คำนำ
แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๔) ไดช้ ีใ้ หเ้ ห็นถงึ ความจาเป็นในการ
ปรับปรุงเปลยี่ นจดุ เนน้ ในการพฒั นาคณุ ภาพคนในสังคมไทยให้มคี ุณธรรมและมีความรอบรูอ้ ยา่ งเทา่ ทนั ให้มีความพร้อม
ทง้ั ด้านรา่ งกาย สติปัญญา อารมณ์ และศีลธรรม สามารถก้าวทนั การเปล่ียนแปลงเพื่อนาไปสู่สังคมฐานความรูไ้ ด้อยา่ ง
ม่ันคง แนวทางการพฒั นาดังกลา่ ว มงุ่ เตรียมเด็กและเยาวชนให้มพี ื้นฐานจิตใจทดี่ ีงาม มีจติ สาธารณะ พร้อมท้ังมี
สมรรถนะ ทักษะและความรู้พนื้ ฐานท่ีจาเป็นในการดารงชีวติ อนั จะส่งผลตอ่ การพัฒนาประเทศที่ย่ังยนื (สภาพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,๒๕๔๗) ซ่ึงแนวทางดงั กลา่ วสอดคล้องกบั นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการพฒั นา
เยาวชนของชาตเิ ข้าสโู่ ลกยคุ ศตวรรษท่ี ๒๑ โดยมงุ่ ส่งเสริมใหผ้ ู้เรยี นมีคุณธรรม รกั ความเปน็ ไทย ใหม้ ีทักษะการคดิ
วิเคราะห์ สร้างสรรค์ มีทักษะดา้ นเทคโนโลยี สามารถทางานรว่ มกบั ผูอ้ น่ื ได้ และสามารถอยรู่ ่วมกับผอู้ ืน่ ในสงั คมโลกได้
อย่างสันต(ิ กระทรวงศึกษาธกิ าร,๒๕๕๑)
จากข้อคน้ พบในการศึกษาวจิ ยั และติดตามผลการใช้หลกั สูตรการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานพุทธศักราช ๒๕๔๔ ทีผ่ า่ นมา
ประกอบกับขอ้ มลู จากแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาตฉิ บับท่ี ๑๐ เกยี่ วกบั แนวทางการพัฒนาคนในสงั คมไทย
และจุดเนน้ ของกระทรวงศึกษาธกิ ารในการพัฒนาเยาวชนสูศ่ ตวรรษท่ี ๒๑ ทางโรงเรยี นบ้านง่อนหนองพะเนาวม์ ิตรภาพ
ท๑ี่ ๒๖ จงึ มกี ารทบทวนหลักสตู รการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐)ใหม้ ี
ความเหมาะสม ชดั เจน ท้งั เป้าหมายของหลักสตู รในการพัฒนาคุณภาพผู้เรยี น และกระบวนการนาหลักสูตรไปสกู่ าร
ปฏบิ ตั ิในระดบั สถานศกึ ษา โดยมกี ารกาหนดวสิ ัยทศั น์ จุดหมาย สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชว้ี ดั ท่ชี ดั เจน เพื่อใช้เปน็ ทิศทางในการจัดทาหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดบั
นอกจากนนั้ ได้กาหนดโครงสร้างเวลาเรยี นของแตล่ ะกลมุ่ สาระการเรยี นร้ใู นแตล่ ะชั้นปไี ว้ในหลักสตู รแกนกลาง อีกทั้ง
ปรับกระบวนการวดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การจบหลกั สตู ร และเอกสารแสดงหลักฐานทางการศึกษาให้มีความ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้และมคี วามชัดเจนตอ่ การปฏิบตั ติ อ่ ไป
โรงเรยี นบ้านงอ่ นหนองพะเนาว์มติ รภาพท่ี ๑๒๖
สำรบัญ
เร่ือง หนา้
ประกาศโรงเรยี นบ้านงอ่ นหนองพะเนาว์มิตรภาพท่ี ๑๒๖ .................................................... ๑
สว่ นนา ...................................................................................................................... ............ ๒
๒
ความนา ..................................................................................................................... ๔
วสิ ยั ทศั น์ .................................................................................................................... ๔
หลกั การ ..................................................................................................................... ๔
จุดหมาย ..................................................................................................................... ๕
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ........................................................................................ ๕
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ......................................................................................... ๖
มาตรฐานการเรยี นรู้ ................................................................................................... ๖
ตัวชี้วัด ........................................................................................................................ ๘
สาระการเรียนรู้ .......................................................................................................... ๙
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ................................................................................... ๑๕
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ................................................................................................ ๑๕
การจดั เวลาเรียน ........................................................................................................ ๑๗
โครงสร้างหลักสูตรโรงเรยี น .................................................................................................. ๑๙
โครงสรา้ งหลกั สูตรระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๑-๖ ............................................................... ๒๕
โครงสร้างหลักสตู รระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑-๓ ................................................................. ๒๘
โครงสรา้ งรายวชิ าระดบั ประถมศึกษา ................................................................................... ๓๔
คาอธิบายรายวิชาระดับประถมศึกษา ................................................................................... ๑๙๕
โครงสรา้ งและคาอธบิ ายรายวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น .................................................. ๔๒๕
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น ........................................................................................................... ๔๒๘
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ ......................................................................................... ๔๓๔
บรรณานุกรม ........................................................................................................................ ๔๓๕
คณะผู้จัดทา ..........................................................................................................................
ภาคผนวก
ประกาศโรงเรียนบ้านงอ่ นหนองพะเนาวม์ ิตรภาพที่ ๑๒๖
เรอ่ื ง ใหใ้ ช้หลักสูตรโรงเรยี นบ้านง่อนหนองพะเนาว์มิตรภาพท่ี ๑๒๖
(ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๐)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
เพอื่ ใหก้ ารจดั การศึกษาขนั้ พ้ืนฐานสอดคล้องกบั สภาพความเปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและความ
เจริญก้าวหนา้ ทางวทิ ยาการ เปน็ การสร้างกลยุทธ์ใหม่ในการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ให้สามารถตอบสนองความ
ตอ้ งการของสงั คมไทย ผเู้ รียนมีศกั ยภาพในการแขง่ ขันและร่วมมอื อยา่ งสรา้ งสรรคใ์ นสงั คมโลก ปลกู ฝังใหผ้ ูเ้ รียนมี
จติ สานึกรกั ความเปน็ ไทย มรี ะเบียบวินัย คานงึ ถึงประโยชนส์ ่วนรวม และยึดม่ันในการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย
อนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุขตลอดจนการเรยี นการสอนในวชิ าประวัตศิ าสตร์ และหน้าท่ีพลเมอื ง รวมถงึ การ
สอนศลี ธรรมแก่นักเรียน
โรงเรยี นบ้านง่อนหนองพะเนาวม์ ิตรภาพท่ี ๑๒๖ จึงไดจ้ ดั ทาหลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นงอ่ นหนองพะ
เนาวม์ ติ รภาพท่ี ๑๒๖ (ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ เพ่อื ให้สอดคล้องตามคาส่ังสพฐ. ท่ี ๑๒๓๙/๒๕๖๐ เรือ่ งใช้มาตรฐานและตวั ชว้ี ัดกลมุ่ สาระการ
เรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ลงวันท่ี
๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรื่อง การบรหิ ารจัดการเวลาเรียน ลงวนั ท่ี ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐
และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรอื่ ง การบริหารจดั การหลกั สูตรกลมุ่ สาระคณติ ศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร์ ลงวนั ที่ ๘
มกราคม ๒๕๖๑ คาสัง่ สพฐ. ท่ี ๓๐/๒๕๖๑ เรือ่ ง การเปลย่ี นแปลงมาตรฐานและตวั ชวี้ ัดกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ลงวนั ท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ รวมถึงคาสัง่ สพฐ. ท่ี ๙๒๑/๒๕๖๑ เรอ่ื ง ยกเลกิ มาตรฐาน
การเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระที่ ๓ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารใน
กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ลงวนั ท่ี ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ และคาสง่ั สพฐ. ท่ี ๙๒๒/๒๕๖๑ เร่อื งการปรับปรงุ
โครงสรา้ งเวลาเรยี น ลงวนั ท่ี ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เป็นท่เี รยี บรอ้ ย
ดังปรากฏแนบทา้ ยคาสั่งนี้
ทงั้ น้ี หลักสตู รโรงเรยี นไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานเม่ือ
วันท่ี ๑ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงประกาศใหใ้ ชห้ ลักสตู รโรงเรยี นบา้ นงอ่ นหนองพะเนาวม์ ติ รภาพท่ี ๑๒๖
(ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตง้ั แต่บัดน้เี ป็นตน้
ไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
.................................................. ...................................... ..............
(นายเรอื งยศ อินทรธรรม) (นายแกล้วกลา้ ประชานนั ท์)
ผู้อานวยการโรงเรยี น
ประธานกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน
โรงเรียนบา้ นง่อนหนองพะเนาวม์ ติ รภาพท่ี ๑๒๖ โรงเรยี นบา้ นง่อนหนองพะเนาว์มิตรภาพท่ี ๑๒๖
ควำมนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตรใ์ นกลุม่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ตามคาส่งั กระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐
ลงวันท่ี ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคาส่ังสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ท่ี ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๕ มกราคม
๒๕๖๑ ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับ
ปรับปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคาสัง่ ใหโ้ รงเรยี นดาเนินการใช้หลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดยให้ใช้ในชั้นประถมศึกษา
ปีท่ี ๑ และ ๔และช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นมา มาตฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดท่ีหลักสูตร
แกนกลางได้กาหนดไว้ช่วยให้สถานศึกษาในทุกระดับเห็นผลคาดหวังที่ต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่
ชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถช่วยให้ท้องถ่ินและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างม่ันใจ ทาให้การจัดทา
หลกั สูตรในโรงเรียนบ้านง่อนหนองพะเนาว์มติ รภาพที่๑๒๖ มีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพย่ิงขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เกิด
ความชัดเจนเร่ืองการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังน้ันในการ
พัฒนาหลักสูตรโรงเรียนบ้านง่อนหนองพะเนาว์มิตรภาพที่๑๒๖ จึงต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวช้ีวัดที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน รวมทั้งเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ
และครอบคลุมผ้เู รียนทกุ กลมุ่ เป้าหมายในโรงเรียน
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดที่กาหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับเห็นผล
คาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซ่ึงจะสามารถช่วยให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องใน
ระดับท้องถ่ินและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างมั่นใจ ทาให้การจัดทาหลักสูตรในระดับสถานศึกษามี
คุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และช่วย
แก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังน้ันในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติจนกระทั่งถึง
สถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้ืนฐาน รวมทั้งเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายในระดับ
การศึกษาขน้ั พื้นฐาน
การจดั ทาหลกั สตู ร จะประสบความสาเร็จตามเปา้ หมายท่คี าดหวังได้ ซ่ึงได้รบั ความร่วมมือจากทุกฝา่ ยท่ี
เกีย่ วขอ้ ง ท้งั ชมุ ชน ครอบครัว และบคุ คลต้องร่วมรบั ผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอยา่ งเปน็ ระบบและตอ่ เน่ือง ในการ
วางแผน ดาเนนิ การ ส่งเสรมิ สนับสนนุ ตรวจสอบ ตลอดจนปรบั ปรงุ แก้ไข เพ่ือพัฒนาเยาวชนของชาติไปสคู่ ุณภาพตาม
มาตรฐานการเรยี นรู้ที่กาหนดไว้
โรงเรยี นบา้ นงอ่ นหนองพะเนาวม์ ิตรภาพท่ี ๑๒๖ จึงไดท้ าการปรับปรุงหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระ
ภูมศิ าสตรใ์ นกล่มุ สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพือ่ นาไปใช้ประโยชนแ์ ละเปน็ กรอบในการ
วางแผนและพฒั นาหลักสูตรของสถานศึกษาและจดั การเรียนการสอน และยกเลิกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ัด สาระ
ท่ี ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระที่ ๓ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในกลมุ่ สาระการงานอาชีพและ
เทคโนโลยี โดยมเี ป้าหมายในการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี น ให้มีกระบวนการนาหลกั สตู รไปสู่การปฏิบัติ โดยมกี ารกาหนด
วสิ ัยทศั น์ จุดหมาย สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวัด
โครงสรา้ งเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวดั ประเมินผลให้มีความสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้
โรงเรยี นสามารถกาหนดทศิ ทางในการจัดทาหลกั สูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเนน้ โดยมี
กรอบแกนกลางเปน็ แนวทางทีช่ ดั เจนเพือ่ ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร้อมในการกา้ วสูส่ งั คมคณุ ภาพ มี
ความรู้อย่างแท้จรงิ และมีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
วสิ ยั ทศั น์
โรงเรียนบา้ นง่อนหนองพะเนาวม์ ติ รภาพท่ี ๑๒๖ มุง่ พฒั นาผเู้ รยี นใหม้ คี วามสมดลุ ทั้งร่างกาย ความรู้
คุณธรรม มจี ิตสานกึ รักท้องถ่ิน รักความเป็นไทยและกา้ วทนั เทคโนโลยี มวี ถิ ชี วี ิตพอเพียง
หลกั กำร
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นง่อนหนองหะเนาว์มติ รภาพที่๑๒๖ มีหลักการที่สาคัญดงั น้ี
๑. เปน็ หลักสูตรการศกึ ษาเพอ่ื ความเปน็ เอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรยี นรู้ เปน็ เป้าหมาย
สาหรับพฒั นาเดก็ และเยาวชนใหม้ ีความรู้ ทักษะ เจตคติ คณุ ธรรมบนพ้นื ฐานของความเป็นไทย และสงั คมนานาชาติ
๒. เปน็ หลักสตู รการศึกษาท่ปี ระชาชนทุกคนมีโอกาสไดร้ ับการศึกษาอยา่ งเสมอภาค และมีคุณภาพ
๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีสนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ให้สอดคลอ้ งกบั สภาพและความตอ้ งการของทอ้ งถิน่
๔. เปน็ หลักสูตรการศกึ ษาทม่ี ีโครงสรา้ งยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจดั การเรียนรู้
๕. เปน็ หลกั สตู รการศกึ ษาท่เี น้นผ้เู รยี นเปน็ สาคญั
๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ ที่สามารถบูรณาการการศึกษานอกระบบ และตาม
อัธยาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์
จุดหมำย
หลักสูตรโรงเรยี นบ้านงอ่ นหนองพะเนาวม์ ิตรภาพที่๑๒๖ ม่งุ พฒั นาผเู้ รียนใหเ้ ปน็ คนดี มีปญั ญา
มคี วามสขุ มศี ักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชพี จึงกาหนดเปน็ จุดหมายเพ่ือให้เกดิ กบั ผเู้ รยี น เม่ือจบ
การศกึ ษาข้ันพืน้ ดงั น้ี
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม
หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาที่ตนนบั ถือ ยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. มีความรู้ ความสามารถในการสือ่ สาร การคดิ การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมที ักษะชวี ิต
๓. มสี ขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ทดี่ ี มสี ุขนสิ ัย และรักการออกกาลังกาย
๔. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มน่ั ในวิถีชีวิตและการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข
๕. มีจิตสานึกในการอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย การอนุรักษแ์ ละพฒั นาสงิ่ แวดล้อม มีจิตสาธารณะ
ทีม่ ุ่งทาประโยชนแ์ ละสร้างสิ่งท่ีดีงามในสังคม และอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมอยา่ งมีความสขุ
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
หลักสตู รสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐาน มงุ่ พัฒนาผเู้ รียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้
ซงึ่ การพัฒนาผ้เู รียนให้บรรลมุ าตรฐานการเรยี นร้ทู ่ีกาหนดนั้น จะชว่ ยให้ผูเ้ รยี นเกดิ สมรรถนะสาคญั
๕ ประการ ดงั นี้
๑. ควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร เปน็ ความสามารถในการรับและส่งสาร มวี ฒั นธรรมในการใช้ภาษาถา่ ยทอด
ความคดิ ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สกึ และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปล่ยี นข้อมลู ขา่ วสารและประสบการณ์อันจะเป็น
ประโยชน์ตอ่ การพัฒนาตนเองและสงั คม รวมทงั้ การเจรจาตอ่ รองเพ่ือขจัดและลดปัญหาความขดั แย้งต่างๆการเลอื กรับ
หรอื ไมร่ ับขา่ วสารด้วยหลกั เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลอื กใช้วธิ กี ารสือ่ สารท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานงึ ถึง
ผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม
๒. ควำมสำมำรถในกำรคิด เปน็ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคดิ สังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์
การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และการคดิ เปน็ ระบบ เพอ่ื นาไปสกู่ ารสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพ่ือการตดั สนิ ใจ
เกี่ยวกบั ตนเองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม
๓. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ เป็นความสามารถในการแกป้ ญั หาและอุปสรรคตา่ งๆท่ีเผชิญได้อยา่ งถูกต้อง
เหมาะสมบนพ้นื ฐานของหลกั การเหตผุ ล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เขา้ ใจความสัมพันธแ์ ละการเปล่ียนแปลงของ
เหตกุ ารณ์ต่างๆในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใชใ้ นการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาและมีการตัดสนิ ใจที่มี
ประสทิ ธภิ าพโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบทีเ่ กดิ ข้นึ ตอ่ ตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม
๔. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่างๆไปใช้ในการดาเนนิ
ชีวติ ประจาวนั การเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง การเรยี นรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกนั ในสังคมดว้ ยการสรา้ งเสรมิ
ความสัมพนั ธ์อนั ดีระหวา่ งบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแยง้ ต่างๆอย่างเหมาะสม การปรับตวั ให้ทนั กับการ
เปล่ยี นแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พงึ ประสงคท์ ส่ี ง่ ผลกระทบต่อตนเองและ
ผ้อู ่นื
๕. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลอื กและใชเ้ ทคโนโลยีด้านต่างๆและมีทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสงั คม ในดา้ นการเรยี นรู้ การส่อื สาร การทางาน การแก้ปัญหา
อยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
หลกั สตู รสถานศึกษาข้ันพนื้ ฐาน มงุ่ พฒั นาผู้เรียนใหม้ ีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือใหส้ ามารถอย่รู ว่ มกับผอู้ นื่
ไดอ้ ย่างมคี วามสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซือ่ สตั ยส์ จุ รติ
๓. มีวนิ ัย
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยู่อย่างพอเพียง
๖. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
การพฒั นาผูเ้ รียนใหเ้ กดิ ความสมดลุ ตอ้ งคานึงถึงหลักพฒั นาการทางสมองและพหุปญั ญา หลกั สตู รสถานศึกษา
ขั้นพน้ื ฐาน จึงกาหนดให้ผเู้ รยี นเรยี นรู้ ๘ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ดังนี้
๑. ภาษาไทย
๒. คณติ ศาสตร์
๓. วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๔. สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๕. สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
๖. ศลิ ปะ
๗. การงานอาชีพ
๘. ภาษาตา่ งประเทศ
ในแต่ละกล่มุ สาระการเรียนรไู้ ดก้ าหนดมาตรฐานการเรียนรู้ เปน็ เป้าหมายสาคญั ของการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี น
มาตรฐานการเรียนรู้ ระบุสง่ิ ท่ีผู้เรยี นพึงรแู้ ละปฏบิ ัติได้ มีคุณธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ มทพ่ี งึ ประสงคท์ ่ีต้องการใหเ้ กดิ แก่
ผเู้ รยี นเม่ือจบการศึกษาขน้ั พื้นฐาน นอกจากนัน้ มาตรฐานการเรียนรยู้ งั เป็นกลไกสาคัญ ในการขับเคลอ่ื นพฒั นา
การศึกษาท้ังระบบเพราะมาตรฐานการเรียนรจู้ ะสะท้อนให้ทราบวา่ ตอ้ งการอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอยา่ งไร
รวมทัง้ เปน็ เคร่ืองมือ ในการตรวจสอบเพ่อื การประกันคุณภาพการศึกษาโดยใชร้ ะบบการประเมินคุณภาพภายในและ
การประเมินคณุ ภาพภายนอก ซึง่ รวมถึงการทดสอบระดบั เขตพน้ื ท่ีการศึกษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการ
ตรวจสอบเพือ่ ประกนั คณุ ภาพดงั กล่าวเป็นสงิ่ สาคัญที่ช่วยสะทอ้ นภาพการจัดการศึกษาวา่ สามารถพัฒนาผูเ้ รียนให้มี
คุณภาพตามทมี่ าตรฐานการเรียนรกู้ าหนดเพียงใด
ตัวช้วี ดั
ตวั ช้วี ดั ระบุสงิ่ ท่ีผ้เู รียนพงึ รูแ้ ละปฏิบัติได้ รวมทั้งคณุ ลักษณะของผเู้ รยี นในแต่ละระดบั ชัน้ ซงึ่ สะท้อนถงึ
มาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมคี วามเป็นรูปธรรม นาไปใชใ้ นการกาหนดเนอ้ื หา จดั ทาหน่วยการเรียนรู้
จัดการเรยี นการสอน และเป็นเกณฑส์ าคัญสาหรับการวดั ผลประเมินผลเพ่ือตรวจสอบคุณภาพผู้เรยี น
๑. ตวั ช้ีวัดชนั้ ปี เปน็ เปา้ หมายในการพฒั นาผเู้ รยี นแตล่ ะช้ันปใี นระดบั การศกึ ษาภาคบังคบั
( ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ )
หลักสูตรสถานศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานได้กาหนดรหสั กากบั มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ัด เพ่ือความเขา้ ใจและให้
ส่อื สารตรงกัน ดังนี้
ว ๑.๑ ป. ๑/๒
ป.๑/๒ ตัวชวี้ ดั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ขอ้ ที่ ๒
๑.๑ สาระท่ี ๑ มาตรฐานข้อท่ี ๑
ว กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ต ๒.๒ ม.๔-๖/ ๓
ม.๔-๖/๓ ตวั ชว้ี ัดชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ข้อท่ี ๓
๒.๓ สาระท่ี ๒ มาตรฐานขอ้ ที่ ๒
ต กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
สำระกำรเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทกั ษะหรือกระบวนการเรยี นรู้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซึ่ง
กาหนดใหผ้ ู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาข้นั พ้นื ฐานจาเปน็ ต้องเรยี นรู้ โดยแบง่ เป็น ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดงั น้ี
ภำษำไทย : ความรู้ ทักษะและ คณิตศำสตร์ : การนาความรู้ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี : การ
วัฒนธรรมการใช้ภาษา เพื่อ การ ทั กษะ แล ะกระ บวนการ ทา ง น า ค ว า ม รู้ แ ล ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง
สื่อสาร ความช่ืนชม การเห็น ค ณิ ต ศ า ส ต ร์ ไ ป ใ ช้ ใ น วิทยาศาสตร์ไปใช้ในการศึกษา ค้นคว้า
คุณค่าภูมิปัญญา ไทย และภูมิใจใน การแก้ปัญหา การดาเนินชีวิต หาความรู้ และแกป้ ญั หาอย่างเป็นระบบ
ภาษาประจาชาติ และศึกษาต่อ การมีเหตุมีผล การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล คิด
มี เ จ ต ค ติ ท่ี ดี ต่ อ ค ณิ ต ศ า ส ต ร์ วิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ และจิต
พัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบและ วิทยาศาสตร์
สรา้ งสรรค์
ภำษำต่ำงประเทศ : ความรู้ องค์ความรู้ ทกั ษะสาคัญ สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม :
ทักษะ เจตคติ และวัฒนธรรม และคุณลักษณะในหลักสูตร การอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลก
การใช้ภาษาต่างประเทศในการ อย่างสันติสุข การเป็นพลเมอื งดี ศรัทธา
สื่อสาร การแสวงหาความรู้และ แกนกลางการศกึ ษาขัน้ ในหลักธรรมของศาสนา การเห็นคุณค่า
การประกอบอาชีพ พนื้ ฐาน ของทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม ความรัก
ชาติ และภูมใิ จในความเป็นไทย
กำรงำนอำชีพ : ความรู้ ทักษะ ศิลปะ : ความรู้และทักษะใน สุขศึกษำและพลศึกษำ : ความรู้
และเจตคตใิ นการทางาน การจัดการ การคิดริเร่ิม จินตนาการ ทักษะและเจตคติในการสร้างเสริม
การดารงชีวิต การประกอบอาชีพ ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ง า น ศิ ล ป ะ สุขภาพพลานามัยของตนเองและผู้อื่น
และการใชเ้ ทคโนโลยี สุ น ท รี ย ภ า พ แ ล ะ ก า ร เ ห็ น การป้องกันและปฏิบัติต่อส่ิงต่าง ๆ ที่
คณุ คา่ ทางศลิ ปะ มีผลต่อสุขภาพอย่างถูกวิธีและทักษะ
ในการดาเนนิ ชีวติ
สำระและมำตรฐำนกำรเรยี นรู้
ภำษำไทย
สำระที่ ๑ กำรอำ่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนนิ
ชีวติ และมีนสิ ัยรักการอา่ น
สำระท่ี ๒ กำรเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียน เขยี นส่อื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรปู แบบ
ต่างๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
สำระท่ี ๓ กำรฟัง กำรดู และกำรพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ
ความรสู้ ึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ และสรา้ งสรรค์
สำระท่ี ๔ หลกั กำรใช้ภำษำไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
สำระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่าง
เหน็ คุณคา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง
คณติ ศำสตร์
สำระท่ี ๑ จำนวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลที่
เกิดขนึ้ จากการดาเนนิ การ สมบัตขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจและวเิ คราะห์แบบรปู ความสัมพนั ธ์ ฟงั กช์ ัน ลาดับและอนุกรม และนาไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใชน้ ิพจน์ สมการ และอสมการ อธบิ ายความสมั พันธ์ หรอื ช่วยแก้ปญั หาที่กาหนด
สำระที่ ๒ กำรวัดและเรขำคณติ
มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพื้นฐานเก่ยี วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของส่งิ ทต่ี ้องการวดั และนาไปใช้
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขา้ ใจและวิเคราะห์รปู เรขาคณิต สมบตั ิของรปู เรขาคณิต ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง
รูปเรขาคณติ และทฤษฎที างเรขาคณิต และนาไปใช้
สำระท่ี ๓ สถิตแิ ละควำมนำ่ จะเปน็
มาตรฐาน ค ๓.๑ เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรทู้ างสถิติในการแกป้ ัญหา
มาตรฐาน ค ๓.๒ เข้าใจหลกั การนับเบ้ืองต้น ความนา่ จะเป็น และนาไปใช้
วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี
สำระที่ ๑ วิทยำศำสตร์ชีวภำพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสัมพันธ์ระหวา่ งสง่ิ ไมม่ ีชีวติ กับสิง่ มชี วี ติ และ
ความสัมพนั ธ์ระหว่างสง่ิ มีชีวติ กับสง่ิ มชี ีวิตต่างๆในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลย่ี นแปลงแทนที่ในระบบ
นเิ วศ ความหมายของประชากร ปญั หาและผลกระทบท่ีมีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม แนวทางในการ
อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ้ ขปัญหาส่งิ แวดลอ้ มรวมทัง้ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัติของสงิ่ มชี วี ติ หน่วยพน้ื ฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสมั พนั ธ์ของโครงสรา้ ง และหน้าทีข่ องระบบตา่ งๆของสตั ว์และมนษุ ยท์ ่ีทางานสมั พันธ์กัน ความสัมพันธข์ อง
โครงสร้าง และหน้าที่ของอวยั วะต่างๆของพชื ทที่ างานสมั พันธ์กัน รวมทัง้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เขา้ ใจกระบวนการและความสาคญั ของการถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม สารพนั ธกุ รรม การ
เปลย่ี นแปลงทางพนั ธุกรรมท่ีมผี ลต่อส่งิ มชี วี ติ ความหลากหลายทางชวี ภาพและววิ ฒั นาการของสิ่งมีชวี ติ รวมทงั้ นา
ความรไู้ ปใช้ประโยชน์
สำระท่ี ๒ วิทยำศำสตรก์ ำยภำพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบตั ขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พันธ์ระหว่างสมบตั ิของสสารกบั
โครงสร้างและแรงยดึ เหนีย่ วระหวา่ งอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวนั ผลของแรงท่กี ระทาต่อวตั ถุ ลักษณะการเคล่ือนท่ีแบบ
ต่างๆของวัตถุ รวมท้ังนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน ปฏสิ มั พนั ธร์ ะหว่าง
สสารและพลังงาน พลงั งานในชีวติ ประจาวนั ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฏการณ์ทเ่ี กี่ยวข้องกับเสยี ง แสง และคล่ืน
แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมท้ังนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
สำระที่ ๓ วิทยำศำสตรโ์ ลก และอวกำศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี่
ดาวฤกษ์ และระบบสุรยิ ะ รวมท้งั ปฏิสัมพนั ธภ์ ายในระบบสุริยะที่สง่ ผลต่อสงิ่ มีชีวิต และการประยุคต์ใชเ้ ทคโนโลยอี วกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เขา้ ใจองค์ประกอบและความสัมพนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลงภายใน
โลก และบนผวิ โลก ธรณีพบิ ัตภิ ยั กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลก รวมท้ังผลต่อ
ส่งิ มีชีวิตและส่งิ แวดล้อม
สำระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพือ่ การดารงชวี ิตในสังคมท่มี ีการเปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ ่ืนๆ เพื่อแกป้ ัญหาหรือ
พัฒนางานอย่างมีความคดิ สร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่าง
เหมาะสมโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบต่อชีวิต สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา้ ใจและใชแ้ นวคดิ เชิงคานวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชวี ติ จริงอย่างเป็นขนั้ ตอน
และเปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารในการเรียนรู้ การทางานและการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รเู้ ทา่ ทนั และมีจริยธรรม
สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
สำระที่ ๑ ศำสนำ ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาทีต่ นนับถือและศาสนาอนื่ มีศรทั ธาท่ถี ูกตอ้ ง ยึดมั่น และปฏบิ ัตติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออยูร่ ่วมกันอยา่ งสันตสิ ุข
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบตั ติ นเปน็ ศาสนกิ ชนทดี่ ี และธารงรักษา
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนบั ถือ
สำระที่ ๒ หนำ้ ทพ่ี ลเมือง วัฒนธรรม และกำรดำเนินชวี ติ ในสังคม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหน้าท่ีของการเป็นพลเมืองดี มคี า่ นยิ มท่ีดงี าม และ
ธารงรักษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่รว่ มกันในสงั คมไทย และ สงั คมโลกอย่างสันติสขุ
มาตรฐาน ส ๒.๒ เขา้ ใจระบบการเมอื งการปกครองในสงั คมปจั จบุ ัน ยึดมัน่ ศรัทธา และธารง
รักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
สำระท่ี ๓ เศรษฐศำสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๑ เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรในการผลติ และการบริโภค การใช้
ทรัพยากรทม่ี ีอย่จู ากดั ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและคุ้มค่า รวมทงั้ เขา้ ใจหลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง
เพื่อการดารงชวี ติ อย่างมดี ุลยภาพ
มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ตา่ ง ๆ ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ และ
ความจาเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก
สำระที่ ๔ ประวตั ศิ ำสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขา้ ใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยคุ สมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถ
ใช้วิธกี ารทางประวัติศาสตร์มาวเิ คราะหเ์ หตุการณ์ต่างๆ อยา่ งเป็นระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เขา้ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดีตจนถึงปจั จุบนั ในด้านความสมั พนั ธ์
และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อยา่ งต่อเนื่อง ตระหนกั ถึงความสาคัญและสามารถวิเคราะห์
ผลกระทบทเี่ กิดขนึ้
มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มคี วามรัก
ความภูมิใจและธารงความเป็นไทย
สำระที่ ๕ ภมู ศิ ำสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๑ เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพนั ธข์ องสรรพสิ่งซึ่งมผี ลต่อกัน ใช้แผนทแี่ ละ
เครอ่ื งมือทางภมู ศิ าสตร์ในการค้นหา วเิ คราะห์ และสรปุ ขอ้ มูล ตามกระบวนการทางภมู ศิ าสตร์
ตลอดจนใชภ้ ูมิสารสนเทศอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เขา้ ใจปฏิสมั พันธร์ ะหวา่ งมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกดิ การสรา้ งสรรคว์ ิถีการ
ดาเนินชีวิต มีจติ สานึกและมสี ่วนรว่ มในการจดั การทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพ่ือการพนั นาท่ีย่ังยนื
สุขศึกษำและพลศกึ ษำ
สำระที่ ๑ กำรเจรญิ เตบิ โตและพฒั นำกำรของมนุษย์
มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
สำระที่ ๒ ชีวติ และครอบครวั
มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเหน็ คณุ คา่ ตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมที ักษะในการดาเนนิ
ชีวิต
สำระท่ี ๓ กำรเคล่ือนไหว กำรออกกำลังกำย กำรเลน่ เกม กฬี ำไทย และกีฬำสำกล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เขา้ ใจ มที กั ษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเลน่ กีฬา ปฏบิ ตั เิ ป็นประจาอยา่ ง
สมา่ เสมอ มีวนิ ัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มนี ้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชน่ื ชมใน
สุนทรียภาพของการกฬี า
สำระท่ี ๔ กำรสร้ำงเสริมสุขภำพ สมรรถภำพและกำรป้องกันโรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคณุ ค่าและมที ักษะในการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ การดารงสขุ ภาพ การป้องกนั โรค
และการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
สำระท่ี ๕ ควำมปลอดภัยในชีวิต
มาตรฐาน พ ๕.๑ ปอ้ งกันและหลีกเล่ียงปจั จยั เสย่ี ง พฤตกิ รรมเสยี่ งต่อสุขภาพ อบุ ัติเหตุ การใช้
ยาสารเสพตดิ และความรุนแรง
ศิลปะ
สำระท่ี ๑ ทศั นศิลป์
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรา้ งสรรคง์ านทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์
วพิ ากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศลิ ป์ ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคิดต่องานศลิ ปะอยา่ งอิสระ ช่นื ชม และ
ประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งทัศนศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ คา่
งานทัศนศลิ ป์ทเ่ี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล
สำระท่ี ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วจิ ารณค์ ุณคา่
ดนตรี ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคดิ ต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ ใช้ในชีวติ ประจาวนั
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหว่างดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คุณค่าของ
ดนตรที ีเ่ ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ ภมู ิปญั ญาไทยและสากล
สำระที่ ๓ นำฏศลิ ป์
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เขา้ ใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ป์อย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์
คณุ คา่ นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคิดอยา่ งอิสระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวัติศาสตรแ์ ละวฒั นธรรม เห็นคุณคา่ ของ
นาฏศลิ ป์ท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากล
กำรงำนอำชีพ
สำระที่ ๑ กำรดำรงชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทางาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทางาน ทกั ษะ
การจดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกนั และทักษะ การแสวงหาความรู้
มคี ณุ ธรรม และลกั ษณะนิสัยในการทางาน มีจติ สานกึ ในการใช้พลังงาน ทรพั ยากร และสง่ิ แวดล้อม
เพ่ือการดารงชวี ิตและครอบครัว
สำระท่ี ๒ กำรอำชพี
มาตรฐาน ง ๒.๑ เขา้ ใจ มีทักษะทจ่ี าเป็น มปี ระสบการณ์ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใช้
เทคโนโลยเี พื่อพัฒนาอาชพี มีคณุ ธรรม และมเี จตคติที่ดีต่ออาชีพ
ภำษำตำ่ งประเทศ
สำระท่ี ๑ ภำษำเพ่อื กำรสื่อสำร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เขา้ ใจและตีความเร่ืองทฟ่ี ังและอ่านจากส่อื ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเหน็
อยา่ งมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความร้สู กึ
และความคิดเห็นอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต ๑.๓ นาเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองตา่ งๆ
โดยการพูดและการเขียน
สำระท่ี ๒ ภำษำและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ได้
อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของ
ภาษากบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
สำระที่ ๓ ภำษำกบั ควำมสัมพันธก์ บั กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้อื่น
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่นื และเปน็
พนื้ ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน
สำระท่ี ๔ ภำษำกับควำมสมั พันธก์ ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชมุ ชน และสงั คม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลย่ี นเรียนรู้กบั สงั คมโลก
กิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น มุง่ ให้ผเู้ รียนได้พฒั นาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอยา่ งรอบดา้ นเพื่อความเป็นมนษุ ย์ท่ี
สมบูรณ์ ทง้ั รา่ งกาย สตปิ ัญญา อารมณ์ และสงั คม เสริมสรา้ งใหเ้ ป็นผมู้ ีศลี ธรรม จรยิ ธรรม มรี ะเบยี บวนิ ัย ปลกู ฝังและ
สรา้ งจติ สานกึ ของการทาประโยชนเ์ พอ่ื สงั คม สามารถจดั การตนเองได้ และอยูร่ ่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน แบง่ เปน็ ๓ ลกั ษณะ ดังนี้
๑. กจิ กรรมแนะแนว
เป็นกิจกรรมทีส่ ่งเสริมและพัฒนาผู้เรยี นใหร้ จู้ ักตนเอง รรู้ กั ษส์ ่งิ แวดลอ้ ม สามารถคดิ ตัดสินใจ คิดแกป้ ัญหา
กาหนดเป้าหมาย วางแผนชวี ิตท้งั ด้านการเรยี น และอาชีพ สามารถปรบั ตนไดอ้ ย่างเหมาะสม นอกจากน้ยี งั ชว่ ยให้ครู
รจู้ กั และเข้าใจผ้เู รียน ทง้ั ยงั เป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้คาปรกึ ษาแกผ่ ปู้ กครองในการมสี ว่ นรว่ มพัฒนาผู้เรยี น
๒. กิจกรรมนักเรยี น
เป็นกจิ กรรมทมี่ ุ่งพัฒนาความมรี ะเบยี บวินัย ความเป็นผู้นาผ้ตู ามท่ีดี ความรับผดิ ชอบ การทางานร่วมกนั
การรู้จักแก้ปัญหา การตดั สนิ ใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอื้ออาทร และสมานฉันท์ โดยจดั ให้
สอดคล้องกบั ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผเู้ รียน ให้ได้ปฏบิ ัติดว้ ยตนเองในทกุ ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่ การศึกษา
วเิ คราะหว์ างแผน ปฏิบตั ติ ามแผน ประเมินและปรับปรุงการทางาน เนน้ การทางานรว่ มกันเป็นกลุม่ ตามความเหมาะสม
และสอดคล้องกบั วุฒิภาวะของผู้เรยี น บรบิ ทของสถานศึกษาและท้องถ่นิ กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย
๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด ผูบ้ าเพญ็ ประโยชน์ และนักศึกษาวชิ าทหาร
๒.๒ กจิ กรรมชุมนุม ชมรม
๓. กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสำธำรณะประโยชน์
เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความสนใจใน
ลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรบั ผิดชอบ ความดงี าม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสา
พฒั นาตา่ ง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีกาหนดไว้ในช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ปีละ ๑๒๐ ชั่วโมง เป็น
เวลาสาหรับปฏิบัติกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในส่วนกิจกรรม
เพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชนใ์ หส้ ถานศึกษาจดั สรรเวลาใหผ้ เู้ รียนไดป้ ฏบิ ตั ิกจิ กรรม ดังน้ี
ระดับประถมศึกษา (ป.๑-๖) รวม ๖ ปี จานวน ๖๐ ช่ัวโมง
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ (ม.๑-๓) รวม ๓ ปี จานวน ๔๕ ชวั่ โมง
กำรจดั เวลำเรยี น
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กาหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรยี นขน้ั ตา่ สาหรับกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ๘
กลุ่ม และกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ซ่งึ สถานศึกษาสามารถเพ่ิมเตมิ ไดต้ ามความพร้อมและจุดเนน้ โดยสามารถปรับให้
เหมาะสมตามบริบทของสถานศกึ ษาและสภาพของผู้เรียน ดงั น้ี
๑. ระดับชัน้ ประถมศึกษา (ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ – ๖) ใหจ้ ดั เวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรยี นวันละ ไม่เกนิ
๕ ชว่ั โมง
๒. ระดับช้ันมธั ยมศึกษาตอนต้น (ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ – ๓) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลาเรียนวนั ละไม่เกนิ
๖ ช่วั โมง คดิ น้าหนักของรายวิชาท่ีเรียนเป็นหน่วยกิต ใช้เกณฑ์ ๔๐ ช่ัวโมงต่อภาคเรยี น มคี ่านา้ หนกั วิชา เท่ากับ ๑ หนว่ ย
กิต (นก.)การกาหนดโครงสร้างเวลาเรยี นพ้ืนฐาน และเพิม่ เตมิ สถานศึกษาสามารถดาเนินการ ดังนี้
ระดับประถมศึกษา สามารถปรบั เวลาเรยี นพ้นื ฐานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้
ต้องมีเวลาเรียนรวมตามท่ีกาหนดไว้ในโครงสร้างเวลาเรียนพ้ืนฐาน และผู้เรียนต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้
และตวั ช้ีวัดที่กาหนด
ระดับมัธยมศึกษา ต้องจัดโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐานให้เป็นไปตามท่ีกาหนดและสอดคล้องกับเกณฑ์การจบ
หลกั สตู ร
สาหรบั เวลาเรียนเพม่ิ เตมิ ทั้งในระดบั ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ให้จดั เปน็ รายวิชาเพ่มิ เติม หรอื กจิ กรรม
พฒั นาผู้เรียน โดยพิจารณาใหส้ อดคลอ้ งกับความพร้อม จุดเนน้ ของสถานศึกษาและเกณฑก์ ารจบหลักสูตร เฉพาะ
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑-๓ สถานศกึ ษาอาจจัดใหเ้ ปน็ เวลาสาหรับสาระ การเรียนรู้พื้นฐานในกลุม่ สาระการเรียนรู้
ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์
โครงสรำ้ งหลกั สูตรโรงเรยี นบ้ำนง่อนหนองพะเนำว์มิตรภำพที่ 126
โครงสรำ้ งหลกั สูตรเวลำเรียน ระดบั ประถมศกึ ษำ
กลมุ่ สำระกำรเรียนร/ู้ กจิ กรรม เวลำเรียน(ช่ัวโมง/ปี)
ระดบั ประถมศกึ ษำ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
ภาษาไทย
คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ภาษาต่างประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
รวมเวลำเรียน (พ้ืนฐำน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
รำยวชิ ำเพม่ิ เตมิ
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
หนา้ ที่พลเมือง ๔๐ ๔๐ ๔๐
ดนตรี ๔๐ ๔๐ ๔๐
นาฏศิลป์
รวมเวลำเรียน (เพม่ิ เตมิ ) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมพฒั นำผ้เู รียน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมนกั เรียน
- กิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
- ชุมนมุ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
รวมเวลำเรยี นทง้ั หมด ๑,๐๐๐ ชั่วโมง/ปี ๑,๐๘๐ ชว่ั โมง/ปี
โครงสรำ้ งหลกั สูตรโรงเรียน/โครงสร้ำงเวลำเรยี นระดบั มัธยมศกึ ษำตอนตน้
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้/ เวลำเรียน
กิจกรรม มัธยมศึกษาปที ่ี ๑ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ มัธยมศึกษาปีท๓่ี
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ ๑๒๐(๓ นก.) ๑๒๐(๓ นก.) ๑๒๐(๓ นก.)
ภาษาไทย ๑๒๐(๓ นก.) ๑๒๐(๓ นก.) ๑๒๐(๓ นก.)
คณิตศาสตร์ ๑๒๐(๓ นก.) ๑๒๐(๓ นก.) ๑๒๐(๓ นก.)
วิทยาศาสตร์และเทคโลโลยี ๑๖๐(๔ นก.) ๑๖๐(๔ นก.) ๑๖๐(๔ นก.)
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐(๑ นก.) ๔๐(๑ นก.) ๔๐(๑ นก.)
o ประวตั ศิ าสตร์ ๑๒๐(๓ นก.) ๑๒๐(๓ นก.) ๑๒๐(๓ นก.)
o ศาสนาศีลธรรม จรยิ ธรรม
o หน้าท่ีพลเมืองวัฒนธรรมฯ ๘๐(๒ นก.) ๘๐(๒ นก.) ๘๐(๒ นก.)
o ภมู ิศาสตร์ ๘๐(๒ นก.) ๘๐(๒ นก.) ๘๐(๒ นก.)
o เศรษฐศาสตร์ ๘๐(๒ นก.) ๘๐(๒ นก.) ๘๐(๒ นก.)
สุขศึกษาและพลศึกษา ๑๒๐(๓ นก.) ๑๒๐(๓ นก.) ๑๒๐(๓ นก.)
ศิลปะ ๘๘๐(๒๑ นก.) ๘๘๐(๒๑ นก.) ๘๘๐(๒๑ นก.)
การงานอาชพี ๒๐๐ (๕ นก.) ๒๐๐ (๕ นก.) ๒๐๐ (๕ นก.)
ภาษาต่างประเทศ
รวมเวลำเรียน(พืน้ ฐำน) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
๔๐ ๔๐ ๔๐
รำยวชิ ำเพิ่มเติม ๒๕ ๒๕ ๒๕
กจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐
o กิจกรรมแนะแนว ๑๕ ๑๕ ๑๕
o ลูกเสือ/เนตรนารี ๑,๒๐๐ ช่ัวโมง/ปี ๑,๒๐๐ ช่ัวโมง/ปี ๑,๒๐๐ ชวั่ โมง/ปี
o ชุมนมุ
o กจิ กรรมเพื่อสังคมฯ
รวมเวลำเรียนทงั้ หมด
โครงสร้ำงหลักสูตรชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี ๑
โรงเรียนบ้ำนงอ่ นหนองพะเนำว์มิตรภำพท่ี 126
รหสั กลมุ่ สำระกำรเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลำเรยี น
(ชม./ปี)
ท ๑๑๑๐๑ รำยวชิ ำพนื้ ฐำน (๘๔๐)
ค ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐
ว ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๒๐๐
ส ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑
ส ๑๑๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑ ๔๐
พ ๑๑๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๑ ๔๐
ศ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๑ ๔๐
ง ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ ๔๐
อ ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ ๔๐
ภาษาอังกฤษ ๑ ๔๐
ส ๑๑๒๓๑ ๒๐๐
รำยวชิ ำเพ่มิ เติม ๔๐
หน้าที่พลเมือง ๔๐
(๑๒๐)
กิจกรรมพัฒนำผเู้ รียน ๔๐
แนะแนว
กิจกรรมนกั เรยี น ๓๐
๔๐
ลกู เสอื เนตรนารี
๑๐
ชุมนมุ ๑,๐๐๐
กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน์ *
รวมเวลำเรียนทงั้ ส้นิ
* ผ้เู รียนปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ในกจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี
กจิ กรรมลดเวลำเรียนเพิ่มเวลำรู้ ดงั นี้
- ลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลาร(ู้ คอมพิวเตอร)์
- ลดเวลาเรยี นเพ่มิ เวลารู(้ อา่ นออกเขียนได้)
- ลดเวลาเรยี นเพิ่มเวลารู้(ดนตรี-นาฏศิลป)์
- ลดเวลาเรยี นเพิ่มเวลารู้(วิทยาศาสตร)์
- ลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู้(สุขศึกษา)
โครงสร้ำงหลักสตู รช้ันประถมศึกษำปที ่ี ๒
โรงเรยี นบำ้ นง่อนหนองพะเนำว์มติ รภำพที่ 126
รหสั กล่มุ สำระกำรเรยี นร้/ู กจิ กรรม เวลำเรยี น
(ชม./ปี)
ท ๑๒๑๐๑ รำยวิชำพ้นื ฐำน (๘๔๐)
ค ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๒๐๐
ว ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ ๒๐๐
ส ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒
ส ๑๒๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒ ๔๐
พ ๑๒๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๒ ๔๐
ศ ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๒ ๔๐
ง ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ ๔๐
อ ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ ๔๐
ภาษาองั กฤษ ๒ ๔๐
ส ๑๒๒๓๒ ๒๐๐
รำยวชิ ำเพิ่มเติม ๔๐
หน้าท่ีพลเมือง ๔๐
(๑๒๐)
กจิ กรรมพฒั นำผู้เรียน ๔๐
แนะแนว
กจิ กรรมนักเรียน ๓๐
๔๐
ลกู เสอื เนตรนารี
๑๐
ชุมนมุ ๑,๐๐๐
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์ *
รวมเวลำเรยี นทั้งส้ิน
* ผเู้ รียนปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในกจิ กรรมลูกเสือ-เนตรนารี
กิจกรรมลดเวลำเรยี นเพ่ิมเวลำรู้ ดงั นี้
- ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้(คอมพวิ เตอร)์
- ลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู(้ อ่านออกเขียนได้)
- ลดเวลาเรยี นเพ่มิ เวลาร(ู้ ดนตรี-นาฏศลิ ป์)
- ลดเวลาเรียนเพม่ิ เวลาร(ู้ วิทยาศาสตร์)
- ลดเวลาเรียนเพิม่ เวลาร(ู้ สุขศึกษา)
โครงสร้ำงหลักสูตรชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี ๓
โรงเรียนบ้ำนงอ่ นหนองพะเนำว์มิตรภำพท่ี 126
รหสั กลุม่ สำระกำรเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลำเรยี น
(ชม./ปี)
ท ๑๓๑๐๑ รำยวชิ ำพนื้ ฐำน (๘๔๐)
ค ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๒๐๐
ว ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ ๒๐๐
ส ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓
ส ๑๓๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๓ ๔๐
พ ๑๓๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๓ ๔๐
ศ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๓ ๔๐
ง ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ ๔๐
อ ๑๓๑๐๓ การงานอาชพี ๓ ๔๐
ภาษาอังกฤษ ๓ ๔๐
ส ๑๓๒๓๓ ๒๐๐
รำยวชิ ำเพ่มิ เติม ๔๐
หน้าที่พลเมือง ๔๐
(๑๒๐)
กิจกรรมพัฒนำผเู้ รียน ๔๐
แนะแนว
กิจกรรมนกั เรยี น ๓๐
๔๐
ลกู เสอื เนตรนารี
๑๐
ชุมนมุ ๑,๐๐๐
กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน์ *
รวมเวลำเรียนทงั้ ส้นิ
* ผู้เรยี นปฏิบตั กิ ิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ในกจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี
กจิ กรรมลดเวลำเรยี นเพิ่มเวลำรู้ ดงั นี้
- ลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลาร(ู้ คอมพิวเตอร)์
- ลดเวลาเรียนเพ่มิ เวลารู(้ อา่ นออกเขียนได้)
- ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้(ดนตรี-นาฏศิลป)์
- ลดเวลาเรยี นเพิ่มเวลารู้(วิทยาศาสตร)์
- ลดเวลาเรียนเพม่ิ เวลารู้(สุขศึกษา)
โครงสรำ้ งหลกั สูตรชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี ๔ เวลำเรยี น
โรงเรยี นบำ้ นงอ่ นหนองพะเนำวม์ ติ รภำพท่ี 126 (ชม./ป)ี
รหัส กลุม่ สำระกำรเรยี นร/ู้ กจิ กรรม (๘๔๐)
๑๖๐
ท ๑๔๑๐๑ รำยวิชำพ้ืนฐำน ๑๖๐
ค ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๑๒๐
ว ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔
ส ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ๘๐
ส ๑๔๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๔ ๔๐
พ ๑๔๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๔ ๘๐
ศ ๑๔๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔ ๘๐
ง ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ ๔๐
อ ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ ๘๐
ภาษาองั กฤษ ๔ ๔๐
ส ๑๔๒๓๔ ๔๐
ศ ๑๔๒๐๒ รำยวิชำเพิม่ เติม ๔๐
ศ ๑๔๒๐๓ หน้าทีพ่ ลเมือง ๔ ๔๐
ดนตรีไทย (๑๒๐)
นาฏศิลป์ไทย ๑ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนำผู้เรียน ๓๐
แนะแนว ๔๐
กิจกรรมนกั เรยี น
๑๐
ลูกเสอื เนตรนารี ๑,๐๘๐
ชมุ นมุ
กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ *
รวมเวลำเรียนท้งั สนิ้
* ผู้เรยี นปฏบิ ตั ิกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ในกจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี
โครงสรำ้ งหลักสตู รชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ ๕
โรงเรียนบำ้ นงอ่ นหนองพะเนำวม์ ติ รภำพท่ี 126
รหัส กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้/กจิ กรรม เวลำเรียน
(ชม./ป)ี
ท ๑๕๑๐๑ รำยวิชำพืน้ ฐำน (๘๔๐)
ค ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๑๖๐
ว ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ๑๖๐
ส ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ๑๒๐
ส ๑๕๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๕
พ ๑๕๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๕ ๘๐
ศ ๑๕๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๕ ๔๐
ง ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ ๘๐
อ ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๘๐
ภาษาองั กฤษ ๔ ๔๐
ส ๑๕๒๓๕ ๘๐
ศ ๑๕๒๐๒ รำยวิชำเพิม่ เติม ๔๐
ศ ๑๕๒๐๓ หน้าทพ่ี ลเมือง ๕ ๔๐
ดนตรีสากล ๑ ๔๐
นาฏศิลป์ไทย ๒ ๔๐
(๑๒๐)
กจิ กรรมพฒั นำผ้เู รียน ๔๐
แนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น ๓๐
๔๐
ลูกเสอื เนตรนารี
๑๐
ชมุ นุม ๑,๐๘๐
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์ *
รวมเวลำเรยี นทัง้ ส้ิน
* ผเู้ รยี นปฏิบัติกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในกจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี
โครงสรำ้ งหลักสตู รชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ ๖
โรงเรียนบำ้ นงอ่ นหนองพะเนำวม์ ติ รภำพท่ี 126
รหัส กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้/กจิ กรรม เวลำเรียน
(ชม./ป)ี
ท ๑๖๑๐๑ รำยวิชำพืน้ ฐำน (๘๔๐)
ค ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๑๖๐
ว ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ ๑๖๐
ส ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ๑๒๐
ส ๑๖๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๖
พ ๑๖๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๖ ๘๐
ศ ๑๖๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๖ ๔๐
ง ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ ๘๐
อ ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ ๘๐
ภาษาองั กฤษ ๖ ๔๐
ส ๑๖๒๓๖ ๘๐
ศ ๑๖๒๐๒ รำยวิชำเพิม่ เติม ๔๐
ศ ๑๖๒๐๓ หน้าทพ่ี ลเมือง ๖ ๔๐
ดนตรีสากล ๒ ๔๐
นาฏศิลป์ไทย ๓ ๔๐
(๑๒๐)
กจิ กรรมพฒั นำผ้เู รียน ๔๐
แนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น ๓๐
๔๐
ลูกเสอื เนตรนารี
๑๐
ชมุ นุม ๑,๐๘๐
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์ *
รวมเวลำเรยี นทัง้ ส้ิน
* ผเู้ รยี นปฏิบัติกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในกจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี
โครงสร้ำงหลกั สูตรช้นั มัธยมศกึ ษำปีที่ ๑
โรงเรียนบ้ำนงอ่ นหนองพะเนำวม์ ิตรภำพที่ ๑๒๖
ภำคเรียนท่ี ๑ หน่วยกติ / ภำคเรียนที่ ๒ หน่วยกิต/
ชั่วโมง ชวั่ โมง
๑๑ (๔๔๐)
รำยวิชำพน้ื ฐำน ๑๑ (๔๔๐) รำยวชิ ำพืน้ ฐำน ๑.๕ (๖๐)
๑.๕ (๖๐)
ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย๑ ๑.๕ (๖๐) ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย๒ ๑.๕ (๖๐)
๑.๕ (๖๐)
ค๒๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์๑ ๑.๕ (๖๐) ค๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร์๒ ๐.๕ (๒๐)
๐.๕ (๒๐)
ว๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๑ ๑.๕ (๖๐) ว๒๑๑๐๒ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๒ ๐.๕ (๒๐)
๐.๕ (๒๐)
ส๒๑๑๐๑ สังคมศึกษา๑ ๑.๕ (๖๐) ส๒๑๑๐๓ สังคมศึกษา๒ ๐.๕ (๒๐)
๑.๐ (๔๐)
ส๒๑๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์๑ ๐.๕ (๒๐) ส๒๑๑๐๔ ประวตั ิศาสตร์๒ ๑.๕ (๖๐)
๒.๕ (๑๐๐)
พ๒๑๑๐๑ สุขศกึ ษา๑ ๐.๕ (๒๐) พ๒๑๑๐๓ สขุ ศึกษา๒ ๖๐
๒๐
พ๒๑๑๐๒ พลศกึ ษา๑ (เซปกั ตะกร้อ) ๐.๕ (๒๐) พ๒๑๑๐๔ พลศึกษา๒ (เทเบิลเทนนิส) ๒๐
๑๒
ศ๒๑๑๐๑ ทัศนศลิ ป์๑ ๐.๕ (๒๐) ศ๒๑๑๐๓ ทัศนศิลป์๒
๘
ศ๒๑๑๐๒ ดนตรี-นาฏศลิ ป์๑ ๐.๕ (๒๐) ศ๒๑๑๐๔ ดนตรี-นาฏศลิ ป์๒ ๖๐๐
๑,๒๐๐
ง๒๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑.๐ (๔๐) ง๒๑๑๐๒ การงานอาชีพ
อ๒๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๑ ๑.๕ (๖๐) อ๒๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ๑
รำยวชิ ำเพิม่ เติม * ๒.๕ (๑๐๐) รำยวิชำเพิม่ เติม *
กิจกรรมพัฒนำผเู้ รยี น ๖๐ กิจกรรมพฒั นำผ้เู รียน
แนะแนว ๒๐ แนะแนว
ชมุ นุม ๒๐ ชมุ นมุ
ลูกเสือ/เนตรนารี ๑๓ ลูกเสอื /เนตรนารี
กิจกรรมเพือ่ สังคมและ กจิ กรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ ** ๗ สาธารณประโยชน์ **
รวมเวลำเรียนท้ังส้นิ ๖๐๐ รวมเวลำเรยี นทง้ั สิ้น
รวมเวลำเรยี นทง้ั สิ้น
* รำยวชิ ำเพ่ิมเติม จดั กิจกรรมการเรียนการสอนตามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ดังน้ี
1. กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
3. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
4. กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ
5. กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
** ผ้เู รียนปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนใ์ นกจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี
โครงสรำ้ งหลักสูตรชั้นมธั ยมศกึ ษำปีท่ี ๒
โรงเรยี นบ้ำนงอ่ นหนองพะเนำวม์ ิตรภำพที่ ๑๒๖
ภำคเรยี นที่ ๑ หน่วยกติ / ภำคเรยี นที่ ๒ หน่วยกติ /
ช่วั โมง ชั่วโมง
๑๑ (๔๔๐)
รำยวิชำพนื้ ฐำน ๑๑ (๔๔๐) รำยวชิ ำพ้นื ฐำน ๑.๕ (๖๐)
๑.๕ (๖๐)
ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย๓ ๑.๕ (๖๐) ท๒๒๑๐๒ ภาษาไทย๔ ๑.๕ (๖๐)
๑.๕ (๖๐)
ค๒๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์๓ ๑.๕ (๖๐) ค๒๒๑๐๒ คณติ ศาสตร์๔ ๐.๕ (๒๐)
๐.๕ (๒๐)
ว๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี๓ ๑.๕ (๖๐) ว๒๒๑๐๒ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๔ ๐.๕ (๒๐)
๐.๕ (๒๐)
ส๒๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา๓ ๑.๕ (๖๐) ส๒๒๑๐๓ สังคมศกึ ษา๔ ๐.๕ (๒๐)
๑.๐ (๔๐)
ส๒๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์๓ ๐.๕ (๒๐) ส๒๒๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์๔ ๑.๕ (๖๐)
๒.๕ (๑๐๐)
พ๒๒๑๐๑ สขุ ศึกษา๓ ๐.๕ (๒๐) พ๒๒๑๐๓ สขุ ศกึ ษา๔ ๖๐
๒๐
พ๒๒๑๐๒ พลศึกษา๓ (กรีฑา) ๐.๕ (๒๐) พ๒๒๑๐๔ พลศึกษา๔ (บาสเกตบอล) ๒๐
๑๒
ศ๒๒๑๐๑ ทัศนศลิ ป์๓ ๐.๕ (๒๐) ศ๒๒๑๐๓ ทัศนศิลป์๔
๘
ศ๒๒๑๐๒ ดนตรี-นาฏศลิ ป์๓ ๐.๕ (๒๐) ศ๒๒๑๐๔ ดนตรี-นาฏศลิ ป์๔ ๖๐๐
๑,๒๐๐
ง๒๒๑๐๑ การงานอาชีพ๓ ๑.๐ (๔๐) ง๒๒๑๐๒ การงานอาชีพ๔
อ๒๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๓ ๑.๕ (๖๐) อ๒๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ๔
รำยวิชำเพิม่ เติม * ๒.๕ (๑๐๐) รำยวิชำเพิม่ เติม *
กจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น ๖๐ กจิ กรรมพัฒนำผู้เรียน
แนะแนว ๒๐ แนะแนว
ชมุ นุม ๒๐ ชุมนมุ
ลูกเสอื /เนตรนารี ๑๓ ลูกเสือ/เนตรนารี
กิจกรรมเพ่อื สงั คมและ กจิ กรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ ** ๗ สาธารณประโยชน์ **
รวมเวลำเรยี นท้งั ส้นิ ๖๐๐ รวมเวลำเรียนทงั้ ส้นิ
รวมเวลำเรยี นท้งั สิ้น
* รำยวิชำเพ่ิมเติม จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนตามกลุ่มสาระการเรยี นรดู้ งั น้ี
1. กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
3. กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
4. กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
5. กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี
** ผูเ้ รยี นปฏิบตั กิ ิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนใ์ นกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี
โครงสรำ้ งหลกั สตู รช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี ๓
โรงเรียนบ้ำนง่อนหนองพะเนำวม์ ติ รภำพที่ ๑๒๖
ภำคเรยี นที่ ๑ หนว่ ยกติ / ภำคเรียนที่ ๒ หนว่ ยกติ /
ชวั่ โมง ชัว่ โมง
๑๑ (๔๔๐)
รำยวชิ ำพืน้ ฐำน ๑๑ (๔๔๐) รำยวิชำพื้นฐำน ๑.๕ (๖๐)
๑.๕ (๖๐)
ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย๕ ๑.๕ (๖๐) ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย๖ ๑.๕ (๖๐)
๑.๕ (๖๐)
ค๒๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์๕ ๑.๕ (๖๐) ค๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร์๖ ๐.๕ (๒๐)
๐.๕ (๒๐)
ว๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโลโลยี๕ ๑.๕ (๖๐) ว๒๓๑๐๒ วทิ ยาศาสตร์และเทคโลโลยี๖ ๐.๕ (๒๐)
๐.๕ (๒๐)
ส๒๓๑๐๑ สังคมศึกษา๕ ๑.๕ (๖๐) ส๒๓๑๐๓ สังคมศกึ ษา๖ ๐.๕ (๒๐)
๑.๐ (๔๐)
ส๒๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์๕ ๐.๕ (๒๐) ส๒๓๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์๖ ๑.๕ (๖๐)
๒.๕ (๑๐๐)
พ๒๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษา๕ ๐.๕ (๒๐) พ๒๓๑๐๓ สขุ ศกึ ษา๖ ๖๐
๒๐
พ๒๓๑๐๒ พลศกึ ษา๕ (วอลเล่ย์บอล) ๐.๕ (๒๐) พ๒๓๑๐๔ พลศึกษา๖ (ฟุตบอล) ๒๐
๑๒
ศ๒๓๑๐๑ ทศั นศลิ ป์๕ ๐.๕ (๒๐) ศ๒๓๑๐๓ ทศั นศิลป์๖
๘
ศ๒๓๑๐๒ ดนตรี-นาฏศลิ ป์๕ ๐.๕ (๒๐) ศ๒๓๑๐๔ ดนตรี-นาฏศิลป์๖ ๖๐๐
๑,๒๐๐
ง๒๓๑๐๑ การงานอาชพี ๕ ๑.๐ (๔๐) ง๒๓๑๐๒ การงานอาชพี ๖
อ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๕ ๑.๕ (๖๐) อ๒๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ๖
รำยวชิ ำเพม่ิ เติม * ๒.๕ (๑๐๐) รำยวชิ ำเพ่มิ เติม *
กิจกรรมพัฒนำผู้เรยี น ๖๐ กจิ กรรมพฒั นำผู้เรยี น
แนะแนว ๒๐ แนะแนว
ชมุ นุม ๒๐ ชมุ นมุ
ลกู เสอื /เนตรนารี ๑๓ ลกู เสอื /เนตรนารี
กจิ กรรมเพื่อสงั คมและ กิจกรรมเพือ่ สงั คมและ
สาธารณประโยชน์ ** ๗ สาธารณประโยชน์ **
รวมเวลำเรียนทง้ั สนิ้ ๖๐๐ รวมเวลำเรียนท้ังส้ิน
รวมเวลำเรยี นทง้ั สิ้น
* รำยวชิ ำเพิ่มเติม จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนตามกลมุ่ สาระการเรยี นรูด้ งั น้ี
1. กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
3. กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
4. กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
5. กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
** ผูเ้ รียนปฏิบัตกิ จิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนใ์ นกจิ กรรมลูกเสือ-เนตรนารี
โครงสร้ำงรำยวิชำระดบั ประถมศึกษำ
กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง
รำยวิชำพน้ื ฐำน จานวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
จานวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย จานวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย จานวน ๔๐ ช่ัวโมง
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
รำยวชิ ำเพ่มิ เติม จานวน ๔๐ ช่ัวโมง
ท ๑๔๒๐๑ การอา่ นและการเขียน๑
ท ๑๕๒๐๑ การอา่ นและการเขียน๒
ท ๑๖๒๐๑ การอ่านและการเขยี น๓
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง
รำยวชิ ำพ้นื ฐำน จานวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ จานวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ จานวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์
รำยวิชำเพม่ิ เติม
ค ๑๔๒๐๑ คณิตคิดเร็ว
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์ จานวน ๔๐ ช่วั โมง
รำยวิชำพ้นื ฐำน จานวน ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๔๐ ชัว่ โมง
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ จานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์ จานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง
ว ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ จานวน ๑๒๐ ช่วั โมง
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์
ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์
ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์
รำยวิชำเพมิ่ เติม
ว ๑๐๒๐๑ สนุกกบั การตอ่ ไฟฟ้า จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ว ๑๐๒๐๒ สารเคมใี นบา้ น จานวน ๔๐ ช่ัวโมง
ว ๑๐๒๐๓ สนกุ กับทกั ษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ว ๑๐๒๐๔ สนุกกบั โครงงานวิทยาศาสตร์ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ว ๑๐๒๐๕ วิทยาศาสตรแ์ สนสนกุ จานวน ๔๐ ช่ัวโมง
กลุม่ สำระกำรเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม จานวน ๘๐ ชั่วโมง
รำยวิชำพ้นื ฐำน จานวน ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ส ๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๑๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม จานวน ๔๐ ช่วั โมง
ส ๑๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๔๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม จานวน ๔๐ ช่ัวโมง
ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร์ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ส ๑๕๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จานวน ๔๐ ชั่วโม
ส ๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร์
ส ๑๖๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๖๑๐๒ ประวัติศาสตร์ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
รำยวิชำเพ่ิมเติม จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๑๒๓๑ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๒๒๓๒ หนา้ ท่พี ลเมอื ง จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๓๒๓๓ หนา้ ทพ่ี ลเมือง จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๔๒๓๔ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง
ส ๑๕๒๓๕ หน้าทพ่ี ลเมือง
ส ๑๖๒๓๖ หน้าที่พลเมือง
กลมุ่ สำระกำรเรียนรูส้ ขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ จานวน ๘๐ ชัว่ โมง
รำยวิชำพนื้ ฐำน จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
จานวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา จานวน ๘๐ ชัว่ โมง
พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา
พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
พ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา
พ ๑๕๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา จานวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๖๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา จานวน ๘๐ ชัว่ โมง
รำยวชิ ำเพ่ิมเติม
พ ๑๔๒๐๑ วอลเลย่ บ์ อล๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ ๑๔๒๐๒ รามวยโบราณ๑ จานวน ๔๐ ช่วั โมง
พ ๑๔๒๐๓ โรคภยั ใกล้ตวั ๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
พ ๑๔๒๐๔ ฟตุ ซอล๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ ๑๕๒๐๑ วอลเล่ยบ์ อล๒ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ ๑๕๒๐๒ รามวยโบราณ๒ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ ๑๕๒๐๓ โรคภัยใกล้ตวั ๒ จานวน ๔๐ ช่วั โมง
พ ๑๕๒๐๔ ฟตุ ซอล๒ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
พ ๑๖๒๐๑ วอลเล่ย์บอล๓ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
พ ๑๖๒๐๒ รามวยโบราณ๓ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
พ ๑๖๒๐๓ โรคภยั ใกล้ตวั ๓ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
พ ๑๖๒๐๔ ฟุตซอล๓ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
กลมุ่ สำระกำรเรยี นร้ศู ลิ ปะ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
รำยวิชำพ้นื ฐำน จานวน ๘๐ ชั่วโมง
จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ
ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
รำยวชิ ำเพมิ่ เติม จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๔๒๐๑ ทศั นศิลป์๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๑๔๒๐๒ ดนตรไี ทย จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๑๔๒๐๓ นาฏศิลป์ไทย ๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๑๕๒๐๑ ทัศนศลิ ป์๒ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๕๒๐๒ ดนตรีสากล ๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๑๕๒๐๓ นาฏศิลป์ไทย ๒ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๑๖๒๐๑ ทัศนศลิ ป์๓
ศ ๑๖๒๐๒ ดนตรีสากล ๒
ศ ๑๖๒๐๓ นาฏศิลป์ไทย ๓
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพ จานวน ๔๐ ช่ัวโมง
รำยวชิ ำพน้ื ฐำน จานวน ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชพี
รำยวิชำเพมิ่ เตมิ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๐๒๐๑ งานสานของเลน่ จากวัสดเุ หลือใช้ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ง ๑๐๒๐๒ งานพบั กระดาษเปน็ ของเล่น ของตกแตง่ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๐๒๐๓ งานประดิษฐว์ ัสดเุ หลอื ใชเ้ ป็นของใช้ และของตกแตง่ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ง ๑๐๒๐๔ งานประดษิ ฐ์ไมก้ วาดจากดอกหญ้า จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ง ๑๐๒๐๕ งานประดิษฐ์ไมก้ วาดจากทางมะพรา้ ว จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๐๒๐๖ งานสานตะกรา้ จากเสน้ พลาสตกิ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๐๒๐๗ งานประดษิ ฐ์นกจากขวดนา้ พลาสตกิ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง
ง ๑๐๒๐๘ งานประดิษฐ์กงั หันลมจากกระป๋องนา้ อดั ลม จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๐๒๐๙ งานประดษิ ฐด์ อกไม้จากขวดน้าอัดลม จานวน ๔๐ ชวั่ โมง
ง ๑๐๒๑๐ งานประดษิ ฐข์ องใช้จากกล่องนม จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๐๒๑๑ งานประดิษฐ์ดอกไม้จากผ้าใยบัว จานวน ๔๐ ชวั่ โมง
ง ๑๐๒๑๒ งานจกั รสานจากไม้ไผ่ จานวน ๔๐ ช่ัวโมง
ง ๑๐๒๑๓ งานทอเสือ่ จากต้นกก จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๐๒๑๔ งานประดษิ ฐ์ลวดแขวนกระถาง
กลมุ่ สำระกำรเรียนรูภ้ ำษำตำ่ งประเทศ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
รำยวิชำพืน้ ฐำน จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
จานวน ๔๐ ชัว่ โมง
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ
รำยวิชำเพม่ิ เตมิ
อ ๑๔๒๐๑ อ่าน-เขยี นภาษาองั กฤษตามหลกั ไวยากรณ์ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
อ ๑๕๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร๑ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง
จ ๑๕๒๐๑ ภาษาจนี เบอ้ื งต้น๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
อ ๑๖๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่อื สาร๒ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
จ ๑๖๒๐๑ ภาษาจีนเบอื้ งต้น๒ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
ระดบั ประถมศกึ ษำ
ท ๑๑๑๐๑ ภำษำไทย คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๑ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย
เวลำ ๒๐๐ ช่ัวโมง
ศึกษาและฝึกการอา่ นออกเสียง และบอกความหมายของคา คาคล้องจอง และข้อความทป่ี ระกอบด้วย คาพนื้ ฐาน
คือ คาท่ใี ช้ในชวี ิตประจาวนั ไมน่ ้อยกว่า ๖๐๐ คา รวมท้ังคาทใี่ ชเ้ รยี นรู้ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน ประกอบด้วย คาที่มีรูป
วรรณยกุ ตแ์ ละไม่มรี ปู วรรณยุกต์ คาท่ีมีตัวสะกดตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา คาทีม่ ีพยัญชนะควบกล้า คาที่มี
อกั ษร การอา่ นจบั ใจความจากสอ่ื ต่างๆ การอา่ นหนังสือตามความสนใจ การอา่ นเครื่องหมายหรือสญั ลกั ษณ์ประกอบดว้ ย
เครอ่ื งหมายสญั ลักษณ์ตา่ งๆที่พบเหน็ ในชีวิตประจาวัน เคร่ืองหมายแสดงความปลอดภยั และแสดงอนั ตราย มารยาทในการ
อ่าน
ศกึ ษาวธิ ีการและฝึกการคดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขยี นตัวอักษรไทย การเขียนสือ่ สาร
คาที่ใช้ในชีวิตประจาวนั คาพ้ืนฐานในบทเรยี น คาคล้องจอง ประโยคง่ายๆ มารยาท ในการเขยี นฝึกการฟังและปฏบิ ัติ
ตามคาแนะนา คาส่งั งา่ ยๆ การจับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สกึ จากเรื่องที่ฟังและดทู ั้งทเ่ี ป็นความรู้และความ
บนั เทิง การพูดสอ่ื สารในชีวิตประจาวนั มารยาท ในการฟงั มารยาทในการดู มารยาทในการพูด
ศึกษาและฝึกเก่ยี วกับพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ เลขไทย การสะกดคา การแจกลกู และ การอา่ นเป็น
คา มาตราตัวสะกดท่ีตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา การผันคา ความหมายของคา การแตง่ ประโยค คาคล้องจอง
ศกึ ษาวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสาหรบั เดก็ บทอาขยานและบทร้อยกรอง บทอาขยานตามทกี่ าหนด บท
รอ้ ยกรองตามความสนใจ
เพือ่ ให้นักเรยี นอา่ นออกเสียงคา คาคล้องจอง และข้อความส้ันๆ บอกความหมายของคา และข้อความที่อ่าน ตอบ
คาถามเกย่ี วกบั เร่ืองที่อา่ น เล่าเร่อื งย่อจากเร่ืองท่ีอ่าน คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรื่อง ทอี่ า่ น อา่ นหนงั สอื ตามความสนใจ
อย่างสมา่ เสมอและนาเสนอเร่ืองท่ีอา่ น บอกความหมายของเครื่องหมายหรอื สัญลักษณ์สาคัญท่ีมักพบเห็นในชีวิตประจาวัน มี
มารยาทในการอา่ น เพอ่ื ให้ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตดั สินใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชวี ติ
และมีนสิ ยั รกั การอ่าน
คัดลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั เขียนสอ่ื สารดว้ ยคาและประโยคง่ายๆ มมี ารยาทในการเขียน เพอ่ื ให้ใชก้ ระบวนการ
เขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวในรปู แบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงาน
การศึกษาค้นควา้ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ฟังคาแนะนา คาสัง่ งา่ ยๆ และปฏบิ ตั ติ าม ตอบคาถามและเล่าเรื่องทีฟ่ ังและดูทงั้ ทเี่ ปน็ ความรแู้ ละความบันเทิง พดู
แสดงความคดิ เหน็ และความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟงั และดู พูดสื่อสารไดต้ ามวตั ถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
เพอ่ื ใหส้ ามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความร้สู กึ ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมี
วจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
บอกและเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา เรยี บเรียงคา
เป็นประโยคงา่ ยๆ ต่อคาคลอ้ งจองง่ายๆ เพอ่ื ให้เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษา การเปล่ยี นแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
บอกข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการอา่ นหรอื การฟงั วรรณกรรมร้อยแกว้ และร้อยกรองสาหรบั เด็ก ทอ่ งจาบทอาขยานตามที่
กาหนด และบทร้อยกรองตามความสนใจ เพ่ือให้เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็
คุณค่าและนามาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
เพื่อให้ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพ่ือนาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชีวติ และมนี ิสันรกั
การอ่าน ใช้กระบวนการเขยี นเขียนสอื่ สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรอ่ื งราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงาน
ข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธภิ าพ สามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพดู แสดง
ความรู้ ความคดิ และความรูส้ กึ ในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษา
การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ เข้าใจและแสดง
ความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคณุ คา่ และนามาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ
ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒, ป. ๑/๓, ป. ๑/๔, ป. ๑/๕, ป. ๑/๖, ป. ๑/๗, ป. ๑/๘
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒, ป. ๑/๓
ท ๓.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒, ป. ๑/๓, ป. ๑/๔, ป. ๑/๕
ท ๔.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒, ป. ๑/๓, ป. ๑/๔
ท ๕.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
(รวมตัวชว้ี ดั ๒๒ ตัวชวี้ ดั )
ท ๑๒๑๐๑ ภำษำไทย คำอธิบำยรำยวิชำ
ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๒ กลุ่มสำระกำรเรียนร้ภู ำษำไทย
เวลำ ๒๐๐ ชั่วโมง
ศึกษาและฝึกการอ่านออกเสียง และการบอกความหมายของคา คาคล้องจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรอง
งา่ ยๆ ทป่ี ระกอบดว้ ยคาพืน้ ฐานเพิม่ จาก ป.๑ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๘๐๐ คา รวมทั้งคาท่ีใช้เรยี นรใู้ นกลมุ่ สาระการเรียนร้อู ืน่
ประกอบดว้ ย คาท่ีมรี ูปวรรณยกุ ตแ์ ละไมม่ รี ปู วรรณยุกต์ คาท่มี ีตวั สะกดตรงตามมาตราและไมต่ รงตามมาตรา คาท่ีมี
พยัญชนะควบกลา้ คาทีม่ ีอักษรนา คาทมี่ ตี วั การนั ต์ คาท่ีมี รร คาทมี่ ีพยัญชนะและสระทไี่ ม่ออกเสียง การอา่ นจับ
ใจความจากส่ือตา่ งๆ การอ่านหนังสอื ตามความสนใจ การอ่านข้อความเชงิ อธิบายและปฏิบัติตามคาสั่งหรอื
คาแนะนา การใช้สถานที่สาธารณะ คาแนะนาการใชเ้ คร่ืองใชท้ ่จี าเป็นในบา้ นและในโรงเรียน มารยาทในการอา่ น
ศกึ ษาวธิ ีการและฝึกการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขียนอักษรไทย การเขยี นเรื่องส้ันๆ
เกี่ยวกบั ประสบการณ์ การเขียนเร่อื งสน้ั ๆ ตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขยี น
ศกึ ษาวิธกี ารและฝกึ การฟัง และปฏิบตั ติ ามคาแนะนา คาส่งั ทซ่ี บั ซ้อน การจับใจความและการพูดแสดงความ
คิดเห็น ความรูส้ กึ จากเร่ืองท่ีฟังและดู ทัง้ ท่ีเปน็ ความรู้และความบันเทงิ การพดู ส่ือสารในชีวิตประจาวนั มารยาทในการ
ฟัง มารยาทในการดู มารยาทในการพดู
ศกึ ษา บอกและเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย การสะกดคา การแจกลกู และการอ่านเปน็
คา มาตราตวั สะกดที่ตรงตามมาตราและไมต่ รงตามมาตรา การผนั อกั ษรกลาง อักษรสูง และอักษรตา่ คาทม่ี ตี ัว
การนั ต์ คาที่มีพยญั ชนะควบกล้า คาท่ีมีอกั ษรนา คาที่มีความหมายตรงข้ามกัน คามี รร ความหมายของคา
ศึกษาวรรณกรรมแกว้ และร้อยกรองสาหรับเด็ก บทรอ้ งเล่นทมี่ คี ณุ ค่า บทร้องเลน่ ในท้องถนิ่ บทรอ้ งเลน่ ใน
การละเลน่ ของเด็กไทย บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทีม่ ีคุณคา่ บทอาขยานตามที่กาหนด บทรอ้ ยกรองตามความ
สนใจ
เพอื่ ให้นักเรียนอ่านออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ข้อความ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ ูกต้อง อธิบาย
ความหมายของคาและขอ้ ความทีอ่ ่าน ตง้ั คาถามและตอบคาถามเกย่ี วกับเร่อื งที่อ่าน ระบุใจความสาคัญและ
รายละเอยี ดจากเรอ่ื งท่ีอา่ น แสดงความคดิ เหน็ และคาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเรื่อง ที่อ่าน อ่านหนังสอื ตามความสนใจ
อยา่ งสมา่ เสมอและนาเสนอเรื่องที่อา่ น อ่านข้อเขยี นเชิงอธิบาย และปฏบิ ัตติ ามคาสัง่ หรอื ข้อแนะนา มมี ารยาทในการ
อ่าน เพื่อใหใ้ ช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพือ่ นาไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ญั หาในการดาเนินชวี ิต และมีนสิ ัย
รักการอ่าน
คดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรือ่ งสน้ั ๆ เกีย่ วกบั ประสบการณ์ เขียนเรอื่ งสนั้ ๆ ตามจนิ ตนาการ มี
มารยาทในการเขียน เพื่อให้ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสอื่ สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่ืองราวในรปู แบบ
ต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ฟังคาแนะนา คาสั่งท่ซี ับซอ้ น และปฏิบตั ิตาม เล่าเรอ่ื งท่ีฟังและดทู ง้ั ที่เป็นความรู้และความบนั เทิง บอก
สาระสาคัญของเร่ืองที่ฟังและดู ต้ังคาถามและตอบคาถามเกีย่ วกบั เร่อื งที่ฟังและดู พูดแสดงความคิดเห็นและ
ความรู้สกึ จากเร่ืองที่ฟงั และดู พดู สอ่ื สารได้ชัดเจนตรงตามวตั ถุประสงค์ มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด เพ่ือให้
สามารถเลอื กฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมี
วิจารณญาณและสร้างสรรค์
บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา เรยี บ
เรยี งคาเป็นประโยคไดต้ รงตามเจตนาของการส่ือสาร บอกลกั ษณะคาคลอ้ งจอง เลอื กใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษา
ถิ่นไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ เพื่อใหเ้ ขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ระบุข้อคิดท่ีไดจ้ ากการอ่านหรอื ฟงั วรรณกรรมสาหรับเด็กเพอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน รอ้ งบทร้องเลน่ สาหรบั
เดก็ ในท้องถน่ิ ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนด และบทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่ ตามความสนใจ เพ่อื ใหเ้ ข้าใจและแสดง
ความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณคา่ และนามาประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ
เพือ่ ให้ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคิด เพื่อนาไปใช้ตดั สินใจ แกป้ ัญหาในการดาเนนิ ชีวิตและมีนิ
สันรักการอ่าน ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสื่อสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวในรปู แบบตา่ งๆ เขียน
รายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความร้สู ึกในโอกาสต่างๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์ เขา้ ใจธรรมชาตขิ อง
ภาษาและหลกั ภาษา การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ภาษาไทยไวเ้ ปน็
สมบตั ิของชาติ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ ค่าและนามา
ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จริง
ตวั ชว้ี ดั
ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕, ป. ๒/๖, ป. ๒/๗, ป. ๒/๘
ท ๒.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔
ท ๓.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕, ป. ๒/๖, ป. ๒/๗
ท ๔.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕
ท ๕.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓
(รวมตวั ชีว้ ัด ๒๗ ตัวช้ีวัด)
ท ๑๓๑๐๑ ภำษำไทย คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ชนั้ ประถมศกึ ษำปีท่ี ๓ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย
เวลำ ๒๐๐ ชัว่ โมง
ศึกษาและฝกึ การอา่ นออกเสียง และการบอกความหมายของคา คาคล้องจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรอง
ง่ายๆ ทป่ี ระกอบดว้ ยคาพืน้ ฐานเพิ่มจาก ป.๒ ไม่น้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คา รวมท้ังคาทเ่ี รียนรใู้ นกลุม่ สาระการเรยี นรูอ้ ่นื
ประกอบดว้ ย คาที่มีตวั การนั ต์ คาทม่ี ี รร คาทม่ี ีพยัญชนะและสระไม่ออกเสียง คาพ้อง คาพิเศษอืน่ ๆ เช่น คาท่ใี ช้ ฑ
ฤ ฤๅ การอ่านจับใจความจากสื่อตา่ งๆ การอ่านหนังสือตามความสนใจ การอ่านข้อความเชงิ อธบิ าย และปฏบิ ัติตาม
คาสง่ั หรือข้อแนะนา คาแนะนาตา่ งๆ ในชีวิตประจาวนั ประกาศ ป้ายโฆษณา และคาขวัญ การอ่านขอ้ มลู จาก
แผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ มารยาทในการอา่ น
ศึกษาวิธีการและฝกึ การคัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทดั ตามรูปแบบการเขียนอักษรไทย การเขียนบรรยาย
เกยี่ วกับลักษณะของคน สตั ว์ ส่ิงของ สถานที่ การเขยี นบันทึกประจาวัน การเขยี นจดหมายลาครู การเขยี นเรื่องตาม
จนิ ตนาการจากคา ภาพ และหัวขอ้ ที่กาหนด มารยาทในการเขียน
ฝกึ การจับใจความและพูดแสดงความคดิ เหน็ และความร้สู กึ จากเรื่องทฟี่ งั และดู ทั้งทีเ่ ปน็ ความรแู้ ละความ
บนั เทิง การพูดสือ่ สารในชวี ติ ประจาวัน มารยาทในการฟงั มารยาทในการดู มารยาทในการพูด
ศึกษาและฝึกการสะกดคา การแจกลกู และการอ่านเป็นคา มาตราตวั สะกดทีต่ รงมาตราและไม่ตรงมาตรา
การผนั อักษรกลาง อักษรสูง และอักษรต่า คาทม่ี ีพยัญชนะควบกล้า คาท่ีประวสิ รรชนยี ์ และคาที่ไม่ประวสิ รรชนีย์
คาที่มี ฤ ฤๅ คาที่ใช้ บัน บรร คาทใ่ี ช้ รร คาท่ีมตี วั การันต์ ความหมายของคา ชนดิ และหนา้ ทขี่ องคา การใช้
พจนานุกรม การแตง่ ประโยคเพื่อการส่ือสาร คาคล้องจอง คาขวญั ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถนิ่
ศกึ ษาวรรณคดี วรรณกรรม และเพลงพนื้ บา้ น นิทานหรอื เรอื่ งในท้องถิ่น เร่ืองสัน้ งา่ ยๆ ปรศิ นาคาทาย บท
ร้อยกรอง เพลงพืน้ บา้ น เพลงกลอ่ มเด็ก วรรณกรรมและวรรณคดใี นบทเรยี นและตามความสนใจ บทอาขยานและบท
รอ้ ยกรองทมี่ ีคุณคา่ บทอาขยานตามที่กาหนด บทร้อยกรองตามความสนใจ
เพอ่ื ใหน้ กั เรียนอา่ นออกเสยี งคา ขอ้ ความ เรอื่ งส้นั ๆ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ได้ถูกต้องคลอ่ งแคลว่ อธิบาย
ความหมายของคาและข้อความทอ่ี ่าน ตงั้ คาถามและตอบคาถามเชงิ เหตุผลเกยี่ วกบั เรือ่ งที่อา่ น ลาดบั เหตกุ ารณ์และ
คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองทอี่ ่าน โดยระบเุ หตผุ ลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดจากเรอ่ื งที่อา่ นเพอ่ื นาไปใชใ้ น
ชีวติ ประจาวัน อา่ นหนงั สอื ตามความสนใจอยา่ งสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องที่อา่ น อ่านข้อเขยี นเชงิ อธบิ ายและปฏบิ ตั ิ
ตามคาสงั่ หรือข้อแนะนา
อธิบายความหมายของข้อมลู จากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภมู ิ มมี ารยาทในการอ่าน เพ่ือให้ใชก้ ระบวนการอ่านสร้าง
ความรแู้ ละความคดิ เพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปญั หาในการดาเนินชวี ิต และมีนิสยั รกั การอา่ น
คดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยายเกีย่ วกบั สิ่งใดสิ่งหน่งึ ได้อย่างชัดเจน เขยี นบนั ทกึ ประจาวัน
เขียนจดหมายลาครู เขียนเร่ืองตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน เพ่ือให้ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นส่ือสาร เขียน
เรียงความ ย่อความ และเขียนเรอ่ื งราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษา
คน้ คว้าอยา่ งมีประสิทธิภาพ
เลา่ รายละเอียดเกยี่ วกบั เร่ืองท่ฟี งั และดูท้งั ที่เปน็ ความรูแ้ ละความบันเทิง บอกสาระสาคัญจากการฟงั และการดู
ต้งั คาถามและตอบคาถามเก่ยี วกบั เร่ืองท่ีฟงั และดู พดู แสดงความคดิ เหน็ และความรสู้ กึ จากเรื่องทฟ่ี ังและดู พูดสือ่ สาร
ได้ชัดเจนตรงตามวัตถปุ ระสงค์ มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด เพ่อื ใหส้ ามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมี
วจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สกึ ในโอกาสต่างๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา ระบชุ นดิ และหน้าที่ของคาในประโยค ใช้พจนานุกรม
ค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคงา่ ยๆ แต่งคาคลอ้ งจองและคาขวญั เลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินได้
เหมาะสมกับกาลเทศะ เพอื่ ให้เขา้ ใจธรรมชาตแิ ละหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิ
ปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ระบุข้อคดิ ที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมเพือ่ นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน ร้จู กั เพลงพนื้ บา้ นและเพลงกล่อมเด็กเพ่ือ
ปลกู ฝังความช่ืนชมวัฒนธรรมท้องถนิ่ แสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับวรรณคดีท่ีอ่าน ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและ
บทรอ้ ยกรองที่มคี ุณค่าตามความสนใจ เพอ่ื ให้เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เห็นคุณคา่ และนาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
เพอื่ ใหใ้ ชก้ ระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคิด เพื่อนาไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชวี ิตและมนี ิ
สนั รกั การอา่ น ใช้กระบวนการเขียนเขียนสอ่ื สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขยี นเรอ่ื งราวในรูปแบบต่างๆ เขยี น
รายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ
และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์ เขา้ ใจธรรมชาติของ
ภาษาและหลักภาษา การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ภาษาไทยไว้เป็น
สมบตั ขิ องชาติ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคณุ ค่าและนามา
ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จริง
ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ป. ๓/๕, ป. ๓/๖, ป. ๓/๗, ป. ๓/๘, ป. ๓/๙
ท ๒.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ป. ๓/๕, ป. ๓/๖
ท ๓.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ป. ๓/๕, ป. ๓/๖
ท ๔.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ป. ๓/๕, ป. ๓/๖
ท ๕.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔
(รวมตวั ชวี้ ัด ๓๑ ตวั ชี้วดั )
ท ๑๔๑๐๑ ภำษำไทย คำอธิบำยรำยวิชำ
ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ่ี ๔
กลุ่มสำระกำรเรยี นรูภ้ ำษำไทย
เวลำ ๑๖๐ ชว่ั โมง
ศึกษาหลักการอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองท่ี
ประกอบด้วยคาที่มี ร ล เป็นพยญั ชนะต้น คาทมี่ ีพยัญชนะควบกล้า คาที่มีอกั ษรนา คาประสม
อกั ษรย่อและเคร่ืองหมายวรรคตอน ประโยคที่มีสานวนเป็นคาพังเพย สภุ าษติ ปริศนาคาทาย และ
เคร่อื งหมายวรรคตอน การอ่านบทร้อยกรองเป็นทานองเสนาะ การอา่ นจับใจความจากส่อื ตา่ ง ๆ
การอา่ นหนังสือตามความสนใจ มารยาทในการอ่าน
การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทดั และครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตวั อกั ษรไทย
การเขียนสื่อสาร การนาแผนภาพโครงเร่อื งและแผนภาพความคดิ ไปพฒั นางานเขียน การเขียนย่อความจากสื่อต่าง ๆ
การเขียนจดหมายถึงเพื่อนและบดิ ามารดา การเขยี นบนั ทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาคน้ คว้า การเขียนเร่ืองตาม
จินตนาการ มารยาทในการเขยี น
การจาแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็ จากเร่ืองที่ฟงั และดู ในชีวิตประจาวัน การจับใจความ และการพูด
แสดงความรู้ ความคิดในเรื่องท่ีฟังและดู จากส่ือตา่ ง ๆ การรายงาน มารยาทในการฟัง การดู และการพดู
การใชค้ าในแม่ ก กา มาตราตัวสะกด การผันอกั ษร คาเป็นคาตาย คาพอ้ ง ชนิดของคา ไดแ้ กค่ านาม คา
สรรพนาม คากรยิ า คาวเิ ศษณ์ การใชพ้ จนานุกรม ประโยคสามญั ส่วนประกอบของประโยค ประโยค ๒ สว่ น
ประโยค ๓ สว่ น กลอนสี่ คาขวญั สานวนที่เปน็ คาพงั เพยและสภุ าษิตภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาย้อ ภาษาลาว
วรรณคดีและวรรณกรรม เพลงกล่อมเด็ก บทอาขยานและบทร้อยกรองท่มี ีคุณคา่
บทอาขยานตามทก่ี าหนด บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ
เพือ่ อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถกู ต้องอธิบายความหมายของคา ประโยค
และสานวนจากเรอ่ื งที่อ่าน อ่านเรื่องสั้นๆ ตามเวลาท่ีกาหนดและตอบคาถามจากเรอื่ งที่อา่ น
แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ จากเรื่องทอี่ า่ น คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรื่องที่อ่านโดยระบเุ หตุผลประกอบ สรุปความรู้
และข้อคิดจากเรอื่ งที่อ่านเพื่อนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน อ่านหนังสือที่มีคณุ คา่ ตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและแสดง
ความคิดเห็นเก่ยี วกบั เรื่องที่อ่าน มมี ารยาทในการอ่านเพ่ือให้ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใช้
ตดั สินใจ แก้ปญั หาในการดาเนินชีวิตและมนี ิสยั รกั การอ่าน
คดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทัดและครงึ่ บรรทัด เขียนส่ือสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกต้องชัดเจน
และเหมาะสม เขยี นแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคิดเพอื่ ใช้พฒั นางานเขยี น เขียนย่อความ จากเร่ืองสนั้ ๆ
เขยี นจดหมายถึงเพ่ือนและบิดามารดา เขยี นบนั ทกึ และเขียนรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ เขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ
มมี ารยาทในการเขยี น เพื่อให้ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นส่อื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียนเร่อื งราวในรูปแบบ
ตา่ ง ๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อยา่ ง มีประสิทธภิ าพ
จาแนกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเหน็ จากเรอื่ งทฟ่ี งั และดู พูดสรปุ ความจากการฟงั และดู
พดู แสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกเกีย่ วกบั เรื่องท่ีฟังและดู ตั้งคาถามและตอบคาถาม เชิงเหตผุ ล
จากเรอ่ื งท่ฟี ังและดู รายงานเรือ่ งหรอื ประเด็นท่ีศึกษาคน้ ควา้ จาก การฟงั การดู และ การสนทนา มี
มารยาทในการฟัง การดู และการพูด เพ่อื ให้สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ
และ ความรู้สกึ ในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทต่าง ๆ ระบุชนดิ และหน้าท่ีของคาในประโยคใช้พจนานุกรมค้นหา
ความหมายของคา แต่งประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา แต่งบทร้อยกรองและ คาขวญั บอกความหมายของสานวน
เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถน่ิ ได้ เพ่อื ให้เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ระบุข้อคดิ จากนิทานพื้นบา้ นหรอื นทิ านคตธิ รรม อธบิ ายข้อคดิ จากการอา่ นเพื่อนาไปใช้ในชวี ิตจรงิ รอ้ งเพลง
พน้ื บ้าน ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนด และบทร้อยกรองท่มี ีคณุ คา่ ตามความสนใจ เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจและแสดงความ
คิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คุณคา่ และนามาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจริง
เพือ่ ใหน้ กั เรียนใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิด เพอ่ื นาไปใช้ตดั สนิ ใจแก้ปัญหา
ในการดาเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ยั รักการอ่าน ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นสือ่ สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ
และเขยี นเร่ืองราวในรปู แบบตา่ งๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่าง
มีประสิทธภิ าพ สามารถเลือกฟงั และดูอย่างมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรูส้ กึ ใน
โอกาสต่าง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย
การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของ
ชาติ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณค่าและนามา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง
ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕,ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕,ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕,ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕,ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
(รวมตัวชว้ี ดั ๓๓ ตวั ชีว้ ดั )
ท ๑๕๑๐๑ ภำษำไทย คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๕ กล่มุ สำระกำรเรยี นรูภ้ ำษำไทย
เวลำ ๑๖๐ ชัว่ โมง
ศึกษาหลักการการอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง
นิทานพ้นื บา้ น ที่ประกอบด้วย คาท่มี พี ยัญชนะควบกลา้ คาทม่ี ีอักษรนา คาทีม่ ีตวั การันต์ อกั ษรย่อและเคร่ืองหมาย
วรรคตอน ขอ้ ความท่ีเปน็ การบรรยายและพรรณนา ขอ้ ความทีม่ ีความหมายโดยนยั การอ่านบทรอ้ ยกรองเป็นทานอง
เสนาะ การอ่านจับใจความจากส่อื ต่างๆ การอ่านงานเขยี นเชิงอธบิ าย คาสั่ง ข้อแนะนา และปฏบิ ัติตาม การอ่าน
หนงั สอื ตามความสนใจ มารยาทในการอ่าน
ฝกึ การเขียนคดั ลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทดั และคร่ึงบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย การเขียน
ส่อื สาร การนาแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคิดไปพัฒนางานเขียน
การเขยี นย่อความจากสือ่ ตา่ งๆ เช่น นิทาน ความเรยี งประเภทต่างๆ ประกาศ แจง้ ความ แถลงการณ์ จดหมาย คาสอน
โอวาท คาปราศรยั การเขียนจดหมายถงึ ผู้ปกครองและญาติ การเขยี นแสดงความรสู้ ึกและความคิดเห็น การกรอก
แบบรายการ ใบฝากเงินและใบถอนเงนิ ธนาณัติ
แบบฝากส่งพสั ดุไปรษณยี ภัณฑ์ การเขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ มารยาทในการเขยี น
ฝึกการอ่านจบั ใจความ และการพูดแสดงความรู้ ความคดิ ในเรื่องที่ฟงั และดู จากสื่อตา่ งๆ
การวิเคราะห์ความน่าเชอ่ื ถือจากเรอ่ื งทฟ่ี ังและดูในชีวติ ประจาวัน มารยาทในการฟงั การดู
และการพดู
ศกึ ษาชนดิ ของคา ประโยคและส่วนประกอบของประโยค ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษายอ้
คาราชาศพั ท์ คาที่มาจากภาษาต่างประเทศ กาพย์ยานี ๑๑ สานวนทเ่ี ปน็ คาพงั เพยและสภุ าษติ
ศกึ ษาวรรณคดีและวรรณกรรม นทิ านพนื้ บา้ น เพลงกล่อมเด็ก บทอาขยานและบทรอ้ ยกรอง ท่ีมีคุณคา่
เพ่ือให้นักเรยี นอา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และ บทร้อยกรองไดถ้ ูกต้องอธบิ ายความหมายของคา ประโยคและ
ข้อความทีเ่ ปน็ การบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย จากเรือ่ งท่ีอา่ นอยา่ งหลากหลาย แยก
ข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน วเิ คราะห์และแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับเร่ืองท่ีอ่านเพ่ือนาไปใช้ ในการดาเนิน
ชวี ติ อา่ นงานเขียนเชงิ อธบิ าย คาสั่ง ข้อแนะนา และปฏิบตั ิตาม อา่ นหนังสอื ท่ีมีคณุ คา่ ตามความสนใจอย่างสม่าเสมอ
และแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับเรื่องท่ีอ่านมีมารยาทในการอ่านเพื่อใหใ้ ช้กระบวนการอา่ นสร้างความร้แู ละความคดิ เพ่ือ
นาไปใช้ตดั สนิ ใจ แกป้ ัญหา ในการดาเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอา่ น
คัดลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทัด และครง่ึ บรรทัด เขยี นสือ่ สารโดยใช้คาไดถ้ ูกต้องชดั เจน
และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใชพ้ ฒั นางานเขียน เขยี นยอ่ ความจากเรอ่ื งทอี่ ่านเขียน
จดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขยี นแสดงความรสู้ กึ และความคิดเห็นไดต้ รงตามเจตนา กรอกแบบรายการตา่ ง ๆ เขียน
เร่อื งตามจนิ ตนาการ มีมารยาทในการเขียน เพือ่ ให้ใช้กระบวนการเขยี นเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขยี น
เรอ่ื งราวในรปู แบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่าง มีประสทิ ธภิ าพ
พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น และความรสู้ ึกจากเรื่องทีฟ่ ังและดู ตง้ั คาถามและตอบคาถาม
เชิงเหตผุ ลจากเร่อื งที่ฟงั และดู วเิ คราะหค์ วามนา่ เชอ่ื ถือจากเรื่องทีฟ่ งั และดูอยา่ งมีเหตุผล พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็น
ทศ่ี ึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูดเพ่ือให้สามารถเลอื กฟงั และดู
อย่างมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
และสร้างสรรค์
ระบชุ นิดและหนา้ ทขี่ องคาในประโยค จาแนกสว่ นประกอบของประโยค เปรยี บเทยี บ
ภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถ่ิน ใชค้ าราชาศพั ท์ บอกคาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย แตง่ บทร้อยกรอง ใช้สานวน
ได้ถูกต้อง เพือ่ ให้เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิปัญญา
ทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
สรปุ เร่ืองจากวรรณคดีหรอื วรรณกรรมท่ีอา่ น ระบุความร้แู ละข้อคดิ จากการอา่ นวรรณคดี และวรรณกรรมที่
สามารถนาไปใชใ้ นชีวิตจริง อธบิ ายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจา บทอาขยานตามท่ีกาหนดและบท
รอ้ ยกรองทม่ี ีคุณค่าตามความสนใจ เพ่อื ให้เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็
คณุ ค่าและนามาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ
เพ่อื ให้ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิด เพ่ือนาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หา ในการดาเนนิ ชวี ิตและมี
นสิ ัยรักการอา่ น ใช้กระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรือ่ งราวในรปู แบบต่างๆ เขียน
รายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อยา่ ง มีประสิทธภิ าพ สามารถเลอื กฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณ
และพูดแสดงความรู้ ความคิด
และความร้สู กึ ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั
ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้
เป็นสมบตั ขิ องชาติ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและ
นามาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จริง
ตัวชีว้ ดั
ท ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ ,ป.๕/๖ , ป.๕/๗ , ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ ,ป.๕/๖ , ป.๕/๗ , ป.๕/๘ , ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ ,ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔
(รวมตวั ชว้ี ดั ๓๓ ตัวชวี้ ดั )
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ท ๑๖๑๐๑ ภำษำไทย กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย
ชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี ๖ เวลำ ๑๖๐ ชว่ั โมง
ศึกษาการอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง นิทานพนื้ บา้ น เพลง
กล่อมเด็ก ประกอบด้วย คาท่ีมีพยญั ชนะควบกล้า คาทมี่ ีอักษรนา คาที่มีตวั การนั ต์ คาที่มาจากภาษาต่างประเทศ
อักษรย่อและเครื่องหมายวรรคตอน วัน เดอื น ปแี บบไทย ขอ้ ความที่เปน็ โวหารต่าง ๆ สานวนเปรียบเทยี บ การอา่ น
บทร้อยกรองเปน็ ทานองเสนาะ การอ่านจับใจความจากสื่อตา่ ง ๆ นิทานพื้นบา้ น เพลงกลอ่ มเด็ก การอา่ นเรว็ การอ่าน
เร็ว การอ่านงานเขยี นเชิงอธิบาย คาส่งั ขอ้ แนะนา และปฏบิ ัตติ าม การใชพ้ จนานุกรม การปฏบิ ตั ติ นในการอยรู่ ว่ มกนั
ในสงั คม ข้อตกลงในการอยรู่ ่วมกันในโรงเรียน และการใช้สถานทส่ี าธารณะในชุมชนและทอ้ งถิ่น การอา่ นขอ้ มูลจาก
แผนผงั แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ การอ่านหนงั สอื ตามความสนใจ มารยาทในการอ่าน
ศึกษาการคัดลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทัดและครงึ่ บรรทดั ตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย
การเขยี นสอ่ื สาร การเขียนแผนภาพโครงเร่อื งและแผนภาพความคิด การเขยี นเรยี งความ การเขียน
ยอ่ ความจากสื่อตา่ งๆ การเขียนจดหมายสว่ นตัว จดหมายขอโทษ จดหมายแสดงความขอบคุณ
จดหมายแสดงความเห็นใจ จดหมายแสดงความยนิ ดี การกรอกแบบรายการ แบบคาร้องตา่ ง ๆ
ใบสมคั รศึกษาต่อ แบบฝากสง่ พสั ดุและไปรษณยี ภัณฑ์ การเขียนรายงาน การเขยี นรายงานจาก
การศกึ ษาคน้ คว้า การเขียนรายงานโครงงาน มารยาทในการเขยี น
ศึกษาการพดู แสดงความรู้ ความเข้าใจในจุดประสงค์ของเรื่องท่ีฟงั และดูจากส่ือต่างๆ ไดแ้ ก่
ส่ือสง่ิ พมิ พ์ ส่อื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ การวเิ คราะหค์ วามน่าเชอ่ื ถือจากการฟังและดูส่ือโฆษณา การรายงาน
การพดู โนม้ นา้ วในสถานการณต์ า่ ง ๆ มารยาทในการฟงั การดู และการพดู
ศกึ ษาชนิดของคา คานาม คาสรรพนาม คากรยิ า คาวเิ ศษณ์ คาบุพบท คาเชอื่ ม คาอุทาน
คาราชาศัพท์ ระดับภาษา ภาษาย้อ ภาษาลาว คาทมี่ าจากภาษาตา่ งประเทศ กล่มุ คาหรอื วลี ประโยคสามัญ
ประโยครวม ประโยคซ้อน กลอนสุภาพ สานวนท่เี ปน็ คาพังเพย และสุภาษติ ศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรม บท
อาขยานและบทร้อยกรองที่มีคณุ คา่ บทอาขยานตามทก่ี าหนด บทร้อยกรองตามความสนใจ
ศกึ ษาวรรณคดีและวรรณกรรม นิทานพื้นบ้านท้องถิ่นตนเองและท้องถิน่ อนื่ เพลงกล่อมเด็ก
บทอาขยานและบทร้อยกรองทม่ี ีคณุ ค่า
ฝึกอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกตอ้ ง อธบิ ายความหมายของคาประโยคและข้อความทเ่ี ป็น
โวหาร อา่ นเรื่องสัน้ ๆ อย่างหลากหลาย โดยจบั เวลาแลว้ ถามเกีย่ วกับเร่ืองที่อา่ นแยกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคิดเห็นจาก
เรือ่ งที่อ่าน อธิบายการนาความรู้และความคิด จากเร่อื งท่ีอา่ นไปตัดสินใจแก้ปัญหา ในการดาเนนิ ชวี ิต อา่ นงานเขยี น
เชิงอธิบาย คาสัง่ ขอ้ แนะนา และปฏิบตั ิตาม อธบิ ายความหมายของข้อมูล จากการอา่ นแผนผัง แผนท่ี แผนภมู ิ และ
กราฟ อ่านหนังสือตามความสนใจ และอธิบายคณุ ค่าท่ีได้รับ มมี ารยาทในการอ่าน เพอ่ื ให้ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ ง
ความรู้และความคดิ เพื่อนาไปใช้ตดั สนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชวี ิตและมีนสิ ยั รกั การอ่าน
ฝกึ คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึง่ บรรทดั เขียนสอื่ สารโดยใชค้ าได้ถูกต้องชัดเจน
และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคดิ เพอื่ ใช้พฒั นางานเขยี น เขียนเรยี งความ
เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน เขียนจดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการตา่ ง ๆ เขยี นเรื่องตาม
จินตนาการและสรา้ งสรรค์ มีมารยาทในการเขยี น เพอ่ื ให้ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และ
เขียนเรอื่ งราวในรปู แบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมีประสิทธิภาพ
ฝึกพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจดุ ประสงคข์ องเร่ืองท่ีฟงั และดู ตงั้ คาถามและตอบคาถาม
เชงิ เหตุผลจากเร่ืองที่ฟงั และดู วิเคราะหค์ วามน่าเชื่อถือจากการฟังและดูสือ่ โฆษณาอย่างมเี หตุผล พูดรายงาน
เรือ่ งหรอื ประเด็นที่ศกึ ษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา พูดโนม้ น้าวอย่างมีเหตผุ ล และนา่ เชื่อถอื มี
มารยาทในการฟัง การดู และการพูด เพ่ือให้สามารถเลือกฟังและดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ
และ ความรู้สกึ ในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมวี ิจารณญาณ และสรา้ งสรรค์
ฝึกวเิ คราะห์ชนิดและหน้าที่ของคาในประโยค ใช้คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบคุ คล
รวบรวมและบอกความหมายของ คาภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย ระบลุ ักษณะของประโยค
แต่งบทร้อยกรองวเิ คราะห์และเปรียบเทียบสานวนทเ่ี ปน็ คาพงั เพย และสุภาษติ
ฝึกแสดงความคดิ เหน็ จากวรรณคดหี รือวรรณกรรมทีอ่ า่ น เลา่ นทิ านพ้นื บ้านท้องถ่ินตนเอง
และนทิ านพนื้ บา้ นของท้องถ่ินอ่นื อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดี และวรรณกรรมท่ีอา่ นและนาไป
ประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง ท่องจาบทอาขยานตามทก่ี าหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณคา่ ตามความ
สนใจ
เพ่ือให้ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิด เพื่อนาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิตและมี
นิสัยรกั การอา่ น ใช้กระบวนการเขยี นเขียนส่ือสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่ืองราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียน
รายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ สามารถเลอื กฟงั และดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณ
และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์ เข้าใจธรรมชาติของภาษา
และหลักภาษาไทย
การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติ
ของชาติ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนามาประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตจรงิ
ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕,ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ , ป.๖/๕,ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ , ป.๖/๕,ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕,ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
(รวมตัวชวี้ ัด ๓๖ ตวั ชว้ี ดั )
คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม
ท ๑๔๒๐๑ กำรอำ่ นและกำรเขียน ๑ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย
ช้นั ประถมศกึ ษำปีที่ ๔ เวลำเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง
ศึกษาหลักการอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของ คาท่มี ีพยัญชนะควบกล้า คาทม่ี ี
อกั ษรนา และหลกั การคดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึง่ บรรทัด
ฝกึ อ่านออกเสียงคาทม่ี พี ยัญชนะควบกล้า คาท่มี ีอกั ษรนา
ฝกึ คดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครงึ่ บรรทัดได้ถูกต้อง
เพ่อื ใหน้ กั เรียนใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิด เพ่อื นาไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดาเนินชีวิต และเพ่ือใหม้ ีทกั ษะในการเขียน เขยี นไดถ้ ูกตอ้ งสวยงามและนาการเขยี นไปใช้ประโยชนใ์ น
ชีวติ ประจาวนั
ผลกำรเรียนรู้
๑. มคี วามรู้ความเข้าใจในหลักการอ่านออกเสยี งคาควบกล้า คามีอกั ษรนา และหลกั การคดั ลายมอื ตัวบรรจง
เตม็ บรรทัดและครึง่ บรรทัด
๒. สามารถอา่ นออกเสยี งคาควบกลา้ คาทีม่ ีอกั ษรนา และคดั ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทดั และครง่ึ บรรทดั ได้
ถกู ต้อง
๓. นกั เรียนมเี จตคตทิ ่ีดีต่ออ่านออกเสยี งคาควบกล้า คาทม่ี อี ักษรนา หลักการคัดลายมอื ตวั บรรจง เตม็ บรรทัด
และครงึ่ บรรทัด และนาไปใช้ในชวี ิตประจาวันไดถ้ ูกต้อง
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรียนรู้
คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเตมิ
ท ๑๕๒๐๑ กำรอ่ำนและกำรเขยี น ๒ กลมุ่ สำระกำรเรียนร้ภู ำษำไทย
ช้นั ประถมศึกษำปีท่ี ๕ เวลำเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง
ศึกษาหลักการอ่านออกเสยี ง และหลักการเขยี น คาในแม่ ก กา คาในมาตรามาตรา
ตวั สะกดตรงตามมาตราและคาท่ีมีตวั สะกดไม่ตรงตามมาตรา
ฝกึ หลักการอา่ นออกเสยี ง และหลกั การเขยี น คาในแม่ ก กา คาในมาตรามาตรา
ตัวสะกดตรงตามมาตราและคาที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา
เพ่อื ให้นกั เรียนใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิด เพ่อื นาไปใชต้ ัดสนิ ใจแก้ปัญหา
ในการดาเนินชวี ิต และเพือ่ ให้มที ักษะในการเขยี น เขยี นได้ถกู ต้อง ส่อื ความได้ และนาการเขียนไปใชป้ ระโยชนใ์ น
ชวี ิตประจาวนั
ผลกำรเรียนรู้
๑. มีความรู้ความเข้าใจในหลกั การอ่านออกเสียง และหลักการเขียน คาในแม่ ก กา คาในมาตรา
มาตราตัวสะกดตรงตามมาตราและคาที่มีตัวสะกดไมต่ รงตามมาตรา
๒. สามารถอ่านออกเสียงออกเสียง และเขียน คาในแม่ ก กา คาในมาตรามาตราตวั สะกด
ตรงตามมาตราและคาทมี่ ีตวั สะกดไม่ตรงตามมาตรา
๓. นกั เรียนมีเจตคติทดี่ ีต่อการอ่านออกเสียง และการเขียน คาในแม่ ก กา คาในมาตรา
มาตราตวั สะกดตรงตามมาตราและคาท่มี ีตวั สะกดไม่ตรงตามมาตรา และสามารถนาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวันไดถ้ กู ตอ้ ง
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้
ท ๑๖๒๐๑ กำรอ่ำนและกำรเขียน ๓ คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเตมิ
ช้ันประถมศึกษำปีที่ ๖ กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง
ศกึ ษาการเลือกอา่ นหนงั สอื ตามความสนใจ มารยาทในการอา่ น การเขียนส่ือสาร มารยาทในการเขยี น
การรายงาน มารยาทในการฟัง การดู และการพดู ศึกษา ระดบั ภาษา ศึกษาลกั ษณะกลอนสุภาพ
เพือ่ ให้นกั เรียนอา่ นหนงั สอื ตามความสนใจ และมนี สิ ยั รกั การอา่ น เขยี นสอ่ื สาร พดู รายงานเรื่องหรือประเด็น
ทศี่ กึ ษาค้นควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ใช้คาได้เหมาะสมกับ
กาลเทศะและบคุ คล แต่งบทร้อยกรอง
เพื่อให้ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิด เพ่ือนาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชีวิตและ
มนี สิ ยั รักการอ่าน ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นสือ่ สาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรอื่ งราวในรูปแบบต่าง ๆ
เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมี
วจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และความรสู้ ึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์ เข้าใจ
ธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย
การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติ
ของชาติ
ผลกำรเรยี นรู้
๑. มีความร้เู กี่ยวกบั การเขียนสอ่ื สาร มมี ารยาทในการพดู การฟงั การเขียน
๒. มนี ิสัยรกั การอ่าน พูดรายงานเร่ืองหรือประเดน็ ท่ศี ึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา มีมารยาท
ในการฟัง การดู และการพูด ใชค้ าได้เหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล แตง่ บทร้อยกรอง
๓. ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคิด เพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชวี ติ เขยี น
รายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณ
และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และความรสู้ ึกในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้