The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wattanatamjangwat, 2021-12-02 01:44:08

เอกสารนำเสนอเข้าสู่บัญชีรายชื่อมรดกโลก เมืองโบราณศรีเทพ

ศรีเทพมรดกโลก

สารบัญ

ภาพรวม (OVERVIEW) i – iii

บทสรปุ ผู้บรหิ าร 1 - 15

1. ที่ตงั้ และชอบเขตแหล่งมรดกวฒั นธรรม (IDENTIFICATION OF THE PROPERTY) 16

1.a ประเทศ (COUNTRY) 16

1.b จังหวัด ภมู ิภาค (STATE, PROVINCE OR REGION 16

1.c ชื่อแหลง่ มรดกวฒั นธรรม (NAME OF PROPERTY) 16

1.d ตำแหน่งทางภมู ิศาสตร์ของแหลง่ มรดกวัฒนธรรม 16 - 17

(GEOGRAPHICAL COORDINATES TO THE NEAREST SECOND)

1.e แผนท่ี แผนผัง แสดงพ้นื ท่ีหลกั และพน้ื ทกี่ นั ชน (MAPS AND PLANS, 18 - 32

SHOWING THE BOUNDARIES OF THE NOMINATED PROPERTY AND BUFFER ZONE)

1.f พื้นท่ีในการนำเสนอขึ้นทะเบียน (AREA OF NOMINATED PROPERTY (ha.) AND 33 - 34

PROPOSED BUFFER ZONE (ha.))

2. ลักษณะของแหลง่ มรดกวัฒนธรรม (DESCRIPTION)

2.a การอธบิ ายถึงแหลง่ (DESCRIPTION OF PROPERTY) 35 - 113

2.b ความเปน็ มาและพฒั นาการของแหล่ง (HISTORY AND DEVELOPMENT) 114-158
3. เหตผุ ลในการขึ้นทะเบยี น (JUSTIFICATION FOR INSCRIPTION)

3.1.a บทคัดย่อ (BRIEF SYNTHESIS) 159-161

3.1.b การอธิบายความภายใต้เกณฑ์ทีน่ ำเสนอแหลง่ 161-162

(CRITERIA UNDER WHICH INSCRIPTION IS PROPOSED)

3.1.c ความครบถ้วนสมบูรณ์ (STATEMENT OF INTEGRITY) 162-169

3.1.d ความเปน็ ของแท้และดัง้ เดมิ (STATEMENT OF AUTHENTICITY) 169-185

3.1.e การปกปอ้ งคุ้มครองและการบรหิ ารจดั การ 186

(PROTECTION AND MANAGEMENT REQUIREMENTS)

3.2 การศึกษาเปรยี บเทยี บ (COMPARATIVE ANALYSIS) 187-251

3.3 การอธบิ ายถงึ คุณค่าโดดเดน่ อนั เปน็ สากล 252-261

(PROPOSED STATEMENT OF OUTSTANDING UNIVERSAL VALUE)

4. สถานภาพการอนรุ กั ษแ์ ละปจั จัยทม่ี ผี ลกระทบกบั พืน้ ที่นำเสนอ

(STATE OF CONSERVATION AND FACTORS AFFECTING THE PROPERTY)

4.a สถานภาพการอนุรักษ์ (PRESENT STATE OF CONSERVATION) 262-315

4.b ปจั จัยทม่ี ีผลกระทบต่อคุณคา่ อันโดดเดน่ เปน็ สำคัญ 315-320

(FACTORS AFFECTING THE PROPERTY)

5. การปกปอ้ งคมุ้ ครองและการบริหารจดั การแหลง่ (PROTECTION AND MANAGEMENT OF THE PROPERTY)

5.a เจ้าของผู้ครอบครอง (OWNERSHIP) 321-324

5.b มาตรการการคุ้มครอง (PROTECTIVE DESIGNATION) 324-325

5.c กำหนดการใช้มาตรการการคุม้ ครอง 325-332

(MEANS OF IMPLEMENT PROTECTION MEASURES)

5.d แผนงานในปัจจุบัน (EXISTING PLANS RELATED TO 333-345

MUNICIPALITY AND REGION IN WHICH THE PROPOSED PROPERTY IS LOCATED)

5.e แผนการบริหารจัดการทรัพยส์ ินหรอื ระบบการจัดการอืน่ ๆ 346-352

(PROPERTY MANAGEMENT PLAN OR OTHER MANAGEMENT SYSTEM)

5.f แหลง่ ทุนและงบประมาณ (SOURCES AND LEVELS OF FINANCE) 353

5.g แผนการฝึกอบรมความเชยี่ วชาญและการจดั การท่ีเก่ยี วขอ้ งกับการอนุรกั ษ์ 354-355

(SOURCES OF EXPERTISE AND TRAINING IN CONSERVATION AND

MANAGEMENT TECHNIQUES)

5.h สิง่ อำนวยความสะดวกให้กับนักทอ่ งเท่ยี ว 355-358

(VISITOR FACILITIES AND INFRASTRUCTURE)

5.i นโยบายและโครงการทีเ่ กย่ี วเน่ืองกบั การสื่อความหมายและการประชาสัมพนั ธ์ 359-361

(POLICIES AND PROGRAMMES RELATED TO PRESENTATION AND

PROMOTION OF THE PROPERTY)

5.j บุคลากรและความเช่ียวชาญ (STAFFING LEVELS AND EXPERTISE) 362-363

6. แนวทางการตดิ ตามและประเมนิ ผล (MONITORING)

6.a ตวั ช้วี ัดผลการดำเนินงานอนุรกั ษ์ 364-371

(KEY INDICATORS FOR MEASURING STATE OF CONSERVATION)

6.b การจัดการในการตรวจสอบติดตามแหล่ง 372

(ADMINISTRATIVE ARRANGEMENTS FOR MONITORING PROPERTY)

6.c รายงานผลการดำเนินงานท่ีผา่ นมา 372-373

(RESULTS OF PREVIOUS REPORTING EXERCISES)

7. รายการเอกสาร (DOCUMENTATION)

7.a รายการภาพถา่ ย เสยี ง คลงั เอกสาร 374-493

(PHOTOGRAPHS AND AUDIOVISUAL IMAGE INVENTORY AND AUTHORIZATION FORM)

7.b ข้อมูล เอกสาร ท่เี กยี่ วขอ้ ง (TEXT RELATING TO PROTECTIVE DESIGNATION, 494-505

COPIES OF PROPERTY MANAGEMENT PLANS OR DOCUMENTED MANAGEMENT SYSTEMS

AND EXTRACTS OF OTHER PLANS RELEVANT TO THE PROPERTY)

7.c รายการทะเบยี นทรพั ย์สนิ ของเมืองโบราณศรเี ทพ 506-510

(FORM AND DATE OF MOST RECENT RECORDS OR INVENTORY OF PROPERTY)

7.d ท่ีอยู่ทีจ่ ดั เก็บเอกสาร คลงั เอกสาร ทะเบียนทรพั ย์สนิ 511

(ADDRESS WHERE INVENTORY, RECORDS AND ARCHIVES ARE HELD)

7.e บรรณานกุ รม (Bibliography) 512-518

8. ช่ือที่อยูห่ นว่ ยงานผรู้ ับผิดชอบ (CONTACT INFORMATION OF RESPOSIBLE AUTHORITIES)

8.a ผ้จู ดั เตรยี มเอกสาร (PREPARER) 519

8.b หนว่ ยงานผ้รู ับผิดชอบ (OFFICIAL LOCAL INSTITUTION/AGENCY) 519

8.c หนว่ ยงานระดบั ทอ้ งถนิ่ (OTHER LOCAL INSTITUTIONS) 520

8.d Website ทางการ (OFFICIAL WEBSITE) 520

9. ผู้มีอำนาจลงนามรฐั ภาคี (SIGNATURE ON BEHALF OF THE STATE PARTY) 521

i

ภาพรวม (OVERVIEW)

เมืองโบราณศรีเทพ ต้ังอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่างบนท่ีราบลอนลูกคลื่นที่ขนาบข้าง รวมทั้งด้านบน
ดว้ ยเทือกเขา โดยมแี ม่น้าปา่ สักไหลผา่ นจากทศิ เหนือลงใต้ ในเขตอา้ เภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย
ด้วยสภาพภูมิประเทศมีความเหมาะสมในการ ตั้งถิ่นฐานท่ีอยู่อาศัยของคนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
จากหลกั ฐานทางโบราณคดที ี่ค้นพบ จนพฒั นาตนเองด้วยการติดต่อกับสังคมภายนอกรับวัฒนธรรมทางศาสนา
จากอินเดีย ในราวพุทธศตวรรษท่ี 7 – 11 เรียนรู้ในการขุดคูน้าคันดินท้าเป็นคูเมือง – ก้าแพงเมอื ง และพัฒนา
มาอย่างต่อเนื่องโดยพบหลักฐานว่ามีการรับศาสนาพราหมณ์ และพุทธ ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษท่ี 11 -12 เช่น
รูปเคารพ พระพุทธรูป พระนารายณ์ และศาสนสถาน อันเป็นจุดเร่ิมต้นของวัฒนธรรมทวารวดี ที่ปรากฏ
หลักฐานจากบันทึกการเดินทางของพระภิกษุเหี้ยนจัง (HIUAN TSANG) ท่ีเดินทางจากจีนไปสืบศาสนาใน
อินเดียโดยทางบกในปี พ.ศ. 1172 กล่าวคอื อาณาจักร “โถโลโปติ” ท่ตี รงกบั ภาษาสันสกฤษ คือ “ทวารวดี”

เมืองโบราณศรีเทพแห่งน้ี มีแผนผังเมืองท่ีมีการขยายเมือง 2 ช้ัน ผังเมืองเดิมเป็นรูปเกือบเป็นวงกลม
เรียกว่า เมืองใน ต่อมาได้ขยายออกมาอีกชั้นหนึ่งเป็นส่ีเหลี่ยมผืนผ้ามุมมน เรียกว่า เมืองนอก เมืองโบราณ
ศรีเทพ นับเป็นตัวแทนของเมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดีที่พบอยู่เป็นจ้านวนมากในเขตภาคกลางของ
ประเทศไทย ที่ยังคงความครบถ้วนสมบูรณ์ของเมืองโบราณ มีการค้นพบประติมากรรมในศาสนาพราหมณ์ ที่
ได้รับการยกย่องจากนักวิชาการ เร่ืองเทคนิคงานช่างที่กล้าสร้างประติมากรรมลอยตัวอย่างแท้จริง โดยไม่มี
แผ่นโค้งด้านหลัง นิยมการยืนท่าตริภังค์ อันแสดงให้เห็นเสมือนการเคลื่อนไหว ซึ่งต่างจากประติมากรรมใน
แหล่งอื่นๆ ในระยะเวลาเดียวกัน ฉะนั้นจึงมีการก้าหนดรูปแบบเป็น “สกุลช่างศรีเทพ” ท่ีมีลักษณะโดดเด่น
เฉพาะตัวของช่างเมอื งศรเี ทพมีอายุอยรู่ าวพุทธศตวรรษท่ี 12 – 14

นอกจากน้ียังพบว่าบริเวณนอกเมืองโบราณสถานศรีเทพด้านทิศเหนือ มีศาสนสถานขนาดใหญ่ คือ
โบราณสถานเขาคลังนอกที่ได้รบั อิทธิพลทั้งรูปแบบและแนวความคิดในเร่อื งของมณฑลจักรวาลหรือศนู ย์กลาง
จกั รวาล จากวัฒนธรรมอินเดียมีอายุราวพุทธศตวรรษท่ี 13 – 14 นับเป็นโบราณสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและ
แสดงแนวความคิดเรื่อง มณฑลจักรวาลตามคติความเชื่อของท้องถ่ินที่แตกต่างไปจากมณฑลจักรวาลที่พบ ทั้ง
ในอนิ เดยี อนิ โดนีเซีย และเขมร

ศาสนสถานถ้าเขาถมอรัตน์ อยู่บนเขาถมอรัตน์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโบราณศรีเทพไปทางทิศตะวันตก
ราว 15 กิโลเมตร ในแนวแกนเดียวกันกับโบราณสถานเขาคลังนอก ส่วนที่เป็นผนังของแกนกลางถ้าเป็นท่ีสลัก
ภาพประติมากรรมนูนต้่า รูปพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ จ้านวนประมาณ 7 องค์ ทั้งหมดจัดอยู่ในศิลปะ
ทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 นับเป็นตัวอย่างของศาสนสถานประเภทถ้า ท่ีแสดงให้เห็นถึงคติความเช่ือ
ของพุทธศาสนามหายาน และภูเขาศักดิ์สิทธิ์

ii

วัฒนธรรมทวารวดี คงเริ่มเส่ือมลงต้ังแต่ราวพทุ ธศตวรรษท่ี 16 เนื่องจากอ้านาจทางการเมืองของเขมร
เข้ามามีบทบาทมากย่ิงข้ึน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคกลาง ของประเทศไทยแต่อย่างไรก็
ตามวัฒนธรรมทวารวดี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 – 16 กลับไปเจริญอยู่ในท้องถิ่นอ่ืน เช่น ในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่รู้จักกันในช่ือของทวารวดีอีสาน โดยมีรูปแบบวัฒนธรรมหน่ึงที่เกิดข้ึน
โดยเฉพาะคือ การใช้หลักสีมาในการก้าหนดขอบเขตศักดิ์สิทธ์ิ จึงเรียกว่า วัฒนธรรมสีมา (SEMA CULTURE)
ซ่ึงมีรูปแบบศลิ ปกรรมทแี่ สดงถึงอทิ ธิพลของวฒั นธรรมทวารวดี อย่างชัดเจน ในภาพสลักเล่าเรื่องชาดกเนอ่ื งใน
พทุ ธศาสนาบนใบเสมาทท่ี ้าข้ึนจากแผ่นหิน และยงั ให้อิทธพิ ลต่อศิลปลา้ นช้าง ใน สปป. ลาว ราวพุทธศตวรรษ
ที่ 18-19
เกณฑ์ข้อที่ 2 เมืองโบราณศรีเทพเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่มีความส้าคัญมากที่สุดเมืองหนึ่งในวัฒนธรรม
ทวารวดี ที่ถือวา่ เปน็ วัฒนธรรมแรกสดุ ของการพฒั นาชุมชน จากสมัยกอ่ นประวัตศิ าสตร์ท่ีผูค้ นยังอยอู่ าศัย ตาม
พ้นื ที่ราบ ริมฝั่งแมน่ ้าป่าสักและล้าน้าเหียงประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรมและการล่าสัตว์มากว่า 2,000 ปี
จนกระทั้งได้มีการติดต่อจากชุมชนภายนอกที่น้าเอาคติความเช่ือทางศาสนาและความก้าวหน้าในเทคโนโลยี
จากวัฒนธรรมอินเดียเข้ามาจนคนในชุมชนยอมรับและพัฒนามาเป็นการสร้างเมืองโบราณศรีเทพ ที่มีลักษณะ
เป็นเมอื งซ้อนเมอื ง อีกทั้งยอมรับในคติความเชอื่ ทางศาสนา ท้ังพุทธศาสนา แบบเถรวาท มหายาน และศาสนา
ฮินดู ที่ยังปรากฏหลักฐานทางด้านสถาปัตยกรรม และประติมากรรม โดยได้มีการพัฒนาและปรับปรุงจนมี
ความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ท่ีนักวิชาการยกย่องให้เป็น “สกุลช่างศรีเทพ” รวมทั้งเมืองศรีเทพยังแสดงให้
เห็นถึงการอยู่รว่ มกันของชุมชนท่ีต่างศาสนาในระยะเวลาเดียวกันท้ังพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทและฝ่ายมหายาน
และศาสนาฮินดู อาจมีท้ังไศวนิกาย ไวษณพนิกายและการบูชาพระสุริยเทพ โดยเฉพาะด้วย มีอายุอยู่ราวพุทธ
ศตวรรษที่ 12 – 16

พัฒนาการของเมืองโบราณศรีเทพ ภายหลังวัฒนธรรมทวารวดีเสื่อมลงได้ปรากฏหลักฐานวัฒนธรรม
เขมรสืบต่อมา ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 – 18 แสดงให้เห็นถงึ การติดตอ่ แลกเปลีย่ นกับชมุ ชนภายนอกทั้งเรื่อง
การรับวัฒนธรรมทางศาสนาและการค้าขายที่มีมาโดยตลอด มีการยอมรับพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่
ตลอดเวลา ทเี่ ห็นได้ชัดเจนคือ คตคิ วามเชื่อด้านศาสนาท่ีมีการยอมรับนับถอื ศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ในช่วง
พุทธศตวรรษที่ 16-17 และพุทธศาสนาแบบมหายานในช่วงพุทธศตวรรษท่ี 18 ที่ยังคงปรากฏหลักฐานที่
ชัดเจน ท้งั ด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม เป็นประจกั ษพ์ ยานมาจนถงึ ทุกวันนี้
เกณฑ์ข้อที่ 3 เมืองโบราณศรีเทพเป็นเมืองโบราณเมืองหน่ึงในวัฒนธรรมทวารวดี ท่ีปรากฏชื่อเรียกว่า “โถโล
โปติ” ตรงกบั ภาษาสันสกฤต คือ “ทวารวดี” ตามบนั ทึกการเดินทางของพระภกิ ษุเหียนจัง (HIUAN TSANG) ท่ี
เดินทางจากจีนไปสืบศาสนาในอินเดียโดยทางบกในปี พ.ศ. 1172 ว่าอยู่ระหว่างดินแดน ที่เรียกว่า อาณาจักร
อีศานปุระ (สมัยก่อนเมืองพระนครในประเทศกัมพูชา) และอาณาจักรศรีเกษตร (ในประเทศเมียนมาร์) การ

iii

สร้างเมืองศรีเทพเป็นไปตามรูปแบบของวัฒนธรรมทวารวดี ที่รูปแบบของเมืองยังไม่เป็นทรงเรขาคณิต มี
ลักษณะเปน็ เมืองซ้อนเมือง เมืองรปู เกือบเปน็ วงกลม และเมืองรูปสีเ่ หล่ียมผนื ผา้ มมุ มน ที่มีคูน้าคนั ดนิ ล้อมรอบ
มีการยอมรับในคติความเช่ือด้านศาสนาพุทธและพราหมณ์ ท่ีมาจากวัฒนธรรมอินเดีย ปรากฏหลักฐาน
สถาปัตยกรรม เช่น โบราณสถานเขาคลังใน โบราณสถานเขาคลังนอก และภาพสลักประติมากรรมนูนต่้า
ภายในโบราณสถานถ้าเขาถมอรัตน์ที่ถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ก้าหนดอายอุ ยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12 -14 เมือง
ศรีเทพนับเป็นเมืองในสมัยทวารวดี ท่ีส้าคัญเมอื งหน่ึง ที่มีการอยู่อาศัยมาอย่างต่อเน่ืองระหวา่ งพุทธศตวรรษที่
12 -16 เป็นแหล่งวัตถุดิบ การแลกเปล่ียนสินค้าและการค้าขาย จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ปรากฏ และ
วัฒนธรรมของทวารวดี คงเริ่มเส่ือมลง เม่ือวัฒนธรรมเขมรเข้ามามีบทบาทในราวพุทธศตวรรษท่ี 16 จาก
หลักฐานสถาปัตยกรรมในศิลปเขมร เช่น ปรางค์ศรีเทพ และปรางค์สองพ่ีน้อง รวมท้ังประติมากรรม ศิวลึงค์
และทวารบาล จนส้ินสุดในราวพุทธศตวรรษที่ 18 เมื่อมีการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยขึ้นทางภาคเหนือของ
ประเทศไทย

1

บทสรปุ ผ้บู ริหาร

- ชอื่ ประเทศรัฐภาคสี มาชิก (STATE PARTY) ประเทศไทย
- ช่ือประเทศรัฐภาคีสมาชิก ภูมิภาค (STATE, PROVINCE OR REGION) จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย

เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้
- ชื่อแหลง่ (NAME OF PROPERTY) เมอื งโบราณศรีเทพ
- ตาแหน่งทางภูมิศาสตร์ของแหล่งมรดกวัฒนธรรม (GEOGRAPHICAL COORDINATES TO THE

NEAREST SECOND) แหล่งมรดกวัฒนธรรมชุดน้ีประกอบไปด้วย แหล่งมรดกท่ีเก่ียวข้องจานวน 3 แหล่ง
ท่ีตง้ั ทางภูมิศาสตรข์ องแหลง่ ปรากฎรายละเอียดตามตาราง

ตารางแสดงตาแหน่งทางภูมิศาสตร์ของแหล่งมรดกวัฒนธรรม

ลาดับ รายชอื่ แหลง่ สถาน ตาแหนง่ ทางภมู ิศาสตร์ พน้ื ทแ่ี หล่ง พน้ื ที่กนั ชน แผนท่ี
ที่ มรดก ท่ตี ง้ั ละตจิ ดู ลองจจิ ดู วัฒนธรรม หมายเลข

วัฒนธรรม

เมอื งโบราณ อ.ศรเี ทพ N 15°27’56.94” E 101°09’04.01” Map 1-2
ศรีเทพ Map 1-3

001 - เมอื งใน อ.ศรเี ทพ N 15°28’00.39” E 101°08’33.84” 474.011 ha Map 1-4
Map 1-5
2,939.354 ha

- เมอื งนอก อ.ศรเี ทพ N 15°28’00.70” E 101°09’22.96” Map 1-9
Map 1-10

002 โบราณสถาน อ.ศรเี ทพ N 15°29’12.63” E 101°08’40.10” 10.144 ha Map 1-11
เขาคลังนอก Map 1-12

003 โบราณสถาน อ.ศรเี ทพ N 15°29’38.63” E 100°59’20.73” 382.320 ha 1,048.696 ha Map 1-13
ถา้ เขา Map 1-14
ถมอรตั น์

พนื้ ที่รวม 866.475 ha 3,988.050 ha

หมายเหตุ
1. เมืองโบราณศรีเทพ หมายถึง พ้ืนที่ของเมืองในและเมืองนอก ที่นาเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ตามท่ี
กรมศิลปากรประกาศขน้ึ ทะเบยี นโบราณสถาน พื้นท่ี 2,942 ไร่ 2 งาน 27 ตารางวา หรือ 474.011 เฮกเตอร์
2. พ้ืนท่ีกันชนของเมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานเขาคลังนอก เนื่องจากต้ังอยู่ใกล้กันจึงใช้พื้นท่ีกันชน
ร่วมกนั ประมาณ 18,370 ไร่ 3 งาน 86 ตารางวา หรือ 2,939.354 เฮกเตอร์

2

3

4

5

6

- การอธิบายขอบเขตของแหล่งที่เสนอข้ึนทะเบียนแหล่งมรดกวัฒนธรรมเมืองโบราณศรีเทพ ที่นาเสนอขึ้น
ทะเบยี นมรดกโลก ประกอบไปด้วย
1. เมอื งโบราณศรเี ทพ ประกอบไปดว้ ย
1.1 เมืองใน
1.2 เมืองนอก
2. โบราณสถานเขาคลังนอก
3. โบราณสถานถา้ เขาถมอรตั น์
การกาหนดขอบเขตของแหล่งมรดกวัฒนธรรม ท้ัง 3 แห่ง มีเกณฑ์ในการพิจารณาท่ีเน้นคุณค่าท่ี
โดดเด่นอันเป็นสากลและพ้ืนท่ี ซ่ึงได้รับการประกาศและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามพระราชบัญญัติ
โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2535 โดยแหล่งมรดกวัฒนธรรมแต่ละแห่งจะมีคุณคา่ อันโดดเด่นเป็นสากลท่ีแตกต่างกันออกไป แต่ยังคง
ความครบถ้วนสมบรู ณแ์ ละความเป็นของแทแ้ ละดั้งเดมิ ไวไ้ ด้
ส่วนการกาหนดขอบเขตพ้ืนที่กันชน จะเน้นพ้ืนที่ที่มีขอบเขตท่ีเป็นลักษณะตามธรรมชาติ เช่น
แนวของคู- คลอง – ลาห้วย และสง่ิ ก่อสร้างในแนวราบ เช่น ถนน ที่ได้มีการกอ่ สร้างอยู่แลว้ เป็นขอบเขตและมี
กฎหมายช่วยกากับดแู ล เชน่ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พระราชบญั ญัติการปฏริ ูปท่ีดินเพ่ือ
การเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และกฎกระทรวงให้ใช้บงั คบั ผงั เมอื งรวมจังหวดั เพชรบรู ณ์ พ.ศ. 2560 เพ่อื ปกปอ้ ง
คุ้มครองคุณคา่ อันโดดเดน่ อันเป็นสากลของแหล่ง

- คณุ คา่ โดดเดน่ อนั เปน็ สากล (DRAFT STATEMENT OF OUTSTANDING UNIVERSAL VALUE)
- บทคดั ย่อ (BRIEF SYNTHESIS)

เมืองโบราณศรีเทพ ต้ังอยู่ในเขตอาเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างภาคเหนือตอนล่างกับ
ภาคกลางตอนบนของประเทศไทย โดยตัวเมืองสร้างอยู่ใกล้กับแม่น้าป่าสัก ซ่ึงเป็นแม่น้าสาคัญท่ีใช้ท้ังใน
การอุปโภคบริโภค และเป็นเส้นทางคมนาคม ไหลไปรวมกับแม่น้าเจ้าพระยาที่ จ.พระนครศรีอยุธยาและไหล
ออกอ่าวไทย เมืองโบราณศรีเทพ ประกอบด้วยแหล่งมรดกวัฒนธรรมท่ีสาคัญ 3 แหล่ง คือ เมืองศรีเทพ
โบราณสถานเขาคลงั นอกและโบราณสถานถ้าเขาถมอรตั น์

ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีเทือกเขาล้อมรอบท้ัง 3 ด้านเป็นรูปเกือกม้า มีท่ีราบลุ่ม
อยู่ตรงกลางโดยมีแม่น้าป่าสักไหลผ่านจากทิศเหนือลงใต้ มีความเหมาะสมในการตั้งถ่ินฐาน เพ่ือการอยู่อาศัย
ซึง่ ไดพ้ บหลกั ฐานการตั้งถิ่นฐานมาต้ังแต่สมัยกอ่ นประวัตศิ าสตรใ์ นช่วงสงั คมหาของปา่ ล่าสตั ว์ (HUNTING AND
GATHERING SOCIETY) ตอนปลายก่อนจะเข้าสู่สังคมกสิกรรม (VILLAGE FARMING SOCIETY) หลักฐานที่

7

พบมที ั้งขวานหนิ และกาไลหนิ มอี ายุราว 3,000 -4,000 ปมี าแล้ว และพัฒนามาจนถงึ ช่วงหัวเลยี้ วหัวต่อก่อนจะ
เข้าสูย่ คุ ประวตั ิศาสตร์ (PROTO HISTORY) โดยแหลง่ ฝงั ศพท่ีพบมเี คร่ืองมอื เคร่ืองใชท้ ี่ทาจากหนิ เชน่ ขวาน
หนิ ขัดเครื่องประดับทาจากสาริดและลูกปัดหนิ ท่ีทาจากหินคาร์เนเลียน หินอาเกต ซ่ึงนามาจากภายนอก เป็น
หลักฐานสาคญั ที่แสดงใหเ้ ห็นว่ามกี ารติดต่อกับสังคมภายนอก และผลจากการกาหนดอายทุ างวิทยาศาสตร์ด้วย
วิธี AMS (ACCELERATOR MASS SPECTROMETRY) จากฟนั เขีย้ วโครงกระดกู หมายเลข 1 หลุมขุดค้นภายใน
เมืองศรีเทพกาหนดอายไุ ด้ 1730±30 BP (พ.ศ. 783-933,คศ.240-390) มอี ายรุ าว 2,000 ปีมาแลว้

ชมุ ชนแห่งเดียวกันน้ีมีการอยู่อาศยั อย่างตอ่ เนื่องจนเข้าสู่การรับวัฒนธรรมทางศาสนา โดยมีการตดิ ต่อ
กับสังคมภายนอกจนกระท่ังมีการรับวัฒนธรรมจากอินเดีย ในราวพุทธศตวรรษท่ี 7-11 และพัฒนามาอย่าง
ต่อเน่ือง โดยพบหลักฐานว่ามีการรับศาสนาพราหมณ์และพุทธตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 11-12 รวมท้ังคติการ
สร้างสถาปัตยกรรมและประตมิ ากรรม เชน่ รูปเคารพ พระนารายณ์ พระพุทธรปู ศิวลึงค์ โบราณสถานเขาคลัง
ใน โบราณสถานเขาคลังนอก และภาพสลักรูปเคารพ ในโบราณสถานถ้าเขาถมอรัตน์ โดยเฉพาะอย่ายิ่ง
ประติมากรรมในศาสนาพราหมณ์ ทีไ่ ด้รบั การยกย่องจากนักวิชาการว่าประติมากรรมท่เี มืองศรีเทพในช่วงพุทธ
ศตวรรษท่ี 12 – 14 มีการริเร่ิมเทคนิคการสร้างที่ถือเป็นลักษณะเฉาะที่โดดเด่น มีการผสมผสานรูปแบบจาก
อนิ เดีย เขมรก่อนเมืองพระนคร เทวรูปในภาคใต้ และภาคตะวนั ออกของประเทศไทย จนมีลักษณะเฉพาะของ
ตนเอง จึงมีการกาหนดรูปแบบเป็น “สกลุ ช่างศรีเทพ” อนั เป็นจดุ เร่ิมต้นของวฒั นธรรมทวารวดี

- วัฒนธรรมทวารวดี
จากบันทึกการเดินทางของพระภิกษุเห้ียนจัง (Hiuan Tsang) ที่ได้เดินทางจากจีนไปสืบศาสนาใน

อินเดยี โดยทางบก ในปี พ.ศ. 1172 และเดินทางกลบั จีนปี พ.ศ. 1188 ในบันทึกการเดินทางนี้เองได้กล่าวถึงช่ือ
อาณาจักรโถโลโปติ ว่าอยู่ระหว่างดินแดนท่ีเรียกว่า อาณาจักรอีศานปุระ (สมัยก่อนเมืองพระนคร ในประเทศ
กัมพูชา) และอาณาจักรศรีเกษตร (ในประเทศเมียนมาร์) “โถโลโปติ” ตรงกับภาษาสันสกฤต คือ “ทวารวดี”
และเกี่ยวข้องกับดินแดนบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้าเจ้าพระยา ภาคกลางของประเทศไทย นอกจากนี้ยังปรากฏใน
บันทึกของพระภิกษอุ จี้ ิง (I-Tsing) ผทู้ ่ีเดินทางไปสบื ศาสนาจากจนี ไปยังอนิ เดยี โดยทางนา้ ระหว่างปี พ.ศ.
1214-1218 ได้กล่าวถึงเมืองท่าและอาณาจักรตามชายฝ่ังทะเลท่ีเขาได้เดินทางผ่านที่ปรากฏชื่อได้แก่ หลินยี
(Lin-I) ฟนู ัน (Fu-nan) และทวารวดี (Dvaravati)

ภายหลังได้มีการค้นพบเหรียญเงินมีจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ข้อความว่า “ศรีทวารวตี
ศวรปุณยะ” แพร่กระจายตามเมืองโบราณในสมัยทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทยหลายเมือง เช่น
ท่ีนครปฐม เมืองคูเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เมืองคอกช้างดิน จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น ศาสตราจารย์ ยอร์ซ เซเดส์
เป็นผู้อ่านและตีความว่า “พระเจ้าแห่งทวารวดีผู้มีบุญอันประเสริฐ” หรือ “ความดีของพระเจ้ากรุงทวารวดีผู้

8

ประเสริฐ”กาหนดอายจุ ากรูปแบบอกั ษรปลั ลวะ อยูใ่ นราวพุทธศตวรรษที่ 12 จึงนบั เป็นหลักฐานสาคญั ท่ีเชอื่ ว่า
อาณาจักรช่ือ “ทวารวดี”น้ี มีอยู่จริงที่บริเวณภาคกลางของประเทศไทย และคงเป็นเมืองหรือเป็นรัฐท่ีมีกษัตริย์
ปกครอง มเี มอื งบริวารทม่ี วี วิ ัฒนาการรว่ มกนั อยหู่ ลายเมอื ง

นอกจากน้ี การค้นพบแหล่งเรือจมพนมสุรินทร์ จังหวัดสมุทรสาคร ห่างจากชายฝ่ังทะเลอ่าวไทย
ตอนบน 8 กิโลเมตร ระหว่างปี พ.ศ. 2556 – 2558 โดยกรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม พบหลักฐานวา่ เรือ
ดังกลา่ วเปน็ เรือเครอ่ื งผูก (SEWN SHIP) ตวั เรือมคี วามกว้าง 8 เมตร ยาวประมาณ 25 เมตร เทคนิคการต่อเรือ
ลักษณะนี้มีจุดเด่นคือ การใช้เชือกผูกเช่ือมแผ่นกระดานไม้ขึ้นรูปเป็นตัวเรือ โดยเจาะรูไม้กระดานแต่ละชิ้นใน
แนวนอนบริเวณริมขอบไม้กระดานทั้งสองด้าน ก่อนเย็บติดกันด้วยเชือกและเย็บไขว้เป็นรูปกากบาทกันไป
ตลอดแนวไม้กระดาน ซ่ึงเป็นเทคนิคท่ีใช้แพร่หลายในทางตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย ส่วนวัสดุที่ใช้ต่อเรือ
เป็นไม้ท้องถ่ินแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ท้ังส้ิน เช่น ไม้ตะเคียนทอง (Hopea odorata) เป็นโครงเรือไม้เต็ง
(Shorea obtusa) เป็นไม้กระดาน โบราณวัตถุที่พบบนเรือพนมสุรินทร์มีหลากหลายท่ีมา ทั้งภาชนะดินเผา
เคลือบ และไหทรงตอรป์ ิโดจากเปอร์เซีย ไหเคลือบเขียวสมัยราชวงศ์ถังจากจีน หม้อมสี ัน รวมทงั้ ภาชนะมีพวย
ขนาดใหญ่ (กุณฑี) ในวฒั นธรรมร่วมสมัยทวารวดนี อกจากนี้ยังพบจารกึ ภาษาอาหรบั และจีน บนเศษภาชนะดิน
เผา จากการประเมินอายุสมัยเบอื้ งต้น พบว่าเรือลานน้ี า่ จะมีสนิ คา้ ทม่ี อี ายุอยู่ในช่วงราวกลางพทุ ธศตวรรษท่ี 14
หลักฐานทางโบราณท่ีพบ เช่น จันทน์เทศ (MYRISTICA FRAGRANS) หมาก (ARECA CATHECHU) หวาย
(CALAMUS SP.) มะพร้าว (COCOS NUCIFERA) ข้าว (ORYZA SATIVA) ไม้ไผ่ (BAMBOO) กอ้ นยาง (RESIN)
และน้ามันดิน (BITUMEN) บ่งบอกถึงการติดต่อสัมพันธ์กับความหลากหลายของวัฒนธรรมข้ามคาบสมุทร
กินอาณาบริเวณกว้างขวางทัง้ เปอร์เซีย ครอบคลุมบริเวณชายฝั่งทวีปเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ ไปจนถึงจีนตอน
ใต้แถบมณฑลกวางตุง้ เป็นเส้นทางท่ใี ชต้ ่อเนือ่ งต้ังแตร่ าวพทุ ธศตวรรษที่ 6 ตามหลักฐานทางโบราณคดีท่ีพบใน
แหล่งเมืองท่าโบราณต่างๆ ท่ีต้ังอยู่ตามเส้นทางการเดินเรือท่ีสาคัญตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย
จนถงึ สมยั แรกเริม่ ของยุคประวัตศิ าสตร์ เชน่ วัฒนธรรมทวารวดี ศรวี ิชยั ฟูนัน

เมืองโบราณศรีเทพแห่งน้ี มีแผนผังเมืองที่มีการขยายเมือง 2 ชั้น ผังเมืองเดิมเป็นรูปเกือบเป็นวงกลม
เรียกว่า เมืองใน ต่อมาได้ขยายออกมาอีกช้ันหน่ึงเป็นส่ีเหลี่ยมผืนผ้ามุมมน เรียกว่า เมืองนอก เมืองโบราณ
ศรีเทพ นับเป็นตัวแทนของเมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดีที่พบอยู่เป็นจานวนมากในเขตภาคกลางของ
ประเทศไทย ท่ียังคงความครบถ้วนสมบูรณ์ของเมืองโบราณและหลักฐานประวัติศาสตร์ ท้ังคูน้า – คันดิน
โดยเฉพาะอย่างย่ิง ลักษณะการสร้างเมืองซ้อนเมือง ทน่ี าเอาลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของการวางผังเมืองสมัย
ทวารวดี ทั้ง 2 รูปแบบมาสร้างอยู่ในที่เดียวกันและยังมีความครบถ้วนสมบูรณ์มาจนถึงปั จจุบัน การตั้ง
บา้ นเรือนของชุมชนกระจายออกไปจากรัศมขี องตัวเมือง หลักฐานซากเจดีย์ในสมัยทวารวดี ส่วนใหญ่จะอยู่ใน
เขตเมืองใน โดยมีศาสนสถานขนาดใหญ่อยู่กลางเมือง ได้แก่ โบราณสถานเขาคลังใน ส่วนศาสนสถานอ่ืนๆ

9

จะมีขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไป ซ่ึงหลักฐานโบราณสถานในเมืองส่วนใหญ่น่าจะเป็นพุทธศาสนา ฝ่ายเถรวาท
และศาสนฮินดู เพราะได้พบพระพุทธรูปและธรรมจักร รวมทั้งประติมากรรมในศาสนฮินดู ท่ีได้รับการยกย่อง
จากนกั วชิ าการวา่ ประตมิ ากรรมท่ีเมอื งศรเี ทพในชว่ งพทุ ธศตวรรษท่ี 12 -14 เกดิ จากการผสมผสานรูปแบบจาก
อินเดีย เขมรก่อนเมืองพระนคร เทวรูปในภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศไทยด้วยการริเริ่มเทคนิคการ
สร้างที่ต่างกันซงึ่ ถอื เป็นลกั ษณะเฉพาะที่โดดเด่น คือ เรื่องเทคนคิ งานช่างที่กล้าสร้างประติมากรรมลอยตวั อย่าง
แท้จริง โดยไม่มีแผ่นโค้งด้านหลัง นิยมการยืน ท่าตริภังค์ หรือยกแขนข้างหนึ่งอันแสดงให้เห็นเสมือนการ
เคลื่อนไหว ซ่ึงต่างจากประติมากรรมในแหล่งอื่นๆ ในระยะเวลาเดียวกัน ฉะน้ันจึงมีการกาหนดรูปแบบเป็น
“สกลุ ช่างศรเี ทพ” ทมี่ ลี กั ษณะโดดเด่นเฉพาะตัวของชา่ งเมืองศรเี ทพมีอายุอยู่ราวพุทธศตวรรษท่ี 12 – 14

- สกลุ ชา่ งศรเี ทพ (SI THEP SCHOOL OF ART)
ศาสตราจารย์ ฌอง บวสเซอรลิเยร์ (Jean Boisselier) ได้เสนอข้อคิดเหน็ เกย่ี วกบั ศิลปกรรมเมืองศรเี ทพ

วา่ ควรจัดเปน็ “สกลุ ชา่ งเมอื งศรีเทพ” (L‘école de Si Tep) โดยให้เหตุผลวา่ ประตมิ ากรรมมรี ูปแบบเฉพาะ
ทง้ั ประติมากรรมเน่อื งในศาสนาฮินดู และมหายานท่ีพบร่วมกนั มคี วามใกลเ้ คยี งกบั ศิลปะทวารวดีศรีวชิ ัย และ
ลพบรุ ี (เขมรในประเทศไทย) ท่ีผสมผสานเขา้ ดว้ ยกนั
ศาสตราจารย์ ฌอง บวสเซอรลิเยร์ กล่าวว่ามีการค้นพบเทวรูปในศาสนาพราหมณ์เป็นจานวนมากท่ีเมืองศรี
เทพ คือ พระวิษณุ และเป็นประตมิ ากรรมท่ีมีฝีมอื ชา่ งสงู มาก ช่างมีความมนั่ ใจมากในการสร้าง ในเร่ืองของการ
สลักหิน ที่บางช้ินมีขนาดใหญม่ าก นับวา่ มีความโดดเด่นมากกว่าปฏิมากรจากท่ีอ่ืน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน มีลักษณะเด่นมากกว่าที่เมืองศรีมโหสถและศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร จะ
เห็นได้จากประติมากรรมเหมือนมีการเคลื่อนไหว หมายถึง ช่างได้สลักให้เห็นถึงความเคล่ือนไหว ที่เราไม่เคย
พบมาก่อนในศิลปะอน่ื มีการสลักลอยตัว ซึ่งคุณลักษณะน้ีมผี ู้ทกี่ ล่าวถึงไว้แล้วเช่นกัน คือ นายลูเนท์ เดอ ลาจง
กิแยร์ และ ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ นอกจากนี้ประติมากรรมที่น่ีแม้ว่าจะมีลักษณะที่ศิลปะเขมร สมัยก่อน
เมืองพระนคร มอี ยู่บ้าง เช่น การสวมหมวกทรงกระบอก ท่ีมีหลายเหลี่ยม มวยพระเกศาที่เป็นเปียท่ีตกลงมาที่
ท้ายทอย แต่ลักษณะที่สาคัญที่แตกต่าง คือ การทรงภูษามีความแตกต่างกันอย่างส้ินเชิง คือการทรงสมพตสั้น
บางและรัด (ในลักษณะของการนุ่งเต่ียว) และประการสาคัญท่ีมีความโดดเด่นมาก คือ การแสดงอากัปกิริยาท่ี
แสดงออก ท่ีไม่เคยปรากฏในศิลปะที่ไหนมากอ่ น จึงอาจกลา่ วได้ว่าช่างมีความสามารถอยา่ งมากในงานสลกั หิน
จัดเป็นประติมากรรมหนิ กลุ่มเดียวทไี่ ม่มีการใช้วงโค้ง (ที่ป้องกันการหกั ) การแสดงการยืนในท่าตรภิ ังค์ ท่ีมักพบ
ในศิลปะอนิ เดยี แต่ในอินเดียส่วนใหญ่เป็นสาริด แต่ท่ีนีส่ ลักหิน การสลักพระกรท้ัง ๔ เป็นตัวบอกถึงความกล้า
ของช่างอย่างมากท่ีไม่ต้องมีวงโค้ง แต่ก็ยังต้องทาพระกรให้ติดกันจนถึงข้อศอกแล้วจึงแยกออกมา ซึ่งต้องสลัก
อย่างตอ้ งระวงั รวมถึงสิ่งของท่ีถือนน้ั ชา่ งย่อมมคี วามมน่ั ใจสร้างอยา่ งมาก

10

สาหรับกลุ่มท่ีทรงหมวกแปดเหลี่ยม แสดงให้เห็นว่าช่างมีความม่ันใจ มีการทาตริภังค์ท่ีมีความ
เคล่ือนไหวมากข้ึน เช่น การแสดงความเคล่ือนไหวของแขน (พระกฤษณะ) ท่ีพระกรแยกไปคนละข้าง ข้างหนึ่ง
ยกขึ้น ข้างหนึง่ ทิง้ ลง ซ่งึ เปรียบเทียบไดก้ ับ สกุลช่างปัลลวะและโจละของอินเดยี ทมี่ าทาให้เกิดความสมดุลของ
แขนท้งั ๒ ข้าง และดว้ ยเหตนุ ้ีเองจึงทาให้สว่ นพระกรหักไปหมด เพราะแขนทีม่ ีอสิ ระนน่ั เอง

นอกจากน้ียังพบว่าบริเวณนอกเมืองโบราณสถานศรีเทพด้านทิศเหนือ มีศาสนสถานขนาดใหญ่ คือ
โบราณสถานเขาคลังนอกมีฐานเป็นส่ีเหล่ียมจัตุรัสขนาด 70 × 70 เมตร ที่เป็นเจดีย์หลัก และมีเจดีย์บริวาร
ประกอบในลักษณะของการล้อมรอบ ประจาด้าน ด้านละ 3 ชั้น ขนาดเจดีย์บริวารจะมีขนาดใหญ่ไปหาเล็ก
ลดหลั่น ซ่ึงลักษณะของแผนผังแบบน้ี น่าจะเป็นแผนผังท่ีได้รับอทิ ธิพลทั้งรปู แบบและแนวความคดิ ในเร่ืองของ
มณฑลจักรวาลหรือศูนยก์ ลางจักรวาล โดยมเี จดีย์ประธานที่มขี นาดใหญ่นั้นเปน็ เขาพระสุเมรุหรือเป็นศนู ย์กลาง
จักรวาล ส่วนเจดีย์บริวารท่ีล้อมรอบแต่ละชั้นอาจมีท่ีมาจากเขาสัตตบริภัณฑ์ ซ่ึงพบอยู่ในศิลปะอินเดีย ทั้งท่ี
เป็นศาสนาฮินดูและมหายาน ตัวอย่างเช่น ศาสนสถานในอินเดียภาคใต้ แคว้นเบ็งกอล หรือ ในศาสนสถาน
มหายานศิลปะชวาภาคกลาง เช่น ศาสนสถานบูโรพุทโธ มีอายุราวพุทธศตวรรษท่ี 13 – 14 โบราณสถานเขา
คลังนอกนับเป็นโบราณสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและแสดงแนวความคิดเร่ือง มณฑลจักรวาลตามคติความเชื่อ
ของท้องถ่ินที่แตกตา่ งไปจากมณฑลจกั รวาลทพี่ บ ท้ังในอินเดยี อนิ โดนเี ซยี และเขมร ที่มีความครบถว้ นสมบูรณ์
ที่สดุ ในสมัยทวารวดี ท่ีพบในประเทศไทย

ศาสนสถานถ้าเขาถมอรัตน์ อยู่บนเขาถมอรัตน์ ซ่ึงอยู่ห่างจากเมืองโบราณศรีเทพไปทางทิศตะวันตก
ราว 15 กิโลเมตร ในแนวแกนเดียวกันกับโบราณสถานเขาคลังนอก และเมืองโบราณศรีเทพ โดยมีส่วน
แกนกลางของถ้าที่เกิดจากหินย้อยเป็นแนวยาวลึกเข้าไปภายใน สว่ นที่เป็นผนงั ของแกนกลางถ้าเปน็ ทสี่ ลักภาพ
ประติมากรรมนูนต่า รูปพระพทุ ธรูปและพระโพธสิ ตั ว์ ประกอบด้วยพระพุทธรปู ขนาดใหญ่อยูด่ า้ นหน้าสุดน่าจะ
เป็นพระพุทธรูปประธาน และถัดเข้าไปเฉพาะทางผนังด้านซ้ายของพระพุทธรูปประธานมีพระพุทธรูปยืน 2
องค์ พระโพธิสัตว์ 2-3 องค์ และด้านในสุดเป็นพระพทุ ธรูปประทับนงั่ ประกอบด้วยด้านข้างท่ีเป็นธรรมจักรกับ
เจดีย์จาลอง ทั้งหมดจัดอยู่ในศิลปะทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 นับเป็นตัวอย่างของศาสนสถาน
ประเภทถ้า ที่แสดงให้เห็นถึงคติความเชื่อของพุทธศาสนามหายาน ท่ีชุมชนในสมัยน้ันให้ความเคารพนับถือ
และสร้างสรรค์ขนึ้ ตามแนวความคิดของตนเอง

วฒั นธรรมทวารวดี คงเร่ิมเสื่อมลงต้ังแตร่ าวพุทธศตวรรษที่ 16 เนื่องจากอานาจทางการเมืองของเขมร
เข้ามามีบทบาทมากย่ิงขึ้น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคกลาง ของประเทศไทยแต่อย่างไรก็
ตามวัฒนธรรมทวารวดี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 – 16 กลับไปเจริญอยู่ในท้องถ่ินอื่น เช่น ในภาคตะวันออก
เฉียงเหนอื ตอนบน ทรี่ ู้จกั กันในชื่อของทวารวดีอีสาน โดยมรี ปู แบบวัฒนธรรมหน่งึ ที่เกิดข้ึนโดยเฉพาะคอื การใช้
หลักสีมาในการกาหนดขอบเขตศักด์ิสิทธ์ิ จึงเรียกว่า วัฒนธรรมสีมา (SEMA CULTURE) ซ่ึงมีรูปแบบ

11

ศิลปกรรมทแ่ี สดงถึงอทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมทวารวดี อยา่ งชัดเจน ในภาพสลกั เลา่ เรือ่ งชาดกเนอื่ งใน พุทธศาสนา
บนใบเสมาท่ที าขึน้ จากแผน่ หนิ และยงั ให้อทิ ธิพลต่อศิลปลา้ นชา้ ง ใน สปป. ลาว ราวพุทธศตวรรษท่ี 18-19

เกณฑข์ ้อที่ 2 แสดงถึงความสาคัญของการแลกเปลย่ี นคุณคา่ ของมนษุ ย์ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหรอื ในพน้ื ที่ใน
วฒั นธรรมใดๆ ของโลกผ่านการพัฒนาด้านสถาปตั ยกรรมหรือทางเทคโนโลยี อนุสรณ์ศลิ ป์ การวางแผนผังเมือง
หรือการออกแบบภูมิทัศน์ เมืองโบราณศรีเทพเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่มีความสาคัญมากที่สุดเมืองหน่ึงใน
วฒั นธรรมทวารวดี ท่ีถอื ว่าเป็นวฒั นธรรมแรกสุดของการพัฒนาชุมชน จากสมัยก่อนประวตั ิศาสตร์ท่ีผูค้ นยังอยู่
อาศัย ตามพน้ื ท่ีราบริมฝ่ังแม่นา้ ปา่ สักและลานา้ เหียงประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรมและการล่าสตั ว์มากว่า
2,000 ปี จนกระทั้งได้มีการติดต่อจากชุมชนภายนอกท่ีนาเอาคติความเช่ือทางศาสนาและความก้าวหน้าใน
เทคโนโลยจี ากวัฒนธรรมอินเดียเข้ามาจนคนในชุมชนยอมรบั และพฒั นามาเป็นการสรา้ งเมืองโบราณศรีเทพ ที่
มีลักษณะเป็นเมืองซ้อนเมือง อีกทั้งยอมรับในคติความเชื่อทางศาสนา ทั้งพุทธศาสนา แบบเถรวาท มหายาน
และศาสนาฮินดู ท่ียังปรากฏหลักฐานทางด้านสถาปัตยกรรม และประติมากรรม โดยได้มีการพัฒนาและ
ปรับปรุงจนมีความเป็นเอกลักษณ์ของตวั เอง ที่นักวิชาการยกย่องให้เปน็ “สกลุ ช่างศรีเทพ” รวมทัง้ เมืองศรเี ทพ
ยังแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของชุมชนท่ีต่างศาสนาในระยะเวลาเดียวกันท้ังพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทและ
ฝ่ายมหายาน และศาสนาฮินดู อาจมีทั้งไศวนิกาย ไวษณพนิกายและการบูชาพระสุริยเทพ โดยเฉพาะด้วย มี
อายุอยู่ราวพุทธศตวรรษท่ี 12 – 16

หลักฐานทางโบราณคดีและงานศิลปกรรมท่ีพบท่ีเมอื งศรีเทพมีลักษณะเฉพาะที่ถือเป็นเอกลักษณ์และ
เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมสมัยทวารวดี มีงานสถาปัตยกรรมทแ่ี สดงใหเ้ ห็นถึงความสมั พันธ์ทางด้านรูปแบบกับ
วัฒนธรรมทวารวดีในแหลง่ อ่ืนๆ ในภาคกลางของประเทศไทย เช่น เมืองลพบุรี เมืองนครปฐม เมืองคูบวั เมือง
อู่ทอง เมืองศรีมโหสถ เป็นต้น งานประติมากรรมที่มีทั้งพุทธศาสนาแบบเถรวาท เช่น พระพุทธรูป ธรรมจักร
พุทธศาสนามหายาน เช่น ภาพสลักพระโพธสิ ัตว์ที่ถา้ ถมอรัตน์ และประติมากรรมเน่อื งในศาสนาฮนิ ดู ท่ีพบเป็น
จานวนมาก ทั้งศิวลงึ ค์ พระนารายณ์ พระกฤษณะและพระสุริยะ โดยเฉพาะรปู แบบของเทวรูปเหล่านี้แสดงให้
เห็นถึงอิทธพิ ลทางศิลปะท่ีสบื ทอดมาจากอนิ เดีย สัมพนั ธก์ บั เทวรูปท่ีพบทางภาคใต้ ภาคตะวนั ออกของประเทศ
ไทยและศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร รวมท้ังยังแสดงความเป็นลักษณะเฉพาะที่เกิดจากการผสมผสาน
รปู แบบจนเกดิ เปน็ ลักษณะเฉพาะของตวั เอง จนกระทงั่ นกั วชิ าการกาหนดเรยี กวา่ “สกลุ ชา่ งศรีเทพ”
เกณฑข์ อ้ ท่ี 3
เป็นพยานหลกั ฐานที่ยอดเยี่ยม หรือหาที่เสมอเหมอื นไม่ไดข้ องประเพณีวฒั นธรรม หรือวัฒนธรรมท้งั ทีย่ ังคงอยู่
หรือสูญหายไปแล้ว เมืองโบราณศรีเทพเป็นเมืองโบราณเมืองหน่ึงในวัฒนธรรมทวารวดี ท่ีปรากฏชื่อเรียกว่า
“โถโลโปติ” ตรงกับภาษาสันสกฤต คือ “ทวารวดี” ตามบันทึกการเดินทางของพระภิกษุเหียนจัง (HIUAN

12

TSANG) ท่ีเดินทางจากจีนไปสืบศาสนาในอินเดียโดยทางบกในปี พ.ศ. 1172 ว่าอยู่ระหว่างดินแดน ที่เรียกว่า
อาณาจักรอีศานปุระ (สมัยก่อนเมืองพระนครในประเทศกัมพูชา) และอาณาจักรศรีเกษตร (ในประเทศเมียน
มาร์) การสร้างเมืองศรีเทพเป็นไปตามรูปแบบของวัฒนธรรมทวารวดี ที่รูปแบบของเมืองยังไม่เป็นทรง
เรขาคณิต มลี ักษณะเป็นเมืองซ้อนเมือง เมืองรปู เกือบเป็นวงกลม และเมืองรูปส่ีเหล่ียมผนื ผ้ามุมมน ที่มคี นู ้าคัน
ดินล้อมรอบมีการยอมรับในคติความเชื่อด้านศาสนาพุทธและพราหมณ์ ท่ีมาจากวัฒนธรรมอินเดีย ปรากฏ
หลักฐานสถาปัตยกรรม เช่น โบราณสถานเขาคลังใน โบราณสถานเขาคลังนอก และภาพสลักประติมากรรม
นูนต่าภายในโบราณสถานถ้าเขาถมอรัตน์ท่ีถือเป็นภเู ขาศักดิ์สทิ ธ์ิ กาหนดอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12 -14
เมืองศรีเทพนับเป็นเมืองในสมัยทวารวดี ที่สาคัญเมืองหนึ่ง ทมี่ กี ารอยอู่ าศยั มาอยา่ งต่อเน่ืองระหวา่ ง พุทธ
ศตวรรษที่ 12 -16 เป็นแหล่งวัตถุดิบ การแลกเปล่ียนสินค้าและการค้าขาย จากหลักฐานทางโบราณคดีที่
ปรากฏ และวัฒนธรรมของทวารวดี คงเร่ิมเส่ือมลง เม่ือวัฒนธรรมเขมรเข้ามามีบทบาทในราวพุทธศตวรรษท่ี
16 จากหลักฐานสถาปัตยกรรมในศิลปะเขมร เช่น ปรางค์ศรีเทพ และปรางค์สองพี่น้อง รวมทั้งประติมากรรม
ศวิ ลงึ ค์ และทวารบาล จนสน้ิ สดุ ในราวพุทธศตวรรษที่ 18 เมื่อมีการสถาปนาอาณาจกั รสโุ ขทัยขน้ึ ทางภาคเหนือ
ของประเทศไทย

พัฒนาการของเมืองโบราณศรีเทพ ภายหลังวัฒนธรรมทวารวดีเส่ือมลงได้ปรากฏหลักฐานวัฒนธรรม
เขมรสืบต่อมา ในช่วงพุทธศตวรรษท่ี 16 – 18 แสดงให้เห็นถึงการติดต่อแลกเปลี่ยนกับชมุ ชนภายนอกท้ังเร่ือง
การรับวัฒนธรรมทางศาสนาและการค้าขายที่มีมาโดยตลอด มีการยอมรับพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่
ตลอดเวลา ทเ่ี หน็ ได้ชัดเจนคือ คติความเช่ือด้านศาสนาที่มีการยอมรบั นับถือศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ในชว่ ง
พทุ ธศตวรรษท่ี 16-17 และพทุ ธศาสนาแบบมหายานในช่วงพทุ ธศตวรรษที่ 18 ทยี่ ังคงปรากฏหลักฐานท่ีชัดเจน
ทงั้ ดา้ นสถาปตั ยกรรม ประตมิ ากรรม เป็นประจกั ษพ์ ยานมาจนถงึ ทุกวันน้ี

- ความครบถว้ นสมบรู ณ์ (STATEMENT OF INTEGRITY)
องค์ประกอบโดยรวมของเมืองโบราณศรเี ทพ ท่จี ะแสดงถึงความโดดเด่นอันเป็นสากล มีความครบถว้ น

สมบูรณ์ของคุณลักษณะ คุณสมบัติของมรดกวัฒนธรรม ซ่ึงประกอบไปด้วย เมืองศรีเทพ โบราณสถาน
เขาคลงั นอก และโบราณสถานถา้ เขาถมอรัตน์ มีรายละเอยี ดดังนี้

- เมอื งศรีเทพ เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่งในสมัยทวารวดีที่ยังคงมีความครบถ้วนสมบูรณข์ องความเป็น
เมืองโบราณมากกว่าเมืองอื่น ๆ ในสมัยเดียวกันที่ถูกเปลี่ยนแปลงทางกายภาพจากการพัฒนาบ้านเมือง
เมืองศรีเทพมีลักษณะเป็นเมืองซ้อนเมืองในสมัยทวารวดี ผังเมืองเดิม รูปเกือบเป็นวงกลม เรียกว่า “เมืองใน”
ต่อมาขยายออกมาอีกชั้นหน่ึงทางทิศตะวันออกโดยใช้คูเมืองด้านน้ีร่วมกันลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน
เรยี กวา่ “เมอื งนอก”

13

สภาพของเมืองโบราณศรีเทพ ยังมีสภาพของคู-กาแพงเมืองที่เป็นคันดิน ครบถ้วนสมบูรณ์
โบราณสถานที่สาคัญได้รับการขุดแต่งบูรณะแล้ว เช่น โบราณสถานเขาคลังในจะเป็นการบูรณะตามรูปแบบ
ศลิ ปะทวารวดี ท้งั สถาปตั ยกรรม และลวดลายปนู ปนั้ ท้ังหมดท่ียังหลงเหลอื อยู่ โดยมกี ารสร้างหลังคาแบบเรยี บ
ง่ายปกป้องลวดลายปูนป้ันท้ังหมดไว้ ส่วนปรางค์ศรีเทพและปรางค์สองพ่ีน้อง จะเป็นการบูรณะตามรูปแบบ
ศิลปะเขมร ตามสภาพภายหลังการขุดแต่ง ส่วนโบราณสถานขนาดเล็กหลังอื่น ๆ ในเมืองในก็ได้รับการบูรณะ
ตามสภาพภายหลงั การขดุ แต่งแลว้ เช่นกนั

นอกจากนี้พื้นที่ภายในเมืองใน ยังได้รับการพัฒนาให้เป็นส่วนบริการนักท่องเที่ยว เช่น ลานจอด
รถยนต์ ห้องสุขา และศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งสานักงานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ บ้านพัก
เจ้าหน้าที่ รวมทั้ง อาคารคลุมหลุมขุดค้นทางโบราณคดีและถนนที่ให้บริการนักท่องเที่ยวภายในอุทยาน
โดยท้ังหมดจะดาเนินการอยู่บนพ้ืนท่ีที่ไม่กระทบต่อโบราณสถาน ภายในพ้ืนท่ี ส่วนประติมากรรมที่พบในสกุล
ช่างศรีเทพท้ังหมด จะถูกเก็บรักษา และอนุรักษ์ตามข้ันตอนทางวิทยาศาสตร์ และจัดแสดงอยู่ใน
พิพธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติทั้งทีก่ รงุ เทพ และลพบุรี โดยบางสว่ นจะจดั แสดงอยใู่ นอุทยานประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพ

- โบราสถานเขาคลังนอก ต้ังอยู่นอกเมืองในของเมืองศรีเทพ ทางทิศเหนือห่างออกไปประมาณ
1.5 กิโลเมตร เป็นศาสนสถานที่มีขนาดใหญ่มาก กรมศิลปากรได้ดาเนินการขุดแต่งโบราณสถานแล้วเสร็จใน
ปี พ.ศ. 2551 พบว่ามีฐานเป็นรูปส่ีเหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 70 × 70 เมตร ลักษณะเด่นเฉพาะของโบราณสถาน
เขาคลงั นอก คอื การประดับส่วนฐานดว้ ยอาคารจาลองทรงปราสาท

สว่ นฐานเจดีย์ท่ีอยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีฐานประทักษิณขนาดใหญ่ซ้อนกัน 2 ฐาน โดยมีบันไดทางขึ้น
ทัง้ สที่ ศิ ไปบนช้นั ประทักษณิ

ลานประทักษิณด้านบนมีร่องรอยของหลุมเสา เป็นหลังคาระเบียงคดล้อมรอบเจดีย์ประธาน น่าจะมี
ลักษณะเป็นทรงระฆัง ในระยะต่อมามีการบูรณะปิดบันไดทางข้ึนทั้ง 3 ด้าน ยกเว้นด้านทิศตะวันตก ซ่ึงอยู่ใน
แนวเดียวกนั กบั โบราณสถานถ้าเขาถมอรัตน์

นอกจากน้ีกรมศิลปากรยังได้ดาเนินการขุดแต่งบูรณะเจดีย์บริวารในแต่ละทิศของโบราณสถาน
เขาคลงั นอก ที่มีลักษณะล้อมรอบประจาด้านๆ ละ 3 ชน้ั มีขนาดใหญ่ไปหาเลก็ ลดหลนั่ กนั ลกั ษณะของแผนผัง
แบบนี้ได้รับอิทธิพลและรูปแบบแนวความคิดในเร่ืองของมณฑลจักรวาล หรือศูนย์กลางจักรวาล ซ่ึงพบอยู่ใน
ศิลปะอินเดียท้ังศาสนาพุทธมหายาน ศาสนาฮินดู โดยการบูรณะได้ยึดรูปแบบภายหลังการขุดแต่งไว้ท้ังหมด
ซึ่งยังคงความครบถ้วนสมบูรณ์อยู่มากกว่า 60% พื้นท่ีโดยรวมของโบราณสถานเขาคลังนอก ด้านทิศใต้เป็น
หมู่บ้านสระปรือมีบ้านเรือนประชาชนปลูกสร้างอยู่ประมาณ 126 หลังคาเรือน นอกนั้นจะเป็นพื้นที่
เกษตรกรรม พวกอ้อย ข้าว ขา้ วโพด และมันสาปะหลัง ทั้งหมดนจ้ี ะอยูน่ อกเขตทก่ี รมศลิ ปากรประกาศ ขึ้น
ทะเบียนโบราณสถานไว้ ซ่ึงพ้ืนท่ีอื่น ๆ นอกเขตโบราณสถานอาจมีการกระทบกระเทือนต่อซากโบราณสถาน

14

ที่ยังไม่ได้ดาเนินการอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก เพราะชาวบ้านจะเว้นพน้ื ที่ที่พบโบราณสถานเอาไว้ให้กรมศิลปากร
ดาเนินงานด้านโบราณคดีต่อไป โดยกรมศิลปากรได้ดาเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์เบื้องต้น เช่น ทาทางเดิน
รวมท้ังศาลาแสดงข้อมูลของโบราณสถานและส่ิงอานวยความสะดวกนักท่องเท่ียวแล้วเสร็จ ก่อนท่ี จะ
ดาเนนิ การอนุรักษโ์ บราณสถานท้งั พืน้ ทต่ี ามแผนแม่บทต่อไป

- โบราณสถานถ้าเขาถมอรตั น์ ต้ังอยู่ทางด้านทศิ ตะวันตกของเมอื งศรีเทพและอยู่ในแนวแกนเดยี วกัน
กับโบราณสถานเขาคลังนอก ห่างออกไปประมาณ 15 กิโลเมตร ด้วยลักษณะของเขาถมอรัตน์ มีลักษณะเป็น
เขาโดด ทีร่ ายรอบไปด้วยท่รี าบเชิงเขา จงึ ทาให้เขาถมอรตั นม์ ีความโดดเด่น และมีอตั ลกั ษณข์ องตวั เอง

ถา้ เขาถมอรัตน์ อย่บู นยอดเขาถมอรตั น์ ซึ่งเป็นถ้าตามธรรมชาติท่ีมีคณุ สมบัตทิ างธรณีวิทยาเปน็ หินปูน
และหินไรโอไลท์ มีความสูงจากระดับน้าทะเลปานกลางประมาณ 584 เมตร เป็นถ้าเพยี งคูหาเดียว หันหน้าไป
ทางทิศเหนือ ปากถ้ากว้าง 4.60 เมตร สูง 13 เมตร ลึก 20 เมตร พบร่องรอยการดัดแปลงโดยบริเวณเกือบ
ก่ึงกลางถ้าเป็นแท่งหินคล้ายเสาขนาดใหญ่ กว้างยาวประมาณ 2 × 5 เมตร ส่วนน้ีเองที่มีประติมากรรมใน
ศาสนาพุทธมหายาน ขนาดความสูงของประติมากรรมระหว่าง 1.50 – 2.50 เมตร ประกอบด้วยพระพุทธรูป
และพระโพธิสัตว์ จัดเป็นศาสนสถานประเภทถ้าในวัฒนธรรมทวารวดี ภาพสลกั ที่ยงั ปรากฎร่องรอยให้เห็นอยู่มี
ทั้งหมด 3 กลุ่ม แต่ที่ปรากฏให้เห็นสภาพท่ีชัดเจนอยู่ในปัจจุบันมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มท่ี 1 เป็นพระพุทธรูปยืน
ทั้ง 3 องค์ กลุ่มท่ี 3 เป็นพระโพธิสัตว์ 4 กร ยืน 2 องค์ และพระพทุ ธรูปประทับนัง่ ระหวา่ งธรรมจกั รและสถูป 1
องค์ ส่วนกลุ่มที่ 2 เหลือร่องรอยว่าเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งมีสถูปอยู่ด้านข้างและพระโพธิสัตว์ยืน 1 องค์
กรมศิลปากรได้ยึดคืน เศียรพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ คืนมามาจากผูค้ ้าโบราณวัตถุ จานวน 11 เศยี ร และ
พระกร ปัจจบุ ันเก็บรกั ษาไว้ทพี่ พิ ิธภัณฑสถานแหง่ ชาติ พระนครและลพบุรี

ทางเดินข้ึนเขาถมอรัตน์ ไปยังบริเวณถ้าเขาถมอรัตน์ปัจจุบัน เร่ิมต้นเดินจากด้านทิศใต้วกอ้อมไปทาง
ตะวนั ออก และเดินตดั ข้ึนไปทางทศิ เหนือถงึ บริเวณปากถ้า ลักษณะทางเดินยังเปน็ ทางเดินธรรมชาติ ท่ีชาวบา้ น
ใช้เดิน เพ่ือหาของป่าในฤดูท่ีเปิดให้เก็บของป่าได้ ฉะนั้นในปัจจุบันน้ี โบราณสถานถ้าเขาถมอรัตน์ยังคงสภาพ
ความครบถ้วนสมบูรณ์ท้ังสภาพทางข้ึน และสภาพในบริเวณถ้า ยกเว้นภาพสลักที่ถูกลักลอบตัดเศียรไปตั้งแต่
พ.ศ. 2510 และกรมศิลปากรได้ยึดคนื กลับมา โดยกรมศิลปากรมีแผนที่จะจัดทาเศียรจาลองทุกองค์ นากลบั ข้ึน
ไปติดตง้ั ทีภ่ าพสลักภายในถ้าถมอรัตน์ เพ่ือคืนความครบถ้วนสมบูรณใ์ ห้กบั โบราณสถานแหง่ นี้ ต่อไป

- ความเป็นของแทแ้ ละด้ังเดมิ (STATEMENT OF AUTHENTICITY)
เมืองโบราณศรีเทพ มีแหล่งมรดกวัฒนธรรมประกอบไปด้วย เมืองศรีเทพ โบราณสถานเขาคลังนอก

และโบราณสถานถา้ เขาถมอรตั น์ มคี วามเปน็ ของแท้และดัง้ เดมิ คอ่ นขา้ งสงู นบั ต้ังแตส่ ถานทีต่ ัง้ รูปแบบ เทคนิค
และวัสดุที่ใช้ในการกอ่ สร้าง ถงึ แม้วา่ ช่วงระยะเวลาในการกอ่ สรา้ งจะลว่ งเลยมากวา่ 1,000 ปี ความเป็นของแท้

15

และดั้งเดิมของเมืองโบราณศรีเทพ ก็ยังคงอยู่ มีเพียงสภาพแวดล้อมท่ีมีการปรับเปลี่ยนไปตามการพัฒนา
บ้านเมือง แต่ส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะการทามาหากินด้านเกษตรกรรม และสร้างบ้านเรือนท่ีอยู่อาศัย ซ่ึงมี
ผลกระทบอยู่บ้างต่อความเป็นของแท้และดั้งเดิม แต่ความสาคัญของแหล่งมรดกวัฒนธรรมท้ัง 3 แห่ง ก็ยังคง
อยู่และไดร้ ับการอนุรกั ษ์ ใหค้ งความเปน็ ของแท้และดงั้ เดมิ ตามทป่ี รากฎอยใู่ ห้เหน็ ในปัจจบุ นั

- การปกป้องคุ้มครองและการบริหารจัดการ (PROTECTION AND MANAGEMENT REQUIREMENT)
แหล่งมรดกวัฒนธรรมเมืองโบราณศรีเทพ ทั้ง 3 แหล่ง จะได้รับการปกป้องคุ้มครองภายใต้

พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพ่ิมเติม
(ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2535 ซึง่ รบั ผดิ ชอบโดย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม นอกจากน้นั เขตกันชนยังได้รบั การ
ปกป้องคุ้มครอง โดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพ่ือการ
เกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2560 การปกป้อง
คุม้ ครอง จะแบง่ ออกเป็น 3 ระดับ โดยในระดบั แรก กรมศิลปากร โดยอุทยานประวตั ิศาสตร์ศรเี ทพ เปน็ ผดู้ ูแล
รับผิดชอบโดยตรง และในเขตกันชนมีกรมป่าไม้และเจ้าหน้าท่ีในพ้ืนที่ท่ีรับผิดชอบเป็นผู้ดูแลร่วมกัน ในระดับ
สุดท้ายจะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีรับผิดชอบพื้นท่ี และอาเภอศรีเทพ เป็นผู้รับผิดชอบในการปกป้อง
คมุ้ ครอง

การบริหารจัดการแหล่งมรดกวัฒนธรรม เมืองโบราณศรีเทพ มีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็น
หน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงทั้ง 3 แหล่ง ซ่ึงจะประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่รับผิดชอบพื้นที่ ที่มี
ความสมั พันธ์เกย่ี วเนื่องกนั กบั แหล่งวัฒนธรรมแต่ละแหล่ง โดยอุทยานประวตั ิศาสตร์ศรีเทพเปน็ หน่วยงานท่ีให้
คาแนะนา ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอนรุ ักษเ์ บื้องต้น ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับแหล่งและความร่วมมอื ร่วม
ใจในการปฏบิ ตั ิงาน ทัง้ ในรปู แบบของกรรมการในพน้ื ที่ กรรมการระดับจังหวดั และกรรมการระดบั ชาติ

ในระยะยาวอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ได้จัดทาแผนแม่บท การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ ที่ผ่านการทาประชาพิจารณ์ และการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนใน พ้ืนที่
เรียบร้อยแล้ว โดยแผนดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งเรื่อง การอนุรักษ์ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม
แผนบริหารจัดการด้านการทอ่ งเท่ียว การจัดทาแผนชุมชนด้านการจัดการสิง่ แวดล้อมและการจัดทาข้อบัญญัติ
ทอ้ งถ่ินในด้านการอนรุ กั ษ์ เป็นต้น

16

1. ที่ตงั้ และขอบเขตของแหล่งวัฒนธรรม (IDENTIFICATION OF THE PROPERTY)

1.a ประเทศ (COUNTRY)
ประเทศไทย

1.b จังหวดั ภมู ิภาค (STATE, PROVINCE OR REGION)
จงั หวัดเพชรบรู ณ์

1.c ช่ือแหลง่ มรดกวัฒนธรรม (NAME OF PROPERTY)
เมอื งโบราณศรีเทพ

1.d ตำแหนง่ ทางภูมิศาสตร์ของแหล่งมรดกวฒั นธรรม
(GEOGRAPHICAL COORDINATES TO THE NEAREST SECOND)
เมืองโบราณศรีเทพ ประกอบด้วยเมืองโบราณ 2 เมือง สรา้ งตดิ ตอ่ กันต้ังอยใู่ นเขตตำบลศรีเทพ คอื
- เมอื งใน ซ่ึง มีโบราณสถานท่สี ำคญั 3 แหง่ คือ
o โบราณสถานเขาคลังใน
o ปรางค์ศรเี ทพ
o ปรางค์สองพี่นอ้ ง
- เมอื งนอก ซ่งึ มีผังเมืองเปน็ รูปสเี่ หลี่ยมมมุ มนต่อเน่ืองจากเมอื งใน
- โบราณสถานเขาคลังนอก
- เขาถมอรัตน์

17

Id Name of the Region(s) Coordinates of the Central Area of Area of the Map No.

no. component part /District(s) Point Nominated Buffer Zone

Latitude Longtitude component of (ha)

the Property

(ha)

001 เมอื งโบราณศรีเทพ อ.ศรีเทพ 15°27’56.94” 101°09’04.01” Map 1-2
Map 1-3

002 เมืองใน อ.ศรีเทพ 15°28’00.39” 101°08’33.84” Map 1-4
Map 1-5

003 ปรางค์ศรเี ทพ อ.ศรเี ทพ 15°27’58.60” 101°08’42.02” 484.155 3,822.508 Map 1-6

004 ปรางคส์ องพน่ี ้อง อ.ศรีเทพ 15°27’58.83” 101°08’37.31” (3,025 ไร่ (23,890 ไร่ Map 1-7

005 เขาคลังใน อ.ศรีเทพ 15°27’55.92” 101°08’41.19” 3 งาน 87 ตรว.) 2 งาน 69 ตรว.) Map 1-8

006 เมอื งนอก อ.ศรีเทพ 15°28’00.70” 101°09’22.96” Map 1-9
Map 1-10

007 เขาคลังนอก อ.ศรเี ทพ 15°29’12.63” 101°08’40.10” Map 1-11
Map 1-12

382.320 1,048.696 Map 1-13

008 เขาถมอรัตน์ อ.ศรเี ทพ 15°29’38.63” 100°59’20.73” (2,389 ไร่ 1 งาน (6,554 ไร่ 1 งาน Map 1-14

100 ตรว.) 41 ตรว.)

Total area (in hectares) 866.475 ha 4,871.204 ha

18

1.e แผนที่ แผนผัง แสดงพ้ืนทห่ี ลักและพืน้ ท่ีกันชน (Maps and plans, showing the boundaries of the
nominated property and buffer zone)

ตารางแสดงแผนที่ แผนผงั พ้นื ทห่ี ลกั และพนื้ ทกี่ นั ชน Scale – original Date
No. Name maps
Sep. 2020
001 แผนทป่ี ระเทศไทย แสดงจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ต้งั เมือง 1:8,000,000
โบราณสถานศรีเทพ Sep 2020
1:200,000 Sep. 2020
002 แผนทีเ่ มอื งโบราณศรีเทพ และเขาถมอรตั น์ 1:50,000 Sep. 2020
003 แผนที่เมอื งโบราณศรเี ทพและเขาถมอรัตน์ (Topography) 1:50,000 Sep. 2020
004 แผนที่เมืองศรีเทพ(Topography) 1:10,000 Sep. 2020
005 แผนท่เี มอื งใน (Topography) 1:10,000 Sep. 2020
006 แผนทเ่ี มอื งใน (Orthophoto) 1:2,500 Sep. 2020
007 แผนท่ีปรางค์ศรเี ทพ (Orthophoto) 1:2,500 Sep. 2020
008 แผนที่ปรางคส์ องพน่ี อ้ ง (Orthophoto) 1:2,500 Sep. 2020
009 แผนที่เขาคลังใน (Orthophoto) 1:15,000 Sep. 2020
010 แผนที่เมอื งนอก (Topography) 1:15,000 Sep. 2020
011 แผนทเี่ มอื งนอก (Orthophoto) 1:2,500 Sep. 2020
012 แผนที่เขาคลงั นอก (Topography) 1:2,500 Sep. 2020
013 แผนทเี่ ขาคลังนอก (Orthophoto) 1:40,000 Sep. 2020
014 แผนทเ่ี ขาถมอรัตน์ (Topography) 1:40,000
015 แผนทเ่ี ขาถมอรตั น์ (Orthophoto)

19

20

21
Figure 1-3 Mueang Si Thep Map

22

Figure 1-4 Mueang Nai Historical Site Map

Code No. Component Part' Name Code No. Component Part' Name Code No. Component Part' Name

010101 Prang Si Thep 010121 Bo.No.18 010141 Bo.No.0352/1
010102 Prang Song Phi Nong 010122 Bo.No.19
010103 Khao Khlang Nai 010123 Bo.No.21 010142 Bo.No.0352/2
010104 Bo.No.4 010124 Bo.No.22
010105 Bo.No.5 010125 Bo.No.23 010143 Bo.No.1602
010106 Bo.No.6/1 010126 Bo.No.24
010107 Bo.No.6/2 010127 Bo.No.25 010144 Bo.No.0953/1
010108 Bo.No.6/3 010128 Bo.No.26
010109 Bo.No.7/1 010129 Bo.No.27 010145 Bo.No.0953/2
010110 Bo.No.7/2 010130 Bo.No.28
010111 Bo.No.8 010131 Bo.No.29 010146 Bo.No.0953/3
010112 Bo.No.9 010132 Bo.No.30
010113 Bo.No.10 010133 Bo.No.31 010147 Bo.No.0972
010114 Bo.No.11 010134 Bo.No.32
010115 Bo.No.12 010135 Bo.No.33 010148 Bo.No.0857
010116 Bo.No.13 010136 Sa Prang
010117 Bo.No.14 010137 Thang Doen Boran 010149 Mueang Nai Wall
010118 Bo.No.15 010138 Bo.No.0283
010119 Bo.No.16 010139 Bo.No.1627 010150 Phaniat Gate Or Nong Bon Gate
010120 Bo.No.17 010140 Bo.No.1726
010151 western of Phaniat Gate Or Nong Bon Gate

010152 western of Nong Krot Gate Or Makak Gate

010153 Northwestern of Nong Krot Gate Or Makak Gate

010154 Southern of Si Thep Gate

010155 Northern of San Ngon

010156 Si Thep Gate

010157 San Ngon Gate

010158 Nong Krot Gate Or Makak Gate

23

Figure 1-5 Mueang Nai Historical SiteMap

Code No. Component Part' Name Code No. Component Part' Name Code No. Component Part' Name

010101 Prang Si Thep 010121 Bo.No.18 010141 Bo.No.0352/1
010102 Prang Song Phi Nong 010122 Bo.No.19
010103 Khao Khlang Nai 010123 Bo.No.21 010142 Bo.No.0352/2
010104 Bo.No.4 010124 Bo.No.22
010105 Bo.No.5 010125 Bo.No.23 010143 Bo.No.1602
010106 Bo.No.6/1 010126 Bo.No.24
010107 Bo.No.6/2 010127 Bo.No.25 010144 Bo.No.0953/1
010108 Bo.No.6/3 010128 Bo.No.26
010109 Bo.No.7/1 010129 Bo.No.27 010145 Bo.No.0953/2
010110 Bo.No.7/2 010130 Bo.No.28
010111 Bo.No.8 010131 Bo.No.29 010146 Bo.No.0953/3
010112 Bo.No.9 010132 Bo.No.30
010113 Bo.No.10 010133 Bo.No.31 010147 Bo.No.0972
010114 Bo.No.11 010134 Bo.No.32
010115 Bo.No.12 010135 Bo.No.33 010148 Bo.No.0857
010116 Bo.No.13 010136 Sa Prang
010117 Bo.No.14 010137 Thang Doen Boran 010149 Mueang Nai Wall
010118 Bo.No.15 010138 Bo.No.0283
010119 Bo.No.16 010139 Bo.No.1627 010150 Phaniat Gate Or Nong Bon Gate
010120 Bo.No.17 010140 Bo.No.1726
010151 western of Phaniat Gate Or Nong Bon Gate

010152 western of Nong Krot Gate Or Makak Gate

010153 Northwestern of Nong Krot Gate Or Makak Gate

010154 Southern of Si Thep Gate

010155 Northern of San Ngon

010156 Si Thep Gate

010157 San Ngon Gate

010158 Nong Krot Gate Or Makak Gate

24
Figure 1-6 Prang Si Thep Map

25
Figure 1-7 Prang Song Phi Nong Map

26
Figure 1-8 Khao Khlang Nai Map

27

Figure 1-9 Mueang Nok Historical Site Map

Code No. Component Part' Name Code No. Component Part' Name Code No. Component Part' Name
010201 Sa Kwaeo 010226 Bo.No.2081
010202 Sa Kwan 010227 Bo.No.2081/02 010251 Bo.No.1200
010203 Bo.No.1399 010228 Bo.No.2071
010204 Bo.No.1389 010229 Bo.No.2082 010252 Bo.No.1392
010205 Bo.No.1390 010230 Bo.No.2082/25
010206 Bo.No.1492 010231 Bo.No.2069/25 010253 Bo.No.1394
010207 Bo.No.1275 010232 Bo.No.2069
010208 Bo.No.1827/64 010233 Bo.No.2079 010254 Bo.No.1396
010209 Bo.No.1827/62 010234 Bo.No.2735
010210 Bo.No.1828 010235 Bo.No.1731 010255 Bo.No.1398
010211 Bo.No.1829 010236 Bo.No.1291/99
010212 Bo.No.1840 010237 Bo.No.1291/20 010256 Bo.No.2627
010213 Bo.No.1850 010238 Bo.No.1291/80
010214 Bo.No.1880/20 010239 Bo.No.1902 010257 Bo.No.1194
010215 Bo.No.1880/62 010240 Bo.No.1292
010216 Bo.No.1859 010241 Bo.No.1293 010258 Bo.No.1193
010217 Bo.No.1837 010242 Bo.No.1903
010218 Bo.No.1826 010243 Bo.No.1294 010259 Bo.No.1192
010219 Bo.No.1814 010244 Bo.No.1904
010220 Bo.No.1810 010245 Bo.No.1295 010260 Bo.No.1191
010221 Bo.No.1979 010246 Bo.No.1296
010222 Bo.No.2051/02 010247 Bo.No.1906/22 010261 Bo.No.1811
010223 Bo.No.1051/19 010248 Bo.No.1906/42
010224 Bo.No.2051/95 010249 Bo.No.1907 010262 Bo.No.1851
010225 Bo.No.2061 010250 Bo.No.1298
010263 Bo.No.0472

010264 Bo.No.1101

010265 Bo.No.1020

010266 Bo.No.1010

010267 Mueang Nok Wall

010268 Kwian Gate

010269 Nam Gate

010270 Phi Gate

010271 Maphlap Gate

010272 Mai Daeng Gate

010273 Laeng Gate

28

Figure 1-10 Mueang Nok Historical Site Map

Code No. Component Part' Name Code No. Component Part' Name Code No. Component Part' Name
010201 Sa Kwaeo 010226 Bo.No.2081
010202 Sa Kwan 010227 Bo.No.2081/02 010251 Bo.No.1200
010203 Bo.No.1399 010228 Bo.No.2071
010204 Bo.No.1389 010229 Bo.No.2082 010252 Bo.No.1392
010205 Bo.No.1390 010230 Bo.No.2082/25
010206 Bo.No.1492 010231 Bo.No.2069/25 010253 Bo.No.1394
010207 Bo.No.1275 010232 Bo.No.2069
010208 Bo.No.1827/64 010233 Bo.No.2079 010254 Bo.No.1396
010209 Bo.No.1827/62 010234 Bo.No.2735
010210 Bo.No.1828 010235 Bo.No.1731 010255 Bo.No.1398
010211 Bo.No.1829 010236 Bo.No.1291/99
010212 Bo.No.1840 010237 Bo.No.1291/20 010256 Bo.No.2627
010213 Bo.No.1850 010238 Bo.No.1291/80
010214 Bo.No.1880/20 010239 Bo.No.1902 010257 Bo.No.1194
010215 Bo.No.1880/62 010240 Bo.No.1292
010216 Bo.No.1859 010241 Bo.No.1293 010258 Bo.No.1193
010217 Bo.No.1837 010242 Bo.No.1903
010218 Bo.No.1826 010243 Bo.No.1294 010259 Bo.No.1192
010219 Bo.No.1814 010244 Bo.No.1904
010220 Bo.No.1810 010245 Bo.No.1295 010260 Bo.No.1191
010221 Bo.No.1979 010246 Bo.No.1296
010222 Bo.No.2051/02 010247 Bo.No.1906/22 010261 Bo.No.1811
010223 Bo.No.1051/19 010248 Bo.No.1906/42
010224 Bo.No.2051/95 010249 Bo.No.1907 010262 Bo.No.1851
010225 Bo.No.2061 010250 Bo.No.1298
010263 Bo.No.0472

010264 Bo.No.1101

010265 Bo.No.1020

010266 Bo.No.1010

010267 Mueang Nok Wall

010268 Kwian Gate

010269 Nam Gate

010270 Phi Gate

010271 Maphlap Gate

010272 Mai Daeng Gate

010273 Laeng Gate

29
Figure 1-11 Khao Khlang Nok Map

30
Figure 1-12 Khao Khlang Nok Map

31
Figure 1-13 Map showing the nominated property and the bufferzone (Thamorat Mountain)

32
Figure 1-14 Map showing the nominated property and the bufferzone (Thamorat Mountain)

33

1.f พน้ื ที่ในการนำเสนอข้นึ ทะเบียน (AREA OF NOMINATED PROPERTY (ha.) AND PROPOSED
BUFFER ZONE (ha.))

ตารางท่ี พน้ื ทน่ี ำเสนอขึน้ ทะเบยี น

ลำดบั ที่ รายชือ่ แหล่งมรดกวัฒนธรรม สถานที่ตงั้ พืน้ ทแี่ หล่ง พ้นื ท่ีกันชน

มรดกวฒั นธรรม

เมอื งโบราณศรีเทพ อ.ศรเี ทพ 474.011 ha 2,939.354 ha
001 - เมืองใน อ.ศรีเทพ 1,048.696 ha
อ.ศรีเทพ 10.144 ha
- เมอื งนอก อ.ศรเี ทพ 382.320 ha
002 โบราณสถานเขาคลงั นอก อ.ศรเี ทพ
003 โบราณสถานถำ้ เขาถมอรัตน์

การกำหนดพื้นท่ีแหล่งมรดกวฒั นธรรมและพ้นื ทก่ี ันชน
- เมืองโบราณศรีเทพ กำหนดพื้นที่แหล่งมรดกวัฒนธรรมตามที่กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นท ะเบียน
โบราณสถาน ไว้ประมาณ 474.011 เฮกเตอร์ ตามประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เล่มท่ี 80 ตอนที่ 29 ลงวันท่ี
26 มีนาคม 2506 โดยขอบเขตของพื้นท่อี ยนู่ อกแนวคูเมอื งศรีเทพท้ัง 4 ด้าน เริม่ ตน้ จากมมุ ด้านทิศตะวันตก
เฉยี งเหนอื ในเขตบ้านบึงนาจาน ไปทางทศิ ตะวนั ออกยาว 3,200 เมตร อยู่ในเขตบ้านศรีเทพน้อย และวกลง
ด้านทศิ ใต้ยาว 1,800 เมตร และวกกลับไปทางดา้ นทศิ ตะวนั ตกยาว 3,200 เมตร อยูใ่ นเขตบา้ นหลักเมือง และ
วกกลับไปทางด้านทศิ เหนอื ยาว 1,800 เมตร บรรจบกับจุดแรก
- โบราณสถานเขาคลังนอก กำหนดพนื้ ท่ีแหล่งมรดกวัฒนธรรมตามท่ีกรมศิลปากรได้ประกาศข้ึนทะเบียน
โบราณสถาน ไวป้ ระมาณ 2.256 เฮกเตอร์ และเพือ่ ใหค้ รอบคลุมพน้ื ท่ีโบราณสถานสำคญั ทีแ่ สดงความเป็น
มณฑลจักรวาลทางศาสนา ที่ประกอบไปด้วยเจดีย์ด้านละ 3 องค์ จึงไดก้ ำหนดขอบเขตของโบรา ณสถาน
เพ่มิ เตมิ อกี รวมเปน็ 10.144 เฮกเตอร์ ซึง่ ในพน้ื ทท่ี ไ่ี ด้ขยายออกไป ไดจ้ ัดทำประชาพจิ ารณ์ร่วมกับชาวบ้านสระ
ปรอื ซึ่งได้ใหค้ วามเห็นชอบในแนวเขตท่เี พ่ิมเติมเรียบร้อยแลว้ และไดเ้ ข้าส่ขู น้ั ตอนการเวนคืนที่ดนิ ต่อไป โดย
พื้นทขี่ องแหลง่ มรดกวฒั นธรรมท้งั หมดจะต้งั อย่ใู นเขตบา้ นสระปรอื
พน้ื ท่กี นั ชนของเมอื งโบราณศรเี ทพและโบราณสถานเขาคลงั นอก เนื่องจากแหลง่ มรดกวัฒนธรรมทัง้ 2 แหง่
อยู่ใกล้กนั ฉะนั้นเพื่อความสะดวกในการกำหนดพื้นทีก่ นั ชน และสามารถควบคมุ ดแู ลรักษาพ้ืนทีไ่ ด้อย่างทั่วถึง

34

จงึ กำหนดพน้ื ทก่ี ันชนให้ครอบคลุมแหล่งมรดกวัฒนธรรมทั้ง 2 แหง่ รวมพืน้ ที่ 2,939.354 เฮกเตอร์ โดยเร่ิม
จากลำน้ำเหยี งทางดา้ นทศิ ตะวนั ตกของเมอื งศรีเทพไปจนจดถนนเลยี บคลองชลประทานและลำหว้ ยบา้ ทาง ทิศ
เหนือ ลัดเลาะไปตามถนนภายในหม่บู า้ นนาน้ำโครม ที่อยู่ทางทิศเหนือของโบราณสถานเขาคลังนอก จนจดทาง
หลวงชนบทหมายเลข พช.2275 ทางทิศตะวันออก และใช้ลำห้วยโกรกผี เปน็ แนวเขตกนั ชนตลอดด้านทศิ ใต้ใน
เขตบ้านศรเี ทพนอ้ ย และแยกจากแนวลำห้วยโกรกผีไปทางทิศตะวันตก จากหมุดเขตโฉนดทีด่ ิน ที่ 4455 ถึง
หมุดเขตโฉนดท่ีดนิ ที่ 4395 และถนนเลยี บคลองชลประทานไปจนจดลำน้ำเหยี งในเขตบา้ นหลักเมืองทางทิศ
ตะวันตก
- โบราณสถานถำ้ เขาถมอรตั น์ กำหนดพืน้ ทแี่ หล่งมรดกวัฒนธรรมตามขอบเขตพืน้ ท่เี ขตป่าสงวนแห่งชาติเขา
ถมอรัตน์ ในความรบั ผิดชอบของกรมปา่ ไม้ 382.320 เฮกเตอร์ โดยขอบเขตของแหลง่ จะลดั เลาะไปตามเชิงเขา
ท้งั หมดโดยรอบ พื้นทที่ ง้ั หมดอย่ใู นเขต ตำบลโคกสะอาด
พ้นื ท่ีกันชนของโบราณสถานถำ้ เขาถมอรตั น์ กำหนดตามสภาพภมู ิประเทศโดยดา้ นทิศเหนอื เร่มิ จาก ลำห้วย
ตะครอ้ ไหลไปทางทิศตะวันออก จดโฉนดท่ีดนิ 38284 วกลงไปทางทิศใตจ้ ดโฉนดที่ดนิ 34497 และทางหลวง
ชนบท หมายเลข พช.2016 ทสี่ ร้างผ่านด้านทิศใตข้ องเขาถมอรัตนจ์ นถึง คลองซับโอบ ทล่ี ดั เลาะจากทิศใต้ขึ้น
ไปทางทิศเหนอื ในด้านทิศตะวนั ตกของเขาถมอรัตน์ โดยเริม่ ต้นจาก หลักหมดุ เขตโฉนดท่ีดินหมายเลข
4486/13 จนไปจดหลักหมดุ เขตโฉนดที่ดินหมายเลข 1214/50 ที่อยตู่ ิดกับลำหว้ ยตะคลอ้ พืน้ ที่ท้ังหมดอยู่ใน
เขตปฏิรูปท่ีดนิ เพ่ือการเกษตร ของตำบลโคกสะอาด

35

2. ลักษณะของแหลง่ มรดกโลก (DESCRIPTION)

2.a การอธิบายถึงแหล่ง (DESCRIPTION OF PROPERTY)
การอธิบายถึงแหล่งมรดกวัฒนธรรมเมืองโบราณศรีเทพ จะนำเสนอภาพรวมของแหล่งมรดก

วัฒนธรรม ทีพ่ บในเขตเมืองโบราณศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และจะอธบิ ายแหล่งมรดกวัฒนธรร มที่จ ะ
นำเสนอข้ึนบัญชีมรดกโลกแต่ละแหล่งในตอนทา้ ย

2.a.1 ขอ้ มลู เบ้ืองตน้ (INTRODUCTION)
จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ในเขตภาคเหนอื ตอนล่างของประเทศไทยหรือภาคกลางตอนบนของ

ภมู ิศาสตร์ระหว่างภาคเหนอื ภาคกลาง และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื สงู จากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ
114 เมตร ภูมปิ ระเทศจังหวดั เพชรบรู ณ์ เป็นท่ีราบลมุ่ แบบท้องกระทะ ประกอบด้วยเนนิ เขา ป่าไม้ และทีร่ าบ
เปน็ ตอนๆ สลบั กนั ไป พน้ื ท่มี ีลกั ษณะลาดชันจากทิศเหนือลงไปทิศใต้ ตอนเหนือมีทวิ เขาสงู ตอนกลางเป็นที่
ราบ และมเี ทอื กเขาขนาบไปทงั้ 2 ข้าง มลี กั ษณะเป็นรปู เกอื กมา้ จากลกั ษณะภูมปิ ระเทศจะเออื้ อำนวยต่อการ
ตงั้ ถิ่นฐานของมนุษย์ ตงั้ แต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีแม่นำ้ ป่าสักเปน็ สิ่งเอื้ออำน วย ต่อการ ตั้งถ่ินฐานจน
พัฒนาข้นึ มาเป็นสังคมเมืองและเจรญิ เร่อื ยมา

เมอื งโบราณศรเี ทพ ตงั้ อยู่ในเขตอำเภอศรเี ทพ ทตี่ ั้งอยูต่ อนลา่ งสุดของจังหวดั เพชรบูรณ์ ตดิ ต่อกับเขต
จังหวัดลพบุรีของภาคกลางพบหลกั ฐานทางโบราณคดี ทส่ี ะทอ้ นให้เหน็ ถึงการตัง้ ถ่ินฐานของมนุษย์ ในแถบลุ่ม
นำ้ ปา่ สัก ที่แสดงถึงพฒั นาการของการต้ังถิ่นฐานของคนอย่างชัดเจนในช่วงสังคมเกษตรกรรม ( VILLAGE
FARMING SOCIETY) ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและช่วงหัว เลี้ยวหัวต่อก่อนจ ะเข้า สู ่ยุค
ประวัติศาสตร์ (PROTO HISTORY) แหลง่ โบราณคดีทีพ่ บสว่ นใหญ่ เป็นแหล่งฝังศพ (BURIAL SITE) สามารถ
กำหนดอายุได้ประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว ไดแ้ ก่ แหล่งโบราณคดีบา้ นหนองแดง แหลง่ โบราณคดบี ้านลำนาราย
และแหลง่ โบราณคดบี ้านปกี หวาย เปน็ ตน้ จนกระท้งั พฒั นาขน้ึ เป็นสงั คมเมือง ท่ีมีความมนั่ คงอย่างชดั เจน คือ
เมอื งโบราณศรเี ทพ ซึ่งถอื ว่าเป็นเมืองโบราณในยุคตน้ ของสมัยประวตั ศิ าสตร์ ท่ีมีขนาดใหญ่และเก่าแกท่ ่สี ุดแห่ง
หนึง่ ของประเทศไทย ในวัฒนธรรมทวารวดี ทีม่ ีอายุราวพุทธศตวรรษท่ี 12 -16

2.a.2 ภาพรวมของเมืองศรีเทพ (OVERVIEW OF THE ANCIENT TOWN OF SI THEP)
เมืองโบราณศรเี ทพ ต้ังอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่างบนท่ีราบลอนลูกคลน่ื ทีข่ นาบข้าง รวมทัง้ ด้านบน

ดว้ ยเทือกเขา โดยมีแม่นำ้ ป่าสักไหลผ่านจากทิศเหนอื ลงใต้ ในเขตอำเภอศรเี ทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย
ด้วยสภาพภมู ิประเทศมีความเหมาะสมในการ ตั้งถ่ินฐานทีอ่ ยู่อาศยั ของคนมาตั้ งแตส่ มัยกอ่ นปร ะวัติศาสตร์

36

จากหลักฐานทางโบราณคดีทีค่ น้ พบ จนพัฒนาตนเองดว้ ยการตดิ ตอ่ กบั สังคมภายนอกรับวัฒนธรรมทางศาสนา
จากอนิ เดยี ในราวพทุ ธศตวรรษที่ 7 – 11 เรียนรูใ้ นการขดุ คนู ำ้ คันดินทำเป็นคูเมือง – กำแพงเมือง และพฒั นา
มาอย่างตอ่ เนอ่ื งโดยพบหลกั ฐานว่ามีการรับศาสนาพราหมณ์ และพุทธ ตั้งแตร่ าวพุทธศตวรรษท่ี 11 -12 เช่น
รูปเคารพ พระพุทธรูป พระนารายณ์ และศาสนสถาน อันเปน็ จดุ เร่ิมตน้ ของวัฒนธรรมทวารวดี ที่ปรากฏ
หลกั ฐานจากบันทึกการเดินทางของพระภกิ ษุเห้ียนจงั (HIUAN TSANG) ท่ีเดินทางจากจีนไปสืบศา สนา ใน
อินเดยี โดยทางบกในปี พ.ศ. 1172 กล่าวคือ อาณาจกั ร “โถโลโปติ” ท่ีตรงกบั ภาษาสนั สกฤต คือ “ทวารวดี”

เมืองโบราณศรเี ทพแห่งนี้ มแี ผนผังเมอื งที่มีการขยายเมือง 2 ชนั้ ผงั เมอื งเดมิ เปน็ รูปเกือบเป็นวงกลม
เรียกว่า เมอื งใน ตอ่ มาไดข้ ยายออกมาอีกชน้ั หนง่ึ เปน็ ส่ีเหล่ยี มผนื ผ้ามมุ มน เรยี กวา่ เมอื งนอก เมืองโบราณ ศรี
เทพ นับเป็นตัวแทนของเมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดที ่ีพบอยู่เปน็ จำนวนมากในเขตภาคกลางของปร ะเทศ
ไทย ท่ยี ังคงความครบถว้ นสมบรู ณข์ องเมอื งโบราณ มกี ารคน้ พบประติมากรรมในศาสนาพราหมณ์ ทีไ่ ด้รบั การ
ยกย่องจากนกั วชิ าการ เร่ืองเทคนคิ งานช่างท่ีกล้าสร้างประติมากรรมลอยตวั อย่างแทจ้ ริง โดยไม่มีแผ่นโค้ง
ดา้ นหลัง นยิ มการยืนท่าตรภิ ังค์ อนั แสดงใหเ้ หน็ เสมือนการเคลือ่ นไหว ซ่ึงตา่ งจากประตมิ ากรรมในแหลง่ อ่ืน ๆ
ในระยะเวลาเดยี วกนั ฉะน้นั จึงมกี ารกำหนดรปู แบบเปน็ “สกุลชา่ งศรีเทพ” ท่มี ีลกั ษณะโดดเด่นเฉพาะตัวของ
ช่างเมืองศรเี ทพมอี ายุอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 14

นอกจากนย้ี ังพบวา่ บริเวณนอกเมืองโบราณสถานศรีเทพดา้ นทิศเหนือ มศี าสนสถานขนาดใหญ่ คือ
โบราณสถานเขาคลังนอกทไี่ ด้รับอิทธิพลท้ังรูปแบบและแนวความคิดในเร่อื งของมณฑลจักรวาลหรอื ศนู ย์กลาง
จกั รวาล จากวัฒนธรรมอนิ เดียมอี ายรุ าวพุทธศตวรรษที่ 13 – 14 นบั เป็นโบราณสถานท่มี ขี นาดใหญ่ท่ีสุดและ
แสดงแนวความคิดเรอ่ื ง มณฑลจกั รวาลตามคติความเช่ือของทอ้ งถ่นิ ท่แี ตกต่างไปจากมณฑลจกั รวาลท่ีพบ ทั้ง
ในอินเดยี อินโดนเี ซีย และเขมร

ศาสนสถานถ้ำเขาถมอรตั น์ อยู่บนเขาถมอรตั น์ ซ่ึงอยูห่ า่ งจากเมอื งโบราณศรเี ทพไปทางทิศตะวันตก
ราว 15 กโิ ลเมตร ในแนวแกนเดียวกนั กับโบราณสถานเขาคลังนอก สว่ นทเ่ี ป็นผนงั ของแกนกลางถ้ำเป็นท่ีสลัก
ภาพประตมิ ากรรมนนู ตำ่ รูปพระพทุ ธรปู และพระโพธิสตั ว์ จำนวนประมาณ 7 องค์ ท้ังหมดจัดอยู่ในศิลปะ
ทวารวดี ราวพุทธศตวรรษท่ี 13-14 นับเป็นตัวอยา่ งของศาสนสถานประเภทถำ้ ทีแ่ สดงใหเ้ ห็นถงึ คตคิ วามเชื่อ
ของพุทธศาสนามหายาน

วฒั นธรรมทวารวดี คงเร่มิ เส่อื มลงตงั้ แตร่ าวพทุ ธศตวรรษท่ี 16 เนื่องจากอำนาจทางการเมอื งของเขมร
เขา้ มามบี ทบาทมากย่ิงข้ึน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลา่ งและภาคกลาง ของประเทศไทยแต่อย่างไรก็
ตามวัฒนธรรมทวารวดี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 – 16 กลับไปเจริญอยู่ในท้องถิ่นอื่น เช่น ในภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนอื ตอนบน ท่ีรจู้ ักกนั ในชอื่ ของทวารวดอี สี าน โดยมรี ูปแบบวฒั นธรรมหนึง่ ทีเ่ กิดขน้ึ โดยเฉพาะ
คือ การใช้หลกั สีมาในการกำหนดขอบเขตศักดสิ์ ิทธิ์ จงึ เรียกว่า วัฒนธรรมสีมา (SEMA CULTURE) ซ่ึงมี

37

รปู แบบศิลปกรรมที่แสดงถงึ อทิ ธิพลของวัฒนธรรมทวารวดี อยา่ งชัดเจน ในภาพสลักเล่าเรื่องชาดกเน่ืองใน
พทุ ธศาสนาบนใบเสมาท่ที ำขึน้ จากแผ่นหนิ และยังใหอ้ ทิ ธิพลตอ่ ศิลปะล้านช้าง ใน สปป. ลาว ราวพทุ ธศตวรรษ
ที่ 18-19

2.a.3 แหล่งมรดกวฒั นธรรม (SITE DESCRIPTION)
เมืองโบราณศรีเทพประกอบไปด้วยแหลง่ มรดกวัฒนธรรมท่จี ะนำเสนอข้นึ บัญชีมรดกโลก จำนวน 3 แหล่ง คอื
1. เมอื งโบราณศรเี ทพ

เมืองโบราณศรเี ทพ เป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญมากทีส่ ุดเมืองหนึ่งในวัฒนธรรม
ทวารวดี อายอุ ยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 16 ทถ่ี ือวา่ เปน็ วฒั นธรรมแรกสุดของการพัฒนาชุมชน จากสมัยกอ่ น
ประวตั ศิ าสตร์ที่ผู้คนยังอยู่อาศยั ตามพน้ื ทรี่ าบ ริมฝัง่ แมน่ ้ำป่าสักและลำน้ ำเหียงปร ะกอบอา ชีพด้าน การ
เกษตรกรรมและการล่าสตั ว์มากวา่ 2,000 ปี จนกระทงั้ ได้มกี ารตดิ ต่อจากชุมชนภายนอกที่นำเอาคติควา มเช่ือ
ทางศาสนาและความก้าวหน้าในเทคโนโลยีเขา้ มา จนคนในชมุ ชนยอมรับและพฒั นามาเป็นการสร้างเมือง
โบราณศรเี ทพ ทีม่ ีคูนำ้ คนั ดนิ ลอ้ มรอบ อีกทั้งยอมรบั ในคติความเชื่อทางศาสนา ท้ังพุทธศาสนา แบบเถรวาท
มหายาน และศาสนาฮินดู ท่ยี ังปรากฏหลกั ฐานท้งั ทางด้านสถาปตั ยกรรม และประตมิ ากรรม
หลักฐานสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์

บริเวณท่ีตง้ั เมอื งศรีเทพมีมนุษย์อยู่อาศัยมาแล้วตงั้ แตส่ มัยก่อนประวัติศาสตร์ จากการขุดค้นทา ง
โบราณคดเี มอ่ื ปี พ.ศ. 2531 กรมศิลปากรได้มีการขดุ ค้นทางโบราณคดี บรเิ วณเมืองศรีเทพและบริเวณใกล้เคียง
ได้พบหลกั ฐานสมยั ก่อนประวัติศาสตร์ ได้แก่ แหล่งโบราณคดีบ้านหนองแดง ตำบลสระกรวด แหลง่ โบราณคดี
บา้ นหนองหมู บรเิ วณเชงิ เขาถมอรตั น์ และแหลง่ โบราณคดรี มิ แม่น้ำป่าสกั บ้านกุดตาแรว้ ในเขตอำเภอศรีเทพ
โดยไดพ้ บโครงกระดมู นุษย์พรอ้ มเคร่อื งมือเครอื่ งใช้ท่สี ำหรับพิธีกรรมการฝังศพเปน็ จำนวนมาก เชน่ ภาชนะดิน
เผา สว่ นหนงึ่

เป็นภาชนะดินเผาที่ใชโ้ ดยทว่ั ๆ ไป และสว่ นหน่งึ เปน็ ภาชนะพิเศษ เช่น หมอ้ กน้ กลมมีลายเชือกทาบ
พาน หม้อมีเชงิ และปากผาย ส่วนหนึ่งมเี ทคนิคการทำทท่ี นั สมัยมากข้ึนเชน่ การเคลือบดว้ ยนำ้ ดินสีแดง ภาชนะ
ชนิ้ พิเศษเหล่านี้นา่ จะทำขึ้นเพอ่ื พิธีกรรมการฝังศพโดยเฉพาะ เพราะบางชน้ิ ไมม่ รี อ่ งรอยของการใช้งาน และยัง
อยใู่ นสภาพสมบรู ณ์ นอกจากนี้ยังพบเครือ่ งมือเครือ่ งใชจ้ ำพวกขวานหนิ ขัด และเครอื่ งประดับที่ทำจา กสำริด
และลูกปดั ท้ังลกู ปัดหินและลูกปดั แก้วสตี า่ ง ๆ เครอื่ งประดบั ทท่ี ำจากเปลือกหอยทะเล ลูกปดั หนิ สสี ม้ หรือหิน
คาร์เนเลยี น หินอาเกต ซง่ึ เป็นของทน่ี ำมาจากภายนอก

38

รปู ท่ี 2-1 ภาพหลมุ ขุดคน้ ทางโบราณคดภี ายในเมอื งใน เมอื งโบราณศรเี ทพ แสดงหลักฐานการอยอู่ าศัยของมนุษย์สมัยก่อน
ประวตั ศิ าสตร์ และพฒั นาถึงสมยั ประวัติศาสตร์ ซึ่งมหี ลกั ฐานการก่อสรา้ งดว้ ยอิฐ

รปู ท่ี 2-2 ภาชนะดนิ เผา สมยั กอ่ นประวัตศิ าสตร์จากแหล่งโบราณคดเี มืองศรเี ทพ

จากหลักฐานทางโบราณคดแี สดงให้เหน็ วา่ ชุมชนแห่งนจ้ี ัดอยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอน ปลาย
เป็นชุมชนเลก็ ๆ ระดับหมบู่ ้าน รจู้ กั เพาะปลูก เชน่ ขา้ ว และหาสตั วเ์ ลยี้ งชีพ มคี วามเช่อื หลังความตาย คือ พิธี
กรรมการฝงั ศพท่ีใส่ขา้ วของเครอื่ งใชแ้ ละเครื่องประดับไว้กับศพ นอกจากนีใ้ นสมัยตอ่ มาสงั คมได้พัฒนา มาอีก
ระดบั หนง่ึ ได้พบหลกั ฐานว่ามีพธิ กี รรมการนำกระดูกผู้ตายมาบรรจุไว้ในภาชนะ หม้อดินและบรรจสุ ง่ิ ของร่วมไว้

39

ด้วย1 ซ่งึ วัฒนธรรมการบรรจกุ ระดูกไวใ้ นภาชนะและฝงั ไว้นี้ พบในแหล่งก่อนประวตั ศิ าสตร์ตอนปลาย ท่ีถอื เป็น
แหล่งสำคญั ของโลก คอื ทงุ่ ไหหนิ แขวงเชยี งขวาง ประเทศ สปป.ลาว และพบในแหล่งก่อนปร ะวัติศาสตร์
บริเวณลุ่มแม่นำมูล-ชี ตอนล่าง โดยเฉพาะบรเิ วณทงุ่ กลุ าร้องไห้ จากพิธีกรรมการฝงั ศพและพิธีกรรมการฝังศพ
และลักษณะของขา้ วของเครื่องใช้ สามารถกำหนดอายไุ ดว้ า่ อยใู่ นราว 2,000 ปี มาแล้ว2

ความสำคญั และพฒั นาการของชุมชนพบว่าจากรูปแบบวัฒนธรรม พิธกี รรมและเคร่ืองมือเคร่ืองใช้ที่
พบ ล้วนมีความสัมพันธ์กบั แหล่งกอ่ นประวัติศาสตร์บรเิ วณอำเภอโคกสำโรง อำเภอพฒั นานคิ ม และอำเภอบา้ น
หม่ี จงั หวัดลพบุรี ซึ่งไดพ้ บแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนเปน็ จำนวนมาก ท่สี ำคญั ไดพ้ บว่าบริเวณเทือกเขาวง
พระจนั ทรใ์ นเขต อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เป็นแหลง่ แร่ทองแดงขนาดใหญ่มาก และได้พบว่าบริเวณน้ี
เปน็ แหล่งถลงุ โละที่ใหญท่ ส่ี ุดแหล่งหน่งึ ของโลก เป็นชมุ ชนทีพ่ บหลกั ฐานต้ังแตย่ คุ กอ่ นประวตั ศิ าสตร์ สมัยสำริด
และเหลก็ จากหลักฐานทางโบราณคดียังได้พบวา่ เป็นแหลง่ ผลิตท่ีมีการกระจายไปยงั ดนิ แดนใกล้เคียงและมี
การสง่ ไปขายยงั ตา่ งถ่ินอีกด้วย3

จากการท่เี ปน็ แหล่งถลุงโลหะและมกี ารติดตอ่ คา้ ขายกับโลกภายนอกนี้เอง ทำใหด้ นิ แดนแถบน้ีมชี มุ ชน
สมัยกอ่ นประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเปน็ จำนวนมากจนกระท่ังต่อมาไดก้ ลายเป็นชุมชนระดับเมือง และมกี ารติดต่อ
กับโลกภายนอก ท่ีนา่ จะเกิดจากการค้าขายแลกเปล่ยี นกบั ผ้ทู ่ีมแี สวงหาโลหะ จนมกี ารรับวฒั นธรรมทางศาสนา
อกั ษรและระบบการปกครองจากภายนอกและเกิดเป็นวัฒนธรรมทวารวดเี กิดขน้ึ โดยมีเมืองโบราณสมัยทวาร
วดเี กิดขน้ึ เป็นจำนวนมาก ในเขตจังหวดั ลพบุรี คอื เมืองโบราณลพบรุ ี เมอื งซบั จำปา เมอื งพรหมทิน และ
บริเวณใกล้เคียงเช่น เมอื งขีดขิน (สระบุรี) และเมืองศรเี ทพ โดยไดม้ กี ารตคี วามจากหลักฐานกา รขุดค้น ทาง
โบราณคดี ท่เี ปน็ แหล่งก่อนประวัตศิ าสตรท์ ีพ่ บในบรเิ วณเมอื งศรเี ทพและบริเวณแหล่งโบราณคดบี า้ นหนองแดง
ทช่ี ุมชนก่อนประวัติศาสตร์ได้พัฒนาขนึ้ เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญมีการติดต่อกับชมุ ชนใกลเ้ คียง คือแถบ
เมืองลพบรุ แี ละจากทางภาคอสี าน และน่าจะเป็นแหลง่ ที่มีของป่าเพื่อการค้าขายแลกเปล่ยี นกบั โลกภายน อก
จึงกลายเป็นชมุ ชนท่ีมคี วามสำคัญและพฒั นาเขา้ ส่สู มยั ประวัตศิ าสตรใ์ นเวลาต่อมา4

1 กรมศิลปากร, อุทยานประวัตศิ าสตร์ศรเี ทพ, หนา้ 50-51.
2 เรอ่ื งเดยี วกนั หน้า 79.
3 สรุ พล นาถะพนิ ธุ, “การเปล่ยี นแปลงวัฒนธรรมสมัยกอ่ นประวตั ิศาสตรต์ อนปลาย” การประชุมทางวชิ าการระดบั ชาติ
ฝรง่ั เศส-ไทย ครั้งท่ี 3 เรื่อง “พฒั นาการของรัฐในประเทศไทยจากหลกั ฐานทางโบราณคดี” มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร, 11-13
ธนั วาคม 2538, หนา้ 189-191.
4 วเิ คราะหเ์ พมิ่ เติมจาก วิชยั ตนั กติ ตกิ ร, ชมุ ชนกอ่ นเมืองศรีเทพ, อทุ ยานประวัติศาสตรศ์ รีเทพ จัดพมิ พ์, พ.ศ. 2534, หน้า
124-125.

40

ชมุ ชนแหง่ เดียวกนั นม้ี ีการอยู่อาศัยอย่างต่อเนือ่ งจนเขา้ สกู่ ารรับวัฒนธรรมทางศาสนา โดยมกี ารติดต่อ
กบั ภายนอกจนกระท่ังมีการรบั วฒั นธรรมจากโลกภายนอกคือ อินเดยี ในราวพทุ ธศตวรรษท่ี 7-115 และพฒั นา
เขา้ สสู่ ังคมท่ีมีการรับวัฒนธรรมทางศาสนา โดยพบหลักฐานว่ามีการรับศาสนาพราหมณแ์ ละพทุ ธ ตัง้ แต่ราว
พุทธศตวรรษที่ 11 -12 เช่น รูปเคารพ ศิวลึงค์ พระนารายณ์ พระพุทธรูป อันน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของ
วัฒนธรรมทวารวดี

รปู ท่ี 2-3 ลูกปัด แก้วและหนิ สี พบจากหลมุ ขดุ ค้นในเมืองโบราณศรเี ทพ ทม่ี า : อุทยานประวัติศาสตรศ์ รเี ทพ

จากหลกั ฐานท่ีมีการคน้ พบโดยเฉพาะกลุ่มของเครื่องประดับที่มีการนำมาจากโลกภายนอก ได้พบ
ลกู ปัดหนิ สีสม้ หรือหินคาร์เนเลียน หนิ อาเกต ซง่ึ เป็นของท่ีนำเข้ามาจากต่างประเทศแถบอินเดยี แสดงใหเ้ หน็ ว่า
ชมุ ชนนมี้ กี ารติดต่อกับโลกภายนอกแล้วทง้ั ลูกปดั ที่ทำจากเปลือกหอยทะเลและหนิ คาร์เนเลียน ทีเ่ ป็นรูปแบบ
ของวฒั นธรรมหนึ่งในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ท่ีมกี ารติดต่อกับโลกภายนอก และมักพบในแหล่ง
โบราณคดที ่ีมีการตดิ ตอ่ กับโลกภายนอกที่ใกล้กับทะเล เช่น แหล่งโบราณคดที ่บี ้านโคกพนมดี อำเภอพนัสนิคม
จงั หวดั ชลบรุ ี แหล่งโบราณคดบี ้านโพธิ์หกั อำเภอบางแพ จงั หวดั ราชบุรี และแหลง่ โบราณคดีบ้านดอนตาเพชร
อำเภอพนมทวน จังหวดั กาญจนบุรี เปน็ ตน้

ผลจากการขุดคน้ ทางโบราณคดจี ากหลุมขุดค้นท่ี TP.1 ในปี พ.ศ. 2559 ไดน้ ำตัวอย่างของฟัน เข้ียว
โครงกระดูก หมายเลข 1 โดยศึกษาเปรียบเทียบค่า อายุ ด้วยวิธีการ AMS (ACCELERATOR MASS

5 กรมศลิ ปากร, อุทยานประวตั ศิ าสตร์ศรเี ทพ, หนา้ 38.

41

SPECTROMETR) ที่หอ้ งปฏบิ ตั ิการประเทศสหรัฐอเมริกาได้ค่าอายุ 1730 ± 30 BP (ค.ศ. 240-390, พ.ศ.
783-933)

เมืองโบราณศรีเทพในวฒั นธรรมทวารวดี (พทุ ธศตวรรษท่ี 12-16)
เมืองศรีเทพเป็นเมืองที่มีความสำคญั มากเมืองหน่ึงในวฒั นธรรมทวารวดี ซ่งึ ได้มีการคน้ พบหลักฐาน

ทางดา้ นศลิ ปกรรมอยเู่ ป็นจำนวนมาก
ท่ีมาของชือ่ “ทวารวดี”

ดนิ แดนประเทศไทยปรากฏหลักฐานการอยู่อาศยั ของมนษุ ยม์ าแลว้ ต้ังแตส่ มยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์ ตอ่ มา
จึงเริ่มมีการค้นพบหลักฐานท่แี สดงให้เหน็ ถึงการตดิ ต่อกบั โลกภายนอก การตดิ ต่อค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้าทีเ่ กิด
กับกลุ่มชนในภมู ภิ าคนี้ ดว้ ยเหตุทด่ี นิ แดนน้ีตั้งอยู่บนเสน้ ทางการคา้ ระหว่างจีนกับอินเดีย6 ซึ่งน่าจะมีมาแล้ว
อย่างน้อยต้งั แต่ยคุ เหล็กตอนปลาย หรอื สมยั ราชวงศ์โมริยะ-ศงุ คะของอินเดีย (พทุ ธศตวรรษที่ 3-5) ซงึ่ เปน็ ช่วง
ที่อนิ เดยี เริ่มมกี ารคา้ กับประเทศทางตะวันตก (กรีก-โรมนั และเปอร์เซีย) และโลกตะวันออก ในแถบเอเชีย
ตะวันออกเฉยี งใต้

จากหลักฐานการติดต่อคา้ ขายทำใหอ้ ารยธรรมจากอินเดียเผยแพรเ่ ขา้ มาในภูมิภาคนี้ จึงมีการรับ
วัฒนธรรมอินเดีย และน่าจะมีพ่อค้าชาวอินเดียเขา้ มาตัง้ ถิ่นฐานในเวลาตอ่ มา 7 และทำใหค้ วามเชื่อทาง
พระพทุ ธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ เร่มิ แผเ่ ข้ามาในดนิ แดนแถบนี้ ได้เร่มิ เป็นทย่ี อมรับของคน พื้น เมืองใน
ดนิ แดนไทย อาจกลา่ วไดว้ ่ามีมาแล้วตั้งแตร่ าวพุทธศตวรรษที่ 9-10 เป็นตน้ มา

การรับวัฒนธรรมทางศาสนาปรากฏอยา่ งชัดเจนในราวพุทธศตวรรษที่ 9-11 โดยได้พบรูปเคาร พท่ี
สรา้ งข้ึนในประเทศอินเดียและนำเขา้ มาในดินแดนไทย ท้ังในศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธ ส่วนใหญ่พบ
ทางภาคตะวันตกและภาคใต้ รปู เคารพเหล่าน้นี ่าจะนำเข้ามาโดยพ่อค้าหรือนกั บวชชาวอนิ เดยี เพื่อการเคารพ
บูชา หรือเพอ่ื การเผยแผศ่ าสนา หลักฐานเน่ืองในพทุ ธศาสนา ได้พบพระพทุ ธรปู ศิลปะอนิ เดียในศลิ ปะอมราวดี
พระพุทธรูปในศิลปะคุปตะและหลงั คุปตะ เปน็ ตน้

ต่อมาจึงไดเ้ ร่ิมมีการคน้ พบหลักฐานว่าชาวพืน้ เมืองได้เริ่มสร้างรปู เคารพและศาสนสถานข้ึนในดินแดน
แถบน้ี เท่ากับมีการประดิษฐานศาสนาขึ้นแล้วในภูมิภาคน้ี โดยอายุอยใู่ นราวพทุ ธศตวรรษท่ี 9-11 และเป็น

6 จดหมายเหตจุ นี ราชวงศฮ์ ัน่ ตะวันตก ประมาณพุทธศตวรรษท่ี 5 ได้กลา่ วอ้างถึงดนิ แดนอนั เป็นที่ตัง้ ของประเทศไทยปัจจุบนั
วา่ อยู่บนเสน้ ทางการค้าระหวา่ งจีนกับอินเดียในชว่ งเวลาดงั กลา่ ว อา้ งถึงใน พิรยิ ะ ไกรฤกษ์, ประวัตศิ าสตรศ์ ลิ ปะและ
โบราณคดีในประเทศไทย, (กรุงเทพฯ : โรงพมิ พอ์ มรินทรพ์ ริ้นตงิ้ กรุพ๊ , 2533), หนา้ 117.
7 George Cœdès, Les Peuples de la Peninsule Indonchinoise: Histoire Civilisation, (Paris : Dunod, 1962),
p.41-44.

42

จดุ เรม่ิ ตน้ ของชุมชนทม่ี พี ัฒนาการเข้าสูช่ ุมชนเมืองและเขา้ สวู่ ฒั นธรรมทวารวดี นับต้ังแต่ราวพุทธศตวรรษท่ี 12
เปน็ ต้นมา

คำว่า “ทวารวดี” นั้นเป็นข้อสันนิษฐานมาจาก คำว่า “โถ-โล-โป-ติ” (To-lo-po-ti) ซึ่งปรากฏใน
บันทึกการเดินทางของพระภิกษเุ หีย้ นจงั (Hiuan Tsang) ท่ีได้เดินทางจากจนี ไปสืบศาสนาในอินเดียโดยทางบก
ในปี พ.ศ. 1172 และเดนิ ทางกลับจีนในปี พ.ศ. 1188 ในบันทกึ การเดินทางนีเ้ องไดก้ ลา่ วถงึ ชื่อ อาณาจักรโถโล
โปติ วา่ อยู่ระหวา่ งดินแดนที่เรยี กว่า อาณาจักรอีศานปรุ ะ (สมยั ก่อนเมืองพระนคร ในประเทศกมั พูชา) และ
อาณาจักรศรเี กษตร (ในประเทศเมยี นมาร์) ซ่งึ สันนิษฐานว่า “โถโลโปติ” ตรงกบั ภาษาสันสกฤต คือ “ทวาร
วดี” และเกีย่ วข้องกับดินแดนทบี่ ริเวณทีร่ าบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคกลางของประเทศไทย นอกจากน้ียัง
ปรากฏใน บนั ทกึ ของพระภิกษอุ ้ีจิง (I-Tsing) ผู้ที่เดนิ ทางไปสืบศาสนาจากจนี ไปยงั อินเดยี โดยทางน้ำ ระหวา่ ง
ปี พ.ศ. 1214-1218 ไดก้ ลา่ วถึงเมอื งทา่ และอาณาจกั รตามชายฝั่งทะเลท่เี ขาได้เดินทางผา่ นที่ปรากฏชื่อได้แก่
หลินยี (Lin-I) ฟนู ัน (Fu-nan) และทวารวดี (Dvaravati) และยังปรากฏ ชื่อ “โถโลโปติ” หรอื “ทวารวดี” ใน
จดหมายเหตุจนี สมัยราชวงศถ์ ัง นายปอล เปลลโิ ยต์ (Paul Pelliot) นกั วชิ าการโบราณคดชี าวฝรั่งเศสได้ตคี วาม
วา่ “Tolopoti” ตรงกับภาษาสันสกฤต คือ “ทวารวดี” และเช่ือวา่ ตัง้ อยู่บรเิ วณที่ราบลุม่ แม่นำ้ เจา้ พระยา8

ภายหลงั ได้มีการคน้ พบเหรยี ญเงนิ มจี ารกึ อักษรปัลลวะ ภาษาสนั สกฤต ข้อความวา่ “ศรีทวารวตี ศวร
ปุณยะ” แพรก่ ระจายตามเมอื งโบราณในสมยั ทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทยหลายเมือง เชน่ ท่นี ครปฐม
เมืองคเู มอื ง จงั หวัดสิงหบ์ รุ ี เมืองคอกช้างดิน จังหวดั สุพรรณบุรี เปน็ ตน้ ศาสตราจารย์ ยอรซ์ เซเดส์ เป็นผ้อู า่ น
และตคี วามไว้คร้ังแรกว่า “พระเจา้ แห่งทวารวดผี ู้มีบุญอันประเสรฐิ ”9 หรอื ต่อมามกี ารตีความเป็น “ความดีของ
พระเจ้ากรุงทวารวดีผู้ประเสรฐิ ”10 หรือ “การบญุ แห่งพระเจา้ ศรีทวารวดี”11 กำหนดอายุจากรปู แบบอักษรปัล
ลวะ อย่ใู นราวพทุ ธศตวรรษท่ี 1212 จงึ นับเป็นหลักฐานสำคัญที่เชอ่ื วา่ อาณาจักรช่อื “ทวารวดี”นี้ มีอยู่จริงท่ี
บริเวณภาคกลางของประเทศไทย และคงเป็นเมืองหรอื เป็นรฐั ที่มีกษัตริย์ปกครอง มเี มอื งบริวารที่มวี ิวัฒนาการ
ร่วมกนั อย่หู ลายเมือง

8 Paul Pelliot, “Deux intinéraires de Chine en Inde”, Bulletin de l’Ecole Française d’Extrême-Orient, Vol.
IV, 1904.
9 ยอรซ์ เซเดส์, ผู้อ่านครั้งแรก ดูใน หอสมุดแหง่ ชาติ, กรมศลิ ปากร, จารกึ ในประเทศไทย เลม่ 1 อักษรปัลลวะ อักษรหลังปัล
ลวะ พทุ ธศตวรรษที่ 11-14, พิมพค์ รั้งท่ี 2, (กรุงเทพฯ : หอสมุดแห่งชาต,ิ กรมศลิ ปากร, 2559), ดใู น กรมศิลปากร หน้า
154-155.
10 เทมิ มีเตม็ อา่ น ดใู นเรอื่ งเดียวกนั , หอสมุดแห่งชาติ, กรมศิลปากร, จารกึ ในประเทศไทย เล่ม 1, หนา้ 155-157.
11 กอ่ งแกว้ วรี ประจักษ์ ดใู นเรอ่ื งเดียวกนั , หอสมดุ แห่งชาติ, กรมศลิ ปากร, จารกึ ในประเทศไทย เลม่ 1, หนา้ 158-160.
12 ดูใน หอสมดุ แหง่ ชาต,ิ กรมศิลปากร, จารึกในประเทศไทย เลม่ 1 อักษรปัลลวะ อักษรหลงั ปัลลวะ พทุ ธศตวรรษท่ี 11-
14, หน้า 152-163.

43

เมืองศรีเทพจดั เปน็ เมืองโบราณสถานทมี่ ีความสำคัญมากเมอื งหนึ่งในสมยั ทวารวดี ในเขตลมุ่ นำ้ ป่าสัก
ที่ถือวา่ ยังคงหลงเหลอื หลกั ฐานทางโบราณคดแี ละงานศิลปกรรมของความเปน็ เมืองโบราณมากทีส่ ุดเมอื งหน่ึงท่ี
ไม่ถูกรบกวนจากคนในรุน่ หลัง ในขณะที่เมอื งโบราณสมัยทวารวดีเมืองอื่น ๆ น้ันถกู รบกวน เส่อื มสภาพไปตาม
กาลเวลาเมืองศรีเทพจงึ ถอื เปน็ ตวั อย่างของเมืองในสมยั ทวารวดที ีย่ งั ทรงคุณคา่ ความสำคญั และเปน็ ตัวแทนข อง
วฒั นธรรมทวารวดไี ด้เป็นอย่างดี นอกจากนีย้ ังแสดงให้เห็นถงึ อารยธรรมท่ีสำคญั ของเมืองคือ ความเป็น
ศนู ยก์ ลางของอารยธรรม ทมี่ ีการตดิ ต่อสมั พันธก์ บั วฒั นธรรมใกล้เคียง ตัง้ แต่ วฒั นธรรมอินเดยี วฒั นธรรมเขมร
และวฒั นธรรมทวารวดจี ากแหล่งอน่ื ๆ รวมท้งั เมืองศรีเทพยังแสดงให้เห็นถึงการอย่รู ่วมกันของชุมชน ที่ต่า ง
ศาสนากนั ในระยะเวลาเดียวกนั ทั้งพุทธศาสนาฝา่ ยเถรวาทและฝา่ ยมหายาน และศาสนาฮนิ ดู อาจมีทั้งไศว
นิกาย ไวษณพนิกายหรืออาจมีการบชู าพระสรุ ิยะโดยเฉพาะก็ได้ นอกจากนยี้ ังมงี านศิลปกร ร มท่ีมีรูปแบบ
เฉพาะอันแสดงถงึ การผสมผสานรูปแบบศลิ ปะระหว่างอิทธิพลศลิ ปะอินเดีย เขมร ทวารวดีและงานชา่ งทอ้ งถ่ิน
หลักฐานทางโบราณคดีและงานศิลปกรรมทีแ่ สดงให้เห็นถงึ วัฒนธรรมทวารวดี คอื

จารึกท่พี บท่ีเมืองศรีเทพ
ได้พบหลกั ฐานสำคัญ คือ จากจารกึ ที่เปน็ จารึกรนุ่ แรกทพ่ี บในประเทศไทย ราว 12 หลัก โดยเฉพาะ

จารึกในรุ่นแรกๆ ทพ่ี บในประเทศไทย จารึกดว้ ยอกั ษรปลั ลวะ ได้แกอ่ กั ษรทใ่ี ชใ้ นราชวงศ์ปัลลวะของอิน เดีย
ภาคใต้ จารกึ ด้วยภาษาบาลี กำหนดอายุอยใู่ นราวพทุ ธศตวรรษท่ี 12 หลงั จากนัน้ เป็นอักษรสมยั หลังปัลลวะ
พุทธศตวรรษท่ี 13-14 อกั ษรขอม พทุ ธศตวรรษที่ 15-17 ซึ่งอยใู่ นวัฒนธรรมเขมรแล้ว

นอกจากจะแสดงให้เห็นถงึ พัฒนาการของชุมชนท่ีมีการรับอารยธรรมจากภายนอกแล้วยังนับเป็น
หลักฐานสำคัญของการเขา้ สู่ยุคประวัติศาสตร์อย่างแท้จริงของชมุ ชนในกลุม่ น้ีอีกดว้ ย

จารกึ ทีจ่ ดั อยู่ในวฒั นธรรมทวารวดรี าว 10 ชิน้ นค้ี อื กล่มุ ท่ใี ช้อักษรปลั ลวะและหลังปลั ลวะ ทก่ี ำหนด
อายอุ ยู่ในราวพทุ ธศตวรรษที่ 11-14 จารกึ ทั้ง 10 หลักแบ่งไดต้ ามลักษณะตวั อักษร ภาษาและ เรอื่ งราวที่จารึก
ได้เป็นกลมุ่ ดงั น้ี คอื

กลมุ่ ที่ 1 จารึกอกั ษรปัลลวะ ภาษาบาลี อายอุ ยรู่ ะหว่างพุทธศตวรรษที่ 11-14 พบจำนวน 3 ชิ้น
ไดแ้ ก่

ช้ินท่ี 1 จารกึ เยธมฺมาฯ เมอื งศรีเทพ กำหนดอายุไดใ้ นราวพุทธศตวรรษที่ 12 มขี อ้ ความกล่าวถงึ คาถา
ในพระพุทธศาสนา วดั เสาธงทอง จงึ นำมามอบให้ พิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ สมเดจ็ พระนารายณ์ เม่ือเดือน
เมษายน 2554 จารกึ ด้วยอกั ษรปัลลวะ ภาษาบาลี คำจารึก คือ ยธมฺมา ครบทั้งประโยค คอื


Click to View FlipBook Version