1. การวางตําแหนง่ “นาํ ้ ” หน้าบ้าน และ ตําแหนง่ “ภเู ขา” หลงั บ้าน
หากเราสามารถจดั วางชยั ภมู ิได้ในตาํ แหนง่ ดงั กลา่ ว
จะนําพามาซงึ่ ความเจริญรุ่งเรืองทงั้ ด้านโชคลาภทางธรุ กิจ
หน้าที่การงาน บารมี สขุ ภาพ และ ความสมั พนั ธ์
หากวางตําแหนง่ ชยั ภมู ิผดิ ไปจากนี ้
จะนํามาซง่ึ ความล้มเหลว
2. การวางตําแหนง่ “นาํ ้ ” และ “ภเู ขา” ที่ด้านหน้าบ้านทงั้ คู่
หากเราสามารถจดั วางชยั ภมู ิได้ในตาํ แหนง่ ดงั กลา่ ว
จะนําพาซง่ึ ความเจริญรุ่งเรืองในด้านโชคลาภทางธรุ กิจ
และหน้าที่การงานเป็ นอยา่ งมาก
โดยมี บารมี สขุ ภาพ และ ความสมั พนั ธ์เป็ นสง่ิ สนบั สนนุ
หากวางตาํ แหนง่ ชยั ภมู ผิ ิดไปจากนี ้
จะนาํ มาซง่ึ ความล้มเหลว
251
3. การวางตาํ แหนง่ “นาํ ้ ” และ “ภเู ขา” ท่ีด้านหลงั บ้านทงั้ คู่
หากเราสามารถจดั วางชยั ภมู ไิ ด้ในตําแหนง่ ดงั กลา่ ว
จะนําพาซง่ึ
บารมี อํานาจยศศกั ด์ิ สขุ ภาพ
และ ความสมั พนั ธ์ท่ีดีของสมาชิกในบ้าน
โดยจะมเี ร่ืองของโชคลาภทางธรุ กิจและหน้าทีก่ ารงานเป็ นสง่ิ เสริม
หากวางตําแหนง่ ชยั ภมู ิผิดไปจากนจี ้ ะนํามาซงึ่ ความล้มเหลว
4. การวางตําแหนง่ “นาํ ้ ” หลงั บ้าน และ “ภเู ขา” หน้าบ้าน
หากเราสามารถจดั วางชยั ภมู ิได้ในตําแหนง่ ดงั กลา่ ว
จะนาํ พามาซงึ่ ความเจริญรุ่งเรืองทงั้ ด้านโชคลาภทางธุรกิจ
หน้าที่การงาน บารมี สขุ ภาพ และ ความสมั พนั ธ์
หากวางตําแหนง่ ชยั ภมู ผิ ดิ ไปจากนจี ้ ะนํามาซง่ึ ความล้มเหลว
จะเห็นวา่ การจดั วางตาํ แหน่ง “นาํ ้ ” และ “ภเู ขา”
ถือวา่ มคี วามสาํ คญั เป็ นอยา่ งยงิ่
เพราะจะเป็ นสงิ่ ทบ่ี อกถึงความเจริญรุ่งเรืองของสมาชิกภายในครอบครัวได้ในทกุ ๆด้าน
การเลอื กวางตาํ แหนง่ นาํ ้ ในด้านหน้าบ้านและภเู ขาด้านหลงั บ้าน
ในองศาทศิ ทางทีไ่ มถ่ กู ต้องนนั้
สามารถนาํ มาซงึ่ ความล้มเหลวของสมาชิกภายในครอบครับของทา่ นได้
ดงั นนั้ การตดั สนิ ใจวางตําแหนง่ ของชยั ภมู ดิ งั กลา่ ว
จึงต้องได้รับการประเมนิ อยา่ งใสใ่ จเป็ นอยา่ งยงิ่
252
ฮวงจุ้ยดี
ด้วยชัยภูมเิ กบ็ กระแสพลงั
https://www.modernfs.com/chaiyaphumkeepthepower.html
การดฮู วงจ้ยุ ในขนั้ สงู นนั้
ไมไ่ ด้มองแคก่ ารจดั ปรับสภาพแวดล้อมภายในเทา่ นนั้
แท้จริงแล้วการประเมินชยั ภมู ิภายนอกนนั้
ถือเป็ นปัจจยั สาํ คญั ทซี่ ินแสจําเป็นต้องประเมนิ อยา่ งละเอยี ด
เพราะหากชยั ภมู ิภายนอกนนั้ เป็นชยั ภมู เิ กรดดี
ก็ถือวา่ มโี อกาสท่ีฮวงจ้ยุ ของสถานท่ีนนั้ จะเป็ นฮวงจ้ยุ ที่มเี กรดดีได้
โดยท่กี ารจดั ปรับสภาพแวดล้อมภายในจะเป็ นตวั เสริมทดี่ ีตอ่ มา
ดงั นนั้ การมองทาํ เลของชยั ภมู ภิ ายนอกทีด่ ี
ไปจนกระทง่ั การประเมนิ แก้ไข
จึงต้องอาศยั ซินแสทมี่ ปี ระสบการณ์เป็ นผ้ชู ว่ ยของทา่ นครับ
โดยชยั ภมู ทิ ีด่ ใี นเบอื ้ งต้นนนั้ ควรจะเป็ นชยั ภมู ทิ ่ีเก็บพลงั ได้
ในสมยั ก่อนซินแสจะมอง “ฮวง หรือ ลม” และ “จ้ยุ หรือ นาํ ้ ”
เป็ นสง่ิ ท่พี ากระแสพลงั จา่ ยมาทบี่ ้าน สาํ นกั งาน โรงงาน หรือ ที่ดนิ ของทา่ น
อยา่ งไรก็ตาม เน่ืองจากในสมยั นมี ้ ีสง่ิ ก่อสร้างใหมๆ่ ทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมท่ีในสมยั กอ่ นไมม่ ี
เชน่ ถนน สะพาน รถไฟฟ้ า รถใต้ดิน ฯลฯ
ในขณะเดยี วกนั ทําเลชยั ภมู คิ ลาสสคิ (Classical Landform)
เช่นทาํ เลใกล้กบั แมน่ าํ ้ ใกล้กบั เขานนั้ ก็เร่ิมหายากขนึ ้ ไปทกุ ๆที
จงึ ทาํ ให้การดชู ยั ภมู ินนั้ ทําได้ยากมากขนึ ้
ซินแสต้องให้ความใสใ่ จมากขนึ ้ กวา่ สมยั กอ่ น
253
การดทู าํ เลท่เี ก็บพลงั ในสมยั กอ่ นนนั้
ก็สามารถดไู ด้ โดยการดทู าํ เลท่อี ยใู่ นจดุ ทีใ่ กล้นาํ ้
ก็เพราะแหลง่ นาํ ้ นนั้ ถือวา่ เป็ นจดุ ท่ตี าํ่ ท่ีสดุ ในบริเวณนนั้ จงึ สามารถจะมนี าํ ้ มาสะสมในจดุ นนั้ ได้
ดงั นนั้ การเลอื กทําเลท่มี ีนาํ ้ จึงสามารถเป็ นตวั บอกวา่ ทาํ เลนนั้ สามารถสะสมกระแสพลงั ได้นนั่ เอง
ซงึ่ โดยสว่ นใหญ่แหลง่ นาํ ้ ในสมยั กอ่ นนนั้ ก็จะเกิดทบ่ี ริเวณแนวเขา
จงึ ทาํ ให้บริเวณทอี่ ยใู่ นหบุ เขาจึงมกั จะเป็ นสดุ ยอดทาํ เลของนกั ดฮู วงจ้ยุ ในสมยั ก่อน
หรือทําเลทเี่ ราเคยได้ยนิ วา่ “หน้านาํ ้ หลงั ภเู ขา” นน่ั เองครับ หรือ
หากเราจะดตู วั อยา่ งในสมยั นกี ้ ็ลองตระเวนไปดทู ปี่ ากชอ่ ง เขาใหญ่
ทําเลทีอ่ ยบู่ ริเวณหบุ ของเขาหรือต้นเนินของเขาทมี่ องกลบั ไปเห็นเขาใหญ่ได้ชดั เจน
กลบั กลายเป็ นทาํ เลท่ีได้รับความนยิ มจากตระกลู ใหญ่ๆในประเทศไทยทไี่ ด้มคี รอบครองไว้
มากกวา่ ทําเลทอ่ี ยบู่ นยอดเขา
เพราะมลี กั ษณะเป็ นทําเลทไี่ มส่ ามารถเก็บพลงั ได้ตามศาสตร์ฮวงจ้ยุ นนั่ เอง
อยา่ งไรกต็ าม
หากจําเป็ นต้องอาศยั อยบู่ นยอดเนินหรือยอดเขาจริงๆ นนั้
ซินแสทม่ี ปี ระสบการณ์กจ็ ะสามารถปรับชยั ภมู ิ
ให้กลายเป็ นสดุ ยอด ทาํ เลในทางฮวงจ้ยุ ได้เช่นเดียวกนั
ในปัจจบุ นั นที ้ าํ เลใกล้นาํ ้ และใกล้เขานนั้ ถือเป็ นทาํ เลทห่ี าได้ยาก
เรากต็ ้องนาํ หลกั การดงั กลา่ วมาประยกุ ต์ใช้กบั สภาพแวดล้อมในยคุ นี ้
การเลอื กทาํ เลของถนนทีว่ งิ่ ผา่ นไปมา
ลกั ษณะทางสงิ่ ก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมนนั้
สามารถใช้เป็ นสงิ่ ทบ่ี อกวา่ ชยั ภมู ดิ งั กลา่ วสามารถสะสมกระแสพลงั ได้หรือไม่
เชน่ กลมุ่ ของอาคารสงู ที่สร้างล้อมรอบทําเลนนั้
การออกแบบสะพานข้ามแยก ไมว่ า่ จะเป็ นสะพานของรถยนต์หรือของคน
หรือลานโลง่ ในสถานที่นนั้ ๆ
ล้วนเป็ นสง่ิ ทีส่ ามารถบอกเกรดของทําเลนนั้ วา่ เก็บพลงั ได้ดีหรือไม่ เป็ นฮวงจ้ยุ ทด่ี หี รือไม่
254
ซนิ แสก็ยงั ต้องประเมินด้วยวา่ ในบ้าน สกั นกั งาน โรงงาน หรือท่ดี นิ ของทา่ นเองนนั้
นอกจะอยใู่ นการเส้นทางการคมนาคมสญั จรทด่ี แี ล้ว
ถ้าหากได้ทงั้ ทาํ เลมหภาคหรือชยั ภมู ิภายนอกท่ดี ี ทสี่ ามารถสะสมกระแสพลงั ได้
และชยั ภมู ิของตวั เองก็สามารถสะสมพลงั ได้อกี ก็ถือวา่ เป็ นมงคลเป็ นอยา่ งย่งิ
มากไปกวา่ นนั้ หากทา่ นได้รับการประเมินรูปดวงอยา่ งละเอยี ด
เพอื่ สามารถทราบได้วา่ ทา่ นและสมาชิกในครอบครวั
หรือ สมาชิกในบริษัท ห้างร้าน
ต้องการพลงั จากทิศทางใดเสริม
ก็สามารถหาทาํ เลท่ีมจี ดุ จา่ ยกระแสพลงั จากทศิ ทางนนั้ ได้
และเม่ือมองในระดบั ทศิ ยอ่ ยลงไป ก็เป็ นทิศโชคประจํายคุ ท่ี 8 (พศ.2547-2567)
ก็จะยงิ่ เป็ นตวั บง่ ชีไ้ ด้วา่ ทา่ นได้อยใู่ นสถานทเี่ ป็ นมงคล
มฮี วงจ้ยุ ทด่ี ี และเป็ นเง่ือนไขอนั เป็ นทีม่ าของความเจริญรุ่งเรืองยง่ิ
255
http://www.sumnakcharang.com/8direction.php รู้จกั ทศิ ท้งั 8 : (8 Directions)
" ช่ือของทิศทงั้ 8 และองศา ทีต่ ้องรู้และศกึ ษา
และ ควรอยา่ งยงิ่ ที่ต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ "
ทิศทางตา่ งๆ เกิดจากแนวคิดและความเช่ือของนกั ปราชญ์จีน
โบราณท่วี า่
ธรรมชาตกิ ําเนิดทศิ ฟ้ าดนิ กําเนดิ คณุ สมบตั ิตา่ งๆ
เมอ่ื ใฝ่ รู้ทีจ่ ะเริ่มเรียนวชิ าฮวงจ้ยุ
ยอ่ มต้องรู้จกั และเข้าใจทศิ ทงั้ 8
เพราะถ้าไมร่ ู้จกั ก็เปรียบประดจุ
" การเร่ิมแตง่ หนงั สอื แตไ่ มร่ ู้จกั ภาษา "
ดงั นนั้ พนื ้ ฐานแหง่ ศาสตร์วชิ านี ้
ต้องอาศยั ความรู้เบอื ้ งต้น ปทู างไปกอ่ น
อยา่ รีบร้อน แตพ่ ยายามหมน่ั ฝึกฝน และใฝ่ ทีจ่ ะเรียนรู้อยเู่ สมอ
โดยเม่ือพนื ้ ฐานนนั้ แนน่ แล้ว ยอ่ มสง่ ผลถงึ อนาคตทดี่ ี
" ศาสตร์วิชานี ้ต้องการความแมน่ ยํา ความเฉลยี ว
หมนั่ สงั เกตและสง่ิ สาํ คญั คอื คณุ ธรรม "
แรงพลงั ท่ีดี ยอ่ มดงึ ดดู แรงธรรมชาตทิ ด่ี เี ข้าหากนั เสมอ
256
ทศิ / สญั ลกั ษณ์ องศา / อายุ /
รหสั อมิ เอยี ้ ง มมุ ความหมาย
1. ทิศใต้ ( S ) 16 - 30 ปี
หรือภาษาจนี ออกเสยี งว่า ลี ้( เสยี งใกล้เคยี ง ) 157.6 - 202.5 ช่ือเสยี ง
สญั ลกั ษณ์คือ ไฟ ความร้อน เพศหญงิ เปรียบธิดาคนรอง 45 ปี ขนึ ้ ไป
รหสั ประจาทศิ 9 ค่สู มรส
--------------------------------------------------------------------------------
202.6 - 247.5 1 - 15 ปี
2. ทิศตะวนั ตกเฉียงใต้ ( W/S ) บุตรบริวาร
หรือภาษาจนี ออกเสียงว่า คงุ ( เสยี งใกล้เคยี ง ) รหสั ประจาทิศ 2 45 ปี ขนึ ้ ไป
สญั ลกั ษณ์คือ ดนิ พนื้ พิภพ ท่รี าบ เป็ นทิศบ่อเกิดสรรพส่ิง เพศหญงิ เปรียบแม่ อุปถมั ภ์
ผ้สู ูงอายุ 247.6 - 292.5 16 - 30 ปี
อาชีพ
-------------------------------------------------------------------------------- รหสั ประจาทศิ 7
1 - 15 ปี
3. ทศิ ตะวนั ตก ( W ) 292.6 - 337.5 ปัญญา
หรือภาษาจนี ออกเสยี งว่า ตว๋ ย ( เสยี งใกล้เคียง ) 31 - 45 ปี
สญั ลกั ษณ์คือ ทอง ทะเลสาบ เพศหญิง เปรียบธิดาคนเล็ก รหสั ประจาทศิ 6 ครอบครัว
-------------------------------------------------------------------------------- 337.6 - 22.5 31 - 45 ปี
ทรัพย์สิน
4. ทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือ ( W/N ) รหสั ประจาทศิ 1
หรือภาษาจนี ออกเสยี งว่า เคีย้ ง ( เสยี งใกล้เคยี ง )
สญั ลกั ษณ์คือ ฟ้ า เพศชาย เปรียบพ่อสูงอายุ อาวุโส 22.6 - 67.5
-------------------------------------------------------------------------------- รหัสประจาทศิ 8
5. ทศิ เหนอื ( N ) 67.6 - 112.5
หรือภาษาจนี ออกเสยี งว่า ขมั้ ( เสยี งใกล้เคียง )
สญั ลกั ษณ์คอื นา้ แม่นา้ ธารนา้ นา้ ฝน รวมถงึ นา้ กาม เพศชาย เปรียบบุตรชายคน รหสั ประจาทศิ 3
รอง
--------------------------------------------------------------------------------
6. ทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื ( E/N )
หรือภาษาจนี ออกเสียงว่า กึง่ ( เสยี งใกล้เคียง )
สญั ลกั ษณ์คือ เนินสูง ภเู ขา ก้อนหนิ เพศชาย เปรียบบตุ รชายคนเลก็
--------------------------------------------------------------------------------
7. ทิศตะวนั ออก ( E )
หรือภาษาจนี ออกเสียงว่า จิง้ ( เสยี งใกล้เคียง )
สญั ลกั ษณ์คือ ไม้ เสยี งร้อง ฟ้ าผ่า เพศชาย เปรียบบุตรชายคนโต
--------------------------------------------------------------------------------
8. ทศิ ตะวนั ออกเฉียงใต้ ( E/S ) 112.6 - 157.5
หรือภาษาจนี ออกเสยี งว่า สงุ่ ( เสยี งใกล้เคยี ง )
สญั ลกั ษณ์คือ ไม้ ลม พายุ เพศหญิง เปรียบธิดาคนโต รหัสประจาทศิ 4
--------------------------------------------------------------------------------
257
ข้อสงั เกต ในทศิ ทงั้ แปด จะไม่มรี หัสเลข 5 เน่ืองจากหมายเลข 5 จะแทนในตาแหน่งพนื้ ท่ตี รงกลางนัน้ ๆ
ของทิศทางทงั้ 8 รหสั ต่างๆ มาจากการถอดรหสั ลายจากหลงั เต่า ของคนจนี โบราณ
258
ฟ้ าคนเป็ นหนงึ่ เดยี ว
https://medium.com/@QiMenAlchemy/tian-ren-di-aba89d25e551
ฟ้ า คน ดิน เป็ นสงิ่ สาํ คญั ในทกุ วชิ าของจีน
แท้จริงแล้วคืออะไร ?
ฟ้ า คน ดิน เป็ นสง่ิ ทม่ี กี ารพดู ถงึ เป็ นอยา่ งมากในวิชาของจีนทกุ แขนง
ไมว่ า่ จะ ฮวงจ้ยุ ดวง ฤกษ์ยาม แพทย์จีน ไปจนถึงลทั ธิเตา๋
ซงึ่ คาํ พดู ท่สี าํ คญั อนั หนงึ่ ท่ีถือเป็นรากฐานของแนวความคดิ
ปรัชญาทงั้ หมด ก็คือ 天人合一 (tiān rén hé yī, เทยี น เหริน เหอ อ)ี — ฟ้ าคนเป็ นหนงึ่ เดยี ว
เราชื่อกนั วา่ คนมาจากฟ้ า คนเป็นสว่ นหนง่ึ ของฟ้ า
การจะเป็ นปกตไิ ด้คือการเป็ นหนงึ่ เดยี วกบั ฟ้ า ไมข่ ดั แย้งกบั ฟ้ า
โดยฟ้ าในที่นรี ้ วมไปถึงธรรมชาตริ อบตวั ตา่ ง ๆ และ เวลา ฤดกู าลตา่ ง ๆ
บทความนีจ้ ะขอเลา่ แบบคร่าว ๆ วา่ แตล่ ะสว่ นเก่ียวข้องกนั อยา่ งไร
มมุ มองตอ่ ฟ้ า คน ดนิ แบบไหนทนี่ า่ จะมปี ระโยชน์ตอ่ การดาํ เนนิ ชีวิตกนั
เพื่อเป็ นประโยชน์ตอ่ ไปในการศกึ ษาวิชาตา่ ง ๆ ของจีน
259
กาเนิด
เรามาดกู ารกาํ เนดิ กนั แบบคร่าว ๆ กอ่ น
ภาพทีแ่ สดงอาจจะไมถ่ กู ต้องมาก เนือ่ งจากมีรายละเอียดอกี เยอะมาก
แตถ่ ้าอธิบายละเอียดไป จะกลายเป็ นบทเรียนวชิ าเตา๋ ไปแทน
260
道 เต๋า
道 (dào, เต้า) — เตา๋ ถ้าวา่ กนั ตามคํานิยามสมยั ดงั้ เดมิ
จะเปรียบเทยี บก็เหมือนกบั เหมอื นกบั พรหมภมู ิ หรือ
พรหมโลก
ในศาสนาฮินดู
แตถ่ ้าเปรียบเทยี บกบั ศาสนาพทุ ธ อรูปพรหม หรือ
อรูปาวจรภมู ิ นนั้ เอง
โดยหลกั การ เตา๋ เป็ นเหมอื นสงิ่ ทอี่ ยอู่ กี มิติหนง่ึ
มีพลงั งานสง่ มาถงึ สงิ่ มชี วี ติ ทงั้ มวลได้
โบราณเช่ือวา่ สง่ิ มชี วี ิตทงั้ มวลเกิดมาจากเตา๋
(เหมือนกบั ทีฮ่ ินดเู ชื่อวา่ มนษุ ย์เกดิ จาก พระพรหม)
ในเตา๋ มกี ารอธิบาย โดยละเอยี ดเลย วา่ จากเตา๋ เกิดมาเป็ นวญิ ญาณจนเป็ นมนษุ ย์ได้อยา่ งไร
แตถ่ ้าแปลตามความหมาย เตา๋ จะหมายถงึ วิถี หรือ มรรค
เพอ่ื เข้าถงึ แหลง่ กาํ เนดิ นี ้(หรือคอื เพือ่ กลบั เป็ นอรูปพรหม)
261
無極 อู๋จ๋ี
無極 (wú jí, อู๋ จี๋) —ไร้ประมาณ ไร้ขอบเขต ไร้การแบง่ แยก หรือ อปั ปมญั ญา
ตรงนมี ้ ีจดุ ทน่ี า่ สนใจ ในตามเตา๋ จริง ๆ
อจู๋ ๋ี คือสภาพท่ี ทกุ อยา่ งเทา่ เทยี บกนั หมด
ทกุ อยา่ งเป็ นหนงึ่ เดยี วกนั ไมม่ กี ารแบง่ แยกทงั้ สนิ ้
สงบนง่ิ ไมม่ ีการเคลอ่ื นไหว
ไมม่ กี ารเปลย่ี นแปลงเลย หรือคอื ไมม่ ีอะไรเลย
ซง่ึ สภาพนจี ้ ริง ๆ คือ สภาพของการเข้าอรูปฌานตามความหมายเดิมของเตา๋
แตเ่ นอื่ งจาก การอธิบายให้คนทว่ั ไปฟัง (นกึ ถึงชาวจีนทเี่ ป็ นชาวบ้าน ชาวนา นกั รบ)
จงึ ไมส่ ามารถอธิบายคนท่เี ข้าฌานไมไ่ ด้ให้เข้าใจได้
เพราะมนั คือสภาพที่หายไปหมดทกุ อยา่ ง เป็ นความวา่ งเปลา่ แท้จริง
ในสภาวะแบบนี ้แม้แตเ่ วลากย็ งั เหมือนไมม่ ี
จะสงั เกตวา่ คนท่ีเข้าฌานได้ จะบอกเหมือนกนั วา่ เหมอื นเวลาหยดุ เดนิ
หรือ รู้สกึ วา่ เวลาผา่ นไปเดยี๋ วเดยี ว
แตจ่ ริงแล้วผา่ นไปหลายชวั่ โมง หรือ เราจะเหน็ วา่ พรหมจะมอี ายยุ นื ยาวมาก
จึงเป็ นทม่ี าของการท่ไี มส่ ามารถบอกได้วา่ คอื อะไร
ต้องไปสมั ผสั ด้วยตวั เอง
และเป็ นสาเหตเุ รามกั จะเข้าใจผดิ ไปวา่ อจู๋ กี๋ ็เปรียบเหมือนอวกาศทีไ่ มม่ ีอะไร
262
太極 ไท่จ๋ี
太極 (tài jí, ไท่ จ๋ี) — จดุ สงู สดุ , จดุ อ้างองิ , จดุ ยอด, จดุ กําเนิด
ในเตา๋ เราถือวา่ เป็ นจดุ ท่ีมกี ารเปลย่ี นแปลง
โดยการเปลย่ี นแปลงเป็ นเหตทุ ี่จะทาํ ให้เกิดหยินหยาง
และ การเปลยี่ นแปลงจะทําให้สภาพอจู๋ ๋ีหายไป
หรือกลา่ วได้วา่ จดุ ไทจ่ ี๋ คอื จิตของเรานนั้ เอง
เพราะจติ เรานนั้ เป็ นสงิ่ ที่กําหนดจดุ อ้างอิงเพ่ือใช้ในการแบง่ แยกสง่ิ ตา่ ง ๆ ในโลก
เช่น ถ้าเปรียบเทยี บ อณุ หภมู ิ จากอณุ หภมู ปิ กติของกรุงเทพ ประมาณ 35 °C
ถ้าถามวา่ อณุ หภมู ิ 26 °C เป็ นยงั ไงก็ต้องจดั วา่ อณุ หภมู เิ ยน็ เป็ นหยิน
เพราะวา่ มนั น้อยกวา่ จดุ อ้างอิงของเรา
แตถ่ ้าถามฝร่ังตอนบน เค้าอยทู่ ่ีอณุ หภมู ิปกติ 20 °C
เค้าก็จะบอกวา่ 26 °C อบอนุ่ เป็ นหยางแล้ว
263
ปรัชญาของจีน ได้ถกู ถ่ายทอดลงสอู่ กั ษรแตล่ ะตวั อยา่ งนา่ สนใจ
คือ จากรูปด้านลา่ ง เราจะเหน็ วา่
เม่อื 人 — คน กางแขนกางขา ออกจนสดุ
เราจะเรียกวา่ 大 (dà, ต้า) — ใหญ่
เป็ นการแสดงให้เหน็ ถงึ วา่ คนเราใหญ่สดุ ก็แคเ่ ทา่ ทกี่ างแขนกางขาออกเทา่ นนั้
ในแนวความคดิ เดียวกบั สาํ นวนไทยโบราณวา่ “กว้างคบื ยาววา หนาศอก”
ตอ่ มาเมอ่ื มขี ดี ด้านบน จะกลายเป็ น 天 (tiān, เทียน) — ฟ้ า
แสดงถงึ สง่ิ ที่อยเู่ หนอื ตวั เราทใี่ หญ่แล้ว หรือ เหนอื มนษุ ย์ยงั มฟี ้ า
แม้แตฮ่ อ่ งเต้ ก็อยภู่ ายใต้ฟ้ า
ในทํานองเดยี วกนั 大 ท่วี า่ ใหญห่ รือเป็ นทงั้ หมดของมนษุ ย์แล้ว
พอเติมจดุ ลงไปกลางตวั ซง่ึ จดุ กลางตวั ก็หมายถงึ จติ ใจที่อยใู่ นศนู ย์กลางตวั เรา
ก็จะกลายเป็ น 太 (tài, ไท)่ — จดุ สงู สดุ จดุ ยอด จดุ อ้างองิ จดุ กําเนดิ
เป็ นการแสดงวา่ จดุ ท่ีสงู สดุ
จดุ ทเ่ี ป็ นการกําเนิด ล้วนมาจากใจของมนษุ ย์ทงั้ นนั้
(太太 แปลวา่ สดุ ยอดของสดุ ยอดดวงใจ = เมยี …. )
วิชาตา่ ง ๆ ใช้ความหมายวา่ จิตใจเป็ นจดุ กําเนิดไทจ่ ๋ี เป็ นอยา่ งมาก
การเข้าใจเรื่อง ไทจ่ ๋ี วา่ เป็ นจดุ อ้างอิง ในการแบง่ แยก หรือ เปล่ียนแปลง
จึงเป็ นเรื่องทส่ี าํ คญั มาก ในวิชาอน่ื ๆ เช่น ดดู วง ฮวงจ้ยุ ฉีเหมินต้นุ เจีย
264
陰陽 หยนิ หยาง
陰陽 (yīn yáng, อนี ยง๋ั ) — หยินหยาง
ข้อนจี ้ ะวา่ งา่ ย กเ็ หมอื นงา่ ย จะวา่ ยาก ก็เหมือนยาก
สรุปได้ง่ายสดุ คอื หยิน = น้อยกวา่ จดุ อ้างองิ ; หยาง = มากกวา่ จดุ อ้างองิ
ดงั ทอ่ี ธิบายไปในเรื่องไทจ่ ๋ี
สงั เกตวา่ ในชนั้ นี ้
หยินหยางจะเป็ นการแบง่ กนั ชดั เจน ไมใ่ ช่รูปหยนิ หยางแบบทเี่ ราค้นุ เคยกนั
265
四象 4 ส่วน
四象 (sì xiàng, ซอื่ เซี่ยง) — 4 สว่ น หมายถงึ การท่ีคนจีนแบง่ ท้องฟ้ า
ออกเป็ น 4 สว่ นตาม 28 กลมุ่ ดาว คือ
青龍 (qīng lóng, ชิง ลง๋ ) — มงั กรนาํ ้ เงิน
白虎 (bái hǔ, ไป๋ ห)ู่ — เสอื ขาว
朱雀 (zhū què, จู เฉวฺ ยี่ ) — นกกระจอกชาด
玄武 (xuán wǔ, เซวฺ ๋ียน อ)ู่ — เตา่ งดู าํ
สตั ว์ทงั้ 4 เป็ นการแบง่ ตาม 28 กลมุ่ ดาว บนท้องฟ้ าจริง ๆ
ไมไ่ ด้เป็ นการแบง่ ทศิ ตามพนื ้ โลก อยา่ งทีท่ กุ คนเข้าใจ
มีเคลด็ วิชา เกยี่ วกบั เร่ืองนอี ้ กี นดิ
วนั เปลย่ี นปี (ประมาณ 4–5 กมุ ภา) คอื วนั ท่ี ตอนเท่ยี งคืน
เราจะเห็นดาวดวงแรกของกลมุ่ มงั กรนาํ ้ เงิน
ท่ีชื่อ วา่ 角宿一 (jiǎ xiù yī, เจี่ยว ซวิ่ อี) — “กลมุ่ ดาวเขาสตั ว์ท่ี 1”
ซง่ึ อยใู่ นกลมุ่ ดาว 角 (jiǎ , เจยี่ ว) — เขาสตั ว์; ขนึ ้ ท่ี ขอบฟ้ าทิศตะวนั ออก เป็ นวนั แรก
{ ดาวนมี ้ ชี ่ือเป็ นสากลวา่ Spica หรือ Alpha Virginis
ยอ่ วา่ α Vir เป็ นดาวทีอ่ ยใู่ นกลมุ่ ดาวหญิงสาว (Virgo) หรือ กลมุ่ ดาวกนั ย์ (♍)}
ดงั นนั้ โบราณ จะรู้วา่ เปลย่ี นปี ตอนไหน
ดไู มย่ าก คือ ตอนประมาณเทย่ี งคืน ไปยืนมองทางทศิ ตะวนั ออก
ถ้าเห็นดาว 角宿一 ก็คือการเร่ิมปี ใหมแ่ ล้ว
266
จะเหน็ ได้วา่ ดาว → เวลา (ฤด)ู → ตาํ แหนง่ (ทศิ ) → การกําหนดปี
ล้วนมีความเก่ียวข้องกนั หมด
เพยี งแตค่ นทว่ั ไปท่ศี กึ ษา ฮวงจ้ยุ ดวง ฉีเหมิน
ไมไ่ ด้เข้าใจความสมั พนั ธ์เหลา่ นี ้
ทาํ ให้บางทีก็คดิ ทฤษฎขี นึ ้ มาใหม่ โดยไมไ่ ด้มคี วามเข้าใจเหตผุ ลของเดมิ
มีเรื่องนา่ สนใจอกี เร่ือง คอื ในโบราณมนั เป็ นมงั กรสนี าํ ้ เงิน ไมใ่ ชม่ งั กรเขยี ว
และ เป็ นนกกระจิบสชี าด ไมใ่ ชห่ งษ์แดง หรือ ฟีนิกซ์ อยา่ งทเ่ี ราเข้าใจ
การแปลเป็ นมงั กรเขยี วกบั หงษ์แดง นี่เป็ นการแปลตามฝรั่งสมยั ใหม่
สตั ว์ทงั้ สองทวี่ า่ นา่ จะมีลกั ษณะคล้ายรูปด้านลา่ ง (และดแู ล้วควรเป็ นเตา่ งู ไมใ่ ชเ่ ตา่ เฉย ๆ)
267
八卦 8 ข่วย
สง่ิ นคี ้ อื 8 ขว่ ยของผงั กอ่ นฟ้ าทค่ี ้นุ เคย ไมจ่ ําเป็ นต้องอธิบายในตอนนี ้
จริง ๆ มีความหมายทลี่ กึ ซงึ ้ เก่ยี วกบั ความสมั พนั ธ์ของ 8 ขว่ ยกบั ดวงดาว
และ สว่ นประกอบอ่นื ๆ มากมาย
แตจ่ ะขอข้ามไปกอ่ น เพราะเกรงวา่ จะต้องอธิบายกนั ยาวจนเกินไป
陰陽 (後天) หยนิ หยางหลงั ฟ้ า
หลงั จาก ทเี่ ป็ น 8 ขว่ ยก่อนฟ้ าแล้ว จงึ กลายมาเป็ นหยินหยางหลงั ฟ้ า
ซงึ่ อยใู่ นกฎของการสลบั ขวั้ พลงั
เมอ่ื มกี ารเปลย่ี นแปลงชนั้ พลงั งาน
เช่น การเปลย่ี น พลงั ชี่ → แร่ธาตุ → พืช → สตั ว์มเี ปลอื ก → สตั ว์เลยี ้ งลกู ด้วยนม
เป็ นเร่ืองท่คี อ่ นข้างซบั ซ้อน ถ้ามีโอกาสจะอธิบายตอ่ ไป
268
จดุ ท่ีนา่ สนใจคือ ตอนนใี ้ นหยนิ หยางหลงั ฟ้ า
จะมหี ยินในหยาง หยางในหยิน
แบบสญั ลกั ษณ์ทท่ี กุ คนค้นุ เคยกนั
五行, 天干, 六氣, 地支 จะขอยกไปอธิบายในบทความตอ่ ๆ ไป เพราะยาวมาก
天人地 ฟ้ า คน ดิน จดุ นเี ้ราถือวา่ ฟ้ าคนดนิ ได้กําเนดิ ขนึ ้ มาแล้ว
精氣神 จิง ชี่ เซนิ๋ ซง่ึ ในบทความชว่ งตอ่ ไป จะมาอธิบายสว่ นนี ้
精氣神 จิง ช่ี เซนิ๋ นนั้ เตา๋ จดั วา่ เป็ นหวั ใจหลกั ของมนษุ ยเ์ ลย
ถ้าขาดอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ใน 3 อยา่ งนไี ้ ป จะไมเ่ รียกวา่ มนษุ ย์อกี ตอ่ ไป โดย
精 (jīng, จิง) — สารสาํ คญั ในร่างกาย เชน่ ฮอร์โมน สารอาหาร เชือ้ อสจุ ิ
氣 (qì, ช่ี) — พลงั ช่ีในร่างกายยงั มีการแบง่ ยอ่ ยอกี หลายอยา่ ง
神 (shén, เซิน๋ ) — จิตวญิ ญาณ หรือ จิตสาํ นกึ ของเรา
เช่น ขาด 神 (เซ๋นิ )— วิญญาณ ก็ไร้ชีวติ
มีแตว่ ญิ ญาณแตไ่ มม่ ี 精 (จิง) — สารสาํ คญั กเ็ ป็ นผี เป็ นต้น
ในวชิ าฮวงจ้ยุ ดวง ฉีเหมินต้นุ เจยี
ล้วนแตม่ กี ารเน้นทจ่ี ดั การ 3 สว่ นนเี ้ป็ นอยา่ งมาก ซงึ่ เดย๋ี วจะกลา่ วตอ่ ไป
269
ระดบั พลงั งาน
ก่อนจะเข้าใจเรื่องตอ่ ไป มอี ีกเร่ืองท่เี ราต้องรู้
คอื เราจะมีการแบง่ พลงั งาน
ออกเป็ น 5 ระดบั ชนั้
ตามภาพด้านลา่ ง
270
ฟ้ า คน ดนิ จากการแบง่ ระดบั พลงั งานตามขนั้ ต้น
ทาํ ให้เราสามารถ อธิบาย ฟ้ า คน ดิน ได้ตามภาพด้านลา่ ง
โดย星 (xīng, ซงิ ) — ดาว ในทน่ี จี ้ ะหมายถงึ 28 กลมุ่ ดาวของจีน
斗 (dǒu, โตว่ ) — ดาวเหนือ จะหมายถงึ 7 ดาวเหนอื
虛 (xū, ซ)ู — ความวา่ ง จะหมายถงึ การทาํ สมาธิ หรือ การเข้าฌาน
เราลองมาดคู วามสมั พนั ธ์ของทงั้ 4 กลมุ่ นกี ้ นั คือ
月 ดวงจนั ทร์ ดวงจนั ทร์ ควบคมุ ระดบั นาํ ้ ขนึ ้ นาํ ้ ลง
รอบของดวงจนั ทร์มีผลตอ่ ฮอร์โมนในร่างกาย (เชน่ ประจําเดือน)
日 ดาวอาทติ ย์ ควบคมุ อณุ หภมู ิ → อณุ หภมู ติ า่ งกนั ทาํ ให้เกิดลม
ชี่มาตามลม ช่ีเข้าบ้านจากลมเป็นหลกั
ดวงอาทิตย์เป็ นตวั ให้พลงั งานแกส่ ง่ิ มีชวี ิตเป็ นหลกั
271
星 กลมุ่ ดาว คนจีนเช่ือวา่ กลมุ่ ดาวบนฟ้ า เป็นตวั กาํ หนดชยั ภมู ิ
斗 ดาวเหนือ แรงดงึ ดดู จากดาวตา่ งๆ เป็ นเวลาหลายล้านปี ทําให้เกิดภเู ขา
ภเู ขา และ กลมุ่ ดาว มผี ลตอ่ ความคดิ และการเป็ นอยู่
(เช่นภเู ขาธาตไุ ม้ จะทาํ ให้เรียนดี, ภเู ขาธาตทุ องเป็ นอาํ นาจ เป็ นต้น)
ดาวเหนือ อยศู่ นู ย์กลางฟ้ า ดาวทกุ ดวงโคจร รอบดาวเหนือ
คนจีนถือเป็ นดาวแหง่ จิตวิญญาณ สมาธิ วชิ าทางจติ วญิ ญาณ หรือ เตา๋ มกั จะต้องเก่ียวข้องกบั ดาวเหนือ
ดาวเหนือ ยงั เป็ นตวั กําหนดภตู ิ, เทพ, วิญญาณ อกี ด้วย
เพิ่มเตมิ
ลม แม้จะเป็นสว่ นสาํ คญั ในวชิ าฮวงจ้ยุ แตม่ กั เป็นความลบั และ เคลด็ วิชาอยา่ งมาก
ไมม่ กี ารพดู ถึง หรือ ถา่ ยทอดในปัจจบุ นั
ทงั้ เป็ นสงิ่ ทีไ่ มส่ ามารถมองเหน็ ได้ด้วยตา เลยทาํ ให้ครูพกั ลกั จาํ ได้ยากมาก
ในวิชาแตด่ งั้ เดมิ มกี ารศกึ ษาเรื่องลมเป็ นอยา่ งมาก
เชน่ ในฉีเหมินต้นุ เจีย เวลาตงั้ ผงั ฉีเหมินฮวงจ้ยุ ต้องอาศยั ดลู มจริง เข้ามาประกอบด้วย
ซง่ึ ในวชิ ากลา่ วไว้วา่ รู้วา่ ลมมาจากทศิ ไหน ยามไหน นานเทา่ ไหร่
สามารถบอกผลลพั ธ์ได้เลยวา่ จะเป็ นอยา่ งไร
หรือ ในวิชาดาวเหนิ ตามดงั้ เดิม ก็จะมดี าวลม (ไมใ่ ชด่ าวนาํ ้ ดาวภเู ขา)
ดจู ากผงั จะบอกได้เลยวา่
ลมปกติของอาคารนจี ้ ะเข้ามาทิศไหน เป็ นลมดี ลมร้าย
ต้องปรับปรุงแก้ไขอยา่ งไร รวมถงึ การพยากรณ์จากลมด้วย
นอกจากนยี ้ งั มีวชิ ามงั กรลมอกี ด้วย (เป็ นวชิ าวางคา่ ยกลของลมเหมอื นมงั กรนาํ ้ )
272
ขอบเขตวชิ า
แตล่ ะวชิ า หรือ กลมุ่ ก็จะมกี ารศกึ ษา ในสว่ นตา่ ง ๆ ของรูปฟ้ าคนดินนตี ้ า่ งกนั ไป
เช่น กรณี แพทย์จีน ก็จะให้ความสาํ คญั ไปที่ จิง กบั ช่ี เป็ นหลกั
วา่ ต้องกินอะไรหรือแก้ไขอยา่ งไร (เชน่ ฝังเข็ม รมยา สมนุ ไพร)
และให้ความสนใจเร่ืองอื่น ๆ ด้วย เช่น เร่ือง ฤดู สภาพอากาศ อารมณ์ สภาพจิตใจ ของผ้นู นั้
วิชา โหงวเฮ้ง หรือ ช่ีกงภายนอก ก็เช่นเดียวกนั คือ ให้ความสนใจไปท่ี จิง และ ชี่ เป็ นหลกั
เพียงแตต่ า่ งกนั ทม่ี มุ อง
และ โดยทว่ั ไป วิชาเหลา่ นจี ้ ะนาํ มาใช้ร่วมกนั
เช่น เม่ือดหู น้าก็จะรู้วา่ ป่ วยเป็ นโรคอะไร
การรักษาอาจจะใช้ช่ีกง รวมกบั สมนุ ไพร และฝังเข็ม
พร้อมให้การแนะนําการปฏิบตั ิตวั เองให้เข้ากบั สภาพอากาศ
(ทป่ี ระเทศจีน มีแพทย์จีนแผนกชก่ี ง ท่รี ักษาโรคด้วยชก่ี ง ด้วยครับ)
ตามตวั อยา่ งรูปด้านลา่ ง
273
หรือจะเป็ นโหราศาสตร์จีน
ก็จะสนใจกลมุ่ ดาว, พระอาทติ ย์, พระจนั ทร์, ดาวเคราะห์อ่ืน ๆ มากเป็ นพิเศษ
โดยให้ความสนใจดาวเหนอื จงิ ชี่ บ้าง
เช่น ซินแสบางทา่ น ใช้การดพู ลงั บนใบหน้า และสสี นั บนใบหน้า
สามารถบอกดวง โรคภยั ไข้เจ็บ จนถงึ ฮวงจ้ยุ ในได้เลย
บางทา่ นก็ดู ทงั้ ดวง ทงั้ ใบหน้า เพอ่ื ยืนยนั การแปลผล
274
จุดสาคญั
ตอนนมี ้ าถงึ จดุ สาํ คญั ของเร่ืองท่ีกลา่ วมาข้างต้นแล้ว
ประการแรก ตามทม่ี กี ารสบื ทอดมานนั้
วชิ าอภิปรัชญาทงั้ หลาย (ฮวงจ้ยุ , ปาจือ้ , ชี่กง, โหวงเฮ้ง, ฉีเหมนิ ต้นุ เจีย, ลว่ิ เริ่นเสนิ เคอ่ ฯลฯ)
เป็ นเร่ืองของการถกู ท่ี ถกู เวลา ถกู คน ถกู วิธี
ถกู ท่ี คอื ถกู เทศะ ทําในสถานทเ่ี หมาะสม สภาพแวดล้อมเหมาะสม ชยั ภมู เิ หมาะสม
เช่น นอนในห้องประชมุ แบบนเี ้รียกไมถ่ กู ที่ ขายเพชรทต่ี ลาดนดั กไ็ มถ่ กู ที่ เป็ นต้น
ถกู เวลา คือ ถกู กาละ ได้เวลาเหมาะสมท่ีจะทาํ ถกู ยาม ถกู ฤดู
เหมือนทีเ่ รียกนาํ ้ ขนึ ้ ให้รีบตกั เชน่ การปลกู พชื ทกุ อยา่ ง
ต้องปลกู ให้ถกู เวลา เชน่ ปลกู ข้าวปลกู ผดิ ฤดู มีสทิ ธ์ินาํ ้ ไมพ่ อ
ถกู คน คือ ใช้คนให้ถกู กบั งาน หรือ ทํางานให้ถกู กบั นิสยั หรือ บางครัง้ ก็ถกู กบั สถานะของผ้นู นั้
ถกู วธิ ี คอื การทําแตล่ ะอยา่ ง ยอ่ มมีวธิ ีทจ่ี ะทาํ ได้หลายทาง อยทู่ ่ีเราเลอื ก
มที งั้ วิธีทมี่ ีคณุ ธรรม และ ไร้คณุ ธรรม วิธีท่ียาก วิธีทีง่ า่ ย เป็ นต้น
275
ปัญหา คอื วิชาเหลา่ นใี ้ นปัจจบุ นั ได้มมี มุ มองและความเข้าใจเปลยี่ นไปอยา่ งมาก
เนอ่ื งจากสาเหตหุ ลายประการ เชน่
มีเร่ืองเงินทอง การพาณิชย์ เข้ามาเป็ นสว่ นร่วมในการใช้วิชาอยา่ งมาก จากทสี่ มยั กอ่ น
การแก้ไขฮวงจ้ยุ แก้ไขดวง จะทาํ โดยนกั พรตเตา๋ หรือ ซนิ แส เพื่อการชว่ ยเหลอื ผ้คู น
เชน่ เจีย่ งต้าหง ผ้ทู ไ่ี ด้ช่ือวา่ เป็ นบดิ าของวชิ าดาวเหิน ก็แก้ไขโดยไมค่ ดิ มลู คา่ ใด
มีความเชื่อถือใน ทาํ ให้ปฏเิ สธสงิ่ ท่ีตวั เองไมส่ ามารถมองเหน็ หรือ ไมส่ ามารถฝึกฝนได้ถงึ
วทิ ยาศาสตร์มาก ทําให้วชิ าเหลา่ นี ้เหลอื เฉพาะ แคส่ ว่ นเลก็ ๆ ท่ีตาสามารถมองเหน็ ได้ และ ตวั ซินแสผ้นู นั้ สามารถทาํ ได้
การนาํ มมุ มองของตะวนั ตก ทําให้มองทกุ อยา่ งเป็ นสว่ น ๆ แบง่ แยกกนั
เข้ามาใช้ สนใจปัจจยั ภายนอกเพียงเลก็ น้อย และ ใช้เฉพาะปัจจยั ทส่ี ามารถควบคมุ ได้
ในการตดั สนิ วา่ สงิ่ ใดผิด สง่ิ ได้ถกู
มองวา่ เราต้องสามารถควบคมุ ธรรมชาติ จากเดมิ ท่ตี ้องเป็ นหนงึ่ กบั ธรรมชาติ
จากเหตหุ ลกั ๆ เหลา่ นี ้ จึงทําให้เกิด ฮวงจ้ยุ แนวใหม่ ขนึ ้ มา
เนอ่ื งจากไมร่ ู้วา่ จะเรียกวา่ อะไรดี
จงึ ขอเรียกเป็ น “ฮวงจ้ยุ แนวพาณชิ ย์”, “ฮวงจ้ยุ เชิงวทิ ยาศาสตร์”, “ฮวงจ้ยุ แนวตะวนั ตก”
เพ่อื ให้แตกตา่ งจากฮวงจ้ยุ แบบทเี่ คยเป็ นมาในสมยั โบราณ
ซง่ึ สรุปได้ตามภาพด้านลา่ ง
276
ประการท่ี 2 นอกจากนจี ้ ะเห็นวา่ ทกุ สว่ นนนั้ มคี วามเกี่ยวข้องกนั อยา่ งแยกได้ยาก
แตล่ ะสว่ นมผี ลถึงกนั หมด เช่น ดวงอาทิตย์ทาํ ให้เกิดฤดู ซง่ึ ก็มผี ลตอ่ ชี่ และก็มีผลตอ่ การเกิดโรคด้วย
ดงั นนั้ วิชาจงึ ต้องใช้ร่วมกนั ให้สมั พนั ธ์กนั เชน่ จะสนใจแตช่ ยั ภมู ิ
แตไ่ มส่ นใจ ลม, ฤด,ู ดวงอาทติ ย์ ไมไ่ ด้
หรือ วิชาท่เี ก่ียวกบั ดวงจนั ทร์ ก็จะเกี่ยวกบั จงิ หรือ อารมณ์ หรือ นาํ ้ เป็ นหลกั
(หรือ เกี่ยวกบั วิชาด้านหยนิ ) เชน่ ในฮวงจ้ยุ วิชานาํ ้ ขนั้ สงู
เม่ือกระทาํ การเก่ียวกบั นาํ ้
การหาฤกษ์จะใช้ฤกษ์ตามพระจนั ทร์ แทนท่ีจะเป็ นตาม 60 กะจือ้ ปกติ
หรือ ในวิชา ฉีเหมนิ ตนุ่ เจีย จะมกี ารแยกไว้ชดั เจนวา่
28 กลมุ่ ดาว ใช้พยากรณ์เรื่องความคดิ การตดั สนิ ใจ;
7 ดาวเหนือ ใช้พยากรณ์เร่ืองจิตใต้สาํ นกั หรือ อิทธิพลจาก เทพ หรือ ภตู ิผี ตา่ ง ๆ;
หรือ ในการดดู วงด้วย ฉีเหมินต้นุ เจีย 28 ดาว
กลมุ่ ดาว ก็ยงั สามารถใช้ดคู วามสามารถของจติ วญิ ญาณ ความสามารถพิเศษ หรือ พรสวรรค์ ได้อกี ด้วย
และต้องใช้ทกุ อยา่ งร่วมกนั เป็ นต้น
277
ประการที่ 3 เตา๋ ขงจือ้ และ พทุ ธ เช่ือในเร่ืองการกระทาํ ของมนษุ ย์เป็ นอยา่ งมาก
จนสามารถกลา่ วได้วา่
ถ้าพฒั นาตวั เองให้ดีแล้ว ไมต่ ้องสนใจดวง, ฮวงจ้ยุ , ฤกษ์ เลยก็ได้
ถ้าชใ่ี นร่างกายดี พลงั ชี่ข้างนอกก็ทําอนั ตรายได้ยาก
ดงั นนั้ การฝึกตวั เองให้มชี ่ี, พลงั ในร่างกายดจี งึ เป็ นการทําให้ตวั เองมผี ลเหนือพลงั ไมด่ ไี ด้ไมย่ าก
(ซงึ่ ก็รวมถงึ การมีพฤติกรรมการใช้ชีวติ ทีเ่ หมาะสมด้วย)
ถึงอยา่ งไรก็ดี ก่อนจะฝึกตนได้ขนาดนนั้
ดวง ฮวงจ้ยุ ฤกษ์ยาม ก็ยงั มีประโยชน์อยมู่ าก
นอกจาากนี ้เตา๋ ยงั ใช้ ดวง ฮวงจ้ยุ ฤกษ์ยามชว่ ยในการฝึกวชิ าอีกด้วย
ถ้าวาสนาดี (บญุ กรรมด)ี ก็ไมต่ ้องสนใจดวง ฮวงจ้ยุ ฤกษ์ ก็ได้
ดงั คนจีนกลา่ วประจําวา่ “เก่ง หรือจะสู้ เฮง”
ดงั นนั้ ทําให้ตวั เอง วาสนาดี (ทาํ ให้ตวั เองเฮง) จงึ งา่ ยกวา่ และ ถาวรกวา่ มาก
(ทาํ กรรมดใี ห้เรามีวาสนาด)ี
278
แม้แตใ่ นฮวงจ้ยุ ปรมาจารย์หลายทา่ นก็มคี าํ สอนเป็ นเคลด็ วชิ าวา่
และ อีกประโยค ในทางกลบั กนั คอื
279
ซินแส หรือ นกั พรต สมยั กอ่ น เมอื่ อาจจะต้องแก้ไขฮวงจ้ยุ สงิ่ ท่ีทา่ นกระทาํ คือ
ประการท่ี 4 ดวู า่ คนนนั้ มคี ณุ ธรรมหรือไม่ เช่น จากโหงวเฮ้ง, จากดวง, จากพฤตกิ รรมในอดตี
ถ้ามคี ณุ ธรรม จะเริ่มจากให้แก้ไขพนื ้ ฐานทีท่ ําได้ง่ายกอ่ น
เพอื่ ทาํ ให้ดวง/และโอกาสดขี นึ ้ พอทีจ่ ะแก้ไขทใี่ หญ่ขนึ ้ ได้
รอเมอ่ื ถงึ เวลาที่เหมาะสม เช่น ตามดวง ตามโหงวเฮ้ง แล้วจึงทาํ การแก้ไข
ถ้าไมม่ คี ณุ ธรรม หรือ ไมถ่ งึ เวลาจะไมแ่ ก้ไขอะไร
ถ้าเหตฉุ กุ เฉิน เชน่ ถงึ แกช่ ีวติ จะแก้ให้พ้นเคราะหช์ ว่ั คราว แตไ่ มถ่ าวร
เมือ่ ได้ผลดี ต้องทาํ ทาน ทําบญุ ชว่ ยเหลอื สงั คม ตอบแทน
มกั แก้ไขหลายทางพร้อมกนั เช่น ให้ฝึกชี่กง, กินยาจีน, เปลย่ี นงาน, เปลย่ี นพฤตกิ รรม
ถ้ามสี สุ าน จะแก้ไขสสุ านกอ่ น (เพราะผลรุนแรงกวา่ มาก)
ซงึ่ จะแตกตา่ งจากทีเ่ ราได้เจอในปัจจบุ นั มาก
โดยเฉพาะ เร่ืองคณุ ธรรม เน่อื งจาก สมยั ก่อนเช่ือวา่ ทกุ อยา่ งมผี ลกระทบ
ถ้าไปช่วยให้คนไร้คณุ ธรรมให้ดขี นึ ้ มา จะได้รับผลกระทบเป็ นวงกว้าง
และทาํ ให้คนอ่นื ต้องได้รับผลจากผ้ไู ร้คณุ ธรรมคนนนั้ เป็ นจํานวนมาก
280
ความแตกต่าง
เมื่อได้สรุปมมุ มองของฮวงจ้ยุ ทงั้ 2 แบบไว้คร่าว ๆ เพอ่ื ให้เห็นภาพตามภาพด้านลา่ ง
การเข้าใจทศั นคติ ท่ีตา่ งกนั จะมปี ระโยชน์อยา่ งมากในการศกึ ษาวิชาทางด้านนตี ้ อ่ ไปในอนาคต
ยกตวั อยา่ งเช่น
ถ้าคณุ เน้นปรับภายนอก กระต้นุ ภายนอก เป็ นหลกั
คณุ ก็จะเป็ นกงั วลไปหมดทกุ อยา่ ง เชน่ นอนผดิ ทิศไหม นงั่ ผิดทศิ ไหม ทําผดิ ฤกษ์ไหม ฯลฯ
ชีวิตจะเสยี ศนู ย์ กงั วลไปเสียทกุ เรื่อง
คณุ จะเข้าถงึ วชิ า และ ภาพรวมทงั้ หมด
แทนที่จะเป็ นเพยี งแคจ่ ดุ เลก็ ๆ แคส่ ว่ นเดยี ว เชน่ ในฮวงจ้ยุ ขนั้ สงู
คณุ สามารถทาํ ให้บ้านทงั้ หลงั เป็นดาว 8 ได้
แตค่ ณุ จะต้องฝึกเพ่อื คมุ พลงั นนั้ ได้ด้วย (ต้องฝึกเอง คมุ เอง คนอ่นื แคเ่ ริ่มต้นให้ได้ แตไ่ มถ่ าวร)
281
โดยในฮวงจ้ยุ แนวพาณิชย์, เชิงวทิ ยาศาสตร์, แนวตะวนั ตก แสดงได้เป็ น
ในทางกลบั กนั ฮวงจ้ยุ แนวเตา๋ , เชิงไสยศาสตร์, แนวดงั้ เดิม
จะสนใจองค์ประกอบทกุ สว่ นเลย
ลองนกึ ถงึ ขงเบ้ง ท่ีหลายคนชื่นชมวา่ เป็ นสดุ ยอดซนิ แส
ดดู าวบนฟ้ าบอกได้วา่ ตวั เอง และ คนอน่ื จะมเี หตุ หรือ หมดอายเุ ม่อื ไหร่
ทําพิธี เรียกลม เรียกฝน เรียกหมอก
ดทู ศิ ทางลม วางคา่ ยกล และอกี สารพดั พธิ ี
ทําพิธี จตุ ตะเกยี ง ตอ่ อายุ
ลองคิดเลน่ ๆ วา่ ถ้าขงเบ้งไมเ่ ช่ือในพิธีกรรม จะทาํ พธิ ีตอ่ อายุ ไปเพ่ืออะไร ?
จะบอกวา่ ทําหลอกคนอืน่ ก็คงไมใ่ ช่ เพราะไมไ่ ด้หลอกใครแถมไมใ่ ห้มใี ครรู้
ถ้าเรายดึ ตามแนววิทยาศาสตร์ จะอธิบายวา่ อยา่ งไร ?
ยงั มีอกี หลายพิธี เชน่ “หมนั่ โถว”
ทข่ี งเบ้งคดิ ค้นขนึ ้ มาเพื่อทาํ พิธีบวงสรวงเซน่ ไหว้ดวงวญิ ญาณ
และเพ่อื เชิญดวงวิญญาณกลบั
282
การทีซ่ นิ แสปัจจบุ นั ไมส่ ามารถทาํ ได้ ก็ไมไ่ ด้แปลวา่ วชิ าไมม่ จี ริง
แตค่ วรจะแปลวา่ ซินแสยงั ไมส่ ามารถทําได้มากกวา่
เรื่องนพี ้ ดู ไปกเ็ หมือนโม้
อาจจะต้องได้เจอซินแสหลาย ๆ คนที่ทาํ ได้จริง กบั ตวั เอง กจ็ ะเข้าใจไมย่ าก
(เรียกลม, เรียกฝน, บอกเหตกุ ารณ์ได้ในระดบั นาที ได้)
สรุป
อา่ นถงึ จดุ นี ้สรุปประเดน็ ทเ่ี ราควรจะให้ความสนใจได้คอื
เราควรมองวา่ อภปิ รัชญาจีนเป็ นหลกั สตู ร เพื่อเข้าใจธรรมชาติ
(เช่น สมมตุ วิ า่ คือหลกั สตู รวศิ วกรรมศาสตร์)
แตล่ ะสว่ น เช่น ฮวงจ้ยุ ดวง ชกี่ ง เป็ นแคว่ ชิ าหนง่ึ ของหลกั สตู ร
(เชน่ ฮวงจ้ยุ ก็ เหมอื นเป็ นเพยี งแคว่ ิชากลศาสตร์)
ต้องเรียนจนผา่ นทกุ วิชา ถงึ จะเรียกวา่ ผา่ นหลกั สตู ร
(เหมอื นจะจบปริญญาตรีวศิ วกรรมศาสตร์ ต้องผา่ นหลายวิชา เป็นต้น)
เตา๋ ขงจือ้ พทุ ธ ไสยศาสตร์ ฮวงจ้ยุ ดงั้ เดมิ ดวงดงั้ เดมิ
เราเชื่อวา่ การกระทาํ ของมนษุ ย์ คณุ ธรรม จริยธรรม ความกตญั ํู ความเมตตา
มีผลกวา่ ปัจจยั ข้างนอกมาก
แม้ปัจจยั ภายนอก (เช่น ฮวงจ้ยุ ) ก็ต้องเปลย่ี นไปตามการกระทําของเรา
ทกุ วชิ า ล้วนแตม่ ีจดุ กําเนดิ ร่วมกนั อยู่ ไมก่ ่ีอยา่ งคือ เป็ นหนง่ึ กบั ฟ้ า หรือ เป็ นหนงึ่ กบั
ธรรมชาติ ช่วยเหลอื เพ่ือนมนษุ ย์
ถ้าสนใจติดตาม บทความอ่ืน ๆ ได้ท่ี https://www.facebook.com/QiMenAlchemy/
283
ประวตั ขิ องศาสตร์ฮวงจุ้ย
https://bit.ly/37E9TOt
นกั ปราชญ์ของอาณาจกั รจีนนนั้
เป็ นผ้ทู ่ีมีความสาํ คญั ในการพฒั นาศาสตร์ฮวงจ้ยุ ซง่ึ
เมอ่ื เราเอย่ ถงึ คําวา่ ปราชญ์ของคนจีนนนั้ มีความหมายย่ิงใหญ่มากกวา่ นกั วิชาการในปัจจบุ นั มาก
เพราะปราชญ์จีนในสมยั ก่อนนนั้
มกี ารศกึ ษาทงั้ ทางด้านศาสนาวฒั นธรรม การปกครอง การสงคราม เขยี นตาํ ราพชิ ยั สงคราม
การแพทย์ รวมไปจนถงึ ฮวงจ้ยุ ด้วย
โดยศาสตร์ฮวงจ้ยุ
ได้รับการพฒั นามาตงั้ แตส่ มยั ราชวงศ์เซยี่ (2,100 BC – 1,700 BC) ซงึ่ เป็ นราชวงศ์แรกของอาณาจกั รจีน
โดยปราชญ์ของจีนในสมยั นนั้
ได้ใช้ศาสตร์ด้านฮวงจ้ยุ ในการหาชยั ภมู ทิ เ่ี หมาะสมในสร้างเมือง
เชน่ การตรวจดนิ และพชื พนั ธ์วุ า่ มีความอดุ มสมบรู ณ์เพยี งพอหรือไม่
การตรวจดกู ระแสนาํ ้ วา่ มกี ารพาพลงั จากธรรมชาติเข้ามาหรือออกไป
ตรวจดสู ภาพลมฟ้ าอากาศ
รวมไปถึงสขุ ภาพของสตั ว์ทีอ่ าศยั อยภู่ ายในชยั ภมู ินนั้ ๆด้วย
เพือ่ ให้แนใ่ จวา่ ชยั ภมู ินนั้ มพี ลงั ธรรมชาตทิ ด่ี ีเข้ามาหลอ่ เลยี ้ ง
ซงึ่ จะทาํ ให้ผ้คู นทอ่ี ยใู่ นเมืองนนั้ ได้รับพลงั ทดี่ ีจากธรรมชาติและมคี วามเจริญรุ่งเรือง
284
การพฒั นาการของศาสตร์ฮวงจ้ยุ ทางด้านชยั ภมู ินนั้
มารุ่งเรืองถงึ ที่สดุ ในสมยั ราชวงศ์ฉิน (220 BC – 200 BC)
ซง่ึ แนวคดิ ของศาสตร์นี ้ได้ถกู พฒั นามาจากการสร้างเมอื ง
เพอ่ื ป้ องกนั การรุกรานของอาณาจกั รอืน่ ๆ
โดยทิศด้านหลงั และด้านข้างของเมือง
ต้องเป็ นภเู ขาสงู เพอ่ื เป็ นแนวป้ องกนั การรุกรานของข้าศกึ โดยเฉพาะ
อาณาจกั รมองโกลทอ่ี ยเู่ หนือขนึ ้ ไป
ซงึ่ อาณาจกั รมองโกลนนั้ ก็คอื ราชวงศ์หยวน (1279 AC – 1368 AC) นน่ั เอง
และยงั เป็ นการป้ องกนั สภาพอากาศทห่ี นาวเย็น
เนอ่ื งจากลมตะวนั ออกเฉียงเหนอื ท่พี ดั มาจากทางด้านไซบเี รียหรือรัสเซยี ในปัจจบุ นั ด้วย
และน่ีเป็ นเหตผุ ลให้ทางด้านซ้ายของเมอื งควรจะมสี ภาพภเู ขาที่สงู กวา่ ทางด้านขวาของเมือง
สว่ นด้านหน้าของเมืองนนั้ ควรจะเป็ นแมน่ าํ ้ เพ่อื ใช้ในการทาํ การเกษตร
โดยหากแมน่ าํ ้ มีลกั ษณะโค้งโอบเมืองกจ็ ะทําให้ดินในฝั่งเมืองอดุ มสมบรู ณ์
เนื่องจากมกี ารพดั พาเอาตะกอนเข้ามาเก็บไว้
ซง่ึ ผลงานในการสร้างกําแพงเมอื งจีนของ "ฉินสอื่ หวงตี”้ หรือ “จิ๋นซีฮอ่ งเต้” ท่ีเรารู้จกั กนั ดี
ก็ได้นาํ มาจากหลกั การสว่ นหนงึ่ ของฮวงจ้ยุ ทางด้านชยั ภมู ินี ้
https://www.pinterest.com/pin/18577417201911675/?nic_v2=1a2IQQw9U
285
อยา่ งไรก็ตาม ในยคุ ตอ่ ๆ มา
นกั ปราชญ์ของจีน ได้สงั เกตวา่ ภเู ขาทอ่ี ยใู่ กล้กนั มคี วามอดุ มสมบรู ณ์ไมเ่ ทา่ กนั
บ้านท่อี ยใู่ กล้กนั แตห่ นั ทศิ ทางตา่ งกนั ก็มคี วามเจริญไมเ่ ทา่ กนั
หรือคนในบ้านเดยี วกนั เองก็มคี วามเจริญรุ่งเรืองตา่ งกนั
นกั ปราชญ์ของจีน
จงึ ได้มสี มมตุ ฐิ านวา่ ต้องมตี วั แปรสาํ คญั
ในการกําหนดปราณช่ี
หรือพลงั ธรรมชาติที่เข้ามาสร้างความเจริญรุ่งเรืองท่ีแตกตา่ งกนั
จงึ เป็ นทม่ี าของการค้นคว้าหาความรู้ในเร่ือง "องศาทศิ ทาง” นน่ั เอง
286
โดยศาสตร์ในด้านองศาทิศทางนนั ้
ได้เร่ิมมีการใช้งานอยา่ งจริงจงั ในสมยั ปลายราชวงศ์หมงิ (1368 AC – 1644 AC)
โดยปรมาจารย์ “เจ่ียต้าหง” (Jiang Da H ng)
ผ้เู ป็ นเจ้าของวลี "ความลบั สวรรค์ มิอาจเปิ ดเผยได้” ( ecret f heaven cann t be di cl ed)
เน่อื งจากในสมยั นนั้
ฮวงจ้ยุ ยงั เป็ นศาสตร์ทางราชสาํ นกั ห้ามในการเปิ ดเผย
จะมีการถา่ ยทอดตอ่ ไปได้แคเ่ พียงภายในตระกลู ของปรมาจารยเ์ ทา่ นนั้
โดยปรมาจารย์ทา่ นทีม่ สี ว่ นสาํ คญั ในการนาํ ศาสตร์ของฮวงจ้ยุ ด้านองศาทศิ ทางมาเปิ ดเผยสสู่ าธารณะชนนนั้
ได้แก่ ปรมาจารย์ "เสน่ิ จเู หยิง” ( hen Ju Reng)
ทา่ น "จางจงซาน” (Zhang Zh ng han) และทา่ น "ตนั หยางว”ู (Tan Yang Wu)
ทา่ นปรมาจารย์เจย่ี ต้าหงนนั้
ถือวา่ เป็ นซนิ แสทา่ นแรกท่ศี กึ ษา
ในศาสตร์วชิ าดาวเหริ หรือเสวยี นคงเฟิงสยุ่ (Xuan Kong Feng Shui) จนแตกฉาน
โดยทา่ นถือเป็ นซินแสอนั ดบั หนง่ึ ในสมยั ของราชวงศ์หมงิ และราชวงศ์ชิง
เป็ นทเี่ ลา่ ขานวา่
ไม่ว่าท่านเดนิ ผ่านหน้าบ้านไหน บ้านนนั้ จะพบเจอแต่ความเจริญรุ่งเรือง
และทกุ ครัง้ ที่มคี นถามทา่ นวา่
เพราะเหตใุ ดทา่ นจงึ สามารถทาํ ให้เจริญรุ่งเรืองได้
ก็มกั จะได้รับคําตอบวา่ เป็ น "ความลบั สวรรค์ มอิ าจเปิ ดเผยได้”
โดยคมั ภรี ์ท่ีทา่ นเขียนไว้นนั้ มิได้เผยแพร่ให้บคุ คลภายนอก
จะอยแู่ คภ่ ายในตระกลู และภายในราชสาํ นกั เทา่ นนั้
โดยซินแสในรุ่นหลงั ก็ได้มีความพยายามจะถอดรหสั วชิ าของทา่ นเพ่อื นําไปศกึ ษาตอ่ ไป
287
ดงั นนั้ ทา่ นปรมาจารย์เจี่ยต้าหง
จึงถือวา่ เป็ นซนิ แสผ้เู ป็ นบิดาของวิชาทางด้านองศาทิศทาง
ซงึ่ ถือวา่ เป็ นศาสตร์ชนั้ สงู ทีส่ ดุ ของวิชาฮวงจ้ยุ
สว่ นทา่ นปรมาจารย์จางซงซาง, เสนิ่ จเู หยิง และตนั หยางวู นนั้
ถือเป็ นปรมาจารย์รุ่นถดั มาทีไ่ ด้ถอดรหสั วชิ าของเสวยี นคงเฟิงสยุ่
มาจากทา่ นปรมาจารยเ์ จ่ยี ต้าหง
และได้นํามาเผยแพร่ให้กบั สาธารณชนภายนอก
โดยทา่ นปรมาจารย์เสนิ่ จเู หยิง
ผ้นู นั้ ถือวา่ เป็ นผ้ทู ่ีได้รับการยอมรบั จากซินแสในรุ่นปัจจบุ นั มากที่สดุ
เพราะเป็ นผ้ถู อดรหสั วิชาของทา่ นปรมาจารย์เจี่ยต้าหงได้เป็ นอยา่ งดี
และนํามาเขียนเป็ นคมั ภีร์
รวมทงั้ ถา่ ยทอดให้แกซ่ ินแสรุ่นหลงั โดยไมเ่ ก็บเนอื ้ หาวิชาที่สาํ คญั ไว้อยา่ งซินแสในรุ่นกอ่ นๆ
โดยหลกั วิชาเสวยี นคงเฟิงสยุ่ หรือระบบดาวเหิรที่ซนิ แสชนั้ นาํ ของมาเลเซยี , สงิ คโปร์ และ ฮ่องกง ได้นํามาใช้
ก็เป็ นเนอื ้ หาท่ปี รมาจารยเ์ สนิ่ จเู หยิงได้ถา่ ยทอดไว้
ในสมยั ปลายราชวงศ์ชงิ นน่ั เอง
288
ศาสตร์ฮวงจ้ยุ นนั้
มีการพฒั นามาเน่นิ นานกวา่ 4,000 ปี
อยา่ งไรก็ตาม
ศาสตร์ทางด้านองศาทิศทางทไ่ี ด้รับการยอมรับจากซินแสชนั้ นาํ ทว่ั โลกในปัจจบุ นั นนั้
ได้รับการพฒั นามาประมาณ 400 ปี
ปรมาจารย์เจ่ียต้าหงนนั ้
เป็นผ้ไู ด้รับการยอมรับวา่ เป็น บดิ าของศาสตร์ดาวเหิร
แตเ่ นอ่ื งด้วยการทศี่ าสตร์ฮวงจ้ยุ ในสมยั ก่อน
ถือวา่ เป็ นสง่ิ ต้องห้ามสาํ หรับสาธารณชนทว่ั ไป
ลกั ษณะการถ่ายทอดของปรมาจารย์เจ่ียต้าหง
จึงออกมาในรูปของการเอย่ ถงึ เร่ืองฮวงจ้ยุ เป็นเร่ืองมหศั จรรย์และปาฏหิ ารย์
ในขณะทป่ี รมาจารย์จางจงซานนนั้
เป็ นซนิ แสผ้นู ําวชิ าเสวยี คงเฟิงสยุ่
มาใช้หลงั จากสมยั ของปรมาจารย์เจย่ี ต้าหงประมาณ 150 ปี
ก็มิได้มกี ารพยายามถา่ ยทอดแกส่ าธารณชนรุ่นหลงั แตอ่ ยา่ งใด
จะมเี พยี งปรมาจารย์เส่ินจเู หยงิ เทา่ นนั้
ทไ่ี ด้ทาํ การเปิ ดเผยความลบั สวรรค์ของวิชาเสวยี นคงเฟิงสยุ่
โดยไมม่ ีการเก็บงําความลบั ใดๆให้แก่สาธารณชนรุ่นหลงั
โดยมีทา่ นปรมาจารย์ตนั หยางวู
เป็นผ้นู ําวชิ าของทา่ นปรมาจารยเ์ สนิ่ จเู หยงิ ไปทดสอบวา่ เป็นหลกั วชิ าการที่มีความแม่นยําจริง
โดยทา่ นปรมาจารย์ตนั หยางวนู นั้
เป็ นซินแสในรุ่นหลงั ในชว่ งท่ีอาณาจกั รจีนเปลย่ี นการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ
289
อยา่ งไรก็ตาม
เน่อื งจากการทีป่ รมาจารย์เสน่ิ จเู หยิง
ได้ทาํ การเปิ ดเผยศาสตร์ของเสวยี นคงเฟิงสยุ่ ออกสสู่ าธารณะชนอยา่ งไมม่ เี งื่อนไข
ทําให้การเข้าถงึ ศาสตร์ดงั กลา่ วนนั้ เป็ นไปได้งา่ ยกวา่ ในสมยั ของปรมาจารย์เจี่ยต้าหง
ดงั นนั้ ทําให้ซินแสรุ่นหลงั เหน็ ถึงความสาํ คญั ของวชิ าเสวยี นคงเฟิงสยุ่ น้อยลง
ให้ความสาํ คญั กบั การศกึ ษาให้ถงึ แก่นแท้น้อยลง
จึงเป็ นทมี่ าของการท่ีมีผ้ศู กึ ษาวชิ าดงั กลา่ วได้ไมเ่ ข้าใจอยา่ งถ่องแท้
และทาํ ให้เกิดการเผยแพร่หลกั วชิ าการท่ีไมส่ มบรู ณ์ออกไปในรุ่นถดั ๆมา
ดงั นนั้ ในฐานะของซินแสรุ่นใหม่ หรือผ้ทู ส่ี นใจหาความรู้เร่ืองฮวงจ้ยุ เชงิ วิทยาศาสตร์
จึงควรให้ความสาํ คญั ของการศกึ ษาศาสตร์ฮวงจ้ยุ ให้ตกผลกึ อยา่ งถ่องแท้
ก่อนท่ีจะนําไปให้คาํ ปรึกษาสสู่ าธารณชนตอ่ ไป
ดงั นนั้ ทาํ ให้ซินแสรุ่นหลงั
เห็นถงึ ความสาํ คญั ของวชิ าเสวยี นคงเฟิงสยุ่ น้อยลง
และให้ความสาํ คญั กบั การศกึ ษาให้ถงึ แก่นแท้น้อยลง
จึงเป็ นทม่ี าของการที่มีผ้ศู กึ ษาวชิ าดงั กลา่ วได้ไมเ่ ข้าใจอยา่ งถอ่ งแท้
ยงั ผลทําให้เกิดการเผยแพร่หลกั วิชาการทไ่ี มส่ มบรู ณ์ออกไปในรุ่นถดั ๆมา
ดงั นนั้ ในฐานะของซินแสรุ่นใหม่ หรือผ้ทู ่ีสนใจหาความรู้เรื่องฮวงจ้ยุ เชิงวิทยาศาสตร์
จงึ ควรให้ความสาํ คญั ของการศกึ ษาศาสตร์ฮวงจ้ยุ ให้ตกผลกึ อยา่ งถ่องแท้
ก่อนทจ่ี ะนาํ ไปให้คาํ ปรึกษาสสู่ าธารณชนตอ่ ไป
290
https://www.pinterest.com/pin/2603712273746203/?nic_v2=1a2IQQw9U
วชิ าดาวเหนิ
https://medium.com/@QiMenAlchemy/origin-of-flying-star-81acded3f6f0
“วิชาดาวเหิน” ช่ือเตม็ วา่ “เสวียนคงเฟยซงิ (玄空飛星, xuán kōng fēi xīng)”
เป็ นวชิ าในกลมุ่ ของวชิ า “เสวียนคง”
โดยวชิ าในกลมุ่ นเี ้ป็ นวชิ าทวี่ า่ ด้วยดาวทงั้ 9 ดาว
ซงึ่ วชิ าในกลมุ่ เสวียนคง ยงั ประกอบไปด้วยอีกหลายวชิ า
โดยวิชาดาวเหนิ ถือได้วา่ เป็ นวชิ าหลกั ของกลมุ่ นใี ้ นยคุ ปัจจบุ นั
291
วชิ าดาวเหนิ จดั วา่ เป็ นหนงึ่ ในวิชาทผ่ี ้ทู ีส่ นใจฮวงจ้ยุ และซินแสยคุ ใหม่
ในตา่ งประเทศให้ความสาํ คญั เป็นอยา่ งมากวชิ าหนง่ึ
ซนิ แสระดบั โลกทงั้ หลายตา่ งใช้วชิ าดาวเหินเป็ นวิชาหลกั
เนือ่ งจากเป็ นวชิ าทสี่ ามารถสง่ ผลได้รวดเร็ว
มคี วามเทีย่ งตรงคอ่ นข้างสงู มาก และยงั ใช้เพ่อื หลกี เลยี่ งเคราะห์ภยั ตา่ ง ๆ อีกด้วย
อีกทงั้ วชิ านเี ้ป็นวชิ าหนง่ึ ทใ่ี ห้ความสาํ คญั กบั กาลเวลาเป็นอยา่ งมาก
เนอ่ื งจากกลา่ ววา่ ในทกุ ทิศหรือชยั ภมู ิแตล่ ะจดุ
แตล่ ะช่วงเวลาจะสง่ ผลท่ีแตกตา่ งกนั ไป และผลนนั้ เปลย่ี นแปลงไปเร่ือย ๆ อยา่ งเป็ นวฏั จกั ร
ไมว่ า่ จะเป็ นในวฏั จกั ร 180 ปี , 20 ปี ไปจนถึง ทกุ ปี, ทกุ เดือน, ทกุ วนั , ทกุ ยาม
ด้วยเหตนุ วี ้ ชิ าดาวเหิน
จึงเป็ นวิชาทส่ี ามารถคาดการณ์ได้ลว่ งหน้าวา่ พลงั งานดจี ะอยทู่ ส่ี ว่ นไหนของบ้าน?,
เม่ือไหร่? และ พลงั งานไมด่ จี ะอยสู่ ว่ นไหนของบ้าน?, เม่ือไหร่?
292
นอกจากนี ้เมอื่ ทราบมติ เิ วลาของพลงั งานแล้ว
ก็สามารถบอกได้วา่ อาคารแตล่ ะหลงั จะรุ่งเรืองหรือเสอื่ มถอยเมือ่ ไหร่
ผ้อู าศยั อยใู่ นห้องตา่ ง ๆ จะเป็ นอยา่ งไร ได้โดยไมย่ าก
เรียกได้วา่ ถ้าได้ไปศกึ ษาฮวงจ้ยุ กบั อาจารย์ระดบั โลกแล้ว
วชิ าแรก ๆ ทไ่ี ด้เรียนไมพ่ ้นต้องเป็นวชิ าดาวเหนิ เป็ นแน่
ไมว่ า่ จะเป็ น โจอีย้ ปั [มาเลเซยี ], หลเี หยา [มาเลเซยี ], ตนั คนุ หยง [สงิ คโปร์],
วินเซนต์โค้ว [สงิ คโปร์], โจเซฟหยู [แคนาดา], เลมอนโล [ฮ่องกง], เหอเจาควง [ฮอ่ งกง]
สง่ิ ทแ่ี ตกตา่ งหลกั ๆ ระหวา่ งการเรียนกบั การอา่ นหนงั สอื เอง
คอื แม้วา่ โดยหลกั การพนื ้ ฐานและการคาํ นวณจะไมไ่ ด้ยงุ่ ยากมากนกั
แตว่ ธิ ีใช้งานจริงให้เกิดประสทิ ธิภาพกลบั มีเคลด็ ลบั และความลบั ซอ่ นอยอู่ ยา่ งมาก
เนอื่ งจากในอดีตวิชานี ้
ถกู เก็บไว้เป็ นความลบั ขนั้ สดุ ยอดมายาวนานกวา่ 1,500 ปี
เร่ิมต้น วชิ าดาวเหนิ นี ้
ได้เริ่มมีการเผยแพร่สสู่ าธารณะในช่วงไมเ่ กิน 100 ปี นเี ้อง
โดย เสนิ จ๋เู หริง (沈竹礽, shén zhú réng)
ซงึ่ เราจะรู้จกั กนั ในชื่อ “ดาวเหินตระกลู เสนิ ”
และดาวเหนิ ของตระกลู เสนิ นี ้
ยงั เป็ นแนวทางทปี่ ระเทศไทยได้มกี ารใช้เป็ นหลกั อกี ด้วย
อกี ทงั้ ในชว่ งแรกที่เป็ นดาวเหินตระกลู เสนิ นนั้
ยงั เป็ นการตคี วามหมายเองจากตําราท่ีได้มกี ารแอบคดั ลอกมา
ไมไ่ ด้เกิดจากการถ่ายทอดโดยตรง
ทําให้ดาวเหนิ ในชว่ งตระกลู เสนิ
แม้วา่ จะมกี ารเปิ ดเผยวิธีคาํ นวณสสู่ าธารณะแล้ว
แตเ่ มือ่ จะนําไปใช้งานก็สร้างความสบั สนและงนุ งงอยมู่ าก
293
ทงั้ นสี ้ บื เนอ่ื งจากการที่ไมไ่ ด้รับการสบื ทอดวิชามาโดยตรง
ทําให้มกี ารตคี วามหมายในคมั ภรี ์แตกตา่ งกนั ไปอยา่ งมาก
(คมั ภรี ์ในสมยั โบราณชอบเขยี นเป็ นรหสั ลบั ไว้)
จนทําให้เกิดความขดั แย้งอยา่ งมากในวงการฮวงจ้ยุ
จากเหตทุ ีเ่ ป็ นการแอบคดั ลอกแล้วตคี วามเอง
ทาํ ให้ไมไ่ ด้มีโอกาสเห็นเวลาใช้งานจริงท่ปี รมาจารย์เจ้าของวชิ าใช้งาน
วา่ วิชานมี ้ ีการใช้งานกนั อยา่ งไร
เป็ นสาเหตใุ ห้ในเวลาตอ่ มาเมอ่ื มกี ารพบข้อมลู และตาํ ราเพม่ิ มากขนึ ้
ก็พบวา่ มีความแตกตา่ งในการใช้งานเป็ นอยา่ งมาก
ระหวา่ งดาวเหนิ ตามตระกลู เสนิ กบั ดาวเหินทีใ่ ช้กนั มาแตด่ งั่ เดมิ
ในชว่ งเวลา 100 ปี ท่ผี า่ นมา
ปรมาจารย์หลายทา่ นได้ชว่ ยกนั ตีความหมายในคมั ภรี ์เสวียนคงตา่ ง ๆ
เพือ่ ทาํ ความเข้าใจวชิ าทีล่ กึ ลบั แปลกประหลาดนี ้
หลายทา่ นได้ใช้คมั ภีร์อ่ืน ๆ ทีเ่ ก่ียวข้อง
ในการชว่ ยนําทางและตคี วามสว่ นท่ีขาดหายไป
จนทาํ ให้ในปัจจบุ นั
เรามคี วามเข้าใจวชิ าดาวเหินมากกวา่ ในยคุ ของตระกลู เสนิ เป็ นอยา่ งมาก
โดยถ้าพดู ถึงวชิ าดาวเหนิ แล้ว บคุ คลท่จี ําเป็ นต้องกลา่ วถงึ จะมีอยู่ 4 คนทสี่ าํ คญั คือ
蔣大鴻 (jiǎng dà hóng) — เจี่ยง ต้า หง
章仲山 (zhāng zhòng hān) — จงั จ้ง ซาน
沈竹礽 (shén zhú réng) — เสนิ จู๋ เหริง
談養吾 (tán yǎng wú) — ถาน หยงั่ อู๋
294
กลา่ วโดยคร่าว ๆ คอื
เจี่ยงต้าหง → ผ้ทู ี่ทําให้วงการฮวงจ้ยุ รู้จกั และต่นื ตวั กบั เสวียนคง
จงั จ้งซาน → ผ้ทู จ่ี ดั ระบบและกลนั่ กรองทฤษฎตี า่ ง ๆ และตงั้ สาํ นกั ดาวเหินขนึ ้
เสนิ จ๋เู หริง → ผ้ทู ี่ถอดความลบั จากคมั ภรี ์และนํามาเผยแพร่ตอ่ สาธารณะ
ถานหยง่ั อู๋ → ผ้แู สดงศกั ยภาพของวชิ าเสวย่ี นคงผา่ นทางการพิสจู น์จากการใช้งานและจดบนั ทกึ กรณีศกึ ษาอยา่ งระมดั ระวงั
และคมั ภีร์ ทีถ่ ือเป็ นคมั ภีร์ท่ีต้องกลา่ วถงึ มอี ยู่ 5 เลม่ คือ
紫白訣 (zǐ bái jué, จ่ือ ไป๋ เจวย๋ี ) — เคลด็ ลบั มว่ งขาว
飛星賦 (fēi xīng fù, เฟย ซงิ ฟ่ )ู — กลอนดาวเหนิ
玄機賦 (xuán jī fù, เสวี่ยน จี ฟ่ )ู — กลอนหลกั การลกึ ลบั
玄空秘旨 (xuán kōng ì zhǐ, เสว่ียน คง มี่ จื่อ) — ความลบั เสว่ยี นคง
地理辨正 (dì lǐ biàn zhèng, ตี ้หล่ี เปี ย้ น เจิง้ ) — แก้เข้าใจผดิ เรื่องชยั ภมู ิ
295
ในวชิ าฮวงจ้ยุ ดาว 9 ยคุ ได้แบง่ พนื ้ ท่ขี องโลกออกเป็ น 9 สว่ น
และยงั ได้กลา่ วถงึ อทิ ธิพลของดวงดาวทงั้ 9 ที่สง่ ผลมายงั โลกของเรา
ทําให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง และความเสอ่ื มโทรมเกิดขนึ ้ กบั พนื ้ ทนี่ นั้ ๆ
ซง่ึ ดาวประจํายคุ มีอิทธิพลอยู่
เมืองไทยจะรุ่งเรื่องมากทส่ี ดุ ก็ต้องรอยคุ 3 มาถงึ
ซงึ่ จะเร่ิมต้นทป่ี ี พ.ศ.2627 ถงึ 2647
เมื่อนนั้ ประเทศไทยจะเจริญในด้านตา่ งๆทกุ ๆด้าน เป็ นมหาอาํ นาจโลก
พระราชาไทยจะเป็ นมหาจกั รพรรดขิ องโลก
นบั จากปี 2563 ก็เหลอื เวลาอกี 63 ปี
https://www.facebook.com/Daystar7/photos/a.1196611750407547/1221344424600946
296
ฮวงจุ้ย ดาว9ยคุ ดาวเหิน ดาวเหิร ดาวบนิ
เป็ นเวชิ าฮวงจ้ยุ ท่ียดึ หลกั การทเ่ี ก่ียวเนอื่ งกบั การโคจรของ ดาว ทงั้ 9 ดวง ในกลมุ่ ดาวเหนอื
มีหลายระบบด้วยกนั เชน่ ไต้ซาํ ง้วน, ดาวเหนิ เฮ่ียงคง, ดาวมว่ งขาว และเฮี่ยงคงลว่ิ ฝา
โดยสว่ นใหญเ่ มื่อกลา่ วถงึ ฮวงจ้ยุ ระบบ ดาว 9 ยคุ ในเมืองไทยมากกวา่ 90 %
มกั จะหมายถึง ดาวเหิน (ดาวเหิร ดาวบิน flying stars)
แตก่ ็มหี ลายทา่ นทใี่ ช้ไต้ซาํ ง้วน
และหลกั วิชาฮวงจ้ยุ อ่ืนๆ
http://www.sages9.com/index.php/chinesedeity/109
http://www.sages9.com/index.php/chinesedeity/111
https://www.facebook.com/heavenandearthastrology/posts/2085498188389252/
ฮวงจ้ยุ เฮ่ียงคงดาว9ยคุ หรือ ฮวงจ้ยุ ดาวเหนิ ซงึ่ มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สดุ
พลงั ของดาวทงั้ 9 ดวง จะสง่ อิทธิพลตอ่ โลก หมนุ เวยี น เป็ นชว่ งๆ
โดยดาวดวงหนงึ่ จะมีระยะเวลา 20 ปี เวยี นไปเรื่อยๆ
โดยเราเรียกระยะ 20 ปี นนั้ วา่ ยคุ และนบั หมายเลขตามดาวที่สง่ อทิ ธิพล
เม่ือนบั ยคุ ของปัจจบุ นั จะเป็ นดงั นี ้
ยคุ 1 ปี พ.ศ. 2407 - 2427
ยคุ 2 ปี พ.ศ. 2427 - 2447
ยคุ 3 ปี พ.ศ. 2447 - 2467
ยคุ 4 ปี พ.ศ. 2467 - 2487
ยคุ 5 ปี พ.ศ. 2487 - 2507
ยคุ 6 ปี พ.ศ. 2507 - 2527
ยคุ 7 ปี พ.ศ. 2527 - 2547
ยคุ 8 ปี พ.ศ. 2547 - 2567
ยคุ 9 ปี พ.ศ. 2567 – 2587
297
ประเทศต่างๆ
ตามความหมายของแต่ละยุค
ในปัจจบุ นั เรายงั อยใู่ นช่วงเวลา ยคุ 8
บ้านใหมท่ ี่สร้างในชว่ งนถี ้ ือวา่ เป็น บ้านยคุ 8
โดยจะมกี ารหมนุ เวยี นของพลงั งานในรูปแบบทแ่ี นน่ อน
สามารถคํานวณ กําหนด พนื ้ ท่ี และ ทิศทาง ได้วา่ แตล่ ะสว่ นจะมีผลอยา่ งไรตอ่ ผ้อู ยอู่ าศยั
298
ส่ิงที่ควรศึกษา
1.ยคุ ทําให้ดาวดวงใดเป็ นดาวดี ยคุ 8 ดาว 8, 9, 1 เป็ นดาวดี
ยคุ 9 ดาว 9, 1, 2 เป็ นดาวดี
ดาว 1, 6, 8 เป็ นดาวดี ทกุ ยคุ
ดาวอ่ืนที่ไมใ่ ชด่ าวดเี ป็ นดาวร้าย
2.ความหมายของดาวภเู ขา ดาวนาํ ้ ดาวฐาน
3.ธาตขุ องดาว สง่ เสริม บน่ั ทอน ควบคมุ กนั อยา่ งไร
4.ชยั ภมู ทิ าํ ให้ดาวภเู ขา หรือ ดาวนาํ ้ ทาํ งาน
ดาวภเู ขาทาํ งานเมอื่ มี ภเู ขา อาคาร ที่สงู ทบึ นิง่
ดาวนาํ ้ ทํางานเมื่อมีนาํ ้ ทร่ี าบ ตาํ่ เคลอื่ นไหว
ในรูปภาพคือการเหินดาวในยคุ 9 (พศ.2567-2587)
299
ในวชิ าเฮ่ียงคงปวยแช
แบง่ พนื ้ ทปี่ ระเทศไทยออกเป็ น 8 สว่ น
โดยสว่ นของเลข 5 จะอยตู่ รงกลาง
และสามารถกําหนดพนื ้ ทเี่ จริญรุ่งเรืองและเสอ่ื มโทรม
ตามอิทธิพลของดาวประจาํ ยคุ นนั้ ๆ
ซงึ่ ปัจจบุ นั ตรงกบั ยคุ ที่ 8 (พศ.2547-2566)
ความเจริญรุ่งเรืองจะเกิดขนึ ้ กบั ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ หรือ
ภาคอสี าน
เพราะอทิ ธิพลของดาวประจํายคุ ที่ 8 เคลอื่ นไปยงั บริเวณดงั กลา่ ว
http://www.sages9.com/index.php/chinesedeity/154
300