การโคจรของทงั้ 9 ดวงดาว นอกจากจะสง่ ผลตอ่ ชยั ภมู ริ ะดบั มหภาคแล้ว
ยงั สง่ ผลตอ่ ชยั ภมู ิระดบั จลุ ภาคระดบั จงั หวดั เชน่ กรุงเทพมหานคร
ซง่ึ บริเวณที่สง่ ผลมากท่สี ดุ ในยคุ 8 (พศ.2547-2566)
จะเป็ นบริเวณภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือของกรุงเทพมหานคร
ได้แก่ เขตดสุ ติ คลองสามวา ลาดพร้าว พญาไท
จตจุ กั ร หลกั ส่ี ดอนเมอื ง บานเขน สายไหม
จะได้รับความเจริญมากกวา่ เขตอน่ื ๆ
http://www.sages9.com/index.php/chinesedeity/155
301
วธิ ีการเหินดาว
ทาํ ความรู้จกั กบั ชื่อของดาวทงั้ 9 ดวง
http://www.sumnakcharang.com/etc_7_1.php
โดยประมาณ ชื่อของดวงดาว ทงั้ 9 ดวงตามหลกั ของจีน ในหลกั วชิ าฮวงจ้ยุ
สรุปได้ว่า หรือที่เรารู้จกั และมกั จะได้ยินได้เหน็ เป็ นประจํา ในเร่ืองของวชิ าดาวเหริ
และดาว 9 ยคุ นนั้ เกิดจากการที่ ( ในแง่หลกั ทาง วิทยาศาสตร์ )
ปรากฏการณ์จะ อิทธิพลของดวงดาว ท่ีสง่ ผลดงึ ดดู ตอ่ กนั โดยทด่ี าวพฤหสั และดาวเสาร์ตอ่ ดวงอาทิตย์
โดยปรากฎการณ์นี ้จะเกิดขนึ ้ ซาํ ้ ๆ ทกุ ๆ 20 ปี
เกิดขนึ ้ ทกุ ๆ 20 ปี ในขณะท่ดี วงดาวทาํ ปฎกิ ิริยาตอ่ กนั นนั้
เน่อื งจากดาวทงั้ สองนนั้ มขี นาดคอ่ นข้างใหญ่
จงึ สง่ ผลให้พลงั งานตา่ งๆ ในจกั รวาลมีการเปลย่ี นแปลง
ดงั นนั้ ไมแ่ ปลกเลยที่พลงั งานดงั กลา่ ว จะสง่ ผลให้โลก
ได้รับพลงั งานประจไุ ฟฟ้ านี ้จากดวงอาทติ ย์ มากขนึ ้ มหาศาล
ยงั ผลให้เกิดการเปลยี่ นแปลงของพลงั งานบนโลกขนึ ้ 1 ครัง้ ในรอบ 20 ปี
การเหนิ ดาว นบั จากเลข 5 ทศิ ก่งึ กลาง
แบบมาตรฐาน ไปยงั เลข 6 ทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนอื
ไปยงั ยงั เลข 7 ทศิ ตะวนั ตก
ทศิ ตามการเหินดาว ไปยงั เลข 8 ทิศตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ไปยงั เลข 9 ทิศใต้
ไปยงั เลข 1 ทศิ เหนือ
ไปยงั เลข 2 ทิศตะตกเฉียงใต้
ไปยงั เลข 3 ทศิ ตะวนั ออก
ไปจบท่ีเลข 4 ทิศตะวนั ออกเฉียงใต้
302
ได้มกี ารกําหนดวา่ การเปลยี่ นแปลงทีเ่ กิดขนึ ้ ในจกั รวาลนี ้
มีผลมาจากการโคจรของดวงดาวทงั้ 9 ดวง
แตใ่ นแงข่ องตาํ นานเทพเจ้า
ได้มกี ารแบง่ แยกประเภทของมงั กร ออกเป็ น 9 ชนิด
ซง่ึ ในอดตี กาลมงั กรแตล่ ะตวั
ก็คอื ตวั แทนของเทพกษัตริย์ ทถี่ ือวา่ เป็ นสง่ิ สงู สง่
และเปรียบเสมอื น ตวั แทนของจกั รวาล
ประเภทของมงั กร ท้งั 9 ชนิด
ฮวงจ้ยุ ดาวเหิน ประกอบด้วยดาว 9 ดวง ได้แก่
1 ดาวขาว ธาตนุ าํ ้ หมาป่ าละโมบ
2 ดาวดาํ ธาตดุ ิน ประตใู หญ่
3 ดาวหยก ธาตไุ ม้ (หยิน) รักษาตําแหนง่
4 ดาวเขยี ว ธาตไุ ม้ (หยาง) รับราชการ ฝ่ ายบนุ๋
5 ดาวเหลอื ง ธาตดุ นิ ซ่ือสตั ย์ บริสทุ ธ์ิ เท่ยี งธรรม
6 ดาวขาว ธาตทุ อง (หยนิ ) อาชีพทหารฝ่ ายบู๊
7 ดาวแดง ธาตทุ อง (หยาง) แตกทพั
8 ดาวขาว ธาตดุ นิ ผ้ชู ว่ ยซ้าย
9 ดาวมว่ ง ธาตไุ ฟ ผ้ชู ่วยขวา
https://bit.ly/3mikcvv
303
ได้ถกู กําหนดเป็ นตวั แทนของดวงดาวทงั้ 9 ดวง เช่นกนั
โดยดวงดาวแตล่ ะดวงนนั้ จะมคี วามแตกตา่ งกนั
ไมว่ า่ จะเป็ นเร่ืองของ ชื่อดวงดาว สสี นั เชน่
ยคุ ช่ือดาว พลงั ธาตุ แทนด้วย ความหมายทว่ั ไป
สี
ดาวบินหนงึ่ ขาว ทิลงั ้ นาํ ้ การเปลย่ี นแปลง การเกิดใหม่
ขาว การพฒั นา
ดาวบนิ สองดาํ กือมงึ ้ ดิน ป่ วยไข้ การเยียวยา การพกั ฟืน้
ดาวบนิ สามมรกต ลกุ ซ้งุ ไม้ เหลอื ง ทะเลาะววิ าทปล้นสดมภ์
หรือดาวสามมาร เขยี ว การโกรธเคือง ก่อกวน
ดาวบินสเี่ ขยี ว บ้นุ เชียง ไม้ ดาวบณั ฑติ การศกึ ษา
เขยี ว ความรัก ปรัญชา
ดาวร้ายห้าเหลอื ง เหนย่ี มเก็ง ดิน การหยดุ นงิ่ มีสองลกั ษณะเป็ นทงั้
เหลอื ง อินและหยาง เทพเจ้าโรคระบาด
ดาวบนิ หกขาว บ้เู ขก็ ทอง ยศถาบรรดาศกั ด์ิ ขนุ นาง เสนาบดี
ขาว ข้าราชการ ทรัพย์สมบตั ิ โชคลาภ สขุ ะ พละ
ดาวร้ ายเจ็ดแดง พวั้ กงุ ทอง ทําลาย ทะเลาะววิ าท โจรภยั
ขาว แกง่ แยง่ ชงิ ดชี ิงเดน่ กนั
ดาวบินแปดขาว จ๊อหู ดนิ โชคลาภ กําไร มีผลตอบแทน
ดาวบินเก้ามว่ ง อ่ิวเผียก ไฟ เหลอื ง ช่ือเสยี ง เกียรตยิ ศ ความสาํ เร็จ
แดง เริงร่า ความยนิ ดี
304
ด้วยเหตแุ ละผลดงั กลา่ ว นกั ดฮู วงจ้ยุ ของจีน จงึ แบง่ ยคุ ทางฮวงจ้ยุ เป็ น 9 ยคุ
โดยยอ่ ยเป็ นยคุ ละ 20 ปี เพ่ือใช้ในการคาํ นวนพลงั ปราณของวิชาฮวงจ้ยุ ดาว 9 ยคุ
และในปัจจบุ นั นนั้ โลกได้ดําเนินมาถงึ ยคุ ที่ 8 แล้ว
โดยได้เปลยี่ นและเร่ิมต้นใน ปี พ.ศ.2547 เป็ นต้นมา
(ภาพด้านซ้ายคอื การเหินดาวในยคุ 8)
กระแสพลงั งานทมี่ กี ารเปลย่ี นแปลงนนั้ มคี วามนา่ สนใจอยมู่ าก
เพราะวา่ พลงั งานที่ดแี ละเป็ นมงคลนนั้ ได้มกี ารเคลอื่ นทีแ่ ละย้ายเกิดขนึ ้
และพลงั งานท่ีไมด่ ีหรืออปั มงคลนนั้ ก็มีการเคลอ่ื นย้ายเชน่ กนั
ดงั นนั้ ฮวงจ้ยุ ทเี่ คยดมี า 20 ปี กอ่ น
ในปัจจบุ นั อาจจะดีไมเ่ ทา่ เดิมหรือเสอื่ มถอยลง
และ ในฮวงจ้ยุ ทไี่ มด่ ี อาจเกดิ ปรากฏการณ์ใหมท่ สี่ ง่ ผลดีนนั้ ยอ่ มเป็ นไปได้เสมอ
ดงั นนั้ วิชาดาวเหิรนี ้จึงเป็ นองคป์ ระกอบทีส่ าํ คญั ตอ่ ผ้ทู ่สี นใจศกึ ษาวิชาศาสตร์ฮวงจ้ยุ
http://www.sages9.com/index.php/chinesedeity/112
305
กาเนดิ ผงั เหอถู และ 5 ธาตุ
https://medium.com/@QiMenAlchemy/hetu-c4a0daac86d1
https://bit.ly/3m4fOjE
หยนิ –หยาง หยนิ –หยาง เป็ นเรื่องทีเ่ รียกได้วา่ พนื ้ ฐานท่สี ดุ
แตก่ ็เป็ นเร่ืองท่ีไมไ่ ด้มกี ารอธิบาย หรือ พดู ถึงอยา่ งละเอยี ดเทา่ ไหร่ในวิชาฮวงจ้ยุ
แตถ่ ้าศกึ ษามาทางเตา๋ และ แพทย์จีน จะเข้าใจเร่ืองหยิน–ในอีกมมุ หนงึ่ ทีต่ า่ งจากฮวงจ้ยุ พอสมควร
306
หยนิ –หยาง กําเนิดจาก ไทจ๋ี ก็คอื ไทจ๋ี เป็ นจดุ อ้างองิ
เพอื่ ให้เกิดการแบง่ แยกหยิน–หยาง ได้
เชน่ ถ้าเราเอาอณุ ภมู หิ ้อง (30 องศา) ที่ปรากฎเป็ นตวั อ้างองิ
ถ้าน้อยกวา่ 30 เราก็บอกวา่ เยน็ อณุ หภมู ิ ทม่ี ากกวา่ 30 องศา
หรือ เราเรียกวา่ เป็ นหยิน เราก็บอกวา่ ร้อน หรือ เราก็เรียกวา่ เป็ นหยาง
หรือ กรณี มดื –สวา่ ง เราก็ปริมาณแสงสวา่ งทปี่ รากฎ เป็ นตวั กาํ หนดวา่ เป็ น มืด หรือ สวา่ ง
ในตามความหมายนี ้
หยนิ –หยาง คือของอยา่ งเดยี วกนั แคม่ ากกวา่ หรือ น้อยกวา่ จดุ อ้างองิ
หยินหยางในลกั ษณะนี ้
ณ เวลาใดเวลาหนง่ึ ถ้าหยางมาก ก็จะหยินน้อย หรือ ถ้าหยนิ น้อยก็จะหยางมาก
เช่น ถ้าสวา่ งมาก ก็จะเป็ นหยางมาก มคี วามมดื น้อย
ตามภาพดา่ นลา่ ง
307
หยิน–หยาง ตามพลงั งาน
ยงั มี หยิน–หยาง อกี ความหมายหนง่ึ
ท่ใี ช้ในวิชาฮวงจ้ยุ ดวงจีน และ ศาสตร์ทางจีนทงั้ หลาย
คอื การแบง่ ตามพลงั งาน
ซง่ึ แม้วา่ เราจะใช้กนั อยบู่ อ่ ยในวชิ าตา่ ง ๆ
แตก่ ็ไมค่ อ่ ยมผี ้ใู ดพดู ถงึ หรือ อธิบายเทา่ ไหร่
ซงึ่ หยิน–หยางแบบนี ้
จะเป็ นตวั สาํ คญั ในการเข้าใจ ทฤษฎี ตามศาสตร์จีนทงั้ มวล
หยนิ –หยาง แบบนี ้จะมีพลงั หยนิ แยกกบั พลงั หยาง ไมไ่ ด้เกี่ยวข้องกนั โดยตรง
โดย ณ เวลาหนงึ่ อาจจะมีทงั้ พลงั หยินทม่ี าก และ พลงั หยางท่มี าก ในเวลาเดียวกนั
ตามรูปดา่ นลา่ ง
308
โดยสรุปสง่ิ ท่สี าํ คญั ที่จะต้องทาํ ความเข้าใจ
คอื หยิน–หยาง ในลกั ษณะนี ้
เหมือน คน 2 คน ชาย–หญิง อยบู่ ้านเดยี วกนั
ซง่ึ การเข้าใจวา่ หยนิ –หยาง อยแู่ ยกกนั นี ้
ในศาสตร์จีน จะนําไปใช้อีกเยอะมาก
ในหลายวชิ า เช่น นาํ ไปใช้กบั พนื ้ ท่ี ใช้กบั เวลา ใช้กบั ร่างกายเรา ซงึ่ จะอธิบายในโอกาสตอ่ ไป
วฏั จกั ร
ถ้าเราพจิ ารณาดู วฏั จกั รในธรรมชาติ เชน่ นาํ ้ ขนึ ้ -นาํ ้ ลง,กลางวนั -กลางคอื
เราจะพบรูปแบบทเี่ หมือนกนั ก็ อยู่ 6 แบบคอื
สวา่ งเพม่ิ ขนึ ้ -> สวา่ งมาก -> สวา่ งลดลง-> มืดเพมิ่ ขนึ ้ -> มดื มาก ->มืดลดลง
หรือ เรียกได้เป็ น
หยางเพมิ่ ->หยางมาก -> หยางลด -> หยนิ เพิม่ -> หยินมาก -> หยินลด
คนโบราณได้นาํ วฏั จกั รการเปลย่ี นแปลงพลงั หยนิ หยางเหลา่ นี ้
มาบญั ญตั เิ ป็ นปฏกิ ิริยาตา่ ง ๆ หรือ สถานะตา่ ง ๆ ซง่ึ เราจะรู้จกั กนั ในช่ือ 5 ธาตุ
309
5 ธาตุ หรือ หว่ซู ิง (五行)
จริง ๆ แล้วไมค่ วรจะแปลวา่ “ธาต”ุ
เพราะคาํ วา่ 行 ในภาษาจีนไมไ่ ด้แปลวา่ “ธาต”ุ
แตเ่ ป็ น “สถานะ, กระบวนการ, ขนั้ ตอน”
ซงึ่ เป็ นการเรียกทผี่ ดิ อยา่ งมาก พอเราเรียกวา่ มนั เป็ นธาตุ
เรากเ็ ลยนกึ ไปถงึ วตั ถจุ ริง ๆ ทเ่ี ป็นทอง เป็ นไม้ เป็ นดนิ
ทงั้ ทจี่ ริงแล้วมนั คอื สถานะแบบหนง่ึ หรือ สถานะของ หยิน–หยาง แบบหนงึ่
ซงึ่ จะขอนยิ าม “สถานะ” ตามนี ้เพอ่ื ความเข้าใจตอ่ ไป
หยางเพมิ่ = ไม้
หยางมาก = ทอง
หยางลด = ดิน
หยนิ เพิ่ม = ไฟ
หยนิ มาก = นาํ ้
หยนิ ลด = ฟ้ า
ซงึ่ สามารถแสดงเป็ นรูปได้ตาม
จากจดุ นไี ้ ป จะเรียก “ธาต”ุ วา่ “สถานะ”
เพอ่ื ให้เป็ นการเรียกให้ถกู ต้องตามความหมายดงั เดมิ
ดงั นนั้ “5 ธาต”ุ ก็จะกลายเป็ น “5 สถานะ”
(แตถ่ ้าพดู เรื่องท่ีคนทว่ั ไปเข้าใจ ก็จะใช้คําวา่ ธาตเุ หมือนเดิม เพอ่ื ให้เข้าใจได้โดยง่าย)
310
สถานะตามเวลา วฏั จกั ร และ สถานะ หยิน–หยาง ทไี่ ด้อธิบายไปนนั้
เป็ น วฏั จกั รตามเวลา หรือ เราจะเรียกวนั วา่ “สถานะตามเวลา” หรือ “ธาตตุ ามเวลา”
ซงึ่ วฏั จกั รนี ้เราจะพบได้จากวฏั จกั รของ สถานะ หยนิ –หยาง ในร่างกายของเรานเี่ อง
ซงึ่ เราจะเรียกวา่ “นาฬิกาชวี ติ ” โดย สถานะ ในเส้นลมปราณตา่ ง ๆ ก็จะมี ลกั ษณะเดยี วกนั กบั ที่ผมได้
กลา่ วมา เชน่
● 23:00–03:00 เป็ นธาตไุ ม้ (เวลาของ ตบั และ ถงุ นาํ ้ ด)ี
● 03:00–07:00 เป็ นธาตทุ อง (เวลาของปอด และ ลาํ ไส้ใหญ่)
ซงึ่ แสดงได้ตามภาพด้านลา่ ง
311
ต้องหมายเหตุ ไว้เลก็ น้อย คือ ธาตฟุ ้ า นี ้เป็ นธาตทุ ่ี คนทว่ั ไปเข้าใจยาก
ในนาฬิกาชีวติ ชว่ งเวลาทีเ่ ป็ น ธาตฟุ ้ า
ก็เป็ น อวยั วะ ซานเจียว กบั เยือ้ ห้มุ หวั ใจ
ซงึ เป็ นอวยั วะท่ีเกี่ยวข้องกบั พลงั งาน
ไมไ่ ด้เก่ียวข้องกบั อวยั วะทางกายภาพโดยตรง
ในดวงจีน และ แพทยจ์ ีน ขนั้ พนื ้ ฐาน
จะจดั ให้ธาตฟุ ้ า เป็ น ธาตไุ ฟ
(ในดวงจีนขนั้ สงู ราศีลา่ งจะมี 6 ธาตุ ไมใ่ ช่ 5 ธาต)ุ
ธาตฟุ ้ า จะใช้งานกบั วชิ าขนั้ สงู
โดยเป็ นธาตทุ ีใ่ ช้ควบคมุ 5 ธาตทุ เี่ หลอื
(เชน่ ในวชิ าฉีเหมนิ ขนั้ สงู )
312
สถานะตามทศิ ในด้านบน เป็ นการกาํ หนด สถานะตามเวลา
เราจะมากําหนด สถานะตามทิศ หรือ ตามพนื ้ ท่กี นั
โดย เราจะให้พลงั หยาง เป็ นพลงั ทอี่ ยใู่ นทศิ แนวนอน (ทิศจากตะวนั ออกไปตะวนั ตก)
พลงั หยนิ อยใู่ นทศิ แนวตงั้ (ทศิ เหนือไปทิศใต้)
สาํ หรับเหตผุ ลนนั้ จะเกี่ยวกบั เรื่อง ดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ และ ดวงดาว
ซง่ึ ถ้ามเี วลาจะอธิบายในโอกาสตอ่ ไป
ตอนนตี ้ ้องไมล่ มื ท่ีเคยกลา่ วไว้ในชว่ งแรก วา่ พลงั หยิน พลงั หยาง อยแู่ ยกกนั ได้ เป็ นพลงั งาน 2 สาย
เม่ือนาํ มาเขียนเป็ นรูป และใช้นยิ ามตามที่กาํ หนด ก็จะได้ตามภาพหน้าถดั ไป
ภาพด้านบนเป็ นเพียงแค่ 2 มิติ เราอาจจะเพม่ิ ไปอกี มติ ิ หรือ ทศิ หนง่ึ ก็จะได้เป็ น 3 มติ ิ
โดย มิติที่เพมิ่ มานนั้ อาจจะเป็ น นอก/ใน หรือ สงู /ต่าํ
(แตไ่ มส่ งู มาก เพราะมนษุ ย์อาศยั อยบู่ นพนื ้ อยบู่ นท้องฟ้ าไมไ่ ด้) ก็ได้ โดยกําหนดให้
ด้านใน/ด้านลา่ ง = หยนิ
ด้านนอก/ด้านบน = หยาง
ซงึ่ สามารถ แสดงได้ตามภาพด้านลา่ ง
โดยให้ เคร่ืองหมายบวก (+) เป็นหยาง | เคร่ืองหมายลบ (-) เป็นหยิน
313
314
ผงั หลอซู
(洛書) ตามตาํ นานวา่ มาจากหลงั เตา่ แตจ่ ริง ๆ มาจากไหนกนั ?
ทกุ ทา่ นทเ่ี คยได้เรียนฮวงจ้ยุ มา
โดยเฉพาะวิชาดาวเหิน ยอ่ มจะต้องรู้จกั
ผงั หลอซู (洛書 — luó hū, หลวั ซู)̲ เป็ นอยา่ งดี
เพราะวา่ เป็ นผงั พนื ้ ฐานทจ่ี ําเป็ นต้องรู้และเข้าใจ เพอ่ื ใช้ในการเดนิ ดาว
ซงึ่ สมยั ท่ีได้เรียนมาจากสาํ นกั ตา่ ง ๆ ก็เลา่ ให้ฟังวา่ ผงั นีน้ นั้ เกิดจากมีคนไปเจออยบู่ นหลงั เตา่ !
ตอนท่เี รียนก็เกิดความฉงนขนึ ้ มาทนั ทีวา่ ไปอยบู่ นหลงั เตา่ ได้อยา่ งไร
และ คนทเี่ หน็ เห็นแล้วรู้ได้อยา่ งไรวา่ จดุ ๆ นค่ี อื ความลบั ของจกั รวาล
แตล่ ะแถวบวกกนั ได้ 15 และพอเร่ิมเรียนไป
ก็เร่ิมทอ่ งจําให้ชํานาญวา่ เวลาเหินดาวมนั เหินจากทศิ ไหนไปทิศไหนบ้าง
ก็ทาํ ให้เกิดความรู้สกึ วา่ ทาํ ไมดาวมนั กระโดดไปกระโดดมา แล้วทาํ ไมต้องกระโดดตามนดี ้ ้วย
มกี ฎหรือทฤษฎีอะไรอยเู่ บือ้ งหลงั รูปแบบนี ้
315
ข้นั ท่ี 1 เรานําเอา หยิน-หยาง มาแตกไปเรื่อย ๆ จาก 2 (หยิน-หยาง) เป็ น 4 ทศิ , จาก 4 ทิศ เป็ น 8 ขว่ ย
เราจะได้ตามภาพ ซงึ่ เป็ นการแสดงขว่ ยตามพลงั ของหยนิ -หยาง
316
ข้นั ที่ 2 ถ้าเรานําขว่ ยทงั้ 8 มาเรียงตาม ลกั ษณะหยิน-หยางทปี่ รากฎ เราจะได้ดงั รูปด้านลา่ ง
ลกั ษณะของหยนิ -หยาง ท่ปี รากฏ คืออะไร เม่ือเราเรียงตามลกั ษณะทปี่ รากฏของขว่ ย ซงึ่ ลกั ษณะความเป็ นหยนิ หยาง ทีม่ ากท่สี ดุ
เราจะเรียงโดยอาศยั การดวู า่ ขว่ ยไหนมคี วาม คอื การเป็ นหยิน หรือ หยาง หมดทงั้ 3 เส้น
เช่นตอน ตี 4 นบั เป็ นพลงั หยางแล้ว แตกตา่ งจากขว่ ยทเี่ หลอื หรือ เรียกวา่ โดยเราให้ หยนิ มากสดุ เป็ น 1
(เข้าสวู่ นั ใหม่ เลยเทยี่ งคนื มาแล้ว) หยางมากสดุ เป็ น 9
แตว่ า่ ยงั มืดอยไู่ มม่ แี สงสวา่ ง มองหาหยินในหยาง มองหาหยางในหยนิ
การแสดงออกจงึ เป็ นหยิน (กลางคืน)
หรือ ตอน บา่ ย 3 นบั เป็ นพลงั หยินแล้ว จากนนั้ เส้นลา่ งสดุ ทม่ี ีความแตกตา่ งจาก 2
เพราะเลยเทยี่ งวนั มาแล้ว เส้นด้านบน ก็จะมีลกั ษณะหยิน-หยางท่ี
แตย่ งั สวา่ งอยู่ และร้อนด้วย ปรากฏมาก
หรือจะเป็ นสภาวะกํา้ กง่ึ (กะเทย)
จะเหน็ วา่ เพศ (พลงั ) จริง ๆ เป็ นผ้ชู าย รองลงมา จงึ ให้ หยินมากสดุ อนั ดบั 2 เป็ น 2
แตล่ กั ษณะทป่ี รากฏเป็ น ผ้หู ญิง และให้ หยางมากสดุ อนั ดบั 2 เป็น 8
(บางคนสวยกวา่ ผ้หู ญิงจริงอกี ) ด้วยวิธีเดียวกนั เราก็ทํากบั เส้นกลาง และ เส้นบน ก็จะได้ตามภาพด้านบน
317
ข้นั ที่ 3 นําตวั เลข และลาํ ดบั หยนิ -หยาง ท่ีกําหนด
จากขนั้ ตอนที่ 2 มาใสใ่ นภาพขนั้ ตอนท่ี 1 ก็จะ
ได้ตามภาพด้านลา่ ง
ซง่ึ เป็ นการแสดงขว่ ยตามปกติ (เรียงตามพลงั
ของหยนิ -หยาง)
แตไ่ ด้มกี ารกําหนด ลาํ ดบั (เลข) โดยลกั ษณะ
ของหยนิ หยางท่ปี รากฏ
318
ข้นั ที่ 4 เรากาํ ลงั จะนาํ ข้อมลู ท่ไี ด้จากขนั้ ที่ 3 มา
เขยี นเป็ นวงกลม
โดยในซกี ซ้าย เราจะเร่ิมจากด้านลา่ งแล้ว
เขียนขว่ ยทวนเขม็ ไป
สว่ นซกี ขวา เราอา่ นจากขว่ ยขวาสดุ
(เส้นเตม็ 3 เส้น หรือ ลาํ ดบั ที่ 9)
โดยเร่ิมเขยี นจากด้านบนไปทางทวนเขม็
เม่ือเราเขยี นสาํ เร็จก็จะได้ตามภาพด้านลา่ ง
ซง่ึ ผงั นเี ้ราจะเรียกกนั วา่ ผงั “ขว่ ยก่อนฟ้ า”
หรือทีซ่ ินแสเรียกกนั วา่ “เซยี นเทยี นปากวั้ (先天八卦)”
319
ข้นั ที่ 5 นาํ ข้อมลู ท่ไี ด้จากขนั้ ต้น มาใสเ่ ลขลาํ ดบั ของ
ลกั ษณะ หยนิ -หยาง ที่ปรากฎ
ก็ได้ได้ตามภาพด้านลา่ ง ซงึ่ ตอนนีเ้ราจะเหน็
แล้ววา่ ผงั หลอซู มาได้อยา่ งไร
320
สรุป
จากขนั้ ตอนทงั้ หมด
เราจะเห็นได้วา่ ผงั หลอซู ที่เป็ นความลบั มานาน
รวมไปถงึ นทิ านท่วี า่ มาจากหลงั เตา่
เบอื ้ งหลงั วิชาทแี่ ท้จริง คืออะไร
จดุ ท่ีนา่ สนใจกค็ ือ “การเหนิ ดาว” ในวิชาดาวเหนิ นนั้
แท้จริงแล้วคอื “ลาํ ดบั ” ของลกั ษณะท่แี สดงออกมาของหยิน-หยาง
ดาวจริงๆ ไมไ่ ด้เหนิ ไปไหน
ท่ีเปลย่ี นไปคือ หยิน-หยาง
ในแตล่ ะชว่ งเวลา และพลงั จริงๆ หมนุ เป็ นวงกลม
ไมไ่ ด้เหนิ กระโดดไปกระโดดมาตามเลข
แตล่ กั ษณะของหยิน-หยางแสดงออกมาตา่ งหาก ทใี่ ห้เหมือนมนั เหนิ ไปมา
321
กาเนิดผงั เหอถู ภาค 2
ถ้าใช้วิธีการกําหนดธาตุ แบบที่ได้อธิบายไป
ข้างต้น เรากจ็ ะสามารถกําหนดธาตไุ ด้ตาม
ภาพด้านลา่ ง
322
ภาคี เหอถู
ภาคี เหอถู
ตอนนี ้เช่ือวา่ ทกุ ทา่ นจะเข้าใจทม่ี าของผงั เหอถู และ ภาคเี หอถู กนั แล้ววา่
ทําไม ข่วย 1–6 ถึงภาคีเป็น ธาตนุ ํา้
ซงึ่ จากขว่ ยเราจะเห็นวา่ คอื คหู่ ยนิ –หยางนนั้ เอง
และสงั เกตทเี่ ส้นลา่ งสดุ ของขว่ ย จะเห็นได้วา่
ในแนวนอน เส้นลา่ งสดุ จะเป็ นหยาง (เส้นเตม็ )
ในแนวตงั้ เส้นลา่ งสดุ จะเหน็ หยิน (เส้นขาด)
ซง่ึ ตรงกบั ทเี่ ราบอกวา่ พลงั แนวนอนเป็ นพลงั หยาง แนวตงั ้ เป็ นพลงั หยิน
323
การเคลอ่ื นที่
สว่ นนถี ้ ือเป็ น Bonus แถม จากกการอธิบาย เหอถู
เนอ่ื งจากเคยอธิบายไป
มหี ลายทา่ นสงสยั วา่ การเคลอ่ื นท่ีแบบผงั เหอถู
นนั้ มีจริงเหรอ คือ จากทศิ เหนอื -> ไปทิศใต้ -> ไปทิศตะวนั ออก -> ไปทิศตะวนั ตก
จงึ ขออธิบายเพม่ิ เตมิ เพื่อเป็ นความรู้ตอ่ ไปดงั นี ้
ในผงั เหอถู จะมกี ารเคลอ่ื นทต่ี ามภาพ (และเป็ นท่มี าของเลขด้วย)
คอื เริ่มจากศนู ย์กลาง
แล้วก็เคลอื่ นที่ลงมาแล้วกลบั ขนึ ้ ไป (นบั ได้ 5 ช่อง นบั 1–9) ตามภาพ
324
จากนนั้ ก็ขนึ ้ ไปด้นบน
และก็ไปด้านซ้าย
325
แล้วที่เหลอื ก็ไปในทํานองเดียวกนั
คือไปท่ีด้านขวา ทิศตะวนั ตก ธาตทุ อง
ซง่ึ การเคลอ่ื นทีแ่ บบนี ้
สามารถอธิบายดเู ป็ นภาพอนเิ มชนั่ ได้จาก
https://www.youtube.com/watch?v=rR9qN_q0a0Q&feature=emb_logo
หรือ ถ้าดเู ป็ นปริมาณ ทงั้ 2 แกนก็จะได้
https://www.youtube.com/watch?v=yycJsT6Ilk4&feature=emb_logo
326
ถ้าเราลองมาดู Video ตา่ งจะเหน็ ได้
ชดั เจนยง่ิ ขนึ ้ วา่ จากการหมนุ เป็ นวงกลม
เมื่อฉายมาตามแกน ที่เป็ นสเี หลย่ี ม จะ
สามารถกอ่ ให้เกิดวฏั จกั ร
ที่กลา่ วได้วา่ ด้วยความสมั พนั ธ์ตามท่ีได้
กลา่ วมา จงึ เป็ นเหตใุ ห้คนจีนบอกวา่
● ท้องฟ้ า — วงกลม
● โลก — สเ่ี หลยี่ ม
แตจ่ ริงๆ เม่ือพลงั หยนิ -ยาง วิ่งใน 3 แกน จะมี
ลกั ษณะคล้ายกบั เกลยี ว DNA ของมนษุ ย์
นน่ั เอง
สรุปแล้ว เช่ือวา่ หลายทา่ นคงหายข้องใจวา่ ผงั เหอถมู าจากไหน
ภาคีเหอถมู าจากไหน
ความสมั พนั ธ์ตา่ งมาจากไหนบ้าง
จะเหน็ วา่ ผงั เหอถู คือ การอธิบาย ปฏิกิริยา หรือ สถานะ ของ หยนิ –หยาง ในทิศ และ พนื ้ ทตี่ า่ ง ๆ
และภาคีเหอถู คอื คหู่ ยิน–หยาง ของสถานะนนั้ (ของธาตนุ นั้ )
ด้วยความเข้าใจอนั นี ้จะทาํ ให้เราอธิบายได้วา่ ขว่ ยกอ่ นฟ้ า กลายเป็ นขว่ ยหลงั ฟ้ า ได้อยา่ งไร
(ต้องใช้ระบบ 6 สถานะ หรือ 6 ธาตใุ นการอธิบาย)
อกี จุด ที่ต้องสนใจ คือ 5 สถานะ (5 ธาต)ุ ของเวลา ไมเ่ หมอื นกบั 5 สถานะ (5 ธาต)ุ ของพนื ้ ที่
และ ความเข้าใจ 5 ธาตทุ ีถ่ กู ต้อง คือ 5 สถานะ (5 ธาต)ุ คอื สถานะของ หยนิ –หยาง
เช่น กําลงั เพ่ิม หรือ กําลงั ลด ไมไ่ ด้เกี่ยวข้องอะไรกบั วตั ถุ สี หรือ รูปทรง โดยตรง
(เช่นไมไ่ ด้เก่ียวกบั โอง่ นนั้ ทาํ จากวสั ดดุ นิ เผาหรือโลหะหนกั )
5 สถานะ (5 ธาต)ุ จะทาํ งานก็ตอ่ เมือ่ มีการเปลยี่ นแปลงหยนิ –หยาง ของพลงั งาน
327
ผงั หลงั ฟ้ า
328
卦, guà, กว้า
https://medium.com/@QiMenAlchemy/feng-shui-basic-gua-432a0b11564b
กว้า (卦, guà) คือ สญั ลกั ษณ์ ที่เป็ นเส้นขดี ๆ โดยทวั่ ไปจะมี 3 เส้น
เส้นทอี่ ยใู่ น กว้า เราจะเรียกวา่ เหยา (爻, yáo)
ดงั นนั้ กว้าโดยปกตจิ ะมี 3 เหยา ซง่ึ เหยานสี ้ ามารถเป็ นได้ทงั้ เส้นเต็มและเส้นขาด
โดยเราจะใช้เส้นเตม็ เป็ นตวั แทนของหยาง เส้นขาดเป็ นตวั แทนของหยนิ
ด้วยการทีม่ ี 3 เส้นทาํ ให้มนั สามารถมไี ด้ 8 รูปแบบ (แสดงในหวั ข้อตอ่ ไป)
เราจงึ นยิ มเรียกกว้า 3 เส้นนวี ้ า่ ปากว้า (八卦, bā guà) หรือ 8 กว้า [八, bā แปลวา่ 8]
329
นอกจากนใี ้ นขนั้ สงู เรายงั นาํ กว้า
มาตอ่ กนั บนลา่ ง ได้เป็ น 6 เส้น
ซง่ึ โดยมากเราจะเรียกวา่ ต้ากว้า (大卦, dà guà) หรือ กว้าใหญ่ [大, dà แปลวา่ ใหญ่]
หรือบางทเี ราก็เรียกวา่ ลว่ิ สอ่ื ซื่อกว้า (六十四卦, liù shí sì guà) หรือแปลวา่ 64 กว้า
330
ปากว้า, 八卦, bā guà
จากการท่ีเส้นขาด/เส้นเต็ม หรือ หยนิ /หยาง มีอยู่ 3 เส้น
ทําให้สามารถสร้างรูปแบบที่แตกตา่ งกนั ได้ 8 แบบ
ซงึ่ รูปแบบทงั้ 8 คือ
☰ 乾, qián, เฉียน — เตม็ 3 เส้น ออกเสยี งแบบภาษาจีนกลาง (Mandarin
☱ 兌, duì, ต้ยุ — ขาดเส้นบน
☲ 離, lí, หลี — ขาดเส้นกลาง Chinese)
☳ 震, zhèn, เจิน้ — เตม็ เส้นลา่ ง
☷ 坤, kūn, คนุ — ขาด 3 เส้น
☶ 艮, gèn, เกิน้ — เตม็ เส้นบน
☵ 坎, kǎn, ขา่ น — เต็มเส้นกลาง
☴ 巽, xùn, ซวิ่น — ขาดเส้นลา่ ง
ในขนั้ นี ้สงิ่ ที่สาํ คญั คือ พยายามจําให้ได้วา่
เส้นเตม็ /ขาด ชดุ ไหน เรียกวา่ อะไร
เชน่ เหน็ 3 เส้นเตม็ เรียกวา่ “เฉียน” เป็ นต้น
331
กว้ากบั ทศิ — ผงั หลงั ฟ้ า
หลงั จากจําแตล่ ะตวั ได้แล้ว
สงิ่ ทจี่ ําแล้วจะชว่ ยให้ชวี ิตง่ายขนึ ้ ตอ่ ไปก็คือ
ตําแหนง่ ของแตล่ ะกว้า
การเรียงกว้านหี ้ ลกั ๆ ทีใ่ ช้กนั จะมี 2 แบบ คือ
先天八卦 (xiān tiān bā guà, เซยี น เทียน ปา กว้า) — 8 กว้ากอ่ นฟ้ า
後天八卦 (hòu tiān bā guà, โฮว่ เทยี น ปา กว้า) — 8 กว้าหลงั ฟ้ า
หรือเราเรียกสนั้ ๆ วา่ ผงั กอ่ นฟ้ า, ผงั หลงั ฟ้ า
แตใ่ นบางครงั้ เพอื่ ให้เขาใจงา่ ยเราก็จะเรียกวา่ กอ่ นเกดิ กบั หลงั เกิด เสยี มากกวา่
แตล่ าํ ดบั /ตาํ แหนง่ ของกว้า ท่ีเราใช้กนั บอ่ ยมากในเฟิงสยุ่ และควรจําให้ได้ขนึ ้ ในคอื ผงั หลงั ฟ้ า (โฮว่ เทยี น)
332
ผงั กอ่ นฟ้ า ผงั นใี ้ นขนั้ พนื ้ ฐาน ไมไ่ ด้ใช้มากนกั จะใช้ในขนั้ สงู ตอ่ ไป
จดุ ที่นา่ สนใจคือ (เพอ่ื ให้สามารถแยกระหวา่ งผงั หลงั ฟ้ าและก่อนฟ้ าได้)
เฉียน (เต็ม 3 เส้น) อยดู่ ้านบน
ซีกซ้าย เส้นลา่ งสดุ จะเป็ นเส้นเตม็
333
ผงั หลงั ฟ้ า
ผงั นใี ้ ช้บอ่ ยมาก โดยเฉพาะวชิ าฉเี หมิน และ ดาวเหนิ
จําเป็ นอยา่ งยงิ่ ทคี่ วรจะจําตาํ แหนง่ ให้ได้ โดยเฉพาะ ตาํ แหนง่ เทยี บกบั ทศิ
เน่ืองจากในหลายครัง้ ตาํ ราและปรมาจารย์หยางทา่ นเขยี นชื่อทศิ ตามกว้า
เช่น แทนทจี่ ะเรียกวา่ ทิศใต้ เราจะเรียกวา่ ทิศหลี เป็ นต้น
ข้อนเี ้หมือนกบั ไทยเรียก ทิศเหนือ เรียกวา่ ทิศอดุ ร
(แตก่ ว้าของจีน 1 ตวั ใช้แทนหลายความหมายมากกวา่ แคท่ ศิ )
ซง่ึ คณุ ต้องจําให้ได้ คอื ทศิ กบั ธาตุ
เชน่ “หล”ี อยทู่ ิศใต้ และในทางกลบั กนั ด้วย วา่ ทิศใต้ คอื “หล”ี
และ หลี คอื ทิศใต้ ธาตไุ ฟ ถ้าพดู ถงึ ธาตไุ ฟ ก็ต้องนกึ ถงึ ทิศใต้ และ กว้า หลี ได้เป็ นต้น
334
ผงั หลงั ฟ้ า กบั บุคคล
สง่ิ ที่ตอ่ ไป ที่คณุ ควรจะต้องจําให้ได้
เนื่องจากใช้มากในวชิ าดาวเหิน คอื กว้า กบั บคุ คล
ซงึ่ จะเป็ นตวั บอกวา่ กว้าไหนสง่ ผลถึงใคร, ทศิ ไหนสง่ ผลถงึ ใคร
https://www.facebook.com/QiMenAlchemy/
335
กาเนดิ ผงั หลงั ฟ้ า
https://bit.ly/3m4fOjE
ผงั หลงั ฟ้ า หรือ โฮเ่ ทียนปากวั้ (後天八卦) กําเนดิ มาอยา่ งไร?
มาพจิ ารณากนั .
ผงั หลงั ฟ้ า เป็ นหนงึ่ ในผงั ทส่ี ร้างความอศั จรรย์ใจให้กบั ผ้ทู ศ่ี กึ ษาศาสตร์ของจีนเป็ นอยา่ งมาก
เนอื่ งจากไมส่ ามารถอธิบายทไ่ี ปที่มาของผงั ได้ วา่ มาจากไหน
โดยตามตํานานกลา่ ววา่ โจวเหวนิ ออ๋ ง (King Wen of Zhou — 周文王) เป็ นคนคิดขนึ ้ มา จากการ
สงั เกตธรรมชาติ
โดยเราก็จะได้เหน็ ตามตาํ ราตา่ ง ๆ กลา่ ววา่ ผงั ก่อนฟ้ า เป็ น ทฤษฎี | ผงั หลงั ฟ้ า เป็ น ปฏบิ ตั ิ |
และก็จะมตี ารางสรุปมาวา่ ขว่ ย (กวั้ ) แตล่ ะอนั หมายถึงอะไรบ้าง
แตก่ ็ไมไ่ ด้มใี ครกลา่ ววา่ ทาํ ไม ขว่ ย ถึงต้องเรียงแบบทเ่ี ห็น
336
วธิ ีการ
กอ่ นอื่นขอเร่ิมจากย้อนจากธาตตุ ามเวลา ซง่ึ คนทเ่ี รียนแพทยจ์ ีน จะเข้าใจเป็ นอยา่ งดี
เน่อื งจาก ธาตตุ ามเวลาทงั้ 6 นจี ้ ะสมั พนั ธ์กบั นาฬิกาชวี ิต และ อวยั วะตา่ ง ๆ ของร่างกาย
(สงั เกตวา่ เราจะหมนุ แกนไปนดิ หนอ่ ย เนื่องจาก ธาตไุ ม้จะเร่ิมตอน 23:00น.)
โดยธาตตุ ามเวลานี ้อยใู่ นบทความเกี่ยวกบั ผงั เหอถแู ละห้าธาตุ
เม่อื จบั คกู่ นั ระหวา่ งธาตทุ อ่ี ยตู่ รงข้าม จะได้ 3 คู่ วนทวนตามเข็มนาฬกิ า คอื
● ดนิ — ฟ้ า
● ทอง — นาํ ้
● ไม้ — ไฟ
โดยเหตทุ มี่ กี ารจบั คกู่ นั แบบนี ้เนอื่ งจากเป็ นการสลบั ไปสลบั มาระหวา่ งหยนิ — หยาง ของธาตุ
ซงึ่ ในอนาคตถ้ามีเวลา จะนาํ เสนอตอ่ ไป
337
จากการจบั คดู่ ้านบนเมอ่ื นาํ มาเขยี นเรียงกนั ก็จะได้ลาํ ดบั ของธาตุ ทงั้ 6 คอื
เมื่อนาํ ลาํ ดบั ของธาตทุ งั้ 6 มาตอ่ กนั ก็จะได้ตามรูปด้านลา่ ง
338
ย้อนกลบั ไปคราวท่ีแล้ว (กาํ เนนิ 5 ธาตุ และ ผงั เหอถ)ู
เราจะสงั เกตได้วา่ ตามผงั เหอถนู นั้ จะไมม่ ธี าตฟุ ้ า
ทาํ ให้เมอ่ื เปลย่ี นจาก ธาตตุ ามเวลา → ธาตตุ ามพนื ้ ที่ เพอื่ ใช้ในทางปฏิบตั ิ
จะเกิดประเด็นวา่ ธาตฟุ ้ าไมม่ ี และ ธาตดุ นิ ก็มเี พียงหนง่ึ เดยี ว
เนือ่ งจากเราก็ไมไ่ ด้ สนใจใต้ดิน (ดนิ ทเ่ี ป็ นหยนิ ) หรือ ท้องฟ้ า ในการทําฮวงจ้ยุ มากนกั ตามภาพ
ซงึ่ ลาํ ดบั ของธาตทุ งั้ 6 เมอื่ นาํ ผงั เหอถมู าปรับใช้ จะได้ตามภาพด้านลา่ ง
สงั เกตวา่ ธาตดุ ินหยาง และ ธาตฟุ ้ าหยนิ จะหายไป
(เป็ นเหตผุ ลทางวชิ าเตา๋ ถ้ามโี อกาส จะอธิบายในบทความอ่ืนๆ)
339
เมือ่ นาํ ขว่ ยท่ีได้จากผงั เหอถู มาใสต่ ามลาํ ดบั ของธาตุ เราจะได้ตามภาพด้านลา่ ง
เม่อื พจิ ารณาตามลาํ ดบั กจ็ ะได้ตามลกู ศรสแี ดง ตามภาพด้านลา่ ง
เมอื่ ลองใสเ่ ลขของขว่ ยตามผงั หลงั ฟ้ า ไว้ทดี่ ้านขวาของ
แตล่ ะช่องก็จะได้
340
ถ้าสงั เกตให้ดี จาก ธาตไุ ฟหยาง ( 7☵1 ) ไปยงั ธาตนุ าํ ้ หยนิ ( 1☷2 )
จะมกี ารผา่ น ธาตดุ นิ และ ธาตฟุ ้ า ตรงนถี ้ ือเป็ นเคลด็ วิชา
ในฮวงจ้ยุ ชนั้ สงู และ วชิ าฉีเหมนิ ทีม่ กี ารใช้ ผงั 10 ช่อง
คอื ถ้ากรณี ท่ีดวงไหนตกในช่องท่ี 10
เราจะให้ถือวา่ ดาวนนั้ เหินไปอยทู่ ี่ ชอ่ ง 1☷2 หรือ ตะวนั ตกเฉียงใต้ ด้วย
เหตผุ ลตามภาพ
ถ้านาํ ขว่ ยมาใสใ่ ห้เตม็ ก็จะได้ตามรูปด้านลา่ ง (รูปเดียวกบั รูปกอ่ หน้า)
ซงึ่ ลาํ ดบั เหลา่ นี ้กเ็ ป็ นไปตามผงั หลงั ฟ้ าตามรูปด้านลา่ งนนั้ เอง
(ธาตใุ นรูป เป็ นธาตตุ ามผงั ก่อนฟ้ า หรือ ตามผงั เหอถ)ู
สาํ หรับสาเหตวุ า่ ทาํ ไม ถงึ กําหนดให้ธาตทุ องหยางเร่ิมท่ีทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนอื (มมุ ลา่ งขวา) นนั้
มที ฤษฎีทต่ี ้องอธิบายก่อนท่จี ะเข้าใจสาเหตอุ ีกพอสมควร
ซง่ึ ถ้ามโี อกาส จะนํามาเสนอในโอกาสตอ่ ไป
341
สรุป เราจะเหน็ ได้วา่ ขว่ ยตามผงั หลงั ฟ้ า
แท้จริงกค็ อื ลาํ ดบั ของปฏิกิริยาตามพลงั หยิน — หยาง และ ลาํ ดบั ตาม 5 ธาตนุ นั้ เอง
แตเ่ ป็ นธาตตุ ามต้นกําเนดิ หรือ จะเรียกวา่ ธาตตุ ามผงั ก่อนฟ้ า หรือ ผงั เหอถู ก็ได้
ไมไ่ ด้เป็ นธาตทุ ก่ี ําหนดตามทศิ ทีหลงั (ทีก่ ําหนดวา่ ทศิ เหนือธาตนุ าํ ้ )
เราจะเห็นได้วา่ แท้จริงแล้ว ฮวงจ้ยุ ก็เป็ นเร่ืองของหยิน — หยาง และ 5 ธาตุ
และ 5 ธาตเุ หลา่ นี ้ก็ไมใ่ ชว่ ตั ถุ เชน่ โลหะ หรือ โอง่ ดิน,
แต่ “ธาต”ุ คือ สถานะของปฏิกิริยาหยนิ — หยาง ณ เวลานนั้ เชน่ หยางเพมิ่ ขนึ ้ หยินลดลง
342
ต้นฟ้ า, กงิ่ ดนิ
https://medium.com/@QiMenAlchemy/feng-shui-basic-stem-branch-2adc852203de
ในศาสตร์ของจีน อีกสง่ิ หนงึ่ ท่ีสาํ คญั มากคือ “เทยี นกาน, ตจี ้ ือ” หรือ ต้นฟ้ า, ก่ิงดิน
天干 (tiān gān, เทียน กาน) — ต้นฟ้ า [天 = ฟ้ า, 干 = ต้น]
地支 (dì zhī, ตี ้จือ) — ก่ิงดิน [地 = ดนิ , 支 = ก่ิง]
โดยบางครัง้ ไทยก็เรียกวา่ ราศบี น, ราศีลา่ ง แตก่ ็ไมน่ า่ จะถกู ต้องนกั
(เพราะวา่ มนั ไมใ่ ช่ราศีในความหมายของโหราศาสตร์)
ต้นฟ้ า, ก่ิงดิน มคี วามสาํ คญั อยา่ งย่ิงเพราะเป็ นสงิ่ ทีใ่ ช้บอกเวลา และทิศทาง
ในวชิ าตา่ ง ๆ จงึ เป็ นเร่ืองจาํ เป็ นอยา่ งยิง่ ทีต่ ้องมคี วามค้นุ เคยกบั ศพั ท์เหลา่ นี ้กอ่ นการเรียนวิชาตา่ ง ๆ
ต้นฟ้ า มี 10 ตวั เราจงึ มกั เรียกวา่ “10 ต้นฟ้ า” สว่ นกิ่งดนิ มี 12 ตวั เราจงึ มกั เรียกวา่ “12 กิ่งดนิ ”
343
การบอกเวลา การบอกวนั ของจีน หรือ ปฏทิ นิ จีน จะแบง่ เป็ น 2 ระบบ หลกั ๆ คือ
1.สรุ ิยคติ — ซง่ึ จะเป็ นไปตามดวงอาทิตย์
2.จนั ทรคติ — ซง่ึ จะเป็ นไปตามดวงจนั ทร์
โดยในเฟิงสยุ่ (ฮวงจ้ยุ ) และ ฉีเหมนิ ต้นุ เจ่ีย จะใช้ปฏิทินแบบ สรุ ิยคตเิ ป็ นหลกั
ในการบอกเวลาในระบบสรุ ิยคตขิ องจีน
จะกําหนดให้มี 1 ปี มี 12 เดือนตาม 12 กิ่งดนิ
และ ใน 1 วนั ก็จะแบง่ เป็ น 12 ยาม (1 ยาม = 2 ชวั่ โมง) ตาม 12 กิ่งดินเช่นเดยี วกนั
โดยทว่ั ไปการแสดงวนั เวลาในศาสตร์จีน
เราจะแสดงในลกั ษณ์ 8 อกั ษร
หรือเรียกวา่ ปาจือ้ (八字, bā zì, ปา จือ้ ) [八 = 8, 字 = อกั ษร]
โดย ปาจือ้ นจี ้ ะแบง่ เป็ น 4 เสา หรือ ซื่อจู้ (四柱, sì zhù, ซ่ือจ้)ู [四 = 4, 柱 = เสา]
ทําให้บางครงั้ คนก็นยิ มเรียกกนั ยาว ๆ วา่ ปาจือ้ ซ่อื จู้ (8 อกั ษร, 4 เสา)
โดยการแสดงเวลาในรูปแบบปาจือ้ จะเร่ิมจาก
เสาขวามอื สดุ เป็ น [หลกั ปี]
เสาตอ่ มาเป็ น [หลกั เดอื น]
เสาตอ่ มาเป็ น [หลกั วนั ]
เสาซ้ายสดุ เป็ น [หลกั ยาม]
344
โดยจบั เป็ นคู่ ๆ ด้านบนจะเป็ นต้นฟ้ า ด้านลา่ งเป็ นกิ่งดิน
ตามภาพด้านลา่ ง
สงิ่ ทีต่ ้องทาํ ก็คือ 地支, dì zhī, ตีจ้ ือ — ก่ิงดนิ
หมายเหตุ ตีจ้ ือ หรือ กิ่งดิน เป็ นสง่ิ ทคี่ นจีนใช้ในการ “บอกเวลา” เป็ นหลกั
และยงั นํามาใช้ใน การบอกทศิ ทางอีกด้วย
คนไทยโดยมากจะรู้จกั กนั จาก 12 นกั ษัตร
ทาํ ความค้นุ เคยวา่ แตล่ ะตวั เรียกวา่ อะไร, ออกเสยี งวา่ อะไร (ไมต่ ้องทอ่ งได้)
จําวา่ กงิ่ ดนิ แตล่ ะตวั ใช้แทนเวลาไหน หรือคือ ยามไหน, เดือน ไหน
เดอื นท่เี ขยี นในกิ่งดิน เป็ นเดอื นโดยประมาณคร่าวๆ
ชว่ งเวลาจริง ๆ ต้องเปิดปฏิทินจีนเทียบอีกที
เชน่ เราเขียนวา่ กมุ ภาพนั ธ์
แตจ่ ริง ๆ จะหมายถึงชว่ งเวลาประมาณ 4 กมุ ภาพนั ธ์ — 4 มีนาคม (แตล่ ะปี ไมต่ รงกนั )
345
สว่ นอกั ษรโบราณเบอื ้ งต้นยงั ไมไ่ ด้ใช้ โดยใช้ในวชิ าฉเี หมินต้นุ เจ่ียเป็ นหลกั
346
เร่ิมทต่ี วั แรกเลย คือ 子, zǐ, จ่ือ
丑, chǒu, โฉ่ว
347
寅, yín, อิ๋น
卯, ǎ , เหมา่
辰, chén, เฉิน
348
巳, sì, ซือ่
午, wǔ, อู่
未, wèi, เวย่
349
申, hēn, เซนิ
酉, yǒu, โหยว่
戌, xū, ซีว์
350