ลำดบั ประเทศ ตารางท่ี 5 การเปรียบเทยี บเกณฑ์การนำเสนอระหว่างเมืองโบ
2. พม่า แหลง่ อายุสมยั
2
Pyu Ancient พทุ ธศตวรรษ เปน็ การปฏสิ ัมพันธ์ระหวา่ งชมุ ชม
City ท่ี 7 - 15 ของพยูกบั วัฒนธรรมอนิ เดยี ต้ังแ
พุทธศตวรรษท่ี 7 เป็ น การป
ความสำเร็จคร้ังแรกใน การเข้
อทิ ธิพล (อย่างถาวร) ของพุทธศาส
เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ โดยมอี
กับทุกชน ช้ันทางสั งคม ต้ังแต่
ปกครอง ไปจนถึงชนช้ันแรงงาน
โบราณพยูปรากฏหลักฐานสำคญั ใ
แรกใน การประ ยุกต์ อิทธิ พลศ
สถาปั ตยกรรมอิน เดีย ให้มี ลัก
เฉพาะท่ี เป็น ของตัวเอง ในภู มิภ า
สถาปตั ยกรรมบางอยา่ งไม่เคยพบ
อืน่ มาก่อนหน้านี้ พั ฒนาการข
ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางและ
ไปทั่วทงั้ เอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ก
ให้เกิดการก่อตัวของรัฐ ใน ช่ว
ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 5 ตามมาดว้ ยกา
241
บราณศรเี ทพ และแหลง่ มรดกโลกที่มลี ักษณะใกลเ้ คยี ง (ต่อ)
เกณฑ์
34
มดง้ั เดิม เมอื งโบราณพยูเป็นเมอื งในศาสนาพุทธ นวตั กรรมทางเทคโนโลยีท่เี ก่ียวขอ้ งกับ
แต่ช่วง แห่ง แรกในประวัติ ศาสตร์ของเอเชี ย กา ร บ ริ ห า ร จั ด ก า รท รั พ ยา กร ,
ระ สบ ตะวนั ออกเฉยี งใต้ มีการเกดิ ขน้ึ ของชุมชน การเกษตรกรรม, การผลิตอิฐและเหล็ก
ขามามี ทางดา้ นพระพุทธศาสนา ควบคู่ไปกับการ ทเ่ี มืองโบราณพยู เป็นเงอื่ นไขท่ีนำไปสู่
สนาใน พัฒนา ทางด้ านการเกษตรกรรม บน ความกา้ วหน้าท่ีสำคัญในการวางผัง
อิทธิพล พืน้ ฐานของความเชี่ยวชาญในดา้ นระบบ เมื อง และ การก่ อสร้าง น วัตกรรม
ชนช้ั น การบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในช่วง เหลา่ นี้สง่ ผลให้เมืองทีเ่ กา่ แก่ที่สุด ใหญ่
น เมอื ง หน้าแล้ง และการผลิตเคร่ืองป้ันดินเผา, ทสี่ ดุ และเป็นเมอื งในพุทธศาสนาท่มี ี
ในสมัย เหล็ก, ทอง, เงนิ และอัญมณี ท้งั เพื่อการ การอยู่อาศัยอย่างยาวน านที่สุดใน
ศิ ลปะ เคารพบูชาและเพ่ือการค้า การเขา้ มาของ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลักษณะของ
กษณะ พุทธศาสนา ก่อให้เกดิ การกอ่ สร้างศาสน เมืองพยู เปน็ เมอื งท่ีในรูปแบบใหม่ มี
าค และ สถานอิฐโดยการสนับสนุนของเชอื้ พระ ประตเู มอื งทม่ี ขี นาดใหญ่ ล้อมรอบดว้ ย
บเห็นท่ี วง ศ์ และ ป ระ ชา ชน โ ดยเป็ น ก า ร คูน้ ำ และมีเครือขายของถนน และ
ของพยู เปลี่ยนแปลงอย่างถาวรจากสง่ิ ก่อสร้างท่ี คลอง ที่เชื่อม โยงพ้ืนที่เมืองภายใน
ะย่งั ยืน สร้างด้วยไม้ก่อนหนา้ น้ี พยูพัฒนาแนว กำแพง ทม่ี พี ื้นท่กี วา้ งขวาง มสี ิ่งอำนวย
กระตุ้น ปฏิบัตใิ นพธิ ีศพที่มีเอกลกั ษณ์ โดยใช้โกศ ความสะดวก, ศาสนสถาน, แหล่งน้ำ
วงหลั ง ในการเกบ็ เถา้ กระดูกจากการเผาศพ ไวท้ ี่ ศกั ดิส์ ทิ ธิ์ และพระราชวงั
ารส่งต่อ สสุ าน?ของชุมชน ในด้านเครอื ข่ายทาง
การเรียนรู้ทางพุทธศาสนา แล
ปฏิบัตศิ าสนกิจตา่ ง ๆ ไปสู่สถานท
ในแผ่นดนิ ใหญเ่ อเชยี ตะวันออกเฉ
242
ละ การ การค้า พยูเป็นหนึ่งในศูน ย์กลางของ
ที่ต่าง ๆ เครือข่ายทางการค้าในภูมิ ภาคเอเชี ย
ฉยี งใต้ ตะวันออกเฉียงใต้ จีน และอินเดีย โดยผู้
เผยแพรศ่ านาพทุ ธเหล่าน้ันกไ็ ดใ้ ช้เส้นทาง
น้ใี นการเดนิ ทางเพ่ือเผยแพรศ่ าสนาพุทธ
ตามคำสอนในภาษาบาลี (นกิ ายเถรวาท)
ในภูมิภาคแผน่ ดินใหญ่เอเชียตะวันออก
เฉยี งใต้ (Mainland Southeast Asia)
ตารางที่ 5 การเปรียบเทยี บเกณฑ์การนำเสนอระหวา่ งเมืองโบ
ลำดับ ประเทศ แหลง่ อายสุ มัย
3. กัมพชู า
2
Sambor Prei พุทธศตวรรษ สมโบร์ไพรกุก, ภูมิทัศนท์ างโบร
Kuk ที่ 12 – 23 และทางวัฒนธรรมของอิศานป
Archaeological สถาปัตยกรรมทีเ่ ปน็ เอกลกั ษณแ์ ล
Site วางผังเมืองซึ่งมีการปรับปรงุ ให้ม
แตกต่างจากอิทธิพลอินเดีย ลัก
อาคารแปดเหลี่ยม เป็นการปรบั ร
ใหม้ ีอัตลกั ษณเ์ ป็นของตนเอง ทำ
ลักษณะข อง ความ ง าม ใ น รูป แ บ
และเปน็ ที่รู้จักกันในปัจจุบันว่า
แบบสมโบร์ไพรกกุ
243
บราณศรีเทพ และแหลง่ มรดกโลกทม่ี ลี กั ษณะใกล้เคยี ง (ตอ่ )
เกณฑ์
36
ราณคดี อารยธรรมอศิ านปรุ ะโบราณ ได้รบั อทิ ธพิ ล สมโบร์ไพรกุก จะพบการนำเสนอ หริ
ปุระ มี จากอนทุ วีปอนิ เดียในรูปแบบของสถาบัน หระ และ ศกพราหมณะ เป็นคร้ังแรก
ละการ ทางสังคม, ศาสนา และศิลปะ ซง่ึ หลอม ท้ังสองส่ิ งนี้มี คุณค่าในระดั บสากล
มีความ รวมเปน็ ประเพณีพื้นเมือง, แนวความคดิ แสดงถงึ ความอดทน และความมุ่งมั่น
กษณะ และศลิ ปะ อาณาจกั รเจนละมลี ักษณะเปน็ นอกจากน้ียังเปน็ แหล่งท่ีเก็บจารึกคำ
รูปแบบ รฐั ทีป่ กครองแบบรวมศนู ย์ ผสมผสานกับ สอนใน ศาสนาพุทธที่เก่าแก่ที่สุดใน
ำให้เกิด ความเชือ่ ในศาสนาฮนิ ดู เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้
บบใหม่ (Prahasiteshvara, Gambireshvara,
ศิลปะ Harihara และ Sakabrahmana) และ
ศาสนาพทุ ธ, ทำใหม้ ีอิทธิพลยาวนานใน
สงั คมเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ กลุ่มศาสน
สถานของท่นี ้ี ถอื เป็นศูนยก์ ลางการแสวง
บุญทใ่ี หญท่ ีส่ ดุ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เป็นซากโบราณสถานท่ีสร้างข้ึนด้วยอฐิ
และหิน ทจี่ ติ วญิ ญาณ และภาษา ยังมชี ีวิต
อย่ใู นปจั จบุ ัน
ตารางที่ 5 การเปรียบเทียบเกณฑก์ ารนำเสนอระหว่างเมืองโบ
ลำดบั ประเทศ แหล่ง อายุสมยั
4. เวยี ดนาม
2
My Son พทุ ธศตวรรษ สถานท่ศี ักดิส์ ิทธ์มเิ ซินเป็นตวั อยา่ ง
Sanctuary ที่ 10 – 19 เยย่ี มของการแลกเปล่ยี นทางวัฒน
โดยสังคมพ้ื นเมืองปรับตัวให้เ
อิทธิพลทางวัฒนธรรม จากภา
โ ดย เ ฉ พ า ะ อย่ า ง ย่ิ ง ศิ ล ป ะ
สถาปตั ยกรรมฮินดขู องอนทุ วปี อิน
บราณศรีเทพ และแหลง่ มรดกโลกที่มีลักษณะใกล้เคยี ง (ต่อ) 244
เกณฑ์ -
3
งทย่ี อด อาณาจักรจามปาเป็นปรากฏการณ์ท่ี
นธรรม สำคญั ในประวัติศาสตร์ทางการเมอื งและ
เข้ากั บ วัฒนธรรมของเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ซ่ึง
ยนอก แสดง ใ ห้ เห็ น อย่ า ง ชั ดเจ น จ า กซา ก
ะ แ ล ะ ปรักหกั พงั ของสถานท่ีศกั ดิม์ ิเซนิ
นเดีย
ลำดับ ประเทศ ตารางท่ี 6 การเปรียบเทียบความครบถว้ นสมบรู ณ์ระหวา่ งเม
แหลง่ อายุสมยั
1. ไทย เมืองโบราณศรี พทุ ธศตวรรษ องคป์ ระกอบโดยรวมของเมอื งโบ
2. พม่า
3. กัมพชู า เทพ ท่ี 12 - 16 คุณสมบตั ิของมรดกวัฒนธรรม ซ
4. เวียดนาม ครอบคลุมพนื้ ที่กวา่ 850 เฮกเตอ
โบราณสถานท่ีสำคญั ไดร้ บั การขุดแ
Pyu Ancient พุทธศตวรรษ ความครบถว้ นสมบูรณข์ องพยู ข้ึน
City ที่ 7 - 15 แหล่งโบราณคดี โบราณสถาน, จ
ตอ่ เนื่องของมรดกทางวฒั นธรรมท
อนรุ กั ษ์ ความครบถ้วนสมบรู ณ์มีค
สภาพแวดลอ้ ม และจากภยั ธรรมช
Sambor Prei พทุ ธศตวรรษ การขยายขอบเขตพื้นที่แหล่งภาย
Kuk ท่ี 12 – 23 รอ่ งรอยทางประวตั ิศาสตร์ วัฒนธ
Archaeological สถาน 3 พ้ืนท่ี, ระบบบริหารจดั ก
Site ชว่ ยในการแสดงสถานการณ์อนุรัก
และองค์ประกอบหลาย ๆ ประก
แสดงอยใู่ นพพิ ธิ ภัณฑ์ทวั่ ประเทศก
My Son พุทธศตวรรษ วดั ฮนิ ดใู นสถานทีศ่ ักดหิ์ มีเซินนต้ี งั้
Sanctuary ท่ี 10 – 19 รวมทัง้ ส้ิน 71 หลัง รวมทง้ั หลมุ ท
ครอบคลมุ ช่วงเวลาทง้ั หมดของกา
245
มืองโบราณศรเี ทพ และแหล่งมรดกโลกที่มลี กั ษณะใกล้เคียง
ความครบถ้วนสมบรู ณ์
บราณศรีเทพ ทจี่ ะแสดงถงึ ความโดดเด่นอนั เปน็ สากล มคี วามครบถว้ นสมบรู ณ์ ของคณุ ลักษณะ
ซ่ึงประกอบไปด้วย เมอื งศรีเทพ โบราณสถานเขาคลังนอก และโบราณสถานถำ้ เขาถมอรตั น์
อร์ สภาพของเมอื งโบราณศรีเทพ ยังมีสภาพของคู-กำแพงเมืองท่ีเปน็ คันดิน ครบถ้วนสมบรู ณ์
แตง่ บรู ณะแลว้ ส่วนท่ีเหลอื จะได้รบั การอนุรกั ษต์ ามแผนงานต่อไปตามลำดบั
นอยู่กบั พ้นื ที่ทง้ั 8 ในการถา่ ยทอดคุณค่าโดดเดน่ เปน็ สากล, หลักฐานทหี่ ลงเหลอื ของภมู ิทัศน์,
จารึก, รูปป้ัน, ภาพจติ รกรรมฝาผนัง, จติ รกรรมบนผืนผา้ และสถานท่ีตั้งในภาพรวม; ความ
ทีจ่ ับต้องไม่ได้ และกิจกรรมทางด้านวฒั นธรรม; และการบรหิ ารจัดการบนความกดดนั ของการ
ความอ่อนไหวจากปจั จัยเสีย่ งในหลายปัจจยั การท่องเท่ยี ว และความกดดนั จากการพัฒนา, จาก
ชาติ
ยใต้พระราชกฤษฎีกาลงวันที่ 24 ธันวาคม 2557 ทำให้ครอบคลมุ สงิ่ ทีเ่ กยี่ วข้องทงั้ หมด ทเ่ี ป็น
ธรรม ศาสนา โบราณคดี สิ่งแวดล้อม และโบราณสถาน อันประกอบดว้ ย คูเมือง, กลุ่มศาสน
การนำ้ , ซากโบราณสถาน และพื้นทป่ี ่า นอกจากนย้ี ังไดม้ ีการสำรวจ LiDar ในชว่ ง พ.ศ.2558
กษ์ของแหล่งไดเ้ ป็นอย่างดี โครงสรา้ งระบบจัดการนำ้ สมยั โบราณยังคงถูกใช้งานอย่ใู นปจั จุบัน
การยังคงอยู่ในสถานท่ตี ้ังด้ังเดิมของมัน ผลงานชิ้นสำคัญบางส่วนได้รับการเกบ็ รักษา และจัด
กมั พูชา
งอยู่ในจุดท่ีมกี ารป้องกันอยา่ งดโี ดยมขี อบเขตท่กี ำหนดไว้อยา่ งชัดเจน ปราสาทจำนวน 8 กลุ่ม
ทางโบราณคดแี สดงถึงลำดับประวัติศาสตรท์ ่ีสมบรู ณข์ องการสร้างวิหารบนหอคอยในพืน้ ที่ซึ่ง
ารดำรงอยู่ของอาณาจกั รจามปา
ลำดับ ประเทศ ตารางท่ี 7 การเปรียบเทียบความเป็นของแทด้ ง้ั เดมิ ระหวา่ งเม
แหล่ง อายุสมัย
1. ไทย เมืองโบราณศรี พุทธศตวรรษ เมืองโบราณศรีเทพ มีแหลง่ มรดกว
เทพ ที่ 12 - 16 รตั น์ มีความเป็นของแทแ้ ละดงั้ เด
ระยะเวลาในการกอ่ สร้างจะล่วงเ
สภาพแวดล้อมทมี่ กี ารปรับเปล่ียน
และสรา้ งบ้านเรือนที่อยอู่ าศัย ซึง่ ม
3 แห่ง กย็ งั คงอยู่
2. พม่า Pyu Ancient พทุ ธศตวรรษ ความเป็นของแท้ด้ังเดิมของพยู แ
City ที่ 7 - 15 ขนาด วัสดุ และการออกแบบ, คว
ปัจจุบนั , และการทโ่ี บราณสถานส
3. กมั พชู า Sambor Prei พทุ ธศตวรรษ ภมู ทิ ศั น์ทางวฒั นธรรมและทางโบ
Kuk ที่ 12 – 23 ขาย และทางดา้ นการศาสนา ศาส
Archaeological บรรพบุรุษผู้มอี ำนาจ โดยมีพิธกี รร
Site ดัง้ เดมิ และพ้นื ท่สี ่วนใหญ่ที่มตี ้นไม
แบบด้ังเดิมท่ียังคงมีอยูใ่ นปจั จุบัน
4. เวียดนาม My Son พุทธศตวรรษ โบราณสถานซึ่งเปน็ ผลงานช้นิ เอ
Sanctuary ท่ี 10 – 19 แกะสลักท่ซี บั ซ้อน สถานท่ตี ้ังและ
ตามธรรมชาติดัง้ เดมิ
246
มืองโบราณศรเี ทพ และแหลง่ มรดกโลกทมี่ ีลกั ษณะใกลเ้ คยี ง
ความเปน็ ของแทด้ ง้ั เดมิ
วัฒนธรรมประกอบไปดว้ ย เมอื งศรีเทพ โบราณสถานเขาคลงั นอก และโบราณสถานถ้ำเขาถมอ
ดิมคอ่ นขา้ งสูง นับตง้ั แต่สถานทต่ี ้ัง รูปแบบ เทคนิคและวัสดทุ ่ใี ช้ในการกอ่ สรา้ ง ถึงแม้ว่าช่วง
เลยมากวา่ 1,000 ปี ความเป็นของแท้และดั้งเดิมของเมืองโบราณศรีเทพ ก็ยังคงอยู่ มีเพียง
นไปตามการพฒั นาบา้ นเมือง แต่ส่วนใหญ่เปน็ ไปในลกั ษณะการทำมาหากนิ ด้านเกษตรกรรม
มผี ลกระทบอยู่บา้ งต่อความเปน็ ของแท้และดัง้ เดมิ แตค่ วามสำคญั ของแหล่งมรดกวฒั นธรรมท้ัง
แสดงใหเ้ หน็ จากภมู ิทศั นข์ องโบราณสถานในศาสนาพุทธ ท่ีมคี วามหลากหลายทงั้ ในเร่อื งของ
วามรุ่มรวยทางด้านประเพณีวฒั นธรรมทางดา้ นศาสนา อันเป็นส่ิงท่ีสบื ต่อมาจากอดตี จนถึง
สำคัญยังคงรักษารูปแบบท้ังภายนอกและภายในไวไ้ ด้
บราณคดีสมโบรไ์ พรกุก ยงั ถกู ใชง้ านอยา่ งตอ่ เนอื่ งในการอยอู่ าศัย การทำการเกษตรกรรม การคา้
สนสถานส่วนใหญ่ยังคงมีประชาชนเขา้ ไปกราบไหวบ้ ชู า โดยถอื ว่าเปน็ ทอ่ี ยอู่ าศัยของวิญญาณ
รมพิเศษจดั ขนึ้ ปีละหลายครั้ง หมูบ่ ้านที่มคี วามหนาแนน่ ในการอย่อู าศัยต่ำ พร้อมด้วยสวนแบบ
มป้ กคลุมยงั คงมรี ปู แบบการตงั้ ถิน่ ฐานยงั คงมอี ยู่ และทบั ซอ้ นกบั พน้ื ทเ่ี มืองโบราณ เป็นวถิ ีปฏิบัติ
น ท่จี ะสามารถชว่ ยในการดูแลรกั ษาภมู ทิ ัศนว์ ัฒนธรรมใหค้ งอยไู่ ดต้ ่อไป
กของการก่อสรา้ งด้วยอฐิ ในยคุ น้ันทัง้ ในแงข่ องเทคโนโลยีการกอ่ สรา้ งและการตกแต่งดว้ ยอิฐ
ะธรรมชาตอิ ันศกั ด์ิสิทธิ์ของแหล่งโบราณคดที ำให้ม่นั ใจได้วา่ โบราณสถานยังคงสภาพสมบูรณ์
ตารางท่ี 8 การเปรยี บเทียบการปกป้องคุ้มครองและการบรหิ ารจดั การร
ลำดบั ประเทศ แหลง่ อายุสมยั
1. ไทย เมอื งโบราณศรี พุทธศตวรรษ แห ล่ ง ม รดกวั ฒ น ธร ร ม
เทพ
ที่ 12 - 16 โบราณสถาน โบราณวตั ถุ ศิลปวตั
โดย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒน
แหง่ ชาติ พ.ศ. 2507 พระราชบญั
จังหวัดเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2560 ก
ประวัติศาสตรศ์ รีเทพ จะเปน็ ผู้ดูแ
ผู้ดูแลร่วมกัน และในระดบั สดุ ท้าย
ปกปอ้ งคมุ้ ครอง
สว่ นการบริหารจัดการแ
รับผิดชอบโดยตรงทง้ั 3 แหลง่ ซง่ึ
แหลง่ วัฒนธรรมแต่ละแหล่ง โดยอ
เบ้ืองต้น ผลกระทบที่อาจจะเกิด
กรรมการระดับจงั หวดั และกรรม
พฒั นาอทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ศรีเท
แล้ว โดยแผนดังกลา่ วจะครอบคล
ข้อมูล การปรบั ปรุงเสน้ ทางท่องเ
จัดทำข้อบัญญัติทอ้ งถนิ่ ในดา้ นการ
247
ระหวา่ งเมอื งโบราณศรีเทพ และแหลง่ มรดกโลกทมี่ ลี กั ษณะใกลเ้ คยี ง
การปกป้องคมุ้ ครองและการบริหารจัดการ
มเมืองโบราณศรีเทพ ท้ัง 3 แหล่ง จะได้รับการปกป้องคุ้มครองภายใต้พระราชบัญ ญัติ
ตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แกไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2535 ซ่งึ รบั ผดิ ชอบ
นธรรม นอกจากน้ัน เขตกนั ชน ยังได้รับการปกป้องคุ้มครอง โดยพระราชบัญญัตปิ ่าสงวน
ญญตั กิ ารปฏริ ปู ทีด่ ินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และกฎกระทรวง ใหใ้ ช้บังคบั ผงั เมืองรวม
การปกป้องคุ้มครอง จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดยในระดับแรก กรมศิลปากร โดยอุทยาน
แลรับผดิ ชอบโดยตรง และในเขตกันชนจะมีกรมป่าไมแ้ ละเจา้ หนา้ ท่ีในพ้ืนที่ทร่ี บั ผิดชอบเป็น
ยจะมอี งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ทรี่ ับผดิ ชอบพืน้ ท่ี และอำเภอศรเี ทพ เป็นผูร้ บั ผิดชอบในการ
แหล่งมรดกวัฒนธรรม เมืองโบราณศรีเทพ จะมีอุทยานประวัตศิ าสตร์ศรเี ทพ เป็นหน่วยงาน
งจะประสานกับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ท่รี บั ผิดชอบพนื้ ทท่ี ม่ี คี วามสัมพนั ธ์เกย่ี วเน่ืองกนั กับ
อุทยานประวตั ิศาสตร์ศรีเทพ จะเปน็ หน่วยงานท่ีไหค้ ำแนะนำ ในเรอ่ื งที่เกยี่ วขอ้ งกับการอนุรักษ์
ดขึ้นกับแหล่งและความร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติงาน ทั้งในรูปแบบของกรรมการในพื้นที่
มการระดบั ชาติ ในระยะยาวอทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ศรีเทพ ไดจ้ ัดทำแผนแมบ่ ท การอนรุ ักษ์และ
ทพ ทผี่ า่ นการทำประชาพิจารณ์ และการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนในพนื้ ที่เรียบร้อย
ลมุ ทั้งเรอื่ ง การอนุรักษ์ การปรับปรงุ สภาพแวดล้อมให้เหมาะสม การจัดการใหม้ หี น่วยบรกิ าร
เทีย่ ว การจัดอบรมมคั คุเทศก์ท้องถิ่น การจดั ทำแผนชมุ ชนด้านการจดั การส่ิงแวดล้อมและการ
รอนรุ ักษ์ เปน็ ต้น
ตารางท่ี 8 การเปรยี บเทียบการปกป้องคุ้มครองและการบริหารจัดการระห
ลำดบั ประเทศ แหลง่ อายุสมัย
2. พม่า Pyu Ancient พทุ ธศตวรรษ มาตรการอยา่ งเปน็ ทางก
City
ที่ 7 - 15 จากรฐั บาลการ, ระดบั ภาค, ระดับ
วฒั นธรรมเปน็ ผ้รู ับผิดชอบหลกั ด้า
แหล่งได้รบั การปกปอ้ งเ
โบราณสถาน พ.ศ.2447 (Ancie
อาณาจกั ร ในเขตปกครอง (Briti
กฎหมายของพม่า, พระราชบัญ
including: the Antiquities Act
2554 (Cultural Heritage Regio
ในระดับชาติ มีคณะกรรม
กำกับดูแล
PYUCOM
ในระดับแหล่ง, เพื่อให้แน
การอนุรักษ์และพัฒนาอยา่ งเหม
คณะกรรมการร่วมเมืองโบราณพย
PYUCOM เป็นหนว่ วยงาน
ใหแ้ นใ่ จไดว้ า่ องค์ความรดู้ า้ นประ
248
หว่างเมอื งโบราณศรีเทพ และแหลง่ มรดกโลกทม่ี ีลกั ษณะใกล้เคยี ง (ตอ่ )
การปกป้องคมุ้ ครองและการบริหารจัดการ
การในการบริหารจดั การและการปกปอ้ งคุ้มครองเมืองโบราณพยู มอี ยูด่ ้วยกันหลายระดับ ทั้ง
บเขต และระดับหมู่บ้าน โดยกรมโบราณคดแี ละพิพธิ ภณั ฑ์สถานแห่งชาติ (DANM), กระทรวง
านการบรหิ ารจดั การและการปกป้องคมุ้ ครองเมอื งโบราณพยู
เปน็ ครั้งแรก จากการประกาสเขตปกป้องคมุ้ ครองภายใต้พระราชบัญญัติปกป้องคมุ้ คร อง
ent Monuments Preservation Act (1904) ภายใต้เม่อื คร้ังยังเป็นอาณานิคมของสหราช
ish India) และได้รับการปกป้องค้มุ ครองอยา่ งตอ่ เนื่อง หลังมกี ารประกาศอิสรภาพ ภายใต้
ญญัติโบราณวัตถุ พ.ศ.2500 แกไ้ ขเพิ่มเติม พ.ศ.2505 ( Myanmar national legislation,
t 1957 (Amended 1962)) และระเบยี บภายใตก้ ฎหมายภูมิภาคมรดกทางวัฒนธรรม พ.ศ.
on Law 2011)
มการกลางวา่ ด้วยมรดกแห่งประเทศพมา่ และคณะกรรมการแห่งชาติสำหรับมรดกโลกคอย
นไ่ ด้ไดว้ ่าแหล่งจะได้รับการปกป้องคุม้ ครอง และมีความรว่ มมือกนั ในการบริหารจัดการ และมี
มาะสม มีการบรรจุเร่อื งการอนรุ ักษ์เข้าไปสู่แผนพฒั นาในระดับท้องถ่ิน จงึ ได้มกี ารจดั ตั้ง
ยขู ึ้น (Pyu Ancient Cities Coordinating Committee (PYUCOM))
นทกี่ ำหนดกรอบการบรหิ ารจดั การแหล่ง และเป็นเคร่อื งมอื หลกั สำหรับแผนบรหิ ารจดั การแหล่ง,
ะเพณีด้ังเดิม ยังคงไดร้ ับการถา่ ยทอดไปสสู่ งั คมในปจั จบุ ัน
ในเมอื งโบราณแต่ละเมอื ง
ได้ส่วนเสยี อืน่ เชน่ หน่วยงานท่ีรบั
แผนบรหิ ารจดั การ
แผนบรหิ ารจัดการแหลง่
ในวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2556 โ
เตรยี มความพร้อมสำหรับความเส
แหล่ง, การพฒั นาชมุ ชนทอ้ งถ่นิ แ
มีการขุดคน้ ขุดแตง่ ทางโบ
น้ำ รวมไปถงึ การอนรุ กั ษ์ทีเ่ พิม่ มา
249
PYUCOM ไดจ้ ดั ต้ังกลุ่มท่ปี รกึ ษาท้องถน่ิ ขน้ึ เพอ่ื สะท้อนความคดิ เหน็ ความกงั วล ไปสู่ผมู้ ีสว่ น
บผิดชอบในระดับภูมภิ าค องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ผ้แู ทนหม่บู า้ น และพระสงฆ์
ทไ่ี ด้รบั การรับรองจาก PYUCOM ผ่านความเหน็ ชอบจากรฐั มนตรีวา่ การกระทรวงวฒั นธรรม
โดยปจั จบุ นั อยู่ระหวา่ งการพัฒนา และจัดทำแผนงานเฉพาะทางในดา้ นต่าง ๆ เช่น แผนการ
สี่ยง, การบริหารจัดการการทอ่ งเทยี่ ว, การพัฒนาบคุ ลากรด้านการอนรุ ักษ์, การศึกษาแปลความ
และ ระเบียบเกยี่ วกบั การพัฒนาและการใช้พนื้ ท่ี
บราณคดอี ย่างตอ่ เน่ือง โดยเฉพาะแหล่งฝังศพ และแหล่งที่ปรากฎหลกั ฐานเกย่ี วกับการจัดการ
ากข้ึน
ตารางท่ี 8 การเปรียบเทียบการปกป้องคุ้มครองและการบรหิ ารจัดการระห
ลำดับ ประเทศ แหล่ง อายุสมยั
3. กัมพชู า Sambor Prei พุทธศตวรรษ กล่มุ ของแหล่งโบราณคด
4. เวยี ดนาม
Kuk ท่ี 12 – 23 ประกาศขึ้นทะเบยี นโบราณสถาน
Archaeological ภายใต้กระทรวงวฒั นธรรมและศ
Site ปฏิสังขรณ์ และการบริหารจดั การ
การดำเนินงานของ NASPK เป็น
สิ่งกอ่ สร้างพ้ืนฐานในการรองรบั น
NASPK ได้รับการสนับสน
โบรไ์ พรกุก ทต่ี ้ังขึ้นในปี พ.ศ.2547
My Son พุทธศตวรรษ สถานท่แี ห่งนีไ้ ดร้ บั การย
Sanctuary ท่ี 10 – 19 เปน็ แหลง่ Special National si
ทง้ั หมดตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญัต
2009))
กระทรวงวฒั นธรรม กีฬ
และบรหิ ารจดั การ โดยมอบหมา
ประชาชนของเขต Duy Xuyen อ
การขึน้ บญั ชนี ำมาจาก
และในแผนทัว่ ไปสำหรบั การพัฒน
กลยุทธ์ในการปรับปรงุ แ
250
หว่างเมืองโบราณศรีเทพ และแหล่งมรดกโลกทมี่ ลี ักษณะใกลเ้ คียง (ตอ่ )
การปกปอ้ งคุ้มครองและการบรหิ ารจดั การ
ดีสมโบรไ์ พรกุก ได้รบั การปกป้องคุ้มครองจาก พระราชกฤษฎกี า พ.ศ. 2557 และจากการ
น มีหนว่ ยงานท่มี ีหน้าท่ีดแู ลคือ National Authority for Sombor Prei kuk (NASPK) อยู่
ศิลปกรรม, กรมโบราณคดี เปน็ ผู้กำหนดแนวทางในการอนุรกั ษ์ การปกป้องคุม้ ครอง การ
รแหล่ง รวมไปถึงการสอื่ สารคุณคา่ ของแหลง่ ตอ่ ผูเ้ ย่ียมชมแหลง่ ด้วย
นไปตามแนวทางของแผนแม่บท ได้รบั ความร่วมมือจากกระทรวงการท่องเท่ียว เก่ียวกับ
นกั ท่องเทยี่ ว
นุนจากองคก์ รอิสระในระดับทอ้ งถิ่น ไดแ้ ก่ ชมุ ชนด้านการปกปอ้ งคุ้มครองและการอนรุ ักษส์ ม
7 โดยความเหน็ ชอบของกระทรวงวฒั นธรรมและศิลปกรรม
ยอมรับให้เปน็ National Site ในปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) โดยกระทรวงวัฒนธรรมและให้
te ในปีพ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009) โดยรัฐบาลแห่งชาติ หนว่ ยงานระดบั ท้องถิ่นและระดบั ชาติ
ตขิ องกฎหมายมรดกทางวัฒนธรรม (ปีพ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001) แก้ไขเพิม่ เติม พ.ศ. 2552 (ค.ศ.
ฬาและการท่องเทีย่ ว กรมอนรุ ักษแ์ ละพิพธิ ภณั ฑ์ เปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบหลักในการปกป้องคุม้ ครอง
ายให้กบั กรมวัฒนธรรม กีฬาและการทอ่ งเทีย่ วจงั หวัดกว๋างนาม ซง่ึ ร่วมมอื กับคณะกรรมการ
อยา่ งใกล้ชิด ไดจ้ ัดตง้ั คณะกรรมการ My Son Management Board of Relics and Tourism
กความต้องการพิเศษของมรดกทางประวตั ิศาสตรใ์ นแผนแหง่ ชาติเพื่อการพฒั นาการท่องเทยี่ ว
นาสงั คม - เศรษฐกจิ ของเขต Duy Xuyen ดว้ ย
แก้ไขแผนแมบ่ ทการอนรุ กั ษ์ของสถานท่ีศักดิ์สทิ ธ์ิหมเี ซินกําลังไดร้ บั การพัฒนาเข้าเป็นสว่ นหน่ึง
ของโครงการมรดกโลกของยูเนสโ
หลังจากการรวมประเท
การอนรุ กั ษท์ รพั ย์สินมมี าตรฐานส
แมว้ า่ หน่วยงานชาวเวีย
แตย่ งั คงยงั คงดำเนินการไปอยา่ งช
เพื่อปกป้องแหลง่ โบราณ
อนมุ ัตอิ ยา่ งเป็นทางการและให้กา
(ค.ศ. 2008 ถงึ 2020) เพ่ือการอน
251
กเอเชียแปซฟิ ิก และจะต้องรวมเข้าในแผนการจดั การลา่ สุดสาํ หรบั แหลง่ โบราณคดี
ทศเวยี ดนามในปี พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) งานอนรุ ักษก์ ็เริ่มขนึ้ อกี ครงั้ อยา่ งจริงจงั และในช่วงน้ี
สูง โดยมีทีมงานทั้งในและตา่ งประเทศท่ีทำงานในพ้นื ท่ี
ยดนามจะดำเนนิ การกรู้ ะเบิดในโบราณสถานหลัก 4 แห่งแลว้ ต้งั แตป่ ีพ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975)
ชา้ ๆ และยังต้องดำเนนิ การเกบ็ กูอ้ ีกมากกว่าจะเสร็จสิ้น
ณสถานต่อไป นายกรัฐมนตรีเวียดนามไดป้ ระกาศใช้ Decision 1915 / QĐ-TTg ซ่ึงไดร้ ับการ
ารสนับสนนุ ด้านงบประมาณสำหรบั แผนแม่บทของโบราณสถาน พ.ศ. 2551 – 2563
นุรักษ์และสง่ เสริมการทอ่ งเทย่ี วของทรพั ย์สินเพ่ือการอนุรกั ษ์โบราณสถาน
252
3.3 การอธบิ ายถงึ คุณค่าโดดเดน่ อันเปน็ สากล
(PROPOSED STATEMENT OF OUTSTANDING UNIVERSAL VALUE)
a) บทคดั ยอ่ (BRIEF SYNTHESIS)
- วัฒนธรรมทวารวดี
จากบันทึกการเดินทางของพระภิกษุเห้ียนจัง (Hiuan Tsang) ที่ได้เดนิ ทางจากจีนไปสืบศาสนาใน
อินเดียโดยทางบก ในปี พ.ศ. 1172 และเดนิ ทางกลบั จนี ปี พ.ศ. 1188 ในบันทึกการเดนิ ทางนเี้ องได้กล่าวถึงช่ือ
อาณาจักรโถโลโปติ ว่าอยู่ระหว่างดนิ แดนทเ่ี รียกว่า อาณาจักรอีศานปรุ ะ (สมัยก่อนเมืองพระนคร ในประเทศ
กมั พูชา) และอาณาจักรศรีเกษตร (ในประเทศเมียนมาร)์ “โถโลโปติ” ตรงกับภาษาสันสกฤต คอื “ทวารวดี”
และเกีย่ วข้องกับดินแดนบริเวณท่ีราบลุม่ แมน่ ำ้ เจ้าพระยา ภาคกลางของประเทศไทย นอกจากนี้ยังปรากฏใน
บันทึกของพระภิกษุอ้ีจิง (I-Tsing) ผู้ท่ีเดินทางไปสืบศาสนาจากจีน ไปยงั อินเดีย โดยทางน้ำ ระหว่างปี
พ.ศ. 1214-1218 ได้กลา่ วถึงเมอื งท่าและอาณาจักรตามชายฝั่งทะเลที่เขาได้เดินทางผ่านทป่ี รากฏชื่อได้แก่
หลินยี (Lin-I) ฟูนัน (Fu-nan) และทวารวดี (Dvaravati)
ภายหลังได้มีการคน้ พบเหรียญเงินมีจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ข้อความว่า “ศรีทวารวตี
ศวรปุณยะ” แพร่กระจายตามเมืองโบราณในสมัยทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทยหลา ยเมือง เช่น
ทนี่ ครปฐม เมอื งคูเมือง จงั หวดั สิงหบ์ รุ ี เมืองคอกชา้ งดนิ จังหวดั สพุ รรณบุรี เป็นต้น ศาสตราจารย์ ยอรซ์ เซเดส์
เป็นผู้อ่านและตีความว่า “พระเจา้ แห่งทวารวดีผู้มบี ุญอันประเสริฐ” หรอื “ความดขี องพระเจ้ากรุงทวารวดีผู้
ประเสรฐิ ”กำหนดอายจุ ากรปู แบบอักษรปัลลวะ อยู่ในราวพุทธศตวรรษท่ี 12 จึงนับเป็นหลกั ฐานสำคญั ท่ีเช่อื ว่า
อาณาจักรชอ่ื “ทวารวดี”นี้ มีอยจู่ ริงท่ีบรเิ วณภาคกลางของประเทศไทย และคงเป็นเมืองหรือเป็นรัฐที่มีกษตั ริย์
ปกครอง มเี มืองบริวารท่ีมวี วิ ฒั นาการร่วมกนั อย่หู ลายเมอื ง
นอกจากนี้ การค้นพบแหลง่ เรือจมพนมสุรนิ ทร์ จงั หวัดสมทุ รสาคร ห่างจากชายฝ่ังทะเลอ่าวไทย
ตอนบน 8 กโิ ลเมตร ระหว่างปี พ.ศ. 2556 – 2558 โดยกรมศลิ ปากร กระทรวงวฒั นธรรม พบหลกั ฐานวา่ เรือ
ดังกลา่ วเป็นเรอื เครอื่ งผกู (SEWN SHIP) ตัวเรอื มคี วามกว้าง 8 เมตร ยาวประมาณ 25 เมตร เทคนิคการต่อเรือ
ลกั ษณะนีม้ ีจุดเด่นคือ การใช้เชือกผูกเชอื่ มแผน่ กระดานไมข้ ้ึนรูปเป็นตัวเรือ โดยเจาะรไู ม้กระดานแต่ละช้ินใน
แนวนอนบริเวณริมขอบไม้กระดานทั้งสองด้าน ก่อนเย็บติดกันด้วยเชือกและเย็บไขว้เปน็ รูปกากบาทกันไป
ตลอดแนวไม้กระดาน ซึง่ เปน็ เทคนคิ ที่ใชแ้ พร่หลายในทางตะวันตกของมหาสมทุ รอินเดีย ส่วนวัสดทุ ี่ใช้ต่อเรือ
เปน็ ไม้ท้องถ่ินแถบเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ท้ังส้ิน เช่น ไม้ตะเคียนทอง (Hopea odorata) เป็นโครงเรือไม้เต็ง
(Shorea obtusa) เป็นไม้กระดาน โบราณวัตถุท่พี บบนเรือพนมสรุ ินทร์มีหลากหลายท่ีมา ทั้งภาชนะดนิ เผา
เคลอื บ และไหทรงตอรป์ ิโดจากเปอร์เซีย ไหเคลอื บเขียวสมัยราชวงศ์ถังจากจนี หม้อมสี ัน รวมทั้งภาชนะมพี วย
253
ขนาดใหญ่ (กุณฑ)ี ในวฒั นธรรมร่วมสมยั ทวารวดีนอกจากน้ยี งั พบจารกึ ภาษาอาหรับและจนี บนเศษภาชนะดิน
เผา จากการประเมนิ อายสุ มัยเบือ้ งตน้ พบวา่ เรือลำนี้นา่ จะมสี นิ คา้ ท่ีมีอายุอยใู่ นช่วงราวกลางพุทธศตวรรษท่ี 14
หลักฐานทางโบราณท่ีพบ เช่น จันทน์เทศ (MYRISTICA FRAGRANS) หมาก (ARECA CATHECHU) หวาย
(CALAMUS SP.) มะพรา้ ว (COCOS NUCIFERA) ขา้ ว (ORYZA SATIVA) ไม้ไผ่ (BAMBOO) ก้อนยาง (RESIN)
และน้ำมันดิน (BITUMEN) บ่งบอกถึงการติดต่อสัมพันธ์กบั ความหลากหลายของวัฒนธรรมข้ามคาบสมุทร
กนิ อาณาบริเวณกวา้ งขวางท้ังเปอร์เซยี ครอบคลมุ บรเิ วณชายฝ่ังทวปี เอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงจีนตอน
ใต้แถบมณฑลกวางตุ้ง เปน็ เส้นทางท่ีใช้ตอ่ เน่ืองต้ังแตร่ าวพุทธศตวรรษท่ี 6 ตามหลกั ฐานทางโบราณคดีท่ีพบใน
แหลง่ เมอื งท่าโบราณตา่ งๆ ท่ีต้งั อยู่ตามเสน้ ทา งการเดินเรือที่สำคญั ต้ังแต่สมยั ก่อนประวตั ิศาสตรต์ อนปลาย
จนถึงสมัยแรกเรมิ่ ของยุคประวตั ิศาสตร์ เช่น วัฒนธรรมทวารวดี ศรวี ชิ ัย ฟูนัน
เมืองโบราณศรเี ทพแห่งนี้ มีแผนผงั เมอื งทม่ี ีการขยายเมอื ง 2 ชน้ั ผังเมอื งเดมิ เปน็ รูปเกือบเป็นวงกลม
เรียกว่า เมืองใน ต่อมาได้ขยายออกมาอีกช้ันหน่งึ เป็นส่ีเหล่ยี มผนื ผา้ มมุ มน เรียกว่า เมืองนอก เมืองโบราณ
ศรีเทพ นับเป็นตวั แทนของเมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดีที่พบอยู่เป็นจำนวนมากในเขตภาคกลางของ
ประเทศไทย ทยี่ ังคงความครบถ้วนสมบรู ณ์ของเมืองโบราณและหลักฐานประวัติศาสตร์ ท้ังคูน้ำ – คันดิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลักษณะการสรา้ งเมอื งซ้อนเมือง ท่ีนำเอาลักษณะทเ่ี ป็นเอกลักษณ์ของการวางผังเมอื งสมัย
ทวารวดี ท้ัง 2 รูปแบบมาสร้างอยู่ในที่เดียวกันและยังมีความครบถ้วนสมบูรณ์มาจนถงึ ปัจจุบัน การต้ัง
บา้ นเรือนของชุมชนกระจายออกไปจากรัศมขี องตวั เมือง หลักฐานซากเจดียใ์ นสมยั ทวารวดี ส่วนใหญ่จะอย่ใู น
เขตเมืองใน โดยมีศาสนสถานขนาดใหญอ่ ยู่กลางเมือง ได้แก่ โบราณสถานเขาคลงั ใน ส่วนศาสนสถานอ่ืนๆ
จะมีขนาดเล็กกระจายอยทู่ ่ัวไป ซ่งึ หลกั ฐานโบราณสถานในเมอื งส่วนใหญ่น่าจะเป็นพุทธศาสนา ฝ่ายเถรวาท
และศาสนฮินดู เพราะไดพ้ บพระพุทธรปู และธรรมจกั ร รวมท้ังประติมากรรมในศาสนฮินดู ทีไ่ ด้รบั การยกย่อง
จากนกั วชิ าการวา่ ประตมิ ากรรมท่ีเมืองศรเี ทพในช่วงพทุ ธศตวรรษท่ี 12 -14 เกดิ จากการผสมผสานรูปแบบจาก
อินเดีย เขมรกอ่ นเมืองพระนคร เทวรูปในภาคใต้และภาคตะวนั ออกของประเทศไทยดว้ ยการรเิ ร่ิมเทคนคิ การ
สร้างท่ตี า่ งกนั ซ่ึงถือเปน็ ลักษณะเฉพาะทโ่ี ดดเด่น คอื เรอ่ื งเทคนิคงานชา่ งที่กล้าสรา้ งประตมิ ากรรมลอยตัวอย่าง
แท้จริง โดยไม่มีแผ่นโค้งดา้ นหลงั นิยมการยืน ท่าตรภิ ังค์ หรือยกแขนข้างหน่ึงอันแสดงให้เห็นเสมือนการ
เคล่ือนไหว ซ่ึงต่างจากประตมิ ากรรมในแหล่งอนื่ ๆ ในระยะเวลาเดียวกัน ฉะนั้นจึงมี การกำหนดรูปแบบเป็น
“สกุลชา่ งศรเี ทพ” ทีม่ ลี ักษณะโดดเด่นเฉพาะตวั ของช่างเมอื งศรเี ทพมอี ายอุ ยู่ราวพทุ ธศตวรรษที่ 12 – 14
- สกุลช่างศรเี ทพ (SI THEP SCHOOL OF ART)
ศาสตราจารย์ ฌอง บวสเซอรลิเยร์ (Jean Boisselier) ได้เสนอขอ้ คดิ เห็นเก่ยี วกับศิลปกรรมเมืองศรีเทพ
วา่ ควรจดั เป็น “สกลุ ชา่ งเมอื งศรเี ทพ” (L‘école de Si Tep) โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ ประติมากรรมมีรปู แบบเฉพาะ
254
ทั้งประตมิ ากรรมเนอื่ งในศาสนาฮนิ ดู และมหายานทีพ่ บรว่ มกนั มคี วามใกล้เคียงกับศิลปะทวารวดศี รีวชิ ยั และ
ลพบุรี (เขมรในประเทศไทย) ทผ่ี สมผสานเข้าด้วยกัน
ศาสตราจารย์ ฌอง บวสเซอรลิเยร์ กล่าวว่ามกี ารค้นพบเทวรปู ในศาสนาพราหมณ์เป็นจำนวนมากที่เมืองศรี
เทพ คอื พระวษิ ณุ และเป็นประตมิ ากรรมท่ีมีฝมี ือช่างสงู มาก ชา่ งมคี วามม่นั ใจมากในการสรา้ ง ในเรือ่ งของการ
สลกั หิน ท่ีบางชนิ้ มีขนาดใหญ่มาก นับว่ามีความโดดเด่นมากกว่าปฏิมากรจากที่อน่ื ในเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
ในช่วงระยะเวลาเดยี วกัน มีลักษณะเด่นมากกว่าท่ีเมืองศรีมโหสถและศลิ ปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร จะ
เห็นได้จากประติมากรรมเหมือนมีการเคล่อื นไหว หมายถึง ชา่ งได้สลักให้เห็นถึงความเคลื่อนไหว ทเี่ ราไมเ่ คย
พบมาก่อนในศิลปะอนื่ มกี ารสลกั ลอยตวั ซึ่งคุณลักษณะน้ีมีผู้ทกี่ ล่าวถึงไว้แล้วเชน่ กัน คือ นายลูเนท์ เดอ ลาจง
กิแยร์ และ ศาสตราจารย์ยอรช์ เซเดส์ นอกจากนี้ประติมากรรมทน่ี ่ีแมว้ ่าจะมีลกั ษณะที่ศิลปะเขมร สมยั กอ่ น
เมอื งพระนคร มีอยูบ่ ้าง เช่น การสวมหมวกทรงกระบอก ที่มีหลายเหลีย่ ม มวยพระเกศาท่ีเปน็ เปยี ที่ตกลงมาที่
ทา้ ยทอย แต่ลักษณะที่สำคัญท่ีแตกต่าง คือ การทรงภษู ามคี วามแตกตา่ งกันอยา่ งส้ินเชิง คอื การทรงสมพตสั้น
บางและรัด (ในลักษณะของการนงุ่ เตี่ยว) และประการสำคัญท่มี ีความโดดเดน่ มาก คือ การแสดงอากัปกิริยาที่
แสดงออก ท่ีไม่เคยปรากฏในศิลปะทไี่ หนมากอ่ น จึงอาจกล่าวไดว้ า่ ช่างมคี วามสามารถอย่างมากในงานสลกั หิน
จดั เป็นประตมิ ากรรมหินกลุ่มเดียวท่ีไมม่ ีการใชว้ งโคง้ (ท่ีป้องกันการหกั ) การแสดงการยืนในทา่ ตริภังค์ ที่มกั พบ
ในศิลปะอินเดีย แต่ในอินเดียสว่ นใหญ่เปน็ สำริด แต่ที่นี่สลกั หิน การสลักพระกรทง้ั ๔ เป็นตัวบอกถงึ ความกล้า
ของช่างอย่างมากที่ไม่ต้องมีวงโค้ง แตก่ ย็ ังต้องทำพระกรให้ตดิ กันจนถงึ ข้อศอกแล้วจงึ แยกออกมา ซึ่งต้องสลัก
อยา่ งตอ้ งระวงั รวมถงึ ส่ิงของที่ถือน้นั ชา่ งยอ่ มมคี วามม่นั ใจสร้างอยา่ งมาก
สำหรับกลุ่มที่ทรงหมวกแปดเหลี่ยม แสดงให้เห็นว่าช่างมีความม่ันใจ มีการทำตริภังค์ที่มีความ
เคลือ่ นไหวมากขึ้น เชน่ การแสดงความเคล่อื นไหวของแขน (พระกฤษณะ) ทีพ่ ระกรแยกไปคนละขา้ ง ข้างหนึ่ง
ยกขน้ึ ข้างหน่งึ ทิ้งลง ซงึ่ เปรยี บเทียบไดก้ ับ สกลุ ชา่ งปัลลวะและโจละของอนิ เดยี ท่ีมาทำใหเ้ กดิ ความสมดลุ ของ
แขนท้งั ๒ ขา้ ง และดว้ ยเหตนุ ้ีเองจงึ ทำให้ส่วนพระกรหักไปหมด เพราะแขนทมี่ อี สิ ระน่ันเอง
นอกจากน้ียงั พบวา่ บริเวณนอกเมอื งโบราณสถานศรีเทพด้านทศิ เหนือ มีศาสนสถานขนาดใหญ่ คือ
โบราณสถานเขาคลังนอกมีฐานเป็นส่ีเหล่ียมจัตรุ ัสขนาด 70 × 70 เมตร ที่เป็นเจดีย์หลกั และมีเจดีย์บริวาร
ประกอบในลักษณะของการลอ้ มรอบ ประจำดา้ น ด้านละ 3 ชน้ั ขนาดเจดีย์บริวารจะมขี นาดใหญ่ไปหาเล็ก
ลดหล่ัน ซึ่งลักษณะของแผนผงั แบบน้ี น่าจะเปน็ แผนผังทไี่ ด้รับอทิ ธิพลทง้ั รูปแบบและแนวความคิดในเรื่องของ
มณฑลจักรวาลหรือศนู ย์กลางจักรวาล โดยมีเจดยี ์ประธานที่มีขนาดใหญน่ ั้นเป็นเขาพระสเุ มรหุ รอื เป็นศนู ย์กลาง
จักรวาล ส่วนเจดยี ์บรวิ ารท่ีล้อมรอบแต่ละชนั้ อาจมที ่ีมาจากเขาสตั ตบริภณั ฑ์ ซ่ึงพบอยู่ในศลิ ปะอินเดีย ทั้งท่ี
เปน็ ศาสนาฮนิ ดแู ละมหายาน ตัวอย่างเช่น ศาสนสถานในอินเดียภาคใต้ แคว้นเบ็งกอล หรอื ในศาสนสถาน
มหายานศลิ ปะชวาภาคกลาง เช่น ศาสนสถานบโู รพุทโธ มีอายรุ าวพทุ ธศตวรรษท่ี 13 – 14 โบราณสถานเขา
255
คลังนอกนับเป็นโบราณสถานที่มีขนาดใหญท่ ี่สุดและแสดงแนวความคดิ เร่ือง มณฑลจักรวาลตามคติความเชื่อ
ของท้องถ่ินทแ่ี ตกต่างไปจากมณฑลจักรวาลที่พบ ทัง้ ในอินเดีย อินโดนีเซีย และเขมร ที่มีความครบถ้วน
สมบรู ณ์ทส่ี ุดในสมยั ทวารวดี ท่พี บในประเทศไทย
ศาสนสถานถ้ำเขาถมอรัตน์ อยู่บนเขาถมอรัตน์ ซ่ึงอยู่หา่ งจากเมืองโบราณศรีเทพไปทางทิศตะวันตก
ราว 15 กิโลเมตร ในแนวแกนเดียวกันกับโบราณสถานเขาคลังนอก และเมืองโบราณศรี เทพ โดยมีส่วน
แกนกลางของถ้ำที่เกิดจากหนิ ย้อยเปน็ แนวยาวลกึ เข้าไปภายใน สว่ นที่เปน็ ผนงั ของแกนกลางถ้ำเป็นทส่ี ลกั ภาพ
ประติมากรรมนนู ต่ำ รปู พระพทุ ธรูปและพระโพธิสัตว์ ประกอบด้วยพระพุทธรูปขนาดใหญ่อย่ดู ้านหน้าสดุ นา่ จะ
เป็นพระพุทธรปู ประธาน และถัดเขา้ ไปเฉพาะทางผนังด้านซ้ายของพระพุทธรปู ประธานมพี ระพทุ ธรูปยืน 2
องค์ พระโพธิสตั ว์ 2-3 องค์ และดา้ นในสุดเปน็ พระพทุ ธรูปประทบั นัง่ ประกอบดว้ ยด้านข้างทเี่ ป็นธรรมจักรกับ
เจดยี ์จำลอง ท้ังหมดจัดอยู่ในศลิ ปะทวารวดี ราวพุทธศตวรรษท่ี 13 -14 นับเป็นตวั อยา่ งของศาสนสถาน
ประเภทถ้ำ ทแ่ี สดงให้เห็นถึงคตคิ วามเชื่อของพทุ ธศาสนามหายาน ท่ีชุมชนในสมัยนั้นให้ความเคารพนบั ถือ
และสรา้ งสรรค์ขึ้นตามแนวความคิดของตนเอง
วฒั นธรรมทวารวดี คงเร่ิมเสื่อมลงต้ังแต่ราวพทุ ธศตวรรษที่ 16 เน่ืองจากอำนาจทางการเมอื งของเขมร
เข้ามามีบทบาทมากย่งิ ข้ึน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ตอนล่างและภาคกลาง ของประเทศไทยแต่อย่างไรก็
ตามวัฒนธรรมทวารวดี ใน ช่วงพุทธศตวรรษที่ 1 5 – 16 กลับไปเจริญอยู่ในท้องถิ่นอ่ืน เช่น ในภา ค
ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่รู้จักกันในชื่อของทวารวดีอีสาน โดยมีรูปแบบวัฒนธรรมหน่ึงที่เกิดข้ึน
โดยเฉพาะคอื การใช้หลักสีมาในการกำหนดขอบเขตศกั ดิ์สทิ ธิ์ จึงเรียกวา่ วฒั นธรรมสีมา (SEMA CULTURE)
ซึง่ มรี ูปแบบศิลปกรรมที่แสดงถงึ อทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมทวารวดี อยา่ งชัดเจน ในภาพสลักเล่าเรื่ องชาดกเนอื่ งใน
พุทธศาสนาบนใบเสมาที่ทำขนึ้ จากแผน่ หนิ และยงั ใหอ้ ิทธิพลต่อศิลปล้านชา้ ง ใน สปป. ลาว ราวพุทธศตวรรษ
ที่ 18-19
b) เกณฑ์การนำเสนอข้ึนทะเบยี น (JUSTIFICATION FOR CRITERIA)
เกณฑข์ ้อที่ 2 เมืองโบราณศรเี ทพเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ทม่ี ีความสำคัญมากท่ีสุดเมืองหน่ึงในวฒั นธรรม
ทวารวดี ที่ถือวา่ เปน็ วัฒนธรรมแรกสุดของการพัฒนาชุมชน จากสมยั กอ่ นประวัติศาสตร์ทผี่ คู้ นยังอยู่อาศยั ตาม
พน้ื ทีร่ าบริมฝงั่ แมน่ ำ้ ป่าสกั และลำนำ้ เหยี งประกอบอาชพี ดา้ นการเกษตรกรรมและการลา่ สัตวม์ ากว่า 2,000 ปี
จนกระทัง้ ได้มกี ารติดต่อจากชุมชนภายนอกทน่ี ำเอาคติความเชอ่ื ทางศาสนาและความก้าวหน้าในเทคโนโลยี
จากวัฒนธรรมอินเดียเขา้ มาจนคนในชุมชนยอมรับและพัฒนามาเป็นการสรา้ งเมืองโบราณศรีเทพ ทมี่ ลี ักษณะ
เป็นเมืองซ้อนเมอื ง อีกท้งั ยอมรับในคติความเช่ือทางศาสนา ทั้งพุทธศาสนา แบบเถรวาท มหายาน และศาสนา
ฮนิ ดู ท่ียงั ปรากฏหลักฐานทางดา้ นสถาปตั ยกรรม และประติมากรรม โดยได้มีการพัฒนาแ ละปรบั ปรุงจนมี
256
ความเป็นเอกลักษณ์ของตวั เอง ท่นี ักวิชาการยกยอ่ งให้เป็น “สกุลชา่ งศรีเทพ” รวมทงั้ เมอื งศรีเทพยังแสดงให้
เหน็ ถงึ การอยู่ร่วมกันของชุมชนที่ต่างศาสนาในระยะเวลาเดียวกันทัง้ พทุ ธศาสนาฝ่ายเถรวาทและฝา่ ยมหายาน
และศาสนาฮินดู อาจมีทั้งไศวนิกาย ไวษณพนกิ ายและการบูชาพระสรุ ยิ เทพ โดยเฉพาะดว้ ย มอี ายุอยู่ราวพทุ ธ
ศตวรรษท่ี 12 – 16
หลักฐานทางโบราณคดีและงานศิลปกรรมท่ีพบท่ีเมอื งศรีเทพมีลกั ษณะเฉพาะท่ีถือเปน็ เอกลักษณ์และ
เป็นตวั แทนของวัฒนธรรมสมยั ทวารวดี มีงานสถาปัตยกรรมท่ีแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางด้านรปู แบบกับ
วฒั นธรรมทวารวดีในแหล่งอื่นๆ ในภาคกลางของประเทศไทย เชน่ เมืองลพบรุ ี เมอื งนครปฐม เมอื งคบู ัว เมอื ง
อูท่ อง เมืองศรมี โหสถ เป็นต้น งานประติมากรรมทีม่ ีท้ังพุทธศาสนาแบบเถรวาท เชน่ พระพุทธรูป ธรรมจกั ร
พุทธศาสนามหายาน เช่น ภาพสลักพระโพธสิ ตั ว์ที่ถ้ำถมอรัตน์ และประตมิ ากรรมเน่ืองในศาสนาฮนิ ดู ที่พบเป็น
จำนวนมาก ท้ังศวิ ลึงค์ พระนารายณ์ พระกฤษณะและพระสรุ ิยะ โดยเฉพาะรูปแบบของเทวรูปเหล่านแี้ สดงให้
เห็นถึงอิทธิพลทางศิลปะท่ีสืบทอดมาจากอนิ เดีย สัมพันธก์ ับเทวรูปที่พบทางภาคใต้ ภาคตะวันออกของ
ประเทศไทยและศลิ ปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร รวมท้งั ยังแ สดงความเป็นลกั ษณะเฉพาะท่ีเกิดจากการ
ผสมผสานรปู แบบจนเกิดเป็นลกั ษณะเฉพาะของตัวเอง จนกระทง่ั นักวิชาการกำหนดเรยี กว่า “สกุลช่างศรีเทพ”
เกณฑข์ อ้ ท่ี 3
เมอื งโบราณศรเี ทพเป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่งในวฒั นธรรมทวารวดี ที่ปรากฏช่ือเรียกวา่ “โถโลโปติ” ตรงกับ
ภาษาสันสกฤต คือ “ทวารวดี” ตามบันทึกการเดนิ ทางของพระภิกษเุ หียนจัง (HIUAN TSANG) ที่เดนิ ทางจาก
จีนไปสบื ศาสนาในอินเดียโดยทางบกในปี พ.ศ. 1172 ว่าอยรู่ ะหว่างดินแดน ที่เรียกว่า อาณาจกั รอีศานปุระ
(สมยั กอ่ นเมอื งพระนครในประเทศกมั พูชา) และอาณาจักรศรีเกษตร (ในประเทศเมียนมาร)์ การสร้า งเมอื งศรี
เทพเป็นไปตามรูปแบบของวัฒนธรรมทวารวดี ท่ีรปู แบบของเมืองยงั ไมเ่ ป็นทรงเรขาคณิต มีลักษณะเปน็ เมือง
ซอ้ นเมือง เมืองรูปเกือบเป็นวงกลม และเมอื งรูปสี่เหลี่ยมผืนผา้ มุมมน ที่มคี ูน้ำคนั ดนิ ลอ้ มรอบมีการยอมรบั ใน
คตคิ วามเชอ่ื ด้านศาสนาพุทธและพราหมณ์ ที่มาจากวฒั นธรรมอินเดยี ปรากฏหลักฐานสถาปัตยกรรม เช่น
โบราณสถานเขาคลังใน โบราณสถานเขาคลังนอก และภาพสลกั ประตมิ ากรรม นูนต่ำภายในโบราณสถานถ้ำ
เขาถมอรัตน์ทีถ่ อื เป็นภูเขาศักด์สิ ิทธิ์ กำหนดอายุอยใู่ นราวพุทธศตวรรษที่ 12 -14 เมืองศรเี ทพนบั เป็นเมืองใน
สมยั ทวารวดี ที่สำคัญเมืองหนึ่ง ท่ีมีการอยู่อาศัยมาอย่างตอ่ เนื่องระหวา่ ง พทุ ธศตวรรษที่ 12 -16 เป็น
แหลง่ วตั ถุดบิ การแลกเปลยี่ นสินค้าและการค้าขาย จากหลักฐานทางโบราณคดีทป่ี รากฏ และวัฒนธรรมของ
ทวารวดี คงเร่ิมเส่ือมลง เม่ือวัฒนธรรมเขมรเข้ามามีบทบาทในราวพุทธศตวรรษท่ี 16 จากหลักฐา น
สถาปัตยกรรมในศิลปะเขมร เชน่ ปรางค์ศรีเทพ และปรางค์สองพน่ี อ้ ง รวมทั้งประตมิ ากรรม ศวิ ลึงค์ และทวาร
บาล จนสนิ้ สดุ ในราวพทุ ธศตวรรษที่ 18 เมอื่ มีการสถาปนาอาณาจกั รสโุ ขทัยขึ้นทางภาคเหนอื ของประเทศไทย
257
พฒั นาการของเมืองโบราณศรีเทพ ภายหลังวฒั นธรรมทวารวดีเสอื่ มลงได้ปรากฏหลักฐานวัฒนธรรมเขมรสืบ
ตอ่ มา ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 – 18 แสดงให้เหน็ ถึงการตดิ ต่อแลกเปล่ียนกับชุมชนภายนอกทั้งเร่ืองการรับ
วัฒนธรรมทางศาสนาและการค้าขายที่มีมาโดยตลอด มีการยอมรับพฒั นาและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ที่
เห็นไดช้ ัดเจนคือ คติความเช่อื ด้านศาสนาที่มีการยอมรับนบั ถอื ศาสนาฮินดู ลทั ธิไศวนิกาย ในช่วงพทุ ธศตวรรษ
ที่ 16-17 และพุทธศาสนาแบบมหายานในช่วงพทุ ธศตวรรษที่ 18 ทย่ี ังคงปรากฏหลกั ฐานทช่ี ัดเจน ท้ังด้าน
สถาปตั ยกรรม ประตมิ ากรรม เป็นประจกั ษพ์ ยานมาจนถงึ ทกุ วนั นี้
c) ความครบถว้ นสมบูรณ์ (STATEMENT OF INTEGRITY)
องค์ประกอบโดยรวมของเมอื งโบราณศรีเทพ ท่ีจะแสดงถึงความโดดเด่นอันเป็น สากล มีความครบถว้ น
สมบูรณ์ ของคณุ ลักษณะ คุณสมบัติของมรดกวัฒนธรรม ซ่งึ ประกอบไปด้วย เมอื งศรีเทพ โบราณสถานเขาคลัง
นอก และโบราณสถานถ้ำเขาถมอรตั น์ มีรายละเอียดดังนี้
- เมอื งศรเี ทพ เป็นเมืองโบราณเมืองหนง่ึ ในสมัยทวารวดีที่ยงั คงมคี วามครบถ้วนสมบรู ณ์ของความเป็น
เมอื งโบราณมากกวา่ เมืองอนื่ ๆ ในสมยั เดยี วกันท่ีถกู เปลย่ี นแปลงทางกายภาพจากการพฒั นาบ้านเมอื ง เมืองศรี
เทพมีลักษณะเป็นเมืองซอ้ นเมืองในสมัยทวารวดี ผังเมืองเดิม รปู เกือบเป็นวงกลม เรยี กว่า “เมอื งใน” ต่อมา
ขยายออกมาอีกช้ันหนึง่ ทางทิศตะวนั ออกโดยใช้คเู มืองดา้ นน้ีร่วมกันลกั ษณะเปน็ ส่เี หล่ียมผืนผา้ มุมมน เรียกว่า
“เมืองนอก”
สภา พของเมืองโบราณศรีเทพ ยังมีสภา พของคู-กำแพงเมืองที่เป็นคันดิน คร บถ้วนสมบูร ณ์
โบราณสถานทสี่ ำคญั ไดร้ ับการขดุ แตง่ บรู ณะแล้ว ส่วนที่เหลอื จะไดร้ ับการอนรุ ักษ์ตามแผนงานตอ่ ไปตามลำดบั
- โบราสถานเขาคลังนอก ตั้งอย่นู อกเมืองในของเมืองศรีเทพ ทางทศิ เหนือหา่ งออกไปประมาณ 1.5
กิโลเมตร เปน็ ศาสนสถานที่มขี นาดใหญ่มาก กรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งโบราณสถานแลว้ เสร็จในปี พ.ศ.
2551 พบว่ามีฐานเปน็ รูปส่ีเหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 70 × 70 เมตร ลักษณะเด่นเฉพาะของโบราณสถานเขาคลัง
นอก คือการประดบั สว่ นฐานด้วยอาคารจำลองทรงปราสาท
ส่วนฐานเจดียท์ ่ีอยใู่ นผังสีเ่ หลยี่ มจัตุรสั มฐี านประทกั ษิณขนาดใหญ่ซอ้ นกัน 2 ฐาน โดยมบี ันไดทางข้ึน
ทงั้ สี่ทิศไปบนช้นั ประทกั ษณิ
ลานประทกั ษิณด้านบนมีร่องรอยของหลุมเสา เป็นหลังคาระเบยี งคดล้อมรอบเจดยี ์ประธาน น่าจะมี
ลกั ษณะเป็นทรงระฆงั ในระยะต่อมามกี ารบรู ณะปิดบนั ไดทางขึ้น ทั้ง 3 ดา้ นยกเว้นดา้ นทิศตะวันตก ซ่งึ อยู่ใน
แนวเดียวกนั กับโบราณสถานถำ้ เขาถมอรตั น์
รปู แบบท่ีปรากฏทำให้กำหนดอายุเจดีย์เขาคลงั นอกน้ีไดว้ า่ น่าจะอย่ใู นราวพทุ ธศตวรรษท่ี 14 – 15
258
นอกจากนี้กรมศิลปากรยังไดด้ ำเนินการขุดแต่งเจดีย์บริวารในแต่ละทศิ ของโบราณสถานเขาคลังนอก
ท่มี ลี กั ษณะล้อมรอบประจำด้านๆ ละ 3 ช้ัน มีขนาดใหญไ่ ปหาเล็กลดหลน่ั กนั ลกั ษณะของแผนผงั แบบนี้ได้รับ
อทิ ธพิ ลและรปู แบบแนวความคิดในเรอ่ื งของมณฑลจักรวาล หรือศูนย์กลางจกั รวาล ซ่งึ พบอยู่ในศลิ ปะอินเดีย
ทง้ั ศาสนาพทุ ธมหายานและศาสนาฮินดู
กรมศลิ ปากร ได้ดำเนนิ การบูรณะโบราณสถานเขาคลังนอกรวมท้ังเจดียร์ ายท่ีขุดพบแล้วเสรจ็ ในปี
พ.ศ. 2557 และได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์เบอ้ื งตน้ รวมทง้ั ศาลาแสดงข้อมูลของโบราณสถานและสิ่ง
อำนวยความสะดวกนักท่องเท่ยี วแลว้ เสรจ็ ก่อนที่จะดำเนนิ การอนุรกั ษโ์ บราณสถานท้ังพ้ืนที่ตามแผนแมบ่ ท
ตอ่ ไป
- โบราณสถานถำ้ เขาถมอรัตน์ ตั้งอยูท่ างด้านทิศตะวนั ตกของเมืองศรีเทพและอยใู่ นแนวแกนเดียวกัน
กบั โบราณสถานเขาคลงั นอก ห่างออกไปประมาณ 15 กิโลเมตร ด้วยลกั ษณะของเขาถมอรัตน์ มีลกั ษณะเป็น
เขาโดด ทีร่ ายรอบไปด้วยท่รี าบเชงิ เขา จงึ ทำให้เขาถมอรัตนม์ ีความโดดเด่น และมอี ัตลกั ษณข์ องตวั เอง
ถำ้ เขาถมอรัตน์ อยบู่ นยอดเขาถมอรัตน์ ทมี่ ีคณุ สมบัตทิ างธรณีวิทยาเป็นหนิ ปูนและหินไรโอไลท์ มี
ความสูงจากระดบั น้ำทะเลปานกลางประมาณ 584 เมตร เปน็ ถ้ำเพยี งคหู าเดยี ว หนั หนา้ ไปทางทิศเหนือ ปาก
ถ้ำกว้าง 4.60 เมตร สงู 13 เมตร ลึก 20 เมตร พบร่องรอยการดดั แปลงโดยบริเวณเกือบกึง่ กลางถำ้ เปน็ แท่งหิน
คล้ายเสาขนาดใหญ่ กว้างยาวประมาณ 2 × 5 เมตร ส่วนนีเ้ องที่มีประตมิ ากรรมในศาสนาพทุ ธมหายาน ขนาด
ความสูงของประตมิ ากรรมระหว่าง 1.50 – 2.50 เมตร ประกอบด้วยพระพทุ ธรูปและพระโพธิสัตว์ จัดเป็นศา
สนสถานประเภทถำ้ ในวัฒนธรรมทวารวดี
ในส่วนของประติมากรรมพระโพธิสตั ว์ เป็นประตมิ ากรรมเน่อื งในศาสนาพุทธมหายาน ศาสตราจารย์
ฌอง บวสเซอรลิเยร์ (Jean Boisselier) ไดเ้ สนอขอ้ คิดเห็นเก่ยี วกบั ศลิ ปกรรมเมืองศรีเทพ วา่ ควรจดั เป็น “สกุล
ชา่ งเมอื งศรีเทพ” (L’école de Si Tep) โดยให้เหตุผลว่า ประติมากรรมมีรูปแบบเฉพาะท้ังประติมากรรมเนือ่ ง
ในศาสนาฮินดู และมหายานท่ีพบร่วมกัน มคี วามใกล้เคียงกับศิลปะทวารวดี ศรีวิชัย และลพบรุ ี (เขมรใน
ประเทศไทย) ที่ผสมผสานเข้าดว้ ยกัน192 และกำหนดอายภุ าพสลักท่ีถ้ำถมอรัตน์วา่ เป็นมหายานท่ีมีรูปแบบ
สัมพันธก์ ับประติมากรรมมหายานกลมุ่ ทพ่ี บที่บรุ รี ัมยก์ ำหนดอายุอยใู่ นราวพุทธศตวรรษท่ี 13-14193
ทางเดินขึน้ เขาถมอรัตน์ ไปยงั บรเิ วณถ้ำเขาถมอรตั น์ปจั จุบนั เรม่ิ ต้นเดินจากดา้ นทิศใต้วกอ้อมไปทาง
ตะวนั ออก และเดินตัดขน้ึ ไปทางทศิ เหนือถงึ บริเวณปากถ้ำ ลักษณะทางเดินยังเป็นทางเดนิ ธรรมชาติ ทช่ี าวบา้ น
ใช้เดิน เพ่ือหาของป่าในฤดูท่เี ปิดให้เก็บของป่าได้ ฉะนั้นในปัจจบุ ันน้ี โบราณสถานถ้ำเขาถมอรตั น์ยังคงสภาพ
ความครบถว้ นสมบรู ณ์ท้ังสภาพทางข้นึ และสภาพในบริเวณถำ้ ยกเว้นภาพสลกั ทถี่ ูกลกั ลอบตดั เศียรไปต้ังแต่
192 Jean Boisselier, La Sculpture en Thaïlande, p. 104.
193 Jean Boisselier, La Sculpture en Thaïlande, p. 106.
259
พ.ศ. 2510 และกรมศิลปากรได้ยดึ คืนกลบั มา โดยกรมศิลปากรมีแผนท่ีจะจดั ทำเศียรจำลอง ทุกองค์ นำกลับ
ขน้ึ ไปติดตงั้ ท่ีภาพสลกั ภายในถ้ำถมอรัตน์ เพื่อคนื ความครบถ้วนสมบรู ณใ์ หก้ บั โบราณสถานแห่งนี้ ต่อไป
d) ความเปน็ ของแทแ้ ละดัง้ เดิม (STATEMENT OF AUTHENTICITY)
เมืองโบราณศรเี ทพ มีแหล่งมรดกวัฒนธรรมประกอบไปด้วย เมืองศรีเทพ โบราณสถานเขาคลังนอก
และโบราณสถานถ้ำเขาถมอรัตน์ มีความเป็นของแท้และด้ังเดิมค่อนข้ างสูง นับตั้งแต่สถานทีต่ ้ัง รูปแบบ
เทคนคิ และวสั ดทุ ใ่ี ชใ้ นการก่อสรา้ ง ถงึ แมว้ า่ ชว่ งระยะเวลาในการก่อสรา้ งจะล่วงเลยมากว่า 1,000 ปี ความเป็น
ของแท้และดั้งเดิมของเมืองโบราณศรเี ทพ ก็ยังคงอยู่ มีเพียงสภาพแวดล้อมที่มีการปรับเปลี่ยนไปตามการ
พฒั นาบ้านเมอื ง แตส่ ่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะการทำมาหากินด้านเกษตรกรรม และสรา้ งบา้ นเรือนที่อยู่อาศัย
ซ่ึงมีผลกระทบอยู่บ้างต่อความเป็นของแท้และดั้งเดิม แตค่ วามสำคัญของแหลง่ มรดกวัฒนธรรมท้ัง 3 แห่ง
ก็ยงั คงอยู่ตามรายละเอยี ด ดังนี้
- เมืองศรเี ทพ
ลักษณะเป็นเมอื งซอ้ นเมือง มคี ูน้ำคนั ดินล้อมรอบที่ยังไม่เป็นทรงเรขาคณิตซึง่ จดั เป็นลกั ษณะเฉพาะของ
เมืองโบราณสมัยทวารวดี แยกเปน็
- เมอื งใน ลักษณะผงั เมอื งคอ่ นข้างกลม มีพืน้ ท่ี 185.460 เฮกเตอร์ คูเมืองกว้าง 40 เมตร ลึก
ประมาณ 3 เมตร คันดินกำแพงเมืองกว้าง 20 เมตร สูง 6 เมตร ล้อมรอบ มีช่องทางเขา้ -ออกหรือประตูเมอื ง 6
ช่องทาง และโบราณสถานภายในเมอื ง 45 แห่ง สระนำ้ ขนาดตา่ งๆ 70 แห่ง
- เมืองนอก ต้งั อยู่ทางทิศตะวนั ออกของเมืองใน เป็นลักษณะการตอ่ ขยายของเมืองออกไป
ผังเมืองเป็นรูปส่ีเหลี่ยมผืนผ้ามุมมน กว้างประมาณ 1,500 เมตร และยาวประมาณ 1,840 เมตร มีพื้นที่
288.350 เฮกเตอร์ โดยทางทศิ ตะวันตกของเมืองนอกจะใชค้ ูเมืองร่วมกันกับเมอื งในลักษณะของคู- กำแพง
เมอื ง จะมีลกั ษณะเหมอื นกบั เมืองใน แต่มีขนาดเลก็ และตืน้ กวา่ ของเมอื งใน
- โบราณสถานเขาคลงั นอก
โบราณสถานเขาคลังนอกต้งั อยู่นอกเมืองศรเี ทพด้านทิศเหนือหา่ งออกไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร
บริเวณโดยรอบเป็นที่ราบ ทางด้านทศิ ตะวันออก และทิศใต้จะมีสระน้ำโบราณขนาดใหญ่ต้ังอยู่ อีกทั้งพื้นท่ี
บรเิ วณนตี้ ามแผนท่ีธรณีวิทยาจะปรากฎชน้ั ของ ศิลาแลงอยูใ่ ต้ดินกระจายอย่ทู ั่วไป และใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุ
หลกั ในการกอ่ สร้าง นอกจากนี้ยงั พบเนนิ ดินโบราณสภาพต้งั อยู่กระจัดกระจายประมาณ 30 แห่ง ซ่ึงบางสว่ น
ถูกรบกวนดว้ ยการทำเกษตรกรรมของประชาชน บ้านสระปรอื ซ่ึงเป็นชุมชนที่อาศัยอยู่ในปจั จบุ ัน
260
เจดียอ์ ยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส กวา้ งยาวด้านละ 70 เมตร มีฐานประทักษิณขนาดใหญซ่ ้อนกัน 2 ฐาน
โดยสว่ นฐานทงั้ สองชน้ั นี้ มอี งค์ประกอบใกลเ้ คียงกัน คือเป็นฐานแบบทวารวดี สว่ นฐานทั้งหมดอยู่ในผงั ยกเก็จ
โดยมบี ันไดทางขน้ึ ทง้ั สีท่ ิศเพื่อขึ้นไปบนชัน้ ประทักษิณ
สว่ นเรอื น ที่ผนังประดบั ปราสาทจำลอง (ทรงวมิ าน) ในส่วนของลานประทักษณิ มีรอ่ งรอยของหลุม
เสาที่ต้งั เป็นคู่ในลักษณะของการรองรบั หลงั คา น่าจะเป็นหลงั คาของระเบียงคดท่ีตัง้ อยู่บนลานประทักษิณ
ส่วนกลางเหลือเพยี งกองซากอฐิ ที่พังทลายลง และมกี ารลักลอบขุดหาโบราณวตั ถุจนไม่หลงเหลอื รูปแบบใดๆ
สนั นิษฐานได้ในเบอื้ งตน้ วา่ น่าจะมีลกั ษณะเปน็ เจดียท์ รงระฆงั
จากรปู แบบทปี่ รากฏภายหลงั การขุดแตง่ พบวา่ เป็นเจดยี ท์ ี่มีขนาดใหญ่ท่ีสดุ ทีเ่ หลอื หลกั ฐานที่มีความ
เป็นของแท้และด้ังเดมิ ในสว่ นของฐานมากท่ีสุด มีความครบถว้ นสมบรู ณ์ของระบบแผนผังในเร่ืองของเจดีย์
ประธานและเจดีย์บรวิ าร ในรปู แบบของมณฑลจักรวาล แหง่ เดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในวัฒนธรรมทวารวดี ที่มี
อายอุ ยู่ราวพทุ ธศตวรรษที่ 14 - 15
- โบราณสถานถ้ำเขาถมอรตั น์
โบราณสถานถำ้ เขาถมอรัตน์ ตัง้ อย่ใู นเขตตำบลโคกสะอาด อำเภอศรีเทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์ ห่างจาก
เมืองศรเี ทพไปทางทศิ ตะวันตกประมาณ 15 กิโลเมตร โดยจะอยู่ในแนวแกนเดียวกันกับโบราณสถานเขาคลัง
นอก ตัวถำ้ เขาถมอรัตน์ ต้ังอยูบ่ นยอดเขาด้านทิศเหนือ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 584 เมตร
เปน็ ถำ้ คหู าเดยี ว ปากถำ้ กวา้ ง 4.60 เมตร สูง 13 เมตร ลกึ 20 เมตร มีทางข้ึนในปัจจบุ นั อยทู่ างดา้ นทศิ ใต้ โดย
เดินออ้ มไปทางทศิ ตะวันออกและวกไปตามสนั เขาทางทิศเหนือ จนถงึ ปากถ้ำระยะทางประมาณ 1.5 กโิ ลเมตร
ถำ้ เขาถมอรัตน์ เป็นถ้ำตามธรรมชาติ โดยเกือบกึ่งกลางถ้ำเปน็ แทง่ หินคล้ายเสาขนาดใหญ่ กว้าง
ประมาณ 3.50 เมตร สงู ประมาณ 41 เมตร ลกึ เป็นแผงยาวเขาไปภายในถ้ำประมาณ 7 เมตร เฉพาะผนังด้าน
ทิศตะวันตกพบรอ่ งรอยการแกะสลัก ลงบนแผ่นหิน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม แกะสลักเป็นรูปพระพทุ ธรูปและ
พระโพธิสตั ว์ ที่กำหนดอายอุ ยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 13 - 14
นบั เปน็ หลกั ฐานสำคญั ทงั้ ทางรูปแบบและคติการสรา้ งทว่ี ่าในช่วงพทุ ธศตวรรษที่ 13-14 นา่ จะมีความ
นยิ มพุทธศาสนาแบบมหายานท่ีแพร่หลายเขา้ มาถึงเมืองศรเี ทพนี้ด้วย และนา่ จะอย่รู ่วมกับเถรวาทเดิม และ
อาจเก่ยี วข้องกับศาสนสถานเขาคลงั นอก ทีม่ รี ะบบการสร้างเป็นแบบมณฑลจกั รวาล และเปน็ ศูนยก์ ลางของ
พุทธศาสนาฝ่ายมหายานของเมอื งศรีเทพ ส่วนโบราณสถานถ้ำเขาถมอรตั น์ น่าจะมีคติความเช่ือเร่อื ง ภูเขา
ศกั ดส์ิ ิทธ์ทิ ัว่ ไปในศาสนาพราหมณ์ และพุทธมหายาน และโบราณสถานทง้ั 2 แหง่ คงมีความสัมพันธเ์ ก่ียวข้อง
กนั เพราะทางขน้ึ ของโบราณสถานเขาคลังนอกจะหันไปยังเขาถมอรตั น์ ในแนวเดียวกันด้วย
261
e) การปกป้องค้มุ ครองและการบรหิ ารจดั การ (PROTECTION AND MANAGEMENT REQUIREMENT)
แหล่งมรดกวัฒนธร รมเมืองโบราณศรีเทพ ท้ัง 3 แหล่ง จะได้รับการ ปกป้องคุ้มคร องภายใต้
พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพพิ ิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพ่มิ เติม
(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2535 ซ่ึงรับผิดชอบโดย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม นอกจากน้ัน เขตกนั ชน ยังไดร้ ับ
การปกปอ้ งคุ้มครอง โดยพระราชบญั ญัตปิ ่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พระราชบัญญัติการปฏิรูปท่ดี ินเพอ่ื การ
เกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมอื งรวมจังหวัดเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2560 การปกปอ้ ง
คุ้มครอง จะแบง่ ออกเป็น 3 ระดับ โดยในระดบั แรก กรมศิลปากร โดยอุทยานประวัติศาสตร์ศรเี ทพ จะเป็น
ผดู้ ูแลรบั ผดิ ชอบโดยตรง และในเขตกนั ชนจะมกี รมป่าไม้และเจา้ หน้าที่ในพ้ืนทที่ ี่รับผิดช อบเป็นผู้ดแู ลร่วมกัน
และในระดบั สดุ ท้ายจะมีองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินทรี่ บั ผิดชอบพ้นื ที่ และอำเภอศรีเทพ เป็นผู้รับผิดชอบใน
การปกป้องค้มุ ครอง
สว่ นการบริหารจัดการแหล่งมรดกวัฒนธรรม เมืองโบราณศรีเทพ จะมีอุทยานประวัตศิ าสตร์ศรีเทพ
เปน็ หนว่ ยงานรบั ผิดชอบโดยตรงท้ัง 3 แหล่ง ซ่งึ จะประสานกับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ท่ีรับผิดชอบพืน้ ท่ที ่ี
มคี วามสัมพนั ธเ์ ก่ยี วเนื่องกันกับแหล่งวฒั นธรรมแตล่ ะแหล่ง โดยอุทยานประวตั ศิ าสตรศ์ รเี ทพ จะเปน็ หนว่ ยงาน
ทใ่ี หค้ ำแนะนำ ในเร่ืองท่เี กี่ยวข้องกับการอนุรักษเ์ บื้องตน้ ผลกระทบท่ีอาจจะเกิดขึน้ กับแหล่งและความรว่ มมือ
รว่ มใจในการปฏิบัติงาน ท้งั ในรปู แบบของกรรมการในพนื้ ท่ี กรรมการระดบั จังหวดั และกรรมการระดับชาติ
ในระยะยาวอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ได้จัดทำแผนแม่บท การอนุรักษ์และพัฒน าอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ ท่ีผ่านการทำประชาพิจารณ์ และการมีส่วนรว่ มของชุมชน และประชาชนในพื้นที่
เรียบร้อยแลว้ โดยแผนดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งเรื่อง การอนุรักษ์ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะ สม
แผนบรหิ ารจัดการด้านการท่องเทีย่ ว การจดั ทำแผนชมุ ชนดา้ นการจดั การส่งิ แวดล้อมและการจดั ทำข้อบญั ญัติ
ทอ้ งถิ่นในดา้ นการอนุรกั ษ์ เป็นต้น
262
4. สถานภาพการอนุรักษ์และปัจจัยที่มีผลกระทบกบั พื้นท่ีนำเสนอ
(STATE OF CONSERVATION AND FACTORS AFFECTING THE PROPERTY)
เนอื้ หาในบทน้ีเป็นข้อมูลสภาพปัจจุบนั ขององคป์ ระกอบของเมืองโบราณศรเี ทพ และปัจจัยตา่ ง ๆ ท่ี
คาดว่าจะมผี ลกระทบตอ่ องค์ประกอบดงั กล่าวนใี้ นอนาคต รวมถึงมาตรการด้านการอนรุ ักษซ์ งึ่ มกี ารดำเนินการ
อยูใ่ นปัจจุบนั และอยู่ในแผนแมบ่ ทการอนุรกั ษ์ซง่ึ จะมีการบังคบั ใช้ต่อไปเพ่ือรกั ษาคุณคา่ อนั โดดเดน่ เป็นสากล
ของเมอื งโบราณศรเี ทพอยา่ งยั่งยืน
4.a สถานภาพการอนุรกั ษ์ (PRESENT STATE OF CONSERVATION)
4.a.1 สภาพทางกายภาพขององค์ประกอบท่ีแสดงถึงคณุ คา่ อันโดดเด่นเปน็ สากล
รปู ท่ี 4-1 ภูมิทศั นว์ ัฒนธรรมเมอื งโบราณศรีเทพ
จากการพิจารณาองค์ประกอบทางกายภาพทแี่ สดงถึงคุณค่าอันโดดเด่นเป็นสากลพบวา่ เมืองโบราณ
ศรีเทพในปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาเพชรบูรณ์ซึ่งกั้นระหว่างภาคเหนือตอนล่าง และภาค
ตะวันออกเฉียงเหนอื โดยเช่ือมตอ่ กับท่รี าบลุม่ ภาคกลางตอนบน มลี ำนำ้ เหยี งซ่งึ เปน็ สาขาแม่นำ้ ป่าสกั ขนาบทาง
ทศิ ตะวนั ตก และแมน่ ้ำปา่ สกั อยู่ถัดไปด้านทิศตะวนั ตก ปจั จบุ ันองคป์ ระกอบของเมืองโบราณศรีเทพท่ีนำเสน อ
เขา้ สู่บัญชรี ายช่อื มรดกโลกตัง้ อยู่ในพืน้ ท่ีอนรุ ักษ์ธรรมชาติ พน้ื ที่เกษตรกรรม และพื้นทีอ่ ยูอ่ าศยั ความหนาแน่น
ต่ำ องคป์ ระกอบสว่ นใหญข่ องเมอื งโบราณศรเี ทพอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตรศ์ รเี ทพซึ่งเป็นโบราณสถานข้ึน
263
ทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาตติ ้งั แตร่ าว พ.ศ. 2478 – 2480 หลังจากที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพค้นพบ
เมืองโบราณศรีเทพใน พ.ศ. 2447 ปจั จุบนั เมืองโบราณศรีเทพ ได้รับการปกปอ้ งคุม้ ครองตามพระราชบัญญัติ
โบราณสถาน โบราณวตั ถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ 2504 แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติ
โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศลิ ปวัตถุ และพิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2535 โดยกรมศิลปากรเป็น
หนว่ ยงานรบั ผิดชอบดูแลและได้จดั ต้ังอุทยานประวตั ิศาสตร์ศรีเทพในช่วง พ.ศ. 2527 -2529 ครอบคลุมพ้ืนที่
ในเขตคเู มอื งของเมืองในและเมืองนอก ในขณะทีอ่ งค์ประกอบบางส่วนซ่ึงอยู่นอกเขตอทุ ยานปร ะวัติศาสตร์
ศรเี ทพตัง้ กระจายอยู่ในพื้นทช่ี ุมชนบรเิ วณใกล้เคียงท้ังที่เป็นที่ดินท่ีเป็นกรรมสทิ ธิข์ องเอกชนและท่ีดินจัดสรร
ตามพระราชบญั ญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ทงั้ น้ี องค์ประกอบซึง่ เป็นโบราณสถานทอ่ี ยู่บน
ผวิ ดินบางสว่ นไดร้ บั การขน้ึ ทะเบียนเป็นโบราณสถานและบางสว่ นถือเป็นโบราณสถานโดยสภาพ นอกจากนั้น
ยังมอี งค์ประกอบทางกายภาพอกี กลุ่มหนึ่งทต่ี ั้งอยูบ่ นเขาถมอรัตนใ์ นพื้นทป่ี า่ สงวนแห่งชาติที่ไดร้ ับการคุ้มครอง
ตามพระราชบัญญัตปิ า่ สงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507
4.a.1.1 สภาพโดยรวมของเมืองโบราณศรเี ทพ
จากความสำคญั ของเมอื งโบราณศรีเทพซึ่งเปน็ ที่ต้ังถนิ่ ฐานมาต้งั แต่ยุคกอ่ นประวตั ิศาสตรจ์ น กลายมา
เปน็ ชุมชนขนาดใหญ่ในสมยั ทวารดีท่ีตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่นำ้ ป่าสกั ทางตอนกลางของปร ะเทศไทยซ่ึงได้รับ
อิทธิพลจากอารยธรรมตา่ ง ๆ ทอ่ี ยู่โดยรอบในหลายชว่ งเวลา กลา่ วคอื พื้นทเี่ มืองในมีการพัฒนาข้ึนมา ในช่วง
วฒั นธรรมทวารวดแี ละมกี ารขยายพน้ื ทเ่ี มอื งในสว่ นท่เี ปน็ เมืองนอกในช่วงท่ีวัฒนธรรมเขมรรุ่งเรือง ทั้งนี้ พื้นที่
เขาคลังนอกซ่งึ เปน็ ศาสนสถานที่สรา้ งขน้ึ ในสมยั ทวารวดีน้ันต้ังอยนู่ อกตัวเมืองโดยอาจจะมีความเชื่อมโยงกับ
เขาถมอรัตน์ทีพ่ บภาพสลกั ภายในถ้ำท่ีอยู่บนเขาซ่งึ เปน็ เขาหนิ ปูนลูกโดดพบกระจายอยู่บรเิ วณทีร่ าบภา คกลาง
ตอนบนของประเทศ ดงั นน้ั ในภาพรวมองค์ประกอบของเมืองโบราณศรีเทพท่ีควรได้รับการปกป้องคุ้มครอง
เพื่อคงไว้ซึ่งคุณค่าความสำคัญของแหลง่ มรดกวัฒนธรรมแห่งน้ี นอกเหนือจากโบราณสถานท่ีพบแลว้
มีองคป์ ระกอบหลักอีก 2 สว่ น คือ 1) หลกั ฐานทางโบราณคดที ี่อยู่ใต้ดนิ ซ่ึงกระจายอยูโ่ ดยรอบพ้ืน ท่ีจากการ
สำรวจโดยกรมศิลปากรแม้วา่ จะยงั ไม่ได้มีการขุดค้นทางโบราณคดีก็ตาม และ 2) ทศั นวสิ ัยซ่ึงแสดงความ
เชอ่ื มโยงของเมืองใน เขาคลงั นอก และเขาถมอรัตน์
สำหรับสภาพของหลกั ฐานทางโบราณคดที ่ีอยใู่ ต้ดนิ น้นั อาจกลา่ วได้ว่า ในปัจจุบันถกู รบกวนค่อนข้าง
นอ้ ย เนื่องจากพื้นท่ที นี่ ำเสนอเปน็ มรดกโลกรวมไปถงึ พ้นื ที่กนั ชนเป็นเขตเกษตรกรรมและทอี่ ยู่อาศัยหนา แน่น
นอ้ ย ซึง่ การเปลย่ี นแปลงประโยชน์ใช้สอยเป็นไปค่อนขา้ งยาก เน่อื งจากพืน้ ทสี่ ว่ นใหญ่เปน็ ท่ี ดินจัดสรรตา ม
พระราชบญั ญัติการปฏริ ปู ทดี่ ินเพือ่ เกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ไม่สามารถใชป้ ระกอบการอย่างอ่ืนได้ ทง้ั นี้ ยงั ไม่
264
พบการทำลายหรือรบกวนหลักฐานทางโบราณคดโี ดยตรงจากการทำเกษตรกรรมของประชาชน อยา่ งไรก็
ตาม จากข้อมลู ของเจา้ หนา้ ที่กรมศิลปากรพบว่าเรมิ่ มีการลกั ลอบขุดหาโบราณวัตถใุ นพืน้ ท่โี ดยเฉพา ะลูกปัด
สมัยทวารวดีซึ่งเป็นท่ีต้องการของนกั สะสมซึ่งถือว่าเป็นเรือ่ งผิดกฎหมายในประเทศไทย การลักลอบขุดหา
โบราณวัตถุในลักษณะนีไ้ ม่ได้มีกระบวนการขุดตามหลักวชิ าการที่เหมาะสมซึ่งเปน็ การทำลายหลักฐาน
โบราณคดีท่อี ยใู่ ต้ดินโดยเป็นภยั คุกคามหลกั ท่ีพบในแหล่งโบราณคดตี า่ ง ๆ ในประเทศไทย นอกจากนั้น พ้ืนท่ี
บางสว่ นทางดา้ นตะวันตกของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซึ่งต่อเนอ่ื งจากชุมชนบ้านบงึ นาจา นเป็น พ้ืน ท่ี
กรรมสิทธิ์ของเอกชน
รปู ท่ี 4-2 สภาพพ้นื ที่ชุมชนบา้ นบึงนาจาน
ในส่วนของทัศนวสิ ัยโดยรอบของพนื้ ท่ี เนือ่ งจากพ้ืนทที่ ี่นำเสนอนี้อยู่ในเขตชนบทการ ก่อสร้า งท่ีพัก
อาศยั ยังเป็นอาคารขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ไมเ่ กนิ 2 ชัน้ และความหนาแน่นไม่มาก ถงึ กระนน้ั ก็ตาม พบว่ามีการ
ออกแบบบา้ นพักอาศัยท่ีมีรูปแบบและสีซง่ึ ไมก่ ลมกลืนกับบริเวณโดยรอบทำให้เปน็ ที่สงั เกตเห็นได้ชัด และ
รบกวนการเช่อื มต่อทางสายตาของพ้ืนที่หลักแตล่ ะส่วน ท้ังนี้ สามารถแก้ไขโดยปรับปรงุ รปู แบบหลังคา และ
เลือกใช้สีทีก่ ลมกลืนกบั บรเิ วณโดยรอบ โดยทม่ี คี วามจำเป็นท่ีจะต้องมีการจดั ทำขอ้ กำหนดหรือข้อตกลงร่วมกัน
ระหว่างผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานต่าง ๆ เพอ่ื ควบคมุ รูปแบบและขนาดของส่ิงก่อสรา้ งที่บดบงั ทัศนียภา พท้ัง
ภายในและโดยรอบดา้ นของเมืองโบราณศรเี ทพ เพ่อื ใหค้ วามเชื่อมโยงทางสายตาระหว่างองค์ปร ะกอบหลัก
ตา่ ง ๆ มีความต่อเนื่องกัน อีกท้งั ยังเป็นการปอ้ งกันพนื้ ทโ่ี ดยรวมซ่ึงเป็นแหล่งโบราณคดีขนาดใหญน่ ่าจะยังคง
หลักฐานทางโบราณคดีตา่ ง ๆ โดยเฉพาะหลกั ฐานในสมยั ทวาวรดใี นพนื้ ทีใ่ ต้ดินซ่ึงถอื เปน็ การอนรุ ักษ์ให้คงอยู่
265
ต่อไปโดยไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมหากมีการขุดเปิดพื้นที่เกินจำเป็นอันเปน็ ก ารทำลาย
องค์ประกอบสำคัญอีกอย่างหนง่ึ ของเมืองโบราณศรีเทพ
รปู ท่ี 4-3 คูเมืองและกำแพงเมอื งใน
4.a.1.2 คเู มืองและกำแพงเมือง
เมอื งใน
คเู มอื งกวา้ งระหว่าง 20 – 75 เมตร และคนั ดนิ กำแพงเมืองกว้างประมาณ 20 เมตร สูง 6 เมตร
ล้อมรอบเมอื งซึ่งมีลักษณะค่อนขา้ งกลม มีชอ่ งทางเข้าออกหรือประตูเมอื ง 6 ช่องทาง คือ ประตูแสนงอน
ประตนู ้ำ ประตูท่าเพนียด ประตูหนองบอน ประตศู รีเทพ และประตูหนองกรด นอกจากนี้ พบสระนำ้ ขนาด
ต่าง ๆ กระจายอยูท่ ว่ั เมอื งประมาณ 70 แห่ง
266
รูปท่ี 4-4 สระน้ำตา่ ง ๆ ในเมือง
เมืองนอก
คูเมอื งและกำแพงเมืองมลี ักษณะเหมือนกับของเมืองในโดยใช้คเู มืองดา้ นทิศตะวัน ตกเป็น คูเมือง
รว่ มกันกบั เมอื งในลอ้ มรอบเมืองนอกซึ่งลักษณะเป็นรปู ส่ีเหล่ียมมมุ มน ขนาดของคเู มอื งจะเล็กกว่าคูเมืองของ
เมืองใน เน่อื งจากพื้นท่ีด้านทศิ ตะวันออกเฉียงเหนือจะมลี ักษณะศลิ าแลงตามธรรมชาติ ขนาดคเู มอื งบริเวณน้ี
จะกวา้ งประมาณ 25 เมตร มีชอ่ งทางเข้า - ออก 6 ช่องทาง ได้แก่ ประตแู ลง ประตมู ะพลบั ประตนู ้ำ ประตู
เกวยี น ประตูผี และประตูแดง พบสระนำ้ ขนาดไมใ่ หญ่มากกระจายอยู่ในเมืองประมาณ 30 แห่ง โดยมีสระ
ขวญั ซึ่งเป็นสระน้ำโบราณขนาดใหญ่ตง้ั อยกู่ ลางเมอื ง อกี ท้ังยังพบฝายโบราณในคูเมืองที่ใช้ศิลาแลงมาก่อเรียง
เพ่อื กกั เก็บและควบคมุ การระบายนำ้ บริเวณประตเู มอื งดา้ นทิศใต้ (ประตูผี)
267
รปู ท่ี 4-5 หลักฐานของฝายโบราณในคูเมืองบรเิ วณเมืองนอก
ท้งั น้ี คเู มอื งของเมืองในและเมอื งนอกมีระบบหมุนเวียนนำ้ เช่ือมต่อกันแมว้ า่ จะมีกอ่ สร้างไม่พร้อมกัน
เม่ือแรกค้นพบเมอื งโบราณศรเี ทพ สภาพคูเมืองมคี วามต้นื เขินและรกรา้ ง มนี ้ำขงั บางสว่ น ระหวา่ ง พ.ศ. 2534
-2544 กรมศลิ ปากรได้ดำเนินการขุดลอกคูเมืองท้ังหมดโดยชุมชนในบรเิ วณที่อย่ใู กล้คเู มืองด้านทิศตะวันตก
สามารถใช้ประโยชน์จากนำ้ ในคเู มืองดว้ ย ปจั จุบันแม้ว่าคูเมืองจะไดร้ ับการบูรณะฟ้ืนฟแู ล้วโดยเปน็ แหล่งเก็บกัก
นำ้ ดิบเพอ่ื การอุปโภคบริโภคสำหรับชุมชนโดยรอบ 4 หมู่บ้าน และอทุ ยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ระบบการ
บรหิ ารจดั การนำ้ ยงั ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ เนือ่ งจากสภาพภูมิประเทศของเมืองโบรา ณศรีเทพมี
ลกั ษณะลาดเอยี งจากทิศตะวันออกไปทางทศิ ตะวันตก แหลง่ นำ้ ในเมอื งโบราณศรเี ทพรวมถึงคูเมืองจึงรับน้ำท่ี
ระบายมาจากทางตะวนั ออกในช่วงน้ำหลากนอกจากน้ำฝน แต่ปัจจบุ ันมีการกอ่ สร้างทางหลวงแผ่นดิน
หมายเลข 2244 ขวางทางไหลของนำ้ ทำให้น้ำไมส่ ามารถหลากลงคูเมอื งได้ สว่ นกำแพงเมอื งในปัจจุบัน ได้รับ
การบรู ณะฟื้นฟู และอยู่ในสภาพที่มคี วามแข็งแรงมน่ั คงดี
268
รูปท่ี 4-6 กำแพงเมอื งนอก
4.a.1.3 โบราณสถานตา่ ง ๆ ในขอบเขตพน้ื ท่ีแหลง่ มรดกวัฒนธรรมทเี่ สนอ
เมืองใน
1) เขาคลงั ใน
ปจั จุบันสง่ิ กอ่ สรา้ งทีเ่ ป็นสถาปตั ยกรรมหลกั เหลือแตส่ ่วนฐานเป็นรูปส่เี หลี่ยมผืนผ้า ขนาด 28 x 44
เมตร สูง 12 เมตร กอ่ ด้วยศิลาแลงเปน็ วสั ดุหลัก ฐานบวั เปน็ ลกู แกว้ ขนาดใหญ่คลา้ ยแหวนหรอื กำไล เรียกว่า
“บวั วลัย” ซง่ึ มีทม่ี าจากฐานอาคารในศลิ ปะอินเดยี ไดแ้ ก่ ฐานทีเ่ รยี กวา่ กุมภะ-กลศะ ท่ปี ระกอบดว้ ย บวั คว่ำ
(กมุ ภะ) ขอ่ื ปลอมที่รองรบั ลกู แก้วขนาดใหญ่และประดับประติมากรรมปูนป้ันคนแคระแบก มีการประดับ
ลวดลายปนู ป้ันซง่ึ เป็นลายรุน่ เกา่ ที่พบอยู่ในวัฒนธรรมทวารวดแี ละในประเทศไทย เรียกว่า “กระหนกผักกูด”
อนั มีรปู แบบใกล้เคียงกบั ลวดลายท่ีพบอย่ใู นอินเดียสมัยคุปตะและหลงั คุปตะ โดยเฉพาะทางอิน เดียภา คใต้
ด้านหนา้ มบี นั ไดทางขึน้ ไปสู่ลานดา้ นบน ยังมีร่องรอยปูนฉาบสว่ นพ้ืนเหลอื อยบู่ ้าง
สว่ นฐานของสถาปัตยกรรมที่ก่อด้วยศิลาแลง เดมิ มกี ารฉาบปนู ทงั้ หมดและมีลวดลายปูน ปั้น แต่
ปัจจุบันเหลือเป็นส่วนๆ โดยฐานด้านลา่ งทิศใตแ้ ละทิศตะวันตกมีลวดลายปูนป้ันเหลือมา กที่สุด เปน็
ประติมากรรมปูนปั้นรปู คนแคระและสัตว์ต่าง ๆ มที ่าทางคล้ายกำลงั แบกของจงึ มีการเรียกว่า ทา่ แบก ท้ังนี้
ประตมิ ากรรมปนู ปน้ั มคี วามเสียหายตามสภาพอายุ และปนู กะเทาะบางส่วน
รูปที่ 4-7 ประตมิ ากรรมปนู ปน้ั บริเวณฐานเขาคลงั ใน
269
โดยอทุ ยานประวัติศาสตร์ศรเี ทพได้ก่อสร้างหลังคาคลุมเฉพาะประติมากรรมชุดน้ีไว้เพื่อชะลอความ
เสียหายจากสภาพธรรมชาติ โดยใชโ้ ครงสรา้ งเหลก็ มุงหลงั คากระเบ้อื งซีเมนต์ลอนเล็ก
รูปที่ 4-8 หลังคาคลมุ ประติมากรรมบรเิ วณเขาคลังใน
อยา่ งไรก็ตาม หลังคาคลมุ ดังกล่าวสร้างความเสียหายใหก้ บั อาคารในสว่ นอื่นจากการตอกยึดหลงั คากับ
อาคารโบราณสถาน จงึ ควรจะมกี ารพิจารณาปรับปรุงรูปแบบและวสั ดุท่ไี ม่มีผลกระทบกับเขาคลงั ใน
นอกจากน้นั กลมุ่ โบราณสถานเขาคลังในนีย้ งั มกี ำแพงศิลาแลงลอ้ มรอบ และส่งิ ก่อสร้างขนาดเล็ก เชน่
วิหาร เจดยี ร์ าย และอาคารประกอบพธิ ตี ่าง ๆ ส่วนดา้ นทิศตะวันออกของสถาปตั ยกรรมหลกั มีลานกวา้ งสำหรับ
ประกอบพธิ กี รรม ทางดา้ นขวาของลานมีร่องรอยของฐานสิ่งกอ่ สร้างทำด้วยอิฐซึ่งอาจเป็นสถปู หรือวิหารขนาด
เลก็ สว่ นทางดา้ นซา้ ยไมป่ รากฏร่องรอยสงิ่ ก่อสร้าง ปจั จุบันอยูใ่ นสภาพดีเนือ่ งจากมกี ารดแู ลรักษาตลอด
2) ปรางค์สองพ่ีนอ้ ง
เป็นศาสนสถานขนาดใหญ่กลางเมอื ง โดยมีปรางค์สององคต์ ้ังอยู่ดว้ ยกัน องคห์ นงึ่ ใหญ่ องค์หนึ่งเล็ก
เลยถกู เรยี กวา่ ปรางค์สองพ่ีน้อง ปราสาทประธานหนั หน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นปราสาทกอ่ อิฐไม่สอปูน มี
รอ่ งรอยปนู ฉาบ ต้ังอยบู่ นฐานศลิ าแลง ปจั จบุ นั หลังคาปราสาทพังทลายจนไม่เหลือรูปทรง สถาปัตยกรรมท่ี
เหลอื สงู ประมาณ 7 เมตร
ทางดา้ นทิศใตข้ องปราสาทประธานมีปราสาทขนา ดเล็ก
อกี องค์ เดิมปราสาทนเ้ี หลอื แต่ส่วนเรือนธาตุชว่ งล่าง ต่อมาได้
กอ่ เพิม่ สูงขน้ึ อกี เลก็ น้อยสำหรบั ตง้ั ทับหลงั ท่พี บตกอยู่ในบริเวณ
เดียวกัน ปรางค์สองพี่น้องได้รับการขุดแต่งบรู ณะเมือ่ พ.ศ.
2527
รปู ที่ 4.9 ปรางค์สองพ่ีน้อง
270
3) ปรางค์ศรเี ทพ
เปน็ สถาปตั ยกรรมรูปแบบปราสาทในศลิ ปะเขมร ตั้งอยู่ในแนวแกนเดยี วกบั ปรางค์สองพีน่ ้อง ฐานของ
ปรางค์ศรีเทพกอ่ ด้วยศลิ าแลง แบบฐานบัวลูกฟกั 2 ช้นั มีมุขทง้ั 4 ดา้ น ส่วนเรือนธาตแุ ละเครือ่ งบนก่อด้วยอิฐ
ที่ฝนขัดจนเรยี บสนิท ไมส่ อปูน ความสูงขององค์ปรางค์ที่เหลืออยปู่ ระมาณ 13 เมตร มีร่องรอยหลุมเสากลม
ขนาดใหญ่ 5 หลมุ เรยี งอยู่ท่ีฐานศิลาแลงชั้นลา่ งสุดบริเวณดา้ นหนา้ ทางข้ึนและพบชิ้นส่วน ซากไม้เสียบย่ืน
ออกมาจากองค์ปรางด้านหน้า และยังพบกระเบ้ืองมงุ หลังคาลอนกาบกล้วยจำนวนมาก
ด้านหนา้ ปรางค์ศรเี ทพมอี าคารก่อดว้ ยศลิ าแลงขนาดเลก็ อีก 2 หลัง น่าจะเป็นบรรณาลัยตามรูปแบบ
การก่อสร้างตามแบบศิลปะเขมร โดยพบร่องรอยหลุมเสาบนฐานอาคารด้วย คาดวา่ หลังคาน่าจะเปน็ โครงสร้าง
ไมม้ ุงกระเบื้องลอนกาบกล้วย นอกจากนั้น ยงั สระนำ้ ส่เี หลย่ี มจัตุรัสกรุด้วยศิลาแลงทางดา้ นทิศตะวันตกเฉียงใต้
ของปราสาทประธาน
ปรางค์ศรีเทพไดร้ บั การบรู ณะขุดแต่งคร้ังแรกใน พ.ศ.2505 โดยมีการดำเนนิ การต่อใ นด้านทิศ
ตะวันออกและทศิ ใต้รวมทง้ั สิ่งก่อสรา้ งในกลุ่มเดียวกนั ระหว่าง พ.ศ.2534-2544 (รปู 4-10)
รปู ท่ี 4-10 ปรางคศ์ รีเทพ
4) สระปรางค์
เป็นสระน้ำโบราณตั้งอยูใ่ นกลมุ่ โบราณสถานในพื้นท่ีเมอื งใน มขี นาดประมาณ 70 x 70 เมตร ได้รบั
การบรู ณะฟนื้ ฟูโดยการขุดลอกสระตามแผนแม่บทอุทยานประวัติศาสตรศ์ รเี ทพ พ.ศ. 2534 -2544
รปู ท่ี 4-11 สระปรางค์
271
5) โบราณสถานขนาดเลก็
นอกจากโบราณสถานสำคัญขา้ งตน้ แล้ว ในพ้นื ที่เมืองในยงั มีโบราณสถานขนาดเล็ก 45 แห่ง โดยแบ่ง
ชว่ งอายสุ มัยออกเปน็ 2 ชว่ ง คอื โบราณสถานที่สรา้ งในช่วงวฒั นธรรมทวารวดี ระหวา่ งพุทธศตวรรษท่ี 12 –16
และวัฒนธรรมเขมร ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 16 – 18 โดยมีรายละเอียดตามตาราง 4.1
รูปที่ 4-12 โบราณสถานขนาดเล็กตา่ ง ๆ ในพื้นทเี่ มอื งใน
ตาราง 4.1 แสดงสถานภาพการอนรุ ักษข์ องโบราณสถานขนาดเลก็ ทพ่ี บในพืน้ ทเ่ี มอื งใน
องคป์ ระกอบ สถานภาพการอนรุ กั ษ์
เลขที่ ช่ือ/หมายเลข
สภาพปัจจบุ นั แผนงานอนรุ กั ษ์ ภยั คกุ คาม มาตรการลด ระดับ
ผลกระทบ ผลกระทบ
1 โบราณสถาน พนื้ ทท่ี ่มี กี ารดแู ลรักษาอยา่ ง ไมม่ ี
หมายเลข 4 เขม้ งวด มกี ารบำรุงรักษาทำ ไม่มี - -
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
2 โบราณสถาน ถางวัชพชื และตดั แต่งก่งิ ไม้ - -
หมายเลข 5 ตลอดทั้งปี
พ้ืนท่ีท่มี กี ารดูแลรักษาอย่าง
เขม้ งวด มีการบำรุงรกั ษาทำ
ความสะอาด เก็บขยะ ถาก
ถางวชั พืช และตดั แตง่ กง่ิ ไม้
ตลอดท้ังปี
272
องคป์ ระกอบ สถานภาพการอนุรักษ์
เลขท่ี ช่ือ/หมายเลข
สภาพปจั จุบนั แผนงานอนุรักษ์ ภยั คกุ คาม มาตรการลด ระดบั
3 โบราณสถาน ผลกระทบ ผลกระทบ
หมายเลข พ้นื ที่ท่มี ีการดแู ลรกั ษาอย่าง ไมม่ ี
6/1 เขม้ งวด มีการบำรงุ รักษาทำ - -
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
4 โบราณสถาน ถางวชั พืช และตัดแต่งกง่ิ ไม้
หมายเลข ตลอดทั้งปี
6/2
พน้ื ท่ที ่ีมกี ารดแู ลรักษาอยา่ ง ไม่มี --
5 โบราณสถาน เขม้ งวด มีการบำรงุ รักษาทำ
หมายเลข ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
6/3 ถางวชั พืช และตดั แตง่ ก่งิ ไม้
ตลอดทั้งปี
พื้นที่ท่มี กี ารดแู ลรกั ษาอยา่ ง ไม่มี --
เขม้ งวด มกี ารบำรงุ รกั ษาทำ
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
ถางวัชพชื และตดั แต่งกิง่ ไม้
ตลอดท้ังปี
6 โบราณสถาน พื้นทท่ี ่ีมกี ารดูแลรกั ษาอย่าง ไม่มี --
หมายเลข เข้มงวด มีการบำรุงรักษาทำ
7/1 ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
ถางวชั พืช และตดั แต่งกง่ิ ไม้
ตลอดทัง้ ปี
273
องคป์ ระกอบ สถานภาพการอนุรกั ษ์
เลขท่ี ชอื่ /หมายเลข
สภาพปจั จุบัน แผนงานอนรุ ักษ์ ภัยคุกคาม มาตรการลด ระดบั
7 โบราณสถาน ผลกระทบ ผลกระทบ
หมายเลข พืน้ ท่ีทมี่ ีการดแู ลรกั ษาอย่าง ไม่มี
7/2 เขม้ งวด มกี ารบำรงุ รักษาทำ - -
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
8 โบราณสถาน ถางวชั พืช และตดั แตง่ ก่ิงไม้
หมายเลข 8 ตลอดทงั้ ปี
พนื้ ทท่ี มี่ กี ารดแู ลรกั ษาอย่าง ไม่มี --
เขม้ งวด มีการบำรงุ รักษาทำ
ความสะอาด เก็บขยะ ถาก
ถางวัชพืช และตัดแตง่ ก่งิ ไม้
ตลอดทั้งปี
9 โบราณสถาน พน้ื ทที่ ่ีมกี ารดูแลรกั ษาอยา่ ง ไมม่ ี --
หมายเลข 9 เข้มงวด มีการบำรุงรกั ษาทำ
ความสะอาด เก็บขยะ ถาก
ถางวัชพืช และตัดแตง่ กิ่งไม้
ตลอดท้งั ปี
274
องคป์ ระกอบ สถานภาพการอนุรกั ษ์
เลขที่ ชอื่ /หมายเลข
สภาพปจั จบุ ัน แผนงานอนุรกั ษ์ ภยั คกุ คาม มาตรการลด ระดบั
10 โบราณสถาน ผลกระทบ ผลกระทบ
หมายเลข 10 พื้นที่ทม่ี กี ารดูแลรักษาอยา่ ง ไมม่ ี
เข้มงวด มีการบำรงุ รกั ษาทำ - -
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
ถางวัชพืช และตัดแต่งก่ิงไม้
ตลอดทง้ั ปี
11 โบราณสถาน พืน้ ทท่ี ีม่ ีการดูแลรกั ษาอย่าง ไมม่ ี --
หมายเลข 11 เข้มงวด มกี ารบำรงุ รักษาทำ --
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
12 โบราณสถาน ถางวัชพชื และตดั แต่งกง่ิ ไม้
หมายเลข 12 ตลอดทงั้ ปี
พ้ืนทที่ ่ีมีการดูแลรกั ษาอยา่ ง ไมม่ ี
เขม้ งวด มีการบำรงุ รักษาทำ
ความสะอาด เก็บขยะ ถาก
ถางวัชพืช และตดั แตง่ กงิ่ ไม้
ตลอดทงั้ ปี
275
องคป์ ระกอบ สถานภาพการอนุรักษ์
เลขที่ ชอื่ /หมายเลข
สภาพปจั จบุ ัน แผนงานอนรุ ักษ์ ภัยคกุ คาม มาตรการลด ระดบั
13 โบราณสถาน ผลกระทบ ผลกระทบ
หมายเลข 13 พื้นที่ทม่ี กี ารดูแลรกั ษาอยา่ ง ไม่มี
เข้มงวด มีการบำรงุ รกั ษาทำ - -
ความสะอาด เก็บขยะ ถาก
ถางวัชพืช และตดั แต่งกิง่ ไม้
ตลอดทง้ั ปี
14 โบราณสถาน พืน้ ทท่ี ีม่ ีการดูแลรกั ษาอย่าง ไม่มี --
หมายเลข 14 เข้มงวด มกี ารบำรงุ รักษาทำ
ความสะอาด เก็บขยะ ถาก
15 โบราณสถาน ถางวัชพชื และตดั แต่งกงิ่ ไม้
หมายเลข 15 ตลอดทงั้ ปี
พ้ืนทที่ ่ีมีการดูแลรกั ษาอยา่ ง ไม่มี --
เขม้ งวด มีการบำรุงรักษาทำ
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
ถางวัชพืช และตัดแตง่ กงิ่ ไม้
ตลอดทงั้ ปี
276
องคป์ ระกอบ สถานภาพการอนุรกั ษ์
เลขที่ ชอื่ /หมายเลข
สภาพปจั จบุ ัน แผนงานอนุรกั ษ์ ภยั คกุ คาม มาตรการลด ระดบั
16 โบราณสถาน ผลกระทบ ผลกระทบ
หมายเลข 16 พื้นที่ทม่ี กี ารดูแลรักษาอยา่ ง ไมม่ ี
เข้มงวด มีการบำรงุ รกั ษาทำ - -
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
ถางวัชพืช และตัดแต่งก่ิงไม้
ตลอดทง้ั ปี
17 โบราณสถาน พืน้ ทท่ี ีม่ ีการดูแลรกั ษาอย่าง ไมม่ ี --
หมายเลข 17 เข้มงวด มกี ารบำรงุ รักษาทำ --
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
18 โบราณสถาน ถางวัชพชื และตดั แต่งกง่ิ ไม้
หมายเลข 18 ตลอดทงั้ ปี
พ้ืนทที่ ่ีมีการดูแลรกั ษาอยา่ ง ไมม่ ี
เขม้ งวด มีการบำรงุ รักษาทำ
ความสะอาด เก็บขยะ ถาก
ถางวัชพืช และตดั แตง่ กงิ่ ไม้
ตลอดทงั้ ปี
277
องคป์ ระกอบ สถานภาพการอนุรกั ษ์
เลขท่ี ช่ือ/หมายเลข
สภาพปัจจุบัน แผนงานอนรุ ักษ์ ภยั คุกคาม มาตรการลด ระดบั
19 โบราณสถาน ผลกระทบ ผลกระทบ
หมายเลข 19 พ้นื ที่ทีม่ ีการดูแลรักษาอย่าง ไม่มี
เข้มงวด มีการบำรุงรกั ษาทำ - -
ความสะอาด เก็บขยะ ถาก
ถางวัชพชื และตัดแต่งกิง่ ไม้
ตลอดทง้ั ปี
20 โบราณสถาน ไมส่ ามารถเขา้ ถงึ ได/้ ไม่ พื้นทที่ ีม่ ีการดแู ลรกั ษาอยา่ ง ไม่มี --
--
หมายเลข 20 สามารถมองเหน็ ไดช้ ดั เจน เข้มงวด มีการบำรุงรกั ษาทำ
เนอ่ื งจากถูกวชั พืชปกคลุม แต่ ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
เคยมกี ารสำรวจบันทกึ ขอ้ มลู ถางวชั พืช และตดั แต่งก่งิ ไม้
ไว้ ตลอดทง้ั ปี
21 โบราณสถาน พน้ื ท่ีท่มี กี ารดแู ลรกั ษาอย่าง ไม่มี
หมายเลข 21 เขม้ งวด มกี ารบำรงุ รกั ษาทำ
ความสะอาด เก็บขยะ ถาก
ถางวชั พชื และตัดแตง่ กง่ิ ไม้
ตลอดทงั้ ปี
278
องคป์ ระกอบ สถานภาพการอนรุ ักษ์
เลขที่ ชอื่ /หมายเลข
สภาพปจั จบุ ัน แผนงานอนุรักษ์ ภัยคกุ คาม มาตรการลด ระดบั
22 โบราณสถาน ผลกระทบ ผลกระทบ
หมายเลข 22 พื้นที่ทม่ี กี ารดูแลรักษาอยา่ ง ไมม่ ี
เข้มงวด มีการบำรงุ รกั ษาทำ - -
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
ถางวัชพืช และตัดแต่งก่ิงไม้
ตลอดทง้ั ปี
23 โบราณสถาน พืน้ ทท่ี ีม่ ีการดูแลรกั ษาอยา่ ง ไมม่ ี --
หมายเลข 23 เข้มงวด มกี ารบำรงุ รักษาทำ
ความสะอาด เก็บขยะ ถาก
24 โบราณสถาน ถางวัชพชื และตดั แต่งกิ่งไม้
หมายเลข 24 ตลอดทงั้ ปี
พ้ืนทที่ ่ีมีการดูแลรกั ษาอยา่ ง ไม่มี --
เขม้ งวด มีการบำรุงรกั ษาทำ
ความสะอาด เก็บขยะ ถาก
ถางวัชพืช และตดั แตง่ กิ่งไม้
ตลอดทงั้ ปี
279
องค์ประกอบ สถานภาพการอนุรักษ์
เลขที่ ชื่อ/หมายเลข
สภาพปัจจุบนั แผนงานอนุรักษ์ ภยั คกุ คาม มาตรการลด ระดบั
25 โบราณสถาน ผลกระทบ ผลกระทบ
หมายเลข 25 พ้นื ที่ท่มี ีการดแู ลรกั ษาอย่าง ไมม่ ี
เขม้ งวด มีการบำรงุ รักษาทำ - -
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
ถางวชั พืช และตัดแต่งกง่ิ ไม้
ตลอดทั้งปี
26 โบราณสถาน พน้ื ท่ที ่ีมกี ารดแู ลรักษาอยา่ ง ไม่มี --
หมายเลข 26 เขม้ งวด มีการบำรงุ รักษาทำ
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
ถางวชั พืช และตดั แตง่ ก่งิ ไม้
ตลอดทั้งปี
27 โบราณสถาน พื้นที่ท่มี กี ารดแู ลรกั ษาอยา่ ง ไม่มี --
หมายเลข 27 เขม้ งวด มกี ารบำรงุ รกั ษาทำ --
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
28 โบราณสถาน ถางวัชพชื และตดั แต่งกิง่ ไม้
หมายเลข 28 ตลอดท้ังปี
พื้นทท่ี ่ีมกี ารดูแลรกั ษาอย่าง ไม่มี
เข้มงวด มีการบำรุงรักษาทำ
ความสะอาด เกบ็ ขยะ ถาก
ถางวชั พืช และตดั แต่งกง่ิ ไม้
ตลอดทัง้ ปี