The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตร-ร.ร.บ้านง่อนหนองพะเนาว์ฯฉบับปรับปรุง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chutima82000, 2022-09-16 03:59:21

หลักสูตร-ร.ร.บ้านง่อนหนองพะเนาว์ฯฉบับปรับปรุง

หลักสูตร-ร.ร.บ้านง่อนหนองพะเนาว์ฯฉบับปรับปรุง

คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเติม

ง ๑๐๒๐๓ งำนประดิษฐ์วัสดเุ หลือใช้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพ
ชนั้ ประถมศกึ ษำปีท่ี ๔-๖ เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง

สงั เกตตวั อย่างงานประดิษฐ์จากวัสดุ และเศษวัสดุตา่ งๆเป็นของใช้ และของตกแตง่ เชน่ การประดิษฐก์ ระปอ๋ ง
ทง้ิ ผงจากกระป๋องโอวัลติน กาแฟ นม ฯลฯ การประดิษฐ์ทใี่ สไ่ ม้จ้ิมฟันจากขวดนมยาคูลท์ การประดษิ ฐต์ ุ๊กตาหมอนเขม็
จากเศษผ้า การประดิษฐ์ตกแต่งกล่องทชิ เู กา่ ใหส้ วยงาม การประดิษฐด์ อกไมจ้ ากถุงพลาสติก ฯลฯ บอกวิธีการทางาน
จากการสงั เกตและสรปุ ในเรื่องรูปทรง การเลือกใชว้ ัสดุ เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการประดิษฐ์ และวธิ ีการประดิษฐ์

ฝกึ รวบรวม แยกประเภท วสั ดุ และเศษวสั ดทุ ่นี ามาใชใ้ นการประดษิ ฐ์
สงั เกตการณ์ใชเ้ คร่ืองมือ และวธิ กี ารประดิษฐ์ จากการสาธิตของครูหรือนักเรียน
ทดลองปฏบิ ตั ิแล้วกาหนดเปน็ แนวทางในการทางาน
ฝกึ งานประดิษฐว์ สั ดุเหลอื ใชเ้ ปน็ ของใช้ และหรือของตกแต่ง ตามแบบที่กาหนดให้ ดว้ ยวิธีตา่ งๆโดยเน้นข้นั ตอน
กระบวนการ และนสิ ยั ในการทางาน สงั เกตการณป์ ฏบิ ตั งิ าน แลว้ นามาอภิปรายหาข้อบกพร่อง และวิธปี รบั ปรุงแก้ไข
เพอ่ื ใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจ และมีทักษะเบือ้ งต้นในการประดษิ ฐ์วัสดุเหลอื ใช้เปน็ ของใช้ และหรอื ของตกแตง่
ตามแบบ การใชม้ ือเครอื่ งมือ วัสดอุ ุปกรณ์ และความปลอดภัย เพือ่ ช่วยเหลอื ตนเอง ทางานรว่ มกบั ผูอ้ ่ืนได้ อยา่ ง
กระตือรือรน้ และตรงเวลาเข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มที ักษะกระบวนการทางาน ทกั ษะ การจดั การ
ทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทักษะการทางานรว่ มกัน และทกั ษะ การแสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และลักษณะนิสยั
ในการทางาน มีจิตสานกึ ในการใช้พลงั งาน ทรพั ยากร และสงิ่ แวดลอ้ ม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และประสบการณ์ในงานประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่งจากเศษวสั ดไุ ด้อย่างถูกตอ้ ง
๒. มีนิสยั ในการทางานอยา่ งมีข้ันตอน มุ่งมั่นในการทางาน ไม่รังเกยี จงาน ขยัน ประหยัด อดทน พ่ึงตนเองและทางาน
รว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้
๓. มที กั ษะเบือ้ งต้นในการประดิษฐข์ องใช้ ของตกแตง่ จากเศษวสั ดตุ ามแบบ และใช้เครื่องมอื วสั ดอุ ปุ กรณ์ไดอ้ ย่าง
ถูกต้องปลอดภัย
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรียนรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเตมิ

ง ๑๐๒๐๔ งำนประดษิ ฐไ์ ม้กวำดจำกดอกหญ้ำ กล่มุ สำระกำรเรยี นรกู้ ำรงำนอำชีพ
ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๔-๖ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

สังเกตตวั อยา่ งงานประดษิ ฐไ์ มก้ วาดจากดอกหญ้า บอกวธิ กี ารทางานจากการสงั เกตและสรปุ ในเร่อื งรูปทรง
การเลอื กใชว้ สั ดุ เครอ่ื งมือที่ใช้ในการประดิษฐ์ และวธิ กี ารประดิษฐ์

ฝกึ รวบรวม แยกประเภท วัสดุ และเศษวัสดทุ ี่นามาใชใ้ นการประดิษฐ์
สังเกตการณ์ใชเ้ คร่ืองมือ และวิธีการประดิษฐ์ จากการสาธติ ของครหู รอื นักเรยี น
ทดลองปฏบิ ตั แิ ล้วกาหนดเป็นแนวทางในการทางาน
ฝกึ งานประดิษฐไ์ ม้กวาดจากดอกหญา้ ตามแบบที่กาหนดให้ ดว้ ยวิธีต่างๆโดยเนน้ ขนั้ ตอน กระบวนการ และ
นิสยั ในการทางาน สงั เกตการณป์ ฏบิ ัตงิ าน แล้วนามาอภิปรายหาขอ้ บกพร่อง และวิธปี รบั ปรุงแก้ไข
เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ และมีทักษะเบื้องตน้ ในการประดิษฐ์ไม้กวาดจากดอกหญ้า ตามแบบ การใชม้ ือ
เครอ่ื งมอื วัสดุอุปกรณ์ และความปลอดภัย เพ่ือชว่ ยเหลือตนเอง ทางานร่วมกับผู้อ่นื ได้ อยา่ งกระตือรือร้นและตรงเวลา
เข้าใจการทางาน มีความคดิ สร้างสรรค์ มที ักษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา
ทักษะการทางานรว่ มกนั และทักษะ การแสวงหาความรู้ มคี ุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทางาน มีจิตสานึกใน
การใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากร และสง่ิ แวดลอ้ ม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในงานประดษิ ฐ์ไมก้ วาดจากดอกหญ้าได้อย่างถูกต้อง
๒. มนี ิสัยในการทางานอย่างมีข้นั ตอน มงุ่ มัน่ ในการทางาน ไม่รงั เกยี จงาน ขยัน ประหยัด อดทน พ่ึงตนเองและทางาน
รว่ มกบั ผู้อื่นได้
๓. มีทักษะเบื้องต้นในการประดิษฐ์ไมก้ วาดจากดอกหญา้ ตามแบบ และใช้เครอ่ื งมือ วัสดุอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง
ปลอดภยั
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเติม

ง ๑๐๒๐๕ งำนประดิษฐ์ไม้กวำดจำกทำงมะพร้ำว กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้กำรงำนอำชีพ
ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ่ี ๔-๖ เวลำ ๔๐ ช่วั โมง

สังเกตตัวอย่างงานประดิษฐ์ไม้กวาดจากทางมะพรา้ ว บอกวธิ กี ารทางานจากการสังเกตและสรปุ ในเรอ่ื งรูปทรง
การเลอื กใช้วสั ดุ เครอื่ งมือท่ีใชใ้ นการประดิษฐ์ และวิธกี ารประดษิ ฐ์

ฝึกรวบรวม แยกประเภท วัสดุ ที่นามาใช้ในการประดิษฐ์
สงั เกตการณใ์ ชเ้ คร่ืองมือ และวิธกี ารประดษิ ฐ์ จากการสาธติ ของครูหรอื นักเรียน
ทดลองปฏบิ ตั แิ ล้วกาหนดเป็นแนวทางในการทางาน
ฝกึ งานประดิษฐไ์ ม้กวาดจากทางมะพรา้ ว ตามแบบทีก่ าหนดให้ ดว้ ยวธิ ีต่างๆโดยเน้นขั้นตอน กระบวนการ
และนิสัยในการทางาน สังเกตการณป์ ฏบิ ตั งิ าน แล้วนามาอภปิ รายหาข้อบกพร่อง และวธิ ีปรับปรงุ แก้ไข
เพ่ือให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ และมที ักษะเบ้อื งต้นในประดษิ ฐไ์ ม้กวาดจากทางมะพรา้ ว ตามแบบ การใช้มือ
เครอ่ื งมอื วสั ดอุ ุปกรณ์ และความปลอดภัย เพื่อช่วยเหลอื ตนเอง ทางานร่วมกับผู้อื่นได้ อยา่ งกระตือรอื ร้นและตรงเวลา
เข้าใจการทางาน มีความคดิ สร้างสรรค์ มที ักษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจดั การ ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา
ทกั ษะการทางานรว่ มกัน และทกั ษะ การแสวงหาความรู้ มคี ุณธรรม และลกั ษณะนสิ ัยในการทางาน มจี ิตสานึกใน
การใช้พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดลอ้ ม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มคี วามรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในงานประดิษฐ์ไมก้ วาดจากทางมะพรา้ วได้อยา่ งถกู ต้อง
๒. มนี ิสัยในการทางานอยา่ งมีขั้นตอน มุง่ มั่นในการทางาน ไม่รังเกียจงาน ขยัน ประหยัด อดทน พึ่งตนเองและทางาน
ร่วมกับผอู้ น่ื ได้
๓. มที ักษะเบ้ืองต้นในการประดษิ ฐ์ไม้กวาดจากทางมะพรา้ วตามแบบ และใช้เครอื่ งมอื วัสดอุ ปุ กรณ์ได้อยา่ งถูกต้อง
ปลอดภัย
รวมทั้งหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม

ง ๑๐๒๐๖ งำนสำนตะกรำ้ จำกเสน้ พลำสตกิ กลุ่มสำระกำรเรียนรกู้ ำรงำนอำชีพ
ชัน้ ประถมศกึ ษำปีที่ ๔-๖ เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง

สงั เกตตัวอย่างงานสานตะกรา้ จากเสน้ พลาสตกิ บอกวิธีการทางานจากการสงั เกตและสรุปในเร่ืองรปู ทรง การ
เลอื กใช้วสั ดุ เคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการสาน และวธิ กี ารสาน

ศกึ ษา ฝกึ รวบรวม แยกประเภท วัสดุ ที่นามาใชใ้ นการสาน การออกแบบ การสรา้ งแบบ การเตรยี ม การใช้
และการเก็บรกั ษา เครื่องมือเครอื่ งใช้ วธิ กี ารสานและการจัดจาหน่ายแล้วนาผลมาอภปิ ราย สรปุ และรายงานผล

สังเกตการณใ์ ช้เคร่ืองมือ และวิธีการสาน จากการสาธติ ของครูหรอื นกั เรยี น
ทดลองปฏิบัติแล้วนาผลมาอภิปราย กาหนดเป็นแนวทางในการทางาน

ฝึกงานสานจากเส้นพลาสติก ตามแบบที่กาหนดให้ ด้วยวิธีต่างๆโดยเนน้ ขนั้ ตอน กระบวนการ และนสิ ัยในการ
ทางาน สังเกตการณป์ ฏิบตั งิ าน แล้วนามาอภปิ รายหาข้อบกพร่อง และวธิ ปี รับปรงุ แกไ้ ข

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมที ักษะเบื้องตน้ ในการใช้มือ เครื่องมือ วสั ดอุ ปุ กรณ์ สามารถทางานตาม
ข้นั ตอน กระบวนการ และความปลอดภยั ปรับปรงุ งานอยู่เสมอ เห็นคุณคา่ ของการทางาน มีนสิ ัยรกการทางาน เพ่ือ
ช่วยเหลือตนเอง ทางานร่วมกับผอู้ ่ืนได้ อย่างกระตือรือรน้ และตรงเวลาเขา้ ใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มี
ทกั ษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะ การ
แสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทางาน มจี ติ สานกึ ในการใช้พลงั งาน ทรพั ยากร และสงิ่ แวดล้อม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มคี วามรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในงานสานตะกรา้ จากเส้นพลาสติกได้อยา่ งถูกต้อง
๒. มีนสิ ัยในการทางานอย่างมีขนั้ ตอน มุ่งม่นั ในการทางาน ไมร่ งั เกียจงาน ขยัน ประหยัด อดทน พ่ึงตนเองและทางาน
ร่วมกบั ผู้อน่ื ได้
๓. มีทกั ษะเบ้อื งต้นในงานสานตะกร้าจากเสน้ พลาสติกตามแบบ และใชเ้ ครื่องมือ วสั ดอุ ุปกรณ์ไดอ้ ยา่ งถูกต้องปลอดภัย
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวิชำเพ่ิมเติม

ง ๑๐๒๐๗ งำนประดษิ ฐน์ กจำกขวดนำ้ พลำสติก กลุ่มสำระกำรเรยี นร้กู ำรงำนอำชพี
ชั้นประถมศึกษำปที ่ี ๔-๖ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

สังเกตตัวอยา่ งงานประดิษฐน์ กจากขวดน้าพลาสติก บอกวิธีการทางานจากการสังเกตและสรุปในเรอ่ื งรปู ทรง
การเลอื กใช้วัสดุ เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการสาน และวิธกี ารสาน

ศกึ ษา ฝกึ รวบรวม แยกประเภท วสั ดุ ท่นี ามาใชใ้ นการประดิษฐ์ การออกแบบ การสร้างแบบ การเตรียม การใช้
และการเกบ็ รกั ษา เครื่องมือเคร่อื งใช้ วธิ ีการประดิษฐแ์ ละการจดั จาหน่ายแล้วนาผลมาอภิปราย สรุปและรายงานผล

สังเกตการณ์ใชเ้ คร่ืองมือ และวิธีการประดิษฐ์ จากการสาธติ ของครหู รือนักเรยี น
ทดลองปฏิบัติแลว้ นาผลมาอภิปราย กาหนดเปน็ แนวทางในการทางาน

ฝกึ งานประดิษฐน์ กจากขวดน้าพลาสตกิ ตามแบบที่กาหนดให้ ด้วยวธิ ตี ่างๆโดยเนน้ ขนั้ ตอน กระบวนการ และ
นิสัยในการทางาน สงั เกตการณ์ปฏบิ ัติงาน แล้วนามาอภปิ รายหาขอ้ บกพร่อง และวธิ ีปรับปรงุ แกไ้ ข

เพอ่ื ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ และมีทักษะเบื้องตน้ ในการใช้มือ เครอ่ื งมือ วัสดุอุปกรณ์ สามารถประดิษฐง์ าน
ตามข้ันตอน กระบวนการ และความปลอดภยั ปรับปรุงงานอยู่เสมอ เห็นคณุ ค่าของการทางาน มนี ิสัยรักการทางาน
เพ่อื ชว่ ยเหลือตนเอง ทางานร่วมกับผู้อ่นื ได้ อย่างกระตือรือร้นและตรงเวลาเข้าใจการทางาน มคี วามคดิ สร้างสรรค์ มี
ทักษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจัดการ ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการทางานร่วมกัน และทกั ษะ การ
แสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และลักษณะนิสยั ในการทางาน มีจิตสานกึ ในการใช้พลังงาน ทรพั ยากร และส่ิงแวดลอ้ ม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และประสบการณ์ในงานประดิษฐ์นกจากขวดนา้ พลาสติกได้อย่างถกู ต้อง
๒. มีนสิ ัยในการทางานอยา่ งมีขน้ั ตอน มงุ่ มนั่ ในการทางาน ไม่รังเกยี จงาน ขยัน ประหยดั อดทน พ่ึงตนเองและทางาน
ร่วมกับผอู้ ืน่ ได้
๓. มีทักษะเบอื้ งต้นในการประดิษฐน์ กจากขวดนา้ พลาสตกิ และใช้เคร่ืองมือ วัสดุอปุ กรณไ์ ด้อย่างถูกต้องปลอดภยั
รวมทั้งหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม

ง ๑๐๒๐๘ งำนประดษิ ฐ์กังหนั ลมจำกกระป๋องนำ้ อัดลม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพ
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔-๖ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

สังเกตตวั อย่างงานประดิษฐ์กังหันลมจากกระป๋องนาอัดลม บอกวิธีการทางานจากการสงั เกตและสรุปในเร่อื ง
รูปทรง การเลอื กใช้วสั ดุ เครือ่ งมอื ท่ีใช้ในการสาน และวิธีการสาน

ศกึ ษา ฝึกรวบรวม แยกประเภท วัสดุ ทนี่ ามาใชใ้ นการประดษิ ฐ์ การออกแบบ การสร้างแบบ การเตรยี ม การใช้
และการเก็บรักษา เครื่องมือเครือ่ งใช้ วธิ ีการประดษิ ฐแ์ ละการจดั จาหน่ายแลว้ นาผลมาอภปิ ราย สรปุ และรายงานผล

สงั เกตการณ์ใชเ้ ครื่องมือ และวิธีการประดษิ ฐ์ จากการสาธิตของครูหรอื นักเรยี น
ทดลองปฏิบัติแลว้ นาผลมาอภปิ ราย กาหนดเปน็ แนวทางในการทางาน

ฝกึ งานประดิษฐ์กงั หันลมจากกระป๋องนาอดั ลม ตามแบบที่กาหนดให้ ดว้ ยวิธตี า่ งๆโดยเนน้ ขนั้ ตอน
กระบวนการ และนิสยั ในการทางาน สังเกตการณป์ ฏิบัติงาน แล้วนามาอภิปรายหาข้อบกพร่อง และวิธีปรบั ปรุงแก้ไข

เพื่อให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ และมีทักษะเบอ้ื งต้นในการใช้มือ เคร่ืองมือ วัสดอุ ปุ กรณ์ สามารถประดษิ ฐ์งาน
ตามขน้ั ตอน กระบวนการ และความปลอดภยั ปรับปรงุ งานอยเู่ สมอ เห็นคณุ ค่าของการทางาน มนี สิ ยั รกั การทางาน
เพอ่ื ชว่ ยเหลือตนเอง ทางานร่วมกับผูอ้ นื่ ได้ อยา่ งกระตือรือรน้ และตรงเวลาเขา้ ใจการทางาน มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ มี
ทกั ษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจดั การ ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทางานรว่ มกัน และทกั ษะ การ
แสวงหาความรู้ มคี ุณธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทางาน มีจิตสานกึ ในการใช้พลงั งาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม

ผลกำรเรียนรู้
๑. มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในงานประดิษฐ์กังหนั ลมจากขวดน้าอัดลมได้อยา่ งถูกต้อง
๒. มีนสิ ยั ในการทางานอย่างมีขัน้ ตอน มุ่งม่นั ในการทางาน ไม่รังเกยี จงาน ขยัน ประหยดั อดทน พ่ึงตนเองและทางาน
รว่ มกับผ้อู ื่นได้
๓. มีทักษะเบอื้ งต้นในการประดิษฐ์กังหนั ลมจากขวดน้าอดั ลมตามแบบ และใช้เครื่องมือ วสั ดุอุปกรณ์ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ปลอดภัย
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม

ง ๑๐๒๐๙ งำนประดษิ ฐ์ดอกไม้จำกขวดน้ำอดั ลม กลมุ่ สำระกำรเรยี นรกู้ ำรงำนอำชีพ
ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี ๔-๖ เวลำ ๔๐ ช่วั โมง

สังเกตตวั อยา่ งงานประดิษฐ์ดอกไม้จากขวดน้าอัดลม บอกวธิ กี ารทางานจากการสังเกตและสรปุ ในเรอ่ื งรปู ทรง
การเลือกใช้วัสดุ เครือ่ งมือท่ีใช้ในการสาน และวธิ กี ารสาน

ศึกษา ฝกึ รวบรวม แยกประเภท วสั ดุ ทน่ี ามาใชใ้ นการประดิษฐ์ การออกแบบ การสร้างแบบ การเตรียม การใช้
และการเก็บรกั ษา เคร่ืองมือเครอื่ งใช้ วธิ ีการประดิษฐ์และการจัดจาหน่ายแลว้ นาผลมาอภปิ ราย สรุปและรายงานผล

สงั เกตการณ์ใชเ้ ครื่องมือ และวธิ กี ารประดิษฐ์ จากการสาธติ ของครหู รอื นักเรียน
ทดลองปฏิบตั แิ ล้วนาผลมาอภปิ ราย กาหนดเป็นแนวทางในการทางาน

ฝึกงานประดิษฐ์ดอกไมจ้ ากขวดน้าอดั ลม ตามแบบที่กาหนดให้ ดว้ ยวิธตี า่ งๆโดยเนน้ ข้นั ตอน กระบวนการ และ
นิสยั ในการทางาน สังเกตการณป์ ฏิบตั ิงาน แลว้ นามาอภปิ รายหาขอ้ บกพร่อง และวิธีปรบั ปรุงแกไ้ ข

เพือ่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะเบื้องต้นในการใช้มือ เครอื่ งมือ วัสดอุ ุปกรณ์ สามารถประดิษฐง์ าน
ตามข้นั ตอน กระบวนการ และความปลอดภัย ปรบั ปรงุ งานอยู่เสมอ เห็นคุณค่าของการทางาน มนี สิ ัยรักการทางาน
เพ่อื ชว่ ยเหลอื ตนเอง ทางานร่วมกับผูอ้ น่ื ได้ อย่างกระตือรือรน้ และตรงเวลาเข้าใจการทางาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มี
ทกั ษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจัดการ ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทางานรว่ มกนั และทกั ษะ การ
แสวงหาความรู้ มคี ณุ ธรรม และลกั ษณะนิสยั ในการทางาน มจี ติ สานกึ ในการใช้พลงั งาน ทรัพยากร และส่งิ แวดลอ้ ม

ผลกำรเรียนรู้
๑. มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในงานประดษิ ฐ์ดอกไม้จากขวดนา้ อดั ลมได้อย่างถูกต้อง
๒. มีนสิ ยั ในการทางานอย่างมีข้ันตอน มงุ่ มนั่ ในการทางาน ไมร่ งั เกยี จงาน ขยัน ประหยัด อดทน พึ่งตนเองและทางาน
รว่ มกับผ้อู นื่ ได้
๓. มีทกั ษะเบื้องต้นในการประดษิ ฐด์ อกไม้จากขวดนา้ อัดลมตามแบบ และใชเ้ ครื่องมือ วัสดอุ ุปกรณ์ได้อยา่ งถูกต้อง
ปลอดภยั
รวมทั้งหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ

ง ๑๐๒๑๐ งำนประดิษฐ์ของใช้จำกกลอ่ งนม กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้กำรงำนอำชีพ
ชั้นประถมศกึ ษำปีที่ ๔-๖ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

สงั เกตตวั อยา่ งงานประดษิ ฐ์ของใช้จากกลอ่ งนม บอกวธิ ีการทางานจากการสงั เกตและสรุปในเรือ่ งรูปทรง การ
เลอื กใชว้ สั ดุ เครอื่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการสาน และวิธกี ารสาน

ศกึ ษา ฝกึ รวบรวม แยกประเภท วสั ดุ ทนี่ ามาใช้ในการประดษิ ฐ์ การออกแบบ การสรา้ งแบบ การเตรียม การใช้
และการเกบ็ รกั ษา เครื่องมือเคร่ืองใช้ วธิ กี ารประดิษฐ์และการจดั จาหน่ายแลว้ นาผลมาอภปิ ราย สรปุ และรายงานผล

สังเกตการณใ์ ช้เคร่ืองมือ และวิธีการประดษิ ฐ์ จากการสาธิตของครูหรอื นักเรยี น
ทดลองปฏบิ ัติแลว้ นาผลมาอภปิ ราย กาหนดเป็นแนวทางในการทางาน

ฝกึ งานประดิษฐข์ องใชจ้ ากกลอ่ งนม ตามแบบท่ีกาหนดให้ ด้วยวิธตี า่ งๆโดยเนน้ ขน้ั ตอน กระบวนการ และนิสยั
ในการทางาน สงั เกตการณป์ ฏิบัติงาน แล้วนามาอภิปรายหาขอ้ บกพร่อง และวิธีปรับปรุงแก้ไข

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะเบอ้ื งตน้ ในการใชม้ ือ เครอื่ งมือ วสั ดุอุปกรณ์ สามารถประดษิ ฐง์ าน
ตามข้นั ตอน กระบวนการ และความปลอดภัย ปรบั ปรุงงานอย่เู สมอ เห็นคณุ ค่าของการทางาน มีนิสยั รกั การทางาน
เพ่ือชว่ ยเหลอื ตนเอง ทางานร่วมกบั ผูอ้ ื่นได้ อยา่ งกระตือรือร้นและตรงเวลาเขา้ ใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มี
ทักษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจัดการ ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทางานร่วมกนั และทักษะ การ
แสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และลกั ษณะนสิ ยั ในการทางาน มจี ติ สานึกในการใช้พลงั งาน ทรพั ยากร และส่งิ แวดลอ้ ม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และประสบการณ์ในงานประดษิ ฐ์ของใชจ้ ากกล่องนมไดอ้ ย่างถูกต้อง
๒. มนี ิสัยในการทางานอย่างมีขั้นตอน มุ่งมนั่ ในการทางาน ไม่รงั เกยี จงาน ขยัน ประหยัด อดทน พึ่งตนเองและทางาน
รว่ มกบั ผ้อู ่นื ได้
๓. มีทักษะเบ้อื งต้นในการประดษิ ฐข์ องใชจ้ ากกล่องนมตามแบบ และใชเ้ ครื่องมือ วัสดอุ ุปกรณไ์ ดอ้ ย่างถกู ต้องปลอดภัย
รวมทั้งหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ

ง ๑๐๒๑๑ งำนประดิษฐด์ อกไม้จำกผ้ำใยบัว กลุ่มสำระกำรเรียนรกู้ ำรงำนอำชีพ
ช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ ๔-๖ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

สงั เกตตวั อย่างงานประดิษฐด์ อกไม้จากผ้าใยบวั บอกวธิ ีการทางานจากการสังเกตและสรุปในเรอ่ื งรปู ทรง การ
เลอื กใช้วสั ดุ เคร่ืองมือที่ใช้ในการประดิษฐ์ และวธิ ีการประดษิ ฐ์

ศกึ ษา ฝกึ รวบรวม แยกประเภท วสั ดุ ท่นี ามาใชใ้ นการประดษิ ฐ์ การออกแบบ การสรา้ งแบบ การเตรียม การใช้
และการเก็บรักษา เคร่ืองมือเคร่อื งใช้ วธิ ีการประดษิ ฐ์ และการจดั จาหนา่ ยแลว้ นาผลมาอภปิ ราย สรุปและรายงานผล

สังเกตการณใ์ ช้เคร่ืองมือ และวิธกี ารประดิษฐ์ จากการสาธติ ของครูหรือนักเรียน
ทดลองปฏบิ ตั แิ ล้วนาผลมาอภปิ ราย กาหนดเป็นแนวทางในการทางาน

ฝกึ งานประดิษฐด์ อกไม้จากผา้ ใยบัว ตามแบบท่กี าหนดให้ ดว้ ยวิธีตา่ งๆโดยเนน้ ขน้ั ตอน กระบวนการ และนสิ ยั
ในการทางาน สงั เกตการณ์ปฏบิ ัติงาน แลว้ นามาอภิปรายหาขอ้ บกพร่อง และวธิ ีปรบั ปรงุ แกไ้ ข

เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะเบอ้ื งต้นในการใชม้ ือ เคร่อื งมือ วัสดุอปุ กรณ์ สามารถประดิษฐ์งาน
ตามข้นั ตอน กระบวนการ และความปลอดภัย ปรับปรุงงานอยู่เสมอ เห็นคณุ ค่าของการทางาน มีนสิ ัยรกั การทางาน เพ่ือ
ช่วยเหลือตนเอง ทางานร่วมกับผ้อู นื่ ได้ อยา่ งกระตือรือรน้ และตรงเวลาเขา้ ใจการทางาน มีความคดิ สร้างสรรค์ มี
ทกั ษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจดั การ ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทางานร่วมกนั และทักษะ การ
แสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และลกั ษณะนสิ ยั ในการทางาน มีจติ สานกึ ในการใช้พลงั งาน ทรัพยากร และส่ิงแวดล้อม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในงานประดิษฐ์ดอกไม้จากผ้าใยบัวได้อย่างถูกตอ้ ง
๒. มนี สิ ยั ในการทางานอย่างมีขั้นตอน ม่งุ มน่ั ในการทางาน ไมร่ งั เกยี จงาน ขยัน ประหยัด อดทน พ่ึงตนเองและทางาน
ร่วมกบั ผู้อน่ื ได้
๓. มที กั ษะเบ้ืองต้นในการประดิษฐด์ อกไม้จากผ้าใยบวั ตามแบบ และใชเ้ คร่ืองมือ วสั ดุอุปกรณ์ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งปลอดภัย
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรียนรู้

ง ๑๐๒๑๒ งำนจักสำนจำกไม้ไผ่ คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ
ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๔-๖
กลุ่มสำระกำรเรยี นรกู้ ำรงำนอำชีพ
เวลำ ๔๐ ช่วั โมง

สงั เกตตัวอยา่ งงานจักรสานจากไม้ไผ่ บอกวิธกี ารทางานจากการสังเกตและสรุปในเรอ่ื งรูปทรง การเลอื กใชว้ ัสดุ
เคร่อื งมือท่ีใชใ้ นการสาน และวธิ ีการสาน

ศกึ ษา ฝกึ เลือกไม้ไผ่ และการจักตอก ขัน้ ตอนและวธิ กี ารสานลายตา่ งๆ การเขา้ ขอบ การเยบ็ การทานา้ มัน
และการใช้สี การออกแบบ การสรา้ งแบบ การเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา เครอ่ื งมือเคร่ืองใช้ วธิ ีการสาน และการ
จัดจาหนา่ ยแลว้ นาผลมาอภปิ ราย สรุปและรายงานผล

สงั เกตการณใ์ ชเ้ คร่ืองมือ และวธิ ีการสาน จากการสาธิตของครูหรือนกั เรยี น
ทดลองปฏิบัตแิ ล้วนาผลมาอภปิ ราย กาหนดเป็นแนวทางในการทางาน

ฝกึ งานจกั รสานจากไม้ไผ่ สานเป็นลาย สานขน้ึ รปู ตามแบบทีก่ าหนดให้ ด้วยวธิ ตี ่างๆโดยเน้นข้นั ตอน
กระบวนการ และนสิ ัยในการทางาน สงั เกตการณ์ปฏิบตั งิ าน แล้วนามาอภปิ รายหาข้อบกพร่อง และวธิ ีปรบั ปรุงแก้ไข

เพอ่ื ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และมีทักษะเบื้องต้นในการใชม้ ือ เครอ่ื งมือ วสั ดอุ ุปกรณ์ สามารถประดษิ ฐง์ าน
ตามขั้นตอน กระบวนการ และความปลอดภยั ปรับปรงุ งานอยู่เสมอ เห็นคุณค่าของการทางาน มีนสิ ัยรักการทางาน เพ่ือ
ช่วยเหลอื ตนเอง ทางานร่วมกับผูอ้ ื่นได้ อย่างกระตือรอื รน้ และตรงเวลาเข้าใจการทางาน มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ มี
ทกั ษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการทางานร่วมกนั และทักษะ การ
แสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และลกั ษณะนิสัยในการทางาน มจี ติ สานึกในการใช้พลงั งาน ทรัพยากร และสง่ิ แวดล้อม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มีความรู้ ความเขา้ ใจ และประสบการณ์ในงานจกั สานจากไม้ไผไ่ ด้อยา่ งถกู ต้อง
๒. มนี ิสยั ในการทางานอย่างมีขัน้ ตอน มุ่งมนั่ ในการทางาน ไมร่ ังเกยี จงาน ขยัน ประหยดั อดทน พ่ึงตนเองและทางาน
รว่ มกบั ผูอ้ น่ื ได้
๓. มที ักษะเบ้ืองต้นในงานจักสานไมไ้ ผ่ตามแบบท่ีกาหนด สามารถใช้และเก็บรกั ษาเคร่ืองมือ วสั ดุอุปกรณ์ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
ปลอดภัย
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้

ง ๑๐๒๑๓ งำนทอเสื่อจำกต้นกก คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิ่มเตมิ
ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ่ี ๔-๖
กลุ่มสำระกำรเรียนรกู้ ำรงำนอำชพี
เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง

สังเกตตวั อย่างงานทอเสื่อจากตน้ กก บอกวิธีการทางานจากการสังเกตและสรุปในเรือ่ งรูปทรง การเลอื กใชว้ สั ดุ
เครอื่ งมือที่ใช้ในการทอ และวิธีการทอ

ศึกษา ฝกึ การออกแบบลวดลาย วธิ กี ารทอเส่อื แบบต่างๆ การข้นึ ลวดลาย การย้อมสี การเตรยี ม การใช้ และ
การเกบ็ รักษา เครื่องมือเคร่ืองใช้ และการจัดจาหน่ายแล้วนาผลมาอภปิ ราย สรุปและรายงานผล

สงั เกตการณ์ใชเ้ ครื่องมือ และวธิ ีการทอเส่ือ จากการสาธติ ของครหู รือนักเรียน
ทดลองปฏบิ ัติแลว้ นาผลมาอภปิ ราย กาหนดเป็นแนวทางในการทางาน

ฝึกงานทอเส่อื เปน็ ลายเรยี บ ลายพน้ื เมือง และหรือลายอื่นๆตามแบบที่กาหนดให้ ดว้ ยวิธีต่างๆโดยเนน้ ขั้นตอน
กระบวนการ และนิสยั ในการทางาน สังเกตการณป์ ฏิบัติงาน แล้วนามาอภิปรายหาข้อบกพร่อง และวิธีปรับปรงุ แกไ้ ข

เพอ่ื ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะเบอื้ งต้นในการใช้มือ เครื่องมือ วสั ดุอปุ กรณ์ สามารถประดิษฐง์ าน
ตามขนั้ ตอน กระบวนการ ปรับปรงุ งานอย่เู สมอ เห็นคุณคา่ ของการทางาน มีนสิ ยั รักการทางาน เพื่อชว่ ยเหลอื ตนเอง
ทางานร่วมกบั ผู้อืน่ ได้ อยา่ งกระตือรือรน้ และตรงเวลาเข้าใจการทางาน มีความคิดสรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการ
ทางาน ทักษะ การจดั การ ทักษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทกั ษะการทางานรว่ มกนั และทกั ษะ การแสวงหาความรู้ มี
คณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทางาน มจี ติ สานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสงิ่ แวดลอ้ ม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และประสบการณ์ในงานทอเส่อื จากต้นกกได้อยา่ งถกู ต้อง
๒. มนี สิ ยั ในการทางานอยา่ งมีข้นั ตอน มงุ่ มนั่ ในการทางาน ไม่รังเกียจงาน ขยัน ประหยัด อดทน พ่ึงตนเองและทางาน
ร่วมกับผ้อู ่นื ได้
๓. มที ักษะเบือ้ งต้นในงานทอเสอ่ื จากต้นกกตามแบบ และใชเ้ ครือ่ งมือ วัสดอุ ปุ กรณไ์ ด้อย่างถกู ต้องปลอดภัย
รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวิชำเพิ่มเตมิ

ง ๑๐๒๑๔ งำนประดษิ ฐ์ลวดแขวนกระถำง กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้กำรงำนอำชพี
ช้ันประถมศึกษำปีที่ ๔-๖ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

สังเกตตัวอย่างงานประดษิ ฐ์ลวดสาหรับแขวนกระถาง บอกวธิ ีการทางานจากการสงั เกตและสรุปในเร่อื งรูปทรง
การเลือกใช้วสั ดุ เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการประดิษฐ์ และวธิ กี ารประดิษฐ์

ศึกษา ฝกึ การออกแบบลวดลาย วธิ ีการประดิษฐ์ การเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา เคร่อื งมือเครอ่ื งใช้
และการจัดจาหน่ายแลว้ นาผลมาอภปิ ราย สรุปและรายงานผล

สังเกตการณใ์ ช้เคร่ืองมือ และวธิ ีการประดิษฐ์ จากการสาธิตของครหู รอื นักเรยี น
ทดลองปฏิบัตแิ ล้วนาผลมาอภิปราย กาหนดเป็นแนวทางในการทางาน

ฝึกงานประดิษฐ์ลวดสาหรับแขวนกระถาง ตามแบบท่ีกาหนดให้ ดว้ ยวิธตี า่ งๆโดยเน้นขน้ั ตอน กระบวนการ
และนสิ ยั ในการทางาน สังเกตการณป์ ฏบิ ัติงาน แล้วนามาอภิปรายหาข้อบกพร่อง และวธิ ีปรบั ปรุงแก้ไข

เพื่อให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ และมที ักษะเบ้อื งต้นในการใชม้ ือ เคร่ืองมือ วัสดอุ ุปกรณ์ สามารถประดิษฐ์งาน
ตามขั้นตอน กระบวนการ ปรับปรุงงานอย่เู สมอ เห็นคุณคา่ ของการทางาน มีนิสัยรกั การทางาน เพื่อช่วยเหลอื ตนเอง
ทางานรว่ มกบั ผู้อืน่ ได้ อย่างกระตอื รือรน้ และตรงเวลาเขา้ ใจการทางาน มีความคิดสรา้ งสรรค์ มที ักษะกระบวนการ
ทางาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทกั ษะการทางานรว่ มกนั และทกั ษะ การแสวงหาความรู้ มี
คุณธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทางาน มจี ิตสานึกในการใชพ้ ลงั งาน ทรัพยากร และสงิ่ แวดล้อม

ผลกำรเรียนรู้
๑. มีความรู้ ความเขา้ ใจ และประสบการณ์ในงานประดษิ ฐ์ลวดแขวนกระถางได้อย่างถูกต้อง
๒. มนี สิ ยั ในการทางานอยา่ งมีขัน้ ตอน ม่งุ มน่ั ในการทางาน ไมร่ ังเกียจงาน ขยัน ประหยัด อดทน พึ่งตนเองและทางาน
ร่วมกับผู้อน่ื ได้
๓. มีทกั ษะเบือ้ งต้นในงานประดิษฐล์ วดสาหรับแขวนกระถางตามแบบทกี่ าหนด และใช้เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ไดอ้ ยา่ ง
ถกู ต้องปลอดภยั
รวมทั้งหมด ๓ ผลกำรเรียนรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำตำ่ งประเทศ
ระดับประถมศกึ ษำ

อ ๑๑๑๐๑ ภำษำอังกฤษ คำอธิบำยรำยวิชำ
ชนั้ ประถมศึกษำปที ่ี ๑ กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำต่ำงประเทศ
เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง

ศกึ ษาคาสัง่ ท่ีใชใ้ นห้องเรยี น ตัวอกั ษร เสยี งอักษรและสระและการสะกดคา หลักการอ่านออกเสียง การอา่ น
ออกเสียงพยัญชนะต้นคาและพยญั ชนะท้ายคา การออกเสียงเน้นหนกั -เบาในคาและกลุ่มคา การออกเสียงตามระดับ
เสียงสงู – ต่า ในประโยค คา กลุม่ คาและความหมายเก่ยี วกับตนเอง ครอบครวั โรงเรียน ส่งิ แวดลอ้ มใกลต้ ัว
อาหาร เครือ่ งดม่ื และนันทนาการภายในวงคาศัพทป์ ระมาณ ๑๕๐ – ๒๐๐ คา บทอ่านเก่ียวกับเรอ่ื งใกล้ตวั หรือ
นิทานทม่ี ภี าพประกอบ ประโยคคาถามและคาตอบ บทสนทนาทใ่ี ช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษและ
ประโยคข้อความท่ีใช้แนะนาตนเอง คาส่ังที่ใชใ้ นหอ้ งเรียน คาศพั ท์ สานวนและประโยคท่ใี ช้ขอและให้ข้อมลู เกย่ี วกับ
ตนเอง คาและประโยคทีใ่ ช้ในการพูดให้ขอ้ มูลเกย่ี วกับตนเอง บคุ คลใกลต้ ัวและเรื่องใกล้ตัว วฒั นธรรมของเจ้าของ
ภาษา คาศพั ทเ์ ก่ยี วกับเทศกาลสาคัญของเจา้ ของภาษา กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม ตัวอกั ษรและเสียงอักษร
ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย คาศัพทท์ ี่เกี่ยวขอ้ งกับสาระการเรยี นรู้อ่ืน การใช้ภาษาในการฟงั /พดู ใน
สถานการณง์ ่าย ๆ ทีเ่ กิดขึ้นในหอ้ งเรียน การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคาศัพท์ทเ่ี กย่ี วข้องใกล้ตวั จากสื่อต่าง


ปฏิบตั ิตามคาสงั่ งา่ ย ๆ ทฟี่ งั ระบุตัวอักษรและเสียง อา่ นออกเสียงและสะกดคางา่ ย ๆ ถูกต้องตามหลักการ
อา่ น เลอื กภาพตรงตามความหมายของคาและกลุ่มคาที่ฟัง ตอบคาถามจากการฟังเรื่องใกล้ตวั พูดโต้ตอบดว้ ยคาส้นั ๆ
ง่าย ๆ ในการสือ่ สารระหวา่ งบคุ คลตามแบบที่ฟัง ใช้คาสั่งงา่ ย ๆ ตามแบบที่ฟงั บอกความตอ้ งการงา่ ย ๆ ของตนเอง
ตามแบบท่ีฟัง พูดและขอให้ขอ้ มูลง่าย ๆ เกย่ี วกบั ตนเองตามแบบท่ีฟัง พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเร่ืองใกลต้ วั พดู
และทาท่าทางประกอบตามวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา บอกช่ือและคาศัพท์เกยี่ วกบั เทศกาลสาคัญของเจ้าของภาษา
เขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะกับวยั ระบตุ วั อักษรและเสยี งตวั อักษรของภาษาตา่ งประเทศและ
ภาษาไทย บอกคาศัพทท์ เี่ กยี่ วข้องกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อน่ื ฟงั /พูดในสถานการณ์ที่ง่าย ๆ ทเี่ กิดขน้ึ ในหอ้ งเรยี น ใช้
ภาษาต่างประเทศเพ่ือรวบรวมคาศัพท์ที่เกีย่ วข้องใกลต้ ัว เข้าใจและตีความเรื่องท่ีฟังและอา่ นจากสื่อประเภทตา่ งๆ
และแสดงความคดิ เห็น อย่างมเี หตผุ ล มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรู้สึก
และความคดิ เหน็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องตา่ งๆ โดยการ
พดู และการเขยี น เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมไทย
และนามาใชอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเช่อื มโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ่ืนและเปน็
พืน้ ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ท้งั ใน
สถานศกึ ษา ชมุ ชน และสงั คม ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครอื่ งมือพืน้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการ
แลกเปลีย่ นเรียนรูก้ บั สังคมโลก

ตวั ชว้ี ัด
ต ๑.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔
ต ๑.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔
ต ๑.๓ ป.๑/๑

ต ๒.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ต ๒.๒ ป.๑/๑
ต ๓.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๒ ป.๑/๑

(รวมท้ังหมด ๑๖ ตัวชีว้ ัด)

อ ๑๒๑๐๑ ภำษำอังกฤษ คำอธิบำยรำยวิชำ
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ ๒ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ
เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง

ศึกษาคาส่งั ท่ีใชใ้ นห้องเรียน ตวั อกั ษร เสียงอักษรและสระและการสะกดคา และประโยค หลักการอา่ นออก
เสียง คา กลมุ่ คา ประโยคเด่ียวและความหมาย เกยี่ วกับตนเอง ครอบครัว โรงเรยี น สงิ่ แวดล้อมใกลต้ วั อาหาร
เคร่อื งดื่ม และนันทนการ เป็นวงคาศัพทส์ ะสมประมาณ ๒๕๐ – ๓๐๐ คา ประโยค บทสนทนา หรือนิทานท่ีมี
ภาพประกอบ ประโยคคาถามและคาตอบบทสนทนาท่ีใชใ้ นการทกั ทาย กลา่ วลา ขอบคณุ ขอโทษ และประโยค
ขอ้ ความทีใ่ ช้แนะนาตนเอง คาสั่งและคาขอร้องที่ใช้ในหอ้ งเรียน คาศัพท์ สานวน และประโยคท่ใี ช้บอกความต้องการ
คาศัพท์ สานวนและประโยคทใี่ ชข้ อและให้ขอ้ มูลเกีย่ วกับตนเอง

ปฏบิ ัติตามคาสัง่ และคาขอร้องง่าย ๆ ทฟี่ ัง ระบุตวั อักษรและเสียง อ่านออกเสยี งคา สะกดคา และอา่ น
ประโยคง่ายๆ ถกู ตอ้ งตามหลักการอา่ น เลือกภาพตรงตามความหมายของคา กลุม่ คา และประโยคท่ีฟงั ตอบคาถามจาก
การฟังประโยค บทสนทนา หรอื นิทานงา่ ยๆ ที่มีภาพ ประกอบ
พูดโตต้ อบดว้ ยคาสน้ั ๆ งา่ ยๆ ในการสอื่ สารระหว่างบคุ คลตามแบบที่ฟงั ใช้คาสงั่ และคาขอร้องงา่ ยๆ ตามแบบท่ีฟัง
บอกความตอ้ งการง่ายๆ ของตนเองตามแบบท่ีฟัง พดู ขอและให้ข้อมลู ง่ายๆ เกย่ี วกบั ตนเองตามแบบท่ีฟัง พูดให้ข้อมูล
เกยี่ วกบั ตนเองและเรือ่ งใกล้ตัว พูดและทาท่าประกอบ ตามวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศัพท์เกีย่ วกบั
เทศกาลสาคญั ของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศัพทเ์ กย่ี วกบั เทศกาลสาคัญของเจ้าของภาษา ระบุตวั อกั ษรและเสียง
ตัวอกั ษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย บอกคาศัพท์ทีเ่ กี่ยวข้องกบั กลุม่ สาระการเรียนรู้อน่ื ฟัง/พูดใน
สถานการณง์ ่ายๆ ทเี่ กดิ ข้นึ ในหอ้ งเรียน

เขา้ ใจและตีความเรื่องท่ีฟังและอา่ นจากสอื่ ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล มีทกั ษะการ
สื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรสู้ ึก และ
ความคิดเหน็ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพนาเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองตา่ งๆ โดยการพดู
และการเขยี นเขา้ ใจความสมั พันธ์ระหว่างภาษากบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใช้ ไดอ้ ย่างเหมาะสมกับ
กาลเทศะ เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั ภาษาและวัฒนธรรม
ไทย และนามาใช้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ่ืน และเป็นพื้นฐานในการพฒั นาแสวงหาความรู้
และเปิดโลกทัศนข์ องตน ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ท้ังในสถานศึกษา ชุมชน ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็น
เครื่องมอื พ้นื ฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลีย่ นเรียนรกู้ บั สังคมโลก

ตัวชว้ี ดั
ต ๑.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔
ต ๑.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔
ต ๑.๓ ป.๒/๑
ต ๒.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓
ต ๒.๒ ป.๒/๑

ต ๓.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๒ ป.๒/๑

(รวมท้ังหมด ๑๖ ตัวช้วี ดั )

อ ๑๓๑๐๑ ภำษำองั กฤษ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ศกึ ษาคาสง่ั ท่ีใช้ในหอ้ งเรยี น คา กลุ่มคา ประโยคเด่ียว และบทพูดเขา้ จงั หวะการสะกดคา การใช้
พจนานกุ รม หลกั การอ่านออกเสียง กลมุ่ คา ประโยคเดีย่ ว สัญลักษณ์ และความหมายเก่ียวกบั ตนเอง ครอบครวั
โรงเรียน ส่ิงแวดล้อมใกลต้ วั อาหาร เครอ่ื งด่ืม และนันทนาการ เป็นวงคาศัพท์สะสมประมาณ ๓๕๐-๔๕๐ คา
(คาศัพท์ท่ีเป็นรปู ธรรม) ประโยค บทสนทนา หรอื นิทาน
ทมี่ ีภาพประกอบ ประโยคคาถามและคาตอบ บทสนทนาที่ใชใ้ นการทักทาย กลา่ วลา ขอบคุณ
ขอโทษ และประโยค/ขอ้ ความท่ีใช้แนะนาตนเอง คาสั่งและคาขอร้องทใี่ ช้ในห้องเรียน คาศัพท์ สานวน และ
ประโยคทีใ่ ช้บอกความตอ้ งการ คาศพั ท์ สานวนและประโยคทีใ่ ช้ขอและใหข้ ้อมูลเกยี่ วกับตนเองและเพ่ือน คาและ
ประโยคที่ใช้แสดงความรูส้ ึก คาและประโยคที่ใชใ้ นการพดู ให้ขอ้ มูลเกย่ี วกับตนเอง บคุ คลใกล้ตวั และเรอ่ื งใกล้ตัว คา
กลมุ่ คาที่มีความหมายเกีย่ วกับบุคคล สตั ว์ และสง่ิ ของ มารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา คาศัพทเ์ ก่ียวกับ
เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลอง และชีวติ ความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม ความแตกต่าง
ของเสียงอักษร คา กลุ่มคา และประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย คาศัพท์ท่ีเกีย่ วข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้
อน่ื การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณท์ ี่ง่าย ๆ ทเี่ กิดขึ้นในห้องเรียน การใช้ภาษาตา่ งประเทศในการรวบรวมคาศัพท์
ทเ่ี กี่ยวข้องใกลต้ ัวจากสื่อต่าง ๆ

ปฏบิ ตั ติ ามคาสั่ง และคาขอร้องที่ฟัง หรืออ่าน อ่านออกเสียงคา สะกดคา อ่านกลมุ่ คา ประโยค และบทพดู เขา้
จังหวะ (chant) งา่ ยๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบภุ าพ หรอื สญั ลักษณ์ตรงตามความหมายของกลมุ่ คาและ
ประโยคท่ีฟัง ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค
บทสนทนา หรือนิทานงา่ ยๆ พดู โต้ตอบด้วยคาสน้ั ๆ ง่ายๆ ในการส่ือสารระหวา่ งบุคคลตามแบบท่ีฟัง
ใชค้ าส่งั และคาขอร้องงา่ ยๆ ตามแบบท่ฟี ัง บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเองตามแบบทีฟ่ ัง พูดขอและให้ข้อมลู งา่ ยๆ
เกี่ยวกับตนเอง และเพ่ือนตามแบบท่ีฟัง บอกความร้สู ึกของตนเองเกี่ยวกับส่งิ ตา่ งๆ ใกล้ตัว หรือกจิ กรรมตา่ งๆ ตามแบบ
ท่ฟี งั พดู ใหข้ ้อมลู เกี่ยวกบั ตนเองและเรือ่ งใกล้ตวั จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบคุ คล สตั ว์ และสิง่ ของ ตามที่ฟงั
หรืออา่ น พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศัพท์งา่ ยๆ เกยี่ วกบั
เทศกาล/วนั สาคัญ/งานฉลอง และชวี ิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่เี หมาะ
กับวัย
บอกความแตกต่างของเสยี งตัวอกั ษร คา กลุม่ คา และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย บอกคาศัพท์
ทีเ่ กี่ยวข้องกบั กล่มุ สาระการเรยี นรอู้ ่นื ฟัง/พูดในสถานการณง์ า่ ยๆ ที่เกดิ ขึน้ ในห้องเรยี น ใช้ภาษาต่างประเทศ เพ่ือ
รวบรวมคาศัพท์ทีเ่ ก่ยี วข้องใกลต้ วั

เขา้ ใจและตคี วามเรื่องที่ฟังและอา่ นจากส่อื ประเภทตา่ งๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมีเหตุผล มีทักษะการ
สอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ข่าวสาร แสดงความรสู้ กึ และ
ความคดิ เหน็ อย่างมีประสทิ ธิภาพนาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเร่อื งตา่ งๆ โดยการพูด
และการเขียนเขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใช้ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั

กาลเทศะ เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั ภาษาและวัฒนธรรม
ไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อนื่ และเปน็ พ้ืนฐานในการพฒั นาแสวงหาความรู้
และเปิดโลกทัศน์ของตน ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ท้ังในสถานศึกษา ชุมชน ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็น
เครอื่ งมอื พืน้ ฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชพี และ การแลกเปลี่ยนเรยี นรกู้ ับสังคมโลก

ตัวช้ีวัด
ต ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔
ต ๑.๒ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕
ต ๑.๓ ป.๓/๑ ป.๓/๒
ต ๒.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓
ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๒ ป.๓/๑

(รวมทั้งหมด ๑๘ ตัวชี้วดั )

อ ๑๔๑๐๑ ภำษำองั กฤษ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ กลมุ่ สำระกำรเรยี นร้ภู ำษำตำ่ งประเทศ
เวลำ ๘๐ ชั่วโมง

ศึกษา เรียนรเู้ ก่ยี วกับคาส่ังและคาขอรอ้ งทใ่ี ช้ในห้องเรียน และคาแนะนาในการเล่นเกม การวาดภาพ หรือการ
ทาอาหารและเครื่องดื่ม คา กลมุ่ คา ประโยค ข้อความ บทพดู เขา้ จงั หวะ และการสะกดคา การใช้พจนานุกรม หลกั การ
อ่านออกเสียง กล่มุ คา ประโยคเด่ียว สญั ลักษณ์ เครื่องหมาย และความหมาย เกย่ี วกบั ตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น
สง่ิ แวดลอ้ ม อาหาร เครอื่ งดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดกิ าร การซื้อ-ขาย และลมฟ้าอากาศ และเป็น
วงคาศพั ท์สะสมประมาณ ๕๕๐-๗๐๐ คา (คาศพั ทท์ ่ีเปน็ รูปธรรมและนามธรรม) ประโยค บทสนทนา นทิ านท่มี ี
ภาพประกอบ คาถามเก่ียวกับใจความสาคัญของเรอื่ ง บทสนทนาที่ใชใ้ นการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณขอโทษ การพดู
แทรกอย่างสภุ าพ ประโยค/ข้อความท่ีใชแ้ นะนาตนเอง เพ่ือน และบุคคลใกล้ตวั และสานวนการตอบรบั คาส่งั คา
ขอร้อง และคาขออนุญาตที่ใชใ้ นหอ้ งเรยี น คาศัพท์ สานวน และประโยคที่ใชแ้ สดงความตอ้ งการและขอความช่วยเหลอื
ในสถานการณต์ ่างๆ คาศัพท์ สานวน และประโยคที่ใชข้ อและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง สง่ิ ใกล้ตวั เพอื่ น และครอบครัว
คาและประโยคทีใ่ ช้แสดงความรสู้ ึก ประโยคและข้อความท่ีใช้ในการพดู ใหข้ ้อมลู เกยี่ วกับตนเอง บคุ คล สตั ว์ และเรอื่ ง
ใกลต้ วั คา กลุ่มคาท่มี ีความหมายสมั พันธข์ องส่ิงตา่ งๆ ใกล้ตวั ประโยคท่ีใช้ในการแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่ืองตา่ งๆ
ใกลต้ ัว มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา คาศัพท์และข้อมูลเกีย่ วกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และ
ชวี ิตความเปน็ อยู่ของเจ้าของภาษา กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม ความแตกตา่ งของเสียงตัวอักษร คา กลุ่มคา และ
ประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล และงานฉลองตาม
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย การค้นควา้ การรวบรวม และการนาเสนอ คาศัพท์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับกล่มุ สาระการ
เรยี นรูอ้ ื่น การใชภ้ าษาในการฟงั และพูด/อา่ นในสถานการณท์ ีเ่ กดิ ข้ึนในห้องเรยี นการใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสบื ค้น
และการรวบรวมคาศัพทท์ เี่ ก่ียวขอ้ งใกลต้ ัว จากสือ่ และแหล่งการเรยี นร้ตู า่ งๆ

ปฏิบตั ติ ามคาสั่ง คาขอร้อง และคาแนะนา (instructions) ง่ายๆ ที่ฟังหรืออา่ น อ่านออกเสียงคา สะกดคา อ่าน
กลมุ่ คา ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพดู เข้าจงั หวะถกู ต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบุภาพ หรือสญั ลักษณ์ หรอื
เคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยคและข้อความส้ันๆ ท่ีฟงั หรอื อ่านตอบคาถามจากการฟังและอา่ นประโยค บท
สนทนา และนทิ านง่ายๆ พดู /เขียนโต้ตอบในการสอื่ สารระหวา่ งบคุ คล ใช้คาสง่ั คาขอร้อง และคาขออนุญาตงา่ ยๆ พูด/
เขยี นแสดงความต้องการของตนเอง และขอความชว่ ยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมลู เก่ยี วกับ
ตนเอง เพื่อน และครอบครวั พูดแสดงความร้สู ึกของตนเองเก่ียวกับเร่ืองต่างๆ ใกลต้ ัว และกจิ กรรมต่างๆ ตามแบบท่ีฟัง
พูด/เขยี นให้ข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเองและเรอ่ื งใกล้ตวั พดู /วาดภาพแสดงความสัมพนั ธข์ องส่ิงต่างๆ ใกล้ตวั ตามที่ฟงั หรืออ่าน
พูดแสดงความคิดเห็นง่ายๆ เก่ียวกบั เรื่องต่างๆ ใกล้ตวั พดู และทาท่าประกอบอย่างสุภาพ ตามมารยาทสงั คมและ
วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคาถามเกีย่ วกบั เทศกาล/วันสาคญั / งานฉลองและชวี ิตความเป็นอย่งู ่ายๆ ของเจ้าของ
ภาษา เข้ารว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมทเ่ี หมาะกับวยั บอกความแตกต่างของเสียงตัวอกั ษร คา กลมุ่ คา
ประโยค และข้อความของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย บอกความเหมือน/ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาลและงาน
ฉลอง ตามวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทย ค้นคว้า รวบรวมคาศัพท์ที่เกย่ี วข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืนและ
นาเสนอดว้ ยการพูด / การเขียน ฟงั และพูด/อ่านในสถานการณ์ทเ่ี กดิ ข้ึนในห้องเรยี นและสถานศกึ ษาใช้
ภาษาต่างประเทศในการสบื ค้นและรวบรวมข้อมลู ต่างๆ

เพอื่ ให้มคี วามรู้ความเข้าใจและตคี วามเรื่องที่ฟังและอา่ นจากส่อื ประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา่ งมี
เหตุผล มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สกึ และความคดิ เห็นอย่างมี
ประสิทธภิ าพ นาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรื่องต่างๆ โดยการพูด และการเขยี น เข้าใจ
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ไดอ้ ย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ เข้าใจความ
เหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใชอ้ ย่าง
ถกู ต้องและเหมาะสม ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเชอ่ื มโยงความร้กู ับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ื่น และเป็นพ้นื ฐานในการ
พฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทัง้ ในสถานศกึ ษา ชุมชน
และสงั คมใชภ้ าษาตา่ งประเทศเปน็ เครื่องมือพนื้ ฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชพี และการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้กบั
สงั คมโลก

ตัวชว้ี ัด
ต ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ต ๑.๒ ป.๔/๑ล ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ต ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ต ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ต ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ต ๓.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๒ ป.๔/๑

(รวมท้ังหมด ๒๐ ตวั ช้ีวดั )

อ ๑๕๑๐๑ ภำษำองั กฤษ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ชัน้ ประถมศกึ ษำปีท่ี ๕ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้ภู ำษำต่ำงประเทศ
เวลำ ๘๐ ชั่วโมง

เรียนรู้คาสง่ั และคาขอร้องทใ่ี ช้ในหอ้ งเรยี น ภาษาท่าทาง และคาแนะนาในการเล่นเกม การวาดภาพ หรอื การ
ทาอาหารและเคร่ืองด่ืม คาขอร้อง คาแนะนา ประโยค ข้อความ และบทกลอน การใช้พจนานุกรมหลักการอา่ นออก
เสียง เชน่ การออกเสยี งพยัญชนะต้นคาและพยญั ชนะท้ายคา การออกเสยี งเนน้ หนัก-เบา ในคาและกลมุ่ คา การออกเสยี ง
ตามระดบั เสียงสูง-ตา่ ในประโยค การออกเสยี งเชอ่ื มโยง (linking sound) ในข้อความ การออกเสียงบทกลอนตาม
จงั หวะ กล่มุ คา ประโยคผสม ข้อความ สญั ลกั ษณ์ เครอ่ื งหมาย และความหมายเก่ยี วกบั ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน
สิ่งแวดลอ้ ม อาหาร เคร่อื งดมื่ เวลาว่างและนนั ทนาการ สุขภาพและสวสั ดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟา้ อากาศ และเป็น
วงคาศพั ทส์ ะสมประมาณ ๗๕๐-๙๕๐ คา (คาศพั ทท์ ี่เปน็ รปู ธรรมและนามธรรม) ประโยค บทสนทนา นทิ าน หรอื เรื่อง
สั้นๆ คาถามเกีย่ วกบั ใจความสาคญั ของเรอื่ ง เช่น ใคร ทาอะไร ท่ไี หน เมือ่ ไรบทสนทนาที่ใชใ้ นการทักทาย กล่าวลา
ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพดู แทรกอยา่ งสุภาพ ประโยค/ขอ้ ความทใี่ ชแ้ นะนาตนเอง เพ่ือน และบคุ คลใกล้ตัว และ
สานวนการตอบรับ คาสั่ง คาขอร้อง คาแนะนาท่ีมี ๑-๒ ข้ันตอน คาศพั ท์ สานวน และประโยคที่ใชบ้ อกความตอ้ งการ
ขอความช่วยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลอื คาศัพท์ สานวน และประโยคทีใ่ ชข้ อและให้ข้อมลู
เกยี่ วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเร่อื งใกล้ตัว คาและประโยคที่ใช้แสดงความรสู้ ึก เช่น ชอบ ไมช่ อบ ดีใจ เสยี ใจ มี
ความสขุ เศร้า หิว รสชาติ ประโยคและขอ้ ความที่ใชใ้ นการใหข้ ้อมลู เกี่ยวกบั บุคคล สตั ว์ สถานที่ และกิจกรรมตา่ งๆ
เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล เรอ่ื งต่างๆ ใกล้ตวั จานวน ๑-๕๐๐ ลาดบั ท่ี วนั เดือน ปี ฤดูกาล เวลา สภาพดนิ ฟา้ อากาศ
อารมณ์ ความรู้สกึ สี ขนาด รูปทรง ที่อยู่ของสิ่งต่างๆเครอื่ งหมายวรรคตอนคา กลุม่ คา ประโยคท่ีแสดงขอ้ มูลและ
ความหมายของเร่ืองต่างๆ ภาพ แผนผัง แผนภมู ิ ตาราง ประโยคท่ใี ชใ้ นการพดู แสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั กิจกรรม
หรือเรอื่ งต่างๆ ใกล้ตัว การใช้ถ้อยคา น้าเสยี ง และกิริยาท่าทาง ตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เชน่
การขอบคณุ ขอโทษ การใช้สีหน้าท่าทางประกอบการพูดขณะแนะนาตนเอง การสมั ผสั มอื การโบกมอื การแสดง
ความรูส้ กึ ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรบั หรือปฏเิ สธ ข้อมลู และความสาคญั ขอ เทศกาล/วัน
สาคัญ/งานฉลองและชีวิตความเปน็ อยขู่ องเจา้ ของภาษา เชน่ วนั ครสิ ต์มาส วนั ข้นึ ปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เครอื่ งแตง่ กาย
ฤดูกาล อาหาร เครื่องดื่ม กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เชน่ การเล่นเกม การร้องเพลง การเลา่ นิทาน บทบาท
สมมุติ วนั ขอบคณุ พระเจา้ วันครสิ ต์มาส วันขน้ึ ปใี หม่ วนั วาเลนไทน์ ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออก
เสียงประโยคชนิดต่างๆ ของเจา้ ของภาษากบั ของไทยการใช้เครอ่ื งหมายวรรคตอนและการลาดบั คาตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองของเจา้ ของ
ภาษากับของไทยการค้นควา้ การรวบรวม และการนาเสนอคาศพั ท์ที่เกยี่ วข้องกบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อนื่ การใชภ้ าษา
ในการฟัง พูดและอ่าน/เขยี นในสถานการณ์ต่างๆที่เกดิ ขึน้ ในห้องเรยี นการใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสบื คน้ และการ
รวบรวมคาศัพท์ที่เก่ยี วข้องใกล้ตวั จากสอื่ และแหล่งการเรียนรตู้ า่ งๆ

ปฏบิ ัตติ ามคาส่งั คาขอร้อง และคาแนะนางา่ ยๆ ทฟี่ ังและอ่านอ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ และบทกลอน
ส้นั ๆ ถกู ต้องตาม หลกั การอ่าน ระบุ/วาดภาพสัญลักษณห์ รือเคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยคและข้อความ

สนั้ ๆ ท่ีฟังหรอื อา่ น บอกใจความสาคญั และตอบคาถาม จากการฟังและอา่ นบทสนทนา และนทิ านงา่ ยๆ หรอื เร่ืองสั้นๆ
พูด/เขยี นโตต้ อบในการสอ่ื สารระหวา่ งบคุ คล ใชค้ าสั่ง คาขอร้อง คาขออนญุ าต และให้คาแนะนาง่ายๆ พดู /เขียนแสดง
ความตอ้ งการ ขอความช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธการใหค้ วามชว่ ยเหลือในสถานการณง์ ่ายๆ พูด/เขียนเพื่อ ขอและ
ให้ข้อมลู เกยี่ วกับตนเองเพ่ือน ครอบครวั และเรื่องใกล้ตัวพูด/เขียนแสดงความรู้สึก ของตนเองเกีย่ วกับเรือ่ งต่างๆ ใกล้
ตัว และกจิ กรรมตา่ งๆ พร้อมท้งั ให้เหตุผลสน้ั ๆประกอบ พูด/เขียนให้ข้อมลู เก่ียวกบั ตนเองและเรอื่ งใกล้ตัว เขียนภาพ
แผนผงั และแผนภมู แิ สดงข้อมลู ตา่ งๆ ตามทฟ่ี งั หรืออ่าน พูดแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับเรอื่ งต่างๆ ใกลต้ ัว ใชถ้ อ้ ยคา
น้าเสียงและกิริยาทา่ ทางอย่างสุภาพ ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคาถาม/บอกความสาคัญ
ของเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลองและชีวติ ความเปน็ อย่งู ่ายๆ ของเจ้าของภาษา เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและ
วฒั นธรรมตามความสนใจบอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสยี งประโยคชนิดตา่ งๆ การใช้เครื่องหมาย
วรรคตอน และ การลาดับคา (order) ตามโครงสรา้ งประโยค ของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทยบอกความเหมือน/
ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองของเจา้ ของภาษากับของไทยฟัง พดู และอ่าน/เขยี น ในสถานการณต์ า่ งๆ ท่ี
เกิดขน้ึ ในห้องเรียนและสถานศกึ ษา ใช้ภาษา ต่างประเทศในการสบื ค้นและรวบรวมข้อมูลตา่ งๆ

เขา้ ใจและตคี วามเร่ืองที่ฟงั และอ่านจากส่ือประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็นอยา่ งมเี หตุผล มที กั ษะการ
ส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความคดิ เหน็ อยา่ งมีประสิทธิภาพนาเสนอข้อมูล
ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่ืองต่างๆ โดยการพูดและการเขียนเข้าใจความสมั พันธร์ ะหว่างภาษา
กับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะเขา้ ใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่าง
ภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใชอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสมใช้
ภาษาต่างประเทศใน
การเช่ือมโยงความรูก้ บั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อนื่ และเป็นพ้ืนฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน
ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ทงั้ ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสงั คมใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมือพ้นื ฐาน
ในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี และการแลกเปลีย่ นเรียนรู้กับสงั คมโลก

ตวั ชวี้ ดั
ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๒ ป.๕/๑

(รวมทั้งหมด ๒๐ ตัวชว้ี ัด)

อ ๑๖๑๐๑ ภำษำองั กฤษ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๖ กลมุ่ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำต่ำงประเทศ
เวลำ ๘๐ ชัว่ โมง

เรียนร้คู าส่ัง คาขอร้อง ภาษาทา่ ทาง และคาแนะนาในการเล่นเกม การวาดภาพ การทาอาหารและเคร่ืองด่มื
และการประดษิ ฐ์ คาสัง่ คาขอรอ้ งคาแนะนาข้อความ นทิ าน และบทกลอน การใช้พจนานกุ รมหลักการอา่ นออกเสียง
การออกเสยี งพยัญชนะต้นคาและพยัญชนะท้ายคา การออกเสียงเน้นหนกั -เบา ในคาและกลุ่มคา การออกเสยี งตาม
ระดับเสียงสูง-ตา่ ในประโยคการออกเสยี งเช่ือมโยง ในข้อความ การออกเสยี งบทกลอนตามจงั หวะประโยค หรอื
ข้อความ สัญลกั ษณ์ เคร่ืองหมาย และความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น สง่ิ แวดล้อม อาหาร เคร่ืองด่มื
เวลาว่างและนนั ทนาการ สขุ ภาพและสวัสดิการ การซ้อื -ขาย และลมฟ้าอากาศ และเป็นวงคาศพั ท์สะสมประมาณ
๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คา (คาศัพท์ทเ่ี ป็นรูปธรรมและนามธรรม)ประโยค บทสนทนา นทิ าน หรอื เร่อื งเลา่ คาถามเกี่ยวกับ
ใจความสาคัญของเร่อื งบทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพดู แทรกอย่างสภุ าพ
ประโยค/ข้อความทใ่ี ช้แนะนาตนเอง เพื่อน และบุคคลใกล้ตัว และสานวนการตอบรบั คาและประโยคที่ใชแ้ สดง
ความรู้สกึ และการให้เหตุผลประกอบ เชน่ ชอบ/ไม่ชอบ ดีใจ เสยี ใจ มคี วามสุข เศรา้ หวิ รสชาติ สวย นา่
เกลยี ด เสียงดัง ดี ไม่ดปี ระโยคและข้อความทใ่ี ช้ในการให้ขอ้ มลู เก่ยี วกับตนเอง กจิ วตั รประจาวัน เพอ่ื น ส่งิ แวดลอ้ ม
ใกล้ตัว เช่น ขอ้ มลู ส่วนบุคคล เรยี กส่งิ ต่างๆ จานวน ๑-๑,๐๐๐ ลาดับที่ วัน เดือน ปี ฤดกู าล เวลา กจิ กรรมทที่ า สี
ขนาด รูปทรง ท่ีอยขู่ องสิ่งต่างๆ ทศิ ทางง่ายๆ สภาพดินฟ้าอากาศ อารมณ์ ความรสู้ ึก เครอื่ งหมายวรรคตอนคา
กล่มุ คา และประโยคทีม่ ีความหมายสมั พนั ธก์ บั ภาพ แผนผงั แผนภูมิ และตารางประโยคทีใ่ ช้ในการแสดงความคดิ เห็น
การใช้ถ้อยคา นา้ เสยี ง และกิริยาท่าทาง ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอ
โทษ การใชส้ หี นา้ ทา่ ทางประกอบการพูดขณะแนะนาตนเอง การสมั ผสั มือ การโบกมือ การแสดงความรู้สกึ ชอบ/ไมช่ อบ
การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรบั หรือปฏเิ สธ ขอ้ มูลและความสาคัญของเทศกาล/วนั สาคัญ/งานฉลองและ
ชวี ิตความเป็นอยูข่ องเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม ความเหมือน/ความแตกต่างระหวา่ งการออก
เสียงประโยคชนดิ ตา่ งๆ ของเจ้าของภาษากับของไทยการใช้เครอ่ื งหมายวรรคตอนและการลาดบั คาตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทยการเปรยี บเทียบความเหมือน/ความแตกตา่ งระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง
และประเพณีของเจา้ ของภาษากับของไทยการคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอคาศัพท์ที่เก่ยี วข้องกับกลมุ่ สาระ
การเรยี นรู้อนื่ การใชภ้ าษาส่อื สารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ าลองท่เี กิดขึน้ ในห้องเรียนและสถานศึกษาการใช้
ภาษาตา่ งประเทศในการสบื ค้น/การค้นควา้ ความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสือ่ และแหล่งการเรียนรูต้ า่ งๆ ในการศึกษาตอ่ และ
ประกอบอาชีพ

ปฏบิ ัตติ ามคาสั่ง คาขอร้อง และคาแนะนาท่ีฟงั และอ่านออกเสียงข้อความ นิทาน
และบทกลอนสนั้ ๆ ถูกต้องตาม หลักการอ่านเลือก/ระบุประโยค หรอื ข้อความสนั้ ๆ ตรงตามภาพ สญั ลักษณ์ หรือ
เคร่ืองหมายทอี่ ่านบอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา นทิ านงา่ ยๆ และเรื่องเล่า พดู /
เขียนโตต้ อบในการส่ือสารระหว่างบคุ คล ใชค้ าสั่ง คาขอร้อง และให้คาแนะนาพดู /เขียนแสดงความต้องการ ขอความ
ช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการให้ความชว่ ยเหลือในสถานการณง์ ่ายๆพูดและเขยี นเพ่ือขอและให้ข้อมลู เก่ยี วกบั ตนเอง

เพ่อื น ครอบครวั และเร่ืองใกล้ตวั พูด/เขยี นแสดงความรูส้ ึกของตนเองเก่ียวกับเรอื่ งต่างๆ ใกลต้ ัว กิจกรรมตา่ งๆ พร้อมทั้ง
ให้เหตผุ ลสัน้ ๆ ประกอบพูด/เขียนให้ข้อมลู เกย่ี วกับตนเอง เพื่อน และสงิ่ แวดลอ้ มใกลต้ ัวเขยี นภาพ แผนผัง แผนภูมิ
และตารางแสดงข้อมูลต่างๆ ที่ฟงั หรืออา่ นพูด/เขยี นแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั เรอ่ื งต่างๆ ใกล้ตัวใช้ถ้อยคา น้าเสยี ง และ
กริ ิยาท่าทางอย่างสภุ าพเหมาะสม ตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้ขอ้ มูลเกีย่ วกับเทศกาล/วัน
สาคญั /งานฉลอง/ชวี ิตความเปน็ อยู่ของเจ้าของภาษา เขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจบอก
ความเหมอื น/ความแตกตา่ งระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดตา่ งๆ การใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอน และการลาดบั คา
ตามโครงสรา้ งประโยค ของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทยคน้ ควา้ รวบรวมคาศพั ทท์ ีเ่ กยี่ วขอ้ งกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้
อืน่ จากแหลง่ เรียนรู้ และนาเสนอด้วยการพดู / การเขียน

เขา้ ใจและตคี วามเรื่องที่ฟงั และอา่ นจากส่อื ประเภทตา่ งๆ และแสดงความคดิ เห็นอย่างมีเหตผุ ล มีทกั ษะการ
สอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความคิดเห็นอย่างมีประสทิ ธภิ าพนาเสนอข้อมูล
ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่ืองตา่ งๆ โดยการพูดและการเขยี นเขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหว่างภาษา
กบั วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใชไ้ ด้อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะเขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง
ภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใชอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสมใช้
ภาษาต่างประเทศในการเชือ่ มโยงความรกู้ ับกลุม่ สาระการเรียนรอู้ นื่ และเปน็ พื้นฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และ
เปดิ โลกทศั นข์ องตนใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ท้ังในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสงั คมใช้ภาษาต่างประเทศ
เป็นเครือ่ งมือพืน้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี และการแลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ บั สังคมโลก
ตวั ชีว้ ดั
ต ๑.๑ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒ ป.๖/๓, ป.๖/๔
ต ๑.๒ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒ ป.๖/๓, ป.๖/๔
ต ๑.๓ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒ ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒ ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒
ต ๓.๑ ป.๖/๑. ต ๔.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๒ ป.๖/๑
(รวมทง้ั หมด ๒๐ ตัวชีว้ ัด)

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเตมิ

อ ๑๔๒๐๑ อำ่ น-เขียนภำษำองั กฤษตำมหลักไวยำกรณ์ กล่มุ สำระกำรเรยี นรูภ้ ำษำตำ่ งประเทศ

ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๔ เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง

พัฒนาทกั ษะการอ่านและการเขียน โดยฝกึ ปฏบิ ัติตามขัน้ ตอนและทกั ษะกระบวนการอ่านและการเขยี น โดใช้
คาศัพท์ สานวน โครงสร้างทางภาษาถกู ต้องและเหมาะสมตามหลักโครงสรา้ งทางไวยากรณ์ เพอ่ื ใชใ้ นการอา่ นเร่ืองต่างๆ
รวมท้ังเรอื่ งทอ้ งถ่ินไดอ้ ยา่ งเข้าใจ และเขยี นส่ือสารได้อยา่ งถูกต้อง เหมาะสมตามกาลเทศะและมารยาทสังคม

โดยใช้กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการสรา้ งความรู้
กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการกลุม่ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความสามารถในการส่ือสาร การอา่ น การเขยี น มีทกั ษะในการใช้ชวี ติ
ใช้เทคโนโลยี เป็นผู้ใฝร่ ู้ใฝเ่ รยี น มุ่งม่นั ในการทางาน มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ มท่ีเหมาะสม

ผลกำรเรียนรู้
๑. ปฏิบัติตนตามขน้ั ตอนกระบวนการอา่ นไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ มีทกั ษะในการอ่าน โดยสามารถตีความ จับ

ใจความ สรุปความ วเิ คราะห์ส่ิงที่อา่ น ถา่ ยโอนเปน็ ภาษาเขียนได้
๒. ปฏิบัตติ ามข้ันตอนกระบวนการเขียนไดอ้ ยา่ งถูกต้องตามหลักโครงสร้างไวยากรณ์ โดยสามารถเขยี นข้อความ

ในหวั ข้อต่างๆได้อยา่ งเหมาะสมตามวยั
๓. สร้างสรรค์ภาษาในการเขียน โดยใช้ศัพท์ สานวน โครงสร้างทางภาษาใหเ้ หมาะสมกับสถานการณ์และ

มารยาทสงั คม

รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเตมิ

อ ๑๕๒๐๑ ภำษำอังกฤษเพื่อกำรสือ่ สำร๑ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้ภู ำษำต่ำงประเทศ
ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ ๕ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง

ใช้ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสารและใชท้ กั ษะพ้นื ฐานของการฟงั พดู อ่าน เขยี น เก่ยี วกบั ขอ้ มูล บคุ คล สตั ว์
สถานที่ และกจิ กรรมต่างๆ เชน่ ขอ้ มลู ส่วนบุคคล เรื่องตา่ งๆใกล้ตัว วัน เดือน ปี ฤดกู าล เวลา สภาพดินฟา้ อากาศ
อารมณ์ สี ขนาด รูปทรงของสิง่ ต่างๆ รวมไปถึงเหตกุ ารณ์เรอ่ื งราวตา่ งๆในชวี ติ ประจาวัน ตลอดจนเข้าใจภาษาทา่ ทาง
คาชแี้ จง คาแนะนาในการสบื ค้นขอ้ มูลจากส่ือทีเ่ ปน็ ความเรียง และไม่ใช่ความเรยี งได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

ผลกำรเรียนรู้
๑. พูด/เขียนโตต้ อบในการส่ือสารระหว่าบุคคล
๒. พดู /เขยี นเพื่อขอ และให้ข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเองและเร่ืองใกล้ตวั
๓. ปฏบิ ตั ติ ามคาชแี้ จงและคาแนะนางา่ ยๆทไี่ ด้จากการสืบค้นจากส่ือ

รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเติม

อ ๑๖๒๐๑ ภำษำอังกฤษเพื่อกำรส่ือสำร๒ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำต่ำงประเทศ
ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๖ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

ใชภ้ าษาอังกฤษเพื่อการส่ือสารและใชท้ ักษะพ้นื ฐานของการฟงั พูด อ่าน เขียน เก่ยี วกับ ขอ้ มูล บุคคล สตั ว์
สถานที่ และกิจกรรมต่างๆ เช่นขอ้ มลู ส่วนบคุ คล เรื่องต่างๆใกล้ตัว วัน เดอื น ปี ฤดูกาล เวลา สภาพดนิ ฟ้าอากาศ
อารมณ์ สี ขนาด รูปทรงของสิ่งต่างๆ รวมไปถึงเหตุการณ์เรอ่ื งราวตา่ งๆในชวี ติ ประจาวัน ตลอดจนเข้าใจภาษาทา่ ทาง
คาชี้แจง คาแนะนาในการสืบค้นข้อมูลจากส่ือทเ่ี ป็นความเรียง และไมใ่ ชค่ วามเรยี งได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. พูด/เขยี นโตต้ อบในการสอ่ื สารระหวา่ บุคคล
๒. พดู /เขียนเพ่ือขอ และให้ข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเองและเร่ืองใกลต้ ัว
๓. พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรอื่ งต่างๆใกล้ตัว
๔. ปฏบิ ัติตามคาช้แี จงและคาแนะนาง่ายๆทีไ่ ดจ้ ากการสืบค้นจากส่อื

รวมทั้งหมด ๔ ผลกำรเรียนรู้

จ ๑๕๒๐๑ ภำษำจีนเบอื้ งตน้ ๑ คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๕
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำต่ำงประเทศ
เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษาระบบการสะกดเสยี ง อ่านอักษรภาษาจีนด้วยระบบสัทอกั ษร (pinyin) โครงสร้างและหลักการเขียน
ตวั อกั ษรจีน คาศัพท์ ประโยค โดยฝึกทักษะการฟงั พดู อ่าน และเขียนคาศัพท์ ประโยคและบทสนทนาทใ่ี ชใ้ น
ชีวิตประจาวนั เพ่อื ใหน้ ักเรยี นสามารถใช้ภาษาจนี ในการสื่อสาร หรือนาเสนอเรื่องราวใกลต้ ัวทง้ั ในสถานศกึ ษา และใน
ชีวติ ประจาวันโดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการคิด กระบวนการกลมุ่ การปฏิบัตจิ ริง ทัง้ จากสถานการณจ์ ริง
และจาลองทเ่ี กดิ ข้นึ ในห้องเรียน และสถานศึกษา

เพือ่ ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ และความสามารถในการใชภ้ าษาจีนเพื่อการส่ือสาร เข้าใจสิ่งท่ฟี ัง และพูดได้
ถกู ต้อง ชัดเจน สื่อความได้ และมีมรรยาทในการพูดและการฟงั มีทักษะในการเรยี นรู้ มคี วามสนกุ สนานในการเรยี นรู้
ภาษาจีน เล็งเหน็ คุณคา่ และประโยชน์ของการเรียนภาษาจนี อันจะนาไปสู่การเกดิ สนุ ทรียภาพและทัศนคตทิ ่ีดีต่อการ
เรยี นภาษาจนี

ผลกำรเรยี นรู้
๑. ระบรุ ูปและเสยี ง ตัวอักษร สระ วรรณยกุ ต์ ในระบบพินอนิ
๒. อ่านออกเสยี งคา กลุ่มคา และสะกดคา
๓. ระบคุ วามหมายของคา คาศัพท์เก่ียวกับตวั เลข จานวนนับ ครอบครวั ฟังและสนทนาโดยใช้คาทกั ทาย

แนะนาตนเอง คากล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ งา่ ยๆสน้ั ๆ

รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรียนรู้

จ ๑๖๒๐๑ ภำษำจีนเบ้ืองตน้ ๒ คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเติม
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี ๖
กล่มุ สำระกำรเรยี นรูภ้ ำษำตำ่ งประเทศ
เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง

ศึกษาระบบการสะกดเสียงอา่ นอกั ษรภาษาจนี ด้วยระบบสัทอักษร (pinyin) โครงสรา้ ง และหลักการเขียน
ตวั อกั ษรจนี คาศัพท์ ประโยค โดยฝกึ ทกั ษะการฟงั พูด อ่าน และเขียนคาศัพท์ ประโยคและบทสนทนาท่ีใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน เพ่ือให้นักเรียนสามารถใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร หรอื นาเสนอเร่ืองราวใกล้ตวั ทั้งในสถานศึกษา และใน
ชีวติ ประจาวนั ศึกษาวฒั นธรรม ประเพณี และธรรมเนียมปฏบิ ตั ิของเจ้าของภาษา เข้าใจความเหมือนและความแตกต่าง
ระหวา่ งวัฒนธรรมของสองชาติ

โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม การปฏิบัตจิ ริง ทงั้ จากสถานการณ์จริงและ
จาลองทเ่ี กิดข้ึนในห้องเรยี น สถานศึกษา และทอ้ งถ่ิน การเข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมจนี

เพ่อื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ และความสามารถในการใชภ้ าษาจนี เพ่ือการสื่อสาร เข้าใจส่ิงทีฟ่ งั และพูดได้
ถกู ต้อง ชดั เจน ส่ือความได้ และมีมรรยาทในการพูดและการฟงั มีทกั ษะในการเรียนรู้ มีความสนกุ สนานในการเรียนรู้
ภาษาจีน เล็งเห็นคณุ คา่ และประโยชนข์ องการเรียนภาษาจนี อันจะนาไปสู่การเกิดสนุ ทรียภาพและทัศนคตทิ ด่ี ตี ่อการ
เรยี นภาษาจีน

ผลกำรเรียนรู้
๑. ระบุรูปและเสยี ง ตัวอกั ษร สระ วรรณยุกต์ ในระบบพินอิน
๒. อ่านออกเสียงคา กลุ่มคา และสะกดคา
๓. ระบคุ วามหมายของคา คาศพั ท์เกีย่ วกับตวั เลข วนั เวลา ครอบครวั สี ผลไม้ อาหารและสถานทส่ี าคัญ
๔. ฟงั และสนทนาโดยใช้คาทักทาย แนะนาตนเอง คากล่าวลา ขอบคณุ ขอโทษง่ายๆสน้ั ๆ
๕. ระบคุ วามเหมือนและความแตกต่างของการออกเสียงตัวอกั ษร สระ วรรณยุกต์ ในภาษาจนี และ

ภาษาไทย
๖. เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมจนี

รวมท้ังหมด ๖ ผลกำรเรยี นรู้

โครงสร้ำงและคำอธบิ ำยรำยวิชำระดับมธั ยมศกึ ษำตอนตน้

โครงสร้ำงรำยวิชำกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย

ระดับมัธยมศกึ ษำตอนตน้

วิชำพื้นฐำน

ชัน้ มัธยมศกึ ษำปที ่ี ๑

ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๓ ชั่วโมง /สปั ดาห์/ ๑.๕ หน่วยกิต

ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ ๓ ชั่วโมง /สปั ดาห์/ ๑.๕ หนว่ ยกติ

ชนั้ มัธยมศกึ ษำปที ่ี ๒

ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๓ ชว่ั โมง / สัปดาห์ / ๑.๕ หน่วยกิต

ท๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ ๓ ชั่วโมง / สปั ดาห์ / ๑.๕ หนว่ ยกติ

ช้ันมัธยมศกึ ษำปที ี่ ๓

ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๓ ชว่ั โมง / สัปดาห์ / ๑.๕ หนว่ ยกิต

ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ ๓ ชั่วโมง / สปั ดาห์ / ๑.๕ หนว่ ยกิต

วิชำเพมิ่ เตมิ

ท๒๐๒๐๑ หลักภาษาไทย ๑ ๑ ชั่วโมง / สัปดาห์ / ๐.๕ หนว่ ยกติ

ท๒๐๒๐๒ หลักภาษาไทย ๒ ๑ ช่วั โมง / สปั ดาห์ / ๐.๕ หนว่ ยกติ

ท๒๐๒๐๓ หลกั ภาษาไทย ๓ ๑ ชั่วโมง / สัปดาห์ / ๐.๕ หนว่ ยกติ

ท๒๐๒๐๔ การอ่านเพ่ือความเข้าใจ ๑ ชว่ั โมง / สปั ดาห์ / ๐.๕ หน่วยกติ

ท๒๐๒๐๕ การเขียนเชงิ สรา้ งสรรค์ ๑ ชว่ั โมง / สัปดาห์ / ๐.๕ หน่วยกิต

ท๒๐๒๐๖ การใชห้ อ้ งสมุดเบ้ืองตน้ ๑ ๑ ชว่ั โมง / สปั ดาห์ / ๐.๕ หน่วยกติ

ท๒๐๒๐๗ การใช้ห้องสมุดเบื้องต้น๒ ๑ ชั่วโมง / สัปดาห์ / ๐.๕ หน่วยกติ

ท๒๐๒๐๘ ภาษาไทยเพื่อธรุ กิจ ๑ ชว่ั โมง / สปั ดาห์ / ๐.๕ หน่วยกิต

ท๒๐๒๐๙ การอ่านเพื่อการเรยี นรู้ ๑ ชว่ั โมง / สัปดาห์ / ๐.๕ หนว่ ยกิต

ท๒๐๒๑๐ การพูดสาหรบั เยาวชน ๑ ชั่วโมง / สปั ดาห์ / ๐.๕ หนว่ ยกิต

ท๒๐๒๑๑ เสริมทักษะภาษาไทย ๑ ช่ัวโมง / สัปดาห์ / ๐.๕ หน่วยกิต

ท๒๐๒๑๒ นทิ านพนื้ บ้าน ๑ ชวั่ โมง / สัปดาห์ / ๐.๕ หน่วยกิต

ท๒๐๒๑๓ ภาษาไทยในบทเพลง ๑ ชั่วโมง / สัปดาห์ / ๐.๕ หนว่ ยกิต

ท๒๐๒๑๔ ภาษาไทยในเทคโนโลยี ๑ ชั่วโมง / สปั ดาห์ / ๐.๕ หน่วยกิต

ท๒๐๒๑๕ ภาษาไทยในวรรณกรรมท้องถน่ิ ๑ ชั่วโมง / สัปดาห์ / ๐.๕ หน่วยกติ

ท๒๐๒๑๖ ภาษาไทยในวรรณกรรมร่วมสมยั ๑ ชว่ั โมง / สปั ดาห์ / ๐.๕ หน่วยกติ

ท๒๐๒๑๗ ภาษาเพ่ือการถา่ ยทอดภมู ิปัญญาไทย ๑ ชว่ั โมง / สปั ดาห์ / ๐.๕ หน่วยกิต

ท๒๑๑๐๑ วิชำภำษำไทย ๑ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ชัน้ มัธยมศึกษำปีท่ี ๑
เวลำเรยี น ๖๐ ชั่วโมง กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย
ภำคเรียนท่ี ๑
จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต

ศกึ ษาวิเคราะห์ การอา่ นออกเสยี งเรอื่ งราวทเ่ี ปน็ บทบรรยาย บทพรรณนา และเรือ่ งราวทีเ่ ปน็ บทร้อยแก้วและบท
รอ้ ยกรอง การอ่านทานองเสนาะท่เี ป็นบทร้อยกรองถกู ต้องตามลกั ษณะ คาประพนั ธ์ การจบั ใจความสาคญั จากเรือ่ งท่ี
อ่าน ระบเุ หตุและผล ขอ้ เท็จจริง ข้อคดิ เห็นจากเรอื่ งที่อ่าน อธิบายคาเปรยี บเทยี บและคาที่มหี ลายความหมายใน
บริบทตา่ ง ๆ จากการอ่าน อ่านเรือ่ งเลา่ จากประสบการณ์ นิทานชาดก วรรณคดใี นบทเรยี น งานเขยี นเชิงสรา้ งสรรค์
สารคดี บันเทิงคดี เอกสารทางวชิ าการ การตคี วามคายากในเอกสารวิชาการ ระบุข้อสงั เกตและความสมเหตสุ มผลของ
งานเขยี นประเภทชักจงู โนม้ น้าวใจ การปฏิบัติตามคู่มือแนะนาวธิ กี ารใชง้ าน การวิเคราะหค์ ณุ ค่าที่ได้รบั จากการอา่ น
การมมี ารยาทในการอา่ น การคดั ลายมอื การเขยี นส่ือสาร การเขยี นบรรยายและประสบการณ์ เขยี นเรียงความ เขียน
ย่อความ เขียนแสดงความคิดเหน็ เขียนจดหมายสว่ นตวั และจดหมายกิจธรุ ะ เขียนรายงานและโครงงาน การมมี ารยาท
ในการเขียน การพดู สรุป การเลา่ เรอื่ งยอ่ การพูดแสดงความคิดเหน็ จากเรอ่ื งท่ีฟังและดู การประเมนิ ความน่าเช่ือถือของ
ส่อื พดู รายงาน การมมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด ลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย การสร้างคาในภาษาไทย ชนิด
และหน้าทขี่ องคาในประโยค ภาษาพูดและภาษาเขียน การแตง่ คาประพนั ธ์ สานวน พงั เพย และคาสุภาษติ สรปุ เนอื้ หา
วรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อ่าน วเิ คราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน การอธบิ ายคุณคา่ ของวรรณคดแี ละ
วรรณกรรม การสรุปความรู้และข้อคดิ จากการอ่าน การท่องจาบทอาขยานและบทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่

โดยใชก้ ระบวนการทางภาษา กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคดิ

กระบวนการเขียน กระบวนการอา่ น การบรรยาย การอภปิ ราย การสืบค้นข้อมูล เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความ
เข้าใจ สามารถนาเสนอส่อื สารสิง่ ที่เรยี นรู้ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ และนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์ ในชวี ิตประจาวนั อยา่ งเหน็ คุณค่าตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหสั ตวั ช้ีวดั
ท๑.๑ ม. ๑/๑ - ม. ๑/๙
ท๒.๑ ม. ๑/๑ - ม. ๑/๖
ท๓.๑ ม. ๑/๑ - ม. ๑/๖
ท๔.๑ ม. ๑/๑ - ม. ๑/๖
ท๕.๑ ม. ๑/๑ - ม. ๑/๕
(รวม ๓๒ ตัวช้ีวดั )

ท๒๑๑๐๒ วชิ ำภำษำไทย ๒ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ชนั้ มัธยมศกึ ษำปีที่ ๑
เวลำเรียน ๖๐ ชัว่ โมง กล่มุ สำระกำรเรยี นร้ภู ำษำไทย
ภำคเรยี นที่ ๒
จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ

ศกึ ษาวเิ คราะห์ การอ่านออกเสยี งเรอ่ื งราวทีเ่ ปน็ บทบรรยาย บทพรรณนา และเรื่องราว ทเ่ี ป็นบทร้อยแก้ว
และบทร้อยกรอง การอ่านทานองเสนาะทเี่ ป็นบทร้อยกรองถูกต้องตามลักษณะ คาประพันธ์ ระบุเหตแุ ละผล ขอ้ เทจ็ จริง
ข้อคิดเห็นจากเรื่องท่ีอ่าน อธบิ ายคาเปรียบเทยี บและคาที่มีหลายความหมายในบรบิ ทต่าง ๆ จากการอา่ น อา่ นเรื่องส้ัน
บทสนทนา วรรณคดใี นบทเรียน บทความ สารคดี บันเทงิ คดี เอกสารทางวชิ าการ การตีความคายากในเอกสาร
วชิ าการ ระบขุ อ้ สงั เกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชกั จูง โนม้ น้าวใจ การปฏิบัตติ ามคู่มอื แนะนา
วิธกี าร ใชง้ าน การวิเคราะห์คุณค่าที่ได้รบั จากการอ่านงานเขียน การมมี ารยาทในการอ่าน การคัดลายมือการเขยี น
สื่อสาร การเขียนบรรยายและประสบการณ์ การเขยี นเรยี งความ การเขยี นย่อความการเขยี นแสดงความคดิ เหน็ การ
เขียนจดหมายสว่ นตวั และจดหมายกจิ ธุระ การเขียนรายงานและโครงงาน การมีมารยาทในการเขยี น การพดู สรุป การ
เล่าเรือ่ งยอ่ การพดู แสดงความคดิ เห็นจากเรื่องท่ีฟงั และดู การประเมินความนา่ เชื่อถือของสอ่ื พูดรายงาน การมี
มารยาทในการฟัง การดู และการพดู ลักษณะของเสียงในภาษาไทย การสร้างคาในภาษาไทย ชนิดและหน้าที่ของคาใน
ประโยค ภาษาพูดและภาษาเขยี น การแตง่ คาประพันธ์ สานวน พังเพย และคาสุภาษติ สรุปเนือ้ หาวรรณคดแี ละ
วรรณกรรมท่ีอ่าน วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน การอธบิ ายคุณคา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรม การสรปุ
ความรู้และข้อคดิ จากการอ่าน การทอ่ งจาบทอาขยานและบทร้อยกรองทีม่ ีคณุ ค่า

โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคดิ กระบวน การเขยี น
กระบวนการอ่าน การบรรยาย การอภิปราย การสบื ค้นขอ้ มลู เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถนาเสนอ
สอ่ื สารสิง่ ที่เรียนรู้ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ มีความสามารถ ในการตดั สนิ ใจ และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ใน
ชวี ิตประจาวนั อยา่ งเหน็ คุณค่าตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั ตัวช้ีวัด
ท๑.๑ ม. ๑/๑ - ม. ๑/๙
ท๒.๑ ม. ๑/๑ - ม. ๑/๖
ท๓.๑ ม. ๑/๑ - ม. ๑/๖
ท๔.๑ ม. ๑/๑ - ม. ๑/๖
ท๕.๑ ม. ๑/๑ - ม. ๑/๕
(รวม ๓๒ ตวั ชี้วดั )

ท๒๒๑๐๑ วิชำ ภำษำไทย ๓ คำอธิบำยรำยวิชำ
ชัน้ มัธยมศกึ ษำปที ่ี ๒ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
เวลำเรียน ๖๐ ชว่ั โมง
ภำคเรียนท่ี ๑

จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต

ศึกษาวเิ คราะห์ การอ่านออกเสยี งร้อยแกว้ และร้อยกรอง การอ่านจบั ใจความสาคญั สรุปความและอธิบาย
รายละเอียดจากเรื่องท่ีอ่าน อ่านวรรณคดีในบทเรยี น บบความ บทสนทนา บทโฆษณาการเขียนผังความคิดจากการ
อา่ น การอภิปรายแสดงความคดิ เห็นและโต้แยง้ เก่ียวกับเร่ืองท่ีอา่ น การวเิ คราะห์และจาแนกข้อเทจ็ จริง ข้อสนบั สนุน
และข้อคิดเห็นจากเรือ่ งที่อา่ น ระบขุ อ้ สงั เกตชวนเชอ่ื การโนม้ นา้ ว หรอื ความสมเหตุสมผลของงานเขียน อา่ นหนังสือ
บทความ หรือคาประพันธ์อยา่ งหลากหลาย และประเมินคุณค่าเรื่องท่ีอ่าน การมมี ารยาทในการอ่าน การคดั ลายมือ
การเขียนบรรยายและพรรณนา การเขยี นเรียงความ การเขียนย่อความ การเขยี นรายงาน เขยี นจดหมายกิจธรุ ะ
เขยี นวเิ คราะห์ วจิ ารณ์และแสดงความรู้เรอื่ งท่ีอ่าน การมีมารยาทในการเขียน การพูดสรปุ ใจความสาคญั ของเร่ืองที่ฟงั
และดู การวเิ คราะหข์ ้อเทจ็ จริง ข้อคิดเหน็ วิเคราะห์ วิจารณ์ เร่อื งที่ฟังและดู การพูดในโอกาสตา่ ง ๆ การพูดรายงาน
การมมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู การสร้างคาในภาษาไทย ประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น
การแตง่ คาประพนั ธ์
ราชาศัพท์ คาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย การสรุปเนอ้ื หาวรรณคดีและวรรณกรรม ทีอ่ ่าน การวจิ ารณว์ รรณคดี
วรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิน่ ทอี่ า่ น การอธิบายคุณค่าและสรปุ ความรแู้ ละข้อคดิ ของวรรณคดีและวรรณกรรมที่
อ่าน การท่องจาบทอาขยานและบทร้อยกรองทีม่ ีคุณค่า

โดยใชก้ ระบวนการทางภาษา กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดกระบวนการเขียน

กระบวนการอ่าน การบรรยาย การอภปิ ราย การสืบค้นขอ้ มูล เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถนาเสนอ
สือ่ สารสิง่ ทีเ่ รยี นรู้ได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชวี ติ ประจาวนั

อย่างเหน็ คุณคา่ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหสั ตวั ช้ีวดั
ท๑.๑ ม. ๒/๑ - ม. ๒/๘

ท๒.๑ ม. ๒/๑ - ม. ๒/๘
ท๓.๑ ม. ๒/๑ - ม. ๒/๖

ท๔.๑ ม. ๒/๑ - ม. ๒/๕

ท๕.๑ ม. ๒/๑ - ม. ๒/๕
(รวมท้งั หมด ๓๒ ตวั ชี้วดั )

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

ท๒๒๑๐๒ วชิ ำ ภำษำไทย ๔ กลุ่มสำระ กำรเรียนรภู้ ำษำไทย
ช้นั มัธยมศึกษำปีท่ี ๒
เวลำเรยี น ๖๐ ชัว่ โมง ภำคเรียนท่ี ๒

จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต

ศึกษาวิเคราะห์การอ่านออกเสยี งรอ้ ยแกว้ และร้อยกรอง การอา่ นจับใจความสาคัญ สรุปความและอธบิ าย
รายละเอียดจากเรื่องท่ีอ่าน อ่านวรรณคดีในบทเรียน บทความ บันทึกเหตุการณ์ บทสทนา บทโฆษณา การเขียนผังความคิด
จากการอ่าน การอภิปรายแสดงความคดิ เหน็ และโตแ้ ยง้ เก่ียวกบั เร่อื งที่อา่ น การวิเคราะห์และจาแนกข้อเท็จจริง
ขอ้ สนับสนุนและขอ้ คดิ เห็นจากเรอ่ื งที่อ่าน ระบุขอ้ สังเกตชวนเช่ือ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผลของงานเขียนอา่ น
หนังสือ บทความหรือ คาประพนั ธ์อย่างหลากหลาย และประเมนิ คุณคา่ เรื่องที่อา่ น การมีมารยาทใน การอ่าน การคัด
ลายมอื การเขียนบรรยายและพรรณนา การเขยี นเรยี งความ การเขยี นย่อความ การเขยี นรายงาน การเขยี นจดหมายกิจ
ธุระ เขยี นวเิ คราะห์ วิจารณแ์ ละแสดงความรูเ้ ร่ืองท่ีอา่ น มารยาทในการเขยี น การพูดสรุปใจความสาคัญของเรอ่ื งที่ฟัง
และดู การวิเคราะหข์ ้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ เร่ืองที่ฟังและดู การพูดในโอกาสตา่ ง ๆ การพดู รายงาน
การมมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูดการสรา้ งคาในภาษาไทย ประโยคสามัญประโยครวม และประโยคซ้อน การ
แตง่ คาประพนั ธ์ คาราชาศัพท์ คาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย การสรปุ เน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรม ทอ่ี า่ น การ
วจิ ารณ์วรรณคดวี รรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิน่ ท่ีอา่ น การอธิบายคุณค่าและสรปุ ความร้แู ละข้อคิดของวรรณคดีและ
วรรณกรรมท่ีอา่ น การท่องจาบทอาขยานและบทรอ้ ยกรองท่ีมคี ณุ คา่

โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคดิ
กระบวนการเขียน กระบวนการอ่าน การบรรยาย การอภปิ ราย การสืบคน้ ข้อมลู เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาเสนอสือ่ สารสิ่งทเี่ รียนรู้ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ มีความสามารถ ใน
การตดั สินใจ และนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ในชีวิตประจาวนั อยา่ งเหน็ คุณคา่ ตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั ตวั ช้ีวดั
ท๑.๑ ม. ๒/๑ - ม. ๒/๘
ท๒.๑ ม. ๒/๑ - ม. ๒/๘
ท๓.๑ ม. ๒/๑ - ม. ๒/๖
ท๔.๑ ม. ๒/๑ - ม. ๒/๕
ท๕.๑ ม. ๒/๑ - ม. ๒/๕
(รวมทง้ั หมด ๓๒ ตัวช้ีวัด)

คำอธิบำยรำยวิชำ

ท๒๓๑๐๑ วชิ ำภำษำไทย ๕ กลมุ่ สำระกำรเรียนร้ภู ำษำไทย

ช้ันมธั ยมศกึ ษำปีท่ี ๓ ภำคเรียนท่ี ๑

เวลำเรียน ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ศกึ ษาวิเคราะห์ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรอง การอ่านคาทมี่ ีความหมายโดยตรงและโดยนัย ระบุ
ใจความสาคญั รายละเอยี ดของข้อมูลทส่ี นบั สนนุ จากเร่ืองทอี่ า่ น การอา่ นวรรณคดใี นบทเรยี น ข่าวและเหตุการณ์สาคญั
บทความ บนั เทิงคดี งานเขยี นเชงิ สรา้ งสรรค์ การเขียนกรอบแนวคิด ผงั ความคดิ บันทกึ ยอ่ ความและรายงานจาก
เรือ่ งที่อา่ น การวิจารณ์และประเมนิ เร่ืองที่อ่านโดยใชก้ ลวธิ ีการเปรยี บเทียบ การประเมินความถกู ต้องของข้อมูลท่ใี ช้
สนับสนนุ เรอื่ งทอี่ ่าน การวจิ ารณ์ความสมเหตสุ มผล การลาดบั ความ และความเป็นไปได้ของเรื่องท่ีอ่าน วเิ คราะห์เพ่ือ
แสดงความคดิ เหน็ โต้แย้งเก่ียวกบั เรอื่ งที่อ่าน การตีความและประเมินคุณค่าและแนวคดิ ทไี่ ด้จากงานเขียน การมมี ารยาท
ในการอ่าน การคัดลายมือ การเขยี นชวี ประวัติหรืออตั ชีวประวตั ิ การเขียนย่อความ การเขยี นจดหมายกจิ ธรุ ะ การเขยี น
อธบิ าย ชแ้ี จง แสดงความคิดเหน็ ความรู้ และโต้แยง้ การเขียนวเิ คราะห์ วจิ ารณแ์ ละแสดงความรคู้ วามคดิ เหน็ ในเรื่องต่าง
การกรอกแบบสมคั รงาน การเขียนรายงานการศกึ ษาค้นคว้า และโครงงาน การมารยาทในการเขียน การพดู แสดงความ
คดิ เห็น การวิเคราะห์วจิ ารณเ์ รื่องท่ีฟังและดู การพูดรายงาน การพูดในโอกาสต่าง ๆ การพูดโน้มนา้ ว การมีมารยาทใน
การฟงั การดู และการพูด ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย โครงสร้างประโยคซับซอ้ น ระดับภาษา คาทับศัพทแ์ ละศัพท์
บญั ญัติ ศพั ทว์ ิชาการและวิชาชีพ การแตง่ คาประพนั ธ์ การสรปุ เน้อื หาวรรณคดีวรรณกรรมและวรรณกรรมทอ้ งถิ่น การ
วเิ คราะห์ วิถไี ทยและคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม การสรุปความรแู้ ละข้อคิดจากการอ่าน การท่องจาและบอก
คุณคา่ ของบทอาขยานและบทร้อยกรองที่มีคุณค่า

โดยใชก้ ระบวนการทางภาษา กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการกล่มุ กระบวนการคดิ
กระบวนการเขียน กระบวนการอา่ น การบรรยาย การอภปิ ราย การสืบค้นขอ้ มูล เพ่ือให้เกดิ ความรู้
ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถนาเสนอส่ือสารส่งิ ทีเ่ รียนรู้ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ มีความสามารถใน
การตัดสนิ ใจ และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชวี ิตประจาวันอยา่ งเหน็ คณุ คา่ ตามหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
รหัสตัวช้ีวัด
ท๑.๑ ม. ๓/๑- ม. ๓/๑๐
ท๒.๑ ม. ๓/๑ - ม. ๓/๑๐
ท๓.๑ ม. ๓/๑ - ม. ๓/๖
ท๔.๑ ม. ๓/๔ - ม. ๓/๖
ท๕.๑ ม. ๓/๑ - ม. ๓/๔
(รวมทัง้ หมด ๒๕ ตัวชี้วัด)

ท๒๓๑๐๒ วิชำ ภำษำไทย ๖ คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ช้ันมธั ยมศึกษำปีท่ี ๓ กลมุ่ สำระกำรเรียนรูภ้ ำษำไทย
เวลำเรียน ๖๐ ช่ัวโมง ภำคเรียนท่ี ๒
จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ

ศึกษาวิเคราะห์ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง คาทีม่ คี วามหมายโดยตรงและโดยนยั ระบุ
ใจความสาคัญ รายละเอียดของข้อมลู ท่ีสนับสนุนจากเรื่องท่ีอ่าน การอ่านวรรณคดีในบทเรยี น ขา่ วและเหตุการณ์
สาคญั บทความ บนั เทิงคดี สารคดี สารคดีเชิงประวัติศาสตร์ ตานาน งานเขียนเชงิ สรา้ งสรรค์ การเขียนกรอบแนวคิด ผงั
ความคดิ บันทึก ย่อความและรายงานจากเรื่องท่ีอ่าน การวิจารณ์และประเมินเรื่องที่อา่ นโดยใช้กลวธิ กี ารเปรยี บเทยี บ
ประเมนิ ความถูกตอ้ งของข้อมูลที่ใชส้ นับสนุนเร่ืองที่อ่าน การวิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลาดับความ และความ
เปน็ ไปได้ของเร่อื งทอี่ ่าน การวเิ คราะหเ์ พ่ือแสดงความคิดเหน็ โตแ้ ย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน การตีความและประเมินคุณค่า
และแนวคิดท่ีได้จากงานเขียน การมมี ารยาทในการอา่ น การคัดลายมอื การเขยี นชวี ประวัตหิ รอื อตั ชีวประวัติ การเขยี น
ย่อความ การเขียนจดหมายกิจธุระ การเขียนอธบิ าย ชแี้ จง การแสดงความคิดเห็น ความรู้ และโตแ้ ยง้ การเขียนวิเคราะห์
วจิ ารณแ์ ละแสดงความรคู้ วามคิดเห็นในเรอ่ื งต่าง การกรอกแบบสมคั รงาน การเขยี นรายงานการศึกษาคน้ คว้า และ
โครงงาน การมมี ารยาทในการเขียน การพดู แสดงความคิดเหน็ วิเคราะห์วจิ ารณ์เรอ่ื งทฟี่ ังและดู การพูดรายงาน การพูด
ในโอกาสต่าง ๆ การพูดโนม้ น้าว การมีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย โครงสรา้ ง
ประโยคซับซ้อน ระดบั ภาษา คาทับศัพท์และศัพทบ์ ัญญัติ ศัพท์วิชาการและวชิ าชพี การแตง่ คาประพันธ์ การสรุปเน้ือหา
วรรณคดีวรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถน่ิ การวเิ คราะห์วิถไี ทยและคณุ คา่ ของวรรณคดแี ละวรรณกรรม การสรุป
ความรู้และข้อคิดจากการอ่าน การท่องจาและบอกคุณคา่ ของบทอาขยานและบทรอ้ ยกรองที่มีคณุ ค่า

โดยใชก้ ระบวนการทางภาษา กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการกล่มุ กระบวนการคดิ กระบวนการเขียน
กระบวนการอา่ น การบรรยาย การอภิปราย การสบื คน้ ข้อมลู เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถ
นาเสนอสอ่ื สารสิง่ ทเ่ี รยี นรู้ได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ และนาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ ใน
ชีวิตประจาวนั อยา่ งเห็นคุณค่าตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหัสตวั ชี้วัด
ท๑.๑ ม. ๓/๑- ม. ๓/๑๐,
ท๒.๑ ม. ๓/๑ - ม. ๓/๑๐
ท๓.๑ ม. ๓/๑ - ม. ๓/๖ , ท๔.๑ ม. ๓/๔ - ม. ๓/๖
ท๕.๑ ม. ๓/๑ - ม. ๓/๔
(รวมท้ังหมด ๒๕ ตวั ชว้ี ัด)

คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่มิ เติมกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
ระดับช้นั มธั ยมศึกษำตอนต้น

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม

ท๒๐๒๐๑ วชิ ำ หลักภำษำไทย ๑ กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย
จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
เวลำเรียน ๒๐ ชัว่ โมง

ศึกษาหลักการใช้ภาษาไทยจนเกดิ ความชานาญ จนสามารถใช้หลกั ภาษาไทยได้ถูกต้องเหมาะสมกับโอกาสและ
บคุ คล

ฝกึ ทกั ษะการอา่ นไดถ้ ูกต้องตามหลักการอ่านและการออกเสยี งมที กั ษะการเขยี นสามารถเขยี นในรูปแบบได้
ถูกต้อง รจู้ ักสรา้ งคา สรา้ งประโยค วเิ คราะห์ชนิด หน้าท่ีของคา และสามารถเลอื กใชค้ าท่มี ีความหมายใกลเ้ คียงหรือ
แตกต่างกนั ได้ ใช้คาสานวน สุภาษิต คาพงั เพยไดถ้ ูกตอ้ ง

เพ่อื ให้ผ้เู รียนมนี ิสยั รกั การเรยี นรแู้ ละรกั การอา่ น เมอ่ื เข้าใจหลกั การใชภ้ าษาไทยอย่างถ่องแท้สามารถเขียนสอ่ื
ความหมายออกมาในรปู แบบการเขยี นแบต่างๆ

ผลกำรเรยี นรู้
๑. อ่านออกเสยี งภาษาไทยได้ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
๒. สร้างคา กลมุ่ คา ประโยค
๓. วเิ คราะหช์ นดิ และหน้าที่ของคาในประโยค
๔. วเิ คราะห์ความแตกตา่ งของภาษาพูดและภาษาเขยี น
๕.เขียนสอื่ สารในรูปแบบต่างๆไดถ้ ูกตอ้ ง เหมาะสม และสละสลวย
๖. เขยี นสะกดคาไดถ้ ูกต้อง
๗ อธิบายความหมายสานวน สภุ าษติ คาพังเพยได้

รวมท้ังหมด ๗ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม

ท๒๐๒๐๒ วชิ ำ หลักภำษำไทย ๒ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
เวลำเรียน ๒๐ ชั่วโมง

ศกึ ษาหลักการใช้ภาษาไทยจนเกดิ ความชานาญ จนสามารถใชห้ ลกั ภาษาไทยได้ถูกต้องเหมาะสมกับโอกาสและ
บคุ คล

ฝึกทกั ษะการอ่านได้ถูกต้องตามหลักการอ่านและจับใจความสาคญั จากเรื่องทอ่ี า่ นและเขียนในส่ือความได้
ถูกต้อง รจู้ กั สรา้ งคา สร้างประโยค วเิ คราะหช์ นิด หน้าที่ของคา และสามารถเลอื กใช้คาท่ีมคี วามหมายใกลเ้ คียงหรือ
แตกตา่ งกนั ได้ วเิ คราะหค์ าท่ีมาจากภาษาอนื่ ท่ีมใี ชใ้ นภาษาไทย

เพ่ือให้ผเู้ รยี นมีนสิ ัยรักการเรียนรูแ้ ละรักการอา่ น เมอ่ื เขา้ ใจหลกั การใช้ภาษาไทยอย่างถ่องแทส้ ามารถเขยี นสอ่ื
ความหมายออกมาในรูปแบบการเขยี นแบต่างๆ

ผลกำรเรียนรู้
๑. อ่านและจับใจความสาคัญ
๒. สร้างคา กลมุ่ คา ประโยค จาแนกโครงสร้างประโยค
๓. วเิ คราะหช์ นดิ และหนา้ ทขี่ องคาในประโยค
๔. วเิ คราะหค์ าท่มี าจากภาษาอื่นที่มีใชใ้ นภาษาไทย
๕.เขียนส่อื สารในรปู แบบต่างๆได้ถูกตอ้ ง เหมาะสม และสละสลวย
๖. เขียนสะกดคาได้ถูกต้อง

รวมทั้งหมด ๖ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม

ท๒๐๒๐๓ วชิ ำ หลักภำษำไทย ๓ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
เวลำเรยี น ๒๐ ช่ัวโมง

ศึกษาหลักการใช้ภาษาไทยจนเกดิ ความชานาญ จนสามารถใช้หลักภาษาไทยได้ถูกต้องเหมาะสมกบั โอกาสและ
บคุ คล

ฝกึ ทักษะการอ่านไดถ้ ูกต้องตามหลกั การอา่ นและจับใจความสาคัญจากเรื่องทีอ่ ่านและเขียนในสื่อความได้
ถกู ต้อง รจู้ กั สรา้ งคา สรา้ งประโยค วเิ คราะห์ชนดิ หน้าที่ของคา และสามารถเลือกใชค้ าท่ีมคี วามหมายใกลเ้ คยี งหรือ
แตกตา่ งกันได้ วิเคราะหค์ าท่ีมาจากภาษาอ่นื ที่มใี ชใ้ นภาษาไทย

เพ่อื ให้ผเู้ รยี นมนี ิสัยรกั การเรียนร้แู ละรกั การอา่ น เมื่อเข้าใจหลกั การใช้ภาษาไทยอย่างถ่องแทส้ ามารถเขยี นสอ่ื
ความหมายออกมาในรูปแบบการเขียนแบต่างๆ

ผลกำรเรยี นรู้
๑. อา่ นและจบั ใจความสาคญั
๒. สรา้ งคา กลุ่มคา ประโยค จาแนกโครงสร้างประโยค
๓. วเิ คราะหช์ นิดและหน้าทีข่ องคาในประโยค
๔. วิเคราะหค์ าทม่ี าจากภาษาอนื่ ทม่ี ีใช้ในภาษาไทย
๕. เขียนส่ือสารในรปู แบบตา่ งๆไดถ้ ูกต้อง เหมาะสม และสละสลวย
๖. เขียนสะกดคาไดถ้ ูกต้อง

รวมทั้งหมด ๖ ผลกำรเรียนรู้

คำอธบิ ำยรำยวิชำเพ่ิมเตมิ

ท๒๐๒๐๔ วิชำ กำรอ่ำนเพอ่ื ควำมเขำ้ ใจ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย

เวลำเรยี น ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ

ศกึ ษาทักษะการอ่าน และฝกึ ฝนจนเกิดความชานาญ มีทักษะการอ่าน สามารถคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์
ความรู้จากสิง่ ท่ีอา่ น นาความรู้ทไ่ี ดจ้ าการอา่ นมาปรับปรุงใชใ้ นชวี ิตประจาวนั

อา่ น จบั ใจความสาคญั จากเรื่องท่ีอ่านระบุเหตแุ ละผล และข้อเทจ็ จริงกับข้อคดิ เห็นจากเรื่องท่ีอา่ น ระบุและ
อธิบายคาเปรียบเทยี บ และคาทม่ี หี ลายความหมายในบริบทต่างๆ จากการอ่าน วิเคราะห์คณุ ค่าท่ีไดร้ บั จากการอา่ นงาน
เขียนอยา่ งหลากหลายเพื่อนาไปใชแ้ ก้ปัญหาในชีวติ มมี ารยาทในการอา่ น

เพ่อื ให้ผ้เู รยี นมนี สิ ยั รกั การอ่าน เพอ่ื ใชก้ ระบวนการอ่านในการสร้างความรู้ การคดิ ตัดสินใจและการแก้ปัญหา
สื่อสารออกมาในรปู แบบการเขียน และการพดู ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกำรเรยี นรู้
๑. จบั ใจความสาคัญจากเร่ืองที่อ่าน
๒. ระบเุ หตแุ ละผล และข้อเท็จจริงกบั ข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน
๓. ระบุและอธบิ ายคาเปรียบเทียบ และคาทม่ี หี ลายความหมายในบริบทตา่ งๆ จากการอ่าน
๔. วิเคราะหค์ ุณค่าทีไ่ ด้รับจากการอ่านงานเขยี นอยา่ งหลากหลายเพ่ือนาไปใชแ้ กป้ ญั หาในชวี ิต
๕. มมี ารยาทในการอา่ น

รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม

ท๒๐๒๐๕ วิชำ กำรเขยี นเชงิ สรำ้ งสรรค์ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
เวลำเรียน ๒๐ ชัว่ โมง

ศึกษาทักษะการเขยี นจนเกิดความชานาญ สามารถเขียนสื่อความหมายในรปู แบบต่างๆได้
ซ่ึงรวมถึงการเขียนเรียงความ ย่อความ รายงานชนิดต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ วิเคราะห์วิจารณ์ และเขียนเชิง
สรา้ งสรรค์

เขยี นสื่อสารโดยใชถ้ ้อยคาถูกตอ้ งชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย เขียนบรรยายประสบการณ์โดยระบุ
สาระสาคัญและรายละเอยี ดสนับสนนุ เขียนเรียงความ เขยี นย่อความจากเร่อื งท่อี ่าน เขียนแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับ
สาระจากส่อื ทีไ่ ดร้ บั เขยี นจดหมายสว่ นตัวและจดหมาย กจิ ธุระ เขียนรายงานการศึกษาคน้ คว้าและโครงงาน มี
มารยาทในการเขียน

ใช้กระบวนการเขียนเขยี นส่อื สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่อื งราวในรปู แบบต่าง ๆ
เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่าง มีประสทิ ธภิ าพ

ผลกำรเรยี นรู้
๑. เขียนสื่อสารโดยใชถ้ ้อยคาถกู ต้องชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย
๒. เขยี นบรรยายประสบการณ์โดยระบุสาระสาคญั และรายละเอยี ดสนบั สนนุ
๓. เขียนเรยี งความ
๔. เขยี นย่อความจากเร่อื งทอี่ ่าน
๕. เขียนแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับสาระจากส่ือที่ไดร้ ับ
๖. เขียนจดหมายสว่ นตัวและจดหมาย กจิ ธุระ
๗. เขียนรายงานการศึกษาค้นควา้ และโครงงาน
๘. มีมารยาทในการเขยี น

รวมทั้งหมด ๘ ผลกำรเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม

ท๒๐๒๐๖ วชิ ำ กำรใช้ห้องสมุดเบ้ืองต้น ๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย

เวลำเรียน ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ

ศึกษาแหล่งเรยี นรหู้ อ้ งสมุดโรงเรียน ความหมายและความสาคัญของห้องสมดุ
วัตถปุ ระสงค์ของห้องสมุด ระบบการจัดหมวดหมู่หนงั สือ ความหมายของการจดั หมู่หนงั สอื ประโยชน์ของการจัดหมู่
หนังสือ การจดั หมู่หนงั สือระบบทศนิยมดิวอ้ี ระเบยี บการใช้หอ้ งสมดุ มารยาทการใช้ห้องสมุด บริการของ
ห้องสมดุ สอื่ ส่ิงพมิ พ์ ส่อื โสตทศั นวัสดุและอิเล็กทรอนกิ ส์

ผลกำรเรียนรู้
๑. นกั เรียนสามารถบอกความหมายและประโยชนข์ องห้องสมุดได้
๒. นกั เรียนสามารถบอกวัตถุประสงคข์ องห้องสมดุ ได้
๓. นักเรยี นสามารถบอกประเภทของห้องสมุดได้
๔. นกั เรยี นสามารถบอกประเภทของวสั ดหุ ้องสมุดได้
๕. นักเรยี นบอกความหมาย และประโยชนข์ องการจัดหมู่หนงั สอื
๖. นกั เรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจระบบการจดั หมวดหมหู่ นังสือ
๗. นักเรียนมีความร้คู วามเข้าใจการจดั หมวดหมู่หนงั สือระบบทศนิยมดวิ อี้
๘. นกั เรียนสามารถสบื คน้ วสั ดุห้องสมดุ ได้
๙. นักเรยี นสามารถใชบ้ ริการหนงั สอื อ้างอิงได้
๑๐. นกั เรยี นสามารถใช้และเกบ็ รกั ษาหนังสือได้ถูกวิธี
๑๑. นักเรียนสามารถเข้าใช้บริการตา่ ง ๆ ของหอ้ งสมุดได้

รวมทั้งหมด ๑๑ ผลกำรเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเตมิ

ท๒๐๒๐๗ วิชำ กำรใชห้ ้องสมดุ เบ้ืองต้น ๒ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย

เวลำเรียน ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ

ศึกษาแหล่งเรยี นร้หู ้องสมุดโรงเรยี น ความหมายและความสาคญั ของห้องสมุด วตั ถุประสงคข์ อง

ห้องสมุด ระบบการจดั หมวดหมู่หนงั สอื ความหมายของการจดั หมหู่ นงั สือ ประโยชน์ของการจัดหมู่หนงั สอื การจัด

หมู่หนังสอื ระบบทศนยิ มดวิ อี้ ระเบยี บการใชห้ ้องสมดุ มารยาทการใช้หอ้ งสมดุ บริการของห้องสมดุ ส่อื สงิ่ พิมพ์ สอื่

โสตทัศนวัสดแุ ละอเิ ล็กทรอนิกส์

ผลกำรเรยี นรู้
๑. นักเรยี นสามารถบอกความหมายและประโยชนข์ องห้องสมุดได้
๒. นักเรียนสามารถบอกวตั ถุประสงค์ของห้องสมดุ ได้
๓. นักเรียนสามารถบอกประเภทของห้องสมดุ ได้
๔. นักเรยี นสามารถบอกประเภทของวสั ดุหอ้ งสมดุ ได้
๕. นักเรียนบอกความหมาย และประโยชน์ของการจัดหมู่หนงั สอื
๖. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจระบบการจดั หมวดหมูห่ นังสือ
๗. นักเรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจการจดั หมวดหมู่หนงั สือระบบทศนยิ มดิวอี้
๘. นกั เรยี นสามารถสืบค้นวัสดุห้องสมดุ ได้
๙. นกั เรียนสามารถใช้บรกิ ารหนงั สืออา้ งองิ ได้
๑๐. นกั เรยี นสามารถใชแ้ ละเกบ็ รักษาหนังสือไดถ้ ูกวิธี
๑๑. นกั เรียนสามารถเขา้ ใช้บริการต่าง ๆ ของห้องสมุดได้

รวมทั้งหมด ๑๑ ผลกำรเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม

ท๒๐๒๐๘ วิชำ ภำษำไทยเพื่อธุรกิจ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย
จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
เวลำเรยี น ๒๐ ชั่วโมง

ศึกษารปู แบบ และลักษณะการใชภ้ าษาในการเขยี นจดหมายธรุ กิจประเภทต่าง ๆ ตลอดจนลกั ษณะการใช้
ภาษาในการโฆษณาสินคา้ ต่าง ๆ

ฝกึ ทกั ษะการจัดแบบฟอร์ม การจา่ หน้าซอง การใช้ภาษา ในการเขียนจดหมายธรุ กิจทั้งจดหมายสง่ั ซ้ือสนิ คา้
จดหมายสอบถาม จดหมายต่อว่า จดหมายติดตามหนี้ และการใช้ภาษาในการโฆษณาสินค้าตา่ ง ๆ

เพ่อื ให้เขา้ ใจรูปแบบ และการใช้ภาษาในการเขียนจดหมายธุรกจิ การใชภ้ าษาในการโฆษณาและมีทกั ษะใน
การใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องสมบรู ณ์ เพื่อนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้

ผลกำรเรียนรู้

๑. อธิบายแบบฟอรม์ การเขียนจดหมายธรุ กิจได้
๒. อธิบายการใชภ้ าษาในการเขียนจดหมายธุรกิจและภาษาโฆษณาได้
๓. เขยี นแบบฟอร์มจดหมายธุรกิจไดถ้ ูกต้อง
๔. เขียนจดหมายธุรกจิ แบบตา่ ง ๆ ได้ถูกตอ้ งเหมาะสม
๕. ออกแบบข้อความของบรรจภุ ณั ฑ์ และโฆษณาได้ถูกต้องเหมาะสม
รวมท้ังหมด ๕ ผลกำรเรียนรู้

คำอธบิ ำยรำยวิชำเพ่ิมเติม

ท๒๐๒๐๙ วิชำ กำรอำ่ นเพื่อกำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรูภ้ ำษำไทย

เวลำเรยี น ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ

ศกึ ษา บทความ สารคดี ตารา คาประพนั ธ์ สือ่ เทคโนโลยี โครงการพระราชดาริ จากแหลง่ เรียนรู้ ฝกึ
เรยี บเรียงองค์ความรแู้ สดงความคิดเห็น โดยใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เป็นฐาน การคดิ และนาเสนอใน
รูปแบบต่าง ๆ อยา่ งสร้างสรรค์ เลือกแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองอย่างมีวจิ ารณญาณ

เพอื่ ใช้องค์ความรู้ท่ีไดม้ าพัฒนาตนและสรา้ งภมู คิ ุ้มกันให้กับตนเองและสังคม

ผลกำรเรียนรู้

๑. สามารถอ่านจบั ประเด็น สรุปใจความสาคัญจากเร่ืองท่ีอา่ นได้
๒. สามารถพดู เขยี น แสดงความคดิ เหน็ จากการอ่านได้
๓. สามารถอธบิ ายองค์ความร้ทู ่ีไดร้ ับจากการอ่านได้
๔. สามารถนาเสนอองค์ความรู้ที่ได้จากการอ่านได้อย่างเหมาะสม
๕. สามารถอธบิ ายแหล่งเรียนรู้เชิงสรา้ งสรรค์ได้
รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ

ท๒๐๒๑๐ วชิ ำ กำรพดู สำหรับเยำวชน กลุ่มสำระกำรเรยี นรูภ้ ำษำไทย

เวลำเรียน ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ

ศึกษาหลักการพูดในโอกาสต่าง ๆ วตั ถปุ ระสงค์ในการพดู การใชภ้ าษาการใช้น้าเสยี ง ลีลาท่าทาง ท้งั แบบ
เตรียมตวั และแบบไมม่ ีการเตรยี มตัว

ฝกึ พดู สานโอกาสตา่ ง ๆ โดยใช้ภาษา น้าเสียง ลีลา ไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์อยา่ งมีศิลปะและสร้างสรรค์
สงั คมอย่างมีมารยาท

เพอ่ื ให้ สามารถใชศ้ ิลปะการพดู สรา้ งสรรคส์ งั คมใหอ้ ยูร่ ่วมกันอย่างมคี วามสุข และพัฒนาตนเองให้มีบุคลิกภาพ
ทดี่ ี มีมารยาทในการพดู

ผลกำรเรียนรู้
๑. บอกหลกั การพดู ในโอกาสต่าง ๆ ได้
๒. ใชภ้ าษานา้ เสยี ง ลีลา ทา่ ทางในการพุดได้อยา่ งเหมาะสม
๓. พูดในโอกาสตา่ ง ๆ ไดเ้ หมาะสมกับสถานการณแ์ ละมศี ิลปะในการพดู
๔. สามารถใชศ้ ลิ ปะการพดู พัฒนาตนเองให้มีบุคลิกภาพที่ดีได้
๕. มีมารยาทในการพูด

รวมท้ังหมด ๕ ผลกำรเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเตมิ

ท๒๐๒๑๑ วชิ ำ เสริมทกั ษะภำษำไทย กลมุ่ สำระกำรเรียนร้ภู ำษำไทย
จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
เวลำเรียน ๒๐ ชวั่ โมง

ศกึ ษานิทานพนื้ บ้าน ลกั ษณะนทิ านพนื้ บ้าน ความหมาย จุดประสงค์ ท่ีมา และประเภทของนิทานพ้นื บ้านการ
สบื ทอดภมู ิปัญญา และศิลปวัฒนธรรมท้องถ่นิ

ฝกึ ฟัง พูด อา่ น เขยี นนิทานพ้ืนบา้ น และสามารถสืบทอดและชว่ ยกันอนุรกั ษน์ ิทานพ้ืนบ้านมคี วามรกั และเกิด
ความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น

เพอ่ื ให้นักเรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั นิทานพ้นื บา้ น สามารถฟงั พูด อา่ นเขยี น นิทานพ้ืนบา้ น ตลอดจน
รวบรวมนทิ านพืน้ บ้านในทอ้ งถิน่ เพื่อเป็นการสบื ทอดและอนรุ ักษ์มรดกทางวัฒนธรรมท้องถิน่ ตอ่ ไปตามหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลกำรเรียนรู้

๑. มคี วามรเู้ ก่ยี วกับนทิ านพ้ืนบา้ น
๒. บอกเรื่องย่อของนทิ านพื้นบา้ นทอี่ า่ นได้
๓. เลือกอ่านนิทานพน้ื บา้ นท่ีมปี ระโยชน์ได้
๔. วิเคราะห์และประเมินค่านิทานพน้ื บา้ นได้
๕. บอกขอ้ คิดท่ีได้จากการอ่านนิทานพ้ืนบา้ นและนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั ได้
รวมท้ังหมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้


Click to View FlipBook Version