเข้าของทาํ เลเรามากเกินไป
ก็จะทําให้ไมส่ ามารถจะดกั กระแสได้เยอะเทา่ ไรนกั
หรือให้เราคดิ ถงึ ร้านค้าที่ไมม่ ที ่ีพอให้จอดรถด้านหน้าได้
ก็แปลวา่ ไมม่ ที ว่ี า่ งด้านหน้าไปจนถึงถนนเพยี งพอให้รถจอด ก็จะทําให้โอกาสในการขายไมด่ ีเชน่ เดียวกนั
ซง่ึ ลกั ษณะดงั กลา่ วเป็ นฮวงจ้ยุ ทาํ เลแบบนาํ ้ ตดั ขา
จริงๆ แล้ว เราควรเลอื กทาํ เลทก่ี ารวงิ่ ของรถนนั้
เป็ นไปแบบไมร่ วดเร็วมากไป คอ่ ยเคลอื่ นตวั ได้แบบช้าๆ จะดกี วา่
3.หลกี เลยื่ งสง่ิ กีดขวางหน้าร้านค้า หรือหน้าบ้าน
เพราะถงึ แม้วา่ เราสามารถเลอื กทําเลท่สี ถาพโดยรวมนนั้ รับกระแสได้แล้ว
แตท่ ่หี ากหน้าร้านหรือหน้าประตรู ้านนนั้
ไปเจอกบั สงิ่ กอ่ สร้างท่กี ดี ขวางไมใ่ ห้กระแสหลากเข้ามาทป่ี ระตไู ด้
เชน่ สะพานลอย เสาไฟฟ้ า ตนี สะพานข้ามแยก ต้นไม้ ต้ไู ปรษณียฯ์ จะทาํ ให้มีโอกาสทีเ่ ป็ นฮวงจ้ยุ ที่ไมด่ ีสงู
ดงั นนั้ เมือ่ เวลาที่ยืนหน้าประตบู ้านหรืออาคาร
ความรู้สกึ โปร่งโลง่ สบายนนั้ ถือเป็ นสงิ่ ทีส่ าํ คญั มากอยา่ งหนง่ึ
66
4.เลอื กองศาทศิ ทางทดี่ ี ในข้อนนี ้ นั้ ถือวา่ เป็ นสงิ่ ทส่ี าํ คญั ท่ีสดุ
เพราะถ้าหากวา่ ทา่ นสามารถเลอื กทาํ เลสแี่ ยกท่ีถือวา่ สามารถรับกระแสได้มากกวา่ ปกตแิ ล้ว
หากบงั เอญิ วา่ ทศิ ทางของอาคารนนั้
กลบั เป็ นทศิ ทางเสอ่ื มประจํายคุ
ทกุ ๆ ครัง้ ท่ีรถหรือผ้คู นเดินผา่ นไปมาหน้าบ้านหรือหน้าร้าน
ก็จะลากเอากระแสพลงั งานท่ีเป็นพลงั งานเสอ่ื มเข้ามาทีร่ ้านด้วย
พอเราได้ประจพุ ลงั งานชนดิ ทเ่ี สอ่ื มเข้าไปนานเข้าๆ ก็จะเป็ นทม่ี าของความเสอื่ ม
ตดั สนิ ใจอะไรๆ ก็ผดิ จงั หวะ ผิดโอกาสเสมอๆ
ในทางกลบั กนั
หากเราสามารถเลอื กองศาทศิ ทางทถี่ กู ต้องได้
ทกุ ๆ ครัง้ ที่มกี ารนําเอากระแสผา่ นเข้ามาท่บี ้าน สาํ นกั งาน หรือร้านค้า
ก็จะนาํ เอากระแสพลงั งานประจาํ ยคุ เข้ามาประจใุ นตวั เรา
ทําให้คดิ อา่ นอะไรกถ็ กู ต้องกบั จงั หวะโอกาสภายนอก
ทําอะไรก็จะเป็ นทม่ี าของความโชคดแี ละเจริญรุ่งเรือง
โดยการเลอื กทิศทางที่ดนี นั้
ต้องให้เข้ากบั ดวงชะตาของสมาชิกภายในบ้าน ธุรกิจที่ทํา
รวมไปถงึ ลกั ษณะของทดี่ ินด้วยครับ
ซง่ึ ต้องใช้หลกั วชิ าฮวงจ้ยุ ชนั้ สงู ในการประเมินครับ
67
เลอื กทศิ ทางบ้านอย่างไรให้รับลม
https://bit.ly/32wxQ6W
ใครที่รู้สกึ วา่ บ้านท่อี ยู่ ชา่ งอบั ลม หรือลมไมเ่ ข้าเสยี เลย
ทงั้ นอี ้ าจมาจากการเลอื กทิศทางบ้านท่ีไมเ่ หมาะสมกเ็ ป็ นได้ครับ
เรามาดกู ารเลอื กทศิ ทางบ้านให้รับลมกนั ครับวา่ มหี ลกั การอยา่ งไรบ้าง
1. หลกั การเลอื กทิศทางบ้านให้รับลม
หลกั การงา่ ยๆ ของการเกิดลมนนั้ ได้แกค่ วามแตกตา่ งของอณุ หภมู ขิ องอากาศ
โดยอากาศที่มีอณุ หภมู ิสงู จะมคี วามหนาแนน่ น้อยกวา่ อากาศทม่ี อี ณุ หภมู ติ ํ่า
อากาศที่ร้อนกวา่ จะลอยตวั ขนึ ้ สงู และอากาศทเ่ี ย็นกวา่ จะเคลอ่ื นทม่ี าแทนในแนวระนาบ
68
เม่อื โลกหมนุ รอบดวงอาทติ ย์ จงึ ทําให้เกิดฤดกู าลตา่ งๆ กนั ไปในรอบหนงึ่ ปี
โดยการเกิดฤดกู าลนเี ้อง
ทาํ ให้เกิดกระแสลมหลกั ๆ 2 ทิศทางในประเทศไทย ดงั นี ้
2. ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื
ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงเหนือ เป็นลมทพี่ ดั ผา่ นประเทศไทยในฤดหู นาว
ประมาณเดอื นพฤศจิกายน-กมุ ภาพนั ธ์ของทกุ ปี
เป็ นอากาศทเ่ี ยน็ จากพนื ้ ทวีปโดยเฉพาะจากประเทศจีน
หรือทางทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื พดั ผา่ นเข้ามา
เราจงึ เรียกกระแสลมดงั กลา่ ววา่ ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงเหนือ
โดยกระแสลมจะพดั ผา่ นคอ่ นมาทางทศิ เหนือเป็ นหลกั
3. ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉียงใต้
ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉียงใต้ เป็ นลมทพี่ ดั ผา่ นประเทศไทยในฤดรู ้อนและฤดฝู น
ประมาณเดอื นมีนาคม-ตลุ าคมของทกุ ปี
เราจงึ เรียกกระแสลมดงั กลา่ ววา่ ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉียงใต้
โดยกระแสลมจะพดั ผา่ นมาคอ่ นมาทางทิศใต้เป็ นหลกั
69
ถ้าเราต้องการจะให้บ้านนนั้ เยน็ สบาย
มกี ระแสลมไหลเวยี นเข้าบ้านอยตู่ ลอดเวลา
จะต้องเลอื กบ้านหรืออาคารในแนวหนั ทศิ เหนือหรือหนั ทศิ ใต้เป็ นหลกั
เพราะจะทาํ ให้บ้านสามารถรับกบั กระแสลมท่พี ดั ผา่ นเข้ามาได้เตม็ ที่
โดยถ้าบ้านหนั หน้าไปทางทิศใต้ก็จะได้รับลมเป็ นเวลามากกวา่
เพราะลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉียงใต้นนั้ พดั ผา่ นกินเวลา 8 ใน 12 เดือน
แตห่ ากสร้างบ้านหนั หน้าไปทางทศิ เหนอื ก็จะได้รับลมเป็ นเวลาน้อยกวา่ บ้านทห่ี นั ทางทศิ ใต้
เพราะลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงเหนือนนั้ พดั ผา่ นกินเวลา 4 ใน 12 เดือน
ดงั นนั้ หากต้องการเน้นให้ลมพดั ผา่ นอาคารเยอะๆ เกือบตลอดปี
และสว่ นทา่ นท่ีชอบแสงแดดก็สามารถเลอื กบ้านท่หี นั ไปทางทิศใต้ได้
แตห่ ากทา่ นยอมรับลมน้อยลงไปหนอ่ ย
แตเ่ น้นวา่ แสงแดดไมค่ อ่ ยเข้าทหี่ น้าบ้านก็สามารถเลอื กบ้านท่ีหนั หน้าไปทางทิศเหนอื ได้
ลองนาํ หลกั การทศิ ทางบ้านไปปรับใช้กนั นะครับ
70
“หน้าต่าง” สร้างความแตกต่างในศาสตร์ฮวงจ้ยุ
https://bit.ly/38swEoQ
การประเมินฮวงจ้ยุ นนั้ เป็ นศาสตร์ท่ีมีรายละเอยี ดในการพจิ ารณาหลายด้าน
โดยหลกั การพนื ้ ฐานคอื การนาํ กระแสพลงั จากสงิ่ แวดล้อมเข้ามาสะสมในท่ีพกั อาศยั
ในปริมาณทพ่ี อเพียงและทิศทางท่ีดีเพ่ือเสริมสมาชกิ ทอี่ ยอู่ าศยั ในบ้าน
จึงทําให้การพจิ ารณาชยั ภมู สิ งิ่ แวดล้อมภายนอก
วา่ สามารถสง่ กระแสพลงั เข้ามาสทู่ ี่พกั อาศยั ของเราได้หรือไม่
กบั การดตู าํ แหนง่ ทิศทาง และรูปแบบของประตหู น้าตา่ งทางเข้าหลกั
วา่ สามารถรับกระแสพลงั เหลา่ นนั้ ได้หรือไม่
จนทาํ ให้ในหลายๆ ครัง้
เราก็ละเลยกบั การพิจารณาสว่ นประกอบอน่ื ๆ ภายในที่พกั อาศยั ของเราไปได้เหมอื นกนั
หน้าตา่ ง
แท้จริงแล้ว “หน้าตา่ ง” เองก็ถือวา่ เป็ นสว่ นประกอบภายในบ้านทมี่ ีหลกั การคล้ายกบั ประตู
นน่ั ก็คือเป็ นช่องเปิดท่ีสามารถแลกเปลยี่ นอากาศภายในกบั ภายนอกบ้านได้
ซง่ึ ตามศาสตร์ฮวงจ้ยุ นนั้ ก็ถือวา่ เป็ นสงิ่ ที่สามารถรับกระแสพลงั ได้
ความแตกตา่ งกบั ประตจู ะมอี ยแู่ คอ่ ยา่ งเดียว
คอื ไมไ่ ด้เป็ นช่องเปิ ดท่ไี ว้สาํ หรับให้ผ้อู ยอู่ าศยั ผา่ นเข้าออก
อยา่ งไรก็ตาม
หากเรามีความเชื่อวา่ กระแสพลงั จากภายนอกนนั้
เป็นสง่ิ สําคญั
ท่ีเราต้องนําพาเข้ามาหลอ่ เลีย้ งอาคารสถานท่ีของเรา
สว่ นประกอบของบ้านท่ีสามารถจะเปิ ดรับเอากระแสพลงั ดงั กลา่ วได้นนั้
ก็เหน็ จะมเี พยี งแคป่ ระตหู รือหน้าตา่ งเทา่ นนั้ ครับ
หรือถ้าเราเรียกวา่ “ประต”ู เป็ นพระเอกของบ้าน
“หน้าตา่ ง” นนั้ ก็เปรียบเสมอื นกบั เป็ น “เพ่ือนพระเอก”
ทีล่ ะครทกุ เรื่องก็ต้องมีบทบาทสาํ คญั นนี ้ นั่ เองครับ มากไปกวา่ นนั้
ในบางเรื่องก็ยงั จะสามารถเขยี นบทบาทให้เพื่อนพระเอกเดน่ กวา่ พระเอกได้ซะอกี ด้วย
71
ออกแบบหรือใช้งาน “หน้าตา่ ง” ตามหลกั ฮวงจ้ยุ
โดยหลกั การของการออกแบบหรือใช้งาน “หน้าตา่ ง” ที่เป็ นมงคลตามหลกั ของฮวงจ้ยุ ในระบบวิชาการมดี งั นคี ้ รับ
โดยในข้อแรก
บ้านที่ดตี ้องพยายามมีหน้าตา่ งให้เยอะๆ เข้าไว้ครับ
เพราะถงึ แม้วา่ บ้านของเราจะมีประตใู หญ่สกั เทา่ ไร
หากเราหวงั เพียงแคใ่ ห้กระแสพลงั ท่ดี นี นั้ ผา่ นมาแคท่ างชอ่ งประตเู พยี งอยา่ งเดยี ว
การที่จะนาํ เอาพลงั นนั้ เข้าไปหลอ่ เลยี ้ งทวั่ อาคารสถานทจี่ ะเป็ นไปได้ยากมาก
ดงั นนั้ การที่เรามหี น้าตา่ งเป็ นปริมาณมาก
ก็จะเป็ นตวั ทชี่ ว่ ยสร้างความมน่ั ใจได้วา่ กระแสพลงั
จะสามารถหลากไหลเข้ามาหลอ่ เลยี ้ งท่ีพกั อาศยั ของเราได้เตม็ ที่
72
โดยหากจะให้สรุปงา่ ยๆ วา่
เราจําเป็ นต้องมหี น้าตา่ งเป็ นปริมาณเทา่ ไรดี
ก็ขอสรุปคร่าวๆ วา่
อยา่ งตา่ํ แล้วในหนง่ึ ห้องทเ่ี ราอยอู่ ยากจะให้มจี ํานวนหน้าตา่ งสกั 2 บานครับ
เพราะการมีหน้าตา่ งอยา่ งตํ่า 2 บาน
จะเป็ นสง่ิ ทีส่ ร้างความมนั่ ใจได้วา่ ห้องของทา่ นนนั้
สามารถจะมกี ารสร้างกลไกทท่ี าํ ให้กระแสพลงั นนั้
สามารถหลากไหลเข้ามาหลอ่ เลยี ้ งได้แนน่ อน
เปิ ดหน้าต่างรับพลงั ดี
ในข้อถดั มา เมือ่ เรามีหน้าตา่ งในปริมาณทเี่ หมาะสมแล้ว
สงิ่ ท่ที กุ ๆ บ้านมกั จะลมื อยเู่ สมอๆ
นนั่ ก็คอื ควรจะต้องมกี ารเปิ ดให้หน้าตา่ งของบ้านเราทกุ ๆ วนั
เพอ่ื ให้กระแสพลงั ใหมๆ่ นนั้ สง่ เข้ามาได้อยเู่ สมอๆ
เพราะหากเราไมไ่ ด้เปิ ดหน้าตา่ งก็ยงั
เทา่ กบั วา่ เราไมส่ ามารถนาํ เอากระแสพลงั จากภายนอกมาหลอ่ เลยี ้ งที่พกั อาศยั ของเราได้
และนอกจากนนั้ การทเ่ี ราไมไ่ ด้เปิ ดหน้าตา่ ง
ก็เทา่ กบั เราต้องทาํ การหายใจเอาแตอ่ ากาศเดมิ ๆ เข้าไปในร่างกายอยตู่ ลอดเวลา
ซงึ่ ก็มโี อกาสท่เี ป็ นอากาศทีไ่ มส่ ะอาดบริสทุ ธ์ิได้เทา่ ทคี่ วร
โดยการเปิ ดหน้าตา่ งอยา่ งตา่ํ ตามหลกั ของวชิ าฮวงจ้ยุ
ก็อยากทจี่ ะได้เวลาอยา่ งน้อย 2 ชว่ั โมงหรือหนงึ่ ชวั่ ยามตอ่ วนั ครับ
73
ทิศหน้าบ้านดี
สาํ หรับในข้อ 3 นนั้
หน้าตา่ งถือวา่ เป็ นสงิ่ ท่ชี ว่ ยเสริมความเป็ นมงคลให้กบั ประตบู ้านได้ครับ
เช่นหากเรามนั่ ใจวา่ ทิศหน้าบ้านของเราเจอทศิ ทางทด่ี ี
ไมว่ า่ จะเป็ นทิศทดี่ ปี ระจํายคุ ที่ 8 (พศ.2547-2567) ของฮวงจ้ยุ ในระบบดาวเหิน
หรือทิศทางทเ่ี สริมกบั ธาตปุ รับดวงของเรา
ซินแสก็มกั จะเลอื กให้ทิศด้านหน้าบ้าน หรือใกล้ๆกบั ตําแหนง่ ประตนู นั้
สามารถทจี่ ะมหี น้าตา่ งเสริมเข้าไปได้อกี
ในกรณีทห่ี น้าบ้านมคี วามกว้างมากๆ
หรือประตขู องบ้านเลก็ เกินไป
เชน่ เดยี วกนั กบั อีกกรณีครับ ทหี่ ากทิศประตขู องบ้านนนั้ ไมไ่ ด้เจอทศิ ดี
ซินแสก็จะมองวา่ สามารถเลอื กทจี่ ะเปิ ดหน้าตา่ งในทิศอื่นๆ ในปริมาณหรือพนื ้ ท่เี ยอะๆ ได้หรือไม่
เพื่อทีจ่ ะรับกระแสพลงั ทดี่ ที ีเ่ ป็ นมงคลให้ผา่ นเข้ามา
เพอ่ื ช่วยชดเชยกระแสพลงั ทไี่ มเ่ ป็นมงคลของทิศประตนู นั่ เองครับ
74
ข้อระวงั ในการเลอื กหน้าต่าง
โดยก็มขี ้อท่ีต้องระวงั ในการเลอื กตําแหนง่ ของหน้าตา่ งอยบู่ ้างครับ
เชน่ การเลอื กหน้าตา่ งนนั้
ไมค่ วรอยใู่ นตาํ แหนง่ หวั นอนพอดี
เพราะจะทาํ ให้ศรีษะในเวลานอนโปร่งโลง่
และกระแสพลงั ยงั สามารถไหลเข้ามาทางจกั ระทศี่ รีษะได้
ทาํ ให้รบกวนการนอนเป็ นสาเหตหุ นง่ึ ที่ทาํ ให้นอนหลบั ได้ไมส่ นทิ
ซง่ึ ในข้อนกี ้ ็สามารถแก้ได้โดยตนเองคือการตดิ มา่ นและปิ ดมา่ นในขณะทก่ี ําลงั นอน
หรือหน้าตา่ งท่มี ีขนาดใหญม่ ากจนเกินไป
ก็อาจทาํ ให้การกาํ หนด “ทิศหยาง” หรือ “ทิศประต”ู ของบ้านนนั้ ไมแ่ นน่ อนหรือผิดเพยี ้ นไป
หน้าตา่ งทดี่ ี ก็ไมค่ วรมีขนาดทใี่ หญ่มากกวา่ ประตบู านประธานของบ้านครับ
ทา่ นผ้อู า่ นคงเห็นแล้วนะครับวา่ การออกแบบและเลอื ก “หน้าตา่ ง” ท่ดี ีนนั้
สามารถสร้างความแตกตา่ งให้กบั ฮวงจ้ยุ บ้านของทา่ นได้มากทีเดยี ว
อยา่ งไรก็ตามอยา่ งทผี่ มได้เกริ่นไว้ตงั้ แตต่ ้นวา่
การจดั ปรับฮวงจ้ยุ นนั้
จะต้องมองและพจิ ารณาในหลากหลายแงม่ มุ
ซง่ึ เพอื่ ให้ได้มงคลจากการจดั ปรับฮวงจ้ยุ มากทสี่ ดุ
ทา่ นควรได้รับคาํ ปรึกษาโดยละเอยี ดจากซนิ แสทีม่ ีประสบการณ์ครับ
75
อมตะสถาปัตยกรรมจนี ซื่อเหอย่วน
https://www.bareo-isyss.com/service/architecture/siheyuan/
จีน เป็ นชนชาติท่ีมปี ระวตั ศิ าสตร์ยาวนานตอ่ เน่อื งกนั มามากกวา่ 4,000 ปี
ซง่ึ จดั วา่ เป็ นหนง่ึ ในอารยธรรมท่เี กา่ แกท่ ส่ี ดุ ในโลก
ดงั นนั้ จงึ ไมน่ า่ แปลกใจทช่ี าวจีนจะมศี ิลปวฒั นธรรม
องค์ความรู้และความเชื่อตา่ งๆ ท่สี บื ทอดในหมชู่ าวจีน และสะสมกนั มามากมาย
76
ในบรรดาองค์ความรู้และความเชื่อทส่ี าํ คญั ของคนจีน
คงหนีไมพ่ ้นเร่ืองของ ฮวงจ้ยุ กบั สถาปัตยกรรม
ทีท่ ําให้งานสถาปัตยกรรมของจีนมี ความโดดเดน่ และแตกตา่ งจากวฒั นธรรมอืน่ ๆ
ไมว่ า่ จะเป็ นพระราชวงั หรือวดั ตลอดจนอาคารบ้านเรือนตา่ งๆ
ซง่ึ ความแตกตา่ งนี ้
สามารถมองเห็นได้ตงั้ แตร่ ูปแบบอาคาร รายละเอียด
ไปจนถึงการวางผงั บ้านของคนจนี เลยทีเดยี ว
โดยในวนั นี ้เราจะพาทกุ ทา่ นไปทําความรู้จกั กบั อาคารพนื ้ ฐานของงานสถาปัตยกรรมจีน
อนั ได้แกบ่ ้านพกั อาศยั ของคนจีนแบบดงั้ เดิมกนั ครับ
77
บ้านของคนจีนโดยทว่ั ไป
มกั จะมลี กั ษณะเป็ นอาคารสเี่ หลยี่ มหลายหลงั ประกอบกนั ภายในรัว้
ซงึ่ อาคารแตล่ ะหลงั ก็จะมีจดุ ประสงค์และการใช้สอยท่ีแตกตา่ งอยา่ งชดั เจน
เช่น เรือนนอน เรือนรับรอง หรือเรือนบริวาร เป็ นต้น
โดยลกั ษณะเดน่ ของบ้านจีนโบราณนี ้
จะอยทู่ ่รี ูปแบบการวางผงั บ้าน ท่มี กั จะวางอาคารตา่ งๆ ให้ติดกบั รวั้ บ้านทงั้ สที่ ศิ
และปลอ่ ยลานตรงกลางบ้านให้โลง่ ในลกั ษณะของ Courtyard
ซง่ึ ลานกลางบ้านนี ้
ก็จะใช้ทาํ กิจกรรมตา่ งๆ มากมาย
78
ซ่ือเหอย่วน
ซอื่ เหอยว่ น หรือทชี่ าวไทยรู้จกั กนั ดใี นช่ือ เรือนสปี่ ระสาน
เป็ นรูปแบบของบ้านทมี่ ีอาคารล้อมลานกลางบ้านทงั้ สท่ี ิศ
ซง่ึ รูปแบบของบ้านแบบนี ้
ได้พฒั นาเพมิ่ เตมิ มาจากบ้านแบบ ซานเหอยว่ น
ทีเ่ ดมิ สร้างอาคารล้อมบ้านไว้ 3 ทิศเป็ นรูปทรงเกือกม้า และเว้นด้านหน้าเอาไว้
โดยในภายหลงั บ้านแบบซานเหอยว่ นจงึ ได้เพม่ิ เรือนด้านหน้ามา
จนเกดิ เป็ นบ้านแบบ ซอื่ เหอยว่ น ในปัจจบุ นั
การวางอาคารล้อมลานในลกั ษณะนี ้ชว่ ยให้อากาศในบ้านไมร่ ้อนจนเกินไปในฤดรู ้อน
เนื่องจากมีพนื ้ ทีก่ ลางบ้านทเ่ี ปิดโลง่ ทาํ ให้ลมพดั ผา่ นอาคารได้เตม็ ทีท่ กุ หลงั
รวมทงั้ ยงั ชว่ ยลดความหนาวรุนแรงจากพายหุ มิ ะในฤดหู นาวได้เป็ นอยา่ งดอี ีกด้วย
79
โดยปกติ บ้านแบบซ่ือเหอยว่ น จะวางบ้านในแนวเหนือใต้
โดยกําหนดให้หน้าบ้านหรือประตทู างเข้าหลกั ก็จะอยทู่ างทศิ ใต้ ซง่ึ จะเรียกประตนู วี ้ า่ ประตตู ้าเหมิน
สาเหตทุ ่ตี ้องหนั หน้าบ้านไปทางทิศใต้นนั้ เพอ่ื ให้รับลมท่พี ดั เข้าบ้านในฤดรู ้อน
และป้ องกนั ลมหนาวจากทิศเหนอื ในฤดหู นาว
80
ในการออกแบบบ้านของคนจีน จะนยิ มวางอาคารหลกั หรือเรือนประธานไว้ด้านหลงั บ้าน
หรือทางทิศเหนือของพนื ้ ที่
โดยเรือนประธานนี ้จะใช้เป็ นที่พกั อาศยั ของเจ้าของบ้าน
ในขณะทีเ่ รือนด้านซ้าย (ทศิ ตะวนั ตก) และขวาของบ้าน (ทศิ ตะวนั ออก)
จะทําหน้าทเี่ ป็ นเรือนกจิ กรรมอ่ืนๆ
เช่น เรือนพกั อาศยั รอง หรือเรือนรับรองแขก หออา่ นหนงั สอื
โดยเรือนทงั้ สองนี ้จะหนั หน้าเข้าหากนั
สว่ นด้านหน้าของตวั บ้าน มกั จะตงั้ อาคารทเี่ ป็ นเรือนบริวาร คอยดแู ลแขกเหรื่อทีจ่ ะผา่ นเข้าออก
ทําให้พนื ้ ทีม่ ลี กั ษณะเป็ นวงแหวนส่ีเหลยี่ ม ท่ีมีบ้านล้อมสวน อนั เป็ นเอกลกั ษณ์ของบ้านจีน
81
ในบ้านของชาวจีนทม่ี ฐี านะ อาจจะเพมิ่ เรือนขวาง ซ้อนอยหู่ ลงั เรือนบริวาร หรือเรือนหน้าบ้าน
ทาํ ให้เกิดลานเลก็ ชว่ งหน้าบ้านเพม่ิ ขนึ ้ อกี 1 ลาน
โดยเรือนขวางนี ้จะทาํ หน้าทเี่ ป็ นเรือนกิจกรรมตา่ งๆ
และมีประโยชน์ในการกนั สายตาของคนนอก ไมใ่ ห้มองผา่ นเข้าไปเหน็ เรือนประธานได้โดยตรง
ในกรณีทม่ี เี รือนขวางหน้าบ้านแบบนี ้
ชาวจีนจะนยิ มวางประตใู หญ่หน้าบ้านให้เยือ้ งไปฝ่ังใดฝ่ังหนงึ่
และจะวางประตชู นั้ ในให้เยือ้ งไปฝ่ังตรงข้าม
เชน่ หากวางประตใู หญ่เยอื ้ งไปทางทิศตะวนั ออก ก็จะวางประตชู นั้ ในไปฝั่งตะวนั ตก
บ้านตระกูลฉี
82
นอกจากนี ้ ในบ้านหลงั ใหญ่ๆ อาจจะวางเรือนพกั อาศยั หลงั เรือนประธานขนึ ้ มาอกี หนง่ึ หลงั
บ้างใช้เป็ นเรือนพกั ของสตรี บ้างใช้เป็ นเรือนเก็บของ
ทาํ ให้เกิดเป็ นลานหลงั บ้านอกี 1 ชนั้ กลายเป็ นบ้าน 3 ลาน
ทงั้ นี ้บ้านของขนุ นางระดบั สงู มกั จะสร้างบ้านทมี่ ลี านตงั้ แต่ 5-10 ลาน
หรือบ้านของคหบดีท่มี ีฐานะรํ่ารวย ซงึ่ ลานแตล่ ะแหง่ กจ็ ะมกี ารตกแตง่ หรือกาํ หนดให้มกี ารใช้สอยทแ่ี ตกตา่ งกนั
ตามความประสงค์ของเจ้าของบ้าน
เชน่ ลานด้านหน้าสาํ หรับแขกทว่ั ไป
ลานประธานสาํ หรับแขกผ้มู เี กยี รติ หรือลานท่ีตกแตง่ เป็ นสวน เป็ นต้น
สวนอวหี้ ยวน ตวั อยา่ งของบ้านทม่ี ลี านจาํ นวนมาก ได้แก่ สวนอวหี ้ ยวน (Yuyuan Garden) ในเซย่ี งไฮ้
หรือ คฤหาสน์ตระกลู ฉี (Shi Family Residence) ในเทยี นจิน
83
ตวั อาคารของเรือนพกั แบบซอ่ื เหอยว่ น มกั จะออกแบบเป็ นอาคารทมี่ ีโถงสงู ไมต่ ีปิ ดฝ้ าเพดาน และเปิดโลง่ ให้เห็นโครงสร้างของหลงั คา
เพ่อื ให้อากาศภายในอาคารถา่ ยเทและมีการไหลเวยี นตลอด
เรือนประธาน เรือนตะวนั ออกและเรือนตะวนั ตก
จะเช่ือมตอ่ กนั ด้วยระเบยี งทางเดนิ ไปจนถึงประตชู นั้ ใน เรียกระเบยี งนวี ้ า่ ระเบียงเชาโสว่
และลานแตล่ ะแหง่ กม็ กั จะปพู นื ้ เป็ นทางเดิน หรือจดั เป็ นสวนแบบจีน
ในขณะท่ีเรือนแตล่ ะหลงั จะนยิ มจดั วางเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตวั สามารถโยกย้ายได้
และแตล่ ะห้องกจ็ ะมเี ฟอร์นเิ จอร์ไมม่ ากชิน้ นกั
ต้องนบั วา่ บ้านจีนโบราณแบบ ซอื่ เหอยว่ น
เป็ นอีกหนงึ่ รูปแบบสถาปัตยกรรมท่นี า่ สนใจ และควรคา่ แกก่ ารศกึ ษาเป็ นอยา่ งมาก
รวมทงั้ การวางแผนผงั ของตวั บ้านมกี ารแบง่ สดั สว่ นพนื ้ ทใี่ ช้สอยอยา่ งชดั เจน
สามารถนาํ ไปศกึ ษาค้นคว้าและพฒั นาเพือ่ ให้เหมาะสมกบั ใช้งานในปัจจบุ นั ได้เป็ นอยา่ งดี
84
วนั ตวนอู่ 25/6/2563
โดยซนิ แสหลวั
https://bit.ly/3piKH6C
นานมาแล้วเคยสอนฮวงจ้ยุ แบบงา่ ยๆแตไ่ ด้ผล และตรงตามตาํ ราโบราณแตค่ นมองข้าม ให้คนฟังราวๆ 30-40 คน
แตเ่ ค้าคงนกึ วา่ ผมกําลงั เลา่ นทิ านปรัมปราของจีนอยู่
เพราะตอนทสี่ อนนนั้ ผมเปิ ดวิดิโอการ์ตนู ตาํ นานกาํ เนดิ โลกของจนี ประวตั ขิ องผานกู่ 盘古 ฝซู ี伏羲 หน่วี า女娲
ทงั้ สามคนสาํ คญั ๆ ทแ่ี สดงความสมั พนั ธ์เชิงสาม คอื ธรรมชาติ วทิ ยาศาสตร์ กบั นิยายปรัมปรา
ผานกเู่ บิกฟ้ าเปิดจกั รวาล ฝซู ปี กครองคนให้กําเนดิ วทิ ยาการ หนวี่ านนั้ สร้างคนและอดุ รอยรั่วของสวรรค์
เป็ นทมี่ าของพนื ้ ฐานห้าธาตุ
ฮวงจ้ยุ วทิ ยาศาสตร์ในแบบจีนโบราณมากมาย
เป็ นนทิ านปรัมปราท่ีสอดรับกบั วชิ าฮวงจ้ยุ อยา่ งย่งิ
เพราะดนั ไปสอดคล้องกบั ตาํ รา หวงตีไ้ จจ๋ ิง 黄帝宅经
(ตาํ ราฮวงจ้ยุ อาคารแหง่ จกั รพรรดิหวง ในหมวดทพ่ี กั อาศยั คนเป็น 阳宅)
หลายทา่ นพออา่ นตาํ รานี ้
อาจคดิ วา่ ไมค่ คู่ วรเป็ นตาํ ราอ้างองิ หาทไ่ี ปที่มาก็ไมไ่ ด้
กลา่ วสนั้ ๆลอยๆ
ในความเป็ นจริงผมกลบั รู้สกึ วา่ น่คี อื ตาํ ราสรุปฮวงจ้ยุ แบบสงั เขปและเหมาะสาํ หรับการเรียนในเบอื ้ งต้นได้อยา่ งดี
ในอาคารทีพ่ กั อาศยั บ้านคนเป็ นหรือ หยางไจ๋ 阳宅 นนั้
ให้ศกึ ษาแบบเปรียบเทยี บกบั ร่างกายคน
คนคือบ้าน บ้านคือคน คนคอื ฮวงจ้ยุ ฮวงจ้ยุ คือคน
(ไมเ่ พียงแค่ ทศิ หรือ ห้าธาตุ แตส่ อดคล้องกับ ร่างกายของคนไปเสยี ทกุ ๆอยา่ ง)
ตํารานชี ้ วนให้ผมอยากสอนมาก
เพราะอยากเผยแพร่แนวทางใหมข่ องวชิ าฮวงจ้ยุ ทยี่ งั ไมม่ ใี ครสอนเลยในไทย
สว่ นใหญ่ยงั เน้นท่หี ลอ่ แก เขม็ ทิศ เสมอๆ
ยงั ไมม่ ใี ครสอนวา่ ฮวงจ้ยุ สมั พนั ธ์อะไรกบั ร่างกายคนได้แบบที่ตาํ รานกี ้ ลา่ ว
85
ตาํ รานเี ้ป็ นตาํ ราแบบยอ่ ๆ คอื เนอื ้ ความภาษาจีนนนั้ ยงั ต้องอาศยั การตคี วามจากผ้รู ู้อกี ที
ไมใ่ ช่ตาํ ราสาํ เร็จรูปที่แปลเนัือ้ ความจีนออกมาแล้วจะอา่ นกนั ได้เข้าใจ
หรือเรียกวา่ มนี ยั แฝงเอาไว้เยอะ
ตีความผดิ ก็เข้าใจผิดไปเลย ทาํ นองนนั้
ตาํ รากลา่ วในเรื่องทผี่ มกาํ ลงั จะพดู นเี ้อาไว้วา่
ในโซวเสนิ จี ้搜神记 กลา่ ววา่ 《搜神记》云:
精灵鬼魅,皆化为人。或有人自相感变为祆怪,
เร่ืองราวเก่ียวกบั ภตู ิและวญิ ญาณทงั้ หลาย
มกั มรี ูปลกั ษณ์ล้อเอามาจากร่างกายคน หรือไมก่ ็เป็ นการแปลงจากคน ทงั้ สนิ ้
(นยั ยะตาํ รากําลงั บอกวา่
รูปลกั ษณ์ร่างกายของสตั ว์นรก อสรุ กาย เปรต ฯ หรือเทวดา และมนษุ ย์มคี วามคลาั ยกนั มากๆ
เปลยี่ นแปลงผิดแผกกนั นดิ หนอ่ ย
ก็ตรงกบั สงิ่ ที่ไตรภมู ิพระร่วงเขยี นเอาไว้เชน่ กนั )
亦如异性之木,接续而生,根苗虽殊,异味相杂。
เปรียบสภาวะนกี ้ เ็ หมือนกบั ธาตไุ ม้
โดยเฉพาะต้นไม้ ท่ีงอกงามเจริญตอ่ ๆจากกนั มา
มรี ากที่แตกงอก มีลาํ ต้นก่ิงก้านทแ่ี ผแ่ ยกและยื่นตอ่ ๆกนั มา
แตเ่ ป็ นการแตกหนอ่ ออกยอดที่สลบั ซบั ซ้อนในความสมั พนั ธ์ระหวา่ งกนั
形碍之物,尚随变通。
แม้กระทง่ั สตั ว์ อนั มีรูปร่างประหลาดก็ตาม ก็เหมอื นร่างดง่ั มนษุ ย์นี ้
(บางทา่ นอาจคดิ วา่ ก็เราศกึ ษาผา่ นมนษุ ย์
ใช้สมอง ใช้จิตมนษุ ยใ์ นการเรียนรู้เรื่องพวกนี ้
ก็ไมแ่ ปลกทีจ่ ะคดิ วา่ ทกุ อนั มตี ้นตอมาจากร่างกายมนษุ ย์เราก็ได้นี่
แตห่ ากพจิ ารณาถงึ คาํ วา่ เดรัจฉาน
ซง่ึ มงุ่ หมายถงึ ผ้มู ีกระดกู สนั หลงั นอนขนานกบั พนื ้ และ/หรือสตั ว์ทเ่ี คลอ่ื นท่ขี นานกบั พนื ้
เราจะพบวา่ มนษุ ย์เป็ นสตั ว์ทกี่ ระดกู สนั หลงั กลบั ตงั้ ฉากกบั พนื ้ )
86
阴阳虚无,岂为常定。是知宅非宅气,由移来以变之。
เปรียบเชน่ ยินหยาง
เสมอื นวา่ งเปลา่ หาทสี่ มั ผสั จบั ต้องได้ยาก หากแตว่ า่ มอี ยจู่ ริง เป็ นความจริงทม่ี ีอยใู่ นธรรมชาติ
ก็เฉกเช่นเดยี วกบั ฮวงจ้ยุ อาคารที่อยอู่ าศยั รับรู้ เหน็ อยู่ ซงึ่ รูปร่างตลอดจนสมั ผสั สง่ิ แวดล้อมได้
แตก่ ็ไมอ่ าจจะสมั ผสั ชี่ของอาคารนนั้ ได้ด้วยประสาทสมั ผสั หยาบทงั้ ห้าหรอก
หากแตต่ ้องอาศยั การพจิ ารณาสงั เคราะห์องค์ประกอบตา่ งๆออกมาเพือ่ จะทราบ
又云:宅以形势为身体,以泉水为血脉,以土地为皮肉,
以草木为毛发,以舍屋为衣服,以门户为冠带。
ตาํ รากลา่ วตอ่ อีกวา่
- รูปลกั ษณ์อาคารและทดี่ นิ คอื ร่างกาย
- บอ่ นาํ ้ แหลง่ นาํ ้ ทางนาํ ้ ทงั้ หมด
- ผนื ดนิ ทงั้ หมด เป็ น เนอื ้ และ หนงั
- ต้นหญ้า ต้นไม้ เป็ น ขน และ ผม
- ตวั อาคาร เป็ นเสอื ้ ผ้าอาภรณ์
- ประตแู ละทางเข้า เป็ นหมวกประจําตาํ แหนง่
(ตรงนหี ้ ละท่เี หมือนนิทานปรัมปราทผ่ี มเคยเลา่ และเคยสอนดง่ั ทไ่ี ด้กลา่ วไปตอนต้น
หากใครเคยเรียนก็อาจจะพอจําได้ เพียงแตน่ ิทานปรับปรากําเนดิ โลกจีนที่ยกมานนั้
พดู ถงึ ภาพกว้างๆของสงิ่ แวดล้อมตามธรรมชาติแบบภาพใหญ่
สว่ นตาํ รานี ้ยกเอามาเจาะลงแบบภาพเลก็ คือ อาคารบ้านเรือนคน)
若得如斯,是事俨雅乃为上吉
หากใคร่ครวญให้ดี และรู้ได้อยา่ งแจ่มชดั ก็นบั วา่ เป็ นเร่ืองนา่ ยนิ ดยี ่ิง
ทิศทางตามท่ีผมเคยกลา่ วคร่าวๆก็สามารถเอามาพิจารณาฮวงจ้ยุ ดรี ้ายได้
ถ้าใครทอ่ งได้ ตามผงั โฮว่ เทยี นปากว้า 后天八卦 คือ
-ทิศเหนือแทนธาตนุ าํ ้ แทนระบบไต
-ทศิ ตะวนั ออกแทนธาตไุ ม้ แทนระบบตบั
-ทิศตะวนั ตกแทนธาตทุ อง แทนระบบปอด
-ทศิ ใต้แทนธาตไุ ฟ แทนระบบหวั ใจ
87
เพราะฉะนนั้ ถ้าเราไปพบบ้านใคร มีกองขยะ หรือแหลง่ นาํ ้ สกปรกหรือท่ีนาํ ้ ขงั ในแนวไมด่ ี อยทู่ างทศิ เหนือของบ้าน
เราทราบหมายหรือทาํ นายถามเจ้าของบ้านได้วา่ คนในบ้านป่ วยระบบไตหรือไม่
ตรงนที ้ า่ นต้องมคี วามรู้สิ ระบบไต หมายถึงอะไรได้บ้าง ไมใ่ ชแ่ คโ่ รคไต
ถ้าไปทํานายเขาวา่ โรคไต โอกาสจะผิดมีสงู มากๆ เพราะความรู้น้อย
ถ้ามคี วามรู้กว้างขวางจะทราบวา่
ระบบไต หมายถงึ เรื่องฮอร์โมนทางเพศ เบาหวาน ระบบปัสสาวะ ระบบสบื พนั ธ์ุ
ลามไปถึงระบบภมู ิค้มุ กนั ร่างกาย และระบบขบั ถา่ ยก็ได้
คําถามกค็ ือ แล้วจะจําเพาะลงไปได้อยา่ งไรอกี วา่ จะเป็ นอะไรกนั แน่ อนั นตี ้ ้องเรียนยาวครับ
มาพดู ในนไี ้ มจ่ บงา่ ยๆ เพราะต้องอาศยั การเทยี บเคยี ง นอกจากนนั้ ยงั ตอ่ ยอดลงไปได้อีก
หากเข้าใจในด้านจิตใจและความสมั พนั ธ์ห้าธาตุ
อาจทาํ นายลงไปได้วา่ ในบ้านมคี นมปี ัญหาเรื่องความรกั
เพราะธาตนุ าํ ้ เป็ นเจ้าแหง่ ความรกั และเรื่องทางกามารมณ์ หรือเป็นปัญหาซมึ เศร้า
บ้านนไี ้ มม่ ีปากมเี สยี งอะไรกบั ใครมีความสงบสงู ชอบเข้าวดั สวดมนต์ก็ยงั ได้
เพราะพลงั ธาตนุ าํ ้ ให้พลงั ยนิ แรงมาก จะทาํ ให้เกิดความมมี ารยาทและความสงบแบบปรองดอง
ตรงนีท้ ่านตอ้ งมองทงั้ โหงวเฮง้ คน หรือสภาพอืน่ ๆในบา้ นแวดลอ้ มประกอบก็จะชีบ้ ่งลงไปไดว้ ่าควรบอกอะไรกนั แน่
88
วนั นเี ้อาบทความนมี ้ าเขยี น ใจความคืออยากให้พิจารณาองค์ประกอบทกุ อนั ในอาคาร
ไมใ่ ชเ่ อะอะเขาให้ดฮู วงจ้ยุ กจ็ ้องแตก่ ะกางเข็มทศิ เลง็ หลอ่ แกเสยี อยา่ งเดยี ว
บ้างก็จ้องจะเอาดวงชะตามานง่ั เขยี นนง่ั วา่ เป็ นนกั ฮวงจ้ยุ ต้องมไี หวพริบ ฝึกประสาทสมั ผสั ทงั้ ห้าให้ชํานาญและแมน่ ยาํ
ทส่ี าํ คญั คือ ชา่ งสงั เกต
89
วนั นคี ้ นทเ่ี คยเรียนกบั ผม ถ้าสมดุ ยงั ไมห่ าย ทา่ นอาจจะพอเข้าใจได้วา่
ทาํ ไมซินแสหลวั พร่ําพดู แตค่ วามสมั พนั ธ์และความหมายห้าธาตุ ยนิ หยาง ปากว้า แบบพสิ ดาร
ไมย่ กั สอนหลอ่ แก เข็มทศิ เสยี ที
วนั นคี ้ งได้ข้อคําตอบอกี อนั แล้ววา่
ถ้าทา่ นมคี วามรู้ทเี่ คยจดไป ท่านจะพอโยงทิศกบั ร่างคน กบั อาการป่ วยเจ็บ กิริยาในบา้ น และอาการทางใจของเขาได้
ตรงนตี ้ า่ งหาก ทสี่ าํ คญั ในการดฮู วงจ้ยุ
เพราะทา่ นอยากเอาอาคารท่ีอยมู่ าชว่ ยปรับปรุง กาย ใจ หรือรวมเรียกวา่ ชวี ติ คนเขามใิ ช่รึ
ไปจ้องในหลอ่ แก มแี ตธ่ าตุ กบั คาํ ทํานายลอยๆ
มอี จี ้ ิงนดิ หนอ่ ยบ้าง มนั เชื่อมได้แคบ่ างสว่ นไมใ่ ชท่ งั้ หมด
ลองอา่ นทวนวรรคสนั้ ๆใน หวงตไี ้ จจ๋ ิง ทผ่ี มยกมาอีกรอบข้างต้น วา่ นอกจาก ตวั บ้าน
ทา่ นควรสนใจอะไรอกี เป็ นสาํ คญั
แล้วถ้าถามถึงความสาํ คญั และสมั พนั ธ์กนั ทา่ นก็ต้องดรู ่างกายตนเองไงครับ
เช่นบอกวา่ ทางนาํ ้ คือสายเลอื ด ก็ยอ่ มหลอ่ เลยี ้ งเนอื ้ หนงั ร่างกาย แปลวา่ ทางนาํ ้ ยอ่ มมผี ลตอ่ ผืนดนิ ที่ดิน
ดินแห้ง แตก ดนิ สอี ะไร ดนิ เป็ นดนิ หรือเป็ นปนู ทบั
ทาํ นายออกมาเพอื่ กลบั ไปเข้าใจร่างกาย และร่างบ้าน ของเขาได้
มนั ต้องขนาดนี ้ ถึงจะได้ช่ือสมกบั วา่ เป็ นวชิ าไอคิวสงู เป็ นวชิ ากนุ ซือ ต้องคดิ ลกึ ซงึ ้ มองนอกกรอบได้ เชื่อมโยงเป็ น
แตถ่ ้าไมม่ คึ ลงั ความหมายและห้าธาตุ ยนิ หยาง ปากว้า ในหวั เสยี แล้ว จะเชื่อมโยงได้อยา่ งไร
นหี ้ ละ เริ่มต้นของผมเลยไมส่ อนหลอ่ แก
ผมสอน ห้าธาตุ หวงั วา่ จะเป็ นสาระจดุ ประกายแบบพษิ ๆ ให้ทา่ น
ได้พลกิ ผนั ความรู้และแนวคดิ
ในวนั สารพดั พษิ จีนโบราณคอื วนั ตวนอนู่ คี ้ รับ
90
เทศกาลตวนอู่
https://sites.google.com/site/chineseonenatvee/the-skalt-wn-xu
วนั ที่ 5 เดอื น 5 ตามปฏทิ ินจนั ทรคตขิ องจีนเป็ นเทศกาลตวนอขู่ องจีน
เทศกาลตวนอู่ เทศกาลตรุษจีนและเทศกาลจงชิวหรือเทศกาลไหว้พระจนั ทร์เป็ นเทศกาลใหญ่สามเทศกาลของจีน
สาเหตทุ ีต่ งั้ ช่ือเทศกาลนวี ้ า่ “ตวนอ”ู่ ก็เพราะวา่ คาํ วา่ “ตวน”ในภาษาจีนหมายถึงต้นหรือเริ่มต้น
วนั ที่ 5 เดือน 5 อยใู่ นต้นเดอื น 5
สว่ นตวั เลข 5 นนั้ ออกเสยี งวา่ “อู่ ” วนั ที่ 5 เดอื น 5จงึ เรียกวา่ “ตวนอ”ู่
เก่ียวกบั ความเป็ นมาของเทศกาลตวนอู่
มีเรื่องเลา่ หลายอยา่ ง บางคนเหน็ วา่ เทศกาลตวนอสู่ บื เน่อื งจากประเพณี“เสยี ้ จือ้ ”
หรือประเพณีฉลองการยา่ งเข้าฤดรู ้อนในสมยั โบราณ
บางคนเหน็ วา่ เทศกาลนี ้
สบื เนือ่ งจากความเชอื่ ของประชาชนสมยั โบราณทอี่ าศยั อยรู่ ิมแมน่ าํ ้ แยงซีซงึ่ บชู ามงั กรเป็ นโทเทม
แตต่ าํ นานเก่ียวกบั ความเป็ นมาของเทศกาลตวนอู่
ที่แพร่หลายมากท่สี ดุ คือ ตาํ นานท่เี ลา่ กนั วา่
เทศกาลตวนอเู่ ป็ นเทศกาลเพ่อื รําลกึ ถงึ ชวหู ยวน กวผี ้รู ักชาติในสมยั โบราณของจีน
ชวหู ยวนเป็ นชาวก๊กฉใู่ นยคุ ศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล หลงั จากปิตภุ มู ถิ กู ก๊กอ่ืนยดึ ครองไปแล้ว
ชวหู ยวนกระโดดแมน่ าํ ้ มห่ี ลวั เจียงฆา่ ตวั ตายด้วยความแค้นเคือง
วนั นนั้ ตรงกบั วนั ที่ 5 เดอื น 5
ตอ่ มา พอถงึ วนั ที่ 5 เดือน 5 ของทกุ ปี ประชาชนจะใช้ปล้องไผใ่ สข่ ้าวสวยไว้ข้างใน โยนลงไปในแมน่ าํ ้ ให้ปลากิน
พร้อมภาวนาขออยา่ ให้ปลากินศพของชวหู ยวน
ภายหลงั ปล้องไผท่ ่ใี สข่ ้าวสวยกค็ อ่ ยๆพฒั นามาเป็ นขนมบ๊ะจา่ ง
การกินขนมบ๊ะจ่างเป็ นประเพณสี าํ คญั ทีส่ ดุ ในเทศกาลตวนอู่
วิธีทาํ ขนมบ๊ะจา่ งคอื ใช้ใบอ้อหรือใบไผห่ อ่ ข้าวเหนยี ว แล้วใช้ด้ายมดั ให้แนน่ เป็ นรูปกรวยหรือรูปหมอน
เสร็จแล้วนาํ ไปต้มหรือนงึ่ ให้สกุ
กอ่ นเทศกาลตวนอจู่ ะมาถงึ ทกุ บ้านต้องทาํ ขนมบ๊ะจา่ ง
พอถึงวนั เทศกาล จะหวิ ้ ขนมบ๊ะจา่ งที่ทําเองไปเยยี่ มญาตมิ ิตร
91
เสริมดวงทด่ี ีทสี่ ุด คือเสริมความดีเข้าทใี่ จ
โดยซนิ แสหลวั 29/10/2563
เป็ นมงคลอนั อดุ มสงู สดุ ดกี วา่ ห้อยแขวนพกพาประดบั สงิ่ ของใดๆ ดีตอ่ ทงั้ กายและใจ
วนั นขี ้ อเสนอทฤษฎีตามหลกั ตําราแตเ่ อามาเทยี บกบั ทางพระธรรมคําสอน
ศีลห้า รักษาครบ เทา่ กบั รักษากายพร้อมกบั ใจ เทา่ กบั ถนอมชี่อวยั วะ เทา่ กบั สขุ ภาพดี เทา่ กบั ชีวิตดี
-ธาตไุ ม้ 木行
ความเมตตาปกป้ องการทาํ ร้ายตบั
เหตวุ า่ ความโกรธความเคืองแค้น การทะเลาะววิ าท เบียดเบยี นฆา่ ฟัน บนั่ ทอนช่ีตบั และระบบภมู คิ ้มุ กนั
-ธาตดุ ิน 土行
ความซอ่ื สตั ย์ การไมล่ กั ขโมย เป็นไมไ่ ปบน่ั ทอนชี่กระเพาะและม้ามให้พร่อง และระบบยอ่ ยไมใ่ ห้ชาํ รุด
-ธาตไุ ฟ 火行
ไมป่ ระพฤติผดิ ในกาม เป็ นการถนอมช่ีหวั ใจ และระบบไหลเวยี นเลอื ด
-ธาตทุ อง 金行
ไมพ่ ดู โกหก สอ่ เสยี ด หยาบคายเพ้อเจ้อ เป็ นการถนอมช่ีปอด และระบบทางเดนิ หายใจ
-ธาตนุ าํ ้ 水行
ไมด่ ืม่ สรุ าของมนึ เมา เป็ นการถนอมช่ีไต และระบบประสาท
เชิญชวนมาลอง ปรับดวง เสริมดวง ด้วยศลี ห้าเคร่งครัด ทา่ นจะพบทางชดั เจนชีวติ และพบความสขุ ความเจริญ
ผมเก็บสถิตจิ ากคนทีม่ าดดู วงแล้วผมสอนให้เหน็ คณุ คา่ ของศลี ให้ไปรักษาให้ครบ
กลบั มาฟีด้ แบกดที กุ คน หลายคนเจริญเปลยี่ นชีวิตจากหน้าเป็ นหลงั มอื
เช่ือเถอะ ธรรมโอสถ ประเสริฐสดุ ในการแก้ไขดวงชะตามนษุ ย์
92
"ฮวงจ้ยุ " ความเชื่อถอื และปฏบิ ตั ทิ สี่ ืบต่ออย่างน่าพศิ วง
รองศาสตราจารย์ไพรถ เลศิ พริ ิยกมล
https://thaifolk.com/doc/literate/hungjui/hungjui1.htm
เม่อื สมยั เป็ นนกั เรียน
ครูให้เราอา่ นวรรณคดเี รื่องสามก๊กฉบบั พระยาพระคลงั (หน)
เรารู้สกึ ตื่นเต้นกบั การทาํ สงครามระหวา่ งเลา่ ปี่ ซนุ กวนและโจโฉ
ครัน้ เราตดิ ใจในรสวรรณคดีเร่ืองนกี ้ ็เผลออา่ นจนตลอดเลม่
คนทเี่ รายกยอ่ งในใจคือ ขงเบ้ง
หรืออาจารย์ฮกหลงผ้หู ยงั่ รู้ ดินฟ้ าแหง่ เขาโงลงั กงั๋
กวา่ จะได้ตวั ขงเบ้งมา เลา่ ป่ี เจ้าเมอื งซนิ เอี๋ยต้องอดทนความอาย
ทนตอ่ ความโกรธและสบประมาทของน้องร่วมสาบาน คอื กวนอแู ละเตียวหยุ
ต้องไปเชิญถงึ บ้านถึง 3 ครัง้ จงึ ได้ตวั ขงเบ้งมา
ในการไปเชิญขงเบ้งครัง้ แรกวรรณคดสี ามก๊กพรรณนาไว้ ดงั นี ้
"ครัน้ เวลาเช้าเลา่ ปี่จึงพากวนอเู ตยี วหยุ ออกจากเมอื งซนิ เอีย๋ จะไปหาขงเบ้ง ณ เขาโงลงั กงั๋
ไปพบคนห้าคนทําไร่อยทู่ เ่ี ชิงเขาแหง่ หนงึ่
เลา่ ปี่ จงึ ถามวา่ มอี าจารย์คนหนงึ่ ชื่อวา่ ฮกหลงอยตู่ ําบลใดทา่ นรู้บ้างหรือ
ชาวไร่นนั้ จงึ บอกวา่ อาจารย์ฮกหลงอยเู่ งือ้ มเขา ข้าง ทศิ ใต้มพี มุ่ ไม้เป็ นสาํ คญั อยหู่ น้าเรือน
เลา่ ปี่ ได้ฟังเช่นนนั้ ก็มคี วามยินดี พากวนอเู ตยี วหยุ รีบอ้อมเขาไปทางประมาณสามสบิ เส้นถงึ พมุ่ ไม้ตรงหน้าเรือนขงเบ้ง
ฝ่ ายขงเบ้งรู้วา่ เลา่ ปี่ จะมาหาก็คดิ ในใจวา่
เขาเลา่ ลอื อยวู่ า่ เลา่ ปี่ มสี ติปัญญาประกอบด้วยอธั ยาศยั และความเพยี รเป็ นอนั มากนนั้ จะจริงหรือประการใด
ครัน้ จะอยใู่ ห้พบตวั บดั นกี ้ ็จะไมแ่ จ้งวา่ เลา่ ปี่ มีความเพียรและหาเพยี รไม่ ซงึ่ เราจะไปอยดู่ ้วยนนั้ ใหญ่หลวงนกั
ยงั เป็ นประโยชน์หรือ มเิ ป็ นประโยชน์จะลองดใู ห้รู้นาํ ้ ใจเลา่ ป่ีกอ่ น
แล้วสงั่ เดก็ ไว้วา่ ถ้าผ้ใู ดมาหาเราจงบอกวา่ เราไมอ่ ยู่ สง่ั แล้วขงเบ้งก็เข้าไปซอ่ นตวั อยทู่ ี่ข้างใน
ฝ่ ายเลา่ ป่ีกวนอเู ตยี วหยุ ก็ลงจากม้าเดินเข้าไปถงึ ประตบู ้าน
เลา่ ป่ี จงึ พิเคราะห์ดู ภมู ฐิ านบ้านเรือนเห็นสะอาดสะอ้านชอบมาพากล
แม้เทศกาลร้อนก็มไิ ด้ร้อน เพราะลมพดั มาได้
เมอ่ื ถงึ ฤดฝู นก็เป็ นที่ร่มปิ ดหยาดฝนมไิ ด้ถกู ต้อง
หน้าฤดหู นาวเลา่ ก็มไิ ด้เย็นด้วยละอองนาํ ้ ค้าง
สมควรเป็ นทีอ่ ยผู่ ้มู ีสติปัญญาจริง" (กรมศิลปากร 2506 : 675-676)
93
ทนี่ ําเร่ืองสามก๊กมากลา่ วไว้นเี ้พอื่ ให้ผ้อู า่ นสงั เกตวา่
บ้านขงเบ้งนอกจากจะอยเู่ งือ้ มเขา
แสดงวา่ บ้านตงั้ อยใู่ กล้ภเู ขาและนา่ จะเป็ นพนื ้ ท่รี าบเชงิ เขา หรือหบุ เขา
ชยั ภมู ทิ ่ตี งั้ บ้านอาศยั เงือ้ มเขาเป็นปราการธรรมชาตปิ ้ องกนั ลมหนาว
ย่ิงเมอื่ พิเคราะห์ถงึ การพจิ ารณาของเลา่ ป่ี ทบ่ี อกถงึ สถานท่ีตงั้ ของบ้านขงเบ้ง
รวมทงั้ วธิ ีการสร้างบ้าน ตลอดจนทศิ ทางลม รวมทงั้ ฤดกู าล แล้ว
เลา่ ป่ี สรุปวา่ "สมควรเป็ นทอี่ ยขู่ องผ้มู สี ตปิ ัญญาจริง"
การวเิ คราะห์ลกั ษณะบ้าน สถานท่ตี งั้ บ้าน ตลอดจนฤดกู าลและทศิ ทางลมของเลา่ ปี่
นอกจากจะแสดงถงึ ความรู้ความสามารถของเลา่ ป่ี เหมาะท่ีจะเป็ นผ้นู ํา ผ้กู อบก้บู ้านเมอื งแล้ว
ยงั แสดงให้เห็นวา่
เลา่ ป่ี กําลงั กลา่ วถงึ ศาสตร์หรือความรู้ทีส่ าํ คญั อยา่ งหนงึ่
ทค่ี นจีนรํ่าเรียนและ ยดึ ถือปฏิบตั สิ บื ตอ่ ตกทอดกนั มาเป็ น 1,000 ปี จนถงึ ปัจจบุ นั
นนั้ ก็คอื วิชา "ฮวงจ้ยุ " นนั่ เอง
ฮวงจ้ยุ เป็ นศาสตร์แหง่ การพยากรณ์ของชาวจีน
ในการเลอื กสรรทําเลท่ตี งั้ ของ สถานท่ีทงั้ สาํ หรับคนเป็ นและคนตาย
โดยยดึ หลกั แหง่ ความสมดลุ ของสภาพแวดล้อมให้มี ความกลมกลนื กนั
ทงั้ นเี ้พื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่คนในครอบครวั และลกู หลาน
(ณฐั ธิดา สขุ มนสั 2539,108)
ฮวงจ้ยุ ถ้าจะกลา่ วถึงความหมาย ต้องแยกอธิบายออกเป็ นคาํ กอ่ น ดงั นี ้
ฮวง เป็ นภาษาแต้จ๋ิว จีนกลางออกเสยี ง เฟิง เขยี นเป็ นภาษาจีนคือ 風 แปลวา่ ลม
จ้ยุ เป็ นภาษาแต้จ๋ิว จีนกลางออกเสยี ง สยุ่ เขยี นเป็ นภาษาจีนคือ 水 แปลวา่ นาํ ้
เมอ่ื นําคํา 2 คาํ
มารวมกนั จงึ ออกเสยี งเป็ น ฮวงจ้ยุ ในภาษาแต้จ๋ิว และเฟิงสยุ่ ในภาษาจีนกลาง
ซงึ่ เมือ่ แปลตามตวั หนงั สอื จีนก็คอื ลม-นาํ ้
แตท่ า่ นผ้รู ู้วชิ าฮวงจ้ยุ อธิบายวา่
ฮวงจ้ยุ เสมอื นลมท่ีผนั ผวนเกินความเข้าใจ และเสมอื นนาํ ้ ท่ไี มอ่ าจหยิบฉวยไว้ได้
ทงั้ กระแสลมและกระแสนาํ ้ ท่ีไหลวนตามธรรมชาติ
ล้วนมีอทิ ธิพลในการแปรเปลย่ี นภมู ิประเทศ
ซง่ึ สภาพแวดล้อมตา่ งๆ ล้วนเป็ นปัจจยั สาํ คญั
94
ทนี่ ํามาซง่ึ ความสขุ ความเจริญและความอดุ มสมบรู ณ์
ดงั นนั้ ฮวงจ้ยุ
จงึ เป็ นศาสตร์ของชาวจีนอนั เป็ นความรู้สบื ทอดและ ปฏบิ ตั ิสบื ตอ่ เน่ืองกนั มา
ซง่ึ เก่ียวข้องกบั ความรู้สาขาตา่ งๆ ดงั นี ้
1. เป็ นโหราศาสตร์เกี่ยวกบั ภมู ลิ กั ษณ์ หรือ ภมู พิ ยากรณ์
2. เป็ นปรัชญาของมนษุ ย์กบั สงิ่ แวดล้อม
3. เป็ นองค์รวมของความรู้ด้าน วทิ ยาศาสตร์ โหราศาสตร์ ศลิ ปศาสตร์ และปรัชญา
4. เป็ นทงั้ ศาสตร์และศิลป์ ในการเลอื กถิ่นท่อี ยอู่ าศยั
เพอ่ื ให้เกิดความสมดลุ และทาํ ให้สภาพแวดล้อมดขี นึ ้
5. เป็ นศาสตร์ในการเลอื กสถานท่ี ทําเล สงิ่ ก่อสร้าง หรือ โครงสร้างทมี่ นษุ ย์สร้างขนึ ้
เพื่อให้กลมกลนื กบั สภาพแวดล้อมทางกายภาพ
จากทก่ี ลา่ วมาแล้วทงั้ หมด
ฮวงจ้ยุ จงึ เป็ นความเช่ืออนั ยง่ิ ใหญ่ของชาวจีน
ซง่ึ เป็ นทงั้ ความรู้อนั ย่งิ ใหญ่
เป็ นทงั้ ศาสตร์และศิลป์ ท่มี ีการจดบนั ทกึ และร่ําเรียน
ยดึ ถือปฏิบตั ิสบื ตอ่ กนั มาอยา่ งไมข่ าดหาย
ไมว่ า่ คนจีนจะอยทู่ ่ไี หน
ความเช่ือเรื่อง ฮวงจ้ยุ กซ็ มึ อยใู่ นวิถีชวี ติ และมีการปฏิบตั สิ บื ตอ่ กนั
รวมทงั้ คนจีนทอ่ี พยพเข้ามาอยใู่ นประเทศไทย
และผสมกลมกลนื กบั คนไทยจนเป็ นพลเมืองไทยเชือ้ สายจีน
ฮวงจุ้ยก็ยงั เป็นความเชือ่ และเป็นวิถีชีวิตทีป่ ฏิบตั ิสืบต่อกนั อย่างไม่ขาดสายจนถึงปัจจบุ นั อย่างน่าพิศวง
95
ได้กลา่ วมาตงั้ แตต่ ้นแล้ววา่
ฮวงจ้ยุ นเี ้ป็ นศาสตร์แหง่ การพยากรณ์
ในการเลอื กสรรทาํ เลท่ีตงั้ ของสถานท่ี ทงั้ สาํ หรับคนเป็ นและคนตาย
คนจีนนนั ้
คนเป็ นและคนตาย มไิ ด้แยกจากกนั โดยสนิ ้ เชิง
ยงั มคี วามผกู พนั และปฏิบตั ิตอ่ กนั
คนเป็ นยงั เคารพกราบไหว้ และนบั ถือคนตาย
ยงั ปฏบิ ตั ิตอ่ คนตายอยา่ งสมาํ่ เสมอ
เพราะคนตายเป็ นบรรพบรุ ุษ เป็ นตระกลู เป็ นเชือ้ สาย
ท่คี นเป็ นต้องแสดงความกตญั ํู เคารพ กราบไหว้ เซน่ สรวง
มกี ารไหว้เจ้า มกี ารเซน่ ไหว้ บรรพบรุ ุษ
เชน่ ตรุษจีน หรือ เทศกาลเช็งเม้ง เป็ นต้น
สว่ นคาํ ทใ่ี ช้เกี่ยวกบั ความเชื่อเร่ือง ฮวงจ้ยุ ในหมคู่ นไทยเชือ้ สายจนี และคนไทย ทวั่ ไป
ก็คือ ถ้าเก่ียวกบั คนตายมกั ใช้คําวา่ "ฮวงซ้ยุ " ซง่ึ หมายถงึ ท่ฝี ังศพ
และมกั จะฝังอยบู่ ริเวณใกล้ๆกนั อยา่ งทเี่ ข้าใจ และเรียกกนั วา่ ป่ าช้าจีน
เชน่ ที่จงั หวดั ชลบรุ ี สระบรุ ี หรือท่ีวดั ดอน
https://thaifolk.com/doc/literate/hungjui/hungjui1.htm
สว่ นคาํ วา่ ฮวงจ้ยุ ใช้กบั คนเป็ น
ซง่ึ เป็ นความรู้ หรือศาสตร์แหง่ การพยากรณ์เกี่ยวกบั สถานที่ ทาํ เล ที่อาศยั
(ในบทความนจี ้ ะกลา่ วถงึ เฉพาะ ฮวงจ้ยุ สาํ หรับคนเป็ น
สว่ นฮวงซุ้ยสาํ หรับ คนตายจะกลา่ วเฉพาะจาํ เป็ นเพราะมรี ายละเอยี ดมาก)
96
ความเป็ นมาของฮวงจุ้ย
ชาวจีนมีปรัชญาหรือการมองโลกและชีวิต
คอื ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งรวมตวั กนั เป็ นหนงึ่
ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งขนึ ้ ตรงตอ่ สงิ่ อืน่ ทงั้ หมด
ดงั นนั้ จกั รวาลและธรรมชาตมิ ีสว่ นในการกําหนด ชะตาชีวติ ของมนษุ ย์
จกั รวาลบนั ดาลธรรมชาติ
ธรรมชาติเปลยี่ นแปลงลกึ ลบั และซ้อนเร้น
พลงั เปลย่ี นแปลงนเี ้รียกวา่ "ช่ี"
การศกึ ษาฮวงจ้ยุ จงึ เป็ นการศกึ ษาธรรมชาติ เป็ นการค้นหา พลงั ชมี่ ากอ่ ให้เกิดประโยชน์ใกล้ชดิ กบั มนษุ ย์
ความเชื่อเรื่องจกั รวาลเป็ นศนู ย์กลางสรรพสง่ิ นี ้
พฒั นามาเป็ นศาสตร์ทางด้านฮวงจ้ยุ ที่สาํ คญั
ตอ่ มาแม้การสร้างเมืองหลวงของจีน ก็ถือวา่ เป็ นศนู ย์กลางแหง่ จกั รวาล
ท่ปี ระทบั และมหาราชวงั จงึ ต้องตงั้ ณ ที่ตาํ แหนง่ ศนู ย์กลาง
จกั พรรดเ์ิ ป็ นโอรสสวรรค์ เป็ นศนู ย์กลางแหง่ อาํ นาจ
แม้ชื่อ จงกวั๋ (ภาษาจีน) อนั เป็ นชือ่ เดมิ ของจีน ก็หมายถงึ ศนู ย์กลางแหง่ อาํ นาจ
ความเชื่อเร่ืองจกั รวาล
เร่ืองอํานาจการเปลยี่ นแปลง
เร่ืองธรรมชาตบิ นั ดาลให้เกดิ ความสขุ ความเจริญรุ่งเรืองนี ้
เป็ นศาสตร์ของฮวงจ้ยุ ท่มี คี วามลกึ ซงึ ้ และสะสมสบื ทอดกนั มา
ในเรื่องสถานทอ่ี ยู่ สถานที่ตงั้ จงึ ต้องดาํ เนินการให้ถกู ต้องตามฮวงจ้ยุ
โดยเฉพาะพระราชวงั ของจกั รพรรด์ิ
ตวั อยา่ งของการเลอื กที่ตงั้ เมอื งของจีนท่เี ลอื กสถานที่ตงั้
ตามฮวงจ้ยุ ทเ่ี ดน่ ชดั ทส่ี ดุ คอื เมอื งลว่ั หยาง ทส่ี ร้างในสมยั เวย่ (ค.ศ.220-265)
เมอื งนตี ้ งั้ อยใู่ นทําเลทีต่ งั้ ดี คอื มภี เู ขา อมี ้ งั่ อยทู่ างทิศเหนอื
มีแมน่ าํ ้ ลวั่ สยุ่ อยทู่ างทศิ ใต้
สว่ นพระราชวงั ตงั้ อยทู่ างด้านเหนือ
ตรงบริเวณแนวแกนกลางของเมอื ง มกี ําแพงล้อมรอบตวั เมอื ง
97
เขตพระราชฐานมีกําแพงชนั้ ใน และมคี นู าํ ้ ล้อมรอบ
ทางเข้าพระราชวงั ออกแบบพเิ ศษตามลกั ษณะฮวงจ้ยุ ท่ดี ี
โดยสร้างให้มธี ารนาํ ้ ไหลผา่ น
มีประตซู ้อนกนั สามประตู
เพอื่ ให้เป็ นสญั ลกั ษณ์ของความมน่ั คงและความสาํ เร็จของ พระราชตระกลู
ตรงแนวกงึ่ กลาง หลงั ประตทู างเข้าทส่ี องด้านซ้ายมอื มศี าลบชู าบรรพบรุ ุษ
(ณฐั ธิดา สขุ มนสั 2539:111)
ถ้าใครเคยไปสาธารณรฐั ประชาชนจีน
ได้ไปชมจตรุ ัสเทยี นอนั เหมิน
พระราชวงั ต้องห้ามและได้ชมพระราชวงั ฤดรู ้อน ของพระนางชสู ไี ทเฮา
ต้องยอมรับวา่ เป็ นสงิ่ ก่อสร้างท่ี สวยงามจนยากที่จะอธิบายได้
ท่ีสาํ คญั เป็ นฝี มอื ของมนษุ ย์ เป็ นภมู ปิ ัญญาที่ฉลาด
เหนือสง่ิ อื่นใด คือ เป็ นไปตามฮวงจ้ยุ อยา่ งละเอียด ลกึ ซงึ ้ ทกุ ขนั้ ตอน
https://thaifolk.com/doc/literate/hungjui/hungjui1.htm
ท่ปี ระทบั สว่ นพระองค์ (บ้าน)
นอกจากจะไมใ่ หญ่โตแล้ว
ยงั มคี วามประณีตงดงาม สงบ ร่มเยน็
ชยั ภมู ทิ ่ีตงั้ ถกู ต้องตามฮวงจ้ยุ ดงั ผงั จําลองงา่ ยๆ ดงั นี ้
98
ได้กลา่ วมาแล้วในเร่ืองความเช่ือ เร่ืองจกั รวาล
ธรรมชาติการเปลย่ี นแปลงท่ีลกึ ลบั และพลงั ชี่ ทใ่ี ห้คณุ และโทษ
คนจีนได้ศกึ ษาธรรมชาตสิ มั พนั ธ์กบั ชยั ภมู ใิ นการตงั้ ถิ่นฐาน ท่อี ยอู่ าศยั
ซงึ่ เกี่ยวพนั กบั ทิศ ภเู ขา ต้นไม้ นาํ ้ ฤดกู าล อากาศ
ในแง่นจี ้ ะเหน็ วา่ ฮวงจ้ยุ เป็ นความรู้ที่เป็ นวิทยาศาสตร์
เป็ นวิทยาศาสตร์ธรรมชาตทิ ่สี มั พนั ธ์กบั มนษุ ย์
รวมไปถงึ พลงั แหง่ จกั รวาล (ช)่ี ที่มีอทิ ธิพลตอ่ การเปลยี่ นแปลงวถิ ชี ีวิตของมนษุ ย์
ทีป่ ระทบั (บ้าน) ทีว่ งั ฤดูร้อนของพระนางชูสีไทเฮา
ถกู ต้องตามฮวงจ้ยุ อยา่ งไร
จะกลา่ วพอเป็ นสงั เขปดงั นี ้คอื
ทําเลทต่ี งั้ เหมาะเป็ นท่อี ยอู่ าศยั มีความมน่ั คงมโี ชคลาภ เจริญรุ่งเรือง
จะต้องมสี ภาพแวดล้อมแหง่ เสอื ขาว มงั กรเขยี ว เตา่ ดาํ และ หงสแ์ ดง
ถือเป็ นทําเลอดุ มคตขิ องฮวงจ้ยุ
ซง่ึ อธิบายใจความออกมาเป็ นสภาพภมู ปิ ระเทศ ดงั นี ้
ทศิ เหนอื คอื เตา่ ดาํ หมายถึง ภเู ขาซง่ึ จะเป็ นกําแพงธรรมชาติป้ องกนั ลมหนาว อนั ทารุณจากไซบเี รีย
ทศิ ตะวนั ออก คอื มงั กรเขยี ว หมายถงึ ทิวเขา เนิน ป่ าที่มตี ้นไม้ใหญ่
ทศิ ตะวนั ตก คือ เสอื ขาว หมายถึง เนนิ หรือป่ าที่มตี ้นไม้ใหญ่
ทงั้ มงั กรเขยี วและเสอื ขาว
ถือเป็ นกําแพงธรรมชาติที่มหี างทอดไปจรดเตา่ ดาํ (ภเู ขาทางทิศเหนือ)
บ้านหรือเมอื งจะอยใู่ นอ้อมกอดของธรรมชาติ มคี วามมน่ั คง
อบอนุ่ ในฤดหู นาวและเย็นสบายในฤดรู ้อน
(ทิวเขาด้านตะวนั ตกคือ หยนิ ด้านตะวนั ออกคือ หยาง ซง่ึ จะกลา่ ว ตอ่ ไป)
ทศิ ใต้ คือ หงส์แดง หมายถึง นาํ ้ สายนาํ ้ และมีพนื ้ ทีโ่ ลง่ เหมาะแก่การเพาะปลกู
ทิศใต้นแี ้ สดงถงึ ความอดุ มสมบรู ณ์ (นาํ ้ ) ความอบอนุ่ ความสขุ ความรุ่งเรือง
99
ด้านตะวนั ออก เม่ือทาํ ความเข้าใจเรื่อง เสอื ขาว มงั กรเขียว เตา่ ดํา และหงส์แดงแล้ว
และด้านทิศตะวนั ตก ลองกลบั ไปพจิ ารณาทีป่ ระทบั ของพระนางชซู ไี ทเฮา ทีอ่ ยใู่ นวงั ฤดรู ้อน
จะเหน็ วา่ เป็ นไปตามฮวงจ้ยุ ทกุ ประการ
แม้ไมม่ ภี เู ขาก็มตี ้นไม้ใหญ่สวยงามทดแทน
โดยเฉพาะอทุ ยานด้านทิศตะวนั ตกขดุ เป็ นลาํ ธารคดเคยี ้ ว
พายเรือชมสวน ซง่ึ ประกอบด้วย ไม้ประดบั และดอกไม้นานาพนั ธ์ุ สวยงามเกิน
บรรยาย
ยงิ่ เม่อื หนั หน้าออกสทู่ ะเลสาบทางทศิ ใต้
ขณะพระอาทติ ย์ขนึ ้ ยามเช้าและพระอาทติ ยต์ กยามเยน็
เป็ นธรรมชาตทิ ส่ี วยสงบหาทเ่ี ปรียบ ได้ยาก
ที่นจี ้ ะอธิบายคร่าวๆถงึ ทีป่ ระทบั (บ้าน) ซงึ่ เป็ นไปตามฮวงจ้ยุ เช่นเดยี วกนั
บ้านคนจีนจะไมน่ ยิ มปลกู หลายชนั้
เพราะยง่ิ สงู ยงิ่ ลมหนาว
บ้านจะอยใู่ นบริเวณกําแพงสเ่ี หลย่ี มจตั รุ ัส หรือสเ่ี หลยี่ มผนื ผ้าจะหนั หน้าไปทางทิศใต้
ตวั อาคารประธานจะอยทู่ างทิศเหนอื
หนั ด้านหลงั อาคารไปทางทิศเหนือ
จะมอี าคารรอง ยนื่ ออกมาทงั้ ด้านซ้ายและขวาหกั มมุ ตามแนวกําแพง
สว่ นกําแพงด้านทิศใต้ จะไมน่ ยิ มทําเป็ นอาคารเพราะจะทาํ ให้ขวางทางระบายอากาศ
ตรงกลางของกําแพงด้านทศิ ใต้คอื ประตใู หญ่เป็ นทางเข้าบ้าน
ดภู าพประกอบแล้วเราจินตนาการวา่ พนื ้ ทตี่ รงนี ้
มกั ทาํ ซุ้มประตสู วยงามตรงกลางของบริเวณบ้านที่เป็ นลานโลง่
หากเป็ นคหบดี
บริเวณกจ็ ะกว้างจดั เป็ นสวนหรือท่ีพกั ผอ่ นหยอ่ นใจของสมาชิกในครอบครัว
100