คำอธบิ ำยรำยวิชำเพ่ิมเตมิ
ว๒๓๒๒๐ วชิ ำ เทคโนโลยีสำรสนเทศ ๖ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษำปที ่ี ๓ ภำคเรยี นที่ ๒
เวลำเรียน ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศึกษาแนวคดิ และหลักการโครงสร้างโปรแกรมแบบต่างๆ การเขยี นโปรแกรมภาษาขั้นพ้ืนฐาน เชน่ จาวา
แฟลช ฯลฯ การเลอื กซอฟต์แวร์ทเี่ หมาะสมกบั ลักษณะงาน
ปฏบิ ัติการทาโครงงานโดยใช้คอมพวิ เตอร์ชว่ ยสรา้ งงานตามหลกั การทาโครงงาน โดยมีการอ้างอิงแหลง่ ข้อมูล
ไม่ลอกผลงานผูอ้ ่ืน ใชค้ าสุภาพ และไมส่ ร้างความเสียหายแกผ่ ู้อ่ืน
พฒั นาแอปพลเิ คชนั ท่ีมีการบูรณาการกับวิชาอ่ืนอยา่ งสร้างสรรค์ รวบรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมินผล
นาเสนอข้อมลู และสารสนเทศตามวตั ถปุ ระสงค์ โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์หรอื บรกิ ารบนอินเทอรเ์ นต็ ทหี่ ลากหลาย ประเมิน
ความนา่ เช่อื ถือของข้อมูล วเิ คราะห์ส่อื และผลกระทบจากการให้ขา่ วสารท่ผี ดิ เพ่ือการใช้งานอย่างรเู้ ทา่ ทัน ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย และมคี วามรบั ผิดชอบต่อสังคม ปฏิบตั ิตามกฎหมายเก่ยี วกับคอมพิวเตอร์ ใช้ลขิ สทิ ธิข์ องผู้อื่น
โดยชอบธรรม
เพื่อใหม้ คี วามรู้ ความเข้าใจ เหน็ คุณคา่ และมที ักษะในการใชก้ ระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศในการเรยี นรู้
การส่ือสาร การแก้ปญั หา การทางาน อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ประสทิ ธิผล และ
มคี ณุ ธรรม
ผลกำรเรียนรู้
๑. ใชค้ อมพิวเตอร์ช่วยสร้างชนิ้ งานจากจนิ ตนาการหรอื งานทท่ี าในชีวิตประจาวนั ตามหลักการทาโครงงานอย่างมี
จติ สานึกและความรับผดิ ชอบ
๒. พฒั นาแอปพลเิ คชนั ทีม่ ีการบรู ณาการกับวชิ าอ่นื อย่างสร้างสรรค์
๓. ใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอนิ เทอรเ์ นต็ ท่หี ลากหลาย
๔. วิเคราะหส์ ่ือและผลกระทบจากการให้ขา่ วสารทผ่ี ิด เพ่ือการใชง้ านอย่างรู้เท่าทัน
๕. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย และมีความรบั ผิดชอบต่อสงั คม ปฏิบัติตามกฎหมายเก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ ใช้
ลิขสทิ ธขิ์ องผู้อื่นโดยชอบธรรม
รวมทัง้ หมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้
โครงสรำ้ งรำยวิชำกลมุ่ สำระกำรเรียนรสู้ งั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
ระดับมธั ยมศกึ ษำตอนต้น
วิชำพ้ืนฐำน
ชั้นมัธยมศึกษำปที ่ี ๑
ภำคเรยี นท่ี ๑
ส๒๑๑๐๑ สังคมศึกษา๑ ๓ ชว่ั โมง/สปั ดาห/์ ภาค ๑.๕ หนว่ ยการเรียน
ส๒๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์๑ ๑ ช่วั โมง/สปั ดาห/์ ภาค ๐.๕ หนว่ ยการเรียน
ภำคเรียนที่ ๒ ๓ ชั่วโมง/สัปดาห์/ภาค ๑.๕ หน่วยการเรยี น
ส๒๑๑๐๓ สงั คมศกึ ษา๒ ๑ ชั่วโมง/สปั ดาห/์ ภาค ๐.๕ หนว่ ยการเรียน
ส๒๑๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์๒
ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๒ ๓ ชว่ั โมง/สปั ดาห์/ภาค ๑.๕ หน่วยการเรยี น
ภำคเรียนที่ ๑ ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห/์ ภาค ๐.๕ หนว่ ยการเรียน
ส๒๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา๓
ส๒๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์๓
ภำคเรยี นที่ ๒ ๓ ชั่วโมง/สัปดาห์/ภาค ๑.๕ หนว่ ยการเรยี น
ส๒๒๑๐๓ สังคมศกึ ษา๔ ๑ ชั่วโมง/สปั ดาห/์ ภาค ๐.๕ หน่วยการเรยี น
ส๒๒๑๐๔ ประวตั ิศาสตร์๔
ช้นั มัธยมศกึ ษำปที ี่ ๓ ๓ ช่วั โมง/สปั ดาห/์ ภาค ๑.๕ หน่วยการเรียน
ภำคเรยี นท่ี ๑ ๑ ช่วั โมง/สปั ดาห์/ภาค ๐.๕ หนว่ ยการเรียน
ส๒๓๑๐๑ สังคมศึกษา๕
ส๒๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์๕
ภำคเรยี นท่ี ๒ ๓ ชัว่ โมง/สัปดาห/์ ภาค ๑.๕ หนว่ ยการเรยี น
ส๒๓๑๐๓ สงั คมศกึ ษา๖ ๑ ชั่วโมง/สปั ดาห/์ ภาค ๐.๕ หนว่ ยการเรยี น
ส๒๓๑๐๔ ประวัติศาสตร์๖
รำยวชิ ำเพ่ิมเติม อาเซยี นศึกษา ๑ ๑ ช่วั โมง /สัปดาห์/ ๐.๕ หนว่ ยกิต
ส๒๐๒๐๑ อาเซียนศึกษา ๒ ๑ ชัว่ โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หนว่ ยกติ
ส๒๐๒๐๒ อาเซยี นศึกษา ๓ ๑ ชว่ั โมง /สปั ดาห/์ ๐.๕ หนว่ ยกติ
ส๒๐๒๐๓
ส๒๐๒๐๔ กฎหมายน่ารู้ ๑ ชว่ั โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หน่วยกติ
ส๒๐๒๐๕
ส๒๐๒๐๖ จรยิ ธรรมกับบคุ คล ๑ ชัว่ โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หน่วยกิต
ส๒๐๒๐๗
ส๒๐๒๐๘ โครงงานประวัตศิ าสตร์ ๑ ชว่ั โมง /สปั ดาห/์ ๐.๕ หนว่ ยกิต
ส๒๐๒๐๙
ส๒๐๒๑๐ ประชากรกบั คุณภาพชีวิต ๑ ช่วั โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หนว่ ยกิต
ส๒๐๒๑๑
ส๒๐๒๑๒ การเมืองการปกครอง ๑ ชั่วโมง /สัปดาห/์ ๐.๕ หนว่ ยกิต
ส๒๐๒๑๓
ส๒๑๒๓๑ ทอ้ งถ่นิ ของเรา ๑ ๑ ช่ัวโมง /สปั ดาห/์ ๐.๕ หน่วยกติ
ส๒๑๒๓๒
ส๒๒๒๓๓ ท้องถน่ิ ของเรา ๒ ๑ ชั่วโมง /สัปดาห/์ ๐.๕ หน่วยกิต
ส๒๒๒๓๔
ส๒๓๒๓๕ เศรษฐศาสตร์ครอบครวั ๑ ชั่วโมง /สปั ดาห/์ ๐.๕ หน่วยกิต
ส๒๓๒๓๖
ประชากรกบั สงิ่ แวดล้อม ๑ ชว่ั โมง /สัปดาห/์ ๐.๕ หน่วยกติ
เศรษฐกิจพอเพียง ๑ ชั่วโมง /สัปดาห/์ ๐.๕ หน่วยกติ
หนา้ ที่พลเมืองเพ่มิ เติม๑ ๑ ชว่ั โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หนว่ ยกติ
หน้าทพ่ี ลเมืองเพม่ิ เติม๒ ๑ ชว่ั โมง /สัปดาห์/ ๐.๕ หน่วยกติ
หน้าทีพ่ ลเมืองเพม่ิ เติม๓ ๑ ช่ัวโมง /สัปดาห์/ ๐.๕ หน่วยกิต
หน้าทพ่ี ลเมืองเพิม่ เติม๔ ๑ ชั่วโมง /สปั ดาห/์ ๐.๕ หน่วยกิต
หนา้ ทพ่ี ลเมืองเพม่ิ เติม๕ ๑ ชว่ั โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หน่วยกติ
หนา้ ท่ีพลเมืองเพิ่มเติม๖ ๑ ชว่ั โมง /สัปดาห์/ ๐.๕ หน่วยกิต
คำอธิบำยรำยวิชำ
ส๒๑๑๐๑ วชิ ำ สงั คมศกึ ษำ ๑ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สังคมศกึ ษำศำสนำ และวฒั นธรรม
ชั้นมธั ยมศึกษำปีที่ ๑ ภำคเรยี นที่ ๑
เวลำเรยี น ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาความสาคัญของพระพุทธศาสนา การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย พุทธประวัติ การประพฤติ
ตนตามแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาวพุทธตัวอย่าง ชาดก ศึกษาพุทธคุณ อริยสัจ ๔ และ
ปฏิบัติตนตามหลักธรรม การพัฒนาจิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ การสวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญ
ปัญญาดว้ ยอานาปานสติ
ศกึ ษาความจาเป็นทีท่ กุ คนต้องเรียนร้ศู าสนาอ่นื การปฏิบัติต่อบุคคลอ่ืนและศาสนิกอื่นได้เหมาะสม การบาเพ็ญ
ประโยชนต์ อ่ ศาสนสถาน ศึกษาพิธกี รรม ประวตั ิความสาคญั และการปฏิบตั ิตนในวนั สาคัญใน ศาสนพธิ ไี ดถ้ ูกตอ้ ง
ศึกษาการปฏิบตั ิตนตามกฎหมายในการคุ้มครองสทิ ธขิ องบุคคล การทาประโยชนต์ ่อสังคมและ
ประเทศชาติ วฒั นธรรมท่สี ร้างความสมั พันธท์ ดี่ ี การเคารพสทิ ธิของตนเองและผ้อู นื่ ศกึ ษาสาระสาคญั การ
ถว่ งดุลอานาจและปฏิบัตติ นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปจั จุบันได้
เพ่ือให้สามารถอธิบาย ระบุ วิเคราะห์ ปฎิบัติตน และพัฒนาโดยแสดงออกและอภิปราย ได้ ตามหลักการของ
พระศาสนาและพลเมืองดีของประเทศชาติ ทาให้เกิดการใฝ่เรียนรู้ มีวินัย ซ่ือสัตย์ สุจริต รู้จักรับผิดชอบ มุ่งมั่นในการ
ทางาน มีมารยาท มคี วามสัมพันธท์ ด่ี ตี ่อสงั คม มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ และรกั ความเปน็ ไทย
รหัสตัวชี้วดั
ส ๑.๑ ม.๑/๑ , ม.๑/๒, ม.๑/๓ , ม.๑/๔ , ม.๑/๕ , ม.๑/๖ , ม.๑/๗ , ม.๑/๘, ม.๑/๙ , ม.๑/๑๐, ม.๑/๑๑
ส ๑.๒ ม.๑/๑ , ม.๑/๒, ม.๑/๓ , ม.๑/๔ , ม.๑/๕ , ม.๑/๖
ส ๒.๑ ม.๑/๑ , ม.๑/๒, ม.๑/๓ , ม.๑/๔
ส ๒.๒ ม.๑/๑ , ม.๑/๒, ม.๑/๓
(รวมทงั้ หมด ๒๔ ตวั ช้ีวัด)
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ส๒๑๑๐๒ วิชำ ประวตั ิศำสตร์ ๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรูส้ งั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
ชั้นมธั ยมศกึ ษำปีที่ ๑ ภำคเรยี นที่ ๑
เวลำเรียน ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศกึ ษาเร่ืองของเวลา การแบง่ เวลา การเทยี บศักราช ในระบบตา่ ง ๆ การแบ่งยุคสมยั ในประวตั ิศาสตรข์ องชาติ
เพอื่ ให้เขา้ ใจเหตุการณ์ทางประวตั ิศาสตรอ์ ย่างถูกต้อง
ศึกษาประวัติศาสตร์ยุคก่อนสุโขทยั และสมยั สุโขทัย ด้านปัจจัยทางภมู ิศาสตร์ในการตง้ั ถ่ินฐาน การเมือง การ
ปกครอง เศรษฐกจิ สงั คมและวฒั นธรรม ดว้ ยวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ เพ่ือให้มีความรู้
ความเขา้ ใจและสามารถวิเคราะห์เปรียบเทยี บปัจจยั พ้นื ฐานการตงั้ ถนิ่ ฐานของรัฐ ในการดารงชีวติ ของประชากรไทยใน
ยคุ ต่าง ๆ ในอดีตจนถงึ สมยั สุโขทยั
เพอื่ ใหม้ คี วามรู้ ความเข้าใจ ภมู ิปัญญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี วฒั นธรรมความเช่ือ และตลอดจนบุคคล
สาคัญในประวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย เพอื่ ให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณคา่ ของวิถีชีวิตไทย สามารถนามาเปน็ แบบอย่างที่
ดใี นการดาเนินชวี ติ
รหสั ตัวช้ีวดั
ส ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
ส ๔.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒
ส ๔.๓ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
(รวมทัง้ หมด ๘ ตัวช้ีวัด)
คำอธิบำยรำยวิชำ
ส๒๑๑๐๓ วิชำ สงั คมศึกษำ ๒ กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ งั คมศกึ ษำศำสนำ และวัฒนธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษำปที ่ี ๑ ภำคเรยี นท่ี ๒
เวลำเรียน ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต
ศกึ ษาความหมายและความสาคญั ของเศรษฐศาสตร์ คา่ นิยม และพฤติกรรมการบริโภคที่มผี ลต่อเศรษฐกจิ ของ
ชุมชน และประเทศ ความเป็นมาของหลกั การและความสาคัญของปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง บทบาทหนา้ ที่ของ
สถาบนั การเงิน การพง่ึ พาอาศยั กนั และการแข่งขันกนั ทางเศรษฐกิจ ปัจจัยทีม่ อี ิทธิพลตอ่ การกาหนด อุปสงค์ อปุ ทาน
ผลของการมกี ฎหมายเก่ียวกับทรัพย์สนิ ทางปัญญา
ศกึ ษาเลือกใช้เคร่ืองมอื ทางภูมิศาสตร์ และเส้นแบง่ เวลา และเปรยี บเทยี บวนั เวลาของประเทศไทยกบั ทวีป
ตา่ ง ๆ
ศกึ ษาการเชอ่ื มโยงและแนวทางป้องกันภัยธรรมชาตแิ ละการระวงั ภัย ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทาง
ธรรมชาติ ความร่วมมือกนั ต่อปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ ศกึ ษาทาเลท่ตี ้ังกิจกรรมทางเศรษฐกจิ และสังคม ปจั จยั
ทางกายภาพและสังคมที่มีผลตอ่ การเลื่อนไหลของความคดิ เทคโนโลยี สินคา้ และประชากร ของประเทศไทยและทวีป
เอเชีย ออสเตรเลยี
เพ่ือให้มคี วามสามารถในการเลือกใช้เคร่ืองมือทางภูมศิ าสตร์ และอธิบาย ระบุ วเิ คราะห์ ยกตวั อยา่ ง
อภิปราย และสารวจ ตามหลักการทางเศรษฐศาสตร์ ภมู ศิ าสตร์ ทาให้ใช้เครอ่ื งมือได้ถกู ตอ้ ง เกิดการใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ยา่ ง
พอเพยี ง รกั สิ่งแวดลอ้ ม มจี ติ สาธารณะ และรักความเป็นไทย
รหัสตวั ช้ีวดั
ส ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒ , ม.๑/๓
ส ๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒ , ม.๑/๓ , ม.๑/๔
ส ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒ , ม.๑/๓
ส ๕.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒ , ม.๑/๓ , ม.๑/๔
(รวมท้ังหมด ๑๔ ตวั ช้ีวัด)
คำอธิบำยรำยวิชำ
ส๒๑๑๐๔ วชิ ำ ประวัติศำสตร์ ๒ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
ชัน้ มัธยมศึกษำปีท่ี ๑ ภำคเรียนที่ ๒
เวลำเรียน ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ
ศึกษาการเมืองการปกครองและกฎหมายท่ีควบคมุ ใหส้ งั คมสงบสุข ตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ ปัจจุบันเพื่อใหม้ คี วามรู้
ความเข้าใจ สามารถวเิ คราะห์เปรยี บเทียบรูปแบบการปกครองของชนชาตไิ ทยตัง้ แต่อดตี ถงึ ปัจจบุ ัน
เพ่ือใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจ ภมู ิปญั ญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี วฒั นธรรมความเช่ือ และสมุนไพรใน
ทอ้ งถิ่น ตลอดจนบุคคลสาคัญในประวัติศาสตรช์ าติไทย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เห็นคณุ คา่ ของวิถชี ีวติ ไทย
สามารถนามาเปน็ แบบอยา่ งท่ีดีในการดาเนินชีวติ
รหสั ตัวชี้วดั
ส๔.๒ม.๑/๑, ม.๑/๒
ส๔.๓ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
(รวมท้งั หมด ๕ ตัวช้วี ดั )
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ส๒๒๑๐๑ วิชำ สังคมศึกษำ ๓ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้สังคมศกึ ษำศำสนำ และวัฒนธรรม
ช้ันมธั ยมศกึ ษำปีที่ ๒ ภำคเรียนท่ี ๑
เวลำเรียน ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ศกึ ษาการเผยแพร่ศาสนาพุทธในประเทศเพ่ือบ้าน พุทธประวัตแิ ละประวตั ิศาสดาของศาสนาต่างๆประวัติพทุ ธ
สาวก สาวกิ า ชาวพุทธตัวอย่าง ชาดก โครงสรา้ งพระไตรปิฎกและหลกั ธรรมทางศาสนา ความสาคัญของศาสนาพุทธ
ความสาคัญของศาสนาต่างๆ ในฐานะรากฐานทางวฒั นธรรมและเอกลักษณ์ของชาติรวมทงั้ อิทธิพลของศาสนาทีม่ ตี ่อการ
พัฒนาและการจัดระเบยี บสังคมไทย
ศึกษาหลักธรรมทางศาสนาท่ีมีผลต่อการแก้ปัญหาสังคมและ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข การบริหารจิตตาม
หลักการทางศาสนา แนวทางการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตามหลักศาสนาในฐานะศาสนิกชนที่ดี พิธีกรรมและศาสนพิธี
เปรียบเทยี บ
ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจาวัน กระบวนการการตรากฎหมายไทย หน้าท่ีพลเมืองดีตามวิถี
ประชาธิปไตย บทบาทและความสาคัญของสถาบันทางสงั คม กระบวรการการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของ
ประเทศในภมู ิภาคเอเชีย ด้วยวธิ ีการวเิ คราะห์ อธิบาย เปรียบเทยี บ และฝกึ ปฏบิ ตั ิ
เพื่อ ให้เกิดความเขา้ ใจอนั ดีระหว่างประเทศ ส่งเสรมิ ใหเ้ กิดความรกั ชาติ เหน็ คณุ คา่ ความเป็นไทย มีจิตสานึก
สาธารณะ ปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามหลักศาสนาและกฎหมาย และมมี ารยาทดี
รหสั ตัวชี้วดั
ส ๑.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ , ม.๒/๓ ,ม.๒/๔ ,ม.๒/๕ , ม.๒/๖ , ม.๒/๗ , ม.๒/๘ , ม.๒/๙ , ม.๒/๑๐ , ม.๒/๑๑
ส ๑.๒ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ , ม.๒/๓ ,ม.๒/๔ ,ม.๒/๕
ส ๒.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ , ม.๒/๓ ,ม.๒/๔
ส ๒.๒ ม.๒/๑ , ม.๒/๒
(รวมทง้ั หมด ๒๒ ตัวชี้วัด)
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ส๒๒๑๐๒ วิชำ ประวัติศำสตร์ ๓ กลมุ่ สำระกำรเรียนรสู้ ังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
ชนั้ มธั ยมศึกษำปีที่ ๒ ภำคเรียนที่ ๑
เวลำเรยี น ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศึกษาประวตั ศิ าสตร์ยุคก่อนอยธุ ยาและสมัยอยุธยาและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ ด้านปัจจัยทาง
ภมู ศิ าสตร์ในการต้ังถิ่นฐาน การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สงั คมและวฒั นธรรม ดว้ ยวธิ ีการทางประวัติศาสตร์ เข้าใจ
การก่อเกิดอารยธรรมตะวันออก ภูมปิ ญั ญาไทย ผลงาน บุคคลตัวอยา่ งทส่ี าคัญของชาติ เพอื่ ให้มคี วามรู้ความเข้าใจและ
สามารถวเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบปจั จยั พน้ื ฐานการตงั้ ถิ่นฐานของรัฐในการดารงชีวิตของประชากรไทยในยุคตา่ งๆในอดีต
จนถงึ สมยั ปัจจบุ นั
เพื่อใหม้ คี วามรู้ ความเข้าใจ ภูมปิ ัญญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อ และ ตลอดจนบุคคล
สาคัญในประวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณคา่ ของวถิ ีชวี ิตไทย สามารถนามาเปน็ แบบอยา่ งท่ี
ดีในการดาเนนิ ชวี ิต
รหสั ตวั ช้ีวดั
ส ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
ส ๔.๓ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
(รวมทัง้ หมด ๖ ตัวชี้วัด)
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ส๒๒๑๐๓ วชิ ำ สังคมศึกษำ ๔ กล่มุ สำระกำรเรยี นรูส้ งั คมศึกษำศำสนำ และวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษำปที ี่ ๒ ภำคเรยี นที่ ๒
เวลำเรียน ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ
ศกึ ษาปจั จยั ทีม่ ผี ลต่อการลงทุนและการออม ปัจจัยการผลติ และบรกิ าร ปจั จยั ทีม่ ีอิทธพิ ลต่อการผลติ สนิ ค้าและ
บริการในท้องถนิ่ ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง กฎหมายคุ้มครองผู้บรโิ ภค ระบบเศรษฐกิจ การพึ่งพาอาศัยกัน การ
แข่งขันกนั ทางด้านเศรษฐกิจและการค้าในประเทศและตา่ งประเทศทสี่ ง่ ผลตอ่ คุณภาพสินค้า และราคาสนิ ค้า ทรพั ยากร
กร และการกระจายทรัพยากรในโลกทีส่ ง่ ผลกระทบต่อความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ
ศกึ ษาลักษณะกายภาพ ลักษณะสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะกายภาพและลักษณะสังคมของทวีปยุโรป
และทวีปแอฟริกา การเกิดส่ิงแวดล้อมใหม่อันเป็นผลจากการเปล่ียนแปลงทางธรรมชาติ และสังคม ปัญหาสิ่งแวดล้อม
แนวทางการอนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและผลกระทบท่ีไทยได้รับจากการเปล่ียนแปลงของส่ิงแวดล้อม
ในทวีปยโุ รปและแอฟรกิ า
เพื่อใหส้ ามารถอธบิ าย ระบุ ยกตัวอยา่ ง วิเคราะห์ อภิปราย รวบรวมขอ้ มลู สารวจ และเสนอ
แนวทางได้ตามหลักการทางเศรษฐศาสตร์ ใชเ้ ครอื่ งมือทางภูมิศาสตรใ์ นการคน้ ควา้ หาข้อมูลได้อย่างถูกต้องทาให้เกิดการ
ใฝเ่ รียนใฝ่รู้ และอยูอ่ ยา่ งพอเพียง
รหสั ตัวช้ีวัด
ส ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒ , ม.๒/๓ , ม.๒/๔
ส ๓.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒ , ม.๒/๓ , ม.๒/๔
ส ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒
ส ๕.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒ , ม.๒/๓ , ม.๒/๔
(รวมท้ังหมด ๑๔ ตัวช้ีวัด)
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ส๒๒๑๐๔ วชิ ำ ประวตั ิศำสตร์๔ กล่มุ สำระกำรเรียนร้สู งั คมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
ชนั้ มัธยมศึกษำปที ่ี ๒ ภำคเรยี นที่ ๒
เวลำเรียน ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศกึ ษาการเมืองการปกครองและกฎหมายท่ีควบคมุ ให้สงั คมสงบสุข ต้งั แต่อดตี จนถงึ ปจั จุบนั เพื่อใหม้ ีความรู้
ความเขา้ ใจ สามารถวเิ คราะห์เปรยี บเทียบรปู แบบการปกครองของชนชาติไทยตั้งแต่อดีตถงึ ปัจจุบัน
เพอื่ ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ ภูมปิ ญั ญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี วฒั นธรรมความเช่ือ และ ตลอดจนบุคคล
สาคัญในประวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ความเข้าใจ เหน็ คณุ ค่าของวิถีชวี ติ ไทย สามารถนามาเป็นแบบอยา่ งท่ี
ดใี นการดาเนนิ ชีวิต
รหสั ตัวช้ีวดั
ส๔.๒ม.๒/๑, ม.๒/๒
ส๔.๓ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
(รวมทัง้ หมด ๕ ตัวชี้วดั )
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ส๒๓๑๐๑ วิชำ สังคมศึกษำ ๕ กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ งั คมศึกษำศำสนำ และวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศึกษำปที ี่ ๓ ภำคเรียนที่ ๑
เวลำเรยี น ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ
ศกึ ษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนา การนบั ถอื พระพทุ ธศาสนา ของประเทศต่างๆทัว่ โลกพุทธประวตั ิและ
ความสาคญั ของพระพุทธศาสนา ประวตั พิ ทุ ธสาวก ชาดก และ ศาสนิกชนตวั อย่าง หลักธรรมสาคญั ได้แก่ กรอบอรยิ สัจ
๔ สงั ฆคุณ ๙ พุทธศาสนสภุ าษิต และการปฏิบัติตนตามหลักธรรมทิศเบ้ืองขวาในทิศ ๖พุทธปณิธาน ๔ในมหาปรนิ พิ พาน
สตู ร หน้าทชี่ าวพทุ ธ มารยาทชาวพุทธเพือ่ การดารงชีวติ อย่างเหมาะสมการธารงรกั ษาศาสนาเชน่ การปฏบิ ตั ติ นในวนั
สาคญั ทางพระพุทธศาสนา การปฏบิ ตั ิตน ศาสนพิธี เชน่ การแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ การพัฒนาการเรยี นรู้ดว้ ยวิธคี ดิ
แบบโยนโิ สมนสกิ าร การสวดมนต์และแผเ่ มตตาการบรหิ ารจติ และเจริญปัญญาตามหลกั สตปิ ฏั ฐาน และวิถีการดาเนนิ
ชวี ิตของศาสนิกชนศาสนาอน่ื ๆ
ศกึ ษากฎหมายอาญา กฎหมายแพง่ กฎหมายสทิ ธิมนษุ ยชน และ การอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมไทย
ศกึ ษาระบอบการปกครองในปจั จบุ นั และ ปญั หาความขดั แย้งภายในประเทศ
ศึกษาการปกครองของไทยกับประเทศอน่ื ๆท่มี กี ารปกครองระบอบประชาธปิ ไตย และปัญหาท่ีเปน็ อุปสรรคต่อ
การพฒั นาประชาธิปไตยของไทย รวมทั้งผลกระทบและแนวทางทางแกไ้ ข
ศกึ ษาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญบทบาทหนา้ ท่ีสาคญั ของรัฐ และการตรวจสอบอานาจรัฐ
เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏบิ ัตติ น เป็น พลเมืองดีของประเทศชาติ และการอยูร่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ติ
สุขในประเทศและสงั คมโลก ตามหลกั การของพระพุทธศาสนา
รหสั ตวั ชี้วัด
ส ๑.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒, ม.๓/๓ , ม.๓/๔ , ม.๓/๕, ม.๓/๖ , ม.๓/๗ , ม.๓/๘ ,ม.๓/๙ , ม.๓/๑๐
ส ๑.๒ ม.๓/๑ , ม.๓/๒, ม.๓/๓ , ม.๓/๔ , ม.๓/๕, ม.๓/๖ , ม.๓/๗
ส ๒.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒, ม.๓/๓ , ม.๓/๔ , ม.๓/๕
ส ๒.๒ ม.๓/๑ , ม.๓/๒, ม.๓/๓ , ม.๓/๔
(รวมท้ังหมด ๒๖ ตัวชี้วดั )
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ส๒๓๑๐๒ วิชำ ประวัติศำสตร์ ๕ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
ช้ันมัธยมศึกษำปที ่ี ๓ ภำคเรียนท่ี ๑
เวลำเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาเร่ืองของเวลา การแบ่งเวลา การเทียบศักราช ในระบบตา่ งๆ การแบ่งยุคสมัยในประวัติศาสตรข์ อง ของ
ภูมิภาคอื่น ๆ นอกเหนอื จากเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ เขา้ ใจข้อจากัดและสามารถใชห้ ลักฐานทางระวัติศาสตร์สรา้ งองค์
ความรเู้ กยี่ วกบั ความเปน็ มาของภมู ิภาคอื่นๆ เช่น ยุโรปเอมริกา ฯลฯ
วิเคราะห์ความสาคัญของอดีต เข้าใจและสามารถใช้หลักฐานทางประวัติศาสตร์สร้างองค์ความรู้ใหม่ที่มีผลต่อ
ปจั จบุ นั เพอื่ ให้เขา้ ใจเหตุการณท์ างประวัติศาสตร์อยา่ งถูกตอ้ ง
ศกึ ษาประวัติศาสตรส์ มัยธนบุรีและรตั นโกสินทร์ประเทศในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ ด้านปจั จัยทางภูมศิ าสตร์ใน
การต้งั ถ่ินฐาน การเมือง การปกครอง เศรษฐกจิ สงั คมและวฒั นธรรม ดว้ ยวิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ เข้าใจการก่อเกิด
อารยธรรมตะวนั ออกและตะวันตก ภูมปิ ัญญาไทย ผลงาน บคุ คลตัวอยา่ งทีส่ าคัญของชาติ เพ่อื ให้มคี วามรู้ความเขา้ ใจและ
สามารถวเิ คราะห์เปรียบเทียบปจั จัยพน้ื ฐานการตั้งถิน่ ฐานของรฐั ในการดารงชีวิตของประชากรไทยในยุคต่าง ๆ ในอดตี
จนถงึ สมยั ปจั จุบนั สามารถสรุป วิเคราะห์ความสมั พันธ์ท่มี ีผลต่อลักษณะเฉพาะของสมัยธนบุรแี ละรัตนโกสนิ ทร์
เพอ่ื ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจภูมปิ ัญญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี วัฒนธรรมความเช่ือ ตลอดจนบุคคล
สาคญั ในประวัติศาสตร์ชาติไทย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เหน็ คุณค่าของวิถีชีวิตไทย สามารถนามาเป็นแบบอย่างท่ี
ดใี นการดาเนนิ ชีวติ
รหสั ตัวช้ีวัด
ส ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒
ส ๔.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔
(รวมท้งั หมด ๖ ตัวช้วี ดั )
คำอธิบำยรำยวิชำ
ส๒๓๑๐๓ วิชำ สังคมศึกษำ ๖ กลมุ่ สำระกำรเรียนรสู้ ังคมศึกษำศำสนำ และวฒั นธรรม
ชั้นมัธยมศกึ ษำปีท่ี ๓ ภำคเรียนท่ี ๒
เวลำเรียน ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต
ศกึ ษาความหมายของ อปุ สงค์ อปุ ทาน กลไกราคา ตลาด การกาหนดราคา สินค้าและบริการ ในระบบ
เศรษฐกิจ สภาพปญั หาท้องถ่ิน แนวทางการแกไ้ ขปัญหา การพัฒนาท้องถน่ิ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
หลักการของระบบสหกรณ์ บทบาทหน้าท่ี นโยบาย กิจกรรมทางเศรษฐกจิ ของรฐั การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่าง
ประเทศ ในภมู ภิ าคตา่ งๆ ภาวะเงินเฟอ้ เงนิ ฝดื การวา่ งงาน การคา้ และการลงทุนระหวา่ งประเทศ การกดี กันทางการค้า
รวมทั้งผลกระทบและแนวทางแกป้ ัญหา
ศึกษาเครอื่ งมือทางภมู ิศาสตร์ทแ่ี สดงลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวปี อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ การ
เปล่ยี นแปลงประชากร เศรษฐกจิ สงั คม และ วฒั นธรรม ทรพั ยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อมปัญหาส่ิงแวดลอ้ ม และ
ผลกระทบต่อเนื่อง ทมี่ ผี ลตอ่ ประเทศไทย
เพ่ือให้มคี วามรู้ความสามารถในการอธิบาย วิเคราะห์ระบบเศรษฐกจิ ตามหลักเศรษฐศาสตร์ และเลอื กใช้
เคร่อื งมอื ทางภมู ิศาสตร์ในการรวบรวมข้อมลู ต่างๆได้ถูกต้อง ทาให้เกดิ การใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มั่นในการทางาน มีวิจารญาณ มี
วนิ ัย ซ่ือสัตย์สุจริต มีจติ สาธารณะ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
รหสั ตัวช้ีวดั
ส ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒
ส ๔.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒
(รวมท้ังหมด ๔ ตัวชี้วัด)
คำอธิบำยรำยวิชำ
ส๒๓๑๐๔ วิชำ ประวัติศำสตร์ ๖ กล่มุ สำระกำรเรียนร้สู งั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษำปที ี่ ๓ ภำคเรียนที่ ๒
เวลำเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศึกษาการเมืองการปกครองและกฎหมายที่ควบคุมให้สังคมสงบสุข ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อให้มีความรู้
ความเข้าใจ สามารถวเิ คราะห์เปรียบเทยี บรูปแบบการปกครองของชนชาติไทยตง้ั แต่อดตี ถึงปัจจบุ นั
เพ่ือใหม้ คี วามรู้ ความเข้าใจภมู ปิ ัญญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี วัฒนธรรมความเช่ือ ตลอดจนบคุ คล
สาคัญในประวตั ิศาสตร์ชาติไทย เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ เหน็ คณุ ค่าของวิถีชวี ติ ไทย สามารถนามาเปน็ แบบอย่างท่ี
ดีในการดาเนนิ ชวี ติ
รหัสตวั ช้ีวดั
ส๔.๒ม.๓/๑,ม.๓/๒
ส๔.๓ม.๒/๑,๒/๒, ๒/๓, ๒/๓, ๒/
(รวมทั้งหมด ๖ ตัวชีว้ ดั )
คำอธบิ ำยรำยวิชำเพิ่มเติมกลุม่ สำระกำรเรยี นรูส้ งั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษำตอนตน้
คำอธบิ ำยรำยวิชำเพิ่มเติม
ส๒๐๒๐๑ วิชำ อำเซียนศึกษำ ๑ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
เวลำเรยี น ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษา วิเคราะหส์ ภาพภมู ศิ าสตร์ของอาเซยี น ลกั ษณะการเมอื งการปกครอง เศรษฐกจิ สังคมและวัฒนธรรม
ความหลากหลายของประเทศสมาชกิ อาเซียน ความสาคญั ความเปน็ มาของอาเซียนเกี่ยวกับการก่อตง้ั โครงสร้าง
ความร่วมมือของอาเซยี นในด้านตา่ งๆ ความเปน็ มาของประชาคมอาเซยี น กฎบตั รและจดุ มุ่งหมายของประชาคม
อาเซยี น การเตรยี มตวั เข้าสปู่ ระชาคมอาเซยี นของไทยในด้านทรพั ยากรมนุษย์ เศรษฐกิจ สงั คมและวัฒนธรรม ผลท่ี
ประเทศไทยจะไดร้ ับจากการเข้าสปู่ ระชาคมอาเซยี น บทบาทของไทยในอาเซยี น บทบาทของอาเซียนในสงั คมโลก
โดยใชก้ ระบวนการคิด กระบวนการสบื ค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการ
เผชิญสถานการณแ์ ละแก้ปัญหา
เพื่อให้เกิดความรคู้ วามเข้าใจ ตระหนักในความสาคัญของการรวมกลุ่มอาเซยี น มคี วามภาคภูมิใจในการเปน็
สมาชิกของอาเซียน มคี วามเข้าใจอนั ดีต่อสมาชิกของประเทศในกลุ่มอาเซียนและสามารถปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ท่ีดีของ
สงั คมอาเซยี นและปรบั ตวั ในการอยรู่ ว่ มกันในประชาคมอาเซยี นอย่างมีความสุข
ผลกำรเรยี นรู้
๑. อธบิ ายสภาพแวดล้อมทางภมู ิศาสตร์ ลกั ษณะการเมอื งการปกครอง เศรษฐกจิ สังคมและวัฒนธรรมของ
อาเซียน
๒. วิเคราะห์ความแตกต่างและความคล้ายคลงึ พัฒนาการของอาเซยี น ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซยี นใน
ด้านตา่ งๆจากอดตี ถึงปัจจบุ ัน
๓. อธิบายการก่อตงั้ และบอกสญั ลกั ษณแ์ ละคาขวัญ สาระสาคัญของกฎบัตร บทบาทหนา้ ทีข่ องสานัก
เลขาธกิ ารอาเซียนได้
๔. ตระหนักในความสาคัญของการพฒั นาคนไทยสูป่ ระชาคมอาเซยี น
๕. อธบิ ายอัตลักษณ์ ธงชาติ สกุลเงิน ภาษา การส่ือสาร ลักษณะดอกไมป้ ระจาชาตขิ องประเทศสมาชิก
อาเซยี น
๖. ภาคภูมใิ จในลกั ษณะเดน่ ของมรดกโลกในประเทศสมาชิกอาเซยี น ปฏิบัตติ นเป็นพลเมืองทีด่ ีของ
ประชาคมอาเซยี นและพลโลก
รวมท้ังหมด ๖ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธบิ ำยรำยวิชำเพิ่มเติม
ส๒๐๒๐๒ วชิ ำ อำเซียนศึกษำ ๒ กลมุ่ สำระกำรเรียนรสู้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
เวลำเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาประวัตคิ วามเป็นมา การกอ่ ตั้ง วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งอาเซยี น กฎบตั รอาเซยี น โครงสรา้ งและกลไก
การดาเนนิ งานของอาเซียน ความร่วมมอื ของอาเซยี น ความร่วมมอื ภายนอกอาเซยี นประโยชน์ท่ีประเทศไทยจะได้รบั
จากการเข้าสปู่ ระชาคมอาเซยี น บทบาทของไทยในอาเซียน บทบาทของอาเซยี นในสังคมโลก การเตรยี มความพร้อมเพ่ือ
เข้าสู่ประชาคมอาเซียนและสินค้าสง่ ออก สินคา้ นาเขา้ ของประเทศสมาชิกอาเซยี น
โดยใชท้ ักษะกระบวนการคดิ วิเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม ทักษะการส่ือสาร ทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยี ทกั ษะ
การแกป้ ัญหา ทกั ษะการแก้ปญั หาอย่างสันตวิ ธิ ี ทกั ษะการเรียนรแู้ ละการพฒั นาตน ทักษะพลเมืองในประชาคม
อาเซียน
เพ่ือตระหนักในความเป็นอาเซียนรว่ มกนั เคารพในความแตกต่าง ภมู ใิ จในความเป็นไทยและความเปน็
อาเซียน มีวิถชี วี ติ ประชาธปิ ไตยละสนั ติวฒั นธรรม ดาเนินชีวิตตามหลักการของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลกำรเรียนรู้
๑. วิเคราะห์ความเป็นมา เป้าหมาย และพฒั นาการของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
๒. วเิ คราะห์สาระสาคญั ของกฎบัตรอาเซยี น เปา้ หมายของประชาคมอาเซยี น และผลท่ีเกิดข้นึ ตอ่ ประเทศ
เทศไทยและประเทศกล่มุ สมาชิกอาเซียน
๓. วิเคราะห์ผลทเี่ กิดข้ึนกับประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียน จากการท่ีอาเซยี นมคี วามสัมพนั ธก์ ับ
ต่างประเทศและองค์กรระหวา่ งประเทศ
๔. ตระหนกั ในปัญหาสงิ่ แวดลอ้ ม และดาเนนิ ชีวติ ท่ีอนรุ กั ษส์ ิง่ แวดล้อม
๕. เข้าร่วมกิจกรรมเกยี่ วกับอาเซียน และสร้างผลงานเผยแพร่ความรูเ้ ก่ยี วกบั อาเซียน
๖. สามารถสื่อสารภาษาอาเซียน และภาษาประเทศสมาชิกอาเซยี นไดอ้ ย่างน้อย 1 ภาษา
๗. ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของประเทศและประชาคมอาเซียนท่เี คารพศักดิ์ศรีความเปน็ มนุษย์
๘. ภาคภูมิใจในความเปน็ ไทยและความเปน็ อาเซยี น
รวมทั้งหมด ๘ ผลกำรเรียนรู้
คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม
ส๒๐๒๐๓ วิชำ อำเซียนศึกษำ ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนร้สู ังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
เวลำเรยี น ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาประวตั ิความเปน็ มา การกอ่ ตง้ั วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งอาเซยี น สัญลกั ษณ์ อัตลักษณ์ กฎบัตร
อาเซยี น โครงสร้างและกลไกการดาเนินงาน และพฒั นาการของอาเซยี น ความร่วมมือของประเทศสมาชิกในแต่ละด้าน
วิเคราะหค์ วามแตกต่างด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมของประเทศสมาชิกอาเซยี น
ผลกระทบและประโยชน์ทีป่ ระเทศไทยจะไดร้ บั จากการเขา้ สปู่ ระชาคมอาเซียน บทบาทของไทยในอาเซยี น บทบาทของ
อาเซยี นในสังคมโลก และการเตรียมความพร้อมเพ่ือเข้าส่ปู ระชาคมอาเซียน
โดยใชท้ ักษะกระบวนการการมีส่วนร่วม การคิด การอภิปราย การสืบค้นโดยการบรู ณาการกระบวนการทางาน
เปน็ กลุ่ม กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอดและกระบวนการสบื คน้ จากแหลง่ ข้อมลู ท่หี ลากหลายโดยใชส้ ื่อเทคโนโลยี
เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเข้าใจและมสี มรรถนะท่ีสาคญั ในการสือ่ สาร การคดิ การแก้ปญั หา การใช้เทคโนโลยี
ตลอดจนมีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริยม์ ีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ ม่ันในการทางานรักความเปน็ ไทย มี
จิตสาธารณะ และสามารถอยู่ร่วมกนั ได้อยา่ งมีความสุข
ผลกำรเรยี นรู้
๑. อธิบายประวัติความเป็นมา ขอ้ มูลพนื้ ฐาน สญั ลักษณ์ และลกั ษณข์ องประเทศสมาชิกอาเซยี น
๒. อธบิ ายวัตถปุ ระสงคข์ องการก่อตัง้ ประชาคมอาเซยี นและกฎบัตรอาเซียน
๓. อธบิ ายโครงสรา้ ง และกลไกการดาเนินงานของอาเซยี น
๔. วิเคราะห์ความแตกต่างและความคล้ายคลงึ ระหว่างประเทศสมาชกิ กลุม่ อาเซียน ด้านการเมือง การปกครอง
เศรษฐกจิ สังคม และวัฒนธรรม
๕. วเิ คราะห์บทบาทของอาเซียนในสงั คมโลกและผลท่คี าดวา่ จะไดร้ บั
๖. วเิ คราะหก์ ารเตรยี มตัว เข้าสปู่ ระชาคมอาเซยี นของไทย ประโยชนแ์ ละผลกระทบทีป่ ระเทศไทยจะไดร้ บั
๗. ภาคภมู ิใจในความเป็นไทยและความเปน็ อาเซียน
รวมทั้งหมด ๗ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเติม
ส๒๐๒๐๔ วิชำ กฎหมำยน่ำรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ งั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
เวลำเรียน ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศกึ ษาความหมายทีม่ าลักษณะทัว่ ไป ความสาคัญ ประเภท และประโยชน์ของกฎหมาย ศึกษากฎหมาย ประวัติ
ความเป็นมาของกฎหมายไทย การจัดทากฎหมายของไทย ศึกษากฎหมายพ้ืนฐานในการปกครองประเทศ กฎหมาย
อาญา กฎหมายแพ่งและอน่ื ๆ วิเคราะหแ์ ละปฏบิ ตั ิตนตามกฎหมายทเี่ ก่ียวข้องกับตนเอง ครอบครัว และสงั คมโลก
โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ สืบค้น อภิปราย นาเสนอแนวทางปฏิบัติตนและมีส่วนร่วมสนับสนุน เพื่อให้
สามารถดารงชวี ิตอยรู่ ่วมกันในสงั คมไทย เป็นพลเมอื งดใี นระบบประชาธปิ ไตย
ผลกำรเรียนรู้
๑. อธิบายความหมายของกฎหมายได้
๒. สรปุ ทม่ี าของกฎหมายได้
๓. สรุปลกั ษณะของกฎหมายไทยได้
๔. อธบิ ายการจัดทากฎหมายไทยได้
๕. อธิบายลักษณะกฎหมายอาญาได้
๖. อธบิ ายลักษณะกฎหมายแพ่งได้
๗. สรุปกฎหมายอ่นื ๆ ในชวี ติ ประจาวนั ได้
รวมท้ังหมด ๗ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิม่ เติม
ส๒๐๒๐๕ วชิ ำ จริยธรรมกับบุคคล กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
เวลำเรียน ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศกึ ษาชีวิต และงานของบคุ คลทป่ี ระกอบดว้ ยคุณธรรม จรยิ ธรรม สรา้ งสรรคค์ วามเจรญิ
ใหก้ บั ท้องถ่ิน สงั คม และประเทศชาติ วิเคราะห์คุณธรรม แนวทางปฏิบัติ และแนวคดิ ของบคุ คล
เหล่านน้ั ท่สี ง่ ผลตอ่ การพฒั นาตนเอง ท้องถิน่ ประเทศชาติ
เพอื่ ใหม้ คี วามรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกบั การเป็นการดารงตนและได้เหน็ แบบอย่างการประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตนที่ดี เห็น
คณุ คา่ ตระหนกั ถึงความสาคัญ ท่จี ะต้องศึกษาและปฏบิ ัตติ นตามแบบอยา่ งของบุคคลเพื่อการดารงชีวติ อย่างมีความสุข
ในสงั คม
ผลกำรเรยี นรู้
๑. เพ่ือใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจ ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะคุณธรรม จริยธรรมของบุคคล
๒. เพื่อใหม้ คี วามรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั วิธีการปลูกฝังคุณธรรม จรยิ ธรรมของบุคคลในลักษณะ
ตา่ ง ๆ
๓. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเกิดแนวคิดในการหาวิธีการนาแบบอย่างทด่ี ีของบุคคลในทอ้ งถิน่ และ
ประเทศชาติมาเป็นแนวปฏบิ ัติ
๔. เพ่ือใหส้ ามารถวเิ คราะห์ แนวทางการปฏบิ ัตติ นใหเ้ ป็นผู้มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และแนวคิดของบุคคลตัวอยา่ ง
ในระดบั ตา่ ง ๆ ที่สง่ ผลต่อการพัฒนาตนเอง ทอ้ งถนิ่ และประเทศชาติ
๕. เพื่อศกึ ษาประวตั ิ ชีวิต ผลงาน ลักษณะคุณธรรม จรยิ ธรรม และการนาคุณธรรมเหลา่ น้ันมาใช้เปน็ แนวทาง
ในการดาเนนิ ชวี ติ ของตนเองของบุคคล
๖. เพ่ือใหเ้ ห็นคุณค่า และเกิดความตระหนักในการประพฤติปฏิบัตติ นเปน็ พลเมืองดีตามแบบอย่างของบุคคล
ตวั อยา่ ง
รวมท้ังหมด ๖ ผลกำรเรียนรู้
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพมิ่ เติม
ส๒๐๒๐๖ วิชำ โครงงำนประวัตศิ ำสตร์ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
เวลำเรียน ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
เพ่ือศึกษา ความรูเ้ บื้องตน้ ของการทาโครงงาน ความหมาย และองคป์ ระกอบ ประเภทของ
โครงงาน หลักการทาโครงงาน กระบวนการจัดทาโครงงาน การสารวจและการวิเคราะหข์ ้อมูล มีทกั ษะกระบวนการคดิ
วเิ คราะห์วิจารณ์ สามารถเขยี นเคา้ โครงของโครงงาน
เพ่อื ศึกษากระบวนการวิธที างประวตั ศิ าสตร์วธิ ีการทางประวัติศาสตร์ สามารถรวบรวมหลกั ฐานขอ้ มูล พิจารณา
ไตรต่ รอง วเิ คราะห์และตคี วามจากหลักฐานแลว้ นามาเปรียบเทยี บอยา่ งเปน็ ระบบ เพ่ืออธิบายเหตกุ ารณ์สาคัญที่เกิดขึ้น
ในอดีต
เพื่อศกึ ษา วิเคราะห์ความหมายและความสาคญั ของประวัติศาสตร์ทอ้ งถ่ิน แสวงหาแนวทาง กระบวนการ และ
วิธกี ารในการศึกษาเพ่อื สร้างประวตั ศิ าสตร์ท้องถน่ิ
ฝึกปฏิบัตแิ ละดาเนนิ งานทาโครงงานดว้ ยวิธีการทางประวัตศิ าสตร์และการนาเสนอผลงาน
มสี ว่ นรว่ มในการกาหนดแนวทางการวดั ผลและประเมินผลโครงงาน สามารถนาเสนอในรูปโครงงาน
ผลกำรเรยี นรู้
๑. อธิบายความรเู้ บื้องตน้ ของการทาโครงงาน ความหมาย และองค์ประกอบ ประเภทของโครงงานได้
๒. อธบิ ายเก่ียวกับหลักการทาโครงงาน และกระบวนการจัดทาโครงงานได้
๓. ปฏิบัติทักษะในการสารวจ การวิเคราะหข์ ้อมลู และกระบวนการคิดวิเคราะหว์ ิจารณ์
๔. สามารถเขยี นและนาเสนอเค้าโครงของโครงงานได้
๕. มีความรู้ความเขา้ ใจในกระบวนการวธิ ที างประวตั ิศาสตร์ และสามารถยกเหตุการณ์สาคญั
มาอธิบายตามวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์
๖. อธิบายและยกตวั อยา่ งโครงงานทางประวัติศาสตรท์ ีน่ ่าสนใจได้
๗. ฝกึ ปฏิบตั ดิ ว้ ยตนเองตามความสามารถ ความถนดั และความสนใจ โดยอาศยั กระบวนการ
ทางประวตั ิศาสตร์ ดาเนินงานทาโครงงานและการนาเสนอผลงานได้
๘. มีส่วนรว่ มในการกาหนดแนวทางการวัดผลและประเมนิ ผลโครงงาน
รวมท้ังหมด ๘ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่มิ เติม
ส๒๐๒๐๗ วชิ ำ ประชำกรกับคุณภำพชีวติ กลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ ังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
เวลำเรียน ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ
ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะประชากร ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมกับคุณภาพชีวิต สาเหตุ ผลกระทบต่อ
คณุ ภาพชวี ติ และแนวทางแกไ้ ขปญั หาสังคมที่สาคัญ ๆ โดยเน้นปัญหาสุขภาพอนามัย ปัญหาการประกอบอาชีพ ปัญหา
อาชญากรรม ปัญหาสิ่งเสพติดให้โทษ ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร ปัญหาความไม่สมดุลระหว่างจานวนประชากร
และทรพั ยากร แนวทางพัฒนาคณุ ภาพประชากรของประเทศไทย
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ การแสวงหาความรู้ คิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่มโดยประยุกต์
ความสามารถในการสอ่ื สาร การคดิ การแกป้ ญั หา ทักษะชีวิต และการใชเ้ ทคโนโลยีมาใชอ้ ย่างเหมาะสม
เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับประชากรและคุณภาพชีวิต ตระหนักในปัญหา และมีส่วนรับผิดชอบในการ
พัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัวและสังคม มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างอเพียง มุ่งม่ันในการทางาน มีจิต
สาธารณะ
ผลกำรเรียนรู้
๑. วเิ คราะห์ความสัมพนั ธ์ระหว่างประชากร ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม
๒. อธิบายภาวะประชากร และความสาคัญของภาวะประชากรในแตล่ ะดา้ นได้
๓. วเิ คราะหผ์ ลของการเปลี่ยนแปลงภาวะประชากร อันเน่ืองจากการเกิด การตาย การย้ายถน่ิ
๔. วิเคราะห์ผลของการเปลี่ยนแปลงประชากรท่มี ีต่อปัญหาสขุ ภาพอนามัย ปญั หาการทามาหากนิ ปัญหา
อาชญากรรม ปญั หายาเสพติดใหโ้ ทษ และปญั หาการขาดแคลนทรัพยากร ของประเทศไทย และชุมชน
๕. อธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่างปจั จยั ด้านประชากร ทรพั ยากรและสิ่งแวดล้อมกบั การพัฒนาคุณภาพชีวติ และ
บอกแนวทางพัฒนาคณุ ภาพประชากรของประเทศไทย และท้องถ่ิน
รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธบิ ำยรำยวิชำเพม่ิ เติม
ส๒๐๒๐๘ วิชำ กำรเมอื งกำรปกครอง กลมุ่ สำระกำรเรียนร้สู ังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
เวลำเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษา วิเคราะห์ ปญั หาการเมืองที่สาคัญในประเทศ จากแหล่งข้อมลู ตา่ งๆ พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขเสนอ
แนวทาง ทางการเมืองการปกครองทน่ี าไปสู่ความเขา้ ใจ และการประสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศวเิ คราะห์
ความสาคญั และ ความจาเป็นท่ีต้องธารงรักษาไวซ้ ึ่งการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็น
ประมขุ วเิ คราะห์ความสาคญั และ ความจาเป็นท่ีต้องธารงรักษาไวซ้ ง่ึ การปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมี
พระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ วิเคราะห์ปญั หาทางการเมืองจากแหลง่ ข้อมูลตา่ ง ๆ ความสาคัญจาเปน็ ท่ีต้องธารงรักษา
ไว้ เพื่อการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมขุ ตรวจสอบการใช้อานาจรฐั
เพ่ือใหเ้ กดิ ความรูค้ วามเข้าใจ วเิ คราะหข์ ้อมูลในเรื่องต่าง ๆ สามารถเสนอแนวทางในการอนุรักษ์ ตรวจสอบและ
มสี ่วนร่วม เพอื่ นาไปสคู่ วามเข้าใจประสานผลประโยชนร์ ่วมกัน รวมทั้งปฏิบตั ิตน และมสี ว่ นสนบั สนุนให้ผู้อื่นประพฤติ
ปฏบิ ัตเิ พอ่ื เปน็ พลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก
ผลกำรเรยี นรู้
๑. วิเคราะห์ปญั หาการเมืองที่สาคญั ในประเทศ จากแหลง่ ข้อมลู ตา่ งๆ พรอ้ มท้งั เสนอแนวทางแก้ไข
๒. เสนอแนวทาง ทางการเมอื งการปกครองที่นาไปสคู่ วามเขา้ ใจ และการประสานประโยชน์ร่วมกันระหวา่ ง
ประเทศ
๓. วิเคราะห์ความสาคัญและ ความจาเปน็ ท่ตี ้องธารงรกั ษาไว้ซึง่ การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย อันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข
๔. เสนอแนวทางและมสี ว่ นร่วมในการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐ
รวมท้ังหมด ๔ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธิบำยรำยวิชำเพม่ิ เติม
ส๒๐๒๐๙ วชิ ำ ท้องถ่ินของเรำ ๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ งั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
เวลำเรียน ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศึกษาลักษณะทัว่ ไปของจังหวัด ประวัตคิ วามเป็นมา สภาพแวดล้อมทางภมู ิศาสตร์และอาณาจักรโบราณที่
เกย่ี วข้อง การประกอบอาชีพ ระบบเศรษฐกิจพอเพียง อทิ ธพิ ลของสภาพแวดลอ้ มทัง้ ทางธรรมชาตแิ ละทางสงั คมท่ีมตี ่อ
การดารงชวี ติ ของคนในท้องถิ่น
เพ่อื ให้มีความภาคภูมิใจ รกั และผูกพันกับท้องถ่ินของตน
ผลกำรเรยี นรู้
๑. รแู้ ละเข้าใจ ประวัติความเปน็ มาของจังหวดั
๒. เขา้ ใจความหมายและขอบเขตของท้องถนิ่ ตลอดจนท่ีต้ัง ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ ลกั ษณะภูมิอากาศและ
ทรัพยากรธรรมชาติของทอ้ งถิ่นตน
๓. มคี วามรู้ความเข้าใจลักษณะเศรษฐกจิ และการประกอบอาชพี ของประชาชนในจังหวัด
๔. รู้และเขา้ ใจแนวคดิ เร่ืองเร่ืองเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนาหลักเศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวันได้
รวมทั้งหมด ๔ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธบิ ำยรำยวิชำเพม่ิ เติม
ส๒๐๒๑๐ วชิ ำ ท้องถิ่นของเรำ ๒ กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
เวลำเรยี น ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ
ศึกษาแหลง่ ท่องเทยี่ วโบราณสถาน โบราณวัตถุ และหัตถกรรมพืน้ บา้ น ขนบธรรมเนยี มประเพณี
ทรัพยากรธรรมชาติและบุคคลสาคัญในท้องถ่นิ
เพือ่ ให้เกิดความร้คู วามเขา้ ใจวิถกี ารดารงชวี ิต ขนบธรรมเนียมประเพณี มคี วามภาคภมู ิใจ รกั ษาและผูกพันกับ
ท้องถน่ิ ตนและรว่ มมอื กนั อนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และวฒั นธรรมของท้องถน่ิ
ผลกำรเรยี นรู้
๑. รแู้ ละเข้าใจความเปน็ มาและตระหนกั ถึงความสาคัญของแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วในจังหวดั
๒. รแู้ ละเขา้ ใจขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละศิลปะพนื้ บา้ นทีม่ อี ยู่ในจงั หวดั
๓. รู้และเขา้ ใจปัญหาทรัพยากรธรรมชาติในท้องถ่นิ ตลอดจนเสนอแนวทางในการอนรุ กั ษ์
๔. รู้และเขา้ ใจประวัติและผลงานของบุคคลสาคัญในท้องถน่ิ ทง้ั อดีตและปัจจบุ ันได้
รวมท้ังหมด ๔ ผลกำรเรียนรู้
คำอธบิ ำยรำยวิชำเพิม่ เติม
ส๒๐๒๑๑ วิชำ เศรษฐศำสตร์ครอบครัว กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
เวลำเรยี น ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ
ศกึ ษาเกีย่ วกบั ความตอ้ งการและความจาเป็นทางเศรษฐกิจของผู้บริโภค หนา้ ทข่ี องผ้บู ริโภคสินค้าและบรกิ าร
ทางธรุ กิจ และความคุม้ ครองทร่ี ัฐใหแ้ ก่ผูบ้ ริโภค หลักการเลือกซ้ือสินค้า การใช้บริการ การวางแผนการจา่ ยเงนิ การออม
การลงทุน ปญั หาของผูบ้ รโิ ภคและแนวทางแก้ไข
ผลกำรเรยี นรู้
๑. มีความรคู้ วามเข้าใจ เก่ยี วกบั ความต้องการ และความจาเป็นในการซ้ือสนิ ค้าและบริการหน้าทขี่ องผู้บรโิ ภค
สินคา้ และบรกิ ารทางธุรกจิ และความคุ้มครองทีร่ ฐั ให้แก่ ผ้บู ริโภคหลกั การเลือกซือ้ สนิ ค้า การใช้บรกิ าร การวางแผนการ
จา่ ยเงิน การออม การลงทนุ ปัญหาของผบู้ รโิ ภคและแนวทางแก้ไข
๒. สามารถวางแผนการใช้จ่ายเงิน การออม และการลงทุน
๓. สามารถแก้ปัญหาท่ีเกิดจากการใชส้ ินค้าและบรกิ ารของสมาชิกในครอบครัวได้
๔. มีกจิ นิสัยทด่ี ีในการใช้ทรัพยากรอย่างประหยดั คุ้มคา่ รักษาสิ่งแวดลอ้ ม
รวมท้ังหมด ๔ ผลกำรเรียนรู้
คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม
ส๒๐๒๑๒ วิชำ ประชำกรกับสิง่ แวดล้อม กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
เวลำเรยี น ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศกึ ษา วิเคราะห์ ความสาคญั ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม การใชป้ ระโยชนจ์ าก
ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความสมั พันธ์ระหว่างส่ิงมชี ีวติ และสิง่ แวดล้อม ระบบนเิ วศและการเปลี่ยนแปลงของ
ระบบนเิ วศ ความหมายและความสาคัญของการศึกษาเกีย่ วกับภาระประชากร สถานการณเ์ กย่ี วกับประชากรและการ
เปลยี่ นแปลงของประชากร และแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของประชากร ความสัมพนั ธ์ระหว่างประชากรกับ
สง่ิ แวดล้อม สถานการณแ์ ละวกิ ฤตการณส์ ิง่ แวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติ ความรว่ มมือด้านส่ิงแวดล้อมระหว่าง
ประเทศ และการพฒั นาคุณภาพสงิ่ แวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาตทิ ยี่ งั่ ยนื
โดยใชก้ ระบวนการคิด กระบวนการสืบคน้ ข้อมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการเผชญิ
สถานการณ์และการแกป้ ัญหา
เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถนาไปปฏบิ ตั ิในการดาเนินชีวติ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมอันพึง
ประสงค์ มีสว่ นร่วมในการแก้ปญั หาและพฒั นาคุณภาพสิง่ แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติทีย่ ่ังยืน
ผลกำรเรยี นรู้
๑. เห็นคุณค่าและความสาคัญของทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
๒. มีความรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกับระบบนิเวศและผลกระทบจากการเปลีย่ นแปลงของระบบนเิ วศ
๓. วิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกบั ประชากรและการเปลยี่ นแปลงของประชากรได้
๔. อธิบายแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรและความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประชากรกบั สิง่ แวดลอ้ มได้
๕. มีความรคู้ วามเขา้ ใจสถานการณส์ ง่ิ แวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติ
๖. มีสว่ นรว่ มในการอนุรักษ์และพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาตทิ ีย่ ่ังยืน
รวมท้ังหมด ๖ ผลกำรเรยี นรู้
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่มิ เติม
ส๒๐๒๑๓ วิชำ เศรษฐกิจพอเพยี ง กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
เวลำเรียน ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
บอก อธิบาย จาแนก ยกตวั อย่าง สรปุ เปรียบเทยี บ และวิเคราะหค์ วามหมาย ความสาคัญ ทมี่ า และลกั ษณะ
สาคญั ของหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เกษตรทฤษฎใี หม่ โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ ตัวอย่างบุคคล
พอเพียง ระบบเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกจิ ของไทย ปัญหาเศรษฐกิจของไทยและแนวทางการพัฒนา การพฒั นาเศรษฐกิจ
การขบั เคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ การพัฒนาประเทศตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง การขับเคล่ือนของ
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง และแผนพฒั นาฯ ฉบับที่ ๑๐ กบั การพัฒนาประเทศ
โดยใชก้ ระบวนการทางสังคมศาสตร์ การคดิ วเิ คราะห์ การสบื คน้ ขอ้ มูล กระบวนการกลุ่ม การแก้ปัญหา และ
การอธบิ าย เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสือ่ สารส่ิงทเี่ รยี นรู้ สามารถที่จะตัดสินใจ รวมทง้ั ปฏิบัติตามกฎหมาย
ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
ตระหนัก เหน็ คุณค่า และความสาคญั ของเศรษฐกิจพอเพียง รวมท้ังเหน็ ความสาคัญของการนามาประยุกต์ใช้ใน
การดาเนนิ ชีวติ
ผลกำรเรียนรู้
๑. อธบิ ายหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง รวมทั้งสามารถนามาประยุกต์ใช้ในการดาเนนิ ชีวติ ได้
๒. อธบิ ายหลกั การทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งโครงการตามประราชดาริ และนามาเปน็
แนวปฏิบตั ิในการดาเนนิ ชีวิตไดอ้ ย่างถูกต้อง
๓. อธิบายเกย่ี วกับระบบเศรษฐกจิ รวมทงั้ ปญั หาของระบบเศรษฐกิจของไทยและแนวทางการแก้ไขได้
๔. รแู้ ละเขา้ ใจเกีย่ วกับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยและสภาพปญั หาของโครงสร้างทางเศรษฐกจิ
๕. อธิบายความสาคญั ของการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมท้งั แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติฉบบั ทีผ่ ่านมาได้
๖. อธิบายถึงความสาคญั ของการนาปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ในแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คม
แหง่ ชาติฉบบั ปจั จบุ ันได้
๗. อธิบายแนวทางการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของแต่ละภาค
รวมท้ังหมด ๗ ผลกำรเรยี นรู้
ส๒๑๒๓๑ วิชำ หนำ้ ที่พลเมอื ง ๑ คำอธิบำยรำยวิชำเพ่มิ เติม
ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๑
เวลำเรยี น ๒๐ ช่วั โมง กลุ่มสำระกำรเรยี นร้สู ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
ภำคเรยี นท่ี ๑
จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
มีสว่ นร่วมอนรุ กั ษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแต่งกาย การมีสมั มาคารวะ แสดงออก
ถึงความเอือ้ เฟื้อเผือ่ แผ่และเสียสละตอ่ สงั คม เหน็ คณุ คา่ และอนุรักษ์ขนบธรรมเนยี มประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิ
ปญั ญาไทย ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ ีวนิ ยั ในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสตั ย์สุจริต ขยันหม่ันเพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตงั้ ใจปฏิบัติ
หนา้ ทแ่ี ละยอมรบั ผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ัติตนเปน็ แบบอยา่ งของความรกั ชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั ริย์ ประยกุ ต์และ
เผยแพรพ่ ระบรมราโชวาทในเรอ่ื งมเี หตุผล รอบคอบ หลกั การทรงงานในเรื่องการใช้ธรรมชาติชว่ ยธรรมชาตกิ ารปลูกปา่
ในใจคน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ วี ินัยในตนเอง ในเร่ืองความซอื่ สตั ยส์ ุจรติ
ขยันหมั่นเพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ และตั้งใจปฏิบตั ิหน้าที่
ปฏบิ ตั ติ นเปน็ พลเมืองดตี ามวิถปี ระชาธปิ ไตย ในการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมต่างๆ ของสังคม การตัดสนิ ใจโดยใช้
เหตุผล มีสว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมของห้องเรยี นและโรงเรยี น ตรวจสอบขอ้ มูลเพอื่ ใช้
ประกอบการตัดสินใจในกิจกรรมต่างๆ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผ้มู ีวนิ ัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตยส์ ุจรติ อดทน ขยันหมนั่ เพียร
ใฝห่ าความรู้ ตั้งใจปฏบิ ัตหิ นา้ ทแี่ ละยอมรบั ผลทีเ่ กิดจากการกระทาของตนเองยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คม
วฒั นธรรมในภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ในเรื่องวถิ ีชีวติ วฒั นธรรม ศาสนา สงิ่ แวดลอ้ ม อยู่ร่วมกนั อย่างสันตแิ ละ
พึง่ พาซ่งึ กันและกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรมด้วยการเคารพซงึ่ กันและกนั ไม่แสดงกิรยิ าและวาจาดูหมน่ิ ผอู้ ่ืน ช่วยเหลอื ซ่ึง
กนั และกัน แบ่งปัน มสี ่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขดั แย้งโดยสันติวธิ ี ในเร่อื งการทะเลาะวิวาท ความคดิ เห็นไม่ตรงกัน
ด้วยการเจรจาไกล่เกลีย่ การเจรจาตอ่ รอง การระงบั ความขัดแย้ง ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ในเรื่องความซือ่ สัตย์
สจุ ริต อดทน ใฝห่ าความรู้ ตงั้ ใจปฏิบัตหิ นา้ ที่ ยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการ
แกป้ ญั หากระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสรา้ งค่านยิ ม และกระบวนการ
สรา้ งเจตคติ
เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทย ภาคภมู ิใจในความเปน็ ไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนา
และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ เป็นพลเมืองดใี นระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ มีสว่ น
ร่วมทางการเมอื งการปกครอง อย่รู ว่ มกับผูอ้ นื่ อยา่ งสันติ จัดการความขัดแย้งด้วยสนั ตวิ ิธี และมวี นิ ัยในตนเอง
ผลกำรเรียนรู้
๑. มีส่วนรว่ มในการอนุรักษ์มารยาทไทย
๒. แสดงออกถึงความเอื้อเฟ้ือเผื่อแผแ่ ละเสยี สละต่อสงั คม
๓. เหน็ คุณค่าและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภมู ิปญั ญาไทย
๔. เป็นแบบอย่างของความรักชาติ ยดึ ม่นั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษตั รยิ ์
๕. ประยกุ ต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ พลเมอื งดีตามวถิ ีประชาธิปไตย
๗. มสี ่วนร่วมและรบั ผิดชอบในการตัดสินใจ ตรวจสอบข้อมูลเพอื่ ใชป้ ระกอบการตัดสนิ ใจในกิจกรรมต่าง ๆ
๘. ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ และอย่รู ่วมกนั
อย่างสันติ และพึ่งพาซงึ่ กันและกัน
๙. มสี ่วนร่วมในการแก้ปญั หาความขดั แย้งโดยสันตวิ ิธี
๑๐. ปฏิบตั ิตนเป็นผูม้ ีวินัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๑๐ ผลกำรเรียนรู้
ส๒๑๒๓๒ วิชำ หนำ้ ที่พลเมอื ง ๒ คำอธิบำยรำยวิชำเพ่มิ เติม
ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๑
เวลำเรยี น ๒๐ ช่วั โมง กลุ่มสำระกำรเรยี นร้สู ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
ภำคเรยี นท่ี ๒
จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
มีสว่ นร่วมอนุรกั ษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแต่งกาย การมีสมั มาคารวะ แสดงออก
ถึงความเอือ้ เฟื้อเผือ่ แผ่และเสียสละตอ่ สงั คม เหน็ คณุ คา่ และอนรุ ักษ์ขนบธรรมเนยี มประเพณีศิลปวฒั นธรรมและภมู ิ
ปญั ญาไทย ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ ีวนิ ยั ในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสตั ย์สจุ ริต ขยันหม่ันเพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตัง้ ใจปฏิบัติ
หนา้ ทแ่ี ละยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ัติตนเปน็ แบบอยา่ งของความรกั ชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทิดทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ ประยกุ ต์และ
เผยแพรพ่ ระบรมราโชวาทในเรอ่ื งมเี หตุผล รอบคอบ หลกั การทรงงานในเรื่องการใช้ธรรมชาตชิ ว่ ยธรรมชาตกิ ารปลูกปา่
ในใจคน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏบิ ัติตนเป็นผู้มวี ินัยในตนเอง ในเร่ืองความซือ่ สัตยส์ จุ ริต
ขยันหมั่นเพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ และตั้งใจปฏบิ ตั ิหน้าที่
ปฏบิ ตั ติ นเปน็ พลเมืองดตี ามวิถปี ระชาธปิ ไตย ในการมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมต่างๆ ของสังคม การตดั สนิ ใจโดยใช้
เหตุผล มีสว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมของห้องเรยี นและโรงเรียน ตรวจสอบข้อมูลเพ่ือใช้
ประกอบการตัดสินใจในกิจกรรมต่างๆ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผ้มู ีวนิ ัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตยส์ จุ รติ อดทน ขยนั หมั่นเพียร
ใฝห่ าความรู้ ตั้งใจปฏิบตั หิ นา้ ทแี่ ละยอมรบั ผลทีเ่ กิดจากการกระทาของตนเองยอมรับความหลากหลายทางสังคม
วฒั นธรรมในภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ในเรื่องวถิ ีชีวติ วฒั นธรรม ศาสนา สงิ่ แวดลอ้ ม อยู่ร่วมกันอย่างสนั ตแิ ละ
พึง่ พาซ่งึ กันและกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรมด้วยการเคารพซงึ่ กันและกนั ไม่แสดงกริ ิยาและวาจาดูหมิ่นผู้อนื่ ชว่ ยเหลอื ซ่ึง
กนั และกัน แบ่งปัน มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขดั แย้งโดยสนั ติวธิ ี ในเร่อื งการทะเลาะววิ าท ความคิดเหน็ ไม่ตรงกัน
ด้วยการเจรจาไกล่เกลย่ี การเจรจาตอ่ รอง การระงบั ความขัดแย้ง ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ วี ินยั ในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์
สจุ ริต อดทน ใฝห่ าความรู้ ตงั้ ใจปฏิบัตหิ นา้ ที่ ยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการ
แกป้ ญั หากระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสร้างคา่ นยิ ม และกระบวนการ
สรา้ งเจตคติ
เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทย ภาคภมู ิใจในความเปน็ ไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา
และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ เป็นพลเมืองดใี นระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข มสี ว่ น
ร่วมทางการเมอื งการปกครอง อย่รู ว่ มกับผูอ้ ื่นอย่างสันติ จัดการความขัดแย้งด้วยสนั ตวิ ิธี และมวี ินัยในตนเอง
ผลกำรเรียนรู้
๑. มีส่วนรว่ มในการอนุรักษ์มารยาทไทย
๒. แสดงออกถึงความเอื้อเฟ้ือเผื่อแผแ่ ละเสยี สละต่อสงั คม
๓. เหน็ คุณคา่ และอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภูมิปญั ญาไทย
๔. เป็นแบบอย่างของความรักชาติ ยดึ ม่นั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษตั ริย์
๕. ประยกุ ต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ พลเมอื งดีตามวถิ ีประชาธิปไตย
๗. มสี ่วนร่วมและรบั ผิดชอบในการตัดสินใจ ตรวจสอบข้อมูลเพอื่ ใชป้ ระกอบการตัดสินใจในกจิ กรรมต่าง ๆ
๘. ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ และอยู่รว่ มกัน
อย่างสันติ และพึ่งพาซงึ่ กันและกัน
๙. มสี ่วนร่วมในการแก้ปญั หาความขดั แย้งโดยสันตวิ ิธี
๑๐. ปฏิบตั ิตนเป็นผูม้ ีวินัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๑๐ ผลกำรเรียนรู้
ส๒๒๒๓๓ วชิ ำ หน้ำทีพ่ ลเมอื ง ๓ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพมิ่ เติม
ชนั้ มัธยมศึกษำปีท่ี ๒
เวลำเรยี น ๒๐ ช่ัวโมง กล่มุ สำระกำรเรยี นรูส้ ังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
ภำคเรียนที่ ๑
จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
มสี ่วนร่วมและแนะนาผ้อู ่นื ให้อนรุ กั ษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพ การสนทนา การ
แตง่ กาย การมสี มั มาคารวะ แสดงออกและแนะนาผ้อู ่ืนใหม้ ีความเอ้ือเฟ้ือเผ่ือแผ่และเสยี สละตอ่ สงั คม เห็นคุณคา่
อนรุ กั ษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ วี ินยั ในตนเอง ในเรอ่ื ง
ความซอื่ สตั ย์สจุ ริต ขยนั หม่ันเพียร อดทน ต้ังใจปฏบิ ัตหิ นา้ ที่และยอมรับผลทเ่ี กิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ตั ติ นเปน็ แบบอยา่ งและแนะนาผู้อื่นให้มีการปฏิบัติตนทีแ่ สดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และ
เทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์ ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาทในเรือ่ งการมสี ติ ความขยัน อดทน หลกั การทรง
งานในเรอื่ งภูมสิ ังคม ขาดทุนคอื กาไรและหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มวี ินยั ในตนเอง ในเร่ือง
ความซอื่ สัตย์สจุ รติ ขยันหมน่ั เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ และต้ังใจปฏบิ ัติหนา้ ท่ี
ปฏบิ ัตติ นเปน็ พลเมืองดีตามวถิ ีประชาธปิ ไตยในเรอื่ งการตดิ ตามขา่ วสารบ้านเมือง ความกลา้ หาญทางจรยิ ธรรม
การเป็นผู้นาและการเปน็ สมาชิกที่ดี มีสว่ นรว่ มและรับผดิ ชอบในการตัดสินใจต่อกิจกรรมของห้องเรียนและโรงเรยี น
ตรวจสอบข้อมูลเพื่อใชป้ ระกอบการตัดสินใจในกิจกรรมต่างๆ และรู้ทันขา่ วสาร ปฏบิ ัติตนเป็นผูม้ วี ินยั ในตนเองในเร่ือง
ความซือ่ สัตย์สจุ รติ อดทน ตัง้ ใจปฏิบัติหน้าท่ี ใฝ่หาความรู้ และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเองเหน็ คุณคา่ ของ
การอยรู่ ่วมกันในภูมิภาคเอเชียอย่างสันติ และพงึ่ พาอาศัยซ่ึงกันและกนั โดยคานึงถึงความหลากหลายทางสังคม
วัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชยี ในเรอ่ื งวิถีชีวิต วฒั นธรรม ศาสนา ส่งิ แวดลอ้ ม การอยู่ร่วมกนั ในสังคมพหวุ ฒั นธรรมและการ
พง่ึ พาซึง่ กนั และกัน ในเร่ืองการเคารพซึ่งกนั และกัน ไมแ่ สดงกิรยิ า และวาจาดูหม่นิ ผ้อู น่ื ช่วยเหลือซงึ่ กันและกนั แบง่ ปัน
มสี ว่ นรว่ มและเสนอแนวทางการแก้ปัญหาความขดั แยง้ โดยสันตวิ ิธเี กยี่ วกับการละเมิดสทิ ธิการใช้ของสว่ นรวมด้วยการ
เจรจาไกล่เกลี่ย การเจรจาตอ่ รอง การระงบั ความขัดแยง้ ปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ ีวนิ ัยในตนเองในเร่ืองความซือ่ สตั ย์สุจริต
อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัตหิ นา้ ที่ ยอมรบั ผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเองโดยใชก้ ระบวนการกลุม่ กระบวนการ
คดิ กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแกป้ ัญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู้
กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านิยม และกระบวนการสรา้ งเจตคติ
เพ่ือให้ผเู้ รยี นมีลักษณะทดี่ ีของคนไทย ภาคภมู ิใจในความเปน็ ไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยดึ มัน่ ในศาสนา
และเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตริย์ เปน็ พลเมืองดใี นระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ มสี ่วน
ร่วมทางการเมอื งการปกครอง อยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนอย่างสนั ติ จัดการความขัดแยง้ ด้วยสันติวิธี และมีวินัยในตนเอง
ผลกำรเรียนรู้
๑. มสี ่วนรว่ มและแนะนาผูอ้ ืน่ ให้อนรุ กั ษ์มารยาทไทย
๒. แสดงออกและแนะนาผู้อน่ื ใหม้ คี วามเอื้อเฟื้อเผ่ือแผแ่ ละเสยี สละตอ่ สังคม
๓. เห็นคุณค่า อนรุ ักษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภมู ิปัญญาไทย
๔. เป็นแบบอยา่ งและแนะนาผู้อ่นื ใหม้ คี วามรักชาติ ยดึ ม่นั ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์
๕. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ พลเมืองดีตามวถิ ีประชาธปิ ไตย
๗. มีสว่ นร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจ ตรวจสอบข้อมูลเพอื่ ใชป้ ระกอบการตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ และ
รทู้ นั ข่าวสาร
๘. เหน็ คณุ ค่าของการอยูร่ ่วมกันในภมู ภิ าคเอเชยี อยา่ งสันติและพึ่งพาซ่ึงกันและกนั
๙. มีส่วนรว่ มและเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาความขัดแย้งโดยสนั ตวิ ิธี
๑๐. ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มวี ินยั ในตนเอง
รวมทง้ั หมด ๑๐ ผลกำรเรียนรู้
ส๒๒๒๓๔ วชิ ำ หน้ำทีพ่ ลเมอื ง ๔ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพมิ่ เติม
ชนั้ มัธยมศึกษำปีท่ี ๒
เวลำเรยี น ๒๐ ช่ัวโมง กล่มุ สำระกำรเรยี นรูส้ ังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
ภำคเรียนที่ ๒
จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
มสี ่วนร่วมและแนะนาผ้อู ่นื ให้อนรุ ักษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพ การสนทนา การ
แตง่ กาย การมสี มั มาคารวะ แสดงออกและแนะนาผ้อู ่ืนใหม้ ีความเอ้ือเฟ้ือเผ่ือแผ่และเสยี สละตอ่ สงั คม เห็นคุณคา่
อนรุ กั ษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ วี ินยั ในตนเอง ในเรอ่ื ง
ความซอื่ สตั ย์สจุ ริต ขยนั หม่ันเพียร อดทน ต้ังใจปฏบิ ัตหิ นา้ ที่และยอมรับผลทเ่ี กิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ตั ติ นเปน็ แบบอยา่ งและแนะนาผู้อื่นให้มีการปฏิบัติตนทีแ่ สดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และ
เทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์ ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาทในเรือ่ งการมสี ติ ความขยัน อดทน หลกั การทรง
งานในเรอื่ งภูมสิ ังคม ขาดทุนคอื กาไรและหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบตั ิตนเป็นผู้มวี ินยั ในตนเอง ในเร่ือง
ความซอื่ สัตย์สจุ รติ ขยันหมน่ั เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ และต้ังใจปฏบิ ัติหนา้ ท่ี
ปฏบิ ัตติ นเปน็ พลเมืองดีตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยในเรอื่ งการตดิ ตามขา่ วสารบ้านเมือง ความกลา้ หาญทางจรยิ ธรรม
การเป็นผู้นาและการเปน็ สมาชิกที่ดี มีสว่ นรว่ มและรับผดิ ชอบในการตดั สินใจต่อกิจกรรมของห้องเรียนและโรงเรยี น
ตรวจสอบข้อมูลเพื่อใชป้ ระกอบการตัดสินใจในกิจกรรมต่างๆ และรู้ทันขา่ วสาร ปฏบิ ัติตนเป็นผูม้ วี นิ ยั ในตนเองในเร่ือง
ความซือ่ สัตย์สจุ รติ อดทน ตัง้ ใจปฏิบัติหนา้ ท่ี ใฝ่หาความรู้ และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเองเหน็ คุณคา่ ของ
การอยรู่ ่วมกันในภูมิภาคเอเชียอย่างสันติ และพงึ่ พาอาศัยซ่ึงกันและกนั โดยคานึงถึงความหลากหลายทางสงั คม
วัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชยี ในเรอ่ื งวิถีชีวิต วฒั นธรรม ศาสนา ส่งิ แวดลอ้ ม การอยู่ร่วมกนั ในสังคมพหวุ ฒั นธรรมและการ
พง่ึ พาซึง่ กนั และกัน ในเร่ืองการเคารพซึ่งกนั และกัน ไมแ่ สดงกิรยิ า และวาจาดูหม่นิ ผ้อู น่ื ช่วยเหลือซงึ่ กันและกนั แบง่ ปัน
มสี ว่ นรว่ มและเสนอแนวทางการแก้ปัญหาความขดั แยง้ โดยสันตวิ ิธเี กยี่ วกับการละเมิดสทิ ธิการใช้ของสว่ นรวมด้วยการ
เจรจาไกล่เกลี่ย การเจรจาต่อรอง การระงับความขัดแยง้ ปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ ีวนิ ัยในตนเองในเร่ืองความซือ่ สตั ย์สุจริต
อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัตหิ นา้ ที่ ยอมรบั ผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเองโดยใชก้ ระบวนการกลุม่ กระบวนการ
คดิ กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแกป้ ัญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู้
กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านิยม และกระบวนการสรา้ งเจตคติ
เพ่ือให้ผเู้ รยี นมีลักษณะทดี่ ีของคนไทย ภาคภมู ิใจในความเปน็ ไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ มัน่ ในศาสนา
และเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตริย์ เปน็ พลเมืองดใี นระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ มสี ่วน
ร่วมทางการเมอื งการปกครอง อยรู่ ่วมกบั ผู้อ่ืนอย่างสนั ติ จัดการความขัดแยง้ ด้วยสันติวิธี และมีวินยั ในตนเอง
ผลกำรเรียนรู้
๑. มสี ว่ นรว่ มและแนะนาผอู้ ืน่ ให้อนรุ กั ษ์มารยาทไทย
๒. แสดงออกและแนะนาผู้อ่ืนให้มีความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผแ่ ละเสยี สละตอ่ สังคม
๓. เห็นคุณค่า อนรุ ักษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภมู ิปัญญาไทย
๔. เป็นแบบอยา่ งและแนะนาผู้อ่นื ใหม้ คี วามรักชาติ ยดึ ม่นั ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์
๕. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏิบตั ติ นเปน็ พลเมืองดีตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย
๗. มีสว่ นร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจ ตรวจสอบข้อมูลเพอื่ ใชป้ ระกอบการตัดสนิ ใจในกิจกรรมต่าง ๆ และ
รทู้ นั ข่าวสาร
๘. เหน็ คณุ ค่าของการอยูร่ ่วมกันในภมู ภิ าคเอเชยี อยา่ งสันติและพึ่งพาซ่ึงกนั และกนั
๙. มีส่วนรว่ มและเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาความขัดแย้งโดยสนั ตวิ ิธี
๑๐. ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มวี ินยั ในตนเอง
รวมทง้ั หมด ๑๐ ผลกำรเรียนรู้
ส๒๓๒๓๕ วิชำ หน้ำทีพ่ ลเมอื ง ๕ คำอธิบำยรำยวิชำเพม่ิ เติม
ชัน้ มธั ยมศึกษำปที ี่ ๓
เวลำเรียน ๒๐ ชั่วโมง กลมุ่ สำระกำรเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
ภำคเรียนที่ ๑
จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
มีส่วนรว่ มแนะนาผู้อนื่ ให้อนรุ ักษแ์ ละยกย่องผมู้ ีมารยาทไทยในเรื่องการแสดงความเคารพ การสนทนาการแตง่
กาย การมสี มั มาคารวะ แสดงออก แนะนาผู้อน่ื และมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมเกี่ยวกบั ความเอื้อเฟอ้ื เผือ่ แผ่ และเสยี สละต่อ
สงั คม เห็นคุณคา่ อนุรักษ์ สบื สานและประยุกต์ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวฒั นธรรม และภูมิปัญญาไทย ปฏบิ ัตติ น
เป็นผ้มู ีวนิ ัยในตนเอง ในเรื่องความซือ่ สตั ย์สุจรติ ขยนั หม่นั เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตั้งใจปฏิบตั หิ น้าที่ และยอมรบั ผลที่
เกิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ัตติ นเป็นแบบอย่าง และมีส่วนรว่ มในการจัดกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ มน่ั ในศาสนา และ
เทิดทูนสถาบันพระมหากษตั ริย์ ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาทในเร่ืองการเสียสละ ความซ่ือสตั ย์ หลกั การทรง
งานในเรอ่ื งศกึ ษาข้อมลู อย่างเปน็ ระบบ แก้ปัญหาที่จดุ เลก็ ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้มีวนิ ยั ในตนเองในเร่ืองความซ่ือสตั ยส์ จุ ริต
ขยันหมนั่ เพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ และตง้ั ใจปฏิบตั ิหนา้ ที่
ปฏิบัตติ นเปน็ พลเมืองดตี ามวิถปี ระชาธิปไตย ในเร่ืองการใช้สทิ ธิและหนา้ ท่ี การใช้เสรภี าพอยา่ งรับผิดชอบ การ
มสี ่วนร่วมในกจิ กรรมการเลือกตงั้ มสี ว่ นร่วมและรับผดิ ชอบในการตัดสนิ ใจต่อกิจกรรมของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น
ตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบการทาหน้าที่ของบุคคลเพ่อื ใช้ประกอบการตัดสนิ ใจ ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผูม้ ีวินัย ในตนเองในเรอื่ ง
ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ ขยนั หม่ันเพียร ใฝห่ าความรู้ ต้ังใจปฏิบตั ิหนา้ ทีแ่ ละยอมรบั ผลท่เี กดิ จากการกระทาของตนเอง
เหน็ คุณค่าของการอยรู่ ว่ มกนั อย่างสนั ติท่ามกลางความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในภูมภิ าคต่างๆ ของโลก
ในเร่ืองวถิ ีชีวิต วัฒนธรรมศาสนา ส่ิงแวดลอ้ ม การอยรู่ ่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและพ่ึงพาซ่ึงกันและกัน ในเร่ืองการ
เคารพซ่ึงกนั และกนั ไมแ่ สดงกิริยาและวาจาดหู มน่ิ ผ้อู ื่น ชว่ ยเหลือซ่ึงกันและกัน แบง่ ปนั มีส่วนรว่ มและเสนอแนว
ทางการป้องกันปญั หาความขัดแย้งในเรือ่ งทศั นคติ ความคิด ความเชื่อ ช้สู าว ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้มีวินยั ในตนเองในเรอ่ื ง
ความซอื่ สัตยส์ จุ รติ อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบตั ิหน้าท่ี และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการ
แก้ปัญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านิยม และกระบวนการ
สรา้ งเจตคติ
เพื่อให้ผู้เรยี นมีลักษณะทีด่ ีของคนไทย ภาคภมู ิใจในความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยดึ มัน่ ในศาสนา และ
เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เปน็ พลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข มสี ่วนรว่ ม
ทางการเมืองการปกครอง อยรู่ ่วมกับผอู้ ื่นอย่างสันติ จัดการความขัดแยง้ ด้วยสนั ติวิธี และมีวินยั ในตนเอง
ผลกำรเรียนรู้
๑. มีส่วนร่วม แนะนาผูอ้ ืน่ ให้อนุรักษ์และยกยอ่ งผู้มีมารยาทไทย
๒. แสดงออก แนะนาผู้อื่น และมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมเกย่ี วกบั ความเอื้อเฟื้อเผ่อื แผแ่ ละเสยี สละ
๓. เหน็ คุณค่า อนรุ กั ษ์ สบื สาน และประยุกตข์ นบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวฒั นธรรม และ
ภมู ปิ ญั ญาไทย
๔. เป็นแบบอย่างและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และ
เทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตริย์
๕ ประยุกตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏิบัติตนเปน็ พลเมืองดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย
๗. มสี ว่ นรว่ มและรับผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจ ตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบการทาหน้าที่ของบุคคล
เพอ่ื ใช้ประกอบการตดั สนิ ใจ
๘. เหน็ คุณคา่ ของการอยู่ร่วมกนั ในภมู ภิ าคตา่ ง ๆ ของโลกอยา่ งสนั ตแิ ละพ่ึงพาซึ่งกันและกนั
๙. มสี ่วนรว่ มและเสนอแนวทางการป้องกันปัญหาความขดั แย้ง
๑๐. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้มวี นิ ัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๑๐ ผลกำรเรยี นรู้
ส๒๓๒๓๖ วิชำ หน้ำทีพ่ ลเมอื ง ๖ คำอธิบำยรำยวิชำเพม่ิ เติม
ชัน้ มธั ยมศึกษำปที ี่ ๓
เวลำเรียน ๒๐ ชั่วโมง กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
ภำคเรียนที่ ๒
จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
มีส่วนรว่ มแนะนาผู้อนื่ ให้อนุรักษแ์ ละยกย่องผมู้ ีมารยาทไทยในเร่ืองการแสดงความเคารพ การสนทนาการแต่ง
กาย การมสี มั มาคารวะ แสดงออก แนะนาผู้อน่ื และมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมเก่ียวกับความเอื้อเฟอื้ เผอ่ื แผ่ และเสยี สละต่อ
สงั คม เห็นคุณคา่ อนุรักษ์ สืบสานและประยุกต์ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภมู ปิ ัญญาไทย ปฏบิ ัตติ น
เป็นผ้มู ีวนิ ัยในตนเอง ในเรื่องความซอ่ื สตั ย์สุจรติ ขยนั หม่นั เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตั้งใจปฏบิ ตั ิหน้าที่ และยอมรบั ผลที่
เกิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ัตติ นเป็นแบบอย่าง และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมนั่ ในศาสนา และ
เทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์ ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาทในเรื่องการเสียสละ ความซ่ือสัตย์ หลักการทรง
งานในเรอ่ื งศกึ ษาข้อมลู อย่างเปน็ ระบบ แก้ปัญหาที่จดุ เลก็ ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผ้มู วี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซื่อสัตยส์ ุจริต
ขยันหมนั่ เพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ และตง้ั ใจปฏิบตั ิหนา้ ที่
ปฏิบัตติ นเปน็ พลเมืองดตี ามวิถปี ระชาธิปไตย ในเร่ืองการใช้สทิ ธแิ ละหน้าท่ี การใช้เสรีภาพอยา่ งรับผิดชอบ การ
มสี ่วนร่วมในกจิ กรรมการเลือกตงั้ มสี ว่ นร่วมและรับผดิ ชอบในการตัดสนิ ใจต่อกจิ กรรมของห้องเรยี นและโรงเรยี น
ตรวจสอบขอ้ มูล ตรวจสอบการทาหน้าที่ของบุคคลเพ่อื ใช้ประกอบการตัดสินใจ ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้มีวนิ ัย ในตนเองในเรอ่ื ง
ความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ ขยนั หม่ันเพียร ใฝห่ าความรู้ ต้ังใจปฏิบตั ิหนา้ ทีแ่ ละยอมรบั ผลท่เี กิดจากการกระทาของตนเอง
เหน็ คุณคา่ ของการอยรู่ ว่ มกนั อย่างสนั ติท่ามกลางความหลากหลายทางสงั คมวฒั นธรรมในภมู ภิ าคต่างๆ ของโลก
ในเร่ืองวถิ ีชีวติ วัฒนธรรมศาสนา ส่งิ แวดลอ้ ม การอยรู่ ่วมกันในสังคมพหวุ ัฒนธรรมและพึ่งพาซ่ึงกันและกนั ในเรื่องการ
เคารพซ่ึงกนั และกนั ไมแ่ สดงกิริยาและวาจาดหู มน่ิ ผ้อู นื่ ชว่ ยเหลือซ่ึงกันและกนั แบง่ ปัน มสี ่วนรว่ มและเสนอแนว
ทางการป้องกันปญั หาความขัดแย้งในเรือ่ งทัศนคติ ความคิด ความเชื่อ ชู้สาว ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มวี นิ ัยในตนเองในเรื่อง
ความซอื่ สัตยส์ จุ รติ อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบตั ิหน้าท่ี และยอมรบั ผลทเี่ กดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการ
แก้ปัญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านิยม และกระบวนการ
สรา้ งเจตคติ
เพื่อให้ผู้เรยี นมีลักษณะทีด่ ีของคนไทย ภาคภมู ิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ ม่ันในศาสนา และ
เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เปน็ พลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข มสี ่วนรว่ ม
ทางการเมืองการปกครอง อยรู่ ่วมกับผอู้ ื่นอย่างสันติ จัดการความขัดแยง้ ด้วยสนั ตวิ ิธี และมีวินัยในตนเอง
ผลกำรเรียนรู้
๑. มสี ่วนรว่ ม แนะนาผูอ้ ืน่ ให้อนุรักษ์และยกยอ่ งผู้มีมารยาทไทย
๒. แสดงออก แนะนาผู้อื่น และมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมเกย่ี วกับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสยี สละ
๓. เหน็ คุณค่า อนรุ กั ษ์ สบื สาน และประยุกตข์ นบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และ
ภมู ปิ ญั ญาไทย
๔. เป็นแบบอย่างและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ มั่นในศาสนา และ
เทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตริย์
๕ ประยุกตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๖. ปฏิบัติตนเปน็ พลเมืองดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย
๗. มีส่วนรว่ มและรับผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจ ตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบการทาหน้าที่ของบุคคล
เพอ่ื ใช้ประกอบการตดั สนิ ใจ
๘. เหน็ คุณคา่ ของการอยู่ร่วมกนั ในภมู ภิ าคตา่ ง ๆ ของโลกอยา่ งสนั ตแิ ละพง่ึ พาซึ่งกนั และกัน
๙. มสี ่วนรว่ มและเสนอแนวทางการป้องกันปัญหาความขดั แย้ง
๑๐. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้มวี นิ ัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๑๐ ผลกำรเรยี นรู้
โครงสรำ้ งกลุม่ สำระกำรเรยี นรสู้ ขุ ศึกษำและพลศึกษำ
ระดับช้ันมธั ยมศึกษำตอนตน้
รำยวิชำพืน้ ฐำน สขุ ศกึ ษา๑ ๑ ช่วั โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หน่วยกติ
ช้ันมัธยมศกึ ษำปีท่ี ๑ พลศกึ ษา๑ (เซปักตะกรอ้ ) ๑ ช่วั โมง /สัปดาห์/ ๐.๕ หนว่ ยกิต
พ๒๑๑๐๑ สุขศึกษา๒ ๑ ชว่ั โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หน่วยกติ
พ๒๑๑๐๒
พ๒๑๑๐๓ พลศึกษา๒ (เทเบลิ เทนนิส) ๑ ชว่ั โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หน่วยกิต
พ๒๑๑๐๔
ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๒ สขุ ศกึ ษา๓ ๑ ชว่ั โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หนว่ ยกิต
พ๒๒๑๐๑
พ๒๒๑๐๒ พลศกึ ษา๓ (กรีฑา) ๑ ชวั่ โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หนว่ ยกติ
พ๒๒๑๐๓
พ๒๒๑๐๔ สุขศกึ ษา๔ ๑ ชวั่ โมง /สัปดาห/์ ๐.๕ หน่วยกิต
ชั้นมัธยมศึกษำปที ี่ ๓
พ๒๓๑๐๑ พลศกึ ษา๔ (บาสเกตบอล) ๑ ชั่วโมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หนว่ ยกติ
พ๒๓๑๐๒
พ๒๓๑๐๓ สุขศกึ ษา๕ ๑ ชว่ั โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หน่วยกิต
พ๒๓๑๐๔
รำยวชิ ำเพิ่มเติม พลศึกษา๕ (วอลเล่ยบ์ อล) ๑ ชว่ั โมง /สัปดาห/์ ๐.๕ หน่วยกิต
พ๒๐๒๐๑
พ๒๐๒๐๒ สุขศึกษา๖ ๑ ชว่ั โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หน่วยกิต
พ๒๐๒๐๓
พ๒๐๒๐๔ พลศึกษา๖(ฟตุ บอล) ๑ ชวั่ โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หน่วยกติ
พ๒๐๒๐๕
พ๒๐๒๐๖ แบดมนิ ตัน ๑ ชวั่ โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หนว่ ยกติ
แอโรบกิ ด๊านซ์ ๑ ชว่ั โมง /สัปดาห/์ ๐.๕ หน่วยกิต
ลีลาศ ๑ ชว่ั โมง /สัปดาห/์ ๐.๕ หนว่ ยกิต
แฮนด์บอล ๑ ชวั่ โมง /สปั ดาห์/ ๐.๕ หนว่ ยกิต
เปตอง ๑ ชว่ั โมง /สัปดาห/์ ๐.๕ หน่วยกิต
ฟตุ ซอล ๑ ชวั่ โมง /สปั ดาห/์ ๐.๕ หน่วยกิต
คำอธิบำยรำยวิชำ
พ๒๑๑๐๑ วชิ ำ สขุ ศกึ ษำ ๑ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ
ชนั้ มัธยมศกึ ษำปที ่ี ๑ ภำคเรียนท่ี ๑
เวลำเรียน ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาความสาคัญของระบบประสาทและระบบตอ่ มไร้ทอ่ ท่ีมผี ลตอ่ สุขภาพ การเจริญเติบโต และพัฒนาการของ
วยั รุ่น วิธดี ูแลรักษาระบบประสาทและระบบตอ่ มไร้ทอ่ ใหท้ างานตามปกติ
วิเคราะห์ภาวการณ์เจริญเติบโตตามเกณฑ์มาตรฐานและปัจจัยท่ีเกี่ยวข้อง แนวทางในการพัฒนาตนเองให้
เจรญิ เตบิ โตสมวัย
การเปล่ียนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ ลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
จติ ใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ การยอมรับและการปรับตัวต่อการเปล่ียนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และ
พฒั นาการทางเพศ การเบย่ี งเบนทางเพศ มีทักษะปฏิเสธเพ่อื ป้องกันการถูกล่วงละเมดิ ทางเพศ
เห็นคุณค่าของการนาความความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรมจริยธรรมและ
คา่ นิยมทเี่ หมาะสมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั ตวั ช้ีวัด
พ ๑.๑ ม.๑/๑, พ ๑.๑ ม.๑/๒, พ ๑.๑ ม.๑/๓, พ ๑.๑ ม.๑/๔
พ ๒.๑ ม.๑/๑, พ ๒.๑ ม.๑/๒
(รวมทง้ั หมด ๖ ตัวชีว้ ัด)
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
พ๒๑๑๐๒ วิชำ พลศกึ ษำ๑ (เซปกั ตะกร้อ) กลมุ่ สำระกำรเรยี นรสู้ ุขศึกษำและพลศกึ ษำ
ชัน้ มัธยมศกึ ษำปีที่ ๑ ภำคเรียนที่ ๑
เวลำเรียน ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาประวตั คิ วามเปน็ มาของกฬี าเซปักตะกร้อ ประโยชน์ของการเล่นกฬี าให้มีส่วนรว่ มและปฏบิ ัติจรงิ ในกิจ
กรรมการบรหิ าร การออกกาลังกายด้วยกจิ กรรมกีฬาเซปักตะกร้อ มที กั ษะการเคล่อื นที่ การบังคับทิศทางลูก การเล่น
ลูกข้างเท้าด้านใน ดา้ นนอก หลงั เท้า เล่นดว้ ยศีรษะ เล่นลูกด้วยเข่า การเสริ ฟ์ การรบั ลกู รปู แบบ เทคนคิ การ
เล่นประเภททีม กฎ กติกาการแข่งขนั และอื่น ๆ อย่างถกู ต้อง ปลอดภัยและสนุกสนาน หรืออาจนากิจกรรมพลศึกษาอื่น
ๆ ท่มี คี ุณคา่ เทา่ เทียมกับกีฬาเซปักตะกร้อ แทนตามความเหมาะสม พร้อมกับใหเ้ รยี นรู้การปอ้ งกนั การแก้ไข การสร่ง
เสริมสขุ ภาพ เพื่อให้รู้หลักและวิธีการออกกาลังกายท่ีถูกตอ้ ง มีทกั ษะ มีสมรรถภาพทางกายและทางจิต มีระเบยี บวินัย
เหน็ คุณคา่ และนาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั
รหสั ตวั ชี้วดั
พ ๓.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓
พ ๓.๒ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓, ม. ๑/๔, ม. ๑/๕, ม. ๑/๖
(รวมทง้ั หมด ๙ ตัวชวี้ ัด)
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
พ๒๑๑๐๓ วิชำ สขุ ศกึ ษำ ๒ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี ๑ ภำคเรียนที่ ๒
เวลำเรียน ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาหลักการเลอื กอาหารทเี่ หมาะสมกับวัย ปัญหาท่ีเกิดจากภาวะโภชนาการ ภาวะการขาดสารอาหาร ภาวะ
โภชนาการเกิน เกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กไทย วิธีการควบคุมน้าหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
วธิ ที ดสอบสมรรถภาพทางกาย วธิ ีสร้างเสริมและปรบั ปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ
ปฏิบัติการปฐมพยาบาลและเคล่ือนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย เช่น เป็นลม บาดแผล ไฟไหม้ กระดูกหัก น้าร้อน
ลวก ฯลฯ ลกั ษณะของผูต้ ดิ สารเสพติด อาการของผู้ติดสารเสพติด การป้องกันการติดสารเสพติด ความสัมพันธ์ของการ
ใช้สารเสพติดกับการเกิดโรค และอุบัติเหตุ ทักษะท่ีใช้ในการชักชวนผู้อื่นให้ลด ละ เลิกสารเสพติด เช่น ทักษะการคิด
วิเคราะห์ ทักษะการสอ่ื สาร ทกั ษะการตดั สินใจ ทกั ษะการแก้ปญั หา ฯลฯ
เห็นคุณค่าของการนาความความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรมจริยธรรมและ
คา่ นิยมทีเ่ หมาะสมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั ตวั ชี้วัด
พ ๔.๑ ม.๑/๑,พ ๔.๑ ม.๑/๒,พ ๔.๑ ม.๑/๓,พ ๔.๑ ม.๑/๔,พ ๕.๑ ม.๑/๑,พ ๕.๑ ม.๑/๒,
พ ๕.๑ ม.๑/๓,พ ๕.๒ ม.๑/๔
(รวมทัง้ หมด ๘ ตัวชว้ี ัด)
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
พ๒๑๑๐๔ วิชำ พลศกึ ษำ๒ (เทเบลิ เทนนิส) กลมุ่ สำระกำรเรียนรสู้ ุขศึกษำและพลศึกษำ
ชน้ั มัธยมศึกษำปที ่ี ๑ ภำคเรยี นที่ ๒
เวลำเรียน ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ
1. การเคลื่อนไหว
ศกึ ษาและมีส่วนร่วมในกิจกรรมกีฬาเทเบิลเทนนิส (ปิงปอง) กติกา มารยาท วิธีเล่น
การออกกาลังกายด้วยการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส (ปิงปอง) ฝึกปฏิบัติเก่ียวกับการเคลื่อนไหวร่างกายในการออกกาลัง
กาย ทกั ษะการเล่นกีฬา ทั้งประเภทเดี่ยว และประเภทคู่ ตามความถนัด เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของ
สขุ ภาพ สมรรถภาพ ความปลอดภยั ในการเลน่ กีฬาเทเบลิ เทนนสิ (ปิงปอง) ของตนเอง และของผู้อน่ื
มที ักษะเพอ่ื นาไปใช้ออกกาลังกายในชวี ติ ประจาวนั สามารถออกกาลงั กายและเล่นกีฬา เทเบิลเทนนิส (ปิงปอง)
และเผยแพรค่ วามรู้ให้กับผ้อู ื่นได้
เห็นคุณค่าของการนาความความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรมจริยธรรมและ
คา่ นิยมทีเ่ หมาะสมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตัวช้ีวดั
พ ๓.๑ ม. ๑/๑,พ ๓.๑ ม. ๑/๒,พ ๓.๑ ม. ๑/๓,พ ๓.๒ ม. ๑/๑,พ ๓.๒ ม. ๑/๒,พ ๓.๒ ม. ๑/๓,
พ ๓.๒ ม. ๑/๔,พ ๓.๒ ม. ๑/๕ พ ๓.๒ ม. ๑/๖
(รวมทง้ั หมด ๙ ตัวชีว้ ัด)
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
พ๒๒๑๐๑ วชิ ำ สุขศกึ ษำ ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ
ชน้ั มธั ยมศึกษำปีที่ ๒ ภำคเรยี นท่ี ๑
เวลำเรียน ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาในวัยรุ่น ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการ
เจริญเตบิ โตและพฒั นาการดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เช่น พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม การอบรมเลี้ยง
ดู ปจั จัยทีม่ ีอทิ ธิพลตอ่ เจตคตใิ นเรื่องเพศ เชน่ ครอบครัว วัฒนธรรม เพื่อนและส่ือ ปัญหาและผลกระทบท่ีเกิดจากการมี
เพศสัมพันธ์ในวัยเรียน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ การตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ ความสาคัญของความเสมอ
ภาคทางเพศ การวางตวั ตอ่ เพศตรงข้าม ปัญหาทางเพศ แนวทางการแกไ้ ขปญั หาทางเพศ
มีทักษะและกระบวนการคิดต่อการเปล่ียนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาในวัยรุ่น
ปัจจัยทมี่ ีผลกระทบตอ่ การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการดา้ นร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา
เห็นคุณค่าของการนาความความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรมจริยธรรมและ
คา่ นยิ มทีเ่ หมาะสมตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตัวช้ีวัด
พ ๑.๑ ม.๒/๑,พ ๑.๑ ม.๒/๒
พ ๒.๑ ม.๒/๑,พ ๒.๑ ม.๒/๒,พ ๒.๑ ม.๒/๓,พ ๒.๑ ม.๒/๔
(รวมท้งั หมด ๖ ตัวชวี้ ัด)
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
พ๒๒๑๐๒ วิชำ พลศกึ ษำ ๓ (กรฑี ำ) กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปที ี่ ๒ ภำคเรียนท่ี ๑
เวลำเรยี น ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศกึ ษาและมีส่วนร่วมในการปฏิบัติจริงในกิจกรรมกายบริหาร การออกกาลังกายด้วยกิจกรรมกรีฑา ในเร่ืองการ
ต้ังต้นการวง่ิ การเข้าสู่เส้นชัย การว่ิงผลัด การว่ิงข้ามร้ัว การกระโดดไกล การทุ่มน้าหนัก การขว้างจักร และอ่ืนๆ อย่าง
ถกู ตอ้ ง ปลอดภยั และสนกุ เรยี นรู้การป้องกัน การแก้ไข การเสริมสร้างสุขภาพ เพ่ือให้รู้หลักและวิธีการออกกาลังกายท่ี
ถูกต้อง
มที ักษะการปฏบิ ตั จิ รงิ ในกิจกรรมกายบริหาร การออกกาลังกายด้วยกิจกรรมกรีฑา วิธีการ ออกกาลังกายท่ีถูกต้อง มี
ทกั ษะและสมรรถภาพทางกายและทางจิต
เห็นคุณค่าของการนาความความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรม
จรยิ ธรรมและคา่ นิยมท่เี หมาะสมตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหัสตวั ช้ีวัด
พ ๓.๑ ม. ๑/๑,พ ๓.๑ ม. ๑/๒,พ ๓.๑ ม. ๑/๓
พ ๓.๒ ม. ๑/๑,พ ๓.๒ ม. ๑/๒,พ ๓.๒ ม. ๑/๓,พ ๓.๒ ม. ๑/๔,พ ๓.๒ ม. ๑/๕ พ ๓.๒ ม. ๑/๖
(รวมทั้งหมด ๙ ตัวชีว้ ัด)
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
พ๒๒๑๐๓ วชิ ำ สขุ ศึกษำ ๔ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้สู ุขศกึ ษำและพลศึกษำ
ชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี ๒ ภำคเรยี นท่ี ๒
เวลำเรยี น ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ
ศึกษาการเลือกใช้บริการทางสุขภาพ ผลกระทบของเทคโนโลยี ที่มีต่อสุขภาพ ความเจริญก้าวหน้าทางการ
แพทย์ที่มีผลต่อสุขภาพ ความสมดุลระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิต ความสมดุลระหว่างสุขภาพกายและ
สุขภาพจิต วิธีปฏิบัติตนเพ่ือจัดการกับอารมณ์และความเครียดเกณฑ์สมรรถภาพทางกาย การพัฒนาสมรรถภาพทาง
กาย วิธีการ ปัจจัยและแหล่งที่ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ผู้ติดสารเสพติด การหลีกเล่ียงพฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณ์เส่ียง
เช่น การม่ัวสมุ การทะเลาะวิวาทการเขา้ ไปในแหล่งอบายมุข การแข่งจักรยานยนต์บนทอ้ งถนน
ทักษะชีวิตในการป้องกันตนเอง (ทักษะปฏิเสธ ทักษะการต่อรอง ฯลฯ) และหลีกเล่ียงสถานการณ์คับขันที่อาจ
นาไปสู่อันตราย
เห็นคณุ ค่าของการนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่
เหมาะสมตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตวั ชี้วดั
พ ๔.๑ม.๒/๑,พ ๔.๑ม.๒/๒,พ ๔.๑ ม.๒/๓,พ ๔.๑ ม.๒/๔,พ ๔.๑ม.๒/๕,พ ๔.๑ ม.๒/๖,พ ๔.๑ม.๒/๗
พ ๕.๑ ม.๒/๑,พ ๕.๑ ม.๒/๒,พ ๕.๑ ม.๒/๓
(รวมทงั้ หมด ๑๐ ตัวช้วี ัด)
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
พ๒๒๑๐๔ วชิ ำ พลศกึ ษำ๔ (บำสเกตบอล) กลุ่มสำระกำรเรยี นรูส้ ุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ
ชน้ั มัธยมศึกษำปที ่ี ๒ ภำคเรียนท่ี ๒
เวลำเรยี น ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาและมสี ่วนร่วมในการปฏบิ ัตจิ รงิ ในกจิ กรรมกายบรหิ าร การออกกาลงั กายด้วยกิจกรรมบาสเกตบอล ในเรื่อง
การส่งลูก การรบั ลูก การเล้ียงลูก การยิงประตู วิธีการเล่นในตาแหน่งต่างๆ ท้ังขณะเป็นผู้เล่นฝ่ายรับและฝ่ายรุก
การเลน่ เปน็ ทมี และอ่นื ๆ อย่างถกู ตอ้ ง ปลอดภัยและสนุก เรียนรู้ การป้องกัน การแก้ไข การเสริมสร้างสุขภาพ เพื่อให้
รู้หลักและวิธีการออกกาลังกายท่ีถูกต้อง มีทักษะ มีสมรรถภาพทางกายและทางจิต หลักและวิธีการออกกาลังกายท่ี
ถกู ต้อง การออกกาลงั กายด้วยกิจกรรมบาสเกตบอล
เห็นคุณค่าของการนาความความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรม
จรยิ ธรรมและคา่ นยิ มทเี่ หมาะสมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตัวชีว้ ัด
พ ๓.๑ ม. ๑/๑,พ ๓.๑ ม. ๑/๒,พ ๓.๑ ม. ๑/๓
พ ๓.๒ ม. ๑/๑,พ ๓.๒ ม. ๑/๒,พ ๓.๒ ม. ๑/๓,พ ๓.๒ ม. ๑/๔,พ ๓.๒ ม. ๑/๕ พ ๓.๒ ม. ๑/๖
(รวมทง้ั หมด ๙ ตัวช้ีวัด)
พ๒๓๑๐๑ วชิ ำ สุขศกึ ษำ ๕ คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ชน้ั มัธยมศึกษำปที ่ี ๓
เวลำเรียน ๒๐ ชั่วโมง กลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ ุขศึกษำและพลศกึ ษำ
ภำคเรยี นท่ี ๑
จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ
ศกึ ษาการเปลย่ี นแปลง ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาในแต่ละวัย คือ วัยทารก วัยก่อนเรียน
วยั เรียน วยั รุน่ วยั ผู้ใหญ่ วยั สงู อายุ อทิ ธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น สื่อ โฆษณา ที่
มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยรุ่นเช่น โทรทัศน์ วิทยุ ส่ือส่ิงพิมพ์ อินเทอร์เน็ต องค์ประกอบของ
อนามัยเจริญพันธุ์ ได้แก่ อนามัยแม่และเด็ก การวางแผนครอบครัว ปัจจัยท่ีมีผลกระทบต่อการต้ังครรภ์ เช่น
แอลกอฮอล์ สารเสพติด บุหร่ี สภาพแวดล้อม การติดเชื้อ โรคท่ีเกิดจากภาวการณ์ตั้งครรภ์ สาเหตุความขัดแย้งใน
ครอบครวั แนวทางป้องกัน แก้ไขความขัดแย้งในครอบครัว
มที ักษะและกระบวนการคดิ เกีย่ วกับการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น ส่ือ โฆษณา ท่ีมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและ
พัฒนาการของวยั รุ่น การวางแผนครอบครวั ปัจจยั ท่มี ีผลกระทบต่อการตงั้ ครรภแ์ ละความขัดแย้งในครอบครัว
เห็นคุณค่าของการนาความความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรม
จรยิ ธรรมและคา่ นิยมทเี่ หมาะสมตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั ตัวชี้วดั
พ ๑.๑ ม.๓/๑,พ ๑.๑ ม.๓/๒,พ ๑.๑ ม.๓/๓
พ ๒.๑ ม.๓/๑,พ ๒.๑ ม.๓/๒,พ ๒.๑ ม.๓/๓
(รวมท้งั หมด ๖ ตัวชี้วัด)
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
พ๒๓๑๐๒ วิชำ พลศึกษำ๕ (วอลเลยบ์ อล) กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศกึ ษำและพลศึกษำ
ชัน้ มัธยมศกึ ษำปีท่ี ๓ ภำคเรียนที่ ๑
เวลำเรยี น ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ
ศึกษาและมีส่วนร่วมในการปฏิบัติจริงในกิจกรรมของกีฬาวอลเลย์บอล กติกา มารยาท วิธีเล่น การเคล่ือนไหว
การออกกาลังกายด้วยการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล ฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวร่างกายในการออกกาลังกาย ทักษะ
การเลน่ กีฬาประเภททีม เพ่อื ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของสุขภาพ สมรรถภาพ ความปลอดภัยในการเล่น
กีฬาวอลเลยบ์ อลของตนเอง และของผ้อู น่ื สามารถออกกาลงั กายและเล่นกีฬาวอลเลย์บอลเพื่อนาไปใช้ออกกาลังกายใน
ชวี ติ ประจาวนั และเผยแพรค่ วามรใู้ ห้กบั ผู้อืน่ ได้
มีทักษะการปฏิบัติจริงในกิจกรรมของกีฬาวอลเลย์บอล การออกกาลังกายด้วยการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล ฝึก
ปฏิบตั เิ ก่ยี วกับการเคลื่อนไหวรา่ งกายในการออกกาลงั กาย ทักษะการเล่นกฬี าประเภททมี
เห็นคุณค่าของการนาความความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรม
จริยธรรมและค่านยิ มทเ่ี หมาะสมตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั ตวั ชี้วดั
พ ๓.๑ ม. ๑/๑,พ ๓.๑ ม. ๑/๒,พ ๓.๑ ม. ๑/๓
พ ๓.๒ ม. ๑/๑,พ ๓.๒ ม. ๑/๒,พ ๓.๒ ม. ๑/๓,พ ๓.๒ ม. ๑/๔,พ ๓.๒ ม. ๑/๕ พ ๓.๒ ม. ๑/๖
(รวมทง้ั หมด ๙ ตัวชีว้ ัด)
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
พ๒๓๑๐๓ วชิ ำ สขุ ศกึ ษำ ๖ กลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ ุขศึกษำและพลศึกษำ
ช้นั มัธยมศึกษำปีที่ ๓ ภำคเรยี นที่ ๒
เวลำเรียน ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาโรคท่ีเป็นสาเหตุสาคัญของการเจ็บป่วยและการตายของคนไทย โรคติดต่อ เช่นโรคท่ีเกิดจากการมี
เพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ โรคไข้หวัดนก โรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ชนิด A H๑N๑ ฯลฯ โรคไม่ติดต่อ เช่น โรคหัวใจ โรค
ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง ฯลฯ ปัญหาสุขภาพในชุมชน แนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน การวางแผนและจัด
เวลาในการออกกาลังกาย การพักผ่อน และการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย การทดสอบสมรรถภาพทางกายแบบ
ตา่ งๆ และการพัฒนาสมรรถภาพเพ่อื สุขภาพ
ปฏบิ ตั ิการกาหนดรายการอาหารทีเ่ หมาะสมกับวัยต่างๆ เช่นวัยทารก วัยเด็ก (วัยก่อนเรียน วัยเรียน) วัยรุ่น
วัยผใู้ หญ่ วยั สงู อายุ โดยคานงึ ถึงความประหยดั และคุณค่าทางโภชนาการ ปัจจยั เสีย่ งและพฤตกิ รรมเส่ียงต่อสุขภาพ แนว
ทางการป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพ ปัญหาและผลกระทบจากการใช้ความรุนแรง วิธีหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง
อิทธิพลของส่ือต่อพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง (คลิปวิดีโอ การทะเลาะวิวาท อินเทอร์เน็ต เกม ฯลฯ)
ความสมั พนั ธข์ องการดืม่ เคร่ืองด่มื ทีม่ ีแอลกอฮอลต์ ่อสขุ ภาพและการเกิดอุบัติเหตวุ ิธกี ารชว่ ยฟืน้ คนื ชีพ
เห็นคุณค่าของการนาความความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรม
จริยธรรมและค่านิยมทเี่ หมาะสมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตวั ช้ีวดั
พ ๔.๑ ม.๓/๑,พ ๔.๑ ม.๓/๒,พ ๔.๑ ม.๓/๓,พ ๔.๑ ม.๓/๔,พ ๔.๑ ม.๓/๕
พ ๕.๑ ม.๓/๑,พ ๕.๑ ม.๓/๒,พ ๕.๑ ม.๓/๓ พ ๕.๑ ม.๓/๔,พ ๕.๑ ม.๓/๕
(รวมทั้งหมด ๑๐ ตัวชี้วัด)
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
พ๒๓๑๐๔ วิชำ พลศึกษำ๖ (ฟุตบอล) กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ
ช้ันมัธยมศกึ ษำปที ่ี ๓ ภำคเรียนที่ ๒
เวลำเรียน ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาประวตั แิ ละพฒั นาการของกีฬาฟุตบอล ให้มสี ่วนร่วมและปฏิบตั ิจริงของกิจกรรมกายบรหิ าร เปน็ ทักษะ
เบอื้ งต้นของการเลน่ โดยนาเทคนิคการสอนกฬี าฟตุ บอลสมัยใหม่มาสอนประกอบด้วย การเตรยี มรา่ งกายผูเ้ รียนสาหรับ
กฬี าฟุตบอล วธิ กี ารเตะ การส่ง – การรับ การหยดุ การเลีย้ ง การโหม่ง การยิงประตู และการเล่นเปน็ ทีม ความรู้
เก่ยี วกับกฎกติกาการแข่งขัน รวมถงึ มารยาทในการเปน็ ผเู้ ล่นและผู้ดูที่ดี เพอ่ื สร้างทศั นคตแิ ละคุณธรรมทด่ี ีต่อผเู้ รยี น ให้รู้
หลกั และวิธีการออกกาลังกายทถ่ี ูกต้อง มีทกั ษะ มสี มรรถภาพทางกายและทางจิต มีระเบียบวนิ ยั เหน็ คุณค่า และ
สามารถนาไปปฏบิ ตั ใิ นชีวิตประจาวัน
รหสั ตวั ชี้วดั
พ ๓.๑ ม. ๑/๑,พ ๓.๑ ม. ๑/๒,พ ๓.๑ ม. ๑/๓
พ ๓.๒ ม. ๑/๑,พ ๓.๒ ม. ๑/๒,พ ๓.๒ ม. ๑/๓,พ ๓.๒ ม. ๑/๔,พ ๓.๒ ม. ๑/๕
พ ๓.๒ ม. ๑/๖
(รวมทัง้ หมด ๙ ตัวช้ีวัด)