The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunny Strong, 2020-11-12 05:48:52

Flipfab_GEOfengshui_finland

Flipfab_GEOfengshui_finland

ต้องเข้าใจวา่ การท่ตี วั คณุ ถกู เชื่อมโยงอยกู่ บั จกั วาลนนั้
ก็เพราะวา่ เป็ นสง่ิ ทมี่ ีความสาํ คญั จริงๆ เพราะอะไร?

ในทางกลบั กนั คณุ จะปลดปลอ่ ยพลงั งานออกมา สง่ ผลกระทบต่อการสน่ั สะเทอื นของดาวเคราะห์โลก
เพราะฉะนนั ้ แล้วโลกก็จะถา่ ยทอดสญั ญาณนไี ้ ปสดู่ วงอาทติ ย์ตอ่ และดวงอาทติ ย์ก็จะถ่ายทอด
สญั ญาณนนั้ ตอ่ ไป สใู่ จกลางของกาแลก็ ซ่ี
ที่ๆมนั จะออกไปสเู่ ทหะวตั ถุ (celestial bodies) อนื่ ๆอกี

เทหะวตั ถตุ า่ งๆ ก็จะสง่ ผา่ นสญั ญาณสศู่ นู ย์กลางกาแลกซี่
จากนนั้ มนั ก็จะถกู สง่ ผา่ นไปสดู่ วงอาทิตย์ แล้วดวงอาทิตย์ก็จะสง่ ผา่ นสญั ญาณมาสโู่ ลก
และโลกก็จะสง่ ผา่ นมาสตู่ วั คณุ อกี ตอ่ หนง่ึ
ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งในจกั รวาล ล้วนเชื่อมโยงกนั หมด

พวกเราทราบวา่ ความสมั พนั ธ์ดงั กลา่ ว ของการกําทอนในทาํ นองเดยี วกนั นี ้
ระหวา่ งดวงอาทติ ย์ของเรา กบั กาแลก็ ซ่ี และกบั เทหะวตั ถอุ ่นื ๆ เชน่ ซูเปอร์โนวาเป็ นต้น
เมื่อพวกเราเข้าใจถงึ ความเช่ือมโยงของทกุ สรรพสง่ิ ในจกั รวาลแล้ว
พวกเราก็จะเข้าไปมีสว่ นร่วมกบั ทกุ สรรพสง่ิ ได้อยา่ งมจี ิตสาํ นกึ

201

DNA ของพวกเรา กําลงั ถกู ตงั้ โปรแกรมใหม่
เพ่อื กระต้นุ ให้เกดิ การเปลย่ี นแปลงรูปแบบ
และกระต้นุ การทาํ งานร่างกายของมนษุ ย์

กาลเวลากําลงั เร่งความเร็วขนึ ้ เรื่อยๆ
เพราะวา่ พลงั แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ าของโลกกําลงั เกิด
การเปลยี่ นแปลงอยู่
หลายคนเช่ือวา่ เวลา 24 ชว่ั โมงตอ่ วนั ของ
พวกเราในตอนนี ้
ถกู หดให้สนั้ ลงเหลอื เทา่ กบั 16 ชวั่ โมงของ
เวลาในสมยั ก่อน

มนั ชดั เจนมาก วา่ ดาวเคราะห์โลก มคี วามเกี่ยวข้องกบั ระบบสรุ ิยจกั รวาลอยา่ งไร
และมนั ก็มีความชดั เจนมากวา่
พวกเรามคี วามเก่ียวข้อง และเป็นสว่ นหนงึ่ ของดาวเคราะห์โลกอยา่ งไร

เมือ่ ดาวเคราะห์โลก ได้รับผลกระทบจากการเพมิ่ พลงั งาน ทถี่ กู สง่ มาจากศนู ย์กลางของกาแลก็ ซี่
พวกเราก็จะได้รับผลกระทบนนั้ ไปด้วย
ดาวเคราะห์โลก ก็เป็ นสงิ่ มชี ีวติ ชนิดหนงึ่ ทีม่ กี ระบวนการเจริญเตบิ โต และการเปลยี่ นรูปแบบ เป็ นของเธอเอง
ซง่ึ พฒั นาการของพวกเรา ก็จะสะท้อนถงึ พฒั นาการของเธอด้วย

202

Schumann Resonances

ประโยชน์ของสนามแม่เหลก็ โลกทม่ี ีผลต่อสุขภาพ

กายจิตของคนเรานี ้
ได้รับอทิ ธิพลจากสนามพลงั ของโลกและจกั รวาล
ตงั้ แตส่ นามแมเ่ หลก็ ของดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ และจกั รราศตี า่ งๆ
สนามแมเ่ หลก็ โลกซง่ึ ยงั เปลยี่ นแปรกบั ปรากฏการณ์ธรรมชาติ
เช่น แผน่ ดินไหว ภเู ขาไฟระเบดิ กระแสนาํ ้ ในมหาสมทุ ร
คลนื่ ใต้นาํ ้ และเหนือนาํ ้ อณุ หภมู ขิ องโลก พายฝุ นฟ้ า เป็ นต้น

ท้ายท่ีสดุ คลน่ื ความถี่ท่คี นเราประดษิ ฐ์ขนึ ้
เช่น คอมพวิ เตอร์ หม้อแปลงไฟ เตาอบ ไดเป่ าผม โทรทศั น์ คอมพวิ เตอร์
กระทง่ั เสยี งดนตรี เพลง เสยี งสวดมนต์
รวมไปถึงคลน่ื ขา่ ว คลนื่ ความเปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกจิ การเมือง ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมอื ง
เหลา่ นคี ้ อื องค์รวมของสงิ่ ตา่ งๆที่สง่ ผลกลบั ไปกลบั มาตอ่ ชวี ิตจิตใจของคนเรา

เป็ นทีร่ ู้กนั วา่ สงิ่ มชี วี ิตทงั้ หลายรวมทงั้ คนเราทอ่ี าศยั อยบู่ นโลกนี ้
ตา่ งได้รับพลงั งานชีวติ อยตู่ ลอดเวลาจาก พลงั ชวี ติ ของโลก
พลงั นกี ้ ็คอื สนามแมเ่ หลก็ โลกนนั่ เอง
มนั เป็ นสนามพลงั ออ่ นๆท่เี ราได้รับอยตู่ ลอดเวลา
และถ้าเมอื่ ไหร่เราไมไ่ ด้รับพลงั นี ้ก็อาจเป็ นเหตใุ ห้เราป่ วยเจ็บได้

203

คนเราไมร่ ู้จกั ความสาํ คญั ของสนามแมเ่ หลก็
จนกระทง่ั นกั บนิ อวกาศทงั้ สหรัฐและรัสเซยี
เกิดอาการออ่ นเพลยี ปวดเมอ่ื ยตวั มนึ หวั เม่อื ทาํ งานอยใู่ นอวกาศนาน
องค์การนาซา่ เร่ิมสงั เกตอาการนไี ้ ด้
จากนกั บินรุ่นแรกๆ ซงึ่ ต้องออกไปนอกโลกพ้นจากแรงดงึ ดดู ของโลก
ปรากฏอาการเหลา่ นเี ้หมอื นกนั เขาเรียกชื่อกลมุ่ อาการนวี ้ า่ “โรคอวกาศ ( pace ickne )”

จนในท่ีสดุ องค์การนาซา่ NASA จงึ ต้องสร้าง สนามแมเ่ หลก็ เทียมขนึ ้ ในสถานีอวกาศ
โดยให้สนามดงั กลา่ วมีความถี่ที่ 7.83 รอบตอ่ วินาที ซง่ึ เทา่ กบั สนามแมเ่ หลก็ โลก
ตอ่ มา“โรคอวกาศ” จึงหายไป
ขณะเดียวกนั ชดุ อวกาศของรัสเซยี ยงั ได้ออกแบบให้ใสแ่ มเ่ หลก็ ไว้ตามจดุ ตา่ ง ๆ เพ่ือรักษาสขุ ภาพของนกั บนิ อวกาศด้วย

204

โลกของเราทมี่ เี ส้นรอบวงท่ีพนื ้ ผิวโลกราว 40000 Km (จดุ นมี ้ ีประจรุ วมเป็ น ลบ)
และเหนอื ขนึ ้ ไป 90 Km จะมชี นั้ บรรยากาศ ไอโอโนสเฟียร์ (จดุ นมี ้ ปี ระจรุ วมเป็ น บวก)
การทที่ งั้ 2 ชนั้ นมี ้ ปี ระจไุ ฟฟ้ าที่ตา่ งกนั ทาํ ให้เกิดการระบายประจอุ อกเป็ นระยะๆ
เกิดเป็ นคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ าความถี่ตํา่ (a very low fundamental electromagnetic

frequency)

ดงั นนั้ ทว่ี า่ งระหวา่ งพนื ้ ผิวโลกกบั ชนั้ บรรยากาศนี ้
จะมีคลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ าวิ่งวนอยใู่ นชนั้ นแี ้ ละคลน่ื นจี ้ ะมีผลตอ่ สง่ิ มชี ีวิตบนโลกนี ้
และเจ้าคลน่ื นที ้ ีว่ ิ่งวนอยตู่ ลอดเวลาก็คือคลน่ื ท่ีมชี ่ือวา่ Schumann Resonances

เนอื่ งจากคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ ามคี วามเร็วเทา่ แสง
เขาจึงเอาระยะทางทค่ี ลน่ื วิ่งได้ใน 1 sec มาหารด้วยระยะเส้นรอบวงของโลก
ก็จะได้วา่ ใน 1 sec นนั้ คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ านจี ้ ะวงิ่ ได้ราวๆ 7.5 รอบ
เขาจงึ คาํ นวณได้วา่ resonance นเี ้ทา่ กบั 7.5 Hz

ในทางกลบั กนั ทีช่ นั้ บรรยากาศทสี่ งู ขึน้ ไป
เส้นรอบวงจะมากขนึ ้ และตวั หารมากก็จะได้ความถี่ท่ตี า่ํ ลงไปอกี
แตเ่ หมือนเขาจะเน้นท่คี วามถี่ทว่ี ง่ิ บนผวิ โลกเพราะเป็ นความถี่ท่ีมผี ลตอ่ มนษุ ย์ท่ีอยบู่ นโลก

จากความถ่ีทว่ี ดั ได้จริง
(specifically 7.8, 14, 20, 26, 33, 39 and 45 Hertz, with a daily variation of about +/- 0.5 Hertz.)
จะเห็นวา่ คา่ ทว่ี ดั ได้ตาํ่ สดุ นนั้ สอดคล้องกบั คา่ ทคี่ าํ นวณได้ (7.5Hz)
สว่ นความถี่ทสี่ งู ขนึ ้ ไปคา่ มนั แปลกไปเลก็ น้อย
แตโ่ ดยรวมๆ รู้สกึ วา่ มนั เป็ นคา่ จาํ นวนเทา่ ของเลข 7 (ซงึ่ ควรจะเป็น 7 ,14, 21 ,28, 35, 42, 49)

205

คลนื่ Schumann Resonances
ในบทความกลา่ วเอาไว้วา่ มนั จะเสยี ไปในความเป็ นชมุ ชนเมือง
และในสถานทท่ี ม่ี ีสงิ่ กีดขวาง ใน ห้องฟัง (ห้องโสตทศั นศกึ ษา)
ทําให้หลายๆสถานท่บี นโลกนโี ้ ดยเฉพาะในห้องฟัง ไมม่ คี ลนื่ ตวั นี ้
ซงึ่ คลนื่ ตวั นมี ้ ีผลตอ่ การทํางานของสมองมนษุ ยใ์ นหลายๆด้าน
ทําให้การฟังเพลงก็ไมส่ มบรู ณ์เตม็ ท่ี
แตเ่ จ้าอปุ กรณ์นี ้(RR-77) จะสร้างมนั ขนึ ้ มาในห้องฟังของเรา และทาํ ให้เราฟังเพลงได้ดีขนึ ้

เครื่อง RR-77 ซงึ่ เป็ นอปุ กรณ์ปลอ่ ยคลน่ื ความถ่ี 7.83 Hz เพอื่ ชิลด์คลนื่ แมเ่ หลก็
ไมใ่ ห้มารบกวนสมองของมนษุ ย์
และรวมไปถงึ ไมใ่ ห้มารบกวนอปุ กรณ์เคร่ืองเสยี งทงั้ หมดในห้องฟังเพลงอกี ด้วย

ในญี่ป่ นุ นกั วิจยั ชื่อ ไคโออิชิ นาคากาวา
พบวา่ คนงานกอ่ สร้างตกึ สงู ท่ีต้องใช้โครงเหลก็ เป็ นจาํ นวนมาก
มกั ป่ วยด้วยอาการออ่ นเพลยี เรือ้ รัง นอนไมห่ ลบั
เขาพบวา่ โครงเหลก็ ท่เี ป็ นแผน่ ของตกึ
ทาํ หน้าท่ีเป็ นฉนวน ที่กนั เอาสนามแมเ่ หลก็ โลกออกไปจากพนื ้ ทีภ่ ายในอาคาร
เป็ นผลให้คนงานเกิดอาการป่ วยเจ็บได้

เมื่อสร้างตกึ ไปหลาย ๆ เดอื นก็พบวา่
คนงานเหลา่ นเี ้กิดอาการออ่ นเพลยี ปวดเมื่อยเนอื ้ ตวั ปวดหวั ปวดข้อ โดยไมป่ รากฏสาเหตุ
อาการเหลา่ นี ้พบอกี ในเวลา 30 ปี หลงั

ประเดน็ นเี ้ป็ นเรื่องนา่ คดิ ตอ่ ไปวา่ ทกุ วนั นผี ้ ้คู นในสาํ นกั งาน
ทํางานอยใู่ นตกึ สงู เสยี โดยสว่ นมาก
อาการเจ็บป่ วยจาํ นวนไมน่ ้อย อาจเกิดจากภาวะพร่อง
สนามแมเ่ หลก็ โลกก็ได้

206

https://www.pinterest.com/pin/70439181649185291/?nic_v2=1a2IQQw9U

Schumann Resonances

จะพบทว่ั ไปในธรรมชาติ

มมี ากใน ป่ า นาํ ้ ตก ชายทะเล
สาเหตทุ คี่ ลนื่ นลี ้ ดลงในเมือง
เป็ นเพราะเราสร้าง Electromagnetic field (EMF) ขนึ ้ มามาก
เจ้า EMF นไี ้ ปหกั ล้าง Schumann Resonances ซงึ่ อาจกลา่ วได้วา่ เป็ นความถ่ีโลก
และมีประโยชน์บางประการกบั สขุ ภาพมนษุ ย์
EMF มาจากไฟฟ้ า สายไฟฟ้ า มอเตอร์ไฟฟ้ า ทีวี มอื ถือ ฯลฯ
ยิ่งในเมอื งก็ยง่ิ มาก ผลกระทบตอ่ คนก็มากไปด้วย

207

ด้วยเหตนุ เี ้อง การพกั ผอ่ นตากอากาศ
พาตวั เองไปอยใู่ นทา่ มกลางภเู ขา
แมน่ าํ ้ ทะเล
จงึ เปิดโอกาสให้คนเราได้รับการอาบไล้จากสนามแมเ่ หลก็ โลก
เพ่ิมพลงั ชีวติ สาํ หรับการทาํ งานอนั ตรากตรําในวนั ตอ่ ๆ ไป
และขณะเดียวกนั
การใช้อปุ กรณ์ทใี่ ห้สนามแมเ่ หลก็ ออ่ น ๆ แกร่ ่างกายของคนที่เจ็บป่ วยด้วยภาวะพร่องสนามแมเ่ หลก็
ก็จะพบวา่ อาการป่ วยเจ็บดขี นึ ้

https://www.pinterest.es/pin/634233560018519337/

208

นกั สตั ววทิ ยายงั สงั เกตวา่ สตั ว์แตล่ ะชนดิ รับรู้ตอ่ สนามแมเ่ หลก็ โลกทแ่ี ตกตา่ งกนั
นกพริ าบสอ่ื สารสามารถหาทางบินกลบั รังได้
ก็เพราะบางสว่ นในสมองของมนั รับรู้ตอ่ ความเข้มจางของสนามแมเ่ หลก็ โลกในจดุ ท่ี
แตกตา่ งกนั

มีงานวจิ ยั ชิน้ หนงึ่ ทดลองใช้เครื่องปลอ่ ยสญั ญาณวทิ ยขุ นาดเลก็ ตดิ ไว้ท่หี วั นกพิราบ
สญั ญาณดงั กลา่ วรบกวนการรับรู้สนามแมเ่ หลก็ โลกของนกพิราบ
ทําให้นกไมส่ ามารถบนิ กลบั รังได้ ข้อคดิ จากเร่ืองนมี ้ ีอยวู่ า่

คนสมยั นขี ้ ณะที่กําลงั เดนิ ทางกลบั บ้าน
แตม่ วั หลงระเริงโทรศพั ท์มอื ถือคยุ กบั แฟนอยตู่ ลอดเวลา
อาจถงึ กบั หลงทศิ ผิดทาง กลบั บ้านไมถ่ กู ก็เป็ นได้

ทนี มี ้ าถงึ ก้อนหินและแร่ธาตบุ ้าง นกั ธรณีวิทยาเช่ือวา่
สนามแมเ่ หลก็ โลกเกิดขนึ ้ โดยเหลก็ หลอมละลายที่เป็ น
ลาวาอยใู่ ต้พนื ้ โลก
เมือ่ ภเู ขาไฟระเบิดลาวาท่พี วยพงุ่ ขนึ ้ แล้วเย็นตวั ลงเป็ น
ก้อนหินชนิดตา่ งๆ และกลายเป็ นเปลอื กโลกทลี ะชนั้ ๆ
เปลอื กโลกซงึ่ ก็ประกอบด้วยก้อนหินทป่ี นธาตเุ หลก็ เหลา่ นี ้
จึงแฝงไว้ด้วยสนาม แมเ่ หลก็ แรงบ้าง เบาบ้าง อยภู่ ายใน
หินชนั้ ตา่ งๆ เหลา่ นี ้

209

ขณะเดยี วกนั สง่ิ มีชีวติ ทงั้ พืชและสตั ว์ซงึ่ ววิ ฒั นาการมาควบคกู่ บั กําเนิดของโลก
ตา่ งก็มอี ิทธิผลของสนามแมเ่ หลก็ โลกแฝงอยใู่ นทกุ ๆ อณขู องชีวติ อยดู่ ้วย

น่เี ป็ นคาํ อธิบายวา่ ทาํ ไมนกพิราบจึงรับรู้สนามแมเ่ หลก็ ได้
เหตเุ พราะวา่ บางพนื ้ ทใี่ นสมองของนก ปรากฏมีแร่ธาตุ
แมกนไี ทต์อยมู่ ากเป็ นพิเศษ

และงานวจิ ยั ในระยะหลงั ก็พสิ จู น์ด้วยวา่
สมองของคนเราก็มีแมกนไี ทต์อยใู่ นพนื ้ ทีบ่ างสว่ น รวมทงั้ ท่ีตอ่ มหมวกไตด้วย
ตรงนเี ้ป็ นข้อสนั นษิ ฐานด้วยวา่
นกั เพง่ พลงั จิตบางคนทีส่ ามารถใช้ไม้รูปตวั วาย
หาแหลง่ นาํ ้ ใต้ดนิ ได้ก็อาศยั แมกเนไตต์ในสมองบางสว่ น
และความสามารถนจี ้ ะหมดไปทนั ที
ถ้าให้เขาสวมหมวกและปิดพนื ้ ท่ีตอ่ มหมวกไตด้วย เครื่องป้ องกนั สนามแมเ่ หลก็

ความรู้ตอ่ มาวา่ ด้วยสนามแมเ่ หลก็ กบั สงิ่ มชี ีวติ ยงั พบอกี ด้วยวา่
ทิศทางและการหนั ขวั้ ของสนามแมเ่ หลก็
มีผลทแี่ ตกตา่ งกนั ตอ่ การเจริญเตบิ โตและการเผาผลาญภายในเซลล์ของสง่ิ มชี วี ิต

210

นกั วทิ ยาศาสตร์ได้ทดลองปลกู เมลด็ ข้าวหวา่ น
แบบการวางเมลด็ ตามแนวยาว และตามขวางตอ่ สนามแมเ่ หลก็ โลก
แล้วพบวา่
เมลด็ ทีว่ างไว้ให้ทอดตวั ตามแนวเหนอื ใต้
สามารถงอกและเตบิ โตดกี วา่ เมลด็ ที่ ถกู วางไว้ตามขวาง

ความรู้ละเอียดกวา่ นนั้ ยงั พบอีกวา่
ความเข้มจางของสนามแมเ่ หล็กโลกแปรเปลย่ี นตามแตล่ ะสถานที่ทงั้ นี ้
ขนึ ้ อยกู่ บั โครงสร้างของเปลอื กโลกในแตล่ ะแหง่ ที่แตกตา่ งกนั
รวมทงั้ ปริมาณแร่ธาตใุ ต้พนื ้ ดนิ แตล่ ะแหง่ ที่แตกตา่ งกนั ด้วย

นกั ธรณีวทิ ยาพบวา่ สนามแมเ่ หลก็ โลกที่อเมริกาหรือรัสเซียมคี วามเข้มกวา่ สนามแมเ่ หลก็ โลกทบี่ ราซลิ

สนามแมเ่ หลก็ ยงั เปลยี่ นแปรตามช่วงเวลาอีกด้วย
เวลากลางคนื สนามแมเ่ หลก็ โลกจะเข้ม กวา่ เวลากลางวนั
สาเหตเุ พราะอิทธิพลของดวงอาทิตย์

ยามกลางวนั พนื ้ โลกสว่ นนนั้ หนั เข้าหาดวงอาทิตย์
แรงจากดวงอาทิตย์ทาํ ให้สนามแมเ่ หลก็ โลกไมอ่ าจเปลง่ พลงั สพู่ นื ้ โลกเทา่ ท่ีควร

ยามกลางคนื พนื ้ โลกสว่ นนนั้ หนั ออกจากดวงอาทิตย์
แรงสนามแมเ่ หลก็ โลกจงึ เปลง่ พลงั สพู่ นื ้ โลกได้เตม็ ที่

และเน่ืองจากสนามแมเ่ หลก็ โลกช่วยจรรโลงสขุ ภาพ
ดงั นนั้ การนอนกลางคืนร่างกายมโี อกาส “ชาร์จพลงั ” เพิม่ ขนึ ้
ทาํ ให้ตืน่ ด้วยความสดใสกระปรีก้ ระเปร่า
สว่ นการนอนกลางวนั ร่างกายมีโอกาส “ชาร์จพลงั ” ได้น้อยกวา่
และใครที่ทํางานกลางคนื นอนกลางวนั สขุ ภาพจงึ มกั จะโทรมเร็ว

211

สนามแมเ่ หลก็ โลกโดยปกติ จะสนั่ สะเทือนด้วยความถ่ี 7.83 รอบ/วินาที
ขณะเดยี วกนั
ยงั มกี ารสนั่ สะเทือนขนาดจว๋ิ ทแี่ ปรเปลยี่ นอยใู่ นระหวา่ งคลนื่ สน่ั สะเทือนพนื ้ ฐานอกี ด้วย
มนั มขี นาด 1 รอบจนถึง 25 รอบ/วนิ าที

นกั ธรณีวทิ ยายงั ตงั้ ข้อสงั เกตด้วยวา่
ความเข้มของสนามแมเ่ หลก็ โลกแปรเปลย่ี นเป็ นวฏั จกั รคอื ลดลงและเพม่ิ ขนึ ้
ทงั้ นโี ้ ดยมรี อบระยะของการลดและการเพิม่ รอบละ 500,000 ปี
และโลก ณ ขณะนอี ้ ยใู่ นระยะทคี่ วามเข้มกาํ ลงั ลดลง
จากขนาดความเข้ม 4 เกาส์ เหลอื เพยี ง 0.4-0.5 เกาสใ์ นปัจจบุ นั
เขารู้เร่ืองนไี ้ ด้โดยเก็บตวั อยา่ งของฟอสซิลอายตุ า่ งๆ กนั
มาเทยี บปริมาณความเข้มของสนามแมเ่ หลก็ ทแี่ ฝงอยใู่ นฟอสซลิ เหลา่ นี ้

212

สมมติฐานจงึ มีอกี วา่ ปัจจยั อะไรก็ตามทไ่ี ปลดความเข้มสนามแมเ่ หลก็ โลก จะไมด่ ตี อ่ สขุ ภาพ
และปัจจยั ทเ่ี พิ่มสนามแมเ่ หลก็ โลกท่มี ตี อ่ ตวั เรา ด้วยความเข้มทพี่ อประมาณ จะชว่ ยจรรโลงสขุ ภาพ

และตรงนเี ้องเกิดมขี ้อสนั นษิ ฐานเพมิ่ เตมิ วา่
ศาสตร์โบราณวา่ ด้วยการจดั ทศิ ทางของอาคารบ้านเรือน ประตู หน้าตา่ ง
การตกแตง่ ด้วยต้นไม้ สระนาํ ้ และก้อนหนิ ในบ้านหรือสาํ นกั งาน
ท่ีเรารู้จกั กนั ในนาม “เฟิงสยุ่ Feng hui” หรือ “ฮวงจ้ยุ ” นนั้
นา่ จะมอี ทิ ธิพลตอ่ สนามพลงั ของแมเ่ หลก็ โลก

213

ข้อสงสยั มีวา่ เพียงแคก่ ้อนหนิ ต้นไม้ คอนกรีต จะไปมแี รงเหนยี่ วนาํ อะไรตอ่ สนามแมเ่ หลก็ โลก
จะเข้าใจเรื่องนไี ้ ด้ต้องรู้จกั เร่ืองของปฐพวี ทิ ยา
เขาแบง่ สงิ่ ตา่ งๆ ทีไ่ มไ่ ด้เป็ นโลหะ ออกตามคณุ สมบตั ิทางแมเ่ หลก็ ออกเป็ น
หนง่ึ ไดอาแมกเนตกิ (diamagnetic) คือสารที่ถกู ปฏเิ สธหรือผลกั ดนั โดยพลงั แมเ่ หลก็ แรงๆ
และสอง สารพาราแมกเนตกิ (paramagnetic) มคี ณุ สมบตั ทิ ถี่ กู ดดู ดงึ ได้โดยสนามแมเ่ หลก็ แรงๆ
ชนดิ หลงั นไี ้ ด้แก่ แกรนติ ดนิ หินทราย ซงึ่ ล้วนเป็ นวสั ดกุ ่อสร้างแตค่ รัง้ โบราณจนปัจจบุ นั
สารพาราแมกเนติกแม้จะไมไ่ ด้กลายเป็ นแมเ่ หลก็ ในตวั มนั เองได้เหมือนเหลก็ หรือ โคบอลต์
แตม่ นั ก็ยอมรับและดดู ซบั พลงั แมเ่ หลก็ ระดบั หนงึ่
และวสั ดกุ ่อสร้างเหลา่ นมี ้ ผี ลตอ่ คน สตั ว์ และพชื ทอี่ าศยั อยใู่ นอาคารสงิ่ ก่อสร้างเหลา่ นี ้

นีค่ ือความลบั ของสง่ิ ก่อสร้างโบราณนบั ตงั้ แตพ่ รี ะมดิ
หรือแทง่ หนิ โอ เบลสิ ก์ของอียิปต์
สโตนเฮนช์ ในองั กฤษ
สสุ านซื่อซานหลงิ ในจีน
รวมถงึ ตกึ กลมในไอร์แลนด์ ซง่ึ มชี ่ือเสยี งมากในแง่ของสนามพลงั และมีงานวจิ ยั ท่สี นกุ สนานมากวา่ ด้วยสนามพลงั เหลา่ นี ้

214

Lunar : BrainWave Generator / Magic Resonance

อปุ กรณ์สร้างคลนื่ สนามแมเ่ หลก็ โลก GeoMagnetic
( คา่ ความถ่ีเดยี วกนั กบั Schumann Resonance )
คลน่ื สมองมคี วามถ่ีตาํ่ เกิดการสงบ ผอ่ นคลาย
เรียนรู้ได้ดีขนึ ้ มีจินตนาการทด่ี ี
ระบบการทาํ งานของร่างกายมคี วามถกู ต้อง สมดลุ

ในหลายประเทศ เชน่ สหรัฐอเมริกา ญี่ป่ นุ รวมถงึ ประเทศแถบเอชีย มใี ช้อปุ กรณ์ประเภทนี ้
สาํ หรับด้านการแพทย์ เพอ่ื บาํ บดั โรควติ กกงั วล โรคซมึ เศร้า
บรรเทาอาการเจ็บป่ วย เครียด นอนไมห่ ลบั
ด้านสขุ ภาพ ใช้ฝึกสมาธิ เลน่ โยคะ สปาบาํ บดั เลน่ ดนตรี
การศกึ ษา เชน่ โรงเรียนสอนภาษา
รวมถงึ ชว่ ยพฒั นาการนอนหลบั ให้หลบั ได้สบาย และหลบั ได้ลกึ

ข้อมลู เพมิ่ เติม http://www.magicboxaudio.com/lunar-brainwave-generator/

215

Melatonin

เป็ นฮอร์โมนที่ผลติ โดยตอ่ มไพนลี เป็ นสว่ นใหญ่
พบในร่างกายบริเวณไข สนั หลงั และเลอื ด พบน้อยในชว่ งเวลากลางวนั และพบมากในชว่ งเวลากลางคืน
มสี รรพคณุ ทํา ให้นอนงา่ ย
ช่วยแก้ปัญหาการนอนไมห่ ลบั ในผ้ทู เ่ี ดนิ ทางโดยเคร่ืองบนิ เป็ นระยะเวลานาน

เมอื่ คนเราอายมุ ากขนึ ้ เมลาโทนนิ จะลดลงเรื่อย ๆ
ผลของเมลาโทนินในการควบคมุ ระบบวฏั จกั รประจาํ วนั ของร่างกาย
ไมไ่ ด้เกี่ยวข้องเฉพาะกบั การนอนหลบั
แตเ่ กีย่ วข้องกบั ระบบสบื พนั ธ์ุ ระบบประสาท ระบบตอ่ มไร้ทอ่
ระบบภมู ิค้มุ กนั ระบบการด้านออกซเิ ดชนั
รวมถงึ กลไกการชราภาพของร่างกาย

โดยมรี ายงานทงั้ ในหลอดทดลองและสตั ว์ทดลองวา่
เมลาโทนนินสามารถกําจดั อนมุ ลู อิสระ มฤี ทธ์ิต้านออกซเิ ดชนั และลดการถกู ทาํ ลายของเซลลไ์ ด้
ซง่ึ คณุ สมบตั ิดงั กลา่ วทําให้มีการศกึ ษาการใช้เมลาโทนินในการรักษาโรคตา่ ง ๆ อยา่ งกว้างขวาง
เชน่ โรคอลั ไซเมอร์ โรคพากินสนั โรคหวั ใจและหลอดเลอื ด และโรคมะเร็ง

http://warningdisasters.blogspot.com/2014/09/blog-post_2.html

216

การเกดิ ภูเขา

6 ลีลาโลก กับการสร้างภเู ขา

http://www.mitrearth.org/17-6-orogeny/

หากพิจารณา พนื ้ ทวปี (continent) นกั วทิ ยาศาสตร์พบวา่ ประกอบด้วย
ภมู ปิ ระเทศทางธรณีวิทยา (terrain) 3 รูปแบบ ได้แก่
1) หินฐานทวีป (continental shield)
หมายถึง พนื ้ ทวีปราบเรียบ ที่มคี วามแตกตา่ งของระดบั ความสงู น้อย
และระดบั ความสงู โดยเฉลย่ี ใกล้เคยี งกบั ระดบั นาํ ้ ทะเล

หนิ ฐานทวปี โดยสว่ นใหญ่อยบู่ ริเวณกลางทวปี
ประกอบด้วยหินอคั นีและหนิ แปรในยคุ เกา่
(โดยสว่ นใหญ่มีอายหุ ินมากกวา่ 1,000 ล้านปี )
และมโี ครงสร้างทางธรณีวทิ ยาทซ่ี บั ซ้อน
แตไ่ มพ่ บกิจกรรมทางธรณีแปรสณั ฐานในยคุ ปัจจบุ นั
ทงั้ ภเู ขาไฟและแผน่ ดนิ ไหว เชน่ หนิ ฐานทวีปในประเทศแคนนาดา

217

การกระจายตวั ของลกั ษณะภมู ิประเทศทางธรณีวทิ ยาบนพนื ้ ทวีป

(บน) แบบจาํ ลองภาพตดั ขวางแสดงความหลากหลายของหนิ ทมี่ อี ยใู่ ต้ดินของหนิ ฐานทวีป
(ลา่ งซ้าย) ภาพถา่ ยมมุ สงู จากเครื่องบิน ลานทวีปแคนาดา (ลา่ งขวา)
(ท่มี า : หินท่ีพบในพนื ้ ท่ี www.lpi.usra.edu)

ลานเสถียรในทวปี แอฟริกา

2) ลานเสถียร (stable platform)
หมายถงึ หินฐานทวีปทถี่ กู ปกคลมุ ด้วยหนิ ตะกอนในยคุ เกา่ ท่ีไมถ่ กู แปรสภาพ
โดยทงั้ หนิ ฐานธรณีและลานเสถยี ร สามารถเรียกรวมกนั ได้วา่ หนิ ฐานธรณี (craton)

218

3) เทือกเขา (mountain belt)
หมายถึง พนื ้ ทหี่ รือโซนแคบและยาวทหี่ นาแนน่ ไปด้วยโครงสร้าง
อนั เกิดจากกระบวนการธรณีแปรสณั ฐาน
ทําให้เกิดการแปรสภาพหินและโครงสร้างทางธรณีวทิ ยา
โดยแบง่ ยอ่ ยเป็ น 2 ชนิด คอื

(ซ้าย) แอปพาเลเชียน และ (ขวา) หิมาลยั (ท่มี า : www.gadventures.com)

a) เทือกเขาอายแุ ก่ (old mountain belt)
คือ สภาพของภเู ขาเดมิ ที่มอี ายแุ กก่ วา่ 100 ล้านปี
เช่น เทอื กเขาแอปพาเลเชียน (Appalachian) ในประเทศสหรัฐอเมริกา
และเทือกเขายรู ัล (Ural) ในประเทศรัสเซยี
เป็ นเทอื กเขาทม่ี ีอายหุ ลายร้อยล้านปี

b) เทือกเขาอายอุ อ่ น (young mountain belt)
คอื เทอื กเขาทม่ี อี ายนุ ้อยกวา่ 100 ล้านปี
หรือกําลงั มกี ารสร้างภเู ขาอยใู่ นปัจจบุ นั
เช่น เทือกเขาหมิ าลยั (Himalaya)
เร่ิมกอ่ ตวั ขนึ ้ เป็ นภเู ขาเมือ่ ประมาณ 45 ล้านปี
และยงั คงกาํ ลงั ก่อตวั เป็ นภเู ขาเพมิ่ ขนึ ้ ในปัจจบุ นั

ซง่ึ จากการกระจายตวั ของลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทางธรณีวทิ ยาบนพนื ้ ทวปี (รูปจากหน้า 4 ด้านบนสดุ )
จะพบวา่ เทอื กเขาบนโลกโดยสว่ นใหญ่จะเป็ นเทือกเขาใหมท่ ก่ี ่อตวั ขนึ ้ ตามขอบแผน่ เปลอื กโลกในปัจจบุ นั
ซงึ่ กระบวนการเกดิ ภเู ขา (orogeny) หรือ บรรพตรังสรรค์ เกิดขนึ ้ ได้จากหลายสาเหตุ
โดยนกั วิทยาศาสตร์ได้จาํ แนกสาเหตกุ ารเกดิ ภเู ขา ออกเป็ น 6 รูปแบบดงั นี ้

219

1) ภเู ขาไฟ
ภเู ขาไฟ (volcanic mountain)
เกิดจากแมกมาใต้พนื ้ ผวิ โลกปะทขุ นึ ้ มาเติมมวลให้กบั พนื ้ ทวปี กลายเป็ นภเู ขา
เช่นภเู ขาไฟฟจู ิ (Fuji) ภเู ขาไฟเอทนา (Etna)
ภเู ขาไฟเรนเนีย (Rainier) ภเู ขาไฟเมยอน (Mayon)
และภเู ขาไฟกิริมาจาโร(Kiriman-jaro)

ภเู ขาไฟเมยอน (Mayon) (ท่มี า : www.wikipedia.org)

220

2) ภเู ขาแบบชนั้ หนิ คดโค้ง

ภเู ขาคดโค้งและรอยเลอ่ื นย้อน (fold-and-thrust mountain)
เกิดจากพนื ้ ทวีปถกู แรงเค้นทางธรณีแปรสณั ฐานบีบอดั พนื ้ ทวีปเข้าหากนั
จนทาํ ให้เกิดชนั้ หนิ คดโค้งและรอยเลอื่ นย้อนขนาดใหญ่ ในพนื ้ ทีบ่ ริเวณกว้าง
เชน่ เทอื กเขาแอปพาเลเชียน เทอื กเขายรู ัล และเทอื กเขาหิมาลยั

(บน) แบบจําลองการเกดิ การคดโค้งของหิน
(ลา่ ง) ภาพถา่ ยดาวเทียมแสดงการคดโค้งโกง่ งอของเทือกเขาแอปปาละเชียน
(ท่มี า : https://persquaremile.com)

221

3) ภเู ขาท่เี กิดจากรอยเลอื่ น

ภเู ขารอยเลอื่ น (fault-block mountain) เป็ นภเู ขาท่เี กิดจากแรงดงึ ทางธรณีแปรสณั ฐาน
ทําให้พนื ้ ทวีปถกู ยดื ออกจากกนั และแตกเป็ นทอ่ นๆ และมกี ารยบุ ตวั ลงอยา่ งเป็ นระบบ
เกิดภมู ลิ กั ษณ์ทางธรณีวิทยาแบบ ร่องขนาบรอยเลอ่ื น (graben) และ เขาขนาบรอยเลอ่ื น (horst)
หรือในทางภมู ศิ าสตร์นนั้
กลายเป็ นแอง่ ราบและเทอื กเขาสลบั กนั ไป

กระบวนการเกดิ ภเู ขารอยเล่อื น

ตวั อยา่ งการเกิดภเู ขารอยเลอื่ นที่โดดเดน่ ทส่ี ดุ คือ พนื ้ ท่ีแอง่ ราบและเขาสงู (basin and range)
ที่เกิดครอบคลมุ พนื ้ ทีใ่ นรัฐไอดาโฮ โอเรกอน เนวาดา ยทู า คาลฟิ อร์เนยี แอริโซนา
และรัฐนวิ เม็กซโิ ก ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ซงึ่ เป็ นภเู ขาจากรอยเลอื่ นทใี่ หญท่ ่ีสดุ ในโลก

(ซ้าย) ภาพถา่ ยดาวเทยี ม และ
(ขวา) แบบจาํ ลองแสดงการเกิดพนื ้ ทแ่ี อง่ ราบและเขาสงู (basin and range) ในประเทศสหรัฐอเมริกา

222

4) ภเู ขาแบบสนั กลางบบี อดั

ภเู ขาสนั กลางบบี อดั (pressure-ridge mountain)
เป็ นภเู ขาทเ่ี กิดจากการเคลอื่ นท่ผี า่ นกนั ของแผน่ เปลอื กโลกหรือรอยเลอ่ื น
ซง่ึ โดยปกติในรายละเอยี ด รอยเลอื่ นไมไ่ ด้เป็ นเส้นตรงเส้นเดยี ว
แตป่ ระกอบด้วยแนวรอยแตกยอ่ ยๆ วางตวั เหลอ่ื มกนั รวมเป็ นแนวยาว
ซง่ึ หากมีการเลอื่ นตวั ในแนวระนาบของกลมุ่ รอยเลอ่ื นทอ่ี ยเู่ หลอื่ มเกยกนั ดงั กลา่ ว
จะทําให้พนื ้ ที่ระหวา่ งรอยเลอื่ นนนั้ มีโอกาสได้รับทงั้ แรงเค้นดงึ และแรงเค้นบีบอดั
หากพนื ้ ทด่ี งั กลา่ วได้รับแรงดงึ จะเกิดเป็ น หนองนาํ ้ ยบุ ตวั (sag pond)
ในขณะท่ีบริเวณทถี่ กู แรงบบี อดั
พนื ้ ท่ีดงั กลา่ วจะยกตวั สงู ขนึ ้ เป็ นเทอื กเขา เรียกวา่ สนั กลางบบี อดั (pressure ridge)
เชน่ แอง่ นาํ ้ และเทอื กเขาทางตอนใต้ของเมืองซานฟรานซสิ โก
ท่ีเป็ นผลมาจากการเลอื่ นตวั ของรอยเลอื่ นซานแอนเดรียส

แบบจําลองการเลอ่ื นตวั ของรอยเลอ่ื นที่วางตวั เหลอ่ื มกนั แสดงการเกิด (ซ้าย)
สนั กลางบีบอดั (ขวา) หนองนาํ ้ ยบุ ตวั
รอยเลอื่ นซานแอนเดรียส ทางตอนใต้ของเมอื งซานฟรานซสิ โก สหรัฐอเมริกา
(ทมี่ า : www.nasa.gov)

223

5) ภเู ขาทีเ่ กิดจากการกดั กร่อน
ภเู ขาทเ่ี กิดจากการกดั กร่อน (erosional mountain)
เกิดจากการที่กระบวนการธรณีแปรสณั ฐานยกพนื ้ ทใี่ ดๆ ขนึ ้ มาเป็นบริเวณกว้าง
กลายเป็ นทรี่ าบสงู ทีส่ งู กวา่ ระดบั นาํ ้ ทะเล
ทาํ ให้พนื ้ ทดี่ งั กลา่ วเกิดกระบวนการผพุ งั และกดั กร่อน
โดยสว่ นที่ออ่ นจะถกู กดั กร่อนออกไป
คงเหลอื แตเ่ พียงสว่ นทย่ี งั แข็งแรงตงั้ อยกู่ ลายเป็ นภเู ขา
เชน่ เนนิ เมซา (mesa) เนนิ ยอดป้ าน (butte) และแทง่ หินสงู เรียว (pinnacle) เป็ นต้น

ภเู ขาทเ่ี กิดจากกระบวนการธรณีแปรสณั ฐานยกพนื ้ ทใี่ ห้สงู ขึน้ และถกู กดั กร่อนโดยนาํ ้ ในรัฐยทู าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

224

6) ภเู ขาทม่ี าจากมวลหนิ อคั นีแซกซอน
นอกจากนภี ้ เู ขาทเี่ กิดจากโครงสร้างจากการแทรกดนั ของ
แมกมาใต้พนื ้ ผิวโลกในอดตี
เชน่ 1) หินอคั นีมวลไพศาล (batholith)
2) ลาํ หินอคั นี (stock)
3) พนงั แทรกชนั้ ตามยาว (sill)
4) พนงั แทรกชนั้ ตามขวาง (dike)
5) โครงสร้างรูปเหด็ (laccolith) เป็ นต้น

แบบจําลองแสดงการเกิดโครงสร้างการแทรกดนั ของแมกมาใต้
พนื ้ ผวิ โลกในอดีต
ตอ่ มาถกู กระบวนการธรณีแปรสณั ฐานยกพนื ้ ท่ีให้สงู ขนึ ้ และถกู กดั
กร่อนพนื ้ ผวิ ด้านบนออกไป

(4รูป)ภเู ขาทเี่ กิดจากโครงสร้างจากการแทรกดนั ของแมกมา

225

ความลาดเอยี ง ความชนั (slope)
คือ คา่ ท่ีบอกถึงความลาดเอยี ง
http://physicstool.blogspot.com/2014/07/slope.html หรือความสงู ชนั ของเส้นกราฟ
คา่ ความชนั ยง่ิ มากนนั้
แสดงถงึ ระดบั ความลาดเอยี ง
หรือความสงู ชนั ยิ่งมาก

จากรูปท่ี 1 จะได้

รูปที่ 1 การหาคา่ ความชนั ของกราฟเส้นตรง

รูปท่ี 2 การหาคา่ ความชนั ของกราฟเส้นโค้ง

226

หลกั การฮวงจ้ยุ

https://bit.ly/3j2sUMt
http://www.bareo-isyss.com/56/56_howto_fengshui_01.html

1. “ปากวั ” 8 เหลย่ี ม บอกพลงั แฝงท้ัง 8 ทศิ

ปากัวคืออะไร?
ปากัวคือรูปสัญลักษณ์ 8 เหล่ียมท่ี

บอกพลังแฝงทงั้ 8 ทศิ ว่ามี
คุณลักษณะยงั ไง
เป็ นธาตอุ ะไร

มีอทิ ธิพลกับใครบ้าง

แผนผงั ปากวั (Bagua Energy Map)
เป็นหลกั เบือ้ งต้นของการจดั วางฮวงจ้ยุ

โดยแผนผงั นจี ้ ะมีรูปร่างเป็ นแปดเหลยี่ ม
ปรากฎครัง้ แรกในตาํ ราอจี ้ ิงของจนี เมื่อหลายพนั ปี กอ่ น

โดยจะมีการกําหนดความหมายของทิศต่างๆ ไว้แตกตา่ งกนั (ดภู าพประกอบ)

เช่น ช่ือเสยี ง ความรํ่ารวย สขุ ภาพ/ครอบครัว ความรู้ อาชีพ
การเดินทาง/ผ้สู นบั สนนุ ความคดิ สร้างสรรค์/ลกู หลาน และความรัก

227

ทิศเหนอื : โชคลาภ เงินทอง การงาน
ทศิ ใต้ : ช่ือเสยี ง ลาภยศ
ทิศตะวนั ออก : โชคลาภ สขุ ภาพ
ทิศตะวนั ตก : ครอบครัว ชีวติ คู่ ลกู หลาน
ทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื : การเลา่ เรียนแสวงหาความรู้ สตปิ ัญญา
ทศิ ตะวนั ออกเฉียงใต้ : เงินทอง ความคดิ สร้างสรรค์
ทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนอื : ทปี่ รึกษา คนอปุ การะ ผ้สู นบั สนนุ
ทิศตะวนั ตกเฉียงใต้ : ความรัก ความสมั พนั ธ์ และความสงบสขุ
ภายในครอบครัว

แผนผงั นี ้ได้รับการดดั แปลงเพ่ือให้งา่ ยตอ่ การใช้งาน
เป็ นสเี่ หลยี่ มแบง่ เป็ นเก้าช่อง
โดยแตล่ ะชอ่ งก็จะแทนแตล่ ะทิศ
ซง่ึ มคี วามหมายประจําทศิ
และช่องตรงกลางกเ็ ป็ นตําแหนง่ ของตวั เราเอง
(ดตู ารางภาพประกอบ)

โดยการใช้แผนผงั ปากวั นี ้
จะเริ่มจากการนาํ เอาแปลนบ้าน
มาวางโดยให้ประตทู างเข้าหน้าบ้าน
ตรงกบั แนวเส้นด้านลา่ งของตาราง
จากนนั้ ก็ขยายตารางให้ครอบคลมุ แปลนบ้าน
ทงั้ ด้านข้างและด้านบน
จากนนั้ ก็อา่ นคา่ (ดภู าพด้ายซ้าย)
ดวู า่ ห้องแตล่ ะห้องของคณุ ตรงกบั ตําแหนง่ ไหน
และมีความหมายอยา่ งไรบ้าง

228

ทงั้ นี ้บ้านบางหลงั หรือห้องชดุ บางแหง่ แตก่ ็ไมใ่ ช่วา่ บ้านทม่ี แี ปลนแบบอ่ืนๆ
อาจจะไมใ่ ช่รูปสเ่ี หลย่ี มผนื ผ้า หรือสเี่ หลย่ี มจตรุ ัส ทไี่ มใ่ ช่สเ่ี หลยี่ มจะแยไ่ ปเสยี ทงั้ หมด
(แปลวา่ แปลนบ้านท่ดี ีในความหมายของฮวงจ้ยุ เพราะอนั ที่จริงแล้ว แผนผงั ปากวั นยี ้ งั เป็ นแคห่ ลกั กว้างๆ
มกั จะเป็ นรูปสเ่ี หลย่ี ม) และฮวงจ้ยุ ยงั ต้องดใู นเรื่องอ่นื ๆ ท่เี ก่ียวข้องอกี มากมาย
ซงึ่ จะทาํ ให้พนื ้ ที่บางสว่ นอาจจะเกินออกมา นนั่ หมายถึงวา่
บ้านของคณุ จะให้พลงั งานทางด้านนนั้ มากเป็ นพิเศษ
แตห่ ากพนื ้ ทดี่ ้านนนั้ ขาดหายไป
ก็จะหมายถงึ วา่ พลงั งานด้านนนั้ ลดลงไป เป็ นต้น

วธิ ีใช้ปากวั ในการเสริมฮวงจ้ยุ นนั้
เม่อื วางทาบกบั แบบแปลนของบ้าน
เราก็จะรู้แล้ววา่ แตล่ ะสว่ นในบ้านนนั้ เป็ นธาตอุ ะไร
หรือควรจะหาสง่ิ ของใดมาเสริมธาตตุ รงสว่ นนนั้ ๆ

สมมติวา่ ถ้าประตหู ลกั ทางเข้าบ้านนนั้
ตงั้ อยทู่ างทิศใต้ และธาตปุ ระจาํ ทิศใต้ก็คือ ธาตไุ ฟ
ดงั นนั้ วธิ ีเสริมก็คอื หาสงิ่ ของทแ่ี สดงถงึ ธาตไุ ฟหรือธาตไุ ม้
เพราะธาตไุ ม้เป็ นธาตทุ สี่ ง่ เสริมให้ธาตไุ ฟ
ยกตวั อยา่ งเชน่ โคมไฟสอี อกแนวโทนแดง
หรือ ต้นไม้ทม่ี ีดอกสแี ดง เป็ นต้น

229

จากรูปภาพตวั อยา่ งด้านบน
การวางผงั ทศิ ทงั้ แปดลงบนแปลนบ้าน
ประตอู ยทู่ ศิ เหนอื
ดงั นนั้ การเสริมพลงั งานดคี ือเสริมด้วยธาตนุ าํ ้
หรือธาตทุ อง เช่นเคร่ืองเงินทสี่ ะท้อนแสงแวววาว
หรือรูปปัน้ โลหะรูปทรงโค้งมนสวยงามสะดดุ ตา

230

นอกจากตาํ แหนง่ ตา่ งๆ ของบ้านท่ไี ด้รับผลกระทบ
จากความหมายของทศิ ตา่ งๆ แล้ว
เรายงั ต้องคํานงึ ถงึ สมดลุ ของหยนิ และหยางอกี ด้วย
โดยหยนิ และหยางจะเป็ นสงิ่ ทีอ่ ยใู่ นตวั ของคนทกุ คนอยา่ งแยกไมอ่ อก
โดยบางคนอาจจะมพี ลงั ทางด้านหยินมาก
ในขณะทีบ่ างคนก็อาจจะมีพลงั ทางด้านหยางมากเช่นกนั

แตไ่ มว่ า่ อยา่ งไร การทม่ี พี ลงั ทางด้านใดมากเกินไป
ก็จะทาํ ให้ขาดความสมดลุ
ดงั นนั้ เราจึงจําเป็ นท่จี ะต้องสร้างความสมดลุ ของหยินและหยางให้เหมาะสม
ทงั้ นี ้เราสามารถเติมวสั ดทุ ่มี คี วามเป็ นผ้ชู าย
เชน่ หนงั แท้ ลงในห้องท่ีมคี วามเป็ นผ้หู ญิงมากเกินไป
ลดความแขง็ กระด้างของเฟอร์นเิ จอร์ ด้วยผ้ามา่ นท่หี นานมุ่
ใช้แจกนั ดอกไม้หรือต้นไม้ เพอื่ ชว่ ยลดเส้นตรงหรือลวดลายเรขาคณิตได้
ลดความรกรุงรงั ของพืน้ ทวี่ างของ ด้วยพนื ้ ทว่ี า่ งเพ่ือพกั สายตา เป็นต้น

แตล่ ะบริเวณพนื ้ ทขี่ องแตล่ ะทิศนนั้ ถ้าหากมคี วามสะอาด และความสมบรู ณ์
จะสง่ ผลดีตอ่ บคุ คลประจําทศิ นนั้ ๆ
แตถ่ ้าหากพนื ้ ท่ีสกปรก หรือชํารุด
จะกลบั กลายเป็ นสง่ ผลร้ายตอ่ บคุ คลประจําทศิ นนั้ ๆแทน

และหลกั การตอ่ ไปทีจ่ ะพดู ถงึ ก็คอื หลกั 5 ธาตุ ซง่ึ ธาตทุ งั้ ห้านี ้
จะประกอบไปด้วย ไฟ ดิน โลหะ (บางตาํ รา เรียกวา่ ธาตทุ อง) นาํ ้ และไม้
ซงึ่ ธาตทุ งั้ ห้านจี ้ ะมีความสมั พนั ธ์ซงึ่ กนั และกนั
โดย ธาตไุ ฟจะให้กําเนดิ ธาตดุ ิน ธาตดุ นิ ให้กําเนดิ ธาตโุ ลหะ
ธาตโุ ลหะจะให้กําเนิดธาตนุ าํ ้ และธาตนุ าํ ้ จะกอ่ ให้เกิดธาตไุ ม้

ในขณะเดียวกนั ธาตทุ งั้ ห้าก็จะหกั ล้างกนั เอง
โดย ธาตไุ ฟจะละลายธาตทุ อง ธาตทุ องจะทําลายธาตไุ ม้
ธาตไุ ม้จะทําลายธาตดุ นิ ธาตดุ นิ จะทําลายธาตนุ าํ ้ และธาตนุ าํ ้ ก็จะดบั ไฟ เช่นกนั

โดยหลกั ห้าธาตนุ ี ้แม้วา่ จะเป็ นหลกั พนื ้ ฐาน แตก่ ม็ คี วามลกึ ซงึ ้ และสาํ คญั มาก

231

ทงั้ นี ้บ้านทด่ี ีไมใ่ ชว่ า่ จะมเี พยี งธาตใุ ดธาตหุ นงึ่ หรือสองธาตเุ ทา่ นนั้
แตบ่ ้านท่ีดจี ําเป็ นต้องมีธาตทุ งั้ ห้าอยคู่ รบถ้วน
และมที งั้ สว่ นท่ีเกือ้ กลู กนั เพ่อื ให้เกิดสงิ่ ทด่ี แี ก่การอยอู่ าศยั ของสมาชิกครอบครัวโดยภาพรวม
และหกั ล้างกนั เพอ่ื ชว่ ยกนั ลดข้อเสยี ของธาตทุ ี่ไมถ่ กู โฉลกกบั เจ้าบ้านด้วยเช่นกนั

2. แผนผังปากัว (Bagua) กบั โต๊ะทางาน
https://bit.ly/3nSngA7

ตวั ชว่ ยในการเสริมฮวงจ้ยุ โต๊ะทาํ งานให้ถกู หลกั ของเราคอื
แผนผงั ปากวั (Bagua)
แผนผงั เชิงสญั ลกั ษณ์เกี่ยวกบั การทาํ งานของจกั รวาล
โดยเราจะใช้หลกั 8 ทศิ ของแผนผงั ปากวั
สาํ หรับการจดั ฮวงจ้ยุ โต๊ะทํางาน
แผนผงั ปากวั จะแบง่ เป็ น 8 ทศิ
โดยไลจ่ ากทางซ้ายไปขวาและวนรอบทิศ
เลอื กจดั โต๊ะได้ตามทศิ ที่ต้องการได้เลย
การจดั โต๊ะตามแผนผงั ปากวั
จะทําให้เจ้าของโต๊ะเกิดพลงั แหง่ ปัญญา
และประสบผลสาํ เร็จอยา่ งงา่ ยดาย ดงั นี ้

232

ทศิ แหง่ ความอดุ มสมบรู ณ์ ควรวางเครื่องคิดเลข และต้นไม้
ทศิ แหง่ ช่ือเสยี ง ควรวางโคมไฟ
ทศิ แหง่ ความสมั พนั ธ์ ควรวางภาพครู่ ัก หรือวางแจกนั ใสด่ อกกหุ ลาบแดง 2 ดอก
ทิศแหง่ ความคดิ สร้างสรรค์ ควรวางกลอ่ งใสอ่ ปุ กรณ์เครื่องเขียน
ทิศแหง่ ผ้ชู ว่ ย ควรวางโทรศพั ท์
ทศิ แหง่ การงานและอาชีพ ควรวางคอมพวิ เตอร์ หรือโน้ตบ๊กุ
ทศิ แหง่ ความรู้ ควรวางหนงั สอื
ทศิ แหง่ ครอบครัว ควรวางกลอ่ งพสั ดลุ ายดอกไม้

233

3.ธาตุประจานักษตั ร https://bit.ly/2TbfYsZ

ในตําราฮวงจ้ยุ มธี าตทุ ่ไี ว้ใช้อ้างองิ อยทู่ งั้ หมด 5 ธาตุ ได้แก่ ธาตนุ าํ ้ และจากรูป วธิ ีการดคู วามสมั พนั ธ์ให้ลองสงั เกตท่ีลกู ศรชนั้ ในสดุ กอ่ น
ธาตไุ ม้ ธาตไุ ฟ ธาตดุ ิน และธาตทุ อง ซงึ่ แตล่ ะธาตกุ ็จะมคี ณุ สมบตั ิ ซง่ึ จะได้ความสมั พนั ธ์ตามนี ้
สง่ เสริมหรือหกั ล้างกนั เป็ นวฏั จกั ร
“นาํ ้ ชนะไฟ ไฟชนะทอง ทองชนะไม้ ไม้ชนะดนิ ดินชนะนาํ ้ ”

หรือถ้าเราสงั เกตทล่ี กู ศรชนั้ นอก
ความสมั พนั ธ์ก็จะเป็ นอกี อยา่ งตามนี ้

“นาํ ้ ทาํ ให้เกิดไม้ ไม้ทําให้เกดิ ไฟ ไฟทําให้เกิดดิน ดินทาํ ให้เกิดทอง
ทองทําให้เกิดนาํ ้ ”

234

235

และเมือ่ เรารู้วา่ ธาตไุ หนสง่ เสริม ธาตไุ หนหกั ล้างกนั แล้ว

คราวนเี ้ราจะมาเชค็ กนั วา่ ปี นกั ษัตรประจําปีเกิด
เดอื นเกิด วนั เกิด ยามเกิด ของเรานนั้ เป็ นธาตอุ ะไรกนั บ้าง

มหี ลายเว็บไซต์สาํ หรับตรวจดวงชะตา
ให้เลอื กตามความชอบใจ เชน่

http://www.henghengheng.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=525685&Ntype=11

https://sinsae.net/preview/destiny/destiny.aspx

https://www.tiantekpro.com/set-horoscope.aspx

นักษัตร ธาตุ อริกบั นักษัตร องศาประจานักษัตร
352.5-7.5
ชวด ธาตนุ าํ ้ มะเมยี 22.5-37.5
52.5-67.5
ฉลู ธาตดุ ิน มะแม 82.5-97.5
112.5-127.5
ขาล ธาตไุ ม้ วอก 142.5-157.5
172.5-187.5
เถาะ ธาตไุ ม้ ระกา 202.5-217.5
232.5-247.5
มะโรง ธาตดุ นิ จอ 262.5-277.5
292.5-307.5
มะเสง็ ธาตไุ ฟ กนุ 322.5-337.5

มะเมยี ธาตไุ ฟ ชวด

มะแม ธาตดุ ิน ฉลู

วอก ธาตทุ อง ขาล

ระกา ธาตทุ อง เถาะ

จอ ธาตดุ ิน มะโรง

กนุ ธาตนุ าํ ้ มะเสง็

236

https://www.facebook.com/Daystar7/photos/a.1196611750407547/1267431639992224

237

4.การดูเร่ืองสมพงศ์และภาคแี ปรธาตุ
4.1 สมพงศ์ธาตุ

ปรัชญาตะวนั ออกของชนชาวจีน ทกี่ ลา่ วขานถงึ ตํานานของหมมู่ วลสรรพสตั ว์ทงั้ หลาย
มดี ้วยกนั 12 ชนดิ ที่มีความสมั พนั ธ์เช่ือมโยงถงึ กนั รักใคร่ ชอบพอ ดีตอ่ กนั ดตี อ่ ใจ
มีลกั ษณะเหมอื นคหู่ ู เจอหน้าเป็นพนั ธมิตร เออื ้ อาทร เออื ้ อารีตอ่ กนั

4.2 สมพงศ์นกั ษตั ร (ตารางบนขวา-ราศลี า่ ง)

238

4.3 ไตรทศิ มี 4 กลมุ่
-ไตรทิศเหนือ (กนุ ชวด ฉล)ู ธาตนุ าํ ้
-ไตรทิศตะวนั ออก (ขาล เถาะ มะโรง) ธาตไุ ม้
-ไตรทิศใต้ (มะเสง็ มะเมยี มะแม) ธาตไุ ฟ
-ไตรทิศตะวนั ตก (วอก ระกา จอ) ธาตทุ อง

4.2 หลกั การไตรภาคี นกั ษัตร ชวด(หน)ู , มะโรง(งใู หญ่) และวอก(ลงิ )
แปรสภาพเป็ น ธาตุ " นาํ ้ "
ในบรรดา 12 นกั ษตั ร จะมกี ารแบง่ กลมุ่ เพ่ือนรัก
อยดู่ ้วยกนั ออกเป็ น 4 กลมุ่ ใหญ่ๆ (อ้างองิ : ตามรูปในแนวตงั้ ) นกั ษัตร ฉล(ู ววั ), มะเสง็ (งเู ลก็ ) และระกา(ไก)่
ซง่ึ แตล่ ะนกั ษัตร จะมีพลงั งานของธาตทุ งั้ 5 ธาตุ แปรสภาพเป็ น ธาตุ " ทอง "
ประจําตวั นกั ษัตรตวั นนั้ ๆ
โดยอ้างองิ มาจากตาํ ราดวงจีน ทเ่ี ราเรียกวา่ " วิชาโป๊ ยย่สี เ่ี ถยี ว " นกั ษัตร ขาล(เสอื ), มะเมยี (ม้า) และจอ(หมา)
แปรสภาพเป็ น ธาตุ " ไฟ "
กลมุ่ เพือ่ นนกั ษัตรทงั้ 4 กลมุ่ เจอหน้ากนั จะมีการแปรเปลยี่ นสภาพ
พลงั งานเป็ น ธาตแุ ตล่ ะชนิดดงั นี ้ นกั ษัตร เถาะ(กระตา่ ย), มะแม(แพะ) และกนุ (หม)ู
แปรสภาพเป็ นธาตุ " ไม้ "

239

หมายเหตุ : พลงั งาน " ธาตดุ ิน " จะเป็ นพลงั งานที่แฝงอยใู่ นกลมุ่
เพอ่ื นทงั้ 4 กลมุ่ จะไมแ่ ยกตวั ออกมาโดดเดน่ แบบธาตทุ งั้ 4

เมอ่ื พลงั งานธาตแุ ปรเปลย่ี นได้
เราสามารถทจ่ี ะนําเอาสภาพพลงั งานที่ผนั แปรนี ้
มาชว่ ยเหลอื เกือ้ กลู ให้เราสามารถปรับแตง่ ฮวงจ้ยุ ได้
ตามต้องการ
https://www.facebook.com/1426098680781033/photos/a.1426359770754924/1442418622482372/

240

4.3 สามหมวด ห้าธาตุ

http://tiantek.net/Learn35.aspx

4.4 ดินหยาง ดนิ หยนิ

http://www.fengshuitown.com/fengshui/destiny-3.htm
https://bit.ly/2HbpV7b

241

4.5 ราศีแฝง หรือกง่ิ ซ่อน

https://medium.com/@QiMenAlchemy/canggan-97696191765b

4.6 การนับนักษตั รบนฝ่ ามอื (แบบ 1)

https://www.picuki.com/media/1805589320348712107

242

ลกั ษณะภูเขาห้าธาตุ

https://horoscope.thaiza.com/content/124498/

https://www.pinterest.com/pin/83035186855565486/
ภเู ขาท่ตี งั้ อยใู่ กล้บริเวณอาคารบ้านเรือนโดยเฉพาะในระยะทสี่ ายตาสามารถมองเหน็ ได้

ยอ่ มสง่ ผลดรี ้ายตอ่ ผ้อู ยอู่ าศยั ในอาคารบ้านเรือนนนั้ ๆ
แตกตา่ งกนั ไปตามลกั ษณะธาตขุ องภเู ขาทตี่ งั้ อยู่ คือ

243

- ภเู ขาธาตดุ นิ หากตงั้ อยใู่ กล้อาคารบ้านเรือนจะสง่ ผลดีอยา่ งมากตอ่ ผ้ทู ําการค้า
เป็ นภเู ขาทมี่ รี ูปทรงสเ่ี หลยี่ ม โดยเฉพาะกิจการอสงั หาริมทรัพย์ วสั ดกุ อ่ สร้าง การกอ่ สร้าง
ไมค่ อ่ ยมคี วามสงู มากนกั และยอดจะตดั แบนราบ การค้าหยก การค้าเคร่ืองเคลอื บดนิ เผา

การทาํ เหมืองแร่ ไฟแนนซ์ ธุรกิจท่ีเก่ียวข้องกบั รถยนต์ หรือเคร่ืองจกั รตา่ งๆ
การทาํ เหมอื งแร่ การค้าแร่ หรือผลติ ภณั ฑ์ที่เกี่ยวกบั โลหะ

สาํ นกั งานทนายและกฎหมาย

ทาํ งานการเมอื งการปกครอง

- ภเู ขาธาตทุ อง หากตงั้ อยใู่ กล้อาคารบ้านเรือนจะสง่ ผลดีตอ่ ข้าราชการ นกั การเมอื ง
เป็ นภเู ขาทีม่ ีสว่ นของยอดเขา ธรุ กิจทีเ่ ก่ียวข้องกบั รถยนต์ โลหะภณั ฑ์
เป็ นลกั ษณะโค้งเป็ นครึ่งวงกลม ธรุ กิจที่เกี่ยวข้องกบั เครื่องจกั ร เหมืองแร่ การค้าแร่ การขดุ เจาะ
การขายเคร่ืองดนตรี การเลน่ ดนตรี

และธรุ กิจอน่ื ๆ เชน่ ธุรกิจการเงิน การทอ่ งเทยี่ ว การขนสง่
การเดนิ เรือ กะลาสเี รือ การค้าขายอาหารทะเล อาหารแชแ่ ขง็
ธุรกิจท่เี กี่ยวข้องกบั การขายนาํ ้ หรือผลติ ภณั ฑ์จากนาํ ้
ร้ านขายเครื่องด่ืม

244

- ภเู ขาธาตนุ าํ ้ หากตงั้ อยใู่ กล้อาคารบ้านเรือน
เป็ นภเู ขาที่มยี อดโค้งมนคล้ายรูปครึ่งวงกลม จะสง่ ผลดีตอ่ กจิ การทีต่ ้องใช้สมอง
แตม่ ีหลายๆ รูปเรียงตอ่ เน่ืองกนั ใช้ไหวพริบ และต้องตน่ื ตวั โดยเฉพาะ
เชน่ การซือ้ ขายเงินตรา การเลน่ ห้นุ
การทอ่ งเท่ยี ว การประมง กะลาสเี รือ อาหารทะเล
การจดั จําหนา่ ยและการขนสง่ ร้านขายเคร่ืองดมื่
การค้านาํ ้ และผลติ ภณั ฑ์จากนาํ ้

นอกจากนยี ้ งั สง่ ผลดใี ห้กบั ธุรกิจอน่ื ๆ
อีกเช่น การเกษตร การค้าสนิ ค้าเกษตร ผลไม้ สมนุ ไพร
โรงพยาบาลและคลนิ กิ ร้านตดั เสอื ้ ผ้า
ร้านขายอาหารเจ โรงงานกระดาษ สาํ นกั พิมพ์

ศนู ย์วฒั นธรรม ศนู ย์ศาสนา ศนู ย์ศิลปะ เคร่ืองใช้ในบ้าน

- ภเู ขาธาตไุ ม้ หากตงั้ อยใู่ กล้อาคารบ้านเรือนจะสง่ ผลดีตอ่ การเกษตรกรรม
เป็ นภเู ขาท่มี ีสว่ นยอดเขา การค้าไม้และผลติ ภณั ฑ์จากไม้ เคร่ืองใช้ในบ้าน
เป็ นลกั ษณะคอ่ นข้างสงู การเพาะปลกู ผลไม้ สมนุ ไพร ร้านขายอาหารเจ
และมสี ว่ นยอดเขาเป็ นรูปโค้งมน ร้านตดั เสอื ้ ผ้า เคร่ืองแตง่ กาย โรงพยาบาลและคลนิ ิก คลนิ ิกจิตแพทย์
เป็ นคร่ึงวงกลม ศนู ย์วฒั นธรรม ศนู ย์ศาสนา งานศลิ ปะและวรรณคดี

กิจการอปุ กรณ์ไฟฟ้ าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ อปุ กรณ์แสง สี เสยี ง
เคร่ืองสาํ อาง เครื่องประดบั
กิจการวดั สายตาประกอบแวน่
การค้าเชือ้ เพลงิ ป๊ัมนาํ ้ มนั
งานโฆษณา นกั พดู นกั ปาฐกถา

245

- ภเู ขาธาตไุ ฟ หากตงั้ อยใู่ กล้อาคารบ้านเรือนจะสง่ ผลเสยี ตอ่ กิจการตา่ งๆ
เป็ นภเู ขาท่มี ยี อดเขาเป็ นรูปสามเหลย่ี ม ทําให้สญู เสยี ทรัพย์สนิ เงินทอง
มีแตเ่ รื่องวติ กทกุ ข์ร้อน มกี ารทะเลาะเบาะแว้งกนั อยปู่ ระจํา
และรวมทงั้ เกิดอบุ ตั ิเหตขุ นึ ้ บอ่ ยๆ
ได้รับผลกระทบทาํ ให้ตกตาํ่ เสยี หายคอ่ นข้างมาก

แตเ่ หมาะสมกบั กิจการธาตไุ ฟ
กิจการทเ่ี ก่ียวข้องกบั เชือ้ เพลงิ หรือวสั ดทุ ตี่ ดิ ไฟ ได้แก่ ร้านขายสรุ า
เคร่ืองสาํ อาง งานโฆษณา เครื่องใช้ไฟฟ้ าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์

หรือกิจการธาตดุ นิ ได้แก่การค้าเครื่องหยก เคร่ืองเคลอื บดนิ เผา วสั ดุ
กอ่ สร้าง การกอ่ สร้าง การเกษตร การค้าเคร่ืองประดบั ธุรกิจที่เกี่ยวกบั
อสงั หาริมทรัพย์

https://www.yingpook.com/blogs/world/10-best-in-argentina

246

http://www.modernfs.com/watermountain.htm หน้านา้ หลงั ภูเขาดจี ริงหรือ

http://www.modernfs.com/watermountain_2.htm

ทกุ คนคงเคยได้ยนิ ซนิ แสรุ่นเก่าหรือญาติผ้ใู หญเ่ ชือ้ สายจีนรุ่นเกา่ ๆ
พดู ถึงหลกั ฮวงจ้ยุ ทดี่ ีวา่ จาํ เป็ นต้องมดี ้านหน้าของบ้านหรือทพ่ี กั อาศยั เป็ นแมน่ าํ ้ หรือทะเลสาบ
และด้านหลงั ของบ้านหรือท่ีพกั อาศยั เป็ นเนนิ เขาหรือภเู ขาสงู
จะเป็ นท่มี าของความเจริญรุ่งเรืองทงั้ ในเรื่องของโชคลาภ อาํ นาจ สขุ ภาพ และ ความสมั พนั ธ์
เป็ นที่มาท่ีทาํ ให้เราทกุ คนต้องพบกบั ความยากลาํ บากในการหาบ้านหรือท่พี กั อาศยั ที่มชี ยั ภมู ิในแบบดงั กลา่ ว
เพราะเราคงต้องย้ายบ้านไปอยทู่ ท่ี ะเลหรือเชิงเขาเทา่ นนั้ จงึ จะสามารถหาทําเลทม่ี ีชยั ภมู ดิ งั กลา่ วได้
เพราะจากสภาพสงั คมและสง่ิ แวดล้อมปัจจบุ นั ทไ่ี ด้เปลยี่ นไปเป็ นวตั ถนุ ยิ มนนั้
ทําให้เราสญู เสยี ความเป็ นธรรมชาติดงั กลา่ วไป

แท้จริงแล้วในศาสตร์ฮวงจ้ยุ นนั้
ได้แบง่ รูปแบบของพลงั งานในขนั้ ต้น
ออกเป็ นสองรูปแบบตาม“อภิมหาปรัชญาหยนิ หยาง”
หรือ “อจี ้ ิง คมั ภรี ์แหง่ การเปลย่ี นแปลง” (I CHING – The book of change)
ได้แก่พลงั งานรูปแบบทเ่ี ป็ นหยิน (Yin) และ พลงั งานรูปแบบทเ่ี ป็ นหยาง (Yang)
โดยพลงั งานรูปแบบทเี่ ป็ นหยินนนั้ เป็ นพลงั งานงานทช่ี อบสภาพสงบน่งิ หนกั สงู ใหญ่ ไมเ่ คลอ่ื นไหว
เพราะหยินนนั้ มคี วามหมายเก่ียวกบั ความสงบ ความหยดุ นงิ่ ผ้หู ญิง ความมดื กลางคนื พระจนั ทร์
หรือ ขวั้ กระแสแมเ่ หลก็ ลบ เป็ นต้น

สว่ นพลงั งานรูปแบบทเ่ี ป็ นหยางนนั้
เป็ นพลงั งานทชี่ อบสภาพเคลอ่ื นไหว โปร่ง โลง่ ตํา่
เพราะหยางนนั้ มีความหมายเกย่ี วกบั ความเคลอ่ื นไหว ผ้ชู าย ความสวา่ ง กลางวนั พระอาทติ ย์
หรือ ขวั้ กระแสแมเ่ หลก็ ขวั้ บวก เป็ นต้น

247

ดงั นนั้ เม่อื ซินแสในสมยั โบราณ
ต้องการพดู ถงึ สงิ่ ที่เป็ นหยนิ ทม่ี ีความเกยี่ วข้องกนั ทงั้ ด้านฮวงจ้ยุ และสถาปัตยกรรมศาสตร์
จงึ ได้มกี ารนาํ “ภเู ขา” ซง่ึ เป็ นสง่ิ ทม่ี คี วามสงบนงิ่ ท่ีสดุ และสงู ใหญ่ ไมเ่ คยเปลยี่ นแปลง มาอ้างองิ
และ เมื่อต้องการพดู ถึงสง่ิ ทเี่ ป็ นหยาง
จึงได้มกี ารนาํ เอา “แมน่ าํ ้ ” ซง่ึ เป็นสงิ่ ท่มี คี วามเคลอ่ื นไหวมากทีส่ ดุ มาอ้างองิ
ดงั นนั้ “แมน่ าํ ้ ” และ “ภเู ขา” จึงเป็ นเครื่องมอื ในการจดั ฮวงจ้ยุ ในลาํ ดบั ต้นๆทซ่ี นิ แสในสมยั โบราณได้ใช้กนั มา

ซินแสในยคุ ปัจจบุ นั สามารถหาได้ทงั้ กระแสลมจากธรรมชาติ,

จึงต้องมกี ารประยกุ ต์การหารูปแบบของพลงั หยาง กระแสลมทถี่ กู ลากผา่ นมาโดยรถยนตร์

แบบใหมๆ่ ขนึ ้ มาแทนการใช้แมน่ าํ ้ กระแสลมทล่ี ากผา่ นมาโดยคน

จากทเ่ี ราได้รู้หลกั การวา่ พลงั งานในรูปแบบทเ่ี ป็ นหยาง หรือ กระแสลมที่ถกู ประดษิ ฐ์ขนึ ้ มา

นนั้ ต้องการสภาพเคลอ่ื นไหว เช่น จากพดั ลม เครื่องปรับอากาศ นาํ ้ พุ โอง่ นาํ ้ ล้น บอ่ ปลา หรือ ต้ปู ลา

ดงั นนั้ สงิ่ ทท่ี ดแทนความเคลอื่ นไหวนอกจากแมน่ าํ ้ นนั้ หรือพดู ง่ายๆวา่ เราต้องการ “จดุ จ่ายกระแส” ให้เข้ามาที่บ้านของเรานน่ั เอง

เพราะ “ฮวง” นนั้ แปลวา่ ลม

หากเราไมส่ ามารถสมั ผสั ถึงกระแสอากาศหรือลมในบ้านเราได้

ถือวา่ บ้านเรามฮี วงจ้ยุ ท่ไี มด่ ี

ดงั นนั้ ในสภาพสงั คมและสงิ่ แวดล้อมปัจจบุ นั

เราจะมองหา ช่องลม ลานโลง่ ถนน จดุ ตดั ทางแยก

ได้งา่ ยกวา่ การหาแมน่ าํ ้ จริงๆ

248

สว่ นการหาสภาพทเ่ี หมาะกบั พลงั งานทเี่ ป็ นหยนิ นนั้ เราต้องการสภาพสงบนิง่ สงู ใหญ่
ดงั นนั้ สงิ่ ท่ีทดแทนความสงบนง่ิ นอกจากภเู ขานนั้
เราสามารถหาได้ทงั้ บ้านหรืออาคารสงู เนินดินภายในสวน
เฟอร์นิเจอร์หนกั ๆภายในสวน
หรือ เฟอร์นิเจอร์หนกั ๆภายในบ้าน
เพราะสงิ่ ดงั กลา่ วทีไ่ ด้ยกตวั อยา่ งไปนนั้
เป็ นสง่ิ ที่สามารถขวางกระแสอากาศภายนอกไมใ่ ห้เข้ามาที่บ้านได้
หรือ ให้เข้ามาไหลเวยี นภายในบ้านในพนื ้ ทๆ่ี ต้องการความสงบนง่ิ ได้ไมส่ ะดวกมากนกั
ซงึ่ เราสามารถหาชยั ภมู ใิ นรูปแบบดงั กลา่ วได้งา่ ยกวา่ ชยั ภมู ภิ เู ขาจริงๆ

อยา่ งไรกต็ ามเรายงั ไมไ่ ด้สรุปวา่ การมีแมน่ าํ ้ หน้าบ้านและภเู ขาหลงั บ้านเป็ นสง่ิ ทด่ี ีหรือไม่
เราเพยี งแคร่ ู้วา่ ไมจ่ ําเป็ นต้องไปหาชยั ภมู ทิ เี่ ป็ นแมน่ าํ ้ จริงๆหรือภเู ขาจริงๆเสมอไป
เพราะหลกั วิชาฮวงจ้ยุ นนั้ สนใจในเรื่องรูปแบบของพลงั งานที่เป็ นหยนิ หรือหยางเป็ นสาํ คญั
สว่ นการท่ีแมน่ าํ ้ อยหู่ น้าบ้านและภเู ขาอยหู่ ลงั บ้านนนั้ จะดีหรือไม่
ขนึ ้ อยกู่ บั ศาสตร์ฮวงจ้ยุ ในด้านองศาทศิ ทาง (Compass Theory Fengshui)

จากทเี่ ราได้ทราบแล้ววา่ สภาพของชยั ภมู ทิ เี่ ป็ น “นาํ ้ ” นนั้
ถือวา่ มสี ภาพเคลอื่ นไหวหรือมคี วามเป็ นหยาง
สว่ นสภาพชยั ภมู ทิ ี่เป็ น “ภเู ขา” นนั้ ถือมีวา่ สภาพสงบนงิ่ หรือมคี วามเป็ นหยิน
สภาพชยั ภมู ิทมี่ คี วามเป็ นหยินและหยางคอ่ นข้างสมบรู ณ์
จึงเป็ นชยั ภมู ทิ ีม่ คี วามสาํ คญั ในศาสตร์ฮวงจ้ยุ เป็ นอยา่ งมาก
เม่อื เทยี บกบั ชยั ภมู ิชนิดอืน่ ๆ

โดยในปัจจบุ นั นนั้ ซนิ แสจะประยกุ ต์ในการใช้สภาพของ “ถนน” แทนชยั ภมู ิของ “แมน่ าํ ้ ”
เพราะถนนมีสภาพเคลอ่ื นไหวสงู และมีรถยนต์เป็ นสงิ่ ทลี่ ากกระแสลมมาหาทพี่ กั อาศยั
สง่ิ ปลกู สร้าง หรือร้านค้าของเรา
หรือแม้กระทง่ั ใช้ “กระแสลมจากธรรมชาติ” ที่พดั มาตามฤดกู าล
ร่วมกบั การประยกุ ต์สภาพชยั ภมู ใิ ห้สามารถรับกระแสได้ดี ก็ถือวา่ เป็ นสภาพชยั ภมู ิแทน “แมน่ าํ ้ ” ได้

249

สว่ นการหาชยั ภมู ิ “ภเู ขา” นนั้
ซนิ แสจะใช้การประยกุ ต์เอาสงิ่ กอ่ สร้างที่สงู ใหญ่
เช่น บ้านข้างเคยี ง หรือ อาคารสงู ทสี่ ามารถบงั ลมไมใ่ ห้พดั ผา่ นเข้ามาสทู่ ่พี กั อาศยั ของเราได้
เมื่อชยั ภมู ินนั้ ต้องการความสงบน่ิงหรือความเป็ นหยินสงู
ซงึ่ การใช้สภาพชยั ภมู ติ า่ งๆเหลา่ นี ้
จําเป็ นต้องได้รับการประเมนิ จากซนิ แสทม่ี ปี ระสบการณ์ในการจดั ฮวงจ้ยุ

อยา่ งไรก็ตามการจดั ฮวงจ้ยุ ในขนั้ สงู นนั้
ต้องใช้การจดั ”ชยั ภมู ”ิ (Location Feng Shui)
ร่วมกบั “พลงั ปราณ หรือ องศาทศิ ทาง” (Compass Feng Shui)
ดงั นนั้ การทีเ่ ราพจิ ารณาการวางตําแหนง่ “แมน่ าํ ้ ” ทดี่ ้านหน้าบ้าน และ “ภเู ขา” ทด่ี ้านหลงั บ้าน
ไมเ่ ป็ นสงิ่ ทีถ่ กู ต้องเสมอไปในหลกั ฮวงจ้ยุ ในขนั้ ท่สี งู ขนึ ้ ไป

โดยในบางองศาทิศทาง
การวางตําแหนง่ แมน่ าํ ้ ด้านหน้าบ้านและภเู ขาหลงั บ้านนนั้
สามารถนาํ มาซงึ่ ความเจริญรุ่งเรืองทงั้ ในด้านโชคลาภ สขุ ภาพ และ ความสมั พนั ธ์

ขณะเดยี วกนั ในบางองศาทิศทางนนั้
การวางตําแหนง่ แมน่ าํ ้ ด้านหน้าบ้านและภเู ขาหลงั บ้านนนั้
สามารถนาํ มาได้ซงึ่ ความล้มเหลวทงั้ ในธุรกิจหน้าท่กี ารงาน ไปจนถึงชีวิตครอบครัวเลยท่เี ดยี ว

ระบบดาวเหิน สาํ หรับศาสตร์ฮวงจ้ยุ ในระบบดาวเหิน (Xuan Kong Flying Star)
ซงึ่ เป็ นศาสตร์ฮวงจ้ยุ ในเชิงพลงั ปราณ หรือ องศาทิศทาง
(Xuan Kong ท่ีซนิ แสทม่ี ชี ่ือเสยี งในระดบั โลกทงั้ ในฮอ่ งกง สงิ คโปร์ และ มาเลเซยี นนั้
Flying Star) ใช้ในการให้คาํ ปรึกษาได้แบง่ การวางตาํ แหนง่ ของ “นาํ ้ ” และ “ภเู ขา” ออกเป็ น 4 รูปแบบด้วยกนั ได้แก่

250


Click to View FlipBook Version