The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตร-ร.ร.บ้านง่อนหนองพะเนาว์ฯฉบับปรับปรุง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chutima82000, 2022-09-16 03:59:21

หลักสูตร-ร.ร.บ้านง่อนหนองพะเนาว์ฯฉบับปรับปรุง

หลักสูตร-ร.ร.บ้านง่อนหนองพะเนาว์ฯฉบับปรับปรุง

พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี ๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรูส้ ุขศกึ ษำและพลศึกษำ
เวลำ ๘๐ ชวั่ โมง

ศึกษาลักษณะและหนา้ ทข่ี องอวยั วะภายนอกที่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการไปตามวยั การดแู ลรักษาอวัยวะ
ภายนอก สมาชกิ ในครอบครัว ความรกั ความผูกพนั ของสมาชกิ ในครอบครัว
ส่งิ ท่ชี นื่ ชอบและความภาคภูมิใจ ในตนเอง (จดุ เดน่ จุดด้อยของตนเอง) ลกั ษณะความแตกต่างของเพศชาย เพศหญงิ
ธรรมชาติของการเคล่ือนไหวร่างกายในชีวติ ประจาวนั กิจกรรมทางกายทีใ่ ชใ้ นการเคลอื่ นไหวตามธรรมชาติ การออก
กาลังกาย และการเลน่ เกมเบ็ดเตล็ด กฎ กติกา ข้อตกลงในการเล่นเกมเบ็ดเตลด็ การปฏิบตั ติ นตามหลักสขุ บัญญตั ิ
แห่งชาติ ลักษณะอาการเจ็บป่วยทีเ่ กดิ ขึ้นกับตนเอง วธิ ปี ฏบิ ตั ติ นเม่ือมอี าการเจบ็ ปว่ ยทีเ่ กิดขน้ึ กับตนเอง สง่ิ ที่ทาใหเ้ กิด
อนั ตรายภายในบ้านและโรงเรียน การป้องกันอันตรายภายในบา้ นและโรงเรยี น อนั ตรายจากการเล่น การขอความ
ช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุร้ายทีบ่ า้ นและโรงเรยี น

อธบิ ายลักษณะและหนา้ ทีข่ องอวัยวะภายนอก อธบิ ายวิธีดแู ลรกั ษาอวัยวะภายนอก ระบุสมาชกิ ในครอบครัว
และความรักความผกู พนั ของสมาชิกทีม่ ตี ่อกัน บอกส่งิ ท่ชี ่ืนชอบ และภาคภูมใิ จในตนเอง บอกลกั ษณะความแตกต่าง
ระหวา่ งเพศชาย และเพศหญิง เคลือ่ นไหวร่างกายขณะอยู่กับที่ เคลอื่ นที่และใช้อปุ กรณป์ ระกอบ เลน่ เกมเบ็ดเตลด็ และ
เข้ารว่ มกจิ กรรมทางกายท่ีใช้การเคลอ่ื นไหวตามธรรมชาติ ออกกาลังกาย และเลน่ เกม ตามคาแนะนา อย่างสนกุ สนาน
ปฏิบัตติ นตามกฎ กติกา ขอ้ ตกลงในการเล่นเกมตามคาแนะนา ปฏิบัติตนตามหลักสขุ บัญญตั ิแห่งชาติตามคาแนะนา
บอกอาการเจบ็ ป่วยทีเ่ กิดขึ้นกับตนเอง ปฏบิ ตั ติ นตามคาแนะนาเม่ือมีอาการเจ็บปว่ ย ระบุส่ิงที่ทาให้เกดิ อันตราย ท่ีบา้ น
โรงเรยี น และการปอ้ งกัน บอกสาเหตุและการป้องกันอนั ตรายท่เี กิดจากการเล่น แสดงคาพูดหรือท่าทางขอความ
ชว่ ยเหลือจากผ้อู น่ื เม่ือเกิดเหตรุ ้ายทบ่ี ้านและโรงเรียน

เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ เขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ตนเอง ครอบครวั
เพศศึกษา และมีทักษะในการดาเนินชีวติ เขา้ ใจ มที ักษะในการเคลือ่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
รกั การออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจาอย่างสมา่ เสมอ มีวินัย เคารพสทิ ธิ กฎ กตกิ า
มีนา้ ใจนักกีฬา มจี ติ วญิ ญาณในการแข่งขนั และชื่นชม ในสนุ ทรียภาพของการกีฬา เห็นคุณคา่ และมีทักษะในการสร้าง
เสรมิ สขุ ภาพ การดารงสุขภาพ การปอ้ งกนั โรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพ่ือสุขภาพ ปอ้ งกันและหลีกเล่ียงปจั จัย
เสย่ี ง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อบุ ัตเิ หตุ การใช้ยา สารเสพตดิ และความรุนแรง
ตวั ชีว้ ัด
พ ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, พ ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, พ ๓.๑ ป.๑/๑, ป.//๒
พ ๓.๒ ป.๑/๑, ป.//๒, พ ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
พ ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒,ป.๑/๓ (รวมทั้งหมด ๑๕ ตัวชวี้ ดั )

พ ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ คำอธิบำยรำยวิชำ
ช้ันประถมศึกษำปที ี่ ๒
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ
เวลำ ๘๐ ช่วั โมง

ศึกษาลักษณะ และหนา้ ท่ีของอวยั วะภายในท่มี กี ารเจริญเติบโตและพัฒนาการไปตามวัย (สมอง หวั ใจ ตบั ไต
ปอด กระเพาะอาหาร ลาไส้ ฯลฯ) การดูแลรกั ษาอวยั วะภายในธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ต้งั แตเ่ กิดจนตาย บทบาท
หน้าท่ขี องสมาชกิ ในครอบครัว ความสาคญั ของเพื่อน (เช่น พูดคยุ ปรึกษา เลน่ ฯลฯ) พฤตกิ รรมท่ีเหมาะสมกับเพศ
ความภาคภูมใิ จในเพศหญิง หรือเพศชาย ลกั ษณะและวธิ กี ารของการเคลื่อนไหวร่างกาย แบบอยู่กับที่ การเลน่ เกม
เบด็ เตล็ด และเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางกายทว่ี ิธเี ลน่ อาศัยการเคลือ่ นไหวเบื้องต้นท้ังแบบอยู่กบั ที่ เคลือ่ นที่ และใช้อุปกรณ์
ประกอบ การออกกาลงั กาย และเล่นเกมเบ็ดเตล็ด ประโยชน์ของการออกกาลงั กายและการเล่นเกม กฎ กตกิ า ข้อตกลง
ในการเล่นเกมเป็นกลุม่ ลักษณะของการมีสุขภาพดี อาหารท่ีมปี ระโยชนแ์ ละไมม่ ปี ระโยชน์ ของใช้และของเลน่ ทม่ี ีผลเสีย
ตอ่ สุขภาพ อาการและวิธปี ้องกันการเจบ็ ป่วย อาการและวธิ ปี ้องกันการบาดเจบ็ วธิ ีปฏิบตั ติ นเม่อื เจบ็ ป่วยและบาดเจบ็
อุบัติเหตุทางนา้ และทางบก ยาสามัญประจาบ้าน สารเสพตดิ และสารอันตรายใกล้ตัว สญั ลกั ษณ์และป้ายเตือนของ
สง่ิ ของหรือสถานท่ีท่ีเปน็ อนั ตราย อคั คีภยั

อธบิ ายลักษณะ และหน้าที่ของอวยั วะภายใน อธิบายวิธดี แู ลรกั ษาอวยั วะภายใน อธิบายธรรมชาติของชีวติ
มนุษย์ ระบบุ ทบาทหน้าท่ีของตนเอง และสมาชิกในครอบครัว บอกความสาคัญของเพ่ือน ระบพุ ฤติกรรมท่เี หมาะสมกับ
เพศอธบิ ายความภาคภูมิใจในความเป็นเพศหญิง หรือเพศชาย ควบคมุ การเคลอ่ื นไหวรา่ งกาย ขณะอยู่กบั ท่ี เคล่ือนที่
และใชอ้ ปุ กรณป์ ระกอบเลม่ เกมเบ็ดเตลด็ และเข้ารว่ มกิจกรรมทางกายท่ีวิธเี ลน่ อาศัยการเคล่อื นไหวเบื้องตน้ ท้ังแบบอยู่
กับท่ี เคลอ่ื นทแ่ี ละใช้อุปกรณ์ประกอบ ออกกาลังกาย และเลน่ เกม ไดด้ ว้ ยตนเองอย่างสนุกสนาน ปฏิบัติตามกฎ
กติกาและข้อตกลงในการเล่นเกมเป็นกลุ่ม บอกลกั ษณะของการมีสุขภาพดี เลอื กกินอาหารท่มี ีประโยชน์ ระบขุ องใชแ้ ละ
ของเล่นที่มผี ลเสยี ตอ่ สขุ ภาพ อธบิ ายอาการและวิธปี อ้ งกันการเจ็บปว่ ย การบาดเจบ็ ที่อาจเกิดขึ้น ปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนา
เมอ่ื มีอาการเจบ็ ป่วยและบาดเจ็บ ปฏิบตั ติ นในการปอ้ งกนั อบุ ัติเหตทุ ่ีอาจเกิดขน้ึ ทางนา้ และทางบก บอกช่ือยาสามัญ
ประจาบา้ น และใช้ยาตามคาแนะนา ระบุโทษของสารเสพตดิ สารอันตรายใกลต้ ัวและวธิ ีการป้องกนั ปฏิบตั ติ นตาม
สญั ลักษณ์และปา้ ยเตือนของสิ่งของหรือสถานท่ีที่เป็นอนั ตราย อธบิ ายสาเหตุ อนั ตราย วิธีปอ้ งกนั อคั คีภยั และแสดง
การหนีไฟ

เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์ เขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ตนเอง ครอบครวั
เพศศึกษา และมีทักษะในการดาเนนิ ชวี ิต เข้าใจ มีทักษะในการเคล่อื นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
รกั การออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั เิ ปน็ ประจาอย่างสมา่ เสมอ มีวนิ ัย เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า
มีน้าใจนกั กฬี า มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และช่นื ชม ในสนุ ทรยี ภาพของการกฬี า เห็นคุณค่าและมีทกั ษะในการสร้าง
เสริมสขุ ภาพ การดารงสุขภาพ การป้องกนั โรค และการสร้างเสรมิ สมรรถภาพเพื่อสขุ ภาพ ปอ้ งกนั และหลีกเลีย่ งปจั จัย
เส่ียง พฤติกรรมเส่ียงตอ่ สุขภาพ อุบัติเหตุ การใชย้ า สารเสพตดิ และความรุนแรง

ตัวชี้วัด
พ ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
พ ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
พ ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒
พ ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
พ ๔.๑ ป.๒/๑, ป.-/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔,ป.๒/๕
พ ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓,ป.๒/๔.ป.๒/๕

(รวมทัง้ หมด ๒๑ ตัวช้ีวดั )

พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษำและพลศึกษำ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๓ กลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ ุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ
เวลำ ๘๐ ช่ัวโมง

ศกึ ษาลักษณะการเจริญเติบโตของร่างกายมนษุ ย์ท่ีมคี วามแตกต่างกันในแตล่ ะบุคคล เกณฑ์มาตรฐานการ
เจรญิ เติบโต ของเด็กไทย ปจั จัยที่มผี ลต่อการเจรญิ เติบโต ความสาคญั ของครอบครัว ความแตกตา่ งของแตล่ ะครอบครวั
วธิ ีการสรา้ งสัมพนั ธภาพในครอบครวั และกลุ่มเพื่อน พฤติกรรมท่ีนาไปสู่การลว่ งละเมิดทางเพศ (การแต่งกาย การเที่ยว
กลางคืน การคบเพ่ือน การเสพสารเสพตดิ ฯลฯ) วธิ ีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่นาไปสกู่ ารล่วงละเมดิ ทางเพศ (ทักษะปฏิเสธ
และอนื่ ๆ ) การเคลื่อนไหวรา่ งกายแบบอย่กู ับที่ วิธกี ารควบคมุ การเคล่ือนไหวร่างกายแบบต่างๆ อยา่ งมที ิศทาง
กิจกรรมทางกายทใ่ี ชท้ กั ษะการเคลื่อนไหวแบบบังคับทิศทาง ในการเลน่ เกมเบ็ดเตล็ด แนวทางการเลอื กออกกาลังกาย
การละเลน่ พน้ื เมอื งและเลน่ เกมทเี่ หมาะสมกบั จุดเด่น จุดดอ้ ยและข้อจากดั ของแตล่ ะบุคคล การออกกาลงั กาย เกม
และการละเลน่ พ้ืนเมอื ง กฎ กติกาและข้อตกลงในการออกกาลงั กาย การเลน่ เกม และการละเลน่ พนื้ เมือง การติดต่อ
และวธิ ีการปอ้ งกนั การแพร่กระจายของโรค อาหารหลกั ๕ หมู่ การเลอื กกินอาหารท่ีเหมาะสม การแปรงฟันใหส้ ะอาด
อย่างถูกวธิ ี (ครอบคลมุ บริเวณขอบเหงอื กและคอฟัน) การสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกายเพ่อื สุขภาพ วธิ ปี ฏบิ ัตติ นเพอ่ื
ความปลอดภยั จากอบุ ตั เิ หตุในบ้าน โรงเรียนและการเดนิ ทาง การขอความช่วยเหลือจากบุคคลและแหลง่ ต่างๆ เมือ่
เกิดเหตรุ ้ายหรืออบุ ตั เิ หตุ การบาดเจ็บจากการเล่น

อธบิ ายลักษณะและการเจรญิ เติบโตของร่างกายมนุษย์ เปรยี บเทยี บการเจริญเติบโตของตนเองกับเกณฑ์
มาตรฐาน ระบุปัจจัยทมี่ ีผลต่อการเจรญิ เติบโต อธิบายความสาคัญ และความแตกตา่ งของครอบครัวท่ีมีตอ่ ตนเอง
อธิบายวิธีสร้างสัมพนั ธภาพในครอบครวั และกลมุ่ เพ่ือน บอกวธิ หี ลีกเลี่ยงพฤติกรรมท่ีนาไปส่กู ารลว่ งละเมิดทางเพศ
ควบคุมการเคล่อื นไหวรา่ งกาย ขณะอย่กู ับท่ี เคลอื่ นท่ีและใช้อปุ กรณ์ประกอบอย่างมที ิศทาง เคล่ือนไหวรา่ งกายทใ่ี ช้
ทกั ษะการเคลื่อนไหวแบบบังคับทศิ ทางในการเลน่ เกมเบ็ดเตลด็ เลือกออกกาลงั กาย การละเลน่ พื้นเมือง และเล่นเกมท่ี
เหมาะสมกบั จดุ เด่น จุดด้อย และข้อจากัดของตนเองปฏิบัตติ ามกฎ กติกาและข้อตกลงของการออกกาลงั กาย การเลน่
เกม การละเลน่ พื้นเมืองได้ด้วยตนเอง อธบิ ายการติดต่อและวธิ ีการปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายของโรค จาแนกอาหารหลกั
๕ หมู่เลอื กกินอาหารทีห่ ลากหลายครบ ๕ หมู่ ในสัดส่วนทเ่ี หมาะสมแสดงการแปรงฟนั ใหส้ ะอาดอย่างถูกวิธีสรา้ งเสริม
สมรรถภาพทางกายได้ตามคาแนะนาปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื ความปลอดภัยจากอุบตั ิเหตใุ นบา้ น โรงเรยี น และการเดนิ ทางแสดง
วธิ ขี อความชว่ ยเหลือจากบุคคลและแหล่งต่าง ๆ เม่ือเกดิ เหตรุ า้ ย หรอื อุบตั เิ หตุ แสดงวิธีปฐมพยาบาล เมื่อบาดเจ็บ
จากการเล่น

เขา้ ใจธรรมชาติของการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์ เข้าใจและเหน็ คุณคา่ ตนเอง ครอบครวั
เพศศึกษา และมีทักษะในการดาเนนิ ชีวิต เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจาอยา่ งสมา่ เสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา
มีน้าใจนกั กฬี า มจี ติ วิญญาณในการแข่งขัน และช่ืนชม ในสุนทรียภาพของการกฬี า เห็นคณุ ค่าและมีทกั ษะในการสร้าง
เสรมิ สุขภาพ การดารงสุขภาพ การป้องกนั โรค และการสร้างเสรมิ สมรรถภาพเพื่อสขุ ภาพ ปอ้ งกนั และหลกี เล่ียงปัจจัย
เสย่ี ง พฤตกิ รรมเส่ียงตอ่ สุขภาพ อบุ ตั เิ หตุ การใช้ยา สารเสพติด และความรนุ แรง

ตวั ชวี้ ัด
พ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
พ ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
พ ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
พ.๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
พ ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔,ป.๓/๕
พ ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓

(รวมทัง้ หมด ๑๘ ตัวช้ีวดั )

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

พ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษำและพลศกึ ษำ กลุ่มสำระกำรเรียนรูส้ ุขศึกษำและพลศึกษำ
ชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี ๔ เวลำ ๘๐ ช่ัวโมง

ศึกษาการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของรา่ งกายและจติ ใจตามวัย ชว่ งอายุ ๙-๑๒ ปี ความสาคญั ของ
กลา้ มเน้อื กระดูกและขอ้ ทม่ี ีผลตอ่ สขุ ภาพ การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการ วิธดี ูแลรกั ษากล้าเนอื้ กระดกู และขอ้ ให้
ทางานอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ศึกษาคณุ ลกั ษณะของความเปน็ เพ่ือนและสมาชิกทีด่ ีของครอบครัว พฤติกรรมท่ีเหมาะสม
กับเพศของตนตามวัฒนธรรมไทย วิธกี ารปฏเิ สธการกระทาที่เป็นอันตรายและไม่เหมาะสมในเร่อื งเพศ ศึกษาการ
เคลือ่ นไหวรา่ งกายแบบผสมผสานท้งั แบบแอยกู่ ับท่ี เช่น กระโดดหมุนตัว กระโดดเหยียบตวั แบบเคล่อื นที่ เชน่
ซิกแซ็ก วิ่งเปลย่ี นทศิ ทาง ควบมา้ และแบบใชอ้ ุปกรณป์ ระกอบ เช่น บอล เชอื ก กายบริหารท่ามือเปลา่ ประกอบ
จงั หวะ เกมเลียนแบบและกจิ กรรมแบบผลัด กีฬาพืน้ ฐานเชน่ แชร์บอล แฮนดบ์ อลห่วงขา้ มตาขา่ ย ศึกษาเรอ่ื งการ
ออกกาลงั กาย เล่นเกมตามความชอบของตนเองและเล่นกีฬาพนื้ ฐานรว่ มกบั ผูอ้ ่ืน การวิเคราะหผ์ ลพฒั นาการของ
ตนเองในการออกกาลงั กาย เลน่ เกมและเลน่ กีฬาตามตวั อย่างและแบบปฏบิ ตั ิของผอู้ ืน่ ศึกษาคณุ คา่ ของการออกกาลัง
กาย เล่นเกมและเล่นกีฬาที่มีตอ่ สุขภาพ ศึกษาเร่ืองการปฏิบัตติ ามกฎกติกา การเลน่ กีฬาพ้ืนฐานตามชนดิ กีฬาท่เี ล่น
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งส่งิ แวดลอ้ มกับสุขภาพ ศึกษาเร่ืองการจดั สงิ่ แวดลอ้ มท่ีถกู สขุ ลักษณะและเอื้อต่อสขุ ภาพ ศึกษา
เรอ่ื งสภาวะอารมณ์และความรสู้ กึ ผลทีม่ ตี ่อสุขภาพท้งั ทางบวกทางลบ ศึกษาวธิ กี ารวิเคราะห์ข้อมูลบนฉลากอาหาร
และผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพ การทดสอบสมรรถภาพทางกาย การปรับปรงุ สมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย ศึกษาความสาคัญของการใชย้ า หลกั การใชย้ า วิธีปฐมพยาบาล ศึกษาผลเสียของการสบู บุหร่ี
การดมื่ สรุ า และการปอ้ งกัน

สามารถอธบิ ายการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของร่างกายและจิตใจตามวยั อธบิ ายความสาคัญของกลา้ มเน้ือ
กระดูกและข้อ ที่มผี ลต่อการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการ อธิบายวธิ ีดูแลกลา้ มเนอื้ กระดกู และข้อ ใหท้ างานอย่างมี
ประสิทธภิ าพ อธิบายคุณลกั ษณะของความเป็นเพอื่ นและสมาชกิ ทด่ี ีของครอบครัว แสดงพฤติกรรมท่ีเหมาะสมกบั เพศ
ของตนตามวฒั นธรรมไทย ยกตัวอยา่ งวธิ กี ารปฏิเสธการกระทาที่เป็นอนั ตรายและไมเ่ หมาะสมในเร่ืองเพศ ควบคุม
ตนเองเม่ือใชท้ ักษะการเคล่อื นไหวในลักษณะผสมผสานได้ทั้งแบบอยูก่ ับท่ี เคลอ่ื นท่ี และใช้อุปกรณป์ ระกอบ ฝกึ กาย
บรหิ ารทา่ มอื เปล่าประกอบจงั หวะ เลน่ เกมเลยี นแบบและกจิ กรรมแบบผลัด เล่นกีฬาพื้นฐานอยา่ งนอ้ ย 1 ชนิด
ออกกาลงั กาย เล่นเกม และกีฬาที่ตนเองชอบ และมีความสามารถในการวเิ คราะหผ์ ลพฒั นาการของตนเองตาม
ตวั อยา่ งและแบบปฏบิ ัติของผู้อื่น ปฏิบัติตามกฎกติกาการเล่นกีฬาพื้นฐานตามชนดิ กีฬาท่ีเล่นอธบิ ายความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งสง่ิ แวดลอ้ มกบั สุขภาพ อธบิ ายสภาวะอารมณ์ ความร้สู กึ ท่มี ีผลตอ่ สุขภาพวิเคราะห์ข้อมูลบนฉลากอาหารและ
ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพเพือ่ การเลือกบรโิ ภค ทดสอบและปรับปรงุ สมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทาง
กาย อธบิ ายความสาคัญของการใช้ยา สมุนไพรในท้องถ่ิน และใชย้ าและสมนุ ไพรในท้องถ่นิ ไดอ้ ย่างถูกวิธี แสดงวธิ ี
ปฐมพยาบาลเมื่อไดรบั อนั ตรายจากการใช้ยาผิด สารเคมีแมลงสตั ว์กดั ต่อย และการบาดเจ็บจากการเล่นกฬี า
วิเคราะหผ์ ลเสยี ของการสูบบุหร่แี ละการดื่มสุราที่มีต่อสุขภาพและการป้องกัน

เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครวั
เพศศึกษา และมที ักษะในการดาเนินชีวติ มที กั ษะในการเคลอื่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา รกั การ
ออกกาลงั กาย การเล่นเกมและการเลน่ กีฬา ปฏบิ ตั เิ ปน็ ประจาอยา่ งสม่าเสมอ มวี นิ ยั เคารพสทิ ธิ กฎ กตกิ า มนี ้าใจ

นกั กีฬา มีจติ วญิ ญาณในการแข่งขัน และช่ืนชมในสุนทรยี ภาพของการกฬี า เห็นคุณค่าและมที ักษะในการสรา้ งเสรมิ
สุขภาพ การดารงสุขภาพ การปอ้ งกันโรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพือ่ สุขภาพ ปอ้ งกันและหลีกเล่ยี งปัจจยั
เส่ยี ง พฤติกรรมเสีย่ งต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใชย้ า สารเสพติด และความรุนแรง

รหัสตัวช้ีวัด
พ ๑.๑ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓
พ ๒.๑ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓
พ ๓.๑ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓, ป ๔/๔
พ ๓.๒ ป ๔/๑ , ป ๔/๒
พ ๔.๑ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓, ป ๔/๔
พ ๕.๑ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓

(รวมทงั้ หมด ๑๙ ตวั ช้ีวดั )

พ ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี ๕
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ
เวลำ ๘๐ ชวั่ โมง

ศกึ ษาความสาคัญของระบบย่อยอาหารและระบบขบั ถา่ ยท่ีมผี ลต่อสุขภาพ การเจริญเติบโต และพฒั นาการ
วิธีดแู ลรกั ษาระบบย่อยอาหารและระบบขบั ถ่ายใหท้ างานตามปกติ
การเปล่ียนแปลงทางเพศ การดแู ลตนเอง การวางตัวที่เหมาะสมกับเพศตามวัฒนธรรมไทย ลกั ษณะของครอบครัวที่
อบอนุ่ ตามวัฒนธรรมไทย ครอบครัวขยาย การนบั ถือญาติ พฤตกิ รรมทพี่ ึงประสงคแ์ ละไม่พึงประสงค์ในการแก้ไข
ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว การจดั รปู แบบการเคลื่อนไหวร่างกาย แบบผสมผสาน และการปฏิบตั ิกจิ กรรมทาง
กายทง้ั แบบ อยูก่ ับที่ เคลือ่ นที่ และใช้อปุ กรณป์ ระกอบตามแบบท่ีกาหนด เช่น การฝึกกายบรหิ าร ยดื หยนุ่ ขัน้
พ้ืนฐาน เกมนาไปสู่กีฬาและกิจกรรมแบบผลดั ท่ีมกี าร ตี เข่ีย รบั – สง่ สิ่งของ ขว้าง และวง่ิ การเคล่อื นไหวใน
เรือ่ งการรบั แรง การใชแ้ รงและความสมดุลทักษะกลไกท่ีส่งผลต่อการปฏิบัติกจิ กรรมทางกายและเล่นกฬี า การเลน่ กีฬา
ไทย เชน่ ตะกร้อวง วง่ิ ชักธง และกีฬาสากล เช่น กรีฑาประเภทลู่ แบดมนิ ตัน เปตอง ฟุตบอล เทเบลิ เทนนิส ว่าย
น้า หลกั การและกจิ กรรมนันทนาการ หลกั การและรูปแบบการออกกาลงั กาย การออกกาลังกาย และการเล่นเกม
เชน่ เกมเบด็ เตลด็ เกมเลยี นแบบ เกมนา และการละเล่นพ้นื เมือง การเล่นกีฬาไทย และกฬี าสากลประเภทบุคคล
และทีมที่เหมาะสมกบั วยั อยา่ งสม่าเสมอ การสร้างทางเลือกในวิธีปฏิบตั ิในการเล่นกีฬาอย่างหลากหลาย และมนี ้าใจ
นักกฬี า กฎ กตกิ าในการเล่นเกม กีฬาไทยและกฬี าสากลตามชนดิ กีฬาทเ่ี ลน่ วิธีการรกุ และวธิ ีปอ้ งกันในการเล่นกีฬา
ไทยและกีฬาสากลทเ่ี ล่น สทิ ธขิ องตนเองและผู้อ่ืนในการเล่นเกมและกีฬา ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลในการเลน่ เกม
และกีฬา ความสาคัญของการปฏิบตั ิตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ แหลง่ และวธิ ีค้นหาข้อมูลขา่ วสารทางสขุ ภาพ การใช้
ขอ้ มูลข่าวสารในการสร้างเสริมสขุ ภาพ การตดั สินใจเลอื กซือ้ อาหารและผลติ ภัณฑ์สุขภาพ - การปฏบิ ตั ิตนในการ
ปอ้ งกนั โรคทีพ่ บบ่อยในชวี ิตประจาวนั การทดสอบสมรรถภาพทางกาย การปรบั ปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการ
ทดสอบสมรรถภาพทางกาย ปัจจัยทีม่ อี ทิ ธิพลต่อการใชส้ ารเสพตดิ สรุ า บุหรี่ ยาบา้ สารระเหย ครอบครวั สังคม
เพ่ือน ค่านยิ ม ความเชือ่ ปญั หาสขุ ภาพ ส่ือ ผลกระทบของการใช้ยา และสารเสพติดทมี่ ตี อ่ ร่างกาย จติ ใจ อารมณ์
สังคม และสติปัญญา การปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากการใช้ยา การหลีกเลยี่ งสารเสพติด อทิ ธิพลของส่อื ท่ีมตี ่อ
พฤติกรรม สุขภาพ อนิ เทอร์เนต็ เกม การปฏิบัตเิ พ่ือป้องกันอันตรายจากการเลน่ กีฬา

สามารถอธบิ ายความสาคญั ของระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายที่มผี ลต่อสุขภาพ การเจรญิ เติบโต และ
พัฒนาการ อธบิ ายวิธีดแู ลระบบย่อยอาหารและระบบขับถา่ ยให้ทางานตามปกติ อธบิ ายการเปล่ยี นแปลงทางเพศ
และปฏบิ ัตติ นได้เหมาะสม อธิบายความสาคัญของการมีครอบครวั ท่ีอบอุ่นตามวัฒนธรรมไทย ระบุพฤติกรรมท่ีพึง
ประสงค์ และไม่พึงประสงคใ์ นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวและกลมุ่ เพ่ือน จดั รูปแบบการเคล่ือนไหวแบบ
ผสมผสาน และควบคมุ ตนเองเม่ือใช้ทักษะการเคลื่อนไหวตามแบบที่กาหนด เลม่ เกมนาไปสกู่ ีฬาท่เี ลอื กและกิจกรรม
การเคลือ่ นไหวแบบผลัด ควบคมุ การเคลอื่ นไหวในเร่ืองการรับแรง การใช้แรงและความสมดุล แสดงทักษะกลไกใน
การปฏบิ ัติกจิ กรรมทางกายและเล่นกีฬา เล่นกีฬาไทย และกีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททมี ได้อยา่ งละ ๑ ชนดิ
อธิบายหลกั การ และเขา้ รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการ อยา่ งน้อย 1 กจิ กรรม ออกกาลังกายอยา่ งมีรปู แบบ เล่นเกมทใี่ ช้
ทักษะการคิดและตัดสนิ ใจ เล่นกฬี าทีต่ นเองชอบอยา่ งสม่าเสมอ โดยสรา้ งทางเลือกในวธิ ีปฏิบัติของตนเองอยา่ ง

หลากหลาย และมีนา้ ใจนักกีฬา ปฏิบตั ิตามกฎกติกา การเลน่ เกม กฬี าไทย และกีฬาสากล ตามชนดิ กีฬาทเี่ ลน่
ปฏิบตั ิตนตามสทิ ธิของตนเอง ไมล่ ะเมดิ สิทธผิ ู้อ่ืนและยอมรบั ในความแตกต่างระหว่างบุคคลในการเล่นเกม และกีฬา
ไทย กฬี าสากล แสดงพฤติกรรมที่เห็นความสาคัญของการปฏิบตั ติ นตามสขุ บญั ญัตแิ ห่งชาติ คน้ หาข้อมลู ขา่ วสารเพ่อื
ใชส้ ร้างเสริมสุขภาพ วเิ คราะห์ส่ือโฆษณาในการตัดสนิ ใจเลือกซ้ืออาหาร และผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพอยา่ งมีเหตผุ ล ปฏบิ ตั ิ
ตนในการป้องกนั โรคท่พี บบ่อยในชีวติ ประจาวัน ทดสอบและปรบั ปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย วิเคราะหป์ ัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อการใช้สารเสพตดิ วิเคราะหผ์ ลกระทบของการใชย้ า สมุนไพรใน
ท้องถน่ิ และสารเสพติด ท่ีมีผลตอ่ รา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา ปฏิบตั ิตนเพอื่ ความปลอดภัยจาก
การใชย้ า และหลีกเลี่ยงสารเสพติด วิเคราะหอ์ ิทธิพลของส่ือท่มี ีต่อพฤติกรรมสขุ ภาพ ปฏบิ ัตติ นเพอื่ ป้องกันอันตราย
จากการเลน่ กีฬา

เพ่ือให้เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครวั
เพศศึกษา และมที ักษะในการดาเนนิ ชวี ติ เขา้ ใจและมีทกั ษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และ
กีฬา รกั การออกกาลงั กาย การเลน่ เกม และการเลน่ กีฬา ปฏบิ ัตเิ ปน็ ประจา อย่างสม่าเสมอ มวี นิ ยั เคารพสิทธิ กฎ
กตกิ า มีนา้ ใจนักกฬี า มีจิตวิญญาณ ในการแข่งขันและชน่ื ชมในสุนทรยี ภาพของการกีฬา เหน็ คณุ ค่าและมที ักษะในการ
สร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การสร้างเสรมิ สมรรถภาพเพื่อสุขภาพ ป้องกันและหลกี เลี่ยงปจั จยั เสยี่ ง
พฤติกรรมเสีย่ งต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใชย้ า สารเสพติด และความรุนแรง

ตัวชี้วัด
พ ๑.๑ ป ๕/๑ , ป ๕/๒
พ ๒.๑ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓
พ ๓.๑ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓, ป ๕/๔ .ป ๕/๕, ป ๕/๖
พ ๓.๒ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ .ป ๕/๓ , ป ๕/๔
พ ๔.๑ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓. ป ๕/๔, ป ๕/๕
พ ๕.๑ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓, ป ๕/๔ , ป ๕/๕

(รวมท้ังหมด 25 ตัวชวี้ ดั )

พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ช้นั ประถมศึกษำปที ่ี ๖
กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ุขศกึ ษำและพลศึกษำ
เวลำ ๘๐ ชั่วโมง

ศกึ ษาความสาคัญของระบบสืบพนั ธ์ุ ระบบไหลเวยี นโลหติ และระบบหายใจทมี่ ผี ลต่อสุขภาพ การ
เจริญเตบิ โตและพัฒนาการ วิธีดูแลรกั ษาระบบสืบพันธ์ุ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหายใจให้ทางานตามปกติ
ความสาคญั ของการสรา้ งและรกั ษาสมั พันธภาพกับผู้อนื่ ปัจจัยทชี่ ว่ ยให้การทางานกล่มุ ประสบความสาเรจ็
พฤติกรรมเสีย่ งที่นาไปส่กู ารมีเพศสัมพนั ธ์ การติดเชือ้ เอดส์ และการตง้ั ครรภ์กอ่ นวัยอนั ควร การเคลอ่ื นไหวรว่ มกับผู้อ่นื
แบบผลดั ในลกั ษณะผสมผสาน ในการรว่ มกจิ กรรมทางกาย การเคลอื่ นไหวในเรื่องการรบั แรง การใชแ้ รง และความสมดลุ กบั การ
พฒั นาทักษะการเคลื่อนไหว ในการเลน่ เกมและกีฬา การเล่นกฬี าไทย กฬี าสากล ประเภทบคุ คลและประเภททมี การใช้ขอ้ มูล
ด้านทักษะกลไกเพ่ือปรับปรงุ และเพม่ิ พูนความสามารถในการปฏิบตั กิ จิ กรรมทางกาย และเลน่ กฬี า การนาความรู้และหลกั การ
ของกิจกรรมนนั ทนาการไปใช้เป็นฐานการศึกษาหาความรู้ ประโยชน์และหลกั การออกกาลงั กายเพ่ือสขุ ภาพ สมรรถภาพ
ทางกายและการสรา้ งเสริมบุคลกิ ภาพ การเล่นเกมท่ีใช้ทกั ษะการวางแผน การเพ่ิมพนู ทกั ษะการออกกาลงั กายและ
การเคลือ่ นไหวอย่างเป็นระบบ การเล่นกีฬาประเภทบุคคลและประเภทท่ีชน่ื ชอบ การประเมินทักษะการเลน่ กฬี าของ
ตน กลวธิ กี ารรกุ การป้องกันในการเลน่ กีฬา การสรา้ งความสามคั คีและความมนี า้ ใจนักกฬี าในการเลน่ เกมและกีฬา
ความสาคญั ของสง่ิ แวดล้อมท่ีมีผลต่อสุขภาพ ปญั หาของส่ิงแวดล้อมที่มผี ลตอ่ สุขภาพ การป้องกนั และแก้ไขปัญหา
สงิ่ แวดลอ้ มท่ีมีผลต่อสขุ ภาพ โรคตดิ ต่อสาคัญที่ระบาดในปัจจุบนั ผลกระทบทเี่ กิดจากการระบาดของโรค การป้องกัน
การระบาดของโรค พฤติกรรมทแี่ สดงออกถงึ ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สุขภาพของส่วนรวม วิธที ดสอบสมรรถภาพทางกาย
การสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ภัยธรรมชาติ การปฏิบตั ติ น
เพ่อื ความปลอดภยั จากภยั ธรรมชาติ สาเหตุของการตดิ สารเสพติด ทักษะการส่ือสารให้ผู้อืน่ หลีกเล่ียงสารเสพติด

สามารถอธบิ ายความสาคญั ของระบบสบื พนั ธ์ุ ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ ที่มีผลต่อสุขภาพ การ
เจริญเติบโตและพัฒนาการ อธบิ ายวธิ กี ารดแู ลรกั ษาระบบสบื พันธ์ุ ระบบไหลเวยี นโลหิต และระบบหายใจให้
ทางานตามปกติ อธบิ ายความสาคญั ของการสรา้ งและรักษาสัมพันธภาพกับผ้อู ่นื วเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมเสี่ยงท่ีอาจ
นาไปสกู่ ารมีเพศสัมพนั ธ์ การติดเชือ้ เอดส์ และการต้งั ครรภก์ ่อนวยั อนั ควรแสดงทกั ษะการเคลอ่ื นไหวร่วมกับผู้อ่นื ใน
ลักษณะแบบผลดั และแบบผสมผสานไดต้ ามลาดับทัง้ แบบอยกู่ ับท่ี เคล่ือนที่ และใช้อุปกรณป์ ระกอบ และการ
เคลือ่ นไหวประกอบเพลง จาแนกหลักการเคลอื่ นไหวในเร่อื งการรบั แรง การใชแ้ รง และความสมดลุ ในการเคลือ่ นไหว
รา่ งกายในการเล่นเกม เลน่ กีฬา และนาผลมาปรับปรุง เพม่ิ พูนวิธีปฏบิ ัตขิ องตนและผูอ้ น่ื เล่นกีฬาไทย กีฬาสากล
ประเภทบคุ คลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด ใชท้ กั ษะกลไก เพื่อปรบั ปรุงเพ่ิมพนู ความสามารถของตนและผู้อน่ื ใน
การเล่นกฬี า รว่ มกิจกรรมนันทนาการ แล้วนาความรแู้ ละหลักการท่ีไดไ้ ปใช้เปน็ ฐานการศึกษาหาความรเู้ ร่ืองอ่นื ๆ
อธบิ ายประโยชน์และหลักการออกกาลังกายเพื่อสขุ ภาพ สมรรถภาพทางกายและการสร้างเสริมบุคลกิ ภาพ เล่นเกมท่ี
ใชท้ ักษะการวางแผน และสามารถเพ่ิมพนู ทักษะการออกกาลงั กายและเคล่ือนไหวอย่างเป็นระบบ เล่นกฬี าทีต่ นเอง
ชนื่ ชอบและสามารถประเมนิ ทักษะการเล่นของตนเปน็ ประจา ปฏบิ ัตติ ามกฎ กติกา ตามชนดิ กฬี าทีเ่ ลน่ โดยคานึงถงึ
ความปลอดภยั ของตนเองและผู้อนื่ จาแนกกลวิธีการรกุ การปอ้ งกนั และนาไปใช้ในการเลน่ กีฬา เล่นเกมและกีฬา
ด้วยความสามคั คีและมนี ้าใจนกั กฬี า แสดงพฤติกรรมในการปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหาสิง่ แวดล้อมที่มีผลต่อสขุ ภาพ

วเิ คราะห์ผลกระทบท่เี กิดจากการระบาดของโรคและเสนอแนวทางการป้องกันโรคติดตอ่ สาคัญท่พี บในประเทศไทย
แสดงพฤตกิ รรมท่บี ง่ บอกถึง ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของสว่ นรวม สร้างเสรมิ และปรบั ปรงุ สมรรถภาพทางกายเพื่อ
สุขภาพอยา่ งตอ่ เนื่อง วเิ คราะห์ผลกระทบจากความรนุ แรงของภยั ธรรมชาตทิ ี่มีตอ่ ร่างกาย จติ ใจ และสังคม ระบวุ ิธี
ปฏิบัตติ น เพือ่ ความปลอดภัยจากธรรมชาติ วเิ คราะห์สาเหตขุ องการติดสารเสพตดิ และชักชวนใหผ้ ู้อน่ื หลกี เลีย่ งสารเสพตดิ

เพอื่ ให้เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ เข้าใจและเหน็ คณุ ค่าตนเอง ครอบครัว
เพศศึกษา และมที ักษะในการดาเนนิ ชีวติ เขา้ ใจและมีทักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และ
กฬี า รกั การออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเลน่ กีฬา ปฏิบตั ิเปน็ ประจา อย่างสม่าเสมอ มีวินยั เคารพสทิ ธิ กฎ
กติกา มนี า้ ใจนกั กฬี า มีจติ วิญญาณ ในการแข่งขนั และช่ืนชมในสุนทรยี ภาพของการกีฬา เห็นคุณค่าและมีทักษะในการ
สร้างเสริมสุขภาพ การดารงสขุ ภาพ การสร้างเสรมิ สมรรถภาพเพื่อสขุ ภาพ ป้องกนั และหลกี เลี่ยงปัจจัยเสี่ยง
พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพ อุบตั ิเหตุ การใชย้ า สารเสพติด และความรนุ แรง

ตวั ช้วี ัด
พ ๑.๑ ป ๖/๑ , ป ๖/๒
พ ๒.๑ ป ๖/๑ , ป ๖/๒
พ ๓.๑ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ , ป ๖/๓, ป ๖/๔ ,ป ๖/๕
พ ๓.๒ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ .ป ๖/๓ , ป ๖/๔, ป ๖/๕ ,ป ๖/๖
พ ๔.๑ ป ๖/๑ , ป ๖/๒, ป ๖/๓, ป ๖/๔
พ ๕.๑ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ , ป ๖/๓
(รวมทัง้ หมด ๒๒ ตัวชวี้ ัด)

พ ๑๔๒๐๑ วอลเลย์บอล ๑ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม
ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ กลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ ุขศึกษำและพลศึกษำ
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษาและเขา้ ใจการเล่นเกม และกีฬาวอลเลยบ์ อล ความรู้ท่ัวไปเก่ียวกบั ประวัติ ความเป็นมาการเล่นกีฬา
วอลเลยบ์ อล รูปแบบการเคลื่อนไหวต่างๆ ตลอดจนการนาหลกั การทางวทิ ยาศาสตร์การเคลอ่ื นไหวไปใช้ในการเลน่
วอลเลยบ์ อล ตามหลัก กฎ กตกิ า ความปลอดภัย และกลวิธีในการเล่นและการแข่งขัน

สามารถปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา ความรบั ผดิ ชอบตามบทบาทหน้าทีท่ ี่ไดร้ ับมอบหมาย ให้ความร่วมมอื เปน็ ผ้มู ี
น้าใจนักกีฬา ชืน่ ชม สุนทรยี ภาพในการเลน่ การดูแล และการแข่งขนั เป็นประจาสมา่ เสมอ

เพื่อให้นกั เรยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถนาความรู้ไปปรับใชใ้ นชวี ิตประจาวนั เพือ่ ให้เป็นบุคคลที่มี
ความสุขทง้ั ทางร่างกายและจิตใจ

ผลกำรเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นมีทกั ษะในการเคลื่อนไหวร่วมกบั ผู้อื่นในลกั ษณะแบบผลดั และแบบผสมผสานได้
๒. นกั เรยี นปฏิบัตกิ ารบรหิ ารร่างกายไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกับประเภทกีฬา(วอลเลยบ์ อล)
๓. นกั เรียนและเข้าใจในประวัตคิ วามเปน็ มาของกฬี าวอลเลยบ์ อล
๔. นกั เรียนรแู้ ละเข้าใจในกฎ กตกิ า การแข่งขนั วอลเลยบ์ อลได้
๕. นักเรยี นมีทักษะพ้ืนฐานในการเลน่ วอลเลยบ์ อล เชน่ การรบั ลูก การส่งลูก การเสริ ์ฟ

รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรียน

พ ๑๔๒๐๒ รำมวยโบรำณ ๑ คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเตมิ
ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี ๔ กลุ่มสำระกำรเรยี นรูส้ ุขศกึ ษำและพลศึกษำ
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

ศึกษาประวตั ิความเปน็ มาของมวยโบราณ ปฏิบัตกิ ิจกรรมการบริหาร การออกกาลงั กายดว้ ย กิจกรรมมวย
โบราณ มีทกั ษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน การเคลื่อนไหวประกอบจงั หวะแบบดงั้ เดิม การออกแบบทา่ ราเพื่อการสรา้ งเสริม
สขุ ภาพ การหาความสัมพนั ธ์ของการเคล่ือนไหวรามวยโบราณ กบั การสรา้ งเสรมิ สุขภาพและสมรรถภาพ นารามวย
โบราณไปปรับใช้ในชีวิตประจาวนั และร่วมกิจกรรมในชมุ ชน

โดยใชก้ ระบวนการศึกษา เลือก ระบุ ฝึกปฏบิ ัติ การเคลอ่ื นไหวพ้นื ฐาน การเคลื่อนไหวประกอบจังหวะ การหา
ความสมั พนั ธก์ ารเคล่อื นไหวกับการพัฒนาสขุ ภาพ และสมรรถภาพ อนุรักษ์ และการมีส่วนร่วมในสังคม

เพ่ือใหร้ หู้ ลกั และวธิ ีการออกกาลังกายท่ีถูกต้อง มที ักษะในการรามวยโบราณอย่างสนุกสนาน ปลอดภยั การ
ส่งเสรมิ สขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ มรี ะเบียบวินัย เหน็ คณุ ค่า และนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน การอนรุ กั ษแ์ ละนารามวย
โบราณไปใช้ประโยชนร์ ่วมกับชมุ ชนตามความเหมาะสม

ผลกำรเรียนรู้
๑. มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับประวัติความเป็นมาของรามวยโบราณ
๒. รู้หลักและวธิ ีการออกกาลังกายที่ถกู ต้อง
๓. มที กั ษะการรามวยโบราณ
๔. รามวยโบราณได้อยา่ งปลอดภยั และสนกุ สนาน
๕. ใช้รามวยโบราณในการออกกาลังกาย เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายและทางจิต
๖. เห็นคุณคา่ และนารามวยโบราณไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
๗. นารามวยโบราณเขา้ รว่ มกิจกรรมในชุมชนได้

รวมท้ังหมด ๗ ผลกำรเรยี นรู้

พ ๑๔๒๐๓ โรคภัยใกล้ตัว ๑ คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๔ กลุ่มสำระกำรเรยี นรูส้ ุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษา สาเหตุ อาการ การป้องกัน การดแู ลรักษาและการปฏิบตั ริ ่วมกับชมุ ชนในการป้องกนั ควบคมุ โรคและภยั
สขุ ภาพทกี่ าลังอย่ใู นสถานการณ์ระบาดหรือเป็นปัญหารนุ แรงทั้งในระดบั ท้องถ่นิ และระดับชาติ ปฏิบตั ติ นในการควบคุม
ปอ้ งกนั โรคและภัยสุขภาพอย่างสมา่ เสมอ เผยแพรค่ วามรู้ความเขา้ ใจและทกั ษะการปฏบิ ัติในการควบคุมป้องกนั โรคและ
ภยั สขุ ภาพตา่ งๆ สู่ชุมชนตามความเหมาะสม

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ ระบุ อธิบาย เลอื ก การสรปุ การฝึกปฏบิ ัติ การบรู ณาการโครงงาน จิตอาสา การมี
สว่ นร่วมกับชุมชนในการควบคุม ป้องกนั ดูแล การรักษาโรคท่เี ปน็ ปัญหาในโรงเรียนและชมุ ชน

เพือ่ ป้องกัน ควบคมุ แก้ไขปญั หาโรคและภยั สุขภาพในชวี ิตประจาวนั รว่ มสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพกาย สุขภาพจติ ทง้ั
ของตนเอง ครอบครัวและชมุ ชน สรา้ งความมสี ว่ นรว่ ม เห็นคุณคา่ และประโยชน์ของการมีส่วนร่วม รว่ มกับชมุ ชนในการ
ควบคุมป้องกนั โรคและภัยสุขภาพ

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกับ สาเหตุ อาการ การป้องกัน การดแู ลรักษา โรคและภัยสขุ ภาพท่ีเปน็ ปญั หา

สาคญั ใน ระดบั ท้องถ่ินและระดับชาติ
๒. สามารถปฏิบัติตนในการควบคุม ปอ้ งกนั โรคและภัยสุขภาพ ตามสถาณการณร์ ะบาดได้
๓. ปฏิบัตติ นในการควบคุม ป้องกันโรคและภยั สุขภาพอย่างสม่าเสมอ
๔. สามารถเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจและทกั ษะการปฏบิ ัติตนในการควบคุมป้องกนั โรคและภยั สขุ ภาพสู่

ชุมชนตามความเหมาะสม

รวมท้ังหมด ๔ ผลการเรียน

พ ๑๔๒๐๔ ฟุตซอล ๑ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม
ชนั้ ประถมศึกษำปที ่ี ๔ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรสู้ ุขศึกษำและพลศกึ ษำ
เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง

ศึกษาและฝึกทกั ษะการเลน่ กิจกรรมพลศึกษาและกฬี าเฉพาะอย่างตามความถนดั ความสนใจ และศักยภาพ
ของผู้เรยี น ศึกษาประวัตคิ วามเป็นมาของกีฬาฟุตซอล ประโยชนก์ ฬี าฟตุ ซอล และใหม้ ีสว่ นร่วมปฏบิ ตั ิจรงิ ในกิจ
กรรมการบริหาร การออกกาลังกายด้วยกจิ กรรมกีฬาฟุตซอล มที กั ษะการเคล่ือนที่ ทักษะการเตะลูกหลังเทา้ ข้างเท้า
ด้านใน ข้างเท้าด้านนอก การเตะดว้ ยหวั รองเท้า การรับลกู รับดว้ ยฝา่ เท้า การเลย้ี งบอล ทกั ษะการหลอกล่อ
รูปแบบ เทคนคิ การเล่นประเภททมี กฎ กติกาการแข่งขันและอ่ืนๆอยา่ งถกู ต้อง ปลอดภยั และสนุกสนาน หรอื อาจนา
กิจกรรมพลศกึ ษาอื่นๆ ทม่ี ีคุณคา่ เทา่ เทยี มกบั กีฬาฟุตซอล แทนตามความเหมาะสม พรอ้ มกบั ให้เรยี นรู้การป้องกันการ
แกไ้ ข การสร่งเสรมิ สขุ ภาพ เพื่อให้รู้หลักและวิธีการออกกาลังกายท่ีถูกต้อง มีทักษะ มีสมรรถภาพทางกายและทางจิต
มรี ะเบียบวินัย เหน็ คณุ ค่า และนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน

ผลกำรเรียนรู้
๑นักเรยี นอธิบายวิธีการเล่นและปฏบิ ัตทิ ักษะการเล่นฟุตชอลได้
๒. นกั เรยี นมีทักษะในการบริหารและเสริมสรา้ งสมรรถภาพทางกายในการเล่นฟตุ ซอลไดถ้ ูกต้อง
๓. นกั เรียนมคี วามรู้กฎ กติกา รแู้ พ้ ร้ชู นะ รู้อภัย ในการเลน่ กีฬาฟตุ ซอล
๔. นักเรียนนาทกั ษะกฬี าไปใช้ในการออกกาลังกายในชวี ติ ประจาวันได้

รวมท้ังหมด ๔ ผลการเรยี นรู้

พ ๑๕๒๐๕ วอลเลย์บอล ๒ คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเติม
ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๕ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ
เวลำ ๔๐ ช่วั โมง

ศึกษาและเขา้ ใจการเลน่ เกม และกีฬาวอลเลยบ์ อล ความรู้ทว่ั ไปเก่ยี วกบั ประวัติ ความเป็นมาการเล่นกีฬา
วอลเลย์บอล รูปแบบการเคลื่อนไหวตา่ งๆ ตลอดจนการนาหลกั การทางวิทยาศาสตร์การเคล่อื นไหวไปใช้ในการเล่น
วอลเลยบ์ อล ตามหลัก กฎ กติกา ความปลอดภัย และกลวิธใี นการเล่นและการแข่งขนั

สามารถปฏิบัตติ นตามกฎ กติกา ความรับผิดชอบตามบทบาทหนา้ ที่ท่ีไดร้ บั มอบหมาย ใหค้ วามร่วมมือ เปน็ ผู้มี
น้าใจนกั กีฬา ชื่นชม สนุ ทรียภาพในการเลน่ การดูแล และการแขง่ ขนั เป็นประจาสมา่ เสมอ

เพอื่ ใหน้ กั เรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถนาความรู้ไปปรบั ใช้ในชีวิตประจาวนั เพอื่ ใหเ้ ปน็ บคุ คลที่มี
ความสขุ ท้งั ทางร่างกายและจิตใจ

ผลกำรเรียนรู้
๑. นกั เรียนสามารถอธบิ ายถึงประวตั คิ วามเปน็ มาของกีฬาวอลเลยบ์ อล
๒. นกั เรยี นมที ักษะในการเคล่ือนไหวร่วมกบั ผู้อ่ืนในลักษณะแบบผลดั และแบบผสมผสานได้
๓. นกั เรียนปฏิบัตกิ ารบรหิ ารรา่ งกายได้อยา่ งเหมาะสมกับประเภทกีฬา(วอลเลย์บอล)
๔. นกั เรียนสามารถเลน่ ลูกด้วยมือบน และมือล่าง เสิร์ฟลกู ได้อย่างคลอ่ งแคลว่
๕. นกั เรยี นรแู้ ละเข้าใจในกฎ กตกิ า การแข่งขันวอลเลย์บอลได้
๖. นักเรียนสามารถเลน่ วอลเลยบ์ อลเปน็ ทมี ได้

รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

พ ๑๕๒๐๖ รำมวยโบรำณ ๒ คำอธบิ ำยรำยวิชำเพ่ิมเติม
ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี ๕ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้สู ุขศึกษำและพลศกึ ษำ
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษาประวตั ิความเปน็ มาของมวยโบราณ ปฏบิ ัติกิจกรรมการบริหาร การออกกาลงั กายด้วย กจิ กรรมมวย
โบราณ มีทกั ษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน การเคลื่อนไหวประกอบจังหวะแบบดั้งเดิม การออกแบบทา่ ราเพื่อการสรา้ งเสริม
สขุ ภาพ การหาความสัมพนั ธ์ของการเคล่ือนไหวรามวยโบราณ กับการสร้างเสรมิ สขุ ภาพและสมรรถภาพ นารามวย
โบราณไปปรับใช้ในชีวิตประจาวนั และร่วมกิจกรรมในชมุ ชน

โดยใชก้ ระบวนการศึกษา เลือก ระบุ ฝึกปฏบิ ัติ การเคลื่อนไหวพ้ืนฐาน การเคล่อื นไหวประกอบจงั หวะ การหา
ความสมั พนั ธก์ ารเคล่อื นไหวกับการพัฒนาสขุ ภาพ และสมรรถภาพ อนรุ ักษ์ และการมีส่วนร่วมในสังคม

เพ่ือใหร้ หู้ ลกั และวธิ ีการออกกาลังกายท่ีถูกต้อง มีทักษะในการรามวยโบราณอยา่ งสนุกสนาน ปลอดภยั การ
ส่งเสรมิ สขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ มีระเบียบวินัย เหน็ คณุ ค่า และนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน การอนุรกั ษแ์ ละนารามวย
โบราณไปใช้ประโยชนร์ ่วมกับชมุ ชนตามความเหมาะสม

ผลกำรเรียนรู้
๑. มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับประวัติความเปน็ มาของรามวยโบราณ
๒. รู้หลักและวธิ ีการออกกาลังกายที่ถกู ต้อง
๓. มที กั ษะการรามวยโบราณ
๔. รามวยโบราณได้อยา่ งปลอดภยั และสนุกสนาน
๕. ใช้รามวยโบราณในการออกกาลังกาย เสรมิ สร้างสมรรถภาพทางกายและทางจิต
๖. เห็นคุณคา่ และนารามวยโบราณไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน
๗. นารามวยโบราณเขา้ รว่ มกิจกรรมในชุมชนได้

รวมท้ังหมด ๗ ผลกำรเรยี นรู้

พ ๑๕๒๐๗ โรคภัยใกล้ตัว ๒ คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๕ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สุขศึกษำและพลศกึ ษำ
เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษา สาเหตุ อาการ การป้องกัน การดูแลรักษาและการปฏบิ ัตริ ว่ มกับชุมชนในการป้องกนั ควบคมุ โรคและภยั
สขุ ภาพทกี่ าลังอย่ใู นสถานการณ์ระบาดหรือเป็นปญั หารนุ แรงทงั้ ในระดบั ท้องถ่นิ และระดับชาติ ปฏิบัติตนในการควบคุม
ปอ้ งกนั โรคและภัยสุขภาพอย่างสมา่ เสมอ เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและทกั ษะการปฏบิ ัตใิ นการควบคุมป้องกันโรคและ
ภยั สขุ ภาพตา่ งๆ สู่ชุมชนตามความเหมาะสม

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ ระบุ อธิบาย เลอื ก การสรุป การฝึกปฏิบัติ การบรู ณาการโครงงาน จิตอาสา การมี
สว่ นร่วมกับชุมชนในการควบคุม ป้องกนั ดแู ล การรักษาโรคทเ่ี ป็นปญั หาในโรงเรียนและชมุ ชน

เพือ่ ป้องกนั ควบคมุ แก้ไขปญั หาโรคและภยั สุขภาพในชวี ิตประจาวนั ร่วมสรา้ งเสรมิ สุขภาพกาย สขุ ภาพจิต ทง้ั
ของตนเอง ครอบครัวและชมุ ชน สรา้ งความมสี ว่ นรว่ ม เห็นคุณคา่ และประโยชน์ของการมีส่วนร่วม รว่ มกับชมุ ชนในการ
ควบคุมป้องกนั โรคและภัยสุขภาพ

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกับ สาเหตุ อาการ การป้องกนั การดแู ลรกั ษา โรคและภยั สขุ ภาพที่เปน็ ปญั หา

สาคญั ใน ระดบั ท้องถ่ินและระดับชาติ
๒. สามารถปฏิบัติตนในการควบคมุ ป้องกนั โรคและภัยสุขภาพ ตามสถาณการณร์ ะบาดได้
๓. ปฏิบัตติ นในการควบคุม ป้องกนั โรคและภัยสขุ ภาพอยา่ งสม่าเสมอ
๔. สามารถเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจและทักษะการปฏบิ ัติตนในการควบคุมป้องกันโรคและภยั สุขภาพสู่

ชุมชนตามความเหมาะสม

รวมท้ังหมด ๔ ผลการเรียน

พ ๑๕๒๐๘ ฟตุ ซอล ๒ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ
ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๕ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศกึ ษำ
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

ศึกษาและฝึกทักษะการเล่นกิจกรรมพลศึกษาและกีฬาเฉพาะอยา่ งตามความถนดั ความสนใจ และศกั ยภาพ
ของผ้เู รยี น ศึกษาประวัติความเปน็ มาของกีฬาฟตุ ซอล ประโยชน์กฬี าฟุตซอล และใหม้ ีสว่ นร่วมปฏิบตั ิจรงิ ในกิจ
กรรมการบรหิ าร การออกกาลงั กายด้วยกจิ กรรมกีฬาฟุตซอล มีทักษะการเคล่ือนท่ี ทักษะการเตะลูกหลังเทา้ ข้างเท้า
ด้านใน ข้างเท้าด้านนอก การเตะด้วยหวั รองเท้า การรับลูก รับด้วยฝา่ เท้า การเลย้ี งบอล ทกั ษะการหลอกล่อ
รูปแบบ เทคนคิ การเลน่ ประเภททีม กฎ กติกาการแข่งขันและอื่นๆอย่างถูกต้อง ปลอดภยั และสนุกสนาน หรืออาจนา
กิจกรรมพลศกึ ษาอน่ื ๆ ทมี่ ีคุณคา่ เท่าเทยี มกับกีฬาฟตุ ซอล แทนตามความเหมาะสม พร้อมกบั ให้เรยี นรู้การป้องกันการ
แกไ้ ข การสร่งเสรมิ สุขภาพ เพอ่ื ใหร้ หู้ ลักและวธิ กี ารออกกาลงั กายทถี่ ูกต้อง มที ักษะ มีสมรรถภาพทางกายและทางจิต
มีระเบียบวนิ ัย เหน็ คุณค่า และนาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน

ผลกำรเรยี นรู้
๑. นักเรียนอธบิ ายวธิ ีการเลน่ และปฏิบตั ทิ ักษะการเล่นฟุตชอลได้
๒. นกั เรียนมที ักษะในการบริหารและเสริมสรา้ งสมรรถภาพทางกายในการเล่นฟตุ ซอลไดถ้ ูกต้อง
๓. นักเรยี นมคี วามรกู้ ฎ กติกา รู้แพ้ รู้ชนะ รอู้ ภัย ในการเล่นกฬี าฟุตซอล
๔. นักเรยี นนาทักษะกีฬาไปใชใ้ นการออกกาลังกายในชีวิตประจาวันได้
๕. นกั เรียนมีความรแู้ ละทักษะในการเลน่ เป็นทีม
1.

รวมท้ังหมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้

พ ๑๖๒๐๙ วอลเลย์บอล ๓ คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเติม
ชัน้ ประถมศกึ ษำปีท่ี ๖ กลุ่มสำระกำรเรียนร้สู ุขศกึ ษำและพลศึกษำ
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษาและเข้าใจการเล่นเกม และกีฬาวอลเลย์บอล ความรู้ทว่ั ไปเก่ยี วกับประวัติ ความเป็นมาการเลน่ กีฬา
วอลเลยบ์ อล รูปแบบการเคลื่อนไหวต่างๆ ตลอดจนการนาหลักการทางวทิ ยาศาสตร์การเคลอ่ื นไหวไปใชใ้ นการเลน่
วอลเลยบ์ อล ตามหลัก กฎ กตกิ า ความปลอดภยั และกลวิธีในการเล่นและการแขง่ ขนั

สามารถปฏิบัตติ นตามกฎ กติกา ความรบั ผิดชอบตามบทบาทหนา้ ทีท่ ี่ได้รับมอบหมาย ใหค้ วามร่วมมอื เปน็ ผมู้ ี
นา้ ใจนักกีฬา ช่ืนชม สุนทรียภาพในการเลน่ การดูแล และการแข่งขัน เปน็ ประจาสม่าเสมอ

เพอ่ื ให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถนาความรู้ไปปรับใช้ในชีวติ ประจาวนั เพื่อใหเ้ ป็นบคุ คลท่ีมี
ความสขุ ทง้ั ทางรา่ งกายและจิตใจ

ผลกำรเรยี นรู้
๑. นักเรยี นสามารถอธบิ ายถึงประวัตคิ วามเปน็ มาของกีฬาวอลเลย์บอลได้ถกู ต้อง
๒. นกั เรียนมที ักษะในการเคล่ือนไหวร่วมกบั ผู้อ่นื ในลักษณะแบบผลัดและแบบผสมผสานได้
๓. นักเรียนปฏิบตั กิ ารบรหิ ารรา่ งกายได้อย่างเหมาะสมกบั ประเภทกีฬา(วอลเลยบ์ อล)
๔. นักเรียนสามารถเล่นลกู ด้วยมอื บน และมือลา่ ง เสริ ฟ์ ลกู ได้อย่างคล่องแคล่ว
๕. นกั เรยี นรแู้ ละเข้าใจกติกาการแขง่ ขันวอลเลย์บอลเปน็ อยา่ งดี
๖. นกั เรียนสามารถเล่นวอลเลยบ์ อลเปน็ ทมี ได้

รวมท้ังหมด ๖ ผลกำรเรียนรู้

พ ๑๖๒๐๑๐ รำมวยโบรำณ ๓ คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเตมิ
ชนั้ ประถมศกึ ษำปีที่ ๖ กลุ่มสำระกำรเรยี นรูส้ ุขศกึ ษำและพลศึกษำ
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

ศึกษาประวตั คิ วามเปน็ มาของมวยโบราณ ปฏิบัตกิ ิจกรรมการบริหาร การออกกาลงั กายดว้ ย กิจกรรมมวย
โบราณ มีทกั ษะการเคล่ือนไหวพ้นื ฐาน การเคลื่อนไหวประกอบจังหวะแบบดงั้ เดิม การออกแบบทา่ ราเพื่อการสรา้ งเสริม
สขุ ภาพ การหาความสัมพนั ธ์ของการเคล่ือนไหวรามวยโบราณ กบั การสรา้ งเสรมิ สุขภาพและสมรรถภาพ นารามวย
โบราณไปปรบั ใช้ในชีวติ ประจาวนั และรว่ มกิจกรรมในชมุ ชน

โดยใชก้ ระบวนการศึกษา เลือก ระบุ ฝึกปฏบิ ัติ การเคลอ่ื นไหวพ้นื ฐาน การเคลื่อนไหวประกอบจังหวะ การหา
ความสมั พนั ธก์ ารเคลอ่ื นไหวกับการพัฒนาสุขภาพ และสมรรถภาพ อนุรักษ์ และการมสี ่วนร่วมในสังคม

เพ่ือใหร้ หู้ ลักและวิธีการออกกาลังกายท่ีถูกต้อง มที ักษะในการรามวยโบราณอย่างสนุกสนาน ปลอดภยั การ
สง่ เสรมิ สุขภาพกาย สขุ ภาพจิต มรี ะเบียบวนิ ยั เห็นคณุ ค่า และนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน การอนรุ กั ษแ์ ละนารามวย
โบราณไปใช้ประโยชน์ร่วมกบั ชุมชนตามความเหมาะสม

ผลกำรเรียนรู้
๑. มคี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับประวัติความเป็นมาของรามวยโบราณ
๒. รู้หลักและวิธกี ารออกกาลังกายท่ีถูกต้อง
๓. มที ักษะการรามวยโบราณ
๔. รามวยโบราณได้อย่างปลอดภยั และสนกุ สนาน
๕. ใช้รามวยโบราณในการออกกาลังกาย เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายและทางจิต
๖. เหน็ คณุ ค่า และนารามวยโบราณไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
๗. นารามวยโบราณเขา้ ร่วมกิจกรรมในชุมชนได้

รวมท้ังหมด ๗ ผลกำรเรียนรู้

พ ๑๖๒๐๑๑ โรคภัยใกล้ตวั ๓ คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม
ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ ๖ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษา สาเหตุ อาการ การป้องกัน การดแู ลรักษาและการปฏิบัตริ ่วมกับชมุ ชนในการป้องกนั ควบคุมโรคและภยั
สขุ ภาพท่ีกาลงั อยูใ่ นสถานการณร์ ะบาดหรือเป็นปัญหารุนแรงทงั้ ในระดบั ท้องถ่ินและระดับชาติ ปฏบิ ัตติ นในการควบคุม
ปอ้ งกันโรคและภัยสขุ ภาพอย่างสม่าเสมอ เผยแพรค่ วามรู้ความเข้าใจและทักษะการปฏิบัติในการควบคุมป้องกนั โรคและ
ภยั สขุ ภาพตา่ งๆ ส่ชู มุ ชนตามความเหมาะสม

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ ระบุ อธิบาย เลือก การสรปุ การฝึกปฏิบัติ การบรู ณาการโครงงาน จิตอาสา การมี
ส่วนรว่ มกบั ชุมชนในการควบคุม ปอ้ งกนั ดแู ล การรักษาโรคทเ่ี ป็นปญั หาในโรงเรยี นและชมุ ชน

เพื่อป้องกนั ควบคมุ แก้ไขปัญหาโรคและภยั สุขภาพในชีวติ ประจาวนั รว่ มสรา้ งเสริมสุขภาพกาย สขุ ภาพจิต ทง้ั
ของตนเอง ครอบครัวและชุมชน สรา้ งความมสี ว่ นรว่ ม เหน็ คุณค่าและประโยชนข์ องการมีสว่ นร่วม ร่วมกบั ชมุ ชนในการ
ควบคมุ ป้องกันโรคและภยั สขุ ภาพ

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มีความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับ สาเหตุ อาการ การป้องกนั การดแู ลรักษา โรคและภยั สุขภาพที่เปน็ ปญั หา

สาคัญใน ระดบั ทอ้ งถิน่ และระดับชาติ
๒. สามารถปฏิบตั ิตนในการควบคมุ ป้องกันโรคและภยั สุขภาพ ตามสถาณการณร์ ะบาดได้
๓. ปฏิบัตติ นในการควบคุม ป้องกนั โรคและภยั สุขภาพอย่างสมา่ เสมอ
๔. สามารถเผยแพรค่ วามรู้ ความเข้าใจและทกั ษะการปฏบิ ัตติ นในการควบคุมป้องกันโรคและภยั สขุ ภาพสู่

ชุมชนตามความเหมาะสม

รวมทั้งหมด ๔ ผลกำรเรยี น

พ ๑๖๒๐๑๒ ฟตุ ซอล ๓ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเตมิ
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ ๖ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

ศกึ ษาและฝกึ ทกั ษะการเลน่ กิจกรรมพลศึกษาและกีฬาเฉพาะอย่างตามความถนัด ความสนใจ และศกั ยภาพ
ของผ้เู รียน ศึกษาประวตั ิความเปน็ มาของกฬี าฟุตซอล ประโยชน์กีฬาฟุตซอล และให้มีส่วนร่วมปฏบิ ตั ิจริงในกจิ
กรรมการบริหาร การออกกาลังกายด้วยกจิ กรรมกีฬาฟตุ ซอล มที กั ษะการเคล่ือนที่ ทักษะการเตะลูกหลังเท้า ข้างเท้า
ด้านใน ข้างเท้าด้านนอก การเตะด้วยหัวรองเท้า การรบั ลกู รับดว้ ยฝ่าเทา้ การเล้ยี งบอล ทักษะการหลอกล่อ
รูปแบบ เทคนิค การเลน่ ประเภททมี กฎ กตกิ าการแขง่ ขันและอื่นๆอยา่ งถกู ต้อง ปลอดภัยและสนุกสนาน หรอื อาจนา
กิจกรรมพลศกึ ษาอื่นๆ ที่มีคุณคา่ เท่าเทยี มกับกีฬาฟตุ ซอล แทนตามความเหมาะสม พร้อมกับใหเ้ รียนรู้การป้องกันการ
แกไ้ ข การสรง่ เสริมสุขภาพ เพอื่ ใหร้ ้หู ลักและวธิ ีการออกกาลังกายทีถ่ ูกต้อง มที ักษะ มีสมรรถภาพทางกายและทางจิต
มีระเบียบวนิ ัย เหน็ คุณค่า และนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน

ผลกำรเรยี นรู้
๑. นักเรียนอธิบายวธิ ีการเล่นและปฏิบตั ิทกั ษะการเลน่ ฟุตชอลได้
๒. นักเรยี นมีทักษะในการบริหารและเสรมิ สร้างสมรรถภาพทางกายในการเลน่ ฟุตซอลได้ถูกต้อง
๓. นกั เรียนมีความรู้กฎ กติกา รแู้ พ้ รูช้ นะ ร้อู ภยั ในการเลน่ กฬี าฟตุ ซอล
๔. นักเรียนนาทักษะกีฬาไปใชใ้ นการออกกาลงั กายในชีวิตประจาวนั ได้
๕. นักเรียนมคี วามรู้และทกั ษะในการเลน่ เปน็ ทีม

รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวิชำกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ศลิ ปะ
ระดบั ประถมศึกษำ

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้ศู ิลปะ

ชั้นประถมศกึ ษำปีที่ ๑ เวลำ ๘๐ ชัว่ โมง

ศึกษารปู รา่ ง ลกั ษณะ และขนาดของสง่ิ ต่าง ๆ รอบตัวในธรรมชาติและส่ิงทีม่ นษุ ยส์ ร้างข้นึ ความรู้สึกท่ีมีต่อ

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว การใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ การทดลองสีดว้ ยการใช้สีน้า สโี ปสเตอร์ สีเทียนและสจี าก

ธรรมชาติที่หาไดใ้ นท้องถิ่น การวาดภาพระบายสีตามความรูส้ กึ ของตนเอง งานทัศนศิลป์ในชวี ิตประจาวนั การกาเนดิ

ของเสียง ระดบั เสยี งดัง-เบา (Dynamic) อตั ราความเรว็ ของจังหวะTempo การอา่ นบทกลอนประกอบจังหวะการรอ้ ง

เพลงประกอบจังหวะ กจิ กรรมดนตรี เพลงท่ีใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ท่มี าของบทเพลงในท้องถน่ิ ความน่าสนใจของบทเพลง

ในทอ้ งถ่นิ การเคลื่อนไหวลักษณะต่าง ๆ การใช้ภาษาทา่ และการประดษิ ฐ์ทา่ ประกอบเพลง การแสดงประกอบเพลงท่ี

เก่ียวกบั ธรรมชาตสิ ตั ว์ การเป็นผ้ชู มท่ีดี การละเลน่ ของเด็กไทยการแสดงนาฏศิลป์

อภิปรายเกีย่ วกบั รูปรา่ ง ลักษณะ และขนาดของสง่ิ ต่าง ๆ รอบตัวในธรรมชาตแิ ละสงิ่ ทม่ี นุษย์สรา้ งขน้ึ บอก

ความรู้สกึ ทมี่ ีตอ่ ธรรมชาติ และส่งิ แวดล้อมรอบตวั มีทกั ษะพ้ืนฐานในการใช้วสั ดุ อปุ กรณ์สรา้ งงานทศั นศลิ ป์ สร้างงาน

ทัศนศิลป์โดยการทดลองใชส้ ี ดว้ ยเทคนิคงา่ ย ๆ วาดภาพระบายสีภาพธรรมชาติตามความรู้สึกของตนเอง ระบุงาน

ทัศนศลิ ป์ในชวี ติ ประจาวัน รวู้ ่าสิ่งต่าง ๆ สามารถกอ่ กาเนิดเสียง ทีแ่ ตกตา่ งกันบอกลกั ษณะของเสียงดงั -เบา และความ

ชา้ - เรว็ ของจังหวะ ทอ่ งบทกลอน ร้องเพลงง่าย ๆ มสี ่วนร่วมในกจิ กรรมดนตรีอย่างสนุกสนาน บอกความเก่ยี วข้องของ

เพลงท่ีใชใ้ นชีวติ ประจาวันเล่าถงึ เพลงในทอ้ งถนิ่ ระบสุ ่ิงท่ชี ื่นชอบในดนตรีท้องถิน่ เลียนแบบการเคล่ือนไหว แสดง

ท่าทางงา่ ย ๆ เพ่ือสื่อความหมาย แทนคาพดู บอกสง่ิ ที่ตนเองชอบ จากการดูหรือ

ร่วมการแสดง ระบุ และเล่นการละเลน่ ของเดก็ ไทย บอกสิ่งทตี่ นเองชอบในการแสดงนาฏศิลป์

สรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์คุณคา่ งานทัศนศิลป์

ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคิดต่องานศลิ ปะอย่างอิสระชืน่ ชม และประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธร์ ะหวา่ ง

ทัศนศิลป์ ประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ ค่างานทัศนศิลปท์ ่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถ่นิ ภมู ิปัญญา

ไทย และสากล เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ จิ ารณค์ ุณคา่ ดนตรี ถ่ายทอดความรสู้ ึก

ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหว่างดนตรี ประวตั ิศาสตร์

และวัฒนธรรม เห็นคณุ ค่าของดนตรที ี่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ ภูมปิ ัญญาไทยและสากล เขา้ ใจ และ

แสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วิจารณค์ ุณค่านาฏศิลป์ ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคดิ อย่าง

อสิ ระ ชนื่ ชม และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งนาฏศิลป์ ประวตั ิศาสตร์และวฒั นธรรม เหน็

คณุ ค่าของนาฏศิลป์ที่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล

ตวั ชีว้ ัด

ศ ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕

ศ ๑.๒ ป.๑/๑

ศ ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕

ศ ๒.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒

ศ ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓

ศ ๓.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒

(รวมทง้ั หมด ๑๘ ตวั ชีว้ ดั )

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ กลุ่มสำระกำรเรียนรศู ลิ ปะ
ช้นั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๒ เวลำ ๘๐ ชัว่ โมง

ศกึ ษารปู รา่ ง รูปทรงในธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม เสน้ สี รูปร่าง รปู ทรงในสิ่งแวดลอ้ ม และงานทศั นศลิ ป์
ประเภทตา่ ง ๆ เสน้ รูปร่างในงานทศั นศิลป์ประเภทตา่ ง ๆ การใช้วสั ดุ อุปกรณ์ สร้างงานทัศนศิลป์ ๓ มิติ ภาพปะติดจาก
กระดาษ การวาดภาพถา่ ยทอดเรื่องราว เนอ้ื หาเร่ืองราวในงานทศั นศลิ ป์ งานโครงสรา้ งเคลื่อนไหว ความสาคัญของงาน
ทัศนศิลปใ์ นชวี ิต ประจาวัน งานทศั นศลิ ป์ในท้องถ่นิ สีสันของเสียงเครอื่ งดนตรี สสี นั ของเสยี งมนษุ ย์ การฝกึ โสตประสาท
การจาแนกเสียง สงู -ตา่ ดงั -เบา ยาว-สน้ั การเคลือ่ นไหวประกอบเนอ้ื หาในบทเพลง การเลน่ เครอื่ งดนตรปี ระกอบเพลง
การขบั ร้อง ความหมายและความสาคัญของเพลงทไ่ี ดย้ นิ บทเพลงในทอ้ งถิน่ กจิ กรรมดนตรีในโอกาสพเิ ศษ การ
เคล่ือนไหวอยา่ งมีรปู แบบ การประดิษฐ์ทา่ จากการเคลื่อนไหว อยา่ งมรี ูปแบบ เพลงทเี่ กีย่ วกับส่ิงแวดล้อม หลกั และ
วธิ ีการปฏิบัตินาฏศิลป์ การใช้ภาษาทา่ และนาฏยศพั ทป์ ระกอบจงั หวะ มารยาทในการชมการแสดง การเขา้ ชมหรือมี
สว่ นรว่ ม การละเลน่ พนื้ บา้ น
ทีม่ าของการละเลน่ พืน้ บา้ น การละเลน่ พ้นื บา้ น

บรรยายรูปร่าง รูปทรงทีพ่ บในธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ระบทุ ศั นธาตุท่อี ยู่ในสิง่ แวดล้อม และงานทัศนศลิ ป์ โดย
เนน้ เรือ่ งเสน้ สี รปู ร่าง และรูปทรง สร้างงานทัศนศิลป์ตา่ ง ๆ โดยใชท้ ัศนธาตทุ ีเ่ นน้ เสน้ รูปร่าง มีทักษะพ้ืนฐานในการใช้
วสั ดุ อปุ กรณ์ สร้างงานทัศนศิลป์ ๓ มติ ิ สร้างภาพปะติดโดยการตดั หรอื ฉีกกระดาษ วาดภาพเพื่อถา่ ยทอดเร่ืองราว
เกี่ยวกับครอบครัวของตนเองและเพื่อนบ้าน เลือกงานทศั นศลิ ป์ และบรรยายถงึ สง่ิ ทม่ี องเหน็ รวมถงึ เนื้อหาเรื่องราว
สร้างสรรค์งานทัศนศิลปเ์ ป็นรูปแบบงานโครงสร้างเคล่อื นไหว บอกความสาคัญของงานทัศนศิลป์ท่ีพบเหน็ ใน
ชีวติ ประจาวัน อภปิ รายเก่ยี วกบั งานทัศนศิลปป์ ระเภทต่าง ๆ ในทอ้ งถ่ินโดยเนน้ ถงึ วิธกี ารสร้างงานและวัสดอุ ปุ กรณ์ ท่ีใช้
จาแนกแหลง่ กาเนดิ ของเสียงท่ีได้ยิน จาแนกคณุ สมบตั ขิ องเสยี ง สงู - ต่า ดัง-เบา ยาว-สนั้ ของดนตรี เคาะจงั หวะหรอื
เคลอ่ื นไหวรา่ งกายให้สอดคล้องกบั เน้ือหาของเพลง ร้องเพลงง่าย ๆ ที่เหมาะสมกบั วัย บอกความหมายและความสาคัญ
ของเพลงที่ได้ยนิ บอกความสัมพันธ์ของเสียงรอ้ ง เสยี งเคร่ืองดนตรใี นเพลงท้องถน่ิ โดยใชค้ างา่ ย ๆ แสดงและเข้ารว่ ม
กิจกรรมทางดนตรี
ในทอ้ งถน่ิ เคล่ือนไหวขณะอยู่กับทแ่ี ละเคล่ือนที่ แสดงการเคลือ่ นไหวท่ีสะท้อนอารมณ์ของตนเองอย่างอสิ ระ แสดงทา่ ทาง
เพอ่ื ส่ือความหมาย แทนคาพูด แสดงทา่ ทางประกอบจังหวะอย่างสรา้ งสรรค์ ระบุมารยาทในการชมการแสดง ระบแุ ละ
เลน่ การละเลน่ พนื้ บ้าน เชอ่ื มโยงสงิ่ ท่ีพบเห็นในการละเลน่ พื้นบา้ นกับสิง่ ที่พบเห็นในการดารงชีวติ ของคนไทย ระบุสงิ่ ท่ีชน่ื
ชอบและภาคภูมิใจ ในการละเลน่ พนื้ บา้ น

สร้างสรรค์งานทัศนศิลปต์ ามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์คุณคา่ งานทัศนศลิ ป์
ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศลิ ปะอย่างอิสระช่ืนชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวนั เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหว่าง
ทศั นศิลป์ ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคณุ คา่ งานทัศนศิลปท์ ่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถิ่น ภมู ปิ ัญญา
ไทย และสากล เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความร้สู กึ
ความคดิ ต่อดนตรีอย่างอิสระ ชนื่ ชม และประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวนั เข้าใจความสัมพันธร์ ะหว่างดนตรี ประวัตศิ าสตร์
และวัฒนธรรม เหน็ คุณค่าของดนตรีทเี่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถน่ิ ภูมิปัญญาไทยและสากล เขา้ ใจ และ
แสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์วจิ ารณค์ ุณค่านาฏศิลป์ ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคดิ อย่าง

อสิ ระ ช่ืนชม และประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจาวนั เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างนาฏศลิ ป์ ประวตั ิศาสตรแ์ ละวฒั นธรรม เหน็
คุณคา่ ของนาฏศลิ ป์ทเ่ี ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถิน่ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล

ตัวชีว้ ัด
ศ ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ศ ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ศ ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ศ ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓

(รวมทั้งหมด ๒๕ ตวั ชวี้ ัด)

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ กลุ่มสำระกำรเรยี นรูศิลปะ
ช้นั ประถมศึกษำปที ี่ ๓ เวลำ ๘๐ ชว่ั โมง

ศึกษาเก่ยี วกับรูปรา่ ง รูปทรงในธรรมชาตสิ ง่ิ แวดล้อมและงานทัศนศลิ ป์ วัสดุ อุปกรณท์ ี่ใชส้ รา้ งงานทศั นศิลป์

ประเภทงานวาด งานปั้น งานพิมพภ์ าพ เสน้ สี รูปร่าง รปู ทรง พืน้ ผิว ในธรรมชาติส่งิ แวดล้อมและงานทัศนศลิ ป์ การวาด

ภาพระบายสี สิ่งของรอบตวั ดว้ ยสเี ทียน ดินสอสี และสีโปสเตอร์ การใชว้ ัสดุอุปกรณ์ในงานป้นั การใช้เส้น รูปรา่ ง

รูปทรง สี และพ้ืนผวิ วาดภาพถ่ายทอดความคิดความรสู้ ึก วัสดุ อุปกรณ์ เทคนิควิธกี ารในการสร้างงานทัศนศิลป์ การ

แสดงความคดิ เหน็ ในงานทัศนศลิ ปข์ องตนเอง การจดั กลุ่มของภาพตามทัศนธาตุ รปู ร่าง รปู ทรง ในงานออกแบบ ทม่ี า

ของงานทัศนศลิ ปใ์ นท้องถิ่น วัสดุ อปุ กรณ์ และวธิ กี ารสร้างงานทัศนศิลป์ในท้องถ่ิน รปู ร่างลกั ษณะของเคร่ืองดนตรี เสยี ง

ของเครือ่ งดนตรี สญั ลักษณ์แทนคุณสมบตั ิของเสียง (สูง-ตา่ ดงั -เบา ยาว-สั้น)สัญลักษณแ์ ทนรปู แบบจังหวะ บทบาท

หน้าท่ีของบทเพลงสาคัญ การขบั ร้องเด่ียวและหม่กู ารบรรเลงเคร่ืองดนตรปี ระกอบเพลง การเคลื่อนไหวตามอารมณ์ของ

บทเพลง การแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับเสียงร้องและเสียงดนตรี การใชด้ นตรีในโอกาสพิเศษ เอกลักษณ์ของดนตรใี น

ทอ้ งถน่ิ ดนตรีกบั การดาเนินชีวติ ในทอ้ งถ่นิ การเคล่ือนไหวในรปู แบบตา่ ง ๆ หลักและวธิ ีการปฏบิ ตั นิ าฏศิลป์ หลักในการ

ชมการแสดง การบรู ณาการนาฏศิลป์กับสาระ การเรียนรอู้ ื่น ๆ การแสดงนาฏศลิ ป์พนื้ บ้านหรอื ท้องถ่ินของตน การแสดง

นาฏศิลป์ ทมี่ าของการแสดงนาฏศลิ ป์

บรรยาย รูปรา่ ง รปู ทรงในธรรมชาตสิ ิ่งแวดลอ้ ม และงานทัศนศิลป์ ระบุ วัสดุ อปุ กรณท์ ่ีใชส้ รา้ งผลงาน เมือ่ ชม
งานทัศนศลิ ป์ จาแนกทัศนธาตขุ องส่ิงต่าง ๆในธรรมชาตสิ ิ่งแวดลอ้ มและงานทศั นศิลป์ โดยเน้นเร่ือง เสน้ สี รูปร่าง รูปทรง
และพืน้ ผวิ วาดภาพ ระบายสีสง่ิ ของรอบตวั มที ักษะพน้ื ฐาน ในการใช้วสั ดุอปุ กรณ์สร้างสรรคง์ านป้นั วาดภาพถา่ ยทอด
ความคดิ ความรูส้ กึ จากเหตกุ ารณ์ชวี ติ จรงิ โดยใช้เส้น รูปร่าง รูปทรง สี และพ้ืนผวิ บรรยายเหตุผลและวธิ กี ารในการสร้าง
งานทัศนศลิ ป์ โดยเนน้ ถึงเทคนคิ และวสั ดุ อปุ กรณ์ ระบสุ ่ิงทชี่ ่ืนชมและสิง่ ที่ควรปรบั ปรุงในงานทัศนศิลป์ของตนเอง ระบุ
และจดั กล่มุ ของภาพตามทัศนธาตุทเี่ น้นในงานทัศนศลิ ป์นนั้ ๆ บรรยายลกั ษณะรปู รา่ ง รูปทรง ในงานการออกแบบสิ่งต่าง
ๆ ที่มีในบา้ นและโรงเรียน เล่าถึงทมี่ าของงานทศั นศลิ ปใ์ นท้องถ่ิน อธิบายเกย่ี วกับวัสดุอปุ กรณ์และวิธีการสรา้ งงาน
ทศั นศิลปใ์ นทอ้ งถิน่ ระบรุ ูปร่างลักษณะของเคร่ืองดนตรที เ่ี ห็นและได้ยินในชวี ติ ประจาวัน ใช้รปู ภาพหรอื สญั ลกั ษณแ์ ทน
เสยี ง และจงั หวะเคาะ บอกบทบาทหน้าที่ของเพลงท่ีได้ยิน ขบั รอ้ งและบรรเลงดนตรงี ่าย ๆ เคลอ่ื นไหวท่าทางสอดคล้อง
กับอารมณ์ของเพลงท่ีฟงั แสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับเสียงดนตรี เสียงขบั ร้องของตนเองและผู้อื่น นาดนตรไี ปใชใ้ น
ชีวิตประจาวนั หรอื โอกาสตา่ ง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ระบลุ กั ษณะเดน่ และเอกลักษณข์ องดนตรใี นทอ้ งถิน่ ระบุความสาคัญ
และประโยชน์ของดนตรีต่อการดาเนนิ ชวี ติ ของคนในท้องถ่ิน สร้างสรรค์การเคลือ่ นไหวในรปู แบบต่าง ๆ ในสถานการณ์
สั้น ๆ แสดงทา่ ทางประกอบเพลงตามรูปแบบนาฏศลิ ป์ เปรียบเทยี บบทบาทหน้าทขี่ องผู้แสดงและผูช้ ม มีสว่ นร่วมในกิจกรรม
การแสดงท่เี หมาะสมกบั วัย บอกประโยชน์ของการแสดงนาฏศลิ ป์ ในชวี ิตประจาวัน

สร้างสรรค์งานทัศนศิลปต์ ามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษว์ ิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์

ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระช่ืนชม และประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวัน เข้าใจความสัมพันธ์ระหวา่ ง

ทศั นศลิ ป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ ภูมปิ ัญญา

ไทย และสากล เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณคา่ ดนตรี ถา่ ยทอดความรูส้ ึก

ความคิดต่อดนตรีอยา่ งอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวนั เข้าใจความสัมพันธร์ ะหว่างดนตรี ประวตั ศิ าสตร์

และวฒั นธรรม เห็นคณุ คา่ ของดนตรที ี่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญั ญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล เขา้ ใจ และ

แสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์วิจารณ์คณุ ค่านาฏศิลป์ ถา่ ยทอดความร้สู กึ ความคิดอย่าง
อสิ ระ ช่ืนชม และประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจาวัน เข้าใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งนาฏศิลป์ ประวัตศิ าสตร์และวัฒนธรรม เห็น
คณุ ค่าของนาฏศิลป์ทเี่ ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล

ตัวชว้ี ัด
ศ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐
ศ ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗
ศ ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
ศ ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓

(รวมทง้ั หมด ๒๙ ตวั ช้วี ัด)

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ กลุ่มสำระกำรเรียนรศู ลิ ปะ

ชัน้ ประถมศึกษำปีที่ ๔ เวลำ ๘๐ ช่วั โมง

ศกึ ษา และฝึกทักษะเกี่ยวกับรปู รา่ ง รปู ทรง ในธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ้ มและงานทัศนศลิ ป์อิทธพิ ลของสี วรรณะ

อุ่น และวรรณะเย็นเสน้ สี รปู รา่ ง รปู ทรง พื้นผวิ และพืน้ ท่วี ่างในธรรมชาติสงิ่ แวดลอ้ มและงานทัศนศิลป์การใชว้ ัสดุ

อุปกรณ์สรา้ งงานพิมพภ์ าพการใช้วัสดุ อุปกรณใ์ นการวาดภาพระบายสีการจดั ระยะความลกึ น้าหนกั และแสงเงา ในการ

วาดภาพการใชส้ วี รรณะอุน่ และใชส้ วี รรณะเยน็ วาดภาพถ่ายทอดความรู้สึกและจนิ ตนาการความเหมือนและความ

แตกตา่ งในงานทัศนศิลป์ความคิดความรูส้ ึกที่ถ่ายทอดในงานทัศนศิลป์การเลอื กใช้วรรณะสีเพื่อถ่ายทอดอารมณ์

ความรสู้ ึกงานทัศนศลิ ป์ในวัฒนธรรมท้องถ่นิ งานทัศนศิลปจ์ ากวฒั นธรรมต่าง ๆโครงสร้างของบทเพลงประเภทของเคร่ือง

ดนตรเี สียงของเครื่องดนตรแี ตล่ ะประเภทการเคลื่อนทข่ี น้ึ ลงของทานอง รูปแบบจังหวะของทานองจังหวะ รปู แบบ

จังหวะ ความช้า – เรว็ ของจังหวะ เคร่ืองหมายและสัญลักษณท์ างดนตรโี ครงสรา้ งโน้ตเพลงไทยการขับร้องเพลงใน

บนั ไดเสยี งที่เหมาะสมกับตนเองการใชแ้ ละการดูแลรักษาเครอื่ งดนตรี ของตนความหมายของเนื้อหาในบทเพลงดนตรกี ับ

การดาเนินชวี ิตในท้องถ่นิ ความสัมพันธข์ องวิถีชีวติ กับผลงานดนตรีการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมทางดนตรหี ลักและวธิ ีการปฏบิ ัติ

นาฏศลิ ปก์ ารใช้ภาษาทา่ และนาฏยศัพทป์ ระกอบเพลงปลกุ ใจและเพลงพระราชนพิ นธ์ การใช้ศัพท์ทางการละครในการ

ถา่ ยทอดเรื่องราว การประดิษฐ์ทา่ ทางหรือทา่ ราประกอบจงั หวะพน้ื เมืองการแสดงนาฏศิลป์ ประเภทคแู่ ละหมู่การเล่า

เรือ่ งความเป็นมาของนาฏศิลป์ ทมี่ าของชุดการแสดงการชมการแสดงความเปน็ มาของนาฏศลิ ปค์ วามเป็นมาของ

นาฏศิลป์

สร้างสรรค์งานทัศนศิลปต์ ามจนิ ตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์

ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระชืน่ ชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวนั เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง

ทศั นศิลป์ ประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่างานทัศนศิลปท์ ่ีเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปัญญาท้องถิน่ ภูมปิ ัญญา

ไทย และสากล เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ จิ ารณค์ ุณค่าดนตรี ถา่ ยทอดความรสู้ ึก

ความคดิ ต่อดนตรีอยา่ งอสิ ระ ช่ืนชม และประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์

และวฒั นธรรม เห็นคุณค่าของดนตรีท่ีเปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปัญญาท้องถ่นิ ภูมปิ ัญญาไทยและสากล เข้าใจ และ

แสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วจิ ารณค์ ณุ คา่ นาฏศิลป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคิดอย่าง

อสิ ระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวตั ศิ าสตร์และวฒั นธรรม เห็น

คุณคา่ ของนาฏศลิ ป์ท่ีเปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญั ญาท้องถิ่น ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล

ตัวชี้วดั

ศ ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙

ศ ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒

ศ ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗

ศ ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒

ศ ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕

ศ ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒

(รวมทัง้ หมด ๒๗ ตวั ชีว้ ัด)

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ กลุ่มสำระกำรเรียนรศู ลิ ปะ
ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ ๕ เวลำ ๘๐ ชวั่ โมง

ศึกษาและฝกึ ทักษะเกยี่ วกับจงั หวะ ตาแหน่งของสิง่ ตา่ ง ๆ ในสงิ่ แวดล้อมและงานทัศนศิลป์ความแตกต่างระหวา่ ง
งานทัศนศิลป์ แสงเงา น้าหนกั และวรรณะสี การสรา้ งงานปัน้ เพือ่ ถา่ ยทอดจินตนาการดว้ ยการใช้ดินนา้ มนั หรอื ดิน
เหนียวการจดั ภาพในงานพมิ พภ์ าพการจดั องคป์ ระกอบศลิ ปแ์ ละการส่ือความหมาย ในงานทศั นศิลป์ ประโยชนแ์ ละ
คุณค่าของงานทัศนศิลป์ ลักษณะรปู แบบของงานทัศนศิลป์ งานทศั นศลิ ป์ที่สะท้อนวัฒนธรรมและ ภมู ิปัญญาในท้องถ่นิ
การสื่ออารมณ์ของบทเพลงดว้ ยองค์ประกอบดนตรี ลกั ษณะของเสียงนักร้องกลมุ่ ต่าง ๆ ลักษณะเสียงของวงดนตรปี ระเภท
ตา่ ง ๆ เครอื่ งหมายและสญั ลักษณ์ทางดนตรี การบรรเลงเคร่อื งประกอบจงั หวะ การบรรเลงทานองดว้ ยเครือ่ งดนตรี การ
รอ้ งเพลงไทยในอตั ราจังหวะสองชน้ั การรอ้ งเพลงสากล หรอื ไทยสากล การร้องเพลงประสานเสยี งแบบ Canon
Round การสรา้ งสรรคป์ ระโยคเพลงถาม-ตอบ การบรรเลงดนตรปี ระกอบกจิ กรรมนาฏศิลป์ การสรา้ งสรรคเ์ สียง
ประกอบการเลา่ เรื่อง ดนตรีกับงานประเพณี คุณค่าของดนตรีจากแหลง่ วฒั นธรรม องค์ประกอบของนาฏศิลป์ การ
ประดษิ ฐ์ท่าทางประกอบเพลง หรอื ท่าทางประกอบเรื่องราว การแสดงนาฏศลิ ป์ องคป์ ระกอบของละคร ทม่ี าของการ
แสดงนาฏศลิ ปช์ ุดต่าง ๆ หลักการชมการแสดง การถา่ ยทอดความรูส้ กึ และคณุ คา่ ของการแสดง การแสดงนาฏศลิ ป์
ประเภทตา่ ง ๆ การแสดงนาฏศิลปป์ ระเภทตา่ ง ๆ

สร้างสรรคง์ านทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์คุณคา่ งานทัศนศลิ ป์
ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอสิ ระชืน่ ชม และประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวัน เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง
ทศั นศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คุณคา่
งานทศั นศลิ ป์ทเ่ี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน ภูมิปญั ญาไทย และสากล เข้าใจและ
แสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สกึ ความคดิ
ต่อดนตรีอยา่ งอสิ ระ ช่นื ชม และประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจาวัน เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และ
วฒั นธรรม เห็นคณุ ค่า ของดนตรีท่เี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ ภูมิปัญญาไทยและสากล เขา้ ใจ และ
แสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วิจารณ์
คุณคา่ นาฏศิลป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคิดอยา่ งอสิ ระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ ในชีวติ ประจาวัน เขา้ ใจความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวัติศาสตร์และวฒั นธรรม เหน็ คณุ คา่ ของนาฏศิลป์ท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถิน่
ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวช้ีวดั
ศ ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗,
ศ ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ศ ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ศ ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ศ ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖
ศ ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
(รวมท้งั หมด ๒๖ ตัวชี้วัด)

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ กลุ่มสำระกำรเรยี นรศู ลิ ปะ
ชัน้ ประถมศึกษำปที ี่ ๖ เวลำ ๘๐ ชั่วโมง

ศึกษา และฝกึ ทกั ษะเก่ียวกบั วงสีธรรมชาติ และสีคู่ตรงขา้ ม หลกั การจัดขนาด สัดสว่ นความสมดลุ ในงาน
ทศั นศิลป์ งานทัศนศิลปร์ ปู แบบ ๒ มติ ิ และ ๓ มิติ การใช้หลักการเพ่ิมและลดในการสร้างสรรคง์ านปัน้ รูปและพ้ืนท่วี ่าง
ในงานทศั นศิลป์ การสร้างสรรคง์ านทัศนศลิ ปโ์ ดยใชส้ คี ู่ตรงขา้ ม หลักการจดั ขนาด สัดส่วนและความสมดลุ การสรา้ งงาน
ทศั นศิลปเ์ ปน็ แผนภาพ แผนผงั และภาพประกอบ บทบาทของงานทัศนศลิ ป์ในชีวิต และสังคม อทิ ธพิ ลของศาสนาท่มี ี
ต่องานทัศนศิลป์ ในท้องถนิ่ อทิ ธพิ ลทางวฒั นธรรมในท้องถิ่นทม่ี ผี ล ต่อการสร้างงานทัศนศลิ ป์ องคป์ ระกอบดนตรีและ
ศัพท์สงั คตี เครื่องดนตรีไทยแต่ละภาค บทบาทและหน้าท่ีของเคร่ืองดนตรี ประเภทของเครอ่ื งดนตรีสากล เครื่องหมาย
และสัญลกั ษณท์ างดนตรี โนต้ บทเพลงไทย อตั ราจังหวะสองชั้น โน้ตบทเพลงสากลในบันไดเสียง C Major การรอ้ งเพลง
ประกอบดนตรี การสรา้ งสรรคร์ ปู แบบจังหวะและทานองด้วยเครอื่ งดนตรี การบรรยายความร้สู กึ และแสดงความคิดเห็น
ทมี่ ตี ่อบทเพลง ดนตรไี ทยในประวตั ศิ าสตร์ การประดษิ ฐ์ทา่ ทางประกอบเพลงปลุกใจหรือเพลงพน้ื เมอื งหรือท้องถ่นิ เน้น
ลลี าหรืออารมณ์ การออกแบบสรา้ งสรรค์ การแสดงนาฏศิลป์และการแสดงละคร บทบาทและหน้าท่ีในงานนาฏศิลป์
และการละคร หลกั การชมการแสดง องคป์ ระกอบทางนาฏศิลป์และการละคร ความหมาย ความเป็นมา ความสาคัญ
ของนาฏศลิ ป์และละคร การแสดงนาฏศิลป์และละครในวนั สาคญั ของโรงเรยี น

สร้างสรรค์งานทัศนศิลปต์ ามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์คุณคา่ งานทัศนศิลป์
ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศลิ ปะอย่างอสิ ระชื่นชม และประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวนั เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง
ทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ ค่า
งานทัศนศลิ ป์ทเี่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ภูมิปญั ญาไทย และสากล เข้าใจและ
แสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรูส้ กึ ความคดิ
ต่อดนตรีอย่างอสิ ระ ช่นื ชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวัน เขา้ ใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และ
วฒั นธรรม เห็นคุณคา่ ของดนตรีท่ีเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ภูมิปญั ญาไทยและสากล เขา้ ใจ และ
แสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์
คุณค่านาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคดิ อย่างอสิ ระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ ในชวี ิตประจาวนั เขา้ ใจความสมั พันธ์
ระหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์และวัฒนธรรม เห็นคณุ คา่ ของนาฏศลิ ป์ทเ่ี ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ
ภูมิปัญญาไทยและสากล

ตัวชีว้ ัด
ศ ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗,
ศ ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒ (รวมท้ังหมด ๒๗ ตัวช้วี ัด)

ศ ๑๔๒๐๑ ทัศนศิลป์๑ คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิ่มเตมิ
ชัน้ ประถมศกึ ษำปีที่ ๔
กลุ่มสำระกำรเรียนรูศลิ ปะ
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

จาแนกทัศนธาตุของส่ิงต่างๆในธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม และงานทศั นศลิ ป์ โดยเนน้ สี รูปรา่ ง รปู ทรง พื้นผิว
และทว่ี า่ ง ทักษะพน้ื ฐานในการใช้วัสดุ อุปกรณส์ ร้างสรรค์งานพมิ พ์ภาพ ทักษะพื้นฐานในการใช้วสั ดอุ ปุ กรณส์ รา้ งสรรค์
งานวาดภาพระบายสี บรรยายลกั ษณะของภาพโดยเนน้ เรื่องการจดั ระยะ ความลึก นา้ หนัก และแสงเงาในภาพ

ผลกำรเรียนรู้
๑. จาแนะทัศนธาตุของสิ่งตา่ งๆในธรรมชาตสิ ิ่งแวดลอ้ ม และงานทัศนศลิ ป์
๒. มีความรูเ้ รอ่ื ง เสน้ สี รปู รา่ ง รปู ทรงพน้ื ผิว และพื้นทีว่ า่ ง
๓. มีทกั ษะพน้ื ฐานในการใชว้ ัสดอุ ุปกรณส์ ร้างสรรค์งานพมิ พภ์ าพ
๔. บรรยายลักษณะของภาพโดยเนน้ เรื่องการจดั ระยะ ความลึก น้าหนัก และแสงเงาในภาพได้

รวมท้ังหมด ๔ ผลกำรเรยี นรู้

ศ๑๔๒๐๒ ดนตรไี ทย คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี ๔ กลุม่ สำระกำรเรยี นรศู้ ลิ ปะ
เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง

ศึกษาเพ่ือให้มีความรคู้ วามเข้าใจลกั ษณะและประเภทของเพลงไทยในรปู แบบต่างๆ อัตราจงั หวะของเพลงไทย
สามารถจาแนกความแตกตา่ งของบทเพลงจากความรูส้ ึกในการรับรู้ หลกั การฟังเพลงและดนตรี การประพันธเ์ พลงไทย
แบบง่าย ๆ หลกั การขบั ร้องเพลงไทย ปฏบิ ตั กิ ารขับร้องเพลงไทยในหลาย ๆ รูปแบบ

ผลกำรเรียนรู้
๑.เข้าใจและสามารถจาแนกประเภทของเพลงไทยในรูปแบบตา่ งๆได้
๒.เขา้ ใจอตั ราจงั หวะของเพลงไทยในรูปแบบตา่ ง ๆ
๓.หลกั การฟงั เพลงและดนตรี
๔.หลักการประพนั ธเ์ พลงไทย
๕.การปฏิบตั ขิ ับรอ้ งเพลงไทย

รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรียนรู้

ศ ๑๔๒๐๓ นำฏศิลป์ไทย ๑ คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเติม
ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ ๔ กลุ่มสำระกำรเรียนรูศ้ ลิ ปะ
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

ศกึ ษาอธิบายเลือกใช้และมีความรู้เบื้องตน้ เกี่ยวกับนาฏศลิ ป์ไทยนาฏยศัพท์และแสดงท่าราเลอื กใช้และประยุกต์
แบบการแต่งกายตามแบบแผนอยา่ งเหมาะสมยึดหลักเศรษฐกจิ พอเพียง

ฝกึ ปฏบิ ัตกิ ารราตามแบบแผนเบื้องต้นนาฏยศัพท์การราตามแบบเบอื้ งตน้ ราวงมาตรฐานมวี ินยั ใฝ่รู้ใฝเ่ รียนมุง่ ม่นั
ในการทางานเพ่ือให้มีทกั ษะสามารถราตามแบบแผนเบื้องต้นเห็นคุณค่ารักและภาคภมู ิใจรักความเป็นไทยมีความ

ตระหนักในศลิ ปะประจาชาติทจ่ี ะถา่ ยทอดและอนรุ กั ษ์ใหส้ ืบทอดต่อไป

ผลกำรเรียนรู้
๑.มีความรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกับนาฏศลิ ป์ไทยเบื้องตน้ ในเรื่องนาฏยศัพท์แสดงทา่ ราและการ

แต่งกายตามแบบแผนอย่างเหมาะสม
๒.นกั เรียนสามารถอธิบายและเลือกใช้นาฏยศัพทแ์ สดงท่าราและการประยกุ ต์แบบการแต่ง

กาย ตามแบบแผนยดึ หลกั เศรษฐกิจพอเพยี งได้อย่างเหมาะสม
๓.นักเรียนสามารถฝึกปฏบิ ตั กิ ารราตามแบบแผนเบ้ืองตน้ นาฏยศพั ท์การราตามแบบเบอ้ื งต้น

ราวงมาตรฐานได้
๔.นกั เรยี นมีทักษะและสามารถแสดงการร่ายราตามแบบแผนเบอื้ งต้นได้อย่างถูกตอ้ งและ

สวยงาม
๕.นักเรียนมคี วามตระหนกั ในศิลปะประจาชาติท่ีจะถ่ายทอดและอนรุ ักษใ์ ห้สบื ทอดตอ่ ไป

รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้

ศ ๑๕๒๐๑ ทศั นศิลป์๒ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม
ชั้นประถมศึกษำปที ่ี ๕
กลุ่มสำระกำรเรียนรูศลิ ปะ
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

บรรยายภาพเกี่ยวกับจงั หวะ ตาแหน่งของส่งิ ต่างๆท่ปี รากฏในสิง่ แวดล้อม และงานทัศนศิลป์ เปรียบเทยี บความ
แตกต่างระหว่างงานทัศนศิลป์ ท่ีสร้างสรรค์ดว้ ยวัสดุ อปุ กรณ์ และวธิ ีท่ีตา่ งกนั วาดภาพโดยใชเ้ ทคนิคของแสงและเงา
นา้ หนัก และวรรณะสี ระบปุ ัญหาในการจดั องค์ประกอบศิลป์ และการสือ่ ความหมายในงานศลิ ป์ของตนเอง และบอกวธิ ี
ปรับปรงุ งานใหด้ ีขนึ้ บรรยายประโยชน์และคณุ ค่าของงานทัศนศิลป์ ทมี่ ผี ลต่อชีวติ คนในสังคม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. อธิบายตาแหนง่ ของส่ิงตา่ งๆที่ปรากฏในสิ่งแวดล้อมและงานทศั นศิลป์
๒. เปรยี บเทียบความแตกต่างระหว่างงานทัศนศิลป์ ที่สร้างสรรคด์ ้วยวัสดุ อปุ กรณ์ และวิธที ่ตี ่างกนั
๓. วาดภาพโดยใช้เทคนิคของแสงและเงา น้าหนัก และวรรณะสี
๔. บอกประโยชนค์ ณุ ค่าของงานทัศนศลิ ป์ ที่มีผลตอ่ ชีวติ ของคนในสังคม

รวมท้ังหมด ๔ ผลกำรเรยี นรู้

ศ๑๕๒๐๒ ดนตรสี ำกล ๑ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ
ชั้น ประถมศกึ ษำปที ่ี ๕
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ศิลปะ
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ศกึ ษาเพือ่ ใหม้ คี วามรู้ ความเข้าใจ ในหลักการขับร้องและ การปฏิบัติการขับร้องเพลงสากล การฝึกฟังเสียง
ฝกึ ไลเ่ สยี งตามตวั โนต้ และบันไดเสียงต่างๆ การขบั ร้อง เพลงพระราชนพิ นธ์ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลง
ประสานเสยี ง 2 แนว เพลงโรงเรยี น และ เพลงสมัยนยิ ม

ผลกำรเรยี นรู้
๑.หลักการขบั ร้องเพลงสากลรูปแบบตา่ ง ๆ
๒.สามารถฟังเสยี ง และร้องเพลงไล่เสียงตามตวั โนต้ และบันไดเสียงต่างๆ ได้
๓.สามารถขบั รอ้ ง เพลงพระราชนพิ นธ์ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงประสานเสียง ๒ แนว เพลง
โรงเรยี น และ เพลงสมัยนิยมได้

รวมทั้งหมด ๓ ผลกำรเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเติม

ศ ๑๕๒๐๓ นำฏศลิ ปไ์ ทย ๒ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ศลิ ปะ
ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ ๕ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษาประวัตคิ วามเปน็ มา องคป์ ระกอบ และววิ ัฒนาการของนาฏศิลปต์ ้ังแต่อดตี จนถึงปจั จบุ ัน บทบาทของ
บุคคลสาคัญในวงการของนาฏศิลปข์ องประเทศไทยในยุคสมัยต่าง ๆ รปู แบบของ การแสดง ระบา รา ฟอ้ น การ
แสดงพืน้ เมือง เทคนิคการสรา้ งความคดิ รเิ ร่มิ ประดิษฐท์ ่าราท่ีเปน็ คแู่ ละหมู่ การนาเสนอผลงานสร้างสรรค์การแสดง
ละครรปู แบบต่างๆ ทีช่ ืน่ ชอบในโอกาสตา่ ง ๆ วิเคราะหแ์ ก่นของการแสดงนาฏศิลป์และการละคร ที่ต้องการส่ือ
ความหมายในการแสดง หลกั การชมและการวจิ ารณ์การแสดงนาฏศิลป์และละครสร้างสรรค์ การสร้างเกณฑ์
ประเมินเพ่ือพัฒนาคุณภาพการแสดงโดยใชก้ ระบวนการสบื ค้นขอ้ มลู กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสาธิต การฝกึ
ปฏบิ ัติ การทดสอบและการแสดงผลงาน

เพื่อใหน้ กั เรียนสามารถนาความรูไ้ ปประยกุ ตใ์ ช้กบั วชิ าอื่นและชวี ติ ประจาวัน มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม รกั ความ
เปน็ ไทย มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ มงุ่ ม่ันในการทางาน วพิ ากย์ วจิ ารณ์คุณค่าด้านการแสดง สืบสาน ชื่นชม
ความงาม อนุรักษ์ เห็นคณุ ค่าของมรดกทางวฒั นธรรมทง้ั ท่ีเป็นภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากล

ผลกำรเรียนรู้
๑. นกั เรียนสามารถรู้ถงึ ประวตั ินาฏศิลป์พื้นเมืองได้
๒. นกั เรยี นสามารถรภู้ าษาท่า และการราแต่ละภาคได้
๓. นักเรียนสามารถเคลอ่ื นไหวที่แสดงสือ่ อารมณ์ได้
๔. นกั เรยี นสามารถเปรียบเทียบลกั ษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศลิ ป์พ้ืนเมืองได้
๕. นักเรียนสามารถปฏบิ ัติท่าราเพลงฟ้อนเงย้ี วได้
๖. นักเรียนสามารถปฏิบตั ิท่าราเพลงรากลองยาวได้
๗. นักเรยี นสามารถปฏบิ ตั ิท่าราเพลงฟ้อนภไู ทสกลนคร หรอื รามวยโบราณได้
๘. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ัติท่าราเพลงระบารองเงง็ ได้

รวมท้ังหมด ๘ ผลกำรเรยี นรู้

ศ ๑๖๒๐๑ ทัศนศิลป์๓ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม
ชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี ๖
กลุ่มสำระกำรเรียนรศู ิลปะ
เวลำ ๔๐ ช่วั โมง

อธบิ ายหลกั การจัดขนาดสัดส่วน ความสมดุลในการสรา้ งงานทศั นศิลป์ สรา้ งงานทัศนศิลป์จากรปู แบบ ๒ มติ ิ
เปน็ ๓ มิติ โดยใช้หลักการของแสงและเงา และนา้ หนักสรา้ งสรรค์ หลักการจดั ขนาดสัดส่วนและความสมดลุ เพื่อ
ถ่ายทอดความคิดหรือเร่ืองราวเกย่ี วกับเหตุการณต์ า่ งๆ

ผลกำรเรยี นรู้
๑. อธบิ ายหลกั การจัดขนาดสัดสว่ น ความสมดุลในการสรา้ งงานทัศนศิลป์
๒. สรา้ งงานทัศนศิลป์จากรูปแบบ ๒ มิตเิ ป็น ๓ มิติ โดยใชห้ ลักการของแสงและเงา และนา้ หนกั ได้
๓. สรา้ งงานทศั นศลิ ป์เพื่อถ่ายทอดความคดิ หรือเร่ืองราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ตา่ งๆ
๔. บรรยายบทบาทของงานทัศนศิลป์ที่สะทอ้ นชีวิตและสังคม

รวมท้ังหมด ๔ ผลกำรเรียนรู้

ศ ๑๖๒๐๒ ดนตรสี ำกล ๒ คำอธบิ ำยรำยวิชำเพ่ิมเติม
ช้ัน ประถมศกึ ษำปีท่ี ๖ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ศลิ ปะ
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

ศกึ ษาเพ่ือให้มคี วามรคู้ วามเข้าใจในเร่ืองวิธีใชเ้ ครื่องดนตรีสากล และการดูแลรักษาท่ีถูกวิธี สามารถปฏบิ ตั ิ
เคร่อื งดนตรีสากลตามบทเพลงท่กี าหนดอยา่ งง่าย ๆ ได้ สามารถแสดงความรูส้ กึ ในการรับรู้ความไพเราะของวงดนตรี
สากลรูปแบบต่างๆไดจ้ ากประสบการณ์ สามารถสร้างสรรคผ์ ลงานทางดนตรแี ละสามารถจดั กิจกรรมดนตรีที่เกีย่ วกับ
วัฒนธรรมได้

ผลกำรเรียนรู้

๑.วธิ ีใชเ้ ครอ่ื งดนตรสี ากล และการดูแลรกั ษาทถ่ี ูกวธิ ี

๒.สามารถปฏบิ ตั ิเครื่องดนตรีสากลอยา่ งงา่ ย ๆ ได้

2. ๓.แสดงความรู้สึกใน
การรับรู้ความไพเราะของวงดนตรีสากลรูปแบบตา่ งๆได้

๔.สามารถสรา้ งสรรคผ์ ลงานทางดนตรีและสามารถจัดกจิ กรรมดนตรีท่ีเก่ยี วกับวัฒนธรรมได้

รวมท้ังหมด ๔ ผลกำรเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเตมิ

ศ ๑๖๒๐๓ นำฏศลิ ป์ไทย ๓ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ศลิ ปะ
ชั้นประถมศึกษำปที ่ี ๖ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษาเพื่อให้มีความรคู้ วามเข้าใจในเร่อื ง ลักษณะบทละคร ไทยกับละบทละครสากล สามารถเขียนบทละคร
และ สามารถแสดงตามบทละครทีเ่ ขียน โดยประยุกตใ์ หส้ อดคล้องกับสงั คม ขนบธรรมเนยี มประเพณี และวัฒนธรรม
ไทย ทากจิ กรรมเพอื่ อนรุ กั ษ์และเผยแพร่งานนาฏศลิ ป์ไทย เพอ่ื ใหต้ ระหนักในคุณค่าและบทบาทนาฏศลิ ป์ไทยกับสงั คม

ผลกำรเรียนรู้
๑. เขา้ ใจและสามารถเปรยี บเทยี บลกั ษณะบทละคร ไทยกับละบทละครสากลได้
๒. สามารถแสดงตามบทละครทเ่ี ขยี นขึ้นได้ โดยประยุกตใ์ หส้ อดคล้องกบั สงั คม ขนบธรรมเนียมประเพณี

และวฒั นธรรมไทย
๓. สามารถทากจิ กรรมเพ่ืออนรุ กั ษ์และเผยแพรง่ านนาฏศิลปไ์ ทย เพื่อใหต้ ระหนักในคุณค่าและบทบาท

นาฏศิลปไ์ ทยกับสังคม

รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรียนรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกลุม่ สำระกำรเรยี นรู้กำรงำนอำชพี
ระดับประถมศกึ ษำ

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

ง ๑๑๑๐๑ กำรงำนอำชีพ กล่มุ สำระกำรเรยี นร้กู ำรงำนอำชพี
ชัน้ ประถมศกึ ษำปีที่ ๑ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษา เรียนรเู้ กี่ยวกบั การทางานเพื่อช่วยเหลือตนเอง เก่ยี วกบั งานบา้ น การแต่งกาย การเก็บของใช้ การหยิบ
จบั ของใช้สว่ นตัว และการจัดโต๊ะ ตู้ ชัน้ การใช้วัสดุอปุ กรณแ์ ละเคร่ืองมอื ง่าย ๆในการทางานอย่างปลอดภยั
เกย่ี วกบั งานการเกษตร งานประดษิ ฐ์ของเลน่ ของใช้สว่ นตัว มคี วามกระตือรือร้นและตรงเวลาตรงตามเวลาให้เป็น
ลักษณะนสิ ยั ในการทางาน ศึกษาและ บอกแหล่งข้อมลู ท่ีน่าสนใจเกีย่ วกบั บคุ คล สัตว์ ส่ิงของ เร่ืองราว ทอ่ี ยใู่ กลต้ ัว
อยา่ งบ้าน ครู ผปู้ กครอง และเหตกุ ารณ์ ต่าง ๆ

อธบิ ายวิธีการทางานเพอ่ื ชว่ ยเหลือตนเอง ใช้วสั ดุอุปกรณ์และเคร่ืองมือง่ายๆในการทางานอย่างปลอดภัย
ทางานเพื่อชว่ ยเหลอื ตนเองอย่างกระตือรือร้นและตรงเวลา บอกข้อมลู ท่ีสนใจและแหล่งข้อมลู ที่อย่ใู กล้ตัว

เพอื่ ให้มคี วามรู้ความเข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะ การ
จดั การ ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ทกั ษะการทางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มคี ณุ ธรรม และ
ลักษณะนิสัยในการทางาน มีจติ สานึก ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสิง่ แวดลอ้ ม เพอื่ การดารงชีวิตและครอบครัว
การแกป้ ัญหา การทางาน และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล มีคุณธรรม

ตัวชี้วดั
ง ๑.๑ ป.๑/๑, ป๑/๒, ป.๑/๓

(รวมท้ังหมด ๓ ตวั ชีว้ ัด)

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

ง ๑๒๑๐๑ กำรงำนอำชพี กล่มุ สำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชพี
ชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ ๒ เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง

ศกึ ษาเรยี นรู้ สังเกตการทางานเพื่อชว่ ยเหลือตนเองและครอบครวั การใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเครอื่ งมือ ส่งิ ของ

เครอื่ งใช้ในชีวติ ประจาวัน ถกู สร้างมาให้มรี ปู ร่างที่แตกตา่ งกนั ตามหนา้ ท่ีใช้สอย การสรา้ งของเลน่ หรือของใช้ อย่างเป็น

ขนั้ ตอนตั้งแต่กาหนดปญั หา หรือ ความต้องการ รวบรวมข้อมลู ออกแบบ และประเมินผล ทาให้ผเู้ รยี นทางานอย่าง

เป็นกระบวนการมีประโยชนใ์ นการดาเนนิ ชวี ิต
บอกวิธีการและประโยชนก์ ารทางาน เพื่อช่วยเหลือตนเองและครอบครัว ใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมอื ในการ

ทางานอย่างเหมาะสมกับงานและประหยัด ทางานเพือ่ ช่วยเหลือตนเองและครอบครวั อย่างปลอดภยั บอกประโยชนข์ อง
สิง่ ของเคร่อื งใช้ในชวี ติ ประจาวัน สรา้ งของเล่นของใชอ้ ยา่ งงา่ ยโดยกาหนดปญั หาหรือความต้องการ รวบรวมข้อมลู
ออกแบบ ลงมือสรา้ ง และประเมินผล นาความรู้เกี่ยวกบั การใช้อปุ กรณ์ เคร่ืองมอื ทีถ่ กู วธิ ไี ปประยุกต์ใชใ้ นการ
สรา้ งของเลน่ ของใช้อยา่ งง่าย มีความคิดสรา้ งสรรค์อย่างนอ้ ย ๑ ลกั ษณะ ในการแกป้ ัญหาหรือสนองความ
ตอ้ งการ

เพอ่ื ให้มคี วามร้เู ข้าใจการทางาน มีความคดิ สร้างสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทางาน ทกั ษะการจดั การ
ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการทางานรว่ มกนั และทกั ษะการแสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยใน
การทางาน มีจิตสานึก ในการใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากร และส่งิ แวดลอ้ ม เพ่อื การดารงชีวติ และครอบครวั

ตวั ช้ีวดั
ง ๑.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒, ป.๒/๓

(รวมท้ังหมด ๓ ตวั ชี้วดั )

ง ๑๓๑๐๑ กำรงำนอำชพี คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนรกู้ ำรงำนอำชพี
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ศกึ ษา เรียนรู้ สงั เกต เกีย่ วกบั การทางานเพ่ือชว่ ยเหลือตนเอง ครอบครวั และสว่ นรวม

การใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมือ สร้างของเลน่ ของใชอ้ ยา่ งง่ายโดยกาหนด ปญั หาหรือความตอ้ งการ

รวบรวมข้อมูล ออกแบบ ลงมือสรา้ ง และประเมินผล การเลือกใช้สิง่ ของเครอื่ งใช้อย่างสรา้ งสรรคเ์ ป็นการเลือกสง่ิ ของ

เครอื่ งใชท้ ี่เปน็ มิตรกบั ชวี ิต สงั คม ส่ิงแวดล้อม การนาส่ิงของเคร่ืองใช้กลับมาใชซ้ า้

อธบิ ายวิธีการและประโยชน์ การทางาน เพอื่ ช่วยเหลอื ตนเอง ครอบครวั และสว่ นรวมใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ

เคร่อื งมือ ตรงกบั ลกั ษณะงาน ทางานอย่างเปน็ ขั้นตอนตามกระบวนการทางานดว้ ยความสะอาด ความรอบคอบ และ

อนุรักษส์ ิ่งแวดล้อม สรา้ งของเล่นของใช้อย่างง่ายโดยกาหนด ปัญหาหรือความต้องการ รวบรวมข้อมูล ออกแบบ ลงมือ

สร้าง และประเมนิ ผล เลอื กใช้ส่งิ ของเครื่องใช้ในชีวิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์ มกี ารจดั การสง่ิ ของเคร่ืองใช้ด้วยการ

นากลบั มาใช้ซา้

เพ่ือใหม้ คี วามรู้เข้าใจการทางาน มีความคิดสรา้ งสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทางาน ทกั ษะการจัดการ ทกั ษะ

กระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทางานรว่ มกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ

ลกั ษณะนสิ ัยในการทางาน มจี ติ สานกึ ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสงิ่ แวดลอ้ ม เพ่อื การดารงชีวิตและ

ครอบครัว เขา้ ใจ เห็นคณุ ค่า การแกป้ ัญหา การทางาน และอาชีพอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ประสิทธผิ ล มีคุณธรรม

ตัวช้ีวดั
ง ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒,ป.๓/๓
(รวมทัง้ หมด ๓ ตัวชี้วัด)

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

ง ๑๔๑๐๑ กำรงำนอำชีพ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้กู ำรงำนอำชพี
ชนั้ ประถมศึกษำปที ่ี ๔ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษาการทางาน เก่ียวกับ การดูแลรกั ษาของใช้สว่ นตัว การจัดต้เู สือ้ ผ้า โต๊ะเขยี นหนงั สือ และกระเป๋านักเรียน
การปลูกไม้ดอก หรอื ไมป้ ระดบั การซอ่ มแซมวสั ดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือ การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่งจาก
ใบตอง และกระดาษ การจดั เกบ็ เอกสารสว่ นตัว ศกึ ษาเกี่ยวกบั การมีมารยาทในการต้อนรบั บิดามารดาหรือผู้ปกครอง ใน
โอกาสต่าง ๆ มารยาทในการรบั ประทานอาหาร การใช้ห้องเรียน ห้องนา้ และห้องสว้ ม ฯลฯ ศกึ ษาความหมายและ
ความสาคัญของอาชพี

อธบิ ายเหตุผลในการทางานให้บรรลเุ ปา้ หมาย ทางานบรรลเุ ป้าหมายท่ีวางไว้
อย่างเปน็ ขนั้ ตอน ดว้ ยความขยัน อดทนรบั ผิดชอบ และซื่อสัตย์ ปฏบิ ัติตนอย่างมมี ารยาทในการทางาน ใช้พลงั งานและ
ทรพั ยากรในการทางานอยา่ งประหยัด และคุ้มค่า อธบิ ายความหมายและความสาคัญของอาชีพ

เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทางาน ทักษะการจดั การ
ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการทางานรว่ มกนั และทักษะ
การแสวงหาความรู้ มคี ณุ ธรรม และลักษณะนิสยั ในการทางาน มจี ติ สานกึ ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และ
สิ่งแวดลอ้ ม เพ่ือการดารงชวี ิตและครอบครวั เข้าใจ มที ักษะทจี่ าเป็น มปี ระสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชพี เพื่อ
พฒั นาอาชีพ มคี ุณธรรม และมเี จตคติท่ดี ตี ่ออาชีพ

ตวั ช้ีวดั
ง ๑.๑ ป.๔/๑, ป๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔,

(รวมท้ังหมด ๔ ตัวชว้ี ดั )

ง ๑๕๑๐๑ กำรงำนอำชพี คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี ๕
กลุ่มสำระกำรเรยี นรูก้ ำรงำนอำชีพ
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

ศกึ ษาและเรียนรู้ขน้ั ตอนการทางานการจัดการในการทางาน ศกึ ษาเรยี นรูม้ ารยาท เทคโนโลยมี ีที่มาที่

แตกต่างกนั และมีการพัฒนาเปล่ยี นแปลง การสรา้ งสิ่งของเคร่อื งใช้ การจัดการสง่ิ ของเครื่องใช้ดว้ ยการแปรรปู อาชพี

ตา่ ง ๆ ในชุมชน ความแตกต่างของอาชีพ ข้อควรคานึงเก่ียวกับอาชพี

อธิบายเหตุผลการทางานแต่ละขน้ั ตอนถูกต้องตามกระบวนการทางาน ใชท้ ักษะการจดั การในการทางาน อยา่ ง

เป็นระบบ ประณตี และมีความคดิ สร้างสรรค์ ปฏบิ ตั ิตนอย่างมีมารยาทใน การทางานกับสมาชกิ ในครอบครวั

มจี ิตสานกึ ในการใช้พลงั งานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคมุ้ ค่า นาความรแู้ ละทักษะการสรา้ งชิน้ งานไปประยุกต์ใน

การสร้างสง่ิ ของเครื่องใช้ . มีความคิดสรา้ งสรรค์อยา่ งน้อย ๒ ลักษณะ ในการแกป้ ัญหาหรือสนองความต้องการ สารวจ

ขอ้ มูลที่เกย่ี วกบั อาชีพต่าง ๆ ในชมุ ชน ระบคุ วามแตกตา่ งของอาชพี

เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ การทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทางาน ทกั ษะ การ

จัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะ การแสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และ

ลักษณะนสิ ยั ในการทางาน มจี ิตสานึกในการใชพ้ ลังงาน ทรัพยากร และส่งิ แวดลอ้ ม เพื่อการดารงชวี ติ และครอบครัว

ตวั ชวี้ ัด
ง ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓,ป.๕/๔

(รวมท้ังหมด ๔ ตัวชวี้ ัด)

ง ๑๖๑๐๑ กำรงำนอำชพี คำอธิบำยรำยวิชำ
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๖
กลุ่มสำระกำรเรียนรูก้ ำรงำนอำชพี
เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง

ศึกษา เรยี นรู้ การทางานและการปรับปรงุ การทางาน เกย่ี วกบั การดูแลรักษาสมบตั ภิ ายในบ้าน การปลูกไม้ดอก
หรือ ไมป้ ระดบั หรอื ปลกู ผัก หรอื เล้ียงปลาสวยงาม การบันทกึ รายรบั – รายจ่ายของห้องเรยี น การจัดเกบ็ เอกสาร
การเงิน การจัดการในการทางานและทักษะการทางานร่วมกัน เกีย่ วกับ การเตรียม ประกอบ จดั อาหาร ให้สมาชกิ ใน
ครอบครัว การติดต้ัง ประกอบ ของใช้ในบ้าน การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่งให้สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อน ใน
โอกาสต่าง ๆ มารยาท การทางานกบั สมาชกิ ในครอบครวั และผู้อื่น ทกั ษะการเจาะการสารวจตนเอง คณุ ธรรมในการ
ประกอบอาชีพ

อภปิ รายแนวทางในการทางานและปรับปรุงการทางานแตล่ ะข้นั ตอน ใช้ทักษะการจดั การในการทางาน และมี
ทกั ษะการทางานรว่ มกัน ปฏบิ ตั ติ นอยา่ งมีมารยาทในการทางานกบั ครอบครวั และผอู้ ื่น สารวจตนเองเพื่อวางแผนในการ
เลอื กอาชีพ ระบคุ วามรู้ ความสามารถ และคณุ ธรรมทสี่ มั พันธก์ ับอาชพี ท่สี นใจ

เพ่อื ให้มคี วามรู้ การทางาน มีความคดิ สร้างสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจดั การ ทักษะ
กระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการทางานรว่ มกัน และทกั ษะ การแสวงหาความรู้
มีคณุ ธรรม และลักษณะนิสยั ในการทางาน มจี ิตสานึกในการใช้พลงั งาน ทรัพยากร และส่ิงแวดล้อม เพื่อการดารงชีวิต
และครอบครวั เข้าใจ มีทักษะทจ่ี าเป็น มีประสบการณ์ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ

ตัวชีว้ ดั
ง ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ง ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
(รวมทงั้ หมด ๕ ตัวช้ีวัด)

คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเติม

ง ๑๐๒๐๑ งำนสำนของเล่นของใช้ จำกวัสดุเหลือใช้ กลุ่มสำระกำรเรยี นรกู้ ำรงำนอำชีพ
ชนั้ ประถมศึกษำปที ่ี ๔-๖ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

สงั เกตตวั อยา่ งงานสานของเล่นจากวัสดุ และเศษวสั ดุตา่ งๆ เช่น ใบมะพร้าว ในตอง กระดาษ เสน้ พลาสติก
ฯลฯ บอกวิธีการทางานจากการสังเกตและสรปุ ในเรื่องรปู ทรง การเลอื กใช้วัสดุ เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการสาน และวิธีการสาน

ฝกึ รวบรวม แยกประเภท วสั ดุ และเศษวสั ดุทน่ี ามาใชใ้ นการสาน
สังเกตการณใ์ ช้เคร่ืองมือ และวิธีการสาน จากการสาธติ ของครหู รอื นักเรียน
ทดลองปฏบิ ัติแล้วกาหนดเปน็ แนวทางในการทางาน
ฝกึ สานของเลน่ และหรือของใช้ตามแบบท่ีกาหนดใหจ้ ากวสั ดุ และเศษวัสดุ ด้วยวิธีต่างๆโดยเน้นขนั้ ตอน
กระบวนการ และนสิ ยั ในการทางาน สงั เกตการณ์ปฏบิ ัติงาน แล้วนามาอภิปรายหาข้อบกพร่อง และวธิ ปี รบั ปรุงแกไ้ ข
เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ และมีทักษะเบอ้ื งตน้ ในการสานตามแบบ การใช้เคร่ืองมอื เพ่ือชว่ ยเหลอื ตนเอง
ทางานรว่ มกบั ผู้อน่ื ได้ อยา่ งกระตือรือรน้ และตรงเวลาเข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มที กั ษะกระบวนการ
ทางาน ทกั ษะ การจดั การ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานรว่ มกัน และทกั ษะ การแสวงหาความรู้ มี
คณุ ธรรม และลักษณะนิสัยในการทางาน มีจิตสานึกในการใช้พลงั งาน ทรัพยากร และส่งิ แวดล้อม

ผลกำรเรียนรู้
๑. มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในงานสานของเล่นจากเศษวัสดุตา่ งๆได้
๒. มนี ิสยั ในการทางานอยา่ งมีข้ันตอน ม่งุ มั่นในการทางาน ไม่รงั เกยี จงาน ขยัน ประหยดั อดทน พึ่งตนเองและทางาน
ร่วมกบั ผู้อนื่ ได้
๓. มที กั ษะเบ้อื งต้นในการสานตามแบบ และใช้เคร่ืองมือไดอ้ ย่างถูกต้องปลอดภยั
รวมทั้งหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเตมิ

ง ๑๐๑๐๒ งำนพบั กระดำษเปน็ ของเล่น ของตกแตง่ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชพี
ชัน้ ประถมศึกษำปที ่ี ๔-๖ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

สังเกตตวั อยา่ งงานพับกระดาษเปน็ ของเล่น ของตกแต่ง บอกวิธกี ารทางานจากการสังเกตและสรุปในเรื่อง
รูปทรง การเลอื กใช้วสั ดุ เครอ่ื งมือที่ใชใ้ นการพบั กระดาษ และวิธกี ารพบั

ฝกึ รวบรวม แยกประเภท วสั ดุ และเศษวัสดุที่นามาใชใ้ นการสาน
สงั เกตการณใ์ ช้เครื่องมือ และวธิ ีการพับ จากการสาธติ ของครหู รือนกั เรียน
ทดลองปฏิบัตแิ ล้วกาหนดเปน็ แนวทางในการทางาน
ฝกึ พบั กระดาษเป็นของเล่น และหรือของตกแตง่ ตามแบบที่กาหนดให้ ดว้ ยวธิ ีต่างๆโดยเนน้ ขัน้ ตอน
กระบวนการ และนิสัยในการทางาน สงั เกตการณ์ปฏิบตั ิงาน แลว้ นามาอภปิ รายหาข้อบกพร่อง และวธิ ีปรับปรุงแกไ้ ข
เพอ่ื ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะเบอ้ื งตน้ ในการพับกระดาษตามแบบ การใชม้ ือเครือ่ งมือ เพอ่ื ช่วยเหลือ
ตนเอง ทางานร่วมกับผู้อน่ื ได้ อยา่ งกระตือรือร้นและตรงเวลาเข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะ
กระบวนการทางาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการทางานร่วมกัน และทกั ษะ การ
แสวงหาความรู้ มคี ณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทางาน มจี ติ สานกึ ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสงิ่ แวดล้อม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มีความรู้ ความเขา้ ใจ และประสบการณ์ในงานพับกระดาษเปน็ ของเลน่ ของตกแต่งได้
๒. มนี ิสยั ในการทางานอย่างมีข้นั ตอน มงุ่ มัน่ ในการทางาน ไมร่ ังเกียจงาน ขยัน ประหยัด อดทน พ่ึงตนเองและทางาน
รว่ มกับผอู้ ่นื ได้
๓. มที ักษะเบื้องต้นในการพับกระดาษเปน็ ของเล่น และหรือของตกแตง่ ตามแบบที่กาหนดให้ ดว้ ยวธิ ีตา่ งๆได้ และใช้
เครื่องมอื ได้อย่างถูกต้องปลอดภยั
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรียนรู้


Click to View FlipBook Version