The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunny Strong, 2020-11-12 05:48:52

Flipfab_GEOfengshui_finland

Flipfab_GEOfengshui_finland

ที่ประทบั ของพระนางชสู ไี ทเฮาก็มลี กั ษณะดงั กลา่ ว
มกี ารจดั สวนไว้ ณ บริเวณกลางทป่ี ระทบั
ซงึ่ แนน่ อนยอ่ มมคี วามวจิ ิตรสวยงามอยา่ งยงิ่

การสร้างบ้านของคนจีน จะเหน็ ได้วา่

ได้ศกึ ษาธรรมชาติ ทิศ ฤดกู าลและทําเลท่ตี งั้ อยา่ งลกึ ซงึ ้
ฤดหู นาวบ้านก็อนุ่ ป้ องกนั ลมหนาวได้
ครัน้ ถึงฤดรู ้อน ฤดฝู น ก็อยไู่ ด้สบายเชน่ เดยี วกนั

ลกั ษณะบ้านเชน่ นชี ้ าวจีนรุ่นแรกๆที่อพยพเข้ามาในสมยั รัตนโกสนิ ทร์
และตงั้ ถิ่นฐานอยู่บริเวณถนนเยาวราช ราชวงศ์ เจริญกรงุ
เม่ือสร้างฐานะมน่ั คงก็นยิ มสร้างบ้านตามแบบของบ้านในประเทศจีน
หรือตามฮวงจ้ยุ อนั เป็ นความเชื่อและวถิ ีชีวิตทีป่ ฏิบตั สิ บื ตอ่ กนั มา

101

ฮวงจ้ยุ กบั ความเช่ือของชาวจนี

ฮวงจ้ยุ นอกจากจะเป็ นองคค์ วามรู้ทางด้านวทิ ยาศาสตร์ธรรมชาตสิ ง่ิ แวดล้อม
และความสมั พนั ธ์ระหวา่ งมนษุ ยก์ บั ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมแล้ว

ฮวงจ้ยุ ยงั เป็ นองค์ความรู้ด้านปรัชญาและความเชื่อของคนจีนทเ่ี กยี่ วกบั จกั รวาล
พลงั ทเี่ ร้นลบั เหนือธรรมชาตทิ สี่ ามารถเปลยี่ นแปลงสรรพสงิ่ ได้
คนก็อยใู่ ต้อทิ ธิพลของพลงั อํานาจดงั กลา่ ว
ความเชื่อนมี ้ ีพนื ้ ฐาน ทมี่ าคอื

1. พนื้ ฐานแนวความคดิ จากลทั ธิเต๋า

เตา๋ เป็ นลทั ธิทถ่ี ือวา่ ตนเป็ นสว่ นหนงึ่ ของธรรมชาติ
การเปลย่ี นแปลงทเี่ กดิ ขนึ ้ เสมอมาอยา่ งเป็ นวฎั จกั ร
เป็ นกระบวนการทเี่ กิดจากสงิ่ ทม่ี คี ณุ สมบตั ติ รงข้ามกนั ให้กําเนดิ ซง่ึ กนั และกนั
องค์รวมของทงั้ หมดเกิดจากเอกภาพทส่ี มดลุ

จากความเชื่อนฮี ้ วงจ้ยุ ก็คอื ความรู้ในการแสวงหาความสมดลุ
จงทาํ ให้เกิดดลุ ภาพให้สอดคล้องกลมกลนื กบั ธรรมชาติ

การศกึ ษาเร่ือง หยิน-หยาง และช่ี เพื่อแนะนํามนษุ ย์ให้กระทําสง่ิ ใดๆให้กลมกลนื กบั ธรรมชาติ

2. พนื้ ฐานแนวความคดิ จากกฎของหยินและหยาง

จกั รพรรดิ์จีนโบราณ ช่ือ ฝ-ู ซี เป็ นผ้กู ลา่ วถงึ หยิน และ หยาง ไว้ในคมั ภีร์อจี ้ ิง
กลา่ วถงึ จกั รวาล ธรรมชาติ สรรพสง่ิ ล้วนมีการเปลยี่ นแปลงอยเู่ สมอ
หยินและหยางเป็ นต้นเหตแุ หง่ สรรพสง่ิ ฮวงจ้ยุ
ถือวา่ พลงั หยนิ และหยาง เป็ นพลงั ตรงข้ามท่คี กู่ นั สลบั การเปลยี่ นแปลง สง่ เสริมซง่ึ กนั และกนั

หยนิ มกั แทนด้วยความมืด สดี าํ ความตาย ความไมด่ ี หญิง (ฮวงจ้ยุ รูปลกั ษณ์ หมายถงึ เสอื ขาว)
สว่ น หยาง แทนด้วย ความสวา่ ง พระอาทติ ย์ ชาย (ฮวงจ้ยุ รูปลกั ษณ์ หมายถงึ มงั กรเขยี ว)

102

3. พนื้ ฐานแนวคดิ เรื่อง ช่ี พลงั แห่งชีวติ

เมอื่ สรรพสงิ่ รวมอยใู่ นเตา๋ หยนิ และหยางรวมกนั เป็ นเตา๋
ช่ีเป็ นพลงั จกั รวาล
ชี่ เป็นพลงั ทีก่ ระจายอยู่กบั สภาพทกุ สรรพส่ิง
เปรียบดงั พลงั ชวี ิต (ลมหายใจแหง่ มงั กร)
ช่ีจึงมคี วามหมายเป็ น 2 นยั คอื

3.1 หมายถึงจกั รวาล ประกอบด้วย ลม แก๊ส พลงั งาน

3.2 หมายถึง ช่ีของมนษุ ย์ คือ ลมหายใจ รัศมีภายในบคุ คล กิริยามารยาทและพลงั งาน ทําให้มนษุ ย์เคลอ่ื นไหว

ช่ี ในมนษุ ย์ ถ้าไหลเวยี นคลอ่ ง หมายถงึ สขุ ภาพทางกายและสขุ ภาพทางจิตดี

ชี่ ในธรรมชาติ ทางฮวงจ้ยุ จะพจิ ารณาทาํ เล ท่ีตงั้
หากพลงั ช่ีทดี่ สี ะสมมากขนึ ้
พลงั จกั รวาล ช่ี ก็จะก่อให้เกิดความสขุ ความอดุ มสมบรู ณ์ ร่ํารวย มเี กียรตยิ ศ ชื่อเสยี ง

4. พนื้ ฐานแนวความคดิ เกยี่ วกบั ธาตุท้งั 5 และดวงดาว

เร่ืองธาตทุ งั้ 5
ชาวจีนมคี วามเชื่อวา่ ธาตทุ งั้ 5
เป็ นสว่ นประกอบของ สรรพสงิ่ คอื ดิน นาํ ้ ไฟ ทอง และไม้

สว่ นดาวมี 9 ดวง
ดาวจะสมั พนั ธ์กบั ธาตทุ งั้ 5
ดาวจึงมีอิทธิพลทงั้ ด้านสง่ เสริมและทาํ ลายธาตทุ งั้ 5 ได้ด้วย

103

เรื่องของดาว ธาตทุ งั้ 5 นี ้
สมั พนั ธ์กบั ชะตาชีวติ ของคน
สมั พนั ธ์กบั ทศิ ฤดู ซง่ึ กลายเป็ นวชิ าโหราศาสตร์

ในทางฮวงจ้ยุ ถือวา่ เป็ น ภมู ิโหราศาสตร์เลยทเี ดยี ว
เพราะในการหาทต่ี งั้ ทาํ เลทอี่ ยอู่ าศยั หรือท่ที าํ ธรุ กิจ
จะต้องนาํ ดวงชะตาชีวติ มาเกย่ี วข้องกบั การตรวจสอบทําเลหรือสถานทปี่ ระกอบกนั

5. พนื้ ฐานแนวความคดิ เร่ืองทศิ ท้งั 8

แนวความคดิ เรื่องทศิ ทงั้ 8 นมี ้ าจากความเชื่อเร่ืองจกั รวาล
เรื่องเทหวตั ถบุ นฟ้ าวา่ เคลอื่ นท่ีตามกฎหรือตวั เลขท่ีแนน่ อน
สวรรค์ โลก มนษุ ย์ ธรรมชาติยอ่ มมคี วามเช่ือมโยงซง่ึ กนั และกนั
เช่ือกนั วา่ ธรรมชาติกาหนดทิศ
ฟ้ าดินกาหนดคณุ สมบตั ิของทิศ

ความสมั พนั ธ์เกี่ยวข้องกบั หยินและหยาง
และเขยี นออกเป็ นสญั ลกั ษณ์ คือ หยางแทนด้วยเส้นเตม็ เส้นหนง่ึ (---- )
หยินแทนด้วยเส้นขาด (- -)

สองเส้นเมื่อนาํ มาประกบกนั (หยนิ และหยาง) จะกลายเป็ นรูปสามเหลยี่ ม

ซงึ่ มคี วามหมายวา่
ธรรมชาตกิ ําเนดิ ทศิ ฟ้ าดนิ กําหนดคณุ สมบตั ิของทศิ ดงั ท่ีแสดงทศิ ทงั้ 8 ไว้ดงั นี ้
(ละเอยี ด ศลิ าน้อย 2530:32)

Qian (เฉียน) ทิศใต้ หมายถงึ สวรรค์
Kun (คนุ ) ทศิ เหนอื หมายถงึ โลก (ดิน)
Li (หล)ี ทิศตะวนั ออก หมายถงึ ไฟ
Kan (ขา่ น) ทิศตะวนั ตก หมายถงึ นาํ ้
Zhen (เจิน้ ) ทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนือ หมายถงึ เสยี งฟ้ าร้อง
Dui (เตวย่ ) ทิศตะวนั ออกเฉียงใต้ หมายถึง ทะเลสาบ หรือ มหาสมทุ ร
Gen (เกิน้ ) ทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนือ หมายถงึ ภเู ขา
Xun (ซวน่ิ ) ทศิ ตะวนั ตกเฉยี งใต้ หมายถงึ ลม

104

เส้นเตม็ และเส้นขาดแสดงทิศทงั้ 8

เมื่อทาํ เส้นเตม็ ------ และเส้นขาด - - อนั หมายถงึ หยินและหยาง
แสดงทศิ ทงั้ 8 รวมถงึ ความเก่ียวพนั กบั ธรรมชาตแิ ละชะตาชีวิตของคน
เป็ นการเช่ือมโยงจกั รวาล เข้ากบั ชะตาชีวติ ของมนษุ ย์
แสดงถงึ เครื่องหมายแหง่ พลงั อํานาจอนั เข้มแขง็
ตอ่ มามกี ารนาํ มา ดดั แปลงกลายเป็ นรูป 8 เหลยี่ ม
เป็ นเคร่ืองรางป้ องกนั อทิ ธิพล เสนยี ดจญั ไรและความชว่ั ร้ายตา่ งๆ
เรียกวา่ ยนั ต์ปากวั (สาํ เนียงแต้จิ๋วออกเสยี ง โป๊ ยขว่ ย)

105

สญั ลกั ษณ์หรือยนั ต์นเี ้ก่ียวข้องกบั ฮวงจ้ยุ ซง่ึ จะกลา่ วตอ่ ไปนี ้

6. พนื้ ฐานแนวคิดบูชาบรรพบุรุษ

วิญญาณมี 3 ดวง ความเช่ือเรื่องวิญญาณและการบชู าบรรพบรุ ุษของชาวจีน
มีมากอ่ นลทั ธิเตา๋ และศาสนาขงจอื ้
ชาวจีนเชื่อวา่ คนตายไปแล้วแตว่ ญิ ญาณคงอยู่

ดวงที่ 1 อยกู่ บั ร่างทหี่ ลมุ ฝังศพ (ซวั จงึ )
ดวงท่ี 2 อยทู่ ี่แผน่ ป้ ายบรรพชนทบ่ี ชู าท่ีบ้าน
ดวงที่ 3 (หนุ ) อยอู่ ีกโลกหนงึ่ อาจอยบู่ นสวรรค์

การบชู าบรรพบรุ ุษเกิดจากความเช่ือทวี่ า่
เม่อื ปฏิบตั ิตอ่ บรรพบรุ ุษดแี ละถกู ต้องสมา่ํ เสมอ
บรรพบรุ ุษก็จะค้มุ ครอง ชว่ ยเหลอื ทําให้ร่ํารวยมคี วามสขุ

เร่ืองบชู าบรรพบรุ ุษและหาทาํ เลที่สร้างทฝ่ี ังศพจึงเป็ นเร่ืองทีส่ าํ คญั ทเ่ี รียกวา่ ฮวงจ้ยุ คนตาย หรือ ฮวงซุ้ย ซง่ึ ไมก่ ลา่ วไว้ ณ ทนี่ ี ้

106

ฮวงจุ้ยพระราชวงั ต้องห้าม

https://www.facebook.com/hot.fengshui/posts/1443234545742799/

จกั รพรรดหิ ยง่ เลอ่ ซง่ึ เป็ นโอรสองค์ที่ 4 ของหมงิ ไทจ่ ่ฮู ่องเต้
(หรือจหู ยวนจาง-กษัตริย์องค์แรกแหง่ ราชวงศ์หมงิ )
ได้ย้ายเมอื งหลวงจากหนานกงิ มาอยทู่ ีก่ รุงปักก่ิง และสร้างพระราชวงั ต้องห้ามแหง่ นขี ้ นึ ้
ซง่ึ พระองค์มีความตงั้ ใจวา่ จะให้เป็ นพระราชวงั ท่ีโออ่ า่ ยงิ่ ใหญ่ และดที ี่สดุ เทา่ ทเ่ี คยมีมา
เพ่อื เสริมสร้างพระราชอาํ นาจให้กบั ตวั เองและราชวงศ์
จงึ ได้รวบรวมองค์ความรู้และสรรพวชิ าในด้านตา่ งๆขนั้ สงู สดุ
ผ้คู นนบั แสน และชา่ งผีมือชนั้ เลศิ อีกหลายพนั ทว่ั แผน่ ดิน มาสร้างพระราชวงั แหง่ นี ้
ใช้เวลา 14 จงึ แล้วเสร็จ

ประวตั ิศาสตร์บนั ทกึ วา่ พระองค์ให้ความสาํ คญั
กบั การสร้างพระราชวงั แหง่ นมี ้ าก
จึงเสดจ็ ตรวจเย่ยี มการกอ่ สร้างด้วยพระองค์เอง

เป็นทีร่ ู้กนั ว่าองค์ความรู้และวิชาชน้ั สูงต่างๆ
ลว้ นถูกเก็บรวบรวมไวใ้ นพระราชวงั
หนึ่งในนน้ั ก็คือวิชาฮวงจุ้ย

วิชาฮวงจ้ยุ มตี ้นกําเนิดมาจากจีนสบื ทอดมาหลายพนั ปี
จกั รพรรดิองค์อน่ื ๆก็ใช้กนั หมดเพอื่ ความรุ่งเรืองของตวั เองและบ้านเมือง
มีหรือทีห่ ย่งเล่อฮ่องเต้ ผ้ทู ีป่ รารถนาความย่ิงใหญ่จะไมใ่ ช้ส่ิงทด่ี ีทสี่ ดุ เพ่อื ตวั เองบ้าง
ดงั นนั้ พระราชวงั ต้องห้ามแหง่ นี ้
จึงถกู สร้างขนึ ้ มาตามหลกั ฮวงจ้ยุ ชนั้ สงู ของจริงทกุ ประการ
จงึ ถือได้วา่ โมเดลฮวงจ้ยุ ชนั้ เลศิ และดีท่ีสดุ ก็คือท่พี ระราชวงั ต้องห้ามของจีนแหง่ นนี ้ เ่ี อง

ปรมาจารย์ฮวงจ้ยุ ในอดตี ใช้วิชาอะไร
ในการจดั วางและสร้างพระราชวงั แหง่ นขี ้ นึ ้ มา

107

วชิ าฮวงจ้ยุ ชนั้ สงู ตงั้ แตอ่ ดตี มา
ถกู แบง่ แยกออกเป็ น 2 สายหลกั ด้วยกนั ก็คอื สายซาฮะ และ สายซาํ ง้วน
(เสมือนหนง่ึ เป็ นหยนิ -หยางทถี่ กู สร้างมาคกู่ นั )

ฮวงจุ้ยทง้ั 2 สายนีต้ ่างมีจดุ เด่นจดุ ดอ้ ยเฉพาะของตวั เองทีแ่ ตกตา่ งกนั ออกไป
แตท่ รงประสทิ ธิภาพในการจดั วางเทา่ กนั
เพ่ือให้ฮวงจ้ยุ ของสถานทแ่ี หง่ นีท้ รงประสทิ ธิภาพและยง่ิ ใหญ่ทสี่ ดุ

พระราชวงั ต้องห้าม
จงึ ถกู สร้างขนึ ้ ด้วยหลกั การของทงั้ สองวชิ านผี ้ สมผสานร่วมกนั
ในแตล่ ะสว่ น แตล่ ะด้านท่ีแตกตา่ งกนั ออกไปอยา่ งลงตวั
เช่น รูปลกั ษณ์อาคาร /ชยั ภมู ิทาํ เลท่ตี งั้ /
รูปแบบผงั การจดั วางอาคาร /องศาทศิ ทางทต่ี งั้ วงั /
ทิศทางการไหลของนาํ ้ / ตาํ แหนง่ นาํ ้ เข้า-นาํ ้ ออกของวงั /
ตาํ แหนง่ ของฮ่องเต้ / สดั สว่ นหรือมาตราสว่ นของการวางวงั เป็ นต้น

เพือ่ ก่อเกิดความสมดลุ และสมบรู ณ์สงู สดุ ของฮวงจ้ยุ
ในการสง่ เสริมพระราชอาํ นาจขององคฮ์ อ่ งเต้
และการปกครองประเทศให้เจริญรุ่งเรืองอยา่ งยาวนาน

ซง่ึ เป็ นนยั ยะที่ไปทีม่ าวา่ อกี อยา่ งหนง่ึ วา่
ทําไมหลอ่ แก (หรือเขม็ ทศิ จีน) เกอื บทกุ ตวั ที่ถกู สร้างขนึ ้ ตงั้ แตอ่ ดตี มาจนถึงปัจจบุ นั นี ้
ถึงถกู บรรจไุ ว้ด้วย 2 วิชานี ้(ซาฮะ และ ซาํ ง้วน) เป็ นมาตรฐานหลกั เอาไว้
ก็เพราะทงั้ 2 สายวชิ านเี ้ป็ นวชิ าฮวงจ้ยุ ท่แี ท้จริง
และใช้จดั วางให้กบั พระราชวงั ของจีนและสถานทีส่ าํ คญั ตา่ งๆของจีน
ตงั้ แตส่ มยั อดีตมานบั พนั ปี

108

ซงึ่ แก่นแท้แหง่ หลกั วชิ าของทงั้ 2นพี ้ อจะสรุปได้ดงั นี ้

1.วชิ าฮวงจุ้ยซาฮะ

- ใช้ทิศทาง 24 ขนุ เขา
- ใช้หลกั การไตรภาคี
- ใช้วงฟ้ า-วงคน-วงดนิ ในการจดั วาง
- ใช้หลกั การ 5 ธาตุ 3 วฏั จกั ร
- ใช้ 10 ราศฟี ้ า 12 นกั ษตั ร เป็ นต้น

ดงั นนั้ ฮวงจ้ยุ ใดกต็ ามทใี่ ช้ วิชาดวงจีน
เพือ่ ให้รู้วา่ ตวั เองเป็ นธาตอุ ะไร และธาตอุ ะไรเป็ นธาตทุ ีส่ ง่ เสริมตอ่ ดวงชะตา
แล้วไปเลอื กบ้านใน 24 ขนุ เขาตามธาตทุ ตี่ วั เองต้องการ
จากนนั้ ก็จดั บ้านด้วยวงฟ้ า-วงคน-วงดิน
ก็คือกระบวนการสว่ นหนงึ่ ของวิชาฮวงจ้ยุ สายซาฮะนนั้ เอง
(แตว่ ิชาซาฮะนนั้ มีหลายระดบั )
ซงึ่ วชิ าสายซาฮะนี ้
มีจํานวนชนั้ ในวงหลอ่ แกมากตงั้ แต่ 10กวา่ ๆ
จนถึงหลายสบิ วง ซงึ่ ขนึ ้ กบั ความละเอียดของระดบั วชิ าทใี่ ช้

2.วชิ าฮวงจุ้ยซาง้วน

- ใช้ทศิ ทาง 64 ทิศ
- ใช้หลกั การของไท้เก็ก
- ใช้หลกั ของผงั ดวงดาวและระบบเล้ง-ซวั -เหี่ยง-จ้ยุ ในการจดั วาง
- ใช้หลกั การคธู่ าตุ ของธาตทุ งั้ 5
- ใช้ขว่ ยเป็ น ข/่ี ขี่/ยคุ เป็ นต้น

สว่ นฮวงจ้ยุ ใดก็ตามท่ใี ช้วชิ าดวงขว่ ย
เพอ่ื ให้รู้วา่ ดวงตวั เองนนั้ ต้องใชข่ ว่ ยไหนแบบ ข/่ี ข่/ี ยคุ ในการสง่ เสริมดวงชะตา
จากนนั้ จงึ ไปเลอื กขว่ ยทต่ี ้องการใน 64 ทิศทาง
จากนนั้ ก็จดั บ้านด้วยผงั ดาวทงั้ 64 ผงั ก็คือกระบวนการสว่ นหนงึ่ ของสายซาํ ง้วนนนั้ เอง
(ซง่ึ วิชาซาํ ง้วนก็มีหลายระดบั เชน่ กนั
แตจ่ ํานวนชนั้ ในวงหลอ่ แกของสายวิชานี ้
โดยทว่ั ไปมกั จะมีน้อยกวา่ ในสายซาฮะ)

109

ซงึ่ ซินแสในเมืองไทยสว่ นใหญ่ 95%
จะใช้วิชาดวงจีนและเลอื กบ้านโดยใช้ 24 ขนุ เขา (หลกั การของซาฮะ)
แตก่ ลบั ไปจดั บ้านและกระต้นุ นาํ ้ พดุ ้วยผงั ดาว 9 ยคุ แบบเฮีย่ งคง
(เรียกอีกอยา่ งวา่ วิชาคาํ นวนพลงั ปราณ) ซงึ่ เป็ นวชิ าพนื ้ ฐานของสายซาํ ง้วน
เอาทงั้ 2 มายําปนๆกนั และแทบจะไมไ่ ด้ใช้วงในหลอ่ แกเลย
จงึ ทาํ ให้คนเรียนฮวงจ้ยุ ในรูปแบบนี ้
ไมส่ ามารถอธิบายหลกั การชนั้ สงู ที่ซอ่ นอยใู่ นพระราชวงั ของจีนได้เลย

ฉะนนั้ ผ้ทู ่ีจะศกึ ษาฮวงจ้ยุ ชนั้ สงู อยา่ งทอ่ งแท้จากทงั้ 2 สายวชิ านเี ้ทา่ นนั้
จึงจะสามารถอธิบาย แยกแยะการจดั วางฮวงจ้ยุ ของพระราชวงั ต้องห้ามนไี ้ ด้
และการเรียนฮวงจ้ยุ ทกุ ครงั้ ควรได้เรียนวชิ าที่อยใู่ นหลอ่ แก
และสามารถอธิบายเช่ือมโยงรายละเอียดหลกั การของวชิ าให้เข้ากบั การจดั วางของพระราชวงั ต้องห้ามนไี ้ ด้
เพราะเป็ นโมเดลฮวงจ้ยุ ท่ีถือวา่ สมบรู ณ์แบบท่สี ดุ

แตถ่ ้าหากมี
1. หลกั วชิ าฮวงจ้ยุ ใดขดั แย้งกบั พระราชวงั จีน
2. ซนิ แสคนไหนบอกวา่ ฮวงจ้ยุ พระราชวงั จีนแย่ หรือไมไ่ ด้ใช้หลกั การจากทงั้ 2 วชิ านี ้
โดยไมม่ กี ารตีแผห่ ลกั การของทงั้ 2 วิชานใี ้ ห้ชดั เจน
และนําหลกั การของวชิ าทตี่ วั เองสอน
เช่น วชิ าคาํ นวนพลงั ปราณ (ดาว 9 ยคุ เฮ่ียงคง)
มาหกั ล้างหรืออธิบายให้เข้ากบั การจดั วางของพระราชวงั จีนได้
ก็แสดงวา่ มว่ั ไมน่ า่ เช่ือถือ
และสมองคงจะกลวงทกี่ ล้าดถู กู ปรมาจารณ์ฮวงจ้ยุ ในอดตี วา่
"จดั วางฮวงจ้ยุ พระราชวงั ซง่ึ เป็ นจดุ สาํ คญั ที่สดุ แหง่ อาณาจกั รจีนนี ้ผิดในจดุ หลกั ๆ"
น่ยี งั แสดงให้เห็นวา่ ดถู กู ตําราฮวงจ้ยุ ในวงั วา่ ไมด่ ไี มถ่ กู ต้องอีกด้วย

หากมีสงิ่ เหลา่ นเี ้กิดขนึ ้
เราก็ไมค่ วรไปเรียนหรือเสยี เวลาศกึ ษาด้วยเพราะเป็ นความรู้ที่ไมจ่ ริง
หากแม้แตพ่ ระราชวงั ต้องห้ามของจีน ซง่ึ เป็ น จดุ เป็นจดุ ตายของประเทศ
เป็ นจดุ ทค่ี นสาํ คญั ที่สดุ ของอาณาจกั รอาศยั อยู่
และเป็ นแหลง่ เก็บรวบรวมองคค์ วามรู้ชนั้ สงู ของจีน
ยงั ไมใ่ ชฮ่ วงจ้ยุ ท่ีดเี ลศิ แถมยงั มฮี วงจ้ยุ จดุ หลกั ๆทผ่ี ิดเสยี อกี
และไมส่ ามารถเช่ือถือนํามาเป็ นโมเดลต้นแบบของฮวงจ้ยุ ได้
เรากค็ วรเผาตาํ ราและเลกิ เช่ือในศาสตร์นกี ้ นั ให้หมด

110

พระราชวงั ต้องห้ามของจนี คอื รูปแบบการจดั วางฮวงจุ้ยทสี่ มบูรณ์ทสี่ ุด

https://www.facebook.com/hot.fengshui/posts/1450201958379391/

แตค่ ําถามท่พี บมากก็คอื ในเมือ่ ดีทีส่ ดุ แล้วทําไมราชวงคจ์ ีนถงึ อยไู่ มไ่ ด้
คําถามนีส้ ว่ นใหญ่มกั จะได้ยนิ จากผ้ทู ่ีเพ่ิงศกึ ษาฮวงจ้ยุ ใหมๆ่
หรือผ้ทู ีย่ งั สบั สนในระบบวิชาและไมเ่ ข้าใจในสจั ธรรมแหง่ ระบบ ฟ้ า-คน-ดนิ ในโหราศาสตร์จีน
จะเฉลยวา่ เป็ นเพราะอะไร
แตก่ อ่ นอ่ืนต้องเข้าใจกอ่ นวา่ ฮวงจ้ยุ ทาํ งานอยา่ งไร
โบราณาจารย์ทา่ นเปรียบฮวงจ้ยุ ของสถานท่ตี า่ งๆ
ซงึ่ ตงั้ อยคู่ นละทศิ ทางองศาที่แตกตา่ งกนั ใน 360 องศา
ไว้วา่ เสมือนดินชนดิ ตา่ งๆทมี่ ีแร่ธาตสุ ารอาหารอดุ มสมบรู ณ์แตกตา่ งกนั
มนษุ ย์เราทกุ คนมรี ูปดวง ยาม-วนั -เดอื น-ปี เกิดที่แตกตา่ งกนั
ซงึ่ กเ็ สมอื นหนง่ึ เป็ นเมลด็ พนั ธ์พุ ชื ท่ตี า่ งกนั

“พืชต้องปลกู ให้ถกู ดนิ ฉนั ใด
คนเรากต็ ้องอาศยั อยใู่ นฮวงจ้ยุ บ้านทม่ี ีทิศทางองศาถกู ต้องกบั รูปดวงชะตาของเรา
ถึงจะเจริญรุ่งเรืองดีฉนั นนั้ ”

"พืชแตล่ ะชนิดไมส่ ามารถปลกู ได้ทกุ ทีท่ กุ ดนิ ฉนั ใด
เราทกุ คนก็ไมส่ ามารถเจริญรุ่งเรืองในสถานทเ่ี ดยี วกนั ได้หมดฉนั นนั้ "
แม้วา่ ดินจะวเิ ศษสกั ปานใด ฮวงจ้ยุ จะเลอเลสิ ขนาดไหน
หากต้นไม้ไมถ่ กู กบั ดิน
ดวงคนไมเ่ ข้ากบั สถานทก่ี ็ไมม่ ีทางเจริญรุ่งเรืองดีได้
นค่ี อื วถิ ีแหง่ ธรรมชาติ

111

เม่อื ได้เมลด็ พนั ธ์แุ ละดนิ ดแี ล้ว
ก็ต้องปลกู ให้ถกู ต้องตามฤดกู าลด้วยต้นไม้นนั้ ถงึ จะงอกงาม
(ข้าว ผกั ผลไม้ ก็ต้องปลกู ชว่ งฤดกู าลของมนั )
ฉะนนั้ แล้วฤกษ์ในการจดั ฮวงจ้ยุ ก็ควรมเี ป็ นอยา่ งย่งิ ละเลยมไิ ด้

เมื่อองค์ประกอบฟ้ า (ฤกษ์ยาม)-คน (ดวงคน)-ดิน(ฮวงจุ้ย) ครบถูกตอ้ ง
แสงเรืองรองเป็นสีทอง สรรพส่ิงจึงงอกเงย

คราวนกี ้ ลบั มาดตู อ่ วา่
แล้วการเสอ่ื มของราชวงศ์จีนมเี หตทุ ี่ตรงไหน

พระราชวงั ต้องห้ามของจีน
ถกู ตงั้ ขนึ ้ ท่ีประมาณ 358 องศา (หลงั พงิ ทิศเหนอื หน้าหนั สทู่ ศิ ใต้)
ซง่ึ ผ้ทู ี่เรียนฮวงจ้ยุ ขนั้ สงู มาในวชิ าซาฮะ ซาํ ง้วน และจงฮะ มาเทา่ นนั้ จึงจะทราบวา่ องศานดี ้ ีท่สี ดุ
ทรงประสทิ ธิภาพที่สดุ ของทงั้ 3 วชิ าร่วมกนั
(อธิบายตา่ งกนั แตส่ รุปลงเหมือนกนั )
เปรียบเป็ นดนิ ทอี่ ดุ มสมบรู ณ์ที่สดุ ก็วา่ ได้
ซงึ่ ตามหลกั ชยั ภมู ทิ ําเลท่ตี งั้ สภาพอากาศของประเทศจีน
ร่วมกบั รูบแบบการจดั วางและองศาท่ีใช้ตงั้ วงั
แสดงให้วา่ พระราชวงั แหง่ นี ้
ฮวงจ้ยุ ดถี กู ต้องสมบรูณ์ตามตําราขนั้ สงู ทวี่ า่ ไว้

ทิศทางท่ี 358 องศานี ้ใช้วชิ าฮวงจ้ยุ เชน่

1. บ้าน 8 ทิศ (8 ทศิ 8 ปฏิกิริยา)
อสรู ผสี งิ ประธาน หมอเทพ... ซง่ึ แบง่ การตงั้ บ้านออกเป็ น 8 ทศิ ทิศละ 45 องศาซงึ่ คอ่ นข้างกว้าง

2. วิชาดาว 9 ยคุ เฮย่ี งคง,
วิชาคาํ นวณพลงั ปราณ,
วชิ าพลงั ดีร้ายแหง่ การเวลา,
วิชาดาวเหินสวรรค์
(วชิ าเดียวกนั แคต่ า่ งชื่อเรียก) แบง่ บ้านออกเป็ น 24 ทิศ ทิศละ 15 องศา
ตงั้ อาคารบ้านเรือนได้หมดใน 15 องศานี ้

112

แม้จะแบง่ เป็ นดาวตรงกบั ดาวเอยี ง ก็ไมส่ ามารถระบุได้อยดู่ ี
และหลกั การของวชิ านจี ้ ะตงั้ บ้านที่ 0 หรือ 360 องศาซงึ่ ขดั กบั ของพระราชวงั อยดู่ ี

วิชาพนื ้ ฐานเหลา่ นี ้ไมส่ ามารถอธิบายได้วา่
ทําไมต้องตงั้ ท่อี งศานี ้เพราะตรรกะวชิ าไมไ่ ด้ละเอยี ดขนานนนั้
และวชิ าเหลา่ นกี ้ ็ไมไ่ ด้ถกู บบรจลุ งในหลอ่ แกมาตรฐานขนั้ สงู อีกด้วย

ในเม่ือฮวงจ้ยุ ของวงั ไมไ่ ด้มปี ัญหา
แสดงวา่ รูปดวงของฮอ่ งเต้กบั วงั นมี ้ ีปัญหา เปรียบเสมอื นต้นไม้ไมถ่ กู กบั ดิน

หากย้อนกลบั ไปศกึ ษาประวติ ศิ าสตร์จะพบวา่
ดวงของฮอ่ งเต้องค์ไหนทถี่ กู ต้องเหมาะสมกบั ทศิ ทางของพระราชวงั
ยคุ ๆนนั้ ก็จะรุ่งเรืองเฟ่ืองฟู
สามารถจดั การบริหารประเทศได้อยา่ งยาวนาน
มพี ระราชอาํ นาจได้ดี
สร้างรากสร้างฐานให้กบั ลกู หลานของตวั เองสบื ไปภายหน้าได้

แตห่ ากดวงชะตาไมถ่ กู กบั วงั
หรือรูปดวงถกู ผลกระทบจากทิศทางท่อี ยู่
ประเทศชาติก็จะไมม่ นั่ คง เกิดเหตรุ ้ายบอ่ ยครัง้
ฮ่องเต้ไมม่ ีอาํ นาจ การจดั การบริหารยา่ํ แย่ ประชาชนไมพ่ อใจ
ก็เป็ นเหตใุ ห้ราชวงศ์ตกตาํ่ เสอื่ มถอย

เมือ่ เหตกุ ารณ์เช่นนี ้
เกิดขนึ ้ หลายๆรุ่นสบื มา หรือเกิดขนึ ้ หนกั ๆและรุนแรงในยคุ ๆนนั้
ก็เป็ นเหตใุ ห้ราชวงศ์ถกู ผดั เปลย่ี นไป เป็ นวฏั จกั รเป็ นของธรรมดา
หน้าประวตั ศิ าสตร์จีนร่วมหลายพนั ปี จงึ มหี ลายราชวงศ์สบั เปลยี่ นหมนุ เวยี นกนั ขนึ ้ ปกครอง
แตโ่ ลกเจริญขนึ ้ ทกุ วนั เทคโนโลยแี ละแนวคดิ ก็ทนั สมยั ขนึ ้ เรื่อยๆ

เมือ่ สนิ ้ สดุ ฮอ่ งเต้ปยู ี (กษัตริย์องศ์สดุ ท้ายของจีนย้อนไปเม่ือ 100 ปีกอ่ น)
และระบบกษัตริย์แบบจีนโบราณ

113

ก็ไมไ่ ด้รับการยอมรับจากยคุ สมยั ทีพ่ ฒั นา
จีนจงึ กลายเป็ นระบบคอมมิวนิสต์จนถงึ ปัจจบุ นั

เฉกเชน่ เดยี วกบั ธุรกิจการค้าจากรุ่นสรู่ ุ่น
หากดวงชะตาของลกู ทีส่ บื กจิ การถกู โฉลกกบั บ้านและอาชีพทที่ ํากย็ งั ดาํ เนนิ รุ่งเรืองตอ่ ไปได้
แตถ่ ้าหากไมถ่ กู ก็มอี นั ต้องเลกิ ลาหรือตกตา่ํ ลงเป็ นของธรรมดา

คําถามตอ่ มาคือเมื่อรู้แบบนแี ้ ล้ว
ทาํ ไมไมผ่ า่ คลอด และเลอื กคนทถี่ กุ ต้องมาสบื ราชวงศ์ตอ่

สมยั พนั ปี หรือหลายร้อยปี กอ่ นไมไ่ ด้มเี ทคโนโลยีผา่ คลอดได้เหมอื นปัจจบุ นั นี ้
ฉะนนั้ ทกุ คนจึงออกมาตามธรรมชาติของตน

ฮอ่ งเต้มีลกู ชายหลายคนก็จริงอยู่
ตามจารีตประเพณี กฏมณเฑยี รบาล ความเหมาะสม และประวตั ศิ าสตร์ท่ีผา่ นมา
ลกู คนชายคนโตมกั สบื ตอ่ จากพอ่
การปลดพต่ี งั้ น้องเป็ นคนสบื แทน สร้างความขดั เคือง
สงครามและความวนุ่ วายในบ้านเมืองมาโดยตลอด
ดงั จะเหน็ ในหน้าประวตั ศิ าสตร์ของจีน

ด้วยเหตนุ สี ้ รรพสง่ิ จงึ หมนุ เวียนตามวาระของแตล่ ะคน
สว่ นเร่ืองระบบฤกษ์การใช้นนั้ จะพเิ ศษแตกตา่ งจากปรกติทวั่ ไป
แตช่ ีใ้ ห้เห็นวา่ หากฤกษ์ยามไมด่ ี คงไมส่ บื ตอ่ ยาวนานปกครองประเทศได้หลายรุ่นหลายหลายร้อยปี
หวงั วา่ บทความนจี ้ ะทาํ ให้ผ้ศู กึ ษาโหราศาสตร์จีนทกุ ทา่ น
เข้าใจหลกั การความเป็ นไปทีแ่ ท้จริงของหลกั ฮวงจ้ยุ
ท่ีอยใู่ นพระราชวงั ต้องห้ามของจีนวา่
“ชีวติ คนสนั้ แตฮ่ วงจ้ยุ นนั้ ยนื ยาว
และทําให้มีนกั ทอ่ งเทีย่ วกวา่ 60,000 คน/วนั มาเข้าชมและชื่อเสยี งก้องโลก”
https://www.facebook.com/hot.fengshui/posts/1450201958379391/

114

ฮวงจุ้ยพระราชวงั ต้องห้าม ใครว่าดี
เล่าแบบ อ.มาศ ให้ง่ายๆ

https://www.facebook.com/MasFengShui/posts/1810774818992834/

มองโกลบกุ ยดึ ครองจงหยวน (เมอื งจีน)
จะตรงกบั ช่วงของหนงั กําลงั ภายใน "มงั กรหยก ภาค 1"
ท่ี ก๊วยเจ๋ง กบั องึ ้ ย้ง รวบรวมชาวยทุ ธ์และประชาชนมาปกป้ องเมอื ง
แตส่ ดุ ท้ายก็พา่ ยแพ้ ทงั้ สองเสยี สละชีวิตในสงคราม

(ใครนกึ ถึงมองโกลไมอ่ อก ก็นกึ ถงึ เจง่ กิสขา่ น และ กบุ ไลขา่ น นนั่ แหละ เก่งกาจยดึ ไปถึงยโุ รป รัสเซีย และอ่ืนๆเกือบคร่ึงโลก)

มองโกลเข้าปกครอง ตงั้ เป็ น ราชวงศ์หยวน (ชื่อเหมือนเงินหยวน)
ใช้ปักกิ่งเป็ นเมืองหลวง แตส่ มยั นนั้ เรียกวา่ "ต้าต"ู

อีก 97 ปี ตอ่ มา ถงึ "มงั กรหยก ภาค 3" พระเอกชื่อ เตยี บอ่ กี ้

มีลกู น้องคนนงึ เป็ นขอทาน (พรรคยาจก) ช่ือ จหู ยวนจาง
เป็ นแกนนําโค้นล้มราชวงศ์หยวนสาํ เร็จ
ตงั้ ตวั เองเป็ นฮอ่ งเต้ ใช้ชื่อวา่ ราชวงศ์หมงิ

(ในทางฮวงจ้ยุ นนั้ จหู ยวนจาง ได้ปรมาจารย์ หลวิ ป๋ อหวนิ มาชว่ ยหาทําเลมงั กรเสริมฮวงจ้ยุ จนได้เป็นฮอ่ งเต้)

และแนะนาํ ให้ จหู ยวนจาง ย้ายเมืองหลวงกลบั ไปที่ นานกิง
เพราะเมือง "ต้าต"ู ซง่ึ ก็คือจดุ ท่ีสร้างพระราชวงั ต้องห้ามในปัจจบุ นั นนั้ มีฮวงจ้ยุ ท่ีไมด่ ี
จนแม้แตม่ องโกลที่ยงิ่ ใหญ่เกรียงไกร ยงั ลม่ สลายในช่วงเวลาสนั้ ๆ

แตห่ ลงั จาก จหู ยวนจาง สวรรคตในวยั ชรา
ขนุ นางได้ยกหลานของจหู ยวนจางขนึ ้ เป็ นฮอ่ งเต้ (ลกู ตายไปก่อน เลยมาถึงหลาน)

115

แตล่ กู คนท่ี 4 ของจหู ยวนจางไมย่ อม เลยยกทพั มาแยง่ อาํ นาจ ตงั้ ตวั เป็ นฮอ่ งเต้ หยง่ เลอ่
และให้ย้ายเมืองหลวงกลบั ไปปักกิ่ง
สร้าง พระราชวงั ต้องห้าม บนพนื ้ ท่ีเดมิ ของเมอื ง "ต้าต"ู ทล่ี ้มไปนนั่ เอง (โดยไมร่ ู้วา่ ฮวงจ้ยุ ไมด่ )ี
เร่ิมสร้าง ค.ศ.1406 เป็ นปีจอ ซงึ่ เป็ นพลงั ร้ายทสี่ ดุ คอื ทศิ อสรู เข้าสทู่ ศิ เหนอื
(กฏคือ หลงั พิงทศิ ร้ายห้ามสร้าง ซง่ึ วงั หลงั พงิ ทิศนเี ้ตม็ ๆ)
เร่ืองนซี ้ นิ แสทกุ คนต้องรู้ เหมอื นความรู้ขนั้ ปฐม
แตซ่ นิ แสทว่ี างฮวงจ้ยุ กลบั พลาด จึงเป็ นเรื่องทีฮ่ ามากในวงการฮวงจ้ยุ
ผ้ทู อ่ี ้างวา่ พระราชวงั ต้องห้าม วางฮวงจ้ยุ ดีเลศิ ด้วยวิชา ซาฮะซเี๊ ก๊ก คงต้องคดิ ใหม่
เพราะสตู รการหาทศิ อสรู น่มี นั คอื พนื ้ ฐานแรกสดุ ของวชิ า ซาฮะซเ๊ี ก๊ก เลยนะครับ
เม่อื สร้างเสร็จเพยี ง 4 เดอื น ก็เกดิ ฟ้ าผา่ ไฟไหม้ใหญ่จนวอด
พอซอ่ มเสร็จอกี 9 เดอื นก็ไหม้อกี หลงั จากไหม้ครัง้ แรก

ข้อคดิ จาก อ.มาศ... วิชาทกุ อยา่ ง ต้องพสิ จู น์และยืนยนั ได้จากประวตั ศิ าสตร์และข้อเทจ็ จริง
อย่าเช่ือท่ีลมปากและคําอ้างใดๆ

116

ใครว่า พระราชวงั ต้องห้าม มฮี วงจุ้ยสมบูรณ์แบบ

https://www.facebook.com/MasFengShui/posts/1800974159972900/

คนทศ่ี กึ ษาฮวงจ้ยุ อยา่ งผิวเผนิ ก็มกั จะคิดไปวา่ พระราชวงั ต้องห้าม
ซง่ึ เป็ นทจี่ กั รพรรด์ิจีนอยจู่ ะต้องมฮี วงจ้ยุ ทเี่ ป็ นเลศิ เสมอ

เพราะนา่ จะมซี นิ แสเกง่ ๆ มาวางให้

โดยซนิ แสในเมืองไทยคนหนงึ่ อ้างวา่ เป็ นการวางฮวงจ้ยุ ของซินแสในสาย ซาฮะซเ๊ี ก๊ก

ซง่ึ จากการท่ี อ.มาศตามไปศกึ ษาฮวงจ้ยุ กบั ปรมาจารย์
ทีส่ บื ทอดวชิ าฮวงจ้ยุ ขนั้ สงู ทวั่ โลกกวา่ 20 ทา่ น
รวมทงั้ วชิ า ซาฮะซเ๊ี ก๊ก นดี ้ ้วย

ข้อเทจ็ จริงทางประวตั ิศาสตร์ ได้ข้อสรุปวา่ วชิ าสว่ นใหญ่ในระบบนใี ้ ช้ไมไ่ ด้จริง
ค.ศ. จงึ ไมน่ าํ มาเปิ ดสอนให้ จะได้ไมเ่ อาความรู้ผิดๆไปใช้ นํามาซงึ่ ความลม่ สลาย
ดงั ตวั อยา่ งนี ้

พระราชวงั ต้องห้าม สร้างโดยราชวงศ์หมงิ ค.ศ.1406 เสร็จปี ค.ศ.1420
ค.ศ.1421 พระราชวงั ถกู ไฟไหม้ใหญ่ (แค่ 4 เดอื นหลงั สร้าง)
ค.ศ.1422 พระราชวงั ถกู ไฟไหม้อกี (9 เดอื นหลงั จากไหม้ครงั้ แรก)
นอกจากนี ้ก็ยงั ไหม้รวมอกี นบั สบิ ๆครัง้ ตอ่ เน่ือง ดงั น.ี ้..

1449 ห้องหนงั สอื ถกู ไฟไหม้ สาเหตไุ มไ่ ด้รับการบนั ทกึ
1475 ประตทู างเข้าถกู ไฟไหม้
1498 พระราชวงั หนงึ่ ถกู ไฟไหม้
1514 พระราชวงั 2 หลงั ถกู ไฟไหม้ เพราะฉลองปีใหม่
1522 อาคารในพระราชวงั 3 แหง่ ถกู ไฟไหม้
1525 พระราชวงั อกี หนงึ่ ถกู ไฟไหม้
1557 ไฟไหม้ใหญ่อาคารสาํ คญั 2 แหง่ โดยฟ้ าผา่
1573 พระราชวงั ถกู ไฟไหม้
1583 พระราชวงั ทถี่ กู ไฟไหม้
1594 พระราชวงั ไฟไหม้ โดยพายฝุ นฟ้ าคะนอง
1596 พระราชวงั 2 หลงั ถกู ไฟไหม้
1597 วงั หลายแหง่ ถกู ไฟไหม้ใหญ่

117

กลบั มาเข้าเร่ือง... ราชวงศ์หมงิ อยไู่ ด้แค่ 276 ปี ก็ถกู โคน่ ล้มโดยชนเผา่ นอกดา่ น
ฮอ่ งเต้หมงิ องค์สดุ ท้ายต้องแขวนคอตายทส่ี วนด้านหลงั วงั
(ถ้าฮวงจ้ยุ ดีเลศิ ราชวงศค์ งไมม่ ีจดุ จบเชน่ น)ี ้

ผ้ยู ดึ ครองได้ตงั้ ตวั เป็ นราชวงศช์ ิง ก็อยไู่ ด้แค่ 268 ปี ก็ลม่ สลาย โดยถกู เหมาเจ๋อตงุ โคน่ ล้ม

แตท่ า่ นประธานเหมามที ี่ปรึกษาฮวงจ้ยุ ทดี่ ี แนะนําไมใ่ ห้ใช้พระราชวงั นเี ้ป็ นสาํ นกั งานของพรรคคอมมวิ นิสต์

แม้แตใ่ นปัจจบุ นั มีการบรู ณะเป็ นสถานทที่ อ่ งเท่ยี ว ก็ยงั เกดิ ไฟไหม้ใหญ่
เมือ่ เดอื นตลุ าคม 2016 นี่เอง (ใช้คนกวา่ 500 คนมาชว่ ยดบั ไฟ)

ฮอ่ งเต้ทงั้ ราชวงศ์หมงิ และชิง ท่อี ยวู่ งั แหง่ นี ้สว่ นใหญก่ ็อายสุ นั้
ฮวงจ้ยุ ผดิ ตรงไหน กําเนดิ ลกู หลานท่ีออ่ นแอ ขโี ้ รค อายไุ มย่ นื สติปัญญาไมด่ ี

วนั หลงั อ.มาศจะมาเฉลยให้ฟัง
(ท่วี างไว้ถกู ต้องก็มีนะครับ เพยี งแตข่ ้อเสยี เป็ นจดุ สาํ คญั และรุนแรง
แตก่ ลบั มีน้อยคนทรี่ ู้จริงๆ)

118

วเิ คราะห์วงั ต้องห้ามตามหลกั ฮวงจ้ยุ
โดย กชกร พรมไชย

พวกเราทกุ คนคงจะได้เคยทราบถึงสจั ธรรมที่ทกุ อยา่ งมขี นึ ้ ก็มลี ง
อาณาจกั รท่ยี งิ่ ใหญ่ในอดีตเชน่ โรมนั บาบิโลน
เม่ือมคี วามเจริญสงู สดุ และผ้ปู กครองหรือประชาชน
ไมม่ กี ารพฒั นาด้านจิตใจแล้ว ก็จะเสอ่ื ม และลม่ สลายในที่สดุ

อาณาจกั รจีน ในยคุ ทเี่ ราศกึ ษาก็เช่นกนั
การทีป่ ักกิง่ เป็ นศนู ย์กลางของพลงั ฮวงจ้ยุ โลก
ดๆู แล้วความย่ิงใหญ่นา่ จะเจริญยาวนาน ไมม่ ีวนั ลม่ สลาย
ซงึ่ สาเหตนุ า่ จะมีหลายประการ
เชน่ ไมม่ กี ารเปลยี่ นแปลงฮวงจ้ยุ ให้สอดคล้องกบั ยคุ เวลาทเ่ี ปลยี่ นแปลงไป
หรือมกี ารใช้ฮวงจ้ยุ ในทางทไ่ี มด่ ี เป็ นต้น

บทความนจี ้ ะมงุ่ เน้นไปทพี่ ระราชวงั ต้องห้ามและพระราชวงั ฤดรู ้อน
โดยพดู เปรียบเทยี บการออกแบบทางฮวงจ้ยุ ของสองพระราชวงั นี ้
อยา่ งไรจนเป็ นสาเหตหุ นง่ึ ในการลม่ สลายของราชวงศ์ชิง
และทําให้ผ้นู าํ หญิงเป็ นใหญ่ผ้นู ําชายออ่ นแอ

การใช้เงินของแผน่ ดินอยา่ งฟ่ มุ เฟือยมหาศาล
ในการสร้างและบรู ณะพระราชวงั ฤดรู ้อนของพระนางซสู ไี ทเฮา
เชน่ ปี ค.ศ. 1886 พระนางซสู ไี ทเฮา
ได้ใช้งบประมาณกองทพั เรือของชาตเิ ป็ นเงินแทง่ 5 ล้านตาํ ลงึ
มาสร้างอทุ ยานขนึ ้ ใหมซ่ ง่ึ ใหญ่กวา่ เดมิ
และเปลยี่ นชื่อจาก “ซงิ อีหยวน” เป็ น “อวีเ้หอหยวน”

เน่อื งจากยคุ สงครามฝ่ิ นครงั้ ที่ 2 โดยกองทพั ทหารองั กฤษและฝรั่งเศสบกุ ทาํ ลาย
ตอ่ มาในปี ค.ศ. 1900 ถกู กองทพั ตะวนั ตกหลายชาติทาํ ลายเพอื่ ตอบโต้กบฏนกั มวย
แตพ่ ระนางซสู ไี ทเฮาก็ทรงบรู ณะพระราชวงั ขนึ ้ อีกครัง้ หนงึ่ ในปี ค.ศ. 1903
และมีการสร้างตาํ หนกั เหวินโซว่ เตีย้ น
เพ่อื เป็ นทีป่ ระทบั วา่ ราชการบนบลั ลงั ก์มงั กร มีรูปปัน้ หงสแ์ ละมงั กรตงั้ อยู่
โดยหงสต์ งั้ อยดู่ ้านในเป็ นตาํ แหนง่ ใหญ่สดุ
แสดงถงึ อํานาจพระนางท่ีอยเู่ หนอื ฮ่องเต้ “หงสเ์ หนือมงั กร”

119

สร้างตาํ หนกั อวหี่ ลนั เตยี ้ นสาํ หรับใช้เป็ นทก่ี กั ขงั จกั รพรรดกิ์ วงสู
แล้วยดึ อาํ นาจปกครองเสยี เอง

สร้างตําหนกั อีเ้ลอ่ เตยี ้ น
เป็ นท่ีประทบั ชมการแสดงงิว้ ซง่ึ พระนางทรงโปรดงิว้ มาก
สร้างตาํ หนกั เลอ่ โซว่ ถางเป็ นท่ปี ระทบั ของพระนางซูสไี ทเฮา เป็ นต้น

สง่ิ เหลา่ นสี ้ ง่ ผลให้ประชาชนจํานวนมากไมพ่ อใจ
จนเกดิ เรื่องร้ายแรงมากมายในภายหลงั

นอกจากเร่ืองการใช้เงินแผน่ ดนิ จาํ นวนมากแล้ว
ยงั มีอกี หลายสาเหตทุ ่มี ีผลตอ่ การสนิ ้ สดุ ราชวงศ์
ได้แก่ ความขดั แย้งในเรื่องกระแสความคิดสงั คมทมี่ ีสองกลมุ่
คอื กลมุ่ ตอ่ ต้านการปฎิรูปและตอ่ ต้านตา่ งชาตขิ องพระนางซสู ไี ทเฮา กบั กลมุ่ กบฎตอ่ ต้านราชวงศ์ชิง

ปัญหาการรุกรานของตา่ งชาติมหาอํานาจในยคุ ลา่ อาณานิคมรุนแรงขนึ ้
ความล้มเหลวในการปฏิรูปการปกครองของฮอ่ งเต้กวงสู
การทจุ ริตทางการเมอื ง ทาํ ให้สงั คมไมไ่ ด้รับการพฒั นา
ประชาชนชาวจีนตดิ ยาฝิ่ นกนั งอมแงม และท้ายสดุ การสนิ ้ ผ้นู ํา
ทําให้สงั คมศกั ดนิ าของจีนคอ่ ยๆ เสอื่ มโทรมลง
ถือเป็ นอนั สนิ ้ สดุ ประวตั ศิ าสตร์การปกครองระบอบสงั คมศกั ดินาในจีนที่มมี ายาวนานกวา่ 2,000 ปี

จนกระทง่ั ในปี ค.ศ. 1908
พระนางได้วางแผนให้ฮอ่ งเต้กวงสสู วรรคต
แล้วแตง่ ตงั้ ให้ปยู ี
ซง่ึ เป็ นบตุ รบญุ ธรรมของพระนางขนึ ้ เป็ นฮอ่ งเต้ ด้วยพระชนมายเุ พยี ง 2 ชนั ษา
โดยมีพระราชบิดาเป็ นผ้สู าํ เร็จราชการแทน
วนั ตอ่ มาพระนางก็เสด็จสวรรคต
เป็ นอนั สนิ ้ สดุ อาํ นาจทคี่ รอบครองมานานกวา่ 47 ปี

120

ในปี ค.ศ. 1911 ในราชสาํ นกั ชงิ
เป็ นปี ท่ีเกิดการปฏิวตั ิซนิ ไฮ่ ทีน่ าํ โดย นายพลซุน ยตั เซน็
ได้ประกาศก่อตงั้ รฐั บาลขนึ ้ ใหมใ่ นนาม “สาธารณรัฐจีน” ท่เี มืองนานกิง
โดยมนี ายพลหยวนซือไข่
แตง่ ตงั้ ตนเองเป็ นนายกรัฐมนตรีหกั หลงั ราชวงศ์ชิง
และเรียกร้องให้องค์ชายซนุ ลงจากตาํ แหนง่ เป็ นการล้มล้างราชสาํ นกั แมนจู
พระราชวงั ฤดรู ้อนนี ้ก็ลม่ สลายลงตามราชวงศ์ชงิ
ตอ่ มาในปี ค.ศ.1924 รัฐบาลจีนได้ประกาศให้เป็ นสวนสาธารณะ
ให้ประชาชนทว่ั ไปเข้ามาเทยี่ วชมได้
กอ่ นที่จีนจะเปลย่ี นแปลงการปกครองมาเป็ นระบอบคอมมวิ นิสต์

และสาเหตสุ าํ คญั หนง่ึ ทข่ี าดมิได้ในการวเิ คราะห์เร่ืองการลม่ สลายของราชวงศช์ ิง
ก็คอื การทาํ ผดิ ฮวงจ้ยุ ตอ่ ฟ้ าดนิ ของบคุ คล
ในมมุ มองของดฉิ นั ท่ีสามสงิ่ คอื ฟ้ าดินคนเก่ียวพนั กนั ของพระราชวงั ต้องห้ามกบั พระราชวงั ฤดรู ้อน
ซงึ่ เป็ นทม่ี าของเร่ืองราวทงั้ หมดคะ่

พระราชวังต้องห้าม

1. ออกแบบสร้างตามหลกั ฮวงจ้ยุ เพื่ออยอู่ าศยั
เพื่อทาํ งาน การปกครอง และทาํ ธรุ กิจ (อยปู่ ระจํา)
ตอนหลงั ไมไ่ ด้ประทบั ประจํา
ย้ายไปประทบั ทว่ี งั ฤดรู ้อนแทน
ซง่ึ ผิดวตั ถปุ ระสงค์ในการสร้างตามหลกั ฮวงจ้ยุ
ทาํ ให้ขาดพลงั ความมน่ั คงสนั ติสขุ

2. Landscape, Landform เป็ นสเี่ หลย่ี ม สมมาตร = สมดลุ มนั่ คง

121

3. ออกแบบทศิ ทางกระแสนาํ ้ ถกู ต้องตามหลกั มงั กรนาํ ้ ท่ไี มส่ ะท้อนรังสอี าทิตยใ์ ห้รบกวนสายตา
โดยไหลคดเคยี ้ วเลยี ้ วผา่ นพนื ้ ทตี่ า่ งๆ
มีจดุ กําเนดิ เริ่มจากด้านทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนือ
และผา่ นใกล้สว่ นทางเข้าอาคาร
ซงึ่ เป็ นสว่ นสาํ คญั ของอาคาร (ห้องนอน ห้องรับแขก และทางเข้าอาคาร)
ไปออกทางทศิ ตะวนั ออกเฉียงใต้ ซงึ่ เป็ นมมุ มง่ั คง่ั ของวงั
ตามตารางลวั่ ซู 8 ทิศ ก่อเกิดพลงั ช่ีดแี ก่สถานทใี่ ห้คงอยไู่ ด้ทกุ ยคุ สมยั

4. ใช้ประตทู างทศิ ใต้เป็ นหลกั มปี ระตรู องทางทิศตะวนั ออก ตะวนั ตก

5. ออกแบบถกู ต้องตามหลกั สตั ว์สวรรค์ทงั้ สอี่ ยา่ งครบถ้วน
การออกแบบบ้านทมี่ ลี านกลางตามหลกั ฮวงจ้ยุ ระบบแปดทศิ
ทบ่ี ริเวณช่องที่ 5 ตามตารางลว่ั ซู คอื ตําแหนง่ กลางลานบ้านทต่ี ้องเว้นทีว่ า่ งเอาไว้
มกี ารปลู านด้วยวสั ดแุ ขง็ เป็ นสว่ นใหญ่

6. ตงั้ อยบู่ นแกนชีพพลงั มงั กรมน่ั คง เพราะตงั้ อยบู่ นพนื ้ ดินทงั้ หมด

7. มเี นินหงสแ์ ดง คอื ลานโลง่ ตา่ งๆ
ในสว่ นหน้าพนื ้ ลานของอาคารแตล่ ะหลงั เพอื่ สะสมพลงั มง่ั คง่ั อยตู่ ลอด

8. เนินเตา่ ดาํ ด้านหลงั มีพนื ้ ท่ีลาดเอยี งเหมาะสม มนั่ คง
อาคารหลกั อยบู่ นพนื ้ ทที่ มี่ ีความสงู จากหลงั ไปหน้าอยา่ งพอดี
เพอ่ื รับกระแสลมท่พี ดั มาทกุ ทิศทางได้สะดวก เกิดพลงั ช่ีดตี ลอดเวลา

9. ใช้สแี ดงตกแตง่ ช่วยสง่ เสริมธาตดุ นิ ตามวงจรธาตุ
มลี านพนื ้ ดนิ รองรับ ทําให้สถานทยี่ งั คงอยตู่ อ่ ไป

122

พระราชวงั ฤดูร้อน

1. ออกแบบสร้างเพ่ือการพกั ผอ่ นในฤดรู ้อน เดือนมิ.ย. ก.ค. ส.ค.
เพราะเป็ นชว่ งทร่ี ้อนที่สดุ ของปี
กลางวนั เดินเลน่ ในสวน ลอ่ งเรือ กลางคนื อยกู่ บั นางสนม (อยชู่ ว่ั คราว)
ตอนหลงั มาประทบั ถาวร ซงึ่ ไมไ่ ด้ออกแบบเพอ่ื การนแี ้ ตแ่ รก จงึ อยไู่ มถ่ กู ฟ้ าถกู ดนิ

2. Landscape, Landform เป็ นเหลยี่ มมมุ ไมส่ มดลุ ไมม่ น่ั คง

3. ออกแบบมงั กรนาํ ้ โดยมนี าํ ้ อยทู่ างทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนอื และบริเวณตรงกลาง
ผดิ หลกั ฮวงจ้ยุ 4 เรื่องอนั ตรายคอื ผ้ชู ายจะสญู เสยี ความเป็ นผ้นู ํา, รายจา่ ยมาก,
ใจออ่ นถกู สยบโดยผ้หู ญิง มเี รื่องซู้สาว และการเจ็บป่ วยท่ีรักษายาก

ทางฮวงจ้ยุ จะระวงั ทิศนมี ้ าก
ไมใ่ ห้มนี าํ ้ สกปรกหรือมนี าํ ้ มากเกินไป จะควบคมุ ยาก
เพราะทศิ นเี ้ป็ นทิศของผ้นู าํ ชายทใ่ี หญ่ที่สดุ
ในตารางลว่ั ซู เป็ นทศิ ธาตทุ องตามวงจรธาตจุ ะถ่ายเทหมดตวั เมอื่ เจอธาตนุ าํ ้ มาก
ย่งิ การเคลอื่ นไหวของสรีระนาํ ้ เข้ามา-ออกไปไมเ่ ก็บกกั พลงั งานได้เลยเชน่ นี ้
เทา่ กบั เป็ นการระบายความมง่ั คงั่ มนั่ คงออกไปด้วยตลอด

ท่ีออกแบบเชน่ นเี ้พราะสภาพอาคารสงู กวา่
ดงั นนั้ ลกั ษณะการใช้สระนาํ ้ ขนาดใหญ่
เพือ่ ลดความร้อนทางทศิ ใต้ (ทะเลสาปคนุ หมงิ ) ซง่ึ อยทู่ างด้านหน้าของพระราชวงั ฤดรู ้อน
ซงึ่ เป็ นทศิ ต้นลมในฤดรู ้อน จะมีผลดแี ค่ 3 เดือน สว่ น 9 เดือนนน้ั มีผลเสียมากกว่า

4. ใช้ประตทู างทิศตะวนั ออกเป็ นหลกั
มปี ระตรู องทางทศิ เหนือใต้ ทาํ ให้ได้รับพลงั ของทศิ ทงั้ 8 ตา่ งกนั

5. สตั ว์สวรรค์ทงั้ 4 ไมส่ มบรู ณ์ เสอื ขาวแขง็ แรงอยา่ งเดยี ว กลางบ้านเป็ นนาํ ้ ไมม่ นั่ คง

6. ไมต่ งั้ อยบู่ นแกนชีพพลงั มงั กรมน่ั คง เพราะแกนเป็ นนาํ ้ เกือบทงั้ หมด

123

7. ไมม่ ีเนนิ หงสแ์ ดง
เม่อื มองออกไปจะเหน็ แตน่ าํ ้ ซงึ่ เคลอ่ื นไหวอยตู่ ลอด
โชคมาและก็ไหลไปตามคลน่ื นาํ ้

8. เนนิ เตา่ ดาํ ด้านหลงั
มพี นื ้ ท่ีลาดชนั มากไมม่ นั่ คง และมเี จดยี ์ตงั้ อยบู่ นยอดเขา
เปรียบเหมอื นดาวหมายเลข 2 เป็ นโรคร้าย
ด้านหน้าทศิ ใต้เป็ นธาตไุ ฟ มนี าํ ้ อยู่
นาํ ้ มากดบั ไฟ ในเนินหงสแ์ ดง
สอ่ื ถึงดบั โชค และโชคไมแ่ นน่ อน

9. ใช้สแี ดงตกแตง่ เป็ นธาตไุ ฟ ปะทะธาตนุ าํ ้ ทะเลสาบ
เพมิ่ ความรุนแรงความแตกแยกขนึ ้ อกี

จากหนงั สอื เรื่องขงเบ้งผ้หู ยง่ั รู้ดินฟ้ ามหาสมทุ ร ในสามก๊กฉบบั วณิพก ของยาขอบ
มคี วามตอนหนงึ่ ได้กลา่ วไว้วา่ ดาวประจาํ ตวั ของฮกหลงแหง่ เขาโงลงั กง๋ั ท่ีปรากฎอยกู่ บั ท้องฟ้ านนั้
เป็ นเร่ืองปิ ดบงั ผ้แู จ้งฟ้ าด้วยกนั กห็ าได้ไม่
ความวิปริตหมอ่ นหมองจนแทบจะมืด ของดาวประจาํ ตวั อคั รมหาเสนาบดีแหง่ สฉู่
จงึ เป็ นเหตใุ ห้สมุ าอผี ้ ้แู จ้งฟ้ าอกี ผ้หู นงึ่ ตีปี กยินดอี ยมู่ ใิ ชน่ ้อยเลย
จงึ แนใ่ จวา่ อายขุ องขงเบ้งเห็นจะถึงกําหนดแล้ว
จงึ เฝ้ าเพง่ ดาวดวงนที ้ ีอ่ ยทู่ างทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนืออยา่ งยอมให้นยั น์ตาปะทุ
และพอดาวดวงนหี ้ ลน่ วดื ลงจากท้องฟ้ าก็สง่ั ให้เคลอื่ นพลทนั ที
นีก่ ็เป็นขอ้ สนบั สนนุ ว่าทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือเป็นทิศประจาของผชู้ ายทีย่ ิ่งใหญ่และมีอานาจอีกเช่นกนั ค่ะ

ทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนอื เป็ นทิศประจําธาตทุ อง ตามวงจรห้าธาตุ
แล้วธาตทุ องจะออ่ นกําลงั ลงมาก หากมีนาํ ้ อยใู่ นทศิ นนั้ มาก

พระราชวงั ฤดรู ้อนมกี ารสร้างธาราภมู ิทศั น์คือ ทะเลสาบใหญ่โตมโหฬารขนึ ้
และอยทู่ างทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนอื จากฐานหลกั ของเมอื งปักก่ิง
จึงสง่ ผลให้จกั รพรรดซิ งึ่ เป็ นผ้นู ําชายออ่ นแอลงอกี ทางหนง่ึ ด้วย

124

พลงั จากตําแหนง่ และทศิ ทางของฟ้ าของดินตามหลกั ศาสตร์ฮวงจ้ยุ
มีผลตอ่ มนษุ ย์ทกุ คนเทา่ เทยี มกนั
ดงั นนั้ ตวั อาคารบ้านเรือนหรือตวั คน เป็ นจดุ เลก็ นิดเดียว
เม่อื เทยี บกบั ดนิ กบั ฟ้ า ซง่ึ เป็ นสงิ่ แวดล้อมภายนอกทใ่ี หญ่กวา่ มาก
ดงั นนั้ คนเราควรปรับตวั เข้าหาสงิ่ แวดล้อมจะงา่ ยกวา่
หากอยใู่ นสงิ่ แวดล้อมเสยี ก็รับพลงั เสยี
ตรงข้ามถ้าอยใู่ นสงิ่ แวดล้อมดี ทกุ คนก็ได้รับประโยชน์ อยดู่ มี สี ขุ ปลอดภยั กนั ทกุ คน
เรียกได้วา่ อยถู่ กู ฟ้ าถกู ดนิ คะ่

นอกเหนอื จากนี ้ปักกงิ่ ยงั มีสถานทีท่ ่สี าํ คญั อืน่ อีก
ได้แก่ อาคารท่ที ํางานของรัฐบาล จตั ตรุ ัสเทียนอนั เหมิน
หอฟ้ าเทยี นเถิน กาํ แพงเมอื งจีน ฯลฯ
เหลา่ นปี ้ ระกอบกนั กลายเป็ นองค์รวมของฮวงจ้ยุ ทีท่ รงอานภุ าพ
สง่ ผลให้เมืองปักก่ิงซงึ่ เป็ นศนู ย์กลางพลงั ฮวงจ้ยุ โลกในยคุ 8 นี ้
หากสถานทด่ี งั กลา่ วนไี ้ ด้รับการดแู ลอยา่ งดี
ดฉิ นั ก็คาดวา่ เมอื งปักกิ่งยงั เป็ นศนู ย์กลางพลงั ฮวงจ้ยุ โลกในยคุ ตอ่ ไปอีกเช่นกนั คะ่
สดุ ท้ายของพลงั ฮวงจ้ยุ ในภาคของเมอื งปักกง่ิ นี ้
ทําให้เรามองเห็นสงิ่ หนง่ึ ที่มีความสาํ คญั ไมย่ งิ่ หยอ่ นไปกวา่ การพฒั นาด้านวตั ถหุ รือสถานที่
นนั่ ก็คือการพฒั นาด้านจิตใจควบคไู่ ปด้วย

125

เทยี่ วสุสานราชวงศ์หมิง

(Ming Tombs)

https://bit.ly/2I08mIa

สสุ านราชวงศ์หมงิ หรือท่ีชาวจีนเรียกวา่ หมงิ สอื ซานหลงิ (Ming Shisan Ling)
เป็ นสสุ านหลวงทใ่ี ช้ฝังพระศพของจกั รพรรดิแหง่ ราชวงศ์หมงิ คะ่
มหี ลมุ ฝังศพอยทู่ งั้ หมด 13 แหง่ ครอบคลมุ พนื ้ ทก่ี วา่ 40 ตารางกิโลเมตร

โดยจกั รพรรดิหยง่ เลอ่
ได้รับสงั่ ให้หาทาํ เลทม่ี ีทวิ ทศั น์สวยงามและถกู ต้องสมบรู ณ์ตามหลกั ฮวงจ้ยุ
เพื่อใช้เป็ นสสุ านของพระองค์เอง
และทรงตงั้ ช่ือสสุ านแหง่ นวี ้ า่ สสุ านฉางหลงิ (Changling)
และพนื ้ ทร่ี อบๆ ก็ถกู ใช้ฝังพระศพของจกั รพรรดอิ งค์อ่นื ๆ ของราชวงศ์หมงิ รวม 13 พระองค์
ด้วยกนั คะ่
และสสุ านราชวงศ์หมงิ แหง่ นี ้
ยงั ได้รับการขนึ ้ ทะเบยี นเป็ นมรดกโลกทางวฒั นธรรมในปี 2003 จากองค์การยเู นสโกอีกด้วยค่ะ

ปัจจบุ นั สามารถเข้าชมสถานทสี่ าํ คญั ภายในสสุ าน 4 แหง่ ได้แก่

ทางเดนิ แหง่ จิตวิญญาณ (Spirit Way) เป็ นทางเดินยาวกวา่ 1 กิโลเมตร

ไปสนิ ้ สดุ ท่ีซุ้มประตขู นาดใหญ่ทสี่ ร้างด้วยหนิ ออ่ น แกะสลกั ลวดลายทีส่ วยงามประณีตมากๆ คะ่
ทงั้ สองข้างทางเรียงรายด้วยหนิ แกะสลกั เป็ นรูปขนุ นางและสตั ว์ตา่ งๆ เช่น สงิ โต ช้าง ม้า และอฐู
เพอื่ เป็ นผ้พู ิทกั ษ์สสุ านคะ่

สสุ านเจ้าหลงิ (Zhaoling Tomb) มพี นื ้ ท่ีบริเวณกว้างขวาง
บรรยากาศรอบๆ ร่มร่ืน เป็ นเนินดนิ ขนาดใหญ่
ล้อมด้วยกําแพงสงู ซง่ึ เป็ นทฝ่ี ังพระศพของจกั รพรรดจิ จู ือ้ โฮว พระมเหสี และเหลา่ สนมคะ่

126

สสุ านตงิ หลงิ (Dingling Tomb) เป็ นทีฝ่ ังพระศพของจกั รพรรดวิ า่ นล่ี จกั รพรรดอิ งค์ที่ 13

เป็ นสสุ านเพยี งแหง่ เดียวทมี่ ีการขดุ สาํ รวจลกึ ลงไปถงึ ใต้ดนิ 27 เมตร
ชาวจีนจงึ เรียกกนั วา่ ตาํ หนกั ใต้ดนิ

ภายในมีโลงพระศพสแี ดง 3 โลงตงั้ ไว้บนฐานหินออ่ น
โลงพระศพทต่ี งั้ อยตู่ รงกลางและมขี นาดใหญ่สดุ นนั้
บรรจพุ ระศพของจกั รพรรดิวา่ นล่ี

สว่ นโลงพระศพด้านข้างคือพระศพของพระมเหสที งั้ สององค์คะ่
รอบๆ มหี บี สแี ดงรวม 26 ใบ
ทเี่ ต็มไปด้วยโบราณวตั ถลุ าํ ้ คา่ ในสมยั ราชวงศ์หมิง

และยงั มีบลั ลงั ก์หินออ่ น 3 บลั ลงั ก์ ซงึ่ ชาวจีนมกั จะโยนเงินทงั้ ธนบตั รและเหรียญลงไปยงั บลั ลงั ก์นกี ้ นั ด้วยคะ่

127

ดวงจนี คอื ทศั นคตขิ องเจ้าชะตา

https://www.facebook.com/modern.bazi

https://bit.ly/32bLI6k

ผมมคี วามเห็นวา่ ยงั มคี นไทยจํานวนมากที่มีความคดิ วา่
วิชาดวงจีนเป็ นเหมือนเวทย์มนต์
ส่ิงลีล้ บั หรือเฉลยขอ้ สอบชีวิต
ราวกบั วา่ เมอ่ื ได้รับการพยากรณ์วา่ ปี นเี ้ป็ นปี ทีโ่ ชคดี
แล้วชีวติ ก็จะปบุ ปับโชคดขี นึ ้ มาเฉยๆเป็ นอศั จรรย์
ผมคงไมป่ ฏเิ สธทงั้ หมด
ในความเป็ นจริงอาจมบี ้างเป็ นบางสว่ น
แตผ่ มอยากจะพดู ถงึ ในสว่ นทเ่ี ป็นจริงแนๆ่ สาํ หรับทกุ คน

พลงั งานหรือกระแสที่เวยี นมาเวยี นไปในแตล่ ะปี
จะมผี ลโดยตรงกบั ความคิดของคนทกุ คน
เพราะเมื่อเราพดู ถงึ พลงั งานท่ลี ะเอียด
มนั ก็จะสง่ ผลโดยตรงกบั สง่ิ ละเอยี ดเช่นกนั
ผมพบวา่ เมื่อคนๆหนง่ึ ได้รับกระแสพลงั งานทเ่ี หมาะกบั ตวั เอง(ธาตดุ ี/สาํ คญั )
เขาจะมีพฒั นาการทางความคิดที่ดขี นึ ้ เติบโตขนึ ้
ทาํ ให้สามารถพาตวั เองไปอยใู่ นที่ๆสงู ขนึ ้ ในชวี ติ ได้

คนกลุ่มท่ี 1 คนบางคนมีพนื ้ ฐานท่ดี ี และชะตาชีวติ ยงั เดนิ ผา่ นวยั จรทดี่ ี
คนประเภทนมี ้ ีครอบครัวทีอ่ บอนุ่ ไมม่ ีความเดอื ดร้อน
สว่ นใหญ่เป็ นคนมคี วามมน่ั ใจในตวั เอง ขยนั ฉลาด และมีพรสวรรค์
ซง่ึ ล้วนเป็ นลกั ษณะพงึ ประสงค์ทงั้ หมดของเด็กคนหนง่ึ
เมื่อรวมกบั วยั จรท่ดี ี
ทาํ ให้คนๆนเี ้ตบิ โตขนึ ้ ไปในทางทด่ี ี
ลกั ษณะพงึ ประสงค์ตา่ งๆถกู พฒั นาให้ดีขนึ ้
ขยนั มากขนึ ้ คดิ วิเคราะห์มากขนึ ้ แบง่ ปันมากขนึ ้ มองโลกในแง่ดมี ากขนึ ้
จนกระทงั่ วนั หนงึ่ ก็ประสบความสาํ เร็จในทส่ี ดุ

คนกล่มุ นีม้ ีจานวนเพียงหยิบมือเดียวไม่ว่าในสงั คมไหน

128

คนกลุ่มท่ี 2 คนบางคนพนื ้ ดวงไมด่ ี แตม่ ีถนนชีวิตหรือวยั จรดี
คนเหลา่ นอี ้ าจมีพนื ้ ฐานชวี ติ ไมม่ น่ั คง
แตด่ ้วยความมมุ านะหนกั เอาเบาสู้
เขาสามารถพาตวั เองไปสคู่ วามสาํ เร็จได้เชน่ กนั
คนกลมุ่ นเี ้ป็ น นกั ส้ผู ้ไู มย่ อมแพ้
วยั จรแตล่ ะแทง่ สง่ ผลให้เขามองโลกในแง่บวก เป็ นนกั คดิ นกั แก้ปัญหาโดยนิสยั

ผมคิดวา่ คาํ วา่ โชคดหี รือดวงดี เป็นคําดหู มิน่ คนเหลา่ นี ้
เพราะการมีดวงดี ไมไ่ ด้แปลวา่ ความสาํ เร็จจะลอยมาจากฟ้ าให้ใคร

คนกล่มุ ท่ี 3 คนบางคนพนื ้ ฐานดี แตเ่ ดนิ ถนนทไ่ี มด่ ี
คนกลมุ่ นอี ้ าจหลงระเริงในสง่ิ ทต่ี นมี
ทาํ ให้ขาดการพฒั นาลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์เหมือนคน 2 กลมุ่ แรก
เมอ่ื ยง่ิ โตขนึ ้ ทศั นคตติ อ่ สงิ่ ตา่ งๆก็ยงั เหมอื นเดิมหรือแยล่ ง เป็ นนกั บน่ นกั ติ นกั อจิ ฉา ฯลฯ
ต้องยอมรับวา่ สงั คมไทย
มีคนท่เี ราถือวา่ ประสบความสาํ เร็จมากมายที่ต้องจดั ให้อยใู่ นกลมุ่ นี ้

คนกล่มุ ที่ 4 คนอีกหลายคนพนื ้ ฐานไมด่ แี ละยงั ต้องผา่ นวยั จรทไ่ี มด่ ี
คนกลมุ่ นมี ้ กั ไมม่ โี อกาสได้รู้จกั กบั คนกลมุ่ 1 และกลมุ่ 2 เลย
เพียงเพราะความทมี่ ที ศั นคตทิ ตี่ า่ งกนั มากเกินไป
คนกลมุ่ นขี ้ าดความรับผิดชอบ มกั ง่าย ต้องการความสาํ เร็จโดยงา่ ย
ขาดความออ่ นน้อมถอ่ มตน
หลายครัง้ ต้องการแคค่ าํ ตอบงา่ ยๆให้ปัญหายากๆของตวั เอง

คนสองกลมุ่ หลงั
มกั ถามหาความสาํ เร็จเป็ นอศั จรรย์แก่ตน เช่น ปี นจี ้ ะรวยมยั้ ? เม่ือไหร่จะถกู หวย? ฯลฯ

ในขณะทค่ี น 2 กลมุ่ แรก
มกั จะไมม่ คี วามคดิ ประเภทลอยๆ ดงั กลา่ ว
คําถามจะเป็ นในลกั ษณะขอคาํ ปรึกษาโดยมีสถานการณ์กํากบั เสมอ
คนที่ประสบความสาํ เร็จ 2 กลมุ่ แรกนนั้

สาํ เร็จได้ด้วยการทม่ี ที ศั นคติและการตดั สนิ ใจท่ดี ี
ไมไ่ ด้สาํ เร็จเพราะมดี วงดี มวี ยั จรปี จรดี หนั หวั นอนทศิ ดี

129

สงิ่ ทีส่ าํ คญั ทสี่ ดุ มหี ินสวยๆตงั้ ในบ้าน มีเครื่องประดบั ใสต่ ามตวั ฯลฯ

จริงอยผู่ มเช่ือในพลงั งานทต่ี าเนอื ้ มองไมเ่ หน็ อกี มากมาย
แตท่ ้ายท่สี ดุ สง่ิ ทส่ี าํ คญั ทสี่ ดุ คอื ใจเรา ความคดิ ของเรา คาํ พดู ของเรา และการกระทําของเรา
ตอ่ ให้เราทําหมดทกุ อยา่ งท่ซี นิ แสที่เกง่ ที่สดุ แนะนาํ
แตย่ งั คิดแล้วก็ทาํ แบบเดมิ ชีวิตคณุ คงเหมอื นเดมิ
ถ้าใครยงั คดิ วา่ ชีวิตจะดขี นึ ้ จากการหนั หวั นอน
ผมแคอ่ ยากจะบอกคณุ วา่ ชีวติ ไมไ่ ด้ง่ายขนาดนนั้

คอื การประเมนิ ยอมรับ และปรารถนาแก้ไขข้อด้อยของตวั เอง
รวมถงึ การอดทนรอคอยช่วงเวลาทเี่ หมาะสม
เพราะแม้ใครจะได้ช่ือวา่ มถี นนชวี ติ ไมด่ ี
มนั ก็ต้องมีท่ีดีที่สดุ ในท่ีไมด่ ี เม่ือมนั มาถงึ
หากเราเป็ นคนหนงึ่ ทเ่ี ข้าใจ
เราอาจสามารถใช้ประโยชน์จากพลงั งานนนั้ ๆได้มากกวา่ ปกตกิ ็เป็นได้ครับ

130

เร่ืองของชง

https://www.facebook.com/modern.bazi

ปัจจบุ นั ดเู หมือนวา่ คนไทยเราได้รับเอาเรื่องการแก้ชงมาปฏบิ ตั ิสืบๆกนั
จนเป็ นประเพณีประจําปี ไปเรียบร้อยแล้ว
แท้ทจ่ี ริงแล้วการชงประจําปี ทวี่ า่ นนั้ มคี วามหมายอยา่ งไร?
การแก้ชงมจี ริงหรือไม?่
อบุ ตั ิเหตหุ รือโชคร้ายเกิดขนึ ้ เพราะปี ชงจริงหรือไม่?
ลองอา่ นดนู ะครับ

การชงหรือการปะทะกนั ของนกั ษตั รฝ่ังตรงข้ามทศิ กนั
แท้จริงแล้วเป็นแคก่ ารขนึ ้ และลงของกระแสนกั ษัตรแตล่ ะตวั
หรืออาจอธิบายได้วา่ ในฤดหู นาวกําลงั ของความร้อนยอ่ มลดลงและถกู จํากดั ไว้
โดยเป็ นชว่ งเวลาทคี่ วามเยน็ มกี ําลงั มากนน่ั เอง
เช่นในปี พ.ศ. 2561นี ้จอชงมะโรง แปลวา่ กระแสของนกั ษัตรจอขนึ ้ สดุ
ในขณะทมี่ ะโรงลงสดุ หมดสภาพไป
สง่ ผลให้ใครกต็ ามทีม่ ีนกั ษัตรมะโรงในผงั เวลาเกิด
ไมว่ า่ จะเป็ นปี เดอื นวนั หรือเวลาเกิด ต้องประสบกบั การเปลยี่ นแปลงในชว่ งปีจอครับ

กําลงั ความดีร้ายของการหมดสภาพไปของมะโรงนนั้
ขนึ ้ อยกู่ บั รูปดวงของแตล่ ะคน
เปรียบเทียบได้กบั ทมี งานๆหนงึ่
นายมะโรงในทมี ก. ทาํ หน้าทีส่ าํ คญั หลายอยา่ งให้กบั ทีม
ทีม ก. ยอ่ มมีปัญหาแนน่ อนเม่ือนายมะโรงเป็ นงอ่ ยไป

ในขณะทน่ี ายมะโรงในทีม ข. ไมไ่ ด้ทาํ หน้าทส่ี ลกั สาํ คญั อะไร
หรือมคี นทาํ หน้าทคี่ ล้ายกนั อยู่ ทมี ข. อาจจะไมร่ ู้สกึ วา่ มีอะไรเปลยี่ นไปสกั เทา่ ไหร่แม้นายมะโรงจะงอ่ ยไป

หรือในกรณีทมี ค. ลองจินตนาการดวู า่ จะดีแคไ่ หนถ้านายมะโรงในทมี ท่ีวนั ๆเอาแตก่ อ่ ปัญหานนั้ หมดสภาพไป

แท้จริงแล้วสภาพหน้าทขี่ องนายมะโรงของแตล่ ะบคุ คลนนั้ มีความแตกตา่ งกนั ไป
ทงั้ นคี ้ วรปรึกษาซินแสผ้รู ู้โดยตรงครับ

131

การแก้ชงแท้จริงแล้วคอื การยอมรับปรับสภาพใจเราให้รู้เทา่ ทนั กระแสของแตล่ ะปี
เพราะเม่อื ฤดฝู นมาถงึ แม้เราจะอ้อนวอนแก้ชงยงั ไง
ธรรมชาตกิ ็คือฝนมนั ก็ตกอยดู่ ี

สงิ่ ที่ควรทาํ คือ "การเตรียมพร้อมรับมือเหตกุ ารณ์ทม่ี ีแนวโน้มจะเกิดขนึ ้ ในชว่ งนนั้ " นนั่ เองครับ
การกราบไหวบ้ ูชาสิ่งศกั ด์ิสิทธิ์ใดๆในนามของการแกช้ ง
ลว้ นเป็นเพียงอบุ ายเตือนใหเ้ รามีความระมดั ระวงั ใหม้ ากเท่านน้ั

การเตรียมความพร้อมรับมือที่กลา่ วไปนนั้

เปรียบเสมือนการทีท่ มี ก. ประเมนิ หน้าที่ของนายมะโรง
มีการแบง่ รับแบง่ ส้ใู ห้เพอ่ื นๆในทมี ชว่ ยกนั ทําหน้าท่ีให้แทน
และวางแผนไมใ่ ห้นายมะโรงต้องทํางานหนกั เหมอื นที่ผา่ นมา
น่เี องคือวธิ ีการผา่ นปี ชงตามหลกั วิชาดวงจีนครับ

สรุปความวา่ เพอื่ นๆคนไหนก็ตามทม่ี ีความกงั วลในเรื่องของปีชงนะครับ
ผมแนะนําให้ไปหาซินแสอาจารย์ดวงจีนเก่งๆสกั ทา่ น
เพ่ือทําการปรึกษาเป็ นกิจลกั ษณะไปเลยจะดกี วา่ นะครับ
เพราะคาํ วา่ ปี ชงมนั เป็ นเพียงสว่ นหนง่ึ ของรูปดวงของคณุ
มนั ยงั มเี ดอื นวนั เวลาให้ชงอกี ครบั

ถ้าต้องการจะแก้ชงจริงๆ การแก้ชงโดยการกราบไหว้สง่ิ ศกั ดิส์ ทิ ธิ์ตา่ งๆ
หากวา่ คณุ ทําแล้วสบายใจนน่ั ยอ่ มดีนะครับ
เพราะคนเราทกุ คนมใี จเป็ นนายกายเป็ นบา่ ว
เม่อื ใจเราดนี น่ั ถือเป็ นจดุ เร่ิมต้นที่ดี
เพียงแตผ่ มอยากให้เพือ่ นๆเข้าใจวา่ นนั่ เป็ นเพยี งการปรับใจ

ต้องได้รับคาํ แนะนําจากมืออาชพี ครับ

132

อะไรคอื เต่าดา หงส์แดง เสือขาว มังกรเขียว

https://sinsae.com/feng-shui-animals/

เชื่อวา่ หลายทา่ นคงรู้สกึ แปลกใจวา่ ทาํ ไมอาคาร บ้านเรือน ท่ีเราใช้งานอยเู่ ป็ นประจาํ
ทงั้ ทจ่ี ดั วางออกแบบใช้สอยสงิ่ ตา่ งๆ จนเกิดประโยชน์สงู สดุ รวมทงั้ มคี วามสวยงามลงตวั ดีแล้ว…
แตเ่ มื่อมาประเมินฮวงจ้ยุ กลบั ถกู แนะนาํ ให้ปรับเปลย่ี นด้วยเหตผุ ลท่วี า่ ไมถ่ กู ต้องตามหลกั วชิ าฮวงจ้ยุ

หลายทา่ นอาจเกดิ ความสงสยั วา่ เหตใุ ดจึงเป็ นเชน่ นนั้
แตก่ ็ไมไ่ ด้รับความเข้าใจที่ชดั เจนกลบั มา

เรามาคอ่ ยๆ ทําความเข้าใจในปรากฏการณ์ของฮวงจ้ยุ เชิงดาราศาสตร์กนั ดีกวา่

133

ชาวจีนโบราณแบง่ ท้องฟ้ าออกเป็น 4 สว่ น คอื ทศิ เหนอื ทศิ ใต้ ทิศตะวนั ออก และ ทิศตะวนั ตก จากการสงั เกตหมดู่ าวบนฟากฟ้ า
จบั กลมุ่ ทศิ ทางการเรียงตวั ของหมดู่ าว
เทียบเข้ากบั ลกั ษณะของสตั ว์ หรือรูปลกั ษณ์ในตาํ นานตามความเช่ือ

โดยให้ทศิ ตะวนั ออก แทนกลมุ่ ดาวมงั กรเขยี ว ธาตไุ ม้ (จากตาํ นานการปรากฏขนึ ้ ของจกั รพรรดิเหลอื ง ทางทศิ ตะวนั ออก)
ทศิ ตะวนั ตกแทนกลมุ่ ดาวเสอื ขาว ธาตทุ อง
ทิศใต้แทนกลมุ่ ดาวหงสแ์ ดง ธาตไุ ฟ
และทศิ เหนอื แทนกลมุ่ ดาวเตา่ ดาํ ธาตนุ าํ ้ แตล่ ะทศิ ครองดาว 7 ดวง (รวมทงั้ หมด 28 ดวง)

134

ตาํ แหนง่ ทต่ี งั้ ตามตาํ ราฮวงจ้ยุ ถกู แทนทีด่ ้วยสตั ว์มงคลชนดิ ตา่ งๆ 4 ชนิด ได้แก่
– เตา่ ดาํ ซง่ึ จะอยดู่ ้านหลงั มีรูปลกั ษณ์เป็ นเตา่ แตม่ ีเกลด็ คล้ายงู มีลกั ษณะร่วมกนั ของเตา่ และงู
บ้างใช้สญั ลกั ษณ์เป็ นรูปเตา่ ท่มี งี พู นั รัดกลางลาํ ตวั
– หงสแ์ ดง จะอยทู่ างด้านหน้า มรี ูปลกั ษณ์เดมิ มาจากนกหลากหลายชนิด
อาทิ ไกฟ่ ้ า หา่ นฟ้ า นกกระจอก เหยย่ี วนกกระจอก นกนางแอน่ ฯลฯ
ในตาํ นานกลา่ ววา่ หงส์มรี ูปคล้ายไกฟ่ ้ า มสี ขี นสลบั ลายเป็ นประกาย มีนิสยั รักสะอาด และชา่ งเลอื ก

– เสอื ขาว จะอยทู่ างด้านขวา
มีภาพลกั ษณ์เป็ นเทพเจ้าแหง่ ศกึ สงครามและการลา่ สงั หาร
เป็ นตวั แทนของอํานาจบารมี ความเคารพยาํ เกรง

– มงั กรเขยี ว จะอยทู่ างด้านซ้าย
รูปลกั ษณะ มลี าํ ตวั เป็ นงู หวั เป็ นกิเลน หางเป็ นปลา มีเครายาว มเี ขา เท้าคล้ายกรงเลบ็
รูปลกั ษณ์เป็ นมงั กรเหิน เปี่ ยมด้วยพลงั อํานาจ
โดยพนื ้ ฐานทว่ั ไปท่ีคนสว่ นใหญท่ ราบกนั คือ เสอื ขาว ซง่ึ อยทู่ างด้านขวานนั้ ต้องนิง่ เตา่ ดํา กเ็ ช่นเดยี วกนั เป็ นตําแหนง่ ที่ต้องความสงบน่งิ
สว่ นมงั กรเขยี ว และหงส์แดง เป็นตาํ แหนง่ ทต่ี ้องเคลอ่ื นไหว

ปัญหาทีห่ ลายทา่ นข้องใจ คือ กฏเกณฑ์เหลา่ นจี ้ ะต้องตายตวั หรือไม่?
แท้จริงแล้ว ตาํ แหนง่ ทางด้านหน้า ด้านหลงั ซ้าย และ ขวา ของทต่ี งั้
ถกู กําหนดขนึ ้ โดยใช้ชื่อสตั วม์ งคลของจีน
เพ่ือใช้เป็ นสญั ลกั ษณ์เรียกแทนคาํ เรียกธรรมดา
หากลองวเิ คราะห์พจิ ารณาถึงหลกั เกณฑ์ทเ่ี ป็ นแกน่ แท้ของฮวงจ้ยุ จะเป็ นหลกั แหง่ การสมดลุ
ก็คอื เมื่อมีนิ่ง กต็ ้องมเี คลอ่ื นไหว
หรือหลกั แหง่ ความสมดลุ อมิ เอยี ้ ง (หยิน หยาง)
ไมจ่ ําเป็ นต้องด้านขวานง่ิ หรือด้านซ้ายจะเคลอื่ นไหวได้เทา่ นนั้

เพราะหากเป็ นดงั ทเ่ี ข้าใจ กเ็ ทา่ กบั วา่ ศาสตร์แหง่ วชิ าฮวงจ้ยุ นนั้ ขาดเหตผุ ลโดยสนิ ้ เชิง
แตส่ งิ่ สาํ คญั ทฮี่ วงจ้ยุ ต้องการจะบอกนนั้ คือ การผสมผสานกลมกลนื ในสดั สว่ นท่ีพอเหมาะไมม่ ากไมน่ ้อยไป

135

ดงั นนั้ หากกลา่ วโดยสรุป
ในการนาํ เอาหลกั เกณฑ์ของ เตา่ ดํา หงสแ์ ดง เสอื ขาว และมงั กรเขียว มาใช้นนั้
ควรยดึ หลกั แหง่ ความสมดลุ
ซง่ึ เป็ นหวั ใจของวชิ าฮวงจ้ยุ
ไมค่ วรยดึ เอากฏเกณฑ์ทท่ี อ่ งจําตอ่ ๆ กนั มา
โดยปราศจากการวิเคราะห์ให้เหมาะสมกบั ยคุ สมยั และสภาวะแวดล้อมทเี่ ปลย่ี นแปลงไป

136

“ฮวงจุ้ยพนื้ ฐาน (1) : ตานานสัตว์เทพประจาทิศท้ังสี่ในคตจิ ีน”

https://bit.ly/2Jnsm7P

นบั แตโ่ บราณกาล
ชาวจีนได้มอบนา่ นฟ้ าทงั้ สท่ี ศิ ไว้ภายใต้การค้มุ ครองของสตั ว์เทพทงั้ สี่
อนั ได้แก่ มงั กรเขยี ว เสอื ขาว หงส์แดง และเตา่ ดาํ
ดงั คาํ กลา่ วทีว่ า่ “ซ้ายมงั กรเขียว ขวาเสอื ขาวครอง หงส์แดงนาํ หน้า เตา่ ดาํ สถิตยงั เบอื ้ งหลงั ”
พฒั นาการของแนวคดิ ความเช่ือดงั กลา่ ว
มีความสมั พนั ธ์อยา่ งใกล้ชิดกบั ศาสตร์พยากรณ์และคตคิ วามเช่ือในลทั ธิเตา๋ ของชาวจีนทสี่ บื ทอดมานานนบั พนั ปี
ชาวจีนโบราณแบง่ ท้องฟ้ าออกเป็น 4 สว่ น คอื ตะวนั ออก ตก เหนอื และใต้ จากการสงั เกตหมดู่ าวบนท้องฟ้ า
จบั กลมุ่ ทศิ ทางการเรียงตวั ของหมดู่ าวเทยี บเข้ากบั ลกั ษณะของคน สตั ว์หรือรูปลกั ษณ์ในตาํ นานตามความเช่ือของตน
โดยให้ทิศตะวนั ออกแทนกลมุ่ ดาวมงั กรเขียว (จากตาํ นานการปรากฏขนึ ้ ของจกั รพรรดเิ หลอื งทางทศิ ตะวนั ออก)
ตะวนั ตกแทนกลมุ่ ดาวเสอื ขาว ทศิ ใต้แทนกลมุ่ ดาวหงส์แดง และทศิ เหนือแทนกลมุ่ ดาวเตา่ ดาํ แตล่ ะทิศครองดาว 7 ดวง (รวม 28 ดวง)

137

ภายในสสุ านยคุ จนั้ กวั๋ (ราว 433 ปี ก่อนคริสตศกั ราช) แหง่ หนงึ่ ในมณฑลหเู ป่ ย
ได้มีการขดุ พบภาพวาดของหมดู่ าว 28 ดวงกบั มงั กรเขยี วและเสอื ขาวบนฝาของภาชนะเคลอื บใบหนง่ึ
ซง่ึ บอกเราวา่ การกําหนดเรียกหมดู่ าวบนท้องฟ้ าได้เกิดขนึ ้ กอ่ นหน้าเวลานีม้ าช้านาน

สตั ว์เทพทงั้ สต่ี า่ งยดึ ครองนา่ นฟ้ าทงั้ สท่ี ิศ กลายเป็ นตวั แทนของทิศทงั้ ส่ี
จนกระทง่ั การศกึ ษาวา่ ด้วยศาสตร์แหง่ ธาตทุ งั้ ห้า และภมู ิพยากรณ์ (ฮวงจ้ยุ อนิ หยาง เป็ นต้น) เป็นทแี่ พร่หลาย
สตั ว์เทพทงั้ สแ่ี ละดวงดาวทงั้ 28 เป็ นที่รู้จกั ในฐานะของ “เทพเจ้าผ้พู ทิ กั ษ์”

ตําหนกั และสงิ่ ปลกู สร้างในวงั หลวง ได้รับการประดบั ตกแตง่ เป็ นลวดลายของสตั ว์เทพทงั้ ส่ี
สว่ นประตทู างทศิ เหนอื ของวงั หลวงมกั ได้ชื่อวา่ ประตเู สวียนอู่ (เตา่ ดํา)
เนอ่ื งจากหงส์แดงแทนสญั ลกั ษณ์ของไฟ
ขณะทสี่ ถาปัตยกรรมโบราณของจีนล้วนแตส่ ร้างด้วยไม้ จงึ มกั ไมป่ รากฏรูป
แตจ่ ะปรากฏในเชิงสญั ลกั ษณ์อยบู่ นกําแพง (ทาสแี ดง)แทน

เมอ่ื ถงึ สมยั ฉินและฮน่ั
สตั ว์เทพทงั้ สก่ี ็เป็ นทย่ี อมรับกนั ทวั่ ไปในฐานะตวั แทนของฤดกู าลและสสี นั ทงั้ ส่ี
ในช่วงเวลาดงั กลา่ ว
สตั ว์เทพทงั้ สไ่ี ด้ปรากฏในศาสตร์วิทยาการของจีนหลากหลายสาขา อาทิ ดาราศาสตร์ ภมู ิศาสตร์

และการทหาร ดงั เช่นในตาํ ราพชิ ยั สงคราม บทหนงึ่
ได้กลา่ วถงึ การกําหนดทศิ ทางเดนิ ทพั ไว้วา่
“การเคลอ่ื นทพั นนั้ ซ้ายเป็ นมงั กรเขียว ขวาเสอื ขาว ทพั หน้าคือหงสแ์ ดงและเตา่ ดาํ คมุ หลงั
บญั ชาการจากเบอื ้ งบน นําปฏบิ ตั ิสเู่ บอื ้ งลา่ ง”

เนอื่ งจากผ้คู นในสมยั นนั้
ตา่ งค้นุ เคยกบั ตาํ แหนง่ ของสตั ว์เทพทงั้ สเ่ี ป็ นอยา่ งดี
ภายหลงั จงึ ได้รับการประยกุ ต์ให้กลายเป็ นสญั ลกั ษณ์ของธงนาํ ทพั ไป

ตอ่ เมือ่ ศาสนาเตา๋ รุ่งเรืองขนึ ้
มงั กรเขยี ว เสอื ขาว หงสแ์ ดงและเตา่ ดาํ ในฐานะเทพเจ้าผ้คู ้มุ ครองมนษุ ยต์ า่ งมีความสาํ คญั ขนึ ้
ถกู ยกให้มคี วามเป็ นมนษุ ย์ยง่ิ ขนึ ้ ตา่ งมชี ่ือเรียกเป็ นมนษุ ย์
และตอ่ มาอกี ไมน่ าน เทพเสวียนอหู่ รือเตา่ ดําก็โดดเดน่ ขนึ ้ ในฐานะของ “เจินอ”ู่ ปรมาจารย์เตา๋ ผ้สู าํ เร็จมรรคผล

สว่ นหงสแ์ ดงเป็ นเทพทม่ี บี ทบาทแยกออกมาเป็ นเอกเทศ
ขณะทมี่ งั กรเขยี วและเสอื ขาวกลายเป็ นเทพทวารบาลผ้รู ักษาประตทู างเข้าสมู่ รรคาแหง่ เตา๋

138

มงั กรเขียวประจําทศิ ตะวนั ออก สเี ขียว ธาตไุ ม้ ฤดใู บไม้ผลิ
ชาวจีนโบราณถือวา่ มงั กรเป็ นสญั ลกั ษณ์ของอาํ นาจกษัตริย์ และเป็ นสตั ว์มงคลชนดิ หนงึ่
นบั ตงั้ แตย่ คุ ของจกั รพรรดเิ หลอื งเป็ นต้นมา
มงั กรก็กลายเป็ นตวั แทนของผ้มู เี ชือ้ สายจีนทงั้ มวล
โดยเฉพาะเมื่อถงึ สมยั ราชวงศฮ์ น่ั
ปรากฏภาพวาดและตาํ นานเก่ียวกบั หวงตหี ้ รือจกั รพรรดเิ หลอื งท่ที รงมงั กรเป็ นพาหนะเหนิ บนิ สฟู่ ้ า
มงั กรจงึ กลายเป็ นสญั ลกั ษณ์ของจกั รพรรดิผ้ยู ง่ิ ยงอีกด้วย

ตาํ นานกลา่ ววา่ มงั กรเขียวมลี าํ ตวั เป็ นงู หวั เป็ นกเิ ลน หางเป็ นปลา มเี ครายาว มีเขา เท้าคล้ายกรงเลบ็
รูปลกั ษณ์เป็ นมงั กรเหิน เป่ี ยมด้วยพลงั อาํ นาจ
เน่ืองจากประจําทศิ ตะวนั ออก ธาตไุ ม้มสี เี ขียว จึงเป็ นมงั กรเขียว

เสอื ขาว ประจําทศิ ตะวนั ตก สขี าว ธาตทุ อง ฤดใู บไม้ร่วง
เสอื เป็ นเจ้าแหง่ สตั ว์ป่ าทงั้ มวล
เน่อื งจากประจําทศิ ตะวนั ตก ธาตทุ อง มสี ขี าว จึงกลายเป็ น เสอื ขาว
เป็ นตวั แทนของอํานาจบารมี ความเคารพยาํ เกรงและการทหาร
เน่อื งจากเสอื เป็ นนกั ลา่ กินเนอื ้

ดงั นนั้ จงึ มภี าพลกั ษณ์เป็ นเทพเจ้าแหง่ ศกึ สงครามและการลา่ สงั หารอกี ด้วย
สถานที่หรือชยั ภมู ใิ นสมยั โบราณหากมชี ่ือของเสอื ขาว จงึ มกั มีนยั สาํ คญั ทางทหาร

นอกจากนยี ้ งั ใช้ในการตงั้ ช่ือหนว่ ยกําลงั รบ
และใช้เป็ นตราสญั ลกั ษณ์ในการบญั ชาการเคลอื่ นทพั
หรือสลกั เป็ นลวดลายคกู่ บั มงั กรเขียวบนบานประตทู งั้ สองข้างเพอ่ื ป้ องกนั สงิ่ ชว่ั ร้าย

139

หงสแ์ ดง ทิศใต้ สแี ดง ธาตไุ ฟ ฤดรู ้อน

หงสเ์ ป็ นเจ้าแหง่ ปักษา และเป็ นสตั ว์มงคลชนดิ หนง่ึ ของจีนมาแตโ่ บราณ
มีรูปลกั ษณ์เดิมมาจากนกหลากหลายชนดิ อาทิ ไก่ฟ้ า หา่ นฟ้ า นกกระจอก เหย่ยี วนกกระจอก นกนางแอน่ ฯลฯ

ในตํานานกลา่ ววา่
หงส์มรี ูปคล้ายไกฟ่ ้ า มีสขี นสลบั ลายเป็ นประกาย มนี ิสยั รักสะอาด ชา่ งเลอื ก (มีความละเอียดออ่ นประณีต)
เนือ่ งจากรูปลกั ษณ์เป็ นนก ประจาํ ทิศใต้ ธาตไุ ฟ สแี ดง จงึ ได้ชื่อวา่ หงส์แดง
ภายหลงั ได้รับอิทธิพลจากความเชื่อลทั ธิเตา๋
จากสตั ว์เทพคอ่ ยววิ ฒั นาการเป็นรูปลกั ษณ์ของครึ่งคนคร่ึงสตั ว์
จากนนั้ กลายเป็ นเทพทีม่ รี ูปเป็ นหญิง

เตา่ ดํา ประจําทศิ เหนือ สดี ํา ธาตนุ าํ ้ ฤดหู นาว

เตา่ ดาํ หรือเสวยี นอู่ มรี ูปลกั ษณ์เป็ นเตา่ แตม่ เี กลด็ คล้ายงู
มลี กั ษณะร่วมกนั ของเตา่ และงู
บ้างใช้สญั ลกั ษณ์เป็ นรูปเตา่ ที่มงี พู นั รัดกลางลาํ ตวั

แตเ่ ดมิ มาจากการใช้กระดองเตา่ ในการทาํ นายทายทกั
ซงึ่ หมายถงึ การให้เตา่ นาํ คาํ ถามลงไปสโู่ ลกแหง่ วิญญาณเพอ่ื นําคาํ ตอบกลบั มายงั โลกมนษุ ย์
อีกทงั้ กระดองเตา่ มสี ดี ํา จงึ ปรากฏในรูปเตา่ ดํา

ภายหลงั ได้มีการขยายความออกไป
โดยเหน็ วา่ เตา่ อาศยั อยกู่ บั นาํ ้ ทงั้ แมน่ าํ ้ ลาํ คลองน้อยใหญ่จนถงึ ท้องทะเลกว้าง
จึงได้รับการขนานนามให้เป็ นเทพเจ้าแหง่ นาํ ้
อีกทงั้ เตา่ มีอายยุ ืนนาน จงึ เป็ นสญั ลกั ษณ์แทนการมอี ายวุ ฒั นะ

ภายหลงั เทพเสวยี นอไู่ ด้รับการ “ยกฐานะ” จากลทั ธิเตา๋ ให้เป็ นปรมาจารย์เจินอู่
โดยกลา่ วกนั วา่ เจินอเู่ ป็ นภาคหนงึ่ ของเง็กเซยี นฮ่องเต้มาจตุ ยิ งั โลกมนษุ ย์
แตด่ ้วยความเบือ่ หนา่ ยในโลกีย์ จงึ เก็บตวั บําเพ็ญภาวนาบนเขาบ๊ตู งึ๊
จนสาํ เร็จมรรคผลเป็ นเซียนขนึ ้ สถิตบนฟ้ า ครองตําแหนง่ ทิศเหนอื

140

“ฮวงจุ้ยพนื้ ฐาน (2) มงั กรเขยี ว เสือขาว หงส์แดง เต่าดา กบั ฮวงจุ้ยบ้าน”

https://bit.ly/31YgK1j

จากหลกั วชิ า ฮวงจ้ยุ พนื ้ ฐานทีห่ ลายๆคนชอบใช้กนั
เรียกแบบภาษาคนไทยงา่ ยๆวา่ ทิศ มงั กรเขียว (ข้างซ้าย) ทิศ เสอื ขาว (ข้างขวา)
ทศิ เตา่ ดาํ (ข้างหลงั ) ทิศ หงส์แดง (ด้านหน้า)
ท่แี ปลมาไมถ่ กู ต้องนกั ตามต้นฉบบั ภาษาจีน
เพราะจริงๆแล้วไมใ่ ชเ่ ตา่ แตเ่ ป็ นเตา่ กบั งู และไมใ่ ชห่ งส์ แตเ่ ป็ นนกกระจิบ ซงึ่ เหลา่ นลี ้ ้วนมีท่มี าจากดวงดาว
จริงๆ ถ้าทําความเข้าใจสกั หนอ่ ย
เร่ืองจําพวกเตา่ +งู ดาํ มงั กรเขียว เสอื ขาว กระจิบ(หงส์)แดง
ล้วนมีท่มี าจาก ดวงดาว บนท้องฟ้ าน่ีเอง
หมอดฮู วงจ้ยุ หลายคนถ้าไมค่ ้นตาํ ราจีน หรือไมเ่ รียนลกึ จริงๆ ไมร่ ู้หรอกวา่ ฮวงจ้ยุ มาจากดวงดาว
ก็เลยไมแ่ ปลกท่ีหลายทา่ นของ โหราศาสตร์ไทย หรืออนิ เดียที่ใช้วชิ าจนเชี่ยวชาญแล้ว
จะสามารถพดู เรื่อง ฮวงจ้ยุ ได้ตรงกบั ของวชิ าจีน
เพียงแตว่ า่ จีนมีการศกึ ษาค้นคว้าทางนมี ้ าก กเ็ ลยมคี วามละเอยี ดทางวชิ าการมาก

141

อนง่ึ ฤกษ์ยาม ทงั้ 28 ดวงก็จดั อยใู่ นหมวดใหญ่แตล่ ะหมวดทงั้ สี่
ดงั ทก่ี ลา่ วมาแล้วข้างต้นได้อีก คอื 28 ดวงนนั้
เอามาจดั แยกลงสห่ี มวด พวกเตา่ +งู ดาํ มงั กรเขียว เสอื ขาว กระจิบ
(หงส์) แดง
เพราะฉะนนั้ ถ้าดตู ามความหมายดาว เราจะทราบลกึ ลงไปเลยวา่
หมวด มงั กรเขยี ว ทําไมต้องให้มกี ารเคลอ่ื นไหว (เป็ นสว่ นใหญ่)
หรือเสอื ขาวทาํ ไมต้องอาศยั ความนิง่ ความพกั ยก เป็ นต้น

ภาพด้านบนเป็ นภาพซ้อนกนั สองภาพดงั นี ้
พนื ้ หลงั คือ ผงั ดาวฤกษ์ทงั้ 28 ดวง
และภาพบนคือภาพสตั ว์ทงั้ สี่ ครองกลมุ่ ละ 7 ดวงโดยประมาณ
รวมได้ 28 ดวง
จํางา่ ยๆก็คือ
มงั กรเขียว (บารม)ี ประจาํ ทศิ ตะวนั ออก สเี ขียว ธาตไุ ม้ ฤดใู บไม้ผลิ
เสอื ขาว (อํานาจ) ประจําทศิ ตะวนั ตก สขี าว ธาตทุ อง ฤดใู บไม้ร่วง
หงสแ์ ดง (โชคลาภ) ทิศใต้ สแี ดง ธาตไุ ฟ ฤดรู ้อน
จริงๆที่ถกู ต้องควรเรียกวา่ หงสแ์ ดง
เพราะตวั หนงั สอื จีนแท้ๆ นนั้ เขียนวา่ จเู ชว่ คอื กระจิบสชี าด หรือสแี ดงเข้ม และไมใ่ ชห่ งส์ ด้วย
แม้วา่ รูปร่างจะคล้ายออกทางหงส์มาก แตย่ นื ยนั วา่ เป็ นนกคนละชนดิ
เตา่ ดํา (มง่ั คงั่ ) ประจําทศิ เหนือ สดี าํ ธาตนุ าํ ้ ฤดหู นาว นก่ี ็กระดากปากตวั ทีส่ อง
เพราะภาษาจีนเขยี นวา่ เซวียนอู่ มนั คอื เตา่ บวกงู พว่ งด้วยกนั

142

ตอนนคี ้ งทาํ ให้มองเหน็ ภาพได้ชดั ขนึ ้
ต้องบอกกอ่ นวา่ ผงั นเี ้ป็ น ผงั ฮวงจ้ยุ หยางไจ๋
คอื บ้านคนเป็ น ไมใ่ ชผ่ งั สสุ านคนตายนะ คนละแบบกนั
โดยที่เขายดึ เอาหงส์แดงเป็ นหน้าบ้าน
เพราะคนจีนเช่อื วา่ ไฟ คือ แสงสวา่ งคอื ความก้าวหน้ารุ่งโรจน์
ไฟต้องเป็ นตวั หน้า ตวั ขนึ ้ ต้น ตวั เจริญของสรรพสง่ิ
คนเรามวี วิ ฒั นาการขนึ ้ ก็เพราะเราจดุ ไฟเป็ น ในยคุ แตบ่ รรพกาลมา จริงไหม
และพชื ล้วนเจริญด้วยการสงั เคราะห์แสง ก็คอื ดวงอาทติ ย์
ไฟจึงคือ แสงสวา่ งและความอบอนุ่
ดงั นนั้ ทิศท่ีเป็ นไฟ ก็คือ ทิศใต้
เนือ่ งจากวา่ ประเทศจีนนนั้ ทางเหนอื หนาวทางใต้อบอนุ่ กวา่ เพราะตงั้ อยเู่ หนอื เส้นศนู ย์สตู ร

143

สรุป ทิศใต้ หรือทศิ หงสแ์ ดงเลยแทนหน้าบ้าน
แล้วก็กางแขนออก ซ้ายคือมงั กรเขยี ว ขวากค็ อื เสอื ขาว
ตรงตามทิศทางและสสี นั ข้างต้นทงั้ หมดท่ีกลา่ วไป
อยา่ ไปหนั ผิด บางคนยืนหน้าบ้าน หนั หน้าเข้าบ้าน แบบนเี ้ดี๋ยวสบั สน
เทา่ นนั้ ยงั ไมพ่ อ ก็เถียงกนั สองสามภี รรยาวา่ มงั กรต้องซ้าย อกี คนก็ มงั กรต้องขวา เข้าใจผิด
เร่ือยไป

ถ้าเรามีหลกั คดิ วา่ เขาอยปู่ ระจําทิศ ประจําสี ก็จะจําง่าย
เพราะสเี ขยี วคอื ธาตไุ ม้ ทศิ ตะวนั ออก และสขี าวคือ ธาตทุ อง ทิศตะวนั ตก
เพราะถ้าเถียงกนั เรื่องซ้ายขวามาก ทาํ อยา่ งไร ก็ให้เอาเขม็ ทิศมาวดั ทิศเลย
มงั กรต้องอยตู่ ะวนั ออก แนน่ อน
หรือไมก่ ็ใจเยน็ ๆ นง่ั รอดพู ระอาทติ ย์ขนึ ้ ถ้าไมม่ เี ข็มทศิ นะ

แต่ว่าบางสานกั ใช้หลกั การง่ายๆ ก็ไม่วดั ทิศ มองดูซา้ ยขวาหนา้ หลงั
ยึดทีต่ วั บา้ น ไม่ตอ้ งตรงตะวนั ออกพอดี ก็บอกเป็นมงั กร แบบนีก้ ็มี
แต่ละสานกั ไม่เหมือนกนั
เลือกใชท้ ีส่ ะดวกและความพอใจส่วนบคุ คล

144

เสือขาวแข็งแรงกว่า

145

โดยต้องสอดคล้องกบั หลกั การของจีนอกี อยา่ งคือ จวั่ หนาน อวิ ้ หนว่ี แปลวา่ ซ้ายชาย ขวาหญิง
มงั กรเลยมาแทนเพศชาย ทา่ นเลยแตง่ คําทาํ นายออกมาวา่ ต้องเคลอื่ นไหว พลกุ พลา่ น มหี วั คดิ มกี ้าวหน้า เป็ นทางบารมี
บารมคี อื อะไรทีด่ เู ป็ นรัศมีแผอ่ อกไป กระเพือ่ มไป
ในขณะเดยี วกนั สตรี ฝ่ังขวาก็แทนเสอื ขาว คือ นง่ิ ๆ แตก่ ต็ ้องดมู ีอาํ นาจ มพี ลงั เยอะ ทิศนีจ้ งึ แทนอาํ นาจ

แตก่ รณีของประเทศเดนมาร์กและองั กฤษ จะกลบั กนั กบั หลกั คดิ ตรงนี ้เพราะเหตจุ ากกระแสนาํ ้ หลกั ไหลมาจากทศิ ใต้
https://sosogeo.blogspot.com/2019/05/blog-post.html

ดอกเกอร์แบงก์ (Dogger Bank)
เป็ นบริเวณทีก่ ระแสนาํ ้ อนุ่ แอตแลนติกเหนอื มาบรรจบกบั กระแสนาํ ้ เยน็ กรีนแลนด์ตะวนั ออก ท่ที ะเลเหนอื และทะเลนอร์วเี จยี น

ทาํ ให้มีแพลงตอน เป็ นอาหารปลาจํานวนมาก
มีลกั ษณะเป็ นเนินทรายขนาดใหญ่ เป็ นเนนิ ตนื ้ ใต้ทะเลในทะเลเหนอื อยนู่ อกจากฝั่งองั กฤษทางทศิ ตะวนั ออกราว 100 กม. (62 ไมล)์

มีพนื ้ ทคี่ รอบคลมุ 17,600 ตร.กม. (6,800 ตร.ไมล)์ โดยมีความยาวราว 260 กม. (160 ไมล์) และความกว้างสงู สดุ คอื 97 กม. (60 ไมล)์
ความลกึ อยรู่ ะหวา่ ง 15 ถงึ 36 เมตร (49 ถึง 118 ฟตุ ) และตืน้ กวา่ ทะเลโดยรอบราว 20 เมตร (66 ฟตุ )

ดอกเกอร์แบงก์เป็ นแหลง่ ประมงท่ีสาํ คญั ของทวีปยโุ รป
ประเทศทจี่ บั ปลาได้มาก สหราชอาณาจกั ร ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ / บริเวณอา่ วบิสเคย์จนถงึ ทะเลเมดเิ ตอร์เรเนยี น
โดยเฉพาะบริเวณทะเลดํา ทะเลสาบแคสเปี ยนและแมน่ าํ ้ โวลกา มีการจบั ปลาสเตอร์เจียน มาทาํ เป็ นไขป่ ลาคาร์เวยี ร์

146

หงส์แดง คือ ไฟ หน้าทศิ ข้างหน้าเป็ นโชคลาภ เป็ นสง่ิ ดๆี ท่ีเข้ามา เข้ามาจากการ รู้จกั การแสวงหา
เพราะไฟมีลกั ษณะลกุ โชน พงุ่ ขนึ ้ สงิ่ นตี ้ าํ ราจีนโบราณเขยี นไว้

https://bit.ly/386HCjw

สดุ ท้ายคือความมงั่ คงั่ คือ นาํ ้
เพราะเมือ่ ก่อนสงั คมเกษตร ใครจดั การบริหารนาํ ้ ได้ ถือวา่ ยิ่งใหญ่
สมยั นี ้นาํ ้ คือ คลนื่ ความถ่ีและการสอื่ สาร (ก็ดไู ด้จาก พวกบริษัทการสอ่ื สารติดตอ่ ร่ํารวยกนั )
ทเ่ี ขาวา่ นาํ ้ คอื มง่ั คง่ั เพราะหลกั การห้าธาตจุ ีนบอก นาํ ้ หนนุ ไม้
คนเราเปรียบเป็ นธาตไุ ม้ นาํ ้ เลยยอ่ มหนนุ เป็ นความมงั่ คงั่ สนบั สนนุ ตวั เรา
พดู มายดื ยาวเราไมไ่ ด้บอกให้เช่ือสาํ นกั ท่แี บง่ บ้านแบบงา่ ยๆแบบนนี ้ ะ
เพียงแตเ่ ราหาความรู้ไว้ก็ไมเ่ สยี หาย เอาไว้เพื่อประดบั ปัญญาและเลอื กสง่ิ ที่ดีที่สดุ ให้ชวี ติ

147

ผงั ภาพจาลองท้องฟ้ าอย่างย่อ

https://bit.ly/34IgC7T
ทงั้ นไี ้ ด้มีปรากฎในเอกสารโบราณและในหลอ่ แกบางชนิด
จําพวก วงในสดุ เขยี นวา่ จง แปลวา่ ตรงกลาง
วงรอบถดั มามสี องสว่ น สว่ นในเขยี นทศิ ทงั้ ส่ี ตง-ทิศตะวนั ออก
หนาน-ทศิ ใต้
ซี-ทิศตะวนั ตก
เป่ ย-ทิศเหนอื

แปลกวา่ คนจีนมคี ําพดู ตดิ ปากในการเรียงทศิ ไมเ่ หมือนคนไทย
คือ คนไทยจะเรียกทศิ ทงั้ สว่ี า่ เหนอื -ใต้-ออก-ตก
แตค่ นจีนจะเรียก ตง-หนาน-ซี-เป่ ย คอื เวยี นซ้าย ออก-ใต้-ตก-เหนอื

148

สว่ นถดั มาคอื สตั ว์เทพทงั้ สี่ ซงึ่ อธิบายไว้ข้างต้นแล้ว
วงรอบนอกสดุ คือ กล่มุ ดาวฤกษ์ 28 ดาว
แบ่งตามสตั ว์เทพทงั้ สี่ ได้ สตั ว์เทพ ละ 7 ดาวฤกษ์ อนั มีชื่อเรียกทงั้ 28 ดาวฤกษ์คือ
กลมุ่ ดาวฤกษ์ทางทิศตะวนั ออก (ฤดใู บไม้ผล)ิ สตั ว์เทพ มงั กรเขยี ว
角 เจี่ยว 亢 คง่ั 氏 ซ่ือ 房 ฝัง 心 ซิน 尾 เวย่ 箕 จี
กลมุ่ ดาวฤกษ์ทางทิศเหนือ (ฤดหู นาว) สตั ว์เทพ เตา่ ดาํ +งู (เซวียนอ)ู่
斗 โตว่ 牛 หนิว 女 หนวี่ 虚 ซวี 危 เวย 室 ซื่อ 壁 ปี ้
กลมุ่ ดาวฤกษ์ทางทศิ ตะวนั ตก (ฤดใู บไม้ร่วง) สตั ว์เทพ เสอื ขาว
奎 ขยุ 婁 โหลว 胃 เวย่ 昴 เหมา่ 畢 ปี ้ 觜 จือ 參 เซิน
กลมุ่ ดาวฤกษ์ทางทิศใต้ (ฤดรู ้อน) สตั ว์เทพ นกแดง
井 จ่ิง 鬼 ก่ยุ 柳 หลวิ่ 星 ซิง 張 จาง 翼 ยี่ 軫 เจิ่น

149

ผงั ภาพแสดงวา่ นอกจากดาวฤกษ์ทงั้ 28 ดวงจะถกู จดั แบง่ เอาไว้ตามสตั ว์เทพทงั้ สแ่ี ล้ว
ยงั มกี ารตงั้ ฉายานามเป็ นสตั ว์สญั ลกั ษณ์ประจําดาวฤกษ์ทงั้ 28 ดวงด้วย
เช่น ดาวฤกษ์คง่ั สญั ลกั ษณ์คอื มงั กร
ดาวฤกษ์เวย่ สญั ลกั ษณ์คอื เสอื
ดาวฤกษ์จี สญั ลกั ษณ์คอื เสอื ดาว
ดาวฤกษ์ปี ้ สญั ลกั ษณ์คือ นก ฯลฯ

150


Click to View FlipBook Version