คำอธบิ ำยรำยวิชำเพิ่มเตมิ
อ๒๐๒๐๔ วชิ ำกำรเขยี นภำษำองั กฤษเชิงสรำ้ งสรรค์ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำตำ่ งประเทศ
เวลำเรียน ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
ฝกึ ทกั ษะการเขยี น คา วลี ประโยค บทสนทนา และบทความส้ันๆ จากเร่อื งราวในชวี ติ ประจาวนั อตั ชวี ประวตั ิ
แสดงความคดิ เหน็ ในสถานการณ์อน่ื ที่พบเห็น จากสถานการณ์จริงทง้ั ในโรงเรียน และสถานทีส่ าคัญในชมุ ชน
โดยการกาหนดสถานการณ์ในชนั้ เรียน หรอื สถานการณจ์ ริงในชุมชน และใชส้ ื่อการเรยี นรอู้ ยา่ งหลากหลาย
และทนั สมยั
เพื่อใหผ้ ู้เรยี นสามารถเขียนสอ่ื สารกับบคุ คลอ่นื ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ บนพ้นื ฐานของความพอประมาณ มี
เหตผุ ล มีคณุ ธรรมนาความรู้ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลกำรเรียนรู้
1. เขยี นอัตชีวประวตั ขิ องตนเอง
2. เขียน คา วลี ประโยค บทสนทนา และบทความส้ันๆ จากเร่ืองราวในชีวติ ประจาวัน
3. เขยี นแสดงความคิดเหน็ อย่างสร้างสรรค์ ทัง้ ในโรงเรยี นและสถานที่สาคัญในชุมชน
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรียนรู้
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม
อ๒๐๒๐๕ วชิ ำภำษำอังกฤษเพอื่ ท้องถ่ินของเรำ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำตำ่ งประเทศ
เวลำเรียน ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศกึ ษาเรยี นรู้ขอ้ มูล และประวตั คิ วามเป็นมาของท้องถิ่น วฒั นธรรมประเพณี วิถีชีวิต ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม
สถานทที่ ่องเทีย่ ว
ฝกึ ทักษะการใชภ้ าษาเพื่อการสื่อสาร ท้งั การฟัง พูด อา่ น เขียน ท้งั ในสถานการณจ์ าลอง และสถานการณ์จริง
เพื่อใหผ้ ้เู รยี นสามารถใช้ภาษาในการนาเสนอข้อมูล ความรู้ ขา่ วสาร เกี่ยวกบั ท้องถิ่นของตนเอง โดยบูรณาการ
เนื้อหา และกิจกรรมกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ และยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการดาเนินชีวติ
ผลกำรเรียนรู้
1. ศึกษา วเิ คราะห์ข้อมูล ของชุมชนในทอ้ งถน่ิ มเี จตคติท่ดี ี และเห็นคุณคา่ ของวฒั นธรรมท้องถน่ิ
2. ประชาสมั พนั ธข์ ้อมลู ข่าวสารในท้องถนิ่ โดยใชส้ อื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ สไ์ ด้อยา่ งสรา้ งสรรค์ และมีวจิ ารณญาณ
3. อธิบายวธิ ีการอนุรักษ์ทรัพยากร ประเพณี วัฒนธรรมที่มีอยใู่ นทอ้ งถ่ินของตนไดอ้ ย่างเหมาะสม
รวมทั้งหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม
อ๒๐๒๐๖ วิชำโครงงำนภำษำอังกฤษ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำตำ่ งประเทศ
เวลำเรียน ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
มคี วามร้คู วามเข้าใจ ในขนั้ ตอนการทาโครงงานภาษาอังกฤษ เพื่อพฒั นาทักษะการฟงั การพดู การอา่ น และ
การเขียนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ตามความสนใจและความต้องการของผู้เรยี น นาเสนอ และสามารถ
เผยแพรผ่ ลงานท้ังภายในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา
ผลกำรเรยี นรู้
1. มีความรู้ ความเขา้ ใจในโครงงานภาษาองั กฤษ
2. วางแผนการทางาน โดยใชก้ ระบวนการกลุม่ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
3. ค้นคว้า หาขอ้ มูลจากแหล่งเรียนรู้ แหล่งวิทยาการ หรือบคุ คลได้
4. ทาโครงงาน ตามขั้นตอนได้อย่างถกู ต้อง
5. นาเสนอและเผยแพรผ่ ลงานจากการทาโครงงานด้วยความภาคภมู ใิ จ
รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรียนรู้
กิจกรรมพฒั นำผ้เู รียน
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน เปน็ กจิ กรรมท่ีมงุ่ ใหผ้ ู้เรยี นพฒั นาเองตามศักยภาพ พัฒนาอยา่ งรอบดา้ นเพ่ือความ
เปน็ มนษุ ยท์ ่สี มบรูณ์ ทง้ั ร่างกาย สตปิ ญั ญา อารมณ์ และสงั คม เสรมิ สรา้ งให้เปน็ ผูม้ ศี ีลธรรม จรยิ ธรรม มีระเบียบ
วนิ ยั ปลกู ฝังและสรา้ งจิตสานกึ ของการทาประโยชน์เพ่ือสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยูร่ ่วมกับผอู้ ื่นอย่างมี
ความสุข
โรงเรยี นบา้ นงอ่ นหนองพะเนาว์มิตรภาพที่ ๑๒๖ ไดจ้ ดั กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น โดยแบ่งออกเปน็ ๓ ลักษณะ
ดงั น้ี
๑. กจิ กรรมแนะแนว
เปน็ กิจกรรมท่ีสง่ เสริมและพัฒนานักเรยี นให้รู้จกั ตนเอง รู้รกั ษ์สงิ่ แวดล้อม สามารถคดิ
ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่ วน
ร่วมพฒั นาผเู้ รียน นักเรยี นทุกคนต้องเข้าร่วมกจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ช่ัวโมงตอ่ ปีการศกึ ษา
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพ่อื ผเู้ รียนค้นพบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักละเห็นคุณคา่ ในตนเองและผอู้ ื่น
๒. เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นแสวงหาความรูจ้ ากขอ้ มูล ข่าวสาร แหลง่ เรียนรู้ ทง้ั ดา้ นการศกึ ษา อาชีพส่วนตัว สังคม เพื่อนาไปใช้
ในการวางแผน เลือกแนวทางการศกึ ษาอาชพี ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั ศักยภาพของตนเอง
๓. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นได้พัฒนาบคุ ลกิ ภาพ และรับตวั อยูใ่ นสังคมได้อย่างมคี วามสุข
๔. เพอ่ื ให้ผู้เรยี นมีความรู้ มีทักษะ มีความคดิ สรา้ งสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจตคตทิ ่ีดีต่ออาชพี สจุ ริต
๕. เพอ่ื ให้ผูเ้ รียนมีคา่ นยิ มทด่ี งี ามในการดาเนินชวี ติ สร้างเสรมิ วินยั คุณธรรมและจริยธรรมแก่นกั เรยี น
๖. เพื่อให้ผู้เรียนมีจติ สานกึ ในการรบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง ครอบครวั สงั คม และประเทศชาติ
แนวกำรจดั กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมเพื่อชว่ ยเหลือและพัฒนาผเู้ รยี น ดังนี้
๑. จัดกิจกรรมเพ่ือให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากข้ึน โดยใช้กระบวนการทางจิตวิทยา การจัดบริการ
สนเทศ โดยใหม้ เี อกสารเพื่อใช้ในการสารวจข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ด้วยการสังเกต สัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม
การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหว่างเรียน การเย่ียมบ้านนักเรียน การให้ความช่วยเหลือผู้เรียนเรื่อง
สุขภาพจติ เศรษฐกจิ การจดั ทาระเบียนสะสม สมดุ รายงานประจาตัวนักเรยี น และบตั รสุขภาพ
๒. การจัดกิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทาแบบทดสอบเพื่อรู้จักและเข้าใจตนเอง มีทักษะในการ
ตดั สนิ ใจ การปรับตวั การวางแผนเพอื่ เลอื กศกึ ษาต่อ เลอื กอาชพี
๓. การจัดบริการใหค้ าปรกึ ษาแกผ่ เู้ รียนรายบุคคล และรายกลุ่ม ในดา้ นการศกึ ษา อาชีพ และส่วนตัว โดยมี
ผใู้ ห้คาปรึกษาทม่ี ีคุณวุฒิ และมคี วามเชี่ยวชาญในเรอื่ งการใหค้ าปรึกษา ตลอดจนมีหอ้ งให้คาปรกึ ษาทเี่ หมาะสม
๓.๑ ช่วยเหลือผู้เรยี นทป่ี ระสบปัญหาดา้ นการเงนิ โดยการใหท้ นุ การศกึ ษาแก่ผเู้ รยี น
๓.๒ ตดิ ตามเก็บขอ้ มลู ของนักเรยี นท่สี าเร็จการศกึ ษา
๒. กิจกรรมนกั เรยี น
เปน็ กจิ กรรมทสี่ ่งเสริมและพัฒนานักเรยี นให้เป็นกจิ กรรมที่มงุ่ พฒั นาความมีระเบยี บวนิ ยั ความเป็นผนู้ าผ้ตู ามทด่ี ี
ความรับผดิ ชอบ การทางานร่วมกนั การรูจ้ กั แก้ปัญหา การตดั สนิ ใจทีเ่ หมาะสม ความมีเหตผุ ล การชว่ ยเหลือแบ่งปนั
กัน เอื้ออาทร และสมานฉันท์ โดยจัดใหส้ อดคล้องกบั ความสามารถ ความถนดั และความสนใจของผ้เู รียน ให้ได้
ปฏิบัติดว้ ยตนเองในทุกขัน้ ตอน ไดแ้ ก่ การศึกษาวิเคราะหว์ างแผน ปฏิบัตติ ามแผน ประเมนิ และปรบั ปรงุ การทางาน เนน้
การทางานรว่ มกนั เปน็ กลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกบั วฒุ ิภาวะของผเู้ รยี น บริบทของสถานศึกษาและท้องถน่ิ
กจิ กรรมนักเรียนประกอบด้วย
๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนำรี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี นักเรียนทุกคนต้องเข้า
รว่ ม กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี ๔๐ ชั่งโมงต่อปีการศกึ ษา
วตั ถปุ ระสงค์
พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ได้กาหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม เพ่ือพัฒนาลูกเสือ
ท้ังทางกาย สตปิ ญั ญา จิตใจ และศีลธรรมใหเ้ ป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคม เพื่อให้เกิด
ความสามัคคี และความเจรญิ ก้าวหนา้ ทงั้ นเ้ี พ่อื ความสงบสขุ และความมง่ั คงของประเทศชาตติ ามแนวทางดังต่อไปนี้
๑. ใหม้ ีนิสยั ในการสงั เกต จดจา เชอื่ ฟงั และพ่ึงตนเอง
๒. ให้มคี วามซ่อื สัตยส์ ุจริต มีระเบียบวินยั และเหน็ อกเห็นใจผอู้ ่นื
๓. ใหร้ จู้ กั บาเพญ็ ตนเพอื่ สาธารณประโยชน์
๔. ใหร้ ู้จกั ทาการฝมี ือและฝึกฝนการทากิจกรรมตา่ งๆตามความเหมาะสม
๕. ใหร้ จู้ กั รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมัง่ คงชองชาติ
แนวกำรจดั กจิ กรรมลูกเสอื -เนตรนำรี
เปิดประชมุ กอง ดาเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติ
กิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาและฝึก
ปฏิบัติ เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ
สารอง ลูกเสือสามัญ และลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟัง และพ่ึงตนเอง ซ่ือสัตย์ สุจริต
มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน บาเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และ
ศีลธรรม ท้ังนี้โดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม นาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
๒.๒ กจิ กรรมชมุ นุม นักเรยี นทุกคนต้องเขา้ รว่ มกจิ กรรมชมุ นมุ ๔๐ ชง่ั โมงต่อปีการศึกษา
วตั ถุประสงค์
๑. เพื่อให้ผ้เู รยี นได้ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน
๒. เพ่ือให้ผเู้ รียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ทั้ง
ทางวิชาการและวชิ าชีพตามศักยภาพ
๓. เพื่อสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียนใช้เวลาให้เกดิ ประโยชนต์ ่อตนเองและสว่ นรวม
เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นทางานรว่ มกับผ้อู ื่น ไดต้ ามวิถีประชาธิปไตย
แนวจดั กจิ กรรมชุมนุม
๑.สารวจความสนใจของนกั เรียนและเลือกเขา้ รว่ มชุมนุมตามความสมคั รใจ โดยครทู ่ปี รกึ ษา
และนกั เรยี นร่วมกนั ดาเนินกจิ กรรม
๒.ดาเนนิ กจิ กรรมโดยการปฏิบตั จิ รงิ และแลกเปลย่ี นเรยี นรปู้ ระสบการณ์และเผยแพร่
กจิ กรรม
๓.ครทู ี่ปรกึ ษากจิ กรรมประเมินตามหลักเกณฑ์การประเมินผล
๓. กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสำธำรณประโยชน์
เป็นกจิ กรรมท่สี ง่ เสริมและพัฒนานักเรยี นบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครวั ชุมชน สงั คม และ
ประเทศชาติในลกั ษณะอาสาสมัครเพ่ือชว่ ยขัดเกลาจติ ใจของผเู้ รียนใหม้ ีความเมตตากรุณา มคี วามเสยี สละ มจี ิต
สาธารณะเพ่ือช่วยสรา้ งสรรคส์ งั คมให้อย่รู ่วมกันอย่างมีความสุข เวลาเรียนสาหรับกิจกรรมเพื่อสงั คมและ
สาธารณประโยชน์ในส่วนกิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ จัดสรรเวลาใหผ้ ู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๖
รวม ๖ ปี จานวน ๖๐ ชั่วโมง (เฉลยี่ ปลี ะ ๑๐ ชั่วโมง) ระดับมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑-๓ รวม ๓ ปี จานวน ๔๕ ชัว่ โมง (เฉลยี่ ปี
ละ ๑๕ ชั่วโมง)
วตั ถปุ ระสงค์
๑.เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ตอ่ ครอบครัว โรงเรยี น ชมุ ชน และประเทศชาติ
๒.เพื่อให้ผเู้ รียนออกแบบกจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารประโยชน์อย่างสรา้ งสรรคต์ ามความถนัดและความสนใจ
ในลักษณะอาสาสมัคร
๓.เพื่อให้ผเู้ รียนพฒั นาศกั ยภาพในการจดั กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนไ์ ด้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
๔.เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นปฏิบัตกิ จิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกดิ คุณธรรม จริยธรรมตามคุณลักษณะอนั
พึงประสงค์
๕.เพื่อใหผ้ เู้ รยี นมจี ติ สาธารณะและใช้เวลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์
แนวกำรจัดกิจกรรมเพอื่ สังคมและสำธำรณประโยชน์
การการจดั กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกจิ กรรมทส่ี ่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทาประโยชนต์ าม
ความสามารถ ความถนดั และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดงี าม ความเสียสละ
ต่อสังคม มีจิตใจมงุ่ ทาประโยชน์ตอ่ ครอบครัว ชมุ ชนและสังคมกจิ กรรมสาคัญ เน้นใหผ้ ู้เรียนร่วมกนั สารวจและวิเคราะห์
สภาพปญั ญา ร่วมกันออกแบบการจัดกิจกรรม วางแผนการจดั กจิ กรรม ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามแผน รว่ มสรปุ และ
ประเมินผลกจิ กกรม รายงานผล
กำรประเมินกิจกรรมพัฒนำผู้เรยี นรำยกจิ กรรม มีแนวทางปฏบิ ัตดิ งั น้ี
๑.๑ การตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอดปี
การศึกษา
๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผู้เรียน ผู้เรียนต้อง
ได้รับการประเมินทุกผลการเรียนรู้ และผ่านทุกผลการเรียนรู้ โดยแต่ละผลการเรียนรู้ผ่านไม่น้อยกล่าร้อยละ ๕๐
หรือมีคุณภาพในระดับ ๑ ขึ้นไป
๑.๓ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ ข้อ
๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “ผ” ผ่านการประเมินกิจกรรมและนาผลการประเมินไปบันทึกใน
ระเบียนแสดงผลการเรียน
๑.๔ ผู้เรียนมีเวลาเข้ารว่ มกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ข้อ
๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทากิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียน
ไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทาจนครบถ้วน แล้วจึงเปล่ียนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” และนาผลการประเมินไป
บันทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรยี น
กำรประเมนิ กจิ กรรมพฒั นำผู้เรยี นเพอื่ กำรตัดสิน มแี นวปฏิบัติดงั น้ี
๒.๑ กาหนดให้ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนทุกคน
ตลอดระดบั การศึกษา
๒.๒ ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ที่
โรงเรยี นกาหนด ผเู้ รยี นจะตอ้ งผา่ นกิจกรรม ๓ กจิ กรรมสาคญั ดงั น้ี
๒.๒.๑ กจิ กรรมแนะแนว
๒.๒.๒ กิจกรรมนกั เรยี น ไดแ้ ก่
๑. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
๒. กิจกรรมชมุ นมุ
๒.๒.๓ กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
๒.๓ การนาเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการกลมุ่ สาระการเรียนรู้และกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
๒.๔ เสนอผู้บริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านเกณฑ์การจบแต่ละ
ระดับการศกึ ษา
เกณฑก์ ำรตดั สนิ
ผเู้ รียนจะต้องได้รับการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น และผ่านเกณฑต์ ามทสี่ ถานศึกษากาหนด โดย
กาหนดเกณฑ์ในการประเมนิ อยา่ งเหมาะสม ดังนี้
๑. กาหนดคุณภาพหรือเกณฑ์ในการประเมินตามหลกั สูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพ้นื ฐานกาหนด
ไว้ ๒ ระดบั คอื ผา่ นและไมผ่ ่าน
๒. กาหนดประเดน็ การประเมนิ ใหส้ อดคล้องตามวัตถปุ ระสงค์ในแต่ละกจิ กรรม และกาหนดเกณฑ์การผา่ นการ
ประเมิน ดังนี้
๒.๑ เกณฑ์การตัดสินผลการประเมนิ รายกิจกรรม
ผ่ำน หมายถงึ ผ้เู รียนมีเวลาเขา้ ร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม และมี
ผลงาน ช้นิ งาน คุณลักษณะตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษากาหนด
ไมผ่ ่ำน หมายถึง ผเู้ รยี นมีเวลาเขา้ ร่วมกจิ กรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่านการ ปฏิบตั ิ กจิ กรรม หรือมี
ผลงาน ชน้ิ งาน คุณลกั ษณะไม่เปน็ ไปตามเกณฑ์ ท่สี ถานศึกษากาหนด
๒.๒ เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นรายปี
ผำ่ น หมายถึง ผูเ้ รยี นมีผลการประเมนิ ระดบั “ผา่ น” ในกจิ กรรมสาคัญทงั้ 3 กิจกรรม
คือ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนักเรียน กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
ไมผ่ ่ำน หมายถงึ ผเู้ รียนมผี ลการประเมนิ ระดับ “ไม่ผ่าน” ในกจิ กรรมสาคัญใด กิจกรรม หน่ึง
จาก 3 กจิ กรรม คือ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
๒.๓ เกณฑ์การตัดสินผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นเพอื่ จบระดับการศกึ ษา
ผ่ำน หมายถงึ ผเู้ รียนมผี ลการประเมนิ ระดับ “ผา่ น” ทกุ ช้นั ปีในระดบั การศึกษาน้ัน
ไม่ผ่ำน หมายถึง ผู้เรียนมีผลการประเมินระดบั “ไม่ผ่าน” บางชน้ั ปีในระดับการศึกษานั้น
แนวทำงกำรแกไ้ ขนกั เรยี นกรณีไม่ผำ่ นเกณฑ์
กรณที ี่ผ้เู รยี นไมผ่ ่านกิจกรรมให้เป็นหน้าท่ีของครูหรือผรู้ ับผดิ ชอบกิจกรรมนั้น ๆ ท่จี ะต้องซ่อมเสริมโดยให้ผเู้ รียน
ดาเนินกิจกรรมจนครบตามเวลาที่ขาดหรอื ปฏิบัติกจิ กรรมให้บรรลุตามวตั ถุประสงคข์ องกจิ กรรมนัน้ แล้วจงึ ประเมนิ ให้
ผา่ นกจิ กรรมเพ่ือบนั ทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุสดุ วิสัยใหร้ ายงานผู้บรหิ ารเพอ่ื ดาเนนิ การช่วยเหลือ
ผูเ้ รียนอยา่ งเหมาะสมเปน็ รายกรณไี ป
กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรียนรู้
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรขู้ องผู้เรยี นต้องอยบู่ นหลกั การพ้นื ฐานสองประการคอื
การประเมนิ เพ่ือพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตดั สินผลการเรียน ในการพฒั นาคุณภาพการเรยี นรู้ของผ้เู รยี น ใหป้ ระสบ
ผลสาเรจ็ นน้ั ผ้เู รยี นจะต้องได้รบั การพัฒนาและประเมินตามตวั ชีว้ ดั เพอ่ื ใหบ้ รรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรู้ สะท้อน
สมรรถนะสาคัญ และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผเู้ รยี นซง่ึ เปน็ เป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ใน
ทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรยี น ระดบั สถานศึกษา ระดบั เขตพน้ื ท่ีการศึกษา และระดับชาติ การวดั และประเมนิ ผล
การเรยี นรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี นโดยใช้ผลการประเมนิ เปน็ ข้อมูลและสารสนเทศท่แี สดงพัฒนาการ
ความกา้ วหนา้ และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลทเ่ี ปน็ ประโยชน์ตอ่ การสง่ เสริมใหผ้ ู้เรยี นเกิด
การพฒั นาและเรียนร้อู ย่างเต็ม
ตามศักยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบง่ ออกเปน็ ๔ ระดับ ได้แก่ ระดบั ชัน้ เรียน ระดบั สถานศึกษา ระดับเขต
พื้นทีก่ ารศกึ ษา และระดับชาติ มีรายละเอียด ดังนี้
๑. กำรประเมินระดบั ชั้นเรยี น เป็นการวัดและประเมินผลทอ่ี ย่ใู นกระบวนการจดั การเรียนรู้ ผู้สอน
ดาเนินการเป็นปกติและสมา่ เสมอ ในการจดั การเรยี นการสอน ใชเ้ ทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การซักถาม
การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมนิ โครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ
ฯลฯ โดยผสู้ อนเป็นผปู้ ระเมินเองหรือเปิดโอกาส ให้ผ้เู รียนประเมินตนเอง เพ่ือนประเมินเพื่อน ผ้ปู กครองร่วม
ประเมนิ ในกรณีที่ไม่ผา่ นตวั ช้ีวัดให้มี การสอนซอ่ มเสริม
การประเมินระดับชนั้ เรยี นเป็นการตรวจสอบวา่ ผูเ้ รยี นมีพัฒนาการความกา้ วหนา้ ใน
การเรยี นรู้ อันเปน็ ผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพยี งใด มีสง่ิ ท่ีจะตอ้ งไดร้ บั การ
พฒั นาปรบั ปรงุ และสง่ เสรมิ ในดา้ นใด นอกจากนยี้ ังเป็นข้อมลู ให้ผู้สอนใช้ปรบั ปรุง
การเรยี นการสอนของตนดว้ ย ทัง้ นโี้ ดยสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวัด
๒. กำรประเมินระดบั สถำนศึกษำ เป็นการประเมนิ ทีส่ ถานศกึ ษาดาเนินการเพื่อตัดสินผล การเรยี นของ
ผูเ้ รียนเปน็ รายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน คุณลกั ษณะ อนั พึงประสงค์ และ
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น นอกจากนี้เพื่อให้ไดข้ ้อมลู เกย่ี วกบั การจัดการศึกษา ของสถานศึกษา วา่ สง่ ผลตอ่ การ
เรยี นรขู้ องผเู้ รยี นตามเปา้ หมายหรอื ไม่ ผ้เู รยี นมีจดุ พัฒนาในดา้ นใด รวมทง้ั สามารถนาผลการเรียนของผเู้ รยี นใน
สถานศึกษาเปรียบเทียบกบั เกณฑร์ ะดบั ชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเปน็ ขอ้ มลู และสารสนเทศเพ่ือการ
ปรับปรงุ นโยบาย หลกั สูตร โครงการ หรอื วิธีการจดั การเรียนการสอน ตลอดจนเพอ่ื การจัดทาแผนพฒั นาคุณภาพ
การศกึ ษาของสถานศึกษา ตามแนวทาง
การประกันคณุ ภาพการศกึ ษาและการรายงานผลการจดั การศกึ ษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขต
พื้นท่ีการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ผ้ปู กครองและชมุ ชน
๓. กำรประเมินระดบั เขตพื้นทกี่ ำรศึกษำ เป็นการประเมนิ คุณภาพผเู้ รียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษาตาม
มาตรฐานการเรยี นรู้ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน เพ่อื ใช้เปน็ ข้อมลู พื้นฐานในการพัฒนาคณุ ภาพ
การศึกษาของเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสมั ฤทธ์ิของ
ผู้เรียนดว้ ยขอ้ สอบมาตรฐานทจ่ี ัดทาและดาเนนิ การโดยเขตพน้ื ที่การศึกษา หรือด้วยความรว่ มมอื กบั หนว่ ยงานตน้ สงั กัด
ในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากนย้ี ังไดจ้ ากการตรวจสอบทบทวนขอ้ มลู จากการประเมนิ ระดับสถานศึกษาในเขตพ้ืนท่ี
การศกึ ษา
๔. กำรประเมนิ ระดบั ชำติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรยี นในระดบั ชาตติ ามมาตรฐาน
การเรยี นรู้ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน สถานศึกษาต้องจัดใหผ้ ู้เรียนทกุ คนทเี่ รียน ในชัน้
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ และชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๖
เขา้ รับการประเมนิ ผลจากการประเมนิ ใช้เป็นข้อมลู ในการเทยี บเคยี งคุณภาพการศึกษาในระดบั ต่าง ๆ เพือ่ นาไปใชใ้ น
การวางแผนยกระดบั คุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเปน็ ข้อมูลสนับสนนุ การตัดสนิ ใจในระดับนโยบายของ
ประเทศ
ขอ้ มลู การประเมินในระดับต่าง ๆ ขา้ งตน้ เปน็ ประโยชน์ตอ่ สถานศกึ ษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนาคณุ ภาพ
ผเู้ รยี น ถือเป็นภาระความรบั ผดิ ชอบของสถานศึกษาทจ่ี ะต้องจดั ระบบดแู ลชว่ ยเหลอื ปรบั ปรุงแก้ไข สง่ เสรมิ สนับสนนุ
เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นได้พฒั นาเต็มตามศักยภาพบนพน้ื ฐาน ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลท่จี าแนกตามสภาพปัญหาและความ
ต้องการ ไดแ้ ก่ กล่มุ ผเู้ รยี นท่วั ไป กลุ่มผเู้ รยี นที่มคี วามสามารถพเิ ศษ กล่มุ ผ้เู รียนท่มี ผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรียนตา่ กลมุ่
ผูเ้ รยี นที่มปี ัญหาด้านวนิ ัยและพฤติกรรม กลุ่มผูเ้ รียนท่ีปฏิเสธโรงเรียน กลมุ่ ผเู้ รียนท่ีมปี ญั หาทางเศรษฐกจิ และสงั คม
กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปญั ญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจงึ เปน็ หวั ใจของสถานศกึ ษาในการดาเนินการ
ชว่ ยเหลือผู้เรียนได้ทนั ท่วงที ปดิ โอกาสให้ผ้เู รียนได้รับการพัฒนาและประสบความสาเร็จในการเรียน
สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจดั ทาระเบียบวา่ ดว้ ยการวัดและประเมินผลการเรียนของ
สถานศึกษาใหส้ อดคลอ้ งและเป็นไปตามหลกั เกณฑ์และแนวปฏบิ ัติทเ่ี ปน็ ขอ้ กาหนดของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พืน้ ฐาน เพ่ือให้บุคลากรที่เกยี่ วขอ้ งทุกฝา่ ยถือปฏบิ ตั ิรว่ มกนั
เกณฑก์ ำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรยี น
๑. กำรตดั สนิ กำรให้ระดบั และกำรรำยงำนผลกำรเรียน
๑.๑ กำรตดั สินผลกำรเรยี น
ในการตัดสนิ ผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขียน คุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี นนัน้ ผสู้ อนต้องคานึงถึงการพฒั นาผู้เรยี นแตล่ ะคนเป็นหลัก และตอ้ งเกบ็ ข้อมลู ของ
ผ้เู รยี นทุกด้านอย่างสม่าเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรียน รวมท้ังสอนซ่อมเสรมิ ผเู้ รียนให้พฒั นาจนเตม็ ตามศักยภาพ
ระดับประถมศึกษำ
(๑) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นท้ังหมด
(๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทกุ ตวั ช้วี ดั และผ่านตามเกณฑท์ ่สี ถานศึกษา
กาหนด
(๓) ผ้เู รยี นตอ้ งไดร้ ับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวชิ า
(๔) ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ ับการประเมนิ และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑท์ ่ี
สถานศกึ ษากาหนด ในการอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
ระดับมธั ยมศึกษำ
(๑) ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวชิ า ผู้เรยี นต้องมเี วลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่
นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้ังหมดในรายวชิ าน้ัน ๆ
(๒) ผู้เรยี นต้องไดร้ ับการประเมนิ ทุกตัวช้วี ัด และผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษา
กาหนด
(๓) ผเู้ รียนต้องไดร้ ับการตดั สินผลการเรยี นทุกรายวิชา
(๔) ผู้เรียนตอ้ งได้รับการประเมิน และมผี ลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑ์ที่
สถานศกึ ษากาหนด ในการอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
การพิจารณาเลอื่ นช้นั ทัง้ ระดับประถมศกึ ษาและมธั ยมศึกษา ถ้าผู้เรยี นมขี ้อบกพร่องเพียงเลก็ น้อย และ
สถานศกึ ษาพจิ ารณาเหน็ วา่ สามารถพฒั นาและสอนซ่อมเสรมิ ได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผนั ใหเ้ ลื่อนช้ัน
ได้ แตห่ ากผเู้ รียนไม่ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมีแนวโน้มวา่ จะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชน้ั ทสี่ งู ขน้ึ สถานศกึ ษา
อาจตงั้ คณะกรรมการพจิ ารณาให้เรยี นซา้ ชัน้ ได้ ทัง้ น้ีให้คานึงถงึ วุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผเู้ รยี นเป็นสาคัญ
๑.๒ กำรใหร้ ะดบั ผลกำรเรยี น
ระดับประถมศกึ ษำ ในการตดั สินเพอ่ื ใหร้ ะดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้ระดับผล
การเรียนหรอื ระดบั คุณภาพการปฏิบัตขิ องผเู้ รียน เปน็ ระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบรอ้ ยละ และระบบทใ่ี ชค้ า
สาคญั สะท้อนมาตรฐาน
การประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี น และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคน์ ้ัน ใหร้ ะดบั ผลการประเมิน
เป็น ดเี ยี่ยม ดี และผา่ น
การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น จะตอ้ งพิจารณาทั้งเวลาการเข้ารว่ มกจิ กรรม การปฏิบตั กิ จิ กรรมและ
ผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ทสี่ ถานศึกษากาหนด และใหผ้ ลการเข้ารว่ มกิจกรรมเปน็ ผา่ น และไมผ่ า่ น
ระดบั มัธยมศกึ ษำ ในการตัดสนิ เพ่ือให้ระดบั ผลการเรยี นรายวชิ า ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียน
เป็น ๘ ระดับ
การประเมินการอา่ น คิดวเิ คราะห์และเขยี น และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคน์ ้ัน ใหร้ ะดบั ผลการประเมิน
เป็น ดีเยี่ยม ดี และผ่าน
การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น จะต้องพิจารณาทงั้ เวลาการเขา้ รว่ มกิจกรรม การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมและ
ผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด และใหผ้ ลการเข้ารว่ มกิจกรรมเปน็ ผ่าน และไม่ผ่าน
๑.๓ กำรรำยงำนผลกำรเรยี น
การรายงานผลการเรียนเป็นการส่อื สารใหผ้ ู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้า ในการ
เรียนรขู้ องผเู้ รยี น ซ่งึ สถานศึกษาตอ้ งสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ หรือ
อย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง
การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเปน็ ระดบั คุณภาพการปฏิบตั ิของผเู้ รียนทส่ี ะทอ้ นมาตรฐานการ
เรียนรกู้ ลมุ่ สาระการเรียนรู้
๒. เกณฑก์ ำรจบกำรศกึ ษำ
โรงเรยี นบา้ นงอ่ นหนองพะเนาว์มติ รภาพท่ี ๑๒๖ ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน กาหนดเกณฑ์
กลางสาหรับการจบการศกึ ษาเป็น ๒ ระดับ คือ ระดบั ประถมศึกษา และระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
๒.๑ เกณฑ์กำรจบระดบั ประถมศึกษำ
(๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียน ที่
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐานกาหนด
(๒) ผู้เรยี นต้องมผี ลการประเมนิ รายวชิ าพนื้ ฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามทสี่ ถานศึกษากาหนด
(๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์ การ
ประเมินตามที่สถานศึกษากาหนด
(๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาหนด
(๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศึกษากาหนด
๒.๒ เกณฑก์ ำรจบระดับมัธยมศึกษำตอนต้น
(๑) ผู้เรียนเรียนรายวชิ าพื้นฐานและเพมิ่ เติมไม่เกิน ๘๑ หน่วยกิต โดยเป็นรายวชิ าพ้ืนฐาน ๖๓ หน่วยกติ
และรายวชิ าเพม่ิ เติมตามทสี่ ถานศึกษากาหนด
(๒) ผเู้ รียนตอ้ งไดห้ น่วยกติ ตลอดหลกั สูตรไมน่ ้อยกว่า ๗๗ หนว่ ยกิต โดยเปน็ รายวิชาพื้นฐาน ๖๓
หน่วยกติ และรายวิชาเพ่ิมเติมไมน่ ้อยกว่า ๑๔ หนว่ ยกติ
(๓) ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน เกณฑ์
การประเมนิ ตามที่สถานศึกษากาหนด
(๔) ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดบั ผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามท่ี
สถานศึกษากาหนด
(๕) ผเู้ รยี นเขา้ ร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมนิ ผ่านเกณฑ์การประเมินตามทส่ี ถานศึกษา
กาหนด
เอกสำรหลักฐำนกำรศกึ ษำ
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคัญทีบ่ ันทึกผลการเรยี น ขอ้ มูลและสารสนเทศ ท่ี
เกย่ี วขอ้ งกับพฒั นาการของผู้เรยี นในดา้ นตา่ ง ๆ แบง่ ออกเป็น ๒ ประเภท ดงั น้ี
๑. เอกสำรหลกั ฐำนกำรศกึ ษำท่ีกระทรวงศึกษำธกิ ำรกำหนด
๑.๑ ระเบียนแสดงผลกำรเรยี น เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรบั รองผลการเรยี นของผู้เรียนตาม
รายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน ผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา และ
ผลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น สถานศกึ ษาจะต้องบันทกึ ข้อมูลและออกเอกสารนี้ให้ผเู้ รียนเปน็ รายบคุ คล เม่ือ
ผู้เรียนจบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖) จบการศึกษาภาคบังคับ(ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓) จบ
การศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน(ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๖) หรือเม่อื ลาออกจากสถานศึกษาในทุกกรณี
๑.๒ ประกำศนียบตั ร เปน็ เอกสารแสดงวุฒกิ ารศึกษาเพ่ือรบั รองศกั ดิแ์ ละสิทธิ์ของผู้จบการศึกษา ที่
สถานศึกษาใหไ้ วแ้ ก่ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ และผูจ้ บการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน
๑.๓ แบบรำยงำนผสู้ ำเรจ็ กำรศึกษำ เป็นเอกสารอนุมตั ิการจบหลักสตู รโดยบนั ทึกรายชอื่ และข้อมลู ของ
ผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๖) ผู้จบการศกึ ษาภาคบังคับ (ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓) และผจู้ บ
การศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน (ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๖)
๒. เอกสำรหลกั ฐำนกำรศกึ ษำท่สี ถำนศึกษำกำหนด
เป็นเอกสารทีส่ ถานศึกษาจดั ทาข้นึ เพ่ือบันทกึ พฒั นาการ ผลการเรยี นรู้ และขอ้ มลู สาคัญ เกี่ยวกับผูเ้ รียน
เชน่ แบบรายงานประจาตวั นักเรียน แบบบันทกึ ผลการเรียนประจารายวชิ า ระเบียนสะสม ใบรบั รองผลการเรยี น
และ เอกสารอนื่ ๆ ตามวัตถุประสงค์ของการนาเอกสารไปใช้
กำรเทยี บโอนผลกำรเรยี น
สถานศกึ ษาสามารถเทียบโอนผลการเรยี นของผู้เรยี นในกรณีตา่ งๆไดแ้ ก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลยี่ น
รูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคนั และขอกลับเข้ารบั การศกึ ษาตอ่ การศกึ ษาจากตา่ งประเทศและขอ
เขา้ ศกึ ษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทยี บโอนความรู้ ทกั ษะ ประสบการณ์จากแหลง่ การเรยี นรู้อนื่ ๆ เช่น
สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบนั การฝกึ อบรมอาชพี การจดั การศกึ ษาโดยครอบครัว
การเทยี บโอนผลการเรยี นควรดาเนินการในชว่ งก่อนเปิดภาคเรยี นแรก หรอื ต้นภาคเรยี นแรก ที่
สถานศกึ ษารบั ผขู้ อเทียบโอนเปน็ ผู้เรียน ทงั้ นี้ ผ้เู รียนท่ีได้รบั การเทยี บโอนผลการเรยี นต้องศกึ ษาตอ่ เน่ืองในสถานศึกษาที่
รบั เทยี บโอนอยา่ งน้อย ๑ ภาคเรยี น โดยสถานศกึ ษาทรี่ ับผู้เรยี นจาก
การเทียบโอนควรกาหนดรายวิชา/จานวนหนว่ ยกิตท่ีจะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม
การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดาเนนิ การได้ ดงั น้ี
๑. พจิ ารณาจากหลกั ฐานการศกึ ษา และเอกสารอ่ืน ๆ ที่ให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของผู้เรียน
๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผูเ้ รยี นโดยการทดสอบด้วยวิธกี ารต่าง ๆ ท้งั ภาคความรู้
และภาคปฏบิ ตั ิ
๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริง
การเทยี บโอนผลการเรยี นให้เป็นไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏิบัติ ของกระทรวงศึกษาธิการ
บรรณำนุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ. หลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขัน้ พ้นื ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑. กรุงเทพ
มหานคร : โรงพมิ พ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด , ๒๕๕๒.
. สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา, สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้
พนื้ ฐาน. เอกสำรประกอบหลักสูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพ้นื ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑
แนวปฏิบัตกิ ำรวดั และประเมินผลกำรเรยี นร.ู้ กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์ชมุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแห่ง
ประเทศไทย จากดั , ๒๕๕๒.
.แนวกำรจดั กำรเรยี นร้ตู ำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำนพุทธศักรำช๒๕๕๑.
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพช์ ุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั , ๒๕๕๒.
.ตวั ชี้วัดสำระกำรเรียนรู้แกนกลำงกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้คณติ ศำสตร์ตำมหลกั สตู รแกนกลำง
กำรศกึ ษำขนั้ พ้ืนฐำน พุทธศกั รำช ๒๕๕๑. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศ
ไทย จากดั , ๒๕๕๑.
.ตัวช้ีวดั สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำงกลุ่มสำระกำรเรยี นร้ภู ำษำไทยตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำ
ขนั้ พ้นื ฐำน พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั
, ๒๕๕๑.
.ตวั ชว้ี ดั สำระกำรเรยี นรูแ้ กนกลำงกลุม่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์ตำมหลักสตู รแกนกลำง
กำรศึกษำขั้นพืน้ ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศ
ไทย จากดั , ๒๕๕๑.
.ตัวชว้ี ดั สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำงกลมุ่ สำระกำรเรียนรสู้ ังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรมตำม
หลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพนื้ ฐำน พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑. กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด , ๒๕๕๑.
.ตวั ช้ีวัดสำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำงกลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ
ตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พื้นฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑. กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั , ๒๕๕๑.
.ตัวชีว้ ดั สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำงกลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ศลิ ปะ ตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขัน้
พืน้ ฐำน พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากัด ,
๒๕๕๑.
.ตวั ชว้ี ดั สำระกำรเรยี นรูแ้ กนกลำงกลุม่ สำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชพี และเทคโนโลยีตำมหลักสูตร
แกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้นื ฐำน พุทธศกั รำช ๒๕๕๑. กรงุ เทพมหานคร :
โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั , ๒๕๕๑.
.ตัวชว้ี ัดสำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำงกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำตำ่ งประเทศ
ตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำข้นั พน้ื ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑. กรงุ เทพมหานคร :
โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด , ๒๕๕๑.
.แนวทำงกำรพัฒนำกำรวดั และประเมินผลคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขน้ั พนื้ ฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑. กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั , ๒๕๕๑.
.แนวทำงกำรจดั กจิ กรรมพัฒนำผเู้ รียน ตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำ
ขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑. กรงุ เทพมหานคร :โรงพิมพ์ชมุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากัด ,
๒๕๕๓.
.แนวทำงกำรพฒั นำกำรประเมนิ กำรอ่ำน คดิ วิเครำะห์ และเขยี น ตำมหลกั สูตร
แกนกลำง กำรศกึ ษำขั้นพนื้ ฐำน พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑. กรงุ เทพมหานคร :โรงพมิ พช์ มุ นุม
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั , ๒๕๕๔.
.มำตรฐำนกำรเรยี นรูแ้ ละตวั ช้ีวัด กลุ่มสำระกำรเรียนรคู้ ณิตศำสตร์
วทิ ยำศำสตร์ และสำระภูมิศำสตร์ ในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และ
วฒั นธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐).กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตร
แห่งประเทศไทย จากดั , ๒๕๖๐.
คณะทีป่ รึกษำ คณะผู้จัดทำ
๑.นายแกล้วกลา้ ประชานนั ท์ ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นง่อนหนองพะเนาวม์ ติ รภาพท่ี ๑๒๖
๒.นายสพุ รรณ เอม้ ะราช รองผู้อานวยการฝ่ายบริหารงานทวั่ ไป
๓.นายนมิ ิต สัตถาผล รองผู้อานวยการฝา่ ยบรหิ ารงานวชิ าการ
๔.นางวรรณา สว่างแวว รักษาการรองผู้อานวยการฝ่ายบริหารงบประมาณ
๕.นายเรอื งยศ อทิ รธรรม ประธานกรรมการสถานศึกษา
คณะจดั ทำหลักสูตร หัวหน้างานวิชาการ
๑.นางวิมลพักตร์ ดาบพิมพ์ศรี ครู วิทยฐานะครชู านาญการพิเศษ
๒.นางลาพนู จันทร์มาลา ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ
๓.นางวณี า มิตรยอดวงศ์ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพิเศษ
๔.นางบหุ งา วารนิ ทร์ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพิเศษ
๕.นางสาวณฏั ฐชนุตตร โคตรคาหาร ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพิเศษ
๖.นางสาวเนตรนภา โพธ์ิสาวงั ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพิเศษ
๗.นางร่งุ ฤดี สุนารกั ษ์ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการ
๘.นางสาวจีราภรณ์ กาญจนะกนั โห
ภำคผนวก
คาสงั่ โรงเรียนบ้านงอ่ นหนองพะเนาวม์ ิตรภาพท่ี ๑๒๖
ที่ ๐๔๑ / ๒๕๖๑
เร่ือง แต่งตัง้ คณะกรรมการจัดทาหลักสูตร(ฉบบั ปรังปรุง พ.ศ.๒๕๖๐)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ตามคาสงั่ กระทรวงศกึ ษาธิการ ที่ สพฐ. ๑๒๓๙ /๒๕๖๐ สงั่ ณ วนั ที่ ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๐ ใหใ้ ช้มาตรฐานการ
เรยี นรแู้ ละตวั ชี้วัด กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา
และวฒั นธรรม(ฉบับปรังปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ และคาส่งั
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ส่งั ณ วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปลีย่ นแปลงมาตรฐาน
การเรยี นรแู้ ละตัวชวี้ ดั กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรังปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ นนั้
เพื่อใหโ้ รงเรยี นสามารถนามาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ัดไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ และบรหิ าร
จดั การหลักสูตร ให้เกิดประโยชนส์ ูงสุดแก่ผู้เรยี น จึงขอแต่งต้งั บุคลากรที่มีรายชือ่ ดังต่อไปนใี้ นการจัดทาหลักสูตร
(ฉบับปรังปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๑. คณะกรรมกำรอำนวยกำร
๑. นายแกลว้ กลา้ ประชานนั ท์ ผู้อานวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ
๒. นายสุพรรณ เอม้ ะราช รองผู้อานวยการโรงเรยี น รองประธานกรรมการ
๓. นายนิมติ สตั ถาผล รองผู้อานวยการโรงเรียน รองประธานกรรมการ
๔. นางวรรณา สวา่ งแวว รกั ษาการรองผู้อานวยการฝ่ายงบประมาณ กรรมการ
๕. นางจุฬาลกั ษณ์ คอยส์ ครู วิทยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการ
๖. นางระจติ ตรา ศรีจนั ทร์ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพิเศษ กรรมการ
๗. นางลาพนู จนั ทร์มาลา ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ กรรมการ
๘. นางดวงใจ แพงศรี ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพิเศษ กรรมการ
๙. นางวณี า มิตรยอดวงศ์ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพิเศษ กรรมการ
๑๐.นางวิมลพกั ตร์ ดาบพิมพ์ศรี ครู วิทยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ กรรมการ
๑๑.นางสาวณฏั ฐชนตุ ตร โคตรคาหาร ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพิเศษ กรรมการและเลขานุการ
มหี น้ำท่ี ประสานงาน ให้คาปรกึ ษา ดแู ล อานวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาตา่ งๆ ในการดาเนินการจัดทาหลักสตู ร
(ฉบับปรงั ปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ให้เป็นไปดว้ ยความเรยี บร้อย
.../// ๒. คณะกรรมการจดั ทาหลกั สตู ร
กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ -๒- ประธานกรรมการ
๑. นางวรรณา สวา่ งแวว ๒. คณะกรรมกำรจดั ทำหลกั สูตร รองประธานกรรมการ
๒. นางวรรณชนก โสมปดั ทมุ
๓. นายสมยั ดอกไม้ทอง รักษาการรองผู้อานวยการฝา่ ยงบประมาณ กรรมการ
๔. นางรจุ ริ า ต้ังกุลบรบิ ูรณ์ ครู วิทยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการ
๕. นางบหุ งา วารนิ ทร์ ครู วิทยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการ
๖. นางสาวนงคร์ ักษ์ ยงุ ไธสง ครู วิทยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ กรรมการ
๗. นายอาทติ ย์ พลเศษ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการ
๘. นายธรี ศกั ดิ์ ไชยทะ ครู วิทยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการ
๙. นางรงุ่ ฤดี สนุ ารกั ษ์ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพิเศษ กรรมการ
๑๐. นางสาวพรเพ็ญ เฟอื่ งฟู ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ กรรมการและเลขานุการ
ครู วิทยฐานะครชู านาญการ
ครผู ชู้ ่วย
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการ ประธานกรรมการ
๑. นายนกุ ลู กระโจม ครู วิทยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ รองประธานกรรมการ
๒. นางศรีสดุ า นาถประนลิ คร็อกสเอ็ง ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ
๓. นางวิมลพักตร์ ดาบพิมพ์ศรี ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพิเศษ กรรมการ
๔. นางสาวณัฏฐชนตุ ตร โคตรคาหาร ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการ
๕. นางวลิ ัยวรรณ งอยผาลา ครู กรรมการ
๖. นางสาวกนกพร หันจางสิทธ์ิ ครู กรรมการ
๗. นางสาวจรี าภรณ์ กาญจนะกนั โห ครผู ู้ชว่ ย กรรมการ
๘. นางสาวศริ ริ ัตน์ นามดี กรรมการและเลขานุการ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๑. นางลดั ดาวรรณ โสโคกกรวด ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพิเศษ ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
๒. นางรวิวรรณ ล่าสนั ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ
กรรมการ
๓. นางวณี า มิตรยอดวงศ์ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการ
กรรมการ
๔. ว่าทีร่ อ้ ยตรีเด่น โกพลรัตน์ ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
๕. นายวรุตม์ โคตรคาหาญ ครู
๖. นางสาวจุฑามาศ เสรมิ ทรัพย์ ครูผูช้ ว่ ย
๗. นางสาวทัศนีย์ ประเสริฐสงั ครผู ชู้ ว่ ย
.../// ๒. คณะกรรมการจดั ทาหลกั สูตร (ตอ่ )
-๓-
๒. คณะกรรมการจดั ทาหลักสูตร (ตอ่ )
กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
๑. นางสภุ รณ์ ทพิ เนตร ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพิเศษ ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
๒. นายนกิ ร มาระม่งิ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพิเศษ
กรรมการ
๓. นางศรชา พฒั นโพธ์ิ ครู วิทยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ กรรมการ
กรรมการ
๔. นางสาวเนตรนภา โพธิส์ าวัง ครู วิทยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
๕. นายเสดจ็ แก้วแสนเมือง ครู วิทยฐานะครูชานาญการ
๖. นายสรุ ศกั ดิ์ เสนสิทธ์ิ ครผู ชู้ ่วย
๗. นางสาวเจนจิรา ขนั ธวชิ ัย ครู วิทยฐานะครชู านาญการ
มหี น้ำที่ ศกึ ษาและนามาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั มาจดั ทาหลักสูตร (ฉบับปรงั ปรุง พ.ศ.๒๕๖๐)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ บริหารจดั การหลักสูตร ให้เกิดประโยชน์สูงสดุ แก่
ผเู้ รียน
ให้ผูท้ ีร่ ับการแตง่ ต้งั ตามคาสัง่ น้ดี าเนินกจิ กรรมตามท่ีไดร้ ับมอบหมายอยา่ งเต็มความสามารถ
หากมีปัญหาในการปฏบิ ัตงิ านใหเ้ สนอต่อคณะกรรมการอานวยการเพ่ือดาเนนิ การตอ่ ไป
ท้งั นี้ ต้งั แต่ วันที่ ๑๙ เดือน มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๑
ส่ัง ณ วันท่ี ๑๙ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
(นายแกล้วกลา้ ประชานันท์)
ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านง่อนหนองพะเนาว์มิตรภาพท่ี ๑๒๖