“ฮวงจุ้ย (ตาราโบราณ) ง่ายๆทบี่ ้าน”
https://bit.ly/3kOKVj2
บทความนรี ้ วบรวมจากตาํ ราโบราณทถ่ี า่ ยทอดมาให้ศกึ ษาแบบงา่ ยๆ โดยมิได้แตง่ เตมิ ใดๆ สบื ทอดกนั มา
บางข้ออาจเป็ นเรื่องความเช่ือ บางเรื่องอาจเป็ นเร่ืองวิทยาศาสตร์
แตด่ แู ล้วทกุ คนสามารถอา่ นและศกึ ษาเข้าใจแบบงา่ ยๆได้
151
ประตู
ประตหู น้าบ้านอยู่ ณ ทิศใต้หรือทศิ ตะวนั ออกจะถือวา่ เป็ นทศิ มงคล(ในภาพรวม)
ประตหู น้าบ้าน ไมค่ วรมีต้นไม้ใหญ่หรือกองหินมาบงั ขวางอยู่
เพราะจะสง่ ผลให้เกิดความเจ็บไข้ไมส่ บายแกเ่ ด็กๆ และ ทําให้มีภยั พิบตั แิ ก่คนในบ้าน
เม่ือออกนอกประตบู ้านไมค่ วรมองเหน็ กองขยะหรือมมุ แหลมคมของอาคารอื่น
ถือเป็ นฮวงจ้ยุ ท่ไี มด่ ซี งึ่ จะมีผลอบั โชคแก่คนในบ้าน
ประตอู ยใู่ นแนวเดยี วกนั ไมเ่ ป็ นมงคล ต้องแก้ไขด้วยการตงั้ ฉากไว้เพอื่ กนั้ ชี่
หรืออาจแขวนระฆงั แก้วหรือกระด่งิ ไว้เหนือประตเู พ่อื กระจายช่ี
ประตทู อ่ี ยใู่ นแนวเดยี วกนั
มผี ลให้คนในบ้านไมส่ ามคั คกี นั ขดั แย้ง และเงินทองโชคลาภไหลออกนอกบ้าน
ประตทู ่หี นั หน้าชนกนั ก็ไมเ่ ป็ นมงคลอยา่ งยงิ่
ควรเปลยี่ นบานพบั และหนั ประตใู ห้เปิ ดไปคนละด้าน
จะเป็ นการแก้ไขท่ีดหี รือถ้านาํ ภาพงดงามหรือกระจกเงามาแขวนไว้ทห่ี น้าประตกู ็ได้
152
ห้องครัว
เปรียบเสมือนลมหายใจ และเป็ นแรงกระต้นุ ของผ้คู นในครอบครัว
ทิศท่เี หมาะสาํ หรับห้องครัว คอื ทศิ ใต้หรือทศิ ตะวนั ออก ความเจริญรุ่งเรือง เงินทองก็ไหลมาเทมา
ประตคู รัวตรงกนั พอดกี บั ประตหู ้องนาํ ้ ถือวา่ อปั มงคลมาก
ห้องนาํ ้ เป็ นห้องถา่ ยทกุ ข์ ประจนั หน้ากบั ห้องปรุงอาหารจึงไมเ่ หมาะสม พลงั ขดั แย้งกนั
การจดั วางเตาไฟ ทผ่ี ้ปู รุงอาหารหนั หลงั ให้ประตคู รัว เป็ นตําแหนง่ ทีผ่ ดิ
จดุ ยืนทด่ี ี คือผ้ปู รุงสามารถมองเหน็ ประตคู รัว
การยนื หนั หลงั ให้ประตคู รัว
เป็ นจดุ อปั มงคล สง่ ผลให้สขุ ภาพคนในบ้านไมด่ ี
ความสามคั คีปรองดองก็จะถกู บน่ั ทอนลง ชี่ (chi)
จะกระจดั กระจายยามคนปรุงอาหารตกใจ เสยี ขวญั เพราะมผี ้ทู ี่เข้ามาข้างหลงั
การจดั วางเตาไฟ ต้องมีพนื ้ ทกี่ ว้างพอสมควร หากเป็ นมมุ อบั คบั แคบ
ผ้ปู รุงจะขยบั ตวั ขยบั มอื ลาํ บาก ชีใ่ นตวั ขาดความสมดลุ อากาศถา่ ยเทไมส่ ะดวก
สง่ ผลร้ายแกค่ นในครอบครัว ทาํ ให้อารมณ์ขนุ่ มวั ไมส่ ดใส
ซงึ่ มมุ ด้านเหลย่ี มเหมือนของแหลมพงุ่ ชีไ้ ปทค่ี นปรุงอาหารยืนอยหู่ น้าเตา
ควรลบความเป็ นมมุ แหลมของเสา
ห้องครัวไมค่ วรอยตู่ รงตาํ แหนง่ กลางบ้านพอดี เพราะจะทาํ ลายความสขุ ของคนในครอบครัว
ไมค่ วรตงั้ เตาไฟ หนั หน้าทางทิศตะวนั ตก หรือทศิ เหนือ เพราะขดั แย้งกบั ไฟ
แหลง่ กําเนิดไฟ ควรหนั เตาทางทิศใต้และทิศตะวนั ออก
การตงั้ เตาผดิ ทิศ ทาํ ให้คนในบ้านสขุ ภาพไมด่ ี มีเร่ืองทะเลาะวิวาทกนั บอ่ ย ขดั สนเงนิ ทอง
เตาไฟหนั หน้าหาประตหู ้องนอน ทําให้เงินทองขดั สน
เตาไฟใกล้ประตคู รัวมาก
เวลาปรุงอาหาร เปลวไฟหรือควนั สามารถแลบเลยี พงุ่ ออกนอกประตไู ด้
สง่ ผลให้คนในบ้านเจ็บป่ วยหรือถงึ กบั เสยี ชีวติ ในทกุ ๆ 3 ปี หรือเกิดทกุ ข์ร้อน
153
ห้องนอน ควรอยใู่ นตําแหนง่ ทเ่ี ป็ นเส้นทแยงมมุ กบั ผนงั ด้านทีม่ ปี ระตู เพ่ือสามารถเหน็ วา่ มีใครจะเข้าประตมู า
เตยี งนอน ห้ามเด็ดขาดคอื การหนั ปลายเตยี งไปทางหน้าประตพู อดี
ถือวา่ เหมอื นการวางหบี ศพในโลงเก็บศพ สง่ ผลให้เป็ นลางไมด่ แี กค่ นในห้องนอนนนั้
กระจก
หน้าโต๊ะเคร่ืองแป้ ง ห้องเก็บของตดิ กบั ห้องนอนจะทาํ ให้ล้มป่ วย นอกจากผ้าหม่ ผ้าเช็ดตวั อยา่ งนเี ้ก็บได้ แตข่ องเก่าๆ ไมค่ วรเก็บเป็ น
อปั มงคลแกเ่ จ้าของห้อง
หนั สเู่ ตยี งนอนจะฝันร้าย
ความเชื่อทีว่ า่ วญิ ญาณที่ออกจากร่างยามหลบั ใหลจะตกใจเมือ่ เห็นเงาในกระจก
จะทาํ ให้ขวญั เสยี และไมค่ วรหนั รับหน้าตา่ ง
กระจกจะรับเอาพลงั ชว่ั ร้ายอน่ื ๆ เข้ามาได้
คาน ทค่ี อ่ มเหนอื เตียงหรือหวั เตียงเป็ นสงิ่ ท่หี นกั องึ ้
จะสง่ พลงั มากดทบั ตวั ผ้นู อนไมส่ บายใจ ปวดศีรษะ พกั ผอ่ นไมม่ ีสขุ เจ็บป่ วยโดยไมร่ ู้สาเหตุ
แก้ไขด้วยการตีฝ้ าเพดานปิ ด
ต้เู หนอื เตยี ง เสยี่ งตอ่ ความสาํ เร็จ
ผลร้ายคอื เกดิ ทศั นคติที่สบั สน ความคิดตีบตนั สขุ ภาพไมด่ ี
ห้ามวางโต๊ะหรือต้ตู ดิ กบั ปลายเตยี ง
เป็ นลกั ษณะอปั มงคล ทาํ ให้ช่ีไมส่ มดลุ
การเคลอื่ นไหวที่ถกู ขดั ขวาง ข้างๆเตียงกเ็ ชน่ กนั
ห้องนาํ ้ ชกั นาํ ความเจ็บป่ วยมาสเู่ จ้าของบ้านและคนในบ้าน
ห้องนาํ ้ กลางบ้าน ถือวา่ อปั มงคลอยา่ งยงิ่ จะสง่ ผลร้ายตอ่ สขุ ภาพ
ต้องล้มหมอนนอนเสอ่ื กนั อยบู่ อ่ ยๆ
ก้าวเข้าบ้านแล้วมองเหน็ ห้องนาํ ้ เงินทองจะหมดสนิ ้ สขุ ภาพจิตทรุดโทรม
สขุ ภาพร่างกายก็พลอยแยไ่ ปด้วย
การแก้ไขคอื ปิดประตหู ้องนาํ ้ ไว้ตลอดเวลา
โถส้วม ต้องอยใู่ นตาํ แหนง่ ที่ดี เมือ่ เราอยทู่ ่ีเตยี งโต๊ะทาํ งานหรือท่โี ถส้วม
เราจะต้องมองเห็นประตกู ่อนที่คนอ่นื จะผลกั ประตเู ข้ามา
154
ห้องทํางาน โต๊ะเขียนหนงั สอื ตงั้ ชนหน้าตา่ งหรือชิดหน้าตา่ งนนั้ เป็ น ฮวงจ้ยุ ทไี่ มด่ ี
จะมีผลตอ่ การให้นง่ั ทาํ งานหรือเขยี นหนงั สอื ไมป่ ระสบความราบรื่น
โต๊ะท่อี ยกู่ ลางห้อง
เป็ นจดุ ท่ลี ดอาํ นาจลงมากท่สี ดุ จดั โต๊ะ เก้าอใี ้ ห้ดี จะมโี ชคและลาภยศ
ตาํ แหนง่ ทด่ี ที ่ีสดุ คอื บริเวณทีห่ า่ งจากประตู
ไปยงั มมุ ห้องในลกั ษณะเป็ นเส้นทแยงมมุ กบั ประตู
โต๊ะทหี่ นั เข้าหาทศิ ตะวนั ออก ทิศตะวนั ออกเฉียงเหนือ
รับแดดและลมได้ดี
การตงั้ โต๊ะทํางาน ให้ชิดติดผนงั คอื หนั หน้าเข้าหาผนงั ห้องและหนั หลงั ให้ประตู นนั้ ผิดมากทีเดยี ว
เพราะลกั ษณะนี ้ จะได้รับ “ ชี่พฆิ าต ” ทาํ ให้ขวญั เสยี ขาดสมาธิ สะด้งุ ผวาตกใจงา่ ย
ไมป่ ระสบความสาํ เร็จ
การตงั้ โต๊ะทาํ งานถือหลกั การเดียวกบั ห้องนอน
คอื ต้องอยใู่ นจดุ ทม่ี องเห็นผ้ทู ี่จะเข้าทางประตไู ด้กอ่ น
ห้องนงั่ เลน่ และห้องรับแขก การวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องรับแขก หรือห้องนง่ั เลน่
ควรหนั เก้าอเี ้ข้าหาประตหู ้อง เพราะเป็ นตาํ แหนง่ ของ “ผ้มู ีเกยี รต”ิ เจ้าของบ้านเป็ นผ้นู ง่ั เอง
ห้องรับแขกควรโปร่งสบายมากทส่ี ดุ
ในตําแหนง่ ขมุ ทรัพย์ ห้องนงั่ เลน่ มองเห็นห้องครัว
ประตทู ีเ่ ปิ ดเข้า ยอ่ มไมป่ ระเสริฐ ควรแก้ไขปรับปรุงด้วยการหาฉากมาตงั้ กนั้ ไว้
การตกแตง่ ข้าวของมากเกินไป จะให้ผลร้าย
การแขวนเขาววั เขาควาย หรือมดี ดาบ จะก่อให้เกิดผลในทางร้าย
พฤติกรรมของหวั หน้าครอบครัว หรือของลกู ๆ เปลย่ี นไปในทางก้าวร้าวหรือเกเร อารมณ์
หงดุ หงดิ เกรีย้ วกราดขนึ ้
ห้ามสง่ิ ของท่เี ป็ นของร้อน เชน่ เคร่ืองใช้ไฟฟ้ าตา่ งๆ ต้ปู ลา จกั รเยบ็ ผ้า ก็ห้ามเช่นกนั
ห้ามมีฝ่ นุ หรือหยากไย่ มเิ ชน่ นนั้ โชคลาภแหง่ ทรัพย์สนิ เงินทองจะถกู ทาํ ลายไป
ไมค่ วรถกู ขดั ขวาง เข้าได้สะดวก ตําแหนง่ เก้าอกี ้ ็ควรหา่ งจากประตพู อสมควร
155
บนั ได เป็ นทางเดินของชี่ที่จะนาํ พลงั ทด่ี เี ข้าสชู่ นั้ บนได้
ลกั ษณะบนั ไดทด่ี ี มีสริ ิมงคล สว่ นท่ีสาํ คญั ในโครงสร้างของบนั ไดคือหวั บนั ไดและเชิงบนั ได
สองสว่ นนมี ้ ผี ลตอ่ การไหลเวยี นของชี่
บนั ไดที่ทอดลงมาตรงกบั ประตหู น้าบ้านพอดี
และอยใู่ นระยะใกล้กบั ประตบู ้านเงินทองจะไหลออกจากบ้าน
โอกาสทีด่ ีและความสาํ เร็จก็ไหลออกเช่นกนั
ควรทาํ ช่ีให้กระจายไหลเวียนโดยไมไ่ หลเทออกนอกประตู
บนั ไดของบ้าน ควรจะมีสดั สว่ นพอดีกบั บ้าน
ควรมคี วามกว้างพอดไี มแ่ คบเกินไป และมลี กั ษณะวนโค้งทอดลงสพู่ นื ้ ห้องอยา่ งสง่างาม
ทาํ ให้ชี่ไหลได้สะดวก ก็จะทาํ ให้ครอบครัวมแี ตค่ วามสขุ ความเจริญรุ่งเรืองย่งิ ขนึ ้
หน้าตา่ ง หน้าตา่ งหนั หน้าหาทศิ ตะวนั ออกของบ้าน (กรณีชอบทศิ ธาตไุ ม้)
จํานวน ถือวา่ เป็ นทศิ มงคล เพราะรับแดดออ่ นๆ ชว่ งเช้า
ความกว้าง
หน้าตา่ งมีมากไป
ก็ใชว่ า่ จะดจี ะทาํ ให้ลกู หลานในบ้านไมเ่ ชื่อฟังผ้ใู หญ่
หน้าตา่ งควรมจี าํ นวนสมั พนั ธ์กบั ประตใู นปริมาณ 1 ตอ่ 3
หน้าตา่ งทีด่ ีต้องสามารถเปิ ดออกไปหรือปิ ดเข้าได้เต็มท่ี
ถ้าเปิดไปได้กว้างยงิ่ เป็ นมงคล สง่ ผลดีตอ่ หน้าทก่ี ารเงินและความสาํ เร็จ
156
“รากฐานบ้าน 6 ลกั ษณะ”
https://bit.ly/35KCQWk
รากฐานบ้านเป็ นสง่ิ สาํ คญั ทจ่ี ะบอกวา่ บ้านแข็งแรงหรือออ่ นแอ
เราจงึ ห้ามละเลยในการพจิ ารณาเชน่ กนั
จะขอแบง่ รากฐานบ้านเป็ น 6 ชนดิ
1. ฐานมงั กรเข้า : ชาตกิ ําเนดิ วรี บรุ ุษ ***สริ ิมงคล***
ลกั ษณะ : หน้าบ้านตาํ่ หลงั บ้านสงู ทกุ ยา่ งก้าวเข้าบ้านสงู ขนึ ้ เร่ือยๆ
ผล : ลกู หลานเจริญรุ่งเรือง ร่ํารวยยงิ่ ขนึ ้ ทกุ ปี
2. ฐานมงั กรถอย : ถกู กดข่ีตลอดชาติ ***อปั มงคล***
ลกั ษณะ : หน้าบ้านสงู หลงั บ้านต่าํ ทกุ ยา่ งก้าวเข้าบ้านตา่ํ ลงเรื่อยๆ หรือถนนหน้าบ้านสงู กวา่ ตวั บ้านมาก
ผล : เงินทองไหลออก สขุ ภาพเสอ่ื มถอย
3. ฐานมงั กรเสอื โอบประสาน : ขนุ นาง ***สริ ิมงคล***
ชว่ั ลกู ชวั่ หลาน
ลกั ษณะ : หน้าบ้านแคบ หลงั บ้านกว้าง (ปากเลก็ ท้องใหญ่)
ผล : ครอบครัวรักสมาน กําไรงดงาม
157
4. ฐานมงั กรเสอื ไมป่ ระจบ : ลกู หลาน ***อปั มงคล***
อยไู่ มพ่ ร้อมหน้า
ลกั ษณะ : หน้าบ้านกว้าง หลงั บ้านแคบ
ผล : พ่ีน้องไมส่ ามคั คี พอ่ แมไ่ ร้เยอ่ื ใยทรัพย์สนิ ไหลออก
5. ฐานซ้มุ มงั กร : พนู สขุ เยยี่ งบรรพบรุ ุษ ***สริ ิมงคล***
ลกั ษณะ : พนื ้ ด้านซ้ายสงู กวา่ ด้านขวา (หนั หน้าออก)
ผล : ครอบครัวสมหวงั ร่ํารวย
6. ฐานเสอื ขาวคาบศพ : พ่นี ้องไมส่ มานฉนั ท์ ***อปั มงคล***
(ตามธรรมเนยี มชายเป็ นใหญ่)
ลกั ษณะ : พนื ้ ด้านขวาสงู กวา่ ด้านซ้าย (หนั หน้าออก)
ผล : สตรีเป็ นใหญ่พน่ี ้องไมส่ มานฉนั ท์ เงินเข้ายากเย็น
การแกไ้ ขควรปรึกษาซินแสทีร่ ู้จริงเท่านน้ั
เพราะความจริงของฮวงจ้ยุ คือรู้เพือ่ เลีย่ ง มิใช่รู้เพือ่ แกไ้ ข
158
ชัยภูมฮิ วงจุ้ยหรือฮวงจุ้ยรูปลกั ษณ์
http://www.sages9.com/index.php/program/195-the-four-celestial-animals
https://www.posttoday.com/property/332091
ตําราฮวงจ้ยุ ตามท้องตลาดมกั จะพดู ถงึ สส่ี ตั ว์เทพท่เี รามกั จะได้ยนิ ค้นุ หกู นั
ไมว่ า่ จะเป็ น หงส์แดง เตา่ ดาํ เสอื ขาว มงั กรเขยี ว โดยสว่ นใหญ่จะให้ความหมายทวั่ ไปดงั ตอ่ ไปนี ้
1.หงสแ์ ดง (ด้านหน้า) หมายถงึ โชคลาภ ถ้าขาดหายไป การเงินจะมตี ดิ ขดั หงสแ์ ดงจะต้องเคลอื่ นไหว
2.เตา่ ดาํ (ด้านหลงั ) หมายถงึ ความมงั่ คงั่ ถ้าขาดหายไป จะไมม่ คี วามมงั่ คง เตา่ ดาํ จะต้องสงบนิ่ง
3.เสอื ขาว (ด้านขวา) หมายถงึ อาํ นาจ ถ้าขาดหายไป จะควบคมุ ผ้ใู ต้บงั คับบญั ชาไมไ่ ด้ เสอื ขาวจะต้องสงบนงิ่
4.มงั กรเขียว (ด้านซ้าย) หมายถงึ บารมี ถ้าขาดหายไป จะขาดผ้อู ปุ ภมั ภ์ มงั กรเขยี วจะต้องเคลอ่ื นไหว
159
แค่ไดอ้ ่านความหมายของแต่ละตาแหนง่ ก็ทาใหห้ ลายๆ คนตีความกนั ออกไปอยา่ งผิดๆ
เชน่ ตําแหนง่ เตา่ ดํา จะต้องหาเตา่ สกั ตวั มาวางไว้หลงั บ้าน
ตําแหนง่ เสอื ขาว ต้องติดรูปเสอื ไว้ด้านขวามอื ของบ้าน
หรือบางคนถงึ ขนั้ ลงทนุ ทบุ ประตบู ้านย้ายไปเปิ ดในตาํ แหนง่ มงั กรเขียว
เพอื่ ทีจ่ ะทาํ ให้เคลอื่ นไหว มงั กรจะได้เลอื ้ ยได้ มิฉะนนั้ มงั กรจะตาย
หรือไมก่ ็จ้างคนขดุ สระนาํ ้ ไว้หน้าบ้าน เพ่ือจะได้ให้หงส์แดงเลน่ นาํ ้ โชคลาภจะได้ไหลมาเทมา
การจดั ฮวงจ้ยุ ดงั กลา่ วล้วนแล้วแตเ่ กิดจากการตีความหมายทผ่ี ิด
วชิ าฮวงจ้ยุ ได้กาํ หนด สี่ สตั ว์เทพขนึ ้ มาใช้เป็ นการอ้างองิ ตาํ แหนง่ ตา่ งๆ
เพือ่ ให้นกั ฮวงจ้ยุ ได้เข้าใจทิศทางทตี่ รงกนั
เราคงต้องยกเหตกุ ารณ์ระหวา่ งคนสองคนให้เห็นภาพ
สมมตวิ า่ นาย A จะสอ่ื สารกบั นาย B
วา่ จะทําการปรับฮวงจ้ยุ ท่ีขวามอื ของบ้าน
ในขณะที่นาย B ก็จะสบั สนวา่ ขวามอื ทวี่ า่ นี ้คอื ยืนหนั หน้าเข้าบ้าน หรือยืนหนั หน้าออกนอกบ้าน
แตถ่ ้า นาย A สอ่ื สารใหมว่ า่ จะทาํ การปรับฮวงจ้ยุ ทตี่ าํ แหนง่ เสอื ขาว
นาย B ก็จะเข้าใจทนั ทวี า่ ขวามอื ของบ้านในลกั ษณะหนั หน้าออกหน้าบ้าน ซงึ่ จะทาํ ให้การปรับฮวงจ้ยุ ไมผ่ ิดพลาด
และสงิ่ ท่นี กั ฮวงจ้ยุ นํามาใช้กนั มากที่สดุ ก็คือ การหาตาํ แหนง่ ประตปู ระธาน
เพราะบ้านในปัจจบุ นั ถกู ออกแบบให้สามารถมปี ระตทู างเข้าได้มากกวา่ 1 ประตู
เช่น เข้าทางห้องรับแขก เข้าทางโรงจอดรถ เข้าทางสวนข้างบ้าน เข้าทางหลงั บ้าน
แตก่ ารตดั สนิ วา่ ประตใู ดเป็ นประธานนนั้
ต้องนาํ สสี่ ตั ว์เทพมาพจิ ารณาเป็นตวั ตดั สนิ ด้วย
160
http://www.sages9.com/index.php/program/195-the-four-celestial-animals
https://www.posttoday.com/property/332091
161
มงั กรเขียว กบั เสอื ขาว รายละเอยี ดปลกี ย่อยเกยี่ วกบั การปรับใช้ยคุ ใหม่
มงั กรเขยี วตงั้ อยทู่ างซ้ายมือ และเป็ นสญั ลกั ษณ์หมายถงึ พลงั อาํ นาจ
เสอื ขาวตงั้ อยขู่ วามอื และเป็ นสญั ลกั ษณ์หมายถงึ สง่ิ เลวร้าย (ในบริบทจีนโบราณ ชายเป็ นใหญ่)
ลกั ษณะหรือสญั ลกั ษณ์เชน่ นี ้
สามารถใช้ได้กบั อาคารบ้านเรือน เม่ือหนั หน้าออกทางหน้าบ้าน โดยยืนอยู่ทป่ี ระตหู น้าบ้าน
ซง่ึ ทางซ้ายมอื ก็คอื มงั กรเขียว และทางด้านขวามอื ก็คอื เสอื ขาว
ถ้าบ้านทอ่ี ยทู่ างขวามอื มขี นาดเลก็ กวา่ บ้านทอ่ี ยทู่ างซ้ายมือ หรือบ้านทางซ้ายมือมคี วามสงู มากกวา่
ก็หมายความวา่ มงั กรเขียวจะมีอิทธิพลมากกวา่ ทาํ ให้ผ้ชู ายในบ้านหลงั นมี ้ อี ิทธิพลมากกวา่ ผ้หู ญิงในบ้าน
ถ้าบ้านท่ีอยถู่ ดั ไปทางขวามือ เป็ นบ้านทม่ี คี วามสงู มากกวา่ หรืออยใู่ กล้ชดิ ตดิ กนั มากกวา่ บ้านทอี่ ยทู่ างด้านซ้ายมอื
ก็หมายความวา่ เสอื ขาวจะมอี ทิ ธิพลมากกวา่ ทําให้ผ้หู ญิงในบ้านหลงั นมี ้ ีอทิ ธิพลมากกวา่ ผ้ชู ายในบ้าน
ถ้าทางด้านขวามือ ไมม่ ีบ้านใกล้เคยี ง มแี ตบ่ ้านทางด้านซ้ายมอื
ผ้ชู ายในบ้านจะมีอทิ ธิพลหรืออาํ นาจมากกวา่ และบ้านนจี ้ ะมีโชคดบี ้าง
แตก่ ็ไมม่ ากมายนกั เพราะขาดเสอื ขาวทางด้านขวามอื
และในวิชาฮวงจ้ยุ ถือวา่ ต้องมที งั้ เสอื ขาวและมงั กรเขยี วอยคู่ กู่ นั
โดยมงั กรเขียวต้องมอี ิทธิพลมากกวา่ จึงจะนําโชคลาภ และความเจริญรุ่งเรืองมาให้
ถ้าทางด้านขวามือ มบี ้านตงั้ อยตู่ ดิ กนั เป็ นจํานวนมากหลงั กวา่ ทางซ้ายมอื
ก็จะทาํ ให้เสอื ขาวมพี ลงั อํานาจมากกวา่ มงั กรเขยี ว
สง่ ผลให้ผ้หู ญิงในบ้านมีอํานาจและโชคลาภมากกวา่ ผ้ชู ายในบ้าน
ถ้าทางด้านขวามือ มบี ้านตงั้ อยู่ หรือมีตกึ สงู ตงั้ อยู่ โดยทางด้านซ้ายมอื เป็ นที่วา่ งเปลา่
ก็จะทาํ ให้คนในบ้านมีปากเสยี งทะเลาะเบาะแว้งกนั เป็ นประจาํ รวมถงึ ไมค่ อ่ ยมีโชคลาภ
ถ้าทางด้านซ้ายมือและขวามอื มบี ้านขนาดเทา่ กนั มาตงั้ อยู่
ก็จะทาํ ให้เกิดความสมดลุ ที่ลงตวั ภายในบ้าน มีแตค่ วามราบรื่น และมีความร่วมมอื กนั ดี
ถ้าเป็ นบ้านทีต่ งั้ อยหู่ ลงั เดยี วโดดๆในพนื ้ ที่ คนในบ้านก็จะขาดความชว่ ยเหลอื จากผ้อู ่นื ต้องอาศยั ตนเองเป็ นหลกั
162
หากมีทด่ี ินทม่ี รี ูปร่างไมเ่ ป็ นรูปทรงด้านเทา่ ให้พยายามจดั สรรสว่ นทจี่ ะใช้ปลกู สร้างและอยอู่ าศยั ให้เป็ นรูปทรงสเี่ หลย่ี มด้านเทา่
และทาํ การแยกแยะหรือกําหนดหาด้านมงั กรเขียวและเสอื ขาว
แล้วสร้างบ้านให้ชดิ มาทางด้านมงั กรมากกวา่ เสอื ขาว
สว่ นทางด้านหน้าบ้านปลอ่ ยให้เป็ นพนื ้ ที่โลง่ วา่ ง
และเนอื ้ ทท่ี างด้านหลงั บ้านให้ถมหนนุ จนเป็ นเนนิ เตีย้ ๆ จงึ จะเป็ นฮวงจ้ยุ ท่ีดี
ภายในบ้านทีท่ างด้านมงั กรเขียว และทางด้านเสอื ขาวเตม็ แนน่ ไปด้วยห้อง
เป็ นพนื ้ ท่วี า่ ง จะเป็ นลกั ษณะเสยี สมดลุ ยที่จะเป็ นสญั ญาณบง่ วา่
ผ้หู ญิงภายในบ้านนี ้จะมีสขุ ภาพท่ีคอ่ นข้างออ่ นแอ
อารมณ์หงดุ หงิดวติ กกงั วลงา่ ย และมีลกู ได้ยาก
ภายในบ้านที่ทางด้านเสอื ขาวเป็นพนื ้ ทีว่ า่ ง และทางด้านมงั กรเขยี วเต็มแนน่ ไปด้วยห้อง
จะเป็ นลกั ษณะเสยี สมดลุ ยทจ่ี ะเป็ นสญั ญาณบง่ วา่
ผ้ชู ายภายในบ้านไมว่ า่ เดก็ หรือผ้ใู หญ่จะเจ็บป่ วยบอ่ ย สขุ ภาพไมค่ อ่ ยจะดี เป็ นโรคเรือ้ รัง หรือ
ประสบอบุ ตั ิเหตจุ นต้องเข้ารับผา่ ตดั
ในการจดั วางเครื่องเรือนตา่ งๆ ในห้องนอน โดยหลกั ฮวงจ้ยุ ให้ถือวา่ หวั เตียงที่ตงั้ อยชู่ ิดผนงั เป็ นตาํ แหนง่ เตา่ ดาํ
สว่ นพนื ้ ทว่ี า่ งปลายเตียงเป็ นตําแหนง่ หงสแ์ ดง
ด้านซ้ายมอื ของเตยี งเมอื่ หนั หน้าไปทางปลายเตยี งจะเป็ นด้านมงั กรเขียว
และด้านขวามอื ของเตยี งจะเป็ นด้านเสอื ขาว
ฉะนนั้ เครื่องเรือนทางด้านซ้ายมอื ควรจะมีความสงู มากกวา่ เครื่องเรือนทางด้านขวามือ
เตยี งนอนที่ดีท่ีถกู ต้อง ควรมีหวั เตยี งทีส่ งู และทบึ ตนั เพอื่ เป็ นสญั ลกั ษณ์ของเตา่ ดาํ
และควรมีโต๊ะข้างเตยี งซ้ายขวา เพื่อเป็ นสญั ลกั ษณ์ของมงั กรเขยี วและเสอื ขาว
และทีป่ ลายเตยี งควรมพี นื ้ ทโ่ี ลง่ วา่ งไมน่ ้อยกวา่ 3 ตารางฟตุ เพ่อื เป็ นสญั ลกั ษณ์ของนกหงส์แดง
เตยี งทีช่ ิดผนงั ทางข้างซ้าย จะทาํ ให้เวลานอนมีความหวาดผวา เหมอื นไมค่ อ่ ยจะปลอดภยั
ถือวา่ มีมงั กรเขยี ว แตข่ าดเสอื ขาว ควรแก้ไขโดยตงั้ โต๊ะข้างเตยี งเพ่ิมขนึ ้ ทางด้านขวา
เตียงท่ีชิดผนงั ทางข้างขวา ถือวา่ มเี สอื ขาว จะทาํ ให้เวลานอนนนั้ เหมอื นหลบั ได้ไมส่ นิท มอี าการหลบั ๆ ต่นื ๆ
แตข่ าดมงั กรเขยี ว ควรแก้ไขโดยตงั้ โต๊ะข้างเตยี งเพมิ่ ขนึ ้ ทางด้านซ้ายมอื
163
เตา่ ดํา การห้ามมีบอ่ นาํ ้ อยหู่ ลงั บ้านนนั้ ก็เพราะวา่ ในหลกั วชิ าฮวงจ้ยุ ถือวา่
บอ่ นาํ ้ หลงั บ้านนนั้ เปรียบได้กบั เหวลกึ
ที่จะทําให้ด้านหลงั ซงึ่ เป็ นตาํ แหนง่ ชองเตา่ ดาํ นนั้ ออ่ นแอ หรือขาดหายไป
ทําให้บ้านหลงั นนั้ ไมไ่ ด้รับการปกป้ องค้มุ ครองจากพลงั มงคล
และนอกจากนแี ้ ล้ว
นาํ ้ ในบอ่ ยงั ทําหน้าทเี่ ปรียบเสมือน
กระจกเงาทีค่ อยสะท้อนกระแสพลงั ตา่ งๆ ท่เี คลอื่ นตวั เข้ามาสทู่ างด้านหลงั บ้าน
ให้กระจายหายไปอีกด้วย
ในความหมายของภเู ขาตาม ถือวา่ โครงสร้างใดๆ ก็ตามทสี่ งู กวา่ บ้านของคณุ แม้เพยี งหนงึ่ เซนตเิ มตร กถ็ ือวา่ นนั้ คอื ภเู ขา
หลกั ฮวงจ้ยุ นนั้
บ้านที่มีพนื ้ ทห่ี ลงั บ้านเปิ ดโลง่ จะทําให้ผ้คู นในบ้านต้องพง่ึ พาตนเองเป็ นหลกั ขาดผ้ชู ว่ ยเหลอื ให้การอปุ ถมั ภ์
บ้านทม่ี ภี เู ขาธาตไุ ฟ จะทําให้คนในบ้านถกู นินทาลบั หลงั มศี ตั รูจ้องทาํ ลาย มีปากเสยี งกบั ผ้ทู ่มี ีตาํ แหนง่ เหนือกวา่
ตงั้ อยหู่ ลงั บ้าน ภายในครอบครัวจะเป็ นโรคผิวหนงั และโรคกระเพาะ
และตกึ ท่ีตงั้ ระเกะระกะสงู ๆ ตา่ํ ๆ ไมเ่ ป็ นระเบยี บ
มีไฟนีออน ป้ ายนีออน และเครื่องหมายตา่ งๆ ตดิ อยมู่ ากมายก็เปรียบได้เช่นเดยี วกบั ภเู ขาธาตไุ ฟ
มงั กรเขยี ว ในวชิ าฮวงจ้ยุ ถอึ วา่ พดั ลมเป็ นตวั ขบั เคลอื่ นพลงั ให้กระจายตวั
และหมนุ เวยี นไปยงั สว่ นตา่ งๆ ของอาคารบ้านเรือน
ทางม้าลาย ดงั นนั้ จงึ ควรตดิ ตงั้ ให้อยใู่ นตาํ แหนง่ ทีด่ ีทเ่ี ป็ นมงคล
ทใี่ ช้เป็ นทเี่ ดนิ ข้ามถนน ซง่ึ โดยทวั่ ๆ ไปก็คอื นําไปติดเอาไว้ทางด้านมงั กรเขยี ว
ควรตงั้ อยทู่ างด้านซ้าย (ด้านมงั กร) ของหน้าอาคารจงึ จะเป็ นมงคล
164
หงสแ์ ดง บ้านท่มี ภี เู ขาธาตไุ ฟตงั้ อยหู่ น้าบ้าน และหน้าบ้านหนั ไปสทู่ ศิ ใต้
จะทําให้คนในบ้านเป็ นโรคเกี่ยวกบั ดวงตา หรือมปี ัญหาเกี่ยวกบั เรื่องสายตา
เสอื ขาว ต้เู ก็บรองเท้า ชนั้ วางรองเท้า หรือแม้แตร่ องเท้าทถี่ อดเก็บ ควรเก็บวางเอาไว้ทางด้านเสอื ขาว
เพราะจะสามารถชว่ ยแก้ไขความเป็ นอปั มงคลให้กลบั กลายเป็ นมงคลได้
ใช้จดุ ด้อยให้เกิดประโยชน์สงู สดุ ตามหลกั หยินหยาง
เน่อื งจากวา่ ในวชิ าฮวงจ้ยุ รูปลกั ษณ์ ถือวา่ รถยนต์ทงั้ คนั เปรียบเทยี บได้เทา่ กบั เสอื
กลา่ วคอื มีพลงั ทีม่ หาศาล สามารถเคลอื่ นท่ไี ด้รวดเร็ว
และโดยเฉพาะรถเกง๋ นนั้ มรี ูปทรงทีก่ ดตาํ่ อยตู่ ดิ กบั พนื ้
สามารถแผดเสยี งคาํ รามอนั เต็มไปด้วยพลงั
มีเสยี งการทาํ งานของเคร่ืองยนตค์ ล้ายกบั เสยี งลมหายใจอนั ดรุ ้ายของเสอื
มไี ฟหน้าทส่ี อ่ งแสงอนั แรงกล้าดจุ ราวกบั สายตาอนั คมกล้าของเสอื ร้าย
ดงั นนั้ ด้วยคณุ สมบตั ินานาประการที่นาํ มาเปรียบเทียบให้เป็ นเสอื
จึงสมควรทจ่ี ะทาํ ทจี่ อดรถยนต์ในบ้านเอาไว้ทางด้านเสอื ขาวของบ้านนนั้
คือทางด้านขวามอื ของตวั บ้านเม่ือหนั ออกทางหน้าบ้านจึงจะเป็ นมงคล
และในกรณีของการสร้างโรงรถเพอ่ื ประโยชน์ใช้สอยนนั้
การจดั พนื ้ ที่ภายในก็สามารถใช้หลกั การฮวงจ้ยุ เข้ามาเสริม
เพอ่ื เพ่ิมความเป็ นมงคลและความถกู ต้องได้
คอื ให้ยดึ หลกั ผนงั ด้านในสดุ ของโรงรถเป็ นด้านเตา่ ดาํ ซงึ ควรเป็ นกาํ แพงทบึ
โดยอาจจะเปิดเป็ นหน้าตา่ งได้สกั หนง่ึ บาน และมตี ้เู ก็บของตามแนวความยาวของผนงั โดยมีความสงู ไมม่ ากนกั
ทางด้านซ้ายมอื ของโรงรถ เมือ่ หนั หน้าออกเป็ นด้านมงั กร สามารถสร้างชนั้ เก็บของที่มคี วามสงู ขนึ ้ ไปได้จนชนเพดาน
สว่ นด้านขวามือของโรงรถ ซงึ่ เป็ นด้านเสอื ขาว ควรปลอ่ ยให้เป็ นผนงั โลง่ วา่ ง ไมค่ วรมีชนั้ วางของใดๆ ทงั้ สนิ ้
หากจะวางสงิ่ ของใดๆ ก็ควรจะเป็ นพวกเครื่องมือทม่ี ีนาํ ้ หนกั มากๆ
สว่ นบริเวณกลางโรงรถ เช่น เคร่ืองป่ันไฟ เครื่องตดั หญ้า รถจกั รยาน
โดยวางกบั พนื ้ และพงิ หรือชิดกบั กําแพง
ปลอ่ ยเป็ นลานโลง่ วา่ ง เพอื่ ใช้เป็นพนื ้ ท่ีสาํ หรับจอดรถยนต์
ซง่ึ ถือวา่ ตําแหนง่ นเี ้ป็ นตาํ แหนง่ ของนกหงสแ์ ดง
ลกั ษณะการจดั โรงรถเชน่ นจี ้ ึงจะเป็ นมงคลตอ่ บ้านและผ้อู ยอู่ าศยั
165
เสือขาวเด่น มังกรเขยี วดบั
http://sinsaenut.com/bad-white-tiger-green-dragon-ex/
นคี่ อื ตวั อยา่ งจริง กรณีทม่ี ีการตอ่ เตมิ หลงั คากนั สาด หรือการปลกู ต้นไม้ใหญ่ไว้ใกล้ตวั บ้านมากเกินไป
ในตาํ แหนง่ ที่สง่ ผลเสยี หายทางฮวงจ้ยุ ซง่ึ จะมีผลกระทบกบั ใครบ้าง เรามาดกู นั
ในทางศาสตร์ฮวงจ้ยุ ทเี่ กี่ยวกบั รูปลกั ษณ์ หรือสภาพแวดล้อมของตวั อาคารบ้านเรือน
เราจะพจิ ารณาความเป็ นหยนิ หยางของทศิ ทงั้ 4 ทศิ
โดยใช้ 4 สตั ว์เทพเป็ นตวั แทนของแตล่ ะทิศ เพ่อื ให้เข้าใจและจํากนั ง่ายๆ
(ไมไ่ ด้มี 4 สตั ว์เทพสถิตตามทศิ นนั้ ๆ ไมใ่ ช่ไสยศาสตร์ เราแคต่ งั้ ช่ือเรียกกนั เฉยๆ)
เมื่ออยใู่ นอาคารแล้วมองออกไปท่ีประตดู ้านหน้า ขวามอื เราจะเรียกตาํ แหนง่ เสอื ขาว ซ้ายมือเราจะเรียกตาํ แหนง่ มงั กรเขยี ว
ด้านหน้าเรียกหงส์แดง ด้านหลงั เรียกเตา่ ดาํ
หลกั การงา่ ยๆของรูปลกั ษณ์ทงั้ 4 ทิศ ก็คอื มงั กรเขยี ว ต้องเดน่ กวา่ เสอื ขาว
หรือมีความเป็ นหยางมากกวา่ เชน่ สงู กวา่ ย่นื ออกไปมากกวา่ เป็นต้น
อาคารบ้านเรือน ทม่ี ลี กั ษณะตามหลกั ดงั กลา่ ว
ถือได้วา่ เป็ นอาคารทก่ี กั เก็บพลงั งานได้ดี มกี ําลงั ซงึ่ กอ่ ให้เกิดฮวงจ้ยุ ท่ีดี (ในบริบทจีนโบราณ ชายเป็ นใหญ่)
166
จากรูปทงั้ สอง จะเหน็ วา่ ทงั้ เสอื ขาว และมงั กรเขยี ว
ผิดหลกั ฮวงจ้ยุ ชยั ภมู ิ กลา่ วคอื ฝ่ังเสอื ขาวสงู เดน่ เกินไป
เนอ่ื งจากเป็ นบ้านชนั้ เดียว ซง่ึ เตยี ้ อยแู่ ล้ว โดนต้นไม้สงู ใหญ่
ปลกู ใกล้บ้าน ฝ่ังเสอื ขาว ทาํ ให้ผ้หู ญิงในบ้าน เกิดความเครียด กดดนั ซงึ่ เหตกุ ารณ์จริงคอื ภรรยาป่ วยเป็ นโรคซมึ เศร้า
สว่ นตาํ แหนง่ มงั กรเขยี ว ทีโ่ ดนหลงั คาโรงรถกดทบั ออ่ นกําลงั
มผี ลทาํ ให้ผ้ชู ายในบ้าน มีปัญหา ขาดบทบาทในการเป็ นผ้นู าํ ของบ้าน
ซง่ึ เหตกุ ารณ์จริงคอื ฝั่งสามีอยไู่ มต่ ดิ บ้าน อยบู่ ้านแล้วรู้สกึ ไมม่ ีความสขุ ตลอดจนเจ็บป่ วยบอ่ ย
ในการแก้ไขรูปลกั ษณ์ท่ีผิดหลกั ฮวงจ้ยุ ที่ถกู ต้องนนั้
ก็ต้องแก้กนั ทีร่ ูปลกั ษณ์ ไมใ่ ชไ่ ปหาเคร่ืองราง รูปปัน้ มาตงั้ แตอ่ ยา่ งใด
ในกรณีนี ้ ฝั่งมงั กรเขียว สามารถตอ่ โรงรถให้ย่นื ออกมาด้านหน้าได้ คอื ทําสงู ไมไ่ ด้ ก็ให้ทาํ ยน่ื เพ่ือเสริมกําลงั
สว่ นฝ่ังเสอื ขาว เป็ นไปได้ก็ตดั ต้นไม้ใหญ่ออก
เทา่ นบี ้ ้านก็จะกลบั มามกี ําลงั มีฮวงจ้ยุ ทีด่ เี ป็ นมงคลแกผ่ ้อู าศยั แล้วนน่ั เอง
167
5 ฮวงจุ้ยที่จอดรถ สร้างอย่างไรให้ถกู ศาสตร์
https://bit.ly/37YTfJC
อยากสร้างโรงรถเอาไว้ในบ้านต้องรู้หลกั ฮวงจ้ยุ เพ่อื ความร่มเยน็ ทงั้ ในบ้านและในรถ
เราขอเสนอ 5 ฮวงจ้ยุ ทจี่ อดรถทค่ี วรรู้ สร้างตามนี ้โชคดี เป็ นศรี เป็ นมงคลแนน่ อน
มบี ้านก็ต้องมรี ถ มีรถกต็ ้องมีทจี่ อดรถ โดยเฉพาะสาํ หรับคนรักรถ
คงไมม่ ใี ครอยากจอดรถตากลมตากฝนนอกบ้านเป็ นแน่
หากคณุ มบี ้านอยใู่ นหมบู่ ้านจดั สรร
บ้านในโครงการสว่ นใหญ่มกั จะสร้างท่จี อดรถโดยใช้วิธีเว้นท่ีเว้าเข้าไปในบ้าน
เพราะต้องการประหยดั พนื ้ ทใ่ี นบ้านให้ได้มากที่สดุ
แตถ่ ้าหากคณุ มีพนื ้ ท่ีบ้านมากพอทจี่ ะสร้างโรงจอดรถเป็ นของตวั เอง
การสร้างโรงจอดรถก็อาจจะสร้างขนึ ้ มาโดยไมค่ าํ นงึ อะไรมากมาย
แตค่ ณุ รู้หรือไมว่ า่ โรงจอดรถท่คี ณุ กําลงั จะมองข้าม
มีผลลพั ธ์และบทบาทสาํ คญั ทสี่ ง่ ผลตอ่ ดวงชะตาของคณุ ได้เชน่ กนั
ดงั นนั้ หากคณุ กาํ ลงั มแี พลนสร้างอาคารจอดรถ ลองอา่ นบทความนกี ้ ่อน
เราจะมาแนะนาํ หลกั ฮวงจ้ยุ ทจี่ อดรถ ที่จะชว่ งเสริมดวงชะตาคณุ และบ้านของคณุ
เพ่ือให้ทกุ พนื ้ ทใ่ี นบ้านเตม็ ไปด้วยความเป็ นสริ ิมงคล
ซงึ่ การสร้างโรงจอดรถนจี ้ ะมศี าสตร์วา่ ไว้อยา่ งไรบ้าง
ลองมาดกู นั กบั 5 ฮวงจ้ยุ ทจ่ี อดรถ สร้างอยา่ งไรให้ถกู ศาสตร์
1. สร้างให้อยใู่ นตาํ แหนง่ เสอื ขาว-มงั กรเขยี ว
อยา่ งทก่ี ลา่ วไว้วา่ บ้านจดั สรรสมยั ใหม่
มกั จะสร้างโรงจอดรถ เว้นพนื ้ ทเี่ ข้าไปในตวั บ้านมากกวา่ จะสร้างโรงจอดรถแยกออกมาตา่ งหาก
ด้วยเหตผุ ลในเร่ืองของการประหยดั พนื ้ ท่บี ริเวณหน้าบ้าน
และหากคณุ ต้องการประหยดั พนื ้ ทต่ี ามหลกั ความสะดวกแล้วสามารถทําได้
แตค่ วรเว้นพนื ้ ท่ีเว้าดงั กลา่ วไปทางด้านซ้ายของตวั บ้าน
168
ด้วยการพจิ ารณาหลกั เสอื ขาว-มงั กรเขยี วในทางฮวงจ้ยุ บอกเอาไว้วา่ “เข้ามงั กรเขยี ว จอดเสอื ขาว”
ความหมายของคาํ คาํ นกี ้ ็คอื กระแสท่เี คลอ่ื นไหวควรเริ่มจากตําแหนง่ ของมงั กรเขียว (ด้านซ้ายของบ้าน)
แล้วไปหยดุ อยทู่ ่ีตาํ แหนง่ เสอื ขาว (ด้านขวาของบ้าน)
ในลกั ษณะทก่ี ระแสเป็ นตวั โค้งโอบอ้มุ บ้านเอาไว้ให้หลกี เลย่ี งทางด้านขวาที่จะสง่ ผลพลงั งานในด้านลบมากกวา่
2. ควรแยกโรงจอดรถให้ออกจากตวั บ้าน
ในทางฮวงจ้ยุ ไมค่ วรสร้างโรงรถขวางทางเข้าสตู่ วั บ้าน
เพราะถือเป็ นการปิ ดกนั้ กระแสช่ที ่ีดีทจี่ ะไหลเข้าบ้าน
แตส่ าํ หรับบ้านท่มี พี นื ้ ท่ีน้อยอาจจะเลย่ี งได้ยาก เช่น บ้านทาวนเ์ ฮ้าส์
ดงั ทกี่ ลา่ วไว้ข้างต้น ทีโ่ รงรถจะอยแู่ นวเดยี วกบั ตวั บ้าน
แตถ่ ้าสาํ หรับบ้านใครทีม่ พี นื ้ ท่มี าก
สามารถสร้างโรงจอดรถแยกออกมาจากตวั บ้านได้ นบั วา่ เป็ นสง่ิ ทดี่ ี
เนือ่ งจากในทางฮวงจ้ยุ ถือวา่ รถยนต์สามารถนําพาพลงั งานทเ่ี ลวมาสบู่ ้านเรือนได้
แตห่ ากพจิ ารณาในประเดน็ วทิ ยาศาสตร์สมยั ใหมจ่ ะเข้าใจได้วา่
สง่ิ ที่มาพร้อมกบั รถยนตค์ ือก๊าซพษิ ตา่ งๆ ซงึ่ เป็ นอนั ตรายตอ่ ระบบทางเดนิ หายใจ
หากโรงรถอยหู่ า่ งจากตวั บ้าน
ยอ่ มทําให้คนในบ้านไมต่ ้องได้กลนิ่ ควนั รถหรือรับก๊าซพิษเข้าสรู่ ่างกาย
169
3. ควรอยใู่ ต้ลมและอากาศถา่ ยเทได้สะดวก
ถ้าจะสร้างให้ถกู หลกั โรงจอดรถต้องมอี ากาศทถ่ี า่ ยเทได้สะดวกควรอยใู่ ต้ลม
เพราะลมจะพดั ผา่ นเอามลภาวะเป็ นพิษจากทอ่ ไอเสยี รถออกนอกบ้าน
ไมพ่ ดั เข้าบ้านมาในบ้าน
บริเวณทิศเหนอื ของบ้านจงึ เหมาะที่จะทําเป็ นโรงรถเพราะเป็ นทิศทอี่ ยใู่ ต้ลม
(ประเทศไทย ลมฝนพดั จากทศิ ตะวนั ตกเฉียงใต้ ลมหนาวพดั จากทิศตะวนั ออกเฉียงเหนอื )
เพราะลมสว่ นใหญ่จะมาทางทศิ ใต้เป็ นหลกั และในการออกแบบ
ควรคาํ นงึ ให้แสงสวา่ งจากธรรมชาตเิ ข้ามาได้อยา่ งพอเหมาะ
เพื่อให้มองเห็นสงิ่ ตา่ งๆ อยา่ งชดั เจน
และควรตดิ ไฟสอ่ งสวา่ งให้เหมาะสมด้วย เพอื่ สะดวกแก่การมองเหน็ ในเวลากลางคืน
4. ห้ามสร้างตรงกบั ห้องนอน
หากการสร้างโรงจอดรถนจี ้ ดั เตรียมมาพร้อมกบั การสร้างห้องนอน
ให้ระวงั เอาไว้อยา่ ให้สองตาํ แหนง่ นที ้ บั กนั
แตถ่ ้าเป็ นการสร้างโรงจอดรถขนึ ้ มาทหี ลงั
ให้ระวงั อยา่ ให้ตาํ แหนง่ โรงจอดรถไปทบั ตรงกบั ห้องนอนทมี่ อี ยแู่ ล้ว
โดยเฉพาะหวั เตยี งอยา่ ให้เห็นไปแนวเดยี วกบั ทิศทางทีร่ ถวิ่งเข้ามา
และท่สี าํ คญั ไมค่ วรสร้างให้โรงจอดรถอยใู่ ต้ห้องนอนด้วยเพราะเป็ นช่ีพิฆาต ผดิ ตามหลกั ของฮวงจ้ยุ
ซง่ึ ถ้าพิจารณาตามหลกั ความเป็นจริงแล้ว
เนอ่ื งจากรถยนต์นนั้ มกั ปลอ่ ยควนั พษิ ออกมาและมเี สยี งเคร่ืองยนต์ท่ีดงั กระหม่ึ
รวมทงั้ ยงั มไี อความร้อนออกมาด้วย
การสร้างห้องนอนทงั้ เหนืออยใู่ นแนวเดยี วกบั โรงรถ
ทงั้ เสยี ง ฝ่ นุ ควนั และมลพิษตา่ ง ๆ ท่ีตดิ มากบั รถยนต์นนั้
จะสง่ ผลในแงข่ องสขุ ภาพและรบกวนการนอนหลบั พกั ผอ่ นตอ่ เจ้าของห้องได้
170
5.ทางรถเข้าบ้าน ควรสร้างให้ถกู ต้อง
ลกั ษณะทางรถยนต์ทีว่ ง่ิ เข้าบ้านทด่ี ี
ควรอยใู่ นรูปแบบที่ราบเรียบเสมอกบั ตวั บ้าน ไมล่ าดเอยี งออกจากตวั บ้าน
เพราะนน่ั หมายถงึ การที่เงินทองจะร่ัวไหลออกไป
นอกจากนนั้ ทางรถวง่ิ
ควรมขี นาดท่กี ว้างพอเหมาะเพือ่ ให้รถสามารถว่งิ ได้อยา่ งสะดวกไมต่ ดิ ขดั
สอ่ื ถึงความราบร่ืนของชีวติ
และเพ่มิ ความเป็ นมงคลด้วยการปลกู ดอกไม้ต้นไม้ท่สี วยงามให้ความร่มร่ืนและเย็น
เปรียบถึงความร่มเย็นของชวี ติ และสอื่ ถึงการเดนิ ทางท่ีเต็มไปด้วยความสบายใจ
ตลอดจนตดิ ไฟสอ่ งทางให้ความสวา่ งทพ่ี อดพี อเหมาะ
เพ่ือแสดงถึงความรุ่งโรจน์สดใสของชีวติ สาํ หรับทางรถทแ่ี คบและเลก็
เชื่อวา่ โชคลาภจะเข้าสบู่ ้านได้ไมเ่ ต็มที่ แตใ่ นแง่หลกั วิทยาศาสตร์นน่ั หมายถงึ การที่จะเกิดอบุ ตั เิ หตไุ ด้ง่ายนนั่ เอง
และสงิ่ ทีส่ าํ คญั ที่สดุ สาํ หรับการมฮี วงจ้ยุ ทจ่ี อดรถทด่ี ี
นนั่ ก็คือการหมน่ั ทําความสะอาดโรงจอจรถอยา่ งสมา่ํ เสมอ
เพราะนอกจากจะทาํ ให้โรงจอดรถดสู ะอาด มรี ะเบยี บแล้ว
171
ยงั ชว่ ยป้ องกนั ไมใ่ ห้มีสง่ิ แปลกปลอมอยา่ งสตั ว์ท่ีสร้างความรําคาญใจ
เช่นหนู ปลวก มด แมลงตา่ ง ๆ เข้าไปกดั กิน
หรือสร้างความสกปรกให้อปุ กรณ์เชน่ สายไฟ หรือสว่ นประกอบของรถให้เกิดความเสยี หายได้
หรือถ้าบ้านของใครมพี นื ้ ท่ไี มเ่ ออื ้ อาํ นวยตอ่ การสร้างโรงจอดรถตามลกั ษณะท่ีแนะนาํ ดงั กลา่ ว
ก็ไมต่ ้องวติ กกงั วลไป ให้จดั การตามความสะดวก
นน่ั ก็ถือวา่ เป็ นหลกั ชีวิตทด่ี แี ล้วทไ่ี มจ่ ําเป็ นจะต้องยดึ ติดกบั ศาสตร์ใด ๆ มากไป
ให้นกึ ถงึ เร่ืองของความปลอดภยั และความสะดวกตนเองไว้กอ่ นเป็ นหลกั
เพียงแคน่ กี ้ ็เริ่มต้นชวี ติ ทเี่ รียบงา่ ยของคณุ ได้อยา่ งสบายใจแล้วเชน่ กนั
ฮวงจ้ยุ ทจี่ อดรถ
https://www.facebook.com/Ajanmayfanclub/posts/331782093682599:0
รูปแบบโรงรถทีม่ ีลกั ษณะเว้าเข้าหาบ้าน เป็ นรูปตวั แอล ทําให้ตาํ แหนง่ ของบ้านขาด
ถ้าอยใู่ นตาํ แหนง่ ด้านซ้ายของบ้านก็ถือวา่ ใช้ได้ เพราะเป็ นตาํ แหนง่ มงั กรเขยี วแตถ่ ้าอยทู่ าง ด้านขวา ไมค่ อ่ ยส้ดู ีนกั
ทางรถยนต์ท่ีวงิ่ เข้าบ้านไมค่ วรเอยี งลาดออกจากตวั บ้าน
เพราะเป็ นนยั หรือเป็ นสญั ญาณวา่ โชคลาภเงินทองจะร่ัวไหลออกไปจากบ้าน
ทางรถยนต์ควรมีขนาดของความกว้างท่พี อเหมาะและสมดลุ กบั ขนาดของตวั บ้าน
มขี นาดใหญ่พอที่รถจะวงิ่ เข้าออกได้อยา่ งสะดวก
ทางรถทค่ี บั แคบเป็ นอปั มงคลทาํ ให้โชคลาภเข้าสบู่ ้านได้ไมเ่ ต็มที่ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ทแี่ คบ หรือท่ีเลก็ กวา่ ประตหู น้าบ้าน
ทางรถยนต์ทแ่ี คบเรียวเลก็ ลงเร่ือยๆ จากตวั บ้านจน ถงึ ประตรู ัว้ เป็นอปั มงคล
ทําให้การงานติดขดั ธุรกิจการเงินฝื ดเคือง
หากจะทาํ การแก้ไขก็คือ ทําถนนใหมใ่ ห้ถกู ต้องหรือตดิ ไฟสอ่ งทางเอาไว้ทางปลายถนน ทีเ่ ลก็ แคบสดุ
172
บริเวณสองข้างของทางรถยนต์
หากปลกู ไม้ดอกไม้ประดบั เรียงรายตามทางจะชว่ ยให้ฮวงจ้ยุ ของบ้านดียง่ิ ขนึ ้
ยิ่งต้นไม้ดอกไม้สวยงาม อดุ มสมบรู ณ์เทา่ ไร ก็หมายถึง โชคลาภ วาสนา จะดขี นึ ้ ตามนนั้
โรงจอดรถหรือทจี่ อดรถ ตามหลกั วิชาฮวงจ้ยุ นนั้ ทีจ่ อดรถทดี่ นี นั้
ควรตงั้ อยใู่ นพนื ้ ที่นอกอาคารบ้าน เรือนแยกออกไปตา่ งหาก
เพื่อเป็ นการป้ องกนั มิให้รถยนต์นาํ พาเอาพลงั เลวร้ายมาให้กบั อาคารบ้านเรือน
และทีจ่ อดรถท่รี องลงไปก็คอื ทจ่ี อดใต้ดินภายในอาคาร ซง่ึ ถือวา่ พอจะอนโุ ลมให้ได้
แตท่ ่ตี ้องห้ามและถือวา่ เป็ นอปั มงคลก็คือ การจอดอยเู่ สมอกบั พนื ้ ราบทเ่ี ป็ นชนั้ ลา่ งของตวั อาคาร
ห้องทีต่ รงกบั แนวโรงรถไมค่ วรทาํ เป็ นห้องนอน
เพราะถือเป็ นชี่พิฆาต ที่พงุ่ เข้ามาหา ยิง่ หนั หวั เตยี งไปทางแนวรถทว่ี ่งิ เข้ามายงิ่ ร้ายใหญ่
และการมหี ้องนอนอยเู่ หนือโรงรถ ก็ถือวา่ เป็ นสงิ่ ท่ไี มค่ วรกระทาํ
เพราะจะทาํ ให้อาชีพการงานล้มเหลว หรือธรุ กิจถงึ ขนั้ ล้มละลายได้
โรงรถที่ดคี วรสร้างหา่ งจากตวั บ้าน เป็ นท่จี อดรถโดยเฉพาะจะดมี าก
เพราะผ้อู ยอู่ าศยั จะไมไ่ ด้รับควนั พิษจากทอ่ ไอเสยี หรือเสยี งรถที่จะมารบกวน
การพกั อาศยั อยภู่ ายในตกึ ทม่ี ีชนั้ ลา่ งทําเป็ นโรงจอดรถ หรือท่ีจอดรถโดยปลอ่ ยให้เป็ นพนื ้ ท่ีโลง่
สาํ หรับนํารถเข้าไปจอดนนั้ ถือเป็นสญั ญาณที่แสดงวา่ ตกึ นนั้ มีฐานท่ไี มม่ น่ั คง
ผ้อู ยอู่ าศยั ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วยทาํ ให้ประสบปัญหาถงึ ขนั้ วกิ ฤตไิ ด้
รถเป็ นแหลง่ ของพลงั โลหะหยางทแี่ ขง็ แกร่ง และเมือ่ ถกู ใช้ทกุ วนั
พลงั หยางนนั้ ก็จะได้รับการกระต้นุ อยา่ งสมาํ่ เสมอ
และการทค่ี ณุ รู้วา่ โรงจอดรถของคณุ นนั้ ตงั้ อยใู่ นสว่ นไหนของบ้านคณุ
ก็จะบอกได้วา่ รถของคณุ จะนาํ โชคดหี รือโชคร้ายมาให้เมอื่ จอดในทีจ่ อดรถนนั้
ในการทจ่ี ะวเิ คราะห์วา่ รถยนตจ์ ะมผี ลตอ่ พลงั งานที่อยใู่ นตาํ แหนง่ ท่มี นั จอด
อยา่ งไรนนั้ เราจะต้องดวู า่ พลงั ธาตโุ ลหะของรถยนต์สง่ ผลอยา่ งไรตอ่ ธาตใุ นตาํ แหนง่ นนั้ ๆ
อยา่ งไรก็ตาม หากคณุ ไมไ่ ด้โชคดีพอทจี่ ะมโี รงจอดรถในตาํ แหนง่ ที่ "ถกู ต้อง" ในบ้านของคณุ ได้แล้วละก็
คณุ ก็ไมจ่ ําเป็ นต้องวติ กกงั วล เพราะยงั มวี ธิ ีแก้และวิธีการกระต้นุ อีกหลายวธิ ีที่คณุ สามารถทาํ ได้
เพือ่ ปรับความไมส่ มดลุ ของธาตตุ า่ งๆ หรือกระต้นุ และเสริมตาํ แหนง่ ท่ดี อี ยแู่ ล้วให้มากขนึ ้ อกี ด้วย
173
คมั ภรี ์สุสาน โบราณ1,600ปี
มคี วามรู้น่าศึกษา
https://bit.ly/3kL8fhx
หลมุ ศพนนั้ ชาวไทยเชือ้ สายจีนบางคนเรียก พ้งุ บางคนเรียก ฮวงซุ้ย
ถ้าทา่ นเข้าใจกลไกทหี่ ลมุ ศพบรรพชนสง่ ผลตอ่ ชะตาชวี ิตลกู หลานอยา่ งถอ่ งแท้ตามตาํ ราแล้ว
อาจจะไมม่ ีความจําเป็ นอีกเลยทจ่ี ะต้องสร้างหลมุ ศพตอ่ ไป
ตําราฮวงจ้ยุ ภาคหยนิ กรณีเก่ียวกบั การจดั การพิธีฌาปณกิจ ในเมือ่ เราเป็ นชาวไทย นบั ถือพระพทุ ธศาสนา
หรือตําราฮวงจ้ยุ หลมุ ศพ ตอ่ ให้มเี ชือ้ สายจีนมา ก็ควรยกเอาจารีตธรรมเนยี มทางพทุ ธเหนือกวา่ จารีตชาตเิ ชือ้
การฌาปณกิจจึงเหมาะควรท่ีสดุ ทงั้ ในด้านสงิ่ แวดล้อม และด้านสงั คมทกี่ าํ ลงั เปลยี่ นแปลงไป
วนั นจี ้ งึ อยากยกเอาคมั ภรี ์เกา่ แกท่ างฮวงจ้ยุ วา่ ด้วย หลมุ ศพ เอามาอรรถาธิบายให้ทา่ น
เพ่ือจะได้มนั่ ใจ และเข้าใจในกลไกวา่ เหตใุ ดจงึ ต้องมีการสร้างหลมุ ฝังศพเอาไว้
มีการกลา่ วถงึ ความสมั พนั ธ์เก่ียวกบั พอ่ แมแ่ ละลกู หลานเอาไว้ในหน้าแรก บทเร่ิมเอาไว้วา่
葬者乘生氣也,夫陰陽之氣,。。
อนั วา่ หลมุ ศพ นนั้ ก็อาศยั การหมนุ เวียนเปลยี่ นแปรของ ชี่ (ปราณ)
ทีม่ ีลกั ษณะสงั เกตได้เป็ น ยนิ เป็น หยาง
174
ในที่นีค่ อื อาศยั ช่ีของโลก ทงั้ ผนื ฟ้ า และแผน่ ดนิ
ชี่ดงั กลา่ วออกมาในรูปแบบปรากฎการณ์ธรรมชาตกิ ็คอื ชี่ หรือลมปราณคอื พลงั งานทเี่ คลอื่ นไหวนี ้
หากอยใู่ นร่างกายก็ทาํ ให้ร่างกายเคลอื่ นไหวได้
เลอื ดในกายเรา เดินทางไปเลยี ้ งสว่ นตา่ งๆได้ อาหารยอ่ ยและเคลอื่ นไป ลมหายใจเข้าและออก
โลกและจกั รวาลก็เช่นเดียวกนั บนโลกนี ้
ชี่ทําหน้าท่สี งั เกตได้งา่ ยเฉกเชน่ เป็ นลมท่ีพดั ไปมา
เมือ่ ชี่ลอยไปด้านบนก็เป็ นก้อนเมฆ เลอ่ื นคล้อยตํ่าตกลง
มาก็เป็ นสายฝน
การเคลอ่ื นและเปลย่ี นแปรของชี่
ถ้าพดู เป็ นภาษาปัจจบุ นั คอื ลม ฟ้ า อากาศ
เหลา่ นกี ้ ็ทําให้เกิดสรรพชีวติ ขนึ ้ มา
ดินนนั้ เป็ นตวั รองรับ กอ่ รูปร่าง
แตช่ ี่ เป็ นตวั ทําให้เกิด หรือเสอื่ มถอย หยดุ ไว้ หรือแปรเปลยี่ น
สองสงิ่ รวมกนั จงึ เกดิ สรรพชีวติ และการเปลยี่ นแปรตา่ งๆบนโลก
จะเห็นเป็ นความสมั พนั ธ์ของโลก ทก่ี ําเนิดสรรพชีวิต คน สตั ว์ พชื
เม่อื มองยอ่ ยลงมา คนเรานนั้ ก็เหมอื นกบั โลกใบหนง่ึ
ครรภ์แหง่ มารดานเี ้อง
เป็ นโลกท่ีมีช่ีไหลเวยี นและได้ให้กําเนิดร่างกาย
เป็ นทสี่ ถิตแหง่ ดวงจิตวญิ ญาณ
เกิดเป็ นชีวติ หนง่ึ ขนึ ้ มา
เฉกเชน่ ท่ี ผนื ดนิ และชี่ ของโลกได้สร้าง
เม่ือความสมั พนั ธ์นผี ้ กู กนั แนน่ หนา เหตวุ า่ สารในการกําเนดิ ชีวติ 精 氣 血 เหลา่ นี ้
พอ่ แมเ่ มอ่ื ลว่ งลบั ไปแล้ว ล้วนหลอมรวมกนั เก่ียวพนั กบั กระดกู ไขกระดกู
ช่ีและธาตนุ ยี ้ อ่ มหลอมรวมไว้ท่ี หรือถ้าพดู ให้เข้าใจสมยั ใหมค่ อื สเตมเซลล์
กระดกู ตวั กาํ เนิดเนอื ้ หนงั มงั สาชีวติ นที ้ ี่เราได้จากพอ่ แม่
ผา่ นการนอนเน่อื งในครรภ์นบั เก้าเดอื น กเ็ ป็ นตวั เดยี วกบั ทอ่ี ยใู่ นกระดกู ของพอ่ แมต่ อนทา่ นลว่ งลับไปแล้ว
เพราะกระดกู เป็ นที่อยขู่ อง ไขกระดกู กลไกสาํ คญั เชื่อมโยง 精 氣 血 และสเตมเซลล์ไว้
175
คนจีนสมยั โบราณ คดิ แบบนี ้ลกึ ลาํ ้ มากนกั
ในสมยั ทีว่ ทิ ยาการแพทยย์ งั ไมก่ ้าวหน้าขนาดนี ้
คนจีนทราบมานานแล้ววา่
ในกระดกู นนั้ มีสารสาํ คญั หรือพลงั งานบางอยา่ งท่สี าํ คญั ตอ่ การกําเนดิ ชวี ติ
สว่ นมดลกู หรือครรภ์ เป็ นแคห่ ้องปฏิบตั กิ ารอ้มุ ท้องให้เกดิ มาเทา่ นนั้
ตาํ รานี ้ ได้เปรียบเปรยความสมั พนั ธ์นไี ้ ว้วา่
เปรียบเหมอื นภเู ขาทางตะวนั ตก
หากถลม่ ลงมา ระฆงั ทต่ี งั้ อยทู่ างตะวนั ออกก็ยอ่ มได้รับแรงสะเทือนนนั้
ลองนกึ ถึงเคร่ืองตรวจวดั แผน่ ดินไหว ทํานองนนั้
ตํารายงั กลา่ วอกี วา่
เปรียบดงั่ ฤดใู บไม้ผลมิ าแล้ว
ต้นหญ้าและแมกไม้ในป่ ายอ่ มผลดิ อกออกกิง่ ฉนั ใด
ต้นไม้ท่ีปลกู ในท่ดี ิน ในสวน ในบ้านก็งอกงามขนึ ้ ณ เวลาเดียวกนั
ตรงนยี ้ ืนยนั ได้วา่ ผืนดนิ ต้องมีพลงั งานอะไรบางอยา่ งไหลเวียนเคลอื่ นคล้อยไปตามทร่ี าบแนวดนิ ตลอดจนทวิ เขา
เม่ือแนวทวิ เทอื กไปสะดดุ หยดุ ณ ทใ่ี ดๆ
พลงั งานก็ยอ่ มถกู กกั รวมไว้ ณ ทนี่ นั้
หากใครเคยเรียนดวงจีนมาบ้างกค็ งค้นุ เคยกบั คาํ วา่ กิ่งฟ้ า ก้านดนิ
ตรงนเี ้อง เป็ นจดุ พิสจู น์ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสงิ่ ที่ฟ้ าและดนิ มีร่วมกนั ก็คือช่ี
บนดินนนั้ ก็เป็ นผืนดนิ แอง่ หบุ เหว ทวิ เขา
บนฟ้ านนั้ เองก็เป็ นลมและนาํ ้
เรียบเรี่ยไหลรินไปตามพนื ้ ดินและทวิ เขา ดงั ที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น
ถ้านิวตนั ได้อา่ นตาํ รา จ้างจิง หรือ
ตําราหลมุ ศพ
ฉบบั ท่ีเรากําลงั อธิบายอยนู่ ี ้
คงจะบอกวา่ ออ๋ ก็แคแ่ รงโน้มถว่ งของโลกนน่ั เอง
ท่ที ําให้มีนาํ ้ ขนึ ้ นาํ ้ ลง มฝี นตก นาํ ้ ไหล ไมล่ อยขนึ ้ ฟ้ า คนเราก็ยนื อยบู่ นโลกได้
แตท่ างจีนไขความลบั มองลกึ ลงไปกวา่ นนั้ วา่
นอกจากแรงโน้มถว่ งทด่ี งึ ดดู กนั อยแู่ ล้ว
ยงั มคี วามสมั พนั ธ์ในเชงิ ชีวติ อยใู่ นนนั้ ด้วย
หรือพดู ง่ายๆวา่ ฝรั่งเห็นสง่ิ หนงึ่ พเิ คราะห์ออกมาทางวตั ถุ
176
แตจ่ ีนเห็นสง่ิ เดยี วกนั
แล้วอธิบายเป็ นในเชงิ ชีวิตวา่ สาํ คญั อะไรกบั ชีวติ
ยงั ได้อธิบายตอ่ ไปวา่ พลงั งานทเ่ี รียกช่ี นี ้
หากถกู ลมพดั ไมม่ ีทใ่ี ห้พกั พงิ กกั เก็บยอ่ มซา่ นไป
สว่ นวา่ ถ้ามีนาํ ้ อยยู่ อ่ มเก็บกกั ได้
ชี่จึงไมใ่ ชล่ ม
เรายาํ ้ มาแล้วหลายรอบในบทความแล้ววา่ ช่ีไมใ่ ช่ลม และลมก็ไมใ่ ชช่ ่ี
ช่ีมีอยใู่ นทกุ ๆที่บนโลกอยแู่ ล้ว ไมว่ า่ ในหรือนอกร่างกายคน
ทีใ่ ดมีลมไม่ไดแ้ ปลว่าทีน่ นั้ มีชีเ่ สมอไป
เพราะถ้าช่ีและลมคืออนั เดยี วกนั คงไมม่ คี าํ กลา่ ววา่
ชีถ่ ูกลมแลว้ ซ่านไป ก็หากว่าเป็นส่ิงเดียวกนั ไซร้ จะกระทบกนั ไดอ้ ย่างไร
ชี่ตรงนเี ้ราก็สดุ แตจ่ ะอรรถาธิบายความ แตไ่ ด้แปลไว้หลายครัง้ วา่
ชี่ ให้แปลวา่ สายสมั พนั ธ์ระหวา่ งมนษุ ยก์ บั ธรรมชาตโิ ดยยดึ มนษุ ย์เป็ นศนู ย์กลาง
มนษุ ย์ก็ไปสงั เกตธรรมชาติพบวา่ ทีใ่ ดท่เี ป็ นทีโ่ ลง่ ลมแรง ก็เป็ นทะเลทราย พชื ไมง่ อกงาม สตั ว์อยอู่ าศยั ได้ยาก
แตท่ ่ีใดทใี่ กล้นาํ ้ ริมนาํ ้ ลมพดั เออ่ื ย ท่นี น่ั พืชพรรณขนึ ้ งาม สรรพสตั ว์เป็ นสขุ
ตรงนแี ้ หละเรียกวา่ ชี่
ชีจ่ ึงเป็นพลงั ชีวิต มากกว่าจะเป็นแค่ ลม
177
การวางฮวงจุ้ยบ้านคน
ในฮวงจ้ยุ ปรัชญานีเ้ลยยงั ไมใ่ ชเ่ น้นที่ วางแอร์ทใ่ี ด พดั ลมตรงไหน หน้าตา่ งประตอู ยตู่ ําแหนง่ ใด หนั ถกู ทศิ ไหม
ใจความทงั้ หมดคือ ชี่ดๆี ทีต่ ้องไหลเวียน และต้องได้ทีพ่ กั ทีเ่ ก็บอยตู่ าํ แหนง่ ที่ดีของบ้าน ของห้องไหม
เชน่ วา่ บ้านสองบ้านทีม่ หี น้าตา่ งตําแหนง่ เดยี วกนั
ช่ีในบ้านทต่ี ําแหนง่ ดีๆ
อาจอยคู่ นละท่ี ด้วยลมพดั ด้วยความเคลอ่ื นไหวของคน
การใช้งานในบ้าน
ตลอดจนวตั ถเุ ครื่องเรือน ถกู วางไว้ตา่ งกนั ไป
จงึ ควรเข้าใจให้ถกู ตรงวา่ ท่ีเขาให้หาองศาหน้าตา่ ง หรือประตบู ้าน หรือหน้าบ้าน
เพอื่ หาวา่ ช่ีดๆี ควรอยตู่ รงไหนบ้าง
ไมใ่ ช่ ไปอยทู่ ข่ี อบหน้าตา่ งบานประตตู รงนนั้
การดดู วงจีนได้อยา่ งชํานชิ ํานาญ เมอื่ เจ้าบ้านยา่ งเท้าเข้าบ้าน เขามกั เดินไปไหน นอนทใี่ ด นง่ั ตรงไหน ท่ใี ดสามารถทาํ งาน
จะทาํ ให้ทา่ นทราบวา่ แล้วสมองโลง่ ทใ่ี ดเหมาะแกก่ ารพกั ผอ่ นเต็มที่ ฯ
แล้วคอ่ ยเอามาเช็คเปรียบเทยี บสภาพจริงของฮวงจ้ยุ ทีว่ ดั ได้วา่ ตรงกนั ไหม
บางคนชอบไปนง่ั ในมมุ ที่อบั ชี่ของบ้านก็มีถมเถ
เขาประพฤตไิ ปตามความชอบและค้นุ ชิน ซง่ึ ในทนี่ เี ้ราเรียกวา่ ทาํ ไปตามดวงโดยอตั โนมตั ิ
178
และยงั จะได้เข้าใจเพิ่มวา่ วนั นที ้ า่ นจะได้เข้าใจเสยี ทีวา่
มาถงึ ตรงนจี ้ งึ อยากบอกวา่ ตําราโบราณมเี ขยี นไว้วา่ หลมุ ศพสง่ ผลตอ่ ลกู หลานได้อยา่ งไร โดยไมต่ ้องไปพดู เอาเอง
เราเชื่อครูบาอาจารย์ที่ทา่ นบนั ทกึ ไว้ผา่ นการพสิ จู น์มาหลายร้อยปี ดีกวา่
ฮวงจุ้ย นาคาวา่ ลม และน้า มาใชถ้ ่ายทอดเรื่อง ชี่ วา่ หากตอ้ งลมมากทาใหช้ ีซ่ ่านไป กระจายไป
ส่วนเมื่อไดน้ ้า ทาใหช้ ีก่ กั เก็บไวไ้ ด้
เลกิ ยดึ ตดิ วา่ บ้านทกุ บ้านต้องมลี ม มนี าํ ้ ให้ใช้คาํ วา่ อากาศ และช่ี
สง่ิ ใดที่มาทําให้เกิดการเคลอื่ นไหวซา่ นกระจายชี่ได้
เช่น แอร์ พดั ลม ช่องลม ประตู หน้าตา่ ง พวกนถี ้ ือเป็ น ลม ในความหมายนหี ้ มด
สว่ นนาํ ้ ในความหมายนคี ้ ือ ส่ิงทท่ี าํ ให้ช่ีหยดุ และกกั เก็บไว้ได้
นอกจากนาํ ้ ต้นไม้ก็เป็ นหนงึ่ ในนนั้ เตยี งนอนก็ได้ โต๊ะทาํ งานก็ได้
คนที่เรารักก็ได้ คอื อนั นงึ แผซ่ า่ นออก อนั นงึ รวมเข้า
จะสรุปยน่ ลงวา่ ฟง/สยุ่ หรือ ฮวง/จ้ยุ คอื อ้า/หบุ หรือคือ ยิน/หยาง ซา่ น/รวม ก็ได้ทงั้ นนั้
นไี่ มใ่ ชพ่ ดู เองนะ แคเ่ ราใช้ภาษาปัจจบุ นั งา่ ยๆอธิบายให้ฟัง
ใจความเร่ืองนตี ้ ําราเขยี นไว้ วา่ เฟิงสยุ่ ฮวงจ้ยุ เน้นท่ชี ่ี
เพียงแตเ่ อาคาํ วา่ ช่ีมาอธิบายเปรียบกบั ตวั อยา่ งจริงในธรรมชาตวิ า่ ลมกระทบช่ีให้ซา่ น นาํ ้ รวมช่ีให้อยู่
โดยไมใ่ ห้ไปยดึ ทลี่ มหรือนาํ ้ แตม่ งุ่ สอนปฏิกิริยาวา่ ฮวงจ้ยุ คือวิชาทตี่ ้องเน้นหนกั การกระจายช่ี กบั การกกั ช่ี
โดยต้องแยกแยะอาคารและดวงชะตาให้ออก
คล้ายๆกบั ท่หี มอจีน แมะ ตรวจโรคแล้วแยกวา่ คนนภี ้ าวะแกร่ง คนนภี ้ าวะพร่อง
หากวา่ แกร่ง ก็ต้องกระจายออก ทาํ ให้ไหลออก ถ่ายเทออก ซา่ นออก
หากวา่ พร่อง ก็ต้องรวมพลงั ต้องบาํ รุง ต้องเสริมธาตเุ พม่ิ
ฮวงจ้ยุ จึงแปลได้วา่ ซา่ นหากพลงั ตดิ ขดั และรวมเมือ่ พลงั ซา่ นกระจายเกินไป หาจดุ พอดีของท่ดี ินหรืออาคารนนั้ ๆ
179
ท้ายตาํ ราในหน้านยี ้ งั เขยี นไว้วา่ ผืนดินคือรากเหง้าของชี่
ชี่คอื รากเหง้า(แม)่ ของนาํ ้
มีดนิ ถงึ มีช่ี (ดนิ คอื ตวั รองรับ ตวั ต้นกําเนดิ )
มชี ี่ถงึ มนี าํ ้ ได้ (เปรียบเหมอื นร่างกายคนเรา เกิดจากท้องแม้ ท้องนนั้ เป็ นดิน เลอื ดลมของแมเ่ ป็ นนาํ ้
ต้องมีรูปธาตดุ นิ เสยี ก่อน จงึ จะมี เลอื ด ลม ปราณได้)
ตาํ รานวี ้ า่ นาํ ้ ตนื ้ จงึ เลอ่ื นไหลไปมา แตน่ าํ ้ ลกึ จึงดนู ิ่งๆ ยง่ิ ลกึ ยงิ่ น่ิง
เหตฉุ ะนตี ้ ําราจงึ วา่ ต้องทาํ ลานกว้าง หรือ เหมง่ ตงึ๊ หมิงถาง ให้เกิดพลงั ราบเรียบสงบน่งิ
หากวา่ ลานไมส่ งบ ชี่ยอ่ มไมด่ ง่ิ ลกึ กกั เก็บน้อย
จงึ อยากเพ่ิมเตมิ วา่ ตวั ลกึ คอื นาํ ้ ตวั นิ่งคอื ชี่
ทา่ นลองใช้เวลาสกั พกั ทาํ ความเข้าใจดู
พอเข้าใจมาถงึ ตรงนี ้ สรุปหากวา่ สง่ิ ท่คี นจีนค้นพบเม่ือหลายร้อยปี จนแตง่ เป็ นตาํ รานเี ้ป็นเรื่องจริง
ทา่ นไมต่ ้องไปรอเสริมดวงด้วยหลมุ ศพ หรือรอพอ่ แมต่ วั เองตาย หรือไปตกแตง่ หลมุ บรรพชน
หากทา่ นเป็ นพอ่ แมใ่ ห้หมนั่ อวยพรลกู และทําตวั ให้ดี
ภาษิตไทยวา่ เลอื ดเนอื ้ เชือ้ ไข
คนเป็ นพอ่ เป็ นแมท่ ําตวั ดี รู้จกั สง่ั สอนลกู
ยอ่ มได้ลกู ดตี ามแตว่ บิ ากผลกรรม
หากทา่ นเป็ นลกู การให้ความเคารพ กตญั ํู
ด้วยระลกึ ไว้เสมอวา่ ร่างกายนเี ้ป็นของพอ่ แม่
อยา่ เอาของๆพอ่ แมท่ ใี่ ห้มาไปทาํ ผดิ ชวั่ ช้าเลวทราม
ให้เอาของท่ีพอ่ แมใ่ ห้มาทาํ ความดี
บอ่ ยครัง้ เมอ่ื ลกู ป่ วย ให้พอ่ แมส่ วดมนต์ให้ ลกู ก็อาการดขี นึ ้
พอ่ แมป่ ่ วย ให้ลกู ทาํ กเ็ ชน่ กนั
ตาํ ราแพทย์แผนไทยโบราณก็มเี ขยี นเรื่องนี ้วา่ หากสามปี ่ วย แก้ทภี่ รรยา หรือ ลกู ป่ วย แก้ทพี่ อ่ แม่
มีเขยี นไว้เป็ นวธิ ีการจ่ายยารกั ษาแบบแพทย์แผนไทยจริงๆ
ลองไปหาอา่ นดไู ด้ในตาํ ราแพทย์ศาสตร์ฉบบั หลวง
นค่ี อื คาํ แปลจาก คมั ภีร์จ้างจิง สมยั ราชวงศ์จิน้ ราว 1,600 ปี
https://bit.ly/3kL8fhx
180
สุสาน (ฮวงซุ้ย) สาคัญอย่างไร
http://www.fengshuitown.com/fengshui/fengshui-tip-book51-graveyard.htm
มนษุ ย์เราเม่อื เกิดมา สว่ นหนงึ่ ของชีวติ จะถกู กําหนดโดยพอ่ แมอ่ ยา่ งน้อยคร่ึงหนงึ่
โดยเฉพาะคนจีนจะถกู กําหนดเกอื บ 3 ใน 4 สว่ น เชน่ การเลอื กคคู่ รองในสมยั ก่อน ล้วนพอ่ แมเ่ ลอื กให้
แม้ชาวตะวนั ตก ทมี่ ที ศั นคติให้ชว่ ยเหลอื ตนเอง แนวความคดิ ตา่ ง ๆ เหลา่ นกี ้ ็ถกู กําหนดมาจากพอ่ แม่
พอ่ แมม่ ีอทิ ธิพลตอ่ เรา หลงั จากทพ่ี อ่ แมช่ ีวติ ลว่ งไปแล้ว
เกิดการกระทาํ ใด ๆ ก็เป็ นไปตามทก่ี ระทําการนนั้ เหมือนเป็ นถนนชีวิตของลกู หลาน
181
วธิ ีการเลอื กสุสาน ( ฮวงจ้ยุ / ฮวงซุ้ย )
สสุ านช่ือดงั ในอดีตท่ที าํ ไปแล้วประสบความเจริญรุ่งเรือง
ก็เพราะปฏิบตั ติ ามหลกั วิชาฮวงจ้ยุ ครบถ้วน สมบรู ณ์
มีองค์ประกอบดงั ตอ่ ไปนี ้
ชยั ภมู ิพนื ้ ฐาน ปรมาจารย์ในอดตี ได้กาํ หนดไว้ สสุ านต้องอยทู่ เ่ี ชิงเขา ทเ่ี พาะปลกู ไมไ่ ด้
และคนเป็ นต้องอยพู่ นื ้ ราบ เพ่ือสะดวกในการเพาะปลกู ทาํ การค้า
1.1 สสุ านต้องอยทู่ ่ี คนตายต้องอยเู่ ชิงเขา คนเป็ นต้องอยพู่ นื ้ ราบ
เชิงเขา (คนตายไมแ่ ยง่ ทคี่ นเป็ น คนเป็ นไมแ่ ยง่ ที่คนตาย )
เชน่ สสุ านในตวั เมอื ง เชน่ ที่สลี ม จะเป็ นปัญหาในอนาคต
1.2 ชยั ภมู ติ ้องมีทม่ี า
1. ทอ - รก
2. เสก็ - สายสะดอื
3. เหว็ง - ครรภ์
4. ยก - คลอด
1.3 มอี าณาจกั ร
1. เตา่ ดํา
2. มงั กรเขยี ว
3. เสอื ขาว
4. ช่องนาํ ้
5. หงสแ์ ดง
182
ทิศทางทดี่ ี บทบาทของดวงดาว
ในหลายกรณี สภาพชยั ภมู มิ คี วามสงา่ งาม สมบรู ณ์แบบ
แตต่ งั้ องศาผิด จากดกี ลายเป็ นเลวร้ายได้
บคุ คล ปี เกิดต้องสมพงษ์กบั ทศิ ทีบ่ รรจุ ไมใ่ ชว่ า่ คนตายแล้ว จะฝังทิศใดก็ได้
ต้องดวู า่ ธาตปุ ีเกิดของบรรพบรุ ุษ ( ทงั้ ชายและหญิง ) กบั ธาตทุ ิศทจี่ ะฝังเข้ากนั ได้หรือไม่
183
หากเป็ นทิศทางสง่ เสริม ก็จะได้ผลดี
นอกจากนี ้ยงั ต้องดตู าํ แหนง่ ของลกู แตล่ ะคนท่ีถกู กําหนดจาก
ทศิ ทางสสุ านวา่ เข้ากนั ได้กบั ธาตปุ ี เกิดของแตล่ ะคนด้วยหรือไม่
ฤกษ์ยาม ถกู ต้องและเหมาะสม
ในสมยั โบราณ หากเป็นทิศหา้ มฝังประจาปี
ลกู หลานจะฝังในปี ถดั ไป เพ่อื ให้ได้ฤกษ์ท่ีดี ( ไมใ่ ช่ 7 วนั ฝัง )
หรือให้ได้ฤกษ์ยามอนั เป็ นมงคลแก่ลกู หลานมากท่สี ดุ จงึ คอ่ ยบรรจศุ พลงหลมุ
บทบาทของสสุ านนนั้ สามารถสง่ ผลทงั้ ด้านความเจริญรุ่งเรือง หรือล้มเหลว
จึงต้องตรวจหาเวลาทฟ่ี ้ า-คน-ดิน สามประสานเป็ นหนงึ่ เดยี ว
เพือ่ ให้เกิดความดงี ามแกท่ กุ ฝ่ าย
184
สามปัจจยั พนื้ ฐานความสาเร็จ
http://www.modernfs.com/destiny.htm
นกั ปราชญ์ของจีนกลา่ วไว้วา่ ชีวติ ของเรานนั้ ขนึ ้ อยกู่ บั ปัจจยั 3 ประการ ได้แก่
ปัจจยั ท่ีหนง่ึ "ชะตามนษุ ย์" หรือ ฝี มอื , ความสามารถ, การศกึ ษา, ประสบการณ์
และความมีคณุ ธรรมทงั้ ห้าอนั มี จริยธรรม(ธาตไุ ฟ), สจั จธรรม (ธาตดุ นิ ),
มโนธรรม (ธาตทุ อง), ปัญญาธรรม (ธาตนุ าํ ้ ) และเมตตาธรรม (ธาตไุ ม้)
เป็ นหลกั ยดึ เหน่ียวจิตใจ ซงึ่ เป็ นสง่ิ ทเ่ี ราฝึกฝนได้ตงั้ แตเ่ รายงั เด็กจนถงึ หมดอายขุ ยั
ปัจจัยทสี่ อง ได้แก่ "ชะตาฟ้ า" หรือ วนั เดือน ปี และเวลาเกิดของเรานนั่ เอง
เพราะชว่ งขณะทเี่ ราเกดิ นนั้
ระบบสรุ ิยะจกั รวาลโคจรอยใู่ นลกั ษณะใด ก็จะทําให้เราได้รับพลงั ในลกั ษณะนนั้ ๆ
และเมอ่ื วนั เวลาผา่ นไปในชว่ งเวลาตา่ งๆ
การโคจรของดวงดาวในระบบสรุยะจกั รวาล ก็จะสง่ พลงั งานในรูปแบบตา่ งๆกนั ในแตล่ ะช่วงเวลาเข้ามาหาเรา
ถ้าเป็ นพลงั งานทเ่ี ราชอบ(เข้ากบั ดวงชะตา) ก็จะทาํ ให้เรามีความคดิ ท่ีดี ตดั สนิ ใจอะไรก็ถกู ต้องเสมอ
หรือทีเ่ ราเรียกกนั วา่ "ดวงดี” นนั่ เอง
ในทางกลบั กนั ถ้าพลงั งานในชว่ งนนั้ เป็ นพลงั งานที่เราไมช่ อบ(ฝืนดวงชะตา)
เราก็จะตดั สนิ ใจอะไรผิดพลาดเสมอๆ หรือท่เี ราเรียกวา่ "ดวงซวย” นนั่ เอง
ซงึ่ ปัจจยั ที่สองนเี ้ราไมส่ ามารถเปลย่ี นแปลงได้
การปลอ่ ยนกปลอ่ ยปลา, การทาํ บญุ หรือ การไหว้ศาลพระภมู ิ
ไมส่ ามารถทาํ ให้การโคจรของดวงดาวเปลยี่ นได้แนน่ อน
185
ปัจจยั ที่สาม ได้แก่ "ชะตาดิน" หรือ "ฮวงจ้ยุ " นนั่ เอง
โดยเราจะคาํ นงึ ถงึ การจดั วางบ้าน, ทีท่ ํางาน หรือ โรงงานของเราให้สามารถรับกบั กระแสพลงั งานที่ดี
โดยมีสตู รคาํ นวณร่วมกบั องศาทิศทางที่บ้านหรือที่พกั อาศยั ทาํ มมุ กบั ขวั้ แมเ่ หลก็ ของโลก
และพจิ ารณาร่วมกบั ระยะเวลาในแตล่ ะชว่ ง วา่ พลงั งานทไ่ี ด้เป็ นพลงั ท่ดี หี รือถกู ยคุ ถกู สมยั หรือไม่
นกั ปราชญ์จีนนนั้ สงั เกตได้มากวา่ 4,000 ปี แล้ว วา่ โลกเรามีกระแสแมเ่ หลก็ อยู่
โดยขวั้ โลกเหนอื นนั้ มขี วั้ เป็ นกระแสแมเ่ หลก็ ขวั้ ลบ
เนอ่ื งจากมีการดงึ ดดู ให้เข็มทศิ ซง่ึ มลี กั ษณะเป็ นขวั้ บวกวงิ่ เข้าหาเสมอ
ปัจจบุ นั นกั วทิ ยาศาสตร์ค้นพบวา่
ในร่างกายของคนเรานนั ้
มีเลอื ดเป็ นสว่ นประกอบหลกั คดิ เป็ นประมาณ 1 ใน 12 สว่ นของนาํ ้ หนกั ตวั
และเส้นเลอื ดในร่างกายเรานนั้
ถ้านาํ มาตอ่ กนั จะมีความยาวเทา่ กบั 1 ใน 4 ของระยะทางจากโลกถงึ ดวงจนั ทร์ได้ทีเดยี ว
โดยเม็ดเลอื ดของเรานนั้ มสี ว่ นทีเ่ ป็ นพลาสมา (Plasma)
จะมีสว่ นประกอบของแร่ธาตตุ า่ งๆทีม่ กี ระแสแมเ่ หลก็ ขวั้ บวกและขวั้ ลบอยใู่ นเมด็ เลอื ดนนั้ ๆประมาณ 10%
เป็ นท่ีมาทไ่ี ปของสมมตุ ฐิ านท่เี ราเชื่อวา่
การจดั ฮวงจ้ยุ ท่ีดีจะทําให้เราได้รับผลดีของพลงั งานโดยตรงอย่างหลีกเล่ียงไมไ่ ด้
ดงั นนั้ ถ้าเราสามารถทจ่ี ะจดั บ้าน, ทท่ี ํางาน หรือโรงงานของเรา
ให้มี ”ฮวงจ้ยุ ” ทร่ี ับกระแสพลงั ทด่ี ี, ถกู ยคุ ถกู สมยั
โดยใช้ฤกษ์ยามในการจดั หรือกระต้นุ ทเี่ หมาะกบั ชะตาฟ้ า
หรือ วนั เดือน ปี เกิด และ เวลา ตกฟาก ของเรา
โดยไมใ่ ห้มกี ารรบกวนทิศร้ายของ วนั เดือน ปี และ เวลา นนั้ ๆ ก็จะทําให้เราได้รับความเจริญรุ่งเรืองอยา่ งสงู
186
โดยหากซินแสท่ที า่ นขอรับคาํ ปรึกษานนั้
มเี คร่ืองมอื และ สตู รในการคํานวณท่ีถกู ต้องแมน่ ยาํ
ก็จะทาํ ให้ได้รับพลงั ทีด่ ีของดาวนาํ ้ (หรือดาวโชคลาภ, ความรํ่ารวย, การประสบความสาํ เร็จในธุรกิจ)
และพลงั ทด่ี ขี องดาวภเู ขา (หรือดาวบารมี, สขุ ภาพทีด่ ,ี ความสมั พนั ธ์ในครอบครัวท่ีด)ี
ทม่ี ากระทาํ ตอ่ สว่ นตา่ งๆของที่พกั อาศยั เราอยา่ งเตม็ ระยะเวลาของรอบพลงั งานทีร่ อบละ 20 ปี
โดยในยคุ นถี ้ ือวา่ เป็ นยคุ ของพลงั ดาว 8 มรี อบของพลงั งาน ตงั้ แต่ 4 กมุ ภาพนั ธ์ 2547 ถึง 3 กมุ ภาพนั ธ์ 2567
ดงั นนั้ ถ้าทา่ นผ้อู า่ นได้รับการปรึกษาทางด้านการจดั ฮวงจ้ยุ ทถี่ กู ต้อง ก็จะได้รับความเจริญรุ่งเรืองได้ถงึ ปี พศ.2567
อยา่ งไรก็ตามเราควรรู้ไว้วา่ ชนั้ ของพลงั งานนนั้ มีหลายชนั้
ชนั้ พลงั งานทีท่ า่ นผ้อู า่ นพอทีส่ ามารถจะใช้ในการปรับแตง่ เพ่อื "หลกี เลย่ี งเคราะห์ภยั มงุ่ หามงคล” ด้วยตนเองได้
ได้แก่ชนั้ พลงั งานประจาํ ปี ซงึ่ เราสามารถทจ่ี ะจดั ให้เราได้รับพลงั ทีด่ ีของปี นนั้ ๆ
และจะมผี ลกบั เราสกั ประมาณ 30%
(พลงั ประจํายคุ จะให้ผลดีประมาณ 70% ทเ่ี หลอื )
โดยรอบพลงั งานประจําปีใหมน่ ี ้(พศ.2564) เริ่มตงั้ แต่ 4 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 จนถึง 3 กมุ ภาพนั ธ์ 2565
โดยจะได้กลา่ วถงึ วธิ ีในการบริหารพลงั งานกระต้นุ ทศิ ทดี่ ี เพ่ือสร้างความเจริญรุ่งเรืองประจําปีให้เม่อื มีโอกาส
187
ฮวงจุ้ยกบั ชีวติ มนษุ ย์
https://bit.ly/37BA4oW
หลายคนคงมคี วามสงสยั วา่ ”ฮวงจ้ยุ ” นนั้ มผี ลกบั ชีวติ ของมนษุ ย์เราอยา่ งไร
เนอ่ื งจาก ”ฮวงจ้ยุ ” นนั้ ถกู ทําให้เป็ นศาสตร์ท่ีงมงาย, ไมน่ า่ เชื่อถือ
หรือแม้กระทงั่ มองไปเป็ นเร่ืองของไสยศาสตร์ในหลายๆครัง้
แท้จริงแล้วศาสตร์ฮวงจ้ยุ นนั้ เป็ นเรื่องของการคํานวณกระแสพลงั ”
“ปราณชี่” (Qi) จากสง่ิ แวดล้อมท่เี ข้ามาสะสมภายในแตม่ มุ ของบ้านหรือทพี่ กั อาศยั ของเรา
วา่ เป็ นพลงั ทถ่ี กู ยคุ ถกู สมยั
สามารถนาํ พาความเจริญรุ่งเรืองมาสผู่ ้พู กั อาศยั ในสถานที่นนั้ ๆได้
กระแสพลงั เหลา่ นกี ้ ็คือพลงั งานของกระแสแมเ่ หลก็ โลกทีห่ อ่ ห้มุ โลกทงั้ ใบของเราไว้นนั่ เอง
สงั เกตได้วา่ ไมว่ า่ เราจะอยสู่ ว่ นไหนของโลก หากเรานาํ เข็มทศิ มาวางไว้
ตวั เขม็ ต้องชีไ้ ปทีท่ ิศเหนืออยเู่ สมอ
ดงั นนั้ มนษุ ย์ทกุ ๆคนต้องอาศยั อยภู่ ายใต้พลงั งานของแมเ่ หลก็ โลกตลอด 24 ชว่ั โมง
ซงึ่ เวลาสว่ นใหญ่ประมาณ 8-10 ชวั่ โมงในหนงึ่ วนั นนั้ เราทกุ ๆคนต้องอาศยั อยทู่ บ่ี ้าน
ดงั นนั้ เราทกุ คนจะได้รับพลงั งานทสี่ ะสมในบ้านของเราอยา่ งแนน่ อน
ขนึ ้ อยกู่ บั วา่ ใครจะได้รับพลงั ชนดิ ท่ีดี
เมื่อได้สะสมเข้าไปมากๆกจ็ ะทําให้คดิ อา่ นอะไรได้ถกู ยคุ ถกู สมยั เป็ นที่มาของความเจริญรุ่งเรือง
เช่นเดียวกนั รูปแบบของพลงั งานทดี่ ยี งั มที งั้ ในเร่ืองของสขุ ภาพท่ดี ี,
ความสมั พนั ธ์ทดี่ ภี ายในครอบครัว, อาํ นาจชื่อเสยี ง
ทงั้ หมดนีล้ ้วนแล้วแตม่ ีทม่ี าทไี่ ปและต้องใช้สตู รการคาํ นวณทางด้านพลงั งานชนั้ สงู
188
สว่ นใครทไี่ ด้รับพลงั งานชนดิ ท่ีไมด่ ีเข้าไป
ก็จะเป็ นทม่ี าของความเสอ่ื ม ไมว่ า่ จะเป็ นในเร่ืองความคดิ ความอา่ น, โชคลาภ
ไปจนถึงเร่ืองสขุ ภาพและความสมั พนั ธ์ภายในครอบครัว
ในทางวทิ ยาศาสตร์นนั้
ได้ค้นพบวา่ ในตวั มนษุ ย์มกี ระแสแมเ่ หลก็ ไฟฟ้ าออ่ นๆอยภู่ ายในร่างกายทกุ คน
เนือ่ งจากในเลอื ดของมนษุ ย์
ซง่ึ มีนาํ ้ หนกั คดิ เป็ นประมาณ 1 ใน 12 สว่ นของนาํ ้ หนกั ตวั ของเรา
มีธาตเุ หลก็ เป็ นสว่ นประกอบหลกั
และพลงั ของแมเ่ หลก็ โลกจะกระต้นุ ให้ธาตเุ หลก็ ในเมด็ เลอื ดของเรา
เปลยี่ นสภาพเป็ นแมเ่ หลก็ ออ่ นๆ
มีลกั ษณะเป็ นทงั้ ขวั้ บวกและขวั้ ลบในตวั
ถ้าเราได้รับพลงั งานของกระแสแมเ่ หลก็ โลกทด่ี ี
ประจไุ ฟฟ้ าในเลอื ดของเราจะจดั เรียงอยา่ งเป็ นระเบยี บ
ทําให้ระบบเลอื ดไหลเวียนได้ดี
สามารถสง่ สารอาหารและออกซเิ จนไปหลอ่ เลยี ้ งเซลลแ์ ละอวยั วะตา่ งๆในร่างกายได้อยา่ งทวั่ ถงึ
รวมไปถึงการนําของเสยี และคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายได้ดี
จึงเป็ นทมี่ าของสขุ ภาพทด่ี ี จติ ใจท่ดี ีและ ความเจริญรุ่งเรือง
189
หากเรารู้วา่ บา้ นของเราทามมุ เทา่ ใดกบั แนวกระแสแม่เหล็กโลก
และรู้สตู รในการคาํ นวณการหมนุ เวียนของพลงั งานชี่วา่ มีพลงั งานในชนดิ ใด เข้ามาในมมุ ไหนของบ้าน
เราทกุ ๆคนก็จะสามารถอยใู่ นบ้านที่มี ”ฮวงจ้ยุ ” ทดี่ ีได้
ซงึ่ เป็ นทม่ี าของความเจริญรุ่งเรืองของทกุ ๆคนในครอบครัว
และหากเราสามารถศกึ ษาได้อยา่ งลกึ ซงึ ้ ไปกวา่ นนั้
ให้สามารถรู้ได้วา่ เราเป็ นคนทม่ี พี ลงั งานจากจกั รวาลในชนิดใดประจมุ าตอนทีเ่ ราเกดิ
ธาตสุ าํ คญั ของเราคอื ธาตใุ ด
หากเราสามารถจดั ”ฮวงจ้ยุ ” ให้สอดคล้องกบั ธาตสุ าํ คญั ของเราได้
ก็จะถือวา่ เป็ นศาสตร์ทส่ี มบรู ณ์ของการจดั ”ฮวงจ้ยุ ” ให้สมั พนั ธ์กบั ชีวิตมนษุ ย์
และย่งิ ถ้าเราสามารถจดั "ฮวงจ้ยุ ” ให้สอดคล้องกบั ประโยชน์ใช้สอยตามหลกั ”สถาปัตยกรรม” ได้แล้ว
จะนบั ได้วา่ เป็ นความพเิ ศษ
ในการประยกุ ตเ์ อาศาสตร์ทม่ี กี ารคิดค้นมากวา่ 4,000 ปี
ให้เข้ากบั การใช้ชีวติ หรือ Life-Style ของเราในปัจจบุ นั ได้อยา่ งสมดลุ
190
สนามแม่เหลก็ ของโลก
https://bit.ly/2HzoBeT
สนามแมเ่ หลก็ ของโลก (องั กฤษ: Earth’ agnetic field)
เป็ นแมเ่ หลก็ สองขวั้ ชนิดหนงึ่
ซงึ่ มีขวั้ ด้านหนง่ึ อยใู่ กล้ตาํ แหนง่ ขวั้ โลกเหนอื (ดู ขวั้ แมเ่ หลก็ เหนอื )
และขวั้ อีกด้านหนงึ่ อยใู่ กล้ตําแหนง่ ขวั้ โลกใต้ (ดู ขวั้ แมเ่ หลก็ ใต้)
เส้นท่ีเชื่อมระหวา่ งขวั้ แมเ่ หลก็ ทงั้ สองด้านมคี วามเอียงประมาณ 11.3° กบั แกนการหมนุ ของโลก
สาเหตขุ องการเกดิ สนามแมเ่ หลก็ ให้ดใู นทฤษฎีไดนาโม (dynamo theory)
191
สนามแมเ่ หลก็ นแี ้ ผอ่ อกไปไมม่ ีทสี่ นิ ้ สดุ
แม้จะมคี วามเข้มสนามออ่ นลงเร่ือยๆ เมื่ออยหู่ า่ งจาก
แหลง่ กําเนดิ
ขอบเขตสนามแมเ่ หลก็ ของโลกแผอ่ อกไปครอบคลมุ เนอื ้ ทีห่ ลาย
หม่ืนกิโลเมตรในห้วงอวกาศ
มีช่ือเรียกวา่ แมกนโี ตสเฟียร์
สนามแมเ่ หลก็ โลกเป็ นรูปทรงรี ไมส่ มมาตร
อิทธิพลของลมสรุ ิยะทาํ ให้ด้านท่อี ยใู่ กล้ดวงอาทิตย์
มคี วามกว้างน้อยกวา่ ด้านตรงข้ามดวงอาทติ ย์
สนามแมเ่ หลก็ โลกไมใ่ ชส่ งิ่ คงท่ี
แตม่ กี ารเปลยี่ นแปลงความเข้ม
และมีการสลบั ขวั้ เหนือ-ใต้ในช่วงเวลาหา่ ง ตงั้ แตห่ ลายหมืน่ ปี ไปจนถงึ หลายล้านปี
โดยมคี า่ เฉลย่ี ประมาณ 250,000 ปี
ในปัจจบุ นั สนามแมเ่ หลก็ โลก
อย่ใู นชว่ งท่ีมีกําลงั ออ่ น
สนามแมเ่ หลก็ โลกเป็ นสงิ่ ที่จาํ เป็นท่เี ออื ้ อาํ นวยในการดาํ รงชีวติ
หากปราศจากสนามแมเ่ หลก็ โลกแล้ว
อนภุ าคพลงั งานสงู จากดวงอาทติ ย์และอวกาศ จะพงุ่ ชนพนื ้ ผวิ โลก
ทําให้สงิ่ มชี ีวติ ไมส่ ามารถดาํ รงอยไู่ ด้
192
การกลบั ข้วั แม่เหลก็ โลก
จากผลการศกึ ษาการไหลเวยี นของหินบะซอลต์เหลวผา่ นใต้พิภพ
มที ฤษฎวี า่
ขวั้ แมเ่ หลก็ ของโลกสามารถมีการกลบั ขวั้
โดยมีชว่ งระยะหา่ งตงั้ แตห่ ลายหม่นื ปี ไปจนถึงหลายล้านปี
โดยทม่ี คี า่ เฉลยี่ อยทู่ ป่ี ระมาณ 250,000 ปี
ปรากฏการณ์กลบั ขวั้ ครงั้ ลา่ สดุ เรียกชื่อวา่
Brunhes-Matuyama reversal
เชื่อวา่ ได้เกิดขนึ ้ เม่อื ประมาณ 780,000 ปี
มาแล้ว
ยงั ไมม่ ีทฤษฎีใดสามารถอธิบายได้แนช่ ดั วา่ การกลบั ขวั้ ของสนามแมเ่ หลก็ โลกเกิดขนึ ้ เนอ่ื งจากอะไร
นกั วิทยาศาสตร์บางสว่ น ได้สร้างแบบจําลองแกนโลกขนึ ้
โดยทภ่ี ายในสนามแมเ่ หลก็ เป็ นแบบ quasi-stable
และขวั้ แมเ่ หลก็ สามารถเปลยี่ นข้างเองได้จากขวั้ หนงึ่ ไปยงั อีกขวั้ หนงึ่ เมอ่ื เวลาผา่ นไปหลายหม่นื ปี
นกั วทิ ยาศาสตร์อกี สว่ นหนง่ึ เสนอวา่ การเปลย่ี นขวั้ แมเ่ หลก็ นไี ้ มไ่ ด้เกิดขนึ ้ เอง
แตน่ า่ จะมีการกระต้นุ จากภายนอก เช่น จากการถกู ดาวหางพงุ่ ชน
และทําให้เกิดการ "restart"
โดยขวั้ แมเ่ หลก็ ด้าน "เหนอื " อาจจะชีไ้ ปทางเหนอื หรือใต้ก็ได้
ปรากฏการณ์ภายนอกนี ้ไมน่ า่ จะสร้างให้เกิดการเปลย่ี นขวั้ แมเ่ หลก็ แบบเป็ นวงรอบได้
เม่ือพจิ ารณาจากอายขุ องแอง่ ปะทะเทียบกบั ชว่ งเวลาการกลบั ขวั้ ที่ศกึ ษาได้
การศึกษาการไหลเวียนของลาวาทีภ่ ูเขาสตีนส์ รฐั ออริกอน
บง่ ชีว้ า่ สนามแมเ่ หลก็ เคยมีการเปลย่ี นแปลงไปในอตั รา 6 องศาตอ่ วนั ในประวตั ิศาสตร์ของโลก
ซงึ่ เป็ นการท้าทายท่สี าํ คญั ในการทําความเข้าใจเกี่ยวกบั สาเหตุของการเปลย่ี นขวั้ แมเ่ หลก็ ของโลก
193
การศึกษาสนามแม่เหล็กโลกโบราณ
จะประกอบด้วยการวดั การคงคา่ แมเ่ หลก็ ของหนิ อคั นี ซงึ่ เป็ นเศษซากจากเหตกุ ารณ์ภเู ขาไฟปะทุ
ตะกอนที่ทอดตวั อยบู่ นพนื ้ มหาสมทุ รปรับทศิ ทางขวั้ แมเ่ หลก็ ของตวั เองด้วยสนามแมเ่ หลก็ ในท้องถน่ิ
ซง่ึ เป็ นสญั ญาณทส่ี ามารถบนั ทกึ ได้ขณะแขง็ ตวั
ถงึ แม้วา่ การสะสมของหนิ อคั นสี ว่ นใหญ่จะเป็ นแบบพาราแมกเนตกิ
แตก่ ็มรี ่องรอยของวสั ดเุ ฟอร์ริแมกเนติก
และแอนติเฟอร์โรแมกเนติกในรูปของเฟอรัสออกไซด์
ซง่ึ ทาํ ให้สามารถบนั ทกึ ความเป็ นแมเ่ หลก็ ได้
ในความเป็ นจริงลกั ษณะนพี ้ บได้บอ่ ยในหนิ และตะกอนชนดิ อ่นื ๆ ที่พบได้ทวั่ โลก
หนง่ึ ในหนิ ธรรมชาติที่พบออกไซด์เหลา่ นมี ้ ากทส่ี ดุ คอื แมกนไิ ทต์
คณุ สมบตั ิของหินอคั นีนี้ เป็ นตวั อยา่ งที่ชว่ ยให้เราสามารถตรวจสอบวา่ สนามของโลกได้กลบั ขวั้ ในอดตี
พิจารณาการวดั ของอาํ นาจความเป็ นแมเ่ หลก็ ตามแนวเทือกเขากลางสมทุ ร
กอ่ นท่ีแมกมาจะออกจากชนั้ แมนเทลิ
ผา่ นรอยแยก จะมีอณุ หภมู ิท่สี งู มาก เหนืออณุ หภมู ิครู ี (Tc) ของเหลก็ ออกไซด์ใด ๆ
เมื่อลาวาเริ่มเยน็ ตวั ลงและแขง็ ตวั เม่อื เข้าสมู่ หาสมทุ ร
ทําให้เหลก็ ออกไซดเ์ หลา่ นี ้สามารถคืนคา่ คณุ สมบตั แิ มเ่ หลก็ ได้
โดยเฉพาะความสามารถในการคงคา่ แมเ่ หลก็
194
บนสมมติฐานวา่ สนามแมเ่ หลก็ โลกเป็ นสนามแมเ่ หลก็ เพียงแหง่ เดยี วที่อยใู่ นตาํ แหนง่ เหลา่ นี ้
หินแขง็ ตวั นจี ้ ะกลายเป็ นแมเ่ หลก็ ในทศิ ทางของสนามแมเ่ หลก็ โลก
แม้วา่ ความแรงของสนามคอ่ นข้างออ่ นและปริมาณธาตเุ หลก็ ของตวั อยา่ งหนิ ทว่ั ไปมขี นาดเลก็
แตส่ ภาพแมเ่ หลก็ ขนาดคอ่ นข้างเลก็ ทเ่ี หลอื อยขู่ องกลมุ่ ตวั อยา่ ง
อยใู่ นพิสยั การวดั ของเครื่องวดั แมเ่ หลก็ (Magnetometer) ท่ีทนั สมยั
การวดั อายแุ ละสภาพแมเ่ หลก็ ของตวั อยา่ งลาวาแขง็ ตวั
สามารถนาํ มาอธิบายทศิ ทางของสนามแมเ่ หลก็ โลกในชว่ งยคุ โบราณ
195
SCHUMANN RESONANCES
คลนื่ ความถสี่ นามแม่เหลก็ โลกกาลงั เกดิ การเปลยี่ นแปลงอย่างมนี ัยสาคญั
http://warningdisasters.blogspot.com/2014/09/blog-post_2.html
ชมู าน์เรโซแนนซ์ (Schumann Resonances)
หรือทร่ี ู้จกั กนั ในนามของ ชีพจรของโลก (Earth’ heartbeat)
ซง่ึ ชีพจรโลกนี ้หรือจะเรียกวา่ คา่ ความถี่ของสนามแมเ่ หลก็ โลกก็ได้
ในปัจจบุ นั (2014) มคี วามถอ่ี ยทู่ ่ี 7.83 รอบตอ่ วนิ าที
โดยมนั กําลงั เพมิ่ สงู ขนึ ้ ในทกุ ปี
ซง่ึ ในปีถดั ไปอาจจะมีอตั ตราการขนึ ้ ลงอยรู่ าวๆ 9 -11 รอบตอ่ วินาที
196
เมอื่ ชว่ งต้นเดอื นมิถนุ ายนปี 2014
ทมี นกั วทิ ยาศาสตร์ได้ตรวจพบการเปลยี่ นแปลงของคลน่ื ความถ่ีสนามแมเ่ หลก็ โลกอยา่ งมีนยั สาํ คญั
โดยชมู าน์เรโซแนนซ์ทเ่ี ราตรวจพบกบั มคี า่ ความถ่ีที่สงู ขนึ ้ จากคา่ ปกตมิ าก
ซงึ่ คา่ ดงั กลา่ วเราสามารถสงั เกตได้จากในกราฟทเ่ี ป็ นขดี สขี าว
และหลงั จากนนั้ ในวนั ท่ี 25 ส.ค.57 กราฟได้แสดงผลไปอีก 25 ชว่ั โมง
คลนื่ ความถ่ีของโลกก็กบั เพ่มิ สงู ขนึ ้ เทา่ ตวั อยา่ งผิดปกตจิ ากครงั้ แรกทเ่ี ราพบเม่อื ชว่ งต้นเดือนมถิ นุ ายน 2014
ในอนาคตข้างหน้าได้มกี ารคาดการณ์วา่ คลน่ื ความถ่ีนีม้ นั อาจจะเพมิ่ ขนึ ้ จนเป็ น 13 รอบตอ่ วินาที
นนั่ หมายความวา่ เราจะต้องใช้ชวี ิตอยรู่ ่วมกบั ดาวโลกด้วยความถี่ 13 รอบตอ่ วินาที นน่ั เอง
ซง่ึ คลน่ื ความถี่ของสนามแมเ่ หลก็ โลกนี ้จะทํางานสะท้อนอยภู่ ายในขอบเขตของคลน่ื ความถี่สมองอลั ฟา(Alpha)
197
สที งั้ สองสใี นภาพนี ้แสดงให้เหน็ พลงั งานจากขวั้ โลกเหนอื และขวั้ โลกใต้ในบางชว่ งเวลาทนี่ กั วทิ ยาศาสตร์หลายคน
ได้เฝ้ าตดิ ตามดโู ครงสร้างทางแมเ่ หลก็ ไฟฟ้ าของโลกทงั้ สองสว่ นนอี ้ ยา่ งใกล้ชิด
- สนามไฟฟ้ า (ทกี่ ําลงั พงุ่ ลงมา)
- สนามแมเ่ หลก็ หรือ Schumann resonance (ทีก่ ําลงั พงุ่ ขนึ ้ )
นาย เกรกก์ บราเดน (Gregg Braden)
นกั ธรณีวิทยาผ้ทู ่กี ําลงั ทาํ การศกึ ษาเรื่องนอี ้ ยเู่ รียกสถานท่ๆี ความถี่ชมู าน์ หรือความถค่ี ลนื่ แมเ่ หลก็
และความถ่ีคลน่ื ไฟฟ้ ามาตดั กนั วา่ “จดุ ศนู ย์” (Zer p int)
มนั ปรากฏชดั วา่ การพลกิ กลบั ของขวั้ แมเ่ หลก็ โลก จะเช่ือมโยงอยกู่ บั วฏั จกั รกาแลก็ ซี่ และวฏั จกั รสรุ ิยะ
หลายคนกม็ คี วามเชื่อคล้ายๆกบั บราเดน วา่
ขวั้ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ าของโลกจะเปลยี่ น เมื่อเข้าใกล้ Zero point
จากการสาํ รวจทางธรณวี ทิ ยาหลายครงั้ ในแนวสนั แอตแลนตกิ ตอนกลางบง่ ชีว้ า่ แนวสนั นี ้
ได้เคยเกิดอะไรบางอยา่ งขึน้ มากอ่ นราวๆ 171 ครัง้ ในประวตั ศิ าสตร์ของโลก
198
นค่ี อื หน้าตาของสนามแมเ่ หลก็ ไฟฟ้ าของโลกอกี แบบหนงึ่
คณุ จะเหน็ วา่ ตอนนี ้มจี ดุ สสี ้มมากมาย กําลงั มาปรากฏอยทู่ ีบ่ ริเวณสว่ นบนของพนื ้ ที่สฟี ้ า
และมีจดุ สฟี ้ ามากมาย กําลงั ปรากฏอยทู่ ส่ี ว่ นลา่ งของพนื ้ ทีส่ สี ้ม
นกั วิทยาศาสตร์หลายคน ทคี่ อยแกะรอยการเปลย่ี นแปลงเหลา่ นอี ้ ยเู่ ช่ือวา่
การสลบั ขวั้ ของแมเ่ หลก็ ไฟฟ้ าของโลก กําลงั เกิดขนึ ้ อยใู่ นขณะนี ้
ภาพนแี ้ สดงให้เห็นวา่ มนั จะมหี น้าตาเป็ นอยา่ งไร หากวา่ เรามองเห็นมนั ได้จากนอกโลก
ในเดอื นมีนาคมเมือ่ ปี 2009 นกั วทิ ยาศาสตร์คอมพวิ เตอร์หลายคน
กําลงั ทาํ งานร่วมกบั นกั ธรณีวิทยาหลายคน และนกั ดาราศาสตร์ฟิสกิ สอ์ กี หลายคนในอนิ เดยี
เพื่อสร้างแบบจําลองทางคอมพวิ เตอร์
ทพี่ ยากรณ์ปรากฏการณ์การพลกิ กลบั ด้าน ของขวั้ แมเ่ หลก็ โลกเมอื่ ปี 2012
ซง่ึ ในชว่ งเวลาแหง่ ปี 2012 นน่ั ผ้คู นกําลงั ต่ืนหวาดกลวั กลบั วนั สนิ ้ โลก!!
แตม่ นั ไมใ่ ช่อยา่ งทเ่ี ราเข้าใจ
มนั เป็ นเพียงแคก่ ารเปลย่ี นแปลงภายในโลกเทา่ นนั้ และมนั จะสง่ ผลกระทบตอ่ ไปในอนาคต
199
ในขณะทโ่ี ลกเคลอ่ื นผา่ นการเปลย่ี นแปลงเหลา่ นี ้
พวกเราทกุ คนต้องการรู้วา่ “สง่ิ นจี ้ ะสง่ ผลกระทบตอ่ ฉนั อยา่ งไร?”
เราจะมาหาคาํ ตอบของคําถามนกี ้ นั โดยดทู ่ีภาพตอ่ ไปนี ้
ภาพนมี ้ นั แสดงให้เหน็ วา่
ตวั คณุ ดาวเคราะห์โลก และดวงอาทติ ย์ เช่ือมโยงกนั
และปฏิบตั กิ ารเหมอื นเป็ นระบบถ่ายทอดสญั ญาณอะไรบางอยา่ ง
ภาพนแี ้ สดงให้เห็นสองอยา่ ง
อยา่ งแรกคอื ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งตวั คณุ กบั ดาวเคราะห์โลก
และดวงอาทิตย์
อยา่ งทีส่ องคือ ทงั้ หมดนี ้เช่ือมโยงและปฏิบตั ิการเหมอื นเป็ น
ระบบถา่ ยทอดสญั ญาณอยา่ งไร
วงกลมทอ่ี ยดู่ ้านลา่ งของภาพนี ้คอื ตวั คณุ
คณุ จะเห็นวา่ ภาพวงกลมที่แสดงตวั คณุ นี ้
จะมีสมองอยสู่ องสว่ นคอื ซีกซ้ายและซกี ขวา ซงึ่ จะแทนด้วยสสี วา่ งและสมี ืดตามลาํ ดบั
และคณุ ก็จะเห็นวา่ มนั มเี ส้นวงของการกําทอนกนั (resonance)
และพลงั งานแหง่ การปฏิสมั พนั ธ์ ระหวา่ ง ตวั คณุ กบั โลกอยู่
วงกลมด้านบนของรูปภาพ หมายถึงดวงอาทิตย์
คณุ จะเห็นวา่ มนั มีทงั้ ซีกซ้ายและซีกขวา รวมถึง ด้านสวา่ งและด้านมืดด้วยเชน่ เดียวกนั
และมนั ก็ยงั มีเส้นวงแหง่ การกําทอนกนั
และพลงั งานแหง่ การปฏสิ มั พนั ธ์ระหวา่ งดวงอาทติ ย์กบั โลกอยอู่ กี ด้วย
200