The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wattanatamjangwat, 2021-12-02 01:44:08

เอกสารนำเสนอเข้าสู่บัญชีรายชื่อมรดกโลก เมืองโบราณศรีเทพ

ศรีเทพมรดกโลก

194

- คูน้ำ/คนั ดนิ มีลกั ษณะเป็นคนั ดิน 2 ช้นั และมคี นู ำ้ อยตู่ รงกลาง โดยคนู ้ำมีความกวา้ งประมาณ 20 เมตร
- เจดีย์หมายเลข 1 หรือวดั ปราสาท (รา้ ง) เป็นเจดีย์ทม่ี ีขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองอู่ทอง มีขนาด

กว้างยาวดา้ นละ 36.5 เมตร ตงั้ อย่นู อกตัวเมืองโบราณอู่ทองทางด้านทศิ ตะวันตกเฉยี งใต้ จากการ
ขดุ ค้นทางโบราณคดีพบว่า มีการก่อสร้างอย่างน้อย 3 คร้ัง คร้ังแรกและครั้งท่ี 2 เป็นการ
ดำเนนิ การในสมัยทวารวดี สว่ นครั้งท่ี 3 เป็นการบรู ณะในสมัยอยุธยา

รปู ท่ี 3-27 เจดยี ห์ มายเลข 1
ท่ีมาของขอ้ มูล : ฐานขอ้ มลู โบราณสถานกรมศลิ ปากร www.gis.finearts.go.th

- เจดีย์หมายเลข 13 ตง้ั อยนู่ อกคูเมืองด้านทิศเหนือ เป็นเจดียก์ ่ออิฐ มฐี านชั้นในเปน็ ศิลาแลง เจดยี ์
อยู่ในผังส่เี หลี่ยมจตั ุรสั ยอ่ เก็จ กวา้ งยาวดา้ นละ 28.35 เมตร มีเจดียจ์ ำลองหรอื สถูปกะตั้งอย่ทู ี่มุม
ทั้ง 4 มุม และมลี านประทักษิณกว้าง 5 เมตร โดยรอบ โบราณวัตถุท่ีพบจากการขุดค้นทาง
โบราณคดีท่ีน่าสนใจ คือ เศียรและพระบาทของพระพุทธรูปทำจากทองคำ พระพุทธรปู ศิลา
ประทบั ยืน พระพิมพด์ นิ เผา ชิ้นสว่ นศลิ าธรรมจักร และชนิ้ สว่ นกินรีทำจากดินเผา172

172 เมอื งโบราณอ่ทู อง: บรรณนิทศั น์ด้านประวตั ศิ าสตรแ์ ละโบราณคดี, หนา้ 30.

195

รูปท่ี 3-28 เจดีย์หมายเลข 13
ทมี่ าของข้อมลู : ฐานข้อมลู โบราณสถานกรมศิลปากร www.gis.finearts.go.th

- โบราณสถานแหง่ อน่ื ๆ มขี นาดไมใ่ หญ่นกั อาคารแต่ละหลังอยุ่ในสภาพปรกั หักพงั สามารถศึกษา
ได้เฉพาะในส่วนของแผนผัง ซ่ึงมที ั้งเจดีย์ในผงั กลม (โบราณสถานหมายเลข 10) ผังส่ีเหล่ียมจตั รุ ัส
(โบราณสถานหมายเลข 11) ผังสี่เหล่ยี มจัตุรสั ยกเก็จ (โบราณสถานหมายเลข 3 และ 9) ผงั แปด
เหลี่ยมยกเก็จ (โบราณสถานหมายเลข 13) วิหารรูปส่ีเหลยี่ มผืนผ้า (โบราณสถานหมายเลข 5
และ 16) และมณฑปในผังสเี่ หลี่ยมจตั รุ ัส (โบราณสถานหมายเลข 21) 173

ความครบถว้ นสมบรู ณ์ :
เมอื งอ่ทู องเป็นเมืองโบราณที่มีการอยอู่ าศัยอย่างต่อเนือ่ งตั้งแตส่ มยั กอ่ นประวตั ิศาสตร์จนถึงปัจจบุ นั ทำให้
มกี ารอยอู่ าศัยของชาวบ้านท้ังในบริเวณเมืองโบราณจึงทำให้ยากที่จะรักษาหลักฐานความเปน็ เมืองสมยั ทวารวดีได้
ทง้ั หมด และบริเวณคูน้ำคนั ดนิ โดยโบราณสถานทเ่ี หลอื อยภู่ ายในเมืองปจั จุบนั มีเพียงแหลง่ เดียว คือ โบราณสถาน
หมายเลข 3

173 เมอื งโบราณอู่ทอง : บรรณนทิ ศั นด์ ้านประวตั ิศาสตรแ์ ละโบราณคด,ี หนา้ 7.

196

ความเป็นของแทแ้ ละด้ังเดมิ :
โบราณสถานที่ยงั ปรากฏหลักฐานมจี ำนวน 28 รายการ ทั้งในและนอกเมืองโบราณอทู่ อง รวมถงึ คนู ้ำ คัน
ดนิ ไดร้ บั การดูแลปกป้องคุ้มครองตามกฎหมาย มีความเป็นของแท้และดง้ั เดมิ สูง
การปกปอ้ งคุ้มครองและการบรหิ ารจดั การ :
กรมศลิ ปากรได้ขน้ึ ทะเบยี นโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 52 ตอน 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.
2478 (ค.ศ. 1935) เป็นการประกาศข้ึนทะเบียนแบบที่ยังมไิ ดก้ ำหนดเขตท่ดี ินโบราณสถานอย่างชัดเจน ซึ่งใน
เบ้อื งตน้ สามารถตคี วามพนื้ ที่ทไ่ี ด้รับการปกปอ้ งคมุ้ ครองตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน พ.ศ.2504 (ค.ศ.1961)
ทั้งเมอื ง มพี ื้นท่ีประมาณ 976 ไร่ (156 เฮกเตอร)์
การวิเคราะห์เปรยี บเทยี บ
ความคล้ายคลึงกนั

- คุณคา่ ความสำคัญ
o เมืองโบราณสมัยทวารวดี: เมอื งโบราณศรเี ทพ และเมืองโบราณอทู่ อง เป็นเมอื งโบราณสมัย

ทวารวดี เช่นเดียวกนั มีรปู แบบของเมืองโบราณทแี่ สดงถึงลักษณะเด่นของเมอื งโบราณสมัย
ทวารวดที ่ียังไม่เป็นรูปทรงเรขาคณิต มีคนู ำ้ คันดนิ ล้อมรอบ พบโบราณสถานในวัฒนธรรม
ทวารวดีทงั้ ในและนอกเมือง
o ความหลากหลายในการนับถือศาสนา: จากหลักฐานท่พี บที่เมอื งโบราณศรีเทพ และเมอื ง
โบราณอู่ทอง
o การใช้พื้นท่ีตอ่ เน่ืองตั้งแตส่ มยั กอ่ นประวัติศาสตร์ตอนปลาย: พบหลักฐานทางโบราณคดี
สมัยกอ่ นประวัติศาสตร์ตอนปลายหลายแหล่งในบริเวณใกล้เคียงกับเมืองโบราณศรเี ทพ
และเมืองโบราณอ่ทู อง ทีท่ ำใหส้ ามารถกลา่ วไดว้ า่ บรเิ วณเมืองโบราณทั้งสองแห่งน้ี มกี ารอยู่
อาศยั มาตั้งแตส่ มัยเหลก็ ราว 2,000 ปมี าแล้ว แสดงใหเ้ ห็นถงึ พัฒนาการของชมุ ชนท่ีมีการ
อยูอ่ าศัยอย่างตอ่ เนื่อง ตง้ั แต่สมยั กอ่ นประวัติศาสตร์จนถึงช่วงปลายของสมยั ทวารวดี
o โบราณสถานทีต่ ง้ั อยู่นอกเมอื ง มีขนาดใหญ่กวา่ โบราณสถานภายในเมอื ง: พบโบราณสถาน
ขนาดใหญ่ต้ังอยู่นอกเมอื งโบราณท้งั 2 แหง่ ท่ีมีขนาดใหญ่กวา่ โบราณสถานภายในเมือง
อย่างมนี ยั ยะสำคัญ
▪ เจดีย์หมายเลข 1 หรือวดั ปราสาท (รา้ ง) เป็นเจดยี ท์ ี่มขี นาดใหญ่ที่สดุ ของเมอื งอ่ทู อง มี

ขนาดกวา้ งยาวโดยประมาณด้านละ 36.5 เมตร

197

▪ เขาคลังนอก เจดียข์ นาดใหญท่ ี่สดุ ของเมืองศรีเทพ มีขนาดกว้างยาวโดยประมาณดา้ นละ
70 เมตร

- การปกป้องคุ้มครอง : เมืองโบราณศรีเทพและเมืองโบราณอทู่ องได้รับการปกป้องคมุ้ ครองตาม
กฎหมายทั้งเมืองเช่นเดยี วกัน

ความแตกต่างกนั
- คุณค่าความสำคัญ
o เมอื งโบราณอูท่ องมขี นาดเลก็ กว่าเมืองโบราณศรเี ทพอยา่ งมีนัยยะสำคญั โดยมขี นาดเพียง 1
ใน 3 ของเมอื งโบราณศรีเทพ (ตารางท่ี 1)
- การบริหารจัดการ :
o เมืองโบราณศรีเทพ เป็นเมืองโบราณสมยั ทวารวดีเพียงแห่งเดียวท่ีได้รบั การจัดต้ังข้ึนเป็น
อุทยานประวัตศิ าสตร์ ทำใหเ้ ป็นเมืองเดียวทีม่ ีแผนแมบ่ ทในการบริหารจดั การ การปกป้อง
คุ้มครอง ทำให้มีความครบถว้ นสมบูรณข์ องหลกั ฐานมากท่ีสุดในบรรดาเมืองโบราณสมัย
ทวารวดี
▪ จำนวนหลกั ฐานที่เหลืออยู่
• เมืองโบราณศรีเทพ มีโบราณสถานที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองทง้ั ที่ดำเนนิ การ
ขุดค้นทางโบราณคดี บูรณะซ่อมแซมแล้ว และยงั มิไดด้ ำเนินการกว่า 120
รายการ
• เมอื งโบราณอู่ทอง ปรากฏหลักฐานท่ีเกย่ี วข้องกับเมืองโบราณอู่ทองทงั้ ในและ
นอกเมอื งในระบบฐานขอ้ มลู ของกรมศิลปากรเพยี ง 28 รายการ

198

3.2.2. เมืองโบราณนครปฐม จังหวดั นครปฐม
ประเทศ : ไทย
ปีทข่ี นึ้ ทะเบียนเปน็ มรดกโลก : -
การเขา้ สบู่ ัญชชี ว่ั คราว : -
ช่อื แหล่ง : เมอื งนครปฐม หรอื เมอื งนครชยั ศรี
เกณฑ์การขึน้ ทะเบียนมรดกโลก : -
พ้ืนท่ีแหล่ง : กวา้ งประมาณ 2,000 เมตร ยาวประมาณ 3,700 เมตร มีพน้ื ทปี่ ระมาณ 3,809 ไร่ (610 เฮกเตอร)์
พนื้ ทีก่ นั ชน : -
คุณค่าโดดเด่น

ภาพรวม
เมอื งโบราณนครปฐม หรือเมืองนครชัยศรี ตัง้ อยูใ่ นเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ศาสตราจารย์ฌอง
บวสเซอลิเย่ร์ นักวิชาการชาวฝรั่งเศส ซึ่งเข้าสำรวจพ้ืนท่ีในประเทศไทยระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 28
พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) และสังเกตรอ่ งรอยจากภาพถ่ายทางอากาศ พบร่องรอยเมอื งโบราณที่มพี ระ
ประโทนเจดียเ์ ปน็ ศนู ย์กลาง มีขนาดกว้างประมาณ 2,000 เมตร ยาวประมาณ 3,700 เมตร174
เมอื งโบราณนครปฐมถือเป็นเมืองท่มี ีขนาดใหญ่ทส่ี ุดในสมยั ทวารวดี จากหลักฐานโบราณสถานขนาดใหญ่
ทพี่ บหลายแหล่ง รวมท้งั งานศิลปกรรมทม่ี คี วามสำคญั ทำใหน้ กั วิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าเมืองนครปฐมโบราณเป็น
ศูนย์กลางของอาณาจักรทวารวดี รวมถงึ เปน็ แหลง่ แพรก่ ระจายวฒั นธรรมทวารวดีไปยังเมืองต่าง ๆ ในเขตลุ่มแม่น้ำ
แม่กลอง - ท่าจนี เช่น เมอื งกำแพงแสน เมืองคบู ัว เปน็ ต้น175
สิง่ สำคญั

- คเู มือง มคี วามยาวทั้งหมดประมาณ 10 กโิ ลเมตร กว้างประมาณ 50 – 60 เมตร มีลกั ษณะเด่น
คอื ไมม่ ีคนั ดนิ ต่างจากเมืองโบราณสมัยทวารวดแี หง่ อ่ืน ๆ ที่มีคนั ดินสงู ลอ้ มรอบ 1 หรือ 2 ช้ัน
ซึง่ เชอื่ ว่าเปน็ การเออื้ ประโยชนใ์ หก้ ับการเดินเรอื เขา้ มาภายในเขตเมอื งได้

- วัดพระเมรุ เป็นโบราณสถานสำคัญของเมืองโบราณนครปฐม ต้ังอยู่นอกเมอื งห่างจากคเู มืองไป
ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 1 กิโลเมตร กรมศิลปากร ร่วมกับสำนักงานฝรง่ั เศสแห่งปลาย
บรู พาทิศ (L'Ecole Francaise d'Extreme-Orient) ทำการขุดแต่งโบราณสถาน แห่งน้ีในปี

174 โบราณคดเี มืองนครปฐม : การศกึ ษาอดีตของศนู ยก์ ลางแหง่ ทวารวด,ี หน้า 21 – 23.
175 ศลิ ปะทวารวดี วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดนิ แดนไทย, หนา้ 99-100.

199

พ.ศ. 2481 (ค.ศ. 1938) มีลักษณะเป็นเจดีย์ท่มี ีผงั ส่ีเหลี่ยมจัตุรัสยกเก็จ มีขนาดดา้ นละเกอื บ
70 เมตร มลี ักษณะเดน่ คือมีแกนกลางรองรับเคร่อื งบนทีเ่ ป็นสถปู เจดยี ์ ตรงกลางแต่ละด้านของ
แกนกลางมฐี านชุกชีสำหรบั ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับน่ังห้อยพระบาทขนาดใหญ่ 4 องค์
มรี ะเบียงทางเดินโดยรอบแกนกลาง และมซี ุ้มรายร อบจำนวน 16 ซ้มุ ส่วนนอกสดุ มลี ักษณะ
เปน็ มุขยื่นออกไป 8 มขุ 176 จากลกั ษณะของแผนผังและการประดิษฐานของพระพทุ ธรปู ท่ีดา้ น
ทัง้ ส่ีของเจดีย์นี้ เปรียบเทียบไดก้ ับวิหารอานันทะที่เมอื งพุกาม ประเทศพม่า และวิหารปหรรปุ
ระ (Paharpur) ในแคว้นเบงกอล ประเทศอินเดีย ความสำคัญของวดั พระเมรยุ งั แสดงออกผ่าน
ประติมากรรมพระพทุ ธรปู ประทบั นัง่ ห้อยพระบาทขนาดใหญ่ 4 องค์ และโบราณวตั ถุที่ได้จาก
ขดุ แตง่ อกี เป็นจำนวนมาก177

รปู ท่ี 3-29 ฐานเจดยี ์และผงั รูปแบบเจดีย์ วดั พระเมรุ
ทม่ี า: กรมศิลปากร, ระบบภูมิสารสนเทศ แหลง่ มรดกทางศิลปวัฒนธรรม www.gis.finearts.go.th

- เจดีย์จุลประโทน ตั้งอยู่ภายในเมืองโบราณนครปฐม ห่างจากวัดพระประโทณเจดีย์ไปทางทิศ
ตะวนั ออกประมาณ 500 เมตร ปิแอร์ ดูปองต์ (Pierre Dupont) นกั โบราณคดีชาวฝรั่งเศส ได้
ทำการขุดคน้ ทางโบราณคดีคร้ังแรกใน พ.ศ.2482 (ค.ศ. 1941) ร่วมกับกรมศิลปากร (ตอ่ จากวัด
หน้าพระเมรุ) และศาสตราจารย์ฌอง บวสเซอลิเยร่ ์ จากมหาวิทยาลัยซอร์บอน เป็นผู้ชว่ ยเหลือ
ดำเนินการขุดแตง่ และศึกษาเพมิ่ เตมิ อีกคร้ังในปี พ.ศ.2511 (ค.ศ. 1968) ทำให้ทราบว่าเจดีย์มี

176 โบราณคดีเมอื งนครปฐม : การศึกษาอดตี ของศนู ยก์ ลางแหง่ ทวารวด,ี หนา้ 68.
177 โบราณคดีเมืองนครปฐม : การศึกษาอดตี ของศูนยก์ ลางแหง่ ทวารวดี, หน้า 69.

200

ลกั ษณะก่ออิฐถือปูน มแี ผนผงั เป็นรูปสี่เหลย่ี มจัตรุ ัส ฐานกว้างประมาณด้านละ 27 เมตร สูง
ประมาณ 4 เมตร มีบันไดทางขึ้นลานประทักษิณ 2 ด้าน บริเวณฐานเจดีย์โดยรอบเคยมี
ประติมากรรมนนู สงู ศิลปะสมัยทวารวดีประดบั อยู่ เป็นเรื่องราวที่ไดร้ ับแรงบันดาลใจมาจาก
วรรณคดใี นสมยั พทุ ธศาสนาที่เรยี กว่า “อวทาน” ซึ่งปัจจุบนั ถกู เคล่ือนย้ายนำไปจัดแสดงไว้ท่ี
พพิ ธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติ พระปฐมเจดีย์178 ผลการศึกษารปู แบบของเจดยี ์สรปุ ไดว้ า่ มีการบรู ณะ
ครัง้ ใหญ่จำนวน 3 คร้งั คอื

o การก่อสรา้ งคร้ังท่ี 1 สร้างเจดยี ์พร้อมกับลานประทักษณิ มีบันไดขน้ึ ลง 4 ด้าน มี
ลวดลายประดับทำด้วยดิน เผา กำหนดอายุอยู่ใน ราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 1 3
(คริสตศ์ ตวรรษท่ี 6 – 7) ซง่ึ ระยะน้ีเก่ยี วขอ้ งกบั พุทธศาสนาแบบเถรวาท179

o การก่อสร้างคร้ังท่ี 2 ได้ก่อเสริมลา นประทักษิณขึ้นมาจ นเสมอซุ้มปร ะดิษฐา น
พระพุทธรปู ทำให้ลานประทักษิณหายไป และเพ่ิมลวดลายประดบั ปนู ปั้น กำหนดอายุ
อยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 14 – 15 (คริสตศ์ ตวรรษท่ี 8 – 9) และแสดงให้เหน็ อิทธพิ ล
ของพุทธศาสนาแบบมหายานจากศลิ ปะศรวี ชิ ัย180

o การก่อสร้างครั้งที่ 3 มีการก่อสร้างฐาน ขึ้นใหม่ ครอบทับบันไดทางข้ึนและลาน
ประทักษณิ เดิม และสร้างลานประทักษณิ ใหม่เพ่ิมข้ึนอกี 1 ชัน้ และประดับสถูปจำลอง
ทม่ี ุมทั้งสี่ของลาน ระยะนี้คงเกิดจากการเปล่ียนแปลงกลับไปนับถือพุทธศาสนา แบบ
เถรวาท จึงมีการก่อฐานข้นึ ใหมซ่ ่ึงปิดทับภาพปนู ป้นั ของเดิมเอาไว้ พร้อมกันน้ัน ก็มี
การวางอิฐฤกษ์ จากลักษณะลวดลายที่แกะสลักบนอิฐฤกษ์ ทำให้สามารถกำหนดได้ว่า
นา่ จะมอี ายุอย่ใู นชว่ งต้นหรอื กลางพทุ ธศตวรรษท่ี 15 (คริสต์ศตวรรษท่ี 9)181

178 สำนกั ศลิ ปากรท่ี 2 สุพรรณบุรี กรมศลิ ปากร, รายงานการบรู ณะเจดีย์จุลประโทน จังหวัดนครปฐม, (มปท. : มปพ., 2550), หน้า 1.
179 โบราณคดีเมอื งนครปฐม : การศึกษาอดตี ของศนู ยก์ ลางแห่งทวารวด,ี หนา้ 79
180 เร่ืองเดยี วกนั , หน้า 80.
181 เรื่องเดียวกัน, หน้าเดียวกนั .

201

รปู ท่ี 3-30 ฐานเจดยี จ์ ลุ ประโทน (ซา้ ย) ทีม่ า: กรมศลิ ปากร, ระบบระบบภูมิสารสนเทศ แหลง่ มรดกทางศิลปวฒั นธรรม
www.gis.finearts.go.th

รูปท่ี 3-31 ศาสตราจารย์ปแิ อร์ ดูปองต์ และผู้เก่ยี วข้องเก่ียวข้องหนา้ เนนิ โบราณสถานเจดียจ์ ลุ ประโทนทีย่ งั ไมไ่ ด้รบั การขดุ แต่ง
(ขวา) ทม่ี า: สำนกั ศลิ ปากรที่ 2 สุพรรณบรุ ี กรมศิลปากร, รายงานการบรู ณะเจดยี ์จลุ ประโทน จังหวดั นครปฐม.

- พระประโทน เปน็ โบราณสถานทต่ี ัง้ อยู่กลางเมืองโบราณนครปฐม ก่อนการขุดแตง่ มีลักษณะเป็น
เนินดนิ ที่ด้านบนมีพระปรางค์สรา้ งซ้อนทับอยู่ กรมศิลปากรได้ดำเนนิ การขุดแตง่ เมื่อ พ.ศ.2548
– 2550 (ค.ศ. 2005 – 2007) ทำใหท้ ราบถงึ ลักษณะของพระเจดียอ์ งคเ์ ดมิ ซงึ่ ใช้อิฐเป็นวัสดุ
หลักและมีศิลาแลงเป็นส่วนประกอบ องค์เจดีย์อยู่ในผังสี่แหลี่ ยมจตั ุรัสยกเก็จ ฐานกว้าง
ประมาณดา้ นละ 37 เมตร ฐานทักษณิ ดา้ นลา่ งมบี ันไดท้ัง 4 ดา้ น เพ่อื นำขึน้ ไปสู่ฐานทกั ษิณชนั้ ท่ี
2 ลักษณะของฐานเจดียค์ ล้ายกับเจดีย์จุลประโทน ตอนบนของเจดียเ์ ป็นส่วนเรือนธาตุที่อยูใ่ น
ผงั ยกเก็จเชน่ เดยี วกับดา้ นล่าง แต่ละด้านของเรอื นธาตุมีซุม้ จระนำ 5 จระนำ เหนือซมุ้ จระนำมี
ซมุ้ โค้งคลา้ ยกับซุ้มกฑุ ุ แต่ไม่มีหลกั ฐานว่าในซุ้มจระนำนปี้ ระดิษฐานประติมากรรมรูปใด และ
สว่ นที่อยู่เหนือข้ึนไปจากนก้ี ็ไม่อาจทราบได้วา่ มลี ักษณะเป็นอย่างไร เพราะอยูใ่ นสภาพชำรุด
และมีพระเจดีย์ทรงปรางค์สรา้ งทบั ไวแ้ ล้ว182

182 โบราณคดเี มืองนครปฐม : การศึกษาอดีตของศนู ย์กลางแหง่ ทวารวดี, หน้า 92-93.

202

รปู ที่ 3-32 วัดพระประโทน
ท่มี า: กรมศิลปากร, ระบบระบบภมู สิ ารสนเทศ แหลง่ มรดกทางศลิ ปวัฒนธรรม www.gis.finearts.go.th

ความครบถว้ นสมบรู ณ์:
เมืองโบราณนครปฐม มีข้อจำกัดในการนำเสนอความสำคัญของความเป็นเมอื งโบราณสมัยทวารวดี ด้วย
การอย่อู าศัยที่ต่อเน่อื งทำให้ในปจั จุบันสามารถดำเนินการอนรุ ักษ์โบราณสถานท่ีสำคัญไวไ้ ดแ้ คบ่ างสว่ น
ความเปน็ ของแทแ้ ละดั้งเดมิ :
โบราณสถานที่ได้รบั การประกาศขึน้ ทะเบียนโดยกรมศิลปากร ได้รับการอนรุ ักษ์ให้อยู่ใน สภาพที่ยังคง
ความเป็นของแท้และดงั้ เดมิ ไวไ้ ด้
การปกป้องคมุ้ ครองและการบริหารจดั การ
กรมศลิ ปากรประกาศข้ึนทะเบยี นโบราณสถานท่ีอย่ใู นและนอกเมืองโบราณคดนี ครปฐมจำนวน 7 แหล่ง

203

การวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บ
ความคล้ายคลงึ กนั

- คณุ ค่าความสำคญั
o เมืองโบราณนครปฐม และเมืองศรีเทพ ถือเป็นเมอื งโบราณสมยั ทวารวดีที่มขี นาดใหญ่ โดย

เมืองโบราณนครปฐม มขี นาดประมาณ 610 เฮกเตอร์ และเมืองโบราณศรีเทพมนี าด 460
เฮกเตอร์
o โบราณสถานทต่ี ง้ั อยู่นอกเมอื ง มขี นาดใหญก่ ว่าโบราณสถานภายในเมือง: พบโบราณสถาน
ขนาดใหญ่ตั้งอยู่นอกเมอื งโบราณทั้ง 2 แหง่ ท่ีมีขนาดใหญ่กวา่ โบราณสถานภายในเมือง
อย่างมนี ยั ยะสำคัญ (ตารางที่ 4)
▪ วดั พระเมรุ เปน็ โบราณสถานขนาดใหญท่ ่ีสดุ ท่ีปรากฏหลกั ฐานใหเ้ ห็นในปัจจบุ ันของเมือง

นครปฐม มีขนาดกวา้ งยาวโดยประมาณ 70 x 70 เมตร เท่ากบั โบราณสถานเขาคลงั นอก
ท่เี มืองศรเี ทพ
▪ พระประโทนเจดีย์เป็นโบราณสถานภายในเมืองนครปฐมโบราณที่มขี นาดใหญ่ท่ีสดุ มี
ขนาดประมาณ 37 x 37 เมตร ในขณะท่ีเขาคลังในเป็นโบราณสถานภายในเมอื งศรเี ทพ
ทมี่ ีขนาดใหญ่ท่สี ดุ มีขนาดประมาณ 28 x 45 เมตร
ความแตกตา่ งกัน
- คณุ คา่ ความสำคัญ
o ไม่พบหลักฐานทางโบราณคดีทีเ่ กา่ ไปถึงสมัยกอ่ นประวัตศิ าสตร์ตอนปลาย (สมัยเหล็ก)
ในบริเวณใกล้เคยี งกับเมืองโบราณนครปฐม แตกตา่ งจากหลักฐานทพ่ี บในบริเวณเมืองศรี
เทพ ที่พบหลักฐานทางโบราณคดีในสมัยเหล็กท้ังจากการสำรวจ และการขุดค้นทาง
โบราณคดี ทง้ั ในและนอกเมอื งโบราณ
- ความครบถ้วนสมบรู ณ์ : ด้วยขอ้ จำกดั ในการปกป้องคุม้ ครอง และการบริหารจดั การ ทำให้ยากที่
จะรักษาความครบถ้วนสมบูรณ์ ในบริบทของการเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ต่างจากเมอื ง
โบราณศรีเทพอย่างมีนยั ยะสำคญั
- การปกป้องคุ้มครอง : แม้เมืองโบราณนครปฐมจะมีขนาดของเมืองและขนาดโบราณสถานท่ีมี
ขนาดใหญ่ แต่การเป็นเมืองโบราณทีม่ กี ารอยูอ่ าศัยอย่างตอ่ เน่ือง แทบไมม่ ีการทง้ิ ร้าง ทำให้เป็น

204

การยากในการดำเนนิ การปกปอ้ งค้มุ ครอง โดยเฉพาะอย่างย่งิ การปกปอ้ งหลักฐานทางโบราณคดี
ที่อยใู่ ต้ดนิ
- การบริหารจดั การ : เมืองโบราณศรเี ทพ เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดเี พียงแหง่ เดยี วท่ีได้รบั การ
จดั ตง้ั ขน้ึ เปน็ อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ ทำใหเ้ ป็นเมืองเดียวทม่ี ีแผนแม่บทในการบรหิ ารจัดการ การ
ปกปอ้ งคมุ้ ครอง ทำให้มคี วามครบถ้วนสมบรู ณ์ของหลกั ฐานมากทส่ี ุดในบรรดาเมืองโบราณสมัย
ทวารวดี สิ่งน้ีทำให้เกิดความแตกต่างของหลักฐานที่เหลอื อยู่ในปัจจุบั น ของเมืองโบราณ
นครปฐม ที่มีจำนวนนอ้ ยทเี่ หลืออยู่ทเ่ี มอื งศรเี ทพอยา่ งมนี ัยยะสำคญั

205

3.2.3. เมืองโบราณคบู วั จังหวัดราชบรุ ี
ประเทศ : ไทย
ปีทีข่ น้ึ ทะเบียนเป็นมรดกโลก : -
การเขา้ สบู่ ญั ชชี ั่วคราว : -
ชอื่ แหล่ง : เมอื งคบู ัว
เกณฑ์การข้นึ ทะเบยี นมรดกโลก : -
พน้ื ทแ่ี หล่ง : กวา้ งประมาณ 800 เมตร ยาวประมาณ 2,000 เมตร มีพ้ืนที่ประมาณ 160 เฮกเตอร์
พนื้ ทกี่ ันชน : -
คุณค่าโดดเด่น

ภาพรวม
เมืองโบราณคูบัว ตั้งอยทู่ างทศิ ใต้ของจังหวัดราชบุรี ลักษณะของตัวเมือง เปน็ รูปสี่เหลีย่ มผืนผ้า มีคูน้ำ
ล้อมรอบทัง้ 4 ด้าน183 ในอดตี ลักษณะของคูน้ำคันดนิ จะประกอบไปด้วยคนู ้ำอยู่ตรงกลางระหวา่ งคันดินสองชัน้ ตัว
คนู ้ำมขี นาดกว้างประมาณ 50 เมตร คันดินมีขนาดกวา้ งประมาณ 53 เมตร สูงประมาณ 3 เมตร184
สิ่งสำคัญ
ภายในและภายนอกเมอื งคูบัว มีโบราณสถานทัง้ สิ้น 59 แหล่ง จากหลักฐานที่พบทำให้สามารถกล่าวไดว้ ่า
เมืองโบราณคูบัว เป็นเมืองสมัยทวารวดีที่มีความเจริญรุ่งเรืองใน ช่วงประมาณ พุทธศตวรร ษท่ี 12 – 17
(คริสต์ศตวรรษที่ 6 – 11) ใช้อฐิ เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง ลักษณะอิฐท่ีพบจะมีรปู แบบเฉพาะตัวของอิฐสมัย
ทวารวดี คอื มีขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 18 ซม. ยาวประมาณ 34 ซม. และหนาประมาณ 8 ซม. โดยมกี ารผสม
แกลบขา้ วไว้ในดนิ ท่ีจะใช้เผาอิฐ ส่วนกรรมวิธีในการเผาคงยงั ไม่ไดม้ าตรฐานเท่าที่ควร เน่ืองจากผิวของอิฐชนั้ นอก
เท่านน้ั ท่ีสกุ เน้ืออฐิ ภายในยังคงเปน็ สดี ำและเป็นถ่านอยู่ และพบว่ามีทั้งศาสนสถานในนกิ ายเถรวาท และมหายาน
ซ่ึงมีลักษณะทแี่ ตกตา่ งกนั 185

- คูนำ้ /คันดิน คนู ้ำคันดนิ รอบตวั เมอื ง มีความยาวโดยรอบประมาณ 5,600 เมตร มีลักษณะเป็น
คนู ำ้ ท่ีอย่รู ะหวา่ งคันดนิ สองชัน้ 186

183 กรมศลิ ปากร, โบราณคดีเมอื งคูบวั , (กรมศิลปากร : 2535), หน้า 22.
184 สำนกั งานศิลปากรที่ 1 ราชบรุ ี, รายงานประกอบแผนผังเพอื่ ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานหมายเลข 24, 25 เมอื งคูบัว (ม.ป.ท., ม.ป.ป.).
185 รายงานประกอบแผนผังเพ่ือประกาศข้ึนทะเบียนโบราณสถานหมายเลข 24, 25 เมอื งคบู ัว.
186 สำนกั งานศลิ ปากรท่ี 1 ราชบรุ ี, รายงานเบือ้ งตน้ ผลการขุดแต่งโบราณสถานหมายเลข 24-25 เมืองคูบัว (มปท. : มปพ., 2545). หนา้ 9.

206

o คนู ้ำมขี นาดความกว้างประมาณ 50 เมตร ปัจจุบันอย่ใู นสภาพตื้นเขิน ชาวบา้ นใช้เป็น
พนื้ ทที่ ำการเกษตร หรอื เป็นท่ีอยู่อาศัย ยกเว้นคูน้ำด้านทศิ เหนอื และบางสว่ นของด้าน
ทศิ ตะวนั ออก ที่ยังคงมีสภาพความเปน็ คนู ้ำอย่ใู นปัจจุบัน

o แนวคันดินท่ยี ังคงปรากฏร่องรอยตงั้ อย่บู รเิ วณบ้านสระโบสถ์ มีความกว้างประมาณ 53
เมตร สงู ประมาณ 3 เมตร

- วัดโขลง (สวุ รรณครี ี) หรือโบราณสถานหมายเลข 18 เป็นสถาปัตยกรรมทม่ี ีความสำคญั มาก
ที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยทวารวดี เป็นอาคารขนาดใหญ่ มีแผนผังสีเหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ
22.2 เมตร ยาวประมาณ 43.5 เมตร พบอยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น เช่น เขาคลังใน เมืองศรีเทพ
จังหวดั เพชรบูรณ์ เป็นต้น มีลักษณะ เปน็ อาคารรปู สีเ่ หลย่ี มผืนผ้า มีมุขยนื่ ออกมาดา้ นหน้าเพยี ง
ดา้ นเดียว มีบันไดทางขึ้นสู่ชน้ั บน ส่วนของผนงั ยกสงู ประดบั ด้วยประติมากรรมปูนปั้นจำพวก
เทวดาและพระโพธิสัตว์ ส่วนบนของอาคารมีลานประทักษิณโดยรอบ มีสถูปอยู่ด้านหลัง
ดา้ นหน้าอาจเป็นวิหารสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ลักษณะรูปแบบและแผนผังอาคาร
คล้ายคลึงกัน อย่างมากกับเขาคลังใน ท่ีเมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ กำหนดอายุจา ก
ประติมากรรมปนู ป้ัน ซ่ึงได้จากการขดุ แตง่ โบราณสถานแหง่ น้ี ส่วนใหญ่เป็นฝีมอื ช่างพื้นเมือง
แทบท้ังส้นิ จงึ สันนิษฐานวา่ น่าจะเปน็ ยคุ ทีศ่ ิลปะทวารวดีเจริญรุง่ เรืองสงู สุด ราวพุทธศตวรรษท่ี
14 (คริสต์ศตวรรษท่ี 8)

รูปท่ี 3- 33 วัดโขลง (สวุ รรณคีรี)
ท่มี า: กรมศิลปากร, ระบบระบบภูมสิ ารสนเทศ แหลง่ มรดกทางศลิ ปวฒั นธรรม www.gis.finearts.go.th

207

- โบราณสถานหมายเลข 31 เปน็ ฐานโบราณสถานสร้างด้วยอิฐท้งั หลัง มีแผนผงั รปู สี่เหลีย่ มจตั รุ ัส
กวา้ งยาวด้านละ 21.90 เมตร ฐานช้ันล่างสดุ เปน็ ฐานเขียง กอ่ สงู จากพื้นราว 50 เซนติเมตร
รองรับส่วนฐานดา้ นบนอีกช้นั หน่งึ ทก่ี ่อเปน็ ฐานสีเ่ หลย่ี มจตั ุรสั ยกเก็จทีด่ ้านทง้ั ส่ี โดยฐานชน้ั ลา่ ง
มลี กั ษณะเปน็ ฐานเขยี ง คั่นด้วยลวดบัว รองรับชั้นบัวแบบคร่งึ วงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งเปน็ ลักษณะ
พเิ ศษของสถาปัตยกรรมแบบทวารวดี187

รปู ท่ี 2-34 โบราณสถานหมายเลข 31
ที่มา : รายงานโครงการบรู ณะโบราณสถานเมืองคบู ัว (โบราณสถานหมายเลข 1 18 31 และ 44), หนา้ 95.

ความครบถว้ นสมบรู ณ์
ปจั จุบันมกี ารอยู่อาศัยของประชาชน และเป็นพ้ืนท่ีทำการเกษตรกรรมเกอื บท้ังบริเวณเมืองโบราณคบู ัว
ทำให้ยากในการสื่อสารถึงความสำคญั ของความเปน็ เมืองโบราณสมยั ทวารวดี
ความเป็นของแท้และดั้งเดิม
โบราณสถานท่ีได้รับการประกาศข้นึ ทะเบียนโดยกรมศิลปากร ได้รบั การอนรุ ักษ์ให้ อยู่ในสภาพท่ียังคง
ความเป็นของแทแ้ ละดง้ั เดมิ ไวไ้ ด้

187 หา้ งหุ้นสว่ นจำกดั โบราณนรุ ักษ,์ รายงานโครงการบรู ณะโบราณสถานเมอื งคบู ัว (โบราณสถานหมายเลข 1 18 31 และ 44) เสนอต่อกรมศลิ ปากร
(มปท. : มปพ., 2555), หน้า 23.

208

การปกปอ้ งคุม้ ครองและการบรหิ ารจดั การ
กรมศิลปากรยังไม่ได้ประกาศข้ึนทะเบียน โบราณสถานเมืองคูบัว แต่มีการประกา ศขึ้น ทะเบียน
โบราณสถานในและนอกเมืองอยู่เป็นจำนวน 8 รายการ ได้แก่ วัดโขลงสุวรรณคีรี (โบราณสถานหมายเลข 18),
โบราณสถานหมายเลข 1, โบราณสถานหมายเลข 8, โบราณสถานหมายเลข 24, โบราณสถานหมายเลข 25,
โบราณสถานหมายเลข 31, โบราณสถานหมายเลข 33, โบราณสถานหมายเลข 44
การวิเคราะหเ์ ปรียบเทยี บ
ความคล้ายคลึงกัน

- คุณค่าความสำคญั
o เมอื งโบราณสมยั ทวารวดี: เมืองโบราณศรเี ทพ และเมอื งโบราณอคบู ัว เปน็ เมอื งโบราณสมัย

ทวารวดี เช่นเดียวกัน มีรปู แบบของเมอื งโบราณทแ่ี สดงถึงลักษณะเด่นของเมืองโบราณสมัย
ทวารวดีท่ียงั ไม่เปน็ รูปทรงเรขาคณติ มีคนู ้ำ คันดินล้อมรอบ พบโบราณสถานในวฒั นธรรม
ทวารวดีท้ังในและนอกเมือง
ความแตกตา่ งกัน
- คณุ ค่าความสำคญั
o ขนาดของเมืองโบราณคูบัว และขนาดของโบราณสถานสำคัญมขี นาดเล็กกว่าขนาดเมือง
โบราณศรเี ทพ และโบราณสถานสำคญั ของเมอื งศรีเทพอย่างมนี ยั ยะสำคญั (ตารางที่ 1 และ 4)
- ความครบถว้ นสมบรู ณ์ : ด้วยข้อจำกัดในการปกป้องคุ้มครอง และการบริหารจัดการ ทำให้ความ
ครบถ้วนสมบูรณ์ ในบรบิ ทของการเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ของเมืองโบราณคูบวั มีน้อย
กวา่ เมอื งโบราณศรเี ทพ
- การปกป้องคุ้มครอง : กรมศิลปากรมไิ ด้ประกาศขึ้นทะเบียนเมืองโบราณคูบัว โดยมีการขึ้น
ทะเบียนเป็นแหล่ง จำนวน 8 แหล่ง ต่างจากการประกาศขนึ้ ทะเบยี นเมอื งโบราณศรเี ทพ (ตารางท่ี 2)
- การบรหิ ารจดั การ : เมืองโบราณศรีเทพ เปน็ เมอื งโบราณสมัยทวารวดีเพียงแห่งเดียวท่ไี ด้รับการ
จดั ตง้ั ขนึ้ เปน็ อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ ทำให้เป็นเมอื งเดยี วทม่ี ีแผนแม่บทในการบรหิ ารจดั การ การ
ปกปอ้ งค้มุ ครอง ทำให้มคี วามครบถ้วนสมบรู ณข์ องหลกั ฐานมากท่ีสุดในบรรดาเมอื งโบราณสมัย
ทวารวดี

209

3.2.4. อทุ ยานประวัตศิ าสตร์ภูพระบาท188
ประเทศ : ไทย
ปีที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก : -
การเขา้ สู่บญั ชชี ่ัวคราว : 1 เมษายน 2547 (ค.ศ. 2004)
ช่ือแหลง่ : อทุ ยานประวตั ิศาสตรภ์ พู ระบาท, Phuphrabat Historical Park
เกณฑก์ ารขึน้ ทะเบยี น : 3, 4, 5, 6
พ้นื ท่แี หล่ง : 860.82 เฮกเตอร์, จำนวน 2 พืน้ ที่
คณุ คา่ โดดเดน่ เปน็ สากล

ภาพรวม
อุทยานประวตั ศิ าสตรภ์ ูพระบาท คือภมู ทิ ัศน์ทางวัฒนธรรมท่มี พี ฒั นาการมาตั้งแตส่ มัยก่อนประวตั ศิ าสตร์
เรอื่ ยมาจนถึงปัจจบุ ัน คณุ ค่าโดดเด่นเป็นสากลของแหล่งคอื การเป็นปูชนียสถานท่ีได้รับการเคารพบชู าจากคน
หลายยุคหลายสมัย และหลายความเช่ือ อนั มีหลักฐานเป็นทีป่ ระจักษ์หลายรปู แบบ แต่อยู่บนพื้นฐานของการเป็น
ภเู ขาศกั ดิ์สทิ ธิท์ ี่สามารถยนื ยนั ได้จากหลักฐานทางโบราณคดใี นหลายยคุ สมัย โดยหลักฐานทส่ี ำคัญที่สดุ ท่ีถกู คน้ พบ
มอี ายปุ ระมาณ 2,000 ปีมาแล้ว เป็นร่องรอยของภาพเขยี นสบี นผนังของเพงิ ผา เป็นรูปตา่ ง ๆ เช่น คน สัตว์ มอื คน
รปู ทรงเรขาคณิต และอ่ืน ๆ ทำให้เช่ือได้วา่ ผู้เขียนภาพนั้นมีความเช่ือมโยงกับความเช่ือเกี่ยวกับการนับถือผี
อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลกั ฐานทช่ี ัดเจนเก่ยี วกับการต้ังถิ่นฐานบนภูพระบาท อยา่ งไรก็ตามเชอ่ื ได้ว่าแหลง่ ภาพเขยี นสนี ี้
ถูกใช้งานเป็นสถานท่ีประกอบพธิ กี รรม และเป็นท่อี ยู่อาศัยแบบชัว่ คราว
หลักฐานทเี่ กีย่ วขอ้ งกัสมัยทวารวดี ในพุทธศตวรรษที่ 11 – 16 (ครสิ ต์ศตวรรษที่ 5 – 10) ทีพ่ บ คอื เสมา
หนิ ที่ต้งั อยู่รอบหินท่มี ลี ักษณะพเิ ศษ เป็นการปรบั ใชง้ านพน้ื ท่ีเพื่อประกอบพธิ ีกรรมทางพุทธศาสนา
สิ่งสำคัญ

- แหล่งภาพเขียนสีทพี่ บมีการกระจายตวั อย่ใู นพ้ืนทีภ่ ูพระบาทเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในเขตพนื้ ท่นี ำเสนอเพ่ือขนึ้ ทะเบยี นเปน็ มรดกโลก

- ใบเสมาหนิ และการปรับใชเ้ พงิ ผาบางส่วนเป็นสถานทป่ี ระกอบพิธกี รรมทางพุทธศาสนา
o แสดงถงึ ประเพณีเก่ยี วกบั “อรัญวาสี” โดยใช้เพิงผาเป็นสถานที่ประกอบพิธกี รรมและ
เปน็ ทีพ่ กั อาศัยชัว่ คราว

188 รฐั บาลไทย, รายงานการนาเสนออทุ ยานประวตั ิศาสตรภ์ พู ระบาทเพื่อขนึ้ ทะเบยี นเป็นมรดกโลก (มปท. : มปพ., 2558).

210

o การแบง่ เขตโดยใชใ้ บเสมาหินทวี่ ัดพระพทุ ธบาทบัวบานเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของภู
พระบาท มีการใช้หินที่มีคุณภาพดี ลวดลายแกะสลักมคี วามโดดเดน่ ไม่เหมือนใคร
ประเพณีนี้ไม่พบในท่ีอ่นื ในโลก แม้กระท่ังฝ่ังตะวันออกของแม่น้ำโขงหรือในประเทศ
ลาวในปัจจบุ นั ความงดงามของธรรมชาตขิ องแหล่ง การเปน็ ภูเขาศักดิ์สิทธ์ิ ประกอบ
กบั ความเชื่อในหลักพุทธศาสนา อาจเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินในการสร้างสรรค์
ผลงานที่โดดเด่นเช่นนี้

- พระพทุ ธรปู และหลกั ฐานของอทิ ธิพลศิลปะเขมรที่ปรากฏในพ้นื ที่
- หลักฐานทเ่ี ก่ียวกับการบูชารอยพระพุทธบาทในสมยั ล้านช้าง ที่ดำรงอยูม่ าหลายศตวรรษ

รูปที่ 3-35 กนู่ างอุสา
ที่มา: รายงานการนำเสนออุทยานประวตั ศิ าสตร์ภพู ระบาทเพือ่ ข้ึนทะเบยี นเป็นมรดกโลก (nomination dossier) หนา้ 44

เกณฑก์ ารนำเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก
เกณฑข์ อ้ ที่ 3

211

ภพู ระบาทคือแหล่งภูมทิ ัศน์ทางวัฒนธรรม ที่มีการใช้งานทางประเพณี วฒั นธรรมมาตงั้ แต่สมัยก่อน
ประวตั ิศาสตร์จนถึงปจั จุบัน ประเพณบี างอยา่ งสูญหายไปแล้ว แต่บางอย่างกย็ ังคงอยู่ หลงเหลอื เป็นหลกั ฐานท่จี ับ
ต้องได้หลายอยา่ ง ตัง้ แตแ่ หลง่ ภาพเขยี นสีท่ีเพงิ ผา ทีซ่ ึ่งมีการปรบั ใช้เป็นสถานทปี่ ระกอบพิธีกรรมทางศาสนาพทุ ธ
ในสมัยทวารวดี โดยมหี ลักฐานเปน็ ใบเสมาหนิ และหลักฐานทเ่ี กีย่ วข้องกับการบชู ารอยพระพุทธบาทเป็นสิ่งสำคัญ

เกณฑข์ ้อที่ 4
ภูมิทัศน์วัฒนธรรมภูพระบาทประกอบด้วยแหล่งที่เป็นตัวอย่างของการกำเนิดสถาปัตยกรรม ภมู ิทัศน์ที่
ตอบสนองการใช้งานของมนษุ ยใ์ นหลายช่วงเวลา การปรบั ใช้เพิงเหินและการกำหนดเขตพื้นท่ีศกั ด์ิสทิ ธิ์ในบรเิ วณ
สถานท่ีท่ีประกอบด้วยหินตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดรปู ลักษณ์ที่มีความพิเศษทางด้านสถาปัตยกรรมและภูมิ
สถาปัตยกรรม
การใช้เสมาหินเป็นตัวอย่างท่ีมคี วามโดดเดน่ ในการปรับใช้พ้ืนท่ีวา่ งตามธรรมชาติใหก้ ลายเป็นประเภทหน่ึง
ของสถาปัตยกรรมที่ไม่พบเห็นได้ในสถานที่อ่ืนอีกในประเทศไทย และถึงแมว้ ่าภูพระบาทจะถือว่าอยู่ในกลุ่ม
วฒั นธรรมลุ่มแม่น้ำโขง แต่การปรบั ใช้เสมาหินในลักษณะนี้พบได้ เฉพาะฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ บริเวณภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย นอกจากน้ีการเสมาหินท่ีภพู ระบาทยังมีลกั ษณะที่พิเศษแตกตา่ งจากแหล่ง
อ่ืน โดยเปน็ การนำเสมาหินต้ังไว้รอบหินธรรมชาติ เพอื่ ใหก้ ลายเปน็ พืน้ ทศ่ี กั ดิ์สทิ ธ์ิ
การปรับใชเ้ พงิ ผาหินมีด้วยกันหลาย 2 รูปแบบ รูปแบบแรกคอื การปรบั ปรุงเพงิ ผาโดยตรงดว้ ยการปรับ
ผนังและพ้ืน เช่นที่ โคกม้าท้าวบารส รปู แบบที่ 2 คอื การเพ่ิมเติมด้วยวัสดุท่ีมนุษย์สร้างขึน้ โดยการกอ่ ผนัง ทำให้
เกดิ ลักษณะที่เป็นหอ้ ง เช่นท่วี ดั ลกู เขย ซ่งึ แสดงให้เหน็ ถึงอิทธิพลเขมรในเทคนคิ การก่อสรา้ ง

รูปที่ 3-36 วดั ลูกเขย
ทม่ี า: รายงานการนำเสนออุทยานประวตั ศิ าสตร์ภูพระบาทเพ่อื ขึน้ ทะเบียนเป็นมรดกโลก (nomination dossier) หน้า 99

212

เกณฑ์ขอ้ ที่ 5
อทุ ยานประวัตศิ าสตรภ์ ูพระบาทเป็นตวั อย่างที่โดดเดน่ ของการอยู่อาศัยของมนุษย์ การใชป้ ระโยชนพ์ ้ืนที่
จากอดีตถึงปัจจุบนั โดยมีหลกั ฐานท่เี กี่ยวข้องท่ีหลากหลาย ทส่ี ำคัญท่ีสดุ คือการปรบั ใช้เพงิ ผาเป็นที่อยู่อาศัยแบบ
ชั่วคราว พิสจู น์ได้จากรอ่ งรอยภาพเขียนสี และการปรับใช้เพิงผาหินธรรมชาตใิ นการใชง้ านของมนษุ ย์ การใช้งาน
พื้นทีเ่ พอื่ พิธีกรรม หรือการบูชาส่ิงของตงั้ แตส่ มัยกอ่ นประวัตศิ าสตร์ เรอ่ื ยมาจนกระท่งั มีการรับศาสนาพทุ ธเขา้ มา
ในพนื้ ที่ โดยมตี วั อย่าง คือ เสมาหนิ เป็นตน้
เกณฑ์ขอ้ ท่ี 6
ภพู ระบาทเก่ยี วข้องกับความเช่อื และตำนาน ที่สำคญั ท่ีสุดคอื ตำนานพระเจ้าเลียบโลก และตำนานอุรังค
ธาตุ ซึง่ เป็นพืน้ ฐานทส่ี ำคัญของประเพณกี ารบชู ารอยพระพุทธบาท นอกจากนยี้ ังมีตำนานนางอสุ า ทา้ วบารส และ
Phra Kued Phara Phan ซ่งึ เก่ียวขอ้ งกับเร่ืองของพระอนิรทุ ธ์ และนางอุสา จากคัมภีร์มหาภารตะ ซ่งึ เป็นท่ีมา
ของชอ่ื สถานท่ีในภูพระบาท นอกจากยงั ยงั มีเรื่องเลา่ เก่ียวกับพระเจา้ ราชครโู พนสะเมก็ (Phra Khru Phonsamek)
ผู้ก่อตั้งเมอื งจำปาสักอีกดว้ ย
ตำนานเหล่าน้ีสามารถแปลความได้ถึงการเขา้ มาของพทุ ธศาสนาในภูมิภาคน้ี และรอยพระพุทธบาทใน
สถานทตี่ า่ ง ๆ เปน็ สญั ลกั ษณข์ องการเข้ามาของศาสนาพทุ ธ ไม่เพยี งแตท่ ่ีภพู ระบาทเท่านั้น แตม่ ีอกี หลายท่ีในหลาย
ประเทศไทย
ความครบถว้ นสมบรู ณ์
ส่ิงสำคญั ที่เป็นตัวแทนของความมคี ุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (OUV) ของภูพระบาทไดร้ ับการดูแลรักษาให้
อยู่ ณ ตำแหน่งท่ตี ้ังเดิม และได้รบั การปกป้องคมุ้ ครองจากพระราชบัญญัติโบราณสถาน 2504 (ค.ศ. 1961 )
ภายใตก้ ารดูแล และการบรหิ ารจดั การของอุทยานประวตั ศิ าสตรภ์ พู ระบาท นอกจากนพี้ ้ืนที่ป่าท่แี หลง่ ที่ตัง้ ยังอยู่
ภายใต้การปกป้องโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 (ค.ศ. 1964) อีกดว้ ย สง่ิ เหลา่ น้ีทำให้ความ
ครบถว้ นสมบูรณ์ของแหล่งอยู่ในสภาพสงู
ความเป็นของแท้ดงั้ เดมิ

- ตำแหน่งทตี่ ้งั
ตำแหนง่ ท่ีต้ังและพ้ืนท่ีของส่ิงสำคัญของภพู ระบาทอยู่ในตำแหน่งเดิม พนื้ ทีแ่ หลง่ อนั เป็นพืน้ ทีป่ ่า

เขาและวัดอยใู่ นตำแหนง่ ดั้งเดิม ในพืน้ ทีก่ นั ชนซึ่งประกอบด้วยหมู่บ้านและท่งุ นากอ็ ยใู่ นพนื้ ทดี่ ั้งเดิมเชน่ กัน
- วสั ดุ สามารถแบ่งไดเ้ ปน็ 2 กลมุ่ ได้แก่

213

o กลุ่มแหล่งสมัยก่อนประวตั ิศาสตร์ สมัยทวารวดี และสมัยลพบุรี องค์ประกอบ และ
วสั ดตุ า่ ง ๆ ยงั คงเป็นของแทด้ ัง้ เดมิ

o สมัยล้านช้างนำเสนอในลกั ษณะของโบราณวตั ถุ
o ในประเด็นเรอ่ื งวัสดุของส่งิ สำคัญของแหล่งฯ น้ัน มีการปรบั ปรุงเปลย่ี นแปลงไปจาก

เดิมบา้ ง เนื่องจากมีกิจกรรมท่ยี ังคงใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบนั โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัด
อย่างไรกต็ าม สิ่งสำคัญเหล่านีย้ ังคงนำเสนอคณุ คา่ โดดเดน่ เป็นสากลไดเ้ ป็นอยา่ งดี
- รูปแบบ
o มคี วามเปน็ ของแทแ้ ละดั้งเดมิ เพียงพอต่อการนำเสนอคุณค่าโดดเดน่ เปน็ สากล
- จิตวญิ ญาณและความรสู้ กึ
o ในด้านนแ้ี ลว้ แหลง่ ที่เก่ียวข้องกบั ศาสนาพทุ ธ เช่น รอยพระพทุ ธบาท ยงั คงเป็นท่เี คารพ
บชู าของคนในปจั จุบนั
o ความเชอ่ื ในการเป็นภูเขาศักดส์ิ ิทธิ์ยังคงสบื ตอ่ มาในปจั จุบนั
o ความรู้สึกของคนเกย่ี วกับความงามของลกั ษณะการก่อหินท่ีเป็นเอกลกั ษณ์ของภูพระ
บาท สืบตอ่ มาถงึ คนในท้องถ่นิ เหน็ ได้จากเรอื่ งเลา่ ท้องถ่ิน อสุ า – บารส
- การใช้งานและหนา้ ท่ี
o แหล่งเพิงผาหิน และแหล่งท่เี กี่ยวข้องกับศาสนาท่ีอยูใ่ นพื้นที่โลก ไม่ได้ถูกใช้งานตาม
ลกั ษณะเดิม เช่น พระบาทหลังเตา่ แต่แหล่งต่าง ๆ ยังอยู่ในสถานที่ตั้งเดิม ไม่ถูก
รบกวนโดยการพฒั นาสมัยใหม่
o วัดพระพุทธบาทบัวบก และวัดพระพุทธบาทบวั บานยังคงการใช้งานและหน้าที่ในรูป
แบบเดมิ
- ประเพณ,ี เทคนิค และระบบการบรหิ ารจดั การ
o ด้านประเพณียังคงพบเห็นการบูชารอยพระพุทธบาทได้ทีว่ ัดพระพทุ ธบาทบัวบาน
และวดั พระพุทธบาทบัวบก
การปกปอ้ งคมุ้ ครองและการบรหิ ารจดั การ
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเป็นโบราณสถานทปี่ ระกาศขน้ึ ทะเบียนในร าชกิจจานุเบกษาแล้ว อยใู่ น
ความดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ไดร้ บั การปกปอ้ งคมุ้ ครองตามพระราชบัญญตั โิ บราณสถานฯ พ.ศ.
2504 (ค.ศ. 1961) ในสว่ นของพื้นทปี่ ่าทซ่ี ง่ึ อทุ ยานประวตั ิศาสตรฯ์ ตง้ั อยู่ อยูใ่ นความดแู ลของกรมปา่ ไม้ กระทรวง

214

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแลดล้อม ไดร้ ับการปกป้องคมุ้ ครองตามพระราชบญั ญตั ิป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507
(ค.ศ. 1964)

การวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บ ภูพระบาท
ความคลา้ ยคลึงกัน

- คณุ คา่ ความสำคัญ
o พบหลกั ฐานสำคัญสมยั ทวารวดที อ่ี ุทยานประวัติศาสตรภ์ ูพระบาท คือ ใบเสมาหิน ซ่งึ มี
การพบหลักฐานเสมาหนิ ทีเ่ มืองโบราณศรเี ทพเชน่ เดยี วกัน
o ปรากฏหลกั ฐานการใช้พ้ืนทตี่ ้งั แตส่ มยั กอ่ นประวตั ศิ าสตร์

- ความครบถ้วนสมบูรณ์ : เมืองโบราณศรเี ทพ และอุทยานประวตั ิศาสตร์ภพู ระบาท ได้รบั การ
ปกป้องคุ้มครองจากภาครฐั อยา่ งเต็มท่ใี นหลายรูปแบบ ทำให้มคี วามครบถว้ นสมบรู ณข์ องแหล่ง
สูง

- ความเป็นของแทด้ ้ังเดมิ : เมอื งโบราณศรีเทพ และอุทยานประวัติศาสตร์ภพู ระบาทยังคงรกั ษา
ความเป็นของแท้และดง้ั เดิมไว้ไดท้ ัง้ ในบรบิ ทของตำแหน่งทต่ี ัง้ วสั ดุ และรปู แบบ

- การปกป้องคุ้มครองและการบริหารจัดการ : เมืองโบราณศรเี ทพ และอุทยานประวตั ิศาสตร์ภู
พระบาทไดร้ ับการปกป้องคุม้ ครองจากภาครัฐอย่างเต็มท่ใี นหลายรูปแบบ รวมถึงได้มกี ารจดั ต้ัง
ขน้ึ เปน็ อทุ ยานประวัติศาสตรเ์ ชน่ เดยี วกัน

ความแตกต่างกัน
- คณุ ค่าความสำคญั
o ลักษณะโบราณสถาน ระหวา่ งเมืองโบราณศรีเทพ และอุทยานประวัติศาสตร์ภพู ระ
บาทมีความแตกต่างกัน โดยที่ภูพระบาทแสดงให้เห็นถึงประเพณีที่เก่ียวข้องกับ
“อรญั วาสี” โดยใชเ้ พิงผาเป็นสถานท่ีประกอบพิธีกรรมและเป็นท่ีพักอาศัยชว่ั คราว
เป็นแหล่งศาสนสถานสำหรับให้ผู้ปฏิบตั ิธรรมใช้ในการปลีกวเิ วกจากความวนุ่ วาย
ภายในเมือง ต่างจากเมืองศรีเทพมีความสำคัญในบริบทของความเป็นเมอื งโบราณท่ี
สำคัญสมยั ทวารวดี

215

3.2.5. เมืองโบราณพยู189
ประเทศ : พม่า
ปที ่ขี น้ึ ทะเบียนเปน็ มรดกโลก : 2557 (ค.ศ. 2014)
การเขา้ สู่บัญชชี ัว่ คราว : 4 ตลุ าคม 2539 (ค.ศ. 1996)
ช่อื แหล่ง : เมืองโบราณพยู, Pyu Ancient Cities
เกณฑก์ ารขน้ึ ทะเบียนมรดกโลก : 2, 3, 4
พืน้ ทแี่ หลง่ : 5,809 เฮกเตอร์
พืน้ ท่ีกันชน : 6,790 เฮกเตอร์
รายงานนำเสนอ : ไม่ม,ี Statement of Outstanding Value 2558 (ค.ศ. 2015)
คุณคา่ โดดเดน่ เป็นสากล

ภาพรวม
เมอื งโบราณพยู เปน็ หลักฐานทเ่ี ก่าแกท่ ี่สดุ ของการรับพระพทุ ธศาสนาเขา้ มาในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
เม่อื ประมาณสองพนั กวา่ ปีทีผ่ า่ นมา เป็นการเปล่ยี นแปลงทางเศรษฐกิจ สงั คม การเมือง และวัฒนธรรมครั้งแรกท่ี
ย่งิ ใหญ่ และมีประวัตกิ ารตั้งถ่นิ ฐานทยี่ าวนานถึงชว่ งพทุ ธศตวรรษท่ี 15 (ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 9) เมอื งโบราณพยูแสดง
ใหเ้ ห็นความโดดเดน่ ในการซึมซับวัฒนธรรมอินเดีย และดำเนินการสร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นตัวของ
ตวั เอง การสร้างรูปแบบเมืองลักษณะใหม่ การขยายตัวของเมือง ซง่ึ ต่อมากไ็ ด้ มอี ิทธพิ ลต่อการพัฒนาของเมืองใน
เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ เมืองในศาสนาพทุ ธท่ีเก่าแกท่ ี่สุดแหง่ นม้ี ีบทบาทในการส่งต่อ วรรณกรรม, สถาปตั ยกรรม
และขนบธรรมเนยี มพิธีกรรมของศาสนาพุทธที่มีพน้ื ฐานจากภาษาบาลี สู่สงั คมอ่ืน ๆ ที่ยังคงมีการยดึ ถือ ปฏบิ ัติกัน
อย่ใู นปัจจุบัน
เมอื ง Helin, Beikthano และศรีเกษตร เป็นแหลง่ แบบตอ่ เนือ่ ง (Serial Property) ท่เี ป็นพยานหลักฐาน
ของการพัฒนาระบบเมอื งแบบใหมใ่ นภูมิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ภูมทิ ัศน์โบราณ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงระบบ
ชลประทานของเมืองในอาณาจักรพยทู ้ัง 3 แห่ง ยังคงมีอิทธพิ ลต่อชมุ ชนท่ีอยู่อาศัยในปัจจุบัน ในขณะที่แหล่ง
โบราณสถานท่ีเก่ียวขอ้ งกับศาสนา ก็ยงั คงดำเนินหนา้ ท่ีเปน็ ศาสนสถาน ให้ชาวพุทธได้ประกอบศาสนกิจอยใู่ น
ปัจจุบนั ด้วยเช่นเดียวกนั
เกณฑก์ ารนำเสนอขน้ึ ทะเบยี นมรดกโลก
เกณฑ์ข้อท่ี 2

189 “Pyu Ancient Cities”, UNESCO, https://whc.unesco.org/en/list/1444 (สบื ค้นเมื่อวันที่ 25 สงิ หาคม 2563).

216

เป็น การปฏิสัมพัน ธ์ระหว่างชุมชมดั้งเดิมของพยูกับวัฒนธร รมอินเดียต้ังแต่ช่วง พุทธศตวรรษที่ 8
(คริสต์ศตวรรษท่ี 2) เปน็ การประสบความสำเรจ็ คร้งั แรกในการเข้ามามอี ิทธิพลอย่างถาวรของพุทธศาสนาในเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ โดยมอี ทิ ธพิ ลกับทกุ ชนชนั้ ทางสงั คม ตงั้ แต่ชนชน้ั ปกครอง ไปจนถึงชนช้ันแรงงาน เมอื งโบราณพ
ยปู รากฏหลกั ฐานสำคัญในสมัยแรกในการประยุกต์อิทธิพลศิลปะสถาปัตยกรรมอินเดียใหม้ ีลักษณะเฉพาะท่ีเป็น
ของตัวเองในภมู ภิ าค การก่อสรา้ งศาสนสถานด้วยอฐิ ท่มี ีรูปแบบซับซอ้ นและบางรปู แบบทไ่ี ม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อน
พัฒนาการของพยูส่งผลกระทบอยา่ งกว้างขวางและย่ังยนื ไปทวั่ ทงั้ เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ กระตุ้นให้เกิดการกอ่ ตัว
ของรฐั ในช่วงหลงั พุทธศตวรรษที่ 11 (คริสต์ศตวรรษท่ี 5) ตามมาด้วยการสง่ ต่อการเรยี นรทู้ างพทุ ธศาสนา และการ
ปฏิบตั ิศาสนกิจต่าง ๆ ไปสสู่ ถานท่ตี า่ ง ๆ ในแผ่นดนิ ใหญเ่ อเชยี ตะวันออกเฉียงใต้

รูปที่ 3-38 เจดยี ป์ ยาจิ เมืองศรเี กษตร
ท่ีมา : https://whc.unesco.org/en/documents/129903

เกณฑ์ขอ้ ที่ 3
เมืองโบราณพยูเป็นเมืองในศาสนาพุทธ แห่งแรกในประวัตศิ าสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการ
เกิดขึ้นของชุมชนทางด้านพระพุทธศาสนา ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางด้านการเกษตรกรรม บนพ้นื ฐานของความ
เชยี่ วชาญในดา้ นระบบการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในช่วงหน้าแลง้ และการผลิตเครอื่ งปนั้ ดินเผา, เหล็ก, ทอง,

217

เงนิ และอัญมณี ท้ังเพ่ือการเคารพบูชาและเพ่ือการค้า การเขา้ มาของพุทธศาสนากอ่ ให้เกดิ การก่อสรา้ งศาสนสถาน
จากอิฐท่เี ปน็ วสั ดถุ าวรแทนการกอ่ สรา้ งโดยใช้ไม้อยา่ งเดิม โดยได้รบั การสนบั สนุนจากเช้ือพระวงศ์ และประชาชน
ท่ัวไป พยูพฒั นาแนวปฏิบัติในพธิ ีศพทม่ี ีเอกลักษณ์ โดยใชโ้ กศในการเก็บเถ้ากระดูกจากการเผาศพ ไว้ที่สุสาน?ของ
ชุมชน ในด้านเครือข่ายทางการค้า พยเู ป็นหนึ่งในศนู ย์กลางของเครือข่ายทางการค้าในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออก
เฉยี งใต้ จีน และอนิ เดีย โดยผู้เผยแพร่ศานาพุทธเหล่านนั้ ก็ไดใ้ ช้เส้นทางนี้ในการเดินทางเพื่อเผยแพร่ศาสนาพทุ ธ
ตามคำสอนในภาษาบาลี (นิกายเถรวาท) สู่ภูมิภาคแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ (Mainland Southeast
Asia)

เกณฑข์ ้อท่ี 4
นวตั กรรมทางเทคโนโลยีท่เี ก่ียวข้องกับ การบรหิ ารจัดการทรพั ยากร, การเกษตรกรรม, การผลิตอฐิ และ
เหลก็ ท่เี มืองโบราณพยู เป็นเงื่อนไขทน่ี ำไปสู่ความก้าวหนา้ ท่สี ำคัญในการวางผังเมือง และการก่อสร้าง นวัตกรรม
เหล่านี้ส่งผลใหเ้ มืองที่เก่าแกท่ ี่สดุ ใหญ่ที่สดุ และเป็นเมืองในพุทธศาสนาท่ีมีการอยู่อาศัยอยา่ งยาวนานที่สุดใน
เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ลกั ษณะของเมืองพยู เปน็ เมืองทใ่ี นรูปแบบใหม่ มีประตูเมอื งท่ีมีขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยคู
น้ำ และมีเครอื ขายของถนน และคลอง ทเ่ี ชื่อมโยงพ้ืนท่ีเมืองภายในกำแพง ท่ีมีพ้ืนที่กว้างขวาง มีสง่ิ อำนวยความ
สะดวก, ศาสนสถาน, แหลง่ น้ำศกั ด์ิสิทธิ์ และพระราชวัง
ความครบถว้ นสมบรู ณ์
เมอื งโบราณพยยู ังคงรักษาความเปน็ แหล่งโบราณคดี จากโบราณสถานที่อยู่ในสถานท่ีตัง้ ดงั้ เดิม, ซาก
โบราณสถานท่ยี งั ไมม่ ีการขุดค้น และพื้นทที่ ำเกษตรกรรมทยี่ ังไม่ถูกรบกวน เมืองแตล่ ะเมอื งยงั คงรกั ษาสภาพของ
กำแพงเมือง คเู มือง ไวไ้ ด้อย่างชัดเจน พื้นที่แหลง่ ประกอบดว้ ยส่ิงสำคญั ทแ่ี สดงคณุ ค่าโดดเด่นเปน็ สากล รวมถึงมี
ตวั แทนของภมู ิทศั น์ในเขตชลประเทศท่ีเพียงพอต่อการสนับสนุนเมอื ง ความสมบูรณ์และความนา่ เชือ่ ถือของการ
กำหนดอายุทางโบราณคดขี องแหลง่ ได้มาจากการกำหนดอายดุ ว้ ยวิธีทางวทิ ยาศาสตร์ radiocarbon และให้ข้อมูล
อายุของร่องรอยทางสถาปัตยกรรมทม่ี ีอายุเก่าแก่ ยอ้ นหลงั ไปไดถ้ งึ ราวพุทธศตวรรษท่ี 4 (190 ปี ก่อนคริสตกาล)
และยืน ยันได้ว่าเมืองนี้มีการ อยู่อา ศัยเป็น เวลา ปร ะมา ณหนึ่งพัน ปี ภูมิทัศน์ทา งวิศวกร รม (landscape
engineering) ของเมืองทง้ั สามเมืองยังคงเมอื งเดิมเปน็ ส่วนใหญ่ แสดงถึงโครงสร้างต่าง ๆ ท่ีมนุษย์สร้างขึ้น เช่น
คลอง และที่เก็บน้ำ ทีย่ งั คงใชง้ านอย่ใู นการทำการเกษตรกรรมในปัจจุบัน
ความเปน็ ของแทด้ ้ังเดมิ
ความเป็นของแทด้ ้ังเดิมของเมืองโบราณพยู พบไดจ้ าก

- รปู แบบทางสถาปตั ยกรรม และการออกแบบ ท่ียงั ไม่เปลี่ยนแปลง

218

- ศาสนสถานต่าง ๆ ยังคงเป็นทีเ่ ล่ือมใสสกั การะของพุทธศาสนิกชนในปัจจุบนั
- ความตอ่ เน่อื งของประเพณแี ละเทคนิคทางดา้ นกสกิ รรม และระบบบริหารจดั การการผลิต
- ตำแหน่งดั้งเดมิ ของเมือง ทีส่ ่วนใหญ่ไมม่ กี ารเปลย่ี นแปลง จากการศกึ ษาวจิ ัยทางโบราณคดี
- วสั ดตุ ่าง ๆ และโบราณวตั ถทุ ี่ไดจ้ ากการขุดคน้ ซ่ึงเปน็ ของทีผ่ ลิตในท้องถน่ิ
- จติ วิญญาณ และความรสู้ ึกของเมืองโบราณท้ัง 3 แหลง่ ผ่านประวตั ศิ าสตรข์ องพมา่
- และจนกระทงั่ ปัจจุบันยังคงเป็นแรงบนั ดาลใจใหแ้ ก่ เหล่านักแสวงบญุ และพทุ ธศาสนิกชน
การปกปอ้ งคมุ้ ครองและการบริหารจัดการ
- มาตรการอยา่ งเปน็ ทางการในการบรหิ ารจัดการและการปกป้องคุ้มครองเมืองโบราณพยู มอี ยู่

ด้วยกันหลายระดับ ท้งั จากรัฐบาลการ, ระดบั ภาค, ระดับเขต และระดับหม่บู า้ น
- กรมโบราณคดีและพิพธิ ภัณฑ์สถานแห่งชาติ (DANM), กระทรวงวัฒนธรรมเปน็ ผ้รู บั ผิดชอบหลัก

ดา้ นการบริหารจัดการและการปกปอ้ งคุ้มครองเมอื งโบราณพยู
- แหลง่ ไดร้ ับการปกป้องเปน็ คร้ังแรก จากการประกาสเขตป้กป้องคุ้มครองภายใต้พระราชบญั ญัติ

ปกป้องคุม้ ครองโบราณสถาน พ.ศ.2447 (Ancient Monuments Preservation Act (1904)
ภายใต้เมื่อคร้งั ยังเป็นอาณานคิ มของสหราชอาณาจักร ในเขตปกครอง (British India)
- ได้รบั การปกป้องคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง หลงั มีการประกาศอสิ รภาพ ภายใต้กฎหมายของพมา่ ,
พระราชบัญญัติโบราณวัตถุ พ.ศ.250 0 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2505 ( Myanmar national
legislation, including: the Antiquities Act 1957 (Amended 1962)) และระเบียบภายใต้
กฎหมายภูมภิ าคมรดกทางวัฒนธรรม พ.ศ.2554 (Cultural Heritage Region Law 2011)
- ในระดับชาติ มีคณะกรรมการกลางว่าด้วยมรดกแห่งประเทศพมา่ และคณะกรรมการแหง่ ชาติ
สำหรับมรดกโลกคอยกำกับดแู ล
PYUCOM
- ในระดับแหล่ง, เพอ่ื ให้แนไ่ ด้ได้ว่าแหลง่ จะไดร้ ับการปกป้องคุ้มครอง และมีความรว่ มมือกันใน
การบรหิ ารจัดการ และมกี ารอนุรกั ษ์และพัฒนาอยา่ งเหมาะสม มีการบรรจเุ ร่ืองการอนรุ กั ษ์เข้า
ไปสู่แผนพฒั นาในระดบั ทอ้ งถิ่น จงึ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเมืองโบราณพยูขึ้น (Pyu
Ancient Cities Coordinating Committee (PYUCOM))

219

- PYUCOM เปน็ หนว่ ยงานทก่ี ำหนดกรอบการบริหารจัดการแหลง่ และเปน็ เครือ่ งมือหลักสำหรับ
แผนบริหารจดั การแหล่ง, ใหแ้ น่ใจไดว้ า่ องคค์ วามร้ดู ้านประเพณีดัง้ เดิม ยงั คงได้รับการถา่ ยทอด
ไปส่สู งั คมในปัจจุบนั

- ในเมืองโบราณแต่ละเมือง PYUCOM ได้จัดต้ังกลุ่มท่ีปรึกษาท้องถิ่นข้ึน เพ่ือสะท้อนความ
คดิ เห็น ความกังวล ไปสผู่ ู้มีสว่ นได้ส่วนเสียอนื่ เช่น หน่วยงานท่ีรับผิดชอบในระดับภมู ิภาค
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ผแู้ ทนหม่บู า้ น และพระสงฆ์

แผนบริหารจดั การ
- แผน บริหาร จัดการแหล่ง ที่ได้รับการรับรองจาก PYUCOM ผ่านความเห็น ชอบจา ก
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงวัฒนธรรม ในวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2556 (ค.ศ. 2013)
- อยรู่ ะหว่างการพฒั นา และจดั ทำแผนงานเฉพาะทางในดา้ นตา่ ง ๆ เช่น แผนการเตรียมความ
พร้อมสำหรับความเส่ียง, การบรหิ ารจัดการการทอ่ งเทยี่ ว, การพฒั นาบคุ ลากรดา้ นการอนรุ ักษ์,
การศึกษาแปลความแหลง่ , การพัฒนาชมุ ชนท้องถิ่น และ ระเบียบเก่ยี วกับการพฒั นาและการ
ใช้พื้นที่
- มีการขดุ คน้ ขุดแต่งทางโบราณคดีอยา่ งต่อเนือ่ ง โดยเฉพาะแหล่งฝังศพ และแหลง่ ท่ปี รากฎ
หลกั ฐานเก่ียวกับการจัดการนำ้ รวมไปถึงการอนุรักษ์ทเ่ี พิ่มมากข้ึน

การวิเคราะห์เปรยี บเทยี บ
ความคล้ายคลงึ กนั

- คณุ ค่าความสำคญั
o แสดงให้เห็นถึงการปฏิสมั พนั ธ์ระหว่ามชุมชนด้ังเดมิ กับวัฒนธรรมอนิ เดยี ลักษณะทาง
ศิลปกรรม และ/หรอื สถาปตั ยกรรมบางประเภทไมเ่ คยปรากฏท่ใี ดมากอ่ น
o เปน็ เมอื งโบราณในศาสนาพุทธที่มหี ลกั ฐานท่แี สดงถึงการประยุกต์อิทธิพลศลิ ปะอนิ เดีย
กับงานช่างทอ้ งถนิ่ ทำให้กลายเป็นเอกลักษณเ์ ฉพาะตน
o ศิลปะพยู และศิลปะทวารวดี มีความสำคญั ทางดา้ นประวัติศาสตร์ศิลปะ ท่ีมคี วามโดด
เดน่ ในช่วงระยะเวลาใกลเ้ คียงกนั คอื ช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 - 16

- ความครบถ้วนสมบูรณ์ : เมืองโบราณศรีเทพและเมืองโบราณพยูยังรักษาความเป็นแหล่ง
โบราณคดี ซากโบราณสถาน ที่อยใู่ นตำแหน่งท่ตี ัง้ ด้งั เดมิ ไวไ้ ดเ้ ป็นอย่างดี

220

- ความเป็นของแทด้ ั้งเดิม : เมืองโบราณศรีเทพและเมืองโบราณพยูยังคงรกั ษาความเป็นของแท้
ดง้ั เดมิ ของแหลง่ ไวไ้ ดเ้ ป็นอยา่ งดี

- การปกป้องคุ้มครองและการบริหารจัดการ : เมอื งโบราณศรีเทพและเมืองโบราณพยูไดร้ ับการ
ปกป้องค้มุ ครองตามกฎหมายอยา่ งเต็มรูปแบบ และมีการบรหิ ารจดั การทเี่ พียงพอต่อการรักษา
คุณค่าความสำคัญ ความครบถ้วนสมบูรณ์ และความเปน็ ของแท้ดั้งเดมิ ของแหล่งไว้ได้

ความแตกตา่ งกัน
- เกณฑ์การนำเสนอ : เมอื งโบราณศรีเทพนำเสนอขึ้นทะเบยี นมรดกโลก ตามเกณฑ์ข้อที่ 2 และ
3 ในขณะทเี่ มอื งโบราณพยู นำเสนอตามเกณฑ์ข้อท่ี 2, 3 และ 4
- เมอื งโบราณพยูนำเสนอในรูปแบบของแหลง่ ต่อเน่ือง (Serial Property) อนั ประกอบดว้ ยเมือง
Helin, Beikthano และศรีเกษตร ในขณะทีเ่ มอื งโบราณศรีเทพ แม้จะนำเสนอในรูปแบบของ
แหล่งตอ่ เนือ่ งเชน่ เดยี วกนั แตท่ ้ังหมดเกี่ยวข้องกบั ความเป็นเมืองของเมืองโบราณศรีเทพทง้ั สิ้น
ไมว่ า่ จะเปน็ เมอื งนอก เมืองใน โบราณสถานเขาคลงั นอก และเขาถมอรัตน์

221

3.2.6. กลมุ่ ศาสนสถานสมโบร์ไพรกุก, แหล่งโบราณคดีของอศิ านปุระโบราณ190
ประเทศ : กัมพูชา
ปีทีข่ ้ึนทะเบียนเป็นมรดกโลก : คศ. 2017
การเข้าสู่บญั ชีชัว่ คราว : คศ. 2014
ชอ่ื แหล่ง : กลุ่มศาสนสถานสมโบร์ไพรกุก, แหล่งโบราณคดีแห่งอศิ านปรุ ะโบราณ, Temple Zone of Sambor
Prei Kuk, Archaeological Site of Ancient Ishanapura
เกณฑก์ ารขึน้ ทะเบียน : 2, 3, 4
พ้นื ที่แหลง่ : 840.03 เฮกเตอร์

รปู ท่ี 3-39 ทม่ี า : รายงานการนำเสนอกลุม่ ศาสนสถานสมโบรไ์ พรกุกเพือ่ ข้ึนทะเบียนเป็นมรดกโลก (nomination dossier)

190 “Temple Zone of Sambor Prei Kuk, Archaeological Site of Ancient Ishanapura”, UNESCO, https://whc.unesco.org/en/list/1532
(สบื คน้ เมือ่ วนั ท่ี 25 สงิ หาคม 2563).

222

รูปที่ 3-40 ท่ีมา : รายงานการนำเสนอกลุ่มศาสนสถานสมโบร์ไพรกกุ เพ่อื ข้ึนทะเบียนเป็นมรดกโลก (nomination dossier)

พ้นื ทกี่ ันชน : 2,523.6 เฮกเตอร์
รายงานนำเสนอ : มี
คณุ ค่าโดดเด่นเปน็ สากล

แหลง่ โบราณคดี สมโบร์ไพรกุก ในภาษาเขมรหมายถึง ศาสนสถานทอ่ี ยูใ่ นปา่ ทอี่ ุดมสมบูรณ์ ได้ระบวุ ่าเป็น
เมืองอิศานปุระ ซ่ึงเป็นเมอื งหลวงของอาณาจักรเจนละ ที่เจริญรุ่งเรืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 - 13 (คริส
ศตวรรษท่ี 6 – 7) เปน็ แหล่งทีป่ ระกอบดว้ ยศาสนสถานมากกวา่ 100 แหง่ มอี ยู่จำนวน 8 แห่งทม่ี ีอาคารทรงแปด
เหล่ียมอันเป็นลักษณะพิเศษทีไ่ มเ่ หมอื นใครในแหล่งประเภทนี้ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ ประตมิ ากรรมหินทราย
ประดับ เป็นศิลปะในยุคก่อนเมอื งพระนคร หรอื เป็นทรี่ ู้จักในชื่อศิลปะแบบสมโบร์ไพรกุก องค์ประกอบบางส่วน
เชน่ ทับหลัง (Lintel), หน้าบัน (Pediment) และเสานางเรียงหรอื เสานางจรัล (colonnade) เปน็ ผลงานชิน้ เอกท่ี
แท้จริง ศลิ ปะและสถาปัตยกรรมที่ไดร้ ับการพฒั นาในทแ่ี ห่งนี้ กลายเป็นตวั อย่างใหส้ ถานที่อื่นในภมู ภิ าค และเป็น
พื้นฐานสำคญั ของความมเี อกลักษณ์เฉพาะตวั ของศิลปะเขมรในสมัยเมืองพระนคร

223

สมโบรไ์ พรกกุ เป็นแหล่งโบราณคดที ีม่ คี วามสำคญั มากที่สดุ ในชว่ งพทุ ธศตวรรษที่ 12 – 13 (คริสศตวรรษท่ี
6 – 7) ของเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ และเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเจนละ มอี าณาเขตประมาณ 25 ตาราง
กิโลเมตร และเป็นครั้งแรกในเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ท่ีมกี ารวางผงั เมอื งทซี่ ับซ้อน อันประกอบด้วยอาคารศาสน
สถานขนาดใหญ่, ท่าเรือ, ถนน, ระบบชลประทาน, สถาน่ีประกอบกิจกรรมทางศาสนา และพ้ืนท่อี ยู่อาศยั ท่ีมคี นู ้ำ
คนั ดนิ ล้อมรอบ

เปน็ ยุคสมัยแหง่ การหลอ่ หลอมทีส่ ำคัญ
รัฐเจนละ ซ่ึงมศี ูนยก์ ลางอยูท่ อ่ี ิศานปุระโบราณ หรอื (Bhavapura) เป็นยุคสมัยแห่งการหล่อหลอม (ทาง
วฒั นธรรม) ทส่ี ำคัญในประวตั ิศาสตร์ เอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้
1. ด้านศาสน า: เป็นศูน ย์กลางการนับถือศาสนาฮิน ดูและศาสนาพุทธ ลัทธิบูชาพระหริหระ และ
Sakabrahmana ได้รบั การนบั ถืออยา่ งเหนยี วแนน่ และมีอทิ ธิพลต่อระบบความเช่อื ในอีกหลายศตวรรษตอ่ มา
2. ด้านแนวความคดิ : มีรอ่ งรอยแนวความคิดเร่ืองเทวกษตั ริย์ กบั การดงึ อำนาจการบริหารเขา้ สู่ศูนย์กลาง
และลดความสำคัญลงในชว่ งตน้ พุทธศตวรรษ 26 (ครสิ ต์ศตวรรษที่ 20)
3. ด้านภาษา : เป็นการเร่มิ ต้นของการใช้ภาษาเขมร อย่างแพรห่ ลาย หลงั จากภาษาสันสกฤต ซึง่ ยังคงมี
อทิ ธิพลทัง้ ด้านภาษาพดู และภาษาเขยี น จนถงึ ปัจจบุ ันในภูมภิ าคตะวันออกเฉยี งใต้
4. ดา้ นเทคโนโลยีการจัดการนำ้ : ประเพณีในการบริหารจดั การน้ำในพ้ืนทีอ่ ุดมสมบรู ณ์ในสามเหลีย่ มปาก
แม่น้ำโขง เพอ่ื การเกษตรและการเดินเรอื ไดพ้ ัฒนาไปสู่วิธกี ารจัดเกบ็ น้ำในพน้ื ทแ่ี หง้ แล้ง ได้แก่ สมโบรไ์ พรกุกและ
เมืองพระนคร
5. ดา้ นสถาปัตยกรรม : แรกเริ่มประติมากรรมหินทรายใช้เพื่อประดับสถาปตั ยกรรมทีส่ ร้างด้วยอฐิ เพียง
อย่างเดียว หลงั จากสมโบร์ไพรกุก, หินทรายถูกนำมาใชม้ ากข้ึนในงานสถาปัตยกรรม จนกระท่ังในสมัยเมอื งพระ
นครเปลีย่ นมาใชเ้ ฉพาะหนิ ทรายและศลิ าแลงเทา่ นนั้
เกณฑ์
เกณฑข์ อ้ ท่ี 2
สมโบรไ์ พรกกุ , ภูมทิ ัศนท์ างโบราณคดีและทางวัฒนธรรมของอศิ านปุระโบราณ มีสถาปัตยกรรมที่เป็น
เอกลกั ษณ์และการวางผังเมืองซึ่งมกี ารปรบั ปรงุ ให้มีความแตกตา่ งจากอทิ ธพิ ลอินเดีย มอี าคารทรงแปดเหลย่ี มเป็น
ครงั้ แรกและการปรับรูปแบบให้มอี ัตลกั ษณ์เปน็ ของตนเอง เช่น ภาพสลกั รปู วิมานประดับตัวปราสาทที่ทำจากอิฐ
และวงกลมรปู เหรียญท่ีสลักบนทับหลัง ทำให้เกดิ ลักษณะของความงามในรูปแบบใหม่ และเปน็ ทรี่ ูจ้ ักกนั ในปจั จุบัน
วา่ ศิลปะแบบสมโบร์ไพรกุก

224

รูปท่ี 3-41 อาคารแปดเหล่ียม รปู ที่ 3-42 ภายในอาคารแปดเหลย่ี ม

ที่มา : รายงานการนำเสนอกล่มุ ศาสนสถานสมโบรไ์ พรกุกเพอื่ ข้นึ ทะเบียนเปน็ มรดกโลก (nomination dossier)

การออกแบบภูมทิ ัศน์ไดร้ ับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพ่อื ตอบสนองความต้องการของเมืองหลวงขนาด
ใหญ่แห่งนีด้ ว้ ยการนำระบบชลศาสตร์ 3 ระบบมาใชพ้ รอ้ มกันเพ่อื จัดการและควบคุมการไหลของน้ำทำใหส้ ามารถ
จา่ ยนำ้ ได้อย่างตอ่ เน่ืองตลอดท้งั ปี

เกณฑข์ อ้ ที่ 3
อารยธรรมอิศานปุระโบราณ ได้รับอิทธิพลจากอนุทวีปอินเดียในรูปแบบของสถาบันทางสังคม, ศาสนา
และศิลปะ หลอมรวมเข้ากับขนบธรรมเนียมอดุ มการณ์และการแสดงออกทางศิลปะของชนพื้นเมือง อาณาจักรเจน
ละมีลักษณะเป็นรัฐท่ีปกครองแบบรวมศูนย์ ผสมผสานกับความเชื่อในศาสนาฮนิ ดู (ลทั ธิบูชา Prahasiteshvara,
Gambireshvara, Harihara และ Sakabrahmana) และศาสน าพุทธ ทำให้มีอิทธิพลยาวนาน ใน สังคมเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้
กลุ่มศาสนสถานของทีน่ ี้ ถือศนู ยก์ ลางการแสวงบุญที่ใหญท่ ่สี ุดในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ เป็นซากโบราณ
สถานที่สร้างข้นึ ด้วยอฐิ และหิน ทีย่ ังมจี ิตวิญญาณและภาษาดำรงอยู่จวบจนปจั จบุ ัน
เกณฑข์ ้อท่ี 6
สมโบร์ไพรกุก พบการนับถือลัทธิบูชาพระหริหระและ Sakabramana เป็นคร้ังแรก ทั้งสองลัทธิมี
ความหมายในดา้ นความอดทนและความมงุ่ มั่น นอกจากนี้ยงั เปน็ แหล่งที่เกบ็ จารึกคำสอนในศาสนาพุทธท่ีเกา่ แก่
ทสี่ ดุ ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้

225

รูปที่ 3-43 หริหระ ศลิ ปะสมโบรไ์ พรกกุ ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 7
ที่มา : รายงานการนำเสนอกลมุ่ ศาสนสถานสมโบร์ไพรกุกเพ่อื ขึน้ ทะเบยี นเปน็ มรดกโลก (nomination dossier)

พบจารกึ ท่ีใช้ภาษาเขมรเป็นคร้ังแรก จากเดมิ ทีจ่ ารึกที่ใช้ภาษาสันสกฤต เป็นการจารกึ เกี่ยวกบั การรวม
ศนู ย์อำนาจการปกครอง และการนำเสนอแนวคิดเก่ียวกับเทวราชา ซึ่งคงอยู่ในสังคมของคนกัมพูชามาจนถึงช่วง
พทุ ธศตวรรษท่ี 25 ภาพสลักนูนต่ำบนทบั หลังแสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกถึงวงดนตรี เคร่อื งดนตรี มีความสำคัญอยา่ ง
ย่งิ ต่อการศกึ ษาท้งั ดนตรโี บราณและดนตรีรว่ มสมัย

อิศานปุระโบราณ จงึ มีความสำคญั ในระดับสากลเก่ียวกับภาษา ความเชื่อทางศาสนา และแนวความคิด
ดา้ นการปกครอง

ความครบถ้วนสมบรู ณ์
การขยายขอบเขตพน้ื ทแ่ี หลง่ ภายใต้พระราชกฤษฎกี าลงวันที่ 24 ธนั วาคม 2557 (ค.ศ. 2014) ครอบคลุม
ถงึ ลักษณะทางประวัติศาสตร์ วฒั นธรรม ศาสนา ทางโลก โบราณคดีและสิ่งแวดล้อมทีเ่ ก่ียวข้องทั้งหมดและ
โบราณวตั ถขุ องเมอื งโบราณ ปรากฏใหเ้ ห็นผ่าน คูเมอื ง, กลุ่มศาสนสถาน 3 พื้นที,่ ระบบบรหิ ารจัดการน้ำ, ซาก

226

โบราณสถานและพื้นทปี่ ่าดั้งเดิมนอกจากน้ียงั ได้มกี ารสำรวจ LiDar ในช่วง พ.ศ.2558 (ค.ศ. 2015) ช่วยในการ
แสดงสถานะการอนรุ ักษ์ของแหลง่ ได้เป็นอยา่ งดี

รปู ที่ 3-44 กลมุ่ ปราสาทศลิ ปะจาม
ท่ีมา : รายงานการนำเสนอกลมุ่ ศาสนสถานสมโบร์ไพรกกุ เพอื่ ขึน้ ทะเบยี นเปน็ มรดกโลก (Nomination Dossier)

โครงสรา้ งระบบจัดการน้ำสมัยโบราณยังคงถูกใชง้ านอยูใ่ นปัจ จบุ นั และประติมากรรมหนิ ทราย
หลายๆ ชิ้น ยงั คงอยู่ในสถานทเ่ี ดิม ผลงานช้ินสำคัญบางส่วนได้รบั การเกบ็ รักษา และจดั แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑท์ ่ัว
ประเทศกัมพชู า

ความเป็นของแท้ด้ังเดิม
ภมู ิทศั น์ทางวัฒนธรรมและทางโบราณคดสี มโบรไ์ พรกุก ยังถกู ใช้งานอย่างต่อเนื่องในการอยอู่ าศัย

การทำการเกษตรกรรม การคา้ ขาย และทางด้านการศาสนา
ศาสนสถานโบราณหลาย ๆ แห่ง ยังคงมีศาสนกิ ชนเข้าไปกราบไหว้บูชา โดยถอื ว่าเปน็ ที่อยู่อาศัย

ของวิญญาณบรรพบรุ ุษผูม้ อี ำนาจ โดยมีพธิ กี รรมพเิ ศษจัดขน้ึ ปีละหลายครงั้
หมู่บ้านท่ีมคี วามหนาแน่นน้อยพร้อมสวนแบบดั้งเดิมและมีต้นไมป้ กคลุม ส่วนใหญ่ยังคงรักษา

รูปแบบการต้ังถน่ิ ฐานทีจ่ ะมีอยู่ในชมุ ชนเมืองประวัตศิ าสตร์ วถิ ีปฏบิ ตั ิแบบดั้งเดิมที่ยงั คงมอี ยู่อย่างตอ่ เนอ่ื งนี้ชว่ ยใน
การรักษาและอนุรกั ษภ์ ูมทิ ัศน์ทางโบราณคดแี ละวฒั นธรรมใหค้ งอยไู่ ด้ตอ่ ไป

227

การปกปอ้ งคุ้มครองและการบริหารจดั การ
กลุ่มของแหล่งโบราณคดีสมโบร์ไพรกุก ได้รับการปกปอ้ งคุ้มครองจาก พระรา ชกฤษฎีกา พ.ศ.

2557 (ค.ศ. 2014) และจากการประกาศขน้ึ ทะเบยี นโบราณสถาน
หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลคอื National Authority for Sombor Prei kuk (NASPK) อยู่ภายใต้

กระทรวงวฒั นธรรมและศิลปกรรม, กรมโบราณคดี เปน็ ผู้กำหนดแนวทางในการอนุรกั ษ์ การปกป้องค้มุ ครอง การ
ปฏสิ ังขรณ์ และการบรหิ ารจัดการแหล่ง รวมไปถงึ การสือ่ สารคุณคา่ ของแหลง่ ต่อผเู้ ยี่ยมชมแหล่งด้วย

การดำเนนิ งานของ NASPK เป็นไปตามแนวทางของแผนแม่บท ไดร้ ับความร่วมมอื จากกระทรวง
การท่องเท่ียว เกีย่ วกบั สิง่ ก่อสร้างพนื้ ฐานในการรองรับนกั ทอ่ งเทีย่ ว

NASPK ได้รบั การสนับสนุนจากองค์กรอิสระในระดับท้องถิ่น ได้แก่ ชุมชนด้านการปกป้อง
คุม้ ครองและการอนุรักษ์สมโบร์ไพรกกุ ที่ต้ังข้ึนในปี พ.ศ.2547 (ค.ศ. 2004) โดยความเห็นชอบของกระทรวง
วฒั นธรรมและศิลปกรรม

ขอบเขตของแหล่ง มีทม่ี าจากการศึกษาทางวัฒนธรรม โบราณคดี และสิ่งแวดล้อม ในปี พ.ศ.2538 (ค.ศ. 1995)
การวเิ คราะห์เปรียบเทียบ
ความคลา้ ยคลงึ กนั

- คณุ ค่าความสำคญั
o กลุ่มโบราณสถานสมโบร์ไพรกกุ เปน็ ตวั แทนของเมอื งอิศานปรุ ะ อันเป็นเมืองหลวงของ
อาณาจักรเจนละ ทีเ่ จรญิ รงุ่ เรืองในชว่ งพทุ ธศตวรรษที่ 12 – 13 ในขณะทีเ่ มืองโบราณ
ศรีเทพ เมืองโบราณสมัยทวารวดีที่สำคัญ เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมทวารวดี ที่
เจริญรุ่งเรืองในชว่ งพุทธศตวรรษท่ี 12 – 16
o เปน็ เมืองโบราณทไี่ ด้รับอทิ ธิพลศิลปะอินเดยี โดยช่างท้องถิ่นไดม้ กี ารปรับเปลยี่ นงานให้
มอี ตั ลักษณเ์ ปน็ ของตัวเอง

- ความครบถว้ นสมบูรณ์ : ยงั รักษาความเป็นแหล่งโบราณคดี ซากโบราณสถาน ท่ีอยูใ่ นตำแหน่ง
ท่ีตั้งดั้งเดมิ ไว้ได้เปน็ อยา่ งดี

- ความเป็นของแทด้ ้ังเดิม : ยังคงรักษาความเป็นของแท้ดั้งเดิมของแหลง่ ไวไ้ ด้เปน็ อยา่ งดี
- การปกป้องคุ้มครองและการบรหิ ารจัดการ : ได้รับการปกป้องคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเต็ม

รปู แบบ และมีการบริหารจัดการท่ีเพียงพอต่อการรกั ษาคุณค่าความสำคัญ ความครบถ้วน
สมบูรณ์ และความเปน็ ของแทด้ ง้ั เดมิ ของแหล่งไวไ้ ด้

228

ความแตกต่างกนั
- เกณฑ์การนำเสนอ : เมอื งโบราณศรเี ทพนำเสนอข้ึนทะเบยี นมรดกโลก ตามเกณฑข์ ้อท่ี 2 และ
3 ในขณะท่เี กลมุ่ ศาสนสถานสมโบรไ์ พรกกุ นำเสนอตามเกณฑข์ ้อท่ี 2, 3 และ 4
- ศาสนาหลกั ของเมอื งโบราณศรเี ทพ คือ ศาสนาพทุ ธ ในขณะทศ่ี าสนาหลักของเมืองอิศานปุระ
คือศาสนาฮินดู
- วัสดุหลักในการก่อสรา้ งโบราณสถานสำคัญ : โดยวัสดุหลักที่ใช้สร้างโบราณสถานสำคัญของ
กลมุ่ โบราณสถานสมโบรไ์ พรกกุ คอื อฐิ หนิ ทราย และศลิ าแลง (ในสมัยหลัง) ในขณะทท่ี ่ีศิลา
แลงจะเป็นวสั ดหุ ลกั ทใ่ี ช้สรา้ งโบราณสถานสำคัญของเมอื งศรีเทพ (มอี ิฐเป็นสว่ นประกอบเสรมิ )

229

3.2.7. สถานท่ีศักด์ิสิทธ์ิมิเซนิ 191
ประเทศ : เวยี ดนาม
ปที ่ีข้ึนทะเบยี นเปน็ มรดกโลก : -
การเขา้ สบู่ ญั ชชี ่ัวคราว : -
ชือ่ แหลง่ : ศานสถานมเิ ซนิ , My Son Sanctuary
เกณฑก์ ารข้นึ ทะเบียน : 2, 3
พื้นท่แี หลง่ : -
คณุ คา่ โดดเดน่ เป็นสากล

ภาพรวม
ในช่วงพทุ ธศตวรรษที่ 10 – 19 (ครสิ ต์ศตวรรษที่ 4 ถึงครสิ ต์ศตวรรษที่ 13) มวี ัฒนธรรมทเี่ ป็นเอกลักษณ์
อยบู่ นชายฝ่งั ของเวยี ดนามในสมัยเดยี วกนั ทีม่ ตี น้ กำเนิดมาจากศาสนาฮินดูในประเทศอนิ เดีย ซ่ึงแสดงให้เห็นจาก
กลุม่ อาคารของวัดทีม่ ลี ักษณะเปน็ หอสงู ท่ีมีลักษณะเป็นหอสงู ที่นา่ ประทับใจทยี่ ังคงหลงเหลืออย่ใู นแหล่งที่น่าทึง่ ซึ่ง
เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการเมืองของอาณาจักรจามปาที่ดำรงมาอย่างยาวนานทีส่ ุด
สถานที่ศกั ด์สิ ิทธมิ์ ิเซินตงั้ อยู่ในแนวเทอื กเขาก้นั เขตแดน Duy Xuyen เขตจงั หวัดกว๋างนาม ภาคกลางของ
ประเทศเวยี ดนาม ตงั้ อยูใ่ นแอ่งทย่ี กสูงปิดล้อมดว้ ยภูเขา เปน็ แหล่งต้นน้ำของแม่น้ำ Thu Bon อันศักดิส์ ทิ ธ์ิ จากต้น
น้ำไหลผา่ นปราสาท ออกไปจากแอง่ เขา ผา่ นใจกลางเมอื งท่สี ำคัญทางประวตั ิศาสตรข์ องอาณาจกั รจามปา ไหลลงสู่
ทะเลจีนใต้ทีป่ ากอา่ วใกลก้ บั เมืองท่าโบราณฮอยอัน สถานท่ีตั้งจุดน้ียังมีลกั ษณะสำคัญในทางยุทธศาสตร์อีกด้วย
เนื่องจากเป็นจดุ ทส่ี ามารถป้องกันไดง้ า่ ย
แหลง่ น้ีมฐี านะเปน็ หวั ใจของถ่ินกำเนิดของบรรพบุรุษชาว Dua ซ่ึงรวมเข้ากบั ชาวจามและก่อตั้งอาณาจกั ร
จามปาปุระ (ภาษาสนั สกฤตหมายถึงเมืองของชาวจาม) ในปีพ.ศ. 927 (ค.ศ. 192) ในช่วงระหว่างพทุ ธศตวรรษท่ี
10 – 19 (ครสิ ต์ศตวรรษที่ 4 – 13) วัฒนธรรมที่เป็นเอกลกั ษณ์บนชายฝ่ังเวียดนามท่ีรว่ มสมัยกนั นี้ มตี ้นกำเนิดมา
จากศาสนาฮนิ ดูในอนทุ วปี อินเดีย ภายใต้อทิ ธพิ ลทางศาสนา วดั จำนวนมากได้ถูกสร้างขึน้ เพ่ือบชู าเทพเจา้ ในศาสนา
ฮินดู เช่น พระกฤษณะ พระวิษณุ โดยเฉพาะอย่างย่ิงเพ่ือบูชาพระศิวะ แม้ว่าประมาณ พุทธศตวรรษที่ 10
(คริสตศ์ ตวรรษท่ี 4) ชาวพทุ ธนิกายมหายานจะแผข่ ยายเข้ามาในวัฒนธรรมจามและเปน็ ที่ยอมรบั ในตอนเหนอื ของ
อาณาจกั ร ศาสนาฮินดลู ัทธไิ ศวนิกายก็ยังคงเปน็ ศาสนาประจำชาติ

191 “My Son Sanctuary”, UNESCO, https://whc.unesco.org/en/list/949 (สบื ค้นเมื่อวันท่ี 25 สิงหาคม 2563).

230

โบราณสถานในสถานที่ศักดิ์สทิ ธิ์มิเซนิ นี้เป็นสิ่งก่อสร้างทม่ี ีความสำคัญมากในอารยธรรมมิเซิน วัดท่ีมี
ลักษณะเปน็ หอสูงนีม้ รี ูปแบบทางสถาปัตยกรรมท่ีหลากหลายท่แี สดงสัญลกั ษณข์ องความยง่ิ ใหญ่และความบริสทุ ธิ์
ของเขาพระสุเมรุ (ภูเขาศักด์ิสทิ ธศ์ิ ูนย์กลางจักรวาลเป็นท่ีอยู่อาศัยของเทพเจ้าฮินดู) ก่อสร้างโดยจำลองเขาพระ
สเุ มรุตัง้ อยู่บนพื้นโลกในเทือกเขาถ่ินกำเนิดของชาวจาม พวกเขากอ่ สรา้ งโดยใช้อิฐดินเผา เสาหิน และตกแต่งดว้ ย
ภาพจำหลักหนิ ทรายเรอื่ งราวตำนานเทพเจ้าฮนิ ดู เทคนิคการก่อสร้างท่ีซับซอ้ นนเ้ี ปน็ หลักฐานแสดงถึงทกั ษะทางวิ
ศกรรมของชาวจามในขณะท่ที างประติมาณวทิ ยาและทางสัญลกั ษณ์ทีต่ กแตง่ น้ันละเอยี ดประณีต แสดงถึงความ
เข้าใจลึกซึ้งในเรือ่ งราวและการววิ ัฒนาการแนวคดิ ทางศาสนาและการเมืองของชาวจาม

สถานท่ีศกั ดสิ์ ิทธิ์มิเซินเป็นกล่มุ สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นซ่ึงพัฒนามายาวนานกว่า 10 ศตวรรษ แสดงถึง
ความรุ่งเรืองทางศาสนาและการเมืองในช่วงสำคัญของประวัติศาสตร์เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ มีความเป็น
เอกลกั ษณแ์ ละไม่สามารถหาเทยี บได้ในเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้

เกณฑ์
เกณฑข์ ้อที่ 2
สถานทศ่ี ักดิ์สิทธ์มิเซินเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการแลกเปลีย่ นทางวัฒนธรรม โดยสังคมพื้นเมือง
ปรบั ตวั ให้เข้ากบั อิทธพิ ลทางวัฒนธรรมจากภายนอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งศลิ ปะและสถาปัตยกรรมฮนิ ดขู องอนุทวีป
อินเดีย
เกณฑ์ข้อท่ี 3
อาณาจักรจามปาเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ทางการเมืองและวัฒนธรรมของเอเชีย
ตะวนั ออกเฉียงใต้ซ่ึงแสดงให้เหน็ อย่างชัดเจนจากซากปรกั หักพงั ของสถานที่ศักด์ิมิเซนิ
ความครบถ้วนสมบรู ณ์
วดั ฮินดใู นสถานท่ีศกั ดิ์หมเี ซินนตี้ ้ังอยูใ่ นจุดท่ีมกี ารป้องกันอย่างดีโดยมีขอบเขตทีก่ ำหนดไว้อย่างชดั เจน
ปราสาทจำนวน 8 กลุ่ม รวมทง้ั สนิ้ 71 หลัง รวมท้ังหลุมทางโบราณคดแี สดงถึงลำดบั ประวัตศิ าสตร์ที่สมบูรณ์ของ
การสร้างวิหารบนหอคอยในพืน้ ที่ซงึ่ ครอบคลมุ ช่วงเวลาทั้งหมดของการดำรงอยขู่ องอาณาจักรจามปา
การอนุรักษ์สถานท่ศี ักดส์ิ ทิ ธิห์ มีเซิน เรม่ิ ข้ึนในชว่ งต้นของพทุ ธศตวรรษที่ 26 (ครสิ ต์ศตวรรษที่ 20) ไม่นาน
นกั หลังจากนกั โบราณคดชี าวฝร่ังเศสไดส้ ำรวจพบ โบราณสถานหลายหลังถกู ทำลายลง ในชว่ งสงครามโลกครงั้ ที่ 2
สงครามอินโดจีนครั้งท่ี 1 และโดยเฉพาะช่วงสงครามอินโดจีนคร้ังท่ี 2 อย่างไรก็ดี งานอนุรักษ์ได้ดำเนินข้ึน
ปราสาททยี่ งั หลงเหลือได้รบั การอนรุ ักษ์เปน็ อย่างดี

231

พื้นท่ีนีม้ ีความเสี่ยงจากสภาพภูมอิ ากาศท่ีรนุ แรงเช่นน้ำท่วมและความชนื้ สูง แม้ว่าการขยายแม่น้ำลำธาร
และการกำจดั วัชพืชโดยรอบจะช่วยลดผลกระทบเหล่าน้ีได้ ก็ยังคงประสบปัญหาเกี่ยวกับอาวุธสงครามทีไ่ ม่สามารถ
ระบไุ ด้ อาวุธท่ียงั ไม่ระเบิดในขอบเขตของพื้นที่กนั ชน ซ่ึงส่งผลกระทบตอ่ การวิจัยทางโบราณคดขี องพนื้ ทีท่ ค่ี ้นพบ
ใหม่ การบูรณะกลมุ่ โบราณสถานท้ัง 8 แหง่ รวมถึงการนำชมแกผ่ ูม้ าเยือน

ความเปน็ ของแท้และด้ังเดิม
ความเปน็ ของแท้ของสถานที่ศักด์ิสิทธ์ิมิเซินนน้ั ไดร้ ับการสนับสนุนจากผลงานของ Henry Parmentier
ในชว่ งต้นศตวรรษที่ 20 ในอดตี การตรวจสอบโดยนักโบราณคดี นกั ประวตั ิศาสตร์และนักวชิ าการอื่น ๆ ในศตวรรษ
ท่ี 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ไดบ้ นั ทกึ ความสำคัญของแหลง่ นีผ้ ่านทางตัวโบราณสถานซง่ึ เป็นผลงานช้ินเอกของการ
ก่อสรา้ งด้วยอฐิ ในยุคนั้นท้ังในแง่ของเทคโนโลยีการกอ่ สร้างและการตกแตง่ ด้วยอิฐแกะสลักท่ซี ับซ้อน สถานทต่ี ั้ง
และธรรมชาติอันศักดิ์สิทธ์ิของแหล่งโบราณคดที ำให้มั่นใจได้วา่ โบราณสถานยงั คงสภาพส มบูรณ์ตามธรรมชาติ
ดง้ั เดิม แม้ว่าหลายหลงั จะได้รับความเสียหายในช่วงหลายปีทีผ่ า่ นมา การอนุรกั ษภ์ ายใต้คำแนะนำจากผ้เู ชี่ยวชาญ
ชาวฝรงั่ เศสและชาวโปแลนด์คอ่ นข้างนอ้ ยและไม่มผี ลต่อระดับความเป็นของแท้โดยรวมของแหล่ง ความเป็นของ
แท้ของสถานที่ศกั ด์ิสทิ ธิ์มิเซนิ ในแงข่ องการออกแบบ วัสดุ ฝีมืองานช่างและสภาพแวดลอ้ มยงั คงสนบั สนนุ ในหวั ข้อ
คณุ คา่ โดดเด่นอนั เป็นสากล
การปกป้องคุม้ ครองและการบริหารจดั การ
สถาน ที่แห่งน้ีได้รับการยอมรับให้เป็น National Site ในปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) โดยกระทรวง
วฒั นธรรมและให้เป็นแหล่ง Special National site ในปีพ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009) โดยรฐั บาลแห่งชาติ หนว่ ยงาน
ระดบั ท้องถิ่นและระดบั ชาติทง้ั หมดต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายมรดกทางวัฒนธรรม (ปีพ.ศ. 2544 (ค.ศ.
2001) แก้ไขเพิม่ เตมิ พ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009))
กระทรวงวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเท่ียว กรมอนุรกั ษ์และพิพิธภัณฑ์ เป็นผู้รบั ผิดชอบหลักในการ
ปกป้องคุ้มครองและบรหิ ารจดั การ โดยมอบหมายใหก้ บั กรมวฒั นธรรม กีฬาและการท่องเท่ยี วจังหวดั กวา๋ งนาม ซึ่ง
ร่วมมือกับคณะกรร มการ ประชาชน ของเขต Duy Xuyen อย่างใกล้ชิด ได้จัดต้ังคณะกรรมการ My Son
Management Board of Relics and Tourism การข้ึนบัญชีน ำมา จากความต้องการพิเศษของมรดกทา ง
ประวตั ิศาสตรใ์ นแผนแห่งชาตเิ พ่ือการพัฒนาการท่องเที่ยวและในแผนทั่วไปสำหรับการพฒั นาสงั คม - เศรษฐกิจ
ของเขต Duy Xuyen ด้วย

232

กลยทุ ธใ์ นการปรบั ปรงุ แก้ไขแผนแม่บทการอนรุ ักษข์ องสถานท่ีศักดสิ์ ิทธิห์ มเี ซินกาํ ลังได้รับการพฒั นาเข้า
เปน็ ส่วนหน่ึงของโครงการมรดกโลกของยูเนสโกเอเชียแปซิฟิก และจะต้องรวมเข้าในแผนการจัดการล่าสุดสําหรับ
แหล่งโบราณคดี

หลงั จากการรวมประเทศเวยี ดนามในปี พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) งานอนรุ กั ษ์ก็เริ่มขนึ้ อีกครั้งอย่างจรงิ จัง
และในช่วงนก้ี ารอนรุ ักษ์ทรพั ย์สนิ มมี าตรฐานสงู โดยมที มี งานทัง้ ในและต่างประเทศที่ทำงานในพนื้ ที่

แม้ว่าหน่วยงานชาวเวียดนามจะดำเนินการกู้ระเบิดในโบราณสถานหลัก 4 แห่งแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518
(ค.ศ. 1975) แตย่ งั คงยงั คงดำเนินการไปอยา่ งช้า ๆ และยังต้องดำเนินการเกบ็ กู้อีกมากกวา่ จะเสรจ็ สน้ิ

เพอ่ื ปกป้องแหล่งโบราณสถานตอ่ ไป นายกรฐั มนตรเี วยี ดนามได้ประกาศใช้ Decision 1915 / QĐ-TTg
ซึ่งไดร้ ับการอนมุ ตั อิ ย่างเป็นทางการและให้การสนบั สนุนด้านงบประมาณสำหรับแผนแม่บทของโบราณสถาน (พ.ศ.
2551 – 2563 (ค.ศ. 2008 ถึง 2020) เพื่อการอนรุ ักษ์และส่งเสริมการทอ่ งเท่ียวของทรัพย์สนิ เพื่อการอนุรกั ษ์
โบราณสถาน

การจดั การพนื้ ท่ีปา่ โดยรอบพืน้ ท่ีจำเปน็ ต้องได้รบั การปรบั ปรุงเพื่อใหส้ ามารถรกั ษาสิ่งแวดลอ้ มได้ดีขนึ้ การ
ตรวจสอบโดยละเอยี ดของพน้ื ทเ่ี หล่านี้สำหรับผลกระทบจ ากสภาพภมู ิอากาศท่ีรนุ แรงควรได้รบั การแก้ไขอยา่ ง
ต่อเนอื่ งและควรรวมไว้กบั การจัดการทรพั ยส์ ินระยะยาวในอนาคต

จำนวนนักท่องเท่ียวที่มาเยีย่ มชมแหลง่ โบราณคดีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การจัดการขดี ความสามารถใน
รองรับได้ของหลง่ ท่องเทยี่ วจึงมีความสำคัญมากข้ึนและควรไดร้ ับการจัดการเขา้ เป็นส่วนหนงึ่ ของแผนการจัดการ
ตามที่จำเปน็ สำหรับแหลง่ โบราณคดี

มีความจำเป็นอยา่ งยิ่งที่จะต้องดำเนินการเก็บกู้ระเบดิ ต่อไป เพื่อความปลอดภัยของผู้คนและเพ่ือให้
สามารถเข้าถึงและเรยี นรโู้ บราณสถานได้

การวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทียบ
ความคลา้ ยคลงึ กนั

- คณุ ค่าความสำคญั
o นำเสนอขน้ึ ทะเบยี นเป็นมรดกโลกตามเกณฑข์ ้องท่ี 2 และ 3
o สถานทศ่ี ักด์สิ ิทธิมิเซนิ เปน็ ตวั แทนของอาณาจักรจามปา ในขณะท่ีเมืองศรีเทพเป็น
ตวั แทนของอารยธรรมทวารวดี
o เจริญรุง่ เรืองในชว่ งระยะเวลาใกล้เคยี งกัน (จามปา : พุทธศตวรรษท่ี 10 – 19, ทวาร
วดี : พุทธศตวรรษท่ี 12 – 16)

233

o เป็นหลักฐานที่สำคญั ช้ันยอดที่แสดงถึงการแลกเปลีย่ นทางวัฒนธรรม โดยกลุ่มคน
พื้นเมอื งมกี ารปรบั ตวั ใหเ้ ข้ากบั อิทธิพลภายนอก

- ความครบถว้ นสมบูรณ์ : ยงั รกั ษาความเป็นแหล่งโบราณคดี ซากโบราณสถาน ท่ีอย่ใู นตำแหน่ง
ที่ตั้งดั้งเดิม ไวไ้ ด้เป็นอยา่ งดี

- ความเป็นของแทด้ งั้ เดิม : ยังคงรกั ษาความเป็นของแท้ด้งั เดิมของแหลง่ ไว้ได้เป็นอยา่ งดี
- การปกป้องคุ้มครองและการบริหารจดั การ : ไดร้ ับการปกป้องคุ้มครองตามกฎหมายอยา่ งเต็ม

รปู แบบ และมีการบริหารจัดการที่เพียงพอต่อการรักษาคณุ ค่าความสำคัญ ความครบถ้วน
สมบรู ณ์ และความเป็นของแท้ดั้งเดิมของแหล่งไว้ได้
ความแตกตา่ งกัน
- ศาสนาหลักของเมืองโบราณศรเี ทพ (วัฒนธรรมทวารวดี) คอื ศาสนาพุทธ ในขณะท่ีศาสนาหลัก
ของอาณาจักรจามปา คอื ศาสนาฮินดู ไศวนกิ าย
- วัสดุหลักในการก่อสร้างโบราณสถานสำคัญของสถานทีศ่ กั ดิ์สิทธ์ิมเิ ซนิ คืออิฐ ในขณะท่ีทีศ่ ลิ าแลง
จะเปน็ วสั ดุหลักที่ใชส้ ร้างโบราณสถานสำคัญของเมืองศรีเทพ (มอี ฐิ เป็นส่วนประกอบเสรมิ )

234

ตารางที่ 1 การวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บ : พนื้ ท่ีแหลง่

ประเทศ แหล่ง อายุสมยั การข้นึ พน้ื ทแ่ี หล่ง

1. ไทย ทะเบียน 860.82 เฮกเตอร์
2. ไทย
3. ไทย มรดกโลก 610 เฮกเตอร์
460 เฮกเตอร์
(เกณฑ)์ (ไมร่ วมเขาถมอรัตน)์

อุทยานประวัตศิ าสตร์ ทวารวดี พุทธศตวรรษท่ี 3, 4, 5, 6

ภพู ระบาท 12 - 15 (บัญชี

เบอื้ งต้น)

เมอื งโบราณนครปฐม ทวารวดี พุทธศตวรรษที่ -

12 - 15

เมืองโบรา ณศรีเทพ ทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 2, 3

(รวมเขาคลังนอก) 12 - 15

4. ไทย เมอื งโบราณคบู วั ทวารวดี พุทธศตวรรษที่ - 160 เฮกเตอร์
5. ไทย เมืองโบราณอู่ทอง 12 - 15 - 156 เฮกเตอร์
ทวารวดี พุทธศตวรรษที่
12 - 15

235

ตารางที่ 2 การวเิ คราะห์เปรยี บเทยี บ : การปกปอ้ งคุม้ ครอง

ประเทศ แหล่ง พ้ืนท่ขี น้ึ ทะเบยี น ปีท่ปี ระกาศข้ึน หมายเหตุ

ตาม พรบ.โบราณสถาน ทะเบียน

พ.ศ.2504 โบราณสถาน

1. ไทย อทุ ยานประวัติศาสตร์ ประมาณ 544 เฮกเตอร์ วันท่ี 28 เมษายน

ภพู ระบาท (ประมาณ 3,400 ไร)่ พ.ศ.2524

2. ไทย เมอื งโบราณศรเี ทพ ประมาณ 464 เฮกเตอร์ 8 มีนา คม พ.ศ. เมอื งศรเี ทพ

(ประมาณ 2,900 ไร)่ 2478 (คร้ังท่ี 1), และเขาคลงั นอก

26 มีนาคม พ.ศ.

2506 (ครัง้ ที่ 2)

3. ไทย เมอื งโบราณอู่ทอง ประมาณ 156 เฮกเตอร์ วันที่ 8 มีน าคม ขึ้นทะเบยี นโดยชื่อ

2478 แตข่ อบเขตยงั ไม่

ชัดเจน

4. ไทย เมืองโบราณคบู ัว ประมาณ 8 ไร่ - (ประกาศขึน้

ทะเบียนแหลง่

ภายในเมืองจำนวน

7 แหล่ง)

5. ไทย เมืองโบราณนครปฐม - - แหลง่ ท่ีไดร้ ับการ

ประกาศขนึ้ ทะเบยี น

เชน่ วัดพระประ

โทน, เจดยี ์จุลประ

โทน, วัดพระเมรุ ยงั

ไมไ่ ดก้ ำหนดเขต

โบราณสถานอย่าง

เปน็ ทางการ

236

ตารางท่ี 3 การวเิ คราะห์เปรียบเทียบ : จำนวนโบราณสถานท่เี หลืออยใู่ นปจั จุบัน

ประเทศ แหลง่ จำนวนโบราณสถาน ท่ีมาของข้อมูล หมายเหตุ

ท่ีเหลอื อยู่ในปจั จุบนั

1. ไทย เมอื งโบราณศรีเทพ มากกว่า 130 แหลง่ ฐานขอ้ มูลโบราณสถาน

กรมศิลปากร

www.gis.finearts.go.th

2. ไทย อทุ ยานประวัตศิ าสตร์ 24 แหลง่ ฐานขอ้ มูลโบราณสถาน

ภพู ระบาท กรมศลิ ปากร

www.gis.finearts.go.th

3. ไทย เมอื งโบราณคบู ัว 59 แหล่ง ฐานข้อมลู โบราณสถาน

กรมศลิ ปากร

www.gis.finearts.go.th

4. ไทย เมอื งโบราณอทู่ อง 28 แหลง่ ฐานข้อมูลโบราณสถาน

กรมศลิ ปากร

www.gis.finearts.go.th

5. ไทย เมืองโบราณนครปฐม 7 แหลง่ ฐานขอ้ มลู โบราณสถาน

กรมศลิ ปากร

www.gis.finearts.go.th

237

ตารางที่ 4 การวเิ คราะห์เปรยี บเทยี บ : ขนาดของโบราณสถานสำคญั

แหล่ง โบราณสถานสำคญั ตำแหนง่ ขนาด วัสดุหลัก
ศลิ าแลง/อิฐ
1. เมอื งโบราณศรีเทพ เขาคลังนอก นอกเมอื ง 70*70 เมตร อิฐ
อฐิ /ศิลาแลง
2. เมืองโบราณนครปฐม วัดพระเมรุ นอกเมือง 70*70 เมตร อิฐ

3. เมืองโบราณนครปฐม พระประโทน ในเมือง 37*37 เมตร ศิลาแลง/อฐิ

4. เมอื งโบราณอู่ทอง เจดยี ์หมายเลข 1 นอกเมอื ง 36*36 เมตร
5. เมืองโบราณศรเี ทพ หรอื วัดปราสาท (รา้ ง) ในเมอื ง 28*45 เมตร
เขาคลังใน

6. เมืองโบราณคบู ัว วัดโขลง (สุวรรณคีร)ี ในเมอื ง 22.2*43.5 เมตร อฐิ /ศิลาแลง
7. เมอื งโบราณอทู่ อง หรือโบราณสถาน
หมายเลข 18 นอกเมอื ง 28.5*28.5 อฐิ /ศิลาแลง
เจดยี ห์ มายเลข 2 นอกเมอื ง

8. เมืองโบราณคูบัว โบราณสถาน 21.90 *21.90 อฐิ
หมายเลข 31 โคก เมตร
วิหาร

ตารางที่ 5 การเปรยี บเทียบเกณฑ์การนำเสนอระหวา่ งเมอื ง
ลำดับ ประเทศ แหลง่ อายสุ มัย

2
1. ไทย เมอื งโบราณศรี พทุ ธศตวรรษ เมืองโบราณศรีเทพเป็นเมืองโ

เทพ ที่ 12 - 16 ขนาดใหญท่ ี่มีความสำคญั มากทีส่
หน่ึงในวัฒนธรรมทวารวดี ท่ีถือ
วฒั นธรรมแรกสุดของการพัฒนา
จากสมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตร์ท่ีผคู้ น
อาศัย ตามพ้นื ท่ีราบ ริมฝงั่ แม่น้ำ
และลำน้ำเหยี งประกอบอาชีพด้า
เกษตรกรรม และ การล่ าสัตว์ม
2,000 ปี จนกระทั้งได้มีการตดิ ต
ชมุ ชนภายนอกทน่ี ำเอาคติความเช
ศาสนาและความกา้ วหน้าในเทค
จากวฒั นธรรมอินเดียเข้ามาจน
ชุมชนยอมรบั และพัฒนามาเป็นกา
เมืองโบราณศรีเทพ ทม่ี ลี กั ษณะเป
ซ้อนเมือง อกี ทั้งยอมรบั ในคติคว
ทางศาสนา ทั้งพุทธศาสนา แบบเ
มหายาน และศาสนาฮินดู ทย่ี ังป
หลั กฐา น ท าง ด้า น ส ถา ปั ตย กรร ม

งโบราณศรเี ทพ และแหลง่ มรดกโลกทม่ี ีลกั ษณะใกล้เคยี ง 238
เกณฑ์ -
3

บราณ เมอื งโบราณศรีเทพเป็นเมอื งโบราณเมือง
สดุ เมอื ง หน่ึงในวัฒนธรรมทวารวดี ที่ปรากฏชื่อ
วา่ เป็น เรียกว่า “โถโ ลโ ปติ ” ตรง กั บภาษ า
าชุมชน สนั สกฤต คือ “ทวารวดี” ตามบันทึกการ
นยังอยู่ เดินทางของพระภิกษุเหียนจัง ( HIUAN
ำป่าสัก TSANG) ทเ่ี ดินทางจากจนี ไปสืบศาสนาใน
านการ อนิ เดียโดยทางบกในปี พ.ศ. 1172 วา่ อยู่
ม ากว่ า ระหว่างดินแดน ท่ีเรียกว่า อาณาจักร
ตอ่ จาก อศี านปุระ (สมัยก่อนเมืองพระนครใน
ช่อื ทาง ประเทศกมั พชู า) และอาณาจกั รศรเี กษตร
คโนโลยี (ในประเทศเมยี นมาร์) การสร้างเมืองศรี
นคนใน เทพเป็นไปตามรูปแบบของวัฒนธรรม
ารสร้าง ทวารวดี ท่รี ูปแบบของเมืองยงั ไมเ่ ปน็ ทรง
ปน็ เมือง เรขาคณิต มลี ักษณะเป็นเมืองซอ้ นเมอื ง
วามเชื่อ เมืองรูปเกือบเป็นวงกลม และเมอื งรูป
เถรวาท ส่ีเหลี่ยมผืน ผ้ามุ มม น ท่ีมี คูน้ำคั นดิ น
ปรากฏ ลอ้ มรอบมีการยอมรบั ในคติความเชื่อดา้ น
ม และ ศาสนาพุ ทธและพราหม ณ์ ท่ี ม าจา ก

ประติมากรรม โดยได้มกี ารพัฒน
ปรับปรงุ จนมคี วามเป็นเอกลักษ
ตวั เอง ท่นี กั วิชาการยกยอ่ งใหเ้ ป็น
ช่างศรเี ทพ” รวมท้งั เมอื งศรีเทพย
ให้เห็นถงึ การอยรู่ ว่ มกันของชุมชน
ศา ส น า ใ น ร ะ ย ะ เวล า เดี ย วกั น ท
ศาสนาฝา่ ยเถรวาทและฝ่ายมห
และศาสนาฮิน ดู อาจมีทั้งไศว
ไวษณพนิกายและการบูชาพระสรุ
โดยเฉพา ะด้ วย มี อา ยุอยู่ รา ว
ศตวรรษที่ 12 – 16
พัฒน าการของ เมื อง โบรา ณศ
ภายหลังวฒั นธรรมทวารวดีเสื่อม
ปรากฏหลักฐานวัฒนธรรมเขมรสบื
ในช่วงพทุ ธศตวรรษที่ 16 – 18 แ
เห็นถึงการติดต่อแลกเปลี่ยนกับ
ภายนอกท้ังเรือ่ งการรับวัฒนธรร
ศาสนาและการคา้ ขายทีม่ มี าโดยต
การยอมรับพฒั นาและเปลย่ี นแป
ตลอดเวลา ท่ีเห็นได้ชดั เจนคือ คต
เชื่ อด้ าน ศา ส น า ที่ มี การ ย อม รั บ

239

นาและ วัฒน ธรรม อิ น เดีย ปรา กฏหลั กฐ า น
ษณข์ อง สถาปัตยกรรม เชน่ โบราณสถานเขาคลัง
น “สกุล ใน โบราณสถานเขาคลงั นอก และภาพ
ยังแสดง สลั กประ ติ ม า กรรม นู น ต่ ำ ภา ยใ น
นท่ตี า่ ง โบราณสถานถำ้ เขาถมอรตั น์ท่ีถอื เปน็ ภูเขา
ทั้งพุทธ ศักด์ิ สิทธิ์ กำหน ดอายุอยู่ใน ราวพุ ทธ
หายาน ศตวรรษท่ี 12 -14 เมืองศรีเทพนับเป็น
วนิกาย เมอื งในสมัยทวารวดี ทส่ี ำคญั เมืองหน่ึง ท่ี
ริยเทพ มกี ารอย่อู าศัยมาอย่างต่อเน่อื งระหว่าง
วพุ ท ธ พุทธศตวรรษที่ 12 -16 เป็นแหล่งวตั ถุดิบ

การแลกเปลีย่ นสนิ คา้ และการค้าขาย จาก
ศรีเทพ หลักฐานทางโบราณคดีที่ปรากฏ และ
มลงได้ วัฒนธรรมของทวารวดี คงเร่ิมเสื่อมลง
บต่อมา เมื่อวัฒนธรรมเขมรเข้ามามบี ทบาทในราว
แสดงให้ พุ ท ธศตวรรษที่ 1 6 จ า กห ลั กฐ า น
บชมุ ชน สถาปัตยกรรมในศลิ ปเขมร เช่น ปรางค์ศรี
รมทาง เทพ และ ปรา งค์ สองพ่ี น้ อง รวม ทั้ ง
ตลอด มี ประตมิ ากรรม ศิวลงึ ค์ และทวารบาล จน
ปลงอยู่ ส้นิ สุดในราวพุทธศตวรรษท่ี 18 เมื่อมกี าร
ติความ สถา ปน า อา ณา จั กรสุ โ ขทั ยข้ึ น ทา ง
บนับถือ ภาคเหนือของประเทศไทย

ศาสนาฮินดู ลทั ธไิ ศวนิกาย ในช่ว
ศตวรรษท่ี 16-17 และพุทธศาสน
มห า ย า น ใน ช่ วง พุ ท ธศตวร ร ษท
ยังคงปรากฏหลักฐานท่ีชัดเจน ท
สถาปั ตยกรรม ประ ติม ากรรม
ประจักษพ์ ยานมาจนถงึ ทกุ วันน้ี

240

วง พุท ธ
นาแบบ
ที่ 18 ที่
ทง้ั ด้าน
ม เป็ น


Click to View FlipBook Version