คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกลุม่ สำระกำรเรียนร้คู ณติ ศำสตร์
ระดับประถมศึกษำ
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๑ คำอธิบำยรำยวิชำ
ช้ันประถมศึกษำปที ี่ ๑
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณติ ศำสตร์
เวลำ ๒๐๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
บอกจานวนของสิ่งตา่ งๆ แสดงส่ิงต่างๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตวั เลขไทยแสดง
จานวนนับ ไมเ่ กิน ๑๐๐ และ ๐ เปรยี บเทียบจานวนนบั ไม่เกนิ ๑๐๐ และ ๐ โดยใชเ้ ครอ่ื งหมาย = ≠ > < เรยี งลาดบั
จานวนไม่เกนิ ๑๐๐ และ ๐ ตัง้ แต่ ๓ ถึง ๕ จานวน หาค่าของตัวไมท่ ราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการบวก การ
ลบ ของจานวนนับไมเ่ กิน ๑๐๐ และ ๐ แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก
การลบ ของจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ ระบจุ านวนท่ีหายไปในแบบรูปของจานวนทเี่ พ่ิมขนึ้ หรือลดลงทีละ ๑ และ
ทลี ะ ๑๐ และระบุรปู ท่หี ายไปในแบบรูปซา้ ของรูปเรขาคณิตและรปู อ่นื ๆ ที่สมาชิกในแตล่ ะชุดทีซ่ ้ามี ๒ รปู
วดั และเปรยี บเทยี บความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร วัดและเปรยี บเทียบนา้ หนักเปน็ กโิ ลกรมั เป็นขดี
จาแนกรปู สามเหล่ียม รูปสเ่ี หล่ียม วงกลม วงรี ทรงสี่เหลย่ี มมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอกและกรวย
ใช้ขอ้ มูลจากแผนภมู ิรูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เมอ่ื กาหนดรปู ๑ รปู แทน ๑ หนว่ ย
มำตรฐำน/ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒, ป. ๑/๓, ป. ๑/๔, ป. ๑/๕
ค ๑.๒ ป. ๑/๑
ค ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ค ๒.๒ ป. ๑/๑
ค ๓.๑ ป. ๑/๑
รวมท้ังหมด ๑๐ ตัวชว้ี ัด
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๒ คำอธิบำยรำยวิชำ
ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๒
กลุ่มสำระกำรเรยี นรคู้ ณิตศำสตร์
เวลำ ๒๐๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
บอกจานวนของส่ิงต่างๆ แสดงสงิ่ ต่างๆ ตามจานวนที่กาหนด อ่านและเขยี นตวั เลขฮนิ ดูอารบิก
ตวั เลขไทย ตวั หนังสือแสดงจานวนนับไมเ่ กิน ๑,๐๐๐ และ ๐ เปรียบเทียบจานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ โดยใช้
เคร่ืองหมาย = ≠ > < เรยี งลาดบั จานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ ต้งั แต่ ๓ ถงึ ๕ จานวน จากสถานการณ์ตา่ งๆ
หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและประโยคสญั ลักษณ์แสดงการลบ ของจานวนนบั ไมเ่ กิน
๑,๐๐๐ และ ๐ หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงการคูณของจานวน ๑ หลักกบั จานวนไม่เกนิ ๒ หลกั
หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารที่ตัวตัง้ ไม่เกิน ๒ หลกั ตัวหาร๑ หลัก โดยทีผ่ ลหารมี ๑ หลกั
ทั้งหารลงตวั และหารไมล่ งตวั หาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คณู หารระคนของจานวนนบั ไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ และแสดง
วิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หา ๒ ข้ันตอนของจานวนนบั ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐ และ ๐
แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั เวลาที่มหี น่วยเดี่ยวและเป็นหนว่ ยเดยี วกนั วดั และ
เปรยี บเทยี บความยาวเป็นเมตรและเซนตเิ มตร แสดงวิธีการหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบเก่ียวกบั ความ
ยาวท่มี ีหน่วยเป็นเมตรและเซนตเิ มตร วัดและเปรยี บเทียบน้าหนักเป็นกโิ ลกรมั และกรัม กิโลกรัมและขดี แสดงวธิ กี ารหา
คาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบเกีย่ วกับนา้ หนักท่ีมีหน่วยเปน็ กิโลกรมั และกรัม กิโลกรัมและขีด วดั และ
เปรยี บเทียบปรมิ าตรและความจเุ ปน็ ลิตร จาแนกและบอกลกั ษณะของรูปหลายเหลี่ยมและวงกลม
ใชข้ อ้ มูลจากแผนภมู ริ ูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เมอื่ กาหนดรูป ๑ รูปแทน ๒ หนว่ ย ๕
หนว่ ยหรือ ๑๐ หนว่ ย
มำตรฐำน/ตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕, ป. ๒/๖, ป. ๒/๗, ป. ๒/๘
ค ๒.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕, ป. ๒/๖
ค ๒.๒ ป. ๒/๑
ค ๓.๑ ป. ๒/๑
รวม ๑๖ ตวั ช้ีวดั
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๓ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ช้ันประถมศึกษำปีที่ ๓
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์
เวลำ ๒๐๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
อ่านและเขียนตวั เลขฮนิ ดูอารบิก ตวั เลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนบั ไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐
เปรียบเทียบและเรียงลาดบั จานวนนับไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณต์ า่ งๆ บอก อ่านและเขยี นเศษส่วนแสดง
ปริมาณส่ิงตา่ งๆ และแสดงสง่ิ ตา่ งๆ ตามเศษสว่ นทก่ี าหนด เปรยี บเทียบเศษสว่ นทต่ี ัวเศษเท่ากนั โดยทต่ี วั เศษน้อยกว่า
หรือเทา่ กับตัวสว่ น หาคา่ ของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงการบวกและประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการลบของ
จานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน ๑ หลักกับ
จานวนไมเ่ กนิ ๔ หลกั และจานวน ๒ หลกั กับจานวน ๒ หลกั หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการหาร
ท่ีตวั ต้ังไมเ่ กนิ ๔ หลัก และจานวน ๒ หลักกบั จานวน ๒ หลกั หาคา่ ของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการ
หารทีต่ วั ตง้ั ไม่เกิน ๔ หลัก ตัวหาร ๑ หลกั หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนบั ไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐
และ ๐ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขัน้ ตอนของจานวนนบั ไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาผลบวกของ
เศษสว่ นที่มตี วั สว่ นเทา่ กนั และผลบวกไม่เกิน ๑ และหาผลลบของเศษส่วนทีม่ ตี วั สว่ นเท่ากนั แสดงวธิ หี าคาตอบของ
โจทย์ปัญหาการบวกของเศษส่วนท่ีมีตัวสว่ นเท่ากนั และผลบวกไม่เกนิ ๑ และโจทยป์ ญั หาการลบเศษส่วนที่มีตวั ส่วน
เท่ากนั และระบจุ านวนท่ีหายไปในแบบรูปของจานวนทเ่ี พ่ิมขน้ึ หรอื ลดลงทลี ะเท่าๆ กัน
แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั เงนิ เวลาและระยะเวลา เลอื กใช้เครื่องวัดความยาวท่ี
เหมาะสม วดั และบอกความยาวของส่ิงตา่ งๆ เป็นเซนติเมตรและมลิ ลิเมตร เมตรและเซนติเมตร คาดคะเนความยาวเป็น
เมตรและเป็นเซนตเิ มตร เปรียบเทยี บความยาวระหวา่ งเซนติเมตรกับมิลลเิ มตร เมตรกับเซนตเิ มตร กโิ ลเมตรกับเมตร
จากสถานการณต์ ่างๆ แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเก่ียวกับความยาวท่ีมหี นว่ ยเป็นเซนตเิ มตรและมลิ ลิเมตร
เมตรและเซนตเิ มตร กิโลเมตรและเมตร เลือกใชเ้ ครื่องชัง่ ที่เหมาะสม วัดและบอกนา้ หนัก เปน็ กิโลกรมั และขีด กโิ ลกรมั
และกรัม คาดคะเนน้าหนกั เป็นกิโลกรมั และเป็นขีด เปรียบเทียบนา้ หนกั ระหวา่ งกิโลกรัมกบั กรัม เมตรกิ ตันกบั กโิ ลกรัม
จากสถานการณ์ตา่ งๆ เลอื กใช้เคร่อื งตวงทีเ่ หมาะสม วดั และเปรยี บเทยี บปริมาตร ความจุเปน็ ลิตรและมิลลลิ ิตร
คาดคะเนปรมิ าตรและความจุเป็นลติ ร แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกยี่ วกับปริมาตรและความจุทม่ี หี นว่ ยเป็น
ลิตรและมลิ ลลิ ิตร ระบุรปู เรขาคณิตสองมติ ิท่ีมแี กนสมมาตรและจานวน
แกนสมมาตร
เขยี นแผนภูมริ ูปภาพและใช้ข้อมูลจากแผนภมู ริ ูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา เขยี นตารางทาง
เดยี วจากข้อมลู ทเี่ ปน็ จานวนนับและใชข้ ้อมลู จากตารางทางเดียวในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา
มำตรฐำน/ตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ป. ๓/๕, ป. ๓/๖, ป. ๓/๗, ป. ๓/๘, ป. ๓/๙,
ป. ๓/๑๐, ป. ๓/๑๑
ค ๑.๒ ป. ๓/๑
ค ๒.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ป. ๓/๕, ป. ๓/๖, ป. ๓/๗, ป. ๓/๘, ป. ๓/๙,
ป. ๓/๑๐, ป. ๓/๑๑, ป. ๓/๑๒, ป. ๓/๑๓
ค ๒.๒ ป. ๓/๑
ค ๓.๑ ป. ๓/๑, ป.๓/๒
รวม ๒๘ ตวั ช้ีวัด
ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๔ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ชนั้ ประถมศึกษำปที ่ี ๔
กลุ่มสำระกำรเรยี นร้คู ณิตศำสตร์
เวลำ ๑๖๐ ชั่วโมง
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
อา่ นและเขียนตวั เลขฮนิ ดอู ารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับที่มากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐
เปรียบเทยี บและเรียงลาดบั จานวนนบั ที่มากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณต์ ่างๆ บอก อา่ นและเขียนเศษสว่ น
จานวนคละแสดงปรมิ าณสง่ิ ต่างๆ และแสดงส่ิงต่างๆ ตามเศษส่วน จานวนคละทกี่ าหนด เปรียบเทยี บ เรียงลาดับ
เศษส่วนและจานวนคละท่ีตัวสว่ นตวั หน่ึงเปน็ พหคู ูณของอีกตัวหน่งึ อา่ นและเขียนทศนิยมไมเ่ กิน ๓ ตาแหนง่ แสดง
ปริมาณของสง่ิ ตา่ งๆ ตามทศนยิ มท่กี าหนด เปรียบเทียบและเรยี งลาดบั ทศนิยมไมเ่ กนิ ๓ ตาแหน่ง จากสถานการณ์
ตา่ งๆ ประมาณผลลพั ธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหาร จากสถานการณต์ า่ งๆ อย่างสมเหตสุ มผล หาค่าของตัว
ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์ แสดงการบวก การลบของจานวนนบั ทม่ี ากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตวั ไม่
ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวนหลายหลัก ๒ จานวน ท่มี ผี ลคูณไม่เกิน ๖ หลัก และประโยค
สัญลักษณ์แสดงการหารที่ตวั ตัง้ ไมเ่ กนิ ๖ หลกั ตวั หารไม่เกิน ๒ หลัก หาผลลัพธก์ ารบวก ลบ คณู หารระคนของจานวน
นับ และ ๐ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หา ๒ ข้ันตอนของจานวนนับท่ีมากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ สร้างโจทย์
ปัญหา ๒ ขนั้ ตอนของจานวนนบั และ ๐ พรอ้ มท้งั หาคาตอบ หาผลบวก ผลลบของเศษส่วนและจานวนคละทีต่ ัวส่วน
เปน็ พหุคูณของอีกตวั หนง่ึ แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบเศษสว่ นและจานวนคละทต่ี วั สว่ นตวั หนึ่ง
เปน็ พหูคูณของอีกตวั หน่ึง หาผลบวก ผลลบของทศนยิ มไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง และแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปญั หาการ
บวก การลบ ๒ ข้ันตอนของทศนยิ มไมเ่ กิน ๓ ตาแหน่ง
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั เวลา วัดและสร้างมุมโดยใช้โพรแทรกเตอร์ แสดงวิธหี า
คาตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพืน้ ที่ของรปู ส่เี หล่ียมมมุ ฉาก จาแนกชนิดของมมุ บอกชือ่ มุม
ส่วนประกอบของมมุ และเขียนสัญลกั ษณ์แสดงมุม สรา้ งรูปสีเ่ หลย่ี มมุมฉากเมื่อกาหนดความยาวของดา้ น
ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิแท่ง ตารางสองทางในการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา
มำตรฐำน/ตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐, ป.๔/
๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวม ๒๒ ตัวชี้วัด
ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๕ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ช้นั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๕
กลุ่มสำระกำรเรยี นรคู้ ณิตศำสตร์
เวลำ ๑๖๐ ช่ัวโมง
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
เขียนเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ ๑๐ หรือ ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ในรูปทศนิยม แสดงวิธีหาคาตอบ
ของโจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษส่วนและจานวนคละ แสดงวิธีหา
คาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ๒ ข้ันตอน หาผลคูณของทศนิยม ท่ีผลคูณเป็น
ทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง หาผลหารท่ีตัวต้ังเป็นจานวนนับหรือทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง และตัวหารเป็นจานวนนับ
ผลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหนง่ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๒
ขัน้ ตอน และแสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ญั หารอ้ ยละไมเ่ กิน ๒ ข้ันตอน
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเกย่ี วกับความยาว นา้ หนกั ท่มี ีการเปลี่ยนหน่วยและเขียนในรูปทศนิยม
แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและความจุของภาชนะทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปของรูปส่ีเหลี่ยมและพื้นที่ของรูปสี่เหล่ียมด้านขนานและรูป
สี่เหลี่ยมขนมเปยี กปนู สร้างเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงที่กาหนดให้ จาแนก
รปู สเ่ี หล่ยี มโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูปสี่เหล่ียมชนิดต่างๆ เม่ือกาหนดความยาวของด้านและขนาดของมุม
หรอื เมอ่ื กาหนดความยาวของเส้นทแยงมมุ และบอกลกั ษณะของปรซิ มึ
ใชข้ ้อมลู จากกราฟเสน้ ในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา และเขยี นแผนภมู ิแทง่ จากข้อมูลทเี่ ปน็ จานวนนับ
มำตรฐำน/ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ , ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม ๑๙ ตวั ช้ีวัด
ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๖ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๖
กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้คณิตศำสตร์
เวลำ ๑๖๐ ชัว่ โมง
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
เปรียบเทียบ เรียงลาดับเศษส่วนและจานวนคละจากสถานการณ์ต่างๆ เขียนอัตราส่วนแสดงการ
เปรยี บเทยี บปรมิ าณ ๒ ปรมิ าณจากขอ้ ความหรือสถานการณ์ โดยท่ีปริมาณแต่ละปริมาณเป็นจานวนนับ หาอัตราส่วนที่
เท่ากับอัตราส่วนท่ีกาหนดให้ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนับไม่เกิน ๓ จานวน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์
ปัญหาโดยใช้ความรู้เก่ียวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวน
คละ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเศษส่วนและจานวนคละ ๒ – ๓ ข้ันตอน หาผลหารของทศนิยมที่ตัวหารและ
ผลหารเป็นทศนิยมไมเ่ กิน ๓ ตาแหนง่ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓
ขั้นตอน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาอัตราส่วน ปัญหาร้อยละ ๒ – ๓ ข้ันตอน และแสดงวิธีคิดและหาคาตอบ
ของปญั หาเกีย่ วกับแบบรูป
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบด้วยทรงสี่เหล่ียม
มุมฉาก แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปและพ้ืนที่ของรูปหลายเหล่ียม ความยาวรอบรูป
และพ้ืนท่ีของวงกลม จาแนกรูปสามเหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูปสามเหลี่ยมเม่ือกาหนดความยาว
ของดา้ นและขนาดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดต่างๆ ระบุรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบจากรูป
คลีแ่ ละระบรุ ูปคลีข่ องรปู เรขาคณติ สามมติ ิ
ใชข้ ้อมูลจากแผนภมู ริ ูปวงกลมในการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา
มำตรฐำน/ตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐,
ป.๖/๑๑
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวม ๒๐ ตวั ช้ีวัด
คำอธบิ ำยรำยวิชำเพ่ิมเติม
ค ๑๔๒๐๑ คณติ คดิ เรว็ กลุ่มสำระกำรเรยี นรคู้ ณิตศำสตร์
ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง
ศึกษาจานวนนับ เลขโดดจานวน ๐-๙ เลขโดด ๔ ตวั คาตอบสองหลกั เลขโดด ๕ ตวั คาตอบสามหลัก เพ่ือ
บวก ลบ คูณ หาร ยกกาลงั สแควรสู ใช้วิธกี ารที่หลากหลายแก้ปญั หา โดยใชค้ วามรู้ทักษะและกระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เชอ่ื มโยงความร้ตู า่ งๆในคณิตศาสตร์
มที กั ษะในการคานวณ มเี หตุผลในการแก้ปญั หา นาความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้
ผลกำรเรยี นรู้
๑. มคี วามรู้เกย่ี วกับเลขโดด ๔ ตวั ๕ ตวั
๒. บวก ลบ คูณ หาร ยกกาลัง สแควรสู ใชว้ ธิ กี ารทหี่ ลากหลายแกป้ ัญหา
๓. เชอ่ื มโยงความรู้ต่างๆในคณิตศาสตร์ มีทักษะในการคานวณ มีเหตุผลในการแก้ปัญหา นาความรูไ้ ปใช้ใน
ชีวิตประจาวนั ได้
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธิบำยรำยวชิ ำกล่มุ สำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ระดับประถมศกึ ษำ
ว๑๑๑๐๑ วทิ ยำศำสตร์๑ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพ้นื ฐำน
ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ ๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ระบุช่ือพืชและสัตว์ท่ีอาศัยอยู่บริเวณต่างๆท่ีได้จากการสารวจบอกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในบริเวณที่พืช
และสัตว์อาศัยอยู่ในบริเวณท่ีสารวจบรรยายลักษณะและบอกหน้าที่ส่วนต่างๆของร่างกายมนุษย์ สัตว์และพืชรวมทั้ง
บรรยายการทาหน้าท่ีร่วมกันของส่วนต่างๆของร่างกายมนุษย์ในการทากิจกรรมต่างๆจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนัก
ถึงความสาคัญของส่วนต่างๆของร่างกายของตนเองและการดูแลส่วนต่างๆอย่างถูกต้องและปลอดภัยอธิบายสมบัติท่ี
สงั เกตได้ของวสั ดุทีท่ าจากวัสดชุ นิดเดียวหรือหลายชนิดประกอบกันโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุชนิดของวัสดุและ
จัดกลุ่มวัสดุตามสมบัติที่สังเกตได้ บรรยายการเกิดเสียงและทิศทางการเคล่ือนที่ของเสียงจากหลักฐานเชิงประจักษ์
ระบดุ าวทป่ี รากฏบนท้องฟา้ ในเวลากลางวันและกลางคืนจากขอ้ มลู ท่รี วบรวมได้ อธิบายสาเหตทุ ี่มองไมเ่ ห็นดวงดาวส่วน
ใหญ่ในเวลากลางวันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายลักษณะภายนอกของหินจากลักษณะเฉพาะตัวท่ีสังเกตได้
แก้ปัญหาอยา่ งงา่ ย โดยใชก้ ารลองผดิ ลองถกู การเปรยี บเทียบ แสดงลาดับข้ันตอนการทางานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่าย
โดยใชภ้ าพ สญั ลักษณ์ หรือขอ้ ความ เขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเก็บ
เรียกใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสาระสรเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์
ร่วมกัน ดแู ลรักษาอุปกรณ์เบอ้ื งต้น ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม
มำตรฐำน/ตวั ช้ีวัด
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวมทั้งหมด ๑๕ ตวั ชว้ี ัด
ว๑๒๑๐๑ วทิ ยำศำสตร์๒ คำอธบิ ำยรำยวิชำพื้นฐำน
ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๒ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ระบุว่าพืชต้องการแสงและน้าเพื่อการเจริญเติบโตโดยใช้ข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ตระหนักถึงความ
จาเป็นทีพ่ ชื ตอ้ งการไดร้ บั น้าและแสงเพอ่ื การเจริญเตบิ โตโดยดแู ลพชื ใหไ้ ดร้ ับสิ่งดงั กล่าวอย่างเหมาะสม สร้างแบบจาลอง
ที่บรรยายวัฏจักรชีวิตของพืชดอก เปรียบเทียบลักษณะส่ิงมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ เปรียบเทียบ
สมบัติการดูดซับน้าของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการทาวัสดุในชีวิตประจาวัน อธิบายสมบัติท่ีนาวัสดุมาผสมกันโดยใช้
หลกั ฐานเชิงประจักษ์ เปรียบเทียบสมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุ เพื่อนามาทาเป็นวัตถุ ในการใช้งานตามวัตถุประสงค์ และ
อธิบายการนาวัสดุท่ีใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนักถึงประโยชน์ของการนาวัสดุท่ีใช้แล้ว
กลับมาใช้ใหม่ บรรยายแนวทางการเคล่อื นทข่ี องแสงจากแหล่งกาเนิดแสงและอธิบายการมองเห็นวัตถุจากหลักฐานเชิง
ประจักษ์ ตระหนักในการเห็นคุณค่าของความรู้ของการมองเห็นโดยเสนอแนะแนวทางการป้องกันอันตรายจากการ
มองเห็นวัตถุในท่ีมีแสงสว่างไม่เหมาะสม ระบุส่วนประกอบของดินและจาแนกชนิดของดินโดยใช้ลักษณะเน้ือดินและ
การจับตวั เปน็ เกณฑ์ อธิบายการใช้ประโยชน์จากดินจากข้อมูลที่รวบรวมได้ แสดงลาดับข้ันตอนการการทางานหรือการ
แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพสัญลักษณ์หรือข้อความ เขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์หรือส่ือและตรวจหา
ข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้เทคโนโลยีในการสร้างจัดหมวดหมู่ค้นหาจัดเก็บเรียกใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช้
เทคโนโลยสี าระสนเทศอยา่ งปลอดภัยปฏิบัตติ ามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกันดูแลรักษาอุปกรณ์เบื้องต้นใช้งาน
อย่างเหมาะสม
มำตรฐำน/ตัวช้ีวัด
ว ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวมทั้งหมด ๑๖ ตวั ช้ีวดั
ว๑๓๑๐๑ วิทยำศำสตร์๓ คำอธบิ ำยรำยวิชำพ้นื ฐำน
ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี ๓ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้วู ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
บรรยายสิ่งท่ีจาเป็นต่อการดารงชีวิตและการเจริญเติบโตโดยใช้ข้อมูลจากท่ีรวบรวมได้ ตระหนักถึงประโยชน์
ของอาหาร น้าและอากาศโดยการดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับส่ิงเหล่านี้อย่างเหมาะสม สร้างแบบจาลองท่ีบรรยายวัฏ
จักรชีวิตของสัตว์และเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์บางชนิด ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตสัตว์โดยไม่ทาให้วัฏจักรชีวิต
ของสตั ว์เปล่ยี นแปลง อธบิ ายว่าวตั ถุประกอบกันเป็นวตั ถชุ น้ิ ใหมไ่ ดโ้ ดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ อธิบายการเปลี่ยนแปลง
ของวสั ดุเม่อื ทาให้ร้อนขึน้ หรือทาใหเ้ ยน็ ลงโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ระบุผลของแรงเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ
จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุผลของแรงท่ีมีต่อการเปล่ียนแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์
เปรียบเทียบและยกตัวอย่างแรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัสท่ีมีผลต่อการเคลื่อนท่ีของวัตถุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
จาแนกวัตถุโดยใช้การดึงดูดกับแม่เหล็กเป็นเกณฑ์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุข้ัวแม่เหล็กและพยากรณ์ผลที่เกิดขึ้น
ระหวา่ งขัว้ แมเ่ หล็กเม่ือนามาเข้าใกล้กันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ยกตัวอย่างการเปล่ียนพลังงานหนึ่งไปเป็นอีกพลังงาน
หน่ึงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ บรรยายการทางานของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าและระบุแหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้าจาก
ข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักในประโยชน์และโทษของไฟฟ้าโดยการนาเสนอวิธีการใช้อย่างประหยัดและปลอดภัย ระบุ
ส่วนประกอบของอากาศบรรยายความสาคัญของอากาศและผลกระทบของมลพิษทางอากาศของส่ิงมีชีวิตจากข้อมูลที่
รวบรวมได้ ตระหนักความสาคัญของอากาศโดยนาเสนอแนวทางการปฏิบัติตนโดยการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ
อธิบายการเกิดลมจากหลักฐานเชิงประจักษ์ บรรยายประโยชน์และโทษของลมจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ แสดงอัลกอริทึม
ในการทางานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพสัญลักษณ์หรือข้อความ เขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์
หรอื สอ่ื และตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ รวบรวมประมวลผลและนาเสนอข้อมูลโดย
ใช้ซอฟต์แวรต์ ามวัตถปุ ระสงค์ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัยปฏิบตั ติ ามข้อตกลงในการใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็
รหสั ตวั ชี้วัด
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
รวมท้ังหมด ๒๕ ตัวช้ีวดั
ว๑๔๑๐๑ วิทยำศำสตร์๔ คำอธิบำยรำยวิชำพืน้ ฐำน
ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ ๔ กลุ่มสำระกำรเรียนร้วู ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ ๑๒๐ ชว่ั โมง
คำอธิบำยรำยวิชำ
บรรยายหน้าที่ของราก ลาต้น ใบและดอกของพืชดอกโดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ จาแนกส่ิงมีชีวิตโดยใช้ความ
เหมือนและความแตกต่างของลักษณะของสิ่งมชี วี ิต ออกเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์และกลุ่มท่ีไม่ใช่พืชและสัตว์ จาแนกพืช
ออกเป็นพชื ดอกและพืชไม่มีดอกโดยใช้การมีดอกเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ จาแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสัน
หลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ บรรยาย
ลักษณะเฉพาะท่สี งั เกตไดข้ องสตั ว์มกี ระดกู สนั หลังในกลมุ่ ปลา กลุ่มสัตว์สะเทน้าสะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก
และกลุ่มสัตว์เลียงลูกด้วยนม และตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในแต่ละกลุ่ม เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพ ด้านความแข็ง สภาพ
ยืดหยุ่น การนาความร้อนและการนาไฟฟ้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุการนาสมบัติ
เรื่องความแข็งสภาพยดื หยนุ่ การนาความร้อนและการนาไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจาวันผ่านกระบวนการออกแบบ
ชิน้ งาน แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อ่ืนโดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุอย่างมีเหตุผลจากการทดลอง
เปรียบเทียบสมบัติของสสารทั้ง ๓ สถานะ จากข้อมูลท่ีได้จากการสังเกตมวล การต้องการที่อยู่รูปร่างและปริมาตรของ
สสาร ใช้เคร่ืองมือเพื่อวัดมวล และปริมาตรของสสารท้ัง ๓ สถานะ ระบุผลของแรงโน้มถ่วงท่ีมีต่อวัตถุจากหลักฐานเชิง
ประจักษ์ ใชเ้ ครื่องช่งั สปรงิ ในการวัดน้าหนกั ของวัตถุ บรรยายมวลของวัตถุที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของ
วัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ จาแนกวัตถุเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสงและวัตถุทึบแสงโดยใช้ลักษณะการ
มองเห็นส่ิงต่างๆผ่านวัตถุน้ันเป็นเกณฑ์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของดวงจันทร์
โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ สร้างแบบจาลองที่อธิบายแบบรูปการเปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์และ
พยากรณ์รูปร่างของดวงจันทร์ สร้างแบบจาลองแสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะและอธิบายเปรียบเทียบคาบการ
โคจรของดาวเคราะห์ต่างๆจากแบบจาลอง ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาการอธิบายการทางานการคาดการ
ผลลัพธ์จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ยโดยใชซ้ อฟต์แวร์หรือส่ือและตรวจหาข้อผิดพลาดและ
แก้ไข ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้และประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล รวบรวมประเมินนาเสนอข้อมูลและสาระ
สนเทศโดยใชซ้ อฟตแ์ วร์ที่หลากหลายเพ่อื แกป้ ญั หาในชีวติ ประจาวัน ใช้เทคโนโลยีสาระสนเทศอย่างปลอดภัยเข้าใจสิทธิ
และหน้าทข่ี องตนเคารพในสทิ ธิของผู้อ่ืนแจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบขอ้ มลู หรือบคุ คลที่ไมเ่ หมาะสม
มำตรฐำน/ตวั ช้ีวัด
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
รวมท้ังหมด ๒๑ ตัวชว้ี ัด
ว๑๕๑๐๑ วทิ ยำศำสตร์๕ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพ้นื ฐำน
ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๕ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ ๑๒๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
บรรยายโครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดารงชีวิตซ่ึงเป็นผลมาจากการปรับตัวขอ ง
ส่ิงมีชีวิตในแต่ละแหล่งที่อยู่ อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับ
สงิ่ ไม่มชี ีวิตเพ่ือประโยชนต์ อ่ การดารงชวี ิต เขียนโซอ่ าหารและระบบุ ทบาทหน้าท่ขี องสงิ่ สงิ่ มชี ีวติ ทีเ่ ป็นผู้ผลิตและผู้บริโภค
ในโซ่อาหาร ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมท่ีมีต่อการดารงชีวิตของส่ิงมีชีวิตโดยมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา
สิ่งแวดลอ้ ม อธิบายลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทม่ี ีการถา่ ยทอดจากพอ่ แมส่ ูล่ ูกของ พชื สัตว์ และ มนุษย์ แสดงความอยากรู้
อยากเห็นโดยการถามคาถามเก่ียวกับลักษณะท่ีคล้ายคลึงกันของตนเองกับพ่อแม่ อธิบายการเปล่ียนสถานะของสสาร
เมื่อทาให้สสารร้อนข้ึนหรือเย็นลง โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายการละลายของสารในน้า โดยใช้หลักฐานเชิง
ประจกั ษ์ วเิ คราะหก์ ารเปล่ียนแปลงของสารเม่อื เกิดการเปลย่ี นแปลงทางเคมี โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์และ
ระบุการเปล่ียนแปลงท่ีผันกลับได้และการเปล่ียนแปลงท่ีผันกลับไม่ได้ อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงใน
แนวเดยี วกันท่กี ระทาตอ่ วตั ถใุ นกรณที ว่ี ตั ถุอยู่น่งิ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทาต่อวัตถุท่ีอยู่
ในแนวเดยี วกนั และแรงลพั ธท์ ี่กระทาต่อวัตถุ ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ระบุผลของแรงเสียดทานที่
มีตอ่ การเปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ใน
แนวเดียวกันท่ีกระทาต่อวัตถุ อธิบายการได้ยินเสียงผ่านตัวกลางจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุตัวแปรทดลองและ
อธบิ ายลักษณะและการเกดิ เสียงสงู เสียงต่า ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงค่อย วัด
ระดับเสียงโดยใช้เคร่ืองมือวัดระดับเสียง ตระหนักในคุณค่าของความรู้เร่ืองระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทางในการ
หลกี เลี่ยงและลดมลพษิ ทางเสยี ง เปรียบเทียบความแตกตา่ งของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจาลอง ใช้แผนที่ดาว
ระบตุ าแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าและอธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่ม
ดาวฤกษ์บนทอ้ งฟ้าในรอบปี เปรียบเทยี บปรมิ าณนา้ ในแต่ละแหล่งและระบุปริมาณนา้ ท่ีมนุษยส์ ามารถนามาใช้ประโยชน์
ได้จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ ตระหนักถึงคุณค่าของน้าโดยนาเสนอแนวทางการใช้น้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้า
สรา้ งแบบจาลองทอี่ ธบิ ายการหมุนเวียนของนา้ ในวฏั จกั รนา้ เปรียบเทยี บกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้าค้าง และน้าค้าง
แข็ง จากแบบจาลอง เปรียบเทียบกระบวนการเกิด ฝน หิมะ และลูกเห็บ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ใช้เหตุผลเชิงตรรกะใน
การแก้ปญั หาการอธบิ ายการทางานการณค์ าดการผลลพั ธ์ปัญหาอย่างง่าย ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมีการใช้เหตุผล
เชิงตรรกะอย่างง่ายตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลติดต่อส่ือสารและทางานร่วมกันประเมิน
ความนา่ เชื่อถือของข้อมูล รวบรวมประเมนิ นาเสนอขอ้ มูลและสาระสนเทศตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการ
อินเทอร์เน็ตท่ีหลากหลายเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน ใช้เทคโนโลยีสาระสนเทศอย่างปลอดภัยมีมารยาทเข้าใจสิทธิ
และหนา้ ท่ีของตนเคารพในสทิ ธขิ องผอู้ น่ื แจ้งผู้เกี่ยวข้องเม่ือพบข้อมูลหรือบุคคลท่ีไมเ่ หมาะสม
มำตรฐำน/ตวั ชี้วัด
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
รวมท้ังหมด ๓๒ ตัวช้วี ัด
ว๑๖๑๐๑ วิทยำศำสตร์๖ คำอธิบำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน
ช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ ๖ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ ๑๒๐ ชัว่ โมง
คำอธิบำยรำยวิชำ
ระบสุ ารอาหารและบอกประโยชนข์ องสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารท่ีตนเองรับประทานบอกแนวทางใน
การเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อ
สุขภาพ ตระหนักถึงความสาคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนท่ี
เหมาะสมกับเพศและวัย รวมท้ังความปลอดภัยต่อสุขภาพ สร้างแบบจาลองระบบย่อยอาหารและบรรยายหน้าที่ของ
อวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร รวมท้ังอธิบายการยอ่ ยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ตระหนักถึงความสาคัญของระบบ
ย่อยอาหาร โดยการบอก แนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทางานเป็นปกติ อธิบายและ
เปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการ
ตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันเกี่ยวกับการแยกสาร อธิบายการเกิด
และผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวตั ถุท่ีผ่านการขดั ถโู ดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจักษ์ ระบุสว่ นประกอบและบรรยายหน้าที่ของ
แต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
ออกแบบการทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายวิธีการและผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ตระหนักถึง
ปร ะโ ยช น์ของคว ามรู้ของการต่อเซล ล์ไฟฟ้าแบบอนุ กร มโ ดย บอกประโย ชน์ แล ะการ ปร ะยุ กต์ใช้ใน ชีวิตประจาวัน
ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน
ตระหนกั ถึงประโยชนข์ องความรู้ของการต่อไฟฟา้ แบบอนุกรม แบบขนานโดยบอกประโยชนข์ อ้ จากัดและการประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจาวัน อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืด
เงามัว สร้างแบบจาลองที่อธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา อธิบาย
พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และการใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ เปรี ยบเทียบ
กระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปรและอธิบายวัฏจักรหินจากแบบจาลอง บรรยายและยกตัวอย่างการใช้
ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวติ ประจาวันจากข้อมูลที่รวบรวมได้ สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกิดซากดึกดาบรรพ์และ
คาดคะเนสภาพแวดลอ้ มในอดีตของซากดึกดาบรรพ์ เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล มรสุมรวมท้ังอธิบายผลท่ีมีต่อ
สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมจากแบบจาลอง อธิบายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย จากข้อมูลที่รวบรวมได้
บรรยายลกั ษณะและผลกระทบของน้าท่วม การกัดเซาะชายฝ่ังดินถล่ม แผ่นดินไหวสึนามิ ตระหนักถึงผลกระทบของ
ภยั ธรรมชาตแิ ละธรณีพิบัติภัย โดยนาเสนอแนวทางในการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณี
พบิ ัติภัย ที่อาจเกิดในท้องถ่ิน สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลของปรากฏการณ์เรือน
กระจกต่อสิ่งมีชวี ิต ตระหนกั ถงึ ผลกระทบองปรากฏการณ์เรือนกระจกโดยนาเสนอแนวทางการปฏิบตั ิตนเพ่ือลดกิจกรรม
ท่ีก่อให้เกิดแก็สเรือนกระจก ใช้เหตุเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตประจาวัน
ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพ่ือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมและแก้ไข ใช้
อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีสาระสนเทศทางานร่วมกันอย่างปลอดภัยเข้าใจสิทธิ
และหนา้ ที่ของตนเคารพในสทิ ธขิ องผูอ้ ืน่ แจ้งผู้เกี่ยวข้องเม่ือพบขอ้ มูลหรอื บุคคลที่ไมเ่ หมาะ
มำตรฐำน/ตัวช้ีวดั
ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวมท้งั หมด ๓๐ ตวั ชวี้ ัด
ว ๑๐๒๐๑ สนกุ กบั กำรตอ่ ไฟฟำ้ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำสำระเพิ่มเตมิ
ปที ่ี ๔ - ๖
กล่มุ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศกึ ษำ
เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง
ศกึ ษาเรยี นรู้ ความหมายของการตอ่ วงจรไฟฟ้าในถ่านไฟฉาย ต่อวงจรไฟฟ้ากระแสตรง แบบอนกุ รม แบบ
ขนาน และแบบผสม ทัง้ เซลลไ์ ฟฟ้าและหลอดไฟฟา้ การต่อวงจรไฟฟา้ ภายในบ้านอยา่ งถกู ต้องปลอดภยั และ
ประหยัด
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สังเกต จาแนก ทดลอง สารวจ ตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล
วิเคราะห์ การสืบเสาะ การอภิปราย อธิบาย เปรียบเทยี บ และปฏบิ ตั ิการทดลอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความ
เข้าใจ ความสามารถในการส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจโดยสันติวิธี ใช้กระบวนการ
ประชาธิปไตยในการทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข ปฏิบัติในการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ประหยัด รอบคอม
เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ และคมุ้ คา่
เหน็ คุณค่าของการนาความรูด้ ้านวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั มจี ติ
วิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จริยธรรมและคา่ นิยมท่ีพึงประสงค์
ผลกำรเรียนรู้
๑. นักเรยี นสามารถบอกความหมายของการต่อวงจรไฟฟ้าในถา่ นไฟฉายได้
๒. นักเรียนสามารถต่อวงจรไฟฟ้ากระแสตรง แบบอนุกรม แบบขนานและแบบผสมได้
๓. นกั เรยี นสามารถต่อวงจรไฟฟ้าภายในบา้ นได้อยา่ งถูกต้องและปลอดภัย
๔. นักเรยี นสามารถใชท้ กั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการปฏิบตั ิการทดลองเพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความ
เข้าใจ
๕. นักเรยี นสามารถใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งประหยดั คุ้มคา่ และเกิดประโยชนส์ งู สุด
๖. นักเรยี นมีเจตคติที่ดีทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละสามารถนาความรู้ทางดา้ นวิทยาศาสตร์ไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั
ได้
รวมทั้งหมด ๖ ผลกำรเรยี นรู้
ว ๑๐๒๐๒ สำรเคมใี นทอ้ งถิ่น คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเตมิ
ประถมศึกษำปีที่ ๔ – ๖
กลุม่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ช้ัน
เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง
ศกึ ษาเรียนรู้ ความหมายของสารเคมีในท้องถิ่น ประเภทของสารเคมี ส่วนประกอบ ประโยชน์ การนา
สารเคมีไปใชอ้ ย่างถกู วธิ ี ขัน้ ตอนการทา ข้ันตอนการผลติ สารเคมีในท้องถ่นิ จากธรรมชาติ การจาหน่าย การ
จดั ทาบญั ชี การออกแบบตราของผลิตภณั ฑ์ วิธีการนาสารเคมีไปใช้อย่างถกู ต้องปลอดภัย ประหยดั และคุม้ คา่
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สังเกต จาแนก ทดลอง สารวจ ตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล
วิเคราะห์ การสืบเสาะ การอภปิ ราย อธบิ าย เปรียบเทยี บ และปฏิบัติการทดลอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความ
เข้าใจ ความสามารถในการส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจโดยสันติวิธี ใช้กระบวนการ
ประชาธิปไตยในการทางานรว่ มกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข ปฏิบัติในการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ประหยัด รอบคอม
เกดิ ประโยชนส์ ูงสุดและคุ้มค่า
เห็นคณุ คา่ ของการนาความรูด้ ้านวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จริยธรรมและค่านยิ มทพี่ ึงประสงค์
ผลกำรเรยี นรู้
๑. นกั เรียนสามารถอธิบายความหมายของสารเคมีในท้องถิน่ ได้
๒. นักเรียนสามารถบอกประเภทและสว่ นประกอบของสารเคมีได้
๓. นกั เรยี นสามารถบอกประโยชนข์ องสารเคมแี ละนาสารเคมีไปใช้ได้อย่างถกู วธิ ี
๔. นักเรยี นสามารถอธิบายข้ันตอนในการผลิตสารเคมีในทอ้ งถิ่นโดยใช้พืชธรรมชาตไิ ด้
๕. นักเรียนสามารถจาหนา่ ย จดั ทาบญั ชีรบั -จา่ ยผลิตภัณฑไ์ ด้อยา่ งถูกต้องและคุ้มคา่
๖. นักเรยี นสามารถใช้ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นกระบวนการผลิตสารเคมีได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
๗. นักเรียนนาความร้เู กยี่ วกบั สารเคมใี นท้องถ่ินไปใช้ในชีวติ ประจาวันได้อยา่ งปลอดภยั และให้เกดิ ประโยชน์
สงู สุด
รวมท้ังหมด ๗ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเตมิ
ว ๑๐๒๐๓สนุกกบั ทกั ษะกระบวนกำรวิทยำศำสตร์ กลุม่ สำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั
ประถมศึกษำปีท่ี ๔ – ๖ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง
ศกึ ษาเรยี นรู้ ความหมายของทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ 13
ทกั ษะ การนาความรู้เก่ียวกับทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ปใชแ้ ก้ปญั หาในชวี ติ ประจาวันเม่อื เผชญิ กับ
สถานการณ์ท่จี าเป็น
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สังเกต จาแนก ทดลอง สารวจ ตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล
วเิ คราะห์ การสบื เสาะ การอภิปราย อธิบาย เปรียบเทียบ และปฏบิ ตั ิการทดลอง เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความ
เข้าใจ ความสามารถในการส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจโดยสันติวิธี ใช้กระบวนการ
ประชาธปิ ไตยในการทางานร่วมกับผ้อู ื่นไดอ้ ย่างมีความสุข
เหน็ คณุ ค่าของการนาความรดู้ ้านวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยที างวทิ ยาศาสตร์ ไปใชแ้ ก้ปัญหาในชวี ติ ประจาวัน
อยา่ งมสี ติ รอบคอบ มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและค่านิยมทพ่ี ึงประสงค์
ผลกำรเรยี นรู้
๑. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายทกั ษะกระบวนทางวิทยาศาสตรไ์ ด้
๒. นักเรยี นมที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทัง้ 13 ทักษะ
๓. นักเรยี นสามารถนาความร้เู กี่ยวกบั ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ปใช้ในการแก้ปัญหาใน
ชวี ติ ประจาวนั ได้
๔. นักเรยี นเหน็ คุณคา่ ของการนาความรู้ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ไปใช้อย่างมีสติ รอบคอบและมจี ิตวิทยาศาสตร์
รวมทั้งหมด ๔ ผลกำรเรียนรู้
คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเตมิ
ว ๑๐๒๐๔ สนุกกบั โครงงำนวทิ ยำศำสตร์ กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชัน้
ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ – ๖ เวลำ ๔๐ ช่วั โมง
ศกึ ษาเรยี นรู้ ความหมายของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภทของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ขน้ั ตอนและวธิ ีการทา
โครงงานวทิ ยาศาสตรป์ ระเภทต่างๆ ลงมอื ปฏิบัติการทาโครงงาน นาเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ นาความรเู้ กี่ยวกับ
โครงงานวิทยาศาสตร์ไปใช้แก้ปญั หาในชีวิตประจาวันได้อย่างมคี วามสขุ
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สังเกต จาแนก ทดลอง สารวจ ตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล
วเิ คราะห์ การสืบเสาะ การอภิปราย อธิบาย เปรยี บเทียบ และปฏิบัตกิ ารทดลอง เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความ
เข้าใจ ความสามารถในการส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจโดยสันติวิธี ใช้กระบวนการ
ประชาธปิ ไตยในการทางานรว่ มกับผอู้ น่ื ไดอ้ ยา่ งมีความสขุ
เหน็ คณุ ค่าของการนาความร้ดู ้านวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ ไปใชแ้ ก้ปัญหาในชีวิต ประจาวนั
อย่างมีสติ รอบคอบ มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ มีคุณธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นิยมท่ีพึงประสงค์
ผลกำรเรยี นรู้
๑. นกั เรียนสามารถอธบิ ายความหมายของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ได้
๒. นกั เรียนสามารถบอกประเภทของโครงงานได้
๓. นกั เรยี นสามารถอธิบายขน้ั ตอนและวธิ ีการทาโครงงานวิทยาศาสตรป์ ระเภทต่างๆได้
๔. นักเรยี นสามารถลงมือทาโครงงานและนาเสนอโครงงานวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
๕. นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ กี่ยวกบั โครงงานวทิ ยาศาสตร์ไปใชใ้ นการแกป้ ัญหาในชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งมี
ความสขุ
๖. นักเรยี นมจี ิตวิทยาศาสตรม์ ีคุณธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ มท่พี งึ ประสงค์
รวมท้ังหมด ๖ ผลกำรเรยี นรู้
ว ๑๐๒๐๕ วทิ ยำศำสตร์แสนสนกุ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเตมิ
ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔-๖
กลุ่มสำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยชี น้ั
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง
ศึกษาธรรมชาตแิ ละความสาคญั ทางวทิ ยาศาสตร์ พฒั นากระบวนการทางวิทยาศาสตร์ด้วยกจิ กรรมที่
หลากหลาย โดยใช้วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ การทดลอง สบื ค้นขอ้ มูล การสารวจตรวจสอบ การอภิปราย การ
ประดษิ ฐข์ องเล่นเชงิ วิทยาศาสตร์
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทดลองเปรียบเทียบ การ
สบื คน้ ขอ้ มลู บนั ทกึ ข้อมลู จัดกลมุ่ ข้อมลู การอธิบายและการอภิปราย เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ
สามารถนาเสนอสื่อสารสิ่งทีเ่ รียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ
เห็นคณุ คา่ ของการนาความรูแ้ ละน้อมนาปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวนั มีคณุ ธรรม
จรยิ ธรรม และมีคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
มงุ่ มน่ั ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ
ผลกำรเรียนรู้
๑. มีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาตแิ ละความสาคญั ของวทิ ยาศาสตร์ มคี วามรคู้ วามเข้าใจและลาดับข้ันตอนวธิ กี ารหา
ความรู้ทางวิทยาศาสตรไ์ ด้
๒. มีลกั ษณะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มคี วามคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค์ จิตวิทยาศาสตร์ เลือกใชท้ ักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรแ์ กป้ ัญหาในชีวิตประจาวนั มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม
รวมท้ังหมด ๒ ผลกำรเรียนรู้
คำอธบิ ำยรำยวิชำกลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
ระดับประถมศึกษำ
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
ช้นั ประถมศึกษำปที ่ี ๑ เวลำ ๘๐ ชั่วโมง
ศึกษาเรยี นรู้และฝกึ ทกั ษะเกยี่ วกับพุทธประวตั ิ ประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเล่า และศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง พระรัตนตรัย
โอวาท ๓ พทุ ธศาสนสุภาษติ การฝกึ สวดมนต์และแผ่เมตตา การบาเพ็ญประโยชนต์ ่อวัด หรอื ศาสนสถาน การแสดงตน
เป็นพทุ ธมามกะประวตั โิ ดยสังเขปของวนั สาคัญทางพระพุทธศาสนา การบูชาพระรตั นตรัย การเปน็ สมาชิกทด่ี ีของ
ครอบครัวและโรงเรียน ประโยชนข์ องการปฏิบตั ิตนเป็นสมาชิก ทดี่ ีของครอบครัวและโรงเรยี น ลกั ษณะความสามารถ
และลักษณะ ความดีของตนเองและผู้อืน่ ผลของการกระทาความดี โครงสร้างของครอบครัวและความสัมพันธ์ของ
บทบาท หน้าท่ีของสมาชิกในครอบครวั โครงสรา้ งของโรงเรียน ความสัมพันธ์ของบทบาท หนา้ ทข่ี องสมาชกิ ในโรงเรียน
ความหมายและความแตกต่างของอานาจตามบทบาท สทิ ธิ หนา้ ท่ีในครอบครวั และโรงเรียน การใช้อานาจในครอบครัว
ตามบทบาท สิทธิหน้าท่ี กจิ กรรมตามกระบวนการประชาธิปไตยในครอบครวั กจิ กรรมตามกระบวนการประชาธปิ ไตยใน
โรงเรียนสนิ คา้ และบรกิ ารทใี่ ช้อยู่ในชีวติ ประจาวัน สินคา้ และบริการท่ีไดม้ าโดยไม่ใชเ้ งนิ สินค้าและบรกิ ารทไี่ ด้มาจาก
การใชเ้ งนิ ซื้อ การใช้ประโยชน์จากสนิ ค้าและบรกิ ารให้คมุ้ ค่า สินคา้ และบริการท่ีไดม้ าจากการใช้เงนิ ซ้อื การใชป้ ระโยชน์
จากสนิ ค้าและบรกิ ารให้คุ้มค่า ทรพั ยากรทใ่ี ชใ้ นชีวติ ประจาวัน ทรัพยากรสว่ นรวม วธิ กี ารใช้ทรพั ยากรทง้ั ของสว่ นตวั และ
สว่ นรวมอย่างถกู ต้อง และประหยัดและคมุ้ ค่า ความหมาย ประเภทและความสาคัญของการทางาน เหตุผลของการ
ทางาน ผลของการทางานประเภทต่าง ๆ ที่มีตอ่ ครอบครัวและสังคม การทางานอย่างสุจรติ ทาให้สังคมสงบสุข สิ่งต่าง ๆ
รอบตวั ทีเ่ กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติและที่มนุษยส์ รา้ งข้ึน ความสมั พันธ์ของตาแหนง่ ระยะ ทศิ ของสง่ิ ต่างๆ รอบตัว ทิศ
หลกั (เหนือ ตะวันออก ใต้ ตะวันตก) และ ที่ต้ังของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว แผนผังแสดงตาแหน่งส่ิงตา่ งๆในห้องเรียน การ
เปล่ียนแปลงของสภาพอากาศในรอบวัน เช่น กลางวัน กลางคนื ความร้อนของอากาศ ฝน เมฆ ลม ลักษณะภมู ปิ ระเทศ
ภูมอิ ากาศมีผลตอ่ ความเป็นอยขู่ องมนษุ ย์ การเปลยี่ นแปลงของสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัว การรู้เท่าทนั สงิ่ แวดลอ้ มและปรบั ตวั เขา้
กบั สงิ่ แวดล้อม
เพื่อใหม้ ีความรู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา ที่ตนนบั ถือและ
ศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยดึ มน่ั และปฏบิ ัติตามหลกั ธรรม พอ่ื อยรู่ ว่ มกันอย่างสันตสิ ุข เข้าใจ ตระหนักและปฏิบตั ิตน
เปน็ ศาสนกิ ชนท่ีดี และธารงรกั ษาพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาท่ตี นนับถือ เข้าใจและปฏบิ ัตติ นตามหนา้ ท่ีของการเปน็
พลเมอื งดี มีค่านิยมทีด่ งี ามและธารงรกั ษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ติ อยรู่ ่วมกนั ในสังคมไทยและสังคมโลกอยา่ ง
สันตสิ ขุ เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบนั ยึดมนั่ ศรัทธาและธารงรักษาไว้ซ่งึ การปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ เขา้ ใจและสามารถบริหารจดั การทรัพยากรในการผลติ และการ
บรโิ ภค การใช้ทรัพยากร ทมี่ ีอยู่จากดั ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพและคมุ้ ค่า รวมทัง้ เข้าใจหลักการของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพอื่ การดารงชวี ติ อย่างมดี ุลยภาพ เขา้ ใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความ
จาเป็นของการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก เขา้ ใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซ่ึง
มีผลต่อกันและกัน ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนทแ่ี ละเครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตร์ในการค้นหา วเิ คราะห์ สรปุ และใช้
ขอ้ มลู ภมู สิ ารสนเทศอย่างมีประสทิ ธภิ าพ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพทกี่ ่อให้เกดิ การ
สร้างสรรคว์ ัฒนธรรม มจี ติ สานึกและมีส่วนร่วมในการอนรุ ักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ ม เพอื่ การพัฒนาท่ีย่งั ยืน
ตัวชีว้ ัด
ส ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ล ป.๑/๔
ส ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ส ๒.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒
ส ๒.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ส ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ส ๓.๒ ป.๑/๑
ส ๕.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ส ๕.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
(รวมท้งั หมด ๒๔ ตวั ชี้วดั )
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษำ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี ๒
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
เวลำ ๘๐ ช่ัวโมง
ศึกษา เรยี นรู้ และฝกึ ทกั ษะเก่ยี วกับพระพุทธศาสนาเปน็ เอกลักษณ์ของ ชาติไทย สรุปพุทธประวัติ ประวัติสาวก
ชาดก/เรอื่ งเล่าและศาสนิกชนตัวอย่าง พระรตั นตรยั โอวาท ๓ พทุ ธศาสนสุภาษติ ตัวอยา่ งการกระทาความดีของตนเอง
และบคุ คลในครอบครวั และในโรงเรยี น ฝกึ สวดมนตไ์ หวพ้ ระและแผ่เมตตา รคู้ วามหมายและประโยชน์ของสตแิ ละสมาธิ
ฝึกสมาธิเบอ้ื งตน้ ฝึกสตเิ บ้ืองต้นดว้ ยกจิ กรรมการเคลื่อนไหวอย่างมสี ติ ฝึกให้มีสมาธิในการฟัง การอา่ น การคดิ การถาม
และการเขียน ชือ่ ศาสนา ศาสดา และคมั ภีรข์ องศาสนาต่าง ๆ การฝึกปฏิบัตมิ รรยาทชาวพทุ ธ การพนมมือ การไหว้
การกราบ การน่ัง การยนื การเดิน การเข้าร่วมกจิ กรรมและพิธกี รรม ทีเ่ กีย่ วเน่ืองกบั วนั สาคัญทางพุทธศาสนา ระเบียบ
พิธกี ารบชู าพระรัตนตรัย การทาบญุ ตกั บาตร ข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ หนา้ ท่ีท่ตี ้องปฏิบัติในครอบครวั โรงเรียน
สถานท่สี าธารณะ มารยาทไทย การยอมรับความแตกตา่ งของคนในสังคม ในเร่ือง ความคิด ความเชือ่ ความสามารถ
และการปฏบิ ัตติ นของบคุ คลอื่นที่ แตกต่างกนั สิทธสิ ่วนบคุ คล ความสมั พนั ธ์ของตนเอง และสมาชกิ ในครอบครวั กบั
ชุมชน มีบทบาท อานาจในการตดั สินใจในโรงเรยี น และชุมชน ทรัพยากรที่นามาใชใ้ นการผลิตสินค้าและบรกิ ารท่ีใชใ้ น
ครอบครัวและโรงเรยี น ผลของการใช้ทรัพยากรในการผลิตทหี่ ลากหลายทีม่ ตี ่อราคา คุณค่าและประโยชน์ของสนิ คา้ และ
บริการ รวมทง้ั ส่ิงแวดล้อมการประกอบอาชีพของครอบครัว การแสวงหารายไดท้ สี่ ุจริตและเหมาะสม รายไดแ้ ละ
รายจ่ายในภาพรวมของครอบครวั รายไดแ้ ละรายจ่ายของตนเอง วิธกี ารทาบญั ชรี ายรับรายจ่ายของตนเองอยา่ งงา่ ย ๆ
รายการของรายรับท่เี ปน็ รายได้ท่ีเหมาะสม และไมเ่ หมาะสม รายการของรายจ่ายท่ีเหมาะสมและ ไมเ่ หมาะสม ท่ีมา
ของรายไดท้ ่ีสจุ รติ การใชจ้ ่ายที่เหมาะสม ผลดีของการใช้จา่ ยที่เหมาะสมกบั รายได้ การออมและผลดีของการออม
การนาเงนิ ที่เหลือมาใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ เช่น การชว่ ยเหลอื สาธารณกุศล ความหมายและความสาคญั ของการ
แลกเปลยี่ นสนิ ค้าและบรกิ าร ลกั ษณะของการแลกเปลีย่ นสนิ ค้าและบรกิ ารโดยไมใ่ ช้เงนิ รวมท้ัง การแบ่งปัน การ
ช่วยเหลือ ลกั ษณะการแลกเปลยี่ นสนิ ค้าและบริการโดยการใชเ้ งนิ ความหมายและบทบาทของผูซ้ ้อื และผ้ขู าย ผู้ผลติ
และผู้บรโิ ภคพอสังเขป ความสมั พันธ์ระหว่างผู้ซ้ือและผู้ขายในการกาหนดราคาสินค้าและบรกิ าร ความสมั พันธ์ระหว่าง
ผูซ้ ื้อและผขู้ าย ทาใหส้ ังคมสงบสุข และประเทศมั่นคง ส่ิงต่างๆ ทเี่ ปน็ ธรรมชาติกบั ท่มี นษุ ยส์ ร้างขน้ึ ซึ่งปรากฏระหวา่ ง
โรงเรยี นกับบ้าน ตาแหนง่ อยา่ งงา่ ยและลกั ษณะทางกายภาพของสง่ิ ต่างๆทีป่ รากฏในลูกโลก แผนที่ แผนผงั และภาพถ่ายเช่น
ภูเขา ทีร่ าบ แม่น้า ตน้ ไม้ อากาศ ทะเล ความสัมพันธ์ของปรากฏการณร์ ะหวา่ งโลก ดวงอาทิตยแ์ ละดวงจันทรเ์ ชน่
ขา้ งข้ึน ข้างแรม ฤดูกาลตา่ งๆ คุณคา่ ของส่งิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ คุณคา่ ของสิง่ แวดล้อมทางสงั คม ความหมายของ
ทรัพยากรธรรมชาติ ประเภททรพั ยากรธรรมชาติ ความสัมพันธข์ องฤดูกาลกบั การดาเนินชวี ิตของมนุษย์การ
เปล่ยี นแปลงของส่งิ แวดล้อม การรักษาและฟ้นื ฟูสิง่ แวดล้อม
เพ่อื ให้มีความรู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา ที่ตนนบั ถือ
และศาสนาอืน่ มีศรัทธาทถี่ ูกต้อง ยึดมัน่ และปฏิบตั ติ ามหลักธรรม พ่อื อยรู่ ว่ มกันอย่างสนั ตสิ ุข เข้าใจ ตระหนักและ
ปฏิบตั ติ นเปน็ ศาสนิกชนทด่ี ี และธารงรกั ษาพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทีต่ นนับถอื เขา้ ใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่
ของการเป็นพลเมืองดี มคี า่ นิยมทด่ี ีงามและธารงรักษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อยรู่ ว่ มกนั ในสังคมไทยและ
สงั คมโลกอย่างสนั ตสิ ขุ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปจั จบุ นั ยดึ มนั่ ศรัทธาและธารงรักษาไวซ้ งึ่ การ
ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เข้าใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรในการ
ผลติ และการบรโิ ภค การใช้ทรัพยากร ที่มอี ยู่จากัดไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพและคุ้มค่า รวมท้งั เข้าใจหลกั การของเศรษฐกจิ
พอเพยี ง เพ่ือการดารงชวี ิตอย่างมดี ลุ ยภาพ เขา้ ใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
และความจาเป็นของการรว่ มมอื กนั ทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพนั ธ์ของ
สรรพส่ิงซ่ึงมีผลต่อกันและกัน ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนทแี่ ละเคร่ืองมือทางภูมศิ าสตร์ในการคน้ หา วิเคราะห์ สรุป
และใชข้ ้อมูลภมู สิ ารสนเทศอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ เขา้ ใจปฏิสมั พนั ธ์ระหว่างมนุษย์กบั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพท่ี
กอ่ ให้เกดิ การสร้างสรรคว์ ฒั นธรรม มจี ิตสานกึ และมีส่วนรว่ มในการอนุรักษ์ทรัพยากรและส่ิงแวดลอ้ ม เพือ่ การพัฒนาที่
ยั่งยนื
ตวั ชวี้ ดั
ส ๑.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔,ป.๒/๕,ป.๒/๖,ป.๒/๗
ส ๑.๒ ป.๒/๑,ป.๒/๒
ส ๒.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔
ส ๒.๒ ป.๒/๑,ป.๒/๒
ส ๓.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔
ส ๓.๒,ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒, ป.๒/๓
ส ๕.๒ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔
(รวมทั้งสนิ้ 29 ตัวชี้วดั )
ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศึกษำ คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๓
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
เวลำ ๘๐ ชั่วโมง
ศึกษา เรียนรูแ้ ละฝกึ ทักษะเกยี่ วกบั ความสมั พันธ์ของพระพุทธศาสนากบั การดาเนินชีวิตประจาวนั
พระพุทธศาสนามีอิทธพิ ลต่อการสรา้ งสรรค์ผลงานทางวัฒนธรรมไทยอันเกดิ จากความศรทั ธา สรปุ พุทธประวัติ
(ทบทวน) การบาเพ็ญเพยี ร ผจญมาร ตรัสรู้ ปฐมเทศนา ปรนิ พิ พาน ประวตั สิ าวก ชาดก/เรอื่ งเลา่ และศาสนิกชน
ตัวอย่าง ความสาคญั ของพระไตรปิฎก พระรตั นตรัย โอวาท ๓ พุทธศาสนสภุ าษิต ฝึกสวดมนต์ ไหว้พระ สรรเสริญ
คุณพระรัตนตรัยและแผเ่ มตตา รคู้ วามหมายและประโยชนข์ องสตแิ ละสมาธิ รปู้ ระโยชนข์ องการฝกึ สติ ฝกึ สมาธิ
เบือ้ งต้นดว้ ยการนับลมหายใจ ฝกึ การยนื การเดิน การน่ัง และ การนอน อยา่ งมีสติ ฝึกใหม้ ีสมาธใิ นการฟัง การอ่าน
การคิด การถาม และการเขยี น ช่ือและความสาคญั ของศาสนวตั ถุ ศาสนสถานและ ศาสนบุคคล ในพระพุทธศาสนา
ศาสนาอิสลาม ครสิ ตศ์ าสนา ศาสนาฮินดู การปฏบิ ัตติ นท่เี หมาะสมต่อศาสนวัตถุ ศาสนสถานและศาสนบุคคลในศาสนา
อ่นื ๆ ฝกึ ปฏิบัตมิ รรยาทชาวพุทธ การอาราธนาศลี การสมาทานศลี เครื่องประกอบโต๊ะหมูบ่ ชู า การจดั โต๊ะหมู่บชู า
ความเปน็ มาของการแสดงตนเป็น พุทธมามกะการแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ ประเพณแี ละวฒั นธรรมในครอบครวั
ประเพณแี ละวัฒนธรรมในท้องถ่นิ พฤตกิ รรมของตนเองและเพื่อน ๆ ในชีวติ ประจาวัน สาเหตุทีท่ าให้พฤติกรรมการ
ดาเนนิ ชีวติ ในปจั จุบนั ของนักเรียน และผอู้ ืน่ แตกตา่ งกัน วันหยดุ ราชการที่สาคญั บุคคลท่ีมีผลงานเปน็ ประโยชนแ์ ก่
ชมุ ชนและทอ้ งถ่นิ ของตน ลักษณะผลงานทีเ่ ป็นประโยชนแ์ ก่ชมุ ชนและท้องถนิ่ บทบาทหน้าทขี่ องสมาชกิ ในชมุ ชน การมี
ส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ตามกระบวนการประชาธปิ ไตย การออกเสยี งโดยตรงและการเลอื กตวั แทนออกเสียง การ
ตัดสนิ ใจของบคุ คลและกล่มุ ท่ีมีผลตอ่ การเปลีย่ นแปลงในชน้ั เรียน โรงเรยี น และชมุ ชน ประธานนักเรียน เลือก
คณะกรรมการนักเรยี น การเปลี่ยนแปลงในชุมชน จาแนกความตอ้ งการและความจาเป็นในการใชส้ นิ ค้าและบริการใน
การดารง ชวี ติ ทรพั ยากรที่มีอยจู่ ากดั มผี ลต่อการผลิตและบรโิ ภคสินค้าและบริการ สนิ ค้าและบรกิ ารท่ีภาครฐั ทุกระดับ
จัดหาและใหบ้ ริการแก่ประชาชน ความหมายและความสาคัญของภาษที ี่รฐั นามาสร้างความเจรญิ และใหบ้ ริการแก่
ประชาชน ตวั อย่างของภาษี บทบาทหน้าท่ีของประชาชนในการเสียภาษี ความสาคัญและผลกระทบของการแข่งขันทาง
การค้าท่ีมผี ลทาให้ราคาสินคา้ ลดลง แผนท่ี แผนผัง และภาพถา่ ย ความสมั พันธข์ องตาแหน่ง ระยะ ทิศทาง ตาแหน่ง
ท่ตี ง้ั สัมพันธ์ของสถานที่สาคัญในบริเวณโรงเรียนและชมุ ชน ภมู ิประเทศ และภมู ิอากาศทีม่ ผี ลต่อสภาพสังคมในชมุ ชน
สภาพแวดลอ้ มในชมุ ชนในอดีตและปัจจบุ นั การพึง่ พาสง่ิ แวดล้อม ในการดารงชวี ิตของมนุษย์ การประกอบอาชพี ที่เป็น
ผลมาจากสภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาติในชุมชน มลพษิ ทีเ่ กิดจากการกระทาของมนุษย์ ลกั ษณะของเมืองและชนบท การ
เพ่ิมและสูญเสยี สงิ่ แวดลอ้ มทาใหช้ ุมชนเปล่ียนแปลง
เพ่อื ให้มคี วามรู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนา ทต่ี นนบั ถือ
และศาสนาอืน่ มศี รทั ธาท่ถี กู ตอ้ ง ยึดม่นั และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม พื่ออยู่รว่ มกันอยา่ งสนั ตสิ ขุ เข้าใจ ตระหนักและ
ปฏิบตั ิตนเป็นศาสนิกชนทดี่ ี และธารงรักษาพระพุทธศาสนา หรือศาสนาทีต่ นนับถือ เขา้ ใจและปฏบิ ัติตนตามหนา้ ท่ี
ของการเปน็ พลเมอื งดี มคี ่านิยมทีด่ งี ามและธารงรักษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อย่รู ่วมกันในสังคมไทยและ
สงั คมโลกอย่างสันตสิ ุข เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปจั จบุ ัน ยึดม่ัน ศรัทธาและธารงรักษาไว้ซ่ึงการ
ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข เข้าใจและสามารถบริหารจดั การทรัพยากรในการ
ผลิตและการบริโภค การใชท้ รัพยากร ที่มอี ยู่จากัดไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจ
พอเพียง เพื่อการดารงชีวติ อยา่ งมีดลุ ยภาพ เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกจิ ตา่ ง ๆ ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ
และความจาเป็นของการร่วมมอื กนั ทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของ
สรรพสิ่งซ่ึงมผี ลต่อกันและกัน ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนทแ่ี ละเครื่องมอื ทางภูมิศาสตรใ์ นการค้นหา วิเคราะห์ สรุป
และใช้ข้อมลู ภมู สิ ารสนเทศอย่างมีประสิทธภิ าพ เขา้ ใจปฏิสัมพนั ธร์ ะหว่างมนุษย์กับสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพที่
ก่อให้เกิด การสร้างสรรคว์ ัฒนธรรม มจี ติ สานกึ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและส่งิ แวดลอ้ ม เพอื่ การพัฒนาที่
ยง่ั ยืน
ตัวชว้ี ดั
ส ๑.๑ ป ๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖ป.๓/,๗
ส ๑.๒ ป ๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓
ส ๒.๑ ป ๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔
ส ๒.๒ ป ๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓
ส ๓.๑ ป ๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓
ส ๓.๒ ป ๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓
ส ๕.๑ ป ๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓
ส ๕.๒ ป ๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕
(รวม ๓๑ ตวั ช้ีวดั )
ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษำ คำอธิบำยรำยวิชำ
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ ๔
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
เวลำ ๘๐ ช่ัวโมง
ศึกษาเรียนรู้และฝกึ ทักษะเกี่ยวกบั ความสาคัญของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทีต่ นนับถือ ในฐานะเป็นศูนย์
รวมจติ ใจของศาสนกิ ชน พุทธประวตั ิ ตรสั รู้ ประกาศธรรม ประวตั ิสาวก ชาดก/เรื่องเล่าและ ศาสนกิ ชนตวั อย่าง พระ
รตั นตรัย การปฏบิ ัติตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท ๓ พทุ ธศาสนสุภาษิต ตัวอย่างการกระทาความดีของตนเองและ
บุคคลในครอบครวั ในโรงเรยี น และในชุมชน การสวดมนต์ แผ่เมตตา มสี ติที่เปน็ พน้ื ฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา
หรือการพัฒนาจติ หลักธรรมเพือ่ การอยูร่ ่วมกนั อย่างสมานฉนั ท์ พุทธศาสนสภุ าษติ ประวตั ศิ าสดา พระพุทธเจา้ มุฮัมมัด
พระเยซูความร้เู บื้องต้นและความสาคญั ของ ศาสนสถาน การแสดงความเคารพต่อศาสนสถาน การบารุงรักษาศาสน
สถาน การปฏิบตั ิตนท่เี หมาะสมต่อพระภกิ ษุ การยนื การเดิน และการนั่งทีเ่ หมาะสมในโอกาสตา่ ง ๆการอาราธนาศีล
การอาราธนาธรรม การอาราธนาพระปรติ ร ระเบยี บพธิ แี ละการปฏิบัติตนในวนั ธรรมสวนะ การปฏิบตั ติ นเปน็ พลเมือง
ดตี ามวถิ ี ประชาธิปไตยในฐานะสมาชิกทด่ี ีของชุมชน การปฏบิ ัติตนในการเป็นผนู้ าและผู้ตาม ท่ดี ี สทิ ธพิ น้ื ฐานของเด็ก
วัฒนธรรมในภาคตา่ งๆ ของไทยท่ีแตกตา่ งกัน ปญั หาและสาเหตขุ องการเกดิ ความขัดแย้งในชวี ิตประจาวนั แนวทางการ
แกป้ ัญหาความขัดแย้งดว้ ยสนั ติวธิ ี อานาจอธิปไตยและความสาคญั ของระบอบประชาธปิ ไตย บทบาทหน้าทีข่ องพลเมือง
ในกระบวนการเลอื กตั้ง ทั้งก่อนการเลือกตั้ง ระหวา่ งการเลอื กตงั้ หลงั การเลอื กต้ัง สถาบันพระมหากษัตริยใ์ นสงั คมไทย
ความสาคญั ของสถาบนั พระมหากษัตริย์ในสงั คมไทย สนิ ค้าและบรกิ ารที่มอี ยหู่ ลากหลายในตลาดท่ีมีความแตกตา่ งดา้ น
ราคาและคุณภาพ ปัจจัยที่มีผลตอ่ การเลือกซื้อสนิ ค้าและบรกิ ารท่ีมีมากมาย ซง่ึ ข้นึ อย่กู ับผู้ซ้ือ ผูข้ าย และ ตวั สินค้า สทิ ธิ
พื้นฐานของผู้บรโิ ภค สนิ คา้ และบริการท่ีมีเครื่องหมายรบั รองคุณภาพ หลกั การและวิธกี ารเลอื กบรโิ ภค หลกั การของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง การประยุกตใ์ ชเ้ ศรษฐกจิ พอเพียงในการดารงชีวิต อาชีพ สนิ คา้ และบริการตา่ ง ๆ ท่ผี ลิต ในชมุ ชน
การพงึ่ พาอาศยั กนั ภายในชุมชนทาง ดา้ นเศรษฐกจิ การสรา้ งความเข้มแข็งใหช้ มุ ชนดว้ ย การใชส้ ่งิ ของท่ผี ลติ ในชุมชน
ความหมายและประเภทของเงิน หน้าที่เบื้องตน้ ของเงินในระบบเศรษฐกจิ สกุลเงนิ สาคัญที่ใชใ้ นการซื้อขายแลกเปลยี่ น
ระหว่างประเทศ แผนที่/ภาพถา่ ย ลักษณะทางกายภาพของจงั หวัดตนเอง ตาแหนง่ ระยะทางและทศิ ของทรัพยากร
และส่ิงต่างๆ ในจังหวัดของตนเอง แผนทีแ่ สดงความสัมพนั ธ์ของสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในจังหวัด ลักษณะทางกายภาพ (ภมู ิ
ลักษณห์ รือภมู ปิ ระเทศและภูมอิ ากาศ) ท่มี ผี ลตอ่ สภาพสงั คมของจงั หวัดสภาพ แวดลอ้ มทางกายภาพของชุมชนที่ส่งผลตอ่
การดาเนินชีวติ ของคนในจงั หวดั การเปลีย่ นแปลงสภาพแวดลอ้ มในจังหวัดและผลท่เี กดิ จากการเปล่ียนแปลง การ
อนรุ กั ษส์ ่งิ แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาตใิ นจงั หวัด
เพ่ือให้มคี วามรู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา ท่ีตนนับถือ
และศาสนาอน่ื มีศรัทธาท่ีถกู ตอ้ ง ยดึ มัน่ และปฏิบัติตามหลักธรรม พื่ออยู่ร่วมกนั อย่างสนั ติสขุ เข้าใจ ตระหนักและ
ปฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนิกชนท่ดี ี และธารงรักษาพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทตี่ นนบั ถือ เขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตนตามหน้าท่ี
ของการเป็นพลเมอื งดี มีคา่ นิยมท่ดี งี ามและธารงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดารงชวี ติ อยูร่ ่วมกนั ในสงั คมไทยและ
สงั คมโลกอย่างสนั ติสุข เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจุบัน ยดึ มั่น ศรัทธาและธารงรักษาไวซ้ ึ่งการ
ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข เข้าใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรัพยากรในการ
ผลติ และการบรโิ ภค การใช้ทรพั ยากร ที่มอี ยจู่ ากดั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและคุ้มคา่ รวมทัง้ เข้าใจหลักการของเศรษฐกจิ
พอเพยี ง เพื่อการดารงชวี ติ อย่างมีดลุ ยภาพ เข้าใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ตา่ ง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกจิ
และความจาเปน็ ของการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพนั ธ์ของ
สรรพส่ิงซึ่งมผี ลต่อกันและกัน ในระบบของธรรมชาติ ใชแ้ ผนที่และเคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป
และใช้ข้อมลู ภมู ิสารสนเทศอยา่ งมีประสิทธภิ าพ เขา้ ใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษยก์ ับสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพท่ี
ก่อใหเ้ กิด การสรา้ งสรรคว์ ฒั นธรรม มีจิตสานกึ และมสี ่วนรว่ มในการอนุรักษ์ทรัพยากรและส่ิงแวดลอ้ ม เพอ่ื การพฒั นาท่ี
ย่ังยนื
ตัวชี้วดั
ส ๑.๑ ป ๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓,ป.๔/๔,ป.๔/๕,ป.๔/๖ป.๔/๗,ป.๔/๘
ส ๑.๒ ป ๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓
ส ๒.๑ ป ๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓,ป.๔/๔,ป.๔/๕
ส ๒.๒ ป ๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓
ส ๓.๑ ป ๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓
ส ๓.๒ ป ๔/๑,ป.๔/๒
ส ๕.๑ ป ๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓
ส ๕.๒ ป ๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓
(รวม ๓๐ ตวั ชี้วัด)
ส ๑๕๑๐๑ สังคมศึกษำ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ชนั้ ประถมศกึ ษำปีท่ี ๕
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
เวลำ ๘๐ ชั่วโมง
ศึกษา เรียนรู้ และฝึกทกั ษะเกย่ี วกับ มรดกทางวัฒนธรรมทไี่ ด้รบั จากพระพุทธศาสนา พทุ ธประวัติต้ังแตเ่ สด็จ
กรงุ กบิลพัสดุจ์ นถึงพทุ ธกจิ สาคญั หรอื ประวตั ิศาสดา ประวตั สิ าวก ชาดก/เร่ืองเลา่ และศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง องคป์ ระกอบ
ของพระไตรปฎิ ก ความสาคัญของพระไตรปฎิ ก พระรตั นตรัย ไตรสิกขา โอวาท ๓ พทุ ธศาสนสภุ าษติ สวดมนต์แผ่
เมตตา มีสตทิ ่ีเปน็ พน้ื ฐานของสมาธใิ นพระพุทธศาสนา หรอื การพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาทต่ี นนบั ถือ การจดั
พิธีกรรมท่ีเรยี บงา่ ย ประหยัด มีประโยชน์ และถกู ต้องตามหลกั ทางศาสนาทีต่ นนับ การปฏิบตั ติ นในศาสนพธิ ี พิธีกรรม
และวันสาคัญทางศาสนา ตามทก่ี าหนด และอภิปรายประโยชน์ท่ีไดร้ บั จากการเข้ารว่ มกจิ กรรม การกราบพระรตั นตรยั
การไหวบ้ ิดา มารดา ครู/อาจารย์ ผูท้ ่เี คารพนบั ถอื การกราบศพ สถานภาพ บทบาท สิทธเิ สรีภาพ หนา้ ทขี่ อง
พลเมอื งดี คุณลักษณะของพลเมืองดี เหตุการณท์ ล่ี ะเมดิ สิทธิเดก็ ในสงั คมไทยแนวทางการปกป้องคมุ้ ครองตนเองหรือ
ผูอ้ น่ื จากการละเมิดสิทธเิ ด็ก การปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กในสงั คมไทย วัฒนธรรมไทย ทมี่ ีผลต่อการดาเนนิ ชวี ติ ของคนใน
สังคมไทย คุณค่าของวฒั นธรรมกบั การดาเนินชวี ติ ความสาคญั ของภูมปิ ัญญาท้องถิ่น ตัวอยา่ งภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่นใน
ชุมชน ของตน การอนุรักษ์และเผยแพรภ่ ูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน โครงสรา้ งการปกครองในทอ้ งถิน่ อานาจหนา้ ที่
และความสาคัญของการปกครองส่วนท้องถนิ่ บทบาทหนา้ ที่ และวธิ กี ารเข้าดารงตาแหน่งของผูบ้ ริหารทอ้ งถ่ินองค์กร
ปกครองส่วนท้องถนิ่ กับบริการสาธารณประโยชน์ในชุมชน ปจั จัยการผลิตสนิ คา้ และบริการหลกั การปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในกิจกรรมต่าง ๆ ในครอบครวั โรงเรียน หลักการสาคญั
และประโยชนข์ องสหกรณบ์ ทบาทหน้าทีเ่ บื้องตน้ ของธนาคาร การจาแนกผลดีและผลเสียของการกู้ยืม ตาแหนง่ (พกิ ัด
ภมู ศิ าสตร์ ละตจิ ดู ลองจิจดู ) ระยะ ทิศทาง ของภมู ิภาคของตนเองภูมลิ ักษณ์ท่สี าคญั ในภูมิภาคของตนเอ
ความสัมพันธ์ของลกั ษณะทางกายภาพ (ภมู ิลักษณ์และภูมิอากาศ) และลักษณะทางสงั คม (ภมู ิสงั คม)ในภูมภิ าคของ
ตนเอง สภาพแวดล้อมทางกายภาพท่มี ีอิทธพิ ลต่อลักษณะการตง้ั ถิ่นฐานและการยา้ ยถ่ินของประชากรในภมู ภิ าค อิทธิพล
ของส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติที่ก่อให้เกดิ วิถชี ีวิตและการสร้างสรรค์วฒั นธรรมในภมู ิภาค ผลจากการรักษาและการ
ทาลายสภาพแวดล้อม แนวทางการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดลอ้ มในภมู ิภาค
เพอ่ื ให้มีความรู้ และเขา้ ใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา ท่ีตนนับถือ
และศาสนาอื่น มีศรทั ธาท่ถี กู ต้อง ยดึ มนั่ และปฏบิ ัติตามหลักธรรม พอ่ื อย่รู ว่ มกนั อย่างสนั ตสิ ุข เข้าใจ ตระหนักและ
ปฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนกิ ชนท่ดี ี และธารงรักษาพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาท่ีตนนับถอื เขา้ ใจและปฏิบัติตนตามหน้าท่ี
ของการเปน็ พลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธารงรักษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดารงชีวติ อยู่รว่ มกันในสงั คมไทยและ
สงั คมโลกอยา่ งสันตสิ ขุ เข้าใจระบบการเมอื งการปกครองในสงั คมปัจจบุ นั ยึดมั่น ศรัทธาและธารงรักษาไวซ้ ึง่ การ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ เข้าใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรัพยากรในการ
ผลติ และการบริโภค การใชท้ รัพยากร ที่มีอยจู่ ากัดได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพและคุ้มคา่ รวมทง้ั เขา้ ใจหลกั การของเศรษฐกจิ
พอเพียง เพ่ือการดารงชวี ิตอยา่ งมดี ุลยภาพ เขา้ ใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ
และความจาเป็นของการรว่ มมือกันทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพนั ธ์ของ
สรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันและกัน ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนทแี่ ละเครื่องมือทางภูมศิ าสตรใ์ นการคน้ หา วิเคราะห์ สรปุ
และใช้ข้อมลู ภมู สิ ารสนเทศอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ เขา้ ใจปฏิสมั พันธ์ระหวา่ งมนุษยก์ ับสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพที่
ก่อใหเ้ กดิ การสร้างสรรคว์ ัฒนธรรม มีจิตสานกึ และมสี ่วนรว่ มในการอนรุ ักษ์ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพ่ือการพัฒนาท่ี
ย่ังยนื
ตวั ชว้ี ดั
ส ๑.๑ ป ๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕,ป.๕/๖,ป.๕/๗
ส ๑.๒ ป ๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓
ส ๒.๑ ป ๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔
ส ๒.๒ ป ๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓
ส ๓.๑ ป ๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓
ส ๓.๒ ป ๕/๑,ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป ๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,
ส ๕.๒ ป ๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓
(รวม ๒๘ ตัวชว้ี ัด)
ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษำ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ชัน้ ประถมศึกษำปที ี่ ๖
กลุม่ สำระกำรเรียนรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
เวลำ ๘๐ ช่ัวโมง
ศึกษา เรียนรู้และฝกึ ทักษะในเร่ืองพระพทุ ธศาสนาในฐานะเป็นศาสนาประจาชาติ พุทธประวัติต้งั แต่ปลงอายุ
สังขารจนถงึ สงั เวชนียสถาน ประวัตสิ าวก ชาดก/เรอ่ื งเลา่ และศาสนกิ ชนตวั อย่าง พระรัตนตรัย ปฏิบตั ิตามไตรสิกขาและ
หลกั ธรรมโอวาท ๓ พทุ ธศาสนสุภาษิต ตัวอย่างการกระทาความดขี องบคุ คลในประเทศ การสวดมนตแ์ ผ่เมตตา และ
บริหารจิตเจรญิ ปญั ญา มสี ติที่เปน็ พ้นื ฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรอื การพฒั นาจิตตามแนวทางของศาสนา
หลกั ธรรม : อรยิ สัจ ๔ หลกั กรรมโอวาท ๓ : เบญจศีล – เบญจธรรม อบายมุข ๖ อกุศลมูล ๓ กุศลมูล ๓ หลกั ธรรม
สาคัญของศาสนาต่าง ๆ ศาสนพิธขี องศาสนาต่าง ๆ ความรู้เบ้อื งตน้ เก่ยี วกับสถานที่ตา่ ง ๆภายในวัด มรรยาทของความ
เปน็ ศาสนกิ ชนทีด่ ี ประโยชนข์ องการเขา้ ร่วมใน ศาสนพธิ ี พธิ กี รรม และกจิ กรรมในวนั สาคญั ทางศาสนา การแสดงตน
เป็นพทุ ธมามกะ กฎหมายที่เกยี่ วขอ้ งกบั ชวี ิตประจาวัน การเปล่ียนแปลงวฒั นธรรมตามกาลเวลาและธารงรกั ษา
วัฒนธรรม อันดงี าม ความหมายและสาคัญของมารยาทไทย มารยาทไทยและมารยาทสังคม ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าทาง
วฒั นธรรม ความแตกต่างทางวฒั นธรรมระหว่างกลุม่ คนภาคตา่ งๆ ในสังคมไทย แนวทางการรักษาวัฒนธรรม ข้อมูล
ข่าวสาร เหตกุ ารณต์ า่ ง ประโยชน์จากการตดิ ตามข้อมลู ขา่ วสาร เหตกุ ารณต์ า่ งๆ หลกั การเลอื กรับและใช้ข้อมลู
ขา่ วสารจากสอื่ ตา่ งๆ รวมท้งั ส่ือทีไ่ ร้พรมแดน บทบาท หนา้ ที่ ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ และรัฐบาล กจิ กรรมตา่ งๆ
เพอ่ื ส่งเสรมิ ประชาธิปไตย ในท้องถิ่นและประเทศ บทบาท ความสาคัญในการใช้สทิ ธิออกเสยี งเลือกตงั้ ตามระบอบ
ประชาธปิ ไตย บทบาทของผูผ้ ลติ ท่ีมคี วามรบั ผิดชอบ บทบาทของผบู้ ริโภค ทีร่ ู้เท่าทนั ความหมาย และความจาเป็นของ
ทรัพยากร หลักการและวธิ ใี ชท้ รัพยากรใหเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ (ลดการสูญเสียทกุ ประเภท)วิธีการสร้างจติ สานึกให้คนใน
ชาติรู้คุณค่าของทรัพยากรท่ีมีอยจู่ ากดั วางแผนการใช้ทรัพยากร โดยประยุกต์เทคนิคและวิธกี ารใหม่ ๆ ให้เกิดประโยชน์แก่
สงั คมและประเทศชาติ และทันกับสภาพทางเศรษฐกจิ และสังคม ความสมั พันธร์ ะหว่างผู้ผลติ ผบู้ รโิ ภค ธนาคาร และ
รฐั บาล ยกตัวอยา่ งการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจภายในท้องถ่ิน เคร่อื งมือทางภมู ิศาสตร์ (แผนที่ ภาพถ่ายชนดิ ตา่ ง ๆ) ระบุ
ลกั ษณะสาคญั ทางกายภาพและสงั คมของประเทศ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งลักษณะทางกายภาพกับปรากฏการณ์ทาง
ธรรมชาตขิ องประเทศความสัมพันธ์ระหวา่ งส่งิ แวดล้อมทางธรรมชาตกิ ับสง่ิ แวดลอ้ มทางสังคมในประเทศ การแปลง
สภาพธรรมชาติในประเทศไทยจากอดตี ถงึ ปัจจุบนั และผลทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการเปล่ียนแปลงนนั้ แนวทางการใช้ทรัพยากร
ของคนในชุมชนใหใ้ ชไ้ ดน้ านขึ้น โดยมจี ิตสานึกรูค้ ณุ คา่ ของทรัพยากรแผนอนรุ ักษท์ รัยากรในชมุ ชน หรอื แผนอนุรักษ์
เพือ่ ให้มคี วามรู้ และเขา้ ใจประวตั ิ ความสาคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนา ทต่ี นนับถือ
และศาสนาอื่น มีศรทั ธาทถ่ี กู ต้อง ยึดม่ันและปฏบิ ัติตามหลักธรรม พือ่ อย่รู ่วมกันอย่างสนั ตสิ ขุ เขา้ ใจ ตระหนักและ
ปฏิบัติตนเป็นศาสนกิ ชนทีด่ ี และธารงรักษาพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาท่ตี นนับถอื เขา้ ใจและปฏิบัติตนตามหนา้ ที่
ของการเปน็ พลเมอื งดี มีคา่ นิยมที่ดงี ามและธารงรักษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อยู่รว่ มกนั ในสงั คมไทยและ
สังคมโลกอยา่ งสนั ติสขุ เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปจั จุบนั ยดึ มนั่ ศรทั ธาและธารงรกั ษาไว้ซึ่งการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ เข้าใจและสามารถบริหารจดั การทรัพยากรในการ
ผลติ และการบรโิ ภค การใชท้ รัพยากร ท่ีมอี ยู่จากัดไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพและคุ้มคา่ รวมท้ังเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจ
พอเพียง เพื่อการดารงชวี ิตอยา่ งมดี ุลยภาพ เขา้ ใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ตา่ ง ๆ ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกิจ
และความจาเป็นของการรว่ มมอื กนั ทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของ
สรรพสิ่งซ่ึงมผี ลต่อกันและกัน ในระบบของธรรมชาติ ใชแ้ ผนทแี่ ละเคร่ืองมือทางภมู ิศาสตรใ์ นการคน้ หา วิเคราะห์ สรปุ
และใชข้ ้อมลู ภูมิสารสนเทศอย่างมีประสทิ ธิภาพ เข้าใจปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ งมนุษยก์ บั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพท่ี
ก่อให้เกิด การสรา้ งสรรค์วฒั นธรรม มจี ติ สานึกและมสี ว่ นร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสง่ิ แวดล้อม เพ่อื การพัฒนาท่ี
ยง่ั ยนื
ตัวชีว้ ดั
ส ๑.๑ ป.๖/๑,ป..๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖,ป.๖/๗,ป.๖/๘,ป.๖/๙
ส ๑.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔
ส ๒.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕
ส ๒.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓
ส ๓.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓
ส ๓.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒
ส ๕.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒
ส ๕.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓
(รวม ๓๑ ตวั ช้วี ัด)
คำอธิบำยรำยวิชำ
ส ๑๑๑๐๒ ประวัตศิ ำสตร์๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
ชัน้ ประถมศึกษำปที ่ี ๑ เวลำ ๔๐ ช่วั โมง
ศกึ ษาและใชป้ ฏิทนิ ในการบอกวัน เดือน ปี ทใ่ี ช้ในชีวิตประจาวัน ซ่ึงมีท้ังระบบสรุ ิยคติและจันทรคติ คาท่ีแสดง
ชว่ งเวลาเพอ่ื ใช้เลา่ เหตุการณ์ปัจจบุ นั วันน้ี เดือนนี้ ตอนเช้า ตอนกลางวัน ตอนเยน็ ตอนค่า และเรียงลาดบั เหตกุ ารณ์ใน
ชีวติ ประจาวนั ตามวันเวลาท่เี กิดข้นึ โดยใช้ทักษะการสังเกต การบอกเลา่ การเชอื่ มโยง เพ่อื ใหส้ ามารถใช้เวลาตามปฏทิ ิน
แสดงเหตุการณ์ในปัจจุบัน และใชค้ าแสดงช่วงเวลาเรียงลาดบั เหตกุ ารณ์ทเี่ กดิ ข้ึนได้
ร้วู ธิ สี ืบคน้ ประวตั คิ วามเปน็ มาของตนเองและครอบครัวอยา่ งงา่ ย ๆ โดยสอบถามผเู้ กี่ยวข้องและการบอกเล่า
เร่ืองราวทส่ี ืบค้นได้ โดยใช้ทักษะการสอบถาม การรวบรวมขอ้ มูล การสรปุ ความ การเลา่ เรอ่ื ง เพ่อื ฝกึ ทกั ษะพ้ืนฐานของ
วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ในการสืบคน้ เร่อื งราว จากแหลง่ ข้อมูล(เชน่ บุคคล)และบอกเลา่ ข้อเท็จจริงที่คน้ พบได้อย่าง
นา่ สนใจ
ศกึ ษาการเปลีย่ นแปลงของสภาพแวดล้อม สิง่ ของเคร่ืองใชห้ รอื การดาเนินชวี ติ ของตนเองในสมยั ปัจจบุ นั กับ
สมยั ของพ่อแม่ ปูย่ ่า ตายายทีเ่ ปน็ รปู ธรรมและใกล้ตวั ผ้เู รยี น เตารดี (การรดี ผ้าดว้ ยเตาถ่านกับเตาไฟฟ้า) หม้อหุงข้าว
(การหงุ ข้าวทเ่ี ช็ดน้าด้วยฟืนหรอื ถ่านกับหมอ้ หุงขา้ วไฟฟ้า) เกวยี นกบั รถยนต์ (การเดินทาง) ถนน บา้ นเรอื น การใชค้ วาย
ไถนากับรถไถนา รวมทั้งเหตกุ ารณ์สาคญั ของครอบครวั ทเ่ี กิดขนึ้ ในอดีตท่ีมผี ลกระทบต่อตนเองในปจั จุบัน ( การยา้ ยบ้าน
การย้ายโรงเรยี น การเลอ่ื นชั้นเรียน การได้รบั รางวัล การสญู เสียบุคคลสาคัญของครอบครัว) โดยใชท้ ักษะการสงั เกต
การใชเ้ หตผุ ล การเปรยี บเทียบ การแยกแยะ การยกตัวอย่าง และการบอกเลา่ เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจการเปล่ยี นแปลงตาม
กาลเวลาและความสาคัญของอดีตท่ีมีตอ่ ปจั จุบนั และอนาคต สามารถปรบั ตัวให้เข้ากับวิถีชีวติ ปัจจบุ ันได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
ศึกษาความหมายและความสาคัญของสัญลกั ษณ์ของชาติไทย ไดแ้ ก่ ธงชาติ เพลงชาติ เพลงสรรเสรญิ พระบารมี
ภาษาไทย อักษรไทย มารยาทไทย อาหารไทย การแตง่ กายแบบไทย วฒั นธรรมและขนบธรรมเนยี มประเพณีไทย และ
การปฏิบตั ติ นได้ถูกต้องตามกาลเทศะ รวมท้งั รจู้ ักสถานท่ีสาคัญซ่ึงเปน็ แหล่งวฒั นธรรมในชมุ ชน ศาสนสถาน ตลาด
พิพธิ ภัณฑ์ และส่งิ ทเ่ี ปน็ ความภาคภูมิใจในท้องถน่ิ ท่ีใกล้ตวั ผูเ้ รียนและเหน็ เป็นรปู ธรรม โดยใช้ทกั ษะการสงั เกต การ
แสดงความคิดเหน็ อย่างมีเหตุผล การอธิบาย การปฏบิ ตั ิตนอยา่ งถูกต้อง เพื่อก่อให้เกิดความรกั และความภาคภมู ใิ จใน
ความเป็นไทย ท้องถนิ่ และประเทศชาติ ภูมิใจในสถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตระหนักและเห็นคุณคา่ ที่
จะธารงรักษาและสบื ทอดต่อไป
ตัวชีว้ ัด
ส ๔.๑ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓
ส ๔.๒ ป ๑/๑ , ป ๑/๒
ส ๔.๓ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓ (รวม ๘ ตวั ชี้วัด)
คำอธิบำยรำยวิชำ
ส ๑๒๑๐๒ ประวัติศำสตร์๒ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
ชัน้ ประถมศึกษำปีที่ ๒ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง
รู้จักวันเวลาตามระบบสุริยคติและจันทรคติที่ปรากฏในปฏิทินท่ีแสดงเหตุการณ์สาคัญในอดีตและปัจจุบัน
รวมทงั้ การใช้คาทแ่ี สดงชว่ งเวลาในอดตี ปจั จุบนั และอนาคต วันนี้ เมื่อวานนี้ พรุ่งน้ี, เดือนน้ี เดือนก่อน เดือนหน้า,
ปีนี้ ปีก่อน ปีหน้า ในการอธิบายเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้น โดยใช้ทักษะการสังเกต การสอบถาม เชื่อมโยง เรียงลาดับ การ
เลา่ เรื่อง การรวบรวมขอ้ มลู การอธิบาย เพ่ือใหส้ ามารถใชว้ นั เวลาเรียงลาดบั เหตกุ ารณส์ าคญั ได้ถูกต้อง ว่าเหตุการณ์ใด
เกิดก่อน เหตุการณใ์ ดเกิดหลัง
ร้วู ธิ ีสบื ค้นเหตกุ ารณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวโดยใช้หลักฐานที่เก่ียวข้อง ได้แก่ ภาพถ่าย สูติบัตร ทะเบียนบ้าน
เคร่ืองมือเครื่องใช้ มาอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ และวิธีสืบค้นข้อมูลในชุมชนอย่างง่าย ๆ ในเร่ืองเกี่ยวกับการ
เปล่ยี นแปลงในวถิ ชี วี ิตของคนในชุมชนในด้านต่างๆ จากอดีตถึงปัจจุบัน ทางด้านการประกอบอาชีพ การแต่งกาย การ
ส่ือสาร ขนบธรรมเนียมประเพณีในชุมชน เข้าใจสาเหตุและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงท่ีมีต่อวิถีชีวิตของคนใน
ชุมชน สามารถเรียงลาดับเหตุการณ์ท่ีสืบค้นได้โดยใช้เส้นเวลา ฝึกทักษะการสอบถาม การสังเกต การวิเคราะห์ การ
อธิบายอย่างมีเหตุมผี ล ทาผังความคิดและการจัดนิทรรศการ เพอื่ ใหเ้ ข้าใจวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ใน เร่ืองเก่ียวกับการ
ใช้หลักฐานทางประวัติศาสตร์สืบค้นเร่ืองราวในอดีต และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนตามกาลเวลา อย่างต่อเน่ื อง
มคี วามเข้าใจชมุ ชนทมี่ คี วามแตกตา่ งและสามารถปรบั ตวั อยใู่ นชีวติ ประจาวันได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
ศึกษา สืบค้นประวัติและผลงานของบุคคลที่ทาประโยชน์ต่อท้องถิ่นหรือประเทศชาติ ในด้านการสร้างสรรค์
วฒั นธรรม /การสรา้ งความเจรญิ รงุ่ เรืองและความมั่นคงโดยสังเขป รวมท้ังวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย และภูมิปัญญา
ไทยท่ีภาคภูมิใจและควรอนุรักษ์ไว้ การทาความเคารพแบบไทย ประเพณีไทย ศิลปะไทย ดนตรีไทย โดยใช้ทักษะการ
สืบคน้ การสงั เกต การอ่าน การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การใช้เหตุผล การอธิบาย และการนาเสนอ เพ่ือให้เห็น
คุณค่าและแบบอย่างการกระทาความดีของบรรพบุรุษท่ีได้สร้างประโยชน์ให้ท้องถ่ินและประเทศ เกิดความรัก และ
ความภาคภมู ใิ จในความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย ภมู ปิ ัญญาไทย และธารงความเปน็ ไทย
ตัวช้วี ดั
ส ๔.๑ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
ส ๔.๒ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
ส ๔.๓ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
รวม ๖ ตวั ชวี้ ัด
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ ำสตร์๓ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี ๓ เวลำ ๔๐ ช่วั โมง
ศึกษาความหมายและท่ีมาของศักราชทป่ี รากฏในปฏทิ ิน ได้แก่ พทุ ธศักราช คริสต์ศกั ราช (ถ้าเปน็ ชาวมสุ ลมิ
ใหศ้ กึ ษาฮิจเราะห์ศักราชด้วย) วธิ ีการเทียบครสิ ตศ์ กั ราชกับพุทธศักราช และใช้ศักราชในการบันทกึ เหตุการณ์สาคญั ที่
เก่ียวข้องกับตนเองและครอบครัว ปีเกิดของผู้เรียน เหตุการณ์สาคัญของตนเอง และครอบครวั โดยใช้ทักษะการ
เปรียบเทียบ การคานวณ การเชอ่ื มโยง การอธบิ าย เพื่อให้มีพนื้ ฐานในการศึกษาเอกสารที่แสดงเหตกุ ารณต์ าม
กาลเวลา สามารถเรียง ลาดบั เหตุการณ์ไดถ้ ูกต้อง วา่ เหตกุ ารณ์ใดเกดิ ก่อน เหตุการณ์ใดเกิดหลังอนั เป็นทักษะท่จี าเป็น
ในการศึกษาประวัติศาสตร์
รู้วธิ ีสืบค้นเหตุการณส์ าคัญของโรงเรียนและชมุ ชนโดยใช้หลักฐานและแหลง่ ขอ้ มลู ท่ีเก่ียวข้อง รปู ภาพ
แผนผังโรงเรยี น แผนที่ชุมชน หอ้ งสมุดโรงเรยี น แหลง่ โบราณคดี – ประวตั ศิ าสตรใ์ นท้องถิน่ สามารถใช้เส้นเวลา
(Timeline) ลาดบั เหตุการณ์ทเี่ กดิ ข้ึนในโรงเรยี นและชุมชน โดยใชท้ ักษะการสารวจ การสังเกต การสอบถาม การ
อ่าน การฟัง การเลา่ เรอื่ ง การสรปุ ความ เพื่อฝึกทักษะพื้นฐานของวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ในการสบื ค้นเรอ่ื งราว
รอบตวั อยา่ งงา่ ย ๆ โดยการใช้หลักฐานและแหลง่ ข้อมูลทีเ่ กี่ยวขอ้ ง สามารถนาเสนอเร่ืองราวทีค่ น้ พบได้ตามลาดบั เวลา
ศึกษาปจั จัยที่มีอิทธิพลต่อการตัง้ ถน่ิ ฐานและพฒั นาการของชมุ ชน ปจั จยั ทีท่ าใหเ้ กิดวฒั นธรรมและประเพณีใน
ชุมชน ซ่งึ ประกอบด้วย ปจั จัยทางภมู ิศาสตร์( ภูมิประเทศ ภมู ิอากาศ ทรพั ยากร) และปัจจัยทางสังคม (ความเจริญทาง
เทคโนโลยี เช้ือชาติ ศาสนา ความเช่ือ การคมนาคม ความปลอดภัย ) ศึกษาและเปรียบเทยี บความเหมือนและความ
แตกตา่ ง ของขนบธรรมเนยี มประเพณีและวฒั นธรรมของชุมชนตนเอง และชมุ ชนใกล้เคียง ในเรือ่ งความเช่ือและการ
นบั ถอื ศาสนา อาหาร ภาษาถน่ิ การแต่งกาย โดยใช้ทักษะการอา่ น การสอบถาม การสังเกต การสารวจ การฟัง
การสรปุ ความ เพ่ือให้เกดิ ความเข้าใจและภูมิใจในชมุ ชนของตนเอง ยอมรบั ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม เข้าใจ
พัฒนาการของชุมชน สามารถดาเนนิ ชวี ิตอยูร่ ว่ มกันในสังคมได้อยา่ งสันตสิ ุข รว่ มอนรุ ักษ์สบื สานขนบธรรมเนียม
ประเพณี และวัฒนธรรมไทย
ศึกษาพระราชประวตั แิ ละพระราชกรณยี กิจ โดยสงั เขปของพระมหากษตั ริย์ผู้สถาปนาอาณาจกั รสุโขทัย
อยุธยา ธนบรุ ี และรัตนโกสนิ ทร์ ตามลาดบั ได้แก่ พ่อขุนศรอี นิ ทราทติ ย์ สมเด็จพระรามาธบิ ดีท่ี ๑ (พระเจ้าอู่
ทอง) สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช ศึกษาพระราชประวตั ิและ
พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าหวั อย่ภู ูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจา้ สริ ิกติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ
โดยสงั เขป และศกึ ษาวรี กรรมของบรรพบรุ ุษไทยทมี่ สี ่วนปกปอ้ งประเทศชาติ ไดแ้ ก่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทา้ ว
เทพกระษัตรี – ท้าวศรสี นุ ทร ชาวบ้านบางระจัน พระยาพิชยั ดาบหกั ทา้ วสุรนารี เปน็ ตน้ โดยใชท้ ักษะการอ่าน
และสอบถาม การฟัง การสรุปความ การเขยี น การเลา่ เรอื่ ง เพื่อใหเ้ ขา้ ใจความเปน็ มาของชาติไทย เกดิ ความรัก
ความภูมิใจและเห็นแบบอย่างการเสยี สละเพื่อชาติ และธารงความเปน็ ไทย
ตวั ช้ีวัด
ส ๔.๑ ป ๓/๑ , ป ๓/๒ , ป ๓/๓
ส ๔.๒ ป ๓/๑ , ป ๓/๒
ส ๔.๓ ป ๓/๑ , ป ๓/๒ , ป ๓/๓
รวม ๘ ตัวชวี้ ัด
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศำสตร์๔ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ ๔ เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง
ศึกษาความหมาย วิธีการนับ และการใช้ช่วงเวลาเป็นทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เกณฑ์การแบ่งยุค
สมัยในทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติท่ีแบ่งเป็นสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ รวมท้ังช่วงสมัยใน
การศกึ ษาประวัติศาสตร์ไทย สมัยก่อนสุโขทัย สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ ตัวอย่าง
การใช้ช่วงเวลาในเอกสารต่าง ๆ โดยใช้ทักษะการอ่าน การสารวจ การวิเคราะห์ การคานวณ เพ่ือให้ใช้ช่วงเวลาใน
การบอกเลา่ เร่ืองราวได้ถกู ต้อง และเข้าใจเหตุการณท์ ่ีเกดิ ขนึ้ ตามช่วงเวลาทีป่ รากฏในเอกสารทางประวตั ิศาสตร์
ศึกษา ลักษณะสาคัญ และเกณฑ์การจาแนกหลักฐานทางประวัติศาสตร์ท่ีใช้ในการศึกษาความเป็นมาของ
ท้องถิ่น อย่างง่าย ๆ ตัวอย่างของหลักฐานที่พบในท้องถ่ินท้ัง หลักฐานช้ันต้นกับชั้นรอง หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์
อักษร กับไม่เป็น ลายลักษณ์อักษร โดยใช้ทักษะการสารวจ การวิเคราะห์ การตรวจสอบข้อมูล การจาแนก การ
ตีความ เพื่อฝึกทกั ษะการสบื คน้ ข้อมูลด้วยวิธกี ารทางประวัติศาสตร์
ใช้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาปัจจัย การต้ังถ่ินฐานและพัฒนาการของมนุษยชาติในสมัยก่อน
ประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ในดินแดนไทยโดยสังเขป การก่อต้ังอาณาจักรโบราณในดินแดนไทย ได้แก่
ทวารวดี ศรีวิชัย ตามพรลิงค์ เป็นต้น โดยใช้ทักษะการสารวจ การวิเคราะห์ การตีความ การสรุปความ เพื่อให้
เขา้ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาตทิ มี่ ีการเปลยี่ นแปลงอยา่ งต่อเนื่องจากอดีตจนถงึ ปัจจบุ นั
ศึกษาประวัติศาสตร์เป็นมาของชาติไทยในสมัยสุโขทัยโดยสังเขป ในเร่ืองเกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักร
พัฒนาการทางการเมอื งการปกครอง เศรษฐกิจ ประวัตแิ ละผลงานของบุคคลสาคัญ ได้แก่ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พ่อ
ขุนรามคาแหงมหาราช พระมหาธรรมราชาท่ี ๑ (พระยาลิไทย) และภูมิปัญญาไทยในสมัยสุโขทัยที่น่าภาคภูมิใจ ซึ่งเป็น
ผลใหอ้ ทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ในสโุ ขทัยและศรีสัชนาลัยได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก โดยใช้ทักษะการอ่าน การสารวจ
การสืบค้น การวิเคราะห์การตีความ เพ่ือเข้าใจความเป็นมาของชาติไทยในสมัยสุโขทัย รวมทั้งวัฒนธรรมไทย ภูมิ
ปัญญาไทย และบคุ คลสาคัญในสมัยสุโขทัย เกิดความรักและความภูมิใจในความเป็นไทย ตระหนักถึงความพากเพียร
พยายามของบรรพบรุ ษุ ไทยที่ได้ปกปอ้ ง และสรา้ งสรรค์ความเจรญิ ให้บ้านเมือง ตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบต่อ
ถึงปจั จบุ ัน
ตัวชีว้ ดั
ส ๔.๑ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓
ส ๔.๒ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ ส ๔.๓ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓ (รวม ๘ ตวั ชี้วัด)
ส ๑๕๑๐๒ ประวัติศำสตร์๕ คำอธิบำยรำยวิชำ
ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๕
กลุม่ สำระกำรเรียนรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
เวลำ ๔๐ ช่วั โมง
สืบค้นความเป็นมาของท้องถนิ่ โดยใชห้ ลักฐานหลากหลาย ดว้ ยการตั้งประเดน็ คาถามทางประวตั ศิ าสตรท์ ่ี
เก่ยี วข้องกบั ท้องถ่นิ ความเป็นมาของช่ือหมบู่ ้าน ช่ือตาบล ชอื่ ถนน ความเป็นมาของสถานท่ีสาคญั ความเป็นมาของ
ขนบธรรมเนยี มประเพณีในท้องถิน่ รู้จกั แหล่งข้อมูลหลักฐานทางประวัติศาสตร์ท่ีอย่ใู นท้องถ่ิน สามารถรวบรวมข้อมูล
จากหลักฐานทเ่ี กี่ยวขอ้ ง รจู้ ักวิเคราะห์ตรวจสอบข้อมลู อยา่ งง่ายๆ เขา้ ใจความแตกต่างระหวา่ งความจรงิ กบั ข้อเท็จจริง
ทป่ี รากฏในข้อมลู จากหลกั ฐานต่าง ๆ แยกแยะความคดิ เห็นกบั ข้อเท็จจรงิ ที่อยู่ในขอ้ มูลได้ โดยใช้ทกั ษะการสังเกต การ
สอบถาม การสารวจ การเปรียบเทยี บ การวเิ คราะห์ การเช่อื มโยง และการสังเคราะห์อยา่ งง่าย ๆ เพื่อฝกึ ฝนทักษะ
วิธีการทางประวัติศาสตร์วเิ คราะหเ์ หตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขนึ้ ในท้องถ่นิ อย่างเป็นระบบ สามารถใชข้ ้อมูลขา่ วสารได้อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ
ศกึ ษาการเข้ามาและอิทธิพลของอารยธรรมอินเดีย และจนี ในดินแดนไทยและภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
โดยสงั เขป ได้แก่ การปกครอง การนบั ถอื ศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา อาหาร และการแต่งกาย
ศึกษาอทิ ธิพลของวัฒนธรรมตา่ งชาติ ท้ังตะวันตกและตะวันออกท่ีมีต่อสังคมไทยในปัจจุบันโดยสงั เขป โดยใชท้ ักษะการ
อา่ น การสืบคน้ ข้อมูล การสังเกต การเปรียบเทียบ การวิเคราะห์ การเชอ่ื มโยง เพอ่ื ให้เกดิ ความเขา้ ใจในวฒั นธรรม
ไทยในสังคมปัจจุบนั และวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบา้ นในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ทมี่ ีทัง้ ความคล้ายคลึงและ
ความแตกตา่ ง เพื่อใหเ้ กิดการยอมรับในความแตกต่างทางวฒั นธรรมและอยู่รว่ มกนั ไดอ้ ยา่ งสันตสิ ขุ
ศึกษาพัฒนาการของอาณาจักรอยธุ ยา และธนบรุ ี ในเรือ่ งเก่ียวกับการสถาปนาอาณาจกั ร ปัจจยั ทีส่ ่งเสรมิ
ความเจรญิ รุ่งเรืองทางเศรษฐกจิ และการปกครอง พฒั นาการทางการเมอื งการปกครอง และเศรษฐกจิ โดยสังเขป
ประวตั แิ ละผลงานบุคคลสาคัญในสมัยอยุธยาและธนบรุ ี ได้แก่ สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีท่ี ๑ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ชาวบ้านบางระจนั สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช และภูมิ
ปัญญาไทยในสมยั อยธุ ยา และธนบุรี ที่น่าภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ ซงึ่ เป็นผลให้พระนครศรีอยุธยาไดร้ ับการ
ยกย่องเปน็ มรดกโลก ได้แก่ ทางดา้ น ศลิ ปกรรม วรรณกรรม และการคา้ โดยใชท้ ักษะการอ่าน การสืบคน้ ขอ้ มูล
การเชือ่ มโยง การวเิ คราะห์ การอธบิ าย การสรปุ ความ การเรียงความ เพ่ือให้เกิดความรักและภาคภมู ิใจในความเป็น
ชาติไทย ตระหนักและเหน็ ความสาคญั ทจี่ ะธารงรกั ษาความเป็นไทยสบื ต่อไป
ตวั ช้วี ดั
ส ๔.๑ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓
ส ๔.๒ ป ๕/๑ , ป ๕/๒
ส ๔.๓ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓ , ป ๕/๔
รวม ๙ ตัวช้ีวัด
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ ำสตร์๖ กลุม่ สำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๖ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง
ศึกษาความหมายและความสาคญั ของวิธีการทางประวตั ศิ าสตร์อย่างงา่ ย ๆ และใชว้ ธิ ีการทาง
ประวตั ิศาสตร์ในการศึกษาเร่ืองราว หรือเหตกุ ารณส์ าคัญตามลาดบั ขั้นตอนอย่างเปน็ ระบบ ไดแ้ ก่ การต้ังประเดน็
ศึกษาเรื่องราวที่ตนสนใจ การสารวจแหล่งข้อมูลทเ่ี กย่ี วข้อง การรวบรวมข้อมูลจากหลักฐานที่หลากหลาย การ
วิเคราะห์ความนา่ เชื่อถือของขอ้ มลู การตีความ การเรียบเรยี งและนาเสนอความรทู้ ่ีค้นพบได้อย่างนา่ สนใจ โดยใช้
ทักษะ การสารวจ การอ่าน การเปรยี บเทยี บ การวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ การอธิบาย การสรปุ ความ การเขยี น
เรียงความ การจดั ทาโครงงานและการจัดนิทรรศการ เพ่ือฝึกทักษะการสืบคน้ เหตุการณส์ าคัญด้วยวิธีการทาง
ประวตั ิศาสตร์
ศึกษาสภาพสงั คม เศรษฐกิจ การเมืองของประเทศเพื่อนบ้านในปัจจบุ ันโดยสังเขป เช่อื มโยง และ
เปรียบเทียบกับประเทศไทย ศกึ ษาความเป็นมา และความสมั พนั ธข์ องกลุ่มอาเซยี นโดยสังเขป โดยใชท้ กั ษะการอ่าน
การสารวจ การเปรยี บเทยี บ การวเิ คราะห์ เพื่อให้เข้าใจพัฒนาการของประเทศเพอื่ นบา้ นท่ีมคี วามสัมพนั ธก์ บั ประเทศ
ไทย เกดิ ความเข้าใจอนั ดรี ะหวา่ งประเทศ ยอมรับความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม และอยรู่ ่วมกันได้อยา่ งสนั ติสุข
ศึกษาประวัตศิ าสตร์ความเป็นมาของชาตไิ ทยในสมัยรตั นโกสินทร์ ในเรื่องเก่ียวกับการสถาปนาอาณาจกั ร
ปัจจยั ทส่ี ง่ เสรมิ ความเจรญิ รงุ่ เรืองทางเศรษฐกจิ และการปกครอง พัฒนาการทางดา้ นต่าง ๆ โดยสงั เขป ผลงานของ
บคุ คลสาคัญ ไดแ้ ก่ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระบวรราชเจา้ มหาสุรสงิ หนาท
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว และภมู ปิ ญั ญาไทยทีส่ าคัญทน่ี ่าภาคภูมิใจ ควรคา่ แก่การอนุรักษไ์ ว้ โดยใช้
ทกั ษะการอ่าน การสืบคน้ ข้อมูล การเชอื่ มโยง การวิเคราะห์ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรกั และภาคภมู ิใจในความเปน็ ชาติไทย
ตระหนกั ถึงความพากเพียรพยายามของ บรรพบรุ ษุ ทไี่ ด้ปกปอ้ ง และสร้างสรรคค์ วามเจริญใหบ้ า้ นเมืองตกทอดเป็น
มรดกทางวัฒนธรรมสืบต่อถงึ ปัจจุบัน
ตัวชีว้ ดั
ส ๔.๑ ป ๖/๑ , ป ๖/๒
ส ๔.๒ ป ๖/๑ , ป ๖/๒
ส ๔.๓ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ , ป ๖/๓, ป ๖/๔
รวม ๘ ตวั ช้ีวัด
ส ๑๑๒๓๑ หนำ้ ท่พี ลเมือง ๑ คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิ่มเตมิ
ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี ๑ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง
ปฏิบตั ิตนเป็นผูม้ มี ารยาทไทย ในเรือ่ งการแสดงความเคารพ การรับประทานอาหาร การทักทายด้วยวาจาและ
ยิ้ม แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทตี ่อพ่อแม่และญาตผิ ู้ใหญ่ เหน็ ความสาคัญของภาษาไทย ปฏิบัติตนเปน็ ผู้มวี ินัยในตนเอง
ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สจุ รติ ขยันหม่นั เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้งั ใจปฏบิ ัตหิ น้าท่ี และยอมรบั ผลท่ีเกดิ จากการกระทา
ของตนเอง
เขา้ รว่ มกิจกรรมเกยี่ วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาท ในเรอ่ื งการ
ออมและการประหยดั หลกั การทรงงาน ในเร่ืองการประหยดั ความเรียบงา่ ย ได้ประโยชนส์ งู สดุ ความซอื่ สัตย์สจุ รติ และ
จรงิ ใจต่อกนั และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ปฏบิ ัติตนเป็นผูม้ ีวินัยในตนเอง ในเรือ่ งความซื่อสัตย์สุจรติ
ขยนั หม่ันเพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตงั้ ใจปฏิบตั ิหนา้ ที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏิบตั ิตนตามข้อตกลง กติกา และหนา้ ท่ีท่ตี ้องปฏิบัติในห้องเรยี น ในเรื่องการรกั ษาความสะอาด การรักษาของ
ใช้รว่ มกัน และการสง่ งาน ปฏิบัตติ นตามบทบาทหน้าท่ีในฐานะสมาชิกท่ีดีของครอบครัวและหอ้ งเรียน ในเร่ืองการเชอ่ื
ฟงั คาส่งั สอนของพอ่ แม่ ญาติผูใ้ หญ่และครู ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สจุ รติ ขยนั หมัน่ เพียร
อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้งั ใจปฏิบัตหิ น้าท่ี และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกต่างของตนเองและผูอ้ ืน่ ในเรอื่ งเช้อื ชาติ ภาษา เพศ สขุ ภาพ
ความพิการ ความสามารถ ถิ่นกาเนิด ฯลฯ ยกตวั อย่างความขดั แย้งในห้องเรยี น ในกรณีความคดิ เห็นไม่ตรงกัน การ
ละเมิดสทิ ธขิ องผู้อื่น และเสนอวิธกี ารแก้ปญั หาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเป็นผมู้ ีวนิ ัยในตนเอง ในเร่อื งความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
อดทน และยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และกระบวนการ
แกป้ ัญหา
เพื่อใหผ้ ้เู รยี นมลี ักษณะที่ดขี องคนไทย ภาคภมู ิใจและรักษาไว้ซง่ึ ความเปน็ ไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดม่ัน
ในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดาเนินชีวติ ตามวิถปี ระชาธปิ ไตย อยู่รว่ มกบั ผู้อื่นอยา่ งสันติ สามารถจดั การ
ความขดั แย้งดว้ ยสนั ตวิ ิธี และมวี ินยั ในตนเอง
ผลกำรเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ัตติ นเป็นผมู้ ีมารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ญูกตเวทีตอ่ บุคคลในครอบครวั
๓. เหน็ ความสาคัญของภาษาไทย
๔. เข้าร่วมกจิ กรรมเก่ยี วกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษตั ริย์
๕. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๖. ปฏบิ ตั ติ นตามข้อตกลง กติกา และหนา้ ที่ทต่ี ้องปฏิบัติในหอ้ งเรยี น
๗. ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหนา้ ทใ่ี นฐานะสมาชิกทด่ี ีของครอบครวั และห้องเรยี น
๘. ยอมรบั ความเหมือนและความแตกตา่ งของตนเองและผู้อ่ืน
๙. ยกตวั อยา่ งความขัดแย้งในหอ้ งเรียนและเสนอวิธกี ารแก้ปัญหาโดยสนั ตวิ ิธี
๑๐. ปฏบิ ัติตนเปน็ ผูม้ ีวินัยในตนเอง
รวมทั้งหมด ๑๐ ผลกำรเรยี นรู้
ส ๑๒๒๓๒ หน้ำทีพ่ ลเมอื ง ๒ คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ
ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๒ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทไทย ในเร่ืองการพูดด้วยถ้อยคาไพเราะและการมีกิริยาสุภาพอ่อนน้อม แสดงออกถึง
ความกตัญญูกตเวทีต่อบุคคลในโรงเรียน เห็นประโยชน์ของการแต่งกายด้วยผ้าไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ใน
เรือ่ งความซอื่ สัตย์สุจริต ขยนั หมน่ั เพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของ
ตนเอง
เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท ในเรื่อง
ความขยันและความอดทน หลักการทรงงาน ในเรื่องการพ่ึงตนเองและรู้ รัก สามัคคี และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบัติ
หน้าท่ี และยอมรบั ผลทีเ่ กิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ัติตนตามกฎ ระเบียบ และหนา้ ทที่ ตี่ ้องปฏบิ ัติในโรงเรียน ในเร่ืองการแต่งกาย การเข้าแถว การดูแลพื้นที่ที่
ได้รับมอบหมาย ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหน้าท่ีในฐานะสมาชกิ ทดี่ ขี องห้องเรียนและโรงเรียน ในเร่ืองการเป็นผู้นาและการ
เป็นสมาชิกที่ดี หน้าที่และความรับผิดชอบ ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร
อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างของตนเองและผู้อื่น ในเร่ืองเช้ือชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ
ความพกิ าร ความสามารถ ถ่ินกาเนิด ฯลฯ ยกตัวอย่างความขัดแย้งในโรงเรียน ในกรณีหน้าท่ีและความรับผิดชอบ และ
การใช้ของส่วนรวม และเสนอวิธีการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต
อดทน และยอมรบั ผลท่เี กิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคดิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และกระบวนการ
แก้ปญั หา
เพอื่ ให้ผเู้ รียนมีลักษณะทีด่ ีของคนไทย ภาคภูมใิ จและรกั ษาไวซ้ งึ่ ความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่น
ในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างสันติ สามารถจัดการ
ความขัดแยง้ ด้วยสันติวธิ ี และมวี นิ ยั ในตนเอง
ผลกำรเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้มีมารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ญูกตเวทตี อ่ บุคคลในโรงเรยี น
๓. เห็นประโยชน์ของการแต่งกายด้วยผา้ ไทย
๔. เขา้ รว่ มกิจกรรมเก่ยี วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
๕. ปฏิบตั ิตนตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏบิ ัตติ นตามกฎ ระเบยี บ และหนา้ ท่ีท่ตี อ้ งปฏบิ ัตใิ นโรงเรยี น
๗. ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหนา้ ทใ่ี นฐานะสมาชกิ ท่ดี ีของห้องเรยี นและโรงเรียน
๘. ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกตา่ งของตนเองและผู้อน่ื
๙. ยกตวั อยา่ งความขดั แย้งในโรงเรียนและเสนอวิธกี ารแกป้ ัญหาโดยสันติวธิ ี
๑๐. ปฏิบัตติ นเป็นผูม้ ีวนิ ัยในตนเอง
รวมท้งั หมด ๑๐ ผลกำรเรยี นรู้
ส๑๓๒๓๓ หน้าท่ีพลเมือง ๓ คำอธบิ ำยรำยวิชำเพ่ิมเตมิ
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓ กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ มี ารยาทไทย ในเรื่องการต้อนรบั ผูม้ าเยือน และการปฏบิ ัตติ นตามกาลเทศะ แสดงออกถึงความ
กตัญญูกตเวทีตอ่ บคุ คลในชุมชน เห็นคุณคา่ ของภูมปิ ญั ญาท้องถิ่นในเรอื่ งต่าง ๆ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ือง
ความซื่อสัตย์สจุ รติ ขยันหม่ันเพียร อดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
เข้ารว่ มกิจกรรมเก่ยี วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษตั ริย์ ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท ในเรือ่ ง
ความซือ่ สตั ย์และความเสียสละ หลกั การทรงงาน ในเรื่องการมสี ว่ นรว่ มและความเพยี ร และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง ปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ ีวนิ ัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสตั ยส์ ุจริต ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตง้ั ใจปฏิบัติ
หน้าท่ี และยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ัตติ นตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหนา้ ที่ที่ตอ้ งปฏบิ ตั ิในห้องเรยี นและโรงเรียน ในเรื่องการใช้และ
การดแู ลรักษาสิง่ ของ เครื่องใช้และสถานที่ของส่วนรวม ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหนา้ ทีใ่ นฐานะสมาชกิ ทด่ี ีของห้องเรยี น
และโรงเรียน ในเร่อื งการใช้สิทธแิ ละหน้าท่ี และการใช้เสรีภาพอยา่ งรบั ผิดชอบ มสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมต่าง ๆ ของ
หอ้ งเรยี นและโรงเรยี น ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีวนิ ัยในตนเอง ในเรอื่ งความซ่อื สัตย์สจุ รติ ขยนั หม่ันเพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้
ต้งั ใจปฏิบตั ิหนา้ ที่ และยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทาของตนเอง
ยอมรับความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างบุคคล ในเร่ืองเชอื้ ชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความพกิ าร
ความสามารถ ถ่ินกาเนดิ สถานะของบคุ คล ฯลฯ อยรู่ ว่ มกับผูอ้ นื่ อยา่ งสันติและพ่ึงพาซึ่งกันและกัน ดว้ ยการไม่รงั แก ไม่
ทาร้าย ไม่ล้อเลยี น ชว่ ยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั และแบ่งปัน ยกตัวอย่างความขัดแย้งในชุมชน ในกรณกี ารใชส้ าธารณสมบตั ิ
และการรักษาสง่ิ แวดล้อม และเสนอวิธกี ารปญั หาโดยสันตวิ ิธี ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้มีวนิ ยั ในตนเอง ในเรอื่ งความซ่ือสตั ยส์ ุจริต
อดทน และยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลมุ่ กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ และกระบวนการ
แก้ปญั หา
เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นมลี ักษณะทดี่ ขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไว้ซึ่งความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ มั่น
ในศาสนา เทิดทนู สถาบันพระมหากษตั ริย์ ดาเนินชวี ิตตามวิถปี ระชาธิปไตย อยู่รว่ มกับผู้อื่นอย่างสนั ติ สามารถจัดการ
ความขดั แย้งด้วยสันตวิ ธิ ี และมีวนิ ยั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัติตนเป็นผมู้ มี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตัญญูกตเวทตี ่อบุคคลในชุมชน
๓. เหน็ คณุ ค่าของภูมปิ ัญญาท้องถิ่น
๔. เขา้ รว่ มกิจกรรมเก่ียวกบั ชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษตั ริย์
๕. ปฏิบตั ติ นตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. ปฏิบัตติ นตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหน้าทท่ี ่ีตอ้ งปฏิบตั ใิ นห้องเรียนและโรงเรยี น
๗. ปฏิบัตติ นตามบทบาทหน้าท่ีและมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมต่าง ๆ ของห้องเรียนและโรงเรียน
๘. ยอมรบั และอยรู่ ว่ มกบั ผ้อู ่ืนอย่างสนั ติ
๙. ยกตัวอยา่ งความขัดแยง้ ในชมุ ชนและเสนอวธิ ีการแก้ปัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏิบัตติ นเปน็ ผมู้ ีวินยั ในตนเอง
รวมท้ังหมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเติม
ส๑๔๒๓๔ หนำ้ ทพี่ ลเมือง ๔ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ ๔ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง
เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ัตติ นเปน็ ผมู้ มี ารยาทไทยในพธิ กี ารตา่ ง ๆ ในเรื่องการกล่าวคาต้อนรบั การแนะนาตัวเองและ
แนะนาสถานที่ แสดงออกถึงความกตญั ญูกตเวทีต่อผูท้ าประโยชน์ในสังคม มีสว่ นรว่ มในขนบธรรมเนยี มประเพณีไทยใน
ท้องถน่ิ ปฏิบตั ติ นเปน็ ผ้มู ีวินยั ในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสตั ย์สุจริต อดทน และยอมรบั ผลท่เี กิดจากการกระทาของ
ตนเอง
เห็นความสาคัญและแสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนา และเทิดทนู สถาบนั พระมหากษตั ริย์ ในเร่ืองการ
ใช้สินคา้ ไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนกิ ชนทดี่ ี ปฏบิ ตั ติ นตามพระ
ราชจริยวตั รและพระจรยิ วัตร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท ในเรอื่ งการมวี นิ ยั และการขม่ ใจ หลกั การทรงงาน ในเรื่อง
ประโยชนส์ ว่ นรวมและพออยู่พอกนิ และหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่อง
ความซ่ือสัตยส์ จุ รติ ขยนั หม่ันเพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตงั้ ใจปฏิบตั หิ นา้ ท่ี และยอมรับผล
ทเี่ กดิ จากการกระทาของตนเอง
มสี ว่ นร่วมในการสร้างและปฏิบตั ิตามข้อตกลง กติกาของห้องเรียน ในเร่ืองการรักษาความสะอาด การรักษาของใช้
รว่ มกันและการส่งงาน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการสร้างข้อตกลง กติกาดว้ ยหลักเหตุผลและยึดถือประโยชนส์ ่วนรวม
ปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหนา้ ท่ขี องการเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัวและห้องเรยี น ในเร่ืองการเป็นผนู้ าและการเปน็ สมาชิกท่ีดี
การมีเหตผุ ล ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืน และการปฏบิ ัติตามเสยี งข้างมากและยอมรับเสยี งข้างน้อย มีสว่ นร่วมและ
รบั ผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของครอบครัวและห้องเรียน ปฏิบตั ิตนเป็นผู้มีวินยั ในตนเอง ในเรื่องความซื่อสตั ย์สุจรติ
ขยนั หมั่นเพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ต้ังใจปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี และยอมรบั ผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
ยอมรับความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล ในเร่ืองเชอ้ื ชาติ ภาษา เพศ สขุ ภาพ ความพิการ
ความสามารถ ถิ่นกาเนิด สถานะของบคุ คล ฯลฯ อย่รู ่วมกับผู้อ่นื อยา่ งสนั ติและพ่ึงพาซ่ึงกันและกนั ในเรื่องการไม่รังแก
ไมท่ ารา้ ย ไม่ลอ้ เลียน ชว่ ยเหลอื ซึง่ กันและกนั และแบ่งปนั วิเคราะหป์ ญั หาความขดั แย้งในท้องถิน่ ในกรณีการใช้สาธารณ
สมบัติและการรักษาส่ิงแวดล้อม และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสันติวธิ ี ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มีวนิ ยั ในตนเอง ในเร่ือง
ความซอ่ื สตั ย์สุจรติ อดทน และยอมรับผลทีเ่ กดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ และกระบวนการ
แก้ปญั หา
เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นมีลักษณะทด่ี ีของคนไทย ภาคภมู ิใจและรักษาไว้ซงึ่ ความเปน็ ไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดม่ัน
ในศาสนา เทิดทนู สถาบนั พระมหากษตั ริย์ ดาเนินชวี ิตตามวิถีประชาธิปไตย อยูร่ ว่ มกบั ผู้อื่นอยา่ งสนั ติ สามารถจัดการ
ความขดั แย้งดว้ ยสันตวิ ิธี และมีวินัยในตนเอง
ผลกำรเรยี นรู้
๑. เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มมี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทตี อ่ ผู้ทาประโยชนใ์ นสังคม
๓. มีส่วนร่วมในขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
๔. เหน็ ความสาคญั และแสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ มน่ั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตริย์
๕. ปฏิบัตติ นตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. มีสว่ นรว่ มในการสรา้ งและปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กติกาของห้องเรยี น
๗. ปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหน้าที่ มสี ว่ นรว่ มและรับผดิ ชอบในการตัดสนิ ใจในกจิ กรรมของครอบครัว
และหอ้ งเรียน
๘. ยอมรับและอยู่รว่ มกับผู้อน่ื อย่างสันติ และพงึ่ พาซึ่งกันและกัน
๙. วิเคราะหป์ ัญหาความขัดแย้งในท้องถนิ่ และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสนั ติวิธี
๑๐. ปฏบิ ัตติ นเป็นผ้มู วี ินัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๑๐ ผลกำรเรยี นรู้
ส ๑๕๒๓๕ หน้ำท่พี ลเมือง ๕ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ
ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ ๕ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง
เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัติตนเปน็ ผมู้ มี ารยาทไทยในการสนทนา การปฏบิ ัตติ นตามกาลเทศะ และการตอ้ นรับผมู้ าเยอื น รู้
คุณคา่ ใช้อย่างประหยัด คุ้มค่าและบารุงรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมในศิลปวัฒนธรรมไทยปฏบิ ัตติ น
เปน็ ผู้มวี ินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจรติ ตัง้ ใจปฏิบัติหนา้ ท่ี และยอมรับผลท่เี กิดจากการกระทา
ของตนเอง
เห็นคณุ ค่าและแสดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดมนั่ ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตริย์ ดว้ ยการใช้สนิ คา้
ไทย ดแู ลรักษาโบราณสถาน โบราณวตั ถแุ ละสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนทด่ี ี ปฏิบัติตนตามพระราชจริยวัตร
และพระจรยิ วัตร ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาท ในเร่ืองความเอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่และความสามัคคี หลักการทรงงาน ใน
เรอ่ื งการทาตามลาดับข้ันและทางานอย่างมีความสุข และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบตั ิตนเปน็ ผูม้ วี ินยั ใน
ตนเอง ในเร่ืองความซื่อสตั ย์สุจรติ ขยนั หม่ันเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบตั ิหน้าท่ี และยอมรับผลท่ีเกดิ จากการ
กระทาของตนเอง
มีส่วนรว่ มในการสร้างและปฏิบัตติ นตามกฎ ระเบยี บของโรงเรียน ในการรักษาความสะอาด การรกั ษาของใช้
รว่ มกนั และการดูแลพื้นทท่ี ่ีได้รบั มอบหมาย โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการสรา้ งกฎ ระเบยี บด้วยหลักเหตผุ ลและ
ยดึ ถอื ประโยชนส์ ่วนรวม ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหนา้ ที่ของการเป็นสมาชกิ ที่ดขี องหอ้ งเรียนและโรงเรยี น ในเร่อื งการ
ยึดถอื หลักความจรงิ ความดีงาม ความถูกตอ้ งและหลักเหตุผล การยดึ ถือประโยชน์ของส่วนรวมเปน็ สาคญั การยึดหลกั
ความเสมอภาคและความยตุ ธิ รรม มสี ่วนร่วมและรบั ผิดชอบในการตดั สินใจในกจิ กรรมของหอ้ งเรียนและโรงเรียน ปฏิบัติ
ตนเปน็ ผู้มีวนิ ัยในตนเอง ในเร่อื งความซื่อสตั ย์สุจรติ ขยนั หมัน่ เพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ัตหิ น้าที่ และยอมรับ
ผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวฒั นธรรมในท้องถนิ่ ในเรอ่ื งวถิ ีชีวติ วัฒนธรรม ศาสนาและสิ่งแวดลอ้ ม อยู่
รว่ มกับผ้อู ืน่ อย่างสันติและพึง่ พากัน ดว้ ยการเคารพซึง่ กนั และกนั ไมแ่ สดงกริ ิยา วาจาดหู มน่ิ ผ้อู น่ื ชว่ ยเหลือซึง่ กนั และกนั
และแบ่งปนั วิเคราะห์ปญั หาความขดั แย้งในภูมิภาคของตนเอง ในเร่ืองการจดั การทรัพยากร และการขัดแย้งทาง
ความคิด และเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาโดยสันตวิ ิธี ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผ้มู วี นิ ยั ในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสตั ยส์ จุ ริต ความ
อดทน และยอมรับผลท่เี กดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ และกระบวนการ
แก้ปญั หา
เพ่ือใหผ้ ู้เรียนมีลักษณะท่ดี ขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไว้ซึ่งความเปน็ ไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดมน่ั
ในศาสนา เทิดทนู สถาบนั พระมหากษตั ริย์ ดาเนนิ ชีวติ ตามวิถปี ระชาธปิ ไตย อยรู่ ว่ มกบั ผู้อื่นอย่างสนั ติ สามารถจัดการ
ความขดั แย้งด้วยสนั ติวธิ ี และมวี ินยั ในตนเอง
ผลกำรเรยี นรู้
๑. เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัติตนเป็นผูม้ ีมารยาทไทย
๒. ร้คู ุณคา่ และบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
๓. มีสว่ นรว่ มในศลิ ปวฒั นธรรมไทย
๔. เหน็ คณุ คา่ และแสดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์
๕. ปฏิบตั ิตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. มีส่วนรว่ มในการสรา้ งและปฏบิ ัติตามกฎ ระเบยี บของโรงเรยี น
๗. ปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหน้าท่ี มสี ่วนร่วมและรับผิดชอบในการตดั สนิ ใจในกิจกรรมของห้องเรยี นและโรงเรียน
๘. ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คม วัฒนธรรมในท้องถนิ่ และอยรู่ ่วมกับผอู้ ืน่ อยา่ งสันติ และพงึ่ พาซ่ึงกนั และ
กัน
๙. วิเคราะหป์ ัญหาความขดั แยง้ ในภูมิภาคของตนเองและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสันตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผูม้ วี ินยั ในตนเอง
รวมทั้งหมด ๑๐ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเตมิ
ส๑๖๒๓๖ หนา้ ทีพ่ ลเมือง ๖ กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
ช้ันประถมศึกษำปีที่ ๖ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผู้อ่นื ใหม้ ีมารยาทไทย ในเรื่องการแสดงความเคารพ การสนทนา การปฏิบตั ติ นตามกาลเทศะ
และการต้อนรับผมู้ าเยือน มีส่วนร่วมและชักชวนผู้อนื่ ให้อนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม มีส่วนรว่ มใน
ขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ปิ ัญญาไทย ปฏิบัตติ นเป็นผูม้ วี ินยั ในตนเอง ในเรอ่ื งความซื่อสตั ยส์ ุจริต
ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรบั ผลท่เี กิดจากการกระทาของตนเอง
เห็นคุณค่าและแนะนาผ้อู น่ื ให้แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วย
การใชส้ นิ ค้าไทย ดแู ลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบตั ิ ปฏิบตั ิตนเปน็ ศาสนิกชนทดี่ ี ปฏบิ ัติตนตามพระ
ราชจริยวตั รและพระจริยวตั ร ปฏิบัตติ นตามพระบรมราโชวาท ในเร่ืองความใฝ่รู้ ความกตัญญู หลักการทรงงาน ในเรื่ององค์
รวมและทาให้ง่าย และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ วี ินยั ในตนเอง ในเรอื่ งความซอื่ สัตยส์ ุจรติ
ขยันหม่นั เพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้งั ใจปฏบิ ัติหนา้ ที่ และยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทาของตนเอง
ปฏิบตั ิตนและแนะนาผอู้ นื่ ให้ปฏิบัติตามข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบของห้องเรียนและโรงเรยี น ในการใช้และ
ดแู ลรกั ษาสงิ่ ของ เคร่ืองใช้ วสั ดอุ ุปกรณ์ และสถานท่ขี องส่วนรวม เหน็ คุณคา่ และปฏิบตั ิตนตามบทบาทหนา้ ท่ีของการ
เปน็ สมาชิกทดี่ ขี องห้องเรียนและโรงเรียน ดว้ ยการเปน็ ผนู้ าและการเป็นสมาชกิ ท่ดี ี การยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็น
สาคัญ การใชส้ ิทธแิ ละหน้าที่ การใชเ้ สรีภาพอย่างรับผดิ ชอบ มีส่วนร่วมและรบั ผิดชอบในการตัดสนิ ใจในกิจกรรมของ
ห้องเรยี นและโรงเรยี น ปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ ีวนิ ัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสตั ยส์ ุจรติ ขยันหมน่ั เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้
ตั้งใจปฏบิ ัติหนา้ ที่ และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวฒั นธรรมในประเทศไทย ในเร่ืองวิถีชีวติ วัฒนธรรม ศาสนาและส่งิ แวดล้อม
อยรู่ ่วมกบั ผู้อนื่ อย่างสนั ติและพ่งึ พากนั ในเรื่องการเคารพซึ่งกันและกนั ไม่แสดงกริ ยิ า วาจาดหู มิ่นผูอ้ ่ืน ช่วยเหลือซึ่งกัน
และกัน และแบง่ ปัน วเิ คราะห์ปัญหาความขดั แย้งในประเทศไทย ในเรอ่ื งการการละเมิดสทิ ธิ การรักษาส่ิงแวดลอ้ ม และ
เสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสนั ติวธิ ี ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้มีวนิ ยั ในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สจุ ริต อดทน และยอมรบั ผล
ทเี่ กิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใชก้ ระบวนการคิด กระบวนการกลมุ่ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และกระบวนการ
แก้ปญั หา
เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นมีลกั ษณะที่ดขี องคนไทย ภาคภมู ิใจและรักษาไว้ซง่ึ ความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ ม่นั
ในศาสนา เทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์ ดาเนนิ ชีวิตตามวถิ ีประชาธปิ ไตย อย่รู ่วมกบั ผู้อน่ื อย่างสนั ติ สามารถจดั การ
ความขดั แย้งด้วยสันติวธิ ี และมวี ินัยในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัติตนและชกั ชวนผอู้ น่ื ใหม้ ีมารยาทไทย
๒. มีสว่ นร่วมและชกั ชวนผอู้ ่ืนใหอ้ นุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม
๓. มสี ่วนรว่ มในขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภมู ิปญั ญาไทย
๔. เหน็ คุณค่าและแนะนาผู้อ่ืนใหแ้ สดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่นั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
๕. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๖. ปฏบิ ตั ติ นและแนะนาผู้อ่ืนให้ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น
๗. เห็นคณุ คา่ และปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ มสี ว่ นร่วมและรบั ผิดชอบในการตดั สินใจในกจิ กรรมของ
ห้องเรยี นและโรงเรยี น
๘. ยอมรับความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในประเทศไทย และอยู่ร่วมกับผ้อู ื่นอย่างสันติ และพึ่งพาซึ่งกันและ
กัน
๙. วิเคราะหป์ ัญหาความขดั แยง้ ในประเทศไทยและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสันติวธิ ี
๑๐. ปฏิบัตติ นเปน็ ผ้มู ีวนิ ัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกล่มุ สำระกำรเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ
ระดบั ประถมศกึ ษำ