The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunny Strong, 2020-11-12 05:48:52

Flipfab_GEOfengshui_finland

Flipfab_GEOfengshui_finland

แล้วอะไรคือ factors สาํ คญั ท่ที าํ ให้ลาํ ดบั ของสญั ลกั ษณ์ตา่ งๆ ใน 'คมั ภรี ์อจี ้ งิ ' ต้องเรียงตวั กนั อยา่ งที่เป็ นอยู่

แตจ่ ากรูปร่างของความมีระบบระเบยี บที่เห็นนี ้
จงึ เป็ นไปไมไ่ ด้ทีล่ าํ ดบั อนกุ รมของ King Wen จะเกิดขนึ ้ จาก 'การเดาสมุ่ '
แตม่ นั ต้องเกิดจาก 'ความตงั้ ใจ' ท่จี ะสอ่ื ความหมายอะไรบางอยา่ งออกมา
จากวิธีการเรียงตวั ของสญั ลกั ษณ์ตา่ งๆ อยา่ งแนน่ อน

ซึ่งก็เพราะความมีระบบระเบียบดงั ทีเ่ ห็นนีเ้ อง
จงึ ทาํ ให้หลายๆ คนเชือ่ วา่ King Wen
คงจะต้องคดิ คาํ นวณด้วยหลกั คณิตศาสตร์บางอยา่ งเพื่อที่จะจดั ระเบยี บของอนกุ รมเหลา่ นี ้

แตค่ วามลบั กวา่ 4,000 ปี ท่ี King Wen ซุกซอ่ นเอาไว้
ก็ยงั คงไมม่ คี าํ อธิบายใดๆ ที่สามารถอธิบายได้อยา่ งสมบรู ณ์จวบจนกระทง่ั ปัจจบุ นั

และเป็ นไปได้วา่ การเรียงตวั ของสญั ลกั ษณ์ตา่ งๆ ทงั้ 60 สญั ลกั ษณ์นนั้
อาจจะเกิดจาก function ทางคณิตศาสตร์ทแี่ ตกตา่ งกนั ถึง 5 functions
และทาํ ให้เกิด patterns ที่ไมเ่ หมือนกนั เลยถงึ 5 แบบ
แตอ่ าศยั แนว 'แกนสมมาตร' แกนเดียวกนั

โดย functions ที่วา่ นี ้
จะต้องสามารถสะท้อนปรัชญาของ Fu Xi ได้
หากนําไป plot ลงในตารางอนกุ รมของ Fu Xi

และจะต้องทาํ ให้เกดิ 'ภาพอกั ษร' หรือ 'สญั ลกั ษณ์' บางอยา่ ง
หากนํามา plot ลงไปในตารางอนกุ รมของ King Wen เอง
หรืออาจจะไมไ่ ด้มอี ะไรที่เกีย่ วข้องกบั ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ใดๆ เลย

451

เราเองก็ไมส่ ามารถบอกได้หรอกวา่ ทงั้ หมดท่ีกลา่ วมานี ้
จะอยใู่ นทศิ ทางที่จะนาํ ไปสกู่ ารไขปริศนาของ King Wen ได้หรือไม่
แตก่ ็คอ่ นข้างทจ่ี ะเช่ือวา่
ความลบั อายกุ วา่ 4,000 ปี ของ King Wen ทยี่ งั ไมส่ ามารถถกู เปิ ดเผยออกมานนั้
สว่ นหนงึ่ ก็อาจจะมาจาก 'การตคี วาม' ทผ่ี ดิ ทศิ ผดิ ทางของนกั วชิ าการทงั้ หลายด้วยรึเปลา่

อยา่ งเช่นการเรียงลาํ ดบั อนกุ รมของ 'สญั ลกั ษณ์ธาตทุ งั้ แปด'
ในตารางอ้างองิ ท่สี ามารถสง่ ผลให้เหน็ pattern ท่แี ตกตา่ งกนั ไปคนละทิศละทางดงั ท่แี สดงไว้
ยอ่ มกอ่ ให้เกิดการหลงทิศหลงทาง
ของการกําหนด function บางอยา่ งทางคณิตศาสตร์ทผี่ ดิ เพยี ้ นไปจาก 'ต้นฉบบั ' เดิมของ King Wen
และทาํ ให้ทกุ คาํ อธิบาย
มกั จะต้องประสบกบั ปัญหาในการอธิบายความหมายให้ครบทกุ แงท่ กุ มมุ ของคมั ภีร์มาโดยตลอด

หลงั จากทนี่ งั่ เพง่ 'คมั ภีร์อจี ้ ิง' ด้วยแง่มมุ ตา่ งๆ อยหู่ ลายวนั
เราจงึ ต้องยอมสรุปงา่ ยๆ อยา่ งนวี ้ า่
'หากยงั มีทฤษฎีทางคณิตศาสตร์บางอยา่ ง
ซกุ ซอ่ นอยเู่ บอื ้ งหลงั ของลาํ ดบั อนกุ รมเหลา่ นี ้
ก็คงเป็ นความรู้สว่ นท่ี 'ยงั ' เข้าไมถ่ งึ
และอาจเก่ียวพนั กบั ทฤษฎที างวทิ ยาศาสตร์บางอยา่ งท่ี 'ยงั ' ไมเ่ ข้าใจ'
ซงึ่ ก็ไมแ่ นว่ า่ เราอาจได้พบเหน็ แงม่ มุ บางอยา่ งทน่ี า่ สนใจกวา่ นี ้
หลงั จากที่ล้วงลกึ ถงึ ความหมายของ 'คมั ภีร์อจี ้ ิง' ตอ่ จากที่เรียนรู้มาแบบครึ่งๆ กลางๆ
เพราะฉะนนั้ สมควรแก่เวลาทีจ่ ะกลบั ไปศกึ ษาใหมอ่ กี 2-3 รอบแล้วกระมงั

452

ZChing 64 Verses
https://bit.ly/3mvgG0Q

The Original Text:
第一卦 : 乾
乾 : 乾為天 ‧ 乾上乾下
乾 : 元‧亨‧利‧貞‧

 初九 ‧ 潛龍‧勿用‧
 九二 ‧ 見龍再田‧利見大人‧
 九三 ‧ 君子終日乾乾‧夕惕若厲‧無咎‧
 九四 ‧ 或躍在淵‧無咎‧
 九五 ‧ 飛龍在天‧利見大人‧
 上九 ‧ 亢龍‧有悔‧
 用九 ‧ 見群龍無首‧吉‧
ความหมายในเชงิ Biorhythms : อารมณ์แจม่ ใส (⚌) ปัญญาฉบั ไว (⚌) กายาคกึ คกั (⚌)
ความหมายในเชงิ บริหาร : ทกุ องคาพยพพร้อมรุก ทงั้ นโยบาย, แผนงาน, และการปฏบิ ตั ิ
ความหมายของสญั ลกั ษณ์ : คอื ลขิ ิตฟ้ า, เหนอื ฟ้ ายงั มีฟ้ า

453

ความหมายของชื่อเรียก : Potential
: ศักยภาพ

https://bit.ly/3mvgG0Q ภาพอกั ษร 乾 จดั อยใู่ นหมวดอกั ษร 乙 (yǐ) ท่ีหมายถงึ 'การงอกเงย'
ที่นํามาผสมกบั อกั ษร 倝 (gàn) ซงึ่ หมายถงึ 'ดวงตะวนั ที่เริ่มทอแสง'
กลายเป็ นอกั ษร 乾
ทีม่ ีความหมายในเชิงสญั ลกั ษณ์วา่ 'สรรพสงิ่ ยอ่ มกอ่ เกิดด้วยลขิ ติ ฟ้ าในสภาวะแวดล้อมอนั เหมาะสม'

โดยมีด้านบนของซกี ซ้ายในภาพอกั ษร สว่ นด้านบนของซกี ขวาในภาพอกั ษร
เป็ นสญั ลกั ษณ์ของ 'ต้นไม้ใบหญ้า' เป็ นสญั ลกั ษณ์ของ 'ลาํ แสง' หรือ 'พลงั งาน' ท่ีแผ่
อนั สะท้อนถึงความเป็ น 'สรรพชีวติ ' กระจายจาก 'ดวงตะวนั ' มาสโู่ ลก

ตรงกลางของซีกซ้ายในภาพอกั ษร และด้านลา่ งของซีกขวาในภาพอกั ษรก็คอื ตวั 乙
เป็ นรูปของ 'ดวงตะวนั ' ซง่ึ เป็ นแหลง่ ทหี่ มายถงึ 'การงอกเงย' หรือ 'การเจริญเติบโต'
พลงั งานสาํ คญั ของโลก
ด้านลา่ งของซีกซ้ายในภาพอกั ษร
เป็ นภาพของ 'ราก' ทห่ี ยงั่ ลกึ ลงไปใน
แผน่ ดนิ

ซงึ่ โดยรวมแล้ว คาํ วา่ 乾 แทบจะไมม่ ีนยั อยา่ งอ่นื ทบ่ี ง่ บอกถงึ 'ความเคลอื่ นไหว' ใดๆ เลย
แตค่ อ่ นข้างที่จะมคี วามหมายในเชิงสญั ลกั ษณ์
ทห่ี มายถงึ 'ศกั ยภาพในการงอกเงยภายใต้สภาวะแวดล้อมท่เี อือ้ อาํ นวย' มากกวา่
และทาํ ให้หวนนกึ ถงึ คําวา่ Potential
อนั เป็ นคณุ ลกั ษณะประการสาํ คญั ของ Infinity ตามคติความเช่อื ของปรัชญากรีก

454

และด้วยเหตทุ ี่ Infinity นนั้
ก็มคี วามหมายในเชิงปรัชญาทห่ี มายถึง Almighty หรือ God ด้วย
ซง่ึ คาํ วา่ 天 ในภาษาจีนที่นอกจากจะแปลวา่ 'ท้องฟ้ า' ตามปรกตอิ ยแู่ ล้ว
ยงั มีอกี ความหมายหนง่ึ ทห่ี มายถงึ 'เทพเจ้า' ได้ด้วยเหมือนกนั
ดงั นนั้ การเลอื กจบั คใู่ ห้ 乾 มีความหมายคกู่ บั Potential
ซง่ึ เป็ นคณุ ลกั ษณะสาํ คญั ของ Infinity หรือ Almighty หรือ God นนั้ จงึ คอ่ นข้างทจี่ ะลงตวั พอดี
โดยเฉพาะเม่อื เรามองในสว่ นของคําขยายความทวี่ า่ 乾為天 ทแ่ี ปลไว้วา่ 'เช๋ียนคอื ลขิ ติ ฟ้ า'

455

https://bit.ly/3mvgG0Q ความหมายของคาบรรยายภาพสัญลกั ษณ์ :元产利貞

yuán hēng lì zhēn

เยวฺ ยี๋ น เฮิง ลี่ เจิน

King Wen ได้บนั ทกึ คาํ บรรยายภาพสญั ลกั ษณ์ 'เช๋ียน'
ไว้ด้วย 'ภาพอกั ษร' 4 ภาพคอื 元 亨 利 貞
ซงึ่ ระบอุ ยา่ งชดั เจนลงไปได้ยากวา่ นเ่ี ป็ น 'ภาพอกั ษร' 4 ภาพที่ตงั้ ใจจะเรียงกนั เป็ นประโยค
หรือวา่ มคี วามต้องการจะสอ่ื เป็ นคําโดดๆ จํานวน 4 คาํ
แล้วให้คนอา่ นไปตีความเพอ่ื เรียงเป็ นประโยคกนั เอาเอง

เนือ่ งจากภาษาจีนในยคุ สมยั ของ King Wen นนั้
ยงั ไมม่ เี คร่ืองหมายวรรคตอนให้ใช้งานกนั เหมือนอยา่ งในยคุ ถดั ๆ มา
ซงึ่ ก็ปรากฏวา่ 'ขงจือ้ '
ได้บนั ทกึ คาํ อรรถาธิบายสาํ หรับ 'ภาพอกั ษร' 4 ภาพ หรือ 'ตวั อกั ษร' 4 ตวั
ในคําบรรยายภาพสญั ลกั ษณ์นไี ้ ว้หลายหน้ากระดาษอยู่
ชา่ งเป็ นนกั เลน่ คาํ Random Words ท่ี Creative จริงๆ

元 อา่ นวา่ yuán (เยฺวย๋ี น)
แปลวา่ 'หวั ' (頭,首), 'เริ่มต้น' (始), 'ใหญ่' (大),
'ดงั้ เดมิ ' หรือ 'ต้นแบบ' (基本), หรือ 'ของแท้',
หรือ 'ความริเร่ิม' (initiative), 'ความสร้างสรรค์' (creative) ;

ในสมยั กอ่ น
ก็ยงั มคี วามหมายเหมอื นกบั 天 ท่ีแปลวา่ 'ฟ้ า', 'สวรรค์', หรือ 'เทพเจ้า' ได้ด้วย
(ในฐานะของผ้ใู ห้กําเนดิ หรือต้นธารของสรรพสงิ่ ) ;
แล้วก็เลยทาํ ให้สามารถตีความเป็ น 'เจ้าชีวิต' หรือ Emperor ได้อกี ตา่ งหาก

เนือ่ งจากคติความเช่อื ของชาวจนี ในยคุ กอ่ นนนั้
จะถือวา่ จกั รพรรดิของพวกเขาคอื 'โอรสสวรรค์' ผ้ถู ่ายทอด 'ลขิ ติ ฟ้ า' ลงมาสโู่ ลกมนษุ ย์
ซงึ่ ถ้าจะใช้คําอน่ื ในยคุ ปัจจบุ นั ก็นา่ จะตคี วามให้หมายถงึ 'ผ้นู ํา' ได้ด้วย

456

亨 อา่ นวา่ hēng (เฮงิ ) แปลวา่ 'ความเข้าใจ' (understanding),
'ความตระหนกั รู้' (insight, enlightening),
'ความชดั เจน' (เพราะวา่ เข้าใจ),
'ความราบร่ืน' (smoothly, prosperous), 'ไร้อปุ สรรค' (ในความหมายของราบรื่น),
และ 'ความก้าวหน้า' (progressing, เพราะวา่ ไร้อปุ สรรค), 'มีระบบระเบียบ'
利 อา่ นวา่ lì (ล)่ี แปลวา่ 'ความมีโชคลาภ',
'ความคลอ่ งแคลว่ ' (ความโชคดที ําให้ทกุ อยา่ งเลอื่ นไหลได้คลอ่ งตวั ),
'ความวอ่ งไว', 'ความแหลมคม' (ในลกั ษณะทีม่ าจากความเฉียบขาด และวอ่ งไว) ;
และยงั หมายถงึ 'ความทมุ่ เท' (perseverence) ได้อกี ด้วย
(ซง่ึ นา่ จะเป็ นการแตกความหมายตอ่ ออกมาจาก 'ความแหลมคม'
ทม่ี ลี กั ษณะของการ focus นาํ ้ หนกั ลงไปเฉพาะจดุ เฉพาะ
ท่ี กลายมาเป็ นความหมายของ 'ความทมุ่ เท')
แล้วก็เลยรวมความตอ่ ไปถงึ 'ความมงุ่ มน่ั ' อยา่ งมี 'นาํ ้ อดนาํ ้ ทน' ได้อกี ด้วย
貞 อา่ นวา่ zhēn (เจิน) แปลวา่ 'ความซื่อตรงเทย่ี งธรรม'
หรือ 'ความมีอดุ มการณ์' (virtue, virtuous), 'ความซ่อื สตั ย์' (loyalty),
'ความบริสทุ ธ์ิ' (chastity, virginity),
หรือ 'ความสจุ ริต', และ 'ความมรี ะเบียบวินยั '

457

เพราะฉะนนั้ บนั ทกึ ของ King Wen ทบี่ นั ทกึ ไว้แคว่ า่ 乾 ‧ 元亨利貞
และเราก็แปล 乾 วา่ Potential หรือ 'ศกั ยภาพ' นนั้
ตวั อกั ษรตอ่ มาทงั้ 4 ตวั ก็ควรจะตีความได้วา่ King Wen กําลงั ต้องการจะสอื่ ให้พวกเรา
เข้าใจถงึ 'ความหมาย' ของ 'ความมีศกั ยภาพ'
ซงึ่ ก็คอื จะต้องมคี ณุ สมบตั ติ ามทว่ี า่ มานนั้ 'ทงั้ หมด' จงึ จะสามารถก่สร้างปรากฏการณ์ตา่ งๆ ได้
เมอื่ มสี ภาวะแวดล้อมทเ่ี ออื ้ อาํ นวยนนั่ เอง

นน่ั ก็คอื จะต้องมคี วามเป็ นตวั ของตวั เอง (originality)
มีความริเริ่มอยา่ งสร้างสรรค์ (initiative and creative)
มีภาวะผ้นู ําทเ่ี หมาะสม มีความชดั เจนในเป้ าหมายของตน และตระหนกั รู้
หรือมคี วามเข้าใจ (understanding)
ในสถานการณ์ตา่ งๆ อยา่ งรอบด้าน (insight and enlightening)
เพอ่ื ท่จี ะสามารถขจดั ปัดเป่ าอปุ สรรคตา่ งๆ
และผลกั ดนั ให้ภารกิจหนง่ึ ๆ มคี วามก้าวหน้า (progressing) ไปอยา่ งราบรื่น (smoothly, prosperously)
ต้องมคี วามเฉลยี วและฉลาด (เฉียบขาด และแหลมคม) ในการฉกฉวยจงั หวะ (แหง่ โชคลาภ)
รู้จกั ยืดหยนุ่ เพือ่ โอนออ่ นผอ่ นปรนตามแตส่ ถานการณ์อยา่ งคลอ่ งแคลว่
แตไ่ มย่ อมลดละความมงุ่ มนั่ และต้องมคี วามทมุ่ เท (perseverence) อยา่ งมีนาํ ้ อดนาํ ้ ทนและมคี วามเสมอต้นเสมอปลาย
ต้องมอี ดุ มการณ์ท่แี นว่ แน่ ยดึ มนั่ ในหลกั แหง่ คณุ ธรรม (virtuous) มีความสอ่ื ซตั ย์สจุ ริต
และต้องประพฤติปฏิบตั ติ นอยา่ งมรี ะบบระเบียบท่ชี ดั เจน

นค่ี อื 'ความมีศกั ยภาพ' ในความหมายของ King Wen

แตป่ ระโยคที่ 'สวยงามที่สดุ ' ของ 'คมั ภีร์อจี ้ ิง' ในความรู้สกึ ของเรา
นา่ จะมาจากประโยคแรกท่ี 'จิวกง' บนั ทกึ เพิ่มเตมิ ลงไปให้กบั คมั ภีร์ฉบบั เดมิ ท่ี King Wen ทงิ ้ เป็ นมรดกเอาไว้ให้
ประโยคแรกทีถ่ ือวา่ เป็ น 'คาํ สอน' หรือ 'ข้อแนะนํา'
ท่ชี ว่ ยให้ 'คมั ภรี ์อจี ้ ิง' มคี วามสมบรู ณ์ในฐานะของ 'คมั ภีร์คณุ ธรรม'
อยา่ งทเ่ี ราพยายามจะบอกกบั ใครตอ่ ใครวา่
นไี่ มใ่ ช่ 'ตําราหมอด'ู ทีห่ ลายๆ คนพยายามจะหวา่ นล้อมให้พวกเราเชื่อ

ประโยคนนั้ ก็คอื วรรคแรกของ 'คําขยายความ' ให้กบั ขดี แรกใน 384 ขีดแหง่ 'คมั ภรี ์อจี ้ ิง' นน่ั เอง

潛龍勿用 … ประโยคทแี่ ทบจะทกุ ตําราแปลไว้ตรงกนั วา่ 'มงั กรซอ่ นกาย อยา่ ใช้'
แตเ่ ราจะแปลมนั วา่ 'เก็บงําประกาย อยา่ อวดดี'
นนั้ คือเหตผุ ลสาํ คญั ประการหนง่ึ ทท่ี าํ ให้เราอยากจะ 'ตีความ' ทกุ ตวั อกั ษรใน 'คมั ภีร์อจี ้ ิง' ใหม่
เพราะรู้สกึ ไมถ่ กู ใจกบั คาํ แปลประโยคแรกท่ีเคยเหน็ ในทกุ ๆ ตาํ รา เทา่ นนั้ เอง

458

บทบันทกึ ขยายความของ 'จิวกง' :

หน่ึง หยาง :潛龍勿用

qián lóng wù yòng

เชี๋ยน ลง๋ อู้ โยวฺ ง่

https://bit.ly/3mvgG0Q เน่ืองจาก 'จิวกง' เป็ นบตุ รชายของ King Wen
จงึ ต้องถือวา่ ภาษาจีนยงั อยใู่ นยคุ ที่ 'ไมม่ เี ครื่องหมายวรรคตอน'
สาํ หรับใช้ในการเขียนบนั ทกึ เหมอื นๆ กนั ด้วย
แตท่ ี่ผ้คู นในยคุ หลงั ๆ เห็นประโยคนถี ้ กู เขียนเป็ น 潛龍 . 勿用 นนั้

เรากลบั คดิ วา่ นา่ จะเป็ นเพราะอทิ ธิพลของบทอรรถาธิบายที่ 'ขงจือ้ ' ทาํ บนั ทกึ เพม่ิ เตมิ เอาไว้มากกวา่
ซงึ่ ถ้าหากเราจินตนาการย้อนอดตี
กลบั ไปเป็ นบคุ คลในสมยั เดยี วกนั กบั 'ขงจือ้ ' ท่ีกําลงั ตคี วามคมั ภรี ์เลม่ นเี ้ป็ นครัง้ แรก
ก็คอ่ นข้างเชื่อวา่ เรานา่ จะอยใู่ นอารมณ์เดียวกบั 'ขงจือ้ ' ท่กี ําลงั ครุ่นคดิ วา่
ควรจะแบง่ ตวั อกั ษรจีน 4 ตวั นอี ้ อกมาเป็ นประโยคอยา่ งไรดี

潛 อา่ นวา่ qián (เชย๋ี น)
เขียนได้อกี อยา่ งเป็ น 潜 แปลวา่ 'ซอ่ นตวั อยใู่ ต้นาํ ้ ', 'หลบ', 'แอบ' ; 'ลกึ ลบั ' ;
หรืออาจจะหมายถึง 'ยงั ไมแ่ สดงตวั ' (latent) ก็ได้ด้วย

龍 อา่ นวา่ lóng (ลง๋ ) แปลวา่ 'มงั กร'
ซงึ่ เป็ นสตั ว์ในจินตนาการทม่ี พี ลงั อาํ นาจพิลกึ พิลน่ั อยา่ ง 'ไร้ขีดจํากดั '
ในวฒั นธรรมจีนจะจดั ให้เป็ น 'สตั ว์มงคล' ประเภทหนงึ่
ท่ผี ้คู นเคารพนบั ถือวา่ เป็ น 'ของสงู ' ท่ีอํานวยโชคลาภให้แกม่ นษุ ย์
และยงั ถือเป็ นสญั ลกั ษณ์แทนองค์จกั รพรรดิ์อีกด้วย

โดยมตี าํ นานเลา่ ขานกนั วา่
ครัง้ หนงึ่ ท่ชี นเผา่ ตา่ งๆ ในแผน่ ดนิ จีนยงั ไมไ่ ด้รวมเข้าเป็ นปึกแผน่ นนั้
ชนเผา่ ตา่ งๆ ก็มกั จะมี totem หรือ 'สตั ว์มงคล'
อนั เป็ นสญั ลกั ษณ์ประจาํ เผา่ ของตนเองสาํ หรับเป็ น 'รูปเคารพ'
จนกระทง่ั เกิดการรวบรวมชนเผา่ ทงั้ หลายเข้าเป็ นปึกแผน่
และเกิดความคดิ ทีจ่ ะนาํ เอา totem ของชนเผา่ หลกั ๆ ทงั้ หมดให้รวมศนู ย์
เหลอื เพียง totem เดยี ว
เพ่อื จะใช้สาํ หรับเป็ น 'รูปเคารพ' ร่วมกนั ของทกุ ชนเผา่
จึงเกิดเป็ นสญั ลกั ษณ์รูป 'มงั กร' นขี ้ นึ ้

459

โดย 'มงั กรของจีน' จะมลี กั ษณะเดน่ ๆ ให้เหน็
คอื หวั เป็ นววั ตวั เป็ นงู หางเป็ นปลา ขาเป็ นนก และเขาเป็ นกวาง
จากนนั้ เป็ นต้นมา ชาวจีนจึงมกั จะถือเอาสญั ลกั ษณ์รูป 'มงั กร' นเี ้ป็ นสญั ลกั ษณ์แทน 'ผ้นู าํ ' ของพวกเขา
มาโดยตลอด
勿 อา่ นวา่ wù (อ้)ู มคี วามหมายในเชงิ ปฏิเสธ แปลวา่ 'ไม'่ , 'ไมค่ วร', 'ไมต่ ้อง', 'ไมเ่ คย', 'ไมม่ 'ี หรือ 'ไมใ่ ช'่

用 อา่ นวา่ yòng (โยว่ งฺ )
แปลวา่ 'ใช้งาน' (use), 'ใช้ประโยชน์' (apply), 'ใช้จ่าย', 'ดาํ เนินการ' (execute, operate) ;
'ผลลพั ธ์', 'ผลพวง', 'จําเป็ น',
และอาจจะหมายถงึ 'ความสามารถ' หรือ 'ผลสมั ฤทธิ์' ก็ยงั ได้

สมมตุ วิ า่ ถ้าแบง่ ตามท่ีตําราทาํ กนั 潛龍 . 勿用
คาํ วา่ 潛龍 จะแปลวา่ 'มงั กรซอ่ นกาย' หรือ 'อาํ พรางมงั กร'
ทเี่ ราเลอื กใช้คาํ วา่ 'เก็บงําประกาย'
เพราะเราอยากให้ 潛 เป็ น adjective หรือเป็ น verb ดีกวา่ ไหม
แล้วถ้าจะแบง่ อกั ษร 4 ตวั นใี ้ หม่
เป็ น 潛 . 龍勿用
แล้วแปลเป็ นภาษาองั กฤษวา่ Be Humble, Potential is not Capability
ซงึ่ เมอื่ แปลกลบั มาเป็ นภาษาไทยก็จะได้ความหมายวา่
รู้จกั หดั ถอ่ มเนอื ้ ถอ่ มตวั เสยี บ้าง 'ศกั ยภาพ' นนั้ หาใช่ 'ความสามารถ' รู้ไหม

ความสวยงามทส่ี ดุ ของวรรคนี ้กอ็ ยตู่ รงทว่ี า่
ในสถานการณ์หนงึ่ ๆ ทีท่ กุ ๆ อยา่ งสกุ งอมจนได้ท่ีตาํ แหนง่ ของ 乾 นี ้
ก็มกั จะเป็ นสถานการณ์ทก่ี อ่ ให้เกิดความคกึ คกั ฮึกเหมิ
เพราะดเู หมือนทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งมนั ช่างรู้เห็นเป็ นใจไปทงั้ หมด
อนั อาจจะนาํ ไปสคู่ วามหนุ หนั พลนั แลน่
และลงไม้ลงมือปฏิบตั ิการบางอยา่ งลงไปอยา่ งรีบร้อนผลผี ลามขาดความยบั ยงั้ ชงั่ ใจ

460

ซงึ่ การเอย่ ปากเตือนกนั ตงั้ แตว่ รรคแรกของคมั ภีร์ให้ 'อยา่ ประมาท' นนั้
ต้องถือวา่ เป็ นอจั ฉริยะภาพของ 'จิวกง'
ผ้รู จนา 'ข้อพงึ ปฏบิ ตั ิหกประการ' ให้กบั แตล่ ะสญั ลกั ษณ์ของ 'คมั ภีร์อจี ้ ิง' ตลอดทงั้ 64 สญั ลกั ษณ์

และเป็ นไปได้วา่ 龍 ในท่นี ี ้
นา่ จะหมายถงึ 乾 หรือ 陽 อนั เป็ นคาํ ทีม่ คี วามหมายเชิงสญั ลกั ษณ์แบบเดียวกนั
แตเ่ ป็ นการเลน่ คาํ เพอื่ ให้พ้องสระกบั คาํ วา่ 用 ทอี่ ยทู่ ้ายประโยคเทา่ นนั้ เอง
และเรากจ็ งใจท่ีจะแปลภาพสญั ลกั ษณ์นวี ้ า่ 'เหนอื ฟ้ ายงั มีฟ้ า'
แทนที่จะแปลตรงๆ วา่ 'ฟ้ าบนฟ้ าลา่ ง' ตามตวั อกั ษรทกี่ ํากบั ภาพสญั ลกั ษณ์
ทงั้ นกี ้ ็เพื่อเป็ นการยาํ ้ ความหมายให้สอดคล้องกบั ข้อคดิ ในวรรคแรกของ 'จิวกง' นนั่ เอง

คาํ อกี คหู่ นงึ่ ท่ีถกู จบั มาตคี วามวา่ เป็ น 'คปู่ ฏิปักษ์' กนั
ในคราวนกี ้ ็คอื Potential (ศกั ยภาพ) กบั Capability (ความสามารถ)
ซง่ึ ในภาวะปรกติแล้วทกุ คนตา่ งก็รู้วา่ มีความหมายเชิงลกึ ท่ี 'ไมเ่ หมือนกนั '
แตเ่ วลาท่ฮี ึดส้กู ็อาจจะเผลอสติจนนกึ วา่ สามารถทดแทนกนั ได้

เราต้องไมล่ มื วา่ 'ศกั ยภาพ' นนั้ เป็ นคณุ สมบตั ิเฉพาะตวั
แม้วา่ โดยสว่ นใหญ่แล้วจะเป็ นคณุ ลกั ษณะทมี่ มี าแตก่ ําเนดิ
แตก่ ็มี 'ศกั ยภาพ' หลายๆ อยา่ งทเี่ ราสามารถจะฝึกฝนและสงั่ สมกนั ขนึ ้ มาเองได้
ซงึ่ ไมว่ า่ จะเป็ นในกรณีไหนก็ตาม 'ศกั ยภาพ'
ก็ยงั ถือวา่ เป็ นเนอื ้ นาบญุ ท่ีขนึ ้ ตรงกบั 'ความฝักใฝ่ ' และ 'การสง่ั สมวาสนา'
หรือ 'พฤตกิ รรม' ของตนเองโดยตรงเทา่ นนั้

ในความหมายอยา่ งนจี ้ งึ เป็ นจดุ ทแี่ ตกตา่ งกบั 'ความสามารถ'
เนื่องจาก 'ความสามารถ' นนั้
ไมไ่ ด้ขนึ ้ ตรงกบั 'คณุ ลกั ษณะ' หรือ 'คณุ สมบตั ิ' สว่ นตวั เพียงสถานเดยี ว
แตม่ นั จาํ เป็ นต้องอาศยั องค์ประกอบอื่นๆ จาก 'ภายนอก' เข้ามาเก่ียวข้องเสมอ
และจําเป็ นต้องมีความประสานสอดคล้องกนั ของหลายๆ สงิ่
จงึ จะกอ่ ให้เกิดสภาวะแวดล้อมทเี่ ออื ้ อาํ นวยตอ่ ความเจริญก้าวหน้า และความสาํ เร็จตามทมี่ งุ่ หวงั นนั้ ๆ ได้

461

คนเราจึงพฒั นาตนเองได้เฉพาะสว่ นท่เี ป็ น 'ศกั ยภาพ'
ในขณะที่ 'ความสามารถ' นนั้
จําเป็ นจะต้องพง่ึ พาอาศยั สภาวะแวดล้อม กบั สถานการณ์
หรือจงั หวะเวลาท่เี หมาะสมเทา่ นนั้ จึงจะเกิดเป็ นจริงเป็ นจงั ขนึ ้ มาได้
ฟังแล้วเหมอื นต้องเลน่ พรรคเลน่ พวกเลยนะ
แตก่ ็เป็ น 'สจั ธรรม' อยอู่ ยา่ งนี ้ไมม่ ีสงิ่ ใดในโลกทส่ี ามารถดาํ รงอยไู่ ด้โดยลาํ พงั
ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งตา่ งก็จําเป็ นต้องพง่ึ พาอาศยั สง่ิ อน่ื ๆ เพ่อื ทีจ่ ะดํารงอยรู่ ่วมกนั ได้อยา่ งราบรื่นและสมบรู ณ์

ยกตวั อยา่ งงา่ ยๆ
เหมอื นอยา่ งเมลด็ ข้าวทเ่ี ราทกุ คนก็รู้อยแู่ ล้ววา่ มี 'ศกั ยภาพ' ในการเตบิ ใหญ่เป็ นต้นข้าว
แตน่ น่ั ก็ไมไ่ ด้หมายความวา่ โดยตวั เองจะสามารถโตพรวดพราดขนึ ้ มาเป็ นต้นข้าวได้ในทนั ที

'ความสามารถ' ในการเตบิ โตของเมลด็ ข้าว
ยอ่ มขนึ ้ ตรงกบั สงิ่ อื่นทน่ี อกเหนอื จาก 'ศกั ยภาพ' ของตวั เอง
และไมว่ า่ เราจะทะนถุ นอมกลอ่ มเกลยี ้ งเลยี ้ งดดู เี ทา่ ไรก็ตาม
ยอ่ มไมม่ ี 'ความสามารถ' ที่จะเตบิ ใหญ่กลายเป็ นต้นทเุ รียนไปได้ เพราะมนั ไมม่ ี 'ศกั ยภาพ' อยา่ งนนั้

ทงั้ 'ศกั ยภาพ' และ 'ความสามารถ'
ตา่ งก็เป็ น 'คปู่ ฏปิ ักษ์' ท่ีต้องพง่ึ พาอาศยั ซง่ึ กนั และกนั
ในลกั ษณะเดียวกบั 'หยาง' และ 'หยิน'
ท่ฝี ่ ายหนงึ่ คือ 'ศกั ยภาพ' โดยมีอกี ฝ่ ายหนงึ่ เป็ น 'คสู่ นธิ'
เพอ่ื ให้เกิดเป็ น 'ความสามารถ' ท่ีจะหลอ่ เลยี ้ ง 'ศกั ยภาพ' นนั้ ๆ ให้ดํารงอยู่
และสามารถดาํ เนินตอ่ ไปในวถิ ีทางของมนั ได้อยา่ งราบร่ืน และยง่ั ยืน

462

การทว่ี รรคนขี ้ องคมั ภีร์เลอื กใช้คาํ วา่ 龍 ก็อาจจะมีนยั แอบแฝงในลกั ษณะท่ีวา่
แม้แต่ 'มงั กร' ซง่ึ เป็ น 'สตั ว์มงคล' ที่ทรงอิทธิฤทธ์ิอยา่ งไร้ขีดจํากดั นนั้
(เหมือนอยา่ ง ท่ดี รู าวกบั แถบบอกระดบั ของแบตเตอรี่ทถ่ี กู ชาร์จจนล้นปร่ี)
ก็ยงั รู้จกั เวลาทจ่ี ะถนอมความแกร่งกร้าวห้าวหาญของตวั เองเอาไว้ในบางสถานการณ์
หาใชเ่ อาแตก่ ร่างไปทวั่ เหมอื นไร้สตยิ งั้ คดิ ยงั้ ใจใดๆ เลย
และการเลอื กเอาคาํ วา่ 潛 มาใช้
ซง่ึ มคี วามหมายวา่ 'ซอ่ นอยใู่ ต้นาํ ้ ' ไมใ่ ช่แคซ่ กุ ซอ่ น หรืออาํ พรางตวั เฉยๆ
ในความหมายหนง่ึ ก็อาจจะต้องการให้มีคาํ วา่ 'นาํ ้ ' มาประกอบเอาไว้
เนอ่ื งจาก 'นาํ ้ ' คือธาตทุ ี่มีความออ่ นในทา่ ที แตท่ รงพละกําลงั อยา่ งเหลอื ล้นในบางสถานการณ์
และนา่ จะทําให้คาํ วา่ 潛龍 ที่แม้วา่ จะแปลออกมาเป็ น 'มงั กรซอ่ นกายในนาํ ้ '
ก็ยงั มคี วามหมายในลกั ษณะทวี่ า่ 'อาํ พรางความแกร่งกร้าวในความออ่ นหยนุ่ '
หากจงั หวะเวลา และสถานการณ์ไมเ่ หมาะสม ยอ่ มไมค่ วรแขง็ ขนื ฝื นใช้พละกําลงั
หรือ 'ศกั ยภาพ' ทงั้ หมดของตนเองมาทมุ่ เทลงไปอยา่ งไร้สติ (勿用)
ตามแบบฉบบั ของเรา จึงจงใจทจี่ ะแปลวรรคนไี ้ ว้วา่ 'เก็บงําประกาย อยา่ อวดดี' นีเ่ อง
https://bit.ly/3mvgG0Q

463

https://bit.ly/3mvgG0Q สอง หยาง :見龍再田利見大人

jiàn lóng zài tián lì jiàn dà rén

เจีย้ น ลง๋ ไจ้ เทยี๋ น ล่ี เจีย้ น ต้า เญ๋ิน

วรรคทส่ี องนมี ้ ีต้นฉบบั แตกตา่ งกนั อยู่ 2 แบบคือ 見龍再田利見大人 ตามทเ่ี ห็นอยนู่ ี ้
กบั อีกแบบหนงึ่ ทเี่ ขยี นเป็ น 見龍在田利見大人
โดยอกั ษรตวั ท่ี 3 ทแี่ ตกตา่ งกนั นนั้ อา่ นออกเสยี งเหมือนกนั
ซง่ึ หลายๆ ตําราตีความวา่
นา่ จะเป็ นแบบหลงั ท่ีเห็นเป็ นตวั 在 (zài, ไจ้) ซง่ึ แปลวา่ 'อย'ู่ หรือ 'อาศยั '
ไมใ่ ช่ 再 (zài, ไจ้) ท่แี ปลวา่ 'อีกครัง้ ' หรือ 'ซํา้ ๆ' หรือ 'หลายๆ ครัง้ '
ซง่ึ เป็ นเร่ืองคอ่ นข้างยากท่ีจะยืนยนั วา่ ฉบบั ไหนเป็ นฉบบั ทถี่ กู ต้อง
เพราะวา่ เราเองก็ไมเ่ คยเหน็ ต้นฉบบั ทเ่ี ป็ นบนั ทกึ ของ 'จิวกง' โดยตรง

แตก่ ็ตงั้ ข้อสงั เกตอยา่ งนีว้ า่ ถ้าใครแปลวรรคแรกวา่ 'มงั กรซอ่ นกายในนาํ ้ '
ตรงวรรคทสี่ องนีก้ ็นา่ จะใช้ 見龍在田 เพ่ือจะแปลวา่ 'มงั กรอยใู่ นนา'
แตใ่ นเมอ่ื จะแปลตามแบบฉบบั ของเราเองนี ้
กลบั เลอื กท่จี ะไมแ่ ปลอยา่ งนนั้ เราจึงต้องตดั สนิ ใจใช้ตามต้นฉบบั ทเี่ ป็ น 見龍再田 แทน

見 อา่ นวา่ jiàn (เจีย้ น) แปลวา่ 'พบ', 'เห็น', 'มองเหน็ ', 'ปรากฏ (ให้เห็น)' ; 'มอง', 'ด'ู ; หรือ 'ความคดิ เห็น'

龍 อา่ นวา่ lóng (ลง๋ ) ตวั นกี ้ ลา่ วไปแล้วในวรรคแรกของสญั ลกั ษณ์
ซง่ึ ปรกตแิ ล้ว 龍 จะแปลวา่ 'มงั กร'
แตก่ ็สามารถใช้เป็ นสญั ลกั ษณ์ทสี่ ามารถสอ่ื ไปถงึ ความหมายอ่ืนๆ อกี หลายอยา่ งได้ด้วย

สาํ หรับในวรรคนี ้
นา่ จะเป็ นการล้อความหมายกบั คําวา่ 大人 ท่ปี รกติแล้วจะแปลวา่ 'ผ้ยู งิ่ ใหญ่' หรือ 'คนใหญ่คนโต'

แตใ่ นกรณีทมี่ กี ารล้อความหมายกบั คาํ วา่ 龍 ท่หี มายถงึ 'มงั กร' ซงึ่ ถือวา่ เป็ น 'ของสงู '

คาํ วา่ 大人 ตรงท้ายวรรค
จงึ นา่ จะหมายถงึ 'ผ้ทู ม่ี คี วามสามารถ', 'ผ้ทู ม่ี วี ิชาความรู้', 'ผ้รู ู้', หรือวา่ 'ยอดคน' ฯลฯ อะไรทํานองนนั้

464

再 อา่ นวา่ zài (ไจ้) เป็ นตวั เจ้าปัญหาของวรรคที่สองนีเ้อง
อกั ษรจีนตวั นแี ้ ปลวา่ 'ซํา้ ', 'อกี ครัง้ ', 'หลายๆ ครัง้ ' ;
ซง่ึ ก็อาจจะรวมไปถงึ 'ยํา้ ', หรือ 'สมา่ํ เสมอ', ฯลฯ ได้ด้วย

田 อา่ นวา่ tián (เทยี๋ น) ท่สี ว่ นใหญ่แล้วจะแปลกนั วา่ 'ท่ีนา' หรือ 'นา'
แตก่ ็มคี วามหมายรวมไปถึงพนื ้ ทเ่ี พาะปลกู ประเภทอื่นๆ ได้ด้วยเหมอื นกนั เชน่ 'ทงุ่ ', หรือ 'ไร่', ฯลฯ

อยา่ งไรก็ตาม ในภาษาจีนโบราณนนั้
ตวั อกั ษร 田 ยงั สามารถใช้ในความหมายเดียวกบั อกั ษรจีนอกี 2 ตวั
คือ 畋 (tián, เทยี๋ น) ท่ีแปลวา่ 'การลา่ ', 'การเสาะหา'
กบั อกี ตวั หนงึ่ คือ 佃 (tián, เทีย๋ น) ทแ่ี ปลวา่ 'การไถพรวน', 'การเตรียมดิน' เพอ่ื การเพาะปลกู

ซงึ่ ในกรณีทม่ี ีการใช้ใน 'คมั ภรี ์อจี ้ ิง' อนั เป็ นคมั ภีร์เกา่ แกโ่ บราณนนั้
จงึ นา่ จะเป็ นไปได้วา่ 田 ท่ีถกู นาํ ใช้ในวรรคนี ้
อาจจะไมไ่ ด้ใช้ในความหมายของ 'ท่ีนา' อยา่ งท่ีหลายๆ ตําราแปลเอาไว้
แตน่ า่ จะเป็ นการใช้แทน 畋 และ 佃 ไปพร้อมๆ กนั

ดงั นนั้ หากวรรคแรกทถ่ี กู บนั ทกึ ไว้วา่ 潛龍勿用 ถกู แปลไว้วา่ 'เก็บงําประกาย อยา่ อวดด'ี

วรรคที่สองทไี่ ด้รับการบนั ทกึ ไว้เป็น 見龍再田利見大人
ก็นา่ จะแปลวา่ 'การจะได้พบกบั ยอดคนนนั้ จะต้องหมน่ั เสาะหา หรือจะต้องหมนั่ บม่ เพาะ
และพฒั นาความเป็ นยอดคนขนึ ้ มาอยา่ งไมย่ อ่ ท้อ
ซงึ่ ไมม่ ีโชคลาภใดท่จี ะยง่ิ ใหญ่ไปกวา่ การได้พานพบกบั บคุ คลทเี่ ตม็ เปี่ ยมไปด้วยความสามารถ'

เรากลบั เลอื กทจี่ ะแปลความหมายของคาํ วา่ 再田 นวี ้ า่ 'หมนั่ เสาะหา' หรือ 'หมน่ั พฒั นา' อยา่ งไมย่ อ่ ท้อ
ซงึ่ สะท้อนความหมายของ 'ความมีนาํ ้ อดนาํ ้ ทน'
อนั เป็ นหนงึ่ ในความหมายของคาํ วา่ 利 ในขณะที่ 利 ก็แปลวา่ 'โชคด'ี หรือ 'โชคลาภ' ได้ด้วย

465

ตรงนกี ้ ็ต้องบอกไว้ด้วยวา่
เป็ นความหมายทตี่ อ่ เน่ืองมาจากคําวา่ 'เหนอื ฟ้ ายงั มฟี ้ า' ทไ่ี ด้เปิ ดประโยคไว้
เป็ นความหมายของภาพสญั ลกั ษณ์
เพราะโดยปรกติแล้ว 'คนทมี่ ีศกั ยภาพสงู ๆ'
อาจจะมีอารมณ์ความรู้สกึ ทค่ี อ่ นข้าง 'หยิ่งผยอง'
และอาจจะมอง 'คนเก่ง' อน่ื ๆ วา่ เป็ น 'คแู่ ขง่ ' ทีจ่ ะต้องเปรียบเทยี บ
หรือจะต้องเอาชนะคะคานกนั เพอ่ื ท่จี ะพิสจู น์ให้เห็นถึง 'ความโดดเดน่ ที่สดุ ' ของตนเองให้ได้

ซง่ึ หากเราปรับเปลย่ี นอารมณ์ความรู้สกึ
ให้กลบั มาเป็ น 'ความถอ่ มตน' และยอมรับนบั ถือ 'คนเกง่ ' คนอน่ื ๆ อยา่ งเข้าเข้าอกใจ
ในหลกั สจั ธรรมที่วา่ 'เหนอื ฟ้ ายงั มีฟ้ า' แล้ว
ความมงุ่ มน่ั ทีอ่ ยากจะแขง่ ขนั เพอื่ ชิงดชี ิงเดน่ ระหวา่ งกนั ก็จะลดน้อยถอยลง
แตก่ ลบั จะเกิดเป็ นพลงั ดงึ ดดู ให้ตา่ งฝ่ ายตา่ งรู้จกั โอนออ่ น
เพื่อเรียนรู้ถงึ ข้อดี และจดุ เดน่ ของกนั และกนั
อนั จะนํามาซงึ่ ความร่วมมอื ร่วมใจ
และชกั พาให้ทกุ ๆ ฝ่ ายสามารถทจี่ ะ 'พฒั นาศกั ยภาพ' และ 'ความสามารถ' ของตนเองได้อยา่ งตอ่ เน่อื ง
โดยไมต่ ้องเสยี เวลาไปกบั 'การชงิ ดีชงิ เดน่ ' ทไี่ ร้สาระ

ประโยคท่วี า่ 利見大人 จงึ คล้ายกบั เป็ นการบอกกลายๆ ให้คนเรา 'รู้จกั ยนิ ด'ี ทไ่ี ด้มโี อกาสพบพานคนทเ่ี กง่ กวา่
ไมใ่ ช่เอาแตก่ ลดั กล้มุ กงั วลวา่ ตนเองจะโดดเดน่ ส้คู นอื่นเขาไมไ่ ด้

466

https://bit.ly/3mvgG0Q สาม หยาง :君子終日乾乾夕惕若厲無咎

jün zǐ zhōng rì qián qián xī tì ruò lì wú jiù

จฺวิน จ่ือ จง ญ่ือ เชย๋ี น เช๋ียน ซี ที่ ญวั่ ลี่ อู๋ จิว้

君子 อา่ นวา่ jun zǐ (จฺวิน จื่อ)
คาํ นแี ้ ปลได้หลายอยา่ ง
สามารถทจี่ ะใช้ในความหมายของ 'ออ๋ ง' หรือ 'กษัตริย์' ในสมยั กอ่ นของจีน
ซง่ึ ในยคุ ก่อนทจี่ ะมฮี ่องเต้ก็จะหมายถงึ 'เจ้าแคว้น' ตา่ งๆ
แตเ่ มื่อมีฮอ่ งเต้ หรือจกั รพรรดิแล้ว คํานีก้ ย็ งั สามารถหมายถงึ 'องค์จกั รพรรด'ิ
ได้ด้วย

ในอีกความหมายหนงึ่ ก็จะหมายถงึ 'ผ้ปู กครอง' หรือ 'ผ้นู ํา'
และบอ่ ยครัง้ ที่คาํ ๆ นจี ้ ะหมายถงึ 'ผ้มู ีความรู้' หรือ 'ผ้มู ีความสามารถ'
หรืออาจจะหมายถงึ ขนุ นางทมี่ ีตาํ แหนง่ ใหญ่โต ทเี่ รียกกนั วา่ 'บณั ฑิต' หรือ 'ปราชญ์'

ซง่ึ หากเราพจิ ารณาเทยี บเคยี งกบั เนอื ้ ความในสองวรรคแรกกอ่ นหน้านี ้
คําวา่ 君子 ในวรรคท่สี าม
ก็นา่ จะล้อความหมายกบั คาํ วา่ 龍 และ 大人 ท่ถี กู นาํ มาใช้ไปกอ่ นแล้วมากกวา่

終 อา่ นวา่ zhōng (จง) แปลวา่ 'สนิ ้ สดุ ', 'สดุ ท้าย', 'ตาย', 'ถึงท่ีสดุ ', 'ตลอดรอดฝ่ัง', 'ตงั้ แตต่ ้นจนจบ'
ในวรรคนนี ้ า่ จะตคี วามควบกบั ตวั 日 เป็ น 终日 ซง่ึ จะหมายถึง 'ตลอดทงั้ วนั ' หรือ 'ตลอดเวลา'
乾 นีค่ อื qián (เช๋ียน)
ซงึ่ ในวรรคนมี ้ กี ารซาํ ้ สองตวั เป็ น 乾乾 (qián qián, เช๋ียนเช๋ียน)
จงึ แปลวา่ 'เสริมสร้างความเข้มแขง็ ' หรือ 'เสริมสร้างความแขง็ แรง' ให้กบั ตนเอง 'อยา่ งสมํ่าเสมอ'
ในทางหนง่ึ จงึ มคี วามหมายในลกั ษณะของ 'การหมนั่ ศกึ ษา และฝึกฝน เพ่อื พฒั นาตนเองอยา่ งตอ่ เนอื่ ง'

467

ตรงนอี ้ ยากจะตงั้ เป็ นข้อสงั เกตไว้วา่
นา่ จะเป็ น 'ศลิ ปะในการใช้คํา' ของ 'จิวกง' เอง
เพราะการใช้คาํ ซํา้ เป็ น 乾乾 นหี ้ ากเทยี บกบั วรรคทสี่ องที่เพงิ่ กลา่ วไปแล้วนนั้
เราก็จะเหน็ คาํ ทมี่ คี วามหมายคล้ายกนั อยคู่ าํ หนง่ึ
คอื 再田 ทแ่ี ปลเอาไว้เป็ น 'หมนั่ เสาะหา', 'หมน่ั บม่ เพาะ', หรือ 'หมน่ั พฒั นา'
โดยมีคาํ วา่ 再 เป็ นตวั ท่บี ง่ บอกถงึ 'การทําซํา้ '
ซงึ่ ถ้าใช้กลวธิ ีของการเลน่ คําแบบเดยี วกนั
เราก็นา่ จะเขียนเป็ น 畋佃 หรือ 田田 ได้ด้วย เพ่อื แสดงให้เหน็ ถงึ การทาํ ซาํ ้ ทม่ี ากกวา่ หนงึ่
แทนท่จี ะใช้กลเมด็ ทางภาษาแบบเดยี วกนั ให้ฟ่ันเฝื อในวรรคท่ีตอ่ เนือ่ งกนั
'จิวกง' จงึ นา่ จะเลอื กใช้วธิ ีการบนั ทกึ ทีแ่ ตกตา่ งกนั เลก็ น้อย
แตก่ ็ยงั สอ่ื ความหมาย และความเข้าใจทเี่ หมือนกนั นไี ้ ว้

夕 อา่ นวา่ xī (ซ)ี แปลวา่ 'เวลาพลบคา่ํ ', 'กลางคืน',
惕 อา่ นวา่ tì (ท)ี่ แปลวา่ 'ระมดั ระวงั ', 'รอบคอบ', 'ไมป่ ระมาท', 'มีความตื่นตวั '
若 อา่ นวา่ ruò (ญวั่ , ออกเสยี งเหมอื น ย แตห่ อ่ ลนิ ้ เหมือนจะออกเสยี ง ร พร้อมๆ กนั )
มคี วามหมายในทาํ นอง 'สมมตุ วิ า่ ', 'หากแม้นวา่ ', 'ประหนง่ึ วา่ ', 'เป็ นเช่นนนั้ ', 'เป็ นระบบระเบียบ', 'เคารพกฎเกณฑ์'

468

厲 อา่ นวา่ lì (ล)ี่ ซงึ่ เป็ นท่ีมาของตวั อกั ษร 礪 (lì, ล่ี) ที่แปลวา่ 'หินลบั มีด'
เน่อื งจาก 厲 นมี ้ คี วามหมายวา่ 'แหลม', 'คม', 'ทาํ ให้แหลม', หรือ 'ทําให้คม' ;
แล้วก็เลยมคี วามหมายในทาํ นองวา่ 'เข้มงวด' หรือ 'เคยี่ วเขญ็ '
แตถ่ ้าในความหมายที่เป็ นบวกก็จะหมายถงึ 'การให้กําลงั ใจ' หรือ 'การให้ความสนบั สนนุ '
หรือถงึ ขนั้ 'สร้างแรงบนั ดาลใจ' หรือ 'แรงจงู ใจ' ก็ได้ด้วยเหมอื นกนั
เพราะทงั้ หมดนน่ั จะมคี วามหมายในลกั ษณะทีเ่ ป็ นการ 'ทําให้เข้มข้นมากขนึ ้ ' หรือ 'ทําให้แขง็ แรงมากขนึ ้ ' ด้วยกนั ทงั้ หมด
และทําให้บางครงั้ ก็เลยแปลวา่ 'ทําให้รุนแรงมากขนึ ้ '
ซงึ่ ก็เลยสามารถแปลวา่ 'อนั ตราย' หรือ 'เภทภยั ' ในอีกความหมายหนงึ่ ได้ด้วย

無 ตวั นอี ้ า่ นวา่ wú (อ)ู๋ เป็ นคาํ แสดงความหมายปฏเิ สธในลกั ษณะวา่ 'ไมม่ ี'

咎 อา่ นวา่ jiù (จวิ ้ ) แปลวา่ 'โทษ', 'ความผดิ พลาด', 'ความเสยี หาย', 'ความสญู เสยี ' ; หรือ 'คําตาํ หนิติเตยี น'

เม่อื รวมตวั อกั ษรทัง้ วรรคแล้ว
ก็นา่ จะแปลวา่ 'ปราชญ์ (君子, ยอดคน) ยอ่ มเกดิ จากความมงุ่ มน่ั
มีความวริ ิยะอตุ สาหะพยายามในการฝึกฝน และบากบน่ั เพ่อื พฒั นาตนเองอยา่ งตอ่ เนื่อง (终日乾乾)
มจี ิตใจตงั้ มนั่ อยบู่ นความไมป่ ระมาท มคี วามต่ืนตวั
มคี วามรอบรู้ มคี วามรอบคอบ รู้จกั ระแวดระวงั ตนเองอยา่ งเป็ นระบบระเบยี บ
เพอ่ื จะไมเ่ ป็ นผ้กู อ่ เภทภยั ใดๆ จากความไร้สตยิ งั้ คิด (夕惕若厲)
โดยไมป่ ริปากบน่ หรือตดั พ้อตอ่ วา่ ผ้อู นื่ หรือกน่ คําสาปแชง่ โชคชะตาใดๆ (無咎)'

469

https://bit.ly/3mvgG0Q สี่ หยาง :或躍在淵無咎

huò yuè zài yuān wú jiù

ฮว่ั เยวฺ ่ีย ไจ้ เยฺวยี น อู๋ จิว้

或 อา่ นวา่ huò (ฮวั่ ) แปลวา่ 'อาจจะ', 'หรือ', 'ก็ได้',
ในลกั ษณะวา่ 'เป็ นอยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดก็ได้' จงึ ทาํ ให้บางครงั้ ก็อาจจะกลายเป็ น 'ไมอ่ ยา่ งนนั้ (ก็อยา่ งน)ี ้ ' ;
แล้วก็เลยเหมอื นกบั 'ไมเ่ ด็ดขาด' หรือ 'ไมช่ ดั เจน' ไป

躍 อา่ น yuè (เยวฺ ยี่ ) แปลวา่ 'กระโดด', 'เร็ว', หรือ 'พงุ่ ไปข้างหน้า'

在 อา่ นวา่ zài (ไจ้) แปลวา่ 'อย'ู่ , 'อาศยั ', 'ขนึ ้ อยกู่ บั ', 'สาเหต'ุ ;
บางครงั้ เลยแปลในความหมายของ 'เพราะวา่ ' ด้วย

淵 อา่ นวา่ yuān (เยฺวยี น) แปลวา่ 'ลกึ ', 'ก้นอา่ ว', 'แอง่ ', 'หบุ เหว' หรือ 'หบุ ห้วย'
ในลกั ษณะทเ่ี ป็ นจดุ ศนู ย์รวมท่นี าํ ้ ไหลไปรวมๆ กนั ;
บางครงั้ ก็เลยแปลวา่ 'การสง่ั สม' และอาจจะหมายถงึ 'ต้นกําเนดิ ' หรือ 'รากเหง้า' ไปเลย

無咎 ตรงนเี ้ป็ นการใช้คาํ วา่ wú jiù (อจู๋ วิ ้ )
ในความหมายวา่ 'ไมม่ ีอะไรผดิ ปรกต'ิ ก็ได้
หรืออาจจะแปลวา่ 'ไมต่ ดั พ้อตอ่ วา่ ' เหมือนวรรคกอ่ นก็ไมแ่ ปลกอกี เหมอื นกนั

เมอ่ื รวมทงั ้ วรรคทีเ่ ขยี นวา่ 或躍在淵無咎 (huò yuè zài yuān wú jiù – ฮวั่ เยวฺ ี่ยไจ้เยฺวยี นอจู๋ วิ ้ )
ก็นา่ จะแปลได้วา่ 'หากจะกระโดดให้สงู กต็ ้องยอ่ ตวั ให้ตา่ํ ไมไ่ ด้เป็นอะไรทผ่ี ิดธรรมชาติ'

แตถ่ ้าจะแปลให้กลมกลนื กบั ความหมายที่สะสมมาตงั้ แตว่ รรคแรกๆ
เราก็นา่ จะวรรคนแี ้ ปลวา่ 'หากจะก้าวกระโดดไปข้างหน้าอยา่ งรวดเร็ว
ยอ่ มขนึ ้ อยกู่ บั รากเหง้า หรือปัจจยั พนื ้ ฐานที่ส้อู ตุ สา่ ห์สง่ั สมเอาไว้เป็ นสาํ คญั
จึงไมค่ วรรู้สกึ น้อยเนอื ้ ต่าํ ใจกบั ความบากบน่ั ท่ีมงุ่ การพฒั นารากฐานให้มน่ั คง
ซงึ่ จะยงั ไมเ่ หน็ ผลในระยะเวลาอนั สนั้ '

470

ห้า หยาง :飛龍在天‧利見大人

fēi lóng zài tiān lì jiàn dà rén

เฟย ลง๋ ไจ้ เทยี น ล่ี เจีย้ น ต้า เญิ๋น

https://bit.ly/3mvgG0Q

ตรงวรรคนจี ้ ะเหน็ ลกั ษณะของการเลน่ 'คําซํา้ ' อีกลกั ษณะหนงึ่ ท่คี อ่ นข้างชดั เจนมาก
หากเราเทียบกบั วรรคทส่ี องทีบ่ อกวา่ 見龍再田利見大人
ในขณะท่วี รรคนจี ้ ะเขยี นเป็ น 飛龍在天利見大人
ซงึ่ จะเหน็ วา่ อกั ษรสต่ี วั หลงั เหมือนกนั 100% และก็แปลเอาไว้ในความหมายวา่
'จงรู้สกึ ยินดปี รีดาหากมีโอกาสได้พานพบกบั ยอดคน (ทเ่ี กง่ กวา่ เรา)'

จดุ ที่นา่ สงั เกตก็คืออกั ษรสตี่ วั แรก
โดยอกั ษรตวั ทสี่ ามนนั้
ตคี วามวา่ เป็ นเร่ืองของ 'การล้อเสยี ง' มากกวา่ ทจี่ ะคิดวา่ มนั ควรจะเป็ นตวั อกั ษรตวั เดียวกนั
เหมอื นในต้นฉบบั บางแหง่

หากเราจบั สองวรรคนมี ้ าเขยี นรวมกนั เป็ น 見龍再田 飛龍在天
(jiàn lóng zài tián - fēi lóng zài tiān, เจีย้ นลง๋ ไจ้เท๋ียน เฟยลง๋ ไจ้เทียน)
เราก็จะเห็นวา่ การออกเสยี งของสามพยางค์ท้ายแทบจะเป็ นเสยี งเดยี วกนั อยแู่ ล้ว

และถ้าเราสงั เกตตงั้ แตช่ ่ือเรียกของภาพสญั ลกั ษณ์ท่ี King Wen บนั ทกึ ไว้วา่ 乾為天
นนั่ ก็แปลวา่ คาํ วา่ 乾 กบั คาํ วา่ 天 ใน 'คมั ภีร์อจี ้ ิง' โดยเฉพาะในบทนี ้สามารถทจ่ี ะใช้ทดแทนกนั ได้
โดยการเลอื กทจ่ี ะสลบั เอา 天 มาใช้แทน 乾 นนั้
นา่ จะมสี าเหตมุ าจาก 'ความตงั้ ใจ' ให้เกิด 'การล้อเสยี ง' ของพยางค์ตา่ งๆ ในสองวรรคนโี ้ ดยเฉพาะ

471

อีกอยา่ ง ทงั้ สองวรรคถกู ใช้สาํ หรับ 'ขีดกลาง' ของ 'ภาพสญั ลกั ษณ์สามขดี ' ทงั้ ทอ่ นบน (☰) และทอ่ นลา่ ง (☰)
จึงคอ่ นข้างทจี่ ะนา่ เชื่อได้วา่ นคี่ อื 'ความจงใจ' ให้ทงั้ สองวรรคนี ้มคี วามหมายท่เี กี่ยวข้องกนั
ถ้าใครพอจะค้นุ เคยกบั 'ภาษาบ๊ลู มิ ้ ' อยบู่ ้าง
ก็นา่ จะเคยได้ยินวลที ว่ี า่ 'สถานการณ์สร้างวรี ชน' กนั มาก่อน
ซงึ่ ความหมายหนง่ึ ของวรรค 飛龍在天 ก็จะมคี วามหมายคล้ายๆ อยา่ งนนั้ ด้วย
ตวั 天 ที่ถกู นาํ มาใช้จงึ สามารถตคี วามได้ 2 ความหมาย
โดยความหมายหนงึ่ ก็ยงั สะท้อนถงึ ตวั 乾 อยา่ งทเ่ี ลา่ ไปแล้ว ซงึ่ แปลไว้วา่ 'เชยี๋ นคอื ลขิ ิตฟ้ า' (乾為天)
แตใ่ นอกี ความหมายหนง่ึ ก็ยอ่ มจะหมายถงึ 'ชะตาฟ้ า' หรือ 'สถานการณ์' ได้ด้วย
ความตอ่ เนอื่ งของสองวรรคนี ้
จงึ นา่ จะมคี วามหมายวา่ 'การจะพบ หรือการจะบรรลถุ งึ ความเป็นยอดคนนนั้
สาํ คญั ท่ีจะต้องมคี วามมงุ่ มน่ั บากบน่ั

472

การจะแสดงตนของยอดคน ยอ่ มขนึ ้ อยกู่ บั สถานการณ์ และจงั หวะเวลาทเี่ หมาะสม'
ซงึ่ ตรงนกี ้ ็จะเทา่ กบั เป็ นการยาํ ้ ความหมายของวรรคแรกท่ีเราแยกประโยคเป็ น 龍勿用
แล้วแปลใหมว่ า่ Potential is not Capability หรือ 'ศกั ยภาพ' นนั ้ หาใช่ 'ความสารถ' รู้ไหม
จึงทาํ ให้ความหมายของ 見龍再田 飛龍在天
คล้ายกบั จะเป็ นการยาํ ้ ให้เราเข้าใจวา่ 'ศกั ยภาพสาํ คญั ทต่ี ้องสงั่ สม ความสามารถขนึ ้ อยกู่ บั สถานการณ์'

การดาํ เนนิ ชีวติ ของผ้คู นไมอ่ าจงอมอื งอเท้าเฝ้ ารอแตโ่ ชคลาภวาสนา หรือชะตาทฟ่ี ้ าลขิ ิต
แตก่ ็ไมอ่ าจแขง็ ขืนดงึ ดนั ทจี่ ะกระทําทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งได้อยา่ งอาํ เภอใจ
ความเป็ นผ้รู ู้จกั นอบน้อมถ่อมตน
รู้จกั เลอื กคบหาบคุ คลทม่ี คี วามรู้ความสามารถทเี่ หนือกวา่
หมน่ั ศกึ ษาหาความรู้และฝึกฝนเพ่ือพฒั นาตนเองอยา่ งสม่าํ เสมอ
มีความละเอยี ดรอบคอบ ตงั้ มน่ั อยบู่ นความไมป่ ระมาท
และประพฤตปิ ฏิบตั ิตนให้อยใู่ นกรอบในเกณฑ์ทเ่ี หมาะสม
ไมย่ อ่ ท้อตอ่ ความยากลาํ บากทจ่ี ําเป็ นสาํ หรับการวางรากฐานให้กบั ทกุ สิ่งทกุ อยา่ งที่ตนเองมงุ่ มนั่ ตงั้ ใจ

ปัจจยั เหลา่ นแี ้ ม้วา่ จะมคี วามหมายในเชิงของ 'การพฒั นาศกั ยภาพของตวั เอง'
แตน่ น่ั ก็เพราะ 'ตวั เรา' ยอ่ มเป็ น 'ปัจจยั หนงึ่ ' ของสภาวะแวดล้อม หรือสถานการณ์ตา่ งๆ ด้วยเสมอ
และแม้วา่ ในท่สี ดุ แล้ว 'ผ้มู คี วามสามารถ' หรือ 'ผ้ทู ี่ประสบความสาํ เร็จ' ในสภาวะการณ์หนง่ึ ๆ นนั้
จะกลบั กลายเป็ นผ้อู นื่ ทไ่ี มใ่ ช่ตวั ของเรา
ก็จงพงึ รู้สกึ ปลาบปลมื ้ ยนิ ดที ี่มโี อกาสได้พบเห็นเขา
เพ่อื จะได้เรียนรู้แล้วเอาเป็ นแบบอยา่ งในการฝึกฝนพฒั นาตนเองตอ่ ไป

ไมใ่ ชเ่ อาแตก่ น่ ดา่ โชคลาภวาสนาของตวั เอง
แล้วเพาะความรู้สกึ อจิ ฉาริษยาในความสาํ เร็จของผ้อู ่ืนให้บวมอดื ขนึ ้ มาในจิตใจ
ซง่ึ ล้วนแล้วแตเ่ ป็ นพฤติกรรมทีไ่ ม่กอ่ ให้เกิดผลใดๆ ในทางสร้างสรรค์

นน่ั ก็อาจจะเป็ นอกี เหตผุ ลหนง่ึ ท่ี 'จิวกง' จงใจใสป่ ระโยคทว่ี า่ 利見大人 ยํา้ ลงไปตรงท้ายวรรคนอี ้ ีกครัง้ หนง่ึ ด้วย

473

หก หยาง :亢龍有悔

kàng lóng yǒu huǐ

คง่ั ลง๋ โหยฺ ว หยุ่

https://bit.ly/3mvgG0Q เราต้องยอมรับในอจั ฉริยภาพทางภาษาของ 'จิวกง' อยา่ งสดุ ซงึ ้ จริงๆ
เลยวา่ เขาสามารถเก็บความหมายทกุ อยา่ งได้หมดจดจริงๆ ด้วยวลเี พยี งไมก่ ่ีวลขี องเขา
亢龍有悔 คอื วรรคปิ ดท้ายสาํ หรับขดี ท่ีหก ซง่ึ เป็ นขดี สดุ ท้ายของภาพสญั ลกั ษณ์นี ้
และเป็ น 'ขดี บนสดุ ' ทตี่ ามความหมายของการตคี วามใน 'คมั ภีร์อจี ้ ิง'
คอื ตําแหนง่ ที่มีพลงั มากท่สี ดุ เสมอ

亢 อา่ นวา่ kàng (คงั่ ) แปลวา่ 'สงู ', 'สงู สง่ ', 'สงู มากๆ' ;
แล้วก็เลยแปลเป็ น 'สงู เกินไป' ได้ด้วย
อนั นาํ ไปสคู่ วามหมายของ 'ความลาํ พอง', 'ความหลงตวั เอง'
ในลกั ษณะที่ 'ความภาคภมู ใิ จ' ในตวั เองนนั้ มีมากจนเกินเลยความพอดอี อกไป

有 อา่ นวา่ yǒu (โหยว่ , หรือ หยฺ ่ิว) แปลวา่ 'ม'ี ซงึ่ ปรกตกิ ็คือเป็ นคาํ ตรงข้ามกบั 無 ทแ่ี ปลวา่ 'ไมม่ ี'

悔 อา่ นวา่ huǐ (หยุ่ ) แปลวา่ 'เสยี ใจ', 'เศร้าใจ',
แตก่ ลบั ชอบคาํ แปลภาษาองั กฤษของคํานที ้ ใี่ ช้คาํ วา่ repent
เพราะคาํ วา่ repent แปลวา่ 'เสยี ใจในการกระทําของตนเอง'
ซงึ่ ตา่ งจากเสยี ใจคาํ อืน่ ๆ อยา่ ง sorry หรือ regret ท่ีมกั จะหมายถงึ 'ความเสยี ใจ' ทเ่ี กิดจากสาเหตภุ ายนอก

ถ้าเราเรียงวรรคทสี่ อง, วรรคที่ห้า กบั วรรคทหี่ ก เข้าด้วยกนั
เราก็จะได้เป็ น 見龍再田 飛龍在天 亢龍有悔 และจะกลายเป็ นประโยคทเ่ี ข้าชดุ กนั ทงั้ สามวรรค
โดยมวี รรคสดุ ท้ายเป็ นการขยายความ และยํา้ ให้ความหมายของสองวรรคแรกมคี วามสมบรู ณ์มากขนึ ้
'ศกั ยภาพสาํ คญั ท่ีต้องสงั่ สม
ความสามารถขนึ ้ อยกู่ บั สถานการณ์
หากแขง็ ขืนดงึ ดนั ยอ่ มนาํ มาซง่ึ ความผิดหวงั และเศร้าเสยี ใจ'

การท่มี หี ลายๆ ตาํ ราตดั สนิ ใจให้วรรคแรกควรจะถกู แยกวลเี ป็ น 潛龍 . 勿用 นนั้
สว่ นหนงึ่ ก็ต้องถือวา่ เป็ นอิทธิพลมาจากวรรคท่หี กคือ 亢龍 . 有悔 ด้วย
เพราะ 'มงั กรซอ่ นกายในนาํ ้ ' (潛龍)
ยอ่ มแสดงคณุ ลกั ษณะทตี่ รงข้ามอยา่ งชดั เจนกบั 'มงั กรทผี่ ยองสาํ แดงเดช' (亢龍)

474

เราคอ่ นข้างจะเชื่อได้วา่ 'จิวกง' ตงั้ ใจให้สญั ลกั ษณ์ทงั้ สองนี ้
ถกู วางอยใู่ นตาํ แหนง่ ทเี่ ป็ น 'ขวั้ ตรงข้ามกนั ' คือ 'ลา่ งสดุ ' และ 'บนสดุ ' ของ 'ภาพสญั ลกั ษณ์หกขดี ' นี ้
ซงึ่ ถ้าในกรณีที่จบั ควู่ รรคแรก กบั วรรคท่หี กเข้าด้วยกนั
เป็ น 潛龍勿用 亢龍有悔

เราก็จะเห็นความเป็ น 'คตู่ รงข้าม' ท่ขี ดั เจนระหวา่ ง 潛 กบั 亢
ทีอ่ กั ษรหนง่ึ หมายถงึ 'การซอ่ น' หรือ 'การเก็บงําประกาย'
ในขณะทอ่ี กี อกั ษรหนง่ึ แสดงถงึ 'ความอวดโอ'่ หรือ 'ความโอหงั ' ของ 'มงั กร' (龍)
ซงึ่ ในทน่ี ตี ้ ้องถือวา่ เป็ นสญั ลกั ษณ์ท่ีใช้แทน 乾 นนั่ เอง

'คตู่ รงข้าม' คหู่ นงึ่ ก็คือ 勿 กบั 有 ท่ีฝ่ ายหนงึ่ แปลวา่ 'ไม'่ หรือ 'ไมม่ ี' ในขณะทอี่ กี ฝ่ ายหนง่ึ แปลวา่ 'มี'

'คตู่ รงข้าม' อกี คหู่ นงึ่ ที่นา่ สนใจในกรณีนกี ้ ็คอื 用 กบั 悔
เพราะหากเราแปลความหมายของ 用 วา่ 'ประโยชน์'
ในขณะท่ี 悔 จะมคี วามหมายวา่ 'เสยี ใจ' หรือ 'โทษ'

潛龍勿用 亢龍有悔

ก็จะแผลงความหมายเป็ น
'การซอ่ นตวั ของมงั กรจนไมอ่ าจพบเห็นได้เลยนนั้ เป็ นสง่ิ ทไ่ี มก่ ่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ
แตใ่ นขณะเดยี วกนั การอวดโอจ่ นเกินความพอดีของมงั กร กลบั จะกอ่ ให้เกิดโทษทีท่ าํ ให้ต้องเสยี ใจได้เสมอ'

เรามองวา่ เป็ นวลที ีส่ ามารถให้ความหมายทนี่ า่ คดิ ไว้อีกความหมายหนง่ึ
โดยเราต้องจําแนกให้ออกวา่ ระหวา่ ง 'ความถ่อมตน' กบั 'การซอ่ นตน' นนั้
มนั มี 'จดุ พอด'ี ของมนั อยทู่ ต่ี รงไหน
เพราะ 'การถ่อมตน' อยา่ งไมร่ ู้จกั กาลเทศะ อาจจะนาํ ไปสู่ 'การสญู เสยี โอกาส'
เนอ่ื งจากไมม่ ีผ้ใู ดเหน็ 'คณุ คา่ ' ทมี่ ีอยใู่ นตวั ของเราเลย

ในขณะทเ่ี ราก็ต้องจําแนกความแตกตา่ งของ 'การแสดงตน' กบั 'การอวดโอ'่ ให้ได้
เช่นเดยี วกนั ด้วยวา่ มนั มี 'จดุ พอดี' ของมนั อยทู่ ่ตี รงไหน
เพราะ 'การแสดงตนอยา่ งเกินตวั ' นนั้
ไมเ่ คยกอ่ ให้เกิดผลลพั ธ์ดแี กผ่ ้ใู ดทงั้ สนิ ้

475

อยา่ งไรก็ตาม ไมว่ า่ เราจะแยกวรรคแรกเป็ น 潛龍 . 勿用 เหมอื นกบั ตาํ ราอ่นื ๆ
หรือ 潛 . 龍勿用 อยา่ งที่ได้นําเสนอเอาไว้นี ้
ความหมายโดยรวมของภาพสญั ลกั ษณ์ ก็ยงั มีทิศทางท่ีไมแ่ ตกตา่ งกนั
ในยคุ ทภ่ี าษาจีน (หรือภาษาอื่นๆ อกี หลายภาษา) ยงั ไมม่ เี ครื่องหมายวรรคตอน
เข้ามา 'บดบงั จินตนาการ' ของพวกเรานนั้
แม้วา่ ในแงห่ นงึ่ มนั จะสร้างความยงุ่ ยากในการตคี วามหมายตา่ งๆ ของบนั ทกึ ทต่ี กทอดตอ่ ๆ กนั มา
แตใ่ นอีกแงห่ นง่ึ ก็ต้องถือวา่ มนั เป็นเสนห่ ์ทน่ี า่ ดงึ ดดู พอสมควร
เพราะการจะทาํ ความเข้าใจกบั วลที ผี่ กู โยงด้วยอกั ขระตา่ งๆเหลา่ นนั้
จําเป็ นต้องใช้ 'จินตนาการ'ของตวั เราเข้าไปเก่ยี วข้องตลอดเวลาท่กี ําลงั วิเคราะห์ความหมายของมนั

476

ประโยชน์แห่งหยาง

https://bit.ly/3mvgG0Q

見群龍無首吉

jiàn qún lóng wú shǒu jí

เจีย้ น ชวฺ ๋ิน ลง๋ อู๋ โษ่ว จี๋

เทา่ ท่คี ้นดแู ล้วปรากฏวา่ ตลอดทงั้ เลม่ ของ 'คมั ภีร์อจี ้ ิง' จะมวี ลปี ิ ดท้ายบทอยเู่ พยี งสองบทแรกเทา่ นนั้
ซงึ่ นา่ จะเป็ นเพราะวา่ สญั ลกั ษณ์คแู่ รกของคมั ภรี ์คือ 'หยางบริสทุ ธ์ิ' กบั 'หยนิ บริสทุ ธิ์' นนั้
ถือวา่ เป็ น 'ธาตหุ ลกั ' ของทกุ สรรพสง่ิ ในโลกตามคตคิ วามเช่ือของชาวจีน
และสมควรจะได้รับการแนะนาํ เป็ นพเิ ศษเก่ียวกบั คณุ ลกั ษณะของมนั

ในวรรคนมี ้ อี กั ษรทย่ี งั ไมไ่ ด้แปลไว้อยู่ 2 ตวั คอื 首 กบั 吉

首 อา่ นวา่ shǒu (โษ่ว, เวลาออกเสยี งต้องหอ่ ลนิ ้ จึงเลอื กใช่ ษ แทน ส เพือ่ จําแนกความแตกตา่ งให้สงั เกตได้ชดั ๆ)
แปลวา่ 'หวั ', 'นาํ ', 'แรก', 'ที่หนง่ึ ', 'เริ่มต้น', และทําให้สามารถแปลเป็ น 'หวั หน้า', 'ผ้นู าํ ' ได้ด้วย

吉 อา่ นวา่ jí (จี๋) แปลวา่ 'ดี', 'โชคด'ี , 'โชคลาภ',
และยงั สามารถแปลวา่ 'ความด'ี , 'ความเจริญ', 'ความมคี ณุ ธรรม' ;
แปลวา่ 'คนดี' หรือ 'คนมีคณุ ธรรม' ก็ได้ และควรจะหมายถึง 'ผ้เู จริญ' ก็ได้เช่นกนั

หลายตําราแปลวรรคนไี ้ ว้คอ่ นข้างไมเ่ ข้าทา่ วา่ 'พบฝงู มงั กรไร้หวั , โชคด'ี
ซง่ึ ไมน่ า่ ยอมรับคาํ แปลนีว้ า่ 'มงั กรหวั ขาด' และจะกลายเป็ นความโชคดไี ด้อยา่ งไร
มที ีแ่ ปลนา่ ฟังขนึ ้ มาอกี หนอ่ ยก็จะแปลกนั วา่ 'พบฝงู มงั กรไร้ผ้นู าํ , โชคด'ี
การแปลแบบนีก้ ็ไมค่ อ่ ยลงตวั เหมือนกนั
เพราะในสภาวะการณ์ที่ 'ไร้ผ้นู าํ ' นนั้ นา่ จะกอ่ ให้เกิดความสบั สนวนุ่ วายมากกวา่ ท่จี ะนาํ มาซง่ึ ความสขุ สวสั ดี
อยา่ งที่หลายๆ คนพยายามจะตคี วามตามตวั อกั ษรกนั
เพราะฉะนนั้ …

477

หากเราไลด่ คู วามตอ่ เนอื่ งของความหมายมาตงั้ แตป่ ระโยคแรกๆ ทงั้ หมด
วรรคนคี ้ วรจะเป็ นวรรคทส่ี รุปใจความสาํ คญั ของภาพสญั ลกั ษณ์
(อยา่ ลมื วา่ มเี พยี งสองบทแรกของคมั ภีร์เทา่ นนั้ ท่ีได้รับการปฏบิ ตั ิเป็ นพิเศษอยา่ งนจี ้ าก 'จิวกง')
และเป็ นวรรคท่คี วรจะชีน้ าํ การใช้ 'พลงั หยางบริสทุ ธ์ิ' เพื่อประโยชน์ในทางสร้างสรรค์

ด้วยเหตผุ ลนี ้ความหมายของ 見群龍無首
จึงควรจะแปลวา่ 'การท่ีบรรดาปราชญ์ หรือยอดคนทงั้ หลายไมม่ คี วามมงุ่ มาดในทางเหอ่ เหมิ ทะเยอทะยาน
ไมม่ ีความคดิ ทีจ่ ะแก่งแยง่ แขง่ ดเี พ่อื ช่วงชิงความเป็ นผ้ทู ี่เหนือกวา่
รู้จกั ใช้ศกั ยภาพ และความสามารถของตนเองในทางท่ีสร้างสรรคป์ ระโยชน์สขุ แก่สงั คมและประเทศชาต'ิ
อยา่ งนแี ้ หละจงึ จะถือวา่ เป็ น 'คณุ แกแ่ ผน่ ดิน' เป็ น 'ความโชคดขี องอาณาประชาราษฎร์' (吉) อยา่ งแท้จริง ;) เช่นนดี ้ งี ามกวา่

ปราชญ์ยอ่ มสมควรสง่ เสริมและสนบั สนนุ ปราชญ์
สมควรใช้จดุ เดน่ ของตนเสริมสร้างจดุ ด้อยของผ้อู ื่น
ไมใ่ ชม่ งุ่ แตจ่ ะใช้ 'ศกั ยภาพ' และ 'ความสามารถ' ของตนเพื่อการกดขม่ ให้ผ้อู ่นื ตาํ่ ต้อยด้อยคณุ คา่

เน่ืองเพราะไมม่ มี นษุ ย์ผ้หู นงึ่ ผ้ใู ดที่จะสมบรู ณ์พนู พร้อมไปหมดทกุ ๆ ด้าน
การชว่ ยเหลอื เกือ้ กลู กนั ความเออื ้ เฟือ้ เผ่อื แผท่ ่ีมีระหวา่ งกนั
ยอ่ มก่อคณุ ประโยชน์ให้แก่สงั คมวงกว้างได้มากกวา่ เสมอ
ผ้นู าํ ที่โดดเดน่ ยอ่ มเป็ นเพราะมผี ้สู นบั สนนุ ท่ยี อดเยี่ยม

ผ้มู ี 'ศกั ยภาพ' เป็ นเลศิ
ยอ่ มต้องอาศยั เง่ือนไขแหง่ สถานการณ์ทีเ่ หมาะสม
จึงจะมีโอกาสแสดงออกซงึ่ ความสามารถที่แท้จริงให้ประจกั ษ์

ในเม่อื ไมม่ ผี ้หู นง่ึ ผ้ใู ดทจี่ ะสามารถดํารงอยไู่ ด้โดยลาํ พงั ตวั เอง
ความเออื ้ เฟือ้ เกอื ้ กลู กนั จงึ เป็ นหลกั ใหญ่ท่ีสมควรจะได้รับการหลอ่ เลยี ้ ง และสง่ เสริม
ไมใ่ ช่การแกง่ แยง่ แขง่ ดีทีใ่ นทส่ี ดุ แล้ว
สงั คมโดยรวมต้องสญู เสยี สว่ นทดี่ ขี องผ้คู นอีกจํานวนมากมายไปกบั วฒั นธรรมแบบนนั้

ปราชญ์จงึ กระทาํ (ความดีเพอื่ สร้างเสริม) โดยไมก่ ระทาํ (ความดเี พื่อการลบล้าง)
ดงั ทีห่ ลกั 'ปรัชญาเตา๋ ' พร่ําสอนจนกลายเป็ นพลา่ มบน่ มานบั พนั ๆ ปี
โดยมีคนเพยี งไมก่ ี่คนเทา่ นนั้ ทเ่ี ข้าใจ

478

บทสรุปของสัญลกั ษณ์ เช๋ียน

https://bit.ly/3mvgG0Q
'เช๋ียน' คือ ลขิ ติ ฟ้ า, เหนอื ฟ้ ายงั มฟี ้ า
'ความริเริ่มสร้างสรรค์' ต้องอาศยั 'ความวิริยะอตุ สาหะ' … 'ความรู้' ต้องอยคู่ ู่ 'คณุ ธรรม'
-พงึ มี 'ความนอบน้อม' ไมอ่ วดโอ,่ 'ศกั ยภาพ' ยอ่ มไมใ่ ช่ 'ความสามารถ' ท่แี ท้จริง
-'ยอดคน' ยอ่ มเกิดจาก 'ความมงุ่ มนั่ บากบนั่ ' และพร้อมจะ 'ยอมรบั ผ้อู ่นื ' อยา่ งยินดี
-มี 'ความวริ ิยะอตุ สาหะ' ; มี 'ความขยนั หมน่ั เพยี ร' ; 'ไมย่ อ่ ท้อ' ตอ่ 'ความยากลาํ บาก' ; 'ไมย่ อ่ หยอ่ น' ใน 'หลกั แหง่ คณุ ธรรม'
-การจะกระโดดให้สงู ยอ่ มเร่ิมจากการยอ่ ตวั ให้ตาํ่ ; ไมใ่ ชท่ งั้ เร่ืองทผ่ี ิดแปลก หรือสง่ิ วิเศษวิโสใดๆ
-พงึ 'รู้จกั กาลเทศะ' ท่ีเหมาะสมในการแสดง 'ศกั ยภาพ' และปลาบปลมื ้ ยนิ ดีในความสาํ เร็จของผ้อู ่นื
-'ความเหอ่ เหมิ ทะเยอทะยาน' อยา่ งไมย่ งั้ คดิ ยอ่ มนาํ มาซง่ึ 'ความเจ็บปวด' และ 'ความเศร้าเสยี ใจ'
ปราชญ์พงึ สมควรหลอ่ เลยี ้ งปราชญ์ และต้อง 'ไมม่ ีอคต'ิ ท่คี ิดจะ 'แกง่ แยง่ แขง่ ด'ี ระหวา่ งกนั
เยย่ี งนี ้… 'หยาง' จึงจะเป็ นคณุ ประโยชน์อยา่ งสร้างสรรค์

479

The Organization Code
https://bit.ly/3mvgG0Q
'ศกั ยภาพ' คอื มี 'นโยบายเป็ นเลศิ ' มี 'แผนปฏิบตั ิการท่ยี อดเยยี่ ม' และมี 'ทมี งานทเ่ี ข้มแขง็ '
แตน่ น่ั ก็ยงั เป็ นเพยี ง 'ความพร้อมสรรพทางศกั ยภาพ' เทา่ นนั้
-'นโยบายเชิงรุก' ต้องไมใ่ ช่ 'ความก้าวร้าว' หรือ 'การรุกราน'
-'ความระแวดระวงั ', 'การตรวจสอบประเมนิ ผล' และ 'การติดตามสถานการณ์' ที่เปลย่ี นแปลง
ยงั ถือเป็ นภารกิจทจี่ ะต้องหมนั่ กระทาํ อยา่ งสมา่ํ เสมอ
-ต้องมี 'ระบบระเบยี บแบบแผน' มี 'การเรียนรู้' และ 'ฝึกฝน' ทกั ษะตา่ งๆ ให้เช่ียวชาํ นาญ
-ต้องมี 'การบม่ เพาะ' และ 'การพฒั นา' บคุ ลากรอยา่ งตอ่ เนื่อง
-'มสี ว่ นร่วม' ใน 'การพฒั นาสงั คม' และ 'ปลาบปลมื ้ ยนิ ด'ี ใน 'ความสาํ เร็จ' ของทกุ ฝ่ าย
-สง่ เสริม 'การกระชบั มิตร' ; หลกี เลยี่ ง 'การก่อศตั รู'
ลดละ 'การแกง่ แยง่ แขง่ ขนั ' ขยายผลของ 'ความร่วมมอื ' จากทกุ ๆ ฝ่ าย
เพื่อขบั เคลอ่ื นองค์กรไปสู่ 'การพฒั นา' 'อยา่ งมนั่ คง' และมี 'ความยง่ั ยืน' ควบคไู่ ปกบั 'สงั คมโดยรวม'

480

บทสรุป

ศกั ยภาพ = ส่งิ ทีต่ ิดตวั มาตอนเกิดจากครรภ์มารดา เช่น ชะตาฟ้ า DNA หรือบพุ กรรม
ความสามารถ = ชะตามนษุ ย์ + ชะตาดิน

481


Click to View FlipBook Version